success publisherลายแทงนักคิด
6.7 คา นิยมการเลียนแบบ
สังคมไทยเปน สังคมท่ีชืน่ ชมแนวคดิ ตะวนั ตกทง้ั โดยรตู ัว และไมร ตู ัว
หากพจิ ารณาแนวคดิ การพฒั นาประเทศทเี่ รานาํ มาใชใ นทกุ วนั น้ี ลว นลอก
เลยี นมาจากแนวคดิ ตะวนั ตกแทบทงั้ สนิ้ เทา ทส่ี าํ รวจดเู เทบจะไมม แี นวคดิ
ใดที่คนไทยเปนผูท่ีคิดขึ้นมาจากรากของความเปนไทย ไมวาจะเปน
ประชาธิปไตย ธรรมรัฐ หรอื อ่ืน ๆ ซงึ่ แทจริงแลว เปนเพียงการรบั แนวคิด
ตะวันตกจากนักคิดบางคนที่ตนช่ืนชอบมา โดยที่มีการละเลยการอางอิง
บคุ คลตน คดิ ปรากฏใหเ หน็ อยเู ปน ประจาํ คนไทยเพยี งแตแ ปลคาํ ภาษาไทย
สวย ๆ กาํ กบั ไว และอา งราวกบั วาตนเองเปน ผทู คี่ ิดแนวคดิ นนั้ ขนึ้ หลาย
คร้ังไมไดคิดประยุกตอ ยา งรอบคอบวา ความคิดทนี่ ําเขามานั้นเหมาะสม
กบั สงั คมไทยหรือไม
การเปดกวางเพ่ือรับความเจริญหรือความคิดสําเร็จรูปจากประเทศ
ตะวนั ตก โดยปราศจากการคดิ จากรากฐานของความเปน ไทย สง ผลใหส ง่ิ
ที่เรารับมานั้นสวมเขาไดไมสนิทกับสังคมไทย เน่ืองจากสังคมไทยเปน
สังคมท่ีมีเอกลักษณทางวฒั นธรรมเฉพาะตวั มีคานิยม สังคม มีความรู
ความสามารถ และความเขาใจในเรื่องทร่ี ับมานน้ั แตกตา งกัน เชน การ
เปลยี่ นแปลงระบอบการปกครองสรู ะบอบประชาธปิ ไตย แตค า นยิ มเดมิ ยงั
คงอยู ไมว าจะเปนอาํ นาจนยิ ม อาวโุ สนยิ ม อปุ ถมั ภนิยม ไมไดย ึดหลัก
ประชาธิปไตยนิยมอยางแทจริง สะทอนใหเห็นจากการท่ีประเทศไทย
ปกครองโดยรฐั บาลเผด็จการทหารมานานกวา ครึ่งหนึ่งของระยะเวลา นบั
ตั้งแตมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสูระบอบประชาธิปไตย ระบอบการ
ปกครองเชนน้ีไมไดเอื้อใหคนในสังคมตองคิด แตเนนการเช่ือฟงอยูใต
อาํ นาจผปู กครองเปนหลัก
134 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
การคิด…อุปสรรคของความคิด 09
6.8 สังคมไทยมคี วามออ นดอ ยทางวัฒนธรรมการคดิ -การเขียน
สังคมไทยเปน สงั คมที่เนน แตวฒั นธรรมการฟงกับการพูด ทาํ ใหเราsuccess publisher
ขาดวฒั นธรรมการคดิ และการเขยี น มคี นสว นใหญไ มช อบอา นหนงั สอื แต
ชอบดูรายการโทรทศั น ฟงรายการวิทยุ เรายอ มคิดไมเปน เพราะเราใช
เวลาสวนใหญว ันละ 2-3 ชั่วโมง ดรู ายการโทรทศั นทีม่ กั ไมคอยประเทือง
หรอื แมแตพ ยงุ ปญญา และไมไดใ ชเ วลาทมี่ ีอยูใ นการอา นหนังสอื สนทนา
เชิงปญญาหรือแสวงหาความรู เราไมชอบส่ังสมขอมูล ไมสนใจ
ประวตั ศิ าสตร ไมสนใจท่ีจะตอ ยอดความรูกา ยกันข้ึนทางปญญา แตนยิ ม
ทจ่ี ะเลยี นแบบและคัดลอกมาทัง้ หมดอยา งสาํ เรจ็ รปู
ผมมกั จะไดย นิ คาํ พดู ทว่ี า “หนงั สอื แพงจงั เลย” ซงึ่ สะทอ นวา ผพู ดู ไม
ไดสนใจคณุ คา ทางปญ ญา ไมใ หเ กยี รตกิ ารใชพ ลงั สมองของผเู ขียน แสดง
ถึงภูมปิ ญ ญาคนพูดวา ไมเหน็ คณุ คา ของความคิดและความรู
ต้ังแตเม่ือสมัยผมเปนนักศึกษา ผมมักจะหมดเงินไปกับการซื้อ
หนังสือดี ๆ มาอาน เพราะผมเห็นวาหนังสือคือสิ่งท่ีลงทุนแลวคุมท่ีสุด
เพราะเนอ้ื หาทบี่ รรจอุ ยใู นนน้ั เตม็ ไปดว ยพลงั สมองของผเู ขยี น พลงั กายใน
การคน ควา หาขอ มลู และการออกแรงดา นทกั ษะการเขยี นในแตล ะบรรทดั
อยา งปราณตี บรรจง ซงึ่ หากจะตเี ปน มลู คา คงจะมากกวา ราคาของหนงั สอื
เลมนั้นเปนไหน ๆ เพราะเราสามารถดูดซับผลสัมฤทธ์ิของผูเขียนมาใน
ระยะเวลาอนั สนั้ เพยี งอา นหนงั สอื เลมเดยี ว
การท่ีสังคมตีราคาคุณคาทางปญญานอย สังคมจึงกลายเปนสังคม
“ดอยปญญา” ทนั ที เพราะไมม ใี ครทมุ ลงทุนทางปญญา คนเกงจะไมอยู
ในอาชพี ทใี่ ชค วามคดิ หากอาชพี นน้ั ไดร บั ผลตอบแทนนอ ย คนไมเ ลอื กเปน
อาจารยมหาวิทยาลัย แตเลือกเปนผูจัดการบริษัทเอกชนท่ีใหรายได
การคิดคืออะไร ? 135
success publisherลายแทงนักคิด
มากกวา การทาํ วจิ ยั ทางวชิ าการ หรอื คนเหน็ วา การลงแรงเขยี นหนงั สอื อนั
เปนงานที่ตองลงแรงใชสมองและใชเวลามาก จึงไมมีใครอยากทํางาน
ประเภทนี้ และเมื่อเปนอยางน้ีสังคมจะย่ิงขาดผูท่ีใชความคิด เพราะคน
เกง คนมีความสามารถจะไมทุมแรงทางความคิดเพ่ือสรางสรรคผลผลิต
ทางปญญา
อุปสรรคการคดิ เหลา นี้จาํ เปน ตองไดร ับการแกไ ข
เพอ่ื เปดโอกาสใหคนไทยทกุ คนไดร บั การเรยี นรูวธิ ีคิด
และมีเสรีภาพในการใชความคดิ
ใหเ กิดประโยชนอยา งเตม็ ประสิทธิภาพมากทส่ี ดุ
136 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
success publisher การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน”
การคิด…
“คดิ ได” หรือ “คิดเปน”
การคิดคืออะไร ? 137
success publisherลายแทงนักคิด
ปญ หาใหญท่สี ุดของการทีจ่ ะทําใหประเทศชาตบิ า นเมือง
เจริญกา วหนา ไดหรือไมนน้ั
อยทู ่กี ารทาํ ใหคนในประเทศ “คิดเปน ” ไดห รือไม ?
ทุกคนมคี วามคดิ ….แตนอ ยคนทจี่ ะรจู ัก “การคดิ เปน ”
เร่อื งของการคิดเปนเรอ่ื งของแตละคน ตางคนตา งความคดิ ตา งคน
ตา งจิตตางใจ ความคดิ ของมนษุ ยม หี ลากหลาย ท้งั ทค่ี ดิ ผิด และทีค่ ิดถกู
อาทิ
คนบางคน …
• คดิ สนั้ : คดิ ทาํ รายตนเองเพราะหาทางออกไมได
• คิดเล็กคิดนอย : คิดละเอียดถี่ถวนในเรื่องท่ีไมใชแกนแตเปน
กระพ้ี
• คดิ ฟุงซา น : ควบคมุ ความคิดอนั เตลิดเปด เปง ของตนเองไมได
• คิดคด : คิดทจี่ ะทรยศ หักหลังผอู ่ืน
• คดิ มาก : คดิ เกนิ กวา เหตุ รูสึกสะเทอื นใจงา ย
138 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
• คดิ เร่อื ยเปอ ย : คดิ เร่อื งไรสาระ ไรจดุ หมายในการคดิ
ขณะทค่ี นบางคน …
• คิดการใหญ : คดิ จะทําสงิ่ ทีใ่ หญตอ งใชความพยายามสงู
• คิดหนาคิดหลงั : คดิ อยางรอบคอบหลายมมุ
• คิดเหน็ : เขา ใจ
• คดิ อา น : ตรึกตรอง หาทางแกไ ข
• คดิ คน : ตริตรองเพื่อหาความจริง
• คดิ ตก : พจิ ารณาจนเห็นวา จรงิ แลวสรปุ ตามสภาพของความ
คดิ ทีพ่ ิจารณาแลว
• คดิ สรา งสรรค : คดิ จนิ ตนาการส่งิ ใหม ๆ
success publisher
การคดิ มคี วามสาํ คญั มากและเปน สง่ิ ทท่ี กุ คนมอี ยแู ลว ไมต อ งไขวค วา
หาจากทอี่ น่ื ใด แตก ารจะใชค วามคดิ ไดด มี ากเพยี งใด ขนึ้ อยกู บั วา เราเรยี น
รูในการพัฒนาความคิดของเราหรือไม ถาเราพัฒนาความคิดของเราให
เปน คนที่ “คิดเปน คิดดี คิดชอบ” จะทาํ ใหเราประสบความสําเรจ็ ได
คนเราโดยสว นใหญใ ชค วามคดิ เพยี งเพอื่ ตอบสนองความตอ งการบาง
ดานในชีวิตของตนหรือในกลุมของตนเทาน้ัน ทั้งที่ในความเปนจริง เรา
จาํ เปน ตอ งตัดสนิ ใจทีด่ ีท่ีสุดเพ่อื ใหไ ดส งิ่ ท่ดี ีท่สี ดุ ดงั น้ันเราจึงตอ งใชค วาม
คดิ ใหด ที ีส่ ดุ ตองสามารถใชเหตุผลในการถกเถยี ง ตองฉลาดในการหาวธิ ี
การแกป ญหา ตองรูจ กั เลอื กรับหรอื เลอื กปฏิเสธ ตอ งสามารถยนื หยัดบน
ความจริง ตองสามารถรอยเรียงความคิดตาง ๆ อยางมีเหตุผล ตอง
สามารถวเิ คราะห วิพากษ วจิ ารณ อยางยุตธิ รรม ตอ งเตรียมความพรอม
ใหต นเองในอนาคต ฯลฯ และหากเราไดใ ชค วามคดิ อยา งครบถว นรอบดา น
การคิดคืออะไร ? 139
ลายแทงนักคิด
อยางแทจริง ความคิดของเราจะมีพลังท่ีจะทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
เชงิ บวกอยา งมากมาย
การคดิ เปนคืออะไร ?
ความหมาย การคดิ เปน คอื … การแสวงหาแนวทาง ตอบขอ สงสยั
บางประการ โดยการนําขอมลู ความรู ประสบการณ
ตา ง ๆ ทมี่ อี ยมู าจดั วางในกระบวนการคดิ อยา งเหมาะ
สม โดยใชว ธิ คี ดิ ทเี่ หมาะสม เพอ่ื ใหไ ดม าซงึ่ ผลลพั ธท ดี่ ี
ทส่ี ดุ เชน การตดั สนิ ใจเลอื กในสง่ิ ทดี่ ที ส่ี ดุ การแกป ญ หา
ทดี่ ที ส่ี ดุ เปน ตน
success publisher
การคดิ เปน เปรยี บไดก ับการเรยี งอฐิ ทกี่ ระจดั กระจายใหเ ปน ระเบยี บ
เรยี บรอย โดยนาํ อิฐแตละกอนมาประกอบกันในแตละท่ีอยา งเหมาะสม
“การเรยี งอฐิ ” เปรยี บไดก บั “การจดั ระเบยี บและเขา ใจความสมั พนั ธ
และตรรกะของขอมลู ” ทเี่ ราไดใชการคิดไตรต รองอยางละเอียดรอบคอบ
ลึกซึง้ และมรี ะบบระเบยี บ ขอ มลู ทเี่ รียงกันอยางเปนระเบียบเรียบรอ ยจะ
กลายเปน ความคดิ ทล่ี ะเอยี ดรอบคอบดที สี่ ดุ เชน เดยี วกบั อฐิ ทไี่ ดร บั การวาง
เรยี งอยา งเหมาะสม ยอ มกลายเปน อาคารทง่ี ดงามไดใ นทส่ี ดุ คนทค่ี ิดเปน
จะเขา ลักษณะนี้
ในขณะเดียวกันคนที่ “คิดไมเ ปน” เปรยี บเหมือนกับคนท่โี ยนอฐิ มา
กอง ๆ รวมกนั หรอื จัดอยา งสะเปะสะปะไมรูวากอ นใดควรอยูทใี่ ด ความ
คิดที่ออกมาจึงไมไดเปนความคิดที่มีความชัดเจนและเปนระบบระเบียบ
และใชประโยชนไดน อย
140 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
คนที่ “คดิ เปน ” จะไมถกู หลอกดวยขอ มลู ท่ไี ดรบั และไมเชือ่ ถอื ส่ิง
ตาง ๆ อยางงาย ๆ แตจะวินิจฉัยไตรตรองและพิสูจนความจริงอยาง
รอบคอบกอนตัดสนิ ใจเลือก
คนท่ี “คดิ เปน” จะสามารถใชป ระโยชนจ ากขอมูลที่ไดรบั สามารถ
นาํ มาสรา งสรรคใ หเกิดสงิ่ ทมี่ ปี ระโยชนไ ด
success publisher
อยากคดิ เปน …ตองทาํ อยา งไร ?
เราคงมีคําถามวาทําอยางไรเราจึงสามารถคิดดี คิดถูกตอง คิดมี
เหตุผล คิดฉลาด คดิ สรา งสรรค และคิดดี ๆ ได ทาํ อยา งไรเราจงึ รูจ กั การ
ใชความคดิ ทีถ่ กู ตอง รูจกั วิธกี ารใชเ หตุผล รจู กั วธิ กี ารคดิ สรา งสรรค
สาํ หรบั คาํ ตอบ ขอแนะนาํ ใหพ ิจารณาดําเนินการดังนี้ คอื
ประการทหี่ นึ่ง ตอ งมลี กั ษณะของผเู ปน “นักคดิ ”
ความแตกตางระหวา ง
คนคิดเปน vs คนคิดไมเ ปน …อยูต รงไหน ?
