The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jui643, 2022-04-10 00:21:55

นิรภัยการช่าง

นิรภัยการช่าง

Keywords: นิรภัยการช่าง,safe,safety,ปลอดภัยในงาน

49

ชนิดนเ้ี หมาะสาํ หรับงานท่ีตอ งใชมอื คนปอ นชิ้นงานเขา เครือ่ งจกั รเปน ประจาํ เชน เครอ่ื งปม โลหะ
และเคร่ืองอัดขึ้นรูป เปนตน การเคลื่อนไหวของการดชนิดนจี้ ะสมั พันธกับการเคลือ่ นไหวของจดุ
ทํางานของเครอ่ื งจักร โดยทก่ี ารเคลื่อนของการด จะเรว็ กวาการเคล่ือนไหวของเคร่ืองจักร เพื่อปองกนั
มือผปู ฏิบัตงิ านใหพน จดุ อันตรายกอ น ดังน้ัน เคร่อื งจกั รท่มี ีรอบหรอื อตั ราความเร็วสงู ไมเหมาะทจ่ี ะ
เลอื กใชก ารด ชนิดนี้ เพราะไมสามารถปรับความเร็วของการด ใหส มั พนั ธก บั เครื่องจกั รได การด ชนดิ น้ี
จําเปนตองมกี ารตรวจสอบและบํารงุ รกั ษาเปน ประจํา

รูป 29 เคร่ืองตัดกระดาษท่ีการดใชลาํ แสง พรอมสวิตชกดบังคับดวยมือสองขางพรอมกัน เพ่ือความ
ปลอดภัยอีกชั้นหน่ึง
A : สวติ ชก ดบงั คับดวยมอื สองขางพรอมกัน
B : อปุ กรณก ารด ใชล ําแสง

การด ชนดิ ใชม ือ 2 ขาง

หลักการของการดชนดิ น้ี กค็ อื การออกแบบ
ควบคมุ โดยตอ งใชม อื 2 ขา งทาํ งานพรอมกนั เปนการ
บังคบั ใหผปู ฏบิ ัตงิ านตอ งใชม ือทัง้ 2 ขางสัมผสั หรอื กด
บนอุปกรณห รือปุมบังคับควบคมุ เคร่อื งจกั รพรอม ๆ
กนั เครอื่ งจักรจงึ จะทํางาน หากกดหรือสมั ผสั ไมพ รอม
กนั เคร่อื งจักรจะไมทาํ งานหรือหยดุ ทันที การดชนิดน้ี
เหมาะสําหรับเคร่อื งจกั รทม่ี กี ารควบคมุ โดยใชลม ไฮด
รอลิค ไฟฟา เปนตน เพอื่ ปอ งกนั การเผลอเรอของ
ผูปฏบิ ตั งิ าน และอุปกรณส ําคญั อกี ชน้ิ หนง่ึ สาํ หรับ
การด ชนิดนี้ คือ ตอ งตดิ ตั้งเครือ่ งหนว งเวลาไวดว ย เพอื่

รูปที่ 30 เคร่อื งปมโลหะมีการด ชนดิ
ใชมือ 2 ขาง

50

ควบคมุ ใหเ ครอ่ื งจักรทํางานไดตอเมอ่ื กดหรือสมั ผัสปุม หรอื อุปกรณค วบคมุ พรอม ๆ กัน เคร่ืองหนว ง
เวลานีค้ วรมีเวลาไมตา งกันมากกวา 2 - 3 มิลลิวนิ าที

การบํารงุ รกั ษาการด

ผูควบคุมหรอื ชางผทู ี่มหี นาทซ่ี อมและบํารงุ รักษาตองถอื วา การดเปน สว นหนึ่งของเคร่อื งจักร

ท่จี าํ เปนตอ งมกี ารตรวจสอบ บํารุงรักษา และซอมแซมใหมสี ภาพเรยี บรอ ย ใชงานไดต ลอดเวลา

กฎเกณฑงา ย ๆ เพ่ือความปลอดภัยในทางปฏิบตั ิ มดี งั นี้

- หา มถอด ปรับ หรือเคลอื่ นยายการด ทุก

ชนิด เวนแตจ ะกระทาํ โดยผูม หี นา ทีเ่ กย่ี วของโดยตรง

เทา นน้ั

- ตองแนใ จวาการด ของเครื่องจกั รนั้นไดตดิ ตง้ั

เขา ท่ีในตําแหนงที่ถูกตอ ง และอยใู นสภาพทีท่ ํางานได

ดีแลว กอ นการเดินเครอ่ื งจักร

-กอนจะถอด ปรบั หรอื ซอ มบํารงุ จะตอง

หยดุ เคร่ืองจักร ยกสวิตชใหญแ ลวลอ็ คไว และแขวน

ปายเตือนไวท กุ ครัง้

-ตอ งแนใจวา ระหวา งที่ซอมบาํ รุง ตองไมมี

ผใู ดสามารถเดินเครือ่ งจักรได

รปู ท่ี 31 การดโปรงแสง วางเอียง อยกู ับท่ี -เมื่อซอมบํารุงเสรจ็ แลว ตองปลดลอ็ คออก
ปรบั ระยะได ดว ยตนเอง อยา ใหผอู ่นื ทาํ โดยเดด็ ขาด และเม่อื ปลด
ลอ็ คแลว ตอ งแนใ จวา ไมกอ ใหเกดิ อนั ตรายตอผอู ื่น

ดวย

บทสรุป

อันตรายทเ่ี กิดขน้ึ เนอื่ งจากการทํางานกบั เคร่ืองจกั ร มกั ปรากฎขึ้นในสถานประกอบการตา ง ๆ
อยเู สมอ จากสถติ กิ ารประสบอนั ตรายของกรมแรงงาน พบวามคี นงานทป่ี ระสบอบุ ัติเหตุขณะทาํ งาน
กบั เครือ่ งจักร คดิ เปนรอยละ 11.27 ของจํานวนผปู ระสบอันตรายท้ังหมด สาเหตุของอันตรายท่เี กดิ ขนึ้
มักเกิดจากเครอื่ งจกั รชาํ รุด เครือ่ งจกั รมสี ภาพท่ีไมป ลอดภัย หรือความประมาทของผูทํางานกับ
เครื่องจกั ร จึงจําเปนอยางยิ่งทจ่ี ะตองหาวธิ กี ารปอ งกันอนั ตรายมใิ หเ กดิ ขึน้ ได และการปอ งกันทไี่ ดผ ล
วธิ หี นึ่งคือ การติดต้ังเซฟการด หรอื ฝาครอบท่ีเหมาะสมทีเ่ ครือ่ งจักร ณ จุดทกี่ อใหเกิดอันตรายได

51

ความปลอดภัยเก่ยี วกับไฟฟา

อันตรายท่ีเกดิ จากไฟฟา

เพลงิ ไหม
ไฟฟา มสี ว นทาํ ใหเกดิ เพลิงไหม สาเหตุสว นใหญเนือ่ งจาก
1. การเกดิ ประกายไฟฟาในบรเิ วณท่มี เี ชอ้ื เพลงิ ไวไฟ เชน นํ้ามัน แอลกอฮอล กาซหงุ ตม ใย

ฝา ย นนุ และปานปอ ซึ่งสงิ่ เหลานต้ี ิดไฟไดงา ยถาเพยี งมปี ระกายไฟเกดิ ขนึ้ ในบรเิ วณใกลเคยี ง
2. การลกุ ไหมท ีส่ ายไฟหรอื อปุ กรณไฟฟา เกิดจากการใชกระแสไฟฟา เกินกวาอัตราท่กี ําหนด

ทําใหฉนวนหมุ สายไฟเกดิ การลุกไหม และฟวส (อปุ กรณป อ งกนั การลัดวงจร) ตดิ ตงั้ ไวไ มถ ูกตอง
เหมาะสม เพราะกวา ฟวสจ ะขาด การลุกไหมท ฉี่ นวนกก็ ลายเปนอัคคภี ยั ไปแลว

3. การใชม อเตอรไฟฟา หรืออปุ กรณไ ฟฟาเกนิ กาํ ลงั และมกี ารใชง านมากกวาปกติจนทําให
มอเตอรไฟฟา หรืออุปกรณน นั้ ลุกไหมได

4. ความรอนที่จดุ ตอสาย และการตอ สายไฟฟา รอยตอจะตองใหแนน สนิท การตอ ไวอยา ง
หลวม ๆ จะเปนผลใหเกดิ ความตานทานตอ การไหลของกระแสไฟฟา จะมกี ระแสไฟฟาไหลผานมาก
จนเกดิ ความรอ นท่ีจุดตอนน้ั เพิม่ มากขน้ึ จนเกิดเพลิงไหมไ ดในท่ีสุด

5. ความรอ นท่สี ะสมอยใู นอปุ กรณไ ฟฟา อปุ กรณไ ฟฟา ท่ีมีคุณภาพต่าํ หากใชไ ปนาน ๆ ความ
รอ นจะสะสมมากขน้ึ จนทําใหถ ึงจุดตดิ ไฟของสง่ิ รองรบั

รปู ท่ี 32

52

อนั ตรายจากการใชไฟฟาทวั่ ไป

สาเหตุทก่ี อใหเ กดิ อนั ตรายจากการใชไฟฟา อปุ กรณเ ครือ่ งใชตลอดจนเครื่องอาํ นวยความ
สะดวกสบายสวนใหญท าํ งานดว ยพลังงานจากไฟฟา ขณะเดียวกนั อบุ ตั ิเหตหุ รอื อบุ ตั ภิ ัยตา ง ๆ ท่ี
เกิดขึ้นจากกระแสไฟฟาก็มมี ากขึ้นเปน เงาตามตัว ผูที่เกีย่ วของหรอื ผูใชอปุ กรณไฟฟาจําเปนตอ งใช
ความระมดั ระวังเปน พเิ ศษ อยางไรกต็ าม อันตรายจากการใชไฟฟาโดยทั่วไปกย็ งั มใี หพบเหน็ กันอยู
เสมอ ท้งั นี้ เนอื่ งจากสาเหตสุ าํ คัญ 3 ประการ ดังตอไปนี้

1. การใชอ ุปกรณไฟฟาท่ชี ํารดุ หรอื ฉนวนท่ใี ชในขดลวดของมอเตอรห รืออุปกรณไ ฟฟา ชํารุด
2. สภาพแวดลอ มหรือเทคนคิ ในการติดต้ังอุปกรณผ ดิ ลักษณะและเลอื กใชไ มถ กู ตอง เดนิ หรือ
ตอสายไฟโดยไมตดั วงจรไฟฟากอน
3. ผปู ฏิบตั ิงานหรือผใู ชอ ปุ กรณไฟฟา ขาดความรเู ร่ืองความปลอดภัยจากไฟฟา ขาดความ
ระมัดระวังและไมร อบคอบในการปฏบิ ัติงาน กระทําการดว ยความประมาท เชน เลอื กใชเตาเสียบผิด
ประเภท ใชสายไฟฟา แทนฟวส ใชสายไฟทมี่ ขี นาดไมเ หมาะสมกับกาํ ลังของเครอ่ื งจกั ร ใชเ คร่อื งมอื
เครอื่ งจักรเกนิ กาํ ลงั เดนิ สายไฟฟาหรอื ตอ อุปกรณไ ฟฟา โดยไมตดั ไฟกอนทาํ งาน ตรากตรําทํางาน
มากจนไมม เี วลาพกั ผอ น ทาํ ใหส มรรถภาพในการทํางานลดลงและมีอาการเหมอลอยขาดสตใิ นการ
ทาํ งาน

