The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปีการศึกษา 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Johnie S. Ngamnititiranun, 2024-05-31 09:12:16

โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปีการศึกษา 2566

โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ปีการศึกษา 2566

หน้า 248 ที่


หน้า 249 ที่ องค์ประกอบที่9 กิจกรรมทางกายเพียงพอ นอนหลับดี(ต่อ) ตัวชี้วัด 9.6 นักเรียนนอนหลับเพียงพอ - อายุ6 - 13 ปี9 - 11 ชั่วโมง/วัน - อายุ14 - 17 ปี8 - 10 ชั่วโมง/วัน เกณฑ์ ระดับการประเมิน (คะแนน) แหล่งข้อมูล/วิธีพิสูจน์ มี ☒ร้อยละ 80-100 □ ร้อยละ 60-79 □ น้อยกว่า ร้อยละ 60 □ ไม่มีการประเมิน (1.5) (1) (0.5) (0) ➢ รายงานการนอนหลับ ของนักเรียน ➢ สัมภาษณ์ครูและ นักเรียน สรุปผลการดำเนินงาน นักเรียนนอนหลับเพียงพออายุ6 - 13 ปี9 - 11 ชั่วโมง/วัน และ อายุ14 - 17 ปี8 - 10 ชั่วโมง/วัน โดยการ สอบถามจากครูประจำชั้น ผู้ปกครอง และตัวนักเรียนเป็นรายบุคคล


หน้า 250 ที่ การดำเนินงาน โรงเรียนมีบันทึกการนอนของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 บันทึกการสอนของนักเรียนระดับประถมศึกษา


หน้า 251 ที่


หน้า 252 ที่


หน้า 253 ที่ องค์ประกอบที่9 กิจกรรมทางกายเพียงพอ นอนหลับดี(ต่อ) ตัวชี้วัด 9.7 นักเรียนได้รับการทดสอบสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ภาคเรียนละ 1 ครั้ง แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สำหรับประถมศึกษา (อายุ7-12 ปี) และ สำหรับมัธยมศึกษา (อายุ13-18 ปี) ของ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ.2562 เกณฑ์ ระดับการประเมิน (คะแนน) แหล่งข้อมูล/วิธีพิสูจน์ มี ☒ ร้อยละ 100 □ ร้อยละ 80-99 □ น้อยกว่า ร้อยละ 60-79 □ น้อยกว่าร้อยละ 60 □ ไม่มีการทดสอบ (2) (1.5) (1) (0.5) (0) ➢ รายงานผลการทดสอบ สมรรถภาพของนักเรียน สัมภาษณ์ครูและนักเรียน ➢ สัมภาษณ์ครูและนักเรียน ➢ ภาพกิจกรรม ➢ สำรวจสภาพจริง นักเรียนได้รับการทดสอบสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ภาคเรียนละ 1 ครั้ง แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สำหรับประถมศึกษา (อายุ7-12 ปี) และ สำหรับมัธยมศึกษา (อายุ13-18 ปี) ของ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ.2562 สรุปผลการดำเนินงาน นักเรียนทุกคนได้รับการทดสอบสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ภาคเรียนละ 1 ครั้ง


หน้า 254 ที่ การดำเนินงาน โรงเรียนทดสอบมรรถภาพทางกายของกายของนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทุกคน ตาม คู่มือแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของกายของนักเรียน สำหรับประถมศึกษา (อายุ 7-12 ปี) แบบรายงานรายชั้นเรียน


หน้า 255 ที่ แบบรายงานรายนักเรียน


หน้า 256 ที่ แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กและเยาวชน อายุ 7-18 ปี


หน้า 257 ที่


หน้า 258 ที่ องค์ประกอบที่9 กิจกรรมทางกายเพียงพอ นอนหลับดี(ต่อ) คะแนนรวม 10 คะแนน สรุปผลการประเมินตามองค์ประกอบที่ 9 (คะแนนรวม 10 คะแนน) ☒ ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นดีมาก ( 7.5 คะแนนขึ้นไป) □ ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นดี ( 6.5 - 7 คะแนน) □ ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นพื้นฐาน ( 5.5 - 6 คะแนน) □ ควรพัฒนาต่อไป ( 0 - 5 คะแนน )


หน้า 259 ที่ องค์ประกอบที่10 บุคคลต้นแบบด้านสุขภาพในโรงเรียน ตัวชี้วัด 10.1 การดำเนินงาน คณะผู้บริหารที่สนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 1) สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2) สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นต้นแบบด้านสุขภาพ เช่น การให้รางวัล การเชิดชูเกียรติ เป็นต้น เกณฑ์ ระดับการประเมิน (คะแนน) แหล่งข้อมูล/วิธีพิสูจน์ มีคณะผู้บริหารที่ สนับสนุนการ ดำเนินงาน โรงเรียนส่งเสริม สุขภาพ ☒ มีครบ 2 ข้อ □ มี1 ข้อ □ ไม่มี (2) (1) (0) ➢ หลักฐานการสนับสนุนการดำเนินงาน โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพของผู้บริหาร ➢ สอบถามหรือสัมภาษณ์ผู้บริหารหรือคณะ ครู ➢ ภาพกิจกรรม คณะผู้บริหารที่สนับสนุนการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ สรุปผลการดำเนินงาน ผู้บริหารโรงเรียนสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรด้านการส่งเสริมสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นต้นแบบด้านสุขภาพ


