The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วารสารกรมที่ดิน 114 ปี (ปี 2558)

สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญ

Keywords: ด้านบริหารงานที่ดิน

๑๑๔ ปี กรมที่ดิน ๒๕๑

โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพือ่ ประชาชน ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๔๙๘
ข้อ ๓ (๑) เป็นผลให้ น.ส. ๓ ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย แม้ต่อมาจะได้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้
ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นเขตปฏิรูปที่ดินอันเป็นเหตุให้ป่าสงวนแห่งชาติถูกเพิกถอนตามมาตรา  ๒๖  (๔)
แห่งพระราชบญั ญัติการปฏิรูปทีด่ ินเพือ่ เกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึง่ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิการ
ปฏิรปู ที่ดินเพือ่ เกษตรกรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒ กต็ าม เนือ่ งจาก น.ส. ๓ ซึ่งออกมาโดยมิชอบด้วย
กฎหมาย แม้ยังไม่ได้ดำ�เนินการเพิกถอน แต่จะอาศยั เหตแุ ห่งการเพิกถอนสภาพป่าสงวนดงั กล่าวมาใช้เพื่อ
เปน็ คณุ ตามนัยหนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๔๑๖๖ ลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ หาได้ไม่ เพราะ
ข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปในสาระสำ�คัญไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณี ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๔ (๔)
แห่งพระราชบัญญตั ิวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่อย่างใด จึงไม่สามารถด�ำ เนินการรงั วัด
ตรวจสอบเนื้อที่เพือ่ เปลีย่ น น.ส. ๓ เปน็ น.ส. ๓ ก. ในกรณีดังกล่าวได้ จึงให้จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง
เพิ่มเติม ตามนยั หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๒๙.๒/ว ๒๑๑๗๙ ลงวนั ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๕ เรื่อง แนวทาง
ปฏิบัติเพื่อดำ�เนินการตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เสร็จแล้วแจ้งผลให้กรมทีด่ ินทราบเพือ่
พิจารณาดำ�เนินการเพิกถอนตามความในมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน และกฎกระทรวงกำ�หนด
หลกั เกณฑ์และวิธีการในการต้ังคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวน การแจ้งผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้โอกาส
คัดค้านและการพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ-รับรองการทำ�ประโยชน์
การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์  หรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียน
อสังหาริมทรัพย์โดยคลาดเคลือ่ นหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๔ ต่อไป
(ตอบข้อหารือจังหวัดเลย หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/๙๔๔๐ ลงวันที่ ๑๑ เมษายน
๒๕๔๖)
หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๗๑๙/ว  ๓๓๔๗๓  ลงวันที่  ๓๐  กันยายน  ๒๕๔๒  เรื่อง
การออกหนังสือรบั รองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ในเขตปา่ ไม้ถาวร
หนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ทไ่ี ดอ้ อกใหข้ ณะทพ่ี น้ื ทด่ี งั กลา่ วเปน็ เขตปา่ ไมถ้ าวร
แม้ในขณะทีอ่ อกจะเปน็ การฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ทีห่ ้ามดำ�เนินการในเขตป่าไม้ถาวร
การออกหนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ดงั กลา่ วถอื เปน็ ค�ำ สง่ั ทางปกครองทไ่ี มช่ อบดว้ ยกฎหมาย
และอาจถูกเพิกถอนได้ แต่คำ�ส่งั ทางปกครองนี้ย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอน ตามนัยมาตรา ๔๒
วรรคสอง แห่งพระราชบญั ญตั ิวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และโดยที่ต่อมาคณะรัฐมนตรี
ได้มีมติเมือ่ วนั ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ อนมุ ัติให้จำ�แนก “ป่าแม่ออม-แม่แต๋น” ออกจากเขตป่าไม้ถาวร
จงึ เปน็ เรอื่ งทมี่ ีขอ้ เทจ็ จรงิ ใหมเ่ กดิ ข้ึนภายหลงั เปน็ คณุ แก่เจ้าของทดี่ นิ ทไ่ี ดอ้ อกหนงั สือรบั รองการท�ำ ประโยชน์
(น.ส. ๓ ก.) ไปแล้ว กล่าวคือ ได้มีการกนั พื้นที่ออกจากเขตป่าไม้ถาวรแล้ว ผลก็คือ หนงั สือรบั รองการ
ท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ในพื้นที่ดงั กล่าวมิได้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรอีกต่อไป จึงเป็นหนงั สือรับรองการทำ�
ประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมาย  โฉนดที่ดินที่ออกตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์เหล่านี้ก็ชอบ
ด้วยกฎหมายเช่นกัน  ซึ่งเจ้าของที่ดินสามารถใช้เป็นหลักฐานในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้ตาม
กฎหมายทกุ ประการ
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๔๑๖๖ ลงวันที่ ๖ ตลุ าคม ๒๕๔๒ เรือ่ ง แนวทาง
ปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ออกในเขตปา่ ไม้
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่เดินสำ�รวจออกหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ในเขต
ป่าไม้ถาวรย่อมเป็นการออกหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  (น.ส. ๓ ก.)  ไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เนือ่ งจากฝ่าฝืนมาตรา ๕๘ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ห้ามด�ำ เนินการในเขตป่าไม้ถาวร จึงถือเปน็ ค�ำ ส่งั

๒๕ ๒ ๑๑๔ ปี กรมทดี่ ิน

ทางปกครองทไ่ี มช่ อบดว้ ยกฎหมายและอาจถกู เพกิ ถอนได้ แตค่ �ำ สง่ั ทางปกครองดงั กลา่ วยอ่ มมผี ลตราบเทา่
ที่ยังไม่มีการเพิกถอน  ตามมาตรา  ๔๒  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ และในสถานการณ์ปัจจุบันคณะรฐั มนตรีได้มีมติให้จำ�แนกออกจากเขตป่าไม้ถาวรแล้ว ฉะนั้น
เมื่อข้อเทจ็ จริงเปลีย่ นแปลงไปในสาระสำ�คญั ในทางทีเ่ ปน็ ประโยชน์แก่เจ้าของที่ดินว่า ที่ดินซึง่ ได้ออกหนังสือ
รับรองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ไปแล้วน้ัน ไม่ได้อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรอีกต่อไป หากผู้ว่าราชการจังหวดั
สัง่ เพิกถอนการออกหนังสือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เจ้าของที่ดินสามารถขอให้พิจารณาใหม่ได้
โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปดงั กล่าว ตามนัยมาตรา ๕๔ (๔) แห่งพระราชบญั ญัติวิธีปฏิบัติราชการ
ทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ อนั เปน็ เหตุให้หนังสือรับรองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) น้ัน ไม่ต้องถูกเพิกถอน
ดังน้ัน  โดยเหตุผลดังกล่าว  หากปรากฏว่าผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่มีคำ�สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิดังกล่าว
หนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) นน้ั ยอ่ มมผี ลใชบ้ งั คบั อยแู่ ละเพอ่ื ปอ้ งกนั ความเดอื ดรอ้ นของราษฎร
ตลอดจนปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงยังไม่สมควรต้องเพิกถอนหนังสือรับรองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ในพื้นที่ที่คณะรฐั มนตรี
มีมติอนมุ ัติให้จ�ำ แนกออกจากป่าไม้ถาวร
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙.๔/ว ๐๕๒๓๙ ลงวนั ที่ ๑๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๓ เรือ่ ง
การสอบสวนและการพิจารณาโทษเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในการออกหนังสือแสดง
สิทธิในทีด่ ินหรือจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกีย่ วกบั ที่ดินโดยมิชอบ (อ้างถึง (๑) หนงั สือกระทรวง
มหาดไทย ที่ มท ๐๖๐๙/ว ๒๒๒ ลงวันที่ ๒๑ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๑๘ (๒) ที่ มท ๐๖๐๒/ว ๒๑๑๒ ลงวันที่
๑๕ กันยายน ๒๕๒๓ (๓) ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๖๙๖๓ ลงวนั ที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๔ (๔) ที่ มท ๐๖๑๙/ว
๓๔๗๗๖ ลงวนั ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๓๗ (๕) ที่ มท ๐๗๐๓.๕/ว ๐๓๕๖๓ ลงวนั ที่ ๓ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๓ (๖)
ที่ มท ๐๗๐๓.๕/ว ๒๔๒๕๓ ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๒
ก�ำ ชบั เจ้าหน้าที่ทีเ่ กี่ยวข้องให้ถือปฏิบตั ิตามแนวทางทีก่ ระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินได้วาง
ไว้แล้วตามหนงั สือที่อ้างถึงดังกล่าวโดยเคร่งครดั หากมีกรณีปรากฏขึ้นว่า ได้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
หรอื จดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมเกย่ี วกบั ทด่ี นิ ไปโดยคลาดเคลอ่ื นหรอื มชิ อบดว้ ยกฎหมายซง่ึ จะตอ้ งเพกิ ถอน
หรอื แกไ้ ข ตามมาตรา ๖๑ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ กข็ อใหส้ บื สวนใหป้ รากฏดว้ ยวา่ ความผดิ พลาดเกดิ ขน้ึ
เพราะเหตุใด ใครเป็นผู้ดำ�เนินการ เจ้าหน้าที่ผู้เกีย่ วข้องเปน็ ผู้ใดบ้าง แต่ละคนมีพฤติการณ์อย่างไร ปฏิบตั ิ
หน้าทีไ่ ปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบหรือไม่ ประการใด และสมควรจะมีการดำ�เนินการเพือ่ พิจารณา
โทษทางวินยั หรือไม่ ส่งไปพร้อมกบั ส�ำ เนาคำ�สั่งเพิกถอนหรือแก้ไขและส�ำ เนาเรื่องราวการออกหนงั สือแสดง
สิทธิในทีด่ ินดงั กล่าวด้วย

l ใบแทน

กรณีเจ้าของที่ดินขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยที่โฉนดที่ดินไม่ได้สูญหาย  ไม่เป็นเหตุ
ให้การออกใบแทนซึ่งได้ดำ�เนินการถูกต้องกลายเป็นใบแทนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่างจากกรณีผู้ที่
ไมใ่ ช่เจ้าของทีด่ ินมาขอออกใบแทน
นาง จ.  ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดที่ดินได้ยื่นคำ�ขอออกใบแทน  พนักงานเจ้าหน้าที่
ได้ดำ�เนินการตามระเบียบกฎหมายแล้ว  โฉนดที่ดินฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก  เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น
ตามนัยมาตรา ๖๓ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน การที่นาย ส. อ้างว่า นาง จ. ได้ส่งมอบโฉนดที่ดิน
ใหต้ นยดึ ไวเ้ พอ่ื ประกนั การช�ำ ระหนต้ี ามสญั ญากเู้ งนิ ไมเ่ ปน็ เหตใุ หก้ ารออกใบแทนดงั กลา่ ว กลายเปน็ ใบแทน
ทีไ่ ม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งต่างจากกรณีผู้ทีไ่ ม่ใช่เจ้าของทีด่ ินมาขอออกใบแทนโฉนดทีด่ ิน นาย ส. อ้างสัญญา

๑๑๔ ปี กรมท่ีดนิ ๒๕๓

ประนีประนอมยอมความและค�ำ พิพากษาตามยอมของศาล ซึง่ ถึงที่สดุ แล้วที่กำ�หนดว่า หากจำ�เลยผิดนดั
ชำ�ระหนี้ จ�ำ เลยที่ ๑, ๒ และ ๓ ยอมจดทะเบียนเพิกถอนการให้โดยเสน่หาที่ดินในโฉนดทีด่ ินดงั กล่าวตาม
สญั ญาให้เพื่อให้ทีด่ ินกลบั คืนมาเป็นของ นาง จ. โดยให้ภาระจ�ำ นองติดไปด้วย และหากจำ�เลยทั้งสามหรือ
คนใดคนหนึ่งไม่ยอมไปดำ�เนินการจดทะเบียนเพิกถอนการให้ดังกล่าว  ให้ถือเอาคำ�พิพากษาของศาลแทน
การแสดงเจตนาของจ�ำ เลยทง้ั สาม มาขอใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี พกิ ถอนใบแทนดงั กลา่ ว ไมอ่ าจด�ำ เนนิ การได้
เพราะการพิจารณาด�ำ เนินการตามมาตรา ๖๑ วรรคแปด หรือมาตรา ๖๓ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมาย
ที่ดินตามคำ�พิพากษาถึงที่สุดของศาลนั้นต้องเป็นกรณีที่ศาลได้ทำ�การไต่สวนและพิจารณาวินิจฉัยว่า
ใบแทนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ดำ�เนินการไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีคำ�พิพากษาถึงที่สุด
ให้เพิกถอน จึงจะด�ำ เนินการตามมาตรา ๖๑ วรรคแปด หรือมาตรา ๖๓ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมาย
ที่ดินแล้วแต่กรณี  ส่วนการที่นาง  จ.  ให้ถ้อยคำ�เป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง  และ
เนือ่ งจาก นาง จ. ได้เสียชีวิตแล้ว สิทธิน�ำ คดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามมาตรา ๓๙ (๑) แห่งประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำ�เนินคดีอาญาแก่
นาง จ. ได้
(ตอบข้อหารือจังหวดั อ่างทอง ตามหนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/๒๑๔๙๐ ลงวันที่ ๑๙
สิงหาคม ๒๕๕๖ เรื่อง การเพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดิน)
นาย  ส.  ได้ยื่นคำ�ขอออกใบแทนโฉนดที่ดินโดยอ้างว่า  โฉนดที่ดินได้ตกอยู่ในความ
ครอบครองของ นาง จ. ทีไ่ มม่ ีสิทธิยึดถือโฉนดทีด่ ิน โดยไดน้ �ำ ส�ำ เนาคำ�พิพากษาศาลเป็นหลกั ฐาน
ซึ่งปรากฏวา่ นาง ก. ไดก้ ้ยู ืมเงินจาก นาง จ. โดยสง่ มอบโฉนดทีด่ ินของนาย ส. ให้ โดยที่ นาย ส.
ไมม่ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง กรณีนีย้ งั ถือไมไ่ ดว้ า่ โฉนดทีด่ ินสูญหาย ตามมาตรา ๖๓ แห่งประมวลกฎหมาย
ที่ดิน
นาย ส. ได้ยื่นคำ�ขอออกใบแทนโฉนดทีด่ ิน โดยอ้างว่าโฉนดที่ดินอยู่ในความครอบครองของ
นาง จ. ทีไ่ ม่มีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยมีหลักฐานคำ�พิพากษาศาลซึง่ พิพากษาว่า
จ�ำ เลยได้ปลอมแปลงลายมือชือ่ ในหนังสือมอบอำ�นาจของนาย ส. เพื่อน�ำ ไปกู้ยืมเงินจากนาง จ. โดยส่งมอบ
โฉนดทีด่ ินของนาย ส. เปน็ หลักประกนั การกู้ยืมเงิน โดยนาย ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกู้ยืมเงิน และมีการ
ทวงถามโฉนดที่ดินจากนาง จ. แต่ นาง จ. ไม่ยินยอมคืนโฉนดที่ดินให้ และศาลมิได้มีค�ำ พิพากษาให้ส่งคืน
โฉนดที่ดินประกอบกับกรณีนี้ยังถือไม่ได้ว่าโฉนดที่ดินสูญหาย  คือหาไม่พบตามความในมาตรา  ๖๓
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน นาย ส. ต้องยื่นค�ำ ร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำ�บังคบั ให้นาง จ. ส่งคืนโฉนดทีด่ ิน
หากนาง จ. ไม่ส่งคืนโฉนดที่ดินตามค�ำ บงั คับ นาย ส. ต้องยืน่ ค�ำ ร้องขอให้ศาลออกหมายจบั เนือ่ งจากฝ่าฝืน
ไม่ปฏิบัติตามคำ�สั่งศาลหรือร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำ�ส่ังให้ออกใบแทนโฉนดที่ดิน  แล้วนำ�หลักฐาน
ดังกล่าวมายืน่ ประกอบการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินต่อไป
(ตอบข้อหารือจังหวดั นครราชสีมา ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/๒๗๖๐๒ ลงวนั ที่
๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ เรือ่ ง หารือการออกใบแทนโฉนดทีด่ ิน)
โจทก์เป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนตามคำ�พิพากษาถึงที่สุด  แต่ไม่ได้โฉนดที่ดินมาตามนัย
กฎกระทรวงฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบญั ญัติใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ จึงมีสิทธิที่จะยื่นคำ�ขอออกใบแทนได้ สว่ นประเด็นที่วา่ ระหวา่ งประกาศมีผู้คัดค้านน้ัน
เหน็ วา่ กฎกระทรวงฉบบั ดงั กลา่ วไดก้ �ำ หนดแนวทางปฏบิ ตั วิ า่ ใหส้ อบสวนและสง่ั การไปตามควรแกก่ รณี
ซึง่ กรณีนีส้ ามารถที่จะสง่ั ออกใบแทนให้หรือไมอ่ อกใบแทนให้ หรือใหร้ อคำ�พิพากษาหรือค�ำ ส่งั ศาล

๒๕ ๔ ๑๑๔ ปี กรมท่ีดิน

ฎีกา  ส่วนประเด็นการจดทะเบียนขายตามคำ�สั่งศาลนั้นเป็นประเด็นที่ต่อเนื่องกับประเด็นแรก
หากส่งั ให้ออกใบแทนได้ การจดทะเบียนขายตามคำ�สงั่ ศาลก็สามารถจดทะเบียนใหไ้ ด้ หากสัง่ เปน็
อยา่ งอืน่ กต็ ้องด�ำ เนินการให้ตอ่ เนื่องกบั ค�ำ สง่ั นน้ั ๆ
ตามค�ำ พิพากษาศาลฎีกา ระหว่าง สิบต�ำ รวจเอก ป โจทก์ กับ นาง พ. จำ�เลย ได้ถึงทีส่ ดุ แล้ว
โดยศาลพพิ ากษาใหจ้ �ำ เลยโอนทด่ี นิ โฉนดทด่ี นิ ใหโ้ จทก์ โดยใหโ้ จทกช์ �ำ ระเงนิ คา่ ทด่ี นิ จ�ำ นวน ๑,๕๙๙,๕๐๓ บาท
ให้จำ�เลย  ถ้าจำ�เลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำ�พิพากษาแทนการแสดงเจตนา  และให้จำ�เลยใช้ค่าเสียหาย
แก่โจทก์จำ�นวน  ๕๐,๐๐๐  บาท  ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการทำ�นิติกรรมโอนขายโอนที่ดินให้โจทก์
และจำ�เลยชำ�ระคนละกึ่งหนึ่ง  ประกอบกับศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า  ตามคำ�พิพากษาศาลชั้นต้น  โจทก์
และจำ�เลยต่างมีหน้าที่ปฏิบัติการชำ�ระหนี้ตามคำ�พิพากษาให้แก่กัน  หาใช่เป็นการปฏิบัติการชำ�ระหนี้ตาม
สัญญาจะซื้อจะขายอีก  ดังน้ัน  โจทก์และจำ�เลยย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ดำ�เนินการบังคับคดีให้อีกฝ่ายปฏิบัติ
ตามค�ำ พิพากษาได้ภายในสิบปี นับแต่วันมีค�ำ พิพากษาถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา ๒๗๑ หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำ�บงั คับของศาล จำ�เลยซึง่ เปน็ เจ้าหนี้ตามคำ�พิพากษาย่อมมีสิทธิ
ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำ�เนินการให้เป็นไปตามคำ�บังคับเพื่อให้ปฏิบัติ
ตามคำ�พิพากษาเท่าน้ัน แต่จำ�เลยจะขอให้ศาลมีหมายบังคบั คดีห้ามโจทก์ถือเอาค�ำ พิพากษาแทนการแสดง
เจตนาหาได้ไม่  ดังนั้น  หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการปฏิบัติตามคำ�พิพากษาโดย  สิบตำ�รวจเอก ป.
ได้ชำ�ระหนี้ตามสญั ญาให้กับ นาง พ. หรือได้มีการวางทรัพย์ ณ สำ�นักงานวางทรัพย์แล้ว นาง พ. จำ�เลย
ย่อมมีหน้าทีท่ ีจ่ ะต้องจดทะเบียนโอนโฉนดที่ดินให้แก่ สิบตำ�รวจเอก ป. และเนื่องจากโฉนดที่ดินดังกล่าว
ยงั ไม่ถือว่าสญู หายตามความในมาตรา ๖๓ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีที่สิบต�ำ รวจเอก ป. นำ�ค�ำ
พิพากษามาขอออกใบแทน จึงยงั ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ทีจ่ ะสามารถรบั ค�ำ ขอไว้ได้ ซึ่งเรื่องท�ำ นองนี้กรมที่ดิน
ได้วางแนวทางปฏิบตั ิไว้ตาม หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๘/ว ๖๖๕๒ ลงวนั ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๔ เรือ่ ง
ขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน และหนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๐๑๒๗๕ ลงวนั ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๐
เรือ่ ง การออกใบแทนโฉนดที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนตามค�ำ พิพากษาของศาล ดงั นั้น หาก นาง พ. ไม่ดำ�เนิน
การโอนที่ดินหรือส่งมอบโฉนดที่ดินให้สิบตำ�รวจเอก  ป.  ต้องยื่นคำ�ร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลออกคำ�บังคับ
ให้  นาง  พ.  ปฏิบัติตามคำ�พิพากษาหรือส่งมอบโฉนดที่ดินเพื่อนำ�ไปจดทะเบียนโอนตามคำ�พิพากษาศาล
หาก นาง พ. ไม่ปฏิบัติตามคำ�บังคบั สิบตำ�รวจเอก ป. ต้องยืน่ คำ�ร้องขอให้ศาลออกหมายจับเนื่องจากฝ่าฝืน
ไม่ปฏิบัติตามคำ�สั่งศาลหรือร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำ�สั่งให้ออกใบแทนโฉนดที่ดิน แล้วนำ�หลักฐาน
ดังกล่าวมายื่นประกอบการขอออกใบแทนต่อไป
(ตอบข้อหารือจงั หวดั พทั ลุง ตามหนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/๒๘๒๗๐ ลงวนั ที่ ๑
พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เรื่อง หารือแนวทางปฏิบตั ิในกรณีผู้มีค�ำ ขอออกใบแทนโฉนดทีด่ ินและจดทะเบียนขาย
ตามค�ำ สั่งศาล)

l การเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ิน

หนงั สือกรมทีด่ ิน ดว่ นทีส่ ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๔๕๕๙ ลงวนั ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
เรื่อง การแก้ไขปญั หาการออกเอกสารสิทธิในทีด่ ินในเขต ส.ป.ก.
๑. ให้กรมที่ดินสามารถเข้าไปดำ�เนินการสำ�รวจออกโฉนดที่ดินตามนโยบายแปลงสินทรัพย์
เป็นทุนของรัฐบาล ส�ำ หรับที่ดินทีม่ ีหลักฐานใบจองและ ส.ค. ๑ ในเขตปฏิรปู ทีด่ ินท้ังในพื้นทีเ่ ขตดำ�เนินการ
และพื้นที่นอกเขตดำ�เนินการได้ โดยให้เจ้าหน้าทีข่ องกรมทีด่ ินด�ำ เนินการไปตามกฎหมายและระเบียบของ
กรมที่ดิน  ซึ่งหากเป็นการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่เขตดำ�เนินการให้ระบุไว้ในหนังสือนำ�ส่งให้ชัดเจนว่า
เอกสารทน่ี �ำ มายนื่ ขอออกเอกสารสทิ ธถิ กู ตอ้ งและชอบดว้ ยกฎหมาย อยใู่ นหลกั เกณฑท์ จ่ี ะออกเอกสารสทิ ธิ

