success publisher
%TD6W
@CV @' EhS*9Wg ®°
XI
ขอมอบแ ด
I
success publisher
อาจหมายถึงถคาหุณยกดุ ําคลิดัง!เดินถอยหลงั
9% > @ I! è10(E ğ %< @ ğ%*&*1= J7Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞEL%!3= D 10(Eğ %< @ ğ%*&*1 = J7 Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞLE %!3= D 1>/ .@ #D I $è Ģ10(ğ E%< @ ğ%*&*1= J7Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞLE %!3= D
&= D 7% = 6C9* = %> 3>- @ #QA6-&E/ ĢJ&& J1< >. #A A6Q D =& D 7%= 6C9*= %> 3>- @ #6AQ -&E JĢ && J1< >. #A 6AQ D &= D 7%= 6C9*= %> 3>- @ #AQ6-&E JĢ && J1< >. #A Q6A D
@ I è 6/>ğ 6// Ģ
¼ » ¼ ¹ ° º » ° ª » ¯ ° µ ² ° µ ® STRATEGIC TH INKING
success publisher %TD6W %TD6W %TD6W
@VC@' E*hS 9 Wg ´ @CV @ 'E*hS 9Wg ®¯ @VC@ 'E*hS 9gW ®
I/-èQ > 9 A! I ğ>L 'ģ D&%= /Eğ#%= 9%> ! . @ď 3Ğ> @ J'1 J73 J%3 6 ĞE >/I'ĥ%% = @ 6/>ğ 6// #Ģ IQA 7%C9 3>Ğ 6/>ğ 3>-I'ĥ%!Ğ9 3ğ . =Đ%I è 3>- @
4 /I /.é 4 = @U I /sè 3 44Ģ = U@ 4 /I /.é 4 = @U I /ès3 44Ģ = @U 4 /I /é. 4 = @U I /ès3 44Ģ = U@
ลายแทงนักคดิ แหลงแหง ปญ ญาลาํ้ คาท่หี าไดในตัวคณุ เอง
การคิดเชงิ พากษ กลา คิด กลา สงสยั กลาทาทาย เพ่ือพิสูจนขอเท็จจรงิ
การคิดกลยุทธ สรางความเปน ตอดว ยชั้นเชงิ ความคดิ
การคดิ เชิงสรา งสรรค ยงิ่ กวา การคดิ แปลกแหวกแนว สกู ารเปน นกั คดิ สรา งสรรคท เี่ หนอื กวา
การคดิ เชิงมโนทัศน เมอ่ื ความคดิ จบั ตอ งได อะไรกง็ า ย
การคิดเชิงประยกุ ต เคลด็ ลบั การปรบั ความคดิ ใหก บั ชวี ติ และสถานการณ
การคดิ เชิงเปรียบเทียบ รหู ลกั คดิ เทยี บ ไดเ ปรยี บทกุ สถานการณ
การคิดเชิงวิเคราะห ตใี หแ ตก แยกแยะถงึ แกน
การคิดเชิงสังเคราะห พลานภุ าพแหง การผสานความคดิ
การคิดเชงิ อนาคต เรมิ่ จากอดตี เขา ใจปจ จบุ นั รทู นั อนาคต
การคิดเชงิ บูรณาการ มองรอบทศิ คดิ รอบดา น
II
สงวนลขิ สิทธต์ิ ามพระราชบญั ญตั ิลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537success publisher
โดย บริษัท ซคั เซส พบั ลิชชงิ่ จํากัด
หา มลอกเลียนแบบ หรือดดั แปลงสว นใดสว นหน่ึงของ
หนังสือเลม น้ี รวมทง้ั การจัดเก็บ ถายทอด สแกน
บันทกึ ถา ยภาพ ไมว า ในรปู แบบหรือวิธีการใดๆ
ในกระบวนการอเิ ลก็ ทรอนิกสโดยไมไ ดรับอนญุ าต
เปนลายลักษณอ ักษรจากทางเจา ของสิทธิ
ยกเวน เพือ่ การประชาสมั พนั ธ เทา น้นั
ชองทางการตดิ ตอ 095-714-8737
@Successpublisher
Successpublisher
www.successpublisher.com
ลายแทงนกั คดิ
ศาสตราจารย ดร.เกรียงศกั ดิ์ เจรญิ วงศศ กั ดิ์
พิมพค รงั้ ที่ 1 ตุลาคม ป 2544 พิมพครั้งที่ 2 ตลุ าคม ป 2544
พิมพค รง้ั ที่ 3 ตุลาคม ป 2544 พมิ พค รงั้ ท่ี 4 มกราคม ป 2545
พิมพครง้ั ที่ 5 มถิ นุ ายน ป 2545 พิมพครงั้ ที่ 6 เมษายน ป 2546
พิมพคร้ังที่ 7 กันยายน ป 2546 พิมพค รั้งท่ี 8 กุมภาพันธ ป 2548
พิมพค ร้ังที่ 9 ตุลาคม ป 2549 พมิ พค รั้งท่ี 10 ตุลาคม ป 2555
พิมพครงั้ ที่ 11 มิถุนายน ป 2556 พิมพค รง้ั ที่ 12 สงิ หาคม ป 2562
พมิ พค รั้งที่ 13 พฤษภาคม ป 2563
TP0010009060064
สงวนลิขสทิ ธิ์ © ตามพ.ร.บ. ลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537
หา มคดั ลอก ถา ยเอกสาร หรอื พิมพ หรือนําไปเก็บในระบบท่ีสามารถถายเทขอมลู ได
ไมวาบางสว นหรอื ทง้ั หมดของหนังสอื น้ี โดยไมไดร บั อนญุ าตจากบริษทั ซัคเซส มีเดีย จาํ กดั
success publisher
จดั พิมพโ ดยและจัดจาํ หนา ยโดย
บรษิ ทั ซคั เซส พับลชิ ชง่ิ จํากัด
87/110 ซ. สุขมุ วทิ 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนอื เขตวฒั นา
กรงุ เทพฯ 10110 โทร 095-7148-737
Successpublisher @Successpublisher
สําหรบั หอ งสมดุ
เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศศ กั ดิ์.
ลายแทงนกั คิด.-- พมิ พค รั้งท่ี 13.-- กรุงเทพฯ : ซคั เซส, 2563.
237 หนา.-- (คิด 4 ทศิ ).
1. ความคดิ และการคิด. I. ชือ่ เร่ือง.
153.42
ISBN 978-616-8198-45-2
IV ขอขอบคุณ f0nt.com เอือ้ เฟอ ฟอนตสวยๆ ในเลมน้ี
สารบญั
success publisherบทนําโดย VII
ฯพณฯ ศ.ธานนิ ทร กรัยวิเชียร IX
ศ.ดร.บุญรอด บิณฑสันต XI
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสนวิวัฒน XIII
คาํ นํา 1
สมอง : จดุ กาํ เนดิ ความคิด 3
17
กลไกของสมอง 25
การทาํ งานของสมอง 27
สมอง : มนุษยค ดิ ไดอยา งไร ? 45
สมองมคี วามสามารถสรางภาพในใจ 53
สมองมคี วามสามารถในการสรางมโนทัศน 67
สมองมีความสามารถในการใชเหตผุ ลเพือ่ การตดั สินใจ 69
การคิดคอื อะไร ? 77
การคิดคือ… 89
การคิดนนั้ …สาํ คญั ไฉน ? 97
การคดิ …ทาํ ไมเราตอ งคดิ ? 137
การคิด…อปุ สรรคของความคิด 155
การคดิ …”คิดได” หรือ “คดิ เปน” 157
กระบวนการคิด 193
ขอแนะนาํ ใหรจู ัก 4 ตัวรวมขณะคดิ 229
กระบวนการทํางานของความคดิ 233
บทสง ทาย
บรรณานุกรม
V
success publisher VI
success publisherคาํ นยิ มโดย
ฯพณฯ ศ.ธานินทร กรัยวเิ ชียร
องคมนตรแี ละอดตี นายกรฐั มนตรี
ผมมีโอกาสไดรูจ กั ศาสตราจารยเกรียงศกั ด์ิ เจรญิ วงศศกั ด์ิ และได
ตดิ ตามผลงานของทา นตลอดมา ดว ยความชน่ื ชมเปน อยา งยง่ิ ในความเปน
นกั วชิ าการทส่ี นใจอนาคตของชาตบิ า นเมอื งในทกุ ดา น เหน็ ไดจ ากทเ่ี ขยี น
หนังสือท่ีทรงคุณคา ซึ่งสามารถเปนประโยชนตอการพัฒนาบานเมืองได
ในหลากหลายดา น ทง้ั ดา น การศึกษา เศรษฐกิจ สงั คม การเมอื ง และ
ดวยเหตุที่ ศาสตราจารยเกรียงศักด์ิ เปนนักคิด ทําใหทานไดคิดคน
ใครค รวญ และกลน่ั กรองเกย่ี วกบั เรอื่ งของการคิดโดยเฉพาะเจาะจง ออก
มาเปนหนังสอื “ลายแทงนักคดิ ” เลม นี้ ความพเิ ศษของหนังสือเลมนคี้ ือ
ผูเขียนซึ่งเปนนักคิดสามารถถายทอดความคิดของทานออกมาไดอยางมี
ระบบ ทาํ ใหผ อู านมคี วามเขา ใจ การทาํ งานของสมอง ทาํ ใหเ ห็นวา เหตใุ ด
การคดิ จงึ มคี วามสาํ คญั ทา นไดแ จกแจงเรอ่ื งความคดิ ออกมาเปน 10 มติ ิ
หลัก ๆ นับเปนการรอยเรียงที่แสดงถึงการมีประสบการณและความ
ชํานาญย่งิ ผูอ า นจะไดร บั แรงบันดาลใจใหพัฒนาความคิดของตน อยาก
คดิ เปน อยากใชสมองอยางเตม็ ศักยภาพ ท้งั จะไดร ับความรู เกดิ ความ
เขา ใจเร่ืองการคิดอยางครบถวน หนังสือเลมนี้แนะนําใหผูอานรูจักความ
คดิ 10 มิติในเบอื้ งตน และยังดึงดูดใจใหอ ยากอานเลม ตอ ๆ ไปในชุด
เดียวกันอีกดวย หนังสือเลมนี้เปนเสมือนลายแทงที่ทาทายใจนักคิดนัก
