The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครูหนังสือเรียน วิชาทฤษฎีเครื่องมือกล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือครูหนังสือเรียน วิชาทฤษฎีเครื่องมือกล

คู่มือครูหนังสือเรียน วิชาทฤษฎีเครื่องมือกล

คู่มือครูหนงั สอื เรียน

ทฤษฎเี ครื่องมือกล
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันก ิพม ์พ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ำจ� ักด
2102-2003

GPAS มาตรฐานสากลศตวรรษท่ี

5 21

STEPs

เสนอแนวทางการจดั กจิ กรรม
เนน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นสรา้ งความรู้
ใช้ความรู้ผลติ ผลงาน
ใชก้ ระบวนการออกแบบการ
เรียนรู้แบบ Backward Design
เปน็ เป้าหมาย
คณุ ภาพรายวิชาให้ผูเ้ รยี น
ผลิตความรู้ ตรวจสอบ
และประเมนิ ตนเอง

ออกแบบกจิ กรรมสรา้ งวินัย
โดยใชส้ ถานการณ์จรงิ

เนน้ สร้างสมรรถนะ
ในศตวรรษท่ี 21

ส�ำ นกั พิมพ์ บรษิ ัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำ กัด

คู่มอื ครูหนังสอื เรียน

ทฤษฎี

เครอ่ื งมือกล
2102-2003
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
สงวนลขิ สิทธ์ิ
สำ�นักพิมพ์ บรษิ ัทพฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) จ�ำ กัด
พ.ศ. 2562

website : สำ�นักพมิ พ์ บริษทั พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กดั
1256/9 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดสุ ติ กรงุ เทพฯ 10300
www.iadth.com โทร. 0-2243-8000 (อัตโนมัติ 15 สาย), 0-2241-8999
แฟกซ์ : ทุกหมายเลข, แฟกซ์อตั โนมตั ิ : 0-2241-4131, 0-2243-7666

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดคำ� น�ำ

คู่มือครรู ายวิชา ทฤษฎีเคร่ืองมือกล (รหัสวชิ า 2102-2003) ฉบับน้ี สำ�นกั พมิ พ์ บริษัทพฒั นาคณุ ภาพ
วิชาการ (พว.) จำ�กัด จัดทำ�ข้ึนเพื่ออ�ำ นวยความสะดวกส�ำ หรับครูหรือผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธผิ ลตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
พุทธศักราช 2556 สำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้ควบคู่กับ
หนังสือเรียนท่ีสำ�นักพิมพ์ได้เรียบเรียงขึ้นตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำ�อธิบายรายวิชา
ซง่ึ ผา่ นการตรวจประเมนิ คุณภาพจากส�ำ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาเปน็ ทีเ่ รียบร้อยแลว้
แนวคิดสำ�คัญในการจัดทำ�คู่มือครูฉบับนี้ สำ�นักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด
ได้ยึดแนวคิดการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ สร้างความรู้จากการปฏิบัติ และนำ�ความรู้
ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps และออกแบบ
หน่วยการเรียนรู้แบบ Backward Design เน้นผู้เรียนแสดงออกและผลิตผลงานตามภาระงาน นำ�ผลงาน
และการแสดงออกของผู้เรียนมาใช้ประเมินผลการเรียนตามจุดประสงค์รายวิชาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
ตลอดท้ังรายวิชา เป็นการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) สอดคล้องกับบริบทและ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและแนวคิดการพัฒนาคนในศตวรรษที่ 21 เพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียน
ให้สูงขึ้นตามมาตรฐานสากล
สำ�นักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด ได้นำ�รูปแบบและเทคนิควิธีจัดการเรียนรู้
ตามแนวทางข้างต้น ไปทดลองใช้กับผู้เรียนในระดับต่างๆ แล้วปรากฏผลเป็นท่ีพอใจยิ่ง ผู้เรียนสามารถ
คดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหา สอื่ สาร และผลิตผลงานดว้ ยทีมงานท่ีใช้จิตปัญญาในระดับสูง ผ่านการประเมินความรู้
ความเข้าใจ ทักษะ และค่านิยมในทุกด้าน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากผู้สอนได้ใช้คู่มือครูฉบับนี้ควบคู่กับ
หนังสือเรียนอย่างต่อเน่ือง จะช่วยให้ผู้สอนดำ�เนินกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและ
บรรลุตามที่หลักสตู รฯ ก�ำ หนด ช่วยยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาไทยให้ทัดเทยี มกบั ประเทศอน่ื ในทสี่ ุด

ส�ำ นกั พิมพ์ บรษิ ัทพัฒนาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) จ�ำ กัด

สารบัญ สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดหนา้
2
คำ�นำ� 5
ค�ำ ชีแ้ จง 27
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 57
เครื่องมอื ขนาดเลก็ 79
101
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2
เครอ่ื งเล่ือยกล

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3
เคร่อื งเจาะ

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4
เคร่อื งกลึง

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดหนา้
เครื่องกัด 135
159
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 183
เครื่องไส

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7
เครือ่ งเจียระไน

คำ� ชีแ้ จง

เพ่ือให้สามารถนำ�คู่มือครูไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาควบคู่กับหนังสือเรียนที่สำ�นักพิมพ์ สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด จัดทำ�ขึ้น ผู้สอนควรได้ศึกษารายละเอียดคำ�ชี้แจงการใช้คู่มือครู เพื่อให้เกิด
ความเข้าใจและด�ำ เนินการตามแนวทางทเ่ี สนอแนะไวใ้ นคู่มอื ครูอยา่ งถูกวิธี ซ่งึ มีรายละเอียดดังน้ี

โครงสร้างและองคป์ ระกอบส�ำ คัญของคู่มือครู
คมู่ อื ครฉู บับนีแ้ บง่ โครงสร้างและองค์ประกอบของเนือ้ หาไวเ้ ป็น 4 ส่วน ดังน้ี
สว่ นที่ 1 สว่ นน�ำ ประกอบด้วย
1.1 ความรูค้ วามเขา้ ใจเบือ้ งตน้ ก่อนนำ�คู่มอื ครไู ปใช้ในการจดั การเรียนการสอน

1.2 ยทุ ธศาสตร์การยกระดับคณุ ภาพการศึกษาอาชวี ศึกษาตามมาตรฐานสากลในศตวรรษท่ี 21

1.3 แนวคิดหลักการการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ระดับอาชีวศึกษา โดยใช้กระบวนการจัด

การเรยี นร้แู บบ GPAS 5 Steps ตามมาตรฐานสากลในศตวรรษท่ี 21

1.4 คำ�แนะนำ�ในการนำ�คูม่ อื ครูไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน
ส่วนท่ี 2 สว่ นแนะนำ�โครงสร้างของหนังสอื เรียนที่ใช้คกู่ บั คมู่ ือครูฉบบั นี้ ประกอบด้วย
2.1 คำ�อธบิ ายรายวชิ า ทฤษฎีเครอื่ งมือกล (รหสั วิชา 2102-2003)
จดุ ประสงคร์ ายวชิ า เพ่ือให้
1. รู้จกั ชนดิ ประเภท และสว่ นประกอบของเคร่ืองมอื กล

2. เข้าใจหลักการทำ�งานของเคร่ืองมือกล

3. มีเจตคตแิ ละกจิ นิสัยทดี่ ี รับผดิ ชอบ ตรงตอ่ เวลา
สมรรถนะรายวิชา
แสดงความรู้เก่ียวกบั หลักการทำ�งาน กระบวนการและการบ�ำ รุงรกั ษาของเคร่อื งมอื กลขนาดเลก็

และเครอ่ื งมอื กล คำ�อธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเกยี่ วกับสว่ นประกอบและหลักการทำ�งาน เครือ่ งมอื ขนาดเลก็ (Hand Tools) เครื่องเลื่อย


เคร่อื งเจาะ เครอื่ งกลึง เครอื่ งกัด เคร่ืองไส เครือ่ งเจยี ระไน การบ�ำ รุงรกั ษาเครื่องมือกล

5 สุดยอดคู่มือครู

2.2 การจดั หนว่ ยการเรียนรู้
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
หนว่ ยการเรียนรู้ เรื่อง ชัว่ โมง หมายเหตุ
1 เครอ่ื งมอื ขนาดเลก็ การเรยี น

6 สัปดาห์ที่ 1-3
(ชั่วโมงท่ี 1-6)

2 เคร่ืองเลื่อยกล 4 สปั ดาหท์ ี่ 4-5
(ชั่วโมงที่ 7-10)

3 เครื่องเจาะ 4 สัปดาหท์ ี่ 6-7
(ชั่วโมงท่ี 11-14)

สอบกลางภาค 2 สปั ดาหท์ ี่ 8
(ชว่ั โมงที่ 15-16)

4 เครอ่ื งกลงึ 6 สัปดาหท์ ี่ 9-11
(ชั่วโมงท่ี 17-22)

5 เครื่องกดั 4 สัปดาห์ท่ี 12-13
(ชว่ั โมงที่ 23-26)

6 เครอื่ งไส 4 สัปดาหท์ ่ี 14-15
(ชั่วโมงที่ 27-30)

7 เครอ่ื งเจียระไน 4 สปั ดาห์ท่ี 16-17
(ชว่ั โมงท่ี 31-34)

สอบปลายภาค 2 สปั ดาห์ที่ 18
(ชว่ั โมงท่ี 35-36)

รวมเวลาเรียน 36

สว่ นท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนรายหน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย
3.1 การออกแบบการจดั การเรยี นรูร้ ายหนว่ ยการเรียนรู้ดว้ ย GPAS 5 Steps
3.2 การบรู ณาการกจิ กรรมการเรยี นรู้
3.3 แผนการประเมนิ จดุ ประสงค์การเรียนรแู้ ละสมรรถนะประจ�ำ หนว่ ย
สว่ นที่ 4 การออกแบบการเรียนรู้ระดับหนว่ ยการเรียนรู้และแผนการจดั การเรยี นรู้รายชวั่ โมง ประกอบด้วย
4.1 แนวทางการจดั การเรยี นรรู้ ะดบั หนว่ ยการเรียนรูท้ กุ หนว่ ยการเรยี นรคู้ รบท้ังรายวิชา
4.2 แผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมงในแต่ละหนว่ ยการเรียนรคู้ รบทุกหน่วยการเรยี นรู้

สุดยอดคู่มือครู 6

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด 4.3 เกณฑ์ประเมินคุณภาพ (Rubrics) ตามภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผู้เรียนในแต่ละ
หนว่ ยการเรียนรู้ครบทุกหน่วยการเรยี นรู้
4.4 ตัวอย่างผังกราฟิก แบบบันทึกรวบรวมข้อมูลและสรุปความรู้ความเข้าใจสำ�หรับผู้เรียนใช้ประกอบ
การเรียนการสอนทกุ หนว่ ยการเรยี นรู้

นอกจากรายละเอียดท่ีกลา่ วถงึ ในคูม่ อื ครูฉบบั นีแ้ ล้ว สำ�นกั พิมพ์ บรษิ ทั พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำ กัด ยงั ไดจ้ ัดท�ำ
CD ในการเอือ้ ประโยชนแ์ ก่ผู้สอน ดงั นี้
ออกแบบหนว่ ยการเรียนรทู้ กุ หนว่ ยการเรียนรคู้ รบทง้ั รายวชิ า
แผนการจดั การเรียนรู้รายช่วั โมงในแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นร้คู รบทุกหนว่ ยการเรยี นรู้
เกณฑ์ประเมินคณุ ภาพ (Rubrics) ตามภาระงาน/ชน้ิ งาน/การแสดงออกของผู้เรยี นในแตล่ ะหน่วยการเรยี นรู้
ครบทุกหนว่ ยการเรยี นรู้
ตัวอย่างผังกราฟิก แบบบันทึกรวบรวมข้อมูลและสรุปความรู้ความเข้าใจสำ�หรับผู้เรียนใช้ประกอบ
การเรยี นการสอนทกุ หนว่ ยการเรยี นรู้

7 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด สว่ นที่ 1 สว่ นนำ�

1.1 ความรู้ความเข้าใจเบอื้ งตน้ กอ่ นนำ� คู่มอื ครไู ปใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน

แนวคิดทศิ ทางในการจัดการเรียนร้เู พ่ือยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาไทย
การศึกษาไทยในปัจจุบันยึดแนวคิดท่ีว่า “การศึกษาคือชีวิต” (Education is Life) โดยมีความเช่ือว่า “ชีวิตต้องมี
การเรียนรู้” ต้องพัฒนาทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และประสบการณ์ต่างๆ ท้ังด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม
ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐศาสตร์อย่างสมดุล ท้ังน้ี
เพ่ือให้สามารถนำ�ไปใช้ในการดำ�รงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ปรัชญาพื้นฐานและกรอบแนวคิดดังกล่าวจึง
มุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็น “มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรม
ในการด�ำ รงชีวิต สามารถอยู่รว่ มกบั ผู้อื่นไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ”
ดังที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 และ
(ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 6 และมาตรา 7 ดังนี้
มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพ่ือพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ท้ังทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา
ความรู้ และคณุ ธรรม มีจรยิ ธรรมและวฒั นธรรมในการดำ�รงชีวิต สามารถอยูร่ ว่ มกบั ผู้อืน่ ได้อย่างมีความสุข
มาตรา 7 ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสำ�นึกท่ีถูกต้องเก่ียวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าท่ี เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และ
ศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ
รวมท้ังส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล
ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิด
ริเร่มิ สรา้ งสรรค์ ใฝร่ ู้ และเรยี นร้ดู ว้ ยตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง
แนวการจดั การศึกษา
เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามความมุ่งหมายในการจัดการศึกษาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 และมาตรา 7 ตาม
พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2553 ดังท่ีกลา่ วถงึ
ขา้ งตน้ จึงได้มีบทบัญญัตวิ ่าดว้ ยแนวการจดั การศึกษาตามมาตราดังต่อไปน้ี
มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่า
ผู้เรียนมีความส�ำ คัญทสี่ ดุ กระบวนการจดั การศึกษาตอ้ งส่งเสริมให้ผเู้ รียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ศักยภาพ
มาตรา 23 การจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้น
ความสำ�คัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษา
ในเรอ่ื งต่อไปนี้
(1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก
รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทย และระบบการเมืองการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ

สุดยอดคู่มือครู 8

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด (2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์
เร่อื งการจัดการการบำ�รุงรกั ษาและการใช้ประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมอย่างสมดลุ ย่ังยนื
(3) ความรู้เกี่ยวกบั ศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม การกีฬา ภมู ปิ ัญญาไทย และการประยกุ ตใ์ ชภ้ มู ิปัญญา
(4) ความรู้และทกั ษะดา้ นคณิตศาสตรแ์ ละดา้ นภาษา เนน้ การใชภ้ าษาไทยอย่างถูกตอ้ ง
(5) ความรแู้ ละทกั ษะในการประกอบอาชพี และการด�ำ รงชีวิตอยา่ งมีความสขุ
มาตรา 24 การจดั กระบวนการเรียนรใู้ หส้ ถานศกึ ษาและหน่วยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งดำ�เนนิ การ ดงั ต่อไปน้ี
(1) จัดเน้ือหา สาระ และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำ�นึงถึง
ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล
(2) ฝกึ ทกั ษะ กระบวนการคดิ การจดั การ การเผชญิ สถานการณแ์ ละประยกุ ตค์ วามรมู้ าใชเ้ พอ่ื ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำ�ได้ คิดเป็น ทำ�เป็น รักการอ่าน
และเกดิ การใฝร่ ู้อยา่ งตอ่ เน่อื ง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมท้ังปลูกฝังคุณธรรม
ค่านิยมทีด่ งี ามและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ไว้ในทุกวชิ า
(5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำ�นวยความสะดวก
เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรแู้ ละมคี วามรอบรู้ รวมทงั้ สามารถใชก้ ารวจิ ยั เปน็ สว่ นหนงึ่ ของกระบวนการเรยี นรู้ ทงั้ นผี้ สู้ อนและ
ผู้เรียนอาจเรยี นรไู้ ปพร้อมกนั จากสื่อการเรียนการสอนและแหลง่ วทิ ยาการประเภทต่างๆ
(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลใน
ชุมชนทุกฝ่าย เพือ่ รว่ มกนั พัฒนาผู้เรียนตามศกั ยภาพ
มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ
การสังเกตพฤติกรรมการเรยี น การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคไู่ ปในกระบวนการเรยี นการสอนตามความเหมาะสม
ของแต่ละระดับ และรูปแบบการศึกษาให้สถานศึกษาใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ
และให้น�ำ ผลการประเมนิ ผ้เู รยี นตามวรรคหน่ึงมาใช้ประกอบการพจิ ารณาด้วย
มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอน
สามารถวจิ ัยเพอื่ พฒั นาการเรยี นรู้ทเ่ี หมาะสมกบั ผูเ้ รยี นในแต่ละระดบั การศกึ ษา
คณุ ลักษณะ สมรรถนะ และศกั ยภาพผู้เรยี นท่เี ปน็ สากล
การจดั การเรียนรใู้ นปัจจุบัน ม่งุ เน้นการเสรมิ สร้างความรู้ ความสามารถ และคุณลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ในศตวรรษที่ 21
และเปน็ ไปตามปฏิญญาวา่ ด้วยการจัดการศึกษาของ UNESCO ได้แก่
Learning to know: หมายถึงการเรียนเพื่อให้มีความรู้ในสิ่งต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อไป ได้แก่ การรู้จัก
การแสวงหาความรู้ การตอ่ ยอดความร้ทู ี่มีอยู่ รวมท้ังการสรา้ งความรขู้ นึ้ ใหม่
Learning to do: หมายถึงการเรียนเพ่ือการปฏิบัติหรือลงมือทำ� ซ่ึงนำ�ไปสู่การประกอบอาชีพจาก
ความร้ทู ่ีไดศ้ กึ ษามา รวมทัง้ การปฏิบัตเิ พ่อื สร้างประโยชน์ให้สังคม

9 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด Learning to live together: หมายถึงการเรียนรู้เพื่อการดำ�เนินชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข
ทั้งการดำ�เนนิ ชีวิตในการเรียน ครอบครัว สงั คม และการท�ำ งาน
Learning to be: หมายถึงการเรียนรู้เพื่อให้รู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ รู้ถึงศักยภาพ ความถนัด ความสนใจ
ของตนเอง สามารถใช้ความรู้ความสามารถของตนเองให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เลือกแนวทางการพัฒนาตนเอง
ตามศกั ยภาพ วางแผนการเรียนต่อ การประกอบอาชพี ท่ีสอดคลอ้ งกับศกั ยภาพของตนเองได้
ท้ังนี้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ท้ังในฐานะพลเมืองไทยและพลโลกเทียบเคียงได้กับนานาอารยประเทศ
โดยมุ่งเนน้ ใหผ้ ูเ้ รียนมศี ักยภาพทส่ี �ำ คญั ดงั น้ี
1. ความรพู้ ืน้ ฐานในยคุ ดจิ ทิ ัล (Digital-Age Literacy) มคี วามรู้พน้ื ฐานท่ีจำ�เป็นทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
เทคโนโลยี รู้ภาษาข้อมลู สารสนเทศ และทศั นภาพ ร้พู หุวฒั นธรรมและมคี วามตระหนักส�ำ นึกระดบั โลก
2. ความสามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ (Inventive Thinking) มีความสามารถในการปรับตัวสามารถ
จัดการสภาวการณ์ท่ีมีความซับซ้อน เป็นบุคคลท่ีใฝ่รู้ สามารถกำ�หนดหรือตั้งประเด็นคำ�ถาม (Hypothesis Formulation)
เพ่ือนำ�ไปสู่การศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ
และสรุปองคค์ วามรู้ (Knowledge Formulation) ใช้ขอ้ มลู เพอื่ การตดั สินใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) ความสามารถในการรับและส่งสาร
การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด
ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์
ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งมีทักษะในการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ตลอดจน
สามารถเลือกใช้วิธีการส่ือสารที่มปี ระสิทธิภาพ โดยค�ำ นึงถึงผลกระทบที่มตี อ่ ตนเองและสงั คม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ (Life Skill) ความสามารถในการน�ำ กระบวนการต่างๆ ไปใชใ้ นการด�ำ เนนิ
ชีวิตประจำ�วัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำ�งานและอยู่ร่วมกันในสังคม เข้าใจความสัมพันธ์และ
การเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณต์ ่างๆ ในสงั คม สามารถจัดการปญั หาและความขัดแยง้ ตา่ งๆ และนำ�ไปสู่การปฏบิ ตั ิ สามารถ
ปรับตัวได้อย่างเหมาะสมนำ�ไปสู่การใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม การบริการสาธารณะ (Public Service) รวมทั้ง
การเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก (Global Citizen)
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills) การสืบค้นความรู้
จากแหล่งเรียนรู้ และวิธีการท่ีหลากหลาย (Searching for Information) เลือกใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยีเพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทำ�งาน การแก้ปัญหา
อยา่ งสรา้ งสรรคไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
นอกจากน้ียังมีผู้กล่าวถึงประสบการณ์จริงของผู้เรียนในยุคของการส่ือสารโลกไร้พรมแดนบนความหลากหลาย
ของพหุวัฒนธรรม การเพิ่มพูนสมรรถนะผู้เรียนให้สามารถครองชีวิตในโลกยุคใหม่น้ี ควรประกอบไปด้วยสมรรถนะส�ำ คัญ
ดงั น้ี

สุดยอดคู่มือครู 10

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
1. การอยู่รว่ มกันในสังคมพหุวฒั นธรรม
2. การเป็นผนู้ ำ�และมคี วามรบั ผดิ ชอบ
3. การท�ำ งานเปน็ ทมี และการส่ือสาร
4. การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและการแกป้ ัญหา
5. การมีส่วนรว่ มในสงั คมโลกและความรับผิดชอบต่อสังคม
นอกเหนือจากสมรรถนะสำ�คัญทีก่ ลา่ วถงึ ข้างตน้ แลว้ การด�ำ รงชวี ติ ในโลกยุคใหม่ตอ้ งเตรยี มคนให้พฒั นาความรู้
ทักษะ เจตคติ และคา่ นิยมทกุ ด้าน ได้แก่ การเปน็ นักประดิษฐ์สร้างสรรค์ เปน็ ผ้ปู ระกอบการที่ประสบความส�ำ เรจ็ เป็นคนท่ี
กระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วม และเป็นบุคคลท่ีเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งมีองค์ประกอบที่เป็นสมรรถนะหลักท่ีสำ�คัญ คือ
ความสามารถในการประดษิ ฐแ์ ละสรา้ งสรรค์ ความสามารถในการสอ่ื สารในตา่ งวฒั นธรรม ความสามารถในการคดิ แกป้ ญั หา
และคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ใหมใ่ นการพฒั นาอาชวี ศกึ ษาไทย ทตี่ อ้ งจดั การศกึ ษาเพอ่ื สรา้ งผปู้ ระกอบการ
ทผี่ ลิตผลงานอยา่ งสร้างสรรค์ไร้ขดี จำ�กดั ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทกี่ า้ วหน้าทันสมยั ในโลกพหวุ ัฒนธรรมไร้พรมแดน

11 สุดยอดคู่มือครู

1.2 ยุทธศาสตรก์ ารยกระดับคุณภาพการศึกษาอาชวี ศกึ ษาตามมาตรฐานสากล
ในศตวรรษท่ี 21

นโยบายการบรหิ ารจดั การอาชีวศึกษา (นโยบาย 4 มติ )ิ
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด มิติที่ 1 การสร้างโอกาสทางการศกึ ษา
มิตทิ ี่ 2 การพัฒนาคุณภาพ ยทุ ธศาสตร์การยกระดับคณุ ภาพการศึกษาอาชวี ศกึ ษา
ตามมาตรฐานสากลในศตวรรษที่ 21
1. สถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดการศึกษาให้ตอบสนอง
2.1 ด้านคณุ ภาพผู้เรียน ความต้องการด้านการพัฒนาคนอาชีวศึกษาท้ังในระดับประเทศ
2.1.1 เร่งยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้พร้อมเข้าสู่ประชาคม ภมู ภิ าคอาเซยี น และประชาคมโลก โดยใหค้ วามส�ำคญั กบั คณุ ภาพ
อาเซยี น
2.1.2 ปฏริ ปู กระบวนการเรยี นรู้โดยยดึ ผเู้ รยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง ผู้ส�ำเร็จอาชีวศึกษาเป็นส�ำคญั
2.1.3 ปรบั ปรงุ หลักสตู รอาชวี ศกึ ษาทุกระดับ
2.1.4 ยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยผลการประเมิน 2. สถานศึกษาอาชีวศึกษามุ่งม่ันจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุ
ระดบั ชาติ (V-Net) และการประเมนิ มาตรฐานวชิ าชีพ จุดประสงค์และสมรรถนะรายวิชา และพัฒนาไปสู่มาตรฐาน
2.1.5 พัฒนาแนวทางการประเมินผูเ้ รยี นตามสภาพจริง วิชาชีพอาชีวศึกษาในระดับมาตรฐานสากล และวิสัยทัศน์
2.1.6 รว่ มมอื กบั ภาคเอกชนในการเรยี นการสอนและฝกึ งาน เพื่อการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21
ในสถานประกอบการ 3. สถานศึกษาอาชีวศึกษาปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เน้นผู้เรียน
2.1.7 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้วยกิจกรรมองค์การวิชาชีพ เปน็ ส�ำคญั ตอบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล โดยประยกุ ตใ์ ช้
การบริการสงั คม จิตอาสา และกฬี า ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences: MI) และการจัด

