success publisherลายแทงนักคิด
ทานคงจะจินตนาการไดเทาที่เพื่อนของทานใหขอมูลมาเทานั้น ไม
เหมอื นกบั การทที่ า นเหน็ ผมจรงิ ๆ แตเ มอื่ ใดกต็ ามทที่ า นมโี อกาสเหน็ หนา
ผม (ทานอาจพลิกไปดูดานหลังของหนังสือเลมน้ี) สมองของทานก็
จะบันทึกรูปรา งหนาตา บคุ ลกิ ลักษณะของผมไวในความทรงจําของทาน
เมื่อเหน็ ผมอกี ครง้ั ในอนาคต ภาพของผมท่ีทา นเหน็ ในวนั นี้ จะผดุ ขึน้ ใน
ใจแลวทา นกจ็ ะรอ ง “ออ” จาํ ไดวาเปน ใคร
กระบวนการรับรูความรูสึกทุกข้ันตอนสามารถทําใหเราเกิดภาพใน
ใจได ไมเพียงแตภาพที่เกิดจากการมองเห็นเทานั้น แตการไดยิน การ
สมั ผสั การลม้ิ รส การไดก ลนิ่ ตา งสามารถทาํ ใหเ ราเกดิ ภาพในใจไดท ง้ั สน้ิ
สมองสามารถสรางภาพตา ง ๆ ไดโ ดยไมจําเปน ตองมองเหน็
การสมั ผัส…
แมคนท่ีตาบอดมาแตกําเนิดก็สามารถคิด
จินตนาการรูปภาพในสมองไดจากบันทึกความ
ทรงจําท่ีไดสัมผัสสิ่งเหลาน้ัน และในความเปน
จรงิ การเหน็ ภาพตา ง ๆ นนั้ เกดิ จากตาเพยี งรอ ย
ละ 20 สว นท่เี หลือรอยละ 80 เกดิ จากการทาํ งานของสมองสวนตาง ๆ
ทําหนาที่ตีความและแปรความหมายของส่ิงท่ีตามองเหน็
34 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
การไดยนิ …
เราสามารถไดยนิ เสยี งนั้นในความคิดของเราไดดว ย (Paivio, 1971,
1975; Kosslyn, 1981; Kosslyn et al., 1990) เชน
¶ÒŒ ºÒŒ ¹àÃÒÁÊÕ ¹Ø ¢Ñ àÃÒ¤§¨Òí àÊÂÕ §àËÒ‹ ¢Í§Á¹Ñ ä´Œ Åͧ¨¹Ô μ¹Ò¡ÒÃÇÒ‹
Á¹Ñ àË¹ç ¤¹á»Å¡Ë¹ÒŒ Â¹× ÍÂˋ٠¹ÒŒ »ÃÐμÙ Á¹Ñ ʧ‹ àÊÂÕ §àËÒ‹ ¤Òí ÃÒÁÍÂÒ‹ §´ÃØ ÒŒ Â
...¤³Ø ¨Òí àÊÂÕ §àËÒ‹ ¢Í§Á¹Ñ ä´ËŒ ÃÍ× äÁ‹ ?
success publisher
ผมเชื่อวาถาเราคุนเคยกับเสียงของมันเปนอยางดี เสียงน้ันยอม
สะทอ นข้ึนมาในความคดิ ของเรา แมว า เราจะไมไดย ินจรงิ ๆ แตเ รายอม
จดจําและแยกแยะความแตกตา งได
การลม้ิ รสและไดก ลิ่น…
เราสามารถจินตนาการไดถึงรสชาติของ
อาหารที่เราช่ืนชอบ เม่ือมีคนพูดถึง หรือแม
กระทงั่ สมั ผสั ไดถ งึ กลน่ิ ของอาหารนนั้ เชน ถา
เราคุนเคยกับกลิ่นหอมกรุนของไขเจียวสุก
ใหม ๆ เราจะนกึ ถึงกลิ่นของมันไดทนั ที ยิ่ง
ถา เราหวิ ความทรงจาํ เกย่ี วกบั อาหารทง้ั รสชาติ
และกลิ่นยิง่ ชดั เจนมากขึน้ ในความคิดของเรา
..หากไมเ ช่อื ลองซ้อื ตาํ ราอาหารมาสกั เลม ไมไ ดเ อาไวท ําอาหารนะ
ครับ เอาไวเ วลาเราหิว ๆ ลองเปดดูแลว สังเกตดูวาเกดิ อะไรข้นึ ในความ
คดิ ของคุณ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 35
success publisherลายแทงนักคิด
ภาพ เสียง กลิ่น รส ท่ีเราเห็นหรือสัมผัสไดอยางเลือนรางใน
จนิ ตนาการของเรา เปน ตัวแทนของความจริงท่ีเกิดข้ึนในความคดิ สมอง
ของเราไดลอกแบบความจริงของวัตถุท่ีเห็น เสียงที่ไดยิน สิ่งที่ไดสัมผัส
รสชาติที่ไดล ้ิมลองและเกบ็ ไวในความทรงจํา และพรอมที่จะหวนระลกึ ถึง
ในจินตนาการ แมจนิ ตนาการท่เี กิดขน้ึ ในความคิดจะไมใ ช “ของจริง” ก็
หาใชอุปสรรคไม แตกลับกลายเปนโอกาสในการพัฒนาทักษะการเรียนรู
ในส่งิ นน้ั เพราะจินตนาการไมมขี ีดจาํ กดั ขณะทส่ี งิ่ ท่ีอยใู นโลกแหง ความ
จรงิ นน้ั จาํ กดั และมกั จะไมใหโ อกาสเราลองผดิ ลองถกู ไดบ อยนัก
ภาพที่เกิดข้ึนในใจเปนสวนสําคัญของการคิด เพราะเกี่ยวของ
โดยตรงกบั การจนิ ตนาการ เราสามารถจนิ ตนาการใหเ ปน เรอื่ งเปน ราว ให
เหมือนกับเหตุการณท่ีเกิดขึ้นภายนอก เราสามารถเปล่ียนแปลงภาพใน
ความคิดของเราใหเปนรูปทรงตาง ๆ ได ใหมันกลับไปกลับมาในทิศ
ตาง ๆ ได ราวกบั วา เราทาํ เชน นนั้ ในโลกแหง ความจริง (Kosslyn, 1981;
Cooper & Shepard, 1984) จนิ ตนาการจงึ เปน สว นประกอบทส่ี าํ คญั อยา ง
ยิ่งในการคิดสรางสรรค การแกปญหา การพัฒนาทักษะดานตาง ๆ หาก
จะกลาวถึงประโยชนของการจินตนาการ กลาวไดวากอใหเกิดประโยชน
มากมาย อาทิ
จนิ ตนาการนาํ ไปสกู ารสรา งสรรคส งิ่ ใหม ๆ อยา งไมจ าํ กดั
การจนิ ตนาการเปนการใชความคดิ
โดยการสรางภาพในใจ (จนิ ตภาพ) ข้ึน
36 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
การจินตนาการชวยใหเราคิดสรางสรรคไดอยางไมจํากัด ขณะที่ใน
โลกแหง ความเปนจรงิ เราทาํ สิง่ ตาง ๆ ไดอยางจาํ กดั เพราะทกุ อยา งท่ี
เราทาํ ตอ งมตี นทุน มกี ารลงแรง มคี วามยาก มคี วามเส่ียงสูง และโอกาส
ในการลองผดิ ลองถกู มีจํากดั แตในสมองของเราไมจ ํากดั จะคดิ จะสรา ง
สงิ่ มหัศจรรยล ึกล้ําเพยี งใดยอมทาํ ได เชน
success publisher..àÃÒÊÒÁÒö¨Ô¹μ¹Ò¡ÒÃãËŒ»ÅÒ«Öè§â´Â¸ÃÃÁªÒμÔáÅŒÇμŒÍ§
áËÇ¡ÇÒ‹  Í‹Ùã¹¹Òéí ÁÒàμ¹Œ ÃкÒí º¹º¡ä´Œ ¨Ð¨¹Ô μ¹Ò¡ÒÃãËÁŒ ¹Ñ Á¢Õ Ò
ËÃÍ× ¾´Ù ÀÒÉÒÁ¹ÉØ Â¡ äç ´Œ
..àÃÒÊÒÁÒö¨¹Ô μ¹Ò¡ÒÃãËμŒ ÇÑ àÃÒ໹š ¹ÒÂ¡Ã°Ñ Á¹μÃáÕ ÅкÃËÔ ÒÃ
»ÃÐà·Èä»ã¹·ÈÔ ·Ò§μÒ‹ § æ ·àèÕ ÃÒ¾§Ö ¾Íã¨
..ËÃÍ× àÃÒÊÒÁÒö¨¹Ô μ¹Ò¡ÒäҴ¡ÒÃ³Ç Ò‹ àÃÒ·Òí §Ò¹»ÃÐʺ¤ÇÒÁ
ÊÒí àèç μÒÁàÇÅÒ·¡Õè Òí ˹´ à˹ç ÀÒ¾μ¹àͧä´ÃŒ ºÑ ÃÒ§ÇÅÑ à»¹š μ¹Œ
ส่ิงประดิษฐตาง ๆ จํานวนมากในโลกลวนสรางสรรคขึ้นจาก
จนิ ตนาการทดี่ เู หมอื นเปน ไปไมไ ดใ นโลกแหง ความเปน จรงิ แต จนิ ตนาการ
นนั้ ไดท าทายความสามารถของมนุษยใ หคดิ คน หาความเปนไปได กระทาํ
ใหเปนจรงิ ไดในทีส่ ุด ยกตัวอยางเชน
ความปรารถนาของมนุษยที่จะบินไดเหมือนนกน้ันมีมานานหลาย
พนั ป ในมหากาพยอ ีเลยี ด (Iliad) ประพันธโ ดยโฮเมอร (Homer) จนิ ตกวี
ชาวกรกี ไดเ ลา เร่อื งของเดดาลุส (Daedalus) ประติมากรคนหนง่ึ ซึ่งได
สรา งปก ขึ้นสองคูส าํ หรับตัวเขาและลูกชายชอ่ื อคิ ารสั (Icarus) เพ่ือบินหนี
จากเกาะครีตที่ซึ่งเขาถูกคุมขังอยู เขาเอาปกติดเขากับบาของเขาและ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 37
success publisherลายแทงนักคิด
ลูกชายโดยใชข้ผี ง้ึ และเตอื นลูกชายวาอยาบนิ เขา ใกลดวงอาทิตยม ากนกั
เพราะขี้ผึ้งจะละลายและจะตกลงไปในทะเล แตลูกชายกลับต่ืนเตนมาก
จนลืมคําเตือนของบิดาทําใหตกลงทะเลและจมน้ําตาย เร่ืองเลาน้ีสง
อิทธิพลตอชาวกรีกมาก พวกเขาถอื เอาเดดาลุสเปนสญั ลกั ษณส าํ หรับการ
สรางความใฝฝ น ที่จะบนิ ไดใ หส าํ เรจ็
ความใฝฝนท่ีจะบนิ ไดสบื ทอดมาเรือ่ ย ๆ มีหลายคนไดส รางปก ขน้ึ
ติดตัวเองแลว ขึ้นไปบนหอสูงเพ่อื กระโดดลงมา แตปรากฏวาปก ทใ่ี สไ วไ ม
ไดกางออกจงึ ตกลงมาเสยี ชวี ิต จากนนั้ ในป ค.ศ. 1290 พระชาวอังกฤษ
รูปหน่ึงชอื่ โรเจอร เบคอน (Roger Bacon) ไดกลา ววาอากาศมลี ักษณะ
เหมอื นนา้ํ คอื มปี รมิ าตรอยภู ายใน ถา เราสามารถสรา งสง่ิ ประดษิ ฐท เี่ หมาะ
สม อากาศจะทําใหส ่งิ นั้นลอยได เชน เดียวกบั นํ้าที่ทําใหเ รอื ลอยได
ในป ค.ศ. 1500 ลีโอนารโ ด ดาวนิ ซี (Leonardo da Vinci) ชาวอติ าลี
ไดรางแบบเครื่องจักรสําหรับใชบินข้ึนในสมุดวาดภาพรางของเขา แตยัง
ไมไดล งมือทาํ จริง ในป ค.ศ. 1783 ฌอง ปล ารต เดอ โรซิเยร (Jean
Pilatre de Rozier) และขุนนางชอื่ ดาเลน (Marquis D’ Arlandes) ไดท าํ
บอลลูนขนาดใหญจากกระดาษและผาลินิน สามารถลอยไดไกลถึง 8
กโิ ลเมตร จากนน้ั สองพนี่ อ งตระกลู มองโกฟเ ยร(Montgolfier) แหง ฝรง่ั เศส
ไดผ ลติ บอลลนู ทใี่ ชก า ซไฮโดรเจนสาํ เรจ็ เปน รายแรก ตอ มาในป ค.ศ. 1809
เซอรย อช เคยลยี (Sir George Cayley) ซ่ึงถือวาเปนบิดาแหงอากาศยาน
ไดออกแบบเฮลคิ อปเตอรร วมกบั เครือ่ งบนิ จากนนั้ ในป ค.ศ. 1839 เฮนสนั
(Henson) ไดประดษิ ฐย านทตี่ ิดเครอ่ื งยนตไ อนํ้า 25 แรงมา เพ่อื ใหบ นิ ได
แตปรากฏวา ไมส ามารถบินข้ึนได
38 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
ความพยายามทจี่ ะบนิ ยังไมส ้ินสดุ และใน 2-3 ปต อ มา จอหน สตรงิ
เฟลโลว (John Stringfellow) ไดอ อกแบบอากาศยานเครอ่ื งแรกทบ่ี นิ ขน้ึ ได
จรงิ ๆ แตยงั ไมสามารถบรรทกุ คนได ในป ค.ศ. 1980 คลเี มนต อาเดอร
(Clement Ader) ไดประดษิ ฐอ ากาศยานไอนาํ้ ไดส ําเร็จ แตส ามารถบนิ
ขนึ้ จากพน้ื ดนิ ไดเ พยี ง 2-3 นวิ้ เทา นนั้ และในทสี่ ดุ ป ค.ศ. 1905 สองพนี่ อ ง