หน้า 260 ที่ 1. มีผู้บริหารที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพ จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียน สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัย สิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการโรงเรียนนำเงินที่รับมอบจากการบริจาคให้สำหรับกิจการโรงเรียนให้เป็นเงินสำหรับ สนับสนุนในโครงการส่งเสริมสุขภาพอนามัยนักเรียน


หน้า 261 ที่ มอบเงินให้กับโรงเรียนเพื่อสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพครูด้านการส่งเสริมสุขภาพ อนามัยสิ่งแวดล้อม 2. สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นต้นแบบด้านสุขภาพ เช่น การให้รางวัล การเชิดชู เกียรติ มอบเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบด้านสุขภาพในโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2566


หน้า 262 ที่ องค์ประกอบที่10 บุคคลต้นแบบด้านสุขภาพในโรงเรียน (ต่อ) ตัวชี้วัด 10.2 ผู้บริหาร ครูบุคลากร มีการเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง เช่น ตรวจสุขภาพประจำปีวัด BMI เส้นรอบเอว รวมถึงการได้รับบริการสุขภาพตามสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นต้น ปี ละ 1 ครั้ง เกณฑ์ ระดับการประเมิน (คะแนน) แหล่งข้อมูล/วิธีพิสูจน์ ทุกคน ☒ ทุกคน □ ร้อยละ 80-99 □ น้อยกว่าร้อยละ 80 □ ไม่มีการเฝ้าระวัง (3) (2) (1) (0) ➢ มีรายงานการเฝ้าระวังสุขภาพของครู และ บุคลากร ➢ สอบถามหรือสัมภาษณ์ผู้บริหารหรือ คณะครูภาพกิจกรรม สรุปผลการดำเนินงาน ผู้บริหาร ครูบุคลากร มีการเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง โดยการ ตรวจสุขภาพประจำปีวัด BMI เส้นรอบเอว รวมถึงการได้รับบริการสุขภาพตามสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นต้น ปีละ 1 ครั้ง


หน้า 263 ที่ การดำเนินงาน ผู้บริหาร ครูบุคลากร มีการเฝ้าระวังสุขภาพตนเอง ได้แก่ตรวจสุขภาพประจำปีวัด BMI เส้นรอบเอว รวมถึงการได้รับบริการสุขภาพตามสิทธิขั้นพื้นฐาน


หน้า 264 ที่ องค์ประกอบที่10 บุคคลต้นแบบด้านสุขภาพในโรงเรียน (ต่อ) ตัวชี้วัด 10.3 มีครูหรือบุคลากรเป็นต้นแบบด้านสุขภาพ (Role Model) ดังนี้ 1) ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2) เป็นบุคคลที่มีการเฝ้าระวังสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ 3) เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร เป็นต้น เกณฑ์ ระดับการประเมิน (คะแนน) แหล่งข้อมูล/วิธีพิสูจน์ มีครูหรือบุคลากรเป็น ต้นแบบด้านสุขภาพ (Role Model) ☒ มีครบ 3 ข้อ □มี2 ข้อ □มี1 ข้อ □ไม่มี (3) (2) (1) (0) ➢ มีรายงานการเฝ้าระวังสุขภาพของครู และบุคลากร ➢ สอบถามหรือสัมภาษณ์ผู้บริหารหรือ คณะครู ➢ ภาพกิจกรรม สรุปผลการดำเนินงาน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ,มีการ เฝ้าระวังสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ และเป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ เช่น การออกกำลัง กาย การบริโภคอาหาร เป็นต้น


หน้า 265 ที่ การดำเนินงาน 1. ครูหรือบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม


หน้า 266 ที่


หน้าที่ 267 2. ครูหรือบุคลากรเป็นบุคคลที่มีการเฝ้าระวังสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง


หน้าที่ 268 3. เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร เป็นต้น ส่งเสริมทางด้านอาหารเพื่อสุขภาพให้กับนักเรียน ครู เมี่ยงค้น อาหารจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ปลูกผักเพื่อรับประทานเองลดการซื้อผักจากตลาดที่อาจมียาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆเจือปนโดย ปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อกินเองในครัวเรือน และแจกจ่ายคณะครู


หน้าที่ 269 น้ำผักปั่นเพื่อสุขภาพ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้จากใบเคลและผลไม้สด ผักเคล หรือ ผักคะน้าใบหยัก มีลักษณะสีเขียวเข้ม ใบหยิก และถูกยกให้เป็น Superfood เพราะ อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น โอเมก้า 3 แมกนีเซียม แคลเซียม เหล็ก โซเดียม โพแทสเซียม วิตามินเอ วิตามินซีวิตามินเค วิตามินบี6


