โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
3.2) การวิเคราะหป์ รมิ าณน้ำท่ารายวัน โดยแบบจำลอง NAM
3.2.1) แบ บ จำลอ ง NAM (Nedbor-Afstromnigs-Model) เป็ น แบ บ จำลองแบ บ Deterministic
Conceptual Model ที่ทำการคำนวณ ปริมาณน้ำจากปริมาณน้ำฝนในรูปความสัมพันธ์ของ Rainfall-Runoff
Relationship หลักการทำงานของแบบจำลอง NAM จะเลียนแบบลักษณะทางกายภาพของลุ่มน้ำ โดยนำสมการ
ทางคณิตศาสตร์มาใชจ้ ำลองสภาพทางธรรมชาติ ได้แก่ การเกบ็ กักของหิมะ (Snow Storage) ซึ่งไม่ได้ใชง้ านในประเทศไทย
การเก็บกักบนผิวดิน (Surface Storage) การเก็บกักของช้ันดินส่วนล่าง (Lower Zone Storage) และการเก็บกักของช้ัน
น้ำใต้ดิน (Groundwater Storage) ข้อมูลด้านเข้า (Data Input) ท่ีใช้ในแบบจำลอง NAM ได้แก่ ข้อมูลปริมาณฝนและ
ปริมาณการคายระเหยของพชื อ้างอิง
ขั้นตอนการประยุกต์ใช้แบบจำลอง NAM ประกอบด้วยการแบ่งลุ่มน้ำย่อยเพื่อการวิเคราะห์
การปรับเทียบและตรวจพิสูจน์แบบจำลอง (Model Calibration and Verification) เพ่ือกำหนดค่าความสัมพันธ์ของ
ปริมาณน้ำฝนท่ีทำให้เกิดน้ำท่าในลุ่มน้ำย่อย และเพื่อทราบค่าพารามิเตอร์และตัวแปรของแบบจำลอง (Model
Parameters and Variables) ที่เหมาะสมและเปน็ ค่าเฉลย่ี สำหรบั ใช้งานของลุ่มน้ำ
3.2.2) การปรับเทียบแบบจำลอง (Model Calibration) เป็นการหาค่าพารามิเตอร์ของแบบจำลอง
NAM ของพื้นท่ีรับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว โดยการปรับเทียบระหว่างข้อมูลที่คำนวณได้จากแบบจำลอง กับ
ขอ้ มูลที่ตรวจวัดได้จริงในสนาม โดยใชห้ ลักเกณฑ์ทางสถติ ิมาพิจารณาในการตัดสินใจเลือกผลการปรับเทยี บแบบจำลอง
การปรับเทียบแบบจำลอง NAM ได้ทำการเลือกใช้ข้อมูลปริมาณน้ำท่ารายวันของสถานีวัดน้ำท่าคลองบางแก้ว
ท่ีบ้านควนอินนอโม จังหวัดพัทลุง (X.109) ในการปรับเทียบแบบจำลอง ดังแสดงตำแหน่งท่ีตั้งสถานีไว้ในรูปที่ 2.3-3
จากนั้นได้ทำการคัดเลือกสถานีวัดน้ำฝนหนว่ ยพิทักษป์ ่าบ้านตะโหมด จังหวัดพทั ลุง (350204) เพ่ือใช้ข้อมูลปริมาณฝน
รายวันจากสถานีดังกล่าวมาวิเคราะห์เป็นปริมาณฝนของพื้นที่รับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว จากรูปเหล่ียม
ธีเอสเสน (Thiessen Polygon) ดังแสดงในรูปที่ 2.3-5 และได้ทำการตรวจสอบความน่าเช่ือถือของข้อมูลปริมาณฝน
ของสถานวี ดั น้ำฝนท่คี ดั เลอื ก โดยวธิ ีโค้งทบั ทวี (Double Mass Curve) ดงั แสดงในรปู ท่ี 2.3-13
ป ิรมาณฝนราย ีปสะสมของสถานี 350204 (มม.) 80,000
70,000
60,000 20,000 40,000 60,000 80,000
50,000
40,000
30,000
20,000
10,000
0
0
ปริมาณฝนรายปีเฉลย่ี สะสมจากสถานีใกลเ้ คียงจานวน 5 สถานี (มม.)
รูปท่ี 2.3-13 โค้งทับทวี (Double Mass Curve) ของข้อมูลฝนทใี่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ปรมิ าณน้ำท่ารายวนั
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-33 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
(1) พิจารณาเลือกช่วงเวลาการปรับเทียบแบบจำลอง NAM โดยสถานีวัดน้ำท่าคลองบางแก้ว
ท่บี ้านควนอินนอโม จังหวดั พทั ลุง (X.109) ใชช้ ว่ งปี พ.ศ. 2556 ถงึ 2558
(2) นำเข้าข้อมูลขอบเขต (Boundary) ของแบบจำลอง NAM ซึ่งได้แก่ ข้อมูลปริมาณน้ำฝน
รายวันของลุ่มน้ำ ซ่ึงคำนวณจากค่าแฟคเตอร์ถ่วงน้ำหนักธีเอสเสน ค่าการคายระเหยของพืชอ้างอิงเฉล่ียรายวัน และ
ปริมาณการไหลทีต่ รวจวัดจากสถานีวัดน้ำทา่ คลองบางแกว้ ท่ีบ้านควนอินนอโม จงั หวัดพทั ลุง (X.109)
(3) ทำการปรับเทียบแบบจำลอง NAM โดยใช้วิธีการปรับเทียบแบบค่าพารามิเตอร์ท่ีเหมาะสม
ทสี่ ุด (Parameter Optimization) เพือ่ ให้ได้ผลการคำนวณปริมาณน้ำท่าจากปรมิ าณนำ้ ฝนที่ดีขนึ้
(4) ผลการปรับเทียบแบบจำลอง NAM ท่ีสถานีวัดน้ำท่าคลองบางแก้วท่ีบ้านควนอินนอโม
จังหวดั พัทลุง (X.109) แสดงไดด้ ังรูปท่ี 2.3-14 โดยรปู จะแสดงการพล็อตกราฟระหว่างค่าปริมาณการไหลท่ีตรวจวัดได้
จริงท่ีสถานี (เส้นสีแดง) กับค่าปริมาณการไหลท่ีคำนวณได้จากแบบจำลอง (เส้นสีดำ) โดยมีค่าทางสถิติท่ีสำคัญ ได้แก่
ค่า R (Correlation Coefficient) = 0.865 และค่า NSE (Nash-Sutcliffe Efficiency) = 0.748 จากค่าทางสถิติท่ีได้
จากการปรับเทียบแบบจำลอง พบว่าค่าปริมาณน้ำท่าท่ีคำนวณได้จากแบบจำลองและปริมาณน้ำท่าตรวจวัดที่สถานี
มีสหสัมพันธ์เชิงเส้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และความแม่นยำของค่าปริมาณน้ำท่ารายวันท่ีได้จากแบบจำลอง มีค่า NSE
อยู่ในเกณฑ์ท่ีดี (Good Prediction) ซ่ึงจะได้นำค่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการปรับเทียบไปใช้ในการตรวจพิสูจน์
แบบจำลองตอ่ ไป โดยแสดงคา่ พารามเิ ตอรท์ ไี่ ดจ้ ากการปรับเทียบแบบจำลอง NAM ไดด้ ังน้ี
Umax Lmax CQOF CKIF CK1,2 TOF
25 250 0.67 205 94 0.28
TG
CKBF Carea Sy GWLBF0 TIF 0
5,0000 1 0.01 10 0
3.2.3) การตรวจพิสูจน์แบบจำลอง (Model Verification) เพื่อตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ของแบบจำลองท่ไี ด้
จากการปรับเทียบมาแล้วว่ามีความเหมาะสมดีหรือไม่ โดยใช้วิธีนำค่าพารามิเตอร์จากการปรับเทียบแบบจำลอง (Model
Calibration) ในข้ันสดุ ท้าย มาใช้สรา้ งขอ้ มลู ปรมิ าณน้ำท่าเปรียบเทียบกบั ข้อมูลปรมิ าณน้ำท่าทส่ี ถานีวดั นำ้ บันทึกไว้ ในชว่ ง
ปีข้อมูลนอกเหนือจากช่วงปีท่ีทำการปรับเทียบ เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งสอง ซ่ึงจากการพิจารณาได้เลือก
ช่วงปี พ.ศ. 2544 ถึง 2546 สำหรับสถานีวัดน้ำท่าคลองบางแก้วท่ีบ้านควนอินนอโม จังหวัดพัทลุง (X.109) มาใช้ในการ
ตรวจพิสูจน์แบบจำลอง NAM ดังแสดงได้ในรูปท่ี 2.3-15 ซ่ึงสามารถสรุปค่าทางสถิติท่ีสำคัญ ได้ดังนี้ ค่า R (Correlation
Coefficient) = 0.722 และค่า NSE (Nash-Sutcliffe Efficiency) = 0.460 ซ่ึงนับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีและยอมรับได้
(Satisfactory Prediction)
จากผลการปรับเทียบแบบจำลองดังกล่าวนำค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ท่ีได้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับข้อมูล
พารามิเตอร์ลุ่มน้ำ เพ่ือประเมินค่าปริมาณน้ำท่ารายวันของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว โดยใช้ข้อมูลฝนรายวันสำหรับ
การประเมินในช่วงปี พ.ศ. 2532–2561 ดังแสดงสรุปผลการประเมินปริมาณน้ำท่าจากแบบจำลองในรูปปริมาณน้ำท่า
รายเดอื นและรายปเี ฉลย่ี ไดด้ ังน้ี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-34 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รปู ที่ 2.3-15 ผลการตรวจพิสูจนแ์ บบจำลอง NAM ทส่ี ถานีวัดนำ้ ท่าคลองบางแก้วท่ีบา้ นควนอินนอโม (X.109) 200 Discharge (m3/s) รูปที่ 2.3-14 ผลการปรับเทียบแบบจำลอง NAM ท่ีสถานวี ัดน้ำทา่ คลองบางแก้วที่บ้านควนอินนอโม (X.109) 0 600 20 500 400 Discharge (m3/s)60 Estimated Runoff 100 120 100 140 0
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด Daliy Rainfall (mm) 40 Daliy Rainfall (mm)80 Observed Runoff
1/4/2001 150 Daliy Rainfall 1/4/2013 โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั
1/5/2001 Estimated Runoff 1/5/2013 อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง
1/6/2001 Observed Runoff 1/6/2013
1/7/2001 1/7/2013
1/8/2001 100 1/8/2013
1/9/2001 1/9/2013
1/10/2001 50 1/10/2013
1/11/2001 1/11/2013
1/12/20010 1/12/2013
1/1/2002 1/1/2014
2-35 1/2/2002 1/2/2014
1/3/2002 1/3/2014
1/4/2002 1/4/2014 Daliy Rainfall บทท่ี 2
1/5/2002 1/5/2014 การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รายงานฉบับกลาง 1/6/2002 1/6/2014
(Interim Report) 1/7/2002 1/7/2014
1/8/2002 1/8/2014
1/9/2002 1/9/2014
1/10/2002 1/10/2014
1/11/2002 1/11/2014
1/12/2002 1/12/2014
1/1/2003 1/1/2015
1/2/2003 1/2/2015
1/3/2003 1/3/2015
1/4/2003 1/4/2015
1/5/2003 1/5/2015
1/6/2003 1/6/2015
1/7/2003 1/7/2015
1/8/2003 1/8/2015
1/9/2003 1/9/2015
1/10/2003 1/10/2015
1/11/2003 1/11/2015
1/12/2003 1/12/2015
1/1/2004 1/1/2016
1/2/2004 1/2/2016
1/3/2004 1/3/2016
0 300 200
50
100
150
200
250
300
350
400
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ผลการคำนวณปริมาณนำ้ ทา่ รายเดือนเฉลีย่ ช่วงปี 2532-2561 และรายปีเฉล่ยี สำหรบั พน้ื ท่ีรับน้ำฝนของ
อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่วจากแบบจำลอง NAM สรุปได้ดังน้ี
ปรมิ าณน้ำทา่ เฉลย่ี รายเดอื น, ล้าน ลบ.ม. รายปเี ฉลยี่
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (ลา้ น ลบ.ม.)
1.64 1.35 1.04 0.93 0.89 0.92 1.45 5.21 6.24 3.14 1.61 1.65 26.07
จากผลการศึกษาพบว่า ปริมาณน้ำท่าเฉล่ียรายปีต่อหน่วยพื้นท่ีรับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว
มคี ่าเทา่ กับ 40.78 ลิตร/วินาที/ตารางกิโลเมตร และแสดงการผันแปรรายปีของปริมาณนำ้ ทา่ การกระจายรายเดอื นของ
ปริมาณนำ้ ทา่ เฉลย่ี ของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ ไดด้ ังรูปท่ี 2.3-16 ถงึ 2.3.1-1 รายละเอียดปรมิ าณน้ำท่ารายเดือนชว่ ง
ปี 2532-2561 แสดงไว้ในตารางท่ี 2.3-13
จากผลการคำนวณปริมาณนำ้ ทา่ ของอา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่วโดยแบบจำลอง NAM เมอื่ นำมาเปรียบเทยี บ
กับผลการศึกษาโดยการพิจารณาแบบลุ่มน้ำรวม และผลการตรวจวัดปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน
และอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง ซ่ึงมีตำแหน่งท่ีตั้งอยู่ใกล้เคียง พบว่า ค่าปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่รับน้ำฝน
ของปริมาณน้ำท่าท่ีไหลเข้าอ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั โดยแบบจำลอง NAM มีค่าต่ำท่ีสดุ 40.78 ลติ ร/วนิ าที/ตร.กม. และ
ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลีย่ ต่อหน่วยพ้ืนท่ีรบั น้ำฝนของปริมาณน้ำทา่ ที่ไหลเข้าอ่างเกบ็ น้ำคลองหัวช้าง มคี ่าสงู ที่สดุ 74.87
ลิตร/วินาที/ตร.กม. ในขณะท่ีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยพ้ืนท่ีรับน้ำฝนของปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ
เหมือนตะกั่ว โดยการพิจารณาแบบลุ่มน้ำรวม มีค่า 54.26 ลิตร/วินาที/ตร.กม. ซ่ึงมีค่าใกล้เคียงกับของอ่างเก็บน้ำ
คลองป่าบอน 53.47 ลิตร/วินาที/ตร.กม. จึงพิจารณาเลือกใช้ค่าปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว
จากผลการวิเคราะห์โดยการพจิ ารณาแบบลุม่ น้ำรวมสำหรับการศกึ ษาในลำดบั ต่อไป
ปรมิ าณนำ้ ทา่ ที่ไหล อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว ข้อมลู ตรวจวัด ขอ้ มลู ตรวจวดั
เข้าสู่อา่ งเกบ็ น้ำ (พื้นท่ีรบั น้ำฝน 20.27 ตร.กม.) ของอ่างเก็บน้ำ ของอ่างเกบ็ น้ำ
การวิเคราะห์ การวเิ คราะห์ คลองปา่ บอน คลองหัวช้าง
- ปรมิ าณนำ้ ทา่ ท่ีไหลเข้าสอู่ า่ งเก็บ โดยแบบจำลอง โดยการพจิ ารณา (พน้ื ที่รบั นำ้ ฝน (พืน้ ทีร่ ับน้ำฝน
น้ำรายปีเฉลี่ย (ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร) 29.7 ตร.กม.) 30.8 ตร.กม.)
- ปรมิ าณนำ้ ทา่ รายปีเฉล่ียต่อหนว่ ย NAM แบบล่มุ น้ำรวม
พื้นท่ีรับนำ้ ฝน (ลิตร/วินาท/ี ตร.กม.) 50.08 72.72
26.07 34.68
53.47 74.87
40.78 54.26
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-36 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
60.00
50.45 51.55
50.00
40.00 35.58
32.53
32.48 34.23 31.76 31.21 31.56
27.62
ป ิรมาณน้า ่ทารายปี ้ลาน ลบ.ม. 31.63 30.36
30.00 24.79
24.39 25.31
22.23 21.74 22.67 16.87
22.67 24.50
20.00 17.81 21.75
18.33 14.99 16.06 18.90 16.77 19.34
10.00 11.90
0.00
2532 2535 2538 2541 2544 2547 2550 2553 2556 2559
รูปที่ 2.3-16 การผนั แปรรายปขี องปรมิ าณน้ำทา่ ท่ีไหลเขา้ อา่ งเกบนำ้ เหมืองตะก่วั
คำนวณจากขอ้ มลู ปรมิ าณฝนรายวนั
ป ิรมาณ ้นา ่ทารายเ ืดอนเฉ ่ลีย ล้าน ลบ.ม. 7.00
6.24
6.00
5.21
5.00
4.00
3.00 3.14
1.61 1.65
2.00 1.64 1.35 1.45
1.00 1.04 0.93 0.89 0.92
0.00
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
รูปที่ 2.3-1 การกระจายรายเดือนของปรมิ าณนำ้ ทา่ เฉลี่ยทไ่ี หลเข้าอ่างเกบนำ้ เหมืองตะกัว่
คำนวณจากข้อมลู ปรมิ าณฝนรายวนั
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-37 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ บทที่ 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางที่ 2.3-13 ปรมิ าณน้ำท่ารายเดือนและรายปที ่ีไหลเข้าอา่ งเกบนำ้ เหมอื งตะกว่ั คำนวณจากขอ้ มูล
ปริมาณฝนรายวัน
ปี ปริมาณนา้ ท่ารายเดือน, ลา้ น ลบ.ม. รายปี
พ.ศ. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (ลา้ น ลบ.ม.)