ตระกลู ไรท(Wilbur and Orvile Wright) สามารถสรา งเครอ่ื งบนิ ทบ่ี รรทกุ
คนไดสําเร็จเปนครัง้ แรก
success publisher
เร่ืองจริงนี้เปนเพียงตัวอยางเดียวของความปรารถนาที่จะทําให
จินตนาการเปนจริง จินตนาการเปนองคประกอบสําคัญของการคิด
สรา งสรรค คนทค่ี ดิ แหวกวงออกนอกกรอบไดด นี นั้ มกั จะเปน คนทใ่ี ชส มอง
ซกี ขวาไดด เี ปน ผมู จี นิ ตนาการ ไมย ดึ ตดิ กบั กรอบของประสบการณเ ดมิ แต
สามารถสรางส่งิ ที่ดูเหมือนเปน ไปไมไ ดใหปรากฏเปนจรงิ ในความคิด
จินตนาการชวยสรางแรงบันดาลใจทาทายใหมนุษยทําในสิ่งท่ีดู
เหมือนเปน ไปไมไดใ หสําเรจ็ เชน อลั เบิรต ไอนส ไตน (Albert Einstein)
ไดพ ฒั นาทฤษฎสี มั พทั ธภาพ สว นหนงึ่ เกดิ จากการวาดภาพวา ตนเองกาํ ลงั
ทองเท่ียวไปบนลําแสงท่ียาวไกลลําแสงหน่ึง แตการจะทําใหจินตนาการ
เปนจริงไดนน้ั ตองใชค วามรู การคดิ วเิ คราะห ใครค รวญ การคาํ นวณ การ
หาเหตุผลความเปนไปได การประดิษฐ การลองผิดลองถูก และการ
ตอยอดความรจู ากคนรุน หนึง่ สคู นอกี รุนหน่ึงเรื่อยมา
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 39
success publisherลายแทงนักคิด
จินตนาการชว ยลดความเสยี่ งในการลองผิดลองถกู
สมองสามารถสรางภาพในใจท่ีเคล่ือนไหวไดเปนเรื่องราวตามแตที่
เราจะจินตนาการ การสรางภาพในใจเปน สวนประกอบสําคัญของการคดิ
การคดิ จะเกดิ ขน้ึ เม่ือเราเผชญิ กบั สถานการณใ หมท ่ไี มอ าจตอบสนองตาม
ความเคยชินได แตจําเปนตองพิจารณาไตรตรองอยางดี และกอนท่ีจะ
ตัดสินใจเลือกใชวิธีใดแกปญหา เรามักจะคิดลวงหนาวาคําตอบของสิ่งท่ี
เราคดิ จะเปน เชน ไร กอ นทเ่ี ราจะตดั สนิ ใจลงมอื กระทาํ ตามสง่ิ นน้ั โดยการ
จนิ ตนาการวธิ กี ารและผลลพั ธท เ่ี กดิ ขนึ้ ในความคดิ ของเรากอ น เรยี กวา การ
ทดลองในสนามความคิด เมอื่ เราใครครวญแลวพบวา ทางเลือกที่เราคิดไว
มีความเปน ไปได เราจงึ ตดั สินใจเลือกวิธีการน้นั จากน้ันคอยลงมอื ทําจรงิ
จินตนาการของเราเหมือนกับหองทดลองขนาดใหญกอนตัดสินใจ
ดําเนินการใด ๆ อันจะชวยลดความผิดพลาดในโลกแหงความเปนจริง
จินตนาการชวยใหเราเตรียมความพรอมตอส่ิงท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคตได
อยางรอบคอบมากขนึ้ เชน การเขาพบเพือ่ เสนอขายสนิ คาแกล กู คา การ
นดั สมั ภาษณบ คุ คลสาํ คญั ระดบั ประเทศของผสู อ่ื ขา ว การบรรยายใหค วาม
รูของนักวิชาการ ในเหตกุ ารณเหลา นี้ นอกจากเราตอ งเตรียมพรอมดา น
ขอมูลเอกสารตา ง ๆ ใหเรียบรอ ยแลว ยังตอ งเตรยี มความพรอมในดา น
เทคนิคการนาํ เสนอสาร เพ่ือใหผูรบั ตอบสนองตามท่เี ราตอ งการดว ย ใน
กรณีน้ีการจินตนาการถึงเหตุการณในวันนั้นจะชวยใหเราเห็นภาพวาเรา
ตองทําอะไรบางจึงเหมาะสม ใชคําพูดอยางไร คนฟงจะเกิดปฏิกิริยา
อยา งไร เราอาจพบขอ บกพรองของเราจากการจนิ ตนาการน้ี และเปนเหตุ
ชว ยใหเราคิดแกไ ขสถานการณไ วลว งหนา
40 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
คร้ังหน่ึงระหวางท่ีน่ังรอคนขับรถท่ีล็อบบี้โรงแรมแหงหน่ึง ผมลอง
จินตนาการวาผมกําลังคุยกับผูส่ือขาวตางประเทศคนหนึ่งท่ีนัดสัมภาษณ
ผมในวันสุดสัปดาหที่จะมาถึง ผมลองใชความคิดดูวาผูส่ือขาวคนนั้นจะ
ตั้งคําถามอะไรกับผมบาง และผมนาจะตอบวาอะไร การโตตอบในทาง
ความคดิ เปนการเตรยี มความพรอ มทดี่ ี เม่ือพบผูสอื่ ขาวในวันทน่ี ดั หมาย
จรงิ ผมพบวา การเตรยี มความพรอ มในลกั ษณะนี้ ชว ยสรา งความมน่ั ใจให
กบั ผมไดม าก เพราะลดความผดิ พลาดจากเหตกุ ารณท ต่ี อ งตดั สนิ ใจเฉพาะ
หนา เนื่องจากขาดการเตรียมพรอม
success publisher
การคดิ โดยการสรา งภาพลกั ษณใ นใจ เปน สงิ่ ทชี่ ว ยเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
ในการแกป ญ หา เพราะทาํ ใหไมต องลองผดิ ลองถกู ในสนามจรงิ ซ่งึ ในโลก
แหง ความเปน จรงิ นนั้ มหี ลายเรอ่ื งทเี่ รามีโอกาส ตดั สนิ ใจไดเ พยี งครงั้ เดยี ว
ถา ตดั สนิ ใจผดิ นน่ั หมายความวา เราอาจจะพา ยแพ ตอ งสญู เสยี บางสง่ิ บาง
อยางไป หรือตองรับผลรายไปตลอดชีวิต เชน การซื้อขายหุนใน
ตลาดหลกั ทรพั ยแตล ะคร้ังเรามีโอกาสในการตดั สินใจเพยี งครงั้ เดยี ว หรอื
แมก ระทัง่ การเลือกคชู ีวติ เรายอ มตองเลือกคนทค่ี ิดวา เหมาะสมมากท่ีสุด
ดังนั้นทางที่ดีกวา คือการคิดใครครวญพิจารณาอยางรอบคอบ นําทาง
เลือกตา ง ๆ มาทดลองใชในจนิ ตนาการ เพอ่ื พจิ ารณาขอดี-ขอเสยี จุด
แขง็ -จดุ ออ น จนมน่ั ใจวา สงิ่ ทเ่ี ราจะตดั สนิ ใจนน้ั ไดพ จิ ารณาใครค รวญอยา ง
รอบคอบแลว
จนิ ตนาการจะชว ยเราไดม ากเปน เหมอื น “การทดลองในหอ งทดลอง
ในสมอง” กอนทจี่ ะนําผลปฏบิ ัตกิ ารท่ีดที ส่ี ดุ ไปใชจริง
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 41
success publisherลายแทงนักคิด
จนิ ตนาการชวยพฒั นาทกั ษะดานการเรียนรู
นักประสาทวิทยาไดค น พบความจริงท่นี า ทึ่งวา จนิ ตนาการสามารถ
ชวยพฒั นาทักษะการเรียนรใู นเรอื่ งตาง ๆ ได
ในงานวิจัยของดรักแมนและยอรค ไดทําการประเมินผลการใช
จินตนาการในการฝกซอมของนักกรีฑาพบวา การฝกซอมทางความคิด
เปนวิธีที่มีประโยชนในการพัฒนาทักษะในการเลนกีฬา (Druckman &
Bjork, 1991) นอกจากนีย้ งั รวมถงึ การพฒั นาทักษะดา นอืน่ ๆ ดวย
ในงานวจิ ัยของ อัลวาโร ปาสคาล-เลโอน (Alvaro Pascual- Leone)
เขาไดแ บง กลมุ คนเปน 3 กลมุ กลมุ ทห่ี นงึ่ ไดร บั การสอนใหเ ลน เปย โน และ
ใหซ อ มทกุ วนั เปน เวลา5 วนั กลมุ ทส่ี องใหเ ลน เปย โนโดยไมม กี ารสอน กลมุ
สุดทายมีการสอนแตไมไดรับอนุญาตใหเลนเปยโนจริง ใหฝกซอมโดยใช
ความคิด ผูเรียนจะไดรับอนุญาตใหนั่งหนาเปยโนและมองไปที่คียบอรด
ใชจ ินตนาการวาเลนอยา งไร โดยหา มแตะคยี บ อรด ผลการทดลองเมอ่ื มี
การสแกนสมองเปรยี บเทยี บ เขาพบวา มคี วามแตกตา งระหวา งคนทไ่ี ดร บั
การฝก ฝนกบั คนทเี่ ลน แบบเดาสมุ อยา งชดั เจน แตป รากฏวา กลมุ ทที่ ดลอง
ฝก ฝนทางความคิด ลักษณะของสมองทส่ี แกนไดจะมคี วามคลา ยคลงึ กบั
กลมุ ท่ีฝก ซอ มกบั เปย โนจริง ๆ (Chase, 1993; Pascual-Leone et al., in
press)
งานวจิ ยั ของ ดร.จอหน มลิ ตนั (John Milton) นกั ประสาทวทิ ยา จาก
มหาวิทยาลัยชิคาโกไดพยายามพิสูจนวา การท่ีสมองใชจินตนาการวาด
ภาพกอ นทจี่ ะลงมอื ทาํ จรงิ นนั้ จะไมต า งจากการปฏบิ ตั จิ รงิ เขาไดใ หค นไข
ซง่ึ เปน ผปู ว ยโรคหวั ใจใชส มองจนิ ตนาการวา พวกเขากาํ ลงั เดนิ ไปรอบ ๆ ตึก
42 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถสรางภาพในใจ 03
ผลปรากฏวา ไดผลใกลเ คียงกับการลงไปเดินจริง ๆ เขาหวังวาคําตอบที่
ไดร บั จากการศกึ ษาครง้ั นจ้ี ะชว ยใหผ ปู ว ยตา ง ๆ รวมถงึ ผปู ว ยเปน โรคหวั ใจ
สามารถเรยี นรูวธิ ีการทําสง่ิ ตา ง ๆ ท่หี ลงลืมไปแลวได
นอกจากน้ี เขาและทีมงานไดศึกษาการทํางานของสมองบรรดา
นักกอลฟ ตา ง ๆ เพือ่ คนหาวา การทํางานของนกั กฬี าทสี่ ามารถมสี มาธิ
เขา สูระดับตัดขาดจากสง่ิ รบกวนภายนอกไดนั้นเปน อยางไร ในการศกึ ษา
ทดลองคร้ังน้ี มีนักกอลฟหญิงช้ันนํา 9 คนเปนอาสาสมัคร โดยใหนัก
วทิ ยาศาสตรตดิ เครอ่ื งตรวจวดั ระดบั กระแสไฟฟา ท่เี รียกวา อิเล็กโตรเอน
ซฟี าโลแกรม (electroencephalogram) หรอื ออี จี ี บนศรี ษะ 12 ชิ้น และ
มสี ายตอ มารวมกนั อยทู เ่ี ครอื่ งรวมสญั ญาณทเ่ี อวขณะกาํ ลงั พตั ลกู กอลฟ ลง
หลมุ ในหองทดลอง
success publisher
จากการทดลองพบวา ขณะท่ีตาดําของนักกอลฟเล็งกลับไปกลบั มา
ระหวา งลกู กบั หลมุ ทอี่ ยหู า งออกไปราว10 ฟตุ มอื กาํ พตั เตอรไ วใ นทา พรอ ม
พตั สมองของนกั กอลฟ เรมิ่ ปรากฏความเคลอื่ นไหว ออกมาขณะทเี่ ธอกาํ ลงั
เล็งและจินตนาการอยู คือขณะที่นักกอลฟกําลังรวบรวมสมาธิและใช
จนิ ตนาการวา เมอ่ื ตวั เองตไี ปแลว ลกู จะไปในทศิ ทางใด ไกลเทา ไหร ระดบั
ออี จี แี สดงใหเ หน็ คลน่ื อลั ฟา ทขี่ ยบั ขน้ึ สงู จากสมองฝง ซา ยในชว งทเี่ ธอกาํ ลงั
