หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 144 6. ตรวจใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ed form) 7. ตรวจใบงานเรื่อง Collective Nouns for People 8. ตรวจใบงานเรื่อง Collective Nouns for Animals 9. ตรวจใบงานเรื่อง Collective Nouns for Objects / Things 10. ตรวจ ชิ้นงาน Grammar in News จากสื่อสิงพิมพ์ต่าง ๆ หรือจาก Internet เกี่ยวกับ Special Verbs ในรูปแบบและ Tense ต่าง ๆ 2. เครื่องมือ 1. ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3. ใบงานเรื่อง Vocabulary, reading and conversation 4. ใบงานเรื่อง Special Verbs used as verbs 5. ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) 6. ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ed form) 7. ใบงานเรื่อง Collective Nouns for People 8. ใบงานเรื่อง Collective Nouns for Animals 9. ใบงานเรื่อง Collective Nouns for Objects / Things 10. ชิ้นงาน Grammar in News จากสื่อสิงพิมพ์ต่าง ๆ หรือจาก Internet เกี่ยวกับ Special Verbs ใน รูปแบบและ Tense ต่าง ๆ 3. เกณฑ์ 1. ตรวจใบงานร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. ตรวจชิ้นงานคุณภาพ ระดับ 2 ผ่านเกณฑ์การประเมิน 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่องVocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2 แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 145 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม (ต่อ) ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 3 ใบงานเรื่อง Special Verbs used as verbs ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 4 ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 5 ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ed form) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 6 ใบงานเรื่อง Collective Nouns (Singular or Plural) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 7 ใบงานเรื่อง Collective Nouns for People ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 8 ใบงานเรื่อง Collective Nouns for Animals ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 9 ใบงานเรื่อง Collective Nouns for Objects / Things ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 146 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม (ต่อ) ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 10 ชิ้นงาน Grammar in News ใน หนังสือพิมพ์ Bangkok Post เกี่ยวกับ Special Verbs ประเมินจากชิ้นงาน แบบประเมินชิ้นงาน เกณฑ์การประเมิน ชิ้นงาน 10. กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ 1 เรื่อง Vocabulary, reading and conversation จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันตอบคำถามดังต่อไปนี้Look at the photo and answer the questions. • What do you see in the picture? • What kind of place do you think this is? • What kinds of items do you think people can buy here? • Where are some interesting places to go shopping in your country? 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แปลความหมายแต่ละประโยคและตอบคำถามดังกล่าว โดยครู เปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดาน และช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยให้นักเรียนยกมือขึ้นเพื่อ ตอบคำถาม ดังนี้ • How often do you go shopping? • What do you usually go shopping for? • Where do you go to buy clothes? • Where do you go to buy electronics? • Where do you go to buy food? • Are prices in your country low or high? Why do you think so? 1.4 นักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 โดยนักเรียน ช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์advertisement, bookstore, boutique, display, for sale, grocery store, pharmacy, shop assistant
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 147 1.5 นักเรียนทำกิจกรรม Listen and number. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.6 นักเรียนทำกิจกรรม Fill in the blanks with the best vocabulary words. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.7 นักเรียนอ่านประโยคที่กำหนดให้พร้อมกัน 1.8 นักเรียนแต่ละคนเขียนคำศัพท์ที่ถูกต้องลงในช่องว่าง 1.9 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลย Listen and number. และ Fill in the blanks with the best vocabulary words. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.11 นักเรียนฟังบทสนทนา Focus ; Talk with a partner (Talking about shopping) ในหนังสือ เรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.12 นักเรียนช่วยกันสรุปบทสนทนาเรื่อง Focus ; Talk with a partner (Talking about shopping) ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.13 นักเรียนจับคู่ฝึกบทสนทนา Focus ; Talk with a partner (Talking about shopping) ใน หนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.14 นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อพูดบทสนทนาหน้าชั้นเรียน 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนทำกิจกรรม Reading : Read about traditional markets ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 2.2 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Reading : Read about traditional markets ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 2.3 นักเรียนทำกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ มากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนออกมาเขียนความหมายคำศัพท์บนกระดาน ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงคำศัพท์ใน บทเรียนร่วมกัน 3.3 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.4 นักเรียนฟังครูพูดคำอธิบายคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.5 นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน คนละ 3 ประโยค 3.6 นักเรียนนำเสนอประโยคที่แต่งหน้าห้องเรียน 3.7 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน และคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Let’s go shopping เพิ่มเติม 3.8 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมในการแต่งประโยคของนักเรียน และประเมินความเข้าใจของนักเรียน จากการนำเสนอหน้าห้องว่านักเรียนแต่งประโยคได้ถูกต้องหรือไม่
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 148 เรื่องที่ 2 เรื่อง Special Verbs used as verbs จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้ (Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องโครงสร้างประโยคตาม Tense ต่าง ๆ โดยช่วยกันบอก Tense ที่ นักเรียนเคยเรียนมาพร้อมยกตัวอย่างและอธิบายวิธีการใช้ 1.2 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ซึ่งสมาชิกประกอบไปด้วย นักเรียนเก่ง ปานกลาง และ อ่อน เพื่อเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับ Verbs ตามโครงสร้าง Tense ต่าง ๆ โดยใช้วิธีการเก็บคะแนนสะสมจากแต่ ละเกม เมื่อจบเกมแล้วกลุ่มที่ได้คะแนนรวมมากที่สุดเป็นทีมชนะ ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคและคำกริยาที่ใช้ในประโยคว่าเป็นกริยาในกลุ่ม ประเภทใด 2.3 นักเรียนสามารถอธิบายได้ว่าคำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง verb และ adjective ซึ่งมีการใช้และ ความหมายแตกต่างกันไป ซึ่งจากประโยคทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) ของประโยค แปลว่า “ทำให้ ...” 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้คำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่ทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) กริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) เป็นคำที่ทำหน้าที่ เป็นกริยา (Verb) มีความหมายว่า “ทำให้” โดยกริยา (verb) ผันตาม Subject (ประธาน) และตาม Tense ต่าง ๆ เช่น bore She bores me with her stupid story.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 149 • She bores me with her stupid story. (จากประโยคเป็นประโยคแบบ Present Simple “bore” เป็น verb ประธานเป็นเอกพจน์ bore จึงเติม s) • She bored me at the party yesterday • (จากประโยคเป็นประโยค Past Simple “bore” เป็น verb จึงเติม ed เป็นกริยาช่อง 2) (จากประโยค bore เป็นกริยาช่อง 2 เพราะเป็น past tense) • She is boring me now. (จากประโยคเป็นประโยค Present continuous “bore” เป็น Verb เติม ing) ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ • beauty 3.2 นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคและออกมาเขียนประโยคที่แต่งบนกระดานโดยใช้คำกริยาดังกล่าว ซึ่ง นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • Her beauty interests him. • Sport has never really interested me. • Military history doesn't really interest me. • It might interest you to know that the woman in this photograph is your greatgrandmother. • The salesman tried to interest me in a more expensive computer. 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของประโยค โดยครูผู้สอนคอยเสนอแนะและอธิบาย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production) 4.1 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Complete the following sentences with the words in parentheses. 1. Her beauty…………………….……………(interest) him. 2. The movie…………………….……………(excite) me. 3. Mathematics has never really…………………….……………(interest) me. 4.You can’t…………………….……………please everybody. 5.This news…………………….……………(delight) his fans all over the world. 6. Her story…………………….……………(amuse) the children greatly. 7.The result of the experiment…………………….……………(excite) me. 8. He…………………….……………(confuse) me with his comments. 9. It…………………….……………(amaze) me to hear that you won the contest. 10.The proposed plan…………………….……………(not satisfy) everyone.