โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
รวบรวมและศกึ ษาข้อมูลทุติยภมู ิที่เก่ียวขอ้ ง รวบรวมและศึกษาขอ้ มลู ลกั ษณะ
โครงการฯ
สำรวจภาคสนามบรเิ วณพ้ืนท่ีโครงการ และบริเวณใกลเ้ คียง
- คณุ ภาพน้ำผิวดิน (ฤดฝู นและฤดูแล้ง 4 สถานี)
- นิเวศวทิ ยาทางน้ำ (ฤดฝู นและฤดแู ล้ง 4 สถานี)
- คุณภาพน้ำใต้ดนิ (ฤดูฝนและฤดแู ลง้ 3 สถาน)ี
- ทรพั ยากรป่าไม้
- ทรัพยากรสตั ว์ปา่ (ฤดูฝนและฤดูแลง้ 2 ครั้ง)
- สภาพเศรษฐกิจ-สงั คม
- ทรพั ยากรดนิ
- แหลง่ แร่
- โบราณสถาน
- การชดเชยทีด่ ิน/ทรัพยส์ นิ
- สาธารณสุข (สำรวจสุขภาพ)
ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ และจดั เตรยี ม
มาตรการปอ้ งกันแกไ้ ขและลดผลกระทบส่ิงแวดลอ้ ม
และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิง่ แวดล้อม
การจัดทำรา่ งรายงาน IEE
การจดั ทำรายงาน IEE
รปู ที่ 3.3-1 ข้ันตอนการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-10 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
ตารางที่ 3.3-2 แผนการขอเ ้ขา ึศกษาวิ ัจยในพื้น ่ทีป่าสงวนแ ่หงชาติป่าเขา ัจนท ์รและป่าเทือกเขาบรร ัทด
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-11 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
ตารางท่ี 3.3-3 แผนการขอเ ้ขาศึกษาวิ ัจยในพื้น ่ีทป่าสงวนแห่งชาติและเขตรักษา ัพน ์ธุ ัสต ์ว ่ปา จากห ่นวยงาน ัรบผิดชอบ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-12 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
3.4 การศึกษาทรัพยากรทางกายภาพ
3.4.1 สภาพภมู ปิ ระเทศ
จากข้อมลู แผนท่ีแสดงระดับชั้นความสูงบริเวณพ้ืนที่ศึกษาดังแสดงในรูปท่ี 3.4.1-1 พ้ืนที่ทางตอนเหนือเป็น
พ้ืนที่ชุ่มน้ำ ขนาดใหญ่เรียกว่า “พรุควนเคร็ง” มีพื้นที่ประมาณ 125 ตารางกิโลเมตร (รวมทะเลน้อย) ในพรุควนเคร็ง
มีทะเลสาบน้ำจืดขนาดเล็กเรียกว่า “ทะเลน้อย” ขนาดประมาณ 27 ตารางกิโลเมตร ส่วนทางตะวันออกเป็นท่ีราบ
ชายฝงั่ ทะเลตดิ กับอ่าวไทย ทิศตะวนั ตกของล่มุ น้ำทะเลสาบสงขลา มีเทอื กเขาบรรทัดเป็นสนั ปนั น้ำ ทอดตวั ยาวในแนว
เหนือ-ใต้ ความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (Mean sea level) ลดระดับลงไปทาง
ทิศตะวันออกจนจรดทะเลสาบ ส่วนทางด้านทิศใต้เป็นส่วนหน่ึงของแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี เทือกเขาทั้งสองน้ี
ปกคลุมไปด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำนี้ถัดจากพ้ืนที่ภูเขาลงมาทางด้านตะวันออกเป็นท่ีราบสลับ
เนินเขาเต้ียๆ เริ่มต้ังแต่ตอนเหนือขนานกับแนวเทือกเขาบรรทัด ไปจนถึงตอนใต้ของพ้ืนท่ีลุ่มน้ำถัดลงมาอีก
จะเป็นที่ราบขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวทะเลสาบ พ้ืนที่น้ีเกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำที่รับน้ำจากพื้นท่ีภูเขาแล้ว
ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา
สำหรับบริเวณพ้นื ทีร่ บั ประโยชน์ อยู่ในพน้ื ที่ทะเลหลวง มีทงั้ ลกั ษณะเป็นที่ราบค่อนข้างสูง เป็นลูกคลืน่ ซ่ึงอยู่
ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของพื้นท่ี เป็นเขตเทือกเขาบรรทัด และที่ลาดต่ำ ลงมาทางทิศตะวันออก มีระดับความสูง
ประมาณ -2.00 ม.รทก. ถึง +450.00 ม.รทก. ซ่ึงบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญหลายสาย ได้แก่ คลองใหญ่
คลองท่าเขียด คลองบงั พรวน คลองญวน คลองเหมอื งตะกว่ั และคลองตอ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-13 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
รปู ท่ี 3.4.1-1 สภาพภมู ิประเทศบริเวณพน้ื ท่ศี ึกษา (เปลีย่ น พท เปน็ 12,256 ไร)่
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-14 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
3.4.2 สภาพภมู ิอากาศ/อุตนุ ิยมวทิ ยา
การศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา เพื่อให้ทราบถึงสภาพภูมิอากาศโดยท่ัวไปของพ้ืนท่ีโครงการ
การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ศึกษาและวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำท่า ปริมาณน้ำหลาก และปริมาณตะกอน
ของโครงการ เพ่ือนำไปใช้ในการศึกษาวิเคราะห์ด้านระบายน้ำและอุทกภัย การศึกษาแนวทางการเพิ่มปริมาณ
น้ำตน้ ทนุ และบรรเทาปัญหาภยั แลง้ และการศึกษาด้านการบรหิ ารจัดการนำ้ โดยมหี ัวขอ้ การศึกษา ดังน้ี
1.สภาพภมู อิ ากาศ
1) การรวบรวมและทบทวนข้อมูล
การศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศได้ทำการรวบรวมข้อมูลภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาท่ีต้ังอยู่ใกล้เคียง
บริเวณพนื้ ท่ศี ึกษา ได้แก่ สถานีตรวจวัดภูมิอากาศอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และสถานีตรวจวัดภูมอิ ากาศอำเภอเมือง
จังหวัดสงขลา โดยมีช่วงปีสถิติข้อมูลท่ีบันทึกปี พ.ศ. 2549-2562 ดังแสดงในตารางท่ี3.4.2-1 ถึง 3.4.2-2
ค่าเฉลีย่ รายปี และช่วงพิสัยของคา่ เฉลีย่ รายเดอื นของตวั แปรภมู ิอากาศบริเวณพนื้ ทโี่ ครงการ แสดงไดด้ งั นี้
ตัวแปรภมู อิ ากาศ ค่าเฉล่ีย ชว่ งพิสยั ของค่าเฉลยี่
รายปี รายเดือน
อณุ หภูมิ (องศาเซลเซยี ส) 27.85 26.6 (ธ.ค.) - 29.0 (พ.ค.)
ความชื้นสัมพัทธ์ (ร้อยละ) 80.15 76.0 (ก.พ., มิ.ย.-ส.ค.) - 88.0 (พ.ย.)
2.70
ความเรว็ ลม (นอต) 6.45 1.5 (พ.ย.) - 4.8 (ม.ค.)
ความครมึ้ ของเมฆ (0-10) 1,484.15 4.6 (ก.พ.) - 7.4 (ต.ค.-พ.ย.)
ปรมิ าณการระเหยจากถาด (มม.) 68.3 (พ.ย.) - 173.0 (ม.ี ค.)
2) การวเิ คราะหข์ ้อมลู ภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมท่ีพัดประจำเป็นฤดูกาล 2 ชนิดคือ ฤดูหนาว
จะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือซ่ึงเป็นลมที่มีความเย็นและแห้งจากประเทศจีน พัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้
ภาคต่าง ๆ ทางตอนบนของประเทศตั้งแต่ภาคกลางข้ึนไป มีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วไป แต่ภาคใต้ต้ังแต่
จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ์ลงไปรวมถึงจังหวดั พทั ลุงกลบั มีฝนตกชุก เพราะลมมรสุมนพ้ี ัดผา่ นอา่ วไทย จึงพาเอาไอน้ำและ
ความชุ่มช้ืนไปตกเป็นฝน อากาศจึงไม่หนาวเย็นเหมือนภาคอ่ืน ๆ ท่ีอยู่ตอนบนของประเทศ แต่อาจมีอากาศเย็นเป็น
คร้ังคราว ลมมรสุมอีกชนิดหน่ึงคือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซ่ึงพัดผ่านมหาสมุทรอินเดีย จึงได้พาเอาไอน้ำและความ
ชุ่มช้ืนมาสู่ประเทศไทย แต่เน่ืองจากเทือกเขาตะนาวศรีซ่ึงอยู่ทางด้านตะวันตกกันกระแสลมไว้ ทำให้ภาคใต้
ฝงั่ ตะวนั ออกและจังหวัดพัทลุงมีฝนน้อยกว่าภาคใตฝ้ ั่งตะวันตก ซ่ึงเปน็ ดา้ นรับลม ดงั แสดงทิศทางและช่วงเวลาการเกิด
ของลมมรสุมและพายุจรที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย ในรูปที่ 3.4.2-1 และแสดงการผันแปรของตัวแปรภูมิอากาศที่สำคัญ
แสดงไดด้ งั รูปที่ 3.4.2-2
ฤดูกาลของจังหวัดพัทลุง แบ่งออกเป็น 2 ฤดูกาลดังนี้ ฤดูร้อน เร่ิมต้ังแต่ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือน
เมษายน ฤดูฝน เร่ิมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย
และเนื่องจากเป็นจังหวัดท่ีอยู่ทางด้านตะวนั ออกของภาคใต้ จึงไดร้ ับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือท่ีพดั ผ่าน
อ่าวไทย ทำให้มฝี นตกชุกในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธนั วาคมอกี ดว้ ย
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-15 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น
ตารางท่ี 3.4.2-1 สถิตขิ ้อมูลภมู ิอากาศเฉล่ยี ในคาบ 13 ปี (2549-2562) ของสถานตี รวจวดั อากาศพทั ลุง
สถำนี อุตุนิยมวิทยำเกษตรพทั ลงุ ระดับของสถำนีเหนือระดับนำ้ ทะเลปำนกลำง 2.00 เมตร
รหัสสถำนี 48560 ควำมสงู ของบำรอมิเตอร์เหนือระดับน้ำทะเลปำนกลำง 4.15 เมตร
ละติจูด ควำมสงู ของเทอร์โมมิเตอร์เหนือพนื ดิน 1.25 เมตร
ลองติจูด 7° 35' 0.0" เหนือ ควำมสงู ของเคร่ืองวัดลมเหนือพนื ดิน 11.00 เมตร
100° 10' 0.0" ตะวันออก ควำมสงู ของเครื่องวัดนำ้ ฝน 0.90 เมตร
ขอ้ มูล ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รำยปี
ควำมกดอำกำศ (เฮคโตปำสคำล)
เฉลยี่ 1,011.3 1,011.2 1,010.3 1,009.1 1,008.4 1,008.2 1,008.4 1,008.6 1,009.4 1,009.7 1,009.6 1,010.5 1,009.6
สงู สดุ 1,019.3 1,018.6 1,016.5 1,015.6 1,013.7 1,015.1 1,013.8 1,013.7 1,014.9 1,015.9 1,015.7 1,017.1 1,019.3
ตำ่้ สดุ 1,003.0 1,004.4 1,003.4 1,002.8 1,002.6 1,002.3 1,003.2 1,003.6 1,004.0 1,002.7 1,001.6 1,004.0 1,001.6
พสิ ยั รำยวัน 3.7 3.8 4.2 4.2 3.9 3.4 3.4 3.6 4.0 4.2 3.9 3.7 3.8
อุณหภูมิ (องศำเซลเซียส)
เฉลย่ี 26.8 27.4 28.1 28.8 28.6 28.2 28.0 28.0 27.6 27.3 26.8 26.6 27.7
เฉลย่ี สงู สดุ 30.4 31.6 32.8 33.9 34.0 33.5 33.4 33.5 33.0 32.1 30.5 30.0 32.4
เฉลยี่ ต่้ำสดุ 23.8 23.8 24.3 25.1 25.1 24.7 24.4 24.4 24.4 24.3 24.3 24.2 24.4
สงู สดุ 32.8 34.5 36.3 39.4 37.8 36.7 36.7 37.7 36.8 36.4 34.7 35.0 39.4
ต้ำ่ สดุ 20.3 18.5 20.3 23.0 23.0 22.5 22.0 21.9 22.5 21.2 19.8 21.8 18.5
ควำมชนื สมั พทั ธ์ (%)
เฉลย่ี 84.0 81.0 80.0 81.0 81.0 80.0 80.0 80.0 81.0 84.0 88.0 87.0 82.2
เฉลย่ี สงู สดุ 95.0 93.0 94.0 94.0 94.0 94.0 94.0 94.0 94.0 96.0 97.0 96.0 94.5
เฉลย่ี ต่ำ้ สดุ 72.0 66.0 64.0 64.0 63.0 62.0 60.0 60.0 62.0 68.0 76.0 77.0 66.1
ต้่ำสดุ 47.0 47.0 45.0 39.0 43.0 34.0 38.0 34.0 40.0 43.0 52.0 50.0 34.0
จุดน้ำค้ำง (องศำเซลเซียส)
เฉลย่ี 23.8 23.6 24.2 24.9 24.8 24.2 23.9 23.8 23.8 24.2 24.5 24.2 24.2
ปริมำณกำรระเหยจำกถำด (มม.)
เฉลย่ี -ถำด 85.2 105.4 124.1 123.1 121.3 119.2 122.7 126.6 112.5 96.2 68.3 72.7 1,277.30
ควำมครึมของเมฆ (0-10)
เฉลยี่ 6.4 4.6 4.7 5.6 6.7 6.9 7.1 6.9 7.2 7.4 7.4 7.1 6.5
ชวั่ โมงท่ีมีแสงแดด (ชม.)
เฉลย่ี 172.2 235.7 232.8 218.5 193.1 176.8 178.2 186.8 160.4 158.1 125.1 140.6 2,178.3
ทัศนวิสยั (กม.)
เวลำ 07:00 น. 7.2 7.7 7.7 8.0 8.0 8.0 8.0 8.1 8.0 7.7 7.3 7.3 7.8
เฉลย่ี 8.4 8.9 9.2 9.1 9.0 8.9 8.8 9.0 8.8 8.5 7.9 8.1 8.7
ลม (นอต)
ควำมเร็วลมเฉลย่ี 2.1 2.4 2.1 2.0 1.9 2.1 2.3 2.5 2.5 2.0 1.5 1.9 2.1
ทิศทำง E E E E W W W W W W NE,W E -
ควำมเร็วลมสงู สดุ 32 27 25 25 30 29 33 35 34 31 40 26 40
ฝน (มม.)
เฉลยี่ 257.8 57.5 123.9 128.1 110.2 87.9 83.6 88.6 106.5 252.9 552.9 448.2 2,298.1
จ้ำนวนวันที่ฝนตก 14.9 5.4 7.5 10.3 14.1 11.6 12.4 13.3 14.7 19.4 22.1 21.3 167.0
ฝนสงู ท่ีสดุ ใน 24 ชม. 176.1 114.5 199.1 109.2 82.4 57.0 76.2 43.9 61.3 88.3 292.2 302.4 302.4
ปรำกฏกำรณ์ (วัน)
เมฆหมอก 0.5 0.1 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.2 0.2 0.4 0.2 0.4 2.0
หมอก 0.6 2.1 2.6 3.4 3.2 5.3 5.1 3.9 4.1 1.4 0.5 0.1 32.3
ลกู เห็บ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.1 0.0 0.1
ฟำ้ คะนอง 1.1 0.4 3.1 5.7 9.8 4.7 4.6 4.4 5.3 7.7 7.4 3.1 57.3
พำยุฝน 0.0 0.0 0.1 0.4 0.4 0.4 0.4 0.9 0.5 0.3 0.0 0.1 3.5
ทม่ี ำ : กรมอุตนุ ิยมวทิ ยำ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-16 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้
ตารางที่ 3.4.2-2 สถติ ขิ อ้ มลู ภมู ิอากาศเฉลยี่ ในคาบ 30 ปี (2533-2562) ของสถานตี รวจวัดอากาศสงขลา
สถำนี อำ้ เภอสงขลำ ระดับของสถำนีเหนือระดับน้ำทะเลปำนกลำง 4.57 เมตร
รหัสสถำนี 48568 ควำมสงู ของบำรอมิเตอร์เหนือระดับน้ำทะเลปำนกลำง 6.56 เมตร
ละติจูด ควำมสงู ของเทอร์โมมิเตอร์เหนือพนื ดิน 1.30 เมตร
ลองติจูด 7° 10' 55.6" เหนือ ควำมสงู ของเครื่องวัดลมเหนือพนื ดิน 17.78 เมตร
100° 36' 27.7" ตะวันออก ควำมสงู ของเคร่ืองวัดนำ้ ฝน 0.80 เมตร
ข้อมูล ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รำยปี
ควำมกดอำกำศ (เฮคโตปำสคำล)
เฉลย่ี 1,011.5 1,011.3 1,010.3 1,009.2 1,008.5 1,008.5 1,008.6 1,009.0 1,009.6 1,009.9 1,009.9 1,010.9 1,009.8
สงู สดุ 1,017.8 1,017.7 1,018.7 1,015.3 1,013.4 1,014.9 1,013.9 1,015.0 1,016.2 1,016.1 1,016.7 1,018.6 1,018.7
ตำ่้ สดุ 1,003.4 1,004.5 1,002.7 1,003.3 1,002.9 1,003.0 1,002.6 1,003.5 1,003.6 1,003.2 1,003.0 1,004.2 1,002.6
พสิ ยั รำยวัน 3.6 3.9 4.2 4.2 3.9 3.5 3.5 3.8 4.1 4.2 3.9 3.7 3.9
อุณหภูมิ (องศำเซลเซียส)
เฉลย่ี 27.1 27.5 28.1 28.9 29.0 28.7 28.5 28.3 28.0 27.4 27.0 26.9 28.0
เฉลยี่ สงู สดุ 29.8 30.5 31.5 32.6 33.4 33.4 33.3 33.3 32.6 31.6 30.0 29.5 31.8
เฉลย่ี ต่้ำสดุ 24.9 25.0 25.2 25.7 25.7 25.5 25.2 25.1 24.9 24.5 24.6 24.6 25.1
สงู สดุ 32.4 34.3 35.2 37.3 38.6 37.1 37.0 37.3 36.2 38.5 34.0 33.4 38.6
ตำ้่ สดุ 20.5 19.3 22.1 21.3 22.6 22.1 21.6 21.7 21.4 22.0 21.7 21.8 19.3
ควำมชนื สมั พทั ธ์ (%)
เฉลยี่ 78.0 76.0 77.0 77.0 77.0 76.0 76.0 76.0 78.0 81.0 84.0 82.0 78.1
เฉลย่ี สงู สดุ 86.0 86.0 88.0 89.0 89.0 88.0 88.0 89.0 90.0 92.0 93.0 90.0 88.9
เฉลยี่ ต้่ำสดุ 70.0 67.0 67.0 65.0 63.0 60.0 59.0 59.0 62.0 68.0 74.0 73.0 65.7
ต่้ำสดุ 49.0 32.0 48.0 35.0 38.0 34.0 39.0 35.0 39.0 42.0 48.0 49.0 32.0
จุดนำ้ ค้ำง (องศำเซลเซียส)
เฉลย่ี 22.8 22.8 23.6 24.3 24.3 23.8 23.5 23.3 23.5 23.8 24.0 23.4 23.6
ปริมำณกำรระเหยจำกถำด (มม.)
