The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้กำกับลูกเสือใช้เป็นคู่มือในการจัดการเรียนการสอนวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เครื่องหมายลูกเสือโลก ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เครื่องหมายลูกเสือชั้นพิเศษ และระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เครื่องหมายลูกเสือหลวง โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลุ่มส่งเสริมกิจการเยาวชนและลูกเสือ ได้เพิ่มเติมสาระสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในคู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ. 2562 โดยผู้กำกับลูกเสือสามารถปรับแผนการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนได้ และบันทึกผลการทำกิจกรรมดังกล่าวในสมุดบันทึกกิจกรรมของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การบูรณาการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดลูกเสือ ร่วมกับการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามารถส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นส่วนสำคัญในการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเยาวชน สู่การเป็นพลเมืองดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by choco.banino, 2021-10-05 05:50:23

คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

คู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้งโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้กำกับลูกเสือใช้เป็นคู่มือในการจัดการเรียนการสอนวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เครื่องหมายลูกเสือโลก ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เครื่องหมายลูกเสือชั้นพิเศษ และระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เครื่องหมายลูกเสือหลวง โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลุ่มส่งเสริมกิจการเยาวชนและลูกเสือ ได้เพิ่มเติมสาระสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในคู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษา ประเภทลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ. 2562 โดยผู้กำกับลูกเสือสามารถปรับแผนการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนได้ และบันทึกผลการทำกิจกรรมดังกล่าวในสมุดบันทึกกิจกรรมของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การบูรณาการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดลูกเสือ ร่วมกับการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามารถส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้นลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นส่วนสำคัญในการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเยาวชน สู่การเป็นพลเมืองดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

ตะกรุดเบด็ (Cleve Hitch)
ประโยชน์
๑. ใช้ผูกเชือกกับเสาหรือหลักเพื่อล่ามสัตว์เลี้ยงหรือเรือแพเพ่ือปูองกันไม่ให้ปมเชือกคลายหลุดควร
เอาปลายเชอื กผกู ขัดสอดกับตัวเชือก ๑ รอบ
๒. ใชผ้ กู บนั ไดเชอื ก บนั ไดลงิ ผูกกระหวัดไม้
๓. ใชใ้ นการผูกแนน่ เช่น ผกู ประกบ ผกู กากบาท

ท่มี า : Dek-D, (ม.ป.ป.)

149

ภาพตัวอยาํ งการนําเง่ือนไปใช๎ประโยชน๑

ทมี่ า : Pinterest, (ม.ป.ป.) ที่มา : เฟซบุก๊ James500 Organic Farm Style, (2562)

ที่มา : Dookdam, (2557)

150

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑๗
การปฐมพยาบาล

ในประเทศไทยมีความหลากหลายของชนิดพรรณพืช จึงสามารถนําพืชมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย
เชน่ ในโรงเรียน ในชมุ ชน มีพรรณพชื ท่ีสามารถนาํ มาใชป้ ระโยชน์ได้เบื้องต้นเมื่อเกิดกรณีการบาดเจ็บ เราสามารถ
ใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชวี ภาพได้ ยกตัวอยา่ งการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นโดยการใชส้ มุนไพร ดังนี้

๑. การปฐมพยาบาลคนเป็นลมหมดสติหรอื มอี าการวิงเวียนศีรษะ (เอ็มไทย, ๒๕๖๒)
๑.๑ มะกรดู
นําเปลอื กมะกรูดมาฝานบางๆ แลว้ ชงในน้ําเดือดใสก่ ารบรู หรือพิมเสนเล็กน้อย ดื่มเพื่อแก้เวียนศีรษะ

เป็นลม หนา้ มดื

๑.๒ สะระแหน่
สะระแหน่เป็นพืชสมุนไพรไทยที่จัดอยู่ในตระกูลมิ้นต์ ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาลาย โดยนําใบ
สะระแหนม่ าตม้ นํ้าด่ืมกับขิงสด ช่วยทําใหร้ ้สู กึ สดช่ืน ผอ่ นคลาย แก้อาการหน้ามืดวิงเวียนไดด้ ี

๑.๓ ขิง
การรับประทานขิงสามารถบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะได้ เพราะขิงมีฤทธ์ิช่วยในการผ่อนคลาย
ขยายหลอดเลือด และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้นด้วย เพียงใช้นํ้าขิงผสมน้ําตาลทรายแดงก็
สามารถช่วยบรรเทาอาการได้

๑.๔ ตะไคร้
ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีกล่ินเฉพาะตัว สามารถช่วยบรรเทาอาการเวียนศีรษะ โดยทุบตะไคร้หยาบๆ
4 - ๕ ต้น เพอ่ื ใหไ้ ดก้ ล่นิ แลว้ นําไปสูดดม กล่นิ ท่ีระเหยออกมาของตะไคร้จะช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะและคล่ืนไสไ้ ด้

ท่ีมา : เอ็มไทย, (2562)

151

๒. การปฐมพยาบาลคนท่ีมีบาดแผล
๒.๑ หนุมานนง่ั แท่น (เมดไทย (Medthai), ๒๕๖๐)
ต้นหนมุ านนัง่ แทน่ นํ้ายางมีสรรพคณุ เป็นยาทารักษาแผลมีดบาด แผลถลอก และใช้ห้ามเลือด โดยมี

วธิ ใี ช้ คือ ลา้ งแผลด้วยนา้ํ สะอาด ซบั แผลด้วยสําลีให้แห้ง และใช้มือเด็ดบริเวณก้านกลางใบ โดยให้เลือกใบที่ไม่แก่
หรืออ่อนจนเกินไป เม่ือน้ํายางเร่ิมไหลออกมาให้ใช้นิ้วมือรองยางที่หยดลงมา และนําไปปูายบริเวณแผลวันละ 2 -
3 คร้งั แผลจะเริม่ แหง้ และตกสะเก็ดภายใน 1 - 2 วนั สาํ หรบั เหง้ากม็ ีสรรพคณุ เป็นยาสมานแผลเชน่ กนั

0

ทีม่ า : เมดไทย, (2560)
๒.๒ สาบเสือ
ใบสาบเสือ มีรสฝาดร้อน โขลกพอกบาดแผลห้ามเลือดได้ดี ช่วยกระตุ้นการทํางานหรือควบคุม
การหดตัวของลําไส้สัตว์ และมีผลต่อมดลูกของสัตว์ โดยมีวิธีและปริมาณที่ใช้รักษาบาดแผลสดเพื่อห้าม
เลือด ดังนี้ ใช้ใบหรือยอดอ่อนสาบเสือ 10 - 15 ใบ โขลกให้ละเอียดพอกบริเวณที่มีบาดแผลจะห้ามเลือด
ได้ หรืออาจจะคั้นเอานํา้ ล้างบาดแผลแล้วใช้กากพอกตาม

ที่มา : ประโยชน์ดอทคอม, (ม.ป.ป.)

152

๓. การปฐมพยาบาลคนที่สัตวม๑ ีพษิ กัดตํอย
๓.๑ เสลดพงั พอน
เสลดพังพอนเป็นพืชชนิดหน่ึง มีลักษณะเป็นพุ่มแกมเถา มีความสูงประมาณ 1 - 3 เมตร แยก

ออกเป็น 2 ประเภทคือ เสลดพังพอนตัวผู้และเสลดพังพอนตัวเมีย มีสรรพคุณทางยาท่ีแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย
เสลดพังพอนตัวผู้มีหนาม โดยเสลดพังพอนตัวเมียมีชื่อเรียกอีกช่ือว่า พญายอ ซึ่งเสลดพังพอนเป็นพืชที่นิยมมา
ปลูกไว้ประดับบ้านเพ่อื ปูองกนั สตั วม์ ีพษิ เช่น งู ตะขาบ แมงปอุ ง

เสลดพังพอน ตัวผู้ เสลดพังพอน ตวั เมยี
ท่ีมา : Eny Prasetyo, (ม.ป.ป.) ท่ีมา : ตน้ กลา้ ความรู้, (2561)

สว่ นประกอบของต้นเสลดพังพอนทีม่ สี รรพคุณทางยา

1. ต้นของเสลดพังพอนสามารถใช้ถอนพิษแมลงกัดต่อย ได้เป็นอย่างดี บรรเทาอาการลมพิษ และ
บรรเทาแผลจากโรคงูสวัดได้ รักษาแผลน้ําร้อนลวกหรือแผลที่โดนความร้อนให้แห้งอย่างรวดเร็ว รักษาโรคบิด
แกป้ ระจาํ เดือนมาไมป่ กติ ใช้เป็นยาแก้ปอดบวม ฟกชาํ้ แกอ้ าการปวดเมือ่ ยเนือ่ งจากอากาศเย็นชืน้

2. ใบ สามารถรักษาแผลร้อนในท่ีเกิดข้ึนในปาก ช่วยบรรเทาอาการปวดจากโรคคางทูม แก้ฟกชํ้า
รักษาแผลจากการถูกของมีคมบาดเป็นยาแก้อาการเจ็บคอ บรรเทาอาการแผลอักเสบมีไข้ รักษาแผลที่ถูกสุนัขกัด
รกั ษาแผลทเี่ กดิ จากนาํ้ เหลืองเสีย บรรเทาอาหารปวดเนอ่ื งจากเปน็ ฝี

3. ราก ขบั ป๎สสาวะ ขบั ประจาํ เดอื น ถอนพษิ งู บรรเทาอาการปวดฟน๎ นํามาต้มดื่มสามารถช่วยบํารุง
กําลงั รักษาอาการปวดบ้ันเอว นาํ มาต้มดม่ื แก้พิษผิดสําแดง

สารสําคัญทีพ่ บในเสลดพังพอน
1. สารสกดั จากบวิ ทานอล ในใบเสลดพังพอน สามารถฆา่ เช้ือไวรัสท่กี ่อให้เกิดโรคเริมและโรคอสี ุกอีใส
2. สาร Flavonoids ทพี่ บในเสลดพังพอน มฤี ทธต์ิ อ่ ตา้ นการอักเสบต่างๆ

วิธกี ารใช้เสลดพงั พอนในการปฐมพยาบาลคนท่ีสตั ว์มีพิษกัดตอ่ ย
๑. นําใบเสลดพังพอนมาหมักไว้ 7 วัน ผสมกลีเซอร์ลีน นําน้ํายาจากใบเสลดพังพอนที่หมักได้ ทา
แผลเริมแผลร้อนในท่ีเกดิ ในปาก และสามารถแกพ้ ษิ จากแมลงสัตว์กัดตอ่ ยได้
๒. นําใบเสลดพังพอนตากแห้งแลว้ นาํ มาตํารว่ มกับแมงปอุ งป้ิง สามารถนํามาทาแกพ้ ิษงู

153

๓.๒ ตําลึง
ใบตําลึง ช่วยลดอาการคันและการอักเสบเน่ืองจากพืชมีพิษหรือถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น หมามุ่ย
ถูกตัวบุ้ง ยุงกัด ใบตําแย แพ้ละอองข้าว พิษคูน พิษกาฬ เป็นต้น โดยการใช้ใบสด 1 กํา นํามาตําให้ละเอียดผสม
กบั น้าํ และค้ันนํ้ามาทาบรเิ วณดังกลา่ วจนกวา่ จะหายดี

ทมี่ า : Thai-thaifood, (2558)
๓.๓ หูเสือ
ใบหูเสือ กลิ่นของใบหูเสือคล้ายกับเครื่องเทศ "ออริกาโน" โดยนํามาขยี้ทาหรือใช้เป็นยาพอกแก้
แมงปุองต่อย ตะขาบกดั ได้

ท่มี า : Blogspot, (2560)
๓.๔ ผักบุ้งทะเล
นําใบผักบุ้งทะเลมาโขลก พอก ถอนพิษ แก้พิษต่างๆ เช่น พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น ปลา สัตว์
ทะเลอื่นๆ แมลง เป็นตน้ สามารถใชเ้ ป็นยาทาแก้อาการอักเสบ แก้พษิ จากแมงกะพรุนไฟ ทําให้แผลหายเร็วและไม่
เป็นแผลเป็น ตามตํารายาระบุให้ใช้ต้นสดนํามาตําให้พอแหลกผสมกับนํ้าส้มสายชู นํามาใช้ทาบริเวณที่เป็น ส่วน
ตํารายาไทยระบุให้ใช้ใบสดประมาณ 10 - 15 ใบ นํามาตําให้ละเอียด ค้ันเอาแต่น้ําทาแผลบริเวณที่ถูก
แมงกะพรุน หรอื จะตํากบั เหล้าใชเ้ ปน็ ยาพอก หรืออาจจะใชร้ ากสด 1 ราก นํามาฝนกับนา้ํ ฝนให้ข้นๆ ผสมกับเหล้า
โรงหรือแอลกอฮอล์ แลว้ ใชท้ าบ่อยๆ หรือจะใชท้ ั้งตน้ นํามาตาํ ให้ละเอยี ด ค้ันเอาแต่น้ําหรือนํามาตําผสมกับเหล้าใช้
เป็นยาทาหรือพอกก็ได้เช่นกัน (ก่อนทายาให้ใช้ทรายขัดบริเวณที่โดนพิษแมงกะพรุนเพื่อเอาเมือกของแมงกะพรุน
ออกไปใหห้ มดกอ่ นและให้ทาวนั ละ 2 - 3 ครงั้ เช้า กลางวนั และเยน็ จนกว่าจะหาย

154

ท่มี า : Thai Health, (2561)
๔. การปฐมพยาบาลคนที่ไฟไหม๎น้าํ ร๎อนลวก

๔.๑ เทพทาโร (ไม้จวงหอม) (กรมปุาไม,้ ม.ป.ป.)
ผลสกุ นาํ มาทํานา้ํ มันเทพทาโร มีสรรพคุณใชร้ กั ษาแผลสด ไฟไหม้ นาํ้ รอ้ นลวกได้

ตน้ เทพทาโร (ไมจ้ วงหอม)
ผลสกุ เทพทาโร (ไม้จวงหอม)

ทมี่ า : เทคโนโลยชี าวบ้าน, (2563)
๔.๒ ว่านห่างจระเข้
วา่ นหางจระเข้ เปน็ พรรณไมล้ ้มลุกมีอายหุ ลายปี ลําตน้ เป็นข้อปล้องสั้น มีใบเป็นใบเด่ียว ใบหนาและ
ยาว อวบน้ํา แผ่นใบมีสีเขียว ข้างในใบเป็นวุ้นสีเขียวอ่อน โดยว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยรักษาแผลไฟไหม้
นํ้ารอ้ นลวก ชว่ ยดับพษิ รอ้ นบรรเทาอาการปวดแสบปวดรอ้ นจากแผล ด้วยการใช้วุน้ จากใบสดที่ลา้ งน้ําสะอาด แล้ว
ฝานบางๆ นาํ มาทาหรือแปะไวบ้ รเิ วณแผลตลอดเวลา จะชว่ ยทาํ ใหแ้ ผลหายเร็วมากขึ้นและอาจไม่เกิดรอยแผลเป็น
(วุ้นจากใบ) นอกจากน้ียังสามารถช่วยรักษาอาการผิวหนังไหม้จากแสงแดด หรือไหม้เกรียมจากการฉายรังสี หรือ
แผลเร้อื รงั จากการฉายรังสี โดยนําวนุ้ ของว่านหางจระเข้มาทาผิวบอ่ ยๆ จะชว่ ยลดการอักเสบได้ ควรผสมกับน้ํามัน
พืชเพือ่ ปูองกนั ผิวแหง้

ท่ีมา : เมดไทย, (2560)

155

๔.๓ บัวบก
ใช้เป็นยาถอนพิษ ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้นํ้าร้อนลวก ด้วยการใช้ทั้งต้นสด
ของบัวบกประมาณ 3 ต้นนาํ มาล้างนํ้าให้สะอาด ตําใหแ้ หลกแลว้ นาํ มาพอกแผลไฟไหม้

