The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน Active Learning รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ม.3 หนังสือเรียน New Frontiers ภาคเรียนที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by The School of Lesson Plans, 2023-11-06 00:40:04

New Frontiers 3

แผนการสอน Active Learning รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ม.3 หนังสือเรียน New Frontiers ภาคเรียนที่ 2

หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 44 12. การวัดและประเมินผล (ต่อ) ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 2 แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 45 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? แผนการจัดการเรียนรู้ที่2 เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 6 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน 1.2 ตัวชี้วัด ต.1.2. ม.3/5 พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม ต.1.3. ม.3/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีทักษะความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ในการนำคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันไปใช้ประกอบกับมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบ ความแตกต่างของสิ่งต่าง ๆ ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสื่อสารโดยการฟัง พูดและอ่านลักษณะของบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ในรูปของ Adjective หรือ Adverb และการเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ได้ - นักเรียนเขียนรูปแบบการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 46 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การมีความเข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นด้วย คำคุณศัพท์อย่างถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งมีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความคิดเห็น โดยใช้ Adjective หรือ Adverb ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดรอบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ โดยนักเรียนมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ใน การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือน และความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Comparison of Adjective and Adverb ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและ สามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล/ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 47 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Comparative of Adjective and Adverb 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพ สิ่งของ สินค้าต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันบน PowerPoint โดยนักเรียนดูลักษณะว่า จะใช้คำคุณศัพท์คำไหน หรือคุณภาพ เป็นอย่างไร


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 48 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นถ้าจะเปรียบเทียบเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่ อย่างไร 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่บรรยายเกี่ยวกับรูปภาพบน PowerPoint บนกระดานดังนี้ • This pencil is as long as that one. • My room is not so comfortable as your room. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกันอธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 2 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Positive Degree จาก https://www.youtube.com/watch?v= bdaJdz7plYo 3.2 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิป 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) การเปรียบเทียบแบบเท่ากัน มีคำที่ใช้ในการเปรียบเทียบ ได้แก่ 1. (not) as / adverb , adjective / as = เท่ากัน, เหมือนกัน (ใช้ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธ) • This ball is as round as a mable. (round : adjective) • Jane works as hard as her sister. (hard : adverb) • Tom doesn’t play golf as well as you (do). (well : adverb) • Charies isn’t as tall as his father. (tall : adjective) 2. not so / adverb, adjective / as = ไม่เท่ากัน (ใช้ในประโยคปฏิเสธเท่านั้น) • Marry is not so beautiful as her mother. (beautiful : adjective) • His handwriting is not so poor as his friend’s. (poor : adjective) • He doesn’t run so fast as his brother. (fast : adverb) 3. to be like = เหมือนกัน (สิ่งเปรียบเทียบอยู่ต้นและท้ายประโยค) • Lucy is like her mother. • The workers work hard like buffaloes. 4. to be alike = เหมือนกัน (สิ่งเปรียบเทียบอยู่ต้นประโยค) • The twins are alike. • Her bag and yours are alike. 5. the same + noun + as = เหมือนกัน • My shirt is the same colour as that boy’s. (shirt) • The two dresses are the same style.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 49 • The colour of her eyes and that of mine are the same. 6. to be similar to … = เหมือนหรือคล้าย • The red dress is similar to the blue one. (one = dress) • Her idea is similar to mine. (mine = my idea) 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนออกมาเขียนคำตอบที่ทำในใบงานบนกระดาน 5.2 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive Degree) บนกระดาน ชั่วโมงที่ 2 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำคุณศัพท์ทั้ง 2 คำว่ามีลักษณะการใช้ หรือรูปแบบคำ เป็นอย่างไร 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่บรรยายเกี่ยวกับรูปภาพบน PowerPoint บนกระดานดังนี้ • The baby is younger than the boy. • The brown rat is hungrier than the pink rat. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นคำที่ขีดเส้นใต้ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่าง กันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกันอธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 2 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Comparative Degree จาก https://www.youtube.com/watch?v= j9xiACJrXBE 3.2 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิป 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) 1. การเปรียบเทียบที่สูงกว่า แสดงในรูป คุณศัพท์ขั้นกว่า + than เช่น


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 50 • This road is longer than that one. ถนนเส้นนี้ยาวกว่าเส้นนั้น • You are taller than me. หรือ You are taller than I am. เธอสูงกว่าฉัน 2. การเปรียบเทียบที่ต่ำกว่ากัน แสดงในรูป less + positive degree + than เช่น • Malee is less careful than Somchai. มาลีเป็นคนที่รอบคอบน้อยกว่าสมชาย • It is less hot today than it was yesterday. วันนี้อากาศร้อนกว่าเมื่อวานนี้ 3. เมื่อนำคุณศัพท์ขั้นกว่ามาใช้เปรียบเทียบกับคำนาม (noun) ด้วยกัน ให้ใช้รูปแบบดังนี้ fewer + นามพหูพจน์นับได้ + than = น้อยกว่า less + นามนับไม่ได้ + than = น้อยกว่า more + นามพหูพจน์นับได้, นามนับไม่ได้ + than = มากกว่า เช่น • There are fewer students in this room than in that room. มีนักเรียนในห้องนี้น้อยกว่าในห้องนั้น • I spent less money than you. ฉันใช้จ่ายเงินน้อยกว่าคุณ • There are more students in this room than in that room. มีนักเรียนในห้องนี้ มากกว่าในห้องนั้น • My mother have more money than my father. แม่ของฉันมีเงินมากกว่าพ่อ หมายเหตุ 1. ในกรณีที่ than ทำหน้าที่เป็น conjunction สรรพนาม (pronoun) ที่ตามหลัง than ซึ่งทำ หน้าที่เป็นประธาน ต้องมี verb ตามด้วย ดังนี้ • She eats less than I do. เธอเป็นคนกินน้อยกว่าฉัน than ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม 2 อนุประโยค (clause) เข้าด้วยกัน คือ She eats less เป็น main clause I do เป็น subordinate clause โดย I ทำหน้าที่ประธานของประโยคที่ 2 มี verb do ตาม than I do เป็น adverbial clause of comparison 2. ในกรณีที่ than ทำหน้าที่เป็น preposition pronoun ที่ตามหลัง than ทำหน้าที่เป็น object ไม่ต้องมี verb ตามดังนี้ • She eats less than me. เธอเป็นคนกินน้อยกว่าฉัน than ทำหน้าที่เป็น preposition ดังนั้น pronounที่ตามหลัง than อยู่ในรูป ของกรรม (object) คือ me จึงไม่ต้องมี verb ตาม โดยทั่วไปใช้ได้และมีความหมายไม่ต่างกันทั้งสองกรณี 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 51 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนออกมาเขียนคำตอบที่ทำในใบงานบนกระดาน 5.2 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Degree) บน กระดาน ชั่วโมงที่ 3 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปหัวข้อ Double Comparative บน PowerPoint 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Repeated and Double Comparatives และช่วยกัน ตอบคำถาม What is double comparative? โดยครูเปิดรับทุกคำตอบ 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมช่วยกันแสดงความคิดเห็น อธิบายและแปล ความหมายของประโยค ดังนี้ 2.2 นักเรียนดูประโยคจาก PowerPoint ซึ่งครูนำมาเขียนบนกระดานและขีดเส้นใต้คำดังนี้ • The more you study, the more you learn. 2.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นคำที่ขีดเส้นใต้ 2.4 นักเรียนดูประโยคบนกระดานเพิ่มเติมดังนี้ • The queue was getting longer and longer. • Everything gets more and more expensive these days. • The more you study, the more you learn. • The less money I spend, the less I have to worry about saving. 2.5 นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกัน อธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 4 ประโยค Repeated and Double Comparatives


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 52 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Repeated and Double Comparatives จาก https://www.youtube.com/watch?v=YLldmCDMNAY 3.2 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิป 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบแบบ Repeated and Double Comparatives 1. Repeated Comparative Repeated Comparative คือ การใช้คำเปรียบเทียบขั้นกว่าซ้ำกัน เพื่อกล่าวถึง การเพิ่มขึ้น หรือการลดลง ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ถ้าแปลความหมาย จะสามารถแปลได้ว่า “...ขึ้น / ลง เรื่อย ๆ” เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น การใช้ Repeated Comparative มีกฎอยู่ 2 ข้อ คือ 1. ถ้าเป็น Comparative เสียงสั้น ให้ใช้ Comparative นั้นซ้ำกันได้เลย โดยมี and เชื่อม เช่น bigger and bigger, faster and faster, longer and longer เป็นต้น 2. ถ้าเป็น Comparative เสียงยาว ให้ใช้ more and more แล้วตามด้วย Comparative ตัว นั้น เช่น more and more complicated, more and more interesting เป็นต้น เช่น • Gold is getting more and more expensive. ทองมันแพงขึ้นเรื่อย ๆ • Lisa is getting over on her operation. She feels better and better. ลิซ่าฟื้นตัวจากการผ่าตัดแล้ว เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ • It’s getting more and more difficult to see the director. มันเป็นการยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะพบผู้อำนวยการ • The sky is getting darker and darker. ท้องฟ้ามันมืดขึ้นเรื่อย ๆ • When we blow up a balloon. It’s getting bigger and bigger. เมื่อเราเป่าลูกโป่ง มันก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ • I can’t stop reading this book. It’s getting more and more interesting. ฉันหยุดอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เลย เพราะมันน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ • I think social problems are getting more and more violent. ฉันคิดว่าปัญหาสังคม มันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ • My math results are getting worse and worse. ผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์ของฉัน แย่ลงเรื่อย ๆ 2. Double Comparative ใช้ Double Comparative เพื่อบอกถึง ผลลัพธ์ของประโยคแรกที่อยู่ข้างหน้า ถ้าแปล ความหมายให้เห็นภาพ จะสามารถแปลได้ว่า “ยิ่ง ... ก็ยิ่ง ...” โครงสร้างของประโยค Double Comparative 1. The + comparative + subject + verb, the + comparative + subject + verb 2. The + more / less + (noun / noun phrase) + subject + verb,


