The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสืบค้นข้อมูลวิจัย นายวรศักดิ์ ยังอ้น เลขที่16

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ceenboolala, 2021-09-25 00:16:05

การสืบค้นข้อมูลวิจัย

การสืบค้นข้อมูลวิจัย นายวรศักดิ์ ยังอ้น เลขที่16

54

รศ.ดร.ดุษฎี อุตภาพ (2548). เทคโนโลยีของคาร์โบไฮเดรท. เอกสารประกอบการเรียนการสอนใน
  หลักสูตรระดบั บณั -ฑิตศึกษาของสายวิชาเทคโนโลยีชีวเคมี คณะทรัพยากรชีวภาพ และ

  เทคโนโล ยี มหาวิทย าลัย เทคโนโล ยีพ ระ จอมเก ล้าธ นบุ รี [ออนไ ล น์]. ไ ด้จาก :

  http://eu.lib.kmutt.ac.th/elearning/Courseware/BCT611/subject.html
  สายสนม ประดิษฐ์ดวง.2541. อาหารป้ องกนั โรค: Resistant starches.อุตสาหกรรมเกษตร.9 (3):

  33-35, 2004.
สุพิศา สมโต, (2547). คุณลักษณะทางกายภาพและเคมี และความคงตัวของข้าวไทยที่มีรงควัตถุ.
  วทิ ยานิพนธ์ตามหลกั สูตรปริญญาวทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าเทคโนโลยอี าหาร ภาควชิ า

  เ ท ค โ น โ ล ยี อ า ห า ร ม ห า วิ ย า ลั ย ศิ ล ป ก ร [อ อ น ไ ล น์ ]. ไ ด้ จ า ก :

http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/ fulltext/ snamcn/SupisaSomto/Fulltext.pdf

 

 
 
 
 
 
 
 

ภาคผนวก ก

 

56

การวเิ คราะห์องค์ประกอบทางเคมขี องแป้ ง

 

  การหาปริมาณความช้ืน (AOAC 1997) วธิ ี Air oven method

  วสั ดุ/อุปกรณ์และเครื่องมือ

  1. Aluminum moisture can

  2. ตูอ้ บ (Drying oven 100-105˚C)

  3. ตูด้ ูดความช้ืน (Desiccators)
4. เคร่ืองชงั่ 4 ตาํ แหน่ง

  วธิ ีการวเิ คราะห์
1. อบ Aluminium moisture can ในตูอ้ บอุณหภูมิ 100-130 ◌ํC ประมาณ 20-30 นาทีแลว้
นาํ มาใส่ในตูด้ ูดความช้ืน
2. เขียนสญั ลกั ษณ์หรือหมายเลขไวท้ ี่ดา้ นขา้ งของ Aluminium moisture can
3. ชงั่ น้าํ หนกั ท่ีแน่นอนของ Aluminium moisture can (ทุกข้นั ตอนควรมีท่ีจบั หรือใส่ถุงมือ
เวลาจบั ไม่ควรใชม้ ือจบั เพราะผลท่ีไดอ้ าจจะคลาดเคล่ือนได้ เน่ืองจากไขมนั และความช้ืน
จากมือ)
4. ชง่ั แป้ งดว้ ยเครื่องชงั่ น้าํ หนกั 4 ตาํ แหน่งประมาณ 5 g ใส่ลงใน Aluminium moisture can
5. นาํ Aluminium moisture can ท่ีใส่ตวั อยา่ งแลว้ ไปอบในตูอ้ บอุณหภูมิ 100-105◌ํC เป็ น

เวลาประมาณ 2-3 ชวั่ โมง
6. นาํ ตวั อยา่ งออกมาจากตอู้ บและปล่อยใหเ้ ยน็ ในตูด้ ูดความช้ืน แลว้ ทาํ การชง่ั หาน้าํ หนกั
7. คาํ นวณหาเปอร์เซ็นตค์ วามช้ืน
8. ทาํ การทดลองท้งั หมด 3 ซ้าํ  

ปริมาณความช้ืน (%) = (น้าํ หนกั ภาชนะรวมน้าํ หนกั ตวั อยา่ งก่อนอบ) - (น้าํ หนกั ภาชนะรวมน้าํ หนกั ตวั อยา่ งหลงั อบ X 100
(น้าํ หนกั ภาชนะรวมน้าํ หนกั ตวั อยา่ งก่อนอบ)

วธิ ีวเิ คราะห์ปริมาณอะไมโลส
ทาํ ตามวธิ ี Colorimetric assay ของ Julino (1971) วดั ค่าการดูดกลืนแสงท่ี 620 นาโนเมตร

ดว้ ยเครื่องสเปกโตรโฟโตรมิเตอร์ โดยใช้ potato amylase ในการสร้างกราฟมาตรฐานการหา
ปริมาณอะไมโลส

57

วธิ ีการวเิ คราะห์ตัวอย่าง
  1. ชงั่ แป้ ง 1.0000 กรัม ใส่ในขวดปรับปริมาตรขนาด 100 มิลลิลิตรที่แหง้ สนิท
  2. เติมเอทิลแอลกอฮอลค์ วามเขม้ ขน้ ร้อยละ 95 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร เขยา่ เบาๆ
  3. เติมสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซมค์ วามเขม้ ขน้ 2 นอร์มลั ปริมาตร 9 มิลลิลิตร
  4. กวนสารละลาย 10 นาที แลว้ ปรับปริมาตรใหค้ รบ 100 มิลลิลิตรดว้ ยน้าํ กลนั่
  5. เตรียมขวดปรับปริมาตรขนาด 100 มิลลิลิตรชุดใหม่ เติมน้าํ กลนั่ ประมาณ 70 มิลลิลิตร

เติมกลาเซียลอะซีติกแอซิดปริมาตร 2 มิลลิลิตร และเติมสารละลายไอโอดีน 2 มิลลิลิตร (ไอโอดีน
  0.2 กรัมและโปรแตสเซียมอโอไดด์ 2.0 กรัม ปรับปริมาตรเป็น 100 มิลลิลิตรดว้ ยน้าํ กลน่ั )
  6. ดูดน้าํ แป้ งจากขอ้ 4 ดว้ ยปิ เปต ปริมาตร 5 มิลลิลิตร ใส่ในขวดปรับปริมาตรขนาด 100

มิลลิลิตร ปรับปริมาตรดว้ ยน้าํ กลน่ั และต้งั ทิ้งไว้ 10 นาที
7. วดั ความเขม้ สีของสารละลายตามขอ้ 6 ดว้ ยเคร่ืองสเปกโตรโฟโตมิเตอร์โดยอา่ นค่าการ

ดูดกลืนแสงท่ีความยาวคล่ืนแสง 620 นาโนเมตร หลงั ปรับเครื่องดว้ ย blank ใหไ้ ดค้ ่าการดูดกลืนแสง
เท่ากบั 0 (ศนู ย)์

8.ทาํ blank โดยเติมกลาเซียลอะซีติกแอซิด ปริมาตร 2 มิลลิลิตร และสารละลายไอโอดีน 2
มิลลิลิตร ปรับปริมาตรเป็น 100 มิลลิลิตรดว้ ยน้าํ กลนั่

9. คาํ นวณหาปริมาณอะไมโลสโดยเทียบจากกราฟมาตรฐานท่ีเตรียมได้
การสร้างกราฟมาตรฐาน
1. ชงั่ อะไมโลสบริสุทธ์ิ 0.0400 กรัม ใส่ในขวดปรับปริมาตร 100 มิลลิลิตรที่แหง้ สนิทแลว้

ดาํ เนินการเช่นเดียวกบั ขอ้ 3-4 ไดเ้ ป็นสารละลายมาตรฐาน
2. เตรียมขวดปรับปริมาตรขนาด 100 มิลลิลิตร จาํ นวน 5 ขวด เติมน้าํ กลนั่ ขวดละ 70

มิลลิลิตร เติมกลาเซียลอะซีติกแอซิดปริมาตร 0.4 มิลลิลิต รในขวดที่ 1 ปริมาตร 0.8
มิลลิลิตรในขวดที่ 2 ปริมาตร 1.2 มิลลิลิตรในขวดที่ 3 ปริมาตร 1.6 มิลลิลิตรในขวดท่ี 4
ปริมาตร 2.0 มิลลิลิตรในขวดที่ 5 แลว้ เติมสารละลายไอโอดีน 2 มิลลิลิตรลงในแตล่ ะ
ขวด
3. ดูดสารละลายมาตรฐานจากขอ้ 1 ปริมาตร 1 2 3 4 และ 5 มิลลิลิตร ซ่ึงเทียบเทา่
ปริมาณอะไมโลส 8% ,16%, 24%ม 35% และ 40% ตามลาํ ดบั ใส่ในขวดที่เตรียมไวใ้ น
ขอ้ 2 เติมน้าํ กลนั่ เพ่อื ปรับปริมาตรใหค้ รบ 100 มิลลิลิตร และวดั ค่าการดูดกลืนแสงที่
ความยาวคล่ืน 620 นาโนเมตร
4. นาํ ค่าการดูดกลืนแสงท่ีวดั ไดก้ บั ปริมาณอะไมโลสในสารละลายมาตรฐานจากขอ้ 3 มา
เขียนเป็ นเส้นกราฟมาตรฐาน

58

5. นาํ กราฟมาตรฐานที่ไดจ้ ากขอ้ 4 มาใชแ้ ปลงค่าการดูดกลืนแสงใหเ้ ป็นร้อยละ(โดย
  น้าํ หนกั ) ของอะไมโลสในตวั อยา่ งท่ีตอ้ งการศึกษา

 

  การวเิ คราะห์ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซม์ (RS) ตามวธิ ี I.Goni Method (1996)

  1. สารเคมี
  KCl - HCl buffer, pH 1.5
  0.1 M This- maleate buffee, pH 6.9
  0.1 M HOH

0.4 M acetate buffer, pH 4.75
2 M HCl
Pepsis (Merck No.7190, 2000 FIT-u/G)
Pancreatic a-amylase (Sigma A-3176)
Amyloglucosidase (Boeringer Mannheim No.102857)
Glucose oxidase- peroxidase kit (GOD/PAP, Boeringer Mannheim No.676543)
2.วธิ ีการวเิ คราะห์ตวั อยา่ ง
1) ชงั่ ตวั อยา่ งแป้ ง 100 มิลลิกรัมน้าํ หนกั แหง้ ใส่ลงในหลอด Centrifuge ขนาด 50 มิลลิลิตร
เติม KCl-HCl buffer, pH 1.5 จาํ นวน 10 มิลลิลิตร
2) เติมสารละลาย pepsin 0.2 มิลลิลิตร (1g pepsin/10 ml buffer KCl-HCl) ผสมใหเ้ ขา้ กนั
แลว้ นาํ ไปใส่ใน shaking water bath ที่อุณหภูมิ 40องศาเซลเซียสเป็นเวลา 60 นาที ดว้ ยอตั ราเร็วใน
การเขยา่ คงที่
3) นาํ ตวั อยา่ งออกจาก Water bath และทาํ ใหเ้ ยน็ ท่ีอุณหภูมิหอ้  ง จากกน้นั เติม 0.1 M Tris-
maleate buffer, pH 6.9 จาํ นวน 9 มิลลิลิตร (ปรับ ดว้ ย 2M HCl หรือ 0.5M NaOH ถา้ จาํ เป็น)
4) เติม 1 มิลลิลิตรของสารละลาย α-amylase ( 40 mg α-amylase/ ml Tris-maleate buffer)
ผสมใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นาํ ไปบ่มใน shaking water bath ท่ีอุณหภมู ิ 37องศาเซลเซียสเป็นเวลา 16 ชวั่ โมง
ดว้ ยอตั ราเร็วในการเขยา่ คงท่ี
5) นาํ ตวั อยา่ งป่ันเหวย่ี งดว้ ยเครื่องปั่นเหวยี่ งที่ความเร็วรอบ 3000xg เป็นเวลา 15 นาที เทส่วน
ใสดา้ นบนทิง้ และลา้ งตะกอนดว้ ยน้าํ กลน่ั จาํ นวน 10 มิลลิลิตรอยา่ งนอ้ ย 1 คร้ัง จากน้นั ทาํ การป่ัน
เหวยี่ ง ทิง้ ส่วนใสดา้ นบน และเกบ็ ส่วนท่ีเป็นตะกอน
6) เติมน้าํ กลน่ั 3 มิลลิลิตรในหลอดที่มีตะกอน และเติม 4M KOH 3 มิลลิลิตร ผสมใหเ้ ขา้ กนั
และเกบ็ ท่ีอุณภมู ิห้อง นาน 30 นาที ดว้ ยอตั ราเร็วในการเขยา่ คงท่ี

59

7) เติม 2M HCl ประมาณ 5.5 มิลลิลิตร และ 0.4M sodium acetate buffer, pH 4.75 (ปรับ
  ดว้ ย 2M HCl หรือ 0.5M NaOH ถา้ จาํ เป็น)
  8) เติม amyloglucosidase 80ไมโครลิตร ผสมใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นาํ ไปใส่ใน shaking water bath
  ท่ีอุณหภูมิ 60องศาเซลเซียสเป็นเวลา 45 นาที ดว้ ยอตั ราเร็วในการเขยา่ คงที่
  9) นาํ ตวั อยา่ งปั่นเหวย่ี งดว้ ยเครื่องปั่นเหวยี่ งท่ีความเร็วรอบ 3000g เป็นเวลา 15 นาที เก็บ
  ส่วนใสดา้ นบนใส่ใน volumetric flask ลา้ งตะกอนดว้ ยน้าํ กลน่ั จาํ นวน 10 มิลลิลิตร แลว้ ปั่นเหวยี่ งซ้าํ
อีกอยา่ งนอ้ ย 1 คร้ัง เกบ็ ส่วนใสรวมกนั และปรับปริมาตรใหเ้ ป็น 25-1000 มิลลิลิตร ข้ึนกบั ปริมาณ
  RS ในตวั อยา่ ง

  10) เตรียมกราฟมาตรฐานจากสารละลายกลูโคส 10 – 60 ppm
11) ปิ เปตน้าํ กลน่ั สารละลายตวั อยา่ ง และ glucose standard solution 0.5 มิลลิลิตร ใส่ใน
หลอดทดลอง แลว้ เติม DOD-PAP 1 มิลลิลิตร ผสมใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นาํ ไปใส่ใน water bath ท่ีอุณหภมู ิ

37องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 นาที
12) อา่ นคา่ การดูดกลืนแสงของตวั อยา่ งและสารละลายมาตรฐานดว้ ยเครื่องสเปกโตรโฟโต
มิเตอร์ที่ความยาวคลื่น 500 นาโนเมตร ใชน้ าํ กลน่ั ในการทาํ blank การอา่ นคา่ การดูดกลืนแสงตอ้ งทาํ
ระหวา่ ง 5-45 นาทีหลงั จากการบ่ม
13) คาํ นวณความเขม้ ขน้ ของกลูโคสในตวั อยา่ งจากกราฟมาตรฐาน
14) ความเขม้ ขน้ ของ Resistant starch ของตวั อยา่ งจากความเขม้ ขน้ ของกลูโคส X 0.9

การวเิ คราะห์ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซม์ (RS) โดยใช้ Megazyme® kit (AOAC

Method 2002.02)

1.สารเคมี  

0.1 M Sodium maleate buffer, pH 6.0

1.2 M Sodium acetate buffer, pH 3.8

0.1 M Sodium acetate buffer, pH 4.5

2M KOH

50%(v/v) Ethanol
Amyloglucosidase, 3300U/ml (Megazyme® kit)
Pancreatic α -amylase,3 Cerapha Units/mg(Megazyme® kit)
GOPOD reagent (Megazyme® kit)
D-Glucose standard solution (Megazyme® kit)
Resistant starch control (Megazyme® kit)

60

2.วธิ ีการวเิ คราะห์ตวั อยา่ ง
  1. ชงั่ ตวั อยา่ งแป้ ง 100 ± 5 มิลลิกรัม ใส่ในหลอด centrifuge ขนาด 50 มิลลิลิตร
  2. เติมเอนไซมผ์ สมระหวา่ ง Pancreatic α-amylase และ AMG (3U/ml) 4 มิลลิลิตร ปิ ดฝา
  หลอด
  3. นาํ ไปบ่มใน Shaking water bath ท่ีอุณหภูมิ 37องศาเซลเซียส นาน 16 ชว่ั โมง (โดยวาง
  หลอดในแนวขนานกบั การเคลื่อนท่ี)

4. เติมเอทานอล 99 เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร 4 มิลลิลิตร เพื่อหยุดปฏิกิริยา (ผสมสารให้เขา้ กนั ดี
  โดยใช้ Vortex mixer) ปั่นเหวยี่ งที่ความเร็วรอบ 1500 g (ประมาณ 3000 rpm) เป็นเวลา 10 นาที
  5. ถ่ายของเหลวส่วนใสจากหลอดเดิมใส่อีกหลอดอยา่ งระมดั ระวงั

6. เติมเอทานอล 50 เปอร์เซ็นตโ์ ดยปริมาตร 2 มิลลิลิตร ลงในส่วนของตะกอน ผสมใหเ้ ขา้
กนั ดว้ ย Vortex mixer แลว้ เติม เอทานอล 50 เปอร์เซ็นตโ์ ดยปริมาตรอีก 6 มิลลิลิตร ปั่นเหวยี่ งที่
ความเร็วรอบ 1500 g (ประมาณ 3000 rpm) เป็นเวลา 10 นาที ทาํ ซ้าํ อีกคร้ัง