2532 0.09 0.11 0.14 1.59 0.69 1.31 2.51 6.35 2.40 1.08 0.78 0.75 17.81
2533 0.64 0.70 0.56 0.51 0.51 0.39 1.53 4.16 6.30 1.23 0.92 0.88 18.33
2534 0.74 0.66 0.56 0.50 0.44 0.37 0.33 1.93 3.15 1.89 0.68 0.65 11.90
2535 0.55 0.49 0.41 0.44 0.47 0.34 0.56 2.80 4.41 1.91 1.35 1.26 14.99
2536 1.33 0.88 0.73 0.64 0.55 0.50 1.30 10.39 9.30 1.86 1.83 2.33 31.63
2537 1.52 1.32 1.17 0.94 0.82 0.71 2.06 10.28 2.10 1.36 1.07 1.03 24.39
2538 0.86 0.78 0.66 0.59 0.51 0.58 0.61 5.70 1.85 1.34 1.71 0.86 16.06
2539 1.26 2.07 0.93 0.80 0.69 0.66 1.13 2.93 8.20 1.39 1.06 1.10 22.23
2540 1.13 0.85 0.71 0.64 1.05 1.93 2.43 3.21 6.69 1.23 0.95 0.92 21.74
2541 0.76 0.69 0.57 0.51 0.44 0.37 0.33 0.48 3.69 5.04 4.37 1.65 18.90
2542 2.85 1.98 1.14 0.94 0.93 1.20 0.88 2.27 6.76 1.99 1.83 2.52 25.31
2543 3.53 2.02 1.33 0.93 1.29 1.26 0.84 6.51 4.68 6.62 1.70 1.77 32.48
2544 1.24 1.12 0.93 0.83 0.72 0.60 0.93 2.81 4.59 1.33 0.85 0.81 16.77
2545 0.68 0.71 0.58 0.52 0.47 0.44 1.40 6.76 5.84 2.94 1.11 1.21 22.67
2546 1.07 1.08 1.01 0.93 0.90 0.67 1.44 3.93 4.29 1.38 1.32 1.32 19.34
2547 0.86 1.25 0.86 1.04 1.08 0.80 3.22 6.63 3.75 1.24 1.00 0.93 22.67
2548 0.77 0.74 0.68 0.63 0.53 0.44 1.02 3.17 17.07 2.38 4.27 2.53 34.23
2549 3.32 2.77 1.87 1.61 1.24 1.09 1.76 3.59 1.90 3.27 1.04 1.05 24.50
2550 4.76 2.47 1.63 1.47 1.03 1.04 2.06 3.51 5.11 2.68 1.44 3.17 30.36
2551 1.55 1.55 1.18 0.95 0.79 0.66 0.95 4.65 9.69 5.82 1.50 3.23 32.53
2552 3.06 1.52 1.22 1.09 0.96 0.87 0.80 4.94 2.91 2.40 1.01 0.97 21.75
2553 0.84 0.79 0.71 0.72 0.62 0.68 1.57 10.79 7.45 4.98 1.45 4.98 35.58
2554 3.73 2.68 1.46 1.30 1.24 1.70 1.76 7.85 11.78 11.06 3.04 2.86 50.45
2555 2.20 1.69 1.76 1.32 1.14 0.96 1.00 1.66 5.68 3.01 2.45 1.92 24.79
2556 1.69 2.17 1.86 1.10 1.17 0.82 0.95 7.35 9.53 2.37 1.40 1.34 31.76
2557 1.24 1.07 0.89 0.80 0.78 0.88 2.97 7.15 10.01 2.62 1.43 1.37 31.21
2558 1.15 1.06 0.91 0.85 0.92 0.74 1.53 3.74 1.81 2.01 1.29 0.85 16.87
2559 0.71 0.63 0.53 0.48 0.59 0.44 0.44 3.81 8.51 8.16 1.54 1.78 27.62
2560 3.47 2.69 1.93 1.21 2.72 3.18 2.18 12.47 11.16 6.00 2.52 2.03 51.55
2561 1.66 1.98 2.23 2.03 1.46 1.89 2.89 4.53 6.56 3.68 1.36 1.29 31.56
เฉลยี่ 1.64 1.35 1.04 0.93 0.89 0.92 1.45 5.21 6.24 3.14 1.61 1.65 26.07
สงู สดุ 4.76 2.77 2.23 2.03 2.72 3.18 3.22 12.47 17.07 11.06 4.37 4.98 51.55
ต้า่ สดุ 0.09 0.11 0.14 0.44 0.44 0.34 0.33 0.48 1.81 1.08 0.68 0.65 11.90
4. ปรมิ าณน้ำนองสูงสุด
การศึกษาเพื่อออกแบบปริมาณน้ำนองสูงสุดสำหรับอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ได้ดำเนินการ 2 วิธี ได้แก่
การวิเคราะห์แจกแจงความถ่ีปริมาณน้ำนองสูงสุดแบบลุ่มน้ำรวม (Regional Flood Frequency Analysis) และ
การคำนวณกราฟน้ำนองสูงสดุ จากข้อมูลพายฝุ นโดยใชเ้ ทคนคิ กราฟหน่งึ หน่วยน้ำท่า
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-38 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
1) การรวบรวมและทบทวนขอ้ มลู
ข้อมูลปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปี จำนวน 13 สถานี ดังรายชื่อสถานีและช่วงปีสถิติข้อมูล ดังแสดงไว้ใน
ตารางท่ี 2.3-14 โดยข้อมลู ที่รวบรวมไดล้ า่ สดุ ถงึ ปี พ.ศ. 2561
2) การวิเคราะหแ์ จกแจงความถ่ปี ริมาณนำ้ นองสงู สดุ แบบลุม่ นำ้ รวม
การวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณน้ำนองสูงสุดแบบลุ่มน้ำรวม ประกอบด้วยการวิเคราะห์แจกแจง
ความถ่ีปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปีของสถานีวัดน้ำท่าต่าง ๆ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำนองสูงสุด
รายปีเฉล่ียและพื้นท่ีรับน้ำฝน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนปริมาณน้ำนองสูงสุดและรอบปีของการ
เกิดซ้ำ และการประยุกต์ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ดังกล่าว ไปคำนวณปริมาณน้ำนองสูงสุดสำหรับพ้ืนที่ศึกษา
ผลการวิเคราะห์ดงั กล่าวสรปุ ไดด้ งั น้ี
2.1) การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ การคำนวณค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด ของปริมาณน้ำนอง
สงู สุดรายปี ดังตารางท่ี 2.3-14 และได้ผลการวิเคราะห์แจกแจงความถ่ีปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปี ดังในตารางที่ 2.3-
15 โดยแสดงในเทอมอัตราส่วนปริมาณน้ำนองสูงสุดที่รอบปีของการเกิดต่าง ๆ และได้สรุปอัตราส่วนปริมาณน้ำนอง
สูงสดุ (QT/QF) และรอบปขี องการเกดิ (T) ทัง้ คา่ เฉลีย่ ค่าสูงสุด และต่ำสุดไว้ในตารางดงั กลา่ ว
ตารางที่ 2.3-14 รายชื่อสถานวี ัดนำ้ ทา่ และสถิตปิ ริมาณน้ำนองสงู สดุ ทรี่ วบรวมไดใ้ นพ้ืนท่ศี ึกษาและขา้ งเคียง
ชอ่ื สถานี จังหวัด รหัส พนื ท่ี ชว่ งปีสถติ ิ ปริมาณนา้ นองสงู สดุ รายปี
สถานี รับนา้ ฝน ข้อมูล (ลบ.ม./วินาที)
(ตร.กม.)
เฉลย่ี สงู สดุ ต้่าสดุ
1. คลองบางแก้วท่ีบ้านทุ่งจังกระ พทั ลงุ X.21 176.0 2503 - 2511 175.67 278.00 71.00
2. คลองพญาโฮ้งที่บ้านชะรัต พทั ลงุ X.23 63.0 2503 - 2508 131.54 190.00 53.20
3. คลองป่าบอนท่ีสะพาน (บ้านป่าบอนเหนือ) พทั ลงุ X.49 83.0 2510 - 2532 81.63 228.24 11.40
4. คลองรัตภูมิที่บ้านก้าแพงเพชร สงขลา X.67 272.0 2510 - 2545 82.29 171.40 37.75
5. คลองรัตภูมิท่ีบ้านนาสที อง สงขลา X.67A 248.8 2548 - 2561 154.76 254.50 35.72
6. คลองท่าแคที่บ้านท่าแค พทั ลงุ X.68 302.3 2515 - 2561 62.94 303.25 17.97
7. บ้านพรูโพธิ์ สงขลา X.69 71.0 2510 - 2531 69.78 138.00 30.00
8. คลองบางแก้วท่ีบ้านควนอินนอโม พทั ลงุ X.109 131.0 2522 - 2561 190.21 747.00 55.50
9. คลองท่ามะเดอื่ ที่บ้านคลองอ้ายโต พทั ลงุ X.129 332.0 2526 - 2548 179.58 263.90 78.98
10. ห้วยหาร (ห้วยลานช้าง) ที่บ้านสามแยกเกาะทองสม้ พทั ลงุ X.131 9.0 2526 - 2531 60.96 200.96 13.90
11. คลองลา้ ที่บ้านคลองลา้ พทั ลงุ X.170 257.7 2548 - 2561 367.92 886.00 59.20
12. คลองป่าบอนท่ีบ้านโหละ๊ หาร พทั ลงุ X.266 38.0 2550 - 2561 13.78 36.80 1.33
13. คลองท่าเชียดที่บ้านแม่ขรี พทั ลงุ X.267 295.0 2550 - 2561 99.75 172.40 41.34
ที่มา: กรมชลประทาน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-39 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั ตารางท่ี 2.3-15 ผลการวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปแี สดงในเทอมอตั ราส่วนปริมาณน้ำหลากสูงสดุ (QT/QF)
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
ชอื่ สถานี จังหวัด รหัส พนื ที่ ชว่ งปีสถิติ ปริมาณน้านอง อัตราสว่ นปริมาณนา้ นองสงู สดุ (QT/QF) โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ
สถานี รับนา้ ฝน ข้อมูล สงู สดุ รายปีเฉลย่ี 2 5 10 20 25 50 100 200 500 1,000 10,000
(ตร.กม.) (ลบ.ม./วินาที)
1. คลองบางแก้วท่ีบ้านทุ่งจังกระ พทั ลงุ X.21 176.0 2503 - 2511 175.67 0.937 1.277 1.502 1.718 1.786 1.997 2.206 2.415 2.690 2.898 3.589
2. คลองพญาโฮ้งที่บ้านชะรัต พทั ลงุ X.23 63.0 2503 - 2508 131.54 0.942 1.254 1.460 1.658 1.721 1.914 2.106 2.298 2.550 2.741 3.374
81.63 0.868 1.578 2.048 2.499 2.642 3.083 3.521 3.957 4.532 4.966 6.409
3. คลองป่าบอนที่สะพาน (บ้านป่าบอนเหนือ) พทั ลงุ X.49 83.0 2510 - 2532 82.29 0.942 1.252 1.458 1.655 1.717 1.910 2.101 2.291 2.542 2.732 3.362
154.76 0.916 1.368 1.666 1.953 2.044 2.324 2.602 2.879 3.245 3.521 4.439
4. คลองรัตภูมิที่บ้านกา้ แพงเพชร สงขลา X.67 272.0 2510 - 2545 62.94 0.884 1.508 1.922 2.318 2.444 2.832 3.217 3.600 4.105 4.488 5.756
69.78 0.931 1.300 1.544 1.779 1.853 2.082 2.309 2.536 2.834 3.060 3.809
5. คลองรัตภูมิท่ีบ้านนาสที อง สงขลา X.67A 248.8 2548 - 2561 190.21 0.875 1.548 1.994 2.422 2.558 2.976 3.391 3.804 4.349 4.761 6.130
179.58 0.960 1.177 1.320 1.458 1.502 1.636 1.770 1.903 2.079 2.212 2.652
6. คลองท่าแคที่บ้านท่าแค พทั ลงุ X.68 302.3 2515 - 2561 60.96 0.788 1.928 2.683 3.407 3.637 4.344 5.046 5.746 6.669 7.367 9.683
367.92 0.896 1.457 1.829 2.186 2.299 2.647 2.993 3.338 3.793 4.136 5.277
7. บ้านพรูโพธ์ิ สงขลา X.69 71.0 2510 - 2531 13.78 0.839 1.706 2.281 2.832 3.006 3.545 4.079 4.611 5.314 5.845 7.607
99.75 0.931 1.303 1.550 1.787 1.862 2.093 2.323 2.551 2.853 3.081 3.838
8. คลองบางแก้วท่ีบ้านควนอินนอโม พทั ลงุ X.109 131.0 2522 - 2561 0.901 1.435 1.789 2.129 2.236 2.568 2.897 3.225 3.658 3.985 5.071
2-40 9. คลองท่ามะเด่ือที่บ้านคลองอ้ายโต พทั ลงุ X.129 332.0 2526 - 2548 0.960 1.928 2.683 3.407 3.637 4.344 5.046 5.746 6.669 7.367 9.683
10. ห้วยหารท่ีบ้านสามแยกเกาะทองสม้ พทั ลงุ X.131 9.0 2526 - 2531 0.788 1.177 1.320 1.458 1.502 1.636 1.770 1.903 2.079 2.212 2.652
11. คลองลา้ ท่ีบ้านคลองลา้ พทั ลงุ X.170 257.7 2548 - 2561
12. คลองป่าบอนท่ีบ้านโหละ๊ หาร พทั ลงุ X.266 38.0 2550 - 2561
13. คลองท่าเชยี ดท่ีบ้านแม่ขรี พทั ลงุ X.267 295.0 2550 - 2561
เฉลยี่
สงู สดุ
ต้า่ สดุ บทที่ 2
การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
รายงานฉบับกลาง
(Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
2.2) การวิเคราะห์ถดถอย เพ่ือหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปีเฉล่ียและพ้ืนท่ี
รับน้ำฝน ได้พิจารณาจากข้อมูลสถานีวัดน้ำท่าจำนวน 8 สถานี ดังรูปท่ี 2.3-1 ได้สมการถดถอยแสดงความสัมพันธ์
ดงั ต่อไปน้ี
QF = 26.75326 A 0.32958 (R2 = 0.63976)
เม่อื QF = ปรมิ าณนำ้ นองสงู สุดรายปเี ฉล่ีย (ลบ.ม./วินาท)ี
A = พ้ืนท่ีรบั น้ำฝน (ตร.กม.)
1,000
ป ิรมาณ ้นานอง ูสง ุสดราย ีปเฉ ี่ลย ลบ.ม. วินา ีท QFy ==RR222²66=.=7.75053.630232.6696x3709A6.3729605.382958 X.109 X.21
100 X.23 X.129
X.131 X.67A
X.69 X.49
10
1 10 100 1,000
พืน้ ท่ีรบั น้าฝน ตร.กม.