คน ควาเปน อยางย่งิ
VII
success publisherเราควรจะสนับสนุนใหคนไทยเรียนรูเรื่องการคิด เพื่อใหสามารถใช
ความคดิ ไดด ี รจู กั พฒั นาการใชสมองอันมีศกั ยภาพมหศั จรรย ผมเหน็ วา
แนวคดิ ของศาสตราจารยเ กรยี งศกั ดิ์ ในหนงั สอื เลม นสี้ ามารถมสี ว นสาํ คญั
ในการสรา งคนใหเ ปน นกั คดิ เมอื่ ประชาชนเปน ผทู ใ่ี ชค วามคดิ เปน ประเทศ
ชาตยิ อมจะพัฒนา ตามไปดว ยเปนลาํ ดบั
หนงั สือ “ลายแทงนกั คิด” นี้ เปนหนังสอื ที่นาอา นยิง่ มมุ มองใหม ๆ
จากผเู ขยี นสามารถนาํ มาปรบั ใชใ นการพฒั นาวธิ คี ดิ ของผอู า นไดเ ปน อยา ง
ดีย่ิง ทําใหหนังสือในชุดเดียวกันที่จะตามมาเปนท่ีรอคอยของทุกคนที่ได
อา นเลมนแ้ี ลว
ผมขอแสดงความช่ืนชมตอผลงานเก่ียวกับเร่ืองของการคิดอันทรง
คุณคาเลมนี้ และมั่นใจวาผูอานทุกทานจะไดรับอรรถรส สาระ และ
ประโยชน จากผลงานของศาสตราจารยเ กรยี งศักดิ์ ในหนังสือ “ลายแทง
นักคดิ ” นี้
ธานินทร กรัยวิเชยี ร
VIII
success publisherคาํ นยิ มโดย
ศ.ดร.บญุ รอด บิณฑสันต
อดตี รฐั มนตรวี า การทบวงมหาวทิ ยาลยั
และอดตี นายกสภาจฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั
ส่งิ หนง่ึ ที่คนทุกคนกระทําอยเู สมอแทบจะเรยี กไดวา ตลอดเวลา คอื
การคดิ เพราะมนษุ ยม มี นั สมองเปน ตน กาํ เนดิ ทาํ ใหค ดิ สง่ิ นนั้ สงิ่ นไี้ ดอ ยา ง
นา แปลกประหลาด แตทม่ี ากกวานั้น คือ การที่บางคนมคี วามสามารถใน
การคิด หรอื คดิ เปน ดูจะเปน เรอ่ื งทนี่ าสนใจมากกวา เพราะคนที่คดิ เปน
เหลาน้ีแหละ ไดนํามาซ่ึงการพัฒนาในดานตาง ๆ เชน การคนคิด
เทคโนโลยี นวตั กรรมใหม ๆ การพฒั นาของวทิ ยาการในทุกดา น ตลอด
รวมไปถึงการแกปญหาความจํากัด การตัดสินใจไดอยางถูกตองในชีวิต
ของคนทกุ ระดับในสงั คม การทหี่ นังสอื “ลายแทงนกั คดิ ” น้ี ไดป ูพื้นฐาน
ใหผ อู านไดร ู และเขาใจระบบการทาํ งานของสมอง นบั เปน การเรยี งลาํ ดบั
การคิดทด่ี อี ยา งเปน ระบบของทานผเู ขยี น เพราะเม่ืออานตอ เน่อื งไป จะ
เกดิ ความเชอื่ มโยงใหม องเหน็ ภาพการทาํ งานของสมองไปดว ยอยา งนา ตน่ื
เตน หนงั สอื เลมน้ี ยงั ไดบ อกถงึ อปุ สรรคการคดิ ทมี่ คี วามสอดคลอ งหลาย
ประการกับส่งิ ท่ีมีในสงั คมไทย จงึ นบั เปนประโยชนอยา งยิง่ ทีผ่ มอยากให
คนในสงั คมไทยไดอ า น เพื่อรว มกันในการพัฒนาตนเองใหเ ปน นกั คดิ รวม
กนั ในการสรางนกั คิด ท้ังในบาน ในโรงเรียน ในหนวยงาน องคกรตาง ๆ
ซง่ึ หากคนในประเทศของเรามคี วามสามารถในการคดิ แลว โอกาสทเ่ี ราจะ
ไดเห็นประเทศไทยไปยืนอยูแถวหนาในประชาคมโลก ก็เปนไปไดมากที
เดยี ว
IX
success publisherเมอื่ นกั คดิ อยา งทา นผเู ขยี นไดเ สนอแนวคดิ 10 มติ ิ ผมคดิ วา ทงั้ สงั คม
ควรจะขานรับ และใหความสนใจอยางจริงจัง เพราะเปนผลงานที่ไดมา
จากการกลนั่ กรองความคดิ อยา งละเอยี ดลออและเอาใจใส บง บอกถงึ ความ
เปน นกั คดิ ของทา นผเู ขยี นเอง ผมเปน คนทใ่ี หค วามสาํ คญั ในเรอ่ื งการศกึ ษา
และเชอ่ื มน่ั เสมอวา การศกึ ษาจะพฒั นาคนได แตก ารศกึ ษาทจี่ ะพฒั นาได
จริงนั้น ตองสามารถสรางคนให “คิดเปน” ดวย หนังสือนี้จึงมีคุณคา
เหมาะกับคนท่นี ับไดวามกี ารศึกษา ทัง้ จะเพม่ิ มุมมอง ความเขา ใจ เรอื่ ง
“การคิด” เพื่อเสริมสรางคุณภาพความคิด หรือผูท่ีอาจไมมีโอกาสไดรับ
การศึกษามาก จะเรียนรู “การคดิ ” ไดด ว ยตนเอง
ผมเหน็ วา หนงั สอื ลายแทงนกั คดิ เลม นเี้ ปน ประโยชนอ ยา งยง่ิ และเชอ่ื
วาหนังสืออกี 10 เลม ทีบ่ อกเรือ่ งวธิ คี ิด 10 แบบ จะเปนประโยชนต อการ
สรา งคนไทยให “คดิ เปน” และหวังวา จะไดร ับการตอ นรบั เปน อยา งดีจาก
ผูอ าน เหมือนดังที่เลมอน่ื ๆ ของทานผเู ขียนท่ีประสบความสาํ เร็จตลอด
มา
ศ.ดร. บญุ รอด บณิ ฑสันต
X
success publisherคาํ นยิ มโดย
รศ.ดร. สมชาย ภคภาสนว วิ ฒั น
อาจารยป ระจาํ คณะรฐั ศาสตร
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
ในปจ จบุ นั สภาพแวดลอ มทางดา นเศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื ง ทงั้
ภายในประเทศและภายนอกประเทศ ไดเปลยี่ นแปลงไปอยา งมาก และมี
ลักษณะทไ่ี มแ นนอน มกี ารเปล่ียนแปลงอยา งรวดเรว็ และตลอดเวลา คน
ซง่ึ เปน ทรพั ยากรทมี่ คี ณุ คา และเปน ปจ จยั ทส่ี าํ คญั ทสี่ ดุ ทที่ าํ การขบั เคลอื่ น
ความเปน ไปในดา นตา ง ๆ ไมว า จะเปน ดา นเศรษฐกจิ สงั คมหรอื การเมอื ง
นอกจากนนั้ คนยังเปนปจ จยั สาํ คญั ตอ ความสาํ เรจ็ ในการดาํ เนนิ การ และ
การพฒั นาในทุกระดับ ทั้งในระดับปจ เจกบุคคล ระดบั องคก ร รวมถงึ
ระดบั ประเทศชาติ ดวยเหตนุ เ้ี องทีค่ นเปน ปจจัยสําคัญทส่ี ดุ ความคิดซึ่ง
เปน องคป ระกอบสาํ คญั ทท่ี าํ ใหค นแตล ะคนมศี กั ยภาพ และความสามารถ
ทแ่ี ตกตา งกนั จงึ เปน สง่ิ ทส่ี าํ คญั ยง่ิ ทเี่ ราจะตอ ง ตระหนกั และทาํ ความเขา ใจ
ใหถอ งแทเกีย่ วกบั กระบวนการทางความคดิ รูปแบบวิธีคดิ ในแบบตาง ๆ
รวมถงึ อปุ สรรคและปญหาตาง ๆ ของการคิด เนื่องจากผูท ีม่ ีวธิ ีการคิดท่ี
เปน ระบบ และมรี ะบบการคดิ ทดี่ ยี อ มนาํ ไปสคู วามสาํ เรจ็ ทงั้ ในเชงิ สว นตวั
และในเชงิ ธรุ กิจ
หนงั สอื “ลายแทงนกั คดิ ” นบั วา เปน หนงั สอื ทม่ี ปี ระโยชน และเหมาะ
สาํ หรบั ผอู า นในทกุ สาขาอาชพี ดว ย เนอ้ื หาทช่ี ว ยสรา งความเขา ใจเกยี่ วกบั
ความสาํ คญั กระบวนการทาํ งานและอปุ สรรคของการคดิ รวมทงั้ วธิ คี ดิ ใน
แบบตา ง ๆ ทง้ั หมดน้จี งึ เปนเสมอื น เคร่อื งมือทจ่ี ะชว ยผูอ า นในการนําไป
XI
success publisherประยกุ ตใ ชใ นแตล ะสถานการณ ทงั้ ในแงข องการตดั สนิ ใจ การแกไ ขปญ หา
หรือการรเิ ร่ิมแนวคิดใหม ๆ ทั้งในระดับบุคคล และในระดบั องคกร ไมวา
จะเปนภาครฐั หรือเอกชน
ศ.ดร. เกรยี งศักด์ิ เจรญิ วงศศกั ดิ์ นับวา เปนนกั วิชาการท่ีมีสว นชว ย
สรา งสรรคส งั คม ในการทาํ หนา ทใ่ี นฐานะ ครบู าอาจารย นกั เขยี น แนวคดิ
และประสบการณทม่ี ากมายของ ศ.ดร. เกรยี งศกั ด์ิ เจริญวงศศ กั ดิ์ นบั วา
ไดร บั การกลัน่ กรองและ ถา ยทอดออกมาในหนังสอื “ลายแทงนกั คดิ ” ซ่ึง
กถ็ อื เปน ผลงาน ทส่ี าํ คญั เนอื่ งจากการพฒั นาประสทิ ธภิ าพของคนนนั้ หวั ใจ
สาํ คญั กค็ อื การพัฒนาระบบคิด หนังสอื เลม นีจ้ งึ นบั วา ออกมาในชว งเวลา
อนั เหมาะสม และหวงั วา คงจะเปน ประโยชนต อสังคมไทยโดยสว นรวม
รศ.ดร. สมชาย ภคภาสนว วิ ัฒน
XII
success publisherคํานาํ
ถาจะถามวา ปญ หาใหญท่ีสดุ ของชาตเิ วลาน้ีอยตู รงไหน ?