ท่มี า : เมดไทย, (2560)
๕. การปฐมพยาบาลคนท่ีขอ๎ เท๎าแพลง

ไพล
ไพลมสี รรพคุณชว่ ยรักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ําบวม ข้อเท้าแพลง โดยสามารถทําได้หลายเวที ดังนี้
- ใช้หัวไพลนํามาฝนแล้วทาบริเวณที่มีอาการฟกช้ําบวมหรือเคล็ดขัดยอก หรือใช้เหง้าสด 1 แง่ง
นํามาฝานเปน็ ช้ินบางๆ ตม้ รวมกับสมุนไพรชนดิ อื่นๆ เนื่องจากไพลจะมนี ํา้ มันหอมระเหย
- ใชเ้ หงา้ สดนาํ มาตาํ คน้ั เอาแตน่ ้าํ มาทานวดบริเวณท่มี ีอาการ
- ใช้เหง้าสดนํามาตําให้ละเอียดแล้วผสมกับเกลือเล็กน้อย นํามาห่อเป็นลูกประคบ และอังไอนํ้าให้
ความรอ้ น นํามาใชป้ ระคบบริเวณทมี่ ีอาการฟกช้าํ บวมและบริเวณที่ปวดเม่ือย เช้า - เยน็ จนกว่าจะหาย
- ใช้ทําเป็นน้ํามันไพล ด้วยการใช้ไพลหนัก 2 กิโลกรัม นํามาทอดในน้ํามันพืชร้อนๆ 1 กิโลกรัม ให้
ทอดจนเหลืองแล้วเอาไพลออก และใส่กานพลูผงประมาณ 4 ช้อนชา และทอดต่อไปด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ
10 นาที เสร็จแล้วนํามากรองรอจนนํ้ามันอุ่นๆ และใส่การบูรลงไป 4 ช้อนชา ใส่ภาชนะปิดให้มิดชิด รอจนเย็น
แล้วจงึ เขยา่ การบรู ใหล้ ะลาย และนาํ นํ้ามันไพลมาทาถนู วดวันละ 2 ครัง้ เวลามอี าการปวด เช้า - เย็น

ที่มา : เมดไทย, (2560)
ท้ังนี้หากมีอาการรุนแรงควรรบี พบแพทย์

156

แผนการจดั กิจกรรมที่ ๑๘
ภัยสังคมทางอนิ เทอร๑เนต

แนะนาํ เพจด๎านส่ิงแวดล๎อม
๑) Nature Toon การต๑ ูนสอื่ ความหมายธรรมชาติ

เพจส่ือความหมายธรรมชาติที่ส่ือสารเร่ืองราวเก่ียวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซ่ึงแสดงถึง
ความสมั พันธ์กนั ของทุกส่ิงบนโลกท่ีไม่สามารถแยกสิ่งใดส่ิงหนึ่งออกจากกันได้ โดยเป็นการสกัดข้อมูลในรูปแบบท่ีเข้าใจง่าย
เพ่อื นาํ เสนอผ่านภาพการต์ นู ในการเล่าเรื่อง เช่น เรือ่ งการสูญเสยี ความหลากหลายทางชวี ภาพกับโรคระบาดท่ีเพิ่มข้ึน

๒) Environman
เพจข่าวด้านสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ท่ีต้องการให้มนุษย์คํานึงถึงการกระทําที่อาจส่งผลกระทบต่อ
สง่ิ แวดล้อม ผ่านการสอ่ื สารใหค้ วามรู้ โดยการนาํ เสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เพ่ือให้รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่
เร่ืองไกลตัว รวมไปถึงมีการจัดกิจกรรม และการจําหน่ายสินค้าที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน
วงกว้างอีกด้วย ซึ่งเพจนี้ทําให้ได้รับข่าวสารท้ังนวัตกรรมเก่ียวกับการลดขยะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วย
รักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น นอกจากน้ียังมีข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกของเราที่สร้างความตระหนักและชวนให้เราลุกมา
เปลีย่ นพฤตกิ รรมของตัวเองเพื่อโลก
๓) ลุงซาเลง๎ กบั ขยะทีห่ ายไป
เพจท่เี นน้ ใหค้ วามรเู้ รอื่ งการแยกขยะและการรีไซเคิล ซ่ึงมีประโยชน์มากสําหรับมือใหม่เพราะเพียงเปิดเข้าไป
ในเพจก็จะพบกับโพสต์เกี่ยวกับการแนะนําเรื่องการจัดการขยะในแบบต่างๆ เช่น รวมจุดทิ้งขยะอันตรายในกทม.
ไปร้านรับซื้อของเก่า ขายอะไรได้บ้าง คู่มือคัดแยกขยะ รวมทั้งนวัตกรรมท่ีลดขยะให้โลก โดยทางเพจก็จะเล่าเร่ืองขยะ
แตล่ ะประเภทไปในแตล่ ะวันได้อยา่ งน่าสนใจ
๔) ReReef
เพจที่มีการนํางานวิจัย ข่าวต่างประเทศ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในประเด็นเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อม
ผ่านการนําเสนอในรูปแบบการแชร์ข่าว การทําแคมเปญ รวมถึงมีโปสเตอร์ท่ีออกแบบมาให้น่าสนใจ เขียนสรุปให้อ่าน
เข้าใจง่าย ซ่ึงเพจน้ีเป็นแพลตฟอร์มท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยเพจพยายามเสนอทางเลือก เพื่อช่วยให้
ผบู้ ริโภคเปล่ียนพฤติกรรมท่ีสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติได้ง่ายขึ้น เช่น การลดการใช้ถุงพลาสติก ด้วยการทําผลิตภัณฑ์
ต่างๆ ได้แก่ ถุงผ้าที่สะดวกต่อการพกพา สามารถหนีบห้อยกับกระเป฻าถือได้เพื่อกันลืม และถุงซิลิโคนสําหรับใส่อาหาร
ทสี่ ามารถลา้ งและนํากลบั มาใชไ้ ด้อีก เปน็ ตน้
๕) Greenery
เพจนี้มีเปูาหมายให้ผู้บริโภคหันมาสนใจการบริโภคอาหารปลอดภัย รวมถึงการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สงิ่ แวดลอ้ มโดยเนน้ กลุ่มคนเมือง ซึ่งจะมีการนําเสนอเนื้อหาความรู้ให้น่าสนใจทําให้ผู้ที่เข้ามาได้รับความรู้และเกิดความ
ตระหนักการบริโภค โดยใช้เน้ือหาที่น่าสนใจ เพ่ือให้บุคคลทั่วไปเห็นความสําคัญของการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น บทความหรือคลิปวิดีโอ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมออฟไลน์ ได้แก่ การจัดงานหรือกิจกรรม
ต่างๆ (event) และกิจกรรมอบรมแบบร่วมลงมือปฏิบัติ (workshop) เช่น สอนเรื่องการทําอาหาร การคัดเลือกอาหาร
ปลอดภัยมาบริโภค การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม รวมถึงการนําของเหลือใช้ต่างๆ มาประดิษฐ์เป็นของใช้ด้วย
ตนเอง (D.I.Y) เปน็ ตน้

157

6) ศนู ย๑เตือนภัยพิบตั ิแหงํ ชาติ กรมบรรเทาและป้องกันสาธารณภยั
มีหน้าท่ีเป็นศูนย์ข้อมูลกลางทางด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ และควบคุมส่ังการในภาวะวิกฤติ ตลอดจน
แจ้งเตือนภัยพิบัติทุกประเภท ซ่ึงเกิดขึ้นภายในประเทศไทย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน 1784 ตลอด
24 ชม. หรือสามารถเข้าไปติดตามข่าวการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ได้ท่ี Facebook : ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

158

แผนการจดั กจิ กรรมที่ ๑๙
เบอื้ งหลังกว๐ ยเตี๋ยว

การปลูกผกั ปลอดภัยจากสารพิษ
พชื ผกั เป็นพชื อาหารทน่ี ิยมนาํ มารับประทาน เน่ืองจากมีคุณค่าทางอาหารทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่

เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ค่านิยมในการบริโภคผักน้ัน มักจะเลือกบริโภคผักท่ีสวยงามไม่มีร่องรอยการทําลาย
ของหนอนและแมลงศตั รูพืช จึงทาํ ใหเ้ กษตรกรทป่ี ลูกผักจะต้องใช้สารเคมีปูองกันและกําจัดแมลงฉีดพ่นในปริมาณ
ทม่ี าก เพื่อใหไ้ ด้ผักท่สี วยงามตามความต้องการของตลาด เมื่อผู้ซื้อนํามาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษ
ที่ตกค้างอยู่ในพืชผักน้ันได้ เพื่อเป็นการแก้ป๎ญหาดังกล่าว เกษตรกรจึงควรหันมา ทําการปลูกผักปลอดภัยจาก
สารพษิ

ความหมายของผักปลอดภยั จากสารพษิ
ผักปลอดภยั จากสารพิษ หมายถึง ผลผลิตพืชผกั ทไี่ ม่มสี ารเคมีปูองกันและกําจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ หรือมี
ตกค้างอยู่ไมร่ บั ประทานระดบั มาตรฐานท่ีกระทรวงสาธารณสขุ กําหนดไว้
ขอ๎ ดีของการปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ
1. ทาํ ให้ไดพ้ ชื ผกั ที่มีคณุ ภาพ ไม่มสี ารพิษตกคา้ งเกิดความปลอดภัยแก่ผ้บู ริโภค
2. ชว่ ยให้เกษตรกรผปู้ ลูกผักมสี ขุ ภาพอนามยั ดขี ึ้นเน่อื งจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมปี ูองกัน
3. ลดต้นทนุ การผลิตของเกษตรกรด้านค่าใช้จา่ ยในการซื้อสารเคมปี อู งกันและกําจดั ศตั รูพชื
4. ลดปรมิ าณการนําเข้าสารเคมีปูองกันและกาํ จดั ศตั รูพืช
5. เกษตรกรจะมรี ายได้เพ่ิมมากข้ึน เนื่องจากผลผลิตที่ได้มีคุณภาพทําให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคา
สูงขน้ึ
6. ลดปริมาณสารเคมปี อู งกนั และกําจัดศัตรูพืชท่ีจะปนเป้ือนเข้าไปในอากาศและน้ํา ซึ่งเป็นการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละลดมลพษิ ของส่งิ แวดล้อมได้ทางหนง่ึ

บรโิ ภคผกั ตามฤดกู าลลดความเสยี่ งของสารเคมี
การบริโภคพืชผักน้ันมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การบริโภคผักท่ีไม่ได้เจริญเติบโตตามฤดูกาลนั้นมี

ความเสี่ยงสงู ในการใช้ป฻ยุ เคมแี ละสารกําจัดศตั รพู ชื เพอื่ ใหไ้ ด้ผลผลิตท่ีสวยและเจริญงอกงามดี โดนเร่งเก็บเก่ียวให้
ทันกบั ความตอ้ งการของตลาด ทาํ ให้ผู้บรโิ ภคต้องเส่ียงกบั การได้รับสารตกคา้ งเข้ารา่ งกาย จนอาจเกิดอันตรายตาม
ปริมาณความมากน้อยของสารพิษท่ีได้รับ ดังนั้นการลดความเสี่ยงเรื่องสารตกค้าง เราคงต้องเลือกผักผลไม้ที่ออก
ตามฤดูกาล เพ่ือจะไดเ้ ปน็ ผักและผลไมท้ ี่ธรรมชาตอิ อกแบบใหเ้ ติบโตในช่วงเวลาน้ันจริงๆ จะได้ปลอดภัยกว่าและมี
สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอย่างเต็มท่ีแบบท่ีไม่ต้องถูกเร่งการเจริญเติบโตให้ทันใจผู้บริโภค
สาํ หรับวิธีเลือกผักและผลไม้ตามฤดูกาล มขี อ้ สังเกตไดง้ ่ายๆ จากลกั ษณะเด่นของผกั ผลไมแ้ ตล่ ะฤดู ดังน้ี

159

ฤดหู นาว (พฤศจิกายน–กมุ ภาพันธ)์
ผกั ผลไม๎
มักจะเป็นผักท่ีชอบอากาศเย็น และเปน็ ผักตระกลู
รับประทานใบ
กวางตงุ้ กะเพรา กะหล่ําดอก กะหล่ําปลี แครอท ดอก ฝร่ัง ชมพู่ ส้มเขยี วหวาน
แค ตะลิงปลิง ถั่วลันเตา บรอกโคลี ปลัง ปวยเล้ง
ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักชี ผักสลัด พริกยักษ์ ฟ๎ก
ขา้ ว มะรุม ลกู เหรยี ง สะเดา

ฤดูร๎อน (มีนาคม–พฤษภาคม)
ผกั ผลไม๎
มกั เป็นผกั ทีท่ นแลง้ หรือชอบนํา้ นอ้ ย
กระเจี๊ยบเขียว คะน้า แตงกวา แตงโมอ่อน ถ่ัวฝ๎กยาว มะละกอ มะมว่ ง เงาะ ลาํ ไย ลองกอง
ถั่วพู บีทรูท ใบเหลียง ผักหวานปุา ฟ๎กทอง มะเขือเทศ
มะเขอื เปราะ มะเขือพวง มะระ หอมหัวใหญ่ เห็ดฟาง

ฤดูฝน (มิถนุ ายน–ตลุ าคม)
ผกั ผลไม๎
มกั เป็นผกั นาํ้ เยอะหรอื เจรญิ เติบโตในน้าํ
กุยช่ายดอก กุยช่ายใบ ขิง ข่า ชะอม ดอกขจร ดอกโสน สม้ โอ ลิ้นจี่ สับปะรด มะเฟือง กล้วย
ตําลึง ถั่วฝ๎กยาว น้ําเต้า บัวบก ใบข้ีเหล็ก ใบแมงลัก
ผักกระเฉด ผักกูด ผักโขม ผักบุ้งจีน ผักบุ้งนา ผักแว่น
ผกั หวานบา้ น ฟก๎ เขียว มะเขอื พวง มะเขอื สม้ มะนาว

ที่มา: สํานักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, (ม.ป.ป.)

นอกจากน้ียังมีอีกวิธหี นึ่ง คือ การเลือกรับประทานผักพื้นบ้านของไทย ที่มีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ละ
ชนิดลว้ นมีรสชาติอรอ่ ย มสี รรพคุณทางยา มีคณุ ค่าทางอาหารสูง มีผลต่อการปูองกันโรค และเน่ืองจากผักพื้นบ้าน
เป็นผกั ท่แี ข็งแรง ไม่ค่อยมโี รคและแมลงรบกวน จงึ ไมต่ อ้ งใชส้ ารเคมใี นการปลกู เชน่ กระถิน กระเจ๊ียบ ข้ีเหล็ก แค
ตาํ ลึง ผักหวานบา้ น เป็นตน้

ผบู้ รโิ ภค ควรให้ความสนใจและให้ความสําคัญกับพืชผักตามฤดูกาลเพื่อให้สามารถเลือกรับประทานผัก
ตามฤดูกาลได้ การรับประทานผักพื้นบ้าน สามารถลดความเส่ียงต่อการรับประทานผักท่ีฉีดยากําจัดศัตรูพืชหรือ
สารเคมีอ่ืนๆ ซึ่งเป็นอันตรายสะสมในร่างกายโดยตรงอีกด้วย และต้องเลือกผักตามฤดูกาลจากแหล่งที่ปลอดภัย
ควรล้างทําความสะอาดก่อนรบั ประทานทกุ ครง้ั ก็จะทาํ ให้ได้ผกั ผลไมท้ ี่ปลอดภัยและได้ประโยชนท์ ีส่ ดุ

160

แผนการจัดกจิ กรรมท่ี ๒๐
รู๎เทําทนั ส่ือ

หลกั การบริโภคที่เปน็ มติ รกบั สง่ิ แวดล๎อม บริโภคอยํางพอดเี ทาํ ทจ่ี ําเปน็ และการปรับเปลยี่ นพฤติกรรม
• ใชถ้ งุ ผา้ ตระกรา้ เพอื่ ลดการใช้ถุงพลาสตกิ
• ใชผ้ ้าเชด็ หน้าแทนการใชก้ ระดาษทิชชู่
• ใชป้ ิ่นโต หรือกลอ่ งข้าวใสอ่ าหาร แทนการใส่กล่องโฟม
• ปฏเิ สธการรบั ถงุ พลาสตกิ เมือ่ ซ้อื ของชิน้ เล็กหรอื นอ้ ยชน้ิ
• เลือกซ้ือบรรจุภัณฑท์ ่ีเปน็ มติ รกับส่งิ แวดล้อม เลือกทานอาหารท่ีร้านแทนการใส่กลอ่ งกลับ
• หลีกเลยี่ งใชว้ สั ดุสนิ้ เปลืองแบบใช้ครงั้ เดียวทงิ้
• ใช้วัสดุเหลือใช้ในการประดิษฐ์ของใช้ในโรงเรียน เช่น กระป฻องนม กระป฻องสี นํามาประดิษฐ์เป็น
กระถางตน้ ไม้ เปน็ ตน้
• แก้ไขบนหนา้ จอไมใ่ ช่บนกระดาษ เพือ่ ลดการใชก้ ระดาษ
• ใช้อเี มลเพ่ือลดการใช้กระดาษ
• เลือกใชถ้ า่ นไฟฉายแบบชาร์จได้
• ดดั แปลงของเหลอื ใช้เพ่ือใชป้ ระโยชน์
• เสื้อผ้าเก่านาํ ไปบรจิ าค หรือถพู ้นื
• ซอ่ มแซมอปุ กรณต์ ่าง ๆ ไมท่ ง้ิ เปน็ ขยะ
• การใช้กระดาษ ๒ หนา้ เมอื่ ต้องพิมพห์ รือทําสาํ เนา
• การนาํ กระดาษรายงานที่เขียนแล้ว ๑ หนา้ มาใช้ในหนา้ ทีเ่ หลือหรืออาจนาํ มาทาํ เป็นกระดาษโนต๊
• เลอื กซอื้ สินค้าท่นี ํากลบั มารไี ซเคลิ ไดห้ รอื ที่ผลิตจากวัสดุรไี ซเคลิ
• นาํ ขยะอินทรียก์ ลบั มาใชป้ ระโยชน์ เชน่ ทาํ ปยุ฻ หมัก
ทงั้ น้ี การบรโิ ภคทเ่ี ป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม บริโภคอย่างพอดีเท่าที่จําเป็น และการปรับเปล่ียนพฤติกรรม