รปู ที่ 2.3-1 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำนองสงู สุดรายปีเฉล่ียและพนื้ ทรี่ บั น้ำฝน
2.3) การประยกุ ต์ความสัมพนั ธ์ระหว่างอตั ราส่วนปริมาณนำ้ นองสงู สุด (QT/QF) และรอบปขี องการเกิด
(T) และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำนองสูงสุดรายปีเฉลี่ย (QF) และพ้ืนที่รับน้ำฝน (A) โดยเลือกใช้ค่าเฉล่ียจาก
สถานีวัดน้ำท่าทั้ง 13 สถานี ในตารางที่ 2.3-16 สำหรับนำไปใช้คำนวณปริมาณน้ำนองสูงสุดท่ีรอบปีของการเกิดซ้ำ
ต่าง ๆ สำหรับพ้ืนที่รบั น้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ซ่ึงผลการคำนวณ ดังกล่าวจะนำไปใช้ในการเปรยี บเทียบและ
ปรับแก้ผลการคำนวณกราฟน้ำนองสูงสุดจากข้อมูลพายุฝนในลำดับถัดไป ผลการวิเคราะห์ปริมาณน้ำนองสูงสุดของ
อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว โดยวธิ กี ารแจกแจงแบบลุ่มน้ำรวมแสดงไดด้ งั น้ี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-41 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
ปรมิ าณ ปริมาณน้ำนองสูงสุดทรี่ อบปกี ารเกดิ ซำ้ ต่าง ๆ , ลบ.ม./วนิ าที
นำ้ นอง
สงู สุดรายปี 2 5 10 20 25 50 100 200 500 1,000 10,00
เฉล่ีย(ล้าน 0
ลบ.ม.)
64.9 103.5 129.0 153.5 161.2 185.2 208.9 232.6 263.8 287.4 365.7
72.13 61 42 9 16344 7
3) การคำนวณกราฟนำ้ นองสงู สดุ จากขอ้ มลู พายุฝน
การคำนวณกราฟน้ำนองสูงสุดจากข้อมูลพายุฝน ด้วยวิธีเทคนิคกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่าสำหรับพื้นท่ี
รับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว มีข้ันตอนหลักประกอบด้วย การวิเคราะห์พายุฝน การวิเคราะห์กราฟหน่ึงหน่วย
น้ำทา่ และการคำนวณกราฟน้ำนองสงู สดุ ที่รอบปขี องการเกดิ ซ้ำตา่ ง ๆ
2.1) การวิเคราะห์พายุฝน ประกอบด้วย การวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณฝนสูงสุดรายปีช่วงเวลา
1 วัน ของสถานีวัดน้ำฝนหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านตะโหมด จังหวัดพัทลุง (350204) ซึ่งพิจารณาคัดเลือกสถานีจากรูป
เหลีย่ มธีเอสเสน (Thiessen Polygons) รปู ที่ 1.2-3 อย่างไรก็ดี ปรมิ าณฝนสงู สุดดังกล่าวน้ี ยงั ไม่ไดป้ รับคา่ เป็นปริมาณ
ฝนสำหรับลุ่มน้ำ (Catchment Rainfalls) ด้วยแฟคเตอร์ลดปริมาณฝนตามขนาดพื้นท่ีรับน้ำฝน สามารถสรุปปริมาณ
ฝนสงู สดุ ช่วงเวลา 1 วนั ทีร่ อบปีการเกดิ ซ้ำตา่ ง ๆ ได้ดังนี้
ปรมิ าณฝนสูงสุดท่รี อบปีการเกดิ ซำ้ ต่าง ๆ, มม.
2 5 10 20 25 50 100 200 500 1,000 10,00
0
122.4 162.8 189.6 215.2 223.4 248.4 273.3 298.1 330.8 355.5 437.6
2.2) การวิเคราะห์กราฟหน่ึงหน่วยน้ำท่า แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน โดยข้ันตอนแรก เป็นการหา
ความสัมพันธ์ระหว่างพารามิเตอร์กราฟหน่ึงหน่วยน้ำท่าและพารามิเตอร์ลุ่มน้ำ-ลำน้ำ โดยใช้ผลการศึกษาของลุ่มน้ำ
ทะเลสาบสงขลา จากงานวิจัยของ นนทจิตต์ บ่างสมบูรณ์ (2534) และขั้นตอนท่ี 2 เป็นการประยุกต์สมการแสดง
ความสัมพันธ์ท่ีพัฒนาข้ึนไปใช้ในการคำนวณกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่าสำหรับพื้นที่รับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว
ผลการศึกษาสรุปได้ดงั น้ี
ส ม ก า ร แ ส ด ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง พ า ร า มิ เต อ ร์ ก ร า ฟ ห น่ึ ง ห น่ ว ย น้ ำ ท่ า แ ล ะ พ า ร า มิ เต อ ร์
ล่มุ นำ้ - ลำน้ำทไ่ี ดจ้ ากการสถานีวดั น้ำท่าต่าง ๆ ในพื้นท่ลี มุ่ น้ำทะเลสาบสงขลา มสี มการดงั นี้
tp = 0.95561 (LLc/ S ) 0.33874 (R = 0.92990)
qp/A = 5.54983 (tp) -1.52578 (R = 0.93348)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-42 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
เมอื่ tp = เวลาเกิดปริมาณการไหลสูงสดุ , ชั่วโมง
qp = ปรมิ าณการไหลสงู สดุ , ลบ.ม./วนิ าที
L = ความยาวตามลำนำ้ สายใหญจ่ ากจุดออกจนถงึ จุดไกลสดุ บน
สันปนั นำ้ , กิโลเมตร
LC = ความยาวตามลำนำ้ สายใหญจ่ ากจุดออกจนถงึ จดุ บนลำนำ้
ท่ใี กล้จุดศนู ย์ถ่วงของพื้นทลี่ ่มุ นำ้ มากทสี่ ุด, กิโลเมตร
S = ความลาดเทเฉลีย่ ของลำนำ้
A = พื้นทร่ี ับน้ำฝน, ตร.กม.
จากความสัมพันธ์เหล่าน้ี และข้อมูลพารามิเตอร์ลุ่มน้ำ-ลำน้ำของลุ่มน้ำย่อย นำมาคำนวณ
คา่ พารามเิ ตอร์กราฟหนึง่ หน่วยน้ำท่าสำหรบั พนื้ ทรี่ ับนำ้ ฝนของอา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกวั่ ได้ดงั นี้
พารามิเตอร์ลมุ่ นา้ -ลา้ นา้ พารามิเตอร์กราฟหนึ่งหน่วยน้าท่า
A L Lc Savg Smax qp tp tr
20.27 10.41 5.23 0.05934 0.08323 13.57 4.00 1.00
หมายเหตุ :
A = พนื ท่ีรับน้าฝน, ตร.กม.
L = ความยาวตามลา้ นา้ สายใหญ่จากจุดออกจนถึงจุดไกลสดุ บนสนั ปนน้า, กม.
Lc = ความยาวตามลา้ นา้ สายใหญ่จากจุดออกจนถึงจุดไกลสดุ บนลา้ น้าสายใหญ่ที่ใกล้
จุดศูนย์ถว่ งของลมุ่ นา้ มากท่ีสดุ , กม.
Savg = ความลาดเทเฉลย่ี ของลา้ นา้ สายใหญ่
Smax = ความลาดเทสงู สดุ ของลา้ น้าสายใหญ่
qp = ปริมาณการไหลสงู สดุ ของกราฟหน่ึงหน่วยนา้ ท่า, ลบ.ม./วินาที
tp = เวลาเกิดปริมาณการไหลสงู สดุ ของกราฟหน่ึงหน่วยน้าท่า, ชวั่ โมง
tr = ช่วงเวลาของกราฟหน่ึงหน่วยน้าท่า, ชวั่ โมง
2.3) การคำนวณกราฟน้ำนองสงู สุดจากข้อมูลพายุฝนดว้ ยวิธีเทคนคิ กราฟหน่ึงหนว่ ยน้ำทา่ สำหรบั พน้ื ที่
ศึกษา ขั้นตอนหลักประกอบด้วย การวิเคราะห์ปริมาณการไหลพ้ืนฐาน การคำนวณปริมาณฝนส่วนเกินท่ีจะเกิดเป็น
น้ำนองผิวดิน (จากการกำหนดแฟคเตอร์ลดปริมาณน้ำฝนตามขนาดพ้ืนที่ และอัตราการสูญเสียปริมาณฝน) และ
การแบ่งปริมาณฝนออกเป็นช่วง ๆ ที่มีช่วงเวลาเท่ากับช่วงเวลาของกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า โดยอาศัยเปอร์เซ็นต์
การแพรก่ ระจายรายชวั่ โมงของปริมาณฝนสงู สุดช่วงเวลา 24 ช่ัวโมง
จากผลการวิเคราะห์ปริมาณฝนสูงสุดท่ีรอบปีของการเกิดต่าง ๆ ที่มีช่วงเวลา 1 วัน สำหรับลุ่มน้ำ
ท่ีศึกษา ได้ทำการแบ่งปริมาณฝนออกเป็นช่วง ๆ ที่มีช่วงเวลาเท่ากับช่วงเวลาของกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า โดยการใช้
เปอรเ์ ซน็ ต์การแพรก่ ระจายรายชั่วโมงของปรมิ าณฝนสูงสดุ ช่วงเวลา 24 ชวั่ โมง ของอำเภอเมอื ง จังหวัดสงขลา ซงึ่ ศกึ ษา
ไวโ้ ดยกรมชลประทาน ปี 2544
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-43 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
การกำหนดแฟคเตอร์เพ่ือคำนวณหาปริมาณฝนส่วนเกินที่จะเกิดเป็นน้ำนองผิวดิน แฟคเตอร์
ลดปริมาณฝนตามขนาดพ้ืนที่ลุ่มน้ำ (ARF) และแฟคเตอร์สูญเสียปริมาณฝน (LRF) สำหรับการคำนวณปริมาณฝน
สว่ นเกนิ ท่ีจะเกิดเป็นน้ำท่าผิวดินของลมุ่ น้ำ ได้กำหนดไว้ดังนี้
แฟค 2 5 10 20 25 50 100 200 500 1,000 10,000
เตอร์
ARF 0.800 0.826 0.843 0.859 0.864 0.880 0.896 0.911 0.932 0.948 1.000
LRF 0.25
0 0.237 0.229 0.221 0.218 0.210 0.202 0.194 0.184 0.176 0.150
ปริมาณการไหลพื้นฐาน กำหนดให้มีค่าผันแปรกับปริมาณการไหลสูงสุดของกราฟน้ำนอง
จากผลการศึกษาของ สานติ ยด์ า ฐานสิ โร (2543) พบวา่ มสี มการความสัมพนั ธ์ดงั นี้
QB = 0.2825 QP 0.6793
เมอ่ื QP = ปริมาณการไหลสูงสุดของกราฟนำ้ นอง (ลบ.ม.ต่อวนิ าที)
QB = ปรมิ าณการไหลพนื้ ฐาน (ลบ.ม.ต่อวนิ าที)
ผลการคำนวณกราฟน้ำนองสงู สุดจากข้อมลู พายุฝน แสดงไว้ในตารางท่ี 2.3-16
ตารางท่ี 2.3-16 ผลการคำนวณกราฟน้ำหลากสูงสดุ ของเข่ือนเหมอื งตะก่ัว
รอบปีของการเกิด ปรมิ าณน้าหลากสูงสุด ปริมาตรน้าหลาก ปริมาณการไหลพืนฐาน
(ปี) (ลบ.ม./วินาที) (ล้าน ลบ.ม.) (ลบ.ม./วินาที)
2 67.60 2.03 4.79
5 93.24 2.75 6.00
10 110.00 3.21 6.73
20 128.38 3.71 7.49
25 136.95 3.94 7.84
50 156.30 4.47 8.60
100 176.42 5.01 9.35
200 197.38 5.58 10.12
500 226.40 6.35 11.13
1,000 249.41 6.97 11.91
10,000 332.71 9.17 14.56
หมายเหตุ : QP หมายถึง ปรมิ าณนา้ หลากสูงสดุ , ลบ.ม./วินาที
VT หมายถึง ปรมิ าตรน้าหลาก, ล้าน ลบ.ม.
QB หมายถึง ปริมาณการไหลพืนฐาน, ลบ.ม./วินาที
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-44 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
จากผลการคำนวณปรมิ าณนำ้ นองสูงสดุ ที่รอบปีการเกิดซ้ำของอา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว จากการวิเคราะห์
แจกแจงแบบลุ่มน้ำรวม การวิเคราะห์กราฟน้ำนองสูงสดุ จากข้อมูลพายุฝน ทำการเปรียบเทียบกับผลการศึกษาเดมิ ของ
อ่างเหมืองตะกั่วแสดงได้ดังตารางที่ 2.3-1 เม่ือพิจารณาที่รอบปีการเกิดซ้ำ 500 ปี ซึ่งเป็นรอบปีการเกิดที่ใช้ในการ
ออกแบบอาคารระบายน้ำล้นของอา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่ัว พบวา่ ปรมิ าณน้ำนองสูงสุดจากการวเิ คราะห์แจกแจงแบบลุ่ม
น้ำรวม การวิเคราะห์กราฟน้ำนองสูงสุดจากข้อมูลพายุฝน และการศึกษาเดิมมีค่าเท่ากับ 263.8 226.4 และ 222.1
ลบ.ม./วินาที ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผลการคำนวณปริมาณน้ำนองสูงสุดจากข้อมูลพายุฝน มีค่าใกล้เคียงกับ
ผลการศึกษาเดิม และมีค่าเหมาะสมสำหรับใช้ในการศึกษาการเคล่ือนตัวของกราฟน้ำนองสูงสุดผ่านอาคารน้ำล้นของ
อา่ งเกบ็ น้ำต่อไป
ตารางที่ 2.3-1 การเปรียบเทยี บปริมาณน้ำนองสูงสดุ กบั ผลการศึกษาเดมิ ของเหมอื งตะก่ัว
ลการศีกษา ปริมาณนา้ นองสงู สดุ ท่ีรอบปีของการเกิดต่าง ๆ, ลบ.ม./วินาที
2 5 10 20 25 50 100 200 500 1,000 10,000
1. การแจกแจงแบบลมุ่ น้ารวม 65.0 103.5 129.0 153.5 161.3 185.2 209.0 232.6 263.8 287.4 365.8
2. กราฟน้านองสงู สดุ จากข้อมูลพายุฝน 67.6 93.2 110.0 128.4 137.0 156.3 176.4 197.4 226.4 249.4 332.7
3. การศึกษาเดิม - - - - - 120.7 148.1 178.2 222.1 - -
3) การวิเคราะห์กราฟนำ้ นองสูงสุดเคลอ่ื นตัวผ่านอาคารน้ำล้นของอ่างเกบน้ำ
การวิเคราะห์กราฟน้ำนองสูงสดุ เคลื่อนตัวผ่านอาคารน้ำลน้ ของอา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะกว่ั เป็นการวเิ คราะห์
การเปลี่ยนแปลงของกราฟนำ้ นองสูงสุดท่ีไหลเขา้ มาสอู่ ่างเก็บนำ้ และระบายล้นออกทางทางระบายนำ้ ลน้ ไปด้านท้ายน้ำ
ตลอดจนการคำนวณระดับน้ำสูงสุดของอ่างเก็บน้ำเมื่อกราฟน้ำนองสูงสุดขนาดต่าง ๆ ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ ท้ังนี้เพ่ือ
ตรวจสอบความสามารถในการระบายน้ำของอาคารน้ำล้น และระดบั น้ำสงู สดุ ในอา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกวั่
จากผลการศึกษาการเคล่อื นตัวของกราฟนำ้ นองสูงสุดท่รี อบปีการเกดิ 500 ปี ที่ใชอ้ อกแบบขนาดอาคาร
ระบายน้ำล้น โดยมีความยาวสันอาคารระบายน้ำล้นให้มีขนาด 45 เมตร ดังแสดงผลวิเคราะห์ได้ในตารางที่ 2.3-1
และแสดงการเปรยี บเทียบกราฟน้ำนองสูงสดุ ไหลเข้าและไหลออกทางอาคารนำ้ ล้นของอา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัวได้ดังรปู ท่ี
2.3-19 พบว่า ที่รอบปีการเกิด 500 ปี มีระดับน้ำนองสูงสุดที่ +111.65 เมตร (รทก.) ซ่ึงมีระดับน้ำสูงกว่าสันอาคาร
ระบายน้ำล้น 1.65 เมตร แต่ยังคงมีระยะจากระดับน้ำนองสูงสุดถึงระดับสันเขื่อน (Dry Freeboard) 2.35 เมตร ซ่ึงอยู่
ในระดับท่ีปลอดภยั จงึ สรปุ ลกั ษณะของอาคารระบายนำ้ ล้นของอา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั จากผลการศกึ ษาไดด้ งั น้ี
ท่ีต้ัง ฝ่งั ขวาของตวั เขอื่ น
ชนิด Duckbill weir Spillway
ความยาวสันอาคารระบายนำ้ ลน้ 45.00 เมตร
ระดบั สนั ฝาย +110.00 เมตร (รทก.)
ระดบั นำ้ นองสงู สุด +116.50 เมตร (รทก.)