เราอาจคิดวา “ปญหาเศรษฐกิจตกตํ่า” นาจะรายแรงท่ีสุด หรือ
มิฉะนนั้ อาจคิดวา “ปญ หายาเสพตดิ แพรระบาด” รุนแรงมากกวา
ในทศั นะของผม แมวา ปญหาเศรษฐกิจนั้นยังคงมอี าการนา เปน หว ง
และปญหายาเสพติดระบาดมีความรุนแรงจริง ทวา.. ยังไมเทียบเทากับ
ปญหาทเี่ ปน “ตนตอ” ของปญหาทงั้ หมด
น่ันคอื ปญหา “การคดิ ไมเ ปน” กบั “การไมคดิ ” นีเ่ อง
สังคมไทยในปจจุบนั เปลี่ยนแปลงไปมาก จากอดตี ท่กี ารดาํ เนินชวี ิต
เปน ไปอยา งเรยี บงา ย ไมค อ ยมเี รอ่ื งใหต อ งคดิ มากนกั สภาพแวดลอ มและ
ทรพั ยากรยงั มีความอดุ มสมบรู ณ ไมต อ งมีการแกง แยงกนั มาก เราจงึ ไมมี
เร่ืองท่ีตองเก็บมาขบคิด เพ่ือหาหนทางอยูรอดใหกับชีวิตของตนและ
ครอบครัว แตปจจุบันวิถีชีวิตเริ่มเคลื่อนเขาภายใตสภาพของโลกที่เช่ือม
ตอกันดวยระบบขอมูลขาวสาร การใชเทคโนโลยีข้ันสูงและการแขงขัน
ทางการคา และการเงินระหวา งภมู ภิ าค ทกุ ส่งิ กาํ ลังเคล่อื นไปสกู ารเชือ่ ม
กนั เปน “หนงึ่ ” ในระดบั โลก ประเทศไทยและคนไทยทุกคนไมส ามารถท่ี
จะดํารงความมัน่ คงในลกั ษณะ “ในนํ้ามีปลา ในนามขี าว” หรอื คดิ วาเรา
ยังอยูในสภาพ “มงี านมนั่ คง มรี ายไดงาม” ไดอีกตอไป เพราะเรามีปจจัย
ตา ง ๆ มากมายทเ่ี ขา มากาํ หนดความเปนไปของประเทศ เขามากาํ หนด
ความอยูรอดของเราแตล ะคน
XIII
success publisherเราจาํ เปน ตอ งคดิ มากขน้ึ คดิ ในวถิ ที างทฉ่ี ลาดขนึ้ เพอ่ื ใหส ามารถหา
หนทางดําเนนิ ชีวติ ตอ ไปได หากเราไมฉ กฉวยเวลาทม่ี อี ยูเตรยี มพรอ มท้ัง
ชีวติ และสังคมของเราในวถิ ีทางที่ดที ่สี ดุ เราจะยง่ิ เผชญิ ความยากลําบาก
มากกวาวกิ ฤตเศรษฐกิจป 2540 ท่ผี านมา
การพฒั นาคนอยา งยงั่ ยนื นนั้ จงึ มใิ ชก ารพฒั นาเพยี งเพอื่ ใหค นมชี วี ติ
ความเปน อยทู ด่ี ขี นึ้ มคี ณุ ภาพชวี ติ ทไ่ี ดม าตรฐาน หรอื ใหเ ปน คนทมี่ คี วาม
รูความสามารถเทานั้น แตตองพัฒนาเพื่อใหเกิดความอยูรอดอยางย่ังยืน
ทัง้ ในตวั บคุ คลน้นั และในสงั คม สงิ่ จําเปนท่ีเราตอ งสอนคอื “วิธีคดิ ” เพอ่ื
ใหค น “คดิ เปน ” เพราะเมอื่ คนคดิ เปน วธิ คี ิดนนั้ จะตดิ ตวั เขาไปตลอดชวี ติ
และจะเปน เครอื่ งมอื ท่ีชว ยใหเ ขาดาํ รงชีวิตอยูไดอ ยา งปลอดภัย
ดงั นน้ั จงึ มคี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ ทตี่ อ งพฒั นาคนในสงั คมใหร จู กั “วธิ ี
คดิ ” ทถี่ กู ตองเมอื่ มขี อ มลู เขามาปะทะ เพื่อนาํ ไปสูการตัดสินใจทีถ่ กู ตอง
เหมาะสมในทกุ ๆ สถานการณ และเพอ่ื ใหเ ราสามารถพัฒนาตนเองตอ
ไปไดอ ยา งไมเ สยี เปรยี บ ไมถ กู หลอกงา ย และยงั กอ ใหเ กดิ ทกั ษะ สามารถ
คิดสรา งสรรคส ่ิงใหม ๆ ได เพ่ือใหสามารถยืนหยัดอยางไมเ สียเปรียบใคร
ในอนาคต
ผมไดน าํ เสนอไวว า การทคี่ นในประเทศจะสามารถคดิ เปน นน้ั จาํ เปน
ตองไดรับการเปดทางและแนะแนวใหมีความสามารถในการคิดครบ 10
มิตอิ ยางผสมผสานกัน กลาวคอื
1. ความสามารถในการคดิ เชงิ วิพากษ
(Critical Thinking)
2. ความสามารถในการคดิ เชงิ วเิ คราะห
(Analytical Thinking)
XIV
success publisher3. ความสามารถในการคดิ เชงิ สังเคราะห
(Synthesis-Type Thinking)
4. ความสามารถในการคดิ เชิงเปรียบเทยี บ
(Comparative Thinking)
5. ความสามารถในการคดิ เชงิ มโนทศั น
(Conceptual Thinking)
6. ความสามารถในการคิดเชิงสรา งสรรค
(Creative Thinking)
7. ความสามารถในการคดิ เชงิ ประยกุ ต
(Applicative Thinking)
8. ความสามารถในการคิดเชงิ กลยุทธ
(Strategic Thinking)
9. ความสามารถในการคดิ เชิงบูรณาการ
(Integrative Thinking)
10. ความสามารถในการคดิ เชิงอนาคต
(Futuristic Thinking)
ซงึ่ ผมไดเ สนอแนวคดิ 10 มติ นิ ี้ ผา นการบรรยายและงานเขยี นตลอด
ชวงเวลาทีผ่ า นมา และไดร ับเสยี งสะทอนกลบั มาวาผฟู งมคี วามสนใจมาก
ผมเห็นวา เนื้อหาของเรื่องน้ีสมควรจะจัดพิมพเผยแพรเ พื่อกอ ประโยชนแก
คนในประเทศในมุมที่กวา งขวางมากทสี่ ุด ดว ยความปรารถนาอยางยิ่งท่ี
จะเห็นสังคมไทยเปนสังคมท่ีเต็มไปดวยคนท่ี “คิดเปน” ผมจึงไดเขียน
หนงั สือขึ้นมาชดุ หน่งึ ช่อื ชุดวา “ผชู นะ 10 คดิ ” ชดุ นีม้ ที งั้ หมด 11 เลม
เลม แรกเปน การปูพ้ืนฐานความเขา ใจเกยี่ วกับสมองและการคิดของมนุษย
มงุ หมายเพอื่ ปพู นื้ ฐานความเขา ใจเกย่ี วกบั การทาํ งานของความคดิ เพอื่ นาํ
ไปสภู าคปฏบิ ัติในเลม ตอ ๆ ไป ตง้ั แตเลมที่ 2 จนถึงเลมที่ 11 จะนําเสนอ
XV
success publisherวธิ กี ารคดิ 10 มิติเลมละหนึง่ แนววิธกี ารคิด เปนการเจาะลกึ ความคดิ ใน
แตล ะเรอื่ งตามทกี่ ลาวมาขางตน
หนงั สือผชู นะ 10 คิด เลม 1 ทอ่ี ยใู นมอื ของทา นขณะนี้ จะนาํ ทาน
เขา สโู ลกแหง ความคดิ เรม่ิ ตง้ั แตพ าทา นไปรจู กั การทาํ งานของสมอง สมอง
ทําหนาทีอ่ ะไรบา ง สมองคดิ ไดอ ยา งไร กระบวนการทํางานของความคิด
เปน อยา งไร และเหตใุ ดเราจงึ ตอ งคดิ มอี ปุ สรรคอะไรบา งทที่ าํ ใหค นคดิ ไม
เปน หรอื ไมค ดิ และการทเ่ี ราจะคดิ เปน นนั้ จะตอ งทาํ อะไรบา ง เพอื่ เปน การ
ปพู น้ื ฐาน ความรเู กยี่ วกบั ความคดิ และเตรยี มความพรอ มของทา นกอ นเขา
สกู ารคิดภาคปฏิบตั ิในแตล ะมิติในเลมตอ ๆ ไป
หากเราตอ งการใหป ระเทศไทยพฒั นาตอ ไปไดไ มเ สยี เปรยี บ กา วทนั
การแขง ขนั ในเวทโี ลก และสามารถคดิ สรา งสรรคส งิ่ ใหม ๆ ได เราจาํ เปน
ตองใหค นไทย “คิดเปน” รูจ กั วธิ กี ารคดิ ทถ่ี ูกตอ ง เม่อื ขอ มูลเขา มาปะทะ
เพ่ือนาํ ไปสูการตัดสนิ ใจที่ถูกตอ ง ผมหวังเปนอยางยงิ่ วา หนงั สือชุดผชู นะ
10 คิด นี้จะเปนสวนหนึง่ ที่นาํ พาคนในสงั คมไทยสูการปฏิวัติทางระบบวธิ ี
คิด ถาคนในสงั คมของเรารูจกั วิธคี ิดทง้ั 10 มติ ิ ยอมจะชวยใหส งั คมไทย
เปน สงั คมทใ่ี ชป ญ ญา ไมไ หลไปตามกระแส รจู กั คดิ ไตรต รองอยา งละเอยี ด
รอบคอบกอนตัดสินใจ สามารถปรับตัวเขาสูการแขงขันในเวทีโลก และ
สามารถคดิ สรา งสรรคส่ิงใหม ๆ ทเ่ี หมาะสําหรับคนในยุคอนาคตได ซง่ึ
นบั เปนสว นหนง่ึ ของการพฒั นาคนท่ีย่งั ยืนอยางแทจ รงิ
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศกั ด์ิ
XVI
สมอง
: จุดกําเนดิ ความคิด
กลไกของสมอง
การทํางานของสมอง
success publisher
success publisherคอมพวิ เตอรเ ครย- ทรี (Cray-3)
ซึ่งถอื วา เปน
คอมพิวเตอรทเ่ี ร็วมากเครือ่ งหนึ่งในโลก
สามารถประมวลขอมูล
ในอตั ราหนง่ึ ลา นลา นบติ ตอวินาที
หรอื เทยี บเทากบั สมองของหนู
ซ่งึ มจี าํ นวนนิวรอน 65 ลานนิวรอน
success publisher กลไกของสมอง
กลไกของสมอง
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 3
success publisherลายแทงนักคิด
กอ นทเี่ ราจะรจู กั กบั “ความคดิ ” เราคงตอ งรจู กั กลไกการทาํ งานอนั
