4. ภาคเหนอื
นายสมบูรณ์ ซองเงิน บ้านสบลืน หมู่ที่ 7 ตําบลร่องเคาะ อ .เมือง จ.ลําปาง ภูมิป๎ญญาด้านการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเช่ียวชาญเรื่องการปรับใช้ประโยชน์จากปุา เพื่อประโยชน์ของชุมชนอย่างย่ังยืน ประสบการณ์
ดา้ นวิทยากรนําทางในการชมจุดเดินทางศึกษาเส้นทางปุาชุมชนในเชิงนิเวศ และการนําประโยชน์จากปุามาใช้กับชุมชน
ท้งั ทางดา้ นอาหาร ระบบชลประทาน และพิธีกรรมประจําปุา
ท่มี า : ครูบ้านนอก, (2554)
๑๙๙
แผนการจัดกิจกรรมที่ ๒๒
เสียหายเพราะอะไร
สาธารณสมบัติ หมายถึง ทรัพย์สินส่วนรวมของประชาชน เช่น วัด ถนน สะพาน แม่นํ้า ลําคลอง
หอ้ งสมุด สวนสาธารณะ สถานท่ที อ่ งเที่ยว แหลง่ ศกึ ษาธรรมชาติ และอนื่ ๆ สง่ิ เหลา่ น้ีมีความสําคัญต่อความเป็นอยู่
ความสะดวกสบาย ความปลอดภยั สง่ เสริมเศรษฐกิจ และสามารถใช้ประโยชนใ์ นด้านต่างๆ
ภัยธรรมชาติที่มีสาเหตุส่วนหน่ึงจากการกระทําของมนุษย์ท่ีก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณสมบัติ
เชน่ ดนิ ถลม่ ไฟปุา การกัดเซาะชายฝ่ง๎ และนาํ้ ทว่ ม โดยมีรายละเอยี ด ดังน้ี
1. ดินถลํม
สาเหตุการเกิดดนิ ถลมํ แบง่ ออกเป็น 2 สาเหตุ ไดแ้ ก่
๑) สาเหตจุ ากปจั จัยทางธรรมชาติ
- เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานานบนที่ลาดเชิงเขาหรือภูเขาสูง ซ่ึงดินถล่มที่เกิดในประเทศไทยส่วน
ใหญ่มีสาเหตุจากฝนตกหนัก ทาํ ใหด้ นิ ไมส่ ามารถอมุ้ นํ้าไว้ได้ จงึ เลอื่ นไหลและถลม่ ลงมา
- การกัดเซาะของดิน จากกระแสน้ําในแม่นํ้า คลื่นซัดฝ๎่ง การผุพังของมวลดินและหิน ทําให้ความ
หนาแน่นของมวลดนิ ลดลง
- การเกดิ ภยั ธรรมชาตอิ ่ืนๆ ในลกั ษณะรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว คล่ืนซัดฝ่๎ง ภูเขาไฟระเบิด นํ้าท่วม
ทําใหค้ วามหนาแนน่ ของมวลดินลดลง เกิดการชะล้างและพังทลายของมวลดินและหนิ
๒) สาเหตจุ ากการกระทาํ ของมนษุ ย๑
- การตดั ไมท๎ ําลายปา่ การกําจัดพืชที่ปกคลุมดิน ทําให้ไม่มีรากไม้ยึดเกาะหน้าดิน ส่งผลให้ดินชุ่มน้ํา
จนไมส่ ามารถรบั นํ้าหนกั ไว้ได้ จึงเลือ่ นไหลและถลม่ ลงมา
- การกอํ สร๎างในบรเิ วณเชงิ เขาท่ีลาดชัน เช่น การสร้างถนน การสูบนํ้าใต้ดิน การทําเหมืองแร่ การระเบิด
หิน การสร้างอา่ งเก็บนาํ้ ทําใหด้ นิ มีความลาดชนั เพ่มิ ข้นึ และเส่ียงตอ่ การเกดิ ดนิ ถล่ม
- การทําการเกษตรในพื้นที่ลาดชัน ทําให้ต้องกําจัดวัชพืชที่ปกคลุมดิน ส่งผลให้ชั้นดินขาดรากไม้
ยดึ เหนย่ี ว และอาจเกิดดินถลม่ ได้
ดินถลมํ ทําใหเ๎ กิดความเสียหายตอํ สาธารณสมบตั ิอยํางไร
สาธารณสมบตั ิทอี่ ย่บู รเิ วณลําห้วย ทีล่ าดเชิงเขา ท่ีลุ่มใกล้ภูเขาสูง อาจได้รับความเสียหายจากการเล่ือน
ไหลของมวลดินและหินปริมาณมากที่มาพร้อมกับหรือหลังจากเกิดน้ําปุาไหลหลาก เช่น เส้นทางคมนาคมต่างๆ
ถกู ทาํ ลายเสียหาย เสาไฟ ร้ัว หรือกาํ แพงเคล่ือนตวั ในลักษณะดนั ตัวข้ึน เอยี งตวั หรือลม้ ลง ทอ่ นา้ํ ใต้ดินแตกหรือหัก
อยา่ งฉับพลัน เกิดรอยแตกร้าวบนโครงสรา้ งตา่ งๆ
200
เรามสี วํ นรวํ มในการปอ้ งกนั การเกดิ ดนิ ถลมํ ได๎อยาํ งไร
- ไมํตัดไมท๎ าํ ลายป่า และปลกู ต้นไม้บริเวณปุาต้นน้ํา ท่ีเสื่อมโทรม เพ่ือชะลอความแรงของนํ้าท่ีจะทําให้
เกดิ การพังทลายของดิน จนทําใหเ้ กิดดนิ ถลม่
- ปลกู พชื คลุมดิน หรือหญา๎ แฝกบริเวณท่ีลาดเชิงเขา เพ่ือให้รากหญ้าแฝกช่วยยึดเกาะหน้าดิน ทําให้ดินไม่
เล่ือนหรอื ไหลลงมา
- สร๎างฝายชะลอน้ํา เพ่ือเป็นแหล่งกักเก็บน้ํา หากเกิดนํ้าปุาไหลหลาก จะช่วยลดความรุนแรงของ
กระแสน้ํา และดินท่ีอาจถล่มลงมาได้
2. ไฟป่า
สาเหตกุ ารเกดิ ไฟปา่ แบ่งออกเป็น 2 สาเหตุ ไดแ้ ก่
1) สาเหตจุ ากปัจจยั ทางธรรมชาติ
- ฟูาผ่า เป็นสาเหตุสําคัญของการเกิดไฟปุาในเขตอบอุ่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศ
แคนาดา
- กง่ิ ไม้เสยี ดสกี ัน อาจเกิดข้ึนได้ในพ้ืนทีป่ ุาทมี่ ีไม้ขึ้นอยู่อยา่ งหนาแนน่ และมสี ภาพอากาศแห้งจัด เช่น
ในปาุ ไผ่หรอื ปาุ สน
๒) สาเหตจุ ากการกระทําของมนุษย๑
- เก็บหาของป่า เป็นสาเหตุที่ทําให้เกิดไฟปุามากท่ีสุด การเก็บหาของปุาส่วนใหญ่ ได้แก่ ไข่มดแดง
เห็ด ใบตองตึง ไม้ไผ่ น้ําผึ้ง ผักหวาน และไม้ฟืน การจุดไฟส่วนใหญ่เพื่อให้พื้นปุาโล่ง เดินสะดวก
หรือใหแ้ สงสว่างในระหว่างการเดินทางผา่ นปุาในเวลากลางคืน หรือจุดเพ่ือกระตุ้นการงอกของเห็ด
หรอื กระตุน้ การแตกใบใหมข่ องผักหวานและใบตองตึง หรือจุดเพ่ือไล่ตัวมดแดงออกจากรัง รมควัน
ไลผ่ ึง้ หรอื ไลแ่ มลงตา่ งๆ ในขณะทอี่ ย่ใู นปาุ
- เผาไรํ เปน็ สาเหตทุ ส่ี ําคัญรองลงมา การเผาไร่ก็เพ่ือกําจัดวัชพืชหรือเศษซากพืชที่เหลืออยู่ภายหลัง
การเก็บเกย่ี ว ท้ังนี้เพ่ือเตรียมพ้ืนที่เพาะปลูกในรอบต่อไป ท้ังน้ีโดยปราศจากการทําแนวกันไฟและ
ปราศจากการควบคุม ไฟจึงลามเข้าปาุ ทีอ่ ยู่ในบรเิ วณใกลเ้ คียง
- แกล๎งจุด ในกรณีที่ประชาชนในพื้นท่ีมีป๎ญหาความขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐในพ้ืนท่ี โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งป๎ญหาเรื่องที่ทํากินหรือถูกจับกุมจากการกระทําผิดในเร่ืองปุาไม้ ก็มักจะหาทางแก้แค้น
เจา้ หน้าทด่ี ้วยการเผาปาุ
- ความประมาท เกดิ จากการเข้าไปพักแรมในปาุ กอ่ กองไฟแลว้ ลืมดบั หรือท้งิ ก้นบุหรี่ลงบนพืน้ ปุา
- ลาํ สตั ว๑ โดยใชว้ ิธีจุดไฟไล่ให้สัตว์หนีออกจากท่ีซ่อน หรือจุดไฟเพื่อให้แมลงบินหนีไฟ นกชนิดต่างๆ
จะบินมากินแมลง แล้วดักยิงนกอีกทอดหนึ่ง หรือจุดไฟเผาทุ่งหญ้า เพ่ือให้หญ้าใหม่แตก ระบัดล่อ
ใหส้ ตั ว์ชนดิ ต่างๆ เช่น กระทิง กวาง กระตา่ ย มากินหญา้ แลว้ ดักรอยงิ สัตวน์ ัน้ ๆ
- เลี้ยงปศุสัตว๑ ประชาชนท่ีเล้ียงปศุสัตว์แบบปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ มักลักลอบจุดไฟเผาปุา
ใหโ้ ลง่ มสี ภาพเปน็ ทงุ่ หญา้ เพอื่ เปน็ แหล่งอาหารสตั ว์
201
ไฟป่าทาํ ใหเ๎ กดิ ความเสยี หายตอํ สาธารณสมบัตอิ ยํางไร
สาธารณสมบัติต่างๆ ท่ีอยู่ใกล้บริเวณเกิดไฟปุาอาจถูกไฟไหม้ได้ เช่น เกิดเหตุไฟไหม้ปุาในเขตอุทยาน
แห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซง่ึ ใกลก้ ับวัดพระธาตดุ อยสุเทพ นอกจากทําให้ผืนปุาถูกทําลายแล้ว อาจเกิดไฟไหม้ลุกลาม
วัด ซึง่ เป็นสถานท่ีทอ่ งเทีย่ วสําคัญ เป็นตน้
เรามสี วํ นรํวมในการปอ้ งกนั ไฟป่าไดอ๎ ยํางไร
- กําจัดวัสดทุ เ่ี ปน็ เชื้อเพลิงบรเิ วณแนวชายปาุ โดยเกบ็ กวาดพื้นท่ใี หโ้ ลง่ เตยี น
- เตรยี มพืน้ ทก่ี ารเกษตรโดยการไถกลบแทนการเผา
- สร้างแนวกันไฟปูองกันเพลิงลุกลาม โดยทําคันดินกั้นหรือขุดเป็นร่องดินล้อมรอบบริเวณบ้าน และพื้นที่
การเกษตร รวมถึงตรวจสอบแนวกันไฟ ไม่ให้มีต้นไม้พาดขวาง หากเกิดไฟปุาจะช่วยสกัด ไม่ให้เพลิง
ลกุ ลามขยายวงกว้าง
- ไม่เกบ็ หาของปาุ หรือลา่ สัตวโ์ ดยการจุดไฟรมควัน เพราะไฟอาจลุกลามเปน็ ไฟปุา
- หลีกเลย่ี งการจุดไฟหรือกอ่ กองไฟในพื้นท่ีปุา หากก่อกองไฟควรดูแลอย่างใกล้ชิด และใช้นํ้าราดดับไฟให้สนิท
ทกุ คร้ัง
- งดเว้นการประกอบกิจกรรมเก่ียวกับไฟบริเวณแนวชายปุา เช่น ไม่เผาขยะ ไม่เผาวัชพืชทางการเกษตร
และทิง้ กน้ บุหรใ่ี กลว้ สั ดตุ ิดไฟง่าย
- รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ปูองกันไฟปุา เมื่อพบเห็นไฟไหม้ปุา ควรแจ้งหน่วยงานที่เก่ียวข้องในพื้นที่หรือ
ใกล้เคยี ง
3. การกดั เซาะชายฝ่งั
สาเหตุการกดั เซาะชายฝ่ัง แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
๑) การกัดเซาะชายฝั่งโดยธรรมชาติ
- คล่ืน เป็นป๎จจัยโดยตรงท่ีทําให้เกิดการกัดเซาะชายฝ๎่ง โดยทิศทางของคล่ืนจะเปล่ียนไปตาม
ลักษณะภูมิประเทศและความลึกของท้องทะเล
- ลมมรสมุ ทพี่ ัดผ่าน ทําใหเ้ กิดคลืน่ ลมแรงและฝนตก
- น้ําข้ึนนํ้าลง ได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ทําให้เกิดการเคล่ือน
ตวั ของมวลนาํ้ มกี ารขน้ึ ลงเป็นเวลา สง่ ผลใหม้ ีการพดั พามวลตะกอนออกไปจากพนื้ ที่ชายฝ๎ง่
- กระแสน้ํา เป็นป๎จจัยหน่ึงที่ทําให้ส่งผลให้ตะกอนชายฝ๎่งถูกพัดพาออกไปสะสมตัวตามทิศทางของ
กระแสนํ้าท่ีเปล่ียนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังพบว่ากระแสน้ําในช่วงนํ้าลงจะมีความรุนแรงกว่า
ชว่ งนาํ้ ขน้ึ ซ่งึ มผี ลตอ่ การพดั พาตะกอนไปสะสมตัวดว้ ย
- ลักษณะทางกายภาพของชายฝั่ง โดยลักษณะชายฝ๎่งท่ีมีความแตกต่างกัน ทําให้การกัดเซาะใน
แต่ละบริเวณไม่เท่ากัน เช่น หาดทรายง่ายต่อการถูกกัดเซาะมากกว่าหาดหิน บริเวณท่ีเป็นอ่าวแหลม
จะเกิดการกัดเซาะมากกว่าชายฝ่๎งท่ีเป็นทะเลเปิด พ้ืนที่ชายฝ่๎งที่มีความลาดชันมาก จะถูกกัดเซาะได้
มากกว่าชายฝง่๎ ทีม่ ีความลาดชันน้อยกวา่ เปน็ ตน้
202
๒) การกัดเซาะชายฝั่งท่ีเกิดจากการกระทําของมนษุ ย๑
- การพัฒนาพื้นท่ีชายฝั่ง การก่อสร้างโครงการต่างๆ เช่น ถนนเลียบชายฝ๎่ง ในพื้นท่ีชายฝ๎่งทะเลมี
ผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝ๎่ง ทําให้สมดุลของตะกอนเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดป๎ญหา
การกัดเซาะชายฝ่ง๎ ตามมา
- การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน โดยปกติปุาชายเลนจะเป็นแนวปูองกันคล่ืนตามธรรมชาติและช่วยดัก
ตะกอน การบุกรุกปุาชายเลนเพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นท่ีเกษตรกรรมหรือเพาะเล้ียงสัตว์นํ้า
ตลอดจนการสร้างส่ิงก่อสร้างอื่นในพ้ืนท่ีปุาชายเลน จะทําให้ขาดแนวปูองกันคล่ืนลมท่ีจะเข้ามา
ปะทะชายฝง๎่ จงึ ทําให้เกิดการกัดเซาะได้งา่ ยและรุนแรงขน้ึ
- การสูบน้ําบาดาล อาจทําให้เกิดการทรุดตัวของแผ่นดิน โดยเฉพาะบริเวณแนวชายฝ๎่ง หากเกิด
การทรุดตัวลงต่ํากว่าระดับน้ําทะเล ประกอบกับการเพ่ิมข้ึนของระดับนํ้าทะเล ทําให้ระดับน้ําทะเล
รุกคบื เข้ามาในพน้ื ทชี่ ายฝ๎่งไดม้ ากยิ่งขน้ึ และมสี ว่ นทําให้เกิดการกัดเซาะชายฝง๎่ ขน้ึ ได้
การกดั เซาะชายฝ่งั ทาํ ให๎เกดิ ความเสียหายตอํ สาธารณสมบตั อิ ยํางไร
เมื่อเกิดการกัดเซาะชายฝ่๎ง ส่งผลให้นํ้าเค็มรุกลํ้าเข้ามาในพื้นท่ี ทําให้โครงสร้างของส่ิงก่อสร้างต่างๆ ชํารุด
ทรุดโทรม เช่น วัดโคมนาราม ต.แหลมผักเบ้ีย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซ่ึงเดิมเคยตั้งอยู่ในพ้ืนท่ีใกล้ฝ่๎ง แต่ต่อมา
ต้องย้ายไปต้งั ห่างจากชายฝง่๎ มากข้ึน เพราะไมส่ ามารถประกอบศาสนกิจได้ ตลอดจนพ้ืนที่ฝ๎งศพของชุมชนบ้านปึก
ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา พื้นท่ีบางสว่ นถูกนา้ํ ทะเลพดั หายไป
เรามีสํวนรํวมในการป้องกันการกดั เซาะชายฝั่งไดอ๎ ยํางไร
ยกตวั อย่าง ปาุ ชายเลน เป็นระบบนิเวศทปี่ ระกอบไปด้วยพนั ธุพ์ ชื พนั ธสุ์ ตั ว์ หลายชนดิ ดํารงชีวิตร่วมกัน
ในสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเลน น้ํากร่อย และมีนํ้าทะเลท่วมถึงอย่างสมํ่าเสมอ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษา
ธรรมชาติท่ีสําคัญท่ีเราสามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยเป็นแหล่งอาหาร แหล่งอนุบาลและแพร่ขยายพันธุ์สัตว์นํ้า
ช่วยบรรเทาความรุนแรงของคลื่นลม พายุ และดักตะกอน เพื่อช่วยลดการกัดเซาะชายฝ่๎ง ทั้งยังเป็นสถานที่
พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งถือเป็นสาธารณสมบัติอย่างหน่ึงท่ีทุกคนต้องช่วยกันอนุรักษ์และใช้พื้นที่ปุาชายเลนอย่าง
เหมาะสม
- การปลูกปุา โดยการปลูกปุาชายเลนหรือปลูกพืชท่ีมีความเหมาะสมในบริเวณพ้ืนที่ชายฝ่๎งหาดโคลน
เพื่อสร้างเสถียรภาพของชายฝ๎่ง โดยใช้รากพืชช่วยในการยึดเกาะดิน ตะกอน หรือทราย ต้นและใบยังเป็นแนวกันลม
และลดความรนุ แรงของคลน่ื
- การป๎กเสาดักตะกอนเพื่อปลูกปุาชายเลน เพื่อสร้างเสถียรภาพหาดโคลนหรือหาดทรายปนโคลน
โดยการป๎กเสาไม้ไผ่ หรืออื่นๆที่เหมาะสม เพ่ือชะลอความรุนแรงของคลื่น ลดการเคลื่อนตัวของตะกอนออกจาก
ชายฝ่๎ง ส่งผลให้เกิดการตกตะกอนและช่วยให้ปุาชายเลนสามารถเติบโตได้อีกท้ังยังเป็นแหล่งท่ีอยู่อาศัย
แหล่งอนบุ าล และแหลง่ แพร่ขยายพันธ์สุ ตั ว์นาํ้ อีกด้วย (กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ๎ง่ , 2561)
203
4. นํ้าทํวม
สาเหตุของน้าํ ทํวม แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่
๑) สาเหตุจากธรรมชาติ
- ฝนตกหนกั ตํอเนื่อง จากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนหรือความกดอากาศต่ําพาดผ่านพื้นที่ ทําให้
ฝนตก เป็นบริเวณกว้างติดต่อกันเป็นเวลานาน จนดินไม่สามารถดูดซับน้ํา และแหล่งน้ําตาม
ธรรมชาติ ไมส่ ามารถรองรับน้ําปรมิ าณมากไวไ้ ด้
- ฝนตกหนักบริเวณภูเขา ทาํ ให้มปี รมิ าณน้ําสะสมจาํ นวนมากบนภูเขาหรอื ปาุ ตน้ น้ํา และไหลบ่าลงสู่
ทรี่ าบเชิงเขาอย่างรวดเร็ว
- นํา้ ทะเลหนุนสงู ทําใหร้ ะดบั น้ําในแม่นาํ้ เพมิ่ สงู ข้นึ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง สง่ ผลใหน้ ํ้าไม่สามารถระบายลงทะเลได้
ทัน จงึ เออ่ ลน้ ตล่ิงเข้าท่วมพนื้ ท่รี ิมฝ๎่งแม่นาํ้
๒) สาเหตุที่เกิดจากการกระทาํ ของมนุษย๑
- การสรา๎ งถนนและสง่ิ ปลูกสรา๎ งกีดขวางทางไหลของนํ้า การถมดินเพื่อปรับพื้นที่ การบริหารจัดการน้ํา
ทไี่ ม่มปี ระสิทธภิ าพ
- ขยะอุดตันทอํ ระบายน้ํา การคัดแยกขยะก่อนทง้ิ ทไ่ี ม่ไดม้ ปี ระสิทธิภาพเท่าที่ควร และการทิ้งขยะไม่
ลงถัง ปล่อยให้ลอยเกล่ือนลงแม่น้ําลําคลอง ส่งผลให้ขยะเหล่านี้เกิดการสะสมอยู่ตามท่อระบาย ดังน้ัน
เมือ่ ฝนตกจนมปี ริมาณน้าํ มากขึ้นเร่ือยๆ การระบายน้ําจึงไม่สามารถระบายได้ทัน เพราะมีขยะอุดตัน
จํานวนมาก
- การตัดไม๎ทําลายป่า ทําให้ไม่มีรากไม้ดูดซับน้ํา เม่ือเกิดฝนตกหนักบริเวณภูเขา น้ําจึงไหลบ่าลงสู่
พ้ืนทด่ี า้ นลา่ งอย่างรวดเร็ว
นํา้ ทํวมทาํ ใหเ๎ กิดความเสยี หายตํอสาธารณสมบัตอิ ยํางไร
สาธารณสมบัติต่างๆ ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วม เช่น ถนน หรือสะพานชํารุด ทางคมนาคมถูกตัดขาด
จากความแรงของกระแสน้ํา รวมถึงวัดในที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ่ึงเป็นแหล่ง
โบราณสถานท่มี ีคณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตรเ์ กิดการผพุ ัง ทรดุ โทรม
เรามสี ํวนรํวมในการป้องกันนา้ํ ทํวมไดอ๎ ยํางไร
- นอกจากไม่ตัดไม้ทาํ ลายปุาแลว้ ตอ้ งเรง่ ปลกู ต้นไม้ ปลูกปุาทดแทนสว่ นทเ่ี สยี หายและถกู ทาํ ลายไป
- การคัดแยกขยะก่อนท้ิง และทิ้งขยะให้ลงถัง ไม่ปล่อยให้ลอยเกล่ือนลงแม่น้ําลําคลอง ทําให้ขยะ
ไม่กีดขวางทางนํ้าไหลตามท่อระบาย
204
แผนการจัดกิจกรรมท่ี ๒๓
โครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริ
1. ท่มี าโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ
