The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.ลายแทงนักคิด - ลายน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by totvcr, 2021-10-18 00:35:14

1.ลายแทงนักคิด - ลายน้ำ

1.ลายแทงนักคิด - ลายน้ำ

success publisherลายแทงนักคิด

• การท่เี ดก็ หญิงฉลาดลักษณ ต้ังใจเรยี นเปšนอย‹างดตี ลอด เทอม
น้ันไม‹ใช‹ว‹าเธอเปšนเด็กขยัน แต‹เปšนเพราะพ‹อแม‹ต้ังเงื่อนไขว‹า
ถาŒ เธอเรยี นไดŒ เกรดไมต‹ าํ่ กวา‹ 3.7 จะพาเธอไปเทย่ี วตา‹ งประเทศ

…ความปรารถนาท่จี ะไปเทย่ี วน้เี องเปšน “แรงกระตŒุน” ใหเŒ ด็กหญิง
ฉลาดลักษณต ั้งใจเรียน

• สว‹ นการทชี่ ไมพรตดั สนิ ใจเขาŒ เรยี นนน้ั เปนš เพราะตอนเธอยงั เดก็
ครอบครัวของเธอยากจนมาก ทําใหŒเธอในฐานะพคี่ นโตตŒองลา
ออกมาชว‹ ยทางบาŒ นทาํ งาน เธอเสยี ใจมากทไี่ มไ‹ ดเŒ รยี น และตงั้ ใจ
วา‹ เธอจะตอŒ งหาโอกาสเรยี นใหŒไดใŒ นสักวันหน่งึ

…แรงทกี่ ระตนŒุ ผลกั ดนั ใหเŒ ธอเรยี นคอื ความใฝฝ† น˜ ตงั้ แตใ‹ นวยั เดก็ เปนš
ความมุ‹งม่ันที่จะเติมเต็มส่ิงที่ขาดไป ดังน้ันแมŒว‹าจะถูกลŒอเลียน หรือดู
แปลกในสายตาของคนอน่ื เธอกย็ ังคงทาํ ตอ‹ ไปจนสําเรจ็

แรงกระตŒนุ ดังกล‹าวเรยี กว‹า แรงจูงใจ แรงจงู ใจมีอิทธิพลตอ‹ รปู แบบ
การคดิ และผลักดนั ใหเŒ กดิ พฤตกิ รรมในอนาคต เปนš ตัวขบั เคล่อื นใหŒแสดง
พฤติกรรมอยา‹ งมเี ป‡าหมายเพ่ือตอบสนองความตอŒ งการทพี่ งึ ปรารถนา

เราลองสงั เกตพฤตกิ รรมของเรา แลวŒ ลองตอบวา‹ เราทาํ สงิ่ นนั้ เพอ่ื อะไร
คาํ ตอบของเราจะมสี ว‹ นประกอบของ “แรงจงู ใจ” เขาŒ มาเกย่ี วขอŒ งดวŒ ยเสมอ
เรมิ่ ต้ังแต‹เรอ่ื งงา‹ ย ๆ เชน‹ การที่เราเปดตŒูเย็นเพื่อหานาํ้ เย็นมาดืม่ กเ็ พราะ
ว‹าเรากระหายนํ้า หรือการท่ีเราทํางาน นอกจากแรงจูงใจเพ่ือมีส‹วน
สราŒ งสรรคสังคมใหดŒ ีข้ึนแลŒว ยังเพอื่ ตอบสนองความพงึ พอใจทีไ่ ดŒทําสิง่ ที่
ตนเองชอบดŒวย เปšนตŒน ดังนน้ั ในวิธคี ิดของเราจงึ มีองคประกอบของแรง
จูงใจเปšนสว‹ นประกอบทีส่ ําคญั ดวŒ ยเสมอ

184 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

การที่เราตดั สินใจกระทําสงิ่ ใดสงิ่ หน่ึงอย‹างเฉพาะเจาะจง เรามักจะ
ถกู กระตนŒุ ดวŒ ยแรงขบั จากภายใน อนั ไดŒแก‹

แรงขบั ความตอŒ งการขัน้ พ้ืนฐาน

เปนš ปจ˜ จยั ความอยร‹ู อดขน้ั พน้ื ฐานทที่ กุ คนตอŒ งมี เชน‹ ความหวิ ความ
กระหาย ความงว‹ งนอน ความตอŒ งการการพักผ‹อน ฯลฯ เม่อื เราขาดสิง่
เหลา‹ นี้สัญชาตญาณจะกระตนุŒ ใหŒเราตŒองหาทางตอบสนอง ความตŒองการ
นั้น เมอ่ื ร‹างกายไดŒรบั การเตมิ เต็ม ความตŒองการเหล‹านีจ้ ะลดลง แรงขับ
เคลื่อนเหลา‹ น้ีเกดิ จากความตอŒ งการรกั ษาสมดลุ ในร‹างกายใหอŒ ยใู‹ นสภาพ
ท่ีตนเองรูŒสึกมั่นคง เชน‹ เมอ่ื หวิ เราจะลดความหิวโดยเดินไปหาของกนิ ท่ี
ตูเŒ ยน็ หรอื เม่ืออากาศหนาวเราจะลดความหนาวโดยหาเสอ้ื หนา ๆ มาใส‹
เปนš ตนŒ
success publisher
แรงขับเพือ่ ตอบสนองความอยากรอูŒ ยากเห็น
และความตŒองการส่งิ ท่ีตื่นเตนŒ เรŒาใจ

คนเราไมเ‹ พยี งแตม‹ แี รงขบั เพอื่ ความอยร‹ู อดเทา‹ นน้ั เรายงั มแี รงขบั ใน
การทําสิ่งต‹าง ๆ เพือ่ ตอบสนองความพึงพอใจ ทัง้ ทางดาŒ นกายภาพและ
จติ ใจ นกั จติ วทิ ยาไดกŒ ลา‹ ววา‹ ความอยากรอŒู ยากเหน็ และความตอŒ งการสงิ่
ทต่ี นื่ เตนŒ เราŒ ใจ เปนš แรงขบั สาํ คญั ทก่ี ระตนŒุ ใหคŒ นเราทาํ หลายสงิ่ หลายอยา‹ ง
เพอ่ื ตอบสนองความตอŒ งการนน้ั (Loewenstein, 1994) ยกตัวอย‹าง เชน‹
การติดตามเหตุการณประจําวัน การคŒนควŒาวิจัย การชอบดูภาพยนตร
ลึกลับ สืบสวน สอบสวน หรอื การทคี่ นตอบสนองความตอŒ งการสง่ิ ทต่ี ่นื
เตŒน เราŒ ใจ เชน‹ การเลน‹ บันจ้ีจม๊ั พ การลอ‹ งแกง‹ หรือการเลน‹ เครอ่ื งเลน‹ ที่
หวาดเสยี วในสวนสนกุ เปนš ตนŒ โดยเราจะควบคมุ ใหอŒ ยใ‹ู นภาวะสมดลุ ตาม

กระบวนการคิด 185

success publisherลายแทงนักคิด

ทร่ี ‹างกายจะพงึ พอใจไมม‹ ากไม‹นอŒ ยเกินไป ถาŒ ระดบั ของกิจกรรมหรือการ
กระตุŒนเรŒามสี งู เราจะพยายามลดมันลง ถาŒ มีตา่ํ เกนิ ไปเราจะพยายามยก
มนั ข้ึน (Feldman, 1996)

แรงขับตามลาํ ดับขั้นของความตŒองการของมนุษย

อบั ราฮมั มาสโลว(AbrahamMaslow) ไดจŒ ดั ลาํ ดบั ขนั้ ความตอŒ งการ
ของมนุษยไวŒ 5 ขน้ั ดŒวยกนั (Maslow, 1987) อันไดแŒ ก‹

ขัน้ ที่ 1 ความตอŒ งการทางกายภาพขน้ั พนื้ ฐาน (physiological needs)

เชน‹ นํ้า อาหาร การพักผอ‹ น ฯลฯ เชน‹ เดยี วกับแรงขับข้นั พ้ืนฐานท่ี
กลา‹ วแลŒวขาŒ งตŒน ความตŒองการน้เี ปšนข้ันพ้นื ฐานที่ร‹างกายกระตŒนุ ใหตŒ Œอง
ไดŒรบั การตอบสนอง ทําใหŒคนเราตŒองทํางานเพ่ือแลกเปล่ียนกับเงิน เพ่ือ
นําเงินนน้ั มาแลกเปลี่ยนกับนาํ้ อาหาร ท่ีพักอาศยั และแสวงหาความพึง
พอใจทางกายภาพตา‹ ง ๆ เปšนเบ้อื งตŒน

ข้นั ท่ี 2 ความตŒองการความปลอดภัย (safety needs)

ความตŒองการอยู‹ในสภาพแวดลŒอมท่ีปลอดภัยและมั่นคง ความ
ตŒองการนี้ เปšนความตŒองการขั้นต‹อไปหลังจากท่ีเราไดŒรับการตอบสนอง
ความตอŒ งการในข้ันแรกแลวŒ เชน‹ เราตอŒ งการอยูใ‹ นบŒานท่มี รี ว้ั รอบขอบชิด
ความตŒองการไดŒรับการปกป‡องคุŒมครอง ตŒองการงานท่ีม่ันคง เปšนตŒน
ความมน่ั คงทาํ ใหคŒ นสามารถดาํ เนนิ ชวี ติ อยา‹ งมน่ั ใจ เพราะมน่ั ใจในอนาคต
ที่จะเกดิ ขน้ึ

186 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ข้ันที่ 3 ความตอŒ งการทีจ่ ะไดŒรบั และใหŒความรัก (love and belongings)

ความตอŒ งการเปนš สว‹ นหนง่ึ หรอื เปนš สมาชกิ คนหนงึ่ ในกลม‹ุ หรอื สงั คม
ความตŒองการน้ีทําใหŒคนจํานวนไม‹นŒอยยึดติดกับค‹านิยมของ สังคมและ
ทาํ ตนใหเŒ ปนš ทยี่ อมรบั ในสงั คมนน้ั เชน‹ การแตง‹ ตวั ทที่ นั สมยั ของวยั รน‹ุ การ
ปรบั ตวั เขŒากับสังคม ไมท‹ ําตัวแปลกแยกเพอ่ื ใหŒไดŒรับการยอมรับ หรอื หาก
สังคมมีค‹านิยมยกย‹องคนมีเงินมีอํานาจ จะส‹งผลใหŒคนในสังคมอยาก
ร่าํ รวย อยากมีตาํ แหน‹ง ส่ิงเหล‹านเ้ี ปนš แรงจงู ใจท่อี าจนาํ มาซึ่งการตดั สนิ
ใจคอรร ปั ชนั เพ่ือใหŒไดŒมาซึ่งส่งิ เหลา‹ นี้
success publisher
ข้ันท่ี 4 ความตŒองการเหน็ คณุ ค‹าตนเอง (self-esteem)

คนเราจะอย‹ูไดŒอย‹างมั่นคง ไม‹หวั่นไหวไปกบั สถานการณต ‹าง ๆ ไดŒ
งา‹ ยเมอื่ เราเหน็ คณุ คา‹ และใหคŒ วามนบั ถอื ตนเอง แตเ‹ ราจะมาถงึ จดุ นไ้ี ดŒ เรา
จะตอŒ งไดรŒ บั การตอบสนองในสามขน้ั ขาŒ งตนŒ กอ‹ น หลงั จากนนั้ จงึ มง‹ุ พฒั นา
ความรูŒสึกว‹าตนเองมีคุณค‹า โดยการรูŒว‹าคนอื่น ตระหนักในคุณค‹าของ
ตนเอง พรŒอม ๆ กบั พฒั นาการยอมรับผŒูอืน่

ขน้ั ที่ 5 ความตอŒ งการประสบความสาํ เรจ็ (self actualization)

เม่ือความตŒองการทุก ๆ ข้ันตอนไดŒรับการตอบสนองแลŒว ในข้ัน
สุดทŒายท่คี นตŒองการคือการอยใู‹ นสถานภาพท่ตี นเองจะพงึ พอใจในตนเอง
สูงสุด ความพึงพอใจน้ีเกิดจากการที่บุคคลน้ันตระหนักว‹า ตนเองไดŒใชŒ
ศกั ยภาพทมี่ ีอยู‹ในตนเองออกมาไดสŒ งู สุดในทกุ ๆ ดŒาน ของชวี ิตเปšนเหตุ
ใหŒมีความอ่มิ เอิบใจในความสาํ เรจ็ ทสี่ มบรู ณของชีวิต

กระบวนการคิด 187

success publisherลายแทงนักคิด

ลําดับข้ันความตŒองการเหล‹านี้เปšนเหตุใหŒเกิดแรงจูงใจในการทําส่ิง
ต‹าง ๆ โดยมีแนวคิดว‹าก‹อนที่คนเราจะมีความตŒองการในระดับท่ีสูงขึ้น
ความตŒองการในระดับพ้ืนฐานจะตŒองไดŒรับการตอบสนองก‹อนเปšน
ลําดับ ๆ ขึ้นไป

คนเราจะทําส่งิ ต‹าง ๆ เพอื่ ตอบสนองแรงขับเหลา‹ นี้ แตก‹ ารท่ีเราจะ
คดิ และตดั สนิ ใจเลอื กทจี่ ะทาํ สง่ิ ใดนน้ั ขน้ึ อยก‹ู บั การใหคŒ ณุ คา‹ และการคาด
หวังอนั ไดแŒ ก‹ ความคาดหวังว‹าสิง่ ทเ่ี ราทาํ นั้น จะนาํ เราไปส‹ูเปา‡ หมายหรอื
ไม‹ และการประเมินวา‹ เป‡าหมายที่จะไปถึงนัน้ มีคณุ ค‹ามากนŒอยเพยี งไร

ยกตัวอย‹างเช‹น แรงจูงใจในการทําขŒอสอบ อยู‹บนพ้ืนฐานของการ
คาดหวงั ของเราวา‹ เราเรยี นไดดŒ มี ากนอŒ ยเพยี งไร และเราจะไดอŒ ะไรเมอ่ื เรา
เรยี นดี ถาŒ มสี องสง่ิ นส้ี งู เราจะขยนั เรยี น แตถ‹ าŒ อยา‹ งใดอยา‹ งหนง่ึ ตา่ํ หรอื ตา่ํ
ทั้งสองอย‹าง เราจะไมข‹ ยนั เรียนเพราะเราขาดแรงจงู ใจ

เราสามารถแบ‹งแรงจูงใจออกเปšน แรงจูงใจภายใน (intrinsic
motivation) กบั แรงจูงใจภายนอก (extrinsic motivation)

แรงจงู ใจภายใน หมายถึง แรงจงู ใจทีท่ าํ ใหŒคน ๆ หนึง่ มสี ‹วนร‹วมใน
กจิ กรรมเพราะความรสŒู กึ พงึ พอใจ ไมใ‹ ชเ‹ พราะรางวลั ทไ่ี ดรŒ บั เมอ่ื ไดรŒ บั การ
ตอบสนองตามความพงึ พอใจแลวŒ เราจะไม‹ตอŒ งการไดŒรับอกี ยกตวั อยา‹ ง
เชน‹ เมอ่ื เราหวิ แรงจงู ใจจากภายในทาํ ใหเŒ ราหาอาหารมารบั ประทาน หาก
เรารบั ประทานจานหลกั จนอม่ิ มาก ของหวานทนี่ าํ มาเสริ ฟ แทบจะไมด‹ งึ ดดู
ใจในขณะนัน้

