หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานและแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23126 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา2566 ผู้จัดทำ นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ตำแหน่ง ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
แบบอนุมัติใช้หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ขออนุมัติใช้หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนการจัดการเรียนรู้ ตามที่ข้าพเจ้า นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ - . กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอนรายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 . รหัสวิชา อ23122 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 นั้น ในการนี้ ข้าพเจ้าได้จัดทำหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ และได้ประเมินคุณภาพ ก่อนนำไปใช้ด้วยตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขออนุมัติใช้หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) วันที่ 15 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2566 . 1. ความคิดเห็นของผู้นิเทศสาขาวิชา ได้ตรวจสอบและประเมินคุณภาพแล้วเห็นสมควรอนุมัติ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง วิทยฐานะ . 4. ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนการจัดการเรียนรู้ เพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ ลงชื่อ ( ) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ 2. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ เห็นสมควรพิจารณาอนุมัติ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง วิทยฐานะ .. 5.คำสั่งผู้อำนวยการโรงเรียน ❑ อนุมัติ ❑ สั่งการ ลงชื่อ ( ) ผู้อำนวยการโรงเรียนการจัดการเรียนรู้ 3. ความคิดเห็นของหัวหน้างานนิเทศฯ เห็นสมควรพิจารณาอนุมัติ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง วิทยฐานะ .
โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ แบบตรวจสอบคุณภาพหน่วยการเรียนรู้และการการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? . รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 . คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องผลการตรวจสอบตามรายการตรวจสอบที่กำหนด รายการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ ตนเอง ผู้นิเทศ 1. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 2. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น 3. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 4. หน่วยการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง 5. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้และธรรมชาติของผู้เรียน มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 6. แผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค และวิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย 7. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรียน สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 8. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อเครื่องมือวัดและ ประเมินผลที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ และมีการประเมินตามสภาพจริง * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 2 ขึ้นไป) - ออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยปรับประยุกต์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย - คัดสรรสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผล ได้เหมาะสมกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 3 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์ สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน - สร้างสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผลได้เหมาะกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 4 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน ลงชื่อ ผู้จัดทำ ลงชื่อ ผู้นิเทศฯ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ( )
โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ แบบตรวจสอบคุณภาพหน่วยการเรียนรู้และการการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Know the rules . รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 . คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องผลการตรวจสอบตามรายการตรวจสอบที่กำหนด รายการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ ตนเอง ผู้นิเทศ 1. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 2. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น 3. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 4. หน่วยการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง 5. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้และธรรมชาติของผู้เรียน มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 6. แผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค และวิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย 7. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรียน สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 8. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อเครื่องมือวัดและ ประเมินผลที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ และมีการประเมินตามสภาพจริง * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 2 ขึ้นไป) - ออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยปรับประยุกต์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย - คัดสรรสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผล ได้เหมาะสมกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 3 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์ สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน - สร้างสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผลได้เหมาะกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 4 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน ลงชื่อ ผู้จัดทำ ลงชื่อ ผู้นิเทศฯ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ( )
โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ แบบตรวจสอบคุณภาพหน่วยการเรียนรู้และการการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง Let’s go shopping . รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 . คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องผลการตรวจสอบตามรายการตรวจสอบที่กำหนด รายการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ ตนเอง ผู้นิเทศ 1. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 2. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น 3. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 4. หน่วยการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง 5. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้และธรรมชาติของผู้เรียน มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 6. แผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค และวิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย 7. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรียน สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 8. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อเครื่องมือวัดและ ประเมินผลที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ และมีการประเมินตามสภาพจริง * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 2 ขึ้นไป) - ออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยปรับประยุกต์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย - คัดสรรสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผล ได้เหมาะสมกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 3 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์ สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน - สร้างสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผลได้เหมาะกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 4 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน ลงชื่อ ผู้จัดทำ ลงชื่อ ผู้นิเทศฯ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ( )
โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ แบบตรวจสอบคุณภาพหน่วยการเรียนรู้และการการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง After school . รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 . คำชี้แจง โปรดทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องผลการตรวจสอบตามรายการตรวจสอบที่กำหนด รายการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบ ตนเอง ผู้นิเทศ 1. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 2. หน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น 3. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 4. หน่วยการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง 5. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้และธรรมชาติของผู้เรียน มีองค์ประกอบตามที่โรงเรียนกำหนดและนำไปปฏิบัติได้จริง 6. แผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ เทคนิค และวิธีการที่เน้นการปฏิบัติ มีความหลากหลาย 7. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรียน สอดคล้องกับเนื้อหาสาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 8. หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีการเลือกใช้สื่อเครื่องมือวัดและ ประเมินผลที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ และมีการประเมินตามสภาพจริง * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 2 ขึ้นไป) - ออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยปรับประยุกต์ให้สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียน - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย - คัดสรรสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผล ได้เหมาะสมกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 3 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์ สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน - สร้างสื่อ นวัตกรรมฯ และเครื่องมือวัดและประเมินผลได้เหมาะกับผู้เรียน * (กรณีผู้รับการนิเทศเป็นครู ค.ศ. 4 ขึ้นไป) - หน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้มีกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติ ที่สร้างสรรค์อย่างหลากหลาย สอดคล้องกับธรรมชาติของสาระการเรียนรู้และผู้เรียน ลงชื่อ ผู้จัดทำ ลงชื่อ ผู้นิเทศฯ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ( )
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 1 วิเคราะห์ตัวชี้วัด เพื่อจัดทำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . ภาคเรียนที่ 2 รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 . ตัวชี้วัด ภาคเรียนที่ 1 2 ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายที่ฟังและ อ่าน ✓ ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ✓ ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับ ประโยค และข้อความที่ฟังหรืออ่าน ✓ ต 1.1 ม.3/4 เลือก/ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ ✓ ต 1.2 ม.3/1 สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เรื่องที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และเหมาะสม ✓ ต 1.2 ม.3/2 ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายอย่างเหมาะสม ✓ ต 1.2 ม.3/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบ รับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ✓ ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม ✓ ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม ✓ ต 1.3 ม.3/1 และเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ / เรื่อง / ประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ✓ ต 1.3 ม.3/2 พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ / แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จาก การวิเคราะห์เรื่อง / ข่าวเหตุการณ์ / สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ✓ ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ ✓ ต 2.1 ม.3/1 เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง เหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ✓
