30 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง (ฎีกาที่ ๑๖๒๔๓/๒๕๕๕) หรือจ�ำเลยเพียงแต่ให้หมายเลข โทรศัพท์ของผู้ที่ขายเมทแอมเฟตามีนให้จ�ำเลย โดยไม ่ได้แจ้งที่อยู ่หรือพา เจ้าพนักงานต�ำรวจไปจับกุมขยายผล จึงยังไม่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง (ฎีกาที่ ๖๔๑๓/๒๕๖๑) (๓) กรณีการให้ข้อมูลของจ�ำเลยต้องมีรายละเอียดของบุคคล วัน เวลา สถานที่จับกุม รวมทั้งยาเสพติดให้โทษหรือหลักฐานในการจับกุมที่จะแสดงถึง ความสัมพันธ์ระหว่างจ�ำเลยและผู้ถูกจับกุมให้ตรวจสอบได้ว่าจ�ำเลยได้ให้ข้อมูล เบื้องต้นเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระท�ำความผิดของจ�ำเลย พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒ บัญญัติให้ศาล มีอ�ำนาจลงโทษผู้กระท�ำความผิดที่ได้ให้ข้อมูลที่ส�ำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต�่ำ ที่กฎหมายก�ำหนดนั้นเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้กระท�ำความผิดที่ถูกจับกุมให้ข้อมูล เครือข่ายผู้กระท�ำความผิดที่ตนเกี่ยวข้องรู้เห็นหรือติดต่ออยู่ เพื่อประโยชน์ในการ ปราบปรามผู้กระท�ำความผิดที่เหลืออยู่ในสังคมให้หมดสิ้น เพื่อความสงบสุขของสังคม ค�ำเบิกความของดาบต�ำรวจ อ. ผู้จับกุมและค�ำให้การชั้นสอบสวนของสิบต�ำรวจโท ค. กล ่าวอ้างขึ้นลอย ๆ ว ่าจ�ำเลยให้ข้อมูลแก ่เจ้าพนักงานต�ำรวจจนสามารถจับกุม ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้อีก ๒ ราย ไม่มีรายละเอียดของบุคคล วัน เวลา สถานที่ ที่จับกุม รวมทั้งยาเสพติดให้โทษหรือพยานหลักฐานในการจับกุมที่จะแสดงถึง ความสัมพันธ์ระหว ่างจ�ำเลยและผู้ถูกจับกุมให้ตรวจสอบได้ว ่าจ�ำเลยได้ให้ข้อมูล เบื้องต้นเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระท�ำความผิดของจ�ำเลย และไม่ปรากฏว่า จ�ำเลยได้ให้ข้อมูลใด ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษที่จ�ำเลยเกี่ยวข้อง จึงฟังไม่ได้ว่าจ�ำเลยได้ให้ข้อมูลผู้กระท�ำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและมีการจับกุมผู้กระท�ำความผิดมาด�ำเนินคดี อีก ๒ รายจริง (ฎีกาที่ ๑๙๖๗๓/๒๕๕๕ และ ๕๒๑๖/๒๕๕๗)
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 31 บทที่ ๕ กระบวนพิจารณาค�ำขอของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพื่อได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร ประมวลกฎหมายยาเสพติดได้ก�ำหนดบทบาทหน้าที่และอ�ำนาจของ เจ้าพนักงานในการด�ำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดและเพื่อให้สอดรับกับอ�ำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่จะปฏิบัติงานให้เป็น ไปตามเจตนารมณ์ของ ป. ยาเสพติดดังกล่าว ได้มีการเพิ่มเติม พ.ร.บ. วิธีพิจารณา คดียาเสพติดฯ หมวด ๒/๑ มาตรา ๑๑/๑ ถึง ๑๑/๗ ตามมาตรา ๗ แห่ง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยเฉพาะในกรณีจ�ำเป็นและมี เหตุอันควรเชื่อได้ว่าเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด ซึ่งส่งทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ในการสื่อสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือ สื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระท�ำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งได้รับอนุมัติจากเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นหนังสือจะยื่นค�ำขอฝ่ายเดียวต่อศาลอาญา เพื่อมีค�ำสั่งอนุญาตให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวได้ตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๑/๕ การอนุญาตตามมาตรา ๑๑/๕ ให้ศาลพิจารณาถึงผลกระทบต ่อสิทธิ ส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดประกอบกับเหตุผลและความจ�ำเป็น ดังต่อไปนี้ (๑) มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระท�ำความผิดหรือจะมีการกระท�ำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด (๒) มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะได้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกระท�ำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด จากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าว (๓) ไม่อาจใช้วิธีการอื่นใดที่เหมาะสมหรือมีประสิทธิภาพมากกว่าได้
32 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด การอนุญาตตามมาตรา ๑๑/๕ ให้ศาลสั่งอนุญาตได้คราวละไม่เกินเก้าสิบวัน โดยก�ำหนดเงื่อนไขใดๆก็ได้และให้ผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารในสิ่งสื่อสารตามค�ำสั่ง ดังกล่าวจะต้องให้ความร่วมมือเพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรานี้ภายในระยะเวลา ที่ศาลก�ำหนด ภายหลังที่มีค�ำสั่งอนุญาตหากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเหตุผลความจ�ำเป็น ไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ให้ศาลมีอ�ำนาจเปลี่ยนแปลง ค�ำสั่งอนุญาตได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้ด�ำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตแล้วให้รายงานการ ด�ำเนินการให้ศาลทราบ บรรดาข้อมูลข่าวสารที่ได้มาตามมาตรา ๑๑/๕ ให้เก็บรักษาและใช้ประโยชน์ ในการสืบสวนและใช้เป็นพยานหลักฐานในการด�ำเนินคดีเท่านั้น ทั้งนี้ตามระเบียบ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ส. ก�ำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อผู้ยื่นค�ำร้องขอยื่นค�ำร้องขอต่อศาลอาญาแล้ว ถ้าค�ำร้องระบุเหตุผลและ ความจ�ำเป็นครบถ้วน ให้มีค�ำสั่งว่า “รับค�ำขอ เรียกไต่สวน” การไต่สวน ศาลอาจสั่งให้มีการน�ำพยานเข้าสืบ หรือเรียกผู้ยื่นค�ำร้องขอหรือ ผู้ประสานงานมาสอบถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดจน ข้อเท็จจริงที่จ�ำเป็นและมีเหตุผลเพียงพอ หากข้อเท็จจริงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว ่า มีการกระท�ำความผิดหรือจะมีการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีเหตุอันควร เชื่อได้ว่าจะได้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจากการ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวและไม่อาจใช้วิธีการอื่นใดที่เหมาะสมหรือมีประสิทธิภาพ มากกว่าได้ให้มีค�ำสั่งอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ภายในก�ำหนดเวลาไม่เกิน ๙๐ วัน แต่หากข้อเท็จจริงไม่เข้าหลักเกณฑ์หรือพยานหลักฐานที่น�ำเข้าไต่สวนยังไม่มี เหตุจ�ำเป็นและเพียงพอที่จะอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ให้มีค�ำสั่งยกค�ำร้อง
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 33 ตัวอย่าง ค�ำขอให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร ค�ำขอให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร ค�ำขอที่ .../๒๕๖๕ ศาลอาญา วันที่ ... กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ความอาญา ระหว่าง นาย พ. ผู้ร้องขอ ข้าพเจ้า นาย พ. เจ้าพนักงานผู้ร้องขอ ต�ำแหน่งผู้อ�ำนวยการส่วนปฏิบัติงาน ข่าวและปราบปรามยาเสพติด ๑๐ ส�ำนักงานปราบปรามยาเสพติด หมายเลขประจ�ำ ตัวเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ๕๓ XXXX สถานที่ท�ำงาน ส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เลขที่ ๕ ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร และนาย ธ. ผู้ประสานงาน ต�ำแหน่ง นักสืบสวนสอบสวนช�ำนาญการพิเศษ สังกัดส่วนปฏิบัติการข่าวและปราบปราม ยาเสพติด ๗ เอกสารแสดงตน บัตรเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หมายเลข ๘๓ XXXX ซึ่งได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ตามหนังสือที่ ๙๘๑ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์๒๕๖๔ ขอยื่นค�ำขอต่อศาลอาญา ดังมีข้อความที่จะกล่าว ต่อไปนี้ ข้อ ๑. เมื่อห้วงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ปป. ๑๐ ร่วมกับชุดสืบสวนหาข่าว ยาเสพติดในเรือนจ�ำ ต�ำรวจภูธรภาค ๘ ได้รับแจ้งจากสายลับเกี่ยวกับพฤติกรรมการ ลักลอบล�ำเลียงและจ�ำหน่ายยาเสพติดรวมทั้งการค้าอาวุธสงคราม ค้ารถผิดกฎหมาย และปล่อยเงินกู้นอกระบบของ จ.ส.อ. พ. กับพวก ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๓๘๘ XXXX และนางสาว จ. ซึ่งมีพฤติกรรมในการฟอกเงินใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข ๐๙ ๗๑๘๙ XXXX ซึ่งท�ำมาหาได้เป็นระยะเวลาหลายปี ในแต่ละครั้ง จะล�ำเลียงยาบ้า จ�ำนวน ๑๐ มัด (๒ ล้านเม็ด) ขึ้นไป โดยใช้รถยนต์ร่วมกันล�ำเลียง จ�ำนวน ๓ คัน มีทั้งรถขับน�ำและรถคอยคุ้มกันหลัง ซึ่งกลุ่มที่ร่วมล�ำเลียงเป็นทหาร
34 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ด้วยกันทั้งหมด ในการนี้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลในกลุ่มของ จ.ส.อ. พ. จ�ำนวน ๓ คน คือ จ.ส.อ. ช. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข ๐๘ ๑๖๒๐ XXXX จ.ส.อ. จ. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข ๐๙ ๑๗๕๒ XXXX และ ส.ต. ณ. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข ๐๙ ๙๒๕๐ XXXX โดยช่วงก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) กลุ่มของ จ.ส.อ. พ. ได้รับการว่าจ้างให้ล�ำเลียง ยาบ้า โดยใช้รถยนต์ล�ำเลียงยาบ้า จ�ำนวน ๓ คัน มีจ.ส.อ. ช. เป็นคนขับรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้หมายเลขทะเบียน กฉ XXX ราชบุรีซึ่งเป็นรถบรรทุกยาบ้า และมี จ.ส.อ. พ. และชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งเป็นคู่เขยกับ จ.ส.อ. พ. เป็นคนขับน�ำล�ำเลียงจาก พื้นที่จังหวัดอ่างทอง มาส่งให้แก่ลูกค้ายาเสพติด ปลายทางพื้นที่ต�ำบลรังสิต อ�ำเภอ ธัญบุรีจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร ข้อ ๒.ผู้ร้องขอ ประสงค์จะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๑/๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยขอ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ โทรสารตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ในการสื่อสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยวิธีการบันทึกเสียง บันทึกข้อมูลระบบการแสดงต�ำแหน่ง ของเครื่องมือ ระบบการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ทั้งเข้าและออก บันทึกการ ติดต่อต้นทางและปลายทางของระบบโทรคมนาคม ตรวจสอบระบบทะเบียนผู้เช่า และผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมจ�ำนวน ๓ หมายเลข ดังนี้ ๑. หมายเลข ๐๘ ๑๖๒๐ XXXX (AIS) IMEI ๓๕๓๙๑๕๑๐๖๐ XXXX ๒. หมายเลข ๐๙ ๑๗๕๒ XXXX (TRUE) IMEI ๓๕๓๙๑๗๑๐๒๐๕ XXXX ๓. หมายเลข ๐๙ ๙๒๕๐ XXXX (AIS) โดยมีเหตุผลและความจ�ำเป็นกล่าวคือ จ.ส.อ. พ. กับพวกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและประกอบกิจการอื่นที่ผิดกฎหมาย มีพฤติการณ์ ร�่ำรวยผิดปกติไม่สมฐานานุรูป และรู้วิธีการสืบสวนผู้กระท�ำความผิดเป็นอย่างดี โดยมีนางสาว จ. อดีตภริยา ท�ำหน้าที่น�ำเงินที่ได้จากการกระท�ำไปด�ำเนินการ ในกิจการอื่นเพื่ออ�ำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 35 การกระท�ำความผิดซึ่งเข้าข ่ายเป็นความผิดฟอกเงิน มีเหตุอันควรเชื่อว ่าจะได้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการ ฟอกเงินและความผิดอื่นที่มีผลต ่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของ ประชาชน และการขอเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวไม่อาจใช้วิธีการอื่นใดที่เหมาะสม หรือมีประสิทธิภาพมากกว่าได้ ทั้งนี้ มีก�ำหนดระยะเวลา ๙๐ วัน นับแต่วันที่ศาลอาญามีค�ำสั่งอนุญาตเป็นต้นไป ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด .................................................ผู้ร้องขอ/ผู้เรียง/ผู้พิมพ์ หมายเหตุ : ข้าพเจ้ารอฟังค�ำสั่งอยู่ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ......................................................................ผู้ร้องขอ