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 53 ประโยค Double Comparative ก็มีข้อควรจำดังนี้ 1. ทั้งสองประโยค ขึ้นต้นด้วย the เสมอ 2. สามารถใช้โครงสร้างทั้งสองผสมกันได้ 3. ระวังการใช้ Comparative ซ้ำกันนะคะ อย่างเช่น more easier, more safer เช่น ● The closer we got to the fire, the warmer we felt. ยิ่งเราเข้าใกล้ไฟมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกอุ่นขึ้นเท่านั้น (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 1 ทั้งสองประโยค) ● The sharper the knife is, the easier it is to cut something. ยิ่งมีดคมเท่าไหร่ มันก็ยิ่งตัดสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายเท่านั้น (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 1 ทั้งสองประโยค๗ ● The more shrimp a flamingo eats, the pinker it gets. ยิ่งฟลามิงโก้กินกุ้งมากเท่าไหร่ มันก็จะเป็นสีชมพูมากขึ้นเท่านั้น (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างของสองประโยคผสมกัน) ● The fresher the fruit is, the better it tastes. ยิ่งผลไม้สดเท่าไหร่ รสชาติก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น) (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 1 ทั้งสองประโยค) ● The harder you study, the more you will learn. ยิ่งคุณศึกษาหนักมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้เรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น) (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างของสองประโยคผสมกัน) ● The less you worry about others, the less they will bother you. ยิ่งคุณกังวลหรือเป็นห่วงคนอื่นน้อยลงเท่าไหร่ พวกเขาก็จะรบกวนใจคุณน้อยลงเท่านั้น) (ประโยคนี้ใช้โครงสร้างแบบที่ 2 ทั้งสองประโยค) 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบแบบ Repeated and Double Comparatives 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนออกมาเขียนคำตอบที่ทำในใบงานบนกระดาน 5.2 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบแบบ Repeated and Double Comparatives บนกระดาน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 54 ชั่วโมงที่ 4 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำคุณศัพท์ทั้ง 3 คำว่ามีลักษณะการใช้ หรือรูปแบบคำ เป็นอย่างไร 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูประโยคที่บรรยายเกี่ยวกับรูปภาพบน PowerPoint บนกระดานดังนี้ • The brown snail is slow. • The blue snail is slower than the brown snail. • The light blue is the slowest. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นคำที่ขีดเส้นใต้ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคว่าเหมือนและแตกต่าง กันอย่างไร พร้อมทั้งช่วยกันอธิบายและแปลความหมายของของประโยคทั้ง 3 ประโยค 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Superlative Adjectives จาก https://www.youtube.com/watch? v=K1Rs793CjqE 3.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง หลักการใช้งาน superlative degree / การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด / ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน จาก https://www.youtube.com/watch?v=AQH6_KiU22M 3.3 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 วิดีโอคลิป 3.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) เป็นการเปรียบเทียบสิ่งของตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป หรือในหมวดหมู่เดียวกันทั้งหมด ว่าสิ่งนั้นดีหรือมากที่สุดแล้ว มีหลักการใช้ดังนี้คือ 1. คำขยายคำนามคำนั้นมีสองพยางค์หรือมากกว่านั้น จะใช้ “the most” วางไว้หน้าคำขยายเพื่อ สร้างเป็นรูปประโยคขั้นสุด ตัวอย่างเช่น • She’s the most determined candidate we’ve seen today. • It’s the most difficult part of my job. • This is the most successful year the company’s ever had. หมายเหตุ เมื่อต้องการบอกว่าคนหรือของนั้น ๆ เหนือกว่าที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกัน จะใช้ “the most” และเมื่อต้องการจะบอกว่าบอกว่าคนหรือสิ่งของนั้น ๆ ด้อยกว่าเมื่อเทียบกันจะใช้ “the least” 2. คำขยายคำนามคำนั้นมีแค่พยางค์เดียว หรือมีสองพยางค์ แต่พยางค์ที่สองเป็นเสียง -y จะเติม -est เพื่อสร้างรูปประโยคที่แสดงถึงการเปรียบเทียบขั้นสุด ตัวอย่างเช่น • It’s the shortest route to the stadium.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 55 • What’s the longest flight you’ve ever taken? • He’s the nicest guy I’ve met here. 3.4 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.5 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) บน กระดาน ชั่วโมงที่ 5 - 6 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและคำศัพท์บน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม • What do you see in the picture? • What are the types of comparison of adjectives? • What is the difference between positive, comparative and superlative? 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันแต่งประโยคเปรียบเทียบทั้ง 3 แบบโดยเลือกใช้ คำคุณศัพท์ (Adjective) จากสไลด์ PowerPoint ก่อนหน้านี้ 2.2 นักเรียนสามารถแต่งประโยคได้ดังนี้ • The turtle is fast. • The hare is faster than a turtle.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 56 • The hare is the fastest. 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่องการเปรียบเทียบ comparison จาก https://www.youtube.com/ watch?v=14AbqPHYrRw 3.2 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่อง Comparative and Superlative Adjectives จาก https://www. youtube.com/watch?v=13TLUMw6og0 3.3 นักเรียนดูวิดีโอคลิบเรื่องเทคนิคตอบ โจทย์ Comparison มาเป็นเพลง จำได้ง่ายจาก https://www.youtube.com/watch?v=tT5T1WPa8B4 3.4 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้จากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 3 วิดีโอคลิป 3.5 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Degree) ในภาษาอังกฤษการใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบมีอยู่ 3 ขั้นคือ ขั้นปกติ ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด ซึ่งจะมีโครงสร้างและวิธีการใช้ Comparison of Adjectives: การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ ดังนี้ 1. การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบขั้นปกติ (Positive / Regular Adjectives) โครงสร้างประโยค : S + V. to be + as adjective as ใช้ as…as ในการเปรียบเทียบของสองสิ่งที่เท่ากันหรือเหมือนกันทุกประการ โดยคำคุณศัพท์ที่ ใช้เปรียบเทียบในขั้นธรรมดาจะไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือเติมคำใด ๆ หลัง adjective นั้น ๆ เช่น • Harry is as tall as his brother. แฮรี่สูงเท่ากันกับน้องชายของเขา • This bag is as expensive as that one. กระเป๋าใบนี้แพงเท่ากันกับอีกใบหนึ่ง 2. การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparative Adjectives) 2.1 โครงสร้างประโยคแบบที่ 1 : S + V. to be + adj. +er + than การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ขั้นกว่านี้มี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกจะมีการเติม -er ท้าย คำคุณศัพท์ (adjective) นั้น ๆ และตามด้วย than เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งหนึ่ง … กว่าอีกสิ่งหนึ่ง เช่น • Pug is smaller than Siberian. สุนัขพันธุ์ปั๊กตัวเล็กกว่าสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน 2.2 โครงสร้างประโยคแบบที่ 2 : S + V. to be + more + adj. + than รูปแบบที่สองจะเติมคำว่า more ไว้ด้านหน้าแล้วตามด้วยคำคุณศัพท์ (adjective) นั้น ๆ และตามด้วย than เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งหนึ่ง … กว่าอีกสิ่งหนึ่ง เช่น • Physics is more difficult than Math. วิชาฟิสิกส์ยากกว่าวิชาคณิตศาสตร์) • Karaked is more beautiful than Chanward. การะเกดสวยกว่าจันทร์วาด 3. การใช้คำคุณศัพท์ในการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative Adjectives) 3.1 โครงสร้างประโยคแบบที่ 1 : S + V. to be + the + adj. + est การเปรียบเทียบขั้นสูงสุดนี้มี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรกจะใช้ the นำหน้า adj. ที่มีการ เติม -est ท้ายคำนั้น ๆ เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งนั้น…ที่สุด เช่น