เลง็ และซอ มตดี ว ยสมอง จากนนั้ คลน่ื สมองเบตา ทม่ี ขี นาดเลก็ กวา จากทาง
ฝง ขวาจะปรากฏขึน้ มาเมอ่ื เธอสวิงไมจรงิ โดยสมองฝง ซายซึง่ เปนสว นทาํ
หนาที่ในการคิดวิเคราะหจะเคล่ือนไหวมากกวาในขณะท่ีนักกอลฟกําลัง
พยายามรวบรวมสมาธแิ ละใชจ นิ ตนาการ สว นสมองซกี ขวาซง่ึ เปน สว นของ
ทกั ษะนน้ั จะทํางานนอยกวาในชว งน้ี
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 43
success publisherลายแทงนักคิด
การทดลองทเ่ี กดิ ขนึ้ มาตลอดระยะเวลาหลายปน ี้ ทาํ ใหเ ราไดข อ สรปุ
วา เราสามารถฝก ฝนทกั ษะตา ง ๆ จากการเรยี นรใู นสนามความคดิ ของเรา
และสามารถเปน ผชู าํ นาญการดา นตา ง ๆ โดยเรม่ิ ตน จากความคดิ ของเรา
ได
ความสามารถในการสรา งภาพในใจมผี ลสาํ คญั ตอ ประสทิ ธภิ าพ การ
คิดในมิตติ าง ๆ โดยเฉพาะในเรอื่ งของการคดิ เชงิ สรา งสรรค และการคดิ
เพอ่ื แกปญ หาตาง ๆ ดังนั้น เราจึงไมค วรปดกั้นจินตนาการของเรา เรา
อาจจะจินตนาการส่ิงท่ีไมเคยมีใครคิดมากอน จากปญหาในชีวิตประจํา
วันท่เี ราประสบ
ในสมัยที่ยังไมมีเครื่องสงโทรสารใช ผมรสู ึกวายากลาํ บากมาก และ
ใชเ วลานานในการสงเอกสารติดตอถงึ กนั ยิ่งเปน เรื่องเรง ดวน แตต อ งมา
เสยี เวลารอเพราะระยะทางไกล ในเวลาน้ันผมไดจ ินตนาการวาคงจะดถี า
มเี ครอื่ งท่ีสง เอกสารถึงกันไดพรอม ๆ กับท่ีเราโทรศพั ทไปดวย ผมคิดวา
นาจะทาํ ได หลายปต อ มาปรากฏวา มคี นสรางเครื่องสง โทรสารเครือ่ งแรก
ออกมาวางจาํ หนา ยไดจ ริง ๆ หลงั จากนน้ั เครอ่ื งน้ไี ดแพรหลายไปทว่ั โลก
ผมจงึ มน่ั ใจวา จนิ ตนาการของมนุษยนน้ั มีโอกาสที่จะเปน จรงิ เพียงรอผทู ่ี
เหมาะสมจะสรางมันใหเปน จรงิ ขนึ้ มาเทานน้ั
ดงั นนั้ เราจงึ ไมค วรมองจนิ ตนาการใด ๆ วา เปน จนิ ตนาการ ทลี่ า้ํ ยคุ
และเปน เพยี งความฝน ทเ่ี ลอ่ื นลอย แตค วรพยายามทจ่ี ะมองวา มนั มโี อกาส
ที่จะเปน ไปได ซึ่งคณุ อาจคนพบวาจินตนาการของคุณ ทาํ ใหคณุ สรางส่งิ
ใหม ๆ ใหแกโลกนไ้ี ด
44 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
success publisher สมองมีความสามารถในการสรางมโนทัศน
สมองมีความสามารถ
ในการสรางมโนทัศน
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 45
success publisherลายแทงนักคิด
มนษุ ยเ รยี นรูและเขา ใจเรอ่ื งตา ง ๆ ที่เกดิ ขนึ้ ในโลกตัง้ แตในวยั ทารก
เมอ่ื สมองรบั ขอ มลู เขา มา สมองจะทาํ หนา ทส่ี รา ง แยกแยะ และจดั ระเบยี บ
ปรากฏการณภายนอกที่ซับซอนเปนหมวดหมู โดยจัดหมวดหมูสิ่งของ
เหตุการณ หรือบุคคลท่ีมีลักษณะท่ัวไปบางอยางคลายกันและเก็บบันทึก
ไวในความทรงจําตั้งแตเราเห็นสิ่งนั้นเปนคร้ังแรก การจัดหมวดหมูน้ีมี
ความสําคัญมาก เพราะชวยใหสมองสามารถจัดระเบียบปรากฏการณท่ี
ซบั ซอนในรปู แบบงา ย ๆ เพอื่ ใหง า ยตอ การบนั ทกึ เปน ความทรงจําและนาํ
กลับมาใช ชวยใหเขาใจโลกที่เราอยูไดงายข้ึน และจะชวยใหเราเกิด
ความเขาใจในการรับรูขอมูลที่มีลักษณะคลายคลึงกันไดงายข้ึน หมวด
หมูหนึ่ง ๆ ของส่ิงท่ีคลายกันเรียกวา หนง่ึ มโนทศั น
สมองจะสรา งมโนทศั นของสงิ่ ตา ง ๆ ทร่ี บั รูในลกั ษณะโครงรา งของ
สง่ิ น้นั ไมไดจ ดจําสิง่ ทร่ี ับรูท้ังหมด แตจ ะเก็บในลักษณะของภาพตนแบบ
ที่มีรายละเอียดสําคัญมากเพียงพอที่จะนําไปใชในการเทียบเคียง เพื่อ
ทําความเขา ใจส่งิ ใหมทส่ี มองรับรู เชน เม่อื เราเหน็ แมว เราบอกไดทนั ทวี า
เปน แมวเพราะเราเคยเห็นแมวมากอน สมองไดเกบ็ ภาพแมวที่เราเคยเหน็
ไวใ นความทรงจาํ โดยเกบ็ เพยี งลกั ษณะเดน ของแมวทแ่ี ตกตา งจากสตั วอ น่ื
ไว แตไ มไ ดจดจาํ แมวทุกตัวท่ีเห็น เชน จําไดวาแมวรอ งเหมียว ๆ มีส่ขี า
สวนใหญตวั เลก็ กวาสุนัข มีขนท่ีนมุ น่มิ กวา เปนตน ซ่งึ แมวโดยปกตทิ ุก ๆ
ตัวจะมีลกั ษณะเชนน้ี
46 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการสรางมโนทัศน 04
การสรางมโนทัศนเปนความอัศจรรยประการหนึ่งของสมอง มนุษย
สมองสามารถเรียนรูในการแยกแยะและการจัดหมวดหมูของสิง่ ของ การ
กระทํา หรือความคดิ ออกเปน ประเภทตา ง ๆ ยกตัวอยางเชน แยกแยะ
ความแตกตางระหวางปากกากบั ดินสอ สุนัขกบั แมว และมคี วามสามารถ
ในการจดั ประเภทหมวดหมขู องสง่ิ ทม่ี ลี กั ษณะคลา ยกนั เขา มาอยใู นประเภท
เดยี วกัน เชน จดั ใหป ากกา ดนิ สอ ไมบ รรทัด ยางลบอยใู นหมวดเคร่ือง
เขยี น เปนตน ยง่ิ สมองจัดระเบียบส่ิงตา ง ๆ ไดดมี ากเทาไร ยิ่งชว ยใหเรา
รบั รูเรอ่ื งราวตาง ๆ ไดอยางเขา ใจชัดเจนมากข้ึน
success publisher
มโนทศั นเ กดิ ขน้ึ จากประสบการณก ารรบั รขู องแตล ะบคุ คล นบั ตงั้ แต
ในวัยเด็ก เม่ือประสาทสัมผัสรับขอมูลบางสิ่งบางอยางเขามา ขอมูลดัง
กลาวจะเขาสูการแปลความหมายของสมองโดยอตั โนมัติ สมองจะเปรยี บ
เทยี บขอ มลู ทไ่ี ดร บั กบั กรอบมโนทศั นต วั แบบ ถา ขอ มลู ทเี่ ราไดร บั ใกลเ คยี ง
กับกรอบมโนทัศนที่มีอยูในความทรงจํา เราจะตีความเหตุการณน้ันตาม
กรอบความคดิ ทม่ี ี แตถ า ขอ มลู ทเี่ ขา มานน้ั เรายงั ไมเ คยรบั รมู ากอ น สมอง
จะทําการสรางตัวแบบจําลองทางความคิดขึ้นใหม โดยเก็บบันทึกแยก
ประเภท และจดั หมวดหมูตามความเขาใจและจะใชมโนทศั นเ หลา นอ้ี ยาง
อตั โนมัตใิ นการตีความขอมูลใหมทีเ่ ขา มาในความคดิ ซ่งึ หากขอมูลนั้นมี
ลกั ษณะใกลเ คยี งกนั กบั ตวั แบบ เรากจ็ ะเกดิ ความเขา ใจและสามารถวนิ จิ ฉยั
ขอมลู น้นั ไดตามกรอบความคดิ ท่ีเราไดส รางขึน้
Ç¹Ñ Ë¹§Öè à´¡ç ªÒÂá´§ ÍÒÂØ 3 ¢Çº à´¹Ô ¡ÅºÑ ºÒŒ ¹¡ºÑ áÁ‹ àÁÍ×è
à¢ÒàËÅÍ× ºä»à˹ç ÊμÑ ÇÊ àÕè ·ÒŒ μÇÑ Ë¹§Öè á´§¨§Ö ¶ÒÁáÁÇ‹ Ò‹ “¹¹Ñè μÇÑ ÍÐäÔ
áÁμ‹ ÍºÇÒ‹ “áÁÇ” á´§¡àç ¢ÒŒ 仨ºÑ áÁÇÁÒÍÁŒØ áÅШ´¨Òí Å¡Ñ É³Ð¢Í§
Á¹Ñ ÍÂÒ‹ §äÁμ‹ §Ñé 㨠à¢Òä´ÊŒ ÃÒŒ §Áâ¹·ÈÑ ¹à ¡ÂÕè Ç¡ºÑ áÁÇ¢¹éÖ ã¹¤ÇÒÁ¤´Ô ¢Í§
à¢ÒÇÒ‹ “à¨ÒŒ μÇÑ ¹μéÕ ÇÑ àÅ¡ç ¡ÇÒ‹ à¨ÒŒ μºÙ ·ºÕè ÒŒ ¹Á¢Õ ¹¹ÁèÔ ¡ÇÒ‹ ÃÍŒ §àËÁÂÕ Ç æ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 47
success publisherลายแทงนักคิด
äÁ‹ä´àŒ ËÒ‹ âΧ‹ æ ˹Ҍ μÒ¹Ò‹ Ã¡Ñ ” ¨Ò¡¹¹Ñé à¢Ò¨Ðࡺç μÇÑ áºº¨Òí Åͧà¡ÂÕè Ç
¡ºÑ “áÁÇ” äÇŒ 㹤ÇÒÁ·Ã§¨íÒ ËÅѧ¨Ò¡Ç¹Ñ ¹¹éÑ àÁÍ×è à¢ÒàËç¹áÁÇμÑÇ
͹è× æ Áâ¹·ÈÑ ¹ à¡ÂÕè Ç¡ºÑ áÁÇ¡¨ç м´Ø ¢¹éÖ ã¹ÊÁͧ “μÇÑ àÅ¡ç ¡ÇÒ‹ à¨ÒŒ
μºÙ Á¢Õ ¹¹ÁèÔ ¡ÇÒ‹ ÃÍŒ §àËÁÂÕ Ç æ äÁ‹ä´àŒ ËÒ‹ âΧ‹ æ ˹Ҍ μÒ¹Ò‹ Ã¡Ñ ”
à¢Ò¨ÐÊÃ»Ø ä´·Œ ¹Ñ ·ÇÕ Ò‹ ʧèÔ ·àÕè ¢ÒàË¹ç ¹¹Ñé ¤Í× “áÁÇ”
อยางไรก็ตาม แมแดงจะรูจักแมวแตเ ขาไมเ คยรูจ กั เสอื มากอ น ดงั
น้นั เม่ือฟง คุณแมเลา นิทานตอนกลางคนื เปนเร่ืองเก่ียวกับเสือ คุณแมจึง
พยายามอธิบายเปรยี บเทยี บใหแดงเห็นภาพวา “เสอื ก็คลายกับแมวแตต วั
ใหญกวา ดุรา ยกวา อาศัยอยูในปา” ในความคดิ ของแดง จะเหน็ ภาพของ
เสือเปน “แมวตัวใหญ” เขาอาจจะไมเขา ใจวามันดุรา ยอยางไรเพราะไม
เคยเหน็ เขาอาจคดิ วา สงิ โตคอื เสอื เพราะหนา ตามนั กค็ ลา ย ๆ แมวเหมอื น
กัน แดงอาจมีมโนทัศนท่ีไมถูกตองเก่ียวกับเสือ จนกระท่ังแมพาเขาไป
เท่ยี วสวนสัตว เขามีโอกาสไดเห็นเสอื จรงิ ๆ เขาจะรบั ภาพนน้ั และนาํ มา
ปรบั เขา มโนทัศนเกย่ี วกบั เสือ หลังจากน้ัน เม่ือพูดถึงเสือ แดงจะสามารถ
อธบิ ายไดอ ยา งชดั เจนมากขน้ึ จากความจาํ ภาพของเสอื ทเี่ ขาเหน็ และเขา
จะสามารถจดั ประเภทของสตั วไ ดม ากขนึ้ เชน แมวและสนุ ขั เปน สตั วเ ลย้ี ง
สามารถเล้ียงที่บา นได แตเ สือและสิงโตเปนสัตวปา ตองอยูในปาหรือไมก็
ในสวนสตั วเ ลยี้ งทบี่ า นไมไ ดเ พราะมนั ดรุ า ย มโนทศั นเ กย่ี วกบั สตั วข องแดง
จะเพ่มิ พนู มากขึ้นตามประสบการณท ี่เขาไดรับรูเ กี่ยวกบั สัตวต าง ๆ
การทเ่ี รามมี โนทัศนเ ก่ียวกบั เรอ่ื งตาง ๆ จะชวยใหค นเราเกิดความ
เขาใจส่ิงแวดลอมไดเปนอยางดี และเปนความจริงท่ีวา ยิ่งคนเรามี
มโนทัศนจ ํานวนมาก และมโนทศั นของเราในแตล ะเรอื่ งน้นั มีความคมชดั
