The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผวคณป2-หมุน_merged_removed

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by deadthecatko, 2022-05-01 15:12:58

ผวคณป2-หมุน_merged_removed

ผวคณป2-หมุน_merged_removed

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การแกป้ ญั หาอยา่ งเปน็ ขัน้ ตอน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 การแสดงข้ันตอนการแก้ปญั หา

ขัน้ ที่ 5 สรุปและประเมินค่าของคำตอบ
18. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามขอ้ สงสยั และครูให้ความรู้เพ่มิ เตมิ ในสว่ นนนั้ หรืออาจจะ

ใหน้ กั เรียนศกึ ษาเพ่มิ เติมจากอินเทอร์เน็ต

ขั้นท่ี 6 นำเสนอและประเมนิ ผลงาน
19. ครปู ระเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม การทำใบงาน และสมุดประจำตวั
20. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 1.2.1 ใบงานท่ี 1.2.2 และกจิ กรรมฝกึ ทักษะ

Note
วตั ถปุ ระสงค์ของกจิ กรรมเพื่อใหน้ ักเรียน
- มที ักษะการแก้ปญั หา โดยการแสดงขั้นตอนการแกป้ ัญหาอยา่ งง่าย

ด้วยการบอกเลา่ การวาดภาพ และการใช้สญั ลักษณผ์ า่ นการคดิ เชงิ คำนวณ
- มที กั ษะการทำงานรว่ มกนั โดยการทำกจิ กรรมกระบวนการกล่มุ

เพอ่ื ใหน้ ักเรียนได้สอ่ื สารและแลกเปล่ยี นประสบการณ์รว่ มกัน
- มที กั ษะการสังเกต โดยการสังเกตตวั อย่างการแสดงขน้ั ตอนการแก้ปัญหา

อย่างง่ายด้วยการเขยี นบอกเล่า การวาดภาพ และการใช้สัญลักษณ์

ขน้ั สรุป

นักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ถงึ การแสดงข้ันตอนการแก้ปัญหาทสี่ ามารถทำไดโ้ ดยการเขียนบอกเลา่
การวาดภาพ หรือการใช้สัญลักษณว์ า่ “การแก้ปญั หาโดยการเขียนบอกเล่า การวาดภาพ หรอื
การใช้สัญลักษณเ์ ขียนผังงาน เปน็ การแสดงใหเ้ ห็นถึงลำดบั ขั้นตอนการแกป้ ญั หา ทำให้สามารถ
แก้ปัญหาไดถ้ กู ต้องและเหมาะสม”

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

26

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การแกป้ ญั หาอยา่ งเปน็ ขัน้ ตอน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หา

7. การวดั และประเมินผล วธิ ีวดั เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน

รายการวดั

7.1 การประเมนิ ระหว่างการ - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 - ใบงานท่ี 1.2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
จดั กิจกรรม - ตรวจใบงานท่ี 1.2.2
1) การแสดงขัน้ ตอน - ใบงานท่ี 1.2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
การแก้ปญั หา
2) การเขียนผังงาน

3) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล

4) พฤตกิ รรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
กลมุ่ การทำงานกล่มุ การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์

5) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ ความรับผดิ ชอบ คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่นั อนั พึงประสงค์
ในการทำงาน

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1
เรอ่ื งการแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน
2) ใบงานที่ 1.2.1 เรอ่ื ง การแสดงข้นั ตอนการแก้ปญั หา
3) ใบงานท่ี 1.2.2 เรื่อง การเขยี นผงั งาน
4) บตั รภาพ เรื่อง สัญลกั ษณ์ของผงั งานอย่างง่าย

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
- อนิ เทอร์เนต็

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

27

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นขนั้ ตอน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 การแสดงขน้ั ตอนการแกป้ ญั หา

ใบงานที่ 1.2.1

เร่ือง การแสดงขั้นตอนการแกป้ ัญหา

คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นแสดงลำดบั ขัน้ ตอนการทอดไข่เจยี วโดยการเขยี นบอกเลา่ และการวาดภาพ

ข้ันตอนการทอดไขเ่ จยี วโดยการเขียนบอกเล่า

..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ข้ันตอนการทอดไข่เจียวโดยการวาดภาพ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

28

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นข้ันตอน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หา

ใบงานที่ 1.2.1 เฉลย

เร่ือง การแสดงขนั้ ตอนการแกป้ ญั หา

คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนแสดงลำดบั ขน้ั ตอนการทอดไขเ่ จยี วโดยการเขยี นบอกเล่า และการวาดภาพ

ขั้นตอนการทอดไขเ่ จียวโดยการเขียนบอกเลา่

.....1.....ต..อ...ก..ไ.ข..ใ่.ส...ช่ ..า.ม................................................................................................................................
.....2.....ใ..ส..เ่ .ค..ร..อ่ื ..ง..ป..ร..ุง.ร..ส..ท..ีต่...้อ..ง.ก..า..ร...............................................................................................................
.....3.....ต..ไี..ข..ผ่..ส..ม..ใ..ห..้เ.ข..า้..ก..นั ..........................................................................................................................
.....4.....ต..งั้..ก..ร..ะ..ท..ะ..เ.ท...น..้ำ..ม..ัน.........................................................................................................................
.....5....น...ำ.ไ..ข..่ล..ง..ใ.น..ก..ร..ะ..ท..ะ..........................................................................................................................
.....6.....ก..ล...บั ..ด..้า..น..ไ.ข..่.................................................................................................................................
.....7.....ต..ัก...ใ.ส..่จ..า..น..เ.ส..ิร..ฟ์ ..............................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

ขน้ั ตอนการทอดไขเ่ จยี วโดยการวาดภาพ

1 2 3..........................................................................................................................................................

4

7 65

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

29

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การแก้ปญั หาอยา่ งเป็นขั้นตอน
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 2 การแสดงขนั้ ตอนการแก้ปญั หา

ใบงานที่ 1.2.2

เรื่อง การเขียนผังงาน

คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นแสดงลำดับขนั้ ตอนการทอดไข่เจียวโดยการเขยี นผงั งาน

เริ่มตน้

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

30

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ขน้ั ตอน เฉลย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 การแสดงขน้ั ตอนการแก้ปญั หา

ใบงานที่ 1.2.2
เร่ือง การเขียนผงั งาน

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนแสดงลำดับขั้นตอนการทอดไข่เจยี วโดยการเขียนผังงาน

เริม่ ต้น

1.ตอกไข่ใส่ชาม

2.ใส่เครอื่ งปรุงรสที่ตอ้ งการ

3.ตีไขผ่ สมให้เขา้ กนั
4.ตัง้ กระทะเทนำ้ มัน
5.นำไขล่ งในกระทะ

6.กลับดา้ นไข่
7.ตักใสจ่ านเสริ ์ฟ

สิน้ สดุ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

31

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน 
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2 การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หา

บัตรภาพ
เรื่อง สัญลักษณ์ของผังงานอย่างงา่ ย

เรม่ิ ต้นหรอื สน้ิ สุด
การทำงาน

การตัดสนิ ใจ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

32

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การแก้ปญั หาอยา่ งเป็นขั้นตอน 
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การแสดงขั้นตอนการแกป้ ญั หา

การทำงาน

ทิศทางขอ้ มลู

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

33

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 การแสดงข้นั ตอนการแกป้ ญั หา

9. ความเห็นของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื .................................
( ................................ )

ตำแหน่ง .......