รปู 33

53

ปจ จยั ทก่ี อ ใหเ กิดความรนุ แรงจากการประสบอนั ตรายจากไฟฟา
ข้ึนอยูกบั ปจ จัย 6 ประเภท คอื
1. ปรมิ าณกระแสไฟฟา ทีไ่ หลผา นรางกาย โดยปรมิ าณของไฟฟาท่รี างกายมนษุ ยร ับได จนถึง

ขน้ั อนั ตรายมดี งั น้ี
- นอ ยกวา 0.5 มิลลแิ อมแปร ไมเ กิดความรสู กึ
- 0.5 – 2 มิลลิแอมแปร เร่มิ เกดิ ความรูส ึกวา ถกู กระแสไฟฟา
- 2 - 10 มิลลิแอมแปร กลามเน้อื หดตวั แตย งั ไมเสยี การควบคมุ ตัวเอง
- 5 - 25 มิลลิแอมแปร มีความรสู กึ เจบ็ ปวดจากการถูกกระแสไฟฟา ไมส ามารถขยบั
เขยอื้ นได
- มากกวา 25 มลิ ลแิ อมแปร เกดิ อาการกลามเน้อื เกรง็ และหดตวั อยา งรนุ แรง
- 50 - 200 มิลลิแอมแปร กลา มเน้อื หวั ใจกระตกุ อยา งรุนแรงหรือหัวใจเตนถร่ี วั
- 100 มิลลแิ อมแปร ระบบหายใจหยดุ ทาํ งาน
2. ระยะเวลาทีส่ มั ผสั หรอื ระยะเวลาทกี่ ระแสไหลผาน กระแสไฟฟา เมอ่ื ไหลผา นเปน

เวลานานอาจไดร บั อนั ตรายถงึ ชวี ิตได อาการจะเรมิ่ จากการชอค ระบบหายใจหรอื ระบบการทาํ งาน
หยดุ ชะงกั การหมุนเวยี นของโลหติ จะสิ้นสดุ ลง สมองขาดออกซเิ จนและถูกทํางานเกดิ การพกิ ารทาง
สมองจนถงึ แกค วามตายได กระบวนการนใ้ี ชเ วลา 4 - 7 นาที ตอ งชวยเหลือผถู ูกกระแสไฟฟาไหลผาน
รางกายโดยเรว็ ท่ีนสดุ ดว ยวธิ ีทีถ่ กู ตองดวยความรอบคอบและระมดั ระวัง

3. แรงดนั ไฟฟา แรงดันไฟฟาทค่ี นประสบอนั ตรายสว นใหญไ ดร บั อยูในปริมาณ 110 - 400
โวลท แรงดนั ไฟฟา ต้ังแต 240 โวลท ข้นึ ไปจะทาํ ใหผ วิ หนงั ท่สี ัมผัสทะลุ ทําใหค วามตานทานการ
ไหลของกระแสไฟฟา ที่ผา นเขา สูรา งกายมมี ากขึ้นจนเปน ผลใหเ สียชวี ติ ได

4. ความตานทานของรางกายตอ ไฟฟา กระแสไฟฟาท่ผี า นเขา สรู า งกายสวนใหญม ักจะผา น
ทางมือและลงสูด ินทางมอื อกี ขา งหนงึ่ หรอื ฝาเทา แตก ารท่ีกระแสไฟฟา จะผา นอวยั วะสว นใดสว น
หนึง่ ไดน นั้ จะตอ งผานผิวหนงั ดังนน้ั ผิวหนงั จงึ เปน ตวั ควบคมุ ปรมิ าณของกระแสไฟฟาท่ไี หลผาน
เขา สูรา งกาย โดยผิวหนังแหง จะตา นทานไดม ากทส่ี ดุ คอื 100,000 ถึง 600,000 โอหมตอ ตาราง
เซนตเิ มตร

5. ความถแ่ี รงดนั ไฟฟา ความถี่ 50/60 เฮิรตซ ความตา นทานของรา งกายจะมีคาสงู ทสี่ ดุ แตเ ม่อื
เพ่ิมความถีข่ น้ึ ความตานทานของรา งกายจะลดลงในลกั ษณะท่ีไมเ ปน เปนกราฟเสนตรงกระแสไฟฟา
ทจี่ ะทาํ ใหก ลา มเนือ้ เตนถี่รัวก็จะสูงขึน้ ดว ยเชน กนั

6. เสน ทางหรืออวัยวะภายในรางกายทกี่ ระแสไฟฟาไหลผา น เมื่อกระแสไฟฟาเขาทางศรี ษะ
และออกทางฝา เทาท้ังสองขางจะมอี นั ตรายมากทีส่ ุด

54

อันตรายที่เกดิ ตอ รา งกายมนุษยเม่อื มกี ระแสไฟฟาไหลผาน

เมือ่ กระแสไฟฟา ไหลผานรางกายจะเกดิ อนั ตราย 7 ประการดว ยกันคอื
1. กลา มเน้ือกระตุกหรอื เกิดการหดตวั
2. หัวใจเกดิ อาการเตน เร็วถรี่ วั หรอื เกดิ การกระตุก
3. ดวงตาอกั เสบ
4. ระบบประสาทเกดิ การชะงักงัน
5. หัวใจหยดุ ทาํ งาน
6. เนือ้ เยือ่ และเซลลต า ง ๆ ถูกทาํ ลาย
7. เซลลภ ายในรางกายเสยี หรือตาย

อันตรายจากไฟฟา แรงสงู

สาเหตสุ วนใหญท่ีทาํ ใหเ กดิ อนั ตรายจากไฟฟา แรงสูง คอื การทํางานทีต่ อ งอยูใกลส ายไฟฟฟา
แรงสงู เชน ตอกเสาเขม็ กอ สรา งใกลสายไฟฟาแรงสูง ใชปนจั่นยกของหนักใกลส ายไฟฟาแรงสงู
กอสรางปรบั ปรุงหรอื รเู ทา ไมถงึ การณใ ชบ ันไดเหลก็ พาดสายไฟฟา แรงสูง

รูป 35

ขอ ควรระวังในการทาํ งานเกีย่ วกบั ไฟฟาท่ัวไป

หลกั การท่ัว ๆ ไปเก่ียวกับไฟฟา ซ่ึงทกุ คนควรปฏิบตั เิ พือ่ ปองกันการเกิดอุบตั ภิ ยั จากไฟฟา
สรปุ ไดด งั นี้

1. เมื่อพบวา กลองสวิตชชํารุดหรอื เสยี หาย ควรเร่มิ เปลี่ยนหรือซอ มแซมทันที

55

2. บรเิ วณทีม่ สี วติ ชอ ยใู กล ๆ ควรรกั ษาใหส ะอาดอยเู สมอ
3. หมัน่ สํารวจตรวจสอบภายในแผงสวติ ชอ ยูเ สมอ
4. การเปล่ียนฟวส ตอ งสบั สวิตชก อ นทกุ ครงั้ ท่จี ะเปลี่ยนฟวสนนั้ ๆ
5. การตรวจสอบดแู ลสวิตชต ัดตอนเปนประจําทกุ เดือน และบาํ รงุ รักษาใหอ ยใู นสภาพใชง าน
ไดดตี ลอดเวลา
6. สวติ ชแ ตล ะอนั ควรมีปา ยแสดงรายละเอยี ดดังนี้

- ใชกับไฟฟา กระแสตรงหรอื ไฟฟากระแสสลบั
- ความตางศักยท างไฟฟา
- กระแสไฟฟา
- เครื่องมอื เครื่องใชทางไฟฟาทต่ี อ กบั สวติ ชนนั้
7. อยาเปด หรอื ปด สวติ ชใ นขณะทมี่ อื เปย กอยู
8. ถาจะซอมแซมอุปกรณเครื่องใชไฟฟาทกุ ครัง้ ตอ งสบั สวิตชเสมอ

ขอควรระวังเกย่ี วกับการใชส วิตชตดั ตอนภายในโรงงาน

ในโรงงานอตุ สาหกรรมผปู ฏบิ ตั งิ านสว นใหญจ ะตองเกย่ี วของกับไฟฟา นอกจากขอ ความ
ระวงั เก่ยี วกบั ไฟฟาทั่ว ๆ ไปแลว สิง่ สําคญั อีกประการหนง่ึ ทผี่ ูปฏิบัตงิ านควรระวงั กค็ ือ การใชส วิตช
ตดั ตอน ซง่ึ พอสรปุ ไดด ังน้ี

1. สวิตชทีใ่ ชง านกบั สว นทอ่ี าจเกิดอนั ตรายไดสูง ผรู ับผิดชอบตอ งหม่นั ตรวจสอบดแู ลและ
ทาํ ปา ยบอกเตอื นไว

2. ในกรณีทม่ี กี ารตรวจซอมแซมเครื่องจกั รตองทาํ ปายหรอื สัญลักษณต ดิ แขวนไวท ่ีสวติ ชว า
อยูร ะหวา งการซอมแซม หรอื กําลังซอม เม่ือซอมเสรจ็ แลว จึงนาํ ปายออก

3. การใชส วิตชค วบคมุ เคร่อื งจกั รท่ีใชรว มกันหลาย ๆ คนควรมีหลักเกณฑห รือสญั ญาณใน
การปฏิบตั เิ ปน มาตรฐานเดยี วกัน

4. การทํางานรว มกันระหวางคนงาน 2 กลุม ทใี่ ชเ ครอื่ งจกั รรว มกนั จะตองใชอ ยา งระมัดระวัง
โดยเฉพาะถาเกดิ กรณีทม่ี ีการตรวจซอมตอ งมีการติดตอประสานงานกนั เปน อยา งดีกอ นที่จะมกี ารเปด
ปด วงจรไฟฟา
ขอ ควรระวังเก่ียวกับการใชเ คร่ืองมือ เครือ่ งจักรและอปุ กรณไฟฟาภายในโรงงาน

เครื่องมอื เครื่องจักร และอปุ กรณตาง ๆ ภายในโรงงานสว นใหญจ ะใชไ ฟฟา เปน เครือ่ งตน
กําลงั ทั้งนน้ั ผปู ฏบิ ัตงิ านตอ งระมัดระวงั การใชเ คร่อื งมอื เครอื่ งจกั ร และอุปกรณไ ฟฟา เหลานนั้ ซงึ่
สรปุ ไดดงั ตอไปน้ี

1. ตรวจสอบสายไฟฟา ถา พบวาชาํ รุดใหใ ชเ ทปพันเปน ฉนวนหมุ ใหเ รยี บรอ ย และตรวจจดุ
ตอ สายไฟฟา ใหเ รียบรอยดว ย

56

2. อุปกรณไฟฟาท่ีเคลอื่ นยา ยไดค วรตรวจสอบบรเิ วณขอตอ ข้ัวทีต่ ดิ อุปกรณแ ละสายไฟฟา
อยา งระมัดระวงั ถา พบวา ชํารดุ ใหเปลย่ี นใหอยูในสภาพดี

