The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1.ลายแทงนักคิด - ลายน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by totvcr, 2021-10-18 00:35:14

1.ลายแทงนักคิด - ลายน้ำ

1.ลายแทงนักคิด - ลายน้ำ

success publisherลายแทงนักคิด

6.7 คา‹ นิยมการเลียนแบบ

สังคมไทยเปนš สังคมท่ีชืน่ ชมแนวคดิ ตะวนั ตกทง้ั โดยรตูŒ ัว และไมร‹ ตูŒ ัว
หากพจิ ารณาแนวคดิ การพฒั นาประเทศทเี่ รานาํ มาใชใŒ นทกุ วนั น้ี ลวŒ นลอก
เลยี นมาจากแนวคดิ ตะวนั ตกแทบทงั้ สนิ้ เทา‹ ทส่ี าํ รวจดเู เทบจะไมม‹ แี นวคดิ
ใดที่คนไทยเปšนผูŒท่ีคิดขึ้นมาจากรากของความเปšนไทย ไม‹ว‹าจะเปšน
ประชาธิปไตย ธรรมรัฐ หรอื อ่ืน ๆ ซงึ่ แทŒจริงแลŒว เปšนเพียงการรบั แนวคิด
ตะวันตกจากนักคิดบางคนที่ตนช่ืนชอบมา โดยที่มีการละเลยการอŒางอิง
บคุ คลตนŒ คดิ ปรากฏใหเŒ หน็ อยเ‹ู ปนš ประจาํ คนไทยเพยี งแตแ‹ ปลคาํ ภาษาไทย
สวย ๆ กาํ กบั ไวŒ และอาŒ งราวกบั ว‹าตนเองเปนš ผŒทู คี่ ิดแนวคดิ นนั้ ขนึ้ หลาย
คร้ังไม‹ไดŒคิดประยุกตอ ยา‹ งรอบคอบว‹า ความคิดทนี่ ําเขŒามานั้นเหมาะสม
กบั สงั คมไทยหรือไม‹

การเปดกวŒางเพ่ือรับความเจริญหรือความคิดสําเร็จรูปจากประเทศ
ตะวนั ตก โดยปราศจากการคดิ จากรากฐานของความเปนš ไทย สง‹ ผลใหสŒ ง่ิ
ที่เรารับมานั้นสวมเขŒาไดŒไม‹สนิทกับสังคมไทย เน่ืองจากสังคมไทยเปšน
สังคมท่ีมีเอกลักษณทางวฒั นธรรมเฉพาะตวั มีค‹านิยม สังคม มีความรูŒ
ความสามารถ และความเขŒาใจในเรื่องทร่ี ับมานน้ั แตกตา‹ งกัน เช‹น การ
เปลยี่ นแปลงระบอบการปกครองสร‹ู ะบอบประชาธปิ ไตย แตค‹ า‹ นยิ มเดมิ ยงั
คงอยู‹ ไมว‹ ‹าจะเปšนอาํ นาจนยิ ม อาวโุ สนยิ ม อปุ ถมั ภนิยม ไม‹ไดยŒ ึดหลัก
ประชาธิปไตยนิยมอย‹างแทŒจริง สะทŒอนใหŒเห็นจากการท่ีประเทศไทย
ปกครองโดยรฐั บาลเผด็จการทหารมานานกวา‹ ครึ่งหนึ่งของระยะเวลา นบั
ตั้งแต‹มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู‹ระบอบประชาธิปไตย ระบอบการ
ปกครองเช‹นน้ีไม‹ไดŒเอื้อใหŒคนในสังคมตŒองคิด แต‹เนŒนการเช่ือฟ˜งอยู‹ใตŒ
อาํ นาจผปูŒ กครองเปšนหลัก

134 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

การคิด…อุปสรรคของความคิด 09

6.8 สังคมไทยมคี วามออ‹ นดอŒ ยทางวัฒนธรรมการคดิ -การเขียน

สังคมไทยเปนš สงั คมที่เนนŒ แต‹วฒั นธรรมการฟ˜งกับการพูด ทาํ ใหŒเราsuccess publisher
ขาดวฒั นธรรมการคดิ และการเขยี น มคี นสว‹ นใหญไ‹ มช‹ อบอา‹ นหนงั สอื แต‹
ชอบดูรายการโทรทศั น ฟ˜งรายการวิทยุ เรายอ‹ มคิดไม‹เปšน เพราะเราใชŒ
เวลาส‹วนใหญว‹ ันละ 2-3 ชั่วโมง ดรู ายการโทรทศั นทีม่ กั ไม‹ค‹อยประเทือง
หรอื แมŒแตพ‹ ยงุ ป˜ญญา และไม‹ไดใŒ ชเŒ วลาทมี่ ีอยูใ‹ นการอา‹ นหนังสอื สนทนา
เชิงป˜ญญาหรือแสวงหาความรูŒ เราไม‹ชอบส่ังสมขŒอมูล ไม‹สนใจ
ประวตั ศิ าสตร ไม‹สนใจท่ีจะตอ‹ ยอดความรŒูกา‹ ยกันข้ึนทางป˜ญญา แต‹นยิ ม
ทจ่ี ะเลยี นแบบและคัดลอกมาทัง้ หมดอยา‹ งสาํ เรจ็ รปู

ผมมกั จะไดยŒ นิ คาํ พดู ทว่ี า‹ “หนงั สอื แพงจงั เลย” ซงึ่ สะทอŒ นวา‹ ผพŒู ดู ไม‹
ไดŒสนใจคณุ คา‹ ทางปญ˜ ญา ไมใ‹ หเŒ กยี รตกิ ารใชพŒ ลงั สมองของผเŒู ขียน แสดง
ถึงภูมปิ ญ˜ ญาคนพูดวา‹ ไม‹เหน็ คณุ คา‹ ของความคิดและความรูŒ

ต้ังแต‹เม่ือสมัยผมเปšนนักศึกษา ผมมักจะหมดเงินไปกับการซื้อ
หนังสือดี ๆ มาอ‹าน เพราะผมเห็นว‹าหนังสือคือสิ่งท่ีลงทุนแลŒวคุŒมท่ีสุด
เพราะเนอ้ื หาทบี่ รรจอุ ยใ‹ู นนน้ั เตม็ ไปดวŒ ยพลงั สมองของผเŒู ขยี น พลงั กายใน
การคนŒ ควาŒ หาขอŒ มลู และการออกแรงดาŒ นทกั ษะการเขยี นในแตล‹ ะบรรทดั
อยา‹ งปราณตี บรรจง ซงึ่ หากจะตเี ปนš มลู คา‹ คงจะมากกวา‹ ราคาของหนงั สอื
เล‹มนั้นเปšนไหน ๆ เพราะเราสามารถดูดซับผลสัมฤทธ์ิของผูŒเขียนมาใน
ระยะเวลาอนั สนั้ เพยี งอา‹ นหนงั สอื เล‹มเดยี ว

การท่ีสังคมตีราคาคุณค‹าทางป˜ญญานŒอย สังคมจึงกลายเปšนสังคม
“ดŒอยป˜ญญา” ทนั ที เพราะไมม‹ ใี ครท‹มุ ลงทุนทางป˜ญญา คนเก‹งจะไม‹อย‹ู
ในอาชพี ทใี่ ชคŒ วามคดิ หากอาชพี นน้ั ไดรŒ บั ผลตอบแทนนอŒ ย คนไมเ‹ ลอื กเปนš
อาจารยมหาวิทยาลัย แต‹เลือกเปšนผูŒจัดการบริษัทเอกชนท่ีใหŒรายไดŒ

การคิดคืออะไร ? 135

success publisherลายแทงนักคิด

มากกวา‹ การทาํ วจิ ยั ทางวชิ าการ หรอื คนเหน็ วา‹ การลงแรงเขยี นหนงั สอื อนั
เปšนงานที่ตŒองลงแรงใชŒสมองและใชŒเวลามาก จึงไม‹มีใครอยากทํางาน
ประเภทนี้ และเมื่อเปšนอย‹างน้ีสังคมจะย่ิงขาดผูŒท่ีใชŒความคิด เพราะคน
เก‹ง คนมีความสามารถจะไม‹ทุ‹มแรงทางความคิดเพ่ือสรŒางสรรคผลผลิต
ทางป˜ญญา

อุปสรรคการคดิ เหลา‹ นี้จาํ เปนš ตŒองไดรŒ ับการแกไŒ ข
เพอ่ื เปดโอกาสใหŒคนไทยทกุ คนไดรŒ บั การเรยี นรูŒวธิ ีคิด

และมีเสรีภาพในการใชŒความคดิ
ใหเŒ กิดประโยชนอยา‹ งเตม็ ประสิทธิภาพมากทส่ี ดุ

136 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

success publisher การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน”

การคิด…
“คดิ ไดŒ” หรือ “คิดเปšน”

การคิดคืออะไร ? 137

success publisherลายแทงนักคิด

ปญ หาใหญท่สี ุดของการทีจ่ ะทําใหประเทศชาตบิ า นเมือง
เจริญกา วหนา ไดหรือไมนน้ั
อยทู ่กี ารทาํ ใหคนในประเทศ “คิดเปน ” ไดห รือไม ?

ทุกคนมคี วามคดิ ….แต‹นอŒ ยคนทจี่ ะรจŒู ัก “การคดิ เปนš ”
เร่อื งของการคิดเปšนเรอ่ื งของแต‹ละคน ต‹างคนตา‹ งความคดิ ตา‹ งคน
ตา‹ งจิตต‹างใจ ความคดิ ของมนษุ ยม หี ลากหลาย ท้งั ทค่ี ดิ ผิด และทีค่ ิดถกู
อาทิ
คนบางคน …
• คดิ สนั้ : คดิ ทาํ รŒายตนเองเพราะหาทางออกไม‹ไดŒ
• คิดเล็กคิดนŒอย : คิดละเอียดถี่ถŒวนในเรื่องท่ีไม‹ใช‹แก‹นแต‹เปšน

กระพ้ี
• คดิ ฟุ‡งซา‹ น : ควบคมุ ความคิดอนั เตลิดเปด เปง ของตนเองไม‹ไดŒ
• คิดคด : คิดทจี่ ะทรยศ หักหลังผŒอู ่ืน
• คดิ มาก : คดิ เกนิ กวา‹ เหตุ รŒูสึกสะเทอื นใจงา‹ ย

138 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

• คดิ เร่อื ยเปอ„› ย : คดิ เร่อื งไรŒสาระ ไรŒจดุ หมายในการคดิ

ขณะทค่ี นบางคน …
• คิดการใหญ‹ : คดิ จะทําสงิ่ ทีใ่ หญ‹ตอŒ งใชŒความพยายามสงู
• คิดหนŒาคิดหลงั : คดิ อย‹างรอบคอบหลายมมุ
• คิดเหน็ : เขาŒ ใจ
• คดิ อา‹ น : ตรึกตรอง หาทางแกไŒ ข
• คดิ คŒน : ตริตรองเพื่อหาความจริง
• คดิ ตก : พจิ ารณาจนเห็นวา‹ จรงิ แลŒวสรปุ ตามสภาพของความ

คดิ ทีพ่ ิจารณาแลŒว
• คดิ สราŒ งสรรค : คดิ จนิ ตนาการส่งิ ใหม‹ ๆ
success publisher
การคดิ มคี วามสาํ คญั มากและเปนš สง่ิ ทท่ี กุ คนมอี ยแ‹ู ลวŒ ไมต‹ อŒ งไขวค‹ วาŒ
หาจากทอี่ น่ื ใด แตก‹ ารจะใชคŒ วามคดิ ไดดŒ มี ากเพยี งใด ขนึ้ อยก‹ู บั วา‹ เราเรยี น
รูŒในการพัฒนาความคิดของเราหรือไม‹ ถŒาเราพัฒนาความคิดของเราใหŒ
เปนš คนที่ “คิดเปนš คิดดี คิดชอบ” จะทาํ ใหŒเราประสบความสําเรจ็ ไดŒ

คนเราโดยสว‹ นใหญใ‹ ชคŒ วามคดิ เพยี งเพอื่ ตอบสนองความตอŒ งการบาง
ดŒานในชีวิตของตนหรือในกลุ‹มของตนเท‹าน้ัน ทั้งที่ในความเปšนจริง เรา
จาํ เปนš ตอŒ งตัดสนิ ใจทีด่ ีท่ีสุดเพ่อื ใหไŒ ดสŒ งิ่ ท่ดี ีท่สี ดุ ดงั น้ันเราจึงตอŒ งใชคŒ วาม
คดิ ใหดŒ ที ีส่ ดุ ตŒองสามารถใชŒเหตุผลในการถกเถยี ง ตŒองฉลาดในการหาวธิ ี
การแกปŒ ˜ญหา ตŒองรูจŒ กั เลอื กรับหรอื เลอื กปฏิเสธ ตอŒ งสามารถยนื หยัดบน
ความจริง ตŒองสามารถรŒอยเรียงความคิดต‹าง ๆ อย‹างมีเหตุผล ตŒอง
สามารถวเิ คราะห วิพากษ วจิ ารณ อย‹างยุตธิ รรม ตอŒ งเตรียมความพรŒอม
ใหตŒ นเองในอนาคต ฯลฯ และหากเราไดใŒ ชคŒ วามคดิ อยา‹ งครบถวŒ นรอบดาŒ น

การคิดคืออะไร ? 139

ลายแทงนักคิด

อย‹างแทŒจริง ความคิดของเราจะมีพลังท่ีจะทําใหŒเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
เชงิ บวกอยา‹ งมากมาย

การคดิ เปšนคืออะไร ?

ความหมาย การคดิ เปนš คอื … การแสวงหาแนวทาง ตอบขอŒ สงสยั
บางประการ โดยการนําขŒอมลู ความรŒู ประสบการณ
ตา‹ ง ๆ ทมี่ อี ยม‹ู าจดั วางในกระบวนการคดิ อยา‹ งเหมาะ
สม โดยใชวŒ ธิ คี ดิ ทเี่ หมาะสม เพอ่ื ใหไŒ ดมŒ าซงึ่ ผลลพั ธท ดี่ ี
ทส่ี ดุ เชน‹ การตดั สนิ ใจเลอื กในสง่ิ ทดี่ ที ส่ี ดุ การแกปŒ ญ˜ หา
ทดี่ ที ส่ี ดุ เปนš ตนŒ
success publisher
การคดิ เปนš เปรยี บไดกŒ ับการเรยี งอฐิ ทกี่ ระจดั กระจายใหเŒ ปนš ระเบยี บ
เรยี บรŒอย โดยนาํ อิฐแต‹ละกŒอนมาประกอบกันในแต‹ละท่ีอยา‹ งเหมาะสม

“การเรยี งอฐิ ” เปรยี บไดกŒ บั “การจดั ระเบยี บและเขาŒ ใจความสมั พนั ธ
และตรรกะของขŒอมลู ” ทเี่ ราไดŒใชŒการคิดไตรต‹ รองอย‹างละเอียดรอบคอบ
ลึกซึง้ และมรี ะบบระเบยี บ ขอŒ มลู ทเี่ รียงกันอย‹างเปšนระเบียบเรียบรอŒ ยจะ
กลายเปนš ความคดิ ทล่ี ะเอยี ดรอบคอบดที สี่ ดุ เชน‹ เดยี วกบั อฐิ ทไี่ ดรŒ บั การวาง
เรยี งอยา‹ งเหมาะสม ยอ‹ มกลายเปนš อาคารทง่ี ดงามไดใŒ นทส่ี ดุ คนทค่ี ิดเปนš
จะเขาŒ ลักษณะนี้

ในขณะเดียวกันคนที่ “คิดไมเ‹ ปšน” เปรยี บเหมือนกับคนท่โี ยนอฐิ มา
กอง ๆ รวมกนั หรอื จัดอยา‹ งสะเปะสะปะไม‹รŒูว‹ากอŒ นใดควรอยู‹ทใี่ ด ความ
คิดที่ออกมาจึงไม‹ไดŒเปšนความคิดที่มีความชัดเจนและเปšนระบบระเบียบ
และใชŒประโยชนไดนŒ Œอย

140 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

คนที่ “คดิ เปนš ” จะไม‹ถกู หลอกดŒวยขอŒ มลู ท่ไี ดŒรบั และไม‹เชือ่ ถอื ส่ิง
ต‹าง ๆ อย‹างง‹าย ๆ แต‹จะวินิจฉัยไตร‹ตรองและพิสูจนความจริงอย‹าง
รอบคอบก‹อนตัดสนิ ใจเลือก

คนท่ี “คดิ เปšน” จะสามารถใชปŒ ระโยชนจ ากขŒอมูลที่ไดŒรบั สามารถ
นาํ มาสราŒ งสรรคใ หŒเกิดสงิ่ ทมี่ ปี ระโยชนไ ดŒ
success publisher
อยากคดิ เปนš …ตŒองทาํ อยา‹ งไร ?

เราคงมีคําถามว‹าทําอย‹างไรเราจึงสามารถคิดดี คิดถูกตŒอง คิดมี
เหตุผล คิดฉลาด คดิ สราŒ งสรรค และคิดดี ๆ ไดŒ ทาํ อยา‹ งไรเราจงึ รูจŒ กั การ
ใชŒความคดิ ทีถ่ กู ตŒอง รูŒจกั วิธกี ารใชเŒ หตุผล รจูŒ กั วธิ กี ารคดิ สราŒ งสรรค

สาํ หรบั คาํ ตอบ ขอแนะนาํ ใหพŒ ิจารณาดําเนินการดังนี้ คอื

ประการทหี่ นึ่ง ตอŒ งมลี กั ษณะของผŒเู ปšน “นักคดิ ”

ความแตกต‹างระหวา‹ ง
คนคิดเปšน vs คนคิดไมเ‹ ปนš …อยูต‹ รงไหน ?