7. ใส่ magnetic bar ลงในหลอดท่ีมีตะกอน และเติมสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์
ความเขม้ ขน้ 2 โมลาร์ ปริมาตร 2 มิลลิลิตร ลงในแต่ละหลอด ผสมให้เขา้ กนั โดยวางในถาดน้าํ ต้งั บน
magnetic sterrer และกวน 20 นาที

8. เติม โซเดียมอะซิเตต บฟั เฟอร์ ความเขม้ ขน้ 1.2 โมลาร์ ค่าความเป็ นกรด - ด่าง 3.8
ปริมาตร 8 มิลลิลิตรลงในแต่ละหลอด

9.เติมเอนไซม์ Amyloglucosidase (3300 U/ml) ปริมาตร 0.1 มิลลิลิตร ผสมใหเ้ ขา้ กนั ดี
10. บม่ ใน Water bath ท่ีอุณหภูมิ 30องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที
11.(สาํ หรับตวั อย่างที่มีปริมาณ RS มากกวา่ 10 เปอร์เซ็นต)์ นาํ สารละลายท่ีออกจาก water
bath ถ่ายสารละลายลงในขวดปรับปริมาตรขนาด 100 มิลลิลิตร กล ้วั ลา้ งหลอดและ magnetic bar
ดว้ ยน้าํ กลน่ั และปรับปริมาตรสารละลายใหค้ รบ 100 มิลลิลิตรดว้ ยน้าํ กลนั่ ป่ันเหวยี่ งที่ความเร็วรอบ
1500 g (ประมาณ 3000 rpm) เป็นเวลา 10 นาที
12.(สาํ หรับตวั อยา่ งที่มีปริมาณ RS นอ้ ยกว่า 10 เปอร์เซ็นต)์ นาํ สารละลายท่ีออกจาก water
bath ปั่นเหวย่ี งท่ีความเร็วรอบ 1500 g (ประมาณ 3000 rpm) เป็ นเวลา 10 นาที (ไม่ตอ้ งทาํ การเจือจาง
สารละลาย) โดยปริมาตรสุดทา้ ยจะเป็น 10.3 มิลลิลิตร
13.ดูดสารละลายท่ีไดจ้ ากขอ้ 11 หรือ ขอ้ 12 (ตามเปอร์เซ็นตข์ อง RS) มา 0.1 มิลลิลิตรใส่ใน
หลอดทดลอง เติม GOPOD reagent 3 มิลลิลิตร บ่มใน water bath ที่ 50องศาเซลเซียส เป็ นเวลา 20
นาที
14. วดั คา่ การดูดกลืนแสงของสารละลายในแต่ละหลอดที่ความยาวคล่ืน 510 นาโนเมตร
15.คาํ นวณปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซม์ (RS) ตามสูตร

61

ปริมาณ RS (กรัม/ 100 กรัมตวั อยา่ ง) = E x F/W x 162/180
  เม่ือ E = ค่าการดูดกลืนแสง

  F = ปริมาณกลูโคสที่วเิ คราะห์ได้
  W = น้าํ หนกั แหง้ ของตวั อยา่ งที่ใชว้ เิ คราะห์ (กรัม)
  162/180 = แฟกเตอร์สําหรับเปลี่ยน free D-glucose เป็ น anhydro-

  glucose

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 

ภาคผนวก ข

 

63

ตารางท่ี 13 คา่ การวเิ คราะห์ RVA ของตวั อยา่ งแป้ งดิบ
sa mple
Peak Trough Break Final Set back Passing
  viscosity (RVU) down Viscosity temp
  (RVU) (RVU) (RVU) 45.75 (องศา
47.00 เซลเซียส)
  42.83 146.08 44.42
43.83 148.58 45.72 79.15
แป ้ งขา้ วโพด 1 143.17 100.33 41.83 145.42 1.29 78.40
2 145.42 101.58 42.83 146.69 58.66 79.20
  3 142.83 101.00 1.00 60.75 78.92
  Ave. 143.81 100.97 144.58 1.67 66.00 0.45
SD 151.92 192.25 61.80 70.30
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 1.41 0.63 152.25 193.25 3.78 71.15
ดดั แปร 1 149.58 191.17 57.08 71.10
2 278.83 134.25 4.34 192.22 58.42 70.85
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 3 279.17 127.25 156.58 64.25 0.48
Ave. 282.67 130.42 153.67 1.04 59.92 71.10
แป้ งขา้ วเจา้ โม่เปี ยก SD 280.22 130.64 159.58 164.67 3.81 70.25
156.61 165.42 88.25 71.10
แป้ งขา้ วเจา้ โม่แหง้ 1 2.13 3.51 2.96 170.33 85.58 70.82
2 10.58 166.81 104.67 0.49
3 264.17 107.58 31.25 92.83
Ave. 260.17 107.00 37.92 3.07 10.33 89.65
SD 265.67 106.08 26.58   158.67 126.58 81.55
263.34 106.89 14.25 130.83 80.75
1 33.50 188.25 139.17 83.98
2 2.84 0.76 36.67 198.83 132.19 4.92
3 40.00 181.92 6.40 84.80
Ave. 81.00 70.42 36.72 20.82 83.25
SD 133.92 102.67 3.25 242.33 85.65
132.08 94.17 248.33 84.57
1 115.67 89.08 249.42 1.22
2 30.04 16.72 246.69
3
Ave. 149.25 115.75 3.82
SD 154.17 117.50
150.25 110.25
151.22 114.50

2.60 3.78

64

ตารางที่ 14 ปริมาณอะไมโลส (% dry basis) ของตวั อยา่ งแป้ งเร่ิมตน้
  นํา้ หนักแป้ ง
  ในสารละลาย ค่า Absorbance เปอร์เซ็นต์อะไมโลส
610 nm dry basis
ตวั อย่างแป้ ง 100ml
1 2 3 Ave. SD
 
50.959 50.959 50.595 50.838 0.210
  กรัม 1 2 3 Ave. SD 50.856 50.907 50.907 50.890 0.029
50.753 50.804 50.804 50.787 0.029
 
50.838
แป้ งขา้ วโพด 1 0.1000 0.546 0.546 0.546 0.546 0.000 41.000 41.000 41.000 41.000 0.000
  2 0.1000 0.545 0.545 0.545 0.545 0.000 41.103 41.103 41.103 41.103 0.000
41.309 41.309 41.309 41.309 0.000
  3 0.1000 0.544 0.544 0.544 0.544 0.000
41.137
เฉลี่ย 41.433 41.433 41.433 41.433 0.000
41.021 41.021 41.021 41.021 0.000
แป้ งขา้ วเจา้ 1 0.1001 0.449 0.449 0.449 0.449 0.000 41.639 41.639 41.639 41.639 0.000
โม่แหง้ 2 0.1001 0.450 0.450 0.450 0.45 0.000
41.364
3 0.1001 0.452 0.452 0.452 0.452 0.000 45.243 45.243 45.243 45.243 0.000
44.934 44.934 44.934 44.934 0.000
เฉล่ีย 44.728 44.728 44.728 44.728 0.000

แป้ งมนั 1 0.0999 0.454 0.454 0.454 0.454 0.000 44.968
สาํ ปะหลงั 2 0.0999 0.450 0.450 0.450 0.45 0.000 41.742 41.845 41.742 41.776 0.059
41.536 41.536 41.577 41.550 0.024
3 0.0999 0.456 0.456 0.456 0.456 0.000 41.845 41.742 41.681 41.756 0.083

เฉลี่ย 41.694

แป้ งมนั 1 0.0999 0.491 0.491 0.491 0.491 0.000

สาํ ปะหลงั ดดั 2 0.0999 0.488 0.488 0.488 0.488 0.000
แปร 3 0.0999 0.486 0.486 0.486 0.486 0.000

เฉลี่ย 0.0999  
แป้ งขา้ วเจา้ โม่ 1
0.457 0.458 0.457 0.457 0.001
เปี ยก 2 0.0999 0.455 0.455 0.455 0.455 0.000

3 0.0999 0.458 0.457 0.457 0.457 0.001

เฉล่ีย

65

  ตารางที่ 15 แป้ งก่อนการเพ่มิ ปริมาณ Resistant starch ดว้ ยวธิ ี Autoclave และ Incubate

  ตวั อย่างแป้ ง จาํ นวน คา่ Absorbance ปริมาณสารละลายกลูโคส ปริมาณ Resistant starch
  ซ้าํ (500 nm) mg glucose/100 mg
  mg glucose/ml mg/25 ml ตวั อยา่ ง/100 ตวั อยา่ ง dry basis
ตวั อยา่ ง mg ตวั อยา่ ง(dry basis)
1.211
  แป้ งขา้ วโพด 1 0.627 0.054 1.346 1.211
2 0.626 0.053 1.345 1.212
3 0.627 0.053 1.348 1.211
  0.001
1.195
  เฉลี่ย 0.627 0.053 1.346 1.201
SD 0.000 0.000 0.002 1.197
1.198
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั 1 0.622 0.053 1.329 0.003
แปร 2 0.621 0.053 1.334 1.253
3 0.619 0.053 1.330 1.249
เฉลี่ย 0.621 0.053 1.331 1.246
SD 0.001 0.000 0.003 1.250
0.004
แป้ งขา้ วเจา้ โม่แหง้ 1 0.648 0.056 1.393 1.237
2 0.646 0.056 1.388 1.280
3 0.645 0.055 1.385 1.276
เฉลี่ย 0.646 0.056 1.389 1.264
SD 0.002 0.000 0.004 0.024
1.124
แป้ งขา้ วเจา้ โมเ่ ปี ยก 1 0.657 0.056 1.412 1.120
2 0.662 0.057 1.422 1.116
3 0.660 0.057 1.417 1.120
เฉล่ีย 0.659 0.057   1.417 0.004
1.236
SD 0.002 0.000 0.005 1.240
1.244
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 1 0.582 0.050 1.249 1.240
2 0.580 0.050 1.244 0.004
3 0.561 0.050 1.239
เฉลี่ย 0.574 0.050 1.244
SD 0.012 0.000 0.005

แป้ ง Hylon VII 1 0.639 0.055 1.374
2 0.641 0.055 1.377
3 0.643 0.055 1.384
เฉลี่ย 0.641 0.055 1.378
SD 0.002 0.000 0.005

66

ตารางท่ี 16 แป้ งหลงั กระบวนการเพิม่ ปริมาณ Resistant starch ดว้ ยวธิ ี Autoclave และ Incubate
  ตวั อยา่ งแป้ ง จาํ นวนซ้าํ ค่า Absorbance ปริมาณสารละลายกลโู คส
500 nm ปริมาณ Resistant starch

  mg glucose/ml mg/25 ml ตวั อยา่ ง/100 mg mg glucose/100 mg ตวั อยา่ ง

  แป้ งขา้ วโพด ตวั อยา่ ง ตวั อยา่ ง(dry basis) dry basis

1 0.585 0.050 1.256 1.130
2 0.584 0.050 1.254 1.128
 

  3 0.585 0.050 1.256 1.130

  เฉล่ีย 0.585 0.050 1.255 1.129
SD 0.001 0.000 0.001 0.001
  แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 1
0.648 0.056 1.392 1.255
ดดั แปร 2 0.650 0.056 1.396 1.257
3 0.657 0.056 1.412 1.270
เฉล่ีย 0.652 0.056 1.400 1.261
SD 0.005 0.000 0.011 0.008

แป้ งขา้ วเจา้ โม่ 1 0.626 0.054 1.345 1.210
แหง้ 2 0.621 0.053 1.334 1.200
3 0.624 0.054 1.340 1.206
เฉลี่ย 0.624 0.054 1.340 1.205
SD 0.003 0.001 0.006 0.005

แป้ งขา้ วเจา้ โม่ 1 0.646 0.056 1.388 1.249
เปี ยก 2 0.666 0.057 1.431 1.288
3 0.657 0.056 1.412 1.270
เฉลี่ย 0.656 0.056 1.410 1.269
SD 0.010 0.001   0.022 0.020

แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 1 0.650 0.056 1.396 1.257
2 0.630 0.054 1.353 1.218
3 0.642 0.055 1.379 1.247
เฉลี่ย 0.641 0.055 1.376 1.241
SD 0.010 0.001 0.020

แป้ ง Hylon VII 1 0.567 0.049 1.247 1.095
2 0.581 0.050 1.247 1.122
3 0.575 0.049 1.234 1.111
เฉลี่ย 0.574 0.049 1.243 1.109
SD 0.007 0.001 0.008 0.014

 

 6

 

 

ตารางท่ี 17 ปริมาณแป้ งตา้ นท านการยอ่ ยดว้ ยเอนไซมต์ ามวธิ ี Freeze- Thaw ของตวั อยา่ งแป้

 

ตวั อยา่ งแป้ ง Absorbance (nm) ปริมาณสารละลายกลโู
(mg/ml)
1 2 3 Ave. SD
1 2 3 Av
แป้ งขา้ วเจา้ โมแ่ หง้ 0.773 0.946 0.638 0.786 0.154 0.066 0.081 0.054 0.0
แป้ งขา้ วเจา้ โม่เปี ยก 0.725 0.764 0.728 0.739 0.022 0.062 0.065 0.063 0.0
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 0.771 0.772 0.781 0.775 0.006 0.066 0.066 0.067 0.0
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั แปร 0.988 0.95 0.689 0.876 0.163 0.085 0.081 0.059 0.0
แป้ งขา้ วโพด 1.074 1.065 1.077 1.072 0.006 0.092 0.091 0.092 0.0

ตารางท่ี 18 ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซมต์ ามวธิ ี Freeze- Thaw ของตวั อยา่ งใน

Absorbance (nm) ปริมาณสารละลายกลโู คส
mg/ml
ตวั อยา่ งแป้ ง

1 2 3 Ave. SD 123

แป้ งขา้ วเจา้ โม่แหง้ 1.241 1.133 1.185 1.186 0.054 0.107 0.097 0.102
แป้ งขา้ วเจา้ โม่เปี ยก 1.137 1.164 1.236 1.179 0.051 0.098 0.100 0.106
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 1.188 1.151 1.051 1.130 0.071 0.102 0.099 0.090
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั แปร 1.196 1.202 1.198 1.199 0.003 0.103 0.103 0.103
แป้ งขา้ วโพด 1.312 1.152 1.179 1.214 0.086 0.113 0.099 0.101

7

ปงเริ่มตน้

โคส ปริมาณสารละลายกลโู คส ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ย
(mg/25ml/100mg ตวั อยา่ ง) (g/100 g ตวั อยา่ ง)
ve. SD 1 2 3 Ave. SD
067 0.014 1.662 2.036 1.370 1.689 0.334 1 2 3 Ave. SD
063 0.002 1.558 1.643 1.565 1.589 0.047 1.495 1.832 1.233 1.520 0.300
066 0.001 1.658 1.660 1.679 1.666 0.012 1.402 1.408 1.429 1.413 0.014
075 0.014 2.127 2.045 1.480 1.884 0.352 1.492 1.494 1.511 1.499 0.010
092 0.001 2.320 2.313 2.294 2.309 0.013 1.915 1.841 1.322 1.693 0.323
2.088 2.081 2.064 2.078 0.012

นcycle ที่ 1 ปริมาณสารละลายกลูโคส ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ย
mg/25ml/100mg ตวั อยา่ ง g/100 g ตวั อยา่ ง
Ave. SD   1 2 3 Ave. SD
0.102 0.005 2.675 2.441 2.554 2.557 0.117 1 2 3 Ave. SD
0.101 0.004 2.450 2.508 2.664 2.541 0.111 2.407 2.197 2.298 2.301 0.105
0.097 0.006 2.560 2.480 2.264 2.435 0.153 2.205 2.257 2.398 2.287 0.100
0.103 0.000 2.577 2.590 2.582 2.583 0.007 2.304 2.232 2.037 2.191 0.138
0.104 0.008 2.828 2.482 2.541 2.617 0.185 2.32 2.331 2.324 2.325 0.006
2.546 2.234 2.287 2.356 0.167

 

 6

 

 

ตารางท่ี 19 ปริมาณแป้ งตา้ นท านการยอ่ ยดว้ ยเอนไซมต์ ามวธิ ี Freeze- Thaw ของตวั อยา่ งในc

  ปริมาณสารละลายกลโู คส
mg/ml
ตวั อยา่ งแป้ ง Absorbance (nm)
123
1 2 3 Ave. SD 0.037 0.033 0.040
0.032 0.027 0.030
แป้ งขา้ วเจา้ โม่แหง้ 0.437 0.39 0.472 0.433 0.041 0.038 0.038 0.032
แป้ งขา้ วเจา้ โมเ่ ปี ยก 0.376 0.323 0.355 0.351 0.027 0.037 0.036 0.038
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 0.452 0.445 0.383 0.427 0.038 0.036 0.077 0.034
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั แปร 0.435 0.43 0.45 0.438 0.010
แป้ งขา้ วโพด 0.905 0.407 0.421 0.578 0.284