36 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ตัวอย่างค�ำสั่ง ค�ำสั่ง ค�ำขอที่ .../๒๕๖๕ ศาลอาญา วันที่ ... กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ความอาญา ระหว่าง นาย พ. ผู้ร้องขอ ด้วยผู้ร้องขอได้ยื่นค�ำร้องขอต่อศาลอาญา เพื่อขอเข้าถึงให้ได้มาซึ่งข้อมูล ข่าวสาร ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑/๕ พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องขอแล้ว เห็นว่า ผู้ร้องขอยืนยันข้อเท็จจริง ตามค�ำร้องขอและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระท�ำความผิดหรือจะมีการกระท�ำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจากกลุ่มของผู้ต้องสงสัยตามค�ำขอและเชื่อได้ว่าจะได้ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ของบุคคลดังต่อไปนี้ ๑. จ่าสิบเอก พ. ที่อยู่ XXX ๒. นาง จ. ที่อยู่ XXX ๓. จ่าสิบเอก ช. ที่อยู่ XXX ๔. จ่าสิบเอก จ. ที่อยู่ XXX ๕. สิบตรีณ. ที่อยู่ XXX ประเภทข้อมูลข่าวสารที่ขอเข้าถึงคือโทรศัพท์โทรสารตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์ ในการสื่อสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของหมายเลข ๐๘ ๑๖๒๐ XXXX (AIS) IMEI ๓๕๓๙๑๕๑๐๖๐ XXXX หมายเลข ๐๙ ๑๗๕๒ XXXX (TRUE) IMEI ๓๕๓๙๑๗๑๐๒๐๕ XXXX หมายเลข ๐๙ ๙๒๕๐ XXXX (AIS) วิธีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยการบันทึกเสียง บันทึกข้อมูลระบบการแสดง ต�ำแหน่งของเครื่องมือระบบการตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ทั้งเข้าและออก บันทึก
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 37 การติดต่อต้นทางและปลายทางของระบบโทรคมนาคม ตรวจสอบระบบทะเบียน ผู้เช่าและผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขดังกล่าวข้างต้น เงื่อนไข ให้ผู้ร้องขอและหรือผู้ประสานงานด�ำเนินการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีก�ำหนด ๖๐ วันนับแต ่วันที่ศาลมีค�ำสั่ง แล้วรายงานผลการด�ำเนินการให้ศาลทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร โดยให้มีรายละเอียดพอสมควรที่จะแสดงให้เห็นว่ามีการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวตามค�ำสั่งศาลโดยชอบแล้ว บรรดาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ให้เก็บ รักษาและใช้ประโยชน์ในการสืบสวนและใช้เป็นพยานหลักฐานในการด�ำเนินคดี ตามที่ร้องขอเท่านั้น อนึ่ง ขอให้ผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารในสิ่งสื่อสารดังกล่าวให้ความร่วมมือ เพื่อการเข้าถึงข้อมูลข ่าวสาร ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑/๕ วรรคสาม ....................................................................ผู้พิพากษา
38 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด บทที่ ๖ การปรับใช้กฎหมาย ส�ำหรับคดีที่เกิดก่อนประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับ ๑. ข้อความทั่วไป เมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดมีผลใช้บังคับ คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลไม่ว่าศาลชั้นใดก็ตาม การจะปรับบทความผิดและบทก�ำหนด โทษตาม ป. ยาเสพติดหรือไม่ อย่างไรนั้น หากไม่มีบทเฉพาะกาลใน พ.ร.บ. ให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะก็ต้องพิจารณาตาม ป.อ. มาตรา ๒ และ มาตรา ๓ ตาม ป.อ. มาตรา ๒ บัญญัติว่า “บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้ กระท�ำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและก�ำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระท�ำความผิดนั้นต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังการกระท�ำเช่นนั้นไม่เป็น ความผิดต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระท�ำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระท�ำความผิด และถ้าได้มี ค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องค�ำพิพากษาว่าได้กระท�ำ ความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง” มาตรา ๓ บัญญัติว่า “ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดแตกต่างกับ กฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ ผู้กระท�ำความผิด ไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว ...” ดังนั้น จากหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น การปรับบทความผิดและบทก�ำหนด โทษจ�ำต้องพิจารณาว่าความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังคงเป็น ความผิดตาม ป. ยาเสพติดหรือไม่ หากไม่เป็นความผิดตาม ป. ยาเสพติด ศาลต้อง พิพากษายกฟ้องตาม ป.อ. มาตรา ๒ วรรคสอง นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาว่า พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯแตกต่างกับ ป.ยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 39 ความผิดหรือไม่ อย่างไร หากแตกต่างกันศาลจ�ำต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ จ�ำเลยไม่ว่าในทางใดตาม ป.อ. มาตรา ๓ แต่หากไม่แตกต่างกันศาลต้องใช้พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒ วรรคแรก ๒. ข้อพิจารณาการปรับบทกฎหมายเมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดมีผล ใช้บังคับ (๑) กรณีการแจ้งข้อหา เดิมการแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท�ำความผิดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการ ปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ มาตรา ๘ (ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๒๗)ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส.ก่อน ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา ๑๔ แต่ปัจจุบัน พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑/๗ วรรคหนึ่ง ซึ่งเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ บัญญัติว่าการแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท�ำความผิดดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายเว้นแต่กรณีพนักงานสอบสวนส่งส�ำนวน ให้พนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีแล้ว พนักงานอัยการเห็นควรแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท�ำ ความผิดตามมาตรา ๑๒๕ หรือมาตรา ๑๒๗ แห่ง ป.ยาเสพติดเพิ่มเติม ให้พนักงาน อัยการเป็นผู้อนุมัติให้แจ้งข้อหาเพื่อด�ำเนินคดีตามมาตรานี้และเมื่อด�ำเนินการตามที่ ได้รับอนุมัติแล้ว ให้พนักงานสอบสวนรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบทันที จากบทบัญญัติดังกล่าวมีข้อพิจารณาว่า กรณีเหตุเกิดก่อน ป. ยาเสพติดใช้บังคับ แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ขออนุมัติการแจ้งข้อหาจากเลขาธิการ ป.ป.ส.ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา ๑๔ ต่อมา เมื่อ ป.ยาเสพติดใช้บังคับ หากพนักงานอัยการเห็นควรแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่ผู้กระท�ำ ความผิด พนักงานอัยการจะมีอ�ำนาจอนุมัติให้แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณา คดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๑/๗ วรรคหนึ่ง ได้หรือไม่
40 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ในปัญหานี้ เป็นเรื่องการแจ้งข้อหาในชั้นสอบสวน ซึ่งต้องพิจารณา กฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่พนักงานสอบสวนท�ำการสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวน ไม ่ได้ขออนุมัติแจ้งข้อหาจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการ ปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯตามที่กฎหมายบังคับไว้ในขณะนั้น และได้มีการส่งส�ำนวนให้พนักงานอัยการแล้วถือว่าการสอบสวนข้อหาดังกล่าวไม่ชอบ (ฎีกาที่ ๑๑๑๒/๒๕๔๓ และ ๒๘๐/๒๕๖๓)แต่เมื่อ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๑/๗ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้การแจ้งข้อหาแก่ผู้กระท�ำความผิดตามมาตรา ๑๒๕ หรือมาตรา ๑๒๗ แห่ง ป. ยาเสพติด (พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปราม ผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา ๖, ๘) ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย พนักงานอัยการจึงต้องด�ำเนินการส่ง ส�ำนวนคืนไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติการแจ้งข้อหา จากเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือผู้ที่เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายก่อน และเมื่อได้รับอนุมัติ แล้ว พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาใหม่และด�ำเนินการสอบสวนต่อไป (๒) คดีขอริบทรัพย์สินตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ (๒.๑) กรณีมาตรา ๒๙ พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๑๒ บัญญัติว่า บรรดาคดีที่ได้มีการสั่งตรวจสอบทรัพย์สินตาม พ.ร.บ. มาตรการใน การปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ ก่อนวันที่ ป.ยาเสพติด ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานอัยการและศาลด�ำเนินการตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดดังนั้น คดีที่มีค�ำสั่งตรวจสอบ ทรัพย์สินก่อนวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ต้องด�ำเนินการตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 41 ยาเสพติดฯ มาตรา ๒๙ ต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ในกรณีที่มีค�ำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดีหรือมีค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยรายใด ยังคงมีผล ให้การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยรายนั้น รวมทั้งทรัพย์สินของ ผู้อื่นที่ได้ยึดหรืออายัดไว้เนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดของผู้ต้องหาหรือ จ�ำเลยรายนั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา ๓๒ อยู่เช่นเดิม อนึ่ง แม้ตามค�ำร้องขอริบทรัพย์สินจะขอให้ตกเป็นของกองทุน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แต่เนื่องจากตาม ป. ยาเสพติดได้จัดตั้งกองทุน ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดแทนกองทุนเดิม จึงต้องมีค�ำสั่ง ให้ริบทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตาม ป. ยาเสพติดดังกล่าว (๒.๒) กรณีมาตรา ๓๐ การริบทรัพย์สินตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปราม ผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๐ แม้จะถูกยกเลิกโดย ผลของมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็ตาม แต่ทรัพย์สินดังกล่าวกฎหมายยังก�ำหนดให้ริบเสียทั้งสิ้นตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๓๔ จึงมิใช่กรณีที่กฎหมายยกเลิกการริบทรัพย์สินดังกล่าว อันท�ำให้ศาลไม่อาจ พิจารณาค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา ๓๐ ที่ค้างพิจารณาต่อไปได้ศาลจึงมี อ�ำนาจไต่สวนและมีค�ำสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๓๔ ได้ต่อไป ส่วนปัญหาว่าศาลจะมีค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนได้หรือไม่นั้น เมื่อ พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา ๓๑ ซึ่งก�ำหนดให้ทรัพย์สินที่ศาลมีค�ำสั่งให้ริบตกเป็นของกองทุนป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติดถูกยกเลิกไป ทั้ง ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๓๔ ก็มิได้บัญญัติ ให้ริบทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของกองทุนฯ ดังนั้น จึงต้องมีค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดินตาม ป.อ. มาตรา ๓๕
