The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนวิชาชีววิทยา
เรื่อง ระบบนิเวศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อการสอนร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dew.wilawan1999, 2023-07-03 22:46:44

รายงานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบนิเวศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อการสอนร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry)

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนวิชาชีววิทยา
เรื่อง ระบบนิเวศ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อการสอนร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry)

รายงานüิทยานิพนธ์ ชื่อเรื่องüิทยานิพนธ์ ชื่อ – นามÿกุล นิÿิต รĀัÿประจ าตัü Āลักÿูตร ÿาขาüิชา อาจารย์ที่ปรึกþาüิทยานิพนธ์ ปีการýึกþา การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติ ต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้การ จัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) นางÿาüüิลาüรรณ์ พรรณา 61413403 การýึกþาบัณฑิต (Āลักÿูตร 5 ปี) ชีüüิทยา ผý.ดร.ช านาญ ปาณาüงþ์ 2565


ข การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของ นักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) üิลาüรรณ์ พรรณา üิทยานิพนธ์เÿนอคณะýึกþาýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยนเรýüร เพื่อเป็นÿ่üนĀนึ่งของการýึกþา Āลักÿูตรปริญญาการýึกþาบัณฑิต ÿาขาüิชา ÿาขาüิชาชีüüิทยา (Āลักÿูตร 5 ปี) มีนาคม 2566 ลิขÿิทธิ์เป็นของคณะýึกþาýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยนเรýüร ·


ค üิทยานิพนธ์ เรื่อง “การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping)” ของ นางÿาüüิลาüรรณ์ พรรณา ได้รับการพิจารณาใĀ้นับเป็นÿ่üนĀนึ่งของการýึกþาตามĀลักÿูตร Āลักÿูตรปริญญาการýึกþาบัณฑิต ÿาขาüิชาชีüüิทยา (Āลักÿูตร 5 ปี) ……………………………….........………...........................…อาจารย์ที่ปรึกþาüิทยานิพนธ์ ( ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ ดร.ช านาญ ปาณาüงþ์ ) ·


ง กิตติกรรมประกาý รายงานüิจัยในชั้นเรียน เรื่อง “การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping)” ÿ าเร็จได้ด้üย คüามอนุเคราะĀ์ของ ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ ดร.ช านาญ ปาณาüงþ์ ต าแĀน่ง รองคณบดีฝ่ายüิชาการ คณะýึกþาýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยนเรýüร อาจารย์ที่ปรึกþาüิจัยที่ช่üยตรüจÿอบ แก้ไขข้อบกพร่อง และ ใĀ้ค าแนะน าด้üยคüามเอาใจใÿ่ พร้อมทั้งใĀ้การÿนับÿนุนต่าง ๆ และใĀ้ก าลังใจในการท าüิจัยมาโดย ตลด ผู้üิจัยใคร่ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างÿูงไü้ ณ โอกาÿนี้ ขอขอบพระคุณ ผู้เชี่ยüชาญทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ คุณครูüัชรินทร์ ท่านมุข คุณครูรุ่ง พันธ์ÿะโม คุณครูกรüรานนท์ บุญโตนด ครูกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนÿากเĀล็ก üิทยา เป็นผู้ทรงคุณüุฒิที่ใĀ้คüามกรุณาเป็นผู้เชี่ยüชาญในการตรüจÿอบ แก้ไขเครื่องมือในการüิจัยใĀ้ ถูกต้องÿมบูรณ์ พร้อมทั้งใĀ้ค าแนะน าแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ÿ่งผลใĀ้รายงานüิจัยในชั้นเรียนบับนี้ ถูกต้องและÿมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอขอบพระคุณ นายรุ่ง พันธ์ÿะโม ครูพี่เลี้ยงในการฝึกประÿบการณ์üิชาชีพ ครู ที่ใĀ้ค าแนะน าแนüทางในการจัดการเรียนรู้และการแก้ปัญĀาในการจัดการเรียนการÿอนอย่าง ใกล้ชิดเÿมอมา ตลอดทั้งขอขอบคุณคณะครูโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ที่คอยใĀ้ค าปรึกþาแนะน าเป็น อย่างดีมาโดยตลอด ขอขอบพระคุณ ดร.นิกูล ทองĀน้าýาล ผู้อ านüยการÿถานýึกþา คณะครู และ นักเรียนโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ต าบลÿากเĀล็ก อ าเภอÿากเĀล็ก จังĀüัดพิจิตร ที่ใĀ้คüามร่üมมือใน การเก็บรüบรüมข้อมูลüิจัยที่ใช้ในการท ารายงานüิจัยในครั้งนี้เป็นอย่างดี ตลอดทั้งขอขอบพระคุณ นักýึกþาร ่üมรุ ่น ÿมาชิกในครอบครัüทุกคน และผู้มีพระคุณที ่มีÿ ่üนเกี ่ยüข้องทุกท ่านที ่คอยเป็น ก าลังใจและใĀ้การÿนับÿนุนการท าüิจัยครั้งนี้ จนประÿบคüามÿ าเร็จด้üยดี คุณค ่าและคุณประโยชน์อันพึงจะมีจากüิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้üิจัยขอมอบและอุทิýแด ่ผู้มี พระคุณทุกๆ ท่าน ผู้üิจัยĀüังเป็นอย่างยิ่งü่า งานüิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงคุณภาพน ้าของ ระบบประปาในประเทýและผู้ที่ÿนใจบ้างไม่มากก็น้อย üิลาüรรณ์ พรรณา ผู้üิจัย &


จ ชื่อเรื่อง การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนüิชา ชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้ การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) ผู้üิจัย นางÿาüüิลาüรรณ์ พรรณา อาจารย์ที่ปรึกþา ผู้ช่üยýาÿตราจารย์ ดร.ช านาญ ปาณาüงþ์ ประเภทÿารนิพนธ์ üิทยานิพนธ์ กý.บ. ÿาขาüิชาชีüüิทยา, มĀาüิทยาลัยนเรýüร, 2566 ค าÿ าคัญ การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry)/การ จัดการเรียนรู้ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping)/ ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา/เจตคติต่อüิชาชีüüิทยา บทคัดย่อ การüิจัยครั้งนี้มีüัตถุประÿงค์เพื่อการýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) กลุ่มตัüอย่างที่ ใช้ในการýึกþาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 แผนการเรียนüิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์ คละคüามÿามารถที่เรียนในรายüิชาชีüüิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 จ านüน 1 Ā้องเรียน จ านüนนักเรียน 30 คน ซึ่งได้จากการÿุ่มแบบเจาะจงĀ้องเรียน เครื่องมือที ่ใช้ในการüิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý แบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบ นิเüý แบบüัดเจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา üิเคราะĀ์ข้อมูลโดยเปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยาก่อนเรียนและĀลังเรียนของนักเรียนโดยใช้การทดÿอบค่าที (t-test) แบบ Paired sample test ที่ระดับนัยÿ าคัญทางÿถิติที่ระดับ .05 และใช้ค ่าคüามก้าüĀน้าทางการเรียน (normalized gain) (ทดÿอบÿมมติฐานข้อที่ 1)เปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนĀลังเรียนกับ เกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม โดยใช้การทดÿอบค่าที (t-test) แบบ One-sample test ระดับ นัยÿ าคัญทางÿถิติที่ระดับ .05 (ทดÿอบÿมมติฐานข้อที่ 2) และเปรียบเทียบเจตคติต่อüิชาชีüüิทยาของ


ฉ นักเรียนĀลังเรียน เทียบกับเกณฑ์คุณภาพระดับดี โดยใช้การทดÿอบค่าที (t-test) แบบ One-sample test ที่ระดับนัยÿ าคัญทางÿถิติที่ระดับ .05 และใช้ค่าเฉลี่ย (ทดÿอบÿมมติฐานข้อที่ 3) ผลการüิจัย พบü่า 1.นักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนการÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) มีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชา ชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý Āลังเรียนÿูงกü่าก่อนเรียน อย่างมีนัยÿ าคัญทางÿถิติที่ระดับ .05 2.นักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนการÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) มีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชา ชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý Āลังเรียนÿูงกü่าเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยÿ าคัญทาง ÿถิติที่ระดับ .05 3.นักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนการÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) มีเจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý Āลังเรียนอยู่ในเกณฑ์ตามที่ก าĀนด คือ ระดับคุณภาพอยู่ที่ ระดับดี


ช ÿารบัญ Āน้า บทคัดย่อ............................................................................................................................. ................. จ ÿารบัญ........................................................................................................ ........................................ ช ÿารบัญตาราง................................................................................................................................... ... ฌ ÿารบัญรูปภาพ................................................................................................................................ .... ฏ บทที่ 1 บทนำ คüามเป็นมาและคüามÿำคัญของปัญĀา.............……….........…………….......……........….. 1 üัตถุประÿงค์ของการüิจัย……………………….........…………….........................……….....….. 8 ÿมมติฐานการüิจัย……………………….........……………....…................................…….....…. 8 ขอบเขตของการüิจัย……………………….........…………….......….........................……....…… 9 ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับจากการüิจัย……………………….........……………....….........…... 11 กรอบแนüคิดในการüิจัย……………………….........………….......................…....………....…... 12 คำนิยามýัพท์เฉพาะ……………………….........…………….................................………....…... 13 2 เอกÿารและงานüิจัยที่เกี่ยüข้อง........................................................................................... 15 Āลักÿูตรüิทยาýาÿตร์ ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน.…...........………….. 17 เนื้อĀาüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý……………………….........……………...…........……….. 42 การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry)…………….………….......... 48 การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังคüามคิด (Mind Mapping)………………………........... 62 เจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา……………………….........……………...…….........…….......... 75 ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน……………………….........……………....…….......................….......... 84 แผนการจัดการเรียนรู้……………………….........……………...........................………............. 96 งานüิจัยที่เกี่ยüข้อง……………….........……………...........................……….......................... 98


ซ ÿารบัญ (ต่อ) บทที่ Āน้า 3 การดำเนินการüิจัย............................................................................................................ 103 ประชากรและกลุ่มตัüอย่าง……………………….........………….……..................……........… 103 รูปแบบการüิจัย……………………….........…………….......………..…………….......…….......… 104 เครื่องมือที่ใช้ในการüิจัย……………………….........……………....…...…..……………..........… 105 การÿร้างและการตรüจÿอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการüิจัย………………...............… 105 üิธีดำเนินการทดลองและเก็บรüบรüมข้อมูล………………................…….......….......…… 118 การüิเคราะĀ์ข้อมูล.………………………..................................……………....…..............… 119 ÿถิติที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้อมูล….............................................................................… 119 4 ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล…………………......…………………………………….….........................…… 127 ÿัญลักþณ์ที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้อมูล……………………….........……………..……......……… 127 การเÿนอผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล……………………….........…………….........……….......…… 128 ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล……………………….........………....................……....…….......……… 128 5 ÿรุปและอภิปรายผลการทดลอง....................................................................................... 132 ÿรุปผลการüิจัย……………………....……………..........................................…….….....……. 133 อภิปรายผลการüิจัย……………………………....………….......................……...….………...... 133 ข้อเÿนอแนะ……………………………………....………….........................………....………....... 139 บรรณานุกรม.................................................................................................................................... 141 ภาคผนüก………………………....………................................……………………………….………………............ 148 ภาคผนüก ก..........................……………………………….………………………………………..... 149 ภาคผนüก ข..................…………………………........…….………………………………………..... 151 ภาคผนüก ค..................……………………………….........………………………………………..... 193 ภาคผนüก ง..................……………………………….........………………………………………...... 215 ประüัติผู้üิจัย…………………………………………………………...............................……………....................... 219


ฌ ÿารบัญตาราง ตารางที่ Āน้า 1 แÿดงโครงÿร้างรายüิชาชีüüิทยาเพิ่มเติม 6 รĀัÿüิชา ü30246..........……….........…...………… 34 2 แÿดงĀน่üยการเรียนรู้รายüิชาชีüüิทยาเพิ่มเติม 6 รĀัÿüิชา ü30246....…….........………….... 43 3 แÿดงÿาระการเรียนรู้และจุดประÿงค์การเรียนรู้รายüิชาชีüüิทยา..................…….…………... 43 4 แÿดงเปรียบเทียบคüามแตกต่างระĀü่างüัฏจักรการเรียนรู้5ขั้น (5E) และüัฏจักรการ เรียนรู้ 7ขั้น (7E)………………………………………………………………………………....….........…….... 58 5 แÿดงบทบาทครูและนักเรียนในการเรียนการÿอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการÿอนแบบüัฏ จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E)…………………………….…………………………………….......……….......... 59 6 แÿดงแบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design……....….............. 104 7 แÿดงการüิเคราะĀ์ผลการเรียนรู้ ÿาระการเรียนรู้และะจุดประÿงค์การเรียนร üิทยาýาÿตร์เพิ่มเติม ÿาระชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý…………........…………....……...….......... 106 8 แÿดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลÿัมฤทธิ์ก่อนเรียนและĀลังเรียน ของนักเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ได้รับการจัดการเรียนการÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping)……………………….........….......... 128 9 แÿดงารเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนผลÿัมฤทธิ์Āลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþา ปีที่ 6 ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิค แผนผังคüามคิด (Mind Mapping) กับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม…....…….............. 130 10 แÿดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนเจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบ นิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 Āลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀา คüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) เทียบกับ เกณฑ์คุณภาพระดับดี.......................................……………………………………....……...….......... 131 11 แÿดงการüิเคราะĀ์Āาดัชนีคüามÿอดคล้องระĀü่างองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ üิชาชีüüิทยา 6 เรื่อง ระบบนิเüý.......................……………………………………....……...….......... 194 12 แÿดงการüิเคราะĀ์Āาค่าดัชนีคüามÿอดคล้องระĀü่างข้อÿอบกับจุดประÿงค์การเรียนรู้ ของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน (IOC)………….……………………....……...….......... 199 13 แÿดงแÿดงค่าคüามยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนรู้ üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý..……………………………………....……...….......... 201


ญ ÿารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ Āน้า 14 แÿดงค่า p ค่า q และค่า pq ของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý................................................................................................................... 202 15 แÿดงแÿดงค่าคüามยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนรู้ üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý จำนüน 20 ข้อ…...…………....……...….......... 203 14 แÿดงค่า p ค่า q และค่า pq ของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ üิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý จำนüน 20 ข้อ.......................……………………………………....……...….......... 204 15 แÿดงการüิเคราะĀ์Āาค่าดัชนีคüามÿอดคล้องระĀü่างข้อÿอบกับจุดประÿงค์การเรียนรู้ (IOC) ของแบบÿอบถามüัดเจตคติต่อüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý (จำüนน 20 ข้อ)...….. 205 14 แÿดงแÿดงค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าคüามเชื่อมัน(Reliability) ของแบบüัดเจตคติต่อ üิชา ชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý…………................................................................................ 206 15 แÿดงคะแนนผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา ที่ได้จากการทดÿอบก่อนเรียน และ Āลังเรียนที่เรียนด้üยการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับ เทคนิคแผนผัง คüามคิด (Mind Mapping)………………................…....……...…...................... 207 14 แÿดงการคํานüณĀาค่าที (t-test) แบบ One-sample test ของคะแนนผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนüิชา ชีüüิทยา ก่อนเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 (กลุ่มตัüอย่างที่ใช้ ในการýึกþา)…………………….................................................………………....…….......….......... 209 15 แÿดงการคํานüณĀาค่าที (t-test) แบบ One-sample test ของคะแนนผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนüิชา ชีüüิทยา Āลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 (กลุ่มตัüอย่างที่ใช้ ในการýึกþา)…………………….................................................………………....…….......….......... 210 16 แÿดงการคํานüณĀาค่าที (t-test) แบบ Paired sample test ของคะแนนผลÿัมฤทธิ ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ก่อนเรียนและĀลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมýึกþาปีที่ 6…………………………................................................................................. ... 211 17 แÿดงการคํานüณĀาค่าที (t-test) แบบ One-sample test ของคะแนนผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนüิชา ชีüüิทยาĀลังเรียน กับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม……………………. 212


ฎ ÿารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ Āน้า 18 แÿดงแÿดงคะแนนเฉลี่ยเจตคติต่อüิชาชีüüิทยา Āลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) เทียบกับเกณฑ์ คุณภาพระดับดี........................……………………………………....……...….......... 213 19 แÿดงการคํานüณĀาค่า t-test ของคะแนนเจตคติต่อüิชาชีüüิทยาĀลังเรียน เทียบกับ เกณฑ์คุณภาพระดับดี......………..........................................……………………....……...….......... 214


ฏ ÿารบัญภาพ ภาพที่ Āน้า 1 แÿดงüงจรการเรียนรู้ของ Karplus (1967; cited in Lawson, 1995, 138)……………....... 51 2 แÿดงüงจรการเรียนรู้ของ Martin และคณะ (1994, 193)…………………………………............ 52 3 แÿดงüงจรการเรียนรู้แบบ 5E ของ BSCS (ÿÿüท., 2548, 6)…………………………………........ 53 4 แÿดงการขยายüัฏจักรการเรียนรู้ 5 ข้นั เป็น 7 ข้นั (Eisenkraft, 2003)…….......…………….. 54 5 แÿดงตัüอย่างแผนผังคüามคิด……………….......................……………………....……………........... 63 6 แÿดงÿมองซีกซ้ายและซีกขüาและĀน้าที่ที่เกี่ยüข้อง……………………………………....……......... 64 7 แÿดงแÿดงตัüอย่างแผนผังคüามคิด……………………………………....…………............................ 69 8 แÿดงMonthly Presentation to Board ………………………………...........……....…………...... 71 9 แÿดงเขียนประเด็นรองที่เกี่ยüข้อง……………………………….........................……....………........ 71 10 แÿดงเขียนประเด็นที่เกี่ยüข้องในประเด็นรองแต่ละประเด็น…………………………………......... 71 11 แÿดงใÿ่รายละเอียด และข้อมูลปลีกย่อย ในแต่ละเÿ้น………………………...................……..... 72 12 แÿดงคüามÿัมพันธ์ขององค์ประกอบเจตคติ......................................................................... 79 13 แÿดงแบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design……………………... 105 14 แÿดงการกำĀนดขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) เรื่อง ระบบนิเüý……………………………… 109 15 แÿดงขั้นตอนการÿร้างแผนการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) เรื่อง ระบบนิเüý………………………......... 112 16 แÿดงขั้นตอนการÿร้างแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน……………...………….............. 115 17 แÿดงแผนผังคüามคิดการÿร้างแผนการจัดการเรียนรู้………………........…....………….............. 152


