The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-Book-คู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ เล่มที่ 4-Final

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Krittapas Phukan, 2023-08-29 22:45:13

E-Book-คู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ เล่มที่ 4-Final

E-Book-คู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการ เล่มที่ 4-Final

80 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ง. ในกรณีที่ไม่อาจด�ำเนินคดีได้เพราะไม่อาจจับตัวผู้ต้องหาหรือจ�ำเลย ได้หรือเพราะเหตุที่ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยรายใดถึงแก่ความตายหรือพนักงานอัยการ มีค�ำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ให้ยื่นค�ำร้องต่อศาลที่มีเขตอ�ำนาจเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สิน นั้น ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีค�ำวินิจฉัย เมื่อพนักงานอัยการยื่นค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินภายในระยะเวลา ดังกล่าว สั่งค�ำร้องว่า “รับค�ำร้องส�ำเนาให้จ�ำเลย นัดไต่สวน หากจ�ำเลยจะคัดค้านให้คัดค้าน ภายใน ... วัน นับแต่วันที่ได้รับหรือถือว่าได้รับส�ำเนา หากไม่คัดค้านภายในก�ำหนด ถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน การส่งหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด มีหนังสือแจ้งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. จัดการตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา ๗๘ โดยเร็ว และเมื่อด�ำเนินการแล้วให้เลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งให้ ศาลทราบ” ข้อสังเกต ๑. ในกรณีง. หากผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยถึงแก่ความตาย ศาลไม่ต้อง สั่งให้ส่งส�ำเนาให้ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลย แต่ให้ส่งแก่ทายาทแทน ๒. เมื่อศาลมีหนังสือแจ้งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. จัดการตาม ป.ยาเสพติด มาตรา ๗๘ แล้ว หากในวันนัดไต่สวนศาลยังไม่ได้รับแจ้งผลจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ศาลอาจใช้ดุลพินิจรอการไต่สวนไว้เพื่อสอบถามเลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อนก็ได้ ๒.๒ ก�ำหนดเวลายื่นค�ำคัดค้านและการสั่งค�ำคัดค้าน ค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา ๗๗ ผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิยื่นค�ำคัดค้าน เข้ามาในคดีได้ก่อนคดีริบทรัพย์สินนั้นถึงที่สุด (มาตรา ๗๙) แต่หากไม่ทราบว่า พนักงานอัยการได้มีค�ำร้องขอให้ศาลริบทรัพย์สินจนศาลได้มีค�ำสั่งริบทรัพย์สิน นั้นแล้ว ผู้ขอคืนทรัพย์สินอาจยื่นค�ำร้องต่อศาลได้ภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาล มีค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สินนั้น (มาตรา ๘๐)


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 81 กรณีมีค�ำคัดค้าน สั่งว่า “รับเป็นค�ำคัดค้าน ส�ำเนาให้ผู้ร้อง” ถ้าผู้คัดค้านมิใช่จ�ำเลยต้องสั่งให้ส่งส�ำเนาค�ำคัดค้านให้จ�ำเลยด้วยสั่งว่า “รับเป็นค�ำคัดค้าน ส�ำเนาให้ผู้ร้องและจ�ำเลย” กรณียื่นค�ำร้องขอคืนภายหลังศาลมีค�ำสั่งริบทรัพย์สินแล้ว สั่งว่า “รับค�ำร้อง นัดไต่สวน ส�ำเนาให้ผู้ร้องเดิมและจ�ำเลย ให้ผู้ขอคืน ทรัพย์สินน�ำส่งหมายและส�ำเนาค�ำร้องภายใน ... วัน ส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน ... วัน นับแต่วันส่งไม่ได้มิฉะนั้นถือว่าทิ้งค�ำร้อง หากจะคัดค้านให้คัดค้านภายใน ... วัน นับแต่วันที่ได้รับหรือถือว่าได้รับส�ำเนา หากไม่คัดค้านภายในก�ำหนด ถือว่าไม่ติดใจ คัดค้าน” ๓. การแยกส�ำนวนคดีขอให้ริบทรัพย์สิน ค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่แยกยื่นต่างหากจากค�ำฟ้องควรแยกการพิจารณา เป็นคนละส�ำนวนกับค�ำฟ้องในคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และควรให้ ผู้พิพากษาองค์คณะเดียวกันเป็นผู้พิจารณาคดีทั้งสองส�ำนวน เพราะจะเป็นการสะดวก ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นและการอุทธรณ์ ฎีกาต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่พึง รวมการพิจารณาคดีระหว่างส�ำนวนคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดกับส�ำนวน คดีขอให้ริบทรัพย์สิน เนื่องจากไม่สะดวกในการเรียงค�ำพิพากษาและค�ำสั่ง ๔. การไต่สวนค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สิน ๔.๑ การก�ำหนดวันนัดไต่สวนค�ำร้อง เนื่องจากพยานหลักฐานตลอดจนข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในคดีค�ำร้อง ขอให้ริบทรัพย์สินและคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด มักจะเป็นชุดเดียวกัน หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน จึงควรนัดไต่สวนค�ำร้องไปพร้อมกับนัดสืบ พยานในคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อความสะดวกแก่คู่ความทุกฝ่าย


82 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๔.๒ การพิจารณาโดยเปิดเผยต่อหน้าจ�ำเลย การไต่สวนค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สิน มิใช่การพิจารณาคดีความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดศาลไม่ต้องอ่านและอธิบายค�ำร้องให้จ�ำเลยฟังและถามว่า จะคัดค้านหรือไม่ อย่างไร จึงไม่ต้องพิจารณาโดยเปิดเผยต่อหน้าจ�ำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่งและวรรคสอง (ฎีกาที่ ๑๗๑๗/๒๕๔๘) ๔.๓ การสอบถามและตั้งทนายความ คดีขอให้ริบทรัพย์สิน มิใช ่คดีที่ศาลจะต้องมีค�ำพิพากษาลงโทษ ให้ประหารชีวิตหรือจ�ำคุกจ�ำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๗๓ จึงไม่อยู่ในบังคับที่ศาลจะ ต้องสอบถามและตั้งทนายความให้จ�ำเลยก่อนเริ่มพิจารณา (ฎีกาที่ ๒๖๑๗/๒๕๔๓) ๔.๔ การสั่งริบทรัพย์สิน การสั่งริบทรัพย์สิน ศาลเพียงต้องไต่สวนให้ได้ความว่าคดีมีมูลว่าเป็น ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไม่ต้อง ค�ำนึงถึงคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดว่าได้มีค�ำพิพากษาลงโทษจ�ำเลยหรือไม่ และไม่จ�ำต้องรอให้คดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดถึงที่สุดเสียก่อน แม้ศาลมี ค�ำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องจ�ำเลยรายใด ก็ให้ไต่สวนค�ำร้องต่อไปได้หากปรากฏ หลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า ทรัพย์สินในคดีนั้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง เช่น ศาลยกฟ้องในคดีความผิดของจ�ำเลยรายนั้นเพราะมีเหตุสงสัยตามสมควร ก็อาจ ไต่สวนค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินต่อไปได้หากปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อว่าทรัพย์สิน ในคดีนั้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด กรณีจ�ำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างไต่สวน แม้สิทธิน�ำคดีอาญา มาฟ้องระงับตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๑) ศาลก็ไต่สวนค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินนั้น ต่อไปได้ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๗๗ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง โดยเรียกทายาทของจ�ำเลยเข้ามาในคดี


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 83 ๕. การไต่สวนค�ำร้องขอคืนทรัพย์สิน บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินอาจยื่นค�ำร้องขอคืนทรัพย์สินที่พนักงาน อัยการยื่นค�ำร้องขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๗๗ ได้ดังนี้ ก. ยื่นเป็นค�ำคัดค้านเข้ามาในคดีตามที่กล่าวมาในข้อ ๒.๒ ข. ยื่นค�ำร้องขอคืนทรัพย์สินหลังจากศาลมีค�ำสั่งริบทรัพย์สินแล้ว แต่ก่อน คดีถึงที่สุดตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง ค. ในกรณีที่ผู้ขอคืนทรัพย์สินไม่ทราบว่า พนักงานอัยการได้มีค�ำร้องขอ ให้คืนทรัพย์สิน จนศาลได้มีค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สินนั้นแล้ว ผู้ขอคืนทรัพย์สินดังกล่าว อาจยื่นค�ำร้องขอคืนทรัพย์สินต่อศาลได้ภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีค�ำสั่ง ให้ริบทรัพย์สินตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๘๐ ข้อสังเกต กรณีตามข้อ ค. ระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สิน ย่อมหมายถึงวันที่ค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สินนั้นถึงที่สุดเพราะหากหมายถึงวันที่ศาลชั้นต้น มีค�ำสั่งให้ริบทรัพย์สิน จะท�ำให้ผู้ขอคืนทรัพย์สินที่ไม ่ทราบว ่าพนักงานอัยการ ได้มีค�ำร้องขอให้คืนทรัพย์สิน มีระยะเวลายื่นค�ำร้องที่จ�ำกัดกว่าผู้ขอคืนทรัพย์สิน ตามมาตรา ๗๙ ๖. การริบมูลค่าของทรัพย์สิน ๖.๑ การริบมูลค่าของทรัพย์สิน ป. ยาเสพติดมุ่งประสงค์ให้ริบทรัพย์สิน ที่ผู้ถูกตรวจสอบทรัพย์สินได้รับมาจากการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เนื่องจากไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบหาทรัพย์สินดังกล่าวได้จึงให้ค�ำนวณ มูลค่าของทรัพย์สินเป็นจ�ำนวนเงินที่แน่นอน แล้วขอให้ศาลสั่งริบมูลค่าของทรัพย์สิน นั้น เช่น ผู้ถูกตรวจสอบทรัพย์สินมีเงินเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคารในลักษณะผิดปกติ แต่เงินในบัญชีถูกเบิกถอนหรือโอนออกไปจนไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบหาเงิน ดังกล่าวได้เมื่อค�ำนวณจากบัญชีและหักลบกับรายได้อันสุจริตและทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่อง