10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนยี (วิทยาการคำนวณ)

 ด้านอน่ื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทมี่ ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

34

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นขนั้ ตอน
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 การหารปู แบบของปญั หาอย่างงา่ ย

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3

การหารปู แบบของปญั หาอย่างงา่ ย

เวลา 1 ชัว่ โมง

1. มาตรฐาน/ตัวช้วี ัด

1.1 ตวั ช้ีวัด
ว 4.2 ป.2/1 แสดงลำดับขัน้ ตอนการทำงานหรอื การแกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สญั ลักษณ์
หรือข้อความ

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายการหารูปแบบของปญั หาอยา่ งงา่ ยได้ (K)
2. อธิบายขนั้ ตอนการแกป้ ัญหาเกมตวั ต่อได้ (K)
3. ปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอนการแก้ปัญหาเกมตัวตอ่ ได้ (P)
4. สนใจใฝ่ร้ใู นการศึกษา (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่
พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- การแสดงข้ันตอนการแกป้ ญั หาทำไดโ้ ดย
การเขียนบอกเล่า วาดภาพ หรอื ใช้สญั ลกั ษณ์
- ปัญหาอยา่ งง่าย เช่น เกมตวั ต่อ 6-12 ชน้ิ
การแตง่ ตวั มาโรงเรียน

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ปัญหาเป็นสิ่งทีเ่ กดิ ข้นึ ในชวี ิตประจำวนั สำหรับทุกคน แต่เมอื่ มีปัญหาเกิดขนึ้ สงิ่ ท่ีจะควรทำคือ
การแกไ้ ขปัญหาโดยการหารูปแบบของปญั หา ซงึ่ ถือวา่ เปน็ การหาความสมั พนั ธข์ องปญั หาต่าง ๆ
โดยการเปรยี บเทยี บ การจดั กลุม่ การเรียงลำดับ เพ่อื ช่วยให้การแก้ปัญหาเปน็ ไปอย่างราบรน่ื
และง่ายดายมากขนึ้

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

35

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การแก้ปญั หาอย่างเปน็ ข้นั ตอน
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 การหารูปแบบของปญั หาอย่างงา่ ย

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย รับผดิ ชอบ

- ทักษะการสอ่ื สาร 2. ใฝ่เรยี นรู้

2. ความสามารถในการคดิ 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน

- ทักษะการคิดเชิงคำนวณ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

- ทกั ษะการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

- ทกั ษะการทำงานร่วมกนั

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วิธีการสอนโดยเนน้ รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ช่ัวโมงที่ 1
ขน้ั นำ

ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1. ครูถามคำถามประจำหัวขอ้ ว่า “รูปแบบของปญั หามีผลต่อการแกป้ ญั หาอยา่ งไร”
(แนวตอบ : เป็นการหาความสัมพนั ธ์ของปญั หา โดยการเปรียบเทยี บ จัดกลมุ่ เรยี งลำดับ
เพอ่ื ช่วยให้สามารถแกป้ ญั หาได้ง่ายข้นึ )
2. จากนั้นครูนำบัตรภาพเกมตวั ต่อใหน้ ักเรยี นไดด้ ูพร้อมถามนักเรยี นวา่ “นกั เรียนรู้หรือไม่
เกมน้ีมวี ิธีการเล่นอย่างไร”
(แนวตอบ : ให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็นตามประสบการณ์ของนกั เรียน)
3. ให้นักเรียนแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 4 คน หรอื ตามความเหมาะสมเพอ่ื เลน่ เกมตัวต่อร่วมกนั

ขน้ั สอน

ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)
1. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนเล่นเกมตัวตอ่ โดยครูแจกบตั รภาพเกมตวั ตอ่ ใหน้ ักเรยี นกลมุ่ ละ 4 แผ่น
และใหเ้ วลาในการเลน่ เกมตามความเหมาะสม กลุ่มใดทำกิจกรรมสำเรจ็ กอ่ นกลุม่ นัน้ จะเป็นผูช้ นะ
โดยแต่ละกลุ่มจะตอ้ งบันทึกระยะเวลาในการเล่นเกมตัวตอ่ ตัง้ แต่เริม่ ตน้ จนสำเรจ็ ไว้

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

36

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 การแกป้ ญั หาอยา่ งเปน็ ข้นั ตอน
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 3 การหารปู แบบของปญั หาอยา่ งง่าย

ขัน้ ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation)
2. จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นกลุม่ ที่ชนะออกมาอภิปรายหน้าช้นั เรยี นเกย่ี วกับวิธีคดิ ในการเล่นเกมตัวต่อ
และใหน้ ักเรียนศกึ ษาวิธีคดิ ในการเล่นเกมตวั ต่อทเ่ี หมาะสมจากหนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นข้นั ตอน
เพอื่ การเลน่ เกมตัวต่อได้อย่างถูกตอ้ งและถกู วธิ ี
3. ครูอธิบายเกรด็ นา่ รใู้ นการเล่นเกมตัวต่อว่า“การฝึกเล่นเกมตวั ต่อหรอื เกมตอ่ จกิ ซอว์เปน็ ประจำ
จะทำใหน้ ักเรยี นไดฝ้ ึกใช้ทกั ษะในการหารปู แบบของปญั หา ช่วยใหม้ ีสมาธิ รู้จักสงั เกต และ
มีความอดทน”

ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
4. ให้นักเรยี นแตล่ ะคนทำกจิ กรรมฝกึ ทักษะเกมตวั ต่อในหนังสอื เรียนและบนั ทกึ ลงในสมุดประจำตวั
เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน
5. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดมิ ) เพือ่ เลน่ เกมตวั ตอ่ โดยใช้บัตรภาพเกมตัวตอ่ ท้ัง 4 แผ่น เช่นเดมิ
แตใ่ นการเลน่ เกมคร้ังนใ้ี ห้ใชว้ ธิ กี ารคิดตามหนังสือเรียน โดยมีกตกิ าว่ากล่มุ ใดที่ทำกจิ กรรมสำเรจ็
กอ่ นกลมุ่ นั้นจะเปน็ ผูช้ นะและใหท้ กุ กลมุ่ จดระยะเวลาในการเลน่ เกมตัวตอ่ ตงั้ แต่เรม่ิ ตน้ จนสำเร็จไว้
6. จากนั้นครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มเปรียบเทยี บระยะเวลาในการเล่มเกมตัวต่อของทั้ง 2 คร้งั
7. นักเรยี นทำความเข้าใจกบั การหารปู แบบของปัญหาอยา่ งง่ายอีกแบบหนง่ึ คอื การเขยี นขน้ั ตอน
แบบเรยี งลำดับ โดยใหน้ กั เรียนดขู นั้ ตอนการแตง่ กายมาโรงเรียนจากหนงั สือเรียน
8. ครถู ามคำถามท้าทายการคดิ ขัน้ สูงว่า“ในการเลอื กเส้อื ผ้าเคร่อื งแต่งกายไปโรงเรยี นในแตล่ ะวัน
ใหถ้ กู ต้อง นักเรยี นควรคำนงึ ถงึ สิ่งใดบ้าง”
(แนวตอบ : ความสะอาด ความเรียบรอ้ ย ความเหมาะสม ความถกู ต้อง)
9. ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะการแต่งกายมาโรงเรียนในหนงั สอื เรียน

Note
วตั ถปุ ระสงค์ของกจิ กรรมเพ่ือใหน้ ักเรยี น
- มีทกั ษะการทำงานรว่ มกนั โดยใช้กจิ กรรมแบบกระบวนการกล่มุ ในการเลน่ เกม

ตวั ต่อหรอื เกมจิกซอวจ์ ากบัตรภาพท่ีครแู จกให้
- มีทักษะการสื่อสารโดยการแลกเปลย่ี นวธิ กี ารคดิ ในการเล่นเกมตัวตอ่ หรือ

เกมจกิ ซอว์
- มที กั ษะการคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ยไมว่ า่ จะเปน็ การเลน่ เกม

ตวั ต่อ 6-12 ชิน้ หรอื ปัญหาการแตง่ ตัวมาโรงเรยี น
- มีทักษะการแก้ปัญหาทเ่ี กิดข้นึ ขณะทำกจิ กรรมเลน่ เกมตวั ตอ่ 6-12 ช้ิน

ภายในหอ้ งเรียน

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

37

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การแกป้ ัญหาอย่างเป็นขน้ั ตอน
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 3 การหารปู แบบของปญั หาอย่างงา่ ย

ขน้ั สรปุ

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม การรว่ มกันทำผลงาน และจากการนำเสนอ
ผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝกึ ทักษะและกิจกรรมเสริมสรา้ งการเรยี นรู้
3. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปถงึ การแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ข้นั ตอนวา่ “การแก้ปัญหาอยา่ งเป็นข้นั ตอน
สามารถทำได้โดยการเขยี นบอกเล่า การวาดภาพ หรือการใช้สญั ลักษณ์ตา่ ง ๆ เพ่ือนำมาเขยี น
เป็นผงั งานแสดงข้นั ตอนในการแก้ปญั หา โดยผทู้ ่ีแก้ปญั หาจะตอ้ งมีสตขิ ณะดำเนินการแก้ปัญหา
เพื่อให้ทราบถงึ สาเหตุของปัญหาอยา่ งแน่ชัด และดำเนิการแก้ปัญหาได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม”
4. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง การแก้ปัญหาอยา่ งเป็นขั้นตอน
5. ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมเสริมสร้างการเรยี นรู้ และทำช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรื่อง การแก้ปญั หา โดยใหน้ กั เรยี นเลอื กปัญหาท่ีกำหนดให้ จากนนั้ ให้นักเรียนเลือกแสดงขัน้ ตอน
การแก้ปญั หาซ่ึงสามารถทำได้โดยการเขียนบอกเล่า วาดภาพ หรอื ใช้สัญลกั ษณ์ และนำมาสง่ ครู
ในชว่ั โมงถัดไป