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 57 • She was the cleverest girl I have ever known. หล่อนเป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดที่ฉันเคยรู้จักมา 3.2 โครงสร้างประโยคแบบที่ 2 : S + V. to be + the + most + adj. รูปแบบที่สอง จะใส่ the most ไว้ด้านหน้า adj. นั้น ๆ เพื่อเปรียบเทียบว่า สิ่งนั้น…ที่สุด เช่น • I am the most beautiful woman in this world. ฉันเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกนี้ 3.6 นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการสอนและจากแหล่งเรียนรู้ Internet 3.7 นักเรียนซักถาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูผู้สอน 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนนั่งประจำกลุ่มเพื่อเล่นเกม comparison จาก https://wordwall.net/th-th/ community/comparison โดยแต่ละเกมเป็นการเก็บคะแนนสะสม เมื่อจบเกมแล้วกลุ่มที่ได้คะแนนสะสมมากที่สุด เป็นกลุ่มที่ชนะ 4.2 นักเรียนทำใบงานเรื่องการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ (Comparison of Adjectives) 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนช่วยกันอธิบายเหตุผลในการตอบคำตอบแต่ละข้อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ สังเกตจากอะไร 5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปโครงสร้างเรื่องการเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ (Comparison of Adjective and Adverb) บนกระดาน 11. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Comparative of Adjective and Adverb 3. ใบงานเรื่อง Comparative of Adjective and Adverb 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือพิมพ์ 2. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 58 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Comparative of Adjective and Adverb ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 59 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? แผนการจัดการเรียนรู้ที่3 เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb (Revision) รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ ความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน 1.2 ตัวชี้วัด ต.1.2. ม.3/5 พูดและเขียนแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเอง เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ กิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม ต.1.3. ม.3/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีทักษะความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ในการนำคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันไปใช้ประกอบกับมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบ ความแตกต่างของสิ่งต่าง ๆ ได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสื่อสารโดยการฟัง พูดและอ่านลักษณะของบุคคลหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ในรูปของ Adjective หรือ Adverb และการเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ได้ - นักเรียนเขียนรูปแบบการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 60 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การมีความเข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นด้วย คำคุณศัพท์อย่างถูกต้องและมีเหตุผล อีกทั้งมีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร แสดง ความรู้สึกและความคิดเห็น โดยใช้ Adjective หรือ Adverb ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร ความคิดรอบยอดและความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการใช้โครงสร้างการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective and Adverb ได้ โดยนักเรียนมีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ใน การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. เปรียบเทียบ และอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบและ อธิบายความเหมือน และความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Comparison of Adjective and Adverb ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและ สามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล/ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 61 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - 2. ชิ้นงาน - ชิ้นงาน My Opinion การเขียนเปรียบเทียบสิ่งของต่าง ๆ ที่พบในชีวิต ประจำวัน โดยบูรณาการกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบประโยค Comparison of Adjective and Adverb 10. กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูภาพต่าง ๆ แล้วสร้างประโยคเปรียบเทียบด้วยขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด 1.2 อาสาสมัครนักเรียนออกมาบรรยายภาพอื่น ๆ ด้วยการเปรียบเทียบขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 62 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนบ่งกลุ่มโดยแต่ละกลุ่ม มีนักเรียนเก่ง กลาง อ่อน (กลุ่มละ 3 คน) 2.2 นักเรียนทำชิ้นงาน My opinion โดยการหารูปภาพสินค้าประเภทเดียวกัน และเปรียบเทียบด้วยรูป ประโยค ขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า และขั้นสูงสุด และให้บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (3 ห่วง 2 เงื่อน) ตามตัวอย่างชิ้นงาน My opinion (กลุ่มละ 1 ชิ้น) 3. อธิบาย (Explain) 3.1 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มสลับกันนำชิ้นงานพูดบรรยายให้กลุ่มอื่นฟัง ด้วยการเปรียบเทียบขั้นเท่ากัน ขั้นกว่า ขั้นสูงสุดและเหตุผลที่เลือกสิ่งของในชิ้นงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.2 สมาชิกแต่ละกลุ่มสามารถซักถามโครงสร้างและอธิบายจนเข้าใจตรงกัน 3.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจชัดเจนมากขึ้น ชั่วโมงที่ 2 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 ครูเตรียมรูปภาพสิ่งของต่าง ๆ ที่มีราคา สี รูปร่าง ลักษณะที่แตกต่างกัน 4.2 นักเรียนจับกลุ่มกลุ่มละ 6 คน (เก่ง กลาง อ่อน) เลือกรูปภาพเพื่อนำไปเปรียบเทียบด้วยโครงสร้าง Comparison of Adjective and Adverb 4.3 ตัวแทนกลุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่ม นำเสนอห้องเรียน 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่ม นำชิ้นงาน My opinion ส่งครูผู้สอนเพื่อให้ครูทำการประเมินชิ้นงาน 5.2 นักเรียนฟังครูสรุปการนำเสนอการเปรียบเทียบหน้าห้องเรียนของแต่ละกลุ่ม 5.3 นักเรียนและครูสรุปโครงสร้างประโยค Comparison of Adjective and Adverb และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 11. สื่อการเรียนรู้/ แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Comparison of Adjective and Adverb 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ชิ้นงาน My Opinion การเขียน เปรียบเทียบสิ่งของต่าง ๆ ที่พบใน ชีวิต ประจำวัน โดยบูรณาการกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในรูปแบบประโยค Comparison of Adjective and Adverb ประเมินจากชิ้นงาน แบบประเมินชิ้นงาน เกณฑ์การประเมิน ชิ้นงาน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 63 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่งครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 64 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? แผนการจัดการเรียนรู้ที่3 เรื่อง Compound Nouns รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 4 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีทักษะความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ในการสร้างคำนามประสมประกอบกับมีทักษะ ในการคิดวิเคราะห์ และนำคำนามประสมมาใช้ในชีวิตจริงได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสื่อสารโดยการพูดและเขียนคำนามประสม และแต่งประโยคได้ - นักเรียนเขียนรูปแบบการสร้างคำนามประสมได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การมีความรู้ ความเข้าใจคำศัพท์และตีความเรื่องที่อ่านจากสื่อประเภท กฎจราจร กฎเกณฑ์ป้ายสัญลักษณ์ สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและมีทักษะการสื่อสารเรื่องกฎจราจร ป้ายสัญลักษณ์การขับรถอย่าง ปลอดภัย และสามารถนำเสนอข้อมูลดังกล่าวโดยการพูดและการเขียน อีกทั้งนักเรียนเข้าใจความเหมือนและความ แตกต่างของหลักไวยากรณ์ เรื่อง Compound Nouns หรือคำนามผสมในหลักภาษาไทย โดยสามารถนำมาใช้ได้ อย่างถูกต้องและเหมาะสม