๑๑๔ ปี กรมท่ีดนิ ๒๕๕

ไดต้ ามกฎหมายและระเบยี บและตรงกบั ต�ำ แหนง่ ทด่ี นิ ในระวางแผนท่ี สว่ นการด�ำ เนนิ การใดๆ กใ็ หด้ �ำ เนนิ การ
ไปตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกับสำ�นักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  พ.ศ. ๒๕๔๑  โดย
สำ�นกั งานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะได้แจ้งให้ ส.ป.ก. จงั หวดั ให้ความร่วมมือต่อไป
๒. กรณีผู้ครอบครองและทำ�ประโยชน์ในที่ดินมีชื่อตรงกับใบจอง  ให้ดำ�เนินการตาม  ๑.
สว่ นผคู้ รอบครองและท�ำ ประโยชนใ์ นทด่ี นิ มชี อ่ื ไมต่ รงกบั ใบจอง ใหก้ รมทด่ี นิ เขา้ ไปด�ำ เนนิ การออกเอกสารสทิ ธิ
ให้กับผู้ครอบครองและทำ�ประโยชน์ซึ่งมีชื่อไม่ตรงกับใบจองในพื้นที่นอกเขตดำ�เนินการได้โดยให้เจ้าหน้าที่
กรมที่ดินดำ�เนินการไปตามกฎหมายและระเบียบกรมที่ดิน  แต่สำ�หรับในพื้นที่เขตดำ�เนินการ  การออก
เอกสารสิทธิขอให้คำ�นึงถึงการตีความของสำ�นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรือ่ งนี้ด้วย
๓. สำ�หรับแนวทางปฏิบัติระหว่างกรมที่ดินกับสำ�นักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(ส.ป.ก.) เกี่ยวกับการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินท่ัวประเทศตามหลักฐาน ส.ค. ๑ และใบจอง ตามนโยบาย
แปลงสินทรัพย์เป็นทนุ ของรฐั บาล ในพื้นที่เขตดำ�เนินการของ ส.ป.ก. ให้ดำ�เนินการดงั นี้
๓.๑ ให้เจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินดำ�เนินการตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกับ
ส�ำ นกั งานการปฏิรูปที่ดินเพือ่ เกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เรื่อง วิธีปฏิบัติเกีย่ วกบั การออกเอกสารสิทธิในทีด่ ินใน
เขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ (๑) (๒)
๓.๒ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำ�การตรวจสอบความถูกต้องของรูปแปลงที่ดินและทำ�การ
สอบสวนสิทธิจนเชื่อว่าเป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแล้ว  ให้จัดส่งสำ�เนา
หลกั ฐานทีไ่ ด้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องแล้วให้ ส.ป.ก. จังหวัด ใช้ประกอบการพิจารณาก่อนว่าจะ
คัดค้านการออกเอกสารสิทธิในที่ดินนั้นๆ หรือไม่ ดงั นี้
๓.๒.๑  สำ�เนาใบไต่สวน (น.ส. ๕)
๓.๒.๒  ส�ำ เนาหลักฐาน ส.ค. ๑ หรือใบจอง
๓.๒.๓  ส�ำ เนาระวางแผนที่ระบบพิกัดฉาก ยู ที เอม็ ที่แสดงรูปแปลงที่ดินที่มีการ
ออกโฉนดทีด่ ิน
๓.๒.๔  บัญชีแสดงรายละเอียดเกีย่ วกับที่ดิน
การรับรองความถูกต้องของหลักฐานตามวรรคหนึ่ง  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือ
เจ้าพนกั งานทีด่ ินรบั รองในหนงั สือน�ำ ส่งว่า หลกั ฐานที่ดินที่ราษฎรนำ�มายืน่ ขอออกเอกสารสิทธิเป็นเอกสาร
ที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย  อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิได้ตามระเบียบกฎหมาย  และมี
ตำ�แหน่งที่ดินตรงกับตำ�แหน่งที่ระบใุ นระวางแผนที่
๓.๓ ในกรณที ่ี ส.ป.ก. จงั หวดั เหน็ วา่ หลกั ฐานดงั กลา่ วแตกตา่ งไปจากขอ้ มลู และหลกั ฐาน
ที่ ส.ป.ก. จงั หวดั มีอยู่อันเปน็ เหตุที่จะคัดค้านได้ว่า ส.ป.ก. มีสิทธิในทีด่ ินน้ันดีกว่าผู้ขอออกเอกสารสิทธิใน
ที่ดินให้ ส.ป.ก. จังหวดั คัดค้านโดยแจ้งเป็นหนงั สือ พร้อมท้ังแสดงเหตผุ ลและหลกั ฐานไปยังศนู ย์อ�ำ นวยการ
เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินจังหวัด  ภายในกำ�หนดเวลาตามประกาศการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน  และให้
พนกั งานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนกั งานทีด่ ินแล้วแต่กรณี ทำ�การสอบสวนเปรียบเทียบตามอำ�นาจหน้าที่
ในการสอบสวนเปรียบเทียบตามวรรคหนึง่ ถ้า ส.ป.ก. จงั หวดั ประสงค์จะไปตรวจพิสจู น์
ที่ดินให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดและปฏิรูปที่ดินจังหวัด  หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดและปฏิรูปที่ดิน
จงั หวดั มอบหมายร่วมกนั ออกไปตรวจพิสูจน์ที่ดิน
กรณไี มม่ คี วามประสงคจ์ ะคดั คา้ น ส.ป.ก. จงั หวดั ประสานไปยงั ศนู ยอ์ �ำ นวยการเดนิ ส�ำ รวจ
ออกโฉนดทีด่ ินจังหวดั ทราบโดยไม่ชักช้าเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำ�เนินการออกเอกสารสิทธิในทีด่ ินต่อไป
๓.๔ ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าที่ดินที่ขอออกเอกสารสิทธิในที่ดินอยู่ในพื้นที่
เขตด�ำ เนินการหรือไม่ ให้ด�ำ เนินการตามข้อ ๓.๒ โดยอนุโลม

๒๕ ๖ ๑๑๔ ปี กรมท่ีดิน

๔. กรณีมีปัญหาในการปฏิบัติงานตามบันทึกข้อตกลงหรือตามมติที่ประชุมหรือการวาง
แนวทางให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติ  ให้ผู้อำ�นวยการสำ�นักมาตรฐานการออกหนังสือสำ�คัญ  กรมที่ดิน
และผู้อำ�นวยการกองนิติการ ส.ป.ก. ร่วมกนั พิจารณาแก้ไขปญั หา หรือวางแนวทางให้พนกั งานเจ้าหน้าที่
ถือปฏิบัติให้ได้ข้อยุติโดยเรว็
หนังสือกรมทีด่ ิน ดว่ นที่สุด ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๗๔๗๑ ลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๗
เรื่อง โครงการเร่งรดั ออกโฉนดที่ดินทว่ั ประเทศตามนโยบายการแปลงสินทรพั ย์เปน็ ทนุ ของรัฐบาล
แนวทางการออกโฉนดทีด่ ินจากหลักฐาน ส.ค. ๑ และ ก.ส.น. ๕ ดงั นี้
๑. ทำ�การตรวจสอบตำ�แหน่งที่ดินที่นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินให้ตรงตามแผนผังแสดง
การจัดที่ดินและบัญชีรายชื่อ  ตามที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือกรมส่งเสริมสหกรณ์จัดทำ�ขึ้น
เป็นหลัก  สำ�หรับหลักฐานที่นำ�มาใช้ในการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินจะต้องเป็นต้นฉบับหรือใบแทนของ
น.ค. ๓ หรือ ก.ส.น. ๕ เท่าน้ัน
๒. ประสานกับหน่วยงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ใน
พื้นที่ร่วมบนั ทึกตรวจพิสจู น์ความถูกต้องต�ำ แหน่งและอาณาเขตของแปลงที่ดินว่า เป็นแปลงเดียวกบั ที่ได้รบั
อนญุ าตให้เข้าทำ�ประโยชน์ในทีด่ ินตามประมวลกฎหมายว่าด้วยการจัดทีด่ ินเพื่อการครองชีพ
๓. หากปรากฏว่ามีการน�ำ น.ค. ๓ หรือ ก.ส.น. ๕ ไปเป็นหลักฐานในการเดินสำ�รวจออกโฉนด
ที่ดินแล้ว  ปรากฏว่าที่ดินน้ันอยู่ในเขตป่า  หรือที่สาธารณประโยชน์ให้แจ้งหน่วยงานของกรมพัฒนาสังคม
และสวสั ดิการ หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ในพื้นที่ทราบและตรวจสอบ
๔. เมือ่ ได้มีการออกโฉนดทีด่ ินแล้วให้แจ้งหน่วยงานของกรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการหรือ
กรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วแต่กรณีทราบ เพื่อประโยชน์ในการหมายเหตุใน น.ค. ๓ หรือ ก.ส.น. ๕
หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๗๑๒/ว  ๑๔๓๒๙  ลงวันที่  ๑๗  มิถุนายน  ๒๕๒๙  เรื่อง
การดำ�เนินการเกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ในบริเวณที่กำ�ลังทำ�การเดินสำ�รวจออก
โฉนดทีด่ ิน
งดเว้นการพิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์หรือแบ่งแยกเกี่ยวกับที่ดินที่มีหนังสือรับรอง
การท�ำ ประโยชน์ในบริเวณที่มีการเดินสำ�รวจรงั วดั ทำ�แผนทีเ่ พื่อออกโฉนดทีด่ ิน เว้นแต่กรณีจ�ำ เป็นซึ่งต้องมี
หลักฐานที่ราษฎรนำ�มาแสดงและมีหนังสือรับรองจากผู้กำ�กับการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินในท้องที่น้ัน
ว่าไม่อาจดำ�เนินการให้ได้  หรืออยู่นอกเขตที่มีการสำ�รวจรังวัดทำ�แผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดินเท่านั้น  หาก
สำ�นักงานที่ดินอำ�เภอหรือกิ่งอำ�เภอได้รับคำ�ขอไว้แล้วให้พิจารณาส่ังยกเลิกเรื่อง  และแนะนำ�ให้ไปติดต่อ
กับเจ้าหน้าที่ของกองกำ�กับการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน  เป็นผู้ดำ�เนินการให้เมื่อทำ�การสำ�รวจรังวัดมาถึง
บริเวณทีด่ ินแปลงน้ัน
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๑๗๕๑๑ ลงวนั ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๒๙ เรื่อง
การแจกโฉนดทีด่ ินกรณีหนงั สือแสดงสิทธิในทีด่ ินสญู หาย
๑. เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ทวิ และมาตรา  ๕๙ แล้วให้
หมายเหตุในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมด้วยหมึกสีแดง  โดยวิธีขีดคร่อมและเขียนข้อความว่า  “ใบจอง,
น.ส. ๓, น.ส. ๓ ก. ฉบับนี้ยกเลิกเพราะได้ออกโฉนดที่ดินเลขที.่ .... อ�ำ เภอ...... แต่วนั ที่.. เดือน....... พ.ศ. ....”
แล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินลงชื่อกำ�กับไว้เป็นหลักฐานกับแจ้งนายอำ�เภอหรือปลัดอำ�เภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ�
กิง่ อำ�เภอ เพือ่ หมายเหตุในฉบบั พนกั งานเจาหน้าที่ทีเ่ กบ็ ไว้ ณ ส�ำ นักงานที่ดินอำ�เภอ หรือกิ่งอำ�เภอให้ตรงกนั
แล้วลงชื่อก�ำ กบั ไว้ และหมายเหตใุ นทะเบียบการครอบครองทีด่ ินว่า “ใบจองหรือ น.ส. ๓ เลขที่ ..... ได้ออก
โฉนดทีด่ ินเลขที.่ ..... อำ�เภอ....... แต่วันที่.... เดือน....... พ.ศ. ....” ถ้าเปน็ น.ส. ๓ ก. กใ็ ห้หมายเหตใุ นทะเบียน

๑๑๔ ปี กรมทด่ี ิน ๒๕๗

หนงั สือรบั รองการท�ำ ประโยชนโ์ ดยใชร้ ะวางรปู ถา่ ยทางอากาศ (น.ส. ๘) ทใ่ี ตบ้ รรทดั ของ น.ส. ๓ ก. แปลงนน้ั
โดยมีข้อความเช่นเดียวกับการหมายเหตุในทะเบียนการครอบครองที่ดิน
๒. กรณีผู้มีชือ่ ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ไม่สามารถส่งหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมคืนแก่
เจ้าพนักงานทีด่ ิน ไม่ว่ากรณีใดๆ เช่น กรณีสญู หาย ก่อนออกโฉนดที่ดินให้จังหวดั แจ้งอำ�เภอหรือกิง่ อำ�เภอ
ส่งสำ�เนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาและให้เจ้าพนักงานที่ดินบันทึกถ้อยคำ�
บคุ คลที่เกี่ยวข้องไว้เปน็ หลักฐาน แล้วด�ำ เนินการแจกโฉนดทีด่ ินไปได้ โดยได้อนโุ ลมปฏิบตั ิตามหนังสือกรม
ทีด่ ิน ที่ มท ๐๖๐๙/ว ๔๒๐๑๔ ลงวนั ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๙ เรือ่ ง การท�ำ โฉนดที่ดินใหม่ในกรณีสอบเขต
ทีด่ ินทั้งต�ำ บล
อนึง่ ในกรณีที่เจ้าของที่ดินนำ� ส.ค. ๑ มาเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ิน ให้ปฏิบัติตามหนงั สือ
กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๖๐๖/๓๒๕๐๗ ลงวนั ท่ี ๘ ตลุ าคม ๒๕๑๔ เรอ่ื ง การหมายเหตใุ น ส.ค.๑ เมอ่ื ไดอ้ อก น.ส.๓
หรือโฉนดที่ดินไปแล้วเช่นที่เคยปฏิบัติมา
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๒๑๐๗๙ ลงวันที่ ๑๑ กนั ยายน ๒๕๒๙ เรื่อง
การหมายเหตุข้างใบไต่สวนกรณีชื่อผู้นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินไม่ตรงกับชื่อเจ้าของที่ดินใน
หนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินเดิม
ด้วยปรากฏว่า ในการเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ินตามมาตรา ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมาย
ทีด่ ิน ซึ่งแก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิม่ เติมฯ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘ เจ้าหน้าทีส่ อบสวนสิทธิ
มกั จะเขียนชื่อเจ้าของทีด่ ินแตกต่างกัน คือ ในข้อ ๑ ของใบไต่สวน (น.ส. ๕) เขียนตามหนังสือแสดงสิทธิใน
ทีด่ ินเดิม แต่เขียนชือ่ ผู้นำ�เดินสำ�รวจในใบไต่สวน (น.ส.๕) ตามบัตรประจำ�ตวั หรือสำ�เนาทะเบียนบ้าน สาเหตุ
เพราะเจ้าหน้าทีใ่ นการออก น.ส. ๓ ก. เขียนชื่อเจ้าของทีด่ ินโดยไม่ตรวจสอบกับบัตรประจำ�ตวั หรือหลักฐาน
ทะเบียนบ้านก่อน  เมื่อเจ้าหน้าที่ส่วนกลางได้ตรวจสอบใบไต่สวนฉบับหลวงที่จังหวัดส่งไปกรมที่ดินตาม
ระเบียบแล้วพบว่า มีชื่อไม่ตรงกนั กจ็ ะส่งใบไต่สวน (น.ส. ๕) คืนจงั หวัดเพื่อด�ำ เนินการแก้ไข ฉะน้ัน เพื่อให้
การปฏิบัติงานเปน็ ไปด้วยความเรียบร้อย รวดเรว็ จึงให้ดำ�เนินการดังนี้
๑. กรณีเป็นชื่อผิดเล็กน้อย  ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิบันทึกถ้อยคำ�ผู้นำ�เดินสำ�รวจออก
โฉนดที่ดินให้ทราบถึงสาเหตวุ ่าชือ่ แตกต่างกนั อย่างไร เพราะเหตุใด แล้วรวมไว้ในเรื่อง
ตัวอย่างเช่น ชื่อ เขียนเปน็ “นายหนานค�ำ ” เพราะภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือใช้เรียกผู้ที่
ลาสิกขาพระภิกษุว่า “หนาน” หรือชื่อ “นายสินธ์ุ” เขียนเปน็ “นายศิลป์” หรือ”นายสิน” เปน็ ต้น
๒. กรณีชือ่ ผิดกันมาก ต้องให้ผู้น�ำ เดินส�ำ รวจออกโฉนดที่ดินไปขอให้เจ้าพนักงานผู้ปกครอง
ท้องที่ซึ่งบุคคลน้ันมีภูมิลำ�เนาอยู่ในเขตปกครองออกเอกสารรับรองว่าเป็นบุคคลเดียวกันก่อน  แล้วเก็บ
เอกสารนั้นรวมไว้ในเรื่อง
ตวั อยา่ งเชน่ บคุ คลทม่ี ชี อ่ื รองซง่ึ เปน็ ชอ่ื ทเ่ี รยี กกนั ระหวา่ งพน่ี อ้ งหรอื เพอ่ื นสนทิ วา่ “นายใจม๋ า”
แต่มีชือ่ ตามบัตรประจำ�ตวั ประชาชน หรือหลักฐานทะเบียนบ้านว่า “นายมานิต” ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
เดมิ เขยี นชอ่ื “นายใจม๋ า” เจา้ หนา้ ทส่ี อบสวนสทิ ธเิ ขยี นชอ่ื ผนู้ �ำ เดนิ ส�ำ รวจออกโฉนดทด่ี นิ ในใบไตส่ วน (น.ส. ๕)
ว่า “นายมานิต” ตามที่ปรากฏในหลกั ฐานทะเบียนบ้านเปน็ ต้น
๓. กรณีการเปลี่ยนชื่อตัว  ชื่อสกุล  โดยมีหลักฐานให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิบันทึกถ้อยคำ�
ผู้น�ำ เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินให้ทราบถึงสาเหตวุ ่า ชื่อแตกต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใด แล้วส�ำ เนาเอกสาร
เปลีย่ นรวมไว้ในเรื่อง
ทั้งสามกรณีนี้เมื่อดำ�เนินการแล้ว  ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิหมายเหตุไว้ในที่ว่างด้านข้าง
ตามแนวยาวหน้าใบไต่สวน  (น.ส. ๕)  ด้วยหมึกสีแดงทำ�นองเดียวกับบรรยายข้อความด้านข้างเรื่องราว

๒๕ ๘ ๑๑๔ ปี กรมทด่ี ิน

การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ท.ด. ๑) เพือ่ ให้ทราบว่าชื่อแตกต่างกนั อย่างไรและมีหลกั ฐานอะไร เช่น
“ชื่อ.............ใน น.ส. ๓ ก. เลขที.่ .....(หรือ น.ส. ๓ เลขที่.....หมู่ที่.....) ตำ�บล.......อำ�เภอ........กบั ชื่อ................
ในใบไตส่ วนฉบบั นไ้ี มต่ รงกนั แตท่ ง้ั สองชอ่ื เปน็ บคุ คลเดยี วกนั ตามบนั ทกึ ถอ้ ยค�ำ ลงวนั ท.่ี ...เดอื น.........พ.ศ. ....
(หรือตามหนังสือรับรองของนายอำ�เภอ.........ที่.....ลงวันที.่ ...เดือน...........พ.ศ. ....)” แล้วให้เจ้าพนกั งานทีด่ ิน
ผู้ลงชือ่ ในโฉนดที่ดินลงชือ่ ก�ำ กบั ไว้ด้วย
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/๒๗๐๓๕ ลงวนั ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๙ เรือ่ ง
หารือเกี่ยวกับการมอบหมายให้ไปเป็นพยานร่วมตรวจสอบที่ดิน  ระวังแนวเขตและรับรองเขตที่ดิน
สาธารณประโยชน์แทนนายอำ�เภอ
การมอบหมายของนายอำ�เภอให้ไปเปน็ พยานร่วมตรวจสอบที่ดิน ระวังชี้แนวเขตและรับรอง
การท�ำ ประโยชน์
๑. นายอำ�เภอจะมอบหมายหัวหน้าส่วนราชการประจำ�อำ�เภอคนใดคนหนึ่งไปทำ�การแทน
ก็ได้ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๒๑๘ ข้อ ๖๐ วรรค ๒
๒. หากไม่สะดวกทีจ่ ะมอบหมายหัวหน้าส่วนราชการประจ�ำ อำ�เภอ ตามข้อ ๑ นายอ�ำ เภอยัง
สามารถอาศัยกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ ตามข้อ ๖๓ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘
ประกอบข้อ ๕๗ และ ๕๘ ได้อีก โดยมอบหมายปลดั อำ�เภอ หัวหน้าส่วนราชการ ก�ำ นัน หรือผู้ใหญ่บ้าน
ตามพระราชบญั ญัติลกั ษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๖๖ (๑) มาตรา ๒๗ (๑๘) มาตรา ๓๔ ทวิ
และมาตรา ๔๐ นอกจากนย้ี งั อาจออกค�ำ สง่ั มอบหมายกรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ขิ องสภาต�ำ บลได้ ตามประกาศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๓๒๖ ข้อ ๕ และข้อ ๑๑ (๖) เพราะกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิเปน็ ส่วนหนึง่ ของสภา
ต�ำ บล ซึ่งต้องปฏิบตั ิหน้าที่ตามที่ทางราชการมอบหมาย
หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๒๘๖๐๕ ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๙ เรือ่ ง การนำ�
เดินส�ำ รวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตทีด่ ินทั้งตำ�บล
กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีชื่อหลายคน  แต่ผู้มีชื่อเพียงคนเดียวมานำ�เดินสำ�รวจ
ให้ดำ�เนินการได้  โดยให้บันทึกว่า  ผู้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมทุกคนยังมีชีวิตอยู่และจะนำ�หรือ
ดำ�เนินการให้ผู้มีชื่อทกุ คนไปลงชื่อหรือให้ถ้อยคำ�ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในหรือก่อนวนั แจกโฉนดที่ดิน เมื่อผู้
มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิเดิมทุกคนได้ลงชื่อหรือให้ถ้อยคำ�ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ครบถ้วนแล้ว  ให้พิจารณา
แจกโฉนดที่ดินต่อไป
กรณีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีชื่อหลายคน  แต่ผู้มีชื่อเพียงบางคนถึงแก่กรรมก่อนการ
เดินสำ�รวจ ผู้มีชื่อคนหนึ่งคนใดจะน�ำ เดินส�ำ รวจไม่ได้
กรณีที่ดินตามหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีทางสาธารณประโยชน์ตัดผ่านและ
ยังมิได้มีการจดทะเบียนแบ่งแยกไป ให้ถือปฏิบตั ิตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการออกโฉนดที่ดินกรณีที่มี
ทางสาธารณประโยชน์ ทางหลวง หรือคลองชลประทานตัดผ่าน พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวนั ที่ ๓ เมษายน ๒๕๒๒
โดยไม่ต้องมีการรังวัดใหม่แต่อย่างไร
หนงั สอื กรมทด่ี นิ ท่ี มท ๐๗๐๘/ว ๒๖๐๔ ลงวนั ท่ี ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๓๐ เรอ่ื ง การลงนาม
ของพระภิกษสุ ามเณรในเอกสารการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ผู้ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นพระภิกษุสามเณรชอบที่จะ
ลงนามในเอกสารการจดทะเบียนเป็นพระภิกษุหรือสามเณรได้ตามความเป็นจริง  สำ�หรับพระภิกษุหรือ

