5
(3) ออกคําสั่งเปนหนังสือใหผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจัดการเปล่ียนแปลงซอมแซม
เกี่ยวกับโรงงานหรือเคร่ืองจักร หรือเกี่ยวกับการอ่ืนที่กอใหเกิดความรําคาญ หรืออันตรายแกบุคคลหรือ
ทรพั ยส ินใหแลวเสรจ็ ภายในระยะเวลาที่กําหนด
(4) ออกคําสั่งเปนหนังสือใหผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงาน
ท้ังหมด หรือบางสวนจนกวาจะไดปรับปรุงแกไขโรงงานใหเปนท่ีปลอดภัยหรือเปนไปตามประกาศของ
รัฐมนตรี ในกรณีการประกอบกิจการโรงงานอาจกอใหเกิดอันตรายแกบุคคลหรือทรัพยสินหรือในกรณีท่ี
ผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานไมขจัดเหตุรําคาญ ไมกําจัดส่ิงปฏิกูล ไมจัดระบบระบายน้ําทิ้ง หรือ
ระบบระบายอากาศใหถูกตองตามประกาศของรัฐมนตรี
(5) นําตัวอยางผลิตภัณฑท่ีสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพในปริมาณพอสมควรเพ่ือตรวจสอบคุณภาพพรอม
กับเอกสารทเี่ ก่ยี วของ
(6) ยดึ ผลติ ภณั ฑหรือภาชนะบรรจทุ ีอ่ าจกอ ใหเกิดอันตรายแกบ ุคคล หรือทรพั ยสนิ
(7) ผูกมัดประทับตราเครื่องจักรเพื่อมิใหเครื่องจักรทํางานไดในกรณีที่ผูรับใบอนุญาตประกอบ
กิจการโรงงานไมปฏิบัติตามคําส่ังของพนักงานเจาหนาท่ีซึ่งส่ังตาม (3) หรือ (4) ทั้งน้ีตองไดรับอนุมัติจาก
ปลดั กระทรวง หรือผูซ ่ึงปลัดกระทรวงมอบหมายใหอ อกใบอนญุ าต
คาํ อธิบาย
มาตรา 36 เปนบทบัญญัติที่กําหนดถึงอํานาจของพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน
พ.ศ. 2518 เพอ่ื ควบคมุ โรงงานใหป ฏบิ ตั ิการตามกฎหมาย
มาตรา 36 (2) , (3) และ (4) เปนมาตรการทางกฎหมายในการปองกันอุบัติเหตุอันตรายและ
เสริมสรางความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม โดยใหอํานาจพนักงานเจาหนาท่ีในการตรวจโรงงานและ
ส่ังการแกไขปรับปรุงอาคารโรงงาน เคร่ือง และสภาพการณตาง ๆ ท่ีไมปลอดภัยตอการทํางาน อันจะ
กอ ใหเ กดิ อันตรายหรอื ความเสียหายแกบคุ คลและทรัพยส นิ ได
มาตรา 39 ผูร ับใบอนญุ าตประกอบการโรงงานมหี นา ท่ีกระทําดงั ตอ ไปน้ี
(1) รกั ษาโรงงานใหม น่ั คงแข็งแรงและมีสภาพอนั ปลอดภัยอยเู สมอ ตลอดจนดแู ลรักษาเคร่ืองจักรให
มีสภาพมั่นคงและแขง็ แรงปลอดภัยเหมาะแกการใช
(2) จัดใหโ รงงานมีทางออกฉุกเฉนิ พอเพียงกบั จํานวนคนงาน
(3) จัดใหมีสญั ญาณแจงเหตุอนั ตราย
(4) จัดใหมีเคร่ืองดับเพลิง หรือสิ่งอื่นท่ีใชในการดับเพลิงจํานวนเสพียงพอแกสภาพขนาดหรือ
ลกั ษณะการประกอบกิจการโรงงาน ตลอดจนไดจัดใหมีการปองกนั อัคคีภยั โดยวิธอี น่ื ดว ย
(5) จัดโรงงานใหถูกตอ งตามสขุ ลักษณะและอนามยั
6
(6) จดั ใหมีการกาํ จัดส่ิงปฏิกลู การระบายนาํ้ ท้ิงและการระบายอากาศ
(7) จัดใหม แี สงสวา งพอเพยี งแกการทํางาน
(8) จัดสถานทีท่ าํ งานใหพอเพยี งและเหมาะสมกบั จาํ นวนคนงาน เคร่อื งจกั ร วัตถุดบิ และ
วตั ถสุ ําเรจ็ รปู
(9) จดั ใหม ีเคร่อื งมอื ในการปฐมพยาบาล
(10) จัดใหมีสวมและที่ปสสาวะอันถูกตองตามสุขลักษณะตลอดจนสถานท่ีสําหรับทําความสะอาด
รา งกาย
(11) จัดใหม นี ้ําสะอาดสําหรับดม่ื
(12) จัดใหมกี ารปอ งกันอุบตั ิเหตุ หรืออนั ตรายที่อาจเกดิ จากเครอื่ งจักร เครอื่ งมือ เคร่ือง
เคล่ือนยาย หยิบยกหรือลําเลียงพัสดุ สายไฟฟา ทอไอนํ้าหรือวัตถุอันเปนสื่อสงกําลังในโรงงานโดยจัดใหมี
รว้ั เครือ่ งกน้ั หรือเครอื่ งปอ งกนั อยา งอื่นเพอ่ื ความปลอดภัย
(13) จัดใหมีการเก็บและใชโดยปลอดภัยเก่ียวกับวัตถุมีพิษ วัตถุเคมี วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือ
วัตถุอื่นที่อาจเปนอันตรายหรือที่อาจทําใหเกิดฝุนละออง ความรอนแสงหรือเสียงซ่ึงเปนอันตรายในการ
ปฏิบตั งิ านในหนา ทท่ี เี่ ก่ยี วกบั วัตถนุ น้ั ๆ ทั้งน้ี ภายใตบังคับกฎหมายวาดวยการน้ันตลอดจนจัดใหมีวิธีปองกัน
และเครอ่ื งปอ งกนั มใิ หเ กดิ อนั ตรายแกค นงานซงึ่ ปฏบิ ัติหนา ทีน่ ้นั ๆ ดวย
(14) ประกอบกจิ การโรงงานมิใหเกิดเหตุรําคาญตามกฎหมายวาดวยสาธารณสุข
(15) จดั ทํารายงานเกย่ี วกับปรมิ าณการผลิตและการจาํ หนายของโรงงาน
(16) จดั ใหมีการกระทําอยางอนื่ ตามท่รี ัฐมนตรกี าํ หนด
ท้ังนี้ ใหเปนไปตามหลักเกณฑแ ละวธิ กี ารทร่ี ฐั มนตรีประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
7
คําอธิบาย
มาตรา 39 เปนบัญญัติที่กําหนดหนาท่ีของผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (เจาของโรงงาน
หรือผูจ ัดการตามทะเบยี นนิตบิ คุ คล) ซึ่งจะตอ งดาํ เนินการเพ่อื ใหเกดิ ความปลอดภัยและสุขลักษณะอนามัย
ภายในโรงงานอุตสาหกรรมของตนเอง โดยกําหนดเปนหนาที่หลักจํานวน 16 ขอ สวนรายละเอียดใน
ลักษณะของมาตรฐานหรอื เกณฑบงั คบั ขั้นตํา่ ไดก ําหนดไวช ัดเจนในประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม ฉบับที่ 2
(พ.ศ. 2513) , ฉบบั ท่ี 4 (พ.ศ. 2514) , ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2525) , ฉบับท่ี 18 (พ.ศ. 2528) (1) ประกาศกระทรวง
อุตสาหกรรมท่ีกลาวนี้ไดทําเปน “หลักเกณฑและวิธีการท่ัวไป” สําหรับผูประกอบกิจการโรงงาน จะได
ยดึ ถอื เปน แนวทาง หรือมาตรฐานขนั้ ตํ่าท่ีจะตอ งปฏบิ ตั ิตามมาตรา 39 แบงเปน 14 หมวด ดังน้ี
หมวดที่ 1 การรักษาโรงงาน และเครอื่ งจกั ร
หมวดที่ 2 ทางออกฉกุ เฉนิ ในโรงงาน
หมวดที่ 3 สัญญาณแจง เหตุอนั ตราย
หมวดที่ 4 เคร่ืองดบั เพลิงหรอื ส่ิงท่ใี ชใ นการดับเพลงิ และการปอ งกนั อคั คภี ัย
หมวดท่ี 5 การกําจดั สงิ่ ปฏกิ ลู การระบายนํา้ ท้งิ และการระบายอากาศ
หมวดที่ 6 แสงสวางในการทาํ งาน
หมวดท่ี 7 การจัดสถานท่ีทํางาน
หมวดที่ 8 เครือ่ งมือในการปฐมพยาบาล
หมวดที่ 9 สวม ทีป่ ส สาวะและสถานทีท่ ําความสะอาดรา งกาย
หมวดท่ี 10 นํา้ สะอาดสาํ หรับดม่ื
หมวดท่ี 11 การจดั โรงงานใหถกู ตองตามสุขลกั ษณะและอนามยั
หมายเหตุ (1) จัดพมิ พใ นวารสารโรงงาน ปท่ี 4 ฉบับท่ี 3 กมุ ภาพันธ – พฤษภาคม 2528
หมวดท่ี 12 การปอ งกันอุบตั เิ หตหุ รอื อันตรายจากเคร่ืองจกั ร เคร่ืองมือ เคร่ืองเคลื่อนยายหยิบยก
หรอื ลาํ เลียงวสั ดุ สายไฟฟา ทอไอนํ้า หรือวัตถอุ นั เปน พษิ ในโรงงาน
หมวดท่ี 13 การเก็บและการใชว ตั ถุมีพิษ วตั ถุเคมี วัตถุไวไฟ วตั ถรุ ะเบดิ และวัตถุอื่นท่ีอาจเปน
อนั ตราย หรอื อาจทาํ ใหเ กิดฝุนละออง ความรอน แสงหรือเสียง ซึ่งเปนอันตรายในการปฏิบัติงานกับวิธีการ
ปองกนั และเคร่ืองปอ งกันมิใหเกิดอนั ตรายแกคนงาน
หมวดที่ 14 การประกอบกจิ การโรงงานมไิ ดเ กดิ เหตุราํ คาญ
8
พระราชบัญญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2512
ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไ ว ณ วันที่ 24 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2512
เปนปท ่ี 24 ในรัชกาลปจ จบุ นั
9
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหประกาศ
วา
โดยที่เปน การสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยโรงงาน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไว โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา
ดังตอ ไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตนิ ี้เรยี กวา “ พระราชบัญญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2512 “
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศในราช-กิจจา
นุเบกษาเปนตน ไป
มาตรา 3 ใหยกเลิก
(1) พระราชบญั ญัตโิ รงงาน พทุ ธศักราช 2482
(2) พระราชบญั ญัตโิ รงงาน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2503
ความในมาตรา 4 เดิม ถกู ยกเลกิ โดยมาตรา 3 แหง พ.ร.บ.โรงงาน (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2518
และใชค วามใหมแทนดังตอไปนี้
“มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิใหใชบังคับแกโรงงานของทางราชการที่ดําเนินงานโดยทางราชการ
เพ่ือประโยชนแหงความม่ันคงหรือความปลอดภัยของประเทศ แตโรงงานดังกลาวตองปฏิบัติตาม
กฎกระทรวงท่ีวาดวย ท่ีต้ังของโรงงาน การปองกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดหรือเกิดแกบุคคลหรือ
ทรัพยส นิ หรอื เหตรุ ําคาญ การกาํ จัดสิ่งปฏิกูล การระบายนํ้าทิง้ หรือการระบายอากาศ”
มาตรา 5 ในพระราชบญั ญัติน้ี
“โรงงาน” หมายความวา อาคารสถานทีห่ รือยานพาหนะทีใ่ ชเ ครือ่ งจักรมีกําลังรวมต้ังแตสองแรงมา
หรือกําลังเทียบเทาต้ังแตสองแรงมาขึ้นไป หรือใชคนงานต้ังแตเจ็ดคนขึ้นไป โดยใชเครื่องจักรหรือไมก็ตาม
เพ่อื ใชส ําหรับทาํ ผลติ ประกอบ บรรจุ ซอม ซอ มบาํ รงุ ทดสอบ ปรับปรงุ แปรสภาพ หรอื ทาํ ลายส่ิงใด ๆ
ท้ังนต้ี ามประเภทหรอื ชนดิ ของโรงงานทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
“เคร่ืองจักร” หมายความวา ส่ิงที่ประกอบดวยชิ้นสวนหลายช้ินสําหรับใชกอกําเนิดพลังงานเปลี่ยน
หรอื แปลงสภาพพลังงาน หรอื สง พลังงาน ทงั้ นี้ ดวยกาํ ลังนาํ้ ไอนํ้า เชอ้ื เพลงิ ลม กาซ ไฟฟา
หรือพลังงานอื่นอยา งใดอยางหนึ่ง หรอื หลายอยางรวมกนั และหมายความรวมถึงเคร่ืองอุปกรณ ไฟลวีล ปุล
เล สายพาน เพลา เกยี ร หรือส่งิ อ่ืนท่ที าํ งานสนองกนั
“คนงาน” หมายความวา ผซู ่งึ ทํางานในโรงงาน ทัง้ นี้ ไมร วมถงึ ผซู ง่ึ ทาํ งานฝายธุรการ
“พนักงานเจาหนาท”ี่ หมายความวา ผซู ึ่งรฐั มนตรีแตงต้ังใหป ฏบิ ัติการ ตามพระราชบัญญัตนิ ี้
“ปลดั กระทรวง” หมายความวา ปลัดกระทรวงอตุ สาหกรรม
“รฐั มนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี รู ักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
ความในมาตรา 6 เดิม ถูกยกเลิกโดยมาตรา 4 แหง พ.ร.บ. โรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2518 และใช
ความใหมแทนดงั ตอไปน้ี
10
“มาตรา 6 รัฐมนตรีมีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดโรงงานใด ๆ ท่ีมีลักษณะตอง
ตามที่ระบุตอไปน้ี ใหไดรับยกเวนจากปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติน้ีทั้งหมด หรือแตบางสวน
นอกจากในสวนที่เก่ียวกับการควบคุมปองกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดหรือเกิดแกบุคคลหรือทรัพยสิน
หรอื เหตรุ าํ คาญ การกาํ จดั สงิ่ ปฏิกูล การระบายนา้ํ ทงิ้ หรอื การระบายอากาศ คือ
(1) โรงงานท่มี ีวัตถุประสงคเพ่ือการศึกษาวจิ ัยสําหรับการพฒั นาอุตสาหกรรม
(2) โรงงานของสถาบันการศึกษาทีต่ ั้งขนึ้ เพอ่ื วัตถุประสงคในการฝก อบรมนกั ศกึ ษา
(3) โรงงานทด่ี ําเนนิ งานเพยี งเปน อปุ กรณทจี่ าํ เปน สาํ หรับการอน่ื ซงึ่ มใิ ชก จิ การโรงงาน
(4) โรงงานทีด่ าํ เนนิ งานอันมีลกั ษณะเปน อตุ สาหกรรมในครอบครวั หรอื
(5) โรงงานทด่ี าํ เนินงานอันมลี ักษณะไมอ านเปน อนั ตรายหรอื ราํ คาญแกผ ูใด
ประกาศดงั กลาวจะกําหนดหลกั เกณฑ วิธกี ารและเงอ่ื นไขดวยกไ็ ด
ในกรณีที่เปนการประกาศใหโ รงงานใดไดร บั ยกเวน ในสวนที่เกย่ี วกบั การขอรับใบอนญุ าต
ใหถ ือวา ผปู ระกอบกจิ การโรงงานเปนผูร ับใบอนุญาตในสวนอนื่ ที่มิไดร บั ยกเวน”
มาตรา 7 ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงต้ัง
พนักงานเจาหนาที่กับออกกฏกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัติน้ี และกําหนด