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 65 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. ตีความ / ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย กราฟ แผนภูมิ ตาราง ภาพสัตว์ สิ่งของ บุคคล สถานที่ต่าง ๆ 2. ขอร้อง แนะนำ ชี้แจง อธิบายขั้นตอนที่มีความซับซ้อน 3. แสดงความคิดเห็น และให้เหตุผลประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ 4. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน / ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ ของ เจ้าของภาษากับของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Compound Nouns ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 66 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Compound Nouns 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning) เรื่อง Compound Nouns วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Discovery Method แบบแฮร์บาร์ตและ 3P (Presentation, Practice, Production) ชั่วโมงที่ 1 วิธีการสอนแบบ Discovery Method ขั้นที่ 1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่า What’s happening? นักเรียนอาจจะตอบว่า She is falling the tree., The cars are crashed on that road. 1.2 นักเรียนตอบคำถาม What will she / they do? โดยครูผู้สอนให้คำแนะนำให้เหมาะสมกับ สถานการณ์นั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ Modal Auxiliaries: Must / Mustn’t / Must not and Should / Shouldn’t ขั้นที่ 2 ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนศึกษาเรื่องหลักการใช้ Modal Auxiliaries: Must / Mustn’t / Must not and Should / Shouldn’t โดยนักเรียนอ่านหลักการใช้จากใบงาน เรื่อง การใช้ Modal Auxiliaries 2.2 ครูตรวจสอบความเข้าใจหลักการใช้ the modal 2.3 นักเรียนจับคู่กับเพื่อนเพื่อเติมข้อความลงช่องว่างในบทสนทนาของแบบฝึกหัดท้ายใบงาน เรื่อง Modal Auxiliaries 2.4 ครูเดินสำรวจการทำกิจกรรมของนักเรียน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 67 2.5 ตัวแทนนักเรียนออกมาเฉลยคำตอบบนกระดาน ขั้นที่ 3 ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 - 4 คน ให้แต่ละกลุ่มสร้างคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าไป ในประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยใช้หลักไวยากรณ์ที่ได้เรียนไป เรื่อง Modal Verbs โดยนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล เพิ่มเติมได้ทางอินเตอร์เน็ต แล้วอภิปรายกันในกลุ่มถึงคำแนะนำต่าง ๆ ที่สืบค้นทางอินเตอร์เน็ต และนำมาสร้าง สังเคราะห์ และเรียบเรียงเป็นรายการคำแนะนำของตนเอง 3.2 นักเรียนจัดทำป้ายคำแนะนำ Poster รูปแบบ Infographic พร้อมทั้งหารูปประกอบที่สอดคล้องและ เหมาะสมกับเนื้อหา อย่างน้อย 3 รูป ตกแต่งชิ้นงานของตนเองให้สวยงาม เป็นระเบียบ และอ่านง่าย 3.3 ตัวแทนกลุ่มพูดนำเสนอคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ที่นักเรียนในกลุ่ม ได้เลือกไว้ ชั่วโมงที่ 2 วิธีการสอนแบบแฮร์บาร์ต ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียม 1.1 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม บน PowerPoint Can you tell me what “noun” is? Can you give me some example? 1.2 นักเรียนอาจจะตอบได้ว่า Noun is a word that we use to call about person, animal, thing or place. 1.3 นักเรียนดูรูปภาพต่าง ๆ บนกระดานแล้วลองบอกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่อธิบายรูปภาพต่างๆ แล้ว สังเกตว่าคำศัพท์คำใด เป็นคำนามประสม Compound Noun บ้าง housework snowman rubber shoes washing-machine 1.4 นักเรียนลองสังเกตวิธีการสร้างคำนามด้านบนว่าเกิดจากคำประเภทใดบ้าง นักเรียนอาจจะตอบได้ว่า house + work โดยเป็นการผสม คำนาม + คำนาม, washing-machine เป็นการผสมคำระหว่าง Gerund (คำกริยาที่อยู่ในรูป -ing ทำหน้าที่อย่างคำนาม) + คำนาม, หรือ rubber shoes เกิดจาก 2 คำนามมารวมกัน เป็น ต้น ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2.1 นักเรียนได้รับการกระตุ้นจากครูผู้สอนเพื่อสร้างคำนามประสมขึ้น โดยให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง Forming Compound Nouns 2.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยคำตอบในแต่ละข้อบนกระดาน นักเรียนตรวจสอบคำตอบ 2.3 ถ้านักเรียนตอบไม่ถูกต้อง ให้นักเรียนแก้ไขคำตอบให้ถูกต้องเรียบร้อย 2.4 นักเรียนฝึกสังเกตการผสมคำ และให้นักเรียนอ่านเนื้อหาก่อน 1 รอบ ครูสอนหลักไวยากรณ์เรื่อง Compound Noun ขั้นที่ 3 ขั้นสัมพันธ์หรือขั้นทบทวนและเปรียบเทียบ 3.1 นักเรียนทายคำศัพท์ที่ครูยกตัวอย่างคำศัพท์ ว่าคำนี้เป็นคำนามประสมหรือไม่ ถ้าเป็นคำนามประสม แล้ว ใช้กฎในข้อใดในการผสมคำ เช่น


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 68 haircut sunrise software breakfast blackboard greenhouse tool box apple tree ขั้นที่ 4 ขั้นตั้งกฎหรือข้อสรุป 4.1 นักเรียนฟังครูชี้แจงกิจกรรมการฟังเพื่อค้นหาคำนามประสม Compound Nouns จากเนื้อเรื่องที่ได้ ฟัง โดยครูเปิดไฟล์เสียงให้นักเรียนฟัง 2 ครั้ง ให้นักเรียนจดบันทึกคำนามประสม Compound Nouns ที่ได้ยินลง ในสมุด 4.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าจากไฟล์เสียงที่ให้นักเรียนได้ฟัง มีกี่คนกำลังสนทนากัน (2 คน) กำลังสนทนากันเรื่องอะไร 4.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นถึงคำนามประสมที่นักเรียนฟังได้จากไฟล์เสียงที่ได้ยิน มีทั้งหมด กี่ คำ และมีคำว่าอะไรบ้าง ขั้นที่ 5 ขั้นนำไปใช้ 5.1 นักเรียนรับ script เสียงที่นักเรียนได้ฟังจากครู 5.2 นักเรียนจับคู่ แล้วศึกษาวิธีการสร้างคำประสม พร้อมจดบันทึกวิธีการลงในสมุด 5.3 นักเรียนดูเรื่องสั้นบนกระดาน แล้วช่วยกันค้นหาคำนามประสม และออกมาขีดเส้นใต้คำนามประสม จากเนื้อเรื่อง ดังนี้ Playtime At playtime all the children leave their classroom and go outside onto the playground. We play different games with our friends. We play football using coats as goalposts and practice our netball. We have to be careful though because the neighbor has a greenhouse. We have markings on the ground, like hopscotch, that we can play on. Sometimes, we see birds in the school garden, like blackbirds, but they soon fly away. When the whistle is blown everyone stops what they are doing and stands still, nobody should move. Then we line up, ready to go back inside for our lessons. 5.4 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจคำตอบบนกระดาน และร่วมกันสรุปหลักเกณฑ์สร้างคำนามประสม ครู เขียนกฎเกณฑ์บนกระดาน ชั่วโมงที่ 3 วิธีการสอนแบบ 3P (Presentation, Practice, Production) ขั้นที่ 1 ขั้น Presentation 1.1 ครูทักทายนักเรียน และถามนักเรียนเพื่อตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนว่า What is compound noun? นักเรียนอาจจะตอบได้ว่า เป็นคำนามชนิดหนึ่ง เกิดจากการรวมกันของคำนามตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป นำมา รวมกันเพื่อให้เกิดความหมายใหม่ 1.2 นักเรียนบอกถึงแนววิธีการสร้างคำนามผสม ว่ามีวิธีการใดบ้าง ถ้านักเรียนไม่มั่นใจ 1.3 นักเรียนเปิดดูเนื้อหาในใบความรู้ เรื่อง Compound Nouns ครูเขียนสรุปบนกระดานคร่าว ๆ ให้ นักเรียน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 69 ขั้นที่ 2 ขั้น Practice 2.1 นักเรียนเขียนสรุปเนื้อหา เรื่อง Compound ลงในสมุด 2.2 นักเรียนออกแบบแผนผังความคิด จากเนื้อหาที่นักเรียนสรุปในสมุดด้านบน เพื่อให้นักเรียนสามารถ จดจำเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยนักเรียนสามารถเขียนได้ดังนี้ ชั่วโมงที่ 4 ขั้นที่ 3 ขั้น Production 3.1 นักเรียนทำใบงาน Unit 6 เรื่อง Compound Noun ข้อที่ 1 - 6 โดยให้นักเรียนช่วยกันทำ 1 - 2 ข้อ ย่อยเป็นตัวอย่าง แล้วให้นักเรียนลงมือทำข้อที่เหลือ 3.2 นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเขียนคำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบบนกระดาน ถ้านักเรียนตอบถูกต้องครูกล่าวชมเชย ถ้าไม่ ถูกต้องครูชี้จุดสังเกตให้นักเรียน พร้อมแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง 11. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Compound Nouns 3. ใบงานเรื่อง Compound Nouns 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือพิมพ์ 2. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Compound Nouns ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ นาม 2 ตัวขึ้นไป นามขยายอยู่หน้า นามหลักอยู่หลัง เขียนติดกัน หรือ เขียนแยกกัน (ถ้าเขียนแยกกัน บางทีต้องมี hyphen) Compound Noun คำนามประสม Noun + Noun Gerund (V.ing) + Noun


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 70 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 71 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง What’s cooking? แผนการจัดการเรียนรู้ที่5 เรื่อง Compound Nouns (Revision) รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูด และการเขียน มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษา กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์ พร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆ ประกอบ ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง การออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K) - นักเรียนมีทักษะความรู้ ความเข้าใจ คิดแก้ไขปัญหา ในการสร้างคำนามประสมประกอบกับมีทักษะ ในการคิดวิเคราะห์ และนำคำนามประสมมาใช้ในชีวิตจริงได้ 2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสื่อสารโดยการพูดและเขียนคำนามประสม และแต่งประโยคได้ - นักเรียนเขียนรูปแบบการสร้างคำนามประสมได้ 2.3 คุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ - ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล 3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด การมีความรู้ ความเข้าใจคำศัพท์และตีความเรื่องที่อ่านจากสื่อประเภท กฎจราจร กฎเกณฑ์ป้ายสัญลักษณ์ สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและมีทักษะการสื่อสารเรื่องกฎจราจร ป้ายสัญลักษณ์การขับรถอย่าง ปลอดภัย และสามารถนำเสนอข้อมูลดังกล่าวโดยการพูดและการเขียน อีกทั้งนักเรียนเข้าใจความเหมือนและความ แตกต่างของหลักไวยากรณ์ เรื่อง Compound Nouns หรือคำนามผสมในหลักภาษาไทย โดยสามารถนำมาใช้ได้ อย่างถูกต้องและเหมาะสม