ล้ําเลศิ ของสมองมนุษยเ สยี กอ น
“สมอง” ความลํ้าเลศิ เหนอื เทคโนโลยี
วาทะของประธานาธิบดจี อหน เอฟ เคนเนดี้ (John F. Kennedy :
1917-1963) แหง สหรฐั อเมรกิ า กลา วไวเ มอื่ วนั ที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1963
วา
“มนษุ ยย ังคงเปน เครื่องคอมพวิ เตอรท ่วี เิ ศษสุดกวา
เคร่อื งคอมพวิ เตอรใด ๆ ทั้งหมด”
คาํ กลาวน้ีเปนสัจจะ เพราะแมเวลาจะผา นไปกวาสามทศวรรษ จาก
วันที่กลาวสุนทรพจน พรอม ๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยีสมองกล
คอมพิวเตอรทีก่ า วลาํ้ ไปอยา งรวดเรว็ คาํ กลา วนยี้ งั เปน จรงิ เสมอ
4 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กลไกของสมอง 01
คอมพิวเตอรปจจุบันกําลังไดรับการพัฒนาใหมีความใกลเคียงกับ
ระบบการทํางานของสมองมนุษยมากยิ่งขึ้น มิเกล วิราโซโร (Miguel
Virasoro) ผเู ชีย่ วชาญดา นสมองกลไดก ลาวไวใ นหนังสอื visions (Kaku,
1998) วาในอนาคตประสิทธิภาพการทํางานของไมโครชิพจะเทียบเทา
ประสิทธิภาพการคํานวณอยางหยาบ ๆ ของสมองมนุษย ขณะนี้
คอมพิวเตอรสามารถคํานวณไดมากกวา หรือใกลเคียงกับสมองของสัตว
บางชนดิ เชน คอมพิวเตอรซ นั -โฟร (SUN-4) สามารถประมวลขอ มลู ใน
อัตราประมาณ 200 ลานบิตตอวินาที ในความเร็วเทียบเทากับความ
สามารถของสมองหอยทาก ซึ่งมีนิวรอนจํานวน 100,000 นิวรอน
คอมพวิ เตอรเ ครย-ทรี (Cray-3) ซึ่งถือวาเปนคอมพวิ เตอรท ่ีเรว็ มากเครอ่ื ง
หน่ึงในโลก สามารถประมวลขอมูลไดในอัตราหน่ึงลานลานบิตตอวินาที
หรือเทยี บเทา กับสมองของหนู ซึง่ มีจาํ นวนนวิ รอน 65 ลา นนวิ รอน
success publisher
อยา งไรกต็ ามเมอื่ เทยี บกบั สมองมนษุ ย นกั วทิ ยาศาสตรป ระมาณการ
วาสมองมนุษยสามารถคํานวณในอัตรารอยลานลานบิตตอวินาที
(100,000,000,000,000 หรอื 100 trilion) หรอื มากกวา ความสามารถในการ
คาํ นวณของคอมพิวเตอรเ ครย- ทรีถงึ พันเทา
หากคํานวณตามสถิติอันเปนที่ยอมรับกันวาประสิทธิภาพการ
ประมวลขอมลู ของคอมพวิ เตอรจ ะเรว็ ขึ้นเปน 2 เทาทกุ ๆ 18 เดือน คาด
การณวาในป ค.ศ. 2040 แมคอมพิวเตอรตั้งโตะจะมีประสิทธิภาพการ
ประมวลผลขอมูลในอัตราความเร็วเทียบเทาสมองมนุษย แตก็ไมอาจ
เปรยี บความรวดเรว็ กบั ประสทิ ธภิ าพการทาํ งานของสมองมนษุ ยไ ด และยงั
นบั วา หา งไกลกนั มาก ปจ จบุ ันเรายงั ไมส ามารถผลติ หนุ ยนตท ม่ี อี ารมณ มี
ทกั ษะทางสังคม มีความตอ งการข้ันพ้นื ฐาน มีความสามารถในการจดจํา
และรบั รู อนั เปน ลกั ษณะทค่ี ลา ยคลงึ กบั มนษุ ยไ ด นบั ตง้ั แตห นุ ยนตต ัวแรก
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 5
success publisherลายแทงนักคิด
ไดถูกสรางข้ึนเมอ่ื 40 ปทแ่ี ลว (ป ค.ศ. 1969) โดยสถาบันวิจัยแสตนฟอรด
การพัฒนาดานนี้ไดกาวหนาไปชามากเพราะสมองมนุษยซับซอนเกินกวา
ทจ่ี ะถกู แทนทีด่ ว ยเครื่องจกั รกลได
มิเกล วิราโซโร แสดงทศั นะวา
สมองมนุษยไ มใชเ คร่อื งจักรกล
มนั ไมใชค อมพิวเตอรเ ลยแมแ ตนอ ย
การทําใหคอมพวิ เตอรมีความสามารถในการทํางาน
ท่ีเร็วขึน้ และเร็วขึ้น ดว ยหวังวามนั จะมาแทนท่ี
สมองของมนุษยไ ดนั้น ไมตางอะไรกบั การลาหานปา
จวบจนปจ จบุ นั “สมองกล” ยงั คงมอิ าจเปรยี บเทยี บความลา้ํ เลศิ ของ
“สมองคน” ได
ความเขา ใจเรอ่ื งกลไกการทาํ งานของสมองจะชว ยใหเ ราเขา ใจกลไก
ของวิธคี ิดที่เปน ประโยชนตอ ชวี ติ เราไดง า ยขึน้
รจู กั กับสว นตาง ๆ ของสมอง…
สมองทาํ หนา ทค่ี วบคมุ การทาํ งานของอวยั วะสาํ คญั ของรา งกาย เชน
การทาํ งานของหัวใจ ระบบภูมิคมุ กนั ฮอรโมนตา ง ๆ รวมทัง้ สตปิ ญ ญา
ความคดิ การเรียนรู ความฉลาด พฤตกิ รรม และบุคลกิ ภาพของคน
6 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
กลไกของสมอง 01
สมองมีองคป ระกอบที่ซบั ซอนตาง ๆ มากมาย แตไมยากเกนิ การ
เรยี นรู นกั วทิ ยาศาสตร นกั จติ วทิ ยา แพทย และนกั การศกึ ษาตา งมที ฤษฎี
ในการแบง สว นตาง ๆ ของสมองแตกตางกนั ตามตําแหนง และหนาทกี่ าร
ทาํ งาน รูปแบบหนึ่งทนี่ ิยมโดยทว่ั ไปจะแบง สมองออกเปน 2 สว นใหญ ๆ
(Feldman, 1996) แบงเปน
success publisher1) สมองสวนที่ทําหนาท่ีเหมือนสัตวมีกระดูกสันหลัง เรียกวา
เซ็นทรลั คอร (central core) หรอื สมองสวนแกนกลาง สมอง
สว นนี้ ในมนษุ ยเ ปรยี บไดก บั สว นทเ่ี รยี กวา กา นสมอง หรอื brain
stem
2) สมองสวนที่แสดงเอกลักษณของมนุษย เรียกวา ซีรีบรัล
คอรเท็กซ (cerebral cortex) หรือสมองสวนควบคุมระบบการ
คิดและการใชเหตุผล หนาท่ีสวนนี้ของสมองมนุษยแยกมนุษย
ออกจากสัตวอยา งชัดเจน
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 7
success publisherลายแทงนักคิด
เรามาทําความรูจ กั กับสมองทัง้ สองสวนกนั สกั เลก็ นอ ย
1สว นที่ สมองสว นทท่ี าํ หนา ทเ่ี หมอื นสตั วม กี ระดกู
สนั หลงั หรอื เซน็ ทรลั คอร
สมองสว นนจี้ ะทาํ หนา ทพ่ี นื้ ฐานของสมองเชน เดยี วกบั สมองของสตั ว
ทัว่ ไป เชน ทําหนาทคี่ วบคุมการหายใจ การกิน การหลบั การสบื พนั ธุ
ฯลฯ
สมองสวนนี้จะอยูบนสุดของกระดูกไขสันหลัง (spinal cord) หรือ
ฐานกระโหลกตรงทายทอย สามารถแบงซอยยอยออกเปนสมองสวน
ตาง ๆ อาทิ
1) เมดูลา (medulla)
ทําหนาที่ควบคุมกลไกการทํางานของรางกาย และท่ีสําคัญท่ีสุด
ไดแก การหายใจ การเตน ของหัวใจ
2) พอนส (pons)
เปน ทบี่ รรจุเสน ประสาทจาํ นวนมาก ทําหนาทส่ี ง ผา นขอ มูลทเ่ี คลอ่ื น
ผานเขา มา ใหป ระสานการทํางานกบั กลา มเนอื้ เพื่อใหร า งกายทง้ั ซีกซา ย
และซกี ขวาเคลอื่ นไหวประสานกันอยางเหมาะสม อกี ทัง้ ทําหนาทีค่ วบคุม
เก่ียวกบั การหลับ
8 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กลไกของสมอง 01
3) ตาขายเชอ่ื มโยง (reticular formation)
เปนเครือขายของเซลลประสาทท่ีเชื่อมโยงตลอดสวนของเมดูลาข้ึน
ไปจนถงึ พอนส ทาํ หนา ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การหลบั การตนื่ ตวั และการใหค วาม
สนใจ เหมอื นกบั ยามทเ่ี ตรยี มพรอ มอยเู สมอ ตาขา ยตวั นจี้ ะทาํ หนา ทที่ าํ ให
กลุม เซลลประสาทสามารถเกดิ ความตน่ื ตัวไดท ันที เชน เมอื่ เราถกู ทําให
ตกใจดวยเสียงดัง ตาขายเช่ือมโยงน้ีจะสงขอมูลทําใหเราอยูในภาวะ
ระมัดระวังตัวอยางสูง และคอยดูวาจําเปนตองตอบสนองอยางไรจึงจะดี
ท่ีสดุ อยา งไรก็ตามตาขา ยตวั นี้จะทําหนาท่ตี รงกนั ขามเมื่อเราหลบั คือจะ
คอ ย ๆ กรองเอาสิ่งกระตนุ เราออกไปเพื่อใหเ ราสามารถหลบั ไดโดยไมม ี
สิ่งใดมารบกวน
success publisher
4) ซีรีเบลลัม (cerebellum)
จะอยูเหนือเมดูลาและอยูหลังพอนส ถาไมมีซีรีเบลลัมเราจะไม
สามารถเดินไดตรง ไมสามารถทรงตัวได เน่ืองจากซีรีเบลลัมมีหนาท่ี