188 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

แรงจูงใจภายใน ตอบสนอง พงึ พอใจ

ตวั อยา‹ ง กิน พึงพอใจ ไมต องการอกี

หวิ
success publisher
แรงจูงใจภายนอก ภาษิตมาเลยบ ทหนึ่งไดŒกล‹าวไววŒ ‹า “จงมีเมตตา
แกค‹ นอนื่ จนกวา‹ คณุ จะสามารถหาเงนิ หนงึ่ ลาŒ นบาทแรกไดŒ หลงั จากนน้ั คน
อนื่ ๆ จะมาทาํ ดกี บั คณุ เอง” ภาษติ บทนส้ี ะทอŒ นแรงจงู ใจทมี่ าจากภายนอก
อนั หมายถงึ แรงจงู ใจทที่ าํ ใหคŒ นมสี ว‹ นรว‹ มในกจิ กรรมเนอื่ งจากคาดหมาย
ว‹าจะไดรŒ บั รางวัลทม่ี องเห็นไดŒ ยกตวั อย‹างเช‹น แมเŒ ราจะอ่ิมแลŒวแต‹เม่ือมี
ของหวานมาเสิรฟ เราเลอื กที่จะรบั ประทานตอ‹ พฤตกิ รรมทเี่ ราทํานัน้ มี
แรงจงู ใจทมี่ าจากภายนอก เชน‹ เราอาจกาํ ลงั อยใ‹ู นการเลน‹ เกมทม่ี เี งอื่ นไข
ว‹าหากรบั ประทานหมดทกุ อย‹างทนี่ าํ มาเสริ ฟจะไดรŒ ับรางวลั “รางวลั ” น้ี
เอง เปนš แรงกระตุŒนจากภายนอก ทผี่ ลักดนั ใหŒคนทาํ ส่ิงต‹าง ๆ เพือ่ แลก
เปล่ียนกบั สงิ่ ทเี่ ราตอŒ งการ

แรงจูงใจภายใน ตอบสนอง รางวัล พงึ พอใจ
พึงพอใจ
ตวั อย‹าง ไมพึงพอใจ/อ่ิม
กิน รางวัล
ขอ เสนอ/ใหรางวลั

กระบวนการคิด 189

success publisherลายแทงนักคิด

แรงจูงใจจากภายในจะเกิดข้ึนเองจากแรงขับดŒานต‹าง ๆ ดังกล‹าว
ขŒางตŒน อันนาํ ไปส‹ูการตอบสนองเพื่อใหเŒ กิดความรŒสู ึกพงึ พอใจ เมอื่ ไดทŒ าํ
สงิ่ นน้ั ๆ โดยไมม‹ แี รงกระตนŒุ จากภายนอก สว‹ นแรงจงู ใจภายนอก เปนš การ
กระตุŒนใหŒเกิดความตŒองการที่จะทําสิ่งนั้นโดยมี ผลประโยชนแลกเปล่ียน
บางประการทเี่ มอื่ ไดรŒ บั แลวŒ จะทาํ ใหเŒ กดิ ความพงึ พอใจ ถงึ แมอŒ าจจะไมพ‹ งึ
พอใจในการทาํ สิ่งนัน้

นักจิตวิทยาไดŒทําการทดลองในเรื่องน้ีพบว‹า แรงจูงใจภายในจะ
กระตนุŒ ใหŒคนบากบั่น อตุ สาหะ ทํางานหนกั และผลิตผลงานที่มีคณุ ภาพ
สงู กวา‹ การถกู กระตนŒุ ดวŒ ยแรงจงู ใจจากภายนอก อกี ทง้ั การใหรŒ างวลั เพอ่ื ใหŒ
บุคคลแสดงพฤติกรรมท่ีปรารถนา ย่ิงเปšนเหตุใหŒแรงจูงใจที่อยู‹ภายในลด
นŒอยลง และแรงจูงใจภายนอกเพ่มิ ขนึ้ (Lepper & Greene, 1978)

มีการทดลองใหŒเด็กเนอรส เซอร่ีวาดรูป โดยหากวาดแลŒวจะมีรางวัล
ใหŒ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กจะมีความกระตือรือรŒนและสนุกสนานกับการวาด
ภาพนอŒ ยลง จากการทาํ เพอ่ื ความสนกุ สนาน มคี วามเปนš อิสระ จะกลาย
เปšนการทําเพื่อหวังรางวัล กลายเปšนการใหŒคุณค‹าและคาดหวังต‹อรางวัล
มากกว‹าคุณค‹าของผลงานท่ีวาดไดŒ การวิจัยดังกล‹าวไดŒใหŒขŒอเสนอแนะ
วา‹ การใหŒรางวัล (ใหคŒ วามสนใจ) อาจทาํ ใหŒความพยายาม และคณุ ภาพ
ของผลงานตกต่าํ ลง

แรงจงู ใจกับการคดิ …

แรงจงู ใจมผี ลตอ‹ การคดิ ไมค‹ ดิ ของคน คนบางคนจะคดิ ตอ‹ เมอ่ื คดิ แลวŒ
ไดรŒ ับการยกยอ‹ ง ยอมรับ หรอื ไดรŒ างวัลจากคนรอบขาŒ ง และสังคม แตใ‹ น
ทางตรงกนั ขาŒ มหากเราคดิ แลวŒ ขดั แยงŒ คดิ แลวŒ ทาํ ใหเŒ ราไมไ‹ ดรŒ บั การยอมรบั

190 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

สŒูทาํ ตามคนอนื่ ๆ ไม‹ไดŒ เราจะไมม‹ ีแรงจงู ใจใหคŒ ดิ แตม‹ งุ‹ ท่จี ะเลยี นแบบ
คนอื่นเพราะวิธีนี้จะทําใหŒตัวเองอยู‹รอด และไดŒรับการยอมรับจากสังคม
มากกว‹า

แรงจูงใจเปšนป˜จจัยสําคัญใหเŒ ราคิด ไม‹คิด คิดดี คิดไม‹ดี โดยเป‡า
หมายการคิดของเราคือคิดสําเร็จแลŒวเราจะไดŒรับอะไร ตอบสนองความ
ตŒองการความพงึ พอใจของเราไดมŒ ากนอŒ ยเพียงไร
success publisher
องคป ระกอบทัง้ 4 ประการน้ีมสี ‹วนสาํ คัญในการกําหนดวา‹ เรา จะใชŒ
พลังทางสมองในการคดิ เก่ียวกับเรือ่ งตา‹ ง ๆ อยา‹ งไร หากเรานําตวั รว‹ ม
เหลา‹ นม้ี าใชเŒ พอ่ื เสรมิ สราŒ งพลงั ทางการคดิ ของเรารว‹ มกบั วธิ คี ดิ 10 มติ ิ เรา
จะไดŒรับคาํ ตอบจากการคดิ ท่ีถูกตŒองครบถŒวน บรรลตุ ามวตั ถุประสงค แต‹
ในทางตรงกันขŒาม หากเรานําองคประกอบเหล‹าน้ีมาใชŒในแง‹มุมบ่ันทอน
การคิด ผลลัพธที่ไดŒจากการคิดจะไม‹สามารถบรรลุวัตถุประสงคท่ีเรา
ตอŒ งการ หรือทาํ ใหไŒ มไ‹ ดคŒ ดิ อยา‹ งถูกตอŒ งครบถŒวนไดŒ

กระบวนการคิด 191

success publisherลายแทงนักคิด

ธรรมชาติการคิดของเราจะทาํ ใหŒเรา
คิดไดเŒ ฉยี บคมมากนŒอยเพยี งใดนน้ั
ขนึ้ อย‹กู บั วา‹ เรามีระบบการคดิ ท่ีดี และมวี ิธีการคดิ ที่
ครบถวŒ นสมบรู ณ เปšนระบบระเบยี บ
หรือสราŒ งสรรคม ากนอŒ ยเพยี งใด

192 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

success publisher กระบวนการทํางานของความคิด

กระบวนการทาํ งาน
ของความคดิ

กระบวนการคิด 193

success publisherลายแทงนักคิด

“ความคิด” เกิดข้ึนโดยการทํางานอยางอัตโนมัติโดยการสั่งการของ
สมองทเี่ มอื่ รบั ขอ มลู เรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ เขา มา จะแปรขอ มลู ทไ่ี ดร บั เปน “ภาพ
ในใจ” คนเราสามารถคิดไดแ มในเวลาทไี่ มร ูสึกตัว เชน เวลาหลับความคดิ
ของเราจะยงั ทาํ งานอยู แต “การคิด” เปน กระบวนการข้นั ตอจากภาพในใจ
นนั่ คอื “เราจะทาํ อยางไรกับขอ มลู ทเ่ี ราไดรบั ?”

ขอŒ มูลที่เราไดŒรับจะเขŒาสู‹กระบวนการทํางานของสมอง เมือ่ สมองรบั
รขŒู อŒ มลู แลวŒ จะมปี ฏกิ ริ ยิ าตอบสนองตอ‹ ขอŒ มลู ดงั กลา‹ วใน 6 ลกั ษณะ ไดแŒ ก‹

ลักษณะที่ 1 สมองตอบสนองต‹อสิ่งทร่ี บั รู.Œ .ตามสญั ชาตญาณ
ลกั ษณะท่ี 2 สมองตอบสนองตอ‹ สงิ่ ทรี่ บั ร.Œู .โดย “คดิ ตอ‹ ” อยา‹ งอตั โนมตั ิ
ลักษณะที่ 3 สมองตอบสนองโดยเกบ็ เปšนความจํา
ลักษณะที่ 4 สมองตอบสนองตามความเคยชิน
ลักษณะท่ี 5 สมองตอบสนองโดยการสนใจขอŒ มูล หรอื ทง้ิ ขŒอมลู
ลักษณะที่ 6 สมองตอบสนองโดยผ‹านกระบวนการคิด

194 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการทํางานของความคิด 12

1. สมองตอบสนองตอ‹ ส่งิ ทรี่ ับรŒ…ู ตามสญั ชาตญาณ

ลองคิดดวู า‹ อะไรบŒางที่คนเราทาํ ไดŒเองโดยไมม‹ ใี ครสอน และ ทาํ ไดŒsuccess publisher
โดยอัตโนมัติไมต‹ อŒ งคิดใครค‹ รวญกอ‹ นตดั สนิ ใจ

…การดดู นมของเด็กทารก
…การกระพริบตา
…การหวดี รอŒ งเมอื่ ตกใจ
…การยกมอื ขนึ้ อุดหเู มื่อไดŒยนิ เสยี งดัง
…การเกาเม่อื เกิดอาการคัน
….

เมอื่ สมองรบั ขอŒ มลู เขาŒ มา สมองจะตอบสนองขอŒ มลู บางประเภทอยา‹ ง
อตั โนมตั ิ ตามสญั ชาตญาณการปกปอ‡ งตนเองเพอื่ ความอยร‹ู อด และขอŒ มลู
ในบางเรื่องกลไกของสมองจะทํางานเองโดยจิตสํานึกของเราไม‹ไดŒสั่งการ
เนื่องจากสมองมกี ลไกการรับรคูŒ วามตอŒ งการทางกายภาพ ความตŒองการ
การอยู‹รอด และความตอŒ งการปกป‡องตนเอง

การตอบสนองในลักษณะนขี้ องสมองเกดิ ขนึ้ โดยอัตโนมัติ จากกลไก
การทํางานทร่ี วดเรว็ มากต้งั แต‹การรับขŒอมูล - ส‹งสัญญาณ - แปรสัญญาณ
- ส่ังการใหŒร‹างกายตอบสนอง สมองส‹วนน้ีจะส่ังการโดยอัตโนมัติอย‹าง
รวดเรว็ เพื่อตอบสนองตอ‹ ส่ิงดงั กลา‹ วโดยไม‹ผา‹ นกระบวนการทีเ่ ราตอŒ งคิด
ใคร‹ครวญกอ‹ นตดั สนิ ใจ และไม‹จําเปšนตอŒ งมใี ครสอน

กระบวนการคิด 195

success publisherลายแทงนักคิด

มนษุ ยจ ะตอบสนองตามสญั ชาตญาณโดยอตั โนมตั ิ ไมผ‹ า‹ นความเปนš
ตัวเราและกระบวนการคิด เมื่อเกิดความตŒองการดŒานความอยร‹ู อด ความ
ปลอดภัย เม่ือสญั ชาตญาณอ่ืน ๆ ของมนุษยกระตนŒุ เราŒ จะเปนš เหตุใหŒ
สมองสัง่ การทนั ที ยกตัวอย‹างเชน‹ การดดู นมของเด็กทารกจะสามารถดูด
นมไดŒเองโดยไม‹มีใครสอนการกระพริบตา การยกมือข้ึนปกป‡องเมื่อมี
สิ่งของขวŒางมา การหาอาหารรับประทานเม่ือเกิดความหิวกระหาย หรือ
เด็ก ๆ มกั จะมสี ญั ชาตญาณของการกลัวเสียงดัง แม‹จะมสี ัญชาตญาณ
ความเปšนแม‹ท่ีรักลูกอย‹างไม‹มีเง่ือนไข และยินดีที่จะปกป‡องลูกใหŒพŒนภัย
อนั ตราย เปนš ตŒน

หากเราสาํ รวจตนเองและคนรอบขาŒ ง เราจะพบวา‹ มอี ากปั กริ ยิ าอนื่ ๆ
อีกเปšนจํานวนมากท่ีเกิดขึ้นอย‹างอัตโนมัติ เพราะสมองตอบสนองตาม
สัญชาตญาณ

196 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการทํางานของความคิด 12

2. สมองตอบสนองตอ‹ สิ่งท่ีรับรŒ…ู

โดย “คดิ ตอ‹ ” อยา‹ งอตั โนมัติ

ลองสาํ รวจประสบการณท างความคิดของตนเองดูว‹า
…เคยหรอื ไม‹ เมอ่ื คณุ เหน็ กญุ แจโตะ ทาํ งานทเี่ สยี บอย‹ู ทาํ ใหคŒ ณุ ฉกุ คดิ
ขึ้นไดŒทันทวี า‹ คณุ ลมื กุญแจรถไวŒท่รี Œานอาหาร
(หรือสิ่งอน่ื ๆ ท่ีทําใหŒคุณมอี าการทํานองเดยี วกัน เช‹น ไดŒยิน เสียง
นาฬก าดงั ข้นึ จึงฉุกคดิ ไดŒว‹านัดกับเพื่อนไว)Œ
…เคยหรือไม‹ เม่อื ไดยŒ นิ ขŒอความโฆษณาทีค่ ุŒนเคย แมไŒ ม‹เห็นภาพแต‹
มกั ทาํ ใหเŒ ราคิดถงึ สนิ คาŒ ช้นิ น้ัน
…เคยหรอื ไม‹ เม่อื เรามองของขวัญทไี่ ดรŒ ับ เราคดิ ถงึ คนที่ใหŒของชนิ้
นนั้ แกเ‹ รา
…หรอื เหตกุ ารณท าํ นองนี้ เมอื่ เรารบั รเŒู รอ่ื งหนงึ่ สงิ่ ทเี่ รารบั รทŒู าํ ใหเŒ รา
หวนคดิ ถงึ อกี สง่ิ หน่งึ ทเี่ ชอื่ มโยงกนั โดยอัตโนมตั ิ
success publisher