กจิ การอื่นเพอ่ื ปฏิบตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
กฏกระทรวงน้ัน เมือ่ ไดป ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบ ังคับได
กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2512)
ออกตามความพระราชบัญญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2512
อาศัยอํานาจตามความใจมาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 12 และมาตรา 21 แหงพระราชบัญญัติโรงงาน
พ.ศ. 2512 รัฐมนตรีวา การกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฏกระทรวงไว ดงั ตอไปน้ี
ขอ 1 ผูใดประสงคจะขออนุญาตต้ังโรงงาน หรือผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ผูใด
ประสงคจะขยายโรงงาน ใหย ื่นคําขอตามแบบ ร.ง. 1 ทายกฏกระทรวงนี้ พรอมดวยแผนผังและรายการของ
โรงงานและเคร่อื งจักรกบั เอกสารครบถวนตามที่ระบุไวใ นแบบ ร.ง. 1
11
การยื่นคําขอรับใบอนุญาต ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ใหทําคําขอเปน 2 ฉบับ ยื่นตอ
กระทรวงอุตสาหกรรม ในจังหวัดอื่นใหยืนคําขอเปนสามฉบับ ยื่นตออําเภอทองที่ที่ต้ังโรงงานอยู หรือจะย่ืน
ตอกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได
ขอ 2 ใบอนญุ าตตง้ั โรงงาน ใหทําตามแบบ ร.ง. 2 ทา ยกฏกระทรวงน้ี
ขอ 3 ใบอนุญาตขยายโรงงาน ใหทาํ ตามแบบ ร.ง. 3 ทา ยกฏกระทรวงน้ี
ขอ 4 ใบอนญุ าตประกอบกิจการโรงงานใหท ําตามแบบ ร.ง. 4 ทา ยกฏกระทรวงนี้
ขอ 5 โรงงานตองต้ังอยูในทําเลที่เหมาะสมและมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการอุตสาห-กรรม
ตามขนาดและประเภทหรอื ชนิดของโรงงาน โดยไมอาจกอใหเ กิดอนั ตราย เหตุรําคาญ หรือความเสียหายตอ
บุคคลหรือทรัพยสนิ ของผอู น่ื
ขอ 6 โรงงานตอ งมลี กั ษณะดังตอไปน้ี
(1) ม่ันคงแขง็ แรงและเหมาะสมและมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการอุตสาห-กรรมน้ัน
ๆ โดยมีคํารับรองของผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือวิศวกรอ่ืนที่กระทรวงอุตสาหกรรม
เห็นชอบในการคํานวณและออกแบบ
(2) มีการระบายอากาศทีเ่ หมาะสม โดยใหมพี ื้นท่ปี ระตู หนาตา ง และชองลมรวมกัน โดย
ไมน ับที่ติดตอ ระหวางหอ งไมนอยกวา 1 ใน 10 สวนของพื้นท่ขี องหอง หรอื มกี ารระบายอากาศไมนอยกวา
0.5 ลูกบาศกเ มตรตอ นาที ตอคนงาน 1 คน
(3) มปี ระตหู รือทางออกใหพอกบั จํานวนคนในโรงงานทีจ่ ะหลบหนีภัยออกไปไดทันทวงที
เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดข้ึนอยางนอยสองแหง อยูหางกันพอสมควร บานประตูตองเปนแบบผลักเปดออกไดงาย
และมีบนั ไดระหวางชั้นอยางนอ ยสองแหง อยหู า งกนั พอสมควร
(4) ระยะด่ิงระหวางพ้ืนถึงเพดานโดยเฉล่ียตองไมนอยกวา 3.50 เมตร เวนแตจะมีการ
จัดระบบปรบั อากาศ แตระยะด่งิ ดงั กลาวตองไมนอ ยกวา 3.00 เมตร
(5) บันไดตองม่ันคงแข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และจํานวนที่เหมาะสมกับอาคารโรงงาน
และการประกอบกิจการอุตสาหกรรมนั้น ๆ ขน้ั บนั ไดตองไมล่ืนและมีชอ งระยะเทากันโดยตลอด
(6) บนั ได และพื้นหรือทางเดินที่อยูสูงจากระดับพื้นตั้งแต 1.50 เมตรข้ึนไปอยางนอยตอง
มีราวท่ีม่ันคงแข็งแรงและเหมาะสม ทั้งน้ี กระทรวงอุตสาหกรรมอาจกําหนดใหมีสวนประกอบอ่ืนเพื่อ
ปองกันอันตรายหรือยกเวนการจัดใหมีราวดงั กลาวได
(7) พื้นตองมัน่ คงแข็งแรง ไมขรขุ ระหรือมีนํ้าขัง หรือลื่น อันอาจกอใหเกิดอุบัติเหตุได
งาย
(8) บริเวณหรือหองทํางานตองออกแบบใหมีพื้นที่ไมนอยกวา 3 มาตรงเมตร ตอ คนงาน
1 คน
(9) วัตถุท่ีใชในการกอสรางตองเหมาะสมกับการประกอบกิจการอุตสาหกรรม ตามขนาด
และประเภทหรอื ชนดิ ของโรงงานรวมทง้ั ทไ่ี มก อ ใหเ กิดการลกุ ลามของอคั คีภยั
12
(10) ในกรณีทม่ี ลี ิฟต ลฟิ ตต องมีสวนปลอดภัยไมนอยกวาท่ีเทาของนํ้าหนักท่ีกําหนดใหใช
ทั้งนี้ โดยถือวาคนท่ีบรรทุกมีนํ้าหนัก 70 กิโลกรัมตอหน่ึงคนและตองเปนแบบที่จะเคลื่อนท่ีไดก็ตอเมื่อประตู
ไดปดแลว กับตองมีทางออกฉุกเฉินดวย ลิฟตตองมีปายระบุจําจํานวนคนหรือนํ้าหนักที่จะบรรทุกได ให
เห็นไดง าย และชัดเจน
(11) จัดใหม ีสายลอฟาตามความจาํ เปน และเหมาะสม
(12) จัดใหมีที่เก็บรักษาวัตถุหรือส่ิงของท่ีอาจกอใหเกิดอันตรายหรืออัคคีภัยไดงายไวในที่
ปลอดภยั
ขอ 7 เคร่ืองจกั รตองมลี กั ษณะดงั ตอไปนี้
(1) มั่นคงแข็งแรงและเหมาะสม โดยมีคํารับรองของผูประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม
หรือวิศวกรอ่ืนที่กระทรวงอุตสหกรรมเห็นชอบในการคํานวณออกแบบและวางแผนติดตั้งและใชเคร่ืองจักร
ใหมคี วามปลอดภัยและไมกอใหเกิดความสัน่ สะเทือน เสยี ง หรือคลนื่ วทิ ยุ รบกวนผอู ยูอ าศัยใกลเ คยี ง
(2) มีเครื่องปองกันอันตรายอันอาจเกิดจากสวนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักรตามความจําเปน
และเหมาะสม
(3) บอหรือถังเปดท่ีทํางานสนองกันกับเคร่ืองจักรท่ีอาจเปนอันตรายในการปฏิบีติงานของ
คนงานตองมีขอบหรือราวก้ันแข็งแรง ปลอดภัย ทางดานที่คนเขาถึงไดสูงไมนอยกวา 100 เซนติเมตร จาก
ระดับพ้นื ที่ตดิ กับบอ หรอื ถงั น้ัน
(4) หมอน้ําและการติดต้ังหมอน้ํา ตองม่ันคงแข็งแรงปลอดภัยในการใชงาน และมี
สวนประกอบท่จี าํ เปนตามหลักวชิ าการที่ยอมรับกนั
(5) เคร่ืองอัดกาซ (Compressor) และภาชนะท่ีจะใชกับงานที่มีความกดดันแตกตางจาก
บรรยากาศ ตองเปนแบบที่แข็งแรงทนทาน เหมาะสมกับงานนั้น และมีสวนประกอบในตําแหนงท่ีจําเปน
ตามหลกั วชิ าการทีย่ อมรบั กัน
(6) การเดนิ สายไฟฟา และการติดตั้งเครื่องยนตไฟฟา สวิทซไฟฟา และอุปกรณเคร่ืองไฟฟา
อ่ืน ตองเปนไปตามหลักวิชาการท่ียอมรับกัน โดยมีคํารับรองของผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือ
วิศวกรอ่ืนท่กี ระทรวงอุตสาหกรรมเห็นชอบ
(7) เคร่ืองยก (Crane and Hoist) และสวนท่ีรับนํ้าหนักตอเนื่องกันตองมั่นคงแข็งแรงมี
ลกั ษณะ ขนาด และจํานวนทเี่ หมาะสม และตอ งมปี า ยระบุนาํ้ หนกั ปลอดภัยสงู สดุ ทจี่ ะใชยกของไดใหเห็นงาย
และชัดเจน กับตองมีที่หามลอ ซึ่งสามารถจะหยุดนํ้าหนักไดไมนอยกวาหน่ึงเทาครึ่งของน้ําหนักปลอดภัย
สูงสุด และถาเปนเคร่ืองยกท่ีใชไฟฟาตองมีอุปกรณสําหรับหยุดยก และตัดกระแสไฟฟาเมื่อยกนํ้าหนักถึง
ตาํ แหนงสงู สุดทก่ี ําหนด
(8) การติดตั้งทอ และอุปกรณสําหรับสงวัตถุทางทอตองเปนไปตามหลักวิชาการท่ียอมรับ
กนั
13
(9) เคร่ืองลําเลียงขนสง (Conveyor) ซ่ึงมีสายลําเลียงผานเหนือบริเวณซ่ึงมีคนปฏิบัติงาน
หรือทางเดิน ตองมีเคร่ืองปองกันของตกแบบแผนหรือตะแกรงกันดานขางและรองรับของตกตลอดได สาย
ลาํ เลยี งน้นั โดยใหอ ยูในลักษณะทจ่ี ะทาํ ใหเ กิดความปลอดภัยในการปฏิบตั ิงานสาํ หรบั เครอื่ งลําเลียงขนสง ทมี่ ี
สายลาํ เลยี งตา งไปจากแนวระดับตองมีเคร่อื งบังคบั ท่ีทาํ ใหสายลาํ เลียงหยุดไดเ องเมือ่ เครือ่ งหยดุ ปฏบิ ตั ิงาน
(9) โรงงานท่ีมีการระบายนํ้าท้ิงตองมีวิธีการขจัดน้ําท้ิงที่ถูกตองและเหมาะสมพรอมทั้งมีแบบแปลน
แผนผงั และคาํ อธบิ ายโดยละเอยี ดแสดงวิธีการขจัดน้ําทิ้ง (Waste water treatment process) ซึ่งไม
กอใหเ กดิ อนั ตราย ความเสยี หายหรือเหตเุ ดอื ดรอ นราํ คาญ
ใหไ ว ณ วันท่ี 4 มถิ ุนายน 2512
พลโท พ. ปุณณกันต
รฐั มนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม
(86 ร.จ.3 ตอนที่ 50 (ฉบับพเิ ศษ) ลงวนั ที่ 4 มถิ ุนายน 2512)
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใชกฏกระทรวงฉบับน้ี คือ เพื่อปฏิบัติใหเปนไปตาม มาตรา 7 มาตรา 8
มาตรา 12 มาตรา 21 แหง พระราชบญั ญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2512 ซึ่งออกกฏกระทรวงขึน้ ไว
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบบั ท่ี 4 (พ.ศ. 2514)
ออกตามความพระราชบัญญตั ิโรงงาน พ.ศ. 2512
เรอื่ ง หนา ทขี่ องผรู บั ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 39 แหงพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512
รฐั มนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกประกาศกําหนดหลักเกณฑและวิธีการที่ผูรับใบอนุญาตประกอบ
กจิ การโรงงานทุกประเภทหรอื ชนดิ มีหนาทีก่ ระทําการตอจากทีก่ ําหนดไวใ นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบบั ท่ี 2 (พ.ศ. 2513) ลงวนั ที่ 24 กรกฎาคม 2513 ดังตอไปน้ี
14
หลกั เกณฑแ ละวิธกี ารทว่ั ไป
หมวดที่ 11
การจดั โรงงานใหถ ูกตองตามสุขลักษณะและอนามัย
ออกโดยอาศยั อาํ นาจตามความใน (5) แหงมาตรา 39
ขอ 1 ตองจัดโรงงานใหสะอาดปราศจากส่ิงสกปรก รกรุงรัง และใหถูกสุขลักษณะและอนามัยตาม
สภาพของโรงงานแตละประเภทหรอื ชนดิ
หมวดท่ี 12
การปอ งกนั อบุ ัติเหตุหรอื อันตรายจากเคร่อื งจักร เครอื่ งมอื
เครอื่ งเคลือ่ นยา ย หยิบยก หรอื ลําเลยี งวัสดุ สายไฟฟา ทอไอนํา้
หรือวัตถอุ ันเปนส่อื สง กําลังในโรงงาน
ออกโดยอาศัยอํานาจตามความใน (12) แหง มาตรา 39
ขอ 2 เคร่ืองจักรใดท่ีผูผลิตไดติดเคร่ืองปองกันอันตรายไวเพ่ือความปลอดภัย หรือมีเคร่ืองจักร
ปองกันอันตรายอยูในวันตรวจโรงงานและเคร่ืองจักร ตามมาตรา 12 ตองดูแลรักษาเคร่ืองปองกันอันตราย
ของเครอ่ื งจักรดงั กลาวใหอ ยูในสภาพเชน น้ันเสมอ
ขอ 3 ช้ินสวนของเครื่องจักรท่ีมีการเคลื่อนไหวอันอาจจะเปนอันตรายตองมีเคร่ืองปองกันอันตราย
ที่มนั่ คงแข็งแรง และหามถอดยาย เปล่ยี นแปลงหรอื ซอ มเคร่ืองปองกันอันตราย รวมทั้งอุปกรณและกลไกของ
เครื่องปองกนั อนั ตรายในขณะท่ีเครื่องจกั รมีการเคลือ่ นไหว
ขอ 4 ไฟลวลี ตองมฝี าครอบหรอื ตาขายเหล็ก ชองกวา งไมมากกวา 5 เซนติเมตร ปดกันคนงานหรือ
สง่ิ ของกระทบไฟลวลี เวนแตใ นกรณใี ดกรณหี นึ่ง ดงั ตอไปน้ี
(1) ไฟลวีลที่ในการใชงานปกติ หมุนไมเร็วกวา 500 รอบตอนาที จะจัดใหมีร้ัวที่ม่ันคง
แข็งแรง กั้นสูงจากพ้ืนไมนอยกวา 100 เซนติเมตร มีลูกนอนอยางนอย 1 ลูกสูงจากพ้ืนไมมากกวา 30
เซนตเิ มตรและหางจากไฟลวีลไมน อ ยกวา 50 เซนติเมตรแทนกไ็ ด
(2) ไฟลวีลท่ีสูงจากพ้ืนท่ีปฏิบัติงานหรือทางเดินลอดต้ังแต 250 เซนติเมตรข้ึนไป ซึ่งตองมี
เคร่อื งปองกนั อนั ตราย ก็ตอเมอ่ื พนักงานเจา หนาทอ่ี อกคําส่งั เปนหนงั สอื ใหจ ัดทาํ
(3) ในกรณีท่ีจําเปนตองใชคานสอดเพื่อหมุนไฟลวีลเม่ือจะเดินเครื่อง จะจัดใหมีชองไวที่
เครอ่ื งปอ งกนั อนั ตรายสาํ หรับสอดคานเขา ไปก็ได
(4) ในกรณีที่จําเปนตองใชคนหมุนไฟลวีลเมื่อจะเดินเคร่ือง จะจัดใหมีชองปดเปดไวท่ี
เคร่ืองปองกันอันตราย เพอ่ื ประโยชนแกการนนั้ ก็ได
15
ขอ 5 เครอ่ื งตนกาํ ลังกลทุกชนดิ ยกเวนเคร่อื งยนตไ ฟฟา ตอ งมีเครื่องรกั ษาระดับความเร็วอัตโนมัติ
(governor) ท่มี ปี ระสิทธิภาพดี
ขอ 6 ตองจัดใหมีวิธีหยุดเดินเครื่องจักรไดในกรณีฉุกเฉิน จากท่ีซี่งอยูหางจากสวนท่ีเคลื่อนไหว
ของเคร่ืองจกั รในระยะท่ีปลอดภยั แกก ารปฏบิ ตั ิ
ขอ 7 ถาจําเปนตองมีทางเดินขามเพลาหรือท่ียึดเพลา ทางเดินนั้นตองมีพ้ืนที่ม่ันคงและมีราวกั้น
อยางแข็งแรง
ขอ 8 เพลา สายพาน ปุลเล และอุปกรณสงถายกําลังอื่น จะไมมีเคร่ืองปองกันอันตรายตามขอ