หน้าที่ 270 องค์ประกอบที่10 บุคคลต้นแบบด้านสุขภาพในโรงเรียน (ต่อ) ตัวชี้วัด 10.4 ครูอนามัยต้องผ่านการอบรมหลักสูตรครูอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสาธารณสุขหรือหลักสูตรด้านการ ส่งเสริมสุขภาพนักเรียนและอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน สรุปผลการดำเนินงาน ครูอนามัยต้องผ่านการอบรมหลักสูตรครูอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสาธารณสุขหรือหลักสูตรด้านการ ส่งเสริมสุขภาพนักเรียนและอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน เกณฑ์ ระดับการประเมิน (คะแนน) แหล่งข้อมูล/วิธีพิสูจน์ ครูอนามัยต้องผ่านการ อบรม ☒ มี □ไม่มี (2) (0) ➢ หลักฐานการอบรมหลักสูตรอนามัย ➢ ภาพกิจกรรม


หน้าที่ 271 การดำเนินงาน ครูอนามัยต้องผ่านการอบรม ครูอนามัยผ่านการอบรมหลักสูตรอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสารธารณสุขหรือหลักสูตรด้านการ ส่งเสริมสุขภาพนักเรียนและอนามัยสิ่งแวดล้อมโรงเรียน


หน้าที่ 272 องค์ประกอบที่10 บุคคลต้นแบบด้านสุขภาพในโรงเรียน (ต่อ) คะแนนรวม 10 คะแนน สรุปผลการประเมินตามองค์ประกอบที่10 (คะแนนรวม 10 คะแนน) ☒ ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นดีมาก ( 8 คะแนนขึ้นไป) □ ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นดี ( 7 คะแนน) □ ผ่านเกณฑ์ประเมินขั้นพื้นฐาน ( 6 คะแนน) □ ควรพัฒนาต่อไป ( 0 - 5 คะแนน )


หน้าที่ 273 มาตรฐาน ด้านผลลัพธ์สุขภาพนักเรียน 6 ตัวชี้วัด


หน้าที่ 274 ตัวชี้วัดที่1 ภาวะโภชนาการ 1.1 ร้อยละของนักเรียนสูงดีสมส่วน แบบรายงานตัวชี้วัดที่ 1 ภาวะโภชนาการ แบบรายงานการประเมินภาวะเจริญเติบโต (รายชั้นและภาพรวมของโรงเรียน) โรงเรียนบ้านสักหลง ชั้น ป.1-6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วันที่ 22 มกราคม 2566


หน้าที่ 275 น้ำหนักส่วนสูงรายบุคคล


หน้าที่ 276 สรุปผลภาวะโภชนาการ


หน้าที่ 277 1.2 ร้อยละของนักเรียนเตี้ย


หน้าที่ 278 แนวทางแก้ไข ควรดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งเด็กขาดอาหาร(น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์/ เตี้ย/ ผอม) และกลุ่มเสี่ยงต่อ การขาดอาหาร(น้ำหนักค่อนข้างน้อย/ค่อนข้างเตี้ย/ค่อนข้างผอม) เนื่องจากเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสขาด อาหารได้ง่าย จึงเป็นการป้องกันไว้ก่อน โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้ 1. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายว่า เจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการเจริญเติบโตหรือไม่ ถ้ามี ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ 2. ประเมินการเจริญเติบโตของเด็กโดยการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง พร้อมทั้งแปลผลโดยการนำ น้ำหนักและส่วนสูงของเด็กจุดลงในกราฟแสดงการเจริญเติบโต ซึ่งมี 3 ตัวชี้วัด คือ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ และน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง 3. ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร 4. ให้คำแนะนำการบริโภคอาหาร 4.1 กินอาหารให้ครบทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าว-แป้ง กลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มเนื้อสัตว์ และ กลุ่มนม ในปริมาณที่เหมาะสมและควรกินให้หลากหลาย โดยดูปริมาณอาหารที่แนะนำใน 1 วัน ในสมุดบันทึก สุขภาพแม่และเด็ก 4.2 เพิ่มอาหารประเภทที่ให้พลังงาน เพื่อให้เด็กมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหาร ประเภทข้าว-แป้ง เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง เผือก มัน เป็นต้น และอาหารไขมัน เช่น น้ำมัน โดยการปรุงอาหารด้วยวิธีทอดหรือผัด และกะทิ อาจทำเป็นกับข้าวหรือขนมหวานแบบไทยๆ เช่น กล้วยบวดชี เป็นต้น 4.3 ในเด็กเตี้ย แนะนำแม่/พ่อ/ผู้ปกครองเด็กให้เพิ่มอาหารพวกเนื้อสัตว์ให้เด็กกิน เช่น ไข่ หมู ไก่ ปลา เพื่อเพิ่มโปรตีน และเพิ่มอาหารที่ให้แคลเซียม ได้แก่ นม ปลากระป๋อง ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น ปลาตัวเล็ก เป็นต้น กุ้งฝอย เต้าหู้ (ยกเว้นเต้าหู้หลอดไข่และน้ำเต้าหู้เพราะให้แคลเซียมเพียงเล็กน้อย) โดยเฉพาะนม เด็กควรดื่มนมทุกวัน ๆ ละ 2-3 กล่อง 4.4 ให้มีอาหารระหว่างมื้อ ได้แก่ อาหารว่างเช้า และบ่าย 4.5 อย่าให้เด็กกินขนม-น้ำหวาน น้ำอัดลม ก่อนเวลาอาหารประมาณ 1 1/2 - 2 ชั่วโมง 5. จัดหาอาหารเสริมที่มีพลังงานและโปรตีนสูง เช่น นม ไข่ ถั่วลิสง ให้กับเด็กขาดอาหารกินทุกวัน จนกว่ากลับเข้าสู่กลุ่มเสี่ยง 6. ให้ยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก ทุกวัน ๆ ละ 1 ช้อนชา เป็นเวลา 1 เดือน 7. ตรวจอุจาระในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี หากพบหนอนพยาธิลำไส้ตัวกลม ให้ทำการรักษาตาม คำแนะนำของกรมควบคุมโรค หรือไปโรงพยาบาลเพื่อรักษากับแพทย์ ถ้ารักษาไม่ถูกต้องอาจรุนแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้ (ห้ามให้ยาถ่ายพยาธิกับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี) 8. หากเด็กเจ็บป่วย เช่น ท้องเสีย เป็นหวัด ต้องรีบรักษาให้หาย เพื่อไม่ให้เด็กมีปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น และค้นหาสาเหตุที่เด็กเจ็บป่วย เช่น อาหารไม่สะอาด หรือมีแมลงวันตอม สิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่น การกำจัดขยะ ไม่ถูกต้อง อากาศถ่ายเทไม่สะดวก


