success publisherลายแทงนักคิด
• การท่เี ดก็ หญิงฉลาดลักษณ ต้ังใจเรยี นเปนอยางดตี ลอด เทอม
น้ันไมใชวาเธอเปนเด็กขยัน แตเปนเพราะพอแมต้ังเงื่อนไขวา
ถา เธอเรยี นได เกรดไมต าํ่ กวา 3.7 จะพาเธอไปเทย่ี วตา งประเทศ
…ความปรารถนาท่จี ะไปเทย่ี วน้เี องเปน “แรงกระตุน” ใหเ ด็กหญิง
ฉลาดลักษณต ั้งใจเรียน
• สว นการทชี่ ไมพรตดั สนิ ใจเขา เรยี นนน้ั เปน เพราะตอนเธอยงั เดก็
ครอบครัวของเธอยากจนมาก ทําใหเธอในฐานะพคี่ นโตตองลา
ออกมาชว ยทางบา นทาํ งาน เธอเสยี ใจมากทไี่ มไ ดเ รยี น และตงั้ ใจ
วา เธอจะตอ งหาโอกาสเรยี นใหไดใ นสักวันหน่งึ
…แรงทกี่ ระตนุ ผลกั ดนั ใหเ ธอเรยี นคอื ความใฝฝ น ตงั้ แตใ นวยั เดก็ เปน
ความมุงม่ันที่จะเติมเต็มส่ิงที่ขาดไป ดังน้ันแมวาจะถูกลอเลียน หรือดู
แปลกในสายตาของคนอน่ื เธอกย็ ังคงทาํ ตอ ไปจนสําเรจ็
แรงกระตนุ ดังกลาวเรยี กวา แรงจูงใจ แรงจงู ใจมีอิทธิพลตอ รปู แบบ
การคดิ และผลักดนั ใหเ กดิ พฤตกิ รรมในอนาคต เปน ตัวขบั เคล่อื นใหแสดง
พฤติกรรมอยา งมเี ปาหมายเพ่ือตอบสนองความตอ งการทพี่ งึ ปรารถนา
เราลองสงั เกตพฤตกิ รรมของเรา แลว ลองตอบวา เราทาํ สงิ่ นนั้ เพอ่ื อะไร
คาํ ตอบของเราจะมสี ว นประกอบของ “แรงจงู ใจ” เขา มาเกย่ี วขอ งดว ยเสมอ
เรมิ่ ต้ังแตเรอ่ื งงา ย ๆ เชน การที่เราเปดตูเย็นเพื่อหานาํ้ เย็นมาดืม่ กเ็ พราะ
วาเรากระหายนํ้า หรือการท่ีเราทํางาน นอกจากแรงจูงใจเพ่ือมีสวน
สรา งสรรคสังคมใหด ีข้ึนแลว ยังเพอื่ ตอบสนองความพงึ พอใจทีไ่ ดทําสิง่ ที่
ตนเองชอบดวย เปนตน ดังนน้ั ในวิธคี ิดของเราจงึ มีองคประกอบของแรง
จูงใจเปนสว นประกอบทีส่ ําคญั ดว ยเสมอ
184 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
การที่เราตดั สินใจกระทําสงิ่ ใดสงิ่ หน่ึงอยางเฉพาะเจาะจง เรามักจะ
ถกู กระตนุ ดว ยแรงขบั จากภายใน อนั ไดแก
แรงขบั ความตอ งการขัน้ พ้ืนฐาน
เปน ปจ จยั ความอยรู อดขน้ั พน้ื ฐานทที่ กุ คนตอ งมี เชน ความหวิ ความ
กระหาย ความงว งนอน ความตอ งการการพักผอน ฯลฯ เม่อื เราขาดสิง่
เหลา นี้สัญชาตญาณจะกระตนุ ใหเราตองหาทางตอบสนอง ความตองการ
นั้น เมอ่ื รางกายไดรบั การเตมิ เต็ม ความตองการเหลานีจ้ ะลดลง แรงขับ
เคลื่อนเหลา น้ีเกดิ จากความตอ งการรกั ษาสมดลุ ในรางกายใหอ ยใู นสภาพ
ท่ีตนเองรูสึกมั่นคง เชน เมอ่ื หวิ เราจะลดความหิวโดยเดินไปหาของกนิ ท่ี
ตูเ ยน็ หรอื เม่ืออากาศหนาวเราจะลดความหนาวโดยหาเสอ้ื หนา ๆ มาใส
เปน ตน
success publisher
แรงขับเพือ่ ตอบสนองความอยากรอู ยากเห็น
และความตองการส่งิ ท่ีตื่นเตน เราใจ
คนเราไมเ พยี งแตม แี รงขบั เพอื่ ความอยรู อดเทา นน้ั เรายงั มแี รงขบั ใน
การทําสิ่งตาง ๆ เพือ่ ตอบสนองความพึงพอใจ ทัง้ ทางดา นกายภาพและ
จติ ใจ นกั จติ วทิ ยาไดก ลา ววา ความอยากรอู ยากเหน็ และความตอ งการสงิ่
ทต่ี นื่ เตน เรา ใจ เปน แรงขบั สาํ คญั ทก่ี ระตนุ ใหค นเราทาํ หลายสงิ่ หลายอยา ง
เพอ่ื ตอบสนองความตอ งการนน้ั (Loewenstein, 1994) ยกตัวอยาง เชน
การติดตามเหตุการณประจําวัน การคนควาวิจัย การชอบดูภาพยนตร
ลึกลับ สืบสวน สอบสวน หรอื การทคี่ นตอบสนองความตอ งการสง่ิ ทต่ี ่นื
เตน เรา ใจ เชน การเลน บันจ้ีจม๊ั พ การลอ งแกง หรือการเลน เครอ่ื งเลน ที่
หวาดเสยี วในสวนสนกุ เปน ตน โดยเราจะควบคมุ ใหอ ยใู นภาวะสมดลุ ตาม
กระบวนการคิด 185
success publisherลายแทงนักคิด
ทร่ี างกายจะพงึ พอใจไมม ากไมนอ ยเกินไป ถา ระดบั ของกิจกรรมหรือการ
กระตุนเรามสี งู เราจะพยายามลดมันลง ถา มีตา่ํ เกนิ ไปเราจะพยายามยก
มนั ข้ึน (Feldman, 1996)
แรงขับตามลาํ ดับขั้นของความตองการของมนุษย
อบั ราฮมั มาสโลว(AbrahamMaslow) ไดจ ดั ลาํ ดบั ขนั้ ความตอ งการ
ของมนุษยไว 5 ขน้ั ดวยกนั (Maslow, 1987) อันไดแ ก
ขัน้ ที่ 1 ความตอ งการทางกายภาพขน้ั พนื้ ฐาน (physiological needs)
เชน นํ้า อาหาร การพักผอ น ฯลฯ เชน เดยี วกับแรงขับข้นั พ้ืนฐานท่ี
กลา วแลวขา งตน ความตองการน้เี ปนข้ันพ้นื ฐานที่รางกายกระตนุ ใหต อง
ไดรบั การตอบสนอง ทําใหคนเราตองทํางานเพ่ือแลกเปล่ียนกับเงิน เพ่ือ
นําเงินนน้ั มาแลกเปลี่ยนกับนาํ้ อาหาร ท่ีพักอาศยั และแสวงหาความพึง
พอใจทางกายภาพตา ง ๆ เปนเบ้อื งตน
ข้นั ท่ี 2 ความตองการความปลอดภัย (safety needs)
ความตองการอยูในสภาพแวดลอมท่ีปลอดภัยและมั่นคง ความ
ตองการนี้ เปนความตองการขั้นตอไปหลังจากท่ีเราไดรับการตอบสนอง
ความตอ งการในข้ันแรกแลว เชน เราตอ งการอยูใ นบานท่มี รี ว้ั รอบขอบชิด
ความตองการไดรับการปกปองคุมครอง ตองการงานท่ีม่ันคง เปนตน
ความมน่ั คงทาํ ใหค นสามารถดาํ เนนิ ชวี ติ อยา งมน่ั ใจ เพราะมน่ั ใจในอนาคต
ที่จะเกดิ ขน้ึ
186 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ข้ันที่ 3 ความตอ งการทีจ่ ะไดรบั และใหความรัก (love and belongings)
ความตอ งการเปน สว นหนง่ึ หรอื เปน สมาชกิ คนหนงึ่ ในกลมุ หรอื สงั คม
ความตองการน้ีทําใหคนจํานวนไมนอยยึดติดกับคานิยมของ สังคมและ
ทาํ ตนใหเ ปน ทยี่ อมรบั ในสงั คมนน้ั เชน การแตง ตวั ทที่ นั สมยั ของวยั รนุ การ
ปรบั ตวั เขากับสังคม ไมท ําตัวแปลกแยกเพอ่ื ใหไดรับการยอมรับ หรอื หาก
สังคมมีคานิยมยกยองคนมีเงินมีอํานาจ จะสงผลใหคนในสังคมอยาก
ร่าํ รวย อยากมีตาํ แหนง ส่ิงเหลานเ้ี ปน แรงจงู ใจท่อี าจนาํ มาซึ่งการตดั สนิ
ใจคอรร ปั ชนั เพ่ือใหไดมาซึ่งส่งิ เหลา นี้
success publisher
ข้ันท่ี 4 ความตองการเหน็ คณุ คาตนเอง (self-esteem)
คนเราจะอยูไดอยางมั่นคง ไมหวั่นไหวไปกบั สถานการณต าง ๆ ได
งา ยเมอื่ เราเหน็ คณุ คา และใหค วามนบั ถอื ตนเอง แตเ ราจะมาถงึ จดุ นไ้ี ด เรา
จะตอ งไดร บั การตอบสนองในสามขน้ั ขา งตน กอ น หลงั จากนนั้ จงึ มงุ พฒั นา
ความรูสึกวาตนเองมีคุณคา โดยการรูวาคนอื่น ตระหนักในคุณคาของ
ตนเอง พรอม ๆ กบั พฒั นาการยอมรับผูอืน่
ขน้ั ที่ 5 ความตอ งการประสบความสาํ เรจ็ (self actualization)
เม่ือความตองการทุก ๆ ข้ันตอนไดรับการตอบสนองแลว ในข้ัน
สุดทายท่คี นตองการคือการอยใู นสถานภาพท่ตี นเองจะพงึ พอใจในตนเอง
สูงสุด ความพึงพอใจน้ีเกิดจากการที่บุคคลน้ันตระหนักวา ตนเองไดใช
ศกั ยภาพทมี่ ีอยูในตนเองออกมาไดส งู สุดในทกุ ๆ ดาน ของชวี ิตเปนเหตุ
ใหมีความอ่มิ เอิบใจในความสาํ เรจ็ ทสี่ มบรู ณของชีวิต
กระบวนการคิด 187
success publisherลายแทงนักคิด
ลําดับข้ันความตองการเหลานี้เปนเหตุใหเกิดแรงจูงใจในการทําส่ิง
ตาง ๆ โดยมีแนวคิดวากอนที่คนเราจะมีความตองการในระดับท่ีสูงขึ้น
ความตองการในระดับพ้ืนฐานจะตองไดรับการตอบสนองกอนเปน
ลําดับ ๆ ขึ้นไป
คนเราจะทําส่งิ ตาง ๆ เพอื่ ตอบสนองแรงขับเหลา นี้ แตก ารท่ีเราจะ
คดิ และตดั สนิ ใจเลอื กทจี่ ะทาํ สง่ิ ใดนน้ั ขน้ึ อยกู บั การใหค ณุ คา และการคาด
หวังอนั ไดแ ก ความคาดหวังวาสิง่ ทเ่ี ราทาํ นั้น จะนาํ เราไปสูเปา หมายหรอื
ไม และการประเมินวา เปาหมายที่จะไปถึงนัน้ มีคณุ คามากนอยเพยี งไร
ยกตัวอยางเชน แรงจูงใจในการทําขอสอบ อยูบนพ้ืนฐานของการ
คาดหวงั ของเราวา เราเรยี นไดด มี ากนอ ยเพยี งไร และเราจะไดอ ะไรเมอ่ื เรา
เรยี นดี ถา มสี องสง่ิ นส้ี งู เราจะขยนั เรยี น แตถ า อยา งใดอยา งหนง่ึ ตา่ํ หรอื ตา่ํ
ทั้งสองอยาง เราจะไมข ยนั เรียนเพราะเราขาดแรงจงู ใจ
เราสามารถแบงแรงจูงใจออกเปน แรงจูงใจภายใน (intrinsic
motivation) กบั แรงจูงใจภายนอก (extrinsic motivation)
แรงจงู ใจภายใน หมายถึง แรงจงู ใจทีท่ าํ ใหคน ๆ หนึง่ มสี วนรวมใน
กจิ กรรมเพราะความรสู กึ พงึ พอใจ ไมใ ชเ พราะรางวลั ทไ่ี ดร บั เมอ่ื ไดร บั การ
ตอบสนองตามความพงึ พอใจแลว เราจะไมตอ งการไดรับอกี ยกตวั อยา ง
เชน เมอ่ื เราหวิ แรงจงู ใจจากภายในทาํ ใหเ ราหาอาหารมารบั ประทาน หาก
เรารบั ประทานจานหลกั จนอม่ิ มาก ของหวานทนี่ าํ มาเสริ ฟ แทบจะไมด งึ ดดู
ใจในขณะนัน้
188 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
แรงจูงใจภายใน ตอบสนอง พงึ พอใจ
ตวั อยา ง กิน พึงพอใจ ไมต องการอกี
หวิ
success publisher
แรงจูงใจภายนอก ภาษิตมาเลยบ ทหนึ่งไดกลาวไวว า “จงมีเมตตา
แกค นอนื่ จนกวา คณุ จะสามารถหาเงนิ หนงึ่ ลา นบาทแรกได หลงั จากนน้ั คน
อนื่ ๆ จะมาทาํ ดกี บั คณุ เอง” ภาษติ บทนส้ี ะทอ นแรงจงู ใจทมี่ าจากภายนอก
อนั หมายถงึ แรงจงู ใจทที่ าํ ใหค นมสี ว นรว มในกจิ กรรมเนอื่ งจากคาดหมาย
วาจะไดร บั รางวัลทม่ี องเห็นได ยกตวั อยางเชน แมเ ราจะอ่ิมแลวแตเม่ือมี
ของหวานมาเสิรฟ เราเลอื กที่จะรบั ประทานตอ พฤตกิ รรมทเี่ ราทํานัน้ มี
แรงจงู ใจทมี่ าจากภายนอก เชน เราอาจกาํ ลงั อยใู นการเลน เกมทม่ี เี งอื่ นไข
วาหากรบั ประทานหมดทกุ อยางทนี่ าํ มาเสริ ฟจะไดร ับรางวลั “รางวลั ” น้ี
เอง เปน แรงกระตุนจากภายนอก ทผี่ ลักดนั ใหคนทาํ ส่ิงตาง ๆ เพือ่ แลก