2.2 ด้านคณุ ภาพครู การเรียนรู้ตามหลักการ Brain Based Learning (BBL)
2.2.1 กำ�หนดมาตรฐานสมรรถนะครูอาชวี ศกึ ษา
2.2.2 พฒั นาครโู ดยใช้เครอื ขา่ ย/สมาคมวิชาชีพ Backward Design, GPAS 5 Steps ในการสร้างความรู้
2.2.3 พัฒนาระบบนิเทศศึกษา
2.2.4 เรง่ ยกระดบั วิทยฐานะ ในระดับความคิดรวบยอดและหลักการตรงตามมาตรฐานสากล
2.3 ด้านคุณภาพการเรียนการสอน และวิสัยทศั น์เพื่อการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21
2.3.1 วจิ ัยปฏบิ ัติการ เพอื่ พัฒนาระบบการเรยี นร้สู ู่การเปน็ 4. สถานศึกษาอาชีวศึกษาเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้
ผูป้ ระกอบการ แผนการสอนตามแนวทางการออกแบบการเรียนรู้ Backward
2.3.2 ส่งเสริมการพัฒนานวตั กรรมของผู้เรยี นและผสู้ อน Design, GPAS 5 Steps และการประเมินตามสภาพจริงด้วย
มติ คิ ุณภาพโดยใชเ้ กณฑ์ Rubrics เพ่อื ใหเ้ ป็นยุทธศาสตร์ประจ�ำ

2.3.3 ส่งเสริมนวตั กรรมการจดั การอาชีวศกึ ษา ห้องเรยี น
- โรงเรียนเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (Project 5. สถานศึกษาอาชีวศึกษาส่งเสริมการน�ำนวัตกรรมการจัดการ
Based Learning และการประดษิ ฐ์คิดคน้ )
- วิทยาลัยเทคนคิ มาบตาพุด (Constructionism) อาชีวศึกษามาใช้ ได้แก่ การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน
- วทิ ยาลัยการทอ่ งเทีย่ วถลาง (Project Based Learning) และการใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (Problem
2.3.4 จัดการเรียนการสอน English Program และ Based Learning) เพ่ือเน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และ
Mini English Program ดา้ นอาชวี ศึกษา การบ่มเพาะค่านิยมหลัก 12 ประการ ผ่านโครงงาน และสร้าง
2.3.5 น�ำ ระบบ ICT มาใชเ้ พือ่ การเรยี นการสอน ความรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติท่ีเป็น
2.4 ด้านคุณภาพสถานศกึ ษา รปู ธรรม
“ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน ปฏิรูปการสอบ ให้ทันกับ 6. สถานศึกษาอาชีวศึกษาสร้างวัฒนธรรมการสร้างความรู้

ยคุ สมัยอย่างมีคณุ ภาพ” (Knowledge Management: KM) ท้ังในระดับผู้เรียน ระดับ

ผู้สอน และระดับผู้บริหาร เพื่อพัฒนาสถานศึกษาอาชีวศึกษา
มิตทิ ่ี 3 การสร้างประสิทธิภาพในด้านการบรหิ าร เปน็ ชมุ ชนแห่งการเรยี นรูแ้ บบมืออาชีพ (Professional Learning
จดั การ Community) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และวิสัยทัศน์
มิตทิ ่ี 4 ความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษา
เพือ่ การเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21

สุดยอดคู่มือครู 12

1.3 แนวคิดหลักการการพัฒนาคุณภาพการจดั การเรียนรูร้ ะดับอาชีวศึกษา
โดยใชก้ ระบวนการจดั การเรยี นรู้ GPAS 5 Steps ตามมาตรฐานสากลในศตวรรษที่ 21

กระบวนการพัฒนาผู้เรียนสู่คุณภาพในศตวรรษท่ี 21 ตามมาตรฐานสากล กระบวนการเรียนรู้แบบ
GPAS 5 Steps การจดั การเรยี นรทู้ เ่ี นน้ การพัฒนาทักษะการคดิ และสรา้ งความรู้โดยผ้เู รียน
ดงั ไดก้ ล่าวถงึ แลว้ ในตอนตน้ ว่าโลกยคุ ใหม่ตอ้ งเตรยี มคนให้พฒั นาทัง้ ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคา่ นิยมอย่างสมดลุ
ทุกด้านเพื่อการดำ�เนินชีวิต ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ และอยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ยั่งยืน
มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และริเริ่มผลิตผลงานด้วยเจตคติ
และค่านิยมเพ่ือความยั่งยืนของโลก จึงเป็นเป้าหมายสำ�คัญในการพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะงานอาชีวศึกษาที่ต้อง
สร้างคนเพื่อความร่วมมือในภูมิภาคและการแข่งขันในโลกอาชีพ สำ�นักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด
ได้นำ�นวัตกรรมกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด การสร้างความรู้ และการนำ�ความรู้ไปใช้ผลิตผลงานด้วย
ค่านิยมเพื่อสังคม เพื่อโลก สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 โดยนำ�มาใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้
พฒั นาคูม่ ือครใู นรายวิชาต่างๆ มนี วัตกรรมท่เี ป็นกระบวนการเรียนรทู้ ่นี �ำ มาประยุกต์ใช้ ดังน้ี
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
ยทุ ธศาสตรก์ ารเรยี นรู้ 2001 ศตวรรษท่ี 21

ทกั ษะกระบวนการหรอื การรว่ มกนั เรยี นรู ้ (Participatory Learning)

รว่ มกนั ประเมนิ รว่ มกนั สรา้ งทางเลอื ก
ขอ้ ดี ขอ้ เสยี ประโยชน์ โทษ ตดั สนิ ใจเพม่ิ คณุ คา่ คาดหมายแนวโนม้
ผลตอ่ เนอื่ ง เลอ่ื กทดี่ กี วา่ สรา้ งภาพงาน
วจิ ารณ์ สรา้ งคา่ นยิ ม
โครงสรา้ งคา่ นยิ ม โครงสรา้ งการกระทา
(Structure of Value) (Structure of Acting)

รว่ มกนั จดั ขอ้ มลู ใหม้ คี วามหมาย รว่ มกนั ปฏบิ ตั จิ รงิ
จาแนก จัดกลมุ่ หาความสมั พนั ธ์ วางแผนงาน
ความคดิ รวบยอด
(Structure of Thinking) ตดิ ตามผล ปรับปรงุ จดั ระบบ
การลงมอื ทาจรงิ ใชค้ วามรู้

(Performing)

encode decode รว่ มกนั สรา้ งความรู้
คน้ พบหลกั การธรรมชาตไิ ดเ้ อง
รว่ มกนั รวบรวมขอ้ มลู ใชก้ ระบวนการคดิ สรปุ ผล
ฟัง อา่ น สงั เกต บนั ทกึ อยา่ งสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู จรงิ
เรม่ิ จากสงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ การลงมอื ทาจรงิ สรา้ งความรู้
(Experimental Approach) (Construction of Knowledge)

สรปุ รายงานผล เป้ าหมาย Portfolio 12 34 ประเมนิ ตนเอง
การเรยี นรู้ K นาสคู่ า่ นยิ ม คณุ ธรรม
P
A (Self-Regulating)

13 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด ทกั ษะการคดิ และกระบวนการเรียนรู้ GPAS
กลุ่มนักวิชาการและนักการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการได้สังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ GPAS มาจากแนวคิด
ทางพุทธศาสนาท่ีกล่าวถึง ปัญญา 3 ด้าน ได้แก่ 1. สุตมยปัญญา ปัญญาท่ีเกิดจากการสดับรู้การเล่าเรียนหรือปัญญา
ที่เกิดจากปรโตโฆสะ 2. จินตามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการคิดพิจารณาหาเหตุผล หรือปัญญาที่เกิดจากโยนิโสมนสิการ
และ 3. ภาวนามยปัญญา ปัญญาท่ีเกิดจากการฝึกอบรมลงมือปฏิบัติ หรือปัญญาท่ีเกิดจากการปฏิบัติบ�ำ เพ็ญ (พระพรหม-
คณุ าภรณ์ (ป.อ. ปยตุ โฺ ต): 2548) และแนวคดิ โครงสรา้ ง 3 ชนั้ แหง่ ปญั ญา (Three Story Intellect) ทป่ี ระกอบดว้ ย การรวบรวม
ข้อมูล (Gathering) การจดั กระทำ�ขอ้ มูล (Processing) และการประยุกตใ์ ช้ข้อมลู ความรู้ (Applying) (Jerry Goldberg:
1996, Art Costa: 1997, Robin Forgarty: 1997) รวมท้ังแนวคิดการพัฒนาคนให้มีบุคลิกภาพการกำ�กับตนเอง
(Self-Regulating) มาสงั เคราะหเ์ ปน็ โครงสร้างทักษะการคดิ GPAS ดงั แผนภาพ

4 Self-Regulating: S การก�ำกบั ตนเอง
3 Applying: A การประยกุ ต์ใช้ความรู้
2 Processing: P การจัดกระท�ำข้อมลู
1 Gathering: G การรวบรวม คัดเลอื กขอ้ มูล

แผนภาพโครงสรา้ งทกั ษะการคดิ GPAS

จากโครงสร้างทักษะการคิดน้ี สามารถนำ�มากำ�หนดเป็นกระบวนการพัฒนาทักษะการคิด โดยมีการกำ�กับตนเอง
(Self–Regulating) เป็นแกนในการพัฒนาทักษะดงั แผนภูมิ

แผนภูมิกระบวนการพฒั นาทกั ษะการคิด

ความหมายของทกั ษะการคิดในโครงสร้าง GPAS
ทักษะการคิดในโครงสร้าง GPAS มีทักษะท่ีสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ทิศทางการศึกษาไทย
และหลักสูตรการเรยี นการสอนในทุกระดับการศึกษา ขอยกมาเป็นตัวอยา่ ง ดงั น้ี
ทักษะการคิดระดับการรวบรวมข้อมูล (Gathering: G) ไดแ้ ก่
1. การกำ�หนดประเด็นในการรวบรวมข้อมูล (Focusing Skill) หมายถึงการกำ�หนดขอบเขตการศึกษาและ
มงุ่ ความสนใจไปในทิศทางตามจุดประสงค์ทต่ี ้องการศกึ ษาใหช้ ดั เจน เพื่อทจี่ ะไดค้ ดั เลอื กเฉพาะข้อมลู ทเี่ กยี่ วข้อง

อา้ งองิ พจนานกุ รมพุทธศาสตร์ ฉบบั ประมวลธรรม พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ. ปยุตโฺ ต): 2548

สุดยอดคู่มือครู 14

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด 2. การสังเกตด้วยประสาทสัมผัส (Observing) หมายถึงการรับรู้และรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยใช้
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพ่ือให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งน้ันๆ ซ่ึงเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ท่ีไม่มีการใช้ประสบการณ์และ
ความคิดเหน็ ของผสู้ งั เกตในการเสนอข้อมูล ข้อมลู จากการสังเกตมที ้ังขอ้ มูลเชิงปรมิ าณและขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ
3. การเข้ารหัสและบันทึกข้อมูล (Encoding & Recording) หมายถึงกระบวนการประมวลข้อมูลของสมอง
เม่อื รับสิง่ เร้าจากประสาทสมั ผสั ทั้ง 5 จะได้รบั การบนั ทึกไวใ้ นความจ�ำ ระยะส้นั หากต้องการเก็บขอ้ มูลไวใ้ ช้ต่อๆ ไป ขอ้ มลู นน้ั
จะตอ้ งเปลยี่ นรปู โดยการเขา้ รหสั (Encoding) เพอื่ น�ำ ไปเกบ็ ไวใ้ นความจ�ำ ระยะยาว ซงึ่ จะสามารถเรยี กขอ้ มลู มาใชไ้ ดภ้ ายหลงั
โดยการถอดรหสั (Decoding)
4. การดึงข้อมูลเดิมมาใช้และย่อความ (Retrieving & Summarizing) หมายถึงการนำ�ข้อมูลที่มีอยู่นำ�กลับมา
ใช้ใหม่ และการจับใจความสำ�คัญของเรอ่ื งทต่ี อ้ งการสรุปแล้วเรยี บเรยี งใหก้ ระชบั ครอบคลุมสาระส�ำ คญั
ทักษะการคดิ ระดับการจดั กระทำ�ขอ้ มูล (Processing: P)
1. การจำ�แนก (Discriminating) หมายถึงการแยกแยะสิ่งตา่ งๆ ตามมติ ิทก่ี ำ�หนด
2. การเปรียบเทียบ (Comparing) หมายถึงการค้นหาความเหมือนหรือความแตกต่างขององค์ประกอบ
ตง้ั แต่ 2 องค์ประกอบขึน้ ไป เพือ่ ใช้ในการอธบิ ายเรอื่ งใดเร่ืองหนง่ึ ในเกณฑ์เดียวกนั
3. การจดั กลมุ่ (Classifying) หมายถงึ การน�ำ สง่ิ ตา่ งๆ มาแยกเปน็ กลมุ่ ตามเกณฑท์ ไ่ี ดร้ บั การยอมรบั ทางวชิ าการ หรอื
การยอมรับโดยทั่วไป
4. การจัดลำ�ดับ (Sequencing) หมายถึงการนำ�ข้อมูลหรือเรื่องราวท่ีเกิดข้ึนมาจัดเรียงให้เป็นลำ�ดับว่าอะไรมาก่อน
อะไรมาหลงั
5. การสรปุ เชอ่ื มโยง (Connecting) หมายถงึ การบอกความสมั พนั ธท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งเชอ่ื มโยงกนั ของขอ้ มลู อยา่ งมคี วามหมาย
6. การไตรต่ รองดว้ ยเหตผุ ล (Reasoning) หมายถงึ ความสามารถในการบอกทมี่ าของสงิ่ ใดๆ หรอื เหตกุ ารณใ์ ดๆ หรอื
สิ่งทเ่ี ปน็ สาเหตขุ องพฤติกรรมน้ันได้
7. การวิจารณ์ (Criticizing) หมายถึงการท้าทายและโต้แย้งข้อสมมติฐานท่ีอยู่เบ้ืองหลังเหตุผลที่โยงความคิด
เหลา่ นน้ั เพอ่ื เปดิ ทางสู่แนวความคดิ อน่ื ๆ ที่อาจเป็นไปได้
8. การตรวจสอบ (Verifying) หมายถึงการยนื ยันหรือพสิ จู นข์ อ้ มูลที่สังเกตรวบรวมมาตามความถูกต้องเปน็ จริง
ทักษะการคดิ ระดบั การประยกุ ต์ใช้ (Applying: A)
1. การใช้ความรู้อย่างสร้างสรรค์ (Creative) หมายถึงการนำ�ความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจไปใช้ในการสร้างสรรค์
สิ่งใหมห่ รือแกป้ ัญหาที่มีอยใู่ ห้ดีข้นึ
2. การวิเคราะห์ (Analysis) หมายถึงความสามารถในการแยกแยะหลักการ องค์ประกอบสำ�คัญหรือส่วนย่อย
ตลอดจนหาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสว่ นตา่ งๆ ท่ีเก่ียวข้อง
3. การสังเคราะห์ (Synthesis) หมายถึงการนำ�ความรู้ที่ผ่านการวิเคราะห์มาผสมผสานสร้างส่ิงใหม่ที่มีลักษณะ
ต่างจากเดิม
4. การตดั สินใจ (Decision Making) หมายถงึ การพจิ ารณาเลือกทางเลือกตงั้ แต่ 2 ทางเลอื กขน้ึ ไป ทางเลือกหรือ
ตวั เลอื กนนั้ อาจเปน็ วตั ถสุ งิ่ ของหรอื แนวปฏบิ ตั ติ า่ งๆ เพอ่ื ใชใ้ นการแกป้ ญั หาหรอื ดำ�เนนิ การเพอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี ง้ั ไว้
5. การนำ�ความรูไ้ ปปรับใช้ (Transferring) หมายถึงการถ่ายโอนความรู้ทมี่ ีอยู่ไปปรบั ใช้ในสถานการณอ์ น่ื
6. การแก้ปัญหา (Problem Solving) หมายถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ยาก เพ่ือจุดประสงค์ในการแก้ไข
สถานการณ์หรอื ขจัดให้ปญั หาน้นั หมดไป น�ำ ไปสูส่ ภาวะท่ดี กี ว่าหรือมที างออก
7. การคดิ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ (Critical Thinking) หมายถงึ ความสามารถในการพจิ ารณา ประเมิน และตดั สนิ สิง่ ตา่ งๆ
หรือเรอ่ื งราวทเี่ กดิ ข้ึน ท่มี ีข้อสงสยั หรอื ข้อโต้แย้ง โดยการพยายามแสวงหาคำ�ตอบทม่ี คี วามสมเหตุสมผล

15 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด 8. การคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) หมายถงึ ความสามารถในการคดิ ไดอ้ ยา่ งกวา้ งไกลหลายทศิ ทางอยา่ งเปน็
กระบวนการ โดยใช้จินตนาการที่หลากหลายเพื่อก่อให้เกิดความแปลกใหม่ในการสร้าง ผลิต ดัดแปลงงานต่างๆ ซ่ึงจะต้อง
เชื่อมโยงระหวา่ งประสบการณ์เกา่ กบั ประสบการณใ์ หม่ ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นไดก้ ต็ ่อเมอ่ื ผู้คิดมอี สิ ระทางความคดิ
ทกั ษะการคดิ ระดับการกำ�กับตนเอง (Self-Regulating: S)
1. การตรวจสอบและควบคุมการคิด (Meta-cognition) หมายถึงการที่บุคคลรู้และเข้าใจถึงความคิดของตนเอง
ไตร่ตรองก่อนกระทำ�อะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการประเมินการคิดของตนเองและใช้ความรู้นั้นในการควบคุมหรือ
ปรบั การกระทำ�ของตนเอง ซึง่ ครอบคลมุ ถงึ การวางแผนการควบคมุ กำ�กับการกระท�ำ ของตนเอง การตรวจสอบความกา้ วหนา้
และการประเมนิ ผล
2. การสร้างคา่ นยิ มการคดิ (Thinking Value) หมายถึงการคิดเพ่ือประโยชน์ในระดบั ต่างๆ ไดแ้ ก่ เพอ่ื ประโยชนต์ น
กล่มุ ตน เพ่อื สังคมและเพ่ือประโยชน์ของกลมุ่ และเพอ่ื ประโยชนข์ องประเทศชาตแิ ละโลก ทกุ องคป์ ระกอบ
3. การสร้างนิสัยการคิด (Thinking Disposition) หมายถึงลักษณะเฉพาะของการกระทำ�ของคนที่มีสติปัญญา
เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา การตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาจะไม่กระทำ�ทันทีทันใดก่อนที่จะมีข้อมูลหลักฐานชัดเจนเพียงพอ
นสิ ยั แหง่ การคดิ คอื รวู้ ่าจะใชป้ ญั ญาทำ�อย่างไรในการหาค�ำ ตอบ นิสยั แหง่ การคดิ ท่ดี ีควรมีดงั นี้
3.1 นิสยั การคดิ ท่ดี ีตอ้ งกล้าเส่ยี งและผจญภยั (กล้าท่ีจะคิด)
3.2 นิสัยการคิดทดี่ ตี ้องคิดแปลก คดิ แยกแยะ ชตี้ ัวปัญหา คิดสำ�รวจไต่สวน
3.3 นิสัยการคดิ ที่ดตี ้องสร้างคำ�อธบิ ายและสร้างความเขา้ ใจ
3.4 นิสัยการคดิ ทดี่ ีตอ้ งสร้างแผนงานและมีกลยทุ ธ์
3.5 นสิ ยั การคดิ ที่ดีต้องเปน็ การใช้ความระมัดระวังทางสติปัญญา ใช้สติปญั ญาอย่างรอบคอบ
บนั ได 5 ขั้นของการจัดการเรยี นรู้ส่มู าตรฐานสากล (Five Steps for Student Development)
โรงเรยี นมาตรฐานสากลไดป้ รบั ปรงุ รปู แบบการจดั การเรยี นรเู้ พอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ลกั ษณะและศกั ยภาพความเปน็ สากล
โดยจัดเป็นหลักสูตรการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study: IS) เป็นเครื่องมือสำ�คัญของแนวคิดใน
การศกึ ษาตลอดชวี ติ มคี วามมงุ่ หมายเพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาคน้ ควา้ หาความรดู้ ว้ ยตนเองเกยี่ วกบั ประเดน็ ทอ่ี ยใู่ นความตอ้ งการ
และความสนใจอย่างเป็นระบบ เป็นการเพ่ิมพูนความรู้ ความเข้าใจ อีกท้ังได้พัฒนาทักษะกระบวนการคิด ตระหนักถึง
ความสำ�คัญของกระบวนการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และสามารถนำ�ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ การศึกษา
คน้ ควา้ ด้วยตนเอง แบง่ เปน็ 3 สาระ ดังแผนภูมิ

IS 3 การน�ำองคค์ วามร้ไู ปใชบ้ รกิ ารสังคม
(Social Service Activity)

IS 2 การส่อื สารและการน�ำเสนอ
(Communication and Presentation)
IS 1 การศึกษาคน้ คว้าและสรา้ งองค์ความรู้
(Research and Knowledge Formulation)

แผนภมู กิ ารจดั หลักสตู รการเรยี นรู้ การศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study: IS)

สุดยอดคู่มือครู 16

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด IS 1 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formulation) เปน็ สาระทมี่ งุ่ ใหผ้ เู้ รยี น
กำ�หนดประเด็นปัญหา ตง้ั สมมติฐาน ค้นควา้ แสวงหาความรู้ และฝกึ ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และสร้างองค์ความรู้
IS 2 การส่อื สารและการน�ำ เสนอ (Communication and Presentation) เปน็ สาระทีม่ งุ่ ใหผ้ ้เู รยี นน�ำ ความรู้
ที่ได้รับมาพัฒนาวิธีการถ่ายทอด ส่ือสารความหมาย แนวคิด ข้อมูล และองค์ความรู้ ด้วยวิธีการนำ�เสนอที่เหมาะสม
หลากหลายรูปแบบ และมปี ระสทิ ธภิ าพ
IS 3 การน�ำ องค์ความรไู้ ปใช้บรกิ ารสังคม (Social Service Activity) เป็นสาระทีม่ ่งุ ให้ผูเ้ รียนนำ�องค์ความรู้
ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติหรือนำ�ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เกิดการบริการสาธารณะ (Public Service)
กระบวนการสำ�คัญในการจัดการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองทั้ง 3 ระดับ (Independent Study: IS 1-3)
จัดกระบวนการเรียนรู้เป็น “บันได 5 ขั้นของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมาตรฐานสากล (Five Steps for Student
Development)” ได้แก่
ขั้นท่ี 1 การตง้ั ประเดน็ ค�ำ ถามหรอื การตง้ั สมมตฐิ าน (Hypothesis Formulation) เปน็ การฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั คดิ
สังเกต ต้ังคำ�ถามอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ ซ่ึงจะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในการตั้งคำ�ถาม (Learning to
Question)
ขน้ั ที่ 2 การสบื คน้ ความรจู้ ากแหล่งเรยี นร้แู ละสารสนเทศ (Searching for Information) เป็นการฝกึ แสวงหา
ความรู้ ข้อมูล และสารสนเทศจากแหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต หรือจากการปฏิบัติทดลอง
เป็นตน้ ซ่ึงสง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรยี นร้ใู นการแสวงหาความรู้ (Learning to Search)
ขน้ั ท่ี 3 การสรา้ งองค์ความรู้ (Knowledge Formulation) เปน็ การฝกึ ให้นำ�ความรู้ ขอ้ มลู และสารสนเทศทีไ่ ด้จาก
การแสวงหาความร้มู าอภิปราย เพอ่ื นำ�ไปสกู่ ารสรปุ และสรา้ งสรรค์องค์ความรู้ (Learning to Construct)
ขน้ั ที่ 4 การสอื่ สารและการนำ�เสนออยา่ งมีประสิทธภิ าพ (Effective Communication) เป็นการฝกึ ใหผ้ ูเ้ รยี น
นำ�ความรทู้ ีไ่ ดม้ าสื่อสารอยา่ งมีประสิทธิภาพ ซ่งึ จะส่งเสริมให้ผเู้ รยี นเกิดการเรียนรูแ้ ละมีทกั ษะในการสอื่ สาร (Learning to
Communicate)
ข้นั ท่ี 5 การบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Public Service) เป็นการน�ำ ความร้สู กู่ ารปฏบิ ัติ ซงึ่ ผู้เรยี นจะตอ้ ง
เช่ือมโยงความรู้ไปสู่การสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนรอบตัวตามวุฒิภาวะของผู้เรียน ซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้เรียน
มีจิตสาธารณะและบริการสงั คม (Learning to Serve)
จากแนวคิดการพัฒนาทกั ษะการคิด GPAS และการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง IS 5 Steps ท่กี ลา่ วถงึ ข้างตน้ ส�ำ นกั พิมพ ์
บรษิ ทั พฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด ไดน้ ำ�มาสงั เคราะหห์ ลอมรวมเปน็ การจัดกระบวนการเรียนรทู้ พ่ี ัฒนาทักษะการคดิ
เนน้ ผเู้ รยี นสร้างความรู้ ใชค้ วามรูผ้ ลติ ผลงาน เปน็ กระบวนการเรยี นรู้แบบ GPAS 5 Steps ดงั น้ี
Step 1 Gathering (ข้นั รวบรวมขอ้ มลู )
Step 2 Processing (ขัน้ คิดวิเคราะห์และสรุปความรู)้
Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ขนั้ ปฏิบัติและสรุปความร้หู ลงั การปฏิบัต)ิ
Step 4 Applying the Communication Skill (ขั้นสื่อสารและน�ำ เสนอ)
Step 5 Self–Regulating (ขน้ั ประเมนิ เพือ่ เพมิ่ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ)

17 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดสรุปไดด้ งั แผนภูมดิ งั น้ี

ส�ำนกั พมิ พ์ บรษิ ทั พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จ�ำกัด

