The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้กำกับลูกเสือใช้เป็นคู่มือในการจัดการเรียนการสอนวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เครื่องหมายลูกเสือโลก ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เครื่องหมายลูกเสือชั้นพิเศษ และระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เครื่องหมายลูกเสือหลวง โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลุ่มส่งเสริมกิจการเยาวชนและลูกเสือ ได้เพิ่มเติมสาระสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในคู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ. 2562 โดยผู้กำกับลูกเสือสามารถปรับแผนการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนได้ และบันทึกผลการทำกิจกรรมดังกล่าวในสมุดบันทึกกิจกรรมของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การบูรณาการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดลูกเสือ ร่วมกับการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามารถส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นส่วนสำคัญในการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเยาวชน สู่การเป็นพลเมืองดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by choco.banino, 2021-10-05 05:50:23

คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้กำกับลูกเสือใช้เป็นคู่มือในการจัดการเรียนการสอนวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เครื่องหมายลูกเสือโลก ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เครื่องหมายลูกเสือชั้นพิเศษ และระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เครื่องหมายลูกเสือหลวง โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลุ่มส่งเสริมกิจการเยาวชนและลูกเสือ ได้เพิ่มเติมสาระสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในคู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ. 2562 โดยผู้กำกับลูกเสือสามารถปรับแผนการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนได้ และบันทึกผลการทำกิจกรรมดังกล่าวในสมุดบันทึกกิจกรรมของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การบูรณาการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดลูกเสือ ร่วมกับการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามารถส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นส่วนสำคัญในการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเยาวชน สู่การเป็นพลเมืองดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

ที่ คูมํ อื สํงเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทกั ษะชวี ติ ประเดน็ เพิ่มเตมิ คมูํ อื การบรู ณาการส่งิ แวดล๎อมฯ
ในสถานศกึ ษา ประเภทลกู เสือสามัญรุํนใหญํ (ม.๓)
ขอ๎ ความสําคญั
จากอุบัติภัย และปญ๎ หาที่เกิดขึ้นกับผู้ประสบภัย
เช่น ความอดอยาก การขาดแคลนอาหาร ท่ีอยู่ ประสบการณ์ท่ีเคยพาลูกเสือออกช่วยเหลือหลังเกิด
อาศยั การเสยี ชีวติ โรคระบาด ฯลฯ ภัยพิบตั ิต่างๆ ได้เพม่ิ เติม)
(3) ลูกเสือวางแผนร่วมกัน ในการจัดทําโครงการ (เนื้อหาประกอบ หนา้ 2๕๗)
สร้างคุณธรรมจริยธรรมตามคําปฏิญาณตน
ข้อ 2 “ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเม่ือ” และ
แบ่งงานกันรบั ผดิ ชอบ
(4) ลูกเสือดําเนินการตามโครงการ เช่น การขอรับ
บรจิ าคเงิน ส่ิงของ เพื่อมอบให้กับผู้ท่ีประสบภัย
การออกไปช่วยเหลือผู้ขาดแคลนตามโอกาส
อันควร เปน็ ต้น
(5) ผู้กํากับให้คําแนะนําในการวางแผนโครงการ
เพอ่ื ให้ลูกเสอื ได้นําไปดาํ เนินการอยา่ งรอบคอบ
4. ผกู้ าํ กบั ลูกเสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5. พิธปี ดิ ประชมุ กอง(นัดหมาย ตรวจเคร่อื งแบบ ชกั ธงลง เลิก)

99

100

12

102

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑
การปฐมนิเทศ

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทําบันทึกความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
(ทส.) ตามบนั ทึกขอ้ ตกลงความร่วมมือลงวันที่ ๒9 มกราคม ๒๕๕๒ เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนการสอน สร้าง
ทกั ษะ ความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงเรียนของเราได้
เขา้ รว่ มกับกรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่ิงแวดล้อม เพ่ือส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับ
นักเรียนในวิชาลูกเสือ โดยจะเพิ่มบทบาทของลูกเสือ ในการดําเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มทัง้ ภายในโรงเรยี นและรว่ มกับชุมชน

เมื่อโรงเรียนจัดต้ังเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนจะ
ได้รับการสนับสนุนเคร่ืองแบบลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จากกรมส่งเสริมคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมเพ่ือใช้ในกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประกอบด้วย ผ้าผูกคอ
และปลอกแขน ใชส้ ําหรบั การดําเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานอ่ืนๆ หรือร่วมกับชุมชน มอบแบดจ์
ซึ่งเคร่ืองหมายของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และมอบสมุดบันทึกลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือประโยชน์ในการบันทึกกิจกรรมต่างๆ ของลูกเสืออนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอีกด้วย อีกทั้งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มอบธงประจําโรงเรียนหน่วยฯ
และปูายโรงเรยี นหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับโรงเรียน เพ่ือเป็นเกียรติและเป็น
ตัวแทนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการร่วมกิจกรรมกับสํานักงานลูกเสือแห่งชาติและ
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มต่อไป

เครือ่ งแบบและอุปกรณเ๑ ฉพาะสําหรับโรงเรียนหนํวยลูกเสืออนรุ กั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม
เคร่ืองแบบและอุปกรณ์เฉพาะสําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จัดทําขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมอบให้ลูกเสือ
อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ด้านส่ิงแวดล้อม รวมท้ังมอบให้สําหรับผู้แทน
โรงเรียนหน่วยลูกเสือใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม การบําเพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมท้ังการร่วมดําเนินกิจกรรมกับหน่วยงานท่ี
เกีย่ วข้อง โดยเคร่อื งแบบและอุปกรณ์เฉพาะสําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มี
ดังนี้

1. ปา้ ยโรงเรยี นหนํวยลูกเสอื อนรุ กั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม
ปูายโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับโรงเรียนท่ีได้รับ
การจัดต้ังเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือแสดงว่าเป็นโรงเรียนท่ีมี
การเรียนการสอนรายวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่โดยการใช้คู่มือการบูรณาการ ส่ิงแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือ
สามญั รนุ่ ใหญ่ สกู่ ารจดั ตง้ั โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดค่ายท่ีเป็นมิตร
กับส่ิงแวดล้อม การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และมีการ
ดําเนนิ โครงการด้านสง่ิ แวดล้อม

103

2. ธงประจาํ โรงเรียนหนวํ ยลกู เสืออนุรกั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม

เม่ือจัดตั้งเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จะได้รับมอบธงประจํา
โรงเรียนหน่วยฯ เป็นธงพื้นสีเขียว หมายถึง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้ิวสีทอง หมายถึง
ลูกเสือ ซ่ึงเป็นผู้ที่มีเกียรติ และมีความรอบรู้ในการใช้ชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ป๎กตราสัญลักษณ์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยรูปทรงของสัญลักษณ์ที่เป็นโล่ หมายถึง การปกปูอง การปูองกัน ซึ่งใน
หลายประเทศนิยมใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม สําหรับภาพต้นโพธ์ิ แผ่นดิน ช้าง โลมา
พระอาทิตย์ ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ภายในโล่น้ัน หมายความรวมถึง ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่เกื้อกูลกัน
สัตวป์ าุ พลังงาน และการปรบั ตวั ให้เข้ากบั สิ่งแวดล้อม

3. ผา๎ ผกู คอลูกเสืออนรุ กั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล๎อม

- พ้ืนสีเขียว หมายถึง การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
- ขลิบสที อง หมายถึง ลกู เสอื ซง่ึ เปน็ ผทู้ ีม่ เี กยี รติ และมคี วามรอบรใู้ นการใชช้ วี ิตท่เี ปน็ มิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม
- ตราสัญลักษณ์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยรูปทรงของสัญลักษณ์ท่ีเป็นโล่
หมายถึง การปกปูอง การปูองกัน ซึ่งในหลายประเทศนิยมใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม
สําหรับภาพต้นโพธิ์ แผ่นดิน ช้าง โลมา พระอาทิตย์ ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ภายในโล่นั้น ห มายความรวมถึง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มท่เี กอ้ื กูลกัน สัตวป์ าุ พลงั งาน และการปรบั ตัวให้เข้ากับสิง่ แวดล้อม
ผ้าผูกคอ มอบให้กับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จํานวน ๑ กอง
สําหรบั ใหผ้ ู้แทนโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ฯ ใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมที่เก่ียวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม การบาํ เพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมท้ังการร่วมดําเนิน
กจิ กรรมกบั หนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้อง

104

4. ปลอกแขนลกู เสืออนุรักษท๑ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม

ปลอกแขนลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประกอบด้วย ตราสัญลักษณ์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และป๎กข้อความ “GREEN SCOUT” และ “โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม” โดยจะใส่ท่ีแขนข้างซ้ายเพ่ือบ่งบอกถึงความเป็นลูกเสืออนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ภายใต้โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย
ปลอกแขน มอบให้กับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จํานวน ๑ กอง สําหรับให้
ผู้แทนโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ฯ ใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมที่เก่ียวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม การบําเพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมทั้งการร่วมดําเนิน
กิจกรรมกับหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง

๕. แบดจล๑ กู เสืออนุรกั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล๎อม

แบดจ์ลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม สําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่ีผ่านการใช้คู่มือ
การบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยผ่านการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
เคร่อื งหมายลูกเสือโลกแลว้

105

๖. สมดุ บนั ทกึ กิจกรรมลูกเสืออนุรกั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม
สมุดบันทึกกิจกรรมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเป็นสมุดที่ใช้บันทึกผลงานหรือ
กจิ กรรมในแตล่ ะแผนกจิ กรรมของคู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้ง
โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือบันทึกความรู้ท่ีได้จากการดําเนินกิจกรรม
รวบรวมผลงาน และใช้ประเมนิ การดาํ เนนิ กจิ กรรมของลกู เสอื อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม โดยสมุด
บันทึกกิจกรรมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มอบให้กับผู้แทนกลุ่มที่ผู้กํากับลูกเสือกําหนด
หรือผู้แทนหมู่ลูกเสอื อนุรักษฯ์ ทไี่ ด้รบั มอบหมายใหบ้ ันทกึ กิจกรรม

ภาพตวั อยาํ งการเดินสวนสนามของลูกเสืออนุรักษ๑ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล๎อม

ที่มา : กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม, (๒๕๖๓)

106

ที่มา : กรมสง่ เสริมคุณภาพสง่ิ แวดล้อม, (๒๕๖๓)
ลูกเสอื อนรุ ักษท๑ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เดินสวนสนามใน
วนั คล๎ายวนั สถาปนาคณะลกู เสือแหงํ ชาติ (วนั ที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี)

107

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๒
ความเข๎าใจในเรื่องกจิ การของลกู เสือ

บทบาทหน๎าทขี่ องลูกเสืออนุรกั ษ๑

1. ต๎องมีจิตอาสาด๎านสิ่งแวดล๎อม หมายถึง การรู้จักเสียสละ ร่วมมือ ร่วมใจ ในการทําประโยชน์เพ่ือ
ส่วนรวม ช่วยลดปญ๎ หาและสร้างสรรค์ใหเ้ กิดประโยชน์แกส่ ังคม เชน่ การช่วยกนั ดูแลรักษาส่ิงแวดล้อม โดยการไมท่ ง้ิ ขยะ
ลงในแหลง่ นํ้า ชว่ ยคัดแยกขยะ ชว่ ยประหยัดน้าํ หรอื ไฟฟูาท่ีเป็นของสว่ นรวมโดยใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์อย่างคมุ้ ค่า

2. สํงเสริมอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม หมายถึง การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมอย่างฉลาด โดยการใช้ให้น้อยเพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคํานึงถึงระยะเวลาในการใช้ให้
ยาวนานและก่อใหเ้ กิดผลเสยี หายต่อส่งิ แวดล้อมน้อยทสี่ ุด

- การใชอ้ ย่างประหยัด คือ การใช้เท่าที่มคี วามจาํ เปน็ เพอ่ื ใหม้ ีทรพั ยากรไว้ใชไ้ ด้นานและเกิดประโยชน์
อยา่ งคุ้มคา่ มากทสี่ ดุ

- การนํากลับมาใช้ซ้ํา ส่ิงของบางอย่างเมื่อมีการใช้แล้วครั้งหน่ึงสามารถท่ีจะนํามาใช้ซํ้าได้อีก เช่น
ถุงพลาสติก กระดาษ เป็นต้น หรือสามารถท่ีจะนํามาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การนํา
กระดาษที่ใช้แล้วไปผ่านกระบวนการต่างๆ เพ่ือทําเป็นกระดาษแข็ง เป็นต้น ซ่ึงเป็นการลดปริมาณ
การใช้ทรพั ยากรและการทําลายสง่ิ แวดล้อมได้

- การบูรณะซ่อมแซม สิ่งของบางอย่างเมื่อใช้เป็นเวลานานอาจเกิดการชํารุดได้ เพราะฉะนั้นถ้ามี
การบูรณะซ่อมแซม ทาํ ใหส้ ามารถยืดอายุการใชง้ านต่อไปได้อีก

- การบําบัดและการฟื้นฟู เป็นวิธีการท่ีจะช่วยลดความเส่ือมโทรมของทรัพยากร ด้วยการบําบัดก่อน
เช่น การบําบัดนํ้าเสียจากบ้านเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ก่อนท่ีจะปล่อยลงสู่แหล่งนํ้า
สาธารณะ ส่วนการฟื้นฟูเป็นการรื้อฟื้นธรรมชาติให้กลับสู่สภาพเดิม เช่น การปลูกปุา ชายเลน เพื่อ
ฟ้นื ฟูความสมดุลของปุาชายเลนใหก้ ลบั มาอุดมสมบรู ณ์ เป็นต้น

- การใช้ส่ิงอื่นทดแทน เป็นวิธีการที่จะช่วยให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยลง และไม่ทําลาย
สิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก การใช้ใบตองแทนโฟม การใช้พลังงาน แสงแดดแทน
แร่เช้ือเพลงิ การใช้ป฻ยุ ชีวภาพแทนป฻ยุ เคมี เปน็ ตน้

- การเฝูาระวังดูแลและปูองกัน เป็นวิธีการที่จะไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมถูกทําลาย
เชน่ การเฝูาระวังการทง้ิ ขยะ สง่ิ ปฏกิ ูลลงแม่น้ํา คูคลอง การจดั ทาํ แนวปูองกนั ไฟปุา เปน็ ต้น

3. ใช๎ชีวิตให๎เปน็ มติ รกับสิง่ แวดลอ๎ ม เช่น
- ลดการเกดิ ขยะ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายสําหรับการกําจัดขยะแล้ว ยังช่วยลดการก่อป๎ญหาทาง

สุขภาพจากขยะ ซึง่ อาจจะเร่ิมจากการหันมาใช้วัสดุท่ีสามารถนํากลบั มาใชใ้ หม่ได้
- คัดแยกขยะและรีไซเคิล จะช่วยลดป๎ญหาขยะและมลพิษ เพราะขยะบางชนิดสามารถนํากลับมาใช้

ใหมไ่ ด้ หรือสามารถนําไปขายได้

108

- ทาํ ปุ๋ยหมกั ใชเ๎ อง การดแู ลสวนท่ีปกติมกั จะใช้ปุ฻ยเคมี สามารถเปล่ียนมาใช้ป฻ุยหมักจากเศษซากใบไม้
หรืออาหารกช็ ่วยลดขยะและมลพิษไปไดม้ ากเลยทเี ดยี ว

- ลดการใช๎นํ้าและพลังงาน นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังลดการก่อมลพิษจากการใช้พลังงาน
ทําให้ชว่ ยลดป๎ญหาสขุ ภาพตามไปดว้ ย

- เลือกใช๎เคร่ืองใช๎ไฟฟ้าให๎เหมาะสม ได้แก่ เคร่ืองใช้ไฟฟูาท่ีประหยัดพลังงาน ปล่อยสารพิษน้อย
ใช้สารเคมนี ้อย และมีความปลอดภัยต่อผใู้ ช้

- ใชพ๎ ลังงานทางเลือก นอกจากจะช่วยลดมลพิษ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และในป๎จจุบันแผงโซล่าเซลล์
สามารถนํามาตดิ ตามบา้ นเรือนเพอ่ื ผลติ กระแสไฟฟูาไดส้ ะดวกมากขึน้

- ดัดแปลงและใช๎ประโยชน๑จากเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุเหลือใช้ โดยสามารถนํามาดัดแปลงเป็นของใช้
ไดห้ ลากหลาย ช่วยลดขยะและสารพษิ ได้อีกด้วย