หน้าที่ 279 9. หากเด็กมีปัญหาเรื่องฟัน เช่น ฟันผุ ปวดฟัน ทำให้เด็กกินอาหารได้น้อย ต้องรีบพาไปหาทันต แพทย์เพื่อรักษา 10. ควรให้เด็กวิ่งเล่นหรือเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เช่น กระโดดเชือก เล่นบาสเกตบอล เพื่อกระตุ้นการสร้างกระดูกและกระตุ้นความอยากอาหาร 11. ให้เด็กนอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง 12. ติดตามการเจริญเติบโตของเด็กที่มีการขาดอาหาร(น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์/เตี้ย/ผอม)และกลุ่ม เสี่ยงต่อการขาดอาหาร (น้ำหนักค่อนข้างน้อย/ค่อนข้างเตี้ย/ค่อนข้างผอม) อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เด็กมีปัญหา การขาดอาหารที่รุนแรงมากขึ้น โดยการ 12.1 ชั่งน้ำหนักทุกเดือน และวัดส่วนสูงทุก 3 เดือน พร้อมทั้งดูแนวโน้มการเจริญเติบโตด้วย ว่า เด็กมีแนวโน้มการเจริญเติบโตดีขึ้นหรือยัง หากยังไม่ดีขึ้นต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไข รวมทั้ง ปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ไขใหม่ แต่หากดีขึ้น แสดงว่า วิธีการนั้นเหมาะสมดีแล้ว 12.2 ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กขาดอาหารทุกสัปดาห์ และเด็กที่อยู่ใน กลุ่มเสี่ยงทุก 2 สัปดาห์ ในช่วงเดือนแรก หากเด็กมีพฤติกรรมการกินดีขึ้นแล้ว เปลี่ยนความถี่ในประเมินการ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในเดือนที่ 2 เป็นทุก 2 สัปดาห์สำหรับเด็กขาดอาหาร และทุกเดือนในเด็กกลุ่ม เสี่ยง หลังจากนั้น ประเมินทุกเดือนในเด็กขาดอาหาร และทุก 2 เดือนในกลุ่มเสี่ยง 12.3 เยี่ยมบ้านเด็กขาดอาหารทุกสัปดาห์ และเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทุก 2 สัปดาห์ ในช่วง เดือนแรก เพื่อดูชนิดของอาหาร สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกบ้าน หากไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และ มีสภาพแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้คำแนะนำหรือให้ความ ช่วยเหลือปรับปรุง