ขา งตน กไ็ ด หากไดจ ัดใหอ ยูในบริเวณหรือหองเฉพาะ และปฏบิ ัตติ ามขอ ตอ ไปน้คี รบถวนทุกขอ คอื
(1) หองหรือบริเวณดังกลาวปด ไมใหผ ูท่ีไมมหี นาทเี่ กย่ี วขอ งวเขาไป ตลอดเวลา
ที่กําลงั เดนิ เครอ่ื งอยู
(2) ควบคมุ จากพนื้ ถงึ เพดานหรอื วัตถอุ ่ืนใดเหนอื ทางเดนิ ไมน อยกวา 170 เซนตเิ มตร
(3) มแี สงสวางเพียงพอ พ้นื แหงราบเรียบ ไมลนื่ และมัน่ คงแขง็ แรง
(4) มเี ครอ่ื งปอ งกันอันตรายตามทางเดนิ ของชา งเครื่อง
ขอ 9 เพลาท่ีสูงจากพ้ืนที่ปฏิบัติงานหรือทางเดินไมมากวา 250 เซนติเมตร ตองมีเครื่องปองกัน
อนั ตรายที่มั่นคงแข็งแรงอยางใดอยางหนึง่ ดังน้ี
(1) ครอบปด ยาวตลอดตัวเพลาโดยรอบหรอื อยา งรอยท่สี ดุ ดานขางและดา นบนหรือดานลา ง
ทีค่ นทาํ งานหรอื สิง่ ของอาจกระทบเพลาได
(2) รั้วกั้นสูงจากพ้ืนไมนอยกวา 100 เซนติเมตร มีลูกนอนอยางนอย 1 ลูก สูงจากพ้ืนไม
มากกวา 30 เซนตเิ มตร และหางจากเพลาไมนอ ยกวา 50 เซนติเมตร
ขอ 10 ขอตอเพลา คลัช ปุลเล และสายพานหรือโซสงถายกําลังท่ีอยูสูงจากพื้นหรือพื้นท่ี
ปฏิบตั ิงานไมม ากกวา 2.5 เมตร ตองมีเคร่ืองปอ งกันอันตรายอยา งม่ันคงแข็งแรง
ขอ 11 เกียรท่ีอยูในบริเวณท่ีอาจจะกอใหเกิดอันตรายได ตองมีเครื่องปองกันอันตรายอยางมั่นคง
แขง็ แรงอยางใดอยางหนึ่งดงั ตอไปน้ี
(1) มีครอบปดคลุมหมด นอกเสียจากจานเกียรเปนแบบทึบจะใชครอบปดคลุมเฉพาะขอบ
ตรงบรเิ วณพันเกยี รก ็ได
(2) ถา เปน เกียรข นาดใหญ ตอ งทาํ คอกกน้ั อยางม่ันคงแข็งแรง
ขอ 12 ตองไมใชง านปลุ เลท่มี สี ภาพไมม่นั คงแข็งแรง หรือมรี อยราว หรือขอบบ่นิ แตกรา ว
ขอ 13 ปุลเลที่มีความเร็วที่ขอบนอกมากกวา 1,200 เมตร ตอนาที ตองเปนปลุเลท่ีไดสรางข้ึน
ถูกตองตามหลักวิชาการเพ่อื กจิ การนน้ั เปนพเิ ศษเทานน้ั
ขอ 14 ปุลเลที่ใชกับสายพานแบน ที่ไมมีการขยับเล่ือน ตองมีหนานูนเพ่ือปองกันไมใหสายพาน
หลดุ
16
ขอ 15 ถาปุลเลอยูหางจากปุลเลตายหรือคลัชหรืออยางอื่น ๆ ไมมากกวาความกวางขอสายพาน
ตองจัดใหมเี ครอ่ื งปอ งกนั ไมใหสายพานหลุดทางดา นทอี่ ยูใกลกบั ปลเุ ลตาย หรือคลชั หรอื อ่ืน ๆ นั้น
ขอ 16 ปุลเลท่ีตดิ อยูที่ปลายเพลาลอยตองมีเครอื่ งปอ งกันไมใ หส ายพานหลุดออกนอกเพลาได
ขอ 17 ถาสายพานหรือโซสงถายกําลังอยูสูงจากพื้นหรือพื้นท่ีปฏิบัติงานไมมากกวา 250
เซนติเมตร ตองมีเคร่ืองปองกันดานขางสูงพนจากสวนบนของสายพานหรือโซสงถายกําลังไมนอยกวา 40
เซนติเมตร หรือสูง 250 เซนติเมตร จากพื้นหรือพ้ืนที่ปฏิบัติงานแลวแตวาอยางไหนจะนอยกวากัน แตตอง
สูงไมน อ ยกวา 100 เซนติเมตร ท้ังน้ี เวนแตวาสายพานหรอื โซสงถายกําลงั จะมคี รอบปด คลุมหมด
ขอ 18 สายพานสงถายกําลังที่มีความกวางมากกวา 12 เซนติเมตร ความเร็วของสายพานตั้งแต
540 เมตรตอนาทีขึ้นไป และศูนยกลางปุลเลหางกันต้ังแต 300 เซนติเมตรข้ึนไป ถาอยูสูงจากพ้ืนหรือพ้ืนที่
ปฏบิ ตั ิงานมากกวา 250 เซนติเมตร ตองมีเครอ่ื งปองกนั ดา นลา งตลอดความยาวของสายพาน
ขอ 19 คันขยับสายพานตองมีเครอ่ื งบังคับไมใหส ายปน ขามปลุ เลไ ดเ อง
ขอ 20 ในอาคารโรงงานเดยี วกัน คนั ขยับสายพานหรือคันขยับคลัช ตองขยับไปทางเดียวกันเมื่อ
จะหยุดเครอื่ ง ยกเวน คันขยับสามตําแหนง
ขอ 21 เคร่ืองจักรท่ีไมไดขับเคร่ืองตนกําลังเฉพาะตัว ตองจัดใหมีคลัชปุลเลฟรีหรือวิธีการอ่ืนใดที่
เหมาะสม เพ่อื ใหห ยุดหรือเดินเคร่อื งจักรน้ันเฉพาะตัวไดโ ดยสะดวกและปลอดภยั
ขอ 22 สวชิ ตดั ตอนของเครื่องยนตไ ฟฟา ตองเปนชนิดท่ีไมอาจจะเปด-ปด ไดเมื่อมีการกระทบโดย
บงั เอิญ
ขอ 23 ถาสวิชตัดตอนเปนแบบปุมกด ตองเปนแบบท่ีมีปุมกดเดินและปุมกดหยุดแยกกัน ปุมกด
เดินตอ งเปนชนิดสีเขียวหรอื ดํา สวนปุมกดหยุดตองเปน ชนิดสแี ดง
ขอ 24 เคร่ืองจักรท่ีใชงานหลายคนปฏิบัติงานรวมกัน ตองมีเคร่ืองบังคับมิใหเครื่องจักรน้ัน
ปฏบิ ัตงิ านไดใ นขณะทค่ี นงานอยูในตําแหนง อันอาจจะเปน อันตรายได
ขอ 25 ถา เครื่องจกั รขับดวยเครื่องยนตไฟฟา หลายเครื่อง นอกจากมีสวิชตัดตอนเฉพาะเคร่ืองไฟฟา
แตละเครอ่ื งแลว ตองมสี วชิ ตดั ตอนหยดุ เครอ งยนตไฟฟาท้งั หมดพรอ มกันดวย
ขอ 26 เครื่องจักรขนาดใหญ ซึ่งสามารถจะเคลื่อนตอไปไดอีกดวยแรงเฉื่ย แมจะไดหยุดสงถาย
กําลังแลว ตองมีหามลอท่ีมีประสิทธิภาพพอท่ีจะหยุดเคร่ืองไดโดยเร็ว ในกรณีท่ีอาจจะก่ิใหเกิดอันตรายได
ตองมีหามลอ ชนิดอตั โนมัติ
ขอ 27 ไฟฟาแสงสวางและไฟฟากําลังท่ีใชผลิตหรือชวยในการผลิต ตองใชวงจรแยกจากกันแตละ
วงจรตองมสี วิชตัดตอนชนดิ ที่สามารถตัดวงจรเมอ่ื กระแสไฟฟา ไหลผานเกนิ กาํ ลัง
ขอ 28 ในหองปฏิบตั ิงานหรอื หองเกบ็ ส่งิ ของทอ่ี าจมี กา ซ ควัน ฝุน ไอ หรือหมอกท่ีติดไฟไดงาย
ตองเดนิ สายไฟฟา ในทอ เครอ่ื งยนตไฟฟา สวชิ ไฟฟา และอุปกรณไฟฟาอ่ืน ๆ ตองเปนแบบปดชนิดปองกัน
การระเบิด และหามใชหลอดไฟฟาฟลูออเรสเซนทแบบมีสตารทเตอรสวิชตัดตอนแบบใบมีด เตาเสียบและ
อปุ กรณท อ่ี าจทําใหเ กิดประกายไฟได
17
ขอ 29 หลอดไฟฟา ท่จี ะใชเคล่ือนยา ยไปมา ตองมีเคร่ืองปองกันการกระทบแตก และตองเปนแบบ
ทสี่ รางข้นึ เพอ่ื ใชในกจิ การนัน้ ๆ โดยเฉพาะ
ขอ 30 เครื่องยนตไฟฟา หรือเคร่ืองใชไฟฟาชนิดที่เคลื่อนยายไปมาไดตองใชปล๊ักและเตาเสียบที่
แข็งแรงและมที ี่ตอ กบั สายดนิ ดวย
ขอ 31 เคร่ืองยนตไ ฟฟา ท่ีมขี นาดต้ังแต ¼ แรงมา ขึ้นไป ตองมีเคร่ืองปองกันกระแสเกินขนาดและ
การใชเ กนิ กาํ ลัง
ขอ 32 เคร่ืองยนตไฟฟาและเครื่องไฟฟาตองตอสายดิน การตอสายดินตองใชเสาไฟฟาขนาด
พ้ืนที่หนาตัดไมนอย 2.5 ตารางมิลลิเมตร และไมเล็กกวาคร่ึงหนึ่งของสายไฟฟาเขาเครื่อง แตไมจําเปนตอง
ใหญกวา 70 ตารางมิลลิเมตร ตอเขากับทอนํ้าชนิดโลหะท่ีติดตอลงถึงพื้นดินได หรือตอลงสูทอหรือแทง
ทองแดงซ่ึงยาวไมนอยกวา 150 เซนติเมตร เสนผาศูนยกลางไมนอยกวา 1 เซนติเมตร ฝงในพ้ืนดินท่ีชั้นลึก
ไมนอ ยกวา 150 เซนตเิ มตร หรอื ตอลงสตู วั นาํ อืน่ ดว ยวธิ ที ีถ่ ูกตอ งตามหลักวชิ าการ
ขอ 33 ตองดูแลรักษาสายไฟฟา สายดิน เคร่ืองยนตไฟฟา สวิช เตาเสียบและอุปกรณไฟฟาอื่น
ๆ ใหอยใู นสภาพเรียบรอ ย ไมห ลดุ หลวม แตกราว หรอื ผกุ รอน
ขอ 34 แผงสวิช หมอแปลงแรงไฟ แคพแปชิเตอร แบตเตอร่ี ขนาด 150 โวลตข้ึนไปท่ีมิไดติดตั้ง
ไวใ นหอ งทจี่ ัดไวโ ดยเฉพาะ ตอ งจัดทํารั้วกันโดยรอบมใิ หบคุ คลท่ีไมม หี นาท่ีเกี่ยวขอ งเขาไปได
ขอ 35 หา มมใิ หซ อ มสายไฟฟาหรืออปุ กรณไฟฟา ในขณะท่มี กี ระแสไฟฟา ไหลผาน
ขอ 36 สายไฟฟา เคร่ืองไฟฟาและอุปกรณ ตองไดรักการตรวจรับรองเห็นชอบจากผูไดรับ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หรือนายชางของการไฟฟานครหลวง หรือนายชางของการ
ไฟฟาสวนภูมิภาค หรือจากวิศวกรที่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นชอบทุก ๆ ระยะ 1 ป โดยมีเอกสารรับรอง
เปน หลักฐานทุกป
ขอ 37 ตองจัดใหทุกคนท่ีอยูในบริเวณงานที่อาจจะเปนอันตราย สวมหมวกปองกันอันตรายตาม
ความเหมาะสม
ขอ 38 ตองจัดใหทุกคนท่ีอยูในบริเวณงานที่อาจจะเปนอันตรายตอตา หรือใบหนา สวมแวนตา
(Safety glasses หรอื goggle) หรือกระบงั หนา (face shield) ทม่ี ีประสทิ ธิภาพและเหมาะสม
ขอ 39 ตองจัดใหทกุ คนที่อยูในบริเวณงานที่มีเสียงดังเกินกวา 80 เดซิเบล หรือเสียงดังอันอาจเปน
อันตรายตอแกวหู อดุ หูดวยทอี่ ุดหู (ear plug) ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ
ขอ 40 ตอ งจัดใหทุกคนทอี่ ยูใ นบริเวณงานที่อาจจะเปน อันตรายตอ ใบหูและรูหู สวมเครือ่ งปองกนั หู
(ear guard) ทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ
ขอ 41 ตองจัดใหคนงานที่ใชมือในการปฏิบัติงานอันอาจสัมผัสกับสวนที่แหลมหรือคมของวัตถุ
สวมถุงมอื ที่มคี วามเหนยี วทนตอวตั ถุแหลมคม
ขอ 42 ตองจัดใหคนงานท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุท่ีรอน สวมเครื่องปองกันอันตราย เชน ถุงมือ
รองเทา ซึ่งทาํ ดว ยวตั ถทุ ่ีมคี ุณภาพเปนฉนวนความรอน ตามความจําเปนและเหมาะสม
18
ขอ 43 ตองจัดใหคนงานท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุเคมี กรด ดาง อันอาจจะเปนอันตรายตอผิวหนัง
สวมเครื่องปองกันอันตราย เชน ถุงมือ รองเทาหุมนอง ผากันเปอนที่ทําดวยยางหรือพลาสติก หรือวัตถุท่ีมี
คุณสมบัติทนทานตอการกดั กรอ นของสารเคมีน้นั ๆ ตามความจาํ เปนและเหมาะสม
ขอ 44 ตองจัดใหคนงานท่ีปฏิบัติงานอันอาจเปนอันตรายตอขา หรือเทา สวมเคร่ืองปองกัน
อันตรายท่ขี าหรือเทา ตามความจาํ เปนและเหมาะสม
ขอ 45 ตองจัดใหคนงานทปี่ ฏบิ ัติงานเกย่ี วกบั งานไฟฟา สวมรองเทา ที่มคี ณุ สมบัตเิ ปน ฉนวนไฟฟา
ขอ 46 ตองจัดใหคนงานที่ตองการไปปฏิบัติอยูบนที่สูง ซ่ึงตองมีการปนปายใชสายรัดหรือเข็ม
ขัดกันตก
ขอ 47 ตองจัดใหคนงานท่ีปฏิบัติงานอันอาจจะเปนอันตรายตอระบบการหายใจสวมเครื่องปองกัน
อันตราย (respiratory protection) หรือเคร่ืองชวยในการหายใจที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมตอการ
ปฏิบตั งิ านนนั้ ๆ
ขอ 48 ตองทําความสะอาดและรักษาเคร่ืองปองกันอันตรายสําหรับคนงานใหอยูในสภาพเรียบรอย
พรอ มที่จะใชงานไดต ลอดเวลา
หมวดที่ 13ж
การเกบ็ และการใชว ตั ถมุ พี ิษ วัตถุเคมี วตั ถไุ วไฟ วัตถุระเบิด
และวัตถอุ ื่นทอี่ าจเปนอนั ตรายหรอื ทอี่ าจทาํ ใหเ กิดฝุน ละออง ความรอ น
แสงหรอื เสยี ง ซึง่ เปนอนั ตรายในการปฏิบัตงิ าน กับวิธีการปองกนั
และเครือ่ งปอ งกันมิใหเกดิ อันตรายแกค นงาน
ออกโดยอาศัยอํานาจตามความใน (13) แหงมาตรา 39
ขอ 49 ตองแยกเก็บวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอ่ืนที่อาจเปนอันตรายหรือที่อาจทํา
ใหเกิดฝุนละออง ใหเปนระเบียบและเปนสัดสวนตางหาก และตองปดกุญแจหองเก็บทุกครั้งเม่ือไมมีการ
ปฏบิ ัตงิ านในหอ งนี้แลว
ขอ 50 ตองจัดใหมีการระบายอากาศในหองเกบ็ และหอ งปฏิบตั ิงานอันเกี่ยวกับวตั ถมุ ีพิษ วัตถุไวไฟ
วัตถุระเบิด หรือวัตถุอื่นที่อาจเปนอันตรายหรือท่ีอาจทําใหเกิดฝุนละอองอยางเพียงพอและตองปองกันมิให
อากาศท่ีระบายออกจากหอง เปนอันตรายตอบุคคลหรือทรัพยสินของผูอ่ืน หรือเปนเหตุเดือดรอนรําคาญกับ
ตองดูแลรกั ษาใหหอ งตาง ๆ ดงั กลา วอยใู นสภาพทีม่ ัน่ คงแข็งแรงเหมาะสมแกงานนั้น ๆ
ขอ 51 ตองไมใหวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือวัตถุท่ีระเหยเปนไอไดงายอยูใกลเตาไฟ หมอนํ้า ทอ
ไอนา้ํ สายไฟฟา แรงสงู บริเวณที่อาจมกี ารเกดิ ประกายไฟ หรอื ในที่ซ่ึงมอี ณุ หภูมสิ งู
19
ขอ 52 ตองจัดทําปาย “ วัตถุมีพิษ “ “ วัตถุไวไฟ หามสูบบุหร่ี “ “วัตถุระเบิด หามสูบบุหร่ี”
แลว แตก รณี และปาย “ หามบคุ คลท่ไี มมหี นาทเี่ กยี่ วขอ งเขา “ ดวยตวั อกั ษรสีแดงขนาด 20 เซนติเมตรบนพ้ืน
สีขาว และปายเคร่ืองหมายแจงอันตรายติดไวใหเห็นไดอยางจชัดเจนที่หนาทางเขาทุกหอง กับควบคุมดูแล
ใหค นงานปฏิบตั ติ ามขอหามนั้น ๆ อยางเครงครดั
ขอ 53 ตอ งดูแลรกั ษามใิ หมกี ารรวั่ ไหลของวตั ถมุ พี ษิ ออกมาจากเครื่องจักรท่ีใชในการทําผลิต บรรจุ
แปรสภาพ แยก หรอื ผสมวัตถุมีพิษ
ขอ 54 ตองทําความสะอาดเครื่องจักร อุปกรณตาง ๆ ท่ีใชเก่ียวของกับวัตถุมีพิษกอนใชงานกับวัตถุ
อยางอื่นทกุ ครั้ง เพ่อื ปอ งกนั มิใหเ กิดปฏกิ ิรยิ าเคมขี องสารตางชนดิ กัน
ขอ 55 ตองดูแลรักษาทอและสวนประกอบของทอสงวัตถุใหอยูในสภาพเรียบรอย ไมมีการ