3. หม่ันตรวจสอบเครื่องมือไฟฟาชนดิ เคลือ่ นยายได และรักษาใหอ ยใู นสภาพดีตลอดเวลา
4. ดวงโคมไฟฟา ท่ีเคลอ่ื นยายไดตองมีฝาครอบปอ งกนั หลอดไฟฟา
5. การเปล่ียนหรอื ซอมแซมเคร่อื งมอื หรืออุปกรณไ ฟฟา แมจ ะเปนกรณีเล็กนอยกค็ วรใหช า ง
ทางไฟฟา เปน ผูดําเนินการ
6. อยา จับสายไฟฟา ขณะที่มกี ระแสไฟไหลอยู
7. อยาแขวนหรือหอยสายไฟฟาบนของมีคม เชน ใบมดี ใบเล่ือย และใบพดั
8. การใชเ คร่ืองมือทางไฟฟาควรตอ เปลอื กหุมทเ่ี ปน โลหะของเครื่องมอื นั้นลงดิน
9. การใชอ ุปกรณไ ฟฟา บางชนดิ เชน มอเตอร และหมอ แปลง ควรมผี รู ับผดิ ชอบควบคุมใน
การปด เปดใชง าน
10. ในสวนทอี่ าจกอใหเกดิ อันตรายควรมเี ครื่องหมายแสดงไว เชน ปา ย ไฟสัญญาณธงสแี ดง
และเทปแดง เปนตน
11. ถาเกิดสภาพผิดปกตกิ ับอุปกรณไฟฟา ควรสับสวติ ชใ หว งจรไฟฟา เปด แลว แจงให
ผรู ับผดิ ชอบทราบ
12. หามปลดอปุ กรณปอ งกนั อันตรายทางไฟฟาออก ยกเวน กรณีทไี่ ดรับอนุญาตแลว เทา นัน้
13. เม่ือใชง านเสร็จแลวควรสบั สวิตชและตอ งแนใจวาวงจรไฟฟา เปด
14. ควรหมั่นทาํ ความสะอาดดวงโคมใหป ราศจากฝนุ ละออง
15. ไฟฟา ทม่ี ีความตา งศักยส งู จะมอี ันตรายมากขน้ึ จึงควรระวงั เปน พเิ ศษ
16. ควรเอาใจใสกับสายสง ไฟฟาแรงสูง
17. อยา หอหมุ ดวงโคมไฟฟาดว ยกระดาษหรือผา
18. อยา นําสารไวไฟหรอื สารทลี่ กุ ตดิ ไฟงายเขา ใกลบรเิ วณสวิตชไ ฟฟา
19. อยา ใชเครอื่ งมือหรอื อุปกรณไฟฟา ขณะมอื เปย กนํา้
20. อยา ใชเ ครอื่ งมือหรืออปุ กรณไ ฟฟาตองรีบสบั สวติ ชใหว งจรไฟฟา เปด
21. เมื่อมีผูไ ดร บั อบุ ัตเิ หตทุ างไฟฟา สลบ ใหท าํ การผายปอดชว ยหายใจกอ นจนกวาแพทยห รอื
พยาบาลจะมาถึงทเี่ กดิ เหตุ
22. เม่ือเกิดไฟฟา ดบั ควรรบี สับสวติ ชใหว งจรไฟฟา เปด
23. ถา เกิดไฟฟา ช็อดหรอื ลัดวงจรทําใหเ กดิ ไฟไหม ใหร บี สับสวติ ช (วงจรเปด ) แลวรีบทาํ การ
ดบั ไฟดว ยเครอ่ื งดับเพลงิ ชนดิ สารเคมี ไมค วรใชนาํ้ หรอื เคร่ืองดบั เพลิงท่เี ปน น้าํ ทําการดับไฟ เพราะ
อาจเกิดอนั ตรายได
24. ควรกดสวติ ชใหแนใจวา สวติ ชไมค า ง
25. ไมควรเดนิ เหยียบบนสายไฟ

57

26. การใชอปุ กรณไ ฟฟา ทมี่ ีแรงเคล่อื นไฟฟา สูง ควรสงสญั ญาณการสับสวิตชอ ยาง
ระมดั ระวัง

ขอควรระวงั เกีย่ วกับการตดิ ตงั้ อปุ กรณไ ฟฟาภายในโรงงาน

ดงั ไดกลาวมาแลววา เคร่ืองมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณในโรงงานนนั้ สว นใหญจะใชไฟฟา
เปนเครอ่ื งตนกําลงั ท้งั นนั้ นอกจากขอควรระวงั ตา ง ๆ ที่ไดก ลามาแลว สงิ่ สาํ คญั อีกประการหน่งึ กค็ อื
การตดิ ตง้ั อปุ กรณไ ฟฟา ซ่งึ ผปู ฏบิ ตั ิงานควรระมัดระวัง สรุปไดดงั น้ี

1. การตดิ ต้งั อุปกรณไ ฟฟาจะตอ งมีการควบคมุ ดแู ลโดยชางหรือผชู ํานาญทางไฟฟา นอกจาก
งานที่มีความตา งศักยต ่าํ กวา 50 โวลท ซึ่งตอลงดินเรียบรอ ยแลว

2. การตดิ ตง้ั อุปกรณไ ฟฟาจะทาํ ไดต องผานการปรึกษาหารือจากผชู าํ นาญแลว โดยเฉพาะการ
สอ่ื สารเก่ียวกบั การปอ งกันเม่ือมีการทาํ งานขณะมกี ระแสไฟฟาไหลอยู หรอื ในกรณที ม่ี กี ารขดั จงั หวะ
เกิดขน้ึ

3. การติดตั้งอปุ กรณไ ฟฟา ตอ งใชอุปกรณอ นั ตรายโดยเฉพาะ หรอื มีฉนวนหอหุมเปน อยางดี
4. ควรหลกี เลย่ี งการทาํ งานขณะมกี ระแสไฟไหลอยยู กเวน กรณีจําเปน จรงิ ๆ เทานั้น
5. การตดิ ต้ังอุปกรณทางไฟฟานอกจากตอ งปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานทางไฟฟา แลว
ควรปฏบิ ัติเพม่ิ เตมิ ดงั นี้

5.1 หามเปด ชนิ้ สว นของอปุ กรณไ ฟฟาที่เมื่อเปดแลวจะมกี ระแสไฟฟา อยูเสมอใน
บริเวณทซ่ี ่ึงอาจมกี ารสัมผสั หรือทาํ งาน

5.2 หุม หอ อปุ กรณห รือสายไฟฟา อยเู สมอในบรเิ วณที่ซึ่งอาจมกี ารสมั ผสั หรอื ทํางาน
5.3 หมัน่ ตรวจตราฉนวนหมุ อุปกรณไฟฟาอยูเสมอในบรเิ วณทซ่ี ่งึ อาจมกี ารสมั ผสั

หรอื ทาํ งาน
5.4 เม่อื มกี ารเดนิ สายไฟฟา บนถนน (แมว า จะเดนิ ชั่วคราวกต็ าม) ควรมรี ะบบปองกนั

อันตรายซ่ึงใชเฉพาะงาน
6. กรณกี ารทาํ งานเกย่ี วกบั ไฟฟาท่อี าจมกี ารขดั จังหวะงานได ควรเพม่ิ ความระมัดระวงั ดงั นี้

6.1 เครื่องจกั รบางชนิดเม่อื เดนิ เครือ่ งแลวไมสามารถกดสวิตชใหก ลับมาทาํ งานท่ีจุดเริ่ม
ตน ได ควรมีปายบอกไวชัดเจน

6.2 เคร่อื งจักรทกุ ชนิดควรมีระบบสายดนิ ท่ดี ี
6.3 เมือ่ เกิดปญ หาตา ง ๆ ควรปรกึ ษาชางไฟฟา หรอื ผูเ ช่ียวชาญทางไฟฟา
6.4 กอ นสบั สวิตชทาํ งานควรตรวจสอบใหแ นใ จกอ นวา จะไมเ กดิ อันตราย ไฟฟา ลดั

วงจรทมี่ รี ะบบสายดินแหลงจายไฟเรยี บรอ ย
6.5 ตอ งมีการจา ยประจไุ ฟฟา ในกรณเี ครื่องมือหรอื อปุ กรณไ ฟฟา น้นั มปี ระจุไฟฟา

คา งอยู

58

ขอควรระวังเกี่ยวกบั การทาํ งานในขณะที่มกี ระแสไฟฟา ไหลอยู

สิ่งที่ผปู ฏบิ ัติงานจะหลีกเลีย่ งไมไ ดกค็ อื การปฏิบตั งิ านในขณะทเ่ี ครอื่ งมอื เครือ่ งจกั รตอ งใช
ไฟฟา เปน เครื่องตนกําลัง ดงั น้นั ถา ในกรณีท่มี ีกระแสไฟฟา ไหลอยู ผปู ฏิบัตงิ านควรปฏิบตั ิดงั นี้

สําหรับงานเก่ยี วกบั ไฟฟาแรงตา่ํ
1. สวมอปุ กรณป องกนั อนั ตรายเฉพาะสาํ หรบั งานไฟฟา แรงตํ่า
2. ในกรณที อี่ าจมกี ารสมั ผัสกบั สายไฟฟา แรงต่าํ จะตอ งติดอปุ กรณปองกันอันตรายหรือทํา
การฉนวนอยา งเหมาะสม

สาํ หรบั งานเกย่ี วกบั ไฟฟา แรงสูง
1. ตองแนใ จวาใชอุปกรณปอ งกนั อนั ตรายสวนบคุ คลทเี่ หมาะสมกบั งาน เชน ถงุ มือยาง รองเทา
หุมสนพืน้ ยาง และหมวกแขง็
2. ถา ตองทํางานในบรเิ วณที่มีระยะหา งจากสายไฟฟา หรอื อุปกรณไ ฟฟา แรงสงู นอ ยกวา 60
เซนตเิ มตร จะตอ งใชอ ุปกรณปอ งกันอนั ตรายทีเ่ ปนฉนวนกนั ไฟอยางดี
3. ในกรณีอยหู างจากสายไฟฟา มากกวา 60 เซนตเิ มตร อาจใชอปุ กรณป องกนั อนั ตรายชนดิ
รองลงมา
4. การทาํ งานตองปรกึ ษาชา งหรอื ผชู ํานาญทางไฟฟาเสียกอน และตอ งมผี ชู ํานาญงาน
ควบคุมดูแลการทํางานดวย
5. คนงานไมค วรพกั ผอ นในบริเวณใกลสายไฟฟาแรงสูง
6. การใชอ ปุ กรณเ คร่ืองมือ และเครอื่ งใชไฟฟา ตอ งใชใ หถกู ตองเหมาะสมกบั งานไฟฟ าแรงสงู
เทานน้ั

ขอควรปฏิบตั เิ มื่อคนถูกไฟฟา ดูด
วธิ ชี ว ยคนถูกไฟฟาดูดใหป ฏบิ ตั โิ ดยทนั ทเี พื่อชวยใหผปู ว ยหลุดจากไฟฟาใหเรว็ ท่ีสดุ ปด
สวิตชไฟ หรอื ถา เปด สวิตชไฟไมไ ด ใหใชว ิธดี งั ตอไปนี้
- อยา จบั ตองรางกายผเู คราะหร ายโดยตรง ใหสวมถงุ มอื ยางแลวยนื บนพนื้ ท่ีไมเ ปน ตวั นํา

ไฟฟา แลว ดึงผปู ว ยออกมา ถา ไมมถี งุ มอื ก็ตอ งพันดว ยผา หรอื สงิ่ ที่ไมเ ปนส่อื ไฟฟา เชน
ผา ยาง เปน ตน
- ใชผา หรอื เชอื กทาํ เปน บว งสอดคลอ งแขนหรือขาของผเู คราะหรา ยแลวลากออก
- ใชผ า ยาว ๆ หรอื เชือกคลอ งตวั ผเู คราะหรา ยแลวกระตกุ ออก
- ใชข วานคม ๆ ท่มี ดี า มเปน ไมฟ นสายไฟอยา งแรงและรวดเร็วใหสายไฟขาด

59

ความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิเกยี่ วกบั งานเชอ่ื ม – ตัดโลหะ