๑๑๔ ปี กรมทด่ี ิน ๒๕๙

สามเณรทีม่ ีชือ่ ในหนงั สือแสดงสิทธิอยู่แล้ว ให้ถือปฏิบัติตามคำ�สั่งของกรมทีด่ ินและโลหกิจ ที่ ๑๐/๒๔๘๒
ลงวนั ที่ ๒๒ กันยายน ๒๔๘๒ เรือ่ ง ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้รบั อนญุ าตให้เปลีย่ นนามหรือนามสกลุ โดยอนโุ ลม
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๗๘๖๑ ลงวนั ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๐ เรือ่ ง การออก
โฉนดทีด่ ินกรณีรปู แผนทีแ่ ละเนือ้ ที่แตกตา่ งจากหลักฐาน น.ส. ๓ เดิม
ในการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน  ถ้าหากรูปแผนที่และเนื้อที่ที่คำ�นวณได้จากการรังวัด
ท�ำ แผนที่เพื่อออกโฉนดทีด่ ินแตกต่างจากหลกั ฐาน น.ส. ๓ เดิมมาก และมีกรณีสงสัยว่า น.ส. ๓ ดงั กล่าว
เป็นหลักฐานสำ�หรับที่ดินแปลงที่นำ�เดินสำ�รวจฯ  หรือไม่  พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ควรพิจารณาโดยรอบคอบ
โดยสอบสวนเพม่ิ เตมิ เจา้ ของทด่ี นิ เจา้ ของทด่ี นิ ขา้ งเคยี งและผปู้ กครองทอ้ งท่ี ตลอดจนเรยี กเอกสารหลกั ฐาน
เพิ่มเติมเพือ่ ประกอบการพิจารณาได้ หากเชื่อได้ว่าหลักฐาน น.ส. ๓ ดงั กล่าว เป็นหลกั ฐานสำ�หรับที่ดิน
แปลงที่นำ�เดินสำ�รวจฯ  จริง  ก็พิจารณาดำ�เนินการออกโฉนดที่ดินต่อไปโดยไม่ต้องให้เจ้าของที่ดินไปขอ
ตรวจสอบเนื้อที่ น.ส. ๓ ชั้นอ�ำ เภอก่อนแต่อย่างใด
หนังสือกรมทีด่ ิน ด่วนที่สดุ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๑๗๔๓ ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
เรือ่ ง การออกโฉนดที่ดินส�ำ หรับที่ดินที่ไดจ้ �ำ นองเป็นประกนั ไว้
การขอรบั โฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำ�รวจฯ ให้จงั หวัดด�ำ เนินการดงั นี้
๑. ทำ�หนังสือลงทะเบียนตอบรับแจ้งเจ้าของที่ดิน  และธนาคารผู้รับจำ�นองทราบ  กำ�หนด
วัน  เวลา  และสถานที่แจกโฉนดที่ดิน  พร้อมท้ังชื่อเจ้าของที่ดิน  หลักฐานที่ดินเดิม  เลขที่โฉนดที่ดินใหม่
ไม่น้อยกว่า ๗ วันก่อนวันแจกโฉนดที่ดิน และระบใุ ห้ธนาคารผู้รับจำ�นองน�ำ หนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินเดิม
มาคืนในวนั แจกโฉนดที่ดิน
๒. ในการออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ให้ระบุในหนังสือ
ข้อ ๑ ด้วยว่า “ได้ประกาศกำ�หนดวนั แจกโฉนดทีด่ ินแล้ว ซึง่ ท�ำ ให้หนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมได้ถกู ยกเลิก
และไม่สามารถทำ�นิติกรรมใดๆ ตามกฎหมายได้”
๓. ในกรณีที่เจ้าของที่ดินและธนาคารผู้รับจำ�นองมาในวันแจกโฉนดที่ดิน  ให้เจ้าของที่ดิน
ลงลายมือชื่อรับโฉนดที่ดินและส่งโฉนดที่ดินให้ธนาคารเก็บไว้เป็นหลักฐานโดยให้ธนาคารส่งมอบหนังสือ
แสดงสิทธิในที่ดินเดิมคืน
๔. หากธนาคารไม่มาในวันแจกโฉนดที่ดิน  ให้แจกโฉนดที่ดินแก่เจ้าของที่ดินโดยให้ปฏิบัติ
ตามหนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๑๗๕๑๑ ลงวนั ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๒๙ โดยไม่ต้องออกใบแทน
๕. หากเจ้าของที่ดินไม่มาในวันแจกโฉนดทีด่ ิน ให้แจกโฉนดที่ดินแก่ผู้รับจ�ำ นองรบั ไป
๖. เมือ่ ด�ำ เนินการตาม ข้อ ๔ และ ข้อ ๕ แล้ว ให้ท�ำ หนงั สือลงทะเบียนตอบรับแจ้งผู้รับ
จำ�นองหรือเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ไปรับโฉนดทีด่ ินทราบว่าได้แจกโฉนดที่ดินให้แก่ใคร เมือ่ ใด และเกบ็ เข้าเรื่อง
ไว้เป็นหลกั ฐาน
หนังสือกรมที่ดิน ดว่ นทีส่ ุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๒๒๕๙ ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
เรื่อง การจดั สรา้ งใบไตส่ วน (น.ส. ๕) ตามโครงการเดินสำ�รวจออกโฉนดทีด่ ิน
๑. ให้จดั สร้างใบไต่สวน (น.ส.๕) เพียงฉบับเดียว โดยกรอกข้อความในใบไต่สวน (น.ส.๕) และ
ให้เจ้าของที่ดิน เจ้าของทีด่ ินข้างเคียง ผู้ปกครองท้องที่ และเจ้าหน้าที่ทีเ่ กี่ยวข้องลงนามให้ครบถ้วน ยกเว้น
ข้อ ๘ ในวงเล็บ(ฉบบั นี้สำ�หรับ...) และช่อง “...ผู้รบั ใบไต่สวน” และ “...เจ้าพนกั งานผู้แจกใบไต่สวน” ให้เว้น
ไว้ก่อนแล้วให้ถ่ายเอกสารเปน็ คู่ฉบับโดยใช้กระดาษถ่ายเอกสารขนาด A๓ (พับกึ่งกลางจะเท่ากระดาษ A๔)

๒๖ ๐ ๑๑๔ ปี กรมทด่ี นิ

๒. เมื่อต้องการแจกให้เจ้าของทีด่ ินจึงเติมข้อความในช่องทีเ่ ว้นไว้ให้ครบถ้วนสมบรู ณ์
๓. ให้ดำ�เนินการตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ เปน็ ต้นไป
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๓/๑๙๙๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กนั ยายน ๒๕๓๐ เรื่อง ขอยกเลิก
ใบไต่สวน (เวียนตามหนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๓/ว ๒๑๑๙๐ ลงวันที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๓๐)
การเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินท้ังตำ�บลเป็นเรื่องที่กฎหมายบังคับให้ผู้มีสิทธิในที่ดินต้องมานำ�
ท�ำ การเดินสำ�รวจ โดยอาศยั งบประมาณของทางราชการเป็นจำ�นวนมากและทางราชการถือว่าเป็นนโยบาย
ที่สำ�คัญประการหนึ่ง  จึงถือเป็นหลักการว่า  เมื่อมีการนำ�เดินสำ�รวจโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ
วธิ กี ารแลว้ ยอ่ มจะยกเลกิ ไมไ่ ด้ เวน้ แตเ่ ปน็ กรณที ม่ี เี หตขุ ดั ขอ้ งซง่ึ ไมอ่ าจแกไ้ ขได้ หรอื เปน็ การน�ำ เดนิ ส�ำ รวจไป
โดยไมช่ อบดว้ ยกฎหมายและระเบยี บวธิ กี าร ซง่ึ กจ็ ะตอ้ งสง่ เรอ่ื งไปใหก้ รมทด่ี นิ พจิ ารณาสง่ั ยกเลกิ เปน็ รายๆ ไป
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๒๕/ว ๐๐๖๐๘ ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๓๓ เรื่อง การรบั
โอนการครอบครองที่ดินที่มีใบจอง
ขอทบทวนแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการนำ�ทำ�การเดินสำ�รวจเพื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รบั รองการท�ำ ประโยชน์ของผู้ที่ได้รบั โอนการครอบครองที่ดินตามใบจองโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดงั นี้
๑. ใหผ้ คู้ รอบครองและท�ำ ประโยชนใ์ นทด่ี นิ ทม่ี ใี บจอง น�ำ ท�ำ การเดนิ ส�ำ รวจเพอ่ื ออกโฉนดทด่ี นิ
หรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ได้  พร้อมท้ังนำ�ใบจองมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่  เพื่อรวมเรื่องไว้ประกอบ
การพิจารณา
๒. หากผู้น�ำ ท�ำ การเดินสำ�รวจฯ นำ�ใบจองมาแสดงไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ในใบไต่สวน
(น.ส. ๕) หรอื แบบบนั ทกึ การสอบสวนสทิ ธแิ ละพสิ จู นก์ ารท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๑ ก.) วา่ น�ำ ใบจองมาแสดงไมไ่ ด้
เพราะเหตใุ ด
๓. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ก็
ให้พิจารณาดำ�เนินการตามระเบียบกรมทีด่ ิน ว่าด้วยการเพิกถอนและจ�ำ หน่ายใบจองออกจากทะเบียนที่ดิน
พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยพิจารณาดำ�เนินการตามข้อเทจ็ จริงเปน็ รายๆ ไปด้วย
๔. โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ดังกล่าวอยู่ในบังคับห้ามโอนตามความใน
มาตรา ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึง่ แก้ไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เติม
ประมวลกฎหมายทีด่ ิน ฉบบั ที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๘)
หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๒๗๐ ลงวนั ที่ ๓ กุมภาพันธ์
๒๕๓๕ เรื่อง การปฏิบัติงานก่อนออกโฉนดทีด่ ินใหจ้ งั หวดั ตามโครงการเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ิน
ก่อนออกโฉนดที่ดินให้จังหวัด
๑. แจ้งให้นายอำ�เภอหรือปลัดอำ�เภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ�กิ่งอำ�เภอร่วมตรวจสอบการออก
โฉนดที่ดินในฐานะผู้ปกครองท้องที่  หากจะมอบหมายให้ผู้ใดไปดำ�เนินการแทน  ขอให้มอบหมายให้ผู้ที่
สามารถจะไปร่วมตรวจสอบได้ในวันที่เจ้าหน้าที่ทำ�การรังวดั
๒. ในกรณีที่มีปัญหาว่า  ที่ดินบริเวณใดจะอยู่ในหลักเกณฑ์ที่อาจออกโฉนดที่ดินได้หรือไม่
ให้จังหวัดพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการตามที่เห็นสมควรออกไปทำ�การตรวจสอบก่อนดำ�เนินการออก
โฉนดที่ดิน
๓. ให้ผู้ก�ำ กับการเดินสำ�รวจออกโฉนดทีด่ ิน เข้าร่วมประชมุ ชี้แจงในการประชมุ ประจำ�เดือน
ของหวั หน้าส่วนราชการประจ�ำ จงั หวดั และหวั หน้าส่วนราชการประจ�ำ อ�ำ เภอ เพือ่ รายงานผลการปฏิบตั ิงาน
ปัญหา  อุปสรรค  และแนวทางแก้ไขให้ที่ประชุมทราบ  เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและให้ความ
สนบั สนุนโครงการเดินส�ำ รวจออกโฉนดที่ดิน

๑๑๔ ปี กรมทดี่ นิ ๒๖๑

๔. ให้จังหวดั ควบคมุ บังคบั บัญชาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตามโครงการเดินส�ำ รวจออก
โฉนดทีด่ ินให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยเคร่งครัด รวมท้ังการพิจารณา
บำ�เหนจ็ ความชอบประจ�ำ ปี
๕. ให้จงั หวัดพิจารณาวางแผนเร่งรดั การออกโฉนดที่ดิน และแจกโฉนดที่ดินให้ถึงมือราษฎร
โดยเร็ว  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนากรมที่ดินและเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินท่ัวประเทศ
เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลอีกทางหนึง่ ด้วย
หนังสือกรมทีด่ ินที่ มท ๐๖๒๕/๑๖๔๑๐ ลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ เรือ่ ง การรังวดั
ออกโฉนดทีด่ ินทีค่ ้างแจกเกิน ๑๐ ปี (เวียนตามหนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๑๗๕๗๗ ลงวันที่ ๒
กรกฎาคม ๒๕๓๕)
เจ้าของที่ดินบางรายไม่มีหลักฐานที่ดินแต่เคยนำ�ทำ�การเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินไว้
ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ – ๒๕๑๔ แตเ่ จา้ หนา้ ทเ่ี ดนิ ส�ำ รวจไมร่ งั วดั ใหเ้ พราะเกรงวา่ จะออกโฉนดทด่ี นิ ทบั กนั นน้ั
ให้น�ำ ท�ำ การเดินสำ�รวจฯ โดยใช้ระวางแผนทีร่ ะบบ ยู ที เอ็ม และให้พนกั งานเจ้าหน้าทีต่ รวจสอบและบนั ทึก
ไว้ในเรือ่ งราวการเดินสำ�รวจฯ ให้ได้ความว่า ทีด่ ินทีน่ �ำ ท�ำ การเดินส�ำ รวจฯ ซ้ําน้ัน มีใบไต่สวน เลขทีเ่ ท่าไร
ผู้ใดน�ำ ท�ำ การเดินสำ�รวจฯ ไว้ มีการครอบครองต่อเนื่องมาอย่างไร หรือไม่ มีภาระติดพนั หรือไม่ ประการใด 
ถ้ามีให้ยกรายการมาจดแจ้งไว้ตามระเบียบ  เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินพิจารณาออกโฉนดที่ดินให้เจ้าของที่ดิน
แล้ว ให้หมายเหตุไว้ด้านหน้าใบไต่สวนเดิมทั้ง ๒ ฉบับ ด้วยอักษรสีแดงว่า “ใบไต่สวนฉบบั นี้ยกเลิก เพราะ
ได้น�ำ ทำ�การเดินส�ำ รวจเพือ่ ออกโฉนดทีด่ ินใหม่แล้วแต่วันที่..... เดือน.............. พ.ศ....” พร้อมทั้งลงชื่อและ
วัน เดือน ปี กำ�กับไว้ในวันแจกโฉนดที่ดิน
หนังสือกรมที่ดิน ดว่ นที่สดุ ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๐๒๐๘๒ ลงวนั ที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๓๖
เรือ่ ง การออกโฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรับรองการท�ำ ประโยชนต์ ามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒)
แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน
เพอื่ ใหก้ ารออกโฉนดทด่ี ินหรือหนงั สือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ใหก้ บั บคุ คลตามมาตรา ๕๘ ทวิ
วรรคสอง (๒) มีความถูกต้อง รอบคอบ และรดั กมุ ยิง่ ขึ้น พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ควรรบั ฟงั พยานบคุ คลเพียง
ด้านเดียว ควรจะต้องมีพยานเอกสารทางราชการหรือหลักฐานการได้มาซึ่งที่ดินที่เชื่อถือได้ซึง่ ทางราชการ
ออกให้  หรือเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวที่แสดงไว้อย่างชัดเจนถึงวันเวลาของการได้มาว่า
ได้มาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับประกอบการพิจารณาออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�
ประโยชน์จึงจะเป็นการชอบ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของเจ้าพนักงานที่ดินจังหวดั หรือเจ้าพนกั งานที่ดินสาขา
หรือนายอ�ำ เภอท้องที่แล้วแต่กรณี
หนังสือกรมที่ดิน ด่วนทีส่ ดุ ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๐๘๐๒๐ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๖ เรือ่ ง
การปฏิบัติงานตามโครงการเดินสำ�รวจออกโฉนดทีด่ ิน
ให้บันทึกในข้อ ๙ ของใบไต่สวน (น.ส. ๕) เพื่อให้ทราบว่าทีด่ ินน้ัน ได้ท�ำ ประโยชน์เป็นที่นา
ที่บ้าน มีสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ลักษณะอย่างไร เลขที่เท่าใด หรือที่สวนปลูกพืชชนิดใด ปลูกมาแล้วกี่ปี
เต็มพื้นทีห่ รือไม่ และห้ามใช้ตรายางประทบั แทนการบันทึกการสอบสวนดงั กล่าวโดยเด็ดขาด

หนงั สือกรมทีด่ ิน ด่วนมาก ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๒๕๑๙๕ ลงวนั ที่ ๑๗ กนั ยายน ๒๕๓๖
เรื่อง  การเก็บรักษาทะเบียนหรือบัญชีคุมเร่ืองราวการเดินสำ�รวจออกโฉนดท่ีดินและการเปล่ียน
น.ส. ๓ ก. เปน็ โฉนดที่ดิน

๒๖ ๒ ๑๑๔ ปี กรมทีด่ ิน

ให้ส�ำ นักงานทีด่ ินจังหวัดและส�ำ นักงานที่ดินจังหวดั สาขา ควบคุมและเกบ็ รกั ษาทะเบียนหรือ
บญั ชีคมุ เรือ่ งราวการเดินส�ำ รวจออกโฉนดที่ดินและการเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดที่ดิน ดงั นี้
๑. บญั ชีคุมใบไต่สวนตามระเบียบการเดิม (สมุดเบอร์ ๒)
๒. บญั ชีคมุ ใบไต่สวน (น.ส. ๑๖)
๓. บญั ชีคุมแบบการเปลี่ยน น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดทีด่ ิน (น.ส. ๒๒)
๔. บัญชีรายการประจ�ำ วันทำ�การเดินส�ำ รวจฯ (บ.ท.ด. ๑๖)
๕. บญั ชีรายวนั ทำ�การเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดที่ดิน (น.ส. ๒๓)
หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ด่วนทีส่ ดุ ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๒๖๙๕ ลงวันที่ ๑๑ ตลุ าคม
๒๕๓๖ เรื่อง การกำ�หนดพื้นที่ทีจ่ ะเดินสำ�รวจออกโฉนดทีด่ ิน
ใหจ้ งั หวดั แตง่ ตง้ั คณะกรรมการก�ำ หนดพนื้ ทท่ี จ่ี ะท�ำ การเดนิ ส�ำ รวจ ประกอบดว้ ย ผวู้ า่ ราชการ
จงั หวัด หรือรองผู้ว่าราชการจงั หวัดเป็นประธาน ป่าไม้จงั หวดั ผู้แทนหน่วยทหารในพื้นที่ราชพสั ดุจังหวัด,
ผู้แทนกรมพัฒนาทีด่ ิน,ผู้แทนส�ำ นกั งานการปฏิรปู ทีด่ ินเพือ่ การเกษตรกรรม (เฉพาะจังหวดั ที่มี) นายอำ�เภอ
ผู้เป็นหัวหน้าปกครองอำ�เภอท้องที่  เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด  เพื่อป้องกันการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน
รกุ ล้ําทีด่ ินของรฐั โดยกำ�หนดลงในระวางแผนทีห่ รือแผนทีภ่ มู ิประเทศ มาตราส่วน ๑/๕๐,๐๐๐ ให้ชดั เจน
และจัดท�ำ แผนผงั ประกาศไว้ทีจ่ ังหวัดและอำ�เภอท้องที่ให้ราษฎรทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วนั
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๑๑๖๑๐ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๗ เรื่อง การเดิน
ส�ำ รวจออกโฉนดที่ดินในเขตปฏิรปู ที่ดิน
เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกากำ�หนดเขตปฏิรูปที่ดินในท้องที่ใดแล้ว  และในเขตปฏิรูปที่ดินไม่ว่า
จะเปน็ พื้นทีท่ ี่ ส.ป.ก. เข้าไปด�ำ เนินการแล้วหรือยังไม่ได้ด�ำ เนินการก็ตาม พนักงานเจ้าหน้าทีจ่ ะออกหนงั สือ
แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ ใหแ้ กร่ าษฎรทค่ี รอบครองและท�ำ ประโยชนอ์ ยกู่ อ่ นวนั ทป่ี ระมวลกฎหมายทด่ี นิ ใชบ้ งั คบั ไมไ่ ด้
ถ้าราษฎรดงั กล่าวไม่ได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญตั ิให้ใช้ประมวลกฎหมายทีด่ ิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือมิได้แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในทีด่ ินตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ไว้ก่อน
หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๖๒๕/ว  ๑๔๓๑๘  ลงวันที่  ๒๗  พฤษภาคม  ๒๕๓๗
เรื่อง  การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ตามมาตรา  ๕๘  ทวิ  วรรคสอง  (๒)
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
กรณีที่ผู้นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ตามมาตรา 
๕๘ ทวิ วรรคสอง (๒) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน อ้างว่าได้มีการครอบครองและทำ�ประโยชน์มาก่อน
ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ หรือก่อนการหวงห้ามส�ำ หรับทีด่ ินดังต่อไปนี้
๑. ที่เขา ทีภ่ เู ขา ซึ่งหากได้มาภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคบั ไม่อาจออกโฉนดทีด่ ิน
หรือหนังสือรับรองการท�ำ ประโยชน์ได้ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๙๗)
๒. พื้นที่ลาดชันเฉลี่ยเกิน  ๓๕%  ซึ่งตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ  กำ�หนดว่าไม่สมควรออก
เอกสารสิทธิ
๓. ที่ดินที่ทางราชการกันออกหรือยกเลิกหรือถอนสภาพการหวงห้ามภายหลังประมวล
กฎหมายทีด่ ินใช้บงั คับ
ให้พิจารณาสอบสวนด้วยความรอบคอบ  โดยยึดถือพยานเอกสารและพยานบุคคลเป็นหลัก
ในการพิจารณาหรือในกรณีทีไ่ ม่มีพยานเอกสาร ให้น�ำ พยานแวดล้อมอื่นมาประกอบการพิจารณาด้วย

๑๑๔ ปี กรมที่ดนิ ๒๖๓

ส่วนที่ดินนอกเหนือจากพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น  ให้สอบสวนพิจารณาตามแนวทางและระเบียบ
วิธีการทีม่ ีอยู่เดิม
หนังสือกรมที่ดิน ดว่ นมาก ที่ มท ๐๖๒๕/๖๖๔๕ ลงวนั ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๘ เรื่อง
หารือปญั หาการเดินส�ำ รวจในเขตปฏิรปู ที่ดิน
๑. การเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินโดยไม่ได้แจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖
นั้น ตามคำ�ส่ังกรมที่ดิน ที่ ๒/๒๔๙๙ ลงวนั ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๙๙ หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท
๐๖๑๐/ว ๑๔๔ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๓ และหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๑๔๔ ลงวันที่ ๑๖
ตลุ าคม ๒๕๑๓ ก�ำ หนดให้ผู้ครอบครองและท�ำ ประโยชน์ในที่ดินก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับน�ำ เดิน
สำ�รวจออกโฉนดทีด่ ินได้ โดยจะต้องนำ�หลกั ฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) หรือหลักฐานการยืน่ ขอ
ผ่อนผนั แจ้งการครอบครองมาให้ในภายหลงั ซึง่ หากไม่มีหลกั ฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) หรือ
การขอผ่อนผนั แจ้งการครอบครองแล้ว กรณีก็ไม่อาจแจกโฉนดที่ดินให้ได้ แต่โดยทีก่ ารขอผ่อนผันแจ้งการ
ครอบครองไม่อาจกระทำ�ได้เนื่องจากได้ถูกยกเลิกแล้วโดยผลของกฎหมาย  และให้ผู้ที่ครอบครองและ
ทำ�ประโยชน์ในที่ดินก่อนประมวลกฎหมายที่ดินมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้หากมีการประกาศเดินสำ�รวจ
ในท้องที่นั้น ตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยถือว่าการมานำ�เดินสำ�รวจเป็นการแจ้ง
ความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินแล้ว  ฉะนั้น  กรณีนี้เจ้าของที่ดินได้นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินไว้เมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๐๖ ถือได้ว่าเปน็ การแจ้งความประสงค์ได้สิทธิแล้ว จึงให้นำ�ใบไต่สวนประกอบหลักฐานการน�ำ เดิน
สำ�รวจออกโฉนดที่ดิน โดยถือปฏิบตั ิตามนยั หนงั สือกรมทีด่ ิน ด่วนมาก ที่ มท ๐๖๒๕/๑๖๔๑๐ ลงวนั ที่ ๒๒
มิถนุ ายน ๒๕๓๕ เรือ่ ง การรังวัดออกโฉนดที่ดินค้างแจกเกิน ๑๐ ปี ซึ่งเวียนให้ทราบและถือปฏิบตั ิตามนยั
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๒๕/ว ๑๗๕๗๗ ลงวนั ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕
และสำ�หรับ น.ส. ๓ ก. ที่ออกโดยมิได้แจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) ในเขตปฏิรูปที่ดินและออก
ทับใบไต่สวนนั้น ให้นำ� น.ส. ๓ ก. นั้น ประกอบหลักฐานการเดินสำ�รวจรวมไว้ในเรือ่ งด้วย โดยบันทึกเจ้าของ
ทีด่ ินให้ได้ความว่า ได้ครอบครองทีด่ ินต่อเนือ่ งมาจากผู้มีชื่อใบไต่สวนอย่างไร ต้ังแต่เมือ่ ใด แล้วหมายเหตุใน
น.ส. ๓ ก. เมือ่ ได้มีการออกโฉนดที่ดินแล้วตามระเบียบ
๒. กรณีที่ดินทีม่ ีการออก น.ส. ๓ ก. โดยมีหลกั ฐานแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) และออก
ทบั ทด่ี นิ มใี บไตส่ วนหรอื โฉนดทด่ี นิ คา้ งแจก ใหน้ �ำ เดนิ ส�ำ รวจออกโฉนดทด่ี นิ โดยใชห้ ลกั ฐาน น.ส. ๓ ก. ดงั กลา่ วได้
เนื่องจากใบไต่สวนเป็นเพียงเอกสารแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดินเท่าน้ันมิใช่เอกสารสิทธิในที่ดิน
แต่ น.ส. ๓ ก.เปน็ เอกสารสิทธิในทีด่ ินประเภทหนึ่ง และส�ำ หรบั ใบไต่สวน เมื่อได้มีการออกโฉนดที่ดินแล้ว
กใ็ ห้พิจารณายกเลิกใบไต่สวนตามระเบียบต่อไป
หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๔๒๐๖ ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ เรือ่ ง การออก
โฉนดที่ดินตามโครงการพัฒนากรมที่ดินและเรง่ รดั การออกโฉนดทีด่ ินท่ัวประเทศ
๑. รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยไดแ้ ตง่ ตง้ั ใหผ้ อู้ �ำ นวยการศนู ยเ์ ดนิ ส�ำ รวจออกโฉนดทด่ี นิ
เป็นเจ้าพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน  ผู้อำ�นวยการศูนย์เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินจึงมีอำ�นาจ
ประกาศก�ำ หนดวันแจกโฉนดที่ดิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน และประกาศการแจก
โฉนดที่ดิน ตามกฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบญั ญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และดำ�เนินการในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกับประกาศดังกล่าวได้ หากจงั หวดั เหน็ ว่า
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา  ควรเป็นผู้พิจารณาลงนามในประกาศดังกล่าว
เพราะต้องกำ�กับดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานตามโครงการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน  และการเปลี่ยน