84 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด กับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดที่สามารถติดตามหรือตรวจสอบ ได้แล้ว สามารถค�ำนวณมูลค ่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดได้เท่าใดก็ขอให้ศาลสั่งริบมูลค่าของทรัพย์สินนั้นได้ ๖.๒ ก�ำหนดเวลายื่นค�ำร้องและค�ำคัดค้าน การสั่งค�ำร้องและค�ำคัดค้าน ปฏิบัติท�ำนองเดียวกับการริบทรัพย์สินตามมาตรา ๗๗ ทั้งนี้พนักงานอัยการอาจยื่น ค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และริบมูลค่าของทรัพย์สินมาในค�ำร้องเดียวกันก็ได้ ๖.๓ การขอให้ศาลสั่งริบมูลค่าของทรัพย์สินและการไต่สวนค�ำร้องของ พนักงานอัยการ ให้ศาลพิจารณาท�ำนองเดียวกับการไต่สวนค�ำร้องขอริบทรัพย์สิน ตามที่กล่าวมาในข้อ ๔ โดยให้น�ำมาตรา ๗๗, ๗๙ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบ มาตรา ๘๔ วรรคสอง มาบังคับใช้โดยอนุโลม ข้อสังเกต นอกจากการไต่สวนให้ได้ความดังที่กล่าวไปแล้ว ป.ยาเสพติด มาตรา ๘๕ ยังก�ำหนดต่อไปว่ากรณีที่ศาลไต่สวนแล้วมีมูลว่ามูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่อง กับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดที่ศาลสั่งริบนั้น ไม่สามารถติดตาม หรือตรวจสอบหาทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ตามมูลค ่าดังกล ่าวได้ให้พนักงานอัยการยื่นค�ำร้องต ่อศาลเพื่อบังคับคดีเอาแก ่ ทรัพย์สินอื่นของจ�ำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบ ศาลจึงต้องไต่สวนให้ได้ความดังกล่าวด้วย ดังนั้น หากปรากฏว่ามูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดที่ศาลสั่งริบนั้น ยังสามารถติดตามหรือตรวจสอบหาได้เช่น พบ รถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด แต่รถยนต์มีมูลค่าลดลงตามสภาพการใช้งาน พนักงานอัยการจึงยื่นค�ำร้องขอให้ริบ มูลค่าของรถยนต์โดยถือเอาราคาขณะจ�ำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบได้รถยนต์มา เช่นนี้ ศาลย่อมไม่อาจมีค�ำสั่งริบมูลค่าของรถยนต์ดังกล่าวได้แต่ต้องขอให้ริบรถยนต์ดังกล่าว


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 85 ๖.๔ การขอคืนมูลค่าของทรัพย์สิน เมื่อศาลมีค�ำสั่งริบมูลค่าของทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว จ�ำเลยหรือ ผู้ถูกตรวจสอบอาจยื่นค�ำร้องขอคืนมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าวได้ตามมาตรา ๘๕ วรรคสาม ที่ให้น�ำความในมาตรา ๘๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ดังนั้น จ�ำเลยหรือ ผู้ถูกตรวจสอบจึงอาจยื่นค�ำร้องขอคืนมูลค่าของทรัพย์สินได้ภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่ วันที่ศาลมีค�ำสั่งถึงที่สุดให้ริบมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ๗. การบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่น ๗.๑ กรณีขอให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นตามมาตรา ๗๙ วรรคท้าย เมื่อศาลไต ่สวนแล้วมีมูลว ่า ทรัพย์สินรายการใดเป็นทรัพย์สินที่ เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และมีค�ำสั่งว่าทรัพย์สิน รายการนั้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินนั้นได้ ให้พนักงานอัยการยื่นค�ำร้องต่อศาลเพื่อ บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจ�ำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่ ศาลมีค�ำสั่ง แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ค�ำร้องขอให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่น ต้องระบุข้อความโดยชัดแจ้ง ว่า เหตุใดจึงไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินที่ศาลมีค�ำสั่งริบได้และระบุมูลค่า ของทรัพย์สินนั้นด้วย เพื่อความสะดวกในการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นต่อไป ข้อสังเกต ๑. ป. ยาเสพติด มาตรา ๗๙ วรรคท้าย ไม่ได้บัญญัติให้ส�ำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าหนี้ตามค�ำพิพากษา แต่ในหมวด ๓ มาตรการตรวจสอบทรัพย์สิน ตามมูลค่า มาตรา ๘๕ บัญญัติให้ส�ำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าหนี้ตามค�ำพิพากษา เมื่อทั้งสองกรณีเป็นการริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด จึงให้ออกหมายบังคับคดีโดยระบุส�ำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าหนี้ตาม ค�ำพิพากษา เช่นเดียวกัน


86 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๒. ในกรณีที่มีข้อขัดข้องในการบังคับคดีหากศาลเห็นสมควร ให้ศาลนัดพร้อมเพื่อสอบถามคู่ความ เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้มีส่วนได้เสีย หรือ นัดไต่สวนต่อไป ซึ่งแม้ป. ยาเสพติด มิได้บัญญัติวิธีการในการบังคับคดีไว้ก็ให้น�ำ ป.ว.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม ๗.๒ กรณีริบทรัพย์สินตามมูลค่าตามมาตรา ๘๕ เมื่อศาลมีค�ำสั่งให้ริบมูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ให้พนักงานอัยการยื่นค�ำร้องต่อศาลเพื่อ บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจ�ำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่ ศาลมีค�ำสั่ง แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินนั้น ค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินอื่น ต้องระบุข้อความโดยชัดแจ้งถึงค�ำสั่งของ ศาลที่ให้ริบมูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดว่า มีมูลค่าเท่าใด เพื่อความสะดวกในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นต่อไป ข้อสังเกต ๑. ค�ำสั่งศาลที่ริบมูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดย่อมต้องมีการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของ จ�ำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเพื่อมาช�ำระตามมูลค่าของทรัพย์สินที่ศาลมีค�ำสั่งริบ ดังนั้น พนักงานอัยการจึงอาจยื่นค�ำร้องขอให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นมาในค�ำร้องขอ ให้ริบทรัพย์สินตามมูลค่าได้เลย ๒. ป. ยาเสพติด มาตรา ๘๕ วรรคสอง ก�ำหนดให้ถือว่าส�ำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าหนี้ตามค�ำพิพากษาจึงให้ออกหมายบังคับคดีโดยระบุส�ำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าหนี้ตามค�ำพิพากษา โดยเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ได้รับมอบหมายจากส�ำนักงาน ป.ป.ส. มีหน้าที่สืบหาทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของจ�ำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบ เพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามค�ำสั่งศาลโดยค�ำแนะน�ำของพนักงานอัยการ ๓. ในกรณีที่มีข้อขัดข้องในการบังคับคดีและวิธีการในการบังคับคดี ให้ปฏิบัติท�ำนองเดียวกับกรณีการขอให้ริบทรัพย์สินตามมาตรา ๗๙ วรรคท้าย


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 87 ๘. การอุทธรณ์ฎีกาค�ำสั่งในคดีริบทรัพย์สิน ๘.๑ คดีขอให้ริบทรัพย์สินที่ยื่นค�ำร้องก ่อนใช้พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดี ยาเสพติดฯ ไม่มีกฎหมายจ�ำกัดสิทธิในการฎีกา ส่วนคดีที่ยื่นภายหลังใช้พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ ค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดตาม มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ฎีกาตามมาตรา ๑๙ ๘.๒ คดีขอให้ริบทรัพย์สินมิใช่คดีที่ศาลพิพากษาจ�ำคุกหรือโทษสถานที่หนัก กว่านั้น จ�ำเลยจึงยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้โดยไม่ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๕/๑ และมาตรา ๑๙/๑


88 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบค�ำสั่งศาลในคดีริบทรัพย์สิน แบบที่ ๑ (กรณีร้องขอรวมมาในค�ำฟ้อง) พนักงานอัยการ............................................................................ โจทก์ ระหว่าง { นาย..................................................................................................จ�ำเลย เรื่อง ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด โจทก์ฟ้องว่า..... (โดยมีเนื้อหาเท้าความถึงการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดของจ�ำเลยการตรวจสอบทรัพย์สิน ค�ำวินิจฉัยและค�ำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ค�ำขอให้ลงโทษ และค�ำขอให้ริบทรัพย์สิน) ...... ........................................................................................................................................... ศาลสั่งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. มีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งอาจอ้างเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ตามกฎหมายแล้ว จ�ำเลยให้การปฏิเสธและยื่นค�ำคัดค้านว่า ........................................................... ทางพิจารณาโจทก์น�ำสืบว่า................................................................................. จ�ำเลยน�ำสืบว่า..................................................................................................... พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจ�ำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ................................................................................................... มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จ�ำเลยกระท�ำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ........................................................................... มีปัญหาต้องวินิจฉัยในประการต่อไปว่า .................................. เป็นทรัพย์สินที่ เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ............................... ............................................................................................................................................ พิพากษาว่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ..... ริบของกลาง และริบ ..... ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหา ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๗๙, ๘๑.


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 89 แบบที่ ๒ (กรณียื่นค�ำร้องแยกจากค�ำฟ้องก่อนมีค�ำพิพากษาคดียาเสพติด) พนักงานอัยการ.......................................................................... ผู้ร้อง ระหว่าง { นาย..............................................................................................ผู้คัดค้าน เรื่อง ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด (ชั้นขอให้ริบทรัพย์สิน) ผู้ร้องยื่นค�ำร้องว่า... (โดยมีเนื้อหาเท้าความถึงการด�ำเนินคดีในความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดกับผู้คัดค้าน การตรวจสอบทรัพย์สิน ค�ำวินิจฉัยและค�ำสั่งยึดหรือ อายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน และค�ำขอให้ริบทรัพย์สิน) .... ..........................………................................................................................................ ศาลสั่งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. มีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งอาจอ้างเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นค�ำคัดค้านว่า .............................................................................. ............................................................ ขอให้ยกค�ำร้องและคืนทรัพย์สินแก่ผู้คัดค้าน ทางไต่สวนผู้ร้องน�ำสืบว่า .............................................................................. ผู้คัดค้านน�ำสืบว่า ......................................................................................... พิเคราะห์พยานหลักฐานผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้น ว่า............................................................................................................................... มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ............................................ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับ การกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ………….....................…………… (กรณีมีบุคคลภายนอกคัดค้านและขอคืนทรัพย์สิน ให้วินิจฉัยต่อไปด้วยว่ามีเหตุคืน ทรัพย์สินหรือไม่) จึงมีค�ำสั่งริบ ..... ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหา ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๗๙, ๘๑/ให้ยกค�ำร้อง และ ให้คืน ..... แก่ผู้คัดค้าน.


90 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบที่ ๓ (กรณียื่นค�ำร้องขอให้ริบมูลค่าของทรัพย์สิน แยกจากค�ำฟ้องก่อนมีค�ำพิพากษาคดียาเสพติด) พนักงานอัยการ.............................................................................. ผู้ร้อง ระหว่าง { นาย..............................................................................................ผู้คัดค้าน เรื่อง ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด (ชั้นขอให้ริบทรัพย์สิน) ผู้ร้องยื่นค�ำร้องว่า ... (โดยมีเนื้อหาเท้าความถึงการด�ำเนินคดีในความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดกับผู้คัดค้าน การตรวจสอบทรัพย์สิน การค�ำนวณมูลค่า ของทรัพย์สินเป็นจ�ำนวนเงินที่แน่นอน ค�ำวินิจฉัยและค�ำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน และค�ำขอให้ริบมูลค่าของทรัพย์สิน) ............... ................................................................................................................................... ผู้คัดค้านยื่นค�ำคัดค้านว่า ………….................................................................. ............................................................................................................ขอให้ยกค�ำร้อง ทางไต่สวนผู้ร้องน�ำสืบว่า …........................................................................... ผู้คัดค้านน�ำสืบว่า.......................................................................................... พิเคราะห์พยานหลักฐานผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้น ว่า …........................................................................................................................... มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า ทรัพย์สินตามค�ำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับ การกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ………...................................... ................................................................................................................................... (หากฟังได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ให้วินิจฉัยมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าวไปด้วย) มีปัญหาต้องวินิจฉัยในประการต่อไปว่า ไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบ หาทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามมูลค่า


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 91 ดังกล่าวได้หรือไม่ ...................................................................................................... จึงมีค�ำสั่งริบมูลค่าของทรัพย์สินตามค�ำร้องเป็นจ�ำนวน ..... บาท ให้ทรัพย์สิน ที่ได้จากการบังคับคดีตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหา ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๘๔, ๘๕ และ ๘๖/ให้ยกค�ำร้อง.