การรวบรวมข้อมูลโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ จากสํานักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือ
ประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ (กปร.) ได้กําหนดท่ีมาของโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ
จาก 3 แหลง่ ดังน้ี
1.1 เปน็ โครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดาํ ริที่ได้พระราชทานพระราชดาํ ริโดยตรง
1.2 เป็นโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริท่ีเกิดจากการที่ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอ
พระราชทานความชว่ ยเหลอื
1.3 เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริท่ีหน่วยงานได้กราบบังคมทูลรายงานและ/หรือขอพระราชทาน
พระบรมราชวินิจฉยั เรยี บรอ้ ยแล้ว
2. การรวบรวมข๎อมลู ครัง้ น้ีดาํ เนนิ การเฉพาะโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระบรม
ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัว และพระบรมวงศ๑รวม
6 พระองค๑ ดังน้ี
2.1 พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
2.2 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา้ เจา้ อยูห่ วั
2.3 สมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติพ์ ระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวง
2.4 สมเด็จพระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี
2.5 สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
2.6 สมเดจ็ เจ้าฟูาฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขตั ตยิ ราชนารี
3. การแบํงประเภทโครงการ
สาํ นกั งาน กปร. ไดแ้ บง่ ประเภทของโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาํ รอิ อกเป็น 8 ประเภท ดังน้ี
3.1 โครงการพัฒนาดา้ นแหล่งน้ํา
3.2 โครงการพฒั นาดา้ นการเกษตร
3.3 โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม
3.4 โครงการพัฒนาดา้ นการสง่ เสริมอาชีพ
3.5 โครงการพัฒนาด้านสาธารณสขุ
3.6 โครงการพฒั นาด้านคมนาคม/สื่อสาร
3.7 โครงการพฒั นาด้านสวสั ดิการสังคม/การศกึ ษา
3.8 โครงการพัฒนาแบบบรู ณาการ และโครงการพัฒนาดา้ นอนื่ ๆ โดยแบง่ เปน็
- โครงการพฒั นาแบบบูรณาการ
- โครงการพฒั นาดา้ นอื่นๆ
205
4. สรุปจาํ นวนโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ
สํานักงาน กปร. ได้รวบรวมโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ ณ เดือนมิถุนายน 2562 มีจํานวน
ทงั้ สิ้น 4,810 โครงการ แยกเป็นภาคและการพฒั นาด้านตา่ งๆ ตามตารางสรปุ ได้ดงั น้ี
การพฒั นาด๎าน เหนือ กลาง ภาค ไมรํ ะบุ รวม
ตะวนั ออก ใต๎
เฉียงเหนอื พน้ื ท่ี
1. โครงการพัฒนาด้านแหล่งน้าํ 1,289 515 877 654 1 3,336
2. โครงการพัฒนาด้านการเกษตร 43 40 28 28 0 139
3. โครงการพฒั นาด้านสิง่ แวดล้อม 69 42 40 36 1 188
4. โครงการพัฒนาด้านสง่ เสริมอาชพี 91 29 131 94 1 346
5. โครงการพฒั นาดา้ นสารธารณสุข 16 16 7 8 11 58
6. โครงการพัฒนาด้านคมนาคม/ส่อื สาร 24 22 16 22 0 84
7. โครงการพฒั นาด้านสวัสดกิ าร 199 79 57 63 4 402
สังคม/การศกึ ษา
8. โครงการพฒั นาแบบบรู ณาการ/อื่นๆ 107 55 50 35 10 257
รวม 1,838 798 1,206 940 28 4,810
ที่มา : สาํ นักงาน กปร., (๒562)
5. ตวั อยาํ งโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดําริ
๑) โครงการประตรู ะบายนํ้าคลองลัดโพธิ์อันเนอื่ งมาจากพระราชดาํ ริ
โครงการประตูระบายนํ้าคลองลัดโพธ์ิอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดําริ เมื่อวันท่ี 20 กันยายน 2545 “ให้
พิจารณาใช้คลองลัดโพธ์ิ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นทางลัดระบายนํ้าเหนือ ซ่ึงจะทําให้ช่วยระบายนํ้าได้เร็วเพราะ
ระยะทางสั้นเพียง 600 เมตร ก็ออกทะเลหากวันใดมีนํ้าทะเลขึ้นสูงก็ปิดประตูไม่ให้นํ้าทะเลเข้ามา” โครงการประตู
ระบายน้ําคลองลัดโพธิ์ฯ ต้ังอยู่ในบริเวณแม่นํ้าเจ้าพระยาตอนล่าง สร้างเสร็จเมื่อปี 2548 สามารถร่นระยะ
ทางการระบายนาํ้ ของแม่นา้ํ เจา้ พระยาจาก 18 กโิ ลเมตร เหลอื 600 เมตร และลดเวลาจาก 5 ช่ัวโมง เหลือเพียง
10 นาที ประสทิ ธิภาพการระบายน้ําสงู สดุ เฉล่ีย 45 - 50 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน ทําให้ช่วยลดผลกระทบน้ําท่วม
ต่อพื้นท่รี มิ แมน่ ้าํ เจา้ พระยาในเขตกรุงเทพมหานครและปรมิ ณฑล
"คลองลัดโพธ์ิ" นอกจากจะช่วยปูองกันเรื่องภัยน้ําท่วมได้แล้ว ทุกวันน้ีบริเวณละแวกคลองลัดโพธิ์ยังได้
กลายมาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของอําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ท่ีมีความ
น่าสนใจและเชิญชวนให้ไปเที่ยวกัน เพราะบริเวณคลองลัดโพธ์ิได้จัดทําเป็นสวนสาธารณะ ชื่อ “สวนสุขภาพลัด
206
โพธ์ิ” ที่มีความร่มร่ืนด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ให้ใช้เป็นสถานท่ีพักผ่อนหย่อยใจ ออกกําลังกายได้ โดยบริเวณใกล้เคียง
กับคลองลัดโพธิ์ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอ่ืนๆ อาทิ ชุมชนคลองบางกะเจ้า, สวนศรีนครเข่ือนขันธ์ หรือเรียกอีกชื่อ
หนึง่ วา่ “สวนบางกระเจา้ ” และ“ตลาดนาํ้ บางน้าํ ผ้ึง” เป็นต้น
๒) โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดาํ ริ
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดําริ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดชบรมนาถบพิตร ประทับอยู่ ณ วังไกลกังวล แล้วมีชาวบ้านนํามันเทศมาถวาย ช่วงนั้นพระองค์ต้องเสร็จ
กลับกรุงเทพเลยรับสั่งให้ เจ้าหน้าที่นําหัวมันเทศนั้นไปวางบนตาชั่งในห้องทรงงาน จากนั้นก็เสด็จกลับกรุงเทพ
เวลาล่วงไปเป็นเดือน เม่ือเสด็จกลับมาหัวหินทรงพบว่า มันเทศน้ันได้แตกใบ เลยตรัสว่า “มัน อยู่ที่ไหนก็ข้ึน”
ดงั นั้น จึงมีพระราชดาํ ริใหจ้ ดั หาท่ีดนิ เพอื่ ทําโครงการด้านการเกษตร ทรงซ้ือที่ดินจากราษฎร พื้นท่ีประมาณ 120
ไร่ ต่อมา ปี พ.ศ. 2552 ทรงซ้ือแปลงติดกันเพ่ิมอีก 130 ไร่ รวมพ้ืนท่ีทั้งหมด 250 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์
รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่อําเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
มีสภาพพ้ืนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ดินปนทรายและหินลูกรัง เจ้าของท่ีดินเดิมปลูกต้นยูคาลิปตัสไว้และตัดไม้ขายไป
แล้ว มีแต่ต้นยูคาลิปตัสท่ีงอกมาจากต้นตอเดิมเต็มพ้ืนที่ มีแปลงมะนาวเดิมอยู่ประมาณ 35 ไร่ และแปลงปลูกอ้อย
30 ไร่ จึงได้พัฒนาพ้ืนที่ ให้เป็นแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจ ซึ่งมีท้ังพืชผักสวนครัว นาข้าว สวนไม้ผล ยางพารา
มะพร้าว สับปะรด พืชไร่ ฯลฯ กองงานส่วนพระองค์ ขอความร่วมมือหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้เข้ามา
ช่วยกนั ปรับปรุงพฒั นาพนื้ ที่ เชน่ การทําถนนเข้าโครงการ ขุดสระเก็บนํ้า ทําร้ัวรอบโครงการ ก่อสร้างอาคาร และ
สาธารณูปโภค ติดต้ังระบบไฟฟูาแสงสว่าง ขุดเจาะบ่อน้ําบาดาล ทําระบบชลประทาน ทําให้พื้นท่ีโครงการ และ
หมบู่ ้านใกล้เคยี งมีความเจริญขึ้นอย่างรวดเรว็
ในปี 2556 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมอบหมายให้
โครงการสว่ นพระองค์ สวนจติ รลดา ไดเ้ ข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจการของโครงการฯ โดยจะส่งเจ้าหน้าท่ี
เข้าร่วมพัฒนาและปฏิบัติงานร่วมกับกองงานส่วนพระองค์ เช่น การเล้ียงโคนม การเล้ียงไก่ไข่ การผลิตน้ํานม
พาสเจอไรซแ์ ละสเตอรไิ รส์ หน่วยพลงั งานทดแทน ไบโอดีเซล รวมทัง้ การเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์
ป๎จจุบันโครงการช่ังหัวมันตามพระราชดําริ ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรอีกแห่งหนึ่ง
ท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
พระบรมราชานุญาต ให้ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาดูงาน และเปิดให้เข้าชมได้จากจุดเร่ิมต้นที่มาจากพื้นท่ีที่แห้งแล้งและ
เส่ือมโทรมกลับกลายเป็นพ้ืนท่ีสีเขียว ที่สามารถเพาะปลูกพืชสวนครัวและ พันธ์ุพืชต่าง ๆ รวมท้ังการปศุสัตว์
การแปรรูปผลิตภัณฑ์นม และหน่วยพลังงานทดแทน ซ่ึงได้มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร และประชาชน
ทั่วไป รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครัฐ และเอกชน ภิกษุ สามเณร ตลอดจนชาวต่างชาติ เข้าเยี่ยมชมกิจกรรม
ของโครงการฯ เพิม่ มากขึน้ เปน็ ลาํ ดับ
207
3) โครงการหญา๎ แฝก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักถึงสภาพป๎ญหาการชะ
ล้างพังทลายของดินและการสูญเสียหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ จึงทรงศึกษาถึงศักยภาพของ “หญ้าแฝก” ซ่ึงเป็นพืช
พ้ืนบ้านของไทย ท่ีมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยปูองกันการชะล้างพังทลายของหน้าดินและอนุรักษ์ความชุ่มช้ืนใต้
ดิน ซ่ึงมีวิธีการปลูกแบบง่ายๆ เกษตรกรสามารถดําเนินการได้เองโดยไม่ต้องให้การดูแลหลังการปลูกมากนัก ท้ัง
ประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ยกว่าวธิ ีอนื่ ๆ อีกดว้ ย จงึ ไดพ้ ระราชทานพระราชดําริให้ดําเนินการศึกษาทดลองเก่ียวกับหญ้าแฝก
ลักษณะของหญ้าแฝก หญ้าแฝกมีช่ือสามัญเป็นภาษาอังกฤษว่า Vetiver Grass มีด้วยกัน 2 สายพันธ์ุ คือ หญ้า
แฝกดอน (Vetiveria nemoralis A. Camus) และหญ้าแฝกหอม (Vetiveria zizanioides Nash) เป็นพืชที่มีอายุ
ได้หลายปี ข้นึ เป็นกอแน่น มีใบเป็นรูปขอบขนานแคบปลายสอบแหลม ยาว 35 - 80 เซนติเมตร มีส่วนกว้าง 5 -
9 มิลลิเมตร หญ้าแฝกจะมีการขยายพันธ์ุที่ได้ผลรวดเร็ว โดยการแตกหน่อจากลําต้นใต้ดินในบางโอกาสสามารถ
แตกแขนงและรากออกในส่วนของก้านช่อดอกได้ เมื่อหญ้าแฝกโน้มลงดินทําให้มีการเจริญเติบโตเป็นกอหญ้าแฝก
ใหม่ได้
การใชป๎ ระโยชนจ๑ ากหญ๎าแฝกเพอื่ การอนุรกั ษ๑ดินและนา้ํ
- การปลูกเป็นแถวตามระดับขวางความลาดชัน เพื่อชะลอความเร็วของนํ้า และดักตะกอนดิน ส่วนนํ้า
จะไหลซึมลงไปสู่ดินช้ันล่างได้มากข้ึน เป็นการเพ่ิม ความชุ่มชื้นในดิน ส่วนรากหญ้าแฝกจะหยั่งลึกลงไปในดินอาจ
ถึง 3 เมตร ซ่งึ สามารถยดึ ดนิ ปูองกนั การพังทลายได้
- การปลูกเพอ่ื แก้ป๎ญหาการพงั ทลายของดนิ เป็นร่องน้าํ ลกึ
- การปลูกในพน้ื ทีท่ ีม่ ีความลาดชัน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้ ให้ปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวรั้วบริเวณ
คนั คูขอบเขา หรอื ริมข้ันบนั ไดดนิ ด้านนอก โดยควรปลกู เป็นแถวตามแนวขวางความลาดเทในต้นฤดฝู น
- การปลูกเพ่อื การอนุรกั ษ์ความชุ่มช้ืนในดิน โดยปลูกแถวหญ้าแฝกขนานไปกับแถวของไม้ผล ปลูกแบบ
วงกลมรอบไมผ้ ล และปลกู แบบครง่ึ วงกลมหงายรบั นาํ้ ฝน
- การปลกู เพื่อปูองกันการเสียหายของข้ันบันไดดินหรือคนั คูรับน้าํ รอบเขา
- การปลูกเพื่อปูองกันตะกอนดินทับถมลงสู่คลองส่งนํ้า ระบายนํ้า อ่างเก็บน้ําในไร่นาตลอดจนปลูกรอบ
สระ หรือปลูกเป็นแถวขนานไปกับแมน่ ํ้า ลําคลองเพอ่ื กรองตะกอนดนิ
- การปลูกเพ่ือฟน้ื ฟูที่ดนิ เส่ือมโทรม
- การปลูกเพ่ือปูองกันการพังทลายของไหล่ถนนที่ลาดชันสูง โดยปลูกหญ้าแฝกเพ่ือยึดดินและเบี่ยงเบน
ทางนา้ํ ไหลบริเวณไหลท่ าง และปลูกขวางแนวลาดเท เพือ่ ปูองกันการพงั ทลายและเล่ือนไหลของดิน
- การปลูกในพ้ืนท่ีดินดาน รากหญ้าแฝกสามารถหย่ังลึกลงไปในดินดาน ทําให้ดินแตกร่วนขึ้น และหน้า
ดินจะมีความชื้นเพม่ิ ข้ึน
- การปลกู เพือ่ ปูองกนั การปนเปอ้ื นของสารพษิ ในแหลง่ นํา้ รากหญ้าแฝกจะเป็นกําแพงกักกั้นดินและสารพิษ
ทปี่ ะปนมากับนาํ้ ไมใ่ หไ้ หลลงส่แู หลง่ นํ้าเบ้ืองลา่ งและรากยังมีประสิทธิภาพในการดูดซับธาตุโลหะหนักและสารเคมี
บางอย่างไดด้ ีกวา่ พชื ชนดิ อ่ืน
208
4) โครงการแกลง๎ ดนิ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จฯ ไปทรงเย่ียมราษฎรในเขต
จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ทรงพบว่าหลังจากมีการชักน้ําออกจากพ้ืนท่ีพรุ เพื่อจะได้มีพ้ืนที่ใช้ทํา
การเกษตรและเป็นการบรรเทาอุทกภัยน้ัน ปรากฏว่าดินในพื้นท่ีพรุแปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด ทําให้เพาะปลูก
ไมไ่ ด้ผล จึงมีพระราชดําริ ใหส้ ว่ นราชการต่างๆ พิจารณาหาแนวทางในการปรับปรุงพื้นท่ีพรุท่ีมีน้ําแช่ขังตลอดปีให้
เกดิ ประโยชนใ์ นทางการเกษตรมากทีส่ ุด และให้คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศด้วยการแปรสภาพ เป็นดินเปรี้ยว
จัด เนื่องจากดินมีลักษณะเป็นเศษอินทรีย์วัตถุหรือซากพืชเน่าเปื่อยอยู่ข้างบน และมีระดับความลึก ๑ - ๒ เมตร
เป็นดินเลน สีเทาปนน้ําเงิน ซ่ึงมีสารประกอบกํามะถัน ที่เรียกว่า สารประกอบไพไรท์ (pyrite : FeS2) อยู่มาก
ดังนั้นเมื่อดินแห้งสารไพไรท์จะทําปฏิกิริยากับอากาศปลดปล่อยกรดกํามะถันออกมา ทําให้ดินแปรสภาพเป็น
ดินกรดจัดหรือเปร้ียวจัด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเน่ืองมาจากพระราชดําริจึงได้ดําเนินการสนอง
พระราชดําริโครงการ "แกล้งดิน" เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของดินเริ่มจากวิธีการ "แกล้งดินให้
เปรย้ี ว" ด้วยการทําให้ดนิ แห้งและเปียกสลบั กันไป เพ่ือเรง่ ปฏกิ ริ ยิ าทางเคมขี องดิน ซ่งึ จะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ทํา
ปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ปลดปล่อยกรดกํามะถันออกมา ทําให้ดินเป็นกรดจัดจนถึงขั้น "แกล้งดินให้เปรี้ยวสุด
ขีด" จนกระทงั่ ถึงจุดที่พชื ไมส่ ามารถเจรญิ งอกงามได้ จากนนั้ จงึ หาวธิ ีการปรับปรุงดนิ ดังกล่าวใหส้ ามารถ ปลูกพืชได้
วธิ กี ารแก้ไขปญ๎ หาดนิ เปรย้ี วจดั ตามแนวพระราชดาํ ริมีดังน้ี
๑. ควบคุมระดับน้ําใตด้ ินเพื่อปูองกันการเกิดกรดกํามะถัน จึงต้องควบคุมนํ้าใต้ดินให้อยู่เหนือช้ันดินเลน
ที่มีสารไพไรท์อยู่ เพอื่ มใิ หส้ ารไพไรทท์ ําปฏิกริ ิยากบั ออกซิเจนหรอื ถูกออกซิไดซ์
๒. การปรบั ปรุงดิน มี ๓ วธิ ีการ ตามสภาพของดินและความเหมาะสม คอื
- ใช้นํ้าชะล้างความเป็นกรดเม่ือล้างดินเปร้ียวให้คลายลงแล้วดินจะมีค่า pH เพิ่มขึ้นอีก ท้ัง
สารละลายเหล็กและอลูมินั่มท่ีเป็นพิษเจือจางลง จนทําให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะถ้าหากใช้ปุย
ไนโตรเจนและฟอสเฟตกส็ ามารถให้ผลผลติ ได้
- การใช้ปูนผสมคลุกเคล้ากับหน้าดิน เช่น ปูนมาร์ล ปูนฝุนซึ่งปริมาณของปูนที่ใช้ข้ึนอยู่กับ
ความรนุ แรงของความเป็นกรดของดนิ
- การใช้ปูนควบคู่ไปกับการใช้นํ้าชะล้างและควบคุมระดับนํ้าใต้ดิน เป็นวิธีการที่สมบูรณ์ท่ีสุดและใช้