อลัน แกลททอรน และโจนาทาน บารอน (Glatthorn and Baron,
1985) ไดท าํ การวจิ ยั เกย่ี วกบั ลกั ษณะนสิ ยั การคดิ ของครู อาจารยก ลมุ หนง่ึ
ผลงานวจิ ยั ทไ่ี ดร บั สอดคลอ งกบั งานวจิ ยั อนื่ ๆ ทช่ี ใ้ี หเ หน็ ถงึ ความแตกตา ง
ระหวางคนท่คี ดิ ไดด ี (the good thinker) กับคนท่คี ดิ ไดไ มค อยดี (the
not-so-good thinker) จะมนี สิ ยั การคดิ ท่ีแตกตางกันดังนี้
การคิดคืออะไร ? 141
ลายแทงนักคิด
นักคดิ ท่ีดี นักคดิ ที่ไมค อ ยดี
1 รับขอมลู ตามความเขาใจของตน จาํ โดยปราศจากความเขา ใจ
ไมล ะเลยแมขอ มูลจะกํากวม, ไม รวบรัดในการหาส่งิ ทแ่ี นนอน,
2 ดวนสรุป การดวนสรุป
3 พยายามหาทางเลอื กที่แตกตา ง พงึ พอใจกบั ความพยายามครัง้
แรก
success publisher4 เก็บไว เผอ่ื คดิ ตอได
ยกเลกิ หยุดคดิ
5 ไตรต รองอยางรอบคอบ ยอ นคิด คดิ อยางเรงรีบ ขาดการไตรต รอง
ตั้งใจ ท่จี ะคน หาใหก วา งขวาง ปก ใจกบั คาํ ตอบเดียว
ครอบคลมุ มากทสี่ ดุ
6 แกปญ หา
ถกู ครอบงาํ ดวยปญหา
7 ตัดสินใจดว ยตนเอง ตดั สนิ ใจตามเพอ่ื น/กลุม
8 มีความคิดรเิ ริ่ม มที ิศทางของ ตองการการกระตนุ บอ ย ๆ
ตนเอง
9 กลา เส่ียง เรียนรจู ากความผดิ กลัวความผดิ พลาด
พลาด
10 มคี วามยืดหยนุ และมจี ินตนาการ จมอยูก บั ความคุนเคย
มองปญหาหรอื สถานการณทาง
11 พิจารณาทางเลือกที่แตกตา ง เดยี ว
12 ใชความรแู ละประสบการณทมี่ อี ยู มองขอมลู อยางแยกสวน ขาดการ
เช่ือมโยง
13 สง ผานความรแู ละทกั ษะมาใชใน ไมส ามารถประยุกตไดหากไมได
สถานการณใหม ๆ ได รบั การชแี้ นะ
14 สามารถอธบิ ายไดวาไดเรยี นรู ไมคอยตอบสนองตอ วตั ถปุ ระสงค
อะไรไปแลว ทําไม และอยางไร ของงาน
15 เขา ใจวิธกี ารเรียนรแู ละการทาํ งาน รเู ทาทม่ี กี ารรายงานผลการทํางาน
ทด่ี ที ี่สดุ ของตนเอง ใหท ราบ
142 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
หากเราตองการเปนนักคิดท่ีดี เราควรพัฒนานิสัยการคิดเพ่ือใหมีsuccess publisher
ลกั ษณะของผูเปน นักคิด อาทิ
….มีคําถามหรอื ขอ สงสัยตอสิ่งท่ีเกดิ ข้ึนเสมอ ไมเ ชอ่ื หรือคลอ ยตาม
สิ่งที่เกดิ ขึ้นอยา งงา ย ๆ
….รักความรู ขวนขวายหาความรูอยูเสมอ มีลักษณะเปนนักเรียน
ตลอดชีวติ
….นิยมใชเ หตุผล มากกวา ชอบตัดสินส่ิงใดตามอารมณความรูสกึ
….เปน ผมู องปญ หามากกวา จมอยกู บั ปญ หา มองขา มความหวาดกลวั
ตอ สถานการณแ ตมีสติสมั ปชญั ญะในการแกป ญ หา
….รวบรวมขอมลู และคิดอยางเปนระบบ กอนพจิ ารณาตดั สินสง่ิ ใด
….คน ความจรงิ เชงิ มโนทศั น มกี รอบความคดิ ทช่ี ดั เจนในเรอ่ื งทจ่ี ะคดิ
….ปรารถนาเสรภี าพทางความคดิ ไมม คี วามจาํ กดั ทางความคดิ จาก
กรอบประเพณี อํานาจ ทที่ ําใหต องเชือ่ ตามอยา งไมม เี หตุผล
….มีความกลาที่จะคิดแตกตาง แตรอบคอบในการพิจารณาความ
คิดน้ัน
….ซื่อสตั ยต อความจริง ยึดหลกั จริงคือจริง เทจ็ คือเทจ็
….มีหวั ใจท่เี ปด กวา ง ไมยดึ ม่นั วาสงิ่ ทตี่ นเองคดิ น้ันถูกเสมอไป
….แสวงหาทางเลอื กทีห่ ลากหลาย
….ทาทายตัวเองใหคดิ เช่อื มโยงในสง่ิ ท่ไี มคดิ วา จะเปน ไปได
การคิดคืออะไร ? 143
ลายแทงนักคิด
ประการทสี่ อง ตอ งรูจ ักวธิ ีคิด 10 มติ ิ
ที่ผานมาประเทศไทยมีปญหาหลากหลายดาน การพัฒนาประเทศ
เปนไปอยางยากลําบาก ปญหาสําคัญเกิดเน่ืองมาจากสังคมไทยขาด
ประชาชนที่ “คิดเปน” การคิดของคนในสังคมไทยมีลักษณะการคิดเปน
เหมอื นการเรยี งหนิ อยา งสะเปะสะปะ ดงั นนั้ จงึ มคี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ ทตี่ อ ง
พฒั นาคนในสงั คมใหร จู กั “วธิ คี ดิ ” ทถี่ กู ตอ งเมอื่ ขอ มลู เขา มาปะทะเพอ่ื นาํ
ไปสูการตัดสินใจท่ีถูกตองอยางไมผิดพลาด สามารถคิดไดอยางถูกตอง
เหมาะสมในทกุ ๆ สถานการณ เพอ่ื ใหค นไทยของเราสามารถพฒั นาตนเอง
ตอ ไปไดอ ยา งไมเสยี เปรียบ ไมถ กู หลอกงา ย และเกดิ ทักษะ สามารถคดิ
สรา งสรรคส ิง่ ใหม ๆ ได
ผมขอเสนอแนวทางของผมเองวา การทค่ี นในประเทศจะสามารถคดิ
เปนน้ันจําเปนตองไดรับการเปดทาง และแนะแนวใหมีความสามารถใน
การคิดครบ 10 มติ ิ กลา วคอื
success publisher
มติ ทิ ี่ 1 ความสามารถในการคดิ เชงิ วพิ ากษ (Critical Thinking)
หมายถงึ :: ความตง้ั ใจทจ่ี ะพจิ ารณาตดั สนิ เรอื่ งใดเรอื่ ง
หนงึ่ โดยการไมเ หน็ คลอ ยตามขอ เสนออยา งงา ย ๆ แต
ตงั้ คาํ ถามทา ทาย หรอื โตแ ยง สมมตฐิ านและขอ สมมตทิ ่ี
อยเู บอื้ งหลงั และพยายามเปด แนวทางความคดิ ออกสู
ทางตา ง ๆ ทแี่ ตกตา งจากขอ เสนอนนั้ เพอ่ื ใหส ามารถ
ไดค าํ ตอบทสี่ มเหตสุ มผลมากกวา ขอ เสนอเดมิ
การคิดวิพากษเปนกระบวนการคิดที่มีเปาหมายเพื่อนําไปสูการ
คนหาขอเทจ็ จรงิ และความจรงิ การเปลีย่ นแปลงใหม เพอื่ ใหไดส ง่ิ ท่ีดกี วา
144 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
ถูกตอ งเหมาะสมกับการดําเนินชวี ิตและบริบทแวดลอ มมากกวา ท่สี าํ คัญ
คือเกิดผลดีแกชีวิตและสังคมสวนรวมมากกวา เพราะหากปราศจากการ
คดิ เชงิ วพิ ากษ เรามกั จะคดิ วา สง่ิ ทป่ี ฏบิ ตั กิ นั คาํ สงั่ แนวคดิ ทป่ี ฏบิ ตั อิ ยเู ปน
สงิ่ ทถ่ี กู ตอ ง การตดั สนิ สง่ิ ใด ๆ จะไมผ า นกระบวนการกลน่ั กรองทางความ
คิดเชงิ โตแ ยง ซ่ึงอาจทําใหเ ราตดั สินใจผดิ และสงผลรายไดในทส่ี ดุ
มติ ทิ ่ี 2success publisherความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห (Analytical
Thinking)
หมายถงึ :: การจาํ แนกแจกแจงองคป ระกอบตา ง ๆ
ของสง่ิ ใดสง่ิ หนง่ึ หรอื เรอื่ งใดเรอื่ งหนง่ึ และ หาความ
สมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา งองคป ระกอบเหลา นน้ั เพอื่
คน หาสาเหตทุ แี่ ทจ รงิ ของสงิ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ
การคิดเชิงวิเคราะห เปรยี บเหมือนการเหน็ ผลลัพธของบางสิง่ แลว
ไมดวนสรุปทันทีวาเกิดจากสาเหตุใด มีองคประกอบใดมีความเปนมา
อยา งไร แตพ ยายามหาขอ เทจ็ จรงิ ท่ีถูกตองเสียกอ นวา ผลลัพธท ีเ่ ราเหน็
นน้ั เกดิ จากสาเหตทุ แี่ ทจ รงิ คอื อะไร โดยมาจากสมมตฐิ านทว่ี า ทกุ สงิ่ ทเี่ กดิ
ขน้ึ มานนั้ ยอ มมที ม่ี าทไ่ี ป ยอ มมเี หตมุ ผี ล และมอี งคป ระกอบยอ ย ๆ ซอ น
อยูภายใน ซ่ึงอาจจะสอดคลองหรือตรงกันขามกับส่ิงที่ปรากฏภายนอก
ทาํ ใหเราเขาใจสง่ิ ท่ีเกิดข้นึ อยางกระจางกอ นทจ่ี ะเช่ือหรอื สรปุ ส่ิงนั้น
การคิดคืออะไร ? 145
ลายแทงนักคิด
มติ ทิ ่ี 3 ความสามารถในการคดิ เชงิ สงั เคราะห
(Synthesis-Type Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการดงึ องคป ระกอบตา ง ๆ
มาผสมผสานเขาดวยกันเพ่ือใหไดสิ่งใหม ตาม
วตั ถปุ ระสงคท ต่ี อ งการ
success publisher
การคดิ เชิงสังเคราะหจ ะชวยใหเราไมตองคดิ สง่ิ ตาง ๆ เหมอื นกับวา
สง่ิ นน้ั ไมเ คยเกดิ ขนึ้ มากอ นเลย แตส ามารถนาํ สงิ่ ทคี่ นอน่ื คดิ หรอื ไดป ฏบิ ตั ิ
มาแลว มาใชป ระโยชนไ ด โดยดจู ากเรือ่ งเดียวกนั ในหลาย ๆ ที่ หลาย ๆ
แหง ทัง้ ท่เี กีย่ วของกันโดยทางตรงและท่เี กยี่ วขอ งกันโดยทางออม เอามา
ผสมผสานกันเปนทางออกของปญหาและสรางสรรคสิ่งใหม ๆ คนที่คิด
เชิงสังเคราะหเปนและสังเคราะหไดเร็วกวายอมไดเปรียบกวาคนที่
สงั เคราะหไ มไ ด เพราะสามารถใชป ระโยชนจ ากขอ มลู ทสี่ งั เคราะหเ พอ่ื ตอบ
สนองวตั ถปุ ระสงคไดม ากกวา
มติ ทิ ่ี 4 ความสามารถในการคดิ เชงิ เปรยี บเทยี บ
(Comparative Thinking)
หมายถงึ :: การพจิ ารณาเทยี บเคยี งความเหมอื นและ/
หรอื ความแตกตา งระหวา งสง่ิ นน้ั กบั สง่ิ อนื่ ๆ เพอื่ ให
เกดิ ความเขา ใจสามารถอธบิ ายเรอื่ งนนั้ ไดอ ยา งชดั เจน
เพอื่ ประโยชนใ นการคดิ การแกป ญ หา หรอื การหาทาง
เลอื กเรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ
การคิดเชิงเปรียบเทียบเปน มิตหิ น่ึงในสิบมิติ เปนการคิดที่สําคัญยิ่ง
เพราะเปนการคิดที่กอใหเกิดประโยชนมาก การคิดเชิงเปรียบเทียบใน
146 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
ลักษณะวิเคราะหขอมูล จะชวยลดขอผิดพลาดของการอางเหตุผลและ
ทําใหก ารตัดสินใจเลอื กถกู ตอ งมากข้นึ การคดิ เชิงเปรียบเทียบในลกั ษณะ
อปุ มา จะชวยทําใหเรอ่ื งยากและซับซอ น เขาใจไดงายขนึ้ สว นการคิดเชงิ
เปรียบเทียบ เพื่อการแกปญหาจะชวยจุดประกายความคิดสรางสรรคสิ่ง
ใหม ๆ ซงึ่ หากเราขาดความสามารถในการคิดมิตินีไ้ ป จะทาํ ใหก ารคดิ
ของเราในเรือ่ งตาง ๆ ผดิ พลาดไดง าย
success publisher
มติ ทิ ่ี 5 ความสามารถในการคดิ เชงิ มโนทศั น
(Conceptual Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการประสานขอ มลู ทงั้ หมด
ทม่ี อี ยเู กย่ี วกบั เรอ่ื งหนงึ่ เรอ่ื งใดไดอ ยา งไมข ดั แยง แลว
นาํ มาสรา งเปน ความคดิ รวบยอด หรอื กรอบความคดิ
เกยี่ วกบั เรอื่ งนน้ั
การที่เราจําเปนตองเรียนรูวิธีคิดเชิงมโนทัศนน้ันเน่ืองมาจากกรอบ
ความคดิ ในแตล ะเรื่องของเราจาํ กดั ดวยประสบการณ ความรู และบริบท
แวดลอ มทีแ่ ตกตา งกัน ไมเ พียงพอตอการนําไปตีความเหตุการณต าง ๆ
ทีเ่ กิดขนึ้ ไดอยา งเขาใจ อีกทง้ั มโนทศั นท เ่ี รามีนนั้ อาจจะไมถ ูกตอ ง ไมส ม
เหตุสมผล หรือมีความขดั แยงกันเอง สงผลใหเ ราวนิ จิ ฉยั ตดั สิน หรือแก
ปญ หาทีเ่ กิดขึ้นอยางผิดพลาด ดงั น้ัน การเรียนรูวธิ ีการคดิ เชงิ มโนทัศนจ ะ
ชวยใหเราไมตัดสินหรือตีความส่ิงใดอยางไมรอบคอบและจะชวยใหเรา
สรางเลนสในการมองโลกในเร่ืองตา ง ๆ ไดอ ยางคมชดั เพราะเรามคี วาม
คดิ และเหตผุ ลเกย่ี วกับเรือ่ งน้นั ๆ อยางคมชดั นนั่ เอง
การคิดคืออะไร ? 147
ลายแทงนักคิด
มติ ทิ ่ี 6 ความสามารถในการคดิ เชงิ สรา งสรรค
(Creative Thinking)
หมายถงึ :: การขยายขอบเขตความคดิ ออกไปจากกรอบ
ความคดิ เดมิ ทม่ี อี ยสู คู วามคดิ ใหม ๆ ทไ่ี มเ คยมมี ากอ น
เพอื่ คน หาคาํ ตอบทด่ี ที สี่ ดุ ใหก บั ปญ หาทเี่ กดิ ขน้ึ
success publisher
การคดิ เชิงสรางสรรคเปรียบเสมือนการฝา วงลอ มจากส่ิงเกา ๆ หรือ