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

38

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การแก้ปัญหาอย่างเปน็ ข้ันตอน
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 การหารปู แบบของปญั หาอย่างงา่ ย

7. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วธิ วี ดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

7.1 การประเมนิ ระหว่างการ
จัดกจิ กรรม

1) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2

รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

2) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์

3) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ความรบั ผดิ ชอบ คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์

ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั อนั พึงประสงค์
ในการทำงาน

7.2 การประเมนิ หลังเรยี น - แบบทดสอบหลงั เรียน ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
- แบบทดสอบหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 หลังเรียน
การแก้ปญั หา
อยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน

- การประเมินชน้ิ งาน - ตรวจชน้ิ งาน/ภาระงาน - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน ระดับคุณภาพ 2

/ภาระงาน (รวบยอด) (รวบยอด) /ภาระงาน (รวบยอด) ผ่านเกณฑ์
เรอ่ื ง การแก้ปัญหา

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1
เรื่อง การแกป้ ัญหาอย่างเป็นข้นั ตอน
2) บัตรภาพ เรอ่ื ง เกมตวั ต่อ

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
-

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

39

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การแก้ปญั หาอย่างเปน็ ข้นั ตอน 
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 การหารปู แบบของปญั หาอยา่ งงา่ ย

บัตรภาพ
เรอ่ื ง เกมตัวต่อ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

40

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 การแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน 
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 การหารปู แบบของปญั หาอยา่ งง่าย

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

41

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ ขั้นตอน
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 การหารูปแบบของปญั หาอยา่ งง่าย

ชน้ิ งาน/ภาระงาน(รวบยอด)
เรอื่ ง การแก้ปญั หา

คำช้แี จง : ให้นกั เรียนเลือกปัญหาท่ีกำหนดให้ 1 ปัญหา จากนน้ั ใหน้ ักเรียนแสดงขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา
ซง่ึ สามารถทำไดโ้ ดยการเขยี นบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์
1.ปัญหาขน้ึ รถโรงเรียนไม่ทัน
2.ปญั หาการหาหนงั สือที่ต้องการไม่พบในห้องสมดุ
3.ปญั หามีการปวดท้องท่โี รงเรยี น

1.นกั เรยี นเลอื กปญั หาใด ………………………………………………………………………………………………………
2.นกั เรียนเลอื กวธิ กี ารแสดงขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาแบบใด ...................................................................
3.จงแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

42

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน เฉลย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 การหารปู แบบของปญั หาอย่างง่าย

ช้ินงาน/ภาระงาน(รวบยอด)
เรอื่ ง การแกป้ ัญหา

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนเลอื กปัญหาทก่ี ำหนดให้ 1 ปัญหา จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นแสดงขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา
ซ่งึ สามารถทำไดโ้ ดยการเขยี นบอกเล่า วาดภาพ หรือใชส้ ญั ลกั ษณ์

1.ปญั หาข้นึ รถโรงเรยี นไมท่ ัน
2.ปญั หาการหาหนังสอื ที่ต้องการไมพ่ บในห้องสมดุ
3.ปญั หามีอาการปวดท้องท่โี รงเรียน

1.นักเรยี นเลอื กปัญหาใด …………ป…ญั …ห…าม…ีอ…า…กา…ร…ป…วด…ท…อ้ …งท…่โี ร…ง…เร…ีย…น………………………………………………

2.นักเรยี นเลอื กวิธีการแสดงขนั้ ตอนการแก้ปญั หาแบบใด ............ก..า..ร..เ.ข...ยี ..น..บ...อ..ก..เ.ล..่า...............................

3.จงแสดงข้ันตอนการแกป้ ญั หา

ขนั้ ตอนการแก้ปญั หาอาการปวดท้องทโี่ รงเรียน
1.แจ้งครูท่ีปรึกษาทราบ
2.ไปทีห่ ้องพยาบาล
3.แจ้งอาการครปู ระจำห้องพยาบาล
4.รับประทานยาแก้อาการปวดท้อง
5.นอนพกั ผอ่ น หากอาการไมด่ ขี ้นึ ให้รีบแจง้ ครูประจำห้องพยาบาล

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

43

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การแกป้ ญั หาอย่างเป็นขั้นตอน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 การหารปู แบบของปญั หาอยา่ งงา่ ย

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล

คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งที่

ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลำดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32

1 การแสดงความคิดเห็น  

2 การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผ้อู นื่  

3 การทำงานตามหนา้ ที่ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย  

4 ความมนี ้ำใจ  

5 การตรงต่อเวลา  

รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ............/.................../................
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

44

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การแก้ปญั หาอยา่ งเป็นขนั้ ตอน
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 การหารูปแบบของปญั หาอยา่ งงา่ ย

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี ชอ่ื –สกุล การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม
ของนักเรยี น ความ ฟังคนอน่ื ตามทไ่ี ดร้ บั สว่ นรว่ มใน 15
คดิ เห็น มอบหมาย การปรับปรงุ คะแนน
ผลงานกลุม่

321321321321321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............./.................../...............

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

45

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ขน้ั ตอน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 การหารูปแบบของปญั หาอยา่ งง่าย

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คำช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ ง

ท่ีตรงกับระดับคะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 32 1

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

กษตั ริย์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทสี่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ

โรงเรยี น

1.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถือ ปฏบิ ัติตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทเ่ี กยี่ วกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามทโี่ รงเรียนจัดขน้ึ

2. ซือ่ สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี่ ูกต้องและเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสิ่งทถ่ี กู ตอ้ ง

3. มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครัว

มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจำวนั

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้

4.2 รจู้ กั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟงั คำส่ังสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง

4.4 ต้ังใจเรยี น

5. อยูอ่ ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ ค่า

5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ

6. มงุ่ มั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย

6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อุปสรรคเพ่ือใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รู้จกั ช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทำงาน

8.2 รจู้ กั การดแู ลรักษาทรพั ยส์ มบัตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของห้องเรียนและ

โรงเรียน

ลงช่ือ..................................................ผปู้ ระเมิน
............/.................../................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบัตชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน 51–60 ดมี าก
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี
พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัติบางครง้ั 30–40 พอใช้
ต่ำกว่า 30 ปรับปรงุ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

46

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การหารปู แบบของปญั หาอยา่ งงา่ ย

แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

ว 4.2 ป.2/1 แสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน หรอื การแก้ปญั หาอยา่ งง่าย โดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ความ

รายการ เกณฑ์การประเมิน (ระดบั คุณภาพ) ระดบั
ประเมิน คุณภาพ
ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
1.การแกป้ ญั หา ดีมาก
สามารถแกป้ ญั หาได้ สามารถแก้ปัญหาได้ สามารถแก้ปญั หาได้ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
2. การแสดงขัน้ ตอนการ อยา่ งถูกต้อง ถกู วธิ ี อย่างถูกตอ้ ง ถกู วิธดี ี คอ่ นขา้ งดี ดี
แกป้ ัญหา ดีมาก
พอใช้
3. ความสมบรู ณ์ของผลงาน เลือกใช้วธิ กี ารแกป้ ญั หา เลอื กใชว้ ธิ ีการแก้ปัญหา เลือกใชว้ ิธกี ารแกป้ ญั หา เลือกใชว้ ิธีการแก้ปญั หา

ได้และสามารถแสดง ไดแ้ ละสามารถแสดง ไดแ้ ละสามารถแสดง ไดแ้ ตไ่ มส่ ามารถแสดง

ขน้ั ตอนการแกป้ ัญหาได้ ขั้นตอนการแกป้ ญั หาได้ ข้ันตอนการแกป้ ัญหาได้ ข้ันตอนการแก้ปญั หาได้

อยา่ งชดั เจนดมี าก อยา่ งชดั เจนดี ค่อนข้างดี

ผลงานมคี วามครบถ้วน ผลงานมีความครบถว้ น ผลงานมคี วามครบถว้ น ผลงานมคี วามครบถว้ น

สมบูรณด์ ีมาก สมบรู ณ์ค่อนข้างดี สมบรู ณด์ ีเปน็ บางสว่ น สมบูรณ์นอ้ ย

4. ส่งงานตรงเวลา สง่ ภาระงานภายในเวลา สง่ ภาระงานช้ากว่า สง่ ภาระงานชา้ กวา่ สง่ ภาระงานชา้ กวา่ ปรบั ปรงุ
กำหนด 2 วัน
ท่กี ำหนด กำหนด 1 วนั กำหนดเกนิ 3 วันขึ้นไป