ได้ผลมากในพื้นท่ี ซ่ึงดนิ เป็นกรดจดั รุนแรง และถูกปลอ่ ยทงิ้ เป็นเวลานาน
๓. การปรบั สภาพพน้ื ท่มี อี ยู่ ๒ วธิ ีคอื
- การปรบั ระดบั ผวิ หน้าดิน ด้วยวธิ กี าร คือ
ปรบั ระดบั ผิวหน้าดินใหม้ ีความลาดเอียง เพ่อื ให้นา้ํ ไหลไปสคู่ ลองระบายนํา้
ตกแต่งแปลงนาและคันนาใหม่ เพ่อื ให้เกบ็ กักนา้ํ และระบายนา้ํ ออกไปได้
- การยกร่องปลูกพืชสําหรับพืชไร่ พืชผัก ไม้ผล หรือไม้ยืนต้นท่ีให้ผลตอบแทนสูง ถ้าให้ได้ผลต้องมี
แหล่งนํ้าชลประทานเพื่อขังและถ่ายเทน้ําได้ เมื่อน้ําในร่องเป็นกรดจัด การยกร่องปลูกพืชยืนต้นหรือไม้ผล ต้อง
คํานงึ ถงึ การเกดิ นํ้าทว่ มในพื้นทีน่ น้ั หากมีโอกาสเส่ียงสูงก็ไมค่ วรทําหรืออาจยกร่องแบบเต้ียๆ พืชที่ปลูกเปล่ียนเป็น
พชื ล้มลกุ หรือพืชผัก และควรปลกู เป็นพชื หมุนเวยี นกบั ข้าวได้
209
5) โครงการแก๎มลงิ
โครงการแก้มลิง เกิดจากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
มีพระราชดาํ ริถึงลงิ ทอี่ มกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มได้คราวละมากๆ จึงมีพระราชกระแสอธิบายว่า "ลิงโดยทั่วไปถ้าเรา
ส่งกลว้ ยให้ ลิงจะรบี ปอกเปลอื ก เอาเขา้ ปากเคย้ี วแลว้ นาํ ไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทําอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือ
เต็มกระพุ้งแก้ม จากน้ันจะค่อยๆ นําออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง ด้วยแนวพระราชดํารินี้จึงเกิดเป็น
"โครงการแกม้ ลงิ " ขน้ึ เพื่อสร้างพืน้ ทกี่ กั เก็บนา้ํ ไวร้ อการระบายเพอื่ ใชป้ ระโยชน์ในภายหลัง
ลักษณะและวิธีการของโครงการแก๎มลิง
ลกั ษณะของโครงการแก้มลิงจะดําเนินการระบายนํ้าออกจากพื้นที่ตอนบน เพื่อให้นํ้าไหลลงคลองพักนํ้า
ที่ชายทะเล จากนั้นเม่ือระดับน้ําทะเลลดลงจนต่ํากว่านํ้าในคลอง น้ําในคลองจะไหลลงสู่ทะเลตามธรรมชาติ
ตอ่ จากนนั้ จะเริม่ สูบนํา้ ออกจากคลองที่ทําหนา้ ที่แกม้ ลงิ เพื่อทาํ ให้นํ้าตอนบนค่อยๆ ไหลมาเอง จึงทําให้เกิดนํ้าท่วม
พน้ื ทีล่ ดนอ้ ยลง จนในทีส่ ุดเมอ่ื ระดับน้าํ ทะเลสูงกว่าระดับในคลอง จึงปิดประตูระบายน้ําโดยให้นํ้าไหลลงทางเดียว
(One Way Flow)
ประเภทของโครงการแก๎มลงิ โครงการแกม๎ ลิงมี ๓ ขนาด คือ
๑. แก้มลิงขนาดใหญ่ (Retarding Basin) คือ สระน้ําหรือบึงขนาดใหญ่ที่รวบรวมนํ้าฝนจากพ้ืนท่ีบริเวณ
นน้ั ๆ โดยจะกักเก็บไว้เป็นระยะเวลาหน่ึงก่อนที่จะระบายลงสู่ลํานํ้า พื้นที่เก็บกักน้ําเหล่าน้ีได้แก่ เขื่อน อ่างเก็บน้ํา
ฝาย ทุ่งเกษตรกรรม เป็นต้น ลักษณะส่งิ กอ่ สร้างเหลา่ นจ้ี ะมวี ัตถปุ ระสงคอ์ ื่นประกอบด้วย เช่น เพอื่ การชลประทาน
เพือ่ การประมง เปน็ ตน้
๒. แก้มลงิ ขนาดกลาง เป็นพื้นทีช่ ะลอนํ้าทม่ี ขี นาดเล็กกวา่ กอ่ สร้างในระดับลุ่มน้ํา มักเป็นพื้นท่ีธรรมชาติ
เชน่ หนอง บึง คลอง เป็นตน้
๓. แก้มลิงขนาดเล็ก (Regulating Reservoir) คือแก้มลิงที่มีขนาดเล็กกว่า อาจเป็นพ้ืนที่สาธารณะ
สนามเดก็ เล่น ลานจอดรถ หรอื สนามในบ้าน ซ่งึ ตอ่ เขา้ กับระบบระบายน้าํ หรอื คลอง
ทั้งน้ีแก้มลิงที่อยู่ในพ้ืนที่เอกชน เรียกว่า "แก้มลิงเอกชน" ส่วนท่ีอยู่ในพ้ืนที่ของราชการและรัฐวิสาหกิจ
จะเรยี กว่า "แกม้ ลงิ สาธารณะ"
ด้วยพระปรีชาญาณ และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ท่ีทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ "โครงการแกม้ ลงิ " จงึ เกิดขนึ้ และช่วยบรรเทาวิกฤต และความเดือดร้อนจากน้ํา
ทว่ มรอบกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลใหเ้ บาบางลงไปได้ โดยอาศยั เพยี งแคว่ ิธีการทางธรรมชาติ
6) โครงการกงั หนั น้ําชยั พัฒนา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงตระหนักถึงความรุนแรงของ
ป๎ญหาที่เกิดข้ึน และทรงห่วงใยต่อพสกนิกรที่ต้องเผชิญในเร่ืองดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2531 ได้
พระราชทานพระราชดําริในการแก้ไขป๎ญหานํ้าเสีย ด้วยการใช้เคร่ืองกลเติมอากาศ โดยพระราชทานรูปแบบ
210
สิ่งประดษิ ฐ์ทีเ่ รยี บง่าย แต่มีประสิทธิภาพสูงในการบําบัดนาํ้ เสยี ซงึ่ เปน็ ทีร่ จู้ กั กนั ดีในชอื่ “กังหนั นา้ํ ชัยพัฒนา” และ
นาํ มาใช้ในการปรับปรงุ คุณภาพน้ําตามสถานที่ต่าง ๆ ทว่ั ทุกภมู ิภาค
หลกั การและวธิ ีการทาํ งานของกังหันน้ําชยั พฒั นา
(1.) โครงกงั หนั น้ํารปู 12 เหลย่ี ม
(2.) ซองบรรจนุ าํ้ ตดิ ตงั้ โดยรอบ จาํ นวน 6 ซอง รูซองน้ําพรนุ เพ่ือให้นา้ํ ไหลกระจายเปน็ ฝอย
(3.) ซองนํ้าจะถูกขับเคล่ือนให้หมุนโดยรอบด้วยเกียร์มอเตอร์ ซึ่งทําให้การหมุนเคลื่อนที่ของซองนํ้าวิด
ตักน้ําด้วยความเร็ว สามารถวิดนํ้าลึกลงไปจากใต้ผิวนํ้าประมาณ 0.50 เมตร ยกนํ้าสาดข้ึนไปกระจายเป็นฝอย
เหนอื ผวิ น้ําไดส้ งู ถึง 1 เมตร ทําให้มีพ้ืนท่ีผิวสัมผัสระหว่างน้ํากับอากาศมากและส่งผลให้ออกซิเจนสามารถละลาย
เขา้ ไปในนํา้ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
(4.) ในขณะท่ีน้ําเสียถูกยกข้ึนไปสาดกระจายสัมผัสกับอากาศแล้วตกลงไปยังผิวน้ํานั้น จะก่อให้เกิด
ฟองอากาศจมตามลงไปใต้ผิวนํ้าด้วย ในขณะท่ีซองน้ํากําลังเคลื่อนที่ลงสู่ผิวน้ําแล้วกดลงไปใต้ผิวนํ้านั้นจะเกิดการ
อัดอากาศภายในซองนํ้า ภายใต้ผิวนํ้าจนกระทั่งซองน้ําจมนํ้าเต็มท่ีทําให้เพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจน
ได้สูงข้ึน หลังจากนั้นนํ้าท่ีได้รับการเติมอากาศแล้วจะเกิดการถ่ายเทของนํ้าเคลื่อนที่ออกไปด้วยการผลักดันของ
ซองน้ํา
ประโยชน๑ของกังหันนา้ํ ชยั พฒั นา
“กังหันน้ําชัยพัฒนา” ได้ผลดีเป็นท่ีน่าพอใจทําให้น้ําใสสะอาดข้ึนลดกลิ่นเหม็นลงได้มากและมีปริมาณ
ออกซิเจนในนํา้ เพิม่ ขนึ้ สตั ว์น้าํ สามารถอยูอ่ าศัยได้อย่างปลอดภยั และสามารถบําบัดความสกปรกในรูปของมวลสาร
ต่างๆ ใหล้ ดตํ่าลงไดต้ ามเกณฑม์ าตรฐานท่กี าํ หนดเมือ่ วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๖ เครื่องกลเติมอากาศ “กังหัน
น้าํ ชัยพัฒนา” ได้รับการพิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบตั รในพระปรมาภิไธย นับเป็นส่ิงประดิษฐ์เคร่ืองกลเติม
อากาศเครื่องที่ ๙ ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร และเป็นคร้ังแรกท่ีได้มีการรับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่พระ
บรมราชวงศ์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็น “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในประวัติศาสตร์
ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก” นอกจากนี้สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติได้ประกาศให้กังหันนํ้าชัย
พัฒนาได้รับรางวัลท่ี ๑ ประเภทรางวัลผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ซ่ึงเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติประจําปี
๒๕๓๖ และทูลเกลา้ ฯถวายรางวัลน้ีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ รอีกวาระหน่ึง
7) เกษตรทฤษฎใี หมํ
ทุกคร้ังท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเสด็จพระราชดําเนินไปทรง
เย่ียมราษฎรตามพ้ืนที่ต่างๆ ท่ัวประเทศนั้นได้ ทรงถามเกษตรกรและทอดพระเนตรพบสภาพป๎ญหาการขาดแคลนนํ้า
เพ่ือการปลูกขา้ วและเกิดแรงดลพระราชหฤทยั อนั เป็นแนวคิดข้ึนว่า
๑. ขา้ วเปน็ พชื ทีแ่ ข็งแกรง่ มาก หากไดน้ าํ้ เพียงพอจะสามารถเพมิ่ ปริมาณเม็ดข้าวไดม้ ากยิ่งข้ึน
๒. หากเกบ็ นาํ้ ฝนที่ตกลงมาไว้ไดแ้ ล้ว นํามาใช้ในการเพาะปลกู ก็จะสามารถเกบ็ เกีย่ วได้มากขน้ึ เชน่ กัน
๓. การสร้างอ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่นับวันแต่จะยากท่ีจะดําเนินการได้ เนื่องจากการขยายตัวของชุมชน
และขอ้ จาํ กัดของปรมิ าณท่ดี นิ เปน็ อุปสรรคสําคญั
211
๔. หากแต่ละครัวเรือนมีสระน้ําประจําไร่นาทุกครัวเรือนแล้ว เม่ือรวมปริมาณกันก็ย่อมเท่ากับปริมาณ
ในอา่ งเกบ็ นํ้าขนาดใหญ่ แตเ่ สียคา่ ใชจ้ า่ ยน้อยและเกดิ ประโยชนส์ ูงสุดโดยตรงมากกวา่
พระราชดําริ “ทฤษฎีใหม่” เป็นแนวทางหรือหลักการในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นา คือที่ดินและ
น้ํา เพ่ือการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดําเนินการทฤษฎีใหม่ได้พระราชทานขั้นตอน
ดําเนนิ งาน ดังน้ี
ข้ันท่ี ๑ ทฤษฎีใหม่ข้ันต้นสถานะพ้ืนฐานของเกษตรกร คือ มีพ้ืนที่น้อยค่อนข้างยากจนอยู่ในเขตเกษตร
น้ําฝนเป็นหลักความมั่นคงของชีวิตและความมั่นคงของชุมชนชนบท เป็นเศรษฐกิจพ่ึงตนเองมากข้ึน มีการจัดสรร
พื้นทํากนิ และท่ีอย่อู าศัย ใหแ้ บง่ พืน้ ท่อี อกเป็น ๔ ส่วน ตามอตั ราส่วน ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ ซึ่งหมายถึง พื้นที่ส่วนท่ีหนึ่ง
ประมาณ ๓๐% ให้ขุดสระเก็บกักนํ้า เพื่อใช้เก็บกักนํ้าฝนในฤดูฝนและใช้เสริม การปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจน
การเล้ียงสัตว์น้ําและพืชน้ําต่างๆ (สามารถเลี้ยงปลา ปลูกพืช เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉดฯ ให้ด้วย) พ้ืนที่ส่วนท่ีสอง
ประมาณ ๓๐% ใหป้ ลกู ข้าวในฤดูฝน เพื่อใช้เป็นอาหารประจําวันในครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี เพ่ือตัดค่าใช้จ่าย
และสามารถพ่ึงตนเองได้ พื้นท่ีส่วนที่สามประมาณ ๓๐% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ
เพือ่ ใชเ้ ป็นอาหารประจําวัน หากเหลือบริโภคก็นําไปจําหน่าย และพื้นท่ีส่วนท่ีสี่ประมาณ ๑๐% ใช้เป็นที่อยู่อาศัย
เล้ียงสัตว์และโรงเรือนอื่นๆ (ถนน คันดิน กองฟาง ลานตาก กองปุยหมัก โรงเรือน โรงเพาะเห็ด คอกสัตว์
ไม้ดอกไมป้ ระดบั พชื ผกั สวนครัวหลังบ้าน เปน็ ตน้ )
ทฤษฎีใหม่ข้ันก้าวหน้า เม่ือเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ลงมือปฏิบัติตามขั้นท่ีหน่ึงในที่ดินของตน
เป็นระยะเวลาพอสมควรจนได้ผลแล้ว เกษตรกรก็จะพัฒนาตนเองจากข้ัน “พออยู่พอกิน” ไปสู่ข้ัน “พอมีอันจะ
กิน” เพ่อื ให้มีผลสมบูรณย์ ิง่ ขึน้ จงึ ควรทจ่ี ะตอ้ งดาํ เนนิ การตามข้นั ท่ีสองและขน้ั ท่ีสามต่อไปตามลําดับ
ขัน้ ท่ี ๒ ทฤษฎีใหม่ข้ันกลาง เมื่อเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ปฏิบัติในท่ีดินของตนจนได้ผลแล้ว ก็
ต้องเรม่ิ ขั้นทีส่ อง คอื ให้เกษตรกรรวมพลงั กนั ในรปู กลมุ่ หรอื สหกรณ์ รว่ มแรง รว่ มใจกนั ดําเนินการในด้าน
๑. การผลิต เกษตรกรจะต้องร่วมมือในการผลิตโดยเร่ิมต้ังแต่ ข้ันเตรียมดิน การหาพันธุ์พืช ปุย การหา
นาํ้ และอน่ื ๆ เพอ่ื การเพาะปลกู
๒. การตลาด เม่ือมีผลผลิตแล้ว จะต้องเตรียมการต่าง ๆ เพื่อการขายผลผลิตให้ได้ประโยชน์สูงสุด เช่น
การเตรียมลานตากข้าวร่วมกัน การจัดหายุ้งรวบรวมข้าว เตรียมหาเครื่องสีข้าว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลิต
ให้ไดร้ าคดแี ละลดคา่ ใชจ้ า่ ยลงด้วย
๓. ความเป็นอยู่ ในขณะเดียวกันเกษตรกรต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร โดยมีป๎จจัยพื้นฐาน
ในการดํารงชีวิต เช่น อาหารการกนิ ต่าง ๆ กะปิ น้ําปลา เสอื้ ผ้า ท่พี อเพียง
๔. สวสั ดิการ แต่ละชมุ ชนควรมีสวสั ดิการและบริการทีจ่ าํ เปน็ เชน่ มสี ถานีอนามัยเม่ือยามปุวยไข้ หรือมี
กองทนุ ไวใ้ หก้ ้ยู ืมเพื่อประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ
๕. การศึกษา มีโรงเรียนและชุมชนมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษา เช่น มีกองทุนเพื่อการศึกษา
เล่าเรียนให้แกเ่ ยาวชนของชุมชนเอง
๖. สงั คมและศาสนา ชมุ ชนควรเปน็ ศนู ย์กลางในการพฒั นาสังคมและจิตใจ โดยมีศาสนาเป็นท่ียึดเหนี่ยว
กิจกรรมท้งั หมดดังกล่าวขา้ งต้น จะตอ้ งได้รับความร่วมมือจากทุกฝุายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าส่วนราชการ องค์กรเอกชน
ตลอดจนสมาชิกในชมุ ชนนน้ั เป็นสาํ คญั
212
ขนั้ ที่ ๓ ทฤษฎีใหม่ข้ันก้าวหน้า เมื่อดําเนินการผ่าพ้นข้ันท่ีสองแล้ว เกษตรกรจะมีรายได้ดีขึ้น ฐานะม่ันคง
ขึ้น เกษตรกรหรือกลมุ่ เกษตรกรก็ควรพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ขน้ั ทีส่ ามต่อไป คือ ติดต่อประสานงานเพ่ือจัดหาทุน หรือ
แหล่งเงนิ เชน่ ธนาคาร หรือบริษัทห้างร้านเอกชน มาช่วยในการทําธุรกิจ การลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้
ทง้ั ฝาุ ยเกษตรกรและฝาุ ยธนาคารกับบรษิ ทั จะไดร้ บั ประโยชนร์ ่วมกนั
8) โครงการฝนหลวง
โครงการพระราชดําริฝนหลวง เกิดขึ้นจากพระราชดําริส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อคราวเสด็จพระราชดําเนินเย่ียมราษฎรในพื้นท่ีแห้งแล้งทุรกันดาร ๑๕
จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันท่ี ๒ - ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘ ในวันจันทร์ท่ี ๑๔
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘ เสด็จพระราชดําเนินโดยรถยนต์จากจังหวัดนครพนมไปจังหวัดกาฬสินธ์ุ ผ่านจังหวัด
สกลนครและเทือกเขาภูพาน ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎร และเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ํา
อุปโภคบริโภคและการเกษตร เมื่อเสด็จพระราชดําเนินกลับถึงกรุงเทพมหานคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อม
ราชวงศเ์ ทพฤทธิ์ เทวกลุ วิศวกรและนักประดิษฐค์ วายเหล็กท่มี ชี อื่ เสยี งเขา้ เฝูาฯ แล้วพระราชทานแนวความคิดนั้นแก่
หม่อมราชวงศเ์ ทพฤทธิ์ เทวกลุ
ทฤษฎีต๎นกําเนดิ
"หลักการแรก คือให้โปรยสารดดู ซบั ความชืน้ (เกลือทะเล) จากเคร่ืองบิน เพื่อดูดซับความชน้ื ในอากาศ
แล้วใช้สารเย็นจดั (น้ําแขง็ แห้ง) เพื่อใหค้ วามชื้นกลั่นตวั และรวมตัวเปน็ เมฆ"
ความคดิ เร่มิ แรกในการดัดแปรสภาพอากาศ เพ่ือใหเ้ กิดฝน
จาก พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นต้นมา ทรงศึกษาค้นคว้าและวิจัยทางเอกสาร ทั้งด้านวิชาการอุตุนิยมวิทยา และ
การดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งทรงรอบรู้และเชี่ยวชาญเป็นท่ียอมรับทั้งในและต่างประเทศ จนทรงมั่นพระทัย
จึงพระราชทานแนวคิดน้ีแก่ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตร
วิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณข์ ณะน้ัน ในปีถัดมาและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หา
ลู่ทางทจ่ี ะทาํ ให้เกิดการทดลองปฏิบัติการในท้องฟูาให้เป็นไปได้
การทดลองในท้องฟูาเป็นครั้งแรก จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดต้ังหน่วยบิน
ปราบศัตรูพืช กรมการข้าวและพร้อมทีมท่ีจะให้การสนับสนุนในการสนองพระราชประสงค์ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธ์ิ