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 72 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. ตีความ / ถ่ายโอนข้อมูลให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น สัญลักษณ์ เครื่องหมาย กราฟ แผนภูมิ ตาราง ภาพสัตว์ สิ่งของ บุคคล สถานที่ต่าง ๆ 2. ขอร้อง แนะนำ ชี้แจง อธิบายขั้นตอนที่มีความซับซ้อน 3. แสดงความคิดเห็น และให้เหตุผลประกอบเกี่ยวกับกิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ 4. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน / ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ ของ เจ้าของภาษากับของไทย การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. การใช้โครงสร้าง Compound Nouns ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ได้อย่าง เหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 6.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 7.2 ทักษะการเขียน (Writing) 7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 7.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 7.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 73 7.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 7.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 7.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 7.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 7.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 8.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 8.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 8.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 9. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Compound Nouns 2. ชิ้นงาน - 10. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning) เรื่อง Compound Nouns (Revision) วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน : 5 STEPs) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 การเรียนรู้ตั้งคำถาม (Learning to Question) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพและช่วยกันเดาความหมายคำศัพท์จากรูปภาพทั้ง 2 ภาพ โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนสมารถนำเสนอคำศัพท์ได้ดังนี้ Break + Fast = Breakfast ขั้นที่ 2 การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) 2.1 นักเรียนแบ่งเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยนักเรียนเก่ง อ่อนและปาน กลาง


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 74 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการรวมกลุ่มศึกษาด้วยกันเกี่ยวกับ Compound Nouns จากแหล่งเรียนรู้ Internet 2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายทอดสิ่งที่ได้ศึกษามาให้เพื่อนต่างกลุ่มฟังจนครบทุกกลุ่ม ครูสุ่มถามเพื่อ ทดสอบความเข้าใจเป็นรายกลุ่ม ขั้นที่ 3 การเรียนรู้เพื่อสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct) 3.1 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Compound Nouns จากการได้ฟังแต่ละกลุ่มนำเสนอ 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่อง Compound Nouns Compound noun คือ คำสองคำหรือมากกว่ามาประสมกันโดยคำหน้าเป็นคำขยาย คำหลังเป็น คำหลัก เมื่อประสมกันแล้วจะได้ความหมายใหม่และทำหน้าที่เป็นคำนาม โดยรูปแบบการเขียนมีทั้งเขียนติดกัน เขียนแยกแบบมี hyphen (-) คั่น และเขียนแยกแบบไม่มี hyphen (-) คั่น ซึ่ง Compound noun สามารถเกิดได้ จากคำหลายประเภทมาประสมกัน ดังนี้ 1.1. Noun + Noun เช่น • tooth + paste = toothpaste (ยาสีฟัน) • foot + ball = football (ฟุตบอล) • air + port = airport (สนามบิน) • sun + flower = sunflower (ดอกทานตะวัน) • life + time = lifetime (ตลอดชีวิต, ชั่วชีวิต) 1.2. Noun + Verb เช่น • hair + cut = haircut (ทรงผม, การตัดผม) • car + go = cargo (สินค้า) • moon + walk = moonwalk (ท่าเต้นมูนวอล์ก) • hand + shake = handshake (การจับมือ) • rain + fall = rainfall (ปริมาณน้ำฝน) 1.3. Noun + Preposition เช่น • hanger + on = hanger on (ไม้แขวนเสื้อ) • son + in + law = son-in-law (ลูกเขย) • mother + in + law = mother-in-law (แม่ยาย) 1.4. Verb + noun : โดย verb จะเป็นรูป v.ing หรือ Gerund เช่น • washing + machine = washing machine (เครื่องซักผ้า) • swimming + pool = swimming pool (สระว่ายน้ำ) • driving + licence = driving licence (ใบขับขี่) 1.5. Verb + Preposition เช่น • look + out = lookout (การระมัดระวัง, การเฝ้าดู) • check + in = check-in (เช็กอิน หรือการลงทะเบียนเข้าพัก) • turn + about = turnabout (การหมุนรอบ, การหันกลับ, การเปลี่ยนแปลง ความคิดเห็น)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 75 1.6. Preposition + Noun เช่น • under + world = underworld (ยมโลก, พวกนักเลง) • on + looker = onlooker (ผู้เห็นเหตุการณ์, ผู้ดู, ผู้ชม) 1.7. Adjective + Noun เช่น • gentle + man = gentleman (สุภาพบุรุษ) • black + smith = blacksmith (ช่างตีเหล็ก) • loud + speaker = loudspeaker (ลำโพง, เครื่องกระจายเสียง) • monthly + ticket = monthly ticket (ตั๋วรายเดือน) • common + room = common room (ห้องรวม, ห้องโถงพักผ่อนของนักศึกษา) 1.8. Adjective + Verb เช่น • slow + down = slowdown (การถ่วงงาน) • dry + cleaning = dry-cleaning (การซักแห้ง) 1.9. Preposition + Verb เช่น • out + put = output (ผลผลิต) • over + throw = overthrow (ความล้มเหลว, การล้มล้าง) 3.3 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดเรื่อง Compound Nouns บน PowerPoint จำนวน 15 ข้อ Instructions : Choose the word that makes each of these nouns into a compound noun. 1. Fund………………………………. . 1) driver 2) seat 3) raiser 2. News………………………………. . 1) paper 2) story 3) travels 3. Sun………………………………. . 1) day 2) glasses 3) heat 4. Child………………………………. . 1) hood 2) ren 3) play 5. Door………………………………. . 1) frame 2) handle 3) way 6. Prevent a heart……………………………….by eating properly and getting enough exercise. 1) stroke 2) attack 3) murmur 7. The full……………………………….looked enormous as it rose over the horizon. 1) moon 2) sun 3) sunset 8. They’re digging a new swimming……………………………….in the park. 1) suit 2) pool 3) game


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 76 9. One reason donuts are fattening is that they’re fried in cooking……………………………. . 1) oil 2) sugar 3) pans 10. We put a……………………………….in the garden to chase birds away. 1) runway 2) sunshade 3) scarecrow Answer Key 1. 3) 2. 1) 3. 2) 4. 1) 5. 3) 6. 2) 7. 1) 8. 2) 9. 1) 10. 3) 3.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเรื่อง Compound Nouns บน PowerPoint ขั้นที่ 4 การเรียนรู้เพื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate) 4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูล Compound Nouns จากแหล่งเรียนรู้ Internet หรือ แหล่งข้อมูลอื่น ๆ โดยทำเป็น Mind mapping ลงบนกระดาษฟรุ๊ปที่ครูแจกให้ 4.2 ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม หน้าชั้นเรียนโดยให้นำข้อมูลของแต่ละกลุ่มติด ที่กระดาน 4.3 นักเรียนและครูร่วมสนทนาเกี่ยวกับ Compound Nouns แล้วร่วมกันสรุปเป็นความรู้ 4.4 นักเรียนประเมินผลงานของตนเองและผลงานกลุ่มว่าอยู่ในระดับใด โดยมีระดับการประเมิน 4 ระดับ คือ ปรับปรุง พอใช้ดีและดีมาก 4.5 นักเรียนเขียนสะท้อนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ปัญหาและอุปสรรคในการเรียน และความรู้สึกในการ เรียนชั่วโมงนี้ ขั้นที่ 5 การเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม (Learning to Service) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปบทเรียนเรื่อง Compound Nouns 5.2 นักเรียนนำใบกระดาษฟรุ๊ปของนักเรียนแต่ละกลุ่มนำไปเผยแพร่โดยการนำไปติดที่ป้ายนิเทศหน้า ห้องเรียนและบริเวณภายในห้องเพื่อให้นักเรียนห้องอื่นที่สนใจร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 11. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. ใบความรู้เรื่อง Compound Nouns 3. ใบงานเรื่อง Compound Nouns 11.2 แหล่งเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ตหรือสื่ออื่น ๆ 12. การวัดและประเมินผล ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Compound Nouns ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 77 13. เกณฑ์การประเมิน 16 - 20 คะแนน ดีมาก 11 - 15 คะแนน ดี 6 - 10 คะแนน พอใช้ น้อยกว่า 6 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผู้จัดทำ (นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู บันทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ผู้จัดทำ ( นายสุจินดา ปรากฏวงศ์) ตำแหน่ง ครู วันที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 78 โรงเรียนแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง Know the rules รหัสวิชา อ23122 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา 2566 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 12 ชั่วโมง ผู้สอน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมี เหตุผล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ ความ คิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก 1.2 ตัวชี้วัด ต 1.1 ม. 3/2 อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้น ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ม. 3/4 เลือก / ระบุหัวข้อเรื่องใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ ต 1.2 ม.3/4 พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 4.2 ม. 3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จาก สื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด อ่านออกเสียงคำศัพท์ ข้อความ บทสนทนาได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน ความเข้าใจและการสรุปใจความ สำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้ในรูปแบบคำของ Infinitive and Gerund และสามารถนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมในการสืบค้นข้อมูล / ค้นคว้า รวบรวมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 79 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. จับใจความสำคัญ เช่น หัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุนจากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทัศน์เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต 2. การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่าง ๆ ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 3. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / การค้นคว้าความรู้/ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 6 : Know the rules 2. บทสนทนา ในเรื่อง Unit 6 : Know the rules 3. การใช้โครงสร้าง Infinitive and Gerund ในรูปแบบและ Tense ต่าง ๆ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2 คุณลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม ตระหนักสำนึกระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรียน วิเคราะห์ สังเคราะห์สรุป สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 6.1 ทักษะการอ่าน (Reading) 6.2 ทักษะการเขียน (Writing) 6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) 6.4 ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 80 6.6 ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) 6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) 6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) 6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing) 6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) 7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหน่วยการเรียนรู้นี้) 7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง 7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขียว 7.4 อื่น ๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................. 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. ภาระงาน - ใบงานเรื่อง Vocabulary - แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 - ใบงานเรื่อง Infinitive with to - ใบงานเรื่อง Infinitive without to - ใบงานเรื่อง Gerund - ใบงานเรื่อง Verb followed by infinitive or gerund 2. ชิ้นงาน - ชิ้นงาน Grammar in News ในสื่อพิมพ์ต่าง ๆ หรือจาก Internet เกี่ยวกับ Infinitive and Gerund 9. การวัดและประเมินผล 9.1 การวัดและประเมินผลชิ้นงาน / ภาระงาน 1. วิธีการ 1. ตรวจใบงานเรื่อง Vocabulary 2. ตรวจแบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3. ตรวจใบงานเรื่อง Infinitive with to 4. ตรวจใบงานเรื่อง Infinitive without to 5. ตรวจใบงานเรื่อง Gerund 6. ตรวจใบงานเรื่อง Verb followed by infinitive or gerund 7. ตรวจชิ้นงาน Grammar in News ในสื่อพิมพ์ต่าง ๆ หรือจาก Internet เกี่ยวกับ Infinitive and Gerund