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 150 Answer Key 1. interests 2. excites 3. interested 4. please 5. will delight 6. amused 7. excited 8. confused 9. amazed 10. will not satisfy 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด Special Verbs used as verbs บน PowerPoint หากมี ข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้ (Wrap up) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง Special Verbs used as verbs พร้อมทั้งช่วยกันยกตัวอย่าง ประโยคจำนวน 5 ประโยคเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียน เรื่องที่ 3 เรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้ (Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง Special Verbs used as Verbs โดยช่วยกันอธิบายวิธีการใช้และแต่ง ประโยคจากคำศัพท์ที่กำหนดให้ โดยอยู่ในรูป Tense ใดก็ได้ เช่น relax • I can’t relax with all this noise! • A hot shower relaxed the tight muscles in my neck and shoulders. disgust • The photographs disgust some people. ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคและคำกริยาที่ใช้ในประโยคว่ามีความเหมือน และแตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนสามารถอธิบายได้ว่าคำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง verb และ adjective ซึ่งมีการใช้และ ความหมายแตกต่างกันไป ซึ่งจากประโยค She bores me with her stupid story. นั้น bore ทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) ของประโยค แปลว่า “ทำให้ ...” ส่วนประโยค Her stupid story is boring me. Boring ทำหน้าที่เป็น adjective ตามหลัง Verb to be แปลว่า “น่า...” She bores me with her stupid story. Her stupid story is boring me.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 151 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้คำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่ทำหน้าที่เป็นกริยา (adjective) คำกริยาที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกบางคำเมื่อเติม -ing ข้างท้าย จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ เมื่อคุณศัพท์ ลงท้ายด้วย -ing หมายถึง บุคคลหรีอสิ่งนั้นเป็นตัวที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้น เวลาแปลคำคุณศัพท์รูปนี้ จะหมายถึง “น่า…” มีโครงสร้างของประโยคดังนี้ S + linking verb + adj ing S = Subject คือ ประธานของประโยค Linking verb คือ กริยาเชื่อมทั้งหลาย เช่น is, am, are, was, were, seem, sound, feel, etc. Adj ing คือคำคุณศัพท์ที่เติม ing เช่น • I am boring. Nobody wants to play with me. ฉัน (เป็นคน) น่าเบื่อ ไม่มีใครอยากเล่นกับฉัน • The streets are confusing. I don’t know which way to go. ถนน (มัน) น่าสับสน ฉันไม่รู้จะไปทางไหนดี • The show was impressing. Everyone liked it very much. การแสดงน่าประทับใจ ทุกคนชอบมาก • The roller coaster is challenging. I want to try it. เครืองเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์น่าท้าทายมาก ฉันจะลองมัน • This job is interesting. งานนี้น่าสนใจ • The result is really disappointing. ผลที่ออกมาน่าผิดหวังจริง ๆ • Snakes are terrifying creatures. งูเป็นสัตว์ที่น่ากลัว ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ • interest 3.2 นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคและออกมาเขียนประโยคที่แต่งบนกระดานโดยใช้คำกริยาดังกล่าว ซึ่ง นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • The story is very interesting to me. • We had an interesting conversation. • The TV show was interesting. • That’s a very interesting point. • Her articles make / are interesting reading for travellers.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 152 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของประโยค โดยครูผู้สอนคอยเสนอแนะและอธิบาย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 3.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเรื่องการใช้คำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่ทำหน้าที่เป็นกริยา (adjective) ถ้าใช้รูป “เติม ing” (Subject + Verb to be + Verb (ทำให้) เติม ing, หรือ verb (ทำให้) เติม ing + noun) มีความหมายว่า “น่า…” หรือ “ซึ่ง...” (ในกรณีนี้ถูกนำมาใช้ คุณศัพท์ จะวางไว้หลัง Verb to be หรือ หน้านามก็ได้) เช่น • This book is interesting. หนังสือนี้น่าสนใจ (อย่าเข้าใจว่า “หนังสือนี้กำลังสนใจ”) • I do not like exciting stories. ผมไม่ชอบเรื่องตื่นเต้น (อย่าได้แปลว่า “……เรื่องกำลังตื่นเต้น”) • Her beauty is tempting. ความงามของหล่อนน่าหลงใหล (อย่าแปลว่า “ความงามของหล่อนกำลังหลงใหล”) • My work is boring. งานของผมน่าเบื่อหน่าย • It is surprising to know that he was dead. มันน่าประหลาดใจ (จริง ๆ) ที่ได้ทราบว่าเขาตายเสียแล้ว (อย่าแปลว่า “มันกำลังประหลาด ใจ…”) ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production) 4.1 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Complete the sentence with the correct form of the word given in parentheses. 1. It was…………………….……………(surprise) that he passed the exam. 2. It’s…………………….……………(embarrass) when you have to ask people for money. 3. I found a trip to Japan…………………….……………(interest). 4.The football match last night was so…………………….……………(excite). 5. He is…………………….……………(frighten) kids by wearing a ghost mask. 6.She is a brilliant woman. She has the most…………………….……………(amaze) ideas. 7.The talk was rather…………………….……………(confuse), I thought. 8.The book is more…………………….……………(satisfy) if you read each chapter in sequence. 9. They thought the news was…………………….……………(shock). 10. We’ve all had a very…………………….……………(tire) day – let’s go to bed. Answer Key 1. surprising 2. embarrassing 3. interesting 4. exciting 5. frightening 6. amazing 7. confusing 8. satisfying 9. shocking 10. tiring
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 153 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดSpecial Verbs used as adjective (The -ing form) บน PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมี ความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้ (Wrap up) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่องSpecial Verbs used as adjective (The -ing form) พร้อมทั้ง ช่วยกันยกตัวอย่างประโยคจำนวน 5 ประโยคเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียน เรื่องที่ 4 เรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ed form) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง Special Verbs used as Verbs และ Special Verbs used as adjective (The -ing form) โดยช่วยกันอธิบายวิธีการใช้และแต่งประโยคจากคำศัพท์ที่กำหนดให้ เช่น Confuse • I am sure it will confuse you. • I always confuse the sisters: they look so alike. • People often confuse me and my twin sister. • It seems you confuse Third World countries. Confusing • The instructions were really confusing. • I found it all very confusing, I must confess. • It was a very confusing situation. • His answers were obscure and confusing. 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูตัวอย่างประโยคบนกระดานดังนี้ (ประโยคบนกระดานมาจากคำศัพท์ที่นักเรียนช่วยกัน ยกตัวอย่าง) โดยครูเพิ่มตัวอย่างประโยคที่ใช้ Special Verbs used as adjective (The -ed form) อีกหนึ่ง ประโยค • I am sure it will confuse you. • The instructions were really confusing. • He was confused about his sexuality. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์โครงสร้างประโยคทั้ง 3 ประโยคว่ามีรูปแบบและ ลักษณะการใช้อย่างไร มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 2.3 นักเรียนศึกษาเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ed form) จากแหล่งเรียนรู้ Internet พร้อมเขียนสรุปลงในสมุด
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 154 2.4 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Adjectives / -ed / -ing / English grammar and vocabulary จาก https://www.youtube.com/watch?v=pImqZgGXEb8 2.5 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Adjectives ที่ลงท้ายด้วย “-ing” และ “-ed” มีความหมายแตกต่างกัน อย่างไร ? จาก https://www.youtube.com/watch?v=F1C66uTi3_Q 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่ได้จากการศึกษาเรื่อง Infinitive without to จากแหล่งเรียนรู้ Internet และจากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 วิดีโอคลิป 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้Special Verbs used as adjective (The -ed form) คำกริยาที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกถ้าใช้รูปเติม ed แล้ววางตามหลัง Verb to be (มีลักษณะเป็น Possive Voice) มีความหมายว่า ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้น ๆ ขึ้นมา (Subject + Verb to be + Verb (ทำ ให้) เติม ed) เช่น • I am interested in that film. ผมสนใจภาพยนตร์เรื่องนั้น • They are confused. พวกเขาสับสน • He was very tired. เขาเบื่อหน่ายมาก • She is frightened. หล่อนตกใจ • My mother is amazed. แม่ของผมตกตะลึง • We are disappointed to go abroad. พวกเราผิดหวังที่จะไปต่างประเทศ • She is interested in French หล่อนสนใจภาษาฝรั่งเศส • They were very pleased to stay here. พวกเขาดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ • I was amazed to know his death. ผมตกตะลึงที่ได้ทราบการตายของเขา ชั่วโมงที่ 2 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอประโยค Special Verbs used as adjective (The -ed form) จำนวน 2 - 3 ประโยคโดยออกมาเขียนประโยคบนกระดาน 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์ประโยคบนกระดาน 4.