แตกรา ว ร่วั ชาํ รดุ หรือเกดิ การไหลยอ นกลบั
ขอ 56 ทอ สง วัตถุมพี ษิ วตั ถุไวไฟ วตั ถรุ ะเบิด ตางชนิดกัน ตองทาสี หรือเครื่องหมายแสดงความ
แตกตา งไวอ ยางชัดเจน
ขอ 57 ทอสงวตั ถุทม่ี อี ณุ หภูมิสงู กวา 100 องศาเซนติเกรด ตองมีฉนวนกนั ความรอ นหุมตามความ
จาํ เปน และเหมาะสม เพ่อื มใิ หเกดิ อันตรายตอ บุคคลหรอื ส่ิงของ
ขอ 58 ตอ งจัดไมใ หท อสง วตั ถไุ วไฟ อยใู กลเ ตาไฟ หมอ นํา้ ทอไอนํา้ สายไฟฟาแรงสูง เครื่องยนต
ไฟฟา สวิทชไ ฟฟา หรือสว นของเคร่อื งจกั ร ทมี่ ปี ระกายไฟฟา หรอื บรเิ วณที่มอี ุณหภมู สิ ูงกวา ปกติ
ขอ 59 ตองวางทอสงวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด ในลักษณะที่จะไมทําใหเกิดการชํารุด
เสยี หาย
ขอ 60 ตองดูแลรักษาล้ินเปดปดตาง ๆ มิใหมีการรั่วซึม และตองมีเครื่องหมายแสดงการเปดหรือ
ปด ของลิน้ ไวด วย
ขอ 61 การเปด ปด ล้นิ ทีต่ อ งปฏิบัติไปตามลําดับ ตองมกี ลไกควบคมุ เพือ่ มใิ หเกิดอันตรายข้ึนได
ขอ 62 ตองแยกภาชนะสําหรับบรรจุวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด แตละชนิดใหเปนสัดสวน
ไมป ะปนกนั และตองจัดทาํ ปา ยชอ่ื วตั ถุที่บรรจุตดิ ไวท ีภ่ าชนะทกุ ใบ
ขอ 63 ภาชนะบรรจุวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด และอุปกรณตองเปนแบบแข็งแรง ทนทาน
และปลอดภยั ในการใชงาน กับตอ งดูแลรักษาใหอ ยูใ นสภาพเรียบรอ ยและปลอดภัยตอ การใชงานอยเู สมอ
ขอ 64 ภาชนะท่ีบรรจุวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟหรือวัตถุที่ระเหยเปนไอไดงายตองปดฝาอยางสนิท
มดิ ชดิ
ขอ 65 ตอ งทาํ ความสะอาดภาชนะท่ีใชกับวัตถมุ พี ษิ วตั ถไุ วไฟ วัตถุระเบิด หลังจากใชงานแลวทุก
ครง้ั ภาชนะบรรจทุ ีไ่ มตองการใชใ หท ําลายเสีย หามนําไปบรรจวุ ัตถุสิง่ ของอื่น ๆ
ขอ 66 ภาชนะบรรจุวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด ตองเปนแบบท่ีหยิบยกหรือขนยายไดดวย
ความปลอดภยั
20
ขอ 67 ตองจัดใหคนงานที่ปฏิบัติงานเก่ียวกับวัตถุมีพิษ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอ่ืนท่ีอาจ
เปนอันตราย หรือทีอ่ าจทําใหเกิดฝุนละออง ความรอน แสงหรือเสียง ซึ่งอาจเปนอันตรายตอการปฏิบัติงาน
ในหนาที่ สวมเคร่อื งปอ งกนั อนั ตราย ตามความเหมาะสมตอ การปฏบิ ัติงานน้นั ๆ
ขอ 68 ตอ งจดั ใหม กี ารอบรม แนะนาํ ช้แี จงคนงานใหเ ขา ใจถึงเหตุอันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นไดของ
งานตาง ๆ ที่ตนปฏิบัติอยู ตลอดจนอธิบายใหรูถึงวิธีระมัดระวังปองกันอันตรายและการใชมาตรการแกไข
อบุ ตั ิเหตทุ ่อี าจเกิดขนึ้ จากการปฏิบัตงิ านไดไ นทันทีดวย
ขอ 69 ตอ งไมยอมใหผูท่ีไมมีหนาท่ีโดยตรง หรือผูซ่ึงไมเขาใจดีถึงเหตุอันตรายของงานปฏิบัติงาน
ท่มี อี ันตราย
ขอ 70 ตองไมใหมีการรับประทานอาหารหรือเคร่ืองด่ืมในบริเวณโรงงาน ซึ่งมีการปฏิบัติเก่ียวกับ
วัตถุมีพิษ ท้ังนี้ นอกเสียจากจะไดกระทําในหองอาหาร หรือโรงอาหารอยางถูกตองตามสุขลักษณะอนามัย
โดยเฉพาะ
ขอ 71 ตองใหคนงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ ลางมือและลางหนากอนรับประทานอาหาร
และทาํ ความสะอาดรา งกายเมอ่ื เลกิ งานแลว
ขอ 72 ตอ งไมใ หม กี ารพกั อาศยั อยูในอาคารโรงงานหรอื โรงเกบ็
ขอ 73 ในการซอมเคร่ืองจักรตาง ๆ ที่ผูปฏิบัติงานอาจไดรับอันตรายจากวัตถุมีพิษ วัตถุเคมี วัตถุ
ไวไฟ วัตถุระเบิด ตองใชผูท่ีมีความชํานาญในการปฏิบัติงานนั้น ๆ โดยเฉพาะ และตองสวมเคร่ืองปองกัน
อันตรายตามความเหมาะสมดวย ในการซอมตองหยุดเคร่ืองจักรสวนอื่นท่ีอาจจะกอใหเกิดอันตรายได และ
ใหผูที่ไมมีหนา ทีเ่ กี่ยวขอ งในขณะปฏบิ ัตงิ านออกจากบรเิ วณนน้ั
ขอ 74 ในกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดข้ึนในขณะปฏิบัติงาน ตองหยุดงานสวนนั้น ๆ ทันทีคนงานซึ่งไมมี
หนาที่ซอมแซมแกไขตองออกจากบริเวณนั้นโดยดวน และจัดใหมีการแกไขหรือระงับอุบัติเหตุท่ีเกิดข้ึน
โดยใหผ ูทีเ่ ก่ยี วขอ งกับการปฏบิ ตั ิงานสวมเครื่องปองกนั อนั ตรายตามความเหมาะสม
หมวดท่ี 14<
การประกอบกจิ การโรงงานมใิ หเกิดเหตรุ าํ คาญ
ออกโดยอาศัยอํานาจตามความใน (14) แหงมาตรา 39
ขอ 75 ตองทําการกําจัดกลิ่น เสียง ความสั่นสะเทือน ฝุนละออง เขมา เถาถาน ที่เกิดขึ้น
จากโรงงานมใิ หเปน ท่เี ดอื ดรอนหรือเปน เหตเุ สือ่ มหรืออาจเปน อันตรายแกสขุ ภาพของผูอ ยอู าศยั ใกลเคียง
ขอ 76 ตอ งดูแลรกั ษาระบบเกบ็ เสียง ทอไอเสีย หมอ พักของเครื่องตนกําลังใหอยูในสภาพ
เรียบรอยตลอดเวลา
ขอ 77 โรงงานท่ีมีการใชเตาหรือเครื่องจักรอ่ืนใด ซ่ึงทําใหมีเขมาควันออกสูบรรยากาศ
ตอ งปลอ ยออกทางปลอ งท่ีมคี วามสูงตามความจําเปน และเหมาะสม ความดาํ ของเขมาควันที่ปากปลองตองไม
21
เกินรอยละสี่สิบของความดํามาตราฐานริงเกลมานน เวนแตในชวงระยะเวลาส้ันในขณะที่เร่ิมติดเตาหรือติด
เคร่อื ง เขยี่ ขี้เถา เปา เขมา หรือเกิดขัดของขึน้ ในระบบขจดั เขมาควัน
ใหไ ว ณ วนั ท่ี 11 สงิ หาคม 2514
พลโท พ. ปุณณกนั ต
รฐั มนตรีวา การกระทรวงอุตสาหกรรม
< ใหดปู ระกาศกระทรวงอุตสหกรรม ฉบบั ท่ี 24 (พ.ศ. 2530) ออกตามความในพระราชบญั ญัตโิ รงงาน
พ.ศ. 2512 แทน
22
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ความปลอดภยั ในการทาํ งานเกยี่ วกบั เครอื่ งจักร
การใชเครอ่ื งจักรท่วั ไป
---------------------------------
ฯลฯ
ขอ 2 ใหนายจา งจดั ใหลูกจางซ่ึงทํางานเกี่ยวกับเคร่ืองจักร สวมใส หมวก ถุงมือ แวนตา หนากาก
เครือ่ งปองกนั เสียง รองเทา พืน้ ยางหมุ สน หรอื เครอ่ื งปอ งกนั อนั ตรายสวนบุคคลอน่ื ๆ ตามสภาพและลกั ษณะ
ของงาน และใหถอื เปนระเบียบปฏิบัตงิ านของสถานประกอบการตลอดเวลาทล่ี กู จางปฏิบตั ิงานน้นั
ขอ 3 ใหนายจางดูแลลูกจางสวมใสเครื่องนุงหมใหเรียบรอยรัดกุม ไมขาดรุงร่ิง ในกรณีที่ทํางาน
เกีย่ วกับไฟฟาจะตอ งใหล กู จางสวมใสเครือ่ งนุง หมทไ่ี มเ ปย กนาํ้
ขอ 4 ใหนายจางดูแลมิใหลูกจาง ซ่ึงมีผมยาวเกินสมควร และมิไดรวบหรือทําอยางหนึ่งอยางใดให
อยใู นลักษณะทีป่ ลอดภัย หรือสวมใสเ คร่อื งประดบั ท่อี าจเก่ียวโยงกับสิง่ ใดไดเขา ทาํ งานเกยี่ วกบั เครอื่ งจกั ร
ขอ 5 ใหนายจางจดั ใหม อี ปุ กรณเพ่ือปอ งกันอนั ตรายจากเครอ งจกั รดงั ตอ ไปนี้
(1) เครื่องจักรท่ีใชพลังงานไฟฟาตองมีสายดิน เพื่อปองกันกระแสไฟฟาร่ัวตามมาตรฐาน
เพ่ือความปลอดภัยทางไฟฟา ของสาํ นักงานพลงั งานแหงชาติทกุ เครอ่ื ง
(2) เคร่ืองจักรท่ีใชพลังงานไฟฟา ตองมีสายไฟฟาเขาเคร่ืองจักรโดยฝงเดินหรือลงมาจากที่
สูง ท้ังนใ้ี หใ ชท อ รอ ยสายไฟฟา ใหเรยี บรอ ย เวนแตใชสายไฟฟาทมี่ ฉี นวนหุม เปนพเิ ศษ
(3) เคร่ืองจักรสําหรับปมวัตถุ ซ่ึงใชน้ําหนักเหว่ียงใหติดตั้งตัวน้ําหนักเหวี่ยงไวสูงกวา
ศรีษะผูปฏิบัติงานพอสมควร เพื่อไมใหเกิดอันตรายแกผูปฏิบัติงาน หรอใหจัดทําเคร่ืองปองกันอยางหนึ่ง
อยางใดใหมคี วามปลอดภยั ตอลกู จา ง และจะตอ งไมม ีสายไฟฟาอยูใ นรัศมีของนาํ้ หนกั เหวย่ี ง
(4) เครื่องจักรสําหรับปมวัตถุ โดยใขชเทาเหยียบตองมีที่พักเทาและมีที่ครอบปองกันมิให
เหยยี บโดยไมต ั้งใจ
(5) เครื่องจักรสําหรับปมวัตถุ โดยใชมือปอนตองมีเครื่องปองกันมือใหพนจากแมปม
หรือจัดหาเคร่อื งปอ นวัตถแุ ทนมอื
23
(6) เครอ่ื งจักรทีใ่ ชพลงั งานไฟฟาปมหรือตัดวัตถุท่ีใชมือปอน ตองมีสวิทซสองแหงหางกัน
เพอื่ ใหผปู ฏบิ ัตงิ านตอ งเปด สวทิ ซพรอ มกันท้งั สองมือ
(7) เครื่องจักรชนิดอัตโนมัติ ตองมีสีเคร่ืองหมายปด – เปดที่สวิทซอัตโนมัติ ตามหลัก
สากล และมเี คร่อื งปองกนั มใิ หสงิ่ หนึง่ สงิ่ ใดกระทบสวทิ ซเ ปน เหตุใหเ คร่ืองจกั รทาํ งานโดยมไิ ดต ง้ั ใจ
(8) เคร่ืองจักรท่ีมีการถายทอดพลังงานโดยใชเพลา สานพาน ปุลเล ฟลายวีล ตองมี
ตะแกรงเหล็กเหนียวครอบสวนที่หมุนได และสวนสงถายกําลังใหมิดชิด ถาสวนที่หมุนไดหรือสวนสงถาย
กําลังสูงกวาสองเมตรตอ งมตี ะแกรงหรอื รั้วเหลก็ เหนยี วสูงไมต ่าํ กวา สองเมตรก้ันลอมใหม ดิ ชดิ
สาํ หรบั สายพานแขวนลอยทมี่ คี วามเรว็ ไมน อ ยกวา หารอ ยสสี่ บิ เมตรตอนาที หรอื สายพานท่ีมีชวงยาว
เกินกวาสามเมตร หรือสายพานที่กวางกวาย่ีสิบเซนติเมตร หรือสายพานโซ ตองมีท่ีครอบรองรับซึ่งเปด
ซอมแซมได
(9) ใบเลื่อยวงเดือนท่ีใชกับเคร่ืองจักร ซ่ึงอาจจะเปนอันตรายตอผูปฏิบัติงานได ตองมีที่
ครอบใบเลอื่ ยสว นท่สี ูงเกินกวา โตะหรือแทน
(10) เคร่ืองจักรท่ีใชเปนเครื่องลับ ฝน หรือแตงผิวโลหะ ตองมีเครื่องปดบังประกายไฟ
หรือเศษวัตถุในขณะใชงาน
ขอ 6 กอนการติดตั้งหรือซอมเคร่ืองจักร หรือเครื่องปองกันอันตรายของเคร่ืองจักร ใหนายจางทํา
ปา ยปด ประกาศไว ณ บริเวณติดต้ังหรือซอมแซมและใหแ ขวนปายหา มเปด สวิทซดวย
ขอ 7 ใหนายจา งดูแลใหลกู จา งทาํ งานเกยี่ วกบั เครอื่ งมอื กลดังตอ ไปน้ี
(1) ทุกวนั กอนนําเคร่อื งมอื กลออกใช ตองตรวจดใู หแนใ จวา เคร่อื งมอื กลนนั้ อยใู นสภาพใช
การไดดีและปลอดภัย
(2) เครื่องมือกลท่ีใชขับเคล่ือนไดจะตองมีสภาพที่ผูใชงานสามารถมองเห็นขางหลังได เวน
แตจะมสี ญั ญาณเสยี งเตอื นหรือมีผูบอกสัญญาณเมอื่ ถอยหลัง
(3) ไมนํารถยก รถปนจั่น หรือเครื่องมือสําหรับยกอื่น ๆ ไปใชปฏิบัติงานใกลสายหรือ
อุปกรณไฟฟา ที่มีกระแสไฟฟา ใกลกวาระยะหางทป่ี ลอดภยั เวนแต
ก. จะมีแผงฉนวนก้ันระหวางสว นท่ีมีกระแสไฟฟากับเครื่องมือกลน้นั
ข. เคร่ืองมือกลนั้นไดตอ สายดินไวเ รยี บรอยแลว
ค. มฉี นวนหมุ อยางดี หรอื
ง. ใชมาตรการความปลอดภัยในการใชเครื่องมือกลนั้นเชนเดียวกับวามีกระแสไฟฟา
อยู
ขอ 8 หามมิใหนายจางหรือยอมใหลูกจางใชเครองมือกลทํางานเกินกวาพิกัดที่ผูผลิตกําหนดไว
สาํ หรบั เครอื่ งมอื กลนน้ั
ขอ 9 ใหนายจางจัดใหมีทางเดินเขา – ออกจากท่ีสําหรับปฏิบัติงานเก่ียวกับเครื่องจักร มีความกวาง
ไมน อยกวา แปดสบิ เซนติเมตร
24
ขอ 10 ใหนายจางจัดทํารั้ว คอดก้ัน หรือเสนแสดงเขตอันตราย ณ ท่ีตั้งของเคร่ืองจักรหรือเขตท่ี
เครื่องจกั รทํางานท่อี าจเปน อันตรายใหช ัดเจนทุกแหง
ฯลฯ
หมวด 3
การคุมครองความปลอดภยั สว นบคุ คล
ขอ 19 ใหนายจางจัดใหลูกจางที่ทํางานเกี่ยวกับงานเช่ือมแกส และงานเช่ือมไฟฟา สวมแวนตาลด
แสง หรอื กระบังหนา ลดแสง ถุงมือหนัง รองเทา ยางหุมสน และแผน ปดหนาอกกันประกายไฟ ตลอดเวลาที่
ลกู จา งทาํ งาน
ขอ 20 ใหนายจางจัดใหลูกจางที่ทํางานเกี่ยวกับงานลับหรือไสโลหะดวยหินเจียระไน สวมแวนตา
หรอื หนากากชนดิ ใส ถงุ มือผา และรองเทา พ้นื ยางหมุ สน ตลอดเวลาทล่ี กู จางทาํ งาน
ขอ 21 ใหนายจางจัดใหลูกจางที่ทํางานเก่ียวกับงานกลึงโลหะ กลึงไม งานไสโลหะ งานไสไม
งานตดั โลหะ สวมแวน ตาหรือหนากากชนิดใส ถงุ มือผา รองเทาพ้นื ยางหมุ สน ตลอดเวลาทีล่ กู จา งทํางาน
ขอ 22 ใหนายจางจัดใหลูกจางที่ทํางานเกี่ยวกับงานปมโลหะ สวมแวนตาชนิดใส ถุงมือผา และ
รองเทาพนื้ ยางหุมสน ตลอดเวลาทลี่ กู จางทาํ งาน
ขอ 23 ใหนายจางจัดใหลูกจางที่ทํางานเกี่ยวกับงานชุบโลหะ สวมถุงมือยางและรองเทาพ้ืนยางหุม
สน ตลอดเวลาทลี่ ูกจางทํางาน
ขอ 24 ใหน ายจางจดั ใหลกู จา งท่ีทํางานเก่ยี วกบั งานพน สี สวมถุงมอื ยางและรองเทา พนื้ ยาง
หมุ สน ตลอดเวลาทลี่ กู จา งทาํ งาน