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 81 2. เครื่องมือ 1. ใบงานเรื่อง Vocabulary 2. แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3. ใบงานเรื่อง Infinitive with to 4. ใบงานเรื่อง Infinitive without to 5. ใบงานเรื่อง Gerund 6. ใบงานเรื่อง Verb followed by infinitive or gerund 7. ชิ้นงาน Grammar in News ในสื่อพิมพ์ต่าง ๆ หรือจาก Internet เกี่ยวกับ Infinitive and Gerund 3. เกณฑ์ 1. ตรวจใบงานร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2. ตรวจชิ้นงานคุณภาพ ระดับ 2 ผ่านเกณฑ์การประเมิน 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ใบงานเรื่อง Vocabulary ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2 แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ New Frontiers 3 ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 3 ใบงานเรื่อง Infinitive with to ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 4 ใบงานเรื่อง Infinitive without to ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 82 9.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรม ลำดับ รายการที่วัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 5 ใบงานเรื่อง Gerund ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 6 ใบงานเรื่อง Verb followed by infinitive or gerund ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท นักเรียนให้ความ ร่วมมือในการทำ แบบฝึกหัดและตอบ ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 7 ชิ้นงาน Grammar in News ใน สื่อพิมพ์ต่าง ๆ หรือจาก Internet เกี่ยวกับ Infinitive and Gerund ประเมินจากชิ้นงาน แบบประเมินชิ้นงาน เกณฑ์การประเมิน ชิ้นงาน 10. กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ 1 เรื่อง Vocabulary, reading and conversation จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint และช่วยกันตอบคำถามดังต่อไปนี้Look at the photo and answer the questions. • Where is the woman? • How should you behave in a place like this? • What are some rules in your classroom or school? • Does your house have a lot of rules? Do you think they’re good or bad? 1.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แปลความหมายแต่ละประโยคและตอบคำถามดังกล่าว โดยครู เปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 1.3 นักเรียนดูประโยคคำถามบนกระดาน และช่วยกันแสดงความคิดเห็น โดยให้นักเรียนยกมือขึ้นเพื่อ ตอบคำถาม ดังนี้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 83 • What is your least favorite school rule? Why? • What is your least favorite rule at home? Why? • What happens if you break the rules at school? • What happens if you break the rules at home? • Why do you think we need rules? 1.4 นักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 72 โดยนักเรียน ช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์ alarm, attention, avoid, careful, emergency, injured, problem, smoke 1.5 นักเรียนทำกิจกรรม Listen and number. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 72 1.6 นักเรียนทำกิจกรรม Match the words with their definitions. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 72 1.7 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลย Listen and number. และ Match the words with their definitions. ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 72 1.8 นักเรียนทำกิจกรรม Reading : The safety trip ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 73 2.2 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อเรื่อง Reading : The safety trip ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 73 2.3 นักเรียนทำกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 73 2.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยกิจกรรม Comprehension ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 73 หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ มากขึ้น 2. ขั้นเรียนรู้ 2.1 นักเรียนฟังบทสนทนาเรื่อง Asking for permission and responding ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 74 และหน้าที่ 75 2.2 นักเรียนช่วยกันสรุปบทสนทนาเรื่อง Asking for permission and responding ในหนังสือเรียน New Frontiers 3 หน้าที่ 74 และหน้าที่ 75 2.3 นักเรียนจับคู่ฝึกบทสนทนา Focus ; Talk with a partner. Take turns asking for permission. Use the idea below หน้าที่ 75 2.4 นักเรียนส่งตัวแทนออกมา 1 - 2 คู่เพื่อพูดบทสนทนาหน้าชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 2 3. ขั้นนำไปใช้ 3.1 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.2 นักเรียนออกมาเขียนความหมายคำศัพท์บนกระดาน ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงคำศัพท์ใน บทเรียนร่วมกัน 3.3 นักเรียนทำใบงานแบบฝึกหัดเกี่ยวกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.4 นักเรียนฟังครูพูดคำอธิบายคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน 3.5 นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน คนละ 3 ประโยค 3.6 นักเรียนนำเสนอประโยคที่แต่งหน้าห้องเรียน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 84 3.7 นักเรียนศึกษาคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน และคำศัพท์ที่เกี่ยวกับ Know the rules เพิ่มเติม 3.8 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมในการแต่งประโยคของนักเรียน และประเมินความเข้าใจของนักเรียน จากการนำเสนอหน้าห้องว่านักเรียนแต่งประโยคได้ถูกต้องหรือไม่ เรื่องที่ 2 เรื่อง Infinitive with to จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูรูปภาพและข้อความบน PowerPoint ดังนี้ 1.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำกริยาตามด้วย to infinitive ว่าคือคำกริยาแบบใด พร้อมยกตัวอย่างคำกริยาและออกมาเขียนคำกริยาที่ช่วยกันยกตัวอย่างบนกระดาน 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูตัวอย่างประโยคบนกระดานดังนี้ (ประโยคบนกระดานมาจากคำศัพท์ที่นักเรียนช่วยกัน ยกตัวอย่าง) • I want to speak to you. • We came here to work, not to play. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์โครงสร้างประโยคดังกล่าวว่ามีรูปแบบและลักษณะ การใช้อย่างไร โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 2.3 นักเรียนศึกษาเรื่อง Infinitive with to จากแหล่งเรียนรู้ Internet พร้อมเขียนสรุปลงในสมุด 2.4 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Infinitive with to จาก https://www.youtube.com/watch? v=Sj_NDBn4yXA 2.5 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง 3 ways to use infinitive with to จาก https://www.youtube.com/ watch?v=G8HvcYHhwtE 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่ได้จากการศึกษาเรื่อง Infinitive with to จากแหล่งเรียนรู้ Internet และจากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 วิดีโอคลิป 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้Infinitive with to Infinitive with to คือกริยารูปธรรมดาที่นำหน้าด้วย to (to + infinitive) การนำไปใช้ของ Infinitive with to มีดังนี้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 85 1. เป็นประธานของประโยค เช่น • To tell the truth is sometimes difficult. การบอกความจริงบางครั้งก็ทำยาก • To love is to risk. การรักคือการเสี่ยง 2. เป็นกรรมของประโยค เช่น • I want to take a rest. ฉันอยากจะพักผ่อน • She loves to cook. หล่อนชอบการทำอาหาร 3. เป็นส่วนเติมเต็มของประโยคหรือ complement ซึ่งมักจะตามหลัง Verb to be เช่น • The purpose of this valve is to control the flow. ประโยชน์ของวาล์วนี้ก็คือเอาไว้ควบคุมการไหลของน้ำ • My plan is to finish this project by January. แผนการของฉันคือการทำโครงการนี้ให้เสร็จภายในเดือนมกราคม จากหน้าที่ทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าหน้าที่ของ infinitive with to คือหน้าที่ของคำนาม ซึ่ง อาจจะพบการใช้Infinitive with to ในลักษณะอื่นได้ เช่น 1. ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้ attempt (พยายาม), agree (เห็นด้วย), decide (ตัดสินใจ), forget (ลืม), hope (หวังว่า), intend (ตั้งใจ), plan (วางแผน), promise (สัญญา), pretend (แสร้งทำ), begin (เริ่ม), continue (ทำต่อไป), etc. • We intend to move to Bangkok soon. พวกเราตั้งใจจะย้ายบ้านเร็วๆนี้ • After New Year, I plan to work harder. หลังจากปีใหม่นี้ ฉันวางแผนที่จะทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม • She agrees to come with us. หล่อนตกลงที่จะไปกับเรา ** คำกริยาบางคำสามารถมีกรรมตามหลังก่อนได้แล้วค่อยตามด้วย Infinitive with to เช่น • The travel agency allowed us to change our booking. บริษัทท่องเที่ยวอนุญาตให้เราเปลี่ยนการจองได้ • Who taught the girl to dance? ใครสอนเด็กคนนั้นเต้น? • I warned him not to call me again. ฉันเตือนเขาไม่ให้โทรมาอีก