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักเรียน เพื่อให้เข้าใจรูปประโยคSpecial Verbs used as adjective (The -ed form) มากขึ้น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 155 4.4 นักเรียนช่วยกันทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Special Verbs used as adjective (The -ed form) บน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Fill in the blanks with the correct form of infinitive without to. 1. Everyone was…………………….……………(impress) when the show ended. 2. Jane sounded…………………….……………(please) when she passed the exam. 3. I am deeply…………………….……………(disappoint) in you. 4. He was…………………….……………(surprise) to hear the news. 5. Paul’s was…………………….……………(irritate) with the children because he was tired. 6. I am…………………….……………(terrify) of the snakes. 7.Liz was…………………….…………(amaze) when she found out how much dinner had cost. 8. My legs were…………………….……………(try) after so much walking. 9. He is…………………….……………(embarrass) by the red carpet treatment. 10. I am…………………….……………(interest) to hear your story. Answer Key 1. impressed 2. pleased 3. disappointed 4. surprised 5. irritated 6. terrified 7.amazed 8. tired 9. embarrassed 10. interested 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดจาก PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้อง ให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 5.2 นักเรียนและครูสรุปหลักการใช้Special Verbs used as adjective (The -ed form) และ ยกตัวอย่างประโยคเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรื่องที่ 5 เรื่อง Special Verbs (Revision) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. การสร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนเข้าสู่บทเรียนโดยครูพิมพ์คำว่า “Being a student is …” ลงบน Mentimeter ผ่านทาง เว็บไซต์ https://www.menti.com 1.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามโดยการพิมพ์คำคุณศัพท์ที่อธิบายความรู้สึกที่มีต่อการเป็นนักเรียนว่า เป็นอย่างไร อย่างน้อยคนละ 1 คำ ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.menti.com เพื่อเป็นการระดมสมอง สร้างเป็น word cloud 1.3 นักเรียนช่วยกันอธิบายคำศัพท์ที่ได้ตอบมา เช่น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 156 • exciting น่าตื่นเต้น • interesting น่าสนใจ • boring น่าเบื่อ 2. ขั้นการสํารวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนทำกิจกรรม Guess the word โดยนักเรียนเดาคำศัพท์จากภาพจาก PowerPoint ดังต่อไปนี้ Teacher : What is this word? Students : Afraid Teacher : How do you spell that? Students : A-F-R-A-I-D Teacher : What kind of this word? Students : It is adjective. 2.2 นักเรียนดูประโยคตัวอย่างโดยใช้ Special Verbs used as verbs and adjectives ดังนี้ • She bored me at the party yesterday • She is a boring girl. • She is bored by the movie. 2.3 นักเรียนช่วยกันบอกความหมายของประโยคที่ครูนำเสนอและอธิบายความแตกต่างของทั้งสอง ประโยคว่าใช้อย่างไร และมีความหมายต่างกันหรือไม่ 2.4 หลังจากนักเรียนบอกความหมายแล้ว นักเรียนฟังครูอธิบายความหมายเพิ่มเติม เช่น bore = เป็น verb หรือถ้าทำหน้าที่ในประโยคเป็น verb แปลว่า ทำให้(คนอื่น) รู้สึกเบื่อ boring = ในกรณีที่ใช้เป็น adj. แปลว่า น่าเบื่อ bored = ในกรณีที่ใช้เป็น adj. แปลว่า รู้สึกเบื่อ หรือ ถูกทำให้รู้สึกเบื่อ • She bored me at the party yesterday (ในประโยค bore เป็น verb ช่อง2 เพราะเป็น past tense) • She is a boring girl. (ในประโยค boring เป็น adj ขยายคำว่า girl แปลว่า น่าเบื่อ) • She is bored by the movie (ในประโยค bored เป็น adj แปลว่า ถูกทำให้เบื่อ หรือ รู้สึกเบื่อ) 2.5 นักเรียนช่วยกันตอบคำถามจำนวน 5 ข้อ โดยใช้เวลา 5 นาที Instructions : Choose the best alternative 1. This is the most…………………….……………movie. 1) excite 2) excites 3) exciting 4) excited 2. I am…………………….……………in this book. 1) interest 2) interesting 3) interested 4) interests _ f _ _ i _
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 157 3. The movie is very…………………….…………… . 1) interests 2) interesting 3) interested 4) interest 4. Some English stories…………………….……………to follow. 1) confuse 2) confused 3) are confused 4) are confusing 5. The traffic situation has become so…………………….……………that I am frustrated whenever I drive. 1) irritates 2) irritating 3) irritate 4) irritated Answer Key 1. 3) 2. 3) 3. 2) 4. 3) 5. 2) 2.6 นักเรียนอภิปรายกันในกลุ่มว่า Special Verbs used as verbs and adjectives แตกต่างกัน อย่างไร 3. ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป (Explain) 3.1 ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มขึ้นมาสรุปความแตกต่างของ Special Verbs used as verbs and adjectives 3.2 นักเรียนดูตัวอย่างภาพและประโยคใน PowerPoint โดยครูอธิบายประโยคและรูปภาพ 3.3 นักเรียนฟังอธิบายเพิ่มเติมว่า โครงสร้างประโยค Special Verbs used as verbs and adjectives ดังนี้ Special verb คือ กริยากลุ่มพิเศษที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง verb และ adjective ซึ่งมีการใช้ และความหมายแตกต่างกันไป มี 2 โครงสร้าง คือ รูปแบบการใช้และความหมายของ Special Verb 1. เมื่ออยู่ในรูป Verb แท้ทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) มีความหมายว่า “ทำให้” Verb ผันตาม Subject (ประธาน) : ประธานเอกพจน์ คำกริยาเป็น เอกพจน์โดยเติม s/e ส่วนประธานพหูพจน์ / I คำกริยาเป็นพพูจน์ โดยไม่ต้องเติม s/es • Her swearing shocks me. คำสบถของหล่อนทำให้ฉันตกใจ 2. เมื่ออยู่ในรูป V.to be + V.ing ทำหน้าที่เป็น Adjective (คำคุณศัพท์) มีความหมายว่า น่า... • Her swearing is very shocking. คำสบถของหล่อนน่าตกใจมาก 3. เมื่ออยู่ในรูป V.to be + V.3 ทำหน้าที่เป็น Adjective (คำคุณศัพท์) มีความหมายว่า รู้สึก.... • I was shocked at her swearing. ฉันรู้สึกตกใจกับคำสบถของหล่อน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 158 ชั่วโมงที่ 2 4. ขั้นการขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กันโดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งประโยคเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเองที่มีต่อสิ่งรอบตัวโดยใช้ความรู้ที่ ได้เรียนมา จำนวน 10 ประโยคเพื่อตรวจสอบความเข้าใจในเรื่องที่เรียน 4.3 นักเรียนส่งตัวแทน 5 คนนำเสนอประโยคหน้าชั้นเรียน 4.4 นักเรียนตอบคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสรุปเกี่ยวกับเรื่องที่ได้เรียน เช่น • What is the difference of using special verbs used as verbs and adjectives? • Can you give me some examples of sentence using special verbs used as verbs and adjectives? 4.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 5 ข้อดังนี้ Instructions : Choose the best alternative 1. I thought the teacher was young but he is 50 years old. I was…………………….………… . 1) surprising 2) surprise 3) surprised 4) surprises 2. Are you…………………….……………in English? 1) interesting 2) interest 3) interested 4) interests 3. I think the news…………………….…………… . 1) is exciting 2) are exciting 3) are excited 4) is excited 4. They…………………….……………to say anything. 1) were too excited 2) were to excited 3) were to excite 4) have to excitement 5. Mr. Thomson…………………….……………to see his boss change his mind for the second time. 1) surprises 2) surprised 3) was surprised 4) was surprising Answer Key 1. 3) 2. 3) 3. 1) 4. 1) 5. 3) 4.6 นักเรียนทำแบบฝึกหัดเรื่อง Special Verbs ในเอกสารประกอบการเรียน 5. ขั้นการประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดจาก PowerPoint และแบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการ เรียนหากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ มากขึ้น 5.2 นักเรียนและครูสรุปหลักการใช้Special Verbs used as verbs and adjectives และยกตัวอย่าง ประโยคเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 159 เรื่องที่ 6 เรื่อง Collective Nouns (Singular or Plural) จำนวนเวลาเรียน 1 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนเข้าสู่บทเรียน โดยนักเรียนดูหัวข้อ Collective Nouns (Singular or Plural) บน PowerPoint พร้อมช่วยกันแสดงความคิดเห็น 1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ The government is planning to increase taxes. The government are planning to increase taxes 1.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยค คำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน และคำกริยาที่ ใช้ในประโยค โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.4 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียนและคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Collective Nouns (Singular or Plural) เพิ่มเติม 1.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายความหมายของคำศัพท์ทุกตัว ครูยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้นักเรียน เข้าใจวิธีการใช้คำศัพท์นั้นให้มากขึ้น ขั้นที่ 2 ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Collective nouns: singular or plural? จากhttps://www.youtube. com/watch?v=lMvjzaFYztg 2.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Advanced English Grammar: Collective Nouns จากhttps:// www.youtube.com/watch?v=erQJ9ze1KIs 2.