ขอ 25 ใหนายจา งจัดใหลกู จางทท่ี ํางานเก่ียวกับงานยกขนยาย ติดตัง้ สวมรองเทา หนังหัวโลหะ ถุง
มือหนัง และหมวกแข็ง ตลอดเวลาทล่ี ูกจางทาํ งาน
ขอ 26 ใหน ายจางจดั ใหลูกจา งท่ีทํางานควบคุมเครื่องยนต เครือ่ งจักร หรือเครอ่ื งมอื กล สวมหมวก
แขง็ รองเทา พนื้ ยางหุมสน ตลอดเวลาทลี่ กู จางทาํ งาน
ฯลฯ
ความปลอดภยั ในการทํางานเกย่ี วกับภาวะแวดลอ ม
ฯลฯ
ความรอ น
ขอ 2 ภายในสถานที่ประกอบการท่ีมีลูกจางทํางานอยูจะมีสภาพความรอนท่ีทําใหอุณภูมิของ
รางกายลกู จา งสูงเกินกวา 38 องศาเซลเซียส มไิ ด
25
ขอ 3 ในกรณีที่ภายในสภานที่ประกาอบการมีสภาพความรอนที่ทําใหอุณหภูมิของรางกายของ
ลูกจางสูงกวา 38 องศาเซลเซียส ใหนายจางดําเนินการแกไขปรับปรุง เพ่ือลดสภาพความรอนนั้น หากแกไข
หรอื ปรบั ปรุงไมได นายจางจะตองจัดใหลูกจางมีเคร่ืองปองกันความรอน มิใหอุณหภูมิของรางกายลูกจางสูง
กวา 38 องศาเซลเซยี ส
ขอ 4 ในกรณีที่อุณหภูมิของรางกายลูกจางสูงกวา 38 องศาเซลเซียส นายจางจะตองใหลูกจาง
หยดุ พักช่วั คราว จนกวา อุณหภูมขิ องรา งกายลูกจา งจะอยูในสภาพปกติ
ฯลฯ
แสงสวาง
ขอ 7 ภายในสถานท่ีประกอบการท่ีใหลกู จางทาํ งานดงั ตอไปน้ี
(1) งานทีไ่ มต องการความละเอยี ด เชน การขนยาย การบรรจุ ตอ งมีความเขมของ
แสงสวางไมน อ ยกวา 50 ลกั ซ
(2) งานที่ตองการความละเอียดเล็กนอย เชน การผลผลิตหรือการประกอบชิ้นงานอยาง
หยาบ ๆ ตองมคี วามเขมของแสงสวา งไมน อ ยกวา 100 ลกั ซ
(3) งานที่ตอ งการความละเอยี ดปานกลาง เชน การเย็บผา เย็บหนงั ตอ งมีความ
เขม ของแสงไมนอ ยกวา 200 ลกั ซ
(4) งานท่ีตองการความละเอียดสูง เชน การกลึง หรือแตงโลหะ การซอมแซมเคร่ืองจักร
ตองมีความเขม ของแสงสวา งไมน อ ยกวา 300 ลักซ
ฯลฯ
เสยี ง
ขอ 13 ภายในสถานที่ประกอบการทใ่ี หล กู จางคนใดคนหนึ่งทํางานดังตอ ไปนี้
(1) ไมเกินวันละเจ็ดชัว่ โมง ตอ งมีระดบั เสียงที่ลูกจา งไดรับติดตอกันไมเกินเกาสิบเอ็ดเดซิ
เบล (เอ)
(2) เกินกวาวันละเจ็ดช่ัวโมง แตไมเกินแปดชั่วโมง จะตองมีระดับเสียงที่ลูกจางไดรับ
ติดตอกันไมเกนิ เกาสบิ เดซิเบล (เอ)
(3) เกนิ วนั ละแปดช่วั โมง จะตองมรี ะดับเสยี งท่ลี ูกจางไดรับติดตอกันไมเกินแปดสิบเดซิ
เบล (เอ)
ขอ 14 นายจา งจะตอ งใหลกู จา งทํางานในทีท่ ี่มรี ะดบั เสยี งเกนิ กวาหน่งึ รอ ยสสี่ บิ เดซิเบล (เอ)
มไิ ด
ขอ 15 ภายในสถานท่ีประกอบการท่มี ีระดบั เสยี งทีล่ กู จางไดร ับตดิ ตอ กันเกินกวาที่กําหนดไวใน ขอ
13 ใหนายจางแกไขหรือปรับปรุงสิ่งที่เปนตนกําเนิดของเสียงหรือทางผานของเสียง มิใหมีเสียงดังเกินกวาที่
กําหนดไวในขอ 13
26
ขอ 16 ในกรณีที่ไมอาจปรับปรุงหรือแกไขตามความในขอ 15 ไดใหนายจางจัดใหลูกจางสวมใส
ปลั๊กลดเสียง หรือครอบหูลดเสียงตามมาตรฐานทก่ี าํ หนด
ฯลฯ
เรอื่ งความปลอดภัยในการทาํ งานเกยี่ วกบั ภาวะแวดลอม (สารเคมี)
ฯลฯ
หมวด 1
สารเคมี
ขอ 2 ตลอดระยะเวลาทํางานปกติภายในสถานท่ีประกอบการท่ีใหลูกจางทํางาน จะมีปริมาณความ
เขม ขน ของสารเคมใี นบรรยากาศของการทาํ งานโดยเฉลย่ี เกนิ กวา ทีก่ าํ หนดไวมไิ ด
ขอ 3 ไมวาระยะเวลาใดของการทํางานปกติ หามมิใหนายจางใหลูกจางทํางานในที่ที่มีปริมาณ
ความเขมขน ของสารเคมีในบรรยากาศของการทํางานเกนิ กวา ทีก่ าํ หนดไว
ขอ 4 หามมิใหนายจางใหลูกจางทํางานในท่ีท่ีมีปริมาณความเขมขนของสารเคมีเกินกวาท่ีกํ่าหนด
ไว
ขอ 5 หามมิใหนายจางใหลูกจางทํางานในท่ีท่ีมีปริมาณฝุนแรในบรรยากาศของการทํางาน
ตลอดเวลาทํางานปกติโดยเฉล่ยี เกินกวาทีก่ ําหนดไว
ขอ 6 ภายในสถานทปี่ ระกอบการทม่ี กี ารใชสารเคมีท่ีกําหนดไว ซ่ึงสภาพของการใชนั้นอาจจะเปน
อนั ตรายตอ ผใู ชห รอื ผูอยใู กลเ คยี ง ใหน ายจางจัดหองหรืออาคารสําหรับการใชสารเคมไี วโ ดยเฉพาะ
ขอ 7 ในกรณีท่ีภายในสถานที่ประกอบการที่มีสารเคมีหรือฝุนแรฟุงกระจายสูบรรยากาศของการ
ทํางานเกินกวาที่กําหนดไว ใหนายจางดําเนินการแกไขหรือปรับปรุงเพ่ือลดความเขมขนของสารเคมีหรือ
ปริมาณฝุนแรมิใหเกินกวาท่ีกําหนดไว หากแกไขหรือปรับปรุงมิได นายจางจะตองจัดใหลูกจางสวมใส
อุปกรณคุมครองความปลอดภัยสวนบุคคล ตามมาตรฐานท่ีกําหนดไว ตลอดเวลาท่ีลูกจางทํางานเก่ียวกับ
สารเคมีที่มีลกั ษณะ หรือปริมาณท่อี าจจะเปนอันตรายตอ สุขภาพรา งกายของลูกจา งดังนี้
(1) ฝุนละออง ฟูม แกส หรือไอเคมี ตองสวมใสท่ีกรองอากาศหรือเคร่ืองชวยหายใจที่
เหมาะสม
(2) สารเคมีในรูปของเหลวท่ีเปนพิษ ตองสวมใสถุงมือยางยาว รองเทาพื้นยางหุมแข็ง
กระบังหนา ชนดิ ใส และทีก่ ันสารเคมกี ระเด็นถูกรา งกาย
(3) สารเคมีในรูปของของแข็งที่เปนพิษ ตองสวมใสถ ุงมือยางและรองเทา พืน้ ยางหมุ สน
ฯลฯ
ความปลอดภยั เกีย่ วกับไฟฟา
27
ขอ 3 นายจางจะตองจัดใหมกี ารตรวจสอบสภาพของสายไฟฟาและสภาพของอปุ กรณไฟฟา ถาหาก
พบวาชํารุดหรือมกี ระแสไฟฟาร่ัว ใหซอ มแซมหรอื เปลี่ยนใหมท ันที
ขอ 4 ใหนายจางจัดใหมีปายเตือนอันตราย ติดตั้งไวในบริเวณท่ีจะเกิดอันตรายจากไฟฟาใหเห็นได
อยางชดั เจน
ขอ 5 หามมิใหนายจางใหลูกจางเขาใกล หรือนําสิ่งท่ีเปนตัวนํา ซึ่งไมมีท่ีถือเปนฉนวนอยางดีหุม
อยเู ขา ใกลสงิ่ ทม่ี ไี ฟฟา นอ ยกวาระยะหา งที่กําหนดไว ยกเวน
(1) ลูกจางผูนั้นสวมใสเคร่ืองปองกันอันตรายจากไฟฟา ซ่ึงเปนฉนวนท่ีใชตานทานแรงดัน
สูงพอกับสว นทีเ่ ปนไฟฟาน้ัน หรือ
(2) ไดปดหรือนําฉนวนมาหุมส่ิงท่ีเปนไฟฟา โดยฉนวนท่ีหุมน้ันปองกันแรงดันไฟฟาน้ัน
ๆ ได หรือ
(3) ลูกจางท่ีปฏิบัติงานกับสิ่งที่มีไฟฟาดวยเทคนิคการปฏิบัติงานดวยมือเปลา และอยู
ภายใตการควบคุมจากผูทีไ่ ดรบั ใบอนญุ าตเปน ผูป ระกอบวชิ าชีพวศิ วกรรม (แขนงไฟฟา กําลงั )
ขอ 6 ในกรณีท่ีมีการปฏิบัติงานตรวจสอบ ซอมแซม ติดตั้งไฟฟา นายจางตองผูกปายหามสับ
สวิทซ พน้ื สแี ดงไวท สี่ วิทซ หรอื ใชกญุ แจปองกนั การสบั สวิทซไ ว
ขอ 7 ในกรณีท่ีใชลมกําลังดันสูงทําความสะอาดอุปกรณที่มีไฟฟาอยู ตองใชทอและหัวฉีดที่เปน
ฉนวน
ขอ 8 ไฟฉายท่ีนายจางจัดใหลูกจางที่ทํางานเก่ียวกับไฟฟา ตองเปนไฟฉายชนิดท่ีเปนกระบอกไฟ
ฉายมฉี นวนหุมตลอด
ขอ 9 หามมิใหลูกจางสวมใสเครื่องนุงหมท่ีเปยกน้ําหรือเปนส่ือไฟฟาปฏิบัติงานขณะมีไฟฟา (Hot
Line) ยกเวนเม่ือมีแรงดันไฟฟาตอกวา 50 โวลท หรือสวมใสอุปกรณคุมครองความปลอดภัยสวนบุคคล
หรอื ใชเ ครือ่ งมือที่เปนฉนวน
ขอ 10 เทปสาํ หรับวัดท่ีนายจางจัดใหลูกจางใชปฏิบัติงานใกลกับสิ่งที่มีไฟฟาตองเปนเทปชนิดท่ีไม
เปน โลหะ
ฯลฯ
การใชอ ุปกรณป องกนั อนั ตรายจากไฟฟา
ขอ 77 นายจางตองจัดหาอุปกรณปองกันอันตรายจากไฟฟา เชน ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง ถุงมือ
หนัง ถุงมือทํางาน แผนยาง ผาหมยาง ฉนวนครอบลูกถวย ฉนวนหุมสาย หมวกแข็งกันไฟฟา ใหแก
ลูกจางท่ีจะปฏิบตั งิ านเก่ียวกับไฟฟา ตามความเหมาะสมของงาน ในเม่ืออุปกรณไฟฟาเหลานั้นมีแรงดันไฟฟา
มากกวา 50 โวลทหรือในกรณีท่ีอุปกรณไฟฟาท่ีมีแรงดันไฟฟาต่ํากวา 50 โวลท แตมีโอกาสท่ีจะเกิดแรงดัน
สงู ขน้ึ ในกรณที่ผดิ ปกติ
ขอ 78 ลูกจางที่ตองขึ้นปฏิบัติงานสูงกวาพ้ืนดินตั้งแต 4 เมตรข้ึนไป นายจางจะตองจัดหาเข็มขัด
นิรภัย (Safety Belt) หมวกแข็งชนิด ค. ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่ืองมาตรฐานของอุปกรณ
28
คุม ครองความปลอดภยั สวนบุคคล วาดวยหมวกแข็งและอุปกรณอ่ืน ๆ ที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ ใหลูกจาง
สวมใสต ลอดเวลาทีป่ ฏิบัติงานอยู เวนแตอุปกรณน้ันจะทําใหลูกจางเสี่ยงอันตรายมากกวาเดิมในกรณีน้ีใหใช
อุปกรณเ พอ่ื ความปลอดภัยอยา งอ่ืนแทน
ขอ 79 นายจางตองจัดหารองเทาพ้ืนยางหุมขอชนิดมีสน ใหกับลูกจางสวมใสตลอดเวลาของการ
ทาํ งาน
เบด็ เตลด็
ขอ 83 นายจางตองจัดใหมีการฝกอบรมใหกับลูกจางท่ีทํางานเกี่ยวของกับไฟฟา มีความรูและ
ความสามารถในเรือ่ งตอไปนี้
(1) วิธีปฏบิ ัตเิ มอื่ มีลกู จางประสบอนั ตรายจากไฟฟา
(2) การปฐมพยาบาลและการชวยชีวิตโดยวิธีใชปากเปาอากาศเขาทางปากหรือจมูกของผู
ประสบอนั ตราย และวิธนี วดหวั ใจจากภายนอก
ขอ 84 ถาปฏิบัติงานในเวลากลางคืน นายจางตองจัดใหมีแสงสวางในบริเวณที่ปฏิบัติงานอยาง
เพียงพอ โดยใหเปน ไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอ่ื งภาวะแวดลอ มเก่ียวกบั เสียงแสง
ฯลฯ
อุปกรณป องกันอันตรายสวนบุคคล
พธ.ทร. ไดกําหนดอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลเพื่อใหขาราชการและลูกจางของ ทร. ใช
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล, ไฟฟา และสารเคมี เพ่ือเปนการปองกันอันตรายจากการปฏิบัติงาน โดย
จดั แบง ออกเปน อุปกรณห ลกั 10 รายการ คือ
1. อุปกรณป องกันดวงตา มีแวนปองกัน, แวน ครอบปองกันสารเคมี, แวนครอบสําหรับงานหลอม
โลหะ และแวนครอบสาํ หรับงานเชอื่ ม
2. อุปกรณปองกันใบหนา มีโลพลาสติกปองกันใบหนา, หมวกครอบทําดวยโลหะ, โลบังหนา
ชนดิ มือถือ, หมวกครอบสาํ หรับงานเช่ือม และหมวกครอบถงึ คอปองกันกรด
3. อุปกรณปองกันเทา มีรองเทาไรโลหะ, รองเทานิรภัยพรอมครอบโลหะหลังเทา และรองเทาหุม
ขอ
4. อปุ กรณป องกันขา มีกระบังหมุ ขา
5. อุปกรณปองกันศีรษะ มีหมวกนิรภัย (หมวกพลาสติกแข็งสีตามที่กําหนด คือ สีขาว, สีฟา,
สีนาํ้ เงิน, สีสม, สแี ดง และสีเหลือง
6. อปุ กรณปอ งกนั หู มีปล๊ักอดุ หูและครอบหูลดเสยี ง
7. อุปกรณปองกันนิ้วและฝามือ มีถุงมือใยหิน, ถุงมือตาขายโลหะ, ถุงมือยางใชเกี่ยวกับไฟฟา,
ถุงมือยางนโิ อพลนิ และไวนิล, ถุงมือหนงั ตา นประกายไฟ และถงุ มือผา หรอื ฝา ย
8. อปุ กรณปองกนั ลาํ ตวั มีเสือ้ กนั ความรอ น, ชดพน ทราย และปลอกแขนหนัง
9. อปุ กรณช วยหายใจ มีแบบใชแ ผนกรองอากาศและแบบใชแ ผน กรองฝนุ
29
10. เข็มขัดนริ ภยั มเี ขม็ ขดั นิรภัยครึ่งเทยี มลากและเข็มขดั นริ ภยั ชว ยชวี ติ คนหมดสติ
กําหนดมาตรฐานเกย่ี วกับอปุ กรณคมุ ครองความปลอดภยั สว นบคุ คล
อปุ กรณคมุ ครองความปลอดภัยสวนบคุ คล จะตองมีคณุ สมบตั ิไดม าตรฐานขัน้ ตํา่ ดังตอไปน้ี
1. หมวกแข็ง จะตองมีนํ้าหนักไมเกินส่ีรอยย่ีสิบส่ีกรัม ตองทําดวยวัตถุท่ีไมใชโลหะ และตองมี
ความตานทานสามารถทนแรงกระแทกได ไมนอยกวาสามรอยแปดสิบหากิโลกรัม ภายในหมวกจะตองมี
รองหมวกทําดวย หนัง พลาสติก ผา หรือวัตถุอื่นที่คลายกัน และอยูหางผนังหมวกไมนอยกวาหน่ึง
เซน็ ตเิ มตร ซง่ึ สามารถปรบั ระยะไดต ามขนาดศีรษะของผใู ช เพื่อปองกันศรี ษะกระทบกบั ผนงั หมวก
2. ท่ีสวมรัดผมหรือตาขายคลุมผม ตองทําดวยพลาสติกผา หรือวัตถุท่ีคลายกัน หรือใชสวมหรือ
คลุมผมแลวสัน้ เสมอคอ
3. แวนตาหรือหนากากใส ตองมีตัวแวนหรือหนากากทําดวยพลาสติกใสมองเห็นไดชัด สามารถ
ปองกนั แรงกระแทกได กรอบของแวนตาตอ งมนี ้ําหนกั เบา
4. แวนตาลดแสง ตวั แวนตอ งทาํ ดวยกระจกสี ซึ่งสามารถลดความจาของแสงลงใหอยูในระดับท่ีไม
เปนอนั ตรายตอสายตา
5. กระบังหนา ตัวกระบังตองทําดวยกระจกสีซ่ึงสามารถลดความจาาของแสงลงใหอยูในระดับท่ีไม
เปนอันตรายตอ สายตา ตวั กรอบตองมีนาํ้ หนักเบา และตอ งไมตดิ ไฟงาย
6. ปล๊ักลดเสียง (EAR PLUG) ตองทําดวยพลาสติก หรือยาง หรือวัตถุอื่น ใชใสชองหูท้ังสองขาง
ตอ งสามารถลดระดับเสียงไดไมน อยกวา 15 เดซิเบล