- เลือกใช๎ผลิตภัณฑ๑ท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล๎อม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ท่ีปลอดสารเคมี เช่น ไม้
กระดาษ ท่ีปลอดสารเคมี และย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ก็ย่อมลดสารพิษตกค้างท่ีมีผลกระทบ
ต่อสขุ ภาพของเรา

- เพม่ิ พื้นท่ีสีเขียว การเพม่ิ พืน้ ทสี่ ีเขยี วโดยการปลูกต้นไม้สามารถช่วยดูดซับสารพิษ และฝุนละอองใน
อากาศ ชว่ ยฟอกอากาศใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ ให้รม่ เงา และช่วยลดอณุ หภูมคิ วามรอ้ นได้

109

แผนการจัดกจิ กรรมที่ ๓
ดตี ิดดาว

การทําความดีด๎านส่ิงแวดล๎อมสามารถทาํ ไดห๎ ลายวธิ ี ได๎แกํ
 การใช้สิ่งของที่สามารถใช้ซํ้าได้ทดแทนส่ิงของท่ีใช้คร้ังเดียวท้ิง เช่น การใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู เราใช้
กระดาษทิชชูเช็ดมือ เช็ดหน้า เป็นจํานวนมาก ซ่ึงหมายถึง การตัดต้นไม้จํานวนมหาศาล ดังนั้นเรา
สามารถช่วยกันลดการใช้กระดาษทิชชูได้ด้วยการวางผ้าเช็ดมือไว้ใกล้อ่างล้างมือ และใช้ผ้าแทนการใช้
กระดาษทชิ ชไู ด้
 การใชถ้ งุ พลาสติกซํ้าหลายๆ ครั้ง หากถุงพลาสติกสกปรก ก็ให้ทําความสะอาดแล้วแขวนไว้ให้แห้ง เพ่ือ
สง่ กลบั เขา้ โรงงานสําหรบั ผลิตใหม่
 การคัดแยกขยะก่อนท้ิงให้ถูกต้องเพ่ือลดป๎ญหาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการคัดแยกขยะ
สามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
๑) ขยะอินทรีย์ (ถังสีเขียว) หรือที่มีเครื่องหมาย หมายถึง ขยะที่สามารถย่อยสลายหรือเน่าเสียได้ใน
ระยะเวลาท่ีรวดเร็ว เช่น เศษอาหาร ใบไม้ เป็นตน้
๒) ขยะรไี ซเคลิ (ถังสีเหลือง) หมายถึง ขยะที่สามารถนํามาแปรรูป แล้วนําไปใช้ประโยชน์ใหม่ได้อีกคร้ัง
เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก กระป฻อง เป็นต้น
3) ขยะท่ัวไป (ถังสีน้ําเงิน) หมายถึง ขยะท้ังหมดที่อยู่นอกเหนือจากขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะ
อนั ตราย และขยะติดเชือ้ เชน่ โฟม ฟอยล์ ถงุ ขนม เปน็ ตน้
4) ขยะอันตราย (ถังสีส้มหรือสีแดง) หมายถึง ขยะท่ีมีวัตถุอันตรายปนเปื้อนหรือสารเคมีอันตราย
ประกอบอยู่ เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรีโ่ ทรศพั ท์ กระปอ฻ งสเปรย์ เป็นต้น
5) ขยะติดเชื้อ (ถังสีแดง) หมายถึง ขยะที่มีเช้ือโรคปะปนอยูในปริมาณท่ีสามารถทําใหเกิดโรคได เช่น
หน้ากากอนามยั ผา้ ก๊อซ เขม็ ฉดี ยา เปน็ ต้น
สัญลกั ษณ์ ของขยะแต่ละประเภท มดี ังน้ี

ขยะอนิ ทรีย์ ขยะรไี ซเคิล ขยะทั่วไป ขยะอนั ตราย ขยะติดเช้อื

ทม่ี า : ศูนย์วทิ ยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร สาํ นกั งานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมการเกษตร, (2562)

110

 ปิดสวิตช์ไฟ และถอดปลั๊กทุกคร้ังหลังเลิกใช้งาน เนื่องจากเคร่ืองใช้ไฟฟูาจะยังใช้พลังงานไฟฟูาอยู่
หากยังไม่ได้ถอดปลั๊ก เพื่อการประหยัดพลังงาน จึงควรถอดปลั๊กทุกคร้ังหลังเลิกใช้งาน นอกจากนี้ควร
เลือกซ้ือเครื่องใช้ไฟฟูาท่มี ีเคร่อื งหมายมาตรฐานการประหยัดพลงั งานอีกด้วย

 ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน โดยการเปล่ียนมาใช้หลอดไฟ LED เพราะหลอดไฟ LED กินไฟน้อย สว่างมาก
ไม่ทาํ ใหเ้ กิดความรอ้ น ไมก่ อ่ สารคารบ์ อนไดออกไซด์ และอายกุ ารใชง้ านยาวนาน

 การปลูกต้นไม้ หรือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวสามารถช่วยดูดซับสารพิษ และฝุนละอองในอากาศ ช่วยฟอก
อากาศให้บริสุทธ์ิ ให้ร่มเงา และชว่ ยลดอณุ หภูมิความร้อนได้

 ไม่เผาในที่โล่ง เนื่องจากการเผาในท่ีโล่งเป็นแหล่งกําเนิดมลพิษทางอากาศหลักแหล่งหนึ่งที่ก่อให้เกิด
มลพิษ ทางอากาศ ได้แก่ ก๊าซต่างๆ ท่ีเกิดจากการเผาไหม้ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจน
ไดออกไซด์ รวมท้ังฝนุ ละออง ควนั เถ้า ซึง่ ล้วนมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามยั ของมนุษย์

 การใช้รถโดยสารสาธารณะแทนรถส่วนตัว หรือการเปลี่ยนมาใช้จักรยาน นอกจากช่วยลดโลกร้อนแล้ว
ยังช่วยออกกําลงั กายอกี ด้วย

ยกตวั อยํางบคุ คลตน๎ แบบความดีด๎านสิง่ แวดล๎อม
วรี บรุ ษุ ผ๎ูพิทักษผ๑ นื ปา่ ไทย

สืบ นาคะเสถยี ร
ที่มา : sanook, (2561)

หนึ่งในผู้นําแนวคิดอนุรักษ์ และแบบอย่างการอนุรักษ์ที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ผู้ที่อุทิศ เสียสละ
ยอมพลีกายเพ่อื เรยี กร้องให้สงั คมเหน็ ความสําคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ "สืบ นาคะเสถียร" จบจาก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร๑ รวมทั้งยังได๎รับทุนศึกษาตํอปริญญาโทตํางประเทศใน สาขาอนุรักษวิทยา
มหาวิทยาลัยลอนดอน นักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย มีช่ือเสียงจากการพยายาม

111

ปกปูองแก่งเช่ียวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ปุาทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง หน่ึงในนักอนุรักษ์ที่ผู้คนต่างยกย่องและนับถือ
เป็นผทู้ ีส่ ร้างผลงานไว้อย่างมากมายในผนื ปุาแผ่นดนิ ไทย

 2518 สบื นาคะเสถยี ร สอบเขา้ กรมปาุ ไม้ได้ แต่เลือกท่ีจะมาทํางานที่กองอนุรักษ์สัตว์ปุาโดยไปประจํา
ทเี่ ขตรักษาพันธุ์ สตั ว์ปาุ เขาเขยี ว-เขาชมพ่จู ังหวดั ชลบรุ ี

 2524 สืบ นาคะเสถียร ดํารงตําแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ปุาบางพระ และเร่ิมงานวิจัยช้ินแรก
คอื การศึกษาการทาํ รังวางไขข่ องนกบางชนิด ทีอ่ า่ งเกบ็ นํ้าบางพระ จงั หวัดชลบรุ ี

 2528 สืบ นาคะเสถียร เดินทางไปทําวิจัยเร่ืองกวางผา กับ ดร.แซนโดร โรวาลี ที่ดอยม่อนจองใน
บรเิ วณเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ปุาอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ปุา จนเจ้าหน้าที่พิทักษ์
ปุาเสียชวี ิต สรา้ งความสะเทือนใจใหแ้ ก่ สบื นาคะเสถยี ร เป็นอย่างมาก

 2529 สืบ นาคะเสถียร รับเป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ปุาในเขื่อนเช่ียวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มี
สัตว์นับพันตัวได้รับความช่วยเหลือ แต่ สืบ นาคะเสถียร รู้ดีว่ามีสัตว์อีกนับจํานวนมหาศาลท่ีตายจากการ
สร้างเขอ่ื น และในระหวา่ งนน้ั สืบ นาคะเสถยี ร ได้คน้ พบรงั นกกระสาคอขาวปากแดงครั้งแรกในประเทศไทย

 2530 สืบ นาคะเสถียร ได้เปลี่ยนบทบาทจากนักวิชาการไปสู่นักอนุรักษ์ โดยเข้าร่วมต่อสู้คัดค้านการ
สร้างเขื่อนนํ้าโจน จังหวัดกาญจนบุรี สืบ นาคะเสถียร ชี้ให้เห็นถึงบทเรียนจากการที่มีสัตว์จํานวนมาก
ลม้ ตายหลังจากการสรา้ งเขือ่ นเชยี่ วหลาน

 2531 สืบ นาคะเสถียร และเพ่ือนอนุรักษ์ออกโรงคัดค้านการท่ีบริษัทไม้อัดไทยจะขอสัมปทานทําไม้
ท่ปี าุ หว้ ยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร ได้อภิปรายว่า “คนท่ีอยากอนุญาตให๎ทําไม๎ก็เป็นกรมป่าไม๎ คนที่จะ
รกั ษากเ็ ปน็ กรมป่าไมเ๎ หมือนกนั ”

 2532 สืบ นาคะเสถียร ได้รับทุนเรียนต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ แต่ตัดสินใจเข้ารับตําแหน่ง
หัวหนา้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปุาห้วยขาแข้ง สืบ นาคะเสถียร พบป๎ญหาต่างๆ มากมายในห้วยขาแข้ง อาทิ
ป๎ญหาการตัดไม้ทําลายปุา การล่าสัตว์ของบุคคลท่ีมีอิทธิพล เจ้าหน้าที่พิทักษ์ปุาถูกยิงเสียชีวิต ป๎ญหา
ความยากจนของชาวบ้านรอบปุา และทีส่ าํ คัญคอื ป๎ญหาเหลา่ นี้ไม่เคยไดร้ ับความสนใจจากผู้ใหญเ่ ลย
สืบ นาคะเสถียร จึงทุ่มเทเขียนรายงานนําเสนอยูเนสโก เพื่อพิจารณาให้ปุาทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วย

ขาแข้งเป็นมรดกโลก อนั เปน็ สิ่งค้ําประกันใหพ้ ื้นทีแ่ หง่ นไ้ี ด้รบั การคุ้มครองเต็มที่

112

แผนการจัดกิจกรรมที่ ๕
วถิ ไี ทยและภมู ปิ ัญญาทอ๎ งถ่ิน

ประโยชนจ์ ากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างหนึง่ คือ พืชสมุนไพร โดยพืชสมุนไพรนั้นสามารถพบได้
ท่วั ไปตามธรรมชาตทิ ีอ่ ยูร่ อบตัวเรา ซง่ึ เป็นภูมิป๎ญญาท้องถิ่นของคนไทยในการนํามาใช้บํารุงร่างกายและรักษาโรค
สมุนไพรใกล้ตัวท่ีเป็นพืชผัก ผลไม้ มีสรรพคุณเป็นยา สามารถนํามาประกอบอาหารซ่ึงได้ทั้งความอร่อยและได้
ประโยชนต์ ่อสขุ ภาพด้วย

ผู้กํากบั ลูกเสือ ยกตัวอย่างอาหารใหล้ กู เสอื วิเคราะหส์ มุนไพรทมี่ ใี นอาหารชนดิ น้ี

แกงส๎มมะรุม
ท่ีมา : Wongnai, (2562)

113

๑. มะรมุ

ทม่ี า : Green Gold Ghana, (ม.ป.ป.)
มะรมุ นยิ มนาํ มาประกอบอาหาร โดยทุกส่วนของต้นมะรุมนนั้ มีสารอาหารมากมาย เช่น ราก เปลือก ใช้
ประคบอาการปวดหลัง ดอก ช่วยบํารุงร่างกาย ฝ๎ก ช่วยลดไข้ แก้หวัด เมล็ด นํามาสกัดเป็นยารักษาโรคปวดข้อ
โรคเกาท์ เน้อื ในใช้แกไ้ อได้ดี รวมทงั้ ยงั เพมิ่ ภูมิต้านทานให้ร่างกาย โดยใบ ดอก และฝ๎ก ของมะรุมนํามาปรุงอาหาร
ไดห้ ลายชนิด เช่น แกงส้มมะรุม ยอดมะรุมลวกจมิ้ แกงคั่วดอกมะรมุ ให้ความอร่อยท่ีแตกตา่ งกนั ไปอีกดว้ ย
๒. ใบบัวบก

ท่มี า : herbwisdom, (ม.ป.ป.)
ใบบัวบกนอกจากจะนํามาค้ันนํ้าด่ืมได้แล้ว ยังสามารถนําไปตํา เพื่อใช้เป็นยาทาบรรเทาฟกชํ้าของแผล
ได้ด้วย นอกจากนั้นใบบัวบกยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และส่วนต้นของบัวบกยังมีสรรพคุณทางยา โดยเป็นยาบํารุงกําลัง

114

บํารุงหัวใจ ลดความดัน แก้ชํ้าใน อีกทั้งต้นและใบบัวบก ยังสามารถนํามาเป็นผักสดเคียงกับอาหารชนิดต่างๆ ได้
เช่น ยาํ แหนมข้าวทอด ลาบ และน้ําพรกิ ตา่ งๆ ไดอ้ ีกด้วย

๓. กะเพรา

ท่มี า : อุทยานธรรมชาตวิ ิทยาสิรรี ุกขชาติ, (ม.ป.ป.)
กะเพรา มีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น ขับลม จุกเสียด แน่นท้อง ขับไขมันและน้ําตาลส่วนเกิน
ลดความดนั โรคหลอดเลือดอดุ ตัน ชว่ ยดับกลนิ่ คาวของเนอ้ื สตั ว์ชนดิ ตา่ งๆ คนไทยนิยมนําใบกะเพรามาปรุงอาหาร
กับเนอ้ื สตั ว์ชนิดต่างๆ เชน่ ผดั กะเพราเนือ้ สับ หมูสับ ผดั กะเพราทะเล เปน็ ตน้
๔. โหระพา

ทม่ี า : อุทยานธรรมชาติวิทยาสริ รี ุกขชาติ, (ม.ป.ป.)
ใบสดของโหระพานั้น มีน้ํามันหอมระเหยใหก้ ลนิ่ หอม สรรพคุณทางยาของโหระพา คือ ขับลมแก้ท้องอืด
เฟูอ ใช้แต่งกลิ่นอาหาร แตง่ กลนิ่ เคร่อื งสาํ อางคบ์ างชนิด เรานยิ มนําโหระพา มารับประทานร่วมกับอาหารประเภท
หลน ลาบ ส้มตาํ กว๋ ยเต๋ียว ยํา แกงเผด็ และแกงเขียวหวาน อกี ดว้ ย

115

๕. แมงลัก

ที่มา : Wikimedia Commons, (2561)
แมงลักเป็นพืชล้มลุกตระกูล กะเพรา โหระพา แมงลักมีใบเล็ก สีอ่อน บอบบาง ช้ําง่าย และเหี่ยวง่าย
แมงลักนําไปใช้ได้ทั้งใบและเมล็ด ใบมีกล่ินฉุน ใช้ประกอบอาหาร และมีสรรพคุณช่วยขับลมในลําไส้ แก้ท้องอืด
ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ สกัดน้ํามันหอมระเหยจากใบไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสําอางค์ได้ และใบ
ของแมงลกั ยงั ใช้ประกอบอาหารเช่น หอ่ หมก แกงเลยี ง แกงออ่ ม แกงคั่ว แกงหนอ่ ไม้ เปน็ ตน้
๖. ตะไคร๎

ทม่ี า : Pinterest, (ม.ป.ป.)