ตารางที่ 20 ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซมต์ ามวธิ ี Freeze- Thaw ของตวั อยา่ ง

ตวั อยา่ งแป้ ง Absorbance (nm) ปริมาณสารละลายกลูโคส
mg/ml
1 2 3 Ave. SD
1 2 3 Av
แป้ งขา้ วเจา้ โมแ่ หง้ 0.622 0.618 0.638 0.626 0.011 0.053 0.053 0.054 0.0
แป้ งขา้ วเจา้ โมเ่ ปี ยก 0.558 0.559 0.572 0.563 0.008 0.047 0.047 0.049 0.0
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั 0.636 0.598 0.522 0.585 0.058 0.054 0.051 0.044 0.0
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั แปร 0.497 0.500 0.482 0.493 0.010 0.042 0.042 0.041 0.0
แป้ งขา้ วโพด 0.550 0.552 0.581 0.561 0.017 0.047 0.047 0.049 0.0

8

cycle ที่ 2 ปริมาณสารละลายกลโู คส ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ย
mg/25ml/100mg ตวั อยา่ ง g/100 g ตวั อยา่ ง

1 2 3 Ave. SD 1 2 3 Ave. SD
Ave. SD 0.935 0.833 1.011 0.926 0.089 0.842 0.750 0.910 0.834 0.080
0.037 0.004 0.803 0.688 0.758 0.750 0.058 0.723 0.620 0.682 0.675 0.052
0.030 0.003 0.968 0.952 0.818 0.913 0.082 0.871 0.857 0.736 0.821 0.074
0.036 0.003 0.931 0.920 0.963 0.938 0.022 0.838 0.828 0.867 0.844 0.020
0.037 0.001 1.948 0.870 0.900 1.239 0.614 1.753 0.783 0.810 1.115 0.552
0.049 0.024

างในcycle ท่ี 3

ve. SD ปริมาณสารละลายกลูโคส ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ย
053 0.001 mg/25ml/100mg ตวั อยา่ ง g/100 g ตวั อยา่ ง
048 0.001
050 0.005  1 2 3 Ave. SD 1 2 3 Ave. SD
042 0.001 1.335 1.327 1.37 1.344 0.023 1.202 1.194 1.233 1.210 0.021
048 0.001 1.197 1.199 1.227 1.208 0.017 1.077 1.079 1.104 1.087 0.015
1.366 1.283 1.119 1.256 0.126 1.229 1.155 1.007 1.130 0.113
1.065 1.071 1.032 1.056 0.021 0.958 0.964 0.929 0.950 0.019
1.180 1.184 1.247 1.204 0.038 1.062 1.065 1.122 1.083 0.034

69

ตารางที่ 21 แสดงปริมาณของแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซมข์ องแป้ งดิบก่อนการเพิ่มปริมาณแป้ ง
  ตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยวธิ ี Acid-methanol และ annealing

 

  ตวั อยา่ งแป้ งเร่ิมตน้ ปริมาณ resistant starch (g/100g dry weight)

  1 2 3 Ave. SD

  Resistant starch control 50.291 52.584 53.72 52.198 1.747
  Hylon VII 43.599 43.777 43.107 43.494 0.347
  แป้ งขา้ วเจา้ โมแ่ หง้ 1.952 2.332 1.512 1.932 0.410
1.828 2.273 1.754 1.952 0.281
แป้ งขา้ วเจา้ โม่เปี ยก 1.273 1.280 1.677 1.410 0.232
แป้ งขา้ วโพด 1.065 0.936 0.923 0.975 0.079
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั แปร 5.467 6.227 5.684 5.793 0.391
แป้ งมนั สาํ ปะหลงั

 

70

ตารางท่ี 22 ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซมท์ ี่เพ่มิ ตามวธิ ี Acid-methanol และ annealing
 
acid-methanol (day) ปริมาณ resistant starch (g/100g dry weight)
  ตวั อยา่ งแป้ งเร่ิมตน้ 1 2 3 Ave. SD

 แป้ งขา้ วเจา้ โมแ่ หง้ เริ่มตน้ 1.952 2.332 1.512 1.932 0.410

  1 1.515 2.279 1.677 1.824 0.403

  3 2.042 1.411 1.93 1.794 0.337

  7 2.844 2.625 2.967 2.812 0.173
15 6.951 6.867 6.635 6.818 0.164
 
เริ่มตน้ 1.828 2.273 1.754 1.952 0.281
แป้ งขา้ วเจา้ โมเ่ ปี ยก

1 3.794 4.207 4.147 4.049 0.223

3 7.255 7.246 7.063 7.188 0.108

7 16.446 16.366 16.127 16.313 0.166

15 30.379 31.309 30.276 30.654 0.569

แป้ งขา้ วโพด เร่ิมตน้ 1.273 1.280 1.677 1.410 0.232

1 1.677 1.661 1.543 1.627 0.073

3 1.676 2.104 1.742 1.841 0.23

7 2.846 2.837 2.636 2.773 0.119

15 8.105 9.346 8.918 8.79 0.63

แป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดดั แปร เริ่มตน้ 1.065 0.936 0.923 0.975 0.079

1 3.957 3.471 3.923 3.784 0.271
5.789 5 .757
3 5.34 5.629 0.25

7 10.927 14.182 17.619 14.243 3.346

15 19.973 18.111 14.9 17.661 2.566

แป้ งมนั สาํ ปะหลงั เร่ิมตน้ 5.467 6.227 5.684 5.793 0.391

1 5.892 7.585 7.71 7.063 1.015

3 7.607 7.512 7.889 7.669 0.196

7 17.882 15.469 15.014 16.122 1.542

15 30.921 28.274 23.196 27.464 3.926

71

กระบวนอดั พอง
  ตารางท่ี 23 ปริมาณ RS ของผลิตพาสตา้

 

  ก่อนตม้ หลงั ตม้
ปริมาณ resistant starch (g/100g dry weight) ปริมาณ resistant starch (g/100g dry weight)
  ตวั อยา่ งพาสตา้ 1 2 3 Ave. SD 1 2 3 Ave. SD
1.432 1.41 1.452 1.431 0.021 1.051 1.269 1.460 1.260 0.205
  Bestfood 2.079 1.852 1.402 1.778 0.344 0.750 1.009 0.944 0.901 0.135
  Agneci 1.972 1.726 1.495 1.731 0.239 1.127 0.694 1.046 0.956 0.230
  Gallo 1.803 1.918 1.845 1.824 0.058 0.851 0.872 0.831 0.851 0.020
สปาเกต็ ต้ีขา้ วเจา้ 1.57 1.065 1.472 1.318 0.268 1.513 0.755 1.792 1.353 0.536
มกั กะโรนีขา้ วเจา้

ตารางที่ 24 ปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยดว้ ยเอนไซม์ (Resistant starch) ของลิมิตเดกซ์ตรินและ
ผลิตภณั ฑพ์ าสตา้

ตวั อยา่ งพาสตา้ ก่อนตม้ หลงั ตม้
2% ปริมาณ resistant starch (g/100g dry weight) ปริมาณ resistant starch (g/100g dry weight)
4% 1 2 3 Ave. SD 1 2 3 Ave. SD
6% 0.616 0.657 0.676 0.650 0.031 0.490 0.454 0.617 0.520 0.086
8% 0.761 0.655 0.867 0.761 0.106 0.581 0.507 0.513 0.533 0.041
10% 0.968 1.078 1.072 1.039 0.062 0.724 0.868 0.855 0.816 0.079
1.678 1.064 1.092 1.278 0.347 0.784 1.388 0.973 1.048 0.309
1.951 2.096 1.878 1.975 0.111 1.417   1.902 1.247 1.522 0.340

ประวตั ิผู้วจิ ยั

 

  1. ชื่อ (ภาษาไทย) นายมาโนชญ์ สุธีรวฒั นานนท์
  (ภาษาองั กฤษ) Mr. Manote Sutheerawattananonda
  2. ตาํ แหน่งปัจจุบนั รองศาสตราจารย์
  3. หน่วยงานทอี่ ย่ทู ่ีตดิ ต่อได้พร้อมโทรศัพท์ โทรสาร และ E-mail
สาขาวิชาเทคโนโลยอี าหาร สาํ นกั เทคโนโลยีการเกษตร
  มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี

  อ. เมือง จ. นครราชสีมา 30000

โทรศพั ท/์ โทรสาร 044-224-230/044-224-150

E-mail : [email protected]

4. ประวตั กิ ารศึกษา

ปริญญา สาขาวิชา มหาวทิ ยาลยั ปี หวั ขอ้ วิทยานิพนธ์

Post-doc Food Science University of Minnesota 2542 UF Cheddar cheese
Ph.D. Food Science University of Minnesota 2541 Physicochemical properties of process

MS Food Science University of Minnesota cheese: Influence on meltability
2537 Physical properties and microstructure
BS Food Technology Oregon State University
ปริญญาตรี สาธารณสุขศาสตร์ ม. มหิดล of extruded wheat
2534 -
2531

 

5. สาขาวชิ าการทม่ี คี วามชํานาญพเิ ศษ ระบุสาขาวชิ าการ
Physicochemical properties of food, Food Microstructure, Food Processing, Foods for health and
beauty, Biopolymers

6. งานวิจัย
6.1 งานวจิ ยั ทก่ี าํ ลงั ทาํ

6.1.1 การศึกษาการผลิตไหมครบวงจรแบบไมเ่ บียดเบียนและวสั ดุพลอยไดส้ าํ หรับอาหารเสริม
และเครื่องสาํ อาง (Study of complete production cycle of humane silk and its byproducts
for food supplement and cosmetics) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหลง่ ทุน สาํ นกั งานวจิ ยั
การเกษตร

73

6.1.2 การผลิตกลโู คซามีนภายใตส้ ภาวะท่ีเหมาะสมสาํ หรับเป็นวตั ถุดิบอาหารจากผลผลิต
  พลอยไดจ้ ากไหมและเห็ด (Optimizing production of glucosamine as food ingredient from
  silk byproducts and mushrooms) แหลง่ ทุน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี
  6.1.3 การผลิตและลกั ษณะคุณสมบตั ิของอนุภาคไมโคร-นาโนไฟโบรอินจากไหมสาํ หรับ

ห่อหุม้ สารอาหาร (Production and characterization of silk fibroin micro-nano particles
  for food encapsulation) แหล่งทุน สาํ นกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ

 

  6.2 งานวจิ ัยทีท่ าํ เสร็จแล้ว
  หวั หนา้ โครงการ

6.2.1 คุณลกั ษณะทางกายภาพและโครงสร้างภายในของพาสตา้ ขา้ วเจา้ ที่ไดจ้ ากการอดั พอง

(Physical characteristics and microstructure of extruded rice pasta) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2
ปี ) แหลง่ ทุน มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี
6.2.2 ผลกระทบของสภาวะการทาํ เอก็ ทรูชน่ั ต่อคุณสมบตั ิของเน้ือสัมผสั และโครงสร้างภายใน
ของผลิตภณั ฑข์ า้ วเจา้ ที่พองตวั และไม่พองตวั (Influences of extrusion parameters on

textural properties and microstructure of expanded and non-expanded products)
(ระยะเวลาดาํ เนินการ 1 ปี ) แหล่งทุน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี
6.2.3 การพฒั นากรรมวธิ ีการเคลือบเสน้ ใยสงั เคราะห์ดว้ ยซิริซิน (Surface modification of
synthetic and natural fibers for protein coating) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 1 ปี ) แหล่งทุน

มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี

6.2.4 การพฒั นาเกมแอนนิเมชนั่ ดา้ นความปลอดภยั ของอาหาร (Food Safety 3-D animation
game) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 6 เดือน) แหล่งทุน กองทุนนวตั กรรม สมเดจ็ พระเทพ

รัตนราชสุดา สยามบรมราชกมุ ารี  

6.2.5 คุณภาพและปริมาณของ CLA (conjugated linoleic acid) ในน้าํ นมหลงั ผา่ นขบวนการให้
ความร้อนแบบพาสเจอไรเซชนั่ และแบบ UHT (Qualities and contents of CLA (conjugated
linoleic acids) in cow milk after pasteurization and UHT process) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 3
ปี ) แหลง่ ทุน มหาวิทยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี

6.2.6 คุณสมบตั ิทางเคมีกายภาพของผง fibroin และ sericin ที่ผลิตไดจ้ ากรังไหมและน้าํ ตม้ ไหม
(Physicochemical properties of fibroin and sericin powders produced from silk cocoons
and silk water) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหลง่ ทุน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี
6.2.7 การศึกษาความเป็นไปไดใ้ นการสกดั สาร phytoestrogens จากมนั มือเสือในประเทศไทยเพื่อ
ทดแทนการใช้ premarin (Possibility of using phytoestrogens extracted from native yams
in Thailand to substitute Premarin) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหล่งทุน มหาวิทยาลยั

เทคโนโลยีสุรนารี

74

6.2.8 ปลาสม้ สาํ เร็จรูป (Ready-to-eat Pla-Som) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหลง่ ทุน สาํ นกั งาน
  กองทุนสนบั สนุนการวิจยั
  6.2.9 การศึกษากรรมวิธีการสกดั และคุณสมบตั ิเชิงหนา้ ที่ของ Lutein จากรังไหมเหลือง Bombyx
  mori เพ่ือใชเ้ ป็นเคร่ืองสาํ อางและยา (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหล่งทุน สภา

อตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย
  6.2.10 ความเป็นไปไดใ้ นการใชส้ มุนไพรไทยเป็นยาแกไ้ ขอาการไร้สมรรถภาพในชาย (Possibility
  of using Thai herbal medicine to correct male incompetence) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 1 ปี 6
  เดือน) แหล่งทุน มหาวิทยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี
  6.2.11 การศึกษาการทาํ เขม้ ขน้ โปรตีนซิริซินดว้ ยวธิ ีการ Ultrafiltration และ Falling-film

evaporation (ระยะเวลาดาํ เนินการ 3 เดือน) แหล่งทุน Industrial Technology Assistance
Program (ITAP) สวทช
6.2.12 ความคงตวั ของโปรตีนซิริซินบนผา้ polyester และ cotton ต่อการซกั ตามมาตรฐานของกลุ่ม
ประเทศยโุ รป (ระยะเวลาดาํ เนินการ 9 เดือน) แหล่งทุน Industrial Technology Assistance
Program (ITAP) สวทช
6.2.13 การศึกษาวธิ ีการสกดั และความคงตวั ของสารป้ องกนั อนุมูลอิสระ DNJ และ
คลอโรฟิ ลลจ์ ากชาหม่อน (ระยะเวลาดาํ เนินการ 12 เดือน) แหลง่ ทุน Industrial
Technology Assistance Program (ITAP) สวทช
6.2.14 อาหารเสริมโปรตีนไหม sericin-chromium ต่อการดูดซึม chromium ในลาํ ไสห้ นูและการ
ลดระดบั LDL (Silk Protein, Sericin-Chromium Supplement elevates intestinal absorption
of chromium and reduces LDL level in rats) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหลง่ ทุน
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี
6.2.15 การศึกษาฤทธ์ิป้ องกนั มะเร็งลาํ ไสใ้ หญ่และทวารหนกั และ โรคหลอดเลือดหวั ใจของซิริซิน
เมื่อเป็นอาหารเสริม (Study of sericin as dietary supplement for colorectal cancer and
coronary artery disease (CAD) prevention) ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี แหล่งทุน สาํ นกั งาน
กองทุนสนบั สนุนการวิจยั
6.2.16 การพฒั นากรรมวธิ ีการผลิตฟิ ลม์ จากไฟโบรอินเพ่ือใชเ้ ป็นเวชภณั ฑท์ างการแพทย์ (Method
development of fibroin films for medical products) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 2 ปี ) แหลง่ ทุน
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี
6.2.17 การสกดั และทาํ ใหบ้ ริสุทธ์ิกรดแล็กติกจากน้าํ หมกั (Extraction and purification of
lactic acid from fermentation broth) แหล่งทุน บริษทั ปตท (มหาชน) จาํ กดั
6.2.18 การพฒั นาอาหารท่ีเป็นยาและผลิตภณั ฑย์ าจากลทู ีนท่ีสกดั ไดจ้ ากรังไหมเหลือง และ
อนุพนั ธ์ ขนาดเลก็ ของโปรตีนซิริซิน (Development of nutraceutical and pharmaceutical

75

products from lutein extracted from Bombyx mori cocoons and sericin derivatives)
  (ระยะเวลาดาํ เนินการ 4 ปี ) แหล่งทุนสาํ นกั งานวจิ ยั การเกษตร
  6.2.19 การพฒั นาระบบการผลิต CLA ตน้ แบบดว้ ยแบคทีเรียกรดแลก็ ติกเพื่อใชใ้ นอุตสาหกรรม
  (development of conjugated linoleic acid (CLA) production model using lactic acid

bacteria (LAB) for industrial application) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 3 ปี ) แหล่งทุน
  มหาวิทยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี
  6.2.20 การเพ่ิมปริมาณแป้ งตา้ นทานการยอ่ ยในผลิตภณั ฑพ์ าสตา้ ขา้ วเจา้ (Increase of resistant
  starch in rice pasta products) (ระยะเวลาดาํ เนินการ 4 ปี ) แหล่งทุน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี
  สุรนารี