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14 - 16 ดมี าก

10 - 13 ดี

7 - 9 พอใช้

1 - 6 ปรบั ปรุง

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

47

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นข้ันตอน
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 3 การหารปู แบบของปญั หาอย่างง่าย

9. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผูท้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย .................................
................................ )
ขอ้ เสนอแนะ
.......
ลงชอ่ื
(

ตำแหน่ง

10. บันทึกผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

 ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนยี (วิทยาการคำนวณ)

 ด้านอื่น ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรอื พฤติกรรมทมี่ ปี ัญหาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

48

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2

การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

เวลา 3 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้วี ัด

ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจรงิ อย่างเปน็ ข้นั ตอนและ
เปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแกป้ ญั หา
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจรยิ ธรรม
ว 4.2 ป.2/2 เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื สือ่ และตรวจหาขอ้ ผิดพลาด
ของโปรแกรม

2. สาระการเรยี นรู้

2.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) ตัวอยา่ งโปรแกรม เช่น เขยี นโปรแกรมสง่ั ให้ตวั ละครทำงานตามท่ีต้องการ และตรวจสอบ
ข้อผดิ พลาด ปรับแก้ไขใหไ้ ด้ผลลัพธ์ตามทก่ี ำหนด
2) การตรวจหาขอ้ ผิดพลาด ทำไดโ้ ดยตรวจสอบคำส่ังทแี่ จง้ ข้อผิดพลาด หรือหากผลลพั ธไ์ ม่เป็นไป
ตามท่ตี อ้ งการใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำสง่ั
3) ซอฟตแ์ วร์หรอื ส่อื ทีใ่ ช้ในการเขยี นโปรแกรม เช่น ใชบ้ ตั รคำสง่ั แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org

2.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การเขียนโปรแกรม หมายถงึ การเขยี นชุดคำสั่งให้คอมพวิ เตอร์ทำงานตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนการเขียน
โปรแกรมแบบวนซำ้ จะช่วยให้การเขยี นโปรแกรมง่ายและสะดวกข้ึน โดยไมต่ อ้ งเขียนโปรแกรมซ้ำกนั หลาย ๆ
คร้ัง และเมอ่ื ทำการเขียนโปรแกรมเสร็จแลว้ จะต้องทำการตรวจสอบข้อผิดพลาด ซ่ึงถอื ว่าเปน็ ขน้ั ตอนหนึ่งท่ี
สำคัญในการเขียนโปรแกรม โดยในขัน้ ตอนนจี้ ะต้องตรวจสอบว่าได้ผลลพั ธ์ตรงตามท่ีต้องการหรอื ไม่ และถา้ พบ
ข้อผิดพลาดจะตอ้ งทำการแก้ไขให้เรยี บร้อย นอกจากนนั้ การเขียนโปรแกรมดว้ ย Code.org เป็นการเรียนรูก้ าร
เขยี นโปรแกรมโดยใช้เกมส์เปน็ ส่ือช่วยดึงดดู ความสนใจและกระตุ้นการเรยี นรู้ของนกั เรียน โดยในบทเรียน
ประกอบด้วย การเรียนรู้คำสั่งที่ใช้เขยี นโปรแกรมแบบจัดลำดับ การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ และการตรวจสอบ
ข้อผิดพลาดจากการเขียนโปรแกรม

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

49

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินัย รับผิดชอบ

- ทักษะการส่อื สาร 2. ใฝ่เรียนรู้

2. ความสามารถในการคดิ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

- ทกั ษะการคิดเชงิ คำนวณ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

- ทักษะการแกป้ ัญหา

- ทักษะการสังเกต

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

- ทักษะการทำงานรว่ มกนั

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม

6. การวัดและการประเมนิ ผล วธิ วี ดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

รายการวัด

6.1 การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน - ตรวจช้ินงาน/ - แบบประเมินชนิ้ งาน ระดบั คุณภาพ 2

(รวบยอด) เรื่อง การตรวจหา ภาระงาน (รวบยอด) /ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์

ข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

6.2 การประเมนิ ก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง
- แบบทดสอบก่อนเรยี น กอ่ นเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 2
เรอ่ื ง การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด
ของโปรแกรม

6.3 ประเมินระหวา่ งการจดั กจิ กรรม

การเรยี นรู้

1) การหาเส้นทาง - ตรวจใบงานท่ี 2.1.1 - ใบงานท่ี 2.1.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

2) การตรวจหาขอ้ ผิดพลาด - ตรวจใบงานท่ี 2.2.1 - ใบงานท่ี 2.2.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
จากการเขยี นโปรแกรม

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

50

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม

รายการวัด วิธวี ัด เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
3) การเขียนโปรแกรมดว้ ย - ตรวจใบงานท่ี 2.3.1 - ใบงานท่ี 2.3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

Code.org - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
ผลงาน การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
4) การนำเสนอผลงาน
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
5) พฤติกรรมการทำงาน การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล

6) พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
การทำงานกล่มุ การทำงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ 2
7) คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตความมวี ินยั คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
ความรับผดิ ชอบ อันพงึ ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มั่น ประเมินตามสภาพจรงิ
ในการทำงาน - แบบทดสอบหลงั เรียน

6.4 การประเมินหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ
- แบบทดสอบหลงั เรยี น หลังเรียน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
เรอ่ื ง การตรวจหาข้อผิดพลาด
ของโปรแกรม

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

51

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

เรือ่ งท่ี 1: การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ เวลา 1 ชัว่ โมง

วิธีการสอนโดยเน้นการจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ขน้ั นำ

ขั้นท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1. ครูถามนักเรยี นว่า“นักเรียนร้หู รือไม่ว่าการเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ มีลกั ษณะเปน็ อยา่ งไร”
และ “นกั เรยี นคิดว่าการเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้ มีข้อดอี ยา่ งไร”
2. จากน้นั ครูอธิบายเกยี่ วกบั การเขยี นโปรแกรมเพอื่ เชื่อมโยงเขา้ ส่บู ทเรียน

ขน้ั สอน

ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)
1. ครถู ามคำถามเพือ่ กระตุ้นความคิดของนกั เรยี นว่า“นักเรยี นคดิ ว่าน้ำผง้ึ เกดิ ข้ึนไดอ้ ยา่ งไร
ใครเปน็ ผู้ผลิตขึน้ มา และมกี ระบวนการผลติ นำ้ ผึง้ อยา่ งไร”
2. นกั เรียนร่วมกนั ออกแบบกระบวนการผลิตนำ้ ผึง้ โดยครคู อยบนั ทกึ ลงบนกระดานหน้าชั้นเรียน
3. ครูถามคำถามกบั นกั เรยี นวา่ “นกั เรียนคดิ ว่ากระบวนการผลติ น้ำผง้ึ มีการทำงานซ้ำ ๆ กัน
หรือไม่ อย่างไรบา้ งที่ตอ้ งทำงานซำ้ ๆ”
4. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพ่ือสงั เกตและศึกษาสญั ลักษณ์
ของชุดคำสั่งจากหนงั สือเรยี น หรอื ศกึ ษาเกี่ยวกับความหมายของชดุ คำส่งั จากใบงานท่ี 2.1.1
เร่อื ง การหาเสน้ ทาง

ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาการเขียนคำสัง่ ให้ผงึ้ เดนิ ไปเกบ็ น้ำหวานโดยใช้โปรแกรม
Code.org จากหนังสือเรยี นและศกึ ษาวธิ กี ารเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ
6. ครูสมุ่ นกั เรียน 2-3 กลุม่ ออกมาอภิปรายหนา้ ช้นั เรียนเก่ียวกับการเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้
7. ครอู ธิบายเกร็ดนา่ รู้เพอ่ื ให้นกั เรยี นเกิดความเข้าใจมากยงิ่ ขึ้น

ข้นั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
8. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ลงมอื ทำใบงานท่ี 2.1.1 เรอ่ื ง การหาเส้นทาง เพอ่ื ขยายความเข้าใจ
โดยใหน้ ักเรยี นเขยี นโปรแกรมคำส่ังจากสถานการณ์ที่กำหนดให้

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

52

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

9. จากน้นั ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอการเขยี นโปรแกรมคำสง่ั หน้าชั้นเรยี น
10. ครูมอบหมายให้นกั เรยี นร่วมกนั จัดหอ้ งใหมใ่ ห้มีพื้นที่วา่ งโดยการนำเชือกมาขึงเป็นตาราง