งานเช่ือมหรือตัดโลหะดว ยอุณหภูมสิ งู เปน งานสว นหนงึ่ ของการผลิตและซอ มสรางเกีย่ วกบั

โลหะทวั่ ไป เปนงานท่มี ีอันตรายหลายประการแฝงอยแู ละมีคนงานจํานวนมากทที่ ํางานเสยี่ งอนั ตราย

เปนประจาํ โดยขาดความระมัดระวงั ทอี่ าจจะเกดิ ขึ้นจากการทาํ งานน้นั ทําใหม ผี ูประสบอุบตั เิ หตุ และ

โรคท่เี กิดขึ้นจากการทํางานอยเู สมอ

สาเหตแุ ละอนั ตรายที่เกิดจากงานเช่ือม

1. แสงและรังสี งานเชอ่ื มทาํ ใหเกดิ แสงจาและรังสอี ุลตราไวโอเลต (ULTRA VIOLET

RAYS) ซึง่ เปน อันตรายตอ สายตา ทาํ ใหต าเปน ตอได

2. ประกายไฟ ทาํ ใหผิวหนังไหม และอาจทําใหเ ปน สาเหตขุ องเพลิงไหม งานเช่ือมทีอ่ บั ทึบ

และมีละอองไอน้ํามัน ทาํ ใหเ กิดการระเบิดได

3. ไฟฟาลดั วงจร ในงานเช่ือมไฟฟาหากมีการชํารดุ ของสายไฟ จะทาํ ใหเกดิ กระแสไฟฟา

ลัดวงจรได ซง่ึ เปนอันตรายตอ ผปู ฏิบัตงิ าน

4. ความเมื่อยลา เกิดข้นึ ไดเม่อื ผูปฏิบตั ิงานในทา ทางไมถ ูกตอ ง เชน น่ังยอง ๆ กับพ้ืนและกม

หลงั เชอื่ ม เปน ตน

5. สารเคมใี นรปู ของฟมู (FUME) และ กา ซ (GAS) งานเชอื่ มหรือตดั โลหะดว ยอณุ หภมู สิ ูง

กอใหเ กดิ มลพษิ ในอากาศซ่ึงสามารถเขาสูรางกายไดทางระบบหายใจ และทาํ ใหเ กดิ โรคตาง ๆ ได

หลายชนิด

6. งานเชือ่ มหรือตัดโลหะทีผ่ ิวมีสีเคลือบ อันตรายทเี่ กดิ จากสารเคลือบผวิ นั้น ไดแ กต ะกว่ั จาก

สีทาที่เคลอื บผิวโลหะไว

7. ชนดิ ลวดเชอ่ื ม การเชื่อมโลหะแตละชนิดตอ งเลือกใชลวดเช่ือมท่มี คี ุณสมบตั ิเหมาะสมกับ

วสั ดทุ ตี่ องการเชื่อม ชนดิ ของสารทเี่ ปน องคประกอบของลวดเชอื่ ม จะเปน ตวั ชีบ้ อกชนดิ ของฟมู หรือ

กาซพษิ ท่จี ะเกดิ ขึน้ ได

8. กาซท่ีใชง านเชือ่ ม เชน

คารบอนไดออกไซด ไนโตรเจน อารกอน

อะเซทลิ ีน กา ซเหลา นไี้ มใชก า ซพิษ แตส ามารถ

ทาํ อันตรายถึงแกชวี ติ ได หากทาํ งานในทีอ่ บั ทบึ

เนือ่ งจากขาดออกซิเจน หรอื อาจเสียชวี ติ เพราะ

หายใจเอากาซคารบอนมอนนอกไซดเขา สู

รางกาย ซึ่งเปน กาซพิษเกิดจากการเชอื่ ม เปนตน

รูปแสดงแรงเคลื่อนในขณะไมม ีภาระ
ระหวา งมีอจบั ลวดเชอ่ื มและชิน้ งาน

60

อนั ตรายจากกระแสไฟฟา ทอี่ าจจะเกิดข้นึ กบั ชา งเช่ือมและชา งชว ยงาน ในขณะทไี่ มไ ดทําการ
เชือ่ มอารก จะเกิดแรงเคลอ่ื นในขณะไมมภี าระระหวางสายเคเบลิ เชือ่ มตอ กับสายเคเบลิ งาน ซ่งึ เกดิ จาก
เครอื่ งเช่ือม แรงเคลอ่ื นดังกลา วเกดิ ขึน้ ระหวา งคีมจบั ลวดเช่อื มกับชนิ้ งาน ถาเปน เคร่ืองเชอื่ มแบบเย
เนอเรเตอรจ ะสงู ไมเกนิ 100 โวลท แรงเคล่ือนกระแสไฟฟาตรงและกระแสสลับตองไมเกิ 70 โวลท
(ใชต วั ยอ วา UL ) แรงเคล่ือนขนาดนสี้ ามารถทําใหเ กดิ อันตรายถงึ ชีวิตได ถา ชา งเชื่อมใชมอื เปลา
สมั ผสั ผิวโลหะท่ปี ากคมี จับลวดหรอื ชิ้นงาน วธิ ปี อ งกนั ไดโดยสวมรองเทา ที่มฉี นวนปอ งกนั สวม
เส้อื ผาปอ งกนั ใชถ งุ มอื หนังจะสามารถชว ยปอ งกนั ได หา มสวมเสื้อผา ที่เปยกชน้ื ดว ยเหงือ่ น่งั ที่ชิน้ งาน
เพราะความชนื้ เปนตวั นําทดี่ อี าจทาํ ใหถกู กระแสไฟฟาดดู เปน อนั ตรายได

ไฟฟากระแสสลบั เกดิ อันตรายไดง ายกวาไฟฟากระแสตรง ดวยเหตนุ ี้ถังหรอื ภาชนะแคบ ๆ
ทําดวยโลหะโดยรอบตอ งเชอื่ มดวยไฟฟากระแสตรง ถา เปน เคร่อื งเช่ือมแบบเรกติฟายใหส งั เกต
เคร่อื งหมายอนญุ าตทแี่ สดงวา สามารถทําการเชือ่ มได สวนเครอื่ งมอื ชว ยงานอื่น ๆ เชน หลอดไฟ
เครือ่ งใชไฟฟา หา มใชแรงเคลอ่ื นท่ีมีแรงเช่ือมเกนิ วา 42 โวลต เพราะอาจทําใหเ กดิ อนั ตรายจากการ
เช่ือมได

ขอ ควรปฏบิ ตั ิในการใชเ คร่อื งเช่ือมไฟฟา คอื
1. สวมถงุ มอื หนังกอนจับคมี จบั ลวดเชือ่ มไฟฟา ทุกครัง้
2. หา มถอดเสอื้ ผา ใหรางกายเปลือยทําการเชื่อม แมวาอากาศจะรอนก็ตาม
3. หา มหนบี คมี จบั ลวดเชอื่ มหรอื สายเคเบลิ เช่ือมกบั รักแร
4. ไมส วมรองเทา ทํางานที่ตอกดวยพ้นื ตะปู
5. ไมน่งั ลงบนช้นิ งานโดยตรง ถา ไมม ไี มหรือแผน รองงาน การเช่ือมในถงั หรอื ท่แี คบ ๆ ตอ ง
สวมรองเทาทีม่ ฉี นวนอยา งดี
6. ไมใชสายเคเบลิ ทชี่ าํ รดุ
7. ไมใ ชเ ครื่องเชื่อมแบบหมอ แปลงไฟฟา เช่ือมโครงสรางทเ่ี ปนรปู ราง ภาชนะแคบ ๆ หรอื
หอ งแคบ ๆ
8. ไมใชไฟสอ งชนดิ ใชมอื ถือทต่ี อกับสายเมน 220 โวลท หรอื มากกวา ควรใชไ ฟสองทีใ่ ช
แรงเคลอ่ื นไมเ กิน 42 โวลท
อันตรายจากเม็ดนํ้าโลหะและขต้ี ะกรันเหลก็ เม่อื ทําการเช่อื มเสร็จขตี้ ะกรันจะปดแนวเชื่อม
จนกระท่ังแนวเชอ่ื มเยน็ ลง มคี วามแข็งและเปราะ การใชคอนเคาะขีต้ ะกรันออกเปน ชิ้นเล็ก ๆ อาจ
กระเดน็ เขา ตาได ฉะน้ันตองสวมแวน ตาปอ งกนั ทุกคร้ังขณะทีเ่ คาะข้ีตะกรัน นอกจาน้จี ะตองระวงั ตัวผู
เชื่อมเองแลว ยงั ตองระวงั ผรู ว มปฏิบัตงิ านดวย
อันตรายจากรงั สที ีเ่ กดิ จากการอารก เช่อื ม แนวสวางทเ่ี กดิ จากการอารก เชือ่ ม เปน อนั ตรายตอ
สายตาและถามองนาน ๆ จะย่งิ เปน อันตรายไดมากข้ึน รังสที ่ีเกดิ จากการอารก เช่อื มจะมรี ังสที ม่ี องไม
เห็นปนออกมาดว ย คือรงั สีอัลตราไวโอเลต ซึง่ เปนอนั ตรายตอ สายตา ทาํ ใหตาระคายเคอื ง สว น

61

ผิวหนงั ทไี่ ดร บั รงั สีอลั ตราไวโอเลตจะเกิดการอักเสบ ปวดแสบปวดรอ นหรืออาจทําใหผ ิวหนังไหม
ได อาการเหลานจี้ ะเกิดไมน านถา ไมท ําการเช่ือมอีก การบรรเทาอาการเจ็บตา อาจใชย าหยอดตาหรอื
ใชผ า เย็นประคบหรืออาจใชเ ปลอื กกลวยสะอาดปดที่เปลอื กตากไ็ ด

การปอ งกันอาการดงั กลา วในระยะระหวางทําการเชอ่ื ม คอื สวมหนากากเช่ือมทม่ี ีกระจก
กรองแสงมาตรฐาน กระจกดงั กลาวจะปอ งกันแสงจากประกายอารกเชอ่ื มได กระจกกรองแสงทมี่ ี
มาตรฐานจะมเี ครอ่ื งหมายรบั ประกนั คณุ ภาพติดไว (รูป 1 ) มีความเขมแตกตางกนั แสดงเปนหมายเลข
กาํ กบั ไว กระจกกรองแสงทเ่ี หมาะสาํ หรบั การเชอื่ ม คอื หมายเลข 6 7 8 9 10 และ 11 โดยท่หี มายเลข 7
เหมาะสาํ หรบั การเช่อื มที่ใชล วดเช่ือมท่ีมีขนาดเสน ผา ศนู ยก ลางไมเกิน 2.5 มลิ ลเิ มตร และหมายเลข
10 เหมาะสําหรบั การเชอ่ื มที่ใชลวดเชือ่ มทมี่ ีขนาดเสนผา นศูนยก ลาง 3.25 ถงึ 6 มิลลิเมตร

นอกจากนีร้ ังสอี ัลตราไวโอเลต เกิดจากแสงอาทิตยไดเชนเดยี วกนั ดว ยเหตุนี้ตอ งสวมเส้อื ผา
ใหม ดิ ชดิ ชา งเช่อื มตองปอ งกันใบหนา โดยใชหนากากชนิดสวมศีรษะหรือชนดิ จับเชอ่ื มมาปอ งกัน