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่องSubject and verb agreement with collective nouns จาก https://www.youtube.com/watch?v=6ceAZbCHpzY&t=134s 2.4 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่ได้จากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 3 วิดีโอคลิป พร้อมทั้งช่วยกันยกตัวอย่าง ประโยคที่ได้จากการดูวิดีโอคลิปพร้อมอธิบายความหมายและวิธีการใช้ 2.5 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Collective Nouns (Singular or Plural) คำนามบางคำใน collective noun ถือเป็นหนึ่งหน่วย เป็นเอกพจน์ แต่ถ้าใช้ collective noun ในความหมายแยกเป็นหลายหน่วย แต่ละหน่วยทำหน้าที่อิสระ จะถือเป็นคำนามพหูพจน์เช่น family (ครอบครัว) army (กองทัพบก) team (ทีม, คณะ, ชุด) mob (หมู่คน) party (พรรค, คณะ)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 160 government (คณะรัฐบาล) committee (คณะกรรมการ) etc การใช้กริยากับกลุ่มคำนามที่เป็นทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ 1. ถ้าหมายถึง กลุ่มเดียว คณะเดียว หรือ ทั้งกลุ่ม ทั้งคณะนั้น เป็นหน่วยเดียว ไม่ได้แยกเป็นราย คน หรือ รายตัว กริยาต้องใช้รูปเอกพจน์ (Singular Verb) เช่น • The government is trying a new measure. คณะรัฐบาลกำลังลองใช้มาตรการอันใหม่ 2. ถ้าหมายถึง เป็นรายตัว หรือ รายบุคคล (Individual) โดยแยกแยะออกไปว่า ต่างคน ต่างก็ กระทำการ เช่นนี้ กริยาต้องใช้รูปพหูพจน์ (Plural Verb) เช่น • The government have discussed the flood of Bangkok for three hours. คณะรัฐบาล (ต่างคนก็) ได้อภิปรายเรี่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ขั้นที่ 3 ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนช่วยกันทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Collective Nouns (Singular or Plural) บน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Fill in the blanks with the correct form of the verb to complete the following sentence: 1. The team are eating sandwiches for dinner. 2. The family are doing different jobs around the house today. 3. The UK government has offered to send aid. 4. The committee give comments on each issue carefully before making decisions. 5. Our family lives in Chiang Mai Province. 6.The new company is the result of a merger. 7.The jury has retired to consider its verdict. 8.The team consists of four Europeans and two Americans 9.Staff are trained to work without direct supervision. 10. A choir is performing on stage. Answer Key 1.are 2. are 3. has 4. give 5. lives 6.is 7. has 8. consists 9. are 10. is 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Collective Nouns (Singular or Plural) บน PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมี ความเข้าใจมากขึ้น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 161 เรื่องที่ 7 เรื่อง Collective Nouns for People จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง Nouns โดยช่วยกันแสดงความคิดเห็นและอธิบายวิธีการใช้ 1.2 นักเรียนดูหัวข้อ Collective Nouns บน PowerPoint 1.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Collective Nouns โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของ นักเรียน 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูตัวอย่างประโยค Collective Nouns for People บน PowerPoint ดังนี้ People protested about the new working hours. A group of people protested about the new working hours. 2.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคดังกล่าวทั้ง 2 ประโยคว่ามีความเหมือนและ แตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนดูฟังครูอธิบายเกี่ยวกับ Collective Nouns for People ดังนี้ กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) เป็นคำนามของสิ่งที่เป็นกลุ่ม ประเภทของคน กลุ่มคำนามหลายคำที่ใช้สำหรับคนนั้นขึ้นอยู่กับอาชีพและความเชี่ยวชาญในวิชาชีพนั้น ๆ ในขณะที่ กลุ่มคำนามอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับครอบครัว เพศ สัญชาติ และพื้นที่อื่น ๆ โดยกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคนคำนามบอก หมวดหมู่นั้นจะอยู่ด้านหน้าคำนามเสมอ มีลักษณะการใช้ดังนี้ Collective Nouns for People + of + common noun เช่น • A class of students. นักเรียนห้องหนึ่ง • An army of soldiers. ทหารหนึ่งกองทัพ • A choir of singers. คณะประสานเสียงคณะหนึ่ง • A crew of sailors. ลูกเรือกลุ่มหนึ่ง • A band of musicians. นักดนตรีวงหนึ่ง 2.4 นักเรียนดูตัวอย่างการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) ในประโยค ดังนี้ Gang (แก๊งหรือกลุ่มคนไม่ดี) • I saw a police arresting a gang of thieves. ฉันเห็นตำรวจคนหนึ่งกำลังจับโจรแก๊งหนึ่ง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 162 Troupe (คณะนักแสดง) • This troupe of performers is going to lead the show tonight. คณะนักแสดงนี้จะนำโชว์คืนนี้ Army (เหล่าทหาร) • An army of soldiers is going to protect that village. ทหารเหล่าหนึ่งกำลังไปปกป้องหมู่บ้านนั้น Crowd (ฝูงชน) • At the concert, the crowd of people are excited, look at their watches and start singing. ที่คอนเสิร์ต ฝูงชนรู้สึกตื่นเต้น บ้างดูนาฬิกา บ้างเริ่มร้องเพลง 2.5 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมดังนี้ Collective nouns สามารถตามมาด้วย verb เอกพจน์หรือ พหูพจน์ได้ ขึ้นอยู่กับความหมายของประโยคว่าแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันหรือไม่ ถ้าความหมายของสิ่งที่กระทำ เป็นไปในทิศทางเดียวกันใช้ verb เอกพจน์ ถ้าความหมายของสิ่งที่กระทำเป็นไปได้หลายทิศทางใช้ verb พหูพจน์ • This troupe of performers is going to lead the show tonight. ใช้ is เพราะว่าพูดเหมารวมทั้งคณะว่าจะแสดงโชว์ด้วยกันคืนนี้ • A troop of soldiers is going to protect that village. ใช้ is เพราะว่ากลุ่มทหารทั้งกลุ่มทำหน้าที่ปกป้องหมู่บ้านเหมือนกัน • At the concert, the crowd of people are excited, look at their watches and start singing. ใช้ are เพราะว่ากลุ่มคนในคอนเสิร์ตมีอิริยาบถต่างกัน บางคนตื่นเต้น บางคนดูนาฬิกา บางคน เริ่มร้องเพลง 2.6 นักเรียนนั่งประจำกลุ่มและช่วยกันระดมความคิด ทำกิจกรรมตอบคำถามเกี่ยวกับกลุ่มคำนามที่ใช้ กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) โดยอ่านความหมายของประโยคในวงเว็บและช่วยกันตอบคำตอบให้ ถูกต้องภายในเวลา 5 นาที Instructions : Read the meaning in the bracket and complete the correct word of Collective nouns for People in 5 minutes. 1. The…………………….……………of directors is voting for the president of the board. (คณะกรรมการบริหารกำลังลงคะแนนเลือกประธานกรรมการบริหาร) 2. A…………………….……………of dancers performed at the competition and won. (กลุ่มนักเต้นทำการแสดงในงานแข่งขัน และได้รับรางวัลชนะเลิศ) 3. A…………………….……………of Thailand athletes has arrived at the Olympic Stadium already. (นักกีฬาทีมชาติไทยได้เดินทางถึงสนามกีฬาโอลิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) 4. A…………………….……………of thieves broke into the bank. (กลุ่มโจรบุกเข้าไปในธนาคาร)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 163 5. The…………………….……………of directors advanced her to president. (คณะกรรมการผู้บริหารได้เลื่อนตำแหน่งเธอขึ้นเป็นประธาน Answer Key 1. board 2. troupe 3. team 4. gang 5. board ชั่วโมงที่ 2 3. การฝึก (Practice) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint ดังนี้ 3.2 นักเรียนช่วยกันบอกกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) จากรูปดังกล่าว พร้อมอธิบายและแสดงความคิดเห็น โดยนักเรียนสมารถอธิบายและให้เหตุผลได้ดังนี้ รูปที่ 1 เป็นกลุ่มของทหาร ใช้ An army of solders. รูปที่ 2 เป็นกลุ่มของนักเต้น ใช้ A troupe of dancers รูปที่ 3 เป็นกลุ่มนักเรียน ใช้ A class of students หรือ A group of students 3.3 นักเรียนศึกษาเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) จากแหล่งเรียนรู้ Internet อย่างน้อย 3 เว็บไซต์ 3.4 นักเรียนช่วยกันสรุปและถ่ายทอดสิ่งที่ได้ศึกษามา โดยครูสุ่มถามเพื่อทดสอบความเข้าใจ 3.5 นักเรียนทำแบบฝึกหัด Collective Nouns for People จำนวน 10 ข้อ Instructions : Fill the blanks with proper collective nouns for people. 1. The…………………….……………of Soldiers defeated the enemy forces 2. I just saw a…………………….……………of musicians passing through the street. 3. A…………………….……………of masked robbers were arrested by the police last night near the island. 4. In the opera there is a…………………….……………of singers in the stage performing a song. 5. I can’t remember a…………………….……………of players whose children turned out to be so good. 6. I was surrounded by a…………………….……………of angels. 7. The meeting was opened by a…………………….……………of dancers from all 11 countries. 8. A…………………….……………of students make a loud of noise in the library. 9.The…………………….……………of directors has approved the decision unanimously.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 164 10. A…………………….……………of flight attendant helped steer an aircraft to safety after the co-pilot passed out in the middle of a flight with almost 200 passengers on board. Answer Key 1. army 2. band 3. gang 4. choir 5. team 6. bevy 7. troupe 8. class 9. board 10. crew 3.6 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำแบบฝึกหัดเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) บน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ โดยครูอธิบายเพิ่มเติม เมื่อนักเรียนไม่เข้าใจ 4. การนำไปใช้ (Production) 4.1 นักเรียนศึกษาเนื้อหาเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) ในเอกสาร ประกอบการเรียนและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ Internet 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) ในเอกสาร ประกอบการเรียน 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) ในเอกสารประกอบการเรียน 4.4 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อให้นักเรียน ทุก ๆ คนเข้าใจหลักการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) 4.5 นักเรียนและครูร่มกันสรุปหลักการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) 4.6 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) เรื่องที่ 8 เรื่อง Collective Nouns for Animals จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective nouns for People) โดย ช่วยกันอธิบายวิธีการใช้ 1.2 นักเรียนช่วยกันเติมกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคนจากประโยคที่กำหนดให้ โดยอ่านความหมายใน วงเล็บและเติมคำให้ถูกต้องเหมาะสม เช่น 1. A…………………….