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 2 ตัวชี้วัด ภาคเรียนที่ 1 2 ต 2.1 ม.3/2 อธิบายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณี ของเจ้าของภาษา ✓ ต 2.1 ม.3/3 เข้าร่วม / จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ ✓ ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ✓ ต 2.2 ม.3/2 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย และนำไปใช้อย่าง เหมาะสม ✓ ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล / ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน ✓ ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นใน ห้องเรียน สถานศึกษาชุมชนและสังคม ✓ ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และสรุป ความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ ✓ ต 4.2 ม.3/2 เผยแพร่ / ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และ ท้องถิ่นเป็นภาษาต่างประเทศ ✓ รวมตัวชี้วัดในแต่ละภาคเรียน 10 11 รวมตัวชี้วัดตลอดปีการศึกษา 21
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 3 วิเคราะห์ตัวชี้วัด เพื่อจัดทำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 . ภาคเรียนที่ 2 รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 . ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ / กระบวนการ P คุณลักษณะ A สมรรถนะสำคัญ C ต 1.1 ม.3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบท ร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้อง ตามหลักการอ่าน - นักเรียนมีความรู้ ในการบอก ความหมาย คำคุณศัพท์ เกี่ยวกับบุคคลได้ - นักเรียนมีความรู้ ในการแต่งประโยค โดยใช้คำคุณศัพท์ ที่เกี่ยวกับบุคคลได้ - อ่านออกเสียง คำศัพท์เกี่ยวกับ ประเภทบุคคลได้ - เขียนประโยคโดยใช้ คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ บุคคลได้ถูกโครงสร้าง ตามหลักภาษา - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 1.1 ม.3/3 ระบุและเขียนสื่อที่ไม่ใช่ ความเรียงรูปแบบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ฟังหรือ อ่าน - นักเรียนมีทักษะ ในการคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบความ แตกต่างของสิ่ง ต่าง ๆ ได้ - นักเรียนสื่อสารโดย การฟัง พูดและอ่าน ลักษณะของบุคคล หรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ได้ในรูปของ Adjective หรือ Adverb และการ เปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 1.1 ม.3/4 เลือก / ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและ อ่านจากสื่อประเภท ต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ - นักเรียนมีทักษะ ในการสรุปใจความ สำคัญเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังและอ่าน จากสื่อประเภท ต่าง ๆ ได้ - นักเรียนพูดและ เขียนสรุปใจความ สำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่าง ๆ ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 4 ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ / กระบวนการ P คุณลักษณะ A สมรรถนะสำคัญ C ต 1.2 ม.3/2 ใช้คำขอร้อง ให้ คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายอย่าง เหมาะสม - นักเรียนมีความรู้ ในการบอก ความหมายคำศัพท์ เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ - นักเรียนมีความรู้ ในการแต่งประโยค โดยใช้คำคุณศัพท์ที่ เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ - อ่านออกเสียง คำศัพท์เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ - เขียนประโยคโดยใช้ คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ถูกโครงสร้างตาม หลักภาษา - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพื่อขอ และให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และ แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรือ อ่านอย่างเหมาะสม อธิบายหลักการใช้ Infinitive and Gerund ได้ - เขียนอธิบายหลักการ ใช้ Infinitive and Gerund ในรูปแบบ ของ Mind Mapping ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยาย ความรู้สึก และความ คิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว / เหตุการณ์ พร้อมทั้ง ให้เหตุผลประกอบ อย่างเหมาะสม - นักเรียนมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ใน การนำคำคุณศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับ บุคลิกภาพหรือ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องใน ชีวิตประจำวันไปใช้ ประกอบ - นักเรียนเขียน รูปแบบการ เปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 5 ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ / กระบวนการ P คุณลักษณะ A สมรรถนะสำคัญ C ต 1.3 ม.3/1 พูดและเขียนบรรยาย เกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ / เรื่อง / ประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ใน ความสนใจของสังคม - นักเรียนมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ใน การนำคำคุณศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับ บุคลิกภาพหรือ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องใน ชีวิตประจำวันไปใช้ ประกอบ - นักเรียนเขียน รูปแบบการ เปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขียนแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และ เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้ เหตุผลประกอบ - นักเรียนมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ใน การสร้างคำนาม ประสมประกอบกับ มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ และนำ คำนามประสมมาใช้ ในชีวิตจริงได้ - นักเรียนสื่อสารโดย การพูดและเขียน คำนามประสม และ แต่งประโยคได้ - นักเรียนเขียน รูปแบบการสร้าง คำนามประสมได้ - นักเรียนเขียน Compound Nouns หรือคำนามผสม ตาม หลักการเขียนได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 2.1 ม.3/3 เข้าร่วม / จัดกิจกรรม ทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความ สนใจ - อธิบายหลักการใช้ Special Verbs ได้ - เขียนอธิบายหลักการ ใช้ Special Verbs ใน รูปแบบของ Mind Mapping ได้ - เขียนประโยคให้อยู่ ในรูปของ Special Verbs ได้ - มีทักษะในการใช้ ภาษาอังกฤษ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 6 ตัวชี้วัด ความรู้ K ทักษะ / กระบวนการ P คุณลักษณะ A สมรรถนะสำคัญ C ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือน และความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตาม โครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทย -นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจหลักใช้ คำสันธาน (conjunctions) and/ but/ or/ because/ so/ before/after - นักเรียนเขียน ประโยคให้อยู่ในรูป ของ Conjunctions ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศ ในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และ สรุปความรู้ / ข้อมูล ต่าง ๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและ ประกอบอาชีพ - อธิบายหลักการใช้ Other Group ได้ - มีความรู้ความ เข้าใจหลักใช้ Other Group ได้ - เขียนอธิบายหลักการ ใช้ Other Group ใน รูปแบบของ Mind Mapping ได้ - เขียนประโยคให้อยู่ ในรูปของ Other Group ได้ - มีทักษะในการใช้ ภาษาอังกฤษ - เขียนประโยคให้อยู่ ในรูปของ Other Group ได้ - รักการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษและ ฝึกฝนอย่างจริงจัง เพียงพอ - ผู้เรียนใช้ ภาษาอังกฤษอย่างมี มารยาท ถูกต้องตาม กาลเทศะ และบุคคล 1. ความสามารถใน การสื่อสาร 2. ความสามารถใน การคิด 3. ความสามารถใน การแก้ปัญหา 4. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถใน การใช้เทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 7 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ วิชา ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ23112 จำนวน 3 คาบ / สัปดาห์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1.5 หน่วยกิต จำนวนเวลาเรียนทั้งสิ้น 60 คาบ / ชั่วโมง : ภาคเรียน คำอธิบายรายวิชา ศึกษาคำศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยค ข้อความ พูดและเขียนบรรยายลักษณะของคนสิ่งต่าง ๆ เช่น แบบบ้าน /ห้อง / ส่วนต่าง ๆ ของบ้าน / ทำเลที่ตั้ง ชีวิตประจำวัน อาชีพ การศึกษา งานอดิเรก การบันเทิง พักผ่อนหย่อนใจ การเดินทาง ศึกษาวัฒนธรรมทางภาษาของเจ้าของภาษา ฟังและพูดโต้ตอบในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การซื้อของหรือสอบถามข้อมูลจากตำรวจ โรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล ธนาคาร สายการบิน พูด โทรศัพท์ หรือแสดงความคิดเห็นจากการสนทนาและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง อ่านข้อความ บทความ เกี่ยวกับสุขภาพ วัฒนธรรม วิถีชีวิตของเจ้าของภาษา การประกันอุบัติเหตุ สารคดี ข่าว ตารางการเดินทาง บุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียง ให้ข้อมูลแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามจาก การอ่านได้ถูกต้อง ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของการเรียนภาษา ใช้ภาษาในการแสวงหาความรู้และข้อมูล จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายในรูปแบบที่แตกต่างกันยอมรับและเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และภาษาของ ตนเอง สื่อสารโดยใช้โครงสร้างทางภาษาที่ถูกต้อง โดยผ่านกระบวนการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กระบวนการคิดวิเคราะห์ที่เหมาะสมสืบค้นข้อมูลจากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและใช้ในชีวิตประจำวันโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย บูรณาการเนื้อหาสาระกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และตามแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมตามสถานการณ์นั้น ๆ รวมทั้งมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รหัสตัวชี้วัด ต. 1.1 ม.3/2, 3, 4 ต. 2.1 ม.3/3 ต. 1.2 ม.3/2, 4, 5 ต. 2.2 ม.3/1 ต. 1.3 ม.3/1, 3 ต. 4.2 ม.3/1 รวม 11 ตัวชี้วัด
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 8 โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ . ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 1.5/3 หน่วยกิต/ชั่วโมง ครูผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ . หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระสำคัญ / สาระการเรียนรู้แกนกลาง เวลา คาบ / ชั่วโมง น้ำหนัก คะแนน 5 What’s cooking? ต 1.1 ม.3/3 ต 1.2 ม.3/5 ต 1.3 ม.3/1 ต 1.3 ม.3/3 การมีความเข้าใจและตีความเรื่องที่ฟัง และอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และ แสดงความคิดเห็นด้วยคำคุณศัพท์อย่าง ถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งมีทักษะการ สื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยน ข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความคิดเห็น โดยใช้ Adjective หรือ Adverb ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ สามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิด รอบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ อีกทั้งนักเรียน เข้าใจความ เหมือนและความแตกต่างของหลัก ไวยากรณ์ เรื่องCompound Nouns หรือคำนามผสม ในหลักภาษาไทย ตลอดจนพูดและเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และ เหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ โดยสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม โดยนักเรียนมีทักษะในการ เลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสม ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 16 15