เทวกุล จึงได้นําความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบว่า พร้อมที่จะดําเนินการตามพระราชประสงค์แล้ว
ดังนั้นในปีเดียวกันน้ันเอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทําการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟูาเป็นคร้ังแรก
เมือ่ วนั ท่ี ๑ - ๒ กรกฎาคม ๒๕๑๒
โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งให้ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธ์ิ เทวกุล เป็นผู้อํานวยการโครงการ
และหัวหน้าคณะปฏิบัติการทดลองเป็นคนแรก และเลือกพ้ืนท่ีวนอุทยานเขาใหญ่เป็นพ้ืนท่ีทดลองเป็นแห่งแรก
โดยทดลองหยอดก้อนนํ้าแข็งแห้ง (dry ice หรือ solid carbondioxide) ขนาดไม่เกิน ๑ ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปใน
213
ยอดเมฆสูงไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ฟุต ท่ีลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพ้ืนท่ีทดลอง ในขณะน้ันทําให้กลุ่มเมฆทดลอง
เหล่านั้น มีการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ของเมฆอย่างเห็นได้ชัดเจน เกิดการกลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อยอด
สูงขึ้นเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว แล้วเคลื่อนตัวตามทิศทางลมพ้นไปจากสายตาไม่สามารถสังเกตได้
เน่ืองจากยอดเขาบังแต่จากการติดตามผล โดยการสํารวจทางภาคพ้ืนดินและได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจาก
ราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พ้ืนท่ีทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด นับเป็นนิมิตหมายบ่งช้ีให้เห็นว่าการบังคับเมฆให้
เกิดฝนเปน็ ส่ิงท่ีเปน็ ไปได้
9) การปลูกป่า 3 อยําง ไดป๎ ระโยชน๑ 4 อยาํ ง
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ทรงมีพระราชดํารัส ความว่า
“...ปาุ ไมท้ ่ีจะปลูกนน้ั สมควรท่ีจะปลกู แบบปุาใช้ไม้หน่ึง ปุาสําหรับใช้ผลหนึ่ง ปุาสําหรับใช้เป็นฟืนอย่าง
หน่ึง อันนี้แยกออกไปเป็นกว้างๆใหญ่ๆ การท่ีจะปลูกต้นไม้สําหรับได้ประโยชน์ดังน้ี ในคําวิเคราะห์ของกรมปุาไม้
รสู้ กึ จะไม่ใช่ปาุ ไม้ แตใ่ นความหมายของการช่วยเหลือเพ่ือต้นนํ้าลําธารน้ัน ปุาไม้เช่นนี้จะเป็นสวนผลไม้ก็ตาม หรือ
เป็นสวนไม้ฟืนก็ตาม น่ันแหละเป็นปุาไม้ท่ีถูกต้อง เพราะทําหน้าที่เป็นปุา คือ เป็นต้นไม้และทําหน้าที่เป็น
ทรพั ยากรในด้านสาํ หรบั ให้ผลที่มาเป็นประโยชนแ์ ก่ประชาชนได้ประโยชนท์ ่รี ับ”
โครงการปลูกปา่ 3 อยํางประโยชน๑ 4 อยําง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
หลักการและเหตผุ ล
1. ใหป้ ระชาชนปลูกตน้ ไมต้ ามแนวคิด ปาุ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
2. จดั รูปแบบการปลกู ใหเ้ กิดคณุ ค่าและบูรณาการในพนื้ ท่ที าํ กินเดมิ ให้มีสภาพใกลเ้ คียงกับปาุ
3. สร้างมูลค่าต้นไมท้ ่ปี ลูกทาํ ให้เป็นทรัพย์ เพ่ือออมทรพั ยแ์ ละใช้แกป้ ญ๎ หาความยากจน
วิธีการดาํ เนนิ การ
1. การจัดแบง่ ท่ีดินทํากินเพื่อใช้ปลูกปุา 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จากพ้ืนท่ีทํากินอยู่เดิม ที่เป็นพ้ืนท่ี
สวน ไรห่ รือนา แบง่ พ้นื ท่อี อกมารอ้ ยละ 30 - 50 โดยมรี ปู แบบการจดั แบ่ง 3 รูปแบบ ดังนี้
1.1. พื้นที่จัดแบ่งปลูกปุา 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง จัดแบ่งโดยใช้พ้ืนที่รอบแนวเขตพ้ืนท่ีทํากิน
ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30 - 50 ตามแนวเขตแดนพื้นท่ี ทํากินพ้ืนท่ีจัดแบ่งปลูกปุา 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อย่าง
1.2. จดั แบ่งออกมาชัดเจนเป็นสว่ น ปลกู ในพืน้ ที่ร้อยละ 30 - 50 โดยจัดส่วนอยู่ด้านหนึ่งของพื้นท่ี
จดั แบ่งเป็นร้วิ หรอื แถบตามความเหมาะสม
1.3. พนื้ ทจี่ ดั แบง่ ปลูกปาุ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. การจัดองค์ประกอบพันธ์ุไม้ตามวัตถุประสงค์ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ในพ้ืนท่ีตามความเหมาะสม แต่ให้
ไดอ้ งค์ประกอบซงึ่ ใหเ้ กิดความพออยู่ พอกิน พอใช้ ดังนี้
2.1. ปลูก เพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านพออยู่ เช่น การปลูกต้นไม้สําหรับใช้เนื้อไม้มาปลูกสร้าง
อาคารบ้านเรอื นทีอ่ ยอู่ าศัย เช่น ไม้ตะเคยี นทอง, สกั , ยางนา, มะฮอกกานี, กระทินเทพา, จําปา
ทอง ฯลฯ
214
2.2. ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอกิน เช่น การปลูกต้นไม้สําหรับใช้กินเป็นอาหาร
เป็นยาสมุนไพรเป็นเครื่องดื่ม ตลอดจนพืชที่ปลูกเพื่อการค้าขายผลผลิตเพื่อดํารงชีพ เช่น ไม้
ผลต่างๆ ได้แก่ เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ลองกอง, มะม่วง ฯลฯ ไม้ที่ให้ผลผลิตเพ่ือขาย เช่น
ปาล์ม, มะพร้าว, ยางพารา ฯลฯ
2.3. ปลูกเพ่ือให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอใช้ เช่น ปลูกต้นไม้สําหรับใช้สอยในครัวเรือน ใช้
พลงั งาน ใชเ้ ป็นเครือ่ งมือต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ไม้ไผ่, หวาย สําหรับจักสานเป็น
เครอื่ งเรือนของใช้ ฯลฯ ไม้โตเร็วบางชนิดที่ใช้เป็นไม้ฟืน, ถ่าน ไม้พลังงาน เช่น สบู่ดํา, ปาล์ม ฯลฯ
ไม้ทําเครือ่ งมือการเกษตร ได้แก่ การทาํ ด้ามจอบ, มดี , ขวาน, ทํารถเข็น, โตะ๊ , เกา้ อ้ี, ตู้ ฯลฯ
3. องคป์ ระกอบตามวัตถุประสงค์ ปุา 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อยา่ ง
จัดโครงสร้างและลําดับช้ันต้นไม้ในปุา 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการจัดโครงสร้างพันธ์ุไม้ให้มี
สภาพใกล้เคียงกับปุา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความสมดุลของระบบนิเวศ โดยให้มีช้ันเรือนยอด 3 ช้ัน ได้แก่ เรือนยอด
ชัน้ บน เรือนยอดชัน้ กลาง เรือนยอดชั้นล่าง และหากจัดโครงสร้างด้านการใช้ประโยชน์จะเป็น 4 ระดับคือ ช้ันบน
ชนั้ กลาง ชั้นล่างและช้นั ใต้ดนิ ตามรปู แบบเกษตร 4 ชน้ั
3.1. ไมเ้ รอื นยอดช้ันบนได้แก่ ไม้ที่ปลูกใช้เน้ือไม้ทําท่ีอยู่อาศัย เช่น ตะเคียนทอง, สัก ยางนา, สะเดา,
จาํ ปาทอง ฯลฯ และไมท้ ล่ี าํ ตน้ สงู และทีล่ กู เป็นอาหารได้ เชน่ สะตอ, เหรยี ง, กระทอ้ น, มะพรา้ ว, หมาก ฯลฯ
3.2. ไมเ้ รือนยอดช้ันกลางส่วนใหญ่เป็นไม้ เพ่ือการกิน, การขาย, การใช้เป็นอาหารและสมุนไพร เช่น
มะมว่ ง, ขนุน, ชมพู่, มงั คุด, ไผ่, ทุเรียน, ลองกอง, ปาลม์ ฯลฯ
3.3. ไม้ที่ปกคลุมผิวดิน ทั้งที่เป็นอาหาร, สมุนไพรและของใช้ เช่น กาแฟ ผักปุาชนิดต่างๆ ชะพลู,
มะนาว, หวายสบดู่ าํ ฯลฯ
3.4. พันธพุ์ ชื ท่ใี ช้ประโยชนจ์ ากสว่ นทีอ่ ยใู่ ตด้ ิน (พชื หวั ) เป็นพืชท่ปี ลกู เพ่ือความพอเพียงในด้านการกิน
ได้แก่ กลอย, ขิง ข่า, กระชาย, กระทือ ฯลฯ
ซึ่งกระบวนการปลูกในรูปแบบดังกล่าวจะได้พันธ์ุไม้ที่เกิดปุา 3 อย่าง คือ ปุาเพ่ือพออยู่ ปุาเพ่ือพอกิน
และปาุ เพื่อพอใช้ และจะไดป้ ระโยชนเ์ พม่ิ ในดา้ นการรักษาสมดุลดา้ นส่ิงแวดล้อม
4. กระบวนการสร้างมูลค่าต้นไม้ในโครงการปลูกปุา 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการให้คุณค่าไม้ให้เป็นมูลค่า
เพ่ือเกิดการพออยู่ตามนัยท่ีให้พอรักษาที่ดินทํากินให้อยู่กับเจ้าของผู้ทํากิน ให้เป็นมูลค่าเพื่อการศึกษาเรียนรู้
ในการลดคา่ ใช้จา่ ยจากพชื ที่ปลกู ไวบ้ รโิ ภคเอง
5. พ้ืนที่ปลูกปาุ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อยา่ ง
5.1. ในพน้ื ที่ทํากินของประชาชนในชมุ ชนทอี่ ยใู่ นหรอื รอบแนวเขตปุา
5.2. ชุมชนตน้ แบบเศรษฐกจิ พอเพียงตามความเหมาะสม
5.3. ในพ้ืนทใ่ี ช้ประโยชน์ร่วมกันของชมุ ชน
215
10) โครงการฝายชะลอนํา้
ฝายแม้ว เป็นช่ือเรียก โครงการตามแนวพระราชดําริเก่ียวกับวิศวกรรมแบบพื้นบ้าน ฝายแม้วเป็นฝาย
ชะลอนํ้ากึ่งถาวรประเภทหนึ่งประเภทเดียวกับฝายคอกหมู โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถ่ิน เช่น ก่ิงไม้ ก้อนหิน
เพอ่ื ก้นั ชะลอนํา้ ในลําธาร หรือทางน้าํ เล็ก ๆ ให้ไหลช้าลง และขังอยู่ในพื้นที่นานพอที่จะพ้ืนท่ีรอบ ๆ จะได้ดูดซึมไป
ใช้ เปน็ การฟืน้ ฟพู น้ื ท่ปี าุ เส่อื มโทรมให้เกิดความชุ่มช้ืนมากพอที่จะพัฒนาการเป็นปุาสมบูรณ์ข้ึนได้ ฝายแม้วยังอาจ
ใช้เพื่อการทดนํ้า ให้มีระดับสูงพอท่ีจะดึงน้ําไปใช้ในคลองส่งน้ําได้ในฤดูแล้ง โครงการตามแนวพระราช ดําริน้ีได้มี
การทดลองใชท้ โ่ี ครงการห้วยฮอ่ งไคร้ จ.เชียงใหม่ และประสบผลสําเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับโครงการอ่นื ๆ ต่อมา
ฝายชะลอน้ําสร้างขวางทางไหลของน้ําบนลําธารขนาดเล็กไว้เพ่ือชะลอการไหล ลดความรุนแรงของ
กระแสน้ํา ลดการชะล้างพังทลายของตล่ิง เมื่อนํ้าไหลช้าลงก็มีน้ําอยู่ในลําห้วยนานข้ึน โดยเฉพาะในหน้าแล้ง
ช่วยดักตะกอนท่ีไหลมากับนาํ้ ลดการต้ืนเขินที่ปลายนํ้าทําให้น้ําใสมีคุณภาพดีข้ึน ช่วยให้ดินชุ่มช้ืน ปุามีความอุดม
สมบูรณ์ เพ่ิมความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ปุา สัตว์น้ํา ได้อาศัยน้ําในการดํารงชีวิต คืนพืชแก่เนินเขา/ภูเขา
หัวโล้น ดินช้ืน ปุาก็ช้ืน กลายเป็นแนวกันไฟปุาลดความรุนแรงของไฟได้ เพ่ือรักษาความชุ่มช้ืนของผืนปุาและ
กักเกบ็ นํ้า
216
15
218
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑
การปฐมนิเทศ
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทําบันทึกความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(ทส.) ตามบันทึกขอ้ ตกลงความร่วมมือลงวันที่ ๒9 มกราคม ๒๕๕๒ เพ่ือส่งเสริมกระบวนการเรียนการสอน สร้าง
ทกั ษะ ความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ซึ่งโรงเรียนของเราได้
เขา้ รว่ มกบั กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่ิงแวดล้อม เพ่ือส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับ
นักเรียนในวิชาลูกเสือ โดยจะเพิ่มบทบาทของลูกเสือ ในการดําเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มทัง้ ภายในโรงเรยี นและรว่ มกับชุมชน
เมื่อโรงเรียนจัดต้ังเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โรงเรียนจะ
ได้รับการสนับสนุนเคร่ืองแบบลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากกรมส่งเสริมคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมเพ่ือใช้ในกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประกอบด้วย ผ้าผูกคอ
และปลอกแขน ใชส้ ําหรบั การดําเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานอ่ืนๆ หรือร่วมกับชุมชน มอบแบดจ์
ซึ่งเคร่ืองหมายของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมอบสมุดบันทึกลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือประโยชน์ในการบันทึกกิจกรรมต่างๆ ของลูกเสืออนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอีกด้วย อีกทั้งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มอบธงประจําโรงเรียนหน่วยฯ
และปูายโรงเรยี นหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับโรงเรียน เพ่ือเป็นเกียรติและเป็น
ตัวแทนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการร่วมกิจกรรมกับสํานักงานลูกเสือแห่งชาติและ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มต่อไป
เครือ่ งแบบและอุปกรณเ๑ ฉพาะสําหรับโรงเรียนหนํวยลกู เสืออนรุ กั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล๎อม
เคร่ืองแบบและอุปกรณ์เฉพาะสําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จัดทําขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และมอบให้ลูกเสือ
อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ด้านส่ิงแวดล้อม รวมทั้งมอบให้สําหรับผู้แทน
โรงเรียนหน่วยลูกเสือใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม การบําเพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมทั้งการร่วมดําเนินกิจกรรมกับหน่วยงานที่
เกีย่ วข้อง โดยเคร่อื งแบบและอุปกรณ์เฉพาะสําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มี
ดังนี้
๑. ปา้ ยโรงเรยี นหนํวยลูกเสืออนรุ กั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม
ปูายโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มอบให้กับโรงเรียนท่ีได้รับ
การจัดต้ังเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือแสดงว่าเป็นโรงเรียนท่ีมี
การเรียนการสอนรายวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่โดยการใช้คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือ
สามญั รนุ่ ใหญ่ สกู่ ารจดั ตง้ั โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การจัดค่ายท่ีเป็นมิตร
กับส่ิงแวดล้อม การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และมีการ
ดําเนนิ โครงการด้านสง่ิ แวดล้อม
219
๒. ธงประจาํ โรงเรียนหนวํ ยลูกเสืออนุรกั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม
เม่ือจัดตั้งเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้รับมอบธงประจํา
โรงเรียนหน่วยฯ เป็นธงพื้นสีเขียว หมายถึง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ริ้วสีทอง หมายถึง
ลูกเสือ ซ่ึงเป็นผู้ที่มีเกียรติ และมีความรอบรู้ในการใช้ชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ป๎กตราสัญลักษณ์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยรูปทรงของสัญลักษณ์ท่ีเป็นโล่ หมายถึง การปกปูอง การปูองกัน ซึ่งใน
หลายประเทศนิยมใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สําหรับภาพต้นโพธ์ิ แผ่นดิน ช้าง โลมา
พระอาทิตย์ ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ภายในโล่น้ัน หมายความรวมถึง ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่เกื้อกูลกัน
สัตวป์ าุ พลังงาน และการปรบั ตวั ให้เข้ากับส่ิงแวดล้อม
๓. ผา๎ ผกู คอลูกเสืออนรุ กั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม
- พ้ืนสีเขียว หมายถึง การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม
- ขลิบสที อง หมายถึง ลกู เสอื ซงึ่ เป็นผู้ทม่ี ีเกยี รติ และมีความรอบรู้ในการใชช้ วี ติ ท่ีเปน็ มิตรกับสิ่งแวดล้อม
- ตราสัญลักษณ์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยรูปทรงของสัญลักษณ์ท่ีเป็นโล่
หมายถึง การปกปูอง การปูองกัน ซึ่งในหลายประเทศนิยมใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม
สําหรับภาพต้นโพธิ์ แผ่นดิน ช้าง โลมา พระอาทิตย์ ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ภายในโล่นั้น ห มายความรวมถึง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มท่เี กอ้ื กูลกัน สัตวป์ าุ พลงั งาน และการปรับตวั ใหเ้ ข้ากับสง่ิ แวดล้อม