เฉลยี่ -ถำด 137.9 152.6 173.0 166.7 155.8 137.8 143.2 149.6 135.1 125.5 101.3 112.5 1,691.00
ควำมครึมของเมฆ (0-10)
เฉลยี่ 5.8 5.0 5.0 5.1 6.4 6.6 7.0 6.9 7.1 7.2 7.4 7.0 6.4
ชว่ั โมงที่มแี สงแดด (ชม.)
เฉลยี่ 231.6 245.3 269.5 256.4 223.8 165.9 190.3 201.7 175.1 164.0 139.4 151.1 2,414.1
ทัศนวิสยั (กม.)
เวลำ 07:00 น. 8.8 9.2 9.3 9.7 10.0 9.6 9.3 9.5 9.5 9.0 8.3 8.4 9.2
เฉลย่ี 9.7 10.1 10.3 10.5 10.5 10.2 10.0 10.1 10.0 9.6 9.2 9.2 10.0
ลม (นอต)
ควำมเร็วลมเฉลยี่ 4.8 4.6 3.8 2.8 2.4 2.5 2.8 3.0 2.8 2.5 3.0 4.1 3.3
ทิศทำง E E E NE SW SW SW SW SW,W SW NE E -
ควำมเร็วลมสงู สดุ 28 26 34 25 37 29 38 40 37 34 32 29 40
ฝน (มม.)
เฉลยี่ 129.8 52.9 73.9 84.9 114.7 98.4 95.2 131.3 121.7 283.9 564.1 451.5 2,202.3
จ้ำนวนวันที่ฝนตก 11.2 6.2 7.7 8.7 13.3 13.4 13.3 14.8 15.5 20.4 23.0 21.0 168.5
ฝนสงู ที่สดุ ใน 24 ชม. 215.3 353.6 87.5 115.8 193.2 86.0 99.5 99.3 83.3 150.8 521.8 290.5 521.8
ปรำกฏกำรณ์ (วัน)
เมฆหมอก 0.1 0.0 0.1 0.1 0.0 0.0 0.0 0.1 0.1 0.3 0.1 0.2 1.1
หมอก 0.9 0.5 0.8 2.2 0.9 2.4 3.1 2.0 1.0 1.0 0.2 1.4 16.4
ลกู เห็บ 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
ฟำ้ คะนอง 0.5 0.2 2.6 4.8 10.4 7.9 7.3 6.6 8.2 9.8 6.7 3.5 68.5
พำยฝุ น 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0
ที่มำ : กรมอุตนุ ิยมวทิ ยำ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-17 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้
ทมี่ า : กรมอุตนุ ิยมวิทยา
รปู ที่ 3.4.2-1 ทิศทางและชว่ งเวลาการเกดิ ของลมมรสุมและพายุจรที่พดั เขา้ สปู่ ระเทศไทย
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-18 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น
ุอณห ูภ ิม องศาเ ลเ ียส อณุ หภูมิ ความ ืช้นสัม ัพท ์ธ เปอร์เ ็น ์ต ความช้ืนสัมพัทธ์
ความเร็วลม นอต 30 เม ปกคลุม (0 10) 90
ปริมาณการระเหยจากถาด มม. 29 ปริมาณการคายระเหยของ ืพช ้อาง ิอง มม. 86
28 82
27 78
26 74
25 70
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.
ความเร็วลม ความคร้ึมของเมฆ
4.0 10
9
3.5 8
7
3.0 6
5
2.5 4
3
2.0 2
1
1.5 0
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
ปริมาณการระเหยจากถาด
ปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างองิ
160.0
150.0 160.0
140.0 150.0
130.0 140.0
120.0 130.0
110.0 120.0
100.0 110.0
90.0 100.0
80.0 90.0
70.0 80.0
70.0
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.
รูปท่ี 3.4.2-2 การผันแปรรายเดอื นของตวั แปรภูมิอากาศหลกั เฉลี่ยจากสถานตี รวจวัดอากาศพัทลงุ
และสถานตี รวจวดั อากาศสงขลา
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-19 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้
สำหรบั การคำนวณปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างอิงด้วยวิธี Penman Monteith ได้ใช้คา่ เฉลี่ยรายเดือน
ของตวั แปรภูมอิ ากาศท่ีเกี่ยวข้องได้แก่ อุณหภูมิ ความชืน้ สมั พัทธ์ ความเร็วลม ปริมาณการระเหย และช่วงระยะเวลา
ยาวนานของแสงแดด ของสถานตี รวจอากาศดังกล่าว โดยสรุปค่าเฉล่ียรายเดือนของค่าปริมาณการคายระเหยของพืช
อ้างอิงของสถานตี รวจอากาศ ได้ดังตารางท่ี 3.4.2-3
ตารางท่ี 3.4.2-3 ปริมาณการคายระเหยของพืชอ้างองิ ในพน้ื ทีศ่ ึกษาและบรเิ วณใกลเ้ คียง
หน่วย : มลิ ลิเมตร/เดอื น
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รายปี
สถานตี รวจอากาศพัทลุง
105.0 124.0 138.1 136.2 132.8 122.4 124.5 131.3 121.0 114.0 94.0 94.0 1,437.0
สถานีตรวจอากาศสงขลา
129.2 133.8 153.7 150.5 139.0 121.3 131.9 138.2 126.6 117.3 100.1 104.8 1,546.3
ทม่ี า : กลมุ่ บริษัทท่ีปรึกษา, 2562
3.4.3 ทรัพยากรดนิ
1) วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา
การศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น
อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกว่ั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง มีวตั ถปุ ระสงค์ดงั น้ี
1.1) เพื่อการศึกษาชนิดของดินและสมบัติของชนิดต่าง ๆ ที่พบในพื้นท่ีศึกษาของโครงการและ
จดั เตรยี มแผนท่ีดิน
1.2) เพือ่ ประเมินความเหมาะสมของดินในการปลกู พืชและประเมนิ ความเหมาะสมของทีด่ นิ สำหรบั การ
ชลประทานเพื่อการปลกู พชื
1.3) เพื่อประเมินผลกระทบท่ีเกิดขึ้นต่อทรัพยากรดิน จากการพัฒนาโครงการและเสนอมาตรการ
ปอ้ งกนั แกไ้ ขในการลดผลกระทบต่อทรพั ยากรดิน รวมทงั้ เสนอมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบดงั กลา่ ว
2) ขอบเขตและวธิ ีการศึกษา
2.1) การรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรดิน จากเอกสารและรายงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง ประกอบด้วย แผนท่ีดิน
มาตราส่วน 1 : 25,000 (รายละเอียดแบ่งออกเป็นกลุ่มชุดดินต่าง ๆ) และรายงานสำรวจดินเพ่ือการเกษตรของ
จังหวัดพัทลุง ท่ีจัดทำและเผยแพร่ในปี พ.ศ 2553 โดยกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และแผนท่ี
ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 : 50,000 ของกรมแผนทท่ี หาร
2.2) การสำรวจดินภาคสนามและเก็บตัวอย่างดินที่เป็นตัวแทนของกลุ่มชุดดินต่าง ๆ ในบริเวณพ้ืนที่
ศึกษาโครงการ กระทำโดยใช้วิธีขุดเจาะดิน ด้วยสว่านเจาะดิน (Hand Auger) ในความลึกประมาณ 100 เซนติเมตร
ผิวดิน ทำการเจาะรวมท้ังหมด 8 หลุม และเก็บตัวอย่างดินในแต่ละหลุมที่ขุดเจาะ โดยแบ่งตัวอย่างดินออกเป็น
2 ตัวอย่าง/ 1 หลุมขุดเจาะ ประกอบด้วย ตัวอย่างดินชั้นบน (ความลึก 0-30 เซนติเมตร) และตัวอย่างดินชั้นล่าง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-20 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลงุ การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
(ความลึก 30-100 เซนติเมตร) รวมเป็นตัวอย่างดินทัง้ หมด 16 ตวั อยา่ ง/ 8 หลุมขดุ เจาะ นำตวั อย่างดินไปวเิ คราะห์ใน
หอ้ งปฏิบตั กิ าร เพือ่ ตรวจสอบสมบัติบางประการทจ่ี ะนำมาประกอบใช้ในการประเมนิ ปญั หาและความอุดมสมบูรณข์ องดิน
2.3) การวิเคราะห์ข้อมูลและทำการประเมินความเหมาะสมของดิน เพ่ือการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม
ประกอบด้วย ข้าว พืชไร่ ไม้ผล- ไม้ยืนต้น และทำการประเมินความเหมาะสมของที่ดินสำหรับการชลประทานเพ่ือ
การปลูกพชื ตามมาตรฐานของกรมพัฒนาท่ีดินและการจดั เตรียมแผนที่ดินในบรเิ วณพื้นท่ีศึกษาของโครงการ
2.4) การประเมินผลกระทบต่อทรัพยากรดิน การเสนอมาตรการป้องกันแก้ไขในการลดผลกระทบและ
การเสนอมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบตอ่ ทรัพยากรดินดังกล่าว เม่อื มีการพฒั นาโครงการ
การสำรวจดนิ ภาคสนาม การเกบ็ ตัวอยา่ งดิน และการวเิ คราะหส์ มบัตบิ างประการของดิน
(ก) การสำรวจดินภาคสนาม : ทำการสำรวจดินภาคสนามในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ
เพ่ือตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ และกลุ่มชุดดินต่าง ๆ รวมท้ังการใช้ประโยชน์ท่ีดินโดยใช้แผนท่ีดินมาตราส่วน
1:25,000 (รายละเอยี ดแบ่งออกเป็นกลุม่ ชุดดินต่าง ๆ) ของจังหวัดพัทลงุ จดั ทำโดยกรมพัฒนาทดี่ ินปี พ.ศ. 2553
และแผนท่ีภูมิประเทศ มาตราส่วน 1 : 50,000 ของกรมแผนท่ีทหารเป็นหลักในการสำรวจ ทำการตรวจสอบ
ลักษณะดินในภาคสนามโดยใช้วิธีขุดเจาะดินด้วยสว่านเจาะดิน (Hand Auger) ในความลึกประมาณ 100 ซม.
โดยลักษณะและสมบัติบางประการของดินท่ีทำการตรวจสอบ ประกอบด้วย ความลึกของดิน เน้ือดิน สีดิน
เป็นต้น นอกจากนี้ยังทำการสำรวจสภาพพื้นท่ี ความลาดเทของพื้นท่ี และการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณหลุมท่ี
ทำการขุดเจาะดิน ผลการศกึ ษาพบว่าข้อมลู จากการสำรวจดินในภาคสนามตรงกับขอ้ มลู ของแผนท่ีดินดังกล่าว
(ข) การเก็บตัวอย่างดิน : ทำการเก็บตัวอย่างดนิ ในบริเวณหลุมท่ีขุดเจาะดินท่ีเป็นตัวแทนของกลุ่ม
ชุดดินชนิดต่าง ๆ ในบริเวณพื้นท่ีศึกษาโครงการ โดยเก็บตัวอย่างดินจากหลุมขุดเจาะรวมท้ังหมด 9 หลุม
ในแต่ละหลุม ประกอบด้วย ดิน 2 ตัวอย่าง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช้ัน ตามระดับความลึก คือ ตัวอย่างดินชั้นบน
(ความลึกจากระดับผิวดิน 0 ซม. ถึงระดับลึก 30 ซม.) และตัวอย่างดินช้ันล่าง (ความลึกต้ังแต่ 30 ซม. ลงไปถึง
100 ซม.) รวมจำนวนตัวอย่างดินท้ังหมด 18 ตัวอย่าง ซ่ึงนำมาวิเคราะห์สมบัติบางประการที่เกี่ยวข้องกับความ
อุดมสมบรู ณ์ของดนิ ในห้องปฏิบตั กิ าร รายละเอียดเกย่ี วกบั ตำแหน่งหรอื พิกดั ที่ทำการขุดเจาะดิน จำนวน 9 หลุม
และเก็บตัวอย่างดินที่เป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่มชุดดิน รวมท้ังประเภทของการใช้ประโยชน์ที่ดิน แสดงไว้ใน
ตารางท่ี 3.4.3-1 และรูปที่ 3.4.3-1 โดยสรุปได้ดังนี้ กลุ่มชุดดินที่ 6 (1 หลุม) กลุ่มชุดดินที่ 17 (1 หลุม)
กลุ่มชุดดินท่ี 26C (1 หลุม) กลุ่มชุดดินท่ี 32 (1 หลุม) กลุ่มชุดดินที่ 32B (1 หลุม) กลุ่มชุดดินที่ 34 (1 หลุม)
กลมุ่ ชุดดินท่ี 34B (1 หลุม) กลมุ่ ชุดดินท่ี 39B (1 หลมุ ) และ กลมุ่ ชดุ ดนิ ที่ 45C (1 หลมุ )
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-21 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่วั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลงุ การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
ตารางที่ 3.4.3-1 ตำแหน่งเก็บตัวอย่างดิน โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บนำ้ เหมืองตะก่ัว
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พทั ลุง
หลมุ เจาะดนิ กล่มุ ชุดดิน N E การใช้ประโยชน์ทด่ี ิน 2561
P1 กลมุ่ ชดุ ดิน 6 808,698.62 620,308.02 ยางพารา
P2 กลุ่มชุดดิน 17 806,197.26 620,363.43 ยางพารา
P3 กลุ่มชดุ ดิน 26C 797,317.22 618,942.78 ยางพารา
P4 กลมุ่ ชดุ ดิน 32 803,258.72 620,558.13 ยางพารา
P5 กลมุ่ ชดุ ดนิ 32B 807,196.16 620,483.06 ยางพารา
P6 กลุ่มชดุ ดิน 34 803,009.19 619,858.84 ยางพารา
P7 กลุม่ ชุดดิน 34B 799,579.72 620,246.82 ยางพารา
P8 กลุม่ ชุดดนิ 39B 804,963.86 618,770.27 ยางพารา
P9 กลุ่มชุดดนิ 45C 799,320.64 619,121.55 ยางพารา
(ค) การวิเคราะห์สมัติบางประการของดิน : ทำการวิเคราะห์สมบัติต่าง ๆ ของดิน เพื่อนำมาใช้
ประกอบในการประเมินระดับความสมบูรณ์ของดินในสภาพปัจจุบัน และประเมินปัญหาบางประการของดินท่ีมี
ผลต่อการเจริญเติบโตของพชื สมบตั ติ า่ ง ๆ ของดนิ ทที่ ำการวิเคราะห์ทางเคมี ประกอบด้วย
1. ปฏิกริ ยิ าของดนิ หรอื ระดบั ความเปน็ กรดเป็นดา่ งของดิน (คา่ pH)
2. ประเภทเนอ้ื ดนิ (Soil Texture)
3. ปรมิ าณอินทรียวัตถดุ นิ (Soil Organic Matter)
4. ปริมาณธาตฟุ อสฟอรัสท่ีเป็นประโยชน์ (Available P)
5. ปริมาณธาตุโพแทสเซียมทเ่ี ปน็ ประโยชน์ (Available K)
6. ความจแุ ลกเปลี่ยนแคตไอออน (CEC)
7. ความอมิ่ ตวั เบส (BS)
8. สภาพการนำไฟฟา้ ท่ใี ช้เป็นดัชนีกระบอกระดบั ความเคม็ ของดิน (ค่า EC)
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-22 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้
รปู ท่ี 3.4.3-1 ตำแหนง่ เกบ็ ตัวอยา่ งดนิ โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-23 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
3) ผลการศกึ ษา
ผลการศกึ ษาดา้ นทรัพยากรดนิ ในบริเวณพื้นที่ศึกษาของโครงการ จะแบง่ แยกกลา่ วรายละเอียด ออกเป็น
แตล่ ะส่วน โดยองค์ประกอบของพื้นท่ีศึกษาของโครงการประกอบด้วย 5 สว่ น ดงั นี้
(1) พน้ื ที่อ่างเก็บนำ้ เหมืองตะก่วั (พนื้ ที่ 357.37 ไร่)
(2) พน้ื ทหี่ ัวงาน (พืน้ ท่ี 263.50 ไร)่
(3) พ้ืนที่ถนนเขา้ หัวงาน (พื้นที่ 12.53 ไร่)
(4) พื้นท่บี อ่ ยมื ดินทา้ ยน้ำ (พ้ืนท่ี 887.21 ไร่)
(5) พื้นท่ีรบั ประโยชน์ (พน้ื ท่ี 12,256.14 ไร)่
ผลการศึกษาดา้ นทรพั ยากรดนิ ในบรเิ วณพื้นทแี่ ต่ละส่วนของพ้ืนท่ีศึกษาของโครงการ สรุปรายละเอยี ด
เกี่ยวกับชนดิ และพื้นที่ของกลุ่มชุดดนิ ต่าง ๆ ไวใ้ นตารางที่ 3.4.3-2 และ รูปที่ 3.4.3-2 โดยมรี ายละเอียดดังนี้
กลุ่มชุดดินในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาทั้งหมดของโครงการ พบว่ามีอยู่รวมทั้งหมด 11 กลุ่มชุดดิน โดย
แบ่งออกเป็น 2 กลุม่
(ก) กลมุ่ ชุดดนิ ในพ้ืนทล่ี มุ่ : จำนวน 2 กลุม่ ชุดดิน ประกอบด้วย กลุม่ ชุดดินท่ี 6 และกลุ่มชุดดนิ ที่ 17 กลุม่
ชดุ ดินในพืน้ ที่ลุ่ม โดยธรรมชาติใช้ประโยชน์เพ่ือการปลูกขา้ ว (นาปรัง) หรือ ปลูกพืชไร่ หรือปลูกพืชผักสวนครวั ท่ีมีอายุ
เก็บเกย่ี วส้ัน
(ข) กลุ่มชุดดินในพื้นท่ีดอน : จำนวน 9 กลุ่มชุดดิน ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินที่ 26C กลุ่มชุดดินท่ี 32
กลุ่มชุดดินที่ 32B กลุ่มชุดดินท่ี 34 กลุ่มชุดดินที่ 34B กลุ่มชุดดินท่ี 34C กลุ่มชุดดินท่ี 39B กลุ่มชุดดินที่ 45C และ
กลุ่มชุดดินที่ 62 กลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน โดยธรรมชาติใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกพืชไร่หรือไม้ผล หรือไม้ยืนต้น หรือ
พืชผักสวนครวั
(1) พน้ื ท่ีอา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว (พ้ืนท่ี 357.37 ไร่)
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว พบว่ามีดินชนิดต่าง ๆ