อันตรายจากนา้ํ เมด็ โลหะกระเด็น นํา้ เมด็ โลหะกระเด็นถูกผวิ หนงั ทําใหไ ดรับบาดเจ็บ
ผวิ หนงั ไหมพพุ อง ฉะนน้ั ควรสวมเสื้อหนัง สวมถงุ มือหนงั มีสิ่งปกปดศรี ษะและสวมปลอกแขนหนงั
อยาสอดปลายกางเกงลงในรองเทา ตองใหป ลายกางเกงสวมทบั รองเทาท่ีเปน รองเทา หนัง

อนั ตรายจากควันแกสและอากาศเสยี การเช่อื มไฟฟาทาํ ใหเกดิ ควนั แกส และไอนํา้ การเชื่อม
ในถังหรอื ทแี่ คบทาํ ใหอากาศไมเพียงพอหายใจ จะเกิดอันตรายถาใชอ อกซเิ จนเปาเขา ไปในถังเพอื่ ให
หายใจไดด ี เพราะออกซิเจนทําใหเกิดไฟไหม ทําใหลกุ ไหมเ ส้ือผาได เพยี งเกดิ ประกายเพยี งนิดเดยี ว
จะดับไมทัน

ขอ ควรปฏบิ ตั ใิ นการเชอ่ื มภายในถงั หรือภาชนะ หรอื หอ งแคบ ๆ
1. ใหอ ากาศบรสิ ุทธทิ์ ่ถี า ยเทผา นไดบรเิ วณทที่ าํ งานเช่ือมดว ยพัดลม
2. หา มใชอ อกซิเจนพน เปา ไปยงั บรเิ วณทท่ี าํ การเชื่อม
3. ตอ งระบายแกส และควันออกจากบริเวณทํางานโดยการดูดอากาศออก
4. เพือ่ นรว มงานตอ งคอยดแู ลการทาํ งานของชางเชื่อมอยตู ลอดเวลา

ความปลอดภัยในการถอดประกอบทอ ทาง

ในฐานะทเี่ ปน ชา งซอ มประจําเรอื และตองทาํ การซอมทําระบบทอทางตา ง ๆ เชน ทอทางน้ํา
ดบั เพลงิ ระบบไอนาํ้ ทอ ทางน้ํามนั เช้ือเพลิง เปน ตน ซงึ่ การซอ มทําทอ นํ้ามนั บางครง้ั ก็ไมม อี ะไรมาก
เพียงแตเ ปลยี่ นชิ้นสว นของทอ เชน กอกนา้ํ หรือเปลยี่ นแกส เค็ทของหนาแปลนทช่ี าํ รดุ แตบ างครง้ั ก็
อาจยุงยากมากกวา นนั้ เชน อาจจะตอ งรื้อทอ ทางออกมาซอมทําเปนสว น ๆ และตอ งตดิ ตงั้ เขาท่ี
ตามเดมิ ท้ังหมด หรอื บางสว น เพ่ือใหเ กดิ ความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ านควรปฏบิ ตั ิดงั น้ี

62

1. กอนทจ่ี ะถอดทอ หรอื ตัดทอ ใหห ลดุ ออกจากระบบทอ ทางจะตอ งแนใจวาไมมีความดนั อยู
ในทอ ทาง (โดยเฉพาะอยางย่ิงท่เี ปนทอไอน้ํา ทอ น้าํ รอ น และทอ นํ้าทะเลทีต่ อโดยตรงกบั น้าํ ทะเล
ภายนอกเรือ การปดล้นิ สตอ ปวาลว (STOP VALVE) อยา งเดยี วถา ไมพอจะตอ งใสกุญแจหา มเปด ลิ้น
และผูกปา ยหา มเปด ล้ินเพื่อปอ งกนั ไมใหล น้ิ เปดเองโดยอบุ ัติเหต)ุ

2. แนใ จวา ไดถ ายสงิ่ ทอี่ ยใู นทอทางออกหมดแลว กอนที่จะทําการถอดทอ หรือตัดทอ ใหออก
จากระบบทอทาง

3. ในการถอดหนา แปลนทอจะตอ งปลอ ยนัต 2 ตัวท่อี ยตู รงขามในแนวเสน ผา นศนู ยก ลางไวที่
เดิมในขณะทค่ี ลายนัตตัวอน่ื หลังจากนนั้ จึงใหคลายนตั 2 ตวั ทเ่ี หลอื เมอ่ื แนใ จในทอไมมอี ะไรจงึ
ถอดนตั และถอดทอใหห ลดุ ออกจากระบบทอทาง

4. ปฏิบัติตามขอ แนะนําในการปอ งกันไฟไหมและการระเบดิ เมอื่ ตดั ทอ หรอื ถอดทอออกจาก
ระบบทอ ทางท่ีบรรจขุ องไหลตดิ ไฟได

5. ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิตามขอ แนะนาํ ในการรกั ษาความปลอดภยั เมอื่ จัดทําการตอทอ ดวยการ
แลนประสาน การบดั กรแี ข็ง (BRAZING) หรอื ดว ยกรรมวิธีอยา งอ่นื ทใ่ี ชในการซอ มทําทอ ทาง

6. ศึกษาวธิ กี ารใชเครื่องมอื และอปุ กรณทใี่ ชในการปฏบิ ตั งิ านทอ ทางใหถกู ตองและเหมาะสม
กับงาน

ความปลอดภัยในการยกเคล่อื นยายอปุ กรณโ ดยใชเ ครอ่ื งทุนแรง

เครื่องมือเครื่องทนุ แรงทีใ่ ชย กเลอ่ื น เคลือ่ นยา ยของหนกั โดยท่ัวไปแลว มมี ากมายหลายชนดิ
ขนึ้ อยูก บั การนาํ ไปใชงานประเภทใดแตทเ่ี รานํามาใชงานเกยี่ วกบั การายกเล่อื น เคลือ่ นยายของหนัก
ดงั นี้

1. เครนประจําที่ เปนเครนทต่ี ิดตงั้ ไวใ ชง านบริเวณพ้นื ทปี่ ฏิบตั งิ าน เชน เครนรางไฟฟา ประจํา
โรงงาน, เครนรางไฟฟาประจาํ ทา เรอื , เครนรางไฟฟาประจาํ อแู หง

2. รถเครน MOBILE CRANE เปนเครนทีส่ ามารถเดินทางไปปฏิบตั ิงานในพนื้ ทีต่ า ง ๆ
3. รถยก FORKLIFT เปนรถที่สามารถปฏบิ ตั งิ านยก เคลื่อนยา ย ไดค ลอ งตวั สะดวก รวดเรว็
ไมต องใชค นมาก
4. รถเขน็ HAND PALLET TRUCKS เปนรถเขน็ ทีส่ ามารถปฏิบตั งิ านในทแ่ี คบได
5. บนั ไดพาด สามารถใชง านในทีส่ ูงไมม าก และรถกระเชา เขา ไมถ งึ ในทแี่ คบ
6. เชอื ก ใชส าํ หรับผกู มัดสิง่ ของมิใหต กหลน มีท้งั หมด 12 ชนดิ ทกี่ องทพั เรอื ใชอ ยใู น
โรงงานเชือกรอก
7. รอกโซ เปนรอกกลไก โดยใชโ ซย กใชก าํ ลังเพียงเล็กนอ ย

63

เครื่องทุน แรง

เคร่ืองทุนแรง หมายถงึ เครือ่ งมืออปุ กรณท่ใี ชปฏิบัติงานยกเล่อื น เคลื่อนยา ยของหนกั เพ่อื
ชวยในการผอ นแรงหรอื การไดเ ปรยี บเชงิ กล ซงึ่ จะทําใหเ ราสามารถปฏบิ ัตงิ านไดสะดวกรวดเรว็
สนิ้ เปลอื งแรงงานนอย และเปน การประหยัดคาใชจ ายเคร่อื งทนุ แรงทกุ ชนิด ไดถกู ออกแบบและสรา ง
ขน้ึ มาไวใ ชง านทแี่ ตกตางกนั หรือสรา งขึน้ มาเพื่อใชไ ดเ ฉพาะงานเทาน้ัน ดังน้นั การทเ่ี ราจะนําเครือ่ ง
ทนุ แรงตาง ๆ ไปใชง านจาํ เปน ตองศกึ ษาวธิ กี ารใชป ฏบิ ตั ิตามคมู ือและคํานึงถงึ หลักการใชง าน ดงั นี้

1. ใชเคร่อื งทุนแรงไมถูกตอ งกับงาน เชน รอกแมแ รงยกทางดงิ่ นําไปใชด ึงหรอื ลากของ
ในทางระนาบหรือแนวนอน

2. ใชเครื่องทนุ แรงไมเ หมาะสมกบั งาน เชน ใชร อกแมแรงขนาด 1 ตัน นาํ ไปยกของท่ีมี
น้าํ หนกั มากกวา 1 ตนั

3. ใชเครือ่ งทนุ แรงไมถูกตามลักษณะของงาน เชน ของทม่ี ีลักษณะเปราะบาง หรอื ชํารดุ
เสยี หาย งา ย ควรใชเ ครื่องประกอบเครือ่ งทนุ แรงท่ีไมท ําใหของชํารดุ เสียหาย เชน บารยก , สลิงออน
เปนตน

เครื่องมอื ทนุ แรงและอปุ กรณป ระกอบการยก

1. สลงิ ยกของ ที่ใชก นั อยูท วั่ ไปมี 4 ชนดิ
1.1 สลิงเชือกมีลักษณะปลายขางหนงึ่ ทาํ เปน หว งขนาดขึ้นอยกู บั การนาํ ไปใชงานล
- สลงิ เชือกทาํ มาจากพืช เชน เชอื กมะนิลา, เชอื กกาบมะพราว
- สลิงเชอื กท่ีมาจากใยสังเคราะห เชน ไนลอน, เทอรลี นี
1.2 สลิงลวด ลักษณะปลายทง้ั 2 ขา ง ทาํ เปน หวง ขนาดแลวแตก ารนาํ ไปใชง าน
1.3 สลิงโซ ลักษณะปลายทง้ั 2 ขา ง ไมมหี ว งใช ใชข อและอุปกรณท ใี่ ชป ระกอบกับโซ

เชน ปากจับยดึ โซ
1.4 สลิงออ น (SOFT SLING) เปน สลงิ ทท่ี าํ มาจากใยสังเคราะห ลกั ษณะมีทงั้ เปน แบบ

เสนกลมและแบบเปน แถบ มีปายบอกขนาดความยาวของสลิงเปน เมตร และรบั น้าํ หนัก SWL (รับ
นํ้าหนกั นาํ้ หนกั ปลอดภยั ) , WLL (รบั นาํ้ หนักไดสงู สุด)

2. เสกล เปนอปุ กรณท่ีใชป ระกอบกับสลงิ ยกของโดยเฉพาะ สลงึ ลวดมใี ชก ันอยู 2 แบบ
- เสกลตรง ลักษณะเปน รปู ตวั ยู แข็งแรงมากกวาเสกลโคง 0.5 เทา ( 3 D )
- เสกลโคง ลักษณะคลา ยรปู ตวั ยู แตม ีความโคง มากกวา ( 2.5 D)

3. ขอ ใชป ระกอบกบั สลงิ ยกของ สวนมากใชก บั สลงิ โซ และสลิงลวด
4. หว ง ใชเปน หว งรวมสลงิ ในกรณที ่ใี ชส ลิงยกมากวา 1 เสน หรอื เปนอปุ กรณเ ฉพาะ หรอื
ใชป ระจาํ ท่ีโดยไมเ สียเวลาในการประกอบสลงิ ใชขอเก่ียวเขากบั จดุ ยกไดเลยและไมต องหาจุด
ศูนยก ลาง