เปล่ียนกบั สงิ่ ทเี่ ราตอ งการ
แรงจูงใจภายใน ตอบสนอง รางวัล พงึ พอใจ
พึงพอใจ
ตวั อยาง ไมพึงพอใจ/อ่ิม
กิน รางวัล
ขอ เสนอ/ใหรางวลั
กระบวนการคิด 189
success publisherลายแทงนักคิด
แรงจูงใจจากภายในจะเกิดข้ึนเองจากแรงขับดานตาง ๆ ดังกลาว
ขางตน อันนาํ ไปสูการตอบสนองเพื่อใหเ กิดความรสู ึกพงึ พอใจ เมอื่ ไดท าํ
สงิ่ นน้ั ๆ โดยไมม แี รงกระตนุ จากภายนอก สว นแรงจงู ใจภายนอก เปน การ
กระตุนใหเกิดความตองการที่จะทําสิ่งนั้นโดยมี ผลประโยชนแลกเปล่ียน
บางประการทเี่ มอื่ ไดร บั แลว จะทาํ ใหเ กดิ ความพงึ พอใจ ถงึ แมอ าจจะไมพ งึ
พอใจในการทาํ สิ่งนัน้
นักจิตวิทยาไดทําการทดลองในเรื่องน้ีพบวา แรงจูงใจภายในจะ
กระตนุ ใหคนบากบั่น อตุ สาหะ ทํางานหนกั และผลิตผลงานที่มีคณุ ภาพ
สงู กวา การถกู กระตนุ ดว ยแรงจงู ใจจากภายนอก อกี ทง้ั การใหร างวลั เพอ่ื ให
บุคคลแสดงพฤติกรรมท่ีปรารถนา ย่ิงเปนเหตุใหแรงจูงใจที่อยูภายในลด
นอยลง และแรงจูงใจภายนอกเพ่มิ ขนึ้ (Lepper & Greene, 1978)
มีการทดลองใหเด็กเนอรส เซอร่ีวาดรูป โดยหากวาดแลวจะมีรางวัล
ให สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กจะมีความกระตือรือรนและสนุกสนานกับการวาด
ภาพนอ ยลง จากการทาํ เพอ่ื ความสนกุ สนาน มคี วามเปน อิสระ จะกลาย
เปนการทําเพื่อหวังรางวัล กลายเปนการใหคุณคาและคาดหวังตอรางวัล
มากกวาคุณคาของผลงานท่ีวาดได การวิจัยดังกลาวไดใหขอเสนอแนะ
วา การใหรางวัล (ใหค วามสนใจ) อาจทาํ ใหความพยายาม และคณุ ภาพ
ของผลงานตกต่าํ ลง
แรงจงู ใจกับการคดิ …
แรงจงู ใจมผี ลตอ การคดิ ไมค ดิ ของคน คนบางคนจะคดิ ตอ เมอ่ื คดิ แลว
ไดร ับการยกยอ ง ยอมรับ หรอื ไดร างวัลจากคนรอบขา ง และสังคม แตใ น
ทางตรงกนั ขา มหากเราคดิ แลว ขดั แยง คดิ แลว ทาํ ใหเ ราไมไ ดร บั การยอมรบั
190 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
สูทาํ ตามคนอนื่ ๆ ไมได เราจะไมม ีแรงจงู ใจใหค ดิ แตม งุ ท่จี ะเลยี นแบบ
คนอื่นเพราะวิธีนี้จะทําใหตัวเองอยูรอด และไดรับการยอมรับจากสังคม
มากกวา
แรงจูงใจเปนปจจัยสําคัญใหเ ราคิด ไมคิด คิดดี คิดไมดี โดยเปา
หมายการคิดของเราคือคิดสําเร็จแลวเราจะไดรับอะไร ตอบสนองความ
ตองการความพงึ พอใจของเราไดม ากนอ ยเพียงไร
success publisher
องคป ระกอบทัง้ 4 ประการน้ีมสี วนสาํ คัญในการกําหนดวา เรา จะใช
พลังทางสมองในการคดิ เก่ียวกับเรือ่ งตา ง ๆ อยา งไร หากเรานําตวั รว ม
เหลา นม้ี าใชเ พอ่ื เสรมิ สรา งพลงั ทางการคดิ ของเรารว มกบั วธิ คี ดิ 10 มติ ิ เรา
จะไดรับคาํ ตอบจากการคดิ ท่ีถูกตองครบถวน บรรลตุ ามวตั ถุประสงค แต
ในทางตรงกันขาม หากเรานําองคประกอบเหลาน้ีมาใชในแงมุมบ่ันทอน
การคิด ผลลัพธที่ไดจากการคิดจะไมสามารถบรรลุวัตถุประสงคท่ีเรา
ตอ งการ หรือทาํ ใหไ มไ ดค ดิ อยา งถูกตอ งครบถวนได
กระบวนการคิด 191
success publisherลายแทงนักคิด
ธรรมชาติการคิดของเราจะทาํ ใหเรา
คิดไดเ ฉยี บคมมากนอยเพยี งใดนน้ั
ขนึ้ อยกู บั วา เรามีระบบการคดิ ท่ีดี และมวี ิธีการคดิ ที่
ครบถว นสมบรู ณ เปนระบบระเบยี บ
หรือสรา งสรรคม ากนอ ยเพยี งใด
192 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
success publisher กระบวนการทํางานของความคิด
กระบวนการทาํ งาน
ของความคดิ
กระบวนการคิด 193
success publisherลายแทงนักคิด
“ความคิด” เกิดข้ึนโดยการทํางานอยางอัตโนมัติโดยการสั่งการของ
สมองทเี่ มอื่ รบั ขอ มลู เรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ เขา มา จะแปรขอ มลู ทไ่ี ดร บั เปน “ภาพ
ในใจ” คนเราสามารถคิดไดแ มในเวลาทไี่ มร ูสึกตัว เชน เวลาหลับความคดิ
ของเราจะยงั ทาํ งานอยู แต “การคิด” เปน กระบวนการข้นั ตอจากภาพในใจ
นนั่ คอื “เราจะทาํ อยางไรกับขอ มลู ทเ่ี ราไดรบั ?”
ขอ มูลที่เราไดรับจะเขาสูกระบวนการทํางานของสมอง เมือ่ สมองรบั
รขู อ มลู แลว จะมปี ฏกิ ริ ยิ าตอบสนองตอ ขอ มลู ดงั กลา วใน 6 ลกั ษณะ ไดแ ก
ลักษณะที่ 1 สมองตอบสนองตอสิ่งทร่ี บั รู. .ตามสญั ชาตญาณ
ลกั ษณะท่ี 2 สมองตอบสนองตอ สงิ่ ทรี่ บั ร.ู .โดย “คดิ ตอ ” อยา งอตั โนมตั ิ
ลักษณะที่ 3 สมองตอบสนองโดยเกบ็ เปนความจํา
ลักษณะที่ 4 สมองตอบสนองตามความเคยชิน
ลักษณะท่ี 5 สมองตอบสนองโดยการสนใจขอ มูล หรอื ทง้ิ ขอมลู
ลักษณะที่ 6 สมองตอบสนองโดยผานกระบวนการคิด
194 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการทํางานของความคิด 12
1. สมองตอบสนองตอ ส่งิ ทรี่ ับร…ู ตามสญั ชาตญาณ
ลองคิดดวู า อะไรบางที่คนเราทาํ ไดเองโดยไมม ใี ครสอน และ ทาํ ไดsuccess publisher
โดยอัตโนมัติไมต อ งคิดใครค รวญกอ นตดั สนิ ใจ
…การดดู นมของเด็กทารก
…การกระพริบตา
…การหวดี รอ งเมอื่ ตกใจ
…การยกมอื ขนึ้ อุดหเู มื่อไดยนิ เสยี งดัง
…การเกาเม่อื เกิดอาการคัน
….
เมอื่ สมองรบั ขอ มลู เขา มา สมองจะตอบสนองขอ มลู บางประเภทอยา ง
อตั โนมตั ิ ตามสญั ชาตญาณการปกปอ งตนเองเพอื่ ความอยรู อด และขอ มลู
ในบางเรื่องกลไกของสมองจะทํางานเองโดยจิตสํานึกของเราไมไดสั่งการ
เนื่องจากสมองมกี ลไกการรับรคู วามตอ งการทางกายภาพ ความตองการ
การอยูรอด และความตอ งการปกปองตนเอง
การตอบสนองในลักษณะนขี้ องสมองเกดิ ขนึ้ โดยอัตโนมัติ จากกลไก
การทํางานทร่ี วดเรว็ มากต้งั แตการรับขอมูล - สงสัญญาณ - แปรสัญญาณ
- ส่ังการใหรางกายตอบสนอง สมองสวนน้ีจะส่ังการโดยอัตโนมัติอยาง
รวดเรว็ เพื่อตอบสนองตอ ส่ิงดงั กลา วโดยไมผา นกระบวนการทีเ่ ราตอ งคิด
ใครครวญกอ นตดั สนิ ใจ และไมจําเปนตอ งมใี ครสอน
กระบวนการคิด 195
success publisherลายแทงนักคิด
มนษุ ยจ ะตอบสนองตามสญั ชาตญาณโดยอตั โนมตั ิ ไมผ า นความเปน
ตัวเราและกระบวนการคิด เมื่อเกิดความตองการดานความอยรู อด ความ
ปลอดภัย เม่ือสญั ชาตญาณอ่ืน ๆ ของมนุษยกระตนุ เรา จะเปน เหตุให
สมองสัง่ การทนั ที ยกตัวอยางเชน การดดู นมของเด็กทารกจะสามารถดูด
นมไดเองโดยไมมีใครสอนการกระพริบตา การยกมือข้ึนปกปองเมื่อมี
สิ่งของขวางมา การหาอาหารรับประทานเม่ือเกิดความหิวกระหาย หรือ
เด็ก ๆ มกั จะมสี ญั ชาตญาณของการกลัวเสียงดัง แมจะมสี ัญชาตญาณ
ความเปนแมท่ีรักลูกอยางไมมีเง่ือนไข และยินดีที่จะปกปองลูกใหพนภัย
อนั ตราย เปน ตน
หากเราสาํ รวจตนเองและคนรอบขา ง เราจะพบวา มอี ากปั กริ ยิ าอนื่ ๆ
อีกเปนจํานวนมากท่ีเกิดขึ้นอยางอัตโนมัติ เพราะสมองตอบสนองตาม
สัญชาตญาณ
196 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการทํางานของความคิด 12
2. สมองตอบสนองตอ สิ่งท่ีรับร…ู
โดย “คดิ ตอ ” อยา งอตั โนมัติ
ลองสาํ รวจประสบการณท างความคิดของตนเองดูวา
…เคยหรอื ไม เมอ่ื คณุ เหน็ กญุ แจโตะ ทาํ งานทเี่ สยี บอยู ทาํ ใหค ณุ ฉกุ คดิ
ขึ้นไดทันทวี า คณุ ลมื กุญแจรถไวท่รี านอาหาร
(หรือสิ่งอน่ื ๆ ท่ีทําใหคุณมอี าการทํานองเดยี วกัน เชน ไดยิน เสียง
นาฬก าดงั ข้นึ จึงฉุกคดิ ไดวานัดกับเพื่อนไว)
…เคยหรือไม เม่อื ไดย นิ ขอความโฆษณาทีค่ ุนเคย แมไ มเห็นภาพแต
มกั ทาํ ใหเ ราคิดถงึ สนิ คา ช้นิ น้ัน
…เคยหรอื ไม เม่อื เรามองของขวัญทไี่ ดร ับ เราคดิ ถงึ คนที่ใหของชนิ้
นนั้ แกเ รา
…หรอื เหตกุ ารณท าํ นองนี้ เมอื่ เรารบั รเู รอ่ื งหนงึ่ สงิ่ ทเี่ รารบั รทู าํ ใหเ รา
หวนคดิ ถงึ อกี สง่ิ หน่งึ ทเี่ ชอื่ มโยงกนั โดยอัตโนมตั ิ
success publisher
กระบวนการคิด 197
success publisherลายแทงนักคิด
เราไมส ามารถควบคุมอสิ รภาพการทาํ งานของสมองในทุก ๆ สวน
ได เพราะสมองในสว นของการคดิ สามารถทาํ งานเองไดโ ดยอตั โนมตั ิ นอก
เหนือจากการตอบสนองตามสญั ชาตญาณแลว เมอ่ื สมองรับขอมลู เขามา
จะสามารถตคี วามเชอ่ื มโยงขอ มลู ใหมก บั ขอ มลู เดมิ ทบ่ี นั ทกึ อยภู ายใน และ
คดิ ตอเองไดโดยปรากฏเปน ภาพในความคิดของเราขึ้น แมในขณะนน้ั เรา
ไมเกิดความรูสึกวาอยากจะคิดเลยก็ตาม เราเรียกปรากฏการณน้ีวาการ
หวนรําลกึ ถึง ยกตัวอยางเชน
…ลกู สาววยั ทารกของนางลาํ ดวนไดเ สยี ชวี ติ ลงดว ยโรคปอดบวม หลงั
จากคลอดไดเพยี ง 7 เดือน นางลาํ ดวนเศรา เสยี ใจมาก และทกุ ครั้งเม่ือ
เหน็ เด็กทารกคนอ่ืน ๆ นางจะรอ งไหค รา่ํ ครวญคิดถึงลูกอยางนาสงสาร
…เม่ือเห็นสมชายถือแฟมเดินมา สมศักด์ิจึงฉุกคิดไดวาตนเองลืม
แฟมเอกสารไวท ่ีโตะอาหาร
การทสี่ มองคดิ ตอ อยา งอตั โนมตั ิ หมายความวา สมองทาํ หนา ทเ่ี ชอ่ื ม
โยงขอมูลเดิมกับขอ มลู ใหมท่ไี ดรบั เขามา และคิดตอ จากขอ มูลน้ันไดโดย
อัตโนมัติ โดยการสรางภาพในจิตใจที่ไมผานกระบวนความคิดท่ีเราตอง
ออกแรงคดิ และเปน สง่ิ ทเี่ ราควบคมุ ไมไ ด เนอ่ื งจากเราไมส ามารถควบคมุ
อิสรภาพการทาํ งานของสมองในทกุ ๆ สวนได แมใ นขณะท่เี ราไมอ ยาก
คดิ ถงึ แตค วามคดิ ของเรายังคงทํางานอยู
เชน เมือ่ บอกวา “อยาคิดถงึ คนที่คณุ รกั มากที่สดุ ”
ภาพอะไรเกิดข้ึนในความคิดของคณุ ?