การน�ำ กระบวนการเรยี นรู้ GPAS 5 Steps ไปใชใ้ นการออกแบบการเรียนรู้
กระบวนการเรยี นรู้แบบ GPAS 5 Steps สอดคล้องกับทฤษฎพี ัฒนาการทางเชาวป์ ัญญาของเพียเจต์ (Jean Piaget)
และของวีกอ๊ ทสก้ี (Semyonovich Vygotsky) เป็นรากฐานสำ�คญั ของทฤษฎกี ารสรา้ งความรดู้ ว้ ยตนเอง (Constructivism)
ที่เน้นการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนคิดลงมือทำ�และสรุปความรู้ด้วยตนเอง โดยการปะทะสัมพันธ์กับประสบการณ์ต่างๆ และ
มกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ ท�ำ ใหผ้ เู้ รยี นมขี อ้ มลู และมมุ มองหลากหลาย น�ำ ไปสกู่ ารปรบั โครงสรา้ งความรู้ ความคดิ รวบยอด หรอื
หลักการสำ�คัญที่ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study) เป็นแนวทางที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
ท้ังในแง่ความสนใจ ประสบการณ์ วิธีการเรียนรู้ และการให้คุณค่าความรู้ท่ีผู้เรียนแต่ละคนสร้างข้ึนอย่างมีความหมาย
เพ่ือนำ�ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ชุมชน และสังคมโลก การเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้เป็นกระบวนการ
“Acting on” ไม่ใช่ “Taking in” กล่าวคือเป็นกระบวนการท่ีผู้เรียนจะต้องจัดกระทำ�กับข้อมูลไม่ใช่เพียงรับข้อมูลเข้ามา
และนอกจากกระบวนการเรียนรู้จะเป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ภายในสมอง (Internal Mental Interaction) แล้วยังเป็น
กระบวนการทางสังคมอีกด้วย การสร้างความรู้จึงเป็นกระบวนการทั้งด้านสติปัญญาและสังคมควบคู่กัน การเรียนการสอน
ต้องเปล่ียนจาก “Instruction” ไปเป็น “Construction” คือเปล่ียนจาก “การให้ความรู้” เป็น “การให้ผู้เรียนสร้างความรู้
ใช้ความรู้ผลติ ผลงาน” ซ่งึ การจัดกระบวนการเรียนรทู้ สี่ อดคล้องกบั แนวคิดนี้ คือการออกแบบการเรยี นรแู้ บบ Backward Design
แบ่งเป็น 3 ขัน้ ตอน คอื
ข้ันตอนที่ 1 กำ�หนดเป้าหมายการเรียนรู้ท่ีสะท้อนผลการเรียนรู้ ซ่ึงบอกให้ทราบว่าต้องการให้ผู้เรียนรู้อะไร
และสามารถทำ�อะไรไดเ้ มื่อจบหนว่ ยการเรียนรู้
สุดยอดคู่มือครู 18

ขน้ั ตอนท่ี 2 กำ�หนดหลักฐาน ร่องรอยการเรียนรู้ที่ชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนเกิดผลการเรียนรู้
ตามเปา้ หมายการเรียนรู้
ขนั้ ตอนท่ี 3 ออกแบบกระบวนการ/กิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมาย
การเรยี นรู้
(รายละเอียดได้เสนอแนะไว้ในคำ�แนะน�ำ ในการน�ำ ค่มู ือครูไปใช้ในการจดั การเรยี นการสอน)
การประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Authentic Assessment)
การประเมินผลตามสภาพจริงเป็นทางเลือกหน่ึงในการประเมินผลการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
และปฏิบัติจริง สามารถนำ�ไปสู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริง สามารถประเมินความสามารถทักษะการคิดข้ันสูงท่ีซับซ้อน
ตลอดจนความสามารถในการแก้ปัญหาและการประยุกต์ใช้ความรู้ในการผลิตผลงานชิ้นงานต่างๆ ได้ วิธีการประเมินผล
ดังกล่าวเป็นการประเมินผลเชิงบวกเพ่ือค้นหาความสามารถ จุดเด่น และความก้าวหน้าของผู้เรียน รวมท้ังให้
ความช่วยเหลือ แก่ผู้เรียนในจุดที่ต้องพัฒนาให้สูงข้ึนตามศักยภาพ เป็นเคร่ืองมือประเมินผลที่มีประสิทธิภาพที่ใช้ใน
การประเมนิ ผล เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี น (Formative Evaluation) หรืออกี นยั หนึง่ เรียกว่า Assessment for Learning รวมท้ัง
สามารถใช้ในการประเมินผลรวม (Summative Evaluation) หรือ Assessment of Learning ในสถานการณ์การเรียน
การสอนทใ่ี กลเ้ คียงชีวติ จรงิ
การประเมินผลตามสภาพจริงจะมีความต่อเน่ืองในการให้ข้อมูลเชิงคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สอนได้ใช้เป็น
แนวทางการจัดกิจกรรมการสอนให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลได้ และท่ีสำ�คัญมีการจัดการเรียนการสอนจากแนวคิดท่ี
เปล่ยี นไปจากเดิมไปสกู่ ารจดั การเรยี นการสอนแบบใหม่ ดังตารางตอ่ ไปน้ี

ตารางเปรยี บเทยี บกระบวนการเรยี นการสอนจากแนวคิดเดิมและแนวคดิ ใหม่
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
แนวคิดเดิม แนวคิดใหม่

1. วางแผนโดยยึดพฤติกรรมเปน็ หลัก 1. วางแผนจากสง่ิ ทผี่ เู้ รยี นอยากรแู้ ละอยากท�ำในกรอบ
2. สอนไปตามหวั ขอ้ ของเน้ือหา ของหน่วยการเรียนรู้
3. มจี ุดประสงค์กวา้ งๆ 2. เกิดการเรียนรูท้ ลี่ กึ ซงึ้
4. มกั เนน้ เพยี ง 1-2 สมรรถภาพและวธิ กี ารเรยี น 3. มีจุดประสงคท์ ่ชี ัดเจน
5. ผสู้ อนเปน็ ผดู้ �ำเนินการ 4. ใชส้ มรรถภาพและวิธกี ารเรยี นทหี่ ลากหลาย
6. ยดึ ต�ำราเรยี นเป็นหลกั 5. ผเู้ รยี นมคี วามตอ้ งการเปน็ ตวั กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การศกึ ษา
7. ใชก้ ฎเกณฑบ์ งั คับเสมอๆ และการเรียนรู้
8. ภาระงานและกระบวนการถูกแบ่งเป็นส่วนย่อย 6. ใชแ้ หล่งการเรียนรู้
9. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั งิ านโดยไมท่ ราบจดุ มงุ่ หมายทชี่ ดั เจน 7. สนองความตอ้ งการของผู้เรียนอยา่ งเหมาะสม
10. ประเมินผลครง้ั เดยี วเมือ่ จบบทเรียน 8. ภาระงานและกระบวนการรวมอยดู่ ้วยกนั
11. ผสู้ อนเปน็ ผปู้ ระเมิน 9. ผเู้ รยี นปฏิบัติงานโดยมจี ดุ มงุ่ หมายที่ชัดเจน
12. ผสู้ อนรเู้ กณฑ์การประเมินแตผ่ ูเ้ ดยี ว 10. ประเมินผลตลอดเวลาต้ังแต่เร่ิมปฏิบัติจนส้ินสุด
13. ประเมินผลเฉพาะภาคความรู้ ภาระงาน
11. ผูเ้ ช่ียวชาญเร่ืองนนั้ เป็นผู้ประเมนิ
12. ผ้สู อนและผูเ้ รยี นรเู้ กณฑก์ ารประเมินทง้ั สองฝ่าย
13. ประเมนิ ผลท้ังความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการ
ท่ผี ้เู รียนน�ำความร้ตู ่างๆ มาประยุกตใ์ ช้

อา้ งองิ จาก Kentucky Department of Education, 1998 “How to Develop a Standard-Based Unit of Study” p3.

19 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด การประเมินตามสภาพจริง เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งส�ำหรับการวัดและการประเมินผล ซึ่งเข้ามามีบทบาททดแทน
แบบทดสอบมาตรฐานซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบทดสอบเลือกตอบท่ีไม่สามารถวัดและประเมินผลความรู้และทักษะได้ ลักษณะ
ส�ำคัญของการประเมินตามสภาพจรงิ มีองคป์ ระกอบส�ำคญั ดงั นี้
1. เป็นงานปฏิบัติที่มีความหมาย (Meaningful Task) งานท่ีให้ผู้เรียนปฏิบัติต้องเป็นงานที่สอดคล้องกับ
ชวี ิตประจ�ำวนั เปน็ เหตุการณจ์ ริงมากกวา่ กิจกรรมทีจ่ �ำลองขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบ
2. เป็นการประเมินรอบด้านด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย (Multiple Assessment) เป็นการประเมินผู้เรียนทุกด้าน
ทงั้ ความรู้ ความสามารถ และทกั ษะ ตลอดจนคณุ ลกั ษณะนสิ ัย โดยใช้เครอ่ื งมือทีเ่ หมาะสมสอดคลอ้ งกบั วธิ ีแห่งการเรยี นรู้
และพฒั นาการของผเู้ รยี น เนน้ ใหผ้ เู้ รยี นตอบสนองดว้ ยการแสดงออก สรา้ งสรรค์ ผลติ หรอื ท�ำงาน ในการประเมนิ ของผสู้ อน
จงึ ตอ้ งประเมินหลายๆ คร้งั ดว้ ยวธิ กี ารทีห่ ลากหลายและเหมาะสม เนน้ การลงมือปฏบิ ัตมิ ากกวา่ การประเมินด้านองคค์ วามรู้
3. ผลผลิตมีคุณภาพ (Quality Products) ผู้เรียนจะมีการประเมินตนเองตลอดเวลาและพยายามแก้ไขจุดด้อย
ของตนเอง จนกระทั่งไดผ้ ลงานทผ่ี ลิตข้ึนอยา่ งมีคณุ ภาพ ผูเ้ รียนเกดิ ความพงึ พอใจในผลงานของตนเอง มีการแสดงผลงาน
ของผูเ้ รยี นตอ่ สาธารณชน เพื่อเปดิ โอกาสให้ผอู้ ่ืนได้เรยี นรู้และชน่ื ชม จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้เรียนมีโอกาส
เลือกปฏิบัติงานได้ตามความพึงพอใจ นอกจากน้ียังจ�ำเป็นต้องมีมาตรฐานของงานหรือสภาพความส�ำเร็จของงานท่ีเกิด
จากการก�ำหนดร่วมกันระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และอาจรวมถึงผู้ปกครองด้วย มาตรฐานหรือสภาพความส�ำเร็จดังกล่าวจะ
เป็นส่ิงทช่ี ว่ ยบ่งบอกวา่ งานของผ้เู รียนมคี ณุ ภาพอยใู่ นระดับใด
4. ใช้ความคิดระดับสูง (Higher-Order Thinking) ในการประเมินตามสภาพจริง ผู้สอนต้องพยายามให้
ผเู้ รียนแสดงออกหรือผลิตผลงานขน้ึ มา ซ่งึ เป็นผลงานที่เกิดจากการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ประเมนิ ทางเลือก ลงมือกระท�ำ
ตลอดจนการใชท้ ักษะการแก้ปัญหาเมอื่ พบปญั หาทเ่ี กิดข้นึ ซึ่งตอ้ งใชค้ วามสามารถในการคิดระดับสงู
5. มีปฏิสัมพันธ์ทางบวก (Positive Interaction) ผู้เรียนต้องไม่รู้สึกเครียดหรือเบ่ือหน่ายต่อการประเมิน
ผสู้ อน ผู้ปกครองและผเู้ รยี นตอ้ งมีความร่วมมอื ทีด่ ตี ่อกันในการประเมนิ และการใชผ้ ลการประเมนิ แกไ้ ขปรับปรุงผู้เรยี น
6. งานและมาตรฐานต้องชัดเจน (Clear Tasks and Standard) งานและกิจกรรมท่ีจะให้ผู้เรียนปฏิบัติ
มีขอบเขตชดั เจน สอดคล้องกบั จดุ หมายหรอื สภาพทค่ี าดหวังความตอ้ งการทใี่ หเ้ กดิ พฤตกิ รรมดงั กล่าว
7. มกี ารสะทอ้ นตนเอง (Self Reflections) ตอ้ งมกี ารเปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นแสดงความรสู้ กึ ความคดิ เหน็ หรอื เหตผุ ล
ต่อการแสดงออก การกระท�ำหรือผลงานของตนเองว่าท�ำไมถึงปฏิบตั ิหรอื ไมป่ ฏิบัติ ท�ำไมถึงชอบและไม่ชอบ
8. มีความสัมพันธ์กับชีวิตจริง (Transfer into Life) ปัญหาท่ีเป็นสิ่งเร้าให้ผู้เรียนได้ตอบสนองต้องเป็นปัญหา
ที่สอดคล้องกับชีวิตประจ�ำวัน พฤติกรรมที่ประเมินต้องเป็นพฤติกรรมท่ีเกิดข้ึนจริงในชีวิตประจ�ำวันท้ังที่สถานศึกษาและ
ทบ่ี า้ น ดังน้ันผูป้ กครองและผูเ้ รียนจงึ นับว่ามบี ทบาทเป็นอยา่ งยิง่ ในการประเมนิ ตามสภาพจริง
9. เป็นการประเมินอย่างต่อเนื่อง (Ongoing or Formative) ต้องประเมินผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและ
ทุกสถานทอี่ ยา่ งไม่เปน็ ทางการ ซึ่งจะท�ำใหเ้ หน็ พฤตกิ รรมทแ่ี ท้จริง เห็นพฒั นาการ ค้นพบจดุ เด่นและจุดด้อยของผูเ้ รยี น
10. เป็นการบูรณาการความรู้ (Integration of Knowledge) งานท่ีให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติน้ัน ควรเป็นงานท่ีต้อง
ใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะที่เกิดจากการเรียนรู้ในหลายสาขาวิชา ลักษณะส�ำคัญดังกล่าวจะช่วยแก้ไขจุดอ่อนของ
การจัดการเรียนรู้และการประเมินผลแบบเดิมที่พยายามแยกย่อยจุดประสงค์ออกเป็นส่วนๆ และประเมินผลเป็นเร่ืองๆ
ดังนั้นผู้เรียนจึงขาดโอกาสที่จะบูรณาการความรู้และทักษะจากวิชาต่างๆ เพ่ือใช้ในการปฏิบัติงานหรือแก้ปัญหาท่ีพบ
ซึ่งสอดคล้องกับชีวิตประจ�ำวัน หรือปัญหาน้ันต้องใส่ความรู้ ความสามารถ และทักษะจากหลายๆ วิชามาช่วยในการท�ำงาน
หรือแก้ไขปญั หา
สุดยอดคู่มือครู 20

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด1.4 ค�ำแนะน�ำในการนำ� คู่มอื ครูไปใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน

สว่ นประกอบของคู่มือครู
คมู่ ือครมู อี งค์ประกอบส�ำ คญั 3 สว่ น ดังนี้
ส่วนท่ี 1 กระบวนการจัดการเรียนการสอนสำ�หรับครู คือส่วนที่นำ�เสนอในเอกสารฉบับนี้ ประกอบด้วยสาระสำ�คัญ
3 รายการ คอื
1. รูปแบบ เทคนิควิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ คู่มือครูฉบับน้ีนำ�เสนอ “กระบวนการจัดการเรียนรู้แต่ละหน่วย
ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps” แต่ละ Steps นำ�เสนอขั้นตอน/วิธีดำ�เนินกิจกรรมสำ�คัญท่ีเป็นหัวใจสำ�คัญ
ของการจัดการเรียนรู้แต่ละข้ันตอนที่เน้นการเรียนรู้ตามแนวคิด “ผู้เรียนร่วมกันสร้างความรู้ด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์
และลงมอื ปฏบิ ตั นิ ำ�ความรไู้ ปใชผ้ ลติ ผลงานและตรวจสอบตนเอง” โดยยดึ เนอ้ื หาในหนว่ ยการเรยี นรทู้ ก่ี ำ�หนดในหนงั สอื เรยี น
เป็นหลัก
แต่ถ้าหนังสือเรียนหน่วยใดมีเนื้อหาสาระท่ีจัดให้เรียนรู้ในหลายความคิดรวบยอดแตกต่างกัน หรือจำ�นวน
หัวเรื่องมากจนไม่สามารถใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ให้ครอบคลุมหัวเร่ืองท้ังหมดในหน่วยน้ันได้ จะจัด
ดำ�เนินการออกแบบการเรียนรู้แยกเป็นเรื่องๆ 2 หรือ 3 เร่ือง เพื่อใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ให้จบเน้ือหาน้ันตาม
ความแตกต่างของความคิดรวบยอดหรือหัวข้อเร่ือง แต่จะรวมการประเมินไว้ในหน่วยเดียวกันตามต้นฉบับหนังสือเรียน
เพ่ือไม่ใหส้ บั สนในการประเมินจุดประสงคป์ ระจำ�หน่วยการเรียนรู้ ดังรายละเอยี ดในเอกสาร
2. การบูรณาการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทุกหน่วยการเรียนรู้ได้นำ�เสนอ “การบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้”
ไวต้ อ่ จากค�ำ แนะน�ำ ในการจดั กระบวนการจดั การเรยี นรแู้ ตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ หรอื หากเนอ้ื หาในหนว่ ยการเรยี นรถู้ กู แบง่ กลมุ่
หัวขอ้ เนือ้ หาเปน็ หลายเร่อื งเพ่ือจัดกระบวนการเรยี นรแู้ บบ GPAS 5 Steps แยกจากกัน ก็ให้มกี ารนำ�เสนอ “การบูรณาการ
กจิ กรรมการเรยี นรู้” ทุกหัวข้อเรื่อง กจิ กรรมบูรณาการการเรยี นรู้มหี วั ข้อส�ำ คญั ดงั น้ี
2.1 สมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 ได้แก่ ความตระหนักรู้ในตน (Personal Spirit) การคิด (Thinking)
การแก้ปญั หา (Problem Solving) การทำ�งานเป็นทีม (Team) การส่อื สาร (Communication) และอื่นๆ ซึ่งจดั บูรณาการ
เขา้ ไปในกระบวนการจดั กจิ กรรมแตล่ ะขน้ั ตอน เชน่ การใหผ้ เู้ รยี นท�ำ งานและเรยี นรเู้ ปน็ กลมุ่ ผลดั เปลย่ี นกนั แบง่ บทบาทหนา้ ที่
ให้รับผิดชอบในกลุ่ม เรียนรู้ร่วมกัน คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และประเมินตนเอง ซึ่งจัดไว้ในกิจกรรมการเรียนรู้
ทกุ หนว่ ยการเรียนร้แู ลว้
2.2 การเรียนรู้สู่อาเซียน ส่วนใหญ่เน้นไปท่ีการบูรณาการคำ�ศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเน้ือหาที่กำ�หนดให้ใน
หน่วยการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนได้เพ่ิมพูนความรู้ภาษาอังกฤษ และมีเจตคติที่ดีต่อการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ซ่ึงเป็น
ภาษากลางทใ่ี ชส้ อ่ื สารในกลมุ่ ประเทศอาเซยี น และอาจจดั ใหศ้ กึ ษาภมู ปิ ระเทศ ภมู ปิ ญั ญา ศลิ ปะ วฒั นธรรม การปกครอง และ
งานอาชีพของประเทศในอาเซียน ในประเด็นทส่ี อดคล้องกับเน้อื หาในหนว่ ยการเรียนรนู้ น้ั ๆ
2.3 ทักษะชีวิต เป็นการบูรณาการทั้งความรู้ในสาระท่ีเรียน ทักษะและค่านิยมไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงหรือ
สถานการณ์จำ�ลองในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วัน เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนา
ธุรกิจให้ประสบความสำ�เร็จ ได้แก่ การสร้างมนุษยสัมพันธ์ การรู้จักตนเองและเรียนรู้ผู้อื่น การคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ
เชงิ บวก ซึง่ ชว่ ยพฒั นาด้วยจิตปัญญาให้ผ้เู รียนเฉพาะสว่ นทีส่ อดคล้องกับเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้
2.4 ค่านิยมหลัก 12 ประการ เน้นการปลูกฝังจริยธรรมค่านิยมที่ดีงามตามลักษณะที่ดีของคนไทย โดยเลือก
มาใชแ้ ตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ดว้ ยการให้ผเู้ รยี นไดต้ ระหนกั ถึงจริยธรรม ค่านิยมทเี่ ลือกมากำ�หนดในกระบวนการจดั กจิ กรรม
ทีส่ มั พนั ธก์ บั เนอ้ื หาในหนว่ ยท่เี รียนและกระบวนการเรียนรทู้ กุ ข้นั ตอน

21 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด 2.5 กจิ กรรมทา้ ทาย เป็นกจิ กรรมเสรมิ ความถนัด ความสนใจของผเู้ รียนท่ีเพิ่มเตมิ จากกจิ กรรมในหนว่ ยการเรียนรู้
ซ่ึงอาจทำ�เป็นกลุ่มหรือรายบุคคลก็ได้ กิจกรรมท้าทายจะเป็นส่วนเติมเต็มความรู้ทักษะของผู้เรียน เสริมสร้างสมรรถนะให้
สูงข้ึนต่อเน่ืองจากกิจกรรมในหน่วยการเรียนรู้ ผู้เรียนที่สนใจสามารถใช้เวลานอกหน่วยการเรียนรู้ ปฏิบัติกิจกรรมนี้ด้วย
ความรับผดิ ชอบของตน
3. แผนการประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้และสมรรถนะประจำ�หน่วย เป็นส่วนท่ีออกแบบไว้สำ�หรับผู้สอนใช้
ในการประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เน้นการประเมินสภาพจริง (Authentic Assessment)
โดยนำ�เอาภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผู้เรียนท่ีปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ ตามข้ันตอนของกระบวนการเรียนรู้
แบบ GPAS 5 Steps ทสี่ อดคลอ้ งสัมพนั ธก์ ับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรใู้ นหนว่ ยการเรียนรู้แตล่ ะหนว่ ยมากำ�หนดระดับคุณภาพ
หรือคะแนนในภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกของผู้เรียนแต่ละเรื่องตามท่ีออกแบบไว้ เพ่ือสรุปผลการประเมินใน
หนว่ ยการเรียนรูน้ นั้ ดงั น้ี
3.1 ภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกของผู้เรียนระหว่างเรียน ได้แก่ ภาระงานในการสังเกต รวบรวมข้อมูล
(G: Gathering) การวิเคราะห์ข้อมูลสรุปความรู้ความเข้าใจ (P: Processing และ A: Applying and Constructing
Knowledge) การนำ�เสนอผลการนำ�ไปใช้และสรุปความรู้ความเข้าใจ (A: Applying & Communication Skill)
ท่ีเกิดข้ึนในระหว่างปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละข้ันตอน ส่วนใหญ่เป็นการประเมินเชิงคุณภาพจัดระดับคุณภาพไว้ 4 ระดับ คือ
ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) และต้องปรับปรุง (1) และอาจให้ค่าน้ำ�หนักแต่ละรายการคิดเป็นคะแนน ท้ังนี้ขึ้นอยู่กับผู้สอน
จะพิจารณาเพ่ิมเติมใหเ้ หมาะสมกับบรบิ ทของการจดั การเรียนรู้
3.2 ภาระงาน/ช้ินงานรวบยอดเมื่อจบหน่วยการเรียนรู้ อยู่ในข้ันการประเมินตนเองเพื่อเพ่ิมคุณค่าบริการสังคม
และจิตสาธารณะ (S: Self–Regulating) ได้แก่ คะแนนจากผลการปฏิบัติกิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ คะแนน
จากผลการปฏิบัติกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ คะแนนจากผลการประเมินตนเอง และคะแนนจากแบบทดสอบ (ศึกษา
เอกสารในเล่มประกอบ)
สว่ นท่ี 2 การออกแบบการจดั การเรยี นรรู้ ะดบั หนว่ ยการเรยี นรู้ ในสว่ นนไ้ี ดน้ �ำ กระบวนการจดั การเรยี นรสู้ ำ�หรบั ผสู้ อน
ในส่วนที่ 1 มาขยายให้เห็นรายละเอียดในวิธีจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ชัดเจนมากข้ึน โดยประยุกต์ใช้แนวทางการออกแบบ
การเรียนรแู้ บบ Backward Design ของ Grant Wiggins and Jay McTighe กำ�หนดไว้ 3 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่
ขั้นตอนท่ี 1 กำ�หนดเป้าหมายคุณภาพผู้เรียน (Stage 1-Desired Results) ในการออกแบบการเรียนรู้ระดับ
หนว่ ยการเรียนรู้ ในท่ีน้ไี ด้ก�ำ หนดเปา้ หมายคุณภาพผเู้ รยี นเปน็ เปา้ หมายย่อยๆ ไวด้ งั นี้
1. ความคดิ รวบยอด/ความเขา้ ใจทคี่ งทน
2. สาระการเรียนรู้
3. สมรรถนะประจำ�หน่วย
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ขั้นตอนที่ 2 กำ�หนดหลักฐานร่องรอยภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของผู้เรียนสำ�หรับการประเมิน (Stage 2-
Assessment Evidence) ในท่ีน้ไี ด้ก�ำ หนดสาระสำ�คญั ในการประเมินผล ได้แก่
1. วิธีประเมินท่ีสอดคล้องจุดประสงค์การเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ ภาระงาน/ช้ินงาน/การแสดงออกของ
ผู้เรียน แยกเปน็
ภาระงาน/ชน้ิ งานระหว่างเรยี น
ภาระงาน/ชนิ้ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรียนรู้