มากเทา ใด เราจะยงิ่ เขา ใจเหตุการณตา ง ๆ ไดม ากและเขาใจอยางลึกซ้ึง
มากขึน้ เทา น้นั
48 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการสรางมโนทัศน 04
สมองสรา งมโนทัศนใน 2 ลกั ษณะ อันไดแ ก
1. มโนทศั นข องสิง่ ที่เปนรูปธรรม หรอื ที่กําหนดไวชดั เจน
คนเราสามารถสรา งมโนทัศนและใหความหมายของส่งิ ท่ีตามองเห็น
สามารถแยกประเภท จัดหมวดหมตู ามลกั ษณะเดน สามารถแยกแยะให
เหน็ ความคลายคลงึ และความแตกตางของคน สัตว สง่ิ ของ กริ ิยาอาการ
และคาํ ศพั ทต า ง ๆ เปน ตน ซงึ่ มโนทศั นข องสง่ิ เหลา นจ้ี ะเปน ความจรงิ คอื
สามารถเห็นและพิสูจนไดอยางประจักษแจง จนทุกคนตองยอมรับ ยก
ตวั อยางเชน
success publisher
Áâ¹·ÈÑ ¹¢ ͧ¹ÒÌ¡ Ò ¤Í× à»¹š à¤ÃÍ×è §ºÍ¡àÇÅÒ·ÊÕè ÒÁÒöºÍ¡
àÇÅÒä´áŒ ¹¹‹ ͹ ´§Ñ ¹¹Ñé ÍÐäáμç ÒÁ·ºèÕ Í¡àÇÅÒä´áŒ ¹¹‹ ͹ ¤Í× ¹ÒÌ¡ Ò
นาฬกาทราย นาฬกาแดด นาฬกาขอมือ หรือ
นาฬกาทุกประเภท ไมวาจะผลิตที่ไหนตางก็ถูกเรียกวา
นาฬกา ซึง่ คนทั่วไปรูจ กั เหมือน ๆ กนั แตด วงอาทิตย
มิใชนาฬกา แมวาจะบอกเวลาได เพราะบอกเวลาได
เพียงคราว ๆ หรือมโนทศั นข องแมวท่ีทุก ๆ คนมยี อ ม
เหมอื นกนั เพราะเราตา งสามารถใชประสาทสัมผัสรับรูวา แมวเปน เชนนนั้
หรือมโนทัศนของรถจักรยานยนตจะถูกตอง เม่ือเรารูอยางชัดเจนวามัน
แตกตา งจากรถจกั รยานอยางไร เปนตน
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 49
success publisherลายแทงนักคิด
2. มโนทศั นของสิ่งท่ีเปนนามธรรม หรอื ทแี่ ตล ะคนกาํ หนดเอง
มโนทัศนอ ีกลกั ษณะหนึง่ เปนมโนทัศนท ่แี ตล ะคนกําหนดขนึ้ เอง ซึ่ง
สวนใหญจะเปนมโนทัศนเ รื่องที่เปน นามธรรม อันไดแก มมุ มองความคิด
เห็นของแตล ะบุคคล การประเมนิ คณุ คา ของส่งิ ตาง ๆ การแสดงทศั นะ
ความคดิ เหน็ เก่ียวกบั เรื่องใดเรือ่ งหนง่ึ การวนิ ิจฉยั ความถกู ผดิ การตดั สนิ
ความผดิ ชอบชวั่ ดี การประเมนิ สถานการณต า ง ๆ ทปี่ ะทะเขา มาทางความ
คดิ เปน ตน มโนทศั นต อ เรอ่ื งทเ่ี ปน นามธรรมมกั จะขน้ึ อยกู บั การหลอ หลอม
กรอบความคิดเกี่ยวกับเร่ืองตาง ๆ ของแตละบุคคล ในที่นี้จะเรียกวา
กรอบโลกทศั น/ชวี ทศั น ซงึ่ เปน เสมอื นตวั แบบในการตคี วามขอ มลู ลกั ษณะ
ใกลเคียงกันท่ีเขามาในความคิด กรอบโลกทัศน/ชีวทัศน นี่เองท่ีทําให
แตล ะคนมีทัศนะตอ เร่ืองเดยี วกนั แตกตา งกนั ซ่ึงจะกลาวโดยละเอยี ดตอ
ไป ยกตัวอยางเชน
àÁÍ×è à´¡ç ËÞ§Ô Ê´Ø ÊÃÔ äÔ ´ÃŒ ºÑ ¡ÒÃÊ͹¨Ò¡¾Í‹ áÁÇ‹ Ò‹ ¤¹´μÕ ÍŒ §äÁ‹
·Òí ¼´Ô ¡®ËÁÒºҌ ¹àÁÍ× § ¤¹´μÕ ÍŒ §ªÇ‹ ÂàËÅÍ× ¼ÍŒÙ ¹×è ¤¹´μÕ ÍŒ §ÁÕ
¤ÇÒÁ¡μÞÑ Ù Ê´Ø ÊÃÔ ¨Ô ÐÁÁÕ â¹·ÈÑ ¹à ¡ÂèÕ Ç¡ºÑ “¤¹´”Õ μÒÁ·¾èÕ Í‹ áÁÊ‹ ͹
àÁÍ×è à¸ÍàË¹ç ¤¹¢ºÑ ö·»Õè ¯ºÔ μÑ μÔ ÒÁ¡®¨ÃҨà à¸Í¨ÐºÍ¡ÇÒ‹ “¤¹¹àÕé »¹š
¤¹´”Õ ËÃÍ× àÁÍè× à¸Íà˹ç à´¡ç ·ªèÕ Ç‹ ÂàËÅÍ× ¾Í‹ áÁ·‹ Òí §Ò¹ºÒŒ ¹ à¸Í¡¨ç Ð
ºÍ¡ÇÒ‹ “à´¡ç ¤¹¹àéÕ »¹š ¤¹´”Õ ã¹Í¡Õ ÁÁØ Ë¹§Öè Áâ¹·ÈÑ ¹à ¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤¹´Õ
㹤ÇÒÁ¤´Ô ¢Í§àªÉ°ÒÍÒ¨ÁÍÕ §¤» ÃСͺÁÒ¡¡ÇÒ‹ ¹Õé હ‹ ¤¹´μÕ ÍŒ §
äÁ¾‹ ´Ù â¡Ë¡ μÍŒ §äÁâ‹ ¡§¡¹Ô ໹š μ¹Œ
50 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการสรางมโนทัศน 04
กรอบโลกทศั น/ชวี ทัศน เปน กรอบความคดิ เชงิ นามธรรม ซึ่งอาจจะ
ถกู ตอ งและเปน จรงิ หรอื ไมก ไ็ ด ขนึ้ อยกู บั ประสบการณใ นชว งของการหลอ
หลอมมโนทศั นน นั้ ยกตวั อยางเชน
à´¡ç ªÒÂÊÁËÇ§Ñ ¶¡Ù ¾Í‹ ŧâ·É໹š »ÃШÒí à¹Í×è §¨Ò¡à¢Ò·§éÑ ´Íé×
áÅЫ¹ÁÒ¡ ¢³Ð·¹èÕ ÍŒ §ÊÒǤÍ× à´¡ç ËÞ§Ô ÊÁ㨫§Öè ໹š à´¡ç àÃÂÕ ºÃÍŒ Â
äÁà‹ ¤Â¶¡Ù ŧâ·É ...ÊÁËÇ§Ñ ´ÇŒ ¤ÇÒÁäÃàŒ ´ÂÕ §ÊÒÂÍ‹ Áà¡´Ô Áâ¹·ÈÑ ¹
à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¾Í‹ ¢Í§μ¹ÇÒ‹ “¾Í‹ à»¹š ¤¹ã¨ÃÒŒ  ªÍºμàÕ ¢Ò à»¹š ¤¹ÅÒí àÍÂÕ §
äÁË ¡Ñ à¢ÒáμË ¡Ñ ¹ÍŒ §ÊÒÇÁÒ¡¡ÇÒ‹ ” ¤ÇÒÁ¤´Ô ¹¨éÕ Ðμ¡Í‹Ùã¹ã¨¢Í§ÊÁËǧÑ
áÅÐμ´Ô μÇÑ ä»¨¹¡Ãз§èÑ à¢ÒàμºÔ âμ¢¹éÖ
success publisher
อยางไรก็ตาม แนวคิดเก่ียวกับพอเปนความทรงจําซ่ึงสามารถ
เปล่ียนแปลงไดเมื่อไดรับขอมูลใหม ๆ ท่ีแตกตางจากแนวคิดเดิม เชน
หากพอ แสดงออกเปน การกระทาํ ทเี่ิ ขาสมั ผสั ไดว า พอ รกั เขา เปน การพดู คยุ
เอื้ออาทร ใหความยุติธรรม ฯลฯ สมหวังอาจจะเปลยี่ นมโนทัศน เก่ียวกับ
พอ ในมมุ มองใหมไ ด เขาจะทงิ้ แนวคดิ เดมิ ทไ่ี มด เี กย่ี วกบั พอ และใสแ นวคดิ
ใหมลงไปในมโนทศั นเก่ยี วกบั พอของเขา
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 51
success publisherลายแทงนักคิด
โดยปกติคนเราจะสรางมโนทัศนเก่ียวกับเรื่องตาง ๆ ท้ังมโนทัศน
ใหญแ ละยอ ยไดน บั หมน่ื นบั แสน หรอื สาํ หรบั บางคนอาจจะถงึ ลา นมโนทศั น
ทง้ั มโนทศั นของส่งิ ทเี่ ปนรปู ธรรมและส่ิงท่ีเปนนามธรรม ซ่ึงจะเพิม่ พนู ขน้ึ
ตามการรบั รแู ละความเขา ใจในเรอ่ื งตา ง ๆ นบั ตง้ั แตว ยั เดก็ เหมอื นตาขา ย
ใยแมงมุมท่ีคอย ๆ โยงใยเพม่ิ ขนึ้ อยา งเปน ระบบและเชื่อมโยงกนั การ
สรางมโนทัศนยังข้ึนอยูกับความ สามารถในการจดจํา การจําแนก
แยกแยะ การจัดหมวดหมู การคนหา ลักษณะเดนพิเศษ และความ
สามารถในการสรางมโนทัศนใหม ๆ หรือขยับกรอบมโนทัศนเดิมให
ชัดเจนมากย่ิงข้ึนดวย
52 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
success publisher สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพ่ือการตัดสินใจ
สมองมคี วามสามารถ
ในการใชเหตุผลเพอ่ื
การตดั สินใจ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 53
success publisherลายแทงนักคิด
นกั จิตวิทยาการรบั รู (cognitive psychologist) ไดเ ร่มิ ตน สบื คน ดูวา
คนเรานนั้ ใชเ หตผุ ลและตดั สนิ ใจไดอ ยา งไร และสรปุ ไดว า การใชเ หตผุ ลของ
มนษุ ยม กั จะใชเ หตผุ ลแบบนริ นยั (deductive reasoning) และการใชเ หตผุ ล
แบบอปุ นยั (inductive reasoning) (Bisanz, Bisanz, & Korpan, 1994)
และในการแกป ญ หาเรามกั จะใชส ตู รหรอื กฎเกณฑม าตรฐานทสี่ งั คมยอมรบั
(algorithm) หรอื อาจใชว ธิ คี ดิ ทางลดั แบบครา ว ๆ (heuristics) อธบิ ายเพอ่ื
ความเขาใจไดดังนี้
การใชเ หตผุ ลแบบนริ นยั (deductive reasoning)
กระบวนการใชเหตผุ ลทย่ี ึดหลกั วา เราเช่อื วาสง่ิ ท่นี าํ มาอา งนน้ั ถูก
ตองเปนจริง ดังนั้นยอมนําไปสูขอสรุปที่เปนจริงดวย ขออางเหลาน้ี
เปนกรอบโลกทศั น/ ชีวทัศนทอ่ี ยใู นความคิดของเรา ซ่ึงเปนสงิ่ ที่เรานาํ ไป
ใชใ นการตคี วามตดั สนิ ส่งิ ตาง ๆ ท่เี ขามา ตัวอยา งของขอ อางทีเ่ ราเช่อื วา
เปน จริง เชน
54 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพ่ือการตัดสินใจ 05
ความจรงิ ทพ่ี สิ ูจนได
ไมวาใครก็ตองยอมรับ เชน คนทุกคนตองตาย ผูหญิงเปนฝายต้ัง
ครรภค ลอดบตุ ร โลกเปนสถานทแ่ี หง เดียวทมี่ ีมนษุ ยอาศยั อยู คนมี 2 ขา
สุนขั มี 4 ขา งไู มม ีขา เรอื เปน พาหนะท่ีใชในนาํ้ เปน ตน
success publisher
ความเชอ่ื หรือกฎทั่วไปที่ยอมรบั ในสังคม
อาจจะเปนความเช่ือทางศาสนา คําสอน ขนบประเพณีท่ียึดถือมา
เปน เวลาชา นาน กฎระเบยี บสงั คม จนคนในสงั คมยอมรบั รว มกนั โดยไมม ี
การตั้งคําถามโตแ ยง เชน เช่อื วา ความซ่ือสตั ยเปน สง่ิ ที่ดี การทําดยี อ มได
รบั ผลดตี อบแทน การฆา คนเปน บาป ถา ทาํ งานลว งเวลาจะไดค า ตอบแทน
พิเศษ เปน ตน
ขออางตา ง ๆ ท่เี ราคิดวาเปน จริงจะเปน เหมอื นฐานขอ มูลในสมอง
ของเรา เมอื่ มขี อ มลู หรอื ขอ อา งใหม ๆ เขา มา เราจะเอาเขา มาเปรยี บเทยี บ
เพื่อหาขอสรุปวาเราจะตัดสินเรื่องดังกลาวอยางไร โดยขอสรุปของเราจะ
ถกู ตอ ง หากขอ อา งหรอื ขอ สนั นษิ ฐานทเี่ ราคดิ นน้ั ถกู ตอ ง ตวั อยางทเ่ี หน็ ได
ชัด เชน
มนษุ ยท ุกคนตอ งตาย (ขออาง : ส่ิงท่ีเราเชือ่ วา เปนจรงิ )
ฉนั และเธอเปนคน (ขออา งใหม)
ดงั นน้ั ฉันและเธอจงึ ตอ งตาย (ขอ สรปุ )’
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 55