…ภาพคนท่คี ุณรกั มากทส่ี ุดนัน่ เอง
สาเหตุท่เี ปนเชน น้ีเน่ืองจากสาเหตหุ ลายประการ อาทิ
198 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
สมองแปลสง่ิ ทีร่ ับรเู ปนภาพหรอื คาํ พูด
เราสามารถสงั เกตตวั เองไดว าเมื่อเวลามีคนพูด หรือถามถึงคนทีเ่ รา
รจู กั ภาพคน ๆ นนั้ จะขนึ้ มาในความคดิ เราทนั ที หรอื เราอาจเลา เรอื่ งแมม
โบใหเพ่อื นฟงแลวแกลง เพือ่ นโดยบอกวา “อยานึกภาพแมมโบน ะ” ทนั ที
ทนั ใดนั้นเพือ่ นจะมภี าพวัว 4 เขาอยทู ส่ี มองทนั ที
success publisher
ไดร บั การกระตุนจากสวนอ่นื ๆ ของรางกาย
โดยเฉพาะแรงกระตุนความตองการในบางเรือ่ ง เชน หากเรารวู า ใน
วันสดุ สัปดาหจ ะไดไ ปเทย่ี วในสถานท่ที เ่ี ราชอบมาก วันนั้นทั้งวัน เราอาจ
จะนงั่ “ฝน กลางวนั ” คดิ ถงึ แตส ถานทน่ี น้ั ทง้ั ๆ ทร่ี วู า เราควร ตงั้ ใจทาํ งาน
สมองยงั คงทาํ งานแมในเวลาที่เราไมร ูสึกตวั
เราสามารถคดิ ไดแมใ นเวลาท่เี ราหลบั ความคดิ ของเรายังทาํ งานอยู
ผานจติ ใตส าํ นึก หรือในบางคร้ังเราอาจสามารถนกึ ถึงของท่ีหายไป ไดวา
อยทู ่ใี ด ทัง้ ๆ ที่กอ นหนาน้นั เราพยายามหาแตไ มพบ
เม่ือใดก็ตามที่ในใจของเรามีภาพหรือขอความในอดีตปรากฏข้ึนใน
ใจ น่นั หมายความวา การทาํ งานของความคิดไดเ กิดขน้ึ แลว
เราอาจลองสาํ รวจดูวา ตลอดทง้ั วันนีม้ ีเรื่องอะไรบางท่ีสมองของเรา
คดิ ตอจากการรบั รูเองโดยอตั โนมัติ
กระบวนการคิด 199
success publisherลายแทงนักคิด
3. สมองตอบสนองโดยเกบ็ เปน ความจํา
ความจาํ คอื ขอ มลู ท่ียงั คงเหลืออยูเมือ่ เวลาผานไป การเรียนรทู กุ
อยา งของสมองตอ งอาศยั ความจาํ ทง้ั สนิ้ ถา ปราศจากความจาํ แลว มนษุ ย
จะดํารงชวี ิตอยา งยากลําบาก เพราะตอ งเรยี นรทู ุกสิ่งทกุ อยางตลอดเวลา
เหมอื นกบั วา เพง่ิ พบเหน็ เปน ครง้ั แรกในชวี ติ เราสามารถแบง ประเภทความ
จาํ ออกเปน 3 ประเภท ไดแก
1. ความจาํ ประสาทสัมผัส (sensory memory)
ความจาํ เมื่อประสาทรับสมั ผสั จะเกดิ ข้ึนทนั ที เมื่อประสาทสัมผัสรับ
ขอ มลู เขามาในการดําเนนิ ชีวิตประจาํ วนั ตงั้ แตต น่ื จนนอนหลบั ประสาท
สัมผัสของเราตองรับขอ มลู ตา ง ๆ ท่ีเขามาอยางตอ เนอ่ื ง คอื ตา-ดู หู-ฟง
จมกู -ดม ลนิ้ -รับรส และ กาย-สัมผัส การทเี่ ราจะรูว า เรามองเหน็ อะไร
เสียงอะไรที่เราไดยิน อาหารที่เรารับประทานมีรสชาติอยางไร และรับรู
สมั ผสั อ่นื ๆ ไดอ ยา งตอเน่ืองนั้น สมองจําเปน ตอ งใช “ความจํา” เขา มา
มีสวนรวมท่ีสําคัญยิ่ง ขอมูลจากประสาทสัมผัสที่เขามาจะถูกบันทึกเปน
ความจาํ ในทันที ความจําน้ีเรยี กวา ความจําประสาทสัมผสั เปน ระบบ
ความจาํ ทท่ี าํ หนา ทเ่ี กบ็ สะสมขอ มลู ทไ่ี ดร บั จากเซลลร บั สมั ผสั จากประสาท
สัมผัสทัง้ หา อนั ไดแ ก ตา หู จมกู ลิ้น และผวิ หนัง เม่ือเซลลเหลา น้ีถกู
กระตนุ สมองจะบนั ทกึ การกระตนุ เหลา นเ้ี กบ็ ไวใ นระบบบนั ทกึ โดยทส่ี มอง
ยงั ไมไ ดจ ัดระเบียบหรือยงั ไมมีความหมาย จากนนั้ จะเขา สกู ระบวนการ
เทียบเคียงกับตัวแบบที่บันทึกไวในความทรงจําระยะยาวทําใหเรารูความ
หมายของส่งิ นน้ั เกิดกระบวนการมองเหน็ ไดยนิ ไดก ล่ิน รรู ส และรูสกึ
200 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการทํางานของความคิด 12
ความจําประสาทสัมผัสเปนความจําท่ีส้ันมาก เราอาจลืมไปภายใน
เวลาเพยี ง2 วนิ าที แตถ า หากเราใหค วามสนใจ เราจะแปรขอ มลู นน้ั เขา ไป
เกบ็ ไวใ นความจาํ ระยะยาว ยกตัวอยา งเชน เรากาํ ลงั น่งั อานหนังสืออยใู น
หอ งสมดุ มคี นสองคนพดู คยุ อยขู า ง ๆ โตะ ทเ่ี รานงั่ อยู เรารวู ามคี นยนื และ
คุยกันแตเราไมไดสนใจวาเขาคุยอะไรกัน เพราะเรามุงความสนใจไปท่ี
หนังสอื ทีเ่ รากาํ ลังอา น ในกรณีเชน น้ีแสดงวาสมองใชค วามจาํ ในสว นของ
ประสาทสมั ผสั ในการตคี วามเหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ อยา งอตั โนมตั ิ และเมอ่ื เรา
ไมไ ดสนใจ เรายอมลืมเหตกุ ารณท่เี กดิ ขึน้ น้ันไปไดอยา งรวดเรว็ แตหาก
สองคนนั้นเดินเขามาถามหรือพูดคุยบางส่ิงกับเรา และเราใหความสนใจ
กบั สงิ่ ท่ีเขาถาม เราอาจจะจําการสนทนาในวนั น้นั ได อาจจาํ หนาคนทเี่ ขา
มาถามเราไดสักระยะหน่งึ หรอื ยาวนานกวาน้นั ถา เราใหความสนใจ และ
พยายามจดจาํ เปน พเิ ศษ
success publisher
เมอ่ื ผา นเหตกุ ารณน นั้ แลว ถา เราไมส นใจเราจะลมื แตถ า เราใหค วาม
สนใจ สมองจะทําการเก็บขอมูลนนั้ เขา สคู วามจาํ ระยะยาวตอ ไป
2. ความจําระยะสนั้ (short-term memory)
สมองสวนท่ีเก็บความจําระยะสั้นหรือเก็บขอมูลใหมท่ียังไมเคยรูมา
กอ น จะอยดู า นหนา ทางขวาและทางซา ย ลกึ จากหนาผากเขาไปประมาณ
1 น้ิว มีขนาดเทียบไดกบั แสตมป ทําหนา ท่ีเปนสมดุ ทดชัว่ คราวในสมอง
ขอมลู ตาง ๆ ไมวา จะเปน ภาพ เสยี ง กลิ่น จะถกู สง มาท่สี มองสวนนก้ี อน
เมอ่ื ไดร บั ขอ มลู มาแลว จะนาํ ขอ มลู นมี้ าใชใ นการทาํ งาน หลงั จากนน้ั ขอ มลู
ใดทีไ่ มถ ูกนํามาใชก ็จะถกู ลบท้งิ ไป เชน การจดงานในหองเรยี น การจาํ
เบอรโทรศพั ท การอานหนงั สือ การเห็นหนาคนทีไ่ มรูจกั มากอ น เปนตน
และหากตอ งเกบ็ ขอ มลู ทไ่ี ดร บั เปน ความจาํ ระยะยาว สมองจะสง ขอ มลู ตอ
กระบวนการคิด 201
success publisherลายแทงนักคิด
ไปยงั สมองสวนทอ่ี ยูลกึ ลงไป เรียกวา ฮปิ โปแคมปส ทาํ หนาท่ีเก็บความ
จาํ ระยะยาว
สมองสวนที่ทําหนาที่เก็บความจําระยะส้ันจะทํางานเหมือนเปน
กระดาษทดชัว่ คราว อาจเรยี กอีกชอ่ื หน่ึงวา ความจาํ เพอื่ ใชง าน ซ่งึ จะเกบ็
ขอ มูลไดจํากัด กลาวกันวา สามารถเก็บรายละเอียด 7 อยา งไวไดใ นคราว
เดียว แตหากไมมีการทบทวนทันทีหรือรับเขาไปเพียงครั้งเดียวและไมได
ใชอกี เลย จะลืมเลือนไปในเวลา 30 วนิ าทเี ม่อื มีขอ มูลใหมเขามา แตถ า
หากไดร บั ขอ มลู เดิมซ้ํา ๆ กลุมเซลลสมองเดิมจะถกู กระตนุ ซ้าํ ๆ ทําให
ขอมลู ถูกนาํ ไปเกบ็ ที่ความจําระยะยาวได
3. ความจาํ ระยะยาว (long-term memory)
สมองสวนความจําระยะยาวจะมีความสามารถในการจดจําขอมูล
อยางเปน เลิศ โดยสมองจะเกบ็ ขอมลู ในรูปสัญญาณไฟฟา ทัง้ ในสวนของ
ขอเท็จจริงและความประทับใจตาง ๆ ไดมากกวาลานรายการ หรือ
สามารถบรรจุลงในหนังสือไดประมาณ 90 ลานเลม ความจําระยะยาว
เปรยี บเหมอื นตเู ก็บเอกสารท่ีบันทึกประสบการณ และความรตู าง ๆ ท่ไี ด
รบั มาตลอดชวี ติ โดยเกบ็ ไวอ ยา งเปน ระบบระเบยี บพรอ มทจ่ี ะเรยี กกลบั มา
ใชงานไดทันที ขอมูลที่เก็บไวในสมองสวนท่ีเปนความจําระยะยาวจะถูก
สรา งเปน เครอื ขา ยเสน ใยสมองทมี่ ขี อ มลู เกย่ี วกบั เรอื่ งนนั้ ยงิ่ มคี วามรเู กย่ี ว
กับเร่ืองใดที่ใหความสนใจมาก ในสมองจะมีเครือขายเสนใยสมองที่มี
ขอมูลตรงนี้อยูมาก เม่ือไดรับขอมูลเก่ียวกับเร่ืองน้ันเพิ่มเติม สมองสวน
ฮปิ โปแคมปส จะส่งั ใหเ ก็บเปน ความจาํ ระยะยาว เปนความจาํ ท่จี ะอยกู ับ
เราตลอดชีวติ
202 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการทํางานของความคิด 12
เอนเดล ทัลวงิ (Endel Tulving, 1972) ไดแ บง ความทรงจาํ ประเภท
น้ี ออกเปน 2 ลักษณะ ไดแ ก
3.1 ความจําในเหตกุ ารณแ ละความรู (declarative memory)
ความจําในเหตกุ ารณ (episodic memory)
success publisher
… ความจาํ ในลักษณะนีจ้ ะเปน การจาํ ไดว า เกดิ อะไร ท่ีไหน เม่ือไร
เปนความทรงจําสวนตัวในเรื่องตา ง ๆ ที่เราประสบในชีวิต เปนเหมือน
ระบบจดั เกบ็ ขอ มลู สวนตวั ของเราท่บี นั ทกึ ไวใ นสมอง ความจําในลกั ษณะ
น้ีเราสามารถเรียกกลับมาใชงานไดในรูปแบบท่ีเรารับไป เชน จําราย
ละเอยี ดเกย่ี วกับภาพยนตรทไี่ ปดูมาได สามารถเลา ไดเปนฉาก ๆ จาํ วัน
ที่เราเขามหาวิทยาลัยวันแรกได หรือจําเหตุการณตอนวันแตงงานได
เปนตน
ความจาํ ในความรู (semantic memory)
…หมายถงึ ความรูทว่ั ๆ ไปท่คี น ๆ นม้ี เี ก่ยี วกับโลกนี้ เปน การจําได
ในสงิ่ ทเ่ี ราไดร บั การเรยี นรแู ละทาํ ความเขา ใจ ซง่ึ รวมถงึ ความรทู ที่ าํ ใหเ กดิ
ความชํานาญดา นตาง ๆ เชน ความรูเ ก่ียวกบั การเลน หมากรกุ ทําใหมี