แพร่กระจายอยู่ 2 กลุ่มชุดดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน โดยเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 62 (พื้นท่ีร้อยละ
97.39 ของพ้ืนทอี่ ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว) พื้นที่ส่วนทเ่ี หลืออกี เพียงเล็กน้อย เป็นกลมุ่ ชุดดนิ ท่ี 32B (พื้นทรี่ อ้ ยละ 2.61)
(2) พน้ื ท่ีหัวงาน พนื้ ที่ 263.50 ไร)่
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพื้นท่ีหัวงาน พบว่ามีดินชนิดต่าง ๆ แพร่กระจายอยู่
4 กลุ่มดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพื้นท่ีดอน โดยพ้ืนที่ส่วนใหญ่ประมาณ 2 ส่วน ใน 3 ส่วน เป็นกลุ่มชุดดินที่ 62
(พื้นท่ีร้อยละ 64.50 ของพื้นท่ีหวั งาน) พ้นื ทสี่ ว่ นทีเ่ หลืออีกประมาณ 1 ส่วน ใน 3 ส่วน สว่ นใหญเ่ ป็นกลมุ่ ชุดดินที่ 26C
(พื้นท่ีร้อยละ 19.30) และกลุ่มชุดดินท่ี 32B (พื้นที่ร้อยละ 15.71) และท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อยมากเป็นกลุ่มชุดดิน
ที่ 34B (พนื้ ท่ีร้อยละ 0.49)
(3) พนื้ ที่ ถนนเขา้ หวั งาน (พนื้ ท่ี 12.53 ไร)่
ผลการศกึ ษาด้านทรพั ยากรดินในบริเวณพ้ืนท่ีถนนเข้าหัวงาน ท่ีมีพื้นท่ีเพียงเล็กน้อยมาก พบว่ามีดินอยู่
3 กลุ่มชุดดิน ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน โดยพื้นท่ีเกือบท้ังหมดเป็นกลุ่มชุดดินท่ี 34B (พื้นท่ีร้อยละ 90.18
ของพื้นที่ถนนเข้าหัวงาน) พื้นที่ท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อยมาก ประกอบด้วย กลุ่มชุดดินที่ 26C (พื้นที่ร้อยละ 7.71)
และกลุ่มชดุ ดินที่ 62 (พ้ืนทีร่ ้อยละ 2.11)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-24 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น
(4) พน้ื ทบ่ี ่อยมื ดนิ ทา้ ยนำ้ (พื้นท่ี 887.21 ไร)่
ผลการศกึ ษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพื้นที่บ่อยมื ดนิ ทา้ ยน้ำ พบวา่ มีดินชนดิ ต่าง ๆ แพรก่ ระจาย
อยู่ 5 กลุ่มชุดดิน ที่เป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน โดยพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ประมาณ 7 ส่วนใน 10 ส่วน ประกอบด้วย 2 กลุ่ม
ชุดดินคือ กลุ่มชุดดินที่ 62C (พื้นที่ร้อยละ 37.96 ของพื้นที่บ่ยืมดินท้ายน้ำ) และกลุ่มชุดดินที่ 26C (พื้นท่ีร้อยละ
33.83) พื้นท่ีส่วนที่เหลืออีกประมาณ 3 ส่วนใน 10 ส่วน ประกอบด้วย 3 กลุ่มชุดดิน คือ กลุ่มชุดดินที่ 34C
(พน้ื ทรี่ อ้ ยละ 12.15) กลมุ่ ชุดดนิ ที่ 34B (พน้ื ทร่ี ้อยละ 9.75) และกลุ่มชุดดินท่ี 32B (พ้นื ทรี่ ้อยละ 6.31)
(5) พ้ืนที่รับประโยชน์ (พนื้ ที่ 12,256.14 ไร่)
ผลการศึกษาด้านทรัพยากรดินในบริเวณพ้ืนที่รับประโยชน์ พบว่ามีดินชนิดต่าง ๆ แพร่กระจายอยู่
11 กลุ่มชุดดิน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มหน่ึงเป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ลุ่ม ประกอบด้วย 2 กลุ่มชุดดิน
(พ้ืนที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 22.90 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน ประกอบด้วย
9 กลุ่มชุดดิน (พ้ืนท่ีรวมกันคิดเป็นร้อยละ 76.59 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) พ้ืนที่ส่วนท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อยมาก ๆ
เป็นพ้ืนที่แหล่งน้ำ (พน้ื ที่รอ้ ยละ 0.51 ของพน้ื ที่รับประโยชน์)
(ก) กลุ่มชุดดินในพื้นทล่ี ุ่ม ; (พ้นื ท่ี 2,807.65 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 22.90 ของพื้นที่รบั ประโยชน์) :
พบวา่ มีอยู่ 2 กลมุ่ ชดุ ดนิ โดยพื้นทีส่ ว่ นใหญป่ ระมาณ 4 สว่ นใน 5 ส่วน ของพืน้ ท่กี ลุม่ ชดุ ดินในพ้ืนท่ลี ุม่ ทั้งหมด เป็นกลมุ่
ชุดดินที่ 17 (พื้นที่ร้อยละ 18.91 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พ้ืนท่ีส่วนที่เหลืออีกประมาณเกือบ 1 ส่วนใน 5 ส่วน
เป็นกลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 6 (พนื้ ทีร่ อ้ ยละ 3.99 ของพน้ื ทร่ี บั ประโยชน)์
(ข) กลุม่ ชุดดินในพื้นท่ีดอน ; (พ้ืนที่ 9,386.53 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 76.59 ของพื้นท่ีรบั ประโยชน์)
: พบว่ามีอยู่ 9 กลุ่มชุดดิน โดยพื้นท่ีส่วนใหญ่ประมาณเกือบ 8.5 ส่วนใน 10 ส่วน ของพ้ืนท่ีกลุ่มชุดดินในพ้ืนท่ีดอน
ทงั้ หมด ประกอบด้วย 3 กลุม่ ชดุ ดนิ ไดแ้ ก่ กลุ่มชุดดนิ ท่ี 34B (พนื้ ที่รอ้ ยละ 26.27 ของพื้นทรี่ บั ประโยชน)์ กล่มุ ชดุ ดินที่
32B (พื้นที่ร้อยละ 19.84 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) และกลุ่มชุดดินท่ี 32 (พ้ืนที่ร้อยละ 18.48 ของพ้ืนที่รับประโยชน์)
พ้ืนท่ีส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1.5 ส่วนใน 10 ส่วน ประกอบด้วยดินอีก 6 กลุ่มชุดดิน ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 34 (พ้ืนท่ี
รอ้ ยละ 5.90 ของพื้นทร่ี ับประโยชน์) กลุ่มชุดดินท่ี 45C (พื้นท่ีรอ้ ยละ 2.55 ของพืน้ ที่รับประโยชน์) กลุม่ ชุดดินท่ี 26C
(พ้ืนท่รี ้อยละ 1.30 ของพื้นท่ีรบั ประโยชน์) กล่มุ ชุดดินที่ 39B (พนื้ ท่ีรอ้ ยละ 1.26 ของพื้นที่รบั ประโยชน)์ กล่มุ ชดุ ดินที่
34C (พน้ื ทีร่ อ้ ยละ 0.97 ของพืน้ ทีร่ ับประโยชน์) และกล่มุ ชุดดินที่ 62 (พ้นื ท่ีร้อยละ 0.02 ของพ้ืนทีร่ บั ประโยชน)์
สรปุ : ลำดับของกลุ่มชดุ ดินรวมท้ังหมด 11 กลุม่ ชุดดินมพี ื้นทีเ่ รียงลำดับจากมากไปหานอ้ ย กลุม่ ชุด
ดินท่ี 34B (ท่ีดอน) (พื้นท่ีร้อยละ 26.27 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์และมีพ้ืนท่ีมากสุด)> กลุ่มชุดดินที่ 32B (ท่ีดอน)
(พื้นท่ีร้อยละ 19.84)> กลุ่มชุดดินที่ 17 (ที่ลุ่ม) (พื้นที่ร้อยละ 18.91)> กลุ่มชุดดินท่ี 32 (พ้ืนที่ร้อยละ 18.48)
กลุ่มชุดดินที่ 34 (ที่ดอน) (พ้ืนที่ร้อยละ 5.90)> กลุ่มชุดดินท่ี 6 (ท่ีลุ่ม) (พ้ืนท่ีร้อยละ 3.99)> กลุ่มชุดดินที่ 45C
(ที่ดอน)(พื้นท่ีร้อยละ 2.55)> กลุ่มชุดดินท่ี 26C (ที่ดอน) (พื้นที่ร้อยละ 1.30)> กลุ่มชุดดินที่ 39B (ท่ีดอน)
(พ้ืนท่ีร้อยละ 1.26)> กลุ่มชุดดินที่ 34C (ที่ดอน) (พื้นที่ร้อยละ 0.97)> กลุ่มชุดดินท่ี 62 (ที่ดอน) (พ้ืนที่ร้อยละ 0.02
และมีพน้ื ที่นอ้ ยที่สุด)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-25 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้
ตารางที่ 3.4.3-2 แสดงชนิดและพ้ืนที่ของกลุ่มชุดดิน ในบริเวณพื้นที่ศึกษาชองโครงการส่วนประกอบด้วยพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ
เหมืองตะกวั่ พ้ืนท่หี ัวงาน พนื้ ทถี่ นนเข้าหัวงาน พ้นื ทบ่ี ่อยืมดินท้ายน้ำ และพน้ื ที่รบั ประโยชน์
กลุ่ม พน้ื ท่ีอา่ งเกบ็ น้ำ พืน้ ทีห่ วั งาน พน้ื ท่ถี นนเข้าหัวงาน พ้ืนท่ีบอ่ ยมื ดินท้ายนำ้
ชุดดนิ เหมอื งตะกั่ว ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ รอ้ ยละ
ไร่ ร้อยละ
26C 50.85 19.30 0.97 7.71 300.15 33.83
32B 9.32 2.61 41.40 15.71 55.95 6.31
34B 1.29 0.49 11.30 90.18 86.49 9.75
34C 107.79 12.15
62 348.05 97.39 169.96 64.50 0.26 2.11 336.83 37.96
พนื้ ที่รวม 357.37 100.00 263.50 100.00 12.53 100.00 887.21 100.00
กลมุ่ ชุดดิน พน้ื ท่รี ับประโยชน์
กล่มุ ชุดดินในพืน้ ทีล่ ุ่ม ไร่ ร้อยละ
6
17 489.60 3.99
2,318.05 18.91
รวมดินในพื้นทล่ี มุ่ 2,807.65 22.90
กลมุ่ ชดุ ดนิ ในพ้นื ท่ีดอน
159.42 1.30
26C 2,264.77 18.48
32 2,432.00 19.84
32B 723.19 5.90
34 3,219.12 26.27
34B 118.84 0.97
34C 154.79 1.26
39B 312.49 2.55
45C 0.02
62 1.91 76.59
รวมดินในพื้นท่ดี อน 9,386.53 0.51
แหล่งนำ้ (W) 61.96 100.00
พ้นื ท่รี วม 12,256.14
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-26 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
ที่มา : ดดั แปลงจากกรมพัฒนาที่ดิน, 2553
รปู ที่ 3.4.3-2 การแพรก่ ระจายของกลมุ่ ชดุ ดนิ ในบรเิ วณพ้นื ทศ่ี ึกษาโครงการ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-27 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
4) ลักษณะและสมบตั ิบางประการของดนิ แต่ละกลุม่ ชุดดิน
ลักษณะและสมบัติท่ีสำคัญบางประการของดินแต่ละกลุ่มชุดดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการ (จำนวน
11 กลุ่มชุดดิน) ประกอบด้วยความลาดชันและสภาพพ้ืนที่ ความลึกของดิน ประเภทของเนื้อดิน สภาพการระบายน้ำของดิน
การชะล้างพังทลายของหนา้ ดิน ปฏิกิรยิ าของดนิ และระดับความอดุ มสมบรู ณ์ของดิน โดยแบ่งแยกเป็นของกลุ่มชดุ ดินในพื้นที่
ล่มุ และกล่มุ ชดุ ดนิ ในพนื้ ทดี่ อน สรุป แสดงไวใ้ นตารางที่ 3.4.3-3 และตารางที่ 3.4.3-4 ตามลำดับ
(ก) กลุ่มชดุ ดนิ ในพืน้ ที่ล่มุ (จำนวน 2 กลมุ่ ชุดดนิ )
- กลุ่มชุดดินท่ี 6 : พบในสภาพพื้นทท่ี ่ีราบเรยี บ มคี วามลาดชนั 0 – 2 % เปน็ ดินทีม่ ีความลึกมาก ดินชน้ั บน
มีเน้ือดินประเภทเป็นดินร่วนเหนยี วปนทรายแป้ง ถึงเปน็ ดินเหนยี วปนทรายแปง้ สว่ นดินชน้ั ล่างมีเน้ือดินประเภทดินเหนียวปน
ทรายแป้งถึงเป็นดินเหนียว ดินมีสถาพการระบายน้ำเลวดินช้ันบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดปานกลาง ส่วนดินชั้นล่าง
เป็นกรดจัดมากถงึ เปน็ กรดจัด ดินมคี วามอุดมสมบรู ณต์ ามธรรมชาตอิ ยู่ในระดบั ปานกลาง
- กลุ่มชุดดินท่ี 17 : พบในสภาพพื้นที่ท่ีราบเรียบ มีความลาดชัน 0 – 2 % เป็นดินที่มีความลึกมาก
ดินชั้นบนมีเนื้อดินประเภทเป็นดินร่วนปนทรายถึงเป็นดินร่วน ส่วนดินชั้นล่างมีเน้ือดินประเภทดินร่วนเหนียวปนทรายดิน
มีสภาพการระบายน้ำเลว ดินชั้นบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดปานกลาง ส่วนดินช้ันล่างเป็นกรดจัดมาก ดินมีความ
อดุ มสมบรู ณต์ ามธรรมชาตอิ ยใู่ นระดบั ตำ่
(ข) กลุม่ ชุดดนิ ในพื้นที่ดอน (จำนวน 9 กล่มุ ชุดดิน)
- กลุ่มชุดดินที่ 26C : พบในสภาพพ้ืนที่ท่ีเป็นลูกคลื่นลอนลาดมีความลาดชัด 5-12% เป็นดินที่มี
ความลึกมาก ดินช้ันบนมีเนื้อดินประเภทเป็นดินร่วนถึงเป็นดินร่วนเหนียว ส่วนดินช้ันล่างมีเนื้อดินประเภทดินเหนียว ดินมี
สภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินในระดับปานกลาง ดินชั้นบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดปานกลางถึงเป็นกรด
เล็กนอ้ ย ส่วนดินชั้นลา่ งเป็นกรดจดั มาก ดินมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาตอิ ยู่ในระดับคอ่ นขา้ งตำ่
- กลุ่มชุดดินท่ี 32 : พบในสภาพพ้ืนที่ท่ีราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบมีความลาดชัน 0 – 2% เป็นดินที่มี
ความลึกมาก ดินช้ันบนมีเนื้อดินประเภทเปน็ ดนิ ร่วนถงึ เปน็ ดินร่วนปนทรายแป้ง ส่วนดนิ ชน้ั ล่างมเี นอ้ื ดินประเภทดินร่วนเหนียว
ถึงเปน็ ดินร่วนเหนยี วปนทรายแปง้ ดนิ มสี ภาพการระบายน้ำดี มกี ารชะลา้ งพังทลายของหน้าดนิ ในระดับเล็กนอ้ ยมาก ดินชนั้ บน
มีปฏิกิริยาเป็นกรดจัด สว่ นดนิ ช้ันล่างเป็นกรดปานกลางถึงเป็นกรดเล็กน้อย ดินมีความอดุ มสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่ในระดับ
ปานกลาง
- กลุ่มชุดดินที่ 32B : มีลักษณะและสมบัติต่าง ๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชุดดินที่ 32 ยกเว้นมีสภาพพ้ืนที่เป็น
ลูกคลื่นลอนลาดเลก็ น้อย และมคี วามลาดชัน 2 – 5% มีการชะลา้ งพังทลาย ของหน้าดินในระดับเล็กน้อย
- กลุ่มชดุ ดินที่ 34 : พบในสภาพพ้ืนท่ีทรี่ าบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบมีความลาดชัน 0 – 2 % เป็นดินที่มี
ความลึกมาก ดินช้ันบนมีเน้ือดินประเภทเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินชั้นล่างมีเนื้อดินประเภทดินร่วนเหนียวปนทราย ดินมี
สภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินในระดับเล็กนอ้ ย ดินชั้นบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัด ส่วนดินชั้นล่างเป็น
กรดจัดมากถึงเปน็ กรดจัด ดินมีความอดุ มสมบูรณต์ ามธรรมชาตอิ ยู่ในระดบั ต่ำ
- กลุ่มชุดดินที่ 34B : มีลักษณะและสมบัติต่าง ๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชุดดินที่ 34 ยกเว้นมีสภาพพ้ืนที่เป็น
ลกู คลื่นลอนลาดเลก็ นอ้ ย และมีความลาดชนั 2 – 5% มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินในระดับปานกลาง
- กลุ่มชุดดินที่ 34C : มีลักษณะและสมบัติต่าง ๆ เช่นเดียวกับกลุ่มชุดดินท่ี 34 ยกเว้นมีสภาพพื้นที่เป็น
ลกู คลืน่ ลอนลาดเล็กนอ้ ย และมคี วามลาดชัน 5 – 12% มกี ารชะลา้ งพงั ทลายของหน้าดนิ ในระดบั ค่อนขา้ งรนุ แรง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-28 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น
- กลุม่ ชุดดินท่ี 39B : พบในสภาพพ้ืนทีท่ ี่เปน็ ลูกคลนื่ ลอนลาดเลก็ น้อย มีความลาดชัน 2 – 5% เป็นดินทีม่ ี
ความลึกมาก ดินชั้นบนมีเน้ือดนิ ประเภทเป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินช้ันล่างมีเนื้อดินประเภทดินร่วนปนทรายโดยอาจพบช้ัน
ดินร่วนเหนียวปนทรายหรือเศษหนิ ผุ ดนิ มีสภาพการระบายน้ำดี มกี ารชะล้างพงั ทลายของหน้าดินในระดับปานกลาง ดนิ ช้ันบน
มปี ฏกิ ริ ยิ า เป็นกรดจัดถึงเป็นกรดปานกลาง ส่วนดนิ ชนั้ ล่างเปน็ กรดจดั ดนิ มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาตอิ ยู่ในระดับต่ำ
- กลุ่มชุดดินที่ 45C : พบในสภาพพื้นท่ีที่เป็นลูกคล่ืนลอนลาดมีความลาดชัน 5 – 12% เป็นดินต้ืนมีชั้น