น้ัน จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน ลดการสร้างมลพิษแก่โลก และยังสามารถนําส่ิงของ
ต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า แทนการนําไปท้ิงและนําไปกําจัด นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณการใช้
ทรพั ยากร โดยการใชท้ รพั ยากรอยา่ งคุ้มคา่ และสามารถชว่ ยในการอนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อมได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ผกู้ ากับลูกเสอื สามารถหาขอ้ มูลและสื่อด้านส่ิงแวดลอ้ มเพ่มิ เติม ได้ท่ี
- เวป็ ไซต์ กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสิง่ แวดล้อม : www.deqp.go.th
- Youtube : Green Thailand
- Facebook : กรมส่งเสริมคณุ ภาพสิง่ แวดล้อม

161

162

13

164

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑
การปฐมนิเทศ

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ทําบันทึกความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
(ทส.) ตามบันทึกขอ้ ตกลงความร่วมมือลงวันที่ ๒9 มกราคม ๒๕๕๒ เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนการสอน สร้าง
ทกั ษะ ความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ซึ่งโรงเรียนของเราได้
เขา้ รว่ มกบั กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่ิงแวดล้อม เพ่ือส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับ
นักเรียนในวิชาลูกเสือ โดยจะเพิ่มบทบาทของลูกเสือ ในการดําเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มทัง้ ภายในโรงเรยี นและรว่ มกับชุมชน

เมื่อโรงเรียนจัดต้ังเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนจะ
ได้รับการสนับสนุนเคร่ืองแบบลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จากกรมส่งเสริมคุณภาพ
สิ่งแวดล้อมเพ่ือใช้ในกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ผ้าผูกคอ
และปลอกแขน ใชส้ ําหรบั การดําเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานอ่ืนๆ หรือร่วมกับชุมชน มอบแบดจ์
ซึ่งเคร่ืองหมายของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และมอบสมุดบันทึกลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือประโยชน์ในการบันทึกกิจกรรมต่างๆ ของลูกเสืออนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอีกด้วย อีกทั้งกรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม มอบธงประจําโรงเรียนหน่วยฯ
และปูายโรงเรยี นหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ให้กับโรงเรียน เพ่ือเป็นเกียรติและเป็น
ตัวแทนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการร่วมกิจกรรมกับสํานักงานลูกเสือแห่งชาติและ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มต่อไป

เครือ่ งแบบและอุปกรณเ๑ ฉพาะสําหรับโรงเรียนหนํวยลูกเสืออนรุ กั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม
เคร่ืองแบบและอุปกรณ์เฉพาะสําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม

จัดทําขึ้นเพ่ือเป็นการเชิดชูเกียรติโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมอบให้ลูกเสือ
อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ด้านส่ิงแวดล้อม รวมท้ังมอบให้สําหรับผู้แทน
โรงเรียนหน่วยลูกเสือใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม การบําเพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมท้ังการร่วมดําเนินกิจกรรมกับหน่วยงานท่ี
เกีย่ วข้อง โดยเคร่อื งแบบและอุปกรณ์เฉพาะสําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มี
ดังนี้

๑. ปา้ ยโรงเรยี นหนํวยลูกเสอื อนรุ กั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล๎อม
ปูายโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับโรงเรียนที่ได้รับ
การจัดต้ังเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงว่าเป็นโรงเรียนท่ีมี
การเรียนการสอนรายวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่โดยการใช้คู่มือการบูรณาการส่ิงแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือ
สามญั รนุ่ ใหญ่ ส่กู ารจดั ตง้ั โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดค่ายที่เป็นมิตร
กับส่ิงแวดล้อม การจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการ
ดําเนนิ โครงการด้านสง่ิ แวดล้อม

165

๒. ธงประจาํ โรงเรียนหนํวยลกู เสืออนุรกั ษ๑ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม

เม่ือจัดตั้งเป็นโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้รับมอบธงประจํา
โรงเรียนหน่วยฯ เป็นธงพื้นสีเขียว หมายถึง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ร้ิวสีทอง หมายถึง
ลูกเสือ ซ่ึงเป็นผู้ที่มีเกียรติ และมีความรอบรู้ในการใช้ชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ป๎กตราสัญลักษณ์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยรูปทรงของสัญลักษณ์ที่เป็นโล่ หมายถึง การปกปูอง การปูองกัน ซึ่งใน
หลายประเทศนิยมใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สําหรับภาพต้นโพธ์ิ แผ่นดิน ช้าง โลมา
พระอาทิตย์ ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ภายในโล่น้ัน หมายความรวมถึง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เก้ือกูลกัน
สัตวป์ าุ พลังงาน และการปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากับสิ่งแวดล้อม

๓. ผา๎ ผกู คอลูกเสืออนุรกั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล๎อม

- พ้ืนสีเขียว หมายถึง การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ขลิบสที อง หมายถงึ ลกู เสือ ซึง่ เปน็ ผทู้ ม่ี ีเกยี รติ และมีความรอบรใู้ นการใชช้ วี ติ ท่ีเป็นมิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม
- ตราสัญลักษณ์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรูปทรงของสัญลักษณ์ท่ีเป็นโล่
หมายถึง การปกปูอง การปูองกัน ซ่ึงในหลายประเทศนิยมใช้รูปทรงโล่ แทนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
สําหรับภาพต้นโพธิ์ แผ่นดิน ช้าง โลมา พระอาทิตย์ ฯลฯ ท่ีปรากฏอยู่ภายในโล่นั้น หมายความรวมถึง
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มท่เี กอ้ื กูลกัน สัตวป์ าุ พลังงาน และการปรับตวั ใหเ้ ข้ากบั สิ่งแวดลอ้ ม
ผ้าผูกคอ มอบให้กับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จํานวน ๑ กอง
สําหรบั ใหผ้ ู้แทนโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ฯ ใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม การบาํ เพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมท้ังการร่วมดําเนิน
กจิ กรรมกบั หนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้อง

166

๔. ปลอกแขนลกู เสืออนุรักษท๑ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ๎ ม

ปลอกแขนลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ตราสัญลักษณ์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และป๎กข้อความ “GREEN SCOUT” และ “โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยจะใส่ที่แขนข้างซ้ายเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นลูกเสืออนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ภายใต้โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดย
ปลอกแขน มอบให้กับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จํานวน ๑ กอง สําหรับให้
ผู้แทนโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ฯ ใช้สวมใส่ในการปฏิบัติกิจกรรมที่เก่ียวข้องกับภารกิจด้านการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม การบําเพ็ญประโยชน์ และการเดินสวนสนามในงานพิธีต่างๆ รวมทั้งการร่วมดําเนิน
กิจกรรมกับหน่วยงานทีเ่ ก่ียวข้อง

๕. แบดจล๑ กู เสืออนุรกั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล๎อม

แบดจ์ลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม สําหรับโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านการใช้คู่มือ
การบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดต้ังโรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยผ่านการเรียนในรายวิชาลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี ๑
เคร่อื งหมายลูกเสือโลกแลว้

167

๖. สมุดบันทกึ กิจกรรมลูกเสืออนุรักษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม
สมุดบันทึกกิจกรรมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสมุดท่ีใช้บันทึกผลงานหรือ
กจิ กรรมในแตล่ ะแผนกจิ กรรมของคู่มือการบูรณาการสิ่งแวดล้อมเข้ากับหลักสูตรลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ สู่การจัดตั้ง
โรงเรียนหน่วยลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือบันทึกความรู้ที่ได้จากการดําเนินกิจกรรม
รวบรวมผลงาน และใชป้ ระเมนิ การดาํ เนนิ กจิ กรรมของลกู เสอื อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม โดยสมุด
บันทึกกิจกรรมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบให้กับผู้แทนกลุ่มที่ผู้กํากับลูกเสือกําหนด
หรือผู้แทนหมลู่ ูกเสอื อนุรักษฯ์ ทไี่ ด้รับมอบหมายใหบ้ ันทกึ กจิ กรรม

ภาพตวั อยาํ งการเดินสวนสนามของลกู เสอื อนรุ ักษ๑ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม

ที่มา : กรมส่งเสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม, (๒๕๖๓)

168

ทม่ี า : กรมสง่ เสริมคุณภาพสงิ่ แวดลอ้ ม, (๒๕๖๓)
ลูกเสืออนุรกั ษ๑ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อม เดนิ สวนสนามใน
วันคล๎ายวันสถาปนาลกู เสือแหงํ ชาติ (วนั ท่ี 1 กรกฎาคมของทุกป)ี

169

แผนการจัดกิจกรรมท่ี ๓
การพัฒนาตนเอง

คํานิยม ๑๒ ประการ ข๎อท่ี ๑๐ รู๎จกั ดํารงตนอยโํู ดยใชห๎ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวคิดท่ีมุ่งให้ทุกคนสามารถพ่ึงพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดีย่ิงขึ้น

จนเกิดความย่ังยืน คําว่า พอเพียง คือ การดําเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยต้ังอยู่บนหลักสําคัญสามประการ
คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภมู ิคมุ๎ กนั ที่ดี

ความพอประมาณ คือ การดํารงชีวิตให้เหมาะสม ซ่ึงเราควรจะมีความพอประมาณทั้งการหารายได้
และพอประมาณในการใช้จ่าย ความพอประมาณในการหารายได้ คือ ทํางานหารายได้ด้วยช่องทางสุจริต ทํางาน
ให้เต็มความสามารถ ไม่เบียดเบียนผู้อ่ืน ส่วนความพอประมาณในการใช้จ่าย หมายถึง การใช้จ่ายให้เหมาะกับ
ฐานะความเป็นอยู่ ไม่ใช้จ่ายฟุมเฟือยหรือใช้จ่ายเกินตัว และในขณะเดียวกัน ก็ใช้จ่ายในการดูแลตนเอง และ
ครอบครวั อย่างเหมาะสม ไมอ่ ย่อู ยา่ งลําบาก และฝืดเคืองจนเกนิ ไป

ความมีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการทําธุรกิจ หรือการดํารงชีวิตประจําวัน เราจําเป็นต้องมีการตัดสินใจ
ตลอดเวลา ซึง่ การตัดสินใจท่ีดี ควรต้ังอยู่บนการไตร่ตรองถึงเหตุ รวมทั้งคํานึงถึงผลที่อาจตามมาจากการตัดสินใจ
อย่างรอบคอบ ไม่ใชต่ ดั สินใจตามอารมณ์ หรอื จากส่งิ ที่คนอื่นบอกมาโดยปราศจากการวิเคราะห์

การมีภูมิคุ๎มกันท่ีดี คือ การเตรียมตัวให้พร้อมรับกับความเปล่ียนแปลง ในโลกท่ีไม่มีอะไรแน่นอน ทั้ง
สภาพลม ฟาู อากาศท่ีไมเ่ ออ้ื อาํ นวยต่อการทาํ เกษตร การเปล่ียนแปลงในบรษิ ทั คคู่ ้า การเลิกจ้างพนักงานในบริษัท
ใหญ่ หรอื แม้แตค่ วามไม่แนน่ อนของสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศที่มีผลต่อการลงทุน เราจึงจําเป็นต้องเรียนรู้
ท่ีจะดํารงอยู่ได้ด้วยการพ่ึงพาตนเอง และต้ังอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ เช่น เตรียมแผนสํารองสําหรับแต่ละ
สถานการณ์ การมรี ายไดห้ ลายทางเพอ่ื ลดความเส่ยี งในวนั ท่ีถกู เลิกจ้าง หรอื การกระจายความเสีย่ งในการลงทนุ

สําหรบั โครงการทน่ี า่ สนใจดา้ นสิง่ แวดลอ้ มท่ีนําหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ ได้แก่
๑) โครงการเกษตรทฤษฎีใหมํ คือ การบริหารจัดการที่ดิน เพ่ือการเกษตร ตามแนวพระราชดําริแห่ง
องค์ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทีท่ รงคดิ คน้ /วิจัยเกษตรทฤษฎีใหม่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2532
ใน พ้ืนท่ีส่วนพระองค์ขนาด 16 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา ท่ี ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.สระบุรี และทรงเผยแพร่ต้ังแต่ปี
2537 เพื่อแก้ไขป๎ญหา เกษตรกรรมที่ในเขตแห้งแล้ง ขาดแคลนนํ้าในการเกษตร โดยเฉพาะการเกษตรท่ีอาศัย
น้ําฝนเป็น หลัก ซึ่งมีความเส่ียงสูงในการขาดแคลนนํ้า กรณีฝนทิ้งช่วงและปริมาณนํ้าฝนไม่เพียงพอใน
การเพาะปลูก เป็นทฤษฎีแห่งการบริหารจัดการดิน ท่ีดิน น้ํา และเวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะ
เกษตรกรรายย่อย ท่ีมีท่ีดินจํานวนน้อย สามารถเล้ียงตัวเองได้ มีความมั่นคงด้านอาหาร คือ มีข้าว มีพืชผักและ
อาหารโปรตีนจากการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ หมู ปลา ฯลฯ ไว้บริโภคได้ตลอดทั้งปี มีการนําหลักเศรษฐกิจพอเพียงมา
ปฏบิ ตั ิ ใหเ้ ปน็ รปู ธรรม อยา่ ง เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพป๎ญหา และทรัพยากรท่ีมีต้ังแต่การทําการเกษตรแบบ
พอเพยี ง เพอ่ื การเล้ียงชพี เล้ียง ครอบครวั ไปจนถึงการพัฒนาการเกษตรแบบประณีต สามารถให้ผลตอบแทนเชิง
เศรษฐกิจท่ีสงู มากขน้ึ

170

๒) ปา่ 3 อยาํ ง ประโยชน๑ 4 อยาํ ง
"...การปลูกปุา 3 อย่าง แต่ให้ประโยชน์ 4 อยา่ ง ซ่ึงไดไ้ ม้ผล ไมส้ รา้ งบ้าน และไม้ฟืนน้ัน สามารถให้ประโยชน์ได้ถึง
4 อยา่ ง คือ นอกจากประโยชนใ์ นตัวเองตามชอ่ื แล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อันท่ี 4 ซึ่งเป็นข้อสําคัญ คือ สามารถ
ช่วยอนรุ ักษด์ นิ และตน้ นาํ้ ลําธารด้วย..."

พระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เม่อื วันท่ี 7 มกราคม พ.ศ. 2523
ณ โรงแรมรินคา อ.เมือง จ.เชยี งใหม่

ประโยชน๑ของปา่ 3 อยาํ ง ประโยชน๑ 4 อยาํ ง
พอกิน คือ การปลูกต้นไม้ที่กินได้ รวมท้ังใช้เป็นยาสมุนไพร ไม้ในกลุ่มน้ี เช่น แค มะรุม ทุเรียน สะตอ
ผกั หวาน ฝาง แหม้ กล้วย ฟ๎กข้าว ไมผ้ ลตา่ ง ๆ
พอใช๎ คอื การปลกู ต้นไม้ให้เป็นปุาไม้ สําหรับทําเครื่องใช้สอยในครัวเรือน อาทิ ทําฟืน เผาถ่าน ทํางาน
หัตถกรรม หรอื ทาํ นาํ้ ยาซักล้าง ไมใ้ นกลุ่มน้ี เช่น มะคาํ ดคี วาย หวาย ไผ่ หมเี หม็น
พออยูํ คือ การปลูกต้นไม้ท่ีใช้เน้ือไม้และไม้เชิงเศรษฐกิจให้เป็นปุา ไม้กลุ่มน้ีเป็นไม้อายุยืนเพ่ือใช้สร้าง
บ้าน ทาํ เครือ่ งเรอื น ต้นไมก้ ล่มุ นี้ เช่น ตะเคียนทอง ยางนา สัก พะยงู พะยอม
พอรํมเยน็ คือ ประโยชนอ์ ย่างท่ี 4 ทเี่ กดิ จากการปลกู ปาุ 3 อยา่ ง จะชว่ ยฟ้ืนฟรู ะบบนิเวศดินและนํ้าให้
กลับมาอุดมสมบูรณ์ ร่มรืน่ และฉํา่ เย็นขน้ึ มา

คํานิยม ๑๒ ประการ ขอ๎ ที่ ๑๒ คํานงึ ถึงผลประโยชนข๑ องสํวนรวมและตํอชาติ
๑) ผลกระทบจากการตดั ไมท๎ ําลายป่า
1. เกดิ การชะล้างพังทลายของดิน ปุาที่ถูกทําลายจะทําให้ไม่มีต้นไม้ วัชพืช หญ้าปกคลุมดิน เมื่อฝน

ตกลงมาน้าํ ฝนจะกัดเซาะหนา้ ดนิ ทีอ่ ุดมสมบรู ณ์ให้ไหลไปกับกระแสน้ํา
2. เกิดน้ําท่วมในฤดูฝน บริเวณปุาที่ถูกทําลายจะไม่มีต้นไม้ วัชพืช และหญ้าที่ปกคลุมหน้าดินช่วย

ดูดซับน้ําฝน ไว้ ทําให้นํ้าไหลบ่าจากท่ีสูงอย่างรุนแรง และมีปริมาณมากทําให้เกิดนํ้าท่วมในพื้นที่ ตอนล่างอย่าง
ฉบั พลัน

3. เกิดความแห้งแล้งในฤดูแล้ง การทําลายปุาไม้ ต้นน้ําลําธารทําให้ปุาไม้ถูกตัด แยกออกเป็นส่วนๆ
เกิดการระเหยของน้ําจากผิว ดินสูง แต่การซึม ผ่านผิวดินต่ํา ดินดูดซับและเก็บ น้ําไว้ได้น้อย ส่งผลให้น้ําไหลลงสู่
ลาํ ธารน้อยเกดิ ความแห้งแลง้ ในฤดู

4. เกิดป๎ญหาโลกร้อนข้ึน เนื่องจากปุาไม้เป็นแหล่งของการหมุนเวียนสาร ระหว่างออกซิเจน
คาร์บอนไดออกไซด์ น้ําและสารอื่นๆ ในระบบนิเวศที่ สําคัญ การทําลายปุามีส่วนทําให้เกิดการสะสมของก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ ใน

5. คณุ ภาพของนาํ้ เส่ือมลง เม่ือฝนตกในบริเวณปุาไม้ที่ถูกทําลายก็จะพัดพาเอาดินโคลน ตะกอนลงสู่
แหล่งนํ้าทําให้น้ําขุ่นและเกิดการต้ืนเขินส่งผล ให้คุณภาพน้ําทั้งทางด้าน กายภาพ ชีวภาพ และเคมีด้อยลง
ไม่สามารถใช้น้ําในการอปุ โภค บรโิ ภคได้

171

6. พืชและสัตว์ปุามีจํานวนและชนิดลดลง ปุาไม้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ พืชและสัตว์ปุา การตัดไม้
ทําลายปุาเป็น การทําลายแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย และความหลากหลายทางชีวภาพ ทําให้พืชและสัตว์ปุาหลาย
ชนิดมปี ริมาณ ลดลงจนเกอื บสูญพันธ์

๒) การทําประมงแตํพอดี เช่น ไม่จับสัตว์น้ําในฤดูวางไข่ และไม่ใช้อวนลากในการจับสัตว์นํ้า เน่ืองจาก
อวนลากเป็นเคร่ืองมือประมงที่มีลักษณะคล้ายถุง โดยจะใช้เรือลากอวนให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ลาก
ตั้งแต่พืทะเลไปจนถึงผิวนํ้า ซ่ึง 2 ใน 3 ของสัตว์นํ้าท่ีจับมาได้ไม่ใช่สัตว์นํ้าเปูาหมาย ยังไม่โตเต็มวัย และเสี่ยงต่อ
การสูญพันธุ์ ระบบนิเวศหน้าดินเสียหายเหมือนกับถูกรถไถกวาดหน้าดิน ดังนั้น เพื่อให้ทรัพยากรทางทะเลมี
เพียงพอถึงคนรุน่ หลังจงึ ควรทําประมงแต่พอดี คาํ นงึ ถงึ ผลกระทบจากการทําประมงเกินขนาด

นอกจากนี้ยังมี “ฤดูน้ําแดง” ซ่ึงเป็นช่วงระยะเวลาท่ีน้ําในแม่น้ําลําคลองเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณฝน
จํานวนมากที่ตกหนกั และชะล้างหนา้ ดิน พัดพาเอาตะกอนธาตอุ าหารตา่ ง ๆ ลงสู่แม่นํ้าลําคลอง ทําให้น้ํากลายเป็น
สีแดง ช่วงระยะเวลาดังกล่าว จะอยู่ระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี และเป็นช่วงท่ีจะ
กระตุ้นให้ปลาน้ําจืดมีการผสมพันธุ์และวางไข่กัน เพื่อสงวนพันธุ์สัตว์นํ้าจืดท่ีกําลังมีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกไม่ให้ถูก
ทําลายมากเกินไป

๓) ไมํเผาวัชพืชทางการเกษตร การเผาในท่ีโล่งนอกจากจะมีควัน เถ้าเขม่า และเกิดฝุนละอองต่างๆ
ออกมาแล้ว ยังมีสารมลพิษอ่ืนๆ ด้วย เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจน
ไดออกไซด์ และสารอินทรีย์ระเหย ซึ่งสร้างความรําคาญและเป็นพิษต่อสุขภาพอนามัยได้โดยตรง โดยเฉพาะต่อ
ระบบหายใจและเกดิ โรคภมู ิแพท้ างอากาศที่มจี ํานวนผูป้ ุวยมากขน้ึ ทกุ ปี

๔) ผลกระทบจากการเผาป่า การเผาในท่ีโล่งในชนบทหรือในพื้นที่การเกษตร และไฟปุานั้น จะ
ก่อให้เกิดผลกระทบได้กว้างขวางมากกว่าทั้งในด้านความปลอดภัยต่อชีวิต และผลกระทบที่มีต่อระบบนิเวศและ
สิ่งแวดล้อมตา่ ง ๆ เน่อื งจากการเผาไหมค้ รอบคลุมพนื้ ทขี่ นาดใหญ่เสมอ เช่น ไฟปุา และการเผาในพ้ืนที่นาข้าวเม่ือ
เร่ิมฤดูเพาะปลูก จึงเกิดกลุ่มควันฝุนละอองและสารมลพิษต่างๆ ในปริมาณมากซึ่งถูกลมพัดพาไปได้ไกล และมัก
เกิดผลกระทบตอ่ ชมุ ชนเมอื ง การเผาหญา้ หรอื ขยะ หรือสิง่ อืน่ ใดในที่ดินของตนเองน้ัน ยังไม่รุนแรงถึงขั้นท่ีอาจจะ
เปน็ อนั ตรายแกบ่ คุ คลหรือทรพั ย์ของบคุ คลอื่น เพยี งแต่ก่อให้เกิด กล่ิน แสง สี เสียง รังสี ความร้อน ส่ิงมีพิษ ความ
สน่ั สะเทือน ฝุน ละออง เขม่า เถ้า จนเปน็ เหตใุ ห้เส่อื มหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แก่ผู้ท่ีอยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง
การกระทําเช่นน้ีเป็นความผิดอาญา โดยมีโทษจําคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจําท้ัง
ปรบั (พระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25 ,26,28,74 )

๕) บําบัดนํ้าเสียในครัวเรือนกํอนทิ้งลงแหลํงน้ํา ของเสียที่เกิดจากบ้านเรือนท่ีพักอาศัยและอาคาร
ต่างๆ ภายในแหล่งชุมชน นอกจากจะเป็นน้ําเสียที่เกิดจากการซักล้าง ทําครัว อาบน้ํา และส้วม ที่ระบายลงสู่ท่อ
ระบายนํ้าหรือแหล่งนํ้าแล้ว ยังมีของเสียประเภทอ่ืนท่ีอาจถูกระบายทิ้งปนเป้ือนกับน้ําเสีย ของเสียดังกล่าว คือ
"ของเสียอันตรายจากบ้านเรือน (Household Hazardous Waste)" ซ่ึงส่วนใหญ่จะเกิดจากการใช้อุปกรณ์หรือ
เครื่องใช้ตา่ งๆ ภายในบา้ นเรอื นหรืออาคาร ซ่งึ เมื่อปนเปือ้ นมากับน้าํ เสยี และถูกระบายลงสู่แหล่งน้ําจะโดยทางตรง
หรือทางอ้อม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ํา ตลอดจนแหล่งน้ําดิบเพื่อผลิตประปา คุณภาพชีวิตของมนุษย์ และ
คณุ ภาพสิ่งแวดล้อมมากย่ิงขึน้ ดงั นัน้ จึงจาํ เป็นต้องได้รับการกําจัดด้วยวิธีที่เหมาะสมและถูกต้อง เพ่ือปูองกันความ
เสยี หายทีจ่ ะมีตอ่ สุขภาพอนามยั และผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม

172

แผนการจัดกิจกรรมที่ ๔
การเย่ียมหนํวยงาน

กิจกรรมครั้งท่ี ๑
- สนทนาเลอื กสถานท่ใี นการไปเยย่ี มหนว่ ยงานทีส่ นใจ (ชมุ ชนตน้ แบบ, หน่วยงานด้านสง่ิ แวดลอ้ ม)
- การเลอื กสถานทใี่ นการไปเย่ียมหน่วยงาน ต้องรว่ มกนั ลงความเห็นตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ว่า ต้องการ

ไปเย่ยี มหน่วยงานใด และเพื่อให้ทราบขั้นตอนและแนวทางในการเข้าเย่ียมหน่วยงาน ให้เป็นประโยชน์กับการเข้า
เยยี่ ม เพ่อื ทําโครงการเยีย่ มหน่วยงาน

- ทําโครงการ/โครงงาน กจิ กรรมการเย่ียมหน่วยงาน
กิจกรรมครง้ั ท่ี ๒

- เยย่ี มหน่วยงานและรายงานผล (มแี บบฟอร์มรายงานผลกิจกรรมการเย่ยี มหน่วยงาน)
ตวั อยาํ ง ชมุ ชนตน๎ แบบดา๎ นสงิ่ แวดลอ๎ มทง้ั หนวํ ยงานภาครัฐและเอกชนเดํนๆ ในแตลํ ะภาค

ภาคเหนือ
1. ชุมชนอนุรกั ษส๑ ิ่งแวดล๎อมบา๎ นแมํแมะ ต.แมนํ ะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหมํ

ทมี่ า : เฟซบกุ๊ ชมุ ชนบ้านแม่แมะ ม.๙ ต.แม่แรม อ.แม่รมิ จ.เชียงใหม่, (2561)

173

ชุมชนแม่แมะ เป็นชุมชนท่ีคนและปุาอาศัยซึ่งกันและกัน และได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านการอนุรักษ์
ส่ิงแวดล้อมจากมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ เป็นผลงานการประกวดหมู่บ้านตําบลเขียวขจีดีเด่น เม่ือ พ.ศ. 2541
โดยมีกิจกรรม ร่วมไม้ร่วมมือ สมานสามัคคี การดูแลปุา รักษาส่ิงแวดล้อม เป็นชุมชนท่ีอนุรักษ์ปุาไม้
ทรพั ยากรธรรมชาติ อาชีพหลักของคนที่นี่คือ เก็บใบเมี่ยง ซึ่งเป็นพืชสมุนไพร มีสรรพคุณต้านทานโรคมะเร็ง เป็น
พืชเศรษฐกิจของชาวชุมชนแม่แมะ ส่วนอาชีพรอง คือ กลุ่มทําสมุนไพร หาไผ่จักสาน และหาของปุามาประกอบ
รายไดเ้ สรมิ ให้คนในครอบครัว

ปจ๎ จุบนั นอกจากอาชีพการเกษตรแล้วชาวบ้านทนี่ ีย่ ังเปิดบ้านรับนักท่องเที่ยว ท่ีต้องการจะมาสัมผัสชีวิต
แบบใกลช้ ดิ ธรรมชาติจรงิ ๆ อกี ดว้ ย ทีน่ ่จี ะมบี ้านพักแบบโฮมสเตย์เพ่ือต้อนรับนักท่องเท่ียวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
บา้ นแม่แมะ ไดร้ บั การพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเท่ยี วที่ไดร้ ับความสนใจ ต่างแวะเวียนเข้ามาชมชีวิตในปุาเขา
และสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมที่แตกต่าง ที่นี่มีบ้านพักโฮมสเตย์ และกิจกรรมท่องเท่ียวท่ีน่าสนใจมากมาย
ทงั้ นวดแผนไทย กิจกรรมเดินปุา ศึกษาธรรมชาติ รวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่าท่ีเรียบง่าย บ้านพักมีท้ังแบบ
วิวภเู ขา วิวลําธาร และทเี่ ปน็ ไฮไลท์ก็คือ บ้านต้นไม้ ชุมชนบ้านแม่แมะ มีความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยว เป็นการ
จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทําให้ชาวบ้านมีรายได้เพ่ิมมากขึ้น จากการทําอาหาร ทําความสะอาด และสร้าง
บ้านพัก ซึ่งรายได้จะแบ่งเป็นสัดส่วน คือ ค่าจ้างชาวบ้านและส่วนที่เหลือเก็บเข้ากองกลางของหมู่บ้านเพ่ือนํามา
พฒั นาและซ่อมแซมโฮมสเตย์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1. องคก๑ ารบริหารสวํ นตาํ บลนาคูํ อําเภอนาแก จังหวดั นครพนม

ที่มา : เฟซบุ๊กองค์การบริหารส่วนตําบลนาคู่, (2558)

174

ก่อนหน้าน้ีชุมชนในเขตตําบลนาคู่ อําเภอนาแก จังหวัดนครพนม ต้องเผชิญกับป๎ญหาขยะมูลฝอยที่
ส่งผลกระทบต่อทั้งครัวเรือนและส่ิงแวดล้อม ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตําบลจึงตัดสินใจจัดตั้ง "โครงการบริหาร
จดั การขยะแบบย่งั ยนื " ข้ึน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างถูกต้อง โดยมีการรณรงค์ สาธิต
และอบรมเชิงปฏิบัติเก่ียวกับการคัดแยกขยะแต่ละประเภท การใช้ไส้เดือนกําจัดขยะอินทรีย์ การนําขยะเศษ
อาหารมาทําป฻ุยชีวภาพ-นํ้าหมักจุลินทรีย์ และการจัดการขยะพลาสติกโดยไม่เผาและไม่กลบให้กับทุกหมู่บ้าน
อีกทั้งยังมีแหล่งรับซ้ือพลาสติกแห้งประจําเดือน ซ่ึงช่วยให้ตอนนี้สิ่งแวดล้อมในชุมชนสะอาด เป็นระเบียบ และ
น่าอยู่มากยิ่งขึ้น จนทําให้องค์การบริหารส่วนตําบลนาคู่ ได้รับเลือกให้เป็นชุมชนต้นแบบที่มีผลงานดีเด่นเกี่ยวกับ
ส่งิ แวดลอ้ ม ด้านการบริหารจดั การส่ิงปฏิกลู และมลู ฝอย

ภาคกลาง และภาคตะวันออก
1. ชมุ ชนเขาพระงามที่ 24 เทศบาลตาํ บลเขาพระงาม อําเภอเมือง จังหวัดลพบรุ ี

ที่มา : กรมส่งเสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม, (2556)
การบริหารจัดการขยะของชุมชนเขาพระงามที่ 24 หรือชุมชนกองพันทหารขนส่งซ่อมบํารุงเคร่ืองบิน
ทหารบก กรมการขนส่งทหารบก เกิดข้ึนจากการร่วมมือกันของทุกคนในชุมชน โดยเริ่มต้นจากการอบรมเกี่ยวกับ
การคัดแยกขยะท้ังในหน่วยทหารและตามบ้านเรือน จากนั้นก็ดําเนินการจัดหาพื้นท่ีให้ทิ้งขยะอย่างถูกต้องและ
ครอบคลุม มีถังขยะรองรับทุกประเภท มีหลายจุดตามโซนที่อยู่อาศัย และมีร้ัวล้อมรอบเพ่ือความเป็นระเบียบ
รวมถึงมีการรับบริจาคขยะในชุมชนและมีโรงคัดแยกขยะขนาดใหญ่โดยเฉพาะ เพ่ือเป็นแหล่งส่งขายแล้วนําเงิน
มาพัฒนาชุมชนต่อไปด้วย ไม่เพียงเท่าน้ัน ชุมชนนี้ยังมุ่งเน้นเร่ืองการนําขยะเหลือใช้กลับมาแปรรูปให้เกิด