สุดยอดคู่มือครู 22

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด 2. เกณฑ์ประเมินจุดประสงค์การเรียนรู้จากภาระงาน/ชิ้นงาน/การแสดงออกของผู้เรียนระหว่างเรียน กำ�หนดเป็น
ระดับคุณภาพ 4 ระดับ ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น มีคำ�อธิบายเกณฑ์การประเมินแต่ละระดับจุดประสงค์การเรียนรู้
เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ระเมนิ สามารถประเมนิ ไดเ้ ทยี่ งตรงสอดคลอ้ งกบั ความเปน็ จรงิ ไดน้ �ำ เสนอในหนว่ ยการเรยี นรทู้ กุ หนว่ ยอยา่ งละเอยี ด
ข้ันตอนท่ี 3 ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ (Stage 3-Learning Plan) ในท่ีนี้ได้กำ�หนดกระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้น
ทกั ษะการคดิ การปฏบิ ตั จิ รงิ ท่ผี ูเ้ รียนเปน็ ผสู้ ร้างความรู้ ใช้ความรผู้ ลติ ผลงาน ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps ดังนี้
Step 1 Gathering (ขนั้ รวบรวมข้อมลู )
Step 2 Processing (ข้นั คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความร)ู้
Step 3 Applying and Constructing the Knowledge (ข้นั ปฏิบัตแิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั )ิ
Step 4 Applying the Communication Skill (ขน้ั ส่ือสารและนำ�เสนอ)
Step 5 Self–Regulating (ข้ันประเมินเพ่ือเพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ)
รายละเอยี ดน�ำ เสนอใน CD ทใี่ ชค้ ูก่ ับเอกสารฉบบั นี้
ส่วนที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ ได้จัดทำ�เป็นแผนรายชั่วโมงที่แสดงรายละเอียดการดำ�เนินกิจกรรมแต่ละขั้นตอน
ตาม GPAS 5 Steps ให้ชัดเจนมากขึ้น ผู้สอนสามารถปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของผู้เรียนและห้องเรียนแต่ละแห่ง
ในแต่ละโอกาส ในแผนการจัดการเรียนรู้ได้นำ�เสนอรายละเอยี ดดงั นี้
1. สาระสำ�คญั ของเร่อื งหรือเนือ้ หาทเ่ี รยี น
2. คำ�ถามที่ผู้สอนใช้ถามผู้เรียนเพ่ือกระตุ้นให้แสวงหาข้อมูล คำ�ตอบ หรือข้อสรุปด้วยตนเองในแต่ละขั้นตอนใน
ชั่วโมงสอน
3. แบบบันทึกผังกราฟิก (Graphic Organizers) ที่ให้ผู้เรียนนำ�ไปใช้ในข้ันตอนต่างๆ ของการจัดการเรียนรู้ตาม
กระบวนการเรยี นร้แู บบ GPAS 5 Steps เช่น ผังกราฟกิ ในการสังเกตรวบรวมและบันทึกขอ้ มลู ผงั กราฟกิ การวิเคราะหข์ อ้ มลู
และสรุปความร้ใู นรปู แบบตา่ งๆ เปน็ ต้น
4. ส่ืออุปกรณ์และแหล่งเรยี นรู้สำ�หรบั ผ้สู อนและผู้เรียนท่ีจะหาความรู้เพิ่มเติมในเนอื้ หาแต่ละหน่วยการเรียนรู้
5. กิจกรรมเสนอแนะสำ�หรับผู้สอน เสรมิ ความรแู้ ละทักษะใหก้ บั ผู้เรียนทมี่ จี ุดเด่นท่จี ะเรียนรูใ้ ห้เต็มตามศักยภาพ
6. บันทึกหลังสอนสำ�หรับผู้สอน ประเมินการจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผน เป็นแบบบันทึกการประเมินเชิงระบบ
ประกอบด้วยหวั ขอ้ ส�ำ คญั คือ
ความพร้อมกอ่ นดำ�เนินกิจกรรม (ส่ือ วสั ดอุ ปุ กรณ์ การเข้าชั้นเรียน พื้นฐานความรเู้ ดิมของผู้เรยี น)
บรรยากาศการเรียนรู้ (ความสนใจ ปฏิสมั พันธ์ในห้อง ความราบร่ืนในการด�ำ เนนิ กิจกรรมการเรยี นการสอน)
ผลการเรียนรู้ (จำ�นวนผู้เรียนท่ีมีผลงานระหว่างเรียนและผลการประเมินบรรลุวัตถุประสงค์แต่ละระดับ
ผเู้ รียนท่เี ปน็ ผ้นู �ำ ผูเ้ รียนท่ีตอ้ งใหค้ วามสนใจเพม่ิ เตมิ )
แนวทางการพัฒนาในคร้ังต่อไป (สง่ิ ที่ต้องยตุ ิ ส่งิ ที่น�ำ มาใช้ต่อ สง่ิ ทต่ี ้องปรบั ปรุงเพ่ิมเตมิ )
รายละเอียดนำ�เสนอใน CD ทใ่ี ช้คู่กับเอกสารฉบบั น้ี

หมายเหต:ุ สว่ นท่ี 2 และสว่ นท่ี 3 ทางส�ำนักพิมพ์ บริษทั พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำกัด ไดจ้ ัดท�ำเปน็ ไฟล์เอกสาร
Word บันทึกลงในแผ่น CD ผู้สอนสามารถคัดลอก ดัดแปลง หรือปรับเปล่ียนรายละเอียดเพ่ือน�ำไปใช ้
ในการจดั การเรยี นการสอนใหส้ อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษา ตรงตามความตอ้ งการ ความพรอ้ ม และ
ความสนใจของผู้เรียนแตล่ ะคนหรือแต่ละหอ้ งเรียน

23 สุดยอดคู่มือครู

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดพฒั นาความ น�ำ ข้อมูลมาจำ�แนก สร้างความรขู้ นั้ สงู คือ คิดออกแบบ
สามารถในการ จดั กล่มุ วเิ คราะห์ ความร้รู ะดับคณุ ธรรม หลายๆ แบบ
เก็บขอ้ มลู พสิ ูจน์ ทดลอง จรยิ ธรรม โดยให้นำ� เพือ่ สรา้ ง
รวบรวมข้อมลู จาก วจิ ัย ใหเ้ หน็ ล�ำ ดับ ผลการคดิ ของตนเอง ทางเลอื กหรือ
การฟงั การอ่าน ความส�ำ คญั และ มาไตร่ตรองวา่ วิธคี ดิ เพ่ือหาวิธี
การดงู าน การส�ำ รวจ ความสมั พนั ธ์ ดงั กลา่ วจะนำ�ไป หลายๆ วธิ ี
การสมั ภาษณ์ เชอื่ มโยง ให้รวู้ ่า สูผ่ ลส�ำ เรจ็ หรือไม่ ทีจ่ ะนำ�ความรู้
การไปดูเหตุการณ์ อะไรคือปัญหา สง่ ประโยชน์ถึงสังคม ไปปฏิบตั ิให้
หรอื สถานการณ์ ทีแ่ ทจ้ ริง อะไรคอื สาธารณะ และ เตม็ ศักยภาพ
ทีเ่ กิดข้ึนจริง เพ่อื น�ำ สาเหตทุ ีน่ ำ�สู่ สง่ิ แวดลอ้ มหรือไม่ และงดงาม
ข้อมลู ไปจัดกระท�ำ ปัญหา ผลกระทบ ถ้าไม่ถงึ จะปรับ และน�ำ ผลไปสู่
ใหเ้ กดิ ความหมาย ของปัญหา ตรงไหน อยา่ งไร ความส�ำ เรจ็
ผ่านกระบวนการ วิธีแกป้ ัญหา จึงจะเป็นไปตาม แบบคงทน
คดิ วเิ คราะห์ แนวทางป้องกนั วตั ถปุ ระสงค์ จึงกลา้ อยา่ งมลี �ำ ดบั
สาเหตไุ มใ่ ห้ วจิ ารณ์ กลา้ เสนอแนะ ขัน้ ตอน เพ่อื การ
ขอ้ มลู เกิดขน้ึ และ อย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบทมี่ ี
น�ำ สู่ปญั หา รบั ฟงั ข้อเสนอแนะ ประสิทธิภาพ
ข้อวจิ ารณ์ จากเพอ่ื น และแกป้ ญั หาใน
ครู พอ่ แม่ อยา่ งมี แต่ละขั้นตอนได้
เหตุผล ทบทวน ตรงวตั ถุประสงค์
ปรับปรงุ ดว้ ยความยนิ ดี
มคี า่ นยิ มในความเป็น
ประชาธิปไตยเสมอ

สวงั เิ เคครราาะะหห์ ์ ประเมแนิ ผนกGาPรทAสาสอSงรเน้าล–งอื คกB่มู ือacคkรู

คณุ ภาพครอบคลมุ การสอนแบบเนน้ ผู้เรยี นเป็นสำ�คัญ แบบสร้าง
แบบพัฒนาพหปุ ญั ญา แบบทกั ษะกระบวนการทาง

สรุปรายงานผล ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง Portfolio

สุดยอดคู่มือครู 24

สามารถคิด สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดกอ่ นลงมอื ปฏิบัติการปฏบิ ัตทิ ่ีดีจงึ ตอ้ งปฏบิ ัติดร.ศกั ดส์ิ นิ โรจนส์ ราญรมย์
ตดั สนิ ใจเลือก น�ำ แนวคิดและ ตามแผนทวี่ างไว้ ผา่ น
แนวทางหรอื ตดั สนิ ใจมาจดั การวเิ คราะห์ การไตรต่ รอง เมอื่ งานส�ำ เร็จ รจู้ ัก
วธิ ีทีด่ ที ่สี ดุ ที่ ลำ�ดบั ขน้ั ตอน ไวอ้ ย่างดีแล้ว การปฏิบตั ิ ประเมนิ งานท้ังดว้ ย
น�ำ ไปสคู่ วาม การทำ�งาน จรงิ จงึ เปน็ การพฒั นา เหตุผลควบคกู่ ับการ
ส�ำ เรจ็ ได้จริง เพอื่ สามารถ การทำ�งานรว่ มกับผูอ้ นื่ หรือ ประเมนิ ตนเองเสมอ
น�ำ ประโยชน์ ด�ำ เนินงานไป ท�ำ งานเป็นทมี ท่ีต้องมีการ ถา้ กระบวนการนน้ั
ไปสู่สังคม ตามแผนการคดิ จัดการแบ่งงานให้ตรงตาม น�ำ ไปสู่ผลจริง ก็จะ
สาธารณะ ทผ่ี า่ นการ ความถนดั แชรค์ วามคิด น�ำ กระบวนการนน้ั
ส่ิงแวดล้อม ไตรต่ รองมา ประสบการณ์ ร้จู ักรับฟงั ไปพฒั นาหรือ
เปน็ วิธที ่ี อยา่ งดแี ล้ว และ รจู้ ักเสนอแนะ มคี า่ นิยม ท�ำ งานในกลมุ่ สาระ
คมุ้ ค่า เพื่อพสิ จู นใ์ ห้ แสดงออกเป็นประชาธปิ ไตย อืน่ ๆ เพื่อใหไ้ ดง้ าน
ต้ังอย่บู น เห็นวา่ สงิ่ ที่คิด รจู้ กั อดทน ขยัน รับผิดชอบ ที่มีคุณภาพและ
หลักการของ ไวเ้ ม่อื นำ�ไป ในหน้าที่การท�ำ งานหรือ คณุ ค่าเพมิ่ ขึน้ เสมอ
ปรชั ญา ปฏิบัตจิ ริงแล้ว การปฏิบตั ิ มุ่งหวงั เพอ่ื ให้ ขั้นตอนใดท่ีมจี ุดอ่อน
เศรษฐกจิ สามารถด�ำ เนิน ได้งานท่ีดขี ้ึน เพอ่ื ประโยชน์ ก็ต้องปรบั ปรงุ
พอเพยี ง การได้ตาม ของสังคมส่วนรวมที่กว้างไกล ใหด้ ยี ่งิ ข้นึ เม่อื ได้
ท่คี ิดไวห้ รือไม่ ขึ้น ค�ำ นึงถึงผลกระทบ กระบวนการท่ดี ีแลว้
ตัดสนิ ใจ เพอื่ น�ำ ไปสู่ ต่อสาธารณะและสิง่ แวดล้อม กส็ รปุ กระบวนการ
การแกป้ ัญหา มากย่ิงข้นึ อกี ท้ังยงั น�ำ กรอบ น้ันใหเ้ ป็นหลักการ
และพฒั นาการ ความคิดมาปฏิบัตเิ พอื่ พฒั นางานท่ดี ีของ
เกบ็ ข้อมูลและ การออกแบบ สร้างนวตั กรรม ตนเอง เปน็ เครื่องมือ
การคดิ ต่อไป ด้วยส่ือเทคโนโลยไี ด้อยา่ ง การเรยี นรู้
ทัดเทียมกบั ความเป็นสากล ใช้เรยี นรู้ขอ้ มลู ได้
ทกุ โอกาสทัว่ โลก
วางแผน ลงมือปฏิบัติ และทกุ สถานการณ์
ทุกเงื่อนไข
คwรaบrdกรDะeบsวiนgกnารเรยี นรู้ ได้ตลอดชวี ิต
ความรู้ แบบวิจยั ในชน้ั เรยี น แบบโครงงาน แบบเพม่ิ พลงั สมอง
วทิ ยาศาสตร์ แบบ 5Es แบบปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ฯลฯ สรา้ งความรู้

เสนโอคเปรงน็ งชา้นินงาน

KAP 1 2 3 4 ประเมนิ ตนเอง นำ�สู่ค่านิยม คณุ ธรรม

25 สุดยอดคู่มือครู

21

สุดยอดคู่มือครู 26
สงวนลขิ สทิ ธ์ิ สำ�นกั พมิ พ์ บรษิ ัทพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.) จ�ำ กดั

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้

A3. ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ Apply4.inขgั้นสthื่อeสาCรoแmลmะนu�ำnเiสcaนtอion Skill 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพuื่อlaเพtิ่มinคgุณค่า

pplying and Constructing the Knowledge

บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21 ทักษะชีวิต

ค่านิยมหลัก 12 ประการ กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เครอ่ื งมอื ขนาดเลก็
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
1 เครื่องมอื ขนาดเล็กหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ส าระการเรยี นรู้
1. ประแจ (หนงั สือเรียน หนา้ 11-14)
สาระสำาคญั 2. ไขควง (หนงั สือเรียน หนา้ 14-15)
เครอ่ื งมอื ขนาดเล็ก (Hand Tools) เปน็ เครอ่ื งมอื ทม่ี คี วามจาำ เป็นที่ใช้งานร่วมกับเครอื่ งมือกล 3. คมี (หนังสอื เรียน หนา้ 15-19)
เชน่ ใช้ในการปรับต้ังเครือ่ งมือบนเครือ่ งจักร การถอด-ประกอบ การจับยึด การเคาะ การตกแตง่ ผวิ 4. เคร่ืองมือจบั ยึดงาน (หนังสือเรยี น หน้า 19-22)
และการตดั ฯลฯ ซ่ึงเครอื่ งมอื ขนาดเล็กแต่ละชนดิ จะถกู ออกแบบมาเพือ่ ใหเ้ หมาะสมกับการใชง้ าน 5. ค้อน (หนังสอื เรยี น หน้า 22-24)
ทแ่ี ตกตา่ งกนั ดงั นน้ั กอ่ นใชง้ านผปู้ ฏบิ ตั งิ านจงึ ตอ้ งเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ชนดิ การใชง้ าน และการบาำ รงุ รกั ษา 6. ตะไบ (หนังสอื เรยี น หนา้ 25-26)
เคร่ืองมือขนาดเลก็ เพอ่ื ให้สามารถเลือกใช้งานไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสมและปลอดภยั 7. สกดั (หนังสอื เรียน หน้า 27-28)
8. เหลก็ นำ�ศนู ย์ (หนงั สือเรยี น หน้า 28-29)
สาระการเรียนรู้ 9. เหล็กส่ง (หนังสือเรียน หนา้ 29-30)
1. ประแจ 2. ไขควง 1 0. เครอ่ื งมอื ถอดตลบั ลกู ปนื (หนงั สอื เรยี น หนา้ 30-31)
3. คีม 4. เคร่อื งมือจบั ยึดงาน 1 1. เลื่อยตดั โลหะ (หนังสอื เรียน หน้า 31-32)
5. คอ้ น 6. ตะไบ 1 2. กรรไกรตัดโลหะแผน่ (หนงั สือเรยี น หนา้ 32-33)
7. สกัด 8. เหล็กนำาศูนย์ 1 3. ตา๊ ป (หนงั สือเรยี น หนา้ 33-34)
9. เหลก็ ส่ง 10. เครอื่ งมือถอดตลับลูกปนื 1 4. ดาย (หนังสือเรียน หน้า 35)
11. เลอื่ ยตัดโลหะ 12. กรรไกรตดั โลหะแผ่น
13. ตา๊ ป 14. ดาย สมรรถนะประจำ�หน่วย
1. แสดงความร้เู ก่ยี วกับเครือ่ งมอื ขนาดเลก็
2. ประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับเคร่ืองมือขนาดเล็ก
ในชวี ติ ประจำ�วนั และการประกอบอาชพี ได้

จ ุดประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกชอื่ และชนดิ ของเคร่อื งมอื ขนาดเลก็ ได้
2. บอกชอ่ื และหนา้ ทสี่ ว่ นประกอบของเครอื่ งมอื ขนาดเลก็
ได้
3. อธบิ ายวธิ กี ารใช้งานของเคร่ืองมือขนาดเลก็ ได้
4. บำ�รงุ รกั ษาเครื่องมือขนาดเล็กได้

การประเมินผล 3. การนำ�เสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับ
เครอ่ื งมือขนาดเล็ก
ภาระงาน/ชน้ิ งาน/การแสดงออกของผเู้ รยี น ภาระงาน/ชน้ิ งานรวบยอดในหนว่ ยการเรยี นรู้
ภาระงาน/ชนิ้ งานระหว่างเรยี น 1. ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนรู้
1. ผงั กราฟกิ แสดงการเกบ็ รวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับเคร่ืองมอื ขนาดเลก็ 2. ผลการประเมินตนเอง
2. ผงั กราฟกิ สรปุ ความร้คู วามเข้าใจเก่ียวกบั เครือ่ งมือขนาดเลก็ 3. คะแนนผลการทดสอบ

27 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต

ep 1
St
ขนั้ รวบรวมขอ้ มูล
สงวนลิข ิสทธิ์ สำ� ันกพิมพ์ บริษัท ัพฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ�กัด gGatherin
สมรรถนะประจำาหน่วย
1. แบง่ กลมุ่ ผเู้ รยี นรว่ มกนั ศกึ ษาเอกสารหนงั สอื เรยี น 1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั เคร่ืองมอื ขนาดเลก็
เรอื่ งเครือ่ งมือขนาดเล็ก 2. ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้เกีย่ วกบั เครื่องมือขนาดเล็กในชวี ิตประจาำ วันและการประกอบอาชพี ได้
2. ตง้ั ค�ำ ถามใหผ้ เู้ รยี นเสนอขอ้ มลู จากประสบการณ์
ของตนเกี่ยวกับเครอื่ งมอื ขนาดเล็ก ดังตวั อย่าง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ประแจ 1. บอกชอ่ื และชนดิ ของเครื่องมือขนาดเล็กได้
• ประแจแบ่งออกเป็นกี่ชนดิ อะไรบ้าง 2. บอกชื่อและหน้าทีส่ ว่ นประกอบของเคร่อื งมอื ขนาดเลก็ ได้
• ประแจมีวิธกี ารบ�ำ รุงรักษาอย่างไร 3. อธิบายวิธกี ารใช้งานของเครือ่ งมอื ขนาดเล็กได้
2.2 ไขควง 4. บาำ รงุ รักษาเคร่ืองมอื ขนาดเลก็ ได้
• ไขควงแบ่งออกเปน็ ก่ีชนดิ อะไรบา้ ง
• ไขควงมีวิธีการบ�ำ รงุ รกั ษาอยา่ งไร
2.3 คีม
• คมี แบ่งออกเปน็ กช่ี นดิ อะไรบา้ ง
• คีมมวี ธิ ีการบ�ำ รุงรักษาอยา่ งไร ผังสาระการเรียนรู้

2.4 เคร่ืองมอื จบั ยึดงาน
• เครื่องมือจับยึดงานแบ่งออกเป็นก่ีชนิด
อะไรบ้าง ประแจ ไขควง
• เครื่องมือจับยึดงานมีวิธีการบำ�รุงรักษา
อย่างไร ดาย เครอ่ื งมือ คีม
2.5 คอ้ น ต๊าป ขนาดเล็ก เครอ่ื งมอื จับยดึ งาน
• ค้อนแบ่งออกเปน็ ก่ีชนิด อะไรบ้าง กรรไกรตัดโลหะแผน่ คอ้ น
• ค้อนมวี ธิ ีการบ�ำ รุงรกั ษาอยา่ งไร เล่ือยตัดโลหะ ตะไบ
2.6 ตะไบ เครือ่ งมือ สกดั
• ตะไบแบง่ ออกเปน็ กีช่ นดิ อะไรบ้าง ถอดตลบั ลกู ปืน
• ตะไบมวี ิธีการบ�ำ รุงรักษาอย่างไร
2.7 สกัด
• สกัดแบ่งออกเปน็ ก่ชี นิด อะไรบา้ ง
• สกัดมีวธิ กี ารบ�ำ รงุ รักษาอยา่ งไร เหล็กนาำ ศนู ย์
2.8 เหล็กนำ�ศูนย์ เหลก็ สง่

• เหล็กน�ำ ศนู ย์มลี ักษณะอย่างไร
• เหลก็ น�ำ ศนู ยม์ วี ธิ กี ารบ�ำ รงุ รกั ษาอยา่ งไร
2.9 เหล็กสง่
• เหล็กสง่ มีลกั ษณะอยา่ งไร
• เหล็กสง่ มวี ิธกี ารบ�ำ รุงรกั ษาอย่างไร
2.10 เครือ่ งมือถอดตลบั ลกู ปืน
• เคร่ืองมือถอดตลับลูกปืนมีลักษณะ
อยา่ งไร
• เครื่องมือถอดตลับลูกปืนมีวิธ ีก ารบำ�รุง 2.14 ดาย
รกั ษาอยา่ งไร • ดายมีลักษณะอยา่ งไร
2.11 เล่ือยตดั โลหะ • ดายมวี ธิ ีการบำ�รุงรักษาอยา่ งไร
3. แต่ละกลุ่มบันทึกผลการศึกษาตามหัวข้อท่ีกำ�หนดลงผังกราฟิก (เลือกออกแบบ
• เลอื่ ยตดั โลหะมลี ักษณะอยา่ งไร และใชผ้ ังกราฟิกใหเ้ หมาะสมกบั ลักษณะของขอ้ มลู ) ดงั ตัวอยา่ ง
• เลอ่ื ยตดั โลหะมวี ธิ กี ารบ�ำ รงุ รกั ษาอยา่ งไร
2.12 กรรไกรตัดโลหะแผ่น
• กรรไกรตดั โลหะแผน่ แบง่ ออกเปน็ กชี่ นดิ
• กรรไกรตดั โลหะแผน่ มวี ธิ กี ารบ�ำ รงุ รกั ษา
อยา่ งไร
2.13 ต๊าป
• ตา๊ ปแตล่ ะดอกมีวธิ กี ารใช้งานอย่างไร
• ต๊าปมีวธิ ีการบ�ำ รุงรักษาอย่างไร

สุดยอดคู่มือครู 28

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ข้ันสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพu่ือlaเพtิ่มinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เคร่อื งมือขนาดเลก็ 11 St ep 3

1. ประแจ conAstru wldedgeขัน้ ปฏบิ ตั ิและสรุปความรู้
หลงั การปฏบิ ัติ
1.1 ชนิดของประแจ ctpipnlgyitnhge aknno
จำ�กัด
ประแจ (Wrench) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้สำ�หรับถอด-ประกอบ ช้ินส่วนเครื่องจักรกลต่�งๆ 1. ผเู้ รยี นน�ำ ขอ้ สรปุ ความรคู้ วามเขา้ ใจทไี่ ดแ้ ลกเปลย่ี นเรยี นรู้
แบ่งออกไดเ้ ปน็ หล�ยชนดิ ดังนี้ ร่วมกันในช้ันเรียนมาวิเคราะห์ และร่วมกันสรุปแนวคิด
1.1.1 ประแจปากตาย (Open-End Wrench) ดังภ�พท่ ี 1.1 ส่วนปล�ยมีลักษณะเป็นรูปตัวยู
มีอยูห่ ล�ยขน�ดใหเ้ ลอื กใช้ต�มคว�มโตของหัวสลกั เกลยี ว ท่ีนิยมใชใ้ นช�่ งกลโรงง�นม ี 2 แบบ คือ ประแจ
ป�กต�ยด�้ นเดียว (Single-End Wrench) และประแจป�กต�ยสองด�้ น (Double-End Wrench)

เกย่ี วกับเคร่อื งมือขนาดเล็ก
(พว.)