ควบคมุ ความสมดลุ ของรางกาย ทาํ หนาท่ีตรวจตราปฏกิ ิรยิ าตอบรบั จาก
กลามเน้ือ ทําใหเรารูตําแหนง รูการเคลื่อนไหว และความตึงเครียดจะ
สังเกตไดวาคนที่ด่ืมแอลกอฮอลเกินขนาด แอลกอฮอลจะกดการทํางาน
ของซีรีเบลลัมใหดอยประสิทธิภาพลง ทําใหเคล่ือนไหวไมตรงทาง เปน
ท่มี าของลักษณะการเดนิ แบบเฉพาะของคนเมาเหลา
5) ทาลามสั (thalamus)
ทําหนาท่ีเปนสถานีสงตอขอมูลที่เขามาจากประสาทสัมผัสตาง ๆ
เชน ตา หู และผวิ หนัง ทาลามัสจะทําหนาที่ส่ือสารขอมูลเหลานี้เขา
สูสมองในระดับท่ีสูงข้ึนไป นอกจากนี้ทาลามัสยังทําหนาที่รวมขอมูล
จากสวนของสมองท่ีอยูเหนือข้ึนไป ทําการแยกประเภทและสงตอไปยัง
ซีรีเบลลัม และเมดูลา
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 9
success publisherลายแทงนักคิด
6) ไฮโปทาลามัส (hypothalamus)
มีขนาดที่เล็กมากเทียบเทากับปลายนิ้วของเราเทานั้น แตทวามี
บทบาทการทํางานท่ีสําคัญมากหลายอยาง เชน ทําหนาที่รักษาสภาวะ
สมดลุ ภายในรา งกายมนษุ ย สมองสว นนจี้ ะชว ยรกั ษาระดบั อณุ หภมู ภิ ายใน
รางกายใหคงท่ี และควบคุมปริมาณอาหารท่ีจัดเก็บไวภายในเซลล
นอกจากนั้นยังทําหนาที่ที่สาํ คัญ อันไดแ ก ผลิตและควบคุมพฤติกรรมที่
กระทาํ เพอื่ ความอยรู อดของมนษุ ย เชน การกนิ การดมื่ การมเี พศสมั พนั ธ
การเลี้ยงดบู ุตรหลาน เปน ตน
7) ระบบลิมบิก (limbic system)
ระบบลิมบิกชวยใหคนทาํ ในสิ่งท่พี ึงพอใจ ประกอบดว ยโครงสรางท่ี
มสี ว นเชอ่ื มสมั พนั ธก นั โดยจะอยสู ว นบนของสมองสว นกลาง และสว นบน
เช่ือมตอกับซีรีบรัล คอรเท็กซ โครงสรางของระบบลิมบิก ควบคุมการ
ทํางานพื้นฐานของรางกายหลายประการ เก่ียวเน่ืองกับอารมณและการ
ดาํ รงชพี เชน การกิน การแสดงความกา วรา ว การสบื พันธุ นอกจากน้ี
ระบบลิมบกิ ยงั มีบทบาทสําคญั ในการเรียนรู การจํา และประสบการณที่
ใหค วามพงึ พอใจ นกั วทิ ยาศาสตรพ บวา ความผดิ ปกตขิ องระบบลมิ บกิ จะ
ทําใหพฤติกรรมเปลี่ยนไป เชน สัตวท่ีเคยเช่ืองจะกลายเปนดุราย หรือ
คนไขท ่ไี ดรบั การผา ตดั สมองสวนนี้ จะจําไมไดวา เขาอยูที่ไหน แมวา เขา
จะอาศัยอยูท่ีเดิมมานานถึงแปดปก็ตาม และไมสามารถจําเร่ืองท่ีเพิ่ง
สนทนาไดเมือ่ เวลาผานไปเพียงชั่วครู
10 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กลไกของสมอง 01
success publisher
2สว นที่ ซรี บี รลั คอรเ ทก็ ซ หรอื สมองสว นควบคมุ
ระบบการคดิ และการใชเ หตผุ ล
นบั เปน สมองสว นสะทอ นความเปน มนษุ ย แยกมนษุ ยใ หแ ตกตา งจาก
สตั วอ ยา งชดั เจน สมองสว นนเี้ ปน สว นทช่ี ว ยใหม นษุ ยส ามารถทาํ สงิ่ ตา ง ๆ
ไดด กี วา สตั ว อนั ไดแ ก มคี วามสามารถในการคิด การวินิจฉัย และการ
ตดั สินใจท่สี ลบั ซับซอ น
สมองสว นนีจ้ ะอยบู ริเวณสมองใหญท ั้งหมด หรอื สมองสวนท่ีเรยี กวา
ซีรบี รมั (cerebrum) มอี ยปู ระมาณรอยละ 70 ของสมองท้งั หมด ประกอบ
ดว ยเนอ้ื เยอื่ ทพี่ บั ทบกนั จาํ นวนมากมลี กั ษณะเหมอื นระลอกคลน่ื ขดมว นกนั
อยู เน้ือเย่ือดังกลาวมีความหนาเพียงหนึ่งสวนสิบสองของหน่ึงนิ้วเทาน้ัน
แตห ากนาํ มาแผกวางกับพน้ื จะมคี วามกวา งถงึ 2 ตารางฟตุ ทีเดียว สมอง
สวนน้ีสามารถแบงออกไดเปน 4 สวนใหญ ๆ แตละสวนเรียกวา โลบ
(lobe) อนั ไดแก
1) ฟรอนทอลโลบ (Frontal Lobe)
หรือ สมองสว นหนา จะอยูส ว นหนา สุดมหี นาที่สาํ คัญหลายประการ
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 11
success publisherลายแทงนักคิด
ตั้งแตควบคุมการทํางานของกลามเนื้อ แขนขา และใบหนา การรับรู
อารมณ ความรูส ึกนกึ คิด นอกจากน้ยี ังเกย่ี วขอ งกับการเรียนรู ความจํา
ความฉลาด และคาํ พูดดวย
2) พารายทอลโลบ (Parietal Lobe)
หรอื สมองสวนขา ง อยูถ ัดจากสมองสว นหนาทําหนาท่ีรับความรสู กึ
เกีย่ วกบั ประสาทสัมผัส
3) เทมโพราลโลบ (Temporal Lobe)
หรือ สมองสวนขมับ อยูตรงกลางในสวนที่ตํ่าลงมาจากพาราย
ทอลโลบ ทําหนาท่ีเกี่ยวกับการไดยิน พฤติกรรม ความจํา และภาษา
ทาํ งานรวมกับฟรอนทอลโลบ เกี่ยวกบั การไดก ลน่ิ และดานในของเทมโพ
ราลโลบท้ังซายและขวา จะเปนบริเวณท่ีเรียกวา ฮิปโปแคมปส มีหนาที่
เก่ยี วกับความจําระยะยาว การเรยี นรู และอารมณ
4) อ็อกซิปท อลโลบ (Occipital Lobe)
หรือ สมองสวนทายทอย อยูดานหลังสุดของคอรเท็กซ ทําหนาที่
เกีย่ วกบั การมองเหน็
12 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กลไกของสมอง 01
สมองซีกซา ย และ สมองซกี ขวา
โรเจอร สเปอรรี่ ผูเชี่ยวชาญดานประสาทวิทยา (neurobiologist)
เจาของรางวัลโนเบลในป ค.ศ. 1981 ไดศึกษาระบบและโครงสรางการ
ทํางานของสมอง โดยทําการทดลองกับคนไขท่ีแกนเช่ือมสมองสองซีก
(corpus collosum) ไดร บั บาดเจบ็ ภายหลังการผา ตดั ปรากฏวาสมองทั้ง
สองซกี เรยี นรแู ละแยกกนั อยา งเปน เอกเทศ ทาํ ใหเ ขาคน พบความแตกตา ง
ในการทาํ งานระหวา งสมองซกี ซา ยและสมองซกี ขวา (Sperry, 1968., 1982)
success publisher
สมองซกี ซาย สมองซีกขวา
ทําหนาที่ในเร่ืองของการใช ทําหนาท่ีในเร่ืองของความ
ภาษา การเขยี น การอา น ทกั ษะดา น เขา ใจ การเหน็ ภาพสามมิติ ความ
ตัวเลข การใชเหตุผล การควบคุม รสู กึ ดมื่ ดาํ่ ตอ ศลิ ปะ ความมสี นุ ทรยี ะ
การพูด ทกั ษะทางดานวิทยาศาสตร ดานดนตรี เพลง และการใช
การควบคุมการทํางานของมือขวา จนิ ตนาการในการดําเนนิ ชีวติ รวม
เราอาจเรียกการทํางานของสมอง ทั้งทําหนาท่ีควบคุมการทํางานของ
ซกี นี้ไดว า เปน “สวนของการตดั สนิ ” มอื ซาย เราอาจเรียกสมองสวนนี้วา
“สว นของการสรา งสรรค”
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 13
success publisherลายแทงนักคิด
การคน พบหนา ทท่ี แ่ี ตกตา งกนั ของสมองทงั้ สองสว น ชว ยใหส ามารถ
ใชป ระโยชนจ ากสมองไดม ากขนึ้ แตป รากฏวา เกดิ ความเขา ใจผดิ เมอื่ การ
คน พบดงั กลา วของสเปอรร ไ่ี ดร บั การเผยแพรอ อกไป มกี ารสรปุ ความอยา ง
ผิด ๆ โดยตีความไปวาสมองท้ังสองซกี นี้ แยกบทบาทหนา ทกี่ ันอยางเปน
เอกเทศในคนปกตดิ ว ย เชน ขณะทนี่ ักเขียนเขยี นนวนิยาย สมองซีกซา ย
จะทาํ งานหนกั มาก ขณะทสี่ มองซกี ขวานนั้ อยเู ฉย ๆ หรอื ในขณะทจ่ี ติ รกร
วาดภาพ สมองซีกขวาจะทํางานหนัก ขณะที่สมองซีกซายน้ันอยูเฉย ๆ
ความเขาใจผิดน้ีนําไปสูขอเขียนเกี่ยวกับการพัฒนาสมองบางดาน เชน
พฒั นาสมองซกี ขวาสาํ หรบั คน ทข่ี าดความคดิ สรา งสรรค และพฒั นาสมอง
ซกี ซา ยสาํ หรบั คนทใ่ี ชเ หตผุ ลไดไ มด ี เปน ตน ทง้ั ๆ ทใ่ี นความเปน จรงิ แลว
การทาํ งานของสมองมคี วามซบั ซอ นมาก และสมองทง้ั สองซกี ทาํ งานเชอ่ื ม
โยงกันอยางเปนเอกภาพ ไมวาเราจะทําส่ิงใดอยูก็ตาม (Jevy, 1985.,
Dolnick, 1988.)