๒๖ ๔ ๑๑๔ ปี กรมท่ดี นิ

น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดทีด่ ิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ตามอำ�นาจหน้าทีก่ ช็ อบทีจ่ ะ
ดำ�เนินการได้ และขอได้แจ้งกรมที่ดินทราบด้วย
๒. เรอ่ื งราวการเดนิ ส�ำ รวจออกโฉนดทด่ี นิ ทเ่ี จา้ หนา้ ทส่ี ายส�ำ รวจไดด้ �ำ เนนิ การครบถว้ นถกู ตอ้ ง
ตามหมวดที่ ๑ ส่วนที่ ๔ และส่วนที่ ๕ ของระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ินและ
สอบเขตทีด่ ิน พ.ศ. ๒๕๒๙ กล่าวคือ ได้ท�ำ การส�ำ รวจรงั วัดท�ำ แผนที่สอบสวนสิทธิ และให้ผู้นำ�ทำ�การเดิน
ส�ำ รวจฯ เจ้าของทีด่ ินข้างเคียง ผู้ปกครองท้องที่ ลงลายมือชื่อในใบไต่สวน (น.ส. ๕) และแบบบนั ทึกถ้อยค�ำ
(ท.ด. ๑๖) ตา่ งๆ ใหค้ กู่ รณใี นขอ้ ผกู พนั ใหถ้ อ้ ยค�ำ รบั รองในขอ้ ทก่ี �ำ หนดไวใ้ นใบไตส่ วน จดแจง้ รายการจดทะเบยี น
ลงในสารบัญจดทะเบียนหลังใบไต่สวน  และบันทึกถ้อยคำ�ผู้โต้แย้งสิทธิและศูนย์อำ�นวยการเดินสำ�รวจฯ
ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินได้  ก็ให้เจ้าพนักงานที่ดินประกาศแจกโฉนด
ทีด่ ินได้ เพื่อให้ศูนย์อ�ำ นวยการเดินสำ�รวจฯ ทยอยแจกโฉนดที่ดินให้ถึงมือเจ้าของที่ดินได้มากทีส่ ุด
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๓๔๗ ลงวนั ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
เรื่อง การมอบอ�ำ นาจการดแู ลรกั ษา คุ้มครองป้องกันทีส่ าธารณะของนายอำ�เภอ
เนื่องจากกรมที่ดินได้รายงานให้ทราบว่ายังมีบางอำ�เภอคงมอบหมายให้ผู้แทนไประวังชี้และ
ลงชื่อรับรองแนวเขตครั้งเดียวหลายคน  เช่น  มอบหมายให้ปลัดอำ�เภอผู้รับผิดชอบประจำ�ตำ�บลร่วมกับ
ก�ำ นันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือท้ังก�ำ นันและผู้ใหญ่บ้าน ให้เปน็ ผู้ระวังชี้และรบั รองแนวเขตทีส่ าธารณประโยชน์
ซึ่งการดำ�เนินการดังกล่าวทำ�ให้การออกหนังสือแสดงสิทธิในทีด่ ินเป็นไปด้วยความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อ
นโยบายของทางราชการ  ในการเร่งรัดออกหนังสือแสดงสิทธิให้แก่ราษฎร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการ
ดำ�เนินงานโครงการพัฒนากรมที่ดินและเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินท่ัวประเทศ  เนื่องจากโครงการดังกล่าว
มีเป้าหมายในการออกโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรในแต่ละปีงบประมาณนับล้านแปลง  หากปล่อยให้สภาพ
เหตกุ ารณด์ �ำ เนนิ การไปเชน่ น้ี จะท�ำ ใหเ้ กดิ ปญั หาโฉนดทด่ี นิ คา้ งลงนามและคา้ งแจกเปน็ จ�ำ นวนมาก อาจท�ำ ให้
เปา้ หมายของงานโครงการทท่ี างราชการก�ำ หนดไวไ้ มบ่ รรลผุ ลส�ำ เรจ็ ตามเจตนารมณข์ องทางราชการ ฉะนน้ั
จึงขอให้จังหวัดส่งั การให้นายอำ�เภอ  และปลัดอำ�เภอผ้เู ป็นหัวหน้าประจำ�ก่งิ อำ�เภอถือปฏิบัติตามนัยหนังสือ
กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท ๑๖๑๘/ว ๒๔๗๔ ลงวนั ท่ี ๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๓๕ โดยเครง่ ครดั หากอ�ำ เภอใด
มีความจ�ำ เปน็ ต้องปฏิบัติแตกต่างจากแนวทางที่แจ้งให้ถือปฏิบัติ  ขอให้จังหวัดเสนอความเห็นต่อกระทรวง
มหาดไทย เพือ่ พิจารณาเปน็ กรณีๆ ไป
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๐๑๙ ลงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๒ เรือ่ ง การเดิน
สำ�รวจออกโฉนดที่ดิน
วางแนวทางปฏิบตั ิเพือ่ ให้เจ้าหน้าทีถ่ ือปฏิบตั ิเป็นแนวทางเดียวกัน ดังนี้
๑. ในกรณีการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินและการย้ายรูปแปลงที่ดิน  ในพื้นที่ระวางแผนที่
เดียวกนั เมื่อได้ปฏิบัติตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการเปลีย่ นหนังสือรบั รองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.)
เปน็ โฉนดทีด่ ิน ตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. ๒๕๓๐ ข้อ ๑๘, ๑๙ แล้วให้เจ้าหน้าที่
ย้ายรูปแปลงที่ดินและเจ้าหน้าที่เดินสำ�รวจฯ  จัดทำ�บันทึกร่วมกันตามแบบที่แนบมาพร้อมนี้ต่อหน้าผู้กำ�กับ
การเดินสำ�รวจฯ ผู้ก�ำ กบั การรังวัดและผู้อ�ำ นวยการศนู ย์ฯ
๒. ให้จัดส่งบนั ทึกตามข้อ ๑ ให้ผู้อำ�นวยการกองหนังสือสำ�คญั ทราบโดยเร็ว
๓. ให้ทำ�บนั ทึกตามข้อ ๑ ตั้งแต่ผลการดำ�เนินการประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้น

๑๑๔ ปี กรมท่ดี ิน ๒๖๕

หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๒๐๓๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๒ เรือ่ ง การออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  กรณีได้เนื้อที่เกินจากหลักฐานที่ดินเดิม  (อ้างถึง
หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๘/ว ๐๖๓๘๕ ลงวนั ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๑)
๑. กรณีเนื้อที่ตามหลักฐานเดิมไม่เกิน ๑๐ ไร่ ผลการรังวดั ทำ�แผนทีห่ รือพิสูจน์สอบสวนการ
ทำ�ประโยชน์ได้เนื้อที่เกินจากหลกั ฐานเดิมตงั แต่ ๑๐ เปอร์เซน็ ต์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์
๑.๑ ถ้าเป็นการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ให้ส่งแบบ
รายงานและเอกสารเรื่องราวให้เจ้าพนักงานที่ดินจงั หวดั หรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี
๒. กรณีเนื้อทีต่ ามหลักฐานที่ดินเดิมไม่เกิน ๑๐ ไร่ ผลการรังวดั ทำ�แผนที่หรือพิสจู น์สอบสวน
การท�ำ ประโยชนไ์ ด้เนือ้ ทเ่ี กนิ จากหลกั ฐานทดี่ นิ เดมิ กวา่ ๕๐ เปอร์เซน็ ต์ และกรณีเนือ้ ทต่ี ามหลกั ฐานทด่ี ินเดมิ
เกินกว่า ๑๐ ไร่ แต่ไม่เกิน ๕๐ ไร่ ผลการรงั วดั ท�ำ แผนทีห่ รือพิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์ได้เนื้อที่เกิน
จากหลักฐานทีด่ ินเดิมต้ังแต่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
๒.๑ ถ้าเป็นการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินหรือหนงั สือรับรองการท�ำ ประโยชน์ ให้ส่งแบบ
รายงานและเอกสารเรื่องราวไปยังสำ�นักงานที่ดินจังหวัดหรือสำ�นักงานที่ดินจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี  และ
ให้ผู้ตรวจราชการกรมที่ดินเป็นผู้ตรวจสอบในคราวมาตรวจราชการ
๓. กรณีเนื้อทีต่ ามหลกั ฐานทีด่ ินเดิมเกินกว่า ๕๐ ไร่ ขึ้นไป ผลการรงั วัดท�ำ แผนทีห่ รือพิสจู น์
สอบสวนการท�ำ ประโยชน์ ได้เนื้อทีเ่ กินจากหลกั ฐานทีด่ ินเดิม ต้ังแต่ ๑๐ เปอร์เซน็ ต์ขึ้นไป ให้ส่งแบบรายงาน
และเอกสารเรื่องราวให้กรมทีด่ ินตรวจสอบทุกเรื่อง
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๘๖๖๖ ลงวนั ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เรื่อง
การยินยอมให้ออกโฉนดทีด่ ินระหว่างจำ�นอง
ในการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินน้ันเจ้าของที่ดินเป็นผู้นำ�พนักงานเจ้าหน้าที่ทำ�การเดิน
สำ�รวจรังวัดทำ�แผนที่และนำ�ชี้แนวเขตที่ดินที่ตนครอบครองทำ�ประโยชน์ตามหลักฐานหนังสือแสดงสิทธิใน
ทีด่ ินเดิมด้วยตนเอง โดยมีเจ้าของที่ดินข้างเคียงเปน็ ผู้ตรวจสอบระวงั ชี้แนวเขตของตนเองอีกด้วย ในกรณีที่
เมือ่ เจ้าของที่ดิน (ผู้จำ�นอง) ได้นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดแล้วได้เนื้อทีน่ ้อยกว่าหลกั ฐานเดิม (น.ส. ๓ ก. หรือ
น.ส. ๓)  ที่ได้จำ�นองไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น  ทางธนาคารให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบว่า
เจ้าของที่ดิน  (ผู้จำ�นอง)  ได้นำ�เดินสำ�รวจไปตามแนวเขตเดิมในขณะจำ�นองหรือไม่  ถ้าหากเป็นไปตาม
แนวเขตเดิมทางธนาคารกค็ วรจะยินยอมรบั โฉนดเดินส�ำ รวจที่จดแจ้งการครอบครองจำ�นองนั้นไปได้ เพราะ
โฉนดทีด่ ินเป็นเอกสารสิทธิสำ�หรบั ทีด่ ินที่มนั่ คง และถกู ต้องกว่า น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส. ๓ ธรรมดา การ
กำ�หนด หลกั เกณฑ์ให้กรมที่ดินต้องออกโฉนดให้มีเนื้อทีเ่ ท่ากบั หรือมากกว่าหลกั ฐาน น.ส. ๓ ก. หรือ น.ส.๓
ธรรมดา ที่นำ�ไปจำ�นองไว้กับสถาบันการเงินหรือธนาคารน้ัน จึงไม่สามารถปฏิบัติได้ และเป็นการกำ�หนด
หลักเกณฑ์ที่เปน็ การขัดกบั นโยบายการออกโฉนดทีด่ ินให้แก่ประชาชนของรัฐบาล
หนงั สือกรมทีด่ ิน ดว่ นทีส่ ดุ ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๙๖๕๑ ลงวนั ที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒
เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหา น.ส. ๓ และโฉนดที่ดิน ตามโครงการเดินสำ�รวจคา้ งแจก
- เพื่อให้การดำ�เนินการแจกโฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรบั รองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ตาม
โครงการเดินสำ�รวจฯเสร็จสิ้นโดยเร็ว จึงวางแนวทางแก้ไขปัญหา น.ส. ๓ ก. และโฉนดทีด่ ินตามโครงการ
เดินส�ำ รวจค้างแจก ดังนี้
๑. กรณีหนงั สือรบั รองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ค้างแจก
๑.๑ ให้จังหวัดตรวจสอบว่า น.ส. ๓ ก. ทีค่ ้างแจกตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึง่ พนักงาน
เจ้าหน้าที่ ลงนามแล้วมีจำ�นวนเท่าไรและที่ยงั ไม่ลงนามมีจ�ำ นวนเท่าไร โดยแยกเป็นรายปีแจ้งให้กรมที่ดิน

๒๖ ๖ ๑๑๔ ปี กรมทีด่ ิน

ทราบ น.ส. ๓ ก. ค้างแจกเกิน ๑๐ ปี ซึ่งพนกั งานเจ้าหน้าทีย่ ังไม่ลงนามให้ตรวจสอบว่า เรื่องราวการเดิน
สำ�รวจฯ  อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะดำ�เนินการได้หรือไม่  หากอยู่ในหลักเกณฑ์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงนามใน
น.ส. ๓ ก. ดงั กล่าวต่อไป หากไม่อยู่ในหลกั เกณฑ์ให้ขออนมุ ตั ิกรมที่ดินเพือ่ พิจารณาสั่งยกเลิกเรื่องราวการ
เดินส�ำ รวจออก น.ส. ๓ ก. ดงั กล่าว และทำ�ลายแบบพิมพ์ น.ส. ๓ ก. ตามระเบียบ
๑.๒ น.ส. ๓ ก. ค้างแจกเกิน ๑๐ ปี ซึ่งพนกั งานเจ้าหน้าทีล่ งนามแล้วแต่ยงั ไม่ได้แจกให้
ด�ำ เนินการ ดังนี้
๑.๒.๑ ให้ตรวจสอบในระวางว่า ที่ดินแปลงนั้นได้ออกโฉนดที่ดินไปแล้วหรือไม่
๑.๒.๒ ใหต้ รวจสอบวา่ ยงั มชี อ่ื ผขู้ อเปน็ เจา้ ของทด่ี นิ อยหู่ รอื ไม่ หรอื ไดโ้ อนสทิ ธใิ หก้ บั
ผู้อืน่ ไปแล้ว
๑.๓ น.ส. ๓ ก. ค้างแจกตามข้อ ๑.๒ และ ๑.๓ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าทีล่ งนามแล้ว ทีย่ ังมิได้
ออกโฉนดทีด่ ินและยังมิได้โอนสิทธิให้กับผู้อื่น ให้แจก น.ส. ๓ ก. ดงั กล่าวให้เจ้าของทีด่ ิน โดยให้ดำ�เนินการ
ดงั นี้
๑.๓.๑ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี ขา้ ไปแจกในพน้ื ทโ่ี ดยประสานงานกบั ก�ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น
หรือขอความอนุเคราะห์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประสานงานในการแจก หากมีกรณีตรวจสอบพบว่ามีการ
เปลีย่ นแปลงที่อยู่ ให้สอบถามข้อมูลจากงานทะเบียนราษฎร
๑.๓.๒ หากไม่สามารถแจกได้  ให้มีหนังสือลงทะเบียนตอบรับ  แจ้งเจ้าของที่ดิน
ไปรับ น.ส. ๓ ก. ภายใน ๓๐ วนั หากพ้นกำ�หนดแล้วไม่รับให้ถือว่าไม่ประสงค์จะรบั ให้ขออนมุ ัติกรมที่ดิน
เพื่อพิจารณาส่งั ยกเลิกเรือ่ งราวการออก น.ส. ๓ ก. ดังกล่าว และทำ�ลายแบบพิมพ์ น.ส. ๓ ก. ตามระเบียบ
๑.๓.๓ หากที่ดินทีน่ ำ�เดินสำ�รวจฯ ไว้ ไม่มีหลักฐานสำ�หรับที่ดิน เมื่อยกเลิกเรือ่ งราว
การออก น.ส. ๓ ก. และท�ำ ลายแบบพมิ พ์ น.ส. ๓ ก. แลว้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี บกิ บญั ชรี บั แจง้ การครอบครอง
(ส.ค. ๒) เล่มใหม่มาจดแจ้งรายละเอียดเกีย่ วกับที่ดินแปลงน้ัน และให้พนกั งานเจ้าหน้าทีล่ งลายมือชื่อไว้เป็น
หลักฐานแทนเจ้าของทีด่ ิน เพือ่ ให้เจ้าของที่ดินสามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในทีด่ ินเฉพาะรายได้ ในกรณีที่
มีหลกั ฐานชดั เจนว่าได้ครอบครองทำ�ประโยชน์มาก่อนประมวลกฎหมายทีด่ ินใช้บงั คบั
๒. กรณีโฉนดทีด่ ินคา้ งแจก
๒.๑ ให้จังหวดั ส�ำ รวจว่า มีการออกโฉนดทีด่ ิน ตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แห่งประมวล
กฎหมายที่ดินซํ้าซ้อนกันกับการออกโฉนดที่ดินตามมาตรา  ๕๘  ตรี  แห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่
ถ้าไม่มีให้แยกพิจารณาดังนี้
๒.๑.๑ ที่ดินแปลงเดียวกันที่มีการออกโฉนดที่ดินไปโดยครบถ้วนสมบูรณ์ตาม
กฎหมาย ท้ัง ๒ วิธี ให้ตรวจสอบว่าออกโดยวิธีใดก่อน โดยให้ถือว่าโฉนดทีด่ ินตามวิธีออกก่อนชอบแล้วและ
โฉนดที่ดินตามวิธีที่ออกหลังต้องด�ำ เนินการเพิกถอนตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน
๒.๑.๒ กรณีตามข้อ  ๒.๑.๑  ถ้าโฉนดที่ดินซึ่งออกโดยวิธีใดได้ดำ�เนินการไปโดย
ครบถ้วนสมบูรณ์ตามขั้นตอนแล้ว  ส่วนโฉนดที่ดินตามอีกวิธีหนึ่งยังดำ�เนินการไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ให้ออก
โฉนดทีด่ ินตามวิธี ทีค่ รบถ้วนสมบรู ณ์และให้ขออนมุ ัติกรมที่ดินเพือ่ พิจารณายกเลิกโฉนดทีด่ ินที่ออกไปโดย
ยังไม่ครบถ้วนสมบรู ณ์
๒.๑.๓ กรณีตามข้อ ๒.๑.๑ ถ้าโฉนดที่ดินดงั กล่าวออกโดยยงั ไม่ครบถ้วนสมบรู ณ์
ท้ัง ๒ วิธี ให้ด�ำ เนินการออกโฉนดทีด่ ินโดยวิธีตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะ
มีการปกั หลักเขตทีด่ ินเปน็ ขอบเขตแน่นอนแล้ว และให้จงั หวดั ขออนมุ ตั ิกรมที่ดินเพื่อพิจารณายกเลิกโฉนด
ทีด่ ินที่ด�ำ เนินการโดยวิธีตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

๑๑๔ ปี กรมทดี่ นิ ๒๖๗

๒.๒ กรณีโฉนดทีด่ ินออกตามมาตรา ๕๘, ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินค้างแจก
เกิน ๑๐ ปี
๒.๒.๑ กรณีเจ้าพนักงานที่ดินยังไม่ลงนาม ให้ตรวจสอบว่าเรื่องราวการเดินส�ำ รวจ
อยใู่ นหลกั เกณฑ์ทจี่ ะด�ำ เนินการได้หรือไม่ หากอย่ใู นหลกั เกณฑ์ให้เจ้าพนกั งานทดี่ ินจงั หวดั หรือสาขา ลงนาม
ในโฉนดท่ีดินดังกล่าวต่อไป  หากไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ให้จังหวัดขออนุมัติกรมท่ีดินเพ่ือพิจารณาส่ังยกเลิก
เร่ืองราวการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินดังกล่าวและทำ�ลายแบบพิมพ์โฉนดที่ดินตามระเบียบ  กรณี
เจ้าพนกั งานที่ดินลงนามแล้ว แต่ยงั ไม่ได้แจกรวมท้ังกรณีตามข้อ ๒.๒.๑ ซึ่งเจ้าพนกั งานที่ดินจงั หวดั หรือ
สาขาได้ตรวจสอบแล้วอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะดำ�เนินการได้และลงนามแล้ว  ให้แจกโฉนดที่ดินดังกล่าวให้
เจ้าของที่ดิน โดยให้ดำ�เนินการดงั นี้
(๑) ใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ ไปแจกในพน้ื ท่ี โดยประสานงานกบั ก�ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น
หรือขอความอนเุ คราะห์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประสานงานในการแจก หากมีกรณีตรวจสอบพบว่ามีการ
เปลีย่ นแปลงทีอ่ ยู่ ให้สอบถามข้อมูลจากงานทะเบียนราษฎร
(๒) หากไม่สามารถแจกได้ ให้มีหนงั สือลงทะเบียนตอบรับแจ้งเจ้าของทีด่ ิน
ไปรบั โฉนดที่ดินภายใน ๓๐ วนั หากพ้นก�ำ หนดแล้วไม่ไปรบั ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะรับ ให้จังหวัดขออนมุ ตั ิ
กรมที่ดินเพื่อพิจารณาส่ังยกเลิกเรื่องราวการเดินสำ�รวจการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวและทำ�ลายแบบพิมพ์
โฉนดที่ดินตามระเบียบ
(๓) หากที่ดินที่นำ�เดินสำ�รวจฯ ไว้  ไม่มีหลักฐานสำ�หรับที่ดิน  เมื่อยกเลิก
เรื่องราวการออกโฉนดที่ดิน  และทำ�ลายแบบพิมพ์โฉนดที่ดินแล้ว  ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขา
เบิกบัญชีรับแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๒) เล่มใหม่ มาจดแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นและให้
เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื สาขาลงลายมอื ชอ่ื ไวเ้ ปน็ หลกั ฐานแทนเจา้ ของทด่ี นิ เพอ่ื ใหเ้ จา้ ของทด่ี นิ สามารถ
ออกหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินเฉพาะรายได้ ในกรณีทีม่ ีหลกั ฐานชดั เจนว่าได้ครอบครองทำ�ประโยชน์มาก่อน
ประมวลกฎหมายทีด่ ินใช้บงั คบั
๒.๓ กรณีออกโฉนดทีด่ ินตาม มาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งได้
ประกาศกำ�หนดวันแจกโฉนดทีด่ ินแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ ให้จงั หวัดเก็บเข้าเล่มโฉนดทีด่ ินและพยายาม
แจกโฉนดทีด่ ินให้ได้ หากแจกโฉนดทีด่ ินไม่ได้ให้เกบ็ ไว้และจัดท�ำ บัญชีคมุ โดยเก็บเอกสารไว้ให้อยู่ในความ
รับผิดชอบของเจ้าพนกั งานที่ดินจงั หวดั หรือสาขา และต้องดำ�เนินการขีดคร่อมและหมายเหตุใน น.ส. ๓ ก.
ฉบับส�ำ นักงานที่ดิน ว่า น.ส. ๓ ก. ฉบับนี้ ได้ออกเปน็ โฉนดที่ดินเลขที.่ ......อำ�เภอ.......ตามมาตรา ๕๘ ตรี
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ินแล้วและเจ้าพนกั งานทีด่ ินลงนามก�ำ กบั โดยให้ด�ำ เนินการทันที ณ วันที่ประกาศ
กำ�หนดวันแจกโฉนดที่ดิน  เนื่องจาก น.ส. ๓ ก. น้ัน สิ้นสภาพแล้ว ทั้งนี้ ให้จัดทำ�หมายเหตุกลัดติดไว้
เมื่อเจ้าของน�ำ น.ส. ๓ ก. ฉบับเจ้าของที่ดินมาติดต่อธรุ ะเกีย่ วกบั ที่ดินก็ให้นำ�มาขีดคร่อมและหมายเหตแุ ละ
ยึดเก็บไว้ที่สำ�นักงานที่ดินและให้รับโฉนดที่ดินไปดำ�เนินการต่อไป  ท้ังนี้ให้จังหวัดแจ้งผลการขีดคร่อมและ
หมายเหตุ น.ส. ๓ ก. ดงั กล่าวให้กรมที่ดินทราบ
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/๔๑๒๐๔ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ เรือ่ ง
การแก้ปัญหาการออกเอกสารสิทธิในเขตปฏิรูปที่ดิน  (อ้างถึงหนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๗๑๙/ว
๑๘๓๓๓ ลงวนั ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๐)
เพื่อให้การพิจารณาดำ�เนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเดินสำ�รวจออกเอกสารสิทธิในที่ดิน
ในเขตปฏิรปู ทีด่ ินแต่อยู่นอกพื้นทีด่ ำ�เนินการโดยไม่มีหลักฐานส�ำ หรบั ที่ดินให้ลุล่วงไปด้วยดี จึงขอซ้อมความ
เข้าใจและให้จังหวดั สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ด�ำ เนินการ ดังนี้