ผ้าผูกคอ มอบให้กับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จํานวน ๑ กอง
สําหรบั ใหผ้ ู้แทนโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ฯ ใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม การบาํ เพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมทั้งการร่วมดําเนิน
กจิ กรรมกบั หนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้อง
220
๕. ปลอกแขนลกู เสืออนุรักษท๑ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ๎ ม
ปลอกแขนลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ตราสัญลักษณ์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และป๎กข้อความ “GREEN SCOUT” และ “โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม” โดยจะใส่ที่แขนข้างซ้ายเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นลูกเสืออนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ภายใต้โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดย
ปลอกแขน มอบให้กับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จํานวน ๑ กอง สําหรับให้
ผู้แทนโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ฯ ใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมที่เก่ียวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม การบําเพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมทั้งการร่วมดําเนิน
กิจกรรมกับหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง
๕. แบดจล๑ กู เสืออนุรกั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล๎อม
แบดจ์ลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม สําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านการใช้คู่มือ
การบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดต้ังโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยผ่านการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
เคร่อื งหมายลูกเสือโลกแลว้
221
๖. สมุดบันทกึ กิจกรรมลูกเสืออนุรกั ษท๑ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ๎ ม
สมุดบันทึกกิจกรรมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสมุดท่ีใช้บันทึกผลงานหรือ
กจิ กรรมในแตล่ ะแผนกจิ กรรมของคู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้ง
โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือบันทึกความรู้ที่ได้จากการดําเนินกิจกรรม
รวบรวมผลงาน และใชป้ ระเมนิ การดาํ เนนิ กจิ กรรมของลกู เสืออนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม โดยสมุด
บันทึกกิจกรรมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับผู้แทนกลุ่มที่ผู้กํากับลูกเสือกําหนด
หรือผู้แทนหมลู่ ูกเสอื อนุรักษฯ์ ทไี่ ด้รับมอบหมายใหบ้ นั ทกึ กจิ กรรม
ภาพตวั อยาํ งการเดินสวนสนามของลกู เสอื อนุรักษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม
ที่มา : กรมส่งเสรมิ คุณภาพสง่ิ แวดลอ้ ม, (๒๕๖๓)
222
ที่มา : กรมสง่ เสริมคุณภาพสง่ิ แวดล้อม, (๒๕๖๓)
ลูกเสอื อนรุ ักษท๑ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เดินสวนสนามใน
วนั คล๎ายวนั สถาปนาคณะลกู เสือแหงํ ชาติ (วนั ที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี)
223
แผนการจัดกจิ กรรมที่ ๒
เรารกั ษโ๑ ลก
สถานการณ๑ฝุน่ ละออง PM2.5
PM2.5 คือ ฝุนท่ีมเี ส้นผา่ นศูนยก์ ลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรอื เทียบอย่างง่ายว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน
25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ เล็กขนาดท่ีขนจมูกของมนุษย์นั้นไม่สามารถกรองได้ จึงสามารถเข้า
ไปถงึ ถุงลมในปอดได้ เปน็ ผลทาํ ให้เกดิ โรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดต่างๆ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์
โดยเฉพาะกลุ่มเส่ียง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ปุวยท่ีมีโรคประจําตัว และสตรี มีครรภ์ สําหรับประเทศไทย พื้นท่ีท่ีมี
ปญ๎ หาฝนุ ละออง PM2.5 มี 3 พ้นื ท่สี าํ คัญ ไดแ้ ก่ 1. พ้ืนท่ี 9 จังหวดั ภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากการเผา ในพื้นท่ี
ปุาและการเผาวสั ดทุ างการเกษตร 2. พืน้ ทบี่ ริเวณหนา้ พระลาน จ.สระบุรี สาเหตุหลักมาจากพ้ืนที่ท่ีมีการประกอบ
กิจการโรงโม่บดย่อยหิน เหมืองหิน โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานปูนขาว โรงแต่งแร่ และกิจกรรมท่ีเกี่ยวเน่ือง เช่น
การจราจรและบรรทุกขนส่งในพื้นที่เป็นจํานวนมาก 3. พ้ืนที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สาเหตุหลักมาจาก
การใชร้ ถยนตด์ ีเซลและจากการจราจร อตุ สาหกรรม และการเผาในที่โลง่ ประกอบกบั สภาพอุตุนิยมวิทยาท่ีไม่เอ้ือ
ต่อการกระจายตัวของฝุนละออง สําหรับสถานการณ์ฝุนละออง PM2.5 ในพ้ืนท่ีกรุงเทพและปริมณฑล ภาพรวม
ของพื้นท่ีกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี 2556 - 2563 ปริมาณฝุนละอองจะเร่ิมสูงขึ้นตั้งแต่เดือน
พฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมีนาคม สาเหตุตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อ
การกระจายตัวของฝุนละออง และเป็นช่วงรอยต่อฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน สภาวะอากาศนิ่ง ลมสงบ ส่งผลต่อการ
สะสมของฝุนละอองในบรรยากาศทาํ ใหร้ ะดับฝนุ ละอองมีค่าสูงข้นึ ในชว่ งน้ี
ปัญหาหมอกควัน
“ป๎ญหาหมอกควัน” ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเท่ียว
สังคม เศรษฐกิจ ซึ่งทําให้จํานวนนักท่องเท่ียวลดลง และยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนท่ีต้องใช้ชีวิตท่ามกลาง
มลพษิ ในช่วงเดอื นธันวาคมถงึ เดอื นมนี าคมของทกุ ปี
สาเหตุของการเกิดหมอกควนั ได้แก่
1. การเผาเศษพืชและเศษวสั ดุการเกษตร
2. การเผาขยะมลู ฝอยจากชุมชน
3. การเผาวัชพชื รมิ ถนน
4. การกอ่ สร้างและโรงงานอุตสาหกรรม
5. การเผาไหม้เชอ้ื เพลิงจากยานพาหนะตา่ งๆ
แนวทางแก๎ปัญหาหมอกควัน
๑. ไมเ่ ผาขยะ ก่ิงไม้ ใบไม้ตา่ ง ๆ ในที่โลง่ แจง้ รวมทง้ั ไม่เผาวัสดุทางการเกษตร
๒. ลดการใชย้ านพาหนะ เพ่อื ลดการเผาไหมข้ องเชอื้ เพลิง
224
๓. ลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟปุา ซ่ึงเป็นสาเหตุของการเกิดหมอกควัน โดยทําระบบปูองกันไฟไหม้ปุา
ใชแ้ นวคลองส่งนาํ้ และแนวพชื ชนิดต่างๆ ปลูกตามแนวคลองนั้น และสร้างระบบการควบคุมไฟปุาด้วยแนวปูองกัน
ไฟ ปุาเปียก โดยอาศัยนํ้าชลประทานและนํ้าฝน การสร้างฝายชะลอความชุ่มช้ืน หรือท่ีเรียกว่า "Check Dam"
เพ่ือปิดกั้น ร่องน้ําหรือลําธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพ่ือใช้เก็บกักน้ําและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยนํ้าที่เก็บไว้จะ
ซึมเข้าไปสะสมในดิน ทําให้เกดิ ความชมุ่ ช้ืน
๔. การเดินทางไปในสถานที่ใกล้ๆ ควรเดินหรือใช้จักรยานแทน ลดการใช้ยานพาหนะ เพื่อลดการเผาไหม้
ของเชอ้ื เพลงิ
ปญั หาขยะมูลฝอย
ขยะมูลฝอย เป็นตัวการสําคัญประการหนึ่ง ท่ีก่อให้เกิดป๎ญหาสิ่งแวดล้อม เม่ือมีขยะมูลฝอยจํานวนมาก
แต่ชุมชนไม่สามารถเก็บขนและกําจัดขยะมูลฝอยได้หมดหรือจัดการขยะมูลฝอยอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้นขยะมูล
ฝอยจึงเป็นสาเหตุใหเ้ กดิ ปญ๎ หาส่ิงแวดล้อม ดงั นี้
1. อากาศเสยี เกิดจากการเผาขยะมลู ฝอยกลางแจ้ง ก่อให้เกิดควันและสารพิษทางอากาศทําให้ คุณภาพ
อากาศเส่ือมโทรม
2. นํ้าเสียเกิดจากกองขยะมูลฝอยบนพ้ืน เม่ือฝนตกลงมาบนกองขยะมูลฝอยจะเกิดน้ําเสีย มีความ
สกปรกมาก ซงึ่ จะไหลลงสู่แหลง่ น้าํ ทาํ ให้เกดิ ภาวะมลพษิ ของแหลง่ น้ํา
3. แหล่งพาหะนําโรคเกิดจากการกองขยะมูลฝอยบนพ้ืนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนูและแมลงวัน
เป็นตน้ ซ่ึงเป็นพาหะนําโรคติดตอ่ ทําให้มีผลกระทบต่อสขุ ภาพอนามยั ของประชาชน
4. เหตุรําคาญและความไม่น่าดูเกิดจากการเก็บขนขยะมูลฝอยไม่หมด รวมท้ังการกองขยะมูลฝอย
บนพ้นื ซง่ึ จะส่งกล่นิ เหมน็ รบกวนประชาชนและเกิดภาพไม่สวยงาม ไมเ่ ปน็ สนุ ทรียภาพ
แนวทางแก๎ปัญหาขยะมลู ฝอย
1. ลดการใชท้ ่ที ําใหเ้ กดิ ขยะโดยไม่จาํ เปน็ เชน่ ลดการใชก้ ระดาษหรือพลาสตกิ ห่อหมุ้ สินคา้
2. ลดการใช้ผลติ ภณั ฑ์ทย่ี อ่ ยสลายยาก เช่น พลาสติกและโฟม
3. ปรับเปล่ียนพฤติกรรมท้ิงขยะลงในถังหรือภาชนะที่เตรียมไว้ และไม่ทิ้งขยะตามที่สาธารณะต่าง ๆ
เช่น ถนน สนามหญ้า แมน่ าํ้ ลาํ คลอง ฯลฯ
4. แยกประเภทขยะก่อนนําไปท้ิง เช่น ถังสีเขียว ทิ้งขยะอินทรีย์ ถังสีน้ําเงิน ทิ้งขยะท่ัวไป ถังสีเหลือง
ท้งิ ขยะรีไซเคิล ถงั สีส้ม ท้ิงขยะอนั ตราย และถังสีแดง ท้ิงขยะตดิ เชื้อ
5. จัดถังรองรับโดยแยกตามประเภทหรือชนิดขยะ หรือปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของชุมชน
และตอ้ งอย่ใู นตําแหนง่ ท่ีทิ้งได้สะดวก
ปัญหาภยั แล๎ง
ป๎ญหาการเกิดภัยแลง้ เกดิ จากการไมม่ ีหรือขาดแคลนนํ้าที่มีคุณภาพดี สําหรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้แก่
การอุปโภค บริโภค การเกษตร การปศุสัตว์ การเพาะเล้ียงสัตว์นํ้า การอุตสาหกรรม การคมนาคมทางนํ้า เป็นต้น ส่งผล
กระทบท้งั ทางตรงและทางออ้ มตอ่ การดํารงชีวติ ของประชาชน
225
สาเหตุการเกิดภยั แลง๎ โดยการกระทําของมนษุ ย๑
1. การใชน้ ํา้ อย่างไมเ่ หมาะสมหรือสิ้นเปลอื ง ทัง้ การอุปโภค บริโภค และการเกษตร ทําให้ปริมาณนํ้าลด
นอ้ ยลง
๒. การทําลายชนั้ โอโซน โดยพฤตกิ รรมของมนุษย์ เช่น การเผาไหมพ้ ลาสตกิ น้ํามัน และถ่านหิน รวมทั้ง
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (chlorofluorocarbon หรือ CFCs) เช่น สเปรย์ ตู้เย็น
เครือ่ งปรับอากาศ เปน็ ต้น ซึ่งจะทําใหเ้ กิดภาวะเรือนกระจก ส่งผลใหอ้ ณุ หภมู ิโลกสูงขึ้น
3. การพัฒนาด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม ทําให้เกิดการตัดไม้ทําลายปุา รวมทั้งเกิด
การบุกรกุ พื้นทปี่ ุาเพอ่ื ใช้ประโยชน์อีกดว้ ย
แนวทางแก๎ปัญหาภยั แลง๎
1. การใชน้ ํ้าอย่างประหยัดและร้คู ณุ ค่า
2. การพัฒนาลุ่มนํ้า เช่น รักษาความอุดมสมบูรณ์ของปุา มีการปลูกปุาทดแทน การสร้างฝาย และ
การขุดลอกแหลง่ นํ้า เป็นต้น
3. ลดการใชผ้ ลิตภณั ฑห์ รอื ปรับพฤตกิ รรมทม่ี สี ารทก่ี ่อให้เกดิ ภาวะเรอื นกระจก
4. จัดการวางแผนการใช้น้ําท่ีดี เช่น ในช่วงฤดูฝนควรเตรียมภาชนะ บ่อ หรืออ่างเก็บน้ําเพ่ือรวบรวม
น้าํ ฝนไว้ใชใ้ นยามขาดแคลน
5. การนํานา้ํ มาใชห้ มุนเวียนกลบั มาใหม่ โดยผา่ นกระบวนการปรบั ปรุงคณุ ภาพนา้ํ
6. การสํารวจนํา้ ใต้ดนิ มาใช้ เปน็ การจัดหานํา้ มาใช้ท่ดี ีวธิ หี นึง่ การสาํ รวจและขดุ เจาะน้าํ ใต้ดนิ
7. การทาํ ฝนเทยี ม เป็นวธิ กี ารแกไ้ ขป๎ญหาในการขาดแคลนนาํ้ จดื โดยการใชเ้ ทคโนโลยี
226
แผนการจัดกจิ กรรมท่ี ๓
สวนสวยดว๎ ยวสั ดุเหลือใช๎
หลกั 3R คอื อะไร
Reduce (ลดการใช้) คือ “ลดระดับการใช้ในป๎จจุบันลงโดยควบคุมปริมาณการใช้ให้อยู่ในสัดส่วนที่
พอเหมาะ เพอ่ื ทาํ ให้เกดิ การสูญเปลา่ ให้นอ้ ยทส่ี ุด” หรือ ลดการใชอ้ ย่างฟุมเฟอื ย และ ใช้ทุกสิ่งอย่างคุ้มค่า เลือกใช้
เท่าท่ีจําเป็นและใช้สินค้าที่มีอายุการใช้งานนานเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอ งในการใช้สินค้าบริการ
ต่างๆ โดยคํานึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งขยะท่ีจะเกิดขึ้น ตลอดจนการใช้พลังงานในการผลิต ความ
ส้ินเปลืองในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ซ่ึงทุกคนมีส่วนช่วยกันได้โดยพิจารณาถึงความจําเป็นก่อนซื้อสินค้า และ
หากสินค้านั้นมีความจําเป็นต้องซ้ือควรพิจารณาถึงการนํากลับมาใช้ซํ้าหรือนํามาแปรรูปใช้ใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่
เหลอื ด้วย ยกตวั อย่างลดการใช้ เช่น
- การใช้ถุงผา้ ถงุ กระดาษ หรอื ประเภทตะกร้าจกั สานทที่ ําดว้ ยหวายหรือไมไ้ ผ่แทนการใชถ้ ุงพลาสติก
- การใชถ้ ุงใหญ่ใบเดียว แทนการใชถ้ งุ พลาสตกิ เล็กๆ หลายๆ ใบ
- การใชแ้ กว้ นํ้าเซรามคิ แทนแก้วพลาสตกิ หรอื แก้วกระดาษ
Reuse (การใช้ซ้ํา) เป็นการนําสิ่งของท่ีใช้งานไปแล้วแต่ยังสามารถใช้งานได้มาใช้อีกให้คุ้มค่า
บํารุงรักษาส่ิงของน้ันๆ ให้มีอายุการใช้งานนานๆ หรืออาจนําไปให้ผู้อ่ืนใช้ต่อหรือบริจาคได้ “ขยะหลายชนิดท่ีเรา
“ท้ิง” อาจเป็นวัตถุดิบในการผลิตสําหรับผู้อ่ืนได้ เช่น เศษไม้จากการก่อสร้าง สามารถนํามาทําเฟอร์นิเจอร์ได้
ถุงใส่เมล็ดกาแฟในร้านขายกาแฟสามารถนาํ มาทาํ กระเปา ขีเ้ ลือ่ ยสามารถทําเป็นธูปหรือแม้แต่การดัดแปลงของใช้
ง่ายๆ ในบ้าน เช่น การนําขวดโหลกาแฟมาล้างทําความสะอาด และใช้เป็นขวดโหลใส่ของ ขวดนํ้าอัดลมที่ทําด้วย
พลาสติก นํามาใส่นํา้ ด่ืม หรือนําไปใส่ปุยน้ําชีวภาพ กากน้ําตาล ถุงพลาสติกสามารถใช้หลายๆ คร้ังตามสภาพและ
ความเหมาะสม”รวมทั้งเป็นการลดปริมาณขยะทีจ่ ะเกิดขน้ึ อีกดว้ ย ซง่ึ มีวธิ ีการตา่ งๆ มากมาย เชน่
- ซอ่ มแซมเคร่ืองใช้ และอปุ กรณ์ตา่ งๆ (Repair) ให้สามารถใช้ประโยชนไ์ ด้อีก
- บํารงุ รักษาเครือ่ งใช้ อุปกรณต์ ่างๆ ให้สามารถใชง้ านได้คงทนและยาวนานขึน้
- นําบรรจุภัณฑ์และวัสดุเหลือใช้อื่นๆ กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เช่นการนํามาใช้ซํ้าถุงพลาสติก ถุงผ้า
ถงุ กระดาษ กลอ่ งกระดาษ ขวดน้ําดื่ม เหยือกนม และกล่องใสข่ นมมาใช้ซํ้า
- การดัดแปลงส่งิ ของใหใ้ ชป้ ระโยชน์ เชน่ การนาํ ยางรถยนต์มาทําเก้าอี้ การนําขวดพลาสติกมาดัดแปลง
เปน็ ทใี่ สข่ อง แจกัน การนาํ เศษผ้ามาทําเปลนอน เปน็ ต้น
Recycle (การนํากลับมาใช้ใหม่) เป็นการนําวัสดุต่างๆ เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก เหล็กอะลูมิเนียม ฯลฯ
มาแปรรปู โดยกรรมวธิ ตี ่างๆ เพ่ือนํากลับมาใช้ใหม่ซ่ึงนอกจากจะเป็นการลดปริมาณขยะมูลฝอยแล้วยังเป็นการลด
การใชพ้ ลังงานและลดมลพิษท่ีเกิดกับสง่ิ แวดล้อมอีกด้วยและสามารถนาํ กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เป็นสินค้า
ชนิดตา่ งๆ ได้ เช่น
- นาํ ขวดพลาสติก PET มาหลอมเป็นเม็ดพลาสติก ตีเปน็ เส้นใยนํามาผลิตเปน็ พรมหรือเสอื้
- นํากระดาษใชแ้ ลว้ มาแปรรูปเปน็ เยือ่ กระดาษ เพอื่ นนํามาเปน็ ส่วนผสมในการผลิตกระดาษใหม่
- นาํ เศษแก้วเก่ามาหลอม เพ่ือขน้ึ รูปเป็นขวดแกว้ ใหม่
227
ภาพการดัดแปลงวสั ดเุ หลอื ใช๎
ที่มา : Naibann, (ม.ป.ป.)