กรวดลูกรัง ดินชั้นบนมีเนื้อดินประเภทเป็นดินร่วนเหนียวถึงเป็นดินร่วนเหนียวปนกรวดหรือลูกรัง ส่วนดินชั้นล่างมีเน้ือดิน
ประเภทดินเหนียวปนกรวดหรือลูกรังโดยพบชั้นดินเหนียวในดินลา่ ง ดินมีสภาพการระบายน้ำดี มีการชะล้างพังทลายของหน้า
ดินในระดับค่อนข้างรุนแรง ดินช้ันบนมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัด ส่วนดินช้ันล่างเป็นกรดจัดมากถึงเป็นกรดจัด ดินมีความอุดม
สมบูรณต์ ามธรรมชาตอิ ยูใ่ นระดับต่ำ
- กลุม่ ชุดดินที่ 62 : พบในสภาพพื้นทท่ี เ่ี ป็นเนนิ เขาสูงถึงเป็นภเู ขามีความลาดชันมากกวา่ 35% เปน็ ดิน
ทม่ี คี วามลกึ ไมแ่ น่นอน และมเี น้ือดนิ ไมแ่ น่นอนเช่นเดียวกัน ดินมีสภาพการระบายน้ำดมี าก มกี ารชะลา้ งพงั ทลายของหน้าดนิ ใน
ระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก พบเศษหินกรวดที่ผิวดินในปริมาณปานกลางถึงมาก ดินมีปฏิกิริยาไม่แน่นอน และมีความอุดม
สมบูรณ์อยู่ในระดับตำ่ กลุ่มชุดดินท่ี 62 ไม่ควรนำมาใชป้ ระโยชน์ในทางการเกษตรควรปล่อยไว้ให้เป็นปา่ ไม้ ส่วนที่ถูกนำไปใช้
ประโยชน์ในการปลกู ไม้ยืนต้นหรอื ไมผ้ ลควรนำพน้ื ทเี่ ปลี่ยนมาเปน็ ปลกู ปา่ ทดแทน
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-29 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางท่ี 3.4.3-3 ลักษณะและสมบัติบางประการของดินของแตล่ ะกล่มุ ชดุ ดินในพืน้ ทีล่ ุม่ ในบรเิ วณพื้นที่ศึกษาของโครงการ
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
กล่มุ ความลกึ ของดิน ( ม.) ประเภทของเนอื้ ดิน ความลาดชนั (%) สภาพการระบายน้า ป ิกิรยิ าของดิน ช่วงระยะเวลาน้าขงั ท่ผี วิ ดิน ระดบั ความ การใชป้ ระโยชน์ โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกั่ว
ชดุ ดนิ ก. ช้นั บน (pH) (เดือน) อดุ มสมบรู ณ์ ทีด่ ินตามธรรมชาติ อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
ข. ชัน้ ลา่ ง และสภาพพน้ื ท่ี ของดนิ ตามธรรมชาติ
ก. ช้ันบน
6 > 150 ก. รว่ นเหนยี วปนทรายแป้ง, ( 0-2%) เลว ข. ช้นั ล่าง 3–5 ปานกลาง ข้าว
เลว ก. 5.0 - 6.0
เหนียวปนทรายแปง้ ราบเรียบ ข. 4.5 - 5.5
ข. เหนยี วปนทรายแป้ง, เหนยี ว ก. 5.0 - 6.0
ข. 4.5 - 5.0
17 > 150 ก. ร่วนปนทราย, ร่วน ( 0-2%) 3 – 4 ตา่ ข้าว
ข. รว่ นเหนยี วปนทราย ราบเรยี บ
3-30
รายงานฉบับกลาง บทท่ี 3
(Interim Report) การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางที่ 3.4.3–4 ลกั ษณะและสมบตั ิบางประการของดนิ ของแต่ละกลมุ่ ชดุ ดนิ ในพื้นที่ดอนในบรเิ วณพ้นื ที่ศึกษาของโครงการ
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
กลมุ่ ความลกึ ของดนิ ประเภทของเนอ้ื ดนิ ปริมาณเศษ ความลาดชั้น (%) สภาพการ การชะลา้ ง ปฏิกริ ิยาของดนิ (pH) ระดบั ความอมุ ดม การใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกั่ว
หินกรวด และสภาพพน้ื ที่ ระบายน้า พังทลาย ก. ชั้นบน สมบรู ณ์ ตาม ตามธรรมชาติ อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง
ชุดดนิ (ซม.) ก. ช้ันบน ทผ่ี วิ ดนิ ของดนิ ของหน้าดนิ ข. ชั้นลา่ ง ธรรมชาติ
( 5 - 12 % ) ปำนกลำง ก. 5.5 - 6.5 คอ่ นข้ำงต่้ำ ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
ข. ช้ันลา่ ง ไมม่ ี ลกู คลื่นลอนลำด ดี ข. 4.5 - 5.0 พชื ไร่ ป่ำไม้
เล็กน้อยมำก ก. 5.0 - 5.5 ปำนกลำง ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
26C > 150 ก. ร่วน, ร่วนเหนียว ไมม่ ี (0-2%) ดี ข. 5.5 - 6.0
รำบเรียบ ถึง คอ่ นข้ำงรำบเรียบ เล็กน้อย ก. 5.0 - 5.5 ปำนกลำง ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
ข. ร่วนเหนียว ไมม่ ี ดี ข. 5.5 - 6.0
(2-5%) เลก็ น้อย ก. 5.0 - 5.5 ต้่ำ ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
32 > 150 ก. ร่วน, ร่วนปนทรำยแป้ง ไมม่ ี ลกู คล่นื ลอนลำดเลก็ น้อย ดี ข. 4.5 - 5.5 พชื ไร่ ป่ำไม้
ปำนกลำง ก. 5.0 - 5.5 ต่้ำ ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
ข. ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนทรำยแป้ง ไมม่ ี (0-2%) ดี ข. 4.5 - 5.5 พชื ไร่ ป่ำไม้
รำบเรียบ ถึง คอ่ นข้ำงรำบเรียบ คอ่ นข้ำงรุนแรง ก. 5.0 - 5.5 ต่้ำ ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
32B > 150 ก. ร่วน, ร่วนปนทรำยแป้ง ไมม่ ี ดี ข. 4.5 - 5.5 พชื ไร่ ป่ำไม้
(2-5%) ปำนกลำง ก. 5.0 - 6.0 ต่้ำ ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
ข. ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนทรำยแป้ง ไมม่ ี ลูกคลื่นลอนลำดเล็กน้อย ดี ข. 5.0 - 5.5
คอ่ นข้ำงรุนแรง ก. 5.0 - 5.5 ต่้ำ ไมย้ ืนตน้ ไมผ้ ล
34 > 150 ก. ร่วนปนทรำย ปำนกลำง ( 5 - 12 % ) ดี ข. 4.5 - 5.5
ลกู คลื่นลอนลำด รุนแรง ถึง ไมแ่ น่นอน ต่้ำ ป่ำไม้
ข. ร่วนเหนียวปนทรำย ถึงมำก ดมี ำก รุนแรงมำก
(2-5%)
34B > 150 ก. ร่วนปนทรำย ลูกคล่นื ลอนลำดเลก็ น้อย
ข. ร่วนเหนียวปนทรำย ( 5 - 12 % )
ลูกคลืน่ ลอนลำด
3-31 34C > 150 ก. ร่วนปนทรำย
( >35 % )
ข. ร่วนเหนียวปนทรำย เนินเขำสูงถึงภูเขำ
39B > 150 ก. ร่วนปนทรำย
ข. ร่วนปนทรำย (อำจพบชันดนิ ร่วนเหนียวปนทรำยหรือเศษหินผุ
45C > 50 ถึงชนั กรวด ก. ร่วนเหนียว, ร่วนเหนียวปนกรวดหรือลูกรัง
ลูกรัง ข. เหนียวปนกรวดหรือลูกรังพบชันดนิ เหนียวในดนิ ล่ำง
62 ไมแ่ น่นอน ไมแ่ น่นอน บทท่ี 3
การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
รายงานฉบับกลาง
(Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้
5) ความเหมาะสมของดินในการปลูกพืช การศึกษาถึงความเหมาะสมของดินท่ีจัดอยู่ในแต่ละกลุ่มชุดดินเพ่ือใช้
ประโยชน์ในการปลกู พืชชนดิ ตา่ ง ๆ (ประกอบด้วย ข้าว พืชไร่ และไม้ผล - ไม้ยืนต้น) โดยนำข้อมูลต่าง ๆ มาพิจารณาประกอบ
รว่ มกนั ซ่ึงไดแ้ ก่ สภาพภมู ปิ ระเทศ (สภาพพื้นท่ีและความลาดชัน) สมบัตทิ ี่สำคัญของดินบางประการประกอบด้วย ความลึกของ
ดิน สภาพการระบายน้ำของดิน ประเภทของเน้ือดิน ปริมาณเศษหินกรวดที่ผิวดิน และในชน้ั หน้าตัดหรือระดับความลึกต่าง ๆ
จากผิวดินความเค็มของดินและระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมท้ังการชะล้างพังทลายหรอื การกร่อนของหน้าดินและช่วง
ระยะเวลาน้ำขังท่ีผิวดิน นอกจากนนั้ ยังใช้ขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการสำรวจในภาคสนามในบริเวณพ้นื ท่ีของโครงการนำมารว่ มประกอบ
ในการพิจารณา
การจำแนกชั้นความเหมาะสมของดินในการปลูกพืช จากข้อมูลต่าง ๆ ดังกล่าวที่นำมาประกอบใช้ในการ
พิจารณาถึงความเหมาะสมของดินเพื่อการเพาะปลูกพืชได้ทำการจัดชั้นความเหมาะสมของดิน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
(ใช้ข้อมูลจากเอกสารของกรมพัฒนาท่ีดิน เร่ืองรายงานการจัดการทรัพยากรดินเพ่ือการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน
เล่มท่ี 1 ดินบนพื้นทีร่ าบต่ำ และเล่มที่ 2 ดนิ บนที่ดอน และรายงานสำรวจดนิ เพื่อการเกษตรท้ังหมดของจังหวดั พัทลงุ ท่ีมีพืน้ ที่
โครงการแพร่กระจายอยู่ ประกอบในการศกึ ษา)
ชนั้ ความเหมาะสมที่ 1 ; ชน้ั ดินท่มี ีความเหมาะสม : สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 ระดบั ย่อย คือ
1.1) ชั้นความเหมาะสมท่ี 1 (ไม่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับ ไม่มีข้อจำกัด) : ได้แก่
ดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชจริง ๆ โดยไม่มขี อ้ จำกัด (แต่ก็ต้องมีการจัดการบ้างเพือ่ ใหไ้ ด้ผลผลิตสงู เชน่ การใช้ปุ๋ยเคมี
บางชนดิ ท่ีใหธ้ าตุไนโตรเจน ในปรมิ าณเลก็ นอ้ ย เช่น ปุ๋ยยูเรีย)
1.2) ชั้นความเหมาะสมท่ี 1 (มีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับ มีข้อจำกดั ในการปลูกพชื ) :
ได้แก่ ดนิ ท่ีมีความเหมาะสมในการปลกู พชื แต่มีขอ้ จำกดั บา้ งเล็กน้อยทไ่ี มร่ นุ แรง ซึง่ สามารถจัดการแกไ้ ขหรือปรับปรงุ ไดโ้ ดยงา่ ย
หรือวธิ กี ารท่ีไม่ยุง่ ยาก เสยี คา่ ใช้จ่ายไม่สูง และคุม้ ทุน โดยท่ัวไปมคี วามเสย่ี งในการปลูกพชื
ชั้นความเหมาะสมที่ 2 ; ชั้นดินท่ีไม่ค่อยเหมาะสม : เนื่องจากมีข้อจำกัดรุนแรงมากข้ึน ซ่ึงข้อจำกัดอาจมี
มากกว่าหน่ึงชนิด แต่ข้อจำกัดต่าง ๆ ดังกล่าวท่ีเป็นปัญหาในการปลูกพืช ยังสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ โดยอาจต้องใช้วิธีการ
ยุ่งยากมากข้ึน และอาจต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น อาจไม่คุ้มทุนถ้ายังปลูกพืชชนิดนั้น ดังนั้นชั้นที่ 2 จะต้องมีอักษร
ภาษาอังกฤษต่าง ๆ กำกับไว้ดว้ ยเสมอ ซง่ึ บง่ บอกถึงชนดิ ของข้อจำกัด
ช้ันความเหมาะสมท่ี 3 ; ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสม : ซ่ึงโดยธรรมชาติเป็นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชโดยทั่วไป
เนื่องจากมีข้อจำกัดที่รุนแรงมาก ซ่ึงปรับปรุงแก้ไขได้ยาก และยังต้องลงทุนเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก นอกจากน้ันถึงแม้จะทำการ
ปรับปรุงแล้วก็อาจมีความเสี่ยงท่ีทำความเสียหายให้แก่พืชท่ีปลูกได้ ดังน้ันช้ันท่ี 3 จะต้องมีอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้
ด้วยเสมอ
หมายเหตุ : ดนิ ที่จดั อย่ชู ้นั ความเหมาะสมสำหรับการปลกู พืชชนดิ หน่ึง (ช้ันที่ 1) เมอ่ื เปล่ียนแปลงไปใชป้ ระโยชนใ์ น
การปลกู พชื ชนิดอื่น อาจถกู จดั ใหม่ใหอ้ ยู่ในช้นั อื่นได้ เช่น จัดอยู่ในช้ันที่ 2 (ช้ันดินท่ีไม่ค่อยเหมาะสม) หรอื ช้นั ที่ 3 (ชนั้ ดนิ ท่ีไม่
เหมาะสม) ในทางกลับกันดินท่ีจัดอยู่ในช้ันท่ีไม่เหมาะสม (ชั้นที่ 3) ในการปลูกพืชชนิดหนึ่งอาจมีความเหมาะสม (ชั้นที่ 1)
สำหรบั การปลกู พืชอีกชนดิ หนง่ึ ได้
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-32 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น
ขอ้ จำกดั ของดินทใ่ี ช้ประโยชน์ในการปลูกพชื ของแต่ละชนั้ ความเหมาะสม
ขอ้ จำกดั ของดินของกลุ่มชุดดินต่าง ๆ ที่ใช้ประโยชนใ์ นการปลกู พืชในบริเวณพนื้ ทศ่ี ึกษา จะใชต้ ัวอกั ษรภาษาอังกฤษ
เปน็ สญั ลักษณ์แทนขอ้ จำกัดตา่ ง ๆ โดยแยกกลา่ วเปน็ ส่วนของขอ้ จำกดั ของกลุ่มชุดดนิ ในพนื้ ทลี่ ุม่ และ กลุ่มชดุ ดินในพ้ืนท่ดี อน
สญั ลกั ษณ์ และ คำอธบิ ายที่ใช้แทนขอ้ จำกัดของดินในพื้นท่ีล่มุ :
n = ดินมีความอุดมสมบูรณต์ ่ำ
w = อนั ตรายท่เี กิดจากการมีนำ้ แชข่ ังในช่วงฤดูฝน
สญั ลักษณ์ และ คำอธบิ ายที่ใชแ้ ทนข้อจำกดั ของดินในพน้ื ทีด่ อน :
d = ดินมีสภาพการระบายนำ้ ดี
g = ดนิ มีกอ้ นกรวดหรอื ลูกรังในชั้นหน้าตัดดิน
n = ดินมีความอดุ มสมบูรณ์ต่ำ
& = เน้ือดินไม่ค่อยเหมาะสม (มเี นอ้ื ดินคอ่ นขา้ งเป็นทราย ทำให้ดินมโี อกาสเกดิ การขาดแคลนนำ้
ได้ง่ายเม่อื ฝนหยดุ ตก)
t = สภาพพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (มคี วามลาดชันค่อนขา้ งสูงถงึ สูง)
ผลการศึกษาเกี่ยวกับการจัดชั้นความเหมาะสมของดินแต่ละกลุ่มชุดดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม
(ข้าว พืชไร่ ไม้ผล - ไม้ยืนต้น) ในบริเวณพื้นท่ีศึกษาของโครงการแสดงไว้ในตารางที่ 3.4.3-5 โดยจะแยกกล่าว
รายละเอียดเปน็ พนื้ ท่แี ตล่ ะส่วนของโครงการ
(1) พื้นท่อี ่างเก็บนำ้ เหมืองตะก่ัว (พื้นท่ี 357.37 ไร่)
การจัดช้ันความเหมาะสมของดนิ ของกลุ่มชดุ ดินต่าง ๆ ท่เี ปน็ กลุ่มชดุ ดินในพน้ื ท่ีดอน (2 กลุม่ ชุดดิน)
เพอ่ื การปลกู พชื เศรษฐกจิ ทั้ง 3 กลมุ่ ในบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ มรี ายละเอียดดงั น้ี
- ชั้นที่ 3d : ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือดนิ มีสภาพการระบายน้ำดี ทำให้
เกบ็ กกั น้ำเอาไวไ้ ด้น้อย) ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชุดดนิ คือกลุ่มชุดดินที่ 32B
- ชนั้ ที่ 3td : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวหรือพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัดคือ
ดินมีสภาพการระบายน้ำดี ทำให้เก็บกักน้ำเอาไวไ้ ดน้ ้อย พืชมีโอกาสขาดแคลนน้ำได้ง่าย) ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชุดดิน
คือกลมุ่ ชุดดนิ ท่ี 62
- ชั้นที่ 1: ช้ันดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (ไม่มีข้อจำกัด) ประกอบด้วย
1 กลุ่มชุดดินคือ กลุ่มชุดดนิ ท่ี 32B
กล่าวโดยสรุป ดนิ ทง้ั หมดในบรเิ วณพ้ืนที่อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกั่วเปน็ ดินทีไ่ มเ่ หมาะสมในการปลูกขา้ ว (กลุ่ม
ชดุ ดินที่ 32B และ62) และมีพื้นที่เพยี งเล็กนอ้ ยประมาณรอ้ ยละ 10 ของพนื้ ทอี่ า่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่วั เปน็ ดนิ มคี วามเหมาะสมใน
การปลกู พืชไร่ หรอื ไมผ้ ล - ไมย้ ืนต้น (กลุ่มชุดดนิ ท่ี 32B)
(2) พื้นที่หวั งาน (พนื้ ท่ี 263.50 ไร่)
การจัดชั้นความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชุดดินต่าง ๆ ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพ้ืนที่ดอน (4 กลุ่มชุดดิน)
เพื่อการปลกู พืชเศรษฐกจิ ท้งั 2 กลุ่ม ในบริเวณพน้ื ทหี่ วั งาน มีรายละเอยี ดดังนี้
- ชัน้ ที่ 3d : ชั้นดินท่ไี มเ่ หมาะสมในการปลกู ขา้ ว (มขี อ้ จำกดั คอื ดินมสี ภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบดว้ ย
2 กลุ่มชุดดิน คือ กลมุ่ ชุดดนิ ที่ 32B และ 34B
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-33 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
- ช้ันท่ี 3td : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม และ
มีสภาพการระบายน้ำดี) ประกอบดว้ ย 2 กลุ่มชดุ ดินคอื กลุ่มชุดดนิ ที่ 26C และ 62