ลายแทงนักคิด
หลกั การคดิ เชน นเี้ รยี กวา หลกั การอา งเหตผุ ลแบบอนมุ าน(sylogisms)
ความถูกตองของสงิ่ ท่เี ราคดิ น้นั ข้ึนอยูกบั วาขอ อาง หรอื ส่ิงทเ่ี ราเชอื่ นน้ั ถูก
ตองหรือไม หากเราเชื่อในสิ่งที่ผิด เราจะตีความสถานการณหรือขอมูล
ใหม ๆ ที่รบั มาน้นั ผิด แตห ากขออา งท่เี ราเชอื่ นน้ั ถกู จะทําใหเราสรปุ สิ่งท่ี
เขา มาใหมนั้นถกู ยกตวั อยางเชน
success publisher1ขอ อา งที่เราเชอื่ วา การฆา คนเปน ความบาป
(ความเชอ่ื ตามหลกั ศาสนา)
2ขอ อา งที่ เพชฌฆาตมหี นา ทปี่ ระหารนกั โทษ
(ขอ เทจ็ จรงิ ทเ่ี รารบั ร)ู
ขอ สรปุ เพชฌฆาตยอ มเปน ผกู ระทาํ บาป
… (ขอ สรปุ ตามสง่ิ ทเ่ี ราเชอื่ )
หากในความคดิ ของเรา เราเชื่อเชนนอี้ ยา งหนกั แนน เราจะยอมรบั
วาเพชฌฆาตคือผูกระทําบาป แมวาเขาจะประหารนักโทษที่ทําความผิด
สงั หารผอู น่ื อยา งโหดเหย้ี มมาแลว กต็ าม และเรายอ มเกดิ ความรสู กึ ตอ ตา น
การลงโทษประหารชีวติ เพราะเห็นวา เปนความบาป
อยางไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งแมเราจะเช่ือวาการฆาคนเปนความบาป
แตเ ราก็ยากท่ีจะยอมรบั วา เพชฌฆาตเปน คนทที่ ําความบาป เน่อื งจากเรา
เห็นวามเี หตุผลหรอื มสี มมตฐิ านอนื่ ท่อี ยูใ นความคดิ ของเราดวย เชน เรา
อาจมีความเช่ือท่ีวาคนที่ทํารายผูอ่ืนถึงแกชีวิตโดย เจตนายอมสมควรได
56 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพื่อการตัดสินใจ 05
รับโทษถึงแกชีวิตดวย หรือเราเชื่อวาผูท่ีทําหนาท่ีฆาคนตามคําสั่งของ
กฎหมาย ไมม คี วามผิด ขออา งของเราอาจมีความขดั แยงในตัวเอง หรอื มี
เง่ือนไขบางประการที่เราอาจคิดไมรอบคอบ และอาจทําใหตัดสินส่ิง
ตาง ๆ โดยใชเ หตุผลที่ไมถกู ตอ ง
ขอ อา งทเี่ ราคดิ วา เปน จรงิ อาจจะจรงิ หรอื ไมจ รงิ กไ็ ด สงิ่ ทเ่ี รา เชอื่ อาจ
จะคลมุ เครอื และจาํ เปน ตอ งมกี ารพสิ จู นค วามจรงิ ดว ยการ พจิ ารณาเหตผุ ล
ในแงม มุ ทแี่ ตกตา งหลากหลาย เพอ่ื ใหเ ราสามารถไดข อ สรปุ ทเ่ี ปน จรงิ และ
เช่ือถือได โดยการใชวธิ คี ิด 10 มิติท่ีจะกลา วตอไปเขา มามีสวนชว ย
success publisher
การใชเหตุผลแบบอุปนัย (inductive reasoning)
ความหมาย การใชเ หตผุ ลแบบอปุ นยั เปน กระบวนการใชเ หตผุ ล
โดยสรปุ จากเหตกุ ารณท เ่ี กดิ ขนึ้ ซาํ้ ๆ กนั
อยา งเฉพาะเจาะจงหลาย ๆ กรณี
เชน อาจเกิดจากการสังเกต การทดลอง การทําวจิ ยั อันนํามาสขู อ
สรุปทีท่ าํ ใหเ ราไดขอ สรุปในทํานองวา สง่ิ นน้ั นา จะมาจากเหตุผลเชน นี้ นา
จะมีความเปน จริง ตอ ไปนาจะเปนเชนนี้ เปน ตน ยกตัวอยา งเชน
...àÃÒà˹ç à¾Íè× ¹ºÒŒ ¹¢Í§àÃÒÍ͡ǧèÔ μ͹ˡâÁ§àªÒŒ ·¡Ø Ç¹Ñ Ç¹Ñ ¹Õé
àÃÒà˹ç à¢ÒÍÍ¡¨Ò¡ºÒŒ ¹μ͹ˡâÁ§àªÒŒ àÃÒ¨§Ö ÊÃ»Ø ·¹Ñ ·ÇÕ Ò‹ à¢Ò¡Òí ŧÑ
Í͡ǧÔè μÒÁ»¡μÔ
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 57
success publisherลายแทงนักคิด
…จากการทดลองหลายครง้ั ดว ยตวั อยา งทน่ี า เชอ่ื ถอื จาํ นวนหนงึ่ นกั
จติ วทิ ยาไดส รปุ วา ในแตล ะวนั มคี วามคดิ มากกวา 10,000 ความคดิ ออกมา
จากสมองของมนุษย หรือ 3,500,000 ความคดิ ในแตล ะป
การใหเหตุผลแบบนิรนัย ขอสรุปจะไดจากการใชกฎท่ัวไป ขณะท่ี
การใหเหตุผลแบบอุปนัย ขอสรุปจะไดจากบทสรุปของตัวอยางที่เฉพาะ
เจาะจงหลาย ๆ ตัวอยา ง ซ่งึ ขอจาํ กัดของวิธอี ุปนัย กค็ อื เราอาจสรปุ อยาง
มีอคติไดห ากเราไมม ีเหตกุ ารณท ่มี ากเพยี งพอ และสมเหตสุ มผลเพยี งพอ
เปน ตวั อา งองิ เพอื่ นาํ มาสรปุ ยกตวั อยา งเชน เมอื่ เหน็ คนสว นใหญใ นสงั คม
หนง่ึ ทาํ แลว ไดผ ล คนในอกี สงั คมหนงึ่ จงึ นาํ ไปใชบ า ง ซงึ่ อาจไมไ ดผ ลเพราะ
บรบิ ทสงั คมมคี วามแตกตา งกัน เปน ตน
การแกป ญ หาโดยใชส ูตรหรือกฎเกณฑทีก่ ําหนด
(Algorithm)
ปญ หาจาํ นวนหนงึ่ สามารถคดิ หาคาํ ตอบไดโ ดยใชส ตู ร หรอื กฎเกณฑ
เฉพาะเจาะจงทก่ี าํ หนดไวแ ลว เมอ่ื เราทาํ ตามสตู รนห้ี รอื กฎนย้ี อ มมน่ั ใจวา
จะนําไปสูคําตอบของปญหาอยางแนนอน แมผูใชอาจไมเขาใจกลไกการ
ทาํ งาน หรอื เหตผุ ลทอี่ ยเู บอื้ งหลงั สตู รหรอื กฎเหลา นว้ี า ทาํ งานอยา งไรกต็ าม
ยกตวั อยา งเชน
58 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพื่อการตัดสินใจ 05
... ËÒ¡àÃÒμÍŒ §¡Ò÷ÃÒº¾¹×é ·ÊèÕ àÕè ËÅÂèÕ Á¼¹× ¼ÒŒ ¡ÇÒŒ §
¡ãç ªÊŒ μÙ Ã ¡ÇÒŒ § x ÂÒÇ ÂÒÇ
... ËÒ¡àÃÒμÍŒ §¡ÒÃËÒ»ÃÁÔ Òμâͧû٠·Ã§ÊàèÕ ËÅÂÕè Á ʧÙ
¡¨ç ÐãªÊŒ μÙ Ã ¡ÇÒŒ § x ÂÒÇ x ʧ٠ÂÒÇ ¡ÇÒŒ §
... àÃÒÍÂÒ¡Ãnj٠ҋ ¤ÇÒÁÂÒÇ´ÒŒ ¹·ÊÕè ÒÁ¢Í§ÊÒÁàËÅÂÕè ÁÁÁØ ©Ò¡success publisher
àÃÒÊÒÁÒöËÒä´âŒ ´ÂãªÊŒ μÙ Ã a2+b2=c2 Ca
¡ÒÃãªÊŒ μÙ ÃÊÒÁÒö᡻Œ Þ˜ ËÒ ·àèÕ ©¾ÒÐà¨ÒШ§ä´Œ B
... μÍŒ §¡ÒÃËÒ¤ÇÒÁ˹Òá¹¹‹ ¢Í§ÊÊÒÃã´
¡¨ç ÐãªÊŒ μÙ Ã D = M/V
(D = ¤ÇÒÁ˹Òá¹¹‹ , M = ÁÇÅ, V = »ÃÁÔ ÒμÃ)
…หรอื ถาเราอยากรูวา ถา เราฝากเงินกับธนาคาร 10,000 บาท เปน
ระยะเวลา 12 ป เงินฝากสุทธิรวมดอกเบย้ี ในปที่ 12 ท่เี ราไดร ับจะเปน
จํานวนเงนิ เทาไร ใหค ิดดว ยสูตร
100 D = เงินฝากสุทธิ
r = อัตราดอกเบีย้
P = เงินตน
เม่ือเรารูสูตรนี้ ใหแทนคาดวยตัวเลขที่ตองการคําตอบ เราจะ
สามารถรวู าในปส ดุ ทายเราจะไดเ งินเทา ไร (สมมตใิ หไ มตอ งเสียดอกเบยี้ )
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 59
ลายแทงนักคิด
D = (1 +11000 )ก x 10,000
= (1.1)12 x 10,000
= 3.1384 x 10,000
= 31,384.28
success publisher
คําตอบคือ ในปส ดุ ทา ยเราจะไดเงิน 31,384.28 บาท
เรารูวาคําตอบที่ไดรับนี้เปนคําตอบท่ีถูกตอง แมวาอาจจะไมเขาใจ
วา กลไกภายในทาํ งานอยางไร โดยเฉพาะสูตรหรือกฎเกณฑท ี่ซับซอ นของ
เคร่ืองคอมพิวเตอรท่ีนํามาใชในการประมวลขอมูลสถิติจํานวนมาก ซ่ึง
ทําใหไดคําตอบท่ีแมนยําโดยที่ผูใชอาจไมเขาใจกลไกการทํางานภายใน
เพราะการใชสูตรหรือกฎเหลาน้ีเกิดจากการศึกษาหาความสัมพันธของ
ตัวแปรตาง ๆ โดยผเู ช่ยี วชาญมาแลว แตส ิ่งท่ผี ูน ํามาใชควรรูคือเราตอง
มคี วามรวู า ในเร่ืองใดควรใชส ตู รใดจึงเหมาะสม
การคดิ แกปญ หาดว ยวธิ ีคิดทางลัดแบบครา ว ๆ
(Heuristics)
การคดิ แกป ญหาดว ยวิธคี ดิ ทางลดั แบบคราว ๆ หมายถึง การคดิ หา
คาํ ตอบของปญหาโดยใชเหตผุ ลหรอื เกณฑใ นการประเมนิ อยา งงา ย ๆ ไม
ซบั ซอ น เพอื่ คาดประมาณวา คาํ ตอบนา จะเปน เชน นนั้ โดยมเี หตผุ ลรองรบั
ระดบั หนงึ่ ซงึ่ อาจไดค ําตอบทใ่ี กลเคยี งความจรงิ แตไมมหี ลกั ประกนั วา
จะใชคําตอบหรือไม เชน
60 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพื่อการตัดสินใจ 05
… เมอ่ื เราเหน็ วา สมาชกิ ทกุ คนในบา นนเ้ี ปน โรคเบาหวาน เราจงึ สรปุ
วาเด็กทเ่ี กดิ ใหมน า จะเปนเบาหวานดว ย
… สมมติเราไดขาวมาวาคนไทยตดิ เช้ือเอดส 10% เราจึงคาดเดาวา
คน 10 คนในหอ งน้ี อาจจะมีคนหนึ่งที่เปน เอดส
… ในการเลนเกมคอมพิวเตอร เราจะ
ตอ งหาทางเลอื กอยา งรวดเรว็ เพอ่ื ทาํ คะแนนใหไ ด
มากทีส่ ดุ โดยอาศัยทกั ษะความชํานาญท่เี รียนรู
จากการเลน เปน ประจาํ ทาํ ใหเ ราตอ งคาดเดาลว ง
หนา วา จะเกดิ อะไรขน้ึ และทาํ การปอ งกนั หรอื บกุ
ตะลยุ แตค วามชาํ นาญของเราไมสามารถทําให
เราม่นั ใจวา เราจะชนะไดน านเพียงใด และเสมอ
ไปหรือไม
success publisher
หรือเราอาจหาวิธีการเรียนเกง ดวยตัวเอง โดยไมมีใครแนะนํา เชน
มสี มุดจดโนตยอ ขดี เสน ใตคาํ สําคญั ทบทวนทกุ วนั ตงั้ คําถาม ใหต นเอง
ตอบ พักผอนใหเพยี งพอกอนวนั สอบ ฯลฯ เปนวธิ กี ารท่ีเราคิดคนข้ึนและ
ทดลองทาํ แลว ไดผลดี เราจึงเลอื กวธิ ีนี้
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 61
success publisherลายแทงนักคิด
การลองผิดลองถกู (Trial and Error)
การลองผดิ ลองถกู เปน ขน้ั พน้ื ฐานทส่ี ดุ ของการแกป ญ หา เปน การเดา
แบบมีเหตมุ ผี ล อันเน่ืองมาจากการท่ีเราไมเคยพบปญหาในลักษณะนม้ี า
กอน เราจึงตองคิดแกปญหาและทดลองทําดูวาใชไดหรือไม ซ่ึงอาจจะ