ทักษะการเลนไดดีกวาคนอ่ืน ความรูท่ัวไปท่ีเราไดรับจากการเรียน เชน
ความรูเรื่องการคํานวณ ความรูเก่ียวกับประวัติศาสตร วิทยาศาสตร
เศรษฐศาสตร ปรชั ญา ศาสนา นอกจากน้ี ยงั เกี่ยวของกบั ความรเู กยี่ วกับ
เหตกุ ารณป ระจําวันทวั่ ไป เชน รูความหมายของคํา รคู วามเปน ไปของคน
สาํ คญั ในบา นเมอื ง รจู กั สถานทสี่ าํ คญั ๆ และเรอื่ งทว่ั ๆ ไปอน่ื ๆ เปน ตน
ความจําในความรูจะหลอหลอมใหเราแตละคนมีความรูความสามารถท่ี
แตกตางกัน เพราะประสบการณทไี่ ดร ับในอดีตมคี วามแตกตา งกนั
กระบวนการคิด 203
success publisherลายแทงนักคิด
3.2 ความจาํ ในลักษณะทเ่ี ปน กระบวนการ (procedural memory)
เปน ความจาํ ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั ทกั ษะและวธิ กี ารทาํ สง่ิ ตา ง ๆ ..เปน ความ
จําทาํ นอง “knowing how” ..เปน ความจําท่ีไมส ามารถบรรยายออกมาได
เปนฉาก ๆ แตเปนความเขา ใจในวธิ กี ารทักษะวาเลน กีฬาชนดิ นอี้ ยา งไร
เชน ทักษะในการวายนํา้ ข่จี กั รยาน ขับรถยนต พมิ พดีด รวมถงึ ทกั ษะใน
การรบั รู เปน ตน
เราจาํ ขอ มลู ทเ่ี ขา มาไดม ากนอ ยแตกตา งกนั ขอ มลู บางประเภท=บาง
เรอ่ื ง เราจาํ ไดเ พยี งไมถ งึ หนง่ึ นาทกี ล็ มื แตข อ มลู บางประเภทเรา=สามารถ
จาํ ไดเปน เวลานาน อาจจะเปนชั่วโมง เปน วนั เปน เดอื น หรอื ตลอดชีวติ
ของเรา ความจํามีสวนสัมพันธโดยตรงกับอารมณในขณะน้ันและความ
สนใจทม่ี ตี อ ขอ มลู ทไี่ ดร บั โดยสว นใหญค นจะจดจาํ สง่ิ ตา ง ๆ ไดด ีในขณะ
มอี ารมณป ลอดโปรง แจม ใส เชน ชว งเวลาตน่ื นอน เพราะสมองไดพ กั ผอ น
มาอยา งเต็มที่แลว และเราจะจดจาํ ไดดี หากเรื่องนน้ั อยูใ นขอบขา ยความ
สนใจของเรา เราจะตงั้ ใจและมสี มาธจิ ดจอ ในการทาํ ความเขา ใจและจดจาํ
ในระยะยาวไดด ีกวา
นอกจากน้ี เมอื่ สมองรบั ขอ มลู เขา มาจะผา นความเปน ตวั เรา (being)
ทง้ั ในเรือ่ งโลกทศั น/ชวี ทศั น นิสัย ภาวะอารมณ และแรงจงู ใจในขณะนัน้
องคป ระกอบท้งั สามเปนปจ จยั ในการกาํ หนดทางเลอื กวา
เราจะเลือก “จํา” ขอมลู น้ัน
เราจะเลอื ก “ไมจ าํ ” ขอ มูลนัน้
เราเลือกจะ “คดิ ตอ” เกี่ยวกบั ขอ มูลนนั้
204 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
success publisher
ในทน่ี จ้ี ะอธบิ ายกระบวนการตามแผนภาพระบบความคดิ ของมนษุ ย
โดยในสวนของการจํานั้นคนเราสามารถรับขอมูลเขามาเก็บไวเฉย ๆ ใน
คลังสมองโดยท่ีไมจําเปนตองผานกระบวนการคิด เมื่อยังไมถึงเวลา ยก
ตัวอยา งเชน
àÁÍ×è μÍ¹à´¡ç æ ¤ÃÊ٠͹ʧèÔ ã´ÁÒ Ê§èÔ ·¹Õè ¡Ñ àÃÂÕ ¹·Òí ¤Í× “¨Òí ”
ã¹Ê§èÔ ·¤èÕ ÃÊ٠͹ હ‹ ¤ÃÊ٠͹ÇÒ‹ âÅ¡¹ÁÕé ¡Õ ·èÕ Ç»Õ ·Ç»Õ ÍÐäÃãËÞ·‹ ÊèÕ ´Ø
»ÃÐà·Èä·ÂÁ¡Õ ¨èÕ §Ñ ËÇ´Ñ ÀÒ¤μÒ‹ § æ ÁÀÕ ÁÙ ÍÔ Ò¡ÒÈÍÂÒ‹ §äà ʧ¤ÃÒÁ
âÅ¡¤Ã§Ñé ·èÕ 1 à¡´Ô ¾.È. ÍÐäà ¤Ã§éÑ ·Õè 2 à¡´Ô ¾.È. ÍÐäà ໹š μ¹Œ àÃÒ
¨Ð¨Òí ä´ÁŒ Ò¡ËÃÍ× ¹ÍŒ ¢¹éÖ Í¡‹Ù ºÑ ¹ÊÔ ÂÑ ¢Í§àÃÒ´ÇŒ ÂÇÒ‹ àÃÒ໹š à´¡ç ·ÍèÕ ´·¹
¿§˜ ¤ÃÊ٠͹μÅÍ´ªÇèÑ âÁ§ËÃÍ× äÁ‹ áÅТ¹éÖ Í¡‹Ù ºÑ ÍÒÃÁ³¢ ͧàÃÒ´ÇŒ  ¶ÒŒ
¤ÃÊ٠͹ʹ¡Ø àÃÒÍÒÃÁ³´ àÕ ÃҨШÒí ä´ÁŒ Ò¡ ÃÇÁ·§Ñé ¢¹Öé Í¡‹Ù ºÑ á稧٠ã¨
´ÇŒ  ËÒ¡¤ÃºÙ Í¡ÇÒ‹ ÁÃÕ Ò§ÇÅÑ ¶ÒŒ μͺ¤Òí ¶ÒÁä´Œ àÃÒ¨Ðμ§Ñé 㨨´¨Òí ʧèÔ ·èÕ
¤ÃÊ٠͹໹š ¾àÔ ÈÉ
กระบวนการคิด 205
success publisherลายแทงนักคิด
ความจําที่เราเก็บใสล้ินชักไวในสมองจะถูกนํามาใชเมื่อถึงเวลา ถา
เปน นกั เรยี นจะถกู ดงึ มาใชต อนสอบ โดยใครทดี่ งึ ลน้ิ ชกั ความจาํ ออกมาคนื
ครไู ดม ากท่ีสดุ จะไดร ับการยกยองวา เปน “คนเกง” ซ่งึ แทจ รงิ แลวไมไ ดใช
ความรเู ลย เพียงแตใชค วามสามารถในการจดจํา เทานัน้
àÁÍè× àÃÒàμºÔ âμ¢¹éÖ àÃÒÁ¡Ñ ãªÇŒ ¸Ô ¡Õ Òà “¨Òí ” ͺ‹Ù Í‹  æ હ‹
àÁÍ×è ËÇÑ Ë¹ÒŒ §Ò¹Ê§Ñè ãËàŒ ÃÒ·Òí §Ò¹ª¹éÔ Ë¹§Öè â´ÂºÍ¡ÇÒ‹ ¤³Ø μÍŒ §ä»¾ºà¨ÒŒ
˹Ҍ ·¤Õè ¹¹¢éÕ Í§ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹¹Õé ¶ÒÁà¢Ò´ÇŒ ¤Òí ¶ÒÁ 3 ¢ÍŒ ¹Õé ä´¤Œ Òí μͺÁÒ
ÍÂÒ‹ §äà ã˾Œ ÁÔ ¾à »¹š ÃÒ§ҹʧ‹ ÁÒ´ÇŒ  ʧÔè ·àÕè ÃÒÁ¡Ñ ¨Ð·Òí ¤Í× “¨Òí ¤Òí
ʧèÑ ” ãˌ䴤Œ ú·§éÑ ËÁ´áÅÇŒ ä»·Òí μÒÁ¹¹éÑ â´ÂäÁμ‹ ÍŒ §μ§Ñé ¤Òí ¶ÒÁ
การที่เราเลือกจําในเรื่องใดเรื่องหน่ึงโดยไมคิดตอจากส่ิงน้ัน นั่น
หมายความวาเราไมไ ดนําขอ มลู ทเี่ ราไดรับมานน้ั เขา สู “กระบวนการคิด”
แตเ ขา สูระบบการจํา
การจําสามารถทําควบคไู ปกับการคดิ ได เม่ือเรารบั ขอมลู เขา มาแลว
เรากาํ หนดเปาหมายการคิดวา อยากทําความเขา ใจเก่ียวกับขอ มูลท่ีไดรบั
เพอ่ื หาทางเลอื กทดี่ ที สี่ ดุ สง่ิ ทเ่ี ราจะทาํ ตอ ไปคอื นาํ ขอ มลู ทเี่ ราจาํ ไดน น้ั มา
ประเมิน เชน จากตวั อยา งเดิม ที่หวั หนา งานส่งั งานใหเ ราไปถามคําถาม
เจา หนาที่ เราจะนาํ ขอมูลน้ีเขา สกู ระบวนการคดิ 10 มติ ิ โดยเราใชก าร
วิเคราะหขอ มลู เมอ่ื วเิ คราะหแ ลว เราจะเกดิ ความสงสยั จึงวพิ ากษข ้ึนมา
วา หากหัวหนาสั่งใหเราไปถามคําถามเพ่ือใหไดคําตอบ โดยไมตองรับ
เอกสารใด ๆ จําเปนดวยหรือท่ีเราตองไปพบโดยตรง และเราจะคิด
สรางสรรคทางเลือกใหมวา เรานาจะสามารถใชโทรศัพทได แตเราคิด
วพิ ากษต อ ไปวา หวั หนา เราเปน คนมเี หตผุ ล (เราประเมนิ ตามกรอบโลกทศั น
206 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
ของเรา) คงไมส ง่ั การอยา งไมค ดิ หรอก ดงั นน้ั จงึ นา ทจี่ ะมเี หตผุ ลเบอ้ื งหลงั
นอกจากน้ัน หากเราตัดสินใจผลีผลามโดยไมขออนุญาตหัวหนากอน
หวั หนา อาจจะตาํ หนิวา เราทาํ ผดิ คําสั่งได (เราประเมินตามกรอบโลกทศั น
ของเรา ในการทาํ งานน้นั ตองเคารพใน กติกาการทาํ งาน) ดงั น้ันทางที่ดี
เราควรนาํ ขอ เสนอนไี้ ปเสนอตอ หวั หนา ถา หวั หนา อนญุ าตเราจงึ จะทาํ แต
ถา หวั หนา ไมอ นญุ าตเราจะทาํ วธิ กี ารเดมิ เปน ตน ขอ สรปุ ของเราคอื การนาํ
เรอ่ื งนนั้ ไปถามหวั หนา อกี ครง้ั เพอื่ ใหส ามารถเลอื กแนวทางการดาํ เนนิ งาน
ที่ดที ส่ี ดุ ได
success publisher
4. สมองตอบสนองตามความเคยชิน
ความเคยชิน คอื ส่ิงทเ่ี ราทาํ ซา้ํ ๆ กนั เปน ประจํา จนเราจําไดวา เมอ่ื
เกิดสงิ่ นี้ ตอ งเลอื กแบบน้ี แลวจึงเกดิ แบบนี้ เหมือนการเวนชองวางใหเติม
สิ่งทีเ่ รารูคาํ ตอบแลว เชน
3 + ....?... = 5 ¤Òí μͺ¤Í× 2 áÅзàÕè ÃÒÃnj٠ҋ 2 äÁ‹ãªà‹ ¾ÃÒÐ
àÃÒ “¤´Ô ãËÁ”‹ â´ÂàÍÒ 5 - 3 áμà‹ »¹š à¾ÃÒÐàÃÒ¨Òí ä´ÇŒ Ò‹ 3 + 2
= 5 ໹š ¡ÒèÒí â´Â·àÕè ÃÒäÁμ‹ ÍŒ §¤´Ô áÁÇŒ Ò‹ ¨ÐÁÇÕ ¸Ô ¡Õ Òä´Ô «Í‹ ¹Í¡‹Ù μç ÒÁ
¢ºÇ¹¡Òà હ‹ ¹éÕ àÃÂÕ ¡ÇÒ‹ ¤ÇÒÁà¤Âª¹Ô
ความเคยชนิ เปน “ความจาํ ” ทีบ่ นั ทึกการกระทาํ แบบเดยี วกัน ใน
อดตี และถูกดึงมาใชซ ้าํ ๆ บอ ย ๆ ในสถานการณท ่ีคลาย ๆ กนั และได
ผลลพั ธใ นลกั ษณะเดยี วกนั การทาํ ซา้ํ ทเ่ี กดิ เปน “ความเคยชนิ ” น้ี ในทสี่ ดุ
จะทําใหเราไมตองดึงความจําออกมาใช แตสามารถตอบสนองตอขอมูล
ไดโดยอตั โนมัติ
กระบวนการคิด 207
success publisherลายแทงนักคิด
ดงั นน้ั เมอ่ื สมองรบั ขอ มลู เขา มา ผา นความเปน ตวั เราทงั้ นสิ ยั อารมณ
แรงจงู ใจ แลว เราสามารถทจ่ี ะตอบสนองตามความเคยชนิ ได โดยไมจ าํ เปน
ตอ งผา นกระบวนความคิด ตัวอยางการตดั สินใจตาม ความเคยชนิ เชน
• เรารวู าเราตองเขา งาน 8.00 น. เลิก 16.30 น. เราจงึ ยอมรบั โดย
ไมตอ งคิดวาเหมาะสมหรอื ไม
• เรามักใชเสนทางเดิมเสมอระหวางท่ีทํางานกับที่บาน และเรา
สามารถขับรถบนเสนทางน้ัน โดยไมตองคิดวาตองเลี้ยวซาย
เลี้ยวขวา ท่ีใด อยางไร
• เม่อื เดินเขาไปในหอ งเรียนทีม่ หาวทิ ยาลัย เรามกั จะเดนิ ไปนัง่ ท่ี
เกาอ้ีตัวเดิมที่เรานั่งเปน ประจาํ
• เมื่อเราเห็นสัญญาณไฟสีเหลือง ความเคยชินของเราส่ังใหเรา
เหยียบเบรคเพือ่ ท่จี ะใหร ถหยดุ ในจังหวะไฟแดงพอดี
• แพทยท ่ีเหน็ คนไขมีอาการคดั จมูก ครนั่ เนอื้ ครนั่ ตัว ปวดศีรษะ
ตวั รอ น มกั จะวนิ จิ ฉยั ไปเลย แทบจะไมต อ งตรวจละเอยี ดวา เปน
ไขหวัด
• เรามักจะแกป ญหาดว ยวิธีการเดิม ๆ เชน หากลกู นอ งมาสาย
ขาด ลางานบอย วิธีท่ีเราใชคือ 1. เรียกมาเตือน 2. ตัดเงิน
3. ลงวนิ ยั 4. ใหอ อก เราใชว ิธีนีต้ ลอดกบั ทกุ ๆ คน
• รัฐมักจะแกปญหาดวยความเคยชิน เชน เมื่อมีเรื่องใดเกิดข้ึน