หน้าที่ 280 1.3 ร้อยละของนักเรียนเริ่มอ้วนและอ้วน


หน้าที่ 281 แนวทางแก้ไข ควรดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยง (ท้วม) เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเปลี่ยนระดับ ภาวะโภชนาการเป็นเด็กอ้วน โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้ 1. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายว่ามีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการเจริญเติบโตหรือไม่ ถ้ามี ให้อยู่ในความ ดูแลของแพทย์ 2. ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร 3. ให้คำแนะนำการบริโภคอาหาร 3.1 ให้กินอาหารครบทุกกลุ่ม ได้แก่ เนื้อสัตว์/ไข่/นม ข้าว-แป้ง ผัก ผลไม้ และน้ำมัน ใน ปริมาณที่เหมาะสมและควรกินให้หลากหลาย โดยดูปริมาณอาหารที่แนะนำใน 1 วันได้ ในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก 3.2 อย่าอดอาหารมื้อหลัก หรือลดปริมาณอาหารมากเกินไป เนื่องจากเด็กกำลังเจริญเติบโต การลดอาหารมากไปจะทำให้เด็กเจริญเติบโตช้าลง 3.3 ลดปริมาณอาหารที่ให้พลังงานหากบริโภคมากกว่าที่แนะนำ ได้แก่ อาหารประเภทข้าวแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง เผือก มัน เป็นต้น และอาหารไขมัน เช่น น้ำมัน กะทิ ควรหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยวิธีการทอด ผัด แกงกะทิหรือขนมที่ใส่ กะทิ ให้เปลี่ยนวิธีปรุงอาหารโดยการต้ม นึ่ง ปิ้ง ยำ แทน 3.4 หลีกเลี่ยงอาหารมัน เช่น หมูสามชั้น หมูติดมัน หนังไก่ 3.5 กินผัก ผลไม้รสไม่หวานจัดเพิ่มขึ้น 3.6 งดกินจุบจิบเช่น ขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน น้ำอัดลม 4 ออกกำลังกาย และเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ เช่น เล่นกีฬา วิ่งเล่น เดินขึ้น-ลงบันได เต้น กิจกรรมเข้าจังหวะ 5 ติดตามการการเจริญเติบโตของเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยง โดย 5.1 ชั่งน้ำหนักทุกเดือนและวัดส่วนสูงทุก 3 เดือนเพื่อไม่ให้เด็กมีภาวะอ้วนเพิ่มมากขึ้น พร้อม ทั้งดูแนวโน้มการเจริญเติบโตด้วยว่า เด็กมีแนวโน้มการเพิ่มน้ำหนักมากหรือไม่ หากยังมี แนวโน้มน้ำหนักเพิ่มมากเหมือนเดิมต้องหาสาเหตุและแก้ไข รวมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการ แก้ไขใหม่ แต่หากเพิ่มไม่มาก แสดงว่า วิธีการนั้นเหมาะสมดีแล้ว 5.2 ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กอ้วนทุกสัปดาห์ และเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทุก 2 สัปดาห์ ในช่วงเดือนแรก หากเด็กมีพฤติกรรมการกินดีขึ้นแล้ว เปลี่ยนความถี่ใน การประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารในเดือนที่ 2 เป็นทุก 2 สัปดาห์สำหรับเด็กอ้วน และทุกเดือนในเด็กกลุ่มเสี่ยง หลังจากนั้น ประเมินทุกเดือนในเด็กอ้วน และทุก 2


หน้าที่ 282 เดือนในกลุ่มเสี่ยง 5.3 เยี่ยมบ้านเด็กอ้วนทุกสัปดาห์ และเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทุก 2 สัปดาห์ ในช่วงเดือนแรก เพื่อดูชนิดอาหารที่มีภายในบ้าน สภาพแวดล้อม หากไม่เหมาะสม ให้คำแนะนำ


หน้าที่ 283 ตัวชี้วัดที่ 1 ภาวะโภชนาการ 1.4 ร้อยละของนักเรียนผอม


หน้าที่ 284 แนวทางแก้ไข ดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งเด็กขาดอาหาร(น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์/ เตี้ย/ ผอม) และกลุ่มเสี่ยงต่อการ ขาดอาหาร(น้ำหนักค่อนข้างน้อย/ค่อนข้างเตี้ย/ค่อนข้างผอม) เนื่องจากเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสขาด อาหารได้ง่าย จึงเป็นการป้องกันไว้ก่อน โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้ 1. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายว่า เจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวที่มีผลต่อการเจริญเติบโตหรือไม่ ถ้ามี ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ 2. ประเมินการเจริญเติบโตของเด็กโดยการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง พร้อมทั้งแปลผลโดยการนำ น้ำหนักและส่วนสูงของเด็กจุดลงในกราฟแสดงการเจริญเติบโต ซึ่งมี 3 ตัวชี้วัด คือ น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ และน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง 3. ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร 4. ให้คำแนะนำการบริโภคอาหาร 4.1 กินอาหารให้ครบทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าว-แป้ง กลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มเนื้อสัตว์ และ กลุ่มนม ในปริมาณที่เหมาะสมและควรกินให้หลากหลาย โดยดูปริมาณอาหารที่แนะนำใน 1 วัน ในสมุดบันทึก สุขภาพแม่และเด็ก 4.2 เพิ่มอาหารประเภทที่ให้พลังงาน เพื่อให้เด็กมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหาร ประเภทข้าว-แป้ง เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง เผือก มัน เป็นต้น และอาหารไขมัน เช่น น้ำมัน โดยการปรุงอาหารด้วยวิธีทอดหรือผัด และกะทิ อาจทำเป็นกับข้าวหรือขนมหวานแบบไทยๆ เช่น กล้วยบวดชี เป็นต้น 4.3 ในเด็กเตี้ย แนะนำแม่/พ่อ/ผู้ปกครองเด็กให้เพิ่มอาหารพวกเนื้อสัตว์ให้เด็กกิน เช่น ไข่ หมู ไก่ ปลา เพื่อเพิ่มโปรตีน และเพิ่มอาหารที่ให้แคลเซียม ได้แก่ นม ปลากระป๋อง ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก เช่น ปลาตัวเล็ก เป็นต้น กุ้งฝอย เต้าหู้ (ยกเว้นเต้าหู้หลอดไข่และน้ำเต้าหู้เพราะให้แคลเซียมเพียงเล็กน้อย) โดยเฉพาะนม เด็กควรดื่มนมทุกวัน ๆ ละ 2-3 กล่อง 4.4 ให้มีอาหารระหว่างมื้อ ได้แก่ อาหารว่างเช้า และบ่าย 4.5 อย่าให้เด็กกินขนม-น้ำหวาน น้ำอัดลม ก่อนเวลาอาหารประมาณ 1 1/2 - 2 ชั่วโมง 5. จัดหาอาหารเสริมที่มีพลังงานและโปรตีนสูง เช่น นม ไข่ ถั่วลิสง ให้กับเด็กขาดอาหารกินทุกวัน จนกว่ากลับเข้าสู่กลุ่มเสี่ยง 6. ให้ยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก ทุกวัน ๆ ละ 1 ช้อนชา เป็นเวลา 1 เดือน 7. ตรวจอุจาระในเด็กอายุมากกว่า 2 ปี หากพบหนอนพยาธิลำไส้ตัวกลม ให้ทำการรักษาตาม คำแนะนำของกรมควบคุมโรค หรือไปโรงพยาบาลเพื่อรักษากับแพทย์ ถ้ารักษาไม่ถูกต้องอาจรุนแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้ (ห้ามให้ยาถ่ายพยาธิกับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี)