กระบวนการคิด 197

success publisherลายแทงนักคิด

เราไมส‹ ามารถควบคุมอสิ รภาพการทาํ งานของสมองในทุก ๆ ส‹วน
ไดŒ เพราะสมองในสว‹ นของการคดิ สามารถทาํ งานเองไดโŒ ดยอตั โนมตั ิ นอก
เหนือจากการตอบสนองตามสญั ชาตญาณแลŒว เมอ่ื สมองรับขŒอมลู เขŒามา
จะสามารถตคี วามเชอ่ื มโยงขอŒ มลู ใหมก‹ บั ขอŒ มลู เดมิ ทบ่ี นั ทกึ อยภ‹ู ายใน และ
คดิ ต‹อเองไดŒโดยปรากฏเปนš ภาพในความคิดของเราขึ้น แมŒในขณะนน้ั เรา
ไม‹เกิดความรูŒสึกว‹าอยากจะคิดเลยก็ตาม เราเรียกปรากฏการณน้ีว‹าการ
หวนรําลกึ ถึง ยกตัวอย‹างเช‹น

…ลกู สาววยั ทารกของนางลาํ ดวนไดเŒ สยี ชวี ติ ลงดวŒ ยโรคปอดบวม หลงั
จากคลอดไดŒเพยี ง 7 เดือน นางลาํ ดวนเศราŒ เสยี ใจมาก และทกุ ครั้งเม่ือ
เหน็ เด็กทารกคนอ่ืน ๆ นางจะรอŒ งไหคŒ รา่ํ ครวญคิดถึงลูกอย‹างน‹าสงสาร

…เม่ือเห็นสมชายถือแฟ‡มเดินมา สมศักด์ิจึงฉุกคิดไดŒว‹าตนเองลืม
แฟ‡มเอกสารไวทŒ ่ีโตะอาหาร

การทสี่ มองคดิ ตอ‹ อยา‹ งอตั โนมตั ิ หมายความวา‹ สมองทาํ หนาŒ ทเ่ี ชอ่ื ม
โยงขŒอมูลเดิมกับขอŒ มลู ใหม‹ท่ไี ดŒรบั เขŒามา และคิดตอ‹ จากขอŒ มูลน้ันไดŒโดย
อัตโนมัติ โดยการสรŒางภาพในจิตใจที่ไม‹ผ‹านกระบวนความคิดท่ีเราตŒอง
ออกแรงคดิ และเปนš สง่ิ ทเี่ ราควบคมุ ไมไ‹ ดŒ เนอ่ื งจากเราไมส‹ ามารถควบคมุ
อิสรภาพการทาํ งานของสมองในทกุ ๆ ส‹วนไดŒ แมใŒ นขณะท่เี ราไมอ‹ ยาก
คดิ ถงึ แตค‹ วามคดิ ของเรายังคงทํางานอยู‹

เชน‹ เมือ่ บอกวา‹ “อย‹าคิดถงึ คนที่คณุ รกั มากที่สดุ ”
ภาพอะไรเกิดข้ึนในความคิดของคณุ ?
…ภาพคนท่คี ุณรกั มากทส่ี ุดนัน่ เอง

สาเหตุท่เี ปšนเชน‹ น้ีเน่ืองจากสาเหตหุ ลายประการ อาทิ

198 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

สมองแปลสง่ิ ทีร่ ับรเูŒ ปšนภาพหรอื คาํ พูด

เราสามารถสงั เกตตวั เองไดวŒ ‹าเมื่อเวลามีคนพูด หรือถามถึงคนทีเ่ รา
รจŒู กั ภาพคน ๆ นนั้ จะขนึ้ มาในความคดิ เราทนั ที หรอื เราอาจเลา‹ เรอื่ งแมม
โบŒใหŒเพ่อื นฟ˜งแลŒวแกลงŒ เพือ่ นโดยบอกวา‹ “อย‹านึกภาพแมมโบนŒ ะ” ทนั ที
ทนั ใดนั้นเพือ่ นจะมภี าพวัว 4 เขาอย‹ทู ส่ี มองทนั ที
success publisher
ไดรŒ บั การกระตุŒนจากส‹วนอ่นื ๆ ของร‹างกาย

โดยเฉพาะแรงกระตŒุนความตŒองการในบางเรือ่ ง เช‹น หากเรารวŒู า‹ ใน
วันสดุ สัปดาหจ ะไดไŒ ปเทย่ี วในสถานท่ที เ่ี ราชอบมาก วันนั้นทั้งวัน เราอาจ
จะนงั่ “ฝน˜ กลางวนั ” คดิ ถงึ แตส‹ ถานทน่ี น้ั ทง้ั ๆ ทร่ี วŒู า‹ เราควร ตงั้ ใจทาํ งาน

สมองยงั คงทาํ งานแมŒในเวลาที่เราไมร‹ ูŒสึกตวั

เราสามารถคดิ ไดŒแมใŒ นเวลาท่เี ราหลบั ความคดิ ของเรายังทาํ งานอย‹ู
ผ‹านจติ ใตสŒ าํ นึก หรือในบางคร้ังเราอาจสามารถนกึ ถึงของท่ีหายไป ไดŒวา‹
อยทู‹ ่ใี ด ทัง้ ๆ ที่กอ‹ นหนŒาน้นั เราพยายามหาแตไ‹ ม‹พบ

เม่ือใดก็ตามที่ในใจของเรามีภาพหรือขŒอความในอดีตปรากฏข้ึนใน
ใจ น่นั หมายความวา‹ การทาํ งานของความคิดไดเŒ กิดขน้ึ แลŒว

เราอาจลองสาํ รวจดูวา‹ ตลอดทง้ั วันนีม้ ีเรื่องอะไรบŒางท่ีสมองของเรา
คดิ ต‹อจากการรบั รูŒเองโดยอตั โนมัติ

กระบวนการคิด 199

success publisherลายแทงนักคิด

3. สมองตอบสนองโดยเกบ็ เปนš ความจํา
ความจาํ คอื ขอŒ มลู ท่ียงั คงเหลืออยู‹เมือ่ เวลาผ‹านไป การเรียนรทŒู กุ

อยา‹ งของสมองตอŒ งอาศยั ความจาํ ทง้ั สนิ้ ถาŒ ปราศจากความจาํ แลวŒ มนษุ ย
จะดํารงชวี ิตอยา‹ งยากลําบาก เพราะตอŒ งเรยี นรทŒู ุกสิ่งทกุ อย‹างตลอดเวลา
เหมอื นกบั วา‹ เพง่ิ พบเหน็ เปนš ครง้ั แรกในชวี ติ เราสามารถแบง‹ ประเภทความ
จาํ ออกเปšน 3 ประเภท ไดŒแก‹

1. ความจาํ ประสาทสัมผัส (sensory memory)

ความจาํ เมื่อประสาทรับสมั ผสั จะเกดิ ข้ึนทนั ที เมื่อประสาทสัมผัสรับ
ขอŒ มลู เขŒามาในการดําเนนิ ชีวิตประจาํ วนั ตงั้ แตต‹ น่ื จนนอนหลบั ประสาท
สัมผัสของเราตŒองรับขอŒ มลู ตา‹ ง ๆ ท่ีเขŒามาอย‹างตอ‹ เนอ่ื ง คอื ตา-ดู หู-ฟง˜
จมกู -ดม ลนิ้ -รับรส และ กาย-สัมผัส การทเี่ ราจะรูวŒ า‹ เรามองเหน็ อะไร
เสียงอะไรที่เราไดŒยิน อาหารที่เรารับประทานมีรสชาติอย‹างไร และรับรูŒ
สมั ผสั อ่นื ๆ ไดอŒ ยา‹ งต‹อเน่ืองนั้น สมองจําเปนš ตอŒ งใชŒ “ความจํา” เขาŒ มา
มีส‹วนร‹วมท่ีสําคัญยิ่ง ขŒอมูลจากประสาทสัมผัสที่เขŒามาจะถูกบันทึกเปšน
ความจาํ ในทันที ความจําน้ีเรยี กวา‹ ความจําประสาทสัมผสั เปนš ระบบ
ความจาํ ทท่ี าํ หนาŒ ทเ่ี กบ็ สะสมขอŒ มลู ทไ่ี ดรŒ บั จากเซลลร บั สมั ผสั จากประสาท
สัมผัสทัง้ หŒา อนั ไดแŒ ก‹ ตา หู จมกู ลิ้น และผวิ หนัง เม่ือเซลลเหลา‹ น้ีถกู
กระตนŒุ สมองจะบนั ทกึ การกระตนŒุ เหลา‹ นเ้ี กบ็ ไวใŒ นระบบบนั ทกึ โดยทส่ี มอง
ยงั ไมไ‹ ดจŒ ัดระเบียบหรือยงั ไม‹มีความหมาย จากนนั้ จะเขาŒ สก‹ู ระบวนการ
เทียบเคียงกับตัวแบบที่บันทึกไวŒในความทรงจําระยะยาวทําใหŒเรารูŒความ
หมายของส่งิ นน้ั เกิดกระบวนการมองเหน็ ไดŒยนิ ไดกŒ ล่ิน รŒรู ส และรูŒสกึ

200 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการทํางานของความคิด 12

ความจําประสาทสัมผัสเปšนความจําท่ีส้ันมาก เราอาจลืมไปภายใน
เวลาเพยี ง2 วนิ าที แตถ‹ าŒ หากเราใหคŒ วามสนใจ เราจะแปรขอŒ มลู นน้ั เขาŒ ไป
เกบ็ ไวใŒ นความจาํ ระยะยาว ยกตัวอยา‹ งเชน‹ เรากาํ ลงั น่งั อ‹านหนังสืออยใู‹ น
หอŒ งสมดุ มคี นสองคนพดู คยุ อยข‹ู าŒ ง ๆ โตะ ทเ่ี รานงั่ อย‹ู เรารวŒู ‹ามคี นยนื และ
คุยกันแต‹เราไม‹ไดŒสนใจว‹าเขาคุยอะไรกัน เพราะเรามุ‹งความสนใจไปท่ี
หนังสอื ทีเ่ รากาํ ลังอา‹ น ในกรณีเชน‹ น้ีแสดงว‹าสมองใชคŒ วามจาํ ในสว‹ นของ
ประสาทสมั ผสั ในการตคี วามเหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ อยา‹ งอตั โนมตั ิ และเมอ่ื เรา
ไมไ‹ ดŒสนใจ เราย‹อมลืมเหตกุ ารณท่เี กดิ ขึน้ น้ันไปไดŒอยา‹ งรวดเรว็ แต‹หาก
สองคนนั้นเดินเขŒามาถามหรือพูดคุยบางส่ิงกับเรา และเราใหŒความสนใจ
กบั สงิ่ ท่ีเขาถาม เราอาจจะจําการสนทนาในวนั น้นั ไดŒ อาจจาํ หนŒาคนทเี่ ขาŒ
มาถามเราไดŒสักระยะหน่งึ หรอื ยาวนานกว‹าน้นั ถาŒ เราใหŒความสนใจ และ
พยายามจดจาํ เปนš พเิ ศษ
success publisher
เมอ่ื ผา‹ นเหตกุ ารณน นั้ แลวŒ ถาŒ เราไมส‹ นใจเราจะลมื แตถ‹ าŒ เราใหคŒ วาม
สนใจ สมองจะทําการเก็บขŒอมูลนนั้ เขาŒ ส‹คู วามจาํ ระยะยาวตอ‹ ไป

2. ความจําระยะสนั้ (short-term memory)

สมองส‹วนท่ีเก็บความจําระยะสั้นหรือเก็บขŒอมูลใหม‹ท่ียังไม‹เคยรูŒมา
กอ‹ น จะอยด‹ู าŒ นหนาŒ ทางขวาและทางซาŒ ย ลกึ จากหนŒาผากเขŒาไปประมาณ
1 น้ิว มีขนาดเทียบไดŒกบั แสตมปŠ ทําหนาŒ ท่ีเปšนสมดุ ทดชัว่ คราวในสมอง
ขŒอมลู ต‹าง ๆ ไม‹วา‹ จะเปนš ภาพ เสยี ง กลิ่น จะถกู สง‹ มาท่สี มองส‹วนนก้ี ‹อน
เมอ่ื ไดรŒ บั ขอŒ มลู มาแลวŒ จะนาํ ขอŒ มลู นมี้ าใชใŒ นการทาํ งาน หลงั จากนน้ั ขอŒ มลู
ใดทีไ่ มถ‹ ูกนํามาใชกŒ ็จะถกู ลบท้งิ ไป เช‹น การจดงานในหŒองเรยี น การจาํ
เบอรโทรศพั ท การอ‹านหนงั สือ การเห็นหนŒาคนทีไ่ ม‹รูŒจกั มากอ‹ น เปšนตŒน
และหากตอŒ งเกบ็ ขอŒ มลู ทไ่ี ดรŒ บั เปนš ความจาํ ระยะยาว สมองจะสง‹ ขอŒ มลู ตอ‹

กระบวนการคิด 201

success publisherลายแทงนักคิด

ไปยงั สมองส‹วนทอ่ี ยู‹ลกึ ลงไป เรียกวา‹ ฮปิ โปแคมปส ทาํ หนŒาท่ีเก็บความ
จาํ ระยะยาว

สมองส‹วนที่ทําหนŒาที่เก็บความจําระยะส้ันจะทํางานเหมือนเปšน
กระดาษทดชัว่ คราว อาจเรยี กอีกชอ่ื หน่ึงว‹า ความจาํ เพอื่ ใชง าน ซ่งึ จะเกบ็
ขอŒ มูลไดŒจํากัด กล‹าวกันวา‹ สามารถเก็บรายละเอียด 7 อยา‹ งไวŒไดใŒ นคราว
เดียว แต‹หากไม‹มีการทบทวนทันทีหรือรับเขŒาไปเพียงครั้งเดียวและไม‹ไดŒ
ใชŒอกี เลย จะลืมเลือนไปในเวลา 30 วนิ าทเี ม่อื มีขอŒ มูลใหม‹เขŒามา แตถ‹ Œา
หากไดรŒ บั ขอŒ มลู เดิมซ้ํา ๆ กลุ‹มเซลลสมองเดิมจะถกู กระตนุŒ ซ้าํ ๆ ทําใหŒ
ขŒอมลู ถูกนาํ ไปเกบ็ ที่ความจําระยะยาวไดŒ

3. ความจาํ ระยะยาว (long-term memory)

สมองส‹วนความจําระยะยาวจะมีความสามารถในการจดจําขŒอมูล
อย‹างเปนš เลิศ โดยสมองจะเกบ็ ขŒอมลู ในรูปสัญญาณไฟฟา‡ ทัง้ ในส‹วนของ
ขŒอเท็จจริงและความประทับใจต‹าง ๆ ไดŒมากกว‹าลŒานรายการ หรือ
สามารถบรรจุลงในหนังสือไดŒประมาณ 90 ลŒานเล‹ม ความจําระยะยาว
เปรยี บเหมอื นตเูŒ ก็บเอกสารท่ีบันทึกประสบการณ และความรตŒู ‹าง ๆ ท่ไี ดŒ
รบั มาตลอดชวี ติ โดยเกบ็ ไวอŒ ยา‹ งเปนš ระบบระเบยี บพรอŒ มทจ่ี ะเรยี กกลบั มา
ใชŒงานไดŒทันที ขŒอมูลที่เก็บไวŒในสมองส‹วนท่ีเปšนความจําระยะยาวจะถูก
สราŒ งเปนš เครอื ขา‹ ยเสนŒ ใยสมองทมี่ ขี อŒ มลู เกย่ี วกบั เรอื่ งนนั้ ยงิ่ มคี วามรเŒู กย่ี ว
กับเร่ืองใดที่ใหŒความสนใจมาก ในสมองจะมีเครือข‹ายเสŒนใยสมองที่มี
ขŒอมูลตรงนี้อยู‹มาก เม่ือไดŒรับขŒอมูลเก่ียวกับเร่ืองน้ันเพิ่มเติม สมองส‹วน
ฮปิ โปแคมป˜ส จะส่งั ใหเŒ ก็บเปšน ความจาํ ระยะยาว เปšนความจาํ ท่จี ะอยก‹ู ับ
เราตลอดชีวติ