42 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ข้อสังเกต แม้กฎหมายจะบัญญัติให้ริบทรัพย์สินดังกล ่าวเสียทั้งสิ้น ถ้าของกลางไม่ใช่เป็นยาเสพติดแต่เป็นทรัพย์สินอื่น เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ ยานพาหนะที่ใช้ในการกระท�ำความผิด เจ้าของแท้จริงก็ยังคงมีสิทธิร้องขอคืนตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ ประกอบมาตรา ๑๗ ได้(เทียบเคียงฎีกาที่ ๑๒๓๑๕/๒๕๕๘, ๒๐๓๙/๒๕๖๒ และ ๒๓/๒๕๖๓) (๓) การตรวจพิสูจน์และการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๑๘ บัญญัติว่า ผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจพิสูจน์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ อยู่ในวันก่อนวันที่ ป.ยาเสพติด ใช้บังคับให้บังคับตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดฯ ได้ต่อไปเพียงเท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับ ป. ยาเสพติด ดังนั้น กรณีที่ศาลมีค�ำสั่งให้ส่งตัวจ�ำเลยไปตรวจ พิสูจน์การเสพหรือติดยาเสพติดก่อนวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ ก็ให้ด�ำเนินการตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดฯ ต่อไปจนเสร็จสิ้น หากในระหว่างการตรวจพิสูจน์หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหลบหนีจาก การควบคุมหรือหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สถานที่ เพื่อการตรวจพิสูจน์การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือการควบคุมตัวผู้นั้น ซึ่ง พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดฯ มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ถือว่าผู้นั้นหนี การคุมขังตาม ป.อ. มาตรา ๑๙๐ แต่ ป. ยาเสพติดไม่มีบทบัญญัติให้การกระท�ำ ดังกล่าวเป็นการหนีการคุมขังตาม ป.อ. มาตรา ๑๙๐ การกระท�ำดังกล่าวจึงไม่เป็น ความผิดอีกต่อไป ตาม ป.อ. มาตรา ๒ วรรคสอง (ฎีกาที่ ๖๒๒๙/๒๕๖๔) (๔) บทสันนิษฐานว่าเป็นการกระท�ำเพื่อจ�ำหน่ายหรือเพื่อขายตาม กฎหมายเดิม พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๒๑
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 43 บัญญัติว่า ให้บทบัญญัติที่ให้สันนิษฐานว่าเป็นการกระท�ำเพื่อจ�ำหน่ายซึ่งยาเสพติด ให้โทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และเพื่อขายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ ตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งถูกยกเลิกโดย พระราชบัญญัตินี้ยังคงมีผลใช้บังคับแก่คดีที่ศาลชั้นต้นมีค�ำพิพากษาแล้วก่อนวันที่ ป. ยาเสพติดใช้บังคับ แล้วแต่กรณีจนกว่าคดีถึงที่สุด ดังนั้น คดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่โจทก์ฟ้องตามกฎหมายเดิมโดยอาศัยบท สันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นการกระท�ำเพื่อจ�ำหน่ายหรือเพื่อขายก่อนวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ บทสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับแก่คดีที่อยู่ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดส่วนศาล จะพิพากษาลงโทษจ�ำเลยในความผิดฐานใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจ�ำเลยสามารถน�ำสืบ หักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้หรือไม่ และต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ แก่จ�ำเลยตาม ป.อ. มาตรา ๓ ด้วย แต่ถ้าคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ไม่ให้น�ำบทสันนิษฐานดังกล่าวมาใช้โดยโจทก์มีหน้าที่น�ำสืบให้รับฟังได้ตามฟ้อง (๕) กรณีโจทก์ขอเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ เมื่อ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ ที่บัญญัติ ให้ศาลเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งแก่ผู้กระท�ำความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ อีกใน ระหว่างที่ยังต้องรับโทษอยู่หรือภายในเวลา ๕ ปีนับแต่วันพ้นโทษถูกยกเลิกไปแล้ว และ ป. ยาเสพติดไม่มีบทบัญญัติเรื่องเพิ่มโทษไว้โดยเฉพาะ จึงไม่อาจเพิ่มโทษแก่ ผู้กระท�ำความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ ได้แต่เมื่อ ป.อ. มาตรา ๑๗ ให้น�ำ บทบัญญัติในภาค ๑ แห่ง ป.อ. มาใช้บังคับกับความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่ กฎหมายนั้น ๆจะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และ ป.อ. มาตรา ๙๒ ซึ่งเป็นบทบัญญัติ ในภาค ๑ หมวด ๘ การกระท�ำความผิดอีก บัญญัติว่า “ผู้ใดต้องค�ำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษจ�ำคุก ถ้าและได้กระท�ำความผิดใด ๆ อีกในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ ก็ดีภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษก็ดีหากศาลจะพิพากษาลงโทษครั้งหลังถึงจ�ำคุก
44 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ก็ให้เพิ่มโทษที่จะลงแก ่ผู้นั้นหนึ่งในสามของโทษที่ศาลก�ำหนดส�ำหรับความผิด ครั้งหลัง” เมื่อ ป.ยาเสพติดเป็นกฎหมายที่มีโทษทางอาญาและกฎหมายไม่ได้บัญญัติ เรื่องการเพิ่มโทษผู้กระท�ำความผิดฐานไม่เข็ดหลาบไว้เป็นอย่างอื่น กรณีจึงย่อมน�ำ บทบัญญัติเรื่องการเพิ่มโทษตาม ป.อ. ดังกล่าวซึ่งเป็นบทกฎหมายทั่วไปมาใช้บังคับได้ แม้โจทก์ไม่มีค�ำขอให้เพิ่มโทษตาม ป.อ. มาตรา ๙๒ ก็ตาม เพราะบทมาตราใน กฎหมายที่ขอให้เพิ่มโทษมิใช่บทมาตราในกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระท�ำเช่นนั้น เป็นความผิดอันต้องอ้างมาในฟ้อง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘ (๖) ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓ ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจ�ำเลย เคยต้องค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจ�ำคุกและกลับมากระท�ำความผิดอีกในระหว่าง ที่ยังต้องรับโทษอยู่ หรือภายในเวลา ๕ ปีนับแต่วันพ้นโทษและมีค�ำขอให้เพิ่มโทษ จ�ำเลยมาในค�ำฟ้องย่อมถือได้ว่าโจทก์มีความประสงค์จะขอเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ศาลย่อมมีอ�ำนาจเพิ่มโทษจ�ำเลยหนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา ๙๒ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไปใน ป.อ. ได้(ฎีกาที่ ๕๐๒/๒๕๖๕ (ประชุมใหญ่)) (๖) กรณีจ�ำเลยให้ข้อมูลที่ส�ำคัญตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒ การให้ข้อมูลที่ส�ำคัญและเป็นประโยชน์อย ่างยิ่งในการปราบปราม การกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลจะลงโทษน้อยกว่า อัตราโทษขั้นต�่ำที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับความผิดนั้นก็ได้ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒ ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดนั้น ตาม ป. ยาเสพติดมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๓ แต่ได้เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจากเดิม คือ ผู้กระท�ำความผิดต้องให้ข้อมูลต่อผู้จับกุมหรือพนักงานสอบสวนในคดีนั้น และ ต้องให้พนักงานอัยการระบุในค�ำฟ้องหรือยื่นค�ำร้องต่อศาล หรือหากพนักงานอัยการ ไม่ระบุในค�ำฟ้องหรือยื่นค�ำร้อง ผู้กระท�ำความผิดอาจยื่นค�ำร้องต่อศาลก็ได้จึงเป็น กรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 45 กระท�ำความผิดแต่ ป.ยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิด บัญญัติหลักเกณฑ์ดังกล่าวที่ไม่เป็นคุณ จึงต้องบังคับตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓ ข้อสังเกต หลักเกณฑ์นี้น�ำไปใช้กับ พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๖๔ ได้ด้วย (๗) กรณีความผิดเกี่ยวกับกัญชา การที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ไม่ได้ ก�ำหนดให้พืชกัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ มีข้อพิจารณา ดังนี้ ๑) เมื่อประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล ่าวไม ่ก�ำหนดให้พืช กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ย่อมมีผลให้การกระท�ำความผิดเกี่ยวกับ พืชกัญชาตามกฎหมายที่มีอยู่เดิม ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป ซึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๒ วรรคสองให้ผู้กระท�ำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระท�ำความผิดและถ้าได้มีค�ำพิพากษา ถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องค�ำพิพากษาว่าได้กระท�ำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง ๒) จ�ำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในความผิดเกี่ยวกับ พืชกัญชาพ้นจากการเป็นผู้กระท�ำความผิด ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง หากจ�ำเลย รับโทษอยู ่ก็ให้การลงโทษสิ้นสุดลง ถ้าเป็นคดีที่ศาลมีค�ำพิพากษาลงโทษจ�ำคุก และปรับ ส่วนโทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษ และคุมความประพฤติหากจ�ำเลยช�ำระ ค่าปรับแล้ว ถือว่าการบังคับโทษปรับเสร็จสิ้นแล้ว จ�ำเลยไม่อาจขอคืนค่าปรับได้ (ฎีกาที่ ๘๒๒๒/๒๕๕๔) แต่หากจ�ำเลยอยู่ระหว่างการถูกกักขังแทนค่าปรับ ศาล ต้องปล่อยจ�ำเลยเนื่องจากไม่มีโทษปรับอันจะกักขังแทนค่าปรับต่อไปได้หรือหาก จ�ำเลยอยู่ระหว่างการคุมความประพฤติเมื่อถือว่าจ�ำเลยไม่เคยต้องค�ำพิพากษาว่า ได้กระท�ำความผิดนั้น จึงไม่มีโทษที่ศาลจะรอการลงโทษและคุมความประพฤติได้