7. ครอบหลู ดเสยี ง (EAR MUFF) ตองทําดว ยพลาสติกหรอื ยาง หรือวัตถุอ่ืน ใชครอบหูท้ังสองขาง
ตอ งสามารถลดระดับเสยี งลงไดไ มน อ ยกวา 25 เดซเิ บล
8. ถุงมอื ยาง ตองมีความยาวหมุ ถงึ ขอ มอื มีลักษณะใชสวมกบั นว้ิ มอื ไดทุกน้วิ
9. ถุงมือผา หรือวัตถุอ่ืนท่ีมีใยโลหะปน ตองมีความยาวหุมถึงขอมือ มีลักษณะใชสวมกับนิ้วมือได
ทกุ นิ้ว
10. รองเทาหนังหัวโลหะ ปลายรองเทาจะตองมีโลหะแข็งหุม สามารถทนแรงกดไดไมนอยกวาส่ี
รอยสสี่ บิ หกกิโลกรมั
11. ถุงมือยางที่ใชกับงานเคมี ตองทําดวยยางหรือวัตถุอื่นที่คลายกัน มีความยาวหุมถึงขอมือมี
ลักษณะใชสวมกบั นิว้ มือไดท ุกน้ิว มีความเหนยี วไมฉกี ขาดงา ย สามารถกนั นํ้าและสารเคมไี ด
12. รองเทายางหุมแข็ง ตองทําดวยยางหรือยางผสมวัตถุอ่ืน เม่ือสวมแลวมีความสูงไมนอยกวาครึ่ง
แขง ไมฉ ีกขาดงาย สามารถกันนํา้ และสารเคมีได
13. กระบังหนาชนิดใส ตัวกระบังตองทําดวยพลาสติกใสหรือวัตถุอื่นท่ีมีลักษณะคลายกันมองเห็น
ไดชดั สามารถปองกันอนั ตรายจากสารเคมีกระเด็นหรอื หกรด และทนแรงกระแทกได
ตัวกรอบตองมีน้ําหนกั เบา และตอ งไมติดไฟงาย
30
14. ท่กี รองอากาศสําหรบั ใชค รอบจมูกและปากกันสารเคมี ตองสามารถลดปริมาณความเขมขนของ
สารเคมมี ิใหเ กินกวาท่ีกาํ หนดได
15. ท่ีกรองอากาศสําหรับใชครอบจมูกและปากกันฝุนแร ตองสามารถลดปริมาณฝุนแรไมใหเกิน
กวา ท่กี าํ หนดได
16. เคร่ืองชวยหายใจที่ใชกับ ฟูม แกส หรือไอเคมี ตองเปนแบบหนากากครอบเต็มหนาประเภทที่
มถี งั อากาศสําหรับหายใจอยใู นตัว หรือประเภทท่มี ีทออากาศตอ มาจากทอี่ นื่
17. ท่ีกนั อันตรายจากสารเคมกี ระเด็น ตองทําดวยพลาสติก หนัง หนังเทียม หรือวัตถุอื่นท่ีสามารถ
กนั อนั ตรายจากสารเคมไี ด
กฎหมายเกีย่ วกับอปุ กรณปองกันอนั ตรายจากเครอื่ งจกั ร
ในสวนของกฎหมายท่เี กี่ยวกบั อุปกรณป องกนั อันตราย ฯ นัน้ มีหนวยงานทีร่ ับผิดชอบ
โดยตรงกค็ ือ กรมแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกรมโรงงานอตุ สาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม ดังน้ี
1. กฎหมายของกรมแรงงานทเี่ กยี่ วของกับอปุ กรณปอ งกนั อนั ตราย ฯ
สําหรับกรมแรงงาน ฯ นั้น ไดมีประกาศกระทรวงมหาดไทยเร่ือง ความปลอดภัยในการทํางาน
เกี่ยวกับเคร่อื งจกั ร โดยอาศยั อาํ นาจตามความในขอ 2 (7) แหงประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉ บั บ ที่ 103
ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ซึ่งไดกําหนดใหมีการจัดสวัสดิการเก่ียวกับสุขภาพอนามียและความปลอดภัย
สําหรับลูกจางไวในความท่ัวไป หมวดที่ 1 การใชเคร่ืองจักรทั่วไป โดยเฉพาะขอ 5 โดยใหนายจางจัดใหมี
เครื่องปอ งกันอนั ตรายจากเคร่ืองจกั ร (อปุ กรณป องกันอนั ตราย ฯ) สรปุ สาระสาํ คัญมีดังน้ี
1) เครื่องจักรที่ใชพลังงานไฟฟา ตองมีสายดินเพื่อปองกันกระแสไฟฟารั่วและใชทอรอย
สายไฟฟา ใหเรียบรอย เวน แตใชส ายไฟฟาชนดิ ท่มี ฉี นวนหุมเปน พเิ ศษ
2) เครื่องจักรสําหรับปมวัตถุซ่ึงใชน้ําหนักเหวี่ยงใหติดตัวนํ้าหนักเหว่ียงไวสูงกวาศีรษะ
ผปู ฏบิ ัติงานพอสมควร เพอื่ ไมใ หเกดิ อันตรายแกผ ปู ฏิบัติงานหรือใหจัดทําเคร่ืองปองกันอยางหนึ่งอยางใดให
มีความปลอดภัยตอลูกจาง และจะตองไมมีสายไฟฟาอยูในรัศมีของนํ้าหนักเหวี่ยง สําหรับเคร่ืองจักรสําหรับ
ปม วตั ถโุ ดยใชเ ทาเหยยี บตองมที พ่ี กั เทา และมที ค่ี รอบปอ งกันมิใหเ หยยี บโดยไมต ง้ั ใจ และเครอื่ งจักรสาํ หรบั
ปมวัตถุโดยใชมือปอน ตองมีเคร่ืองปองกันมือใหพนจากแมปม หรือจัดหาเคร่ืองปอนวัตถุแทนมือ
เครื่องจกั รที่ใชพลงั งานไฟฟา ปม หรือตัดวัตถุที่ใชมือปอนตองมีสวิทซสองแหงหางกันเพื่อใหผูปฏิบัติงานตอง
เปด สวิทซพ รอ มกันทั้งสองมอื
3) เครื่องจักรที่มีการถายทอดพลังงานโดยใชเพลา สายพาน ปุลเล ไฟลวีล ตองมีตะแกรงเหล็ก
เหนยี วครอบสว นทีห่ มนุ ไดและสวนสงถายกําลังใหมิดชิด ถาสวนที่หมุนไดหรือสวนสงถายกําลังสูงกวาสอง
เมตร ตองมีตะแกรงหรือรวั้ เหลก็ เหนยี วสงู ไมต า่ํ กวาสองบเมตรกั้นลอมใหม ิดชิด
31
สาํ หรับสายพานแขวนลอยทม่ี ีความเรว็ ไมน อ ยกวา 540 เมตรตอนาทีหรือสายพานทมี่ ชี วงยาวเกนิ
กวา 3 เมตร หรือสายพานท่ีกวา งกวา 20 เซนติเมตรหรือสายพานโซตอ งมีทคี่ รอบรองรับซงึ่ เปด ซอมแซมได
4) ใบเล่ือยวงเดือนที่ใชกับเคร่ืองจักรซึ่งอาจเปนอันตรายตอผูปฏิบัติงานไดตองมีท่ีครอบใบเล่ือย
สวนท่ีสูงเกินกวาพื้นโตะหรือแทน เครื่องจักรที่ใชเปนเครื่องลับ ฝน หรือแตงผิวโลหะ ตองมีเครื่องปดบัง
ประกายไฟหรอื เศษวัตถุ ในขณะใชง าน
บทลงโทษสําหรับนายจางและลูกจางที่ฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามขอกําหนดของ
กระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกตามความในขอ 2 ดงั กลา วขา งตน ตองระวางจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับ
ไมเกิน สองหมนื่ บาท หรือท้ังจําทัง้ ปรับ
2. กฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่เกีย่ วขอ งกบั อปุ กรณป องกนั อนั ตราย ฯ
ในสวนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ไดระบุกฎหมายเกี่ยวกับเครื่อง
ปองกันอันตรายจากเคร่ืองจกั รอุปกรณปองกันอันตรายในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 39 วา ผู
ไดรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน มีหนาที่กระทําการเก่ียวกับเคร่ืองปองกันอันตราย ฯ คือ จะตอง
รักษาโรงงานใหม่ันคงแข็งแรงมีสภาพอันปลอดภัยอยูเสมอตลอดจนดูแลรักษาเคร่ืองจักรใหมีสภาพมั่นคง
แข็งแรงปลอดภัยเหมาะแกการใชและจัดใหมีการปองกันอุบัติเหตุหรืออันตรายที่อาจเกิดจากเคร่ืองจักร ฯ
โดยจัดใหมีร้ัวเครื่องกั้นหรือเครื่องปองกันอยางอ่ืนเพ่ือความปลอดภัย นอกจากน้ียังไดระบุไวโดยเฉพาะใน
หมวด 12 เรือ่ งการปองกนั อบุ ตั ิเหตุหรอื อนั ตรายจากเคร่ืองจกั รสรปุ สาระทีส่ ําคัญมีดงั น้ี
1) เคร่ืองจักรใดที่ไดติดเคร่ืองปองกันอันตรายจากเคร่ืองจักรไวจะตองดูแลรักษาใหอยูในสภาพ
เชนนั้นเสมอ และชิ้นสวนของเครื่องจักรท่ีมีการเคล่ือนไหว อันอาจเปนอันตรายก็จะตองมีเครื่องปองกัน
อนั ตราย ฯ
2) ไฟลวลี ตอ งมฝี าครอบ หรอื ตาขายเหล็กครอบชองกวา งไมมากกวา 5 เซนติเมตรไฟลวีลท่ีใช
ในงานปกตหิ มุนไมเรว็ กวา 500 รอบตอ นาที จะตองจดั ใหม รี วั้ ทม่ี ัน่ คงแข็งแรง กนั้ สูงจากพื้นไมนอยกวา 100
เซนติเมตร
นอกจากน้ัน ถาไฟลวีลท่ีสูงจากพื้นที่ปฏิบัติงานหรือทางเดินตั้งแต 250 เซนติเมตรข้ึนไป อาจมี
หรอื ไมมเี คร่ืองปองกันอันตราย ฯ กไ็ ด ขนึ้ อยกู ับพนกั งานเจา หนาท่จี ะออกคําสง่ั
3) ตอ งจัดใหม ีวธิ หี ยดุ เดนิ เครื่องจกั รไดในกรณฉี ุกเฉนิ จากท่ซี ึง่ อยหู า งจากสวนท่ีเคลื่อนไหวของ
เครื่องจักรในระยะที่ปลอดภัยแกการปฏิบัติและถาจําเปนตองมีทางเดินขามเพลาหรือที่ยึดเพลา ทางเดินนั้น
ตองมีพ้นื ท่มี ่ันคงและมีราวกั้นอยางแข็งแรง สาํ หรับเพลา สายพาน ปุลเล และอุปกรณส ง ถายกาํ ลังอ่ืนจะไมมี
เครอ่ื งปอ งกนั อนั ตรายตามขอ ขางตน ก็ได แตตองจัดใหอยูในบริเวณที่เหมาะสมกลาวคือ เปนบริเวณที่ปด
ไมใ หผ ูทีไ่ มม ีหนาท่ีเกี่ยวขอ งเขา ไปตลอดเวลาท่กี าํ ลังเดินเครอ่ื งอยู ความสูงจากพ้ืนถึงเพดาน หรอื วสั ดอุ นื่ ใด
เหนือทางเดินไมนอยกวา 170 เซนติเมตร หองน้ันมีแสงสวางเพียงพอ พื้นแหง ราบเรียบ ไมล่ืน มั่นคง
แขง็ แรง และมเี ครื่องปองกันอนั ตรายตามทางเดนิ ดว ย
32
4) เพลาท่ีสูงจากพื้นท่ีปฏิบัติงานหรือทางเดินไมมากกวา 250 เซนติเมตร ตองมีเคร่ืองปองกัน
อันตรายที่ม่ันคงแข็งแรงอยางใดอยางหน่ึง กลาวคือเปนครอบปดยาวตลอดตัวเพลาโดยรอบหรืออยางนอย
ที่สุดดานขางและดานบนหรือดานลางท่ีคนทํางานหรือสิ่งของอาจกระทบเพลาได หรือมีร้ัวก้ันสูงจากพ้ืนไม
นอยกวา 100 เซนติเมตร สําหรับขอตอเพลา คลัช ปุลเล และสายพานหรือโซสงถายกําลังที่อยูสูงจากพ้ืน
หรอื พ้นื ทีป่ ฏิบัติงานไมม ากกวา 2.5 เมตร ตอ งมีเคร่อื งปอ งกันอนั ตรายอยา งมน่ั คงแข็งแรง
5) เกียรที่อยูในบริเวณท่ีอาจจะกอใหเกิดอันตรายได ตองมีเคร่ืองปองกันอันตรายอยางม่ันคง
แข็งแรง กลาวคือมีครอบปดคลุมหมด หรือถาเปนเกียรขนาดใหญ ตองทําคอกก้ัน อยางม่ันคงแข็งแรง
สําหรับปุลเลที่ใชกับสายพานแบนตองมีหนานูน เพื่อปองกันไมใหสายพานหลุด หรือปุลเลท่ีติดอยูที่ปลาย
เพลาลอย จะตองมีเคร่ืองปองกันไมใหสายพานหลุดออกมานอกเพลาได นอกจากน้ีสายพานหรือโซสงถาย
กําลงั ทใี่ ชงานจะตองมคี รอบปด คลมุ หมด หรือมเี คร่ืองปอ งกันอันตรายที่เหมาะสม
ผูท่ีฝาฝนไมปฏิบัติตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เจาหนาที่มีอํานาจตามมาตรา 36
คือออกคําสง่ั เปน หนงั สอื ใหเจาของสถานประกอบกิจการ
1) เปลยี่ นแปลงซอมแซม เก่ียวกับโรงงานหรอื เครื่องจกั ร
2) หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดหรือบางสวนจนกวาจะไดปรับปรุงแกไขใหเปนที่
ปลอดภัย
3) ผูกมัดประทับตราเคร่ืองจักรมิใหทํางานตอไปในกรณีไมปฏิบัติตามคําส่ังของพนักงาน
เจาหนาที่
บทกาํ หนดโทษผูฝา ฝน มาตรา 36 คือทรี่ ะบไุ วในมาตรา 48, 49 และ 50 คือ
1) ถา ไมเปลย่ี นแปลง ซอ มแซมเคร่อื งจกั รหรือโรงงาน หรือส่ังใหหยุดประกอบกิจการ ฯ แลวยัง
ดําเนนิ การอยตู อ งระวางโทษจาํ คุกไมเกนิ หนง่ึ ปหรอื ปรับไมเกนิ หา หม่ืนบาท หรอื ท้งั จาํ ท้ังปรับ
2) กระทําการอยางใดอยางหนึ่งที่ทําใหเคร่ืองจักรท่ีผูกพัดประทับตราไวแลวกลับทํางานไดอีก
ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งป ปรับไมเกินหาหม่ืนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และถาขัดขวางหรือไมให
ความสะดวกแกเ จา หนา ทก่ี ็จะไดรบั โทษเชน เดียวกนั
3) ไมจัดใหมีการปองกันอุบัติเหตุ หรืออันตรายท่ีอาจเกิดจากเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่อง
เคลือ่ นยา ยหยบิ ยก หรอื ลําเลียงวสั ดุ สายไฟฟา ทอไอน้ํา หรอื วตั ถุอันเปนส่ือสงกําลังในโรงงาน โดยไมจัด
ใหมรี ว้ั กั้นหรอื เคร่อื งปอ งกนั อยา งอืน่ เพ่อื ความปลอดภยั จะตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หน่งึ เดือนหรือปรับไม
เกนิ หนงึ่ หมนื่ บาทหรือทงั้ จําท้ังปรบั
มาตรฐานหมอ ไอนํา้
ขณะท่ีประเทศของเรายังไมมีมาตรฐานหมอไอนํ้าสําหรับใชในการสรางหมอไอนํ้า ฉะนั้นหมอ
ไอน้ําที่ใชขในประเทศจึงมีท้ังท่ีไดมาตรฐานตางประเทศ เชน สหรัฐอเมริกา (ASME) ญี่ปุน (JIS) เยอรมัน
(DIN) และ อังกฤษ (BS) ซึ่งเปนการสง่ั เขา มาจากตา งประเทศโดยตรงหรือผลติ ในประเทศตามมาตรฐานหมอ
33
ไอน้ําที่ไดลิขสิทธ์ิจากบริษัทตางประเทศ หมอไอนํ้าท่ีผบิตไดมาตรฐานเหลานี้ไมนาเปนหวงในเร่ืองอันตาาย
เพราะมีการออกแบบท่ีดี วัสดุท่ีใชเหมาะสม กรรมวิธีการผลิตถูกตอง อุปกรณท่ีใชเปนท่ียอมรับและมีการ
ควบคุมการผลิตอยางใกลชิด สวนหมอไอน้ําท่ีผลิตในประเทศสวนใหญไมไดมาตรฐานท้ังดานการออกแบบ
วัสดทุ ใ่ี ชสราง กรรมวิธีการผลติ สวนประกอบและอุปกรณค วามปลอดภยั สวนใหญจะมีใหพอใชงานได การ
ควบคุมการผลติ ไมมี และจากสถิติหมอไอน้ําระเบดิ กเ็ กดิ จากหมอไอน้าํ ทีส่ รางไมไ ดมาตรฐานเหลาน้ีนน่ั เอง
มาตรฐานหมอไอน้ําของแตล ะประเทศ ตา งก็กําหนดขคึ น มาบนพน้ื ฐานของความปลอดภัยในการ