การกลา แหวกมา นประเพณที างความคดิ ทยี่ ดึ ถอื ปฏบิ ตั อิ ยสู สู ง่ิ ใหม ทดี่ แี ละ
เหมาะสมกวา ซึ่งหากเราเรยี นรูวธิ กี ารคิดอยางสรา งสรรค และกลาทจี่ ะ
ใชป ระโยชนจ ากมัน เราจะพบวา การคิดสรางสรรค ไดนําไปสูการพัฒนา
ใหมทั้งการพัฒนาสติปญญาของตนเอง การพัฒนางาน และการพัฒนา
สงั คมทเ่ี ปน อยไู มห ลงตดิ อยกู บั ความงมงาย ความเชอ่ื และการกระทาํ เลยี น
แบบผูอน่ื อยา งขาดความเขา ใจ ซงึ่ มกั จะนาํ ไปสูความดอ ยพัฒนาในทสี่ ดุ
มติ ทิ ่ี 7 ความสามารถในการคดิ เชงิ ประยกุ ต
(Applicative Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการนาํ สงิ่ ทม่ี อี ยเู ดมิ ไปปรบั
ใชป ระโยชนใ นบรบิ ทใหมไ ดอ ยา งเหมาะสม โดยยงั คง
หลกั การของสง่ิ เดมิ ไว
การคิดเชิงประยุกตจ ะชว ยเพิ่มประสิทธภิ าพการใชงานของสงิ่ ทมี่ อี ยู
เดมิ ในบริบทใหมไดอ ยางเหมาะสม อกี ท้งั ชวยใหเ ราหลุดจากการเปนทาส
ของประสบการณ ทาสของการดาํ เนนิ ชวี ติ ตามความเคยชนิ แตป รบั ตวั ให
เหมาะสมเขากบั ยุคสมัย และสถานการณท ่ีบรบิ ทแวดลอมเปลี่ยนไป
148 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
มติ ทิ ี่ 8 ความสามารถในการคดิ เชงิ กลยทุ ธ
(Strategic Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการกาํ หนดแนวทางทด่ี ี
ทสี่ ดุ ภายใตเ งอ่ื นไข ขอ จาํ กดั ตา ง ๆ เพอ่ื บรรลเุ ปา
หมายทตี่ อ งการ
success publisher
การคดิ เชงิ กลยุทธเ ปนการคดิ ที่จะนําเราไปสูชัยชนะตามเปาหมายท่ี
ตอ งการโดยรูวิธเี ตรยี มความพรอมเพื่อเอาชนะอุปสรรคท่อี าจเกิดขนึ้ เริม่
ดว ยการคดิ วางแผนอยา งรดั กมุ และเปน ขนั้ เปน ตอน การวเิ คราะห ประเมนิ
จุดออน/จุดแข็งของตนเองและฝา ยตรงขาม การประเมนิ ความไดเ ปรียบ/
เสยี เปรยี บจากสถานการณท เ่ี กดิ ขนึ้ รวมทง้ั การคดิ คาดการณอ นาคตทอี่ าจ
เกดิ ขึ้น อันจะนาํ ไปสกู ารกาํ หนดทางเลือกกลยทุ ธท ่ีมโี อกาสประสบความ
สําเรจ็ มากท่สี ุดตามเปาหมายที่วางไว ในทางตรงกนั ขาม หากเราไมร ูวธิ ี
คิดเชงิ กลยุทธ เรายอ มตกเปน เหยื่อ และพา ยแพตอผทู มี่ ีความเช่ยี วชาญ
ในการวางกลยุทธมากกวาอยางงา ยดาย
มติ ทิ ่ี 9 ความสามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการ
(Integrative Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการเชอื่ มโยงแนวคดิ หรอื
องคป ระกอบตา ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ ง เขา หาแกนหลกั ไดอ ยา ง
เหมาะสม เพอื่ อธบิ ายหรอื ใหเ หตผุ ลสนบั สนนุ เรอื่ งใด
เรอ่ื งหนงึ่
การคิดเชิงบรู ณาการเปน การคดิ บนฐานความเขา ใจในสจั ธรรม ทว่ี า
สง่ิ ตา ง ๆ น้นั ไมไดอ ยูอยา งโดดเดี่ยว ไมเ กยี่ วขอ งกับสง่ิ ใด แตเ ชือ่ มโยง
การคิดคืออะไร ? 149
ลายแทงนักคิด
กบั สงิ่ ตา ง ๆ มากกวา หนงึ่ สงิ่ อยา งเปน เหตผุ ลสมั พนั ธก นั ทง้ั เหตผุ ลทเี่ ชอ่ื ม
กนั โดยตรงและโดยออ ม ดงั นั้นในการพิจารณาเรือ่ งใดเร่อื งหน่ึงจึงจาํ เปน
ตองมององคประกอบแวดลอมใหรอบดาน การคิดเชิงบูรณาการจึงเปน
เครอื่ งมอื ทจ่ี ะชว ยใหเ รามองเรอื่ ง ๆ เดยี ว ไดอ ยา งครบถว นทกุ มมุ สามารถ
เช่ือมโยงความสัมพันธไดอยางมีเหตุผล ทําใหเรามองเห็นภาพท้ังภาพ
เขา ใจบริบททง้ั หมด ไมตกหลนในประเด็นสําคัญ ๆ เมอื่ เหน็ การเชือ่ มโยง
ท้ังหมด จึงทาํ ใหเ กดิ ความเขาใจและตัดสินใจไมผ ดิ พลาด
success publisher
มติ ทิ ่ี 10 ความสามารถในการคดิ เชงิ อนาคต
(Futuristic Thinking)
หมายถงึ :: ความสามารถในการคาดการณส ง่ิ ทอี่ าจ
เกดิ ขนึ้ ในอนาคตอยา งมหี ลกั เกณฑท เี่ หมาะสม
การคิดเชิงอนาคตจะชวยใหเขาใจภาพปจจุบันและคาดการณภาพ
อนาคตได ชว ยใหเ ราขยายขอบเขตการมองชวี ติ ใหก วา งออกไป จากกรอบ
ท่เี คยมองแตเ พยี งชีวติ ประจําวันหรอื ความเคยชินตามปกติ โดยมองออก
ไปวา ในสงั คมรอบ ๆ ตวั เรามีส่งิ ใดเกดิ ขน้ึ บาง วเิ คราะหว า สงิ่ เหลาน้ันจะ
สงผลกระทบตอเราอยา งไรทง้ั ทางตรงและทางออม หากเรารวู า แตล ะส่ิง
สมั พันธเ ก่ียวของกันอยา งไร เรากจ็ ะสามารถคาดการณไดวา จะมผี ลกระ
ทบตอกันในอนาคตอยา งไร และจะตอ งเตรียมพรอ มในการรับมอื อยา งไร
หากเราทุกคนรูจักวิธีคิดและสามารถพัฒนาทักษะการคิดไดครบทั้ง
10 มิติ จะชวยใหเราประสบความสําเร็จ และยากที่จะผิดพลาดในการ
ตดั สนิ ใจทาํ สิ่งใด ๆ เพราะเราจะไมหลงเชื่อสิ่งใดอยา งงา ย ๆ แตจ ะคดิ
ไตรตรองอยา งละเอียดรอบคอบกอนตัดสินใจ สามารถแกปญ หาท่ีเกดิ ขึ้น
150 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
ดว ยวธิ กี ารทส่ี รา งสรรคแ ละสามารถดาํ เนนิ ชวี ติ อยา งมกี ลยทุ ธท าํ ใหก า วไป
สูความสําเร็จตามเปาหมายที่วางไวได อีกทั้งสามารถเตรียมความพรอม
ใหกับอนาคตท่ีจะมาถึงไดอยางรอบคอบ ซึ่งรายละเอียดและการสอนวิธี
คดิ ในแตละมิตนิ ้ัน ผมไดแยกออกเปนลกั ษณะการคิดละหนึ่งเลม เพ่ือให
สามารถบรรจเุ นอ้ื หา และรายละเอยี ดในการคดิ แตล ะมติ ไิ ดอ ยา งครบถว น
success publisher
ประการทส่ี าม รจู กั การคดิ เชิงระบบ
(systematic thinking)
การคิดเชิงระบบคือ วิธีการคิดเกี่ยวกับเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงอยางเปน
ระบบ อยางเปน ลาํ ดบั ข้นั และอยางครบถว น โดยใชว ิธคี ดิ 10 มิตใิ นสวน
ที่เก่ียวของเปนเครื่องมือ เพื่อนําไปสูผลลัพธของการคิดท่ีมีประสิทธิภาพ
มากที่สุด
ตวั อยา งเชน การคิดเชิงระบบสามารถนาํ ไปใชไดใ นทกุ เรอื่ งของการ
ดําเนินชีวิต เชน การเดินทางไปยังตางจังหวัดจําเปนตองคิดวางแผนวา
จะไปทีไ่ หน ไปอยา งไร ไปกับใคร ไปพบใครบา ง จะทาํ อะไรกอ นหลงั จะ
ตองเตรยี มอะไร เปน ตน ซึง่ การคิดเชิงระบบนี้ตองเปนการมองในลักษณะ
เปน องคร วม ทจี่ ะตอ งจดั เตรยี มวางแผน คดิ ทางออก หาทางเลอื กไดอ ยา ง
ดี ซง่ึ การจะกระทาํ สง่ิ นไ้ี ดต อ งใชก ารคดิ หลายลกั ษณะประกอบรว มกนั เพอื่
จะทาํ ใหก ารปฏิบัติงานนนั้ มปี ระสิทธภิ าพหรือสําเร็จตามจุดประสงค น่นั
คอื จําเปน ตองนาํ การคดิ 10 มิตมิ าใชเ พ่ือบรรลุวัตถปุ ระสงค เชน
1. เพ่อื สามารถเปรยี บเทียบได อนั จะนําไปสูการตัดสนิ ใจเลือกท่ี
ถูกตอ ง (คดิ เปรียบเทยี บ)
การคิดคืออะไร ? 151
success publisherลายแทงนักคิด
2. เพอ่ื สามารถพสิ ูจนหาขอ เท็จจรงิ ไดอยา งเปนเหตเุ ปน ผล
(คดิ วิพากษ)
3. เพือ่ สามารถหาทางเลอื กไดด ีทส่ี ดุ ในความจํากัด (คดิ กลยทุ ธ)
4. เพ่ือมีกรอบความคดิ ทีค่ มชัดในการวางแนวทาง (คิดมโนทัศน)
5. เพือ่ สามารถประยกุ ตส กู ารปฏบิ ตั ิไดจริง (คดิ ประยุกต)
6. เพอ่ื สามารถคาดการณอ นาคตในการวางแผนเชงิ รุกได
(คิดอนาคต)
7. เพื่อสามารถเชอ่ื มโยงประเดน็ ท่เี กีย่ วขอ ง เขา มาวเิ คราะห หรอื
ใชไ ดอ ยา งเกดิ ผล (คิดบรู ณาการ)
8. เพอ่ื สามารถหาทางเลอื กใหมท ไี่ มซา้ํ แบบเดมิ (คดิ สรา งสรรค)
9. เพอ่ื สามารถหาขอสรปุ หรอื แกปญ หาทเี่ กดิ ขึ้นได
(คิดวเิ คราะห)
การคดิ ลกั ษณะตาง ๆ ดงั กลาวจงึ เปน องคประกอบสําคัญทีต่ อ งใช
รว มกัน จึงจะทําใหการคดิ เชิงระบบนน้ั สาํ เร็จได
ตัวอยา งการคิดเชิงระบบในระดับองคก าร เชน ผบู รหิ ารจาํ เปน ตอ ง
ทาํ งานใหเสรจ็ ทนั ตามกาํ หนด แตม อี ปุ สรรคมากมาย ไมว า จะเปน การไม
ใหค วามรวมมือของทมี งาน งบประมาณที่จาํ กดั ความยุงยากในขน้ั ตอน
การประสานงาน ฝา ยอนื่ ทเี่ กย่ี วขอ งไมใ หค วามรว มมอื ฯลฯ การแกป ญ หา
จําเปนตอ งคิดอยางเปน ระบบ
เริ่มตนดวยการตั้งคําถามวา “ปญหาที่เกิดข้ึนมีอะไรบาง” …เพ่ือ
คนหาสาเหตุท่ีแทจริงของปญหา จากน้ันคิดวิพากษเพ่ือตรวจสอบ…
“ปญหาเหลาน้ี เปนเหตุใหง านลาชา จริงหรอื ?” และคิดวิเคราะหปญ หา…
152 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
การคิด…”คิดได” หรือ “คิดเปน” 10
“ปญหาเหลาน้ีเกิดจากอะไร” และคิดหาทางออกของแตละปญหาจะทํา
อยา งไร เชน
• คิดวเิ คราะห……. วเิ คราะหขอมลู
• คดิ สรางสรรค……..หาทางเลอื กใหม ๆ
• คิดประยุกต… ….ทดลองดัดแปลง
• คดิ สังเคราะห……..เลยี นแบบสว นดี
• คดิ วพิ ากษ… .ตงั้ คาํ ถามตลอดทางวา สงิ่ ทเ่ี ราคดิ จะเปน จรงิ ไดห รอื
• คิดเชงิ อนาคต….กระแสโลกาภวิ ตั นม ผี ลกระทบตอ องคก ร และ
บคุ ลากรของเราอยา งไร วกิ ฤตเศรษฐกจิ จะสง ผลอยา งไร กระแส
การปฏริ ูประบบราชการจะทําใหองคกรเปลย่ี นรูปไปอยางไร
• คดิ เชงิ มโนทศั น… .กําหนดกรอบความคดิ และทิศทางชดั เจน
• คดิ เชงิ กลยทุ ธ… .คาดการณส ภาพการเปลยี่ นแปลงขององคก รใน
อนาคต ทัง้ โอกาสที่ดแี ละปญ หาทอี่ าจเกิดขึ้นในอนาคต ปญหา
ใดควรแกไ ขกอ น-หลงั ใชว ธิ ใี ดเพอ่ื นาํ ไปสกู ารเตรยี มการวางแผน
พัฒนาและแกปญหาองคก รตอไป
success publisher
“การคดิ เชงิ ระบบทดี่ ”ี ทจ่ี ะสาํ เรจ็ และมคี วามสมบรู ณไ ดจ ําเปน ตอ ง
ใช “การคิดท้งั 10 มิติ” เขามาเปนองคประกอบรวมดวย
การคิดคืออะไร ? 153
success publisherลายแทงนักคิด
การทเี่ ราจะพฒั นาใหเปนคนท่ี
“คิดเปน ” ไดนน้ั ตองพัฒนาองคป ระกอบท้งั สามน้ี
ไปพรอ ม ๆ กัน โดยทเี่ ราจะตอ งปรับเปลีย่ นนสิ ัยของเรา
บางประการ ที่เปน อุปสรรคตอ การคดิ เราตองเรียนรู และฝก
ทกั ษะการคิดทัง้ สบิ มิติ เพื่อใหสามารถนาํ ไปปรับใชใ น
สถานการณตาง ๆ ไดอ ยา งเหมาะสม
อกี ทงั้ จําเปน ตองเรียนรูท จี่ ะคดิ อยา งเปน ระบบ เพ่ือใหการคิด
เรื่องใดเรอ่ื งหนงึ่ เปน ไปอยา งสมดุล
และเกดิ ผลลพั ธทางการคดิ ท่ีกอ ประโยชนส งู สุด
154 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
กระบวนการคิด
ขอแนะนาํ ใหร ูจกั 4 ตัวรว มขณะคดิ
กระบวนการทํางานของความคิด
success publisher
สง่ิ เหลานีเ้ กดิ ข้นึ จากการหลอหลอมsuccess publisher
ท่มี าจากคาํ สอน ประสบการณ ความรู
ความเช่อื คา นยิ ม ประเพณี วฒั นธรรม
ที่คน ๆ น้ัน ไดร บั มาในแตล ะขั้นตอนของชีวิต...