หน้าที่ 285 8. หากเด็กเจ็บป่วย เช่น ท้องเสีย เป็นหวัด ต้องรีบรักษาให้หาย เพื่อไม่ให้เด็กมีปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น และค้นหาสาเหตุที่เด็กเจ็บป่วย เช่น อาหารไม่สะอาด หรือมีแมลงวันตอม สิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่น การกำจัดขยะ ไม่ถูกต้อง อากาศถ่ายเทไม่สะดวก 9. หากเด็กมีปัญหาเรื่องฟัน เช่น ฟันผุ ปวดฟัน ทำให้เด็กกินอาหารได้น้อย ต้องรีบพาไปหาทันต แพทย์เพื่อรักษา 10. ควรให้เด็กวิ่งเล่นหรือเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายเพิ่มขึ้น เช่น กระโดดเชือก เล่นบาสเกตบอล เพื่อกระตุ้นการสร้างกระดูกและกระตุ้นความอยากอาหาร 11. ให้เด็กนอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง 12. ติดตามการเจริญเติบโตของเด็กที่มีการขาดอาหาร(น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์/เตี้ย/ผอม)และกลุ่ม เสี่ยงต่อการขาดอาหาร (น้ำหนักค่อนข้างน้อย/ค่อนข้างเตี้ย/ค่อนข้างผอม) อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เด็กมีปัญหา การขาดอาหารที่รุนแรงมากขึ้น โดยการ 12.1 ชั่งน้ำหนักทุกเดือน และวัดส่วนสูงทุก 3 เดือน พร้อมทั้งดูแนวโน้มการเจริญเติบโตด้วย ว่า เด็กมีแนวโน้มการเจริญเติบโตดีขึ้นหรือยัง หากยังไม่ดีขึ้นต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไข รวมทั้ง ปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ไขใหม่ แต่หากดีขึ้น แสดงว่า วิธีการนั้นเหมาะสมดีแล้ว 12.2 ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กขาดอาหารทุกสัปดาห์ และเด็กที่อยู่ใน กลุ่มเสี่ยงทุก 2 สัปดาห์ ในช่วงเดือนแรก หากเด็กมีพฤติกรรมการกินดีขึ้นแล้ว เปลี่ยนความถี่ในประเมินการ พฤติกรรมการบริโภคอาหารในเดือนที่ 2 เป็นทุก 2 สัปดาห์สำหรับเด็กขาดอาหาร และทุกเดือนในเด็กกลุ่ม เสี่ยง หลังจากนั้น ประเมินทุกเดือนในเด็กขาดอาหาร และทุก 2 เดือนในกลุ่มเสี่ยง 12.3 เยี่ยมบ้านเด็กขาดอาหารทุกสัปดาห์ และเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทุก 2 สัปดาห์ ในช่วง เดือนแรก เพื่อดูชนิดของอาหาร สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกบ้าน หากไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และ มีสภาพแวดล้อมไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาลอาหารและอนามัยสิ่งแวดล้อม ให้คำแนะนำหรือให้ความ ช่วยเหลือปรับปรุง


หน้าที่ 286 ตัวชี้วัดที่2 สุขภาพช่องปากและฟัน 2.1 ร้อยละของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปราศจากฟันผุ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมด 10 คน ปราศจากฟันผุ 9 คน คิดเป็นร้อยละ 90