228
ท่ีมา : Blogging, (2556)
ท่ีมา : Naibann, (ม.ป.ป.)
229
ใบกิจกรรมที่ ๓
สวนสวยดว๎ ยวสั ดเุ หลือใช๎
ที่มา : Naibann, (ม.ป.ป.)
230
แผนการจดั กิจกรรมท่ี ๕
รวมพลังรกั ษ๑สิง่ แวดล๎อม
โครงการ มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑติ สถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ คือ “แผนหรือเคา้ โครงตามที่
กาหนดไว้” ซึ่งมีการดาเนินกิจกรรมท่ีประกอบด้วยแผนงานย่อย ที่ระบุรายละเอียดได้ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์
ขอบเขตการดาเนินงาน กรอบระยะเวลาต้องมีการเร่ิมต้นและจุดจบ งบประมาณท่ีใช้ และผลลัพธ์ท่ีวัดหรือ
ประเมนิ ผลได้ (นรู ์ลี มเู นา๊ ะ, ๒๕๕๙)
รูปแบบการเขยี นโครงการ
ตาราง องค์ประกอบของโครงการและสาระโดยสรุปของแต่ละองค์ประกอบของโครงการ
องค๑ประกอบของโครงการ สาระโดยสรุป
1. ชื่อโครงการ
2. หลักการและเหตุผล การตัง้ ชือ่ ควรมีลักษณะกะทดั รดั สื่อความหมายไดอ้ ย่างชัดเจน สอดคล้อง
กบั เนื้อหาสาระของโครงการ แสดงถึงลักษณะงานหรือลักษณะเฉพาะของ
3. วตั ถปุ ระสงค๑และเปา้ หมาย โครงการ ดังตัวอย่าง
- โครงการพฒั นาคุณภาพโรงเรยี นขนาดเล็ก
- โครงการส่งเสรมิ การเรียนรูเ้ พอื่ พฒั นาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เป็นการระบุถึงสภาพป๎ญหาและความจําเป็นในการจัดทําโครงการข้ึนมา
เพ่อื แกไ้ ขปญ๎ หาดังกล่าว ควรเขียนเนอื้ หาในสว่ นน้โี ดยแบ่งเป็น 3 ยอ่ หนา้
- ย่อหน้าท่ี 1 ควรเขียนจากการกล่าวถึงสภาพป๎จจุบันในหน่วยงานหรือ
สถานศึกษา
- ย่อหน้าที่ 2 ให้เขียนถึงป๎ญหาท่ีเกิดขึ้นหรือความต้องการท่ีจะได้จากผล
ของการดาํ เนนิ โครงการในปจ๎ จบุ ัน
- ย่อหนา้ ท่ี 3 ให้เขียนถึงโครงการที่จะดําเนินการเพ่ือแก้ไขป๎ญหา หรือให้
ไดส้ ภาพตามข้างตน้
วัตถุประสงค๑
- เป็นส่ิงท่ีกําหนดทิศทางในการดําเนินงาน มีประโยชน์อย่างมากต่อ
การตดิ ตามและประเมนิ โครงการ
- การกําหนดวัตถุประสงค์ ต้องเฉพาะเจาะจง สามารถตอบคําถามได้ว่า
ส่ิงทต่ี ้องทาํ ให้เกิดขึ้นในโครงการนั้นคืออะไร ต้องการผลงานหรือผลผลิต
อะไร และสงิ่ ท่ีตอ้ งปฏิบตั นิ ั้นคอื อะไร
เป้าหมาย
- เป็นการกําหนดขอบเขตและลักษณะของการปฏิบัติงานหลังจากที่ได้
กําหนดวัตถุประสงค์แล้ว เพ่ือใช้เครื่องมือกํากับการบริหารโครงการน้ัน ๆ
231
องค๑ประกอบของโครงการ สาระโดยสรปุ
4. วธิ ีดําเนนิ การ
ใหไ้ ปสูว่ ัตถปุ ระสงค์ของแต่ละข้อน้นั แสดงใหเ้ ห็นว่า ถ้าจะทํางานให้บรรลุ
5. ระยะเวลาในการดาํ เนินงาน วัตถุประสงค์ของแต่ละข้อนั้นจะต้องทํางานอย่างไร ในปริมาณเท่าใด
6. ทรพั ยากรและงบประมาณ
7. ตดิ ตามและประเมินผล ทําเม่อื ใด ซ่ึงมักจะบอกให้ทราบถึงปรมิ าณและคณุ ภาพ
8. ผลท่ีคาดวําจะได๎รบั เป็นส่วนที่ระบุข้ันตอนที่แสดงรายละเอียดกลยุทธ์หรือวิธีดําเนินงานว่าจะ
9. ผ๎ูรับผิดชอบโครงการ ทําอะไร อย่างไร และปฏิบัติด้วยวิธีใดจึงจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์
และเปาู หมายทีก่ ําหนดไว้ โดยระบสุ ิง่ ต่อไปนี้
1. ขั้นตอนสาํ คญั ของการดําเนนิ งาน
2. กิจกรรมต่าง ๆ ทต่ี ้องดําเนนิ งานภายใต้โครงการ
เปน็ ส่วนทบ่ี ่งบอกแผนการดําเนินงาน ซ่ึงเป็นช่วงเวลาท้ังหมดท่ีใช้ใน การ
ปฏิบัติงานโครงการว่ามีระยะเวลานานเท่าใด จากวัน-เดือน-ปีใด ถึงวัน-
เดือน-ปีใด ซ่ึงอาจอยู่ในรูปของแผนกําหนดรายการปฏิบัติงาน ตาราง
ทาํ งาน หรือปฏทิ นิ ปฏิบัติงาน
เป็นส่วนที่แสดงรายละเอียดของงบประมาณและทรัพยากรของโครงการ
โดยระบยุ อดรวมของคา่ ใชจ้ ่ายท้งั หมดของโครงการ รายละเอียดค่าใช้จ่าย
ในแต่ละด้าน พร้อมท้ังระบุแหล่งการเงินและทรัพยากรอน่ื ๆ ท่ีเกีย่ วข้องด้วย
ส่วนน้ีแสดงให้เห็นถึงวิธีการควบคุม กํากับและประเมินโครงการ
จงึ ต้องระบุรายละเอียดในเร่อื งต่อไปนว้ี ่าจะจดั ดาํ เนินการอยา่ งไร
1. การตรวจสอบความก้าวหน้าของโครงการ
2. การกาํ กับ ติดตาม และควบคมุ งาน
3. การจดั ทาํ รายงานการปฏบิ ตั ิ
4. การประเมินในระหวา่ งการดาํ เนนิ งานและเมอ่ื สิ้นสุดโครงการ
เป็นการแสดงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากความสําเร็จของโครงการ
ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมท่ีบ่งบอกถึงผลพลอยได้ท่ีเกิดจากการดําเนิน
โครงการนอกเหนอื ทไ่ี ด้ระบไุ ว้ในวัตถุประสงคข์ องโครงการ
เปน็ การบอกใหท้ ราบวา่ บคุ คลใด หรือหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการ
ดาํ เนนิ งานตามโครงการ
232
แผนการจัดกิจกรรมท่ี ๑๐
แผนทีช่ มุ ชน
ส่งิ แวดลอ๎ ม หมายถึง ส่ิงต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวมนุษย์ซึ่งมีท้ังมีชีวิตและไม่มีชีวิต ท้ังท่ีเป็นรูปธรรม (จับต้อง
และมองเห็นได้) และนามธรรม (จับต้องไม่ได้และมองไม่เห็น) ทั้งที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างขึ้น (เสรี
วรพงษ์, 2561) หรืออาจจะกล่าวได้ว่าส่ิงแวดล้อมจะประกอบด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรท่ีมนุษย์สร้าง
ขนึ้ ในช่วงเวลาหน่ึงเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์น่ันเอง
สิ่งแวดล้อมท่ีเกิดข้ึนโดยธรรมชาติ ได้แก่ บรรยากาศ น้ํา ดิน แร่ธาตุ และสิ่งมีชีวิตท่ีอาศัยอยู่บนโลก (พืช และ
สตั ว)์ ฯลฯ
สิง่ แวดลอ้ มทมี่ นุษยส์ ร้างข้ึน ได้แก่ สาธารณูปการต่าง ๆ เช่น ถนน เข่ือนก้ันนํ้า ฯลฯ หรือระบบของ
สถาบันสังคมมนุษย์ ทด่ี าํ เนินชีวิตอยู่ ฯลฯ
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ส่ิงแวดล้อมท่ีมีประโยชน์ สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ได้ หรือ
มนุษย์นําไปใช้ประโยชน์ได้ โดยอาจจะเป็นสิ่งแวดล้อมท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ เช่น แม่น้ํา ปุาไม้ พืช สัตว์ใน
ธรรมชาติ และสภาพธรรมชาติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างหรือประดิษฐ์ข้ึน เช่น อาคาร
บา้ นเรอื น ถนน สะพาน และระบบการขนส่ง เปน็ ตน้ (สุภาภรณ์ ศริ โิ สภนา, 2549) โดยแบง่ ทรพั ยากรออกเป็น 3 กลมุ่
1) ทรัพยากรที่ใช้แล้วไม่หมดส้ิน เช่น แสงอาทิตย์ น้ํา (ในวัฏจักร) และบรรยากาศ เป็นต้น ทรัพยากร
ประเภทนจ้ี ําเป็นตอ่ ชีวิต
2) ทรัพยากรธรรมชาติท่ีใช้แล้วทดแทนได้ เช่น พืช สัตว์ ปุาไม้ ดิน และที่ดิน เป็นต้น ทรัพยากร
ประเภทนมี้ นษุ ยใ์ ชเ้ ป็นปจ๎ จัยสี่
3) ทรัพยากรธรรมชาติท่ีใช้แล้วหมดส้ินไป เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ํามัน ถ่านหิน หรือทดแทนได้แต่ต้องใช้
เวลานานมาก บางคร้งั นาํ กลบั มาใช้ใหมไ่ ด้ เช่น แร่ โลหะ อโลหะ เป็นตน้
ผลกระทบหากไมรํ ักษาสมดุลทรัพยากรธรรมชาติ
การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติจํานวนมากโดยไม่มีการจัดการดูแลอย่างเหมาะสม จะก่อให้เกิด
ป๎ญหาความเส่ือมโทรมและทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ทั้งด้านทรัพยากรดิน น้ํา ปุาไม้ ทรัพยากรธรณี
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่๎ง (กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม, 2546) ซ่ึงหากไม่มีการรักษาสมดุล
ของทรัพยากรเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดป๎ญหา
ทรัพยากรขาดแคลนได้ โดยแนวโน้มของป๎ญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติมี 5 กลุ่มใหญ่ ๆ (สุจริต คูณธนกุลวงศ์,
2556) ไดแ้ ก่
1) ทรพั ยากรดนิ และการใช้ทีด่ ิน
ทรัพยากรดินเป็นป๎จจัยสําคัญของการผลิตในภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและ
อุตสาหกรรมเป็นหลัก เป็นผลให้การเปลี่ยนแปลงการใช้ท่ีดินไม่สอดคล้องกับสมรรถนะของท่ีดิน อย่างการนําพื้น
ท่ีดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสมทางการเกษตรไปใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจอ่ืน ส่งผลให้เกิดป๎ญหาดินเส่ือมโทรม
รวมถึงการใชส้ ารเคมีในพนื้ ท่กี ารเกษตรและไม่ได้รับการฟน้ื ฟู กส็ ง่ ผลใหด้ ินขาดความอุดมสมบูรณไ์ ด้
233
2) ทรัพยากรปาุ ไม้
ปญ๎ หาสาํ คัญคือการลดลงของพ้ืนท่ีปุาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและ
ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรปุาไม้ ป๎ญหาทรัพยากรปุาไม้เสื่อมโทรม
ซ่ึงผลกระทบเหล่านี้ มาจาก 2 กรณีใหญ่ ๆ (กรมป่าไม้, 2551) คือการทําลายปุาอันเน่ืองมาจากความต้องการไม้
เพื่อใช้สอยและเพ่อื การค้าสําหรบั ใชเ้ พอ่ื การประดษิ ฐกรรมและอุตสาหกรรม กรณีทีส่ องคือการทําลายปุาที่เกิดจาก
ความต้องการยึดถือหรือครอบครองพื้นท่ีปุาเพ่ืออยู่อาศัย เพ่ือสร้างสถานพักผ่อนโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจ
และการมีส่วนร่วมในการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ
3) ทรัพยากรน้ํา
ทรัพยากรนํ้าเป็นทรัพยากรท่ีอยู่ในชีวิตประจําวันของส่ิงมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการดื่ม การใช้ แม้กระท่ัง
การอุปโภคต่าง ๆ ในด้านการดําเนินชีวิต ด้านอุตสาหกรรม การเกษตร สาธารณสุข และหากมีการใช้นํ้า
อย่างไม่รู้คุณค่า ก็จะมีแนวโน้มการใช้น้ําที่สูงขึ้น ทําให้สถานการณ์น้ําของประเทศมีโอกาสเกิดสภาวะขาดแคลน
ในอนาคต และนํามาซ่ึงป๎ญหาเศรษฐกิจและสังคม และถ้าหากไม่มีการจัดการนํ้าอย่างเป็นระบบทั้งในระดับ
ชุมชน จังหวัด และลุ่มน้ํา ก็จะเป็นป๎ญหาความขัดแย้งในเร่ืองน้ําระหว่างชนบทกับชุมชน ระหว่างภาคเกษตรกับ
ภาคอตุ สาหกรรม
4) ทรพั ยากรธรณี
การสํารวจค้นหาแหล่งแร่และวตั ถุดิบอุตสาหกรรม มงุ่ เน้นเฉพาะแหล่งทรัพยากรแร่เชิงพาณิชย์ โดยไม่มี
การคิดถึงต้นทุนทรัพยากรธรณีของประเทศ ทําให้สูญเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากน้ีการใช้
ประโยชน์ทด่ี นิ โดยขาดการคํานึงถึงสภาพธรณีวิทยาท่ีเหมาะสม ทําให้มีการตั้งถิ่นฐานในพ้ืนที่ท่ีเสี่ยงเกิดธรณีพิบัติ
ภัยและป๎ญหาแผ่นดินทรุดได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการขาดการอนุรักษ์
แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านทรัพยากรธรณี ทําให้สูญเสียทรัพยากรธรณีไปโดยไม่สามารถฟื้นฟูให้เหมือนสภาพ
เดมิ ได้ การขาดความร้คู วามเข้าใจการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและก่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดของชุมชนท้องถ่ิน
และผูป้ ระกอบการในเรื่องการทําเหมืองแร่ นอกจากส่งผลต่อส่ิงแวดล้อมแล้ว ก็ส่งผลกระทบต่อความหลากหลาย
ทางชวี ภาพและสุขภาพของชุมชนด้วย เชน่ การปนเปื้อนของสารตะกั่วในนา้ํ จากการทาํ เหมืองแร่ เป็นต้น
5) ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ๎่ง
การใชป้ ระโยชน์ที่ดินชายฝ่๎งทะเลมากเกินไปและการกัดเซาะชายฝ่๎งอย่างรวดเร็ว รวมท้ังการบุกรุกและ
เปลี่ยนแปลงสภาพปุาชายเลน เพ่ือใช้ประโยชน์ด้านอ่ืน ๆ ทําให้พื้นที่ท่ีถูกกัดเซาะ รวมถึงปะการัง หญ้าทะเลมี
สภาพเสื่อมโทรม ในขณะเดียวกันการใช้ทรัพยากรประมงเกินศักยภาพของแหล่งธรรมชาติ มีผลทําให้สัตว์นํ้าท่ีจับ
ได้มีปริมาณลดลง ประกอบกับสภาพแวดล้อมของแหล่งนํ้าเส่ือมโทรม ท่ีเป็นผลจากการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม
เกษตรกรรม การเพาะเลย้ี งและแหลง่ ชมุ ชน จึงไมเ่ อ้อื อาํ นวยตอ่ การดํารงชวี ิตและการขยายพนั ธุข์ องสัตว์นํา้
234
แผนที่ (Map) หมายถึง ส่ิงท่ีมนุษย์สร้างขึ้น เพื่อแสดงลักษณะของพ้ืนผิวโลกและสิ่งต่าง ๆ บนผิวโลก
ท้ังท่ีเป็นธรรมชาติและมนุษย์สร้างข้ึน โดยแสดงลงบนผิวราบด้วยการย่อขนาด และใช้สัญลักษณ์แทน
(มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2560)
การแสดงขอ๎ มูลประกอบแผนที่อยาํ งงาํ ย
1. ชื่อแผนที่ (Title) การตั้งช่ือแผนท่ีควรกระชับและได้ความหมายตามเน้ือหาของแผนที่ ไม่ใช้คํา
ฟุมเฟือย เช่น เปลี่ยนจากช่ือเรื่อง “แผนท่ีแสดงความหนาแน่นประชากร”เป็น “ความหนาแน่น