46 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด จ�ำเลยจึงพ้นจากการคุมความประพฤติต้องยกเลิกการคุมความประพฤติทั้งนี้ หากจ�ำเลยอยู่ระหว่างการถูกจ�ำคุกในการกระท�ำความผิดฐานอื่นด้วย ก็ต้องมีการ แก้ไขหมายจ�ำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกาหรือหมายจ�ำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดเพื่อยกเลิกการ บังคับโทษส�ำหรับความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชา ๓) หากจ�ำเลยเคยต้องค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจ�ำคุกในความผิด เกี่ยวกับพืชกัญชามาก่อน อันเป็นเหตุให้เพิ่มโทษ หรือไม่รอการลงโทษ หรือเคยต้อง ค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจ�ำคุกในความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชา แต่ศาลให้รอการ ลงโทษจ�ำคุกไว้แล้วจ�ำเลยกลับมากระท�ำความผิดอีกภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษ ต้องถือว่าจ�ำเลยไม่เคยต้องค�ำพิพากษาว่าได้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชานั้น ตาม ป.อ. มาตรา ๒ วรรคสอง จึงไม่อาจอ้างคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาเป็นเหตุ เพิ่มโทษ บวกโทษ หรือไม่รอการลงโทษได้อีก ๔) เมื่อพืชกัญชาไม ่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ จึงไม ่ใช ่ ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดอันอาจริบได้รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่อาจริบได้เช่นกัน
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 47 บทที่ ๗ ค�ำพิพากษา เนื่องจาก พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มิได้มีการบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับ ค�ำพิพากษาและค�ำสั่งไว้โดยเฉพาะ ข้อส�ำคัญในค�ำพิพากษาและค�ำสั่งจึงเป็นไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๘๖ โดยมีข้อพิจารณาดังนี้ ๑. ชื่อความ ใช้ “ความอาญา” ๒. ชื่อคู่ความ ชื่อโจทก์ ๒.๑ คดีในกรุงเทพมหานคร ให้ใช้ว่า “พนักงานอัยการ ส�ำนักงาน อัยการสูงสุด” ๒.๒ คดีในจังหวัดอื่น ๒.๒.๑ คดีในศาลจังหวัดให้ใช้ว่า“พนักงานอัยการจังหวัด...” ๒.๒.๒ คดีในศาลแขวงให้ใช้ว่า“พนักงานอัยการคดีศาลแขวง...” ๒.๒.๓ คดีในศาลสาขา ให้ใช้ว่า “พนักงานอัยการจังหวัด ... (...)”เช่น คดีในศาลสาขาของศาลจังหวัดสีคิ้วให้ใช้ว่า “พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง)” ส่วนชื่อจ�ำเลยและชื่อคู่ความในคดีสาขาให้ถือตามคู่มือปฏิบัติราชการ ของตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา ๓. ชื่อเรื่องถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการส่วนวิธีพิจารณา ความอาญา ๔. การรวมพิจารณา ฟ้องโดยย่อค�ำขอท้ายฟ้องถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติ ราชการของตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา ๕. ค�ำให้การจ�ำเลย ถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ ส่วนวิธี พิจารณาความอาญา
48 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๖. ทางพิจารณาที่ได้จากข้อน�ำสืบของโจทก์และจ�ำเลยถือปฏิบัติตามคู่มือ ปฏิบัติราชการของตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา ๗. การพิพากษา ถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ ส่วนวิธี พิจารณาความอาญา ๘. ค�ำวินิจฉัยเรื่องของกลางถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา ข้อสังเกต การปรับบทลงโทษ ถือปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำของประธานศาลฎีกา ว่าด้วย แนวทางการก�ำหนดโทษคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๕ ข้อ ๕ ซึ่งก�ำหนดว่า ในการปรับ บทลงโทษที่เป็นความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิด ที่ประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์ ไม่พึงอนุมานจากปริมาณยาเสพติดแต่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ค�ำนึงถึงหลักการตีความกฎหมายอาญาที่ต้องตีความอย่างเคร่งครัดและค�ำนึงถึง เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายยาเสพติดที่มุ่งประสงค์ลงโทษหนักแก่ผู้กระท�ำผิด ที่กระท�ำในลักษณะแสวงหาก�ำไรและความร�่ำรวยจากยาเสพติด และผู้กระท�ำผิด รายใหญ่หรือผู้ที่มีบทบาทส�ำคัญในเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดยิ่งกว่าผู้กระท�ำ ผิดรายย่อย นอกจากนี้ปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นอาจบ่งชี้ได้ถึงพฤติการณ์ในการ กระท�ำความผิดและบทบาทหน้าที่อยู่ในตัว (ฎีกาที่ ๒๗๒/๒๕๖๕ (ประชุมใหญ่)) ๑. แบบค�ำพิพากษาคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แบบที่ ๑ ฐานผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ กรณีไม่รอการลงโทษ ก. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง (๑) กรณีความผิดกรรมเดียว
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 49 พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. (๒) กรณีความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนและฐานจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีน เมื่อเมทแอมเฟตามีนที่จ�ำเลยผลิตและที่จ�ำเลยมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย ซึ่งถือเป็นการจ�ำหน่ายตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ เป็นจ�ำนวนเดียวกัน การกระท�ำของจ�ำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต ่อกฎหมายหลายบทตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานผลิต เมทแอมเฟตามีน จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุใน ค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. ข้อสังเกต ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเป็นลักษณะความผิดที่เบากว่าความผิด ฐานจ�ำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย หากปริมาณยาเสพติดใกล้เคียงกัน การใช้ ดุลพินิจในการก�ำหนดโทษจึงควรพิจารณาให้ลดหลั่นกันไปตามความหนักเบาของ การกระท�ำความผิด
50 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ข. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๕ วรรคสอง ได้แก่ การกระท�ำความผิด ตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ ๑) การกระท�ำเพื่อการค้า ๒) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ๓) การจ�ำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ๔) การจ�ำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทาง ศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ ๕) การกระท�ำโดยใช้ก�ำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้ก�ำลังประทุษร้าย ๖) การกระท�ำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสอง (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. ค. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๕ วรรคสาม ได้แก่ การกระท�ำความผิด ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ซึ่งมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ ๑) การกระท�ำโดยหัวหน้า ผู้มีหน้าที่สั่งการ หรือผู้มีหน้าที่จัดการ ในเครือข่ายอาชญากรรม ๒) การท�ำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัย ของประชาชนทั่วไป (๑) กรณีลงโทษจ�ำคุกมีก�ำหนดเวลาและปรับ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสาม (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 51 รับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระ ค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทน ค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. (๒) กรณีลงโทษจ�ำคุกตลอดชีวิตและปรับ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสาม (...) จ�ำคุกตลอดชีวิต และปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การ รับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ๒๕ ปีและ ปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. (๓) กรณีลงโทษประหารชีวิต พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสาม (...) ให้ประหารชีวิต จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๒ (๒) ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุกตลอดชีวิต/คงจ�ำคุก ... (๒๕ - ๕๐) ... ปีริบของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง/วรรคสอง (...)จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้ ... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อ
52 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พนักงานคุมประพฤติ...ครั้งตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำ ไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการ สังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา ...ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุใน ค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. แบบที่ ๒ ฐานสมคบกันเพื่อกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และฐานจ�ำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ พิพากษาว่าจ�ำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง, ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ฐานสมคบกันเพื่อกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้ร่วมกันจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีนเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน กับฐานร่วมกันจ�ำหน่ายเมทแอมเฟ ตามีน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจ�ำหน่ายเมทแอมเฟ ตามีน จ�ำคุกคนละ... ปีและปรับคนละ... บาท จ�ำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็น ประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุกคนละ ... ปีและปรับคนละ ... บาท ไม่ช�ำระ ค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทน ค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง.
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 53 แบบที่ ๓ ฐานผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ หรือประเภท ๔ กรณีไม่รอการลงโทษ ก. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๖ วรรคหนึ่ง พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๑, ๑๔๖ วรรคหนึ่ง จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. ข. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๖ วรรคสอง ได้แก่ การกระท�ำความผิด ตามวรรคหนึ่งเฉพาะยาเสพติดให้โทษในประเภท ๒ ซึ่งมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ ๑) การกระท�ำเพื่อการค้า ๒) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ๓) การจ�ำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ๔) การจ�ำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทาง ศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ ๕) การกระท�ำโดยใช้ก�ำลังประทุษร้ายหรือขู ่เข็ญว ่าจะใช้ก�ำลัง ประทุษร้าย ๖) การกระท�ำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๑, ๑๔๖ วรรคสอง (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม
54 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๑, ๑๔๖ วรรคหนึ่ง/วรรคสอง (...)จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้ ... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อ พนักงานคุมประพฤติ...ครั้งตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำ ไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการ สังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา ...ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุใน ค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. แบบที่ ๔ ฐานผลิต น�ำเข้า ส่งออก หรือจ�ำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ กรณีไม่รอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๒, ๑๔๗ จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้ กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง.