175

ประโยชน์อีกต่างหาก ไมว่ า่ จะเป็นการทําสง่ิ ประดษิ ฐ์จากขวดพลาสตกิ การรีไซเคลิ กิง่ ไม้ขนาดใหญ่เป็นถ่าน การทํา
น้ําส้มควันไม้ หรือการทําน้ําหมักชีวภาพจากเศษอาหาร นอกจากน้ีผู้คนในชุมชนยังรู้จักลดขยะต้ังแต่ต้นทางด้วย
การใช้ถงุ ผ้าหรือตะกรา้ แทนถงุ พลาสติก เรียกได้ว่าเป็นชุมชนทล่ี ดและกําจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังได้รับ
รางวลั เก่ียวกับดูแลส่ิงแวดล้อมมากมาย และเป็นชุมชนต้นแบบเก่ียวกับการจัดการขยะท้ังของกองทัพบกและของ
เทศบาลตาํ บลเขาพระงาม
2. องคก๑ ารบรหิ ารสวํ นจังหวัดระยอง อาํ เภอเมือง จังหวัดระยอง

ทมี่ า : เฟซบุ๊ก อบจ.ระยอง, (2563)
อบจ.ระยอง อําเภอเมือง จังหวัดระยอง ถือเป็นอีกหน่ึงชุมชนตัวอย่างท่ีกําจัดขยะได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะมีกิจกรรมให้ความรู้และส่งเสริมให้ผู้คนหันมาลดและคัดแยกขยะ รวมถึงนําขยะ
มาแปรรูปใหมใ่ หเ้ กดิ ประโยชน์แลว้ ยังมี "ศูนย์กําจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร" ด้วย โดยโครงการนี้จะรับเอา
ขยะจากเทศบาลท้องถิ่นจํานวน 21 แห่ง มาคัดแยกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท (ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะ
พลาสติก และขยะฃท่ีเหลือจากการคัดแยก) แล้วนํากลับไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การรีไซเคิลหรือการทํา
ปุ฻ยหมัก ส่วนที่เหลือก็กําจัดด้วยการฝ๎งกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลในบ่อฝ๎งกลบ นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้าง
โรงไฟฟูาสําหรับแปลงขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy) เพ่ือผลิตไฟฟูากลับคืนสู่ชุมชนอย่างคุ้มค่าและเป็น
มติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ มดว้ ยนน่ั เอง

176

ภาคใต๎
1. เทศบาลเมืองทุํงสง อําเภอทงํุ สง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ที่มา : เฟซบุก๊ สนง.ประชาสมั พนั ธจ์ งั หวดั นครศรธี รรมราช, (2561)
อีกหน่ึงชุมชนที่มีการจัดการขยะมูลฝอยได้เป็นอย่างดีก็คือ เทศบาลเมืองทุ่งสง อําเภอทุ่งสง จังหวัด
นครศรีธรรมราช หลังจากที่มี "โครงการพลิกถุงพลิกโลก" มาตั้งแต่ปี 2558 ซ่ึงตอนแรกก็เร่ิมจากองค์กรและ
โรงเรยี นในสงั กัดเทศบาล จากนน้ั กค็ อ่ ย ๆ ขยายไปสู่หมู่บ้านและชุมชนเรื่อย ๆ โดยทางโครงการมีการจัดกิจกรรม
ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกําจัดขยะและลดขยะท่ีต้นทางอย่างยั่งยืน เริ่มต้ังแต่การคัดแยกขยะ การนําไป
เกบ็ ทธ่ี นาคารขยะ การขายขยะเพ่ือสร้างรายได้ ด้วยหลัก 3R (Reduce Reuse Recycle) รวมถึงมีกิจกรรมให้ทุก
คนลงมือทําจรงิ อาทิ สอนวิธกี ารนาํ วัสดุทดแทนจากธรรมชาตมิ าใช้แทนพลาสติก เช่น ภาชนะจากกาบหมาก ซึ่งก็
ได้ผลลัพธ์ท่ีดี เพราะสามารถทําให้เทศบาลเมืองทุ่งสงมีปริมาณขยะลดลงจากเดิม 50 ตันต่อวัน เหลือเพียง 20
ตันต่อวัน นอกจากน้ียังช่วยให้ประชาชนมีรายได้เสริม ทําให้ส่ิงแวดล้อมสะอาด น่าอยู่ ถูกสุขอนามัย แถมช่วยลด
การใช้โฟมและพลาสติกไปในตวั อีกด้วย

177

2. เทศบาลตาํ บลปรกิ อําเภอสะเดา จงั หวัดสงขลา

ทมี่ า : เฟซบุ๊กเทศบาลตําบลปรกิ -Prik Municipality, (2559)
เทศบาลตาํ บลปรกิ มีโครงการและกจิ กรรมเก่ียวกับส่ิงแวดล้อม โดยเฉพาะเร่ืองการจัดการขยะในชุมชน
มาต้ังแต่ปี 2543 แล้ว โดยทางเทศบาลร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดการฝึกอบรม สร้างความรู้ความเข้าใจ และ
ให้แนวทางการแก้ไขกับผู้คนในชุมชนอยู่เสมอ จนล่าสุดเทศบาลตําบลปริกสามารถจัดการป๎ญหาขยะได้ตั้งแต่ต้น
ทางไปจนถึงปลายทาง เริ่มต้ังแต่การร่วมมือกันคัดแยกขยะในแต่ละครัวเรือน จากน้ันก็นําขยะรีไซเคิลไปขายต่อ
ให้กบั ธนาคารขยะ สว่ นขยะอินทรยี ก์ ็นําไปทําเป็นปุ฻ยหมักและนํ้าหมักชีวภาพ สุดท้ายจึงเป็นหน้าที่ของเทศบาลใน
การจัดเกบ็ และกําจัดขยะต่อไป สง่ ผลให้ปริมาณขยะในชุมชนลดลงจากเดิมวันละ 6-7 ตัน เหลือวันละไม่ถึง 3 ตัน
เท่านั้น ท่ีสําคัญยังทําให้เทศบาลตําบลปริกได้รับการยกย่องเป็นชุมชนต้นแบบเร่ืองการจัดการขยะประจําอําเภอ
สะเดาอีกดว้ ย
องคก๑ รเอกชนที่ชวํ ยดูแลรกั ษาสง่ิ แวดล๎อมและธรรมชาติ
ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเป็นของทุกคน ในสังคมการจะช่วยกันดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมและธรรมชาติ
จะตอ้ งเป็นการรว่ มมอื กันหลายๆ ฝาุ ยไม่ว่าจะเป็นสว่ นบคุ คล แตล่ ะคนทจ่ี ะตอ้ งมีจิตสํานึกในการอนุรักษ์และรักษา
สิ่งแวดล้อมรอบตัว องค์กรภาครัฐท่ีต้องเข้ามาขับเคลื่อนเป็นตัวหลักและสนับสนุนฝุายต่างๆ อีกทั้งองค์กรที่เป็น
เอกชนซึ่งเป็นพลังส่วนหน่ึงในการผลักดันและจัดให้มีกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์
สิง่ แวดลอ้ มและธรรมชาติ ทจ่ี ะไดน้ ํามาแนะนําใหร้ จู้ ักกันมีท้ังหมด 5 แห่ง ซ่ึงน่าสนใจและน่าติดตาม และกิจกรรม
ทีเ่ ปดิ รบั ใหค้ นท่ัวไปไดไ้ ปร่วมอนรุ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ มและธรรมชาตดิ ว้ ยกนั

178

1.มลู นธิ ชิ วํ ยชวี ติ สัตวป๑ า่ แหงํ ประเทศไทย (The Wild Animal Rescue Foundation of Thailand)
เป็นมูลนิธิท่ีช่วยชีวิตสัตว์ปุามีกิจกรรม รณรงค์ ต่อต้าน และการปูองกันการล่าสัตว์ปุารวมถึงการทารุนสัตว์
มีวัตถุประสงค์เพ่ือช่วยเหลือสัตว์ปุาทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ปุาท่ีมีสภาพพิการหรือต้องถูกทารุณ
ทางมูลนิธิจะชว่ ยเหลอื และนาํ ใหม้ ามชี วี ิตใกล้เคียงกับธรรมชาตากที่สุด ในพ้ืนที่ศูนย์ของมูลนิธิฯ และทางมูลนิธิยัง
จัดหาความช่วยเหลือ มีบุคลากรท่ีเชี่ยวชาญท้ังในประเทศไทยเอง และผู้เช่ียวชาญจากต่างประเทศ เน้นการฝึกสัตว์ปุา
และลกู สตั วป์ ุาใหช้ ว่ ยเหลือตัวเองได้ จากนัน้ ก็จะนํากลับคนื สู่ปุา มกี ิจกรรมอบรมและให้ความรแู้ ก่ประชาชนรวมถึง
ผู้สนใจ ก่อต้ังข้ึนในปี 2535 จากเดิมเป็นศูนย์พิทักษ์สัตว์ปุา สนับสนุนและแนะนําช่วยเหลือจากสัตวแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญในด้านเกี่ยวกับสัตว์ปุา อีกท้ังยังมีอาสาสมัครมาจากท่ัวโลก มูลนิธิได้รับอนุญาตให้ดําเนินการในฐานะ
มูลนิธิ ต้งั แตว่ ันที่(Phone number hidden)กุมภาพันธ์ 2535 ในนาม มลู นธิ ชิ ว่ ยชีวิตสัตวป์ ุาแห่งประเทศไทย
2. มูลนธิ ิคุม๎ ครองสัตว๑ป่าและพรรณพืชแหงํ ประเทศไทย ในพระบรมราชนิ ปู ถัมป์
มูลนิธิน้ีก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2526 ผู้บุกเบิกงานมูลนิธิคือ นายแพทย์ บุญส่ง เลขะกุล
จุดประสงค์ของมูลนิธิคือช่วยเหลือสัตว์ปุาโดยไม่ขัดกับกฎหมาย รับให้คําปรึกษาป๎ญหาต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับสัตว์ปุา
รณรงค์ เผยแพร่ข้อมูลและประสานงานกับองค์กรอ่ืนๆ ท้ังภาครัฐและเอกชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟ้ืนฟู
สภาพปาุ และนําสตั วค์ ืนสปู่ าุ และยังสรา้ งเครือขา่ ยท่ีเปน็ ตวั แทน กระบอกเสยี งเพื่อทํางานของมลู นิธทิ ัว่ ประเทศไทย
3. มูลนิธพิ ทิ กั ษ๑อุทยานแหํงชาตเิ ขาใหญํ
จัดต้ังวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2529 ประธานในขณะน้ันคือ พลเอกชุมพล โลหะชาละ เริ่มจากการจัด
มลู นิธเิ พื่อชว่ ยเหลือเยาวชนทอ่ี าศัยอย่ใู นเขตอทุ ยานเขาใหญ่และโดยรอบท่ีด้อยโอกาส ต่อมาจึงขยายขอบข่ายงาน
ของมูลนิธิมาช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของเขาใหญ่ มีกิจกรรมต่างๆ ในช่วงต่างๆ ตลอดปี โดยเฉพาะ
การจดั หาส่งเสรมิ สวสั ดิการให้เจา้ หน้าที่ท่ีทํางานเก่ียวกับการคุ้มครองดูแลปุาเขาใหญ่ เจ้าหน้าท่ีท่ีคอยปราบปราม
ผ้กู ระทาํ ผดิ เกี่ยวกบั ปุาเขาใหญ่ ประสานงานกับหน่วยงานของรฐั ทเ่ี ก่ียวข้อง
4. มูลนิธเิ พือ่ นช๎าง
มูลนิธินี้มีโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกต้ังอยู่ เพ่ือรักษาช้างโดยสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านช้าง
โดยเฉพาะ ก่อต้ังข้ึนเมื่อปี พ.ศ. 2536 โดยมีภารกิจเพ่ือช่วยเหลือช้างท่ีบาดเจ็บ ถูกทําร้าย ช้างพิการชราต่างๆ
กิจกรรมหลักท่คี นทว่ั ไปมสี ่วนร่วมไดค้ ือการบรจิ าคเงินเพ่อื การใช้จ่ายของมลู นิธิ
5. สมาคมอนุรักษน๑ กและธรรมชาตแิ หงํ ประเทศไทย
เปน็ องค์กรเอกชนทีม่ กี ารดําเนนิ งานมานานกว่า 20 ปีเร่ิมจากก่อต้ังเป็นชมรมดูนกจากกลุ่มผู้รักนกและ
ธรรมชาติ ซึ่งมีกิจกรรมปลูกฝ๎งให้คนรักนกและได้เห็น เรียนรู้ถึงนกที่สวยงามเม่ืออยู่ในธรรมชาติ จัดกิจกรรมดูนก
และอนุรกั ษ์ธรรมชาตติ ่างๆ ตลอดทัง้ ปี

179

แผนการจัดกิจกรรมท่ี ๙
การเตรยี มตัวกํอนสํารวจ

กจิ กรรมคร้งั ท่ี 1 สอดแทรกสมนุ ไพรภูมปิ ัญญาไทย
ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากร ท่ีเอ้ือต่อการส่ังสมภูมิป๎ญญาและองค์ความรู้การใช้พืช

สมนุ ไพรมาเป็นเวลายาวนาน โดยมพี ืชสมุนไพรอยู่ภายในประเทศ ประมาณ 11,625 ชนิด ซึ่งประมาณ 1,800 ชนิด
หรอื รอ้ ยละ 15.5 ของทั้งหมดน้ันได้มีการนํามาใชป้ ระโยชน์ในด้านต่างๆ (กระทรวงสาธารณสุข, 2559) ไม่ว่าจะ
นํามาประกอบอาหารหรือนํามาใช้บรรเทา รักษาอาการเจ็บปุวยตามสรรพคุณของพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ การท่ีเรา
สามารถนาํ พืชสมุนไพรมาใชป้ ระโยชน์ได้อย่างมากมาย ทําให้เห็นถึงความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชสมุนไพรใน
ทอ้ งถิ่น ส่งเสรมิ ให้เกดิ ความม่นั คงทางดา้ นสขุ ภาพ ดา้ นอาหารและยาได้มากย่ิงขน้ึ

พืชสมนุ ไพร หมายถงึ ส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น
แก่น กระพี้ เน้ือไม้ เปลือกไม้ ท่ีมีสรรพคุณทางยา สามารถนํามาใช้ประโยชน์เพ่ือบรรเทา รักษาโรคและช่วยบํารุง
ร่างกายให้แข็งแรง ยกตัวอย่างพืชสมุนไพรท่ีใช้ปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นกรณีเกิดการเจ็บปุวย รวมถึงปูองกันการ
เจบ็ ปวุ ยในระหวา่ งการเดินทางไกล ดังน้ี

พืชสมนุ ไพร สรรพคณุ วิธีการใช๎
1.ตะไคร/้ ตะไครห้ อม
ตน้ และใบสด มนี ้าํ มันหอมระเหยใช้ นําตะไคร้/ตะไคร้หอมประมาณ 4-
ไล่ยุง 5 ต้น มาทุบพอแหลก นํานํ้ามัน

หอมระเหยมาทาตัว

ทม่ี า : อทุ ยานธรรมชาติวทิ ยาสิรีรกุ ขชาต,ิ (ม.ป.ป.)

2.โหระพา ใบสด มีน้าํ มนั หอมระเหยใชไ้ ลย่ ุง นําใบมาขย้ีจนมีกลิ่นฉุน นํานํ้ามัน
หอมระเหยมาทาตัว

ทม่ี า : อทุ ยานธรรมชาติวทิ ยาสริ รี กุ ขชาต,ิ (ม.ป.ป.)

180

พชื สมุนไพร สรรพคุณ วิธกี ารใช๎
3.ยคู าลปิ ตสั
ใบสด มนี ้าํ มันหอมระเหยใชไ้ ลย่ ุง นําใบสดประมาณ 1 กํามือ มาขย้ี
และแมลง จนได้กลิ่นของน้ํามันหอมระเหย
แล้วนํามาทาตวั

ทมี่ า : สมุนไพร.ไทย, (2๕19) ใบสด มีรสเผ็ดร้อน แก๎จุกเสียด ใช้ใบและยอดกะเพรา 1 กํามือ ตม้
ท๎องอื ด ท๎อ งเฟ้อ แก้ค ล่ืนไ ส้ เอานา้ํ ด่มื
4.กะเพรา อาเจียน (ถ้าเป็นกะเพราแดงจะมี
ฤทธแิ์ รงยิง่ ขึ้น)

ทม่ี า : อทุ ยานธรรมชาติวทิ ยาสิรรี กุ ขชาต,ิ (ม.ป.ป.)