64

5. รอกจาด คอื รอกไมท ่ีรอ ยเชอื กไวแ ลว นําไปใชงานยกของหรือลากดึง เพ่ือชวยผอนแรง
6. รอกแมแรง เปน รอกกลไกโดยใชโ ซย กใชกาํ ลงั เพยี งเล็กนอ ยก็สามารถยกของหนกั ได แต
การยกทําไดชา เปนไปตามกลไกของเฟอ ง รอกชนิดนนี้ ิยมใชมากท่ีสดุ ใชงานงา ย สะดวก รวดเรว็ เบา
แรง มีขนาดตงั้ แต 1 - 5 ตัว และ 10 ตัน

การใช และวิธีการเกบ็ รกั ษา

สลิงเชอื ก
1. สลงิ เชอื กท่ไี มไดใ ชง านเมือ่ เกบ็ ไวนาน ๆ ทําใหเส่อื มคุณภาพจงึ หมนั่ ตรวจตราทําความ
สะอาด
2. สลงิ เชือกท่ีนาํ ไปใชง านถกู กบั นาํ้ เคม็ เมื่อเลิกใชแ ลว ตอ งลา งนาํ้ จดื ใหส ะอาดและผึ่งแดด
ใหแหง
3. ระวังอยา ใหค รดู เสยี ดสวี สั ดแุ ขง็ เกลยี วจะสึกอาจขาดไดง า ย
4. เชอื กทขี่ มวดเปน ปม ไมค วรนําไปใชย กของหนักหรือเหน่ียวรง้ั
5. อยา ใชส ลิงเชือกในทางที่จะทําใหเ ชอื กคลายเกลยี ว
6. ถานาํ สลิงเชือกไปใชงานกระตกุ กระชากควรใชเ ชอื กเสน ใหญ

สลงิ ลวด
1. สลิงลวด เม่ือนาํ ไปใชงานเสร็จแลว หากสกปรกใหล างดว ยนาํ้ จดื แลวเช็ดใหแ หง แลวทา
จารบีใหท ว่ั
2. สลิงลวดเกาทีเ่ ปน สนมิ เสนเกลียวผุ ไมค วรนาํ ไปใชง านจะเกดิ อนั ตรายแกค น และส่ิงของ
เสยี หาย

เสกล
1. อยา นาํ เสกลไปใชงานเกนิ กาํ ลัง จะทาํ ใหแ กนคดเสียรปู ทรง หมนุ คลายเกลียวไมออก
2. อยา โยนเสกล ลงกระแทกกับพ้ืนจะทําใหเ สกลเสียหาย
3. เม่อื นําไปใชง านถกู กบั นา้ํ เคม็ ตอ งลางดว ยน้าํ จดื ใหส ะอาดและชะโลมนา้ํ มัน หรือจารบีให
ทั่ว โดยฉพาะเกลียวในและเกลียวนอก

ขอ , หวง
1. อยา นําไปใชงานท่เี กนิ กาํ ลังจะทาํ ใหข องาง เสียรูปทรง เกิดอบุ ัติเหตขุ ้ึนได
2. เม่อื นาํ ไปใชง านถกู กับนาํ้ เค็ม จะตอ งลา งดว ยน้ําจดื ใหส ะอาด แลว ชะโลมนาํ้ มัน หรือจารบี
ใหท ัว่

65

รอกชนิดตาง ๆ
1. อยานําไปใชง านเกินกําลังทีก่ าํ หนดไวต ามขนาดของรอก
2. อยา โยนหรือลากไปกับพนื้ จะทําใหเ ปลอื กรอกและอปุ กรณของรอกชาํ รุด เสยี หาย
3 อยานาํ ไปใชงานถูกกบั นาํ้ เค็ม ตอ งลางดวยนาํ้ จดื ใหสะอาด เช็ดใหแ หง และชะโลมน้ํามัน
หรอื จารบใี หท ่วั
4. กอนนาํ รอกแมแ รงไปใชง านตอ งตรวจความเรยี บรอ ยของอุปกรณท กุ ครัง้ หากพบส่ิงใด
ชาํ รุดหรอื ผดิ สงั เกต หา มนําไปใชเดด็ ขาด

หลกั การยกสง่ิ ของทม่ี ีนํา้ หนกั มาก

กลา วนํา
การยก เลื่อน และการเคลอ่ื นยา ยสิ่งของที่มนี า้ํ หนกั มาก เปนหนาทข่ี องชางสงั กัดโรงงาน
เชอื กรอกและการอู ดงั นนั้ เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านไดผ ลดี และเกดิ ความปลอดภยั กบั ส่ิงของและตัว
บคุ คล จึงจําเปนตองทราบ คณุ ลักษณะของเครือ่ งมือ เคร่อื งใช อุปกรณตาง ๆ และวธิ กี ารใชงาน
สญั ลักษณและเคร่อื งหมายทีห่ บี กลอง ตลอดจนขอ ควรระวงั ตาง ๆ ดว ย เพอ่ื ใหส อดคลองกบั เรอื่ ง
หลกั การยกสิ่งของท่ีมีนาํ้ หนกั มาก โดยใชเ อกสารของ นาวาโท สมนึก อนิ ทรจนั ทร มาประกอบใน
การเขยี น ดงั น้ี
เครือ่ งมอื และเครื่องทนุ แรง
เครอ่ื งมือและเครอ่ื งทนุ แรง คือ อปุ กรณท ่ใี ชใ นการผอ นแรงการทํางาน ทาํ ใหเ กดิ การ
ประหยดั แรงงาน สะดวกและปลอดภยั ในการทาํ งาน ซ่ึงมีมากมายหลายชนดิ ดว ยกัน ดังนั้น
ผปู ฏิบตั ิงานตอ งพจิ ารณาใชเ ครือ่ งมือเหลา นใี้ หเหมาะสมกับงาน ในที่นจ้ี ะกลา วเฉพาะเคร่ืองมือและ
เคร่ืองทุนแรงที่ใชส าํ หรบั ในการยกสงิ่ ของทมี่ นี าํ้ หนกั มากของโรงงานเชอื กรอกและการอเู ทา นน้ั คือ
1. เชอื ก
2. รอก
3. รถโฟลค ลิฟท
4. การใชร ถปน จนั่
1. เชอื ก มีอยู 12 ชนดิ คือ
1.1 เชอื กปา น
1.2 เชือกมะนลิ า
1.3 เชือกกาบมะพรา ว
1.4 เชอื กมะเล็น
1.5 เชือกนํ้ามนั
1.6 เชอื กกนั ชา

66

1.7 เชอื กปอ
1.8 เชือกสปนยารน
1.9 เชอื กดาย
1.10 เชอื กสายลอ็ ก
1.11 เชอื กลวด
1.12 เชอื กใยสงั เคราะห
วธิ กี ารใชแตละชนดิ ก็แตกตา งกันออกไป แตสว นมากเชอื กท่ใี ชในการผูกยกสิ่งของทมี่ ี
นํ้าหนกั มาก ๆ ไดแก เชือกมะนลิ า เชือกลวด เชอื กใยสงั เคราะห (ประเภทไนลอน) การนาํ เอาเชือก
หรือเชือกลวดมาใชผ กู ยกสงิ่ ของที่มีนาํ้ หนกั มาก ๆ ตองถักแทงเปนหว ง เชอื กท่แี ทงเปน หวงแลว
เรยี กวา “สลิงเชือก” สวนเชอื กลวดท่ถี ักแทงเปน หว งแลว เรยี กวา “สลิงเชอื กลวด”

การใชส ลงิ เชือกและสลิงเชือกลวด
- การนาํ สลิงเชือกและสลิงเชอื กลวดไปใชงานตอ งพิจารณาใหเ หมาะสมและสัมพนั ธกบั
ลกั ษณะของงาน เชน ตองการยกตุมนาํ้ หนกั สาํ หรบั ถว งเรือ ซงึ่ นา้ํ หนัก 1 ตัน เราก็ควร
ใชส ลงิ เชอื กหรือสลิงเชอื กลวด ซง่ึ มขี นาดใหญพอทจี่ ะสามารถนาํ ไปผกู หรอื มดั เพ่อื ยก
วัสดทุ ี่มีนา้ํ หนกั ไดไมตํา่ วา 1 ตัน ขึน้ ไป เปน ตน
- ใชเ สกลตอกบั สลิงเชอื กลวดเขา กบั งานเสมอ
- ประกอบสลงิ ใหอยูต าํ แหนงจดุ ศูนยถ ว งของงาน
- ปรับสลงิ ใหอยใู นตําแหนงสมดุลยข องนํ้าหนัก ในกรณที ใ่ี ชมากกวา 1 เสนขึ้นไป
- หลีกเลย่ี งอยา ใหสลิงบาดกบั ของมีคมในขณะยกงาน
- ในกรณที ีต่ อ งใชส ลงิ โอบรอบงานและอาจจะทาํ ใหสลงิ เกดิ หกั งอหรอื บาดกับของมคี ม
ใหใชไ มรองรบั เพ่อื ปองกนั ไว
- การใชสลิงลวดพึงระวังกระแสไฟฟา เน่ืองจากลวดเปน สื่อตัวนาํ ไฟฟา อาจจะทําใหเ กดิ
อนั ตรายได
- กอ นนําสลิงลวดหรอื สลิงเชอื กมาใชง าน ใหต รวจความเรียบรอยเสยี กอ น

2. รอก ดังไดก ลา วมาแลวในเร่ืองเชอื กรอกวาเปน เครอื่ งมือทีใ่ ชใ นการทุนแรงหรือผอ นแรง ดึง
รอกในราชนาวี มี 5 ชนดิ คือ
2.1 รอกธรรมดา
2.2 รอกตนี
2.3 รอกกล
2.4 รอกปุลเลห
2.5 รอกแมแ รง

67

สาํ หรบั รายละเอยี ดตาง ๆ ไดก ลา วไวใ นเร่อื งเชอื กรอกแลว จึงขอกลาวซาํ้ เฉพาะรอกซง่ึ
เก่ียวกบั ชา งยกของท่มี นี า้ํ หนกั มาก ๆ อกี ครง้ั หน่งึ คอื รอกแมแ รงซ่ึงเปนรอกที่ประดิษฐข นึ้ เพอื่ ชวย
ผอ นแรงในการยกน้ําหนกั เมอื่ ออกแรงเพยี งเลก็ นอย ก็สามารถยกส่งิ ของที่มนี ํา้ หนกั มาก ๆ ไดซ ่ึง แบง
ออกได 4 ประเภท คอื

1. รอกแมแรงดงึ ในทางด่งิ คอื รอกแมแรงท่ีใชในการดงึ ขึ้น – ลง ทาํ ดวยเหล็ก โดยใชโซ
เปน ตัวดงึ เพือ่ ยกน้าํ หนกั สว นมากใชย กเครอ่ื งจักรหรอื เคร่ืองยนตท มี่ ีนา้ํ หนกั มาก ๆ ที่อยใู นหอง
เคร่ืองของเรือเพ่ือขึ้นมาซอมทํา รอกแมแ รงในทางด่ิงมหี ลายขนาด 1 - 5 ตนั และ 10 ตัน ประโยชน
ของแรกแมแรงดึงในทางดิง่ คอื