- ชัน้ ที่ 1 : ชั้นดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพชื ไร่ หรือไมผ้ ล - ไม้ยนื ต้น (ไม่มีขอ้ จำกัด) ประกอบดว้ ย
1 กลุ่มชุดดิน คือ กลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 32B
- ชน้ั ที่ 1n : ชั้นดินทีม่ ีความเหมาะสมในการปลูกพชื ไร่ หรือไม้ผล – ไมย้ ืนต้น (มขี อ้ จำกัด คือ ดินมีความ
อุดมสมบูรณต์ ่ำ) ประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชุดดิน คือ กล่มุ ชดุ ดินที่ 26C
- ชั้นท่ี 1&n : ช้ันดินที่มคี วามเหมาะสมในการปลกู พืชไร่ หรอื ไม้ผล – ไมย้ นื ต้น (มขี ้อจำกัด คือ มีเนือ้ ดิน
ไมค่ อ่ ยเหมาะสม และดินมีความอุดมสมบรู ณ์ตำ่ ) ประกอบดว้ ย 1 กลมุ่ ชดุ ดิน คือ กลุ่มชุดดินท่ี 34B
- ชั้นท่ี 3td : ชน้ั ดนิ ทไี่ ม่เหมาะสมในการปลูกพชื ไร่ หรอื ไมผ้ ล – ไมย้ นื ตน้ (มีขอ้ จำกดั คือ มีสภาพพ้นื ท่ไี ม่
เหมาะสม และมีสภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบด้วย 1 กลุ่มชดุ ดนิ คอื กลุ่มชดุ ดินที่ 62
กล่าวโดยสรุป ดินท้ังหมดในบริเวณพื้นที่หัวงานเป็นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (กลุ่มชุดดินที่ 26C
32B 34B และ62) สว่ นในกรณีของพืชไร่ หรือไมผ้ ลไมย้ ืนต้นพบว่า ดินส่วนหนง่ึ จดั อย่ใู นชั้นดนิ ที่มีความเหมาะสมในการปลกู พืช
2 กลมุ่ ดงั กลา่ วโดยมพี นื้ ทร่ี วมกนั คิดเปน็ ร้อยละ 35.50 ของพนื้ ท่หี วั งาน (กลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 26C 32B และ 34B) และดนิ อกี สว่ นหน่งึ
เป็นดินที่จัดอยู่ในช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือ ไม้ผล - ไม้ยืนต้น มีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 64.50 ของพ้ืนที่หัวงาน
(กลมุ่ ชดุ ดินที่ 62)
(3) พื้นท่ถี นนเข้าหัวงาน (พ้นื ที่ 12.53 ไร)่
การจัดชั้นความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชุดดินต่าง ๆ ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพื้นที่ดอน เพ่ือการปลูกพืช
เศรษฐกจิ ท้ัง 3 กล่มุ ในบริเวณพื้นท่ถี นนเข้าหวั งาน (ท่มี พี ้ืนทน่ี อ้ ยมาก ๆ) มรี ายละเอียดดังน้ี
- ชน้ั ท่ี 3d : ชั้นดินที่ไมเ่ หมาะสมในการปลูกขา้ ว (มีข้อจำกดั คอื ดินมสี ภาพการระบายน้ำดี) ประกอบด้วย
1 กลุ่มชุดดนิ คือ กล่มุ ชุดดนิ ท่ี 34B
- ช้ันที่ 3td : ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมและ
มสี ภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบดว้ ย 2 กลมุ่ ชุดดนิ คือ กลุ่มชุดดนิ ท่ี 26C และ 62
- ช้นั ท่ี 1n : ชั้นดินทม่ี ีความเหมาะสมในการปลูกพชื ไร่ หรอื ไม้ผล – ไม้ยืนตน้ (มีข้อจำกดั คือ ดินมคี วาม
อุดมสมบรู ณ์ต่ำ) ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดิน คือ กล่มุ ชดุ ดินท่ี 26C
- ช้ันท่ี 1&n : ชั้นดนิ ทม่ี ีความเหมาะสมในการปลกู พชื ไร่ หรือไมผ้ ล – ไม้ยืนต้น (มขี ้อจำกัด คือ มีเนื้อดิน
ไม่คอ่ ยเหมาะสม และดนิ มคี วามอดุ มสมบูรณต์ ่ำ) ประกอบด้วย 1 กลุม่ ชดุ ดิน คอื กลุ่มชุดดินที่ 34B
- ช้ันที่ 3td : ช้ันดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล – ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพ
พนื้ ท่ีไม่เหมาะสม และมีสภาพการระบายนำ้ ด)ี ประกอบดว้ ย 1 กลุม่ ชุดดิน คือ กลุ่มชดุ ดินท่ี 62
กล่าวโดยสรปุ ดินทง้ั หมดในบริเวณพื้นทถ่ี นนเขา้ หัวงาน เปน็ ดินทไี่ ม่เหมาะสมในการปลกู ข้าว (กลมุ่ ชุดดนิ ท่ี
26C 34B และ 62) ส่วนในกรณีของ พืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้นพบว่า ดินส่วนหนึ่งจัดอยู่ในช้ันดินที่มีความเหมาะสมในการ
ปลูกพืช 2 กลุ่มหลังดังกล่าว โดยมีพื้นที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 97.89 ของพ้ืนท่ีถนนเข้าหัวงาน (กลุ่มชุดดินที่ 26C และ 34B)
และดินอีกส่วนหน่ึงเปน็ ดนิ ท่จี ดั อยู่ในชนั้ ดินทไี่ มเ่ หมาะสมในการปลกู พชื ไร่ หรอื ไมผ้ ลไมย้ ืนต้น มีพ้นื ท่ีคดิ เป็นร้อยละ 2.11 ของ
พ้ืนที่ถนนเข้าหัวงาน (กลุ่มชุดดินที่ 62)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-34 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
(4) พนื้ ที่บอ่ ยืมดินทา้ ยนำ้ (พื้นที่ 887.21 ไร)่
การจัดช้ันความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชนิดดินต่าง ๆ ท่ีเป็นกลุ่มชุดดินในพื้นที่ดอน (5 กลุ่ม
ชุดดนิ ) เพ่อื การปลูกพืชเศรษฐกจิ ทัง้ 3 กลุ่ม ในบริเวณพ้นื ท่ีบ่อยืมดินท้ายน้ำ มรี ายละเอียดดงั น้ี
- ชั้นที่ 3d : ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพการระบายน้ำดี)
ประกอบดว้ ย 2 กลมุ่ ชุดดนิ คือ กล่มุ ชุดดนิ ท่ี 32B และ 34B
- ชนั้ ที่ 3td : ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว (มขี ้อจำกัดคือ ดินมีสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมและ
มีสภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบดว้ ย 3 กลุ่มชดุ ดนิ คอื กลมุ่ ชุดดินที่ 26C 34C และ 62
- ช้ันที่ 1 : ชั้นดินท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (ไม่มีข้อจำกัด)
ประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชดุ ดนิ คือ กลุ่มชุดดินท่ี 32B
- ชั้นท่ี 1n : ช้ันดินท่ีมคี วามเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรอื ไม้ผล - ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกดั คือ ดินมี
ความอุดมสมบรู ณ์ต่ำ) ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดิน คอื กลมุ่ ชดุ ดนิ ท่ี 26C
- ช้ันท่ี 1&n : ช้ันดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัดคือ
ดนิ มีเนอ้ื ดนิ ไม่คอ่ ยเหมาะสม และมคี วามอดุ มสมบูรณ์ต่ำ) ประกอบด้วย 2 กลุ่มชุดดนิ คอื กลมุ่ ชดุ ดินท่ี 34B และ 34C
- ช้ันท่ี 3td : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น (มีข้อจำกัดคือดินมี
สภาพพน้ื ทไี่ ม่เหมาะสม และมสี ภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบด้วย 1 กลุ่มชุดดนิ คอื กลุ่มชดุ ดนิ ท่ี 62
กล่าวโดยสรุป ดินท้ังหมดในบริเวณพ้ืนท่ีบ่อยืมดินท้ายน้ำ เป็นดินท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว
(กลุ่มชุดดินท่ี 26C 32B 34B 34C และ 62) ส่วนในกรณขี องพชื ไร่ หรือไม้ผล - ไมย้ ืนต้น พบว่าดนิ สว่ นพ้ืนที่ประมาณ
เกือบ 2 ใน 3 ส่วน ของพื้นที่บ่อยืมดินท้ายน้ำ เป็นดินที่จัดอยู่ในช้ันท่ีมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล -
ไมย้ นื ต้น มพี ้นื ทร่ี วมกันคิดเป็นรอ้ ยละ 62.04 (ประกอบดว้ ย 4 กลุ่มชุดดนิ คือ กล่มุ ชดุ ดินท่ี 26C 32B 34B และ 34C)
พ้ืนที่ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ส่วนใน 3 ส่วน เป็นดินท่ีจัดอยู่ในช้ันที่ไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล -
ไมย้ ืนต้น มพี น้ื ที่คดิ เปน็ ร้อยละ 37.90 (ประกอบด้วย 1 ชดุ ดนิ คือกลุ่มชุดดนิ ที่ 62)
(5) พนื้ ทรี่ ับประโยชน์ (พืน้ ที่ 12,256.14 ไร)่
การจัดช้ันความเหมาะสมของดิน ของกลุ่มชุดดินต่าง ๆ จำนวน 11 กลุ่มชุดดิน เพ่ือการปลูกพืช
เศรษฐกิจ 3 กลุ่ม (ข้าว พืชไร่ ไม้ผล - ไม้ยืนต้น) ในบริเวณพื้นท่ีรับประโยชน์ของโครงการ จะแยกกล่าวเป็นส่วนของ
กลมุ่ ชดุ ดนิ ในพน้ื ท่ีลุม่ และกลมุ่ ชดุ ดนิ ในพ้นื ท่ีดอน ซึ่งมรี ายละเอียดดงั น้ี
(ก) กลุ่มชุดดนิ ในพื้นท่ีล่มุ
(ก-1) ช้ันความเหมาะสมของดนิ แตล่ ะกลมุ่ ชดุ ดนิ ในพ้ืนทีล่ ุม่ สำหรับการปลูกข้าว
ดินในพ้ืนที่ลุ่ม จำนวน 2 กลุ่มชุดดิน จัดอยู่ในช้ันความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวช้ัน
ตา่ ง ๆ โดยมขี อ้ จำกัดดังนี้
- ช้ันท่ี 1 : ชั้นดินท่ีมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (ไม่มีข้อจำกัด) ประกอบด้วย
1 กล่มุ ชุดดิน คือ กลุ่มชดุ ดนิ ที่ 6
- ชั้นที่ 1n : ชั้นดินที่มีความเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือ ดินมีความ
อดุ มสมบรู ณ์ตำ่ ) ประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชดุ ดิน คอื กลุม่ ชุดดนิ ที่ 17
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-35 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
(ก-2) ชั้นความเหมาะสมของดินแตล่ ะกลมุ่ ชดุ ดนิ ในพน้ื ทีล่ ุ่มสำหรับการปลกู พชื ไร่
ดนิ ในพ้ืนทลี่ ุ่ม จำนวน 2 กลมุ่ ชดุ ดนิ จดั อยู่ในชนั้ ความเหมาะสมสำหรบั การปลกู พืชไร่
ช้ันตา่ ง ๆ โดยมีข้อจำกดั ดงั นี้
- ชน้ั ท่ี 3w : ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ มีอนั ตรายท่ีเกิดจาก
การมีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน) ประกอบดว้ ย 2 กลุม่ ชดุ ดนิ คือ กลุม่ ชดุ ดนิ ที่ 6 และกลุ่มชุดดนิ ท่ี 17
(ก-3) ชั้นความเหมาะสมของดนิ แต่ละกลมุ่ ชุดดนิ ในพน้ื ทล่ี ุม่ สำหรับการปลูกไม้ผล - ไม้ยนื ต้น
การจัดชั้นความเหมาะสมของดิน จำนวน 2 กลมุ่ ชุดดนิ ในพื้นท่ีลุ่ม สำหรับการปลูกไม้ผล
- ไมย้ นื ต้น มีรายละเอยี ดเช่นเดยี วกบั กรณีของพืชไร่ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยท้ัง 2 กลุ่ม
ชุดดิน จดั อยู่ในชน้ั ดินท่ไี ม่เหมาะสม (ชั้นท่ี 3w)
แนวทางการแก้ไขปรับปรุงปัจจยั ท่ีเปน็ ขอ้ จำกัดของดนิ ในการปลูกพชื ของกล่มุ ชุดดินในพนื้ ท่ลี ุ่ม
(ก-1) ข้อจำกดั และแนวทางในการแกไ้ ขปรับปรุงดินในพื้นท่ีลุ่มสำหรบั การปลูกขา้ ว
ข้อจำกัด แนวทางในการแกไ้ ขปรบั ปรุง
n = ดนิ มีความอุดมสมบูรณต์ ่ำ - ใส่ปุย๋ อนิ ทรยี ์ และปุย๋ เคมี รวมทัง้ ไถกลบตอซงั เศษเหลอื ของพชื
(ก-2) ข้อจำกัดและแนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุงดินในพื้นทล่ี มุ่ สำหรับการปลกู พืชไร่
ขอ้ จำกัด แนวทางในการแกไ้ ขปรับปรุง
w = อนั ตรายท่ีเกิดจากการมีนำ้ แช่ขงั - ทำคนั ดนิ รอบพนื้ ทป่ี ลกู พชื เพื่อป้องกนั น้ำทว่ มในช่วงฤดฝู นยกร่องปลูก
ในช่วงฤดฝู น เพอ่ื ช่วยการระบายน้ำของดนิ ให้ดขี ้ึน ขดุ คูระบายนำ้ และมีระบบการสบู น้ำ
ออกจากพ้ืนท่เี มอื่ มีฝนตกหนักควรมรี ะบบชลประทานใหน้ ้ำและเลอื กชนิด
พชื ปลูกที่เหมาะสม
(ก-3) ขอ้ จำกัด และ แนวทางในการแก้ไขปรับปรุงดินในพื้นที่ลุ่มสำหรับการปลูกไม้ผล - ไม้ยืนต้น
มรี ายละเอียดเช่นเดยี วกบั กรณขี องพชื ไร่
(ข) กลุ่มชดุ ดนิ ในพืน้ ท่ีดอน
(ข-1) ชน้ั ความเหมาะสมของดนิ แต่ละกลุ่มชดุ ดินในพ้ืนที่ดอนสำหรบั การปลกู ข้าว
ดินในพื้นท่ีดอน จำนวน 9 กลุ่มชุดดิน จัดอยู่ในช้ันความเหมาะสมสำหรับการปลูก
ข้าว ช้ันต่าง ๆ โดยมีขอ้ จำกัดดงั น้ี
- ชั้นท่ี 3d : ชั้นดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (มีข้อจำกัด คือดินมีสภาพ
การระบายน้ำดี) ประกอบด้วย 5 กลุ่มชุดดิน คือ กลุ่มชุดดินที่ 32 กลุ่มชุดดินท่ี 32B กลุ่มชุดดินท่ี 34 กลุ่มชุดดินท่ี
34B กลุ่มชดุ ดินท่ี 39B
- ช้ันที่ 3td : ช้ันดินท่ีไม่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าว (มีข้อจำกัดคือดินมีสภาพ
พ้ืนท่ีไม่เหมาะสม และมีสภาพการระบายน้ำดี) ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ชุดดิน คือกลุ่มชุดดินท่ี 26C กลุ่มชุดดินท่ี 34C
กลุ่มชุดดนิ ท่ี 45C และกลุ่มชดุ ดินท่ี 62
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-36 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
(ข-2)ชนั้ ความเหมาะสมของดินแตล่ ะกลุ่มชุดดินในพื้นที่ดอน สำหรับการปลูกพชื ไร่
ดนิ ในพน้ื ท่ีดอน จำนวน 9 กลุม่ ชดุ ดนิ จัดอยู่ในชั้นความเหมาะสมสำหรบั การการปลูกพชื
ไร่ชั้นตา่ ง ๆ โดยมขี ้อจำกัดดังนี้
- ชั้นที่ 1 : ชั้นดินท่ีมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (ไม่มีข้อจำกัด)
ประกอบดว้ ย 2 กลุม่ ชุดดิน คือ กลมุ่ ชุดดนิ ที่ 32 และกลุ่มชุดดินท่ี 32B
- ช้ันท่ี 1n : ช้ันดินท่ีมีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
ความอดุ มสมบรู ณต์ ำ่ ) ประกอบดว้ ย 1 กลุ่มชดุ ดิน คอื กล่มุ ชุดดินที่ 26C
- ชั้นที่ 1&n : ชั้นดินที่มีความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
เนอ้ื ดินไม่คอ่ ยเหมาะสม และดินมีความอดุ มสมบรู ณ์ตำ่ ) ประกอบด้วย 4 กลุ่มชุดดนิ คือ กลุ่มชุดดนิ ที่ 34 กล่มุ ชดุ ดนิ ท่ี
34B กลุ่มชุดดินท่ี 34C และ กลุม่ ชดุ ดนิ ท่ี 39B
- ชั้นท่ี 2g : ช้ันดินที่ไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมี
ก้อนกรดหรือลูกรังในช้ันหน้าตดั ดนิ ) ประกอบด้วย 1 กลุม่ ชุดดิน คอื กลุ่มชุดดินท่ี 45C
- ชั้นท่ี 3td : ชัน้ ดินท่ีไม่เหมาะสมสำหรับการปลกู พืชไร่ (มีข้อจำกัดคือ ดินมีสภาพ
พ้นื ทไ่ี ม่เหมาะสม และมสี ภาพการระบายนำ้ ดี) ประกอบดว้ ย 1 กลุม่ ชดุ ดิน คอื กล่มุ ชดุ ดนิ ท่ี 62
(ข-3) ช้ันความเหมาะสมของดินแต่ละกลุม่ ชุดดินในพื้นท่ีดอน สำหรับการปลูกไม้ผล - ไมย้ นื ต้น
การจัดชน้ั ความเหมาะสมของดินในพ้ืนที่ดอน จำนวน 9 กลมุ่ ชุดดิน สำหรับการปลูกไม้ผล – ไม้ยืนต้น
มรี ายละเอียดเช่นเดียวกับกรณขี องพืชไร่ ดงั ท่ีกลา่ วไปแล้วข้างตน้
แนวทางในการแก้ไขปรับปรุงปัจจยั ที่เปน็ ข้อจำกดั ของดินในการปลกู พชื ของกลมุ่ ชุดดินในพ้ืนทดี่ อน
(ข-1) ข้อจำกัดและแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงดินในพนื้ ท่ดี อนสำหรับการปลกู ข้าว
ขอ้ จำกัด แนวทางในการแก้ไขปรบั ปรงุ
d = ดนิ มสี ภาพการระบายนำ้ ดี - ปรับสภาพพื้นท่ีปลูกให้ราบเรียบสม่ำเสมอ ทำคันนาให้สูงเพื่อเก็บกักน้ำ
ขงั เอาไว้ได้ปริมาณมาก และอยู่ได้นานข้นึ ควรมีการเพ่ิมวัสดุอินทรีย์ลงไป