๒๖ ๘ ๑๑๔ ปี กรมทีด่ นิ

๑. เรื่องราวการเดินสำ�รวจฯ  ที่เจ้าของที่ดินนำ�ทำ�การเดินสำ�รวจฯ ไว้  ในวันหรือก่อนวันที่
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๑ ซึง่ เจ้าพนักงานที่ดินยังมิได้ลงนามในโฉนดที่ดินหรือหนงั สือรับรองการทำ�ประโยชน์
(น.ส. ๓ ก.) แล้ว ให้เร่งรดั แจกแก่ผู้นำ�เดินส�ำ รวจต่อไป
๒. เรือ่ งราวการเดินส�ำ รวจฯ ที่เจ้าของที่ดินน�ำ ทำ�การเดินส�ำ รวจฯ ในวนั หรือก่อนวันที่ ๒๙
มนี าคม ๒๕๓๗ ซง่ึ เจา้ พนกั งานทด่ี นิ ยงั มไิ ดล้ งนามในโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.)
หากอยใู่ นหลกั เกณฑท์ จ่ี ะออกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชนต์ ามประมวลกฎหมายที่ดินได้แล้ว
ก็ให้เจ้าพนกั งานที่ดินคนปจั จุบันลงนามและแจกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้นำ�เดินสำ�รวจฯ ต่อไป
อนึ่ง เรื่องราวการเดินสำ�รวจฯทีเ่ จ้าของทีด่ ินน�ำ ทำ�การเดินส�ำ รวจฯ ไว้ ในวันหรือก่อนวนั ที่
๒๙ มีนาคม ๒๕๓๗ ซึ่งเจ้าพนักงานทีด่ ินยงั มิได้ลงนามในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการท�ำ ประโยชน์
(น.ส. ๓ ก.)  ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ตามประมวล
กฎหมายทีด่ ินได้ และเรือ่ งราวการเดินสำ�รวจฯ ที่เจ้าของที่ดินได้นำ�ทำ�การเดินส�ำ รวจไว้หลังจากวันที่ ๒๙
มนี าคม ๒๕๓๗ ไมว่ า่ เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จะลงนามในโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชนแ์ ลว้ หรอื ไม่
กต็ าม ให้ส่งเรื่องไปให้กรมที่ดินพิจารณายกเลิกเรือ่ งราวการเดินส�ำ รวจฯ ดังกล่าว โดยให้ปฏิบัติตามนยั
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๓/๑๙๙๓๘ ลงวนั ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๓๐ ซึ่งได้เวียนให้ทราบและถือปฏิบตั ิ
ตามนัยหนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๓/ว ๒๑๑๙๐ ลงวันที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๓๐
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๒๙.๔/ว ๑๗๐๘๐ ลงวนั ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๔ เรื่อง
การออกโฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์แปลงเดียวหรือหลายแปลงหรือเป็นบางสว่ น
กรณีการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์แปลงเดียว
มีชื่อเจ้าของที่ดินหลายคนให้ออกโฉนดที่ดินเป็นแปลงเดียวก่อน  โดยสร้างใบไต่สวนแปลงเดียวให้มีชื่อ
เจ้าของที่ดินทุกคน ถ้าเจ้าของที่ดินประสงค์จะให้ทำ�การรงั วดั ออกโฉนดที่ดินเป็นหลายแปลงในทำ�นองแบ่ง
กรรมสทิ ธร์ิ วมในคราวเดยี วกนั โดยไม่เปน็ การหลีกเลย่ี งการจดั สรรทดี่ ินตามพระราชบญั ญตั ิการจดั สรรทดี่ ิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ ก็ให้ด�ำ เนินการได้โดยบนั ทึกความประสงค์ของเจ้าของที่ดินไว้ และให้เจ้าของที่ดินไปยืน่ ค�ำ ขอ
แบ่งกรรมสิทธิ์รวม ณ ส�ำ นักงานที่ดินจังหวัดหรือส�ำ นกั งานที่ดินจงั หวดั สาขาแล้วแต่กรณี พร้อมกบั บนั ทึก
ให้ทราบด้วยว่า ถ้าไม่สามารถดำ�เนินการให้แล้วเสรจ็ ภายในระยะเวลาทีไ่ ด้ประมาณการไว้ ซึ่งจะต้องเพิ่ม
วันทำ�การรังวัดจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น  เสร็จแล้วให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำ�การรังวัดรีบรายงานให้หัวหน้าฝ่าย
รังวัดทราบเพื่อแจ้งให้เจ้าของที่ดินมายื่นคำ�ขอจดทะเบียน  แบ่งกรรมสิทธิ์รวมและชำ�ระเงินค่ามัดจำ�รังวัด
เพิ่มเติมต่อไปการเรียกเก็บค่ามัดจำ�รังวัดให้ปฏิบัติไปตามกฎกระทรวง  ฉบับที่  ๔๗  (พ.ศ. ๒๕๔๑)  และ
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗ เมือ่ เจ้าของที่ดินได้รับโฉนดทีด่ ินแล้ว จึงทำ�การจดทะเบียนแบ่งกรรมสิทธิร์ วมโดยใช้รายงาน
การรงั วดั ซึ่งได้ดำ�เนินการรังวดั ในคราวเดียวกันกบั การออกโฉนดที่ดินดังกล่าว
สำ�หรับกรณีการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตามหลักฐานโฉนดตราจองหรือตราจองที่ตราว่า
“ได้ทำ�ประโยชน์แล้ว” แปลงเดียว มีชือ่ เจ้าของทีด่ ินคนเดียวหรือหลายคนให้ออกโฉนดทีด่ ินเปน็ แปลงเดียว
หากเจ้าของที่ดินประสงค์จะขอท�ำ การรงั วัดออกโฉนดที่ดินเป็นหลายแปลงในท�ำ นองแบ่งกรรมสิทธิ์รวมหรือ
แบ่งแยกในนามเดิมในคราวเดียวกนั ก็ให้ดำ�เนินการตามนยั ดงั กล่าวได้โดยอนุโลม
หนงั สือกรมทีด่ ิน ดว่ นทีส่ ดุ ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๑๘๘๘๔ ลงวนั ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗
เรื่อง ขอออกโฉนดทีด่ ินหลายแปลงและขอแบ่งแยกระหว่างเดินส�ำ รวจออกโฉนดที่ดิน
๑. หลักฐานการแจ้งการครอบครองที่ดิน  (ส.ค. ๑)  แปลงเดียวมีชื่อเจ้าของที่ดินหรือ
ผู้ครอบครองคนเดียวหรือหลายคนต่อเนื่อง  ประสงค์จะนำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินหลายแปลงในคราว

๑๑๔ ปี กรมทด่ี ิน ๒๖๙

เดียวกัน กระทำ�ได้โดยให้บนั ทึกความประสงค์ของเจ้าของทีด่ ินทกุ คนไว้ แล้วจดั สร้างใบไต่สวนตามจำ�นวน
แปลงที่นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินและหมายเหตุในหลักฐานที่ดินเดิมให้ปรากฏว่าได้ออกโฉนดที่ดิน
ไปแล้วทั้งหมด กี่แปลงเป็นโฉนดที่ดินเลขทีเ่ ท่าไร
๒. การออกโฉนดทีด่ ิน ตามหลกั ฐานหนังสือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓, น.ส. ๓ ก.,
น.ส. ๓ ข.) และการเปลี่ยนโฉนดตราจอง หรือตราจองทีต่ ราว่า “ได้ท�ำ ประโยชน์แล้ว” เปน็ โฉนดที่ดินซึง่ มีชื่อ
ผู้มีสิทธิครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์คนเดียว มีความประสงค์ขอนำ�เดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ิน หลายแปลง
ในคราวเดียวกัน  โดยออกโฉนดที่ดินแต่ละแปลงให้มีชื่อเจ้าของที่ดินตรงกับชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน
ทำ�นองแบ่งแยกในนามเดิมให้กระทำ�โดยสร้างใบไต่สวนตามจำ�นวนแปลงที่ประสงค์ขอนำ�เดินสำ�รวจออก
โฉนดที่ดิน  แล้วหมายเหตุในหลักฐานเดิม  ให้ปรากฏว่าได้นำ�เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน  แล้วหมายเหตุใน
หลกั ฐานเดิมให้ปรากฏว่าได้น�ำ เดินสำ�รวจออกโฉนดทีด่ ินไปท้ังหมดกีแ่ ปลงเป็นโฉนดที่ดินเลขที่เท่าไร
๓. การออกโฉนดที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  (น.ส. ๓,  น.ส. ๓ ก.,
น.ส. ๓ ข.) และการเปลี่ยนโฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราว่า “ได้ทำ�ประโยชน์แล้ว” เป็นโฉนดที่ดินมีชื่อ
ผู้มีสิทธิครอบครองหรือผู้มีกรรมสิทธิ์หลายคนประสงค์จะออกโฉนดที่ดินหลายแปลงในคราวเดียวกันโดย
แต่ละแปลงมีชื่อเจ้าของทีด่ ินต่างกนั ท�ำ นองแบ่งกรรรมสิทธิ์รวม พร้อมกบั การเดินสำ�รวจออกโฉนดทีด่ ิน
ใหก้ ระท�ำ ไดโ้ ดยใหบ้ นั ทกึ ผทู้ �ำ การเดนิ ส�ำ รวจวา่ จะตอ้ งไปยน่ื ค�ำ ขอแบง่ แยกและจดทะเบยี น ณ ส�ำ นกั งานทด่ี นิ
จงั หวัดหรือสำ�นกั งานทีด่ ินจงั หวัดสาขา หรือสำ�นกั งานที่ดินจงั หวดั ส่วนแยก หรือส�ำ นกั งานที่ดินจังหวดั
สาขา สว่ นแยก แล้วแตก่ รณแี ละให้ช่างผทู้ �ำ การรงั วดั จ�ำ ลองรปู แผนทปี่ ระกอบเรอื่ ง การจดทะเบยี นแบง่ แยก
ให้ครบถ้วนตามระเบียบวิธีการ
๔. เมือ่ พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รบั ค�ำ ขอ และเรือ่ งราวการแบ่งแยกตามข้อ ๓ แล้ว ให้ตรวจสอบ
และพิจารณาดำ�เนินการจดทะเบียนและเรียกเกบ็ ค่าธรรมเนียมตามระเบียบ
ทั้งนี้ การแบ่งแยก ๑ แปลง ให้นับเปน็ จ�ำ นวนราย สำ�หรับการเดินส�ำ รวจเพื่อออกโฉนดทีด่ ิน
และสอบเขตที่ดินท้ังตำ�บลและการดำ�เนินการตามข้อ ๑ ถึง ๓ จะต้องเป็นความประสงค์ของเจ้าของที่ดิน
โดยแท้จริง และต้องไม่เปน็ การหลีกเลี่ยงการจัดสรรทีด่ ินตามพระราชบญั ญตั ิการจดั สรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
เช่น  บิดามีความประสงค์จะแบ่งที่ดินเพื่อโอนสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่บุตร  เป็นต้น
สำ�หรับกรณีที่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมมีภาระผูกพันใดๆ  ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ดำ�เนินการสำ�รวจรังวัด
เพื่อออกโฉนดที่ดินเป็นหลายแปลงหรือรังวัดแบ่งแยกในกรณีเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา  ๕๘
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๓/๑๗๙๔๘ ลงวนั ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๙ เรื่อง หารือ
แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการสง่ั ยกเลิกใบไตส่ วนตามโครงการเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ิน
เมื่ออธิบดีกรมที่ดินได้มอบหมายให้ผู้อำ�นวยการศูนย์เดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินประจำ�
จังหวดั ซึ่งเปน็ เจ้าพนกั งานทีด่ ิน ตามคำ�สัง่ กระทรวงมหาดไทย ที่ ๕๐๘/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖
เป็นผู้ลงลายมือชื่อและประทับตราประจำ�ตำ�แหน่งของเจ้าพนักงานที่ดินในโฉนดที่ดิน ตามมาตรา ๕๗
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  ผู้อำ�นวยการศูนย์เดินสำ�รวจฯ  ย่อมเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำ�นาจตามมาตรา  ๑๒
แห่งพระราชบัญญตั ิวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ในการพิจารณาออกหรือไม่ออกโฉนดทีด่ ิน
ทศ่ี นู ยอ์ �ำ นวยการเดนิ ส�ำ รวจฯ ไดด้ �ำ เนนิ การไวเ้ ชน่ เดยี วกบั เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั
สาขา เจา้ พนกั งานทด่ี นิ หวั หนา้ สว่ นแยก โดยอ�ำ นาจหนา้ ทใ่ี นการพจิ ารณาออกโฉนดทด่ี นิ ดงั กลา่ วอยรู่ ะหวา่ ง
การเตรียมการและการดำ�เนินการเพื่อจัดให้มีคำ�สั่งทางปกครอง  ตามมาตรา  ๕  แห่งพระราชบัญญัติวิธี
ปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่า การนำ�เดินส�ำ รวจฯ ทีไ่ ด้ด�ำ เนินการไว้ไม่ชอบ
ด้วยกฎหมายและระเบียบวิธีการ หรือมีเหตขุ ดั ข้องซึง่ ไม่อาจแก้ไขได้ ชอบทีผ่ ู้อ�ำ นวยการศนู ย์ฯ จะพิจารณา

๒๗ ๐ ๑๑๔ ปี กรมทด่ี นิ

ยกเลิกเรื่องราวการนำ�เดินสำ�รวจฯ ดงั กล่าว ตามอ�ำ นาจหน้าทีโ่ ดยให้ถือปฏิบตั ิตามระเบียบวิธีการ ตาม
หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๒๙.๑/ว ๒๗๘๙๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๔ เรื่อง ขอยกเลิกใบไต่สวนโดย
อนุโลม
อนึ่ง  อำ�นาจหน้าที่ของผู้อำ�นวยการศูนย์เดินสำ�รวจฯ  ดังกล่าว  เป็นอำ�นาจหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมายตามนัยมาตรา ๕๗ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดตามแผนงาน
โครงการแต่ละปี
หนงั สือสำ�นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร ๐๙๐๑/๐๙๓๗ ลงวนั ที่ ๒๔ ตลุ าคม
๒๕๔๙ เรื่อง ขอหารือการออกโฉนดทีด่ ินโดยการเดินส�ำ รวจในเขตหา้ มลา่ สตั ว์ป่า (เวียนโดยหนงั สือ
กรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๓๒๗๙๙ ลงวนั ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙)
๑. การเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมาย
ที่ดิน สามารถดำ�เนินการในเขตห้ามล่าสตั ว์ป่าได้หรือไม่ อย่างไร
๒. ตามปญั หาใน ๑. ถ้าสามารถดำ�เนินการได้ ขอทราบว่าวิธีปฏิบัติในการออกโฉนดที่ดิน
ต้องแต่งต้ังคณะกรรมการร่วมกันออกไปตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวง  ฉบับที่  ๔๓  (พ.ศ. ๒๕๓๗)
ออกตามความในพระราชบัญญตั ิให้ใช้ประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๐ (๓) ด้วยหรือไม่ อย่างไร
๓. การแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมกนั ออกไปตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓
(พ.ศ. ๒๕๓๗)  ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน  พ.ศ. ๒๔๙๗  ข้อ ๑๐ (๓)
ใช้เป็นวิธีปฏิบัติเฉพาะกรณีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์เป็นการเฉพาะรายตาม
มาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ินเท่าน้ันใช่หรือไม่ อย่างไร
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๗) ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าว มีความเห็นในแต่ละประเด็น
ดังนี้
ประเดน็ ที่หนึง่ เหน็ ว่ามาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึง่ แก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน  (ฉบับที่  ๕)  พ.ศ. ๒๕๒๘  ที่กำ�หนดว่า
เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะให้มีการออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ในจังหวัดใดในปีใด
ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา  กำ�หนดจังหวัดที่จะทำ�การสำ�รวจรังวัดทำ�แผนที่หรือพิสูจน์
สอบสวนการทำ�ประโยชน์สำ�หรับปีน้ัน  เขตจังหวัดที่รัฐมนตรีประกาศกำ�หนดไม่รวมท้องที่ที่ทางราชการ
ได้จำ�แนกให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร  และกรณีของจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง ก�ำ หนดจงั หวัดที่จะท�ำ การสำ�รวจรงั วัดท�ำ แผนทีเ่ พื่อออกโฉนดทีด่ ิน ลงวนั ที่ ๑๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๐
กำ�หนดเปน็ จังหวัดทีท่ ำ�การแม้ว่ามาตรา ๕๘ วรรคหนึ่งจะมิได้ก�ำ หนดห้ามไว้ แต่การเดินสำ�รวจเพือ่ ออก
โฉนดที่ดินตามมาตรา  ๕๘  และมาตรา  ๕๘  ทวิ  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าก็ไม่
สามารถเดินสำ�รวจได้
ประเดน็ ที่สอง เหน็ ว่าเมือ่ ได้วินิจฉยั ในประเด็นทีห่ นึง่ แล้วว่า การเดินสำ�รวจเพื่อออกโฉนด
ทีด่ ิน ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าไม่สามารถ
ดำ�เนินการได้ กรณีจึงไม่จ�ำ เปน็ ต้องวินิจฉยั ในประเดน็ นี้แต่อย่างใด
ประเดน็ ที่สาม เห็นว่า มาตรา ๕๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึง่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวนั ที่ ๒๙ กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศักราช ๒๕๑๕ กำ�หนดให้ผู้มีสิทธิครอบครอง
ที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์เป็นการเฉพาะรายได้  ไม่ว่าจะได้มีประกาศ
ของรัฐมนตรี ตามมาตรา ๕๘ แล้วหรือไม่กต็ ามเมื่อพนกั งานเจ้าหน้าทีพ่ ิจารณาเหน็ สมควรให้ดำ�เนินการ
ออกโฉนดทีด่ ินหรือหนงั สือรับรองการทำ�ประโยชน์แล้วแต่กรณี ท้ังนี้ ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการทีป่ ระมวล

๑๑๔ ปี กรมทดี่ นิ ๒๗๑

กฎหมายนี้กำ�หนด  ส่วนมาตรา  ๕๙  ทวิ  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของ
คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๕ เป็นบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้
ผู้ครอบครองและทำ�ประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือแสดง
กรรมสิทธิท์ ีด่ ินและมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญตั ิให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
พ.ศ. ๒๔๙๗  สามารถขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ได้ในกรณีที่มีความจำ�เป็น
และมีจ�ำ นวนเนื้อที่ไม่เกิน ๕๐ ไร่ เว้นแต่ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะอนมุ ตั ิให้เกินกว่านั้น ทั้งนี้ ตามระเบียบที่
คณะกรรมการก�ำ หนด อยา่ งไรกต็ าม ในการขอออกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการท�ำ ประโยชนถ์ า้ ทด่ี นิ นน้ั
ถูกก�ำ หนดเปน็ เขตห้ามล่าสตั ว์ป่าไปก่อนแล้ว พนักงานเจ้าหน้าทีก่ ็ไม่อาจออกโฉนดที่ดินหรือหนงั สือรับรอง
การทำ�ประโยชน์ได้  เพราะผลของการไม่แจ้งการครอบครองตามมาตรา  ๕  แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ถือได้ว่าบคุ คลเหล่านี้สละสิทธิครอบครองทีด่ ิน รฐั มีอ�ำ นาจจัดทีด่ ิน
ดังกล่าวตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้
กรณีตามปญั หา เมือ่ พิจารณากฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความใน
พระราชบญั ญตั ิให้ใช้ประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. ๒๔๙๗ จะเหน็ ได้ว่า ได้กำ�หนดถึงหลักเกณฑ์และวิธีการ
ในการขอออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการท�ำ ประโยชน์ตามมาตรา ๕๙ และมาตรา ๕๙ ทวิ ไว้ในข้อ ๗
ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑
โดยข้อ  ๑๐  เมื่อได้พิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์แล้ว  ปรากฏว่าได้มีการครอบครองและ
ท�ำ ประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพที่ดินในท้องถิ่น ตลอดจนสภาพของกิจการที่ได้ทำ�ประโยชน์ ถ้าปรากฏว่า
ที่ดินนั้นไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  เขตอุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือ
เขตที่ได้จำ�แนกให้เป็นป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีและที่ดินนั้นไม่เป็นที่ดินซึ่งต้องห้ามมิให้ออกหนังสือ
รับรองการทำ�ประโยชน์และไม่มีผู้คัดค้านภายในกำ�หนดเวลาที่ประกาศ  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือ
รับรองการทำ�ประโยชน์ให้ได้ แต่ถ้าปรากฏว่าที่ดินนั้นตั้งอยู่ในตำ�บลที่มีป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ
พนื้ ทร่ี กั ษาพนั ธส์ุ ตั วป์ า่ พน้ื ทห่ี า้ มลา่ สตั วห์ รอื เขตพน้ื ทท่ี ไ่ี ดจ้ �ำ แนกใหเ้ ปน็ เขตปา่ ไมถ้ าวรตามมตคิ ณะรฐั มนตรี
และยังไม่ได้ขีดเขตลงในระวางรูปถ่ายทางอากาศเพื่อการออกหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  หรือกรณี
ที่ขีดเขตแล้ว แต่ที่ดินที่ขอออกหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์มีอาณาเขตติดต่อคาบเกี่ยวหรืออยู่ในเขตฯ
ใหผ้ วู้ า่ ราชการจงั หวดั แตง่ ตง้ั คณะกรรมการรว่ มกนั ออกไปตรวจพสิ จู นท์ ด่ี นิ และเมอ่ื คณะกรรมการไดท้ �ำ การ
พิสจู น์เสรจ็ แล้ว ให้เสนอความเหน็ ต่อผ้วู ่าราชการจงั หวดั ว่าสมควรออกหนงั สือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ให้ได้
หรือไม่ เพียงใด
และข้อ  ๑๑  กำ�หนดว่า  เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาผลการตรวจพิสูจน์ที่ดินของ
คณะกรรมการแล้วปรากฏว่าที่ดินนั้นไม่อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือปรากฏว่าอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
แต่ผู้ขอได้ครอบครองทำ�ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนวันที่ทางราชการกำ�หนดให้
ทด่ี ินน้นั เปน็ เขตหา้ มลา่ สตั ว์ปา่ และไม่มีผคู้ ดั ค้านภายในก�ำ หนดเวลาทปี่ ระกาศ ใหผ้ ้วู า่ ราชการจงั หวดั สง่ั การ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาดำ�เนินการออกหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ให้ได้  ฉะนั้น  การแต่งต้ัง
คณะกรรมการร่วมกันออกไปตรวจพิสจู น์ที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความ
ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๑๐ (๓) จึงเป็นวิธีปฏิบตั ิเฉพาะกรณีการ
ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์เป็นการเฉพาะรายตามมาตรา ๕๙ มาตรา ๕๙ ทวิ
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๐๐๒ ลงวนั ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๐ เรื่อง การขอรับ
โฉนดทีด่ ินตามโครางการเดินสำ�รวจฯ โดยยงั ไมช่ �ำ ระเงินคา่ ธรรมเนียม

๒๗ ๒ ๑๑๔ ปี กรมทดี่ ิน

ผู้มีสิทธิในที่ดินรายใดประสงค์จะขอรับโฉนดที่ดินไปก่อน  แต่ยังไม่ชำ�ระเงินค่าธรรมเนียม
กใ็ ห้พนกั งานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการค้างช�ำ ระเงินค่าธรรมเนียมให้ปรากฏในโฉนดที่ดินนั้น ตามความในมาตรา
๑๐๓ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และถือปฏิบตั ิตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๘๖๗๗
ลงวนั ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๑๕
หนังสือกรมที่ดิน ดว่ นมาก ที่ มท ๐๕๑๖.๓/ว ๑๒๐๑๑ ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒
เรือ่ ง การขอรบั โฉนดที่ดินตามโครงการเดินส�ำ รวจฯ โดยยังไม่ช�ำ ระเงินค่าธรรมเนียม
เพื่อให้การปฏิบัติของเจ้าพนักงานที่ดิน  ในกรณีโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำ�รวจตาม
มาตรา ๕๘ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ินดงั กล่าวเปน็ ไปในทางเดียวกนั จึงให้จังหวดั ด�ำ เนินการดังต่อไปนี้
๑. กรณีศูนย์อำ�นวยการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินเป็นผู้แจกโฉนดที่ดิน  เพื่อเป็นการ
ป้องกันมิให้มีปัญหาเกีย่ วกับการแจกโฉนดที่ดินนอกเวลาราชการปกติ และปัญหาเกีย่ วกับการออกใบเสรจ็
รับเงินค่าธรรมเนียมการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวจึงให้ศูนย์อำ�นวยการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินงดแจ้งการ
ไม่ชำ�ระค่าธรรมเนียมการออกโฉนดทีด่ ินดังกล่าว โดยให้จดแจ้งการยงั ไม่ช�ำ ระเงินค่าธรรมเนียมให้ปรากฏ
หรือประทบั ตรายางดว้ ยหมกึ สแี ดงมขี อ้ ความวา่ “ยงั ไมช่ �ำ ระเงนิ คา่ ธรรมเนยี มการออกโฉนดทด่ี นิ ” ทกุ แปลง
๒. กรณีสำ�นกั งานทีด่ ินเปน็ ผูแ้ จกโฉนดที่ดิน เนื่องจากกรณีนี้ไม่มีปญั หาเกีย่ วกบั การแจก
โฉนดที่ดินนอกเวลาราชการปกติ  และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการออกใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
ตามหลักการจึงควรเกบ็ เงินค่าธรรมเนียมการออกโฉนดทีด่ ินดงั กล่าวทกุ แปลง อย่างไรกต็ าม หากผู้มีสิทธิ
ในที่ดินรายใดประสงค์จะขอรับโฉนดที่ดินไปก่อน  แต่ยังไม่ชำ�ระเงินค่าธรรมเนียม  ก็ให้เจ้าพนักงานที่ดิน
จดแจ้งการยังไม่ช�ำ ระเงินค่าธรรมเนียมให้ปรากฏในโฉนดที่ดินดงั ทีก่ ล่าวมาแล้วในข้อ ๑. ด้วย
ในกรณีทีม่ ีการจดแจ้งการยังไม่ชำ�ระเงินค่าธรรมเนียมการออกโฉนดทีด่ ินตามข้อ ๑. และ ๒.
เมื่อมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมคร้ังแรกให้ผู้ยื่นคำ�ขอเป็นผู้ชำ�ระเงินค่าธรรมเนียมที่ยังไม่ชำ�ระและ
ให้เจ้าพนักงานที่ดินจดแจ้งให้ปรากฏหรือประทับตรายางด้วยหมึกสีแดงต่อจากการจดแจ้งหรือประทับ
ตรายางยงั ไม่ชำ�ระเงินค่าธรรมเนียมคร้ังแรกว่า “ช�ำ ระเงินแลว้ ”
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙.๑/ว ๑๕๕๔๐ ลงวนั ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ เรือ่ ง
ปัญหาโฉนดทีด่ ินคา้ งแจกเนือ่ งจากเจา้ ของที่ดินตายและทายาทไม่ไปจดทะเบียนโอนมรดก
ให้ยกเลิกหนงั สือกรมทีด่ ิน ด่วนทีส่ ุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๒๕๗๖ ลงวนั ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๐
และหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๙๒๘๑ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๑ โดยวางแนวทางปฏิบัติกรณี
ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ถึงแก่กรรมและทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมายเป็นผู้นำ�
ท�ำ การเดินส�ำ รวจฯ ดงั นี้
๑. ให้ลงชื่อผู้ตายไว้ในใบไต่สวน โดยวงเลบ็ ต่อท้ายว่าตาย สำ�หรับบรรทดั ต่อมาให้เขียนชื่อ
ผู้น�ำ ทำ�การเดินสำ�รวจฯ ในฐานะทายาทพร้อมทังบันทึกให้ปรากฏด้วยว่าผู้น�ำ ท�ำ การเดินสำ�รวจเพือ่ อกโฉนด
ที่ดินเป็นทายาทผู้มีสิทธิตามกฎหมายหรือผู้รับพินัยกรรมและครอบครองที่ดินในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับ
มรดกต้ังแต่เมื่อใดเป็นเวลากี่ปี  พร้อมท้ังแสดงบัญชีเครือญาติให้ปรากฏโดยแสดงหลักฐานการเป็นทายาท
พร้อมสำ�เนาประกอบเรือ่ งไว้
๒. การสร้างโฉนดที่ดินให้ลงชือ่ ผู้มีชือ่ ในหนงั สือรับรองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓, น.ส. ๓ ก.,
น.ส. ๓ ข. หรือแบบหมายเลข ๓)
๓. ให้ศนู ย์อำ�นวยการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน หรือส�ำ นักงานทีด่ ินจงั หวดั ส�ำ นกั งานทีด่ ิน
จังหวัดสาขา  หรือสำ�นักงานที่ดินส่วนแยก  ทำ�การประกาศแจกโฉนดที่ดินเมื่อครบกำ�หนดประกาศแล้ว
ไม่มีผู้คัดค้านให้ออกโฉนดทีด่ ินและเร่งรดั แจกโฉนดทีด่ ินให้แก่ทายาทผู้ท�ำ การเดินส�ำ รวจฯ ตาม ๑. ต่อไป