ระบายน้ำไดส้ งู สุดประมาณ (รอบ 500 ปี) 210.98 ลกู บาศก์เมตรตอ่ วนิ าที
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-45 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางที่ 2.3-1 ผลการวเิ คราะหก์ ารเคล่ือนตัวของกราฟนำ้ นองสูงสุดผา่ นอาคารระบายน้ำล้นของ
อ่างเกบน้ำเหมืองตะก่ัว
รอบปี ปริมาณการไหล ระดับน้านอง Surcharge ปริมาณการไหล ร้อยละการลดลงของ
ของการเกิด เขา้ สงู สดุ สงู สดุ Depth ออกสงู สดุ ปริมาณการไหลออก
( ม.)
( ปี ) ( ลบ.ม./วินาที ) ( ม.รทก.) 0.71 ( ลบ.ม./วินาที ) สงู สดุ ( % )
2 67.60 110.71 0.89 59.62 11.80
5 93.24 110.89 1.00 83.92 10.00
10 110.00 111.00 1.12 99.86 9.22
20 128.38 111.12 1.17 117.37 8.58
25 136.95 111.17 1.28 125.55 8.32
50 156.30 111.28 1.39 144.02 7.85
100 176.42 111.39 1.50 163.25 7.47
200 197.38 111.50 1.65 183.26 7.15
500 226.40 111.65 1.77 210.98 6.81
1,000 249.41 111.77 2.15 233.06 6.56
10,000 332.71 112.15 312.32 6.13
หมายเหตุ : 1) ระดับสนั ฝายอาคารระบายน้าลน้ เท่ากับ +110.0 ม.รทก.ปริมาณน้านองสูงสุด ลบ.ม. ิวนาที ปรมิ าณน้านองสูงสดุ ไหลเขา้
2) ความยาวสนั อาคารระบายน้าลน้ 45 เมตร ปรมิ าณน้านองสงู สดุ ไหลออก
250
500 ปี
500 ปี
200
100 ปี
50 ปี 100 ปี
150 50 ปี
20 ปี
10 ปี 20 ปี
100 10 ปี
50
0
0 5 10 15 20 25 30
ช่วงเวลา ช่ัวโมง
รูปท่ี 2.3-19 กราฟน้ำนองสูงสุดไหลเข้าและออกท่คี าบความถีก่ ารเกิด 10 20 50 100 และ 500 ปี
สำหรบั อ่างเกบน้ำเหมืองตะกวั่
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-46 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
5. ปริมาณตะกอน
1) การรวบรวมและทบทวนข้อมูล
ปรมิ าณตะกอนแขวนลอยรายเดอื นและรายปีไดร้ วบรวมข้อมลู จากสถานตี รวจวัดรวม 11 สถานี แยกเป็น
สถานีของกรมชลประทาน 9 สถานี และกรมทรพั ยากรนำ้ 2 สถานี ข้อมลู ทร่ี วบรวมได้ล่าสุดถึงปี พ.ศ. 2561 ดังรายช่ือ
สถานวี ัดตะกอนแขวนลอยและชว่ งปสี ถิติข้อมูลไว้ในตารางท่ี 2.3-19 และท่ตี ้ังสถานแี สดงในรปู ท่ี 2.3-20
ตารางท่ี 2.3-19 รายชือ่ สถานีวดั ปริมาณตะกอนแขวนลอยและสถิตปิ รมิ าณตะกอนแขวนลอยที่รวบรวมได้
ในพ้ืนทศี่ ึกษาและข้างเคียง
สถานีวัดน้าท่า จังหวัด รหัส พนื ที่ ช่วงปีสถิติ ปริมาณตะกอนแขวนลอย ปริมาณตะกอนแขวนลอย
สถานี รับนา้ ฝน ขอ้ มูล
(ตร.กม.) รายปีเฉลยี่ รายปีเฉลย่ี ต่อพนื ที่
(ตัน) (ตัน/ตร.กม.)
1. คลองท่ามะเดอ่ื ที่วัดมหรรณธวัช พทั ลงุ X.21B 330.0 2506 - 2512 24,575 74.47
2. คลองรัตภูมิท่ีบ้านก้าแพงเพชร สงขลา X.67 272.0 2521 - 2532 11,941 43.90
3. คลองตา้่ ที่บ้านควนลงั สงขลา X.71B 148.0 2548 - 2561 10,185 68.82
4. คลองอู่ตะเภาท่ีบ้านบางศาลา สงขลา X.90 1,546.8 2521 - 2561 55,946 36.17
5. คลองบางแก้วท่ีบ้านควนอินนอโม พทั ลงุ X.109 131.0 2526 - 2561 10,481 80.03
6. คลองเหลา้ ปงท่ีบ้านทุ่งปราบ สงขลา X.113 118.5 2522 - 2561 7,865 66.40
7. คลองท่ามะเด่อื ที่บ้านคลองอ้ายโต พทั ลงุ X.129 332.0 2526 - 2536 16,000 48.19
8. คลองหวะที่บ้านคลองหวะ สงขลา X.174 115.9 2546 - 2561 23,583 203.46
9. คลองท่าเชียดที่บ้านแม่ขรี พทั ลงุ X.267 295.0 2550 - 2561 31,248 105.93
10. ห้วยลา้ สนิ ธ์ิท่ีบ้านโตน พทั ลงุ 230301 25.0 2525 - 2540 6,451 258.06
11. คลองนาบอนที่บ้านทุ่งโพธ์ิ พทั ลงุ 230302 18.1 2527- 2540 2,415 133.43
ท่ีมา: กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรนา้
2) การวเิ คราะหป์ ริมาณตะกอน
การวิเคราะห์ปริมาณตะกอน พบว่าสถานีวัดปริมาณตะกอนแขวนลอยในตารางท่ี 2.3-20 มีช่วงพิสัย
ของขนาดพื้นที่รับน้ำฝนทั้ง 11 สถานี อยู่ระหว่าง 18.1 – 1,546.8 ตร.กม. และมีช่วงพิสัยของค่าปริมาณตะกอน
แขวนลอยรายปเี ฉล่ยี ตอ่ หน่วยพื้นท่ีอยู่ระหว่าง 36.17 – 258.06 ตัน/ตร.กม. ดงั แสดงคา่ เฉล่ียปรมิ าณตะกอนแขวนลอย
รายเดอื นทีส่ ถานีวัดตะกอนต่าง ๆ ในตารางที่ 2.3-21
ในการวเิ คราะห์ความสัมพันธ์ระหวา่ งปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉลี่ยและพื้นที่รบั น้ำฝน ของสถานี
วัดปริมาณตะกอนแขวนลอยจำนวน 11 สถานี แสดงผลการวิเคราะห์ถดถอยความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ดังรูปที่ 2.3-21
และไดส้ มการแสดงความสมั พนั ธด์ ังต่อไปนี้
QS = 593.83061 A0.61506 (R2 = 0.78388)
เมอ่ื QS = ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปเี ฉลีย่ (ตัน/ปี)
A = พน้ื ท่ีรบั น้ำฝน (ตร.กม.)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-47 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ท่ี 2.3-20 ตำแหนง่ ที่ตง้ั สถานีตรวจวัดปริมาณนำ้ ท่าและปริมาณตะกอน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-48 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั ตารางที่ 2.3-20 ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายเดือนและรายปีเฉล่ียท่ีสถานวี ดั ตะกอนในพนื้ ทีศ่ กึ ษาและบรเิ วณข้างเคียง
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด
ชอื่ สถานี จังหวัด รหัส พนื ท่ี ช่วงปีสถติ ิ ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายเดือนเฉลย่ี , ตัน ปริมาณตะกอน ปริมาณตะกอน โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ
สถานี รับน้าฝน ขอ้ มูล แขวนลอย แขวนลอยรายปี
รายปีเฉลยี่ เฉลยี่ ต่อพนื ท่ี
(ตร.กม.) เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (ตัน) (ตัน/ตร.กม.)
1. คลองท่ามะเดอ่ื ที่วัดมหรรณธวัช พทั ลงุ X.21B 330.0 2506 - 2512 199.1 518.6 297.3 185.7 228.1 338.1 1,515.0 5,320.7 10,259.4 4,442.3 836.1 434.3 24,574.86 74.47
11,940.83 43.90
2. คลองรัตภูมิที่บ้านก้าแพงเพชร สงขลา X.67 272.0 2521 - 2532 141.4 330.5 111.6 506.6 174.8 275.8 547.5 2,814.9 5,949.7 677.9 219.1 191.1 10,184.78 68.82
55,945.77 36.17
3. คลองต้า่ ท่ีบ้านควนลงั สงขลา X.71B 148.0 2548 - 2561 430.1 536.8 448.1 283.2 592.4 763.1 457.2 1,662.9 3,471.4 742.0 360.1 437.3 10,480.88 80.03
7,865.22 66.40
4. คลองอู่ตะเภาที่บ้านบางศาลา สงขลา X.90 1,546.8 2521 - 2561 747.9 2,520.8 1,919.1 2,209.9 1,996.1 3,018.1 6,856.2 16,086.6 16,853.4 2,765.6 534.2 437.8 16,000.00 48.19
23,583.33 203.46
5. คลองบางแก้วที่บ้านควนอินนอโม พทั ลงุ X.109 131.0 2526 - 2561 379.6 300.1 228.5 261.8 228.8 371.5 886.1 2,882.6 3,535.8 746.6 302.0 357.6 31,248.27 105.93
6,451.41 258.06
6. คลองเหลา้ ปงท่ีบ้านทุ่งปราบ สงขลา X.113 118.5 2522 - 2561 267.5 565.9 283.4 523.4 577.0 698.6 1,594.3 1,804.8 972.8 127.2 107.3 343.0 2,415.03 133.43
7. คลองท่ามะเดอื่ ท่ีบ้านคลองอ้ายโต พทั ลงุ X.129 332.0 2526 - 2536 168.7 274.2 186.5 163.2 143.9 118.4 311.5 2,943.4 10,059.9 774.5 375.8 480.0
2-49 8. คลองหวะที่บ้านคลองหวะ สงขลา X.174 115.9 2546 - 2561 526.0 551.6 593.3 430.9 428.3 500.3 910.1 5,434.6 8,294.8 4,351.8 735.2 826.6
9. คลองท่าเชียดที่บ้านแม่ขรี พทั ลงุ X.267 295.0 2550 - 2561 1,111.3 908.0 593.9 300.7 306.1 524.7 1,010.2 8,654.1 9,884.7 5,579.5 1,006.5 1,368.6
10. ห้วยลา้ สนิ ธิ์ที่บ้านโตน พทั ลงุ 230301 25.0 2525 - 2540 105.3 159.5 158.0 206.9 266.6 287.9 511.2 1,296.8 2,539.8 505.4 245.3 168.6
11. คลองนาบอนที่บ้านทุ่งโพธ์ิ พทั ลงุ 230302 18.1 2527- 2540 38.3 86.2 57.9 80.6 145.6 160.0 180.3 745.4 584.9 205.9 73.0 56.9
ท่ีมา: กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรนา้
รายงานฉบับกลาง บทที่ 2
(Interim Report) การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
100,000
ป ิรมาณตะกอนแขวนลอยราย ีปเฉ ่ีลย ( ัตน ีป) 10,000 X.90
230301 X.267
230302 X.21B
X.174
X.129
X.109 X.67
X.71B
X.113
QSy== 559933.8.83036016x10.6A15006.61506
RR2² ==0.708.37888388
1,000 100 1,000 10,000
10 พ้นื ที่รบั นา้ ฝน ตร.กม.
รปู ท่ี 2.3-21 ความสัมพันธ์ระหว่างปรมิ าณตะกอนแขวนลอยรายปเี ฉลยี่ และพื้นทรี่ บั นำ้ ฝน
3) การประเมินปริมาณตะกอนทไี่ หลผ่านจดุ ทต่ี ั้งอา่ งเกบนำ้
จากความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ียและพ้ืนที่รับน้ำฝน สามารถคำนวณปริมาณ
ตะกอนแขวนลอยรายปีเฉลี่ยสำหรับพ้ืนท่ีรับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว โดยกำหนดให้ปริมาณตะกอนท้องน้ำ
มคี ่าประมาณรอ้ ยละ 30 ของปรมิ าณตะกอนแขวนลอย ได้ผลการคำนวณปริมาณตะกอนท่ีคาดวา่ จะไหลเขา้ สูอ่ ่างเก็บนำ้
เหมืองตะกัว่ ดงั น้ี
อา่ งเกบน้ำ ปรมิ าณตะกอนรายปีเฉล่ยี (ตนั )
อา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะก่วั
ตะกอนแขวนลอย ตะกอนท้องนำ้ ตะกอนรวม
4,913.6
3,779.7 1,133.9
4) น้ำหนกั ตอ่ หนว่ ยปริมาตร (Unit weight of Deposited Sediment)
การคำนวณค่าน้ำหนักตะกอนต่อหน่ึงหน่วยปริมาตรเร่ิมต้น ได้ใช้วิธีการของ Lara and Pemberton
โดยกำหนดลักษณะการจัดการอ่างเก็บน้ำเป็นประเภทท่ี 2 คือ ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำจะลดลงมากหรือค่อนข้างมาก
เนื่องจากการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ ซ่ึงเป็นลักษณะที่เกิดข้ึนโดยท่ัวไปสำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
ในประเทศไทย ส่วนร้อยละส่วนผสมของดินเหนียว ตะกอนทรายและทรายของตะกอนท่ีไหลเข้ามาสู่อ่างเก็บน้ำ
ใช้จากรายงานการศึกษาปริมาณการสะสมตะกอนท่ีส่งผลกระทบต่อปริมาณความจุของอ่างเก็บน้ำ กรณีศึกษา
อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ของกรมชลประทาน ปี 2557 โดยมีร้อยละส่วนผสม
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-50 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกวั่ บทที่ 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ของดินเหนียว ตะกอนทราย และทรายของตะกอนที่ไหลเข้ามาสู่อ่างเก็บน้ำมีค่าเท่ากับร้อยละ 36.31 , 53.35 และ
10.34 ตามลำดับ ซ่ึงสามารถคำนวณค่าน้ำหนักต่อหน่ึงหน่วยปริมาตรเร่ิมต้นของตะกอนที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ
เหมืองตะกั่วได้เท่ากับ 0.971 ตัน/ลูกบาศก์เมตร และเม่ือใช้งานอ่างเก็บน้ำไปเป็นเวลานาน ๆ ค่าน้ำหนักต่อหน่ึงหน่วย
ปริมาตรของตะกอนที่ตกสะสมในอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวจะมีค่าเพิ่มขึ้น ซ่ึงสามารถคำนวณได้โดยใช้วิธีการของ
Lara and Pemberton เชน่ เดียวกัน ซงึ่ สามารถสรุปผลได้ดงั น้ี
อายกุ ารใชง้ านอ่างเกบนำ้ (ปีท)ี่ 25 50 75 100 150 200
นำ้ หนักต่อหนว่ ยปรมิ าตรของตะกอน 1.037 1.054 1.065 1.073 1.084 1.092
ในอ่างเก็บน้ำ (ตัน/ลบ.ม.)
5) ประสิทธภิ าพในการดกั ตะกอน (Trap Efficiency)
ตะกอนที่ปะปนมากับน้ำท่าทไ่ี หลลงอา่ งเก็บนำ้ ทั้งหมด มเี พยี งสว่ นหนึ่งเท่าน้นั ท่ีจะตกจมอยู่ในอ่างเกบ็ น้ำ
สว่ นท่ีเหลือจะไหลผ่านออกไปทางท่อสง่ น้ำและทางระบายนำ้ ล้น โดยอัตราสว่ นระหวา่ งตะกอนท่ีตกจมในอ่างเกบ็ น้ำกับ
ตะกอนท้ังหมดท่ีปะปนมากับน้ำท่าเรียกว่า ประสิทธิภาพการดักตะกอนของอ่างเก็บน้ำซ่ึงข้ึนอยู่กับปัจจัยที่สำคัญสาม
ประการ คือ ลักษณะตะกอน การหน่วงของน้ำท่า และอายุของอ่างเก็บน้ำ โดยท่ัวไปแล้วถ้าช่วงเวลาท่ีน้ำถูกเก็บกัก
อยู่ในอ่างเก็บน้ำเป็นเวลานาน ความเร็วของน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำไม่มากและมีการป่ันป่วนน้อย เปอร์เซ็นต์
การตกตะกอนก็จะสูง Brune (1953) เสนอให้ใช้อัตราส่วนระหว่างความจุอ่างและปริมาณน้ำท่า (Capacity-Inflow
Ratio) เป็นตัวกำหนดค่า Trap Efficiency โดยได้พัฒนากราฟของความสัมพันธ์ระหว่าง Capacity-Inflow Ratio และ
Percent of Sediment Trapped แสดงในรปู ที่ 2.3-22
การคำนวณปริมาตรตะกอนท่ีจะตกสะสมในอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว ได้ใช้วิธีการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ
การดักตะกอนของอ่างเก็บน้ำของ Gunnar Brune ได้ดังนี้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว มีปริมาตรความจุท่ีระดับเก็บกัก
เท่ากับ 10.41 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉล่ียท่ีไหลลงอ่างเก็บน้ำเท่ากับ 34.68 ล้านลูกบาศก์เมตร
ต่อปี ซึ่งสามารถคำนวณค่าอัตราส่วนปริมาตรความจุ-ปริมาณน้ำท่าไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำได้เท่ากับ 0.30 และสามารถ
หาค่าประสทิ ธิภาพการดกั ตะกอนได้เทา่ กับร้อยละ 94.93 และเมื่อนำไปวิเคราะห์ร่วมกับผลการคำนวณคำนวณปริมาณ
ตะกอนที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ สามารถคำนวณปริมาตรตะกอนที่คาดว่าจะตกสะสมในอ่างเก็บน้ำสำหรับอายุการใช้งาน
ตา่ ง ๆ ได้ดังน้ี
ปริมาตรตะกอนทตี่ กสะสมในอ่างเกบนำ้ ที่อายกุ ารใชง้ านปตี ่าง ๆ (ลา้ น ลบ.ม.)