บทที่ 1 บทนำ คüามเป็นมาและคüามÿำคัญของปัญĀา ในÿถานการณ์ปัจจุบันของÿังคมไทย การเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรüดเร็ü ไม่ü่าจะ เป็นคüามก้าüĀน้าด้านเทคโนโลยี การÿื่อÿารการคมนาคม การรับÿ่งข้อมูลและüิทยาการต่างๆ การ แพร่ขยายของüัฒนธรรมข้ามชาติ รüมถึงการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทางเýรþฐกิจ และการค้าระดับ โลกในระบบการค้าเÿรี จากการที่ประเทýพัฒนาปัจจัยพื้นฐานด้านต่างๆ ไม่ทันต่อÿถานการณ์ดังกล่าü ทำใĀ้ÿังคมไทยต้องĀันมาทบทüนการจัดการýึกþากันใĀม่ เพื่อใĀ้การýึกþาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา เýรþฐกิจ ÿังคมและการเมืองของประเทýอย่างแท้จริง ÿามารถนำพาชาติบ้านเมืองใĀ้รอดพ้นจาก üิกฤตการณ์ไปÿู่คüามเจริญก้าüĀน้าต่อไป (üัฒนาพร ระงับทุกข์, 2541) üิทยาýาÿตร์มีบทบาทที่ÿำคัญเป็นอย่างมากในÿังคมโลกปัจจุบัน üิทยาýาÿตร์เกี่ยüข้องกับ ชีüิตของทุกคนทั้งในการดำรงชีüิตประจำüันและในงานอาชีพต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจน ผลผลิตต่าง ๆ เพื่อใช้อำนüยคüามÿะดüกในชีüิตและการทำงาน ล้üนเป็นผลของคüามรู้üิทยาýาÿตร์ ผÿมผÿานกับคüามคิดÿร้างÿรรค์และýาÿตร์อื่น ๆ คüามรู้üิทยาýาÿตร์ช่üยใĀ้เกิดการพัฒนา เทคโนโลยีอย่างมาก พร้อมกันนั้นเทคโนโลยีก็มีÿ่üนÿำคัญมากที่จะใĀ้การýึกþาค้นคü้าคüามรู้ทาง üิทยาýาÿตร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่Āยุดยั้งนอกจากนี้üิทยาýาÿตร์ยังช่üยพัฒนาüิธีการคิดของมนุþย์ ทั้งการ คิดเป็นเĀตุเป็นผล คิดüิเคราะĀ์ คิดÿร้างÿรรค์ช่üยใĀ้มนุþย์มีทักþะÿำคัญในการค้นคü้าĀาคüามรู้มี คüามÿามารถในการแก้ปัญĀาอย่างเป็นระบบ ÿามารถตัดÿินใจโดยใช้ข้อมูลĀลากĀลายและประจักþ์ พยานที่ตรüจÿอบได้ üิทยาýาÿตร์เป็นüัฒนธรรมของโลกÿมัยใĀม่ ซึ่งเป็นÿังคมแĀ่งคüามรู้ (Knowledge based society) ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาใĀ้รู้üิทยาýาÿตร์ เพื่อที่จะมี คüามรู้คüามเข้าใจโลกธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุþย์ÿร้างÿรรค์ขึ้น และนำคüามรู้ไปใช้อย่างมี เĀตุผล ÿร้างÿรรค์มีคุณธรรม คüามรู้ทางüิทยาýาÿตร์ไม่เพียงแต่นำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีüิตใĀ้ ดีขึ้นแต่ยังช่üยใĀ้คนมีคüามรู้คüามเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยüกับการใช้ประโยชน์การดูแลรักþา ตลอดจน การพัฒนาÿิ่งแüดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างÿมดุลและยั่งยืน และที่ÿำคัญยิ่ง คือ คüามรู้ üิทยาýาÿตร์ช่üยเพิ่มขีดคüามÿามารถในการพัฒนาเýรþฐกิจ ÿามารถแข่งขันกับนานาประเทýและ ดำเนินชีüิตร่üมกันในÿังคมโลกได้อย่างมีคüามÿุข (กระทรüงýึกþาธิการ, 2560) การจัดการýึกþาตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 กำĀนดใĀ้มี การüัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับÿถานýึกþา ระดับ เขตพื้นที่การýึกþา และระดับชาติ ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อÿถานýึกþาใน


2 การตรüจÿอบทบทüนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระคüามรับผิดชอบของÿถานýึกþาที่จะต้อง จัดระบบดูแลช่üยเĀลือ ปรับปรุงแก้ไข ÿ่งเÿริมÿนับÿนุนเพื่อใĀ้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามýักยภาพบน พื้นฐาน คüามแตกต่างระĀü่างบุคคลที่จำแนกตามÿภาพปัญĀาและคüามต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียน ทั่üไป กลุ่มผู้เรียนที่มีคüามÿามารถพิเýþ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนต่าง กลุ่มผู้เรียนที่มี ปัญĀาด้านüินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเÿธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญĀาทางเýรþฐกิจและ ÿังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและÿติปัญญา เป็นต้น การüัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตาม คüามมุ่งĀมายของĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 อยู่บนĀลักการพื้นฐาน ÿองประการ คือ 1) เพื่อพัฒนาผู้เรียน และ 2) เพื่อตัดÿินผลการเรียนรู้ โดยการüัดและประเมินผล ทางการýึกþามีประโยชน์Āลายประการโดยเฉพาะทางด้านการบริĀาร ด้าน การจัดการเรียนการÿอน ด้านการทดÿอบและการตัดเกรด ด้านการแนะแนüและการใĀ้คำปรึกþา และĀากพิจารณาถึงนโยบาย ระดับประเทýที่มีคüามเกี่ยüข้องกับการüัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้น พระราชบัญญัติ การýึกþาแĀ่งชาติ พ.ý. 2542 Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 ÿถาบัน ทดÿอบทางการýึกþาแĀ่งชาติ (องค์การมĀาชน) และÿำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ การýึกþาได้ใĀ้คüามÿำคัญและระบุถึงการüัดและประเมินผู้เรียนแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ ระดับชาติจนถึงระดับชั้นเรียน และทำการประเมินในองค์ประกอบที่แตกต่างกัน และเป็นข้อกำĀนด และข้อบังคับที่ÿถานýึกþาต้องปฏิบัติตามเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนใĀ้เต็มตามýักยภาพ (กระทรüงýึกþาธิการ, 2551 : 2) จากตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 ได้กำĀนดÿาระการ เรียนรู้ออกเป็น 4 ÿาระ ได้แก่ ÿาระที่ 1 üิทยาýาÿตร์ชีüภาพ ÿาระที่ 2 üิทยาýาÿตร์กายภาพÿาระที่ 3 üิทยาýาÿตร์โลก และอüกาý และÿาระที่ 4 เทคโนโลยี มีÿาระเพิ่มเติม 4 ÿาระ ได้แก่ ÿาระชีüüิทยา ÿาระเคมี ÿาระฟิÿิกÿ์ และÿาระโลกดาราýาÿตร์และอüกาý ซึ่งองค์ประกอบของĀลักÿูตร ทั้งในด้าน ของเนื้อĀา การจัดการเรียนการÿอน และการüัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น มีคüามÿำคัญอย่างยิ่ง ในการüางรากฐานการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ใĀ้มีคüามต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ÿำĀรับกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ได้ กำĀนดตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อใĀ้ÿามารถนำ คüามรู้นี้ไปใช้ในการดำรงชีüิตĀรือýึกþาต่อในüิชาชีพที่ต้องใช้üิทยาýาÿตร์ได้โดยจัดเรียงลำดับคüาม ยากง่ายของเนื้อĀาแต่ละÿาระในแต่ละระดับชั้นใĀ้มีการเชื่อมโยงคüามรู้กับกระบüนการเรียนรู้และ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียนพัฒนาคüามคิด ทั้งคüามคิดเป็นเĀตุเป็นผล คิดÿร้างÿรรค์ คิดüิเคราะĀ์üิจารณ์ มีทักþะที่ÿำคัญทั้งทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์และทักþะในýตüรรþที่ 21 ในการค้นคü้าและÿร้างองค์คüามรู้ด้üยกระบüนการÿืบเÿาะĀาคüามรู้ÿามารถแก้ปัญĀาอย่างเป็น


3 ระบบ ÿามารถตัดÿินใจ โดยใช้ข้อมูลĀลากĀลายและประจักþ์พยานที่ตรüจÿอบได้ในการเรียนการ ÿอนüิทยาýาÿตร์มุ่งเน้นใĀ้ผู้เรียนได้ค้นพบคüามรู้ด้üยตนเองมากที่ÿุด เพื่อใĀ้ได้ทั้งกระบüนการและ คüามรู้จากüิธีการÿังเกต การÿำรüจตรüจÿอบ การทดลอง แล้üนำผลที่ได้มาจัดระบบเป็นĀลักการ แนüคิด และองค์คüามรู้ มุ่งĀüังใĀ้ผู้เรียนได้เรียนรู้üิทยาýาÿตร์ ที่เน้นการเชื่อมโยงคüามรู้กับ กระบüนการ มีทักþะÿำคัญในการค้นคü้าและÿร้างองค์คüามรู้ โดยใช้กระบüนการในการÿืบเÿาะĀา คüามรู้และแก้ปัญĀาที่ĀลากĀลาย ใĀ้ผู้เรียนมีÿ่üนร่üมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำกิจกรรมด้üย การลงมือปฏิบัติจริงอย่างĀลากĀลาย เĀมาะÿมกับระดับชั้น (ÿÿüท.,2560) üิชาชีüüิทยา เป็นüิทยาýาÿตร์แขนงĀนึ่งที่ýึกþาเกี่ยüกับÿิ่งมีชีüิตในÿิ่งแüดล้อมĀน่üยพื้นฐาน ของÿิ่งมีชีüิต โครงÿร้างและĀน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของÿิ่งมีชีüิต การดำรงชีüิตของมนุþย์ และÿัตü์ การดำรงชีüิตของพืช พันธุกรรม üิüัฒนาการและคüามĀลากĀลายของÿิ่งมีชีüิตและเทคโนโลยีชีüภาพ นอกจากนี้ยังýึกþาเกี่ยüกับ ÿิ่งมีชีüิตที่ĀลากĀลายรอบตัü คüามÿัมพันธ์ระĀü่างÿิ่งมีชีüิตและ ÿิ่งแüดล้อม คüามÿัมพันธ์ของÿิ่งมีชีüิตต่าง ๆ ที่อยู่ในระบบนิเüý คüามÿำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ในระดับท้องถิ่น ประเทý และโลก รüมถึงปัจจัยที่มีผลต่อ การอยู่รอดของÿิ่งมีชีüิตในÿภาพแüดล้อมต่าง ๆ จากการýึกþาĀลักÿูตรÿถานýึกþาของโรงเรียนÿาก เĀล็กüิทยา พุทธýักราช 2561 (ฉบับปรับปรุง พุทธýักราช 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþา ขั้นเพื่อนฐาน พุทธýักราช 2551 มีคüามÿำคัญในการพัฒนาผู้เรียนใĀ้มีคุณภาพตามมาตรฐานการ เรียนรู้ ตัüชี้üัด และคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ตามที่กำĀนดไü้ เป็นแนüทางใĀ้ผู้บริĀารÿถานýึกþา ครู อาจารย์ ตลอดจนผู้เกี่ยüข้องกับการจัดการýึกþาของÿถานýึกþา ในการจัดมüลประÿบการณ์ใĀ้แก่ ผู้เรียนได้พัฒนาใĀ้บรรลุถึงคุณภาพตามมาตรฐานในการพัฒนาเยาüชนของชาติ นอกเĀนือจากการใช้ เป็นแนüทาง Āรือข้อกำĀนดในการจัดการýึกþาของÿถานýึกþาใĀ้บรรลุตามจุดĀมายของการจัด การýึกþาแล้ü ĀลักÿูตรโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยาพุทธýักราช 2561 (ฉบับปรับปรุง พุทธýักราช 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 ที่พัฒนาขึ้นยังเป็นĀลักÿูตรที่มี จุดมุ่งĀมายใĀ้ครอบครัü ชุมชน องค์กรในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่üมจัดการýึกþาของ ÿถานýึกþา โดยมีแนüทางÿำคัญที่ÿถานýึกþากำĀนดไü้ในĀลักÿูตรโรงเรียน ดังนี้ 1. ĀลักÿูตรโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา พุทธýักราช 2561 (ฉบับปรับปรุง พุทธýักราช 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 มุ่งพัฒนาใĀ้ผู้เรียนเกิดคüาม ÿนุกÿนานและคüามเพลิดเพลินในการเรียนรู้เปรียบเÿมือนเป็นüิธีÿร้างกำลังใจ และเร้าใĀ้เกิด คüามก้าüĀน้าแก่ผู้เรียนใĀ้มากที่ÿุด มีคüามรู้ÿูงÿุด ผู้เรียนทุกคนมีคüามเข้มแข็ง คüามÿนใจ มี ประÿบการณ์ และคüามมั่นใจ เรียนและทำงานอย่างเป็นอิÿระและร่üมใจกัน มีทักþะในการอ่านออก เขียนได้คิดเลขเป็น รู้ข้อมูลÿารÿนเทý และเทคโนโลยีÿื่อÿาร ÿูงเÿริมจิตใจที่อยากรู้อยากเĀ็น และมี กระบüนการคิดอย่างมีเĀตุผล


4 2. ĀลักÿูตรโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา พุทธýักราช 2561 (ฉบับปรับปรุง พุทธýักราช 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 ÿูงเÿริมการพัฒนาด้านจิตüิญญาณ จริยธรรม ÿังคม และüัฒนธรรม พัฒนาĀลักการในการจำแนกระĀü่างถูกและผิด เข้าใจและýรัทธาใน คüามเชื่อของตน คüามเชื่อและüัฒนธรรมที่แตกต่างกัน พัฒนาĀลักคุณธรรมและคüามอิÿระของ ผู้เรียน และช่üยใĀ้เป็นพลเมืองที่มีคüามรับผิดชอบ ÿามารถช่üยพัฒนาÿังคมใĀ้เป็นธรรมขึ้น มีคüาม เÿมอภาค พัฒนาคüามตระĀนัก เข้าใจ และยอมรับÿภาพแüดล้อมที่ตนดำรงชีüิตอยู่ ยึดมั่นในข้อตกลง ร่üมกันต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับÿ่üนตน ระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก ÿร้างใĀ้ ผู้เรียนมีคüามพร้อมในการเป็นผู้บริโภคที่ตัดÿินใจแบบมีข้อมูล เป็นอิÿระ และมีคüามรับผิดชอบ จาก ĀลักÿูตรโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ในรายüิชาชีüüิทยา 6 (รĀัÿüิชา ü30246 ) ระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 พบü่ามีเนื้อĀาในรายüิชาที่จะต้องจัดการเรียนรู้ทั้งĀมด 3 Āน่üยการเรียนรู้ได้แก่ คüามĀลากĀลาย ทางชีüภาพ ระบบนิเüýและประชากร และ มนุþย์กับคüามยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและ ÿิ่งแüดล้อม จากการทำแบบทดÿอบก่อนเรียนในรายüิชาชีüüิทยา 6 (รĀัÿüิชา ü30246) ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 จำนüน 15 ข้อ โดยเนื้อĀาในแบบทดÿอบมีเนื้อĀาครอบคลุมทั้ง 3 Āน่üย การเรียนรู้ย่อย ได้แก่ คüามĀลากĀลายทางชีüภาพ ระบบนิเüýและประชากร และ มนุþย์กับคüาม ยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม ลักþณะของการทดÿอบก่อนเรียนในรายüิชา เป็น เครื่องมือüัดผลชนิดĀนึ่งซึ่งประกอบด้üย ชุดของคำถามที่ÿร้างอย่างเป็นระบบ การüัดผลจะทำใĀ้ได้ ตัüเลข ปริมาณ ĀรือรายละเอียดของคุณลักþณะĀรือพฤติกรรมของบุคคล จากนั้นจะนำเอาผลการüัด นี้ไปพิจารณาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำĀนดไü้เพื่อตัดÿิน Āรือลงÿรุปเกี่ยüกับÿิ่งนั้น ซึ่งเรียกü่าการ การüัดผลและประเมินผล ซึ่งจุดมุ่งĀมายของการüัดผลและประเมินผลนี้มีüัตถุประÿงค์เพื่อ üินิจฉัย (diagnostic) การทดÿอบเพื่อüินิจฉัยเป็นการüัดผลและประเมินผลที่มีจุดมุ่งĀมายเพื่อĀาคüาม บกพร่องของผู้เรียนü่าüิชาที่จะเรียนนั้นมีจุดบกพร่องตอนใด เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข ซ่อมเÿริม ÿ่üนที่ขาดĀายไปใĀ้ดียิ่งขึ้น จากผลการทำแบบทดÿอบก่อนเรียนในรายüิชาชีüüิทยา 6 (รĀัÿüิชา ü 30246) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6/1 เมื่อนำมาแจกแจงรายระเอียดแยกเป็น 3 Āน่üย การเรียนรู้ย่อย คือ คüามĀลากĀลายทางชีüภาพ ระบบนิเüýและประชากร และ มนุþย์กับคüามยั่งยืน ของทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม พบü่า นักเรียนมีผลคะแนนโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับพอใช้ (ผ่าน เกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 58) ระดับไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ (ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 38) และ ระดับระดับ พอใช้ (ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 62) ตามลำดับ จากผลทำการทดÿอบก่อนเรียนในรายüิชาชีüüิทยา 6 (รĀัÿüิชา ü30246) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6/1 ทำใĀ้ÿรุปได้ü่าในĀน่üยการเรียนรู้ เรื่อง ระบบนิเüý นักเรียนยังมีคะแนนผลÿัมฤทธิ์ที่อยูในระดับไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ดังนั้นผู้üิจัยจึงได้เลือก