สมองจะนาํ ไปคิดอยา งบรู ณาการ
กับประสบการณอ ืน่ ๆ ทีบ่ ันทึกไวใ นสมอง
สรางเปน กรอบโลกทศั น/ ชีวทัศน
success publisher ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด
ขอแนะนาํ ใหรูจ ัก
4 ตวั รว มขณะคิด
กระบวนการคิด 157
success publisherลายแทงนักคิด
กรอบโลกทศั น/ ชีวทศั น + นิสยั + อารมณ + แรงจูงใจ
เสน ทางการคดิ ของเราไมไ ดโรยดว ยกลบี กหุ ลาบ หรือกลาวอกี ความ
หมายหนึ่งคือเม่ือเราปรารถนาจะคิดสิ่งใด เราจะไมสามารถคิดออกได
อยางงา ย ๆ เพราะในระหวา งทเ่ี ราคดิ เกย่ี วกบั เร่อื งหนง่ึ น้นั จะมี “ตัวรวม”
ทางการคดิ เขา มสี ว นรว มดว ยเสมอ ตวั รว มเหลา นสี้ ามารถเปน มติ รรว มคดิ
ทีด่ ี หรืออาจเปน ศัตรคู อู าฆาตทพ่ี ยายามปดก้ันการคดิ ของเราก็ได ดงั นน้ั
กอ นเขา สกู ระบวนการคดิ จงึ อยากขอแนะนาํ ใหร จู กั กบั ตวั รว มทางการคดิ
ซ่งึ มที ง้ั หมด 4 ตวั รว ม อันไดแก กรอบโลกทัศน/ชวี ทศั น นิสยั อารมณ
และแรงจงู ใจ หรือเรียกรวม ๆ ไดว า ความเปน ตวั เรา (being) เม่ือเรา
รจู กั ความเปน ตวั เราดแี ลว เราจะสามารถนาํ ตวั รว มเหลา นมี้ าใชใ นการคดิ
อยา งผสมผสานและสรา งสรรคใ หบรรลเุ ปาหมายการคดิ ของเราได
ตัวรว มที่ 1 กรอบโลกทศั น/ชวี ทัศน
…หลายครงั้ ทกี่ เู กยี รติ “ตงั้ ใจ” โกหกกานดาดว ยเหตผุ ลทว่ี า กลวั เธอ
เสยี ใจเมอื่ รวู า เขาไปทาํ สง่ิ ใดมา การตดั สนิ ใจครง้ั นมี้ าจากกรอบโลกทัศน/
ชวี ทัศน ของกูเกยี รตทิ วี่ า “การโกหกไมผดิ ถาโกหกเพอ่ื ชว ยคน” แตเม่อื
158 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
กานดารูความจริงเธอโกรธเปนฟนเปนไฟ เพราะเธอมีกรอบโลกทัศน/
ชีวทศั นว า “คนรกั กนั ตอ งมคี วามจริงใจ ตอ งพดู ความจริงตอ กนั ”
…กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นข องคนในสงั คมสว นใหญค ดิ วา “การฆา คน
ดีผิด แตฆาคนชั่วไมผิด” โทษประหารจึงยังเปนโทษสูงสุดท่ีประชาชน
ยอมรบั ได
success publisher
…เมอ่ื สมพงษอ านขาวพบสถิตวิ า ปจจบุ นั หญิงชายอยูดว ยกนั โดย
ไมไดแตงงานมีจํานวนเพ่ิมมากกวาครึ่ง สมพงษรูสึกวาศีลธรรมเส่ือมลง
มาก คนหลงลมื ไมใ สใ จจรยิ ธรรมอนั ดงี าม เพราะสมพงษม กี รอบโลกทศั น/
ชวี ทศั นว า “หญงิ และชายตอ งเขา พธิ แี ตง งานกอ นอยดู ว ยกนั จงึ จะถกู ตอ ง”
จากสามประเด็นขา งตน
ลองตอบตัวเองดวู า เรามคี วามคดิ เหน็ อยางไร
เราคิดอยา งไรเกี่ยวกับการโกหก ?
เราคิดอยา งไรเกี่ยวกบั การลงโทษประหารชีวติ ?
เราคดิ อยา งไรกับการทีห่ ญงิ ชายอยดู วยกันกอ นแตง ?
…
ทัศนะของเราเก่ียวกับประเด็นเหลาน้ี ไมวาจะเปนอยางไร เกิดขึ้น
จากการทํางานของสมองสวนของการคิดและสวนเก็บบันทึกความทรงจํา
ทํางานรวมกัน จะเห็นวาเราสามารถนําเสนอความคิดเห็น แสดงทัศนะ
วินจิ ฉัย หรอื ตดั สินถกู /ผิด เทจ็ /จริง เก่ยี วกบั เร่อื งตาง ๆ ทเี่ กิดข้นึ ในชีวติ
ประจําวันไดอยางเปนธรรมชาติ เน่ืองจากเราทุกคนใช กรอบโลกทัศน/
ชีวทัศน หรอื ทัศนะในการมองโลกและชวี ิต เปน เครือ่ งมือในการตัดสนิ
กระบวนการคิด 159
ลายแทงนักคิด
ความหมาย กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น หมายถงึ
มาตรฐานทค่ี น ๆ หนงึ่ ใชใ นการประเมนิ ใหค ณุ คา หรอื
ตดั สนิ เกยี่ วกบั เรอื่ งใดเรอื่ งหนงึ่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในโลกและใน
ชวี ติ ซงึ่ เรยี กไดว า เปน ตวั แบบความคดิ (Model) หรอื
ปรัชญาการมองโลกของมนุษย (worldview)
(เกรยี งศกั ด,์ิ 2539)
success publisher
ทาํ หนา ทเี่ ปน เหมอื นตะแกรงรอ นขอ มลู ทไ่ี ดร บั ทาํ ใหเ ราตดั สนิ วา เรา
คดิ อยา งไร เราเชอื่ อยา งไร เรามหี ลกั การอยา งไร เกยี่ วกบั เรอื่ งนนั้ เหตกุ ารณ
นนั้ คน ๆ นั้น การกระทาํ นน้ั เวลาน้นั สถานการณนั้น รูปแบบนนั้ วธิ ี
การน้นั ฯลฯ
คน ๆ หนง่ึ สามารถมกี รอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นไ ดม ากมายหลากหลาย
เร่ือง ทั้งเรื่องเล็กเร่ืองใหญซับซอนอยูภายในกรอบเหลาน้ี ทําหนาท่ีเปน
ตะแกรงรอนหรอื วินจิ ฉัย ใหท ศั นะตอเรื่องตาง ๆ กรอบโลกทัศนเ หลา น้ี
เชน
• ถาเราทําความดมี าก ๆ จะไดไ ปสวรรค
• และถาทําความเลวมาก ๆ จะตอ งตกนรก
• เราสามารถทําทกุ อยา งได ถาเราทาํ แลว มคี วามสขุ
และไมทาํ ใหคนอ่ืนเดอื ดรอน
• เราเปนเจาของชีวติ ของเราเอง
• สิง่ อืน่ ไมม อี าํ นาจเหนือชีวิตเรา
• พระเจา เปนผูส รา งโลก สรางมนุษย สรางสรรพส่งิ
ฉะนัน้ ไมมสี ิ่งใดเกดิ ขึ้นโดยบงั เอิญ
160 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
• ส่ิงมชี ีวิตเกิดขึน้ เองตามธรรมชาติ และมนุษยม พี ฒั นาการ
มาจากลิง
• คนจนยอมตกเปนเบยี้ ลา งของคนรวยเสมอ
• การคอรร ัปชนั เปน ส่ิงทที่ าํ ได หากตองการความอยูรอด
• สิง่ ทคี่ นจาํ นวนมากเหน็ วา จรงิ เราก็ควรเหน็ คลอ ยตาม
มากกวา ปฏเิ สธ
• ฯลฯ
success publisher
กรอบโลกทัศนสงผลใหแตละคนมองเร่ืองเดียวกันแตกตา งกัน ออก
ไป เชน
คน ๆ หน่งึ มองวา การฆา คนเปนบาปและการฆา สัตวกย็ อมเปน บาป
ดวย สว นอีกคนหนงึ่ กลบั เหน็ วา การฆาคนและฆาสัตวไ มเปน บาป แตข ึ้น
อยกู ับวัตถุประสงควาทําไปเพ่อื อะไร
• กรอบโลกทศั น/ ชีวทศั นข องคนที่ 1 มคี วามเชื่อตามหลักศาสนา
โดยไดร บั คาํ สอนมาตงั้ แตเ ดก็ หรอื เคยเหน็ (มปี ระสบการณ) คน
ทฆ่ี า สัตว แลว จากนนั้ ตนเองก็ถูกฆา เปนตน
• กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนของคนที่ 2 ไมเชื่อเร่ืองเหนือธรรมชาติ
หรอื เรอ่ื งบญุ -บาป แตเ ช่อื วา หากทาํ แลว เกดิ ประโยชนสูงสดุ ตอ
ความอยูรอดของมนุษยสว นใหญก ็สามารถทําได
กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นท ีแ่ ตกตา ง นาํ ไปสกู ารตดั สนิ ใจทีแ่ ตกตา งกนั
โดยคนทห่ี น่งึ จะเห็นวาการทาํ แทงไมส ามารถทําได ไมวากรณใี ด ๆ สว น
อกี คนหนง่ึ เหน็ วา การทาํ แทง สามารถทาํ ได ในกรณที แี่ มถ กู ขม ขนื ครอบครวั
กระบวนการคิด 161
success publisherลายแทงนักคิด
ยากจน ยังไมพ รอ มทจ่ี ะมีบุตรหรอื เหตุผลอ่นื ๆ ทีก่ รอบโลกทัศน/ชีวทัศน
ของเขายอมรับได
การทค่ี นสองคนมองเรอ่ื งเดยี วกนั ในมมุ มองทแ่ี ตกตา งเชน น้ี เกดิ จาก
กรอบโลกทศั น/ ชีวทัศน หรือทศั นะในการมองโลกท่แี ตกตางกนั
อยางไรก็ตาม มนษุ ยไ มไดมีตวั แบบความคดิ ทชี่ ัดเจนในทกุ ๆ เร่ือง
อาจจะมบี างเร่ืองทีค่ ลมุ เครือไมช ดั เจนวาจะมีจดุ ยนื อยา งไร ดงั น้ัน เมือ่ มี
ขอมูลปะทะเขามาทําใหเราตองคิดตอเพื่อหาขอสรุปเปนกรอบโลกทัศน/
ชีวทัศนข องเราเก่ยี วกบั เรื่องนนั้ และกรอบโลกทศั น/ ชีวทัศนเหลา น้ีจึงถูก
ดึงออกมาใชเพอื่ ประเมินขอมูลใหม ๆ ทร่ี บั เขา มาวา เราจะตัดสนิ หรือหา
ขอ สรุปเกย่ี วกบั เรอื่ งนัน้ ๆ อยางไร
กรอบโลกทศั น/ ชีวทัศนเกิดขน้ึ ไดอ ยางไร ?
สมองสรางกรอบมโนทัศนใหก บั ขอ มลู ท่ีไดรับโดยอัตโนมตั ิ
ธรรมชาตกิ ารคดิ ของสมอง สมองจะสรา งมโนทศั นใหก บั ขอ มลู ทไี่ ด
รบั โดยจัดประเภทสง่ิ ตาง ๆ ทง้ั ท่ีเปนรูปธรรมและนามธรรม มโนทัศน
เปนเหมือน “ความคดิ ขน้ั สุดทา ย” หรือ “ความคดิ รวบยอด” ที่มตี อสิ่ง
หนึง่ สง่ิ ใด เปน ความเขาใจเชิงนามธรรม ซง่ึ จะถูกบันทกึ เปน ขอสรปุ ไวใน
ความทรงจาํ ระยะเวลาหนงึ่ หรอื อาจยาวนานไปตลอดชวี ติ และมโนทศั นท ี่
เกี่ยวของกับแนวคิด ความคิดเห็น มุมมอง ทัศนะเกี่ยวกับเร่ืองตาง ๆ
สมองจะสรปุ มโนทศั น เปน กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นข องเราในเรอ่ื งนน้ั เปรยี บ
เหมือน “เลนส” ที่เรานําไปใชในการมองโลกเพื่อนําไปใชในการตีความ
ขอ มลู ใหมท เ่ี ขา มาในความคดิ ซงึ่ หากขอ มลู นน้ั มลี กั ษณะใกลเ คยี งกนั กบั
ตวั แบบ เราจะแสดงทัศนะตามแบบที่เราคดิ
162 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ยกตัวอยา งเชน
à´¡ç ËÞ§Ô ¡§Ñ Ë¹Ñ Í¡‹Ù ºÑ áÁÁ‹ Òμ§Ñé áμ‹ §Ñ àÅ¡ç à¸ÍäÁà‹ ¤Âà˹ç ˹Ҍ
¾Í‹ áÁà‹ ÅÒ‹ ãË¿Œ §˜ ÇÒ‹ ¾Í‹ ·Í´·§éÔ áÁá‹ ÅÐà¸Íä»μ§Ñé áμà‹ ¸Í处 ¨Òí ¤ÇÒÁ
äÁ‹ä´Œ μÅÍ´àÇÅÒ·àèÕ ¸ÍàμºÔ âμÁÒ áÁÁ‹ ¡Ñ μÒí ˹¾Ô Í‹ ãË¿Œ §˜ ÍÂà‹Ù ÊÁÍ ¤ÇÒÁ
¤´Ô à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾Í‹ ¢Í§¡§Ñ Ë¹Ñ ¨§Ö à˹ç ÇÒ‹ ¾Í‹ à»¹š ¤¹·ÕèäÁ´‹ Õ ¢Ò´¤ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô
ªÍºμÍ‹ ¤Ãͺ¤ÃÇÑ à¸ÍÁ¤Õ ÇÒÁà¡ÅÂÕ ´ª§Ñ ¾Í‹ ÍÂŋ٠¡Ö æ 㹨μÔ ã¨ áÅÐ
àÁÍ×è ¡§Ñ Ë¹Ñ àË¹ç ¼ªŒÙ Ò¤¹Í¹×è æ ·Í´·§Ôé ÀÃÃÂÒËÃÍ× ä»ÁÀÕ ÃÃÂҹ͌  ÍÒ¨
¨ÐàË¹ç ¨Ò¡ÀҾ¹μà ¤¹¢ÒŒ §ºÒŒ ¹ ˹§Ñ ÊÍ× ¾ÁÔ ¾ ÏÅÏ ¡§Ñ Ë¹Ñ ¨Ð¹Òí
μÇÑ ÍÂÒ‹ §àËÅÒ‹ ¹éÕ à¢ÒŒ ÁÒ»ÃÐàÁ¹Ô ¡ºÑ »ÃÐʺ¡Òó ¤ÇÒÁ·Ã§¨Òí à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ
¾Í‹ áÅÐÊÃÒŒ §Áâ¹·ÈÑ ¹à »¹š μÇÑ áºº·Ò§¤ÇÒÁ¤´Ô ÇÒ‹ “¼ªŒÙ ÒÂà»¹š ¤¹äÁ‹
´Õ ¢Ò´¤ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº à˹ç á¡μ‹ ÇÑ ” ¡ÅÒÂ໹š ¡ÃͺâÅ¡·ÈÑ ¹/ ªÇÕ ·ÈÑ ¹
㹡ÒÃÁͧâÅ¡à¡ÂÕè Ç¡ºÑ àÃÍè× §¹μéÕ Í‹ ä» «§Öè ¢ÍŒ ÊÃ»Ø ¢Í§¡§Ñ Ë¹Ñ ÍÒ¨äÁ‹ãª‹
¤ÇÒÁ໹š ¨Ã§Ô áμà‹ »¹š ¢ÍŒ ÊÃ»Ø ¨Ò¡»ÃÐʺ¡Òó« Òíé æ ·ºÕè ¤Ø ¤Å¤¹Ë¹§Öè
ä´¾Œ ºà·Ò‹ ¹¹Ñé
success publisher
เราจะตีความเหตุการณตาง ๆ ตามกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนที่มีใน
ความทรงจาํ แตถ า ขอ มลู ทเี่ รารบั นน้ั เรายงั ไมเ คยรบั รมู ากอ น ยงั ไมเ คยคดิ
ใครค รวญ หรือแสดงความคดิ เกี่ยวกับเรอื่ งนั้นมากอ น สมองจะทาํ หนา ท่ี