25 ปี 50 ปี 75 ปี 100 ปี 150 ปี 200 ปี
0.112 0.221 0.328 0.435 0.646 0.855
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-51 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รูปที่ 2.3-22 ความสัมพันธ์ระหวา่ ง Capacity-Inflow Ratio กบั Trap Efficiency
(Brune, 1953)
6) การเปลี่ยนแปลงระดบั ศนู ยท์ อ้ งน้ำและอายุใช้งานอา่ งเกบน้ำ
การวิเคราะห์การเปลยี่ นแปลงระดบั ศูนย์ใหมท่ ่ีตัวเขื่อน และการเปล่ียนแปลงโค้งปรมิ าตรความจุ - พ้ืนท่ี
ผิวน้ำ - ระดบั น้ำของอา่ งเก็บนำ้ โดยใช้วธิ ี Area Increment Method และใช้ปริมาตรตะกอนท่ีตกสะสมในอา่ งเก็บน้ำ
ท่ีคำนวณจากสมการถดถอย โดยผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับศูนย์ที่ตัวเข่ือน และการเปลี่ยนแปลงปริมาตร
ความจุและพ้ืนท่ีผิวน้ำท่ีระดับเก็บกักปกติหลังจากระยะเวลาเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวปีต่าง ๆ ท่ีกำหนดได้
แสดงไวใ้ นตารางท่ี 2.3-21 และค่าระดับศูนยใ์ หมท่ ตี่ วั เขือ่ นสามารถสรุปไดด้ ังนี้
อา่ งเกบน้ำนำ้ อนู คา่ ระดับศูนยใ์ หมท่ ี่ตวั เขือ่ น (ม.รทก.)
ระดับศูนยเ์ ดมิ ที่ตวั เขอื่ น 65.00 ม.รทก. อายุการใชง้ านอา่ งเกบนำ้ ปตี า่ ง ๆ
25 50 75 100 150 200
66.22 67.46 68.75 70.02 70.53 71.04
จากผลการศึกษาปริมาตรตะกอนท่ีตกจมในอ่างเก็บน้ำ และการเปลี่ยนแปลงระดับศูนย์ (ท้องน้ำ)
ที่ตัวเข่ือนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว พบว่าที่อายุการใช้งานเข่ือน 100 ปี ระดับศูนย์เขื่อนจะเปลี่ยนแปลงจาก
ระดับ +65.00 ม.รทก. เป็น +70.02 ม.รทก. ดังแสดงในรูปท่ี 2.3-23 ซึ่งมีการเปล่ียนแปลงในระดับที่น้อย ดังนั้น
ในการกำหนดระดับน้ำต่ำสุดสำหรับอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วไว้ที่ระดับ +75.00 ม.รทก. จึงเพียงพอที่จะรองรับปริมาณ
ตะกอนท่ีจะไหลลงอ่างเก็บน้ำในอนาคต ดังแสดงรายละเอียดการเปล่ียนแปลงโค้งปริมาตร-พื้นท่ีผิวน้ำ-ระดับน้ำ
หลงั จากระยะเวลาการใช้งานของอา่ งเก็บน้ำนำ้ อูนท่รี ะยะเวลา 25 ปี 50 ปี และ 100 ปี ได้ดังตารางท่ี 2.3-22
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-52 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางที่ 2.3-21 ผลศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดบั ศนู ย์ท่ีเขอ่ื น ปรมิ าตรความจุ พืน้ ท่ีผวิ น้ำท่รี ะดับเกบกักปกติ
หลังจากระยะเวลาเกบกกั นำ้ ในอา่ งเกบน้ำเหมอื งตะกั่ว
รายการ หน่วย 20 ระยะเวลาเก็บกักของอ่างเก็บนา้ , ปี 150 200
ลา้ น ลบ.ม. 0.090 25 50 75 100 0.646 0.855
1. ปริมาตรตะกอนท่ีตกสะสมในอ่าง ม.รทก. 0.112 0.221 0.328 0.435
65.97 70.53 71.04
2. ระดับศูนยใ์ หม่ที่ตัวเขอ่ื น 66.22 67.46 68.75 70.02
3. การเปลยี่ นแปลงที่ระดับเก็บกักปกติ ลา้ น ลบ.ม. 10.320 10.298 10.189 10.082 9.975 9.764 9.555
ลา้ น ลบ.ม. 0.090 0.112 0.221 0.328 0.435 0.646 0.855
3.1 ปริมาตรความจุหลงั การใชง้ าน 0.869 1.081 2.125 3.155 4.177 6.202 8.209
ปริมาตรความจุลดลง
ร้อยละของการลดลง ตร.กม. 0.548 0.548 0.545 0.542 0.540 0.535 0.530
ตร.กม. 0.0019 0.0024 0.0049 0.0075 0.0102 0.0153 0.0204
3.2 พนื ท่ี วิ นา้ หลงั การใชง้ าน 0.442 0.893 1.365 1.860 2.774 3.702
พนื ท่ี วิ น้าลดลง 0.354
ร้อยละของการลดลง
65.00 ม.รทก.
หมายเหตุ : ระดับศูนยเ์ ดิม (ท้องน้าเดิม) ที่ตัวเขอ่ื น 110.00 ม.รทก.
ระดับเก็บกักปกติ 10.41 ลา้ น ลบ.ม.
ปริมาตรความจุท่ีระดับเก็บกักปกติ
พนื ที่ วิ นา้ ท่ีระดับเก็บกักปกติ 0.55 ตร.กม.
0.6 0.5 0.4 0.3 0.2 0.1 0.0
120 120
110 110
100 100
90 90
80 80
70 70
60 60
0.0 2.0 4.0 6.0 8.0 10.0 12.0
รปู ท่ี 2.3-23 การเปลยี่ นแปลงความสัมพันธ์ระหว่างระดบั น้ำกับปริมาตรและพื้นที่ผิวน้ำ
ของอา่ งเกบน้ำเหมอื งตะกั่วท่ีระยะเวลาใช้งาน 100 ปี
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-53 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 2
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางท่ี 2.3-22 รายละเอยี ดการเปล่ียนแปลงโค้งปรมิ าตร-พน้ื ที่ผวิ น้ำ-ระดบั นำ้ หลังจากระยะเวลา
การใชง้ านของอ่างเกบน้ำเหมอื งตะก่วั 25 ปี 50 ปี และ 100 ปี
ระดับ สภาพเร่ิมแรกของอ่าง ระยะเวลาใช้งาน 25 ปี ระยะเวลาใช้งาน 50 ปี ระยะเวลาใช้งาน 100 ปี
(ม.รทก.)
พ้ืนท่ีผิวน้า ปริมาตร พ้ืนที่ผิวน้า ปริมาตร พ้ืนที่ผิวน้า ปริมาตร พื้นท่ีผิวนา้ ปริมาตร
110.00
109.00 (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.) (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.) (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.) (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.)
108.00 0.550 10.410 0.548 10.298 0.545 10.189 0.540 9.975
107.00 0.534 9.833 0.531 9.723 0.529 9.617 0.524 9.408
106.00 0.518 9.256 0.515 9.148 0.513 9.044 0.507 8.841
105.00 0.501 8.678 0.499 8.573 0.496 8.472 0.491 8.274
104.00 0.485 8.101 0.483 7.998 0.480 7.900 0.475 7.707
103.00 0.469 7.524 0.467 7.424 0.464 7.327 0.459 7.140
102.00 0.455 7.090 0.453 6.992 0.450 6.898 0.445 6.717
101.00 0.441 6.657 0.439 6.562 0.436 6.470 0.431 6.294
100.00 0.426 6.223 0.424 6.130 0.421 6.041 0.416 5.870
99.00 0.412 5.790 0.410 5.699 0.407 5.613 0.402 5.447
98.00 0.398 5.356 0.396 5.268 0.393 5.184 0.388 5.024
97.00 0.380 5.003 0.378 4.917 0.375 4.836 0.370 4.681
96.00 0.362 4.650 0.360 4.567 0.357 4.488 0.352 4.338
95.00 0.344 4.297 0.342 4.216 0.339 4.140 0.334 3.995
94.00 0.326 3.944 0.324 3.866 0.321 3.792 0.316 3.652
93.00 0.308 3.591 0.306 3.515 0.303 3.443 0.298 3.310
92.00 0.294 3.318 0.292 3.244 0.289 3.175 0.284 3.047
91.00 0.280 3.045 0.278 2.974 0.275 2.907 0.270 2.784
90.00 0.266 2.772 0.264 2.703 0.261 2.639 0.256 2.521
89.00 0.252 2.499 0.250 2.433 0.247 2.371 0.242 2.259
88.00 0.238 2.226 0.236 2.162 0.233 2.103 0.228 1.996
87.00 0.224 2.023 0.222 1.962 0.219 1.905 0.214 1.803
86.00 0.210 1.820 0.208 1.761 0.205 1.707 0.200 1.610
85.00 0.196 1.617 0.194 1.560 0.191 1.509 0.186 1.418
84.00 0.182 1.414 0.180 1.360 0.177 1.311 0.172 1.225
83.00 0.168 1.211 0.166 1.159 0.163 1.113 0.158 1.032
82.00 0.152 1.083 0.150 1.034 0.147 0.989 0.142 0.914
81.00 0.136 0.954 0.134 0.907 0.131 0.865 0.126 0.795
80.00 0.121 0.826 0.119 0.782 0.116 0.742 0.111 0.678
79.00 0.105 0.697 0.103 0.655 0.100 0.618 0.095 0.559
78.00 0.089 0.569 0.087 0.529 0.084 0.495 0.079 0.441
77.00 0.083 0.494 0.081 0.457 0.078 0.425 0.073 0.376
76.00 0.077 0.420 0.075 0.385 0.072 0.356 0.067 0.313
75.00 0.071 0.346 0.069 0.314 0.066 0.287 0.061 0.249
74.00 0.065 0.272 0.063 0.242 0.060 0.218 0.055 0.185
73.00 0.059 0.198 0.057 0.171 0.054 0.149 0.049 0.121
72.00 0.049 0.163 0.047 0.138 0.044 0.119 0.039 0.097
71.00 0.040 0.129 0.038 0.106 0.035 0.089 0.030 0.073
70.00 0.030 0.094 0.028 0.074 0.025 0.059 0.020 0.048
69.00 0.020 0.060 0.018 0.042 0.015 0.030 0.010 0.024
68.00 0.010 0.025 0.008 0.010 0.005 0.000 0.000 0.000
67.00 0.008 0.020 0.006 0.007 0.003 0.000 0.000 0.000
66.00 0.006 0.015 0.004 0.005 0.001 0.000 0.000 0.000
65.00 0.004 0.010 0.002 0.002 0.000 0.000 0.000 0.000
0.002 0.005 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000
0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-54 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
2.4 การศกึ ษาทบทวนทางเลอื กในการพัฒนาโครงการ
สภาพภูมิประเทศโดยท่ัวไปบริเวณด้านต้นน้ำของโครงการมีลักษณะเป็นที่ราบค่อนข้างสูงเป็นลูกคลื่น
ทิศตะวันตกเป็นเขตเทือกเขาบรรทัด บริเวณพ้ืนท่ีตอนกลางของพ้ืนที่เป็นท่ีราบริมคลองเหมืองตะกั่ว ซ่ึงเป็นพื้นท่ี
เพาะปลูกและท่ีอยู่อาศัยของราษฎร โดยมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ คลองเหมอื งตะกั่ว คลองยวน คลองบังพรวน
เป็นต้น ทศิ ทางการลาดเทหลักของพ้ืนลาดเทจากทศิ ใตไ้ ปทางทศิ เหนอื ทอดยาวไปตามคลองเหมอื งตะก่ัว
พื้นที่รับประโยชน์โครงการครอบคลุม 3 ตำบลได้แก่ พ้ืนที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน ตำบลคลองใหญ่
ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด ปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกไม้ผลเศรษฐกิจท่ีสำคัญได้แก่สละและมังคุด ในฤดูแล้งและ
ในชว่ งที่ฝนท้ิงชว่ งมีปัญหาขาดแคลนนำ้ เน่อื งจากไมม่ ีแหล่งนำ้ กกั เกบ็ น้ำทพี่ อเพียง
2.4.1 แนวทางเลอื กในการพฒั นาโครงการ
แนวทางเลือกการพัฒนาเพ่ือแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้แก่ การปรับปรุงเหมืองฝายและระบบกระจายน้ำ
ทางเลือกการพัฒนาสระเก็กกักน้ำ หรือทางเลือกการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบอ่างเก็บน้ำ รายละเอียดแต่ละทางเลือก
มดี ังตอ่ ไปน้ี
1) ทางเลือกท่ี 1 การพฒั นาโครงการโดยการปรับปรุงฝายเดิมและก่อสรา้ งฝายทดน้ำเพ่มิ เตมิ
พ้ืนที่ศึกษาในส่วนพื้นที่รับประโยชน์อยู่ในเขตของ พ้ืนท่ีตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน ตำบลคลองใหญ่
ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด แนวทางในการพฒั นาแหล่งน้ำด้วยการปรับปรุงระบบเหมืองฝาย จะพิจารณาใหค้ รอบคลุม
พ้ืนที่รับประโยชน์โดยการปรับ ปรุงฝายที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและเสนอแนะก่อสร้างฝายน้ำล้นแ ห่งใหม่
เพ่ิมเติมตามรายละเอียดดงั นี้
(1) ปรับปรุงฝายทดน้ำคลองท่ายูง จำนวน 1 แหง่
(2) ปรบั ปรงุ ฝายทดนำ้ คลองบา้ นใหม่ จำนวน 1 แห่ง
(3) กอ่ สรา้ งฝายทดน้ำแห่งใหม่ จำนวน 4 แห่ง
การปรับปรุงฝายเดิมและก่อสร้างฝายตามลำน้ำรวม 6 แห่ง ซ่ึงมีความกว้างเฉลี่ย 15 เมตร ลึกประมาณ
3.00 เมตร รูปแบบตัวฝายเป็นฝายคอนกรีต สูง 2.00 เมตร ความจุเก็บกักน้ำของฝายเก็บกักได้ประมาณ 0.34 ล้าน ลบ.ม
ได้แสดงผังการปรับปรุงและก่อสร้างฝายในรูปที่ 2.4.1-1 โดยสามารถส่งน้ำให้แก่พ้ืนที่รับประโยชน์ 6,188 ไร่ คิดเป็น
พ้ืนที่ชลประทาน 3,800 ไร่ในฤดูฝน โดยได้แสดงรูปตัดตามยาว แนวทางการพัฒนาฝายบริเวณคลองเหมืองตะกั่ว
ดังแสดงในรูปท่ี 2.4.1-2
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-55 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รูปที่ 2.4.1-1 ทางเลอื กในการพฒั นาโครงการ ทางเลอื กท่ี 1 ปรับปรงุ ฝายเดมิ และก่อสรา้ งฝายทดน้ำเพมิ่ เตมิ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-56 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง
120
115
110
105
100
95
90
85
80
75
70
65
60
55
50
45
40
35
30
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
Elev. (mSL)
ฝายทดน้า ้บานเหมืองตะ ่ักว
ฝายทดน้าคลองท่า ูยง
ฝายทดน้า ้บานเกาะ ูยง
ฝายทดน้า ้บานใหม่
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั รปู ที่ 2.4.1-2 รูปตัดตามยาว แนวทางการพ
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด 2-
บทท่ี 2
การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ฝายทดน้า ความจุหนา้ ฝานทดน้า
(ลบ.ม.)