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 9 หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระสำคัญ / สาระการเรียนรู้แกนกลาง เวลา คาบ / ชั่วโมง น้ำหนัก คะแนน 6 Know the rules ต 1.1 ม.3/4 ต 2.1 ม.3/3 ต 2.2 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 ความเข้าใจและการสรุปใจความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่าง ๆ ในความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้รูปแบบคำของ Infinitive and Gerund และสามารถนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มีทักษะการสื่อสาร ทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรู้สึกและความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ 12 10 วัดผลกลางภาค 20 7 Let’s go shopping ต 1.1 ม.3/4 ต 2.1 ม.3/3 ต 2.2 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 ความเข้าใจและการสรุปใจความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่าง ๆ ความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้ในรูปแบบคำของ Special Verbs และ Collective Nouns และสามารถ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้น ข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการ เรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 19 15
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 10 หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระสำคัญ / สาระการเรียนรู้แกนกลาง เวลา คาบ / ชั่วโมง น้ำหนัก คะแนน 8 After school ต 1.1 ม.3/1 ต 1.2 ม.3/2 ต 2.2 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 ความเข้าใจและการสรุปใจความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อ ประเภทต่าง ๆ ความเหมือนและความ แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้ในรูปแบบคำของ Other Group และ Conjunctions ตลอดจนสามารถ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้น ข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการ เรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 13 10 วัดผลปลายภาค 30 รวมทั้งสิ้น 60 100
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 11 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวนหน่วยการเรียนรู้ 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง หน่วยการ เรียนรู้ที่ หน่วยการเรียน / เนื้อหาสาระโดยสังเขป จำนวนคาบ / ชั่วโมง 5 Unit 5 : What’s cooking? - Vocabulary, reading and conversation - Comparison of Adjectives and Adverbs - Comparison of Adjectives and Adverbs (Revision) - Compound Nouns - Compound Nouns (Revision) 16 2 6 2 4 2 6 Unit 6 : Know the rules - Vocabulary, reading and conversation - Infinitive with to - Infinitive without to - Gerund - Verb followed by infinitive or gerund - Infinitive and Gerund (Revision) 12 2 2 2 2 2 2 7 Unit 7 : Let’s go shopping - Vocabulary, reading and conversation - Special Verbs used as verbs - Special Verbs used as adjective (The -ing form) - Special Verbs used as adjective (The -ed form) - Special Verbs (Revision) - Collective Nouns (Singular or Plural) - Collective Nouns for people - Collective Nouns for animals - Collective Nouns for objects and things - Collective Nouns (Revision) 19 2 2 2 2 2 1 2 2 2 2
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 12 หน่วยการ เรียนรู้ที่ หน่วยการเรียน / เนื้อหาสาระโดยสังเขป จำนวนคาบ / ชั่วโมง 8 Unit 8 : After school - Vocabulary, reading and conversation - Other Group : Using Another - Other Group : Using Other and Others - Other Group : Using The Other and The Others - Other Group : Using with Idioms. - Other Group (Revision) - Conjunction - Conjunctions (Revision) 13 2 1 1 1 2 2 4 2 รวม 60
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 13 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวนหน่วยการเรียนรู้ 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง หน่วยการ เรียนรู้ที่ หน่วยการเรียน / เนื้อหาสาระโดยสังเขป วิธีการสอน จำนวนคาบ / ชั่วโมง 5 Unit 5 : What’s cooking? 16 - Vocabulary, reading and conversation Discovery Method 2 - Comparison of Adjectives and Adverbs Inquiry Method : 5Es 6 - Comparison of Adjectives and Adverbs (Revision) Inquiry Method : 5Es 2 - Compound Nouns Discovery Method แบบแฮร์ บาร์ตและ 3P (Presentation, Practice, Production) 4 - Compound Nouns (Revision) 5 STEPs 2 6 Unit 6 : Know the rules 12 - Vocabulary, reading and conversation Discovery Method 2 - Infinitive with to Inquiry Method : 5Es 2 - Infinitive without to Inquiry Method : 5Es 2 - Gerund 2W3P 2 - Verb followed by infinitive or gerund 3Ps 2 - Infinitive and Gerund (Revision) 5 STEPs 2
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 14 หน่วยการ เรียนรู้ที่ หน่วยการเรียน / เนื้อหาสาระโดยสังเขป วิธีการสอน จำนวนคาบ / ชั่วโมง 7 Unit 7 : Let’s go shopping 19 - Vocabulary, reading and conversation Discovery Method 2 - Special Verbs used as verbs 2W3P 2 - Special Verbs used as adjective (The -ing form) 2W3P 2 - Special Verbs used as adjective (The -ed form) Inquiry Method : 5Es 2 - Special Verbs (Revision) Inquiry Method : 5Es 2 - Collective Nouns (Singular or Plural) Discovery Method 1 - Collective Nouns for people 3Ps 2 - Collective Nouns for animals Inquiry Method : 5Es 2 - Collective Nouns for objects and things 2W3P 2 - Collective Nouns (Revision) 5 STEPs 2 8 Unit 8 : After school 13 - Vocabulary, reading and conversation Discovery Method 2 - Other Group : Using Another Discovery Method 1 - Other Group : Using Other and Others 3Ps 1 - Other Group : Using The Other and The Others 2W3P 1 - Other Group : Using with Idioms. Inquiry Method : 5Es 2 - Other Group (Revision) 5 STEPs 2 - Conjunction CIPPA Model 4 - Conjunctions (Revision) Inquiry Method : 5Es 2
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 15 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 16 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี เหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 1.2 ตัวชี้วัด ต.1.1. ม.3/3 เลือก / ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (Non-text information) ที่อ่าน ต.1.2. ม.3/5 พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม ต.1.3. ม.3/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การมีความเข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นด้วย คำคุณศัพท์อย่างถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งมีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความคิดเห็น โดยใช้ Adjective หรือ Adverb ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดรอบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ อีกทั้งนักเรียน เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างของหลักไวยากรณ์ เรื่อง Compound Nouns หรือคำนามผสม ในหลักภาษาไทย ตลอดจนพูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ โดยสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องและ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 16 เหมาะสม โดยนักเรียนมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว / เหตุการณ์/ เรื่อง / ประเด็นต่าง ๆ ที่ อยู่ในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ / แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง / ข่าว /เหตุการณ์/ สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผลประกอบ 2. เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือน และความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 5 : What’s cooking? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 5 : What’s cooking? 3. การใช้โครงสร้าง Comparison of Adjective and Adverb ในรูปแบบและ Tense ต่าง ๆ 4. การใช้โครงสร้าง Compound Nouns ในรูปแบบต่าง ๆ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 17 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Vocabulary - แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 - ใบงานเรื่อง Comparison of Adjective and Adverb - ใบงานเรื่อง Compound Nouns 2. ชิ้นงาน - ชิ้นงาน My Opinion การเขียนเปรียบเทียบสิ่งของต่าง ๆ ที่พบในชีวิต ประจำวัน โดยบูรณาการกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบประโยค Comparison of Adjective and Adverb 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดและประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน 1. วิธีการ 1. ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ตรวจแบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 18 3. ตรวจใบงานเรื่อง Comparison of Adjective and Adverb 4. ตรวจใบงานเรื่อง Compound Nouns 5. ตรวจชิ้นงาน My Opinion 2. เครื่องมือ 1. ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3. ใบงานเรื่อง Comparison of Adjective and Adverb 4. ใบงานเรื่อง Compound Nouns 5. ชิ้นงาน “My opinion” การเขียนแสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบสิ่งของต่าง ๆ ที่พบในชีวิตประจำวัน พร้อมให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม ในรูปแบบประโยค Comparison of Adjective and Adverb และ บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. เกณฑ์ 1. ตรวจใบงานร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. ตรวจชิ้นงานคุณภาพ ระดับ 2 ผ่านเกณฑ์การประเมิน 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2 แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3 ใบงานเรื่อง Comparison of Adjective and Adverb ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 4 ใบงานเรื่อง Compound Nouns ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 19 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม (ต่อ) ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 5 ชิ้นงาน My Opinion การเขียน เปรียบเทียบสิ่งของต่าง ๆ ที่พบใน ชีวิต ประจำวัน โดยบูรณาการกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบประโยค Comparison of Adjective and Adverb ประเมินจากชิ้นงาน แบบประเมินชิ้นงาน เกณฑ์การประเมิน ชิ้นงาน 10. กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ 1 เรื่อง Vocabulary, reading and conversation จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันตอบคำถามดังต่อไปนี้Look at the photo and answer the questions. • What do you see in the picture? • Do you like pizza? • What do you like on your pizza? • What’s the best meal you’ve ever had? Describe it. • How would you describe your country’s food? 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แปลความหมายแต่ละประโยคและตอบคำถามดังกล่าว โดยครู เปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดาน และช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยให้นักเรียนยกมือขึ้นเพื่อ ตอบคำถาม ดังนี้ • Which country’s food do you like most? Why? • What is your favorite restaurant? • How often do you eat out? • Do you prefer to eat at home or at a restaurant? Why? • Do you like cooking? Why or why not? • What dishes do you know how to make?