202 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการทํางานของความคิด 12

เอนเดล ทัลวงิ (Endel Tulving, 1972) ไดแŒ บง‹ ความทรงจาํ ประเภท
น้ี ออกเปšน 2 ลักษณะ ไดแŒ ก‹

3.1 ความจําในเหตกุ ารณแ ละความรŒู (declarative memory)

ความจําในเหตกุ ารณ (episodic memory)

success publisher
… ความจาํ ในลักษณะนีจ้ ะเปนš การจาํ ไดวŒ า‹ เกดิ อะไร ท่ีไหน เม่ือไร
เปšนความทรงจําส‹วนตัวในเรื่องตา‹ ง ๆ ที่เราประสบในชีวิต เปšนเหมือน
ระบบจดั เกบ็ ขอŒ มลู ส‹วนตวั ของเราท่บี นั ทกึ ไวใŒ นสมอง ความจําในลกั ษณะ
น้ีเราสามารถเรียกกลับมาใชŒงานไดŒในรูปแบบท่ีเรารับไป เช‹น จําราย
ละเอยี ดเกย่ี วกับภาพยนตรทไี่ ปดูมาไดŒ สามารถเลา‹ ไดŒเปšนฉาก ๆ จาํ วัน
ที่เราเขŒามหาวิทยาลัยวันแรกไดŒ หรือจําเหตุการณตอนวันแต‹งงานไดŒ
เปšนตŒน

ความจาํ ในความรŒู (semantic memory)

…หมายถงึ ความรูŒทว่ั ๆ ไปท่คี น ๆ นม้ี เี ก่ยี วกับโลกนี้ เปนš การจําไดŒ
ในสงิ่ ทเ่ี ราไดรŒ บั การเรยี นรแŒู ละทาํ ความเขาŒ ใจ ซง่ึ รวมถงึ ความรทŒู ที่ าํ ใหเŒ กดิ
ความชํานาญดาŒ นต‹าง ๆ เช‹น ความรูเŒ ก่ียวกบั การเลน‹ หมากรกุ ทําใหŒมี
ทักษะการเล‹นไดŒดีกว‹าคนอ่ืน ความรูŒท่ัวไปท่ีเราไดŒรับจากการเรียน เช‹น
ความรูŒเรื่องการคํานวณ ความรูŒเก่ียวกับประวัติศาสตร วิทยาศาสตร
เศรษฐศาสตร ปรชั ญา ศาสนา นอกจากน้ี ยงั เกี่ยวขŒองกบั ความรเูŒ กยี่ วกับ
เหตกุ ารณป ระจําวันทวั่ ไป เชน‹ รูŒความหมายของคํา รคŒู วามเปนš ไปของคน
สาํ คญั ในบาŒ นเมอื ง รจŒู กั สถานทสี่ าํ คญั ๆ และเรอื่ งทว่ั ๆ ไปอน่ื ๆ เปนš ตนŒ
ความจําในความรูŒจะหล‹อหลอมใหŒเราแต‹ละคนมีความรูŒความสามารถท่ี
แตกต‹างกัน เพราะประสบการณทไี่ ดรŒ ับในอดีตมคี วามแตกตา‹ งกนั

กระบวนการคิด 203

success publisherลายแทงนักคิด

3.2 ความจาํ ในลักษณะทเ่ี ปนš กระบวนการ (procedural memory)

เปนš ความจาํ ทเ่ี กยี่ วขอŒ งกบั ทกั ษะและวธิ กี ารทาํ สง่ิ ตา‹ ง ๆ ..เปนš ความ
จําทาํ นอง “knowing how” ..เปนš ความจําท่ีไมส‹ ามารถบรรยายออกมาไดŒ
เปšนฉาก ๆ แต‹เปšนความเขาŒ ใจในวธิ กี ารทักษะว‹าเลน‹ กีฬาชนดิ นอี้ ยา‹ งไร
เชน‹ ทักษะในการว‹ายนํา้ ข่จี กั รยาน ขับรถยนต พมิ พดีด รวมถงึ ทกั ษะใน
การรบั รูŒ เปนš ตŒน

เราจาํ ขอŒ มลู ทเ่ี ขาŒ มาไดมŒ ากนอŒ ยแตกตา‹ งกนั ขอŒ มลู บางประเภท=บาง
เรอ่ื ง เราจาํ ไดเŒ พยี งไมถ‹ งึ หนง่ึ นาทกี ล็ มื แตข‹ อŒ มลู บางประเภทเรา=สามารถ
จาํ ไดŒเปนš เวลานาน อาจจะเปšนชั่วโมง เปนš วนั เปนš เดอื น หรอื ตลอดชีวติ
ของเรา ความจํามีส‹วนสัมพันธโดยตรงกับอารมณในขณะน้ันและความ
สนใจทม่ี ตี อ‹ ขอŒ มลู ทไี่ ดรŒ บั โดยสว‹ นใหญค‹ นจะจดจาํ สง่ิ ตา‹ ง ๆ ไดดŒ ีในขณะ
มอี ารมณป ลอดโปรง‹ แจม‹ ใส เชน‹ ชว‹ งเวลาตน่ื นอน เพราะสมองไดพŒ กั ผอ‹ น
มาอยา‹ งเต็มที่แลŒว และเราจะจดจาํ ไดŒดี หากเรื่องนน้ั อยูใ‹ นขอบขา‹ ยความ
สนใจของเรา เราจะตงั้ ใจและมสี มาธจิ ดจอ‹ ในการทาํ ความเขาŒ ใจและจดจาํ
ในระยะยาวไดดŒ ีกว‹า

นอกจากน้ี เมอื่ สมองรบั ขอŒ มลู เขาŒ มาจะผา‹ นความเปนš ตวั เรา (being)
ทง้ั ในเรือ่ งโลกทศั น/ชวี ทศั น นิสัย ภาวะอารมณ และแรงจงู ใจในขณะนัน้
องคป ระกอบท้งั สามเปšนปจ˜ จยั ในการกาํ หนดทางเลอื กว‹า

เราจะเลือก “จํา” ขŒอมลู น้ัน
เราจะเลอื ก “ไมจ‹ าํ ” ขอŒ มูลนัน้
เราเลือกจะ “คดิ ต‹อ” เกี่ยวกบั ขอŒ มูลนนั้

204 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

success publisher
ในทน่ี จ้ี ะอธบิ ายกระบวนการตามแผนภาพระบบความคดิ ของมนษุ ย
โดยในส‹วนของการจํานั้นคนเราสามารถรับขŒอมูลเขŒามาเก็บไวŒเฉย ๆ ใน
คลังสมองโดยท่ีไม‹จําเปšนตŒองผ‹านกระบวนการคิด เมื่อยังไม‹ถึงเวลา ยก
ตัวอยา‹ งเชน‹

àÁÍ×è μÍ¹à´¡ç æ ¤ÃÊ٠͹ʧèÔ ã´ÁÒ Ê§èÔ ·¹Õè ¡Ñ àÃÂÕ ¹·Òí ¤Í× “¨Òí ”
ã¹Ê§èÔ ·¤èÕ ÃÊ٠͹ હ‹ ¤ÃÊ٠͹ÇÒ‹ âÅ¡¹ÁÕé ¡Õ ·èÕ Ç»Õ ·Ç»Õ ÍÐäÃãËÞ·‹ ÊèÕ ´Ø
»ÃÐà·Èä·ÂÁ¡Õ ¨èÕ §Ñ ËÇ´Ñ ÀÒ¤μÒ‹ § æ ÁÀÕ ÁÙ ÍÔ Ò¡ÒÈÍÂÒ‹ §äà ʧ¤ÃÒÁ
âÅ¡¤Ã§Ñé ·èÕ 1 à¡´Ô ¾.È. ÍÐäà ¤Ã§éÑ ·Õè 2 à¡´Ô ¾.È. ÍÐäà ໹š μ¹Œ àÃÒ
¨Ð¨Òí ä´ÁŒ Ò¡ËÃÍ× ¹ÍŒ ¢¹éÖ Í¡‹Ù ºÑ ¹ÊÔ ÂÑ ¢Í§àÃÒ´ÇŒ ÂÇÒ‹ àÃÒ໹š à´¡ç ·ÍèÕ ´·¹
¿§˜ ¤ÃÊ٠͹μÅÍ´ªÇèÑ âÁ§ËÃÍ× äÁ‹ áÅТ¹éÖ Í¡‹Ù ºÑ ÍÒÃÁ³¢ ͧàÃÒ´ÇŒ  ¶ÒŒ
¤ÃÊ٠͹ʹ¡Ø àÃÒÍÒÃÁ³´ àÕ ÃҨШÒí ä´ÁŒ Ò¡ ÃÇÁ·§Ñé ¢¹Öé Í¡‹Ù ºÑ á稧٠ã¨
´ÇŒ  ËÒ¡¤ÃºÙ Í¡ÇÒ‹ ÁÃÕ Ò§ÇÅÑ ¶ÒŒ μͺ¤Òí ¶ÒÁä´Œ àÃÒ¨Ðμ§Ñé 㨨´¨Òí ʧèÔ ·èÕ
¤ÃÊ٠͹໹š ¾àÔ ÈÉ

กระบวนการคิด 205

success publisherลายแทงนักคิด

ความจําที่เราเก็บใส‹ล้ินชักไวŒในสมองจะถูกนํามาใชŒเมื่อถึงเวลา ถŒา
เปนš นกั เรยี นจะถกู ดงึ มาใชตŒ อนสอบ โดยใครทดี่ งึ ลน้ิ ชกั ความจาํ ออกมาคนื
ครไู ดมŒ ากท่ีสดุ จะไดรŒ ับการยกย‹องวา‹ เปšน “คนเก‹ง” ซ่งึ แทจŒ รงิ แลŒวไมไ‹ ดŒใชŒ
ความรเŒู ลย เพียงแต‹ใชคŒ วามสามารถในการจดจํา เท‹านัน้

àÁÍè× àÃÒàμºÔ âμ¢¹éÖ àÃÒÁ¡Ñ ãªÇŒ ¸Ô ¡Õ Òà “¨Òí ” ͺ‹Ù Í‹  æ હ‹
àÁÍ×è ËÇÑ Ë¹ÒŒ §Ò¹Ê§Ñè ãËàŒ ÃÒ·Òí §Ò¹ª¹éÔ Ë¹§Öè â´ÂºÍ¡ÇÒ‹ ¤³Ø μÍŒ §ä»¾ºà¨ÒŒ
˹Ҍ ·¤Õè ¹¹¢éÕ Í§ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹¹Õé ¶ÒÁà¢Ò´ÇŒ ¤Òí ¶ÒÁ 3 ¢ÍŒ ¹Õé ä´¤Œ Òí μͺÁÒ
ÍÂÒ‹ §äà ã˾Œ ÁÔ ¾à »¹š ÃÒ§ҹʧ‹ ÁÒ´ÇŒ  ʧÔè ·àÕè ÃÒÁ¡Ñ ¨Ð·Òí ¤Í× “¨Òí ¤Òí
ʧèÑ ” ãˌ䴤Œ ú·§éÑ ËÁ´áÅÇŒ ä»·Òí μÒÁ¹¹éÑ â´ÂäÁμ‹ ÍŒ §μ§Ñé ¤Òí ¶ÒÁ

การที่เราเลือกจําในเรื่องใดเรื่องหน่ึงโดยไม‹คิดต‹อจากส่ิงน้ัน นั่น
หมายความว‹าเราไมไ‹ ดŒนําขอŒ มลู ทเี่ ราไดŒรับมานน้ั เขาŒ ส‹ู “กระบวนการคิด”
แตเ‹ ขาŒ สู‹ระบบการจํา

การจําสามารถทําควบค‹ไู ปกับการคดิ ไดŒ เม่ือเรารบั ขŒอมลู เขาŒ มาแลวŒ
เรากาํ หนดเป‡าหมายการคิดว‹า อยากทําความเขาŒ ใจเก่ียวกับขอŒ มูลท่ีไดŒรบั
เพอ่ื หาทางเลอื กทดี่ ที สี่ ดุ สง่ิ ทเ่ี ราจะทาํ ตอ‹ ไปคอื นาํ ขอŒ มลู ทเี่ ราจาํ ไดนŒ น้ั มา
ประเมิน เชน‹ จากตวั อยา‹ งเดิม ที่หวั หนาŒ งานส่งั งานใหเŒ ราไปถามคําถาม
เจาŒ หนŒาที่ เราจะนาํ ขŒอมูลน้ีเขาŒ สก‹ู ระบวนการคดิ 10 มติ ิ โดยเราใชกŒ าร
วิเคราะหขอŒ มลู เมอ่ื วเิ คราะหแ ลวŒ เราจะเกดิ ความสงสยั จึงวพิ ากษข ้ึนมา
ว‹า หากหัวหนŒาสั่งใหŒเราไปถามคําถามเพ่ือใหŒไดŒคําตอบ โดยไม‹ตŒองรับ
เอกสารใด ๆ จําเปšนดŒวยหรือท่ีเราตŒองไปพบโดยตรง และเราจะคิด
สรŒางสรรคทางเลือกใหม‹ว‹า เราน‹าจะสามารถใชŒโทรศัพทไดŒ แต‹เราคิด
วพิ ากษต อ‹ ไปวา‹ หวั หนาŒ เราเปนš คนมเี หตผุ ล (เราประเมนิ ตามกรอบโลกทศั น

206 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

ของเรา) คงไมส‹ ง่ั การอยา‹ งไมค‹ ดิ หรอก ดงั นน้ั จงึ นา‹ ทจี่ ะมเี หตผุ ลเบอ้ื งหลงั
นอกจากน้ัน หากเราตัดสินใจผลีผลามโดยไม‹ขออนุญาตหัวหนŒาก‹อน
หวั หนาŒ อาจจะตาํ หนิวา‹ เราทาํ ผดิ คําสั่งไดŒ (เราประเมินตามกรอบโลกทศั น
ของเรา ในการทาํ งานน้นั ตŒองเคารพใน กติกาการทาํ งาน) ดงั น้ันทางที่ดี
เราควรนาํ ขอŒ เสนอนไี้ ปเสนอตอ‹ หวั หนาŒ ถาŒ หวั หนาŒ อนญุ าตเราจงึ จะทาํ แต‹
ถาŒ หวั หนาŒ ไมอ‹ นญุ าตเราจะทาํ วธิ กี ารเดมิ เปนš ตนŒ ขอŒ สรปุ ของเราคอื การนาํ
เรอ่ื งนนั้ ไปถามหวั หนาŒ อกี ครง้ั เพอื่ ใหสŒ ามารถเลอื กแนวทางการดาํ เนนิ งาน
ที่ดที ส่ี ดุ ไดŒ
success publisher
4. สมองตอบสนองตามความเคยชิน

ความเคยชิน คอื ส่ิงทเ่ี ราทาํ ซา้ํ ๆ กนั เปนš ประจํา จนเราจําไดŒว‹า เมอ่ื
เกิดสงิ่ นี้ ตอŒ งเลอื กแบบน้ี แลŒวจึงเกดิ แบบนี้ เหมือนการเวŒนช‹องว‹างใหŒเติม
สิ่งทีเ่ รารูŒคาํ ตอบแลŒว เชน‹

3 + ....?... = 5 ¤Òí μͺ¤Í× 2 áÅзàÕè ÃÒÃnj٠ҋ 2 äÁ‹ãªà‹ ¾ÃÒÐ
àÃÒ “¤´Ô ãËÁ”‹ â´ÂàÍÒ 5 - 3 áμà‹ »¹š à¾ÃÒÐàÃÒ¨Òí ä´ÇŒ Ò‹ 3 + 2
= 5 ໹š ¡ÒèÒí â´Â·àÕè ÃÒäÁμ‹ ÍŒ §¤´Ô áÁÇŒ Ò‹ ¨ÐÁÇÕ ¸Ô ¡Õ Òä´Ô «Í‹ ¹Í¡‹Ù μç ÒÁ
¢ºÇ¹¡Òà હ‹ ¹éÕ àÃÂÕ ¡ÇÒ‹ ¤ÇÒÁà¤Âª¹Ô