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 86 2. เป็นคำขยายคำนามหรือ คำคุณศัพท์ ซึ่งมักจะวางตามหลังนาหรือคุณศัพท์นั้น ๆ เช่น 2.1 ขยายนาม • We’ve got a problem to discuss. เรามีปัญหาที่ต้องปรึกษากัน • This is a pill to help you sleep. นี่เป็นยาที่จะช่วยให้คุณหลับ 2.2 ขยายคุณศัพท์ • I’m so glad to see you. ฉันดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอคุณ • Are you ready to begin? คุณพร้อมที่จะเริ่มเลยไหม? • I’m determined to get that job. ฉันมุ่งมั่นที่จะได้งานนั้น 3. ตามหลัง Wh-Question เพื่อแสดงการสอบถาม การแนะนำหรือรับทราบ เช่น • I don’t know what to do. ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง • Can you tell me how to get to the station? บอกหน่อยได้ไหมครับว่าจะไปสถานีได้ยังไง ชั่วโมงที่ 2 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอประโยค Infinitive with to จำนวน 2 - 3 ประโยคโดยออกมา เขียนประโยคบนกระดาน 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์ประโยคบนกระดาน 4.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักเรียน เพื่อให้เข้าใจรูปประโยคInfinitive with to มากขึ้น 4.4 นักเรียนช่วยกันทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Infinitive with to บน PowerPoint จำนวน 15 ข้อ Instructions : Fill in the blanks with the correct form of infinitive with to. 1. Do you wish…………………….……………(make) a complaint? 2. I expect…………………….……………(finish) this exercise. 3. They request Jack…………………….……………(see) them as soon as he has free times. 4. They want you…………………….……………(be) a soldier. 5. He ask me…………………….……………(go) to Bangkok with him. 6. Her friends explained how…………………….……………(travel) to Japan. 7. The children know when…………………….……………(go) to bed. 8. My mother told me what…………………….……………(buy) for my birthday’ s father. 9. You are…………………….……………(not communicate) with anyone.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 87 10. He is going…………………….……………(leave) the house in a few minutes. 11. He is just about…………………….……………(leave) the house. 12. It is difficult for her…………………….……………(understand) English. 13. The horse is hard for Tom…………………….……………(control). 14. It’s much better…………………….……………(go) to a hairdresser than…………………….……………(try) to save time by cutting your own hair. 15. It is easy…………………….……………(see) animals on the road in daylight but at night it is difficult…………………….……………(avoid) hitting them. Answer Key 1. to make 2. to finish 3. to see 4. to be 5. to go 6. to travel 7. to go 8. to buy 9. not to communicate 10. to leave 11. to leave 12. to understand 13. to control 14. to go / to try 15. to see / to avoid 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดจาก PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้อง ให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 5.2 นักเรียนและครูสรุปหลักการใช้Infinitive with to และยกตัวอย่างประโยคเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรื่องที่ 3 เรื่อง Infinitive without to จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. สร้างความสนใจ (Engage) 1.1 นักเรียนดูหัวข้อ Infinitive without to บน PowerPoint และช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ คำกริยาที่ไม่ตามด้วย to ว่าคือคำกริยาแบบใด พร้อมยกตัวอย่างคำกริยาและออกมาเขียนคำกริยาที่ช่วยกัน ยกตัวอย่างบนกระดาน 1.2 นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม Infinitive without to มีหน้าที่และใช้อย่างไร..? 2. สำรวจและค้นหา (Explore) 2.1 นักเรียนดูตัวอย่างประโยคบนกระดานดังนี้ (ประโยคบนกระดานมาจากคำศัพท์ที่นักเรียนช่วยกัน ยกตัวอย่าง) • Tom will go to London next week. • He saw his wife slap the child. • I can play the guitar. 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์โครงสร้างประโยคดังกล่าวว่ามีรูปแบบและลักษณะ การใช้อย่างไร โดยครูเปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 2.3 นักเรียนดูประโยคInfinitive with to และ Infinitive without to บน PowerPoint ดังนี้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 88 • In France, you have to drive on the right. • You can drive a car when you are 18. 2.4 นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างประโยค 2 ประโยค 2.5 นักเรียนศึกษาเรื่อง Infinitive without to จากแหล่งเรียนรู้ Internet พร้อมเขียนสรุปลงในสมุด 2.6 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง English lesson B1+/B2 - Infinitive without “to” (bare infinitive) จาก https://www.youtube.com/watch?v=TG6ZEJSrMyc 2.7 นักเรียนดูวิดีโอคลิปเรื่อง Infinitive without to จาก https://www.youtube.com/watch?v= Iyf6-i9Lces 3. อธิบาย (Explain) 3.1 นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่ได้จากการศึกษาเรื่อง Infinitive without to จากแหล่งเรียนรู้ Internet และจากการดูวิดีโอคลิปทั้ง 2 วิดีโอคลิป 3.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้Infinitive without to Infinitive without to ก็คือ คำกริยา (Verb1) ที่ไม่มี to นำหน้า โดยมีหลักการใช้ ดังนี้ 1. ใช้ Infinitive without to หลังกริยาช่วย (Modal auxiliary verbs) เช่น will, shall, should, can, may, must และ verb to do ตัวอย่างเช่น • She should talk to him first. เธอควรจะพูดคุยกับเขาก่อน • It may rain later in the evening. ฝนอาจจะตกภายหลังในตอนเย็น • I do admit that she was wrong. ผมยอมรับว่าเธอผิดจริง ๆ • I do hate him. ฉันเกลียดเขาจริง ๆ หมายเหตุ เราใช้ verb to do เพื่อเน้นย้ำคำกริยา หรือการกระทำให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น 2. ใช้ Infinitive without to หลังกริยาบางคำ เช่น like, let, make, see, know, watch, hear, feel, help ฯลฯ ในโครงสร้าง S + v + obj + infinitive without to ตัวอย่างเช่น • I saw her light the candle. ฉันเห็นคุณจุดเทียน • Jim watched them play. จิมดูพวกเขาเล่น • We heard her sing a song. เราได้ยินเธอร้องเพลง • She made me wait. เธอทำให้ผมรอ หมายเหตุ ถ้าเป็นโครงสร้าง Passive voice ต้องใช้ Infinitive with to เช่น • She was heard to sing a song. • I was made to wait.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 89 3. ใช้ Infinitive without to หลังคำเหล่านี้ rather than, had better, would rather, would sooner ตัวอย่างเช่น • You had better consult the doctor. คุณควรปรึกษาแพทย์ดีกว่า • I would rather go alone. ผมอยากไปคนเดียวมากกว่า 4. ใช้ Infinitive without to หลังคำเหล่านี้and, or, except, but, than, as, ตัวอย่างเช่น • My son does nothing but watch TV. ลูกชายของผมไม่ทำอะไรนอกจากดูทีวี • We had nothing to do except play cards. เราไม่มีอะไรทำนอกจากเล่นไพ่ 5. ใช้ Infinitive without to หลัง Why หรือ Why not ตัวอย่างเช่น • Why call when you send them an email? ทำไมต้องโทรเมื่อคุณส่งอีเมลถึงพวกเขา • Why not try it yourself? ทำไมไม่ลองด้วยตัวคุณเอง ชั่วโมงที่ 2 4. ขยายความรู้ (Elaborate) 4.1 นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอประโยค Infinitive without to จำนวน 2 - 3 ประโยคโดยออกมา เขียนประโยคบนกระดาน 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์ประโยคบนกระดาน 4.3 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมจากการนำเสนอของนักเรียน เพื่อให้เข้าใจรูปประโยคInfinitive without to มากขึ้น 4.4 นักเรียนช่วยกันทำแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ Infinitive without to บน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Fill in the blanks with the correct form of infinitive without to. 1. They made the child…………………….……………(drink) the milk. 2. Although I tried hard, I couldn’t…………………….……………(start) the car. 3. We really do…………………….……………(apologize) for the mistake. 4. You must…………………….……………(drive) on the left side of the road in Thailand. 5. You had better…………………….……………(do) it right now. 6. He let her…………………….……………(leave). 7. I dare…………………….……………(not ask) such a silly question. 8. I heard your phone…………………….……………(ring) last night. 9.Peter did everything…………………….……………(except) mow the grass. 10. You may…………………….……………(dance) as you please.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 90 Answer Key 1. drink 2. start 3. apologize 4. drive 5. do 6. leave 7. not ask 8. ring 9. except 10. dance 5. ประเมินผล (Evaluate) 5.1 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดจาก PowerPoint หากมีข้อใดที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้อง ให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น 5.2 นักเรียนและครูสรุปหลักการใช้Infinitive without to และยกตัวอย่างประโยคเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรื่องที่ 4 เรื่อง Gerund จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นทบทวนและปูพื้นฐานความรู้ (Warm up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องInfinitive with to และ Infinitive without to โดยช่วยกันแสดง ความคิดเห็นและอธิบายวิธีการใช้ 1.2 นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ซึ่งสมาชิกประกอบไปด้วย นักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน เพื่อเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับ Infinitive with to และ Infinitive without to โดยใช้วิธีการเก็บ คะแนนสะสมจากแต่ละเกม เมื่อจบเกมแล้วกลุ่มที่ได้คะแนนรวมมากที่สุดเป็นทีมชนะ ขั้นที่ 2 ขั้นนำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint ดังนี้ 2.2 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคดังกล่าวว่า Gerund คืออะไร โดยครูเปิดรับทุก คำตอบของนักเรียน 2.3 นักเรียนดูตัวอย่างประโยค Gerund บน PowerPoint พร้อมด้วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ โครงสร้างประโยค ตำแหน่งคำของ gerund ในประโยค ดังนี้ • Smoking causes lung cancer. • One of his duties is attending meetings. • We arrived in Madrid after driving all night. 2.4 นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องการใช้Gerund Gerund คือ คำกริยาเติม ing (V-ing) ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เรียกกันว่า กริยานาม ทำหน้าที่ เหมือนคำนาม สามารถอยู่ได้ทั้งหน้า กลาง และหลังของประโยค โดยมีหน้าที่ดังนี้ 1. Gerund ทำหน้าที่เป็นประธาน (Subject) ของประโยค เช่น Today we are talking about“gerund”.