ใชงานเปนหลักจะมีความแตกตางในรายละเอียดบางแลวแตวาประเทศใดจะเห็นเหมาะสม ในที่นี้จะ
ยกตัวอยางมาตรฐานหมอไอน้ําของ ASME และ JIS ซ่ึงเปนท่ียอมรับทั่วไปวามีความปลอดภัยสูง และ
นยิ มใชใ นประเทศของเรา
มาตรฐานหมอไอนาํ้ ของ ASME
มาตรฐานหมอไอนํ้าของ ASME เปนมาตรฐานท่ีใชอยางแพรหลายทั้งในสหรัฐอเมริกาและ
ประเทศตาง ๆ ท่ัวโลก สวนที่เกี่ยวของกับหมอไอน้ําอยูใน Section I Rules for construction of power boiler
ซ่ึงพอสรุปไดว า มาตรฐานนใ้ี หใ ชกบั หมอไอน้ําทีม่ คี วามดนั สงู กวา 15 ปอนดต อ
ตารางนิ้ว (Psi) หรือหมอไอนํ้าท่ีผลิตนํ้ารอนอุณหภูมิสูงกวา 250 องศาฟาเรนไฮท แตไมครอบคลุมถึงหมอ
ไอน้ําชนิดที่บรรจุนํ้าไมเกิน 6 แกลลอน หรือมีอุณหภูมิไมเกิน 350 องศาฟาเรนไฮท หรือไมเกิดไอน้ําใน
ขด นอกจากนั้นกลาวถึง การออกแบบโครงสรางตาง ๆ ของหมอไอนํ้าโดยเฉพาะบริเวณท่ีตองรับความดัน
สูง การติดต้ังสเตย (Stay) ยึดเพื่อเพ่ิมความแข็งแรง การตอแผนเหล็กดวยวิธีการเช่ือมและใชหมุดยํ้า การ
ตรวจและทดสอบความแขง็ แรงของรอยตอ ตา ง ๆ โดยเฉพาะบรเิ วณที่ใชก ารเช่ือมกาํ หนดคณุ สมบัตขิ องวัสดุท่ี
จะนํามาสรางหมอไอน้ําแตละจุดซึ่งจะมีความแตกตางกัน ขอแนะนําการเลือกใชล้ินนิรภัย เครื่องดูระดับนํ้า
เกจวดั ความดันและปมนํ้า วิธกี ารติดตง้ั วาลวจายไอ ทอ นา้ํ ทอ จา ยไอ และทอถายนํา้ วิธกี ารตรวจสอบความ
ปลอดภัยหมอไอนาํ้ ดว ยการอัดนาํ้ (Hydrostatic test) เพื่อหาการร่ัวหรอื การแตกรา วของโครงสรางหมอไอนํา้
มาตรฐานหมอไอน้ํา JIS
สวนที่เกี่ยวของกับหมอไอนํ้า ไดแก JIS B8201 – 1967 Construction of steel boilers for land use
โดยมีเน้ือหาของมาตรฐานที่สําคัญ ๆ เชน การออกแบบ การสราง การติดต้ัง การเลือกใชวัสดุและอุปกรณ
เหมือนกับของ ASME แตจะมีความแตกตางกันในรายละเอียด กลาวคือมาตรฐานหมอไอนํ้าของ JIS กับ
ASME มสี วนที่แตกตา งกัน 4 ประการสําคญั คือ
1. มาตรฐานหมอไอน้ําของ JIS จะไมครอบคลุมถึงหมอไอนํ้าที่เคลื่อนที่ได หมอไอนํ้าไฟฟา หมอ
ไอนา้ํ ทม่ี พี นื้ ท่รี บั ความรอ นนอ ยกวา 3.5 ตารางเมตร และมรี รู ะบายไอนํ้าไมเล็กกวา 25 มลิ ลิเมตร หมอไอนาํ้ ที่
ผลิตน้ํารอ นทม่ี คี วามดนั ไมเ กิน 10 เมตร - นา้ํ และมีพื้นท่รี บั ความรอนไมเ กิน 8 ตารางเมตร
2. ล้ินนิรภัย JIS กําหนดวาหมอไอนํ้าที่มีพื้นที่รับความรอนเกิน 50 ตารางเมตร จะตองมีล้ินนิรภัย 2
ชุด สวน ASME ระบุวาตองมีล้ินนิรภัย 2 ชุด เมื่อหมอไอน้ํามีพื้นที่รับความรอน 500 ตารางฟุต (47
34
ตารางเมตร) หรืออัตราการผลิตไอ 4,000 ปอนดตอช่ัวโมง หรือหมอไอนํ้าไฟฟาท่ีมชกําลังเกิน 1.100
กโิ ลวัตต
3. ปมนํ้า JIS กําหนดวาควรมีปมนํ้า 2 ชุด หรือมากกวา สวน ASME กําหนดใหมีปมน้ําไมนอยกวา
2 ชุด เมอื่ หมอไอน้าํ มพี ืน้ ท่ีรบั ความรอ นเกิน 500 ตารางฟตุ
4. การตรวจทดสอบอัดนาํ้ JIS กําหนดไวอยางละเอียดคือ หมอไอน้ําที่ความดันใชงานสูงสุดไมเกิน
4.3 กิโลกรัมตอตารางเซนติเมตร (Kg/cm2 ) ใหอัดนํ้าที่ความดัน 2 เทา ถาความดันใชงานสูงสุดอยูระหวาง
4.3 – 15 กิโลกรัมตอตารางเซนติเมตร สําหรับหมอไอน้ําที่มีความดันใชงานสูงกวา 15 กิโลกรัมตอตาราง
เซนติเมตร ใหอัดน้ําที่ความดัน 1.5 เทา สวน ASME กําหนดไวใหอัดนํ้าที่ความดัน 1.5 เทาของความดันใช
งานสูงสดุ ท่อี อกแบบไว
ปจจุบัน (พ.ศ.2533) สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวง
อุตสาหกรรมไดออกมาตรฐานหมอไอน้ํา (มอก. 855 – 2532) เปนมาตรฐานไมบังคับ อยางไรก็ดีควรมีการ
กําหนดและประกาศใชใหไดกอนถึงแมวาจะไมเปนมาตรฐานบังคับก็ตาม เพ่ือเปนหลักปฏิบัติสําหรับบริษัท
ที่ประสงคจะไดเครื่องหมายมาตรฐาน และผูใชจะไดมีสิทธิเลือกใชของที่ผลิตในประเทศที่ไดมาตรฐาน
สวนบริษัทใดที่ผลิตไมไดมาตรฐานก็จะเสื่อมความนิยมไปเองโดยอัตโนมัติ ถึงจุดหนึ่งทุกบริษัทก็สามารถ
ผลิตหมอไอนํ้าท่ีไดมาตรฐานเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาน้ันการประกาศใหหมอไอนํ้าเปนเครื่องจักรที่ตองสราง
ตามมาตรฐานกส็ ามารถปฏิบตั ไิ ด การออกมาตรฐานหมอ ไอนาํ้ ถาไมสามารถดําเนินการใหครอบคลุมหมอไอ
น้าํ ทุกแบบทุกชนิด กค็ วรเรงออกมาตรฐานหมอ ไอน้ําเฉพาะแบบทอไฟกอนเพราะมีอนั ตรายสงู จากสถติ ิการ
ระเบิดสงู กวา หมอไอนาํ้ แบบทอ นํ้ากวา 20 เทา และการระเบดิ กร็ ุนแรงกวา ดว ย
มาตรฐานภาชนะบรรจกุ า ซ
ปจจุบันประเทศของเรามีการนํากาซชนิดตาง ๆ มาใชอยางแพรหลายทั้งในบาน โรงงาน
อุตสาหกรรม โรงพยาบาล และในรถยนต ปรากฏวา ภาชนะบรรจุกาซหลายชนิดสรางขึ้นมาอยางไมได
มาตรฐาน จึงกอใหเกิดอันตรายตอผูใช ดวยเหตุนี้สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (สมอ.)
กระทรวงอุตสหากรรม จึงไดกําหนดมาตรฐานสําหรับภาชนะบรรจุกาซข้ึนมา สําหรับภาชนะบรรจุกาซท่ีมี
อันตรายหรือไวไฟ เชน กาซปโตรเลียม กําหนดใหเปนมาตรฐานบังคับ เพราะฉะน้ันโรงงานใดจะสราง
ตองดําเนินการตามมาตรฐานกําหนด แตยังมีภาชนะบรรจุกาซบางชนิด เชน ทอออกซิเจน ทอไนตรัส
ออกไซด และทอ ไนโตรเจน กําหนดเปนมาตรฐานไมบังคับ น่ันคือโรงงานใดจะสรางตามมาตรฐานหรือไม
กไ็ ด สาํ หรับภาชนะบรรจกุ าซมมี าตรฐานทีส่ าํ คญั มดี งั น้ี
มาตรฐานถงั กาซปโ ตรเลียมเหลว (มอก. 27 – 2528)
มาตรฐานถังกาซปโตรเลียมเหลว (มอก. 27 – 2528) เปนมาตรฐานบังคับใชสําหรับถังที่มีความจุ
ต้ังแต 1 – 500 ลิตร แตไมครอบคลุมถึงกาซปโตรเลียมเหลว สําหรับรถยนต ถังแบงออกเปน 2 แบบ คือ ถัง
35
สองสวนและถังสามสวน แตมีความจุ 14 ขนาด วัสดุท่ีสรางเปนเหล็กกลาเนื้อแนน (Killed steel) มี
สวนประกอบทางเคมตี รงตามทก่ี าํ หนด ถงั ทุกใบเม่อื ขึน้ รูปและเชอ่ื มสวนตาง ๆ แลว ตอ งมาผานกรรมวิธีทาง
ความรอน (Heat treatment) เพื่อลดความเคนในเน้ือเหล็ก มีล้ินหรือวาลวขนาดเดียวกับคอถังและมีกล
อุปกรณน ิรภยั ดว ย เพ่ือความปลอดภัยและสะดวกในการขนสงถังตองมโี กรง กาํ บงั ล้ิน ฝาครอบลิ้นหรือจุกอุด
ลิ้นอยางใดอยางหนึ่ง ถังเมื่อใชงานครบ 5 ป ตองนํามาตรวจสอบความปลอดภัย ตามมาตรฐานการใชและ
การซอมถังกาซปโตรเลียมเหลว (มอก. 151 – 2528) ซึ่งมีการตรวจสอบ 5 วิธี คือ ตรวจพินิจภายนอก ตรวจ
พินิจภายใน ชง่ั น้าํ หนกั ตรวจการร่วั ซึม และตรวจทดสอบโดยการอัดนํ้า ถาไมผานตามเกณฑที่กําหนดหาม
นํากลับมาใช การตรวจสอบเปนหนาทขี่ องโรงงานบรรจกุ า ซและเม่อื ตรวจผา นแลวจะทําเคร่อื งหมายไวที่ถัง
มาตรฐานถังกา ซปโตรเลียมเหลวสาํ หรับเคร่อื งยนตส ันดาปภายใน (มอก. 370 – 2524)
มาตรฐานถังกาซปโ ตรเลียมเหลวสาํ หรบั เครอ่ื งยนตสันดาปภายใน (มอก. 370 – 2524) เปนมาตรฐาน
บังคับ ครอบคลุมถังที่มีความจุไมเกิน 500 ลิตร (ลูกบาศกเดซิเมตร) และมีความดันใชงาน 2.55 เมกาปาส
กาล วัสดุท่ีใชสรางเปนเหล็กกลามีเน้ือเหล็กคุณภาพดีมีสวนประกอบทางเคมีตามท่ีกําหนด มีสวนประกอบ
และอุปกรณท่ีสําคัญ ๆ ดังนี้ ติดต้ัง ล้ินบรรจุ ลิ้นจายกาซ เครื่องวัดปริมาณ เคร่ืองวัดระดับของเหลวคงที่
(ชองกระจก)ลิ้นนิรภัย ล้ินควบคุมการบรรจุเกิน และโกรงกําบังลิ้นหรือฝาครอบลิ้น ถังตองไดรับการ
ตรวจสอบทุก ๆ 5 ป ตาม มอก. 151 – 2528 วิธีการตรวจเชนเดียวกับการตรวจถังกาซปโตรเลียมเหลว จะมี
ความแตกตางกันตรงความดันที่ใชทดสอบดวยการอัดนํ้า ของถังกาซปโตรเลียมเหลวกําหนดไว 2 เทาของ
ความดนั ใชงานสูงสุด แตถ งั กาซปโตรเลยี มสาํ หรับเคร่อื งยนตสนั ดาปภายในกาํ หนดไว 3.30 เมกาปาสกาล
มาตรฐานภาชนะบรรจุกา ซทนความดันแบบไมม ตี ะเข็บ (มอก. 359 – 5230)
มาตรฐานภาชนะบรรจุกาซทนความดันแบบไมมีตะเข็บ (มอก. 359 – 5230) เปนมาตรฐานที่ไม
บังคับแตใชเปนแนวทางสําหรับโรงงานท่ีสรางหรือใชปฏิบัติอยางถูกตองโดยมีรายละเอียดดังนี้ มาตรฐานน้ี
ครอบคลุมทอท่ีมีขนาดบรรจุ 3.4 – 68 ลูกบาศกเดซิเมตร (ลิตร) และความดันกาซที่ใชบรรจุไมเกิน 25 เมกา
ปาสกาล วสั ดทุ ่ใี ชสรางเปน เหลก็ กลาคณุ ภาพดีและมสี วนประกอบทางเคมีตรงตามทกี่ าํ หนด การทําทอ ใหใ ช
วิธีการอัดเหล็กกลาผานแมพิมพ (Steel pipe extruded) หรือทําจากทอเหล็กเกลาไมมีตะเข็บ ท่ีกนทอปดดวย
การทุบ (Forging) หรือการเช่ือมปดสวนภายในหรือภายนอก แลวนํามาผานกรรมวิธีทางความรอน ทอตองมี
ล้ินพรอมกลอุปกรณนิรภัย (Safety device) ฝาครอบล้ินและฐานทอ เปนตน มาตรฐานน้ีใชไดกับภาชนะ
บรรจุกาซถาวร เชน ออกซิเจน หรือภาชนะบรรจุกาซเหลว เชน คลอรีน แอมโมเนีย และเอทีลีน เปนตน
ทอจะตอ งไดร บั การตรวจสอบทกุ ๆ 3 ป ตามมาตรฐานการใชและการซอ มบํารุงภาชนะบรรจกุ า ซทนความดัน
(มอก. 358 – 2531) ซ่ึงมีการตรวจ 4 วิธี คือ ตรวจพินิจภายนอก ตรวจพินิจภายใน ชั่งน้ําหนักทอ และตรวจ
ทดสอบอัดนํ้า ทอที่พบขอบกพรองและไมสามารถนํามาซอมแซมได ใหทําลายทอโดยการตัดทอออกเปน
อยางนอย 2 สวน
36
กฎหมายท่ีเกยี่ วขอ งกบั ความปลอดภยั ของหมอไอนาํ้
และภาชนะบรรจุกาซ
มีหนวยงานราชการ 2 กระทรวง ที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยหมอไอน้ําและภาชนะบรรจุกาซ
ไดแก กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทย ตางก็คือกฎหมายคนละฉบับ หนวยงานทั้ง 2 ตางก็
ควบคุมความปลอดภัยหมอไอนํ้าและภาชนะบรรจุกาซตามอํานาจหนาที่ที่กฎหมายกําหนดไว ถากฎหมาย
เขียนมาสอดคลองกันหรือใกลเคียงกันก็ไมกอใหเกิดปญหาตอโรงงานอุตสหกรรม สถานประกอบการ หรือ
ผูใช แตก็มีกฎหมายบางขอมีความแตกตางกันทําใหเกิดความสับสน ในทางปฏิบัติจึงจําเปนตองอาศัยการ
ประสานงานจากหนวยงานทงั้ สองรายละเอยี ดของกฎหมายทท่ี งั้ 2 หนว ยงานดูแลมีดงั น้ี
1. กฎหมายเกย่ี วกบั ความปลอดภัยหมอไอนํ้า
กระทรวงอุตสาหกรรม มีกฎหมายเก่ียวกับหมอไอนํ้า 2 ฉบับ คือ กฎกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับท่ี 2 (พ.ศ.2512) และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2528) ซึ่งดูแลโดยกรมโรงงาน
อุตสาหกรรมควบคุมต้ังแตการสรางหมอไอนํ้า การใชหมอไอน้ํา และการตรวจสอบหมอไอน้ํา โดยมี
สาระสําคัญวาการสรางหรือซอมหมอไอนํ้าจะตองไดรับการออกแบบและควบคุมการสรางหรือซอมจาก
วิศวกร หมอไอนํ้าท่ีใชจะตองมีอุปกรณปองกันอันตรายตาง ๆ รวม 13 รายการ เชน ล้ินนิรภัย ปมนํ้า
หลอดแกวและสัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติ เปนตน พรอมทั้งตองมีคนควบคุมหมอไอน้ําท่ีมีคุณวุฒิผานการา
อบรมหลักสูตรผูควบคุมหมอไอนํ้าหรือจบประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง สาขาชางยนตหรือชางกลโรงงาน
และหมอไอนํ้าจะตองไดรับการตรวจทดสอบความปลอดภัยการใชงานประจําปจากวิศวกร นอกจากน้ัน
กฎหมายยังระบุดวยวาวิศวกรที่ทํางานเกี่ยวกับหมอไอนํ้าและคนท่ีคุมหมอไอน้ําจะตองไดรับการขึ้นทะเบียน
จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมกอนจงึ จะปฏบิ ัติงานได
1.2 กระทรวงมหาดไทย กฎหมายทเี่ กย่ี วของกบั หมอ ไอนํา้ มี 2 หนวยงานดแู ล คอื
2.1.1 กองงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปตยกรรม (กว กส)
สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลตามพระราชาบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 ซึ่งเปนการควบคุม