92 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบที่ ๔ (กรณียื่นค�ำร้องหลังมีค�ำพิพากษาคดียาเสพติด) พนักงานอัยการ.............................................................................. ผู้ร้อง ระหว่าง { นาย..............................................................................................ผู้คัดค้าน เรื่อง ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด (ชั้นขอให้ริบทรัพย์สิน) คดีสืบเนื่องมาจาก.................................. (โดยมีเนื้อหาเท้าความถึงค�ำพิพากษา ของศาลชั้นต้นที่ลงโทษผู้คัดค้านในความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดการตรวจสอบ ทรัพย์สิน ค�ำวินิจฉัยและค�ำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของคณะกรรมการตรวจสอบ ทรัพย์สินและค�ำขอให้ริบทรัพย์สิน) …………………………………………............……………. ศาลสั่งให้เลขาธิการ ป.ป.ส. มีหนังสือแจ้งผู้ซึ่งอาจอ้างเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นค�ำคัดค้านว่า .............................................................................. ............................................................ ขอให้ยกค�ำร้องและคืนทรัพย์สินแก่ผู้คัดค้าน ทางไต่สวนผู้ร้องน�ำสืบว่า ……………………………………………………………………… ผู้คัดค้านน�ำสืบว่า.......................................................................................... พิเคราะห์พยานหลักฐานผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้น ว่า ……….................................................................................................................... มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า .............................................. เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับ การกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ............................................... (กรณีมีบุคคลภายนอกคัดค้านและขอคืนทรัพย์สิน ให้วินิจฉัยต่อไปด้วยว่ามีเหตุคืน ทรัพย์สินหรือไม่) จึงมีค�ำสั่งริบ ... ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหา ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๗๙, ๘๑ ส่วน ... ให้คืนแก่ผู้คัดค้าน.


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 93 กรณียื่นค�ำร้องขอให้ริบมูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดหลังมีค�ำพิพากษาคดียาเสพติด ให้น�ำแบบค�ำสั่งศาลในคดี ริบทรัพย์สินแบบที่ ๓ มาปรับใช้เช่น การย่อความเป็นมาให้มีเนื้อหาเท้าความถึง การค�ำนวณมูลค่าของทรัพย์สินเป็นจ�ำนวนเงินที่แน่นอน การวินิจฉัยในแต่ละประเด็น การมีค�ำสั่งและการอ้างบทมาตรา ข้อสังเกต ในการวินิจฉัยค�ำร้องขอให้ริบทรัพย์สินควรวินิจฉัยไปตามล�ำดับภาระการ พิสูจน์ โดยหยิบยกพยานหลักฐานของผู้ร้องที่ปรากฏในชั้นตรวจสอบทรัพย์สินหรือ ในชั้นไต่สวนขึ้นวินิจฉัยเสียก่อนว่า ๑. คดีมีมูลว่า ทรัพย์สินตามค�ำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด หรือผู้ถูกตรวจสอบทรัพย์สินได้รับทรัพย์สินที่ เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามค�ำนิยามในมาตรา ๑ ๒. น�ำสืบให้เข้าข้อสันนิษฐานตามมาตรา ๗๙ วรรคสองว่าจ�ำเลยหรือผู้ถูก ตรวจสอบเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้นั้นมีอยู่หรือ ได้มาเกินกว่าฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่น โดยสุจริตเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด หลังจากนั้นจึงจะพิเคราะห์พยานหลักฐานจ�ำเลยหรือผู้คัดค้านว่าจ�ำเลย หรือผู้คัดค้านเป็นเจ้าของที่แท้จริง บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่จ�ำเลยหรือผู้คัดค้าน มีอยู่หรือได้มาไม่เกินกว่าฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรม อย่างอื่นโดยสุจริต และทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง (๑) หรือจ�ำเลยหรือผู้คัดค้านเป็น ผู้รับโอน หรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือได้มาตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางกุศลสาธารณะตามมาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง (๒) หรือไม่


94 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๓. กรณีค�ำร้องขอให้ริบมูลค ่าของทรัพย์สิน ต้องน�ำสืบให้เห็นด้วยว ่า ไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบหาทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระท�ำความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดตามมูลค่านั้นได้


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 95 ส่วนที่ ๔ กระบวนพิจารณาคดีฐานเสพยาเสพติด และมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ บทที่ ๑ บททั่วไป ประมวลกฎหมายยาเสพติดเปลี่ยนแปลงระบบการบ�ำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด แบบบังคับเป็นระบบสมัครใจเข้ารับการบ�ำบัดรักษาโดยใช้กระบวนการทาง สาธารณสุขซึ่งเป็นการด�ำเนินการในทางการแพทย์ เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ติดยาเสพติด ในการพัฒนาตนเองโดยการปรับปรุงพฤติกรรม และมองผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ยิ่งกว่าการน�ำตัวผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่การด�ำเนินคดีทางอาญาระบบสมัครใจเข้ารับการ บ�ำบัดรักษาตาม ป. ยาเสพติด ภาค ๒ ลักษณะ ๓ แบ่งเป็น ๒ กรณีได้แก่ ๑. ผู้เสพยาเสพติดตาม ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือ มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์เพื่อเสพตามมาตรา ๑๖๔ สมัครใจขอเข้ารับการบ�ำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติด (มาตรา ๑๑๓) ๒. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจตรวจพบผู้ที่ มีพฤติการณ์อันควรสงสัยตามกรณีแรกและไม่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ต้องหา หรืออยู่ในระหว่างถูกด�ำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุกหรืออยู่ใน ระหว่างรับโทษจ�ำคุกตามค�ำพิพากษาไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หรือสังคม หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคมที่เกิดจาก โรคทางจิตและประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้และสมัครใจ เข้ารับการบ�ำบัดรักษา ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจ ส่งตัวบุคคลนั้นไปสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองต่อไป (มาตรา ๑๑๔)


96 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด หากผู้เสพยาเสพติดไม่สมัครใจเข้ารับการบ�ำบัดรักษาตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๑๓ และ ๑๑๔ จึงจะมีการส่งตัวไปด�ำเนินคดีโดยให้พนักงานอัยการฟ้องคดี ต่อศาล และแม้ศาลจะฟังได้ว่าจ�ำเลยกระท�ำความผิด หากจ�ำเลยสมัครใจเข้ารับการ บ�ำบัดรักษา ศาลก็ยังสามารถใช้ดุลพินิจในการส่งตัวจ�ำเลยไปรับการบ�ำบัดรักษาได้ ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ หรือหากจ�ำเลยไม่สมัครใจเข้ารับการบ�ำบัดรักษา ศาลก็อาจใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. หรือน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติตามมาตรา ๕๖ แห่ง ป.อ. มาใช้แทนการลงโทษ ได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๖ แห่ง ป. ยาเสพติด


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 97 บทที่ ๒ การพิจารณาคดี เมื่อมีการฟ้องคดีต่อศาลแล้ว ศาลอาจแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการ พิจารณาพิพากษาคดีโดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ๑. ผู้กระท�ำความผิดฐานเสพยาเสพติดและฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครอง เพื่อเสพนั้นเป็นกรณีกระท�ำความผิดที่ไม ่ใช ่ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งได้แก่ (๑) ผู้กระท�ำความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ และมิใช่กรณี ตามมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๔ (๒) ผู้เสพสารระเหย อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๕ (๓) ผู้กระท�ำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือ ประเภท ๒ เพื่อเสพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๗ ๒. แนวทางการพิจารณาคดีป. ยาเสพติด มองบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นผู้ป่วย เพราะฉะนั้นในการพิจารณาและพิพากษาคดีตามลักษณะนี้จึงให้ศาลมีอ�ำนาจ พิจารณาพิพากษาคดีโดยค�ำนึงถึงการสงเคราะห์ให้จ�ำเลยเลิกยาเสพติดโดยการบ�ำบัด รักษายิ่งกว่าการลงโทษ หากจะลงโทษก็ให้พิจารณาลงโทษให้เหมาะสมกับจ�ำเลย แต่ละคน แม้ว่าจ�ำเลยจะได้กระท�ำความผิดร่วมกัน โดยค�ำนึงถึง (๑) ความร้ายแรงตามลักษณะของความผิดที่แตกต่างกันในแต่ละคดี (๒) ผลร้ายแรงตามประเภทและปริมาณของยาเสพติดที่เกี่ยวพันกับ ผู้กระท�ำความผิด (๓) ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับผู้กระท�ำความผิด เช่น อายุ ประวัติความ ประพฤตินิสัย สติปัญญา การศึกษาอบรม ภาระในการเลี้ยงดูครอบครัว การเสพ เพื่อรักษาโรคบรรเทาความเจ็บปวด ความจ�ำเป็นต้องเสพด้วยเหตุอื่น สภาพร่างกาย


98 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด และสภาพจิตใจ สิ่งแวดล้อม การถูกบังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวงให้เสพยาเสพติด หรือ ตกเป็นเครื่องมือของผู้ค้ายาเสพติด หรือเหตุอันควรปรานีอื่นใด นอกจากนี้การลงโทษควรค�ำนึงถึง (๑) ชนิดของยาเสพติดที่เสพหรือครอบครองเพื่อเสพ (๒) จ�ำนวนยาเสพติดที่เสพหรือครอบครองเพื่อเสพ (๓) การเสพยาเสพติดเป็นครั้งคราวหรือประจ�ำ (๔) เสพยาเสพติดเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานบางอย่าง ทั้งนี้ศาลพึงค�ำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระท�ำความผิด ร้ายแรงของจ�ำเลยว่ามีผลร้ายแรงต่อสังคมเพียงใดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจ�ำเลยจาก การสอบถามจ�ำเลย บุคคลในครอบครัว บุคคลที่จ�ำเลยพักอาศัยอยู่ด้วย ผู้เกี่ยวข้อง อื่นในคดีรายงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การสืบเสาะและพินิจจ�ำเลย ส�ำนวนการ สอบสวนหรือการไต่สวนประการอื่นใดว่าจ�ำเลยมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปในทางที่ดีขึ้นได้หรือไม ่เพียงใดตามมาตรา ๑๖๕ และข้อบังคับของประธาน ศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การน�ำ เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลยไปเข้ารับ การบ�ำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด เพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๖ ในกรณีที่ศาลมีเหตุอันควรสงสัย ศาลพึงไต่สวนถึงมาตรฐานการตรวจ หรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร ่างกายของจ�ำเลย โดยเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ำรวจ และอาจสั่งให้มีการ ตรวจสอบใหม่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๔๔/๑ ข้อสังเกต ๑. การให้พนักงานคุมประพฤติแสวงหาข้อเท็จจริงตามมาตรา ๑๖๕ วรรคหนึ่ง ก็เพื่อประกอบดุลพินิจในการพิจารณาของศาลว่าควรใช้มาตรการแทน การพิพากษาคดีโดยการส่งตัวจ�ำเลยเข้ารับการบ�ำบัดรักษา หรือควรใช้มาตรการแทน การลงโทษโดยการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือการคุมประพฤติ


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 99 ๒. เมื่อ ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๕ วรรคสาม บัญญัติเรื่องการสั่งให้ พนักงานคุมประพฤติแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีฐานเสพยาเสพติดและมียาเสพติดไว้ใน ครอบครองเพื่อเสพไว้โดยเฉพาะแล้วศาลไม่พึงสั่งให้พนักงานคุมประพฤติด�ำเนินการ สืบเสาะและพินิจจ�ำเลยตาม พ.ร.บ.คุมประพฤติพ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งพนักงานคุมประพฤติ มีหลักเกณฑ์การท�ำรายงานและความเห็นเสนอศาลแตกต ่างจากการแสวงหา ข้อเท็จจริงตาม ป. ยาเสพติด ๓. ขั้นตอนการพิจารณาคดี (๑) เมื่อศาลมีค�ำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติแสวงหาข้อเท็จจริงตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๕ วรรคหนึ่ง (ตามแบบ ค.ป.ย.๑) ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ส่งค�ำสั่งศาลและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังส�ำนักงานคุมประพฤติภายใน ๓ วัน นับแต่ วันที่ศาลมีค�ำสั่ง เว้นแต่ศาลมีค�ำสั่งเป็นอย่างอื่น (มาตรา ๑๖๕ วรรคสาม) ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณา “โจทก์ยื่นฟ้องจ�ำเลยต่อศาลวันนี้โจทก์และจ�ำเลยมาศาล ศาลสอบจ�ำเลยเรื่องทนายความแล้ว จ�ำเลยแถลงไม่ต้องการ ทนายความ อ่านอธิบายฟ้องให้จ�ำเลยฟังจ�ำเลยให้การรับสารภาพปรากฏตาม ค�ำให้การที่ศาลบันทึกไว้ โจทก์และจ�ำเลยแถลงไม่สืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษา ให้พนักงานคุมประพฤติ แสวงหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๕ วรรคหนึ่ง และ ท�ำรายงานและความเห็นให้ศาลทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับหนังสือโดยให้ เจ้าหน้าที่ส่งค�ำสั่งศาลและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังส�ำนักงานคุมประพฤติภายใน ๓ วัน นับแต่วันที่ศาลมีค�ำสั่ง นัดฟังค�ำสั่งหรือค�ำพิพากษาวันที่ ... เวลา ... นาฬิกา”


100 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบหนังสือแจ้งค�ำสั่งให้แสวงหาข้อเท็จจริง (ค.ป.ย.๑) หนังสือให้แสวงหาข้อเท็จจริง ที่ศย ........................................... ศาล……………......…………………. วันที่ ......... เดือน ...................... พ.ศ. ๒๕..... เรื่อง แจ้งค�ำสั่งให้แสวงหาข้อเท็จจริง เรียน ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานคุมประพฤติ................................... สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑. ส�ำเนาค�ำฟ้อง จ�ำนวน ............... แผ่น ๒. ส�ำเนารายงานกระบวนพิจารณา จ�ำนวน ............... แผ่น ด้วยศาลได้มีค�ำสั่งในคดีอาญาหมายเลขด�ำที่........................../๒๕........... ลงวันที่............ เดือน................................... พ.ศ. ๒๕................. ให้พนักงานคุมประพฤติ ด�ำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง ............................................................................... จ�ำเลย เลขประจ�ำตัวประชาชน*-****-****-***-* แล้วท�ำรายงานพร้อมความเห็นเสนอต ่อศาล ดังปรากฏตามสิ่งที่ส ่งมาด้วย ทั้งนี้ ศาลมีค�ำสั่งให้จ�ำเลย / เบิกตัวจ�ำเลยมาพบพนักงานคุมประพฤติในวันที่.......................... เดือน ............................ พ.ศ. ๒๕........ เวลา ............................. นาฬิกา แล้ว จึงเรียนมาเพื่อด�ำเนินการตามที่ศาลมีค�ำสั่งต่อไป ขอแสดงความนับถือ ( ....................................................... ) ผู้อ�ำนวยการส�ำนัก......................................... โทร....................................................... โทรสาร................................................. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: .....................


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 101 (๒) พนักงานคุมประพฤติต้องด�ำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วท�ำ รายงานและความเห็นให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ส�ำนักงานคุมประพฤติ ได้รับหนังสือแจ้งค�ำสั่งให้แสวงหาข้อเท็จจริงของศาล ในกรณีมีเหตุจ�ำเป็น พนักงาน คุมประพฤติอาจร้องขอต ่อศาลเพื่อขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม ่เกิน ๑๕ วัน (มาตรา ๑๖๕ วรรคสี่) เมื่อพนักงานคุมประพฤติเสนอรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงต่อศาล ตัวอย่างค�ำสั่ง “ให้โจทก์และจ�ำเลยทราบในวันนัด” กรณีพนักงานคุมประพฤติมีหนังสือขอขยายระยะเวลาส่งรายงาน การแสวงหาข้อเท็จจริงต่อศาล ตัวอย่างค�ำสั่ง “อนุญาตให้ขยายระยะเวลาได้จนถึงวันที่ ...”


102 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด บทที่ ๓ การพิพากษาคดี ในการพิพากษาคดีความผิดฐานเสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพส�ำหรับ ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ และฐานเสพสารระเหย ศาลอาจมีค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งได้หลาย แนวทาง กล่าวคือ (ก) พิพากษาลงโทษจ�ำคุกหรือปรับโดยไม่รอการก�ำหนดโทษหรือรอการ ลงโทษ (ข) พิพากษาว ่าผู้นั้นมีความผิดแต ่รอการก�ำหนดโทษหรือก�ำหนดโทษ แต่รอการลงโทษไว้โดยจะก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ ก็ได้ตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ (ค) ใช้มาตรการแทนการลงโทษตาม ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ โดยเปลี่ยน โทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. หรือน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความ ประพฤติข้อเดียวหรือหลายข้อตามมาตรา ๕๖ แห่ง ป.อ. มาใช้แทนการลงโทษ (ง) ใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดีตาม ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ โดย ส่งตัวจ�ำเลยไปสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษา ๑. มาตรการแทนการลงโทษ (มาตรา ๑๖๖) ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ ให้อ�ำนาจศาลเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการ เพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. หรือน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติข้อเดียวหรือ หลายข้อตามมาตรา ๕๖ แห่ง ป.อ. มาใช้แทนการลงโทษได้ทั้งนี้หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการพิจารณาและการมีค�ำสั่งตามมาตรา ๑๖๖ เป็นไปตามข้อบังคับของ ประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลย


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 103 ไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติดเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑.๑ หลักเกณฑ์ ๑.๑.๑ ในการพิจารณาพิพากษาผู้กระท�ำความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษเพื่อเสพตามภาค ๓ ลักษณะ ๗ มาตรา ๑๖๒ มาตรา ๑๖๓ และมาตรา ๑๖๔ (ก) ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่าง ถูกด�ำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษ จ�ำคุกตามค�ำพิพากษาของศาล (ข) ให้ศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าวมีอ�ำนาจเปลี่ยน โทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. หรือน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความ ประพฤติข้อเดียวหรือหลายข้อตามมาตรา ๕๖ แห่ง ป.อ. มาใช้แทนการลงโทษ ทั้งนี้ ตามระยะเวลาที่ศาลก�ำหนดแต่ต้องไม่เกินกว่า ๒ ปี(มาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่ง) ๑.๑.๒ หากเหตุที่ให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือพฤติการณ์ ที่เกี่ยวแก ่การก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาล เห็นสมควร ศาลอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้(มาตรา ๑๖๖ วรรคสอง) ๑.๑.๓ เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามค�ำแถลง ของพนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่าผู้กระท�ำความผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังที่ ศาลก�ำหนดตามมาตรา ๑๖๖ ศาลอาจด�ำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ดังนี้ (ก) ตักเตือนผู้กระท�ำความผิด หรือ (ข) ก�ำหนดวิธีการตามมาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่งเสียใหม่หรือ (ค) พิจารณาลงโทษผู้กระท�ำความผิด ๑.๒ ขั้นตอนการด�ำเนินการ ๑.๒.๑ ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษ จ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติมาใช้แทน


104 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด การลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลยไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๓ เมื่อกรณีเข้าเงื่อนไข ตามมาตรา ๑๖๖ และศาลให้ลงโทษจ�ำคุก หากศาลเห็นสมควร ศาลอาจพิจารณา เปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. หรือน�ำเงื่อนไขเพื่อ คุมความประพฤติข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ มาใช้แทนการ ลงโทษ ตามระยะเวลาที่ศาลก�ำหนดแต่ต้องไม่เกินกว่า ๒ ปีโดยมีข้อพิจารณา ดังนี้ (ก) การเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความ ปลอดภัยตาม ป.อ. วิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. หมวด ๓ ส่วนที่ ๒ ได้แก่ กักกัน ห้ามเข้าเขตก�ำหนด เรียกประกันทัณฑ์บน คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล และห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง ซึ่งศาลมีดุลพินิจที่จะเลือกใช้วิธีการเพื่อความ ปลอดภัยวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่เห็นว่าเหมาะสมแก่ตัวจ�ำเลยเพื่อเป็นการบ�ำบัดรักษา และแก้ไขฟื้นฟูจ�ำเลยกับป้องกันไม่ให้จ�ำเลยกระท�ำความผิดซ�้ำโดยไม่จ�ำต้องพิจารณา หลักเกณฑ์การใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยดังกล่าวตาม ป.อ. หมวด ๓ ส่วนที่ ๒ วิธีการเพื่อความปลอดภัย ตัวอย่างค�ำพิพากษา “โจทก์ฟ้อง จ�ำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ ว่า ... (ย่อฟ้อง) พิพากษาว ่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา ... จ�ำคุก ... ปีจ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ... ปีพิเคราะห์รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงของพนักงานคุมประพฤติ ประกอบกับ ... และไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกด�ำเนินคดี ในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจ�ำคุกตาม ค�ำพิพากษาของศาล เห็นควรให้โอกาสจ�ำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง อาศัย อ�ำนาจตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบประมวล


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 105 กฎหมายอาญา มาตรา ๓๙ จึงให้เปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็น ... (วิธีการเพื่อความปลอดภัย เช่น ให้ส่งตัวจ�ำเลยไปกักกัน) ไว้มีก�ำหนดเวลา ... (ไม่เกินกว่า ๒ ปี)” หมายเหตุ ในกรณีใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย ไม่ควรสั่งให้ส่งตัวจ�ำเลยไปคุมตัวไว้ ในสถานพยาบาลเพื่อรับการบ�ำบัดรักษาการติดยาเสพติดโดยไม่สมัครใจ แต่หาก จ�ำเลยสมัครใจเข้ารับการบ�ำบัดรักษาควรใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดีตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ (ข) การน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ มาใช้แทนการลงโทษ การวางเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเมื่อศาลเห็น สมควรศาลมีอ�ำนาจน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ ข้อเดียว หรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้มาใช้แทนการลงโทษได้ ๑) ให้ไปรายงานตัวต ่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้ เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะน�ำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่ เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระท�ำกิจกรรม บริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ ๒) ให้ฝึกหัดหรือท�ำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ ๓) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใด อันอาจน�ำไปสู่การกระท�ำความผิดในท�ำนองเดียวกันอีก ๔) ให้ไปรับการบ�ำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร ่องทางร ่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป ่วยอย ่างอื่น ณ สถานที่ และตามระยะเวลาที่ศาลก�ำหนด (ไม่พึงใช้วิธีนี้หากจ�ำเลยไม่สมัครใจรับการบ�ำบัด รักษาการติดยาเสพติด) ๕) ให้เข้ารับการฝึกอบรม ณ สถานที่และตามระยะ เวลาที่ศาลก�ำหนด