6.2.21 การพฒั นาผลิตภณั ฑเ์ คร่ืองสาํ อางจากโปรตีนไหมซิริซินและไฟโบรอินท่ีผา่ นการแปรรูป
แลว้ (Development of cosmetic products from reprocessed-silk sericin and fibroin
(ระยะเวลาดาํ เนินการ 3 ปี ) แหลง่ ทุน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี (จดั ทาํ รายงานฉบบั
สมบรู ณ์)

6.3. สิทธิบตั ร
6.3.1. กรรมวธิ ีการผลิตพาสตา้ ขา้ วเจา้ ไดร้ ับสิทธิบตั รเมื่อวนั ที่ 22 เดือนธนั วาคม พ.ศ. 2549

6.3.2. กรรมวิธีการเคลือบผืนเสน้ ใยดว้ ยโปรตีนซิริซิน

6.3.3. กรรมวิธีการเคลือบโปรตีนซิริซินบนผนื เส้นใย

6.3.4. สูตรน้าํ ยาโปรตีนซิริซิน เคลือบผืนเสน้ ใย
6.3.5. กรรมวิธีการเพ่ิม CLA ในผลิตภณั ฑโ์ ยเกิร์ตดว้ ยแบคทีเรียกรดแลค็ ติก
6.3.6. กรรมวิธีการผลิตปลาสม้ ดว้ ยกลา้ เช้ือแบคทีเรียกรดแลก็ ติก
6.3.7. WO 2012/091683 A1
6.3.8. Method for extracting silk extract containing lutein. manufacturing process (05.07.2012)
Silk-based bioactive oligopeptide compositions and therefor. WO
2013/032411 A1 (07.03.2013)

6.4. ผลงานตพี มิ พ์
6.4.1. Pongcharoen, S., Warnnissorn, P., Lertkajornsin, O., Limpeanchob, N., and Sutheerawattananonda,

M. (2013) Protective effect of silk lutein on ultraviolet B-irradiated human keratinocytes. Biological
Research 45, 39-45. IF 1.029
6.4.2. Chomchalao, P., Pongcharoen, S., Sutheerawattananonda, M. and Tiyaboonchai, W. (2013) Fibroin
and fibroin blended three-dimensional scaffolds for rat chondrocyte culture. BioMedical
Engineering Online 12, 28-40. IF 1.61

76

6.4.3. Aimjongjun, S., Sutheerawattananonda, M., Limpeanchob, N. (2013) Silk lutein extract and its
  combination with vitamin E reduce UVB-mediated oxidative damage to retinal pigment epithelial
  cells. Journal of Photochemistry and Photobiology B: Biology IF 2.814

  6.4.4. Kaewkorn, W., Limpeanchob, N., Tiyaboonchai, W., Pongcharoen, S., and Sutheerawattananonda,
  M. (2013) Study of dietary sericin on rats. Science Asia IF 0.398

  6.4.5. Bunarsa, S., Promphet, P., Sutheerawattananonda, M., Kunthalert, D. (2013) Hematological
assessments of sericin-derived oligopeptides in BALB/c mice. Scientific Research and Essays
  6.4.6. Promphet, P., Bunarsa, S., Sutheerawattananonda, M., Kongbangkerd, A., Kunthalert, D. (2013)
  Alteration of lymphocyte subpopulations in mice fed lutein from marigold extract. Scientific
Research and Essays

6.4.7. Onsa-Ard, A., Shimbhu, D., Tocharus, J., Sutheerawattananonda, M., Pantan, R., and Tocharus, C.
(2013) Hypotensive and Vasorelaxant Effects of Sericin-Derived Oligopeptides in Rats. ISRN
pharmacology

6.4.8. Kaewkorn, W., Limpeanchob, N., Tiyaboonchai, W., Pongcharoen, S., and Sutheerawattananonda,
M. (2012) Effects of silk sericin on the proliferation and apotosis of colon cancer cells. Biological
Research 45, 45-50. IF 1.029

6.4.9. Kaewkon, W., Aonsri, C., Tiyaboonchai, W., Pongcharoen, S., Sutheerawattananonda, M., and
Limpeanchob, N (2012) Sericin consumption suppresses development and progression of colon
tumorigenesis in 1,2-dimethylhydrazine-treated rats. Biologia IF 0.557

6.4.10. Tiyaboonchai, W., Chomchalao, P., Pongcharoen, S., Sutheerawattananonda, M., and Sobhon, P.
Fibers and
(2011) Preparation and characterization of blended Bombyx mori silk  fibroin scaffolds.
Polymers 12, 324-333. IF 0.836

6.4.11. Limpeanchob, N., Trisat, K., Duangjai, A., Tiyaboonchai, W., Pongcharean, S., and
Sutheerawattananonda, M. (2010) Sericin reduces serum cholesterol in rats and cholesterol uptake
into Caco-2 cells. Journal of Agricultural and Food Chemistry 58, 12519-12522. IF 2.91

6.5. รางวลั ท่ไี ด้รับจากการปฏิบตั ิงาน
6.4.1.พนกั งานดีเด่น สาขาสิ่งประดิษฐ์ เขม็ กลดั ทองคาํ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี ปี 2547
6.4.2. พนกั งานดีเด่น สาขาส่ิงประดิษฐเ์ ขม็ กลดั ทองคาํ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี ุรนารี ปี 2549

รายงานโครงการวิจยั

การวิจัยและพฒั นาเทคโนโลยกี ารผลิตและการใชป้ ระโยชน์มันขี้หนู
Research and Development on Production Technology and

Utilization of Hausa Potato

จริ ะ สวุ รรณประเสริฐ
JIRA SUWANPRASERT

ปี พ.ศ. 2560

รายงานโครงการวิจยั

การวิจัยและพฒั นาเทคโนโลยกี ารผลิตและการใชป้ ระโยชน์มันขี้หนู
Research and Development on Production Technology and

Utilization of Hausa Potato

จริ ะ สวุ รรณประเสริฐ
JIRA SUWANPRASERT

ปี พ.ศ. 2560

คาปรารภ

แมม้ นั ขหี้ นูจะป็นพืชท่ีปัจจุบันมีการปลูกกันเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่าน้ัน แต่การเปลี่ยนแปลงทางด้าน
การส่ือสารที่มีการติดต่อถ่ายทอดส่ง-รับแลกเปล่ียนข้อมูลถึงกันอย่างรวดเร็วในสังคมออนไลน์ปัจจุบัน ทาให้
เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมการบริโภคอาหารซึ่งกันและกันในระหว่างผู้อยู่ในส่วนต่างๆของประเทศเป็นไปอย่าง
ง่ายดาย มันข้ีหนูซึ่งเป็นพืชหน่ึงที่อยู่ในรายการความอร่อยอย่างมีคุณค่าทางโภชนาการของตารับอาหาร
ภาคใต้ก็เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากข้ึนเช่นกัน ซึ่งต่อไปในอนาคตมันข้ีหนูอาจเป็นท่ีนิยมกันแพร่หลาย
เช่นเดียวกับสะตอก็เป็นได้ การวิจัยเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลากหลายใน
โครงการวิจัยน้ีจะเป็นประโยชน์ท่ีตกถึงโดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันี้หนู ทาให้เศรษฐกิจในระดับฐานราก
ขบั เคล่ือนไปได้อย่างม่ันคงด้วยการผลิตที่มุ่งการพ่ึงพาตนเองโดยอาศัยรากฐานจากภูมิปัญญาในท้องถิ่นด้ังเดิม
ผสมผสานกับวทิ ยาการทางการเกษตรทถ่ี ูกตอ้ งเหมาะสม ซึ่งจะเปน็ ส่วนเสรมิ สร้างใหเ้ กดิ ความม่ันคงทางอาหาร
และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศต่อไป

สารบญั หนา้
1
กิตตกิ รรมประกาศ 2
ผ้วู จิ ยั 4
บทนา 6
บทคดั ย่อ
9
กจิ กรรมที่ 1 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยกี ารผลติ มนั ขี้หนู 47
กจิ กรรมท่ี 2 การพฒั นาผลิตภณั ฑ์จากแป้งมันข้หี นู
57
บทสรุปและข้อเสนอแนะ 59
บรรณานุกรม 61
ภาคผนวก

1

กิตตกิ รรมประกาศ
ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กระผมขอขอบพระคุณท่านคณะกรรมการพิจารณาโครงการวิจัยที่
สนบั สนนุ ให้ทาการวิจยั พชื มนั ข้หี นูด้วยเลง็ เห็นถึงคณุ ค่าและความสาคญั ของพชื ทอ้ งถ่ินซ่ึงแม้จะไม่ใช่พืชเศรษฐกิจ
หลักแต่เปน็ พชื ทีส่ ามารถสรา้ งโอกาสและรายไดใ้ ห้กับเกษตรกรผปู้ ลกู ได้เปน็ อย่างดี ทาใหเ้ กดิ การนาทรัพยากรภูมิ
ปัญญาและความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าให้เพิ่มมากข้ึนได้อีกส่วนหนึ่ง ขอขอบคุณผู้ร่วม
วิจัยทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคหลายประการท่ีเกิดขึ้นระหว่างการดาเนินการวิจัยที่ผ่านมาจน
ได้ผลการวิจัยท่ีจะนาไปใช้ประโยชน์ได้ และสามารถจัดทารายงานโครงการวิจัยจนสาเร็จลุล่วงไปได้แม้จะล่าช้า
กวา่ กาหนดไปประมาณ 1 เดอื นกต็ าม

จริ ะ สุวรรณประเสริฐ
หัวหนา้ โครงการวิจยั

2

ผูว้ ิจัย

กิจกรรมที่ 1 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมันขีห้ นู

หัวหน้ากจิ กรรมที่ 1 นายจิระ สุวรรณประเสริฐ สังกดั ศวม. พิษณโุ ลก

การทดลองท่ี 1.1 ผลของชนดิ ความเข้มขน้ และช่วงเวลาการใช้สารชะลอการเจริญเติบโต

ตอ่ อายุเก็บเกีย่ วและการใหผ้ ลผลติ ของมันข้ีหนู

หวั หนา้ การทดลองท่ี 1.1 นางสาวฉันทนา คงนคร สงั กัด ศวร. สงขลา

ผู้ร่วมงาน นางสาวเมธาพร พฒุ ขาว สังกัด ศวพ. พัทลงุ

นายจิระ สวุ รรณประเสรฐิ สงั กัด ศวม. พิษณุโลก

นายวิจิตร เพชรเล็ก สงั กัด ศวพ. พทั ลงุ

นางสาวกลอยใจ คงเจยี้ ง สังกดั ศวพ.ตรัง

นายประชาธิปัตย์ พงษ์ภิญโญ สงั กดั สปผ.

การทดลองที่ 1.2 การตอบสนองต่อระดบั ปุ๋ยไนโตเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซยี ม ในมันขีห้ นู

หวั หน้าการทดลองที่ 1.2 นางสาวฉนั ทนา คงนคร สงั กัด ศวร. สงขลา

ผู้ร่วมงาน นายพงษ์มานิตย์ ไทยแท้ สงั กัด ศวพ. กระบ่ี

นางเอมอร เพชรทอง สังกัด ศวร. สงขลา

นางดารกิ า ดาวจันอดั สังกัด ศวพ. รอื เสาะ

นางสาววภิ าลัย พตุ จันทึก สงั กดั ศวพ. รอื เสาะ

นายก้องกษติ สุวรรณวหิ ค สงั กัด ศวพ. สรุ าษฎร์ธานี

นายจริ ะ สุวรรณประเสริฐ สังกดั ศวม. พษิ ณุโลก

การทดลองท่ี 1.3 การปลกู มันข้ีหนูระยะชดิ ร่วมกบั การใช้สารชะลอการเจรญิ เติบโต

หวั หนา้ การทดลองที่ 1.3 นางสาวฉันทนา คงนคร สงั กดั ศวร. สงขลา

ผรู้ ว่ มงาน นางสาวกลอยใจ คงเจย้ี ง สังกดั ศวพ.ตรงั

นางเอมอร เพชรทอง สังกัด ศวร. สงขลา

การทดลองที่ 1.4 อิทธพิ ลของวนั ปลูกตอ่ การเจริญเติบโตทางลาต้น การสรา้ งหัว และการใหผ้ ลผลิต

ของมันขี้หนู

หวั หน้าการทดลองท่ี 1.4 นางสาวเมธาพร พุฒขาว สังกดั ศวพ.พัทลงุ

ผู้รว่ มงาน นายจริ ะ สุวรรณประเสรฐิ สังกัด ศวม.พษิ ณโุ ลก

3

กจิ กรรมที่ 2 การพฒั นาผลิตภณั ฑ์จากแป้งมนั ข้หี นู สังกัด สวป.
หวั หน้ากจิ กรรมที่ 2 นางสาวจารุวรรณ บางแวก

การทดลองท่ี 2.1 การศึกษาองคป์ ระกอบทางเคมแี ละคุณภาพแป้งมันขหี้ นู

หวั หนา้ การทดลองท่ี 2.1 นางสาวจารวุ รรณ บางแวก สังกดั สวป.

ผ้รู ่วมงาน นายอนวุ ัฒน์ รัตนวชิ ยั สงั กัด สวป.

นายนฤเทพ เวชภิบาล สงั กัด สวป.

การทดลองที่ 2.2 การศกึ ษาและพฒั นาผลิตภณั ฑจ์ ากแปง้ มันขหี้ นูระดับอตุ สาหกรรม

หวั หน้าการทดลองท่ี 2.2 นางสาวจารวุ รรณ บางแวก สังกัด สวป.

ผ้รู ว่ มงาน น.ส.จารุรัตน์ พมุ่ ประเสรฐิ สงั กัด สวป.

นางภาควไิ ล ยอดทอง สงั กดั สวป.

4

บทนา

มันข้ีหนูเป็นพืชพื้นเมืองที่สาคัญชนิดหนึ่งในระบบการปลูกพืชของเกษตรกรในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัด
สุราษฎร์ธานีลงไปถึงจังหวัดนราธิวาส เป็นการปลูกท่ีสอดแทรกอยู่ในระบบการปลูกพืชหลัก ทั้งยางพารา
ปาลม์ น้ามนั และไมผ้ ล - ไมย้ ืนตน้ โดยมีทั้งการปลูกเพ่ือบริโภคในครัวเรือนและเพื่อการจาหน่ายเป็นรายได้เสริม
ลักษณะการปลูกเช่นนี้คือการทาเพ่ือการพ่ึงพาตนเอง ใช้ทรัพยากรแวดล้อมท่ีมีอยู่รอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สร้างความม่ันคงด้านอาหาร และเศรษฐกิจในครัวเรือน งานวิจัยเก่ียวกับมันข้ีหนูในประเทศไทยยังมีน้อยมาก
จงึ ขาดองค์ความร้ทู ีจ่ ะนาไปสู่การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีถูกต้องเหมาะสม โดยในการปฏิบัติของเกษตรกรเป็นการ
ทาตามทเ่ี คยปฏิบัติกันมา หรอื ตามความเชอื่ ความคิดเห็นของเกษตรกรแต่ละรายเสยี เป็นส่วนใหญ่