116

ตะไคร้ มใี บยาวเรยี ว ปลายใบมขี นหนาม ลําตน้ รวมตัวกนั เปน็ กอ มีกลิ่นหอม โดยมสี รรพคุณ คือ ช่วยใน
การขับเหง่ือ เป็นยาบํารุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร สารสกัดจากตะไคร้ ช่วยปูองกันโรคมะเร็งลําไส้ใหญ่ ช่วยแก้
อาการปวดศีรษะ รากใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย บรรเทาอาการปวดท้อง นอกจากน้ียังสามารถนําหัวตะไคร้ มาเป็น
ส่วนประกอบของอาหาร เช่น ต้มทํานํ้าหวานตะไคร้หอม ใส่โขลกรวมในพริกแกง ใส่อาหารประเภทแกง ต้มยํา
เช่น ตม้ ยาํ ปลา ต้มยาํ กงุ้ ตะไคร้สดห่นั ฝอยใช้ปรุงอาหารประเภทยาํ ใหก้ ลิ่นหอมน่ารบั ประทาน เชน่ ยาํ ปลาทู เป็นต้น

๗. พรกิ

ที่มา : jardinet, (2560)
พริก มีคณุ สมบตั เิ ป็นยาสมุนไพร มีวิตามินสูง ช่วยขยายเส้นเลือดในลําไส้ และกระเพาะอาหาร เพ่ือให้ดูดซึม
ได้ดีขึ้น ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย พริกนํามาประกอบอาหารเพื่อให้รสเผ็ด เช่น ส้มตํา ต้มยํา แกงเผ็ด
ผัดเผด็ และอ่นื ๆ อกี มากมาย
สมุนไพรไทยมีมากมายหลายชนิด ดังท่ีกล่าวมาน้ัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมุนไพรใกล้ตัวเรา ซ่ึงล้วนมี
ประโยชนห์ ลากหลาย ใหเ้ ลือกรบั ประทานเพ่ือท่ีจะได้รบั ประโยชน์ตา่ งๆ จากสมุนไพรไทย

117

แผนการจัดกจิ กรรมที่ ๖
เดก็ ตดิ เกม

กิจกรรมพืชพรรณสร๎างรายได๎ หมายถึง พืชที่มีลักษณะเด่นทางการค้า เป็นที่นิยม และสามารถนํามา
ประกอบเป็นอาชีพได้ สําหรบั พชื พรรณสรา้ งรายไดใ้ นป๎จจุบัน เชน่

>>กระบองเพชร (CACTUS) หรอื ที่นยิ มเรยี กกนั วา่ "แคคตัส" ซึ่ง
แคคตัสน้ัน มีหลายสายพันธุ์ ซ่ึงมีประมาณ 3 พันกว่าชนิด ไม่รวม
สายพันธุ์ใหม่ๆ ท่ีเกิดข้ึนมาอยู่เร่ือยๆ แคคตัส ส่วนใหญ่มีถ่ินกําเนิด
ในทะเลทรายท่ีมีอากาศร้อน ดังน้ันแคคตัส จึงสามารถปลูกใน
ประเทศไทยได้ และสามารถปลูกได้สวยงามมากกว่าหลายๆ ที่ใน
โลกอีกด้วย เน่ืองจากประเทศไทยไม่มีหิมะ และไม่มีอากาศที่หนาว
จัด แคคตัสจึงไม่ต้องพักตัว แต่ข้อเสียคือ ประเทศไทยอาจจะปลูก
แคคตัสสายพนั ธุ์ในเมืองหนาวได้ไม่สวยงามเท่าสายพันธุ์ท่ีเหมาะสม
กับการปลูกในเมอื งรอ้ น
ที่มา : Pinterest, (ม.ป.ป.)

ทม่ี า : Kapook, (ม.ป.ป.) >>เดหลี (Peace lily) หน่ึงในต้นไม้ฟอกอากาศที่เป็นท่ีนิยม
ลักษณะเป็นไม้ล้มลกุ อายุหลายปี สูงประมาณ 40 - 70 เซนตเิ มตร
หัวอยู่ใต้ดิน ลําต้นข้ึนเหนือดิน กอเป็นพุ่มเล็กๆ มียางใสๆ ใบเด่ียว
รูปรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบ ขอบใบเป็นคล่ืน สี
เขียวเป็นมัน ดอกทรงกระบอก ออกเป็นช่อจากปลายยอด สีขาว
สวย กลิ่นหอมล่อแมลงได้ มีให้เห็นตลอดท้ังปี นิยมขยายพันธุ์ด้วย
การแยกหน่อ เหง้า หรือต้นอ่อน แล้วนําไปชํา ชอบดินร่วนท่ีมี
ความชื้นสงู ไมช่ อบแดดจดั ชอบแสงแดดรําไร ชอบน้ําปานกลาง ให้
รดประมาณสปั ดาห์ละ 2 - 3 คร้งั

>>เข็มสามสี (Rainbow tree) จัดอยู่ในต้นไม้ฟอกอากาศ มี
ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 2 เมตร ลําต้นตั้งตรง ใบ
เป็นใบเด่ียว รูปแถบ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ มี 3
สีตามแนวยาว ได้แก่ สีแดง สีครีม และสีเขียว ดอกมีสีขาวอมเขียว
ออกเป็นช่อแยกแขนง สง่ กลิน่ หอมตอนกลางคืน นยิ มขยายพันธ์ุด้วย
การป๎กชาํ และตอนก่ิง โตเรว็ ปานกลาง ดูแลไม่ยาก ชอบดินร่วนหรือ
ดินท่ปี นทราย ต้องการแสงแดดเต็มวนั ตอ้ งการความช้ืนปานกลาง

ท่มี า : Kapook, (ม.ป.ป.)

118

>>ล้ินมังกร (Snake plant หรือ Mother-in-law’s tongue)
จดั เป็นต้นไม้ฟอกอากาศ มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี มีไหล
อยู่ใต้ดินเป็นข้อปล้องสั้น ๆ ใบเป็นรูปหอก แข็ง หนา ต้ังตรง
อาจจะบิดเป็นเกลียวเล็กน้อย ปลายใบเรียว ขอบใบเรียว แผ่นใบมี
ลวดลาย สีเขียวเข้มอมเทา พร้อมแถบสีเขียวอ่อนพาด นิยม
ขยายพนั ธุ์ด้วยการปก๎ ชาํ และแยกกอ แขง็ แรง ทนทาน เล้ียงง่าย ทน
แล้งดี ชอบแดดจัดถงึ ปานกลาง ต้องการน้ําน้อย

ทม่ี า : เทคโนโลยีชาวบา้ น, (2562)

>>พลูดําง (Devil's ivy, Golden pothos หรือ Hunter's
robe) จัดเป็นต้นไม้ฟอกอากาศ มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย ลําต้นกลม
และเป็นข้อเพื่อแตกใบและราก ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ ขนาดใหญ่
ออกดก โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาและ
อวบน้ํา มีท้ังสีเดียวและหลายสี ดอกออกเป็นช่อ หลากสี เช่น สี
เหลือง สีเขียว สีม่วงแดง ร่วงค่อนข้างง่าย ขยายพันธุ์ได้ด้วยการ
เพาะเมล็ดและป๎กชํา แต่จะนิยมป๎กชํามากท่ีสุด เพราะติดเร็ว ตาย
น้อย และทําง่าย ส่วนการดูแล ควรมีไม้หรือจัดปลายเถาให้พาดอิง
กับต้นไม้หรือสิ่งของอื่น รดน้ําบ่อย ๆ อย่างน้อย 3 วัน/คร้ัง ไม่ต้ังไว้
ในที่ทม่ี ี แสงแดดจัด และใสป่ ยุ฻ คอก หรอื ป฻ยุ หมักบา้ งเป็นครง้ั คราว

ทม่ี า : August, (2563)

กจิ กรรม D.I.Y. สรา๎ งรายได๎

ทม่ี า : herway, (2563)

119

>>สมุดทํามือหรือสมุด DIY สามารถนํากระดาษที่ใช้แล้ว ๑ หน้า มาประดิษฐ์ทําเป็นสมุดได้ เน่ืองจาก
สมุดทํามือหรือสมุด DIY เป็นงานฝีมือที่หาวัสดุได้ง่าย ต้นทุนไม่สูง วิธีการทําไม่ยุ่งยาก เพียงออกแบบหน้าปกให้
สวยงาม สะดุดตา หรือมีลูกเล่นให้เกิดความโดดเด่น เพ่ือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สําหรับขนาดไม่ควรใหญ่
และหนาจนเกินไป เพราะสมดุ ทาํ มอื เหมาะสําหรบั การเปน็ สมดุ พกพา

ทมี่ า : สยามอาชีพ, (2562)
>>ชั้นวางของ สามารถใช้วัสดุที่หาได้ง่าย เช่น กระดาษ ลัง กล่อง หรือเศษไม้ โดยสามารถประดิษฐ์ได้
หลากหลายรูปแบบตามความสนใจ เช่น ชั้นวางของตดิ ผนัง ช้นั วางของต้ังโตะ๊ หรอื ชั้นวางของแบบแขวน เนื่องจาก
ชั้นวางของเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูงจึงสามารถทําให้ลดค่าใช้จ่ายและช่วยลดขยะได้ นอกจากน้ียังสามารถ
นํามาสร้างรายได้เพ่ิมขึ้นอีกได้ หากมีความคงทน แข็งแรง สวยงาม มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสามารถ
นําไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จริง

ต๎นไม๎เศรษฐกิจที่ปลดล็อกใหต๎ ดั “ไมห๎ วงหา๎ ม” 158 ชนิด “ไม๎หายาก” 13 ชนิด โดยไมํผดิ กฎหมาย
รัฐบาลได้ปรับแก้ พ.ร.บ.ปุาไม้ พุทธศักราช 2484 ท่ีบังคับใช้มานานกว่า 78 ปี โดยเฉพาะการยกเลิก
มาตรา 7 ที่ได้กําหนดเกี่ยวกับไม้หวงห้ามท่ีขึ้นอยู่ในที่ดินท่ีไม่ใช่ปุา ก่อให้เกิดป๎ญหาอุปสรรคต่อการทําไม้ในท่ีดิน
ของประชาชนและไม่สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ป๎จจุบันเสร็จเรียบร้อยแลว้ กฎหมายที่ปรับแก้กําหนดให้สามารถตัด
ไม้ยืนต้นได้โดยไม่ผิดกฎหมายในท่ีดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง เช่น โฉนด นส.3 ก. ใบจอง สค.1 เป็นต้น
หรือให้ยกเลิกไม้หวงห้ามในท่ีดินเอกชนและท่ีดินท่ีได้รับอนุญาตให้ทําประโยชน์ ท้ังน้ี กฎหมายเดิมระบุว่า “ไม้มี
มูลค่าทางเศรษฐกิจบางชนิด ได้แก่ ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พยุงแกลบ ไม้กระพ้ี ไม้แดงจีน
ไมข้ ะยงุ ไม้ซิก ไม้กระซกิ ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูต๊ักแตน ไม้กระพ้ีเขาควาย ไม้เก็ดดํา ไม้อีเฒ่า ไม้เก็ดเขา
ควาย ไมว่ า่ จะข้ึนอยู่ในทใ่ี ดๆ ในราชอาณาจกั ร ถอื เปน็ ไม้หวงห้ามท้งั สน้ิ ”
อยา่ งไรก็ตามไม้ในที่ดนิ ตามหนงั สอื แสดงสิทธ์ิในทด่ี ินตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ทดี่ ินในสิทธิครอบครอง
สามารถตัดได้ เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนปลูกและตัดไม้ได้สะดวก ผลของการปรับแก้กฎหมายฉบับน้ี จะทําให้
ประชาชนมรี ายไดท้ ่มี นั่ คงจากการประกอบอาชีพทาํ ไมป้ ลกู ปาุ เศรษฐกจิ สง่ ผลให้เศรษฐกิจของไทยดีข้ึน ในอนาคต
ใครท่มี ที ี่ดินสามารถปลูกไม้มีค่าในท่ีดินของตนเองได้ ถ้าไม้โตแล้วอยากตัดไปขาย ทําได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก
เจ้าหน้าที่แลว้ หรอื อยากจะเอาไปเป็นหลักทรัพยค์ ํ้าประกันก็ทําได้เชน่ กัน

120

กฎหมายดงั กลา่ วครอบคลุมไม้หวงห้าม จาํ นวน 158 ชนิด และไม้หายากอกี จาํ นวน 13 ชนดิ คือ

1.กระเบา กระเบาน้ํา กระเบาใหญ่ 2.กาํ จดั ตน้ มะแขน่ แขว่น มะขว่ ง ลกู ระมาศ

3.กาํ ยาน 4.จันทนช์ ะมด

5.จนั ทนห์ อม 6.จนั ทนา จนั ทน์ขาว

7.ตีนเป็ดแดง เยลตู 8.ปะ กระ

9.รง รงทอง 10.สนแผง สนใบตอ่ แปกลม

11.สํารอง พุงทะลาย ทา้ ยเภา

12.แสลงใจ แสลงไหน แสลงทม แสลงเบ่อื แสงเบื่อ มะตึง่ ตึง่ ต้น บึงกา ตูมกา ตงึ่ ตูมกาขาว และ

13. แหลง แสลง ยวนผง้ึ ผงึ้ ลุง

การเลอื กปลกู ไม๎มคี าํ ตามวัตถปุ ระสงค๑ของการปลูก
1. เพื่อเป็นไมซ้ ุง และไม้แปรรูป
กลุ่มไม้โตช้า จะมีรอบหมุนเวียนยาวนานกว่า 30 ปี เช่น ประดู่ มะค่าโมง แดง สัก และพะยูง กลุ่มไม้โต
เรว็ เน้ือไม้ไม่แขง็ แรงมาก รอบหมนุ เวียน 5-10 ปี เชน่ สน ประดพิ ทั ธ์ ยูคาลิปตัส กระถ่นิ สะเดาเทยี ม
2. เพื่อเป็นไม้ฟืน
เป็นไม้ให้ความร้อนสูง มีความสามารถแตกหน่อได้ดี เช่น กระถินณรงค์ ข้ีเหล็ก ยูคาลิปตัส มะฮอกกานี
สะเดาเทียม
3. เพอ่ื อุตสาหกรรมเย่ือ และกระดาษ
เน้ือไม้มีเส้นใยค่อนข้างยาว เช่น ไผ่ หรือ เปลือกมีเส้นใยที่ค่อนข้างยาว ทํากระดาษพ้ืนบ้าน เช่น ข่อย
และปอสา
4. เพ่อื เปน็ อาหาร
ใบ ดอก และผลรับประทานได้ เช่น แค ข้ีเหลก็ และสะเดา
5. เพอื่ ใชเ้ ป็นสารสกัด
ใหน้ ้ําฝาดหรือแทนนิน ซึง่ เป็นสารสกัดในถงุ ขอวเหลวภายในเซลล์ พบในเปลือก เน้ือไม้ ใบ ราก ผล ใช้ใน
อุตสาหกรรมฟอกหนังสัตว์ และทอผ้า จากเนื้อไม้ เช่น กัลปพฤกษ์ คูน ตะแบกเลือด จากผลและเปลือก
เช่น สมอไทย มะค่าแต้ มะขามปูอม สมอภิเพก หรือ เพ่ือให้สีธรรมชาติ จะเป็นสารสกัดที่อยู่ในส่วนของ
ราก ใบ ต้น เช่น สีดํา

121

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๗
ปฏบิ ัตติ ามคําปฏิญาณและกฎของลูกเสอื

คําปณิธานของลกู เสอื อนรุ ักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล๎อม มีดงั น้ี
(1) ขา๎ จะยดึ มน่ั แนวทางจติ อาสาด๎านสิ่งแวดล๎อม
หมายถึง ยึดมั่นในแนวทางจิตอาสา การให้โดยความเต็มใจ สมัครใจ พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย
สติป๎ญญา เพื่อสาธารณประโยชน์ในการทํากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งท่ีเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวัง
ผลตอบแทน ไมน่ ิง่ ดูดายเมอื่ พบเหน็ ป๎ญหาทเ่ี กดิ ขนึ้ ด้านสิ่งแวดล้อมและพร้อมทีจ่ ะช่วยเหลือ
(2) ข๎าจะอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล๎อม
หมายถงึ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมอยา่ งฉลาด โดยใชใ้ หน้ ้อย เพือ่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
โดยคํานึงถึงระยะเวลาในการใช้ให้ยาวนาน และก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยท่ีสุด รวมท้ังต้องมีการ
กระจายการใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างท่วั ถงึ
(3) ข๎าจะสํงเสริมการมีสํวนรํวมในการอนุรักษ๑ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อมให๎กับประชาชน
ตลอดไป
หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ท่ีเก่ียวข้องทุกภาคส่วนของสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุก
ข้ันตอน พร้อมให้ข้อมูลข่าวสาร รับฟ๎งความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ และส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม

การกล่าวทบทวนคําปณิธานของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อเม่ือจัดกิจกรรม
ดงั น้ี