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 20 1.4 นักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 โดยนักเรียน ช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์ breakfast, dessert, dinner, fast food, junk food, lunch, main course, side dish 1.5 นักเรียนทำกิจกรรม Listen and number. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 46 1.6 นักเรียนทำกิจกรรม Write examples of each kind of dish. Talk about your answers. ใน หนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 46 1.7 นักเรียนอ่านคำศัพท์และตัวอย่างอาหารที่กำหนดให้พร้อมกัน 1.8 นักเรียนเขียนตัวอย่างอาหารลงในช่องว่าง โดยใช้ทักษะด้านการเขียน และสามารถสื่อสารให้คนอื่น เข้าใจ 1.9 นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกับเพื่อน 1.10 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยListen and number. และ Write examples of each kind of dish. Talk about your answers. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 46 1.11 นักเรียนฟังบทสนทนา Focus ; Talk with a partner ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 1.12 นักเรียนฟังบทสนทนาเรื่อง Asking about and describing the taste of food. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 62 1.13 นักเรียนช่วยกันสรุปบทสนทนาเรื่อง Focus ; Talk with a partner และ Asking about and describing the taste of food. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 และหน้าที่ 62 1.14 นักเรียนจับคู่ฝึกบทสนทนา Focus ; Talk with a partner และ Asking about and describing the taste of food. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 และหน้าที่ 62 1.15 นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อพูดบทสนทนาหน้าชั้นเรียน 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนทำกิจกรรม Reading : Read the recipes ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 2.2 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Reading : Read the recipes ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 2.3 นักเรียนทำกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ มากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนออกมาเขียนความหมายคำศัพท์บนกระดาน ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงคำศัพท์ใน บทเรียนร่วมกัน 3.3 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.4 นักเรียนฟังครูพูดคำอธิบายคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.5 นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน คนละ 3 ประโยค
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 21 3.6 นักเรียนนำเสนอประโยคที่แต่งหน้าห้องเรียน 3.7 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน และคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ What’s cooking? เพิ่มเติม เรื่องที่ 2 เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb จำนวนเวลาเรียน 6 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพ สิ่งของ สินค้าต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันบน PowerPoint โดยนักเรียนดูลักษณะว่า จะใช้คำคุณศัพท์คำไหน หรือคุณภาพ เป็นอย่างไร 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นถ้าจะเปรียบเทียบเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่ อย่างไร 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่บรรยายเกี่ยวกับรูปภาพบน PowerPoint บนกระดานดังนี้ • This pencil is as long as that one. • My room is not so comfortable as your room. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกันอธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 2 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Positive Degree จาก https://www.youtube.com/watch?v= bdaJdz7plYo 3.2 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิป 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) การเปรียบเทียบแบบเท่ากัน มีคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ได้แก่ 1. (not) as / adverb , adjective / as = เท่ากัน, เหมือนกัน (ใช้ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ) • This ball is as round as a mable. (round : adjective) • Jane works as hard as her sister. (hard : adverb) • Tom doesn’t play golf as well as you (do). (well : adverb) • Charies isn’t as tall as his father. (tall : adjective)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 22 2. not so / adverb, adjective / as = ไม่เท่ากัน (ใช้ในประโยคปฏิเสธเท่านั้น) • Marry is not so beautiful as her mother. (beautiful : adjective) • His handwriting is not so poor as his friend’s. (poor : adjective) • He doesn’t run so fast as his brother. (fast : adverb) 3. to be like = เหมือนกัน (สิ่งเปรียบเทียบอยู่ต้นและท้ายประโยค) • Lucy is like her mother. • The workers work hard like buffaloes. 4. to be alike = เหมือนกัน (สิ่งเปรียบเทียบอยู่ต้นประโยค) • The twins are alike. • Her bag and yours are alike. 5. the same + noun + as = เหมือนกัน • My shirt is the same colour as that boy’s. (shirt) • The two dresses are the same style. • The colour of her eyes and that of mine are the same. 6. to be similar to … = เหมือนหรือคล้าย • The red dress is similar to the blue one. (one = dress) • Her idea is similar to mine. (mine = my idea) 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนออกมาเขียนคำตอบที่ทำในใบงานบนกระดาน 5.2 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) บนกระดาน ชั่วโมงที่ 2 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำคุณศัพท์ทั้ง 2 คำว่ามีลักษณะการใช้ หรือรูปแบบคำ เป็นอย่างไร
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 23 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่บรรยายเกี่ยวกับรูปภาพบน PowerPoint บนกระดานดังนี้ • The baby is younger than the boy. • The brown rat is hungrier than the pink rat. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นคำที่ขีดเส้นใต้ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่าง กันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกันอธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 2 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Comparative Degree จาก https://www.youtube.com/watch?v= j9xiACJrXBE 3.2 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิป 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) 1. การเปรียบเทียบที่สูงกว่า แสดงในรูป คุณศัพท์ขั้นกว่า + than เช่น • This road is longer than that one. ถนนเส้นนี้ยาวกว่าเส้นนั้น • You are taller than me. หรือ You are taller than I am. เธอสูงกว่าฉัน 2. การเปรียบเทียบที่ต่ำกว่ากัน แสดงในรูป less + positive degree + than เช่น • Malee is less careful than Somchai. มาลีเป็นคนที่รอบคอบน้อยกว่าสมชาย • It is less hot today than it was yesterday. วันนี้อากาศร้อนกว่าเมื่อวานนี้ 3. เมื่อนำคุณศัพท์ขั้นกว่ามาใช้เปรียบเทียบกับคำนาม (noun) ด้วยกัน ให้ใช้รูปแบบดังนี้ fewer + นามพหูพจน์นับได้ + than = น้อยกว่า less + นามนับไม่ได้ + than = น้อยกว่า more + นามพหูพจน์นับได้, นามนับไม่ได้ + than = มากกว่า เช่น • There are fewer students in this room than in that room. มีนักเรียนในห้องนี้น้อยกว่าในห้องนั้น • I spent less money than you. ฉันใช้จ่ายเงินน้อยกว่าคุณ • There are more students in this room than in that room. มีนักเรียนในห้องนี้ มากกว่าในห้องนั้น • My mother have more money than my father. แม่ของฉันมีเงินมากกว่าพ่อ หมายเหตุ 1. ในกรณีที่ than ทำหน้าที่เป็น conjunction สรรพนาม (pronoun) ที่ตามหลัง than ซึ่งทำ หน้าที่เป็นประธาน ต้องมี verb ตามด้วย ดังนี้ • She eats less than I do. เธอเป็นคนกินน้อยกว่าฉัน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 24 than ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม 2 อนุประโยค (clause) เข้าด้วยกัน คือ She eats less เป็น main clause I do เป็น subordinate clause โดย I ทำหน้าที่ประธานของประโยคที่ 2 มี verb do ตาม than I do เป็น adverbial clause of comparison 2. ในกรณีที่ than ทำหน้าที่เป็น preposition pronoun ที่ตามหลัง than ทำหน้าที่เป็น object ไม่ต้องมี verb ตามดังนี้ • She eats less than me. เธอเป็นคนกินน้อยกว่าฉัน than ทำหน้าที่เป็น preposition ดังนั้น pronounที่ตามหลัง than อยู่ในรูป ของกรรม (object) คือ me จึงไม่ต้องมี verb ตาม โดยทั่วไปใช้ได้และมีความหมายไม่ต่างกันทั้งสองกรณี 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนออกมาเขียนคำตอบที่ทำในใบงานบนกระดาน 5.2 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) บน กระดาน ชั่วโมงที่ 3 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปหัวข้อ Double Comparative บน PowerPoint 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Repeated and Double Comparatives และช่วยกัน ตอบคำถาม What is double comparative? โดยครูเปิดรับทุกคำตอบ 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแสดงความคิดเห็น อธิบายและแปล ความหมายของประโยค ดังนี้ Repeated and Double Comparatives