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 55 กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๒, ๑๔๗ จ�ำคุก ... ปี และปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปี และปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้... ปี ให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงาน คุมประพฤติ... ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำ ไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการ สังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา ...ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง. แบบที่ ๕ ฐานผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ กรณีไม่รอการลงโทษ ก. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๘ วรรคหนึ่ง พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๓, ๑๔๘ วรรคหนึ่ง จ�ำคุก ... ปี และปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง.
56 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ข. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๘ วรรคสอง ได้แก่ การกระท�ำความผิด ตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ ๑) การกระท�ำเพื่อการค้า ๒) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ๓) การจ�ำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ๔) การจ�ำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทาง ศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ ๕) การกระท�ำโดยใช้ก�ำลังประทุษร้ายหรือขู ่เข็ญว ่าจะใช้ก�ำลัง ประทุษร้าย ๖) การกระท�ำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๓, ๑๔๘ วรรคสอง (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๓, ๑๔๘ วรรคหนึ่ง/วรรคสอง (...)จ�ำคุก... ปี และปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้ ... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อ พนักงานคุมประพฤติ...ครั้งตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 57 ไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการ สังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา ...ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุใน ค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. แบบที่ ๖ ฐานผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ กรณีไม่รอการลงโทษ ก. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๙ วรรคหนึ่ง พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๔, ๑๔๙ วรรคหนึ่ง (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. ข. กรณีความผิดตามมาตรา ๑๔๙ วรรคสอง ได้แก่ ฐานผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ตามวรรคหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ ๑) การกระท�ำเพื่อการค้า ๒) การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ๓) การจ�ำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ๔) การจ�ำหน่ายในบริเวณสถานศึกษา สถานอันเป็นที่เคารพในทาง ศาสนาของหมู่ชนใด หรือสถานที่ราชการ
58 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๕) การกระท�ำโดยใช้ก�ำลังประทุษร้ายหรือขู ่เข็ญว ่าจะใช้ก�ำลัง ประทุษร้าย ๖) การกระท�ำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๔, ๑๔๙ วรรคสอง (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่งคงจ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๔, ๑๔๙ วรรคหนึ่ง (...)/วรรคสอง (...) จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การ รับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท โทษจ�ำคุก ให้รอการลงโทษไว้... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลย ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ... ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงาน คุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการ ประพฤติใดอันอาจน�ำไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จ�ำเลย กระท�ำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติ เห็นสมควรเป็นเวลา ... ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระ ค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทน ค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง.
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 59 แบบที่ ๗ ฐานน�ำผ่านซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ กรณีไม่รอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๔, ๑๔๙ วรรคสาม จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค่าปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุใน ค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปีแต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๔, ๑๔๙ วรรคสาม จ�ำคุก... ปี และปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้... ปี ให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงาน คุมประพฤติ... ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ห้าม จ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำไปสู่ การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีกกับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา ... ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ (กรณีค ่าปรับตั้งแต ่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ควรระบุในค�ำพิพากษาให้ชัดเจนด้วยว่า หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๒ ปี) ริบของกลาง.
60 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบที่ ๘ ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพื่อเสพ กรณีไม่เข้าเงื่อนไขเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษา ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ ก. จ�ำเลยเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกด�ำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็น ความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจ�ำคุกตามค�ำพิพากษาของศาล (๑) กรณีมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพเกินปริมาณที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง, ๑๖๔ จ�ำคุก ... ปี/ปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปี/คงปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง. (๒) กรณีมีไว้ในครอบครองไม่เกินปริมาณที่ก�ำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคสอง, ๑๖๔ จ�ำคุก ... ปี/ปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปี/คงปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง. ข. กรณีจ�ำเลยสมัครใจเข้ารับการบ�ำบัดรักษาแต่อยู่ระหว่างถูกด�ำเนินคดีอื่น ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หากศาลเห็นสมควรรอการลงโทษอาจก�ำหนดเงื่อนไข คุมความประพฤติให้ส่งตัวจ�ำเลยไปรับการบ�ำบัดรักษา พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง/วรรคสอง, ๑๖๔ จ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การ รับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท โทษจ�ำคุก
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 61 ให้รอการลงโทษไว้... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลย ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ... ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงาน คุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลยละเว้นการ ประพฤติใดอันอาจน�ำไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก ให้จ�ำเลยไป รับการบ�ำบัดรักษาการติดยาเสพติด ณ สถานที่ และระยะเวลาตามที่พนักงาน คุมประพฤติและแพทย์หรือผู้บ�ำบัดรักษาเห็นสมควรกับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการ สังคมหรือสาธารณประโยชน์ที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการบ�ำบัดรักษาการติดยาเสพติด ตามระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง. หมายเหตุ ในกรณีเข้าเงื่อนไขตามมาตรา ๑๖๘ แห่ง ป. ยาเสพติด และศาลเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรลงโทษจ�ำเลย หากจ�ำเลยส�ำนึกในการกระท�ำโดยตกลง เข้ารับการบ�ำบัดรักษา เมื่อศาลสอบถามโจทก์แล้ว หากศาลเห็นสมควรก็ให้ส่งตัว จ�ำเลยไปสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษาต่อไป ให้ด�ำเนินการตาม ส่วนที่ ๔ กระบวนพิจารณาคดีฐานเสพยาเสพติดและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง เพื่อเสพ ๒. แบบค�ำพิพากษาคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดกับความผิดตาม พระราชบัญญัติอื่น แบบที่ ๑ ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน (ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ ) กรณีไม่รอการลงโทษ พิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ทวิวรรคหนึ่ง, ๑๕๗/๑
62 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด วรรคสอง การกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนัก ที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จ�ำคุก... เดือน จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... เดือน เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่/พักใช้ใบอนุญาต ขับขี่ของจ�ำเลยมีก�ำหนด ... เดือน ริบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดให้โทษของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ทวิวรรคหนึ่ง, ๑๕๗/๑ วรรคสอง การกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนัก ที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จ�ำคุก... เดือน และปรับ ... บาท จ�ำเลย ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... เดือน และปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้มีก�ำหนด ... ปี ให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ... ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ให้จ�ำเลย ละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำไปสู ่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันนี้อีก กับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงาน คุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา ... ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ เพิกถอน ใบอนุญาตขับขี่/พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจ�ำเลย มีก�ำหนด ... เดือน ริบอุปกรณ์การ เสพยาเสพติดให้โทษของกลาง.