5.ขิง รสเผ็ดร้อน เหง้าขิงแก่ท้ังสดและ ใช้เหง้าแกส่ ดขนาดเท่าหัวแม่มือ
แห้ง เป็นยาขับลม แก๎จุกเสียด ทุบใหแ้ ตก ต้มเอานํ้าดม่ื
ท่มี า : DISTHAI, (2560) แนํนท๎อง แก้อาเจียน แก้ไอ ขับ
เสมหะ และขบั เหงื่อ

6.ขมิ้นชัน เหง้าแก่แห้ง แก๎ผื่นคันจากแมลง -เหง้าแก่แหง้ ไมจ่ ํากดั จํานวน ปุนให้

สัตว๑กัดตํอย แก้จุกเสียด แน่นท้อง เป็นผงละเอียด ใช้ทาตามบริเวณท่ี

ท้องอดื ท้องเฟอู เป็นผืน่ คนั

ท่มี า : อทุ ยานธรรมชาตวิ ทิ ยาสิรรี กุ ขชาต,ิ (ม.ป.ป.) -เหง้าแก่สดยาวประมาณ 2 นิ้ว
เอามาขูดเปลือก ล้างนํ้าให้สะอาด
ตําให้ละเอียด เติมน้ํา ค้ันเอาแต่น้ํา
รบั ประทานครัง้ ละ 2 ช้อนโตะ๊ วันละ
3 - 4 ครง้ั แก้จุกเสยี ด ท้องอดื

181

พืชสมุนไพร สรรพคณุ วิธกี ารใช๎
7.ไพล
เหงา้ เป็นยาขบั ลม ขับประจําเดือน ควรใช้หลังจากที่ประคบเย็นแล้ว

มีฤทธ์ิระบายอ่อนๆ ทาแก๎เคล็ด 24 ชม. เพราะจะทําให้บวมมาก

ขัดยอก ฟกชํ้า บวม เส้นตึง เหน็บ ข้ึน โดยนําเหง้าไพลประมาณ 1

ชา สมานแผล เหง้า ตําแล้วค้ันเอานํ้าทาถูนวด

บริเวณที่มีอาการเคล็ด ขัดยอก

ฟกชาํ้ บวม

ทม่ี า : อทุ ยานธรรมชาติวทิ ยาสริ รี กุ ขชาต,ิ (ม.ป.ป.)

8.พลู ใบ ยาชาเฉพาะที่ แก๎ผื่นคันจาก นําใบสดมาล้างให้สะอาด โขลกให้
ลมพิษ ละเอียดผสมนํ้าด่ืม นํากากและนํ้า
ค้นั มาทาบริเวณท่ีมีผื่นคนั

ท่มี า : อทุ ยานธรรมชาตวิ ทิ ยาสิรรี กุ ขชาต,ิ (ม.ป.ป.)

9.รางจดื ใบสด ใช้เป็นยาพอกบาดแผลน้ํา นําใบสด 5 - 7 ใบ ล้างให้สะอาด
ร้อนลวก ไฟไหม้ ทําลายพิษยาฆ่า ตําให้ละเอียดผสมกับน้ําด่ืมหรือน้ํา
แมลง แกเ้ มาค้าง พิษจากเห็ดพษิ ซาวขา้ ว 250 มล. คน้ั เอาแต่น้ําด่ืม

ให้หมดทันทีท่ีมีอาการ อาจดื่มซ้ํา
ได้อกี ใน 1/2 - 1 ชัว่ โมงตอ่ มา

ทมี่ า : Herb Daily, (2561)

10.ฟูาทะลายโจร ใบหรอื ทั้งต้น แกเ้ จบ็ คอ แกไ้ ข้ ยาชง ให้นําเอาใบประมาณ 5 - 7
แก้ปวดหวั ตวั รอ้ น ใบใส่ในแก้ว ใช้ใบสดหรือแห้งก็ได้
ที่มา : สมุนไพรอภยั ภเู บศร, (2559) แตถ่ ้าได้ใบสดจะดีกว่า เติมนํ้าเดือด
ลงไปจนเกือบเต็มแก้ว ปิดฝาท้ิงไว้
ประมาณครึ่งช่ัวโมงหรือพอยาอุ่น
แล้วรินดืม่

182

พืชสมนุ ไพร สรรพคุณ วิธีการใช๎
11.ผักบุง้ ทะเล
ใช้เป็นยาทาแก้อาการอักเสบ ต้นสดนํามาตําให้พอแหลกผสมกับ
ทมี่ า : เมดไทย, (2560) แก้พิษจากแมงกะพรนุ ไฟ ทําให้ นํ้าส้มสายชู นํามาใช้ทาบริเวณท่ี
แผลหายเร็วและไมเ่ ปน็ แผลเป็น เป็นแผล หรือใช้ใบสดประมาณ
10-15 ใบ นํามาตําให้ละเอียด
คั้นเอาแต่นํ้า ทาแผลบริเวณท่ีถูก
แมงกะพรุนไฟ

สามารถคน้ ควา้ ข้อมลู เพมิ่ เติมดา้ นพืชสมุนไพรได้ท่ี

ที่มา: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, (๒๕๖๒)

สมนุ ไพร แมจ้ ะเปน็ สิง่ ที่มาจากธรรมชาติ แตไ่ มไ่ ดห้ มายความว่าจะไม่มีอันตรายรา้ ยแรงเกดิ ข้ึน หากใช้ไม่
ถกู ต้อง ใชไ้ ม่ถกู กับอาการ ไม่ถูกกบั โรค ปรมิ าณขนาดทใ่ี ช้ไม่เหมาะสม หรอื ใชก้ ับผทู้ ีแ่ พส้ มุนไพรบางชนิดก็อาจเกิด
อนั ตรายทคี่ าดไม่ถงึ ได้เชน่ กัน ดงั นนั้ ถ้าต้องการใช้สมุนไพรอย่างให้ได้ผลดีที่สุด ก็ต้องใช้อย่างมีความรู้ โดยยึดหลัก
ดงั ต่อไปนี้

1. ใช๎ให๎ถูกต๎น สมุนไพรส่วนใหญ่มีช่ือพ้องหรือซํ้ากันมากแล้ว แต่ละท้องถ่ินก็อาจเรียกชื่อแตกต่างกัน
ท้ังๆ ทเ่ี ป็นพชื ชนดิ เดยี วกนั หรอื บางคร้ังช่ือเหมือนกันแต่เป็นพืชคนละชนิด เพราะฉะน้ันจะใช้สมุนไพรอะไรก็ต้อง
ใช้ใหถ้ ูกต้น

2. ใช๎ถูกสวํ น พชื สมุนไพรไมว่ ่าราก ดอก ใบ เปลือก ผล หรือเมล็ด จะมีฤทธิ์ในการรักษาหรือบําบัดโรค
ไมเ่ ทา่ กนั แมก้ ระทัง่ ผลออ่ น หรือผลแกก่ ็มีฤทธแ์ิ ตกตา่ งกนั ดังนนั้ การนํามาใช้ก็ต้องมคี วามร้จู รงิ ๆ

3. ใช๎ใหถ๎ ูกขนาด ธรรมชาติของยาสมุนไพร คือ หากใช้น้อยไปก็จะรักษาไม่ได้ผล แต่ถ้าใช้มากไปก็อาจ
เกดิ อันตรายตอ่ รา่ งกายได้ เชน่ กัน

4. ใช๎ให๎ถูกวิธี สมุนไพรท่ีจะนํามาใช้บางชนิดต้องใช้ต้นสด บางชนิดต้องผสมกับเหล้า บางชนิดใช้ต้ม
หรือชงซง่ึ หากใชไ้ ม่ถกู ตอ้ งก็ไมเ่ กิดผลในการรักษา

5. ใช๎ให๎ถูกโรค เช่น มีอาการท้องผูก ก็ต้องใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ถ้าไปใช้สมุนไพรท่ีมีรสฝาด
จะทาํ ให้ท้องยิ่งผูกมากขนึ้ (บดินทร์ ชาตะเวที, 2560)

183

กิจกรรมคร้งั ที่ 2 สอดแทรกการปรับเปล่ียนพฤติกรรมการบรโิ ภคใหเ๎ ปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล๎อม

การปรบั เปลย่ี นพฤติกรรมการบรโิ ภคให๎เป็นมติ รกบั สิ่งแวดล๎อม เพ่ือลดการเกดิ ขยะและลดโลกรอ๎ น
(แนวคําตอบ)

1. ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติกและโฟมในชีวิตประจําวัน เพราะท้ังสองส่ิงนี้ผลิตมาจากอุตสาหกรรมปิ
โตรเคมีขั้นตอนการผลิตใช้พลังงาน และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จํานวนมาก ท่ีสําคัญ หากเราลดการใช้
พลาสติกและโฟมลง กเ็ ทา่ กบั ว่าเราช่วยลดปรมิ าณขยะ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางอ้อมด้วย

๒. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซํ้าได้ เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดข้ึน และลดการใช้พลังงานในการกําจัด
ขยะ เชน่

๒.๑ ใชก้ ระบอกน้ําส่วนตัว หรือพกขวดน้าํ คนละ 1 ขวด โดยใช้ขวดเดมิ เติมน้ําเม่อื ต้องการดืม่
๒.๒ ใชภ้ าชนะใส่อาหาร ช้อนส้อม ตะเกียบ มีด หลอดดูดน้ํา ท่ีสามารถล้างทําความสะอาดแล้วนํากลับมา

ใช้ซํา้ ได้
๒.๓ ใชถ้ งุ ผ้าใส่สิ่งของต่างๆ แทนการใชถ้ ุงพลาสติก หรือใช้ถุงพลาสตกิ ซา้ํ
3. ในการซ้ือสินค้าควรพิจารณาก่อนว่าตลอดวัฏจักรของผลิตภัณฑ์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อย
แค่ไหน เช่น ควรเลอื กผลิตภณั ฑ์ท่ผี ลติ ในทอ้ งถิน่ เพราะใช้พลังงานในการขนส่งน้อยกว่า หรือเป็นสินค้าท่ีผลิตจาก
วสั ดทุ ีย่ ่อยสลายได้ หรอื เปน็ วสั ดทุ ี่คงทน ใชง้ านได้นาน เพราะจะไมก่ ลายเป็นขยะไดง้ ่าย เป็นต้น
4. เลือกซื้อผัก ผลไม้ ตามฤดูกาล หรือท่ีหาง่ายในท้องถ่ิน เพ่ือลดขั้นตอนการขนส่ง การเก็บรักษาและลด
การคัดทงิ้ นอกจากน้นั ยงั เปน็ การลดการใช้สารเคมี เพื่อเรง่ ผลผลิตนอกฤดูกาล
5. หลกี เลย่ี งการใชจ้ านกระดาษ แกว้ น้าํ กระดาษ เพราะใช้แล้วท้งิ ทาํ ให้เกดิ ขยะโดยไมจ่ ําเป็น
6. เลอื กซ้อื ผลิตภณั ฑ์ท่สี ามารถซื้อมาเตมิ ใหมไ่ ด้ เพ่ือชว่ ยลดขยะ
7. ควรเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย โดยสังเกตจากฉลากคาร์บอน
ฟตุ พริน้ ทท์ ป่ี รากฏอยู่บนผลิตภณั ฑ์ (กรมสง่ เสรมิ คุณภาพสงิ่ แวดลอ้ ม, 2563)

ฉลากคาร์บอนฟุตพรน้ิ ท์ของประเทศต่างๆ
ทม่ี า: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน), (2559)

184

สามารถค้นคว้าข้อมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับฉลากคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ได้ท่ี เว็บไซต์องค์การบริหารจัดการ
กา๊ ซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน)

กา๏ ซเรอื นกระจกมีอะไรบา๎ ง
1. กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide : CO2) เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลจําพวก

น้าํ มนั ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ในกระบวนการผลติ ของภาคอุตสาหกรรม คมนาคมขนส่ง การผลิตไฟฟูา รวมถึงเกิด
จากการเผาปุา เป็นต้น เชื้อเพลิงเหล่านี้มีสารคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อถูกเผาไหม้จะเกิดก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ลอยข้นึ สู่บรรยากาศ

2. ก๊าซมีเทน (Methane : CH4) เกิดจากการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิตท้ังพืชและสัตว์ เราสามารถพบก๊าซ
มเี ทนตามธรรมชาติไดใ้ นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ํา (Swamp/ Wetland) นอกจากน้ีก๊าซมีเทนยังเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์
ดว้ ย เชน่ กิจกรรมทางการเกษตร (การปลูกข้าวและเลย้ี งสตั ว์) การฝ๎งกลบขยะมูลฝอยในบ่อขยะ การทําเหมืองแร่
และการผลิตถ่านหิน ฯลฯ แม้ในช้ันบรรยากาศจะมีก๊าซมีเทนอยู่น้อยแต่ก๊าซชนิดน้ีสามารถดูดซับความร้อนได้
มากกวา่ CO2 ถงึ 25 เทา่

3. ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide : N2O) เกิดจากการทําการเกษตร ปศุสัตว์ การย่อยสลายของ
ซากพชื และซากสตั ว์และการใชป้ ฻ุยท่ีมอี งคป์ ระกอบของไนโตรเจน การเผาไหมเ้ ชื้อเพลงิ ในภาคพลงั งาน ฯลฯ

4. ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (Hydrofluorocarbons : HFCs) ใช้เป็นสารทําความเย็นใน
เคร่อื งปรับอากาศและใชใ้ นอตุ สาหกรรมโฟมและสารดับเพลงิ

5. กา๊ ซเปอรฟ์ ลอู อโรคารบ์ อน (Perfluorocarbons : PFCs) พบในการหลอมอะลูมเิ นยี มและผลิตสารก่ึงตัวนํา
ไฟฟูา

6. ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (Sulfur hexafluoride: SF6) นํามาใช้เป็นฉนวนไฟฟูาปูองกันการเกิด
ประกายไฟจากอุปกรณ์ไฟฟูาแรงสูง หรือนํามาใช้เพื่อช่วยระบายความร้อนจากอุปกรณ์ไฟฟูาแรงสูง และนิยม
นาํ ไปใชใ้ นกระบวนการผลติ ยางรถยนต์ ก๊าซชนิดน้ีถูกระบุว่าเป็นก๊าซเรือนกระจกท่ีมีศักยภาพในการทําให้เกิดโลก
รอ้ นมากทีส่ ุด มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 22,800 เทา่

7. ก๊าซไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (Nitrogen trifluoride : NF3) เป็นก๊าซที่พบมากในอุตสาหกรรมผลิต
วงจรไฟฟูาอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแผงวงจรขนาดเล็กสําหรับคอมพิวเตอร์ เช่น โซลาร์เซลล์ จอแอลซีดีท่ีใช้ใน
โทรทัศน์ และโทรศพั ท์มือถอื ฯลฯ (กรมส่งเสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ้ ม, (2563)

ภาวะโลกร๎อน (Global Warming) คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลก และผืนมหาสมุทรเพ่ิมสูงขึ้น
ซ่ึงเกดิ จากกา๊ ซเรอื นกระจก เชน่ ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ กา๊ ซมเี ทน ฯลฯ ทสี่ ะสมอยใู่ นชัน้ บรรยากาศมีมากจนเกิน
สมดุล ซึ่งโดยปกติแล้วก๊าซเหล่าน้ีจะอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก ทําหน้าท่ีห่อหุ้มโลกเอาไว้คล้ายๆ เรือนกระจก
หรอื Green house ที่เปน็ เกราะกําบังกรองความร้อนที่จะผ่านลงมายงั พ้ืนโลก และในขณะเดียวกันก็ทําหน้าท่ีเก็บ
กักความร้อนบางส่วนเอาไว้ ทําให้โลกมีอุณหภูมิพอเหมาะสําหรับการดํารงชีวิต แต่ในป๎จจุบันก๊าซเรือนกระจกมี
ปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ซ่ึงมีสาเหตุหลักมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ทําให้รังสีจากดวงอาทิตย์ท่ีเคยส่องมายังโลก
ไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปนอกโลกได้ เพราะถูกก๊าซเรือนกระจกที่มีปริมาณมากบดบัง เรียกสภาวะแบบน้ีว่า
ปรากฏการณ์เรือนกระจก เมอ่ื ความร้อนไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปนอกโลก ก็ทําให้อุณหภูมิเฉล่ียของโลกเพ่ิม
สงู ขึน้ เกดิ เปน็ ภาวะโลกร้อน ยง่ิ กา๊ ซเรือนกระจกมากเท่าใด โลกก็จะร้อนขึน้ เทา่ น้ัน