อลัน แกลททอรน และโจนาทาน บารอน (Glatthorn and Baron,
1985) ไดทŒ าํ การวจิ ยั เกย่ี วกบั ลกั ษณะนสิ ยั การคดิ ของครู อาจารยก ลม‹ุ หนง่ึ
ผลงานวจิ ยั ทไ่ี ดรŒ บั สอดคลอŒ งกบั งานวจิ ยั อนื่ ๆ ทช่ี ใ้ี หเŒ หน็ ถงึ ความแตกตา‹ ง
ระหว‹างคนท่คี ดิ ไดดŒ ี (the good thinker) กับคนท่คี ดิ ไดไŒ มค‹ ‹อยดี (the
not-so-good thinker) จะมนี สิ ยั การคดิ ท่ีแตกต‹างกันดังนี้

การคิดคืออะไร ? 141

ลายแทงนักคิด

นักคดิ ท่ีดี นักคดิ ที่ไมค อ ยดี

1 รับขอมลู ตามความเขาใจของตน จาํ โดยปราศจากความเขา ใจ
ไมล ะเลยแมขอ มูลจะกํากวม, ไม รวบรัดในการหาส่งิ ทแ่ี นนอน,
2 ดวนสรุป การดวนสรุป

3 พยายามหาทางเลอื กที่แตกตา ง พงึ พอใจกบั ความพยายามครัง้
แรก
success publisher4 เก็บไว เผอ่ื คดิ ตอได
ยกเลกิ หยุดคดิ

5 ไตรต รองอยางรอบคอบ ยอ นคิด คดิ อยางเรงรีบ ขาดการไตรต รอง
ตั้งใจ ท่จี ะคน หาใหก วา งขวาง ปก ใจกบั คาํ ตอบเดียว
ครอบคลมุ มากทสี่ ดุ
6 แกปญ หา
ถกู ครอบงาํ ดวยปญหา

7 ตัดสินใจดว ยตนเอง ตดั สนิ ใจตามเพอ่ื น/กลุม

8 มีความคิดรเิ ริ่ม มที ิศทางของ ตองการการกระตนุ บอ ย ๆ
ตนเอง

9 กลา เส่ียง เรียนรจู ากความผดิ กลัวความผดิ พลาด
พลาด
10 มคี วามยืดหยนุ และมจี ินตนาการ จมอยูก บั ความคุนเคย
มองปญหาหรอื สถานการณทาง
11 พิจารณาทางเลือกที่แตกตา ง เดยี ว

12 ใชความรแู ละประสบการณทมี่ อี ยู มองขอมลู อยางแยกสวน ขาดการ
เช่ือมโยง

13 สง ผานความรแู ละทกั ษะมาใชใน ไมส ามารถประยุกตไดหากไมได
สถานการณใหม ๆ ได รบั การชแี้ นะ

14 สามารถอธบิ ายไดวาไดเรยี นรู ไมคอยตอบสนองตอ วตั ถปุ ระสงค
อะไรไปแลว ทําไม และอยางไร ของงาน

15 เขา ใจวิธกี ารเรียนรแู ละการทาํ งาน รเู ทาทม่ี กี ารรายงานผลการทํางาน
ทด่ี ที ี่สดุ ของตนเอง ใหท ราบ

142 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

หากเราตŒองการเปšนนักคิดท่ีดี เราควรพัฒนานิสัยการคิดเพ่ือใหŒมีsuccess publisher
ลกั ษณะของผูŒเปนš นักคิด อาทิ

….มีคําถามหรอื ขอŒ สงสัยต‹อสิ่งท่ีเกดิ ข้ึนเสมอ ไมเ‹ ชอ่ื หรือคลอŒ ยตาม
สิ่งที่เกดิ ขึ้นอยา‹ งงา‹ ย ๆ

….รักความรูŒ ขวนขวายหาความรูŒอยู‹เสมอ มีลักษณะเปšนนักเรียน
ตลอดชีวติ

….นิยมใชเŒ หตุผล มากกวา‹ ชอบตัดสินส่ิงใดตามอารมณความรูŒสกึ
….เปนš ผมŒู องปญ˜ หามากกวา‹ จมอยก‹ู บั ปญ˜ หา มองขาŒ มความหวาดกลวั
ตอ‹ สถานการณแ ต‹มีสติสมั ปชญั ญะในการแกปŒ ญ˜ หา
….รวบรวมขŒอมลู และคิดอย‹างเปšนระบบ ก‹อนพจิ ารณาตดั สินสง่ิ ใด
….คนŒ ความจรงิ เชงิ มโนทศั น มกี รอบความคดิ ทช่ี ดั เจนในเรอ่ื งทจ่ี ะคดิ
….ปรารถนาเสรภี าพทางความคดิ ไมม‹ คี วามจาํ กดั ทางความคดิ จาก
กรอบประเพณี อํานาจ ทที่ ําใหตŒ Œองเชือ่ ตามอยา‹ งไมม‹ เี หตุผล
….มีความกลŒาที่จะคิดแตกต‹าง แต‹รอบคอบในการพิจารณาความ
คิดน้ัน
….ซื่อสตั ยต ‹อความจริง ยึดหลกั จริงคือจริง เทจ็ คือเทจ็
….มีหวั ใจท่เี ปด กวาŒ ง ไม‹ยดึ ม่นั ว‹าสงิ่ ทตี่ นเองคดิ น้ันถูกเสมอไป
….แสวงหาทางเลอื กทีห่ ลากหลาย
….ทŒาทายตัวเองใหŒคดิ เช่อื มโยงในสง่ิ ท่ไี ม‹คดิ วา‹ จะเปนš ไปไดŒ

การคิดคืออะไร ? 143

ลายแทงนักคิด

ประการทสี่ อง ตอŒ งรูจŒ ักวธิ ีคิด 10 มติ ิ

ที่ผ‹านมาประเทศไทยมีป˜ญหาหลากหลายดŒาน การพัฒนาประเทศ
เปšนไปอย‹างยากลําบาก ป˜ญหาสําคัญเกิดเน่ืองมาจากสังคมไทยขาด
ประชาชนที่ “คิดเปšน” การคิดของคนในสังคมไทยมีลักษณะการคิดเปšน
เหมอื นการเรยี งหนิ อยา‹ งสะเปะสะปะ ดงั นนั้ จงึ มคี วามจาํ เปนš อยา‹ งยง่ิ ทตี่ อŒ ง
พฒั นาคนในสงั คมใหรŒ จŒู กั “วธิ คี ดิ ” ทถี่ กู ตอŒ งเมอื่ ขอŒ มลู เขาŒ มาปะทะเพอ่ื นาํ
ไปสู‹การตัดสินใจท่ีถูกตŒองอย‹างไม‹ผิดพลาด สามารถคิดไดŒอย‹างถูกตŒอง
เหมาะสมในทกุ ๆ สถานการณ เพอ่ื ใหคŒ นไทยของเราสามารถพฒั นาตนเอง
ตอ‹ ไปไดอŒ ยา‹ งไม‹เสยี เปรียบ ไมถ‹ กู หลอกงา‹ ย และเกดิ ทักษะ สามารถคดิ
สราŒ งสรรคส ิง่ ใหม‹ ๆ ไดŒ

ผมขอเสนอแนวทางของผมเองวา‹ การทค่ี นในประเทศจะสามารถคดิ
เปšนน้ันจําเปšนตŒองไดŒรับการเปดทาง และแนะแนวใหŒมีความสามารถใน
การคิดครบ 10 มติ ิ กลา‹ วคอื
success publisher
มติ ทิ ี่ 1 ความสามารถในการคดิ เชงิ วพิ ากษ (Critical Thinking)
หมายถงึ :: ความตง้ั ใจทจ่ี ะพจิ ารณาตดั สนิ เรอื่ งใดเรอื่ ง
หนงึ่ โดยการไมเ‹ หน็ คลอŒ ยตามขอŒ เสนออยา‹ งงา‹ ย ๆ แต‹
ตงั้ คาํ ถามทาŒ ทาย หรอื โตแŒ ยงŒ สมมตฐิ านและขอŒ สมมตทิ ่ี
อยเ‹ู บอื้ งหลงั และพยายามเปด แนวทางความคดิ ออกส‹ู
ทางตา‹ ง ๆ ทแี่ ตกตา‹ งจากขอŒ เสนอนนั้ เพอ่ื ใหสŒ ามารถ
ไดคŒ าํ ตอบทสี่ มเหตสุ มผลมากกวา‹ ขอŒ เสนอเดมิ

การคิดวิพากษเปšนกระบวนการคิดที่มีเป‡าหมายเพื่อนําไปสู‹การ
คŒนหาขŒอเทจ็ จรงิ และความจรงิ การเปลีย่ นแปลงใหม‹ เพอื่ ใหŒไดสŒ ง่ิ ท่ีดกี วา‹

144 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

ถูกตอŒ งเหมาะสมกับการดําเนินชวี ิตและบริบทแวดลอŒ มมากกว‹า ท่สี าํ คัญ
คือเกิดผลดีแก‹ชีวิตและสังคมส‹วนรวมมากกว‹า เพราะหากปราศจากการ
คดิ เชงิ วพิ ากษ เรามกั จะคดิ วา‹ สง่ิ ทป่ี ฏบิ ตั กิ นั คาํ สงั่ แนวคดิ ทป่ี ฏบิ ตั อิ ยเ‹ู ปนš
สงิ่ ทถ่ี กู ตอŒ ง การตดั สนิ สง่ิ ใด ๆ จะไมผ‹ า‹ นกระบวนการกลน่ั กรองทางความ
คิดเชงิ โตแŒ ยงŒ ซ่ึงอาจทําใหเŒ ราตดั สินใจผดิ และส‹งผลรŒายไดŒในทส่ี ดุ

มติ ทิ ่ี 2success publisherความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห (Analytical
Thinking)
หมายถงึ :: การจาํ แนกแจกแจงองคป ระกอบตา‹ ง ๆ
ของสง่ิ ใดสง่ิ หนง่ึ หรอื เรอื่ งใดเรอื่ งหนง่ึ และ หาความ
สมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา‹ งองคป ระกอบเหลา‹ นน้ั เพอื่
คนŒ หาสาเหตทุ แี่ ทจŒ รงิ ของสงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ

การคิดเชิงวิเคราะห เปรยี บเหมือนการเหน็ ผลลัพธของบางสิง่ แลŒว
ไม‹ด‹วนสรุปทันทีว‹าเกิดจากสาเหตุใด มีองคประกอบใดมีความเปšนมา
อยา‹ งไร แตพ‹ ยายามหาขอŒ เทจ็ จรงิ ท่ีถูกตŒองเสียกอ‹ นวา‹ ผลลัพธท ีเ่ ราเหน็
นน้ั เกดิ จากสาเหตทุ แี่ ทจŒ รงิ คอื อะไร โดยมาจากสมมตฐิ านทว่ี า‹ ทกุ สงิ่ ทเี่ กดิ
ขน้ึ มานนั้ ยอ‹ มมที ม่ี าทไ่ี ป ยอ‹ มมเี หตมุ ผี ล และมอี งคป ระกอบยอ‹ ย ๆ ซอ‹ น
อยู‹ภายใน ซ่ึงอาจจะสอดคลŒองหรือตรงกันขŒามกับส่ิงที่ปรากฏภายนอก
ทาํ ใหŒเราเขŒาใจสง่ิ ท่ีเกิดข้นึ อย‹างกระจ‹างกอ‹ นทจ่ี ะเช่ือหรอื สรปุ ส่ิงนั้น

การคิดคืออะไร ? 145

ลายแทงนักคิด

มติ ทิ ่ี 3 ความสามารถในการคดิ เชงิ สงั เคราะห
(Synthesis-Type Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการดงึ องคป ระกอบตา‹ ง ๆ
มาผสมผสานเขŒาดŒวยกันเพ่ือใหŒไดŒสิ่งใหม‹ ตาม
วตั ถปุ ระสงคท ต่ี อŒ งการ

success publisher
การคดิ เชิงสังเคราะหจ ะช‹วยใหŒเราไม‹ตŒองคดิ สง่ิ ต‹าง ๆ เหมอื นกับว‹า
สง่ิ นน้ั ไมเ‹ คยเกดิ ขนึ้ มากอ‹ นเลย แตส‹ ามารถนาํ สงิ่ ทคี่ นอน่ื คดิ หรอื ไดปŒ ฏบิ ตั ิ
มาแลวŒ มาใชปŒ ระโยชนไ ดŒ โดยดจู ากเรือ่ งเดียวกนั ในหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ
แห‹ง ทัง้ ท่เี กีย่ วขŒองกันโดยทางตรงและท่เี กยี่ วขอŒ งกันโดยทางอŒอม เอามา
ผสมผสานกันเปšนทางออกของป˜ญหาและสรŒางสรรคสิ่งใหม‹ ๆ คนที่คิด
เชิงสังเคราะหเปšนและสังเคราะหไดŒเร็วกว‹าย‹อมไดŒเปรียบกว‹าคนที่
สงั เคราะหไ มไ‹ ดŒ เพราะสามารถใชปŒ ระโยชนจ ากขอŒ มลู ทสี่ งั เคราะหเ พอ่ื ตอบ
สนองวตั ถปุ ระสงคไดมŒ ากกวา‹

มติ ทิ ่ี 4 ความสามารถในการคดิ เชงิ เปรยี บเทยี บ
(Comparative Thinking)
หมายถงึ :: การพจิ ารณาเทยี บเคยี งความเหมอื นและ/
หรอื ความแตกตา‹ งระหวา‹ งสง่ิ นน้ั กบั สง่ิ อนื่ ๆ เพอื่ ใหŒ
เกดิ ความเขาŒ ใจสามารถอธบิ ายเรอื่ งนนั้ ไดอŒ ยา‹ งชดั เจน
เพอื่ ประโยชนใ นการคดิ การแกปŒ ญ˜ หา หรอื การหาทาง
เลอื กเรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ

การคิดเชิงเปรียบเทียบเปนš มิตหิ น่ึงในสิบมิติ เปšนการคิดที่สําคัญยิ่ง
เพราะเปšนการคิดที่ก‹อใหŒเกิดประโยชนมาก การคิดเชิงเปรียบเทียบใน

146 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

ลักษณะวิเคราะหขŒอมูล จะช‹วยลดขŒอผิดพลาดของการอŒางเหตุผลและ
ทําใหกŒ ารตัดสินใจเลอื กถกู ตอŒ งมากข้นึ การคดิ เชิงเปรียบเทียบในลกั ษณะ
อปุ มา จะช‹วยทําใหŒเรอ่ื งยากและซับซอŒ น เขŒาใจไดŒง‹ายขนึ้ สว‹ นการคิดเชงิ
เปรียบเทียบ เพื่อการแกŒป˜ญหาจะช‹วยจุดประกายความคิดสรŒางสรรคสิ่ง
ใหม‹ ๆ ซงึ่ หากเราขาดความสามารถในการคิดมิตินีไ้ ป จะทาํ ใหกŒ ารคดิ
ของเราในเรือ่ งต‹าง ๆ ผดิ พลาดไดงŒ ‹าย
success publisher
มติ ทิ ่ี 5 ความสามารถในการคดิ เชงิ มโนทศั น
(Conceptual Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการประสานขอŒ มลู ทงั้ หมด
ทม่ี อี ยเ‹ู กย่ี วกบั เรอ่ื งหนงึ่ เรอ่ื งใดไดอŒ ยา‹ งไมข‹ ดั แยงŒ แลวŒ
นาํ มาสราŒ งเปนš ความคดิ รวบยอด หรอื กรอบความคดิ
เกยี่ วกบั เรอื่ งนน้ั

การที่เราจําเปšนตŒองเรียนรูŒวิธีคิดเชิงมโนทัศนน้ันเน่ืองมาจากกรอบ
ความคดิ ในแตล‹ ะเรื่องของเราจาํ กดั ดŒวยประสบการณ ความรูŒ และบริบท
แวดลอŒ มทีแ่ ตกตา‹ งกัน ไมเ‹ พียงพอต‹อการนําไปตีความเหตุการณต ‹าง ๆ
ทีเ่ กิดขนึ้ ไดŒอยา‹ งเขŒาใจ อีกทง้ั มโนทศั นท เ่ี รามีนนั้ อาจจะไมถ‹ ูกตอŒ ง ไมส‹ ม
เหตุสมผล หรือมีความขดั แยŒงกันเอง ส‹งผลใหเŒ ราวนิ จิ ฉยั ตดั สิน หรือแกŒ
ปญ˜ หาทีเ่ กิดขึ้นอย‹างผิดพลาด ดงั น้ัน การเรียนรŒูวธิ ีการคดิ เชงิ มโนทัศนจ ะ
ช‹วยใหŒเราไม‹ตัดสินหรือตีความส่ิงใดอย‹างไม‹รอบคอบและจะช‹วยใหŒเรา
สรŒางเลนสในการมองโลกในเร่ืองตา‹ ง ๆ ไดอŒ ย‹างคมชดั เพราะเรามคี วาม
คดิ และเหตผุ ลเกย่ี วกับเรือ่ งน้นั ๆ อย‹างคมชดั นนั่ เอง