แทบทุกกิจกรรมทางการคิด สมองท้ังสองซีกจะคิดสลับกันไป
มาระหวางสมองซีกซายกับสมองซีกขวา (Hellige, 1990.) ยกตัวอยางเชน
การอานหนังสือ สมองซีกซายจะทําความเขาใจโครงสรางประโยคและ
ไวยากรณ ขณะเดยี วกนั สมองซกี ขวากจ็ ะทาํ ความเขา ใจในลลี าการดาํ เนนิ
เรื่อง อารมณทซี่ อนอยูใ นขอเขียนนั้น สมองท้ังสองซกี ทาํ งานไปพรอม ๆ
กนั ในการเลน ดนตรแี ละการทาํ งานศลิ ปะเชน เดยี วกนั สมองทง้ั สองซกี จะ
ทาํ งานอยา งเช่อื มโยงประสาน กลมกลนื กนั เชน การจําทวงทาํ นองเพลง
สมองซีกขวาจะมีบทบาทมาก แตเม่ือจะตองแยกแยะความแตกตาง
ระหวา งเสียงสองเสยี ง สมองซีกซายในสวนของเหตุผลจะดําเนนิ การทันที
14 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กลไกของสมอง 01
ดงั นนั้ ในการพฒั นาทกั ษะการคดิ จาํ เปน ตอ งพฒั นาทงั้ ในดา นของการ
ใชเ หตผุ ลและการสรา งสรรคไ ปพรอ ม ๆ กนั ไมส ามารถแยกพฒั นาทกั ษะ
แตละดา นได
สมองซีกซา ย สมองซีกขวา
1 1ทกั ษะดานตัวเลข
success publisherการใชภาษา การเขยี น การอาน ความเขา ใจอยา งลกึ ซึง้
2 2การใชเหตุผล
การเห็นภาพสามมติ ิ
3 3ทกั ษะการพูด
ศลิ ปะ
4 4ทกั ษะทางดา นวิทยาศาสตร
การจนิ ตนาการ
56 65ควบคมุ การทาํ งานของมือขวา ควบคมุ การทํางานของมือซาย
ทักษะดานดนตรี
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 15
success publisherลายแทงนักคิด
16 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
success publisher การทํางานของสมอง
การทาํ งานของสมอง
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 17
success publisherลายแทงนักคิด
สมองทํางานอยางไร
สมองของมนุษยทํางานเร็วมาก สมองจะสงสัญญาณผานเซลล
ประสาทอยา งรวดเรว็ ราว290 กโิ ลเมตรตอ ชว่ั โมง หรอื เทยี บไดก บั ความเรว็
ของรถแขงที่วิ่งในสนามแขงขัน การทํางานของสมองที่รวดเร็ว และมี
ประสทิ ธภิ าพนี้ สง ผลใหก ารบงั คบั ควบคมุ การเคลอื่ นไหวทางกายภาพและ
จิตใจเปนไปอยางราบร่ืน โดยสมองจะรับขอมูลทางประสาทสัมผัส เม่ือ
ประสาทสมั ผสั ของเรารบั สมั ผสั โดยวธิ ใี ดวธิ หี นง่ึ ขอ มลู ทไี่ ดร บั จะถกู สอ่ื สาร
ผานเซลลป ระสาท หรอื เซลลสมองทเ่ี รยี กวา นวิ รอน (neurons) มลี ักษณะ
เปนเสนใยสองสวน คอื สว นทที่ ําหนา ที่รับขอมูลเขา และสวนที่ทําหนาที่
สงขอมูลออก ทาํ ใหเ รารบั รูแ ละตอบสนองตอส่งิ ทเ่ี กดิ ข้นึ
เซลลน ิวรอนเปนเซลลพื้นฐานของระบบประสาท ซง่ึ คาดวาในสมอง
ของคนทเี่ จรญิ เตบิ โตเตม็ ทแี่ ลว มปี ระมาณ1-2 ลา นลา นนวิ รอน หรอื เทา กบั
จาํ นวนดาวในทางชา งเผอื ก เซลลน จ้ี ะมขี นาดเลก็ มาก ประมาณวา หวั เขม็
หมดุ หนงึ่ อันสามารถบรรจุเซลลป ระสาทไดถงึ 20,000 เซลล
เซลลนิวรอนน้ีมีลักษณะเดนแตกตางจากเซลลอ่ืน ๆ คือ มีความ
สามารถในการส่ือสารกับเซลลอ่ืน ๆ โดยจะมีกลุมเสนใย ที่เรียกวา
เดนไดรท (dendrite) ซง่ึ ปลายขา งหนงึ่ มลี กั ษณะเหมอื นกง่ิ กา นทแ่ี ยกออก
18 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
การทํางานของสมอง 02
ของตนไม ทําหนาทเ่ี ปน ตัวรบั ขอมูลจากนิวรอนอ่นื ๆ สว นปลายอีกขา ง
หนงึ่ ซงึ่ อยตู รงกนั ขา มจะมลี กั ษณะเปน เสน ยาวเหมอื นหลอดกาแฟ เรยี กวา
แอกซอน (axon) ทําหนา ที่นําขอ มลู ไปสง ตอ ยงั เซลล อืน่ ๆ แอกซอนสวน
ใหญจะมีความยาวหลายมิลลเิ มตร บางอนั ยาวถึง 3 ฟุต ในตอนปลาย
ของแอกซอนจะแตกก่งิ กานเล็ก ๆ ออกไป ตอนปลายของแตละกานจะมี
ตมุ เลก็ ๆ ทเ่ี รยี กวา จดุ ปลายทาง (terminal button) เปน ทท่ี ขี่ า วสารขอ มลู
ถูกสง ตอ ไปยงั เซลลอื่น ๆ โดยมีสารเคมีทีท่ าํ หนา ทเ่ี ปนสะพานเชอ่ื มชอ ง
วา งทางการสอ่ื สารระหวา งนวิ รอน เรยี กวา ซนี แนปส (synapse) เมอ่ื มแี รง
กระตุนทางประสาทมาท่ีปลายของแอกซอนที่มีลกั ษณะเปน ปุมตอนปลาย
ปมุ นจ้ี ะทาํ หนา ทปี่ ลอ ยสารเคมเี พอ่ื ทาํ หนา ทสี่ ง ตอ ขอ มลู ไปยงั นวิ รอนอกี ตวั
หน่งึ ดังภาพที่แสดง (Levitan & Kaczmarek, 1991)
success publisher
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 19
success publisherลายแทงนักคิด
ขอมูลท่ีสงผานนิวรอนจะอยูในรูปคล่ืนกระแสไฟฟาตามธรรมชาติ
เคล่ือนตัวเหมือนรถที่วิ่งบนถนนวันเวย ผานถนนท่ีเริ่มตนดวยเดนไดรท
เขา ไปสตู วั เซลล จากนนั้ กไ็ ปสแู อกซอน และสง สญั ญาณตอ ไปยงั สมองสว น
ทีเ่ กย่ี วขอ งกบั เรื่องนนั้ การสงขอมลู ตอนีเ้ รยี กวา neurotransmitter
กลาวกันวา นวิ รอนตวั เดียวสามารถเชอ่ื มโยงกบั นิวรอนตวั อน่ื ๆ ได
ถงึ 80,000 นิวรอน จาํ นวนที่มนั สามารถเช่อื มตอไดท งั้ หมดน้นั นาทงึ่ มาก
บางคนประมาณการวา จํานวนนิวรอนท่ีเชื่อมตอกันภายในสมองไปสู
นิวรอนอื่น ๆ เม่ือสมองรับรูขอมูลแตละครั้งมีสูงถึงพันลานลานนิวรอน
(1,000,000,000,000,000 หรอื 1quadrilion) มกี ารสง ขอ มลู พรอ มกนั หลาย
ลานลา นบติ ตอวินาที ผเู ชี่ยวชาญบางคนกลา ววา อาจจะมากกวาน้นั ใน
ขณะท่ีใชพลังงานเทียบเทากับการกินไฟของหลอดไฟธรรมดาเทานั้น ซ่ึง
หากสมมติวาคอมพิวเตอรมีประสิทธิภาพเทียบเทาสมองมนุษย การ
ประมวลขอ มลู แตละครง้ั จะตอ งใชพ ลังงานถงึ 100 เมกะวัตต หรือเทียบ
เทากบั พลงั งานทใี่ ชในเมอื ง ๆ หนง่ึ เลยทีเดยี ว
สมองทําอะไรไดบาง
โดยปกตคิ นเรามแี นวโนม ทจ่ี ะตอบสนองตามสญั ชาตญาณ เชน การ
ดูดนมของเดก็ การกระพรบิ ตา การยกมอื ข้ึนปกปอ งเมอ่ื มสี ่ิงของขวางมา
เปน ตน ปฏกิ ริ ยิ าเหลา นจี้ ะถกู สง่ั การอยา งรวดเรว็ จากสมอง เพอ่ื ตอบสนอง
ความตอ งการและปกปองตนเอง ในสว นหนงึ่ สมองจะทําหนาทคี่ ิดและใน
อกี สว นจะทําหนา ท่ใี นการจํา
จากสว นตา ง ๆ อนั ซบั ซอ นของสมองทเ่ี ราไดพ จิ ารณากนั ขา งตน เรา
อาจกลา วถึงหนา ที่หลัก ๆ ของสมองไดหลายประการ อาทิ
20 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
การทํางานของสมอง 02
ทําใหเราเคลอื่ นไหวได
สมองทํางานประสานกับกลามเนื้อมือ
แขน และขา ทาํ ใหเ ราสามารถเคลอ่ื นไหวและ
ทําส่ิงตาง ๆ ไดตามทเี่ ราปรารถนา โดยการ
ทํางานจะมีลักษณะทแยงมุม สมองขางซาย
จะควบคมุ การทาํ งาน ของกลา มเนอ้ื ดา นขวา สว นสมองขา งขวาจะควบคมุ
การทาํ งานของกลา มเนอ้ื ดา นซา ย ทงั้ กลา มเนอ้ื มดั ใหญ เชน การเดนิ การ
ยกมือ การขยับแขนขา การขึน้ ลงบนั ได การถบี จักรยาน เปน ตน และ
กลามเนื้อมัดเล็ก เชน การเขียนหนงั สือ การติดกระดมุ การผกู เชอื ก การ
วาดรูป การทาํ งานฝม อื เปน ตน การทํางานของกลามเนอ้ื เหลา นจี้ ะตอง
ประสานงานกับสมองเปนอยางดีและตองฝกฝนเปนประจําจึงสามารถใช
งานไดอ ยา งชาํ นาญ
success publisher
ทําใหเรามองเห็นและเขา ใจได
àÃÒà¤Â¶ÒÁμÑÇàͧºŒÒ§ËÃÍ× äÁÇ‹ Ò‹
“àÃÒ¨ÐÁͧà˹ç ä´ËŒ ÃÍ× äÁ‹ ¶ŒÒàÃÒÁÕμÒáμ‹ÊÁͧäÁ‹·Òí §Ò¹ ?”