185

การปลดปลอํ ยก๏าซเรือนกระจกทางตรง คือ กจิ กรรมทเี่ ราเปน็ ผปู้ ล่อยก๊าซเรอื นกระจกโดยตรง ณ เวลา
ท่ีเราทํากิจกรรมนั้น เช่น กิจกรรมจากการเดินทางและการขนส่ง เพราะกิจกรรมเหล่านั้นต้องใช้น้ํามัน ซ่ึง
กระบวนการเผาไหม้ของเคร่ืองยนต์ ทําให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หน่ึงในก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของ
ภาวะโลกร้อน

การปลดปลํอยก๏าซเรือนกระจกทางอ๎อม คือ กิจกรรมที่เราไม่ได้เป็นคนปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง
ในขณะน้ันแต่การกระทํา หรือพฤติกรรมในชีวิตประจําวันของเรามีส่วนทําให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น
การใชไ้ ฟฟาู เพราะโรงงานผลิตไฟฟูาส่วนใหญ่ยังใชเ้ ชอื้ เพลิงฟอสซลิ จําพวกนํ้ามัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ เป็น
เชื้อเพลิงหลัก หรือการบริโภคสินค้าในชีวิตประจําวัน เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้คร้ังเดียวแล้วท้ิง จําพวก
ถุงพลาสตกิ หรือหลอดเครื่องดื่ม รวมถึงการรับประทานอาหารเหลือทิ้ง เพราะสินค้าและพฤติกรรมในการบริโภค
ในลักษณะน้ี ล้วนต้องใช้พลังงานและทรัพยากรในทุกข้ันตอน ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การจัดจําหน่าย และ
การนาํ ไปกําจัดหลังการใช้งาน ดังนั้นหากเราใช้ไฟฟูาอย่างไม่ประหยัด หรือบริโภคจนเกินความจําเป็น ก็จะมีส่วน
ทาํ ให้โลกร้อนขึ้น (กรมสง่ เสรมิ คุณภาพสิง่ แวดล้อม, 2563, น. 9,18 )

ขยะทําให๎เกดิ ภาวะโลกร๎อนไดอ๎ ยาํ งไร
ในข้ันตอนของการจัดการขยะ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บขน การเผา การฝ๎งกลบ ล้วนปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อยา่ งก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทนแทบทัง้ สนิ้ ตัวอย่างเช่น
• การเกบ็ ขนขยะต้องใช้รถบรรทกุ ในการขนขยะไปกาํ จดั ซ่ึงจาํ เป็นต้องใช้เชอ้ื เพลิงฟอสซิล
• การเผาขยะ (โดยเฉพาะขยะพลาสติก) จะก่อให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ท่ีเป็นตัวการสําคัญ
ของการเกดิ ภาวะโลกรอ้ น
• การฝ๎งกลบที่ไม่ถูกวิธีจะทําให้เกิดการหมักหมมของขยะ โดยเฉพาะขยะอินทรีย์จะก่อให้เกิดก๊าซมีเทน
ซึ่งมีศักยภาพทําให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า (กรมส่งเสริมคุณภาพ
สง่ิ แวดลอ้ ม, 2563)

186

แผนการจดั กิจกรรมท่ี ๑๐
กจิ กรรมระหวํางการเดินทางสาํ รวจ

กจิ กรรมที่ 1 สํารวจพรรณไมใ๎ นท๎องถนิ่

ต้นไม้คือแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สําคัญของโลก เพราะต้นไม้จะดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ใน
กระบวนการสังเคราะห์แสง โดยคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกเปลี่ยนให้เป็นเน้ือไม้ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือน
กระจกระบุว่า ต้นไม้จะช่วยเพ่ิมความช้ืนในอากาศ ดูดความร้อนแฝงระหว่างการคายนํ้าพร้อมกับ
คายออกซิเจนออกมา ส่วนของผิวใบ ก่ิง ก้านของต้นไม้เป็นตัวจับฝุนละออง ทําให้มลพิษในอากาศเบาบางลง พุ่มไม้
สีเขียวท่ีมีความหนาแน่นก็สามารถกรองอากาศได้ ทําให้ปริมาณฝุนลดลงได้มาก และที่สําคัญต้นไม้ที่โตเต็มที่ 1 ต้น
สามารถดดู ซับก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ได้ประมาณ 8 กิโลกรมั คารบ์ อนไดออกไซด์ต่อปี

ต้นไม้แต่ละชนิดมศี ักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แตกต่างกัน แม้แต่ต้นไม้ชนิดเดียวกัน
ถ้าปลูกในพื้นท่ีท่ีมีความเหมาะสมแตกต่างกัน ก็จะมีศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ที่แตกต่างกันไปด้วย (ดังตารางแสดงการเก็บกักคาร์บอนของพรรณไม้ต่างๆ) ซึ่งโดยปกติการคํานวณการดูดซับก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ เราจําเป็นจะต้องรู้จักชนิดพันธุ์ของต้นไม้ รู้ขนาดเส้นรอบวงของต้นไม้
ท่ีความสูงระดับอก และรู้ความสูงของต้นไม้ เพื่อนํามาใช้คํานวณปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้สามารถ
ดูดซับได้ แต่สําหรับกิจกรรมนี้เราจะใช้วิธีการคํานวณง่ายๆ ด้วยการนับจํานวนต้นไม้ (ไม้ยืนต้น) ท่ีมี
ในโรงเรียนหรือท่พี บระหวา่ งเดนิ ทางสํารวจ โดยจะนับเฉพาะต้นที่มีขนาดเส้นรอบวงที่ความสูงระดับอก หรือ Girth at
Breast Height: G.B.H. ไม่น้อยกว่า 14.14 เซนติเมตร เพื่อนํามาคํานวณว่าต้นไม้ที่ได้สํารวจสามารถดูดซับก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ได้ปลี ะกกี่ โิ ลกรัม ตามสตู รตอ่ ไปนี้

ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ = 8 × จํานวนต้นไม้ท่ีมีขนาดเส้นรอบวงที่
ทตี่ ้นไมส้ ามารถดดู ซับได้ ความสูงระดับอกต้งั แต่ 14.14 ซม. ขึน้ ไป
(กิโลกรมั คาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี)

187

ตารางแสดงการกกั เกบ็ คารบ๑ อนของพรรณไม๎

ชนิด/กลํุมพรรณไม๎ ศักยภาพของพน้ื ที่ การกักเกบ็ คาร๑บอน
สกั เหมาะสมมาก (ตันคาร๑บอน/ไร/ํ ปี)

0.59

เหมาะสมปานกลาง 0.47

เหมาะสมน้อย 0.37

ยูคาลิปตสั เหมาะสมมาก 1.66

เหมาะสมปานกลาง 1.3

เหมาะสมนอ้ ย 0.86

กระถนิ เทพา เหมาะสมมาก 1.66

เหมาะสมปานกลาง 1.2

เหมาะสมนอ้ ย 1.09

กระถินณรงค์ เหมาะสมมาก 1.2

เหมาะสมปานกลาง 0.95

เหมาะสมนอ้ ย 0.62

กระถนิ ยกั ษ์ เหมาะสมมาก 1.77

เหมาะสมปานกลาง 1.31

เหมาะสมนอ้ ย 0.21

โกงกาง ไม่ได้จาํ แนกพน้ื ที่ 0.75

ยางพารา ไมไ่ ดจ้ าํ แนกพ้ืนท่ี 1.15

ปาล์มนา้ํ มัน ไม่ได้จาํ แนกพน้ื ที่ 0.68

พรรณไมพ้ น้ื เมอื งโตชา้ ไม่ไดจ้ าํ แนกพ้ืนท่ี 0.26

พรรณไมอ้ เนกประสงค์ ไม่ได้จาํ แนกพืน้ ท่ี 0.4

พรรณไมป้ ลูกในเมือง ไม่ได้จาํ แนกพน้ื ท่ี 0.33

ทมี่ า : ค่มู อื ศักยภาพของพรรณไม้ สาํ หรับสง่ เสริมภายใตโ้ ครงการกลไกการพัฒนาทสี่ ะอาดภาคปุาไม้, (2554)

188

ต๎นไมป๎ ระจาํ จังหวดั ท่ีอาจพบระหวํางเดินทางสาํ รวจ

จงั หวัด ชอื่ พรรณไม๎ จังหวดั ชื่อพรรณไม๎
กระบี่ ทงุ้ ฟูา ปต๎ ตานี ตะเคยี นทอง
กรุงเทพมหานคร ไทรย้อยใบแหลม พระนครศรอี ยุธยา หมนั
กาญจนบุรี ขานาง พะเยา สารภี
กาฬสนิ ธ์ุ มะหาด พังงา เทพธาโร
กําแพงเพชร สีเสียดแก่น พทั ลงุ พะยอม
ขอนแก่น กลั ปพฤกษ์ พจิ ติ ร บุนนาค
จนั ทบรุ ี จัน พษิ ณโุ ลก ปีบ
ฉะเชงิ เทรา อะราง เพชรบุรี หวา้
ชลบุรี ประดปู่ ุา เพชรบรู ณ์ มะขาม
ชยั นาท มะตูม แพร่ ยมหิน
ชยั ภมู ิ ขเี้ หลก็ บ้าน ภเู ก็ต ประดู่บ้าน
ชุมพร มะเด่ือชุมพร มหาสารคาม พฤกษ์
เชยี งราย กาสะลองคํา มกุ ดาหาร ช้างนาว
เชยี งใหม่ ทองกวาว แมฮ่ ่องสอน กระพ้ีจนั่
ตรงั ศรีตรัง ยโสธร กระบาก
ตราด หูกวาง ยะลา โสกเหลือง
ตาก แดง ร้อยเอด็ กระบก
นครนายก สุพรรณกิ าร์ ระนอง อบเชย
นครปฐม จันทนห์ อม ระยอง สารภีทะเล
นครพนม กันเกรา ราชบรุ ี โมกมัน

189

จังหวัด ชื่อพรรณไม๎ จังหวดั ชอ่ื พรรณไม๎
นครราชสีมา สาธร ลพบุรี พิกลุ
นครศรธี รรมราช แซะ ลาํ ปาง ขะจาว
นครสวรรค์ อนิ ทรชิต ลําพนู จามจรุ ี
นนทบรุ ี นนทรี เลย สนสามใบ
นราธิวาส ตะเคยี นชันตาแมว ศรสี ะเกษ ลาํ ดวน
น่าน กาํ ลงั เสือโคร่ง สกลนคร อนิ ทนิลนํา้
บงึ กาฬ สริ ินธรวลั ลี สงขลา สะเดาเทยี ม
บุรีรัมย์ กาฬพฤกษ์ สตลู กระซิก
ปทุมธานี ทองหลางลาย สมุทรปราการ โพทะเล
ประจวบครี ขี นั ธ์ เกด สมุทรสงคราม จิกทะเล
ปราจีนบรุ ี โพศรีมหาโพธ์ิ สมุทรสาคร สตั บรรณ
สระแก้ว มะขามปูอม หนองบัวลําภู พะยงู
สระบรุ ี ตะแบก อ่างทอง มะพลบั
สงิ ห์บุรี มะกลํา่ ตน้ อาํ นาจเจริญ ตะเคียนหิน
สุโขทยั มะคา่ โมง อุดรธานี รัง
สุพรรณบรุ ี มะเกลือ อุตรดิตถ์ สัก
สุราษฎรธ์ านี เค่ียม อทุ ัยธานี สะเดา
สรุ นิ ทร์ มะค่าแต้ อุบลราชธานี ยางนา
หนองคาย ชงิ ชัน

ทม่ี า : สว่ นผลิตกลา้ ไม้ สาํ นกั ส่งเสริมการปลกู ปุา กรมปุาไม้, (ม.ป.ป.)

190

แผนการจดั กิจกรรมที่ ๑๒
การแสดงออกทางศลิ ปะ

กจิ กรรมคร้งั ที่ ๒
พชื มีบทบาทสําคัญมากต่อส่ิงมีชีวิตทุกชนิด รวมท้ังมนุษย์เราด้วย ทําหน้าท่ีเป็นผู้ผลิต โดยกระบวนการ

สังเคราะหแ์ สง ดังน้ี

ทมี่ า : ThoughtCo, (ม.ป.ป.)
พชื ต้องใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นํ้า และแร่ธาตุในการเปล่ียนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานเคมีใน
รูปของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เพื่อสะสมในเนื้อเยื่อ และยังปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนและไอน้ํา
ซงึ่ กระบวนการเหลา่ น้มี ีความสําคญั ตอ่ ส่ิงมีชีวิตชนิดต่างๆ ในระบบนิเวศ และสามารถถ่ายทอดพลังงานสู่ผู้บริโภค
ได้อีกด้วย กระบวนการสังเคราะห์แสงต้องอาศัยใบเป็นหน่วยผลิตอาหารหรือห้องครัวน่ันเอง ดังน้ันใบจึงมี
ความสําคัญมากในการเจรญิ เตบิ โตของพชื
หน๎าทข่ี องใบไม๎
1. ชว่ ยในการสังเคราะห์แสง
2. การหายใจ เพ่ือสร้างพลงั งานของพชื
3. การคายนา้ํ เพอ่ื ลดอุณหภมู ิของใบ ลาํ เลยี งน้าํ เกลือแร่ และธาตอุ าหารต่างๆ
4. ยึดหรือคํา้ จนุ ลาํ ต้น
5. ช่วยขยายพนั ธุ์ เชน่ ใบควา่ํ ตายหงายเป็น
6. สะสมอาหาร เชน่ ใบว่านหางจระเข้

191

7. ช่วยปูองกนั ลําตน้ เช่น ต้นกระบองเพชร
8. ชว่ ยในการผสมเกสร เชน่ การล่อแมลง

ประโยชน๑ของใบไม๎
1. เปน็ แหลง่ พลงั งานให้ผู้บริโภค
2. การคายนํา้ ช่วยเพ่ือความชุ่มช้ืน และลดอุณหภมู ิใหร้ ะบบนิเวศ
3. ปลดปลอ่ ยกา๊ ซออกซเิ จนให้ระบบนเิ วศ เพื่อการหายใจของสิ่งมีชวี ติ
4. เมอ่ื ใบรว่ งหลน่ จะทบั ถมเปน็ ปยุ฻ ในกระบวนการยอ่ ยสลายต่อไป
5. เปน็ ทอ่ี ยู่อาศยั ของแมลงหรือสตั วเ์ ล็กๆ
6. ใช้เป็นเครื่องประดับหรือตกแตง่ ที่พักอาศัย
7. นํามาใช้ประโยชน์ตา่ งๆ ไดด้ ังน้ี

- ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น กระเปา฻ จาน ชาม เป็นตน้
- ทําเป็นปยุ฻ หมักจากใบไม้เพอ่ื นําไปใส่ แปลงผัก ไมด้ อก ไมป้ ระดับ หรอื ไมผ้ ล
- ทาํ น้าํ หมักจากใบไมผ้ สมเปลือกผลไม้เพ่ือนาํ ไปรดต้นไม้ ไล่แมลง
ทั้งนี้ แหล่งรวมใบไม้ที่สําคัญ น่ันคือ ทรัพยากรปุาไม้ โดยทรัพยากรปุาไม้นั้นมีคุณประโยชน์มากมาย
ตอ่ การดาํ รงชีวิตของมนษุ ยท์ ั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้