แมร้ ะหว่างปี 2554-2556 การวจิ ัยในโครงการวิจัยและพฒั นาเทคโนโลยีการผลิตมันข้ีหนูจะส้ินสุดตาม
กรอบเวลาไปแลว้ แต่ยงั มบี างประเด็นด้านวิธีการเขตกรรมท่ียังขาดความสมบูรณ์ในการที่จะนาไปใช้ประโยชน์
หรือถา่ ยทอดเป็นข้อมูลใหแ้ ก่เกษตรกรได้ ไดแ้ ก่การศึกษาถงึ แนวทางการปลูกมันข้ีหนูตลอดท้ังปีท่ีบางช่วงการ
ปลูกมีอุปสรรคในการจัดการแปลงทดลองเข้ามาเก่ียวข้อง จึงควรปรับเปล่ียนไปศึกษาอย่างละเอียดในพ้ืนที่ท่ี
ควบคุมได้ ในการศึกษาถึงการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตท่ีประสบปัญหาการปรับเปล่ียนงบประมาณจน
ต้องลดขนาดหน่วยการทดลองจนเกิดความคลาดเคลื่อนสูง จึงยังไม่สามารถระบุความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
ประกอบกับเป็นงานที่จะต้องพัฒนาต่อ โดยหากมีการแก้ไขข้อบกพร่องท่ีผ่านมาก็จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
สามารถแนะนาแก่เกษตรกรได้ต่อไป ในการศึกษาวิธีการเขตกรรมที่เหมาะสมแม้จะได้ผลว่าการปรับเปลี่ยน
ระยะปลกู จากเดมิ 1x1 เมตรโดยใช้หัวพันธุ์ มาใชร้ ะยะปลูก 1x0.5 เมตรโดยใช้ยอดความยาว 4 นิ้ว 3 ยอดต่อ
หลมุ เป็นวธิ กี ารท่ีให้ผลผลิตได้สูงทส่ี ดุ และใช้เป็นคาแนะนาให้เกษตรกรปฏิบัติได้ แต่ระยะระหว่างแถวที่กว้าง
ทาใหม้ ันขห้ี นยู ังคงต้องใช้ระยะเวลานานกว่าทรงพมุ่ จะคลมุ เตม็ พ้ืนทด่ี ้านระหวา่ งแถว จึงยังมีปัญหาเรื่องวัชพืช
ขึ้นแข่งขันได้มาก การปรับระยะแถวให้แคบเข้าหรือจัดระยะปลูกใหม่ หรือการปลูกระยะชิดร่วมกับการใช้
สารชะลอการเจริญเติบโตทางลาต้นในช่วงอายุที่เหมาะสมน่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาวัชพืชและ
เพ่ิมผลผลิตต่อไร่ได้ สาหรับการตอบสนองต่อปุ๋ยก็ยังไม่มีการศึกษาอย่างชัดเจน ที่ผ่านมาเป็นเพียงการ
เปรียบเทียบความเหมาะสมของอัตราและสูตรปุ๋ยท่ีเกษตรกรใช้กันโดยท่ัวไปในชุดดินต่างกันเท่าน้ัน ในส่วน
ของงานวิจัยดา้ นวิทยาการหลังการเก็บเก่ียวและการแปรรูป พบว่ามีงานวิจัยด้านนี้มีน้อยมาก การพัฒนาเป็น
ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่หรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเฉพาะท่ีมีผลดีต่อสุขภาพหรือสามารถทดแทนแป้งจากพืช
อื่นๆ ท่ีต้องพึ่งพาการนาเข้าจากต่างประเทศก็จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าผลผลิต
การเกษตรของพชื ในทอ้ งถ่นิ หรือในประเทศได้เป็นอย่างมาก ปัจจุบันความนิยมบริโภคอาหารที่มีคุณค่าอาหาร
สูง แป้งที่ย่อยแล้วได้น้าตาลกลูโคสต่า (resistant starch) เป็นที่สนใจของผู้บริโภค ในขณะเดียวกันเบเกอรี่ท่ี
ทาจากแป้งสาลีก็มีมากขึ้นทาให้การนาเข้าแป้งสาลีสูงมาก ทั้งข้าวแป้งสาลีท่ีผลิตในประเทศไทยมีคุณสมบัติที่
ด้อยกว่าแป้งที่นาเข้า ทาให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศมาก ซึ่งถ้าสามารถใช้แป้งพืชอื่นๆ
ทดแทนแป้งสาลี หรือทดแทนแป้งถั่วเขียวในการผลิตวุ้นเส้นได้ ก็จะเป็นการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่า
ผลติ ผลเกษตรไดอ้ ยา่ งมาก ในโครงการวิจัยน้ีมวี ตั ถุประสงค์ 3 ประการคอื

1. เพื่อให้ได้เทคโนโลยกี ารผลติ มนั ข้ีหนูท่เี หมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มการผลิตในเขตภาคใต้ตอนล่างทั้ง

ในและนอกฤดกู าลปกติ

2. เพื่อศกึ ษาศึกษาองค์ประกอบทางเคมี ความเปน็ resistant starch และคุณภาพของแป้งมนั ขหี้ นู

3. พัฒนาผลิตภัณฑเ์ พอื่ สนบั สนุนอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอาหารในทอ้ งถิ่น

5

ภายใตโ้ ครงการประกอบดว้ ย 2 กจิ กรรม คอื

1. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมันข้ีหนู
ประกอบด้วย 4 การทดลอง ดงั นี้
1. ผลของชนิด ความเข้มข้น และช่วงเวลาการใชส้ ารชะลอการเจรญิ เติบโตต่ออายุเก็บเกีย่ วและ
การให้ผลผลติ ของมนั ขหี้ นู
เรม่ิ ต้นปีงบประมาณ 2558 สน้ิ สดุ ปงี บประมาณ 2560
2. การตอบสนองต่อระดบั ปุ๋ยไนโตเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซยี ม ในมันขห้ี นู
เรมิ่ ต้นปีงบประมาณ 2558 ส้นิ สดุ ปงี บประมาณ 2560
3. การปลูกมนั ข้ีหนูระยะชดิ ร่วมกบั การใช้สารชะลอการเจริญเตบิ โต
เร่ิมตน้ ปีงบประมาณ 2560 ส้ินสุดปีงบประมาณ 2560
4. อทิ ธิพลของวนั ปลกู ต่อการเจรญิ เตบิ โตทางลาตน้ การสรา้ งหวั และการให้ผลผลิตของมันข้หี นู
เรม่ิ ต้นปีงบประมาณ 2559 ส้ินสดุ ปงี บประมาณ 2560

2. การพฒั นาผลิตภณั ฑจ์ ากแปง้ มนั ขี้หนู
ประกอบดว้ ย 2 การทดลอง ดังน้ี
1. การศึกษาองค์ประกอบทางเคมแี ละคุณภาพแป้งมนั ขหี้ นู
เร่ิมตน้ ปงี บประมาณ 2558 ส้นิ สุดปงี บประมาณ 2558
2. การศึกษาและพัฒนาผลติ ภณั ฑจ์ ากแป้งมนั ข้ีหนูระดบั อตุ สาหกรรม
เริม่ ตน้ ปีงบประมาณ 2558 สนิ้ สดุ ปีงบประมาณ 2558

6

บทคดั ยอ่

ภายใต้โครงการวิจัยนี้ประกอบด้วย 2 กิจกรรม กิจกรรมแรกคือ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการ
ผลิตมันขี้หนู เพ่ือให้ได้เทคโนโลยีสาหรับการเพ่ิมผลผลิตและสะดวกต่อการจัดการในการปลูกมันขี้หนู
โดยมีท้ังหมด 4 การทดลองคอื

1. ผลของชนิด ความเข้มข้น และช่วงเวลาการใช้สารชะลอการเจริญเติบโต ต่ออายุเก็บเกี่ยวและการ
ให้ผลผลิตของมันขี้หนู ใช้สารชะลอการเจริญเติบโต 2 ชนิดคือ paclobutazol และ mepiquat chloride
โดยเร่ิมจากการคัดเลือกความเข้มข้นและช่วงเวลาการฉีดพ่นเมื่อมันขี้หนูอายุแตกต่างกัน พบว่าการฉีดพ่นสาร
ชะลอการเจรญิ เติบโตในการศึกษาน้ีไม่ทาให้ทรงพุ่มมันขี้หนูก่อนเก็บเกี่ยวแตกต่างจากการไม่ฉีดพ่น ไม่มีผลทา
ให้อายเุ กบ็ เก่ียวลดลง และไมท่ าใหผ้ ลผลิตแตกต่างไปจากการปลูกตามปกติ

2. การตอบสนองต่อระดับปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในมันข้ีหนู เป็นการศึกษาการ
ตอบสนองตอ่ ปยุ๋ ใส่ปุย๋ ไนตรเจน ฟอสฟอรสั และโพแทสเซียม ตง้ั แต่ระดับ 0 ถึง 12 กก./ไร่ของ N-P2 O5 และ
K2 O ในดินที่มีปริมาณธาตุอาหารสูงต่าแตกต่างกัน 4 สถานที่ พบว่ามันขี้หนูสามารถให้ผลผลิตได้สูงสุด
เม่ือได้รับปุ๋ยไนโตรเจนอัตรา 12 กก./ไร่ โดยท่ีต้องได้รับปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอัตรา 8 กก./ไร่ด้วย
แต่ถ้าฟอสฟอรัสท่ีใช้ประโยชน์ได้ในดินมีอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงก็สามารถใส่น้อยลงหรือไม่ใส่เลยได้
สาหรับปุ๋ยโพแทสเซียมพบว่า ถ้าในดินมีปริมาณโพแทสเซียมท่ีใช้ประโยชน์ได้ท่ีระดับมากกว่า 45 mg/kg
ก็เพียงพอสาหรับมนั ขหี้ นทู ่ไี ด้รับป๋ยุ ไนโตรเจนอัตรา 8 กก./ไร่

3. การปลกู มนั ข้หี นูระยะชดิ ร่วมกับการใช้สารชะลอการเจริญเติบโต เมื่อเลือกใช้สาร paclobutazol
ท่ีความเข้มข้น อัตรา 400 ppm ฉีดพ่นมันข้ีหนูที่ปลูกโดยการใช้ยอดปักชาและมีระยะปลูกที่แคบกว่าระยะ
1X1 เมตรตามปกติ พบว่าการใชร้ ะยะปลูก 75X75 ซ.ม. และ 60X60 ซ.ม.เป็นระยะปลูกท่ีให้ผลผลิตได้สูงกว่า
การปลูกตามระยะปกติ การฉีดพ่นสารชะลอการเจริญเติบโต paclobutazol ไม่ทาให้ได้ผลผลิตสูงกว่า
อยา่ งแตกตา่ งทางสถติ ิกบั การไมใ่ ช้ ซง่ึ สอดคล้องกับผลการทดลองท่ี 1

4. อิทธิพลของวันปลูกต่อการเจริญเติบโตทางลาต้น การสร้างหัว และการให้ผลผลิตของมันขี้หนู
เพื่อต้องการศึกษาผลของการปลูกในเดือนต่างๆ ตลอดทั้งปี โดยเร่ิมต้นในกลางเดือนมกราคม 2559
แต่ภาวะน้าท่วมพ้ืนที่จังหวัดพัทลุงในเดือนธันวาคม 2559 ทาให้ได้ข้อมูลการให้ผลผลิตเพียงแค่ของการปลูก
ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งพบว่าการเจริญเติบโตทางลาต้นเป็นไปตามปกติ โดยการปลูกในเดือนพฤษภาคมมีการ
เจรญิ เตบิ โตทางลาตน้ ใน 3 เดอื นแรกดีกว่าการปลูกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน การปลูกในเดือนมกราคม
มีแนวโน้มของการใหผ้ ลผลติ หัวรวมทกุ ขนาดได้ดกี วา่ การปลกู ในเดอื นอนื่ ๆ ซ่ึงทาให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถปลูก
มันขหี้ นไู ด้ตลอดท้งั ปีหากมกี ารบริหารจดั การแปลงและการใหน้ ้าท่ีหมาะสม

กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งมันขี้หนู ประกอบด้วย 2 การทดลองคือการศึกษา
องค์ประกอบทางเคมีและคุณภาพแป้งมันขี้หนู และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งมันข้ีหนูระดับอุตสาหกรรม
โดยไดน้ าหัวมันข้ีหนูสดท่ีเก็บรวบรวมมาจาก 10 แหล่งมาทาแป้งฟลาวที่มีความละเอียด ขนาดไม่เกิน 150 mesh

7

ผลวิเคราะห์คุณภาพของแป้งฟลาว พบว่ามีปริมาณโปรตีนประมาณ 2 - 5 เปอร์เซ็นต์ มีอมิโลสต่าประมาณ
15 เปอร์เซ็นต์ ค่าความหนืดแป้งสุกสูงสุดค่อนข้างต่าประมาณ 50 BU เปอร์เซ็นต์สตาร์ชประมาณ 15 - 25
เปอร์เซ็นต์ จากองค์ประกอบทางเคมีหรือคุณภาพแป้ง สามารถบอกให้รู้ว่าเป็นแป้งท่ีมีความนิ่มเม่ือนาไปทา
ผลิตภัณฑ์จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความข้น น่ิม เหมาะท่ีจะทาอาหารประเภทกวน การเพิ่มมูลค่าผลผลิตมันขี้หนู
ด้วยการใช้แป้งฟลาวมาทดลองทาเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอร่ีชนิดต่างๆ โดยทาการปรับปรุงส่วนผสม พบว่าแป้งฟ
ลาวมันข้ีหนูสามารถทาอาหารประเภทเบเกอรี่ เช่น เค้ก ทองม้วน และบราวน่ีได้โดยที่คุณภาพไม่ต่างไปจาก
การใช้แป้งสาลี ถึงแมจ้ ะใชแ้ ปง้ มันขห้ี นทู ดแทนถึง 100 เปอร์เซ็นต์

Abstracts
This project consisted of two activities. The first was “Research and Development
of Production Technologies for Hausa potato” that aimed to search for techniques
or appropriate cultural practises to increase yield of hausa potato. Four experiments were
conducted.
1. Effect of concentration and application times of plant growth retardants on
harvesting age and yield of hausa potato.
To select the suitable condition for two kinds of growth retardant application,
paclobutazol and mepiquat chloride at 3 concentration levels 200, 400, 600 ppm and
application time at 3, 4 and 5 month after planting were tested in the first and second year.
Top 4 treatments were selected to verify in 3 experimental sites in the third year.
The conclusion of consecutive experiment from the year 2015 to 2017 revealed that canopy
diameter and tuber yield of all treated treatments were not statistical significant difference
from the untreated treatment. Harvesting age of treated treatments seem longer than
the untreated.
2. Response to application rate of nitrogen phosphorus and potassium fertilizer in
hausa potato
This experiment aimed to verify effect of N-P-K fertilizer to hausa potato yielding.
Combination rates of N – P2O5 – K2O from 0 to 12 kg/rai were tested in the different soil
fertility in four experimental sites. Tuber yield of hausa potato has positive respond to
N-fertilizer from 0 to 12 kg nitrogen per rai when P2O5 and K2O were in a good proportion.
Respond to nitrogen fertilizer was clear in low organic matter content soil (OM < 1.5%).
In this case 8 kg P2O5 and 8 kg K2O/rai have been applied to reach the maximum yield.
In medium organic matter level soil (OM 1.5 – 3.5%), application of 8 kg N/rai was better
than 12 kg N/rai to prevent high portion of small size tuber. At 8 kg /rai of nitrogen fertilizer

8

application rate in low organic matter soil, tuber yield had not been effected when applied
phosphorus and potassium fertilizer in medium level available phosphorus content soil and
soil that had available potassium content more than 45 mg/kg.

3. Effect of plant growth retardants with narrow-row spacing on growth and yield
of hausa potato
This experiment was carried out to compared the effect of 400 ppm concentration
paclobutazol to hausa potato in 3 different planting space (100 x 50, 75 x 50 and 60 x 60
cm) with normal planting (100 x 100 cm). The results revealed that normal planting space
gave the lowest yield. The spacing of 75 x 75 cm and 60 x 60 cm gave the better yield.
Application of 400 ppm concentration paclobutazol to 3-month-age hausa potato could not
make any statistical significant different of tuber yield from the untreated.
4. Effect of planting dates on vegetative growth, tuber formation and yield of Huasa
potato
This experiment had conducted in the year 2016. Hausa potato was planted in every
month to assess the effect of planting time in each month around the year. The first planting
was in mid-January 2016 and planned for the last time in mid-December. Flooding disaster
in Phattalung province in December 2016 to January 2017 caused a damage to all of
treatments that planted after May 2016. Data of canopy diameter and yield of the first up to
fifth month were analysed. Planting in May gave the highest canopy diameter, but
the highest tuber yield was obtained from planting in January. Off season planting in March
and April also gave the same level tuber yield as a seasonal planting in May. From these
results and the former experiment indicate that hausa potato in Thailand can be grown
around the year.

Activity 2 Development of Products from Hausa Potato Flour : This activity consisted
of two experiments, The Study of Chemical Components and Flour Quality of Hausa Potato
Flour and The Development of Products from Hausa Potato Flour for Industry. Fine flour
of hausa potato (150 mesh) from 10 locations were analyzed. They were found that protein
was about 2-5%, low amylose content (15%), maximum viscosity was low (50 BU). Starch
content was about 15-20 %. It resulted that flour was good for making soft bakery products.
Bakery such as cake, rolled cake sheet and brownie had been made from 100 % of hausa
potato flour. These product qualities were accepted. They were not different from products
made from wheat flour.