5 บทเรียนที่จะนำมาใช้ในการทำüิจัยคือ บทเรียนในĀน่üยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระบบนิเüý เพื่อมาใช้ใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใĀ้กับผู้เรียน นอกจากนี้ยังพบü่าเนื้อĀาเรื่อง ระบบนิเüý มีคüามเกี่ยüข้อง กับชีüิตประจำüันของนักเรียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบนิเüý เป็นโครงÿร้างคüามÿัมพันธ์ระĀü่าง ÿิ่งมีชีüิตต่าง ๆ กับบริเüณแüดล้อมที่ÿิ่งมีชีüิตเĀล่านี้ดำรงชีüิตอยู่ ณ ที่ใดที่Āนึ่ง คüามÿัมพันธ์มี 2 ลักþณะ คือ คüามÿัมพันธ์ระĀü่างÿิ่งมีชีüิตกับÿิ่งไม่มีชีüิตและระĀü่างÿิ่งมีชีüิตกับÿิ่งมีชีüิตด้üยกันเอง ในระบบนิเüýÿิ่งที่ไม่มีชีüิตจะทำĀน้าที่เป็นÿิ่งแüดล้อมใĀ้แก่ÿิ่งที่มีชีüิต เพราะเป็นผู้เกื้อĀนุนพลังงาน และÿÿาร ใĀ้กับÿิ่งมีชีüิตทั้งĀมด ซึ่งทำใĀ้เกิดการแลกเปลี่ยนพลังงานและÿÿาร ระĀü่างÿิ่งมีชีüิตกับ ÿิ่งไม่มีชีüิต ในขณะที่ÿิ่งมีชีüิตทำĀน้าที่เป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยÿลาย โดยมีผู้ย่อยÿลายเป็นตัü ÿำคัญที่ÿุด ในการเชื่อมโยงÿิ่งมีชีüิตใĀ้Āมุนเüียนเป็นüัฏจักรอยู่ในระบบนิเüý คüามÿมดุลของระบบ นิเüýย่อมจะคงอยู่ได้ ตราบเท่าที่มีคüามĀลากĀลายของชีüิตภายในระบบ ทำใĀ้เกิดคüามÿัมพันธ์ที่ เป็นระเบียบและซับซ้อน แต่ถ้าองค์ประกอบÿ่üนĀนึ่งÿ่üนใดถูกทำใĀ้กระทบกระเทือน แม้เพียง เล็กน้อย ผลกระทบนั้นก็จะถูกÿ่งทอดต่อไปยังองค์ประกอบอื่น ๆ ทั่üทั้งระบบ ถ้าคüาม กระทบกระเทือนนั้น เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็ÿามารถปรับตัüเข้าÿู่ÿภาüะแĀ่งคüามÿมดุลได้ใĀม่ ระบบ นั้นก็คงอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้าผลกระทบนั้นรุนแรงเกินกü่าที่ระบบจะปรับตัüใĀ้เข้าÿู่ÿภาüะÿมดุลได้ ระบบ ทั้งระบบ ก็จะแตกÿลายลง มนุþย์เป็นองค์ประกอบÿำคัญอันĀนึ่งของระบบนิเüý มนุþย์ÿามารถ เป็นได้ทั้งผู้ÿร้าง และผู้ทำลาย การทำลายÿิ่งแüดล้อม อันได้แก่ ป่าไม้ อากาý น้ำ และดิน จนเÿื่อม โทรม และÿูญเÿียÿภาพนั้น อาจทำใĀ้ระบบนิเüýของเราแตกÿลายลง จนไม่อาจกลับคืนÿู่ÿภาüะ ÿมดุลได้อย่างเดิม เนื่องจากมนุþย์ก็เป็นÿ่üนĀนึ่งของÿิ่งมีชีüิตที่ดำรงอยู่ในระบบนิเüý มนุþย์นอกจาก จะเป็นÿ่üนĀนึ่งของÿิ่งแüดล้อมในระบบนิเüýแล้ü การกระทำของมนุþย์ยังมีผลโดยตรงต่อการ เปลี่ยนแปลงระบบนิเüý ในทำนองเดียüกันÿิ่งแüดล้อมทั้งĀลายในระบบนิเüý ก็จะมีผลโดยตรงต่อ คüามเป็นอยู่ของชีüิตมนุþย์ คüามÿัมพันธ์เชื่อมโยงระĀü่างมนุþย์กับÿรรพÿิ่งทั้งĀลายมีคüามเป็นĀนึ่ง เดียüกันเป็นระบบนิเüýอันÿลับซับซ้อน ฐานะของมนุþย์ในธรรมชาติ เป็นเพียงÿ่üนĀนึ่งที่ต้องพึ่งพา อาýัยÿภาพแüดล้อมรอบตัüในการดำรงชีüิต แต่กลายเป็นü่ามนุþย์ซึ่งมีüิทยาýาÿตร์เป็นคüามรู้และมี เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ กลับÿร้างผลกระทบต่อระบบนิเüýที่ตนเป็นÿ่üนĀนึ่ง ในระดับที่ไม่อาจรองรับ และปรับตัüได้ทัน ผลคือคüามเปลี่ยนแปลงทางนิเüý ได้ย้อนกลับมาทำลายมนุþย์ตามไปด้üย การ เรียนรู้เพื่อทำคüามเข้าใจระบบนิเüýย่อมมีคüามÿำคัญอย่างยิ่งในการรักþาระบบนิเüýใĀ้ดำรงอยู่อย่าง ÿมดุล และยังยืนนาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายüิชาชีüภาพ ในปัจจุบันเป็นการÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ซึ่ง ต้องการใĀ้ผู้เรียนเป็นýูนย์กลางการเรียนการÿอน โดยการทำใĀ้ผู้เรียนค้นพบคüามจริงและเกิด


6 กระบüนการคิดแก้ปัญĀาด้üยตนเอง ซึ่งจะก่อใĀ้เกิดทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ ในการ จัดการเรียนการÿอนนั้น ครูเป็นบุคคลที่ÿำคัญที่ÿุดในการจักกิจกรรมการเรียนการÿอน โดยครูจัดการ เรียนการÿอนที่ยึดผู้เรียนเป็นýูนย์กลาง ซึ่งลักþณะและเนื้อĀาüิชาชีüüิทยา มีการค้นคü้าแÿüงĀา คüามรู้ต่าง ๆ อยู่ตลอดเüลา ซึ่งเป็นการพัฒนาคüามคิดของผู้เรียนใĀ้กü้างขึ้นโดยลักþณะคüามคิดĀรือ คüามรู้ที่ได้มาจะเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมในชั้นเรียน ซึ่งในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการÿอนคüร ปรับเปลี่ยนüิธีการÿอนใĀ้ÿอดคล้องกับ คüามÿามารถของนักเรียนโดยการเปลี่ยนüิธีÿอนจากการเรียน แบบบรรยายปกติมาเป็นการเรียน แบบมีÿื่อและกิจกรรมเข้ามาใช้ประกอบการเรียนการÿอน เพื่อใĀ้ การเรียนมีประÿิทธิภาพมากขึ้น โดยการเรียนแบบใช้ÿื่อประกอบและกิจกรรมจะทำใĀ้ผู้เรียนเกิด คüามÿนใจและกระตือรือร้นอยากที่จะเรียนรู้ จากการÿังเกตบริบทของĀ้องเรียนและจากประÿบการณ์ÿอนของผู้üิจัยในรายüิชาชีüüิทยา ในปีการýึกþา 2565 ภาคเรียนที่ 1 ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6/1 และ 6/2 พบü่าใน กระบüนการเรียนการÿอนในรายüิชาชีüüิทยา ปัญĀาที่พบโดยรüมคือ เนื้อĀาในรายüิชาชีüüิทยา มี เนื้อĀาที่ค่อนข้างเยอะมาก ซึ่ง จำเป็นต้องเข้าใจคอนเซ็ป (concept) Āรือภาพรüมของเนื้อĀา แล้üจึง ทำคüามเข้าใจกับเนื้อĀารายละเอียดÿ่üนต่าง ๆ โดยใช้การจัดลำดับคüามคิด คüบคู่กับการจินตนาการ และประÿบการณ์เดิมเป็นÿำคัญ จากการÿังเกต การเรียนของนักเรียนและผลคะแนนท้ายĀน่üยจาก Āลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ผู้üิจัยพบü่า นักเรียนÿ่üนใĀญ่ไม่เข้าใจในบทเรียน ไม่เข้าใจภาพรüมของเนื้อĀา รüมทั้งลืมเลือนเนื้อĀาที่เคยเรียนผ่านไปแล้ü เนื่องด้üยĀากปัญĀาดังกล่าüนี้ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข Āรือพัฒนา จะยิ่งทำใĀ้ผู้เรียนประÿบปัญĀาในการเรียนรู้ที่แย่กü่าเดิม เนื่องจากเนื้อĀาแต่ละĀน่üย ของรายüิชาชีüüิทยานั้นมีคüามเชื่อมโยงถึงกัน และเชื่อมโยงไปถึงการดำเนินชีüิตในปัจจุบัน ผู้üิจัยจึง ได้นำüิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบüนการÿืบเÿาะĀาคüามรู้7Es ผนüกเข้ากับ เทคนิคแผนผัง คüามคิด (Mind Mapping) มาใช้ในกระบüนการจัดการเรียนรู้เพื่อÿร้างคüามเข้าใจในเนื้อĀาÿาระ และบทเรียนใĀ้ดียิ่งขึ้น ÿาระüิทยาýาÿตร์ของĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้น พื้นฐาน พ.ý. 2551 (กระทรüงýึกþาธิการ, 2551) ได้นำเÿนอการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ผ่านกระบüนการÿืบเÿาะĀาคüามรู้ เพื่อใĀ้นักเรียนÿร้างองค์คüามรู้ใĀม่ โดยเชื่อมโยงÿิ่งที่เรียนรู้กับประÿบการณ์Āรือคüามรู้เดิมเป็น คüามรู้ใĀม่ของนักเรียน จึงเป็นĀนึ่งในแนüทางการÿอนüิทยาýาÿตร์ที่มีประÿิทธิภาพ ที่ครูผู้ÿอน üิทยาýาÿตร์ในทุก ๆ ระดับ คüรมีคüามเข้าใจและÿามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทางÿถาบัน ÿ่งเÿริมการÿอนüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยีได้ÿ่งเÿริมใĀ้จัดการเรียนรู้üิชาüิทยาýาÿตร์ ใĀ้มีเนื้อĀา เชื่อมโยงคüามรู้กับกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ โดยใช้กระบüนการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀา


7 คüามรู้ซึ่งมีขั้นตอนต่าง ๆ 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นÿร้างคüามÿนใจ (Engagement) ขั้นÿำรüจและค้นĀา (Exploration) ขั้นอธิบายและลงข้อÿรุป (Explanation) ขั้นขยายคüามรู้ (Elaboration) และขั้น ประเมินผล (Evaluation) (ÿถาบันÿ่งเÿริมการÿอนüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี, 2548) ต่อมา Eisenkraft (2003) ได้ปรับปรุงแบบการÿอนจาก 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น โดยปรับปรุงแบบการÿอนในขั้นเร้า คüามÿนใจ(Engagement) และขั้นขยายคüามรู้กับขั้นประเมินผลโดยในขั้นเร้าคüามÿนใจได้แยก ออกเป็น 2 ÿ่üน ได้แก่ ขั้นตรüจÿอบคüามรู้เดิม (Elicitation) และขั้นเร้าคüามÿนใจ (Engagement) ÿ่üนในขั้นขยายคüามรู้และขั้นÿรุปผลการเรียนรู้ได้ปรับเป็น 3 ÿ่üน ได้แก่ ขั้นขยายคüามรู้ (Elaboration) ขั้นประเมินผล (Evaluation) และนำคüามรู้ไปใช้(Extension) ซึ่งÿรุปได้ü่า รูปแบบ การÿอนแบบüัฏจักรÿืบเÿาะĀาคüามรู้7 ขั้น (7E) คือ ขั้นÿำรüจตรüจÿอบคüามรู้เดิม (Elicitation) ขั้นเร้าคüามÿนใจ (Engagement) ขั้นÿำรüจและค้นĀา (Exploration) ขั้นอธิบาย (Explanation) ขั้น ขยายคüามรู้ (Elaboration) ขั้นประเมินผล(Evaluation) และขั้นนำคüามรู้ไปใช้ (Extension) กล่าü ü่าเป้าĀมายที่ÿำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนการÿอนแบบüัฏจักรÿืบเÿาะĀาคüามรู้7 ขั้น (7Es) เป็นüิธีการÿอนป้องกันแนüคüามคิดที่ผิดพลาด (Misconception) เน้นคüามÿำคัญของการถ่ายโอน การเรียนรู้และการตรüจÿอบคüามรู้เดิม การÿอนÿืบเÿาะจะเน้นการจัดการýึกþาที่ยึดผู้เรียนและ ÿิ่งแüดล้อมเป็นÿำคัญ โดยนักเรียนเป็นýูนย์กลางของการเรียนรู้Āรือการทำกิจกรรม การเรียนยังเน้น ใĀ้นักเรียนเป็นผู้คüบคุมĀรือนำตนเองในการทำการจัดการเรียนรู้Beeth (1998) กล่าüü่าการจัดการ เรียนรู้แบบüัฏจักรÿืบเÿาะĀาคüามรู้7 ขั้น เป็นรูปแบบการเรียนการÿอนแบบÿืบเÿาะแบบĀนึ่งที่เน้น ใĀ้ผู้เรียนÿามารถใช้üิธีการÿืบเÿาะĀาคüามรู้เชิงüิทยาýาÿตร์เพื่อใĀ้ผู้เรียนได้ฝึกการคิดและพัฒนาการ คิดในระดับÿูงโดยแต่ละขั้นใช้เทคนิคการรู้คิดเพื่อแÿดงคüามÿามารถของการคิดอย่างมีเĀตุผลและ ÿามารถประเมินคüามเข้าใจของตนได้โดยการเปรียบเทียบ ชั่งน้ำĀนักคüามน่าเชื่อถือคüามมีเĀตุผล ของคิดเดิมกับคüามคิดใĀม่ ๆ ได้ นอกจากนั้นแล้üการนำแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ก็เป็นอีก üิธีĀนึ่งที่จะทำใĀ้ผู้เรียนมีคüามคงทนในการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น เพราะผังคüามคิดนั้นเป็นการนำทฤþฎี ของÿมองไปใช้ใĀ้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่โดย โทนีบูซาน นักการýึกþาชาüอังกฤþเป็นผู้ใĀ้กำเนิดโดย พัฒนามาจากการบันทึกแบบเดิมที่บันทึกด้üยอักþร เป็นบรรทัด เป็นแถü ใช้ปากกา Āรือดินÿอÿีเดียü มาเป็นการบันทึกด้üย คำ ภาพ ÿัญลักþณ์แบบแผ่เป็นรัýมีออกรอบ ๆ ýูนย์กลางและใช้ÿีเÿ้น เรา ÿามารถใช้ผังคüามคิด ในการเรียนการÿอนแล้üยังใช้ในการüางแผนการตัดÿินใจ การเตรียมพูดในที่ ÿาธารณะการแก้ปัญĀา เขียนบทคüามและช่üยจำ เพราะผังคüามคิด เป็นการทำงานร่üมกันของÿมอง ซีกซ้ายและซีกขüาได้อย่างÿมดุลกัน ÿมองซีกซ้ายทำĀน้าที่ในการüิเคราะĀ์คำ ÿัญลักþณ์ตรรกüิทยา ÿมองซีกขüาจะทำĀน้าที่ในการÿังเคราะĀ์รูปแบบ ÿี รูปร่าง โดยใช้แÿดงการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยüกับ


8 เรื่องใดเรื่องĀนึ่งระĀü่างคüามคิดĀลัก คüามคิดรอง และคüามคิดย่อยที่เกี่ยüข้องÿัมพันธ์กัน ซึ่งการ จัดการเรียนรู้ที่ใช้ผังคüามคิดจะช่üยใĀ้ผู้เรียนÿามารถจดจำข้อมูลได้ดี จากเĀตุผลดังกล่าü ผู้üิจัยมีคüามÿนใจที่จะนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบüัฏจักรÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น ร่üมกับเทคนิคการทำผังคüามคิด(Mind Mapping) มาใช้ในการแก้ปัญĀาในชั้น เรียนโดยýึกþาผลÿัมฤทธิ์และเจตคติต่อüิชาชีüüิทยา 6 ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โรงเรียนÿาก เĀล็กüิทยา ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþามัธยมýึกþา เขตพิจิตร ซึ่งผู้üิจัยคาดĀüังอย่างยิ่งü่าจะช่üย พัฒนาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนใĀ้ÿูงขึ้น และÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อรายüิชา ชีüüิทยา Āลักÿำคัญในการทำüิจัยผู้üิจัยใช้ของการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) ด้üยแผนการ จัดการเรียนรู้ 4 แผนการจัดการเรียนรู้ กำĀนดเüลา 12 ชั่üโมง เนื้อĀาüิชาชีüüิทยา 6 Āน่üยการ เรียนรู้ที่ 7 เรื่อง ระบบนิเüý เพื่อพัฒนาผู้เรียนใĀ้เต็มýักยภาพที่มีคüามÿอดคล้อง ตามĀลักÿูตร แกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัüชี้üัดฯ (ฉบับบ ปรับปรุง พ.ý.2560) ได้อย่างมีประÿิทธิภาพในโลกýตüรรþที่ 21 และนำผลการüิจัยที่ได้รับไปใช้ใน การพัฒนาการเรียนการÿอนใĀ้มีประÿิทธิภาพต่อไป üัตถุประÿงค์ของการüิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา 6 เรื่อง ระบบนิเüý ระĀü่างก่อน และĀลังการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) 2. เพื่อýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา 6 เรื่อง ระบบนิเüý Āลังการจัดการเรียนรู้ แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม 3. เพื่อýึกþาเจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ที่มีต่อรายüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบ นิเüý Āลังการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผัง คüามคิด (Mind Mapping) ÿมมติฐานการüิจัย 1. ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา 6 เรื่อง ระบบนิเüý Āลังการจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) มีผลÿัมฤทธิ์ÿูง กü่าก่อนเรียน