๑) เปดิ คา่ ยฝกึ อบรม
2) หลงั จากการฝึกอบรม มอบวุฒิบตั ร
๓) วันคล้ายวนั สถาปนาลกู เสอื อนรุ ักษฯ์ /วันชุมนมุ ลกู เสืออนรุ ักษ์

122

แผนการจดั กจิ กรรมที่ ๑๐
ขยะนี้มมี ลู คาํ

กิจกรรมครัง้ ที่ ๑

ใบแจง๎ ราคารบั ซื้อสินค๎า วัน พธุ ท่ี 29 กรกฏาคม 2563 (ราคาคา๎ ปลีก)
อา๎ งอิง บริษัท วงศพ๑ านิชย๑ อินเตอรเ๑ นชน่ั เนล จาํ กัด

ประเภทเศษกระดาษ / Paper

ชนิดสนิ คา๎ ราคา/ ชนดิ สินค๎า ราคา/ ชนดิ สินคา๎ ราคา/ ชนิดสินคา๎ ราคา/
หนวํ ย หนํวย หนํวย หนวํ ย

กระดาษแขง็ กลอ่ ง 1.70.- กระดาษสี/กระดาษกล่อง 0.70.- กระดาษหนังสอื เล่มรวม 0.90.- กระดาษย่อยสวย 0.70.-
น้ําตาล(A) รองเท้า/กล่องผลไม้

กระดาษอารต์ มัน 0.70.- กระดาษถุงปนู 0.70.- กระดาษขาว - ดาํ แผน่ 2.70.- กระดาษขาว - ดํา 1.70.-
เกรด A แผ่น เกรด B

กระดาษขาว - ดํา 0.80.- กระดาษหนงั สือพมิ พ์ 1.30.- กระดาษกล่องนม / ถงุ 0.00.- กระดาษแกว้ กาแฟ 0.00.-
แผ่น เกรด C นม/กลอ่ งนาํ้ ผลไม้

กระดาษขาว - ดํา 0.70.- กระดาษแขง็ กล่องนา้ํ ตาล 1.40.-
แผ่น เกรด D (B)

123

ประเภทขวดแก๎ว / Glass

ชนดิ สินค๎า ราคา / ชนดิ สนิ คา๎ ราคา / ชนิดสินคา๎ ราคา / ชนดิ สินค๎า ราคา /
หนวํ ย หนํวย หนํวย หนํวย

ขวดเบียร์ช้าง ( สี 0.50.- ขวดเบียรล์ โี อ : ใบ 0.30.- ขวดเบียร์ชา้ ง 12.50.- ขวดเบียร์ลโี อ / 9.50.-
เขยี ว สะอาด ) : ใบ (เขียว) / กลอ่ ง กล่อง / สะอาด

/ สะอาด

ขวดเหล้าขาว/กลอ่ ง ขวดซอสตราเดก็ ขวดซอสตรา ขวดหงสท์ อง

(24) ขวดสรุ าชมุ ชน/ 19.00.- สมบรู ณ์ 1 ลัง 12 3.00.- เดก็ สมบูรณ์ 1 6.00.- (700ซีซี) : 18.00.-

กล่อง (24) ขวด ลงั 24 ขวด กลอ่ ง

ขวดเบลนด2์ 85 7.00.- ขวดน้ําปลา / ใบ 0.70.- ขวดนํา้ ปลา / 17.00.- ขวดยาฉดี เล็กสี 1.75.-
(700ซีซี)/กล่อง ใบ พร้อมกล่อง ขาว (สภาพ
สมบูรณ์)

เศษแกว้ เบียร์

เศษแกว้ สขี าว 2.15.- (สะอาด,ไม่มี 1.85.- เศษแกว้ สีแดง 1.80.- เศษแก้วสเี ขียว 1.57.-

ส่ิงเจอื ปน)

ขวดไฮเนเก้น 18.50.- ขวดไฮเนเกน้ 18.50.- เศษแก้วรวมสี 0.57.-
(12)/กล่อง/สะอาด (24)/กล่อง/สะอาด

ประเภทพลาสติก / Plastic

ชนิดสินค๎า ราคา / ชนดิ สินคา๎ ราคา / ชนดิ สนิ ค๎า ราคา / ชนดิ สินค๎า ราคา /
หนํวย หนวํ ย หนํวย หนวํ ย

ขวดนํ้า PET ใสใน 5.00.- No.1 ขวดน้าํ PET 4.00.- No.2 ขวดน้ําPET 0.30.- No.3 ขวดนาํ้ PET 0.10.-
เครอื เปบฺ ซ่ี ใส (สเี ขยี ว) ใส (สกรนี )

ขวดนาํ้ ขาว-ขนุ่ 5.00.- ถังน้าํ ขาว-ขุ่น20 1.50.- พลาสติกรวมสี 2.00.- พลาสตกิ จุกนาํ้ ปลา 1.50.-
(HDPE) ลิตร (HDPE)

พลาสตกิ แผน่ 4.50.- พลาสติกขวด 3.00.- พลาสตกิ ขวดน้าํ เกลือ 1.00.- พลาสตกิ กรอบจม 0.50.-
ปูายอะคลี ิค นํา้ เกลือ (ตัดจุก) (ไมต่ ดั จุก) (ช้นิ ใหญ่)

สายรดั PET 2.00.- สายรดั PP.ลอยน้ํา 1.50.- พลาสติกแผน่ VCD 11.00.- พลาสตกิ แผน่ DVD 4.50.-
(สีเขยี วใส) (รวมสี)

ขวด PVC ใส/สี 0.40.- เศษถุงปุ฻ย 1.00.- PP.TD10,20(กง่ึ จมก่งึ 0.00.- ขวด เซเว่นอพั , 1.30.-
(ไมเ่ ปยี ก, สะอาด) ลอยนํ้า) เมาเท่นดิว

ถงุ พลาสติกใหญ่ PE 1.30.- ถุงพลาสตกิ ใหญ่ 1.00.- ถุงดําใหญ(่ ไมเ่ ปยี ก) 0.70.- แผน่ ฟวิ เจอร์ บอร์ด 2.00.-
HDPE (สี)

124

กิจกรรมครงั้ ที่ ๒

กล่องเครอื่ งดื่ม หรือทีน่ ิยมเรียกว่า กล่องนม แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื

1. กล่องยูเอชที มีกระดาษ อะลูมเิ นยี มฟอยล์ และพลาสติก ประเภทโพลเี อทิลนี เปน็ สว่ นประกอบ ซง่ึ

ช่วยใหผ้ ลิตภณั ฑ์ทบี่ รรจุ สามารถเกบ็ ไวไ้ ดน้ าน โดยไม่ตอ้ งแช่เยน็

2. กล่องพาสเจอไรซ์ มีส่วนประกอบเป็นกระดาษ และพลาสตกิ เทา่ นัน้ จงึ ต้องแชเ่ ยน็ เพื่อให้ผลติ ภณั ฑ์

ที่บรรจุอย่เู กบ็ ไว้ไดน้ าน

โดยช้นั ของกล่องเคร่ืองด่ืม มีดงั น้ี

๑) โพลีเอทิลีน ปูองกันความชน้ื จากภายนอก

๒) กระดาษ เพื่อความคงทนแข็งแรงของกล่อง

๓) โพลเี อทลิ นี ช่วยผนกึ กลอ่ งใหแ้ น่นสนิท

๔) อลูมเิ นยี มฟอยล์ ปอู งกันภาวะภายนอก

๕) โพลีเอทิลีน ชว่ ยผนึกกลอ่ งใหแ้ น่นสนิท

๖) โพลีเอทลิ ีน ช่วยปูองกนั และยึดติดการรว่ั ซมึ ของของเหลว

ทม่ี า : นวพร, (2552)

กระดาษเคร่ืองด่ืมผลิตมาจากเยื่อกระดาษท่ีมีเยื่อใยยาวและเย่ือก่ึงเคมีที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน
เย่ือกระดาษจึงมีความแข็งแรงกว่าเย่ือกระดาษจากกล่องกระดาษเก่า (old corrugated carton boxes) ที่ผ่าน
การรีไซเคลิ มาหลายครัง้ ดังน้ัน เยอื่ กระดาษที่ได้มาจากกล่องเครื่องดื่ม จึงเหมาะท่ีจะนํามาทําเป็นกระดาษกล่องท่ี
ต้องการความแข็งแรงสูง ส่วนพลาสติกและฟอยล์สามารถนําไปทําเป็นอุปกรณ์พลาสติกท่ีต้องการความแข็งแรง
เช่น ด้ามจับกระทะ หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลทั่วไป โดยกล่อง UHT สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้
มากมาย ดงั นี้

๑) โครงการหลงั คาเขียว
เกิดจากการร่วมมือกันของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จํากัด บริษัทชั้นนําด้านกระบวนการ

ผลติ และบรรจุภัณฑ์สาํ หรับอาหารและเครื่องดืม่ รว่ มกับบริษัท บ๊ิกซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน) ศูนย์รีไซเคิล
กล่องเคร่ืองด่ืม โดย บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จํากัด และกรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม กระทรวง

125

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่ีมุ่งมั่นในการดําเนินโครงการรณรงค์เพ่ือสนับสนุนการคัดแยกจัดเก็บ และ
รีไซเคิลกล่องเคร่ืองดื่มใช้แล้วให้ประสบความสําเร็จสูงสุด โครงการ "หลังคาเขียวเพ่ือมูลนิธิอาสาเพ่ือนพ่ึง (ภาฯ)
ยามยาก" ที่มแี นวคดิ การทํางานด้านสิ่งแวดล้อมโดยการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครตั้งจุดรับกล่องเคร่ืองด่ืม จัดเก็บ
กล่องเครอื่ งดม่ื ผา่ นทางมลู นธิ ิฯ และอาสาหลงั คาเขยี ว ท่ีจะช่วยสร้างโลกสีเขียวให้กับส่วนรวม โดยการช่วยจัดเก็บ
กลอ่ งและนํากล่องเครื่องด่ืมท่ีบริโภคแล้วกลับมารีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคาซึ่งจะผลิตจากกล่องเครื่องด่ืมรีไซเคิลเป็น
ครั้งแรกในประเทศไทย เพ่ือมอบให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพ่ึง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพ่ือนําไปใช้
ประโยชน์ตอ่ สงั คม

คุณสมบตั ิของหลงั คาเขยี ว
• ผลิตจากกล่อง UHT ท่บี รโิ ภคแล้ว โดยไมต่ ้องมีการใชส้ ารเคมีประกอบในกระบวนการผลติ
• ทนทาน ไม่แตกหักงา่ ย
• ทนไฟ
• ไมต่ ้องใชโ้ ครงสร้างหนัก (เนื่องจากไมซ่ ึมซบั นํา้ )
• ไม่ดดู ซบั แสงแดด หรือความร้อน ช่วยประหยดั พลังงาน
• ปลอดเชอ้ื รา
• ซ่อมแซมงา่ ย (ด้วยการใช้ความรอ้ นเช่ือมประสาน)
ทง้ั น้ี หลังคา 1 แผน่ มีขนาด 1 x 2.40 เมตร และใช้กล่องเครอ่ื งดื่มประมาณ 2,000 กล่อง ในการผลิต

๒) ผลติ เป็นไม๎กระดาน (Green Board)

ทีม่ า : นวพร, (2552)

กล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว จะถูกนํามาตัดย่อยเป็นช้ินเล็กๆ ก่อนที่จะนํามาโรยบนแผ่นเหล็ก เพ่ือข้ึนรูป
แผ่นตามความหนาที่ต้องการ จากนั้นจะนําเข้าเครื่องอัดร้อนท่ีอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เพ่ือ
หลอมพลาสติกท่ีปนอยู่แล้วจึงนําไปเข้าเคร่ืองอัดเย็นโดยพลาสติกจะเป็นตัวยึดกระดาษและอลูมิเนียม
ฟอยล์ให้ตดิ เปน็ เนอื้ เดยี วกนั จงึ ไม่จําเปน็ ตอ้ งใชก้ าวหรอื สารเคมีใดๆ เลยในขน้ั ตอนการผลติ

126

คุณสมบัตขิ อง greenboard
1. ผลติ จากวสั ดุเหลือใช้ และมพี ้ืนผวิ เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั
2. กนั นํ้าได้ดี กันปลวกได้ 100% และไม่เป็นผุยผง
3. เปน็ ฉนวนกันความร้อนและเสียงได้อยา่ งดี
4. ดดั โคง้ และทําเปน็ รูปร่างต่างๆ ได้ตามความต้องการ
5. สามารถเลือ่ ย ตัด ดดั ตดิ กาว เจาะ และยึดด้วยตะปไู ด้ เชน่ เดยี วกับแผน่ ไม้ชนิดอ่นื ๆ
6. ปราศจากสารฟอร์มัลดีไฮด์ ซง่ึ ตา่ งจาก particlebord หรอื MDF

นอกจากนแ้ี ลว้ กลอ่ งเครื่องด่ืมยงั สามารถนําไปทําเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกต่างๆ ได้อีก เชน่ ท่ีรองแก้ว,ที่
วางซีด,ี ทีใ่ ส่ของ, กระเป฻า และเครื่องใชอ้ ่นื ๆ อีกมากมาย

ทีม่ า : นวพร, (2552)

๓) กระดาษสาจากกลํองนม
การทํากระดาษสาจากกล่องนมนั้นสามารถทําได้โดยฉีกเย่ือกระดาษจากกล่องนมให้เป็นช้ินเล็กๆ แล้ว

นําไปแช่นํ้า จากน้ันนําไปป๎่นให้ละเอียดและผสมสีผสมอาหาร นําเย่ือกระดาษที่ผสมสีอาหารแล้วใส่ในกะละมัง
และนําตะแกรงใส่ในกะละมังแล้วยกข้ึนจากนั้นนําไปตากแดด โดยอุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ กล่องนม สีผสม
อาหาร เครื่องป๎่น ตะแกรง และกะละมัง นอกจากนี้เราสามารถใส่ลวดลายให้กระดาษจากเยื่อกล่องนมได้โดย
การใสใ่ บไม้ หญา้ กลบี ดอกเปน็ ลวดลายไดอ้ ีกด้วย

กจิ กรรมครงั้ ท่ี ๓
ปุย๋ มูลไสเ๎ ดอื นดนิ นํ้าหมกั มลู ไสเ๎ ดือนดิน
ปยุ฻ มลู ไสเ้ ดือนดิน น้าํ หมกั มลู ไส้เดอื นดิน และตวั ไส้เดอื นดนิ ซึง่ มลู ไส้เดือนดินเป็นป฻ุยที่ดีมาก เหมาะอย่าง

ยง่ิ ในการใช้ปลูกพชื ส่งเสรมิ การออกดอกผลของพืช ส่วนนํ้าหมักมูลไส้เดือนดินสามารถนําไปใช้ปรับสภาพดินฟื้นฟู
ต้นพืชท่เี สื่อมโทรมหรอื ติดโรค และสามารถปรับสภาพน้ําเน่าเสียหรือดับกลิ่นเหม็นของห้องนํ้าได้ ประชากรที่เพิ่ม
มากข้ึนส่งผลให้ขยะอินทรีย์เป็นป๎ญหาอย่างมากดังนั้นหากมีการเปลี่ยนขยะอินทรีย์เป็นปุ฻ยสําหรับใช้ในการปลูก
พชื จะสามารถลดปริมาณขยะอินทรยี ์ลงได้ ลดค่าใช้จ่ายในการกําจัดขยะลงจํานวนมาก และได้ป฻ุยคุณภาพดีเพื่อไป
ใช้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตรไปพร้อมกันอีกด้วย ถือเป็นแนวทางใหม่ในการจัดการขยะ และการจัดทํา
แผนปฏิบัติการจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อมในชุมชนได้ บ้านเรือนและชุมชนมักมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดขยะอินทรีย์
จํานวนมาก เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหารเป็นประจําทุกวัน ขยะอินทรีย์เหล่านี้ สามารถใช้การเล้ียง
ไสเ้ ดือนดนิ เพอ่ื ใชใ้ นการกาํ จดั ขยะอินทรียเ์ หลา่ น้ีได้ ด้วยชดุ เลี้ยงไส้เดอื นดินทส่ี ามารถทําเองได้ง่าย เช่น ถังน้ํา/อ่าง