ประสบความลม เหลวหรอื อาจจะประสบความสาํ เรจ็ ความยากของวธิ กี าร
นี้ คอื ในบางปญ หามีความซับซอ นมากและอาจจะตองใชเวลาตลอดชวี ิต
กวา จะหาทางทถ่ี ูกตอ งได หรือหากเราคดิ ไมถูกตอ งอาจจะนาํ มาซง่ึ ความ
ลมเหลว และไมมโี อกาสฟนตัวข้ึนมาอีกเลยก็เปนได ยกตัวอยางเชน มี
ทางเลอื กถึง 10120 ทางท่เี ปน ไปไดในการเลนหมากรุก หากเราเดินพลาด
ไปหน่งึ ตาอาจจะสง ผลใหแ พท ง้ั กระดานได
การวิเคราะหเปา หมายและวธิ กี าร
(Means-Ends Analysis)
แทนการลองผิดลองถกู เรามกั จะทําโดยการกําหนดเปา หมายสงู สุด
ไววา เราตองการอะไรและตั้งเปา หมายยอ ย ๆ หลาย ๆ เปาหมาย จาก
น้ันพยายามดําเนินการเพื่อบรรลุเปาหมายยอย ๆ เหลานี้ เพื่อไปสูเปา
หมายสงู สดุ วธิ นี ย้ี งั ไมส ามารถรบั รองไดว า จะประสบความสาํ เรจ็ เนอ่ื งจาก
ความจาํ กดั ในประสบการณ ทักษะ ความรขู องเราท่จี ะนาํ มาใชในการแก
ปญ หานน้ั ซ่งึ อาจทําใหการใชเหตุผลผิดพลาด เชน
เรามกั ตงั้ สมมตฐิ านวา เหตุการณป ระเภทเดยี วกนั
มกั จะมีแนวโนมเกิดข้นึ ในอนาคต
62 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักดิ์
สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพ่ือการตัดสินใจ 05
ยกตวั อยางเชน
¤¹¨Òí ¹Ç¹ÁÒ¡¡ÅÇÑ ·¨èÕ ÐμÒÂà¾ÃÒÐà¤ÃÍè× §º¹Ô μ¡ ÁÒ¡¡ÇÒ‹ μÒÂ
à¾ÃÒÐ꼯 μÑ àÔ Ëμ·Ø Ò§Ã¶Â¹μ· §Ñé æ ·ÊèÕ ¶μÔ ºÔ Í¡ÇÒ‹ ¡ÒÃà´¹Ô ·Ò§´ÇŒ Â
à¤ÃÍè× §º¹Ô ¹¹Ñé Á¤Õ ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ÁÒ¡¡ÇÒ‹
success publisher
เหตุผลทเ่ี รามกั ผิดพลาดน้ัน เนอื่ งจากโดยปกตแิ ลวคนเราจะจาํ สง่ิ ที่
ต่ืนเตนเราใจไดงายกวาเหตุการณที่เกิดขึ้นบอยจนกลายเปนเรื่องปกติ
ธรรมดาอนั เปน ผลทาํ ใหเ ราคดิ เลยเถดิ เกนิ จรงิ หรอื คาดคะเนสงู เกนิ ความ
เปนจรงิ ในความเปน ไปไดของส่งิ ท่ีจะเกดิ ขนึ้ (Schwarz et al., 1991)
เรามักจะแกป ญหาโดยใชว ธิ ีเดิม
เพราะเคยใชแ ลว ประสบความสําเร็จ
หรือเห็นคนอ่ืนใชแ ลวประสบความสําเร็จ จึงเลียนแบบวิธีการมาใช
โดยขาดการประยกุ ตใ หเหมาะสมกบั บรบิ ท เชน จากตวั อยา ง เม่ือสะพาน
ขา มคลองเสยี หายใชก ารไมไ ด นายยอยศ ชาวบา นตําบลโคกโพธ์ทิ องคิด
หาวธิ ีการขา มคลองดว ยวธิ อี ื่นไดส าํ เรจ็ เขาจะมแี นวโนม วา จะใชว ธิ เี ดมิ ใน
การกลบั บานวนั ตอ ๆ ไป เพราะมนั่ ใจวา วิธกี ารนจี้ ะนําไปสูความสําเร็จ
คอื ขามฟากไดอยางแนน อนจนกวาสะพานจะไดรับการซอมแซม
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 63
success publisherลายแทงนักคิด
เรามกั จะคลอ ยตามเรอื่ งที่มีการกลา วถึงกันมาก
เรือ่ งท่ีเปน ขา ว เรอ่ื งท่ีคนสวนใหญก ลาวถึง อาจทําใหเรารูสกึ วาเร่อื ง
นนั้ สาํ คญั กวา และมคี วามเปนจรงิ มากกวาเรือ่ งลกั ษณะเดียวกนั แตไมม ี
ใครกลาวถึง ทัง้ ๆ ที่ในความเปนจริงเร่ืองทีไ่ มเปน ขาว อาจ สาํ คญั หรือ
มคี วามเปนจริงมากกวา ยกตัวอยางเชน
àÃÍè× §·μèÕ ¡à»¹š ¢Ò‹ Çã¹Ë¹§Ñ ÊÍ× ¾ÁÔ ¾¨ ÐÊÒÁÒö·Òí ãˤŒ ¹àªÍè× ã¹
àËμ¼Ø Å·¼èÕ ´Ô ä´Œ હ‹ ¢Ò‹ Çöä¿μ¡ÃÒ§ ¢Ò‹ Çà¤ÃÍ×è §º¹Ô μ¡ ËÃÍ× ¢Ò‹ Ç
àÃÍ× ÅÁ‹ «§Öè áμÅ‹ ФçÑé Á¼Õ àŒÙ ÊÂÕ ªÇÕ μÔ ¹ºÑ ÃÍŒ ¤¹ ¢Ò‹ ÇÅ¡Ñ É³Ð¹éÕ àÁÍ×è àÃÒ
ÍÒ‹ ¹¾ººÍ‹ Â æ ¨Ð·Òí ãËàŒ ÃÒà¡´Ô ¤ÇÒÁËÇÒ´¡ÅÇÑ äÁ¡‹ ÅÒŒ â´ÂÊÒþÒ˹Ð
àËÅÒ‹ ¹¹éÑ ·§éÑ æ ·ÊÕè ¶μÔ ÍÔ ºØ μÑ àÔ Ëμ·Ø ҧö¹μ ÁâÕ Í¡ÒÊà¡´Ô ¢¹éÖ ä´ÁŒ Ò¡¡ÇÒ‹
ËÅÒÂà·Ò‹ áÅÐâÍ¡ÒÊàÊÂÕ ªÇÕ μÔ ¨Ò¡ÍºØ μÑ àÔ Ëμ·Ø ҧö¹μÁ ÁÕ Ò¡¡ÇÒ‹ áÅÐ
§Ò‹ ¡ÇÒ‹ ´ÇŒ ÂàËμ¼Ø Åà¹Í×è §¨Ò¡ÍºØ μÑ àÔ ËμàØ ¤ÃÍè× §º¹Ô μ¡ËÃÍ× à¡´Ô àÃÍ× ÅÁ‹
¹Ò¹ æ ¤Ã§Ñé ¨§Ö ¨Ðà¡´Ô ¢¹éÖ áÅÐáμÅ‹ ФçÑé Á¼Õ àŒÙ ÊÂÕ ªÇÕ μÔ ¨Òí ¹Ç¹ÁÒ¡ ¨§Ö Á¡Ñ
¡ÅÒÂ໹š ¢Ò‹ ÇãËÞ‹ Á¤Õ ¹Ã¢ŒÙ Ò‹ Ç¡ÇÒŒ §¢ÇÒ§¡ÇÒ‹ ¨´¨Òí ä´§Œ Ò‹ ¡ÇÒ‹ ¨§Ö ·Òí ãËŒ
à¡´Ô ¡ÒÃÊÃ»Ø ÇÒ‹ ¡ÒÃà´¹Ô ·Ò§â´ÂÂÒ¹¾Ò˹ÐàËÅÒ‹ ¹¹Ñé ¹Ò‹ ¡ÅÇÑ áÅÐà¡´Ô
Í¹Ñ μÃÒÂä´ÁŒ Ò¡¡ÇÒ‹ ö¹μ
64 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
สมองมีความสามารถในการใชเหตุผลเพ่ือการตัดสินใจ 05
การยึดตดิ กับบทบาทหนาท่ี (functional fixedness)
และการแกป ญหาดว ยรูปแบบเดมิ ๆ (traditional mindset)
ความยากของการแกปญหาอยูตรงท่ีในตอนแรกเรามองเห็นมัน
อยางไร เราอาจจะถูกนําใหเขาใจผิดหรือมองอยางยึดติดเพียงบางดาน
เทา นน้ั เปน เหตทุ าํ ใหเ ราไมส ามารถคดิ สรา งสรรคไ ดท าํ ใหเ ราแกป ญ หาผดิ
หรอื แกไ มไ ดเ พราะเราจาํ กดั ความคดิ ของเราอยใู นแงม มุ ใดมมุ หนงึ่ เทา นนั้
เชนเรามักคิดวาหนังสือมีไวเพ่ืออานมิใชเพื่อเปนเชื้อฟน ทําใหเราจํากัด
ความคิดในการใชประโยชนอยางอน่ื
success publisher
การยึดมั่นในอคติ (confirmation bias)
คนเรามีแนวโนม ทจี่ ะยดึ หรอื เช่ือตามประสบการณเดิม ตามอารมณ
ความรูสึก หรือส่ิงท่ีตนเองพึงพอใจ มากกวาท่ีจะพจิ ารณา หรอื คดิ เก่ียว
กับเร่ืองน้ันอยางเที่ยงตรง ทําใหการคิดของเราบิดเบ้ียว และไมไ ดรับคํา
ตอบทถี่ ูกตองเปนจรงิ อคติทเ่ี รายดึ ม่ันจะเปน ตวั ปดกั้น ทําใหเราไมส นใจ
ขอ มลู ในทางตรงกนั ขา มทมี่ าสนบั สนนุ สมมตฐิ านอกี ดา นหนงึ่ แมว า จะพบ
หลกั ฐานหรอื เง่ือนงําบางประการท่ตี รงขามกับที่เราคิดไว นกั จิตวิทยาได
วเิ คราะหไ ววาการทคี่ นเรามีแนวโนมจะยดึ มั่นในความคดิ หรอื สมมตฐิ าน
เดิมที่เราคดิ ไว เน่อื งจากไมต อ งการใชค วามพยายามในการคิดแกปญหา
นน้ั ใหม เพราะไดล งแรงคดิ คาํ ตอบหรอื ทางออกเรยี บรอ ยแลว เราจงึ มกั ยดึ
คาํ ตอบแรกวา ถกู ตอ ง หรอื มฉิ ะนน้ั เมอื่ เหน็ วา หลกั ฐานทไ่ี ดร บั ตรงกนั ขา ม
กบั ความคิดเดมิ ทีม่ อี ยู หลกั ฐานใหมจะกระทบตอความรสู ึกนับถอื ตนเอง
สมอง : มนุษยคิดไดอยางไร ? 65
success publisherลายแทงนักคิด
(self-esteem) ของบุคคลนั้น สงผลใหบ คุ คลนั้นพยายามยดึ มนั่ ในทางแก
ปญหาทีเ่ ขาคิดไดในตอนแรก
การคิดเองของเราอาจนําไปสูความผิดพลาดไดงาย เพราะความ
จาํ กัดในการคดิ ดังกลา ว ดงั นน้ั หากเราเรยี นรูว ิธกี ารคดิ 10 มติ ิ ทจ่ี ะกลา ว
ถึงตอไป จะชวยเราใหสามารถคิดจนบรรลุวัตถุประสงคไดมากขึ้น และ
หากนาํ มาใชอ ยา งเหมาะสมจะชว ยใหเรามศี กั ยภาพสามารถ ตัดสนิ ใจใน
เรอื่ งตา ง ๆ ไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม และสมเหตสุ มผล ย่ิงข้ึน
66 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
การคดิ
คอื อะไร ?
การคดิ คอื …
การคดิ น้ัน…สาํ คญั ไฉน ?
การคิด…ทําไมตองคิด ?
การคิด…อุปสรรคของความคิด
การคิด…“คิดได” หรือ “คิดเปน ”
success publisher
ความสามารถในการคิดsuccess publisher
เปนลกั ษณะพิเศษของมนุษย
เปนสง่ิ มหศั จรรยป ระการหนึ่ง
ท่ีแยกมนษุ ยออกจากสัตวอยา งชดั เจน
success publisher การคิดคือ…
การคดิ คือ…
การคิดคืออะไร ? 69
success publisherลายแทงนักคิด
ขอเรมิ่ ตน โดยใหผ อู า นทาํ กจิ กรรมทางความคดิ สองเรอ่ื ง ตามคาํ สงั่ ตอ
ไปน้ี
...ÍÂÒ¡ãˤŒ ³Ø à͹¡Òº¹¾¹¡Ñ à¡ÒŒ ÍÕé ·Òí μÇÑ ãËÊŒ ºÒ æ Áͧ
¢¹éÖ ä»º¹à¾´Ò¹ËÃÍ× ÁͧÍ͡仹͡˹Ҍ μÒ‹ § Åͧ¤´Ô ÇÒ‹ ¤³Ø ¡Òí Å§Ñ ¹§èÑ
ͺ‹Ù ¹à¤ÃÍ×è §º¹Ô Á§‹Ø ˹Ҍ 仨§Ñ ËÇ´Ñ àªÂÕ §ãËÁ‹ ¤³Ø ¡Òí Å§Ñ ÁͧÍ͡仹͡
˹Ҍ μÒ‹ §à¤ÃÍ×è §º¹Ô àË¹ç »ÂØ àÁ¦Ê¢Õ ÒÇ æ ËÁÍ¡ºÒ§ æ Åͼҋ ¹Ë¹ÒŒ μÒ‹ §
àÁ¦àËÅÒ‹ ¹·éÕ Òí ãˤŒ ³Ø ¤´Ô μÍ‹ ä»¶§Ö Ç¹Ñ Ã§‹Ø ¢¹Öé à˹ç ÀÒ¾μÇÑ àͧ¡Òí Å§Ñ Â¹× Ê´Ù
¡Å¹èÔ ÍÒ¢ͧ¸ÃÃÁªÒμ·Ô ÃèÕ ÒÂÅÍŒ Á´ÇŒ ·ÐàÅËÁÍ¡ º¹ÂÍ´´ÍÂʧ٠͹Ñ
˹ÒÇà¹ç Í¹Ñ à»¹š ʶҹ·«èÕ §èÖ ¤³Ø ¨Ð仾¡Ñ ¤ÒŒ §áÃÁÇ¹Ñ Ã§‹Ø ¢¹Öé ËÅ§Ñ ¨Ò¡·Õè
ä»¶§Ö
คุณรูห รือไมสิง่ ทค่ี ุณทํานั้น
เรียกวาอะไร
การจินตนาการ หรอื การคิด
70 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
การคิดคือ… 06
อกี ตวั อยางหนึ่ง อยากรบกวนถามความคดิ เหน็ ของคณุ สกั หนอ ย
...¤³Ø Á¤Õ ÇÒÁ¤´Ô à˹ç ÍÂÒ‹ §äÃ
ËÒ¡Ã°Ñ ºÒŪ´Ø (¾.È. 2544) ¹»Õé ÃСÒÈ¢¹Öé ÀÒÉÁÕ ÅÙ ¤Ò‹ à¾ÁèÔ ¨Ò¡
ÃÍŒ ÂÅÐ 7 ໹š ÃÍŒ ÂÅÐ 10 ã¹ÀÒÇÐàÈÃɰ¡¨Ô μ¡μÒèí હ‹ ¹éÕ ?