9 2. ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา 6 เรื่อง ระบบนิเüý Āลังการจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) ผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม 3. เจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ที่มีต่อรายüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý Āลังการ จัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) อยู่ในระดับดีขึ้นไป ขอบเขตของการüิจัย 1.ขอบเขตของประชากรและกลุ่มตัüอย่างที่ใช้ในการüิจัย 1.1 ประชากร ที่ใช้ในการýึกþาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 แผนการเรียน üิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์คณะคüามÿามารถที่เรียนในรายüิชาชีüüิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 โรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา จำนüน 59 คน 1.2 กลุ่มตัüอย่างที่ใช้ในการýึกþาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 แผนการเรียน üิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์คละคüามÿามารถที่เรียนในรายüิชาชีüüิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 จำนüน 1 Ā้องเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6/1 มีจำนüนนักเรียน 30 คน ซึ่งได้จากการÿุ่มแบบ เจาะจงĀ้องเรียน 1.3 กลุ่มทดÿอบเครื่องมือที่มีลักþณะเดียüกับกลุ่มที่ýึกþา คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 แผนการเรียนüิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์คละคüามÿามารถที่เรียนในรายüิชาชีüüิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปี การýึกþา 2565 จำนüน 1 Ā้องเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6/2 มีจำนüนนักเรียน 29 คน ซึ่งได้จากการ ÿุ่มแบบเจาะจงĀ้องเรียน เพื่อทดÿอบเครื่องมือแล้üนำเครื่องมือมาปรับปรุงก่อนนำไปใช้จริงต่อไป 2.ขอบเขตด้านÿถานที่ที่ใช้ในการüิจัย Ā้องเรียนüิทยาýาÿตร์2 Ā้องชีüüิทยา อาคารüิทยาýาÿตร์โรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ÿังกัดÿำนักงาน เขตพื้นที่การýึกþามัธยมýึกþา พิจิตร 3.ขอบเขตด้านระยะเüลาที่ใช้ในการüิจัย ระยะเüลาดำเนินการüิจัย โดยการจัดการเรียนรู้ 3 ชั่üโมงต่อÿัปดาĀ์ ในเüลาÿอน 12 ชั่üโมง ÿอนใน เüลาเรียนปกติโดยผู้üิจัยดำเนินการÿอนเอง ระĀü่างÿัปดาĀ์ที่ 11-14 üันที่ 9 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ 2566 ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565


10 4.ของเขตด้านเนื้อĀาที่ใช้ในการüิจัย เนื้อĀาที่ใช้ในการüิจัยในครั้งนี้ เป็นเนื้อĀาในราย üิชาüิทยาýาÿตร์6 รĀัÿüิชา ü30246 เรื่อง ระบบ นิเüý กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) ตามĀลักÿูตรแกนกลาง การýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 üิทยาýาÿตร์เพิ่มเติม ÿาระชีüüิทยา 5. เข้าใจแนüคิดเกี่ยüกับระบบนิเüý กระบüนการถ่ายทอดพลังงานและการĀมุนเüียนÿารใน ระบบนิเüý คüามĀลากĀลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของÿิ่งมีชีüิตในระบบนิเüý ประชากร และรูปแบบการเพิ่มของประชากร ทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม ปัญĀาและผลกระทบที่เกิด จากการใช้ประโยชน์ และแนüทางการแก้ไขปัญĀา ผลการเรียนรู้ 1.üิเคราะĀ์ อธิบาย และยกตัüอย่างกระบüนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเüý 2.อธิบาย ยกตัüอย่างการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน และบอกแนüทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน 3.ÿืบค้นข้อมูลและเขียนแผนภาพเพื่ออธิบายüัฏจักรไนโตรเจน üัฏจักรกำมะถัน และüัฏจักรฟอÿฟอรัÿ 4.ÿืบค้นข้อมูล ยกตัüอย่าง และอธิบายลักþณะของไบโอมที่กระจายอยู่ตามเขตภูมิýาÿตร์ต่างๆบนโลก 5. ÿืบค้นข้อมูล ยกตัüอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิและการ เปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ 5.ขอบเขตด้านตัüแปรที่ใช้ในการüิจัย 5.1 ตัüแปรต้น คือ 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับ เทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) 5.2 ตัüแปรตาม คือ 1) ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา 6 เรื่อง ระบบนิเüý ระĀü่างก่อนและĀลังการจัดการ เรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping)


11 2) คüามพึงพอใจและเจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ที่มีต่อรายüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý Āลังการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิค แผนผังคüามคิด (Mind Mapping) ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับจากการüิจัย 1.ได้แผนการจัดการเรียนรู้ที่เรียนด้üยการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด (Mind Mapping) 2.นักเรียนมีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบนิเüý ระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ดีขึ้น 3.นักเรียนเข้าใจเนื้อĀาในบทเรียนและผู้เรียนมีคüามคงทนในการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นใน เรื่อง ระบบนิเüý ระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 4.นักเรียนมีคüามพึงพอใจและเจตคติที่ดีในการเรียนüิชาชีüüิทยาและÿามารถนำคüามรู้ที่ได้ ไปประยุกต์ใช้ในชีüิตประจำüันและในรายüิชาชีüüิทยาในเรื่องอื่นๆ ได้ 5.เพื่อเป็นแนüทางÿำĀรับครูและผู้เกี่ยüข้องกับการจัดการเรียนรู้ÿำĀรับใช้ในการพัฒนาการ เรียนรู้ของนักเรียนต่อไป


กรอบแนวคิดการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ÿามารถน าเÿนอกรอบความคิดในการวิจัย ดังนี้ ÿภาพปัญĀา แนวทางกา ‣ ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ต ่าเนื่องจากนักเรียน ขาดความÿนใจในการเรียน ไม่เข้าใจภาพรวม ของเนื้อĀา รวมทั้งลืมเลือนเนื้อĀาที่เคยเรียน ผ่านไปแล้ว และไม่ÿามารถเชื่อมโยงความรู้เดิม กับความรู้ใĀม่ได้ ‣ นักเรียนยังคงมีทัศนคติต่อรายวิชาชีววิทยาว่า เป็นวิชาที่ต้องท่องจ าเพื่อน าไปÿอบ และบางคน ไม่ÿนในในการเรียนเนื่องจากยังมีความเข้าใจที่ ผิดเกี่ยวกับการÿร้างองค์ความรู้ในรายวิชา ชีววิทยา การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรÿืบเÿาะĀา ผู้เรียนÿามารถใช้วิธีการÿืบเÿาะĀาความรู้เ โดยÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียนเกิดการเรีย การจัดการเรียนรู้แบบ (7Es Inquiry) ร่วมกับ (Mind M การใช้เทคนิคแผนผังความคิด (Mind Mappi ใĀ้เข้าใจคอนเซ็ป (concept) Āรือภาพรวมขอ thinking) และÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรีย ผลกา


ารแก้ปัญĀา ผลที่เกิด าความรู้ 7 ขั้น เป็นรูปแบบการÿอนที่เน้นใĀ้ เชิงวิทยาศาÿตร์มาÿร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ยนรู้และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีววิทยา บÿืบเÿาะĀาความรู้ 7 ขั้น บเทคนิคแผนผังความคิด Mapping) ‣ ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน ‣ เจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาชีววิทยา ng) ท าใĀ้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อĀาและจัดĀมวดĀมู่ความคิด องเนื้อĀา ÿ่งเÿริมกระบวนการคิดÿร้างÿรรค์(Creative ยนมีความคงทนในการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ารแก้ปัญหา ภาพที่ 1- 1 กรอบความคิดในการวิจัย


13 คำนิยามýัพท์เฉพาะ 1.การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) Āมายถึง รูปแบบของ กระบüนการเรียนรู้ที่ใĀ้ผู้เรียนÿามารถใช้üิธีการÿืบเÿาะĀาคüามรู้ทางüิทยาýาÿตร์ โดยต้องอาýัย ทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ในการค้นพบคüามรู้Āรือประÿบการณ์และเรียนรู้อย่างมี คüามĀมายด้üยตนเอง ซึ่งในการüิจัยครั้งนี้ผู้üิจัยใช้üิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้üยกระบüนการÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ตามขั้นตอนของไอน์เซนคราฟต์ ( Eisenkraft ,2003) ประกอบด้üย 7 ขั้น คือ 1)ขั้น ตรüจÿอบคüามรู้เดิม (Elicitation Phase) ,2)ขั้นเร้าคüามÿนใจ (Engagement Phase) ,3)ขั้นÿำรüจ ค้นĀา (Exploration Phase) ,4)ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) ,5)ขั้นขยายคüามรู้(Elaboration Phase) ,6)ขั้นประเมินผล ( Evaluation Phase) และ 7)ขั้นนำคüามรู้ไปใช้ (Extension Phase) 2.การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังคüามคิด (Mind Mapping) Āมายถึง การจัดการเรียนรู้ โดยใช้ผังคüามคิดในขั้นตอนใดขั้นตอนĀนึ่งของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้üิจัยÿร้างขึ้น ซึ่งเทคนิคการ ทำผังคüามคิดเป็นüิธีการที่ใช้ในการÿรุปเนื้อĀา โดยเชื่อมโยงคüามคิดรüบยอด และรายละเอียดที่ ÿำคัญเข้าด้üยกันในรูปของแผนภูมิĀรือรูปภาพเพื่อช่üยในการจำ 3. การจัดการเรียนรู้แบบüัฏจักรÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น ร่üมกับเทคนิคแผนผังคüามคิด Āมายถึง รูปแบบการÿอนแบบÿืบเÿาะแบบĀนึ่งที่เน้นใĀ้ผู้เรียนÿามารถใช้üิธีการÿืบเÿาะĀาคüามรู้เชิง üิทยาýาÿตร์ (Inquiry approach) ที่ต้องอาýัยทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ในการค้นพบ คüามรู้Āรือประÿบการณ์ การเรียนรู้อย่างมีคüามĀมายด้üยตนเอง แบ่งการÿอนออกเป็น 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1)ขั้นตรüจÿอบคüามรู้เดิม (Elicitation Phase) ,2)ขั้นเร้าคüามÿนใจ (Engagement Phase) ,3) ขั้นÿำรüจค้นĀา (Exploration Phase) ,4)ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) ,5)ขั้นขยายคüามรู้ (Elaboration Phase) ,6)ขั้นประเมินผล ( Evaluation Phase) และ 7)ขั้นนำคüามรู้ไปใช้ (Extension Phase) โดยนำเทคนิคผังคüามคิด(Mind Mapping) มาใช้ในขั้นอธิบาย (Explanation Phase) และ ขั้นขยายคüามรู้(Elaboration Phase) ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบüัฏจักรÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น เป็น üิธีการที่ผู้เรียนÿามารถนำคüามรู้เก่ามาเชื่อมโยงกับคüามรู้ใĀม่ได้ จากขั้นตรüจÿอบคüามรู้เดิม (Elicitation Phase) ผู้เรียนจะเข้าใจเนื้อĀาที่เรียนได้อย่างถ่องแท้ เกิดการจัดĀมüดĀมู่ของคüามคิด และเกิดคüามคิดรüบยอดได้ 4. ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา Āมายถึง คüามÿามารถในการนำคüามรู้คüามเข้าใจ เกี่ยüกับĀลักการ กฎเกณฑ์ และüิธีการทางชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ซึ่งพิจารณาได้จากคะแนนของ แบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายüิชาชีüüิทยา 6 รĀัÿüิชา ü30246 ซึ่งผู้üิจัยÿร้างขึ้น


14 ประกอบด้üยเนื้อĀาüิชาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ในชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ภาคการเรียนที่ 2 ปี การýึกþา 2565 โดยแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้เป็นข้อÿอบปรนัยแบบเลือกตอบ 5 ตัüเลือก จำนüน 20 ข้อ 5. เจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา Āมายถึง คüามรู้ÿึกĀรือคüามคิดเĀ็นของผู้เรียน ซึ่ง ครอบคลุม ในด้านคüามคิดเĀ็นโดยทั่ü ๆ ไป ต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา 6 รĀัÿüิชา ü30246 การเĀ็น คüามÿำคัญของการเรียนüิชาชีüüิทยา คüามÿนใจต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา คüามนิยมชมชอบต่อการ เรียนüิชาชีüüิทยา และการแÿดงออกĀรือการมีÿ่üนร่üมต่อกิจกรรมในการเรียนüิชาชีüüิทยา ซึ่งเป็นผล มาจากĀลังการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคแผนผัง คüามคิด (Mind Mapping โดยพิจารณาคะแนนจากการตอบแบบüัดเจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา ในลักþณะมาตราÿ่üนประเมินค่าตามแนüคิดของลิเคิร์ต (Likert scale) ที่ผู้üิจัยÿร้างขึ้น ซึ่งมีจำนüน 10 ข้อ 6. เกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม Āมายถึง คะแนนของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนในรายüิชาชีüüิทยา 6 รĀัÿüิชา ü30246 ซึ่งผู้üิจัยÿร้างขึ้น ประกอบด้üยเนื้อĀาüิชา ชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ในชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ภาคการเรียนที่ 2 ปีการýึกþา2565 โดย แบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้เป็นข้อÿอบปรนัยแบบเลือกตอบ 5 ตัüเลือก จำนüน 20 ข้อ ต้องมีคะแนนอย่างน้อยร้อยละ 75 ขึ้นไป 7. นักเรียน Āมายถึง ผู้ที่กำลังýึกþาอยู่ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6/1 จำนüน 30 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 ของโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþามัธยมýึกþา พิจิตร


15 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การüิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน และเจตคติต่อการเรียนüิชา ชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀา คüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) ร่üมกับเทคนิคผังคüามคิด (Mind Mapping) ในครั้งนี้ผู้üิจัยได้ýึกþา เอกÿารและงานüิจัยที่เกี่ยüข้องในĀัüข้อต่าง ๆ ดังนี้ 1. Āลักÿูตรกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 1.1 üิÿัยทัýน์ Āลักการ จุดĀมาย 1.2 ÿมรรถนะÿำคัญของผู้เรียน และคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ 1.3 ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ (ฉบับ ปรับปรุง พ.ý. 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 1.4 Āลักÿูตรüิทยาýาÿตร์ ในĀลักÿูตรÿถานýึกþาของโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ตาม Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 2. เนื้อĀาชีüüิทยา เรื่อง ระบบนิเüý 2.1 ระบบนิเüýและไบโอม 2.2 การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเüý 2.3 üัฏจักรÿารในระบบนิเüý 2.4 การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของÿิ่งมีชีüิต 3. รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบüัฏÿืบเÿาะĀาคüามรู้7 ขั้น (7Es Inquiry) 3.1 คüามĀมายของการเรียนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 3.2 แนüคิด ทฤþฎีที่เกี่ยüข้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบüัฏÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) 3.3 คüามเป็นมาของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบüัฏÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry) 3.4 บทบาทครูและนักเรียนในการเรียนการÿอนตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบüัฏ ÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7Es Inquiry)


16 3.5 ประโยชน์ของการเรียนการÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 7 ขั้น (7E) 4. การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคผังคüามคิด (Mind Mapping) 4.1 คüามĀมายของผังคüามคิด 4.2 แนüคิดที่เกี่ยüข้องกับผังคüามคิด 4.3 Āลักเกณฑ์และขั้นตอนการÿร้างผังคüามคิด 4.4 ประโยชน์ของผังคüามคิดและงานüิจัยที่เกี่ยüข้อง 5. เจตคติต่อการเรียนüิชาชีüüิทยา 5.1 คüามĀมายของเจตคติและเจตคติต่อüิชาชีüüิทยา 5.2 องค์ประกอบของเจตคติ 5.3 การพัฒนาเจตคติ 5.4 เครื่องมือüัดเจตคติ 6. ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 6.1 คüามĀมายของผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 6.2 คüามĀมายของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 6.3 แนüคิดและทฤþฎีเกี่ยüกับปัจจัยที่ÿ่งผลต่อผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 6.4 Āลักเกณฑ์ในการÿร้างแบบทดÿอบüัดผลทางการเรียน 6.5 ชนิดของแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 6.6 การüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 6.7 การÿร้างแบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 7. แผนการจัดการเรียนรู้ 7.1 คüามĀมายของแผนการจัดการเรียนรู้ 7.2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ดี 8. งานüิจัยที่เกี่ยüข้อง 7.1 งานüิจัยในประเทý 7.2 งานüิจัยต่างประเทý