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 25 2.2 นักเรียนดูประโยคจาก PowerPoint ซึ่งครูนำมาเขียนบนกระดานและขีดเส้นใต้คำดังนี้ • The more you study, the more you learn. 2.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นคำที่ขีดเส้นใต้ 2.4 นักเรียนดูประโยคบนกระดานเพิ่มเติมดังนี้ • The queue was getting longer and longer. • Everything gets more and more expensive these days. • The more you study, the more you learn. • The less money I spend, the less I have to worry about saving. 2.5 นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกัน อธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 4 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Repeated and Double Comparatives จาก https://www.youtube.com/watch?v=YLldmCDMNAY 3.2 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิป 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบแบบ Repeated and Double Comparatives 1. Repeated Comparative Repeated Comparative คือ การใช้คำเปรียบเทียบขั้นกว่าซ้ำกัน เพื่อกล่าวถึง การเพิ่มขึ้น หรือการลดลง ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ถ้าแปลความหมาย จะสามารถแปลได้ว่า “...ขึ้น / ลง เรื่อย ๆ” เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น การใช้ Repeated Comparative มีกฎอยู่ 2 ข้อ คือ 1. ถ้าเป็น Comparative เสียงสั้น ให้ใช้ Comparative นั้นซ้ำกันได้เลย โดยมี and เชื่อม เช่น bigger and bigger, faster and faster, longer and longer เป็นต้น 2. ถ้าเป็น Comparative เสียงยาว ให้ใช้ more and more แล้วตามด้วย Comparative ตัว นั้น เช่น more and more complicated, more and more interesting เป็นต้น เช่น • Gold is getting more and more expensive. ทองมันแพงขึ้นเรื่อย ๆ • Lisa is getting over on her operation. She feels better and better. ลิซ่าฟื้นตัวจากการผ่าตัดแล้ว เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ • It’s getting more and more difficult to see the director. มันเป็นการยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะพบผู้อำนวยการ • The sky is getting darker and darker. ท้องฟ้ามันมืดขึ้นเรื่อย ๆ • When we blow up a balloon. It’s getting bigger and bigger. เมื่อเราเป่าลูกโป่ง มันก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ • I can’t stop reading this book. It’s getting more and more interesting. ฉันหยุดอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เลย เพราะมันน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 26 • I think social problems are getting more and more violent. ฉันคิดว่าปัญหาสังคม มันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ • My math results are getting worse and worse. ผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์ของฉัน แย่ลงเรื่อย ๆ 2. Double Comparative ใช้ Double Comparative เพื่อบอกถึง ผลลัพธ์ของประโยคแรกที่อยู่ข้างหน้า ถ้าแปล ความหมายให้เห็นภาพ จะสามารถแปลได้ว่า “ยิ่ง ... ก็ยิ่ง ...” โครงสร้างของประโยค Double Comparative 1. The + comparative + subject + verb, the + comparative + subject + verb 2. The + more / less + (noun / noun phrase) + subject + verb, ประโยค Double Comparative ก็มีข้อควรจำดังนี้ 1. ทั้งสองประโยค ขึ้นต้นด้วย the เสมอ 2. สามารถใช้โครงสร้างทั้งสองผสมกันได้ 3. ระวังการใช้ Comparative ซ้ำกันนะคะ อย่างเช่น more easier, more safer เช่น ● The closer we got to the fire, the warmer we felt. ยิ่งเราเข้าใกล้ไฟมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกอุ่นขึ้นเท่านั้น (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 1 ทั้งสองประโยค) ● The sharper the knife is, the easier it is to cut something. ยิ่งมีดคมเท่าไหร่ มันก็ยิ่งตัดสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายเท่านั้น (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 1 ทั้งสองประโยค๗ ● The more shrimp a flamingo eats, the pinker it gets. ยิ่งฟลามิงโก้กินกุ้งมากเท่าไหร่ มันก็จะเป็นสีชมพูมากขึ้นเท่านั้น (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างของสองประโยคผสมกัน) ● The fresher the fruit is, the better it tastes. ยิ่งผลไม้สดเท่าไหร่ รสชาติก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น) (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 1 ทั้งสองประโยค) ● The harder you study, the more you will learn. ยิ่งคุณศึกษาหนักมากเท่าไหร่คุณก็จะได้เรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น) (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างของสองประโยคผสมกัน) ● The less you worry about others, the less they will bother you. ยิ่งคุณกังวลหรือเป็นห่วงคนอื่นน้อยลงเท่าไหร่ พวกเขาก็จะรบกวนใจคุณน้อยลงเท่านั้น) (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 2 ทั้งสองประโยค) 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบแบบ Repeated and Double Comparatives
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 27 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนออกมาเขียนคำตอบที่ทำในใบงานบนกระดาน 5.2 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบแบบ Repeated and Double Comparatives บนกระดาน ชั่วโมงที่ 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำคุณศัพท์ทั้ง 3 คำว่ามีลักษณะการใช้ หรือรูปแบบคำ เป็นอย่างไร 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่บรรยายเกี่ยวกับรูปภาพบน PowerPoint บนกระดานดังนี้ • The brown snail is slow. • The blue snail is slower than the brown snail. • The light blue is the slowest. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นคำที่ขีดเส้นใต้ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่าง กันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกันอธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 3 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Superlative Adjectives จาก https://www.youtube.com/watch? v=K1Rs793CjqE 3.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง หลักการใช้งาน superlative degree / การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด / ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน จาก https://www.youtube.com/watch?v=AQH6_KiU22M 3.3 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 วิดีโอคลิป 3.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) เป็นการเปรียบเทียบสิ่งของตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป หรือในหมวดหมู่เดียวกันทั้งหมด ว่าสิ่งนั้นดีหรือมากที่สุดแล้ว มีหลักการใช้ดังนี้คือ 1. คำขยายคำนามคำนั้นมีสองพยางค์หรือมากกว่านั้น จะใช้ “the most” วางไว้หน้าคำขยายเพื่อ สร้างเป็นรูปประโยคขั้นสุด ตัวอย่างเช่น • She’s the most determined candidate we’ve seen today. • It’s the most difficult part of my job.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 28 • This is the most successful year the company’s ever had. หมายเหตุ เมื่อต้องการบอกว่าคนหรือของนั้น ๆ เหนือกว่าที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกัน จะใช้ “the most” และเมื่อต้องการจะบอกว่าบอกว่าคนหรือสิ่งของนั้น ๆ ด้อยกว่าเมื่อเทียบกันจะใช้ “the least” 2. คำขยายคำนามคำนั้นมีแค่พยางค์เดียว หรือมีสองพยางค์ แต่พยางค์ที่สองเป็นเสียง -y จะเติม -est เพื่อสร้างรูปประโยคที่แสดงถึงการเปรียบเทียบขั้นสุด ตัวอย่างเช่น • It’s the shortest route to the stadium. • What’s the longest flight you’ve ever taken? • He’s the nicest guy I’ve met here. 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) บน กระดาน ชั่วโมงที่ 5 - 6 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม • What do you see in the picture? • What are the types of comparison of adjectives? • What is the difference between positive, comparative and superlative? 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันแต่งประโยคเปรียบเทียบทั้ง 3 แบบโดยเลือกใช้ คำคุณศัพท์ (Adjective) จากสไลด์ PowerPoint ก่อนหน้านี้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 29 2.2 นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • The turtle is fast. • The hare is faster than a turtle. • The hare is the fastest. 