127

น้ําพลาสติก ล้ินชักพลาสติก บ่อวงซีเมนต์ หรือสร้างโรงเรือนขนาดเล็ก โดยสามารถใส่เศษขยะอินทรีย์ได้ทุกวัน
และเม่อื ไส้เดือนดินย่อยสลายขยะอินทรีย์เหล่าน้ันจะได้ปุ฻ยหมักและนํ้าหมักมูลไส้เดือนดินคุณภาพสูงไว้ใช้ปลูกพืช
ตา่ งๆ ภายในบา้ นได้ นอกจากนย้ี ังสามารถลดภาระการจดั เกบ็ ขยะลงได้จํานวนมาก

โครงการทน่ี ําสนใจเพ่ิมเตมิ ดา๎ นสงิ่ แวดลอ๎ มและการจัดการขยะ
๑) โครงการ Eco-Schools คอื โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาระดับนานาชาติ ที่สามารถใช้เป็นแนวทางใน
การบริหารจัดการโรงเรยี นให้เป็นโรงเรยี นดา้ นการศึกษาและการจัดการส่ิงแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการ
ระหว่างการมสี ว่ นร่วมและการเรยี นรจู้ ากการลงมือทํา เริม่ ต้นจากฟ้ืนฟสู ิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียนไปสู่ชมุ ชนรอบขา้ ง
๒) โรงเรียนอโี คสคูล (Eco-School) เป็นการทํางานด้านการส่งเสริมกระบวนการส่ิงแวดล้อมศึกษาใน
โรงเรียน ที่ต่อยอดมาจาก โครงการศูนย๑ส่ิงแวดล๎อมศึกษาระดับจังหวัด (พ.ศ.2538 - 2548) ซึ่งกรมส่งเสริม
คุณภาพสิง่ แวดล้อมให้การสนบั สนนุ โรงเรียนเพ่อื จดั ตั้งเป็นศูนยส์ ่งิ แวดลอ้ มศึกษาระดบั จงั หวัด
๓) ZERO WASTE : ปฏิบัติการขยะเหลือศูนย๑ เป็นแนวทางในการลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง ทําให้
ปริมาณขยะที่ต้องนําไปกําจัดให้ลดเหลือน้อยท่ีสุดจนเป็นศูนย์ หัวใจสําคัญก็คือ การจัดการขยะที่ต้นทาง เน้นการ
ลดขยะ การใชซ้ า้ํ และการคัดแยกเพอ่ื นาํ กลับมาใช้ใหม่ กอ่ นนาํ ไปกําจัด ซึ่งแตกต่างจากการจัดการขยะในป๎จจุบัน
ท่ีเน้นการกําจัดหรือจัดการขยะท่ีปลายทาง มากกว่าการแก้ไขที่ต้นทาง โดยสามารถเร่ิมต้นได้ต้ังแต่ท่ีบ้านของเรา
เอง และทกุ คนในครอบครัวลงมอื ทาํ ได้ทันที

128

แผนการจดั กิจกรรมที่ ๑๒
การกางเต็นท๑และรอ้ื เตน็ ท๑ทพ่ี ักแรม

การเลอื กพน้ื ทก่ี างเตน็ ท๑
๑) สังเกตพืน้ ทโี่ ดยรอบ
๒) หาจุดตง้ั เต็นทใ์ นทปี่ ลอดภัย เหมาะสมและปลอดภัยที่สดุ
๓) จดั การขยะ โดยการเกบ็ ขยะ พร้อมแยกขยะก่อนทิ้งทุกครั้ง
๔) ควรกางเต็นท์ใต้ลมบริเวณท่ีมตี น้ ไมแ้ ละไมค่ วรกางเตน็ ทใ์ นทโ่ี ล่ง เพราะถ้ามีลมแรง อาจทําให้เต็นท์
เสียหายได้
๕) ไม่ควรกางเต็นท์อยู่บริเวณชายเขา เพราะหากฝนตกหนัก นํ้าจะไหลผ่านและถ้าหากนํ้าเกิดไหลไม่
หยดุ จะมนี ํา้ มากจนเกิดอันตรายได้
๖) ไม่ควรกางเต็นท์ในทางนํ้าไหลหรือลําธารท่ีแห้งแล้งเด็ดขาด เพราะเม่ือฝนตกไหลบ่าลงลําธาร
อาจจะเกดิ นาํ้ ไหลเต็มภายในไมก่ น่ี าที
๗) ไม่ควรกางเตน็ ทบ์ ริเวณท่ีมีหญ้ารกหรอื น้ําเฉอะแฉะ เพราอาจเป็นที่อย่อู าศัยของยงุ และแมลง
๘) กอ่ นกางเตน็ ทค์ วรสงั เกตพ้ืนที่บริเวณนั้นว่าเป็นทางเดินของสัตว์หรือด่านสัตว์หรือเปล่า โดยสังเกต
จากรอยเท้าในบรเิ วณนั้นถา้ หากคดิ วา่ ไมป่ ลอดภัยควรหลีกเลี่ยง
๙) หากจําเป็นจะตอ้ งกางเตน็ ทใ์ นบรเิ วณที่ขรุขระ ควรนําใบไม้ใบหญ้ามารองปอู งการการเจ็บหลงั
๑๐) ในกรณีที่มีข้อจํากัดเรื่องพ้ืนที่ สามารถเลือกใช้เต็นท์แบบอ่ืนๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้นท่ี
น้ันๆ และสง่ ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศน้อยทีส่ ุด

ระบบนเิ วศ

ท่มี า : Haiku Deck, (2558)

129

ระบบนิเวศและความสัมพนั ธ๑ระหวํางธรรมชาตกิ บั สิ่งมีชวี ิต
สิง่ มีชีวิตทุกชนิดบนโลกของเรานี้ ไม่สามารถอาศัยอยู่ตามลําพังได้ จําเป็นต้องพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกัน
ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น ลูกนก เม่ือเกิดใหม่ในรัง ยังไม่ลืมตา ขนปีกขน หางยังไม่งอก ไม่สามารถพ่ึงพาตนเอง
ได้ ต้องอาศัยแม่นก พ่อนก ออกหาอาหารเพื่อมาเลี้ยงลูกนก คอยระวังปกปูองให้พ้นภัยจากศัตรู จนกว่าจะเติบ
ใหญ่มขี นปกี ขนหางยาวพอท่ีจะบนิ ได้ แต่พอ่ นก แมน่ ก กย็ ังตอ้ งเฝูาดูแล หัดสอนบิน แนะให้รู้จักแหล่งอาหาร รู้จัก
เพ่ือน และรู้จักระวังภัยให้พ้นจากศัตรู เช่นเดียวกับมนุษย์ ต้องพึ่งพาอาศัยพ่อแม่ญาติพ่ีน้องคอยดูแล เลี้ยงดูมา
ต้งั แต่เล็กจนเตบิ ใหญ่ เม่ือโตข้ึน ก็ยังไม่สามารถอยู่ได้โดยลําพัง ยังคงมีความจําเป็นต้องพ่ึงพาอาศัยบุคคลรอบข้าง
และสิง่ แวดล้อมอนื่ ๆ ต่อไป จนตลอดชีวติ
สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ซึ่งมีทั้งส่ิงมีชีวิต และส่ิงไม่มีชีวิต จึงมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์ โดยมี
ความสัมพันธ์อันแนบแน่น และซับซ้อนของส่ิงมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมเช่นน้ี เรียกว่า ระบบนิเวศ ถ้าสิ่งแวดล้อมดี
อากาศดี นํ้าสะอาด ดินมีคุณภาพ และปุาไม้อุดมสมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้ชีวิตสามารถดํารงอยู่ได้อย่างสมดุลแต่
ในทางตรงกันข้าม ถ้าส่ิงแวดล้อมถูกทําลาย อากาศเสีย น้ําเน่า ดินเสื่อม และปุาไม้หมดไป ส่ิงมีชิวิตทั้งหลายทั้ง
ปวงในระบบนเิ วศนั้น ก็ไม่สามารถดํารงชวี ิตอย่ไู ด้
ระบบนิเวศ หมายถึง ระบบของส่ิงมีชีวิต ซึ่งอยู่ได้ด้วยตัวเอง และมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่อยู่
โดยรอบ และในระบบนิเวศอันใดอันหน่ึง ย่อมประกอบข้ึนด้วยองค์ประกอบสําคัญสองส่วน คือ องค์ประกอบที่มี
ชีวิต และองค์ประกอบท่ีไมม่ ีชวี ติ
องคป๑ ระกอบที่มชี ีวิต
- ผู๎ผลิต เช่น พืช ซ่ึงสามารถสร้างอาหารได้ด้วยตัวเองจากเกลือแร่ใน ดินและน้ําเพราะมีสารสีเขียวชื่อ
ว่าคลอโรฟลี ล์ ท้ังนี้โดยความช่วยเหลอื จากพลงั งานแสงอาทติ ย์
- ผู๎บริโภค ซึ่งสร้างอาหารไม่ได้ต้องกินพืชและสัตว์อ่ืนๆ เป็นอาหาร ตัวอย่างของผู้บริโภค ได้แก่ วัว
ควาย เสอื สนุ ัข แมว ไก่ และอ่ืนๆ
- ผู๎ยอํ ยสลาย ซ่งึ ปรงุ อาหารเองไมไ่ ด้ ต้องอาศัยซากของสิง่ มีชีวติ อน่ื ๆ เปน็ อาหาร ไดแ้ ก่ จลุ นิ ทรีย์ต่างๆ เปน็ ต้น
สวํ นองค๑ประกอบทไ่ี มมํ ชี ีวติ แบํงยอํ ยออกไดเ๎ ปน็
- อนินทรียสาร เช่น ออกซเิ จน นํา้ คารบ์ อนไดออกไซด์
- อินทรยี สาร เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมนั ซ่ึงพชื และสงิ่ มีชวี ติ ขนาดเล็ก สงั เคราะหข์ นึ้ มาจากอนนิ ทรยี สาร
- ภมู อิ ากาศ เช่น แสง น้ําฝน และความชนื้

ที่มา : Blogspot, (2557)

130

เนอื่ งจากสง่ิ มชี ีวิตในระบบนิเวศ ตอ้ งกนิ อาหาร ซึ่งได้แกส่ ง่ิ มชี วี ติ ดว้ ยกัน ถ้าไม่กินพืช ก็ต้องกินสัตว์ หรือ
กิน ท้ังพืช ท้ังสัตว์ จึงเกิดการถ่ายทอดพลังงานจากชีวิตหน่ึงไปสู่อีกชีวิตหน่ึง การถ่ายทอดพลังงานน้ีเราเรียกว่า
หํวงโซํอาหาร (Food Chain) คือ การถ่ายทอดพลังงานกันอย่างเป็นลําดับขั้น จะมีลําดับการถ่ายทอดพลังงาน
ต่อกันเปน็ ลาํ ดับ การถ่ายทอดพลงั งาน แบ่งออกได้เป็นสามรูปแบบ คือ แบบการลา่ เหย่อื แบบปรสิต และแบบซาก
อินทรีย์

1. ห่วงโซ่อาหารแบบการล่าเหยื่อ เป็นโซ่อาหารท่ีเริ่มจากพืช ไปยังสัตว์ฺเล็ก แล้วต่อไปยังสัตว์ใหญ่กว่า
เชน่ หญ้าเปน็ อาหารของกวาง และกวางเป็นอาหารของเสืออีกต่อหนงึ่

2. หว่ งโซ่อาหารแบบปรสิต เป็นโซ่อาหารที่เริ่มจากสัตว์ใหญ่ไปหาสัตว์เล็กตามลําดับ เช่น กวางถูกเห็บ
และไรกดั กนิ เลอื ดเป็นอาหาร ส่วนเหบ็ ไร ก็ถูกบคั เตรีกิน และบคั เตรีกถ็ กู ไวรสั ซ่ึงมขี นาดเลก็ กว่ากนิ อกี ทอดหนึง่

3. โซ่อาหารแบบซากอินทรีย์ เป็นโซ่อาหารท่ีเริ่มต้นจากซากชีวิตที่ตายแล้ว ไปยังส่ิงมีชีวิตเล็กๆ เช่น
ซากหนูที่ตายแล้ว ถูกย่อยสลายโดยบัคเตรี ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เม่ือบัคเตรีมีจํานวน
เพ่ิมข้ึน กจ็ ะมแี มลงมากัดกินบคั เตรีอีกต่อหน่งึ

ท่มี า : Thitiyam, (2562)
ในระบบนิเวศส่ิงที่ไม่มีชีวิต จะทําหน้าท่ีเป็นส่ิงแวดล้อมให้แก่ส่ิงที่มีชีวิต เพราะเป็นผู้เกื้อหนุนพลังงาน
และสสาร ให้กับส่ิงมีชีวิตท้ังหมด ซึ่งทําให้เกิดการแลกเปลี่ยนพลังงาน และสสาร ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับส่ิงไม่มีชีวิต
ในขณะท่ีส่ิงมีชีวิตทําหน้าที่เป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย โดยมีผู้ย่อยสลายเป็นตัวสําคัญที่สุด ใน
การเช่อื มโยงส่งิ มชี ีวติ ใหห้ มนุ เวียนเปน็ วฎั จักรอยูใ่ นระบบนิเวศ
ความสมดุลของระบบนิเวศย่อมจะคงอยู่ได้ ตราบเท่าท่ีมีความหลากหลายของชีวิตภายในระบบ ทําให้
เกิดความสัมพันธ์ที่เป็นระเบียบ และซับซ้อน แต่ถ้าองค์ประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดถูกทําให้กระทบกระเทือน
แม้เพียงเล็กน้อย ผลกระทบน้ัน ก็จะถูกส่งทอดต่อไปยังองค์ประกอบอื่นๆ ทั่วทั้งระบบ ถ้าความกระทบกระเทือน
นั้น เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถปรับตัวเข้าสู่สภาวะแห่งความสมดุลได้ใหม่ ระบบน้ันก็คงอยู่ต่อไปได้ แต่ถ้า
ผลกระทบนัน้ รนุ แรงเกนิ กว่าที่ระบบจะปรับตวั ให้เขา้ สสู่ ภาวะสมดุลได้ ระบบท้ังระบบ ก็จะแตกสลายลง
มนุษย์เป็นองค์ประกอบสําคัญอันหนึ่งของระบบนิเวศ มนุษย์สามารถเป็นได้ท้ังผู้สร้าง และผู้ทําลาย
การทําลายสิ่งแวดล้อม อันได้แก่ ปุาไม้ อากาศ นํ้า และดิน จนเสื่อมโทรม และสูญเสียสภาพน้ัน อาจทําให้ระบบ
นเิ วศของเราแตกสลายลง จนไม่อาจกลบั คนื สสู่ ภาวะสมดลุ ไดอ้ ย่างเดมิ

131

เราจึงไม่ควรทําตัวเป็นผู้ทําลายสิ่งแวดล้อม แต่ต้องเป็นผู้สร้างที่ดี โดยรู้จักใช้ และรู้วิธีถนอมรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ คือ ปุาไม้ อากาศ น้ํา และดิน ให้ระบบนิเวศของเราคงอยู่ในสภาวะสมดุล เพื่อความผาสุก
และความอยู่รอดปลอดภัยร่วมกันของพวกเราทุกคน
ตวั อยําง ภาพการถ่ายทอดพลงั งาน

ภาพที่ 1 ห่วงโซ่อาหาร(Food Chain)

ทีม่ า : b.peer, (2559)
ภาพที่ 2 สายใยอาหาร(Food web)

ที่มา : สชุ ญา, (ม.ป.ป.)