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 63 แบบที่ ๒ ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจ�ำรถโดยเป็นผู้ขับรถ (ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ และ พ.ร.บ. การขนส่งทางบกฯ) กรณีไม่รอการลงโทษ พิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ทวิวรรคหนึ่ง, ๑๕๗/๑ วรรคสอง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ (๓ ทวิ), ๑๒๗ ทวิวรรคสองการกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่บทก�ำหนดโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒๗ ทวิวรรคสองซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง ประกอบประมวล กฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ เพียงบทเดียว จ�ำคุก ... เดือน จ�ำเลยให้การ รับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... เดือน เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่/ พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจ�ำเลยมีก�ำหนด ... เดือน ริบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด ให้โทษของกลาง. กรณีรอการลงโทษ พิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ทวิวรรคหนึ่ง, ๑๕๗/๑ วรรคสอง พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ (๓ ทวิ), ๑๒๗ ทวิวรรคสองการกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่บทก�ำหนดโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา
64 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๑๕๗/๑ วรรคสอง และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒๗ ทวิวรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง ประกอบ ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ เพียงบทเดียว จ�ำคุก ... เดือน และปรับ ... บาท จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงจ�ำคุก ... เดือน และ ปรับ ... บาท โทษจ�ำคุกให้รอการลงโทษไว้... ปีให้คุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้ มีก�ำหนด ... ปีให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ... ครั้ง ตามเงื่อนไข และระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ห้ามจ�ำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทุกชนิดให้จ�ำเลยละเว้นการประพฤติใดอันอาจน�ำไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนอง เดียวกันนี้อีกกับให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่ พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา ... ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่/พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจ�ำเลยมีก�ำหนด... เดือน ริบอุปกรณ์ การเสพยาเสพติดให้โทษของกลาง. กรณีเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถและขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาต พิพากษาว่าจ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๓ วรรคหนึ่ง, ๑๐๒ (๓ ทวิ), ๑๒๗ ทวิวรรคสอง, ๑๕๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง พระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ ทวิวรรคหนึ่ง, ๑๕๗/๑ วรรคสอง พระราชบัญญัติ รถยนต์พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง, ๖๔ การกระท�ำของจ�ำเลยเป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๙๑ ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนขณะขับรถ การกระท�ำของจ�ำเลยเป็น กรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ลงโทษแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่บทก�ำหนดโทษตาม
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 65 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๒๗ ทวิวรรคสอง, ๑๕๑ วรรคสองและพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๗/๑ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ จ�ำคุก... ปีฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตการกระท�ำของ จ�ำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษ หนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จ�ำคุก ... ปี/ปรับ ... บาท จ�ำเลย ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ขณะขับรถ คงจ�ำคุก ... ปีฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คงจ�ำคุก ... ปี/ปรับ ... บาท รวมจ�ำคุก... ปี/และปรับ ... บาท ไม่ช�ำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดให้โทษของกลาง. ๓. แบบค�ำพิพากษาคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดกรณีการปรับบท ระหว่างกฎหมายเดิมและกฎหมายใหม่ แบบที่ ๑ ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน (มาตรา ๕๗, ๙๑ เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดมีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน ถึง ๓ ปีหรือปรับตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาท ถึง ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิดมีระวาง
66 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด โทษจ�ำคุกไม่เกิน ๑ ปีหรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ ดังนี้กฎหมาย ใหม่ยังคงบัญญัติให้การเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นความผิดอยู่เช่นเดิม แต่โทษตาม กฎหมายใหม่เป็นคุณกว่า จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ ซึ่งใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิดมาบังคับแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๔, ๑๖๒ จ�ำคุก... ปีและ/หรือปรับ ... บาท (หรือใช้วิธีการตามมาตรา ๑๖๖) ...ริบของกลาง. แบบที่ ๒ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ เดิม) กรณีปริมาณเข้าข้อสันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจ�ำเลยมีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จ�ำนวน ๑๐ เม็ด(หน่วยการใช้) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นความผิดและขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ มีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปีหรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิด แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคสอง บัญญัติว่า การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด ในกฎกระทรวงโดยก�ำหนดปริมาณไม่ถึง ๑๕ หน่วยการใช้หรือมีน�้ำหนักสุทธิไม่ถึง ๑.๕ กรัม หรือค�ำนวณน�้ำหนักเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึง ๓๗๕ มิลลิกรัม ให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ กับมีระวางโทษตามมาตรา ๑๖๔ ให้จ�ำคุกไม่เกิน
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 67 ๒ ปีหรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในภายหลังการกระท�ำความผิดเป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้ กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคสอง, ๑๖๔ จ�ำคุก... ปีและ/หรือปรับ ... บาท (หรือใช้วิธีการตามมาตรา ๑๖๖) ... ริบของกลาง. แบบที่ ๓ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่าย (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจ�ำหน่ายซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่งต้องด้วยบทก�ำหนดโทษตามมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจ�ำคุก ตั้งแต่ ๔ ปีถึง ๑๕ ปีหรือปรับตั้งแต่ ๘๐,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำ ทั้งปรับ แต ่บทนิยามค�ำว่า “จ�ำหน่าย” ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดให้ หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อ จ�ำหน่ายจึงยังคงเป็นความผิดฐานจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา ๙๐ ต้องด้วยบทก�ำหนดโทษตามมาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง มีระวาง โทษจ�ำคุกไม่เกิน ๑๕ ปีและปรับไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะ กระท�ำความผิดมีโทษหลายสถาน และมีอัตราโทษปรับขั้นสูงที่ต�่ำกว่า ส่วนประมวล กฎหมายยาเสพติดที่เป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิดไม่มีโทษจ�ำคุก ขั้นต�่ำและโทษปรับขั้นต�่ำ เป็นกรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดแตกต่างกับ
68 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด กฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิดจึงให้ใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายยาเสพติดในส่วนที่เป็นคุณแก่จ�ำเลยไม่ว่าในทางใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว ่า จ�ำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง ลงโทษ … ริบของกลาง. แบบที่ ๔ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่าย (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคสอง หรือ วรรคสาม เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติททุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ ก�ำหนดบทนิยามค�ำว่า “จ�ำหน่าย” ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน ่ายซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคสอง (หรือ ๖๖ วรรคสาม) จึงยังคงเป็นความผิดฐานจ�ำหน ่ายเมทแอมเฟตามีนตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐ และมาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่งถึงวรรคสาม ซึ่งมีก�ำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ในการกระท�ำความผิด โดยปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นอาจบ่งชี้ได้ถึงพฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ในการ กระท�ำความผิดอยู่ในตัว เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จ�ำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจ�ำนวน ... เม็ด (หน่วยการใช้) ค�ำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้... กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อ จ�ำหน่าย (หากมีพยานหลักฐานอื่นในส�ำนวนจากการสืบพยาน อาจระบุเพิ่มเติมว่า ประกอบกับได้ความจาก...ว่า ...)ตามพฤติการณ์บ่งชี้ว่าจ�ำเลยแสวงหาประโยชน์จาก การจ�ำหน่ายโดยค้าเมทแอมเฟตามีน และ/หรือหากมีการจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีน
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 69 ดังกล่าวออกไป ย่อมท�ำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังผู้เสพหลายคนโดยสภาพ (หรือ ท�ำให้จ�ำนวนผู้ติดยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นมาก มีผลเป็นการบั่นทอนเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ปกติของประชาชน) การกระท�ำของจ�ำเลย จึงเป็นการกระท�ำเพื่อการค้าและ/หรือก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน (หรือ ท�ำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ท�ำให้เกิดผลกระทบต่อความ ปลอดภัยของประชาชนทั่วไป)อันต้องด้วยมาตรา ๑๔๕ วรรคสอง (๑)และ/หรือ(๒) ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๒ ปีถึง ๒๐ ปีและปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หรือ มาตรา ๑๔๕ วรรคสาม (๒) ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึงจ�ำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือ ประหารชีวิต) ส่วนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิด มาตรา ๖๖ วรรคสอง มีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๔ ปีถึง จ�ำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หรือ มาตรา ๖๖ วรรคสาม ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทหรือประหารชีวิต) ประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิดเป็นคุณแก่จ�ำเลยมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมาย ในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสอง (๑) และ/หรือ (๒) (หรือวรรคสาม (๒)) ลงโทษ ... ริบของกลาง. ข้อสังเกต คดีที่ฟ้องไว้ตามกฎหมายเดิมโดยขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสองหรือวรรคสาม ในการปรับบทตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ วรรคสองและวรรคสาม นั้น ให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงในส�ำนวน แล้ววินิจฉัยว ่ามีพฤติการณ์หรือการกระท�ำตามบทบาทหน้าที่ในมาตรา ๑๔๕ วรรคสองและวรรคสาม หรือไม่ แล้วจึงปรับบทตามมาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่งถึง วรรคสาม ไปตามที่พิจารณาได้ความ
70 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบที่ ๕ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่ายและจ�ำหน่ายไปบางส่วน ของกลางมีปริมาณไม่ถึงข้อสันนิษฐานเพื่อจ�ำหน่าย (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล ่าวแทน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ ได้นิยามค�ำว่า “จ�ำหน่าย” ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจ�ำหน่ายด้วย ดังนั้น การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่ายและการจ�ำหน่าย จึงเป็นความผิด อย่างเดียวกันคือจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีน แตกต่างจากกฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะ กระท�ำความผิดซึ่งแยกเป็นคนละฐานความผิด ต้องลงโทษจ�ำเลยฐานจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีนเพียงกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ ซึ่งความผิด ของจ�ำเลยต้องด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง และประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง โดยประมวลกฎหมายยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การกระท�ำตามฟ้องเป็น ความผิดอยู ่เช ่นเดิม ส ่วนบทก�ำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๔ ปีถึง ๑๕ ปีหรือ ปรับตั้งแต่ ๘๐,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ อันเป็นโทษหลาย สถานให้ศาลเลือกใช้ดุลพินิจลงแก่จ�ำเลยได้แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน ๑๕ ปีและปรับไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่มีโทษขั้นต�่ำ ดังนั้น กฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดและกฎหมายที่ใช้ ในภายหลังการกระท�ำความผิดมีทั้งส่วนที่เป็นคุณและเป็นโทษแก่จ�ำเลย จึงต้องใช้ กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จ�ำเลยไม่ว่าในทางใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 71 พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดฐานจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราช บัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประมวล กฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคหนึ่ง เพียงกรรมเดียว จ�ำคุก... ปี(จ�ำคุก ต�่ำกว่า ๔ ปีได้ตามกฎหมายใหม่) และปรับ ... บาท (ปรับต�่ำกว่า ๘๐,๐๐๐ บาทได้ แต่ขั้นสูงไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตามกฎหมายเดิม) ริบของกลาง. แบบที่ ๖ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่ายและจ�ำหน่าย ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคสอง หรือ วรรคสาม เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน การมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติด ให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่าย ซึ่งเป็นความผิดตามพระราช บัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคสอง มีระวางโทษ จ�ำคุกตั้งแต่๔ ปีถึงจ�ำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่๔๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หรือวรรคสาม มีระวางโทษจ�ำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือประหารชีวิต) แต่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ ได้นิยามค�ำว่า “จ�ำหน่าย” ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจ�ำหน่ายด้วย ดังนั้น การ มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่ายและการจ�ำหน่ายจึงถือเป็นความผิด อย่างเดียวกันคือการจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีน การกระท�ำของจ�ำเลยจึงเป็นการ กระท�ำความผิดฐานจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายยาเสพติดเพียง บทเดียว โดยความผิดฐานดังกล่าวมีบทก�ำหนดโทษตามมาตรา ๑๔๕ ซึ่งแต่ละวรรค ก�ำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์ในการกระท�ำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการ กระท�ำความผิดเป็นส�ำคัญ โดยปริมาณยาเสพติดให้โทษที่มากขึ้นอาจบ ่งชี้ได้ถึง
72 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พฤติการณ์และบทบาทหน้าที่ในการกระท�ำความผิดอยู่ในตัว เมื่อข้อเท็จจริงรับฟัง ได้ว่าจ�ำเลยมีเมทแอมเฟตามีน จ�ำนวน ... เม็ด(หน่วยการใช้)ค�ำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ ได้... กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่ายและจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จ�ำนวน ... เม็ด (หน่วยการใช้) (หากมีพยานหลักฐานอื่นในส�ำนวนจากการสืบพยาน อาจระบุ เพิ่มเติมว่า ประกอบกับได้ความจาก... ว่า ...)ตามพฤติการณ์บ่งชี้ว่าจ�ำเลยแสวงหา ประโยชน์จากการจ�ำหน่ายโดยค้าเมทแอมเฟตามีน และการจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ดังกล่าวออกไปย่อมท�ำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังผู้เสพหลายคนโดยสภาพ (หรือ ท�ำให้จ�ำนวนผู้ติดยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นมาก มีผลเป็นการบั่นทอนเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ปกติของประชาชน) การกระท�ำของจ�ำเลย จึงเป็นการกระท�ำเพื่อการค้าและ/หรือก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน (หรือ ท�ำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ท�ำให้เกิดผลกระทบต่อความ ปลอดภัยของประชาชนทั่วไป)อันต้องด้วยมาตรา ๑๔๕ วรรคสอง (๑)และ/หรือ(๒) ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๒ ปีถึง ๒๐ ปีและปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หรือ มาตรา ๑๔๕ วรรคสาม (๒) ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึงจ�ำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือประหารชีวิต) ส่วนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง (หรือวรรคสาม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิด มีระวางโทษ หนักกว ่าประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำ ความผิดเป็นคุณแก่จ�ำเลยมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่ จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ (กรณีจ�ำหน ่ายทั้งหมด) พิพากษาว ่า จ�ำเลยมีความผิดฐานจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสอง (๑) และ/หรือ (๒) (หรือวรรคสาม (๒)) เพียงบทเดียว ลงโทษ ... ริบของกลาง. (กรณีจ�ำหน่ายบางส่วน) พิพากษาว ่า จ�ำเลยมีความผิดฐานจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสอง (๑) และ/หรือ (๒) (หรือวรรคสาม (๒)) เพียงกรรมเดียว ลงโทษ ... ริบของกลาง.
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 73 แบบที่ ๗ ฐานน�ำเข้าเมทแอมเฟตามีนเพื่อจ�ำหน่ายและมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่าย (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่มี บทบัญญัติความผิดฐานน�ำเข้าเพื่อจ�ำหน่าย แต่การน�ำเข้าเมทแอมเฟตามีนยังคงเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐ และประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ ได้นิยามค�ำว่า “จ�ำหน่าย” ให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย การ กระท�ำของจ�ำเลยในการมีไว้ในครอบครองเพื่อจ�ำหน่ายจึงเป็นความผิดฐานจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐ เมื่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิด มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๑๐ ปีถึงจ�ำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท มาตรา ๖๖ วรรคสอง มีระวางโทษจ�ำคุก ตั้งแต่ ๔ ปีถึงจ�ำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติดมีบทก�ำหนดโทษตามมาตรา ๑๔๕ ซึ่งแต่ละวรรค ก�ำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์ในการกระท�ำความผิดและบทบาทหน้าที่ในการ กระท�ำความผิดเป็นส�ำคัญ โดยปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้นอาจบ่งชี้ได้ถึงพฤติการณ์ และบทบาทหน้าที่ในการกระท�ำความผิดอยู่ในตัว เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จ�ำเลย น�ำเมทแอมเฟตามีนจ�ำนวน ... เม็ด(หน่วยการใช้)ค�ำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้...กรัม เข้ามาในราชอาณาจักร และจ�ำเลยมีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อ จ�ำหน่าย (หากมีพยานหลักฐานอื่นในส�ำนวนจากการสืบพยาน อาจระบุเพิ่มเติมว่า ประกอบกับได้ความจาก...ว่า ...)ตามพฤติการณ์บ่งชี้ว่าจ�ำเลยแสวงหาประโยชน์จาก การจ�ำหน่ายโดยค้าเมทแอมเฟตามีน และ/หรือหากมีการจ�ำหน่ายเมทแอมเฟตามีน
74 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ดังกล่าวออกไป ย่อมท�ำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังผู้เสพหลายคนโดยสภาพ การ กระท�ำของจ�ำเลยจึงเป็นการกระท�ำเพื่อการค้าและ/หรือก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน อันต้องด้วยมาตรา ๑๔๕ วรรคสอง (๑) และ/หรือ (๒) ซึ่งมี ระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต ่ ๒ ปีถึง ๒๐ ปีและปรับตั้งแต ่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๕ วรรคหนึ่งและมาตรา ๖๖ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิด มีระวางโทษหนักกว่าประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง การกระท�ำความผิดเป็นคุณแก่จ�ำเลยมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณ บังคับแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๐, ๑๔๕ วรรคสอง (๑) และ/หรือ (๒) ฐานน�ำเข้าเมทแอมเฟตามีน และฐานจ�ำหน่าย เมทแอมเฟตามีน เมื่อเมทแอมเฟตามีนที่จ�ำเลยน�ำเข้าและที่จ�ำเลยมีไว้เพื่อจ�ำหน่าย ซึ่งถือว่าเป็นการจ�ำหน่าย เป็นจ�ำนวนเดียวกัน การกระท�ำของจ�ำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ แต่ละบท มีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานน�ำเข้าเมทแอมเฟตามีน จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท ริบของกลาง. แบบที่ ๘ ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุไม่ถึง ๑๕ เม็ด และฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๕ วรรคสาม, ๖๗ เดิม) อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกใช้บังคับ โดยในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ และให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าวแทน ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ ได้นิยามค�ำว่า “ผลิต” หมายความว่า เพาะ ปลูก ท�ำ ผสม ปรุงแปรสภาพ เปลี่ยนรูป