106 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๖) ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือห้ามเข้าใน สถานที่ใดในระหว ่างเวลาที่ศาลก�ำหนด ทั้งนี้จะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือ อุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจ�ำกัดการเดินทางด้วยก็ได้ ๗) ให้ท�ำทัณฑ์บนโดยก�ำหนดจ�ำนวนเงินตามที่ศาล เห็นสมควรว่าจะไม่ก่อเหตุร้าย หรือก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน ๘) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรก�ำหนดเพื่อ แก้ไข ฟื้นฟูหรือป้องกันมิให้ผู้กระท�ำความผิดกระท�ำหรือมีโอกาสกระท�ำความผิดขึ้นอีก ข้อสังเกต การวางเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤตินั้น ศาลควรวางเงื่อนไข ให้สอดคล้องกับความเห็นที่พนักงานคุมประพฤติเสนอในรายงานการแสวงหา ข้อเท็จจริง เนื่องจากพนักงานคุมประพฤติได้ตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับจ�ำเลยรายนั้น และความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของส�ำนักงานคุมประพฤติ แล้วจึงน�ำมาวิเคราะห์และท�ำความเห็นเสนอต่อศาลเพื่อก�ำหนดเงื่อนไขคุมความ ประพฤติให้เหมาะสมกับผู้ถูกคุมความประพฤติแต่ละราย เว้นแต่ศาลเห็นว่าเงื่อนไข ที่เสนอมาในรายงานจะเป็นภาระแก่จ�ำเลยมากเกินไปหรือไม่เหมาะสมก็ให้พิจารณา ก�ำหนดตามที่เห็นสมควร แล้วแจ้งค�ำพิพากษาให้พนักงานคุมประพฤติทราบ (ตาม แบบ ค.ป.ย.๓) ตัวอย่างค�ำพิพากษา “โจทก์ฟ้อง จ�ำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ ว่า ... (ย่อฟ้อง) พิพากษาว ่า จ�ำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา ... ให้ลงโทษจ�ำคุก ... ปี/เดือน จ�ำเลยให้การรับสารภาพ เป็น ประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๗๘ คงจ�ำคุก ... ปี/เดือน พิเคราะห์รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริง


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 107 ของพนักงานคุมประพฤติประกอบกับ ... และไม่ปรากฏว่าจ�ำเลยเป็นผู้ต้องหาหรือ อยู่ในระหว่างถูกด�ำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หรืออยู่ใน ระหว่างรับโทษจ�ำคุกตามค�ำพิพากษาของศาล เห็นควรให้โอกาสจ�ำเลยกลับตัว เป็นพลเมืองดีสักครั้ง อาศัยอ�ำนาจตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ จึงให้น�ำเงื่อนไขเพื่อคุม ความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษจ�ำเลยโดยคุมความประพฤติของจ�ำเลยไว้ มีก�ำหนด ... (ไม่เกินกว่า ๒ ปี) ...ปีและก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของ จ�ำเลย ดังนี้ (๑) ให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ๔ ครั้ง ต่อปีตามที่พนักงานคุมประพฤติก�ำหนด (๒) ห้ามจ�ำเลยคบหาสมาคมกับบุคคลที่มีความประพฤติ ไม่ดี (๓) ให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณ ประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร มีก�ำหนด ... ชั่วโมง ภายใน ระยะเวลา ... ปี (๔) ... ริบของกลาง” ข้อสังเกต ๑. แม้จ�ำเลยจะให้การปฏิเสธ หากฟังได้ว่าจ�ำเลยกระท�ำความผิดและศาล จะลงโทษจ�ำคุก ศาลก็น�ำมาตรการแทนการลงโทษตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่ง มาใช้ได้ ๒. แม้กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะรอการก�ำหนดโทษหรือรอการลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา ๕๖ หากศาลจะลงโทษจ�ำคุก ศาลก็น�ำมาตรการแทนการลงโทษ ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๖ วรรคหนึ่ง มาใช้ได้


108 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด แบบหนังสือแจ้งค�ำพิพากษา (ค.ป.ย.๓) หนังสือแจ้งค�ำพิพากษา ที่ศย ................................... ศาล .......................................... วันที่ .......... เดือน ....................... พ.ศ. ๒๕ ..... เรื่อง แจ้งค�ำพิพากษาเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้ แทนการลงโทษ เรียน ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานคุมประพฤติ............................................................................. สิ่งที่ส่งมาด้วย ส�ำเนาค�ำพิพากษา จ�ำนวน ................ แผ่น ด้วยศาลได้มีค�ำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ........................ /๒๕ ..... ลงวันที่ .......... เดือน .................................... พ.ศ. ๒๕ ..... ให้พนักงานคุมประพฤติด�ำเนินการ คุมความประพฤติ........................................................................................................... จ�ำเลย เลขประจ�ำตัวประชาชน*-****-****-***-*โดยศาลได้มี ค�ำพิพากษาให้เปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติข้อเดียวหรือหลายข้อ ตามมาตรา ๕๖ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้แทนการลงโทษตามมาตรา ๑๖๖ แห่งประมวล กฎหมายยาเสพติด ดังปรากฏตามสิ่งที่ส ่งมาด้วย ทั้งนี้ ได้แจ้งให้จ�ำเลยมาพบพนักงาน คุมประพฤติในวันที่ ............ เดือน ........................... พ.ศ. ๒๕ ......... เวลา ................. นาฬิกา ณ ส�ำนักงานคุมประพฤติแล้ว อนึ่งจ�ำเลยอยู่บ้านเลขที่ .......... หมู่ที่ .......ถนน ..............ตรอก/ซอย............ ต�ำบล/แขวง ............................. อ�ำเภอ/เขต ........................... จังหวัด ......................... รหัสไปรษณีย์............... โทรศัพท์.......................... จึงเรียนมาเพื่อด�ำเนินการตามที่ศาลมีค�ำพิพากษาต่อไป ขอแสดงความนับถือ ( ........................................................... ) ผู้อ�ำนวยการส�ำนัก................................................. โทร............................................................. โทรสาร...................................................... ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: ..........................


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 109 ๑.๒.๒ ในกรณีที่ศาลเห็นว่าเหตุที่ให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจไต่สวนก่อนที่จะมีค�ำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ได้(ตามข้อบังคับของประธาน ศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การน�ำ เงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลยไปเข้ารับ การบ�ำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด เพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๓ วรรคสอง) กรณีมีรายงานของพนักงานคุมประพฤติ ตัวอย่างค�ำสั่ง “นัดไต่สวน วันที่ ... หมายแจ้งโจทก์จ�ำเลยและพนักงานคุมประพฤติเป็นหมาย ศาล หากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด” ข้อสังเกต เหตุที่ให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่ การก�ำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเปลี่ยนแปลงไปนั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจ ปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามค�ำแถลงของพนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงาน และศาลเห็นว่าจ�ำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลก�ำหนด เช่น พนักงานคุมประพฤติ รายงานต่อศาลว่าจ�ำเลยไม่ไปตามนัดเพื่อพบพนักงานคุมประพฤติเป็นต้น เมื่อศาล เห็นสมควร ศาลอาจไต่สวนก่อนมีค�ำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ได้ ๑.๒.๓ หากความปรากฏแก ่ศาลว ่าจ�ำเลยฝ ่าฝืนหรือผิดเงื่อนไข ศาลพึงด�ำเนินการตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจ�ำคุก เป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้ แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลยไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษาในความผิดฐานเสพ ยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๔ ดังนี้


110 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ก) กรณีที่ศาลเห็นว่าจ�ำเลยยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขปรับปรุง หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปได้ศาลอาจว่ากล่าวตักเตือน และก�ำชับจ�ำเลยให้ปฏิบัติ ตามวิธีการหรือเงื่อนไขโดยเคร่งครัด ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณา “นัดไต่สวนวันนี้โจทก์จ�ำเลยและพนักงานคุมประพฤติมาศาล พนักงานคุมประพฤติแถลงว่า ... ศาลสอบถามแล้วจ�ำเลยแถลงว่าไม่ได้ไปพบเพื่อด�ำเนินการ ตามค�ำสั่งศาลเนื่องจาก ... ขอโอกาสเพื่อไปด�ำเนินการตามค�ำสั่งศาลต่อไป พิเคราะห์แล้ว เห็นควรให้โอกาสจ�ำเลยสักครั้งหนึ่ง ศาลจึงได้ตักเตือนและก�ำชับให้จ�ำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไข การคุมความประพฤติที่ศาลก�ำหนดโดยเคร่งครัด โดยให้คุมความประพฤติต่อไป ภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่” (ข) ก�ำหนดวิธีการหรือเงื่อนไขใหม่เพื่อความเหมาะสม แล้ว แจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบ (ตามแบบ ค.ป.ย.๔) ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณา “นัดไต่สวนวันนี้โจทก์จ�ำเลยและพนักงานคุมประพฤติมาศาล พนักงานคุมประพฤติแถลงว่า ... ศาลสอบถามแล้วจ�ำเลยแถลงว่า ไม่ได้ไปพบเพื่อด�ำเนินการ ตามค�ำสั่งศาลเนื่องจาก ... ขอโอกาสเพื่อไปด�ำเนินการตามค�ำสั่งศาลต่อไป พิเคราะห์แล้ว เห็นว ่า ... กรณีมีเหตุสมควรจึงให้ เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการคุมความประพฤติโดยให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงาน คุมประพฤติภายในระยะเวลาที่เหลือ กับห้ามจ�ำเลยเที่ยวเตร่ในเวลากลางคืน ... และให้จ�ำเลยกระท�ำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงาน คุมประพฤติเห็นสมควร จ�ำนวน ... ชั่วโมง มีหนังสือแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่ง ให้พนักงานคุมประพฤติทราบ”


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 111 แบบหนังสือแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่ง (ค.ป.ย.๔) หนังสือแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่ง ที่ศย ................................... ศาล ............................................... วันที่ ........ เดือน ....................... พ.ศ. ๒๕ ...... เรื่อง แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่ง เรียน ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานคุมประพฤติ................... สิ่งที่ส่งมาด้วย ส�ำเนาค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่ง จ�ำนวน ..................... แผ่น ด้วยศาลได้มีค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ............. /๒๕ .... ลงวันที่ ......... เดือน ................ พ.ศ. ๒๕ ......แก้ไขเปลี่ยนแปลงค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่ง .............. ............................................................................................................................จ�ำเลย ดังปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย จึงเรียนมาเพื่อด�ำเนินการตามที่ศาลมีค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งต่อไป ขอแสดงความนับถือ (.........................................................) ผู้อ�ำนวยการส�ำนัก .............................................. โทร ........................................................... โทรสาร...................................................... ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: ..........................