132

แผนการจัดกิจกรรมที่ ๑๓
การบรรจเุ ครอ่ื งหลังสาํ หรับการเดินทางไกลไปพักแรม

หลกั 3R คอื อะไร
Reduce (ลดการใช้) คือ “ลดระดับการใช้ในป๎จจุบันลงโดยควบคุมปริมาณการใช้ให้อยู่ในสัดส่วนท่ี

พอเหมาะ เพอ่ื ทําให้เกดิ การสูญเปล่าใหน้ อ้ ยทส่ี ุด” หรอื ลดการใช้อยา่ งฟุมเฟือย และ ใช้ทุกสิ่งอย่างคุ้มค่า เลือกใช้
เท่าท่ีจําเป็นและใช้สินค้าที่มีอายุการใช้งานนานเป็นการปรับเปล่ียนพฤติกรรมของตนเอ งในการใช้สินค้าบริการ
ต่างๆ โดยคํานึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมท้ังขยะท่ีจะเกิดขึ้น ตลอดจนการใช้พลังงานในการผลิต ความ
ส้ินเปลืองในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทุกคนมีส่วนช่วยกันได้โดยพิจารณาถึงความจําเป็นก่อนซ้ือสินค้า และ
หากสินค้าน้ันมีความจําเป็นต้องซ้ือควรพิจารณาถึงการนํากลับมาใช้ซ้ําหรือนํามาแปรรูปใช้ใหม่ของบรรจุภัณฑ์ท่ี
เหลือดว้ ย ยกตัวอย่างลดการใช้ เช่น

- การไปจ่ายตลาด ถ้าเรานําเอาถุงผ้า ถุงกระดาษ หรือประเภทตะกร้าจักสานท่ีทําด้วยหวาหรือไม้ไผ่
ติดมอื ไปด้วย กจ็ ะช่วยลดปริมาณการใชถ้ ุงพลาสติกลงได้

- การขอถงุ ใหญ่ใบเดยี ว แทนการใชถ้ ุงพลาสตกิ เล็กๆ หลายๆ ใบ
- การใชแ้ ก้วนํา้ เซรามิค แทนแก้วพลาสตกิ หรอื แก้วกระดาษ
- ปฏเิ สธหรือหลีกเลี่ยงสินคา้ หรอื ผลติ ภณั ฑฟ์ ุมเฟือย เชน่ สนิ คา้ ลดราคาตา่ งๆ
- ปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงสินค้าหรือผลิตภัณฑท์ มี่ หี บี ห่อบรรจภุ ัณฑฟ์ มุ เฟือยมกี ารห่อหุ้มหลายชน้ั
- ปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงการเลือกซื้อสินค้าชนิดใช้ครั้งเดียวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานตํ่า และเป็น
อนั ตราย เชน่ ถ่านไฟฉายที่ไม่ไดม้ าตรฐาน
- ปฏิเสธหรือหลีกเล่ียงการซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กสําหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นประจํา ควรเลือกที่มีขนาด
ใหญ่เพราะค้มุ ค่า และใช้บรรจภุ ณั ฑ์นอ้ ยกว่า
- การใช้สินคา้ หรือผลิตภัณฑช์ นิดเติม

Reuse (การใช้ซํ้า) เป็นการนําส่ิงของที่ใช้งานไปแล้วแต่ยังสามารถใช้งานได้มาใช้อีกให้คุ้มค่า
บํารุงรักษาส่ิงของน้ันๆ ให้มีอายุการใช้งานนานๆ หรืออาจนําไปให้ผู้อ่ืนใช้ต่อหรือบริจาคได้ “ขยะหลายชนิดท่ีเรา
“ทิ้ง” อาจเป็นวัตถุดิบในการผลิตสําหรับผู้อ่ืนได้ เช่น เศษไม้จากการก่อสร้าง สามารถนํามาทําเฟอร์นิเจอร์ได้ ถุง
ใส่เมล็ดกาแฟในร้านขายกาแฟสามารถนํามาทํากระเป฻า ขี้เล่ือยสามารถทําเป็นธูปหรือแม้แต่การดัดแปลงของใช้
งา่ ยๆ ในบา้ น เช่น การนําขวดโหลกาแฟมาล้างทําความสะอาด และใช้เป็นขวดโหลใส่ของ ขวดนํ้าอัดลมที่ทําด้วย
พลาสติก นํามาใส่นํ้าด่มื หรือนําไปใส่ปุ฻ยน้ําชีวภาพ กากน้ําตาล ถุงพลาสติกก็ใช้หลายๆ ครั้ง ตามสภาพและความ
เหมาะสม” รวมท้ังเป็นการลดปริมาณขยะทจ่ี ะเกิดขึน้ อีกด้วย ซงึ่ มวี ธิ ีการตา่ งๆ มากมาย เช่น

- เลอื กซ้อื หรอื ใชผ้ ลติ ภัณฑท์ ี่ออกแบบมาให้ใช้ได้มากกว่า 1 คร้งั เชน่ แบตเตอรป่ี ระจุไฟฟาู ใหม่ได้
- ซอ่ มแซม(Repair) เครอื่ งใช้ และอุปกรณต์ า่ งๆ ใหส้ ามารถใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ีก
- บาํ รงุ รักษาเครือ่ งใช้ อุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้คงทนและยาวนานขึ้น
- นําบรรจุภัณฑ์และวัสดุเหลือใช้อื่นๆ กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น การนํามาใช้ซ้ําถุงพลาสติก ถุงผ้า
ถงุ กระดาษ กล่องกระดาษ ขวดนํ้าดืม่ เหยอื กนม และกลอ่ งใส่ขนมมาใช้ซ้ํา

๑๓๓

- ยมื เช่า หรือใช้ส่ิงของหรือผลิตภณั ฑ์ท่ีใช้บ่อยครัง้ รว่ มกัน เช่น หนังสือพมิ พ์ วารสาร
- บริจาคหรอื ขายสงิ่ ของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น หนังสอื เส้ือผา้ เฟอรน์ ิเจอร์ และเครื่องมือใช้สอยอื่นๆ
- ใชซ้ า้ํ วัสดุสํานักงาน เชน่ การใชก้ ระดาษทงั้ สองหน้า เป็นต้น
- การดดั แปลงสงิ่ ของใหใ้ ช้ประโยชน์ เช่น การนาํ ยางรถยนตม์ าทาํ เก้าอี้ การนําขวดพลาสติกมาดัดแปลง
เป็นที่ใส่ของ แจกนั การนาํ เศษผ้ามาทําเปลนอน เป็นตน้

Recycle (การนํากลับมาใช้ใหม่) เป็นการนําวัสดุต่างๆ เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก เหล็กอะลูมิเนียม ฯลฯ
มาแปรรูปโดยกรรมวิธีต่างๆ เพื่อนํากลับมาใช้ใหม่ ซ่ึงนอกจากจะเป็นการลดปริมาณขยะมูลฝอยแล้ว ยังเป็นการ
ลดการใช้พลังงานและลดมลพิษท่ีเกิดกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย และสามารถนํากลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เป็นสินค้าชนิด
ต่างๆ ได้ เชน่

- นาํ ขวดพลาสติก PET มาหลอมเป็นเม็ดพลาสติก ตีเปน็ เส้นใยนํามาผลิตเป็นพรม หรอื เส้ือ
- นาํ กระดาษใชแ้ ลว้ มาแปรรูปเป็นเยอื่ กระดาษ เพ่ือนนาํ มาเป็นส่วนผสมในการผลิตกระดาษใหม่
- นาํ เศษแก้วเก่ามาหลอม เพื่อขน้ึ รูปเป็นขวดแกว้ ใหม่
- นําเศษอลูมิเนียมมาหลอม ขึ้นรูปเป็นแผ่น นํามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม รวมทั้งกระป฻อง
อะลมู ิเนียม
ดงั นัน้ เราจงึ ควรคดั แยกขยะรไี ซเคิลแต่ละประเภท ได้แก่ แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ/อโลหะ เพื่อให้
งา่ ยต่อการนําไปรไี ซเคิล โดยนําไปขาย/บริจาค/นาํ เข้าธนาคารขยะ/กิจกรรมขยะแลกไข่ เพื่อเข้าสู่วงจรของการนํา
กลบั ไปรีไซเคิล
นอกจากวิธีการข้างต้น ยังมีการนําขยะมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อีกมากมาย ซ่ึงหลายประเทศได้มี
การพัฒนาและใช้ประโยชนก์ ันอยา่ งจรงิ จงั แล้ว เชน่
• การนํามูลฝอยหรือของเสียมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน ของเสียมีสารประกอบจํานวนมากท่ีสามารถ
เปล่ียนเป็นผลผลิตทางพลังงาน โดยขบวนการเผาไหม้จากมูลฝอยสามารถใช้ประโยชน์ในด้านพาณิชย์และ
อตุ สาหกรรม ทั้งสามารถเกบ็ เปน็ พลงั งานได้
• การนาํ กากของเสยี ไปเปน็ อาหารสตั ว์และใชป้ ระโยชนท์ างการเกษตร
• การนํามูลฝอยมาหมักทําป฻ุย การหมักทําป฻ุยเป็นขบวนการทางชีวเคมีท่ีเปล่ียนแปลงหรือย่อยสลาย
สารอนิ ทรยี ์ในของเสีย เพื่อได้ปยุ฻ เปน็ อาหารของพชื หรือใช้ดนิ กลบฝง๎ มูลฝอยในขบวนการฝ๎งกลบมลู ฝอย
• การนําขยะหรอื มลู ฝอยมาแปรสภาพให้เป็นวัตถุก่อสร้าง ในประเทศญ่ีปุนมีโรงงานอัดเถ้าขยะท่ีได้จาก
เตาเผาให้เป็นแท่ง แท่งขยะท่ีได้นําไปชุบยางและแอสฟ๎ลด์หรือเทคอนกรีต จากนั้นนําไปใช้ในการก่อสร้างแทนอิฐ
หรอื คอนกรตี บล็อก
• การนํากากของเสียมาปรับปรุงพื้นท่ี ขยะมูลฝอยเกือบทุกชนิดสามารถนําไปใช้สําหรับถมท่ีดินที่เป็น
หลุมเป็นบ่อ หรอื ทําให้ที่ดังกล่าวกลายเป็นพ้ืนที่ราบเรียบ ใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายประการ ในต่างประเทศมี
การใชพ้ ้นื ทท่ี ่เี กดิ จากการถมดว้ ยขยะมลู ฝอยแบบการฝง๎ กลบและสามารถนําไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้

๑๓๔

สงั เกตไดอ๎ ยํางไรวําสนิ ค๎าหรือบริการใดเป็นมิตรตอํ ส่ิงแวดลอ๎ ม
สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม จะต้องได้รับการตรวจสอบประเมินผลกระทบที่เกิดจาก

กระบวนการผลิตตลอดทั้งวัฏจักรผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดจากผู้ชํานาญการด้านสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์หรือ
ข้อกําหนดของสินค้าผลิตภัณฑ์ หรือบริการแต่ละประเภท จึงจะได้รับ "ฉลาก" หรือ "ตราสัญลักษณ์" ซ่ึงแสดงว่า
สินค้าหรอื บริการน้ัน ๆ จัดอยูใ่ นกลุม่ ผลิตภณั ฑส์ ีเขียว เป็นมติ รตอ่ สิง่ แวดล้อม ผู้ผลิตสามารถส่ือสารกับผู้บริโภคได้
ว่ากว่าที่จะได้มาซ่ึงสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้ัน ๆ ต้องคํานึงถึงผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ช่วยให้ผู้บริโภคอุ่นใจได้ว่า ได้เลือกซื้อเลือกใช้สินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมน้อยที่สุด หาก
เปรยี บเทยี บกบั สินค้าตามท้องตลาดในประเภทเดียวกนั

1. หากเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ผู้บริโภคสามารถสังเกตสัญลักษณ์บนกล่อง
หีบหอ่ บรรจุภัณฑ์ หรอื บนตัวสินคา้ นน้ั ๆ ได้แก่

1.1 สัญลักษณ์ฉลากเขียว
1.2 สัญลักษณป์ ระหยดั ไฟเบอร์ 5
1.3 สัญลักษณ์ผลติ มาจากวสั ดุแปรรปู ใช้ใหม่
1.4 สญั ลกั ษณท์ ี่ผลิตมาจากปุาปลกู
1.5 สญั ลกั ษณ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์คณุ ภาพ
2. หากเปน็ สนิ คา้ จําพวกอาหารทั้งสดและแห้ง ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก
กระบวนการผลิตปลอดสารเคมหี รือไม่โดยสังเกตสญั ลักษณ์ ได้แก่ สญั ลกั ษณ์ผลติ ภณั ฑ์เกษตรอินทรยี ์
3. หากเป็นบริการต่างๆ เช่นโรงแรม โรงพยาบาล ร้านซักแห้ง หรือสถานีบริการน้ํามัน ฯลฯ ผู้บริโภค
เพยี งมองหาสัญลักษณ์การรับรอง ได้แก่ สญั ลักษณ์รปู ใบไม้เขียว สาํ หรับบรกิ ารโรงแรม

ถา้ หากเราเปน็ ลกู เสืออนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ทุกคร้ังที่ต้องการซื้อของหรือใช้บริการ
ตา่ งๆ เตอื นตนเองใหเ้ ป็นนสิ ัย หม่ันมองหาตราสัญลักษณ์ทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทําให้ผู้บริโภคทราบได้ว่า
สินค้าหรือบริการใดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพ่ือจะได้เลือกใช้ตามความต้องการและมีส่วนร่วมในการรักษา
ส่ิงแวดล้อมด้วย

ตัวอยาํ ง สินคา๎ ท่เี ป็นมิตรตํอส่ิงแวดลอ๎ ม

1. ปากกา และน้าํ ยาลบคาํ ผิด ท่เี ปน็ สนิ ค้าฉลากเขียว

ท่มี า : Environet, (2558) ๑๓๕

2. กระดาษ ทเี่ ปน็ สนิ ค้าฉลากเขียว

ทม่ี า : Pricetada, (ม.ป.ป.)

3. ถุงพลาสติก เพราะเขาผลิตจากพลาสติกคุณภาพดี มีขนาดเหมาะมือ
จะช้อปของเปียกหรือของแห้งก็ไม่หวั่นใจ เพราะล้างคราบสกปรกออกได้
สบายๆ แถมยังถือแล้วเท่ มีสไตล์ ด้วยดีไซน์และสีสันสุดน่ารัก ชวนให้เรา
อยากเอากลับมาใชซ้ ้ําบ่อย ๆ

ท่มี า : นษิ ณาต, (2563)

4. แปรงสีฟ๎น มีขนแปรงนุ่มเรียวจากไนลอนสีธรรมชาติ และได้รับการ
รับรองว่า เป็นแปรงสีฟ๎นท่ีมีคุณภาพ โดยกรมอนามัย และยังใช้ได้อย่าง
สบายใจ เพราะช่วยลดปญ๎ หาในการเก็บไปรไี ซเคลิ ไดอ้ ีกด้วย

ที่มา : นิษณาต, (2563)

5. เพิ่มความน่ารักให้กับโต๊ะทํางาน ด้วยท่ีเสียบปากกาและนามบัตรรูป
บ้าน และสเกลไม้ไซส์จิ๋ว ซึ่งผลิตจากเศษไม้ฉําฉาที่เหลือจากกระบวนการ
ผลิตเฟอร์นิเจอร์ จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพ่ิมมูลค่าให้กับวัสดุ
เหลือใช้ ให้มีคณุ ค่าทางใจ ท้ังต่อคนคดิ คนทํา คนให้ และคนรบั

ท่ีมา : นษิ ณาต, (2563)

๑๓๖

6. สนิ คา้ สําหรบั เด็ก ท่ีมีฉลากเขยี วและเปน็ มติ รต่อสิ่งแวดลอ้ ม
ท่มี า : Amarin baby & kid, (2562)

7. หีบห่อ ท่เี ป็นวสั ดุท่ีเปน็ มติ รต่อสง่ิ แวดล้อม
ที่มา : Thailandindustry, (2558)

๑๓๗

แผนการจดั กิจกรรมที่ ๑๔
การกํอและจดุ ไฟกลางแจง๎ และการปรุงอาหาร

ทม่ี า : PNGtree, (ม.ป.ป.)
กิจกรรมครง้ั ที่ ๑

การใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุไม้ ใบไม้แห้ง อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาถึง
ความสําคัญและจําเป็นในการนําไม้มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ควรใช้ให้เกิดประโยชน์ทุกๆ ส่วน เช่น ไม้ท่ีเหลือ
จากการแปรรูปทีใ่ ช้ในการก่อสรา้ งเชน่ ขีเ้ ลือ่ ย สามารถนาํ มาอดั เป็นไม้อัดได้ โดยเป็นส่วนผสมของวัตถุดิบอ่ืนๆ ในการ
ทําเครื่องใช้ต่างๆ หรือถ้าไปเข้าค่ายพักแรมก็สามารถใช้กิ่งไม้แห้ง ใบไม้แห้งก่อกองไฟเพื่อทําอาหาร หรือแสงสว่าง
และความอบอุน่ ได้ด้วย

ปุาไม้ เป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทท่ีใช้แล้วเกิดทดแทนได้มีประโยชน์ต่อส่ิงมีชีวิตชนิดต่างๆ และ
สิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งรวมของความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งเอื้ออํานวยต่อป๎จจัยสี่ในการดํารงชีวิตของ
มนุษย์ เป็นแหล่งของต้นน้ําลําธาร ช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของโลก ควบคุมปริมาณน้ําฝน ช่วยในการอนุรักษ์ดินและ
นํ้าและเปน็ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตวป์ ุา

ไฟป่า (Wild Fire) คือ ไฟที่เกิดข้ึนแล้วลุกลามไปได้โดยปราศจากการควบคุมไฟปุาอาจเกิดข้ึนจาก
สาเหตุธรรมชาตหิ รือเกดิ จากการกระทาํ ของมนุษย์แล้วสง่ ผลกระทบตอ่ ส่งิ แวดล้อมและการดาํ รงชีวิตของมนุษย์ ไฟ
ปาุ ทีเ่ กดิ ขึ้นบรเิ วณภูเขาจะมคี วามรนุ แรงและขยายพ้ืนท่ีได้เร็วกว่าพื้นราบ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธ์ุ
พืช, ม.ป.ป.)