ขนาด 4x4 (จำนวน16ชอ่ ง)
11. ครูสุ่มนกั เรียนออกมาทำกิจกรรม 3 คน โดยใหผ้ เู้ ล่นคนแรกแสดงเปน็ ผงึ้ ผูเ้ ล่นคนท่สี อง

แสดงเปน็ ดอกไม้ และผ้เู ลน่ คนท่ีสามแสดงเปน็ รวงผง้ึ โดยมกี ตกิ าในการทำกิจกรรมดงั นี้
ให้ผูเ้ ลน่ ท้ัง 3 คน ยนื ตามตำแหน่งทีป่ รากฏอยใู่ นใบงาน และให้ผู้เลน่ คนทสี่ องถอื
บัตรภาพหยดนำ้ หวาน จำนวน 3 หยด
12. ครคู ดั เลือกผลงานการเขียนโปรแกรมคำสั่งทส่ี มบูรณท์ ่สี ุดมาตรวจสอบคำส่ัง โดยครู
ใหข้ อ้ เสนอแนะกบั นกั เรยี นตามความเหมาะสม
13. ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะในการหาเส้นทางทจี่ ะพากระตา่ ยกลับไปยังสวนสัตว์
จากหนังสอื เรียน และบนั ทกึ ลงในสมุดประจำตัว

ขน้ั สรุป

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครตู รวจสอบและสรุปข้นั ตอนการเขยี นโปรแกรมคำสั่งทถ่ี ูกตอ้ งใหน้ กั เรยี นดู
2. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมฝึกทักษะจากหนังสอื เรียน
3. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปเก่ียวกับการเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ ว่า“การเขียนโปรแกรม
แบบวนซำ้ จะชว่ ยให้การเขยี นโปรแกรมคำสั่งสะดวกและงา่ ยข้นึ โดยไม่ตอ้ งเขยี นโปรแกรม
คำส่ังซำ้ กันหลาย ๆ คร้งั ชว่ ยให้ประหยดั ระยะเวลาในการเขยี นโปรแกรม”

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

53

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

เรื่องที่ 2: การตรวจสอบข้อผดิ พลาดจากการเขยี นโปรแกรม เวลา 1 ชว่ั โมง

วธิ ีการสอนโดยเน้นการจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ขน้ั นำ

ขัน้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. ครูถามคำถามเพ่ือกระต้นุ ความสนใจของนกั เรียนว่า“ในชีวิตประจำวันนักเรียนพบ
ความผิดพลาดอะไรบา้ ง และนกั เรียนจะมวี ธิ ีการชว่ ยลดความผดิ พลาดท่เี กดิ ขึน้ ได้อย่างไร”
2. ครทู บทวนความรู้จากช่วั โมงที่ผ่านมา พรอ้ มซกั ถามคำถามประจำหวั ข้อเพ่ือกระตนุ้ ความสนใจ
ของนักเรยี นวา่ “การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดมปี ระโยชน์อย่างไรต่อการเขียนโปรแกรมคำสั่ง”
จากน้นั ครกู ล่าวเพื่อเช่อื มโยงเข้าสู่บทเรียน

ขน้ั สอน

ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 2-3 คน หรือตามความเหมาะสม โดยให้นักเรียนสงั เกตสัญลกั ษณ์
ของชดุ คำส่งั จากใบงานท่ี 2.2.1 เร่อื ง การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดจากการเขยี นโปรแกรม และ
ศกึ ษาเนอ้ื หาสถานการณ์ตัวอยา่ งจากหนงั สือเรยี น

ข้ันท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
2. ครสู ่มุ นักเรยี น 2-3 กลุม่ ออกมาอภปิ รายเกย่ี วกบั ขั้นตอนการตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาด
หนา้ ชน้ั เรยี น และมอบหมายใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนทำกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะจากหนงั สือเรยี น
เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ โดยใหน้ ักเรียนแกไ้ ขข้อผดิ พลาดให้ถกู ตอ้ งจากน้ันบนั ทกึ คำตอบ
ลงในสมุดประจำตัว
3. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาสถานการณ์ตัวอยา่ งจากการตรวจสอบข้อผิดพลาด
ของโปรแกรมทีละคำสงั่ จากหนงั สือเรยี น จากนัน้ ครอู ธบิ ายเกร็ดนา่ รใู้ ห้นักเรียนฟัง

ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
4. ครใู ห้นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันศึกษาการเขยี นโปรแกรมจากชุดคำส่ังในใบงาน
โดยหาขอ้ ผิดพลาดของคำส่ัง จากน้ัน แกไ้ ขคำส่งั ใหถ้ กู ตอ้ ง และให้แกต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอ
ข้นั ตอนการแก้ไขคำสัง่ หนา้ ช้ันเรียน
5. ครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทกั ษะในหนงั สอื เรยี นเพ่อื ขยายความเข้าใจมากย่งิ ข้นึ โดยใหน้ กั เรียน
พิจารณาบตั รคำส่ัง และหาผลลัพธ์ท่ีเกิดขนึ้ ให้ถกู ต้อง โดยเปดิ โอกาสให้นักเรียนสามารถพูดคยุ
แลกเปลยี่ นความคิดเหน็ รว่ มกันภายในห้องเรียน

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

54

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม

ขน้ั สรปุ

ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครูส่มุ นกั เรยี น 2-3 คน รว่ มกันตอบคำถามว่า“นักเรยี นจะนำวธิ ีการตรวจสอบข้อผิดพลาดทไ่ี ด้
เรยี นรนู้ ้ี ไปช่วยลดขอ้ ผดิ พลาดท่ีอาจจะเกดิ ขน้ึ ในชีวิตประจำวนั ของตนเองได้อย่างไร”
2. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 2.2.1 และการทำกจิ กรรมฝึกทักษะ
3. นกั เรียนและครูสรุปเน้ือหารว่ มกนั เกยี่ วกับการตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดจากการเขยี นโปรแกรม

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

55

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

เรือ่ งท่ี 3: การหารปู แบบของปญั หาอยา่ งง่าย เวลา 1 ชั่วโมง

วิธีการสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ขน้ั นำ

ขั้นท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engagement)
1. ครทู บทวนความร้เู ดิมของนักเรยี น และถามคำถามกับนักเรยี นวา่ “นกั เรยี นรู้จักการเขยี น
โปรแกรมดว้ ย Code.org หรอื ไม่ และการเขียนโปรแกรมดว้ ย Code.org มปี ระโยชน์อย่างไร”
2. ครพู ูดกระตุน้ ความสนใจของนักเรียนว่า“วันนี้ครจู ะให้นักเรียนทดลองใชเ้ ว็บไซต์ Code.org”
พรอ้ มอธบิ ายเพื่อเช่อื มโยงเข้าสู่บทเรียน

ขน้ั สอน

ขน้ั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรยี นเขา้ สเู่ วบ็ ไซต์ Code.org โดยทำตามข้ันตอนท่คี รอู ธบิ าย
2. เปิดโอกาสให้นักเรยี นได้ศึกษาการเขียนโปรแกรมจากเวบ็ ไซต์ Code.org ในเครื่องคอมพวิ เตอร์
ของตนเอง โดยกำหนดระยะเวลาตามความเหมาะสม
3. นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลุม่ ละ 2-3 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพ่อื ศกึ ษาสถานการณต์ ัวอย่าง
และคำสง่ั ควบคมุ การทำงานของผึง้ โดยใชโ้ ปรแกรม Code.org จากหนงั สอื เรยี น

ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
4. ครูใชค้ ำถามท้าทายการคิดขนั้ สงู ของนักเรียนวา่ “ในการทำนายผลลัพธ์ นอกจากจะใช้วิธีการ
พิจารณาทีละคำสัง่ แลว้ นักเรียนมีวิธีการทำนายผลลัพธ์ในรูปแบบอ่ืนอีกหรือไม่ อย่างไร”

ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มลงมือทำใบงานที่ 2.3.1 เร่อื ง การเขียนโปรแกรมด้วย Code.org
โดยลากเส้นจบั คู่สถานการณก์ บั โปรแกรมคำสงั่ ให้ถกู ตอ้ งตรงกัน และเลอื กโปรแกรมคำสั่ง
จากสถานการณท์ ีก่ ำหนดไว้ได้อย่างถกู ต้อง
6. นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานจากการทำใบงานหน้าชัน้ เรยี น
7. นักเรยี นทำกจิ กรรมฝึกทกั ษะจากหนงั สือเรียนเพ่อื ขยายความเขา้ ใจ จากนั้นบนั ทกึ คำตอบ
ลงในสมดุ ประจำตัว และนำมาอภิปรายรว่ มกนั ในช้ันเรยี น