112 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ค) หากจ�ำเลยฝ่าฝืนหรือผิดเงื่อนไขโดยไม่มีเหตุอันสมควร และการให้ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขต ่อไปจะไม ่เป็นประโยชน์ต ่อการแก้ไข ปรับปรุงพฤติกรรมของจ�ำเลย ให้ศาลพิจารณาลงโทษตามความเหมาะสมต่อไป ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณา “นัดไต่สวนวันนี้โจทก์จ�ำเลย และพนักงานคุมประพฤติ มาศาล พนักงานคุมประพฤติแถลงว่า ... ศาลสอบถามจ�ำเลยแล้ว จ�ำเลยแถลงว่า ... พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จ�ำเลยจงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม เงื่อนไขการคุมความประพฤติที่ศาลก�ำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควรการให้ปฏิบัติตาม เงื่อนไขต่อไปจะไม่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมของจ�ำเลย จึงให้ เพิกถอนเงื่อนไขการคุมความประพฤติและเห็นควรพิจารณาลงโทษจ�ำเลยตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๗ และแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบ ให้นัดฟังค�ำพิพากษาวันที่ ...เวลา ... นาฬิกา (หรือให้รอ ฟังค�ำพิพากษาวันนี้)” ข้อสังเกต ค�ำสั่งศาลตามมาตรา ๑๖๖ ให้เป็นที่สุด(ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง) ๒. มาตรการแทนการพิพากษาคดี (มาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๖๙) หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการพิจารณาและการมีค�ำสั่งตาม ป.ยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๖๙ เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการ เปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย การน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความ ประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลยไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษาใน ความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ เมื่อจ�ำเลยสมัครใจและศาลได้สอบถามพนักงานอัยการแล้ว หากเห็นสมควรศาลอาจ


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 113 ส่งตัวจ�ำเลยไปสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษา หากจ�ำเลยเข้ารับ การบ�ำบัดรักษาจนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบ�ำบัดรักษาเป็นที่น่า พอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ศาลมีอ�ำนาจสั่งยุติคดีและให้จ�ำเลยพ้นจากความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ใน ครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ ๒.๑ หลักเกณฑ์ ๒.๑.๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๑๔ เมื่อมีการฟ้องคดีต่อศาลว่าบุคคลใด กระท�ำความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุออกฤทธิ์เพื่อเสพตามมาตรา ๑๖๒ และมาตรา ๑๖๔ หรือฐานเสพสารระเหยตามมาตรา ๑๖๓ (ก) ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่าง ถูกด�ำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษ จ�ำคุกตามค�ำพิพากษาของศาล (ข) เป็นกรณีที่ศาลเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควร ลงโทษจ�ำเลย (ค) หากจ�ำเลยส�ำนึกในการกระท�ำโดยตกลงเข้ารับการ บ�ำบัดรักษา เมื่อศาลสอบถามพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเห็นสมควร ให้ส ่งตัวจ�ำเลยไปสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษาต ่อไป (มาตรา ๑๖๘) ข้อสังเกต การก�ำหนดให้ศาลสอบถามพนักงานอัยการนั้นเพื่อให้ศาล ได้สอบถามความเห็นของพนักงานอัยการว ่ามีความเห็นอย ่างไรเกี่ยวกับการส ่ง ตัวจ�ำเลยไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษา


114 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ๒.๑.๒ เมื่อจ�ำเลยเข้ารับการบ�ำบัดรักษาและปฏิบัติครบถ้วนตาม หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ก�ำหนด จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบ�ำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจ จากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ศาลสั่งยุติคดีเว้นแต่จะต้องมีค�ำสั่งเกี่ยวกับของกลางและให้ผู้นั้นพ้นจากความผิด ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๖๘ (มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง) ๒.๑.๓ ถ้าจ�ำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการบ�ำบัดรักษาจนครบถ้วนตาม หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ก�ำหนด ก็ให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาต่อไป (มาตรา ๑๖๙ วรรคสอง) ๒.๒ ขั้นตอนการด�ำเนินการ ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการเปลี่ยนโทษจ�ำคุกเป็นการ ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยการน�ำเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ หรือการให้ส่งตัวจ�ำเลยไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษาในความผิดฐานเสพยาเสพติด หรือ มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๔ ข้อ ๕ ก�ำหนดหลักเกณฑ์ในการที่ ศาลจะพิจารณาและมีค�ำสั่งว่า เมื่อกรณีเข้าเงื่อนไขตามมาตรา ๑๖๘ (๑) ให้ศาลสอบถามพนักงานอัยการและหากศาลเห็นสมควร ศาล อาจพิจารณาส่งตัวจ�ำเลยไปยังสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษา โดยในชั้นนี้ให้ศาลมีค�ำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจ�ำเลย (๒) ให้ศาลออกหนังสือส่งตัวจ�ำเลยไปยังสถานพยาบาลยาเสพติด ในท้องที่ โดยระบุให้สถานพยาบาลยาเสพติดแจ้งความคืบหน้าในการบ�ำบัดรักษา ให้ศาลทราบในระยะเวลาอันสมควรและให้จ�ำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เพื่อรอฟังผลการบ�ำบัดรักษา ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณา “โจทก์ยื่นฟ้องจ�ำเลยต่อศาลวันนี้ โจทก์และจ�ำเลยมาศาล ศาลสอบจ�ำเลยเรื่องทนายความแล้ว จ�ำเลยแถลงไม่ต้องการ ทนายความ


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 115 อ่านอธิบายฟ้องให้จ�ำเลยฟัง จ�ำเลยให้การรับสารภาพปรากฏ ตามค�ำให้การที่ศาลบันทึกไว้ โจทก์และจ�ำเลยแถลงไม่สืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา จ�ำเลยแถลงว่า จ�ำเลยส�ำนึกในการกระท�ำความผิดและตกลง เข้ารับการบ�ำบัดรักษา สอบโจทก์แล้วแถลงว่า จ�ำเลยไม่เป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ระหว่าง ถูกด�ำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจ�ำคุก หรืออยู่ระหว่างรับโทษ จ�ำคุกตามค�ำพิพากษาของศาล และไม่คัดค้านหากศาลจะส่งตัวจ�ำเลยไปยังสถาน พยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษา พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลสามารถ ด�ำเนินการส่งตัวจ�ำเลยเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษาและกรณีเข้าเงื่อนไขที่จะส่งไปบ�ำบัด รักษา ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรลงโทษ ทั้งจ�ำเลยส�ำนึกในการ กระท�ำโดยตกลงเข้ารับการบ�ำบัดรักษา จึงให้ส่งตัวจ�ำเลยไปยังสถานพยาบาล ยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบ�ำบัดรักษาต่อไป ให้มีหนังสือส่งตัวจ�ำเลยไปยัง ... (สถานพยาบาลยาเสพติด) ... และให้... (สถานพยาบาลยาเสพติด) ... แจ้งความคืบหน้าในการบ�ำบัดรักษาต่อศาล ทุก ๒ เดือน อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ... (โดยไม่มีประกัน/โดยมีประกัน/ โดยมีประกันและหลักประกัน) ... ให้จ�ำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว และหากสถาน พยาบาลยาเสพติดไม ่รายงานผลการบ�ำบัดรักษาให้ศาลทราบภายในก�ำหนด ให้เจ้าหน้าที่ศาลรายงานให้ศาลทราบต่อไป”


116 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ตัวอย่างหนังสือส่งตัวจ�ำเลย ที่ศย ................................ ศาล .......................................... วันที่ .............. เดือน ................... พ.ศ ............. เรื่อง แจ้งค�ำสั่งศาลเพื่อส่งตัวจ�ำเลยเข้ารับการบ�ำบัดรักษา เรียน ผู้อ�ำนวยการ (สถานพยาบาล) ............................ สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑. ส�ำเนาค�ำสั่งศาล/รายงานกระบวนพิจารณา จ�ำนวน ๑ ฉบับ ๒. ข้อมูลจ�ำเลย/ส�ำเนาทะเบียนราษฎร์(ทร. ๑๔) จ�ำนวน ๑ ฉบับ ด้วยในคดีอาญาหมายเลขด�ำที่ ......../๒๕ ..... หมายเลขแดงที่ ........./๒๕ ..... ระหว่าง ....................................................... โจทก์..........................................................จ�ำเลย ข้อหา/ฐานความผิด.....................................................................................ศาลมีค�ำสั่งให้ส่งตัว (นาย/นาง/นางสาว) .........................................................................................................จ�ำเลย เลขประจ�ำตัวประชาชน ............................. อายุ ........... ปีเชื้อชาติ........... สัญชาติ............ เข้ารับการบ�ำบัดรักษาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ จนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนดจนกว่าจะมีประกาศของคณะกรรมการบ�ำบัด รักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดก�ำหนดไว้เป็นอย่างอื่น รายละเอียดปรากฏตามส�ำเนาค�ำสั่งศาล/ รายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ .......................................................... ในการนี้ ขอความอนุเคราะห์แจ้งผลการรับตัวจ�ำเลยและรายงานแผนการ บ�ำบัดรักษา ความก้าวหน้า และผลการบ�ำบัดรักษาให้ศาลทราบทุก ๑ – ๒ เดือน เพื่อด�ำเนิน การในทางคดีต ่อไป ทั้งนี้ ได้นัดหมายให้จ�ำเลยไปรายงานตัว ณ สถานพยาบาลของท่าน ในวันที่ .................. เวลา ................... นาฬิกา จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา ขอแสดงความนับถือ (.......................................................) ผู้อ�ำนวยการส�ำนักอ�ำนวยการ/ส�ำนักงานประจ�ำศาล ...................... ส�ำนักอ�ำนวยการ/ส�ำนักงานประจ�ำศาล ................. โทร. /โทรสาร ………………………………………………… ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์……………………………………


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 117 ข้อสังเกต ๑. หากจ�ำเลยถูกฟ้องในความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพตาม ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๖๒ ถึงมาตรา ๑๖๔ ศาลจะต้องสอบถามจ�ำเลยเรื่องทนายความและสอบค�ำให้การจ�ำเลยตามกฎหมาย ๒. เมื่อศาลมีค�ำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจ�ำเลยจะต้องสั่ง ให้จ�ำเลยไปรายงานตัวต่อสถานพยาบาลยาเสพติดนั้น ส่วนก�ำหนดระยะเวลาบ�ำบัด รักษาจะขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลยาเสพติดเป็นผู้พิจารณา (๓) เมื่อศาลได้รับแจ้งการรับรองเป็นหนังสือว่าจ�ำเลยเป็นผู้ผ่าน การบ�ำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติด หรือสถานฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อมีค�ำสั่งยุติคดีโดยให้จ�ำเลย พ้นจากความผิดและจ�ำหน่ายคดีออกจากสารบบความ กับมีค�ำสั่งเกี่ยวกับของกลางด้วย กรณีได้รับหนังสือแจ้งสรุปผลการบ�ำบัดรักษาจากสถานพยาบาล ยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตัวอย่างค�ำสั่ง “นัดพร้อม ให้คู่ความทราบในวันนัด หมายแจ้งวันนัดให้โจทก์และจ�ำเลยทราบ หากไม่มีผู้รับโดยชอบ ให้ปิดเป็นหมายศาล” กรณีหนังสือจากสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแจ้งผลการบ�ำบัดรักษาว่าจ�ำเลยเป็นผู้ผ่านการบ�ำบัดรักษา เป็นที่น่าพอใจ ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณา “นัดพร้อมเพื่อฟังผลการบ�ำบัดรักษาวันนี้โจทก์และจ�ำเลย มาศาล ศาลได้แจ้งให้คู่ความทราบว่า ได้รับหนังสือจาก ... (สถาน พยาบาลยาเสพติด) ...ว่า จ�ำเลยเข้ารับการบ�ำบัดรักษาและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์