ความเคยชนิ เปšน “ความจาํ ” ทีบ่ นั ทึกการกระทาํ แบบเดยี วกัน ใน
อดตี และถูกดึงมาใชซŒ ้าํ ๆ บอ‹ ย ๆ ในสถานการณท ่ีคลŒาย ๆ กนั และไดŒ
ผลลพั ธใ นลกั ษณะเดยี วกนั การทาํ ซา้ํ ทเ่ี กดิ เปนš “ความเคยชนิ ” น้ี ในทสี่ ดุ
จะทําใหŒเราไม‹ตŒองดึงความจําออกมาใชŒ แต‹สามารถตอบสนองต‹อขŒอมูล
ไดŒโดยอตั โนมัติ

กระบวนการคิด 207

success publisherลายแทงนักคิด

ดงั นน้ั เมอ่ื สมองรบั ขอŒ มลู เขาŒ มา ผา‹ นความเปนš ตวั เราทงั้ นสิ ยั อารมณ
แรงจงู ใจ แลวŒ เราสามารถทจ่ี ะตอบสนองตามความเคยชนิ ไดŒ โดยไมจ‹ าํ เปนš
ตอŒ งผา‹ นกระบวนความคิด ตัวอย‹างการตดั สินใจตาม ความเคยชนิ เช‹น

• เรารŒวู ‹าเราตŒองเขาŒ งาน 8.00 น. เลิก 16.30 น. เราจงึ ยอมรบั โดย
ไม‹ตอŒ งคิดว‹าเหมาะสมหรอื ไม‹

• เรามักใชŒเสŒนทางเดิมเสมอระหว‹างท่ีทํางานกับที่บŒาน และเรา
สามารถขับรถบนเสŒนทางน้ัน โดยไม‹ตŒองคิดว‹าตŒองเลี้ยวซŒาย
เลี้ยวขวา ท่ีใด อย‹างไร

• เม่อื เดินเขŒาไปในหอŒ งเรียนทีม่ หาวทิ ยาลัย เรามกั จะเดนิ ไปนัง่ ท่ี
เกŒาอ้ีตัวเดิมที่เรานั่งเปนš ประจาํ

• เมื่อเราเห็นสัญญาณไฟสีเหลือง ความเคยชินของเราส่ังใหŒเรา
เหยียบเบรคเพือ่ ท่จี ะใหรŒ ถหยดุ ในจังหวะไฟแดงพอดี

• แพทยท ่ีเหน็ คนไขŒมีอาการคดั จมูก ครนั่ เนอื้ ครนั่ ตัว ปวดศีรษะ
ตวั รอŒ น มกั จะวนิ จิ ฉยั ไปเลย แทบจะไมต‹ อŒ งตรวจละเอยี ดวา‹ เปนš
ไขŒหวัด

• เรามักจะแกปŒ ˜ญหาดวŒ ยวิธีการเดิม ๆ เช‹น หากลกู นอŒ งมาสาย
ขาด ลางานบ‹อย วิธีท่ีเราใชŒคือ 1. เรียกมาเตือน 2. ตัดเงิน
3. ลงวนิ ยั 4. ใหอŒ อก เราใชวŒ ิธีนีต้ ลอดกบั ทกุ ๆ คน

• รัฐมักจะแกŒป˜ญหาดŒวยความเคยชิน เช‹น เมื่อมีเรื่องใดเกิดข้ึน
สิง่ แรกทจี่ ะทําคือ ต้ังคณะกรรมการพจิ ารณาเรอ่ื งน้นั จากนั้นก็
แกŒกฎหมาย ออก พ.ร.บ. มารองรับ

• ฯลฯ

208 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการทํางานของความคิด 12

ความเคยชินเร่ิมตŒนไดŒหลายทาง อาทิ เกิดจากการท่ีเรายอมรับใน
คําสอน คําแนะนําของผูŒอ่ืน การดําเนินตามระเบียบแบบแผนท่ีสังคม
กาํ หนด ค‹านยิ มสงั คมทน่ี ยิ มใหคŒ นเชอ่ื ฟง˜ มากกวา‹ คิดแตกต‹าง การปฏบิ ตั ิ
ตามขนบประเพณี หรือความเคยชินอาจเกดิ จากการเรยี นรใูŒ นช้ันเร่ิมตŒน

success publisher
เม่ือเราทําสิ่งใดในคร้ังแรกมักจะตŒองมี “การคิด” ร‹วมดŒวย ยก
ตัวอย‹างเช‹น เมื่อเริ่มเขŒาทํางานใหม‹ ๆ เราคงตŒองพยายามเรียนรูŒส่ิง
ต‹าง ๆ ใหมŒ ากทส่ี ดุ ทงั้ เร่อื งงาน การปรบั ตวั เขาŒ กบั เพอ่ื นรว‹ มงาน หวั หนาŒ
งาน และสง่ิ ต‹าง ๆ ซ่ึงเราเห็นว‹าเปšนสิ่งใหม‹ ตอนเร่ิมแรกคงตŒองอาศัย
ความคดิ บาŒ งเพราะเรายงั ไมม‹ น่ั ใจในผลของมนั ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ เชน‹ คดิ วา‹ เกดิ
ปญ˜ หาอะไร เหตุใดเราทําไมไ‹ ดŒ ควรเปลี่ยนวิธกี ารหรอื ไม‹ ฯลฯ จากนนั้ จึง
คอ‹ ย ๆ ปรบั แนวทางใหม‹ แลŒวทดลองทํา เรยี นรŒูใหม‹ วงจรจะเวยี นไป
เหมือนเดมิ จนเมื่อเราทาํ บ‹อยขึน้ ๆ และมีแนวโนมŒ จะทาํ ไดŒถูกตŒองเพ่ิม
ขึ้น เราก็จะเลอื กวธิ ที างนนั้ ต‹อ ๆ ไป เพราะม่นั ใจวา‹ ทางเลือกนั้นจะไม‹ผิด

กระบวนการคิด 209

success publisherลายแทงนักคิด

พลาด ในที่สุดเม่ือทํางานนานป‚ขึ้นเราจะตอบสนองต‹อสิ่งต‹าง ๆ เปšน
“ความเคยชนิ ” ไป

ความเคยชนิ เปนš เหตใุ หมŒ นษุ ยห าขอŒ สรปุ ใหกŒ บั สงิ่ ตา‹ ง ๆ โดย ไมต‹ อŒ ง
ผา‹ นกระบวนการคดิ ความเคยชนิ ทาํ ใหเŒ ราไมเ‹ กิดคาํ ถามหรอื ตง้ั ขอŒ สงสยั
เก่ียวกับสิ่งนั้น และทําใหเŒ ราตอบสนองสงิ่ ท่เี ขาŒ มาดวŒ ยวธิ ีการแบบเดมิ ๆ
ไมค‹ ิดแหวกวงออกไปนอกกรอบ จนเปนš เหตุใหŒนาํ ไปสู‹การทีเ่ รา “ไมต‹ อŒ ง
คดิ ” ในทสี่ ดุ

อย‹างไรกต็ าม ในอีกมมุ หน่ึงเมอ่ื เราผา‹ นป˜จจยั ความเปนš ตวั เรา แลวŒ
เราอาจตดั สินใจไมท‹ าํ ตามแบบเดมิ ๆ อาจเปšนเพราะนิสัยเราเปนš คนเบ่อื
ง‹าย เราเปšนคนชอบเสี่ยง วันนี้เราอารมณดี หรือไดŒรับการทŒาทายจาก
เพื่อน ๆ ใหŒทําสิ่งที่ไม‹เคยทํามาก‹อน เราจึงจะเร่ิมนําขŒอมูลนั้นเขŒาสู‹
กระบวนการคดิ เพอ่ื หาทางเลือกอ่นื ๆ นอกเหนอื จากการตอบสนองแบบ
เดิมไดŒ

5. ตอบสนองโดยการสนใจขŒอมลู หรือ ท้งิ ขŒอมูล

เมื่อประสาทสัมผัสรับขŒอมูลเขŒามาในสมอง ถŒาไม‹ใช‹ขŒอมูลท่ีสมอง
ตŒองตอบสนองตามสัญชาตญาณแลŒว ขŒอมูลเหล‹านั้นมีสิทธิท่ีจะไดŒรับ
“ความสนใจ” พอ ๆ กบั ทจี่ ะไดรŒ ับ “การปฏเิ สธ” ท้งั นี้ เนื่องจากคนมีแนว
โนŒมว‹าจะท้ิงขŒอมูลท่ไี ดรŒ ับทันทีทเ่ี ขาไมส‹ นใจ โดยไม‹ไดใŒ สใ‹ จแมŒแต‹นอŒ ยว‹า
ขอŒ มลู ดงั กลา‹ วอาจจะเปนš ประโยชนต อ‹ เขาหรอื ไม‹ เพราะขอŒ มลู ดงั กลา‹ วจะ
ผา‹ น “ตะแกรงรอ‹ น” ทเี่ รยี กว‹า “ความเปšนตวั เอง” (being) ของบคุ คลนัน้
เฉพาะส‹วนทมี่ อี ิทธิพลต‹อการ “สนใจ” หรือ “ไม‹สนใจ” ขอŒ มูล โดยยงั ไม‹
ตŒองผา‹ นขน้ั ตอนการคดิ อันไดŒแก‹

210 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

success publisher
ลักษณะนสิ ยั (character)

ความแตกต‹างในลักษณะนสิ ยั ของคนแตล‹ ะคน มผี ลตอ‹ การเลือกรบั
ขŒอมลู และการท้ิงขอŒ มลู กอ‹ นเขาŒ สกู‹ ระบวนการทางสมอง เช‹น คนที่มนี สิ ัย
ชอบใชคŒ วามคิด ชา‹ งสังเกต ชอบใชเŒ หตุผล ชอบคิดการณไกล ชอบแกŒ
ป˜ญหา ชอบทŒาทายตัวเองใหŒคิดสรŒางสรรคสิ่งใหม‹ ๆ หรือมีนิสัยจุกจิก
รอบคอบ ตŒองตรวจสอบทกุ เร่ือง ฯลฯ แนวโนมŒ คนนสิ ัยเชน‹ นจ้ี ะ “สนใจ”
ขŒอมูลใหม‹ท่ีเขŒามา เม่ือรับขŒอมูลเขŒามาจะมีแนวโนŒมท่ีจะคิดกับขŒอมูลนั้น
ตอ‹ แตใ‹ นทางตรงกันขŒาม คนทีม่ ีนสิ ัยเกียจคราŒ น ไมช‹ อบคิด นิสัยเชื่อง‹าย
ชอบทาํ ตามความเคยชนิ ไมก‹ ลาŒ ทาํ สง่ิ ใหม‹ กลวั ความผดิ คนทมี่ นี สิ ยั เหลา‹
นจ้ี งึ มแี นวโนมŒ “ไมส‹ นใจ” ขอŒ มลู และอาจทง้ิ ขอŒ มลู ใหมน‹ นั้ ไปโดยทงั้ ไมจ‹ าํ
และไมใ‹ ส‹ใจท่จี ะคิด

กระบวนการคิด 211

success publisherลายแทงนักคิด

ภาวะอารมณ (emotion)

อารมณของเราในขณะรับขŒอมูลมีผลต‹อการท่ีเราจะ “สนใจ” หรือ
“ไมส‹ นใจ” ขŒอมูลนั้นไดเŒ ชน‹ กนั ยกตวั อยา‹ งเชน‹ คนทอ่ี ยใ‹ู นอารมณเศรŒา
โศก ยอ‹ มไมส‹ นใจทจี่ ะฟง˜ เรอ่ื งสนกุ สนาน คนทอ่ี ยใ‹ู นอารมณฉ นุ เฉยี วโกรธา
ย‹อมไม‹อยากฟ˜งคําปลอบโยน ฯลฯ ภาวะอารมณเช‹นนี้สามารถทําใหŒเรา
ทิง้ ขŒอมลู ไม‹สนใจขอŒ มูล ไมค‹ ดิ ไมจ‹ าํ ไมร‹ บั ขอŒ มูลใหม‹ที่กําลังเขŒามาก็เปนš
ไดŒ หรอื ในทางตรงกนั ขาŒ ม หากขอŒ มลู เขาŒ มาเมอ่ื อารมณด หี รอื อยใ‹ู นอารมณ
ทีพ่ รอŒ มรับขŒอมูลนน้ั เราจะรับขอŒ มูลเขŒามาและตอบสนองทางใดทางหน่งึ
เชน‹ จําขŒอมูล ตอบสนองตามความเคยชิน หรอื กาํ หนดเป‡าหมายการคิด
เปนš ตนŒ

แรงจงู ใจ (motive)

แรงจงู ใจเปšนอีกปจ˜ จัยหนึ่งท่ที ําใหเŒ รา “สนใจ” ท่ีจะจดั การกบั ขอŒ มลู
นั้นตอ‹ ไป หรอื “ท้ิงขŒอมูล” นัน้ ไป หากเราไม‹มแี รงจงู ใจที่จะสนใจในเร่ือง
นน้ั เชน‹ ถาŒ มคี นบอกวา‹ “ชว‹ ยตอบคาํ ถามนหี้ นอ‹ ย” เราอาจจะปฏเิ สธทนั ที
วา‹ ไมว‹ า‹ งเพราะเราไมส‹ นใจทจี่ ะทาํ แตถ‹ าŒ หาก บอกวา‹ “ถาŒ คณุ ตอบปญ˜ หา
น้ไี ดŒ คุณจะไดรŒ บั เงินรางวัล 5 หม่ืนบาท” เราจะสนใจขŒอมลู นั้นทนั ที และ
นําไปสู‹การหาขŒอมูลเพ่ิมเติมว‹าป˜ญหานั้นคืออะไร และจะแกŒป˜ญหานั้น
อยา‹ งไร เปšนตŒน แรงจงู ใจจึงเปนš ตัวกําหนดขั้นตอนแรก ในการเลอื กรับ
หรอื ปฏิเสธขอŒ มลู ทเ่ี ขาŒ มาในสมองของเราดŒวย

ตะแกรงรอ‹ นทั้ง 3 อัน ไดแŒ ก‹ ลักษณะนสิ ัย ภาวะอารมณ และแรง
จูงใจ จะทํางานร‹วมกันอย‹างผสมผสาน โดยท่ีอาจจะมีป˜จจัยบางดŒานท่ี
เดน‹ กวา‹ อกี ปจ˜ จยั หนงึ่ ในขณะนนั้ สง‹ ผลใหปŒ จ˜ จยั ดงั กลา‹ วมอี ทิ ธพิ ลมากกวา‹