คาํ ตอบคอื หากสมองสว นควบคมุ การมองเหน็
ไมทํางาน เราจะไมตางอะไรกบั คนตาบอด เพราะ
อะไรหรอื ? เพราะวา เรามองเหน็ ไดด ว ยการทาํ งาน
ของสมองสวนควบคุมการมองเห็น หรือที่เรียกวา
อ็อกซิปท อลโลบ โดยผา นจุดเช่ือมตอ ทําใหเ กิดปฏกิ ิรยิ าทางเคมี และเกดิ
กระแสไฟฟา ข้นึ หลงั จากนนั้ ขอ มูลตาง ๆ ไมวา จะเปน สี รปู รา ง หรอื การ
เคล่ือนไหวของวัตถุจะถูกปอนไปยังสมองหลายสวน และสมองหลาย ๆ
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 21
success publisherลายแทงนักคิด
สวนนี้จะเอาขอมูลเหลาน้ีมาประกอบกันเปนรูปภาพ และตีความสวน
ตาง ๆ เพอื่ ทาํ ความเขา ใจภาพน้นั ยกตวั อยา งเชน เมือ่ เราเหน็ หนา ชาย
คนหนงึ่ สมองสว นทรี่ บั รกู ารมองเหน็ (ออ็ กซปิ ท อลโลบ) จะแปลความออก
มาวา นค่ี อื ใบหนาของผชู าย ขณะที่สมองสว นอื่นจะทําการแปลสหี นา ของ
ชายคนนัน้ วาเปนอยา งไร เชน กาํ ลงั สุข เศรา โกรธ และสมองอีกสว นหน่ึง
กจ็ ะเชอ่ื มโยงขอมูลใหมเขา กบั ลิ้นชกั ความจําวาชายคนน้ีคือใคร ช่อื อะไร
เรารจู ักเขาหรอื ไม
ทําใหเ ราไดย นิ และเขา ใจ
การทคี่ นเราไดย นิ เสยี งตา ง ๆ นน้ั เรม่ิ ตน จากคลน่ื เสยี งจากภายนอก
จะถูกสงไปยังกลุมประสาทสัมผัสที่อยูดานในสุดของหู คลื่นที่เขาไปนี้จะ
ปรบั เปลีย่ นคลืน่ เสยี งท่มี ีอยูภายในทาํ ใหเ กิดเปน คลื่นเสียง รูปลักษณใหม
ซึ่งจะถูกสงไปยังกลุมเซลลสมอง เซลลสมองจะ
เปล่ียนแปลงเสยี งเหลานี้ ใหเ ปน กระแสไฟฟาและ
สงไปที่สมองสวนที่เรียกวา ทาลามัส ซ่ึงจะทํา
หนาที่ส่ือสารขอมูลเหลานี้เขาสูสมองสวนตาง ๆ
ทาํ ใหเ ราเขาใจเสียงทไี่ ดย นิ
ทาํ ใหเราคิดได
สมองทําใหมนุษยมีความฉลาด
สามารถใชเหตุผล วินิจฉัย สรางสรรคส่ิง
ใหม ๆ และตดั สินใจเร่อื งตา ง ๆ ได เซลล
สมองสามารถที่จะเก็บขอมูล แปรขอมูลที่
22 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
การทํางานของสมอง 02
เขา มาเปน กระแสไฟฟา แลวเกบ็ ไวเ ปน ประสบการณเ ขา ไปในสมอง สมอง
สามารถนําขอมูลตาง ๆ ท้ังขอมูลดิบและขอมูลที่ผานการคิดใครครวญ
แลว มาเก็บไวเ ปน ตวั แบบ (model) หรือโครงสรา งของความรูในรปู ของ
มโนทศั น(concept) เหมอื นเราเกบ็ ขอ มลู ไวใ นคอมพวิ เตอร ซงึ่ เราสามารถ
เรียกขน้ึ มาใชไ ดใ นอนาคต
success publisher
ทาํ ใหเราจาํ ได
คนเรามคี วามจาํ เพราะสมองสว นเทมโพราลโลบ
และสมองสวนท่ีเก็บความจําระยะส้ัน หรือเก็บขอมูล
ใหมท่ียังไมเคยรูมากอน จะอยูในสมองดานหนาทาง
ขวาและทางซา ย อยลู กึ เขา ไป1 นวิ้ จากหนา ผากมขี นาด
เทากับแสตมปหรอื มขี นาดไมเกนิ 1 น้ิว ทาํ หนาท่เี ปน สมดุ ทดชั่วคราวใน
สมอง ขอ มูลตา ง ๆ ไมวา จะเปนภาพ เสียง กลนิ่ จะถกู สงมาทีส่ มองสวน
นก้ี อ น หลังจากนนั้ ถาขอ มูลไมถ ูกใชก จ็ ะถกู ลบทิง้ ไป หรือถาหากจะตอ ง
เกบ็ ไวเ ปน ความจาํ ระยะยาว กจ็ ะสง ตอ ไปยงั สมองสว นลกึ ลงไป คอื ฮปิ โป
แคมปส ทําหนา ทเ่ี ก็บความจําระยะยาว
ทาํ ใหเ ราพดู ได
การเรียนรูภาษาจะตองใชสมองสวนการ
ไดย นิ และการเหน็ ประกอบกนั แมเ ราเหน็ แตห าก
เราไมไดยิน เราก็จะเรียกชื่อส่ิงนั้นไมได ไม
สามารถเลียนเสียงได เราจึงสังเกตเห็นวาเด็กที่
เกดิ มาหหู นวก มกั จะเปน ใบด ว ยเสมอ เพราะไมร ู
สมอง : จุดกําเนิดความคิด 23
success publisherลายแทงนักคิด
วา เสยี งทคี่ นเราพดู กนั เปน อยา งไร การพดู เกดิ จากการทาํ งานของกลมุ เซลล
สมองท่ตี ดิ ตอถงึ กันหลายกลมุ เพราะตอ งเชอื่ มโยงคําแตละคาํ ใหม ีความ
เกย่ี วเนอ่ื งกนั เปน ประโยค การพยายามทาํ ความเขา ใจความหมายของคาํ
การเลียนเสียง และการเปลงเสยี งออกมา
เราสามารถสรุปไดว า
สมองเปรียบเสมอื นศนู ยบ ญั ชาการชีวิต
คนเราแทบจะไมสามารถทาํ สิง่ ใดไดเลย
หากสมองไมท าํ หนา ทสี่ ั่งการ
ความเขา ใจพ้ืนฐานการทาํ งานของสมอง จะชวยใหเราเขา ใจ เร่ือง
ความคดิ การคดิ และการคิดเปน ไดในลาํ ดับตอไป
24 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
สมอง
: มนุษยคิดไดอ ยา งไร ?
สมองมคี วามสามารถสรางภาพในใจ
สมองมคี วามสามารถในการสรา งมโนทัศน
สมองมีความสามารถในการใชเ หตุผลเพื่อการตัดสินใจ
success publisher
ความสามารถในการสรางภาพในใจsuccess publisher
มีผลสําคัญตอประสทิ ธิภาพการคิดในมิติตา ง ๆ
โดยเฉพาะในเรือ่ งของการคิดเชิงสรา งสรรค
และการคดิ เพือ่ แกป ญ หาตาง ๆ ...