118 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดก�ำหนด โดยผ่านการบ�ำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจ จึงมีค�ำสั่งยุติคดีและให้จ�ำเลยพ้นจาก ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง ริบ ... ของกลาง จ�ำหน่ายคดีออกจากสารบบความ” (๔) หากศาลได้รับแจ้งสรุปผลการบ�ำบัดรักษาจ�ำเลยจากสถาน พยาบาลยาเสพติดว่า จ�ำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการบ�ำบัดรักษา ให้ศาลยกคดีขึ้น พิจารณาพิพากษาต่อไปโดยเร็ว กรณีได้รับหนังสือจากสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตัวอย่างค�ำสั่ง “ให้คู่ความทราบ ให้ยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาต่อไป โดยนัด ฟังค�ำพิพากษาในวันที่ ... เวลา ... นาฬิกา หมายแจ้งคู่ความทราบ หากไม่มีผู้รับ โดยชอบให้ปิด เป็นหมายศาล” ตัวอย่างรายงานกระบวนพิจารณาในวันนัดฟังค�ำพิพากษา “นัดฟังค�ำพิพากษาวันนี้โจทก์และจ�ำเลยมาศาล ศาลได้แจ้งให้คู่ความทราบว่า ได้รับหนังสือจาก ... (สถาน พยาบาลยาเสพติด) ... ว่า จ�ำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการบ�ำบัดรักษาจนครบถ้วนตาม หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบ�ำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ก�ำหนด ตามหนังสือลงวันที่ ... ศาลจึงได้อ่านค�ำพิพากษาให้คู่ความฟังแล้ว” ข้อสังเกต ค�ำสั่งศาลตามมาตรา ๑๖๘ และมาตรา ๑๖๙ ให้เป็นที่สุด (ป. ยาเสพติด มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง)


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 119 บทที่ ๔ บทเฉพาะกาล ส�ำหรับผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจพิสูจน์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ อยู ่ในวันก ่อนวันที่ ป. ยาเสพติดใช้บังคับ พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๑๘ ก�ำหนดให้ใช้พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ บังคับ ได้ต่อไปกับผู้ต้องหาดังกล่าวเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ ป. ยาเสพติด หากผู้นั้นมีผล การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยังไม่เป็นที่พอใจ และคณะอนุกรรมการฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรายงานความเห็นไปยังพนักงานสอบสวนหรือพนักงาน อัยการแล้วแต่กรณีเพื่อประกอบการพิจารณาด�ำเนินคดีผู้นั้นต่อไปตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๓ วรรคสอง ศาลยังรับฟ้องคดีไว้ พิจารณาต่อได้


120 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ส่วนที่ ๕ การปล่อยชั่วคราว การสั่งค�ำร้องขอปล ่อยชั่วคราวให้ถือปฏิบัติตามคู ่มือปฏิบัติราชการของ ตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดี ยาเสพติดฯ ๑. การสั่งค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังและชั้นพิจารณาในศาล ชั้นต้น ให้ถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการส่วนวิธีพิจารณาความอาญา ๒. การสั่งค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราวหลังศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว เมื่อศาล ชั้นต้นเห็นว่าไม่สมควรอนุญาตและส่งค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ศาลอุทธรณ์แผนก คดียาเสพติดพิจารณาสั่งแล้ว ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดมีค�ำสั่งไม ่อนุญาต หากจ�ำเลยหรือผู้ประกันอุทธรณ์ค�ำสั่งต่อศาลฎีกา ให้สั่งในค�ำร้องอุทธรณ์ค�ำสั่งว่า “ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง” ๓. กรณีศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดมีค�ำพิพากษาแล้ว แม้ค�ำพิพากษา ของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่คดียังสามารถขออนุญาตฎีกาได้ตามมาตรา ๑๙ ฉะนั้น หาก จ�ำเลยยื่นค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราว ไม่ว่าจ�ำเลยจะได้ยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกาและ ได้รับอนุญาตให้ฎีกาแล้วหรือไม่ หากศาลชั้นต้นเห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ก็ให้มีค�ำสั่งไปได้โดยพิจารณาถึงข้อบังคับของประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องประกอบ ด้วย หากเห็นว่าไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้สั่งว่า “ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง” ๔. กรณีความผิดหลายกรรมต ่างกันโดยมีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมกับความผิดอื่น


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 121 ๔.๑ คดีอยู่ในระหว่างฝากขังหรือในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยยื่นค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราว ถ้าศาลชั้นต้นมีค�ำสั่งไม่อนุญาตและ ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยอุทธรณ์ค�ำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งค�ำร้องอุทธรณ์ค�ำสั่งไปให้ศาลอุทธรณ์ แผนกคดียาเสพติดพิจารณา โดยสั่งว่า “ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง” ๔.๒ กรณีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ลงโทษจ�ำคุกในความผิดอื่น เมื่อจ�ำเลยยื่นค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราวและศาลชั้นต้น เห็นว่าไม่สมควรอนุญาต ๔.๒.๑ หากยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ให้ส่งค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราว ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิจารณา โดยสั่งว่า “ส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง” ๔.๒.๒ หากครบก�ำหนดระยะเวลาอุทธรณ์แล้วจ�ำเลยอุทธรณ์ ฝ่ายเดียว ให้ส่งค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราวไปยังศาลชั้นอุทธรณ์ที่มีเขตอ�ำนาจ แล้วแต่ กรณีโดยสั่งว่า “ส่งศาลอุทธรณ์/ศาลอุทธรณ์ภาคพิจารณาสั่ง” ๔.๓ กรณีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา แต่ให้ขังไว้ใน ระหว ่างอุทธรณ์ หรือกรณีศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจ�ำคุกในความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดด้วย ไม่ว่าจะพิพากษาลงโทษความผิดอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อศาลชั้นต้น เห็นว่าไม่สมควรอนุญาต และส่งค�ำร้องขอปล่อยชั่วคราวไปให้ศาลอุทธรณ์แผนก คดียาเสพติดพิจารณา เมื่อศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดมีค�ำสั่งไม่อนุญาต หาก จ�ำเลยยื่นค�ำร้องอุทธรณ์ค�ำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดต่อศาลฎีกา ให้สั่ง ในค�ำร้องอุทธรณ์ค�ำสั่งว่า “ส่งศาลฎีกาพิจารณาสั่ง”


122 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด หมวด ๒ การพิจารณาสั่งอุทธรณ์และค�ำร้องขออนุญาตฎีกา บทที่ ๑ ค�ำฟ้องอุทธรณ์ การตรวจและสั่งค�ำฟ้องอุทธรณ์ การอุทธรณ์ค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ให้อุทธรณ์ ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดภายในก�ำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่า ได้อ่านค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งศาลชั้นต้นให้คู่ความฟัง มาตรา ๑๕ วรรคสอง ให้ศาล ชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์หรือไม่รับอุทธรณ์แล้วส่งอุทธรณ์หรือค�ำร้องอุทธรณ์ค�ำสั่งไม่รับ อุทธรณ์พร้อมส�ำนวนไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดเพื่อพิจารณาพิพากษา หรือมีค�ำสั่งโดยเร็ว ในกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจ�ำคุก หรือโทษสถานหนักกว่านั้น และ จ�ำเลยไม ่ถูกคุมขัง จ�ำเลยจะยื่นอุทธรณ์ได้ต ่อเมื่อแสดงตนต ่อเจ้าพนักงานศาล ในขณะยื่นอุทธรณ์มิฉะนั้น ให้ศาลมีค�ำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดี ยาเสพติดฯ มาตรา ๑๕/๑ แต่หากจ�ำเลยได้รับการรอการลงโทษ หรือรับโทษจ�ำคุก ตามค�ำพิพากษาครบถ้วนแล้วไม่ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลตามมาตรา ๑๕/๑ วรรคสอง ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ การแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะ ยื่นอุทธรณ์นั้น ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่จ�ำเลยอยู่ระหว่างหลบหนีจากที่คุมขังด้วย ตาม ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ข้อ ๔ วรรคสอง


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 123 กรณีดังต่อไปนี้จ�ำเลยไม่ต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ข้อ ๑๐ ๑. จ�ำเลยต้องรับโทษจ�ำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น และอยู่ในระหว่าง ถูกคุมขัง ๒. จ�ำเลยที่ศาลพิพากษาให้รอการก�ำหนดโทษหรือลงโทษอย่างอื่น เช่น กักขังหรือปรับ โดยไม่มีโทษจ�ำคุกหรือโทษสถานที่หนักกว่ารวมด้วย ๓. จ�ำเลยที่ศาลพิพากษารอการลงโทษจ�ำคุก ๔. จ�ำเลยที่รับโทษจ�ำคุกตามค�ำพิพากษาครบถ้วนแล้ว บทบัญญัติมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๕/๑ วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอุทธรณ์ ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ก�ำหนดระยะเวลาอุทธรณ์การตรวจสั่งอุทธรณ์ ตลอดจนการส่งอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดเพื่อพิจารณาพิพากษา หรือมีค�ำสั่ง นอกนั้นคงถือปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติราชการของตุลาการส่วนวิธีพิจารณา ความอาญา เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ แต่อย่างไรก็ตาม ส�ำหรับคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดยังมีข้อที่ต้องพิจารณา เพิ่มเติมว่า จะต้องส่งอุทธรณ์พร้อมส�ำนวนไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดหรือ ศาลอุทธรณ์กับศาลอุทธรณ์ภาคที่มีเขตอ�ำนาจพิจารณา ซึ่งแยกพิจารณาได้ดังนี้ ๑. คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทั่วไป การส ่งส�ำนวนคดีที่อุทธรณ์ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไปยังศาล อุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติดังนี้ (๑) คดีที่ยื่นฟ้องต ่อศาลชั้นต้นก ่อนวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นวันที่ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มีผลใช้บังคับ รวมทั้งสาขาของคดี ดังกล่าว เช่น การอุทธรณ์ค�ำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ และการร้องขอคืนของกลางตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ ไม่ว่าจะยื่นก่อนหรือภายหลัง วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ให้ส่งส�ำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคที่มี เขตอ�ำนาจพิจารณา แล้วแต่กรณี