ฝายทดนา้ บา้ นเหมืองตะกวั่ 21,000
ฝายทดนา้ คลองทา่ ยูง 14,625
ฝายทดน้าบ้านเกาะยูง 21,375
ฝายทดนา้ บ้านใหม่ 33,750
ฝายทดน้าคลองบ้านใหม่ 42,750
ฝายทดน้าบ้านสายคลอง 90,000
223,500
ฝายทดน้าคลอง ้บานใหม่
ฝายทดน้า ้บานสายคลอง
2 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25
สญั ลกั ษณ์ ฝายทดน้าเดมิ ปรบั ปรงุ
ฝายทดนา้ กอ่ สร้างใหม่
พัฒนาฝายบรเิ วณลำนำ้ คลองเหมอื งตะก่ัว
-57 รายงานฉบบั กลาง
(Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว บทที่ 2
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
2) ทางเลอื กที่ 2 ทางเลือกการพฒั นาโครงการโดยโครงการประเภทสระเกบน้ำ
สระเก็บน้ำคือ แหล่งเก็กกัก น้ำฝน น้ำท่า น้ำนอง หรือน้ำใต้ดิน โดยการขุดดินให้เป็นสระมีขนาด
ความยาว ความกว้าง และความลึกของสระตามปรมิ าณน้ำท่ีตอ้ งการเก็บกกั ไว้ใชแ้ ละนำดินทข่ี ุดมาถมเป็นคนั รอบสระ
เพื่อทำเป็น Farm Pond สระเก็บน้ำโดยส่วนใหญ่มีขนาดความจุน้อยจึงเหมาะท่ีจะก่อสร้างในพี่นท่ีที่ไม่สามารถ
ก่อสร้างงานกักเก็บน้ำประเภทอื่นได้ ในพื้นที่ซ่ึงมีล้ำน้ำธรรมชาติหรือสภาพภูมิประเทศไม่อำนวยให้ทำการก่อสร้าง
อ่างเก็บน้ำ ตลอดจนไม่มีหนองและบึงที่จะขุดลอกเพ่ือเก็กกักน้ำเพ่ิมเติม ในพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการปัจจุบัน
หน่วยการส่วนทอ้ งถ่ินได้ดำเนนิ การพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติสระเก็บน้ำที่มีความจุไม่มากนั้น หนว่ ยงานระดบั ทอ้ งถ่ิน
หรือเกษตรกรเจ้าของพื้นที่สามารถดำเนินการได้เอง ตามรูปที่ 2.4.1-3 ได้แสดงตำแหน่งและพื้นที่ฝายเดิมไว้
ซึ่งเม่ือประเมินร่วมกับปริมาณน้ำในลำน้ำหน้าฝายของทางเลือกท่ี 1 (ปรับปรุงฝายน้ำล้นเดิม) จะมีปริมาตรน้ำเก็บกัก
รวมประมาณ 1 ล้าน ลบ.ม ส่วนการพัฒนาสระเก็บน้ำขนาดกลาง หรือให้มีความจุเก็บกัก มากกว่า 0.5 ล้าน ลบ.ม
ขึ้นไป มีข้อจำกัดที่สำคัญประการหนึ่งคือ ท่ีดินเพ่ือการก่อสร้างขุดสระเก็บน้ำ ซ่ึงต้องใช้ท่ีดิน ไม่น้อยกว่า 80-100 ไร่
จ าก กา รศึ กษ าแ ผ น ที่ ก ารใช้ ท่ี ดิ น เบ้ื อ งต้ น พ บ ว่ าใน พ้ื น ท่ี รับ ป ระ โย ช น์ ข อ งโค รงกา รไม่ มี ท่ี ส าธ า รณ ะ ข น าด ให ญ่
(รูปที่ 2.4.1-3) หรือท่ีว่างเปล่าพอเพียงต่อการดำเนินการ รวมทั้งจากผลการศึกษาเบ้ืองต้น พบว่า ปริมาณความต้องการ
น้ำด้านการเกษตรด้านอุปโภคบริโภคในพื้นท่ี รับประโยชน์มี ปริมาณมากกว่า 9 ล้าน ลบ.ม ทำให้ต้องรวบรวมท่ีดินเพื่อ
การก่อสร้างมากกว่าหนึ่งพันไร่ เพอื่ ให้สามารถขุดสระเก็บกักน้ำไดค้ วามจทุ ่ีตอ้ งการ ดังน้ันแนวทางในการพัฒนาโครงการ
ประเภทสระเกบ็ น้ำขนาดกลาง จงึ ไม่มีความเหมาะสมในการพัฒนาแหลง่ เก็บน้ำของพื้นทีร่ ับประโยชน์โครงการ
3) ทางเลือกท่ี 3 ทางเลือกการพัฒนาโครงการโดยการกอ่ สร้างอา่ งเกบน้ำพรอ้ มปรับปรงุ ฝายเดมิ
โดยการเสนอพัฒนาโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำ ร่วมกับการกระจายน้ำให้พน้ื ที่รบั ประโยชน์ตามแนวสอง
ฝ่ังลำน้ำเหมืองตะกั่วโดยฝายเดิมท่ีได้ก่อสร้างไว้แล้ว คือฝายทดน้ำคลองท่ายูง และฝายทดน้ำคลองบ้านใหม่ พร้อม
ปรบั ปรงุ ฝายทดน้ำข้างต้นให้สามารถกระจายน้ำให้พืน้ ท่ีรบั ประโยชน์ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยสามารถสง่ นำ้ ใหพ้ ้ืนท่ี
ชลประทานฤดูฝน 7,500 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 2,000 ไร่ ดังแสดงในรปู ที่ 2.4.1-4
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-58 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่ัว บทที่ 2
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ท่ี 2.4.1-3 แผนทแี่ สดง แหลง่ นำ้ สระสาธารณะ ในพ้ืนที่รบั ประโยชน์
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-59 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ที่ 2.4.1-4 ทางเลือกการพฒั นาโครงการ ทางเลอื กท่ี 3 กอ่ สร้างอา่ งเกบน้ำพร้อมปรบั ปรุงฝายเดิม
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-60 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมืองตะก่ัว บทที่ 2
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ได้ดำเนินการเปรียบเทียบข้อดขี ้อเสียของแนวทางเลือกขา้ งต้น โดยได้แสดงในตารางที่ 2.4.1-1 สรุปได้ว่า
แนวทางเลือกที่ 3 การพัฒนาโครงการประเภทอ่างเกบ็ น้ำพรอ้ มปรบั ปรุงระบบฝายทดน้ำเดิมมีความเหมาะสมมากกว่า
แนวทางเลือกอ่ืน ๆ เน่ืองจากอ่างเก็บน้ำสามารถเก็บกักปริมาณน้ำได้ตามความจุในปริมาณท่ีมาก และมีความม่ันคง
ยั่งยืนของปริมาณน้ำ ที่จะได้รับการควบคุมการจัดสรรน้ำได้อย่างแน่นอน ประกอบกับมีความต้องการของผู้ใช้น้ำและ
เกษตรกรในพื้นที่ให้ดำเนินการส่วนใหญ่อีกทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ทางกรมชลประทานยังเคยได้มีการศึกษา
และสารวจออกแบบไว้แล้ว จึงถอื วา่ มีความพร้อมมากกวา่ โครงการประเภทอนื่ ๆ
ตารางท่ี 2.4.1-1 สรปุ ขอ้ ดขี ้อเสียแนวทางเลือกการพัฒนาแหล่งน้ำของโครงการ
ประเดน 1. ปรับปรุงฝายเดมิ 2.ปรับปรุง กอ่ สรา้ ง 3.โครงการอา่ งเกบนำ้ ร่วมกบั
เปรียบเทียบ รว่ มกบั ก่อสรา้ งฝายใหม่ สระเกบน้ำ ปรบั ปรงุ ฝายน้ำลน้ เดิม
ความสามารถใน เกบ็ กักน้ำได้น้อย (ประมาณ เกบ็ นำ้ ไดน้ ้อย (ประมาณ เก็บกักนำ้ ได้
0.10 ลา้ น.ลบ.ม) 10.20 ล้าน ลบ.ม.
การเกบ็ กักน้ำ 0.35 ลา้ น.ลบ.ม)
ความม่ันคงย่ังยืน ไม่มีความม่นั คง ไม่มีความม่ันคงเน่ืองจาก มีความมน่ั คงยง่ั ยนื กวา่
ของปรมิ าณนำ้ เนื่องจากเก็บกกั น้ำไดน้ อ้ ย เกบ็ กกั น้ำได้น้อย
พน้ื ทีร่ ับประโยชน์ สามารถทดนำ้ เขา้ สพู่ ้ืนท่ี พน้ื ที่รับประโยชน์ ส า ม า ร ถ ท ด น้ ำ เข้ า สู่ พื้ น ที่
ชลประทาน ไดป้ ระมาณ ไดเ้ พยี งพืน้ ที่รอบ ๆ ชลประทาน ได้ประมาณ 7,500 ไร่
3,800 ไร่ ในฤดูฝนเทา่ นั้น สระนำ้ รวมประมาณ ในฤดูฝน และประมาณ 2,000 ไร่
2,000 ไร่ ในฤดแู ลง้
ความตอ้ งการของ มีความตอ้ งการรองลงมา มีความตอ้ งการน้อยที่สุด มคี วามต้องการ
ประชาชนในพืน้ ท่ี มากที่สดุ
2.4.2 การคดั เลอื กทีต่ ้ังหวั งานและความจอุ ่างเกบนำ้ ทีเ่ หมาะสม
2.4.2.1 เกณฑ์การจัดลำดับความสำคญั ในการคดั เลอื กที่ตั้งหัวงานและความจอุ า่ งเกบน้ำทเี่ หมาะสม
การเปรยี บเทียบท่ีต้ังหัวงานและความจุอ่างเก็บน้ำท่ีเหมาะสม ได้พิจารณาปจั จัยที่ส่งผลกระทบทง้ั ด้านบวกและ
ด้านลบต่อการพัฒนาโครงการ โดยกลุ่มปัจจัยที่สำคัญที่จะส่งผลต่อการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย กลุ่มปัจจัย
ด้านวิศวกรรม กลุ่มปัจจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม และกลุ่มปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์ โดยมีสัดส่วนของ
คะแนนในแตล่ ะกลุ่มปจั จัยเท่ากบั 30:50:20 ตามลำดับ โดยมปี ัจจยั และเกณฑก์ ารพจิ ารณาตวั คูณการให้คะแนน ดงั น้ี
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-61 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ปัจจัย เกณฑ์การพจิ ารณาตวั คูณ ตัวคูณ คะแนน
1. ด้านวิศวกรรม
1.1 ความจเุ กบกักน้ำ 1 15
ความจอุ ่างฯ มากกวา่ 10.00 ล้านลูกบาศก์เมตร 0.75
0.5
ความจอุ า่ งฯ 8.00 - 10.00 ล้านลกู บาศก์เมตร 0.25
ความจุอ่างฯ 6.00 - 8.00 ล้านลูกบาศก์เมตร
1 15
ความจุอ่างฯ น้อยกว่า 6.00 ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร 0.75
1.2 อัตราส่วนปริมาณนำ้ เกบกักต่อปริมาณนำ้ ไหลลงอา่ งฯ 0.5
อตั ราสว่ นมากกวา่ 1.00 0.25
อัตราสว่ นอย่รู ะหวา่ ง 0.81-1.00 - 30
อัตราส่วนอยู่ระหว่าง 0.60-0.80
1 10
อตั ราสว่ นน้อยกวา่ 0.60 0.75
คะแนนรวม 0.5
0.25
2. ดา้ นผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มและสงั คม
2.1 ผลกระทบต่อพ้ืนที่เขตรกั ษาพันธุ์สัตว์ปา่ 1 10
0.75
สญู เสยี พน้ื ท่ีนอ้ ยกวา่ 10 ไร่ 0.5
สญู เสยี พื้นที่ระหวา่ ง 10-20 ไร่ 0.25
สูญเสยี พื้นท่ีระหวา่ ง 21-30 ไร่
15
สูญเสยี พ้นื ที่มากกว่า 30 ไร่ 0.75
2.2 ผลกระทบต่อพน้ื ที่ปา่ เพอ่ื การอนุรักษ์ (ป่าโซน C) 0.5
0.25
สญู เสียพื้นที่นอ้ ยกว่า 100 ไร่
สูญเสยี พน้ื ทร่ี ะหว่าง 100-150 ไร่ - 25
สญู เสยี พน้ื ที่ระหว่าง 151-200 ไร่
1 10
สูญเสียพ้ืนทมี่ ากกว่า 200 ไร่ 0.75
2.3 ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศป่าไม้ 0.5
สญู เสยี พ้ืนท่ีน้อยกวา่ 100 ไร่ 0.25
สญู เสียพื้นทรี่ ะหวา่ ง 100-150 ไร่
สญู เสยี พน้ื ทร่ี ะหวา่ ง 151-200 ไร่ รายงานฉบับกลาง
สูญเสียพืน้ ท่ีมากกว่า 200 ไร่ (Interim Report)
คะแนนรวม
3.ดา้ นผลกระทบต่อสังคม
3.1 ผลกระทบต่อพ้นื ทีท่ ำกนิ ของราษฎร
พ้ืนท่ที ำกินถกู นำ้ ทว่ มน้อยกวา่ 300 ไร่
พื้นทีท่ ำกินถูกนำ้ ทว่ มระหว่าง 300 - 600 ไร่
พ้ืนที่ทำกินถูกน้ำทว่ มระหว่าง 601 - 900 ไร่
พน้ื ที่ทำกินถูกน้ำทว่ มมากกว่า 900 ไร่
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-62
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทที่ 2
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ปัจจยั เกณฑ์การพิจารณาตวั คูณ ตัวคูณ คะแนน
3.2 ผลกระทบตอ่ จำนวนครัวเรือนท่ถี กู น้ำทว่ ม
จำนวนครัวเรอื นได้รบั ผลกระทบนอ้ ยกวา่ 10 15
จำนวนครัวเรอื นไดร้ บั ผลกระทบระหวา่ ง 10-15 0.75
จำนวนครวั เรอื นได้รบั ผลกระทบระหว่าง 16-20 0.5
จำนวนครัวเรือนไดร้ บั ผลกระทบมากกวา่ 20 0.25
3.3 พ้ืนทรี่ ับประโยชน์
พ้นื ท่รี บั ประโยชนม์ ากกวา่ 7,000 ไร่ 1 10
พนื้ ทีร่ บั ประโยชนอ์ ยรู่ ะหว่าง 5,001 - 7,000 ไร่ 0.75
พ้ืนท่รี บั ประโยชนอ์ ยู่ระหวา่ ง 3,000 - 5,000 ไร่ 0.5
พ้นื ที่รับประโยชน์น้อยกว่า 3,000 ไร่ 0.25
คะแนนรวม - 25
4. ด้านเศรษฐศาสตร์
4.1 ค่าลงทุนโครงการ 18
ค่าลงทุนนอ้ ยกวา่ 400 ล้านบาท 0.75
ค่าลงทนุ ระหวา่ ง 400 - 700 ล้านบาท 0.5
ค่าลงทุนระหว่าง 701 - 800 ลา้ นบาท 0.25
ค่าลงทุนมากกว่า 800 ลา้ นบาท
4.2 คา่ ลงทุนตอ่ ปรมิ าตรเกบกัก 1 12
คา่ ลงทนุ นอ้ ยกวา่ 100 บาทตอ่ ลบ.ม 0.75
คา่ ลงทนุ ระหว่าง 101 - 125 บาทต่อ ลบ.ม 0.5
ค่าลงทนุ ระหว่าง 126 - 150 บาทต่อ ลบ.ม 0.25
คา่ ลงทุนมากกวา่ 150 บาทต่อ ลบ.ม
- 20
คะแนนรวม
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-63 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว บทท่ี 2
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
2.4.2.2 การกำหนดทางเลอื กทต่ี ง้ั หัวงานอ่างเกบนำ้
ผลการศึกษาจากรายงานการศึกษาวางโครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว โดยกรมชลประทาน (ปี พ.ศ.2552)
กำหนดท่ีตง้ั โครงการอยู่ท่ีบ้านเหมืองตะกัว่ หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ในการศึกษาทบทวน
ความเหมาะสมโครงการได้พิจารณาในทุกมิติ ซึ่งรวมถึงที่ต้ังของหัวงานและขนาดความจุอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม
โดยทำการเปรียบเทยี บทางเลือกไว้ 3 ทางเลือก ดงั น้ี
1) ทางเลอื กท่ี 1ท่ีตั้งหัวงานตั้งอยู่ที่พิกัดและแผนท่ีชุด L7018 โซน 47P ระวาง 5023 III พิกัด 618,859
E 796,159N ดังรูปที่ 2.4.2-1 ซึ่งจะเก็บกักน้ำที่ระดับเก็บกักปกติ +100.00 ม.รทก. ปริมาตรกักเก็บปกติ
5.51 ลา้ นลูกบาศก์เมตร ดังแสดงในรปู ท่ี 2.4.2-2 ถงึ รูปที่ 2.4.2-3
2) ทางเลือกท่ี 2 (ตำแหน่งที่ตั้งเดิมตามผลการศึกษาจากรายงานการศึกษาวางโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว
โดยกรมชลประทาน ปี พ.ศ.2552) โดยท่ีต้ังหัวงานต้ังอยู่ที่บ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
จังหวัดพัทลุง หรือที่พิกัดและแผนที่ชุด L7018 โซน 47P ระวาง 5023 III พิกัด 618,472E 795,885N ดังรูปท่ี 2.4.2-1
ซึ่งจะเก็บกักน้ำที่ระดับเก็บกักปกติ +110.00 ม.รทก. ปริมาตรกักเก็บปกติ 10.14 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังแสดงใน
รูปท่ี 2.4.2-4 ถงึ รูปที่ 2.4.2-5
3) ทางเลอื กท่ี 3 ที่ต้ังหัวงานตั้งอยู่ท่ีพิกัดและแผนที่ชุด L7018 โซน 47P ระวาง 5023 III พิกัด 617,140
E 795,515N ดังรูปที่ 2.4.2-1 ซึ่งจะเก็บกักน้ำท่ีระดับเก็บกักปกติ +200.00 ม.รทก. ปริมาตรกักเก็บปกติ
10.01 ล้านลกู บาศกเ์ มตร ดังแสดงในรปู ที่ 2.4.2-6 ถงึ รูปที่ 2.4.2-
ขอ้ มูลประกอบการพิจารณาได้ ดังแสดงในตารางที่ 2.4.2-1
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 2-64 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ูรป ่ีท 2.4.2-1 แสดงท่ี ้ตังหัวงาน ่อางเกบน้ำ 3 ทางเ ืลอก
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-65 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 2
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ที่ 2.4.2-2 ท่ีตัง้ หัวงานอา่ งเกบนำ้ ทางเลือกที่ 1
รูปท่ี 2.4.2-3 ท่ีตง้ั หัวงานอ่างเกบน้ำ ทางเลอื กท่ี 1
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-66 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ท่ี 2.4.2-4 ท่ีต้ังหัวงานอ่างเกบนำ้ ทางเลือกท่ี 2
รูปท่ี 2.4.2-5 ท่ีตั้งหวั งานอ่างเกบน้ำ ทางเลอื กที่ 2
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-67 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รูปที่ 2.4.2-6 ที่ตง้ั หัวงานอ่างเกบน้ำ ทางเลือกท่ี 3
รูปที่ 2.4.2- ที่ตัง้ หวั งานอา่ งเกบนำ้ ทางเลือกที่ 3
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-68 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางท่ี 2.4.2-1 ขอ้ มลู เปรยี บเทียบทางเลอื กที่ตั้งหัวงานอา่ งเกบน้ำ
ลกั ษณะทส่ี ำคัญ ทางเลือก 1 ทางเลือกท่ี ทางเลอื ก 3
+100 ม. +200 ม.