การทํางานดานวิศวกรรม ในสวนท่ีเกี่ยวของกับหมอไอนํ้าระบุวาผูท่ีจะทํางานไดตองเรียนมาในสาขา
วิศวกรรมเครื่องกลหรือเทียบเทา และไดรับอนุญาตเปนผูประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม หมอไอนํ้าทุก
ขนาดจะตองไดรับการออกแบบคํานวณ และควบคุมการสรางจากวิศวกร สําหรับการตรวจสอบความ
ปลอดภัยหมอไอน้ําตองเปนสามัญวิศวกรข้ึนไป ผูใดดําเนินงานวิศวกรรมโดยไมไดรับอนุญาต มีโทษจําคุก
ไมเ กิน 1 ป หรอื ปรบั ไมเกิน 10,000 บาท หรอื ท้งั จําท้งั ปรบั
1.2.2 กรมแรงงาน ดูแลหมอไอนํ้าตามประกาศกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ.2519) ซ่ึงมีเน้ือหา
ครอบคลุมต้ังแตการออกแบบหมอไอน้ํา การใชอุปกรณที่สําคัญ คุณวุฒิของคนคุมหมอไอน้ําและวิศวกร
ตรวจทดสอบหมอไอน้ํา หลักการทั่วไปสอดคลองกับกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม แตมีรายละเอียด
37
บางประการทีแ่ ตกตา งกัน เชน การกําหนดใหหมอไอนํ้าที่มีการใชงานเกิน 10 ป หรือมีการเคล่ือนยายตองลด
ความดันใชงานหมอ ไอนํา้ ลง สวนของกระทรวงอุตสาหกรรมใหอ ยใู นดลุ พินจิ ของวิศวกร
2. กฎหมายเกยี่ วกับความปลอดภัยภาชนะบรรจุกาซ
2.1 กระทรวงอุตสาหกรรม กฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ งกบั ภาชนะบรรจุกา ซมี 2 หนว ยงานดแู ล คือ
2.1.1 สํานักงานมาตรฐานผลติ ภัณฑอ ตุ สาหกรรม (สมอ.) ดแู ลในสวนภาชนะบรรจกุ า ซทีไ่ ด
ประกาศเปนมาตรฐานบังคับ และไมบังคับ เชน ภาชนะบรรจุกาซปโตรเลียมเหลวที่ใชหุงตมและใชใน
รถยนตเปนมาตรฐานบังคับ โรงงานสรางตองทําตามมาตรฐานกําหนด ภาชนะบรรจุกาซออกซิเจนและไน
ตรสั ออกไซดเ ปน มาตรฐานไมบังคับ โรงงานใดจะผลิตตามก็ไดและถาทําตามไดครบตามท่ีกําหนด สามารถ
ประทับตราเคร่ืองหมายมาตรฐานได แตตองไดรับอนุญาตจากสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม
กอ น
2.1.2 กรมโรงงานอุตสาหกรรม ดูแลภาชนะบรรจุกาซตามประกาศกระทรวง
อุตสาหกรรม ฉบับท่ี 4 (พ.ศ.2514) และ ฉบบั ที่ 24 (พ.ศ.2530) ดา นการใชและการเกบ็ ภาชนะบรรจุกาซ เชน
ควรเก็บภาชนะบรรจุกาซในอาคารท่ีแยกตางหาก หางจากแหลงความรอนหรือประกายไฟ มีเครื่องหมาย
บอก และพนักงานที่ทํางานเก่ียวของตองไดรับการอบรม เปน ตน
2.2 กระทรวงมหาดไทย กฎหมายท่เี กีย่ วของกบั ภาชนะบรรจกุ าซมี 2 หนว ยงานดแู ล คือ
2.2.1 กรมโยธาธิการ ดูแลภาชนะบรรจุกาซปโตรเลียมเหลวตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่
28 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2529) ครอบคลุมถึงสถานที่บรรจุและสถานท่ีเก็บ โดยเนนภาชนะกาซ
ปโตรเลียมขนาดใหญ กําหนดใหผูใชตองมาขออนุญาตและดําเนินการตามหลักเกณฑท่ีกําหนดเก่ียวกับ
สถานท่ี วธิ ีการบรรจุ การเกบ็ และการติดตงั้ รวมถึงการทดสอบ การปองกนั และระงบั อัคคภี ยั เปนตน
2.2.2 กองงานคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมและสถาปตยกรรม (กว
กส) สํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ.2505 รายละเอียด
เชนเกยี่ วกบั หวั ขอ 1.2.1 เพยี งแตเปล่ียนจากหมอไอนํ้ามาเปน ภาชนะบรรจุกาซ
มาตรฐานและกฎหมายเก่ียวกบั อุปกรณป องกนั อันตรายสวนบคุ คล
เนื่องจากอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลเปนสิ่งที่ชวยปองกันอันตรายที่จะเกิดข้ึนตอรางกาย
ขณะปฏิบัติงาน ซ่ึงอาจทําใหไดรับบาดเจ็บ พิการหรือตายไดหรือทําใหเกิดโรคเนื่องจากการทํางาน ไดมี
หนวยงาน สถาบันหรือองคการทั้งประเทศและตางประเทศไดกําหนดมาตรฐานของอุปกรณปองกันอันตราย
สวนบุคคลบางประเภทขึ้นเพื่อใชเปนบรรทัดฐานสําหรับการผลิต การเลือก การนํามาใชงาน การบํารุงรักษา
ตลอดจนการทดสอบตาง ๆ ทาํ ใหการนําไปใชป อ งกันอนั ตรายนนั้ มีประสทิ ธภิ าพที่ดี สามารถใหก ารคุมครอง
ผูใชใหเกิดความปลอดภัยได อีกทั้งยังมีการกําหนดเปนกฎหมายเพ่ือใชบังคับใหสถานประกอบการไดมีการ
38
จัดการเกี่ยวกับอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลอีกดวย ซึ่งจะไดแยกอธิบายมาตรฐานและกฎหมายท่ี
เกี่ยวขอ ง ดงั มรี ายละเอยี ดตอ ไปนี้
1. มาตรฐานเกีย่ วกบั อุปกรณป อ งกนั อนั ตรายสวนบคุ คล
มาตรฐานเก่ียวกับอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก มาตรฐานท่ีกําหนดโดยหนวยงานท้ัง
ในและตางประเทศ ดังนี้
1.1 หนวยงานในประเทศมีกําหนดมาตรฐานของอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคล ท่ีสําคัญ
ไดแก สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม (สมอ.) ไดกําหนดเปนมาตรฐาน
ผลติ ภณั ฑอ ตุ สาหกรรม (มอก.) ซึ่งมที ่ีกําหนดและประกาศใชแลว ดงั ตัวอยา ง เชน
- มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม หมวกนิรภัยสําหรับโรงงานอุตสาหกรรมและงานสนาม
(Standard for Industrial Protective Helments) มอก.368-2534 มีขอบเขตท่ีกําหนดถึง ประเภทชั้นคุณภาพ
ขนาดสว นประกอบ การทําและความเรยี บรอย คุณลักษณะที่ตองการ การทําเคร่ืองหมาย การชักตัวอยางและ
เกณฑต ดั สนิ และการทดสอบ หมวกนริ ภัยสาํ หรบั โรงงานอตุ สาหกรรมและงานสนาม มาตรฐานน้ีครอบคลุม
เฉพาะหมวกนิรภัยที่ใชปองกันศีรษะาจากอุบัติเหตุตาง ๆ ในขณะกําลังปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม
หรืองานสนามตลอดจนปองกนั อันตรายจากกระแสไฟฟา และความรอ น
- มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม รองเทาหนังนิรภัย (Standard for Leather Safety
Footwear) มอก. 523-2528 (เปน อมก. ท่ีออกประกาศแกไขเพิ่มเติมมาตรฐานเลขท่ี มอก. 523-2527) มี
ขอบเขตท่ีกําหนดถึง รูปราง ประเภท แบบและชนิด ขนาดและเกณฑความคลาดเคล่ือน สวนประกอบ
คุณลักษณะท่ีตองการ การบรรจุ เคร่ืองหมายและฉลาก การซักตัวอยางและเกณฑตัดสิน และการทดสอบ
รองเทา หนงั นริ ภัย ท่สี วนบนทําดว ยหนังแท พ้นื และสนทาํ ดวยยางหรือวัสดุสงั เคราะห
1.2 หนวยงานหรือสถาบันในตางประเทศที่กําหนดมาตรฐานของอุปกรณปองกันอันตรายสวน
บุคคล ท่ีสําคัญไดแก สถาบันมาตรฐานแหงชาติอเมริกัน (American National Standard Institute : ANSI)
สมาคมทดสอบและวัสดุแหงชาติอเมริกัน (American Society for Testing and Material : ASTM) สถาบัน
มาตรฐานแหงชาติอังกฤษ (British Stadard Institute : BSI) องคการมาตรฐานระหวางประเทศ (International
Organization for Standardizatior : ISO)
ตัวอยางมาตรฐานของอุปกรณปองกันอันตาายสวนบุคคลที่กําหนดโดยสถาบันมาตรฐานแหงชาติ
อเมรกิ นั (ANSI) เชน
- มาตรฐานแหง ชาติอเมรกิ นั สําหรบั อุปกรณป อ งกนั ศรี ษะในงานอตุ สาหกรรม
- มาตรฐานแหงชาติอเมรกิ นั สาํ หรบั อุปกรณปอ งกันอันตรายสว นบคุ คล เก่ยี วกับการปองกันเทา
- มาตรฐานแหง ชาติอเมรกิ นั สําหรับอุปกรณป อ งกันระบบหายใจ
- มาตรฐานแหงชาติอเมริกันสําหรับการแบงชนิดของอุปกรณปองกันระบบหายใจชนิดตลับกรอง
อากาศ และกลองบรรจสุ ารกรองอากาศ
39
2. กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณปองกนั อนั ตรายสว นบุคคล
กฎหมายเก่ียวกับอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลในประเทศไทย มีหนวยงานหลักท่ี
เกี่ยวของอยู 2 แหง คือ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ไดมีการกําหนดเปนกฎหมายให
สถานประกอบการถือปฏิบัติดังมีสาระสําคัญโดยสรุปสวนท่ีเกี่ยวกับอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลของ
แตละหนว ยงานไดดังนี้
2.1 กระทรวงมหาดไทย กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลจะมีระบุอยูใน
กฎหมายความปลอดภัยในการทํางานซึ่งเปนประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับตาง ๆ ท่ีประกาศโดยอาศัย
อํานาจตามความในขอ 2 (7) และขอ 14 แหงประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2515
กําหนดสวัสดิการเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยสําหรับลูกจาง ดังมีประกาศกระทรวงมหาดไทย
ฉบับตา ง ๆ ในเร่ืองตอไปนี้
- ความปลอดภัยในการทํางานเกย่ี วกบั เครื่องจักร
- ความปลอดภยั ในการทาํ งานเกยี่ วกับภาวะแวดลอ ม หมวดความรอ น หมวดแสงสวาง และ
หมวดเสียง
- ความปลอดภยั ในการทํางานเกี่ยวกบั ภาวะแวดลอ ม (สารเคม)ี
- ความปลอดภยั เกย่ี วกบั ไฟฟา
- ความปลอดภัยในการทาํ งานเกี่ยวกบั ภาวะแวดลอม (ประดาน้าํ )
- ความปลอดภยั ในการทาํ งานกอสรางวา ดว ยลฟิ ตขนสง วัสดชุ ว่ั คราว
- ความปลอดภัยในการทํางานกอสราง
ในแตละฉบับไดกําหนดใหนายจางจัดหาอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลแตละประเภท
ใหลูกจางสวมใสขณะปฏิบัติงาน และในบางฉบับจะกําหนดเปนหมวดมาตรฐานเกี่ยวกับอุปกรณคุมครอบ
ความปลอดภยั สวนบคุ คล
2.2 กระทรวงอุตสาหกรรม มีหนวยงานท่ีเกี่ยวของกับการออกกฎหมายเก่ียวกับอุปกรณปองกัน
อันตรายสวนบคุ คลอยู 2 หนวยงาน คือ กรมโรงงานและกรมทรพั ยากรธรณี ซง่ึ มีกฎหมายทเ่ี กย่ี วของดงั นี้
2.2.1 กรมโรงงาน กฎหมายเก่ยี วกบั อปุ กรณป อ งกันอนั ตรายสวนบุคคลจะมีระบุอยูในประกาศ
กระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2514) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 เร่ืองหนาที่
ของผูรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน มีเนื้อหาอยูในหมวด 12 การปองกันอุบัติเหตุหรืออันตรายจาก
เครื่องจักรเครื่องมือ เคร่ืองเคล่ือนยาย หยิบยกหรือลําเลียงวัสดุ สายไฟฟา ทอไอน้ํา หรือวัตถุอันเปนส่ือสง
กําลังในโรงงาน โดยอาศัยอํานาจตามความใน (12) แหงมาตรา 39 เนื้อหาจะกําหนดใหผูรับใบอนุญาต ฯ
จัดหาอุปกรณปองกันอันตรายประเภทตาง ๆ เชน รองเทา หมวก ท่ีอุดหู ครอบหู ถุงมือ อุปกรณหองกัน
ระบบหายใจ เปนตน ใหคนงานสวมใสบริเวณท่ีอาจเปนอันตรายนั้น ๆ และมีเน้ือหาอยูในหมวด 13 การเก็บ
และการใชวัตถุมีพิษ วัตถุเคมี วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด และวัตถุอื่นท่ีอาจเปนอันตรายหรือที่อาจทําใหเกิดฝุน
ละออง ความรอน แสงหรือเสียง ซึ่งเปนอันตรายในการปฏิบัติงานกับวิธีการปองกันและเคร่ืองปองกันมิให
40
เกิดอันตรายแกคนงาน เน้ือหาจะกําหนดใหผูรับใบอนุญาต ฯ ตองจัดใหคนงานที่ปฏิบัติงานเก่ียวกับวัตถุมีพิษ
วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดหรือวัตถุอื่นท่ีอาจเปนอันตราย หรือที่อาจทําใหเกิดฝุนละอองความรอน แสงหรือเสียง
ซึ่งอาจเปนอันตรายตอการปฏิบัติงานในหนาที่สวมเคร่ืองปองกันอันตาายตามคตวามเหมาะสมตอการปฏิบัติ
น้ัน ๆ
2.2.2 กรมทรัพยากรธรณี กฎหมายเกี่ยวกับอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลจะมีระบุอยูใน
กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2513) ออกตามความในพระราชบัญญัติแร พ.ศ.2510 มีเนื้อหาอยูในหมวด 3
ขอกําหนดเกี่ยวกับการใชเครื่องจักร หมวด 8 ขอกําหนดเก่ียวกับรถขุดและหมวด 9 ขอกําหนดเกี่ยวกับทํา
เหมืองใตด นิ ในเนอ้ื หาจะกาํ หนดใหผูถอื ประทานบัตร ผรู ับอนญุ าตทําเหมืองชั่วคราว ผูรับใบอนุญาตเหมือง
แร หรือผูรับใบอนุญาตประกอบโลหะกรรม ตองจัดหาอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลใหกับคนงานใช
ปองกนั อนั ตรายในแตล ะลักษณะงาน