สิง่ แรกทจี่ ะทําคือ ต้ังคณะกรรมการพจิ ารณาเรอ่ื งน้นั จากนั้นก็
แกกฎหมาย ออก พ.ร.บ. มารองรับ
• ฯลฯ
208 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการทํางานของความคิด 12
ความเคยชินเร่ิมตนไดหลายทาง อาทิ เกิดจากการท่ีเรายอมรับใน
คําสอน คําแนะนําของผูอ่ืน การดําเนินตามระเบียบแบบแผนท่ีสังคม
กาํ หนด คานยิ มสงั คมทน่ี ยิ มใหค นเชอ่ื ฟง มากกวา คิดแตกตาง การปฏบิ ตั ิ
ตามขนบประเพณี หรือความเคยชินอาจเกดิ จากการเรยี นรใู นช้ันเร่ิมตน
success publisher
เม่ือเราทําสิ่งใดในคร้ังแรกมักจะตองมี “การคิด” รวมดวย ยก
ตัวอยางเชน เมื่อเริ่มเขาทํางานใหม ๆ เราคงตองพยายามเรียนรูส่ิง
ตาง ๆ ใหม ากทส่ี ดุ ทงั้ เร่อื งงาน การปรบั ตวั เขา กบั เพอ่ื นรว มงาน หวั หนา
งาน และสง่ิ ตาง ๆ ซ่ึงเราเห็นวาเปนสิ่งใหม ตอนเร่ิมแรกคงตองอาศัย
ความคดิ บา งเพราะเรายงั ไมม น่ั ใจในผลของมนั ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ เชน คดิ วา เกดิ
ปญ หาอะไร เหตุใดเราทําไมไ ด ควรเปลี่ยนวิธกี ารหรอื ไม ฯลฯ จากนนั้ จึง
คอ ย ๆ ปรบั แนวทางใหม แลวทดลองทํา เรยี นรูใหม วงจรจะเวยี นไป
เหมือนเดมิ จนเมื่อเราทาํ บอยขึน้ ๆ และมีแนวโนม จะทาํ ไดถูกตองเพ่ิม
ขึ้น เราก็จะเลอื กวธิ ที างนนั้ ตอ ๆ ไป เพราะม่นั ใจวา ทางเลือกนั้นจะไมผิด
กระบวนการคิด 209
success publisherลายแทงนักคิด
พลาด ในที่สุดเม่ือทํางานนานปขึ้นเราจะตอบสนองตอสิ่งตาง ๆ เปน
“ความเคยชนิ ” ไป
ความเคยชนิ เปน เหตใุ หม นษุ ยห าขอ สรปุ ใหก บั สงิ่ ตา ง ๆ โดย ไมต อ ง
ผา นกระบวนการคดิ ความเคยชนิ ทาํ ใหเ ราไมเ กิดคาํ ถามหรอื ตง้ั ขอ สงสยั
เก่ียวกับสิ่งนั้น และทําใหเ ราตอบสนองสงิ่ ท่เี ขา มาดว ยวธิ ีการแบบเดมิ ๆ
ไมค ิดแหวกวงออกไปนอกกรอบ จนเปน เหตุใหนาํ ไปสูการทีเ่ รา “ไมต อ ง
คดิ ” ในทสี่ ดุ
อยางไรกต็ าม ในอีกมมุ หน่ึงเมอ่ื เราผา นปจจยั ความเปน ตวั เรา แลว
เราอาจตดั สินใจไมท าํ ตามแบบเดมิ ๆ อาจเปนเพราะนิสัยเราเปน คนเบ่อื
งาย เราเปนคนชอบเสี่ยง วันนี้เราอารมณดี หรือไดรับการทาทายจาก
เพื่อน ๆ ใหทําสิ่งที่ไมเคยทํามากอน เราจึงจะเร่ิมนําขอมูลนั้นเขาสู
กระบวนการคดิ เพอ่ื หาทางเลือกอ่นื ๆ นอกเหนอื จากการตอบสนองแบบ
เดิมได
5. ตอบสนองโดยการสนใจขอมลู หรือ ท้งิ ขอมูล
เมื่อประสาทสัมผัสรับขอมูลเขามาในสมอง ถาไมใชขอมูลท่ีสมอง
ตองตอบสนองตามสัญชาตญาณแลว ขอมูลเหลานั้นมีสิทธิท่ีจะไดรับ
“ความสนใจ” พอ ๆ กบั ทจี่ ะไดร ับ “การปฏเิ สธ” ท้งั นี้ เนื่องจากคนมีแนว
โนมวาจะท้ิงขอมูลท่ไี ดร ับทันทีทเ่ี ขาไมส นใจ โดยไมไดใ สใ จแมแตนอ ยวา
ขอ มลู ดงั กลา วอาจจะเปน ประโยชนต อ เขาหรอื ไม เพราะขอ มลู ดงั กลา วจะ
ผา น “ตะแกรงรอ น” ทเี่ รยี กวา “ความเปนตวั เอง” (being) ของบคุ คลนัน้
เฉพาะสวนทมี่ อี ิทธิพลตอการ “สนใจ” หรือ “ไมสนใจ” ขอ มูล โดยยงั ไม
ตองผา นขน้ั ตอนการคดิ อันไดแก
210 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
success publisher
ลักษณะนสิ ยั (character)
ความแตกตางในลักษณะนสิ ยั ของคนแตล ะคน มผี ลตอ การเลือกรบั
ขอมลู และการท้ิงขอ มลู กอ นเขา สกู ระบวนการทางสมอง เชน คนที่มนี สิ ัย
ชอบใชค วามคิด ชา งสังเกต ชอบใชเ หตุผล ชอบคิดการณไกล ชอบแก
ปญหา ชอบทาทายตัวเองใหคิดสรางสรรคสิ่งใหม ๆ หรือมีนิสัยจุกจิก
รอบคอบ ตองตรวจสอบทกุ เร่ือง ฯลฯ แนวโนม คนนสิ ัยเชน นจ้ี ะ “สนใจ”
ขอมูลใหมท่ีเขามา เม่ือรับขอมูลเขามาจะมีแนวโนมท่ีจะคิดกับขอมูลนั้น
ตอ แตใ นทางตรงกันขาม คนทีม่ ีนสิ ัยเกียจครา น ไมช อบคิด นิสัยเชื่องาย
ชอบทาํ ตามความเคยชนิ ไมก ลา ทาํ สง่ิ ใหม กลวั ความผดิ คนทมี่ นี สิ ยั เหลา
นจ้ี งึ มแี นวโนม “ไมส นใจ” ขอ มลู และอาจทง้ิ ขอ มลู ใหมน นั้ ไปโดยทงั้ ไมจ าํ
และไมใ สใจท่จี ะคิด
กระบวนการคิด 211
success publisherลายแทงนักคิด
ภาวะอารมณ (emotion)
อารมณของเราในขณะรับขอมูลมีผลตอการท่ีเราจะ “สนใจ” หรือ
“ไมส นใจ” ขอมูลนั้นไดเ ชน กนั ยกตวั อยา งเชน คนทอ่ี ยใู นอารมณเศรา
โศก ยอ มไมส นใจทจี่ ะฟง เรอ่ื งสนกุ สนาน คนทอ่ี ยใู นอารมณฉ นุ เฉยี วโกรธา
ยอมไมอยากฟงคําปลอบโยน ฯลฯ ภาวะอารมณเชนนี้สามารถทําใหเรา
ทิง้ ขอมลู ไมสนใจขอ มูล ไมค ดิ ไมจ าํ ไมร บั ขอ มูลใหมที่กําลังเขามาก็เปน
ได หรอื ในทางตรงกนั ขา ม หากขอ มลู เขา มาเมอ่ื อารมณด หี รอื อยใู นอารมณ
ทีพ่ รอ มรับขอมูลนน้ั เราจะรับขอ มูลเขามาและตอบสนองทางใดทางหน่งึ
เชน จําขอมูล ตอบสนองตามความเคยชิน หรอื กาํ หนดเปาหมายการคิด
เปน ตน
แรงจงู ใจ (motive)
แรงจงู ใจเปนอีกปจ จัยหนึ่งท่ที ําใหเ รา “สนใจ” ท่ีจะจดั การกบั ขอ มลู
นั้นตอ ไป หรอื “ท้ิงขอมูล” นัน้ ไป หากเราไมมแี รงจงู ใจที่จะสนใจในเร่ือง
นน้ั เชน ถา มคี นบอกวา “ชว ยตอบคาํ ถามนหี้ นอ ย” เราอาจจะปฏเิ สธทนั ที
วา ไมว า งเพราะเราไมส นใจทจี่ ะทาํ แตถ า หาก บอกวา “ถา คณุ ตอบปญ หา
น้ไี ด คุณจะไดร บั เงินรางวัล 5 หม่ืนบาท” เราจะสนใจขอมลู นั้นทนั ที และ
นําไปสูการหาขอมูลเพ่ิมเติมวาปญหานั้นคืออะไร และจะแกปญหานั้น
อยา งไร เปนตน แรงจงู ใจจึงเปน ตัวกําหนดขั้นตอนแรก ในการเลอื กรับ
หรอื ปฏิเสธขอ มลู ทเ่ี ขา มาในสมองของเราดวย
ตะแกรงรอ นทั้ง 3 อัน ไดแ ก ลักษณะนสิ ัย ภาวะอารมณ และแรง
จูงใจ จะทํางานรวมกันอยางผสมผสาน โดยท่ีอาจจะมีปจจัยบางดานท่ี
เดน กวา อกี ปจ จยั หนงึ่ ในขณะนนั้ สง ผลใหป จ จยั ดงั กลา วมอี ทิ ธพิ ลมากกวา
212 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
เชน หากเราเปนคนท่ีมนี ิสัยชอบคิดใครค รวญ หาเหตุผล ยดึ มัน่ ในหลกั
การ แมว าเวลานน้ั เราจะมอี ารมณทนี่ าจะปฏิเสธขอมลู ท้งิ เสีย แตเรากลับ
เลอื กทจ่ี ะรบั ขอ มลู นน้ั นน่ั หมายความวา นสิ ยั ของเรามอี ทิ ธพิ ลเหนอื อารมณ
หรอื แมว า เราเปน คนเกยี จครา น ไมช อบคดิ แตถ า มใี ครบอกวา จะใหร างวลั
หากเราแกปญหาบางอยางได ก็อาจเปนเหตุใหเราสนใจขอมูลน้ันได
เปน ตน ดังน้นั ภาวะท้ัง 3 น้จี ึงมีสวนทน่ี ําไปสกู ารตัดสินวาจะสนใจขอ มูล
หรือจะทิ้งขอ มลู นนั้ ไปในข้นั ตอนแรก
success publisher
ถาเราสนใจขอมูลนั้นยอมมีแนวโนมวาเราจะนําขอมูลนั้นเขาสู
กระบวนการคิดตอไป ในทางตรงกันขามถาเราไมส นใจขอ มลู น้นั เรายอ ม
มสี ิทธิทิง้ ขอมลู น้ันโดยไมส นใจทจี่ ะนําไปคดิ ตอ
6. สมองตอบสนองโดยผา นกระบวนการคดิ
กระบวนการคิด 213
success publisherลายแทงนักคิด
ขน้ั ท่ี 1 การกาํ หนดเปาหมายการคิด
ความสามารถประการสําคัญที่ทําใหมนุษยแตกตางจากสัตว คือ
มนษุ ยส ามารถคดิ ได การคดิ ของมนษุ ยใ นทนี่ คี้ อื การคดิ อยา งมี “เปา หมาย”
เพื่อวัตถปุ ระสงคบางอยา งที่ตง้ั ขนึ้
กระบวนการคิดของมนุษยเร่ิมตนเมื่อเรารับขอมูลน้ันเขามาจากน้ัน
ขอ มลู ไดไ หลผานความเปน ตัวเราในเรอ่ื งของนิสัย อารมณแรงจงู ใจ และ
เราไดใหความสนใจที่จะพิจารณาขอมูลนั้นตอ จึงนําไปสูการกําหนดเปา
หมายการคิดเกี่ยวกับเรื่องน้ัน ซึ่งเปาหมายในการคิดของเรามีอยูดวยกัน
อยางหลากหลาย อาทิ
• เพื่อตรวจสอบ
• เพื่อคัดเลอื ก
• เพื่อทําความเขาใจองคประกอบทส่ี ําคัญ
• เพอ่ื ทําใหเ ขา ใจงาย
• เพอ่ื จับใจความสําคญั
• เพ่ือวิเคราะหแ ละสังเคราะห
• เพื่อทาํ ใหส มบูรณ
• เพอื่ แกไขทําใหถ กู ตอ ง
• เพื่อเปรียบเทยี บ
• เพอ่ื แกป ญหา
• เพอ่ื นํามารวมกัน
• เพอื่ แยกสวน
• เพื่อพจิ ารณาในบรบิ ท
• เพื่อสรางสรรคส ิ่งใหม
• ฯลฯ
214 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
ขอ มลู ทเี่ ราสนใจจะคดิ ตอ เราจะคดิ อยา งมเี ปา หมายเสมอ แมว าเรา
จะกําหนดเปาหมายการคิดอยา งตัง้ ใจหรอื ไมตั้งใจก็ตาม
ยกตวั อยาง เชน
ตวั อยา งท่ี 1 เพอ่ื นคนหนึง่ ของเรานาํ ภาพ ๆ หนึ่งมาใหเราดู บอก
วา “ดนู ส่ี นิ ค่ี อื ยเู อฟโอมนษุ ยด าวองั คารทเี่ ราถา ยไดเ มอ่ื
เดอื นท่ีแลว”
success publisher
เราหยิบภาพ ๆ นั้นมาเพงพินิจพิจารณาดู และเห็นเปนจุดสีดํา