124 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (๒) คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นไป รวมทั้งสาขาของคดีดังกล่าว ต้องส่งส�ำนวนไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด ๒. คดีที่ศาลลงโทษประหารชีวิตหรือจ�ำคุกตลอดชีวิตและไม่มีการอุทธรณ์ ค�ำพิพากษา (ตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๖ และ ป.วิ.อ. มาตรา ๒๔๕ วรรคสอง) (๑) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่งศาลอุทธรณ์ (๒) คดีความผิดอื่น ส่งศาลอุทธรณ์/ศาลอุทธรณ์ภาค (๓) คดีความผิดทั้งข้อ ๑) และข้อ ๒) ส่งศาลอุทธรณ์ ข้อสังเกต ศาลชั้นต้นควรจดรายงานกระบวนพิจารณาในวันนัดฟังค�ำพิพากษาเพื่อเตือน เจ้าหน้าที่ด้วยว่าคดีดังกล่าวแม้จะไม่มีคู่ความอุทธรณ์คดีก็ยังไม่ถึงที่สุด เพราะต้อง ส่งชั้นศาลอุทธรณ์พิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๔๕ วรรคสอง (กรณีตามข้อ ๒) หรือ ตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๖ (กรณีตามข้อ ๑ หรือข้อ ๓) แม้ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดไม่ได้พิพากษายืนตามค�ำพิพากษาศาลชั้นต้น ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (กรณีตามข้อ ๑ หรือข้อ ๓) คดีในความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดก็เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง คู่ความต้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ๓. คดีความผิดหลายกรรมต ่างกันและกรรมใดกรรมหนึ่งเป็นความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดต้องพิจารณาว่าความผิดที่อุทธรณ์นั้นมีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ด้วยหรือไม่ หรือมีแต่อุทธรณ์เฉพาะความผิดอื่น (๑) หากมีคู ่ความฝ ่ายหนึ่งอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยหรือไม่ และ ศาลลงโทษความผิดอื่นหนักเบาเพียงใด ศาลชั้นต้นต้องส่งอุทธรณ์ทุกฉบับไปยัง ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๗


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 125 ข้อสังเกต ความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และความผิด บทหนึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น คดีความผิดฐานเสพยาเสพติดขณะ ขับรถ (เป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน) เป็นต้น ถือเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อยู่ในอ�ำนาจพิจารณาของศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด (ฎีกาที่ ๙๐๕๐/๒๕๕๓ (ประชุมใหญ่)) (๒) หากมีอุทธรณ์แต่เฉพาะความผิดอื่น ศาลชั้นต้นต้องส่งอุทธรณ์ ทุกฉบับไปยังศาลอุทธรณ์/ศาลอุทธรณ์ภาคที่มีเขตอ�ำนาจพิจารณา ๔. ส�ำหรับคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ขึ้นสู่ศาลเยาวชนและครอบครัว การพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาต้องด�ำเนินการตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและ ครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวฯ หากมีการอุทธรณ์ค�ำพิพากษา หรือค�ำสั่งใด ๆ ของศาลชั้นต้นก็ยังคงต้องอุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ


126 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด บทที่ ๒ ค�ำร้องขออนุญาตฎีกา ๑. คดีที่ฟ้องก่อน พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ ใช้บังคับ เมื่อมีค�ำร้องขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๑ ให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์/ศาลอุทธรณ์ภาคซึ่งพิจารณาหรือ ลงชื่อในค�ำพิพากษาหรือท�ำความเห็นแย้งเกษียนสั่งในค�ำร้องนั้น ตามคู่มือปฏิบัติ ราชการของตุลาการ ส่วนวิธีพิจารณาความอาญา ๑.๑ กรณีอนุญาต สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว ข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหา ส�ำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงอนุญาตให้ฎีกา” ๑.๒ กรณีไม่อนุญาต สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว ข้อความที่ตัดสินนั้นไม่เป็น ปัญหาส�ำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงไม่อนุญาตให้ฎีกา ยกค�ำร้อง” ๑.๓ กรณีพ้นระยะเวลายื่นฎีกา สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว การยื่นค�ำร้องขอ อนุญาตฎีกาต้องยื่นพร้อมกับฎีกาและภายในก�ำหนดระยะเวลายื่นฎีกา คดีนี้ศาล ชั้นต้นอ่านค�ำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ... จ�ำเลยยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกา วันที่ ... ซึ่งพ้นก�ำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว จึงไม่ชอบ ให้ยกค�ำร้อง” ข้อสังเกต ๑. ผู้ฎีกาต้องยื่นค�ำร้องให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ลงชื่อในค�ำพิพากษา อนุญาตให้ฎีกาด้วย แต่ไม่จ�ำต้องระบุชื่อผู้พิพากษานั้น (ฎีกาที่ ๑๘๙๙/๒๕๔๑) ๒. ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นควรพิจารณาเกษียนสั่งมาก่อนเพื่อให้เป็นไปตาม ล�ำดับชั้นศาล ๒. คดีที่ฟ้องภายหลัง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ ใช้บังคับ การยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกา ต้องด�ำเนินการตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดี ยาเสพติดฯ มาตรา ๑๙ หากยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๒๑


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 127 ให้สั่ง ดังนี้ ๒.๑ กรณีฟ้องเฉพาะคดียาเสพติด สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว ค�ำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. วิธี พิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง จ�ำเลยไม่มีสิทธิยื่นค�ำร้องขออนุญาต ฎีกา เว้นแต่จะได้ยื่นฎีกาและค�ำร้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ให้ยกค�ำร้อง” ๒.๒ กรณีฟ้องคดียาเสพติดและความผิดอื่น ๒.๒.๑ กรณีไม่อนุญาต สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว ส�ำหรับความผิดฐานจ�ำหน่ายเมทแอมเฟ ตามีน ค�ำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง จ�ำเลยไม่มีสิทธิยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกา เว้นแต่จะได้ยื่น ฎีกาและค�ำร้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ส่วนความผิด ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ข้อความที่ตัดสินนั้นไม่เป็น ปัญหาส�ำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงไม่อนุญาตให้ฎีกา ให้ยกค�ำร้อง” ๒.๒.๒ กรณีอนุญาต สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว ส�ำหรับความผิดฐานจ�ำหน่ายเมทแอมเฟ ตามีน ค�ำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง จ�ำเลยไม่มีสิทธิยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกา เว้นแต่จะได้ยื่น ฎีกาและค�ำร้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ให้ยกค�ำร้อง ในส่วนนี้ส่วนความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหา ส�ำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงอนุญาตให้ฎีกา” ๒.๓ กรณีคดีเสพยาเสพติดขณะขับรถ สั่งว่า “พิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ค�ำพิพากษา ศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง จ�ำเลยไม่มีสิทธิยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกา เว้นแต่จะได้ยื่นฎีกาและค�ำร้องขออนุญาต ฎีกาต่อศาลฎีกาตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ให้ยกค�ำร้อง”


128 ส่วนวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ ได้เปลี่ยนแปลงหลักการส�ำคัญของ ระบบฎีกาเดิม จาก “ระบบสิทธิ” เป็น “ระบบขออนุญาต” จากที่เคยฎีกาได้ เป็นหลัก เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นเป็นฎีกาไม่ได้เป็นหลัก เว้นแต่ได้รับอนุญาต โดย มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติดในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นที่สุดต้องห้ามฎีกาไม่ว่าปัญหาข้อเท็จจริง หรือปัญหาข้อกฎหมายเว้นแต่เป็นปัญหาส�ำคัญที่ศาลฎีกาควรจะได้วินิจฉัยและได้รับ อนุญาตจากศาลฎีกาตามมาตรา ๑๙ โดยมีระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก�ำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นค�ำขอ ตลอดจนการพิจารณาและมีค�ำสั่งอนุญาตหรือ ไม่อนุญาตให้ฎีกาไว้โดยเฉพาะ ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่น ค�ำขอการพิจารณาและมีค�ำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ฎีกาในคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔ วรรคหนึ่ง ข้อ ๕ และข้อ ๘ ได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์และ วิธีการยื่นค�ำขอไว้ดังนี้ ๑. คู ่ความต้องยื่นค�ำขอโดยท�ำเป็นค�ำร้องไปพร้อมกับฎีกาต ่อ ศาลฎีกาภายในก�ำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านค�ำพิพากษาหรือ ค�ำสั่งของศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด โดยยื่นค�ำร้องขอต ่อศาลชั้นต้น ทั้งนี้ จ�ำเลยต้องแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นค�ำร้องขออนุญาตฎีกา ตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติดฯ มาตรา ๑๕/๑ และมาตรา ๑๙/๑ โดยต้องปฏิบัติตาม ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงตน ของจ�ำเลยต ่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒. ค�ำขออนุญาตฎีกาให้ประกอบด้วย (๑) ปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมายที่ประสงค์ขอ อนุญาตฎีกา (๒) เหตุที่ศาลฎีกาควรรับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณา โดยต้อง แสดงถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นที่เห็นประจักษ์ว่าอาจมีผลเปลี่ยนแปลงสาระ


การปฏิบัติงานในศาลชั้นต้น 129 ส�ำคัญในค�ำพิพากษาหรือค�ำสั่งของศาลอุทธรณ์หรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบ เรียบร้อย ซึ่งศาลฎีกาเห็นควรยกขึ้นและรับไว้วินิจฉัย ๓. เหตุที่ศาลฎีกาควรรับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณา การสั่งค�ำขออนุญาตฎีกา ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ดังกล่าว ข้อ ๔ วรรคสอง วรรคสาม และข้อ ๖ ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ไว้ว่า เมื่อมีการยื่นค�ำร้องเพื่อขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้น ตรวจค�ำขอและฎีกา และมีค�ำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๘ หากมีการขออนุญาตขยาย ระยะเวลาเพื่อยื่นค�ำขออนุญาตฎีกา ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร แล้วให้ศาลชั้นต้นส่งค�ำขอและฎีกาพร้อมส�ำนวนคดีและค�ำคัดค้านไปยังศาลฎีกา ในการพิจารณาสั่งค�ำขออนุญาตฎีกาของคู่ความในศาลชั้นต้น จึงอาจแยกพิจารณาตามขั้นตอนได้ดังนี้ (๑) การสั่งค�ำขออนุญาตฎีกา ๑) กรณีค�ำขออนุญาตฎีกาและฎีกามีข้อบกพร่อง เช่น อ่านไม่ออก หรืออ่านไม่เข้าใจ หรือเขียนฟุ่มเฟือยเกินไป หรือไม่มีรายการ หรือไม่มี ลายมือชื่อ สั่งในค�ำขออนุญาตฎีกา หรือฎีกาว่า “... (ระบุข้อบกพร่องที่ประสงค์ให้แก้) ... ให้คืนค�ำขอ อนุญาตฎีกาหรือฎีกา ให้... ท�ำมาใหม่ภายใน ... วัน” สั่งในฎีกาหรือค�ำขออนุญาตฎีกาว่า “รอไว้สั่งเมื่อ ... แก้ไขค�ำขออนุญาตฎีกา/ฎีกาแล้ว” หากผู้ร้องไม่ปฏิบัติตาม ให้ศาลชั้นต้นส่งค�ำขอและ ฎีกาพร้อมส�ำนวนไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งสั่งในค�ำขออนุญาตฎีกาและฎีกาว่า “... ไม่แก้ไขข้อบกพร่องภายในก�ำหนด ส่งศาลฎีกา พิจารณาโดยเร็ว”


Click to View FlipBook Version