ประโยชนข๑ องป่าไม๎
1. ประโยชน์ทางตรง ได้แก่ การนํามาใช้ตอบสนองป๎จจัยพ้ืนฐานในการดํารงชีวิตของมนุษย์
4 ประการ ไดแ้ ก่ นาํ มาสร้างอาคารบา้ นเรือนและผลติ ภณั ฑ์ต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ กระดาษ ไม้ขีดไฟ ฟืน เป็นต้น
ใช้เป็นอาหาร ใช้เส้นใยท่ีได้จากเปลือกไม้และเถาวัลย์มาถักทอเป็นเคร่ืองนุ่งห่ม เชือก และอื่นๆ รวมท้ังใช้เป็นยา
รกั ษาโรคได้อกี ด้วย
2. ประโยชน์ทางอ้อม ปุาไม้เป็นแหลง่ กาํ เนดิ ตน้ นา้ํ ลําธาร เพราะต้นไม้จํานวนมากในปุาจะทําให้น้ําฝนท่ี
ตกลงมาค่อยๆ ซึมซับลงในดิน กลายเป็นน้ําใต้ดิน ซึ่งหล่อเล้ียงให้แม่นํ้าลําธารมีนํ้า ไหลอยู่ตลอดปี
ปุาไม้ทําให้เกิดความชุ่มช้ืนและควบคุมสภาวะอากาศไอนํ้าจากการหายใจของพืชจํานวนมากในปุา ทําให้อากาศ
เหนือปุามีความชื้นสูง เม่ืออุณหภูมิลดตํ่าลงไอน้ําเหล่าน้ันก็จะกล่ันตัวกลายเป็นเมฆแล้วกลายเป็นฝนตกลงมา
ทําให้บริเวณท่ีมีปุาไม้มีความชุ่มช้ืนอยู่เสมอ ฝนตกตามฤดูกาลและไม่เกิดความแห้งแล้ง ปุาไม้เป็นแหล่งพักผ่อน
และศึกษาหาความรู้ บริเวณปุาไม้จะมีภูมิประเทศท่ีสวยงามจากธรรมชาติรวมทั้งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจได้ดี
นอกจากนั้นปุาไม้เป็นที่รวมของพันธุ์พืชและพันธ์ุสัตว์จํานวนมาก จึงเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ ปุาไม้ช่วยบรรเทา
ความรุนแรงของลมพายุและปูองกันอุทกภัย ช่วยลดความเร็วของลมพายุท่ีพัดผ่านได้ตั้งแต่ 11 - 44 % ตาม
ลักษณะของปุาไม้แต่ละชนิดจึงช่วยให้บ้านเมือง รอดพ้นจากวาตภัยได้ ซึ่งเป็นการและควบคุมนํ้าตามแม่น้ําไม่ให้
สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ให้พังทลายกลายเป็นอุทกภัย ปุาไม้ช่วยปูองกันการกัดเซาะและพังทลายของหน้าดิน
จากนํ้าฝนและลมพายุและลดแรงปะทะการหลุดของเปลือกดิน และยังช่วยให้แม่นํ้าลําธารไม่ตื้นเขินอีกด้วย
นอกจากนี้ปุาไมจ้ ะกลายเป็นเสมือนเครื่องกีดขวางตามธรรมชาติ จึงนับวา่ มปี ระโยชน์ในทางยทุ ธศาสตร์ด้วยเช่นกัน
ช่วยให้เกิดวัฏจักรของนํ้า (Water Cycling) วัฏจักรของออกซิเจน วัฏจักรของคาร์บอน และวัฏจักรไนโตรเจน
รวมท้งั ช่วยดดู ซับมลพษิ ทางอากาศอีกดว้ ย

192

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑๘
การปฐมพยาบาล

การเก็บขยะติดเชื้อ ต้องเก็บ ณ แหล่งกําเนิดขยะติดเช้ือ ท้ิงลงในภาชนะสําหรับบรรจุขยะติดเช้ือ ดังน้ี
ขยะติดเชอ้ื ประเภทวัสดุของมีคม ต้องทิ้งลงกล่อง หรือ ถังท่ีทําจากวัสดุแข็งแรง ทนทานต่อการแทงทะลุ และการ
กัดกร่อนของสารเคมีและสามารถปูองกันการร่ัวไหลของของเหลวภายใน ได้โดยบรรจุขยะติดเช้ือไม่เกิน
3 ใน 4 ส่วนของความจุภาชนะ แล้วปิดฝาให้แน่น บรรจุในถุงขยะติดเช้ือ มัดปากถุงให้แน่นก่อนนําไปกําจัด
ขยะติดเช้ืออื่น ซึ่งไม่ใช่ประเภทวัสดุของมีคม ต้องท้ิงลงถุงสีแดง ทึบแสง ทนทานต่อสารเคมีและการรับนํ้าหนัก
ไม่ฉีกขาดง่าย กันนํ้าได้ไม่รั่วซึม และบรรจุขยะได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ส่วนของความจุของภาชนะ โดยมีข้อความ
สีดําว่า “มูลฝอยติดเช้ือ” ใต้รูปหัวกระโหลกไขว้ คู่กับตราหรือสัญลักษณ์ท่ีใช้ระหว่างประเทศ ตามท่ีกระทรวง
สาธารณสุขกําหนดและต้องมีข้อความว่า “ห้ามนํากลับมาใช้อีก” และ “ห้ามเปิด”โดยเด็ดขาด แล้วมัดปากถุงให้
แนน่ กอ่ นทง้ิ

มูลฝอยติดเช้ืออนื่ ซง่ึ มใิ ช่ประเภทวัสดุของมีคม ต้องท้ิงลงถุงสีแดง ทึบแสง ทนทานต่อสารเคมี และการ
รบั นํา้ หนัก ไมฉ่ ีกขาดง่าย กันน้ําได้ไม่ร่ัวซึม และบรรจุมูลฝอยได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ส่วนของความจุของภาชนะ โดยมี
ข้อความสีดําว่า "มูลฝอย ติดเช้ือ" ใต้รูปหัวกะโหลกไขว้ คู่กับตรา หรือสัญลักษณ์ที่ใช้ระหว่างประเทศ ตามท่ี
กระทรวงสาธารณสุขกําหนด และต้องมีข้อความว่า "ห้ามนํากลับมาใช้อีก" และ "ห้ามเปิด" โดยเด็ดขาด แล้วมัด
ปากถุงใหแ้ น่นก่อนทิง้

ตัวอยํางขยะติดเช้ือท่ีพบได๎ในโรงเรียน เช่น หน้ากากอนามัย, สําลีเช็ดแผล, กระดาษชําระ ผ้าหรือ
ภาชนะท่ีปนเป้ือนสารคดั หลง่ั เป็นต้น

ที่มา : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ , (ม.ป.ป.) ที่มา : https://pantip.com/topic/36197473

193

ท่ีมา : คณะเกษตร กําแพงแสน, (2563)

194

แผนการจดั กจิ กรรมท่ี ๑๙
การรายงานการใหบ๎ ริการ

จิตอาสา หมายถึง ผู้ที่มีความดีงามในจิตใจ พร้อมเสียสละเวลา แรงกาย สติป๎ญญาความรู้
เพือ่ ประโยชน์สาธารณะ โดยไม่หวงั ผลตอบแทน และม่งุ หวงั ความสขุ จากการเห็นประโยชน์สว่ นรวม

จิตอาสาด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง การทําประโยชน์เพ่ือพัฒนาและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ให้อยู่ในสภาพที่เอ้ือต่อการดํารงชีวิต โดยกิจกรรมจิตอาสาด้านส่ิงแวดล้อมสามารถทําได้ หลายอย่าง เช่น
การปลูกต้นไม้ ดูแลปุา การทําฝายชะลอนํ้า การขุดลอกคูคลอง การทําความสะอาดแหล่งนํ้า การคัดแยกขยะ
มลู ฝอย รวมถึงการเปน็ วิทยากรใหค้ วามร้ดู ้านการจัดการส่งิ แวดล้อมให้กบั ผอู้ ่นื เปน็ ต้น

ขยะมลู ฝอยแบงํ เป็น 4 ประเภท
1. ขยะอินทรีย๑ ทิ้งในถังขยะสีเขียว คือ ขยะที่เน่าเสีย และย่อยสลายได้ง่าย เช่น เศษอาหาร เศษผัก

เปลือกผลไม้ ใบไม้ ก่ิงไม้ เศษเน้ือสัตว์ เป็นต้น โดยขยะอินทรีย์น้ีเป็นขยะที่พบมากท่ีสุดของปริมาณ
ขยะทั้งหมดในกองขยะ ซงึ่ ขยะเหลา่ น้สี ามารถนาํ มาหมกั เปน็ ป฻ุย หรอื แปรรปู เป็นก๊าซชวี ภาพได้
๒. ขยะรีไซเคลิ ท้งิ ในถังขยะสเี หลือง คือ ขยะทสี่ ามารถนาํ ไปแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ขวดนํ้า PET
กระดาษ พลาสติก แก้ว กล่องเคร่ืองด่ืมแบบ UHT กระป฻องเครื่องดื่ม เศษโลหะ อะลูมิเนียม ยาง
รถยนต์ เปน็ ต้น ขยะรไี ซเคิล เป็นขยะทพ่ี บมากเป็นอันดบั ทีส่ องของปรมิ าณขยะทัง้ หมดในกองขยะ
3. ขยะอันตราย ทิง้ ในถงั ขยะสีสม้ คือ ขยะท่ีมีองค์ประกอบหรือปนเป้ือนวัตถุอันตรายชนิดต่าง ๆ เช่น
วัตถุระเบิด วตั ถุไวไฟ วัตถุมีพิษ วัตถทุ ี่ทาํ ให้เกิดโรค วัตถุกรรมมันตรังสี สารเคมี และเคมีภัณฑ์ประเภท
ต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดไฟ ขวดยา ถ่านไฟฉาย
ยาฆ่าแมลง แบตเตอรี่ ภาชนะที่ใช้บรรจุสารกําจัดแมลงหรือวัชพืช กระป฻องสเปรย์บรรจุสีหรือ
สารเคมี เป็นต้น ขยะอันตราย เป็นขยะที่มักจะพบได้น้อยท่ีสดุ ของปริมาณขยะทัง้ หมดในกองขยะ
4. ขยะท่ัวไป ท้ิงในถังขยะสีน้ําเงิน คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล และ
ขยะอันตราย มีลักษณะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าในการนํามาแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ เช่น ถุงขนม
ถงุ พลาสติกบรรจผุ งซักฟอก ซองบะหมีก่ ่ึงสําเรจ็ รูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร โฟมและกระดาษฟอยล์
เปือ้ นอาหาร พลาสติกหอ่ ลกู อม เปน็ ต้น (กรมควบคุมมลพษิ , 2551)

ทาํ ไมต๎องคดั แยกขยะ?
1. ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนําไปกําจัดให้มีปริมาณน้อยลง เพราะเมื่อเราแยกขยะที่สามารถนํากลับมา

ใชใ้ หมไ่ ด้ออกไป ก็จะเหลือขยะจรงิ ๆ เพียงเล็กนอ้ ยเทา่ นั้น
2. ช่วยสร้างรายได้ เพราะขยะรีไซเคิลจําพวก พลาสตกิ กระดาษ ขวดแกว้ เหล็ก โลหะ สามารถคัดแยก

เพอื่ นําไปขายได้
3. ช่วยลดภาระด้านงบประมาณในการจัดการกับขยะจํานวนมหาศาล ทั้งค่าจัดเก็บ ค่าขนส่ง และค่า

กําจัด ชว่ ยลดการปนเป้อื นสารพษิ จากขยะอนั ตรายและขยะตดิ เชื้อออกสสู่ ง่ิ แวดล้อม
5. ชว่ ยใหเ้ กิดการใชท้ รพั ยากรอยา่ งค้มุ คา่ และเกิดประโยชน์สงู สดุ
6. ชว่ ยลดปญ๎ หามลพิษทเ่ี กดิ จากการจัดการขยะไม่เหมาะสม (กรมส่งเสรมิ คุณภาพสิ่งแวดล้อม, 2563)

195

การลดปรมิ าณขยะทตี่ น๎ ทาง กอํ นนําไปกําจัดที่หลุมฝงั กลบขยะโดยไมจํ ําเปน็
๑. Reduce : ลดการใช้บรรจุภัณฑ์หรือส่ิงของต่าง ๆ แบบใช้คร้ังเดียวท้ิง เช่น ปฏิเสธการรับ

ถงุ พลาสตกิ ใชภ้ าชนะบรรจอุ าหารที่สามารถล้างทําความสะอาดได้แทนการใช้กล่องโฟม ใช้กระบอก
นา้ํ แกว้ น้าํ สว่ นตวั เลือกซ้ือสนิ คา้ ท่ีมีบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ซื้อสินค้าเกินความจําเป็น
เปน็ ต้น
๒. Reuse : นําบรรจุภัณฑ์ หรือวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซํ้าให้คุ้มค่า โดยไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปหรือ
แปรสภาพ เช่น ใชก้ ระดาษสองหนา้ ทาํ สิ่งประดิษฐจ์ ากของเหลือใช้ โดยการทําหมอนจากหลอดเพื่อ
ช่วยผู้ปุวยติดเตียง หรือทําเบาะรองน่ัง การทําขวด Eco Bricks โดยภายในขวดอัดแน่นด้วยขยะท่ีไม่
สามารถรีไซเคิลได้ เพื่อนํามาสร้างเป็นร้ัวกักเก็บใบไม้สําหรับเป็นป฻ุยให้ต้นไม้ นํามาทําผนังหรือเก้าอี้น่ัง
เป็นตน้
๓. Recycle : คดั แยกขยะท่สี ามารถรไี ซเคลิ ได้ เพอ่ื เขา้ สกู่ ระบวนการแปรรปู นาํ กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
เช่น กระป฻อง ฝาอะลูมิเนียมนําไปผลิตขาเทียม ขวดนํ้าพลาสติกนําไปผลิตเส้นใย สําหรับทําเสื้อผ้า
และจวี ร ถงุ พลาสติกนาํ ไปทาํ อฐิ บลอ็ กปูถนนรีไซเคิล เปน็ ตน้

196

แผนการจดั กจิ กรรมที่ ๒๑
ปูมชีวติ ปราชญ๑ชาวบา๎ น

การคน๎ หาปราชญช๑ าวบ๎าน
คุณสมบัติของผู้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน คือ บุคคลเหล่านี้มีธรรมะอยู่ในใจทุกท่าน มีความรัก ความเมตตา

ความอยากช่วยเหลือผอู้ นื่ เปน็ ธรรมะโดยการปฏิบัติ บคุ คลเหล่านค้ี ดิ ทาํ สรปุ บทเรยี น และนํามาเป็นความรู้ให้ผู้อ่ืน
เหน็ ไดอ้ ยา่ งชัดเจน มที ง้ั วิชาการและการปฏบิ ตั ใิ หเ้ หน็ ความเปน็ ปราชญ์ไม่ได้อยู่ที่ความฉลาดของป๎ญญาท่ีเกิดจาก
การกระทาํ แตเ่ กิดจากความรกั ทมี่ ีธรรมะเป็นแรงบนั ดาลใจให้แบ่งป๎นแก่ผู้อื่น สรุปได้ว่า ปราชญ์ชาวบ้านน้ันเป็นผู้
ทมี่ ีวถิ ชี ีวติ ท่ีผกู พนั กับธรรมชาติ มคี วามคิดท่ีเป็นระบบ ชอบค้นหาความจริงชา่ งสงั เกตและนําส่ิงที่พบเห็นมาเรียนรู้
โดยการปฏบิ ัตจิ รงิ

ตวั อย่างปราชญช์ าวบ้านด้านส่ิงแวดลอ้ ม มีดังน้ี
1. ภาคใต๎

คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือ ลุงนิล อายุ 66 ปี เป็นเกษตรกรต้นแบบ อยู่ที่ตําบลช่องไม้แก้ว อําเภอ
ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ลุงนิล เป็นท่ีรู้จักในนามของเกษตรกรผู้คิดค้น “เกษตรคอนโด 9 ชั้น” ซ่ึงจุดเด่นของ
ลุงนิลคือ การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เน้นใช้พ้ืนที่ของตนเองท่ีมีอยู่ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด โดยการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ และพืชแซม พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจไปในตัว และ
นอกจากจุดเด่นของลุงนิลจะอยู่ท่ีการทําสวนแล้ว ลุงนิลยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ดูแลโครงการธนาคารต้นไม้ของจังหวัด
ชุมพรอีกด้วย

ทมี่ า : เทคโนโลยีชาวบา้ น, (2563)

๑๙๗

2. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
ช่ือ นายเล็ก กุดวงค์แก้ว อายุ 55 ปี นับเป็นปราชญ์ชาวบ้านอีสานอีกท่านหนึ่ง ท่ีได้เผยแพร่

แนวความคิดด้านเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรยั่งยืน เศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจวัฒนธรรม โดยมีรูปธรรม
การปฏิบัติอย่างชัดเจน แนวทางการปฏิบัติดังกล่าวเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ ที่ไม่แยกการศึกษาจากชีวิต เป็น
การศึกษาเพอ่ื การอยูร่ ่วมกบั ธรรมชาติศึกษา ใหร้ ู้จักการอยูร่ ว่ มกนั ดว้ ยความเกอื้ กูล

ท่มี า : รักษ์ปุา สรา้ งคน 84 ตําบล วถิ ีพอเพียง, (ม.ป.ป.)
3. ภาคกลาง

ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม (เสียชีวิตแล้ว) ปราชญ์ชาวบ้านชื่อดังด้านวนเกษตร อยู่ท่ี อ.สนามชัยเขต
จ.ฉะเชิงเทรา เป็นต้นคิดของการทําเกษตรแผนใหม่ เพ่ือลดต้นทุนการผลิต สําหรับแก้ไขป๎ญหาการขาดทุนของ
เกษตรกร ด้วยการปลูกพืชหลายชนิดแบบธรรมชาติ สร้างผลผลิตหมุนเวียนให้เกษตรกรจําหน่ายได้ตลอดปี
ซ่ึงเป็นที่มาของคําว่า “วนเกษตร” อันเป็นต้นแบบของการทําการเกษตรแผนใหม่ แก้ไขป๎ญหาการขาดทุนของ
เกษตรกรในป๎จจุบัน

ที่มา : สํานกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพ, (2558)

๑๙๘


Click to View FlipBook Version