138

ป๎จจยั ท่ีทําใหเ้ กิดไฟปุา เกิดจาก 2 สาเหตุ ดงั นี้
1. เกดิ จากธรรมชาติ
ไฟปุาท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ฟูาผ่า ก่ิงไม้เสียดสีกัน ภูเขาไฟระเบิด

ก้อนหินกระทบกัน แสงแดดตกกระทบผลึกหิน แสงแดดส่องผ่านหยดนํ้า ปฏิกิริยาเคมีในดินปุาพรุ การลุกไหม้ใน
ตัวเองของส่งิ มีชวี ิต แตส่ าเหตทุ สี่ าํ คัญ คอื

1.1 ฟูาผา่ เปน็ สาเหตุสําคัญของการเกิดไฟปาุ ในเขตอบอ่นุ ในประเทศสหรฐั อเมริกา และประเทศแคนาดา
1.2 ก่ิงไม้เสียดสีกัน อาจเกิดขึ้นได้ในพ้ืนท่ีปุาท่ีมีไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและมีสภาพอากาศ
แห้งจัด เชน่ ในปาุ ไผห่ รือปาุ สน เปน็ ต้น
2. สาเหตุจากมนุษย์ ไฟปุาที่เกิดในประเทศกําลังพัฒนาในเขตร้อนส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากกิจกรรม
ของมนุษย์ ดงั นี้
2.1 เกบ็ หาของปุา เป็นสาเหตทุ ่ีทําให้เกดิ ไฟปาุ มากทสี่ ดุ การเกบ็ หาของปุาส่วนใหญ่ได้แก่ ไข่มดแดง
เหด็ ใบตองตงึ ไมไ้ ผ่ นา้ํ ผ้ึง ผักหวาน และไม้ฟืน การจุดไฟส่วนใหญ่เพ่ือให้พื้นปุาโล่ง เดินสะดวก หรือให้แสงสว่าง
ในระหว่างการเดินทางผา่ นปุาในเวลากลางคนื หรอื จดุ เพือ่ กระตนุ้ การงอกของเห็ด หรือกระตุ้นการแตกใบใหม่ของ
ผักหวานและใบตองตงึ หรือจดุ เพ่อื ไล่ตัวมดแดงออกจากรงั รมควนั ไลผ่ ้ึง หรอื ไล่แมลงต่างๆ ในขณะทอี่ ยู่ในปาุ
2.2 เผาไร่ เป็นสาเหตุที่สําคัญรองลงมา การเผาไร่ก็เพ่ือกําจัดวัชพืชหรือเศษซากพืชท่ีเหลืออยู่
ภายหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้เพื่อเตรียมพ้ืนที่เพาะปลูกในรอบต่อไป ทั้งนี้โดยปราศจากการทําแนวกันไฟและ
ปราศจากการควบคุม ไฟจงึ ลามเข้าปุาทอี่ ยใู่ นบรเิ วณใกลเ้ คยี ง
2.3 แกล้งจุด ในกรณีท่ีประชาชนในพ้ืนที่มีป๎ญหาความขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐในพื้นท่ี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งป๎ญหาเรื่องท่ีทํากินหรือถูกจับกุมจากการกระทําผิดในเร่ืองปุาไม้ ก็มักจะหาทางแก้แค้น
เจา้ หนา้ ท่ีดว้ ยการเผาปาุ
2.4 ความประมาท เกิดจากการเข้าไปพักแรมในปาุ ก่อกองไฟแล้วลืมดับ หรอื ทิ้งกน้ บหุ รีล่ งบนพ้ืนปุา เปน็ ต้น
2.5 ลา่ สัตว์ โดยใชว้ ิธีไลเ่ หล่า คอื จดุ ไฟไล่ให้สัตว์หนีออกจากที่ซ่อน หรือจุดไฟเพื่อให้แมลงบินหนีไฟ
นกชนิดต่างๆ จะบินมากินแมลง แล้วดักยิงนกอกี ทอดหนงึ่ หรอื จุดไฟเผาทุ่งหญ้า เพ่ือให้หญ้าใหม่แตกระบัด ล่อให้
สัตวช์ นิดตา่ งๆ เช่น กระทงิ กวาง กระตา่ ย มากินหญ้า แลว้ ดักรอยงิ สตั ว์น้ันๆ
ชนดิ ของไฟปา่ ไฟปุาสามารถแบง่ ออกได้ เป็น 3 ชนิดตามลักษณะของเช้อื เพลิง ทถี่ กู เผาไหม้ ดังนี้

ท่มี า : กรมปุาไม้, (2562)

139

1. ไฟใต้ดิน เป็นไฟที่เผาไหม้พวกอินทรียวัตถุสลายตัวแล้วและกําลังสลายตัวเหนือ ผิวดินในปุา บางทีไฟน้ี
ไหม้พวกรากไม้ด้วย ไฟนี้ ลักษณะครุกกรุ่นเผาไหม้อย่างช้าๆ ไม่มีเปลวไฟให้ เห็น มีควันเล็กน้อย หรือไม่มีเลย
ไฟชนิดนี้จะ เกิดหลงั จากเกดิ ไฟผวิ ดินและมคี วามรนุ แรงของไฟน้อย

ที่มา (Wikipedia, 2564)
2. ไฟผวิ ดนิ เป็นไฟทเ่ี ผาไหม้พวกซากพืช และผลท่ีร่วงหล่นบนผิวดิน ได้แก่ เศษไม้ ปลายไม้ พืชชั้นล่าง
ไดแ้ ก่ หญ้า พุม่ ไม้ และลูกไม้ มอี ัตราการลุกลามตัง้ แต่ช้าจนเร็วมาก

ท่มี า (Wikipedia, 2564)
3. ไฟเรือนยอด เป็นไฟที่ไหม้เรือนยอดไม้ และลุกลามจากเรือนยอดหนึ่งไปสู่เรือน ยอดหน่ึง ไฟชนิดนี้
มคี วามรุนแรงมาก จะเกิดกับ หมู่ไมท้ ่ีมคี วามหนาแน่นมาก สาเหตกุ ารเกิดไฟปุา

ท่มี า (Wikipedia, 2564)

140

ความเสยี หายและผลกระทบจากไฟปา่ คือ
1. ความเสียหายตอ่ ปาุ ไม้ คือ - ลดอัตราการเจรญิ เตบิ โต และลดคณุ ภาพ เน้อื ไม้ - ขาดช่วงการสืบพันธ์ุ
ทดแทนตามธรรมชาติ – เปลย่ี นแปลงโครงสร้างของปาุ
2. ความเสยี หายตอ่ ดิน คือ ทําใหห้ นา้ ดินเสอ่ื มสภาพ - เกดิ การชะลา้ งหน้าดินและพังทลายของดิน - ดิน
เสือ่ มความอุดมสมบรู ณ์
3. ความเสียหายต่อนํ้า คือ - เกิดอุทกภัย น้ําท่วมช่วงฤดูฝน – เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของน้ําและเกิด
ตะกอนขุ่นข้น
4. เกิดควันพษิ ในอากาศ
5. สิ่งมีชีวิตในปุา สัตวป์ ุาไร้ท่ีอยู่อาศยั ขาดท่ีหลบภยั ผลเสยี ตอ่ สง่ิ มีชวี ติ เล็กๆ ในปุา
6. ชีวิตและทรพั ย์สนิ ของมนุษย์ ทําลายบา้ นเรอื นชวี ติ และทรัพยส์ นิ ถ้าหากเกดิ ไฟปาุ ท่ีควบคุมไม่ได้

วธิ ีป้องกันไฟป่า
1. ดูแลพ้ืนท่ีริมแนวชายปุา เก็บกวาด พ้ืนที่ให้โล่งเตียน ไม่ให้มีใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้ง หรือ หญ้าแห้งกองสุม
เพราะหากเกดิ ไฟไหมจ้ ะเป็น เชื้อเพลิงอย่างดี ทาํ ให้ไฟปะทแุ ละลุกลามอย่าง รวดเร็ว
2. สร้างแนวกันไฟล้อมรอบพื้นท่ี เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นท่ีอ่ืน หม่ันเก็บกวาดและ กําจัด
เช้อื เพลงิ จําพวกใบไม้ ก่ิงไม้แห้งและหญ้าที่ ทับถมบนแนวกันไฟ และระวังมิให้ต้นไม้ล้มพาด ขวางแนวกันไฟ หาก
เกดิ ไฟไหมไ้ ฟจะลกุ ลามผ่าน ข้ามแนวกนั ไฟไปได้
3. เพิ่มความระมัดระวังการจุดไฟในปุา เป็นพิเศษ ไม่ท้ิงก้นบุหรี่ลงบนหญ้าแห้ง หากก่อ กองไฟหรือ
ประกอบอาหารในปุา ควรควบคุมดแู ล อยา่ งใกล้ชิด หลงั ใชง้ านเสร็จแลว้ ควรดบั ไฟให้สนิท ทุกคร้ัง
4. หลีกเล่ียงการประกอบกิจกรรมท่ีเป็น สาเหตุให้เกิดไฟปุา เช่น เผาขยะหรือตอซังข้าว บริเวณริมข้างทาง
เป็นตน้

สําหรับประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนท่ีปุาอยู่ในปุา มีส่วนสําคัญที่ก่อให้เกิดไฟปุาและมีส่วนสําคัญในการให้
ความร่วมมอื ในการปูองกนั ไฟปุา ซ่ึงสามารถทาํ ได้ดังน้ี

1. เม่ือทําการเผ่าไร่ในพื้นท่ีควบคุมดูแลไฟไม่ให้ลุกลามเข้าไปในปุา และควรทําแนวปูองกันไฟปุาก่อน
เผาทุกคร้งั

2. ไมจ่ ดุ ไฟเผาปาุ เพื่อล่าสัตว์ และไม่จดุ ไฟเลน่ ด้วยความสนุกหรอื คึกคะนอง
3. ระมัดระวังการใช้ไฟ เมื่ออยู่ในปุาหรือพักแรมในปุา หากมีความจําเป็นต้องใช้ไฟ ควรดับไฟให้หมด
กอ่ นออกจากปาุ
4. เม่ือพบเหน็ ไฟไหมป้ ุาหรือสวนปุา ใหช้ ่วยกนั ดบั ไฟปาุ หรอื แจง้ หนว่ ยราชการทอี่ ยบู่ ริเวณใกลเ้ คียง
5. มีส่วนร่วมด้านการประชาสัมพันธ์ ช้ีให้เห็นความสําคัญของปุาไม้และความเสียหายท่ีเกิดจากไฟปุา
และโทษที่จะได้รับ หรือเปน็ อาสาสมคั รปูองกันไฟปุา
6. ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ในการส่องดูแลไม่ให้เกิดไฟไหม้ปุารวมทั้งช่วยจับกุมผู้ฝุาฝืนมาลงโทษ
ตามกฎหมาย เพอื่ มิใหเ้ ป็นเย่ียงอยา่ งแก่บุคคลอื่นต่อไป

141

กจิ กรรมคร้งั ท่ี ๒ (การประกอบอาหาร)
การเลือกวัตถุดิบ เพื่อมาใช้ในการประกอบอาหารต้องคํานึงถึง อย่างเช่นผักสดควรเลือกซ้ือผักที่สะอาด

สดใหม่ ต้นและใบไมเ่ ปอื่ ยยุ่ย หรือเหี่ยวแห้งช้ํา จนผิดลักษณะปกติทั่วไป ใบอาจจะมีรอยแมลงแทะบ้างก็ไม่เป็นไร
แต่ไม่สามารถนํามาชี้วัดว่าปลอดสารฆ่าแมลงได้ทั้งหมดเป็นการสังเกตอย่างง่าย หรือผลไม้ควรเลือกซื้อและ
รับประทานผลไม้ตามฤดูกาล เพราะนอกจากจะซื้อได้ในราคาถูกแล้ว ยังได้ผลไม้ท่ีสดมากกว่า มีให้เลือกมากมาย
สําหรับวิธีการเลือกซื้อผลไม้ จะต่างไปตามแต่ละชนิด และจัดซื้อโดยเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ บริโภคตาม
ฤดกู าล ทาํ ใหไ้ มเ่ กิดการขนส่งในระยะทางไกล ทําใหส้ ้นิ เปลอื งพลงั งาน มคี ่าใชจ้ ่ายในการขนส่ง วัตถุดิบก็จะมีราคา
ทส่ี ูงขน้ึ มีการใชส้ ารเคมีต่างๆ ท่ที ําใหว้ ัตถนุ ้ันมีความสดใหม่ ซ่งึ จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และทําลายส่ิงแวดล้อม
ทางออ้ มอีกด้วย

“เตา” อุปกรณ์ให้ความร้อนท่ีใช้สําหรับเผา หุงต้ม รวมถึงใช้เป็นอุปกรณ์ในการประกอบอาหารต่างๆ
หลากหลายเมนู ซงึ่ ถอื ไดว้ า่ เป็นอปุ กรณ์ประจําบ้านท่ีทุกครัวเรือนต้องมีเตาไว้ใช้ในการประกอบอาหาร โดยเตาแต่
ละประเภทก็จะมีช่ือเรียกแตกต่างกันไปตามเช้ือเพลิงที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเตาฟืน เตาถ่าน เตาแก๊ส รวมถึงเตาไฟฟูา
นอกจากนี้ เตาแต่ละประเภทยังมีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ในการประกอบอาหารน้ันสามารถใช้
เตาท่ีประหยัดเชื้อเพลิงได้ เตาท่ีใช้เชื้อเพลิงจากธรรมชาติท่ีสามารถประหยัดพลังงาน เช่น เตาชีวมวล และเตา
ชีวมวลป้๎นมือ ประหยัดเช้ือเพลิง ทําง่าย การเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรของชุมชนในภาคเหนือส่งผลต่อ
ป๎ญหาหมอกควัน เพื่อช่วยลดและแก้ป๎ญหาดังกล่าว ทางชุมชนบ้านสันติสุข ตําบลแม่ป๋๎ง อําเภอพร้าว จังหวัด
เชียงใหม่ ได้ร่วมกับสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเทคโนโลยีเตาชีวมวลเชื้อเพลิงซังข้าวโพด หรือเตา
ชีวมวลป๎น้ มือสําหรับครัวเรือน ให้ประชาชนบ้านสันติสุขและชุมชนใกล้เคียง โดยครัวเรือนกว่า 40% ในชุมชนใช้
เตาชีวมวลอยแู่ ลว้ จากการเรียนรนู้ ช้ี าวบ้านสามารถนําความรู้ไปพัฒนาการผลิตเตาชีวมวลป๎้นมือไว้ใช้ในครัวเรือน
และจาํ หน่าย

ตัวอย่าง เตาประหยัดพลังงาน (เตาชวี มวล)

(เตาชวี มวล) (เตาชวี มวลปน้ั มอื )
ทีม่ า : Pinterest, (ม.ป.ป.)