คิดเกี่ยวกับเร่ืองนั้นโดยใชกรอบโลกทัศน/ชีวทัศน ขอมูล และเหตุผล
ตาง ๆ มารว มคดิ อยางบรู ณาการ เมอ่ื ไดข อ สรุปเก่ียวกบั เร่อื งน้ันแลว จึง
นาํ มาสรา งตวั แบบจาํ ลองทางความคดิ ขนึ้ ใหม โดยเกบ็ บนั ทกึ แยกประเภท
และจัดหมวดหมตู ามความเขา ใจ และจะใชตวั แบบนี้อยา งอตั โนมัติเมื่อมี
เหตุการณท ํานองเดียวกันเกิดขน้ึ ในอนาคต
กระบวนการคิด 163
ลายแทงนักคิด
การที่เรามีมโนทศั นเ กยี่ วกบั เร่ืองตา ง ๆ ชวยใหเราเกิดความเขา ใจ
ส่ิงแวดลอมไดเปนอยางดี ย่ิงเรามีมโนทัศนจํานวนมากและมโนทัศนของ
เราในแตละเรื่องน้ันมีความคมชัดมากเทาใด เราก็จะย่ิงเขาใจเหตุการณ
ตาง ๆ ไดม ากและเขา ใจอยางลกึ ซงึ้ มากข้ึนเทา น้นั
สภาพแวดลอมหลอหลอมโลกทัศน/ ชีวทศั นข องมนุษย
เน่ืองจากมนุษยไมไดดําเนินชีวิตตามสัญชาตญาณหรือตอบสนอง
ความตอ งการเพยี งประการเดยี ว แตด าํ เนนิ ชวี ติ อยา งใชค วามคดิ ใชเ หตผุ ล
และมีความสามารถในการแยกแยะความผิดชอบชว่ั ดี ความถกู ผดิ ของสิ่ง
ตาง ๆ ได สิ่งเหลานี้เกิดข้ึนจากการหลอหลอมที่มาจาก คําสอน
ประสบการณ ความรู ความเชอ่ื คา นยิ ม ประเพณี วฒั นธรรม ทีค่ น ๆ
น้ันไดรับมาในแตละข้ันตอนของชีวิต เมื่อสมองไดรับขอมูลเก่ียวกับเรื่อง
ตา ง ๆ สมองจะนาํ ไปคิดอยา งบูรณาการกับประสบการณอน่ื ๆ ทบ่ี นั ทกึ
ไวใ นสมอง สรา งเปน กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเก่ียวกับเรอื่ งนัน้ ๆ ไว และ
จะเก็บไวเปนตัวแบบจําลองทางความคิดในการวินิจฉัยหรือตัดสินเรื่อง
ทํานองเดียวกนั น้ตี อ ไป
success publisher
ปจ จยั การกําหนด ปรัชญาการมองโลก คานิยม
ปรัชญาการมองโลก (worldview) (values)
ของมนุษย กาํ หนด กาํ หนด
1. ครอบครัว กําหนด
2. การศกึ ษา
3. ศาสนา/วฒั นธรรม ความรสู กึ กาํ หนด พฤติกรรม
4. ประสบการณ (sensibility) ( behavior )
5. คานยิ มของสงั คม
6. ฯลฯ
164 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ในหนังสือ สงั คมทรุ ชน : ยุทธศาสตรความลม สลายของสงั คม ผม
เรียกกรอบโลกทศั น/ ชีวทศั น น้วี า “ปรชั ญาการมองโลก” และไดนาํ เสนอ
กระบวนความคดิ ของคนในสงั คม ซง่ึ ตงั้ อยบู นพนื้ ฐานทว่ี า “ปรชั ญาความ
คิดของคน ๆ หนึ่ง เปน ตวั กําหนดคานิยมของบุคคลนั้น คานิยมดงั กลาว
สงผลใหบุคคลนั้นแสดงพฤติกรรมออกมาภายนอก พฤติกรรมดังกลาวมี
ผลตอการกาํ หนดความรสู ึกของเขาดว ย” (เกรยี งศกั ดิ,์ 2539)
success publisher
ดังน้ันพฤติกรรมที่คน ๆ หนึ่งแสดงออกจึงเปนการปฏิสัมพันธ
ระหวา งสง่ิ ทอ่ี ยภู ายนอกกบั สง่ิ ทอ่ี ยภู ายใน อนั ไดแ ก ความคดิ ทา ที ภายใน
ใจ และคา นยิ มของคน ๆ น้ัน ยกตวั อยา งเชน
• หากขา ราชการมคี านยิ มวา ‘เงนิ มีคา ’ เขาจะมพี ฤตกิ รรม ‘หา
เงนิ อยางเดียว’ ในขณะทอ่ี กี คนหนึ่งมคี านยิ มวา ‘เงินทีม่ ีคา จรงิ
ตอ ง ไดม าโดยวิธสี จุ ริต และไมม ีคา ถา ไดม าโดยการทจุ รติ ’ จะ
มีพฤติกรรมตางออกไป คือไมไดทําอะไรเพื่อตองการแตเงิน
สะสมเงนิ เทา นนั้ แตก ระทําโดยยดึ ความถกู ตองเปน หลกั
• หากคนใดมปี รชั ญาการมองโลกวา ชวี ติ ไมจ าํ เปน ตอ งมเี ปา หมาย
สามารถปลอ ยชีวติ ใหอยูส บาย ๆ ไปวัน ๆ ได คา นยิ มทเี่ กิดข้ึน
คือ “ทาํ งานนอ ยท่ีสุดคอื กาํ ไรชีวติ สง ผลใหพฤตกิ รรมที่เกิดข้ึน
คือเกยี จคราน ไมทํางาน ชอบอยเู ฉย ๆ ปลอ ยเวลาใหผ า นไป
อยางไรประโยชน์”
พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกจะสง ผลสกู ระบวนความคดิ ขน้ั ท่ี 4 คอื “ความ
รูสึก” ของผูที่ประพฤตินั้น ความรูสึกดังกลาวขึ้นอยูกับจิตสํานึกทาง
จรยิ ธรรมทีบ่ รรจอุ ยูในจิตใจของบุคคลน้ัน
กระบวนการคิด 165
success publisherลายแทงนักคิด
กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นท เ่ี รามตี อ เรอื่ งตา ง ๆ มสี ว นสาํ คญั ในการปรงุ
แตง ชวี ิตของแตล ะคนใหแตกตา งกนั ไปตามวถิ ีทางของตน แตละคนจะมี
ทศั นะในแตล ะเรอ่ื งอยา งไรนนั้ ขน้ึ อยกู ับสงิ่ ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ การกอ รา งกรอบ
โลกทศั น/ชีวทัศนเ กี่ยวกบั เรื่องดังกลาว อาทิ ประสบการณ คําสอน คา
นยิ ม วฒั นธรรม ครอบครวั อนั เปน เหตใุ หท ศั นะตอ เรอื่ งเดยี วกนั ของแตล ะ
คนแตกตา งกัน
ยกตัวอยางเชน เร่ืองมารยาทในคนแตละคน หรือในสังคม แตละ
แหง จะมที ศั นะเกี่ยวกบั “มารยาท” ไมเหมอื นกนั ในสังคมหน่งึ ถือวา เมื่อ
พบกนั ตอ งตบหัวกนั เพือ่ แสดงความเปน มิตร แตอกี สังคมหนึง่ อาจจะเหน็
วา การกระทําดงั กลาวหมายถึงการหยามศกั ด์ิศรี หรือการไมใ หเ กียรตกิ ัน
ทศั นะของคน ๆ หนงึ่ จงึ ไมส ามารถนาํ ไปประเมนิ พฤตกิ รรมของอกี คนหนงึ่
หรอื ของคนอกี สงั คมหนง่ึ ได เนอ่ื งจากมกี รอบความคดิ เกย่ี วกบั เรอ่ื งนน้ั แตก
ตางกนั
นอกจากน้ี ภมู ปิ ระเทศและสภาพภมู อิ ากาศทแ่ี ตกตา งกนั อาจสง ผล
ใหม ีทัศนะเก่ยี วกบั อากาศตางกนั เชน หนาวของไทยอาจจะรอนของฝรง่ั
กไ็ ด หรอื วฒั นธรรมทแ่ี ตกตา งกนั สง ผลใหม ที ศั นะตอ เรอื่ งเดยี วกนั แตกตา ง
กัน เชน การทป่ี ยู า ตายายของครอบครัวไทยอยูอยา งโดดเดยี่ ว สงั คมไทย
มองวา ลกู หลานอกตญั ู ขณะทส่ี งั คมตะวนั ตก มองวา เปน เรอ่ื งปกตทิ คี่ วร
จะเปน ทั้งน้เี น่ืองจากมที ัศนะเกีย่ วกบั การดํารงชวี ิตครอบครัวแตกตา งกัน
ฉะนั้น จึงเปนธรรมดาที่คนสองคนอาจตีความขอมูลท่ีเขามาปะทะ
ไดค วามหมายท่ีแตกตา งกัน เน่ืองจากมีกรอบโลกทัศน/ ชวี ทัศนท ่แี ตกตา ง
กนั นั่นเอง
166 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนก ับการคดิ …
เม่ือสมองรบั ขอมูลจากประสาทสัมผสั เขา สสู มอง สมองจะเชื่อมโยง
เขาสูประตูความทรงจําของกรอบโลกทัศน/ชีวทัศนในเร่ืองนั้นที่เราเก็บไว
เมอ่ื สมองหาตวั แบบความคดิ เกยี่ วกบั เรอื่ งนน้ั พบ(ซงึ่ เปน ปฏกิ ริ ยิ าทเี่ กดิ ขน้ึ
เร็วมาก) กจ็ ะนาํ มาวนิ ิจฉัย ทาํ ความเขา ใจขอมลู ใหมที่ไดรบั สง ผลทาํ ให
เราตัดสนิ ใจเรอื่ งนน้ั ตามมุมมองทัศนะของเรา
success publisher
การทเี่ รามกี รอบความคดิ หรอื คดิ เพยี งภายในกรอบของตน ซง่ึ จาํ กดั
ดวยประสบการณ ความรู วฒั นธรรม เรามกั สรุปสิง่ ตา ง ๆ ตามความคิด
ตามอารมณค วามรสู กึ โดยไมไ ดค าํ นงึ วา ความจรงิ จะเปน เชน ไร ซง่ึ การทาํ
เชน น้ีอาจสง ผลเสียหลายประการ อาทิ
• ทําใหเราไมสามารถเขาใจในขอมลู คาํ ถาม หรอื เหตกุ ารณ ท่ี
เราพบเห็นไดอ ยา งถกู ตอง เนอ่ื งจากความเขา ใจทไ่ี มตรงกันกอ
ใหเ กดิ การตีความท่ผี ดิ พลาด
• ทาํ ใหเ รามีความเขา ใจคลาดเคล่อื นจากสิ่งที่เปนจริง
• ทําใหเราไมสามารถประเมินสิ่งตาง ๆ ไดอยางยุติธรรม และ
สมเหตสุ มผล
• ทําใหเราไมสามารถแกป ญ หาใหกบั ตนเองไดอยา งถกู ตอง
• ทําใหเ กดิ ความขัดแยง กันโดยไมจําเปน
สิ่งท่ีเราควรตระหนักก็คือ คนเราแตละคนน้ันมีกรอบโลกทัศน/
ชีวทัศนเ กย่ี วกบั บางเร่ืองชัดเจน บางเรอ่ื งคลุมเครือ อาจจะถกู ตอ ง หรอื
ผดิ พลาดกไ็ ด ความไมช ดั เจนนี้ จงึ ทาํ ใหเ ราไมส ามารถเอาเลนสข องเราไป
ตีความเลนสของคนอนื่ ได
กระบวนการคิด 167
success publisherลายแทงนักคิด
ถาเรายึดกรอบโลกทัศน/ชีวทศั นเก่ียวกับเรื่องใดไวอยา งมั่นคง อาจ
เปน เหตใุ หค วามคดิ ของเราในเร่ืองน้นั ถูกปดกนั้ ไมไ ดพจิ ารณ ขอมลู ทีไ่ ด
รบั ในทกุ ๆ มมุ มอง อนั อาจทาํ ใหเ ราไดข อ สรปุ ทางการคดิ ทผ่ี ดิ พลาด เชน
ตัวอยางของนางสาวกังหันท่ีมีทัศนคติแงลบกับผูชาย ท่ีกลาวถึงเปน
ตวั อยางในตอนตน ความจริงคือ ผชู ายไมไ ดเ ปนเชนนน้ั ทุกคน และผูช าย
ทม่ี ีนสิ ยั ดมี ีความรบั ผิดชอบยงั พบเห็นไดท ่ัวไป และอาจจะมมี ากกวา ดวย
ซาํ้ แตเ พราะกรอบโลกทศั น/ ชวี ทัศนของกงั หนั ปดกน้ั ทาํ ใหเหน็ มมุ มองท่ี
ผิดเพย้ี นไป อยางไรกต็ าม กังหนั สามารถใชวิธีคดิ เขามาชวยได โดยเร่มิ
ตนเปด ใจใหกวางและพิจารณาขอ เท็จจริงตา ง ๆ อยา งเหมาะสม กอนที่
จะสรปุ วา ผชู ายเปน เชน ไร เมอื่ เธอไดพ บความจรงิ กรอบโลกทศั น/ ชวี ทศั น
เกยี่ วกบั เรื่องนี้ของเธอยอ มจะเปล่ียนแปลงไป
ดังนั้นเราจึงตองเรียนรูวิธีคิดที่ถูกตองเพ่ือชวยใหเราสามารถขยาย
กรอบโลกทัศน/ ชีวทศั นใหก วา งข้นึ และชวยใหเราสามารถมองสิง่ ตาง ๆ
ไดอ ยา งสมเหตสุ มผล รวู า คนอน่ื เขามกี รอบโลกทศั น/ ชวี ทศั นเ กยี่ วกบั เรอ่ื ง
ตา ง ๆ อยางไร และรูวา กรอบท่ีเรามีนนั้ ถูกตองเหมาะสมหรอื ผิดพลาด
อยางไร อนั จะชว ยใหเ ราขยับเลนสในการมองโลกในเรอื่ งตา ง ๆ ของเรา
ไดค มชดั ย่งิ ขนึ้
กรอบโลกทัศน/ชีวทัศนเปนตัวรวมสําคัญที่ผสมผสานกันในระหวาง
ท่เี ราคิด เราจะคิดอยา งไร จะสรปุ ความคิดของเราออกมาเปนเชนไร จะ
ยดึ กรอบเดมิ ไว หรอื เปลยี่ นกรอบใหมโ ดยทง้ิ กรอบความคดิ เดมิ เมอื่ พบขอ
เท็จจรงิ ใหม ๆ ขึน้ อยกู ับการตดั สนิ ใจของเราวา เราจะประเมนิ สิ่งน้นั ตาม
เหตผุ ลทเี่ ปน จรงิ หรือตดั สินใจตามกรอบโลกทัศน/ชวี ทศั นที่เรายึดไว
168 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ตวั รว มที่ 2 นสิ ัย
ÊÁØ ÒÅ¹Õ ´Ñ ¡ºÑ Ê¾Ø ¨¹äÇμŒ Í¹ 10 âÁ§àªÒŒ Ê¾Ø ¨¹ä»μçàÇÅÒ ÃÍsuccess publisher
ä»Ê¡Ñ 10 ¹Ò·Õ 处 äÁà‹ Ë¹ç ÊÁØ ÒÅÁÕ Ò à¢Ò¤´Ô ä»ÇÒ‹ à¸ÍÍÒ¨ÅÁ× ¹´Ñ ËÃÍ×
äÁ¡‹ Íç Ò¨à¡´Ô ÍºØ μÑ àÔ ËμØ ¢³Ð·¤Õè ´Ô ÍÂà‹Ù ¢Òà˹ç ÊÁØ ÒÅàÕ ´¹Ô ÁÒáμ‹ä¡Å à¸Í
ÁÒªÒŒ ä» 30 ¹Ò·Õ Ê¾Ø ¨¹Ã ʌ٠¡Ö á»Å¡ã¨·ÊèÕ ÁØ ÒÅÁÕ ÒÊÒÂáÅÇŒ 处 ·Òí ˹Ҍ
ÂÁÔé áÂÁŒ á¨Á‹ ãÊ äÁ¢‹ Íâ·É¢Íâ¾Â àËÁÍ× ¹äÁÁ‹ ÍÕ ÐäÃà¡´Ô ¢¹éÖ !!!