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่องการเปรียบเทียบ comparison จาก https://www.youtube.com/ watch?v=14AbqPHYrRw 3.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Comparative and Superlative Adjectives จาก https://www. youtube.com/watch?v=13TLUMw6og0 3.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่องเทคนิคตอบ โจทย์ Comparison มาเป็นเพลง จำได้ง่ายจาก https://www.youtube.com/watch?v=tT5T1WPa8B4 3.4 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 3 วิดีโอคลิป 3.5 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) ในภาษาอังกฤษการใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบมีอยู่ 3 ขั้นคือ ขั้นปกติ ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด ซึ่งจะมีโครงสร้างและวิธีการใช้ Comparison of Adjectives: การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ ดังนี้ 1. การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive / Regular Adjectives) โครงสร้างประโยค : S + V. to be + as adjective as ใช้ as…as ในการเปรียบเทียบของสองสิ่งที่เท่ากันหรือเหมือนกันทุกประการ โดยคำคุณศัพท์ที่ ใช้เปรียบเทียบในขั้นธรรมดาจะไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือเติมคำใด ๆ หลัง adjective นั้น ๆ เช่น • Harry is as tall as his brother. แฮรี่สูงเท่ากันกับน้องชายของเขา • This bag is as expensive as that one. กระเป๋าใบนี้แพงเท่ากันกับอีกใบหนึ่ง 2. การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Adjectives) 2.1 โครงสร้างประโยคแบบที่ 1 : S + V. to be + adj. +er + than การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ขั้นกว่านี้มี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกจะมีการเติม -er ท้าย คำคุณศัพท์ (adjective) นั้น ๆ และตามด้วย than เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งหนึ่ง … กว่าอีกสิ่งหนึ่ง เช่น • Pug is smaller than Siberian. สุนัขพันธุ์ปั๊กตัวเล็กกว่าสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน 2.2 โครงสร้างประโยคแบบที่ 2 : S + V. to be + more + adj. + than รูปแบบที่สองจะเติมคำว่า more ไว้ด้านหน้าแล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ (adjective) นั้น ๆ และตามด้วย than เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งหนึ่ง … กว่าอีกสิ่งหนึ่ง เช่น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 30 • Physics is more difficult than Math. วิชาฟิสิกส์ยากกว่าวิชาคณิตศาสตร์) • Karaked is more beautiful than Chanward. การะเกดสวยกว่าจันทร์วาด 3. การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Adjectives) 3.1 โครงสร้างประโยคแบบที่ 1 : S + V. to be + the + adj. + est การเปรียบเทียบขั้นสูงสุดนี้มี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกจะใช้ the นำหน้า adj. ที่มีการ เติม -est ท้ายคำนั้น ๆ เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งนั้น…ที่สุด เช่น • She was the cleverest girl I have ever known. หล่อนเป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดที่ฉันเคยรู้จักมา 3.2 โครงสร้างประโยคแบบที่ 2 : S + V. to be + the + most + adj. รูปแบบที่สอง จะใส่ the most ไว้ด้านหน้า adj. นั้น ๆ เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งนั้น…ที่สุด เช่น • I am the most beautiful woman in this world. ฉันเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกนี้ 3.6 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.7 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนนั่งประจำกลุ่มเพื่อเล่นเกม comparison จาก https://wordwall.net/th-th/ community/comparison โดยแต่ละเกมเป็นการเก็บคะแนนสะสม เมื่อจบเกมแล้วกลุ่มที่ได้คะแนนสะสมมากที่สุด เป็นกลุ่มที่ชนะ 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ (Comparison of Adjectives) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างเรื่องการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ (Comparison of Adjective and Adverb) )บนกระดาน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 31 เรื่องที่ 3 เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb (Revision) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูภาพต่าง ๆ แล้วสร้างประโยคเปรียบเทียบด้วยขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด 1.2 อาสาสมัครนักเรียนออกมาบรรยายภาพอื่น ๆ ด้วยการเปรียบเทียบขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนบ่งกลุ่มโดยแต่ละกลุ่ม มีนักเรียนเก่ง กลาง อ่อน (กลุ่มละ 3 คน) 2.2 นักเรียนทำชิ้นงาน My opinion โดยการหารูปภาพสินค้าประเภทเดียวกัน และเปรียบเทียบด้วยรูป ประโยค ขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด และให้บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (3 ห่วง 2 เงื่อน) ตามตัวอย่างชิ้นงาน My opinion (กลุ่มละ 1 ชิ้น) 3. อธิบาย (Explain) 3.1 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มสลับกันนำชิ้นงานพูดบรรยายให้กลุ่มอื่นฟัง ด้วยการเปรียบเทียบขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า ขั้นสูงสุดและเหตุผลที่เลือกสิ่งของในชิ้นงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.2 สมาชิกแต่ละกลุ่มสามารถซักถามโครงสร้างและอธิบายจนเข้าใจตรงกัน 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจชัดเจนมากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 ครูเตรียมรูปภาพสิ่งของต่าง ๆ ที่มีราคา สี รูปร่าง ลักษณะที่แตกต่างกัน 4.2 นักเรียนจับกลุ่มกลุ่มละ 6 คน (เก่ง กลาง อ่อน) เลือกรูปภาพเพื่อนำไปเปรียบเทียบด้วยโครงสร้าง Comparison of Adjective and Adverb 4.3 ตัวแทนกลุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่ม นำเสนอห้องเรียน 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่ม นำชิ้นงาน My opinion ส่งครูผู้สอนเพื่อให้ครูทำการประเมินชิ้นงาน 5.2 นักเรียนฟังครูสรุปการนำเสนอการเปรียบเทียบหน้าห้องเรียนของแต่ละกลุ่ม 5.3 นักเรียนและครูสรุปโครงสร้างประโยค Comparison of Adjective and Adverb และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 32 เรื่องที่ 4 เรื่อง Compound Nouns จำนวนเวลาเรียน 4 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Discovery Method แบบแฮร์บาร์ตและ 3P (Presentation, Practice, Production) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 วิธีการสอนแบบ Discovery Method ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่า What’s happening? นักเรียนอาจจะตอบว่า She is falling the tree., The cars are crashed on that road. 1.2 นักเรียนตอบคำถาม What will she / they do? โดยครูผู้สอนให้คำแนะนำให้เหมาะสมกับ สถานการณ์นั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ Modal Auxiliaries: Must / Mustn’t / Must not and Should / Shouldn’t ขั้นที่ 2 ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนศึกษาเรื่องหลักการใช้ Modal Auxiliaries: Must / Mustn’t / Must not and Should / Shouldn’t โดยนักเรียนอ่านหลักการใช้จากใบงาน เรื่อง การใช้ Modal Auxiliaries 2.2 ครูตรวจสอบความเข้าใจหลักการใช้ the modal 2.3 นักเรียนจับคู่กับเพื่อนเพื่อเติมข้อความลงช่องว่างในบทสนทนาของแบบฝึกหัดท้ายใบงาน เรื่อง Modal Auxiliaries 2.4 ครูเดินสำรวจการทำกิจกรรมของนักเรียน 2.5 ตัวแทนนักเรียนออกมาเฉลยคำตอบบนกระดาน ขั้นที่ 3 ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน ให้แต่ละกลุ่มสร้างคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไป ในประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยใช้หลักไวยากรณ์ที่ได้เรียนไป เรื่อง Modal Verbs โดยนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล เพิ่มเติมได้ทางอินเตอร์เน็ต แล้วอภิปรายกันในกลุ่มถึงคำแนะนำต่าง ๆ ที่สืบค้นทางอินเตอร์เน็ต และนำมาสร้าง สังเคราะห์ และเรียบเรียงเป็นรายการคำแนะนำของตนเอง 3.2 นักเรียนจัดทำป้ายคำแนะนำ Poster รูปแบบ Infographic พร้อมทั้งหารูปประกอบที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับเนื้อหา อย่างน้อย 3 รูป ตกแต่งชิ้นงานของตนเองให้สวยงาม เป็นระเบียบ และอ่านง่าย 3.3 ตัวแทนกลุ่มพูดนำเสนอคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ที่นักเรียนใน กลุ่มได้เลือกไว้ ชั่วโมงที่ 2 วิธีการสอนแบบแฮร์บาร์ต ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียม 1.1 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม บน PowerPoint • Can you tell me what “noun” is? Can you give me some example? 1.2 นักเรียนอาจจะตอบได้ว่า Noun is a word that we use to call about person, animal, thing or place. 