ประแจป�กต�ยด้�นเดียว ประแจป�กต�ยสองด�้ น 2. ผู้เรียนทำ�กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ (หนังสือเรียน

ภ�พท ี่ 1.1 ประแจป�กต�ย หน้า 36-44)

ท่มี �: www.unior-thailand.com บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ

1.1.2 ประแจแหวน (Box Wrench) ดังภ�พท่ี 1.2 ส่วนปล�ยมีลักษณะเป็นรูปวงแหวน
ด้�นในเป็นเหล่ียมสิบสองเหลี่ยม ลำ�ตัวจะงอขึ้นเล็กน้อย ใช้ถอด-ประกอบ บริเวณท่ีแคบๆ ส�ม�รถ

ออกแรงขนั ไดม้ �กกว�่ ประแจป�กต�ย สว่ นด�้ มของประแจจะออกแบบแนวเยอ้ื งกบั ระน�บของป�กประแจ

ประม�ณ 15 องศ� เพือ่ คว�มสะดวกและปลอดภัยในก�รใชง้ �น

ภ�พท ่ี 1.2 ประแจแหวน
ทีม่ �: www.kctoolco.com

1.1.3 ประแจปากผสม (Combination Wrench) ดังภ�พท่ี 1.3 มีลักษณะปล�ยด้�นหนึ่ง
เป็นรูปตัวยู ส่วนปล�ยอีกด้�นหน่ึงเป็นรูปวงแหวน ซึ่งมีขน�ดเดียวกันเพ่ือคว�มสะดวกในก�รเลือกใช้ง�น
ในลักษณะต�่ งๆ

ภ�พที่ 1.3 ประแจป�กผสม 12 ทฤษฎีเคร่อื งมือกล
ที่ม�: www.homedecorx.com 1.1.4 ประแจบล็อก (Socket Wrench) ดังภ�พท่ี 1.4 มีลักษณะรูปร่�งเป็นทรงกระบอก
ด�้ นในเปน็ เหลย่ี มหกเหลย่ี มหรอื สบิ สองเหลย่ี ม และมดี �้ มส�ำ หรบั ตอ่ หล�ยแบบเพอื่ คว�มสะดวกในใชง้ �น
ep 2 g ในพื้นที่แคบและลกึ

rocessin สำ�นักพิมพ์ ภ�พท ี่ 1.4 ประแจบลอ็ ก
St ขัน้ คดิ วเิ คราะห์ ทม่ี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558
และสรปุ ความรู้
1.1.5 ประแจหกเหลย่ี มหรอื ประแจแอล (Hexagon Wrench or Allen Wrench) ดังภ�พที่
P 1.5 มีลักษณะลำ�ตัวเป็นรูปหกเหล่ียม และด้�นหน่ึงถูกดัดงอเป็นรูปตัวแอล ใช้สำ�หรับขันและคล�ยสกรู
หวั ฝัง (Socket Head Cap Screw) มีทั้งขน�ดเปน็ มิลลเิ มตรและนว้ิ

1. ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับเคร่ืองมือขนาดเล็กสงวน ิลข ิสท ์ิธ ภ�พที่ 1.5 ประแจหกเหล่ียมหรอื ประแจแอล
ท่ีรวบรวมได้จากการศึกษาค้นคว้าและระดมความคิด ท่มี �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558
ของสมาชกิ ร่วมดว้ ย
1.1.6 ประแจตะขอ (Hook Spanner Wrench) ดังภ�พท่ี 1.6 มีลักษณะป�กคล้�ยกับ
2. เชื่อมโยงความคล้ายคลึง/แตกต่างของข้อมูลท่ีนำ�มา ตะขอ เปน็ ประแจพเิ ศษทที่ �ำ ม�ใช้กับเครอ่ื งมือกลโดยเฉพ�ะ เช่น ใชล้ อ็ กแกนเพล�ของเคร่ืองกดั เป็นตน้
อภิปราย และร่วมกันสรุปความรู้ตามหัวข้ออภิปราย ประแจตะขอแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบขอเกี่ยว (Pin Spanner Wrench) และแบบตัวยู (Face
จากน้ันบันทึกผลข้อสรุปเป็นความเข้าใจของกลุ่มและ Spanner Wrench)
รายบุคคล
ประแจตะขอแบบขอเกยี่ ว ภ�พท่ ี 1.6 ประแจตะขอ ประแจตะขอแบบตัวยู

ท่ีม�: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

1.1.7 ประแจเลือ่ น (Adjustable Open Wrench) ดังภ�พที ่ 1.7 ลักษณะป�กแบง่ ออกเปน็
2 ส่วน คอื ส่วนทอี่ ยูก่ บั ท่ี (ป�กต�ย) และส่วนทเี่ คลื่อนทไี่ ด้ (ป�กเลอื่ น) ส�ม�รถปรบั ขน�ดของป�กเล่ือน

ให้ขย�ยเท่�กับหัวสลักเกลียวหรือนอต➀ ขน�ดต่�งๆ ได้ ในก�รขันจะต้องระมัดระวังเพร�ะอ�จทำ�ให้

หัวสลักเกลียวหรือนอตเยินและเสียห�ยได้ และไม่ควรใช้ประแจเลื่อนแทนก�รใช้ประแจป�กต�ยหรือ
ประแจแหวน

➀ นอต ต�มคว�มหม�ยของพจน�นุกรมฉบบั ร�ชบณั ฑิตยสถ�น พ.ศ. 2554 หม�ยถึง เคร่ืองตรึงหรือขันสิง่ อน่ื ใหแ้ นน่ ประกอบดว้ ย
แท่งและแป้นโลหะ, ตัวท่ีเป็นแท่งมีปล�ยข้�งหนึ่งเป็นปุ่ม อีกข้�งหน่ึงมีเกลียวด้�นนอก เรียกว่� นอตตัวผู้ และตัวท่ีเป็นแป้น
มลี กั ษณะเปน็ เหลีย่ มมรี่ ูตรงกล�งและมีเกลยี วด้�นใน เรยี กว่� นอตตัวเมีย (อ. nut)

29 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ขั้นคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต

เครอ่ื งมอื ขนาดเล็ก 13 Step 5 ข้ันประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ คา่
บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ
ด�้ มจับ f-Regula

ป�กต�ย ting
Sel
ป�กเลือ่ น เกลียวปรบั ระยะเลอื่ นของป�กเลื่อน
Aco
ภ�พท ี่ 1.7 สว่ นประกอบของประแจเล่ือน จำ�กัด
ที่ม�: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558 1. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ และรายบคุ คลตรวจสอบความรคู้ วามเขา้ ใจ
ของตนเองหลังจากรับฟงั การนำ�เสนอของสมาชกิ กลมุ่ อ่นื(พว.)
1.1.8 ประแจจบั ท่อ (Pipe Wrench) ดงั ภ�พท ่ี 1.8 ลกั ษณะป�กแบง่ ออกเป็นสองสว่ น คอื ปรบั ปรงุ ชน้ิ งานของกลมุ่ ตนใหส้ มบรู ณแ์ ละบนั ทกึ เพม่ิ เตมิ
ส่วนที่อย่กู บั ที ่ (ป�กต�ย) และส่วนทเ่ี คล่ือนที่ได ้ (ป�กเลื่อน) ส�ม�รถปรบั ขน�ดของป�กเล่อื นให้ขย�ยได ้
โดยก�รหมุนนอตปรับระยะ ซึ่งทำ�ให้ป�กเล่ือนเข้�-ออก ในก�รใช้ประแจขันท่อจะต้องเลือกขน�ดของ 2. นำ�ผลงานแสดงในป้ายนิเทศหรือเผยแพร่สู่ห้องเรียนอ่ืน
ป�กประแจใหใ้ หญ่กว�่ ทอ่ เล็กนอ้ ย ส่วนใหญน่ ยิ มใช้ประแจสองตวั คกู่ นั คือ ประแจตวั แรกใช้จบั ทอ่ และ หรอื สาธารณะ
ประแจตัวทสี่ องใชข้ นั ขอ้ ตอ่ ในทิศท�งตรงกนั ข้�ม
3. ผเู้ รยี นแตล่ ะคนท�ำ แบบทดสอบ (หนงั สอื เรยี น หนา้ 46-48)
นอตปรบั ประยะเล่อื นของป�ก แลกเปล่ียนกันตรวจให้คะแนน จากน้ันประเมินสรุปผล
การทำ�กิจกรรม (หนังสอื เรยี น หนา้ 45) ทำ�แบบประเมนิ
ป�กเลอื่ น ด้�มจบั ตนเอง (หนังสือเรียน หน้า 49) และกำ�หนดแนวทาง
การพัฒนาตนเอง
ป�กต�ย ภ�พที่ 1.8 ส่วนประกอบของประแจจบั ท่อ บริ ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ
ทมี่ �: www.blackrocktools.com

1.2 วธิ กี ารใชง้ านประแจ 14 ทฤษฎีเครื่องมือกล

1.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบรู ณข์ องประแจกอ่ นน�ำ ไปใชง้ �น เชน่ ป�กประแจไมช่ �ำ รดุ หรอื 1.3 วธิ ีการบำารุงรักษาประแจ
มีรอยร�้ ว เปน็ ตน้
1.2.2 เลอื กใชป้ ระแจทมี่ ขี น�ดของป�กตรงกับขน�ดของหัวสลักเกลียวและนอต เม่ือเลกิ ใช้ง�นให้ใช้ผ้�เชด็ ท�ำ คว�มสะอ�ดและจดั เก็บไวใ้ นกล่องหรือแขวนไวบ้ นแผงไม้
1.2.3 เลอื กใชป้ ระแจที่มีคว�มย�วของด�้ มให้เหม�ะสมกบั ลกั ษณะก�รใช้ง�น
1.2.4 ก�รจับประแจใหใ้ ชม้ อื ข�้ งทถี่ นดั จบั ทดี่ �้ มประแจ
1.2.5 ก�รใชป้ ระแจขันหรอื คล�ยสลักเกลียว ต้องขนั โดยก�รดึงเข�้ ห�ตัวเสมอ
1.2.6 ก�รใช้ประแจเล่ือนหรือประแจจับท่อ จะต้องปรับป�กเลื่อนให้แน่นกับหัวสลักเกลียว
หรือนอตกอ่ นแล้วจึงออกแรงขนั
1.2.7 ก�รใช้ประแจเล่ือนหรือประแจจับท่อ ต้องมีทิศท�งก�รขันท่ีถูกต้อง คือให้ป�กเล่ือน
อยดู่ ้�นเดยี วกับผ้ปู ฏิบัติง�นเสมอ
1.2.8 ก�รขันสลกั เกลยี วหรือนอตที่อยู่ในท่แี คบและลึกใหใ้ ช้ประแจบล็อกขนั เพร�ะป�กของ
ประแจบลอ็ กจะมคี ว�มย�วม�กกว�่ ประแจท่ัวไปท�ำ ให้ส�ม�รถสอดเข�้ ไปในรูท่ีคบั แคบได้
1.2.9 ขณะใช้ง�นประแจอย�่ ให้ประแจหล่นกระแทกพ้ืน เพร�ะอ�จทำ�ให้ป�กประแจชำ�รุดได้
1.2.10 ใช้ประแจอย�่ งระมดั ระวงั และถูกตอ้ งต�มลกั ษณะก�รออกแบบ เพื่อยดื อ�ยกุ �รใชง้ �น
ใหย้ �วน�น

kille 2. ไขควง

สำ� ันกพิมพ์ 2.1 ชนดิ ของไขควง
Step 4
ไขควง (Screwdriver) เป็นเครื่องมอื ทีใ่ ช้สำ�หรับก�รขนั และคล�ยสกรูที่ส่วนปล�ยของไขควง
mmpupnlyicinagtiotnh s ขนั้ สอ่ื สารและนำ� เสนอสงวน ิลข ิสท ์ิธ มลี กั ษณะเปน็ ป�กแบนหรอื ป�กแฉก เพอ่ื ใชข้ นั หรอื คล�ยหวั สกรแู บบต�่ งๆ ทนี่ ยิ มใชใ้ นง�นช�่ งกลโรงง�น
แบ่งออกได้เป็นหล�ยชนดิ ดังนี้
1. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกแบบหรอื หาวธิ นี �ำ เสนอใหผ้ อู้ นื่ รบั รู้ 2.1.1 ไขควงปากแบน (Flat Screwdriver) ดังภ�พท่ี 1.9 ปล�ยไขควงมีลักษณะแบน
และส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิควิธี ใช้ขนั หรือคล�ยสกรูหัวผ่�รอ่ งตรง
ทเ่ี หมาะสม บรู ณาการการใชส้ อ่ื /เทคโนโลย/ี ค�ำ ศพั ทเ์ พม่ิ เตมิ /
ส่ิงที่นา่ สนใจแทรกในการรายงาน ก้�น
ปล�ย ด้�มจับ
2. สุ่มกลุ่มผู้เรียนนำ�เสนอผลการสรุปความรู้ความเข้าใจ
โดยผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการนำ�เสนอ ภ�พที่ 1.9 ส่วนประกอบไขควงป�กแบน
ตามเกณฑท์ ่กี ำ�หนด ทมี่ �: www.quicktrex.com

2.1.2 ไขควงปากแฉก (Phillips Screwdriver) ดังภ�พที่ 1.10 ปล�ยไขควงมีลักษณะ
เป็นแฉก ใช้ขันหรือคล�ยสกรหู ัวแฉก

ก�้ น

ปล�ย ด้�มจับ

ภ�พที่ 1.10 ไขควงป�กแฉก
ทมี่ �: www.quicktrex.com

2.1.3 ไขควงเยอ้ื งแนว (Offset Screwdriver) ดงั ภ�พที่ 1.11 สว่ นปล�ยไขควงทัง้ สองด�้ น
ดัดงอเป็นมุมฉ�กสลับด้�นกัน ใช้ขันหรือคล�ยสกรูท่ีอยู่ในซอกมุม ซึ่งไขควงธรรมด�ไม่ส�ม�รถเข้�ไป
ขันได ้ ลักษณะป�กของไขควงมีทั้งแบบป�กแบนและป�กแฉก

ป�กแฉก

ภ�พท่ ี 1.11 ไขควงเยือ้ งแนว ป�กแบน
ท่ีม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

สุดยอดคู่มือครู 30

Ap3p. lขyั้นiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพu่ือlaเพt่ิมinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครอื่ งมือขนาดเล็ก 15

2.2 วธิ กี ารใชง้ านไขควง

2.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบรู ณข์ องไขควงกอ่ นน�ำ ไปใชง้ �น เชน่ ก�้ นไขควงตรง ไมค่ ดงอ
ปล�ยไขควงไมม่ รี อยเยนิ และด้�มจบั ไมแ่ ตกร้�ว เปน็ ตน้
2.2.3 ห้�มใชไ้ ขควงทมี่ ีขน�ดของปล�ยเล็ก หรือโตกว�่ ขน�ดของรอ่ งทห่ี ัวสกร ู เพร�ะจะท�ำ ให้
ร่องทห่ี ัวสกรชู �ำ รดุ เสยี ห�ย
2.2.4 เลือกใช้ปล�ยไขควงให้ถูกกับร่องหัวสกรู เช่น ไขควงป�กแบนใช้กับสกรูหัวผ่�
และไขควงป�กแฉกใช้กบั สกรูหัวแฉก เปน็ ต้น
2.2.5 ห�้ มใช้ไขควงงดั หรือตอก เพร�ะจะท�ำ ให้ปล�ยไขควงเยินหรือก้�นไขควงคดงอได้
2.2.6 ขณะใช้ง�นไขควงอย�่ ให้ไขควงหลน่ กระแทกพื้น เพร�ะอ�จท�ำ ให้ปล�ยไขควงชำ�รดุ ได้
2.2.7 ใช้ไขควงอย�่ งระมดั ระวังและถูกตอ้ งต�มลกั ษณะก�รออกแบบเพ่ือยืดอ�ยกุ �รใช้ง�น

2.3 วิธีการบำารงุ รักษาไขควง

เม่อื เลิกใช้ง�นใหใ้ ช้ผ�้ เช็ดท�ำ คว�มสะอ�ดและจดั เกบ็ ไว้ในกล่องหรอื บนชัน้ ว�ง

3. คมี
3.1 ชนดิ ของคีม

คีม (Plier) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้สำ�หรับง�นจับยึด ง�นตัด และง�นดัดช้ินง�น นิยมใช้ใน
ง�นช�่ งกลโรงง�น แบง่ ออกได้เปน็ หล�ยชนดิ ต�มลักษณะก�รใช้ง�น ดงั น้ี
3.1.1 คีมปากจ้ิงจก (Needle Nose Plier) ดังภ�พท่ี 1.12 เป็นคีมที่มีป�กแหลมเรียว
ใช้สำ�หรับจบั หรอื บบี ชิ้นง�นขน�ดเลก็ และใช้ถอด-ประกอบ ชิน้ ส่วนเครือ่ งจกั รกลในทีแ่ คบ

ด้�มจบั

สลกั ยึด
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดบูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21

• การทำ�งานเป็นทีม ทีมละ 5-6 คน ฝึกการคิดวิเคราะห์
การแก้ปัญหา
• การใชส้ อ่ื /เทคโนโลย/ี สง่ิ ที่น่าสนใจอื่นๆ

ป�กจับ 16 ทฤษฎีเครื่องมอื กล
ภ�พที ่ 1.12 สว่ นประกอบของคมี ป�กจ้งิ จก
ที่ม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558 3.1.2 คีมปากแหลมแบน (Flat Nose
Plier) ดังภ�พท่ี 1.13 เป็นคีมท่ีมีป�กแบน
การเรียนรู้สู่อาเซียน ประกอบด้วยฟันเล็กๆ ใช้จับและข้ึนรูปช้ินง�น
ขน�ดเล็ก เช่น ง�นดัดเส้นลวดง�นโลหะแผ่น
asean และง�นดดั เส้นลวดส�ยไฟฟ้� เปน็ ตน้

เรียนรู้คำ�ศัพท์ภาษาอังกฤษท่ีเก่ียวข้องกับเนื้อหา ภ�พที ่ 1.13 คมี ป�กแหลมแบน
ในบทเรยี นเพมิ่ เตมิ โดยฝกึ ใชค้ �ำ ศพั ทด์ งั กลา่ วในการน�ำ เสนอ ที่ม�: www.hyperclaw.com
ผลงานในขน้ั ท่ี 4
คมตัดด้�นข�้ ง 3.1.3 คีมปากประสม (Combination
ภ�พที่ 1.14 คีมป�กประสม Plier) ดังภ�พที่ 1.14 เป็นคีมที่ออกแบบม�ให้
ทม่ี �: www.hyperclaw.com ส�ม�รถใชง้ �นได้หล�กหล�ย เชน่ จบั ยดึ ชน้ิ ง�นแบน
ชิ้นง�นกลม และยังส�ม�รถตัดเส้นลวดขน�ดเล็ก
ได้อีกด้วย

3.1.4 คีมปากขยายแบบปรับระยะ
ขยับจุดหมุน (Slip Joint Plier) ดังภ�พท่ี 1.15 สลกั เล่ือน
เป็นคีมที่ออกแบบม�ให้ส�ม�รถปรับขย�ยป�กคีมได้
โดยก�รเล่ือนสลัก ป�กคีมด้�นในมีลักษณะโค้งเว้�
เป็นฟันจับเล็กๆ นิยมใช้ในก�รจับ บีบช้ินง�นกลม
และง�นท่อ เปน็ ต้น

ภ�พท่ี 1.15 คีมป�กขย�ยแบบปรับระยะขยับจุดหมนุ
ที่ม�: www.plumbersurplus.com

สลกั เล่ือน 3.1.5 คมี ปากขยายแบบปรบั ระยะเลอ่ื น
ภ�พท่ี 1.16 คีมป�กขย�ยแบบปรบั ระยะเลื่อนต�มแนว ตามร่อง (Groove Joint Plier) ดังภ�พที่ 1.16
เป็นคีมท่ีออกแบบม�ให้ส�ม�รถปรับขย�ยป�กคีมได้
ท่ีม�: www.oxtools.co.uk โดยเลอ่ื นปรบั ระยะต�มรอ่ ง ป�กคมี ด�้ นในมลี กั ษณะ
โค้งเว้�เป็นฟันจับเล็กๆ ใช้ในก�รจับ บีบช้ินง�นกลม
และง�นท่อ เปน็ ต้น

31 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gข้ันaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต

เครอ่ื งมอื ขนาดเล็ก 17

3.1.6 คีมตัด (Cutting Plier) ดงั ภ�พท ี่
1.17 เป็นคีมท่ีออกแบบม�ให้ป�กด้�นข้�งเอียงเป็น
คมตดั ใช้สำ�หรับตดั เสน้ ลวดขน�ดเลก็ และส�ยไฟฟ�้
เปน็ ต้น
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
ภ�พที่ 1.17 คมี ตดั
ท่มี �: www.albert-trading.com

3.1.7 คมี ถ่างและหุบแหวนสปริง (Circlip Plier) ดงั ภ�พที่ 1.18 เปน็ คมี ท่มี ีลักษณะป�กเรียว ทักษะชีวิต
ส่วนตรงปล�ยเป็นทรงกระบอกขน�ดเล็ก เพื่อสอดเข้�กับรูของแหวนสปริงล็อกนอกหรือแหวนสปริงล็อกใน
ใชส้ ำ�หรบั ก�รถอด-ประกอบ แหวนสปรงิ มที งั้ แบบปล�ยตรงและปล�ยงอ • ศึกษาแนวทางหรือวิธีการเกย่ี วกบั เครือ่ งมือขนาดเล็ก
• การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น
คีมถ่�งแหวนสปรงิ ลอ็ กนอกแบบปล�ยงอ คมี ถ่�งแหวนสปรงิ ลอ็ กนอกแบบปล�ยตรง อินเทอร์เนต็ หนงั สือ วารสาร

คมี หุบแหวนสปริงล็อกในแบบปล�ยงอ คีมหุบแหวนสปรงิ ลอ็ กในแบบปล�ยตรง

ภ�พที่ 1.18 คมี ถ�่ งและหุบแหวนสปรงิ
ทม่ี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

3.1.8 คีมปากนกแก้ว (Pincer) ดังภ�พที่ 1.19 เป็นคีมท่ีมีส่วนปล�ยเป็นรูปวงรีคล้�ย
ป�กนกแก้ว ซง่ึ มีคมตัดใช้สำ�หรบั ตัดลวดและถอนตะปูขน�ดเลก็ เปน็ ต้น

ภ�พท ี่ 1.19 คีมป�กนกแกว้ 18 ทฤษฎีเครอ่ื งมือกล
ทีม่ �: www.amazonsupply.com
3.1.9 คีมล็อก (Locked Grip Plier) ดังภ�พที่ 1.20 เปน็ คมี ทอี่ อกแบบม�ใหส้ �ม�รถปรบั
กิจกรรมท้าทาย ขย�ยป�กคมี ได้ โดยก�รหมนุ ปรบั สกรทู ่ปี ล�ยของด้�มข้�งหน่ึง ท�ำ ให้เกิดแรงจบั เพม่ิ ม�กขนึ้ เม่อื น�ำ ไปจบั
ชิ้นง�น นิยมใชจ้ บั ชนิ้ ง�นใหแ้ น่นเพื่อดงึ ขนั คล�ย บดิ หรอื ดดั เปน็ ตน้
• หาขอ้ มลู เพ่ิมเติมจากแหลง่ เรียนรู้อ่นื ๆ
• พูดคุยกับเพ่ือนเกี่ยวกับเครื่องมือขนาดเล็กแล้วร่วมกัน สกรปู รบั ขย�ยป�กคมี
วเิ คราะห์
ป�กเล่ือน ด�้ มจับ
สุดยอดคู่มือครู 32 หรอื ป�กจับเคลอ่ื นที่

ภ�พท ่ี 1.20 ส่วนประกอบของคมี ลอ็ ก
ทีม่ �: www.apexinds.com

3.1.10 คีมล็อกงานโลหะแผ่น (Vise grip C-Clamp Plier) ดังภ�พท่ี 1.21 มีลักษณะ
คล้�ยกับคีมล็อก แต่ป�กคีมออกแบบให้มีระยะคอลึก เพ่ือให้ส�ม�รถจับช้ินง�นได้ลึกม�กย่ิงข้ึน
คีมล็อกง�นโลหะแผ่นบ�งท่ีออกแบบให้มีแผ่นเสริมที่ป�กให้มีคว�มกว้�งม�กขึ้น เหม�ะสำ�หรับจับยึด
โลหะแผน่ โดยเฉพ�ะ

คีมล็อกโลหะแผน่ ทม่ี รี ะยะคอลกึ คมี ล็อกส�ำ หรบั จับยดึ โลหะแผน่

ภ�พท่ี 1.21 คีมลอ็ กง�นโลหะแผน่
ทม่ี �: www.harborfreight.com

3.2 วธิ กี ารใชง้ านคมี

3.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบรู ณ์ของคมี กอ่ นน�ำ ไปใชง้ �น เชน่ ป�กคีมไมช่ ำ�รดุ และไม่มี

รอยเยนิ เปน็ ตน้

3.2.2 เลือกใชค้ มี ใหเ้ หม�ะสมกับลกั ษณะก�รใช้ง�น

3.2.3 ห้�มใชค้ มี เพื่อขันหรือคล�ยสลักเกลยี วและนอต

3.2.4 คีมป�กจิ้งจกเหม�ะสำ�หรับจับชิ้นง�นขน�ดเล็กหรือชิ้นง�นอยู่ในท่ีแคบ ดังนั้นขณะจับ

ช้ินง�นจึงไม่ควรออกแรงบีบคมี แนน่ เกนิ ไปเพร�ะจะท�ำ ให้ป�กคมี ช�ำ รุดได้

3.2.5 ห�้ มใชค้ มี ลอ็ กเพอื่ ขนั หรอื คล�ยสลกั เกลยี วและนอต เพร�ะจะท�ำ ใหห้ วั สลกั เกลยี วและ
นอตเป็นรอยเยินเสียห�ยได้

3.2.6 ใช้คีมอย่�งระมัดระวังและถูกต้องต�มลักษณะก�รออกแบบ เพ่ือยืดอ�ยุก�รใช้ง�นให้

ย�วน�น

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพu่ือlaเพt่ิมinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครอ่ื งมอื ขนาดเลก็ 19 ค่านิยมหลัก 12 ประการ

3.3 วิธกี ารบำารุงรกั ษาคมี • มศี ลี ธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ นื่ เผอื่ แผแ่ ละแบง่ ปนั
• ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศกึ ษาเลา่ เรยี นทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
3.3.1 เมือ่ เลกิ ใช้ง�นให้ใชผ้ ้�เช็ดทำ�คว�มสะอ�ด และหยดนำ้�มันที่สลกั ยึดเพ่ือป้องกันสนิม • มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผูน้ อ้ ยรจู้ กั เคารพผใู้ หญ่
3.3.2 ไม่เก็บคีมไว้รวมกับเครื่องมือชนิดอื่น แต่ให้เก็บไว้ในกล่องหรือจัดเก็บไว้บนชั้นว�ง • มสี ตริ ตู้ วั รคู้ ดิ รทู้ �ำ รปู้ ฏบิ ตั ติ ามพระราชด�ำ รสั ของพระบาท-
โดยเฉพ�ะ
สมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว
4. เครื่องมือจับยึดงาน • รู้จักดำ�รงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