…กไ็ มมีอะไรเกดิ ขึ้นนะ สิ แตเปน ความเคยชินของสมุ าลี เธอแทบจะ
ไมเคยมาไดตรงเวลาตามทนี่ ัดหมายเลย
ประสบการณความทรงจําของเธอไดบันทึกไววา ทุกคร้ังท่ีเธอมีนัด
ไมวากับครอบครวั หรือกบั เพื่อน ๆ แทบไมม ใี ครมาตรงเวลาเลย และการ
มาสาย 30 นาที ถึงหนึง่ ช่วั โมงเปนเรือ่ งปกตทิ ย่ี อมรบั กนั ได เธอจึงสรปุ
วาการมาสายไมใชเรื่องแปลก เธอจึงไมเห็นความสําคัญของการมาตรง
เวลา
…ในทางตรงขาม สุพจนกลับโกรธหัวฟดหัวเหว่ียง เพราะความ
เคยชนิ ของเขาคอื ทกุ คนตอ งรกั ษาเวลา เขาจงึ ตาํ หนสิ มุ าลวี า ไมเ หน็ คณุ คา
เวลาท่ีเสียไปถึงคร่ึงช่ัวโมง และเห็นวาเธอไมเคารพสิทธิของผูอื่น เพราะ
การใหผอู น่ื ตอ งรอเปน การเอาเปรยี บผอู ื่นอยา งเหน็ แกตวั
สมุ าลเี สยี ใจมากกบั ขอ กลา วหาดงั กลา ว เพราะเธอไมเ คยคดิ เชน นน้ั
มากอนเลย
กระบวนการคิด 169
ลายแทงนักคิด
เหตุการณขา งตนสะทอนความเคยชินท่ีแตกตางกัน ความเคยชินน้ี
เราเรียกวา นิสยั
หากลองสาํ รวจลักษณะนิสยั ของเรา ของเพอ่ื น ๆ หรือของคนทัว่ ไป
ในสังคม เราจะพบวามีพฤติกรรมมากมายที่เราเรียกวาเปนลักษณะนิสัย
อาทิ เอาแตใจตวั เอง เหน็ แกต ัว ชอบชว ยเหลือผอู ่ืน มรี ะเบยี บวนิ ยั ปลอ ย
ปละละเลย ละเอยี ดรอบคอบ สะเพรา เลนิ เลอ ชอบวางแผนลว งหนา ชอบ
ทําตามความรูสึกของตนเอง ฯลฯ
เราอาจกลา วสรุปไดวา
success publisher
ความหมาย นสิ ยั หมายถงึ รปู แบบการแสดงออก อนั เกดิ จากการ
เรยี นรแู ละการกระทาํ สงิ่ นน้ั ซาํ้ ๆ กนั จนกลายเปน ความ
เคยชนิ
นสิ ัยเกิดขึน้ ไดอยางไร
พฒั นาการรอยหยกั บนผิวสมอง
ลักษณะนิสัยจัดเปนสวนประกอบหน่ึงของ
บุคลิกภาพ อนั เกดิ จากประสบการณนับต้งั แตใ นวัย
เดก็ ทสี่ มองตอบสนองตอ สง่ิ ตา ง ๆ ตามสญั ชาตญาณ
และการเรียนรูจากสภาพแวดลอ ม เพ่อื ใหช ีวิตอยูไ ด
อยางมั่นคงและมีความพึงพอใจ และเม่ือทําซํ้า ๆ
กันบอยเขา จะพัฒนากลายเปนลักษณะประจําตัวที่ทําใหแตละคนมี
“เอกลักษณ” แตกตางกันในเรื่องของลักษณะนิสัย พื้นฐานทางอารมณ
ความรสู ึกนกึ คิด ปรชั ญาการมองโลก และการแสดงออกในเรอ่ื งตาง ๆ
170 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
งานวจิ ยั ดา นบคุ ลกิ ภาพไดก ลา วไวว า รอยหยกั บนพน้ื ผวิ สมองเปน ตวั
กําหนดบุคลิกภาพของเรา รอยหยักเหลานี้สวนหน่ึงไดถูกกําหนดมา
เรยี บรอ ยแลว ตงั้ แตอ ยใู นครรภ เราจงึ มลี กั ษณะทางบคุ ลกิ ภาพบางประการ
ท่ีเกิดจากกรรมพันธุ และหลังจากท่ีเราเกิดมาแลวการเล้ียงดูและสิ่ง
แวดลอมรอบตัวเราจะมีอิทธิพลตอการพัฒนารอยหยักของสมองตาม
ประสบการณท ี่ไดร ับ โดยสมองจะทาํ หนาทใี่ นการเรยี นรขู อ มูลตาง ๆ ที่
รับเขา มาจากประสาทสมั ผัส และตอบสนองตามความตองการและความ
อยูรอดของเรา จากน้ันจะบันทึก “ขอสรุปการเรียนรู” ของแตละ
ประสบการณไวเปนรอยหยักในสมอง ซึ่งจะถูกเรียกกลับมาใชอยาง
อตั โนมตั เิ มอ่ื ประสบกบั เหตกุ ารณเ ชน เดยี วกนั อกี รอยหยกั ทเ่ี กดิ ขน้ึ จะมผี ล
ตอ ความรสู ึกนกึ คดิ และพฤติกรรมของเราในอนาคตเมื่อเราเตบิ โตข้ึน เรา
จึงเปน เชน ท่ีเราเปนอยู
success publisher
การเรยี นรแู ละหลอหลอมจากสภาพแวดลอ ม
คนเราแตละคนลวนมีลักษณะนิสัยที่แตก
ตางกันออกไป เราลองสังเกตคนในครอบครัว
เพื่อน คนอน่ื ๆ ในสงั คมของเรา หรือคนตาง
ประเทศ เราจะเหน็ วา แตล ะคน แตล ะกลมุ ตา ง
มีลักษณะนิสัย เฉพาะของตนเอง คนกลุม
เดยี วกนั อาจมนี สิ ยั คลา ย ๆ กนั ในบางเรอื่ ง คนตา งกลมุ ตา งวฒั นธรรมอาจ
ไมมีนิสยั คลายกนั เลย ทั้งนเี้ พราะนิสยั ของเราจะเปนอยา งไรน้นั เกิดจาก
การหลอหลอมอบรมสั่งสอนจากครอบครัว และไดรับอิทธิพลจากบริบท
ทางวฒั นธรรมทเ่ี ราอาศยั อยู ไมว า จะเปน วธิ คี ดิ วถิ กี ารดาํ เนนิ ชวี ติ ลกั ษณะ
ทาทาง การพดู คา นิยม โลกทัศนม ุมมอง และนํามาถอดแบบเปน ปรัชญา
การมองโลก คานยิ ม บุคลกิ ภาพ และลกั ษณะนิสยั ของเรา
กระบวนการคิด 171
success publisherลายแทงนักคิด
ยกตวั อยา งเชน
...ÁÒ¹ÐÈ¡Ñ ´ìÔ Á¾Õ Í‹ áÁ·‹ ¢Õè Â¹Ñ μ¹è× áμà‹ ªÒŒ ªÇ‹ ¡¹Ñ ·Òí §Ò¹ Á¤Õ ÇÒÁ
Í´·¹ äÁº‹ ¹‹ ¨¨ŒÙ éÕ ÁÒ¹ÐÈ¡Ñ ´¨ìÔ §Ö ä´ÃŒ ºÑ Å¡Ñ É³Ð¹ÊÔ ÂÑ àª¹‹ ¹ÁéÕ Ò´ÇŒ Â
...¤Ãͺ¤ÃÇÑ ¢Í§ÊºÒÂ㨠໹š ¤Ãͺ¤ÃÇÑ Ã¡Ñ Ê¹¡Ø ªÍº¤ÂØ ¡¹Ñ áμ‹
àÃÍè× §ÊÃÇÅàÊàÎÎÒ àÁÍè× Á»Õ Þ˜ ËҾ͋ áÁÁ‹ ¡Ñ ¨Ð¤´Ô ᧺‹ Ç¡ÇÒ‹ “·¡Ø »Þ˜ ËÒ
Á·Õ Ò§ÍÍ¡àÊÁÍ” áÅÐäÁÇ‹ μÔ ¡¡§Ñ ÇŨ¹à¡¹Ô ä»áμ¾‹ ÂÒÂÒÁá¡»Œ Þ˜ ËÒ¹¹Ñé
ãËàŒ ÃÇç ·ÊèÕ ´Ø ·¡Ø ¤¹ã¹ºÒŒ ¹¨§Ö ÍÂ͋٠ÂÒ‹ §Á¤Õ ÇÒÁ梯 äÁ¤‹ Í‹ Âà¤ÃÂÕ ´ÁÒ¡¹¡Ñ
ʺÒÂ㨨§Ö μ´Ô ¹ÊÔ ÂÑ àª¹‹ ¹ÁÕé Ò´ÇŒ Â
การปฏิบตั อิ ยางสมาํ่ เสมอจนกลายเปน ความเคยชิน
นสิ ัยเปนส่ิงท่ีเราปฏิบัตบิ อย ๆ จนกลายเปนความเคยชนิ สงผลให
เม่ือประสบกับเหตุการณทํานองเดียวกัน เราจะตอบสนองดวยวิธีการ
เดียวกันโดยอัตโนมัติ เชน นิสัยไมเคารพกฎระเบียบ แตชอบทําตามใจ
ตนเอง ทกุ คร้ังทีต่ องการขามถนนกจ็ ะขา มทนั ทีโดยไมไ ดด วู าตรงนนั้ เปน
ทางขามหรือไม อีกท้งั ไมส นใจทีจ่ ะขา มโดยใชสะพาน
ลอย เพราะประสบการณบอกวา ขามดวยวธิ ีนเี้ ร็วกวา
คนอ่ืน ๆ เขายังขามกัน ไมเห็นมีใครเคยถูกจับและ
ปรับสักครั้งเดียว ทําใหเกิดความพึงพอใจท่ีจะทําเชน
นั้นไปอกี เร่อื ย ๆ
กลา วกนั วา สงิ่ ใดกต็ าม หากเราอดทนพยายามทาํ ตดิ ตอ กนั ไป 45 วนั
สง่ิ นนั้ จะกลายเปน นิสยั ของเรา ยกตวั อยางเชน
172 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ÊÁÈÃÁÕ ¹Õ ÊÔ ÂÑ ªÍº¹Í¹´¡Ö μ¹è× ÊÒ ·Òí ãËŒä»àÃÂÕ ¹äÁ·‹ ¹Ñ à¾Í×è ¹
ÍÂà‹Ù ÊÁÍ Ç¹Ñ Ë¹§èÖ àÁÍè× à¸Íä´ÃŒ ºÑ ᨧŒ ¨Ò¡·Ò§âçàÃÂÕ ¹ÇÒ‹ ¨ÐËÁ´Ê·Ô ¸Ôì
ࢌÒÊͺ ÊÁÈÃÕ¨íÒμŒÍ§à»ÅÕè¹¹ÔÊÑÂμè×¹ãˌઌҢéÖ¹à¾è×Íä»àÃÕ¹ãËŒ·Ñ¹
áá æ ÊÁÈÃ·Õ ÃÁÒ¹ÁÒ¡ à¸Íº§Ñ ¤ºÑ μÇÑ àͧãËàŒ ¢ÒŒ ¹Í¹àÃÇç ¢¹Öé áÅÐ
μÍŒ §μÍ‹ Ê¡ŒÙ ºÑ ¡Òù͹äÁË‹ ÅºÑ μÍ‹ Ê¡ŒÙ ºÑ ¡ÒÃäÁÍ‹ ÂÒ¡μ¹è× àÁÍè× àÊÂÕ §¹ÒÌ¡ Ò
»Å¡Ø ´§Ñ μ͹μËÕ ÒŒ ¤Ã§Öè ÊͧÊÒÁÇ¹Ñ ááà¸Í¾Ò‹ Âá¾μŒ Í‹ ¡ÒÃàÃÂÕ ¡ÃÍŒ §¢Í§
ÃÒ‹ §¡Ò·¨Õè ÐãËμŒ ¹×è á»´âÁ§àËÁÍ× ¹à´ÁÔ ÍÂÒ‹ §äáμç ÒÁÊÁÈÃ¾Õ ÂÒÂÒÁ
ÊŒÙãËÁ‹ã¹Ç¹Ñ μÍ‹ ä» à¸Í¾ÂÒÂÒÁúã˪Œ ¹Ð¤Í× äÁ‹ ÍÁ·Òí μÒÁàÊÂÕ §·èÕ
àÃÂÕ ¡ÃÍŒ §ã¹ã¨ã˹Œ ͹μÍ‹ àÁÍ×è ·Òí ÊÒí àèç 㹪Nj §ÊÍ§Ç¹Ñ áá à¸Í¾ºÇÒ‹
Ç¹Ñ μÍ‹ æ ÁÒ à¸Íμ¹è× ä´àŒ ÃÇç ¢¹Öé à¾ÃÒÐÃÒ‹ §¡ÒÂàÃÁÔè »ÃºÑ μÇÑ ä´Œ ËÅ§Ñ ¨Ò¡
·Òí હ‹ ¹¤Õé ú 45 Ç¹Ñ Ê§Ôè ¹¡Õé ÅÒÂ໹š ¹ÊÔ ÂÑ ãËÁ¢‹ ͧÊÁÈÃÕ à¸ÍäÁ‹ä´Œ
à»¹š “¤³Ø ¹ÒÂμ¹è× ÊÒ” Í¡Õ μÍ‹ ä»
success publisher
นิสัยจะสามารถเปลี่ยนไดหากเราตระหนักวาพฤติกรรมที่เราปฏิบัติ
อยูนน้ั สงผลเสยี ใหแ กเรา เชน ไมไ ดรับการยอมรบั จากเพอ่ื นรวมงาน หาก
มีนสิ ัยเกยี จครานและเห็นแกต วั ตดั สินใจเรอื่ งตา ง ๆ ผดิ พลาดบอ ย ๆ
เพราะมีนสิ ัยคิดไมรอบคอบ หรอื มีนสิ ยั เชอื่ คาํ พดู หรือไววางใจคนอ่นื อยาง
งา ย ๆ ทําใหถ กู หลอกเอาทรพั ยสินไปจํานวนมาก
นิสัยกับการคดิ …
นิสัยมีผลเช่ือมโยงกับรูปแบบวิธีคิดของเราเปนอยางมาก เนื่องจาก
เราจะมีรูปแบบการคิดอยา งอัตโนมตั ิตามความเคยชนิ ของเรา เชน การที่
เรามีนิสัยเกียจครานเปนทุนเดิม ยอมสงผลใหเราเกียจครานท่ีจะคิดดวย
กระบวนการคิด 173
success publisherลายแทงนักคิด
ทาํ ใหเ ราเปน คนทไ่ี มส รา งสรรค ไมช อบลงแรงในการคดิ ใครค รวญแกป ญ หา
แตม กั จะเปนผทู ี่ชอบหาสูตรสําเรจ็ ไมว าจะเปน จากการเลยี นแบบ หรือ
การหาคําตอบจากผอู ่ืนมากกวาที่จะคน ควา หาคําตอบดวยตนเอง
หากเรามีนิสัยชอบวางแผนกอนทําสิ่งตาง ๆ เราจะเปนคนท่ีชอบ
คิดถึงอนาคต และมักใชจินตนาการเขาชวยวาจะเกิดอะไรข้ึนในอนาคต