การคิดคืออะไร ? 147

ลายแทงนักคิด

มติ ทิ ่ี 6 ความสามารถในการคดิ เชงิ สราŒ งสรรค
(Creative Thinking)
หมายถงึ :: การขยายขอบเขตความคดิ ออกไปจากกรอบ
ความคดิ เดมิ ทม่ี อี ยส‹ู ค‹ู วามคดิ ใหม‹ ๆ ทไ่ี มเ‹ คยมมี ากอ‹ น
เพอื่ คนŒ หาคาํ ตอบทด่ี ที สี่ ดุ ใหกŒ บั ปญ˜ หาทเี่ กดิ ขน้ึ

success publisher
การคดิ เชิงสรŒางสรรคเปรียบเสมือนการฝา† วงลอŒ มจากส่ิงเก‹า ๆ หรือ
การกลาŒ แหวกมา‹ นประเพณที างความคดิ ทยี่ ดึ ถอื ปฏบิ ตั อิ ยส‹ู ส‹ู ง่ิ ใหม‹ ทดี่ แี ละ
เหมาะสมกวา‹ ซึ่งหากเราเรยี นรูŒวธิ กี ารคิดอย‹างสราŒ งสรรค และกลŒาทจี่ ะ
ใชปŒ ระโยชนจ ากมัน เราจะพบวา‹ การคิดสรŒางสรรค ไดŒนําไปสู‹การพัฒนา
ใหม‹ทั้งการพัฒนาสติป˜ญญาของตนเอง การพัฒนางาน และการพัฒนา
สงั คมทเ่ี ปนš อยไ‹ู มห‹ ลงตดิ อยก‹ู บั ความงมงาย ความเชอ่ื และการกระทาํ เลยี น
แบบผŒูอน่ื อยา‹ งขาดความเขาŒ ใจ ซงึ่ มกั จะนาํ ไปส‹ูความดอŒ ยพัฒนาในทสี่ ดุ

มติ ทิ ่ี 7 ความสามารถในการคดิ เชงิ ประยกุ ต
(Applicative Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการนาํ สงิ่ ทม่ี อี ยเ‹ู ดมิ ไปปรบั
ใชปŒ ระโยชนใ นบรบิ ทใหมไ‹ ดอŒ ยา‹ งเหมาะสม โดยยงั คง
หลกั การของสง่ิ เดมิ ไวŒ

การคิดเชิงประยุกตจ ะชว‹ ยเพิ่มประสิทธภิ าพการใชŒงานของสงิ่ ทมี่ อี ย‹ู
เดมิ ในบริบทใหม‹ไดอŒ ย‹างเหมาะสม อกี ท้งั ช‹วยใหเŒ ราหลุดจากการเปšนทาส
ของประสบการณ ทาสของการดาํ เนนิ ชวี ติ ตามความเคยชนิ แตป‹ รบั ตวั ใหŒ
เหมาะสมเขŒากบั ยุคสมัย และสถานการณท ่ีบรบิ ทแวดลŒอมเปลี่ยนไป

148 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

มติ ทิ ี่ 8 ความสามารถในการคดิ เชงิ กลยทุ ธ
(Strategic Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการกาํ หนดแนวทางทด่ี ี
ทสี่ ดุ ภายใตเŒ งอ่ื นไข ขอŒ จาํ กดั ตา‹ ง ๆ เพอ่ื บรรลเุ ปา‡
หมายทตี่ อŒ งการ

success publisher
การคดิ เชงิ กลยุทธเ ปšนการคดิ ที่จะนําเราไปสู‹ชัยชนะตามเป‡าหมายท่ี
ตอŒ งการโดยรูŒวิธเี ตรยี มความพรŒอมเพื่อเอาชนะอุปสรรคท่อี าจเกิดขนึ้ เริม่
ดวŒ ยการคดิ วางแผนอยา‹ งรดั กมุ และเปนš ขนั้ เปนš ตอน การวเิ คราะห ประเมนิ
จุดอ‹อน/จุดแข็งของตนเองและฝา† ยตรงขŒาม การประเมนิ ความไดเŒ ปรียบ/
เสยี เปรยี บจากสถานการณท เ่ี กดิ ขนึ้ รวมทง้ั การคดิ คาดการณอ นาคตทอี่ าจ
เกดิ ขึ้น อันจะนาํ ไปส‹กู ารกาํ หนดทางเลือกกลยทุ ธท ่ีมโี อกาสประสบความ
สําเรจ็ มากท่สี ุดตามเป‡าหมายที่วางไวŒ ในทางตรงกนั ขŒาม หากเราไมร‹ ูŒวธิ ี
คิดเชงิ กลยุทธ เรายอ‹ มตกเปนš เหยื่อ และพา‹ ยแพŒต‹อผทูŒ มี่ ีความเช่ยี วชาญ
ในการวางกลยุทธมากกว‹าอย‹างงา‹ ยดาย

มติ ทิ ่ี 9 ความสามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการ
(Integrative Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการเชอื่ มโยงแนวคดิ หรอื
องคป ระกอบตา‹ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอŒ ง เขาŒ หาแกนหลกั ไดอŒ ยา‹ ง
เหมาะสม เพอื่ อธบิ ายหรอื ใหเŒ หตผุ ลสนบั สนนุ เรอื่ งใด
เรอ่ื งหนงึ่

การคิดเชิงบรู ณาการเปนš การคดิ บนฐานความเขาŒ ใจในสจั ธรรม ทว่ี ‹า
สง่ิ ตา‹ ง ๆ น้นั ไม‹ไดอŒ ยู‹อยา‹ งโดดเดี่ยว ไมเ‹ กยี่ วขอŒ งกับสง่ิ ใด แตเ‹ ชือ่ มโยง

การคิดคืออะไร ? 149

ลายแทงนักคิด

กบั สงิ่ ตา‹ ง ๆ มากกวา‹ หนงึ่ สงิ่ อยา‹ งเปนš เหตผุ ลสมั พนั ธก นั ทง้ั เหตผุ ลทเี่ ชอ่ื ม
กนั โดยตรงและโดยออŒ ม ดงั นั้นในการพิจารณาเรือ่ งใดเร่อื งหน่ึงจึงจาํ เปนš
ตŒองมององคประกอบแวดลŒอมใหŒรอบดŒาน การคิดเชิงบูรณาการจึงเปšน
เครอื่ งมอื ทจ่ี ะชว‹ ยใหเŒ รามองเรอื่ ง ๆ เดยี ว ไดอŒ ยา‹ งครบถวŒ นทกุ มมุ สามารถ
เช่ือมโยงความสัมพันธไดŒอย‹างมีเหตุผล ทําใหŒเรามองเห็นภาพท้ังภาพ
เขาŒ ใจบริบททง้ั หมด ไม‹ตกหล‹นในประเด็นสําคัญ ๆ เมอื่ เหน็ การเชือ่ มโยง
ท้ังหมด จึงทาํ ใหเŒ กดิ ความเขŒาใจและตัดสินใจไมผ‹ ดิ พลาด
success publisher
มติ ทิ ่ี 10 ความสามารถในการคดิ เชงิ อนาคต
(Futuristic Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการคาดการณส ง่ิ ทอี่ าจ
เกดิ ขนึ้ ในอนาคตอยา‹ งมหี ลกั เกณฑท เี่ หมาะสม

การคิดเชิงอนาคตจะช‹วยใหŒเขŒาใจภาพป˜จจุบันและคาดการณภาพ
อนาคตไดŒ ชว‹ ยใหเŒ ราขยายขอบเขตการมองชวี ติ ใหกŒ วาŒ งออกไป จากกรอบ
ท่เี คยมองแตเ‹ พยี งชีวติ ประจําวันหรอื ความเคยชินตามปกติ โดยมองออก
ไปวา‹ ในสงั คมรอบ ๆ ตวั เรามีส่งิ ใดเกดิ ขน้ึ บŒาง วเิ คราะหว า‹ สงิ่ เหล‹าน้ันจะ
ส‹งผลกระทบต‹อเราอยา‹ งไรทง้ั ทางตรงและทางอŒอม หากเรารวŒู า‹ แตล‹ ะส่ิง
สมั พันธเ ก่ียวขŒองกันอยา‹ งไร เรากจ็ ะสามารถคาดการณไดŒวา‹ จะมผี ลกระ
ทบต‹อกันในอนาคตอยา‹ งไร และจะตอŒ งเตรียมพรอŒ มในการรับมอื อยา‹ งไร

หากเราทุกคนรูŒจักวิธีคิดและสามารถพัฒนาทักษะการคิดไดŒครบทั้ง
10 มิติ จะช‹วยใหŒเราประสบความสําเร็จ และยากที่จะผิดพลาดในการ
ตดั สนิ ใจทาํ สิ่งใด ๆ เพราะเราจะไม‹หลงเชื่อสิ่งใดอยา‹ งงา‹ ย ๆ แตจ‹ ะคดิ
ไตร‹ตรองอยา‹ งละเอียดรอบคอบก‹อนตัดสินใจ สามารถแกŒปญ˜ หาท่ีเกดิ ขึ้น

150 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

ดวŒ ยวธิ กี ารทส่ี ราŒ งสรรคแ ละสามารถดาํ เนนิ ชวี ติ อยา‹ งมกี ลยทุ ธท าํ ใหกŒ าŒ วไป
สู‹ความสําเร็จตามเป‡าหมายที่วางไวŒไดŒ อีกทั้งสามารถเตรียมความพรŒอม
ใหŒกับอนาคตท่ีจะมาถึงไดŒอย‹างรอบคอบ ซึ่งรายละเอียดและการสอนวิธี
คดิ ในแต‹ละมิตนิ ้ัน ผมไดŒแยกออกเปšนลกั ษณะการคิดละหนึ่งเลม‹ เพ่ือใหŒ
สามารถบรรจเุ นอ้ื หา และรายละเอยี ดในการคดิ แตล‹ ะมติ ไิ ดอŒ ยา‹ งครบถวŒ น

success publisher
ประการทส่ี าม รŒจู กั การคดิ เชิงระบบ
(systematic thinking)

การคิดเชิงระบบคือ วิธีการคิดเกี่ยวกับเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงอย‹างเปšน
ระบบ อย‹างเปนš ลาํ ดบั ข้นั และอย‹างครบถวŒ น โดยใชวŒ ิธคี ดิ 10 มิตใิ นส‹วน
ที่เก่ียวขŒองเปšนเครื่องมือ เพื่อนําไปสู‹ผลลัพธของการคิดท่ีมีประสิทธิภาพ
มากที่สุด

ตวั อยา‹ งเชน‹ การคิดเชิงระบบสามารถนาํ ไปใชŒไดใŒ นทกุ เรอื่ งของการ
ดําเนินชีวิต เช‹น การเดินทางไปยังต‹างจังหวัดจําเปšนตŒองคิดวางแผนว‹า
จะไปทีไ่ หน ไปอยา‹ งไร ไปกับใคร ไปพบใครบาŒ ง จะทาํ อะไรกอ‹ นหลงั จะ
ตŒองเตรยี มอะไร เปนš ตนŒ ซึง่ การคิดเชิงระบบนี้ตŒองเปšนการมองในลักษณะ
เปนš องคร วม ทจี่ ะตอŒ งจดั เตรยี มวางแผน คดิ ทางออก หาทางเลอื กไดอŒ ยา‹ ง
ดี ซง่ึ การจะกระทาํ สง่ิ นไ้ี ดตŒ อŒ งใชกŒ ารคดิ หลายลกั ษณะประกอบรว‹ มกนั เพอื่
จะทาํ ใหกŒ ารปฏิบัติงานนนั้ มปี ระสิทธภิ าพหรือสําเร็จตามจุดประสงค น่นั
คอื จําเปนš ตŒองนาํ การคดิ 10 มิตมิ าใชเŒ พ่ือบรรลุวัตถปุ ระสงค เชน‹

1. เพ่อื สามารถเปรยี บเทียบไดŒ อนั จะนําไปส‹ูการตัดสนิ ใจเลือกท่ี
ถูกตอŒ ง (คดิ เปรียบเทยี บ)

การคิดคืออะไร ? 151

success publisherลายแทงนักคิด

2. เพอ่ื สามารถพสิ ูจนหาขอŒ เท็จจรงิ ไดŒอยา‹ งเปšนเหตเุ ปนš ผล
(คดิ วิพากษ)

3. เพือ่ สามารถหาทางเลอื กไดดŒ ีทส่ี ดุ ในความจํากัด (คดิ กลยทุ ธ)
4. เพ่ือมีกรอบความคดิ ทีค่ มชัดในการวางแนวทาง (คิดมโนทัศน)
5. เพือ่ สามารถประยกุ ตส ก‹ู ารปฏบิ ตั ิไดŒจริง (คดิ ประยุกต)
6. เพอ่ื สามารถคาดการณอ นาคตในการวางแผนเชงิ รุกไดŒ

(คิดอนาคต)
7. เพื่อสามารถเชอ่ื มโยงประเดน็ ท่เี กีย่ วขอŒ ง เขาŒ มาวเิ คราะห หรอื

ใชไŒ ดอŒ ยา‹ งเกดิ ผล (คิดบรู ณาการ)
8. เพอ่ื สามารถหาทางเลอื กใหมท‹ ไี่ ม‹ซา้ํ แบบเดมิ (คดิ สราŒ งสรรค)
9. เพอ่ื สามารถหาขŒอสรปุ หรอื แกŒปญ˜ หาทเี่ กดิ ขึ้นไดŒ

(คิดวเิ คราะห)

การคดิ ลกั ษณะต‹าง ๆ ดงั กล‹าวจงึ เปนš องคประกอบสําคัญทีต่ อŒ งใชŒ
รว‹ มกัน จึงจะทําใหŒการคดิ เชิงระบบนน้ั สาํ เร็จไดŒ

ตัวอยา‹ งการคิดเชิงระบบในระดับองคก าร เช‹น ผบŒู รหิ ารจาํ เปนš ตอŒ ง
ทาํ งานใหŒเสรจ็ ทนั ตามกาํ หนด แตม‹ อี ปุ สรรคมากมาย ไมว‹ า‹ จะเปนš การไม‹
ใหคŒ วามร‹วมมือของทมี งาน งบประมาณที่จาํ กดั ความยุ‹งยากในขน้ั ตอน
การประสานงาน ฝา† ยอนื่ ทเี่ กย่ี วขอŒ งไมใ‹ หคŒ วามรว‹ มมอื ฯลฯ การแกปŒ ญ˜ หา
จําเปšนตอŒ งคิดอย‹างเปนš ระบบ

เริ่มตŒนดŒวยการตั้งคําถามว‹า “ป˜ญหาที่เกิดข้ึนมีอะไรบŒาง” …เพ่ือ
คŒนหาสาเหตุท่ีแทŒจริงของป˜ญหา จากน้ันคิดวิพากษเพ่ือตรวจสอบ…
“ป˜ญหาเหล‹าน้ี เปšนเหตุใหงŒ านล‹าชาŒ จริงหรอื ?” และคิดวิเคราะหปญ˜ หา…

152 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

การคิด…”คิดไดŒ” หรือ “คิดเปšน” 10

“ป˜ญหาเหล‹าน้ีเกิดจากอะไร” และคิดหาทางออกของแต‹ละป˜ญหาจะทํา
อยา‹ งไร เชน‹

• คิดวเิ คราะห……. วเิ คราะหขŒอมลู
• คดิ สรŒางสรรค……..หาทางเลอื กใหม‹ ๆ
• คิดประยุกต… ….ทดลองดัดแปลง
• คดิ สังเคราะห……..เลยี นแบบสว‹ นดี
• คดิ วพิ ากษ… .ตงั้ คาํ ถามตลอดทางวา‹ สงิ่ ทเ่ี ราคดิ จะเปนš จรงิ ไดหŒ รอื
• คิดเชงิ อนาคต….กระแสโลกาภวิ ตั นม ผี ลกระทบตอ‹ องคก ร และ

บคุ ลากรของเราอยา‹ งไร วกิ ฤตเศรษฐกจิ จะสง‹ ผลอยา‹ งไร กระแส
การปฏริ ูประบบราชการจะทําใหŒองคกรเปลย่ี นรูปไปอย‹างไร
• คดิ เชงิ มโนทศั น… .กําหนดกรอบความคดิ และทิศทางชดั เจน
• คดิ เชงิ กลยทุ ธ… .คาดการณส ภาพการเปลยี่ นแปลงขององคก รใน
อนาคต ทัง้ โอกาสที่ดแี ละปญ˜ หาทอี่ าจเกิดขึ้นในอนาคต ป˜ญหา
ใดควรแกไŒ ขกอ‹ น-หลงั ใชวŒ ธิ ใี ดเพอ่ื นาํ ไปสก‹ู ารเตรยี มการวางแผน
พัฒนาและแกŒป˜ญหาองคก รต‹อไป
success publisher
“การคดิ เชงิ ระบบทดี่ ”ี ทจ่ี ะสาํ เรจ็ และมคี วามสมบรู ณไ ดจŒ ําเปนš ตอŒ ง
ใชŒ “การคิดท้งั 10 มิติ” เขŒามาเปšนองคประกอบร‹วมดŒวย

การคิดคืออะไร ? 153

success publisherลายแทงนักคิด

การทเี่ ราจะพฒั นาใหŒเปšนคนท่ี
“คิดเปนš ” ไดŒนน้ั ตŒองพัฒนาองคป ระกอบท้งั สามน้ี
ไปพรอŒ ม ๆ กัน โดยทเี่ ราจะตอŒ งปรับเปลีย่ นนสิ ัยของเรา
บางประการ ที่เปนš อุปสรรคตอ‹ การคดิ เราตŒองเรียนรŒู และฝƒก
ทกั ษะการคิดทัง้ สบิ มิติ เพื่อใหŒสามารถนาํ ไปปรับใชใŒ น

สถานการณต‹าง ๆ ไดอŒ ยา‹ งเหมาะสม
อกี ทงั้ จําเปนš ตŒองเรียนรูทŒ จี่ ะคดิ อยา‹ งเปนš ระบบ เพ่ือใหŒการคิด

เรื่องใดเรอ่ื งหนงึ่ เปนš ไปอยา‹ งสมดุล
และเกดิ ผลลพั ธทางการคดิ ท่ีกอ‹ ประโยชนส งู สุด

154 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

กระบวนการคิด

ขอแนะนาํ ใหร ูจกั 4 ตัวรว มขณะคดิ
กระบวนการทํางานของความคิด
success publisher

สง่ิ เหลานีเ้ กดิ ข้นึ จากการหลอหลอมsuccess publisher
ท่มี าจากคาํ สอน ประสบการณ ความรู
ความเช่อื คา นยิ ม ประเพณี วฒั นธรรม
ที่คน ๆ น้ัน ไดร บั มาในแตล ะขั้นตอนของชีวิต...