เล็ก ๆ 2 จดุ บนทองฟา
เราเปน คนทมี่ นี ิสัยชอบคลอยตามพลังกลมุ และเห็นวา เพื่อน ๆ ใน
กลมุ ทง้ั หมดลว นแตเ ชอ่ื วา เปน เรอื่ งจรงิ เราจงึ อยากจะพสิ จู นว า เรอ่ื งมนษุ ย
ดาวองั คารเปน เรอ่ื งจรงิ หรอื เรอ่ื งหลอกเลน เมอ่ื เพอื่ นเอาภาพมาใหด จู งึ เกดิ
แรงจงู ใจที่จะคิดตอ รวมทั้งในขณะนัน้ เราอยใู นอารมณป กติ พรอมที่จะ
รบั ขอมูลใหม ๆ ทีเ่ ขา มาได
ดงั นน้ั จึงนําไปสกู ารตั้งเปาหมายในการคดิ คอื เพอ่ื ตรวจสอบความ
จรงิ วาจุดดาํ ๆ 2 จุดนคี่ ือยานอวกาศ
ตวั อยา งท่ี 2 เราไดร บั รายงานวา ปน ง้ี บประมาณของกระทรวงถกู ตดั
ลงจากปท่ผี านมา 20% แตท านนายกรฐั มนตรขี อใหทกุ
หนวยงานพยายามจัดสรรงบที่นอยลงน้ีใหสามารถทํา
ตามเปา หมายทว่ี างไวไ ดท ุกแผนงาน (คอื ใชเ งนิ นอ ยลง
แตม ปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน)
กระบวนการคิด 215
ลายแทงนักคิด
หัวหนาฝายคนที่ 1 เกิดความรูสกึ ไมพอใจทันทีเมื่อไดรับรายงานนี้
อารมณทปี่ กตอิ ยูกลายเปนหงดุ หงิดขึ้นมาทันที บวกกบั การเปนคนที่ชอบ
คิดแงลบ เขาจึงกําหนดเปาหมายการคิด “เปรียบเทียบ” กับขอมูลเดิม
และเกดิ การต้ังสมมตฐิ านขึน้ วา “สงิ่ ทพ่ี ดู มาไมสามารถทําใหเปน จริงได”
และนาํ ไปสกู ารกาํ หนดเปา หมายการคดิ ตอ ไปวา “จะวเิ คราะหใ หด วู า งบท่ี
นอ ยลง ทาํ ใหไมสามารถทําตามแผนทตี่ ง้ั ไวไดอ ยางไร” การคดิ ของเขาน้ี
เพอื่ คาดหวงั วาแผนนี้จะตอ งลม เลิกไป
สวนหวั หนาฝายคนที่ 2 ไดร บั รายงานชิน้ เดยี วกนั แตคนนเ้ี ปน คนที่
มีนสิ ยั ชอบทา ทายตัวเอง ชอบลองทาํ สงิ่ ใหม ๆ เมือ่ ไดรับขอมูลเชนน้ี จงึ
เกิดความพอใจและต่ืนเตน มีแรงจูงใจท่ีอยากจะทําใหได เขาเร่ิมตน
กําหนดเปาหมาย “คดิ เปรียบเทยี บ” และนําเขา สกู ระบวนการคิดเปรียบ
เทียบความเปนไปไดระหวางขอมูลใหมกับกรอบโลกทัศนที่มีอยูและต้ัง
สมมตฐิ านในใจ เมื่ออา นขอ มลู วา “นาจะเปนไปได” ซ่ึงนาํ ไปสูเ ปา หมาย
ในการคดิ ตอ ไปวา “จะตอ งแกปญ หาท่ีเกิดข้นึ ใหได”
success publisher
ตวั อยา งท่ี 3 เราไดรับบัตรสนเทหเขียนวา รัฐมนตรีที่คุมกระทรวง
ของเราคอรร ัปชัน โดยมเี จา หนาท่ีระดับสงู รเู หน็ เปนใจ
และมีรายชอ่ื เจา หนา ทีท่ ่ีถกู กลาวหา จากนน้ั มีขอกลา ว
หาเรื่องตา ง ๆ มีการเลา ถึงพฤติกรรมการเคล่ือนไหว
อยา งละเอยี ดวา ยกั ยอกกนั อยา งไร และลงทา ยดว ยการ
เชญิ ชวนผอู า นใหร ว มลงชอื่ ขบั ไลร ฐั มนตรแี ละเจา หนา ท่ี
เหลา น้ี ใหพ น ไปจากกระทรวง แตไ มม กี ารลงชอ่ื ผเู ขยี น
บัตรสนเทห น ี้
216 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
เมอ่ื เราอานจบ กลไกสมองเราจะคิดเกย่ี วกับขอมลู น้อี ยา งไร
หากเรามอี คตติ อบคุ คลทอ่ี ยใู นบตั รสนเทห เราจะมแี นวโนม ทจี่ ะเชอ่ื
วาขอกลาวหาทเ่ี ขยี นข้ึนนัน้ เปนจริง เราจะเกดิ อารมณค ลอยตามขอ เขียน
น้นั ได อันเปน เหตุใหเ รากาํ หนดเปาหมายการคดิ เกยี่ วกบั ขอ มลู นน้ั “เพื่อ
หาขอสรุป ยืนยนั วาเปนความจริง” หรือ ตลอดทางระหวา งทเ่ี รารับขอมูล
เราอาจตั้งเปาการคิดโดยอัตโนมัติ คือ “เพ่ือเปรียบเทียบ” จากน้ันจึง
เขา สูก ระบวนการคดิ โดยคิดเปรียบเทยี บกบั ขอมูลเดิมทเ่ี รารมู าเกยี่ วกับ
คน ๆ นนั้ เรือ่ งนนั้ ๆ
success publisher
หากเราเปน คนทไี่ มเชื่ออะไรงาย ๆ และยดึ มนั่ ในหลกั การ เราอาจ
จะมเี ปา หมายการคดิ “เพอื่ การตรวจสอบและบรู ณาการขอ มลู ” วา เทจ็ จรงิ
เปน อยา งไร วเิ คราะหว า ผเู ขยี นบตั รสนเทห น ม้ี วี ตั ถปุ ระสงคอ ะไร การเขยี น
บัตรสนเทหโดยไมมีการลงช่ือแสดงใหเห็นวาบุคคลที่เขียนเปนอยางไร
การกระทาํ เชนน้ีนาเชื่อถือหรอื ไม หากจะเขยี นขอเทจ็ จรงิ ทําเชนนเี้ หมาะ
สมหรือไม เราอาจจะมีคําถามมากมายเกดิ ขนึ้ ในใจ ซึ่งจะนาํ เราไปสูการ
พนิ จิ พจิ ารณาขอ มูลน้นั อยางละเอียดรอบคอบ ในกระบวนการคิดตอ ไป
ตวั อยา งที่ 4 เราไดร ับคาํ สัง่ ใหลดจาํ นวนเจาหนาท่ีในแผนกลง จาก
10 คน เหลอื 5 คน ในเวลา 1 ป โดยมที างเลอื ก 2 ทาง
คือ ยบุ รวมกบั หนว ยงานอืน่ หรือ คงสภาพเดิมแตม คี น
นอ ยลง
ในฐานะทเี่ ราเปน คนทเี่ ชื่อฟงคําส่งั เราจะเรมิ่ กําหนดเปาหมาย การ
คิด “เพือ่ คดั เลือก” “เพอื่ เปรียบเทียบขอ ดขี อเสีย” และ “เพ่อื สรางสรรค
สิง่ ใหม” จากนัน้ จึงเขาสกู ระบวนการคิดตอไป
กระบวนการคิด 217
success publisherลายแทงนักคิด
กลไกการทาํ งานของระบบความคดิ ของเราจะเรว็ มาก ในบางครงั้ เรา
อาจไมรูสึกตัวดวยซํ้าวาเรามีเปาหมายในการคิด เมื่อเราพิจารณาขอมูล
เสร็จ เราอาจคิดวาเราคิดทันที แตแทจริงเปนการทํางานของสมองท่ีตอ
เน่อื งกันไปอยา งรวดเรว็ จนบางครั้งอาจทําใหเรารสู กึ วา เราไมมีเปา หมาย
ในการคดิ เราชอบคดิ เรอ่ื ยเปอ ย ทั้งทเี่ ม่อื พจิ ารณาใหด ี ทกุ ครง้ั ท่ีเราเร่ิม
ใชพลังสมองในการพิจารณาไตรตรองเก่ียวกับเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง เราลวน
กระทําเพ่ือจุดมุงหมายบางอยางทั้งส้ิน ไมวาเปาหมายน้ันจะดีหรือไมดี
กต็ าม
ขั้นที่ 2 การประเมินขอมูลใหมผ า นกรอบความคดิ เดิม
เม่อื เรากาํ หนดเปาหมายการคดิ เรยี บรอยแลว ขน้ั ตอนตอ ไปของการ
คดิ คือ ตีความขอ มูลใหมภายใตก รอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น เพ่อื นาํ ไปสูก าร
ตัดสินใจหาขอ สรุปในลาํ ดับตอไป ในข้ันตอนนี้ขอมูลที่เราไดรับจะถูกนํา
มาเขากระบวนการคิดอยางผสมผสานกันระหวางวิธีคิดกรอบโลกทัศน/
ชีวทศั น นสิ ยั อารมณ และแรงจงู ใจ
การคดิ มกั จะเรม่ิ ดว ยการ “คดิ เปรยี บเทยี บ” ขอ มลู ทไ่ี ดร บั มาใหมน นั้
กับกรอบความคิดของเรา เพื่อเปนกรอบในการทําความเขาใจเก่ียวกับ
ขอ มลู ทเ่ี รารบั มา เมอ่ื ใดกต็ ามทข่ี อ มลู ทเี่ ราไดร บั มานน้ั ลงรอ งพอดกี บั กรอบ
ของเรา เราจะยอมรับส่งิ นั้น และนาํ ไปสขู อสรุปเกี่ยวกบั ขอ มูลนนั้ แตถ า
หากขอมูลดังกลาวไมลงรองพอดีกับกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนของเรา อาจ
เปนเพราะกรอบความคิดของเราในเร่ืองน้ันยังไมชัด ทําใหเราตองเขาสู
กระบวนการคดิ ตอไปเพ่ือใหไดขอ สรปุ ที่ตอบวัตถุประสงคก ารคดิ
218 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
ข้ันท่ี 3 ข้นั การคิด
เมอ่ื เราประเมนิ ผา นกรอบความคดิ ของเราแลว เราเหน็ วา ขอ มลู ทเ่ี รา
ไดรับไมตรงกับกรอบความคิดของเรา เปนเร่ืองใหมท่ีเราไมคุนเคย ไม
เขา ใจวาเปน เชนไร และจะตัดสินอยา งไร จึงเปนเหตุใหเ ราตองคิด ซึง่ มี
ทางเลือกอยู 2 ทางสําหรับกระบวนการคิดของเรา
success publisher
ทางเลอื กท่ี 1 ทางเลอื กที่ 2
การคดิ เกย่ี วกบั เรอื่ งนนั้ การคดิ เกยี่ วกบั เรอ่ื งนน้ั
โดยไมร จู กั วธิ คี ดิ 10 มติ ิ โดยใชก ารคดิ 10 มติ ิ
ความแตกตา งระหวา งทางเลอื กทหี่ นง่ึ กบั ทางเลอื กทส่ี องคอื ทางเลอื ก
ท่ีหนึง่ สาํ หรบั คนทไ่ี มรจู ักวธิ คี ิด 10 มิติ มักจะใชน ิสัยการคดิ ทีเ่ ขาใชเปน
ประจาํ อนั หลอ หลอมจากการเรยี นรู การลองผดิ ลองถกู ทกั ษะความชาํ นาญ
ในการคดิ แกปญ หา การประยกุ ตแนวการคิดทีเ่ คยใชกบั เร่อื งอ่ืน ๆ มาแก
ปญหาใหม การเลียนแบบวิธีการหรือคําแนะนําของผูอื่น หรือวิธีการคิด
อ่ืน ๆ ท่ีเปน “ธรรมชาตกิ ารคิด” ของเรา
ธรรมชาติการคิดของเราจะทําใหเราคิดไดเฉียบคมมากนอยเพียงใด
นั้นขึ้นอยูกับวาเรามีระบบการคิดที่ดี และมีวิธีการคิดท่ีครบถวนสมบูรณ
เปน ระบบระเบยี บ หรอื สรา งสรรคม ากนอ ยเพยี งใด อยา งไรกต็ าม ธรรมชาติ
การคดิ ของเรามกั ถกู จาํ กดั ดว ย “กรงขงั แหง ประสบการณ” เราจะคดิ เกยี่ ว
กบั เรอ่ื งตา ง ๆ บนพนื้ ฐานของประสบการณท เี่ คยไดร ับ ทง้ั ประสบการณ
ท่ไี ดร ับจากขอมูลความรู หรอื การลงมอื ปฏบิ ัติดว ยตนเอง ซ่ึงเราแตล ะคน
นัน้ ตางมีประสบการณท่ีจํากดั ความจาํ กัดนี้เองท่ีปดกน้ั เราไมใหสามารถ
กระบวนการคิด 219
success publisherลายแทงนักคิด
คดิ ไดอยา งทะลุปรุโปรง หรือไดรับคาํ ตอบทต่ี รงกบั วตั ถุประสงคก ารคดิ