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 91 • Eating vegetables and fruits is good for your health. การกินผักและผลไม้ดีต่อสุขภาพของคุณ • Getting a good job is not easy. การจะได้งานดี ๆ มันไม่ง่ายหรอกนะ • Fishing is fun. การตกปลาสนุกจัง 2. Gerund ทำหน้าที่เป็นกรรม (Object) ของประโยค แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 2.1 เป็นกรรมของกริยา transitive verb (vt) + gerund **transitive verb คือ กริยาที่ต้อง มีกรรมมารองรับ เช่น • He enjoys reading. เขาสนุกกับการอ่านหนังสือ • Tom avoided talking to his boss. ทอมหลีกเลี่ยงการคุยกับหัวหน้าของเขา • I just can’t stop loving you. ฉันไม่สามารถหยุด (การ) รักคุณได้ 2.2. Gerund เป็นกรรมของบุพบท (Prepositions) ตามกฎแล้วคำที่ตามหลังคำบุพบทต้อง เป็นคำนาม แต่ถ้าจะตามด้วยคำกริยาต้องเป็น Gerund เช่น • Tom is good at playing football. ทอมเก่งในการเล่นฟุตบอล • You can improve your English by using the internet. คุณสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณได้โดยการใช้อินเทอร์เน็ต • We are looking forward to going to Italy. เรากำลังตั้งตารอที่จะไปอิตาลี *** คำกริยาวลี (Phrasal Verbs) บางคำที่ประกอบด้วยคำว่า “to” ที่เป็นคำบุพบท เช่น look forward to (ตั้งตารอ), take to (นำไปยัง), accustomed to (คุ้นเคย, เคยชิน), get around to (ได้ทำ, ทำเสร็จ) และ used to (เคยชิน) ดังนั้นต้องจำไว้ว่า “to” ในกริยาวลีเหล่านี้เป็นคำบุพบท ต้องตามด้วย Gerund 3. Gerund เป็นส่วนเติมเต็มของประโยค (Complement) มักตามหลัง Verb to be เช่น • The knowledge is learning something every day. ความรู้คือการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทุกวัน • The hardest thing about learning English is understanding the gerund. สิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษก็คือความเข้าใจเรื่องกริยานามนี่แหละ 4. ใช้ Gerund ตามหลังคำคุณศัพท์บางคำ เช่น afraid of (กลัว), fond of (ชอบที่จะ), interested in (สนใจใน), proud of (ภูมิใจกับ), busy (ยุ่ง) เป็นต้น เช่น • They are afraid of losing the match. พวกเขากลัวแพ้การแข่งขัน


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 92 ขั้นที่ 3 ขั้นฝึกฝนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์ (Practice) 3.1 นักเรียนช่วยกันตอบแบบฝึกหัดบน PowerPoint จำนวน 10 ข้อ Instructions : Complete the following sentences with the words in parentheses. 1. …………………….……………(smoke) cigarettes is not permitted in the restaurant.. 2. Ian has received ten job offers since…………………….……………(graduate) college. 3. I never gave…………………….……………(read) for fun enough of a chance 4. She made…………………….……………(run) in the morning her routine 5. The dog’s worst habit is…………………….……………(bark) at the door. 6. My least favorite sport is…………………….……………(jog) on the track. 7. The girls were…………………….……………(play) with cars. 8. I enjoy…………………….……………(shop) with friends. 9. Mrs. Taylor gave…………………….……………(paint) landscapes a try. 10. We got in trouble for…………………….……………(chat) during the test. Answer Key 1. Smoking 2. graduating 3. reading 4. running 5. barking 6. jogging 7. playing 8. shopping 9. painting 10. chatting ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production) 4.1 นักเรียนทำแบบฝึกหัด Gerund ในเอกสารประกอบการเรียน 4.2 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัด Gerund ในเอกสารประกอบการเรียน หากมีข้อใดที่ นักเรียนยังตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครูผู้สอนอธิบายคำตอบให้นักเรียนฟังเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปความรู้ที่ได้รับจากกระบวน การเรียนรู้ (Wrap up) 5.1 นักเรียนช่วยกันสรุปความรู้เรื่อง Gerund พร้อมทั้งช่วยกันยกตัวอย่างประโยคจำนวน 5 ประโยค เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของนักเรียน เรื่องที่ 5 เรื่อง Verb followed by infinitive or gerund จำนวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 3Ps) กิจกรรมการเรียนรู้(Active Learning) ชั่วโมงที่ 1 1. ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน (Warm-up) 1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องInfinitive and gerund โดยช่วยกันแสดงความคิดเห็นและอธิบาย วิธีการใช้ 1.2 นักเรียนดูหัวข้อ Verb followed by infinitive or gerund บน PowerPoint 1.3 นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Verb followed by infinitive or gerund โดยครู เปิดรับทุกคำตอบของนักเรียน 2. ขั้นการนำเสนอ (Presentation) 2.1 นักเรียนดูตัวอย่างประโยค Verb followed by infinitive or gerund บน PowerPoint ดังนี้


หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 (อ23122) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน้า 93 2.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยคดังกล่าวทั้ง 2 ประโยคว่ามีความเหมือนและ แตกต่างกันอย่างไร 2.3 นักเรียนดูฟังครูอธิบายเกี่ยวกับ Verb followed by infinitive or gerund ดังนี้ คำกริยาบางคำสามารถใช้ทั้งกับ gerund และ infinitive โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่มี ความหมายเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันเมื่อตามด้วย gerund และ infinitive กับอีกกลุ่มหนึ่งคือ เมื่อตามด้วย gerund จะมีอีกความหมายนึง และตามด้วย infinitive จะมีอีกความหมายนึง 1. forget Infinitive : forget to do something หมายถึง ลืมว่าจะทำอะไร Gerund : forget doing something หมายถึง ลืมว่าได้ทำบางอย่างไปแล้ว • I forgot to do dishes. ฉันลืมล้างจาน • I forgot doing dishes. ฉันลืมว่าล้างจานไปแล้ว 2. remember Infinitive : remember to do หมายถึง จำว่าจะทำอะไร Gerund : remember doing something หมายถึง จำได้ว่าได้ทำบางอย่างไปแล้ว • I remember to send email to him. ฉันจำได้ว่าจะส่งเมล์หาเขา • I remember sending this email. ฉันจำได้ว่าส่งเมล์นี้ไปแล้ว 3. regret Infinitive : regret to do something หมายถึง เสียใจที่จะต้องทำบางอย่าง (เสียใจที่ต้อง บอกข่าวร้าย) Gerund : regret doing something หมายถึง เสียใจที่ทำบางสิ่งไปแล้ว • I regret to inform you that we will not be able to accept your offer. ฉันเสียใจที่ต้องแจ้งคุณว่าพวกเราไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของคุณได้ • I regret telling a lie. ฉันเสียใจที่พูดโกหก 4. try Infinitive : try to do something หมายถึง พยายามทำอะไรบางอย่าง Gerund : try doing something หมายถึง ลองทำอะไรบางอย่างแล้ว


Click to View FlipBook Version