สมองจะนาํ ไปคิดอยา งบรู ณาการ
กับประสบการณอ ืน่ ๆ ทีบ่ ันทึกไวใ นสมอง

สรางเปน กรอบโลกทศั น/ ชีวทัศน

success publisher ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด

ขอแนะนาํ ใหŒรูจŒ ัก
4 ตวั รว‹ มขณะคิด

กระบวนการคิด 157

success publisherลายแทงนักคิด

กรอบโลกทศั น/ ชีวทศั น + นิสยั + อารมณ + แรงจูงใจ

เสนŒ ทางการคดิ ของเราไมไ‹ ดŒโรยดวŒ ยกลบี กหุ ลาบ หรือกล‹าวอกี ความ
หมายหนึ่งคือเม่ือเราปรารถนาจะคิดสิ่งใด เราจะไม‹สามารถคิดออกไดŒ
อย‹างงา‹ ย ๆ เพราะในระหวา‹ งทเ่ี ราคดิ เกย่ี วกบั เร่อื งหนง่ึ น้นั จะมี “ตัวร‹วม”
ทางการคดิ เขาŒ มสี ว‹ นรว‹ มดวŒ ยเสมอ ตวั รว‹ มเหลา‹ นสี้ ามารถเปนš มติ รรว‹ มคดิ
ทีด่ ี หรืออาจเปนš ศัตรคู อ‹ู าฆาตทพ่ี ยายามปดก้ันการคดิ ของเราก็ไดŒ ดงั นน้ั
กอ‹ นเขาŒ สก‹ู ระบวนการคดิ จงึ อยากขอแนะนาํ ใหรŒ จŒู กั กบั ตวั รว‹ มทางการคดิ
ซ่งึ มที ง้ั หมด 4 ตวั รว‹ ม อันไดŒแก‹ กรอบโลกทัศน/ชวี ทศั น นิสยั อารมณ
และแรงจงู ใจ หรือเรียกรวม ๆ ไดวŒ ‹า ความเปน ตวั เรา (being) เม่ือเรา
รจŒู กั ความเปนš ตวั เราดแี ลวŒ เราจะสามารถนาํ ตวั รว‹ มเหลา‹ นมี้ าใชใŒ นการคดิ
อยา‹ งผสมผสานและสราŒ งสรรคใ หŒบรรลเุ ป‡าหมายการคดิ ของเราไดŒ
ตัวรว‹ มที่ 1 กรอบโลกทศั น/ชวี ทัศน

…หลายครงั้ ทกี่ เŒู กยี รติ “ตงั้ ใจ” โกหกกานดาดวŒ ยเหตผุ ลทว่ี า‹ กลวั เธอ
เสยี ใจเมอื่ รวŒู า‹ เขาไปทาํ สง่ิ ใดมา การตดั สนิ ใจครง้ั นมี้ าจากกรอบโลกทัศน/
ชวี ทัศน ของกูŒเกยี รตทิ วี่ ‹า “การโกหกไม‹ผดิ ถŒาโกหกเพอ่ื ชว‹ ยคน” แต‹เม่อื

158 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

กานดารูŒความจริงเธอโกรธเปšนฟ„นเปšนไฟ เพราะเธอมีกรอบโลกทัศน/
ชีวทศั นว ‹า “คนรกั กนั ตอŒ งมคี วามจริงใจ ตอŒ งพดู ความจริงตอ‹ กนั ”

…กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นข องคนในสงั คมสว‹ นใหญค‹ ดิ วา‹ “การฆา‹ คน
ดีผิด แต‹ฆ‹าคนชั่วไม‹ผิด” โทษประหารจึงยังเปšนโทษสูงสุดท่ีประชาชน
ยอมรบั ไดŒ
success publisher
…เมอ่ื สมพงษอ ‹านข‹าวพบสถิตวิ า‹ ป˜จจบุ นั หญิงชายอย‹ูดวŒ ยกนั โดย
ไม‹ไดŒแต‹งงานมีจํานวนเพ่ิมมากกว‹าครึ่ง สมพงษรูŒสึกว‹าศีลธรรมเส่ือมลง
มาก คนหลงลมื ไมใ‹ สใ‹ จจรยิ ธรรมอนั ดงี าม เพราะสมพงษม กี รอบโลกทศั น/
ชวี ทศั นว า‹ “หญงิ และชายตอŒ งเขาŒ พธิ แี ตง‹ งานกอ‹ นอยด‹ู วŒ ยกนั จงึ จะถกู ตอŒ ง”

จากสามประเด็นขาŒ งตŒน
ลองตอบตัวเองดวู า‹ เรามคี วามคดิ เหน็ อย‹างไร

เราคิดอยา‹ งไรเกี่ยวกับการโกหก ?
เราคิดอยา‹ งไรเกี่ยวกบั การลงโทษประหารชีวติ ?
เราคดิ อยา‹ งไรกับการทีห่ ญงิ ชายอยด‹ู Œวยกันกอ‹ นแต‹ง ?



ทัศนะของเราเก่ียวกับประเด็นเหล‹าน้ี ไม‹ว‹าจะเปšนอย‹างไร เกิดขึ้น
จากการทํางานของสมองส‹วนของการคิดและส‹วนเก็บบันทึกความทรงจํา
ทํางานร‹วมกัน จะเห็นว‹าเราสามารถนําเสนอความคิดเห็น แสดงทัศนะ
วินจิ ฉัย หรอื ตดั สินถกู /ผิด เทจ็ /จริง เก่ยี วกบั เร่อื งต‹าง ๆ ทเี่ กิดข้นึ ในชีวติ
ประจําวันไดŒอย‹างเปšนธรรมชาติ เน่ืองจากเราทุกคนใชŒ กรอบโลกทัศน/
ชีวทัศน หรอื ทัศนะในการมองโลกและชวี ิต เปนš เครือ่ งมือในการตัดสนิ

กระบวนการคิด 159

ลายแทงนักคิด

ความหมาย กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น หมายถงึ

มาตรฐานทค่ี น ๆ หนงึ่ ใชใŒ นการประเมนิ ใหคŒ ณุ คา‹ หรอื
ตดั สนิ เกยี่ วกบั เรอื่ งใดเรอื่ งหนงึ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในโลกและใน
ชวี ติ ซงึ่ เรยี กไดวŒ า‹ เปนš ตวั แบบความคดิ (Model) หรอื
ปรัชญาการมองโลกของมนุษย (worldview)
(เกรยี งศกั ด,์ิ 2539)
success publisher
ทาํ หนาŒ ทเี่ ปนš เหมอื นตะแกรงรอ‹ นขอŒ มลู ทไ่ี ดรŒ บั ทาํ ใหเŒ ราตดั สนิ วา‹ เรา
คดิ อยา‹ งไร เราเชอื่ อยา‹ งไร เรามหี ลกั การอยา‹ งไร เกยี่ วกบั เรอื่ งนนั้ เหตกุ ารณ
นนั้ คน ๆ นั้น การกระทาํ นน้ั เวลาน้นั สถานการณนั้น รูปแบบนนั้ วธิ ี
การน้นั ฯลฯ

คน ๆ หนง่ึ สามารถมกี รอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นไ ดมŒ ากมายหลากหลาย
เร่ือง ทั้งเรื่องเล็กเร่ืองใหญ‹ซับซŒอนอยู‹ภายในกรอบเหล‹าน้ี ทําหนŒาท่ีเปšน
ตะแกรงร‹อนหรอื วินจิ ฉัย ใหทŒ ศั นะต‹อเรื่องต‹าง ๆ กรอบโลกทัศนเ หลา‹ น้ี
เชน‹

• ถŒาเราทําความดมี าก ๆ จะไดไŒ ปสวรรค
• และถŒาทําความเลวมาก ๆ จะตอŒ งตกนรก
• เราสามารถทําทกุ อยา‹ งไดŒ ถŒาเราทาํ แลวŒ มคี วามสขุ

และไม‹ทาํ ใหŒคนอ่ืนเดอื ดรŒอน
• เราเปšนเจŒาของชีวติ ของเราเอง
• สิง่ อืน่ ไมม‹ อี าํ นาจเหนือชีวิตเรา
• พระเจาŒ เปšนผูสŒ ราŒ งโลก สรŒางมนุษย สรŒางสรรพส่งิ

ฉะนัน้ ไม‹มสี ิ่งใดเกดิ ขึ้นโดยบงั เอิญ

160 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

• ส่ิงมชี ีวิตเกิดขึน้ เองตามธรรมชาติ และมนุษยม พี ฒั นาการ
มาจากลิง

• คนจนย‹อมตกเปšนเบยี้ ลา‹ งของคนรวยเสมอ
• การคอรร ัปชนั เปนš ส่ิงทที่ าํ ไดŒ หากตŒองการความอยู‹รอด
• สิง่ ทคี่ นจาํ นวนมากเหน็ วา‹ จรงิ เราก็ควรเหน็ คลอŒ ยตาม

มากกวา‹ ปฏเิ สธ
• ฯลฯ
success publisher
กรอบโลกทัศนส‹งผลใหŒแต‹ละคนมองเร่ืองเดียวกันแตกตา‹ งกัน ออก
ไป เชน‹

คน ๆ หน่งึ มองวา‹ การฆา‹ คนเปšนบาปและการฆา‹ สัตวกย็ ‹อมเปนš บาป
ดŒวย สว‹ นอีกคนหนงึ่ กลบั เหน็ วา‹ การฆ‹าคนและฆ‹าสัตวไ ม‹เปนš บาป แตข‹ ึ้น
อยก‹ู ับวัตถุประสงคว‹าทําไปเพ่อื อะไร

• กรอบโลกทศั น/ ชีวทศั นข องคนที่ 1 มคี วามเชื่อตามหลักศาสนา
โดยไดรŒ บั คาํ สอนมาตงั้ แตเ‹ ดก็ หรอื เคยเหน็ (มปี ระสบการณ) คน
ทฆ่ี า‹ สัตว แลวŒ จากนนั้ ตนเองก็ถูกฆ‹า เปšนตŒน

• กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนของคนที่ 2 ไม‹เชื่อเร่ืองเหนือธรรมชาติ
หรอื เรอ่ื งบญุ -บาป แตเ‹ ช่อื วา‹ หากทาํ แลวŒ เกดิ ประโยชนสูงสดุ ตอ‹
ความอยู‹รอดของมนุษยสว‹ นใหญก‹ ็สามารถทําไดŒ

กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นท ีแ่ ตกตา‹ ง นาํ ไปส‹กู ารตดั สนิ ใจทีแ่ ตกตา‹ งกนั
โดยคนทห่ี น่งึ จะเห็นว‹าการทาํ แทŒงไมส‹ ามารถทําไดŒ ไม‹ว‹ากรณใี ด ๆ สว‹ น
อกี คนหนง่ึ เหน็ วา‹ การทาํ แทงŒ สามารถทาํ ไดŒ ในกรณที แี่ มถ‹ กู ขม‹ ขนื ครอบครวั

กระบวนการคิด 161

success publisherลายแทงนักคิด

ยากจน ยังไมพ‹ รอŒ มทจ่ี ะมีบุตรหรอื เหตุผลอ่นื ๆ ทีก่ รอบโลกทัศน/ชีวทัศน
ของเขายอมรับไดŒ

การทค่ี นสองคนมองเรอ่ื งเดยี วกนั ในมมุ มองทแ่ี ตกตา‹ งเชน‹ น้ี เกดิ จาก
กรอบโลกทศั น/ ชีวทัศน หรือทศั นะในการมองโลกท่แี ตกต‹างกนั

อย‹างไรก็ตาม มนษุ ยไ ม‹ไดŒมีตวั แบบความคดิ ทชี่ ัดเจนในทกุ ๆ เร่ือง
อาจจะมบี างเร่ืองทีค่ ลมุ เครือไมช‹ ดั เจนว‹าจะมีจดุ ยนื อยา‹ งไร ดงั น้ัน เมือ่ มี
ขŒอมูลปะทะเขŒามาทําใหŒเราตŒองคิดต‹อเพื่อหาขŒอสรุปเปšนกรอบโลกทัศน/
ชีวทัศนข องเราเก่ยี วกบั เรื่องนนั้ และกรอบโลกทศั น/ ชีวทัศนเหลา‹ น้ีจึงถูก
ดึงออกมาใชŒเพอื่ ประเมินขŒอมูลใหม‹ ๆ ทร่ี บั เขาŒ มาวา‹ เราจะตัดสนิ หรือหา
ขอŒ สรุปเกย่ี วกบั เรอื่ งนัน้ ๆ อย‹างไร

กรอบโลกทศั น/ ชีวทัศนเกิดขน้ึ ไดอŒ ย‹างไร ?

สมองสรŒางกรอบมโนทัศนใหกŒ บั ขอŒ มลู ท่ีไดŒรับโดยอัตโนมตั ิ

ธรรมชาตกิ ารคดิ ของสมอง สมองจะสราŒ งมโนทศั นใหกŒ บั ขอŒ มลู ทไี่ ดŒ
รบั โดยจัดประเภทสง่ิ ต‹าง ๆ ทง้ั ท่ีเปšนรูปธรรมและนามธรรม มโนทัศน
เปšนเหมือน “ความคดิ ขน้ั สุดทาŒ ย” หรือ “ความคดิ รวบยอด” ที่มตี ‹อสิ่ง
หนึง่ สง่ิ ใด เปนš ความเขŒาใจเชิงนามธรรม ซง่ึ จะถูกบันทกึ เปนš ขŒอสรปุ ไวŒใน
ความทรงจาํ ระยะเวลาหนงึ่ หรอื อาจยาวนานไปตลอดชวี ติ และมโนทศั นท ี่
เกี่ยวขŒองกับแนวคิด ความคิดเห็น มุมมอง ทัศนะเกี่ยวกับเร่ืองต‹าง ๆ
สมองจะสรปุ มโนทศั น เปนš กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นข องเราในเรอ่ื งนน้ั เปรยี บ
เหมือน “เลนส” ที่เรานําไปใชŒในการมองโลกเพื่อนําไปใชŒในการตีความ
ขอŒ มลู ใหมท‹ เ่ี ขาŒ มาในความคดิ ซงึ่ หากขอŒ มลู นน้ั มลี กั ษณะใกลเŒ คยี งกนั กบั
ตวั แบบ เราจะแสดงทัศนะตามแบบที่เราคดิ