อาจเปรยี บไดว า การคดิ ตามธรรมชาตขิ องเรา เปรยี บเหมอื นกบั บา น
ที่ไมมีไฟฟาใชตองจุดตะเกียงเจาพายุ ซึ่งยอมใหความสวางไดไมเทากับ
การใชไฟนีออน แสงจากตะเกียงเจาพายุทําใหเห็นส่ิงตาง ๆ อยาง
คลมุ เครอื สว นการคดิ ทรี่ จู กั วธิ คี ดิ 10 มติ ิ จะเปรยี บเหมอื นคนทอ่ี ยใู นบา น
ทีม่ ีไฟฟา สวางไสว สามารถมองเห็นสิง่ ตาง ๆ ในบา นไดอ ยา งชดั เจน
การคิดท่ีรูจักวิธีคิด 10 มิติจะชวยใหเราสามารถคิดเก่ียวกับเรื่อง
ตาง ๆ ไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพมากกวา เพราะจะชว ยใหเ รารูวา เมื่อไร
ตองใชวิธีคิดแบบใด และจะคิดไดอยางไร ทําใหเราสามารถคิดไดอยาง
เปน ขนั้ ตอนครบถว น และผสมผสานการคดิ รปู แบบตา ง ๆ เขา กนั ไดอ ยา ง
กลมกลนื จนสามารถตอบวตั ถปุ ระสงคข องการคิดน้ัน เปรยี บเหมือนคนที่
ใชค อมพวิ เตอรในการพิมพง าน ยอมมปี ระสทิ ธิภาพมากกวาคนที่ใชพิมพ
ดดี ท้ังในเร่ืองของความรวดเรว็ การแกไ ขคาํ ผดิ การเก็บบนั ทึกความจํา
และความถูกตอ งของผลลพั ธท่ีไดร บั
วิธีคิด 10 มิติจึงเปรียบเสมือนเปนเครื่องมือท่ีใชเทคโนโลยีทันสมัย
เปนอุปกรณชวยใหการคิดของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ซ่ึงในราย
ละเอยี ดดา นวธิ ีคิดแตละมิตินั้น ผมไดอธบิ ายโดยเขยี นแยกเปน แตละเลม
เพ่อื ใหเ ขา ใจความคดิ แตละแบบไดล กึ ซงึ้ ขึน้ แตใ นเลมนจ้ี ะกลา วรวม ๆ
กันไป
กรอบโลกทัศน/ชีวทัศน จะเปนฐานในการคิดเกี่ยวกับเร่ืองทุกเรื่อง
ขอมูลที่เขามาใหมจะถูกประเมินเปรียบเทียบกับกรอบน้ี แลวจึงนําไปสู
กระบวนการคดิ 10 มติ ิ ซ่งึ จะคดิ อยา งผสมผสานกบั นิสยั ภาวะอารมณ
และแรงจูงใจในขณะน้นั
220 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
ขั้นที่ 4 ประเมนิ ผา นกรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นอ กี คร้งั
ผลลพั ธท ไี่ ดจ ากการคดิ จะถกู ประเมนิ กบั กรอบความคดิ อกี ครง้ั หนง่ึ
อยางอัตโนมัติ เพ่ือตัดสินวาเราจะยึดกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเดิมหรือ
เปลย่ี นแปลงใหม หรือเราจะใหอารมณ แรงจูงใจ เขามามีอทิ ธพิ ลทําให
เราตดั สนิ ใจในลกั ษณะท่ีไมส นใจกรอบความคิดทีเ่ ราเคยเชอ่ื มัน่ อยู ซ่งึ ใน
ข้ันตอนนเี้ ราจะไดข อ สรุป 3 แบบดวยกนั คือ
success publisher
แบบท่ี 1 การยอมรับกรอบความคิดเดิม
หากเรายึดมั่นในกรอบความคิดเดิมของเรา ไมวาจะดวยเหตุผลใด
เชน เราเปนคนท่ีมีหลักการ มีเหตุผลหนักแนนเพียงพอ หรือเม่ือผาน
กระบวนความคดิ แลวยนื ยันวาสง่ิ ท่กี รอบความคิดเรายดึ ไวนั้น เปน สิ่งท่ี
ถกู ตอ ง จะสง ผลใหก รอบความคดิ ของเราเปลย่ี นแปลงยาก เมอื่ ขอ มลู ใหม
เขา มากระทบ ยกตัวอยางเชน
กรอบโลกทศั น/ชีวทศั นเดมิ มนษุ ยทุกคนมเี อกลกั ษณ และมคี ณุ คา ในตัวเอง
ขอ มลู ใหม ที่ไมม ีใครเหมอื น
กาํ หนดเปา หมายการคดิ ประเทศ A กําลังจะออกกฎหมายอนุญาตให
โคลนนิง่ มนุษย
พสิ ูจนว า โคลนนิง่ ทาํ ลายเอกลกั ษณ ของมนษุ ย
หรือไม และเพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ
เรือ่ งนี้
กระบวนการคิด 221
success publisherลายแทงนักคิด
การคดิ
• คดิ วิพากษ….ทาํ ไดห รอื ไม? เหตุใดตองทํา?
• คดิ วเิ คราะห… .การโคลนนิ่งมวี ธิ กี ารอยา งไร รวบรวมขอมลู เพื่อ
นํามาวิเคราะหผลกระทบ ผลได-ผลเสีย เชน การโคลนน่ิง
สามารถ “ปม ” มนษุ ยออกมาเหมอื นกัน ใชประโยชนจ ากบาง
สวนของอวัยวะไดทําใหคนพิการไดรับการรักษา ทําใหลูกหนา
เหมอื นตนเอง สรางกองทพั มนษุ ยต ามแบบทตี่ องการได ฯลฯ
• คดิ บรู ณาการ….โคลนนง่ิ มผี ลตอ ตวั ผถู กู โคลน ตอ ครอบครวั ตอ
ชุมชน ตอสงั คม ตอ ระบบการเมอื ง ตอระบบเศรษฐกิจ ตอวถิ ี
ชีวิตของมนุษย ฯลฯ อยางไรบาง และสังคม/โลกนจ้ี ะมสี ภาพ
เปนเชน ไร
• คิดเชงิ อนาคต….แนวโนม ถา กฎหมายนี้ประกาศใชจรงิ อนาคต
ของสงั คมและโลกจะเปน เชนไร เชน หากประเทศ A ประกาศ
ใชเ ปน ประเทศแรก จะมแี นวโนม วา ประเทศBCD และ ประเทศ
อ่ืน ๆ จะประกาศใชต ามมา เน่ืองจากประเทศ A มีอิทธพิ ลใน
การนาํ ความคดิ คา นิยมของคนในสงั คมโลก และการเชอื่ มกนั
เปน เครอื ขา ยโลกทาํ ใหข อ มลู ขา วสารไหลเวยี นกนั ไดอ ยา งรวดเรว็
การถา ยทอดทศั นคติ คา นยิ ม พฤตกิ รรม วฒั นธรรมตา ง ๆ เปน
ไปไดง า ย เปน ตน หรอื การโคลนนง่ิ มแี นวโนม นาํ ไปสกู ารคดั เลอื ก
เผา พนั ธใุ หม โดยเลือกเฉพาะคนทีต่ องการเอาไว สว นเผา พันธุ
ที่ไมด ีจะถูกทิง้ ไป เปน ตน
222 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
• คิดสรางสรรค….จินตนาการวาถามีการโคลนนิ่งจริง สังคมจะ
เปนอยา งไร เชน ถามีการโคลนนง่ิ สัก 5 คน หาก 1 ใน 5 คน
นัน้ ไปขโมยของ ตํารวจตองจับมาท้งั 5 คนนน้ั และหากทกุ คน
ปฏเิ สธหมด จะพสิ จู นค วามจรงิ ไดอ ยา งไรวา ใครคอื ผรู า ย เปน ตน
• คิดเปรียบเทียบขอดีขอเสีย…..แมจะมีขอดีคือสามารถใช
ประโยชนท างการแพทยไ ด แตก ารโคลนนง่ิ จะทาํ ลายเอกลกั ษณ
และ คณุ คา ของความเปน มนุษยหลายประการหรอื ไม อยางไร
success publisher
ขณะเดยี วกันจะผสมผสานดว ยความเปน ตวั เรา
• อารมณ ไมพอใจที่ประเทศ A ตดั สินใจออกกฎหมายนี้
• นิสัย เอาจรงิ เอาจงั ยืนหยัดบนหลักการ
ประเมินกรอบโลกทัศน/ชีวทัศน การโคลนนิ่งทําใหมนุษยขาด
เอกลักษณ และคณุ คา ในตัวเอง
ยอมรบั กรอบความคิดเดิม ยืนยันในกรอบความคดิ เดิม คือ มนษุ ย
ทกุ คนมเี อกลกั ษณ และมีคณุ คา ในตวั เองทีไ่ มมใี ครเหมือน
ขอ สรปุ ไมเ หน็ ดว ยกบั การทป่ี ระเทศ A จะออกกฎหมายอนญุ าตการ
โคลนน่ิงมนษุ ย
หากเรามีกรอบความคิดเดิมที่เราเชื่อมั่นอยางมีเหตุมีผล หนักแนน
กรอบความคิดเดิมจะไมสามารถถูกสน่ั คลอน
กระบวนการคิด 223
ลายแทงนักคิด
แบบที่ 2 การสรา งกรอบความคิดใหม
ในบางเรื่องซึ่งเปนเร่ืองใหมที่ไมเคยเกิดขึ้นมากอน อาจเปนเหตุให
กรอบความคิดของเราไมชัดในการหาขอสรุปเก่ียวกับเร่ืองน้ัน ดังน้ันเรา
จําเปนตองใชวิธีคิดในลักษณะตาง ๆ เพ่ือชวยใหเราสามารถขยับกรอบ
ความคิดของเราใหค มชดั เกี่ยวกบั เรอ่ื งน้ัน ๆ ยกตวั อยาง เชน
success publisher
กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเดิม โลกเปนสถานท่ีแหงเดียวใน จักรวาลที่มีสิ่งมี
ขอมลู ชวี ิตอาศยั อยู
เปา หมายในการคิด จากตัวอยางท่ีเพื่อนของเราใหเราดูภาพยาน
อวกาศทเ่ี ปน จดุ สดี าํ เลก็ ๆ 2 จดุ บนทอ งฟา เรา
ไดข อ มลู เพมิ่ เตมิ อกี วา มกี ารคน พบ สงิ่ มชี วี ติ ใน
กอนหนิ บนดาวอังคาร
เพอ่ื ตรวจสอบความจรงิ วา สงิ่ มชี วี ติ ในดาวองั คาร
มีจริงหรอื ไม
การคดิ
• คิดวิเคราะห… .วิเคราะหนิสยั เพ่ือนวาเปน คนอยางไร วิเคราะห
ขอมูลการคนพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารวานาเชื่อถือหรือไม
วเิ คราะห วา สภาพบรรยากาศและพืน้ ผิวของดาวองั คารจะมสี ่ิง
มชี วี ติ ไดห รือไม วเิ คราะหว าเหตุใดเพื่อน ๆ จึงเชื่อกันนักหนา
วามนษุ ยตา งดาวมจี รงิ
• คิดวพิ ากษ… .ถาไมใชม นษุ ยตางดาวจะเปน อะไร ดาวองั คารนา
จะมีส่งิ มชี วี ิตเกดิ ขึ้นเพราะอะไร
224 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
กระบวนการทํางานของความคิด 12
• คดิ เชงิ อนาคต….ถา เราไมเ ชอ่ื เพอ่ื นของเราอาจจะเลกิ คบกบั เรา
และถาเช่อื วา มนุษยต า งดาวมจี ริง ส่ิงมีชวี ิตบนดาวอังคารมจี รงิ
ก็ไมเ หน็ เปน อะไรเลย
แนวโนม ขอสรุปจากการคดิ เช่ือวา ดาวองั คารมีสง่ิ มีชีวิต
ขณะเดยี วกนั ก็ผสมผสานดว ยความเปนตวั เรา
success publisher
• อารมณ คอ นขา งวติ กกงั วล เพราะขอ มลู ดงั กลา วสน่ั คลอนจดุ ยนื
ในโลกทศั นของตน
• นิสัย ชอบคลอ ยตามพลังกลุม
• แรงจูงใจ ถาเชื่อวามีจริงจะไดรับการยอมรับจากเพื่อน (อยูใน
กลมุ ทเ่ี พอ่ื น ๆ เชอื่ กนั หมดวา มนษุ ยต า งดาวมจี รงิ และพดู จงู ใจ
ใหเชือ่ ตามเสมอ)
ประเมินกรอบโลกทัศน/ชีวทัศน ขัดแยงกับกรอบเดิมท่ีวาโลกเปน
สถานท่ีแหงเดยี วในจักรวาลท่มี ีสง่ิ มีชวี ติ อาศยั อยู
ปฏิเสธกรอบเดิม
สรา งกรอบใหม คอื โลกและดาวอังคารมีสง่ิ มชี ีวิตอาศัยอยู