212 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

เชน‹ หากเราเปšนคนท่ีมนี ิสัยชอบคิดใครค‹ รวญ หาเหตุผล ยดึ มัน่ ในหลกั
การ แมวŒ ‹าเวลานน้ั เราจะมอี ารมณทนี่ ‹าจะปฏิเสธขŒอมลู ท้งิ เสีย แต‹เรากลับ
เลอื กทจ่ี ะรบั ขอŒ มลู นน้ั นน่ั หมายความวา‹ นสิ ยั ของเรามอี ทิ ธพิ ลเหนอื อารมณ
หรอื แมวŒ า‹ เราเปนš คนเกยี จคราŒ น ไมช‹ อบคดิ แตถ‹ าŒ มใี ครบอกวา‹ จะใหรŒ างวลั
หากเราแกŒป˜ญหาบางอย‹างไดŒ ก็อาจเปšนเหตุใหŒเราสนใจขŒอมูลน้ันไดŒ
เปนš ตนŒ ดังน้นั ภาวะท้ัง 3 น้จี ึงมีส‹วนทน่ี ําไปส‹กู ารตัดสินว‹าจะสนใจขอŒ มูล
หรือจะทิ้งขอŒ มลู นนั้ ไปในข้นั ตอนแรก
success publisher
ถŒาเราสนใจขŒอมูลนั้นย‹อมมีแนวโนŒมว‹าเราจะนําขŒอมูลนั้นเขŒาสู‹
กระบวนการคิดต‹อไป ในทางตรงกันขŒามถŒาเราไมส‹ นใจขอŒ มลู น้นั เรายอ‹ ม
มสี ิทธิทิง้ ขŒอมลู น้ันโดยไมส‹ นใจทจี่ ะนําไปคดิ ต‹อ

6. สมองตอบสนองโดยผา‹ นกระบวนการคดิ

กระบวนการคิด 213

success publisherลายแทงนักคิด

ขน้ั ท่ี 1 การกาํ หนดเป‡าหมายการคิด

ความสามารถประการสําคัญที่ทําใหŒมนุษยแตกต‹างจากสัตว คือ
มนษุ ยส ามารถคดิ ไดŒ การคดิ ของมนษุ ยใ นทนี่ คี้ อื การคดิ อยา‹ งมี “เปา‡ หมาย”
เพื่อวัตถปุ ระสงคบางอยา‹ งที่ตง้ั ขนึ้

กระบวนการคิดของมนุษยเร่ิมตŒนเมื่อเรารับขŒอมูลน้ันเขŒามาจากน้ัน
ขอŒ มลู ไดไŒ หลผ‹านความเปนš ตัวเราในเรอ่ื งของนิสัย อารมณแรงจงู ใจ และ
เราไดŒใหŒความสนใจที่จะพิจารณาขŒอมูลนั้นต‹อ จึงนําไปสู‹การกําหนดเป‡า
หมายการคิดเกี่ยวกับเรื่องน้ัน ซึ่งเป‡าหมายในการคิดของเรามีอยู‹ดŒวยกัน
อย‹างหลากหลาย อาทิ

• เพื่อตรวจสอบ
• เพื่อคัดเลอื ก
• เพื่อทําความเขŒาใจองคประกอบทส่ี ําคัญ
• เพอ่ื ทําใหเŒ ขาŒ ใจง‹าย
• เพอ่ื จับใจความสําคญั
• เพ่ือวิเคราะหแ ละสังเคราะห
• เพื่อทาํ ใหสŒ มบูรณ
• เพอื่ แกŒไขทําใหถŒ กู ตอŒ ง
• เพื่อเปรียบเทยี บ
• เพอ่ื แกปŒ ˜ญหา
• เพอ่ื นํามารวมกัน
• เพอื่ แยกส‹วน
• เพื่อพจิ ารณาในบรบิ ท
• เพื่อสรŒางสรรคส ิ่งใหม‹
• ฯลฯ

214 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

ขอŒ มลู ทเี่ ราสนใจจะคดิ ตอ‹ เราจะคดิ อยา‹ งมเี ปา‡ หมายเสมอ แมวŒ ‹าเรา
จะกําหนดเป‡าหมายการคิดอยา‹ งตัง้ ใจหรอื ไม‹ตั้งใจก็ตาม

ยกตวั อย‹าง เชน‹

ตวั อยา‹ งท่ี 1 เพอ่ื นคนหนึง่ ของเรานาํ ภาพ ๆ หนึ่งมาใหเราดู บอก
วา “ดนู ส่ี นิ ค่ี อื ยเู อฟโอมนษุ ยด าวองั คารทเี่ ราถา ยไดเ มอ่ื
เดอื นท่ีแลว”
success publisher
เราหยิบภาพ ๆ นั้นมาเพ‹งพินิจพิจารณาดู และเห็นเปšนจุดสีดํา
เล็ก ๆ 2 จดุ บนทŒองฟา‡

เราเปนš คนทมี่ นี ิสัยชอบคลŒอยตามพลังกลมุ‹ และเห็นวา‹ เพื่อน ๆ ใน
กลม‹ุ ทง้ั หมดลวŒ นแตเ‹ ชอ่ื วา‹ เปนš เรอื่ งจรงิ เราจงึ อยากจะพสิ จู นว า‹ เรอ่ื งมนษุ ย
ดาวองั คารเปนš เรอ่ื งจรงิ หรอื เรอ่ื งหลอกเลน‹ เมอ่ื เพอื่ นเอาภาพมาใหดŒ จู งึ เกดิ
แรงจงู ใจที่จะคิดตอ‹ รวมทั้งในขณะนัน้ เราอย‹ใู นอารมณป กติ พรŒอมที่จะ
รบั ขŒอมูลใหม‹ ๆ ทีเ่ ขาŒ มาไดŒ

ดงั นน้ั จึงนําไปส‹กู ารตั้งเป‡าหมายในการคดิ คอื เพอ่ื ตรวจสอบความ
จรงิ ว‹าจุดดาํ ๆ 2 จุดนคี่ ือยานอวกาศ

ตวั อยา‹ งท่ี 2 เราไดร บั รายงานวา ปน ง้ี บประมาณของกระทรวงถกู ตดั
ลงจากปท่ผี านมา 20% แตท านนายกรฐั มนตรขี อใหทกุ
หนวยงานพยายามจัดสรรงบที่นอยลงน้ีใหสามารถทํา
ตามเปา หมายทว่ี างไวไ ดท ุกแผนงาน (คอื ใชเ งนิ นอ ยลง
แตม ปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน)

กระบวนการคิด 215

ลายแทงนักคิด

หัวหนŒาฝ†ายคนที่ 1 เกิดความรูŒสกึ ไม‹พอใจทันทีเมื่อไดŒรับรายงานนี้
อารมณทปี่ กตอิ ยู‹กลายเปšนหงดุ หงิดขึ้นมาทันที บวกกบั การเปšนคนที่ชอบ
คิดแง‹ลบ เขาจึงกําหนดเป‡าหมายการคิด “เปรียบเทียบ” กับขŒอมูลเดิม
และเกดิ การต้ังสมมตฐิ านขึน้ วา‹ “สงิ่ ทพ่ี ดู มาไม‹สามารถทําใหŒเปนš จริงไดŒ”
และนาํ ไปสก‹ู ารกาํ หนดเปา‡ หมายการคดิ ตอ‹ ไปวา‹ “จะวเิ คราะหใ หดŒ วู า‹ งบท่ี
นอŒ ยลง ทาํ ใหŒไม‹สามารถทําตามแผนทตี่ ง้ั ไวŒไดอŒ ย‹างไร” การคดิ ของเขาน้ี
เพอื่ คาดหวงั ว‹าแผนนี้จะตอŒ งลมŒ เลิกไป

ส‹วนหวั หนŒาฝ†ายคนที่ 2 ไดรŒ บั รายงานชิน้ เดยี วกนั แต‹คนนเ้ี ปนš คนที่
มีนสิ ยั ชอบทาŒ ทายตัวเอง ชอบลองทาํ สงิ่ ใหม‹ ๆ เมือ่ ไดŒรับขŒอมูลเช‹นน้ี จงึ
เกิดความพอใจและต่ืนเตŒน มีแรงจูงใจท่ีอยากจะทําใหŒไดŒ เขาเร่ิมตŒน
กําหนดเป‡าหมาย “คดิ เปรียบเทยี บ” และนําเขาŒ ส‹กู ระบวนการคิดเปรียบ
เทียบความเปšนไปไดŒระหว‹างขŒอมูลใหม‹กับกรอบโลกทัศนที่มีอยู‹และต้ัง
สมมตฐิ านในใจ เมื่ออา‹ นขอŒ มลู ว‹า “น‹าจะเปšนไปได”Œ ซ่ึงนาํ ไปสูเ‹ ปา‡ หมาย
ในการคดิ ตอ‹ ไปว‹า “จะตอŒ งแกŒปญ˜ หาท่ีเกิดข้นึ ใหŒได”Œ
success publisher
ตวั อยา‹ งท่ี 3 เราไดรับบัตรสนเทหเขียนวา รัฐมนตรีที่คุมกระทรวง
ของเราคอรร ัปชัน โดยมเี จา หนาท่ีระดับสงู รเู หน็ เปนใจ
และมีรายชอ่ื เจา หนา ทีท่ ่ีถกู กลาวหา จากนน้ั มีขอกลา ว
หาเรื่องตา ง ๆ มีการเลา ถึงพฤติกรรมการเคล่ือนไหว
อยา งละเอยี ดวา ยกั ยอกกนั อยา งไร และลงทา ยดว ยการ
เชญิ ชวนผอู า นใหร ว มลงชอื่ ขบั ไลร ฐั มนตรแี ละเจา หนา ท่ี
เหลา น้ี ใหพ น ไปจากกระทรวง แตไ มม กี ารลงชอ่ื ผเู ขยี น
บัตรสนเทห น ี้

216 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

เมอ่ื เราอ‹านจบ กลไกสมองเราจะคิดเกย่ี วกับขŒอมลู น้อี ยา‹ งไร

หากเรามอี คตติ ‹อบคุ คลทอ่ี ยใ‹ู นบตั รสนเทห‹  เราจะมแี นวโนมŒ ทจี่ ะเชอ่ื
ว‹าขŒอกล‹าวหาทเ่ี ขยี นข้ึนนัน้ เปšนจริง เราจะเกดิ อารมณค ลŒอยตามขอŒ เขียน
น้นั ไดŒ อันเปนš เหตุใหเŒ รากาํ หนดเป‡าหมายการคดิ เกยี่ วกบั ขอŒ มลู นน้ั “เพื่อ
หาขŒอสรุป ยืนยนั ว‹าเปšนความจริง” หรือ ตลอดทางระหวา‹ งทเ่ี รารับขŒอมูล
เราอาจตั้งเป‡าการคิดโดยอัตโนมัติ คือ “เพ่ือเปรียบเทียบ” จากน้ันจึง
เขาŒ สูก‹ ระบวนการคดิ โดยคิดเปรียบเทยี บกบั ขŒอมูลเดิมทเ่ี รารŒมู าเกยี่ วกับ
คน ๆ นนั้ เรือ่ งนนั้ ๆ
success publisher
หากเราเปนš คนทไี่ ม‹เชื่ออะไรง‹าย ๆ และยดึ มนั่ ในหลกั การ เราอาจ
จะมเี ปา‡ หมายการคดิ “เพอื่ การตรวจสอบและบรู ณาการขอŒ มลู ” วา‹ เทจ็ จรงิ
เปนš อยา‹ งไร วเิ คราะหว า‹ ผเŒู ขยี นบตั รสนเทห‹ น ม้ี วี ตั ถปุ ระสงคอ ะไร การเขยี น
บัตรสนเท‹หโดยไม‹มีการลงช่ือแสดงใหŒเห็นว‹าบุคคลที่เขียนเปšนอย‹างไร
การกระทาํ เช‹นน้ีน‹าเชื่อถือหรอื ไม‹ หากจะเขยี นขŒอเทจ็ จรงิ ทําเช‹นนเี้ หมาะ
สมหรือไม‹ เราอาจจะมีคําถามมากมายเกดิ ขนึ้ ในใจ ซึ่งจะนาํ เราไปสู‹การ
พนิ จิ พจิ ารณาขอŒ มูลน้นั อย‹างละเอียดรอบคอบ ในกระบวนการคิดตอ‹ ไป

ตวั อยา‹ งที่ 4 เราไดร ับคาํ สัง่ ใหลดจาํ นวนเจาหนาท่ีในแผนกลง จาก
10 คน เหลอื 5 คน ในเวลา 1 ป โดยมที างเลอื ก 2 ทาง
คือ ยบุ รวมกบั หนว ยงานอืน่ หรือ คงสภาพเดิมแตม คี น
นอ ยลง

ในฐานะทเี่ ราเปนš คนทเี่ ชื่อฟ˜งคําส่งั เราจะเรมิ่ กําหนดเป‡าหมาย การ
คิด “เพือ่ คดั เลือก” “เพอื่ เปรียบเทียบขอŒ ดขี Œอเสีย” และ “เพ่อื สรŒางสรรค
สิง่ ใหม”‹ จากนัน้ จึงเขŒาส‹กู ระบวนการคิดต‹อไป

กระบวนการคิด 217

success publisherลายแทงนักคิด

กลไกการทาํ งานของระบบความคดิ ของเราจะเรว็ มาก ในบางครงั้ เรา
อาจไม‹รูŒสึกตัวดŒวยซํ้าว‹าเรามีเป‡าหมายในการคิด เมื่อเราพิจารณาขŒอมูล
เสร็จ เราอาจคิดว‹าเราคิดทันที แต‹แทŒจริงเปšนการทํางานของสมองท่ีต‹อ
เน่อื งกันไปอยา‹ งรวดเรว็ จนบางครั้งอาจทําใหŒเรารŒสู กึ วา‹ เราไม‹มีเปา‡ หมาย
ในการคดิ เราชอบคดิ เรอ่ื ยเปอ„› ย ทั้งทเี่ ม่อื พจิ ารณาใหดŒ ี ทกุ ครง้ั ท่ีเราเร่ิม
ใชŒพลังสมองในการพิจารณาไตร‹ตรองเก่ียวกับเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง เราลŒวน
กระทําเพ่ือจุดมุ‹งหมายบางอย‹างทั้งส้ิน ไม‹ว‹าเป‡าหมายน้ันจะดีหรือไม‹ดี
กต็ าม

ขั้นที่ 2 การประเมินขŒอมูลใหมผ‹ า‹ นกรอบความคดิ เดิม

เม่อื เรากาํ หนดเป‡าหมายการคดิ เรยี บรŒอยแลวŒ ขน้ั ตอนตอ‹ ไปของการ
คดิ คือ ตีความขอŒ มูลใหม‹ภายใตกŒ รอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น เพ่อื นาํ ไปสูก‹ าร
ตัดสินใจหาขอŒ สรุปในลาํ ดับต‹อไป ในข้ันตอนนี้ขŒอมูลที่เราไดŒรับจะถูกนํา
มาเขŒากระบวนการคิดอย‹างผสมผสานกันระหว‹างวิธีคิดกรอบโลกทัศน/
ชีวทศั น นสิ ยั อารมณ และแรงจงู ใจ

การคดิ มกั จะเรม่ิ ดวŒ ยการ “คดิ เปรยี บเทยี บ” ขอŒ มลู ทไ่ี ดรŒ บั มาใหมน‹ นั้
กับกรอบความคิดของเรา เพื่อเปšนกรอบในการทําความเขŒาใจเก่ียวกับ
ขอŒ มลู ทเ่ี รารบั มา เมอ่ื ใดกต็ ามทข่ี อŒ มลู ทเี่ ราไดรŒ บั มานน้ั ลงรอ‹ งพอดกี บั กรอบ
ของเรา เราจะยอมรับส่งิ นั้น และนาํ ไปส‹ขู Œอสรุปเกี่ยวกบั ขอŒ มูลนนั้ แตถ‹ Œา
หากขŒอมูลดังกล‹าวไม‹ลงร‹องพอดีกับกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนของเรา อาจ
เปšนเพราะกรอบความคิดของเราในเร่ืองน้ันยังไม‹ชัด ทําใหŒเราตŒองเขŒาสู‹
กระบวนการคดิ ต‹อไปเพ่ือใหŒไดŒขอŒ สรปุ ที่ตอบวัตถุประสงคก ารคดิ