142

เตาชีวมวลเช้ือเพลิงซังข้าวโพดไม่เพียงช่วยลดป๎ญหาการเผาทําลายซังข้าวโพด แต่ด้วยคุณสมบัติท่ี
โดดเด่นของเตาสามารถให้พลังงานความร้อนได้มากกว่าเตาท่ัวไป จึงช่วยลดการใช้ฟืนได้กว่าคร่ึงหนึ่ง ชุมชนบ้าน
สันตสิ ุขจึงไดจ้ ดั ตัง้ “กลมุ่ เตาชวี มวลป๎้นมือบ้านสนั ตสิ ุข” เพ่ือผลิตเตาจาํ หน่าย กลุ่มฯ ได้พัฒนาทักษะการป้๎นเตาจน
ชํานาญ สามารถป๎น้ เตาไดอ้ ยา่ งสวยงามและมคี ณุ ภาพ นอกจากนย้ี งั ได้พัฒนาตอ่ ยอดให้มีหูจับเตาเพ่ือความสะดวก
ในการขนยา้ ย ทาสเี พ่อื ให้เกิดความนา่ สนใจ สวยงาม แม้วา่ ราคาขายจะใกลเ้ คียงกับเตาอั้งโล่ในท้องตลาด แต่การใช้
งานดกี วา่ เนื่องจากอุณหภูมิความร้อนคงทก่ี ว่า โดยเฉพาะใช้งานประเภทต้ม ป้งิ ย่าง น่ึงขา้ วเหนียว

ประสิทธิภาพของเตาชีวมวลป๎้นมือ คือประหยัดเชื้อเพลิงดีกว่าเตาอั้งโล่ที่ขายตามท้องตลาด ยิ่งใช้
เช้ือเพลงิ จากซังข้าวโพดจะประหยัดมาก โดยมีการทดสอบใช้งานกับเตาชีวมวลที่ป๎้นโดยซื้อซังข้าวโพดกระสอบละ
10 บาทสามารถใช้เป็นเชือ้ เพลิงได้ 10 วัน ถือวา่ ประหยดั เชือ้ เพลิงมาก แตห่ ากไม่มีซังขา้ วโพดกส็ ามารถใช้ก่ิงไม้ที่
ตดั จากต้นลาํ ไย ตน้ มะมว่ งทีม่ อี ยใู่ นชุมชนของตนเอง ช่วยปลูกฝ๎งการลดการเผาในชุมชน นําเศษไม้มาทําเช้ือเพลิง
ดีกวา่ นาํ ไปเผาให้เกิดหมอกควันและมลพิษในชุมชน “เปลี่ยนพฤติกรรมการเผามาเป็นการเก็บเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง
แทนลดค่าใช้จา่ ยในครัวเรอื นได้อีกทางหนึ่งดว้ ย

พืชผกั ตามฤดกู าล ในแตํละฤดู เพอ่ื ใชใ๎ นการประกอบอาหาร
1. ฤดูร้อน อากาศจะมีลักษณะอบอ้าว ความช้ืนในอากาศมีน้อยมาก และความแห้งแล้งมักจะมาพร้อม
กับฤดูร้อนเช่นกัน นํ้าท่ีใช้ในการเกษตรระเหยเร็วและมีน้อย พืชผักมีโอกาสถูกแดดเผาใหม้จนใบเหลือง หรือโดน
เผาจนใบแห้งเหี่ยว ยืนต้นตาย การปลูกในช่วงน้ีควรดูแลเร่ืองน้ํามากเป็นพิเศษ ควรใช้ฟางข้าวมาคลุมโคนของ
ตน้ ไม้หรอื คลมุ แปลง การเพาะเมลด็ ควรเพาะในที่ร่มรําไรอากาศถ่ายเทหมุนเวียน การปลูกพืชผักในฤดูนี้ควรเลือก
ปลูกชนิดท่ีทนแล้งได้ดีหรือปลูกพืชที่ต้องการนํ้าน้อย ควรทําเป็นระบบน้ําหยดโดยให้ป฻ุยน้ําผสมไปกับน้ําหยด
เช่น ถั่ว ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเทียน บวบ มะระ ถั่วฝ๎กยาว ฟ๎ก แฟง ฟ๎กทอง ถั่วพู คะน้า กวางตุ้ง แตงกวา
มะเขือ พริก ฟ๎กทอง มะเขือเทศ ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักชี (ผักกาดหอมและผักชี ควรกางแสลนทําเป็นร่ม
ราํ ไร) เปน็ ตน้
2. ฤดูฝน ฤดูนี้จะมีความช้ืนในอากาศสูงมาก ฝนที่ตกลงมาจะทําให้น้ําขังบริเวณที่ลุ่ม ควรทําทางนํ้าไป
ต้ังแต่เนิ่นๆ การปลูกอาจขุดเป็นบ่อเล็ก ๆ พอประมาณให้น้ําขังเพียงเล็กน้อย ส่วนมากพืชไร่พืชสวนหรือพืชที่ไม่
ทนแล้งจะปลูกช่วงต้นฝนเพราะไม่ต้องรดนํ้าในปริมาณมาก พอผ่านถึงช่วงแล้งจะโตเต็มท่ี และฤดูนี้ควรปลูกพืชท่ี
ชอบนาํ้ เป็นพเิ ศษ เช่น หอมแบ่ง ผกั กาดเขยี วกวางตุง้ ผักบงุ้ คะนา้ พรกิ ต่างๆ มะเขือตา่ งๆ ผักกาดหัว ผักกาดหอม
บวบ มะระ ฟ๎กเขียว แฟง แตงกวา ข้าวโพดหวาน ถั่วฝ๎กยาว ถ่ัวพุ่ม น้ําเต้า ถ่ัวพู กระเจี้ยบเขียว กะหลํ่าปลี
กะหลํ่าดอก กะหลํ่าปม บร็อคโคลี่ ถ่ัวลันเตา หอมหัวใหญ่ แครอท แรดิช ผักชี ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี
ผกั กาดหอมห่อ ข้าวโพดหวาน แตงเทศ แตงโม พริกยกั ษ์ พริกหยวก ฟ๎กทอง มะเขอื เทศ ข้นึ ฉา่ ย เปน็ ตน้
3. ฤดูหนาว ฤดูน้ีมีหมอกในตอนเช้าและมีความช้ืนในอากาศมากช่วงเช้าถึงสาย ตอนกลางวันจะร้อน
มาก แต่นํ้าจะไม่ระเหยเร็วเหมือนหน้าร้อน กลางคืนอากาศเย็นจัดและมีนํ้าค้าง ควรมุงหลังคาด้วยผ้าแสลนหรือ
กางพลาสติก การให้น้ําอาจใหว้ ันเว้นวันหรือใหเ้ ปน็ ระบบนํ้าหยดก็จะสะดวก ฤดูนี้ควรปลูกพืชที่ชอบอากาศเย็นจะ

143

ให้ผลผลิตที่ดีกว่า เช่น สลัดชนิดต่าง ๆ ผักกาดหอม หัวผักกาด แครอท ผักชีฝร่ัง ผักกาดขาว บล็อกโคลี่ ผักกาด
เขียวปลี กะหล่ําปลี กะหล่าํ ดอก ถวั่ ลันเตา ถั่วพลู ผักชี ขึ้นฉา่ ย มะเขอื เทศ หอมหวั ใหญ่ เปน็ ตน้

พชื ผกั ตามฤดูกาล ในแตลํ ะเดือน

ลําดับ เดือน ชนิด

1 มกราคม มะเขอื เทศ พรกิ หัวหอม กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผกั ชฝี รงั่

2 กุมภาพันธ์ุ กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั บล็อคโคล่ี ผักกาดหอม หัวหอม พริก มะเขอื เทศ

3 มีนาคม บล็อกโคล่ี กะหลํ่าปลี แครอท ข้าวโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก

ผักกาดหอม หัวหอม ถั่วลนั เตา พรกิ มะเขอื เทศ

4 เมษายน ถว่ั กะหล่ําปลี แครอท ขา้ วโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผักกาดหอม

หัวหอม ถ่วั ลนั เตา พรกิ มะเขือเทศ

5 พฤษภาคม ถ่วั กะหลา่ํ ปลี แครอท ขา้ วโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก พริก มะเขือ

เทศ

6 มถิ ุนายน ถว่ั กะหลาํ่ ปลี แครอท ข้าวโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั ถ่ัวลันเตา

7 กรกฎาคม ถั่ว แครอท ขา้ วโพด แตงกวา คะนา้

8 สิงหาคม ถว่ั แตงกวา คะนา้ ผัดกาดหอม ถัว่ ลันเตา หวั ไชเท้า ผักโขม

9 กันยายน บลอ็ กโคลี่ แตงกวา กระเทยี ม ผกั กาดหอม หัวไช้เท้า ผักโขม

10 ตลุ าคม กระเทียม กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั ผักชีฝรงั่

11 พฤศจิกายน กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผักกาดหอม หัวไช้เท้า ผักโขม แครอท ผักชีฝร่ัง

กะหล่ํา ผกั สลดั

12 ธันวาคม กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผกั ชฝี รงั่ ผักกาดหอม หวั ไชเ้ ทา้ บล็อกโคลี่ แครอท

144

แผนการจดั กจิ กรรมที่ ๑๕
การอํานและใชแ๎ ผนทีเ่ ข็มทศิ

กจิ กรรมคร้ังที่ 1 สอนตามคูม่ ือสง่ เสริมและพฒั นากิจกรรมลูกเสือทักษะชวี ติ ในสถานศกึ ษา ประเภทสามัญร่นุ ใหญ่

กจิ กรรมคร้ังท่ี 2 การแสดงขอ๎ มลู ประกอบแผนท่ีอยํางงาํ ย
1. ชื่อแผนที่ (Title) การต้ังชื่อแผนที่ควรกระชับและได้ความหมายตามเนื้อหาของแผนที่ ไม่ใช้คํา
ฟุมเฟือย เชน่ แผนทชี่ ุมชนบ้านชนั จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. เครอื่ งหมายทศิ (Cardinal directions) เขม็ ทศิ เป็นเครื่องบอกช้ที ิศ เขม็ ทศิ ชีท้ ศิ เหนือเสมอ
สญั ลกั ษณ์

อกั ษร N (North) แทนด้วยทศิ ทิศเหนือ
อักษร E (East) แทนดว้ ยทิศ ทิศตะวนั ออก
อกั ษร S (South) แทนดว้ ยทศิ ทศิ ใต้
อกั ษร W (West) แทนดว้ ยทิศ ทิศตะวนั ตก
3. สัญลักษณ์ หรือ คําอธิบายสัญลักษณ์ (Legend) เป็นการอธิบายความหมายของสัญลักษณ์ท่ีอยู่ใน
เนือ้ หาแผนท่ี ซ่งึ สัญลกั ษณ์ทป่ี รากฏต้องมคี าํ อธิบายและรปู รา่ งลกั ษณะเหมือนกนั ทุกประการ

ตารางแสดง ตวั อยาํ งสัญลักษณ๑อยาํ งงาํ ย

สัญลักษณ๑ คาํ อธิบาย สัญลกั ษณ๑ คําอธิบาย
ถนนทางเดนิ เสาธง/อาคารโรงเรียน

ต้นไม้ใหญ่ ศาลาพัก
สวนหย่อม บ่อนํา้
สนามหญา้ ห้องพยาบาล

145

กจิ กรรมครั้งท่ี 3
ฐานทรัพยากรโรงเรียน เป็นฐานข้อมูลที่ได้จากการสํารวจ และรวบรวมข้อมูลพื้นฐานการประกอบ

อาชพี ลกั ษณะทางกายภาพ การใชป้ ระโยชนข์ องพืช สัตว์ ชีวภาพอ่ืน ข้อมูลภูมิป๎ญญาแหล่งทรัพยากรในโรงเรียน
เพอื่ เพิม่ ทกั ษะการเรียนรู้ ไดร้ จู้ ักสงั เกตุทรัพยากรรอบตนเอง ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรในโรงเรียน และใช้
ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ฐานทรัพยากรแบง่ ไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ
1.ทรพั ยากรธรรมชาติ เชน่ ดนิ นํา้ ปาุ ประมง พนั ธุกรรม แรธ่ าตุ พลังงาน อากาศ ฯลฯ
2.ทรพั ยากรทางสงั คม เชน่ ภมู ิป๎ญญาทอ้ งถ่ิน วัฒนธรรม จารีตประเพณี ฯลฯ
3.ทรพั ยากรทมี่ นุษยส์ รา้ งขึ้นเพอ่ื เปน็ สาธารณประโยชน์ เชน่ สวนสาธารณะ ถนน แหลง่ น้ํา ฯลฯ
ผลกระทบตอ่ ฐานทรพั ยากรชมุ ชน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นมีขอบเขตที่กว้างขวางที่อยู่ในเขตของโรงเรียน ได้แก่ ต้นไม้
บ่อนํ้า อาคาร เสาธง ฯลฯ กับอีกส่วนหนึ่ง คือสิ่งแวดล้อมท่ีจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับมลพิษต่างๆ ได้แก่ มลพิษจาก
ขยะมลู ฝอยและสิง่ ปฏิกลู มลพษิ อาจทาํ ให้ส่งผลกระทบตอ่ ทรัพยากรโรงเรยี นได้
วิธีการอ่านและใช้แผนที่เข็มทิศ ให้สังเกตว่ามีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติชนิดใดอยู่ที่ไหนบ้าง แสดงถึง
สภาพสิ่งแวดล้อม และการใช้ประโยชน์ โดยจําเป็นต้องเข้าใจถึงวิธีอ่านแผนที่ภูมิประเทศและวิธีใช้เข็มทิศ โดย
การสอนวธิ ที ําแผนท่ีทรัพยากรโรงเรยี นอย่างง่าย
1. วธิ ีเขียนแผนท่ีเร่ืองทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมในโรงเรยี นอย่างงา่ ย
ขั้นตอน 1 : เริ่มต้นด้วยการเดินสํารวจพ้ืนที่ให้ท่ัวด้วยตัวเอง โดยใช้การสังเกตรอบๆ บริเวณพ้ืนท่ี และ
จดบันทึกทงั้ ลักษณะทางกายภาพและกจิ กรรมทางสงั คมทเ่ี ราพบเห็นแล้วค่อยเขยี นเป็นแผนท่อี อกมา
ขั้นตอน 2: จากการสังเกต ให้เขียนอธิบายเพิ่มเติมลักษณะทางกายภาพของโรงเรียนให้มากย่ิงขึ้น เช่น
อาคาร ต้นไม้ เสาธง ฯลฯ หรอื ท่ีตัง้ ของแหลง่ ทรพั ยากรหรอื สาธารณูปโภคท่ีสําคัญต่อโรงเรียน เช่น มีบ่อนํ้า ต้นไม้
ใหญน่ อ้ ย ซ่ึงเปน็ ทสี่ งั เกตในบรเิ วณพน้ื ที่โรงเรยี น
ขนั้ ตอน 3: เขียนสัญลกั ษณ์ลงไป เช่น กากบาท หรือ ธง หรือ ดาว ในพ้ืนท่ีท่ีควรต้องให้ความสนใจเป็น
พิเศษ หรือมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เราควรให้ความสนใจ และควรเขียนระบุลงไปให้ชัดเจนใน
การทาํ แผนที่โรงเรยี น
2. เขียนแผนท่ีทรัพยากรในกิจกรรมการเดินทางไกลการเข้าค่ายพักแรม ให้สังเกตทรัพยากรธรรมชาติ
ระหวา่ งการเดินไปและกลับ ความแตกต่างกนั ของพ้นื ท่ี ฯลฯ

146

ตัวอยําง การเขียนแผนที่ (โดยกาํ หนดสัญลกั ษณเ์ องตามความเขา้ ใจ พร้อมอธบิ าย)
แบบที่ 1

ทมี่ า : รัตนา, (2558)

แบบท่ี 2

ที่มา : วทิ ยาลยั เทคนคิ สระบรุ ี, (2559)

147

แผนการจัดกจิ กรรมที่ ๑๖
เงื่อนเชอื กลกู เสอื สามญั รุนํ ใหญํ

เงือ่ น – เชือกและการผกู แนํน

ทีม่ า : Dek-D, (ม.ป.ป.)

เงื่อนกระหวัดไม๎
ประโยชน์ : ใชผ้ ูกเชอื กกับเสาหรือหลกั ผูกเรือ ผูกสตั วไ์ วก้ ับหลกั เป็นเงอ่ื นทผ่ี กู ได้แน่น และแกไ้ ด้เรว็

ที่มา : Dek-D, (ม.ป.ป.)

ผูกกากบาท
เปน็ เงื่อนท่ใี ช้ประโยชน์ในการผูกคานหรอื โครงทีม่ ีลกั ษณะวางพาดขวาง เป็นรูปกากบาท เมื่อใดที่เง่ือนน้ี

คลายตวั ออก ทําให้เกดิ การเลือ่ นของวตั ถทุ ่ีผกู ติดกันกส็ ามารถทาํ ให้แนน่ ขึ้นด้วยการดงึ ปลายเชอื กทัง้ สอง
ประโยชน์ : ใช้ในงานก่อสร้าง ทําฝาย ต่อสะพาน ทํานั่งร้านทาสีอาคารใช้ในงานสร้าง ค่ายพักแรมอุปกรณ์

การพักแรม
เทคนคิ ขน้ั ตอน
• ขน้ึ ตน้ ดว้ ยเงอ่ื นตะกรดุ เบด็ ทไี่ ม้ตวั ใดตัวหน่ึง (ควรผูกข้างล่าง เพราะตอ้ งรับน้ําหนกั ไม้)
• พนั ไมใ้ หเ้ ชอื กเรียงกนั เปน็ ระเบียบ
• หกั คอไก่ตรงกลางรัดใหแ้ น่น
• ลงด้วยเง่ือนตะกรดุ เบด็ ท่ีไม้อกี ตัวหน่งึ

148


Click to View FlipBook Version