4.1 ชนิดของเครอ่ื งมือจับยึดงาน ตามพระราชดำ�รัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จัก
อดออมไว้ใช้เม่ือยามจำ�เป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือ
เคร่ืองมือจับยึดง�น (Fixture) เป็นเครื่องมือท่ีใช้สำ�หรับจับยึดชิ้นง�นให้แน่นและมั่นคง ก็แจกจ่ายจำ�หน่าย และพร้อมท่ีจะขยายกิจการเม่ือมี
เพอื่ คว�มสะดวกในก�รท�ำ ง�น เช่น ก�รจบั ยึดง�นเล่อื ย ง�นกดั ง�นเจ�ะ ง�นไส ง�นสกัด ง�นตะไบ ฯลฯ ความพรอ้ ม เม่ือมีภมู คิ ุ้มกนั ที่ดี
เคร่อื งมอื จับยึดง�นทน่ี ยิ มใช้ในง�นช�่ งกลโรงง�น แบ่งออกได้เปน็ หล�ยชนิดต�มลกั ษณะก�รใช้ง�น ดงั นี้
4.1.1 ปากกาจับงาน (Vise) เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ในก�รจับยึดช้ินง�นให้แน่นและมั่นคง
ต�มลักษณะของง�นต่�งๆ โดยป�กก�จับง�นจะถูกจับยึดไว้บนโต๊ะง�น ป�กก�จับง�นมีส่วนประกอบ
ทีส่ �ำ คญั ดงั ภ�พท่ี 1.22
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
ป�กจบั เคล่ือนท่ี ป�กจับคงท่ี
มือหมนุ
สลักเกลียวส่งกำ�ลงั

แผ่นรองป�กของป�กก�
ภ�พท ่ี 1.22 สว่ นประกอบของป�กก�จบั ง�น

ทีม่ �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

20 ทฤษฎเี คร่ืองมอื กล

4.1.2 แคลมปข์ นาน (Parallel Clamp) สลักเกลยี วส่งก�ำ ลัง
ดังภ�พท่ี 1.23 มีสลักเกลียวและป�กจับยึดอย่�งละ ป�กจบั ยึด
สองตัว ในก�รขันหรือคล�ยป�กจับยึดจะเลื่อน
เข้�-ออกพร้อมกัน นิยมใช้จับช้ินง�น เพ่ือเจ�ะรู
รว่ มศนู ย์

ป�กจบั ยดึ สลกั เกลยี วสง่ กำ�ลัง

โครงยดึ ภ�พท่ ี 1.23 สว่ นประกอบของแคลมปข์ น�น
ทม่ี �: www.amazon.com

แป้นยึด 4.1.3 ซีแคลมป์ (C-Clamp) ดังภ�พที่
สลกั เกลียวสง่ ก�ำ ลัง 1.24 มีรูปร่�งลักษณะคล้�ยรูปตัวซี เป็นเคร่ืองมือ
มอื หมนุ ที่ใช้สำ�หรับจับยึดช้ินง�นที่ต้องก�รขันยึดและ
คล�ยออกไดอ้ ย�่ งรวดเรว็ เชน่ ก�รจบั ยดึ ชนิ้ ง�นเชอื่ ม
แ ล ะ ก � ร จั บ ยึ ด ช้ิ น ง � น ข น � ด ใ ห ญ่ เ พื่ อ เ จ � ะ รู
บนเครอื่ งเจ�ะ เปน็ ตน้

ภ�พท ี่ 1.24 สว่ นประกอบของซแี คลมป์
ที่ม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

4.1.4 แท่งฉาก (Angle Plate) ดงั ภ�พท ่ี
1.25 มีรูปร่�งลักษณะเป็นเหล็กแท่งฉ�กท่ีเจ�ะรู
ใช้สำ�หรับจับยึดชิ้นง�นท่ีมีรูปทรงสี่เหลี่ยม หรือ
รูปทรงทไ่ี มส่ �ม�รถจับด้วยป�กก�จับง�นได้

ภ�พที่ 1.25 แท่งฉ�ก
ท่ีม�: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

33 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
ทักษะชีวิต

เครอื่ งมือขนาดเลก็ 21

4.1.5 แผน่ กดชนิ้ งาน (Straps Clamp)
ดังภ�พท่ ี 1.26 เปน็ เคร่อื งมอื ทใ่ี ชส้ ำ�หรบั จับยดึ ชิ้นง�น
รปู ทรงสเี่ หลย่ี ม หรอื รปู ทรงทปี่ �กก�จบั ง�นไมส่ �ม�รถ
จับยึดได้ โดยใช้ง�นร่วมกับแท่งระดับและโบลต์
ที-สลอ็ ต
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดภ�พท ่ี 1.26 แผ่นกดชน้ิ ง�น
ท่มี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

ภ�พที ่ 1.27 แท่งระดบั 4.1.6 แท่งระดับ (Step Block) ดงั ภ�พท ่ี
ทม่ี �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558 1.27 มีรูปร่�งลักษณะคล้�ยข้ันบันได ทำ�หน้�ที่
เปน็ ฐ�นรองรบั แผน่ กดชนิ้ ง�น ใชง้ �นรว่ มกบั แผน่ กด
ชนิ้ ง�นและโบลตท์ ี-สลอ็ ต

4.1.7 ทีโบลต์ (T-Bolt) ดังภ�พที่ 1.28 ภ�พที่ 1.28 ทโี บลต์
มีรูปร่�งลักษณะคล้�ยตัวที ใช้ง�นโดยก�รสวม ทมี่ �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558
ทีโบลต์ลงในร่องทีของโต๊ะง�น เพื่อจับยึดแผ่นกด
ชิน้ ง�น (Straps Clamp) แท่งระดับ (Step Block)
และช้นิ ง�นใหแ้ นน่ และม่ันคง

สลักเกลยี วขนั ยดึ ชิ้นง�น

ยูแคลมป์โบลต์ 4.1.8 วีบล็อก (V-Block) ดังภ�พที่
1.29 เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้สำ�หรับจับยึดชิ้นง�น

รูปทรงกระบอกโดยใช้ง�นร่วมกับอุปกรณ์อ่ืนๆ

เช่น ยูแคลมป์โบลต์ (U-Clamp Bolt) และแผ่นกด

วบี ลอ็ ก ชนิ้ ง�น เปน็ ต้น

ภ�พท่ ี 1.29 วบี ล็อกและยูแคลมป์โบลต์ 22 ทฤษฎีเครอ่ื งมือกล
ทม่ี �: www.brownells.com
4.2.2 ก�รจบั ยดึ ชน้ิ ง�นดว้ ยป�กก�จบั ง�น ควรใหป้ �กของป�กก�สมั ผสั ชนิ้ ง�นตลอดคว�มย�ว
4.2 วธิ กี ารใชง้ านเครอ่ื งมอื จบั ยึดงาน และตอ้ งว�งช้นิ ง�นอยตู่ รงกึง่ กล�งของป�กก� เพ่อื ให้ป�กก�จบั ชน้ิ ง�นไดอ้ ย่�งม่ันคง
4.2.3 ก�รจับชิ้นง�นท่ีสั้นกว่�ป�กของป�กก� ให้ใช้วัสดุที่มีคว�มกว้�งเท่�กับชิ้นง�นเสริม
4.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบรู ณข์ องเครอื่ งมอื จบั ยดึ ง�นกอ่ นน�ำ ไปใชง้ �น เชน่ ก�รจบั ยดึ เข้�อกี ด้�นของป�กก�จบั ง�น ซ่งึ จะทำ�ใหจ้ บั ยึดชิ้นง�นไดแ้ น่นและมัน่ คงแขง็ แรงม�กยิ่งขนึ้
บนโต๊ะง�นที่ม่ันคงแข็งแรง สลักเกลียวส่งกำ�ลังส�ม�รถใช้ง�นได้ดี และป�กจับมีสภ�พสมบูรณ์พร้อม 4.2.4 ควรใช้วัสดอุ ่อน เช่น ทองแดง หรอื อะลูมิเนียม รองท่ีป�กของป�กก�เพื่อปอ้ งกันไม่ให้
ใชง้ �น ผิวชน้ิ ง�นเป็นรอยขณะจบั ยึด
4.2.5 ก�รจับยึดชิ้นง�นให้ออกแรงหมุนด้วยแรงที่เหม�ะสม ห้�มใช้ค้อนตอกเพื่อเพิ่ม
แรงจับยดึ โดยเด็ดข�ด เพร�ะจะท�ำ ใหป้ �กของป�กก�แตกหักและช�ำ รุดเสยี ห�ยได้
4.2.6 ห้�มใช้ซีแคลมป์จับยึดช้ินง�นท่ีมีขน�ดใหญ่ เกินกำ�ลังก�รจับยึดของสลักเกลียว
ส่งกำ�ลัง และก�รจับยึดชิ้นง�นให้ออกแรงหมุนด้วยแรงท่ีเหม�ะสม ห้�มใช้ค้อนตอกเพ่ือเพิ่มแรงจับยึด
โดยเด็ดข�ด
4.2.7 ก�รใช้ซีแคลมป์จับยึดช้ินง�นจะต้องให้แป้นยึดสัมผัสเต็มผิวหน้�ของช้ินง�น เพื่อให้
กระจ�ยแรงในก�รจบั ไดส้ ม่�ำ เสมอ
4.2.8 ห้�มใช้แคลมป์ขน�นจับยึดช้ินง�นที่มีขน�ดใหญ่ เกินกำ�ลังก�รจับยึดของสลักเกลียว
ส่งกำ�ลัง และก�รจับยึดช้ินง�นให้ออกแรงหมุนด้วยแรงที่เหม�ะสม ห้�มใช้ค้อนตอกเพ่ือเพ่ิมแรงจับยึด
โดยเด็ดข�ด

4.3 วิธกี ารบำารงุ รักษาเครอื่ งมอื จบั ยึดงาน

4.3.1 เมื่อเลิกใช้ง�นให้ใช้แปรงปัดเศษทำ�คว�มสะอ�ดทุกส่วนของเคร่ืองมือจับยึดง�น
แล้วชโลมดว้ ยนำ�้ มนั เพ่ือปอ้ งกันก�รเกดิ สนมิ
4.3.2 ท�ำ คว�มสะอ�ดรอ่ งเกลียวและหยดนำ้�มนั เพอ่ื ปอ้ งกันสนิม
4.3.3 ไม่เก็บซีแคลมป์และแคลมป์ขน�นไว้รวมกับเครื่องมือชนิดอื่น ไม่ว�งเครื่องมือ
ทบั ซอ้ นกนั และเก็บไว้บนช้นั ว�งโดยเฉพ�ะ

5. คอ้ น

5.1 ชนดิ ของค้อน

ค้อน (Hammer) เปน็ เครือ่ งมือทใี่ ช้ในก�รถอด-ประกอบ และปรบั แตง่ ช้นิ ง�น โดยก�รเค�ะ
หรือตอก เช่น ก�รเค�ะเพ่ือดัดชิ้นง�น ก�รเค�ะเพื่อพับตะเข็บโลหะแผ่น ก�รเค�ะเพื่อปรับแต่งชิ้นง�น
ให้ได้ตำ�แหนง่ ท่ีตอ้ งก�ร ก�รตอกนำ�ศูนย์ ก�รเค�ะเพ่อื ย้ำ�หมดุ ฯลฯ คอ้ นแบง่ ต�มรปู ทรงของหวั ค้อน และ
ก�รใช้ง�นไดห้ ล�ยชนิด ดงั น้ี

สุดยอดคู่มือครู 34

Ap3p. lขyั้นiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพuื่อlaเพt่ิมinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เคร่ืองมอื ขนาดเล็ก 23

5.1.1 ค้อนหัวกลม (Ball Peen Hammer) ดังภ�พที่ 1.30 หัวค้อนมีลักษณะโค้งมน
หน้�ค้อนเรยี บ สว่ นใหญท่ �ำ จ�กเหล็กหลอ่ หรือเหล็กกล�้ ทีท่ นท�นต่อแรงกระแทกไดด้ ี ใช้ส�ำ หรับง�นตอก
ง�นเค�ะ และง�นตีขึน้ รูป เปน็ ต้น

หัวค้อน
ผวิ ด้�นข�้ ง
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดด้�มจบั

หน�้ ค้อน ภ�พท ่ี 1.30 สว่ นประกอบของค้อนหวั กลม
ทีม่ �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

5.1.2 ค้อนหัวตรง (Straight Peen
Hammer) ดังภ�พที่ 1.31 หัวค้อนมลี กั ษณะรปู ทรง
แบน และอยู่ในตำ�แหน่งขน�นไปกับด้�มค้อน

หน้�ค้อนผิวเรียบ ทำ�จ�กเหล็กหล่อหรือเหล็กกล้� ภ�พท ี่ 1.31 ค้อนหัวตรง
ทมี่ �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558
ที่ทนท�นต่อแรงกระแทกได้ดี ใช้สำ�หรับตอก ตี
5.1.3 ค้อนหัวขวาง (Straight Peen
เค�ะ และดัดช้นิ ง�น เปน็ ตน้

Hammer) ดังภ�พท่ ี 1.32 หัวค้อนมลี ักษณะรูปทรง
แบน และอยู่ในตำ�แหน่งขว�งไปกับด้�มค้อน

ภ�พท ่ี 1.32 คอ้ นหัวขว�ง หน้�ค้อนผิวเรียบ ทำ�จ�กเหล็กหล่อหรือเหล็กกล้�
ทมี่ �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558 ทท่ี นท�นต่อแรงกระแทกได้ด ี ใช้ส�ำ หรับตอก ต ี เค�ะ

และดัดชิ้นง�น เปน็ ต้น
5.1.4 ค้อนหัวพลาสติก (Plastic
Hammer) ดังภ�พที่ 1.33 หัวค้อนทำ�จ�กพล�สติก
แข็ง ภ�ยในเป็นเกลียว เพ่ือขันติดกับโครงโลหะ

ทง้ั สองด�้ น เหม�ะส�ำ หรบั ง�นเค�ะเบ�ๆ เพอ่ื ปรบั แตง่

ช้ินง�นให้ได้ตำ�แหน่งบนอุปกรณ์จับยึด ง�นถอด- ภ�พท ี่ 1.33 คอ้ นหัวพล�สติก
ประกอบชน้ิ สว่ นเครอื่ งมอื กล และง�นเค�ะโลหะแผน่ ท่มี �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

ทำ�ให้ชิ้นง�นไมเ่ กดิ รอย 5.1.5 ค้อนหัวยาง (Rubber Mallet

Hammer) ดงั ภ�พท ี่ 1.34 หวั คอ้ นท�ำ ดว้ ยย�งสงั เคร�ะห์
ที่มีคว�มเหนียวและยืดหยุ่น ไม่แตกง่�ย ใช้เค�ะ
24 ทฤษฎเี ครือ่ งมอื กล
ปรับแต่งชิ้นง�นให้ได้ตำ�แหน่งบนอุปกรณ์จับยึด

ภ�พที ่ 1.34 คอ้ นหัวย�ง ง�นถอด-ประกอบชน้ิ สว่ นเครือ่ งมือกล และง�นเค�ะ 5.1.6 ค้อนไม้ (Wood Hammer)
ทีม่ �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558 ขึน้ รปู โลหะแผ่น ทำ�ใหช้ ิ้นง�นไมเ่ กิดรอย ดังภ�พที่ 1.35 หัวค้อนทำ�ด้วยไม้เนื้อแข็งที่มี
คว�มเหนียว ไม่แตกง่�ย ใช้เค�ะปรับแต่งชิ้นง�น
ให้ได้ตำ�แหน่งบนอุปกรณ์จับยึด ง�นเค�ะขึ้นรูป ภ�พที่ 1.35 คอ้ นไม้
และง�นเค�ะพับตะเขบ็ โลหะแผน่ ทม่ี �: www.kosanaland.com

ภ�พที่ 1.36 คอ้ นย�้ำ หมุด 5.1.7 คอ้ นยา้ํ หมดุ (Riveting Hammer)
ทีม่ �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558 ดงั ภ�พท ่ี 1.36 เปน็ ค้อนทีม่ ขี น�ดเล็ก หวั ค้อนท�ำ จ�ก
เหล็กกล้� หน้�ค้อนมีผิวโค้งเล็กน้อย ส่วนลำ�ตัว
หวั คอ้ นมรี ปู ทรงสเ่ี หลย่ี ม สว่ นปล�ยของหวั คอ้ นเรยี ว
และโค้งมน ใช้สำ�หรับก�รยำ้�หมุดในง�นประกอบ
โลหะแผน่

5.2 วิธีการใชง้ านคอ้ น

5.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ของค้อนก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น หัวค้อนไม่เป็นรอยแตก
หรือรอยเยิน ด้�มค้อนอยู่ในสภ�พสมบูรณ์ไม่แตกร้�ว หัวค้อนและด้�มค้อนประกอบกันแน่น
ไม่หลวมคลอน
5.2.2 เลอื กใชค้ อ้ นใหเ้ หม�ะสมกบั ลกั ษณะก�รใชง้ �น เชน่ คอ้ นหวั กลมใชส้ �ำ หรบั ง�นตอกหรอื
ง�นเค�ะ ค้อนหวั พล�สตกิ ใชส้ ำ�หรับง�นเค�ะเบ�ๆ หรือง�นถอด-ประกอบชนิ้ ส่วนเครือ่ งมือกล เป็นต้น
5.2.3 ก�รจบั ค้อนต้องจับทสี่ ว่ นปล�ยของด�้ มค้อน
5.2.4 ขณะใชค้ อ้ นตอกหรือเค�ะ จะตอ้ งใหผ้ ิวหน�้ ค้อนสัมผัสกบั ช้ินง�นโดยตรง และตอ้ งใช้
แรงในก�รตอกหรือเค�ะคงทสี่ ม่ำ�เสมอกนั
5.2.5 ทำ�คว�มสะอ�ดด้�มค้อนไม่ให้มีคร�บน้ำ�มันติดบนด้�ม เพร�ะอ�จทำ�ให้ค้อนหลุดมือ
ขณะปฏบิ ตั งิ �นได้

5.3 วธิ กี ารบำารุงรักษาคอ้ น

5.3.1 เมอื่ เลกิ ใชง้ �นให้ใชผ้ ้�เช็ดทำ�คว�มสะอ�ดหวั คอ้ น ให้ด�้ มคอ้ นปร�ศจ�กคร�บนำ้�มัน
5.3.2 ไม่เกบ็ คอ้ นไวร้ วมกับเครื่องมอื ชนดิ อื่น ให้เก็บไวบ้ นชนั้ ว�งโดยเฉพ�ะ
5.3.3 เลอื กใชค้ ้อนให้เหม�ะสมกบั ลักษณะก�รใชง้ �น เพอ่ื ป้องกนั ไม่ใหห้ ัวคอ้ นชำ�รดุ เสยี ห�ย

35 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต

เคร่อื งมือขนาดเลก็ 25

6. ตะไบ
6.1 ชนิดของตะไบ

ตะไบ (File) มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กแบน ส่วนใหญ่ทำ�จ�กเหล็กกล้�ค�ร์บอนสูง (High
Carbon Steel) หรือเหล็กเครื่องมือ (Tool Steel) มีด้�มอยู่ท่ีปล�ยด้�นหน่ึงและมีฟันอยู่บนผิวหน้�
ท้งั สองด�้ น ตะไบแบง่ ต�มรปู หน�้ ตดั ไดเ้ ป็นหล�ยชนิด ดังนี้
6.1.1 ตะไบแบน (Flat File) ดังภ�พที่ 1.37 เป็นตะไบที่มีหน้�ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้�
ผิวหน�้ ร�บท้ังสองด�้ น ใชใ้ นก�รตะไบปรบั ผวิ ง�นหน�้ กว้�งหรือตะไบลดขน�ด

ผิวหน้�
ด้�ม

ขอบ ปล�ย ภ�พหน้�ตดั
ภ�พท่ ี 1.37 สว่ นประกอบของตะไบแบน

ท่มี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

6.1.2 ตะไบสี่เหล่ียม (Square File) ดังภ�พที่ 1.38 เป็นตะไบที่มีหน้�ตัดเป็นรูปส่ีเหล่ียม
จตั รุ ัส มที งั้ แบบเรียวและแบบขน�น คมตัดสว่ นใหญเ่ ป็นแบบคมตัดคู่ ใช้ในก�รตะไบปรบั ผิวมมุ ฉ�ก
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
ภ�พหน�้ ตดั

ภ�พที ่ 1.38 ตะไบสีเ่ หล่ียม
ทม่ี �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

6.1.3 ตะไบสามเหลี่ยม (Three Square File) ดังภ�พท่ี 1.39 เป็นตะไบที่มีหน้�ตัดเป็น
รปู ส�มเหลย่ี มใชใ้ นก�รตะไบปรบั ผวิ ง�นทเ่ี ปน็ รอ่ งเหลย่ี ม บ�่ มมุ ฉ�ก ฟนั เกลยี ว หรอื แตง่ ฟนั เลอ่ื ย เปน็ ตน้

ภ�พหน�้ ตดั

ภ�พท ี่ 1.39 ตะไบส�มเหล่ยี ม 26 ทฤษฎเี ครอื่ งมอื กล
ที่ม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558 6.1.4 ตะไบกลม (Round File) ดังภ�พท่ี 1.40 เป็นตะไบที่มีหน้�ตัดเป็นรูปทรงกลม
มคี ว�มเรยี วจ�กห�งไปยงั ปล�ยตะไบ ใชใ้ นง�นตะไบปรบั ผวิ ง�นทเี่ ปน็ สว่ นโคง้ รอ่ งโคง้ และรกู ลม เปน็ ตน้

ภ�พหน�้ ตัด

ภ�พที่ 1.40 ตะไบกลม
(ท่ีม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558)

6.1.5 ตะไบคร่ึงวงกลม (Half Round File) ดังภ�พท่ี 1.41 เป็นตะไบท่ีมีหน้�ตัดโค้ง
มีคว�มเรียวจ�กห�งไปยังปล�ยตะไบ ผิวหน้�ด้�นหน่ึงเรียบส่วนอีกด้�นหนึ่งโค้ง ใช้ในก�รตะไบปรับ
ผวิ ง�นทเ่ี ปน็ ส่วนโค้ง

ภ�พที ่ 1.41 ตะไบคร่งึ วงกลม ภ�พหน�้ ตัด
(ท่มี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558)

6.2 วิธีการใชง้ านตะไบ

6.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ของตะไบก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น ด้�มตะไบไม่แตกชำ�รุด
ผวิ หน�้ ตะไบมีคมตัดทใี่ ชง้ �นได้ เป็นตน้
6.2.2 ห�้ มใชต้ ะไบทไี่ มป่ ระกอบด�้ มจบั หรอื ไมม่ ดี �้ ม เพร�ะอ�จท�ำ ใหส้ ว่ นปล�ยของห�งตะไบ
ท่ิมแทงอุง้ มือขณะตะไบได้
6.2.3 เลือกใช้ตะไบให้เหม�ะสมกับลักษณะก�รใช้ง�น เช่น ตะไบสี่เหลี่ยมใช้สำ�หรับ
ปรบั ผิวมุมฉ�ก และตะไบกลมใช้ส�ำ หรับปรับผิวสว่ นโค้ง เปน็ ตน้
6.2.4 ขณะใชง้ �นตะไบจะมีเศษผงโลหะตดิ อยูใ่ นร่องฟันของตะไบ ให้ใชแ้ ปรงลวดขัดเศษผง
โลหะออก เพือ่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หผ้ วิ หน�้ ง�นเปน็ รอยขูดขีด
6.2.5 ห�้ มใชต้ ะไบเค�ะชน้ิ ง�นหรือป�กก�จับง�น
6.2.6 ห้�มท�น้ำ�มนั หลอ่ ลนื่ บนผิวหน้�ของตะไบ เพร�ะจะทำ�ให้คมของตะไบล่ืน

6.3 วธิ ีการบำารุงรักษาตะไบ

6.3.1 เมอ่ื เลกิ ใชง้ �นใหใ้ ชแ้ ปรงลวดขดั ท�ำ คว�มสะอ�ดต�มรอ่ งคมตดั ตะไบ โดยขดั ในทศิ ท�ง
ขน�นกับรอ่ งคมตัดตลอดคว�มย�วของคมตะไบ
6.3.2 ใชผ้ ้�เชด็ ทำ�คว�มสะอ�ดด้�มตะไบให้ปร�ศจ�กคร�บน�้ำ มัน
6.3.3 ไม่เก็บตะไบไว้รวมกับเครื่องมือชนิดอื่น ไม่ว�งเครื่องมือทับซ้อนกัน และให้เก็บไว้
บนชนั้ ว�งโดยเฉพ�ะเท�่ น้ัน

สุดยอดคู่มือครู 36

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ข้ันส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขSั้นeปlรfะ-เRมeินgเพuื่อlaเพt่ิมinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครื่องมือขนาดเลก็ 27

7. สกดั
7.1 ชนดิ ของสกัด

สกัด (Cold Chisel) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำ�หรับง�นตัด เซ�ะร่อง หรือบ�กร่องบนช้ินง�น
แบ่งต�มรูปทรงและก�รใชง้ �นได้หล�ยชนิด ดังน้ี
7.1.1 สกัดปากแบน (Flat Chisel) ดังภ�พท่ี 1.42 เป็นสกัดท่ีมีป�กตัดแบนและกว้�ง
นยิ มใช้ในง�นตดั พ้นื ผิวร�บ เชน่ ง�นตดั โลหะแผน่ ง�นตดั รอยเชอ่ื ม ง�นตอกหัวหมุดย�้ำ และง�นตกแตง่
ผวิ ช้ินง�น ก�รใชง้ �นสกัดจะตอ้ งจับยดึ ช้ินง�นด้วยป�กก�จบั ง�น หรอื เคร่อื งมือจบั ยดึ ใหแ้ นน่ และมนั่ คง
แล้วใช้มือข้�งท่ีไม่ถนัดจับที่ลำ�ตัวสกัด จ�กนั้นว�งขอบคมของสกัดลงบนขอบชิ้นง�น แล้วใช้ค้อนตอก
ส่วนหวั ของสกัด ท�ำ ซ้ำ�ๆ จนกว่�ช้นิ ง�นจะข�ดออกจ�กกันหรือเปน็ ร่องต�มท่ตี ้องก�ร