9

กิจกรรมที1. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยกี ารผลติ มนั ขี้หนู
Research and Development on Production Technology

for Hausa Potato

จริ ะ สุวรรณประเสริฐ ฉนั ทนา คงนคร ดารกิ า ดาวจนั อัด กลอยใจ คงเจ้ียง
Jira Suwanprasert Chantana Khongnakorn Darika Daochanad Kloyjai Kongcheing

เอมอร เพชรทอง เมธาพร นาคเกลยี้ ง นิภาภรณ์ ชสู ีนวล จารภุ า รอดทกุ ข์
Aim-on Phettong Mathaporn Nark Kleang Nipaporn Chusrinuan Jarupa Rodtuk

จณิ ณจาร์ หาญเศรษสขุ สะฝีหยะ๊ ราชนุช ณัฐพงศ์ สงแทน
Jinnajar Hansethasuk Sapheyah Rajanuch Natthapong Songtan

คาสาคญั : มนั ขี้หนู การปลูกนอกฤดกู าล ผลผลติ และอายุเกบ็ เกย่ี ว การใส่ปุ๋ย
ความเขม้ ข้นของสารชะลอการเจรญิ เติบโต

Keywords: Hausa potato, off season planting, yield and harvesting age,
fertilizer application, growth retardant concentration,

บทคดั ยอ่
มันขี้หนูเป็นพืชเศรษฐกิจท้องถ่ินท่ีทารายได้ให้กับผู้ปลูกได้สูงอีกชนิดหนึ่ง ด้วยเป็นพืชท่ีได้รับความ
นิยมในการบริโภคตามวิถีวัฒนธรรมอาหารภาคใต้ และเป็นพืชในวิถีวัฒนธรรมการผลิตในระบบการปลูกพืช
ของเกษตรกรภาคใตเ้ ช่นกนั การศึกษาวิจัยมันข้ีหนูในประเทศไทยยังมีทากันน้อยมาก ในโครงการวิจัยระหว่าง
ปี 2554 ถึง 2556ทผ่ี า่ นมายงั ขาดข้อมูลด้านเทคโนโลยีการผลิตบางส่วนที่จะเป็นข้อสรุปท่ีจะนาไปสู่การใช้เป็น
คาแนะนาหรือองค์ความรู้ท่ีจะถ่ายทอดสู่เกษตรกรได้ (จิระและคณะ, 2556) จึงได้ทาการศึกษาเพ่ิมเติมรวม
4 การทดลองคือ 1). ผลของชนดิ ความเข้มขน้ และช่วงเวลาการใช้สารชะลอการเจริญเติบโต ต่ออายุเก็บเก่ียว
และการให้ผลผลิตของมันขี้หนู ใช้สารชะลอการเจริญเติบโต 2 ชนิดคือ paclobutazol และ mepiquat
chloride โดยเร่ิมจากการคัดเลือกความเข้มข้นและช่วงเวลาการฉีดพ่นเมื่อมันขี้หนูอายุแตกต่างกัน พบว่าการ
ฉีดพ่นสารชะลอการเจริญเติบโตไม่ทาให้ขนาดทรงพุ่มมันขี้หนูก่อนเก็บเกี่ยวแตกต่างจากการไม่ฉีดพ่น ไม่มีผล
ทาใหอ้ ายุเก็บเกยี่ วลดลง และไมท่ าใหผ้ ลผลติ แตกต่างไปจากการปลูกตามปกติ 2). การตอบสนองต่อระดับปุ๋ย
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในมันข้ีหนู เป็นการศึกษาการตอบสนองต่อปุ๋ยใส่ปุ๋ยไนตรเจน
ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 12 กก./ไร่ของ N-P2 O5 และ K2 O ในดินท่ีมีปริมาณธาตุ
อาหารสูงต่าแตกต่างกัน 4 สถานที่ พบว่ามันขี้หนูสามารถให้ผลผลิตได้สูงสุดเม่ือได้รับปุ๋ยไนโตรเจนอัตรา
12 กก./ไร่ โดยที่ต้องได้รับปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอัตรา 8 กก./ไร่ด้วย แต่ถ้าฟอสฟอรัสท่ีใช้ประโยชน์
ไดใ้ นดินมอี ยใู่ นระดบั ปานกลางถึงสูงกส็ ามารถใสน่ อ้ ยลงหรอื ไม่ใส่เลยได้ สาหรบั ปยุ๋ โพแทสเซยี มพบว่า ถ้าในดิน
มีปริมาณโพแทสเซียมที่ใช้ประโยชน์ได้ท่ีระดับมากกว่า 45 mg/kg ก็เพียงพอสาหรับมันขี้หนูท่ีได้รับปุ๋ย

10

ไนโตรเจนอัตรา 8 กก./ไร่ 3). การปลูกมันขี้หนูระยะชิดร่วมกับการใช้สารชะลอการเจริญเติบโต เม่ือเลือกใช้
สาร paclobutazol ที่ความเข้มข้น อัตรา 400 ppm ฉีดพ่นมันขี้หนูที่ปลูกโดยการใช้ยอดปักชาและมีระยะ
ปลกู ทแี่ คบกวา่ ระยะ 1X1 เมตรตามปกติ พบวา่ การใช้ระยะปลกู 75X75 ซ.ม. และ 60X60 ซ.ม.เป็นระยะปลูก
ทใี่ ห้ผลผลติ ได้สูงกวา่ ระยะปกติ โดยการฉีดพน่ สารชะลอการเจริญเติบโต paclobutazol ไม่ทาให้ได้ผลผลิตหัว
ของมันข้ีหนูสูงกว่าอย่างแตกต่างทางสถิติกับการไม่ใช้สารชะลอการเจริญเติบโต ซึ่งสอดคล้องกับการทดลอง
แรก 4). อิทธิพลของวันปลูกต่อการเจริญเติบโตทางลาต้น การสร้างหัว และการให้ผลผลิตของมันข้ีหนู
เพื่อต้องการศึกษาผลของการปลูกในเดือนต่างๆ ตลอดท้ังปี โดยเร่ิมต้นในกลางเดือนมกราคม 2559 แต่ภาวะ
น้าท่วมพ้ืนท่ีจังหวัดพัทลุงในเดือนธันวาคม 2559 ทาให้ได้ข้อมูลการให้ผลผลิตเพียงแค่กรรมวิธีท่ีมีการปลูก
ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งพบว่าการเจริญเติบโตทางลาต้นที่วัดจากการเพิ่มขนาดของทรงพุ่มเป็นไปตามปกติ
การปลูกในเดือนพฤษภาคมมีการเจริญเติบโตทางลาต้นใน 3 เดือนแรกดีกว่าการปลูกในเดือนอื่นๆ การปลูก
ในเดือนมกราคมมแี นวโน้มของการให้ผลผลิตหวั รวมทกุ ขนาดได้ดที ี่สดุ ซ่ึงทาใหม้ ่นั ใจได้ว่าสามารถปลูกมันข้ีหนู
ไดต้ ลอดทัง้ ปีหากมีการบรหิ ารจัดการแปลงและการให้น้าทห่ี มาะสม

Abstract
Hausa potato is one of the most important local economic crops in the south of
Thailand. It always use in southern cultural cuisine and also in the way of cropping system
for intercropping with young rubber tree, young oil palm plant and other young orchard
plants. Because of it is a local crop, few researchers pay attention to this crop. To get the
results that the project in the year 2011 to 2013 had not yet complete to use as the
recommandations, this five experiments were investigated.
1. Effect of concentration and application times of plant growth retardants on
harvesting age and yield of hausa potato.
To select the suitable condition for two kinds of growth retardant application,
paclobutazol and mepiquat chloride at 3 concentration levels 200, 400, 600 ppm and
application time at 3, 4 and 5 month after planting were tested in the first and second year.
Top 4 treatments were selected to verify in 3 experimental sites in the third year. The
conclusion of consecutive experiment from the year 2015 to 2017 revealed that canopy
diameter and tuber yield of all treated treatments were not statistical significant difference
from the untreated treatment. Harvesting age of treated treatments seem longer than the
untreated.
2. Response to application rate of nitrogen phosphorus and potassium fertilizer in
hausa potato

11

This experiment aimed to verify effect of N-P-K fertilizer on hausa potato yielding.
Combination rates of N – P2O5 – K2O from 0 to 12 kg/rai were tested in the different soil
fertility in four experimental sites. Tuber yield of hausa potato has positive respond to N-
fertilizer from 0 to 12 kg nitrogen per rai when P2O5 and K2O were in a good proportion.
Respond to nitrogen fertilizer was clear in low organic matter content soil (OM < 1.5%). In
this case 8 kg P2O5 and 8 kg K2O have been applied to reach the maximum yield. In medium
organic matter level soil (OM 1.5 – 3.5%), application of 8 kg N/rai was better than 12 kg N/rai
to prevent high portion of small size tuber. At 8 kg /rai of nitrogen fertilizer application rate
in low organic matter soil, tuber yield had not been effected when applied phosphorus and
potassium fertilizer in medium level available phosphorus content soil and soil that had
available potassium content more than 45 mg/kg.

3. Effect of plant growth retardant with narrow row-spacing on growth and yield
of hausa potato
This experiment was carried out to compared the effect of 400 ppm concentration
paclobutazol to hausa potato in 3 different planting space (100 x 50, 75 x 50 and 60 x 60
cm) with normal planting (100 x 100 cm). The results revealed that normal planting space
gave the lowest yield. The spacing of 75 x 75 cm and 60 x 60 cm gave the better yield.
Application of 400 ppm concentration paclobutazol to 3-month-age hausa potato could not
make any statistical significant different of tuber yield from the untreated.
4. Effect of planting dates on vegetative growth, tuber formation and yield of Huasa
potato
This experiment had conducted in the year 2016. Hausa potato was planted in every
month to assess the effect of planting time in each month around the year. The first planting
was in mid-January 2016 and planned for the last time in mid-December. Flooding disaster in
Phattalung province in December 2016 to January 2017 caused a damage to all of
treatments that planted after May 2016. Data of canopy diameter and yield of the first up to
fifth month were analysed. Planting in May gave the highest canopy diameter, but the
highest tuber yield was obtained from planting in January. Off season planting in March and
April also gave the same level tuber yield as a seasonal planting in May. From these results and
the former experiment indicate that hausa potato in Thailand can be grown around the year.

12

บทนา

มันข้ีหนูเป็นพืชท้องถิ่นท่ีมีการปลูกกันในพื้นท่ีภาคใต้สาหรับใช้บริโภคตามวัฒนธรรมในการปรุงอาหาร
ของท้องถิ่น โดยการใช้หัวต้มรับประทานเป็นของว่าง และใช้เป็นผักแกงในแกงเหลือง แกงไตปลา หรือแกง
กะทอิ น่ื ๆ (เทอด, 2529) มนั ขี้หนเู ปน็ พชื ในวงศ์ Labiatae หรือ Lamiaceae ซึ่งได้ช่ือว่าเป็น mint family
กอ่ นหน้านี้การจัดจาแนกทางพฤษศาสตร์และการให้ช่ือวิทยาศาสตร์ยังไม่ค่อยมีความแน่นอน ชื่อที่พบเห็นได้
บ่อยคือ Coleus tuberosus (Blume) Benth. หรือ Coleus parviflorus Benth. หรือ Coleus
rotundifolius (Poiret) A. Chev. & E. Perrot แต่การจัดจาแนกในปัจจุบันใช้ช่ือ Solenostemon
rotundifolius (Poiret) J.K.Morton (USDA-NRCS, 2006; ITIS, 2006) แต่ก็มีผู้ใช้ช่ือเป็นอย่างอ่ืนอีกคือ
Plectranthus rotundifolius (Poiret) Sprengel (MULTILINGUAL MULTISCRIPT PLANT NAME
DATABASE, 2006) ในบางครั้งพบมีการอ้างอิงช่ือวิทยาศาสตร์ของมันขี้หนูเป็น Coleus parvifolius
(Tewtrakul et al., 2003; สปุ รียา และ สุภญิ ญา, 2548) สว่ นช่ือสามญั ที่ใช้กนั มากได้แก่ Hausa potato,
Country potato, Chinese potato, Madagascar potato ในมาเลเซียเรียก Ubi keling และใช้ชื่อ Innala
ในประเทศศรีลังกา (NRI, 1987) การศึกษาวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับมันขี้หนูในประเทศไทยมีอยู่อย่างจากัดมากทั้ง
ดา้ นพันธ์ุและการเขตกรรม ในการปฏบิ ตั ขิ องเกษตรกรเป็นการทาตามที่เคยปฏิบัติกันมา หรือทาตามความเชื่อ
ความคิดเห็นของเกษตรกรแต่ละรายเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยนิยมปลูกเป็นพืชแซมในระบบการปลูกพืชหลักที่
เปน็ พชื ยืนต้นอายุยาวในช่วงแรกหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างแถวยางพาราช่วง 3 ปีแรก ในสภาพ
พนื้ ท่ีดอนทเี่ ป็นดินร่วนปนทรายถึงค่อนข้างจะเป็นดินทราย โดยทั่วไปมันข้ีหนูสามารถให้ผลผลิตหัวได้ระหว่าง
2-3 ตัน/ไร่ (จิระ, 2542) ในขณะท่ีราคารับซื้อถึงแปลงปลูกอยู่ระหว่าง 24-30 บาท/กิโลกรัม จึงเป็นพืชที่ทา
รายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้ดีชนิดหน่ึง แต่ด้วยการปลูกท่ีต้องอาศัยน้าฝน ฤดูปลูกจึงแตกต่างกันไปตามการ
เร่ิมต้นของฤดูฝนในแต่ละพื้นท่ี เป็นผลให้มีผลผลิตมันขี้หนูออกสู่ตลาดตามฤดูกาลระหว่างเดือนกันยายนถึง
ธันวาคมเท่านน้ั โดยราคาจาหนา่ ยมนั ขีห้ นใู นชว่ งต้นและปลายฤดูจะสูงมากกว่าราคาเฉล่ียท่ัวไปประมาณ 2-3
เท่า ดงั นนั้ หากสามารถปลกู มนั ข้ีหนูให้มีผลผลิตออกนอกฤดูกาลได้ก็จะยิ่งช่วยให้เกษตรกรจาหน่ายได้ในราคา
ทสี่ ูงมากขึน้ แตก่ ารจะปลูกมันขีห้ นใู ห้ไดต้ ลอดปนี น้ั จะตอ้ งเป็นการปลกู ด้วยยอดแทนการใช้หัวแตกหน่อ ซึ่งหัว
จะมีการพักตัวหลังจากเก็บเกี่ยวและไปเริ่มแตกหน่อในเดือนมีนาคม แล้วจะแห้งเห่ียวจนฝ่อไปประมาณเดือน
มิถุนายนเป็นข้อจากัดท่ีสาคัญ สาหรับวัสดุปลูกหรือส่วนขยายพันธ์ุที่ใช้กันตามปกติ เกษตรกรในแต่ละพ้ืนที่
ก็เลอื กใช้แตกต่างกนั บางพื้นท่ีใช้หัวขนาดเล็กหลายหัว หรือบางพื้นที่ก็ใช้หัวขนาดทั่วไป ระยะปลูกที่เกษตรกร
ใช้กันโดยท่ัวไปอยู่ระหว่าง 80-100 ซม. ซึ่งใกล้เคียงกับคาแนะนาที่ให้ปลูกโดยใช้ระยะระหว่างหลุม 1x1 เมตร
(จิระ, ม.ป.ป.) ในบางพื้นท่ีใช้ส่วนยอดในการปลูก เช่นในพ้ืนท่ีอาเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ซึ่งเกษตรกรแต่ละรายก็มีการปลูกโดยใช้จานวนยอดต่อหลุมและระยะระหว่างหลุมแตกต่างกัน และการท่ีมัน
ข้ีหนูเป็นพืชอายุยาว 7 - 8 เดือนกว่าจะแก่จัดเต็มท่ี ทาให้เกษตรกรต้องเสียเวลารอคอยผลผลิตยาวนาน จึงมี
การเกบ็ เกี่ยวผลผลิตทีห่ ัวยังไมแ่ ก่จัด สง่ ผลใหค้ ณุ ภาพผลผลิตลดลง คือมันขี้หนูท่ีได้ไม่สามารถเก็บรักษาได้นาน
เพราะหัวจะเห่ียวเน่ืองจากการสูญเสียน้า ทาให้การลอกเปลือกก่อนนาไปประกอบอาหารทาได้ยากมากข้ึน

13

การลดช่วงการเจริญเติบโตทางลาต้นและใบให้ส้ันลง หรือเร่งอัตราการสะสมอาหารให้เร็วขึ้นก็อาจจะเป็น
หนทางให้ไดม้ นั ข้ีหนทู ีแ่ กจ่ ดั ในเวลาทเี่ ร็วขึ้น ซ่ึงการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในกลุ่มสารชะลอการ
เจริญเติบโตจึงมีความเป็นไปได้ เพราะสารกลุ่มนี้จะไปมีผลยับย้ังการสร้างหรือการทางานของฮอร์โมน
gibberellins เพิ่มความเขียว ทาให้มีการสังเคราะห์แสงมากข้ึน ส่งเสริมการแตกกิ่ง ทนทานต่อสภาพแวดล้อม
มากข้ึน และเร่งการแก่ (พีรเดช, 2537) และพบมีการรายงานว่าการเริ่มสร้างหัวจะเร่ิมขึ้นในสองสัปดาห์
หลังถูกกระตุ้นด้วยการฉีดพ่น chlormequat หรือ ethephon (NRI, 1987) งานวิจัยเกี่ยวกับมันข้ีหนูใน
ประเทศไทยยังมีน้อยมาก จึงขาดองค์ความรู้ที่จะนาไปสู่การปฏิบัติทางการเกษตรท่ีถูกต้องเหมาะสม
แม้ระหว่างปี 2554-2556 การวิจัยในโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมันขี้หนูจะสิ้นสุดตามกรอบ
เวลาไปแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นด้านวิธีการเขตกรรมที่ยังขาดความสมบูรณ์ในการท่ีจะนาไปใช้ประโยชน์หรือ
ถ่ายทอดเป็นข้อมูลให้กับเกษตรกร ได้แก่การศึกษาถึงแนวทางการปลูกมันขี้หนูตลอดท้ังปีที่บางช่วงการปลูกมี
อุปสรรคในการจัดการแปลงทดลองเข้ามาเก่ียวข้อง จึงควรปรับเปล่ียนไปศึกษาอย่างละเอียดในพ้ืนที่ท่ีควบคุม
ได้ ในการศึกษาถึงการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตที่ประสบปัญหาการปรับเปล่ียนงบประมาณจนต้องลด
ขนาดหน่วยการทดลองจนเกิดความคลาดเคล่ือนสูง จึงยังไม่สามารถระบุความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
ประกอบกับเป็นงานท่จี ะตอ้ งพฒั นาตอ่ ในการศกึ ษาวธิ ีการเขตกรรมที่เหมาะสมแม้จะได้ผลว่าการปรับเปล่ียน
ระยะปลูกจากเดิม 1x1 เมตรโดยใช้หัวพันธ์ุมาใช้ระยะปลูก 1 x 0.5 เมตรโดยใช้ยอดความยาว 4 นิ้ว 3 ยอด
ต่อหลุม เป็นวิธีการที่ให้ผลผลิตได้สูงท่ีสุดและใช้เป็นคาแนะนาให้เกษตรกรปฏิบัติได้ แต่ระยะระหว่างแถวท่ี
กว้างทาให้มันข้ีหนูยังคงต้องใช้ระยะเวลานานกว่าทรงพุ่มจะคลุมเต็มพื้นท่ีด้านระหว่างแถว จึงยังมีปัญหาเรื่อง
วชั พชื ขึ้นแขง่ ขนั ได้มาก การปรบั ระยะแถวให้แคบเข้าหรือจัดระยะปลูกใหม่ หรือการปลูกระยะชิดร่วมกับการ
ใช้สารชะลอการเจรญิ เตบิ โตทางลาต้นในช่วงอายุทเี่ หมาะสมนา่ จะเปน็ หนทางหนึ่งท่จี ะช่วยแกป้ ญั หาวัชพืชและ
เพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ สาหรับการตอบสนองต่อปุ๋ยก็ยังไม่มีการศึกษาอย่างชัดเจน ท่ีผ่านมาเป็นเพียงการ
เปรียบเทียบความเหมาะสมของอัตราและสูตรปุ๋ยท่ีเกษตรกรใช้กันโดยทั่วไปในชุดดินต่างกันเท่านั้น (จิระและ
คณะ, 2556)