162 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ยกตัวอยา‹ งเช‹น

à´¡ç ËÞ§Ô ¡§Ñ Ë¹Ñ Í¡‹Ù ºÑ áÁÁ‹ Òμ§Ñé áμ‹ §Ñ àÅ¡ç à¸ÍäÁà‹ ¤Âà˹ç ˹Ҍ
¾Í‹ áÁà‹ ÅÒ‹ ãË¿Œ §˜ ÇÒ‹ ¾Í‹ ·Í´·§éÔ áÁá‹ ÅÐà¸Íä»μ§Ñé áμà‹ ¸Í处 ¨Òí ¤ÇÒÁ
äÁ‹ä´Œ μÅÍ´àÇÅÒ·àèÕ ¸ÍàμºÔ âμÁÒ áÁÁ‹ ¡Ñ μÒí ˹¾Ô Í‹ ãË¿Œ §˜ ÍÂà‹Ù ÊÁÍ ¤ÇÒÁ
¤´Ô à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾Í‹ ¢Í§¡§Ñ Ë¹Ñ ¨§Ö à˹ç ÇÒ‹ ¾Í‹ à»¹š ¤¹·ÕèäÁ´‹ Õ ¢Ò´¤ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô
ªÍºμÍ‹ ¤Ãͺ¤ÃÇÑ à¸ÍÁ¤Õ ÇÒÁà¡ÅÂÕ ´ª§Ñ ¾Í‹ ÍÂŋ٠¡Ö æ 㹨μÔ ã¨ áÅÐ
àÁÍ×è ¡§Ñ Ë¹Ñ àË¹ç ¼ªŒÙ Ò¤¹Í¹×è æ ·Í´·§Ôé ÀÃÃÂÒËÃÍ× ä»ÁÀÕ ÃÃÂҹ͌  ÍÒ¨
¨ÐàË¹ç ¨Ò¡ÀҾ¹μÏ ¤¹¢ÒŒ §ºÒŒ ¹ ˹§Ñ ÊÍ× ¾ÁÔ ¾ ÏÅÏ ¡§Ñ Ë¹Ñ ¨Ð¹Òí
μÇÑ ÍÂÒ‹ §àËÅÒ‹ ¹éÕ à¢ÒŒ ÁÒ»ÃÐàÁ¹Ô ¡ºÑ »ÃÐʺ¡Òó ¤ÇÒÁ·Ã§¨Òí à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ
¾Í‹ áÅÐÊÃÒŒ §Áâ¹·ÈÑ ¹à »¹š μÇÑ áºº·Ò§¤ÇÒÁ¤´Ô ÇÒ‹ “¼ªŒÙ ÒÂà»¹š ¤¹äÁ‹
´Õ ¢Ò´¤ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº à˹ç á¡μ‹ ÇÑ ” ¡ÅÒÂ໹š ¡ÃͺâÅ¡·ÈÑ ¹/ ªÇÕ ·ÈÑ ¹
㹡ÒÃÁͧâÅ¡à¡ÂÕè Ç¡ºÑ àÃÍè× §¹μéÕ Í‹ ä» «§Öè ¢ÍŒ ÊÃ»Ø ¢Í§¡§Ñ Ë¹Ñ ÍÒ¨äÁ‹ãª‹
¤ÇÒÁ໹š ¨Ã§Ô áμà‹ »¹š ¢ÍŒ ÊÃ»Ø ¨Ò¡»ÃÐʺ¡Òó« Òíé æ ·ºÕè ¤Ø ¤Å¤¹Ë¹§Öè
ä´¾Œ ºà·Ò‹ ¹¹Ñé
success publisher
เราจะตีความเหตุการณต‹าง ๆ ตามกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนที่มีใน
ความทรงจาํ แตถ‹ าŒ ขอŒ มลู ทเี่ รารบั นน้ั เรายงั ไมเ‹ คยรบั รมŒู ากอ‹ น ยงั ไมเ‹ คยคดิ
ใครค‹ รวญ หรือแสดงความคดิ เกี่ยวกับเรอื่ งนั้นมากอ‹ น สมองจะทาํ หนาŒ ท่ี
คิดเกี่ยวกับเร่ืองนั้นโดยใชŒกรอบโลกทัศน/ชีวทัศน ขŒอมูล และเหตุผล
ต‹าง ๆ มารว‹ มคดิ อย‹างบรู ณาการ เมอ่ื ไดขŒ อŒ สรุปเก่ียวกบั เร่อื งน้ันแลวŒ จึง
นาํ มาสราŒ งตวั แบบจาํ ลองทางความคดิ ขนึ้ ใหม‹ โดยเกบ็ บนั ทกึ แยกประเภท
และจัดหมวดหม‹ตู ามความเขาŒ ใจ และจะใชŒตวั แบบนี้อยา‹ งอตั โนมัติเมื่อมี
เหตุการณท ํานองเดียวกันเกิดขน้ึ ในอนาคต

กระบวนการคิด 163

ลายแทงนักคิด

การที่เรามีมโนทศั นเ กยี่ วกบั เร่ืองตา‹ ง ๆ ช‹วยใหŒเราเกิดความเขาŒ ใจ
ส่ิงแวดลŒอมไดŒเปšนอย‹างดี ย่ิงเรามีมโนทัศนจํานวนมากและมโนทัศนของ
เราในแต‹ละเรื่องน้ันมีความคมชัดมากเท‹าใด เราก็จะย่ิงเขŒาใจเหตุการณ
ต‹าง ๆ ไดมŒ ากและเขาŒ ใจอย‹างลกึ ซงึ้ มากข้ึนเทา‹ น้นั

สภาพแวดลŒอมหล‹อหลอมโลกทัศน/ ชีวทศั นข องมนุษย

เน่ืองจากมนุษยไม‹ไดŒดําเนินชีวิตตามสัญชาตญาณหรือตอบสนอง
ความตอŒ งการเพยี งประการเดยี ว แตด‹ าํ เนนิ ชวี ติ อยา‹ งใชคŒ วามคดิ ใชเŒ หตผุ ล
และมีความสามารถในการแยกแยะความผิดชอบชว่ั ดี ความถกู ผดิ ของสิ่ง
ต‹าง ๆ ไดŒ สิ่งเหล‹านี้เกิดข้ึนจากการหล‹อหลอมที่มาจาก คําสอน
ประสบการณ ความรูŒ ความเชอ่ื คา‹ นยิ ม ประเพณี วฒั นธรรม ทีค่ น ๆ
น้ันไดŒรับมาในแต‹ละข้ันตอนของชีวิต เมื่อสมองไดŒรับขŒอมูลเก่ียวกับเรื่อง
ตา‹ ง ๆ สมองจะนาํ ไปคิดอยา‹ งบูรณาการกับประสบการณอน่ื ๆ ทบ่ี นั ทกึ
ไวใŒ นสมอง สราŒ งเปนš กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเก่ียวกับเรอื่ งนัน้ ๆ ไวŒ และ
จะเก็บไวŒเปšนตัวแบบจําลองทางความคิดในการวินิจฉัยหรือตัดสินเรื่อง
ทํานองเดียวกนั น้ตี อ‹ ไป
success publisher
ปจ จยั การกําหนด ปรัชญาการมองโลก คานิยม
ปรัชญาการมองโลก (worldview) (values)
ของมนุษย กาํ หนด กาํ หนด

1. ครอบครัว กําหนด
2. การศกึ ษา
3. ศาสนา/วฒั นธรรม ความรสู กึ กาํ หนด พฤติกรรม
4. ประสบการณ (sensibility) ( behavior )
5. คานยิ มของสงั คม
6. ฯลฯ

164 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ในหนังสือ สงั คมทรุ ชน : ยุทธศาสตรความลม‹ สลายของสงั คม ผม
เรียกกรอบโลกทศั น/ ชีวทศั น น้วี ‹า “ปรชั ญาการมองโลก” และไดŒนาํ เสนอ
กระบวนความคดิ ของคนในสงั คม ซง่ึ ตงั้ อยบ‹ู นพนื้ ฐานทว่ี า‹ “ปรชั ญาความ
คิดของคน ๆ หนึ่ง เปนš ตวั กําหนดค‹านิยมของบุคคลนั้น ค‹านิยมดงั กล‹าว
ส‹งผลใหŒบุคคลนั้นแสดงพฤติกรรมออกมาภายนอก พฤติกรรมดังกล‹าวมี
ผลต‹อการกาํ หนดความรŒสู ึกของเขาดวŒ ย” (เกรยี งศกั ดิ,์ 2539)
success publisher
ดังน้ันพฤติกรรมที่คน ๆ หนึ่งแสดงออกจึงเปšนการปฏิสัมพันธ
ระหวา‹ งสง่ิ ทอ่ี ยภ‹ู ายนอกกบั สง่ิ ทอ่ี ยภ‹ู ายใน อนั ไดแŒ ก‹ ความคดิ ทา‹ ที ภายใน
ใจ และคา‹ นยิ มของคน ๆ น้ัน ยกตวั อยา‹ งเช‹น

• หากขาŒ ราชการมคี ‹านยิ มวา‹ ‘เงนิ มีคา‹ ’ เขาจะมพี ฤตกิ รรม ‘หา
เงนิ อย‹างเดียว’ ในขณะทอ่ี กี คนหนึ่งมคี ‹านยิ มวา‹ ‘เงินทีม่ ีคา‹ จรงิ
ตอŒ ง ไดมŒ าโดยวิธสี จุ ริต และไมม‹ ีคา‹ ถาŒ ไดมŒ าโดยการทจุ รติ ’ จะ
มีพฤติกรรมต‹างออกไป คือไม‹ไดŒทําอะไรเพื่อตŒองการแต‹เงิน
สะสมเงนิ เทา‹ นนั้ แตก‹ ระทําโดยยดึ ความถกู ตŒองเปนš หลกั

• หากคนใดมปี รชั ญาการมองโลกวา‹ ชวี ติ ไมจ‹ าํ เปนš ตอŒ งมเี ปา‡ หมาย
สามารถปลอ‹ ยชีวติ ใหŒอยูส‹ บาย ๆ ไปวัน ๆ ไดŒ คา‹ นยิ มทเี่ กิดข้ึน
คือ “ทาํ งานนอŒ ยท่ีสุดคอื กาํ ไรชีวติ สง‹ ผลใหŒพฤตกิ รรมที่เกิดข้ึน
คือเกยี จครŒาน ไม‹ทํางาน ชอบอย‹เู ฉย ๆ ปลอ‹ ยเวลาใหผŒ า‹ นไป
อย‹างไรŒประโยชน์”

พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกจะสง‹ ผลสก‹ู ระบวนความคดิ ขน้ั ท่ี 4 คอื “ความ
รูŒสึก” ของผูŒที่ประพฤตินั้น ความรูŒสึกดังกล‹าวขึ้นอยู‹กับจิตสํานึกทาง
จรยิ ธรรมทีบ่ รรจอุ ย‹ูในจิตใจของบุคคลน้ัน

กระบวนการคิด 165

success publisherลายแทงนักคิด

กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นท เ่ี รามตี อ‹ เรอื่ งตา‹ ง ๆ มสี ว‹ นสาํ คญั ในการปรงุ
แตง‹ ชวี ิตของแตล‹ ะคนใหŒแตกตา‹ งกนั ไปตามวถิ ีทางของตน แต‹ละคนจะมี
ทศั นะในแตล‹ ะเรอ่ื งอยา‹ งไรนนั้ ขน้ึ อยก‹ู ับสงิ่ ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ‹ การกอ‹ รา‹ งกรอบ
โลกทศั น/ชีวทัศนเ กี่ยวกบั เรื่องดังกล‹าว อาทิ ประสบการณ คําสอน คา‹
นยิ ม วฒั นธรรม ครอบครวั อนั เปนš เหตใุ หทŒ ศั นะตอ‹ เรอื่ งเดยี วกนั ของแตล‹ ะ
คนแตกตา‹ งกัน

ยกตัวอย‹างเช‹น เร่ืองมารยาทในคนแต‹ละคน หรือในสังคม แต‹ละ
แหง‹ จะมที ศั นะเกี่ยวกบั “มารยาท” ไม‹เหมอื นกนั ในสังคมหน่งึ ถือวา‹ เมื่อ
พบกนั ตอŒ งตบหัวกนั เพือ่ แสดงความเปนš มิตร แต‹อกี สังคมหนึง่ อาจจะเหน็
วา‹ การกระทําดงั กล‹าวหมายถึงการหยามศกั ด์ิศรี หรือการไมใ‹ หเŒ กียรตกิ ัน
ทศั นะของคน ๆ หนงึ่ จงึ ไมส‹ ามารถนาํ ไปประเมนิ พฤตกิ รรมของอกี คนหนงึ่
หรอื ของคนอกี สงั คมหนง่ึ ไดŒ เนอ่ื งจากมกี รอบความคดิ เกย่ี วกบั เรอ่ื งนน้ั แตก
ต‹างกนั

นอกจากน้ี ภมู ปิ ระเทศและสภาพภมู อิ ากาศทแ่ี ตกตา‹ งกนั อาจสง‹ ผล
ใหมŒ ีทัศนะเก่ยี วกบั อากาศต‹างกนั เช‹น หนาวของไทยอาจจะรŒอนของฝรง่ั
กไ็ ดŒ หรอื วฒั นธรรมทแ่ี ตกตา‹ งกนั สง‹ ผลใหมŒ ที ศั นะตอ‹ เรอื่ งเดยี วกนั แตกตา‹ ง
กัน เช‹น การทป่ี †ยู า‹ ตายายของครอบครัวไทยอยู‹อยา‹ งโดดเดยี่ ว สงั คมไทย
มองวา‹ ลกู หลานอกตญั ู ขณะทส่ี งั คมตะวนั ตก มองวา‹ เปนš เรอ่ื งปกตทิ คี่ วร
จะเปšน ทั้งน้เี น่ืองจากมที ัศนะเกีย่ วกบั การดํารงชวี ิตครอบครัวแตกตา‹ งกัน

ฉะนั้น จึงเปšนธรรมดาที่คนสองคนอาจตีความขŒอมูลท่ีเขŒามาปะทะ
ไดคŒ วามหมายท่ีแตกตา‹ งกัน เน่ืองจากมีกรอบโลกทัศน/ ชวี ทัศนท ่แี ตกตา‹ ง
กนั นั่นเอง

166 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนก ับการคดิ …

เม่ือสมองรบั ขŒอมูลจากประสาทสัมผสั เขาŒ สสู‹ มอง สมองจะเชื่อมโยง
เขŒาสู‹ประตูความทรงจําของกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนในเร่ืองนั้นที่เราเก็บไวŒ
เมอ่ื สมองหาตวั แบบความคดิ เกยี่ วกบั เรอื่ งนน้ั พบ(ซงึ่ เปนš ปฏกิ ริ ยิ าทเี่ กดิ ขน้ึ
เร็วมาก) กจ็ ะนาํ มาวนิ ิจฉัย ทาํ ความเขาŒ ใจขŒอมลู ใหม‹ที่ไดŒรบั สง‹ ผลทาํ ใหŒ
เราตัดสนิ ใจเรอื่ งนน้ั ตามมุมมองทัศนะของเรา
success publisher
การทเี่ รามกี รอบความคดิ หรอื คดิ เพยี งภายในกรอบของตน ซง่ึ จาํ กดั
ดŒวยประสบการณ ความรูŒ วฒั นธรรม เรามกั สรุปสิง่ ตา‹ ง ๆ ตามความคิด
ตามอารมณค วามรสŒู กึ โดยไมไ‹ ดคŒ าํ นงึ วา‹ ความจรงิ จะเปนš เชน‹ ไร ซง่ึ การทาํ
เชน‹ น้ีอาจสง‹ ผลเสียหลายประการ อาทิ

• ทําใหŒเราไม‹สามารถเขŒาใจในขŒอมลู คาํ ถาม หรอื เหตกุ ารณ ท่ี
เราพบเห็นไดอŒ ยา‹ งถกู ตŒอง เนอ่ื งจากความเขาŒ ใจทไ่ี ม‹ตรงกันก‹อ
ใหเŒ กดิ การตีความท่ผี ดิ พลาด

• ทาํ ใหเŒ รามีความเขาŒ ใจคลาดเคล่อื นจากสิ่งที่เปšนจริง
• ทําใหŒเราไม‹สามารถประเมินสิ่งต‹าง ๆ ไดŒอย‹างยุติธรรม และ

สมเหตสุ มผล
• ทําใหŒเราไม‹สามารถแกปŒ ญ˜ หาใหŒกบั ตนเองไดŒอยา‹ งถกู ตŒอง
• ทําใหเŒ กดิ ความขัดแยงŒ กันโดยไม‹จําเปšน

สิ่งท่ีเราควรตระหนักก็คือ คนเราแต‹ละคนน้ันมีกรอบโลกทัศน/
ชีวทัศนเ กย่ี วกบั บางเร่ืองชัดเจน บางเรอ่ื งคลุมเครือ อาจจะถกู ตอŒ ง หรอื
ผดิ พลาดกไ็ ดŒ ความไมช‹ ดั เจนนี้ จงึ ทาํ ใหเŒ ราไมส‹ ามารถเอาเลนสข องเราไป
ตีความเลนสของคนอนื่ ไดŒ

กระบวนการคิด 167

success publisherลายแทงนักคิด

ถŒาเรายึดกรอบโลกทัศน/ชีวทศั นเก่ียวกับเรื่องใดไวŒอยา‹ งมั่นคง อาจ
เปนš เหตใุ หคŒ วามคดิ ของเราในเร่ืองน้นั ถูกปดกนั้ ไมไ‹ ดŒพจิ ารณ ขŒอมลู ทีไ่ ดŒ
รบั ในทกุ ๆ มมุ มอง อนั อาจทาํ ใหเŒ ราไดขŒ อŒ สรปุ ทางการคดิ ทผ่ี ดิ พลาด เชน‹
ตัวอย‹างของนางสาวกังหันท่ีมีทัศนคติแง‹ลบกับผูŒชาย ท่ีกล‹าวถึงเปšน
ตวั อย‹างในตอนตŒน ความจริงคือ ผชูŒ ายไมไ‹ ดเŒ ปšนเช‹นนน้ั ทุกคน และผูชŒ าย
ทม่ี ีนสิ ยั ดมี ีความรบั ผิดชอบยงั พบเห็นไดทŒ ่ัวไป และอาจจะมมี ากกวา‹ ดŒวย
ซาํ้ แตเ‹ พราะกรอบโลกทศั น/ ชวี ทัศนของกงั หนั ปดกน้ั ทาํ ใหŒเหน็ มมุ มองท่ี
ผิดเพย้ี นไป อย‹างไรกต็ าม กังหนั สามารถใชŒวิธีคดิ เขŒามาช‹วยไดŒ โดยเร่มิ
ตŒนเปด ใจใหŒกวŒางและพิจารณาขอŒ เท็จจริงตา‹ ง ๆ อยา‹ งเหมาะสม ก‹อนที่
จะสรปุ วา‹ ผชŒู ายเปนš เชน‹ ไร เมอื่ เธอไดพŒ บความจรงิ กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น
เกยี่ วกบั เรื่องนี้ของเธอยอ‹ มจะเปล่ียนแปลงไป