๑๑๔ ปี กรมที่ดิน ๒๗๓

โฉนดที่ดินแปลงใด ไม่สามารถแจกได้ให้ถือเป็นงานค้างซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าพนักงานที่ดิน
ผรู้ บั ผดิ ชอบ
๔. สำ�หรบั กรณีทายาทผู้มีสิทธิในทีด่ ินได้น�ำ ท�ำ การเดินสำ�รวจไว้ก่อนแล้วให้ดำ�เนินการดังนี้
๔.๑ ในกรณีที่ทายาทผู้มีสิทธิในที่ดินได้ทำ�การเดินสำ�รวจฯ  ไว้ก่อนวันที่  ๕  เมษายน
๒๕๓๙ โดยลงชือ่ ทายาทผู้นำ�ท�ำ การเดินส�ำ รวจไว้ในใบไต่สวน ให้แก้ไขใบไต่สวน (น.ส. ๕) มาใช้บังคบั โดย
อนุโลม
๔.๒ ในกรณีทีท่ ายาทผู้มีสิทธิในทีด่ ินได้นำ�ทำ�การเดินส�ำ รวจฯ ไว้ในวนั หรือหลงั จากวันที่
๕ เมษายน ๒๕๓๙ โดยลงชื่อผู้ตายไว้ในใบไต่สวน แต่ลงชือ่ ทายาทผู้น�ำ ท�ำ การเดินส�ำ รวจฯไว้ในโฉนดที่ดิน
ให้แก้ไขโฉนดที่ดินรวมทั้งแจกโฉนดที่ดินให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิตามกฎหมายหรือผู้รับพินัยกรรม  โดยให้นำ�
ความ ๒.๓ มาใช้บังคบั โดยอนุโลม
๔.๓ กรณีผู้มีสิทธิในที่ดินได้ทำ�การเดินสำ�รวจฯ  ไว้และถึงแก่กรรมในระหว่างดำ�เนินการ
ออกโฉนดที่ดิน  ให้แจกโฉนดที่ดินให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิตามกฎหมายหรือผู้รับพินัยกรรม  โดยให้นำ�ความ
ใน ๓. มาใช้บังคบั โดยอนโุ ลม
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙.๑/ว ๘๖๖๙ ลงวนั ที่ ๒๐ มิถนุ ายน ๒๕๔๒๓ เรื่อง
การออกโฉนดทีด่ ินตามโครงการพัฒนากรมที่ดินและเร่งรดั การออกโฉนดที่ดินท่ัวประเทศ
โฉนดทด่ี ินเปน็ เอกสารของทางราชการทอี่ อกใหก้ บั เจ้าของทด่ี ินเพอื่ รบั รองถึงการมีกรรมสิทธ์ิ
จึงต้องเป็นเอกสารที่ถูกต้องแน่นอนเป็นที่ยอมรับของบุคคลท่ัวไป  นอกจากนั้นหลักเขตยังเป็นเครื่องหมาย
ที่แสดงขอบเขตว่าที่ดินของแต่ละบุคคลมีอยู่อย่างไร  และเป็นเครื่องหมายที่มีไว้เพื่อการตรวจสอบความ
ถูกต้องของตำ�แหน่งที่ดิน ถือได้ว่ามีความสำ�คัญอย่างยิ่งจึงกำ�ชับเจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการจดตรวจสอบ
หมายเลขหลักเขตอย่าให้ผิดพลาดคลาดเคลื่อนเพราะจะทำ�ให้โฉนดที่ดินขาดความเชื่อถือและทำ�ให้
ภาพพจน์ของกรมที่ดินเสียหาย
หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๗๒๙.๑/ว  ๓๑๔๙๐  ลงวันที่  ๑๖  ตุลาคม  ๒๕๔๓  เรื่อง
การออกโฉนดทีด่ ินตามโครงการพัฒนากรมทีด่ ินและเร่งรดั การออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ
ให้เจ้าของที่ดินมีส่วนร่วมในการอ่านหมายเลขหลักเขตที่ดินทุกครั้งที่มีการรังวัดปักหลักเขต
เพื่อออกโฉนดที่ดินตามโครงการพัฒนากรมที่ดินและเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ  และให้บันทึก
ถ้อยคำ� (ท.ด. ๑๖) เจ้าของทีด่ ิน รวมทั้งหมายเลขหลกั เขตทีท่ �ำ การรังวดั ไว้ในเรือ่ งด้วย ส�ำ หรบั การตรวจรบั
หลักเขตนั้นให้กำ�ชับคณะกรรมการตรวจรับหลักเขตให้สุ่มตัวอย่างตรวจสอบหมายเลขบนหลักเขตให้ได้
มาตรฐานด้วย

l เรือ่ งอื่นๆ

หนังสือกรมที่ดินที่  มท  ๐๖๐๙/๒/ว  ๒๗๓๐  ลงวันที่  ๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๒๔  เรื่อง
การบรรยายข้อความเมื่อเจ้าของที่ดินขา้ งเคียงไม่มาระวงั แนวเขต
วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบรรยายข้อความด้วยหมึกแดงในใบไต่สวนช่องรับรองเขตข้างเคียง
กรณีเจ้าของทีด่ ินข้างเคียงไม่มาระวังแนวเขตไว้ดงั ต่อไปนี้คือ
๑. ถ้าที่ดินข้างเคียงนำ�ทำ�การสำ�รวจปักหลักหมายเขตไว้แล้วแต่ปีก่อนไม่มาระวังแนวเขต
ให้ถือปฏิบัติตามคำ�สั่งกรมที่ดิน ที่ ๒๓/๒๔๘๑ ลงวนั ที่ ๓๑ มกราคม ๒๔๘๑ ข้อ ๓๐ ก. ตามเดิม เว้นแต่
การที่กำ�หนดให้ช่างแผนทีม่ ีหนังสือ (ที่ดินแบบที่ ๓๘) นดั ไป น้ัน ให้ปฏิบตั ิโดยให้พนกั งานเจ้าหน้าที่มีหนังสือ
เรื่องการระวงั ชี้แนวเขตและรบั รองเขตที่ดิน (ท.ด. ๓๘) แจ้งไป

๒๗ ๔ ๑๑๔ ปี กรมท่ดี ิน

๒. ถา้ ทด่ี นิ ขา้ งเคยี งยงั ไมเ่ คยน�ำ ท�ำ การส�ำ รวจปกั หลกั หมายเขตไวก้ อ่ นและไมม่ าระวงั แนวเขต
แต่ผู้ปกครองท้องที่มาเป็นพยาน กใ็ ห้ใช้แบบ ท.ด. ๑๖ บันทึกถ้อยคำ�ผู้ปกครองท้องที่ให้ปรากฏสาระสำ�คญั
ตามคำ�สัง่ กรมทีด่ ิน ที่ ๔/๒๔๘๕ ลงวันที่ ๒๗ มิถนุ ายน ๒๔๘๕ ข้อ ๓ แล้วบรรยายข้อความด้วยหมึกแดง
ในใบไตส่ วนชอ่ งรบั รองเขตขา้ งเคยี งวา่ “เจา้ ของทด่ี นิ ไมม่ าระวงั แนวเขต ไดบ้ นั ทกึ ผปู้ กครองทอ้ งทไ่ี วใ้ นเรอ่ื งแลว้ ”
กับให้ช่างแผนทีล่ งชือ่ กำ�กับไว้เช่นเดียวกนั
หนังสือกรมทีด่ ินที่ มท ๐๖๐๙/๒/ว ๕๔๙๕ ลงวนั ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๕ เรื่อง ทางปฏิบัติ
เกีย่ วกับการหา้ มโอนตามมาตรา ๓๑ แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดิน
การนำ�หนงั สือรับรองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓) ทีส่ ืบเนื่องมาจากใบจองทีอ่ อกให้ก่อนวนั ที่
๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ และไม่อยู่ในข่ายบงั คับห้ามโอนตามมาตรา ๓๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึง่ แก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายทีด่ ิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาเปน็ หลกั ฐาน
ในการออกโฉนดที่ดินในการเดินส�ำ รวจฯ นั้น เจ้าหน้าที่ในการออกโฉนดทีด่ ินจะต้องสอบสวนเจ้าของที่ดิน
ตามแบบใบไต่สวน (น.ส. ๕) ในรายการข้อ ๔ ให้ได้ความชัดเจนว่าหนงั สือรับรองการท�ำ ประโยชน์ดงั กล่าวได้
ออกสืบเนือ่ งจากใบจองซึ่งออกให้เมือ่ ใด และในกรณีใด ตามนยั หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๐๙/ว ๑๔๖๓๔
ลงวันที่ ๑๘ ก.ค. ๒๒ การสอบสวนดังกล่าวกเ็ พือ่ จะได้ทราบว่า ทีด่ ินนั้นอยู่ในบงั คับห้ามโอนตามมาตรา ๓๑
ที่แก้ไขใหม่เพียงใดหรือไม่ ประกอบกับการเดินส�ำ รวจออกโฉนดทีด่ ินก็เพือ่ ให้ราษฎรได้รบั โฉนดที่ดินโดยเร็ว
จึงไม่ต้องส่ง น.ส. ๓ ไปให้อำ�เภอจดบันทึกในสารบญั จดทะเบียนหลงั น.ส. ๓ ตามนยั หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท
๐๖๐๖/ว ๑๔๐ ลงวันที่ ๔ ม.ค. ๒๒ แต่อย่างใด พนกั งานเจ้าหน้าทีย่ ่อมออกโฉนดที่ดินไปได้
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/ว ๑๙๐๘๔ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๗ เรือ่ ง จ�ำ นวน
เนื้อที่ในใบไต่สวน (น.ส. ๕)
การกระจายเนื้อที่เป็นจำ�นวนตารางวาน้ันหมดความจำ�เป็น  และหากจะไม่กระจายเนื้อที่ไว้
ก็ไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด  แต่กลับจะเป็นการลดงานของเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติให้น้อยลง  จึงงดการ
เขียนจำ�นวนเนื้อที่เป็นตารางวา ในใบไต่สวน ทั้งกรณีการออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน ส่วนช่อง “หรือ...............ตารางวา” ในใบไต่สวน ให้เจ้าหน้าทีข่ ีดเส้นทึบด้วย
นํ้าหมึกสีด�ำ ตลอด
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๒/๑๘๑๖ ลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๙ เรื่องหารือแบบ
โฉนดทีด่ ิน
การสร้างโฉนดที่ดินกับการแจกโฉนดที่ดิน  เป็นคนละข้ันตอนกัน  การลงลายมือชื่อของ
พนักงานเจ้าหน้าที่ในโฉนดที่ดินเป็นเรื่องของสถาบัน  การที่เจ้าพนักงานที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดได้ลง
ลายมือชื่อและประทับตราประจำ�ตำ�แหน่งไว้ในโฉนดที่ดิน  โดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมายที่มีอยู่ก่อน
วนั ที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ตามลกั ษณะของแบบโฉนดทีด่ ินทีอ่ ยู่ในขณะน้ัน ย่อมถือว่าการสร้างโฉนดทีด่ ิน
ได้ดำ�เนินการไปโดยถูกต้องตามแบบของโฉนดที่ดินแล้ว  เมื่อการออกโฉนดที่ดินไม่มีข้อขัดข้องประการใด
พนักงานเจ้าหน้าทีก่ ค็ วรดำ�เนินการแจกโฉนดทีด่ ินให้แก่เจ้าของที่ดินต่อไปได้ อนึ่ง ขอเรียนซ้อมความเข้าใจ
มาด้วยว่า การลงวัน เดือน ปี ที่ด้านหน้าของโฉนดที่ดินที่ออกให้แก่เจ้าของที่ดินรับไปนั้น จะต้องลงวัน
เดือน  ปี  ที่พนักงานเจ้าหน้าที่คือผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าพนักงานที่ดินได้ลงลายมือชื่อและประทับ
ตราประจ�ำ ตำ�แหน่งในโฉนดที่ดินไว้ก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ซึ่งอาจจะเป็นคนละวนั กับวัน เดือน ปี
ที่เจ้าของทีด่ ินมารับโฉนดที่ดินไปกไ็ ด้

๑๑๔ ปี กรมที่ดิน ๒๗๕

หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๖๑๙/ว ๓๙๕๐๒ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๓๕ เรื่อง การระบุ
ตวั อักษรก�ำ กบั ตัวเลขจ�ำ นวนเนื้อทีท่ ี่ดินในหนงั สือแสดงสิทธิในทีด่ ิน
เนื่องจากมีการทุจริตโดยการแก้ไขจำ�นวนเนื้อที่ใน  ใบจอง  หนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์
และในโฉนดทีด่ ิน เพื่อนำ�ไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ ดังน้ันเพือ่ เปน็ การป้องกันแก้ไขดงั กล่าว ในการออก
หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระบุตวั อักษรจำ�นวนเนื้อทีท่ ีด่ ินไว้ใต้ตวั เลขจำ�นวนทีท่ ี่ดินทุก
ประเภทด้วย
หนงั สือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๖๑๙/ว ๐๗๒๖๔ ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๖ เรือ่ ง การระบุ
ตวั อกั ษรก�ำ กบั ตัวเลขจำ�นวนเนื้อที่ทีด่ ินในหนงั สือแสดงสิทธิในทีด่ ิน
เพื่อให้การระบุตัวอักษรจำ�นวนเนื้อที่ที่ดินในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นไปในทางเดียวกัน
จึงขอซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการระบุตัวอักษรกำ�กับตัวเลขจำ�นวนเนื้อที่ที่ดินในหนังสือแสดงสิทธิใน
ทีด่ ินเพิ่มเติม จากตวั อย่างตามหนงั สือทีอ่ ้างถึงอีก ๗ กรณี ดังนี้ คือ
กรณีที่ ๑ “เนื้อที่ – ไร่ ๑ งาน ๕๐ ตารางวา”
(หนึง่ งานห้าสิบตารางวา)
กรณีที่ ๒ “เนื้อที่ – ไร่ - งาน ๕๐ ตารางวา”
(ห้าสิบตารางวา)
กรณีที่ ๓ “เนื้อที่ ๑๐ ไร่ - งาน - ตารางวา”
(สิบไร่)
กรณีที่ ๔ “เนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๑ งาน - ตารางวา”
(สิบไร่หนึง่ งาน)
กรณีที่ ๕ “เนื้อที่ - ไร่ ๑ งาน - ตารางวา”
(หนึ่งงาน)
กรณีที่ ๖ “เนื้อที่ - ไร่ - งาน ๕๐ ๕/๑๐ ตารางวา”
(ห้าสิบเศษห้าส่วนสิบตารางวา)
กรณีที่ ๗ “เนื้อที่ - ไร่ ๑ งาน ๐๐ ๕/๑๐ ตารางวา”
(หนึง่ งานเศษห้าส่วนสิบตารางวา)
อนึ่ง  ตามที่กรมที่ดินได้วางทางปฏิบัติไว้ตามหนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๖๑๙/ว  ๓๙๕๐๒
ลงวันที่  ๑๑  ธันวาคม  ๒๕๓๕  น้ัน  ใช้เฉพาะหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกภายหลังวันที่หนังสือเวียน
ดงั กล่าวใช้บังคบั แล้วเท่านั้น
หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๖๑๙/ว  ๑๗๖๗๒  ลงวันที่  ๑  กรกฎาคม  ๒๕๓๖  เรื่อง
การเขียนเลขโฉนดทีด่ ิน
คำ�ส่ังกรมที่ดินที่ ๗/๒๕๑๕ ลงวนั ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๕ เรือ่ ง การเขียน การย่อ และขยาย
รูปแผนที่ในโฉนดที่ดินแบบใหม่  (น.ส. ๔ ง.)  ไม่ได้กำ�หนดวิธีการเขียนเลขโฉนดที่ดินไว้  เพื่อให้เกิดความ
รวดเรว็ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จะใช้เครื่องตอกเลข (Running Number Machine) แทนการเขียนกไ็ ด้
แต่หากเป็นการเขียนกใ็ ห้ใช้เลขไทยตามเดิม
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๔๕๗๓ ลงวนั ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เรือ่ ง
การกรอกขอ้ ความในโฉนดทีด่ ิน

๒๗ ๖ ๑๑๔ ปี กรมทีด่ ิน

ตามทีก่ รมทีด่ ินได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ตามหนงั สือที่ มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๓๗๕ ลงวนั ที่ ๒๒
ตลุ าคม ๒๕๑๔ เกีย่ วกบั การกรอกข้อความในโฉนดที่ดิน โดยให้เขียนลายมือบรรจงด้วยหมึกสีดำ� เว้นแต่
จังหวัดใดมีงานเขียนโฉนดที่ดินมากและต้องเร่งรัดแจกในเวลาที่กำ�หนดก็ให้พิมพ์ข้อความแทนการเขียนได้
จึงซ้อมความเข้าใจเพิ่มเติมว่าในกรณีที่ใช้พิมพ์ข้อความแทนการเขียนน้ัน  จะใช้เครื่องพิมพ์ดีดหรือใช้เครื่อง
คอมพิวเตอร์ (COMPUTER) ย่อมเป็นวิธีการพิมพ์เช่นเดียวกนั
หนงั สือกรมทีด่ ิน มท ๐๗๑๓/ว ๑๙๑๕๑ ลงวันที่ ๑๙ กนั ยายน ๒๕๓๓ เรื่อง การประทบั
ตราประจำ�ต่อ
๑. ก่อนแจกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นแบบใด  ให้เจ้าหน้าที่
ประทับตราประจำ�ต่อ  (ดวงตราทองเหลืองประจำ�วัน)  ลงในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์
ท้ังฉบับสำ�นกั งานที่ดินและฉบับเจ้าของทีด่ ินที่หน้า ๒ ริมกระดาษเบื้องต้นซ้ายมือ โดยวางโฉนดทีด่ ินหรือ
หนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ฉบับเจ้าของที่ดินซ้อนบนฉบับสำ�นักงานที่ดินเหลื่อมกันประมาณนิ้วครึ่ง
ประทับตราให้ชัดเจนด้วยชาดน้ํามันสีแดง  ให้ดวงตราคาบอยู่กับริมด้านซ้ายของโฉนดที่ดินหรือหนังสือ
รบั รองการท�ำ ประโยชน์ฉบับละประมาณครึง่ ดวง ส่วนใบแทนกใ็ ห้ประทับตราประจ�ำ ต่อเช่นเดียวกัน
๒. ก่อนเพิ่มสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  ให้เจ้าหน้าที่
ประทับตราประจำ�ต่อลงในสารบัญจดทะเบียนแผ่นเดิมและแผ่นเพิ่มใหม่ที่ริมกระดาษเบื้องต้นด้านขวามือ
โดยวางกระดาษสารบัญจดทะเบียนซ้อนกนั ให้ริมกระดาษด้านขวามือเหลื่อมกันประมาณครึ่งนิ้ว แล้วจึงใช้
ตราประจำ�ต่อประทับเบื้องบนด้านขวาให้ดวงตราคาบอยู่กับริมกระดาษสารบัญจดทะเบียนแผ่นละ
ประมาณครึ่งนิ้ว เมือ่ มีการเพิม่ สารบัญจดทะเบียนแผ่นต่อๆ ไป ให้ประทับตราประจ�ำ ต่อเช่นเดียวกนั แต่ให้
เลื่อนประทับดวงตราถัดลงมาเบื้องล่างหรือเลื่อนขึ้นไปเบื้องบนแล้วแต่กรณี  อย่าให้ดวงตราที่ประทับใหม่
ทบั กับดวงตราประจ�ำ ต่อทีม่ ีอยู่เดิม
หนังสือกรมทีด่ ิน ดว่ นทีส่ ุด ที่ มท ๐๗๑๙.๔/ว ๐๔๕๐๑ ลงวนั ที่ ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๓
เรือ่ ง แบบพิมพโ์ ฉนดที่ดินและหนงั สือรับรองการทำ�ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) (อ้างถึงหนงั สือกรมที่ดิน
ที่ มท ๐๖๐๒/ว ๒๓๑๘๘ ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๔)
ให้ยกเลิกหนงั สือกรมทีด่ ินทีอ่ ้างถึง และให้ถือปฏิบตั ิเกี่ยวกบั การใช้แบบพิมพ์โฉนดที่ดินและ
หนังสือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) ดงั นี้
๑. การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์เฉพาะรายให้ใช้แบบพิมพ์ชนิด
เขียนคู่ฉบับ  เว้นแต่กรณีที่ได้มีการเบิกแบบพิมพ์ชนิดถ่ายเอกสารมาใช้ดำ�เนินการและได้ลงรายละเอียดใน
แบบพิมพ์ไปแล้ว ให้ใช้แบบพิมพ์ดงั กล่าวดำ�เนินการต่อไป การแบ่งแยกโฉนดที่ดินและหนงั สือรับรองการท�ำ
ประโยชน์ให้ถือปฏิบตั ิตามนัยดงั กล่าวด้วย
๒. การออกโฉนดที่ดินโดยวิธีการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดินท้ังตำ�บล
“งานภาคพื้นดิน”  ในพื้นที่ศูนย์อำ�นวยการเดินสำ�รวจฯ  ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานให้ใช้แบบพิมพ์
โฉนดทีด่ ินเขียนคู่ฉบับ
๓. การออกโฉนดที่ดินโดยวิธีการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดินทั้งตำ�บล
“งานภาคพื้นดิน” ในพื้นที่ศนู ย์เดินสำ�รวจฯ ที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการปฏิบตั ิงานการเดินสำ�รวจออกโฉนด
ทีด่ ินโดยใช้ระวางแผนที่รปู ถ่ายทางอากาศ และการออกโฉนดทีด่ ินโดยการเปลี่ยน น.ส. ๓ ก. เปน็ โฉนดที่ดิน
ตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินให้ใช้แบบพิมพ์โฉนดที่ดินชนิดถ่ายเอกสารไปก่อนจนกว่า
แบบพิมพ์ที่เหลืออยู่จะหมด