รทก. ทางเลือก 2 รทก.
+110 ม.
รทก.
1. ด้านวิศวกรรม
1. พื้นที่รบั นำ้ ฝน (ตร.กม.) 20.92 20.27 17.30
35.79 34.68 29.60
2. ปริมาณนำ้ ท่ารายปีเฉลี่ยทไ่ี หลลงอา่ งเกบ็ น้ำ (ล้าน ลบ.ม.) 5.51 10.14 10.01
+100.00 +110.00 +200.00
3. ความจอุ ่างเก็บน้ำทรี่ ะดบั เกบ็ กกั (ลา้ น ลบ.ม.) +101.50 +111.65 +201.50
+104.00 +114.00 +204.00
4. ระดบั นำ้ เกบ็ กกั ปกติ (ม.รทก.) 590.00 474.00 755.00
34.00 48.00 74.00
5. ระดบั น้ำสูงสุด (ม.รทก.) 0.15 0.29
0.29 0.55 0.31
6. ระดบั สันเข่ือน (ม.รทก.) 0.41 344 193
255 0.56 0.32
7. ความยาวสนั เขื่อน (ม.) 0.43 350 200
269
8. ความสูงเขอื่ นท่ีสูงทส่ี ดุ (ม.)
9. อตั ราส่วนความจุเก็บกกั ตอ่ ปริมาณนำ้ ทา่ รายปีเฉล่ีย
10. พนื้ ทผ่ี ิวอ่างเกบ็ นำ้ ท่รี ะดบั เกบ็ กัก (ตร.กม.)
(ไร่)
11. พ้นื ทผ่ี วิ อา่ งเก็บนำ้ ที่ระดบั น้ำสงู สุด (ตร.กม.)
(ไร่)
2. ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม
1. ผลกระทบต่อพืน้ ที่เขตรักษาพันธส์ุ ัตวป์ า่ (ไร่) 0.44 26 192
ไมม่ ี
2. ผลกระทบตอ่ พนื้ ทปี่ า่ เพ่ือการอนุรกั ษ์ (ปา่ โซน C) (ไร่) ผลกระทบ 16 186
-
3. ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศปา่ ไม้ (ไร)่ ไม่มี 357 193
ผลกระทบ ไมม่ ี ไมม่ ี
4. ผลกระทบต่อชน้ั คณุ ภาพลมุ่ น้ำชน้ั 1 (ไร)่ ผลกระทบ ผลกระทบ
3. ดา้ นผลกระทบต่อสงั คม (ไร)่ 202 246 0
3.1 ผลกระทบตอ่ พืน้ ท่ีทำกินของราษฎร (ครัวเรือน)
3.2 ผลกระทบตอ่ จำนวนครวั เรือนท่ถี กู น้ำท่วม (ไร่) 58 62 0
3.3 พ้นื ท่ีรับประโยชน์
6,615 12,256 12,256
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-69 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางท่ี 2.4.2-1 ข้อมลู เปรยี บเทียบทางเลอื กทต่ี ัง้ หวั งานอ่างเกบน้ำ (ต่อ)
ลักษณะทสี่ ำคญั ทางเลือก 1 ทางเลือกที่ ทางเลือก 3
+100 ม. +200 ม.
4. ด้านเศรษฐศาสตร์ รทก. ทางเลือก 2 รทก.
4.1 ค่าลงทนุ กอ่ สร้างเข่ือนและอาคารประกอบ (ลา้ นบาท) +110 ม.
4.2 ค่าลงทนุ ต่อปริมาตรน้ำเก็บกัก (บาท/ลบ.ม.) รทก.
617 700 1,719
112 69 172
ผลการให้คะแนนปัจจัยต่าง ๆ ในทุกทางเลือกดังแสดงในตารางที่ 2.4.2-2 สรุปได้ว่าทางเลือกที่ 2
มีความเหมาะสมที่สุดโดยท่ีต้ังหัวงานตั้งอยู่ท่ีบ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
หรือท่พี กิ ดั และแผนท่ชี ดุ L7018 โซน 47P ระวาง 5023 III พกิ ัด 618,472E 795,885N
ตารางท่ี 2.4.2-2 วเิ คราะห์เปรียบเทียบทางเลือกท่ีต้ังเข่ือน
ปัจจัย ทางเลือก 1 ทางเลือก ทต่ี ้ังหัวงาน ทางเลือก 3
คา่ ตัวคูณ คะแนน ทางเลือก 2 คา่ ตวั คูณ คะแนน
1. ด้านวิศวกรรม
1.1 ความจุเก็บกักน้า คา่ ตัวคูณ คะแนน
1.2 อัตราส่วนปริมาณน้าเก็บกักต่อปริมาณน้าไหลลงอ่างฯ
2. ดา้ นผลกระทบส่ิงแวดล้อม 5.51 0.25 3.75 10.14 1.00 15.00 10.01 1.00 15.00
2.1 ผลกระทบต่อพ้นื ทเี่ ขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า 0.15 0.25 3.75 0.29 0.25 3.75 0.34 0.25 3.75
2.2 ผลกระทบต่อพน้ื ทป่ี ่าเพ่อื การอนุรักษ์ (ป่าโซน C)
2.3 ผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ 0.44 1.00 10.00 26.00 0.50 5.00 192.00 0.25 2.50
3. ดา้ นผลกระทบต่อสังคม - 1.00 10.00 16.00 1.00 10.00 186.00 0.50 5.00
3.1 ผลกระทบต่อพน้ื ที่ท้ากินของราษฎร - 1.00 5.00 357.00 0.25 1.25 193.00 0.50 2.50
3.2 ผลกระทบต่อจ้านวนครัวเรือนทถ่ี ูกน้าท่วม
3.3 พ้ืนทร่ี ับประโยชน์ 202.00 1.00 10.00 246.00 1.00 10.00 - 1.00 10.00
4. ด้านเศรษฐศาสตร์ 58.00 1.00 5.00
4.1 ค่าลงทุนโครงการ 6,615.00 0.25 1.25 62.00 0.25 1.25 - 1.00 10.00
4.2 อัตราส่วนค่าลงทุนต่อปริมาตรเก็บกักน้า
0.75 7.50 12,256.00 1.00 10.00 12,256.00
รวม
617.00 0.75 6.00 700.00 0.75 6.00 1,719.00 0.25 2.00
112.0 0.75 9.00
69 1.00 12.00 172 0.25 3.00
66.25 74.25 58.75
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-70 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมืองตะก่ัว บทท่ี 2
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
2.4.2.3 การกำหนดทางเลอื กระดบั เกบกกั
ในการศึกษาทบทวนความเหมาะสมโครงการได้พิจารณาในทุกมิติ ซึ่งรวมถึงความจุอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสม
โดยทำการเปรียบเทยี บทางเลอื กไว้ 3 ทางเลือก ดงั น้ี
1) ทางเลอื กที่ 1 กำหนดที่ต้ังหัวงานอ่างเก็บน้ำตามทางเลือกที่ 2 ของทางเลือกที่ตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำ โดย
ที่ตั้งหัวงานอยู่ท่ีบ้านเหมืองตะก่ัว หมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง หรือที่พิกัดและแผนที่ชุด
L7018 โซน 47P ระวาง 5023 III พิกัด 618,859E 795,885N แต่ลดระดับเก็บกักประมาณร้อยละ 10 ลงมาอยู่ที่
ระดบั เกบ็ กกั ปกติ +105.00 ม.รทก. (รูปที่ 2.4.2- ถงึ รปู ที่ 2.4.2-9)
2) ทางเลือกที่ 2 กำหนดท่ีตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำตามทางเลือกที่ 2 ของทางเลือกที่ตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำ
(ที่ต้ังและระดับเก็บกักเดิมตามผลการศึกษาจากรายงานการศึกษาวางโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว โดย
กรมชลประทาน ปี พ.ศ.2552) ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำท่ีระดับเก็บกักปกติ +110.00 ม.รทก. (รูปที่ 2.4.2-10 ถึง
รูปที่ 2.4.2-11)
3) ทางเลือกท่ี 3 กำหนดท่ีตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำตามทางเลือกท่ี 2 ของทางเลือกท่ีตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำ
เชน่ เดยี วกบั ทางเลือกระดับเก็บกักทางเลือกที่ 2 แต่เพ่มิ ระดบั เกบ็ กกั ประมาณร้อยละ 10 ข้ึนมาอยทู่ ่รี ะดับเก็บกักปกติ
+115.00 ม.รทก. (รูปท่ี 2.4.2-12 ถึง รปู ที่ 2.4.2-13)
ข้อมลู ประกอบการพจิ ารณาได้ ดงั แสดงในตารางท่ี 2.4.2-3
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-71 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมืองตะก่ัว บทท่ี 2
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ที่ 2.4.2- ระดับเกบกัก ทางเลอื กที่ 1
รปู ท่ี 2.4.2-9 ระดับเกบกัก ทางเลือกท่ี 1
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-72 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ นำ้ เหมืองตะก่ัว บทท่ี 2
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ท่ี 2.4.2-10 ระดบั เกบกกั ทางเลือกที่ 2
รูปท่ี 2.4.2-11 ระดับเกบกกั ทางเลอื กที่ 2
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-73 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
รูปที่ 2.4.2-12 ระดบั เกบกัก ทางเลือกที่ 3
รูปที่ 2.4.2-13 ระดับเกบกัก ทางเลือกท่ี 3
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-74 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 2
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางท่ี 2.4.2-3 ขอ้ มูลเปรยี บเทียบระดับเกบกักทเ่ี หมาะสม
ขอ้ มูลท่ใี ช้เปรยี บเทยี บ ทางเลือก 1 ทางเลอื กที่ ทางเลือก 3
+105 ม. ทางเลอื ก 2 +115 ม.
1. ด้านวิศวกรรม รทก. +110 ม. รทก.
1. พน้ื ที่รับน้ำฝน
2. ปริมาณนำ้ ท่ารายปเี ฉล่ียทไ่ี หลลงอ่างเกบ็ นำ้ รทก.
3. ความจอุ า่ งเก็บน้ำทร่ี ะดบั เก็บกกั
4. ระดบั นำ้ เก็บกกั ปกติ (ตร.กม.) 20.27 20.27 20.27
5. ระดับนำ้ สูงสุด (ล้าน ลบ.ม.) 34.68 34.68 34.68
6. ระดับสนั เข่ือน (ล้าน ลบ.ม.) 7.03 10.14 12.40
7. ความยาวสนั เขอื่ น (ม.รทก.) +105.00 +110.00 +115.00
8. ความสูงเขอื่ นทสี่ ูงท่ีสดุ (ม.รทก.) +106.50 +111.65 +116.50
9. อตั ราสว่ นความจุเก็บกักต่อปรมิ าณน้ำท่ารายปเี ฉลยี่ (ม.รทก.) +109.00 +114.00 +119.00
10. พน้ื ทีผ่ ิวอา่ งเกบ็ นำ้ ท่รี ะดบั เกบ็ กกั (ม.) 460.00 474.00 524.00
(ม.) 43.00 48.00 53.00
11. พนื้ ทผี่ วิ อ่างเกบ็ น้ำท่ีระดบั น้ำสงู สดุ 0.20 0.29 0.36
(ตร.กม.) 0.47 0.55 0.62
2. ด้านผลกระทบสิง่ แวดล้อม (ไร่) 294 344 388
1. ผลกระทบตอ่ พื้นทเ่ี ขตรกั ษาพนั ธ์ุสัตวป์ ่า (ตร.กม.) 0.49 0.56 0.64
2. ผลกระทบตอ่ พน้ื ทป่ี า่ เพ่ือการอนุรักษ์ (ปา่ โซน C) (ไร่) 306 350 400
3. ผลกระทบต่อระบบนเิ วศปา่ ไม้
(ไร)่ 51 26 13
4. ผลกระทบตอ่ ชั้นคณุ ภาพลมุ่ นำ้ ชั้น 1
3. ด้านผลกระทบตอ่ สังคม (ไร่) 32 16 6
3.1 ผลกระทบต่อพืน้ ทกี่ ารเกษตรของราษฎร
3.2 ผลกระทบตอ่ จำนวนครวั เรือนที่ถูกนำ้ ทว่ ม (ไร่) - - -
3.3 พ้ืนทรี่ บั ประโยชน์ (ไร่) ไมม่ ี ไม่มี ไมม่ ี
(ไร่) ผลกระทบ ผลกระทบ ผลกระทบ
(ไร)่ 6 16 32
(ครัวเรือน) 13 26 51
8,440 12,256 12,256
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 2-75 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมืองตะกั่ว บทท่ี 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
ตารางที่ 2.4.2-3 ขอ้ มูลเปรียบเทียบระดับเกบกกั ท่ีเหมาะสม (ตอ่ )
ข้อมลู ท่ใี ช้เปรยี บเทยี บ (ล้านบาท) ทางเลอื ก 1 ทางเลือกที่ ทางเลือก 3
+105 ม. ทางเลือก 2 +115 ม.
4. ด้านเศรษฐศาสตร์ รทก. +110 ม. รทก.