success publisher
คุณอาจจะตอบวาไมเห็นดวย เพราะจะสงผลกระทบทําใหคุณใน
ฐานะผูบริโภคตองซื้อสินคาแพงข้ึนกวาเดิม หรือคุณอาจจะตอบวา ไมมี
ความคิดเหน็ เพราะไมทราบวา จะเกิดอะไรขนึ้ หรอื คณุ อาจจะตอบวา เห็น
ดว ยกบั การขน้ึ ภาษี เพราะเปน วธิ ที เ่ี หมาะสมทจ่ี ะทาํ ใหร ฐั มเี งนิ มากขนึ้ หรอื
คณุ อาจจะมีคําตอบอื่น ๆ
ไมวาคุณจะตอบเชนไร จากคําถามนี้ ลองสังเกตดูการทํางานใน
กระบวนการคิดวา เปน เชน ไร
คณุ จะคน พบวา …
ในการทาํ ตามคาํ สง่ั แรก คณุ เพยี งแตส รา งภาพตามทกี่ ลา วไปเรอ่ื ย ๆ
ภาพเหตุการณจะปรากฏขน้ึ เปนฉาก ๆ ในความคิดของคณุ คุณจะรูสกึ
ผอนคลาย รูส ึกสบาย และมคี วามสขุ
การกระทาํ เชนน้ีเรยี กวา การสรางภาพในใจ อาจเรียกวา ฝน กลาง
วนั การเพอ ฝน การจินตนาการ
การคิดคืออะไร ? 71
ลายแทงนักคิด
ตรงกนั ขาม เมอ่ื คุณตอ งแสดงความคิดเห็นตามคาํ สั่งท่สี อง คุณจะ
ตองคิดใครครวญ หาเหตุผลถึงผลกระทบที่จะเกดิ ขึ้นในดา นตา ง ๆ คาด
การณสิ่งท่ีอาจเกดิ ขึ้นในอนาคต เพ่ือหาขอ สรุปการตัดสนิ ใจเก่ียวกับเรอื่ ง
น้นั
การกระทําดังกลาวเรยี กวา การคดิ
success publisher
ความหมาย การคดิ คอื กจิ กรรมทางความคดิ ทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคเ ฉพาะ
เจาะจง เรารวู า เรากาํ ลงั คดิ เพอ่ื วตั ถปุ ระสงคอ ะไรบาง
อยา ง และสามารถควบคมุ ใหค ดิ จนบรรลเุ ปา หมายได
จากนิยามนี้ การท่ีเราคิดวากําลังนั่งเครื่องบินไปเที่ยวยอดดอย
จงั หวัดเชียงใหมจึงเปน เพียงฝนกลางวนั เพราะเปน เพียงความคิดฝน ท่ไี ร
จุดมงุ หมาย
การคิด เปนการจดั การขอมูลทส่ี มองไดร ับใหอ ยใู นรูปแบบเหมาะสม
โดยการแปรขอ มลู ขา วสารทไี่ ดร บั สรู ปู แบบใหมท แ่ี ตกตา งไปจากเดมิ ซง่ึ ใน
ขณะใชความคดิ สมองจะนาํ เอาขอมูล ความรู และประสบการณตาง ๆ
ทม่ี อี ยู มาคดิ รว มกนั โดยใชเ หตผุ ล ผสมผสานกบั อารมณแ ละความตอ งการ
เพือ่ นําไปสเู ปาหมายทไี่ ดวางไวในสิ่งทป่ี รารถนาจะไดร บั เชน ตอบสนอง
ตอ วตั ถปุ ระสงคใ นการตอบคาํ ถาม หรอื การแกป ญหา หรอื ชว ยนาํ ไปสเู ปา
หมายท่วี างไว
ในขณะทเ่ี ราใชค วามคดิ เราจะพยายามเลอื กวธิ กี ารและหาทางเลอื ก
ตาง ๆ ทน่ี าจะเปนไปได ไมวา จะเปน การกระทาํ ทนี่ าจะเปนไปได กรอบ
ความเช่ือท่นี า เชอ่ื ถือหรือจดุ มงุ หมายทน่ี าจะเลอื ก
72 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
การคิดคือ… 06
การพัฒนาการทางความคดิ
ความสามารถในการคิดเปนลักษณะพิเศษของมนุษย เปนส่ิงsuccess publisher
มหศั จรรยป ระการหนง่ึ ทแ่ี ยกมนษุ ยอ อกจากสตั วอ ยา งชดั เจน สตั วเ พยี งแต
ดําเนนิ ชีวิตตามสญั ชาตญาณแหงความอยรู อดเทา นั้น ตรงขามกบั มนุษย
ทสี่ ามารถพัฒนาสง่ิ ตา ง ๆ รอบตวั ได เพราะมนษุ ยม ีความสามารถในการ
คดิ นน่ั เอง ความคดิ สรา งสรรคข องมนษุ ยท าํ ใหเ ราไดพ บเหน็ ไดใ ชป ระโยชน
จากส่ิงใหม ๆ เสมอ
สมองของเด็กพัฒนาต้ังแตอยูในครรภและมีการเจริญเติบโตอยาง
รวดเรว็ มากในชวง 2-3 ปแ รกหลังคลอด สมองของเดก็ แรกคลอดจะหนัก
ประมาณ 350 ถึง 500 กรัม มเี ซลลส มองอยูประมาณ 1 แสนลา นเซลล
ซ่ึงจะไมม ีการสรางเพิม่ เตมิ อกี หลังคลอด สมองของเดก็ จะเติบโตขึ้นจนมี
ขนาดเกือบเทา กับสมองของผใู หญ ในวัยเพียง 3 ขวบ โดยมนี าํ้ หนกั สมอง
ประมาณ 1,100 กรัม หรือราวรอ ยละ 80 ของสมองผใู หญ (สมองผใู หญ
จะหนกั ประมาณ 1.3 ถงึ 1.5 กิโลกรัม)
ชวงวัยทารกจนถึงสามขวบเปนชวงเวลาสําคัญมากในการพัฒนา
ศักยภาพทางสมองของเด็ก เพราะเปนชวงเวลาแหง การเปด รับขอมลู การ
เรียนรูสง่ิ ตาง ๆ ทเี่ กิดขน้ึ ในโลกอยางรวดเรว็ กลาวกันวา สมองของเด็ก
แรกเกดิ มกี ารเรยี นรมู ากกวา การเรยี นรขู องผใู หญเ ปน พนั ๆ เทา เดก็ เรยี น
รูทุกอยางท่ีเขามาปะทะ ไมวาจะเปนการสัมผัส เสียงพูดคุย เสียงเพลง
ลว นเปน ขอ มลู เขา ไปกระตนุ สมองเดก็ ทาํ ใหเ กดิ เครอื ขา ยเสน ใยสมอง และ
จดุ เชอ่ื มตา ง ๆ อยา งมากมาย อนั จะชว ยใหเ ดก็ เขา ใจและเรยี นรสู ง่ิ ตา ง ๆ
ท่ีเกิดขนึ้ คาดวาเม่อื เดก็ อายุ 3 ป จะมเี ครอื ขายนม้ี ากกวาสมองผูใ หญ 2
เทา นกั วทิ ยาศาสตรเ ชอื่ วา ยง่ิ สมองเดก็ มเี สน ใยสมองและจดุ เชอื่ มตอ มาก
การคิดคืออะไร ? 73
success publisherลายแทงนักคิด
เทาไร เด็กจะยิง่ ฉลาดมากข้นึ เทา น้นั สมองจะทาํ หนา ทน่ี ต้ี อ ไปจนถงึ อายุ
10 ป จากนน้ั สมองจะเร่ิมกําจดั เครือขายเสนใยสมองท่ไี มไดใชท ้งิ ไป เพ่ือ
ใหสว นท่ีเหลอื มีความสามารถและมปี ระสทิ ธิภาพการทํางานสงู สุด
สงิ่ แวดลอ มมบี ทบาทสาํ คญั ยงิ่ ในการ
พัฒนาทางสมองของเด็กตั้งแตแรกเกิด
เพราะสมองในสวนท่ีเก่ียวกับความคิด
ความจาํ อารมณ และพฤตกิ รรมทางสงั คม
ยงั ไมพ ฒั นา เดก็ จะเรยี นรสู ง่ิ เหลา นจี้ ากสง่ิ
แวดลอ มรอบขา ง การที่เราพูดคุยหรือสอน
ใหเด็กรูจักส่ิงตาง ๆ บอย ๆ เปนการ
กระตุนเครือขายเซลลสมองของเด็ก หาก
ไดรับการกระตุนหรือกลุมเซลลสมอง
ทาํ งานตลอดเวลา จะชว ยใหเ ซลลส มองและเสน ใยสมองกลมุ นอ้ี ยไู ดอ ยา ง
มัน่ คง แตถ าเด็กไมไดรบั การกระตนุ ที่เหมาะสม ขาดการเอาใจใส เด็กจะ
ขาดพฒั นาการดา นตาง ๆ มีผลทําใหสมองบางสวนไมพ ัฒนา
การคิดของเด็กจะจํากัดอยูในโลกแหงความเปนจริง สิ่งที่สามารถ
สังเกตเห็นไดตรง ๆ เดก็ จะคดิ อยา งตรง ๆ ไมซับซอน จนถงึ อายุ 7 ป
หลงั จากนนั้ จงึ เรม่ิ เรยี นรสู งิ่ ทเี่ ปน นามธรรม สามารถจะเอาคาํ และสง่ิ ตา ง ๆ
มาสมั พนั ธก นั จนอายปุ ระมาณ 11-12 ป เดก็ จะเขา ใจภาษาทม่ี คี วามสลบั
ซับซอนมากย่ิงขึ้น เก่ียวของกับการใชความคิด สติปญญา จินตนาการ
และความคิดสรางสรรคดวย จนเมื่อเริ่มเปนวัยรุน เด็กวัยรุนจะมีความ
สามารถในการคิดลักษณะท่ีกาวหนา เชน การคิดในส่ิงท่ีเปนนามธรรม
การคดิ ในหลากหลายมิติ คดิ อยา งสมั พัทธ และสามารถคิดในมติ ิอืน่ ๆ
ซง่ึ จะชว ยใหเ ดก็ วยั รนุ มศี กั ยภาพในการคดิ เรอื่ งตา ง ๆ ไดอ ยา งกวา งขวาง
74 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
การคิดคือ… 06
เดก็ จะมพี ฒั นาการทางการคดิ เปน ไปตามขน้ั ตอนนห้ี รอื ไม สง่ิ สาํ คญั
ขนึ้ อยูก ับความสมั พนั ธร ะหวางพอ แมก บั เดก็ ในชวงวัยแรกเกิดถึงเขาเรยี น
สว นพฒั นาการทางการคดิ หลงั จากนน้ั ข้นึ อยกู ับการฝก ฝนทเี่ ดก็ ไดร บั จาก
โรงเรียนเปน สาํ คญั ดงั นนั้ ระบบการศึกษาจะตองพัฒนาหลักสูตร และวิธี
สอนใหสอดคลอ งกับพัฒนาการทางสมองของเดก็ ในแตละชว งวยั ดว ย
success publisher
หากครอบครัวและระบบการศึกษาไมไดชวยกระตุนใหเด็กพัฒนา
ศักยภาพการคิดอยางเหมาะสม จะทําใหเด็กขาดการพัฒนาตามชวงวัย
เชน
… เด็กในครอบครัวที่ไมคอยมีการพูดคุยกัน พอหรือแมไมคอยอยู
บาน เดก็ ไมค อ ยมีใครพดู คยุ ดว ย ไมมีใครอานหนงั สอื ใหฟ ง สง่ิ ท่ีเกดิ ขน้ึ
คอื เด็กจะเสยี ความสามารถทางดานภาษา
… เดก็ ท่เี ปนลกู คนเดยี ว และพอ แมใ หอ ยูแตใ นบาน ไมค อยใหเขา
กลมุ กับเด็กอ่นื เมื่อเติบโตขนึ้ เดก็ อาจจะขาดความสามารถในการปรับตัว
เขากับสงั คมได
… การใหเ ดก็ พดู ในชนั้ เรียนจะชว ยพฒั นากระบวนการเรยี นรใู นการ
จัดระเบียบทางความคิด การใหเด็กเขียนจะชวยพัฒนาดานการคิด
จินตนาการ การคิดสรางสรรค การใชเหตุผล และการพัฒนาการดาน
ภาษา แตโ รงเรยี นสว นใหญม กั จะไมไ ดส อนในลกั ษณะนี้ แตม กั ใหน กั เรยี น
เปน เพียงผูฟ งมากกวาที่จะใหน ักเรียนมีปฏิสมั พนั ธด ว ย
… การสอนในระดับเด็กวัยรุนควรจะพัฒนาเด็กในเรื่องของการคิด
เชิงวพิ ากษ การคิดในสง่ิ ทม่ี ีนามธรรม การคดิ ในลกั ษณะสัมพทั ธ ไมใ ชให
คะแนนตามความสามารถในการจดจําของเดก็ เพราะจะเปน การหยุดไม
การคิดคืออะไร ? 75
success publisherลายแทงนักคิด
ใหส มองดา นการคิดตามวัยของเขาไดร บั การพัฒนาใหแข็ง แกรงขึน้ และ
เชน เดยี วกนั ควรใหค วามสาํ คญั ในเรอื่ งการพฒั นาดา น การใชเ หตผุ ล การ
ทเ่ี ด็กในวัยเรียนไมไ ดร บั การพฒั นาดานการใช เหตผุ ลอยา งเพียงพอ จะ
ทําใหเกิดชองวา งระหวางส่ิงท่ีเดก็ สามารถ ทาํ ได กบั การบรรลุผลทางการ
เรียนตามทโี่ รงเรยี นไดตง้ั ไว
การพฒั นาความสามารถทางการคิด
ของเด็กตามชวงวยั
และการฝก ทักษะของสมองทัง้ ซกี ซา ยและซกี ขวา
จะชวยกระตุนใหเดก็ ไดใ ชศกั ยภาพ
ของสมองอยา งเตม็ ที่
76 ศ.ดร. เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศักด์ิ
success publisher การคิดนั้น…สําคัญไฉน ?
การคิดน้นั …สําคัญไฉน ?