หน้าที่ 287 การดำเนินงานแก้ไขปัญหา โรงเรียนบ้านสักหลงได้ดำเนินการตามโครงการส่งเสริมสุขภาพโดยมีกิจกรรมการแปรงฟันตอน กลางวัน หลังทานอาหารและกิจกรรม อย.น้อย ทำให้นักเรียนมีความรู้ในการเลือกรับประทานอาหารและดูแล รักษาฟันเบื้องต้น และยังมีการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลในการขอรับการ ตรวจสุขภาพให้กับนักเรียนเป็นประจำทุกภาคเรียน โรงเรียนบ้านสักหลงได้รับการดำเนินการตรวจสุขภาพช่องปากนักเรียนโดยเจ้าหน้าที่ทันตบุคลากร ของ รพ.สต.หนองบัว ต.สักหลง หากมีนักเรียนที่ฟันนผุ จะมีส่งต่อนัดให้ทำฟันที่สถานพยาล รพ.สต เพื่อ ดำเนินการแก้ไขปัญหาฟันผุต่อไป จัดกิจกรรมสุขภาพดีวิถีสักหลงให้ความรู้ในการดูสุขภาพช่องปากและฟัน


หน้าที่ 288 การกินอาหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ 1. กินอาหารที่สมดุล อุดมไปด้วยธัญพืช ผัก ผลไม้ 2. กินอาหารที่มีองค์ประกอบหลากหลาย เช่น เพิ่มผัก ผลไม้สดในมื้ออาหาร ผลิตภัณฑ์จากนม อาจกินในมื้ออาหารหรือระหว่างมื้ออาหารก็ได้ ส่วนอาหารที่ทำให้ฟันผุและเครื่องดื่มรสหวาน เปรี้ยว ให้กินในมื้ออาหาร 3. แปรงฟัน หรือบ้วนปาก หรือเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มี น้ำตาล หลังรับประทานอาหาร เพื่อกระตุ้น การ ไหลของน้ำลาย 4. การดื่มนมหลังกินอาหาร จะช่วยสนับสนุนการคืน กลับของแร่ธาตุสู่ผิวฟัน เพราะนมอุดมไปด้วย แคลเซียม 5. เครื่องดื่มรสหวานควรดื่มรวดเดียวมากกว่าจิบอมในปาก 6. ลำดับการกินก็มีผล เช่น กินน้ำหวานก่อนเนยแข็งดีกว่ากินเนยแข็งก่อนกินน้ำหวาน 7. ลดการกินจุบจิบ และไม่ดื่มน้ำหวาน หรือรับประทานอาหารก่อนเข้านอน 8. ไม่พาเด็กเข้านอนพร้อมให้ดูดขวดใส่นมหรือน้ำผลไม้ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียน ดำเนินกิจกรรมทันตสุขภาพในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 5 เรื่อง คือ 1. การจัดให้นักเรียนแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวัน เพื่อฝึกให้ นักเรียนแปรงฟันอย่างถูกต้อง และเคยชินกับการแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร กิจกรรมนี้ควร จูงใจให้ครู และบุคลากรในโรงเรียนร่วมปฏิบัติด้วย เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก 2. การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อทันตสุขภาพ ได้แก่ การงดการจำหน่ายอาหารที่มีผลเสียต่อ สุขภาพ เช่น น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ลูกอม ลูกกวาด โรงเรียนควรจัดน้ำสะอาดให้นักเรียนดื่มอย่าง เพียงพอ มีการจัดระเบียบร้านค้าในโรงเรียน และกำหนดพื้นที่โรงเรียนเป็นเขตปลอดน้ำอัดลม 3. การบูรณาการความรู้และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพช่องปากในหลักสูตรการเรียนรู้ของ เด็ก นักเรียน ซึ่งสำนักทันตสาธารณสุขกรมอนามัยได้ประสานกับสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำ


หน้าที่ 289 องค์ความรู้ด้านทันตสุขภาพบูรณาการในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และจัดเป็นกิจกรรมภายใต้ชมรม ต่างๆ 4. การจัดระบบบริการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเด็กนักเรียนโดยทันตบุคลากรร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขให้บริการตรวจ เฝ้าระวัง และดำเนินการให้เด็กได้รับบริการที่เหมาะสม 5. การจัดการด้านข้อมูลสุขภาพช่องปากของเด็กนักเรียน โดยจัดเก็บและจัดทำรายงาน ข้อมูล สุขภาพช่องปากของเด็กนักเรียนเพื่อใช้ในการวางแผนและประเมินผล


หน้าที่ 290 2.3 ร้อยละของนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 ได้รับการบูรณะฟันถาวร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1-6 ทุกคน ได้รับการบูรณะฟันถาวร คิดเป็นร้อยละ 100


หน้าที่ 291 การดำเนินงานแก้ไขปัญหา โรงเรียนบ้านสักหลงได้ดำเนินการตามโครงการส่งเสริมสุขภาพโดยมีกิจกรรมการแปรงฟันตอน กลางวัน หลังทานอาหารและกิจกรรม อย.น้อย ทำให้นักเรียนมีความรู้ในการเลือกรับประทานอาหารและดูแล รักษาฟันเบื้องต้น และยังมีการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลในการขอรับการ ตรวจสุขภาพให้กับนักเรียนเป็นประจำทุกภาคเรียน โรงเรียนบ้านสักหลงได้รับการดำเนินการตรวจสุขภาพช่องปากนักเรียนโดยเจ้าหน้าที่ทันตบุคลากร ของ รพ.สต.หนองบัว ต.สักหลง หากมีนักเรียนที่ฟันนผุ จะมีส่งต่อนัดให้ทำฟันที่สถานพยาล รพ.สต เพื่อ ดำเนินการแก้ไขปัญหาฟันผุต่อไป จัดกิจกรรมสุขภาพดีวิถีสักหลงให้ความรู้ในการดูสุขภาพช่องปากและฟัน