4.1 คา่ ลงทุนกอ่ สร้างเขอื่ นและอาคารประกอบ
4.2 ค่าลงทุนตอ่ ปรมิ าตรนำ้ เก็บกกั (บาท/ลบ.ม.) 608.6 รทก. 854.4
86.6 68.9
700
69
ผลการใหค้ ะแนนปจั จัยต่าง ๆ ในทุกทางเลอื กดงั แสดงในตารางที่ 2.4.2-4 สรปุ ไดว้ า่ ทางเลือกท่ี 2 เก็บกักน้ำ
ที่ระดับ +110.00 ม.รทก. มีความจุเหมาะสมที่สดุ
ตารางท่ี 2.4.2-4 การวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบทางเลือกระดบั เกกกักที่เหมาะสม
ปัจจัย ทางเลือก 1 ทางเลือก ระดับเก็บกัก ทางเลือก 3
คา่ ตัวคณู คะแนน ทางเลือก 2 คา่ ตัวคูณ คะแนน
1. ดา้ นวิศวกรรม
1.1 ความจุเก็บกักน้า ค่า ตวั คณู คะแนน
1.2 อัตราส่วนปริมาณน้าเก็บกักต่อปริมาณน้าไหลลงอ่างฯ
2. ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม 7.03 0.50 7.50 10.14 1.00 15.00 12.40 1.00 15.00
2.1 ผลกระทบต่อพ้นื ทเ่ี ขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า 0.20 0.25 3.75 0.29 0.25 3.75 0.36 0.25 3.75
2.2 ผลกระทบต่อพืน้ ท่ปี ่าเพือ่ การอนุรักษ์ (ป่าโซน C)
2.3 ผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ 51.00 0.25 2.50 26.00 0.50 5.00 13.00 0.75 7.50
3. ดา้ นผลกระทบต่อสังคม 32.00 1.00 10.00 16.00 1.00 10.00 6.00 1.00 10.00
3.1 ผลกระทบต่อพื้นทที่ ้ากินของราษฎร - 1.00 5.00
3.2 ผลกระทบต่อจ้านวนครัวเรือนทถี่ ูกน้าท่วม - 1.00 5.00 - 1.00 5.00
3.3 พืน้ ทีร่ ับประโยชน์
4. ดา้ นเศรษฐศาสตร์ 6.00 1.00 10.00 16.00 1.00 10.00 32.00 1.00 10.00
4.1 ค่าลงทุนโครงการ 13.00 0.25 1.25
4.2 อัตราส่วนค่าลงทุนต่อปริมาตรเก็บกักน้า 8,440.00 0.75 3.75 26.00 0.25 1.25 51.00 1.00 10.00
1.00 10.00 12,256.00 1.00 10.00 12,256.00
608.00 0.75 6.00 700.00 0.75 6.00 854.00 0.25 2.00
86.60 1.00 12.00 69.00 1.00 12.00 68.90 1.00 12.00
รวม 70.50 78.00 76.50
2.4.3 การกำหนดทางเลอื กชนดิ เขือ่ นทเ่ี หมาะสม
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-76 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 2
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
หลังจากได้ทำการศึกษาท่ีต้ังหัวงานโครงการท่ีเหมาะสมแล้วในลำดับต่อไปท่ีปรึกษาจะได้พิ จารณาถึงความ
เหมาะสมของชนิดเขือ่ นท่ีเหมาะสม โดยนำขอ้ มูลซึง่ เกยี่ วขอ้ งกับลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ลกั ษณะทางธรณีวทิ ยาและฐานราก
ประกอบกับแหล่งวัสดุก่อสร้างมาพิจารณาประกอบกัน เพ่ือให้ได้หัวงานเขื่อนซึ่งมีความประหยัดและปลอดภัย ดังน้ัน
เข่อื นท่ไี ดน้ ำมาพิจารณาเปรยี บเทียบจะประกอบด้วยหัวงานเขอื่ น 3 ทางเลอื ก คอื
1) ทางเลอื กท่ี 1 เขอื่ นดิน
2) ทางเลอื กที่ 2 เขอ่ื นหินทิง้ แกนดนิ เหนยี ว
3) ทางเลอื กท่ี 3 เขื่อนคอนกรตี บดอดั (Roller Compacted Concrete, RCC)
โดยมรี ายละเอียดและรูปรา่ งลกั ษณะโดยท่ัวไปของเขือ่ นแตล่ ะชนดิ ดังตอ่ ไปน้ี
1) เขื่อนดิน เข่ือนดินเป็นเข่ือนท่ีใช้วัสดุในการก่อสร้างปริมาตรค่อนขา้ งสูงมาก ดังนัน้ ในพ้ืนที่โครงการ หรือ
บริเวณใกล้เคียงจะต้องมแี หล่งดนิ จำนวนมากพอ และมีดนิ ส่วนท่ีมีคุณสมบตั ิทึบน้ำ (Impervious) ทีจ่ ะนำมาก่อสร้าง
แกนเข่ือน และส่วน Semi-Pervious สำหรับทำ Filter ด้วย สำหรบั ฐานรากของเขื่อนดินไม่จำเป็นต้องมีค่า Bearing
Capacity สูงมาก ทั้งนี้ เพราะ เข่ือนดินมีพน้ื ท่สี ่วนที่มีขนาดใหญ่ ทำให้มีความดันทกี่ ระทำต่อฐานรากคอ่ นขา้ งต่ำ และ
การทรุดตัวของฐานรากก็ไม่ใช่ตัวการที่ก่อให้เกิดปัญหาสำหรับตัวเขื่อน ดังแสดงลักษณะรูปร่างทั่วไป (Typical Section)
ของเขื่อนดินดงั แสดงในรูปที่ 2.4.3-1
2) เขื่อนหินท้ิงแกนดินเหนียว เข่ือนหินจะใช้วัสดุในการก่อสร้างน้อยกว่าเขื่อนดิน อย่างไรก็ตาม จะต้องมี
แหลง่ หนิ ในพ้นื ท่ีหรือบรเิ วณใกล้เคียงจำนวนมาก รวมถึงวสั ดุทึบน้ำ (Impervious/สำหรบั ทำแกนเขือ่ นด้วย) และวสั ดุ
สำหรับ Filter ด้วย ส่วนปัญหาเรื่องฐานรากนั้น ถึงแม้ว่าเขื่อนหินจะมีความดันกระทำต่อฐานรากมากกว่าเข่ือนดิน
ก็ตามแต่โดยทั่วไปค่าความสามารถในการรับน้ำหนักของฐานรากและการทรุดตัวก็ไม่ใช่ปัญหาหลักการของเข่ือนหิน
แกนดนิ เหนยี ว ดงั แสดงลักษณะโดยทั่วไปของเขอื่ นหนิ ทิ้งแกนดินเหนยี วดงั แสดงในรปู ท่ี 2.4.3-2
3) เขื่อนคอนกรีตบดอัด (Roller Compacted Concrete, RCC) เข่ือนคอนกรีตบดอัด (RCC) เป็นเขื่อน
ประเภทท่ีค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ได้ถูกนำมาก่อสร้างเป็นองค์ประกอบบางส่วนของเขื่อนปากมูล เป็น
แห่งแรกเมื่อปี 2536 อย่างไรก็ตามเข่ือนประเภทนี้ได้เริ่มใช้ในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2523 และมีการนำมาใช้ในการ
ก่อสร้างเขื่อนเพ่ิมจำนวนมากข้ึน มีอัตราการขยายตัวในประเทศต่างๆ ท่ีรวดเร็วมาก (รูปที่ 2.4.3-3) แสดงลักษณะ
รูปร่างทว่ั ไปของเข่ือน RCC
สำหรับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเขื่อน RCC น้ัน นอกจากหิน กรวด ทราย และ ซีเมนต์ เช่นเดียวกันกับท่ีใช้
ในการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตท่ัวไปแล้ว เขื่อน RCC ยังต้องการสาร Pozzolan เช่น ข้ีเถ้าลอย (Fly Ash) ประมาณ
120-150 กิโลกรมั ตอ่ ปรมิ าตรคอนกรีต 1 ลกู บาศก์เมตร ดว้ ย
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-77 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่ัว บทท่ี 2
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
รูปที่ 2.4.3-1 ลักษณะทั่วไปของเขื่อนดนิ
รูปที่ 2.4.3-2 ลกั ษณะท่วั ไปของเข่อื นหนิ แกนดนิ เหนยี ว
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-78 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 2
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
รปู ที่ 2.4.3-3 ลักษณะทว่ั ไปของเขอื่ นคอนกรีตบดอดั (RCC)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-79 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 2
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศึกษาทบทวนความเหมาะสม
โดยในการออกแบบเบอ้ื งตน้ เพอ่ื เปรียบเทียบและคัดเลือกรูปแบบเขอ่ื นทเ่ี หมาะสม จะพิจารณาออกแบบให้
รองรับการเกดิ แผ่นดนิ ไหวท่ี 0.050 g
ขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณาเพอ่ื คดั เลือกรูปแบบเข่ือนท่ีมคี วามเหมาะสม แสดงดงั ตารางท่ี 2.4.3-1
ตารางที่ 2.4.3-1 ขอ้ มูลเปรียบเทียบทางเลือกชนดิ เขอื่ นท่ีเหมาะสม
รายการ หน่วย ทางเลอื กที่ 1 ทางเลือกชนิดเขื่อน ทางเลอื กที่ 3
(เข่อื นดิน) ทางเลือกที่ 2 (เขอ่ื นคอนกรตี บดอดั )
1. ลกั ษณะอ่างเกบนำ้ ม. รทก. (เขอ่ื นหินทง้ิ แกนดินเหนยี ว)
- ระดบั ท้องนำ้ ม. รทก. เขื่อนดิน เข่อื นคอนกรีตบดอัด
- ระดับน้ำต่ำสดุ ม. รทก. 10.00 +66.00 10.00
- ระดบั นำ้ เก็บกกั ม. รทก. 474.00 +75.00 474.00
- ระดบั น้ำสงู สุด ม. รทก. 48.00 +110.00 48.00
- ระดบั สันเขอ่ื น ลา้ น ลบ.ม. 1,368,283 +111.65 -
- ความจุท่รี ะดับนำ้ ตำ่ สุด ล้าน ลบ.ม. +114.00 -
- ความจุท่ีระดับน้ำเก็บกกั ล้าน ลบ.ม. - 0.20 267,168
- ความจใุ ชก้ าร - 10.14
- พ้นื ที่นำ้ ท่วมทรี่ ะดบั นำ้ เก็บกกั ไร่ 9.94 695.00
- พืน้ ทน่ี ้ำทว่ มทรี่ ะดับนำ้ สูงสุด ไร่ 465.00 344
2. ลักษณะตัวเขอ่ื น 350
- ชนิดเขอ่ื น -
- ความกวา้ งสันเข่อื น ม. เขื่อนหินท้งิ แกนดนิ เหนียว
- ความยาวสนั เข่ือน ม. 10.00
- ความสูงเขอื่ นทสี่ งู ท่ีสุด ม. 474.00
3. ปรมิ าณวัสดุที่ใช้ในการกอ่ สรา้ ง 48.00
- ดนิ ถม ลบ.ม.
- หิน ลบ.ม. 372,934
- คอนกรีต ลบ.ม. 485,125
4. พนื้ ที่ชลประทาน
- ฤดูฝน ไร่ -
- ฤดแู ลง้ ไร่
5. ราคาคา่ ก่อสรา้ ง (ไม่รวมคา่ ชดเชยท่ีดนิ และทรัพยส์ ิน) 7,500
- เขอ่ื นและอาคารประกอบ ล้านบาท 2,000
515.00
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 2-80 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะกั่ว บทท่ี 2
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
สำหรบั เกณฑก์ ารคดั เลอื กรปู แบบเขือ่ นท่ีเหมาะสม จะพิจารณาจากการเปรยี บเทยี บขอ้ ดี-ข้อเสยี ในเชงิ
วศิ วกรรม ประกอบดว้ ย ความเสยี่ งตอ่ การพิบตั ขิ องเข่อื นหากเกดิ แผ่นดนิ ไหว ปริมาณวสั ดกุ ่อสร้างทีต่ ้องใชค้ วาม
เหมาะสมของพื้นท่กี อ่ สรา้ ง ความแข็งแรงและความยากงา่ ยในการกอ่ สรา้ งของรปู แบบเขือ่ นแตล่ ะประเภท
การเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสยี ของทางเลือกชนิดเขื่อนท่เี หมาะสม สรุปไดด้ งั แสดงในตารางที่ 2.4.3-2
ตารางที่ 2.4.3-2 การเปรยี บเทียบข้อดีและขอ้ เสยี ของรูปแบบเขอื่ นแต่ละประเภท
ทางเลอื ก ขอ้ ดี ขอ้ เสยี
1. เขื่อนดิน - ราคาค่าก่อสรา้ งถูกท่ีสุด - ใช้พน้ื ทใี่ นการก่อสรา้ งมาก
- การก่อสรา้ งงา่ ยทีส่ ุด - ตอ้ งใช้ปรมิ าณดินในการก่อสร้างมาก (ปริมาตรเขอื่ นมากที่สุด)
2. เขอ่ื นหนิ ทิ้ง - การบำรงุ รกั ษาง่ายและค่าใชจ้ า่ ยในการ
แกนดนิ ซงึ่ กรณีแหลง่ วสั ดุดินในอา่ งเกบ็ น้ำมีปริมาณไม่เพยี งพอ ตอ้ งใช้
เหนียว บำรงุ รักษาต่ำ ดินนอกอ่างซงึ่ จะกระทบกับที่ทำกนิ ของราษฎร
- เหมาะกับพ้ืนที่ท่เี สี่ยงตอ่ การเกดิ
3. เขื่อนคอนกรีต - วสั ดหุ ินที่ตอ้ งใชใ้ นการก่อสรา้ ง ซง่ึ ต้องใช้ประมาณร้อยละ 60
บดอัด (RCC) แผ่นดนิ ไหวปานกลาง ของปรมิ าตรเข่อื น
- เหมาะสำหรับพนื้ ที่ทีม่ ีความเสย่ี งตอ่ การ อาจไมเ่ พยี งพอต่อการก่อสรา้ งและต้องหาจากแหล่งอน่ื ๆ
ขา้ งเคียง
เกิดแผ่นดินไหวมาก
- ปริมาณวัสดทุ ีใ่ ชใ้ นการกอ่ สรา้ ง - เสียค่าขนส่งแหล่งวัสดุหนิ มาจากแหล่งอนื่ ๆ
- สภาพธรณฐี านรากโครงการมีหินผุค่อนขา้ งลกึ จำเปน็ ตอ้ งขุด
(ปรมิ าตรเขอื่ น) นอ้ ยกวา่ เขอ่ื นดิน
- ระยะเวลากอ่ สร้างเรว็ กวา่ เขื่อนดนิ เปดิ ถึงหน้าหินด้านลา่ งทำให้คา่ ก่อสร้าง และปรบั ปรงุ ฐานราก
- ใช้พ้นื ท่ีในการกอ่ สรา้ งนอ้ ยท่ีสุด ค่อนข้างสงู กว่าทางเลือกอื่น
- ปริมาณวัสดุที่ใช้ในการกอ่ สร้างนอ้ ยที่สุด - ผู้ก่อสร้างต้องมคี วามชำนาญในการก่อสร้างและการทดสอบ
วสั ดตุ ้องมกี ารควบคุมอยา่ งใกล้ชดิ
(ปรมิ าตรเข่ือน) - จะต้องก่อสร้างตดิ ตอ่ กันจนเสรจ็
- ใช้ระยะเวลาในการกอ่ สร้างนอ้ ยท่ีสดุ - ราคาค่ากอ่ สรา้ งสูง
- อาคารระบายนำ้ ลน้ อาคารทอ่ ส่งนำ้ จะ - ไมเ่ หมาะกบั พื้นท่ีที่เสย่ี งตอ่ การเกิดแผน่ ดินไหวรุนแรง
-แหล่งวัสดเุ พอื่ การก่อสร้างค่อนช้างไกล จากทตี่ ้งั หัวงาน
อยู่ในตวั เขื่อนไมต่ ้องออกแบบแยก
- มคี วามแข็งแรงตอ่ การกดั เซาะของน้ำ
จากการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของรูปแบบเขื่อนแต่ละประเภทและข้อมูลเปรียบเทียบทางเลือกชนิด
เข่ือนทีเ่ หมาะสม สรปุ ได้ว่าทางเลือกท่ี 1 เขือ่ นดิน เป็นทางเลือกชนิดเขอ่ื นท่ีมีความเหมาะสมเนื่องจาก วัสดทุ ใี่ ชใ้ นการ
ก่อสร้างท้ังชนิดและปริมาณจากบ่อยืมดินที่ได้มีการสำรวจไว้มีความเหมาะสมกับเขื่อนดิน อีกทั้งราคาค่าก่อสร้างถูก
ท่ีสดุ การก่อสร้างง่ายท่ีสดุ การบำรงุ รักษางา่ ยและค่าใชจ้ า่ ยในการบำรุงรกั ษาตำ่
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 2-81 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)