……………of students (นักเรียนกลุ่มหนึ่ง) 2. An…………………….……………of soldiers (ทหารหนึ่งกองทัพ) 3. A…………………….……………of singers (คณะนักร้องคณะหนึ่ง) 4. A…………………….……………of sailors (ลูกเรือกลุ่มหนึ่ง) 5. A…………………….……………of musicians (นักดนตรีวงหนึ่ง) 6. A…………………….……………of teenagers (วัยรุ่นแก๊งค์หนึ่ง)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 165 7. A…………………….……………of people (คนหมู่หนึ่ง) Answer Key 1. group 2. army 3. choir 4. crew 5. band 6. gang 7. crowd 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูตัวอย่างประโยคที่ใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์ (Collective Nouns for Animals) บน PowerPoint ดังนี้ Fish were being hunted by a shark. The school of fish was being hunted by a shark. 2.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคดังกล่าวทั้ง 2 ประโยคว่ามีความเหมือนและ แตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Collective nouns for animals จาก https://www.youtube.com/ watch?v=ueX_NOIq2w4 2.4 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง List of Names for Groups of Animals in English จาก https://www.youtube.com/watch?v=EknDLcVx1rc 2.5 นักเรียนศึกษาเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์ (Collective Nouns for Animals) จากแหล่ง เรียนรู้ Internet อย่างน้อย 3 เว็บไซต์ พร้อมเขียนสรุปลงในสมุด 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่ได้จากการศึกษาเรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์(Collective Nouns for Animals) จากแหล่งเรียนรู้ Internet และจากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 วิดีโอคลิป 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์(Collective Nouns for Animals) กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์ (Collective Nouns for Animals) คือ คำนามที่ใช้เรียกสัตว์ที่เป็น กลุ่ม เป็นฝูง เป็นพวก เช่น โขลงช้าง ฝูงหมาป่า เป็นต้น วิธีการเขียนจะนำคำบอกหมวดหมู่ (เช่น flock, herd, group, school, etc.) ไว้ข้างหน้าแล้วใส่ of และตามด้วยคำนามทั่วไป หากเป็นคำนามนับได้ก็จะเป็นรูปพหูพจน์ แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้ก็จะเป็นรูปเดิม ไม่ต้องเติม s/es อย่างนามพหูพจน์ เช่น • A herd of cattle วัวฝูงหนึ่ง • A flock of sheep แกะฝูงหนึ่ง • A hive of bees ผึ้งรังหนึ่ง • A flight of birds นกฝูงหนึ่ง • A school of fish ปลาฝูงหนึ่ง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 166 3.3 นักเรียนนั่งประจำกลุ่มและช่วยกันระดมความคิด ทำกิจกรรมตอบคำถามเกี่ยวกับกลุ่มคำนามที่ใช้ กับกลุ่มสัตว์ (Collective Nouns for Animals) โดยอ่านความหมายของประโยคในวงเว็บและช่วยกันตอบคำตอบ ให้ถูกต้องภายในเวลา 5 นาที Instructions : Read the meaning in the bracket and complete the correct word of Collective Nouns for Animals in 5 minutes. 1. A…………………….…………… of sheep are eating quietly in the fields. (แกะฝูงหนึ่งต่างก็กำลังกินกันอย่างเงียบๆ ในทุ่งหญ้า) 2. A…………………….……………of cattle are standing under the tree. (โคฝูงหนึ่ง (ต่างก็) กำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้) 3. A…………………….……………of bats flies out from two caves which are located behind the temple. (คางค้าวฝูงหนึ่งบินออกมาจากถ้ำที่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหลังวัด) 4. A…………………….……………of giraffes walking through grassland in Tanzania. (ยี่ราฟฝูงหนึ่งเดินผ่านทุ่งหญ้าในแทนซาเนีย) 5. When I went to the zoo, I saw that…………………….…………of monkeys were playing around a tree in a very enjoyable way. (เมื่อฉันไปเที่ยวสวนสัตว์ ฉันเห็นลิงฝูงหนึ่งกำลังเล่นอยู่รอบ ๆ ต้นไม้อย่างสนุกสนาน) Answer Key 1. flock 2. herd 3. colony 4. tower 5. troop ชั่วโมงที่ 2 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอประโยคโดยใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์(Collective Nouns for Animals) จำนวน 2 - 3 ประโยคโดยออกมาเขียนประโยคบนกระดาน 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์ประโยคบนกระดาน 4.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักเรียน เพื่อให้เข้าใจรูปประโยค Collective Nouns for Animals มากขึ้น 4.4 นักเรียนช่วยกันทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์(Collective Nouns for Animals) บน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Fill the blanks with proper collective nouns for animals. 1. The cowboy saw a huge…………………….……………of cows. 2. I saw a…………………….……………of wolves in the forest. 3. The…………………….……………of birds startled me when they flew off. 4. I saw a…………………….……………of bees buzzing around the purple flower. 5. My cat had a…………………….……………of kittens. 6.The kids on the boat were delighted when they saw a……………….……………of dolphins playing in the sea. 7. At the park, a…………………….……………of geese chased the children.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 167 8. In the film, a…………………….……………of fish traveled as one through the shimmering blue sea. 9. My sister and I watched for hour how an entire…………………….……………of ants move their larvae from one tunnel to another. 10. While diving in the ocean, I came upon a large…………………….……………of oysters. Answer Key 1. herd 2. pack 3. flock 4. bevy 5.little 6. school 7. gaggle 8. school 9. colony 10. bed 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดจาก PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้อง ให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 5.2 นักเรียนและครูสรุปหลักการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์(Collective Nouns for Animals) และยกตัวอย่างประโยคเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรื่องที่ 9 เรื่อง Collective Nouns for Objects and Things จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้ (Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคน (Collective Nouns for People) และ กลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มสัตว์ (Collective Nouns for Animals) โดยช่วยกันอธิบายวิธีการใช้ 1.2 นักเรียนช่วยกันเติมกลุ่มคำนามที่ใช้กับกลุ่มคนและสัตว์จากประโยคที่กำหนดให้ Instructions : Add a suitable collective noun to complete the sentences below. 1. A…………………….……………of bees was flying there. 2. The…………………….……………of dancers will dance in the party. 3. Did you see the…………………….……………of soldiers there? 4. A…………………….……………of doctors has arrived in the hospital. 5. A…………………….……………of birds flew over the village. 6. I have met a…………………….……………of sailors today. 7. A…………………….……………of people gathered on the road. 8. A…………………….……………of music will perform in the party. 9. The…………………….……………of cattle moved toward his farm. 10. I saw a gazelle in the Kenya was hunted by a…………………….……………of lion. Answer Key 1. hive 2. troupe / group 3. army 4. team 5. flock 6. crew 7. crowd 8. crowd 9. Herd 10. pride
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 168 ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ Peter bought roses from the florist Peter bought a bouquet of roses from the florist. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคและคำกริยาที่ใช้ในประโยคว่ามีความเหมือน และแตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนสามารถอธิบายได้ว่า Peter bought roses from the florist. จากประโยคจะเห็นได้ว่าดอกกุหลาบที่ปีเตอร์ซื้อนั้นมี จำนวนหลายดอก แต่ประโยคPeter bought a bouquet of roses from the florist. นั้นระบุว่าปีเตอร์ซื้อช่อ ดอกกุหลาบ 1 ช่อ โดยในหนึ่งช่อนั้นมีกลุ่หลาบหลายดอก 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับวัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for Objects and Things) กลุ่มคำนามที่ใช้กับวัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for Objects and Things) เป็นคำนาม ของสิ่งที่เป็นหมวดหมู่ของวัตถุและสิ่งของ โดยปกติแล้ว Collective Noun จะใช้ร่วมกับ Common Noun เสมอ โดยมี of มาคั่น เพื่อเน้นความเป็นหมู่ หรือคณะ นั้นชัดเจนยิ่งขึ้น เช่นมีลักษณะการใช้ดังนี้ • A group of islands. (หมู่เกาะหนึ่งเกาะ) • A galaxy of stars. (ดวงดวงหนึ่งกาแล็กซี่) • A wad of banknotes (ธนบัตร 1 ฟ่อน / ปึก / มัด) • A forest of trees. (ป่าไม้หนึ่งป่า) • A stack of wood. (กองไม้หนึ่งกอง) ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ • An album of photographs. • A pair of shoes. • A pack of cards. • A bunch of flowers. 3.2 นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคและออกมาเขียนประโยคที่แต่งบนกระดานโดยใช้คำกริยาดังกล่าว ซึ่ง นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • We keep our pictures in an album of photographs. • My mom bought me a new pair of shoes.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 169 • He took a pack of cards that lay on the table and began to lay them out for a game of patience. • I started to treat myself to a small bunch of flowers every week. 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของประโยค โดยครูผู้สอนคอยเสนอแนะและอธิบาย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 3.