หน้าที่ 292 การกินอาหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุ 1. กินอาหารที่สมดุล อุดมไปด้วยธัญพืช ผัก ผลไม้ 2. กินอาหารที่มีองค์ประกอบหลากหลาย เช่น เพิ่มผัก ผลไม้สดในมื้ออาหาร ผลิตภัณฑ์จากนม อาจกินในมื้ออาหารหรือระหว่างมื้ออาหารก็ได้ ส่วนอาหารที่ทำให้ฟันผุและเครื่องดื่มรสหวาน เปรี้ยว ให้กินในมื้ออาหาร 3.แปรงฟัน หรือบ้วนปาก หรือเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มี น้ำตาล หลังรับประทานอาหาร เพื่อกระตุ้นการ ไหลของน้ำลาย 4.การดื่มนมหลังกินอาหาร จะช่วยสนับสนุนการคืน กลับของแร่ธาตุสู่ผิวฟัน เพราะนมอุดมไปด้วย แคลเซียม 5. เครื่องดื่มรสหวานควรดื่มรวดเดียวมากกว่าจิบอมในปาก 6.ลำดับการกินก็มีผล เช่น กินน้ำหวานก่อนเนยแข็งดีกว่ากินเนยแข็งก่อนกินน้ำหวาน 7.ลดการกินจุบจิบ และไม่ดื่มน้ำหวาน หรือรับประทานอาหารก่อนเข้านอน 8. ไม่พาเด็กเข้านอนพร้อมให้ดูดขวดใส่นมหรือน้ำผลไม้ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงเรียน ดำเนินกิจกรรมทันตสุขภาพในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 5 เรื่อง คือ 1. การจัดให้นักเรียนแปรงฟันหลังอาหารกลางวันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ทุกวัน เพื่อฝึกให้ นักเรียนแปรงฟันอย่างถูกต้อง และเคยชินกับการแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร กิจกรรมนี้ควร จูงใจให้ครูและบุคลากรในโรงเรียนร่วมปฏิบัติด้วย เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก 2. การจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อทันตสุขภาพ ได้แก่ การงดการจำหน่ายอาหารที่มีผลเสียต่อ สุขภาพ เช่น น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ลูกอม ลูกกวาด โรงเรียนควรจัดน้ำสะอาดให้นักเรียนดื่มอย่าง เพียงพอ มีการจัดระเบียบร้านค้าในโรงเรียน และกำหนดพื้นที่โรงเรียนเป็นเขตปลอดน้ำอัดลม 3. การบูรณาการความรู้และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพช่องปากในหลักสูตรการเรียนรู้ของ เด็ก นักเรียน ซึ่งสำนักทันตสาธารณสุขกรมอนามัยได้ประสานกับสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำ องค์ความรู้ด้านทันตสุขภาพบูรณาการในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และจัดเป็นกิจกรรมภายใต้ชมรม ต่างๆ 4. การจัดระบบบริการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเด็กนักเรียนโดยทันตบุคลากรร่วมกับ เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขให้บริการตรวจ เฝ้าระวัง และดำเนินการให้เด็กได้รับบริการที่เหมาะสม 5. การจัดการด้านข้อมูลสุขภาพช่องปากของเด็กนักเรียน โดยจัดเก็บและจัดทำรายงาน ข้อมูล สุขภาพช่องปากของเด็กนักเรียนเพื่อใช้ในการวางแผนและประเมินผล


หน้าที่ 293


หน้าที่ 294 ตัวชี้วัดที่3 สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพผ่านเกณฑ์ ร้อยละของนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินสมรรถภาพทางกาย ทั้ง 3 ด้าน 1) ความอดทนของระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด (cardiovascular endurance) 2) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (muscle strength) และความอดทนของกล้ามเนื้อ (muscle endurance) 3) ความอ่อนตัว (flexibility) นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินสมรรถภาพทางกาย ทั้ง 3 ด้าน ทั้งหมด 41 คน คิดเป็นร้อยละ 100


หน้าที่ 295 คู่มือเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน สำหรับชั้นประถมศึกษา (อายุ7-12 ปี) กรมพลศึกษา พ.ศ.2562


หน้าที่ 296 องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย รายการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ความแข็งแรงและความอดทนของ กล้ามเนื้อ (Muscle Strength and Endurance) ดันพื้นประยุกต์30 วินาที/ ลุก-นั่ง 60 วินาที ความอ่อนตัว (Flexibility) นั่งงอตัวไปข้างหน้า ความอดทนของระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด (Cardiovascular Endurance) ยืนยกเข่าขึ้นลง 3 นาที


หน้าที่ 297 ตัวชี้วัดที่4 นักเรียนที่มีปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์สังคม ได้รับการดูแลช่วยเหลือจนดีขึ้น นักเรียนโรงเรียนบ้านักหลงไม่มีปัญหา ด้านพฤติกรรม อารมณ์ สังคม


Click to View FlipBook Version