218 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

ข้ันท่ี 3 ข้นั การคิด

เมอ่ื เราประเมนิ ผา‹ นกรอบความคดิ ของเราแลวŒ เราเหน็ วา‹ ขอŒ มลู ทเ่ี รา
ไดŒรับไม‹ตรงกับกรอบความคิดของเรา เปšนเร่ืองใหม‹ท่ีเราไม‹คุŒนเคย ไม‹
เขาŒ ใจว‹าเปนš เช‹นไร และจะตัดสินอยา‹ งไร จึงเปšนเหตุใหเŒ ราตŒองคิด ซึง่ มี
ทางเลือกอย‹ู 2 ทางสําหรับกระบวนการคิดของเรา
success publisher
ทางเลอื กท่ี 1 ทางเลอื กที่ 2
การคดิ เกย่ี วกบั เรอื่ งนนั้ การคดิ เกยี่ วกบั เรอ่ื งนน้ั
โดยไมร‹ จŒู กั วธิ คี ดิ 10 มติ ิ โดยใชกŒ ารคดิ 10 มติ ิ

ความแตกตา‹ งระหวา‹ งทางเลอื กทหี่ นง่ึ กบั ทางเลอื กทส่ี องคอื ทางเลอื ก
ท่ีหนึง่ สาํ หรบั คนทไ่ี ม‹รจูŒ ักวธิ คี ิด 10 มิติ มักจะใชนŒ ิสัยการคดิ ทีเ่ ขาใชŒเปšน
ประจาํ อนั หลอ‹ หลอมจากการเรยี นรŒู การลองผดิ ลองถกู ทกั ษะความชาํ นาญ
ในการคดิ แกŒปญ˜ หา การประยกุ ตแนวการคิดทีเ่ คยใชŒกบั เร่อื งอ่ืน ๆ มาแกŒ
ป˜ญหาใหม‹ การเลียนแบบวิธีการหรือคําแนะนําของผูŒอื่น หรือวิธีการคิด
อ่ืน ๆ ท่ีเปšน “ธรรมชาตกิ ารคิด” ของเรา

ธรรมชาติการคิดของเราจะทําใหŒเราคิดไดŒเฉียบคมมากนŒอยเพียงใด
นั้นขึ้นอยู‹กับว‹าเรามีระบบการคิดที่ดี และมีวิธีการคิดท่ีครบถŒวนสมบูรณ
เปนš ระบบระเบยี บ หรอื สราŒ งสรรคม ากนอŒ ยเพยี งใด อยา‹ งไรกต็ าม ธรรมชาติ
การคดิ ของเรามกั ถกู จาํ กดั ดวŒ ย “กรงขงั แหง ประสบการณ” เราจะคดิ เกยี่ ว
กบั เรอ่ื งตา‹ ง ๆ บนพนื้ ฐานของประสบการณท เี่ คยไดรŒ ับ ทง้ั ประสบการณ
ท่ไี ดรŒ ับจากขŒอมูลความรŒู หรอื การลงมอื ปฏบิ ัติดวŒ ยตนเอง ซ่ึงเราแตล‹ ะคน
นัน้ ต‹างมีประสบการณท่ีจํากดั ความจาํ กัดนี้เองท่ีปดกน้ั เราไม‹ใหŒสามารถ

กระบวนการคิด 219

success publisherลายแทงนักคิด

คดิ ไดŒอยา‹ งทะลุปรุโปรง‹ หรือไดŒรับคาํ ตอบทต่ี รงกบั วตั ถุประสงคก ารคดิ
อาจเปรยี บไดวŒ า‹ การคดิ ตามธรรมชาตขิ องเรา เปรยี บเหมอื นกบั บาŒ น

ที่ไม‹มีไฟฟ‡าใชŒตŒองจุดตะเกียงเจŒาพายุ ซึ่งย‹อมใหŒความสว‹างไดŒไม‹เท‹ากับ
การใชŒไฟนีออน แสงจากตะเกียงเจŒาพายุทําใหŒเห็นส่ิงต‹าง ๆ อย‹าง
คลมุ เครอื สว‹ นการคดิ ทรี่ จŒู กั วธิ คี ดิ 10 มติ ิ จะเปรยี บเหมอื นคนทอ่ี ยใ‹ู นบาŒ น
ทีม่ ีไฟฟา‡ สว‹างไสว สามารถมองเห็นสิง่ ต‹าง ๆ ในบาŒ นไดอŒ ยา‹ งชดั เจน

การคิดท่ีรูŒจักวิธีคิด 10 มิติจะช‹วยใหŒเราสามารถคิดเก่ียวกับเรื่อง
ต‹าง ๆ ไดอŒ ย‹างมีประสทิ ธิภาพมากกว‹า เพราะจะชว‹ ยใหเŒ รารŒูวา‹ เมื่อไร
ตŒองใชŒวิธีคิดแบบใด และจะคิดไดŒอย‹างไร ทําใหŒเราสามารถคิดไดŒอย‹าง
เปนš ขนั้ ตอนครบถวŒ น และผสมผสานการคดิ รปู แบบตา‹ ง ๆ เขาŒ กนั ไดอŒ ยา‹ ง
กลมกลนื จนสามารถตอบวตั ถปุ ระสงคข องการคิดน้ัน เปรยี บเหมือนคนที่
ใชคŒ อมพวิ เตอรในการพิมพง าน ย‹อมมปี ระสทิ ธิภาพมากกว‹าคนที่ใชŒพิมพ
ดดี ท้ังในเร่ืองของความรวดเรว็ การแกไŒ ขคาํ ผดิ การเก็บบนั ทึกความจํา
และความถูกตอŒ งของผลลพั ธท่ีไดรŒ บั

วิธีคิด 10 มิติจึงเปรียบเสมือนเปšนเครื่องมือท่ีใชŒเทคโนโลยีทันสมัย
เปšนอุปกรณช‹วยใหŒการคิดของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ซ่ึงในราย
ละเอยี ดดาŒ นวธิ ีคิดแต‹ละมิตินั้น ผมไดŒอธบิ ายโดยเขยี นแยกเปนš แต‹ละเลม‹
เพ่อื ใหเŒ ขาŒ ใจความคดิ แต‹ละแบบไดลŒ กึ ซงึ้ ขึน้ แตใ‹ นเล‹มนจ้ี ะกลา‹ วรวม ๆ
กันไป

กรอบโลกทัศน/ชีวทัศน จะเปšนฐานในการคิดเกี่ยวกับเร่ืองทุกเรื่อง
ขŒอมูลที่เขŒามาใหม‹จะถูกประเมินเปรียบเทียบกับกรอบน้ี แลŒวจึงนําไปสู‹
กระบวนการคดิ 10 มติ ิ ซ่งึ จะคดิ อยา‹ งผสมผสานกบั นิสยั ภาวะอารมณ
และแรงจูงใจในขณะน้นั

220 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

ขั้นที่ 4 ประเมนิ ผา‹ นกรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นอ กี คร้งั

ผลลพั ธท ไี่ ดจŒ ากการคดิ จะถกู ประเมนิ กบั กรอบความคดิ อกี ครง้ั หนง่ึ
อย‹างอัตโนมัติ เพ่ือตัดสินว‹าเราจะยึดกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเดิมหรือ
เปลย่ี นแปลงใหม‹ หรือเราจะใหŒอารมณ แรงจูงใจ เขŒามามีอทิ ธพิ ลทําใหŒ
เราตดั สนิ ใจในลกั ษณะท่ีไมส‹ นใจกรอบความคิดทีเ่ ราเคยเชอ่ื มัน่ อยู‹ ซ่งึ ใน
ข้ันตอนนเี้ ราจะไดขŒ อŒ สรุป 3 แบบดŒวยกนั คือ
success publisher
แบบท่ี 1 การยอมรับกรอบความคิดเดิม

หากเรายึดมั่นในกรอบความคิดเดิมของเรา ไม‹ว‹าจะดŒวยเหตุผลใด
เช‹น เราเปšนคนท่ีมีหลักการ มีเหตุผลหนักแน‹นเพียงพอ หรือเม่ือผ‹าน
กระบวนความคดิ แลŒวยนื ยันว‹าสง่ิ ท่กี รอบความคิดเรายดึ ไวŒนั้น เปนš สิ่งท่ี
ถกู ตอŒ ง จะสง‹ ผลใหกŒ รอบความคดิ ของเราเปลย่ี นแปลงยาก เมอื่ ขอŒ มลู ใหม‹
เขาŒ มากระทบ ยกตัวอย‹างเชน‹

กรอบโลกทศั น/ชีวทศั นเดมิ มนษุ ยทุกคนมเี อกลกั ษณ และมคี ณุ คา ในตัวเอง
ขอ มลู ใหม ที่ไมม ีใครเหมอื น
กาํ หนดเปา หมายการคดิ ประเทศ A กําลังจะออกกฎหมายอนุญาตให
โคลนนิง่ มนุษย
พสิ ูจนว า โคลนนิง่ ทาํ ลายเอกลกั ษณ ของมนษุ ย
หรือไม และเพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ
เรือ่ งนี้

กระบวนการคิด 221

success publisherลายแทงนักคิด

การคดิ
• คดิ วิพากษ….ทาํ ไดหŒ รอื ไม?‹ เหตุใดตŒองทํา?
• คดิ วเิ คราะห… .การโคลนนิ่งมวี ธิ กี ารอยา‹ งไร รวบรวมขŒอมลู เพื่อ

นํามาวิเคราะหผลกระทบ ผลไดŒ-ผลเสีย เช‹น การโคลนน่ิง
สามารถ “ปม˜ ” มนษุ ยออกมาเหมอื นกัน ใชŒประโยชนจ ากบาง
ส‹วนของอวัยวะไดŒทําใหŒคนพิการไดŒรับการรักษา ทําใหŒลูกหนŒา
เหมอื นตนเอง สรŒางกองทพั มนษุ ยต ามแบบทตี่ ŒองการไดŒ ฯลฯ
• คดิ บรู ณาการ….โคลนนง่ิ มผี ลตอ‹ ตวั ผถŒู กู โคลน ตอ‹ ครอบครวั ตอ‹
ชุมชน ต‹อสงั คม ตอ‹ ระบบการเมอื ง ต‹อระบบเศรษฐกิจ ต‹อวถิ ี
ชีวิตของมนุษย ฯลฯ อย‹างไรบŒาง และสังคม/โลกนจ้ี ะมสี ภาพ
เปšนเชน‹ ไร
• คิดเชงิ อนาคต….แนวโนมŒ ถาŒ กฎหมายนี้ประกาศใชŒจรงิ อนาคต
ของสงั คมและโลกจะเปนš เช‹นไร เชน‹ หากประเทศ A ประกาศ
ใชเŒ ปนš ประเทศแรก จะมแี นวโนมŒ วา‹ ประเทศBCD และ ประเทศ
อ่ืน ๆ จะประกาศใชตŒ ามมา เน่ืองจากประเทศ A มีอิทธพิ ลใน
การนาํ ความคดิ คา‹ นิยมของคนในสงั คมโลก และการเชอื่ มกนั
เปนš เครอื ขา‹ ยโลกทาํ ใหขŒ อŒ มลู ขา‹ วสารไหลเวยี นกนั ไดอŒ ยา‹ งรวดเรว็
การถา‹ ยทอดทศั นคติ คา‹ นยิ ม พฤตกิ รรม วฒั นธรรมตา‹ ง ๆ เปนš
ไปไดงŒ า‹ ย เปนš ตนŒ หรอื การโคลนนง่ิ มแี นวโนมŒ นาํ ไปสก‹ู ารคดั เลอื ก
เผา‹ พนั ธใุ หม‹ โดยเลือกเฉพาะคนทีต่ ŒองการเอาไวŒ สว‹ นเผา‹ พันธุ
ที่ไมด‹ ีจะถูกทิง้ ไป เปนš ตนŒ

222 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

• คิดสรŒางสรรค….จินตนาการว‹าถŒามีการโคลนนิ่งจริง สังคมจะ
เปšนอยา‹ งไร เชน‹ ถŒามีการโคลนนง่ิ สัก 5 คน หาก 1 ใน 5 คน
นัน้ ไปขโมยของ ตํารวจตŒองจับมาท้งั 5 คนนน้ั และหากทกุ คน
ปฏเิ สธหมด จะพสิ จู นค วามจรงิ ไดอŒ ยา‹ งไรวา‹ ใครคอื ผรŒู าŒ ย เปนš ตนŒ

• คิดเปรียบเทียบขŒอดีขŒอเสีย…..แมŒจะมีขŒอดีคือสามารถใชŒ
ประโยชนท างการแพทยไ ดŒ แตก‹ ารโคลนนง่ิ จะทาํ ลายเอกลกั ษณ
และ คณุ คา‹ ของความเปนš มนุษยหลายประการหรอื ไม‹ อย‹างไร
success publisher
ขณะเดยี วกันจะผสมผสานดวŒ ยความเปนš ตวั เรา
• อารมณ ไม‹พอใจที่ประเทศ A ตดั สินใจออกกฎหมายนี้
• นิสัย เอาจรงิ เอาจงั ยืนหยัดบนหลักการ

ประเมินกรอบโลกทัศน/ชีวทัศน การโคลนนิ่งทําใหŒมนุษยขาด
เอกลักษณ และคณุ คา‹ ในตัวเอง

ยอมรบั กรอบความคิดเดิม ยืนยันในกรอบความคดิ เดิม คือ มนษุ ย
ทกุ คนมเี อกลกั ษณ และมีคณุ คา‹ ในตวั เองทีไ่ ม‹มใี ครเหมือน

ขอŒ สรปุ ไมเ‹ หน็ ดวŒ ยกบั การทป่ี ระเทศ A จะออกกฎหมายอนญุ าตการ
โคลนน่ิงมนษุ ย

หากเรามีกรอบความคิดเดิมที่เราเชื่อมั่นอย‹างมีเหตุมีผล หนักแน‹น
กรอบความคิดเดิมจะไม‹สามารถถูกสน่ั คลอน

กระบวนการคิด 223

ลายแทงนักคิด

แบบที่ 2 การสราŒ งกรอบความคิดใหม‹

ในบางเรื่องซึ่งเปšนเร่ืองใหม‹ที่ไม‹เคยเกิดขึ้นมาก‹อน อาจเปšนเหตุใหŒ
กรอบความคิดของเราไม‹ชัดในการหาขŒอสรุปเก่ียวกับเร่ืองน้ัน ดังน้ันเรา
จําเปšนตŒองใชŒวิธีคิดในลักษณะต‹าง ๆ เพ่ือช‹วยใหŒเราสามารถขยับกรอบ
ความคิดของเราใหคŒ มชดั เกี่ยวกบั เรอ่ื งน้ัน ๆ ยกตวั อย‹าง เช‹น
success publisher
กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเดิม โลกเปนสถานท่ีแหงเดียวใน จักรวาลที่มีสิ่งมี
ขอมลู ชวี ิตอาศยั อยู
เปา หมายในการคิด จากตัวอยางท่ีเพื่อนของเราใหเราดูภาพยาน
อวกาศทเ่ี ปน จดุ สดี าํ เลก็ ๆ 2 จดุ บนทอ งฟา เรา
ไดข อ มลู เพมิ่ เตมิ อกี วา มกี ารคน พบ สงิ่ มชี วี ติ ใน
กอนหนิ บนดาวอังคาร
เพอ่ื ตรวจสอบความจรงิ วา สงิ่ มชี วี ติ ในดาวองั คาร
มีจริงหรอื ไม