๑๑๔ ปี กรมทดี่ ิน ๒๗๗

หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๕๑๕/ว  ๑๕๓๕๕  ลงวันที่  ๕  มิถุนายน  ๒๕๕๒  เรื่อง
การจดแจ้งและตรวจสอบการหา้ มโอนในหนังสือแสดงสิทธิในทีด่ ิน
๑. ในการออกหนังสือแสดงสิทธิในทีด่ ินทีอ่ ยู่ภายใต้บังคบั ห้ามโอนตามกฎหมาย ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่จดแจ้งข้อกำ�หนดห้ามโอนตามกฎหมายน้ันลงไว้ให้ปรากฏในสารบัญจดทะเบียนโดยปฏิบัติตามนัย
หนงั สือกรมที่ดินทีอ่ ้างถึงและที่เกี่ยวข้อง
๒. กรณีมีการแบ่งแยกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่อยู่ภายใต้บังคับห้ามโอน  ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระยะเวลาการห้ามโอนด้วยว่าสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่  ถ้ายังไม่สิ้นสุดลงให้ยกข้อกำ�หนด
หา้ มโอนไปจดแจง้ ลงไว้ในหนงั สือแสดงสทิ ธิในทด่ี นิ แปลงแยกให้เปน็ การครบถ้วนถกู ตอ้ งตามระเบียบวธิ ีการ
๓. เมื่อเจ้าของที่ดินติดต่อขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือทำ�ธุระเกี่ยวกับที่ดิน
ให้พนกั งานเจ้าหน้าทีต่ รวจสอบสารบญั จดทะเบียนและสารบบของทีด่ ินให้รอบคอบว่า หนงั สือแสดงสิทธิใน
ทีด่ ินตกอยู่ในบงั คับห้ามโอนตามกฎหมายเพียงใดหรือไม่ กรณีหนงั สือแสดงสิทธิในทีด่ ินอยู่ในบังคบั ห้ามโอน
ห้ามพนกั งานเจ้าหน้าทีจ่ ดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเปน็ การโอนไปโดยฝ่าฝืนข้อกำ�หนดห้ามโอน
๔. กรณีเป็นที่สงสัยว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ผู้ขอนำ�มาจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
หรือทำ�ธุระเกี่ยวกับที่ดินตกอยู่ภายใต้บังคับโอน  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เป็นที่แน่ชัด
ก่อนทุกแปลง  หากพบว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นตกอยู่ภายใต้บังคับห้ามโอน  แต่พนักงานเจ้าหน้าที่
ไม่ได้จดแจ้งการห้ามโอนให้ปรากฏในสารบัญจดทะเบียนให้ดำ�เนินการเพื่อแก้ไขการจดแจ้งการห้ามโอน
ให้ถูกต้องตามระเบียบวิธีการก่อน  พร้อมท้ังห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเป็น
การโอนไปโดยฝ่าฝืนข้อก�ำ หนดห้ามโอนจนกว่าจะพ้นระยะเวลาการห้ามโอน
หากตอ่ ไปมกี ารไมจ่ ดแจง้ การหา้ มโอนตามกฎหมายลงไวใ้ นหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ ใหถ้ กู ตอ้ ง
หรือมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเป็นการโอนไปโดยฝ่าฝืนข้อกำ�หนดห้ามโอนอีก  กรมที่ดินจะได้
พิจารณาโทษทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ทีเ่ กี่ยวข้องตามควรแก่กรณี
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๕๐๒.๕/ว ๑๗๗๑๙ ลงวนั ที่ ๒๔ มิถนุ ายน ๒๕๕๒ เรื่อง
การป้องปรามมิใหเ้ จา้ หน้าทีก่ ระท�ำ ผิดวินยั
เพอ่ื เปน็ การปอ้ งปรามมใิ หเ้ กดิ การกระท�ำ ผดิ วนิ ยั รวมทง้ั อาจเปน็ ชอ่ งทางใหเ้ กดิ การเรยี กรอ้ ง
ค่าใช้จ่ายอย่างอื่น จึงขอกำ�ชบั เจ้าหน้าที่หรือช่างรังวัดที่ได้รบั มอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ออกไปปฏิบัติ
หน้าทีเ่ กีย่ วกบั การรังวดั ทีด่ ินทกุ ประเภท ขณะปฏิบตั ิหน้าทีใ่ นพื้นที่ พึงระมดั ระวังมิให้บุคคลหนึ่งบคุ คลใด
อ้างว่าจำ�เป็นต้องถากถางหญ้าหรือตัดรานต้นไม้ในแปลงที่ดินก่อนการทำ�การรังวัดที่ดินและเรียกค่าจ้าง
ในการดำ�เนินการ  ทั้งควรชี้แจงทำ�ความเข้าใจกับราษฎรหรือผู้ขอให้ทราบว่า  ตนมิได้มีหน้าที่หรือมีส่วน
เกีย่ วข้องกับการถากถางหญ้าหรือตดั รานต้นไม้ในแปลงที่ดินที่จะท�ำ การรงั วัดแต่อย่างใด ดงั นั้น หากมีการ
ร้องเรียนและพบว่าเจ้าหน้าที่หรือช่างรังวัดมีส่วนรับรู้หรือรู้เห็นเป็นใจดังกล่าว  กรมที่ดินถือว่าเจ้าหน้าที่
ดังกล่าวอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำ�แหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น  และ
จะพิจารณาด�ำ เนินการทางวินัยอย่างเฉียบขาดทุกราย
กรณกี ารรบั จ�ำ นองโฉนดทด่ี นิ ทห่ี า้ มโอนตามมาตรา ๕๘ ทวิ แหง่ ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
วัตถุประสงค์ในการที่มาตรา ๕๘ ทวิ วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ได้บญั ญตั ิห้าม
โอนที่ดินไว้เนื่องจากไม่ต้องการให้บุคคลผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโอนที่ดินให้แก่ผู้อื่นในทันทีที่ได้รับโฉนดที่ดิน
เพราะหากอนญุ าตให้โอนกันได้ จะมีการบุกรุกทีด่ ินของรฐั ต่อไปอีก ท�ำ ให้เกิดปัญหาไม่มีทีส่ ิ้นสุด กฎหมาย
จึงได้บัญญตั ิห้ามโอนไว้ ๑๐ ปีนบั แต่วันทีไ่ ด้รับโฉนดที่ดินหรือหนงั สือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ ผู้ได้มาซึ่งสิทธิ

๒๗ ๘ ๑๑๔ ปี กรมทีด่ ิน

ในที่ดินจะโอนที่ดินน้ันให้แก่บุคคลอืน่ ไม่ได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดก หรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง
องค์การของรฐั บาลตามกฎหมายว่าด้วยการจดั ต้ังองค์การของ รฐั บาล รัฐวิสาหกิจทีจ่ ดั ตั้งขึ้นโดยพระราช
บญั ญตั ิ หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำ�ระหนี้ โดยได้รับอนุมตั ิจากนายทะเบียนสหกรณ์ และภายในก�ำ หนด
ระยะเวลาห้ามโอนดงั กล่าว ทีด่ ินน้ันไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี ท้ังนี้ ตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคห้าและ
วรรคหก แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน
ดังนั้น  การที่สมาชิกสหกรณ์ฯ  จะนำ�ที่ดินโฉนดที่ดินซึ่งอยู่ในบังคับห้ามโอนดังกล่าวมาเป็น
หลกั ประกันในการกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ฯ จึงสามารถทีจ่ ะกระท�ำ ได้ เนือ่ งจากการจ�ำ นองหรือการประกันหนี้
มิใช่เป็นการโอนที่ดินให้แก่บุคคลอื่น  แต่หากจะโอนชำ�ระหนี้ให้แก่สหกรณ์นั้นจะต้องได้รับอนุมัติจาก
นายทะเบียนสหกรณ์ก่อนตามที่บญั ญัติไว้ในมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคห้า
แต่อย่างไรกต็ ามเนือ่ งจากตามมาตรา ๕๘ ทวิ วรรคหก บญั ญตั ิว่าที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่ง
การบังคบั คดี ดงั นั้นสหกรณ์ฯ จึงไม่สามารถที่จะบงั คบั จ�ำ นองโดยใช้สิทธิทางศาลในการบงั คบั คดีในกรณีที่
สมาชิกฯ ไม่ช�ำ ระหนี้ได้
(ตอบข้อหารือจงั หวดั ลพบุรี หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/๔๕๙๑ ลงวนั ที่ ๑๔ กุมภาพนั ธ์
๒๕๕๕)
กรณีมีผู้นำ�  น.ส. ๓ ก.  ไปยื่นคำ�ขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย  ช่างรังวัดได้ออกไป
ทำ�การรังวัดและได้ลงที่หมายในระวางแล้วปรากฏว่าทับเลขที่ดินซึ่งมีการเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดิน
ตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ินซึ่งดำ�เนินการเมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ โดยมีการใหเ้ ลข
ที่ดิน หน้าส�ำ รวจ และโฉนดทีด่ ิน แต่ไม่ปรากฏว่า ไดแ้ จกโฉนดที่ดินใหแ้ กผ่ ขู้ อ และไม่พบวันแจก
โฉนดที่ดินที่จะมีผลเปน็ การยกเลิก น.ส. ๓ ก. จงั หวดั จะยกเลิกหรือจำ�หน่าย เลขทีด่ ิน หน้าสำ�รวจ
และเลขโฉนดที่ดิน  ออกจากบัญชีทะเบียนที่ดินและดำ�เนินการออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายตาม
มาตรา ๕๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินใหแ้ ก่ผขู้ อ ได้หรือไม่
ประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งจังหวัดต้องตรวจสอบพยานหลักฐานในสารบบ
บญั ชีรายการประจำ�วนั การเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เป็นโฉนดทีด่ ิน (น.ส. ๒๓) การสอบสวนเจ้าของทีด่ ิน ผู้รับ
จ�ำ นอง การตรวจสอบจากสารบบทีด่ ินทีน่ ำ�ส่ง และหลักฐานอืน่ ๆ ประกอบกนั ให้ได้ข้อยุติว่า ได้มีการออก
โฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๘ ตรี แห่งประมวลกฎหมายที่ดินแล้วหรือไม่ ซึ่งกรมที่ดินได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบ
หลกั ฐานสารบบทด่ี นิ และทะเบยี นไมโครฟลิ ม์ ของทด่ี นิ ดงั กลา่ วทางกรมทด่ี นิ และเมอ่ื ไมพ่ บวนั แจกโฉนดทด่ี นิ
ต้องถือว่า  ที่ดินดังกล่าวยังไม่มีการออกโฉนดที่ดิน  และ  น.ส. ๓  ก.  ยังไม่ถูกยกเลิก  จึงให้จังหวัดแจ้ง
เจ้าพนักงานทีด่ ินส่ังยกเลิกกระบวนการเปลีย่ น น.ส. ๓ ก. เปน็ โฉนดทีด่ ิน พร้อมทั้งทำ�ลายแบบพิมพ์โฉนด
ที่ดินตามระเบียบและให้ผู้มีชือ่ ใน น.ส. ๓ ก. ด�ำ เนินการเรือ่ งออกโฉนดที่ดินตามมาตรา ๕๙ แห่งประมวล
กฎหมายที่ดินต่อไป
(ตอบข้อหารือจังหวัดยโสธร  ตามหนังสือกรมที่ดิน  ด่วนที่สุด  ที่  มท  ๐๕๑๖.๕/๓๔๖๔๖
ลงวันที่  ๑๑  ธันวาคม  ๒๕๕๕  เรื่อง  หารือการยกเลิกเรื่องราวการออกโฉนดที่ดินตามมาตรา  ๕๘  ตรี
แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน)
สำ�นักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดขอให้ประทับตราข้อความเตือนลงบนโฉนดที่ดินในเขต
โครงการจัดรูปที่ดินจงั หวดั โดยประทับด้านหลังโฉนดทีด่ ิน (มมุ บนขวาด้วยหมึกแดง) ว่า “หา้ มมิให้
เจ้าของที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่นที่มิใช่เกษตรกรรม  เว้นแต่
ได้รับอนุญาตเปน็ หนงั สือจากคณะกรรมการจดั รูปทีด่ ินจงั หวดั ตามมาตรา ๔๕ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ
จัดรปู ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗”

๑๑๔ ปี กรมทดี่ นิ ๒๗๙

พระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อกำ�หนดในการแจ้งเจ้าของที่ดินในเขตจัดรูปที่ดินเพื่อรับทราบ
เงื่อนไขต่างๆ  และมีบทดำ�เนินการกับผู้ฝ่าฝืนอยู่แล้ว  การประทับตราข้อความลงในโฉนดที่ดิน  เป็นการ
ดำ�เนินการเกินกว่ากฎหมายและระเบียบค�ำ สัง่ ได้ก�ำ หนดไว้ จึงไม่สามารถด�ำ เนินในเรือ่ งดังกล่าวได้
(ตอบข้อหารือจังหวัดพิจิตร ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๕/๑๕๐๗๙ ลงวนั ที่ ๑๑
มิถนุ ายน ๒๕๕๖ เรือ่ ง ขอความอนเุ คราะห์ประทับข้อความเตือนลงบนโฉนดทีด่ ินในเขตโครงการจัดรปู ที่ดิน
จงั หวดั )
หนังสือกรมที่ดิน  ที่  มท  ๐๕๑๕/ว  ๑๔๙๘๔  ลงวันที่  ๑๑  มิถุนายน  ๒๕๕๑  เรื่อง
พระราชบัญญัติค�ำ น�ำ หน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑
พระราชบัญญตั ิค�ำ นำ�หน้านามหญิง พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีผลให้บงั คับตั้งแต่วนั ที่ ๔ มิถุนายน
๒๕๕๑  เป็นต้นไป  มีผลให้หญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วหรือต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลงสามารถเลือกใช้
ค�ำ น�ำ หน้านามว่า “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ
กรณผี ขู้ อเปน็ หญงิ ขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนติ กิ รรมใดๆ เกย่ี วกบั ทด่ี นิ แลว้ ปรากฏวา่ ค�ำ น�ำ หนา้
นามของผู้ขอในเอกสารหลักฐานที่ทางราชการออกให้ เช่น บัตรประจำ�ตัวประชาชน สำ�เนาทะเบียนบ้าน
เป็น  “นางสาว”  ไม่ตรงกับในทะเบียนที่ดินที่เป็น  “นาง”  ถ้าเห็นว่ามีหลักฐานสมควรเชื่อได้ว่าผู้ขอได้รับ
อนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครวั ให้เปลี่ยนค�ำ นำ�หน้านามจาก “นาง”
เป็น  “นางสาว”  แล้ว  ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำ�ผู้ขอนั้นไว้เป็นหลักฐาน  แล้วจึงดำ�เนินการ
จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไปตามความประสงค์ของผู้ขอโดยใช้คำ�นำ�หน้านามว่า “นางสาว” บรรยายข้าง
ค�ำ ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ท.ด. ๑, ท.ด. ๑ ก.) และในรายการจดทะเบียนให้ตรงกันว่า “...(ชื่อผู้ขอ)
เดิมใช้คำ�นำ�หน้านามว่า  “นาง”  บัดนี้ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียน
ครอบครวั ให้ใช้ค�ำ น�ำ หน้านามว่า “นางสาว” แล้ว และให้พนกั งานเจ้าหน้าทีล่ งลายมือชื่อ พร้อมด้วย วัน
เดือน ปี ก�ำ กบั ไว้
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/ว ๓๒๑๙๑ ลงวนั ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เรื่อง
การระวงั ชี้แนวเขตและการลงชื่อรบั รองแนวเขตที่ดินและการตรวจสอบขอ้ มูลทีร่ าชพัสดุ
เพื่อให้การแจ้งสิทธิในที่ดินข้างเคียงที่เป็นที่ราชพัสดุในกรณีที่มีการรังวัดออกโฉนดที่ดิน
หรือหนงั สือรับรองการทำ�ประโยชน์ รวมท้ังการแบ่งแยก รวม สอบเขต หรือการรังวัดใดๆ เกี่ยวกับโฉนด
ที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  ได้เป็นไปตามระเบียบกรมที่ดิน  ว่าด้วยการเขียนข้างเคียงและ
การรับรองแนวเขตทีด่ ิน พ.ศ. ๒๕๔๑ และกฎกระทรวง ว่าด้วยหลกั เกณฑ์และวิธีปกครอง ดูแล บ�ำ รุง
รักษา ใช้ และจดั หาผลประโยชน์เกีย่ วกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมทีด่ ินจึงขอซักซ้อมความเข้าใจเพื่อ
ถอื เปน็ แนวทางปฏบิ ตั วิ า่   ในกรณที ม่ี กี ารรงั วดั ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ทม่ี เี ขตขา้ งเคยี งตดิ ตอ่ กบั ทร่ี าชพสั ดุ
ในกรุงเทพมหานครขอได้แจ้งกรมธนารักษ์ร่วมกับผู้ใช้ที่ราชพัสดุ  ส่วนในจังหวัดอื่นขอได้แจ้งสำ�นักงาน
ธนารักษ์พื้นที่ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานประจำ�จังหวัดของผู้ใช้ที่ราชพัสดุ  ท้ังนี้
การแจ้งดงั กล่าวให้รวมถึงกรณีการตรวจสอบข้อมลู ที่ราชพสั ดดุ ้วย
อนึ่ง  ในการระวังชี้แนวเขตและรับรองแนวเขตที่ราชพัสดุ  พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติ
ตามบนั ทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกบั กรมธนารกั ษ์ เรือ่ ง การรงั วดั ออกหนังสือสำ�คัญสำ�หรับที่หลวงการ
ระวังชี้แนวเขตและลงนามรบั รองแนวเขตทีร่ าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๔๓ ในหมวด ๔ การระวงั ชี้แนวเขตและการ
รับรองแนวเขตทีร่ าชพัสดุ ด้วย

๒๘ ๐ ๑๑๔ ปี กรมทีด่ ิน

หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๕/ว ๖๔๗๑ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๒ เรือ่ ง แต่งตัง้
เจ้าพนกั งานที่ดิน
การจัดตำ�แหน่งข้าราชการเข้าประเภทตำ�แหน่งมีผลทำ�ให้ชื่อตำ�แหน่งและระดับของ
เจ้าพนักงานที่ดินในสำ�นักงานที่ดินจังหวัดและสำ�นักงานที่ดินสาขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  กรมที่ดินจึงได้
เสนอกระทรวงมหาดไทยยกเลิกค�ำ ส่ังกระทรวงมหาดไทย ที่ ๔๖๖/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๖ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๒๒
และมีค�ำ สัง่ ที่ ๖๖/๒๕๕๒ ลงวนั ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ แต่งตั้งเจ้าพนักงานที่ดินขึ้นใหม่ เพือ่ ให้
สอดคล้องกับชื่อตำ�แหน่งที่เปลี่ยนแปลงไป  ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. ๒๕๕๑
โดยคำ�ส่งั กระทรวงมหาดไทย ที่ ๖๖/๒๕๕๒ ลงวนั ที่ ๑๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๒ เรือ่ ง แต่งตั้งเจ้าพนกั งานที่ดิน
ข้อ  ๒  แต่งต้ังให้ดำ�รงตำ�แหน่งดังต่อไปนี้ในสำ�นักงานที่ดินจังหวัดและสำ�นักงานที่ดินสาขาเป็นเจ้าพนักงาน
ทีด่ ินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ในส�ำ นกั งานทีด่ ินจังหวดั และสำ�นักงานทีด่ ินสาขาน้ันๆ คือ
(๑) เจ้าพนกั งานที่ดินจงั หวดั หรือเจ้าพนกั งานที่ดินจงั หวัดสาขา
(๒) นักวิชาการทีด่ ิน ต้ังแต่ระดบั ปฏิบัติการขึ้นไปในฝ่ายทะเบียน
(๓) เจ้าพนกั งานที่ดิน ตั้งแต่ระดับปฏิบตั ิงานขึ้นไปในฝ่ายทะเบียน
(๔) นายช่างรังวดั ต้ังแต่ระดับช�ำ นาญงานขึ้นไปในฝ่ายรังวัด
(๕) ขา้ ราชการพลเรอื นสามญั ประเภทวชิ าการ ตง้ั แตร่ ะดบั ปฏบิ ตั กิ ารขน้ึ ไป หรอื ประเภททว่ั ไป
ต้ังแต่ระดบั ปฏิบัติงานขึ้นไป ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินแต่งต้ังให้ท�ำ หน้าที่ในตำ�แหน่งตาม (๒) (๓) และ (๔) เป็นการ
ชั่วคราว
หนังสือกรมที่ดิน ที่ มท ๐๕๑๕.๑/ว ๒๒๖๖๗ ลงวนั ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ เรื่อง
แนวทางและวิธีการตรวจสอบบตั รประจ�ำ ตัวประชาชน (ปลอม)
เพื่อเป็นการป้องกันมิให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้หรือสมัครบัตรประจำ�ตัวประชาชนปลอมอันจะส่ง
ผลกระทบเสียหายแก่บคุ คลอืน่ หรือองค์กรท้ังภาครัฐและเอกชนจึงขอส่งสำ�เนา หนังสือกระทรวงมหาดไทย
ที่ มท ๐๓๐๙.๒/ว ๑๖๖๓ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ พร้อมสิง่ ที่ส่งมาด้วยมาเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจสอบต้นฉบับบัตรประจำ�ตัวประชาชนที่ผู้ขอยื่นประกอบ
คำ�ขอในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามแนวทางปฏิบตั ิในหนังสือที่อ้างถึง
อนึง่ โดยที่การใช้หรือแสดงบัตรประจ�ำ ตวั ประชาชนปลอมเป็นความผิดตามพระราชบัญญตั ิ
บตั รประจ�ำ ตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ และแก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ (๒) ซึง่ ต้อง
ระวางโทษจำ�คุกต้ังแต่หนึง่ ปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทหรือท้ังจำ�ทั้งปรบั ฉะนั้น
หากพบการกระทำ�ความผิดในการใช้หรืออ้างแสดงบัตรประชาชนปลอมในการติดต่อขอจดทะเบียนสิทธิ
และนติ กิ รรมหรอื การท�ำ ธรุ ะอน่ื ๆ เกย่ี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ยใ์ นส�ำ นกั งานทด่ี นิ ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทด่ี �ำ เนนิ การ
แจ้งความดำ�เนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หนังสือกรมทีด่ ิน ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๓๓๐๙๙ ลงวนั ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑
เรือ่ ง การวางแนวทางปฏิบัติกรณีแบบพิมพโ์ ฉนดที่ดินสูญหาย
วางแนวทางปฏิบัติกรณีโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำ�รวจฯ สูญหาย ดังนี้
๑. ให้ผู้อำ�นวยการศูนย์เดินสำ�รวจฯแต่งต้ังเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการ  ทำ�หน้าที่ควบคุม
เบิกจ่ายแบบพิมพ์โฉนดที่ดินตามระเบียบสำ�นักนายกรัฐมนตรี  ว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ. ๒๕๓๕  และให้
จัดท�ำ บญั ชีรับจ่ายแบบพิมพ์โฉนดทีด่ ิน (บ.ท.ด. ๖๙) ตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการพิมพ์ การควบคุม
รักษาและการเบิกจ่าย แบบพิมพ์โฉนดที่ดิน หนังสือรบั รองการท�ำ ประโยชน์และหนงั สือกรรมสิทธิห์ ้องชุด
พ.ศ. ๒๕๓๑ ลงวนั ที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๑