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 75 และสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ แตกต ่างจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดที่ให้หมายความรวมตลอดถึง การแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วย ดังนั้น การผลิตยาเสพติดโดยการแบ่งบรรจุตามฟ้อง จึงไม่เป็นความผิดอีกต่อไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติด จ�ำเลยย่อมพ้นจากการ เป็นผู้กระท�ำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรคสองส่วน ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราช บัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๗ ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๑๐ ปีหรือปรับตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถึง ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ จ�ำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจ�ำนวนไม่ถึง ๑๕ เม็ด(หน่วยการใช้)ต้องด้วยข้อสันนิษฐาน ว ่ามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ตามที่รัฐมนตรีว ่าการกระทรวง สาธารณสุขก�ำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคสองอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๔ ซึ่งมีระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน ๒ ปีหรือปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจ�ำทั้งปรับ ดังนั้น พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะ กระท�ำความผิดแตกต ่างกับประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ใน ภายหลังการกระท�ำความผิด จึงต้องใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดในส่วนที่เป็นคุณ แก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๐๗ วรรคสอง, ๑๖๔ จ�ำคุก ... ปี/หรือปรับ ... บาท (หรือเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้ วิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนตาม มาตรา ๑๖๖) ริบของกลาง ยกฟ้องข้อหาผลิตเมทแอมเฟตามีนโดยการแบ่งบรรจุ. แบบที่ ๙ กรณีโจทก์ขอเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา ๙๗ ในส ่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษนั้น เมื่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ ที่บัญญัติให้ศาลเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งแก ่ผู้กระท�ำความผิด
76 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ซึ่งกระท�ำความผิดอีกในระหว่างที่ยังต้องรับโทษอยู่หรือภายในเวลา ๕ ปีนับแต่วัน พ้นโทษ ได้ถูกยกเลิกไปแล้วส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่มีบทบัญญัติให้เพิ่มโทษ เช่นเดิมอีก ดังนั้น ศาลจึงไม่อาจเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามขอได้แต่เมื่อประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๗ บัญญัติว่า บทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไปในประมวลกฎหมาย อาญาให้น�ำไปใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น แม้กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็น กฎหมายอื่นที่ไม่ใช่กฎหมายในประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติเรื่องเพิ่มโทษ เพราะกระท�ำความผิดอีกไว้แต่ก็มิได้หมายความว่าศาลไม่อาจเพิ่มโทษตามที่บัญญัติ ไว้ในประมวลกฎหมายอาญา เมื่อจ�ำเลยกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอีกโดย ไม่เข็ดหลาบและโจทก์ได้ขอเพิ่มโทษจ�ำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ ไว้แล้ว ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีความประสงค์ขอเพิ่มโทษฐาน ไม่เข็ดหลาบและได้กล่าวในค�ำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง แล้วด้วย ศาลย่อมมีอ�ำนาจเพิ่มโทษจ�ำเลยตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ที่เป็นบทบัญญัติที่ใช้แก่ความผิดทั่วไปในประมวลกฎหมาย อาญาได้ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ... จ�ำคุก... ปีและปรับ ... บาท เพิ่มโทษจ�ำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ เป็นจ�ำคุก ... ปีและปรับ ... บาท ... ริบของกลาง. แบบที่ ๑๐ กรณีจ�ำเลยให้ข้อมูลที่ส�ำคัญตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา ๑๐๐/๒ นอกจากนี้กรณีที่จ�ำเลยให้ข้อมูลที่ส�ำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ปราบปรามการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดนั้น ประมวลกฎหมายยาเสพติดมีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๓ แต ่เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ ที่แตกต่างจากเดิม คือต้องให้พนักงานอัยการระบุในค�ำฟ้องหรือยื่นค�ำร้องต่อศาล หรือ
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 77 หากพนักงานอัยการไม่ระบุในค�ำฟ้องหรือยื่นค�ำร้องผู้กระท�ำความผิดอาจยื่นค�ำร้อง ต่อศาลก็ได้จึงเป็นกรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระท�ำความผิดแตกต่างกับกฎหมาย ที่ใช้ในภายหลังการกระท�ำความผิด จึงต้องใช้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นคุณมากกว่าบังคับแก่จ�ำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ... ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒ ให้จ�ำคุก จ�ำเลย ... ปีและปรับ ... บาท ... ริบของกลาง. ๔. แบบค�ำพิพากษากรณีกฎหมายยกเลิกความผิด ฐานจ�ำหน่ายพืชกัญชา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ระหว่างพิจารณาได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๖๕ ออกใช้บังคับ ซึ่งมีผลให้ พืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ อีกต่อไป การที่จ�ำเลยจ�ำหน่ายพืชกัญชา ตามฟ้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖/๓ วรรคหนึ่ง, ๗๖/๑ วรรคหนึ่ง (หรือวรรคสอง)และประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๙๓, ๑๔๘ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ วรรคสองสิทธิน�ำคดีอาญา มาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๕) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓ และเมื่อพืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ และไม่ใช่เครื่องมือเครื่องใช้ หรือทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๓๔ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓ จึงไม่อาจริบได้ พิพากษายกฟ้อง ให้คืนพืชกัญชาของกลางแก่เจ้าของ.
78 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ส่วนที่ ๓ กระบวนพิจารณาคดีริบทรัพย์สิน มาตรการตรวจสอบทรัพย์สิน หมวด ๒ ลักษณะ ๔ ตาม ป.ยาเสพติดก�ำหนด ให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหาในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่ง “ความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติด” ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑ หมายความว่า ความผิดเกี่ยวกับ การผลิต น�ำเข้า ส่งออก จ�ำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด เว้นแต่มีไว้ ในครอบครองเพื่อเสพ และให้หมายความรวมถึงการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือพยายามกระท�ำความผิดดังกล่าวด้วยดังนั้น ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำ ความผิดฐานอื่น เช่น ฐานเสพยาเสพติดและฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ไม่อยู่ในความหมายของ “ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” ตาม ป. ยาเสพติดนี้ ไม่อาจขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินตามมาตรการนี้ได้ ๑. ประเภททรัพย์สินที่ขอให้ริบ ตาม ป. ยาเสพติดก�ำหนดประเภททรัพย์สินที่พนักงานอัยการต้องยื่นค�ำร้อง ให้ศาลมีค�ำสั่งริบไว้คือ “ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด” ได้แก่ เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับมาเนื่องจากการกระท�ำความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติด และให้หมายความรวมถึง เงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยการใช้เงิน หรือทรัพย์สินดังกล่าวซื้อหรือกระท�ำไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ให้เงินหรือทรัพย์สินนั้น เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม ไม ่ว ่าจะมีการเปลี่ยนสภาพกี่ครั้ง และไม ่ว ่าเงินหรือ ทรัพย์สินนั้นจะอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น โอนไปเป็นของบุคคลอื่นหรือ ปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนว่าเป็นของบุคคลอื่นก็ตาม (มาตรา ๑) อันเป็น ทรัพย์สินที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีค�ำสั่งให้ตรวจสอบ และยึดหรืออายัด ไว้ตามมาตรา ๗๓ ซึ่งค�ำว่า “ทรัพย์สิน” ให้หมายความรวมถึง ทรัพย์สินที่เปลี่ยน
การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 79 สภาพไป สิทธิเรียกร้อง ผลประโยชน์และดอกผลจากทรัพย์สินดังกล่าว หนี้ที่บุคคล ภายนอกถึงก�ำหนดช�ำระแก่ผู้ต้องหา ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดของผู้ต้องหาที่ได้ขาย จ�ำหน่าย โอน หรือยักย้ายไปเสีย ในระหว่างระยะเวลาสิบปีก่อนมีค�ำสั่งยึดหรืออายัดและภายหลังนั้น เว้นแต่ผู้รับโอน หรือผู้รับประโยชน์จะพิสูจน์ต่อคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินได้ว่าการโอนหรือ การกระท�ำนั้นได้กระท�ำไปโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน อนึ่ง ส�ำหรับทรัพย์สินอื่น ได้แก่ บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ยานพาหนะ เครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ใช้ในการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือ ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือมีไว้เพื่อใช้ ในการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดมาได้ พร้อมการจับกุมตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดฯ มาตรา ๓๐ เดิม ซึ่งถูกยกเลิกไปนั้น ไม่ได้ถูกก�ำหนดให้เป็นทรัพย์สิน ที่จะให้ริบในหมวด ๒ ลักษณะ ๔ แต่ให้เป็นการริบในการด�ำเนินคดีอาญา ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๓๔ ซึ่งจะตกเป็นของแผ่นดิน โดยไม่ตกเป็นของกองทุน ๒. การสั่งค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินและค�ำคัดค้าน ๒.๑ ก�ำหนดเวลายื่นค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและการสั่งค�ำร้อง ตามมาตรา ๗๗ ก�ำหนดระยะเวลาให้พนักงานอัยการยื่นค�ำร้องขอ ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินประเภทนี้ไว้ดังนี้ ก. ยื่นพร้อมกับค�ำฟ้องในคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด หรือ ข. ในเวลาใด ๆ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีค�ำพิพากษาถึงที่สุด ค. ในกรณีที่พบว่ามีทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มขึ้นอีก ให้ยื่นค�ำร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินนั้น ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีค�ำพิพากษาถึงที่สุด