14

ระเบียบวิธีการวิจัย

การดาเนินกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมันขี้หนูในโครงการนี้ ก็เพ่ือพัฒนา
เทคโนโลยีการผลิตมันขี้หนูให้เกิดความสมบูรณ์ต่อเน่ืองจากโครงการเดิมท่ีสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2556
ประกอบดว้ ยการทดลองและการดาเนินการดังน้ี

การทดลองท่ี 1. ผลของชนิด ความเข้มข้น และชว่ งเวลาการใชส้ ารชะลอการเจรญิ เติบโตตอ่ อายุเกบ็ เกี่ยว
และการใหผ้ ลผลิตของมนั ขี้หนู

วสั ดุและอุปกรณ์
1. หัวพันธม์ุ ันขห้ี นูพนั ธ์ุควนเนียง 1
2. สารชะลอการเจริญเตบิ โต paclobutarzol (PBZ) และ mepiquat chloride (MC)
3. ปยุ๋ เคมีเกรด 13-13-21
4. อุปกรณ์ต่างๆ สาหรบั การเกบ็ ข้อมลู เช่น ถุงตาขา่ ย เครื่องชง่ั น้าหนกั
5. วงบ่อซเี มนต์

วธิ ีการ
ปีท่ี 1 ทาการเปรียบเทียบผลของ paclobutrazol และ mepiquat chloride ท่ีความเข้มข้นต่างกัน

3 ระดับคือ 200 400 และ600 ppm ต่อการเจริญเติบโต อายุเก็บเกี่ยว และการให้ผลิตของมันขี้หนู
เปรียบเทยี บกบั วธิ ีการไมใ่ ช้สารชะลอการเจรญิ เตบิ โต ใช้แผนการทดลอง RCB 4 ซ้า 7 กรรมวธิ ี คือ

1. ฉดี พ่น paclobutrazol ความเข้มข้น 200 ppm
2. ฉดี พ่น paclobutrazol ความเข้มข้น 400 ppm
3. ฉดี พ่น paclobutrazol ความเขม้ ขน้ 600 ppm
4. ฉดี พ่น mepiquat chloride ความเขม้ ขน้ 200 ppm
5. ฉีดพน่ mepiquat chloride ความเข้มข้น 400 ppm
6. ฉดี พ่น mepiquat chloride ความเขม้ ข้น 600 ppm
7. ไม่ใช้สารชะลอการเจริญเตบิ โต

โดยปลูกจากหัวพันธุ์แตกหน่อ วงท่อละ 1 ต้น หลังปลูก 1 เดือนใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 25 กก./
ไร่ และใสอ่ ีกคร้ังหนึ่งดว้ ยสูตรและอัตราเดียวกันเม่ืออายุ ได้ 2 เดือน หลังการใส่ปุ๋ยทาการพรวนกลบปุ๋ยและ
พูนล้อมโคน การฉดี พ่นสารชะลอการเจริญเติบโตให้กับมันข้ีหนูทาที่อายุ 3 เดือน เก็บเกี่ยวเม่ือมันข้ีหนูแก่จัด
โดยสังเกตจากเริ่มแสดงอาการใบเหลืองท้ังตน้

ปีท่ี 2 (ปีงบประมาณ2559) เปรียบเทียบผลของสารชะลอการเจริญเติบโตท่ีความเข้มข้นที่ให้ผลดีใน
การทดลองปีแรกชนิดละ 1 ความเข้มข้นคือ การใช้ paclobutrazol ความเข้มข้น 400 ppm และ
mepiquat chloride ความเข้มข้น 200 ppm มาทาการฉีดพน่ มนั ขห้ี นูที่อายุแตกต่างกันโดยเปรียบเทียบการ
ฉีดพ่นเพียง 1 ครั้งท่ีอายุ 3, 4 และ 5 เดือน และการฉีดพ่น 2 คร้ังท่ีอายุ 3 และ 4 เดือน, 3 และ 5 เดือน,
4 และ 5 เดือน กับวิธีการไม่ใช้สารชะลอการเจริญเติบโต ใช้แผนการทดลอง RCB 3 ซ้า 13 กรรมวิธี ทาการ

15

ทดลองในสภาพแปลงทดลองในช่วงฤดกู ารปลูกมนั ขห้ี นู โดยใช้แปลงย่อยขนาด 4 x 6 เมตร เก็บเกี่ยวผลผลิต
จาก 6 หลมุ ด้านในของแปลงยอ่ ย

ปีที่ 3 (ปีงบประมาณ 2560) นากรรมวิธที ่ใี หผ้ ลดใี นปีที่ 2 ลาดบั ที่ 1-4 มาเปรียบเทียบกับไม่ใชส้ าร
รวม 5 กรรมวิธี วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 4 ซา้

1. ฉีดพน่ paclobutarzol อัตรา 400 ppm 1 ครัง้ ท่อี ายุ 3 เดือน
2. ฉดี พน่ paclobutarzol อัตรา 400 ppm 1 ครงั้ ทีอ่ ายุ 4 เดือน
3. ฉีดพ่นสาร mepiquat chloride อัตรา 200 ppm 1 ครั้ง ทีอ่ ายุ 4 เดือน
4. ฉดี พน่ สาร mepiquat chloride อัตรา 200 ppm 2 ครั้ง ที่อายุ 4 และ 5 เดอื น
5. ไม่ใช้สารชะลอการเจริญเติบโต

ปลูกมันขหี้ นพู ันธค์ุ วนเนียง 1 ในแปลงย่อยขนาด 4 x 6 เมตร ดว้ ยหวั พนั ธ์ุแตกหนอ่ ด้วยระยะปลูก1x1
เมตร จานวน 2 หวั /หลุม หลงั ปลกู 1 เดือนใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 25 กก./ไร่ และใสอ่ ีกครง้ั หน่ึงด้วยสูตร
และอตั ราเดียวกนั เม่อื อายไุ ด้ 2 เดือน หลงั การใสป่ ยุ๋ ทาการพรวนกลบปุย๋ และพูนโคนเป็นแนวยาว และฉีดพ่น
สารควบคุมการเจริญเตบิ โตตามกรรมวธิ ี เกบ็ เกยี่ วเมอ่ื มนั ข้หี นแู ก่จดั โดยสังเกตจากเร่ิมแสดงอาการใบเหลืองท้ัง
ตน้ โดยเก็บเก่ียวจาก 6 หลมุ ดา้ นในของแตล่ ะแปลงยอ่ ย

การบนั ทกึ ขอ้ มูล
- วันปฏบิ ัติการทุกข้ันตอน
- เสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางและความสงู ของทรงพุม่ หลังปลูก 2 และ 3 เดอื น
- ความยาวข้อ
- น้าหนกั ผลผลิตทงั้ หมด ผลผลิตทจ่ี าหน่ายได้
- จานวนหวั ต่อกิโลกรัม

สถานท่ที าการทดลอง: ศูนยว์ จิ ยั และพฒั นาการพทั ลงุ ศูนยว์ จิ ยั และพฒั นาการตรัง และศูนย์วิจยั พชื ไรส่ งขลา
ระยะเวลา : ตลุ าคม 2557 ถงึ กนั ยายน 2560

การทดลองท่ี 2. การตอบสนองต่อระดับปุ๋ยไนโตเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซยี ม ในมันขหี้ นู

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
1. หัวพนั ธุ์มนั ขีห้ นูพันธคุ์ วนเนียง 1
2. ปยุ๋ เคมีสตู ร 46-0-0 0-46-0 และ 0-0-60
3. อุปกรณ์ต่างๆ สาหรับการเก็บข้อมูล เช่น ถุงตาขา่ ย เคร่ืองชัง่ น้าหนกั

วิธกี าร
ปีที่ 1 (2558) เปรียบเทียบการได้รับปุ๋ย N P และ K ในระดับและสัดส่วนท่ีแตกต่างกันต่อการ

เจริญเติบโตทางลาต้นและการให้ผลผลิตของมันขี้หนู ทาการทดลองในพ้ืนท่ีดินร่วนซุยสูงมีความอุดมสมบูรณ์
ต่าท่ีส่วนแยก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ของ ศวพ.รือเสาะ ใช้แผนการทดลอง RCB 3 ซ้า 11 กรรมวิธีการ
ทดลอง ประกอบด้วย

1. ใส่ป๋ยุ อัตรา 0-8-8 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
2. ใสป่ ุ๋ยอัตรา 4-8-8 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
3. ใสป่ ยุ๋ อัตรา 8-8-8 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O

16

4. ใสป่ ุย๋ อัตรา 12-8-8 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
5. ใส่ปยุ๋ อตั รา 8-0-8 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
6. ใส่ปุ๋ยอัตรา 8-4-8 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
7. ใสป่ ุย๋ อตั รา 8-12-8 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
8. ใส่ปยุ๋ อตั รา 8-8-0 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
9. ใสป่ ยุ๋ อตั รา 8-8-4 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
10. ใส่ปยุ๋ อัตรา 8-8-12 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
11. ปลูกโดยไม่ใส่ป๋ยุ

เก็บตัวอย่างดินแปลงทดลองเพื่อวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์พื้นฐานก่อนการทดลอง ปลูกมันข้ีหนู
พันธุ์ควนเนียง1 โดยใช้หัวพันธ์ุท่ีกาลังแตกหน่อจานวน 2 หัว/หลุม ด้วยระยะปลูก 1 x 1 เมตร ใช้แปลงย่อย
ขนาด 4 x 6 เมตร หลังปลูก 1 เดือน ใส่ปุ๋ย N และ K อัตราท่ีกาหนดในกรรมวิธีการทดลองปริมาณครึ่งหนึ่ง
และใส่อกี ครึ่งหนึง่ เม่ืออายุได้ 2 เดือนส่วนปุ๋ย P ใส่ปริมาณทั้งหมดในครั้งแรก หลังการใส่ปุ๋ยท้ังสองคร้ังทาการ
พนู กลบป๋ยุ เป็นโคกกลม เก็บเก่ียวเม่ือมันขี้หนูแก่จัดโดยสังเกตจากเริ่มแสดงอาการใบเหลืองท้ังต้น เก็บเก่ียว
จาก 6 หลุมด้านในของแปลงยอ่ ย

ปีที่ 2 (2559) และ ปีที่ 3 (2560) จากผลการทดลองในปีท่ี 1 ทาการปรับเปลี่ยนอัตราการใส่ปุ๋ย
ของบางกรรมวิธีจนเหลือเป็นการวางแผนการทดลองแบบ RCB 4 ซา้ 8 กรรมวิธี คอื

1. ใส่ปุ๋ยอัตรา 8-8-8 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
2. ใสป่ ยุ๋ อัตรา 8-0-8 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
3. ใสป่ ุย๋ อัตรา 8-8-0 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
4. ใสป่ ุ๋ยอัตรา 8-8-4 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
5. ใสป่ ยุ๋ อัตรา 4-8-8 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
6. ใส่ปุ๋ยอตั รา 12-8-8 กก./ไร่ของ N-P2O5-K2O
7. ใส่ปยุ๋ อัตรา 12-0-4 กก./ไรข่ อง N-P2O5-K2O
8. ปลกู โดยไม่ใสป่ ยุ๋

การบนั ทกึ ข้อมูล
- วันปฏบิ ัตกิ ารทกุ อย่าง
- เสน้ ผ่าศูนย์กลางทรงพมุ่ หลังปลูก 2 และ 3 เดอื น
- จานวนหวั ตอ่ กิโลกรัม
- นา้ หนักผลผลติ หัวแยกตามขนาดและผลผลติ ท่ขี ายได้

สถานทีท่ าการทดลอง: ศวพ.รอื เสาะ ศวพ.พทั ลงุ ศวร.สงขลา ศวพ.กระบ่ี และ ศวพ.สรุ าษฎรธ์ านี

ระยะเวลา: ตลุ าคม 2557 ถึง กนั ยายน 2560

การทดลองที่ 3. การปลกู มนั ขี้หนูระยะชดิ ร่วมกับการใช้สารชะลอการเจรญิ เตบิ โต

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
1. ยอดพนั ธุ์มนั ข้ีหนูพันธุค์ วนเนียง 1
2. สารชะลอการเจริญเตบิ โต paclobutarzol

17

3. ปุ๋ยเคมเี กรด 15-15-15
4. อปุ กรณ์ตา่ งๆ สาหรับการเกบ็ ข้อมูล เชน่ ถุงตาข่าย เครื่องชัง่ น้าหนกั

วิธกี าร
วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 3 ซา้ 7 กรรมวธิ คี ือ
1. ใชร้ ะยะปลกู 1 x 1 เมตร
2. ใชร้ ะยะปลูก 1 x 0.50 เมตร
3. ใชร้ ะยะปลกู 1 x 0.50 เมตรร่วมกับการฉีดพน่ สาร paclobutarzol 400 ppm ทอี่ ายุ 3 เดือน
4. ใชร้ ะยะปลูก 0.75 x 0.50 เมตร
5. ใช้ระยะปลกู 0.75 x 0.50 เมตร ร่วมกบั การฉีดพน่ สาร paclobutarzol 400 ppm ที่อายุ 3 เดือน
6. ใชร้ ะยะปลกู 0.60 x 0.60 เมตร
7. ใชร้ ะยะปลูก 0.60 x 0.60 เมตร ร่วมกับการฉีดพ่นสาร paclobutarzol 400 ppm ทอี่ ายุ 3 เดือน

วธิ ปี ฏิบตั กิ ารทดลอง
ปลูกมันขีห้ นูพันธ์ุควนเนียง 1 ในแปลงย่อยขนาด 4 x 6 เมตร ด้วยยอดพันธ์ุที่มีขนาดความยาว 4 น้ิว

ท่ีนามาชาในถาดเพาะชาจนระบบรากแข็งแรงดีแล้ว ใช้ 3 ยอดต่อหลุม ปลูกด้วยระยะปลูกต่างๆตามกาหนด
ในกรรมวิธีการทดลอง หลังปลูก 1 เดือนใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 25 กก./ไร่ และใส่อีกคร้ังหนึ่งด้วยสูตร
และอัตราเดยี วกนั เมือ่ อายุได้ 2 เดือน หลงั การใสป่ ยุ๋ ทาการพรวนกลบปยุ๋ และพูนโคนเป็นแนวยาว ในกรรมวิธี
ทม่ี กี ารฉีดพ่นสารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตจะฉีดพ่น paclobutarzol อัตรา 400 ppm ที่อายุ 3 เดือน เก็บเกี่ยว
เมื่อมันขี้หนูแก่จัดโดยสังเกตจากเร่ิมแสดงอาการใบเหลืองท้ังต้น โดยเก็บเกี่ยวจาก 6 หลุมด้านในของแต่ละ
แปลงยอ่ ย

การบนั ทึกข้อมลู
1. วันปฏิบัติการในทุกๆข้ันตอน
2. เส้นผ่านศูนยก์ ลางของทรงพุม่ หลงั ปลูกและหลังพน่ สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต
3. ความยาวขอ้ หลงั ปลูกและหลงั พน่ สารควบคุมการเจรญิ เติบโต
4. น้าหนักผลผลติ หวั แยกตามขนาด
5. จานวนหัวแยกตามขนาดต่อกโิ ลกรัม

สถานทท่ี าการทดลอง: ศนู ยว์ จิ ัยพชื ไรส่ งขลา และศูนย์วจิ ัยและพฒั นาการเกษตรตรัง

ระยะเวลา: ตุลาคม 2559 ถงึ กนั ยายน 2560

การทดลองท่ี 4. อิทธิพลของวันปลกู ตอ่ การเจริญเติบโตทางลาตน้ การสรา้ งหวั และการใหผ้ ลผลติ ของมันขหี้ นู