๑๑๔ ปี กรมท่ีดิน ๒๘๑

๒. ให้จัดทำ�สมุดบัญชีควบคุมการเบิกแบบพิมพ์โฉนดที่ดิน  (บ.ท.ด. ๖๙)  ไว้เป็นหลักฐาน
เมื่อมีการเบิกแบบพิมพ์โฉนดที่ดินหรือแบบพิมพ์ น.ส. ๓ ก. เพือ่ ใช้ในโครงการเดินส�ำ รวจฯ ให้กองกลาง
ฝ่ายสอบสวนสิทธิ จัดให้มีสมุดควบคุมงานโดยใช้สมุดเบอร์ ๒ (หนึง่ เล่มต่อหนึ่งสายส�ำ รวจ) ให้อยู่ในความ
ควบคุมดแู ลของผู้กำ�กบั การเดินสำ�รวจฯ
๓. ให้มีข้อความตามบญั ชีเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้
๔. ให้มีการลงนามรบั แบบพิมพ์โฉนดทีด่ ินหรือ น.ส. ๓ ก. ทุกคร้ังที่มีการจดั ส่งให้เจ้าหน้าที่
คนอืน่ ด�ำ เนินการต่อ
๕. หากไม่มีการลงนามในสมุดดงั กล่าว และแบบพิมพ์สูญหาย ให้ถือว่าผู้ลงนามคร้ังสุดท้าย
เปน็ ผู้รับผิดชอบและท�ำ แบบพิมพ์สูญหาย
๖. ให้ผู้อำ�นวยการศูนย์เดินส�ำ รวจฯ ผู้กำ�กับการเดินส�ำ รวจฯ ผู้กำ�กับการรงั วดั เป็นผู้ดแู ล
และควบคุมให้มีการปฏิบัติตามโดยเคร่งครดั
หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๗๙๓๑ ลงวนั ที่ ๗ มิถนุ ายน ๒๕๔๒ เรื่อง การกรอก
ข้อความในหนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินและเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งกบั การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
ในการกรอกข้อความในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินก็ดี  หรือในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดก็ดี
ขอให้เจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๖๐๖/ว ๓๔๓๗๕ ลงวันที่ ๒๒ ตลุ าคม ๒๕๑๔ และ
ข้อบังคบั เรือ่ ง การกรอกข้อความในหนังสือสำ�คญั เช่น โฉนด และตราจอง ลงวันที่ ๒๐/๗/๗๔ โดยเคร่งครดั
หากได้กรอกข้อความในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดผิดห้ามไม่ให้ ขูด ลบ
ขีด  ฆ่า  โดยเด็ดขาด  ให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้วทำ�ลายแบบพิมพ์ตามระเบียบ  และเบิกแบบพิมพ์มา
ด�ำ เนินการใหม่ ส่วนการจดบนั ทึกรายการจดทะเบียนในรายการจดทะเบียน การกรอกข้อความในเอกสาร
เกี่ยวกบั การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ค�ำ ขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หนงั สือสัญญาหรือบันทึก
ข้อตกลงต่างๆ รวมท้ังเอกสารอืน่ ๆ ที่เกีย่ วข้อง หากได้เขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดหรือตก ห้าม ขูด ลบ ให้ใช้
วิธีขีดฆ่าหรือตกเติม แล้วลงลายมือชื่อเจ้าพนกั งานทีด่ ิน พร้อมวนั เดือน ปี กำ�กบั ไว้
ฉะนั้น เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดงั กล่าว ขอให้เจ้าหน้าทีใ่ ช้ความระมดั ระวังในการเขียนหรือพิมพ์
ข้อความในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด  ซึ่งหากมีการกระทำ�ผิดให้ผู้บังคับ
บญั ชาถือปฏิบัติดงั นี้
๑. ทุกคร้ังที่ทำ�ผิดให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า  ผู้ใดเป็นผู้กระทำ�ผิด  หากเป็นบุคคลเดียวกัน
กระทำ�ผิดตั้งแต่  ๓ – ๕  คร้ัง  ให้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร  หากยังกระทำ�ผิดอีกให้แต่งตั้ง
คณะกรรมการพิจารณาสมรรถภาพแล้วรายงานให้กรมที่ดินทราบ
๒. ในกรณีขูด ลบ ขีด ฆ่า โดยผู้กระทำ�มีเจตนาทุจริต ให้ถือเปน็ ความผิดวินัยอย่าวงร้ายแรง
หนังสือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๑๘๔๔๖ ลงวันที่ ๑๐ มิถนุ ายน ๒๕๔๒ เรือ่ ง การออก
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ กรณีได้เนื้อทีเ่ กินจากหลักฐานเดิม (อา้ งถึง หนงั สือ
กรมที่ดิน ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๐๖๓๘๕ ลงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๔๑, มท ๐๗๑๙/ว ๒๕๔๗๘ ลงวันที่ ๒๒
กันยายน ๒๕๔๑, มท ๐๗๐๓/ว ๐๓๕๖๓ ลงวันที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๒)
โดยทีป่ รากฏว่าเจ้าหน้าทีไ่ ด้ใช้หนังสือกรมทีด่ ินที่อ้างถึง ๑ – ๓ เป็นข้ออ้างกบั เจ้าของทีด่ ิน
เป็นเหตุ  ให้การพิจารณาออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ล่าช้าและเจ้าของที่ดินได้รับ
ความเดือดร้อน กรมทีด่ ินจึงซ้อมความเข้าใจเพือ่ เป็นแนวทางในการดำ�เนินการเกีย่ วกบั การออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์จากหลักฐานเดิมว่า  ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาโดยสุจริตก็จะทราบได้

๒๘ ๒ ๑๑๔ ปี กรมที่ดิน

ทันทีว่า ผู้ขอน�ำ รงั วัดเอาทีน่ อก ส.ค. ๑ นอก น.ส. ๓ เดิม ไปโดยมิชอบหรือไม่ ท้ังนี้โดยพิจารณาจากระยะ
ทุกด้าน และข้างเคียงประกอบ หากระยะใกล้เคียงหลักฐานเดิม และข้างเคียงก็คงเดิม (รวมถึงผู้ครอบครอง
ต่อเนื่องจากเจ้าของที่ดินเดิม)  เชื่อแน่ว่าเป็นขอบเขตตามหลักฐานเดิมแน่นอนถึงแม้ว่าเนื้อที่ที่รังวัดออก
โฉนดทีด่ ินและ น.ส. ๓ ก. ใหม่จะมากกว่าเดิมกช็ อบที่จะต้องด�ำ เนินการให้ผู้ขอไป แต่ในกรณีมีปัญหานั้น
ก็เนื่องมาจากสาเหตุที่เคยมีกรณีเจ้าหน้าที่ที่ดินทุจริตร่วมกับเจ้าของที่ดินออกหลักฐานที่ดินขยายขอบเขต
ออกไปจากหลกั ฐานเดิมโดยผิดปกติ อีกทั้งระยะและข้างเคียงเปลี่ยนแปลงไปท้ังหมดโดยไม่มีที่มาทีไ่ ป จึงได้
ออกหนังสือเวียนท้ัง ๓ ฉบับดงั กล่าว เพื่อเปน็ การป้องกนั ไว้มิให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป
กรณีเจา้ พนักงานทีด่ ินจังหวดั ซึง่ กระท�ำ การแทนกรมทีด่ ินไดท้ ำ�ความเห็นเสนอต่อศาล
ตามนยั มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายทีด่ ิน (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑
ว่าผู้ขอออกโฉนดที่ดินมิได้เป็นผู้ครอบครองทำ�ประโยชน์ในที่ดินมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน
ใช้บังคบั เป็นการโต้แยง้ สิทธิในทีด่ ิน
นาง ค.  ได้ยื่นคำ�ร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำ�พิพากษาหรือคำ�ส่ังถึงที่สุดว่า  ผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งได้
ครอบครองและทำ�ประโยชน์ในที่ดิน ตามหลกั ฐาน ส.ค. ๑ อยู่ก่อนวนั ที่ประมวลกฎหมายทีด่ ินใช้บังคับน้ัน
เปน็ การใช้สิทธิทางศาลตามทีก่ ฎหมายบัญญตั ิไว้ ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบญั ญตั ิแก้ไขเพิม่ เติมประมวล
กฎหมายทีด่ ิน (ฉบบั ที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกบั มาตรา ๕๕ และมาตรา ๑๘๘ แห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความแพ่ง  โดยกฎหมายกำ�หนดให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำ�ประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่
ประมวลกฎหมายทดี่ ินใชบ้ งั คบั โดยมหี ลกั ฐานการแจ้งการครอบครองทด่ี นิ แต่ไม่ได้ยนื่ ค�ำ ขอออกโฉนดทด่ี ิน
หรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  ภายในวันที่  ๘  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๓  ที่มีความประสงค์จะขอออก
โฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรบั รองการทำ�ประโยชน์ต้ังแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ต้องมีคำ�พิพากษา
หรือคำ�ส่ังถึงที่สุดของศาลยุติธรรมว่า  ผู้น้ันเป็นผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำ�ประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วย
กฎหมายอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ  พนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะดำ�เนินการออกโฉนดที่ดิน
หรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ให้ได้  กรณีจึงเป็นการใช้สิทธิทางศาลตามที่กฎหมายกำ�หนดและเป็น
กรณีที่ไม่มีการโต้แย้งสิทธิหรือไม่มีข้อพิพาท  เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายแต่เพียงฝ่ายเดียวของ
ผู้ขอ ซึ่งเรื่องท�ำ นองนี้ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ว่า กรณีทีจ่ ะเสนอคดีต่อศาลเป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาทโดยท�ำ เป็น
ค�ำ รอ้ งขอนน้ั หมายถงึ กรณที ไ่ี มม่ บี คุ คลใดโตแ้ ยง้ สทิ ธิ แตม่ เี หตทุ ผ่ี เู้ สนอคดจี �ำ ตอ้ งใชส้ ทิ ธทิ างศาล (เทยี บเคยี ง
ค�ำ พิพากษาฎีกาที่ ๖๕๓๖/๒๕๔๔) ในการพิจารณาคำ�ร้องขอของศาล กฎหมายกำ�หนดให้ศาลต้องแจ้งให้
กรมที่ดินทราบ และให้กรมที่ดินตรวจสอบกบั ระวางแผนที่รูปถ่ายทางอากาศหรือระวางรูปถ่ายทางอากาศ
ฉบับที่ทำ�ขึ้นก่อนสุดเท่าที่ทางราชการมีอยู่  พร้อมทั้งทำ�ความเห็นเสนอต่อศาลว่าผู้น้ันได้ครอบครองหรือ
ทำ�ประโยชน์ในทีด่ ินนั้นโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนวนั ที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคบั หรือไม่ เพือ่ ประกอบ
การพิจารณาของศาล ซึ่งในกระบวนการทางศาลนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ดินที่จะนำ�สืบให้ศาลเห็นว่า
ตนเองเปน็ ผู้ครอบครองและทำ�ประโยชน์ในที่ดินตรงตามหลักฐาน ส.ค.๑ อย่างต่อเนื่องมาก่อนวันทีป่ ระมวล
กฎหมายที่ดินใช้บังคบั (ตามข้อ ๓ ของประกาศกรมทีด่ ินลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๓ เรื่อง ค�ำ แนะน�ำ
ประชาชนกรณีนำ� ส.ค.๑ มายืน่ ขอออกโฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรับรองการท�ำ ประโยชน์ตามหลักฐานแบบแจ้ง
การครอบครองทีด่ ิน (ส.ค.๑) ภายหลังวันที่ ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๓) ซึ่งตามข้อเท็จจริงทีป่ รากฏ เจ้าพนักงาน
ที่ดินจังหวดั มหาสารคาม สาขาเชียงยืน ได้ดำ�เนินการตามที่กฎหมายให้อ�ำ นาจไว้ โดยตรวจสอบพร้อมทั้ง
ท�ำ ความเหน็ เสนอต่อศาลครบถ้วนแล้ว การรายงานผลว่า “...ไม่น่าเชื่อว่า ทีด่ ินของผู้ขอออกโฉนดทีด่ ินขอ
รงั วดั ตรวจสอบจะเปน็ แปลงเดยี วกบั ทด่ี นิ ตามหลกั ฐาน ส.ค. ๑ และผขู้ อออกโฉนดทด่ี นิ ไมไ่ ดเ้ ปน็ ผคู้ รอบครอง
และทำ�ประโยชน์ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ...”  จึงเป็นเพียงการ

๑๑๔ ปี กรมทด่ี นิ ๒๘๓

เสนอความเหน็ ตามขอ้ เทจ็ จรงิ และหลกั วชิ าการ (แผนท)่ี เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณาของศาลยตุ ธิ รรม
ว่าผู้ขอออกโฉนดที่ดินรายนี้เปน็ ผู้มีสิทธิในที่ดิน โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เท่าน้ัน มิใช่การโต้แย้งสิทธิ
ของ นาง ค. (ผู้ขอออกโฉนดทีด่ ิน) แต่อย่างใด จึงไม่มีเหตจุ �ำ เป็นต้องแต่งต้ังพนักงานอัยการเพื่อแก้ต่าง
ในคดีนี้
อย่างไรกต็ าม โดยทีเ่ รื่องนี้ข้อเทจ็ จริงปรากฏว่า ที่ดินที่ นาง ค. ได้น�ำ รงั วัดตรวจสอบอยู่ใน
เขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรฐั มนตรี เมื่อวนั ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๖ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาคดีของ
ศาลจังหวัดในการไต่สวนคำ�ร้อง  เจ้าพนักงานที่ดินควรแถลงให้ศาลทราบอีกคร้ังว่า  ที่ดินดังกล่าวอยู่ใน
ความดูแลรกั ษาและป้องกันของกรมป่าไม้ ตามนัยพระราชบญั ญตั ิป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และเป็น
หน่วยงานของรฐั ทีม่ ีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี ซึ่งอาจเปน็ ท้ังผู้ฟ้องหรือผู้ถกู ฟ้องในคดีน้ัน
(ตอบข้อหารือจงั หวัดมหาสารคาม ตามหนังสือกรมที่ดิน ด่วนทีส่ ุด ที่ มท ๐๕๐๕.๔/๐๑๔๗๕
ลงวนั ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ เรือ่ ง หารือแนวทางปฏิบตั ิเพื่อดำ�เนินการตามาตรา ๘ แห่งพระราชบญั ญตั ิ
แก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายทีด่ ิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑)
การรบั รองแนวเขตกรณีทีด่ ินข้างเคียงมีโฉนดที่ดินแล้ว
ระเบียบกรมทีด่ ินว่าด้วยการเขียนข้างเคียงและการรบั รองแนวเขตที่ดิน พ.ศ. ๒๕๕๔ ข้อ ๑๐
“กรณีที่ดินข้างเคียงได้มีการรังวดั เพือ่ ออกโฉนดที่ดิน หรือมีโฉนดที่ดินแล้ว แต่เจ้าของที่ดินข้างเคียงไม่มา
ระวังชี้และลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดิน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือแจ้งให้ไประวังชี้และลงชื่อรับรอง
แนวเขตที่ดิน (ท.ด. ๓๘) แล้ว ให้เจ้าของที่ดินลงชือ่ รบั รองว่ามิได้น�ำ รังวดั รกุ ล้ําเขตที่ดินข้างเคียงในใบรับรอง
เขตติดต่อของเจ้าของที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียง (ท.ด. ๓๔) ตามระเบียบ แล้วเขียนข้อความด้วยหมึก
สีแดงว่านายหรือนาง...ไม่มานำ�ชี้เขต..ฯลฯ”
ค�ำ สั่งกรมที่ดิน ที่ ๑๓๐๔/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ เรือ่ ง การรับรอง
แนวเขตที่ดินของทางราชการ ใหย้ กเลิกค�ำ สงั่ กรมทีด่ ิน ที่ ๕๖๕/๒๕๒๓ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม
๒๕๒๓ และใหถ้ ือปฏิบัติดังตอ่ ไปนี้
๑. การรงั วัดแบ่งแยก รวม หรือสอบเขตโฉนดที่ดิน และการแบ่งแยก รวม หรือตรวจสอบ
เนื้อที่หนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  ถ้าที่ดินน้ันมีแนวเขตติดต่อกับที่ดินที่ทางราชการมีหน้าที่ดูแลรักษา
และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษาที่ดินของทางราชการมิได้มาระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินในวันทำ�การรังวัดหรือ
มาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดิน  การติดต่อหรือแจ้งผู้ดูแลรักษาที่ดินของทางราชการ  ให้ถือปฏิบัติ
ตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการ
ตดิ ตอ่ หรือการแจง้ ผมู้ สี ทิ ธใิ นทด่ี นิ ขา้ งเคยี งใหม้ าลงชอ่ื รบั รองแนวเขตทด่ี นิ หรือคดั คา้ นการรงั วดั พ.ศ.๒๕๒๑
๒. การรังวัดทำ�แผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน  หรือการรังวัดพิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์
เพื่อออกหนังสือรบั รองการทำ�ประโยชน์ ถ้าทีด่ ินน้ันมีแนวเขตติดต่อกับที่ดินทีท่ างราชการมีหน้าทีด่ แู ลรักษา
และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษาที่ดินของทางราชการมิได้มาระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินในวันทำ�การรังวัดหรือ
มาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดิน  การติดต่อหรือแจ้งผู้ดูแลรักษาที่ดินของทางราชการให้ถือปฏิบัติ
ดงั นี้
๒.๑ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์ ตามมาตรา  ๕๙  ตรี
แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน โดยมีหลกั ฐาน  ส.ค. ๑ และปรากฏว่าเนื้อทีท่ ี่ท�ำ การรังวัดใหม่แตกต่างไปจาก
เนื้อที่ตาม  ส.ค. ๑ ให้ปฏิบตั ิตามระเบียบของคณะกรรมการจดั ทีด่ ินแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ว่าด้วยเงือ่ นไขการออกโฉนดทีด่ ินหรือหนังสือรบั รองการท�ำ ประโยชน์ ข้อ ๙

๒๘ ๔ ๑๑๔ ปี กรมทดี่ นิ

๒.๒ การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำ�ประโยชน์  นอกเหนือจาก  ๒.๑
ให้ดำ�เนินการดังนี้
๒.๒.๑ ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษาไม่มาชี้และรับรองแนวเขตที่ดินในวันทำ�การรังวัด
ทำ�แผนที่  หรือพิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์  หรือมาแต่ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตโดยไม่คัดค้านการ
รังวดั ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งไปอีกคร้ังหนึ่งภายใน ๗ วนั นบั แต่วันท�ำ การรงั วัดทำ�แผนที่หรือ
พิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์เสร็จ  โดยส่งหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้
ดูแลรักษาที่ดินนั้นไปตรวจสอบแนวเขตและหลักเขตที่ปักไว้ว่ารุกลํ้าที่ดินที่ตนมีหน้าที่ดูแลรักษาหรือไม่โดย
ขอให้ตอบให้ทราบภายใน ๓๐ วนั นบั แต่วันที่ได้รบั หนงั สือแจ้งกบั ให้แจ้งไปด้วยถ้าไม่ตอบภายในก�ำ หนด
ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะคดั ค้านแนวเขตและปักหลักเขตทีด่ ินรายนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ดำ�เนินการออก
หนงั สือแสดงสิทธิในที่ดินโดยไม่ต้องมีการรบั รองแนวเขตต่อไป
๒.๒.๒ กรณีตาม  ๒.๒.๑  ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษาที่ดินไม่ตอบให้ทราบภายใน
ก�ำ หนดให้เจ้าของที่ดินรบั รองว่า มิได้นำ�รงั วดั รุกลํ้าเขตทีด่ ินข้างเคียงในใบรับรองเขตติดต่อของเจ้าของที่ดิน
และเจ้าของทีด่ ินข้างเคียง (ท.ด. ๓๘) ตามระเบียบโดยเขียนข้อความด้วยหมึกสีแดงว่าเปน็ ที่ดินประเภทใด
ผู้ดแู ลรักษาไม่มาชี้แนวเขต ส่วนในช่องเจ้าของทีด่ ินข้างเคียงรบั รองเขตในใบไต่สวน (น.ส. ๕) หรือในแบบ
พสิ จู นส์ อบสวนการท�ำ ประโยชน์ (น.ส.๑ ก., ส.ค.๑) ใหบ้ รรยายดว้ ยหมกึ สแี ดงวา่ ขา้ งเคยี งเปน็ ทด่ี นิ ประเภทใด
ได้มีหนังสือแจ้งผู้ดูแลรักษาให้ไประวังชี้และตรวจสอบแนวเขตที่ดินแล้วแต่ไม่ดำ�เนินการ  เจ้าของที่ดินได้
รบั รองเขตไว้แล้ว ให้ช่างรังวดั หรือเจ้าหน้าทีพ่ ิสูจน์สอบสวนการทำ�ประโยชน์ลงลายมือชือ่ กำ�กบั ไว้ด้วย
อนึ่ง  ความในข้อ  ๒  ของคำ�ส่ังนี้ให้ใช้บังคับแก่การเดินสำ�รวจออกโฉนดที่ดินและหนังสือ
รับรองการทำ�ประโยชน์ ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๘ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ินด้วย
หนงั สือกรมทีด่ ิน ที่ มท ๐๕๑๖.๒/๒๔๖๗๓ ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ เรือ่ ง หารือ
การแจง้ ผมู้ สี ทิ ธใิ นทด่ี นิ ขา้ งเคยี งใหม้ าลงชอ่ื รบั รองแนวเขตทด่ี นิ หรอื คดั คา้ นการรงั วดั และด�ำ เนนิ การ
ตามกฎกระทรวง ฉบบั ที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)
วางแนวทางปฏิบัติไว้ว่า  “...เมื่อมีการขอรังวัดออกโฉนดที่ดินปรากฏว่าที่ดินน้ันมีแนวเขต
ติดต่อกับป่าสงวนแห่งชาติ....และเมื่อที่ดินที่ขอออกโฉนดที่ดินมีแนวเขตติดต่อกับที่ดินทีท่ างราชการมีหน้าที่
ดูแลรักษา  ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้หรือส่วนราชการใดก็ตาม  หัวหน้าส่วนราชการนั้นไม่มาระวังชี้แนวเขต
หรือมาแต่ไม่รับรองแนวเขตโดยไม่มีการคัดค้านการรังวัดก็ให้ปฏิบัติตามแนวทางของคำ�สั่งกรมที่ดิน
ที่ ๑๓๐๔/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ เรื่อง การรับรองแนวเขตทีด่ ินของทางราชการประกอบ
กบั ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)”
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๗๑๙/ว ๕๒๕ ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๔๒
วางแนวทางปฏิบตั ิไว้ว่า การออกโฉนดทีด่ ิน ให้เจ้าพนกั งานที่ดินจังหวดั หรือ เจ้าพนกั งาน
ที่ดินจังหวัดสาขา มีหนังสือแจ้งให้นายอำ�เภอท้องที่หรือปลัดอำ�เภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ�กิ่งอำ�เภอท้องที่
ออกไปรว่ มเปน็ พยานและตรวจสอบทด่ี นิ ทข่ี อออกโฉนดทด่ี นิ วา่ เปน็ ทส่ี งวนหวงหา้ มหรอื ทส่ี าธารณประโยชน์
อย่างใดหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบการครอบครองและท�ำ ประโยชน์ในทีด่ ินจริงหรือไม่ อย่างไร เว้นแต่การ
ออกโฉนดทด่ี นิ ตามหลกั ฐาน น.ส. ๓ ก. ไมต่ อ้ งแจง้ ใหน้ ายอ�ำ เภอหรอื ปลดั อ�ำ เภอผเู้ ปน็ หวั หนา้ ประจ�ำ กง่ิ อ�ำ เภอ
ท้องทีอ่ อกไปร่วมเป็นพยานและตรวจสอบทีด่ ินแต่อย่างใด

lmlmlml

๑๑๔ ปี กรมท่ดี ิน ๒๘๕

๒๘ ๖ ๑๑๔ ปี กรมทด่ี นิ
พิธีพพุทิธธีพาุทภธิเาษภกเิ ษ คกรคัง้ ทรั้งี่ ท๒่ี  ๒(พ(พิธีเธิ สเี สาารร ์ ์๕๕)) หหลลววงงพพ่อ่อททววดด รรุ่น่นุ ๑ ๑๑๑๔๔ ปปี ี กกรรมมททด่ี ินีด่ ิน

พิธีพุทพธิธาีพภทุ ณิเธษตากลภาำ ณบิเาคตษนลารกลธบท้ังาเครลทมับนรรทือ่ี่ธใ้งัม๒ับตรทวเหรมใ้นัี่ ตอม(๒ือ่นพเ้หาำวส้าิธ(อเนนั พาหภีเาา้เรสิธลสอเห์ทภเีาาวหสลอรี่รงาว๒ัว์ทห์ปรง๕ห่ีวั๔์ปู่ท๒๕ินห)ทู่ ๔ว)ินมหวดจหกมดลงัอลจกอรวหงวงัรงางควหงคาคพพดัคว์ใใ์ มห่อหัดมอ่ปญทปญทร๒๒วรวะ่ ่๕๕ะดดจววจ๕๕ดัวดัรวร๘บหุ่น๘หบุ่น้วค้วค๑ยย๑ีรรี ๑มีขีขม๑๔งันนังค๔ธคธล์ป์ลปี กี กรมรทม่ีดทนิ ีด่ ิน

๒๘ ๖ ๑๑๔ ปี กรมทด่ี นิ
พิธีพพุทิธธีพาุทภธิเาษภกเิ ษ คกรคัง้ ทรั้งี่ ท๒่ี  ๒(พ(พิธีเธิ สเี สาารร ์ ์๕๕)) หหลลววงงพพ่อ่อททววดด รรุ่น่นุ ๑ ๑๑๑๔๔ ปปี ี กกรรมมททด่ี ินีด่ ิน

พิธีพุทพธิธาีพภทุ ณิเธษตากลภาำ ณบิเาคตษนลารกลธบท้ังาเครลทมับนรรทือ่ี่ธใ้งัม๒ับตรทวเหรมใ้นัี่ ตอม(๒ือ่นพเ้หาำวส้าิธ(อเนนั พาหภีเาา้เรสิธลสอเห์ทภเีาาวหสลอรี่รงาว๒ัว์ทห์ปรง๕ห่ีวั๔์ปู่ท๒๕ินห)ทู่ ๔ว)ินมหวดจหกมดลงัอลจกอรวหงวงัรงางควหงคาคพพดัคว์ใใ์ มห่อหัดมอ่ปญทปญทร๒๒วรวะ่ ่๕๕ะดดจววจ๕๕ดัวดัรวร๘บหุ่น๘หบุ่น้วค้วค๑ยย๑ีรรี ๑มีขีขม๑๔งันนังค๔ธคธล์ป์ลปี กี กรมรทม่ีดทนิ ีด่ ิน


Click to View FlipBook Version