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

56

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม

ขน้ั สรปุ

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครตู รวจสอบการเขยี นโปรแกรมคำสงั่ ของนกั เรียนจากการทำใบงานและการทำกจิ กรรม
ฝกึ ทกั ษะ และถามนักเรียน 2-3 คนว่า“จากการเล่นเกมส์ในเว็บไซต์ Code.org นักเรยี น
ไดเ้ รยี นรวู้ ธิ ีการเขียนโปรแกรมคำสั่งอยา่ งไรบ้าง”
2. นักเรยี นและครูสรุปร่วมกนั และใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2
เรื่อง การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
3. นักเรียนทำกจิ กรรมเสรมิ สรา้ งการเรยี นร้จู ากหนงั สอื เรยี นและทำช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่อื ง การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม จากนน้ั บนั ทกึ คำตอบลงในสมดุ และนำมาสง่
ในช่ัวโมงถดั ไป

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

57

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม

8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.2 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2
เรือ่ ง การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม
2) ใบงานที่ 2.1.1 เร่อื ง การหาเสน้ ทาง
3) ใบงานท่ี 2.2.1 เรือ่ ง การตรวจหาข้อผิดพลาดจากการเขียนโปรแกรม
4) ใบงานท่ี 2.3.1 เรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมด้วย Code.org
5) บตั รภาพหยดน้ำหวาน
6) เชือก
7) เครอื่ งคอมพวิ เตอร์

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) อินเทอร์เนต็
2) ห้องคอมพิวเตอร์

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

58

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม

แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. จงเรียงลำดบั การทำงานของผึง้ ในการออกหา 4. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ การทำงานแบบวนซ้ำไดถ้ ูกตอ้ งท่ีสดุ
น้ำหวานจากเกสรดอกไมเ้ พือ่ นำมาผลิตน้ำผง้ึ ก. เปน็ การทำงานตามลำดับข้นั ตอนทีไ่ ดว้ างแผนไว้
ท่รี วงผงึ้ ข. เป็นการทำงานที่ซับซอ้ นและมีขั้นตอนซำ้ ๆ
a. เดนิ ทางออกจากรวงผ้ึง ค. เป็นการทำงานแบบเดมิ ซำ้ กนั หลาย ๆ รอบ
b. ผลติ น้ำผ้ึงท่ีรวงผ้ึง
c. หาน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ 5. สถานการณ์ในข้อใดจำเป็นต้องเขยี นคำสัง่ แบบวนซ้ำ
ก. a → b → c ก. มดลำเลียงอาหารเข้ารงั
ข. a → c → b ข. ปลวกกัดแทะอาหารอย่ภู ายในรงั
ค. c → b → c ค. ผง้ึ อาศัยอยรู่ วมกันเปน็ ฝงู

2. การเขียนชดุ คำสง่ั ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน 6. จงเขียนเสน้ ทางการเกบ็ น้ำหวานจากดอกไม้ 3 ดอก
ตามเง่ือนไขทีก่ ำหนด มแี นวคิดในการเขยี น เพ่ือนำมาผลติ น้ำผง้ึ ทรี่ วงผ้ึง 3 รวงให้ได้สั้นทสี่ ดุ
โปรแกรมตามขอ้ ใด จากสถานการณท์ ่กี ำหนดให้ ดงั นี้
ก. การออกแบบ → การเขียนชุดคำสง่ั
→ การตรวจสอบผลลพั ธ์ 33
ข. การวเิ คราะหข์ ้อมลู → การออกแบบ
→ การเขียนชดุ คำสั่ง ก. (บนิ ) → (บนิ ) → (เก็บ) → (เกบ็ ) → (เกบ็ )
ค. การเขยี นชดุ คำสงั่ → การตรวจสอบผลลัพธ์ → (บนิ ) → (ผลิต) → (ผลิต) → (ผลติ )
→ การนำไปใช้
ข. (บนิ ) → (บิน) → (เก็บนำ้ หวานซ้ำ 3 ครง้ั )
3. ข้อใดคอื สญั ลักษณ์ของการทำซ้ำ → (บิน) → (ผลติ น้ำผึ้งซ้ำ 3 ครั้ง)
ก.
ค. (บินไปทางขวาซ้ำ 2 คร้ัง) → (เกบ็ นำ้ หวาน
ซ้ำ 3 ครัง้ ) → (บินไปทางขวา 1 คร้ัง) →
(ผลิตน้ำผงึ้ ซำ้ 3 คร้ัง)

ข.

ค.

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

59

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม

7. การเขียนโปรแกรมคำสั่งในข้อใดสอดคลอ้ งกบั 9. จากสถานการณแ์ ละโปรแกรมคำสั่งทผี่ ิดพลาด
สถานการณ์ดังต่อไปน้ี ควรแกไ้ ขตามข้อใดใหผ้ ง้ึ สามารถเกบ็ น้ำหวาน
ไดส้ ำเรจ็
ก.
ก.
ข. ข.
ค.
ค.
10. จากภาพสถานการณ์และโปรแกรมคำส่งั
8. การเขยี นโปรแกรมคำส่ังในขอ้ ใดสามารถพานก สว่ นใดที่ทำให้โปรแกรมคำสั่งเกดิ ขอ้ ผิดพลาด
สีแดงไปหาเจ้าหมูไดอ้ ยา่ งปลอดภยั

ก.

ก.
ข.

ข.

ค.
ค.

เฉลย
1. ข 2. ก 3. ค 4. ค 5. ก 6. ค 7. ค 8. ข 9. ก 10. ก

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

60

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม

แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. ใหน้ กั เรยี นพิจารณาภาพดา้ นล่าง และเลอื กคำสัง่ 3. สญั ลักษณ์ หมายถึงขอ้ ใด

เสน้ ทางทพ่ี าแมน่ กเข้ารงั ได้อยา่ งปลอดภัย ก. การวนซ้ำ ๆ

โดยแม่นกจะต้องไมบ่ นิ ผ่านตน้ ไม้และอีกา ข. การเวียนซ้ำ

ค. การทำซำ้

4. วธิ ีการเขยี นโปรแกรมแบบใด ทำให้คอมพวิ เตอร์

ทำงานตามขน้ั ตอนแบบเดิมซำ้ ๆ ลดน้อยลง

ก. การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ

ข. การเขยี นโปรแกรมแบบทำซำ้

ค. การเขยี นโปรแกรมแบบเวยี นซ้ำ

5. การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ ใชไ้ ดก้ ับสถานการณ์

ในขอ้ ใด

ก. วินยั ทำการบ้านสง่ ครูเป็นประจำ

ข. เดชาขนของจำนวน 10 ช้นิ เก็บไว้ในห้องเก็บของ

ก. ค. สมศรีต้งั ใจเรยี นจนไดเ้ กรดดอี ยา่ งตอ่ เนือ่ ง

ข. 6. โปรแกรมคำส่ังดงั ต่อไปนี้ ตรงกับภาพเสน้ ทางของผึ้ง
ในข้อใด
ค. (บนิ ไปทางขวา 1 คร้งั ) → (เกบ็ น้ำหวาน)
→ (บนิ ไปทางขวา 2 ครงั้ ) → (ผลิตนำ้ ผง้ึ )
2. ขอ้ ใดคือแนวคิดในการเขียนโปรแกรม ก.
เพื่อให้คอมพวิ เตอร์ทำงานตามที่กำหนด
ก. การวิเคราะหข์ อ้ มูล → การออกแบบ

→ การเขยี นชุดคำสงั่

ข. การออกแบบ → การเขยี นชุดคำสง่ั ข.

→ การตรวจสอบผลลัพธ์

ค. การเขยี นชดุ คำสัง่ → การตรวจสอบผลลัพธ์

→ การนำไปใช้ ค.

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

61

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม 9. จากสถานการณแ์ ละโปรแกรมคำส่งั ท่ผี ิดพลาด
ควรแก้ไขตามขอ้ ใดให้ผ้งึ สามารถเกบ็ นำ้ หวาน
7. การเขยี นโปรแกรมคำสง่ั ในขอ้ ใดสอดคลอ้ งกับ ได้สำเรจ็
สถานการณด์ ังต่อไปนี้
ก.
ก.
ข.
ข.
ค.
ค.
10. จากภาพสถานการณ์และโปรแกรมคำส่งั
8. โปรแกรมคำสั่งดังต่อไปนี้ตรงกับเส้นทาง ส่วนใดที่ทำใหโ้ ปรแกรมคำสัง่ เกิดขอ้ ผดิ พลาด
การพานกสแี ดงไปหาเจา้ หมูในภาพใด

ก.