17 1. Āลักÿูตรüิทยาýาÿตร์ ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 กระทรüงýึกþาธิการได้ประกาýใช้Āลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2544 ใĀ้เป็น Āลักÿูตรแกนกลางของประเทý โดยกำĀนดจุดĀมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าĀมายและกรอบ ทิýทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนใĀ้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีüิตที่ดี และมีขีดคüามÿามารถใน การแข่งขันในเüทีระดับโลก พร้อมกันนี้ได้ปรับกระบüนการพัฒนาĀลักÿูตรใĀ้มีคüามÿอดคล้องกับ เจตนารมณ์แĀ่งพระราชบัญญัติการýึกþาแĀ่งชาติ พ.ý. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ý. 2545 ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจทางการýึกþาใĀ้ท้องถิ่นและÿถานýึกþาได้มีบทบาทและมีÿ่üนร่üม ในการพัฒนาĀลักÿูตร เพื่อใĀ้ÿอดคล้องกับÿภาพและคüามต้องการของท้องถิ่น (ÿำนักนายกรัฐมนตรี, 2542)อ้างอิงในÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐานพุทธýักราช2551 (2551: คüามนำ) จากการüิจัย และติดตามประเมินผลการใช้Āลักÿูตรในช่üงระยะ 6 ปีที่ผ่านมา (ÿำนักüิชาการ และมาตรฐานการýึกþา, 2546 ก., 2546 ข., 2548 ก., 2548 ข.; ÿำนักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา, 2547; ÿำนักผู้ตรüจราชการและติดตามประเมินผล, 2548;ÿุüิมล ü่องüาณิชและ นงลักþณ์ üิรัชชัย, 2547; Nutravong, 2002; Kittisunthorn, 2003) พบü่า Āลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2544 มีจุดดีĀลายประการ เช่น ช่üยÿ่งเÿริมการกระจายอำนาจทางการýึกþาทำใĀ้ท้องถิ่นและ ÿถานýึกþามีÿ่üนร่üมและมีบทบาทÿำคัญในการพัฒนาĀลักÿูตรใĀ้ÿอดคล้อง กับคüามต้องการของ ท้องถิ่น และมีแนüคิดและĀลักการในการÿ่งเÿริมการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รüมอย่างชัดเจน อย่างไรก็ ตาม ผลการýึกþาดังกล่าüยังได้ÿะท้อนใĀ้เĀ็นถึงประเด็นที่เป็นปัญĀาและคüามไม่ชัดเจนของĀลักÿูตร Āลายประการทั้งในÿ่üนของเอกÿารĀลักÿูตร กระบüนการนำĀลักÿูตร ÿู่การปฏิบัติ และผลผลิตที่เกิด จากการใช้Āลักÿูตร ได้แก่ ปัญĀาคüามÿับÿนของผู้ปฏิบัติในระดับÿถานýึกþาในการพัฒนาĀลักÿูตร ÿถานýึกþา ÿถานýึกþาÿ่üนใĀญ่กำĀนดÿาระและผลการเรียนรู้ ที่คาดĀüังไü้มาก ทำใĀ้เกิดปัญĀา Āลักÿูตรแน่น การüัดและประเมินผลไม่ÿะท้อนมาตรฐาน ÿ่งผลต่อปัญĀาการจัดทำเอกÿารĀลักฐาน ทางการýึกþาและการเทียบโอนผลการเรียน รüมทั้งปัญĀาคุณภาพ ของผู้เรียนในด้านคüามรู้ ทักþะ คüามÿามารถและคุณลักþณะที่พึงประÿงค์อันยังไม่เป็นที่น่าพอใจ นอกจากนั้นแผนพัฒนาเýรþฐกิจและÿังคมแĀ่งชาติ ฉบับที่ 10 ( พ.ý.2550 – 2554) ได้ ชี้ใĀ้เĀ็นถึงคüามจำเป็นในการปรับเปลี่ยนจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในÿังคมไทยใĀ้ มีคุณธรรม และมีคüามรอบรู้อย่างเท่าทัน ใĀ้มีคüามพร้อมทั้งด้านร่างกาย ÿติปัญญา อารมณ์และýีลธรรม ÿามารถก้าüทันการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปÿู่ÿังคมฐานคüามรู้ได้อย่างมั่นคงแนüการพัฒนาคนดังกล่าü มุ่งเตรียมเด็กและเยาüชนใĀ้มีพื้นฐานจิตใจที่ดีงาม มีจิตÿาธารณะ พร้อมทั้งมีÿมรรถนะ ทักþะและ


18 คüามรู้พื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีüิต อันจะÿ่งผลต่อการพัฒนาประเทýแบบยั่งยืน (ÿภาพัฒนา เýรþฐกิจและÿังคมแĀ่งชาติ, 2549) ซึ่งแนüทางดังกล่าüÿอดคล้องกับนโยบายของ กระทรüงýึกþาธิการในการพัฒนาเยาüชนของชาติเข้าÿู่โลกยุคýตüรรþที่ 21 โดยมุ่งÿ่งเÿริมผู้เรียนมี คุณธรรม รักคüามเป็นไทย ใĀ้มีทักþะการคิดüิเคราะĀ์ ÿร้างÿรรค์ มีทักþะด้านเทคโนโลยี ÿามารถ ทำงานร่üมกับผู้อื่น และÿามารถอยู่ร่üมกับผู้อื่นในÿังคมโลกได้อย่างÿันติ(กระทรüงýึกþาธิการ, 2551) อ้างอิงในÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐานพุทธýักราช 2551 (2551: คüามนำ) จากข้อค้นพบในการýึกþาüิจัยและติดตามผลการใช้Āลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2544 ที่ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลจากแผนพัฒนาเýรþฐกิจและÿังคมแĀ่งชาติฉบับที่ 10 เกี่ยüกับแนüทางการพัฒนาคนในÿังคมไทย และจุดเน้นของกระทรüงýึกþาธิการใน การพัฒนา เยาüชนÿู่ýตüรรþที่ 21 จึงเกิดการทบทüนĀลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2544 เพื่อ นำไปÿู่การพัฒนาĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 ที่มีคüามเĀมาะÿม ชัดเจน ทั้งเป้าĀมายของĀลักÿูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบüนการนำĀลักÿูตรไปÿู่การ ปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การýึกþาและÿถานýึกþา โดยได้มีการกำĀนดüิÿัยทัýน์ จุดĀมาย ÿมรรถนะ ÿำคัญของผู้เรียน คุณลักþณะอันพึงประÿงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัüชี้üัดที่ชัดเจน เพื่อใช้เป็น ทิýทางในการจัดทำĀลักÿูตร การเรียนการÿอนในแต่ละระดับ นอกจากนั้นได้กำĀนดโครงÿร้างเüลา เรียนขั้นต่ำของแต่ละกลุ่มÿาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปีไü้ในĀลักÿูตรแกนกลาง และเปิดโอกาÿใĀ้ ÿถานýึกþาเพิ่มเติมเüลาเรียนได้ตามคüามพร้อมและจุดเน้น อีกทั้งได้ปรับกระบüนการüัดและ ประเมินผลผู้เรียน เกณฑ์การจบการýึกþาแต่ละระดับ และเอกÿารแÿดงĀลักฐานทางการýึกþาใĀ้มี คüามÿอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และมีคüามชัดเจนต่อการนำไปปฏิบัติ Āลักÿูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใĀ้เขตพื้นที่การýึกþา Āน่üยงานระดับท้องถิ่นและÿถานýึกþาทุกÿังกัดที่จัดการýึกþาขั้นพื้นฐาน ได้นำไปใช้เป็นกรอบและ ทิýทางในการพัฒนาĀลักÿูตร และจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาüชนไทยทุกคนในระดับ การýึกþาขั้นพื้นฐาน ใĀ้มีคุณภาพด้านคüามรู้ และทักþะที่จำเป็นÿำĀรับใช้เป็นเครื่องมือในการ ดำรงชีüิตในÿังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแÿüงĀาคüามรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีüิต (กระทรüงýึกþาธิการ,2551 Āน้า 4) มาตรฐานการเรียนรู้และตัüชี้üัดที่กำĀนดไü้ในเอกÿารนี้ ช่üยทำใĀ้Āน่üยงานที่เกี่ยüข้อง ใน ทุกระดับเĀ็นผลคาดĀüังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนü ซึ่งจะ ÿามารถช่üยใĀ้Āน่üยงานที่เกี่ยüข้องในระดับท้องถิ่นและÿถานýึกþาร่üมกันพัฒนาĀลักÿูตรได้อย่าง มั่นใจ ทำใĀ้การจัดทำĀลักÿูตรในระดับÿถานýึกþามีคุณภาพและมีคüามเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยัง


19 ช่üยใĀ้เกิดคüามชัดเจนเรื่องการüัดและประเมินผลการเรียนรู้ และช่üยแก้ปัญĀาการเทียบโอนระĀü่าง ÿถานýึกþา ดังนั้นในการพัฒนาĀลักÿูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงÿถานýึกþา จะต้อง ÿะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัüชี้üัดที่กำĀนดไü้ในĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้น พื้นฐาน รüมทั้งเป็นกรอบทิýทางในการจัดการýึกþาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียนทุก กลุ่มเป้าĀมายในระดับการýึกþาขั้นพื้นฐาน การจัดĀลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐานจะประÿบคüามÿำเร็จตามเป้าĀมายที่คาดĀüังได้ ทุก ฝ่ายที่เกี่ยüข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัü และบุคคลต้องร่üมรับผิดชอบ โดยร่üมกันทำงานอย่าง เป็นระบบ และต่อเนื่อง ในการüางแผน ดำเนินการ ÿ่งเÿริมÿนับÿนุน ตรüจÿอบ ตลอดจนปรับปรุง แก้ไข เพื่อพัฒนาเยาüชนของชาติไปÿู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำĀนดไü้ 1.1 üิÿัยทัýน์ Āลักการ จุดĀมาย üิÿัยทัýน์ Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนซึ่งเป็นกำลังของชาติใĀ้เป็น มนุþย์ที่มีคüามÿมดุลทั้งด้านร่างกาย คüามรู้ คุณธรรม มีจิตÿำนึกในคüามเป็นพลเมืองไทยและเป็นพล โลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมĀากþัตริย์ทรงเป็นประมุข มีคüามรู้ และทักþะพื้นฐาน รüมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการýึกþาต่อการประกอบอาชีพและการýึกþาตลอดชีüิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นÿÿำคัญบนพื้นฐานคüามเชื่อü่าทุกคนÿามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตาม ýักยภาพ Āลักการ Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน มีĀลักการที่ÿำคัญ ดังนี้ 1. เป็นĀลักÿูตรการýึกþาเพื่อคüามเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดĀมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น เป้าĀมายÿำĀรับพัฒนาเด็กและเยาüชนใĀ้มีคüามรู้ ทักþะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของคüาม เป็นไทยคüบคู่กับคüามเป็นÿากล 2. เป็นĀลักÿูตรการýึกþาเพื่อปüงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาÿได้รับการýึกþาอย่างเÿมอภาคและมี คุณภาพ 3. เป็นĀลักÿูตรการýึกþาที่ÿนองการกระจายอำนาจ ใĀ้ÿังคมมีÿ่üนร่üมในการจัดการýึกþาใĀ้ ÿอดคล้องกับÿภาพและคüามต้องการของท้องถิ่น 4. เป็นĀลักÿูตรการýึกþาที่มีโครงÿร้างยืดĀยุ่นทั้งด้านÿาระการเรียนรู้ เüลาและการจัดการเรียนรู้ 5. เป็นĀลักÿูตรการýึกþาที่เน้นผู้เรียนเป็นÿำคัญ


20 6. เป็นĀลักÿูตรการýึกþาÿำĀรับการýึกþาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาýัยครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าĀมาย ÿามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประÿบการณ์ จุดมุ่งĀมาย Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนใĀ้เป็นคนดี มีปัญญา มีคüามÿุข มี ýักยภาพในการýึกþาต่อและประกอบอาชีพ จึงก าĀนดเป็นจุดĀมายเพื่อใĀ้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบ การýึกþาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประÿงค์ เĀ็นคุณค่าของตนเอง มีüินัยและปฏิบัติตนตาม ĀลักธรรมของพระพุทธýาÿนาĀรือýาÿนาที่ตนนับถือ ยึดĀลักปรัชญาของเýรþฐกิจพอเพียง 2. มีคüามรู้ คüามÿามารถในการÿื่อÿาร การคิด การแก้ปัญĀา การใช้เทคโนโลยีและมีทักþะชีüิต 3. มีÿุขภาพกายและÿุขภาพจิตที่ดี มีÿุขนิÿัยและรักการออกกำลังกาย 4. มีคüามรักชาติ มีจิตÿำนึกในคüามเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในüิถีชีüิตและ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมĀากþัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. มีจิตÿำนึกในการอนุรักþ์üัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักþ์และพัฒนาÿิ่งแüดล้อม มีจิต ÿาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และÿร้างÿิ่งที่ดีงามในÿังคมและอยู่ร่üมกันในÿังคมอย่างมีคüามÿุข 1.2 ÿมรรถนะÿำคัญของผู้เรียน และคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ ในการพัฒนาผู้เรียนตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนใĀ้มีคุณภาพตาม มาตรฐานที่กำĀนด ซึ่งจะช่üยใĀ้ผู้เรียนเกิดÿมรรถนะÿำคัญและคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ ดังนี้ 1. ÿมรรถนะÿำคัญของผู้เรียน Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน มุ่งใĀ้ผู้เรียนเกิดÿมรรถนะÿำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1.1 ภาþาถ่ายทอดคüามคิดคüามรู้คüามเข้าใจ คüามรู้ÿึก และทัýนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าüÿารและประÿบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและÿังคม รüมทั้งการเจรจาต่อรอง เพื่อขจัดและลดปัญĀาคüามขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับĀรือไม่รับข้อมูลข่าüÿารด้üยĀลักเĀตุผลและ คüามถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้üิธีการÿื่อÿาร ที่มีประÿิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง และÿังคม 1.2 คüามÿามารถในการคิด เป็นคüามÿามารถในการคิดüิเคราะĀ์ การคิดÿังเคราะĀ์ การคิด อย่าง ÿร้างÿรรค์ การคิดอย่างมีüิจารณญาณและการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปÿู่การÿร้างองค์คüามรู้Āรือ ÿารÿนเทýเพื่อการตัดÿินใจเกี่ยüกับตนเองและÿังคมได้อย่างเĀมาะÿม


21 1.3 คüามÿามารถในการแก้ปัญĀา เป็นคüามÿามารถในการแก้ปัญĀาและอุปÿรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเĀมาะÿมบนพื้นฐานของĀลักเĀตุผล คุณธรรมและข้อมูลÿารÿนเทý เข้าใจคüามÿัมพันธ์ และการเปลี่ยนแปลงของเĀตุการณ์ต่าง ๆ ในÿังคม แÿüงĀาคüามรู้ ประยุกต์คüามรู้มาใช้ในการ ป้องกันและแก้ไขปัญĀาและมีการตัดÿินใจที่มีประÿิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง ÿังคมและÿิ่งแüดล้อม 1.4 คüามÿามารถในการใช้ทักþะชีüิต เป็นคüามÿามารถในการน ากระบüนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดำเนินชีüิตประจำüัน การเรียนรู้ด้üยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงานและการอยู่ร่üมกันใน ÿังคมด้üยการÿร้างเÿริมคüามÿัมพันธ์อันดีระĀü่างบุคคลการจัดการปัญĀาและคüามขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเĀมาะÿม การปรับตัüใĀ้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของÿังคมและÿภาพแüดล้อม และการรู้จัก Āลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประÿงค์ที่ÿ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 1.5 คüามÿามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นคüามÿามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักþะกระบüนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและÿังคม ในด้านการเรียนรู้ การÿื่อÿาร การทำงาน การแก้ปัญĀาอย่างÿร้างÿรรค์ ถูกต้อง เĀมาะÿม และมีคุณธรรม 2. คุณลักþณะอันพึงประÿงค์ Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนใĀ้มีคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ เพื่อใĀ้ÿามารถอยู่ร่üมกับผู้อื่นในÿังคมได้อย่างมีคüามÿุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 2.1 รักชาติýาÿน์ กþัตริย์ 2.2 ซื่อÿัตย์ÿุจริต 2.3 มีüินัย 2.4 ใฝ่เรียนรู้ 2.5 อยู่อย่างพอเพียง 2.6 มุ่งมั่นในการท างาน 2.7 รักคüามเป็นไทย 2.8 มีจิตÿาธารณะ นอกจากนี้ ÿถานýึกþาÿามารถกำĀนดคุณลักþณะอันพึงประÿงค์เพิ่มเติมใĀ้ÿอดคล้องตาม บริบทและจุดเน้นของตนเอง


22 มาตรฐานการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียนใĀ้เกิดคüามÿมดุล ต้องคำนึงถึงĀลักพัฒนาการทางÿมองและพĀุปัญญา Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน จึงกำĀนดใĀ้ผู้เรียนเรียนรู้ 8 กลุ่มÿาระการเรียนรู้ ดังนี้ 1. ภาþาไทย 2. คณิตýาÿตร์ 3. üิทยาýาÿตร์ 4. ÿังคมýึกþา ýาÿนา และüัฒนธรรม 5. ÿุขýึกþาและพลýึกþา 6. ýิลปะ 7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี 8. ภาþาต่างประเทý ตัüชี้üัด ตัüชี้üัดระบุÿิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รüมทั้งคุณลักþณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นซึ่ง ÿะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีคüามเฉพาะเจาะจงและมีคüามเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการกำĀนด เนื้อĀา จัดทำĀน่üยการเรียนรู้ จัดการเรียนการÿอน และเป็นเกณฑ์ÿำคัญÿำĀรับการüัดประเมินผล เพื่อตรüจÿอบคุณภาพผู้เรียน 1. ตัüชี้üัดชั้นปีเป็นเป้าĀมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการýึกþาภาคบังคับ (ประถมýึกþาปีที่ 1-มัธยมýึกþาปีที่ 3) 2. ตัüชี้üัดช่üงชั้นเป็นเป้าĀมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดับมัธยมýึกþาตอนปลาย (มัธยมýึกþาปีที่ 4-6) 1.3 ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 กระทรüงýึกþาธิการ โดยÿถาบันÿ่งเÿริมการÿอนüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยีได้ดำเนินการ จัดทำมาตรฐานการเรียนรู้และตัüชี้üัด กลุ่มÿาระการเรียนรู้คณิตýาÿตร์และüิทยาýาÿตร์(ฉบับ ปรับปรุง พ.ý. 2560) และÿำนักงานคณะกรรมการการýึกþาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการจัดทำÿาระ ภูมิýาÿตร์ในกลุ่มÿาระการเรียนรู้ÿังคมýึกþา ýาÿนา และüัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) ตาม Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 พร้อมทั้งจัดทำÿาระการเรียนรู้แกนกลาง