ประชากร” ถ้าเนื้อหาแผนที่แสดงวันเวลาเฉพาะ ให้ระบุไว้ในชื่อแผนที่ด้วย หากชื่อแผนที่ยาว
มากอาจแบ่งชื่อแผนที่ เป็นชื่อหลัก และชื่อรอง เช่น ชื่อหลักของแผนที่คือ “โครงสร้างอายุของ
ผลู้ ้ีภยั ปี พ.ศ. 2548” ชอื่ รองคือ “ชายแดนไทย-เมยี นมาร์”
2. เครื่องหมายทิศ (Cardinal directions) ถ้าแผนที่นั้นไม่มีเครื่องหมายทิศกํากับ แสดงว่านักแผนท่ี
กําหนดใหแ้ ผนท่ีน้ันวางตัวช้ีไปทางทิศเหนือ แต่ถ้าขนาดของเนื้อหาแผนที่ไม่เหมาะสมกับการวางตัว
ในทิศเหนือก็เปลี่ยนไปทิศอ่ืน ๆ ได้ แต่ต้องมีเคร่ืองหมายทิศเหนือกํากับด้วยเสมอ เครื่องหมายทิศ
มีความสําคัญลําดับรอง การออกแบบเคร่ืองหมายทิศจึงไม่ควรโดดเด่นมากลวดลายมากเกินหรือ
มีขนาดใหญเ่ กินไป
อักษร N (North) แทนด้วยทศิ ทิศเหนอื
อักษร E (East) แทนดว้ ยทศิ ทิศตะวนั ออก
อกั ษร S (South) แทนดว้ ยทิศ ทิศใต้
อกั ษร W (West) แทนดว้ ยทศิ ทศิ ตะวนั ตก
3. สัญลักษณ์ หรือ คําอธิบายสัญลักษณ์ (Legend) สัญลักษณ์ท่ีอยู่ในเน้ือหาแผนท่ีต้องปรากฏ
คาํ อธบิ ายสญั ลักษณ์ด้วยเสมอ และมีรูปร่างลักษณะเหมือนกันทุกประการ การออกแบบหัวเร่ืองของ
คําอธิบายสัญลักษณ์ของแผนที่เฉพาะเร่ือง อาจละเว้นการเขียนคําว่า “คําอธิบายสัญลักษณ์” หรือ
คาํ วา่ “สญั ลักษณ์” ไว้ก็ได้ หรือหากมีหัวเร่ืองที่ต้องการขยายความมาจากช่ือแผนท่ี ให้นํามาเป็นชื่อ
หัวเร่ืองแทนที่คาํ ว่า “คําอธบิ ายสัญลกั ษณ์”
235
ตารางแสดง ตวั อยํางสัญลกั ษณ๑ และ คําอธิบายสัญลกั ษณ๑ (Legend)
สัญลักษณ๑ คาํ อธบิ าย สญั ลักษณ๑ คําอธิบาย
ถนน โรงเรยี น
ศาลาประชาคม
พน้ื ทปี่ าุ ทะเลสาบ, หนองนาํ้
แมน่ ้าํ
สะพาน สนามบนิ
สวนสาธารณะ ทุง่ นา
ไรอ้ ้อย
สถานพยาบาล ห้างสรรพสินค้า
ตลาด
แหล่งทอ่ งเที่ยวในชมุ ชน
วดั
แผนทชี่ มุ ชน คือ การเดินสํารวจดูด้วยตา และจดบันทึกทางกายภาพ สิ่งแวดล้อมของชุมชนและ ส่ิงต่างๆ ท่ี
พบเห็นลงบนบันทึก เพื่อเข้าใจถึงความหมายทางสังคม (Social Meaning) และหน้าท่ีทางสังคม (Social
Function) ของพื้นที่ทางกายภาพ (Physical Space) เป็นเครื่องมือชิ้นแรกท่ีสําคัญท่ีจะนําไปสู่ความเข้าใจชุมชน
ด้วยวิธกี ารง่ายๆ และใชเ้ วลาไมน่ านมาก (กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, 2561)
ข้นั ตอนทําแผนทชี่ ุมชน
ขั้นตอน 1: ศกึ ษาขอ้ มูลเดิมเพื่อเป็นพืน้ ฐานของจุดเร่ิมต้น เช่น แผน่ ทน่ี ัง่ โต๊ะ, Google Maps
ขน้ั ตอน 2: ลงพน้ื ทสี่ าํ รวจ พดู คุย สัมภาษณ์ ไตถ่ ามเร่อื งราว การเดินสาํ รวจอาจจะมีผนู้ าํ พาเดินหรือไม่ก็ได้
ข้ันตอน 3: สังเกตสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ภายในชุมชน สอบถามความคิดเห็นชาวบ้านในชุมชน
และแลกเปลีย่ นความเห็นกนั ภายในทมี ขณะสาํ รวจ
ขน้ั ตอน 4: จากการสังเกตท่พี บเห็นในชุมชนท่ีสามารถบอกเลา่ ถงึ เรื่องราวในชุมชนได้ และจดบันทึกลักษณะทาง
กายภาพของชุมชน เช่น ที่ต้ังของแหล่งทรัพยากรหรือสาธารณูปโภคท่ีสําคัญของชุมชน เช่น มีบ่อน้ํา
แตส่ ภาพค่อนขา้ งทรดุ โทรม
236
ขั้นตอน 5: สังเกตกิจกรรมทางสังคม ท่ีเกิดขึ้นในพื้นท่ีทางกายภาพต่าง ๆ แล้วนํามาบันทึกลงในแผนที่ เช่น
มศี าลาเปน็ เหมือนศนู ย์รวมชมุ ชน โดยมักมกี ารพบปะพูดคุยกันในชว่ งเย็นของทกุ ๆ วนั เป็นต้น
ข้ันตอน 6: เขียนสัญลักษณ์ลงในแผนที่ ตัวอย่างเช่น กากบาท หรือ ธง หรือ ดาว ในพ้ืนท่ีที่ให้ความสนใจ
เป็นพิเศษ หรือมีกลุ่มคนในชุมชนให้ความสนใจมาก ซึ่งจะเป็นในเร่ืองอะไรนั้นให้เขียนระบุลงไปให้
ชดั เจน
ตวั อยาํ งแผนทชี่ มุ ชน
ที่มา : รุ่งนภา, (ม.ป.ป.)
4. อาณาเขตติดต่อ คือ ขอบเขตหรือเขตแดนทอี่ ย่ตู ดิ กัน อาณาเขตของประเทศไทย
ยกตัวอยา่ ง ประเทศไทย
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ประเทศพม่าและลาว มีทิวเขา
ท่ีมา : ขา่ วสด, (2559) แดนลาวและแมน่ ํา้ โขงเปน็ พรมแดนธรรมชาติ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ประเทศลาวและกัมพูชา
มีทิวเขาหลวงพระบาง พนมดงรัก และทิวเขาบรรทัด
และแมน่ ํา้ โขงเปน็ พรมแดนธรรมชาติ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับประเทศพม่า มีทิวเขาถนน
ธงชัย ทิวเขาตะนาวศรี แม่นํ้าสาละวิน แม่น้ําเมย
และแมน่ ้ําปากจัน่ เป็นพรมแดนธรรมชาติ
ทศิ ใต๎ ติดต่อกับอ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย
มีแม่นํ้าโกลก และทิวเขาสันกาลาคีรีเป็นพรมแดน
ธรรมชาติ
237
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑๑
ความต๎องการของชุมชน
ลกั ษณะของชุมชนในประเทศไทย
ณัฏฐวฒุ ิ ทรพั ยอ์ ุปถัมภ์ (2559) ได้ใหล้ กั ษณะของคาํ ว่า ชุมชนชนบทและชมุ ชนเมอื งไว้ดงั น้ี
1.ชุมชนชนบท มีความหนาแน่นของประชากรต่อพ้ืนท่ีน้อย อัตราการเกิดของประชากรสูง ส่วนใหญ่มี
เช้ือชาติหรือเผ่าพันธ์ุเดียวกัน มีการย้ายถิ่นสูง คุณภาพชีวิตของประชากร (Quality of Population)
ไม่เพียงพอ ด้านนิเวศวิทยาประกอบด้วยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติต่างๆ ท่ีมีความสมดุลของระบบนิเวศ มลพิษมีน้อย
มีท่ีดินสาธารณประโยชน์มาก การตั้งบ้านเรือนเป็นแบบกลุ่มเล็กๆ รูปแบบของอาคาร บ้านเรือนและส่ิงปลูกสร้าง
ตา่ ง ๆ เปน็ แบบงา่ ย ๆ ไมม่ ีอาคารขนาดใหญห่ รอื สูงหลายชั้น ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมหรือท่ีเก่ียวข้อง
กับเกษตรกรรมซ่ึงตอ้ งอาศยั ธรรมชาตมิ าก และเนน้ การผลติ เพื่อการยงั ชพี ที่เหลือจงึ เป็นสินค้า
2.ชุมชนเมือง มีความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นท่ีมาก อัตราการเกิดของประชากรต่ํา
มีส่ิงแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างข้ึน ขาดความสมดุลในระบบนิเวศ มีมลพิษต่างๆ มาก
แหล่งท่องเท่ียวและพักผ่อนหย่อนใจเป็นแหล่งที่มนุษย์สร้างข้ึนมากกว่าแหล่งธรรมชาติ ผังเมืองและการต้ัง
บ้านเรือนท่ีอยู่อาศัยแออัด อาคารมีขนาดใหญ่และสูงหลายชั้น คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมการค้า
และบรกิ าร การผลติ เพ่อื ธรุ กิจการค้ามากกว่าเพอ่ื บริโภคเอง
ความแตกตํางของชุมชนเมืองและชุมชนชนบท (อัจฉรา สโรบล, 2551)
ชุมชนเมือง ชุมชนชนบท
- เป็นสังคมทีม่ ีประชากรมากอาศยั อยอู่ ย่างหนาแนน่ - เป็นสังคมท่ีมีประชากรเบาบาง กระจัดกระจายกัน
- เป็นศูน ย์กลางด้ านต่าง ๆ อาทิด้ านการค้ า เป็นหม่บู ้าน
พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การศึกษา และ - ประชาชนในกลุ่มมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ช่วยเหลือ
การบรกิ ารอ่ืน ๆ เกอ้ื กลู กัน
- ในด้านเศรษฐกิจประชาชนในเมืองมักจะมีรายได้และ - ระดับการศึกษาค่อนข้างตํ่า โอกาสในการศึกษา
รายจา่ ยทางเศรษฐกจิ สูง แสวงหาความรู้มีนอ้ ยกว่าในเมอื ง
- เป็นส่วนรวมในด้านศาสนา สาธารณูปโภ ค - ประชาชนสว่ นใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวนา
การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจ ชาวไร่ ผลิตผลทางการเกษตรให้รายไดไ้ มแ่ นน่ อน
เปน็ สงั คมทีม่ กี ารเปล่ยี นแปลงเรว็ มาก - มคี วามเช่อื ถอื ศรทั ธาในศาสนาสูง เครง่ ครัดในประเพณี
การสื่อสาร การคมนาคมขนส่งไม่สะดวก เป็นอุปสรรค
สาํ คญั ในการพฒั นาความเจริญก้าวหน้า
จากการสํารวจพื้นที่ชุมชน ลูกเสือได้มองเห็นถึงสภาพป๎ญหาด้านสิ่งแวดล้อมในแต่ละพ้ืนท่ี ซ่ึงสาเหตุ
หลักคือการใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า การปล่อยมลพิษ พฤติกรรมที่กระทํากันซํ้า ๆ ก่อผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
จากท่ีลูกเสือได้สัมภาษณ์ถึงความต้องการของชุมชนก็สามารถบอกแนวทางการแก้ไขป๎ญหาส่ิงแวดล้อมได้
๒๓๘
ดังกรณีศึกษาต่อไปนี้ลูกเสือสามารถทําได้โดยตรงกับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการอบรม กิจกรรมรณรงค์
โครงงานทลี่ ูกเสอื สามารถทําได้
ตัวอยํางการรณรงค๑
- การใช้อย่างประหยัด คือ การใช้เท่าที่มีความจําเป็น เพื่อให้มีทรัพยากรไว้ใช้ได้นานและเกิด
ประโยชน์อย่างคมุ้ ค่ามากท่ีสดุ
- การนํากลับมาใช้ซํ้า ส่ิงของบางอย่างเม่ือมีการใช้แล้วคร้ังหนึ่งสามารถท่ีจะนํามาใช้ซ้ําได้อีก เช่น
ถุงพลาสตกิ กระดาษ เป็นต้น หรอื สามารถท่จี ะนํามาใชไ้ ด้ใหม่โดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การนํากระดาษที่ใช้
แล้วไปผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพ่ือทําเป็นกระดาษแข็ง เป็นต้น ซึ่งเป็นการลดปริมาณการใช้ทรัพยากรและการ
ทําลายส่ิงแวดลอ้ มได้
- การบูรณะซ่อมแซม สิ่งของบางอย่างเมื่อใช้เป็นเวลานานอาจเกิดการชํารุดได้ เพราะฉะน้ันถ้ามีการ
บูรณะซอ่ มแซม ทาํ ให้สามารถยดื อายุการใช้งานต่อไปไดอ้ ีก
- การบําบัดและการฟื้นฟู เป็นวิธีการท่ีจะช่วยลดความเส่ือมโทรมของทรัพยากรด้วยการบําบัดก่อน
เชน่ การบาํ บัดนํา้ เสียจากบ้านเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ก่อนท่ีจะปล่อยลงสู่แหล่งนํ้าสาธารณะ
ส่วนการฟื้นฟูเป็นการร้ือฟ้ืนธรรมชาติให้กลับสู่สภาพเดิม เช่น การปลูกปุาชายเลน เพ่ือฟื้นฟูความสมดุลของปุา
ชายเลนใหก้ ลับมาอดุ มสมบูรณ์ เป็นต้น
- การใช้สิ่งอื่นทดแทน เป็นวิธีการที่จะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลงและไม่ทําลาย
ส่ิงแวดล้อม เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การใช้แก้วน้ําส่วนตัวแทนแก้วนํ้าพาสติก การใช้ใบตองแทนโฟม
การใชพ้ ลงั งานแสงแดดแทนแรเ่ ชอ้ื เพลิง การใช้ปุย ชวี ภาพแทนปุยเคมี เป็นตน้
- การเฝูาระวังดูแลและปูองกัน เป็นวิธีการที่จะไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมถูกทําลาย
เช่น การเฝาู ระวังการทิ้งขยะ ส่ิงปฏกิ ูลลงแมน่ ํ้า คูคลอง การจัดทําแนวปอู งกนั ไฟปาุ การเผาพน้ื ท่เี กษตรกรรม เปน็ ตน้
๒๓๙
ตัวอยาํ งโครงการอนรุ กั ษท๑ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม
ตวั อยํางโครงการรบั บริจาคสง่ิ ของเหลือใช๎
ลูกเสือสามารถเป็นกระบอกเสียงในการส่งต่อสิ่งของเหลือใช้ เพื่อให้บุคคลที่มีความต้องการส่ิงของ
เหลา่ น้นั สามารถนําไปใช้ไดต้ ่อไป
มูลนิธิกระจกเงา เป็นมูลนิธิที่ช่วยอุปถัมภ์เด็กกําพร้า เด็ก มลู นธิ บิ ๎านนกขมน้ิ รบั บรจิ าคเสอ้ื ผา้ เครื่องสําอาง
ดอ้ ยโอกาสดว้ ยการดูแลเอาใจใสโ่ ดยครอบครัวอุปถมั ภ์ ที่อยู่ : 88/6 ซ.เสรไี ทย 17 แขวงคลองกุ่ม
รับบรจิ าคเสอ้ื ผา้ เครอ่ื งประดบั กระเปา รองเทา้ เขตบงึ กุม่ กทม. 10240
ตดิ ตอ่ สอบถาม โทร : 02-375-6497
อีเมล : [email protected] เฟสบุ๊ค : มลู นิธบิ า้ นนกขมิน้
โทร : 02-973-223 ตอ่ 101 Baannokkamin Foundation
เฟสบุ๊ค : มลู นธิ ิกระจกเงา
ทัณฑสถานหญิงชลบุรี มีหน้าท่ีควบคุม ดูแล อบรม ห๎องได๎บุญ สภากาชาดไทย พิกัดแหล่งรับบริจาค
ผู้ตอ้ งขงั หญงิ ที่เคยความผิด ไดร้ ับการลงโทษ สิ่งของ
รับบรจิ าค ชดุ ชั้นในผู้หญงิ รั บบริ จาค เสื้ อผ้ า เครื่ องประดั บ ข้ าว ของ
ที่อยู่ : 84 ถ.วชิรปราการ ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ. เครือ่ งใช้ไฟฟูาท้งั เก่าและใหม่
ชลบรุ ี 2000 ที่อยู่ : ช้ัน 1 เลขที่ 1873 ถนนกระราม 4 แขวง
โทร : 038-273028 ปทมุ วนั กรงุ เทพฯ 10330
เว็บไซต์ : http://www.correct.go.th/fdcchon/ โทร :02-256-4622
ชมรมอนรุ กั ษธ๑ รรมชาติและสงิ่ แวดล๎อม มหิดล มลู นธิ ิบ๎านก่งึ วิถีหญิง
รบั บรจิ าค สลิปรายการสินค๎า กระดาษใช๎แล๎วหน๎าเดียว เป็นสถานคุ้มครองและพฒั นาคนพิการ
และสองหน๎าทุกชนิด เพ่ือนาํ ไป ท่ีอยู่ : 133 ม.2 ถ.รังสิต-นครนายก ต.รังสิต อ.
รไี ซเคลิ เปน็ สมุดใหน๎ อ๎ งๆ ทขี่ าดแคลน ธัญบุรี
1. บริจาคด้วยตัวเองที่ : ห้องชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและ จ.ปทุมธานี 12110
สง่ิ แวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล ตรงขา้ มองคพ์ ระหน้าหอ 3-4 โทร : 02-577-2898
2. ส่งทางปณ.ได้ท่ี : แผนกสื่อสารองค์กร บมจ. ทาง เว็บไซต์: http://www.halfwayhomeforwomen.