และคิดแกปญหาหรือหาทางหนีทีไลไวกอน จะชวยทําใหเราเปนคนท่ีไม
กลัวตอ การเผชญิ หนา กบั อนาคต
นอกจากน้ีลักษณะนิสัยมีสวนเขามาผสมผสานกับประสบการณทาง
อารมณ เชน สภาวะอารมณทหี่ วาดกลวั และนสิ ยั ไมก ลาแสดงออกของเรา
อาจสง ผลใหเ ราไมก ลา คดิ หรอื ตดั สนิ ใจเรอื่ งยาก ๆ หรอื คนทนี่ สิ ยั กลา หาญ
มักจะไมยอมใหถูกครอบงําดวยประสบการณทางอารมณ แมอยูใน
สถานการณคับขัน เขาจะสามารถต้ังสติพิจารณา สภาพเนื้อแทของ
สถานการณข ณะน้นั ได
นสิ ยั จงึ เปน ตวั รว มทสี่ าํ คญั ทกี่ าํ หนดวา เราจะคดิ ไมค ดิ จะคดิ อยา งไร
และทาํ ใหขอสรปุ จากการคิดทไ่ี ดเ ปน อยา งไร
174 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ตวั รว มที่ 3 อารมณ
จากสีหนา ของตัวการต นู ทง้ั 4 ภาพ ลองเดาดูสวิ า แตละใบหนา น้ันsuccess publisher
กําลังอยใู นภาวะอารมณเ ชนไร
.….เศรา …..โกรธ …..ตกใจ …..รัก
ผูอานคงเดาคําตอบไดงาย ๆ ดวยเหตุผลวา เราคงจะเคยแสดง
สีหนา เชน นี้เหมือนกนั
…เมอื่ เราตกอยใู นหว งแหง ความรกั หรอื เมอื่ มอี ารมณส นกุ สนานทไ่ี ด
ทําในสง่ิ ท่ีพึงพอใจ หนา ตาเราก็จะย้มิ แยม สดชืน่ เบิกบาน (ภาพที่ 1)
…เมอื่ ใครมาเดนิ เหยยี บหวั แมเ ทา ของเรา แลว ไมย อมขอโทษ ทาํ เปน
ไมส นใจเดนิ ผา นไป เราจะเกดิ ความรสู กึ ทง้ั เจบ็ แลว โมโหดว ย อารมณเ ดอื ด
ของเรากจ็ ะพลงุ ข้ึน หนาตาของเรากจ็ ะบดู บึ้ง (ภาพท่ี 2)
…ขณะที่เรากําลงั ทํางานอยูเ พลนิ ๆ นน้ั เพ่อื นขางบานเราโทรศพั ท
มาบอกวา อาคารสาํ นกั งานทเี่ รากาํ ลงั ทาํ งานนน้ั มคี นรา ยโทรมาขวู า ไดว าง
ระเบดิ เวลาไว เมอ่ื เราไดข า วกต็ กใจ เกดิ ความกลวั ขน้ึ มาทนั ที ไมร วู า เมอื่ ไร
จะเกดิ ระเบดิ ขน้ึ ไมร ูวาตนเองจะหนีทนั หรอื ไม (ภาพที่3)
…เม่อื คนรกั หักอก สอบตกแลวตกอกี ฯลฯ ความเศรา เสยี ใจ ยอ ม
จะเปน เพอ่ื นทต่ี ดิ ตามมา เราจะมอี าการเศรา จติ ใจจะหดหู รอ งไห (ภาพ
ที่ 4)
กระบวนการคิด 175
ลายแทงนักคิด
สหี นา เหลา นแี้ สดงถงึ อารมณใ นขณะนน้ั นอกจากอารมณเ หลา นแี้ ลว
เรายังมีอารมณตาง ๆ อีกมากมาย ที่เราแสดงออกตาม สถานการณ
ตาง ๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้
ความหมาย อารมณ หมายถงึ ความรสู กึ ตา ง ๆ ทโี่ ดยทวั่ ไปแลว จะ
ประกอบดว ยแรงกระตุนทางกายภาพ และความรูสึก
นกึ คดิ ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ พฤตกิ รรมคนนน้ั
success publisher
นักจิตวิทยาไดแบงอารมณพื้นฐานท่ีมีความแตกตางกันออกเปน 8
อารมณห ลัก ๆ อันไดแ ก สนุกชนื่ ชม พึงพอใจ กลวั ประหลาดใจ เศรา
รังเกียจ โกรธ และอารมณค าดหวัง (Plutchik, 1984) อาการทางกายภาพ
ทต่ี า งกนั สามารถบอกถงึ สภาวะทางอารมณท ต่ี างกนั คนจะแสดงออกทาง
สหี นา ทา ทาง และพฤติกรรมที่แตกตางกัน
อารมณเ กดิ ข้นึ ไดอยางไร…
อารมณข องเราจะเกดิ เมอ่ื ประสาทสมั ผสั รบั ขอ มลู เขา มา ไมว า จะเปน
จากการเห็น การไดย นิ การสมั ผัส หรอื อนื่ ๆ ขอมลู เหลานีจ้ ะเขาสกู าร
ตคี วามของสมอง สมองจะตอบสนองใน 2 ลกั ษณะ
ตอบสนองโดยอัตโนมตั ิตามสัญชาตญาณ
ประสาทรบั ความรสู กึ จะสง ขอ มลู ทางอารมณเ ขา สสู มอง สมองจะรบั
รูแ ละตอบสนองตอ สง่ิ เรา ตาง ๆ ตามสัญชาตญาณของการดาํ รงชวี ติ โดย
ไมไ ดขนึ้ อยูก ับความคิดเชิงเหตุผล อาทิ
176 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
• เมอ่ื เราไดร ับส่งิ ท่เี ราพึงพอใจ ส่ิงทีต่ อบสนองความตองการของ
เรา เราจะมคี วามสขุ อารมณด ี เชน อยใู นสภาพแวดลอ มทรี่ ม รน่ื
มีตน ไมส ีเขียว มเี สียงนกรอง เสียงนา้ํ ไหลเออื่ ย ๆ มลี มเยน็ ๆ
พัดสบาย ๆ หรือการฟง เพลงที่มีทว งทาํ นองครน้ื เครง เราจะมี
ความสนุกสนานไปกับเสียงเพลงน้ัน ท้ังนี้ เราอาจไมเขาใจ
เหตุผลวาเหตุใดจึงเปนเชนนั้น เราจะรูแตเพียงวาเราอยากมี
ประสบการณเชนนัน้ อกี
success publisher
• เมอื่ เราตอ งพบกับสถานการณใหม ๆ ที่ไมค นุ เคย ประสบเหตุ
บงั เอญิ ไมค าดฝน เราจะเกดิ ความกลวั เกดิ ความรสู กึ ประหลาด
ใจ และเกิดความไมม่ันใจวาจะควบคุมสถานการณไดหรือไม
หรือไมรูวาอนาคตจะเปนอยางไร ทําใหเราพยายามหลีกเล่ียง
หรอื แสวงหาความมนั่ คงความปลอดภยั ใหเ ร็วที่สุด
• เมอื่ เราไดร บั สง่ิ ทไี่ มน า พงึ พอใจ ถกู ละเมดิ สทิ ธิ ถกู ทาํ ใหเ จบ็ ปวด
ทางรา งกายหรอื จติ ใจ ไมไ ดร บั สงิ่ ทค่ี าดหวงั เชน การผดิ หวงั ใน
ความรัก การไมไดรบั การยอมรับจากชมุ ชน สอบเขาทํางานไม
ได เปนตน เหตุการณเหลานี้อาจนําไปสูความรูสึกโกรธเคือง
ตองการแกแคน หรือความรูสึกเศรารันทดหดหู เกิดความ
ตองการแยกตัวอยโู ดดเดีย่ ว
เหตกุ ารณตา ง ๆ ท่เี ราตองเผชิญในชวี ิตประจําวัน จะสง ผลใหเรา
เกิดอารมณท่ีแตกตางกัน อารมณเหลานี้จะเชื่อมโยงกับการทํางานของ
ระบบประสาทอัตโนมัติ ซึง่ จะตอบสนองออกมาเปนลักษณะทางกายภาพ
เชน เมอ่ื เรากลวั หรอื ตกใจจากเหตุไมคาดฝน เราจะหายใจเรว็ สูดหายใจ
ลึก หวั ใจเตนเร็วขึ้น เลือดสบู ฉดี เขา สรู ะบบมากข้นึ มานตาขยายใหแสง
เขา ไดมาก ทําใหต ารับความรสู ึกไดไ วข้นึ ปากแหง เพราะตอมน้ําลายไม
กระบวนการคิด 177
success publisherลายแทงนักคิด
ทาํ งาน กระเพาะอาหารหยดุ ทาํ งาน ตอ มเหงอ่ื ทาํ งานมากขึน้ เหงือ่ ที่เพ่ิม
ข้นึ จะชวยขบั ความรอ นสวนเกนิ ออกจากรา งกาย กลา มเนื้อใตผวิ หนังหด
ตวั หรอื หากเปน มากอาจถึงขนาดผมต้งั
นอกจากน้ี อารมณจ ะสง่ั การสมองใหต อบสนองสถานการณท เี่ กดิ ขนึ้
อยา งอตั โนมตั ิ นกั จติ วทิ ยาไดก าํ หนดหนา ทขี่ องอารมณไ ว ประการหนงึ่ วา
อารมณจะเตรียมเรากอนที่เราจะลงมือทําส่ิงใด อารมณทําหนาท่ีเปนตัว
เช่อื มระหวางเหตุการณภ ายใตสภาพแวดลอ มภายนอก กับการตอบสนอง
ทางพฤติกรรมของบคุ คลหนึ่ง ยกตวั อยา งเชน
àÁÍ×è àÃÒà˹ç Ê¹Ø ¢Ñ á¡à¢ÂÕé Çà¢ÒŒ ãÊ‹ àÃÒ¨Ðà¡´Ô ¤ÇÒÁ¡ÅÇÑ ¢¹Öé ÁÒ
·¹Ñ ··Õ ¹Ñ ã´¹¹Ñé àÃҨоÂÒÂÒÁËÒ·Ò§Ëźâ´ÂÃкº»ÃÐÊҷʧèÑ ¡ÒÃ
ÍμÑ â¹ÁμÑ Ô ÍÒÃÁ³¨ Ð໹š μÇÑ ¡ÃÐμ¹ŒØ ãËàŒ ÃÒμͺʹͧʶҹ¡Òó´ §Ñ ¡ÅÒ‹ Ç
ä´·Œ ¹Ñ ·ÍÕ ÂÒ‹ §Á»Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾
ตอบสนองตามการเรียนรจู ากประสบการณท างอารมณ
ประสบการณท างอารมณท เ่ี กดิ ขนึ้ ซาํ้ ๆ ชว ยสง เสรมิ การเรยี นรู ขอ มลู
ตา ง ๆ เพือ่ เตรยี มพรอ มทจี่ ะตอบสนองอยา งเหมาะสมหากเกดิ เหตกุ ารณ
ทํานองเดียวกันขน้ึ อกี ในอนาคต ยกตวั อยางเชน
àÁÍè× ¤Ã§Ñé ¨§¡Å¹ÂÕ §Ñ ໹š à´¡ç áÁÁ‹ ¡Ñ ¨Ð¾Òà¸Í仪Nj ÂàËÅÍ× ¤¹
·Õè »ÃÐʺÀÂÑ μÒ‹ § æ à¸ÍÃʌ٠¡Ö ÇÒ‹ ¡Ò÷Òí હ‹ ¹·Õé Òí ãËàŒ ¸ÍÁ¤Õ ÇÒÁ梯 ã¨
Á¤Õ ÇÒÁ¾§Ö ¾Í㨠ÍÒÃÁ³à ËÅÒ‹ ¹·éÕ Òí ãËàŒ ¸ÍãËàŒ Ëμ¼Ø Å໹š ¡Ãͺ¤ÇÒÁ¤´Ô
178 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ÇÒ‹ “¡ÒêNj ÂàËÅÍ× ¼ÍŒÙ ¹×è ໹š ʧÔè ´”Õ ÍÒÃÁ³¾ §Ö ¾Íã¨ä´¡Œ ÃÐμ¹ŒØ ãËÍŒ ÂÒ¡
·Òí ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ¹¹éÑ Í¡Õ ã¹Í¹Ò¤μ
ËÃÍ× ¤Ã§éÑ Ë¹§èÖ ´.ª.¿Íô à¤Â¶¡Ù Ê¹Ø ¢Ñ 㹫ÍÂǧèÔ äŧ‹ ºÑ áÁàŒ ¢Ò
¨ÐǧÔè ˹Õä´·Œ ¹Ñ áμ»‹ ÃÐʺ¡Òó¤ ÇÒÁ¡ÅÇÑ ·Õèä´ÃŒ ºÑ ¨Ð¡ÃÐμ¹ŒØ ãËàŒ ¢Ò
ËÅ¡Õ àÅÂÕè §äÁà‹ ¢ÒŒ ã¡Å«Œ ͹¹éÑ Í¡Õ à»¹š μ¹Œ
success publisher
ประสบการณทางอารมณที่สั่งสมมาจากอดีตจะสงผลตอพฤติกรรม
ในอนาคต เพราะเมอื่ มีขอ มลู ใหมเ ขา มา ขอมูลนั้นจะถกู เรานําไปเปรยี บ
เทียบกับล้ินชักความทรงจําทางอารมณท่ีเคยประสบมาในอดีตอยาง
อัตโนมัติ และหากเราเคยมีประสบการณทางอารมณเก่ียวกับเร่ืองนั้น