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเรื่องการใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับวัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for Objects and Things) โดยยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น เช่น • He has come with a large bunch of flowers to propose to her. • A bunch of flowers was left at the collision scene on Saturday ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production) 4.1 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Choose the proper collective nouns for objects and things. 1. Two companies with a…………………….……………of ships are sailing in different directions. 2. To travel north, a…………………….……………of mountains 8000 ft high must be climbed. 3. There is a…………………….……………of beech trees growing near the village. 4. A car and a…………………….……………of cigarettes were found in the parking lot. 5.She holds an apple in one hand, and a…………………….……………of grapes in the other. 6. He handed me a…………………….……………of fruits and cheeses. 7.Piano and his wife, Milly,visited the…………………….……………of islands on their honeymoon. 8.She wears a…………………….……………of pearls in her hair. 9. Now, I could barely afford to buy her a…………………….……………of roses. 10.People of the neighborhood tie a…………………….……………of sticks together to make a chibo, and set it on fire while singing songs. Answer Key 1. fleet 2. range 3. forest 4. pack 5. bunch 6. basket 7. cluster 8. ring 9. bunch / bouquet 10. bundle 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดกลุ่มคำนามที่ใช้กับวัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for Objects and Things) บน PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้ นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้ (Wrap up) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่องกลุ่มคำนามที่ใช้กับวัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for Objects and Things) พร้อมทั้งช่วยกันยกตัวอย่างประโยคจำนวน 5 ประโยคเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของ นักเรียน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 170 เรื่องที่ 10 เรื่อง Collective Nouns (Revision) จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน : 5 STEPs) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 การเรียนรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคคำถามบน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม Look at the picture, what is the collective noun of each picture? โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน ขั้นที่ 2 การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) 2.1 นักเรียนแบ่งเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียนเก่ง อ่อนและปาน กลาง 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการรวมกลุ่มศึกษาด้วยกันเกี่ยวกับกลุ่มคำนามที่ใช้กับคน สัตว์ วัตถุและ สิ่งของ (Collective Nouns for People, Animals, Objects and Things) จากแหล่งเรียนรู้ Internet 2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายทอดสิ่งที่ได้ศึกษามาให้เพื่อนต่างกลุ่มฟังจนครบทุกกลุ่ม ครูสุ่มถามเพื่อ ทดสอบความเข้าใจเป็นรายกลุ่ม 2.4 นักเรียนช่วยกันบอกหลักการใช้เกี่ยวกับกลุ่มคำนามที่ใช้กับคน สัตว์ วัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for People, Animals, Objects and Things) 2.5 นักเรียนส่งตัวแทนนออกมาเขียนประโยคโดยใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับคน สัตว์ วัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for People, Animals, Objects and Things) บนกระดาน จำนวน 2 -3 ประโยค 2.6 นักเรียนและครูวิเคราะห์ประโยคที่ตัวแทนเขียนบนกระดาน เมื่อพบไม่ถูกต้องให้นักเรียนช่วยกัน แสดงความคิดเห็นและแก้ไขให้ถูกต้อง 2.7 นักเรียนฟังครูอธิบายทบทวนเรื่องการนำ Collective Noun มาใช้เป็น Subject (ประธาน) ของ ประโยคจะใช้ Verb (กริยา) เป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ขึ้นอยู่กับความมุ่งหมายของผู้พูด คือ 1. ถ้าหมายถึงกลุ่มเดียวคณะเดียว หรือทั้งกลุ่ม ทั้งคณะนั้นเป็นหน่วยเดียว ไม่ได้แยกเป็นรายคน หรือรายตัว กริยาต้องใช้รูปเอกพจน์ (Singular Verb) เช่น • A herd of cows is worth one million baht. วัวฝูงหนึ่งมีราคาหนึ่งล้านบาท 2. ถ้าหมายถึงเป็นรายตัวหรือรายบุคคล (Individual) โดยแยกแยะออกไปว่าต่างคนต่างก็กระทำ การ เช่นนี้ กริยาต้องใช้รูปพหูพจน์ (Plural Verb) เช่น • A herd of cows are standing under the tree. วัวฝูงหนึ่ง (ต่างก็) กำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 171 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 การเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct) 3.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint ดังนี้ team students army hive batch 3.2 นักเรียนนั่งประจำกลุ่มและช่วยกันแต่งประโยคโดยใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับคน สัตว์ วัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for People, Animals, Objects and Things) 3.2 นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอประโยคโดยใช้กลุ่มคำนามที่ใช้กับคน สัตว์ วัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for People, Animals, Objects and Things) และออกมาเขียนประโยคบนกระดาน เช่น • The team is playing in the championship game. • Students are learning about different types of nouns. • An army of soldiers lined the street. • A hive of bees produces a lot of honey. • My grandmother made a fresh batch of cookies 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์ประโยคบนกระดาน 2 - 3 ประโยค 3.4 นักเรียนฟังครูครูอธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเข้าใจการใช้กลุ่มคำนาม ที่ใช้กับคน สัตว์ วัตถุและสิ่งของ (Collective Nouns for People, Animals, Objects and Things) มากขึ้น ขั้นที่ 4 การเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate) 4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มแต่งประโยคให้อยู่ในรูป Collective Nouns กลุ่มละ 2 ประโยคตามที่ครู มอบหมายแต่ละรูปแบบต่าง ๆ 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่อง Collective Nouns ในเอกสารประกอบการเรียน 4.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Collective Nouns 4.4 นักเรียนฟังครูอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อให้นักเรียนเข้าใจ หลักการใช้ Collective Nouns ให้มากขึ้น 4.5 นักเรียนแต่ละกลุ่มรับอุปกรณ์และกระดาษปรู๊ฟจากครูผู้สอน และช่วยกันระดมความคิดวาดแผนผัง มนโนทัศน์ (Mind mapping) เกี่ยวกับ Collective Nouns ของกลุ่มตนเองและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มของเพื่อน โดย นักเรียนสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มจากแหล่งเรียนรู้ Internet และเขียนแหล่งที่มาหรือข้อมูลอ้างอิงอย่างน้อย 3 เว็บไซต์ 4.6 นักเรียนสุ่มตัวอย่างแผนผังมนโนทัศน์ (Mind mapping) เพื่อให้ครูวิเคราะห์และอธิบายให้นักเรียน ฟัง ขั้นที่ 5 การเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม (Learning to Service) 5.1 นักเรียนนำชิ้นงานแผนผังมนโนทัศน์ (Mind mapping) เกี่ยวกับ Collective Nouns ส่งให้ ครูผู้สอนตรวจครูตรวจ และครูผู้สอนคัดเลือกผลงาน 2 - 3 ชิ้นที่ดีที่สุดมาสรุปผลการประเมิน 5.2 นักเรียนและครูช่วยกันสรุปหลักการใช้Collective Nouns ทั้งหมด โดยครูยกตัวอย่างประโยคให้ นักเรียนเข้าใจมากขึ้น
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 172 5.3 นักเรียนนำชิ้นงานที่ผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้วนำไปเผยแพร่โดยการนำไปติดที่ป้ายนิเทศหน้า ห้องเรียนและบริเวณภายในห้องเพื่อให้นักเรียนห้องอื่นที่สนใจร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 173 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง Let’s go shopping แผนการจัดการเรียนรู้ที่12 เรื่อง Vocabulary, reading and conversation รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี เหตุผล มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 3/4 เลือก / ระบุหัวข้อเรื่องใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ ต 4.2 ม. 3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จาก สื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีความรู้ในการบอกความหมายคำคุณศัพท์เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ - นักเรียนมีความรู้ในการแต่งประโยคโดยใช้คำคุณศัพท์ที่เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - อ่านออกเสียงคำศัพท์เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ - เขียนประโยคโดยใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Extreme adjectives ได้ถูกโครงสร้างตามหลักภาษา 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - มีความรักในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน - มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด ความเข้าใจและสรุปความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการ จากให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบอีกทั้งสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 174 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. จับใจความสำคัญ เช่น หัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุนจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทัศน์เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต 2. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / การค้นคว้าความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 7 : Let’s go shopping 2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 7 : Let’s go shopping 3. การใช้ Vocabulary ในรูปแบบต่าง ๆ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 175 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Vocabulary, reading and conversation 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Vocabulary, reading and conversation วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) ชั่วโมงที่ 1 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันตอบคำถามดังต่อไปนี้Look at the photo and answer the questions. • What do you see in the picture? • What kind of place do you think this is? • What kinds of items do you think people can buy here? • Where are some interesting places to go shopping in your country? 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แปลความหมายแต่ละประโยคและตอบคำถามดังกล่าว โดยครู เปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดาน และช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยให้นักเรียนยกมือขึ้นเพื่อ ตอบคำถาม ดังนี้