1.3 นักเรียนดูรูปภาพต่าง ๆ บนกระดานแล้วลองบอกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่อธิบายรูปภาพต่าง ๆ แล้ว สังเกตว่าคำศัพท์คำใด เป็นคำนามประสม Compound Noun บ้าง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 33 housework snowman rubber shoes washing-machine 1.4 นักเรียนลองสังเกตวิธีการสร้างคำนามด้านบนว่าเกิดจากคำประเภทใดบ้าง นักเรียนอาจจะตอบได้ ว่า house + work โดยเป็นการผสม คำนาม + คำนาม, washing-machine เป็นการผสมคำระหว่าง Gerund (คำกริยาที่อยู่ในรูป -ing ทำหน้าที่อย่างคำนาม) + คำนาม, หรือ rubber shoes เกิดจาก 2 คำนามมารวมกัน เป็น ต้น ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2.1 นักเรียนได้รับการกระตุ้นจากครูผู้สอนเพื่อสร้างคำนามประสมขึ้น โดยให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง Forming Compound Nouns 2.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบในแต่ละข้อบนกระดาน นักเรียนตรวจสอบคำตอบ 2.3 ถ้านักเรียนตอบไม่ถูกต้อง ให้นักเรียนแก้ไขคำตอบให้ถูกต้องเรียบร้อย 2.4 นักเรียนฝึกสังเกตการผสมคำ และให้นักเรียนอ่านเนื้อหาก่อน 1 รอบ ครูสอนหลักไวยากรณ์เรื่อง Compound Noun ขั้นที่ 3 ขั้นสัมพันธ์หรือขั้นทบทวนและเปรียบเทียบ 3.1 นักเรียนทายคำศัพท์ที่ครูยกตัวอย่างคำศัพท์ ว่าคำนี้เป็นคำนามประสมหรือไม่ ถ้าเป็นคำนาม ประสมแล้ว ใช้กฎในข้อใดในการผสมคำ เช่น haircut sunrise software breakfast blackboard greenhouse tool box apple tree ขั้นที่ 4 ขั้นตั้งกฎหรือข้อสรุป 4.1 นักเรียนฟังครูชี้แจงกิจกรรมการฟังเพื่อค้นหาคำนามประสม Compound Nouns จากเนื้อเรื่องที่ ได้ฟัง โดยครูเปิดไฟล์เสียงให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง ให้นักเรียนจดบันทึกคำนามประสม Compound Nouns ที่ได้ยิน ลงในสมุด 4.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าจากไฟล์เสียงที่ให้นักเรียนได้ฟัง มีกี่คนกำลังสนทนากัน (2 คน) กำลังสนทนากันเรื่องอะไร 4.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นถึงคำนามประสมที่นักเรียนฟังได้จากไฟล์เสียงที่ได้ยิน มีทั้งหมด กี่คำ และมีคำว่าอะไรบ้าง ขั้นที่ 5 ขั้นนำไปใช้ 5.1 นักเรียนรับ script เสียงที่นักเรียนได้ฟังจากครู 5.2 นักเรียนจับคู่ แล้วศึกษาวิธีการสร้างคำประสม พร้อมจดบันทึกวิธีการลงในสมุด 5.3 นักเรียนดูเรื่องสั้นบนกระดาน แล้วช่วยกันค้นหาคำนามประสม และออกมาขีดเส้นใต้คำนามประสม จากเนื้อเรื่อง ดังนี้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 34 Playtime At playtime all the children leave their classroom and go outside onto the playground. We play different games with our friends. We play football using coats as goalposts and practice our netball. We have to be careful though because the neighbor has a greenhouse. We have markings on the ground, like hopscotch, that we can play on. Sometimes, we see birds in the school garden, like blackbirds, but they soon fly away. When the whistle is blown everyone stops what they are doing and stands still, nobody should move. Then we line up, ready to go back inside for our lessons. 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจคำตอบบนกระดาน และร่วมกันสรุปหลักเกณฑ์สร้างคำนามประสม ครู เขียนกฎเกณฑ์บนกระดาน ชั่วโมงที่ 3 - 4 วิธีการสอนแบบ 3P (Presentation, Practice, Production) ขั้นที่ 1 ขั้น Presentation 1.1 ครูทักทายนักเรียน และถามนักเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนว่า What is compound noun? นักเรียนอาจจะตอบได้ว่า เป็นคำนามชนิดหนึ่ง เกิดจากการรวมกันของคำนามตั้งแต่ 2 คำขึ้น ไป นำมารวมกันเพื่อให้เกิดความหมายใหม่ 1.2 นักเรียนบอกถึงแนววิธีการสร้างคำนามผสม ว่ามีวิธีการใดบ้าง ถ้านักเรียนไม่มั่นใจ 1.3 นักเรียนเปิดดูเนื้อหาในใบความรู้เรื่อง Compound Nouns ครูเขียนสรุปบนกระดานคร่าว ๆ ให้ นักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้น Practice 2.1 นักเรียนเขียนสรุปเนื้อหาเรื่อง Compound ลงในสมุด 2.2 นักเรียนออกแบบแผนผังความคิด จากเนื้อหาที่นักเรียนสรุปในสมุดด้านบน เพื่อให้นักเรียนสามารถ จดจำเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยนักเรียนสามารถเขียนได้ดังนี้ ขั้นที่ 3 ขั้น Production 3.1 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Compound Noun ข้อที่ 1 - 6 โดยให้นักเรียนช่วยกันทำ 1- 2 ข้อย่อย เป็นตัวอย่าง แล้วให้นักเรียนลงมือทำข้อที่เหลือ 3.2 นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเขียนคำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน นาม 2 ตัวขึ้นไป นามขยายอยู่หน้า นามหลักอยู่หลัง เขียนติดกัน หรือ เขียนแยกกัน (ถ้าเขียนแยกกัน บางทีต้องมี hyphen) Compound Noun คำนามประสม Noun + Noun Gerund (V.ing) + Noun
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 35 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบบนกระดาน ถ้านักเรียนตอบถูกต้องครูกล่าวชมเชย ถ้าไม่ ถูกต้องครูชี้จุดสังเกตให้นักเรียน พร้อมแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เรื่องที่ 5 เรื่อง Compound Nouns (Revision) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน : 5 STEPs) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 การเรียนรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพและช่วยกันเดาความหมายคำศัพท์จากรูปภาพทั้ง 2 ภาพ โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนสมารถนำเสนอคำศัพท์ได้ดังนี้ Break + Fast = Breakfast ขั้นที่ 2 การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) 2.1 นักเรียนแบ่งเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียนเก่ง อ่อนและปาน กลาง 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการรวมกลุ่มศึกษาด้วยกันเกี่ยวกับ Compound Nouns จากแหล่งเรียนรู้ Internet 2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายทอดสิ่งที่ได้ศึกษามาให้เพื่อนต่างกลุ่มฟังจนครบทุกกลุ่ม ครูสุ่มถามเพื่อ ทดสอบความเข้าใจเป็นรายกลุ่ม ขั้นที่ 3 การเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct) 3.1 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Compound Nouns จากการได้ฟังแต่ละกลุ่มนำเสนอ 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Compound Nouns Compound noun คือ คำสองคำหรือมากกว่ามาประสมกันโดยคำหน้าเป็นคำขยาย คำหลังเป็น คำหลัก เมื่อประสมกันแล้วจะได้ความหมายใหม่และทำหน้าที่เป็นคำนาม โดยรูปแบบการเขียนมีทั้งเขียนติดกัน เขียนแยกแบบมี hyphen (-) คั่น และเขียนแยกแบบไม่มี hyphen (-) คั่น ซึ่ง Compound noun สามารถเกิดได้ จากคำหลายประเภทมาประสมกัน ดังนี้ 1.1. Noun + Noun เช่น • tooth + paste = toothpaste (ยาสีฟัน) • foot + ball = football (ฟุตบอล) • air + port = airport (สนามบิน) • sun + flower = sunflower (ดอกทานตะวัน)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 36 • life + time = lifetime (ตลอดชีวิต, ชั่วชีวิต) 1.2. Noun + Verb เช่น • hair + cut = haircut (ทรงผม, การตัดผม) • car + go = cargo (สินค้า) • moon + walk = moonwalk (ท่าเต้นมูนวอล์ก) • hand + shake = handshake (การจับมือ) • rain + fall = rainfall (ปริมาณน้ำฝน) 1.3. Noun + Preposition เช่น • hanger + on = hanger on (ไม้แขวนเสื้อ) • son + in + law = son-in-law (ลูกเขย) • mother + in + law = mother-in-law (แม่ยาย) 1.4. Verb + noun : โดย verb จะเป็นรูป v.ing หรือ Gerund เช่น • washing + machine = washing machine (เครื่องซักผ้า) • swimming + pool = swimming pool (สระว่ายน้ำ) • driving + licence = driving licence (ใบขับขี่) 1.5. Verb + Preposition เช่น • look + out = lookout (การระมัดระวัง, การเฝ้าดู) • check + in = check-in (เช็กอิน หรือการลงทะเบียนเข้าพัก) • turn + about = turnabout (การหมุนรอบ, การหันกลับ, การเปลี่ยนแปลง ความคิดเห็น) 1.6. Preposition + Noun เช่น • under + world = underworld (ยมโลก, พวกนักเลง) • on + looker = onlooker (ผู้เห็นเหตุการณ์, ผู้ดู, ผู้ชม) 1.7. Adjective + Noun เช่น • gentle + man = gentleman (สุภาพบุรุษ) • black + smith = blacksmith (ช่างตีเหล็ก) • loud + speaker = loudspeaker (ลำโพง, เครื่องกระจายเสียง) • monthly + ticket = monthly ticket (ตั๋วรายเดือน) • common + room = common room (ห้องรวม, ห้องโถงพักผ่อนของนักศึกษา) 1.8. Adjective + Verb เช่น • slow + down = slowdown (การถ่วงงาน) • dry + cleaning = dry-cleaning (การซักแห้ง) 1.9. Preposition + Verb เช่น • out + put = output (ผลผลิต) • over + throw = overthrow (ความล้มเหลว, การล้มล้าง)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 37 3.3 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดเรื่อง Compound Nouns บน PowerPoint จำนวน 15 ข้อ Instructions : Choose the word that makes each of these nouns into a compound noun. 1. Fund………………………………. . 1) driver 2) seat 3) raiser 2. News………………………………. . 1) paper 2) story 3) travels 3. Sun………………………………. . 1) day 2) glasses 3) heat 4. Child………………………………. . 1) hood 2) ren 3) play 5. Door………………………………. . 1) frame 2) handle 3) way 6. Prevent a heart……………………………….by eating properly and getting enough exercise. 1) stroke 2) attack 3) murmur 7. The full……………………………….looked enormous as it rose over the horizon. 