ในดิน เช่น การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และไถกลบตอซังข้าวลงไปในดินหลังเก็บ
เกยี่ วผลผลิต การมีระบบชลประทาน จะเปน็ ประกันความเสย่ี งในการปลูก
ขา้ ว
t = ดินมีสภาพพ้ืนทไี่ ม่เหมาะสม - ปลูกขา้ วเป็นแบบข้ันบันไดขวางความลาดเทของพื้นท่ี (ในบริเวณพน้ื ที่ท่ี
มคี วามลาดชนั ) และปลกู หญ้าแฝกแซม เพื่อชว่ ยการอนุรักษ์ดนิ และน้ำ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-37 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้
(ข-2) ขอ้ จำกดั และแนวทางในการแก้ไขปรบั ปรุงดินในพนื้ ทดี่ อนสำหรบั การปลูกพืชไร่
ขอ้ จำกดั แนวทางในการแก้ไขปรับปรงุ
n = ดนิ มคี วามอดุ มสมบูรณต์ ำ่ - ใส่ปุ๋ยอินทรียแ์ ละปุ๋ยเคมี ไถกลบตอซังพชื หลงั เกบ็ เกี่ยวจดั ระบบการปลูก
&n = ดินมีเนือ้ ดินไมค่ ่อยเหมาะสมและมี พชื หมุนเวียนให้มพี ืชตระกลู ถั่วร่วมด้วย ควรมีระบบชลประทานให้น้ำร่วม
ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ด้วย กจ็ ะช่วยลดความเสยี่ งการขาดน้ำของพืชทีป่ ลกู
g = ดินมีก้อนกรวดหรือลูกรังในชั้นหน้า - ปลูกพืชที่มีระบบรากตื้น และเป็นพืชที่ไม่ต้องการไถพรวนบ่อย
ตดั ดนิ ควรมีระบบการอนุรกั ษ์ดินและนำ้ และมรี ะบบชลประทาน
td = ดินมีสภาพพ้ืนที่ไม่เหมาะสมและมี - ปลูกพืชขวางความลาดเทของพ้ืนท่ี เลือกชนิดพืชปลูกที่ไม่ต้องไถพรวน
สภาพการระบายนำ้ ดี บ่อย ควรมีระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ และควรมีระบบชลประทานร่วม
ด้วย
(ข-3) ข้อจำกดั และแนวทางในการแกไ้ ขปรับปรุงดินในพื้นทด่ี อนสำหรบั การปลูกไม้ผล – ไม้ยืนตน้
ข้อจำกดั แนวทางในการแกไ้ ขปรับปรุง
n = ดนิ มีความอดุ มสมบูรณต์ ่ำ - ใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี ผสมดินปลูกท่ีมีสมบัติทางกายภาพที่ดีในหลุม
&n = ดนิ มเี น้อื ดินไมค่ อ่ ยเหมาะสมและมี ปลูกพืช หาเศษพืชหรือวัสดุอินทรีย์มาคลุมหน้าดินบริเวณรอบหลุมปลูก
ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ พืชเพื่อช่วยลดการระเหยน้ำจากผิวดิน และควรมีระบบชลประทานร่วม
ด้วย (ใหน้ ้ำแกพ่ ืชโดยใช้ระบบนำ้ หยด)
g = ดินมีก้อนกรวดหรือลูกรังในชั้นหน้า - ขุดหลุมปลกู ใหล้ ึก และกว้างพอประมาณ ผสมป๋ยุ อินทรีย์ และดนิ ปลูกท่ี
ตดั ดิน มสี มบตั ิที่ดลี งไปในหลุมปลกู พืช และเป็นพืชทม่ี ีขนาดลำตน้ หรือทรงพมุ่ ไม่
ใหญ่จนเกนิ ไป
ถ้าจำเป็นอาจตอ้ งมีการคำ้ ยันต้นพชื และควรมรี ะบบชลประทานร่วมด้วย
td = ดินมีสภาพพ้ืนท่ีไม่เหมาะสมและมี - ปรับสภาพพ้ืนท่ีบริเวณรอบ ๆ หลุมปลูกพืชให้ราบเรียบ ควรมีระบบการ
สภาพการระบายนำ้ ดี อนรุ กั ษ์ดนิ และน้ำ และมรี ะบบชลประทานรว่ มด้วย
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-38 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
สรปุ : ความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลมุ่ (ขา้ ว พชื ไร่ และไมผ้ ล - ไมย้ ืนต้น) ในบรเิ วณพ้นื ท่รี ับ
ประโยชน์ของโครงการ แสดงดงั รูปที่ 3.4.3-3 ถึงรูปท่ี 3.4.3-4
ความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชในบริเวณพื้นท่รี ับประโยชนข์ องโครงการ
ชัน้ ความเหมาะสมของดนิ พื้นที่ กลุ่มชุดดิน
ในการปลูกพชื ไร่ รอ้ ยละ
ชั้นความเหมาะสมของดินในการปลกู ข้าว
- ช้ันความเหมาะสมท่ี 1 2,807.65 23.02 6 17
- ชน้ั ความเหมาะสมที่ 3 9,386.53 76.98 26C 32 32B 34 34B 34C
39B 45C 62
ชั้นความเหมาะสมของดินในการปลกู พืชไร่
หรือไม้ผล - ไมย้ ืนตน้
- ช้ันความเหมาะสมที่ 1 9,072.13 74.40 26C 32 32B 34 34B 34C
39B
- ชน้ั ความเหมาะสมท่ี 2 312.13 2.56 45
- ชั้นความเหมาะสมที่ 3 2,809.56 23.04 6 17 62
ความเหมาะสมของดินของกลุ่มชุดดินต่าง ๆ (จำนวน 11 กลุ่มชุดดิน) ในการปลูกพืชเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม
(ข้าว พชื ไร่ และ ไมผ้ ล - ไมย้ นื ตน้ ) ในบรเิ วณพ้ืนที่รบั ประโยชน์ของโครงการ มดี ังนี้
ชั้นความเหมาะสมของดินในการปลูกข้าว : พบว่าดินประมาณเกือบ 1 ส่วนใน 4 ส่วน ของพื้นที่รับประโยชน์
เป็นดินท่ีจัดอยู่ในชั้นความเหมาะสมท่ี 1 (ช้ันดนิ ที่มีความเหมาะสมในการปลูกขา้ ว) ประกอบด้วย 2 กลุ่มชุดดินท่เี ป็น
ดนิ ในพื้นท่ีลุ่ม มีพ้ืนท่ีรวมกันคิดเป็นร้อยละ 23.02 ของพ้ืนที่รับประโยชน์ พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีกประมาณ 3 ใน 4 ส่วน
เปน็ ดินท่จี ดั อยู่ในช้ันความเหมาะสมท่ี 3 (ช้ันดินทไี่ ม่เหมาะสมในการปลกู ข้าว) ประกอบด้วย 9 กลมุ่ ชดุ ดนิ ทีเ่ ป็นดนิ ใน
พื้นที่ดอน มีพื้นทรี่ วมกนั คิดเปน็ ร้อยละ 76.98 ของพน้ื ทรี่ บั ประโยชน์
ช้ันความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น : พบว่าดินประมาณ 3 ส่วนใน 4 ส่วนเป็น
ดินท่ีจัดอยู่ในช้ันความเหมะสมท่ี 1 (ช้ันดินที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น) ประกอบด้วย
7 กลุ่มชุดดินท่ีเป็นดินในพื้นที่ดอน มีพ้ืนที่รวมกันคิดเป็นร้อยละ 74.40 ของพ้ืนที่รับประโยชน์ พื้นท่ีส่วนที่เหลืออีก
ประมาณเกือบ 1 ส่วนใน 4 สว่ น เป็นดินท่ีจัดอย่ใู นชน้ั ความเหมาะสมท่ี 3 (ชนั้ ดินท่ไี ม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือ
ไม้ผล – ไม้ยนื ต้น) ประกอบด้วย 3 กลุ่มชุดดิน (2 กลุ่มชุดดินเป็นดินในพ้นื ทลี่ ุ่ม และ อีก 1 กลุ่มชดุ ดินเป็นดินในพน้ื ท่ี
ดอน) มีพื้นที่รวมกันคิดเปน็ ร้อยละ 23.04 ของพื้นทีร่ ับประโยชน์ พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกส่วนหน่ึงท่ีมพี ื้นท่ีไม่มากนักเป็น
ดินที่จัดอยู่ในชั้นความเหมาะสมที่ 2 (ชั้นดินทไ่ี ม่ค่อยเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ หรือไม้ผล - ไม้ยืนต้น) ประกอบด้วย
1 กลุ่มชุดดินท่ีเป็นดินในพื้นที่ดอน มีพ้ืนทคี่ ิดเป็นรอ้ ยละ 2.56 ของพน้ื ทร่ี บั ประโยชน์
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-39 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
ท่ีมา : ดดั แปลงจากกรมพฒั นาที่ดิน, 2553
รปู ที่ 3.4.3-3 ขอ้ มลู ชัน้ ความเหมาะสมของดนิ ในการปลูกข้าว
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-40 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้
ที่มา : ดดั แปลงจากกรมพัฒนาท่ีดิน, 2553
รปู ท่ี 3.4.3-4 ขอ้ มลู ชั้นความเหมาะสมของดนิ ในการปลกู พชื ไร่ หรือไม้ผล-ไมย้ นื ต้น
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-41 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
ตารางที่ 3.4.3-5 ชนั้ ความเหมาะสมของดนิ ในการปลูกพชื ของแตล่ ะกลุ่มชุดดนิ ในพนื้ ทศี่ ึกษาของโครงการ
อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว
กลุม่ ชดุ ดนิ ช้ันความเหมาะสมของดินในการปลกู พืช
ข้าว พืชไร่ ไมผ้ ล - ไมย้ ืนต้น
กลุ่มชุดดินในพื้นทลี่ ุ่ม
6 1 3w 3w
17 1n 3w 3w
กลุม่ ชดุ ดินในพ้นื ทดี่ อน
26C 3td 1n 1n
32 3d 1 1
32B 3d 1 1
34 3d 1&n 1&n
34B 3d 1&n 1&n
34C 3td 1&n 1&n
39B 3d 1&n 1&n
45C 3td 2g 2g
62 3td 3td 3td
6) ความเหมาะสมของที่ดินสำหรบั การชลประทานเพื่อการปลกู
การจัดช้ันความเหมาะสมของท่ีดินสำหรับการชลประทานเพื่อการปลูกพืช ได้นำหลักเกณฑ์ของสำนักงาน
ฟ้ืนฟูที่ดินแห่งสหรัฐอเมริกา (United State Bureau of Raclamation : USBR) ท่ีได้มีการปรับใช้พ้ืนที่แถบเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ และกรมพัฒนาท่ีดนิ ไดน้ ำมาปรับใช้ในการจัดช้ันความเหมาะสมของดินสำหรับการชลประทานเพ่ือ
การปลูกพชื โดยแบ่งออกเปน็ 6 ชัน้ ดังน้ี
1) ช้นั ท่ี U1 : ที่ดนิ มคี วามเหมาะสมมากสำหรบั การชลประทานท่ดี อนเพอื่ การปลูกพืชไร่ ไม้ผล
และไมย้ ืนตน้
2) ช้ันที่ U2 : ท่ีดินมีความเหมาะสมปานกลางสำหรับการชลประทานท่ีดอนเพื่อการปลูกพืชไร่ไม้ผล และ
ไมย้ ืนต้น
3) ชัน้ ท่ี U3 : ที่ดนิ ไม่คอ่ ยเหมาะสมสำหรับการชลประทานท่ีดอนเพอื่ การปลูกพืชไร่ ไมผ้ ล และไม้ยนื ต้น
4) ชั้นที่ R1 : ท่ดี นิ มีความเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานทร่ี าบลุ่มเพอ่ื การปลูกขา้ ว
5) ช้นั ที่ R2 :ท่ีดนิ มคี วามเหมาะสมปานกลางสำหรับการชลประทานที่ราบลมุ่ เพ่ือการปลูกข้าว
6) ชนั้ ที่ R3 :ทดี่ นิ ไม่เหมาะสำหรบั การชลประทานเพื่อการปลูกพืช
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-42 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้
เอกสารอ้างอิง :USBR. 1951 Bureau of Reclamation Manual. Vol. V . Irrigated land use. Part
2. Land classification. Bureau of Reclamation, Dept. of Interior, Denver Federal Center, Denver, Col.
80225, USA; USBR. 1967 Instructions for the conduct of feasibility grade land classification surveys
of the Lam Oon Project – Thailand. Office of Chief Engineer, Denver, Colorado, USA. ( ซ่ึงกรมพัฒนา
ที่ ดิ น ไ ด้ น ำ ม า ป รั บ ใ ช้ : Soil Interpretation Handbook for Thailand, Ministry of Agriculture and
Cooperatives, Department of Land Development and Food and Agriculture Organization of the
United Nations, Bangkok, February 1973)
การจัดช้ันความเหมาะสมของที่ดินสำหรับการชลประทานเพื่อการปลูกพืช โดยการนำเอาข้อมูลต่าง ๆ
ของลักษณะภูมิประเทศ (ความลาดชันและสภาพพื้นที่และสมบัติท่ีสำคัญบางประการของดินแต่ละกลุ่มชุดดิน
ประกอบด้วยความลึกของดิน ประเภทของเนือ้ ดิน สภาพการระบายน้ำของดิน ปฏิกริ ิยาของดิน และความเค็มของดิน
นำมาประกอบใชใ้ นการพิจารณาการจัดชน้ั ความเหมาะเหมาะสมของทด่ี นิ สำหรับการชลประทานเพอื่ การปลูกพืชของ
กลุ่มชดุ ดนิ ต่าง ๆ ในบริเวณพืน้ ที่รบั ประโยชนโ์ ครงการ รายละเอียดผลการศกึ ษาได้สรุปแสดงไว้ในตารางที่ 3.4.3-6
ชัน้ ความเหมาะสมของท่ดี ินของแต่ละกลุม่ ชดุ ดินสำหรับการชลประทานเพื่อการปลกู พชื ในบริเวณพื้นท่ีรบั
ประโยชน์ของโครงการ มีรายละเอยี ดดงั น้ี
- ช้ันที่ U1 ; ที่ดินมีความเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานที่ดอนเพ่ือการปลูกพืชไร่ ไม้ผล และ
ไมย้ ืนต้น : พบว่าประกอบด้วย 2 กลุ่มชดุ ดิน คือ กลมุ่ ชุดดินท่ี 32 และกลมุ่ ชุดดินท่ี 32B มีพ้ืนท่ีรวมกันคดิ เป็นร้อยละ
38.32 ของพื้นท่รี บั ประโยชน์
- ช้ันท่ี U2 ; ที่ดินมีความเหมาะสมปานกลางสำหรับการชลประทานที่ดอนเพื่อการปลูกพืชไร่ ไม้ผล
และไม้ยืนต้น : พบว่า ประกอบด้วย 4 กลุ่มชุดดินคือ กลุ่มชุดดินท่ี 26C กลุ่มชุดดินที่ 34 กลุ่มชุดดินที่ 34B และ
กลุ่มชุดดินท่ี 39B มีพื้นท่ีรวมกันคดิ เป็นร้อยละ 34.73 ของพน้ื ท่ีรบั ประโยชน์
- ช้ันที่ U3 ; ทด่ี ินไมค่ ่อยเหมาะสมสำหรับการชลประทานที่ดอนเพื่อการปลูกพชื ไร่ ไม้ผล และไม้ยนื ต้น
: พบว่าประกอบด้วย 1 กลมุ่ ชุดดนิ คือ กลุม่ ชุดดนิ ที่ 34C มีพืน้ ทีค่ ิดเป็นร้อยละ 0.97 ของพน้ื ที่รบั ประโยชน์
- ช้ันที่ R1 ; ที่ดินมีความเหมาะสมมากสำหรับการชลประทานท่ีราบลุ่มเพ่ือการปลูกข้าว : พบว่า
ประกอบด้วย 2 กลุ่มชุดดิน คือกลมุ่ ชุดดนิ ที่ 6 และกลมุ่ ชุดดินที่ 17 มีพ้ืนท่ีรวมกันคิดเป็นรอ้ ยละ 22.90 ของพื้นที่รับ
ประโยชน์
- ช้นั ที่ 6 ; ท่ีดินไม่เหมาะสมสำหรับการชลประทานเพื่อการปลกู พืช : พบว่าประกอบดว้ ย 2 กลุ่มชุดดิน
คือ กลมุ่ ชดุ ดินท่ี 45C และกลุ่มชดุ ดินท่ี 62 มีพืน้ ที่รวมกนั คิดเปน็ รอ้ ยละ 2.57 ของพืน้ ท่รี บั ประโยชน์
สรุป : ชน้ั ความเหมาะสมของทดี่ นิ สำหรับการชลประทานเพื่อการปลูกพชื ของกลุม่ ชดุ ดินตา่ ง ในพนื้ ท่รี บั ประโยชน์
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-43 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
ชั้นความเหมาะสมของที่ดิน กลุ่มชดุ ดินทีจ่ ดั รวมอย่ใู นช้นั พ้ืนท่ี
สำหรบั
ความเหมาะสมเดียวกัน ไร่ รอ้ ยละ
การชลประทานเพื่อการปลกู พชื 32 32B 4,696.77 38.32
U1 26 34 34B
39B 4,256.52 34.73
U2 34C
6 17 118.84 0.97
U3 45C 62 2,807.65 22.90
R1 314.40 2.57
6
ตารางท่ี 3.4.3-6 ช้ันความเหมาะสมของทด่ี ิน ของแตล่ ะกล่มุ ชุดดนิ สำหรบั การชลประทานเพื่อการปลูกพืชใน
พน้ื ท่ีรับประโยชน์ของโครงการ
ชุดดนิ ช้นั ความเหมาะสมของท่ีดินเพอ่ื การชลประทานสำหรับการปลกู พืช
กล่มุ ชุดดนิ ในพนื้ ทลี่ ุม่ :
6 R1
17 R1
กลมุ่ ชุดดินในพื้นทด่ี อน :
26C U2
32 U1
32B U1
34 U2
34B U2
34C U3
39B U2
45C 6
62 6
4) แผนการดำเนนิ งานในขนั้ ถดั ไป
(1) จะทำการสำรวจดินในภาคสนามในบริเวณพื้นท่ีรับประโยชน์ของโครงการ และเก็บตัวอย่างดิน
มาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการประเมินปัญหาของดิน และระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินท่ี
เปน็ ปัจจุบนั
(2) ทำการจัดเตรยี มแผนที่ดินที่เป็นบรเิ วณพ้ืนท่ีศกึ ษาโครงการ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-44 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น
3.4.4 ธรณีวทิ ยา แผ่นดินไหว และวัสดทุ ีใ่ ชใ้ นการกอ่ สร้าง
ลักษณะภูมิประเทศทั่วไปของจังหวัดพัทลุงเป็นเทือกเขาสูงทางด้านบริเวณตะวันตกตอนกลางและด้าน
ตะวันออกของจังหวัด เป็นท่ีราบลุม่ แมน่ ้ำและที่ราบระหว่างหุบเขา บรเิ วณแนวรอยต่อระหว่างเทือกเขาดา้ นตะวันตก
กับที่ราบตอนกลางเป็นที่เนินและท่ีราบลอนลาด และมีท่ีราบชายฝ่ังทะเลเป็นแนวแคบ ๆ ขนานกับทะเลทางด้าน
ตะวันออกของจังหวัด พ้ืนท่ีจังหวัดพัทลุงรองรับด้วยหินแข็งอายุต้ังแต่ 570 ล้านปี มีทั้งหินตะกอน หินแปร และ
ตะกอนรวนแสดงในรูปที่ 3.4.4-1
1. ลำดับชนั้ หนิ