การคิดคืออะไร ? 77
success publisherลายแทงนักคิด
ตามท่ีกลาวมาแลววา ความสามารถในการคิดเปนลักษณะพิเศษของ
มนษุ ย เปน สง่ิ มหศั จรรยป ระการหนงึ่ ทแ่ี ยกมนษุ ยอ อกจากสัตวอ ยา งชดั เจน
สตั วเ พยี งแตด าํ เนนิ ชวี ติ ตามสญั ชาตญาณแหง ความอยรู อดเทา นนั้ แตม นษุ ย
สามารถพฒั นาสงิ่ ตา ง ๆ รอบตวั ได เนอ่ื งจากมคี วามสามารถในการคดิ หาก
มนุษยปราศจากการคิดชีวิตมนุษยจะนิ่งสนิทไรซ่ึงการเปล่ียนแปลง เราทุก
คนจะกลายเปน คนทดี่ าํ เนนิ ชวี ติ ไปตามสญั ชาตญาณ ไมต า งกบั สตั วป ระเภท
หนึ่งทก่ี นิ นอน และทาํ ส่งิ ตาง ๆ ตามแรงกระตุนของรางกายไปเพียงวนั ๆ
และจะทําใหมนุษยในทุกวันน้ีมีลักษณะเหมือนมนุษยเม่ือ 5,000-6,000
ปก อน คอื ไมม ีหนงั สอื ไมม รี ถยนต ไมมบี า น และจะไมเ หน็ สง่ิ ใหม ๆ เกิด
ขึน้ หรอื มพี ัฒนาการใด ๆ เมื่อเวลาผา นไป
ความสามารถในการคิดทําใหมนุษยมีความเปนมนุษย สามารถแก
ปญหาใหต นเองได สามารถคิดสรา งสรรคเคร่อื งทนุ แรง สรา งสงิ่ ประดิษฐ
ใหม ๆ ได สามารถสรา งความสขุ ใหแ กต นเอง และสามารถปกปอ งตนเอง
ใหพน จากภยั ธรรมชาตไิ ด
การคดิ ของมนษุ ยจ งึ เปน ความแตกตา งทนี่ า มหศั จรรยอ ยา งยง่ิ ทสี่ ง
ผลใหช วี ติ มนษุ ยส รา งสรรคส ง่ิ ใหม ๆ ทชี่ ว ยแกป ญ หาใหก บั ตนเอง สามารถ
นําส่ิงที่มีอยูในธรรมชาติมาใชประโยชนไดมากข้ึนเร่ือย ๆ และสามารถ
ดํารงชีวิตสบื พงศพ ันธไุ ดอ ยางม่นั คงจนกระท่งั ทกุ วันนี้
78 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
การคิดน้ัน…สําคัญไฉน ? 07
หากจะประมวลความสําคัญของการคดิ เราสามารถกลาวไดว า การ
คิดมคี วามสาํ คญั เนอื่ งจาก
การคิดกําหนดความเปน ตวั เรา
ผมเชื่อวา “การคดิ ” (thinking) เปน ตวั กําหนดส่ิงทเี่ รารู (knowing)
ความรูที่เราไดจากการคิดนั้นจะเปนตัวกําหนดความเปนตัวเรา (being)
เราคดิ อยา งไร เรารอู ะไร เราจะเปนเชน นน้ั และความเปน ตัวเราจะเปน ตวั
กาํ หนดวิถีชีวิตของเรา (living) ซง่ึ จะทาํ ใหเ ราแสดงออก (manifesting)
ทง้ั คาํ พดู และการกระทําโดยอาจถา ยทอดเปนการเขยี น (writing) การพูด
(speaking) การกระทํา (doing) และการแสดงอากัปกิริยาตาง ๆ
(behaving) ผมขอเรียกกระบวนการน้ีวา กระบวนการกําหนดการ
แสดงออกของมนุษย (Human-Manifesting Process) (เกรียงศกั ด,ิ์ 2542)
success publisher
Thinking knowing Being
การคิด การรู ความเปนเรา
Manifesting Living
การแสดงออก วถิ ชี ีวติ
Writing Speaking etc.
การเขยี น การพูด อน่ื ๆ
การคิดคืออะไร ? 79
success publisherลายแทงนักคิด
สงิ่ ท่เี ราคดิ มคี วามสาํ คัญมาก เพราะสะทอ น
“สาระแหง ความเปน คน”
ภายในตวั ตนของเราออกมา
เราคดิ เชน ไร สง่ิ ท่เี ราแสดงออกยอ มเปน เชนนน้ั
ความคดิ ณ จุดเริม่ ตนของเรา
เปนตวั กําหนดความสาํ เร็จหรอื ลมเหลว
ในการแสดงออกของเราได
การคิดเปน พืน้ ฐานของสติปญญาและความเขาใจ
คนจะเรมิ่ คดิ และหาคาํ ตอบไดด ยี ง่ิ ขน้ึ หากเขาใชเ วลาคดิ ทบทวนและ
ไตรตรองเกี่ยวกับเร่ืองน้ันกอนตัดสินใจ นักแตงโคลงชาวเอเธนสกลาววา
“การคิดครั้งที่สองนับเปนความฉลาดที่สุด” เปรียบไดกับการท่ีบุคคลใด
บุคคลหน่ึงไดทําบางส่ิงซ้ํา ๆ กันเปนระยะเวลาหน่ึงทําใหมีโอกาสได
ใครครวญ พจิ ารณาสิง่ นัน้ ชัดเจนขึน้ ความคดิ กเ็ ชน กัน ถา ไดทาํ มากและ
บอ ยย่ิงข้ึนจะทําใหไ ดผ ลลัพธทด่ี ีขน้ึ ได
โทมสั เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ผูซง่ึ ไดรบั การยกยอ งวาเปน
นกั ประดษิ ฐผ ยู งิ่ ใหญ วนั หนง่ึ ไดส นทนากบั ผวู า การรฐั นอรท แคโรไลนา และ
ผวู า การรฐั ผนู ไี้ ดย กยอ งถงึ ความเปน อจั ฉรยิ ะทางดา นการประดษิ ฐข องเขา
เอดิสันรีบออกตัววา “ผมไมไ ดเปนนกั ประดษิ ฐทีย่ ่งิ ใหญหรอกครับ”
80 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิ
การคิดนั้น…สําคัญไฉน ? 07
“แตวาคุณไดจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐมากกวา 1,000 รายการไมใช
หรอื ครบั ”
“ก็ใชครับ แตวาสิ่งประดิษฐชิ้นเดียวที่ผมสามารถอางไดวามาจาก
ความคดิ ผมจรงิ ๆ คือ หีบเสียงเทาน้นั ครบั ”
“ผมคิดวา ผมเปน นักดดู ซึมตัวยงมากกวา ผมไดด ูดซมึ ความคิดจาก
ทุกแหลง เทา ทจี่ ะทาํ ได แลว เอามาทดลองใช เอามาปรับปรงุ จนกลายเปน
สิ่งทม่ี คี ุณคา ความคดิ ทผี่ มเอามาใชส ว นใหญเ ปน ความคดิ ของคนอน่ื ทไี่ ม
เคยถกู พัฒนาขนึ้ มาทง้ั นั้นแหละครับ”
success publisher
ความคดิ จะชว ยใหเ ราสามารถปรบั ปรงุ สงิ่ เดมิ ทมี่ อี ยใู หด ขี นึ้ และหาก
ไดทําหลายส่ิงหลายอยางพรอมกันไป จะเกิดความคิดท่ีหลากหลาย
มากมายได ท้งั ยงั สามารถนาํ ความคดิ เหลา นนั้ มาเชอ่ื มโยงกนั จนเกดิ เปน
ความคิดใหมไดอีก ในกรณีของเอดิสันน้ันทําใหตระหนักวาคนอ่ืนๆ คิด
แตย งั คดิ ไมม ากพอ จงึ ไมส ามารถเปน นกั ประดษิ ฐผ ยู งิ่ ใหญอ ยา งเอดสิ นั ได
การคิดเปนพ้นื ฐานของการตัดสินใจ
ดงั ไดก ลา วแลว ขา งตน จากการศกึ ษาของนกั จติ วทิ ยาพบวา ในแตล ะ
วันมคี วามคิดมากกวา 10,000 ความคดิ ไหลเขามาในสมองของมนุษย …
นนั่ แสดงวา ในแตล ะปจ ะมกี วา 3,500,000 ความคดิ ทเี ดยี ว เนอ่ื งจากความ
คดิ มากมายที่กระทบเขา มาในสมองของเราน่เี อง จงึ เปนเหตใุ หต อ งมีการ
ตัดสนิ ใจเกิดขึ้น โดยปกติในแตละวนั เราตอ งตัดสนิ ใจเรอ่ื งเล็กเรอื่ งใหญ
เปนพันเปนหมืน่ เรอื่ ง ในบางเรอ่ื งเราตัดสนิ ใจไดโดยอตั โนมัติ เพราะเรา
ตดั สนิ ใจเร่อื งน้นั จนเปนปกตินสิ ยั จนเกดิ เปน ความเคยชิน เชน ตดั สนิ ใจ
การคิดคืออะไร ? 81
success publisherลายแทงนักคิด
ลกุ ข้ึนเม่อื ไดย นิ เสียงนาฬกาปลุก ตัดสินใจใสเสื้อผา ชดุ นี้ไปทํางาน ตดั สนิ
ใจใชเสน ทางน้ี ตัดสนิ ใจรับประทานอาหารรานน้ี เปนตน หรือการทเ่ี รา
ตองคิดใครครวญใหรอบคอบในเร่ืองท่ีเพิ่งเคยเกิดขึ้นในชีวิต ปญหา
ใหม ๆ จะชวยใหเกดิ การสรา งสรรคและพฒั นาสงิ่ ตาง ๆ ใหด ีขน้ึ เชน
การวางยทุ ธศาสตรข ององคก รในภาวะวกิ ฤตเศรษฐกจิ การแกป ญ หาคนใน
ครอบครวั ทตี่ อ งวา งงาน การวางแผนโฆษณาสนิ คา ใหม ๆ เปน ตน เพราะ
เราตอ งใชค วามคดิ กอ นตัดสนิ ใจในการแกป ญ หาเหลาน้ี
อยางไรกต็ าม การที่เราจะสามารถตดั สนิ ใจไดดีหรอื ไมน ัน้ จะอาศยั
ความคิดของเราประการเดียวยอมไมเพียงพอ แตเราจําเปนตองมีขอมูล
และทางเลือกทหี่ ลากหลายมากกวาหนง่ึ ตวั เลอื ก โดยอาศัย ขอมลู ความ
รู ประสบการณ การระดมความคิด การเปรียบเทยี บตัวเลือกตา ง ๆ เรา
ควรนาํ ปจ จยั เหลานมี้ าใชเปนองคประกอบของการคดิ กอนตดั สนิ ใจ เพอื่
พจิ ารณาวาตวั เลอื กใดเหมาะสมที่สดุ
การคดิ นาํ มาซง่ึ การเปลย่ี นแปลงครงั้ สาํ คญั ตา ง ๆ ในโลก
เน่ืองจากธรรมชาติของมนุษยมีความตองการในการประสบความ
สาํ เร็จ คนเราจงึ ไมพงึ พอใจในสภาพทีเ่ ปน อยู แตจะพยายามตอ สเู พื่อให
ไดม าซงึ่ สงิ่ ทตี่ นเองตอ งการเสมอ โดยเรมิ่ ตน ทค่ี วามคดิ และความคดิ ของ
มนษุ ยน เ้ี อง ทสี่ รา งพลงั ในการเปลย่ี นแปลงโลกปจ จบุ นั ใหแ ตกตา งจากอดตี
ผมพูดอยูเสมอวา “โลกไมไดเปล่ียนดวยกําลังหรืออํานาจ แตโลก
เปลี่ยนดวยนกั คิด” ปนและอาวุธอาจจะบังคบั การเปลย่ี นแปลงคนได แต
กเ็ พยี งชวั่ ระยะแหง การดาํ รงอยใู นอาํ นาจ แตค วามคดิ สามารถเปลย่ี นแปลง
คนดว ยใจสมคั รและตอ เนอื่ งยง่ั ยนื ไดเ ปน เวลานาน ในหนงั สอื “คลนื่ ลกู ทหี่ า
82 ศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักดิ์
การคิดน้ัน…สําคัญไฉน ? 07
ปราชญสงั คม : สงั คมไทยทพ่ี งึ ประสงคในศตวรรษท่ี 21” ตอนหนึ่ง ผมได
กลาววา “ประวัติศาสตรโลกไมเคยหยุดย้ังแตมีความกาวหนาอยูตลอด
เวลา เพราะมนุษยไมเคยหยุดใชความคิด และความคิดนั้นก็เปนบทเริ่ม
ตนของปญญา” (เกรยี งศักดิ,์ 2541)
การเปลย่ี นแปลงจากคลน่ื ลกู ทหี่ นง่ึ : สงั คมเกษตรกรรม มาเปน คลน่ื
ลกู ทส่ี อง : สงั คมอุตสาหกรรม และจากคลนื่ ลูกท่สี อง มาเปนคล่ืนลูกที่
สาม : สงั คมเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลยี่ นแปลงเหลา น้ี เริม่ ตน มาจาก
การทมี่ ีคนไดใ ชความคดิ พจิ ารณาส่ิงตาง ๆ ที่เกดิ ขึน้ ผลผลติ ของความ
คดิ คือเทคโนโลยีตาง ๆ ทเ่ี กิดข้นึ มากมายในยคุ คลน่ื ลกู ทีส่ ามนี้ ท่นี าํ การ
เปล่ียนแปลงไปสูวิถีชีวิตคน ใหแตกตางจากคลื่นลูกที่หน่ึงและคล่ืนลูกที่
สอง
success publisher
• ทฤษฎีสัมพัทธภาพระหวางวัตถุและพลังงาน ท่ีคนพบโดย
อัลเบิรต ไอนสไตน กอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งย่ิงใหญใน
วงการ วิทยาศาสตร ในการผลิตพลงั งานนิวเคลียร
• การประดษิ ฐแ ทน พมิ พเ ครอ่ื งแรกสาํ เรจ็ โดย โยฮนั กเู ทน็ เบอรก
(Johann Gutenberg) ในป ค.ศ. 1442 เปนผลใหส ามารถพมิ พ
หนังสือไดจํานวนมากในเวลาเดียวกัน อันเปนการขยายโอกาส
ในการรับรทู างดา นความรอู ยางกวางขวาง
• การประดษิ ฐโทรศพั ทเ ครอ่ื งแรกระหวา งรัฐนวิ ยอรก และชคิ าโก
โดยอเล็กซานเดอร เกรแฮม เบลล (Alexander Graham Bell)
ใน ค.ศ. 1874 เปนตนแบบของการผลิตเคร่ืองมือส่ือสารใน
ปจ จบุ นั อีกมากมาย
การคิดคืออะไร ? 83