ข.
ก.

ค. ข.
ค.

เฉลย
1. ก 2. ข 3. ค 4. ก 5. ข 6. ค 7. ค 8. ข 9. ข 10. ค

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

62

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1

การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ

เวลา 1 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

1.1 ตัวชี้วดั
ว 4.2 ป. 2/2 เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื สอื่ และตรวจหาข้อผิดพลาด
ของโปรแกรม

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายขนั้ ตอนในการเขยี นโปรแกรมและการเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้ ได้ (K)
2. เขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำได้ถูกตอ้ ง (P)
3. เห็นความสำคญั และประโยชน์ของการเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ

- ตัวอยา่ งโปรแกรม เชน่ เขียนโปรแกรมสัง่ ให้ตัวละคร พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

ทำงานตามท่ตี อ้ งการ และตรวจสอบข้อผิดพลาด

ปรับแกไ้ ขให้ไดผ้ ลลพั ธต์ ามทก่ี ำหนด

- ซอฟตแ์ วรห์ รอื สื่อทใี่ ช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่

ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเขียนโปรแกรม หมายถงึ การเขยี นชุดคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามเง่ือนไขท่ีกำหนด โดยเริม่
กระบวนการตง้ั แตก่ ารออกแบบโปรแกรม การเขียนชดุ คำส่งั เพ่อื ใหโ้ ปรแกรมทำงานตามทอี่ อกแบบไว้
จนกระท่ังตรวจสอบผลลพั ธ์การทำงานทไ่ี ด้ และทำการแกไ้ ขข้อผดิ พลาดท่พี บ ส่วนการเขยี นโปรแกรม
แบบวนซำ้ จะช่วยให้การเขียนโปรแกรมงา่ ยและสะดวกข้ึน โดยไมต่ อ้ งเขียนโปรแกรมซ้ำกนั หลาย ๆ ครงั้

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

63

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 การเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวินยั รบั ผิดชอบ

- ทักษะการสอ่ื สาร 2. ใฝเ่ รยี นรู้

2. ความสามารถในการคดิ 3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

- ทกั ษะการคิดเชิงคำนวณ

3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

- ทกั ษะการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

- ทักษะการทำงานร่วมกัน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 วธิ กี ารสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชว่ั โมงที่ 1

ขน้ั นำ

ขน้ั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. ครใู ห้นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรือ่ ง การตรวจหาข้อผิดพลาด
ของโปรแกรมเพอื่ วัดความรู้เดิมของนักเรยี นกอ่ นเข้าสู่กิจกรรม
2. ครูถามนกั เรียนวา่ “นกั เรยี นรู้หรือไมว่ ่าการเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ มลี กั ษณะเป็นอยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรยี นขน้ึ อย่กู บั ดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
3. ครถู ามนกั เรียนตอ่ ว่า“นักเรียนคดิ ว่าการเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำมขี อ้ ดอี ย่างไร”
(แนวตอบ : การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ จะช่วยให้การเขยี นโปรแกรมงา่ ยและสะดวกขึ้น
โดยไมต่ อ้ งเขียนคำสง่ั ซำ้ กันหลาย ๆ รอบ)
4. ครูอธบิ ายเกี่ยวกบั การเขียนโปรแกรมเพื่อเชือ่ มโยงเขา้ สู่บทเรียนวา่ “การเขียนโปรแกรม คอื
การเขียนชุดคำส่ังข้นึ เพื่อใหค้ อมพวิ เตอรท์ ำงานตามเงอ่ื นไขทีผ่ ู้เขยี นโปรแกรมเปน็ คนกำหนด
โดยมแี นวคิด 3 ข้นั ตอน คือ การออกแบบ การเขียนชุดคำส่งั และการตรวจสอบผลลพั ธ์”

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

64

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้

ขน้ั สอน

ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration)
1. ครูถามคำถามเพ่ือกระตุน้ ความคดิ ของนักเรียนว่า“นกั เรียนคดิ ว่าน้ำผึง้ เกดิ ขึ้นไดอ้ ยา่ งไร
ใครเป็นผู้ผลิตขน้ึ มา และมีกระบวนการผลติ นำ้ ผ้ึงอยา่ งไร”
(แนวตอบ : น้ำผ้ึงเกิดจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ทผี่ ึง้ หลาย ๆ ตวั ช่วยกนั บนิ ไปหาน้ำหวาน
จากเกสรดอกไมห้ ลาย ๆ ดอก และนำมาผลติ รวมกันไว้ที่รวงผ้ึง)
2. นักเรยี นรว่ มกนั ออกแบบกระบวนการผลติ นำ้ ผึง้ โดยครูคอยบันทึกลงบนกระดานหน้าชน้ั เรยี น
(แนวตอบ : ผึง้ เดนิ ทางออกจากรวงผ้งึ → เกบ็ น้ำหวานจากดอกไมห้ ลาย ๆ ดอก →
นำน้ำหวานไปผลติ เปน็ นำ้ ผึง้ ที่รวงผ้ึง)
3. ครูถามคำถามกบั นักเรียนวา่ “นกั เรียนคิดว่ากระบวนการผลิตน้ำผึ้งมกี ารทำงานซ้ำ ๆ กัน
หรือไม่ อย่างไรบ้างทต่ี ้องทำงานซำ้ ๆ”
(แนวตอบ : กระบวนการผลติ น้ำผ้ึงมีกระบวนการทำงานทีซ่ ้ำ ๆ กนั ดงั นี้
1. ขั้นตอนเดนิ ทาง เพราะผ้งึ ตอ้ งเดนิ ทางหลาย ๆ รอบ
2. ขน้ั ตอนเกบ็ น้ำหวาน เพราะผึ้งต้องเก็บนำ้ หวานจากเกสรดอกไมห้ ลาย ๆ ดอก
3. ขน้ั ตอนผลิตนำ้ หวาน เพราะผงึ้ มีขนาดตัวทีเ่ ลก็ สง่ ผลให้เกบ็ น้ำหวานได้จำกดั
ในแต่ละครงั้ จึงต้องนำน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ไปผลติ น้ำผ้งึ ท่รี วงผงึ้ หลาย ๆ รอบ)
4. ครูอธิบายกบั นกั เรียนวา่ “การทำงานเป็นกระบวนการซ้ำ ๆ กนั หากถูกนำมาเขียนโปรแกรม
จะเปน็ การเขียนโปรแกรมคำสั่งในรูปแบบท่ีใหโ้ ปรแกรมทำงานซ้ำกันหลาย ๆ รอบ โดยใช้
สญั ลักษณ์ต่าง ๆ ในการเขยี นชดุ คำส่ังเพ่ือให้คอมพวิ เตอร์ทำงานตามเงื่อนไขท่กี ำหนด”
5. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน หรือตามความเหมาะสม เพือ่ สงั เกตและศกึ ษาสัญลกั ษณ์
ของชดุ คำสัง่ จากหนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.2
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 หรือศกึ ษาเก่ียวกบั ความหมายของชุดคำสง่ั จากใบงานที่ 2.1.1
เรื่อง การหาเสน้ ทาง

ข้ันท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation)
6. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาการเขยี นคำส่ังให้ผ้ึงเดินไปเกบ็ น้ำหวานโดยใชโ้ ปรแกรม
Code.org จากหนังสอื เรียนและศึกษาวิธกี ารเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ
7. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 กลุม่ ออกมาอภปิ รายหนา้ ช้ันเรียนเกี่ยวกบั การเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้
(แนวตอบ : การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ หมายถึง การเขียนชดุ คำสงั่ ให้โปรแกรมทำงานซ้ำ
กนั หลายรอบ นักเรยี นจะเขียนโปรแกรมคำสง่ั ไดก้ ต็ ้องรู้ความหมายของคำสัง่ แต่ละคำสัง่ ว่า
มีหนา้ ทีก่ ารทำงานอยา่ งไร)

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

65

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้

8. ครอู ธิบายเกร็ดนา่ รเู้ พ่ือใหน้ ักเรียนเกิดความเขา้ ใจมากย่งิ ขึน้ วา่ “การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ
จะช่วยให้การเขียนโปรแกรมง่ายขน้ึ และมีความสะดวกมากยง่ิ ขน้ึ โดยไม่ต้องเขยี นโปรแกรม
ซำ้ กนั หลาย ๆ รอบ ช่วยลดความซำ้ ซ้อนในการทำงาน”

ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration)
9. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มลงมอื ทำใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง การหาเสน้ ทาง เพื่อขยายความเข้าใจ
โดยให้นกั เรยี นเขียนโปรแกรมคำสั่งจากสถานการณ์ทีก่ ำหนดให้
10. จากน้นั ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการเขียนโปรแกรมคำส่ังหน้าช้ันเรยี น
11. ครมู อบหมายให้นักเรียนรว่ มกนั จัดห้องใหม่ให้มพี ื้นที่ว่างโดยการนำเชอื กมาขงึ เป็นตาราง
ขนาด 4x4 (จำนวน16ช่อง)
12. ครูสมุ่ นกั เรียนออกมาทำกจิ กรรม 3 คน โดยใหผ้ เู้ ล่นคนแรกแสดงเป็นผ้ึง ผ้เู ลน่ คนท่ีสอง
แสดงเปน็ ดอกไม้ และผเู้ ลน่ คนที่สามแสดงเป็นรวงผึ้ง โดยมีกตกิ าในการทำกิจกรรมดงั นี้
ให้ผูเ้ ลน่ ท้งั 3 คน ยนื ตามตำแหนง่ ที่ปรากฏอยใู่ นใบงาน และให้ผเู้ ลน่ คนทส่ี องถือ
บัตรภาพหยดน้ำหวาน จำนวน 3 หยด
13. ครคู ัดเลือกผลงานการเขยี นโปรแกรมคำสง่ั ท่ีสมบูรณ์ท่ีสุดมาตรวจสอบคำส่งั โดยครู
ให้ขอ้ เสนอแนะกบั นกั เรยี นตามความเหมาะสม
14. ครใู หน้ กั เรียนทำกจิ กรรมฝกึ ทักษะในการหาเส้นทางทจ่ี ะพากระตา่ ยกลบั ไปยังสวนสัตว์
จากหนังสอื เรยี น และบันทกึ ลงในสมุดประจำตัว

Note
วตั ถุประสงคข์ องกจิ กรรมเพือ่ ให้นกั เรียน
- มที กั ษะการทำงานรว่ มกนั โดยใชก้ ระบวนการกลุ่มเพื่อสือ่ สารและศึกษาข้อมูล

พรอ้ มรว่ มกันอภปิ รายรว่ มกนั เกี่ยวกบั การเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้ จากโปรแกรม Code.org
- มีทกั ษะการคิดเชิงคำนวณในการเขยี นโปรแกรมคำสงั่ จากสถานการณ์ท่กี ำหนด

โดยมีระยะเวลาตามความเหมาะสม
- มที ักษะการแกป้ ญั หาและทักษะการสอ่ื สารในการทำกจิ กรรมตรวจสอบคำสง่ั

และร่วมกนั หาคำตอบโดยร่วมกนั คดิ ค้น แลกเปล่ียนประสบการณ์รว่ มกันพร้อมแก้ปัญหา
เฉพาะหนา้ ได้อยา่ งถูกต้อง

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

66

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้

ขน้ั สรุป

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครูตรวจสอบและสรปุ ขัน้ ตอนการเขยี นโปรแกรมคำสั่งท่ีถกู ต้องให้นกั เรยี นดู
2. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะจากหนังสอื เรียน
3. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ เก่ียวกับการเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ วา่ “การเขยี นโปรแกรม
แบบวนซำ้ จะช่วยให้การเขยี นโปรแกรมคำส่ังสะดวกและงา่ ยขึ้น โดยไมต่ ้องเขียนโปรแกรม
คำสง่ั ซ้ำกนั หลาย ๆ ครง้ั ชว่ ยให้ประหยัดระยะเวลาในการเขียนโปรแกรม”

7. การวัดและประเมนิ ผล วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
รายการวัด - แบบทดสอบ
กอ่ นเรียน
7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน กอ่ นเรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2
เรื่อง การตรวจหา
ขอ้ ผิดพลาด
ของโปรแกรม

7.2 การประเมินระหว่างการ

จดั กิจกรรม

1) การหาเสน้ ทาง - ตรวจใบงานท่ี 2.1.1 - ใบงานท่ี 2.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน
การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์

3) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล

4) พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
กลมุ่ การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุม่ ผ่านเกณฑ์

5) คุณลักษณะ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมิน ระดับคณุ ภาพ 2
อันพึงประสงค์ ความรบั ผิดชอบ คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ัน อันพึงประสงค์
ในการทำงาน

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

67

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การเขียนโปรแกรมแบบวนซำ้

8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2
เรอื่ ง การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
2) ใบงานท่ี 2.1.1 เรือ่ ง การหาเสน้ ทาง
3) บัตรภาพหยดนำ้ หวาน
4) เชอื ก

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
-

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

68

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้ำ

ใบงานท่ี 2.1.1
เร่ือง การหาเสน้ ทาง

คำชี้แจง : ให้นักเรียนศกึ ษาความหมายของชุดคำส่งั ตอ่ ไปนี้ ความหมาย
ชดุ คำสงั่

สัญลกั ษณ์

เดินข้ึนข้างบน

เดินลงขา้ งลา่ ง

เดินไปทางขวา

เก็บ เดนิ ไปทางซ้าย
นำ้ หวาน เก็บนำ้ หวาน
ผลติ นำ้ ผึง้
ผลติ น้ำผ้งึ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

69

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้

ชุดคำสัง่

สัญลกั ษณ์ ความหมาย

การทำซ้ำ

2 การทำซ้ำ 2 ครง้ั

3 การทำซำ้ 3 ครง้ั

4 การทำซำ้ 4 ครัง้

? การทำซ้ำ … ครั้ง

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

70

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1 การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนโปรแกรมคำสั่งโดยนำผ้งึ เดินทางไปเกบ็ นำ้ หวานจากเกสรดอกไม้และผลติ นำ้ ผ้งึ
ที่รวงผึ้งได้สำเรจ็ ตามเสน้ ทางทีก่ ำหนด

สถานการณ์

3

3

โปรแกรมคำสั่ง

123 45

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

71

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้

คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นเขยี นโปรแกรมคำส่ังโดยนำผ้งึ เดนิ ทางไปเก็บนำ้ หวานจากเกสรดอกไม้และผลติ นำ้ ผ้งึ

ท่ีรวงผ้ึงไดส้ ำเร็จตามเสน้ ทางท่ีกำหนด เฉลย

สถานการณ์

3

โปรแกรมคำสัง่ 2 3 3

1 3 45

2 เก็บ 3
นำ้ หวาน
ผลติ
น้ำผ้งึ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

72

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม 
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้

บัตรภาพ
เรื่อง หยดน้ำหวาน

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

73

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม .................................
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 การเขยี นโปรแกรมแบบวนซำ้ ................................ )

9. ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย .......

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตำแหน่ง

10. บนั ทึกผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

 ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนยี (วทิ ยาการคำนวณ)

 ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤตกิ รรมทีม่ ปี ญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

74

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดจากการเขียนโปรแกรม

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2

การตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดจากการเขียนโปรแกรม

เวลา 1 ช่วั โมง

1. มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด

1.1 ตัวชี้วัด
ว 4.2 ป. 2/2 เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื สื่อ และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด
ของโปรแกรม

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกปัญหาทีเ่ กดิ ขนึ้ จากขอ้ ผดิ พลาดในชีวติ ประจำวันได้ (K)
2. อธิบายวธิ กี ารตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรมได้ถูกตอ้ ง (K)
3. ตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดจากการเขยี นโปรแกรมได้ (P)
4. แกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาดจากการเขยี นโปรแกรมได้ (P)
5. นำความรู้และประโยชน์ทไ่ี ด้รับจากการเรยี นมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิ่น

- ตัวอยา่ งโปรแกรม เชน่ เขียนโปรแกรมสงั่ ให้ตัวละคร พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา

ทำงานตามทตี่ อ้ งการ และตรวจสอบขอ้ ผิดพลาด

ปรบั แก้ไขใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ตามท่ีกำหนด

- การตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ทำได้โดยตรวจสอบคำส่งั

ท่แี จ้งขอ้ ผิดพลาด หรอื หากผลลพั ธไ์ มเ่ ปน็ ไปตาม

ที่ตอ้ งการใหต้ รวจสอบการทำงานทีละคำสัง่

- ซอฟต์แวร์หรอื ส่อื ท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น

ใช้บตั รคำสัง่ แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

75


Click to View FlipBook Version