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
- ยอดพันธม์ุ นั ขห้ี นูพันธคุ์ วนเนยี ง 1
- ป๋ยุ เคมีสูตร 13-13-21
- อุปกรณ์ในการชง่ั ตวง วดั
- ชดุ อปุ กรณ์การให้น้าระบบมนิ สิ ปริงเกลอร์
- วงทอ่ ซเี มนต์ขนาดเสน้ ผ่าศูนย์กลาง 100 เซนติเมตร

18

วิธีการ
วางแผนการทดลองแบบ RCB จานวน 3 ซา้ กรรมวิธีคือ การปลูกในแต่ละเดือนตลอดปี รวม 12

กรรมวธิ ี

ปลูกมันขี้หนูพันธ์ุควนเนียง 1 ด้วยยอดพันธ์ุที่มีขนาดความยาว 4 น้ิว ในวงท่อซีเมนต์ขนาด 100
เซนติเมตร 3 ยอดต่อวงท่อ หลังปลูก 1 เดือนถอนให้เหลือต้นท่ีสมบูรณ์ท่ีสุดไว้ 1 ต้น ใช้จานวน 3 วงท่อต่อ
หน่วยการทดลอง ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ และใส่ครั้งที่สองด้วยสูตรและอัตรา
เดียวกันเม่ืออายุ 2 เดอื น พรวนกลบหลังการใส่ปุ๋ยและพูนโคน เก็บเก่ียวผลผลิตเมื่อมันข้ีหนูแก่จัดโดยสังเกต
จากเร่ิมแสดงอาการใบเหลืองท้ังตน้

การบนั ทึกขอ้ มูล
- เส้นผา่ นศนู ย์กลางทรงพุ่มหลังปลูก 2 เดอื นจนถึงหนึง่ เดือนกอ่ นเก็บเก่ียว
- ระยะระหวา่ งข้อ
- จานวนหัวต่อหลมุ แยกตามขนาด
- นา้ หนกั ผลผลติ หัวต่อหลุม แยกตามขนาด
- น้าหนักผลผลติ หวั ทสี่ ามารถจาหน่ายได้

สถานท่ที าการทดลอง : ศูนย์วจิ ยั และพฒั นาการเกษตรพัทลงุ

ระยะเวลา ตลุ าคม 2558 – กันยายน 2560

19

ผลการทดลองและอภิปราย

การทดลองที่ 1 ผลของชนิด ความเข้มข้น และช่วงเวลาการใช้สารชะลอการเจริญเติบโตต่ออายุเก็บเกี่ยว
และการให้ผลผลติ ของมนั ขหี้ นู

ปีท่ี 1 (2558)
เม่ือฉีดพ่นสาร paclobutazol (PBZ) และ mepiquat chloride (MC) ชนิดละ 3 ความเข้มข้น

ใหก้ บั มันขี้หนูทอี่ ายุ 3 เดอื นหลงั ปลกู ที่มขี นาดเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มของมันขี้หนูในกรรมวิธีที่จะได้รับการฉีด
พ่นอยู่ระหว่าง 54.0 – 57.0 ซม. ซ่ึงไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ พบว่าหลังการฉีดพ่น 2 สัปดาห์กรรมวิธีท่ี
ได้รับสาร paclobutazol จะมีลักษณะใบหนา ใบมีสีเขียวเข้มขึ้น และการยืดยาวของลาต้นจะลดลงอย่างเห็น
ได้ชัดเจน (ภาพท่ี 1) แต่เม่ือผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ก็จะมีการเจริญเติบโตยืดยาวของลาต้นต่อไปอีกซ่ึงเม่ือวัด
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มมันข้ีหนูท่ีได้รับสาร paclobutazol จะมีขนาด 70 – 75.3 ซม. น้อยกว่าการใช้
mepiquat chloride และการไม่ฉดี พน่ สารชะลอการเจรญิ เตบิ โต เม่อื วัดขนาดทรงพมุ่ หลังการฉีดพ่น 3 เดือน
และท่ี 5 เดือนซ่ึงเป็นระยะก่อนการเก็บเกี่ยว พบว่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (ตารางท่ี 1.1) ซึ่งแสดงให้
เห็นว่าการฉีดพ่นเพียง 1 คร้ังจะมีผลต่อขนาดทรงพุ่มภายในระยะเวลาเดือนแรกหลังการฉีดพ่น เท่าน้ัน
หลังจากนัน้ มันข้ีหนจู ะมีการขยายขนาดทรงพุ่มตามปกตติ ่อไป

ทาการเก็บเกยี่ วผลผลิตเมื่อมันขี้หนูแก่จัดโดยสังเกตจากใบเริ่มเหลืองทั้งทรงพุ่ม พบว่าอายุเก็บเก่ียว
อยู่ระหว่าง 267 – 281 วัน ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มว่ากรรมวิธีท่ีมีการฉีด
พน่ สารชะลอการเจริญเติบโตจะมีอายุเก็บเก่ียวเพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลของการเจริญเติบโตที่เพิ่มข้ึนหลังจากมี
การชะงักในช่ัวระยะหนึ่ง แม้ผลผลิตรวมของหัวทุกขนาดต่อหลุมจะไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติแต่กรรมวิธี
การฉีดพ่นด้วย mepiquat chloride ความเข้มข้น 200 ppm (กรรมวิธีท่ี 4) มีแนวโน้มในการให้ผลผลิตหัว
รวมไดด้ ีท่สี ดุ คอื 2,518.78 กรมั /หลุม เมอ่ื แยกผลผลิตตามขนาดของหัวก็พบวา่ กรรมวธิ ีท่ี 4 ให้น้าหนักหัวใหญ่
ต่อหลุมมากที่สุดอย่างมีความแตกต่างทางสถิติ คือ 1,087.83 กรัม/หลุม ในขณะที่น้าหนักหัวต่อหลุมของหัว
ขนาดเล็กมีค่าใกล้เคียงกันอยู่ระหว่าง 401.13 – 681.73 กรัม/หลุม เมื่อพิจารณาผลผลิตหัวขนาดที่ส่งตลาด
ไดค้ ือหวั ขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมกนั กรรมวิธีท่ี 4 ก็ให้ผลผลิตได้สูงท่ีสุดอย่างมีความแตกต่างทางสถิติคือ
1,960.38 กรัม/หลุม (ตารางท่ี 1.2) นั่นคือการฉีดพ่น mepiquat chloride ความเข้มข้น 200 ppm ช่วยทา
ใหไ้ ด้ผลผลติ ของหัวขนาดทต่ี ลาดตอ้ งการสงู ขนึ้

ในการตรวจวัดปรมิ าณการตกค้างของสารชะลอการเจริญเติบโตท้ัง 2 ชนิดในผลผลิต พบว่ามีเฉพาะ
การใช้ mepiquat chloride ความเข้มข้น 600 ppm เท่าน้ันที่สามารถตรวจวัดการตกค้างได้ที่ระดับ 0.03
mg/kg (ตารางท่ี 1.3) ดังน้ันจึงเลือกระดับความเข้มข้นของ paclobutazol ท่ี 400 ppm และ mepiquat
chloride ท่ีความเข้มข้น 200 ppm ไปใช้ในการทดลองปี 2559 ที่จะศึกษาถึงช่วงเวลาการฉีดพ่นและจานวน
คร้ังท่ีแตกต่างออกไปท่ีจะทาให้มันข้ีหนูมีการตอบสนองในทิศทางที่เป็นความต้องการคือ ลดอายุเก็บเก่ียว
ลดขนาดทรงพุม่ และเพิม่ ผลผลิตได้หรอื ไม่

20

a bc
ภาพที่ 1.1 (a) สภาพการปลูกมันขี้หนูในวงบ่อซีเมนต์ (b) ทรงพุ่มของมันขี้หนูอายุ 4 เดือนที่ไม่ได้ฉีดพ่นสารชะลอ

การเจริญเติบโต และ (c) ทรงพุ่มของมนั ข้หี นอู ายุ 4 เดอื นทฉี่ ดี พ่น paclobutazol ความเขม้ ขน้ 600 ppm

ปีท่ี 2 (2559)

การเจรญิ เติบโต
ขนาดของทรงพุ่ม พบว่าการฉดี พ่นสาร paclobutazol และ mepiguat chloride ที่อายตุ ่างกัน ไม่

มีผลต่อการเจริญเติบโตของมันขี้หนู โดยมีแนวโน้มว่ากรรมวิธีการฉีดพ่นสาร paclobutrazol ที่อายุ 3 เดือน
เพียงคร้ังเดียวสามารถชะลอการเจริญเติบโตของมันข้ีหนูได้ดีกว่ากรรมวิธีอ่ืนๆทาให้มีขนาดของทรงพุ่มเฉล่ีย
เล็กท่ีสุด 44.08 เซนติเมตรรองลงมาคือการฉีดพ่นสาร paclobutazol ความเข้มข้น 400 ppm 2 คร้ัง ที่อายุ
4 และ 5 เดือน มีเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่ม 47.9 เซนติเมตร เม่ือเปรียบเทียบกับที่ไม่ฉีดพ่นสารชะลอการ
เจริญเติบโตมเี ส้นผ่านศนู ยก์ ลางทรงพุ่มกวา้ งท่สี ุด 54.97 เซนตเิ มตร (ตารางท่ี 1.4)
ผลผลติ

ผลผลิตท้ังหมด พบว่า การฉีดพ่น paclobutrazol ความเข้มข้น 400 ppm เพียง 1 ครั้งท่ีอายุ 3
เดือน มีผลผลิตทั้งหมดสูงสุด 436 กิโลกรัม/ไร่ รองลงมาคือการฉีดพ่น mepiquat chloride ความเข้มข้น
200 ppm. รวม 2 คร้ังท่ีอายุ 4 และ 5 เดือน โดยมีผลผลิตทั้งหมด 339 กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งแตกต่างกันทางสถิติ
กับกรรมวิธีอ่ืนๆ และผลการทดลองเป็นไปในทิศทางเดียวกันในลักษณะของผลผลิตท่ีจาหน่ายได้มีผลผลิ ตที่
จาหน่ายได้เท่ากับ 320 และ 272 กิโลกรัม/ไร่ ตามลาดับ (ตารางที่ 1.5) ซ่ึงจากผลการทดลองนี้ได้คัดเลือก 4
กรรมวธิ ที ใ่ี ห้ผลดี สาหรับการดาเนนิ การในปี 2560 คอื 1.)การฉดี พ่น paclobutrazol ความเข้มข้น 400 ppm
เพียง 1 คร้ังที่อายุ 3 เดือน 2.)การฉีดพ่น paclobutrazol ความเข้มข้น 400 ppm เพียง 1 คร้ังท่ีอายุ 4
เดือน 3.)การฉีดพ่น mepiquat chloride ความเข้มข้น 200 ppm จานวน 1 คร้ังที่อายุ 4 เดือน และ 4.)
การฉีดพ่น mepiquat chloride จานวน 2 ครั้งท่ีอายุ 4 และ 5 เดือน

ปีท่ี 3 (2560)
ท่ศี ูนย์วจิ ัยพชื ไรส่ งขลา
การเจริญเตบิ โต

ขนาดทรงพุ่ม พบวา่ ท่ีอายุ 3 เดือนกอ่ นพ่นสารและหลงั พ่นสาร 2 เดือน ทุกกรรมวิธีมีขนาดของทรง
พุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางของทรงพุ่มก่อนพ่นสารและหลังพ่นสารเท่ากับ 71.78-97.75
และ 94.97-120.68 เซนตเิ มตร ตามลาดับ (ตารางที่ 1.6)

21

ระยะความยาวระหว่างข้อ พบว่า ถึงแม้ก่อนพ่นสารที่อายุ 3 เดือนจะมีความยาวข้อแตกต่างกันทาง
สถิติ โดยการใช้ paclobutazol อัตรา 400 ppm ฉีดพ่น 1 ครั้งมีความยาวข้อสั้นที่สุดคือ 2.69 เซนติเมตร
ซึ่งแตกตา่ งทางสถติ ิกบั กรรมวิธอี นื่ ๆ แต่หลังพ่นสาร 2 เดือนมีความยาวข้อไม่แตกต่างกันทางสถิติ โดยที่การใช้
paclobutazol อตั รา 400 ppm ฉีดพ่น 1 คร้ังท่ีอายุ 3 เดือน มีความยาวข้อ 3.60 เซนติเมตร การไม่ฉีดพ่น
สารมีความยาวข้อ 4.10 ซึ่งทุกกรรมวิธีมีความยาวข้อสั้นลงแม้กระท่ังกรรมวิธีท่ีไม่ได้มีการฉีดพ่นสาร ทั้งน้ี
เน่ืองจากเป็นอายุที่มันขี้หนูเริ่มมีการสะสมอาหารในรากที่จะพัฒนาไปเป็นหัว จึงมีการเจริญเติบโตทางลาต้น
ลดลง และการฉีดพ่นสารชะลอการเจริญเติบโตจะมีผลต่อการยืดยาวของลาต้นในช่วงสั้นๆหลังการฉีดพ่นไม่
เกนิ 1 เดือน ดังท่พี บในการทดลองปี 2558 และป2ี 559 ( ตารางที่ 1.6)

ผลผลิต
ผลผลิตท้ังหมด พบว่า การปลูกมันข้ีหนูโดยไม่ใช้สารชะลอการเจริญเติบโตให้ผลผลิตสูงสุด 553

กิโลกรัม/ไร่ ซึ่งแตกต่างกันทางสถิติกับทุกกรรมวิธีที่มีการใช้สารฯ เม่ือเปรียบเทียบในกรรมวิธีท่ีมีการใช้สาร
ด้วยกันพบว่า การใช้ paclobutazol อัตรา 400 ppm ฉีดพ่น 1 คร้ังที่อายุ 3 เดือน ให้ผลผลิตสูงสุด 417
กิโลกรัมต่อไร่ สาหรับผลผลิตที่จาหน่าย(หัวขนาดใหญ่+หัวขนาดกลาง) ให้ผลเช่นเดียวกับผลผลิตท้ังหมดคือ
ปลกู โดยไมใ่ ชส้ ารมีผลผลิตท่ีจาหนา่ ยได้สงู สุด 424 กโิ ลกรัมต่อไร่ รองลงมาได้แก่ การใช้ paclobutazol อัตรา
400 ppm ฉีดพ่น 1 ครั้ง ที่อายุ 3 เดือน มีผลผลิต 240 กิโลกรัม/ไร่ (ตารางที่ 1.7) และเม่ือดูถึงจานวนหัว
ขนาดต่างๆ ใน 1 กิโลกรัม พบว่า ในทุกกรรมวิธีจะเป็นหัวขนาดเล็กมากท่ีสุด รองลงมาคือเป็นหัวขนาดกลาง
และขนาดใหญ่ แตพ่ บว่าผลผลิตของมนั ข้หี นใู นการทดลองนต้ี ่ามาก และไม่เป็นไปในทิศทางท่ีสอดคล้องกับผล
ท่ีได้ในการทดลองปี 2558 และปี 2559 ทั้งนี้เน่ืองจากการเข้าทาลายของโรคขอบใบและลาต้นเน่า ผลท่ี
เกิดขึ้นจึงไม่ใช่อิทธิพลของกรรมวิธีการทดลองเพียงอย่างเดียว และอาจเป็นไปได้ว่าการฉีดพ่นสารชะลอการ
เจริญเติบโต 2 ชนิดนี้ทาให้การเป็นโรคมีความรุนแรงมากขึ้น จึงเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลงต่ากว่ากรรมวิธีการ
ปลกู โดยไม่ฉดี พ่นสารฯตามปกติ (ตารางท่ี 1.8)

ที่ศนู ยว์ จิ ยั และพฒั นาการเกษตรตรงั
การเจริญเติบโต

ขนาดทรงพุ่ม พบว่า ที่อายุ 3 เดือนก่อนพ่นสารและหลังพ่นสาร 2 เดือน มีค่าไม่แตกต่างกันทาง
สถติ ิ โดยมเี ส้นผา่ นศนู ย์กลางทรงพ่มุ ก่อนและหลังพน่ สารเทา่ กับ 79.94-85.32 และ 98.70-101.80 เซนติเมตร
ตามลาดับ หลงั การใช้สาร mepiquat chloride อัตรา 200 ppm 2 คร้ัง ท่ีอายุ 4 และ 5 เดือน มีแนวโน้มทา
ใหข้ นาดของทรงพมุ่ แคบลง (ตารางที่ 1.9)

ระยะความยาวระหว่างข้อ พบว่าท้ังก่อนพ่นและหลังการพ่นสารทุกกรรมวิธีมีความยาวข้อไม่
แตกต่างกันทางสถิติ โดยมีความยาวข้อก่อนพ่นสารที่อายุ 3 เดือน เท่ากับ 3.12-3.36 เซนติเมตร และหลังพ่น
สาร 2 เดือนเท่ากับ 2.15-2.37 เซนติเมตร ทุกกรรมวิธีมีความยาวข้อที่ลดลง เน่ืองจากท่ีอายุ 5 เดือนมันข้ีหนู
เรมิ่ มกี ารสะสมอาหารทร่ี าก จึงทาให้การเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นลาตน้ ลดลง (ตารางที่ 1.9)


Click to View FlipBook Version