การคดิ
• คิดวิเคราะห… .วิเคราะหนิสยั เพ่ือนว‹าเปนš คนอย‹างไร วิเคราะห

ขŒอมูลการคŒนพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารว‹าน‹าเชื่อถือหรือไม‹
วเิ คราะห วา‹ สภาพบรรยากาศและพืน้ ผิวของดาวองั คารจะมสี ่ิง
มชี วี ติ ไดหŒ รือไม‹ วเิ คราะหว ‹าเหตุใดเพื่อน ๆ จึงเชื่อกันนักหนา
ว‹ามนษุ ยตา‹ งดาวมจี รงิ
• คิดวพิ ากษ… .ถŒาไม‹ใชม‹ นษุ ยต‹างดาวจะเปนš อะไร ดาวองั คารนา‹
จะมีส่งิ มชี วี ิตเกดิ ขึ้นเพราะอะไร

224 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

กระบวนการทํางานของความคิด 12

• คดิ เชงิ อนาคต….ถาŒ เราไมเ‹ ชอ่ื เพอ่ื นของเราอาจจะเลกิ คบกบั เรา
และถŒาเช่อื วา‹ มนุษยต า‹ งดาวมจี ริง ส่ิงมีชวี ิตบนดาวอังคารมจี รงิ
ก็ไมเ‹ หน็ เปนš อะไรเลย

แนวโนมŒ ขŒอสรุปจากการคดิ เช่ือวา‹ ดาวองั คารมีสง่ิ มีชีวิต

ขณะเดยี วกนั ก็ผสมผสานดวŒ ยความเปšนตวั เรา
success publisher
• อารมณ คอ‹ นขาŒ งวติ กกงั วล เพราะขอŒ มลู ดงั กลา‹ วสน่ั คลอนจดุ ยนื
ในโลกทศั นของตน

• นิสัย ชอบคลอŒ ยตามพลังกลุ‹ม

• แรงจูงใจ ถŒาเชื่อว‹ามีจริงจะไดŒรับการยอมรับจากเพื่อน (อยู‹ใน
กลม‹ุ ทเ่ี พอ่ื น ๆ เชอื่ กนั หมดวา‹ มนษุ ยต า‹ งดาวมจี รงิ และพดู จงู ใจ
ใหŒเชือ่ ตามเสมอ)

ประเมินกรอบโลกทัศน/ชีวทัศน ขัดแยŒงกับกรอบเดิมท่ีว‹าโลกเปšน
สถานท่ีแห‹งเดยี วในจักรวาลท่มี ีสง่ิ มีชวี ติ อาศยั อย‹ู

ปฏิเสธกรอบเดิม

สราŒ งกรอบใหม‹ คอื โลกและดาวอังคารมีสง่ิ มชี ีวิตอาศัยอยู‹

สรปุ เช่ือว‹าในดาวองั คารมีสิง่ มชี วี ติ

การตัดสินใจของคน ๆ น้ี ค‹อนขŒางจะไดŒรับอิทธิพลของทางดŒาน
อารมณแรงจูงใจค‹อนขŒางมาก โดยตŒองการเปšนท่ียอมรับของเพื่อน และ

กระบวนการคิด 225

ลายแทงนักคิด

เมื่อเห็นว‹าเพอื่ น ๆ เช่อื กันมาก ประกอบกบั ตนเองอยากที่จะเชอื่ อย‹แู ลวŒ
ดงั นน้ั จงึ มแี นวโนมŒ ทจ่ี ะมองขาŒ มเหตผุ ลในอกี มมุ หนงึ่ ไป อกี ทงั้ ยนิ ดเี ปลยี่ น
กรอบโลกทศั นข องตนโดยไมไ‹ ดวŒ ิพากษ หรือยืนหยัดจนถงึ ท่ีสุดจริง ๆ

แบบที่ 3 การตัดสินใจภายใตŒอิทธิพลของตัวร‹วมคิด

ป˜จจยั ทางดาŒ นแรงจูงใจ อารมณ และลักษณะนสิ ยั ของเรามีอิทธพิ ล
ในการกําหนดวา‹ วิธคี ดิ ของเราจะเปนš เชน‹ ไร เชน‹ เราจะคิดอยา‹ งรอบคอบ
ใชŒเหตุผลอย‹างเหมาะสม หรือว‹าเราจะเกิดอคติเพราะเราอารมณไม‹ปกติ
หรือมีแรงจงู ใจบางอยา‹ งกระตนุŒ ใหตŒ ัดสินใจในอกี ทิศทางหนึ่ง ป˜จจัยเหลา‹
นจ้ี ะผสมผสานรว‹ มดวŒ ยในระหวา‹ งกระบวนการคดิ ของเรา และมผี ลตอ‹ การ
ตัดสินใจในขŒอสรปุ ของเราดŒวย ยกตวั อย‹างเชน‹
success publisher
กรอบโลกทัศน/ชวี ทัศนเดมิ ความไมซื่อสัตยเ ปนความช่ัวราย ความกตัญู
ขอ มลู เปน สง่ิ ดี
เปา หมายการคดิ มคี นยน่ื ขอ เสนอใหค ณุ วา “ถา คณุ เซน็ อนมุ ตั งิ าน
นี้ เงิน 1 ลา นบาทเปน ของคุณ”
เราควรจะเซน็ หรอื ไม ?

การคิด
• คดิ วเิ คราะห… .วิเคราะหวา‹ ผยŒู ื่นขอŒ เสนอเปšนใคร เชื่อถอื ไดŒหรอื

ไม‹ วเิ คราะหวา‹ การตดั สนิ ใจเซ็นคุŒมค‹าหรอื ไม‹
• คิดเปรียบเทียบ….ถŒาไดเŒ งินกอŒ นน้ี กับไม‹ไดŒเงินกŒอนนี้ พ‹อแม‹พ่ี

นอŒ งจะเปšนอยา‹ งไร ในฐานะลูกกตัญูควรปฏิบตั ติ นอย‹างไร

226 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการทํางานของความคิด 12

• คดิ สรŒางสรรค…..หาวิธกี ารท่จี ะเซน็ อนุมตั แิ ลŒวจะไมถ‹ ูกจบั ไดŒ

• คิดเชิงกลยุทธ….วางแผนอย‹างเปšนข้ันเปšนตอนในการหาวิธี
ดาํ เนนิ การ เร่มิ ตัง้ แตก‹ ารพบปะเจรจา การติดตอ‹ สื่อสาร จนถึง
วิธีฟอกเงนิ ทจี่ ะไม‹มใี ครจบั ไดŒ

ขณะเดยี วกันกผ็ สมผสานดŒวยความเปšนตวั เรา
success publisher
• อารมณ อยากไดŒเงนิ

• นสิ ยั ละโมบ รักเงนิ ทอง, กตัญตู ‹อบุพการี

• แรงจงู ใจ คณุ แมก‹ าํ ลงั ปว† ย ตอŒ งใชเŒ งนิ จาํ นวนมากเพอื่ รกั ษา, เงนิ
1 ลาŒ นบาทไม‹ไดŒหาไดงŒ า‹ ย ๆ, เพ่ือน ๆ ในทีท่ าํ งานต‹างกร็ ่ํารวย
และสุขสบาย เพราะคอรร ัปชัน, พอ‹ แม/‹ พี่นŒองกําลงั ลาํ บาก เปนš
หนี้เปนš สิน

ประเมนิ กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น แมรŒ วŒู า‹ การคอรร ปั ชนั เปนš สงิ่ ไมด‹ ี แต‹
ถาŒ ทําเพราะความกตัญกู ็ทาํ ไดŒ

ปฏเิ สธกรอบเดมิ บางสว‹ น

สราŒ งกรอบใหม‹ การคอรรปั ชนั ไมเ‹ ปšนความผดิ ในบางกรณี เช‹น ทาํ
เพราะกตัญู

สรปุ ตดั สินใจเซน็ อนมุ ตั ิ

กระบวนการคิด 227

success publisherลายแทงนักคิด

เราจะคดิ ผา‹ นกรอบเดมิ โดยนาํ ความคดิ 10 มติ มิ าชว‹ ยในการคดิ ชว‹ ย
ในการประเมนิ กรอบวา‹ จะเลอื กกรอบเดมิ หรอื กาํ หนดกรอบใหม‹ เราจะยดึ
ไวŒหรอื เปลีย่ นกรอบใหม‹ ถาŒ กรอบของเรายังไมช‹ ัด เราจะเปล่ียนกรอบใหม‹
อย‹างไรกต็ ามแมŒวา‹ เราจะมีกรอบชดั แต‹แรงจูงใจที่มาจากภายนอก รวม
ท้ังอารมณและลักษณะนิสัยของเราก็มีอิทธิพลที่สามารถกําหนดใหŒเราคิด
ตามกรอบเดิม หรือเลือกท่ีจะไม‹คิดตามกรอบเดิม แต‹หันมาคิดตามใจ
ตนเองเพื่อหวังประโยชนบางประการแทนไดŒ การคิดจึงเปšนสิ่งที่มีความ
ละเอยี ดออ‹ น และมคี วามเกยี่ วโยงในความเปนš ตวั เรามาก ในขณะเดยี วกนั
ความคดิ จะเปนš ตัวท่ีกาํ หนดความเปนš ตวั เราดวŒ ย เราจึงตอŒ งรจŒู ักวธิ ีคดิ ใหŒ
มากทส่ี ุด เพื่อใหŒเรามีเครือ่ งมือท่ีดที ส่ี ุดในการคิด และเพอ่ื ผลการคดิ ของ
เราจะถูกตŒองแม‹นยํา และมีอิทธิพลใหŒเรามีกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนที่ถูก
ตŒอง เพ่ือเราจะสามารถเปšนคนที่ดําเนินชีวิตอย‹างดี ถูกตŒอง และมีสติ
ป˜ญญาในทีส่ ดุ

228 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

บทส‹งทŒาย

success publisher
บทส‹งทŒาย

229

success publisherลายแทงนักคิด

หนังสือเลมนตี้ อบคําถามทห่ี ลากหลาย ทาํ ใหเรารูวา

…สมองทาํ งานอยา‹ งไร
…ความคดิ คืออะไร
…คนแตล‹ ะคนคดิ ไดอŒ ย‹างไร
…เหตุใดเราจงึ คิดไม‹เปนš
…การคดิ เปšนคืออะไร
…การท่ีคนจะคดิ เปšนนัน้ ตŒองมอี งคประกอบอะไรบาŒ ง
…กระบวนการทางความคดิ ทาํ งานอยา‹ งไร
ท่สี าํ คญั หนังสือเลม‹ นท้ี ําใหเŒ รารูวŒ า‹ การจะใชŒความคิดไดดŒ มี าก เพียง
ใด ขึ้นอยู‹กับการเรียนรูŒในการพัฒนาทักษะการคิดของเรา ถŒาเราพัฒนา
ความคิดของเราใหเŒ ปนš คนท่ี “คดิ เปน ” จะทําใหŒเราประสบความสาํ เร็จไดŒ
ทว‹า…ท้ังหมดของหนังสือเล‹มนี้เปšนเพียงความรูŒ ซ่ึงเปšนเหมือนกŒาว
เร่ิมตŒนของการทําความเขŒาใจเกี่ยวกับการคิด แต‹คําถามสําคัญที่หนังสือ
เลม‹ นีย้ ังไมไ‹ ดŒใหŒคาํ ตอบ “ตรงใจ” ผอŒู ‹าน นัน่ คอื “แลวŒ วิธีท่จี ะทาํ ใหŒเรา
“คดิ เปน ” นน้ั ทาํ อยา‹ งไร” เพราะการเพยี งแตใ‹ หขŒ Œอมลู ใหขŒ Œอเทจ็ จรงิ ทเี่ ปนš
ความรŒู แตไ‹ มม‹ ีวิธฝี กƒ ฝนในภาคปฏิบตั ิ การเรยี นรŒเู รอื่ งการคิดเปนš ย‹อมไรŒ
ผล

230 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

บทส‹งทŒาย …

หนงั สอื ชุด “ผชŒู นะ 10 คิด” เล‹มต‹อจากน้ีไปจะตอบคาํ ถามเหลา‹ น้ไี ดŒ
อย‹างครบถŒวน โดยจะมีท้ังหมด 10 เล‹ม แบ‹งออกเปšนมิติละหนึ่งเล‹ม
ทั้งหมด 10 มติ ิ อนั ไดแŒ ก‹

1. การคิดเชิงวพิ ากษ (Critical Thinking)
2. การคดิ เชิงวิเคราะห (Analytical Thinking)
3. การคดิ เชงิ สังเคราะห (Synthesis-Type Thinking)
4. การคิดเชงิ เปรียบเทียบ (Comparative Thinking)
5. การคิดเชิงมโนทศั น (Conceptual Thinking)
6. การคดิ เชิงสรางสรรค (Creative Thinking)
7. การคิดเชงิ ประยุกต (Applicative Thinking)
8. การคดิ เชิงกลยทุ ธ (Strategic Thinking)
9. การคดิ เชงิ บรู ณาการ (Integrative Thinking)
10. การคดิ เชงิ อนาคต (Futuristic Thinking)
success publisher
ในการคิดแต‹ละมิติจะนําผูŒอ‹านเขŒามิติใหม‹แห‹งการฝƒกคิดในภาค
ปฏิบัติ ความโดดเด‹นของแต‹ละการคิดนั้นอยู‹ที่การพยายามประยุกตใหŒ
เหมาะสมกบั วธิ คี ดิ ของคนในสงั คมไทยมากทสี่ ดุ โดยมง‹ุ หวงั ใหผŒ อŒู า‹ นไดรŒ บั
การพัฒนาทางความคิดจากรากฐานโลกทศั น/ ชีวทัศน คา‹ นิยม นิสยั และ
จากวิธีการคิดแบบเดิมสู‹กระบวนการคิดใหม‹ ที่จะนําไปสู‹การบรรลุเป‡า
หมายการคดิ ไดอŒ ยา‹ งมเี หตผุ ล สราŒ งสรรค อนั จะชว‹ ยใหเŒ รามโี อกาสประสบ
ความสาํ เร็จมากกว‹าการยึดวิธีคิดแบบเดิม

231

success publisher 232

success publisherบรรณานกุ รม

Alan A. Glatthorn and Jonathan Baron. (1985),“The Good Thinker”.
Developing Minds: A Resource Book for Teaching Thinking. Arthur
Costa (ed). Alexandria: Association for Supervision and Cirriculum
Development.

Bisanz, J., Bisanz, G. L., & Korpan, C. A. (1994). Inductive reasoning. In R. J.
Sternberg (Ed.), Thinking and problem solving. San Diego, CA:
Academic Press.

Chase, M. (1993, October 13). Inner music: Imagination may play role in
how the brain learns muscle control. Wal Street Journal, pp. A1, A6.

Cooper, L. A., & Shepard, R, N. (1984, December). Turning something over
in the mind. Scientific American, pp. 106-114.

Dolnick, E. (1988, December). The right (left) stuff. Omni, p.45.
Druckman, D., & Bjork, R. A. (1991). In the mind’s eye: Enhancing human

performance. Washington, DC: National Academy Press.
Feldman R. S. (1996). Understanding Psychology (4th ed.) New York:

McGraw-Hil .
Ghez, C. (1991). The cerebelum. In E.R.Kandel, J.H. Schwartz, & T.M. Jessel

(Eds.), Principles of neural science (3rd.Ed.). New York: Elsevier.
Gibbons, A. (1990, July 13). New maps of the human brain. Science,249,

122-123.
Hanson, S. J., & Olson, C.R. (Eds.). (1990). Connectionist modeling and

brain function. Cambridge, MA: MIT Press.
Helige, J. B. (1990). Hemisphere asymmetry. Annual Review of Psychology,

41.

233


Click to View FlipBook Version