หัวสกัด
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
ล�ำ ตัว
คมตดั

ภ�พท ่ี 1.42 ส่วนประกอบของสกดั ป�กแบน
ที่ม�: www.safasteners.co.za

7.1.2 สกัดปากจง้ิ จก (Cape Chisel) ดังภ�พท่ ี 1.43 เป็นสกัดที่มหี น้�คมตดั แคบ นิยมใช้
ในง�นเซ�ะร่องเหล่ียม เช่น ร่องลิ่ม เปน็ ตน้

ภ�พท่ ี 1.43 สกัดป�กจง้ิ จก
ที่ม�: www.acklandsgrainger.com

7.1.3 สกดั ปลายตัดรปู เพชร (Diamond Point Chisel) ดังภ�พท ่ี 1.44 เปน็ สกดั ทีม่ ีคมตดั
เปน็ รูปสเี่ หลย่ี มขนมเปียกปนู นยิ มใช้ในง�นเซ�ะผวิ ง�นให้เป็นร่องตัววหี รอื ร่องสีเ่ หล่ียม

ภ�พท่ี 1.44 สกดั ปล�ยตัดรปู เพชร 28 ทฤษฎีเคร่อื งมือกล
ทม่ี �: www.acklandsgrainger.com 7.1.4 สกัดปลายมน (Round Nose Chisel) ดงั ภ�พที ่ 1.45 เป็นสกัดทม่ี ีหน�้ คมตัดโค้งมน
นยิ มใชใ้ นง�นเซ�ะรอ่ งโค้ง

ภ�พท่ ี 1.45 สกัดปล�ยมน
ทม่ี �: www.asmc.net

7.2 วิธกี ารใชง้ านสกัด

7.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ของสกัดก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น หัวสกัดไม่เป็นรอยเยิน
ปล�ยคมตัดใช้ง�นได้ เปน็ ตน้
7.2.2 เลือกใช้สกดั ใหเ้ หม�ะสมกบั ลกั ษณะก�รใชง้ �น
7.2.3 จบั ยึดช้นิ ง�นด้วยป�กก�จบั ง�นใหแ้ นน่ และม่ันคงกอ่ นปฏบิ ัตงิ �นสกัด
7.2.4 จับสกัดด้วยมือข้�งที่ไม่ถนัดที่บริเวณส่วนลำ�ตัวให้แน่น โดยทำ�มุมเอียงกับแนวระดับ
ประม�ณ 30 องศ� และใชม้ อื ข้�งทถี่ นดั จับบรเิ วณส่วนปล�ยของด้�มค้อน
7.2.5 ขณะใช้ค้อนตอกทีห่ ัวสกดั ส�ยต�มองทป่ี ล�ยคมตดั สกดั
7.2.6 ก�รใชค้ อ้ นตอกหัวสกัดตอ้ งออกแรงตอกใหส้ ม�่ำ เสมอกนั

7.3 วิธีการบาำ รุงรักษาสกัด

7.3.1 เม่ือเลกิ ใช้ง�นใหใ้ ช้ผ�้ เชด็ ท�ำ คว�มสะอ�ดและจดั เกบ็ ไวใ้ นกลอ่ งให้เรยี บรอ้ ย
7.3.2 เมอื่ เลกิ ใชง้ �นถ�้ ห�กหวั สกดั เกดิ รอยเยนิ หรอื หวั บ�นออก ใหเ้ จยี ระไนปรบั แตง่ หวั สกดั
ใหเ้ รยี บรอ้ ย

8. เหล็กนำาศูนย์

เหล็กนำ�ศูนย์ (Center Punch) ดังภ�พท่ี 1.46 มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กกลมหรือรูปหกเหล่ียม
มปี ล�ยด้�นหนง่ึ เรียว ใช้สำ�หรับตอกน�ำ ศนู ยเ์ พอ่ื ให้เกดิ รอยบมุ๋ เลก็ ๆ ลงบนชิน้ ง�น

ก้�นเรียว ล�ำ ตวั

ปล�ย หวั เหล็กนำ�ศนู ย์
ภ�พท ี่ 1.46 สว่ นประกอบของเหล็กน�ำ ศูนย์
ทมี่ �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558

37 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gข้ันaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ขั้นคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
ทักษะชีวิต

เครอื่ งมอื ขนาดเล็ก 29

8.1 วธิ ีการใชง้ านเหล็กนำาศนู ย์

8.1.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณข์ องเหลก็ น�ำ ศูนยก์ อ่ นน�ำ ไปใชง้ �น เช่น ปล�ยมีลกั ษณะ
เป็นกรวยแหลม และส่วนหัวไมม่ รี อยเยิน เป็นต้น
8.1.2 จับยึดชน้ิ ง�นใหแ้ นน่ และมนั่ คงกอ่ นตอกเหล็กน�ำ ศนู ย์
8.1.3 จบั และประคองเหลก็ น�ำ ศนู ย์โดยใช้มอื ข้�งทีไ่ ม่ถนดั แล้วว�งปล�ยเหล็กนำ�ศนู ยล์ งบน
ตำ�แหนง่ ทต่ี อ้ งก�รท�ำ เคร่อื งหม�ย
8.1.4 จับเหลก็ น�ำ ศูนยใ์ หต้ ้งั ฉ�กกบั ผวิ ชิน้ ง�น
8.1.5 ใชค้ อ้ นตอกลงบนหวั เหลก็ นำ�ศูนยเ์ บ�ๆ เพือ่ ให้เกิดรอยตอก
8.1.6 เม่ือได้รอยตอกตรงตำ�แหน่งท่ีต้องก�รแล้ว ให้ว�งปล�ยเหล็กตอกนำ�ศูนย์ว�งลงไปใน
ตำ�แหน่งเดมิ แล้วจึงตอกอกี ครัง้ โดยใช้แรงตอกเพม่ิ ข้นึ จ�กก�รตอกครั้งแรกเลก็ น้อย

8.2 วธิ ีการบาำ รุงรกั ษาเหล็กนาำ ศนู ย์

8.2.1 เมื่อเลกิ ใช้ง�นใหใ้ ชผ้ �้ เชด็ ท�ำ คว�มสะอ�ดและจดั เกบ็ ไว้ในกล่องใหเ้ รียบร้อย
8.2.2 เมอื่ เลกิ ใชง้ �นถ�้ ห�กหวั ของเหลก็ น�ำ ศนู ยม์ รี อยเยนิ และปล�ยไมเ่ รยี วแหลมใหเ้ จยี ระไน
ปรบั แตง่ ใหเ้ รียบร้อย
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
9. เหล็กส่ง

เหล็กส่ง (Punch) ดังภ�พท่ี 1.47 ส่วนลำ�ตัวมีลักษณะเป็นเหล็กแท่งหน้�ตัดหกเหล่ียม ส่วนด้�น
ใช้ง�นหน้�ตัดกลมมีก้�นเรียวและขน�ดเล็กกว่�ด้�นลำ�ตัว ใช้สำ�หรับส่งออกเพ่ือถอดหรือส่งสลักและ
ชน้ิ สว่ นออกจ�กรู

ก�้ นเรยี ว ลำ�ตัว

ปล�ย หัวเหลก็ ส่ง 30 ทฤษฎีเคร่อื งมือกล

ภ�พท ่ี 1.47 สว่ นประกอบของเหลก็ ส่ง 9.2 วิธีการบำารงุ รักษาเหล็กส่ง
ท่มี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558
9.2.1 เมอื่ เลกิ ใช้ง�นใหใ้ ชผ้ ้�เช็ดท�ำ คว�มสะอ�ดและจดั เกบ็ ไว้ในกล่องใหเ้ รยี บรอ้ ย
9.1 วิธกี ารใช้งานเหล็กส่ง 9.2.2 เม่ือเลิกใช้ง�นถ้�ห�กหัวเหล็กส่งเกิดรอยเยินหรือหัวบ�นออก ให้เจียระไนปรับแต่งให้
เรียบร้อย
9.1.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบรู ณข์ องเหล็กสง่ กอ่ นน�ำ ไปใช้ง�น
9.1.2 เลือกใช้เหล็กสง่ ทม่ี ีขน�ดพอดกี บั สลกั หรอื หมดุ ย้ำ� 10. เคร่ืองมอื ถอดตลบั ลกู ปืน
9.1.3 จบั ยดึ ชิน้ ง�นดว้ ยป�กก�จบั ง�นให้แน่นและม่ันคง
9.1.4 ใช้มือข�้ งท่ไี ม่ถนดั จบั ประคองเหล็กสง่ แลว้ ว�งปล�ยเหลก็ สง่ ลงบนสลักหรอื หมุดย�ำ้ เครื่องมือถอดตลับลูกปืน (Keep puller) ดังภ�พที่ 1.48 ใช้ถอดตลับลูกปืนท่ีมีขน�ดเล็ก
9.1.5 ใชค้ อ้ นตอกลงบนหัวเหล็กสง่ ด้วยแรงทสี่ ม่�ำ เสมอกันจนสลกั หรอื หมุดย�้ำ หลุดออกม� ออกจ�กแกนเพล� แบ่งออกเป็น 2 ชนดิ คือ ใช้ถอดภ�ยนอกและภ�ยใน มที ้งั แบบสองข�และแบบส�มข�
มีหลักก�รทำ�ง�น คือ ใช้ข�เครื่องมือถอดตลับลูกปืนเกี่ยวกับวงแหวนนอกของตลับลูกปืนให้มั่นคง
แล้วหมุนสลักเกลียวให้ดงึ อัดเข�้ กบั แกนเพล� แรงดงึ จ�กเกลยี วน้จี ะทำ�ใหต้ ลับลกู ปืนถกู ดงึ ออกม�

สลกั เกลียว

ข�เก่ียว

ข�เกี่ยว

เครื่องมอื ถอดตลับลูกปนื ชนิด 2 ข� เครอื่ งมือถอดตลบั ลูกปืนชนิด 3 ข�

ภ�พท่ ี 1.48 สว่ นประกอบของเคร่ืองมอื ถอดตลบั ลกู ปืน
ท่ีม�: www.conexstore.com

10.1 วิธีการใชง้ านเครอ่ื งมอื ถอดตลับลูกปืน

10.1.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น หัวสลักเกลียวไม่เป็นรอยเยิน
ป�กประแจส�ม�รถขนั ได้ ข�เหล็กดงึ อยใู่ นสภ�พท่ีใช้ง�นได้ เปน็ ตน้
10.1.2 ใช้ข�ของเหล็กดงึ เก่ยี วกบั วงแหวนนอกของตลับลูกปืนให้มน่ั คง
10.1.3 หมนุ สลักเกลียวเข�้ ไปยนั กับเพล�ที่ตลบั ลูกปืนสวมอยดู่ ว้ ยประแจ
10.1.4 แรงดงึ จ�กสลกั เกลียวจะท�ำ ให้ตลบั ลูกปืนถกู ดึงออกจ�กเพล�

สุดยอดคู่มือครู 38

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ข้ันสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพuื่อlaเพt่ิมinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครอ่ื งมือขนาดเล็ก 31

10.2 วิธกี ารบาำ รงุ รักษาเครอื่ งมอื ถอดตลบั ลูกปนื

10.2.1 เมอื่ เลกิ ใช้ง�นให้ใชผ้ �้ เชด็ ท�ำ คว�มสะอ�ด
10.2.2 ทำ�คว�มสะอ�ดรอ่ งเกลยี วและหยดน�ำ้ มันเพ่ือป้องกนั สนิม
10.2.2 ไม่เก็บเคร่ืองมือถอดตลับลูกปืนรวมกับเคร่ืองมือชนิดอ่ืน ไม่ว�งเคร่ืองมือ
ทบั ซ้อนกนั และให้เกบ็ ไวบ้ นชน้ั ว�งโดยเฉพ�ะเท�่ น้นั
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
11. เลื่อยตดั โลหะ

เล่ือยตัดโลหะ (Hacksaw) ดังภ�พท่ี 1.49 เป็นเครื่องมือที่ใช้สำ�หรับตัดแยกชิ้นง�นท่ีเป็นโลหะ
ใหข้ �ดออกจ�กกนั หรอื ใชต้ ดั เพอ่ื เซ�ะรอ่ ง ลกั ษณะโครงเลอ่ื ยเปน็ โลหะกลวง ดดั งอเปน็ รปู ตวั แอล ประกอบ
เข้�กับด้�มจับ แล้วขันยึดด้วยสลักเกลียว ส่วนปล�ยของโครงเล่ือยและด้�มจับจะมีสกรูและนอตปรับ
คว�มตึงใบเล่ือย ใช้ขันใบเล่ือยให้ตึงหรือคล�ยใบเลื่อยออกจ�กโครงเล่ือย และยังส�ม�รถหมุนปรับให้
ใบเลือ่ ยต้งั ฉ�กกบั โครงเลอ่ื ยได ้ เพอ่ื ตัดชิ้นง�นโลหะที่มคี ว�มย�วม�กๆ ได้

โครงเลือ่ ย

สกรูและนอต ด�้ มจบั
ปรับคว�มตงึ ใบเลือ่ ย

ใบเล่อื ย 32 ทฤษฎีเครื่องมอื กล
ภ�พท ่ี 1.49 สว่ นประกอบของเลื่อยตดั โลหะ
11.1.7 ก�รเรม่ิ ตน้ ก�รเลอ่ื ย ใหใ้ ชน้ ว้ิ หวั แมม่ อื ว�งจกิ ต�มแนวทข่ี ดี เสน้ ร�่ งไว ้ แลว้ ว�งใบเลอ่ื ย
ท่มี �: อ�ำ น�จ ทองแสน, 2558 จรดต�มแนวที่ขีดเส้นร่�งไว้ โดยให้ใบเล่ือยตั้งฉ�กกับชิ้นง�นและตรงต�มแนวที่ต้องก�รเล่ือย จ�กนั้น
คอ่ ยๆ เคลอื่ นใบเลอื่ ยช�้ ๆ พรอ้ มออกแรงเลอื่ ยกดเบ�ๆ เพอ่ื ประคองใบเลอ่ื ยใหต้ ง้ั ฉ�ก แลว้ เคลอื่ นใบเลอื่ ย
11.1 วธิ กี ารใช้งานเลือ่ ยตดั โลหะ จนได้ร่องเล่อื ยลึกพอทจ่ี ะท�ำ ให้ใบเลอ่ื ยไม่ลน่ื ไถล จ�กนัน้ จึงยกน้ิวหัวแมม่ ือออกเพื่อเล่ือยง�นตอ่ ไป
11.1.8 ขณะเลือ่ ยควรชักโครงเลื่อยในก�รเลือ่ ยตลอดคว�มย�วของใบเลอ่ื ย เพ่อื ใหค้ มของ
11.1.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ของเลื่อยตัดโลหะก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น โครงเลื่อย ใบเล่ือยสกึ หรอเท่�ๆ กนั
ไมช่ ำ�รดุ เสยี ห�ย สกรูปรบั คว�มตึงใบเล่อื ยส�ม�รถใช้ง�นได้ด ี เป็นต้น 11.1.9 ขณะชักโครงเล่ือยกลับ ห้�มใช้แรงกดใบเลื่อย แต่ให้ออกแรงดึงกลับเบ�ๆ โดย
11.1.2 เลือกใชใ้ บเลอ่ื ยที่มจี ำ�นวนฟนั เหม�ะสมกบั ชนิดของวัสดทุ ่ีใชเ้ ล่อื ย ไม่ต้องยกโครงเล่ือยขน้ึ
11.1.3 ประกอบใบเล่ือยเข�้ กับโครงเลอื่ ยให้ถูกต้องและขนั ใบเลอื่ ยให้ตึงพอด ี 11.1.10 ขณะเล่อื ยอย�่ ออกแรงกระแทก หรอื บิดโครงเล่ือยเพร�ะอ�จท�ำ ให้ใบเล่ือยหักได้
11.1.4 จับยึดชนิ้ ง�นด้วยป�กก�จบั ง�นใหแ้ น่นและม่ันคงต�มรปู ทรงของช้ินง�น 11.1.11 เมอื่ เลอื่ ยจนกระทงั่ ชนิ้ ง�นใกลจ้ ะข�ดออกจ�กกนั แลว้ ใหล้ ดคว�มเรว็ ก�รชกั ใบเลอ่ื ย
11.1.5 ก�รยืนขณะเลื่อยชิ้นง�น ให้ยืนห่�งจ�กป�กก�จับง�นพอประม�ณ โดยว�งเท้�ซ้�ย และแรงกดใบเลอื่ ยลงอย�่ งช�้ ๆ
และเท้�ขว�ห่�งกัน ประม�ณ 30-40 เซนติเมตร ปล�ยเท้�ขว�อยู่ในแนวทำ�มุม 60 องศ� กับแนวเล่ือย 11.1.12 ก�รเลื่อยชนิ้ ง�นต�มแนวย�ว ใหป้ รบั ใบเลื่อยตั้งฉ�กกับโครงเลอื่ ยเพือ่ ปอ้ งกันไมใ่ ห้
สว่ นปล�ยเท้�ซ้�ยว�งอยใู่ ต้ง�นหรอื ใต้ป�กก�จบั ง�น ชน้ิ ง�นชนโครงเล่ือยเม่ือสดุ ระยะของก�รเลอ่ื ย
11.1.6 ก�รจับโครงเล่ือย ใช้มือข้�งที่ถนัดจับด้�มจับให้แน่นและม่ันคง แล้วมืออีกข้�งจับ 11.1.13 ก�รเลื่อยช้ินง�นที่เป็นแผ่นโลหะบ�ง ควรห�แผ่นไม้รองเพื่อเพ่ิมคว�มหน�และ
ส่วนปล�ยของโครงเล่ือย เพ่ือประคองใบเลื่อยให้ตรงและเคลื่อนใบเล่ือยให้เป็นจังหวะ ในลักษณะที่ ลดเสยี งดงั ขณะท�ำ ก�รเลอ่ื ย
ไม่กระแทกกับชนิ้ ง�น
11.2 วธิ กี ารบำารงุ รกั ษาเลอ่ื ยตัดเหลก็

11.2.1 เม่ือเลิกใช้ง�นให้ใช้ผ้�เช็ดทำ�คว�มสะอ�ดโครงเล่ือย และหยดนำ้�มันที่สกรูและ
นอตห�งปล�เพื่อป้องกนั สนมิ
11.2.2 ไมเ่ กบ็ เลื่อยตัดโลหะรวมกบั เคร่อื งมอื ชนิดอื่นๆ ควรเก็บไว้บนช้ันว�งโดยเฉพ�ะ

12. กรรไกรตัดโลหะแผ่น
12.1 ชนิดของกรรไกรตัดโลหะแผน่

กรรไกรตัดโลหะแผ่น (Snip) เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้สำ�หรับตัดโลหะแผ่นบ�งได้อย่�งสะดวก
และรวดเรว็ ส�ม�รถตดั โลหะแผน่ บ�งไดท้ ง้ั แนวตรง โคง้ ซ�้ ย และโคง้ ขว� สว่ นใหญใ่ ชก้ บั ง�นทไ่ี มต่ อ้ งก�ร
คว�มละเอยี ดม�กนัก เชน่ ก�รตดั โลหะเพื่อท�ำ แผน่ คลี ่ เปน็ ตน้ ทีน่ ยิ มใช้ในโรงฝึกง�นโลหะแผ่น กรรไกร
ตดั โลหะแผน่ แบ่งออกเปน็ 2 ชนิด ดังน้ี
12.1.1 กรรไกรตัดตรง (Straight Snip) ดังภ�พท่ ี 1.50 ใชส้ �ำ หรบั ง�นตัดโลหะแผ่นบ�ง
แนวตรง

ป�กตัด ด�้ มจับ

โบลต์ยดึ
ภ�พท ่ี 1.50 ส่วนประกอบของกรรไกรตัดตรง

ท่ีม�: www.ktw.co.th

39 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ขั้นคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
ทักษะชีวิต

เคร่ืองมือขนาดเลก็ 33
12.1.2 กรรไกรอะเวยี ชนั (Aviation Snip) ดงั ภ�พท่ ี 1.51 ใช้ส�ำ หรับง�นตดั โลหะแผน่ บ�ง
ใหไ้ ดแ้ นวตัดตรง แนวตดั โค้งซ�้ ย และแนวตดั โค้งขว� เปน็ ต้น

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัดกรรไกรอะเวยี ชันสำ�หรบั แนวตดั ตรงกรรไกรอะเวยี ชนั ส�ำ หรับกรรไกรอะเวยี ชนั สำ�หรบั
แนวตดั โค้งซ้�ย แนวตัดโค้งขว�

ภ�พท่ ี 1.51 กรรไกรอะเวียชัน
ท่ีม�: www.techno.com

12.2 วิธกี ารใช้งานกรรไกรตดั โลหะแผ่น
12.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ของกรรไกรก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น ใบตัดคม ไม่มี
รอยร้�วหรอื แตกหกั และมีด้�มจบั ท่ีสมบูรณแ์ ข็งแรงใชง้ �นไดด้ ี เป็นต้น

12.2.2 เลอื กใชก้ รรไกรใหเ้ หม�ะสมกับลกั ษณะก�รใช้ง�น เชน่ ก�รตัดตรง ก�รตัดโค้งซ�้ ย
และก�รตดั โคง้ ขว� เป็นต้น

12.2.3 ห้�มใช้กรรไกรตัดโลหะแผน่ ท่ีมีคว�มหน�เกนิ ขน�ดที่กรรไกรน้ันส�ม�รถตัดได้

12.3 วิธีการบำารุงรกั ษากรรไกรตัดโลหะแผน่
12.3.1 เมื่อเลกิ ใช้ง�นใหใ้ ช้ผ�้ เช็ดท�ำ คว�มสะอ�ดกรรไกร และชโลมน�้ำ มนั เพ่ือป้องกันสนมิ
12.3.2 ไม่เก็บกรรไกรรวมกับเคร่ืองมือชนิดๆ อื่น ไม่ว�งกรรไกรทับซ้อนกัน และให้เก็บ
เข�้ กล่องหรอื บนช้นั ว�งโดยเฉพ�ะ

13. ต๊าป

13.1 ชนิดของตา๊ ป
ต๊�ป (Tap) เปน็ เครือ่ งมอื ท่ีใช้ส�ำ หรบั ทำ�เกลยี วภ�ยในรูเจ�ะ ลักษณะรปู ร�่ งคล้�ยสลักเกลียว

ใช้หมุนตัดเนื้อง�นในรูเจ�ะออก เมื่อหมุนต๊�ปออกจ�กรูเจ�ะก็จะได้เกลียวภ�ยในรูเจ�ะนั้น ต๊�ปหนึ่งชุด
มจี �ำ นวน 3 ดอก โดยมรี �ยละเอยี ด ดังนี้
13.1.1 ดอกเรียว (Taper Tap) ดังภ�พที่ 1.52 เป็นตวั แรกทใ่ี ชใ้ นก�รหมนุ ตัดเกลียว ล�ำ ตัว
ส่วนปล�ยมีรูปร�่ งเรียว ย�วประม�ณ 8-10 ฟนั ท�ำ ใหห้ มุนตัดเกลยี วได้ง่�ยในรอบแรก

ภ�พท่ ี 1.52 ดอกต๊�ปดอกแรก (ดอกเรียว) 34 ทฤษฎีเครือ่ งมือกล
ท่มี �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

13.1.2 ดอกตาม (Plug Tap) ดังภ�พที ่ ภ�พท ่ี 1.53 ดอกต�๊ ปดอกทีส่ อง (ดอกต�ม)
1.53 เป็นดอกที่ใช้ทำ�เกลียวต่อจ�กดอกเรียว ลำ�ตัว ทม่ี �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558
มรี ปู ร�่ งเรยี วย�วประม�ณ 3-4 ฟนั

ภ�พท่ี 1.54 ดอกต�๊ ปดอกทีส่ �ม (ดอกสุดท�้ ย) 13.1.3 ดอกสดุ ทา้ ย (Bottoming Tap)
ที่ม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558 ดังภ�พที่ 1.54 เป็นดอกท่ีใช้ทำ�เกลียวต่อจ�ก
ดอกต�ม เพื่อทำ�เกลียวใหไ้ ดค้ ว�มลึกม�กทส่ี ุด

ในก�รทำ�เกลียวจะประกอบดอกต๊�ปเข้�กับด้�มจับ เพ่ือเพิ่มแรงในก�รจับยึดและหมุน
ขณะทำ�เกลยี ว ดงั ภ�พที่ 1.55

ภ�พท ่ี 1.55 ด้�มจับดอกต�๊ ป
ท่ีม�: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