- สามารถยกของไดในทแี่ คบและคนจาํ กดั
- จาํ นวนคนนอ ยก็สามารถทํางานได
- มคี วามมนั่ คงและปลอดภยั ในการทํางานดี
- เปนตวั นํากระแสไฟฟาจึงตอ งระวังอยา ใหเ กดิ ไฟฟาชอ ตได
- สามารถยกนา้ํ หนกั ไดสูงสดุ ประมาณ 8 ตนั
2. รอกแมแรงในทางระนาบ คือ รอกแมแ รงทีด่ ึงในทางระนาบนน่ั เอง ทําดวยเหลก็ ทเ่ี ปน รปู
ทรงกลม มกี านตอ มือโยกทตี่ วั รอก โดยใชโซแทนเชอื กเปนตวั ดึง ซึ่งประโยชนก ็คอื
- ใชใ นงานชกั เพลาใบจกั รเรือเมื่อปรับแตงศนู ยเ พลาใบจกั ร และอนื่ ๆ ตามความ
เหมาะสม
- คนจาํ นวนนอ ยก็สามารถทํางานได
- มคี วามม่นั คงและปลอดภยั ในการทํางาน
- เปน ตวั นํากระแสไฟฟา จึงตองระวงั อยา ใหเกดิ ไฟฟาชอตได
3. รอกแมแรงลวด คือ รอกแมแรงทท่ี าํ ดว ยเหล็กผสมอลมู เิ นยี ม มีลกั ษณะกลมยาวมกี าน ตอ
ออกมาจากตวั รอกเพ่ือใชม ือโยกสําหรบั ดึงเขาและคลายออก รอกชนดิ น้ใี ชล วดเปน ตวั ลาก หรือดงึ
นาํ้ หนกั ประโยชนของรอกชนดิ น้ี คอื
- ใชต รึงเรอื เมื่อเรอื ลอยนํ้าอยใู นอูเ พ่ือเขา รับการซอม
- ใชล ากหรอื ยกของหนักตาง ๆ
- ลากและยกของไดเ ปนระยะทางครงั้ ละมาก ๆ
- เปลย่ี นทิศทางในการลาดและยกไดสะดวก
- ใชในพน้ื ทจ่ี าํ กดั ไดด ี
- คนจํานวนนอ ยกส็ ามารถปฏบิ ัติงานได
- อยา ใหเ ขาใกลร ะบบไฟฟา เพราะเปน สือ่ ไฟฟาอาจทําใหไ ฟฟา ขดั ขอ งได

68

4. แมแรงไฮดรอลิกส แมแรงประเภทนใ้ี ชระบบกําลังดนั นาํ้ มนั เชน แมแรงทใี่ ชย กรถยนตข นึ้
เมื่อตอ งการซอ มทาํ สวนที่อยูใตทอ งรถหรอื ทาํ การเปลี่ยนยางรถ แมแรงชนิดน้ีมหี ลายแบบ ซ่งึ
สามารถใชปฏิบตั ิงานไดความเหมาะสม คอื

- ใชยกและดนั ในทางต้ัง เชน ยกรถข้ึนเพือ่ เปลย่ี นยางลอ รถ ฯลฯ
- สามารถยกและดันนํา้ หนกั ไดม ากถงึ ประมาณ 100 ตนั
- คนจาํ นวนนอ ยกส็ ามารถทาํ งานได
- ใชยกของในทแ่ี คบ ๆ

ขอควรระวงั ในการใชร อกแมแ รงแบบตา ง ๆ

- ตองปฏบิ ัติตามสมุดคมู ือขอแนะนําในการใชร อกแมแ รงแตล ะชนิด
- ใชง านใหถ ูกวธิ แี ละเหมาะสมกบั งาน
- อยา ใชร อกแมแ รงเกินกาํ ลงั ทีก่ าํ หนดไว
- กอ นนาํ รอกแมแรงไปใชต องตรวจความเรยี บรอยของอปุ กรณทกุ ครั้ง หากพบสิ่งใด

ชาํ รดุ หรอื ผดิ สังเกต หามนาํ ไปใชเดด็ ขาด
- หามโยน หรอื ลาก ขณะเคลอ่ื นยา ย
- เม่ือเลกิ ใชง านแลว ตองทาํ ความสะอาดทกุ คร้งั

3. รถโฟลค ลิฟท (FOLK LIFT)
รถโฟลคลิฟท เปนเครื่องมือทมี่ ีความจาํ เปน อยางมากในการใชย ก เลือ่ น เคลอ่ื นยายส่งิ ของ

ตาง ๆ ที่มีน้าํ หนกั มาก จากท่ีหนงึ่ รถชนิดนจ้ี ะมงี ายนื่ ออกไปขา งหนารถจํานวน 2 งา ซง่ึ สามารถ
ปรบั แตงงาใหส ูงต่ําได หลกั เกณฑก ารใชร ถตอ งปฏบิ ตั ดิ ังนี้

- ปฏบิ ตั ิตามคูมอื การใชร ถอยา งเครงครดั
- กอ นใชง านตองตรวจดคู วามเรยี บรอยของอุปกรณ ตวั รถ เครือ่ งยนต นํ้าหลอ และน้าํ มนั

หลอใหอ ยใู นระดบั ใชก ารได
- ผูไมมีหนาทห่ี า มใชรถอยา งเด็ดขาด
- ขณะเดนิ เครอื่ งตอ งมีเจา หนา ทใี่ ชร ถประจาํ อยเู สมอ
- อยา ใชร ถยกของท่มี ีนาํ้ หนกั เกนิ กําลงั ท่ีกาํ หนดไว
- หลีกเล่ยี งการใชรถในสถานท่อี าจเกิดอนั ตรายได เชน ริมเขอ่ื น และพน้ื ที่ทไี่ มแข็งแรง
- ในการยกของตอ งใหจดุ ศนู ยถ วงของนํา้ หนกั อยกู ึง่ กลางงาทัง้ 2 ขาง และตองใชเชือกผกู

ตงึ กบั งานเสมอ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ ขณะเคล่อื นยา ย
- อยาใชงายกของที่เหน็ วา อาจเกดิ ชํารุดเสยี หายกบั งาชนิ้ ได ถาจาํ เปน ตองใชค วรใชย าง

สวมงาปอ งกันไว
- อยา ตอ งายกของใหยาวเกนิ กวา ทกี่ ําหนดไว

69

- อยาใชง าของรถดนั สิง่ ของ
- การยกของในลักษณะดงึ ข้ึนหรอื หยอนลง ตอ งกระทําอยา งระมัดระวังและนมิ่ นวล ไม

กระตุกกระชาก
- เมอื่ เคลอ่ื นรถออกจากที่เพอ่ื นาํ ไปใชง าน ตองแนใ จวา ไมมสี ิง่ กีดขวาง หรือเปนอันตราย

แกบคุ คลและสงิ่ ของ
- ในการเคล่อื นยายของหนกั ในพน้ื ที่ลาดเอยี งใหเดนิ หนาขึ้นและ ขณะลงใหถ อยหลังลง

เสมอ
- ตอ งปฏบิ ัตติ ามกฎจราจรในพนื้ ท่อี ยางเครง ครัด
- ใชความเรว็ ของรถขณะยกของหนักประมาณ 5 กม./ชม.
- อยา ใชง านผดิ ประเภท
- เมอื่ เลกิ ใชรถแลว ใหล ดงาลงกับพนื้ และดึงหามลอ ทกุ ครง้ั
4. การใชรถปน จ่นั การท่จี ะใชรถปน จัน่ ใหถ กู วิธีและปลอดภยั ตองปฏิบัติดงั น้ี คือ
- ปฏบิ ัตติ ามคูมือและคาํ แนะนาํ ในการใช
- กอ นใชง านตองตรวจสอบความเรยี บรอย อปุ กรณต วั รถ เครื่องยนต น้าํ หลอ

นํา้ มันหลอลนื่ ตลอดจนระบบของการยก เชน รอก ลวด และสวนเคล่ือนไหวของ
ระบบไฮดรอลิกส
- ผใู ชร ถตองเปน เจาหนาที่ที่ชาํ นาญเทา นัน้
- ขณะเดินเคร่อื งตอ งมเี จา หนา ทขี่ ับรถประจาํ อยเู สมอ
- หามใชร ถยกของเกนิ กาํ ลงั ทกี่ ําหนดไว
- ใหปรับมมุ กระดกและความยาวของคนั เบด็ (แขนปน จ่นั ) ในการยกของใหเ ปน ตามคมู อื
ที่กาํ หนดไวของรถแตละคัน ตามพกิ ดั ความสงู ท่กี าํ หนดไว
- ในกรณีทยี่ กปน จั่นทีม่ ีฐานสาํ หรบั รองรับ ตอ งการฐานรองรบั เสมอ แมย กนา้ํ หนกั เพยี ง
เล็กนอย
- การยกของดึงขึน้ หรือหยอ นลงตองกระทาํ อยางระมัดระวงั ไมก ระตกุ กระชาก
- ขณะทย่ี กของหนกั แขวนอยู หามเคล่อื นรถปน จั่นเปน อันขาด
- การยกของดว ยรถปน จน่ั ตอ งใชสัญญาณเสมอ
- ตอ งใชเชือกผกู มดั ของใหแ นน และคอยประคองน้าํ หนกั ที่ยกทกุ ครงั้
- เมื่อจอดรถปนจัน่ ตองดงึ หามลอ ทกุ ครง้ั
- หามใชรถปน จนั่ ยกของขามศรี ษะผูอนื่ เดด็ ขาด
- เม่ือเลกิ ใชรถแลว ตอ งเก็บอุปกรณต า ง ๆ เขา ที่ใหเรยี บรอย

ขอจาํ กดั ของการยก

1. ตอ งทราบจํานวน นาํ้ หนกั ของส่ิงของ

70

2. เลือกวธิ ใี ชส ลิงท่ถี กู ตอ ง
3. พจิ ารณามมุ ทต่ี อ งสูญเสียแรงดงึ ของสลิง
4. เลือกอุปกรณท ่ีชวยยกที่เหมาะสม
5. ยึดอปุ กรณช วยยกตามความเหมาะสม

- หาศนู ยถ ว งของส่ิงของใหถ กู ตอ ง
- ปองกันสง่ิ ของจากการหมนุ
- ปองกันตะขอหรือสง่ิ ของล่ืนไถล
6. เคลียรพ ้นื ท่ี ทจี่ ะยกของใหป ลอดภยั
7. ในการยกสงิ่ ของ ตอ งตรวจสอบใหแ นใจกอนจงึ ยกได
8. ระวังการหลน ของสิง่ ของทกี่ ําลงั ยก อาจเกิดไดตลอดเวลา
9. หามลากอปุ กรณชว ยยกไปตามพืน้
10. สังเกตน้ําหนกั ท่ปี ลอดภยั พยายามอยาใหเ กนิ นา้ํ หนกั

การใชสลงิ ยกอยางถูกวธิ ี และปลอดภยั

หลกั การยก

1. ตองทราบจํานวนนาํ้ หนกั ของสงิ่ ของ

2. เลอื กวธิ ีการใชส ลงิ ท่ีถูกตอง

3. พิจารณามุมทีต่ อ งสูญเสยี แรงดงึ ของสลิงไป

4. เลือกอปุ กรณท ่ีชวยยกท่ีเหมาะสม

5. ยึดอปุ กรณช วยยกตามความเหมาะสม

ก) หาศนู ยถวงของส่ิงของใหถกู ตอ ง ข) ปองกนั ส่ิงของจากการหมนุ

ค) ปอ งกันตะขอหรือสง่ิ ของล่นื ไถล ง) เกบ็ รกั ษาสว นตาง ๆ ขิงส่ิงยกไมใ หแ อน

ไหลออกมา

6. เคลยี รพ้ืนทท่ี จ่ี ะยกของใหป ลอดภยั

7. การห้วิ ตอ งตรวจสอบกอ นทจี่ ะยกออกไป

8. ระวังการหลน ของส่งิ ของ อาจเกิดไดทุกเวลา 1 การแขวน
9. หา มลากอปุ กรณช ว ยยกไปตามพน้ื 2 ตรวจสอบ
10. สังเกตนุ ้าํ หนักทป่ี ลอดภยั อยา ใหเกินพกิ ดั ได 3 ยกออก
4 เอามอื ออกจากของทย่ี ก
จะยนื ทไ่ี หน 5 พันสลงิ สองทบ

ไมใชท นี่ ่ี

ตรวจของทีน่ ี่

71

72

ตาํ แหนงท่อี นั ตราย ตาํ แหนงท่ีถกู ตอ ง

การถว งดุลย

ปลายกระดก

ผกู สลิงใหมรี ะยะเทากัน
จากดุลศูนยถวง เพ่ือความสมดุลย

บางครงั้ เปนการยากท่ีจะหาจดุ ศูนยถ วง
โปรดระมัดระวังการผูกสลิงและยกอยา งระมัดระวัง
ปรบั และพยายามจนกวาจะยกไดสมดลุ

73

74

75

76

77

78

79

80

81

82
….