สรปุ เช่ือวาในดาวองั คารมีสิง่ มชี วี ติ
การตัดสินใจของคน ๆ น้ี คอนขางจะไดรับอิทธิพลของทางดาน
อารมณแรงจูงใจคอนขางมาก โดยตองการเปนท่ียอมรับของเพื่อน และ
กระบวนการคิด 225
ลายแทงนักคิด
เมื่อเห็นวาเพอื่ น ๆ เช่อื กันมาก ประกอบกบั ตนเองอยากที่จะเชอื่ อยแู ลว
ดงั นน้ั จงึ มแี นวโนม ทจ่ี ะมองขา มเหตผุ ลในอกี มมุ หนงึ่ ไป อกี ทงั้ ยนิ ดเี ปลยี่ น
กรอบโลกทศั นข องตนโดยไมไ ดว ิพากษ หรือยืนหยัดจนถงึ ท่ีสุดจริง ๆ
แบบที่ 3 การตัดสินใจภายใตอิทธิพลของตัวรวมคิด
ปจจยั ทางดา นแรงจูงใจ อารมณ และลักษณะนสิ ยั ของเรามีอิทธพิ ล
ในการกําหนดวา วิธคี ดิ ของเราจะเปน เชน ไร เชน เราจะคิดอยา งรอบคอบ
ใชเหตุผลอยางเหมาะสม หรือวาเราจะเกิดอคติเพราะเราอารมณไมปกติ
หรือมีแรงจงู ใจบางอยา งกระตนุ ใหต ัดสินใจในอกี ทิศทางหนึ่ง ปจจัยเหลา
นจ้ี ะผสมผสานรว มดว ยในระหวา งกระบวนการคดิ ของเรา และมผี ลตอ การ
ตัดสินใจในขอสรปุ ของเราดวย ยกตวั อยางเชน
success publisher
กรอบโลกทัศน/ชวี ทัศนเดมิ ความไมซื่อสัตยเ ปนความช่ัวราย ความกตัญู
ขอ มลู เปน สง่ิ ดี
เปา หมายการคดิ มคี นยน่ื ขอ เสนอใหค ณุ วา “ถา คณุ เซน็ อนมุ ตั งิ าน
นี้ เงิน 1 ลา นบาทเปน ของคุณ”
เราควรจะเซน็ หรอื ไม ?
การคิด
• คดิ วเิ คราะห… .วิเคราะหวา ผยู ื่นขอ เสนอเปนใคร เชื่อถอื ไดหรอื
ไม วเิ คราะหวา การตดั สนิ ใจเซ็นคุมคาหรอื ไม
• คิดเปรียบเทียบ….ถาไดเ งินกอ นน้ี กับไมไดเงินกอนนี้ พอแมพ่ี
นอ งจะเปนอยา งไร ในฐานะลูกกตัญูควรปฏิบตั ติ นอยางไร
226 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการทํางานของความคิด 12
• คดิ สรางสรรค…..หาวิธกี ารท่จี ะเซน็ อนุมตั แิ ลวจะไมถ ูกจบั ได
• คิดเชิงกลยุทธ….วางแผนอยางเปนข้ันเปนตอนในการหาวิธี
ดาํ เนนิ การ เร่มิ ตัง้ แตก ารพบปะเจรจา การติดตอ สื่อสาร จนถึง
วิธีฟอกเงนิ ทจี่ ะไมมใี ครจบั ได
ขณะเดยี วกันกผ็ สมผสานดวยความเปนตวั เรา
success publisher
• อารมณ อยากไดเงนิ
• นสิ ยั ละโมบ รักเงนิ ทอง, กตัญตู อบุพการี
• แรงจงู ใจ คณุ แมก าํ ลงั ปว ย ตอ งใชเ งนิ จาํ นวนมากเพอื่ รกั ษา, เงนิ
1 ลา นบาทไมไดหาไดง า ย ๆ, เพ่ือน ๆ ในทีท่ าํ งานตางกร็ ่ํารวย
และสุขสบาย เพราะคอรร ัปชัน, พอ แม/ พี่นองกําลงั ลาํ บาก เปน
หนี้เปน สิน
ประเมนิ กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น แมร วู า การคอรร ปั ชนั เปน สงิ่ ไมด ี แต
ถา ทําเพราะความกตัญกู ็ทาํ ได
ปฏเิ สธกรอบเดมิ บางสว น
สรา งกรอบใหม การคอรรปั ชนั ไมเ ปนความผดิ ในบางกรณี เชน ทาํ
เพราะกตัญู
สรปุ ตดั สินใจเซน็ อนมุ ตั ิ
กระบวนการคิด 227
success publisherลายแทงนักคิด
เราจะคดิ ผา นกรอบเดมิ โดยนาํ ความคดิ 10 มติ มิ าชว ยในการคดิ ชว ย
ในการประเมนิ กรอบวา จะเลอื กกรอบเดมิ หรอื กาํ หนดกรอบใหม เราจะยดึ
ไวหรอื เปลีย่ นกรอบใหม ถา กรอบของเรายังไมช ัด เราจะเปล่ียนกรอบใหม
อยางไรกต็ ามแมวา เราจะมีกรอบชดั แตแรงจูงใจที่มาจากภายนอก รวม
ท้ังอารมณและลักษณะนิสัยของเราก็มีอิทธิพลที่สามารถกําหนดใหเราคิด
ตามกรอบเดิม หรือเลือกท่ีจะไมคิดตามกรอบเดิม แตหันมาคิดตามใจ
ตนเองเพื่อหวังประโยชนบางประการแทนได การคิดจึงเปนสิ่งที่มีความ
ละเอยี ดออ น และมคี วามเกยี่ วโยงในความเปน ตวั เรามาก ในขณะเดยี วกนั
ความคดิ จะเปน ตัวท่ีกาํ หนดความเปน ตวั เราดว ย เราจึงตอ งรจู ักวธิ ีคดิ ให
มากทส่ี ุด เพื่อใหเรามีเครือ่ งมือท่ีดที ส่ี ุดในการคิด และเพอ่ื ผลการคดิ ของ
เราจะถูกตองแมนยํา และมีอิทธิพลใหเรามีกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนที่ถูก
ตอง เพ่ือเราจะสามารถเปนคนที่ดําเนินชีวิตอยางดี ถูกตอง และมีสติ
ปญญาในทีส่ ดุ
228 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
บทสงทาย
success publisher
บทสงทาย
229
success publisherลายแทงนักคิด
หนังสือเลมนตี้ อบคําถามทห่ี ลากหลาย ทาํ ใหเรารูวา
…สมองทาํ งานอยา งไร
…ความคดิ คืออะไร
…คนแตล ะคนคดิ ไดอ ยางไร
…เหตุใดเราจงึ คิดไมเปน
…การคดิ เปนคืออะไร
…การท่ีคนจะคดิ เปนนัน้ ตองมอี งคประกอบอะไรบา ง
…กระบวนการทางความคดิ ทาํ งานอยา งไร
ท่สี าํ คญั หนังสือเลม นท้ี ําใหเ รารูว า การจะใชความคิดไดด มี าก เพียง
ใด ขึ้นอยูกับการเรียนรูในการพัฒนาทักษะการคิดของเรา ถาเราพัฒนา
ความคิดของเราใหเ ปน คนท่ี “คดิ เปน ” จะทําใหเราประสบความสาํ เร็จได
ทวา…ท้ังหมดของหนังสือเลมนี้เปนเพียงความรู ซ่ึงเปนเหมือนกาว
เร่ิมตนของการทําความเขาใจเกี่ยวกับการคิด แตคําถามสําคัญที่หนังสือ
เลม นีย้ ังไมไ ดใหคาํ ตอบ “ตรงใจ” ผอู าน นัน่ คอื “แลว วิธีท่จี ะทาํ ใหเรา
“คดิ เปน ” นน้ั ทาํ อยา งไร” เพราะการเพยี งแตใ หข อมลู ใหข อเทจ็ จรงิ ทเี่ ปน
ความรู แตไ มม ีวิธฝี ก ฝนในภาคปฏิบตั ิ การเรยี นรเู รอื่ งการคิดเปน ยอมไร
ผล
230 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
บทสงทาย …
หนงั สอื ชุด “ผชู นะ 10 คิด” เลมตอจากน้ีไปจะตอบคาํ ถามเหลา น้ไี ด
อยางครบถวน โดยจะมีท้ังหมด 10 เลม แบงออกเปนมิติละหนึ่งเลม
ทั้งหมด 10 มติ ิ อนั ไดแ ก
1. การคิดเชิงวพิ ากษ (Critical Thinking)
2. การคดิ เชิงวิเคราะห (Analytical Thinking)
3. การคดิ เชงิ สังเคราะห (Synthesis-Type Thinking)
4. การคิดเชงิ เปรียบเทียบ (Comparative Thinking)
5. การคิดเชิงมโนทศั น (Conceptual Thinking)
6. การคดิ เชิงสรางสรรค (Creative Thinking)
7. การคิดเชงิ ประยุกต (Applicative Thinking)
8. การคดิ เชิงกลยทุ ธ (Strategic Thinking)
9. การคดิ เชงิ บรู ณาการ (Integrative Thinking)
10. การคดิ เชงิ อนาคต (Futuristic Thinking)
success publisher
ในการคิดแตละมิติจะนําผูอานเขามิติใหมแหงการฝกคิดในภาค
ปฏิบัติ ความโดดเดนของแตละการคิดนั้นอยูที่การพยายามประยุกตให
เหมาะสมกบั วธิ คี ดิ ของคนในสงั คมไทยมากทสี่ ดุ โดยมงุ หวงั ใหผ อู า นไดร บั
การพัฒนาทางความคิดจากรากฐานโลกทศั น/ ชีวทัศน คา นิยม นิสยั และ
จากวิธีการคิดแบบเดิมสูกระบวนการคิดใหม ที่จะนําไปสูการบรรลุเปา
หมายการคดิ ไดอ ยา งมเี หตผุ ล สรา งสรรค อนั จะชว ยใหเ รามโี อกาสประสบ
ความสาํ เร็จมากกวาการยึดวิธีคิดแบบเดิม
231
success publisher 232
success publisherบรรณานกุ รม
Alan A. Glatthorn and Jonathan Baron. (1985),“The Good Thinker”.
Developing Minds: A Resource Book for Teaching Thinking. Arthur
Costa (ed). Alexandria: Association for Supervision and Cirriculum
Development.
Bisanz, J., Bisanz, G. L., & Korpan, C. A. (1994). Inductive reasoning. In R. J.
Sternberg (Ed.), Thinking and problem solving. San Diego, CA:
Academic Press.
Chase, M. (1993, October 13). Inner music: Imagination may play role in
how the brain learns muscle control. Wal Street Journal, pp. A1, A6.
Cooper, L. A., & Shepard, R, N. (1984, December). Turning something over
in the mind. Scientific American, pp. 106-114.
Dolnick, E. (1988, December). The right (left) stuff. Omni, p.45.
Druckman, D., & Bjork, R. A. (1991). In the mind’s eye: Enhancing human
performance. Washington, DC: National Academy Press.
Feldman R. S. (1996). Understanding Psychology (4th ed.) New York:
McGraw-Hil .
Ghez, C. (1991). The cerebelum. In E.R.Kandel, J.H. Schwartz, & T.M. Jessel
(Eds.), Principles of neural science (3rd.Ed.). New York: Elsevier.
Gibbons, A. (1990, July 13). New maps of the human brain. Science,249,
122-123.
Hanson, S. J., & Olson, C.R. (Eds.). (1990). Connectionist modeling and
brain function. Cambridge, MA: MIT Press.
Helige, J. B. (1990). Hemisphere asymmetry. Annual Review of Psychology,
41.
233