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 176 • How often do you go shopping? • What do you usually go shopping for? • Where do you go to buy clothes? • Where do you go to buy electronics? • Where do you go to buy food? • Are prices in your country low or high? Why do you think so? 1.4 นักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 60 โดยนักเรียน ช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์ advertisement, bookstore, boutique, display, for sale, grocery store, pharmacy, shop assistant 1.5 นักเรียนทำกิจกรรม Listen and number. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.6 นักเรียนทำกิจกรรม Fill in the blanks with the best vocabulary words. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.7 นักเรียนอ่านประโยคที่กำหนดให้พร้อมกัน 1.8 นักเรียนแต่ละคนเขียนคำศัพท์ที่ถูกต้องลงในช่องว่าง 1.9 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลย Listen and number. และ Fill in the blanks with the best vocabulary words. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.11 นักเรียนฟังบทสนทนา Focus ; Talk with a partner (Talking about shopping) ในหนังสือ เรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.12 นักเรียนช่วยกันสรุปบทสนทนาเรื่อง Focus ; Talk with a partner (Talking about shopping) ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.13 นักเรียนจับคู่ฝึกบทสนทนา Focus ; Talk with a partner (Talking about shopping) ใน หนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 86 1.14 นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อพูดบทสนทนาหน้าชั้นเรียน 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนทำกิจกรรม Reading : Read about traditional markets ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 2.2 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Reading : Read about traditional markets ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 2.3 นักเรียนทำกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 90 หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ มากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 177 3.2 นักเรียนออกมาเขียนความหมายคำศัพท์บนกระดาน ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงคำศัพท์ใน บทเรียนร่วมกัน 3.3 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.4 นักเรียนฟังครูพูดคำอธิบายคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.5 นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน คนละ 3 ประโยค 3.6 นักเรียนนำเสนอประโยคที่แต่งหน้าห้องเรียน 3.7 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน และคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Let’s go shopping เพิ่มเติม 3.8 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมในการแต่งประโยคของนักเรียน และประเมินความเข้าใจของนักเรียน จากการนำเสนอหน้าห้องว่านักเรียนแต่งประโยคได้ถูกต้องหรือไม่ 11. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Vocabulary, reading and conversation 3. ใบงานเรื่อง Vocabulary, reading and conversation 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือพิมพ์ 2. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary, reading and conversation ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2 แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 178 ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 179 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง Let’s go shopping แผนการจัดการเรียนรู้ที่13 เรื่อง Special Verbs used as verbs รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 2.1 ม. 3/3 เข้าร่วม / จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 4.2 ม. 3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จาก สื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - อธิบายหลักการใช้ Special Verbs used as verbs ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - เขียนอธิบายหลักการใช้ Special Verbs used as verbs ได้ - เขียนประโยคให้อยู่ในรูปของ Special Verbs used as verbs ได้ - มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - มีความรักในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน - มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 180 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด ความเข้าใจและการสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ ความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้ในรูปแบบคำของ Special Verbs used as verbs และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการ เรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / การค้นคว้าความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Special Verbs used as verbs ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและสามารถ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 181 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Special Verbs used as verbs 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Special Verbs used as verbs วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้ (Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องโครงสร้างประโยคตาม Tense ต่าง ๆ โดยช่วยกันบอก Tense ที่ นักเรียนเคยเรียนมาพร้อมยกตัวอย่างและอธิบายวิธีการใช้ 1.2 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ซึ่งสมาชิกประกอบไปด้วย นักเรียนเก่ง ปานกลาง และ อ่อน เพื่อเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับ Verbs ตามโครงสร้าง Tense ต่าง ๆ โดยใช้วิธีการเก็บคะแนนสะสมจากแต่ ละเกม เมื่อจบเกมแล้วกลุ่มที่ได้คะแนนรวมมากที่สุดเป็นทีมชนะ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 182 ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคและคำกริยาที่ใช้ในประโยคว่าเป็นกริยาในกลุ่ม ประเภทใด 2.3 นักเรียนสามารถอธิบายได้ว่าคำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง verb และ adjective ซึ่งมีการใช้และ ความหมายแตกต่างกันไป ซึ่งจากประโยคทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) ของประโยค แปลว่า “ทำให้ ...” 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้คำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่ทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) กริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) เป็นคำที่ทำหน้าที่ เป็นกริยา (Verb) มีความหมายว่า “ทำให้” โดยกริยา (verb) ผันตาม Subject (ประธาน) และตาม Tense ต่าง ๆ เช่น • She bores me with her stupid story. (จากประโยคเป็นประโยคแบบ Present Simple “bore” เป็น verb ประธานเป็นเอกพจน์ bore จึงเติม s) • She bored me at the party yesterday • (จากประโยคเป็นประโยค Past Simple “bore” เป็น verb จึงเติม ed เป็นกริยาช่อง 2) (จากประโยค bore เป็นกริยาช่อง 2 เพราะเป็น past tense) • She is boring me now. (จากประโยคเป็นประโยค Present continuous “bore” เป็น Verb เติม ing) ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ • beauty 3.2 นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคและออกมาเขียนประโยคที่แต่งบนกระดานโดยใช้คำกริยาดังกล่าว ซึ่ง นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • Her beauty interests him. • Sport has never really interested me. • Military history doesn't really interest me. bore She bores me with her stupid story.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 183 • It might interest you to know that the woman in this photograph is your greatgrandmother. • The salesman tried to interest me in a more expensive computer. 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของประโยค โดยครูผู้สอนคอยเสนอแนะและอธิบาย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่4 ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production) 4.1 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Complete the following sentences with the words in parentheses. 1. Her beauty…………………….……………(interest) him. 2. The movie…………………….……………(excite) me. 3. Mathematics has never really…………………….……………(interest) me. 4.You can’t…………………….……………please everybody. 5.This news…………………….……………(delight) his fans all over the world. 6. Her story…………………….……………(amuse) the children greatly. 7.The result of the experiment…………………….……………(excite) me. 8. He…………………….……………(confuse) me with his comments. 9. It…………………….……………(amaze) me to hear that you won the contest. 10.The proposed plan…………………….