พื้นท่ีจังหวัดพัทลุงร้อยละ 75 รองรับด้วย หินตะกอน หินแปร และตะกอนร่วน สามารถจาแนกย่อย
เปน็ หินตะกอนและหินแปร 9 หน่วย และตะกอนรวน 7 หน่วย
หินตะกอน เกิดจากการสะสมและตกตะกอนทับถมของเศษหิน ดิน ทราย ที่แตกหลุดหรือ
ถกู ชะล้าง ละลายออกมาจากหินเดมิ โดยตวั การตามธรรมชาติ เช่น นำ้ ลม ธารนำ้ แขง็ น้ำทะเล พดั พาตะกอนไปทบั ถม
ในแอ่งสะสมตัวตะกอน ท่ีสะสมตัวมากขึ้นมีการกดทับอัดตัวกันแน่น การเช่ือมประสานและกลายเป็นหินในท่ีสุด
หนิ ตะกอนบางประเภทเกิดจากการตกตะกอนโดยมปี ฏกิ ริ ยิ าทางเคมี เช่น หินปนู หินโดโลไมต์
หินแปร เป็นหินท่ีเกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งเป็นได้ท้ังหินตะกอน หินอัคนี และหินแปร
ภายใต้อิทธิพลของความร้อนหรือความดัน หรือท้ังสองอย่าง กระบวนการแปรสภาพอาจทำให้เกิดการเรียงตัวของ
เมด็ แร่หรอื เกิดแรใ่ หมข่ ึน้
ลาดับชน้ั หนิ ท่ีพบในจังหวดั พทั ลุง เรียงอายุจากแก่ไปออ่ น ได้ดังน้ี
1) หนิ ยุคแคมเบรยี น (ε)
กลุ่มหินตะรุเตา เป็นช่ือท่ีใช้เรียกหินยุคแคมเบรียน (อายุประมาณ 570-505 ล้านปี) ทางภาคใต้ของประเทศ
ประกอบ ด้วย หินทราย และหินควอร์ตไซต์สีขาว สีเทาอ่อน เม็ดละเอียดแสดงลักษณะเป็นช้ันหนาถึงบาง
มีการวางชั้นเรียงระดับ และแถบช้ันบาง พบกระจายตัวอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด บริเวณที่ติดต่อกับ
จังหวดั สตลู และตรงั
2) หินยคุ ออร์โดวเิ ชยี น (O)
กลุ่มหินทุ่งสง ใช้เรยี กหินปูนยคุ ออรโ์ ดวิเชียน (อายุประมาณ 505-438 ล้านป)ี ซ่งึ มีลักษณะคลา้ ยคลึงกัน
ทั้งประเทศ ประกอบด้วย หินปูน สีเทา ผลึกละเอียดถึงหยาบ ชั้นบางถึงไม่แสดงช้ัน มีเน้ือดินช้ันบาง ๆ แทรก
พบซากดึกดาบรรพจ์ าพวกแกสโตรพอดและแบรคิโอพอด
หินปูน มีส่วนป ระกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) มีป ระโยชน์สามารถใช้
เป็นวัตถุดิบทั้งในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมเคมีนอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างได้ดีหินปูนมี
คุณสมบัติสามารถละลายน้ำได้ในน้ำที่มีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ ดังนั้นจึงมักพบถ้ำท่ีมีหินงอกหินย้อยอยู่ในภูเขาหินปูน
หินปูนท่ีอยูใกล้หินแกรนิตจะแปรสภาพกลายเป็นหินอ่อน สามารถนำมาใช้เป็นหินประดับได้ ส่วนดินท่ีผุพังมาจาก
หินปูนมักมีสีส้มแดงที่เรียกว่าดนิ แดงหรือดินแทรร์ ารอสซ่า (Terra rosa) มีแร่ธาตทุ ่ีจำเป็นตอ่ พืชอยู่หลายชนิด ดังนั้น
พ้ืนท่ีราบท่ีอยู่ใกล้หินปูนจึงเป็นแหล่งเพาะปลูกได้ดีแม้ว่าภูเขาหินปูนจะมีความสูงชันและแสดงหน้าผาชัดเจน
แต่เนื่องจากไม่มีตะกอนดินสะสมตัวอยู่บนยอดเขา ดังน้ันจึงไม่ใช่พ้ืนที่ท่ีเส่ียงภัยต่อดินถล่ม แต่อาจพบปรากฏการณ์
หลมุ ยบุ ในบริเวณท่รี าบใกล้ภเู ขาหนิ ปนู
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-45 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น
กลุ่มหินทุ่งสงพบกระจายตัวทางด้านตะวันตกของจังหวัด ตั้งแต่อาเภอศรีบรรพตลงมาจนถึง
อาเภอกงหรา ปรากฏเป็นเทือกเขาสูง เช่น เขาเขียว เขาพญาโฮ้ง เขาในวัง เขาครามเขาทุ่งโตน สามารถจาแนก
กล่มุ หนิ ท่งุ สงที่พบในจงั หวดั พัทลงุ ออกเป็น 2 หมวดหินย่อย คือ
- หมวดหินแลตอง (Olt) ประกอบด้วย หินดินดาน และหินทรายแป้ง แทรกสลับด้วยหินปูน หินดินดานและ
หินทรายแป้งมีสีเทาแกมเขียว สีน้ำตาล แสดงลักษณะเป็นช้ันบาง หินปูนมีสีเทา แสดงลักษณะเป็นเลนส์ พบซากดึกดำบรรพ์
จำพวกหอยกาบคู่
- หมวดหินรังนก (Ork) ประกอบด้วย หิ นปูนเน้ือปนดิน สีเทาดา แสดงลักษณ ะเป็นช้ันบางถึง
ชนั้ หนามาก พบซากดกึ ดำบรรพจ์ ำพวกแซฟาโลพอด ชนดิ นอติลอยด์
3) หนิ ยุคไ ลูเรยี น - ดโี วเนยี น (SD)
หมวดหินป่าเสม็ด (SDps) ประกอบด้วย หินดินดาน และหินโคลน มีสีดา พบซากดึกดาบรรพจาพวก
หอยกาบคู่แบรคิโอพอด แกรบโตไลต์ไทรโลไบต์และไครนอยด์ หมวดหินน้ีอายุประมาณ 438-360 ล้านปี
พบกระจายตัวทางด้านตะวันตกของอาเภอศรีบรรพต และด้านเหนือของอาเภอกงหรา ดินที่ผุพังมาจากหินดินดาน
มแี รธ่ าตอุ ุดมสมบูรณ์พอสมควร โดยเฉพาะแร่ธาตุอาหารเสริมสำหรับพืชจึงสามารถใช้ประโยชน์ในดา้ นการเพาะปลูก
ได้คอ่ นขา้ งดแี ต่ดินอาจมีความรว่ นซยุ ต่ำ
4) หินยคุ คาร์บอนิเฟอรสั (C)
หมวดหินควนกลาง (Ck) ประกอบดวย หินโคลน หินโคลนเนื้ อซิลิกา หินดินดาน หินเชิร์ต
และหนิ ทราย มสี ีเทา แสดงลกั ษณะเปน็ ช้นั บางถึงหนา พบซากดกึ ดาบรรพจ์ าพวกหอยกาบคู่ ไทรโลไบต์และไครนอยด์
หมวดหินนี้อายุประมาณ 360-286 ล้านปี ส่วนใหญ่พบกระจายตัวทางด้านตะวันตกของจังหวัดพัทลุง และพบท่ี
อาเภอปากพยูน
5) หินยคุ คาร์บอนเิ ฟอรสั - เพอรเ์ มยี น (CP)
กลุมหินแกงกระจาน (CPk) เป็นชื่อท่ีใช้เรียกหินยุคคาร์บอนิเฟอรัส-เพอรเมียน (อายุประมาณ 320-255
ล้านปี) ประกอบด้วย หินโคลน และหินโคลนปนกรวด แทรกสลับด้วยหินทรายเกรย์แวก หินโคลนและ
หนิ โคลนปนกรวดมีสีเทาแกมเขียวและสีเทาดา แสดงลกั ษณะเป็นช้ันหนา พบซากดึกดาบรรพ์จาพวกไทรโลไบตแ์ บรคิ
โอพอด หินทรายเกรย์แวกมีสีเทาดาและสีเทาแกมเขียว เม็ดละเอียดถึงหยาบปานกลาง ส่วนใหญ่พบกระจายตัว
ทางด้านตะวันตกเฉยี งเหนอื ของจังหวัด ตงั้ แต่อาเภอปา่ พะยอมลงมาจนถึงกงิ่ อาเภอศรนี ครินทรว์ างตวั ในแนวตะวันตก
เฉียงเหนอื -ตะวันออกเฉยี งใต้และพบที่อาเภอตะโหมด
6) หินยุคเพอร์เมยี น (P)
กลุ่มหนิ ราชบุรเี ป็นชอ่ื ทใ่ี ช้เรียกหนิ ยุคเพอร์เมยี น (อายุประมาณ 286-245 ลา้ นปี) ท่ีแพร่กระจายอยู่ตัง้ แต่
อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ลงมาจนถึงจังหวัดยะลาส่วนมากมีลักษณะเป็นเขาโดด กลุ่มหินสระบุรีโดยส่วน
ใหญแ่ ล้วเป็นหินปูน แสดงลกั ษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ (karst)
หินปูนมีส่วนประกอบทางเคมีเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) มีประโยชน์สามารถใช้เป็นวัตถุดิบทั้งในอุตสาหกรรม
ปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมเคมี นอกจากน้ียังสามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างได้ดีหินปูนมีคุณสมบัติสามารถละลายน้ำได้
ในน้ำที่มีสภาพเป็นกรดออ่ นๆ ดังน้ันจงึ มกั พบถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยอยู่ในภูเขาหนิ ปูน หนิ ปูนท่อี ยใู่ กล้หินแกรนิตจะแปร
สภาพกลายเป็นหินอ่อน สามารถนำมาใช้เป็นหินประดับได้ส่วนดินที่ผุพังมาจากหินปูนมักมีสีส้มแดงที่เรียกว่าดินแดง
หรือดินแทร์รารอสซ่า (Terra rosa) มีแรธ่ าตุที่จำเป็นต่อพืชอยู่หลายชนิด ดังนนั้ พื้นที่ราบท่ีอยใู่ กล้หนิ ปูนจึงเปน็ แหล่ง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-46 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
เพาะปลูกได้ดีแม้ว่าภูเขาหินปูนจะมีความสูงชันและแสดงหน้าผาชัดเจน แต่เนื่องจากไม่มีตะกอนดินสะสมตัวอยู่บน
ยอดเขา ดังนั้นจงึ ไม่ใช่พ้ืนท่ีทเ่ี ส่ยี งภยั ต่อดินถลม่ แต่อาจพบปรากฏการณห์ ลมุ ยุบในบริเวณท่ีราบใกล้ภูเขาหินปูน
กลมุ่ หินราชบุรี ประกอบด้วย หินปนู และหนิ ปูนเน้ือโดโลไมต์ มีสีเทาขาว แสดงลักษณะเป็นชั้นดี ชั้นหนา
ถึงหนามาก พบซากดึกดำบรรพ์จำพวกปะการังและแกสโตรพอด มกี ารกระจายตัวเป็นเขาโดดลกู เล็ก ๆ ที่มีความสงู ไม่
เกิน 300 เมตร บริเวณเขาปู่ เขาย่า เขาวัง ในเขตอำเภอศรีบรรพต เขาชัยสน ในเขตอำเภอเขาชัยสนและเขาลูกโดด
ทางตะวันตกของอำเภอเมอื งพทั ลงุ
7) หินยคุ ไทรแอส กิ (TR)
หมวดหินไชยบรุ ี (TRch) ประกอบดว้ ย หนิ ปูน สีเทาถงึ เทาอ่อน แสดงช้ันหินชัดเจนช้ันหนาถึงไมแ่ สดงชั้น
เน้ือหินตกผลึก พบซากดึกดำบรรพจ์ ำพวกโคโนดอนต์หมวดหนิ นีอ้ ายปุ ระมาณ 245-210 ลา้ นปี พบกระจายตวั เปน็ เขา
ลูกโดดด้านเหนอื ของอำเภอเมือง เช่น เขาชยั บุรี เขารนุ เขานางชีเขาพลุ เขาจิงโจ้เขาอ้น เขาหินแทน่ เขาผีเขาแดงเขา
อกทะลุ เขาคูหาสวรรค์ หินปูนบรเิ วณเขาพนมวงั ก์เปน็ แหลง่ หินปนู เพื่ออตุ สาหกรรมก่อสร้างภายใน จงั หวัดพัทลงุ
8) หนิ ยุคจูแรส กิ – ครเี ทเชยี ส (JK)
กลุ่มหินตรัง เป็นชื่อที่ใช้เรียกหินตะกอนท่ีเกิดบนภาคพ้ืนทวีปในช่วงตอนต้นยุคจูแรสซิกถึงยุคครีเทเชีย
สตอนปลาย (อายุประมาณ 210-65 ลา้ นป)ี ที่พบในภาคใต้ จังหวดั พทั ลุง พบหมวดหนิ ย่อยของกลุ่มหินตรงั เพยี งหมวด
หินเดียว คอื หมวดหินลำทับ
หมวดหินห้วยลำทับ (JKI) ประกอบไปด้วย หินทรายอาร์โคส และหินทรายแป้ง สลับด้วยหินกรวดมน
หินทรายอาร์โคสมีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดง เน้ือละเอียดถึงปานกลาง การคัดขนาดไม่ดีแสดงลักษณะเป็นช้ันบาง
หินทรายแป้งมีสีเทาแกมน้ำตาล สีน้ำตาลแกมแดง แสดงการวางชั้นเฉียงระดับ พบการกระจายตัวทางด้านตะวันตก
ของทะเลน้อย และดา้ นใต้ของอาเภอป่าบอน
หินทรายเนื้อละเอียดสามารถใช้เป็นแหล่งหินประดับและหินลับมีดได้บริเวณท่ีราบใกล้ภูเขาหินทรายใช้
ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ค่อนข้างดี เน่ืองจากดินมแี ร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์พอสมควรสำหรับพืช ยกเว้นบริเวณท่ีเป็น
หินทรายเนื้อควอตซ์ซ่ึงจะมแี รธ่ าตุค่อนขา้ งต่ำ
9) หินยุคเทอร์เชยี รี (T)
ประกอบดว้ ย หินโคลน หินทรายแป้ง หินทราย หินมารล์ และหนิ ปูนเน้อื ดนิ ท่ีมีลักษณะกงึ่ แข็งตัวเปน็ หิน
พบซากดึกดำบรรพ์มาก อีกทั้งพบลิกไนต์และยิปซัม หินยุคนี้ (อายุประมาณ 65-1.8 ล้านปี) พบกระจายตัวเป็นพ้ืนที่
เลก็ ๆ ทางดา้ นตะวันออกของอำเภอเขาชัยสนบริเวณแหลมจองถนน
10) ตะกอนร่วนยุคควอเทอรน์ ารี (Q)
ตะกอนยุคควอเทอร์นารีหมายถึง กรวด ทราย ดิน และดินเหนียว ท่ียังไม่แข็งตัวกลายเป็นหิน
อายุประมาณ 1.8 ล้านปีจนถึงปัจจุบัน กระจายตัวครอบคลุมพื้นท่ีจังหวัดพัทลุงเป็นบริเวณกว้างทางตอนกลางและ
ด้านตะวนั ออกของจังหวัด บริเวณด้านตะวันตกของขอบท่ีราบซ่ึงติดต่อกับแนวเทือกเขาทางด้านตะวันตกของจังหวัด
เป็นพวกตะกอนเศษหินเชิงเขา บรเิ วณตอนกลางเป็นที่ราบตะกอนนำ้ พา สามารถจำแนกตะกอนร่วนในพื้นท่โี ดยอาศัย
ชนดิ ของตะกอนและสภาวะแวดลอ้ มของการตกตะกอนออกเป็น 7 หนว่ ยตะกอนยอ่ ย คือ
1) ตะกอนน้ำพา (Qa) ประกอบด้วย กรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว เกิดจากน้ำพัดพา กรวด หิน
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-47 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น
ดิน ทราย ไปสะสมตัวอย่างไม่เป็นระบบ มีอิทธิพลของความลาดชันและน้ำผิวดินปะปนบ้างจึงได้ตะกอนหลากหลาย
ชนิดปนกัน ลักษณะเป็นภูมิประเทศท่ีราบริมแม่น้ำพื้นที่ราบน้ีมักเป็นแหล่งสะสมตัวของช้ันทรายแม่น้ำ บางแห่ง
สามารถหาแหล่งทรายก่อสรา้ งและดินเหนียวสำหรับเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคร่ืองป้ันดินเผา โดยท่ัวไปสภาพดิน
เปน็ ดนิ ร่วนที่มีแร่ธาตุทีจ่ ำเปน็ ต่อพืชอดุ มสมบูรณเ์ หมาะตอ่ การเพาะปลกู มากท่สี ดุ แต่เน่ืองจากเป็นท่ีราบจึงมกั ประสบ
กับนำ้ ทว่ มขังในช่วงฤดฝู นเป็นประจำ
2) ตะกอนเศษหินเชิงเขาและตะกอนผุพังอยู่กับท่ี (Qc) เศษหินประกอบด้วย หินควอร์ตไซต์หินทราย
หินทรายแป้ง หินแกรนิต ทราย ทรายแป้ง ดินลูกรัง และศิลาแลง เกดิ จากการผุพงั ของหินเดิม ตะกอนถูกพดั พาไมไ่ กล
จึงมักพบตามเชิงเขาหรือขอบแอ่ง หน่วยตะกอนน้ีใช้เป็นแหล่งดินถมสำหรับการก่อสร้างได้และเป็นหลักฐานสำหรับ
แสดงถึงการเกิดแผ่นดินถล่มในอดีต เนื่องจากการปรับตัวสู่สมดุลของธรรมชาติซง่ึ หลายพ้ืนที่ยังคงมีความเส่ยี งต่อการ
เกดิ ดนิ ถล่มไดอ้ กี จึงไม่เหมาะสำหรับการตง้ั ที่อยู่อาศัย
3) ตะกอนท่ีลุ่มป่าชายเลน (Qmp) ประกอบด้วย พตี สีดำถึงน้ำตาลเข้ม ผุมาก พบซากไม้ ใบไม้ลำต้น และราก
แทรกดว้ ยดินเหนียวเน้อื น่มุ
4) ตะกอนลากูน (Qlg) ประกอบด้วย ทรายแปง้ ทรายเนือ้ ละเอียดมาก มสี ีเทาจาง เน้ือแนน่ รว่ น มจี ุดประนอ้ ย
5) ตะกอนที่ราบลุ่มน้ำข้ึนถึง (Qtf) ประกอบด้วย ดินเหนียว มีสีเทาและสีเทาแกมเขียว มีช้ันบาง ๆ ของ
ทรายเน้อื ละเอียดมากหรอื ทรายแป้งแทรก พบเปลือกหอยและซากพชื
6) ตะกอนที่ราบน้ำท่วมน้ำข้ึนถึงบนตะกอนป่าชายเลน (Qtm) ประกอบด้วย ดินเหนียว สีเทา สีเทาแกมเขียว
อ่อนนุ่ม วางตัวบนพตี หรอื ดินเหนยี วเนอ้ื พีต ผุมาก
7) ตะกอนสันทรายเก่า (Qbo) ประกอบด้วย ทราย สีน้ำตาลจาง เม็ดละเอียดมากถึงปานกลาง รวน
การคัดขนาดดีเม็ดกลม
2. หินอคั นี
หินอัคนแี บ่งตามลักษณะการเกิดได้ 2 ชนิด คือ 1) หินอัคนีแทรกซอน ซ่ึงเป็นหินอัคนีทีเ่ กิดอยู่ในระดับลึก
โดยการตกผลึกจากหินหนืด มลี ักษณะเนือ้ หยาบหรอื ค่อนขา้ งหยาบ (เม็ดแร่มีขนาดต้ังแต่ 1 มลิ ลิเมตรขนึ้ ไป) ทรี่ ู้จักกนั ดี
กค็ ือหินแกรนิต ซ่ีงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการกำเนิดแร่เศรษฐกิจหลายชนิด เช่น แร่ดบี ุก วุลแฟรม ฟลูออไรด์ และ
แบไรต์ หนิ แกรนิตมคี วามแขง็ แกรง่ สามารถนำมาใช้เป็นหนิ ประดับได้และ 2) หนิ ภูเขาไฟ เป็นหินที่เกดิ จากการระเบิด
ของภูเขาไฟทพ่ี ขุ นึ้ มาเย็นตวั บนผิวโลก หินชนิดนี้จะมีเน้ือละเอยี ดหรือเนียนเป็นเนื้อเดียวกนั หมด มีความสัมพนั ธ์อย่าง
ใกล้ชิดกับแร่ทองคำ ทองแดง และแร่โลหะหลายชนิด ดนิ ที่ผพุ ังมาจากหินภเู ขาไฟจะอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุท่ีจำเป็น
ต่อพชื จึงเป็นพื้นที่ท่เี หมาะสมสำหรบั การเกษตรกรรมมาก
ประเทศไทยอยู่ในเขตป่ารอ้ นชื้นหนิ อัคนจี ึงถกู กระบวนการผุพงั ไดง้ า่ ย ทำให้เกิดชัน้ ดินหนาสะสมตัวอยูบ่ น
ยอดเขา เมื่อมีฝนตกเป็นจำนวนมากดินเหล่าน้ีจะไหลถล่มลงมา ดังนั้น พ้ืนที่ท่ีอยู่ใกล้ภูเขาหินอัคนีจึงมีความเสี่ยงต่อ
การเกิดแผน่ ดินถลม่ มาก จงั หวัดพทั ลุงพบหนิ อัคนีเพียงประเภทเดยี ว คอื