อยา งไร เรามักจะตอบสนองดวยอารมณแ ละพฤติกรรมอยา งเดียวกนั
นอกจากนี้ ประสบการณท างอารมณท เ่ี คยเกดิ ขนึ้ กบั เราในอดตี หาก
เกิดขึ้นในทํานองเดียวกันบอย ๆ จะพัฒนาเปนลักษณะอารมณพ้ืนฐาน
ของเรา เปน ตวั กาํ หนดความคดิ และพฤตกิ รรมเกยี่ วกบั เรอ่ื งนนั้ ในอนาคต
ยกตวั อยา งเชน
à´¡ç ·àÕè ¤Â¶¡Ù ·Òí ÃÒŒ ¨ҡ¤Ãͺ¤ÃÇÑ àÁÍ×è 处 àÅ¡ç äÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁ
ʹ㨠¢Ò´¤ÇÒÁͺ͹‹Ø ¨Ð·Òí ãËàŒ ´¡ç à¡´Ô ¤ÇÒÁà¤ÃÂÕ ´·ÂèÕ Òǹҹ
¡ÅÒÂà»¹š ¤¹â¡Ã¸§Ò‹ Ââ´ÂäÁÁ‹ ÊÕ ÒàËμØ à´¡ç ¡ÅÁ‹Ø ¹àÕé ÁÍè× âμ¢¹Öé Á¡Ñ ¨Ð໹š
¤¹·ªÕè ͺ·Òí ÃÒŒ ¼͌٠¹è× μç¢ÒŒ Á¡ºÑ à´¡ç ·Õèä´ÃŒ ºÑ ¡ÒÃàÅÂÕé §´ÍÙ ÂÒ‹ §ÍºÍ¹‹Ø
ä´ÃŒ ºÑ ¤ÇÒÁÃ¡Ñ Á¤Õ ÇÒÁ¼¡Ù ¾¹Ñ ã¡ÅªŒ ´Ô ¡ºÑ ¾Í‹ áÁ‹ áÅÐÁ¾Õ ²Ñ ¹Ò¡Ò÷ҧ
ÍÒÃÁ³ ã¹àª§Ô ºÇ¡ ¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁÊÒÁÒö»ÃºÑ μÇÑ à¢ÒŒ ¡ºÑ ʶҹ¡Òó· àèÕ »¹š
»Þ˜ ËÒä´´Œ ¡Õ ÇÒ‹ Á¤Õ ÇÒÁÁ¹Ñè ¤§·Ò§ÍÒÃÁ³ ÊÒÁÒö¤´Ô ÍÂÒ‹ §ÁàÕ Ëμ¼Ø Å
ä´´Œ ¡Õ ÇÒ‹
กระบวนการคิด 179
success publisherลายแทงนักคิด
อารมณก บั การคิด
เมอื่ เราเกดิ อารมณใด ๆ กต็ าม สมองของเรามักจะสรางภาพในใจ
หรือจนิ ตนาการตอยอดจากอารมณนนั้ ยกตัวอยา งเชน
Åͧ¹¡Ö ÀÒ¾ÇÒ‹ àÃÒ໹š ËÞ§Ô ÊÒÇ¡Òí Å§Ñ à´¹Ô ¡ÅºÑ ºÒŒ ¹ «§èÖ Í‹Ùã¹
«ÍÂÅ¡Ö ·¤Õè Í‹ ¹¢ÒŒ §Á´× ÁàÕ ¾ÂÕ §áʧä¿ÊÅÇÑ æ μÒÁ·Ò§à´¹Ô àÁÍè× à´¹Ô
ä»Ê¡Ñ ¾¡Ñ àÃÒä´ÂŒ ¹Ô àÊÂÕ §½à‚ ·ÒŒ ¤¹ æ ˹§èÖ à´¹Ô μÒÁËÅ§Ñ ÁÒã¹ÃÐÂÐËÒ‹ §
¾ÍÊÁ¤Çà àÊÂÕ §½à‚ ·ÒŒ ¹¹Ñé ·Òí ãËŒ “¤ÇÒÁÃʌ٠¡Ö ¡ÅÇÑ ” áǺà¢ÒŒ ÁÒã¹ã¨¢Í§
àÃÒ·¹Ñ ·Õ 㨢ͧàÃÒàÃÁÔè àμ¹Œ àÃÇç ¢¹Öé à˧Íè× àÃÁèÔ «ÁÖ ÍÍ¡ÁÒ·ÇèÑ ÃÒ‹ §¡Ò àÊÂÕ §
½à‚ ·ÒŒ ¹¹Ñé ·Òí ãËàŒ ÃÒËǹ¤´Ô ä»¶§Ö ¢Ò‹ ÇËÞ§Ô ÊÒǶ¡Ù ·Òí ÃÒŒ Â㹫ÍÂà»ÅÂÕè Ç·Õè
àÃÒä´ÍŒ Ò‹ ¹àÁÍ×è àªÒŒ ¤ÇÒÁ¤´Ô ¹ºÕé Ç¡¡ºÑ àÊÂÕ §½à‚ ·ÒŒ ·ÂÕè §Ñ ¡ÒŒ ÇμÒÁÁÒÍÂÒ‹ §
ÊÁÒíè àÊÁͧèÔ ·Òí ãËàŒ ÃÒÃʌ٠¡Ö ¡ÅÇÑ Áҡ§Ôè ¢¹Öé ¤ÇÒÁ¤´Ô ¶¡Ù ¡ÃÐμ¹ŒØ μÍ‹ ä»ÇÒ‹
ËÒ¡à¢ÒǧÔè à¢ÒŒ ÁÒáÅÇŒ ¨ºÑ μÇÑ àÃÒäÇŒ àÃҨзÒí ÍÂÒ‹ §äà ¶ÒŒ à¢Ò໹š ªÒÂÃÒ‹ §
¡Òí ÂÒí àÃÒ¨ÐÃºÑ ÁÍ× ¡ºÑ à¢ÒÍÂÒ‹ §äà ¤ÇÒÁ¡ÅÇÑ ¡ÃÐμ¹ŒØ ãËàŒ ÃÒ¤´Ô ËÒ·Ò§ÍÍ¡
ÍÂÒ‹ §©¡Ø ÅÐË¡Ø ÇÒ‹ ¨Ð·Òí ÍÂÒ‹ §äôàÕ ¾Í×è ã˶Œ §Ö ºÒŒ ¹àÃÇç ·ÊÕè ´Ø ã¹·ÊÕè ´Ø àÃÒÍÒ¨
¨Ðμ´Ñ Ê¹Ô ã¨Ç§èÔ ÍÂÒ‹ §äÁ¤‹ ´Ô ªÇÕ μÔ «§Öè ໹š ·Ò§à´ÂÕ Ç·àÕè ÃÒ¤´Ô ä´Œ ã¹àÇÅÒ¹¹éÑ
การคิดดวยอารมณเพียงอยางเดียว อาจทําใหเราตัดสินใจอยางผิด
พลาด เพราะอารมณสามารถสง แรงกระตุนไดท ้ังเชงิ บวกและเชิงลบ ใน
ขณะทเ่ี รามอี ารมณด ี เชน อยใู นภาวะทป่ี ระสบความสาํ เรจ็ เรามคี วามสขุ
จติ ใจของเราจะปลอดโปรง แจม ใส สามารถใชเ หตผุ ลในการพจิ ารณาเรอื่ ง
ตา ง ๆ ไดด ี แตห ากเราอยใู นอารมณเ ชงิ ลบ เชน อารมณโ กรธอยา งรนุ แรง
เราอาจจะไมพอใจคนท่ีมาทําใหเราโกรธ โดยขาดการพิจารณาเหตุผล
อ่ืน ๆ อยา งรอบคอบ และเปน เหตใุ หเ ราตัดสินใจผดิ ได เพราะความโกรธ
จะปดกนั้ การพง่ึ พาสมองสวนของการคิดเชงิ เหตผุ ล หรอื แมเมือ่ เราอยูใ น
180 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
อารมณร กั กต็ าม เราสามารถเกดิ ความลาํ เอยี ง ไมม องความจรงิ ตามความ
เปนจริง ดังสํานวนทว่ี า “ยามรักนา้ํ ตม ผักกว็ า หวาน” “ชี้นกเปนนก ชี้ไม
เปนไม” ได
เมื่ออยูในอารมณแบบใด ความคิดของเราจะจดจออยูกับสภาวะ
อารมณในขณะนัน้ และเกดิ อาการท่สี ะทอ นออกมาทางกายภาพ สง่ิ เหลา
น้ีเปนเหตุใหเกิดการปดก้ันการพิจารณาในมุมมองท่ีแตกตาง มุมมองที่
กวา งออกไปจากทเ่ี ปน อยู อารมณจ ะเปน ตวั ปด กน้ั การใชเ หตผุ ลใครค รวญ
วิเคราะหป ระเมินสถานการณท เี่ กิดขึ้น ทําใหทัศนคติหรือมุมมองเกี่ยวกับ
เรื่องดังกลาวเปน ไปอยางไมครบถวน อยา งไรกต็ าม อารมณจ ะมีอทิ ธิพล
ในการกําหนดความคิดของเรามากนอยเพียงใดน้ัน ขึ้นอยูกับวาเราให
อารมณเ ขา มาควบคมุ สมองสว นการใชเ หตผุ ลของเรามากนอ ยเพยี งใด ซงึ่
หากเรายดึ ประสบการณทางอารมณของเราในการตัดสนิ ใจมาก เราจะใช
เหตผุ ลนอยลง ในทางตรงกันขาม หากเรามีพื้นฐานความมัน่ คงทางจิตใจ
เปน คนทชี่ อบใชเ หตผุ ล ชอบคดิ แสวงหาความจรงิ หรอื ชอบคดิ แงบ วก คดิ
ในเชงิ สรา งสรรคเ พอ่ื แกป ญ หา เราจะเปน คนทไ่ี มค ลอ ยตามอารมณใ นขณะ
นั้น แตจะสามารถวิพากษอารมณตนเองเพื่อลดความรูสึกทางกายภาพ
หรือการจินตนาการที่เกินกวาเหตุ และทําใหคิดแกปญหาไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
success publisher
ยกตัวอยางเชน
ã¹àËμ¡Ø Òó¢ ÒŒ §μ¹Œ ËÒ¡àÃÒà»¹š ¤¹·ÁÕè ¨Õ μÔ ã¨Á¹èÑ ¤§ áÁ¨Œ Ð
¡ÅÇÑ áμà‹ ÃÒ¨Ð处 μ§Ñé ÊμäÔ ´Œ ÍÒ¨à¡´Ô ¤Òí ¶ÒÁàª§Ô ºÇ¡¢¹éÖ ÁÒÇÒ‹ “à¢ÒÍÒ¨
à»¹š ¤¹Ë¹§Öè ·ºèÕ ÒŒ ¹Í‹Ù㹫͹¡éÕ äç ´”Œ áÅзҌ ·ÒÂμ¹àͧÇÒ‹ “·Òí äÁàÃÒ
กระบวนการคิด 181
success publisherลายแทงนักคิด
äÁË‹ ¹Ñ ä»´Å٠Ћ ” ¤ÇÒÁ¤´Ô ¹¨éÕ Ð·Òí ãËàŒ ÃÒ¡ÅÒŒ Ë¹Ñ ä»Áͧ´ÇÙ Ò‹ ¼·ŒÙ àèÕ ´¹Ô μÒÁ
ËÅ§Ñ àÃÒÁÒ໹š ã¤Ã ËÒ¡à˹ç ÇÒ‹ à»¹š ¤¹á»Å¡Ë¹ÒŒ ·Ò‹ ·Ò§äÁ¹‹ Ò‹ äÇÇŒ Ò§ã¨
àÃҨоÂÒÂÒÁ¤´Ô á¡»Œ Þ˜ ËÒμÍ‹ ä»ÇÒ‹ ¤ÇèзÒí ÍÂÒ‹ §äÃã¹Ê¶Ò¹¡Òó
હ‹ ¹¹Ñé હ‹ ¾ÂÒÂÒÁÁͧËÒʧèÔ ·¾Õè ͨÐ໹š ÍÒÇ¸Ø ä´Œ ËÃÍ× ¡ÐÃÐÂÐǧèÔ
ãËàŒ ÃÇç ¾Í·¨Õè ÐÊÒÁÒö¶§Ö ºÒŒ ¹ä´Œ ËÃÍ× ¨Ðμ´Ñ Ê¹Ô ã¨à¤ÒлÃÐμºÙ ÒŒ ¹ËÅ§Ñ ·Õè
ã¡Å·Œ ÊÕè ´Ø ¡Í‹ ¹ ÏÅÏ ¤ÇÒÁ¾ÂÒÂÒÁãªàŒ Ëμ¼Ø Å áÁ¨Œ ÐÃʌ٠¡Ö ¡ÅÇÑ Í‹Ùã¹
¢³Ð¹¹éÑ ¨ÐªÇ‹ ÂãËàŒ ÃÒä´·Œ Ò§ÍÍ¡¢Í§»Þ˜ ËÒ·´Õè áÕ ÅÐàËÁÒÐÊÁ ´¡Õ ÇÒ‹
¡ÒÃμͺʹͧ´ÇŒ ÂÍÒÃÁ³à ¾ÂÕ §ÍÂÒ‹ §à´ÂÕ Ç
อารมณเปนความรูสึกท่ีเราไมสามารถปลอยใหเปนใหญครอบครอง
ความคดิ ได เพราะหากเราปลอ ยไปมโี อกาสทจี่ ะนาํ ไปสกู ารทาํ ลายมากกวา
สรางสรรค เนื่องจากอารมณมักจะกระตุนใหเราตอบสนองตามความ
ตอ งการของมัน โดยไมใสใ จเหตผุ ลตามความจริงท่คี วรจะเปน ดังนน้ั คน
ที่ตกเปนทาสของอารมณไมวาจะเปนอารมณใด ๆ ก็ตาม มักจะมี
พัฒนาการทางความคิดท่ผี ิดปกติ ไมสามารถดําเนนิ ชีวติ ในทางท่คี วรจะ
เปน ได
สภาวะอารมณม ผี ลอยา งยงิ่ ในการกาํ หนดรปู แบบการคดิ ของเรา การ
ใชเหตุผลของเราจะบิดเบ้ียวหรือเหมาะสมครบถวน ขึ้นอยูกับวาเราให
อารมณม สี วนในการคดิ ของเรามากนอยเพยี งใด
182 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
ขอแนะนําใหรูจัก 4 ตัวรวมขณะคิด 11
ตัวรว มที่ 4 แรงจูงใจ
• ในชว ง 2-3 เดือนท่ีผานมา นายสมัครใจกลายเปนพนักงานท่ีsuccess publisher
ขยนั กวา คนอน่ื ๆ เขาทาํ งานเกนิ เวลางานแทบทกุ วนั และหลาย
คร้ัง ยงั เขา มาทาํ งานในวนั เสาร- อาทิตยอ ีกดวย
• ทงั้ พอแมแ ละครทู ่ีโรงเรียนรสู กึ วา เด็กหญงิ ฉลาดลักษณ ตั้งใจ
เรียนเปน พเิ ศษ เปล่ียนไปจากเดมิ ทเ่ี คยเปนเดก็ เกียจครา น ไม
ทาํ การบา น ชอบดกู ารต นู เหมือนกับเปนคนละคน
• ชไมพรคุณแมล กู สอง สมคั รเขาเรยี นท่โี รงเรยี นเดยี วกบั ลกู เธอ
อดทนเรยี นจนสาํ เรจ็ การศกึ ษา แมว า จะถูกเด็ก ๆ และเพอ่ื น ๆ
ของลูกหัวเราะเยาะก็ตาม
จากตวั อยา งพฤตกิ รรมของทงั้ สามคนขา งตน มแี รงกระตนุ บางอยา ง
ท่ีผลกั ดันใหพวกเขาเลือกท่ีจะกระทาํ เชน นั้น
• นายสมคั รใจยนิ ดที าํ งานหนกั ไมเ วน แมใ นวนั หยดุ แทจ รงิ แลว ไม
ไดม าจากความขยนั แตเ พราะเขาตอ งการคา จา งลว งเวลาใหม าก
ทสี่ ดุ เทา ทเ่ี ขาจะสามารถทาํ ได เพอ่ื ใหค รอบครวั สามารถอยรู อด
ได เพราะขณะนภ้ี รรยาตกงาน แมตองเขา โรงพยาบาลและตอง
จา ยคา เทอมลกู ๆ อีก 2 คน
…แรงกระตนุ ใหน ายสมคั รใจทาํ งานหนกั คอื ความตอ งการไดเ งนิ เพอ่ื
ความอยูรอดเฉพาะหนา ของครอบครวั
กระบวนการคิด 183