……………(not satisfy) everyone. Answer Key 1. interests 2. excites 3. interested 4. please 5. will delight 6. amused 7. excited 8. confused 9. amazed 10. will not satisfy 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด Special Verbs used as verbs บน PowerPoint หากมี ข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้ (Wrap up) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง Special Verbs used as verbs พร้อมทั้งช่วยกันยกตัวอย่าง ประโยคจำนวน 5 ประโยคเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียน 11 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Special Verbs used as verbs 3. ใบงานเรื่อง Special Verbs used as verbs 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 184 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Special Verbs used as verbs ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 185 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง Let’s go shopping แผนการจัดการเรียนรู้ที่14 เรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 2.1 ม. 3/3 เข้าร่วม / จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 4.2 ม. 3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จาก สื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - อธิบายหลักการใช้ Special Verbs used as adjective (The -ing form) ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - เขียนอธิบายหลักการใช้ Special Verbs used as adjective (The -ing form) ได้ - เขียนประโยคให้อยู่ในรูปของ Special Verbs used as adjective (The -ing form) ได้ - มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - มีความรักในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน - มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 186 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด ความเข้าใจและการสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ ความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้ในรูปแบบคำของ Special Verbs used as adjective (The -ing form) และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / การค้นคว้าความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Special Verbs used as adjective (The -ing form) ได้อย่างถูกต้องมี ประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 187 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้ (Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่อง Special Verbs used as Verbs โดยช่วยกันอธิบายวิธีการใช้และแต่ง ประโยคจากคำศัพท์ที่กำหนดให้ โดยอยู่ในรูป Tense ใดก็ได้ เช่น relax • I can’t relax with all this noise! • A hot shower relaxed the tight muscles in my neck and shoulders. disgust • The photographs disgust some people.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 188 ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคและคำกริยาที่ใช้ในประโยคว่ามีความเหมือน และแตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนสามารถอธิบายได้ว่าคำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง verb และ adjective ซึ่งมีการใช้และ ความหมายแตกต่างกันไป ซึ่งจากประโยค She bores me with her stupid story. นั้น bore ทำหน้าที่เป็นกริยา (Verb) ของประโยค แปลว่า “ทำให้ ...” ส่วนประโยค Her stupid story is boring me. Boring ทำหน้าที่เป็น adjective ตามหลัง Verb to be แปลว่า “น่า...” 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้คำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่ทำหน้าที่เป็นกริยา (adjective) คำกริยาที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกบางคำเมื่อเติม -ing ข้างท้าย จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ เมื่อคุณศัพท์ ลงท้ายด้วย -ing หมายถึง บุคคลหรีอสิ่งนั้นเป็นตัวที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้น เวลาแปลคำคุณศัพท์รูปนี้ จะหมายถึง “น่า…” มีโครงสร้างของประโยคดังนี้ S + linking verb + adj ing S = Subject คือ ประธานของประโยค Linking verb คือ กริยาเชื่อมทั้งหลาย เช่น is, am, are, was, were, seem, sound, feel, etc. Adj ing คือคำคุณศัพท์ที่เติม ing เช่น • I am boring. Nobody wants to play with me. ฉัน (เป็นคน) น่าเบื่อ ไม่มีใครอยากเล่นกับฉัน • The streets are confusing. I don’t know which way to go. ถนน (มัน) น่าสับสน ฉันไม่รู้จะไปทางไหนดี • The show was impressing. Everyone liked it very much. การแสดงน่าประทับใจ ทุกคนชอบมาก • The roller coaster is challenging. I want to try it. เครืองเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์น่าท้าทายมาก ฉันจะลองมัน • This job is interesting. งานนี้น่าสนใจ • The result is really disappointing. ผลที่ออกมาน่าผิดหวังจริง ๆ She bores me with her stupid story. Her stupid story is boring me.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 189 • Snakes are terrifying creatures. งูเป็นสัตว์ที่น่ากลัว ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนดูคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ • interest 3.2 นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคและออกมาเขียนประโยคที่แต่งบนกระดานโดยใช้คำกริยาดังกล่าว ซึ่ง นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • The story is very interesting to me. • We had an interesting conversation. • The TV show was interesting. • That’s a very interesting point. • Her articles make / are interesting reading for travellers. 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของประโยค โดยครูผู้สอนคอยเสนอแนะและอธิบาย เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 3.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเรื่องการใช้คำกริยาที่ใช้ในประโยคเป็นกริยาบอกความรู้สึก (Verb of Feeling) หรือกริยากลุ่มพิเศษ (Special verb) ที่ทำหน้าที่เป็นกริยา (adjective) ถ้าใช้รูป “เติม ing” (Subject + Verb to be + Verb (ทำให้) เติม ing, หรือ verb (ทำให้) เติม ing + noun) มีความหมายว่า “น่า…” หรือ “ซึ่ง...” (ในกรณีนี้ถูกนำมาใช้ คุณศัพท์ จะวางไว้หลัง Verb to be หรือ หน้านามก็ได้) เช่น • This book is interesting. หนังสือนี้น่าสนใจ (อย่าเข้าใจว่า “หนังสือนี้กำลังสนใจ”) • I do not like exciting stories. ผมไม่ชอบเรื่องตื่นเต้น (อย่าได้แปลว่า “……เรื่องกำลังตื่นเต้น”) • Her beauty is tempting. ความงามของหล่อนน่าหลงใหล (อย่าแปลว่า “ความงามของหล่อนกำลังหลงใหล”) • My work is boring. งานของผมน่าเบื่อหน่าย • It is surprising to know that he was dead. มันน่าประหลาดใจ (จริง ๆ) ที่ได้ทราบว่าเขาตายเสียแล้ว (อย่าแปลว่า “มันกำลังประหลาด ใจ…”) ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production) 4.1 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Complete the sentence with the correct form of the word given in parentheses. 1. It was…………………….……………(surprise) that he passed the exam. 2. It’s…………………….……………(embarrass) when you have to ask people for money.
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 190 3. I found a trip to Japan…………………….……………(interest). 4.The football match last night was so…………………….……………(excite). 5. He is…………………….……………(frighten) kids by wearing a ghost mask. 6.She is a brilliant woman. She has the most…………………….……………(amaze) ideas. 7.The talk was rather…………………….……………(confuse), I thought. 8.The book is more…………………….……………(satisfy) if you read each chapter in sequence. 9. They thought the news was…………………….……………(shock). 10. We’ve all had a very…………………….……………(tire) day – let’s go to bed. Answer Key 1. surprising 2. embarrassing 3. interesting 4. exciting 5. frightening 6. amazing 7. confusing 8. satisfying 9. shocking 10. tiring 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดSpecial Verbs used as adjective (The -ing form) บน PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมี ความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้ (Wrap up) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่องSpecial Verbs used as adjective (The -ing form) พร้อมทั้ง ช่วยกันยกตัวอย่างประโยคจำนวน 5 ประโยคเพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียน 11 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) 3. ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ing form) ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 191 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ ) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 192 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง Let’s go shopping แผนการจัดการเรียนรู้ที่15 เรื่อง Special Verbs used as adjective (The -ed form) รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมกับกาลเทศะ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 2.1 ม. 3/3 เข้าร่วม / จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 4.2 ม. 3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จาก สื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - อธิบายหลักการใช้ Special Verbs used as adjective (The -ed form) ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - เขียนอธิบายหลักการใช้ Special Verbs used as adjective (The -ed form) ได้ - เขียนประโยคให้อยู่ในรูปของ Special Verbs used as adjective (The -ed form) ได้ - มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - มีความรักในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน - มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ
หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 193 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด ความเข้าใจและการสรุปใจความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ ความเหมือนและ ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้ในรูปแบบคำของ Special Verbs used as adjective (The -ed form) และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / การค้นคว้าความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Special Verbs used as adjective (The -ed form) ได้อย่างถูกต้องมี ประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)