เราจงึ ไมค วรปดกัน้ จนิ ตนาการของเรา
success publisher สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ
สมองมีความสามารถ
สรางภาพในใจ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 27
ลายแทงนักคิด
success publisher
นักจิตวิทยาไดคนพบความสามารถดานการคิดของสมองที่ชวยให
มนษุ ยสามารถแกป ญหาตา ง ๆ ทเ่ี กดิ ขึ้น สามารถสรางสรรค และคน พบส่งิ
ใหม ๆ และสามารถใชประโยชนจ ากทรพั ยากรธรรมชาตทิ ม่ี ีอยูพ ฒั นาเปน
อุปกรณชวยแกปญหาและอํานวยความสะดวกทําใหชีวิตดํารงอยูไดอยางมี
ความสขุ ... แตเ ราเคยสงสยั หรอื ไมว า เราคดิ ได อยา งไร มกี ระบวนการอะไร
ที่อยเู บือ้ งหลงั การใหเหตผุ ลและการตัดสนิ ใจของเรา ลองทําตามคําขอรอ ง
ดังตอ ไปน้ี
1คาํ ขอรอ งที่ กรณุ าอา นอยา งชา ๆ และวาดภาพลงในชอ งสเี่ หลยี่ ม
(อาจจะวาดลงไปจรงิ ๆ หรอื สรา งภาพในใจกไ็ ด)
ÁÕÇÇÑ Í‹μÙ ÇÑ Ë¹Ö§è ....
Áѹ¡Òí Å§Ñ ¡¹Ô ËÞÒŒ ....
28 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
³ ãμμŒ Œ¹äÁ.Œ ..
success publisherÃÁÔ ¸ÒùÒéí ...
ÇÑÇμÑǹé¹Ñ ÁÕ 4 à¢Ò
áÅÐÁ¢Õ Ò 3 ¢Ò
ËÒ§¢Í§Áѹ¡Ç´Ñ á¡Ç§‹ ä»ÁÒ
áμ‹ ÍÐ.. ÍÐ...
Á¹Ñ ÁÕ 2 ËÒ§
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 29
ลายแทงนักคิด
ÁѹËѹÁÒÁͧàÃÒ
¨Ò¡¹¹Ñésuccess publisher
Á¹Ñ ¾Ù´¡ºÑ àÃÒÇ‹Ò
“¼Á..ª×èÍ áÁÁ⺌”
¾Ù´¨ºÁ¹Ñ ¡çÂÁéÔ ËÇÒ¹
(àËç¹à˧×Í¡ÊáÕ ´§á»´ˆ )
2คาํ ขอรอ งท่ี กรณุ าหลบั ตาลงแลว นกึ ถงึ ภาพ “แมมโบ”
คณุ จะเหน็ วา ….แมมโบก าํ ลงั ยม้ิ หวานในความคดิ เรา
3คาํ ขอรอ งที่ กรณุ าหลบั ตาลงอกี ครง้ั แลว ลบแมมโบอ อกไป
ไมค ดิ ถงึ อกี
คณุ จะแปลกใจวา ….ทําไมลบไมอ อกนะ แมมโบย ังคงอยูในความคดิ
ยิ่งพยายามลบกย็ ่งิ ลบไมอ อก
….เกดิ อะไรข้ึนหรอื ????
30 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
หากคณุ ดาํ เนนิ การตามคาํ ขอรอ งทง้ั 3 คณุ จะพบสง่ิ หนงึ่ ทเี่ หมอื นกนั
น่ันคอื ภาพแมมโบ ทเ่ี กิดข้ึนในรูปแบบของ “ภาพในใจ” อยางตอเนอ่ื ง
เมอื่ เรารบั ขอมูลเขา มาในสมองของเรา
ภาพประกอบในคาํ ขอรองท่ี 1 เปรียบเหมือนภาพในใจของเรา ซึ่ง
จะเกิดข้ึนเม่อื เรารบั ขอ มูลเขาไป หากเราลองสังเกตดูเราจะพบวา เม่อื เรา
อานประโยคแรก “มวี วั ตัวหนึ่ง” กจ็ ะมภี าพววั ตัวหนึง่ เกดิ ข้ึน มาในความ
คิดเราทนั ที และเมอื่ เราอานประโยคตอไป “มนั กาํ ลงั กินหญา ” แนนอนใน
สมองของเราจะเปนภาพวัวทีย่ นื และเล็มหญา อยูในทงุ สีเขียว
success publisher
เราจะเห็นภาพเพิ่มขึน้ ตามขอมลู ทเี่ รารบั เชน จะมภี าพตนไม และ
มีภาพริมธารน้ําข้ึนมาโดยอัตโนมัติ และเมื่อเราอา นถึงประโยคที่วา “วัว
ตวั นน้ั มี 4 เขา” ภาพววั ตวั เดมิ ทปี่ รากฏในสมองกจ็ ะมเี ขางอกเพมิ่ จากเดมิ
ข้นึ มา 2 เขาโดยทันที และจากขา 4 ขา กจ็ ะลดลงเหลือ 3 ขา เม่อื เรารู
วา “มขี า 3 ขา” ยงิ่ กวา นน้ั หางของมนั ทก่ี วดั แกวง ไปมา กจ็ ะถกู เพม่ิ เขา ไป
อีก 1 หาง เมือ่ เราอา นพบวามนั มี 2 หาง ทายสดุ จากวัวธรรมดาทเ่ี รา
สรางภาพไวตั้งแตตนจะกลายเปนวัวที่พูดได และเราก็รูวามันช่ือ “แมม
โบ” ววั ตวั หนง่ึ ทีม่ ลี กั ษณะแตกตา งไปจากววั ปกติ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 31
success publisherลายแทงนักคิด
“ภาพในใจ” น่ีเองคือสิ่งที่เราจะรูจักกับมันมากขึ้นในหนังสือเลมนี้
แนน อนวา ไมใ ชภ าพ “แมมโบ” ววั ประหลาด แตส งิ่ นค้ี อื ภาพในใจทปี่ รากฏ
ข้นึ โดยอตั โนมตั ิเมอ่ื สมองรับรขู อมูลบางอยา ง
ภาพในใจ หรือเรียกวา ภาพในความคิด (mental image) เปนสิ่งท่ี
สมองสรางข้ึน เมื่อประสาทสัมผัสรับขอมูลจะสงสัญญาณสูสมอง สมอง
จะนําขอมูลที่ไดรับไปเปรียบเทียบกับส่ิงของประเภทเดียวกันท่ีเก็บไวใน
ความทรงจาํ โดยเชือ่ มโยงขอ มูลความรู ประสบการณในอดตี ภาษา แปร
ขอมลู ท่ไี ดรบั เปน “ภาพ” ตามทีต่ นเองเขาใจอยา งอัตโนมตั ิ สวนใหญจะ
มีลกั ษณะคลายคลึงกบั วัตถุหรอื เหตุการณในโลกความจรงิ เชน
ÊÁÁμàÔ ÃÒ໹š à´¡ç áÅÇŒ ¤³Ø ¤ÃàÙ ÅÒ‹ ¹·Ô Ò¹àÃÍè× §¡ÃÐμÒ‹ ¡ºÑ àμÒ‹
ãËàŒ ÃÒ¿§˜ “¡ÒŤçéÑ Ë¹§Öè ¹Ò¹ÁÒáÅÇŒ ÁàÕ μÒ‹ ¡ºÑ ¡ÃÐμÒ‹ Â..” 㹤ÇÒÁ
¤´Ô ¢Í§àÃÒ¨ÐÊÃÒŒ §ÀÒ¾àμÒ‹ áÅСÃÐμÒ‹ ¢¹éÖ ÁÒ·¹Ñ ·Õ
¡ÒŤçÑé ˹§Öè ¹Ò¹ÁÒáÅÇŒ
ÁàÕ μÒ‹ ¡ºÑ ¡ÃÐμÒ‹ Â...
32 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
เมือ่ มคี นพดู ถึง “ทะเล” เราจะนกึ ถงึ ทะเลที่เราเคยไป หรอื เคยเหน็
ในภาพ หรือหากพูดถึงคนอะบอริจิ้นในประเทศออสเตรเลีย เราอาจนึก
ภาพไมออกหากเราไมร จู ักหรอื ไมเ คยเห็นมากอน เปนตน
ตามหลักทางจิตวิทยาท่ัวไปไดกลาววา การสรางภาพในใจจะ
เกี่ยวขอ งกบั การตคี วามขอ มลู ทไ่ี ดรบั เปนภาพในใจ เพอื่ ทาํ ความเขา ใจใน
เรอ่ื งทีเ่ กิดขึ้น เปน การดึงลิ้นชักความทรงจาํ มาใชเปรียบเทียบ การแปร
ขอมูลท่ีรับรูเปนภาพเกิดขึ้นโดยอาศัยสัญลักษณ สัญลักษณที่เก่ียวของนี้
อาจเปนคําพดู หรือตัวหนงั สือ
success publisher
อยา งไรก็ตาม ถา เราไมเ ขาใจหรือไมเ คยรับรูเกี่ยวกับเรอ่ื งนนั้ ๆ มา
กอ น หรอื ไมเขา ใจในความหมายของคาํ หรือภาษาน้ัน เราอาจคิดไมอ อก
วาส่งิ ทก่ี ลา วถงึ น้นั มีลักษณะอยา งไร ยกตัวอยางเชน
ËÒ¡·Ò‹ ¹Ã¨ŒÙ ¡Ñ ¼ÁËÃÍ× à¤Âà˹ç ˹Ҍ ºÒŒ § àÁÍè× Á¤Õ ¹¡ÅÒ‹ Ƕ§Ö ¼Á
·Ò‹ ¹¨Ð¹¡Ö ˹Ҍ ¼Áã¹ã¨ä´·Œ ¹Ñ ·Õ áμ¶‹ ÒŒ ·Ò‹ ¹äÁà‹ ¤ÂàË¹ç ¼Á
ÁÒ¡Í‹ ¹ áÁàŒ ¾Í×è ¹¢ÒŒ § æ ¨Ð¾ÂÒÂÒÁ͸ºÔ ÒÂÍÂÒ‹ §äà હ‹
...ãÊዠǹ‹ μҷçàËÅÂèÕ ÁãËÞ‹ æ
...¼ÇÔ ¢ÒÇ äǼŒ ÁáÊ¡¢ÒŒ §
...ÃÒ‹ §äÁÍ‹ ÇŒ ¹ äÁ¼‹ ÍÁ
...ÂÁÔé áÂÁŒ á¨Á‹ ãÊ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 33