ดังนั้นเราจึงตŒองเรียนรูŒวิธีคิดที่ถูกตŒองเพ่ือช‹วยใหŒเราสามารถขยาย
กรอบโลกทัศน/ ชีวทศั นใหกŒ วาŒ งข้นึ และช‹วยใหŒเราสามารถมองสิง่ ต‹าง ๆ
ไดอŒ ยา‹ งสมเหตสุ มผล รวŒู า‹ คนอน่ื เขามกี รอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นเ กยี่ วกบั เรอ่ื ง
ตา‹ ง ๆ อย‹างไร และรูŒวา‹ กรอบท่ีเรามีนนั้ ถูกตŒองเหมาะสมหรอื ผิดพลาด
อย‹างไร อนั จะชว‹ ยใหเŒ ราขยับเลนสในการมองโลกในเรอื่ งตา‹ ง ๆ ของเรา
ไดคŒ มชดั ย่งิ ขนึ้

กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเปšนตัวร‹วมสําคัญที่ผสมผสานกันในระหว‹าง
ท่เี ราคิด เราจะคิดอยา‹ งไร จะสรปุ ความคิดของเราออกมาเปšนเช‹นไร จะ
ยดึ กรอบเดมิ ไวŒ หรอื เปลยี่ นกรอบใหมโ‹ ดยทง้ิ กรอบความคดิ เดมิ เมอื่ พบขอŒ
เท็จจรงิ ใหม‹ ๆ ขึน้ อยกู‹ ับการตดั สนิ ใจของเราวา‹ เราจะประเมนิ สิ่งน้นั ตาม
เหตผุ ลทเี่ ปนš จรงิ หรือตดั สินใจตามกรอบโลกทัศน/ชวี ทศั นที่เรายึดไวŒ

168 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ตวั รว‹ มที่ 2 นสิ ัย

ÊÁØ ÒÅ¹Õ ´Ñ ¡ºÑ Ê¾Ø ¨¹äÇμŒ Í¹ 10 âÁ§àªÒŒ Ê¾Ø ¨¹ä»μçàÇÅÒ ÃÍsuccess publisher
ä»Ê¡Ñ 10 ¹Ò·Õ 处 äÁà‹ Ë¹ç ÊÁØ ÒÅÁÕ Ò à¢Ò¤´Ô ä»ÇÒ‹ à¸ÍÍÒ¨ÅÁ× ¹´Ñ ËÃÍ×
äÁ¡‹ Íç Ò¨à¡´Ô ÍºØ μÑ àÔ ËμØ ¢³Ð·¤Õè ´Ô ÍÂà‹Ù ¢Òà˹ç ÊÁØ ÒÅàÕ ´¹Ô ÁÒáμ‹ä¡Å à¸Í
ÁÒªÒŒ ä» 30 ¹Ò·Õ Ê¾Ø ¨¹Ã ʌ٠¡Ö á»Å¡ã¨·ÊèÕ ÁØ ÒÅÁÕ ÒÊÒÂáÅÇŒ 处 ·Òí ˹Ҍ
ÂÁÔé áÂÁŒ á¨Á‹ ãÊ äÁ¢‹ Íâ·É¢Íâ¾Â àËÁÍ× ¹äÁÁ‹ ÍÕ ÐäÃà¡´Ô ¢¹éÖ !!!

…กไ็ ม‹มีอะไรเกดิ ขึ้นนะ‹ สิ แต‹เปนš ความเคยชินของสมุ าลี เธอแทบจะ
ไม‹เคยมาไดŒตรงเวลาตามทนี่ ัดหมายเลย

ประสบการณความทรงจําของเธอไดŒบันทึกไวŒว‹า ทุกคร้ังท่ีเธอมีนัด
ไม‹ว‹ากับครอบครวั หรือกบั เพื่อน ๆ แทบไมม‹ ใี ครมาตรงเวลาเลย และการ
มาสาย 30 นาที ถึงหนึง่ ช่วั โมงเปšนเรือ่ งปกตทิ ย่ี อมรบั กนั ไดŒ เธอจึงสรปุ
ว‹าการมาสายไม‹ใช‹เรื่องแปลก เธอจึงไม‹เห็นความสําคัญของการมาตรง
เวลา

…ในทางตรงขŒาม สุพจนกลับโกรธหัวฟ˜ดหัวเหว่ียง เพราะความ
เคยชนิ ของเขาคอื ทกุ คนตอŒ งรกั ษาเวลา เขาจงึ ตาํ หนสิ มุ าลวี า‹ ไมเ‹ หน็ คณุ คา‹
เวลาท่ีเสียไปถึงคร่ึงช่ัวโมง และเห็นว‹าเธอไม‹เคารพสิทธิของผูŒอื่น เพราะ
การใหŒผŒอู น่ื ตอŒ งรอเปนš การเอาเปรยี บผอูŒ ื่นอยา‹ งเหน็ แก‹ตวั

สมุ าลเี สยี ใจมากกบั ขอŒ กลา‹ วหาดงั กลา‹ ว เพราะเธอไมเ‹ คยคดิ เชน‹ นน้ั
มาก‹อนเลย

กระบวนการคิด 169

ลายแทงนักคิด

เหตุการณขาŒ งตŒนสะทŒอนความเคยชินท่ีแตกต‹างกัน ความเคยชินน้ี
เราเรียกว‹า นิสยั

หากลองสาํ รวจลักษณะนิสยั ของเรา ของเพอ่ื น ๆ หรือของคนทัว่ ไป
ในสังคม เราจะพบว‹ามีพฤติกรรมมากมายที่เราเรียกว‹าเปšนลักษณะนิสัย
อาทิ เอาแต‹ใจตวั เอง เหน็ แกต‹ ัว ชอบชว‹ ยเหลือผอูŒ ่ืน มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลอ‹ ย
ปละละเลย ละเอยี ดรอบคอบ สะเพรา‹ เลนิ เลอ‹ ชอบวางแผนลว‹ งหนาŒ ชอบ
ทําตามความรŒูสึกของตนเอง ฯลฯ

เราอาจกลา‹ วสรุปไดŒวา‹
success publisher
ความหมาย นสิ ยั หมายถงึ รปู แบบการแสดงออก อนั เกดิ จากการ
เรยี นรแŒู ละการกระทาํ สงิ่ นน้ั ซาํ้ ๆ กนั จนกลายเปนš ความ
เคยชนิ

นสิ ัยเกิดขึน้ ไดŒอย‹างไร

พฒั นาการรอยหยกั บนผิวสมอง

ลักษณะนิสัยจัดเปšนส‹วนประกอบหน่ึงของ
บุคลิกภาพ อนั เกดิ จากประสบการณนับต้งั แตใ‹ นวัย
เดก็ ทสี่ มองตอบสนองตอ‹ สง่ิ ตา‹ ง ๆ ตามสญั ชาตญาณ
และการเรียนรูŒจากสภาพแวดลอŒ ม เพ่อื ใหชŒ ีวิตอยูไ‹ ดŒ
อย‹างมั่นคงและมีความพึงพอใจ และเม่ือทําซํ้า ๆ
กันบ‹อยเขŒา จะพัฒนากลายเปšนลักษณะประจําตัวที่ทําใหŒแต‹ละคนมี
“เอกลักษณ” แตกต‹างกันในเรื่องของลักษณะนิสัย พื้นฐานทางอารมณ
ความรสูŒ ึกนกึ คิด ปรชั ญาการมองโลก และการแสดงออกในเรอ่ื งต‹าง ๆ

170 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

งานวจิ ยั ดาŒ นบคุ ลกิ ภาพไดกŒ ลา‹ วไววŒ า‹ รอยหยกั บนพน้ื ผวิ สมองเปนš ตวั
กําหนดบุคลิกภาพของเรา รอยหยักเหล‹านี้ส‹วนหน่ึงไดŒถูกกําหนดมา
เรยี บรอŒ ยแลวŒ ตงั้ แตอ‹ ยใ‹ู นครรภ เราจงึ มลี กั ษณะทางบคุ ลกิ ภาพบางประการ
ท่ีเกิดจากกรรมพันธุ และหลังจากท่ีเราเกิดมาแลŒวการเล้ียงดูและสิ่ง
แวดลŒอมรอบตัวเราจะมีอิทธิพลต‹อการพัฒนารอยหยักของสมองตาม
ประสบการณท ี่ไดรŒ ับ โดยสมองจะทาํ หนŒาทใี่ นการเรยี นรขูŒ อŒ มูลต‹าง ๆ ที่
รับเขาŒ มาจากประสาทสมั ผัส และตอบสนองตามความตŒองการและความ
อยู‹รอดของเรา จากน้ันจะบันทึก “ขŒอสรุปการเรียนรูŒ” ของแต‹ละ
ประสบการณไวŒเปšนรอยหยักในสมอง ซึ่งจะถูกเรียกกลับมาใชŒอย‹าง
อตั โนมตั เิ มอ่ื ประสบกบั เหตกุ ารณเ ชน‹ เดยี วกนั อกี รอยหยกั ทเ่ี กดิ ขน้ึ จะมผี ล
ตอ‹ ความรสŒู ึกนกึ คดิ และพฤติกรรมของเราในอนาคตเมื่อเราเตบิ โตข้ึน เรา
จึงเปนš เชน‹ ท่ีเราเปšนอย‹ู
success publisher
การเรยี นรŒแู ละหล‹อหลอมจากสภาพแวดลอŒ ม

คนเราแต‹ละคนลŒวนมีลักษณะนิสัยที่แตก
ต‹างกันออกไป เราลองสังเกตคนในครอบครัว
เพื่อน คนอน่ื ๆ ในสงั คมของเรา หรือคนต‹าง
ประเทศ เราจะเหน็ วา‹ แตล‹ ะคน แตล‹ ะกลม‹ุ ตา‹ ง
มีลักษณะนิสัย เฉพาะของตนเอง คนกลุ‹ม
เดยี วกนั อาจมนี สิ ยั คลาŒ ย ๆ กนั ในบางเรอื่ ง คนตา‹ งกลม‹ุ ตา‹ งวฒั นธรรมอาจ
ไม‹มีนิสยั คลŒายกนั เลย ทั้งนเี้ พราะนิสยั ของเราจะเปšนอยา‹ งไรน้นั เกิดจาก
การหล‹อหลอมอบรมสั่งสอนจากครอบครัว และไดŒรับอิทธิพลจากบริบท
ทางวฒั นธรรมทเ่ี ราอาศยั อย‹ู ไมว‹ า‹ จะเปนš วธิ คี ดิ วถิ กี ารดาํ เนนิ ชวี ติ ลกั ษณะ
ท‹าทาง การพดู คา‹ นิยม โลกทัศนม ุมมอง และนํามาถอดแบบเปนš ปรัชญา
การมองโลก ค‹านยิ ม บุคลกิ ภาพ และลกั ษณะนิสยั ของเรา

กระบวนการคิด 171

success publisherลายแทงนักคิด

ยกตวั อยา‹ งเชน‹

...ÁÒ¹ÐÈ¡Ñ ´ìÔ Á¾Õ Í‹ áÁ·‹ ¢Õè Â¹Ñ μ¹è× áμà‹ ªÒŒ ªÇ‹ ¡¹Ñ ·Òí §Ò¹ Á¤Õ ÇÒÁ
Í´·¹ äÁº‹ ¹‹ ¨¨ŒÙ éÕ ÁÒ¹ÐÈ¡Ñ ´¨ìÔ §Ö ä´ÃŒ ºÑ Å¡Ñ É³Ð¹ÊÔ ÂÑ àª¹‹ ¹ÁéÕ Ò´ÇŒ Â

...¤Ãͺ¤ÃÇÑ ¢Í§ÊºÒÂ㨠໹š ¤Ãͺ¤ÃÇÑ Ã¡Ñ Ê¹¡Ø ªÍº¤ÂØ ¡¹Ñ áμ‹
àÃÍè× §ÊÃÇÅàÊàÎÎÒ àÁÍè× Á»Õ Þ˜ ËҾ͋ áÁÁ‹ ¡Ñ ¨Ð¤´Ô ᧺‹ Ç¡ÇÒ‹ “·¡Ø »Þ˜ ËÒ
Á·Õ Ò§ÍÍ¡àÊÁÍ” áÅÐäÁÇ‹ μÔ ¡¡§Ñ ÇŨ¹à¡¹Ô ä»áμ¾‹ ÂÒÂÒÁá¡»Œ Þ˜ ËÒ¹¹Ñé
ãËàŒ ÃÇç ·ÊèÕ ´Ø ·¡Ø ¤¹ã¹ºÒŒ ¹¨§Ö ÍÂ͋٠ÂÒ‹ §Á¤Õ ÇÒÁ梯 äÁ¤‹ Í‹ Âà¤ÃÂÕ ´ÁÒ¡¹¡Ñ
ʺÒÂ㨨§Ö μ´Ô ¹ÊÔ ÂÑ àª¹‹ ¹ÁÕé Ò´ÇŒ Â

การปฏิบตั อิ ย‹างสมาํ่ เสมอจนกลายเปนš ความเคยชิน

นสิ ัยเปšนส่ิงท่ีเราปฏิบัตบิ ‹อย ๆ จนกลายเปšนความเคยชนิ ส‹งผลใหŒ
เม่ือประสบกับเหตุการณทํานองเดียวกัน เราจะตอบสนองดŒวยวิธีการ
เดียวกันโดยอัตโนมัติ เช‹น นิสัยไม‹เคารพกฎระเบียบ แต‹ชอบทําตามใจ
ตนเอง ทกุ คร้ังทีต่ ŒองการขŒามถนนกจ็ ะขาŒ มทนั ทีโดยไมไ‹ ดดŒ วู ‹าตรงนนั้ เปนš
ทางขŒามหรือไม‹ อีกท้งั ไมส‹ นใจทีจ่ ะขาŒ มโดยใชŒสะพาน
ลอย เพราะประสบการณบอกว‹า ขŒามดŒวยวธิ ีนเี้ ร็วกว‹า
คนอ่ืน ๆ เขายังขŒามกัน ไม‹เห็นมีใครเคยถูกจับและ
ปรับสักครั้งเดียว ทําใหŒเกิดความพึงพอใจท่ีจะทําเช‹น
นั้นไปอกี เร่อื ย ๆ

กลา‹ วกนั วา‹ สงิ่ ใดกต็ าม หากเราอดทนพยายามทาํ ตดิ ตอ‹ กนั ไป 45 วนั
สง่ิ นนั้ จะกลายเปนš นิสยั ของเรา ยกตวั อย‹างเชน‹

172 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ÊÁÈÃÁÕ ¹Õ ÊÔ ÂÑ ªÍº¹Í¹´¡Ö μ¹è× ÊÒ ·Òí ãËŒä»àÃÂÕ ¹äÁ·‹ ¹Ñ à¾Í×è ¹
ÍÂà‹Ù ÊÁÍ Ç¹Ñ Ë¹§èÖ àÁÍè× à¸Íä´ÃŒ ºÑ ᨧŒ ¨Ò¡·Ò§âçàÃÂÕ ¹ÇÒ‹ ¨ÐËÁ´Ê·Ô ¸Ôì
ࢌÒÊͺ ÊÁÈÃÕ¨íÒμŒÍ§à»ÅÕè¹¹ÔÊÑÂμè×¹ãˌઌҢéÖ¹à¾è×Íä»àÃÕ¹ãËŒ·Ñ¹
áá æ ÊÁÈÃ·Õ ÃÁÒ¹ÁÒ¡ à¸Íº§Ñ ¤ºÑ μÇÑ àͧãËàŒ ¢ÒŒ ¹Í¹àÃÇç ¢¹Öé áÅÐ
μÍŒ §μÍ‹ Ê¡ŒÙ ºÑ ¡Òù͹äÁË‹ ÅºÑ μÍ‹ Ê¡ŒÙ ºÑ ¡ÒÃäÁÍ‹ ÂÒ¡μ¹è× àÁÍè× àÊÂÕ §¹ÒÌ¡ Ò
»Å¡Ø ´§Ñ μ͹μËÕ ÒŒ ¤Ã§Öè ÊͧÊÒÁÇ¹Ñ ááà¸Í¾Ò‹ Âá¾μŒ Í‹ ¡ÒÃàÃÂÕ ¡ÃÍŒ §¢Í§
ÃÒ‹ §¡Ò·¨Õè ÐãËμŒ ¹×è á»´âÁ§àËÁÍ× ¹à´ÁÔ ÍÂÒ‹ §äáμç ÒÁÊÁÈÃ¾Õ ÂÒÂÒÁ
ÊŒÙãËÁ‹ã¹Ç¹Ñ μÍ‹ ä» à¸Í¾ÂÒÂÒÁúã˪Œ ¹Ð¤Í× äÁ‹ ÍÁ·Òí μÒÁàÊÂÕ §·èÕ
àÃÂÕ ¡ÃÍŒ §ã¹ã¨ã˹Œ ͹μÍ‹ àÁÍ×è ·Òí ÊÒí àèç 㹪Nj §ÊÍ§Ç¹Ñ áá à¸Í¾ºÇÒ‹
Ç¹Ñ μÍ‹ æ ÁÒ à¸Íμ¹è× ä´àŒ ÃÇç ¢¹Öé à¾ÃÒÐÃÒ‹ §¡ÒÂàÃÁÔè »ÃºÑ μÇÑ ä´Œ ËÅ§Ñ ¨Ò¡
·Òí હ‹ ¹¤Õé ú 45 Ç¹Ñ Ê§Ôè ¹¡Õé ÅÒÂ໹š ¹ÊÔ ÂÑ ãËÁ¢‹ ͧÊÁÈÃÕ à¸ÍäÁ‹ä´Œ
à»¹š “¤³Ø ¹ÒÂμ¹è× ÊÒ” Í¡Õ μÍ‹ ä»
success publisher
นิสัยจะสามารถเปลี่ยนไดŒหากเราตระหนักว‹าพฤติกรรมที่เราปฏิบัติ
อย‹ูนน้ั ส‹งผลเสยี ใหแŒ ก‹เรา เช‹น ไมไ‹ ดŒรับการยอมรบั จากเพอ่ื นร‹วมงาน หาก
มีนสิ ัยเกยี จครŒานและเห็นแกต‹ วั ตดั สินใจเรอื่ งตา‹ ง ๆ ผดิ พลาดบอ‹ ย ๆ
เพราะมีนสิ ัยคิดไม‹รอบคอบ หรอื มีนสิ ยั เชอื่ คาํ พดู หรือไวŒวางใจคนอ่นื อย‹าง
งา‹ ย ๆ ทําใหถŒ กู หลอกเอาทรพั ยสินไปจํานวนมาก