83

84

85

86

ความปลอดภยั ในการบํารงุ รักษารถยนต

ความปลอดภยั ในระหวางทาํ การบํารุงรักษารถยนต ควรปฏิบตั ติ ามขอ ควรระวงั ในการทาํ งาน
อยา งเครงครดั เพือ่ ใหร ถู งึ หลกั การทาํ งานทป่ี ลอดภยั เพอื่ หลีกเล่ยี งไมใ หเกดิ อุบตั ิเหตขุ นึ้ ได ซงึ่ เปน ผล
มาจากทัศนคตทิ ่ีไมถ ูกตอ ง ขาดความรคู วามชาํ นายและมสี ภาพรางกายทไี่ มเหมาะสมกบั งาน อยา งไร
กต็ าม หากไมแนใจเกยี่ วกบั วธิ ีการใชเครอ่ื งมือหรอื อุปกรณท ่ีใชใ นการทํางาน หรือไมแนใ จในการ
วเิ คราะหใ นการทาํ การตรวจสอบ ใหปรึกษาปญหาเหลา นนั้ กับผคู วบคมุ งานหรอื ผูช ํานาญ โดยไมควร
ตดั สินใจดว ยตนเอง หากไมม ีความมนั่ ใจ

ดงั นน้ั ในขณะทที่ าํ การบํารงุ รักษารถยนต จงึ ควรปฏบิ ตั ิใหถูกตองอยา งเครง ครัดเพอ่ื ความ
ปลอดภัยดังนี้

1. กอนปฏิบตั ิงานควรใชผ า คลมุ บงั โคลน ผาคลมุ เบาะและผา รองพน้ื รถ ท้งั นีเ้ พ่ือปองกัน
ความสกปรก และรอยขีดขว นท่เี กดิ จากเครอ่ื งมือ หัวเข็มขัด กับสรี ถยนต ดังแสดงในรูปท่ี 1.1

รูปท่ี 1.1 ใชผาคลุมบังโคลน เบาะรถ และผารองพน้ื เพ่อื ปองกนั
รอยขีดขว นและคราบสกปรกที่เกิดขนึ้ ระหวา งปฏบิ ัติงาน

2. เมื่อตอ งการใชแ ผนกนั้ ลอ ใหต ิดตงั้ แผนกั้นลอ ทงั้ ดานในและดา นนอกของลอหนา และลอ
หลัง ดังแสดงในรปู ที่ 1.2 เพ่อื ปองกนั อนั ตรายทจี่ ะเกดิ จากมอเตอรส ตารททํางานในขณะที่รถไมอ ยใู น
ตาํ แหนง เกยี รวาง ซ่งึ เปน การเพ่ิมความปลอดภัยใหม ากยงิ่ ข้ึน แ มวาเบรกมอื จะถกู ดึงไวกต็ าม

รปู ท่ี 1.2 ใชแผนกนั้ ลอปองกนั อนั ตรายเพ่ือชวย
เพ่มิ ความปลอดภัยใหม ากยงิ่ ขน้ึ ในขณะปฏิบัติงาน

87

3. การใชแมแรง ควรตงั้ แมแ รงใตค านหรือเพลา โดยใหแ ผน รองรบั น้าํ หนักของแมแรงอยตู รง
ศูนยกลางของจุดรองรบั และมีความม่ันคงเพียงพอ ไมลื่นไถลออกจากจดุ รองรบั ได ดงั แสดงในรปู ท่ี
1.3

ตําแหนง ข้นึ แมแ รงดา นหนา ตําแหนง ข้ึนแมแรงดานหลงั

รปู ที่ 1.3 การใชแมแรงยกรถ ควรใหแผน รองรับน้ําหนกั อยูต รงศูนยกลางของจุดรองรบั ใตคานและเพลาพอดี

4. ขาตง้ั ทใ่ี ชร องรับตวั ถงั รถ ควรใหอยใู นตําแหนงดังแสดงในรูปท่ี 1.4 ภายหลังจากทไี่ ด
ปรบั ตง้ั ระดับความสงู ของขาต้ังแลว

ตําแหนง รองรับขาตง้ั ดานหนา ตําแหนงรองรบั ขาต้ังดา นหลัง

รูปท่ี 1.4 ตาํ แหนงตดิ ตั้งขาต้ังรองรับตวั ถงั รถ

รูปที่ 1.5 ตําแหนง รองรบั ของขายกลฟิ ทกบั บันไดรถจะตอ ง 5. การใชลิฟทย กระทกุ
สมดุล ครัง้ จะตองเคล่ือนรถใหอ ยใู น
ตําแหนง สมดลุ โดยใหข ายกของ
ลฟิ ทกางออกใหก วางมากทสี่ ดุ
และควรระวังขายก อยาใหก ดทบั
ทอ ทางเดนิ ของระบบตาง ๆ ท่ีอยู
ภายใตทอ งรถ และตองขึ้นทบ่ี นั ได
ของรถซึ่งเปน จุดท่ีแข็ง โดยใหย าง
รองขายกตรงกับรองบนั ได ดัง
แสดงในรปู ท่ี 1.5

88
6. เคร่อื งมือพเิ ศษ (Special tool and sst) เปน เคร่ืองมอื ทถ่ี กู ทาํ ข้นึ มาใชแ ทนเครอ่ื งมอื
ประจาํ ตวั ธรรมดา ซ่ึงถา หากใชเคร่ืองมือประจาํ ตวั ธรรมดา อาจเปนอนั ตรายแกผูปฏิบัติ

จัดเรยี งชน้ิ สวนอุปกรณต ามลาํ ดบั

ระวงั สายพานขณะกําลังเดินเครือ่ งยนต

89

ลางเครอ่ื งกอ นทีจ่ ะทาํ การถอดประกอบ

แตงกายใหรัดกุมและเหมาะสมกับงาน
ลา งเคร่อื งกอ นทีจ่ ะทําการถอดประกอบ

ปฏบิ ตั ิงานในสถานท่ีทมี่ แี สงสวางเพียงพอ

90

ปฎบิ ัตงิ านในที่ท่มี แี สงสวางเพยี งพอ

กวดนตั ตามเขม็ นาฬกิ า และ คลายทวนเขม็ นาฬกิ า

91

ทาํ งานใตทองรถตอ งใชแ สตนรอง

อยา ใชสนั หลงั ยกของ

อยา ใชสนั หลงั ยกของ

92

สตารทเครื่องอยายืนหนารถปลดเกยี รว า ง

ระวังฝากระโปรงกระแทก

93

ดวงตาเปน หนาตางของดวงใจตอ งถนอมเอาไว

ใชเคร่ืองทนุ แรงในการทาํ งาน

94

ควรมเี ครื่องชว ยความจํา

ใชเ คร่ืองมอื ท่ถี กู ตอ ง

95

กวดนอ ตลอ ใหแ นน

จบั งานใหม่ันคง

96

เคร่อื งมอื ตองวางใหเ ปนระเบียบ

อยา ใชอ ารมณใ นการทาํ งาน

97

อยา ใชเครื่องมือผดิ ประเภท หรือเกนิ กาํ ลงั

กวดฝาสูบดวยประแจปอนด

98

เสรมิ สรา งความปลอดภยั ดวยหลกั การ 3 E

ปจจบุ ันประเทศไทยพฒั นากา วหนา ไปสรู ะบบอุตสาหกรรม ทําใหม ีโรงงานอุตสาหกรรม
เพ่ิมขนึ้ เปนจาํ นวนมาก เจาของโรงงานหรอื ผูประกอบการท้งั หลายไดแขงขนั การผลติ สินคาออกสู
ตลาด เพื่อใหม ีคุณภาพสงู ราคาถกู และเปน ทีน่ ิยมของประชาชนท่วั ไป และนําหลักการ 3 E มาใช
บริหารในโรงงาน จนประสบผลสําเรจ็ อยางมากมาย เชน พนกั งานมคี วามปลอดภยั ในการปฏิบตั งิ าน
สงู มีขวญั และกําลงั ใจเพม่ิ ขึ้น ไดผลผลติ สูง และลดการสญู เสียคาใชจายอันเน่ืองมาจากการเกิด
อุบตั เิ หตุอีกดว ย เมอ่ื ถึงสน้ิ ปเจา ของโรงงานและพนักงานตางไดรบั ผลตอบแทนสงู ทีไ่ ดรวมมอื กนั
สรา งความปลอดภยั ขน้ึ ในโรงงาน

หลกั การ 3 E มีอะไรบาง

หลักการ 3 E ท่ีเจาของโรงงานและพนักงานไดน ํามาแกไขและพฒั นาการปฏิบัติงานใหม ี
ประสทิ ธิภาพและปลอดภยั เพ่มิ ข้ึน มดี ังนี้

1. ความปลอดภยั (ENGINEERING) การใชค วามรทู างดานวศิ วกรรมศาสตรใ นการคํานวณ
และออกแบบ หรอื จดั หา เครือ่ งจกั รกล และเครอ่ื งทุนแรง ในการผลิตใหม ปี ระสิทธิภาพและ
ปลอดภัยสงู ขน้ึ รวมทัง้ ติดตงั้ เครอ่ื งปอ งกนั อันตรายสว นท่ีเคลื่อนไหวของเคร่อื งจกั รกล และการจัดผงั
โรงงานเกยี่ วกบั ระบบไฟฟา แสงสวา ง เสยี ง และการระบายอากาศใหถ กู ตอ งเหมาะสม เพือ่ ใชง านได
สะดวกและปลอดภัย กาํ หนดใหเ ปน E ตวั แรก

2. การศกึ ษา (EDUCATION) จัดใหม กี ารศกึ ษา อบรม แนะนํา กบั พนกั งาน หวั หนา งาน
ตลอดจนผูเกยี่ วของในการปฏบิ ัติงานโดยทุกคน ไดม คี วามรูและความเขา ใจเก่ยี วกับการปอ งกัน
อันตรายและวธิ ปี ฏิบัตงิ านทถ่ี กู ตอ ง กําหนดใหเปน E ตวั ท่สี อง

3. การออกกฎหมายและขอบังคบั (ENFORCEMENT) ไดกําหนดวธิ ีการปฏบิ ัติงานและมี
มาตรการควบคุมใหพนกั งานทุกคนปฏบิ ตั งิ านโดยวธิ ที ่ีถกู ตอง และปลอดภัย หากผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามก็
จะตองถูกลงโทษ เพ่อื ใหเกดิ ความสํานึก และหลีกเลยี่ งในการปฏิบตั งิ านทเ่ี ปน อนั ตราย กาํ หนดให
เปน E ตัวที่สาม


Click to View FlipBook Version