13.2 วิธกี ารใชง้ านดอกต๊าป

13.2.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบูรณ์ของดอกต๊�ปก่อนนำ�ไปใช้ง�น เช่น ฟันดอกต๊�ป
ไม่แตกหรือหกั มคี มตดั ทส่ี มบรู ณ์ ส�ม�รถใชง้ �นได้ดี
13.2.2 รเู จ�ะทีจ่ ะทำ�เกลียวในต้องไดข้ น�ดท่ถี กู ตอ้ ง
13.2.3 จับยดึ ชน้ิ ง�นด้วยป�กก�จบั ง�นให้แน่นและมน่ั คง
13.2.4 ประกอบดอกต�๊ ปดอกทห่ี นง่ึ เข�้ กบั ด�้ มจบั โดยหมนุ ขนั สกรดู �้ มจบั ใหป้ �กจบั เหลย่ี ม
ของก้�นดอกต�๊ ปดว้ ยแรงจับท่แี นน่ พอด ี ไม่หลวมคลอน
13.2.5 หมุนกดดอกต๊�ปลงในรูเจ�ะ เพ่อื ให้คมตัดดอกต๊�ปตัดเกลียวได ้ ประม�ณ 2-3 ฟนั
โดยหมุนต�มเข็มน�ฬิก� ห้�มหมนุ ย้อนกลับ
13.2.6 หมนุ คล�ยด�้ มจบั และถอดออกจ�กดอกต�๊ ป จ�กนน้ั ใชฉ้ �กตรวจสอบคว�มฉ�กของ
ดอกต๊�ปกบั ผิวชิน้ ง�น
13.2.7 ประกอบด้�มจับดอกต๊�ปกลับพร้อมกบั หยดนำ้�มนั ตัดท่ฟี ันดอกต�๊ ป
ต �มเขม็ น�ฬกิ1133�ป..22ร..ะ89ม �หอณมอนุก41ตแดัรรงอเกกบลด ยีจแว�ลกจะนนหไน้ั ดมหค้ ุนมวตุน�มัดกลลเกกึ บั ลเหกียลนวยีง่ึ ดรว้อวตยบ�มเดพทอือ่ต่ี กคอ้ ตง�๊�กยป�เศรดแษอลชกว้ ้นิ จทงงึ่ีห�หนนม่ึงนุ ดโดอกยตให๊�ป้หอมอุนกตจ�ัดกเชกนิ้ ลงีย�นว
13.2.10 ประกอบดอกต�๊ ปดอกทสี่ องเข�้ กบั ด�้ มจบั แลว้ หมนุ ตดั เกลยี วจนไดค้ ว�มลกึ เกลยี ว
ต�มทต่ี ้องก�ร จ�กนนั้ ใชด้ อกต�๊ ปดอกทส่ี �มหมนุ ตัดเกลียวจนกระทงั่ แล้วเสรจ็

13.3 วิธีการบาำ รุงรกั ษาดอกตา๊ ป

เมื่อเลิกใช้ง�นให้ทำ�คว�มสะอ�ดโดยใช้แปรงปัดเศษโลหะที่ติดต�มร่องฟันเกลียว แล้วจัดเก็บ
เข้�กล่องหรอื ที่จัดเกบ็ ใหเ้ รยี บร้อย

สุดยอดคู่มือครู 40

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขSั้นeปlรfะ-เRมeินgเพu่ือlaเพtิ่มinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครอ่ื งมอื ขนาดเล็ก 35

14. ดาย

ด�ย (Die) เปน็ เครอื่ งมอื ท่ีใช้สำ�หรับทำ�เกลยี วนอก ในก�รทำ�เกลียวจะประกอบด�ยเข�้ กับด�้ มจับ
เพ่อื เพิม่ แรงในก�รจับยึด และหมุนขณะทำ�เกลยี ว ดงั ภ�พท่ี 1.56
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
ด�ย

ด�้ มจบั ด�ย
ภ�พท ่ี 1.56 ด�ยและด้�มจบั ด�ย
ทมี่ �: อำ�น�จ ทองแสน, 2558

14.1 การใช้งานดาย
14.1.1 ตรวจสอบสภ�พคว�มสมบรู ณ์ของด�ยก่อนน�ำ ไปใช้ง�น เชน่ ฟันด�ยไม่แตกหักและ
มีคมตดั ทสี่ มบูรณ ์ ส�ม�รถใชง้ �นได้ดี

14.1.2 เพล�ทีจ่ ะทำ�เกลยี วนอกต้องไดข้ น�ดทถ่ี กู ตอ้ ง
14.1.3 จับยึดชิ้นง�นด้วยป�กก�จับง�นให้แน่นและม่ันคงก่อนปฏิบัติง�น โดยให้
สว่ นทีต่ ้องก�รท�ำ เกลียวยน่ื ข้ึนม�เหนอื ป�กจบั พอประม�ณ

14.1.4 ใช้ฉ�กตรวจสอบคว�มฉ�กของชิน้ ง�นกบั ป�กของป�กก�จบั ง�น
14.1.5 ประกอบด�ยเข�้ กบั ด�้ มจับด�ยแลว้ ขนั สกรทู ่ดี ้�มจบั ด�ยเพ่ือล็อกด�ยใหแ้ น่น
14.1.6 ด�ยเกลียวโดยใช้มือทั้งสองข้�งจับท่ีด้�มจับด�ย เพ่ือประคองและออกแรงกด
แล้วหมนุ ด้�มจับด�ยช้�ๆ ในทศิ ท�งต�มเขม็ น�ฬิก�เพอ่ื ให้คมตดั ของด�ยตดั เกลียวไดป้ ระม�ณ 2-3 ฟัน

ห�้ มหมุนย้อนกลบั จ�กน้นั หยดน�้ำ มนั ตดั ทฟี่ นั ดอกด�ย 41

14.1.7 ในก�รหมนุ ตดั เกลยี ว ใหห้ มนุ ตดั เกลยี วในทศิ ท�งต�มเขม็ น�ฬกิ � ประม�ณ รอบ
จ�กนัน้ หมุนกลบั หน่ึงรอบเพ่อื ค�ยเศษจนกระทั่งแลว้ เสร็จ

14.2 วธิ กี ารบาำ รุงรกั ษาดาย

เมอื่ เลกิ ใชง้ �นใหท้ �ำ คว�มสะอ�ดโดยใชแ้ ปรงปดั เศษโลหะทตี่ ดิ ต�มรอ่ งฟนั เกลยี ว แลว้ จดั เกบ็
เข�้ กล่องหรือที่จดั เกบ็ ใหเ้ รยี บรอ้ ย

41 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต
กจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรเู้ ปน็ กจิ กรรมทผ่ี สู้ อน
ให้ผู้เรียนปฏิบัติทุกข้อหรือเลือกปฏิบัติเป็น 36 ทฤษฎีเครื่องมือกล
บางขอ้ ตามความเหมาะสมโดยผสู้ อนใหค้ ะแนน
การทำ�กิจกรรมตามเกณฑ์ของใบสรุปผล กจิ กรรมสง่ เสริมการเรียนรู้
การทำ�กิจกรรม และสามารถนำ�ผลการทำ�
กิจกรรมไปเทียบกับการให้คะแนนกับตาราง คำ� ชี้แจง กิจกรรมส่งเสริมกำรเรียนรู้ประกอบด้วยกิจกรรมหลำกหลำยที่ฝึกทักษะทุกด้ำนตำม
วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมเพ่ือให้เกิดสมรรถนะในกำรเรียนรู้ สำมำรถปฏิบัติกิจกรรม
จุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และ ทง้ั ในและนอกสถำนที่ตำมควำมเหมำะสมของผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมของสถำนศกึ ษำ
จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมได้ 1. จงน�ำช่อื เคร่อื งมอื ขนำดเลก็ ที่กำ� หนดให ้ ไปเติมลงในช่องว่ำงด้ำนล่ำงรปู ใหถ้ กู ต้อง (30 คะแนน)
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
1. ชื่อ ประแจปากตายสองด้าน 2. ชอ่ื ประแจปากผสม 3. ช่ือ ไขควงเยื้องแนว

4. ชื่อ ไขควงปากแฉก 5. ชือ่ ประแจแอล 6. ชอ่ื คมี ล็อกโลหะแผ่นท่ีมีระยะคอลกึ

7. ชอื่ ประแจบลอ็ ก 8. ชือ่ ประแจตะขอแบบเก่ยี ว 9. ช่ือ คีมปากจ้งิ จก

10. ชอ่ื คีมปากประสม 11. ช่ือ แคลมป์ขนาน 12. ชื่อ แคบีมบถปา่ งลแาหยวตนรสงปริงล็อกนอก

สุดยอดคู่มือครู 42

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพu่ือlaเพtิ่มinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครื่องมอื ขนาดเล็ก 37

สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด13. ช่ือคีมหบุ แหวนสปรงิ ลอ็ กใน14. ชอ่ื คีมตัด15. ชอ่ื แผ่นกดช้นิ ง�น
แบบปล�ยงอ

16. ชอื่ แท่งระดับ 17. ชอื่ แทง่ ฉ�ก 18. ชอ่ื คอ้ นหวั พล�สติก

19. ช่ือ ค้อนยำ�้ หมุด 20. ชอ่ื ตะไบส�มเหลยี่ ม 21. ชื่อ ตะไบครึ่งวงกลม

22. ชื่อ สกัดป�กแบน 23. ชื่อ เหลก็ สง่ 24. ชอ่ื เครื่องมอื ถอดตลับลูกปนื

25. ช่อื กรรไกรอะเวียช้นั แนวตดั ตรง 26. ชอ่ื กรรไกรอะเวียชนั้ แนวตัดโค้งขว� 27. ชื่อ ด�ย

28. ชื่อ ดอกต�๊ ป 29. ชอ่ื ด้�มจบั ดอกต�๊ ป 30. ชื่อ ด�้ มจบั ด�ย

43 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gข้ันaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต

38 ทฤษฎีเคร่ืองมอื กล

ชอื่ เคร่อื งมอื

(1) ประแจบล็อก (16) เหลก็ ส่ง
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
(2) ประแจแอล (17) แผ่นกดชิน้ ง�น

(3) ไขควงป�กแฉก (18) คอ้ นยำ้�หมดุ

(4) ไขควงเยื้องแนว (19) คอ้ นหวั พล�สตกิ

(5) แทง่ ฉ�ก (20) ตะไบครง่ึ วงกลม

(6) ประแจตะขอแบบขอเกยี่ ว (21) ตะไบส�มเหลีย่ ม

(7) ประแจป�กผสม (22) เคร่อื งมอื ถอดตลบั ลกู ปนื

(8) ประแจป�กต�ยสองด�้ น (23) สกดั ป�กแบน

(9) คมี ป�กประสม (24) แคลมปข์ น�น

(10) คีมตดั (25) กรรไกรอะเวียชนั แนวตัดโค้งขว�

(11) คมี ล็อกโลหะแผ่นทีม่ รี ะยะคอลึก (26) กรรไกรอะเวียชัน แนวตดั ตรง

(12) คีมป�กจงิ้ จก (27) ดอกต�๊ ป

(13) คีมหบุ แหวนสปรงิ ลอ็ กใน แบบปล�ยงอ (28) ด�ย

(14) คีมถ่�งแหวนสปริงล็อกนอก แบบปล�ยตรง (29) ด้�มจบั ด�ย

(15) แท่งระดบั (30) ด�้ มจับดอกต�๊ ป

สุดยอดคู่มือครู 44

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขSั้นeปlรfะ-เRมeินgเพuื่อlaเพt่ิมinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เคร่ืองมือขนาดเล็ก 39 สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด

2. จงทําเคร่ืองหมาย (✓) หน้าขอ้ ที่ถูก และเคร่ืองหมาย (✗) หนา้ ข้อทผ่ี ดิ (20 คะแนน)
✗ 1. ประแจตะขอมลี ักษณะป�กคล้�ยกับตะขอ ใชข้ ันลอ็ กปอ้ มมีดเครอ่ื งกลงึ
✓ 2. ประแจแอลมลี ักษณะลำ�ตัวเป็นรปู หกเหลยี่ ม
✗ 3. ประแจป�กต�ยส�ม�รถปรับขน�ดป�กเล่ือนขย�ยได้
✓ 4. ก�รใชป้ ระแจขนั หรือคล�ยสลักเกลียวตอ้ งขนั โดยก�รดงึ เข้�ห�ตวั เสมอ
✓ 5. ไขควงป�กแบนใชข้ ันหรอื คล�ยสกรหู ัวผ�่ ร่องตรง
✗ 6. ก�รขนั สกรหู ัวแฉกส�ม�รถใชไ้ ขควงท่ีมีขน�ดของปล�ยโตกว่�ขน�ดของร่องทหี่ ัวสกรูได้
✓ 7. คีมป�กประสมส�ม�รถตดั เส้นลวดขน�ดเล็กได้
✗ 8. คีมลอ็ กเหม�ะส�ำ หรบั ขันหรอื คล�ยสลกั เกลยี วและนอต
✓ 9. แคลมปข์ น�นมปี �กจับยึดสองป�ก และเลือ่ นเข้�-ออกพรอ้ มกนั
✗ 10. ซแี คลมปม์ ลี กั ษณะคล้�ยรปู ตวั ซ ี ใชส้ �ำ หรบั จบั ยดึ ชน้ิ ง�นขน�ดเลก็ เพอื่ เจ�ะรบู นเครอื่ งเจ�ะ
✓ 11. วีบล็อกเปน็ เครอ่ื งมอื ที่ใชส้ ำ�หรบั จับยึดช้นิ ง�นทม่ี ีรปู ทรงกระบอก
✗ 12. คอ้ นหัวกลมเหม�ะสำ�หรบั ง�นเค�ะโลหะแผ่น
✓ 13. ค้อนหัวย�งใช้เค�ะปรับแต่งช้ินง�นให้ได้ตำ�แหน่งบนอุปกรณ์จับยึดหรือง�นเค�ะข้ึนรูป

โลหะแผ่น
✗ 14. ตะไบแบนเปน็ ตะไบที่มหี น้�ตัดเปน็ รปู ส่เี หลี่ยมจตั ุรัส
✗ 15. ตะไบสี่เหลี่ยมใชใ้ นก�รตะไบปรบั ผวิ มุมฉ�ก ฟันเกลียว หรอื แต่งฟันเลื่อย
✓ 16. สกดั ป�กแบนเปน็ สกดั ท่มี ีป�กตัดแบนและกว้�ง นิยมใชใ้ นง�นตดั โลหะแผ่นและง�นตดั

รอยเชื่อม
✓ 17. เหลก็ น�ำ ศูนย์ใช้ส�ำ หรบั ตอกให้เกิดรอยบมุ๋ เล็กๆ ลงบนช้นิ ง�น เพื่อใชแ้ สดงตำ�แหน่ง
✗ 18. ดอกต๊�ปตวั แรก เรยี กว�่ ดอกต�ม
✗ 19. ดอกต�๊ ปเปน็ เครื่องมอื ท่ีใชส้ �ำ หรบั ทำ�เกลยี วนอก
✗ 20. ด�ยเป็นเครือ่ งมอื ทใ่ี ชส้ ำ�หรับทำ�เกลียวใน

45 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ข้ันคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษท่ี 21
ทักษะชีวิต

40 ทฤษฎเี คร่ืองมอื กล

3. จงตอบคาํ ถามต่อไปนี้ (70 คะแนน)
1. จงบอกช่ือและหน้�ท่สี ่วนประกอบของประแจเลื่อน ต�มหม�ยเลขทีก่ ำ�หนดให้ดังตอ่ ไปนี้ (4 คะแนน)

4
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
1

23

1.1 หม�ยเลข 1 ชื่อ ป�กต�ย หน้�ท ี่ บีบจับหัวสลักเกลยี วหรือนอต

1.2 หม�ยเลข 2 ชือ่ ป�กเลอ่ื น หน้�ท ่ี บบี จับหัวสลกั เกลยี วหรือนอต

1.3 หม�ยเลข 3 ชอ่ื เกลยี วปรบั ระยะเลอื่ นของป�กเลอ่ื น หน้�ท ่ี หมนุ ปรบั ขน�ดป�กเลื่อนให้เท่�กบั หัวสลกั เ กลียว

1.4 หม�ยเลข 4 ชื่อ ด�้ มจับ หน�้ ที่ เป็นด�้ มจับเพ่ือออกแรงขนั หวั สลกั เกลียว

2. จงบอกชื่อและหน�้ ท่สี ่วนประกอบของไขควงป�กแบน ต�มหม�ยเลขท่กี ำ�หนดให้ดงั ต่อไปนี้ (3 คะแนน)


2

13

2.1 หม�ยเลข 1 ชอ่ื ปล�ย หน้�ที่ สวมเข�้ ไปในร่องหวั สกรเู พื่อขนั
2.2 หม�ยเลข 2 ช่อื ก�้ น หน้�ที่ เป็นก�้ นตอ่ เข�้ กบั ด�้ มจบั
2.3 หม�ยเลข 3 ชือ่ ด�้ มจบั หน�้ ที ่ เป็นด้�มจบั เพอื่ อกแรงขันหวั สกรู

3. จงบอกชือ่ และหน้�ทส่ี ่วนประกอบของคมี ลอ็ ก ต�มหม�ยเลขท่ีกำ�หนดให้ดังตอ่ ไปน ้ี (3 คะแนน)

12
3

3.1 หม�ยเลข 1 ชอื่ ป�กจับ หน�้ ที่ บบี จบั ชิ้นง�น
3.2 หม�ยเลข 2 ชื่อ สกรปู รับขย�ยป�กคมี หน้�ท ี่ หมนุ ปรบั ขน�ดของป�กจับ
3.3 หม�ยเลข 3 ชอ่ื ด�้ มจบั หน�้ ท่ ี เป็นด้�มจบั เพื่อออกแรงบบี จับ

และหวั สลกั เกลียว

สุดยอดคู่มือครู 46

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นสื่อสารและน�ำเสนอ 5. ขSั้นeปlรfะ-เRมeินgเพuื่อlaเพtิ่มinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครอ่ื งมือขนาดเล็ก 41
4. จงบอกชอ่ื และหน�้ ทส่ี ว่ นประกอบของป�กก�จบั ง�น ต�มหม�ยเลขทกี่ �ำ หนดใหด้ งั ตอ่ ไปน ี้ (5 คะแนน)

34
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
2
1

5 สง่ กำ�ลังให้ป�กจบั เคล่ือนทีเ่ ข้�-ออก

4.1 หม�ยเลข 1 ชื่อ สลักเกลียวส่งก�ำ ลัง หน�้ ท่ ี เพื่อบีบจบั หรือคล�ยชิ้นง�น
4.2 หม�ยเลข 2 ช่อื มือหมุน หน้�ที่ หมุนเล่อื นป�กจับใหเ้ คลือ่ นที่
4.3 หม�ยเลข 3 ชอื่ ป�กจบั เคล่อื นท่ี หน�้ ที่ บบี จับชิน้ ง�น
4.4 หม�ยเลข 4 ชอื่ ป�กจับคงท่ี หน�้ ท ่ี บีบจับช้นิ ง�น
4.5 หม�ยเลข 5 ชอ่ื แผ่นรองป�กของป�กก� หน้�ท ่ี รองรบั ช้ินง�นไม่ให้เป็นรอย

5. จงบอกชอ่ื และหน�้ ทส่ี ว่ นประกอบของซแี คลมป ์ต�มหม�ยเลขทก่ี �ำ หนดใหด้ งั ตอ่ ไปน ้ี (4 คะแนน)

23

14

5.1 หม�ยเลข 1 ช่ือ โครงยึด หน�้ ท ่ี จขอับงยซึดีแชค้ินลงม�นป ์และสว่ นประกอบต�่ งๆ
5.2 หม�ยเลข 2 ชอื่ แปน้ ยึด หน�้ ท ี่ แนบติดกับผิวชน้ิ ง�นเพ่ือจับยดึ
5.3 หม�ยเลข 3 ชื่อ สลกั เกลียวสง่ ก�ำ ลงั หน้�ที่ ส่งก�ำ ลงั ให้แป้นยดึ เคลือ่ นท่เี พื่อบีบจบั หรอื คล�ยชน้ิ ง�น
5.4 หม�ยเลข 4 ชอื่ มอื หมนุ หน้�ที่ หมุนเล่อื นใหแ้ ป้นยดึ เคลอื่ นที่เข�้ -ออก

47 สุดยอดคู่มือครู

GPAS 5 STEPs 1. Gขั้นaรวthบeรวrมinขg้อมูล 2. ขั้นคิดPวิเrคoรcาeะหs์แsลinะสgรุปความรู้
บูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21
ทักษะชีวิต

42 ทฤษฎเี คร่ืองมอื กล

6. จงบอกชอ่ื และหน�้ ท่สี ว่ นประกอบของค้อนหวั กลม ต�มหม�ยเลขทีก่ �ำ หนดใหด้ ังต่อไปน้ ี (3 คะแนน)

1
3
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
2

6.1 หม�ยเลข 1 ชื่อ หัวคอ้ น หน้�ที ่ ตอกหรือเค�ะขนึ้ รปู ช้นิ ง�น
6.2 หม�ยเลข 2 ชื่อ หน�้ คอ้ น หน�้ ที่ ตอก เค�ะ และตขี ึ้นรูปชน้ิ ง�น
6.3 หม�ยเลข 3 ชื่อ ด้�มจบั หน้�ท ี่ ใชจ้ บั เพือ่ ตอก เค�ะ และตขี น้ึ รูปชิ้นง�น

7. จงบอกช่ือและหน้�ท่สี ว่ นประกอบของตะไบแบน ต�มหม�ยเลขท่ีก�ำ หนดใหด้ งั ตอ่ ไปนี้ (3 คะแนน)

2
1

3

7.1 หม�ยเลข 1 ชอ่ื ด�้ มจบั หน้�ท่ี ใชจ้ ับขณะปฏบิ ตั ิง�นตะไบ
7.2 หม�ยเลข 2 ช่อื ผวิ หน้� หน้�ท ่ี ตดั เฉอื นหรอื ขดู ผวิ ชน้ิ ง�นออกขณะตะไบ
7.3 หม�ยเลข 3 ชอ่ื ขอบ หน�้ ท่ี ขดู ผิวดบิ ของชน้ิ ง�น

8. จงบอกชอื่ และหน�้ ทสี่ ว่ นประกอบของเหลก็ น�ำ ศนู ย์ ต�มหม�ยเลขทกี่ �ำ หนดใหด้ งั ตอ่ ไปนี ้ (3 คะแนน)

2

1 3

8.1 หม�ยเลข 1 ชอื่ ปล�ย หน้�ท ่ี ทำ�ใหช้ ิ้นง�นเกิดรอยจ�กก�รตอก
8.2 หม�ยเลข 2 ชอื่ ลำ�ตวั หน�้ ท ่ี ใชจ้ ับประคองขณะตอก
8.3 หม�ยเลข 3 ชอ่ื หวั เหลก็ น�ำ ศนู ย์ หน�้ ที่ รองรบั แรงกระแทรกจ�กหน�้ ค้อน

สุดยอดคู่มือครู 48

Ap3p. lขy้ันiปnฏgิบaัตnิแdละCสoรnุปstคrวuาctมinรgู้หลthังeกาKรnปoฏwิบleัตdิge A 4. ขั้นส่ือสารและน�ำเสนอ 5. ขS้ันeปlรfะ-เRมeินgเพu่ือlaเพtิ่มinคgุณค่า

ค่านิยมหลัก 12 ประการ pplying the Communication Skill

กิจกรรมท้าทาย รอบรู้อาเซียนและโลก

asean

เครือ่ งมอื ขนาดเล็ก 43

9. จงบอกชอ่ื และหน�้ ทส่ี ว่ นประกอบของเลอ่ื ยตดั โลหะ ต�มหม�ยเลขทกี่ �ำ หนดใหด้ งั ตอ่ ไปน ้ี (4 คะแนน)

2

3
1
สงวน ิลข ิสท ์ธิ สำ� ันกพิมพ์ บ ิร ัษท ัพฒนาคุณภาพ ิวชาการ (พว.) จำ�กัด
4

9.1 หม�ยเลข 1 ชอ่ื สกรูและนอตปรับคว�มตงึ ใบเลอื่ ย หน้�ท ่ี หมนุ ปรบั คว�มตงึ ใบเลอ่ื ย

9.2 หม�ยเลข 2 ชื่อ โครงเลอ่ื ย หน้�ท ่ี เป็นโครงจับยึดใบเลื่อย

9.3 หม�ยเลข 3 ชือ่ ด�้ มจบั หน�้ ท ่ี เป็นด�้ มจับขณะเลือ่ ย

9.4 หม�ยเลข 4 ชื่อ ใบเล่ือย หน�้ ท่ี ตัดเฉือนช้ินง�น

10. จงบอกชอ่ื และหน้�ท่ขี องดอกต�๊ ป ต�มหม�ยเลขท่ีก�ำ หนดให้ดงั ต่อไปน ี้ (3 คะแนน)

1

2

3

10.1 หม�ยเลข 1 ชือ่ ดอกเรียว หน�้ ที่ หมนุ ตดั เกลียวดอกแรก
10.2 หม�ยเลข 2 ชื่อ ดอกต�ม หน้�ท ี่ หมนุ ตดั เกลียวต่อจ�กดอกเรียว
10.3 หม�ยเลข 3 ช่อื ดอกสุดท้�ย หน�้ ท ่ี หมุนตดั เกลยี วดอกสุดท�้ ย

11. จงอธบิ �ยวิธกี �รใชง้ �นประแจม� 3 ขอ้ (3 คะแนน)
(แนวท�งก�รตอบ 1. เลือกใช้ประแจที่มีขน�ดของป�กตรงกับขน�ดของหัวสลักเกลียวและนอต 2. เลือกใช้ประแจ
ทมี่ คี ว�มย�วของด�้ มเหม�ะสมกบั ลกั ษณะก�รใชง้ �น 3. ควรใชม้ อื ข�้ งทถี่ นดั จบั ด�้ มประแจ หรอื อน่ื ๆ ขนึ้ อยกู่ บั ดลุ ยพนิ จิ
ของผู้สอน)

12. จงอธิบ�ยวธิ ีก�รใชง้ �นคมี ม� 3 ข้อ (3 คะแนน)
(แนวท�งก�รตอบ 1. เลอื กใชค้ มี ใหเ้ หม�ะสมกบั ลกั ษณะก�รใชง้ �น 2. ห�้ มใชค้ มี เพอ่ื ขนั หรอื คล�ยสลกั เกลยี วและนอต
3. ควรใช้คีมอย่�งระมัดระวงั และถกู ต้องต�มลกั ษณะก�รออกแบบ หรืออ่นื ๆ ขนึ้ อยกู่ บั ดลุ ยพนิ ิจของผสู้ อน)



49 สุดยอดคู่มือครู


Click to View FlipBook Version