นิสัยกับการคดิ …

นิสัยมีผลเช่ือมโยงกับรูปแบบวิธีคิดของเราเปšนอย‹างมาก เนื่องจาก
เราจะมีรูปแบบการคิดอยา‹ งอัตโนมตั ิตามความเคยชนิ ของเรา เชน‹ การที่
เรามีนิสัยเกียจครŒานเปšนทุนเดิม ย‹อมส‹งผลใหŒเราเกียจครŒานท่ีจะคิดดŒวย

กระบวนการคิด 173

success publisherลายแทงนักคิด

ทาํ ใหเŒ ราเปนš คนทไ่ี มส‹ ราŒ งสรรค ไมช‹ อบลงแรงในการคดิ ใครค‹ รวญแกปŒ ญ˜ หา
แตม‹ กั จะเปšนผŒทู ี่ชอบหาสูตรสําเรจ็ ไมว‹ ‹าจะเปนš จากการเลยี นแบบ หรือ
การหาคําตอบจากผอŒู ่ืนมากกว‹าที่จะคนŒ ควาŒ หาคําตอบดŒวยตนเอง

หากเรามีนิสัยชอบวางแผนก‹อนทําสิ่งต‹าง ๆ เราจะเปšนคนท่ีชอบ
คิดถึงอนาคต และมักใชŒจินตนาการเขŒาช‹วยว‹าจะเกิดอะไรข้ึนในอนาคต
และคิดแกŒป˜ญหาหรือหาทางหนีทีไล‹ไวŒก‹อน จะช‹วยทําใหŒเราเปšนคนท่ีไม‹
กลัวตอ‹ การเผชญิ หนาŒ กบั อนาคต

นอกจากน้ีลักษณะนิสัยมีส‹วนเขŒามาผสมผสานกับประสบการณทาง
อารมณ เชน‹ สภาวะอารมณทหี่ วาดกลวั และนสิ ยั ไมก‹ ลŒาแสดงออกของเรา
อาจสง‹ ผลใหเŒ ราไมก‹ ลาŒ คดิ หรอื ตดั สนิ ใจเรอื่ งยาก ๆ หรอื คนทนี่ สิ ยั กลาŒ หาญ
มักจะไม‹ยอมใหŒถูกครอบงําดŒวยประสบการณทางอารมณ แมŒอยู‹ใน
สถานการณคับขัน เขาจะสามารถต้ังสติพิจารณา สภาพเนื้อแทŒของ
สถานการณข ณะน้นั ไดŒ

นสิ ยั จงึ เปนš ตวั รว‹ มทสี่ าํ คญั ทกี่ าํ หนดวา‹ เราจะคดิ ไมค‹ ดิ จะคดิ อยา‹ งไร
และทาํ ใหŒขŒอสรปุ จากการคิดทไ่ี ดเŒ ปนš อยา‹ งไร

174 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ตวั รว‹ มที่ 3 อารมณ

จากสีหนาŒ ของตัวการต นู ทง้ั 4 ภาพ ลองเดาดูสวิ ‹า แต‹ละใบหนŒา น้ันsuccess publisher
กําลังอยใู‹ นภาวะอารมณเ ช‹นไร

.….เศรา …..โกรธ …..ตกใจ …..รัก
ผูŒอ‹านคงเดาคําตอบไดŒง‹าย ๆ ดŒวยเหตุผลว‹า เราคงจะเคยแสดง
สีหนาŒ เชน‹ นี้เหมือนกนั
…เมอื่ เราตกอยใ‹ู นหวŒ งแหง‹ ความรกั หรอื เมอื่ มอี ารมณส นกุ สนานทไ่ี ดŒ
ทําในสง่ิ ท่ีพึงพอใจ หนาŒ ตาเราก็จะย้มิ แยมŒ สดชืน่ เบิกบาน (ภาพที่ 1)
…เมอื่ ใครมาเดนิ เหยยี บหวั แมเ‹ ทาŒ ของเรา แลวŒ ไมย‹ อมขอโทษ ทาํ เปนš
ไมส‹ นใจเดนิ ผา‹ นไป เราจะเกดิ ความรสŒู กึ ทง้ั เจบ็ แลวŒ โมโหดวŒ ย อารมณเ ดอื ด
ของเรากจ็ ะพลงุ‹ ข้ึน หนŒาตาของเรากจ็ ะบดู บึ้ง (ภาพท่ี 2)
…ขณะที่เรากําลงั ทํางานอยูเ‹ พลนิ ๆ นน้ั เพ่อื นขŒางบŒานเราโทรศพั ท
มาบอกวา‹ อาคารสาํ นกั งานทเี่ รากาํ ลงั ทาํ งานนน้ั มคี นราŒ ยโทรมาขว‹ู า‹ ไดวŒ าง
ระเบดิ เวลาไวŒ เมอ่ื เราไดขŒ า‹ วกต็ กใจ เกดิ ความกลวั ขน้ึ มาทนั ที ไมร‹ วŒู า‹ เมอื่ ไร
จะเกดิ ระเบดิ ขน้ึ ไมร‹ Œูว‹าตนเองจะหนีทนั หรอื ไม‹ (ภาพที่3)
…เม่อื คนรกั หักอก สอบตกแลŒวตกอกี ฯลฯ ความเศราŒ เสยี ใจ ยอ‹ ม
จะเปนš เพอ่ื นทต่ี ดิ ตามมา เราจะมอี าการเศรŒา จติ ใจจะหดห‹ู รอŒ งไหŒ (ภาพ
ที่ 4)

กระบวนการคิด 175

ลายแทงนักคิด

สหี นาŒ เหลา‹ นแี้ สดงถงึ อารมณใ นขณะนน้ั นอกจากอารมณเ หลา‹ นแี้ ลวŒ
เรายังมีอารมณต‹าง ๆ อีกมากมาย ที่เราแสดงออกตาม สถานการณ
ต‹าง ๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้

ความหมาย อารมณ หมายถงึ ความรสŒู กึ ตา‹ ง ๆ ทโี่ ดยทวั่ ไปแลวŒ จะ
ประกอบดวŒ ยแรงกระตุŒนทางกายภาพ และความรูŒสึก
นกึ คดิ ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ‹ พฤตกิ รรมคนนน้ั
success publisher
นักจิตวิทยาไดŒแบ‹งอารมณพื้นฐานท่ีมีความแตกต‹างกันออกเปšน 8
อารมณห ลัก ๆ อันไดแŒ ก‹ สนุกชนื่ ชม พึงพอใจ กลวั ประหลาดใจ เศราŒ
รังเกียจ โกรธ และอารมณค าดหวัง (Plutchik, 1984) อาการทางกายภาพ
ทต่ี า‹ งกนั สามารถบอกถงึ สภาวะทางอารมณท ต่ี ‹างกนั คนจะแสดงออกทาง
สหี นาŒ ทา‹ ทาง และพฤติกรรมที่แตกต‹างกัน

อารมณเ กดิ ข้นึ ไดŒอย‹างไร…

อารมณข องเราจะเกดิ เมอ่ื ประสาทสมั ผสั รบั ขอŒ มลู เขาŒ มา ไมว‹ า‹ จะเปนš
จากการเห็น การไดยŒ นิ การสมั ผัส หรอื อนื่ ๆ ขŒอมลู เหล‹านีจ้ ะเขŒาสกู‹ าร
ตคี วามของสมอง สมองจะตอบสนองใน 2 ลกั ษณะ

ตอบสนองโดยอัตโนมตั ิตามสัญชาตญาณ

ประสาทรบั ความรสŒู กึ จะสง‹ ขอŒ มลู ทางอารมณเ ขาŒ สส‹ู มอง สมองจะรบั
รูแŒ ละตอบสนองตอ‹ สง่ิ เราŒ ต‹าง ๆ ตามสัญชาตญาณของการดาํ รงชวี ติ โดย
ไมไ‹ ดŒขนึ้ อยูก‹ ับความคิดเชิงเหตุผล อาทิ

176 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

• เมอ่ื เราไดรŒ ับส่งิ ท่เี ราพึงพอใจ ส่ิงทีต่ อบสนองความตŒองการของ
เรา เราจะมคี วามสขุ อารมณด ี เชน‹ อยใ‹ู นสภาพแวดลอŒ มทรี่ ม‹ รน่ื
มีตนŒ ไมสŒ ีเขียว มเี สียงนกรŒอง เสียงนา้ํ ไหลเออื่ ย ๆ มลี มเยน็ ๆ
พัดสบาย ๆ หรือการฟง˜ เพลงที่มีทว‹ งทาํ นองครน้ื เครง เราจะมี
ความสนุกสนานไปกับเสียงเพลงน้ัน ท้ังนี้ เราอาจไม‹เขŒาใจ
เหตุผลว‹าเหตุใดจึงเปšนเช‹นนั้น เราจะรูŒแต‹เพียงว‹าเราอยากมี
ประสบการณเช‹นนัน้ อกี
success publisher
• เมอื่ เราตอŒ งพบกับสถานการณใหม‹ ๆ ที่ไมค‹ นุŒ เคย ประสบเหตุ
บงั เอญิ ไมค‹ าดฝน˜ เราจะเกดิ ความกลวั เกดิ ความรสŒู กึ ประหลาด
ใจ และเกิดความไม‹ม่ันใจว‹าจะควบคุมสถานการณไดŒหรือไม‹
หรือไม‹รูŒว‹าอนาคตจะเปšนอย‹างไร ทําใหŒเราพยายามหลีกเล่ียง
หรอื แสวงหาความมนั่ คงความปลอดภยั ใหเŒ ร็วที่สุด

• เมอื่ เราไดรŒ บั สง่ิ ทไี่ มน‹ า‹ พงึ พอใจ ถกู ละเมดิ สทิ ธิ ถกู ทาํ ใหเŒ จบ็ ปวด
ทางรา‹ งกายหรอื จติ ใจ ไมไ‹ ดรŒ บั สงิ่ ทค่ี าดหวงั เชน‹ การผดิ หวงั ใน
ความรัก การไม‹ไดŒรบั การยอมรับจากชมุ ชน สอบเขŒาทํางานไม‹
ไดŒ เปšนตŒน เหตุการณเหล‹านี้อาจนําไปสู‹ความรูŒสึกโกรธเคือง
ตŒองการแกŒแคŒน หรือความรูŒสึกเศรŒารันทดหดหู‹ เกิดความ
ตŒองการแยกตัวอยโ‹ู ดดเดีย่ ว

เหตกุ ารณตา‹ ง ๆ ท่เี ราตŒองเผชิญในชวี ิตประจําวัน จะสง‹ ผลใหŒเรา
เกิดอารมณท่ีแตกต‹างกัน อารมณเหล‹านี้จะเชื่อมโยงกับการทํางานของ
ระบบประสาทอัตโนมัติ ซึง่ จะตอบสนองออกมาเปšนลักษณะทางกายภาพ
เชน‹ เมอ่ื เรากลวั หรอื ตกใจจากเหตุไม‹คาดฝ˜น เราจะหายใจเรว็ สูดหายใจ
ลึก หวั ใจเตŒนเร็วขึ้น เลือดสบู ฉดี เขาŒ สร‹ู ะบบมากข้นึ ม‹านตาขยายใหŒแสง
เขาŒ ไดŒมาก ทําใหตŒ ารับความรสูŒ ึกไดไŒ วข้นึ ปากแหงŒ เพราะต‹อมน้ําลายไม‹

กระบวนการคิด 177

success publisherลายแทงนักคิด

ทาํ งาน กระเพาะอาหารหยดุ ทาํ งาน ตอ‹ มเหงอ่ื ทาํ งานมากขึน้ เหงือ่ ที่เพ่ิม
ข้นึ จะช‹วยขบั ความรอŒ นส‹วนเกนิ ออกจากรา‹ งกาย กลาŒ มเนื้อใตŒผวิ หนังหด
ตวั หรอื หากเปนš มากอาจถึงขนาดผมต้งั

นอกจากน้ี อารมณจ ะสง่ั การสมองใหตŒ อบสนองสถานการณท เี่ กดิ ขนึ้
อยา‹ งอตั โนมตั ิ นกั จติ วทิ ยาไดกŒ าํ หนดหนาŒ ทขี่ องอารมณไ วŒ ประการหนงึ่ วา‹
อารมณจะเตรียมเราก‹อนที่เราจะลงมือทําส่ิงใด อารมณทําหนŒาท่ีเปšนตัว
เช่อื มระหว‹างเหตุการณภ ายใตŒสภาพแวดลอŒ มภายนอก กับการตอบสนอง
ทางพฤติกรรมของบคุ คลหนึ่ง ยกตวั อยา‹ งเชน‹

àÁÍ×è àÃÒà˹ç Ê¹Ø ¢Ñ á¡à¢ÂÕé Çà¢ÒŒ ãÊ‹ àÃÒ¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁ¡ÅÇÑ ¢¹Öé ÁÒ
·¹Ñ ··Õ ¹Ñ ã´¹¹Ñé àÃҨоÂÒÂÒÁËÒ·Ò§Ëźâ´ÂÃкº»ÃÐÊҷʧèÑ ¡ÒÃ
ÍμÑ â¹ÁμÑ Ô ÍÒÃÁ³¨ Ð໹š μÇÑ ¡ÃÐμ¹ŒØ ãËàŒ ÃÒμͺʹͧʶҹ¡Òó´ §Ñ ¡ÅÒ‹ Ç
ä´·Œ ¹Ñ ·ÍÕ ÂÒ‹ §Á»Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾

ตอบสนองตามการเรียนรจูŒ ากประสบการณท างอารมณ

ประสบการณท างอารมณท เ่ี กดิ ขนึ้ ซาํ้ ๆ ชว‹ ยสง‹ เสรมิ การเรยี นรŒู ขอŒ มลู
ตา‹ ง ๆ เพือ่ เตรยี มพรอŒ มทจี่ ะตอบสนองอยา‹ งเหมาะสมหากเกดิ เหตกุ ารณ
ทํานองเดียวกันขน้ึ อกี ในอนาคต ยกตวั อย‹างเชน‹

àÁÍè× ¤Ã§Ñé ¨§¡Å¹ÂÕ §Ñ ໹š à´¡ç áÁÁ‹ ¡Ñ ¨Ð¾Òà¸Í仪Nj ÂàËÅÍ× ¤¹
·Õè »ÃÐʺÀÂÑ μÒ‹ § æ à¸ÍÃʌ٠¡Ö ÇÒ‹ ¡Ò÷Òí હ‹ ¹·Õé Òí ãËàŒ ¸ÍÁ¤Õ ÇÒÁ梯 ã¨
Á¤Õ ÇÒÁ¾§Ö ¾Í㨠ÍÒÃÁ³à ËÅÒ‹ ¹·éÕ Òí ãËàŒ ¸ÍãËàŒ Ëμ¼Ø Å໹š ¡Ãͺ¤ÇÒÁ¤´Ô

178 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ÇÒ‹ “¡ÒêNj ÂàËÅÍ× ¼ÍŒÙ ¹×è ໹š ʧÔè ´”Õ ÍÒÃÁ³¾ §Ö ¾Íã¨ä´¡Œ ÃÐμ¹ŒØ ãËÍŒ ÂÒ¡
·Òí ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ¹¹éÑ Í¡Õ ã¹Í¹Ò¤μ

ËÃÍ× ¤Ã§éÑ Ë¹§èÖ ´.ª.¿Íô à¤Â¶¡Ù Ê¹Ø ¢Ñ 㹫ÍÂǧèÔ äŧ‹ ºÑ áÁàŒ ¢Ò
¨ÐǧÔè ˹Õä´·Œ ¹Ñ áμ»‹ ÃÐʺ¡Òó¤ ÇÒÁ¡ÅÇÑ ·Õèä´ÃŒ ºÑ ¨Ð¡ÃÐμ¹ŒØ ãËàŒ ¢Ò
ËÅ¡Õ àÅÂÕè §äÁà‹ ¢ÒŒ ã¡Å«Œ ͹¹éÑ Í¡Õ à»¹š μ¹Œ
success publisher
ประสบการณทางอารมณที่สั่งสมมาจากอดีตจะส‹งผลต‹อพฤติกรรม
ในอนาคต เพราะเมอื่ มีขอŒ มลู ใหมเ‹ ขาŒ มา ขŒอมูลนั้นจะถกู เรานําไปเปรยี บ
เทียบกับล้ินชักความทรงจําทางอารมณท่ีเคยประสบมาในอดีตอย‹าง
อัตโนมัติ และหากเราเคยมีประสบการณทางอารมณเก่ียวกับเร่ืองนั้น
อยา‹ งไร เรามักจะตอบสนองดŒวยอารมณแ ละพฤติกรรมอยา‹ งเดียวกนั