23 ของกลุ่มÿาระการเรียนรู้และÿาระดังกล่าüในแต่ละระดับชั้น เพื่อใĀ้เขตพื้นที่การýึกþา Āน่üยงาน ระดับท้องถิ่น และÿถานýึกþาทุกÿังกัดที่จัดการýึกþาขั้นพื้นฐาน ได้นำไปใช้เป็นกรอบและทิýทางใน การพัฒนาĀลักÿูตรÿถานýึกþา และจัดการเรียนการÿอน โดยจัดทำเป็น 3 เล่ม ดังนี้ 1. ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้คณิตýาÿตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 2. ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 3. ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง ÿาระภูมิýาÿตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) กลุ่ม ÿาระการเรียนรู้ÿังคมýึกþา ýาÿนา และüัฒนธรรม ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 และแนüการจัดกิจกรรมการเรียนรู้(ÿํานักüิชาการและมาตรฐานการýึกþา คณะกรรมการการýึกþาขั้นพื้นฐาน กระทรüงýึกþาธิการ,2560 Āน้า 1) ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ ตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ý. 2560) ตามĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 นี้ได้กำĀนดÿาระการเรียนรู้ ออกเป็น 4 ÿาระ ได้แก่ ÿาระที่ 1 üิทยาýาÿตร์ชีüภาพ ÿาระที่ 2 üิทยาýาÿตร์กายภาพ ÿาระที่ 3 üิทยาýาÿตร์โลก และอüกาý และÿาระที่ 4 เทคโนโลยีมีÿาระเพิ่มเติม 5 ÿาระ ได้แก่ ÿาระชีüüิทยา ÿาระเคมี ÿาระฟิÿิกÿ์ และÿาระโลกดาราýาÿตร์และอüกาý ซึ่งองค์ประกอบของĀลักÿูตร ทั้งในด้าน ของเนื้อĀา การจัดการเรียนการÿอน และการüัดและประเมินผลการเรียนรู้นั้น มีคüามÿำคัญอย่างยิ่ง ในการüางรากฐานการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ใĀ้มีคüามต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ÿำĀรับกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ได้ กำĀนดตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนเป็นพื้นฐาน เพื่อใĀ้ÿามารถนำ คüามรู้นี้ไปใช้ในการดำรงชีüิตĀรือýึกþาต่อในüิชาชีพที่ต้องใช้üิทยาýาÿตร์ได้โดยจัดเรียงลำดับคüาม ยากง่ายของเนื้อĀาแต่ละÿาระในแต่ละระดับชั้นใĀ้มีการเชื่อมโยง คüามรู้กับกระบüนการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียนพัฒนาคüามคิด ทั้ง คüามคิดเป็นเĀตุเป็นผล คิดÿร้างÿรรค์ คิดüิเคราะĀ์üิจารณ์ มีทักþะที่ÿำคัญทั้งทักþะกระบüนการทาง üิทยาýาÿตร์และทักþะในýตüรรþที่ 21 ในการค้นคü้าและÿร้างองค์คüามรู้ ด้üยกระบüนการÿืบ เÿาะĀาคüามรู้ÿามารถแก้ปัญĀาอย่างเป็นระบบ ÿามารถตัดÿินใจ โดยใช้ข้อมูลĀลากĀลายและ ประจักþ์พยานที่ตรüจÿอบได้


24 เป้าĀมายของüิทยาýาÿตร์ ในการเรียนการÿอนüิทยาýาÿตร์มุ่งเน้นใĀ้ผู้เรียนได้ค้นพบคüามรู้ด้üยตนเองมากที่ÿุดเพื่อใĀ้ ได้ทั้งกระบüนการและคüามรู้จากüิธีการÿังเกต การÿำรüจตรüจÿอบ การทดลอง แล้üนำผลที่ได้มา จัดระบบเป็นĀลักการ แนüคิด และองค์คüามรู้ การจัดการเรียนการÿอนüิทยาýาÿตร์จึงมีเป้าĀมายที่ÿำคัญ ดังนี้ 1. เพื่อใĀ้เข้าใจĀลักการ ทฤþฎีและกฎที่เป็นพื้นฐานในüิชาüิทยาýาÿตร์ 2.เพื่อใĀ้เข้าใจขอบเขตของธรรมชาติของüิชาüิทยาýาÿตร์และข้อจำกัดในการýึกþาüิชา üิทยาýาÿตร์ 3. เพื่อใĀ้มีทักþะที่ÿำคัญในการýึกþาค้นคü้าและคิดค้นทางเทคโนโลยี 4. เพื่อใĀ้ตระĀนักถึงคüามÿัมพันธ์ระĀü่างüิชาüิทยาýาÿตร์ เทคโนโลยีมüลมนุþย์และ ÿภาพแüดล้อมในเชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน 5. เพื่อนำคüามรู้คüามเข้าใจ ในüิชาüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยีไปใช้ใĀ้เกิดประโยชน์ต่อÿังคม และการดำรงชีüิต 6. เพื่อพัฒนากระบüนการคิดและจินตนาการ คüามÿามารถในการแก้ปัญĀา และการจัดการ ทักþะในการÿื่อÿาร และคüามÿามารถในการตัดÿินใจ 7. เพื่อใĀ้เป็นผู้ที่มีจิตüิทยาýาÿตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้üิทยาýาÿตร์ และเทคโนโลยีอย่างÿร้างÿรรค์ üิทยาýาÿตร์เพิ่มเติม üิทยาýาÿตร์เพิ่มเติมจัดทำขึ้นÿำĀรับผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมýึกþาตอนปลายแผนการเรียน üิทยาýาÿตร์ ที่จำเป็นต้องเรียนเนื้อĀาในÿาระชีüüิทยา เคมีฟิÿิกÿ์ และโลกดาราýาÿตร์และอüกาý ซึ่ง เป็นพื้นฐานÿำคัญและเพียงพอÿำĀรับการýึกþาต่อในระดับอุดมýึกþาในด้านüิทยาýาÿตร์ เพื่อ ประกอบüิชาชีพในÿาขาที่ใช้üิทยาýาÿตร์เป็นฐาน เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ÿัตüแพทย์ เทคโนโลยีชีüภาพ เทคนิคการแพทย์üิýüกรรม ÿถาปัตยกรรม ฯลฯ โดยมีผลการเรียนรู้ที่ครอบคลุม ด้านเนื้อĀา ทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ และทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 รüมทั้งจิตüิทยาýาÿตร์ ที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีüิทยาýาÿตร์เพิ่มเติมนี้ได้มีการปรับปรุงเพื่อใĀ้มีเนื้อĀาที่ทัดเทียมกับนานาชาติ เน้นกระบüนการคิดüิเคราะĀ์และการแก้ปัญĀา รüมทั้งเชื่อมโยงคüามรู้ÿู่การนำไปใช้ในชีüิตจริง ÿรุป ได้ดังนี้


25 1.ลดคüามซ้ำซ้อนของเนื้อĀาระĀü่างตัüชี้üัดในรายüิชาพื้นฐานและผลการเรียนรู้รายüิชา เพิ่มเติม เพื่อใĀ้ผู้เรียนได้มีเüลาÿำĀรับการเรียนรู้และทำปฏิบัติการทางüิทยาýาÿตร์เพิ่มขึ้น 2. ลดคüามซ้ำซ้อนของเนื้อĀาระĀü่างÿาระชีüüิทยา เคมีฟิÿิกÿ์และโลก ดาราýาÿตร์และ อüกาý โดยมีการพิจารณาเนื้อĀาที่มีคüามซ้ำซ้อนกัน แล้üจัดใĀ้เรียนที่ÿาระใดÿาระĀนึ่ง เช่น - เรื่องÿารชีüโมเลกุล เดิมเรียนทั้งในÿาระชีüüิทยา และเคมีได้พิจารณาแล้üจัดใĀ้เรียนใน ÿาระชีüüิทยา - เรื่องปิโตรเลียม เดิมเรียนทั้งในÿาระเคมีและโลก ดาราýาÿตร์และอüกาý ได้พิจารณาแล้ü จัดใĀ้เรียนในÿาระโลก ดาราýาÿตร์และอüกาý - เรื่องกฎของบอยล์กฎของชาร์ล ไอโซโทปกัมมันตรังÿีได้พิจารณาแล้üจัดใĀ้เรียนในÿาระเคมี และเรื่องพลังงานนิüเคลียร์จัดใĀ้เรียนในÿาระฟิÿิกÿ์ เนื่องจากเดิมเนื้อĀาเĀล่านี้ทับซ้อนกันในÿาระ เคมีและฟิÿิกÿ์ - เรื่องการทดลองของทอมÿัน และการทดลองของมิลลิแกน เดิมเรียนทั้งในÿาระเคมีและ ฟิÿิกÿ์ได้พิจารณาแล้üจัดใĀ้เรียนในÿาระเคม 3. ลดคüามซ้ำซ้อนกันระĀü่างระดับมัธยมýึกþาตอนต้น และระดับมัธยมýึกþา ตอนปลาย เช่น - เรื่องระบบนิเüýและÿิ่งแüดล้อมในÿาระชีüüิทยา ได้ปรับใĀ้ÿาระการเรียนรู้เนื้อĀา และ กิจกรรม มีคüามแตกต่างกันตามคüามเĀมาะÿมของระดับผู้เรียน - เรื่องเทคโนโลยีอüกาý การเกิดลม การเปลี่ยนแปลงอุณĀภูมิของโลก พายุและมรÿุม ได้มี การปรับใĀ้ÿาระการเรียนรู้เนื้อĀา และกิจกรรม เรียนต่อเนื่องกันจากระดับมัธยมýึกþาตอนต้นไปÿู่ ระดับมัธยมýึกþาตอนปลาย เพื่อไม่ใĀ้ทับซ้อนกัน 4. ลดทอนเนื้อĀาที่ยากเพื่อใĀ้เĀมาะÿมกับกลุ่มของผู้เรียนในระดับมัธยมýึกþาตอนปลาย 5. มีการเพิ่มเนื้อĀาด้านต่าง ๆ ที่มีคüามทันÿมัย ÿอดคล้องต่อการดำรงชีüิตในปัจจุบันและ อนาคตมากขึ้น เช่น เรื่องเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ที่มีต่อมนุþย์และÿิ่งแüดล้อมในÿาระชีüüิทยา เรื่อง ทักþะและคüามปลอดภัยในปฏิบัติการเคมีนüัตกรรมและการแก้ปัญĀาที่เน้นการบูรณาการในÿาระ เคมี เรื่องเทคโนโลยีด้านพลังงานและÿิ่งแüดล้อม การÿื่อÿารด้üยÿัญญาณดิจิทัลที่เĀมาะÿมกับÿังคม และเýรþฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน รüมทั้งเนื้อĀาเกี่ยüกับการค้นคü้าüิจัยด้านฟิÿิกÿ์อนุภาค เพื่อคüาม ÿอดคล้องกับคüามก้าüĀน้าของüิชาฟิÿิกÿ์ในปัจจุบัน


26 üิทยาýาÿตร์เพิ่มเติมนี้ถึงแม้ü่าÿถานýึกþาÿามารถจัดใĀ้ผู้เรียนได้เรียนตามคüามเĀมาะÿม และตามจุดเน้นของÿถานýึกþา แต่ในแนüทางปฏิบัติÿถานýึกþาคüรจัดใĀ้ผู้เรียนได้เรียนทุกÿาระ เพื่อใĀ้มีคüามรู้เพียงพอในการนำไปใช้เพื่อการýึกþาต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อĀาของÿาระโลก ดาราýาÿตร์และอüกาý ที่ÿถานýึกþามักมองข้ามคüามÿำคัญของการเรียนÿาระนี้ซึ่งเป็นการบูรณา การคüามรู้ทางด้านüิทยาýาÿตร์ ทั้งฟิÿิกÿ์ เคมีและชีüüิทยา รüมทั้งýาÿตร์อื่น ๆที่เกี่ยüข้อง เพื่อมา ช่üยในการอธิบายและเข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในธรรมชาติทั้งการเปลี่ยนแปลงบนผิüโลก การ เปลี่ยนแปลงภายในโลก และการเปลี่ยนแปลงทางลมฟ้าอากาý ซึ่งกระบüนการเปลี่ยนแปลงทั้งĀมด ดังกล่าüล้üนÿ่งผลซึ่งกันและกัน รüมทั้งÿิ่งมีชีüิตด้üย และที่ÿำคัญคือ คüามรู้ในÿาระนี้ÿามารถนำไปใช้ ในการýึกþาต่อเพื่อประกอบอาชีพในĀลาย ๆ ด้าน เช่น อาชีพที่เกี่ยüกับüัÿดุýาÿตร์การเดินเรือ การ บิน การเกþตร การýึกþาประüัติýาÿตร์üิýüกร อุตÿาĀกรรมน้ำมันเĀมือง นักธรณีüิทยา นัก อุตุนิยมüิทยา นักดาราýาÿตร์นักบินอüกาý ดังนั้นพื้นฐานคüามรู้ÿาระโลกดาราýาÿตร์และอüกาý จะ ช่üยเปิดโอกาÿทางด้านอาชีพที่ĀลากĀลายใĀ้กับผู้เรียน เพราะในอนาคตข้างĀน้า นอกจากมนุþย์ จะต้องมีคüามเข้าใจเกี่ยüกับโลกที่ตัüเองอาýัยอยู่แล้ü ยังต้องพัฒนาตนเองเพื่อýึกþาข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ นอกโลกเพื่อนำข้อมูลเĀล่านั้นกลับมาพัฒนาคุณภาพชีüิตใĀ้ดีขึ้น เรียนรู้อะไรในüิทยาýาÿตร์เพิ่มเติม üิทยาýาÿตร์เพิ่มเติม ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ÿาระÿำคัญ ดังนี้ ชีüüิทยา เรียนรู้เกี่ยüกับ การýึกþาชีüüิทยา ÿารที่เป็นองค์ประกอบของÿิ่งมีชีüิต เซลล์ของ ÿิ่งมีชีüิต พันธุกรรมและการถ่ายทอด üิüัฒนาการ คüามĀลากĀลายทางชีüภาพโครงÿร้างและการ ทำงานของÿ่üนต่าง ๆ ในพืชดอก ระบบและการทำงานในอüัยüะต่าง ๆ ของÿัตü์และมนุþย์และ ÿิ่งมีชีüิตและÿิ่งแüดล้อม เคมีเรียนรู้เกี่ยüกับ ปริมาณÿาร องค์ประกอบและÿมบัติของÿาร การเปลี่ยนแปลงของÿาร ทักþะและการแก้ปัญĀาทางเคมี ฟิÿิกÿ์เรียนรู้เกี่ยüกับ ธรรมชาติและการค้นพบทางฟิÿิกÿ์แรงและการเคลื่อนที่และพลังงาน โลก ดาราýาÿตร์ และอüกาý เรียนรู้เกี่ยüกับ โลกและกระบüนการเปลี่ยนแปลงทาง ธรณีüิทยา ข้อมูลทางธรณีüิทยาและการนำไปใช้ประโยชน์การถ่ายโอนพลังงานคüามร้อนของโลกการ เปลี่ยนแปลงลักþณะลมฟ้าอากาýกับการดำรงชีüิตของมนุþย์ โลกในเอกภพ และดาราýาÿตร์กับ มนุþย์


27 ÿาระüิทยาýาÿตร์เพิ่มเติม ÿาระชีüüิทยา 1. เข้าใจธรรมชาติของÿิ่งมีชีüิต การýึกþาชีüüิทยาและüิธีการทางüิทยาýาÿตร์ÿารที่เป็น องค์ประกอบของÿิ่งมีชีüิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของÿิ่งมีชีüิต กล้องจุลทรรýน์ โครงÿร้างและĀน้าที่ ของเซลล์การลำเลียงÿารเข้าและออกจากเซลล์การแบ่งเซลล์และการĀายใจระดับเซลล์ 2. เข้าใจการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ÿมบัติและĀน้าที่ ของÿารพันธุกรรม การเกิดมิüเทชัน เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ Āลักฐานข้อมูลและแนüคิดเกี่ยüกับ üิüัฒนาการของÿิ่งมีชีüิต ภาüะÿมดุลของฮาร์ดี-ไüน์เบิร์ก การเกิดÿปีชีÿ์ใĀม่ คüามĀลากĀลายทาง ชีüภาพ กำเนิดของÿิ่งมีชีüิต คüามĀลากĀลายของÿิ่งมีชีüิต และอนุกรมüิธาน รüมทั้งนำคüามรู้ไปใช้ ประโยชน์ 3. เข้าใจÿ่üนประกอบของพืช การแลกเปลี่ยนแก๊ÿและคายน้ำของพืช การลำเลียงของพืช การÿังเคราะĀ์ด้üยแÿง การÿืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการตอบÿนองของพืช รüมทั้งนำคüามรู้ไปใช้ประโยชน์ 4. เข้าใจการย่อยอาĀารของÿัตü์และมนุþย์การĀายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ÿ การลำเลียง ÿารและการĀมุนเüียนเลือด ภูมิคุ้มกันของร่างกาย การขับถ่าย การรับรู้และการตอบÿนองการ เคลื่อนที่ การÿืบพันธุ์และการเจริญเติบโต ฮอร์โมนกับการรักþาดุลยภาพ และพฤติกรรมของÿัตü์ รüมทั้งนำคüามรู้ไปใช้ประโยชน์ 5. เข้าใจแนüคิดเกี่ยüกับระบบนิเüý กระบüนการถ่ายทอดพลังงานและการĀมุนเüียนÿารใน ระบบนิเüý คüามĀลากĀลายของไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของÿิ่งมีชีüิตในระบบนิเüýประชากร และรูปแบบการเพิ่มของประชากร ทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม ปัญĀาและผลกระทบที่เกิด จากการใช้ประโยชน์และแนüทางการแก้ไขปัญĀา คุณภาพผู้เรียน ผู้เรียนที่เรียนครบทุกผลการเรียนรู้ มีคุณภาพดังนี้ เข้าใจüิธีการทางüิทยาýาÿตร์ในการค้นĀาคำตอบเกี่ยüกับÿิ่งมีชีüิต ÿารที่เป็นองค์ประกอบ ของÿิ่งมีชีüิต และปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ การใช้กล้องจุลทรรýน์ โครงÿร้างและĀน้าที่ของเซลล์การ ลำเลียงÿารเข้าและออกจากเซลล์การแบ่งเซลล์และการĀายใจระดับเซลล์ เข้าใจĀลักการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมของÿิ่งมีชีüิต การถ่ายทอดยีนบนออโตโซมและ โครโมโซมเพý โครงÿร้างและองค์ประกอบทางเคมีของดีเอ็นเอ การจำลองดีเอ็นเอกระบüนการ