1) moon 2) sun 3) sunset 8. They’re digging a new swimming……………………………….in the park. 1) suit 2) pool 3) game 9. One reason donuts are fattening is that they’re fried in cooking……………………………. . 1) oil 2) sugar 3) pans 10. We put a……………………………….in the garden to chase birds away. 1) runway 2) sunshade 3) scarecrow Answer Key 1. 3) 2. 1) 3. 2) 4. 1) 5. 3) 6. 2) 7. 1) 8. 2) 9. 1) 10. 3) 3.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเรื่อง Compound Nouns บน PowerPoint ขั้นที่ 4 การเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate) 4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูล Compound Nouns จากแหล่งเรียนรู้ Internet หรือ แหล่งข้อมูลอื่น ๆ โดยทำเป็น Mind mapping ลงบนกระดาษฟรุ๊ปที่ครูแจกให้ 4.2 ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม หน้าชั้นเรียนโดยให้นำข้อมูลของแต่ละกลุ่มติด ที่กระดาน 4.3 นักเรียนและครูร่วมสนทนาเกี่ยวกับ Compound Nouns แล้วร่วมกันสรุปเป็นความรู้ 4.4 นักเรียนประเมินผลงานของตนเองและผลงานกลุ่มว่าอยู่ในระดับใด โดยมีระดับการประเมิน 4 ระดับ คือ ปรับปรุง พอใช้ดีและดีมาก 4.5 นักเรียนเขียนสะท้อนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ปัญหาและอุปสรรคในการเรียน และความรู้สึกในการ เรียนชั่วโมงนี้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 38 ขั้นที่ 5 การเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม (Learning to Service) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียนเรื่อง Compound Nouns 5.2 นักเรียนนำใบกระดาษฟรุ๊ปของนักเรียนแต่ละกลุ่มนำไปเผยแพร่โดยการนำไปติดที่ป้ายนิเทศหน้า ห้องเรียนและบริเวณภายในห้องเพื่อให้นักเรียนห้องอื่นที่สนใจร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 39 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 เรื่อง Vocabulary, reading and conversation รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี เหตุผล 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 3/3 เลือก / ระบุประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง (Non-text information) ที่อ่าน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีทักษะความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ในการนำคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันไปใช้ประกอบกับมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบ ความแตกต่างของสิ่งต่าง ๆ ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสื่อสารโดยการฟัง พูดและอ่านลักษณะของบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ในรูปของ Adjective หรือ Adverb และการเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ได้ - นักเรียนเขียนรูปแบบการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ - นักเรียนเขียน Compound Nouns หรือคำนามผสม ตามหลักการเขียนได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การมีความเข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นด้วย คำคุณศัพท์อย่างถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งมีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความคิดเห็น โดยใช้ Adjective หรือ Adverb ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดรอบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ อีกทั้งนักเรียน เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างของหลักไวยากรณ์ เรื่อง Compound Nouns หรือคำนามผสม ในหลักภาษาไทย ตลอดจนพูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 40 กิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ โดยสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม โดยนักเรียนมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว / เหตุการณ์/ เรื่อง / ประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ ในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ / แก่นสาระ หัวข้อเรื่องที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง / ข่าว / เหตุการณ์/ สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และ เหตุการณ์ พร้อมให้เหตุผลประกอบ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 5 : What’s cooking? 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 5 : What’s cooking? 3. การใช้ Vocabulary ในรูปแบบต่าง ๆ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 41 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Vocabulary, reading and conversation วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) ชั่วโมงที่ 1 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันตอบคำถามดังต่อไปนี้Look at the photo and answer the questions. • What do you see in the picture? • Do you like pizza? • What do you like on your pizza? • What’s the best meal you’ve ever had? Describe it. • How would you describe your country’s food?
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 42 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แปลความหมายแต่ละประโยคและตอบคำถามดังกล่าว โดยครู เปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดาน และช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยให้นักเรียนยกมือขึ้นเพื่อ ตอบคำถาม ดังนี้ • Which country’s food do you like most? Why? • What is your favorite restaurant? • How often do you eat out? • Do you prefer to eat at home or at a restaurant? Why? • Do you like cooking? Why or why not? • What dishes do you know how to make? 1.4 นักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 โดยนักเรียน ช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์ breakfast, dessert, dinner, fast food, junk food, lunch, main course, side dish 1.5 นักเรียนทำกิจกรรม Listen and number. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 46 1.6 นักเรียนทำกิจกรรม Write examples of each kind of dish. Talk about your answers. ใน หนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 46 1.7 นักเรียนอ่านคำศัพท์และตัวอย่างอาหารที่กำหนดให้พร้อมกัน 1.8 นักเรียนเขียนตัวอย่างอาหารลงในช่องว่าง โดยใช้ทักษะด้านการเขียน และสามารถสื่อสารให้คนอื่น เข้าใจ 1.9 นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกับเพื่อน 1.10 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยListen and number. และ Write examples of each kind of dish. Talk about your answers. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 46 1.11 นักเรียนฟังบทสนทนา Focus ; Talk with a partner ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 1.12 นักเรียนฟังบทสนทนาเรื่อง Asking about and describing the taste of food. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 62 1.13 นักเรียนช่วยกันสรุปบทสนทนาเรื่อง Focus ; Talk with a partner และ Asking about and describing the taste of food. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 และหน้าที่ 62 1.14 นักเรียนจับคู่ฝึกบทสนทนา Focus ; Talk with a partner และ Asking about and describing the taste of food. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 และหน้าที่ 62 1.15 นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อพูดบทสนทนาหน้าชั้นเรียน 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนทำกิจกรรม Reading : Read the recipes ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 2.2 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Reading : Read the recipes ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 2.3 นักเรียนทำกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 43 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 65 หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ มากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนออกมาเขียนความหมายคำศัพท์บนกระดาน ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงคำศัพท์ใน บทเรียนร่วมกัน 3.3 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.4 นักเรียนฟังครูพูดคำอธิบายคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.5 นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน คนละ 3 ประโยค 3.6 นักเรียนนำเสนอประโยคที่แต่งหน้าห้องเรียน 3.7 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน และคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ What’s cooking? เพิ่มเติม 3.8 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมในการแต่งประโยคของนักเรียน และประเมินความเข้าใจของนักเรียน จากการนำเสนอหน้าห้องว่านักเรียนแต่งประโยคได้ถูกต้องหรือไม่ 11. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Vocabulary 3. ใบงานเรื่อง Vocabulary 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือพิมพ์ 2. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์