ยกระดับดอนเมือง 40/40 ถ. วิภาวดีรังสิต เขตดอนเมือง go.th/contactus.html
กรงุ เทพฯ 10210 โทร. 02-792-6500
๒๔๐
ตัวอยํางความต๎องการของชุมชนทีล่ ูกเสือสามารถชํวยเหลือชุมชนได๎
เชนํ ปญั หาการจดั การขยะอินทรีย๑
1. การทํากลอ่ งปยุ หมักเศษอาหาร (พืน้ ทจ่ี ํากดั )
อปุ กรณ๑ใน 2. ท่อและขอ้ 4. ไมบ้ รรทดั
การทาํ กลํอง 5. คตั เตอร์
หมกั ปุ๋ย 3. สวา่ น / ดอกสวา่ นเจาะรกู ลม 6. ปากกามารค์ เกอร์
(ใชก้ าํ หนดจดุ ก่อนเจาะร)ู
ครัวเร1ือ.นกลอ่ งพลาสติกพรอ้ มฝาปดิ ขนาด* 40 ลติ ร
(ใส่ขยะไดป้ ระมาณ 15 กิโลกรมั ) ติดตงั้ กลอ่ งตามภาพ
ขน้ั ตอนการทํา
ต่อท่อ PVC ดงั รูปตามขนาดของกล่อง เจาะรดู ้านข้างกล่อง ขนาดเทา่ ขนาดทอ่ PVC
โดยให้ความสูงของทอ่ ในแนวตง้ั มิขนาดเตยี้ กว่าความสูง เพื่อสอดท่อออก
ของกลอ่ งและเจาะรทู ที่ อ่ PVC ขยะอินทรียท์ ่ีมีนาํ้ ปนอยคู่ วรกรองนาํ้ ออกกอ่ น
ให้มรี ะยะหา่ งประมาณ 15 - 20 เซนตเิ มตร ส่วนขยะทีม่ ีช้นิ ใหญ่ ควรทาํ ใหเ้ ปน็ ชิ้นเลก็ ก่อน
เทขยะอินทรียท์ ี่ผสมแลว้ ดงั กล่าวลงกลอ่ งปยุ หมัก คลกุ เคล้าขยะอนิ ทรยี ก์ บั วัสดุหมักต้งั ตน้ ** (Compost Starter)
ครัวเรือนแลว้ ปิดฝา หากมขี ยะอกี ใหท้ ําแบบเดิมจนกว่า เข้าด้วยกัน เพื่อลดความชน้ื เตมิ นา้ํ ตาลลงไป คลกุ เคลา้ เพ่ิมเพอื่
กล่องหมกั จะเต็ม แลว้ ปดิ ฝาใหส้ นทิ ท้ิงไว้ประมาณ 14 -
30 วัน หลังจากนั้นจะได้ปุยหมักพร้อมนําไปใชง้ าน เปน็ อาหารของจลุ ินทรยี ์
หมายเหตุ - หน่งึ ครวั เรือนควรมีกล่องปยุ หมกั เศษอาหารอยา่ งน้อย 2 กลอ่ งเพอื่ สับเปลีย่ นในการใช้งาน
* กลอ่ งทบึ แสง
** Compost Starter คือวัสดุหมักต้ังต้น ซึ่งประกอบไปด้วย ดินเศษใบไม้แห้ง กากกาแฟ และ
ปุย คอก ผสมกนั ในอตั ราส่วนเท่าๆ กนั
๒๔๑
2. การทําถงั ปยุ หมักเศษอาหารแบบเปดิ กน้
1. ขดุ หลุมช้นั ที่ 1 กว้างกว่ากันถงึ 10 ซม. ลึก 10 ซม. 3. ตดั กน้ ถังออกท้งั หมด
2. ช้นั ท่ี 2 ขุดหลมุ กว้างกวา่ กันถึง 5 ซม. ลึก 30 ซม.
3.
4. วางถึงลงบนหลุมชัน้ ท่ี 2 กลบดนิ รอบ 5. ใสเ่ ศษอาหารลงในถงั แลว้ ปดิ ฝาใหส้ นทิ
ถึงให้มดิ ชดิ เพอื่ ปูองกันหนู และแมลงรบกวน (ไม่จําเปน็ ตอ้ งแยกสว่ นที่เป็นนา้ํ ออก)
6. เม่อื เศษอาหารเตม็ ขอบหลุมชน้ั ที่ 2 ใหใ้ ช้มือ 7. ใช้ดนิ กลบรอบๆ หลมุ ปล่อยทง้ิ ไว้ประมาณ 3
ขยบั และหมนุ ถงั 3 ครัง้ แล้วยกถงั ออกจากหลุม เดอื น จะไดด้ นิ ทมี่ ีความสมบูรณส์ ามารถปลูกพืชได้
หมายเหตุ - หน่งึ ครวั เรือนควรมีถงั ปุยหมักเศษอาหารอยา่ งน้อย 2 ถัง เพื่อสบั เปลี่ยนในการใชง้ าน
ข๎อควรระวงั - เหมาะสาํ หรบั บ้านท่ีมีดนิ
1. ไมค่ วรวางในที่น้ําทว่ มถงึ
2. ไมค่ วรวางในถงั ลกึ และกลบแนน่ จนเกินไป เพราะจะทําให้ดึงถังออกยาก
๒๔๒
เชนํ ปัญหานํ้าเสียภายในชุมชน
1. การใชพ้ ืชบําบัดน้าํ เสีย
ธปู ฤาษี ตน้ กก ตน้ อ้อ
ดดู ซบั สารพษิ และอนิ ทรียส์ ารใหล้ ดลง ลดกล่ินเหม็น
ของน้าํ
ให้นํ้าเสยี ไหลผา่ นพืชนํ้ากลมุ่ หน่งึ
ซ่ึงมคี วามสามารถในการดูดซมึ ของเสีย
ประโยชน๑ - มวี ธิ ีการทําที่ไมย่ ากหรือซับซอ้ น
- มีการลงทุนน้อย , ตน้ ทนุ ต่าํ
- เปน็ ประโยชนใ์ นการเรยี นการสอนให้กับนักเรียนได้ เชน่ เรยี นร้เู ร่ืองระบบนิเวศ
๒๔๓
แผนกจิ กรรมที่ ๑๒
โครงการพัฒนาชุมชน
รปู แบบการเขียนโครงการ
ตาราง องคป์ ระกอบของโครงการและสาระโดยสรปุ ของแต่ละองค์ประกอบของโครงการ
องคป๑ ระกอบของโครงการ สาระโดยสรปุ
1. ช่ือโครงการ การต้งั ชือ่ ควรมลี กั ษณะกะทดั รัด สอื่ ความหมายได้อย่างชัดเจน สอดคล้อง
2. หลกั การและเหตผุ ล กบั เนอ้ื หาสาระของโครงการ แสดงถึงลักษณะงานหรือลักษณะเฉพาะของ
โครงการ ดงั ตวั อยา่ ง
3. วตั ถปุ ระสงค๑และเปา้ หมาย - โครงการพฒั นาคณุ ภาพโรงเรียนขนาดเล็ก
- โครงการสง่ เสริมการเรียนร้เู พอื่ พัฒนาเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. วธิ ีดําเนินการ เป็นการระบุถึงสภาพป๎ญหาและความจําเป็นในการจัดทําโครงการข้ึนมา
เพื่อแก้ไขป๎ญหาดังกล่าว ควรเขยี นเนื้อหาในสว่ นน้โี ดยแบง่ เป็น 3 ยอ่ หน้า
- ย่อหน้าที่ 1 ควรเขียนจากการกล่าวถึงสภาพป๎จจุบันในหน่วยงานหรือ
สถานศึกษา
- ย่อหน้าที่ 2 ให้เขียนถึงป๎ญหาท่ีเกิดข้ึนหรือความต้องการที่จะได้จาก
ผลของการดาํ เนินโครงการในป๎จจุบัน
- ย่อหน้าท่ี 3 ให้เขียนถึงโครงการท่ีจะดําเนินการเพื่อแก้ไขป๎ญหา หรือ
ให้ได้สภาพตามขา้ งต้น
วัตถุประสงค๑
- เป็นส่ิงท่ีกําหนดทิศทางในการดําเนินงาน มีประโยชน์อย่างมาก
ต่อการติดตามและประเมนิ โครงการ
- การกําหนดวัตถุประสงค์ ต้องเฉพาะเจาะจง สามารถตอบคําถามได้ว่า
สิ่งที่ต้องทําให้เกิดข้ึนในโครงการนั้นคืออะไร ต้องการผลงานหรือ
ผลผลิตอะไร และสง่ิ ท่ตี อ้ งปฏิบัตินน้ั คืออะไร
เปา้ หมาย
- เป็นการกําหนดขอบเขตและลักษณะของการปฏิบัติงานหลังจากท่ีได้
กําหนดวัตถุประสงค์แล้ว เพื่อใช้เคร่ืองมือกํากับการบริหารโครงการนั้นๆ
ให้ไปสู่วัตถุประสงค์ของแต่ละข้อนั้นแสดงให้เห็นว่า ถ้าจะทํางานให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ของแต่ละข้อนั้นจะต้องทํางานอย่างไร ในปริมาณเท่าใดทํา
เมือ่ ใด ซ่งึ มกั จะบอกให้ทราบถึงปริมาณและคุณภาพ
เปน็ ส่วนท่ีระบุข้ันตอนท่ีแสดงรายละเอียดกลยุทธ์หรือวิธีดําเนินงานว่าจะ
ทําอะไร อย่างไร และปฏิบัติด้วยวิธีใดจึงจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์
และเปูาหมายทก่ี ําหนดไว้ โดยระบสุ ิ่งต่อไปนี้
๒๔๔
องค๑ประกอบของโครงการ สาระโดยสรปุ
5. ระยะเวลาในการดาํ เนินงาน
6. ทรัพยากรและงบประมาณ 1. ขั้นตอนสาํ คญั ของการดําเนินงาน
7. ตดิ ตามและประเมินผล 2. กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทีต่ อ้ งดาํ เนินงานภายใตโ้ ครงการ
8. ผลทค่ี าดวําจะได๎รบั เป็นสว่ นทีบ่ ง่ บอกแผนการดําเนินงาน ซ่ึงเป็นช่วงเวลาทั้งหมดที่ใช้ใน การ
9. ผรู๎ บั ผิดชอบโครงการ ปฏิบัติงานโครงการว่ามีระยะเวลานานเท่าใด จากวัน-เดือน-ปีใด ถึงวัน-
เดือน-ปีใด ซ่ึงอาจอยู่ในรูปของแผนกําหนดรายการปฏิบัติงาน ตาราง
ทาํ งาน หรอื ปฏิทนิ ปฏบิ ตั ิงาน
เป็นส่วนท่ีแสดงรายละเอียดของงบประมาณและทรัพยากรของโครงการ
โดยระบยุ อดรวมของคา่ ใช้จา่ ยทั้งหมดของโครงการ รายละเอียดค่าใช้จ่าย
ในแต่ละด้าน พร้อมทั้งระบุแหล่งการเงินและทรัพยากรอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง
ด้วย
ส่วนนี้แสดงให้เห็นถึงวิธีการควบคุม กาํ กับและประเมินโครงการ
จึงต้องระบุรายละเอยี ดในเรอื่ งตอ่ ไปนวี้ ่าจะจัดดําเนนิ การอยา่ งไร
1. การตรวจสอบความก้าวหนา้ ของโครงการ
2. การกาํ กับ ตดิ ตาม และควบคุมงาน
3. การจดั ทํารายงานการปฏบิ ัติ
4. การประเมินในระหว่างการดาํ เนินงานและเมื่อสิน้ สุดโครงการ
เป็นการแสดงถึงผลประโยชน์ท่ีจะได้รับจากความสําเร็จของโครงการ ท้ัง
โ ด ยท า งต ร งแ ล ะท า งอ้ อ มท่ี บ่ งบ อก ถึ งผ ล พล อ ยไ ด้ ที่เ กิ ดจ า ก
การดําเนินโครงการนอกเหนอื ท่ีได้ระบไุ ว้ในวตั ถุประสงค์ของโครงการ
เป็นการบอกใหท้ ราบวา่ บุคคลใด หรือหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบในการ
ดาํ เนนิ งานตามโครงการ
๒๔๕
แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๙
กิจกรรมนี.้ ..เราจอง
การจดั นิทรรศการ
นิทรรศการ หมายถึง การให้การศึกษาอย่างหน่ึงด้วยการแสดงงานให้ชมเป็นการจัดแสดงและ
นําโสตทัศนวสั ดุรวมถึงวัสดุต่างๆ ท่ีให้ข้อมูล ข่าวสาร ท่ีผู้ชมสามารถสัมผัส เรียนรู้ ทดลองใช้ หรือมีกิจกรรมเสริม
ประกอบ นิทรรศการเป็นสื่อในการให้การศึกษา ความรู้ความเข้าใจ เพื่อกระตุ้นความสนใจ ตอบสนอง และ
เปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมของผชู้ มให้บรรลุสเู่ ปูาหมายในเร่ืองนนั้ ๆ (ประเสริฐ ศีลรตั นา, ๒๕๔๘)
การแบ่งประเภทของนทิ รรศการ สามารถแบ่งไดด้ งั นี้
๑. แบ่งตามการจําแนกประเภทของนิทรรศการ ได้แก่ ๑) จําแนกจากกําหนดระยะเวลา เช่น
นิทรรศการถาวร (Permanent Exhibition) และนิทรรศการช่ัวคราว (Temporary Exhibition) ๒) จําแนกจาก
กําหนดสถานที่ เช่น นิทรรศการในร่ม (Indoor Exhibition), นิทรรศการกลางแจ้ง (Outdoor Exhibition) และ
นิทรรศการหมุนเวียน (Traveling Exhibition) เป็นนิทรรศการหมุนเวียนเปล่ียนสถานท่ีจัดแสดงเพื่อเป็นการ
แลกเปล่ียนประสบการณ์
๒. แบ่งตามขนาดของนิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการขนาดเล็ก (Display), นิทรรศการขนาดกลาง
(Exhibition) และนทิ รรศการขนาดใหญ่ (Exposition)
๓. แบ่งตามจุดมุ่งหมาย ได้แก่ นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์, นิทรรศการเพ่ือการศึกษา และ
นิทรรศการเพอ่ื สง่ เสริมการขาย
การจัดนิทรรศการท่ีเป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล๎อม
การจัดนิทรรศการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หมายถึง การแสดงงานให้ชมเป็นการจัดแสดงและ
นาํ โสตทัศนวสั ดุรวมถึงวัสดุต่างๆ ที่ให้ข้อมูล ข่าวสาร ท่ีผู้ชมสามารถสัมผัส เรียนรู้ ทดลองใช้ หรือมีกิจกรรมเสริม
ประกอบ โดยใช้วัสดุท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการจัดนิทรรศการ เช่น การใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ โดยลด
การใช้โฟมหรือพลาสติกในการประดับตกแต่ง การนําวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะ
เปน็ นิทรรศการให้ความรู้หรอื เผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ท่ีสามารถลดการเกิดขยะได้แล้ว การจัดนิทรรศการที่เป็นมิตร
กับส่ิงแวดล้อมยังสามารถสร้างคุณค่าให้กับวัสดุเหลือใช้และสร้างความตระหนักให้กับกลุ่มผู้ที่เข้ามาร่วมชม
นิทรรศการไดอ้ ีกดว้ ย
๒๔๖
ตวั อยาํ งนทิ รรศการให๎ความรท๎ู เี่ ปน็ มิตรกับส่ิงแวดล๎อม
- การออกแบบนิทรรศการโดยใช้วัสดุจากผ้าแทน
พลาสตกิ
ที่มา : กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม, (๒๕๖๓)
- การใชว้ สั ดเุ หลอื ใช้ในการตกแต่งนทิ รรศการ
ทม่ี า : The world news, (2562)
ท่มี า : สาํ นกั งานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 จงั หวัดราชบุรี, (ม.ป.ป.)
๒๔๗
แผนการจัดกจิ กรรมที่ ๑๔
สารปนเป้ือนในอาหาร
ความหมายของผกั แตํละชนิด
๑. ผักอนามัย หมายถึง ผักท่ีอยู่ในกระบวนการผลิตแบบใช้สารเคมีปูองกันและปราบศัตรูพืช รวมทั้งมี
การใชป้ ยุ เคมีเพ่ือการเจริญเติบโต ผลผลติ ทีเ่ ก็บเก่ียวได้ยังมีสารพษิ ตกคา้ งแต่ไม่เกินปริมาณทก่ี ําหนด ต้องเก็บเกี่ยว
ทําความสะอาดและบรรจุหบี ห่ออย่างดี เพือ่ ความปลอดภยั ของผูบ้ ริโภค
๒. ผักปลอดสารพิษ หมายถงึ ผกั ที่มีระบบการผลิตท่ใี ชส้ ารเคมีในการปูองกันและปราบศัตรูพืช รวมท้ัง
ปุยเคมีเพ่ือการเจริญเติบโตของพืช แต่ให้เว้นช่วงการใช้สารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยว ซึ่งผลผลิตที่ได้ยังมีสารเคมี
ตกค้าง แตไ่ มเ่ กนิ ในปริมาณทก่ี ําหนดเพือ่ ความปลอดภัยของผู้บริโภค
๓. ผักอินทรีย๑ หมายถึง ผักท่ีมีระบบการผลิตแบบไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่ใช้พันธ์ุพืชท่ี
ตัดต่อพันธุกรรม มีการใช้ปุยที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้จึงมีความสะอาดและปลอดภัย ๑๐๐
% ตามกรรมวิธขี องเกษตรอนิ ทรีย์และเป็นระบบการผลิตท่ีเปน็ มิตรต่อสง่ิ แวดล้อม
อนั ตรายจากการบรโิ ภคอาหารท่ีมีสารเคมปี นเปอ้ื น
สารเรํงเนือ้ แดง
สารเร่งเนื้อแดงเป็นสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ ปกติใช้เป็นยารักษาหอบหืดในคน แต่มีผู้ลักลอบนํามาใช้
ผสมในอาหารสุกรเพ่ือเพิม่ เน้ือแดง และลดไขมนั ในเน้อื
ความเป็นพิษ : ถ้าบริโภคสารนี้เข้าไปจะทําให้เกิดอาการมือส่ัน กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ
หวั ใจเต้นเร็ว เปน็ ตะคริว คลืน่ ไส้ อาเจียน มีอาการทางประสาท มีผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลอื ด
ลกั ษณะสงั เกตได้ : เลอื กซื้อเน้อื หมทู ี่มสี แี ดงไม่เขม้ ผิดปกติ ถ้าเปน็ หมูสามชน้ั ต้องมีชั้นมันมากกว่าชั้นเนื้อ
แดงหรือเลือกซือ้ อาหารทมี่ ีความปลอดภัย
สารบอแรกซ๑
สารบอแรกซ์ หรือชื่อทางการค้าว่า นํ้าประสานทอง ผงกรอบ ผงเน้ือน่ิม สารข้าวตอก และผงกันบูด มี
ลักษณะไม่มีกล่ิน เป็นผลึกละเอียด หรือผงสีขาว ละลายน้ําได้ดี ไม่ละลายในแอลกอฮอล์ ๙๕% มี
การนาํ มาใชป้ ระโยชนใ์ นทางอุตสาหกรรม และบอแรกซ์มคี ุณสมบัติทาํ ให้ เกดิ เป็นสารหยุ่น กรอบ และเป็นวัตถุกัน
เสียได้ จึงมีการลักลอบนําสารบอแรกซ์ผสมลงในอาหารหลายชนิด เช่น เน้ือหมู ปลาบด ลูกช้ิน ผลไม้ดอง ไก่สด
ทบั ทมิ กรอบ เปน็ ต้น
ความเปน็ พษิ : การบริโภคอาหารท่ีมีสารบอแรกซ์เจือปนจะทําให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทําให้ร่างกาย
อ่อนเพลีย เบ่ืออาหาร นํา้ หนักลด เปน็ พิษตอ่ ไตกอ่ ใหเ้ กดิ ไตวาย และสมอง อาการข้ึนอยู่กับปริมาณสารที่ได้รับ จะ
ทําใหอ้ าเจยี นเป็นเลอื ด และอาจตายได้
ลกั ษณะสงั เกตได้ : ลกู ชน้ิ เดง้ หรือกรอบมาก ควรเลือกซ้ืออาหารทม่ี ีความปลอดภยั
๒๔๘