นอกจากนี้ ประสบการณท างอารมณท เ่ี คยเกดิ ขนึ้ กบั เราในอดตี หาก
เกิดขึ้นในทํานองเดียวกันบ‹อย ๆ จะพัฒนาเปšนลักษณะอารมณพ้ืนฐาน
ของเรา เปนš ตวั กาํ หนดความคดิ และพฤตกิ รรมเกยี่ วกบั เรอ่ื งนนั้ ในอนาคต
ยกตวั อยา‹ งเชน‹

à´¡ç ·àÕè ¤Â¶¡Ù ·Òí ÃÒŒ ¨ҡ¤Ãͺ¤ÃÇÑ àÁÍ×è 处 àÅ¡ç äÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁ
ʹ㨠¢Ò´¤ÇÒÁͺ͹‹Ø ¨Ð·Òí ãËàŒ ´¡ç à¡´Ô ¤ÇÒÁà¤ÃÂÕ ´·ÂèÕ Òǹҹ
¡ÅÒÂà»¹š ¤¹â¡Ã¸§Ò‹ Ââ´ÂäÁÁ‹ ÊÕ ÒàËμØ à´¡ç ¡ÅÁ‹Ø ¹àÕé ÁÍè× âμ¢¹Öé Á¡Ñ ¨Ð໹š
¤¹·ªÕè ͺ·Òí ÃÒŒ ¼͌٠¹è× μç¢ÒŒ Á¡ºÑ à´¡ç ·Õèä´ÃŒ ºÑ ¡ÒÃàÅÂÕé §´ÍÙ ÂÒ‹ §ÍºÍ¹‹Ø
ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁÃ¡Ñ Á¤Õ ÇÒÁ¼¡Ù ¾¹Ñ ã¡ÅªŒ ´Ô ¡ºÑ ¾Í‹ áÁ‹ áÅÐÁ¾Õ ²Ñ ¹Ò¡Ò÷ҧ
ÍÒÃÁ³ ã¹àª§Ô ºÇ¡ ¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁÊÒÁÒö»ÃºÑ μÇÑ à¢ÒŒ ¡ºÑ ʶҹ¡Òó· àèÕ »¹š
»Þ˜ ËÒä´´Œ ¡Õ ÇÒ‹ Á¤Õ ÇÒÁÁ¹Ñè ¤§·Ò§ÍÒÃÁ³ ÊÒÁÒö¤´Ô ÍÂÒ‹ §ÁàÕ Ëμ¼Ø Å
ä´´Œ ¡Õ ÇÒ‹

กระบวนการคิด 179

success publisherลายแทงนักคิด

อารมณก บั การคิด

เมอื่ เราเกดิ อารมณใด ๆ กต็ าม สมองของเรามักจะสรŒางภาพในใจ
หรือจนิ ตนาการต‹อยอดจากอารมณนนั้ ยกตัวอยา‹ งเช‹น

Åͧ¹¡Ö ÀÒ¾ÇÒ‹ àÃÒ໹š ËÞ§Ô ÊÒÇ¡Òí Å§Ñ à´¹Ô ¡ÅºÑ ºÒŒ ¹ «§èÖ Í‹Ùã¹
«ÍÂÅ¡Ö ·¤Õè Í‹ ¹¢ÒŒ §Á´× ÁàÕ ¾ÂÕ §áʧä¿ÊÅÇÑ æ μÒÁ·Ò§à´¹Ô àÁÍè× à´¹Ô
ä»Ê¡Ñ ¾¡Ñ àÃÒä´ÂŒ ¹Ô àÊÂÕ §½à‚ ·ÒŒ ¤¹ æ ˹§èÖ à´¹Ô μÒÁËÅ§Ñ ÁÒã¹ÃÐÂÐËÒ‹ §
¾ÍÊÁ¤Çà àÊÂÕ §½à‚ ·ÒŒ ¹¹Ñé ·Òí ãËŒ “¤ÇÒÁÃʌ٠¡Ö ¡ÅÇÑ ” áǺà¢ÒŒ ÁÒã¹ã¨¢Í§
àÃÒ·¹Ñ ·Õ 㨢ͧàÃÒàÃÁÔè àμ¹Œ àÃÇç ¢¹Öé à˧Íè× àÃÁèÔ «ÁÖ ÍÍ¡ÁÒ·ÇèÑ ÃÒ‹ §¡Ò àÊÂÕ §
½à‚ ·ÒŒ ¹¹Ñé ·Òí ãËàŒ ÃÒËǹ¤´Ô ä»¶§Ö ¢Ò‹ ÇËÞ§Ô ÊÒǶ¡Ù ·Òí ÃÒŒ Â㹫ÍÂà»ÅÂÕè Ç·Õè
àÃÒä´ÍŒ Ò‹ ¹àÁÍ×è àªÒŒ ¤ÇÒÁ¤´Ô ¹ºÕé Ç¡¡ºÑ àÊÂÕ §½à‚ ·ÒŒ ·ÂÕè §Ñ ¡ÒŒ ÇμÒÁÁÒÍÂÒ‹ §
ÊÁÒíè àÊÁͧèÔ ·Òí ãËàŒ ÃÒÃʌ٠¡Ö ¡ÅÇÑ Áҡ§Ôè ¢¹Öé ¤ÇÒÁ¤´Ô ¶¡Ù ¡ÃÐμ¹ŒØ μÍ‹ ä»ÇÒ‹
ËÒ¡à¢ÒǧÔè à¢ÒŒ ÁÒáÅÇŒ ¨ºÑ μÇÑ àÃÒäÇŒ àÃҨзÒí ÍÂÒ‹ §äà ¶ÒŒ à¢Ò໹š ªÒÂÃÒ‹ §
¡Òí ÂÒí àÃÒ¨ÐÃºÑ ÁÍ× ¡ºÑ à¢ÒÍÂÒ‹ §äà ¤ÇÒÁ¡ÅÇÑ ¡ÃÐμ¹ŒØ ãËàŒ ÃÒ¤´Ô ËÒ·Ò§ÍÍ¡
ÍÂÒ‹ §©¡Ø ÅÐË¡Ø ÇÒ‹ ¨Ð·Òí ÍÂÒ‹ §äôàÕ ¾Í×è ã˶Œ §Ö ºÒŒ ¹àÃÇç ·ÊÕè ´Ø ã¹·ÊÕè ´Ø àÃÒÍÒ¨
¨Ðμ´Ñ Ê¹Ô ã¨Ç§èÔ ÍÂÒ‹ §äÁ¤‹ ´Ô ªÇÕ μÔ «§Öè ໹š ·Ò§à´ÂÕ Ç·àÕè ÃÒ¤´Ô ä´Œ ã¹àÇÅÒ¹¹éÑ

การคิดดŒวยอารมณเพียงอย‹างเดียว อาจทําใหŒเราตัดสินใจอย‹างผิด
พลาด เพราะอารมณสามารถสง‹ แรงกระตุŒนไดทŒ ้ังเชงิ บวกและเชิงลบ ใน
ขณะทเ่ี รามอี ารมณด ี เชน‹ อย‹ใู นภาวะทป่ี ระสบความสาํ เรจ็ เรามคี วามสขุ
จติ ใจของเราจะปลอดโปรง‹ แจม‹ ใส สามารถใชเŒ หตผุ ลในการพจิ ารณาเรอื่ ง
ตา‹ ง ๆ ไดดŒ ี แตห‹ ากเราอยใ‹ู นอารมณเ ชงิ ลบ เชน‹ อารมณโ กรธอยา‹ งรนุ แรง
เราอาจจะไม‹พอใจคนท่ีมาทําใหŒเราโกรธ โดยขาดการพิจารณาเหตุผล
อ่ืน ๆ อยา‹ งรอบคอบ และเปนš เหตใุ หเŒ ราตัดสินใจผดิ ไดŒ เพราะความโกรธ
จะปดกนั้ การพง่ึ พาสมองส‹วนของการคิดเชงิ เหตผุ ล หรอื แมŒเมือ่ เราอยูใ‹ น

180 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

อารมณร กั กต็ าม เราสามารถเกดิ ความลาํ เอยี ง ไมม‹ องความจรงิ ตามความ
เปšนจริง ดังสํานวนทว่ี า‹ “ยามรักนา้ํ ตมŒ ผักกว็ า‹ หวาน” “ชี้นกเปšนนก ชี้ไมŒ
เปšนไมŒ” ไดŒ

เมื่ออยู‹ในอารมณแบบใด ความคิดของเราจะจดจ‹ออยู‹กับสภาวะ
อารมณในขณะนัน้ และเกดิ อาการท่สี ะทอŒ นออกมาทางกายภาพ สง่ิ เหล‹า
น้ีเปšนเหตุใหŒเกิดการปดก้ันการพิจารณาในมุมมองท่ีแตกต‹าง มุมมองที่
กวาŒ งออกไปจากทเ่ี ปนš อย‹ู อารมณจ ะเปนš ตวั ปด กน้ั การใชเŒ หตผุ ลใครค‹ รวญ
วิเคราะหป ระเมินสถานการณท เี่ กิดขึ้น ทําใหŒทัศนคติหรือมุมมองเกี่ยวกับ
เรื่องดังกล‹าวเปนš ไปอย‹างไม‹ครบถŒวน อยา‹ งไรกต็ าม อารมณจ ะมีอทิ ธิพล
ในการกําหนดความคิดของเรามากนŒอยเพียงใดน้ัน ขึ้นอยู‹กับว‹าเราใหŒ
อารมณเ ขาŒ มาควบคมุ สมองสว‹ นการใชเŒ หตผุ ลของเรามากนอŒ ยเพยี งใด ซงึ่
หากเรายดึ ประสบการณทางอารมณของเราในการตัดสนิ ใจมาก เราจะใชŒ
เหตผุ ลนŒอยลง ในทางตรงกันขŒาม หากเรามีพื้นฐานความมัน่ คงทางจิตใจ
เปนš คนทชี่ อบใชเŒ หตผุ ล ชอบคดิ แสวงหาความจรงิ หรอื ชอบคดิ แงบ‹ วก คดิ
ในเชงิ สราŒ งสรรคเ พอ่ื แกปŒ ญ˜ หา เราจะเปนš คนทไ่ี มค‹ ลอŒ ยตามอารมณใ นขณะ
นั้น แต‹จะสามารถวิพากษอารมณตนเองเพื่อลดความรูŒสึกทางกายภาพ
หรือการจินตนาการที่เกินกว‹าเหตุ และทําใหŒคิดแกŒป˜ญหาไดŒอย‹างมี
ประสทิ ธภิ าพ
success publisher
ยกตัวอย‹างเชน‹

ã¹àËμ¡Ø Òó¢ ÒŒ §μ¹Œ ËÒ¡àÃÒà»¹š ¤¹·ÁÕè ¨Õ μÔ ã¨Á¹èÑ ¤§ áÁ¨Œ Ð
¡ÅÇÑ áμà‹ ÃÒ¨Ð处 μ§Ñé ÊμäÔ ´Œ ÍÒ¨à¡´Ô ¤Òí ¶ÒÁàª§Ô ºÇ¡¢¹éÖ ÁÒÇÒ‹ “à¢ÒÍÒ¨
à»¹š ¤¹Ë¹§Öè ·ºèÕ ÒŒ ¹Í‹Ù㹫͹¡éÕ äç ´”Œ áÅзҌ ·ÒÂμ¹àͧÇÒ‹ “·Òí äÁàÃÒ

กระบวนการคิด 181

success publisherลายแทงนักคิด

äÁË‹ ¹Ñ ä»´Å٠Ћ ” ¤ÇÒÁ¤´Ô ¹¨éÕ Ð·Òí ãËàŒ ÃÒ¡ÅÒŒ Ë¹Ñ ä»Áͧ´ÇÙ Ò‹ ¼·ŒÙ àèÕ ´¹Ô μÒÁ
ËÅ§Ñ àÃÒÁÒ໹š ã¤Ã ËÒ¡à˹ç ÇÒ‹ à»¹š ¤¹á»Å¡Ë¹ÒŒ ·Ò‹ ·Ò§äÁ¹‹ Ò‹ äÇÇŒ Ò§ã¨
àÃҨоÂÒÂÒÁ¤´Ô á¡»Œ Þ˜ ËÒμÍ‹ ä»ÇÒ‹ ¤ÇèзÒí ÍÂÒ‹ §äÃã¹Ê¶Ò¹¡Òó
હ‹ ¹¹Ñé હ‹ ¾ÂÒÂÒÁÁͧËÒʧèÔ ·¾Õè ͨÐ໹š ÍÒÇ¸Ø ä´Œ ËÃÍ× ¡ÐÃÐÂÐǧèÔ
ãËàŒ ÃÇç ¾Í·¨Õè ÐÊÒÁÒö¶§Ö ºÒŒ ¹ä´Œ ËÃÍ× ¨Ðμ´Ñ Ê¹Ô ã¨à¤ÒлÃÐμºÙ ÒŒ ¹ËÅ§Ñ ·Õè
ã¡Å·Œ ÊÕè ´Ø ¡Í‹ ¹ ÏÅÏ ¤ÇÒÁ¾ÂÒÂÒÁãªàŒ Ëμ¼Ø Å áÁ¨Œ ÐÃʌ٠¡Ö ¡ÅÇÑ Í‹Ùã¹
¢³Ð¹¹éÑ ¨ÐªÇ‹ ÂãËàŒ ÃÒä´·Œ Ò§ÍÍ¡¢Í§»Þ˜ ËÒ·´Õè áÕ ÅÐàËÁÒÐÊÁ ´¡Õ ÇÒ‹
¡ÒÃμͺʹͧ´ÇŒ ÂÍÒÃÁ³à ¾ÂÕ §ÍÂÒ‹ §à´ÂÕ Ç

อารมณเปšนความรูŒสึกท่ีเราไม‹สามารถปล‹อยใหŒเปšนใหญ‹ครอบครอง
ความคดิ ไดŒ เพราะหากเราปลอ‹ ยไปมโี อกาสทจี่ ะนาํ ไปสก‹ู ารทาํ ลายมากกวา‹
สรŒางสรรค เนื่องจากอารมณมักจะกระตุŒนใหŒเราตอบสนองตามความ
ตอŒ งการของมัน โดยไม‹ใสใ‹ จเหตผุ ลตามความจริงท่คี วรจะเปนš ดังนน้ั คน
ที่ตกเปšนทาสของอารมณไม‹ว‹าจะเปšนอารมณใด ๆ ก็ตาม มักจะมี
พัฒนาการทางความคิดท่ผี ิดปกติ ไม‹สามารถดําเนนิ ชีวติ ในทางท่คี วรจะ
เปนš ไดŒ

สภาวะอารมณม ผี ลอยา‹ งยงิ่ ในการกาํ หนดรปู แบบการคดิ ของเรา การ
ใชŒเหตุผลของเราจะบิดเบ้ียวหรือเหมาะสมครบถŒวน ขึ้นอยู‹กับว‹าเราใหŒ
อารมณม สี ‹วนในการคดิ ของเรามากนŒอยเพยี งใด

182 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์

ขอแนะนําใหŒรูŒจัก 4 ตัวร‹วมขณะคิด 11

ตัวรว‹ มที่ 4 แรงจูงใจ

• ในชว‹ ง 2-3 เดือนท่ีผ‹านมา นายสมัครใจกลายเปšนพนักงานท่ีsuccess publisher
ขยนั กวา‹ คนอน่ื ๆ เขาทาํ งานเกนิ เวลางานแทบทกุ วนั และหลาย
คร้ัง ยงั เขาŒ มาทาํ งานในวนั เสาร- อาทิตยอ ีกดŒวย

• ทงั้ พ‹อแมแ‹ ละครทู ่ีโรงเรียนรŒสู กึ ว‹า เด็กหญงิ ฉลาดลักษณ ตั้งใจ
เรียนเปนš พเิ ศษ เปล่ียนไปจากเดมิ ทเ่ี คยเปšนเดก็ เกียจคราŒ น ไม‹
ทาํ การบาŒ น ชอบดกู ารต นู เหมือนกับเปšนคนละคน

• ชไมพรคุณแมล‹ กู สอง สมคั รเขŒาเรยี นท่โี รงเรยี นเดยี วกบั ลกู เธอ
อดทนเรยี นจนสาํ เรจ็ การศกึ ษา แมวŒ า‹ จะถูกเด็ก ๆ และเพอ่ื น ๆ
ของลูกหัวเราะเยาะก็ตาม

จากตวั อยา‹ งพฤตกิ รรมของทงั้ สามคนขาŒ งตนŒ มแี รงกระตนŒุ บางอยา‹ ง
ท่ีผลกั ดันใหŒพวกเขาเลือกท่ีจะกระทาํ เชน‹ นั้น

• นายสมคั รใจยนิ ดที าํ งานหนกั ไมเ‹ วนŒ แมใŒ นวนั หยดุ แทจŒ รงิ แลวŒ ไม‹
ไดมŒ าจากความขยนั แตเ‹ พราะเขาตอŒ งการคา‹ จาŒ งลว‹ งเวลาใหมŒ าก
ทสี่ ดุ เทา‹ ทเ่ี ขาจะสามารถทาํ ไดŒ เพอ่ื ใหคŒ รอบครวั สามารถอยร‹ู อด
ไดŒ เพราะขณะนภ้ี รรยาตกงาน แม‹ตŒองเขาŒ โรงพยาบาลและตŒอง
จา‹ ยคา‹ เทอมลกู ๆ อีก 2 คน

…แรงกระตนŒุ ใหนŒ ายสมคั รใจทาํ งานหนกั คอื ความตอŒ งการไดเŒ งนิ เพอ่ื
ความอย‹ูรอดเฉพาะหนาŒ ของครอบครวั

กระบวนการคิด 183


Click to View FlipBook Version