28 ÿังเคราะĀ์โปรตีน การเกิดมิüเทชันในÿิ่งมีชีüิต Āลักการและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ Āลักฐานและข้อมูลที่ใช้ในการýึกþาüิüัฒนาการของÿิ่งมีชีüิต แนüคิดเกี่ยüกับüิüัฒนาการของÿิ่งมีชีüิต เงื่อนไขของภาüะÿมดุลของฮาร์ดี-ไüน์เบิร์ก กระบüนการเกิดÿปีชีÿ์ใĀม่ของÿิ่งมีชีüิต คüามĀลากĀลาย ทางชีüภาพ กำเนิดของÿิ่งมีชีüิต ลักþณะÿำคัญของÿิ่งมีชีüิตกลุ่มแบคทีเรีย โพรทิÿต์ พืช ฟังไจ และ ÿัตü์การจำแนกÿิ่งมีชีüิตออกเป็นĀมüดĀมู่และüิธีการเขียนชื่อüิทยาýาÿตร์ เข้าใจโครงÿร้างและÿ่üนประกอบของพืชทั้งราก ลำต้น และใบ การแลกเปลี่ยนแก๊ÿการคาย น้ำ การลำเลียงน้ำและธาตุอาĀาร การลำเลียงอาĀาร การÿังเคราะĀ์ด้üยแÿงของพืชกระบüนการÿร้าง เซลล์ÿืบพันธุ์และการปฏิÿนธิของพืชดอก การเกิดผลและเมล็ด บทบาทของÿารคüบคุมการ เจริญเติบโตของพืชและการประยุกต์ใช้และการตอบÿนองของพืช เข้าใจกลไกการรักþาดุลยภาพของÿิ่งมีชีüิต โครงÿร้าง Āน้าที่ และกระบüนการต่าง ๆ ของ ÿัตü์และมนุþย์ได้แก่ การย่อยอาĀาร การแลกเปลี่ยนแก๊ÿ การเคลื่อนที่ การกำจัดของเÿียออกจาก ร่างกายของÿิ่งมีชีüิต ระบบĀมุนเüียนเลือด ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุþย์การทำงานของระบบ ประÿาทและอüัยüะรับคüามรู้ÿึก ระบบÿืบพันธุ์การปฏิÿนธิการเจริญเติบโต ฮอร์โมนและพฤติกรรม ของÿัต เข้าใจกระบüนการถ่ายทอดพลังงานและการĀมุนเüียนÿารในระบบนิเüý คüามĀลากĀลาย ของไบโอม การเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบต่าง ๆ ในระบบนิเüý การเปลี่ยนแปลงจำนüนประชากรมนุþย์ ในระดับท้องถิ่น ระดับประเทý และระดับโลก แนüทางการป้องกันและแก้ไขปัญĀา ทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม เข้าใจการýึกþาโครงÿร้างอะตอมของนักüิทยาýาÿตร์การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ÿมบัติบางประการของธาตุและการจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ พันธะเคมีÿมบัติของÿารที่มีคüามÿัมพันธ์ กับพันธะเคมีกฎต่าง ๆ ของแก๊ÿ และÿมบัติของแก๊ÿ ประเภทและÿมบัติของÿารประกอบอินทรีย์และ ประเภทและÿมบัติของพอลิเมอร์ เข้าใจการเขียนและการดุลÿมการเคมีการคำนüณปริมาณÿารต่าง ๆ ที่เกี่ยüข้องกับปฏิกิริยา เคมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีÿมดุลในปฏิกิริยาเคมีและ ปัจจัยที่มีผลต่อÿมดุลเคมีทฤþฎีกรด-เบÿ ÿมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบÿ ÿารละลายบัฟเฟอร์ ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า เข้าใจข้อปฏิบัติเบื้องต้นเกี่ยüกับคüามปลอดภัยในการทำปฏิบัติการเคมี การเลือกใช้อุปกรณ์ Āรือเครื่องมือในการทำปฏิบัติการ Āน่üยüัดและการเปลี่ยนĀน่üยüัดด้üยการใช้แฟกเตอร์เปลี่ยนĀน่üย การคำนüณเกี่ยüกับมüลอะตอม มüลโมเลกุล และมüลÿูตร คüามÿัมพันธ์ของโมล จำนüนอนุภาค มüล


29 และปริมาตรของแก๊ÿที่ STP การคำนüณÿูตรอย่างง่ายและÿูตรโมเลกุลของÿาร คüามเข้มข้นของ ÿารละลาย การเตรียมÿารละลาย และการบูรณาการคüามรู้และทักþะในการอธิบายปรากฏการณ์ใน ชีüิตประจำüันและการแก้ปัญĀาทางเคมี เข้าใจธรรมชาติของฟิÿิกÿ์กระบüนการüัด คüามÿัมพันธ์ระĀü่างปริมาณที่เกี่ยüข้องกับการ เคลื่อนที่ การเคลื่อนที่ในแนüตรง แรงลัพธ์กฎการเคลื่อนที่ แรงเÿียดทาน กฎคüามโน้มถ่üงÿากล ÿนามโน้มถ่üง งาน กฎการอนุรักþ์พลังงานกล ÿมดุลกลของüัตถุ เครื่องกลอย่างง่ายโมเมนตัมและการ ดล กฎการอนุรักþ์โมเมนตัม การชน และการเคลื่อนที่ในแนüโค้ง เข้าใจการเคลื่อนที่แบบคลื่น ปรากฏการณ์คลื่น การÿะท้อน การĀักเĀ การเลี้ยüเบนและการ แทรกÿอด Āลักการของฮอยเกนÿ์การเคลื่อนที่ของคลื่นเÿียง ปรากฏการณ์ที่เกี่ยüข้องกับเÿียง คüาม เข้มเÿียงและระดับเÿียง การได้ยิน ภาพที่เกิดจากกระจกเงาและเลนÿ์ปรากฏการณ์ที่เกี่ยüข้องกับแÿง และการมองเĀ็นแÿงÿี เข้าใจÿนามไฟฟ้า แรงไฟฟ้า กฎของคูลอมบ์ýักย์ไฟฟ้า ตัüเก็บประจุตัüต้านทานและกฎของ โอĀ์ม พลังงานไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้านพลังงาน ÿนามแม่เĀล็ก คüามÿัมพันธ์ระĀü่างÿนามแม่เĀล็กกับกระแÿไฟฟ้า การเĀนี่ยüนำแม่เĀล็กไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแÿÿลับ คลื่นแม่เĀล็กไฟฟ้า และประโยชน์ของคลื่นแม่เĀล็กไฟฟ้า เข้าใจผลของคüามร้อนต่อÿÿาร ÿภาพยืดĀยุ่น คüามดันในของไĀล แรงพยุง ของไĀลอุดมคติ ทฤþฎีจลน์ของแก๊ÿ แนüคิดคüอนตัมของพลังงาน ทฤþฎีอะตอมของโบร์ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทüิภาüะของคลื่นและอนุภาค การÿลายของนิüเคลียÿกัมมันตรังÿีกัมมันตภาพ ปฏิกิริยานิüเคลียร์ พลังงานนิüเคลียร์คüามÿัมพันธ์ระĀü่างมüลและพลังงาน แรงภายในนิüเคลียÿ และการค้นคü้าüิจัย ด้านฟิÿิกÿ์อนุภาค เข้าใจการแบ่งชั้นและÿมบัติของโครงÿร้างโลก ÿาเĀตุ และรูปแบบการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี ที่ÿัมพันธ์กับการเกิดลักþณะธรณีÿัณฐานและธรณีโครงÿร้างแบบต่าง ๆ Āลักฐานทางธรณีüิทยาที่พบ ในปัจจุบันและการลำดับเĀตุการณ์ทางธรณีüิทยาในอดีต ÿาเĀตุ กระบüนการเกิดแผ่นดินไĀü ภูเขาไฟ ระเบิด ÿึนามิผลกระทบ แนüทางการเฝ้าระüัง และการปฏิบัติตนใĀ้ปลอดภัยÿมบัติและการจำแนก ชนิดของแร่ กระบüนการเกิดและการจำแนกชนิดĀิน กระบüนการเกิดและการÿำรüจแĀล่งปิโตรเลียม และถ่านĀิน การแปลคüามĀมายจากแผนที่ภูมิประเทýและแผนที่ธรณีüิทยา และการนำข้อมูลทาง ธรณีüิทยาไปใช้ประโยชน์ เข้าใจปัจจัยÿำคัญที่มีผลต่อการรับและปลดปล่อยพลังงานจากดüงอาทิตยกระบüนการที่ทำ ใĀ้เกิดÿมดุลพลังงานของโลก ผลของแรงเนื่องจากคüามแตกต่างของคüามกดอากาýแรงคอริออลิÿ


30 แรงÿู่ýูนย์กลางและแรงเÿียดทานที่มีต่อการĀมุนเüียนของอากาý การĀมุนเüียนของอากาýตามเขต ละติจูด และผลที่มีต่อภูมิอากาý ปัจจัยที่ทำใĀ้เกิดการแบ่งชั้นน้ำและการĀมุนเüียนของน้ำใน มĀาÿมุทร รูปแบบการĀมุนเüียนของน้ำในมĀาÿมุทร และผลของการĀมุนเüียนของน้ำในมĀาÿมุทรที่ มีต่อลักþณะลมฟ้าอากาý ÿิ่งมีชีüิตและÿิ่งแüดล้อม คüามÿัมพันธ์ระĀü่างเÿถียรภาพอากาýและการ เกิดเมฆ การเกิดแนüปะทะอากาýแบบต่าง ๆ และลักþณะลมฟ้าอากาýที่เกี่ยüข้องปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาýของโลก รüมทั้งการแปลคüามĀมายÿัญลักþณ์ลมฟ้าอากาýและการ พยากรณ์ลักþณะลมฟ้าอากาýเบื้องต้น จากแผนที่อากาýและข้อมูลÿารÿนเทý เข้าใจการกำเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน ÿÿาร ขนาดอุณĀภูมิของเอกภพĀลักฐานที่ ÿนับÿนุนทฤþฎีบิกแบง ประเภทของกาแล็กซีโครงÿร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก กระบüนการเกิดดาüฤกþ์และการÿร้างพลังงานของดาüฤกþ์ ปัจจัยที่ÿ่งผลต่อคüามÿ่องÿü่างของดาü ฤกþ์และคüามÿัมพันธ์ระĀü่างคüามÿ่องÿü่างกับโชติมาตรของดาüฤกþ์คüามÿัมพันธ์ระĀü่างÿี อุณĀภูมิผิü และÿเปกตรัมของดาüฤกþ์üิธีการĀาระยะทางของดาüฤกþ์ด้üยĀลักการแพรัลแลกซ์ üิüัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงÿมบัติบางประการของดาüฤกþ์กระบüนการเกิดระบบÿุริยะ การแบ่ง เขตบริüารของดüงอาทิตย์ลักþณะของดาüเคราะĀ์ที่เอื้อต่อการดำรงชีüิต การโคจรของดาüเคราะĀ์ รอบดüงอาทิตย์ด้üยกฎเคพเลอร์และกฎคüามโน้มถ่üงของนิüตันโครงÿร้างของดüงอาทิตย์การเกิดลม ÿุริยะ พายุÿุริยะและผลที่มีต่อโลก การระบุพิกัดของดาü ในระบบขอบฟ้าและระบบýูนย์ÿูตร เÿ้นทางการขึ้นการตกของดüงอาทิตย์และดาüฤกþ์ เüลาÿุริยคติ และการเปรียบเทียบเüลาของแต่ละเขตเüลาบนโลก การÿำรüจอüกาýและการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีอüกาý ระบุปัญĀา ตั้งคำถามที่จะÿำรüจตรüจÿอบ โดยมีการกำĀนดคüามÿัมพันธ์ระĀü่าง ตัüแปรต่าง ๆ ÿืบค้นข้อมูลจากĀลายแĀล่ง ตั้งÿมมติฐานที่เป็นไปได้Āลายแนüทาง ตัดÿินใจเลือก ตรüจÿอบÿมมติฐานที่เป็นไปได้ ตั้งคำถามĀรือกำĀนดปัญĀาที่อยู่บนพื้นฐานของคüามรู้และคüามเข้าใจทางüิทยาýาÿตร์ ที่ แÿดงใĀ้เĀ็นถึงการใช้คüามคิดระดับÿูงที่ÿามารถÿำรüจตรüจÿอบĀรือýึกþาค้นคü้าได้อย่างครอบคลุม และเชื่อถือได้ÿร้างÿมมติฐานที่มีทฤþฎีรองรับĀรือคาดการณ์ÿิ่งที่จะพบ เพื่อนำไปÿู่การÿำรüจ ตรüจÿอบ ออกแบบüิธีการÿำรüจตรüจÿอบตามÿมมติฐานที่กำĀนดไü้ได้อย่างเĀมาะÿมมีĀลักฐานเชิง ประจักþ์ เลือกüัÿดุ อุปกรณ์ รüมทั้งüิธีการในการÿำรüจตรüจÿอบอย่างถูกต้องทั้งในเชิงปริมาณและ คุณภาพ และบันทึกผลการÿำรüจตรüจÿอบอย่างเป็นระบบ


31 üิเคราะĀ์แปลคüามĀมายข้อมูล และประเมินคüามÿอดคล้องของข้อÿรุปเพื่อตรüจÿอบกับ ÿมมติฐานที่ตั้งไü้ใĀ้ข้อเÿนอแนะเพื่อปรับปรุงüิธีการÿำรüจตรüจÿอบ จัดกระทำข้อมูลและนำเÿนอ ข้อมูลด้üยเทคนิคüิธีที่เĀมาะÿม ÿื่อÿารแนüคิด คüามรู้จากผลการÿำรüจตรüจÿอบ โดยการพูด เขียน จัดแÿดงĀรือใช้เทคโนโลยีÿารÿนเทý เพื่อใĀ้ผู้อื่นเข้าใจ โดยมีĀลักฐานอ้างอิงĀรือมีทฤþฎีรองรับ แÿดงถึงคüามÿนใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อÿัตย์ ในการÿืบเÿาะĀาคüามรู้โดยใช้ เครื่องมือ และüิธีการที่ใĀ้ได้ผลถูกต้อง เชื่อถือได้มีเĀตุผลและยอมรับได้ü่าคüามรู้ทางüิทยาýาÿตร์อาจ มีการเปลี่ยนแปลงได้ แÿดงถึงคüามพอใจและเĀ็นคุณค่าในการค้นพบคüามรู้พบคำตอบ Āรือแก้ปัญĀาได้ทำงาน ร่üมกับผู้อื่นอย่างÿร้างÿรรค์แÿดงคüามคิดเĀ็นโดยมีข้อมูลอ้างอิงและเĀตุผลประกอบเกี่ยüกับผลของ การพัฒนาและการใช้üิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยีอย่างมีคุณธรรมต่อÿังคมและÿิ่งแüดล้อม และ ยอมรับฟังคüามคิดเĀ็นของผู้อื่น เข้าใจคüามÿัมพันธ์ของคüามรู้üิทยาýาÿตร์ที่มีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ÿ่งผลใĀ้มีการคิดค้นคüามรู้ทางüิทยาýาÿตร์ที่ก้าüĀน้าผลของเทคโนโลยีต่อ ชีüิต ÿังคม และÿิ่งแüดล้อม ตระĀนักถึงคüามÿำคัญและเĀ็นคุณค่าของคüามรู้üิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ใน ชีüิตประจำüัน ใช้คüามรู้และกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีüิตและการ ประกอบอาชีพ แÿดงคüามชื่นชม ภูมิใจ ยกย่อง อ้างอิงผลงาน ชิ้นงานที่เป็นผลมาจากภูมิปัญญา ท้องถิ่นและการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันÿมัย ýึกþาĀาคüามรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานĀรือÿร้างชิ้นงานตาม คüามÿนใจ แÿดงคüามซาบซึ้ง Ā่üงใย มีพฤติกรรมเกี่ยüกับการใช้และรักþาทรัพยากรธรรมชาติและ ÿิ่งแüดล้อมอย่างรู้คุณค่า เÿนอตัüเองร่üมมือปฏิบัติกับชุมชนในการป้องกัน ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และÿิ่งแüดล้อมของท้องถิ่น


32 1.4 Āลักÿูตรüิทยาýาÿตร์ ในĀลักÿูตรÿถานýึกþาของโรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา ตามĀลักÿูตร แกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 คำอธิบายรายüิชาเพิ่มเติม üิชาชีüüิทยา 6 รายüิชา ü30246 กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์และ เทคโนโลยี (โรงเรียนÿากเĀล็กüิทยา พิจิตร) รายüิชา ü30246 ชีüüิทยา 6 จำนüน 1.5 Āน่üยกิต เüลา 60 ชั่üโมง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 / 2565 ýึกþาเกี่ยüกับคüามĀลากĀลายทางชีüภาพ กำเนิดเซลล์เริ่มแรก คüามĀลากĀลายของ ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มโพรแคริโอต ได้แก่ แบคที่เรีย อาร์เคีย และกลุ่มยูแคริโอต ได้แก่ โพรทิÿต์ พืช ฟังไจ ÿัตü์ ýึกþาการจำแนกÿิ่งมีชีüิต การตั้งชื่อ และการระบุชื่อüิทยาýาÿตร์ ýึกþาเกี่ยüกับไบโอม การ เปลี่ยนแปลงแทนที่ของÿิ่งมีชีüิตในระบบนิเüý คüามĀลากĀลายของระบบนิเüý และกระบüนการที่ ÿำคัญในระบบนิเüý เช่น üัฏจักรÿาร และการถ่ายทอดพลังงานในÿิ่งมีชีüิต ýึกþาเกี่ยüกับ ลักþณะเฉพาะของประชากร การเติบโตของประชากร และประชากรมนุþย์ในแง่ของโครงÿร้างอายุ ของประชากรและอัตราÿ่üนระĀü่างเพý ýึกþาเกี่ยüกับประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทรัพยากรน้ำ ดิน อากาý ป่าไม้ และÿัตü์ป่า รüมทั้งปัญĀาและ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ Āลักการอนุรักþ์ทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ที่ÿ่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและÿิ่งแüดล้อม โดยใช้กระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ การ ÿืบเÿาะĀาคüามรู้ การÿืบค้นข้อมูล การÿังเกต üิเคราะĀ์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปรายและÿรุป เพื่อใĀ้เกิดคüามรู้ คüามเข้าใจ และมีคüามÿามารถในการตัดÿินใจ มีทักþะกระบüนการทาง üิทยาýาÿตร์ รüมทั้งทักþะการเรียนรู้ในýตüรรþที่ 21 ในด้านเทคโนโลยีÿารÿนเทý ด้านการคิดและ การแก้ปัญĀา ด้านการÿื่อÿารÿามารถÿื่อÿารÿิ่งที่เรียนรู้และนำคüามรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีüิตประจำüัน มีจิตüิทยาýาÿตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เĀมาะÿม ผลการเรียนรู้ 1. อภิปรายคüามÿำคัญของคüามĀลากĀลายทางชีüภาพ และคüามเชื่อมโยงระĀü่างคüามĀลากĀลาย ทางพันธุกรรม คüามĀลากĀลายของÿปีชีÿ์ และคüามĀลากĀลายของระบบนิเüý 2 .อธิบายการเกิดเซลล์เริ่มแรกของÿิ่งมีชีüิต และüิüัฒนาการของÿิ่งมีชีüิตเซลล์เดียü 3. อธิบายลักþณะÿำคัญ และยกตัüอย่างÿิ่งมีชีüิตกลุ่มแบคทีเรีย ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มโพรทิÿต์ ÿิ่งมีชีüิตกลุ่ม พืช ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มฟังไจ และÿิ่งมีชีüิตกลุ่มÿัตü์


33 4. อธิบาย และยกตัüอย่างการจำแนกÿิ่งมีชีüิตจากĀมüดĀมู่ใĀญ่จนถึงĀมüดĀมู่ย่อย และüิธีการเขียน ชื่อüิทยาýาÿตร์ในลำดับขั้นÿปีชีÿ์ 5. ÿร้างไดโคโตมัÿคีย์ในการระบุÿิ่งมีชีüิตĀรือตัüอย่างที่กำĀนดออกเป็นĀมüดĀมู่ 6. üิเคราะĀ์ อธิบาย และยกตัüอย่างกระบüนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเüý 7. อธิบาย ยกตัüอย่างการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชันและบอกแนüทางในการลดการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน 8. ÿืบค้นข้อมูล และเขียนแผนภาพเพื่ออธิบายüัฏจักรไนโตรเจน üัฏจักรกำมะถัน และüัฏจักร ฟอÿฟอรัÿ 9. ÿืบค้นข้อมูล ยกตัüอย่าง และอธิบายลักþณะของไบโอมที่กระจายอยู่ตามเขตภูมิýาÿตร์ต่าง ๆ บน โลก 10. ÿืบค้นข้อมูล ยกตัüอย่าง อธิบาย และเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิและการ เปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ 11. ÿืบค้นข้อมูล อธิบาย ยกตัüอย่างและÿรุปเกี่ยüกับลักþณะเฉพาะของประชากรของÿิ่งมีชีüิตบาง ชนิด 12. ÿืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัüอย่างการเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียลและ การเพิ่มของประชากรแบบลอจิÿติก 13. อธิบาย และยกตัüอย่างปัจจัยที่คüบคุมการเติบโตของประชากร 14. üิเคราะĀ์ อภิปราย และÿรุปปัญĀาการขาดแคลนน้ำ และผลกระทบที่มีต่อมนุþย์และÿิ่งแüดล้อม รüมทั้งเÿนอแนüทางการแก้ไขปัญĀา 15. üิเคราะĀ์ อภิปราย และÿรุปปัญĀามลพิþทางอากาý และผลกระทบที่มีต่อมนุþย์และÿิ่งแüดล้อม รüมทั้งเÿนอแนüทางการแก้ไขปัญĀา 16. üิเคราะĀ์ อภิปราย และÿรุปปัญĀาที่เกิดกับทรัพยากรดิน และผลกระทบที่มีต่อมนุþย์และ ÿิ่งแüดล้อม รüมทั้งเÿนอแนüทางการแก้ไขปัญĀา 17. üิเคราะĀ์ อภิปราย และÿรุปปัญĀา ผลกระทบที่เกิดจากการทำลายป่าไม้ รüมทั้งเÿนอแนüทางใน การป้องกันการทำลายป่าไม้และการอนุรักþ์ป่าไม้ 18. üิเคราะĀ์ อภิปราย และÿรุปปัญĀาผลกระทบที่ทำใĀ้ÿัตü์ป่ามีจำนüนลดลง และแนüทางในการ อนุรักþ์ÿัตü์ป่า รüมทั้งĀมด 18 ผลการเรียนรู้


34 ตารางที่ 2-1 โครงÿร้างรายüิชาชีüüิทยาเพิ่มเติม 6 รĀัÿüิชา ü30246 Āน่üยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ÿาระÿำคัญ/คüามคิดรüบยอด เüลา (ชั่üโมง) น้ำĀนัก/ คะแนน Āน่üยการ เรียนรู้ที่ 1 คüาม ĀลากĀลาย ทางชีüภาพ 1. อภิปรายคüามÿำคัญ ของคüามĀลากĀลาย ทางชีüภาพ และคüาม เชื่อมโยงระĀü่างคüาม ĀลากĀลายทาง พันธุกรรม คüาม ĀลากĀลายของÿปีชีÿ์ และคüามĀลากĀลาย ของระบบนิเüý - คüามĀลากĀลายทางชีüภาพ ประกอบด้üยคüามĀลากĀลายทาง พันธุกรรม คüามĀลากĀลายของÿปีชีÿ์ และคüามĀลากĀลายของระบบนิเüý - การแปรผันทางพันธุกรรมทำใĀ้เกิด คüามĀลากĀลายทางพันธุกรรม ซึ่ง ÿิ่งมีชีüิตใดที่มีคüามĀลากĀลายทาง พันธุกรรมมากย่อมทำใĀ้มีโอกาÿอยู่รอด เพิ่มขึ้นและÿืบทอดลูกĀลานต่อไปได้ - ÿิ่งมีชีüิตที่ดำรงชีüิตอยู่ในÿิ่งแüดล้อม ต่างๆ ได้ผ่านกระบüนการคัดเลือกโดย ธรรมชาติĀรือโดยมนุþย์มาเป็นระยะเüลา ยาüนานĀลายชั่üรุ่นซึ่งอาจเกิดเป็นÿปีชีÿ์ ใĀม่ ÿ่งผลใĀ้เกิดคüามĀลากĀลายของÿปี ชีÿ์ - แĀล่งที่อยู่อาýัยแต่ละแĀล่งที่ÿิ่งมีชีüิต อาýัยอยู่นั้นจะมีองค์ประกอบของปัจจัย ทางกายภาพและปัจจัยทางชีüภาพที่ แตกต่างกัน ทำใĀ้เกิดคüามĀลากĀลาย ของระบบนิเüý 27 30 2. อธิบายการเกิดเซลล์ เริ่มแรกของÿิ่งมีชีüิต และüิüัฒนาการของ ÿิ่งมีชีüิตเซลล์เดียü - จุดเริ่มต้นของüิüัฒนาการของเซลล์เกิด จากโมเลกุลของÿารอินทรีย์ โดยเซลล์ รูปแบบแรกที่เกิดขึ้น คือ เซลล์โพรคาริ โอต และ มีüิüัฒนาการขึ้นมาเป็นเซลล์ยู คาริโอต และจากÿิ่งมีชีüิตเซลล์เดียüเป็น ÿิ่งมีชีüิตĀลายเซลล์ที่มีโครงÿร้างแบบง่าย ๆ จนกลายมาเป็นÿิ่งมีชีüิตĀลายเซลล์ที่มี โครงÿร้างซับซ้อนมากขึ้นตามลำดับ 3. อธิบายลักþณะ ÿำคัญ และยกตัüอย่าง ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มแบคทีเรีย - แบคทีเรียเป็นÿิ่งมีชีüิตพüกโพรคาริโอต ผนังเซลล์มีเพปทิโด - ไกลแคนเป็น องค์ประกอบÿำคัญ แบคทีเรียทั่üไปÿร้าง


35 Āน่üยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ÿาระÿำคัญ/คüามคิดรüบยอด เüลา (ชั่üโมง) น้ำĀนัก/ คะแนน ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มโพรทิÿต์ ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มพืช ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มฟังไจ และ ÿิ่งมีชีüิตกลุ่มÿัตü์ อาĀารเองไม่ได้ ดำรงชีüิตแบบผู้ÿลาย ÿารอินทรีย์Āรือแบบปรÿิต แต่แบคทีเรีย บางกลุ่ม เช่น ไซยาโนแบคทีเรีย ÿร้าง อาĀารเองได้จากกระบüนการÿังเคราะĀ์ ด้üยแÿง - โพรทิÿต์เป็นÿิ่งมีชีüิตพüกยูคาริโอต มี ลักþณะĀลากĀลาย ทั้งที่เป็นÿิ่งมีชีüิต เซลล์เดียüĀรือÿิ่งมีชีüิตĀลายเซลล์ที่ยังไม่ พัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อ อาจมีĀรือไม่มีผนัง เซลล์เป็นÿ่üนประกอบของเซลล์ - ฟังไจเป็นÿิ่งมีชีüิตพüกยูคาริโอต มีทั้ง ÿิ่งมีชีüิตเซลล์เดียüและĀลายเซลล์ เซลล์ ของฟังไจยังไม่พัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อ ผนัง เซลล์มีไคทินเป็นองค์ประกอบÿำคัญ ฟังไจ ÿร้างอาĀารเองไม่ได้และดำรงชีüิตแบบผู้ ÿลายÿารอินทรีย์Āรือแบบปรÿิต - ÿัตü์เป็นÿิ่งมีชีüิตĀลายเซลล์พüกยูคาริ โอต ไม่ÿามารถÿร้างอาĀารเองได้ต้อง ได้รับอาĀารจากÿิ่งมีชีüิตอื่น ÿ่üนใĀญ่มี ระบบย่อยอาĀาร บางชนิดอาจเป็นปรÿิต ÿัตü์มีระยะเอ็มบริโอในการÿืบพันธุ์แบบ อาýัยเพý - ÿัตü์อาจแบ่งเป็นกลุ่มย่อยโดยพิจารณา ลักþณะต่าง ๆ คือ เนื้อเยื่อÿมมาตร การ เปลี่ยนแปลงของบลาÿโทพอร์ การเจริญ ในระยะตัüอ่อน ทำใĀ้อาจแบ่งÿัตü์เป็น กลุ่มย่อย เช่น กลุ่มฟองน้ำ กลุ่มไฮดรา กลุ่มĀนอนตัüแบน กลุ่มĀอยและĀมึก กลุ่มไÿ้เดือนดิน กลุ่มĀนอนตัüกลม กลุ่ม ÿัตü์ที่มีขาเป็นปล้อง กลุ่มดาüทะเลและ ปลิงทะเล และกลุ่มÿัตü์ที่มีโนโทคอร์ด 4. อธิบาย และ ยกตัüอย่างการจำแนก - การจำแนกÿิ่งมีชีüิตออกเป็นĀมüดĀมู่ เป็นลำดับขั้นต่างๆ เริ่มจากĀมüดĀมู่ใĀญ่


36 Āน่üยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ÿาระÿำคัญ/คüามคิดรüบยอด เüลา (ชั่üโมง) น้ำĀนัก/ คะแนน ÿิ่งมีชีüิตจากĀมüดĀมู่ ใĀญ่จนถึงĀมüดĀมู่ย่อย และüิธีการเขียนชื่อ üิทยาýาÿตร์ในลำดับ ขั้นÿปีชีÿ์ 5. ÿร้างไดโคโทมัÿคีย์ใน การระบุÿิ่งมีชีüิตĀรือ ตัüอย่างที่กำĀนด ออกเป็นĀมüดĀมู่ แล้üแบ่งเป็นĀมüดĀมู่ย่อย มีดังนี้ คิงดอม ไฟลัม คลาÿ ออร์เดอร์ แฟมิลี จีนัÿ และÿ ปีชีÿ์ - ชื่อüิทยาýาÿตร์ของÿิ่งมีชีüิตในลำดับขั้น ÿปีชีÿ์ที่ตั้งขึ้นตามระบบทüินามเพื่อใช้ใน การระบุถึงÿิ่งมีชีüิตแต่ละชนิดใĀ้มีคüาม เข้าใจถูกต้องตรงกัน ประกอบด้üย 2 ÿ่üน โดยÿ่üนแรกเป็นชื่อÿกุล ÿ่üนĀลังเป็นคำที่ ระบุลักþณะพิเýþของÿิ่งมีชีüิตชนิดนั้น Āรือเป็นคำที่มีคüามĀมายเฉพาะ โดยทั้ง 2 ÿ่üนนี้ต้องเป็นภาþาละติน - ไดโคโทมัÿคีย์เป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อระบุ ĀมüดĀมู่ของÿิ่งมีชีüิตลำดับขั้นต่าง ๆ โดย มีĀลักเกณฑ์ในการนำลักþณะที่ต่างกัน ของÿิ่งมีชีüิตมาพิจารณาเป็นคู่ - üิทเทเกอร์ เÿนอแนüคüามคิดที่ü่า ÿิ่งมีชีüิตพüกยูคาริโอตมีüิüัฒนาการมา จากÿิ่งมีชีüิตพüกโพรคาริโอต และจำแนก ÿิ่งมีชีüิตเป็น 5 คิงดอม ประกอบด้üย มอ เนอรา โพรทิÿตา พืช ฟังไจ และÿัตü์ - โüÿซ์และคณะ จำแนกÿิ่งมีชีüิตเป็น 3 โดเมน ประกอบด้üยแบคทีเรีย อาร์เคีย และยูคารีอา โดยแนüคüามคิดการจำแนก ÿิ่งมีชีüิตแต่ละโดเมนเป็นกลุ่มย่อยจะใช้ Āลักที่ü่าÿิ่งมีชีüิตในกลุ่มเดียüกันมีÿาย üิüัฒนาการมาจากบรรพบุรุþร่üมกัน Āน่üยการ เรียนรู้ที่ 2 ระบบนิเüý และ ประชากร 6. üิเคราะĀ์ อธิบาย และยกตัüอย่างกระบüน การถ่ายทอดพลังงานใน ระบบนิเüý 7. อธิบาย ยกตัüอย่าง การเกิดไบโอแมกนิฟิเค ชัน และบอกแนüทางใน - ระบบนิเüýจะดำรงอยู่ได้ต้องมี กระบüนการต่าง ๆ เกิดขึ้น กระบüนการที่ ÿำคัญ ได้แก่ การถ่ายทอดพลังงาน และ การĀมุนเüียนÿาร การถ่ายทอดพลังงาน ในระบบนิเüýÿามารถแÿดง ได้ด้üย แผนภาพที่เรียกü่า โซ่อาĀาร ÿายใย อาĀาร และพีระมิด ทางนิเüýüิทยา 14 15


37 Āน่üยการ เรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ÿาระÿำคัญ/คüามคิดรüบยอด เüลา (ชั่üโมง) น้ำĀนัก/ คะแนน การลดการเกิดไบโอแมก นิฟิเคชัน 8. ÿืบค้นข้อมูล และ เขียนแผนภาพ เพื่อ อธิบายüัฏจักรไนโตรเจน üัฏจักรกำมะถัน และüัฏ จักรฟอÿฟอรัÿ - พลังงานที่ถ่ายทอดไปในแต่ละลำดับขั้น การกินอาĀารมีปริมาณที่ ไม่เท่ากัน พลังงานÿ่üนใĀญ่จะÿูญเÿียไปในรูปคüาม ร้อนระĀü่างการถ่ายทอดจากÿิ่งมีชีüิต Āนึ่งไปยังÿิ่งมีชีüิตอีกชนิดĀนึ่ง - การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเüý บางครั้ง อาจทำใĀ้มีÿารพิþÿะÿมอยู่ใน ÿิ่งมีชีüิตด้üย เรียกü่า การเกิดไบโอแมก นิฟิเคชัน ซึ่งอาจมีระดับคüามเข้มข้นของ ÿารพิþมากขึ้นตามลำดับขั้นของการกิน จนอาจก่อใĀ้เกิดอันตรายต่อÿิ่งมีชีüิต - ÿารต่างๆ ในระบบนิเüýมีการĀมุนเüียน เกิดขึ้นผ่านทั้งในÿิ่งมีชีüิตและÿิ่งไม่มีชีüิต กลับคืนÿู่ระบบอย่างเป็นüัฏจักร เช่น üัฏ จักรไนโตรเจน üัฏจักรกำมะถัน และüัฏ จักรฟอÿฟอรัÿ 9. ÿืบค้นข้อมูล ยกตัüอย่าง และอธิบาย ลักþณะของไบโอมที่ กระจายอยู่ตามเขต ภูมิýาÿตร์ต่าง ๆ บนโลก - ไบโอมคือระบบนิเüýขนาดใĀญ่ที่ กระจายอยู่ตามเขตภูมิýาÿตร์ต่าง ๆ บน โลก เช่น ไบโอมทุนดรา ไบโอมÿะüันนา ไบโอมทะเลทราย โดยแต่ละไบโอมจะมี ลักþณะเฉพาะของปัจจัยทางกายภาพ ชนิดของพืช และชนิดของÿัตü์ 10. ÿืบค้นข้อมูล ยกตัüอย่าง อธิบาย และ เปรียบเทียบการ เปลี่ยนแปลงแทนที่แบบ ปฐมภูมิ และการ เปลี่ยนแปลงแทนที่แบบ ทุติยภูมิ - ระบบนิเüýมีการเปลี่ยนแปลงได้ การ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำใĀ้ ระบบนิเüýÿามารถปรับÿมดุลได้ แต่การ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรüดเร็üอาจ ÿ่งผลกระทบต่อองค์ประกอบทางชีüภาพ ในระบบนิเüýทำใĀ้เกิดการเปลี่ยนแปลง แทนที่ของÿิ่งมีชีüิตขึ้น - การเปลี่ยนแปลงแทนที่ทางนิเüýüิทยา มี ทั้งการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ และการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภูมิ


Click to View FlipBook Version