หินอคั นแี ทรก อนชนดิ หินแกรนิต ยุคไทรแอส กิ (Trgr)
ประกอบด้วย หินไบโอไทต์-มัสโคไวต์แกรนิต เนื้อปานกลางถึงหยาบเน้ือสม่ำเสมอ และเนื้อของหินยุคนี้
อายปุ ระมาณ 245-210 ล้านปี พบกระจายตัวเป็นเทอื กเขาสลับซับซ้อนทางด้านตะวันตกของจังหวัด วางตวั ทอดยาว
ในทศิ ทางตะวันตกเฉียงเหนอื -ตะวันออกเฉยี งใต้เปน็ แนวเทือกเขาท่ีกนั้ ระหวา่ งจังหวดั พทั ลุงกับตรงั
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-48 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
3. สภาพธรณวี ิทยาในพื้นท่ีโครงการ
สภาพธรณีวิทยาพื้นที่โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง พบตะกอนเศษหินเชิงเขาและตะกอนผุพังอยู่กบั ที่ (Qc) และ หินอคั นีแทรก
ซอนชนิดหนิ แกรนติ ยคุ ไทรแอสซิก (Trgr) ดังแสดงในรปู ท่ี 3.4.4-2
4. การเกิดแผน่ ดนิ ไหว
จากการศึกษารอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย ฉบับ พ.ศ.2561 โดยกรมทรัพยากรธรณี กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ได้กำหนดรอยเลื่อนมีพลังจำนวน 15 กลุ่มรอยเลื่อนดังแสดงในรูปท่ี 3.4.4-3
ไม่พบกลุ่มรอยเลอ่ื นทอี่ ยใู่ กลพ้ ้ืนท่ีศึกษา
จากการศึกษาแผนท่ีภยั พบิ ตั ิแผ่นดินไหวประเทศไทย ของกรมทรัพยากรธรณี พ.ศ.2556 พบว่า พื้นที่โครงการ
ตั้งอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวระดับ ≤ III ตามมาตราเมอร์คัลลี ดังแสดงในรูปที่ 3.4.4-4 ซ่ึงอยู่ในระดับเบา
คนธรรมดาจะไม่รู้สึก แตเ่ คร่อื งวัดสามารถตรวจจับได้
ทั้งน้ี จากตารางท่ี 3.4.4-1 พบวา่ ไมม่ ีสถติ กิ ารเกดิ แผ่นดินไหวที่มศี ูนยก์ ลางอยู่ในบรเิ วณพื้นที่ศึกษา
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-49 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
รูป ่ีท 3.4.4-1 แผนที่ธรณีวิทยาจังห ัวด ัพทลุง
่ทีมา : กรมท ัรพยากรธร ีณ, 2550
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-50 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้
อ่างเก็บนำ้ เหมืองตะกั่ว
ท่ีมา : ดัดแปลงจาก กรมทรัพยากรธรณวี ิทยา, 2550
รูปท่ี 3.4.4-2 แผนที่ธรณีวิทยาพน้ื ท่โี ครงการ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-51 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้
พื้นท่ศี ึกษา
ท่ีมา : กรมทรัพยากรธรณี, 2561
รูปที่ 3.4.4-3 แผนทรี่ อยเล่ือนมีพลงั ในประเทศไทย
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-52 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้
พ้ืนทศ่ี ึกษา
ที่มา : กรมทรพั ยากรธรณี, 2559
รูปที่ 3.4.4-4 แผนทภ่ี ัยพบิ ตั แิ ผ่นดนิ ไหวประเทศไทย
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-53 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้
ตารางท่ี 3.4.4-1 สถติ กิ ารเกดิ แผน่ ดินไหวของกรมอุตุนยิ มวทิ ยา ปี พ.ศ.2550-2560
วัน เดือน ปี ตำแหนง่ ศนู ยก์ ลาง/สถานท่ีรู้สึกสน่ั ไหว ขนาด เหตกุ ารณ์
(รกิ เตอร์)
6-ม.ค.-2550 อ.แม่รมิ จ.เชียงใหม่ 3.1 รสู้ กึ สั่นสะเทือนได้ท่ี อ.แมร่ มิ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่
22-เม.ย.-2550 อ.เวยี งป่าเป้า 4.5 รู้สึกสน่ั สะเทอื นไดท้ ่ี อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย และ จ.พะเยา
27-เม.ย.-2550 ตอนเหนือ เกาะสุมาตรา 6.1 รู้สกึ สั่นสะเทอื นไดท้ ี่ จ.ภเู กต็
15-พ.ค.-2550 พรมแดนลาว-เมยี นมาร์ 5.1 รู้สกึ ส่ันสะเทือนได้ที่ จ.เชียงราย
16-พ.ค.-2550 พรมแดนลาว-เมียนมาร์ 6.1 รู้สึกส่ันสะเทือนได้ที่ จ.เชยี งราย และหลายจังหวัดภาคเหนือ
19-ม.ิ ย.-2550 อ.แม่ริม จ.เชยี งใหม่ 4.5 รู้สึกสน่ั สะเทือนไดท้ ่ี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพนู
20-ก.พ.-2551 ตอนเหนือเกาะสมุ าตรา 7.5 รู้สกึ สั่นไหวบนตึกสูงในกรงุ เทพฯ และ จ.ภูเก็ต
รู้สึกสั่นไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ประเทศจีนมี
12-พ.ค.-2551 มณฑลเสฉวน, จนี 7.8 ผเู้ สียชวี ติ ประมาณ 20,000 คน
รู้สึกสั่นไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ประเทศจีนมี
21-ส.ค.2551 พรมแดนพม่า-จีน 5.7 ผ้เู สียชวี ติ 1 คน บาดเจ็บหลายคน
22-ก.ย.-2551 รสู้ ึกส่ันไหวบนตึกสงู หลายแหง่ ในกรุงเทพฯ
30-ก.ย.-2552 ชายฝ่ังตอนใต้ของพม่า 5.2 รู้สึกสน่ั ไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯ ประเทศอนิ โดนีเซียมีผเู้ สยี ชีวิต
ประมาณ 1,000 คน
20-มี.ค.-2553 ตอนกลางเกาะสมุ าตรา 7.9
7-เม.ย.-2553 รู้สึกส่ันสะเทือนได้ท่ี จ.เชียงราย
9-พ.ค.-2553 ประเทศเมียนมาร์ ห่างจากพรมแดนไทย (แม่สาย) 5.0
4-ก.พ.-2554 ประมาณ 80 กิโลเมตร รู้สึกสั่นสะเทือนไดท้ อ่ี าคารสูง กทม. หลายแห่ง
23-ก.พ.-2554 รสู้ ึกส่ันไหวอาคารสูง จ.ภเู ก็ต พังงา สรุ าษฏร์ธานี จ.สงขลาและ
ตอนเหนอื เกาะสุมาตรา 7.6 กรงุ เทพมหานคร
รสู้ ึกบนอาคารสูง กทม. หลายแห่ง
ตอนเหนอื สมุ าตรา 7.3 รู้สึกที่ แพร่ น่าน อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู
ขอนแก่น มหาสารคาม
พรมแดนพม่า-อินเดีย 6.8 รู้สึกได้ในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและ อาคาร สูงใน
กทม.หลายแห่ง และมีความเสียหายท่ี อ.แม่สาย จ.เชียงราย มี
ลาว 5.4 ผู้เสยี ชีวิต 1 คนจากผนังบ้านพงั ทบั ศรีษะ
รสู้ ึกสนั่ สะเทอื นที่ จ.ภูเก็ต
24-ม.ี ค.-2554 พม่า 6.7 รสู้ ึกส่นั สะเทือนท่ี อ.แม่สาย จ.เชียงราย
รสู้ กึ ส่ันสะเทอื นท่ี อ.เมือง จ.ภเู กต็ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
30-เม.ย.-2554 ทะเลอันดามนั 4.4 รสู้ กึ ไหวเล็กน้อยที่ จ.ภเู ก็ต
10-พ.ค.-2554 พม่า 4.0 รสู้ กึ ไดใ้ นหลายจังหวัดในภาคใตแ้ ละภาคกลาง รวมถึง
6-ก.ย.-2554 ตอนเหนอื เกาะสมุ าตรา 6.7 ภาคอสี าน เกดิ คล่นื สึนามสิ ูง 80 ซม. ที่ประเทศอินโดนีเซีย และ
5-มี.ค.-2555 ตอนเหนือเกาะสมุ าตรา 5.2 30 ซม. ท่ีเกาะเมียง จ.พังงา
รู้สึกไหวในหลายพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต บ้านเรือนแตกร้าวหลายหลัง
11-เม.ย.-2555 ชายฝงั่ ตะวนั ตกทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา 8.6 ใน อ.ถลาง จ.ภเู ก็ต เกดิ อัฟเตอร์ช็อคมากกวา่ 26 ครงั้
รู้สกึ สั่นไหวที่ ต.เขานิเวศน์ ต.บางนอน อ.เมอื งระนอง
16-เม.ย.-2555 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเกต็ 4.3 จ.ระนอง
รู้สกึ บนอาคารสงู จ.ภูเก็ต และ จ.สงขลา
4-มิ.ย.-2555 อ.เมือง จ.ระนอง 4.0 รู้สกึ สั่นไหวทีจ่ .เชียงใหม่ จ.นนทบุรี จ.กรุงเทพมหานคร
23-มิ.ย.-2555 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา 6.3 รู้ สึ ก ส่ั น ไห ว ท่ี จ .เชี ย ง ให ม่ แ ล ะ บ น ตึ ก สู ง ข อ ง
11-พ.ย.-2555 เมยี นมาร์ 6.6 กรุงเทพมหานคร
11-พ.ย.-2555 เมยี นมาร์ 5.8
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-54 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
ตารางที่ 3.4.4-1 สถิตกิ ารเกิดแผ่นดนิ ไหวของกรมอุตุนยิ มวทิ ยา ปี พ.ศ.2550-2560 (ตอ่ )
วัน เดือน ปี ตำแหนง่ ศูนย์กลาง/สถานท่ีรสู้ ึกสนั่ ไหว ขนาด เหตุการณ์
(ริกเตอร์)
20-ธ.ค.-2555 เมยี นมาร์ 4.6 รู้สึกสั่นไหวที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และบนอาคารสูง
7-ก.พ.-2556 เมยี นมาร์ 4.3 จ.เชียงใหม่
11-เม.ย.-2556 เมยี นมาร์ 5.1 ร้สู กึ สน่ั ไหวที่ อ.แม่สาย จ.เชยี งราย
7-พ.ค.-2556 เมียนมาร์ 5.4 รู้สึกสน่ั ไหวที่ จ.แม่ฮอ่ งสอน
รู้สึกสั่นไหว ที่บ้านและบนอาคาร อ.แม่สาย อ.เมือง
2-ก.ค.-2556 ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย 6.0 จ.เชียงราย
11-ต.ค.-2556 ต.ทงุ่ หลวง อ.พร้าว จ.เชยี งใหม่ 4.1 รู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ.ภูเก็ต จ.พังงา และอาคารสูงใน
21-ม.ี ค.-2557 หมูเ่ กาะนิโคบาร์,ประเทศอนิ เดยี 6.4 กรงุ เทพมหานคร
รู้สกึ สน่ั ไหวท่ี ต.สนั ทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
5-พ.ค.-2557 ต.ดงมะดะ อ.แมล่ าว จ.เชยี งราย 6.3 รสู้ ึกสนั่ ไหวท่ี อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ถนน อาคารและบ้านเรือน บริเวณใกล้จุดศูนย์กลาง
6-ธ.ค.-2557 ยูนนาน ประเทศจีน 5.9 ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 คน เกิด
โค ล น ผุ ด รู้สึ ก สั่ น ไห ว ที่ จ .เชี ย งรา ย , จ .แ พ ร่ ,
20-ก.พ.-2558 อ่าวพังงา ทางทิศใต้ของเกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว 4.0 จ.แม่ฮ่องสอน, จ.อุตรดิตถ์, จ.พิษณุโลก, จ.เชียงใหม่
จ.พังงา และตึกสูงในกรงุ เทพมหานคร
6-พ.ค.-2558 ในทะเลบรเิ วณ อ.เกาะยาว จ.พังงา 4.6 รู้สึกส่ันไหวที่ ตึกสูง จ.เชียงราย, จ.เชียงใหม่และ
7-พ.ค.-2558 ในทะเลบรเิ วณ อ.เกาะยาว จ.พังงา 4.5 กรงุ เทพมหานคร
24-พ.ค.-2558 เมยี นมาร์ 5.1 รู้สึกสั่นไหวท่ี อ.เมือง อ.กะทู้ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต, เกาะ
14-ก.ค.-2558 4.8 ยาวใหญ่ จ.พงั งา
ต.ปรงั เผล อ.สงั ขละบรุ ี จ.กาญจนบรุ ี ร้สู ึกสน่ั ไหวบริเวณ จ.พงั งา จ.ภูเกต็ และ จ.กระบี่
รูส้ ึกสน่ั ไหวบริเวณ จ.พงั งา จ.ภเู ก็ต และ จ.กระบ่ี
8-พ.ย.-2558 หมู่เกาะนโิ คบาร์ ประเทศอนิ เดยี 6.2
รสู้ กึ สน่ั ไหวบรเิ วณ จ.เชยี งใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แมฮ่ ่องสอน
24-ส.ค.-2559 เมยี นมาร์ 6.8
รสู้ ึกส่นั ไหวบรเิ วณ อ.สงั ขละบุรี, อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
29-ต.ค.-2559 เมียนมาร์ 4.5
รสู้ กึ สั่นไหวที่ อ.เมอื ง จ.ภเู ก็ต ,อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ,อ.เมอื ง
7-ธ.ค.-2559 ทางตอนเหนือของเกาะสมุ าตรา, อินโดนีเซีย 6.5 จ.สุราษฎรธ์ านี, อ.เมอื ง จ.กระบี่
15-ม.ค.-2560 อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 4.2 รู้สึกส่ันไหวท่ีบริเวณ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ
กรุงเทพมหานคร
18-เม.ย.-2560 เมียนมาร์ 5.1 รู้สึกส่ันไหวท่ีบริเวณ อ.เมืองตาก อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง
จ.ตาก
22-เม.ย.-2560 อ.นานอ้ ย จ.น่าน 3.9 รสู้ กึ สั่นไหวที่บรเิ วณ จ.กระบี่ จ.สงขลา และ จ.ภเู ก็ต
รสู้ ึกสัน่ ไหวท่ีบริเวณ จ.แมฮ่ ่องสอน และ จ.เชยี งใหม่
รสู้ กึ สัน่ ไหวทีบ่ รเิ วณ อ.เมือง อ.แมจ่ ัน อ.แม่สาย อ.เชียงแสน
จ.เชียงราย
รู้สึกส่ันไหวท่ีบริเวณ อ.นาน้อย อ.เวยี งสา จ.นา่ น
ท่ีมา : สำนักเฝ้าระวังแผ่นดนิ ไหว กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา (2560)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-55 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
3.4.5 แหล่งแร่
จังหวัดพัทลุงมีแหล่งทรัพยากรแร่ท่ีสำคัญทางเศรษฐกิจ 2 ชนิด คือ แร่ตะกั่ว และหินปูน (หินปูนเพ่ือ
อุตสาหกรรมก่อสร้าง หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมอื่น ๆ และหินปูนท่ีจำแนกประเภทไม่ได้) นอกจากน้ียังมีทรัพยากรอีก
ชนิดหนึ่ง คือ ทรายก่อสร้าง โดยแหล่งแร่ดังกล่าว มีประทานบัตรทำเหมืองแร่ที่ยังไม่ส้ินอายุและเปิดการอยู่ทั้งส้ิน
2 แปลง (หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมก่อสร้าง 2 แปลง) คำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ 4 แปลง (โดโมไมต์ 1 แปลงและ
หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรม 3 แปลง) เม่ือคิดในเชิงพ้ืนท่ีแล้ว พ้ืนท่ีแหล่งแร่ในจังหวัดมีเน้ือที่ท้ังหมด 110.88 ตารางกิโลเมตร
หรอื คิดเปน็ 3.24% ของเน้ือที่จงั หวัด ดังตารางท่ี 3.4.5-1
ตารางท่ี 3.4.5-1 พ้นื ทแี่ หลง่ แร่ในจังหวัดพทั ลุง เนอ้ื ทแี่ หลง่ แร่ ปรมิ าณสำรอง
(ไร่) (ลา้ นเมตริกตัน)
ชนิดแร่ 57,806
1,413 28,430
หินปูนเพ่อื อุตสาหกรรมก่อสร้าง 7,781 415
หินปนู เพ่อื อุตสาหกรรมอื่น ๆ 2,300 3,917
หินปนู ทีจ่ ำแนกไม่ได้ 69 300 2
ตะกวั่ 32 764
รวม
ในการจำแนกเขตทรัพยากรแร่ได้นำพ้ืนท่ีแหล่งแร่มาจำแนกออกเป็น 3 เขต คือ เขตสงวนทรัพยากรแร่
เขตอนรุ กั ษท์ รพั ยากรแร่ และเขตสงวนทรพั ยากรแร่ เขตอนุรักษท์ รัพยากร และพัฒนาทรัพยากรแร่
(1) เขตสงวนทรัพยากรแร่ หมายถึง พื้นที่แหล่งแร่ที่ควรสงวนรักษาทรัพยากรแร่ไว้ ซ่ึงเป็นพ้ืนท่ีท่ีอยู่ภายใต้
ข้อจำกัดของกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี กฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่เอ้ืออำนวยให้นำทรัพยากรแร่ข้ึนมาใช้ประโยชน์ใน
ปจั จบุ ัน ควรเกบ็ รกั ษาไว้ให้ชนรุน่ หลงั ใชป้ ระโยชน์ยามจำเป็นเมอ่ื เกดิ วิกฤตทิ างเศรษฐกิจแกป่ ระเทศชาติเทา่ น้นั
(2) เขตอนุรักษ์ทรัพยากรแร่ หมายถึง พ้ืนที่แหล่งแร่ท่ีควรเก็บรักษาเพื่อสำรองไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต ซ่ึง
เป็นพ้นื ท่ีท่ีเปิดโอกาสใหน้ ำทรพั ยากรแรข่ นึ้ มาใชป้ ระโยชน์ในปจั จุบนั ได้โดยมเี งื่อนไขพิเศษ ทงั้ นี้ต้องอยภู่ ายใตข้ ้อจำกัด
ของกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี กฎ ระเบียบต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง หลกั เกณฑ์ในการพิจารณาจำแนกเขตอนรุ ักษ์ทรัพยากรแร่
คือ พ้ืนที่แหล่งแร่ท่ีอยู่ในเขตพนื้ ทที่ ีผ่ อ่ นผันใหเ้ ข้าทำประโยชน์เปน็ กรณีพเิ ศษ อันได้แก่ พนื้ ทล่ี ุม่ น้ำชน้ั ที่ 1 เขตพืน้ ท่ปี ่า
อนุรักษ์เพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี เขตพื้นท่ีป่าเพื่อการเกษตร เขตปฏิรูปท่ีดินเพื่อการเกษตร เขตป่าชายเลน
เศรษฐกจิ ก เขตประกาศมาตรา 6 ทวิ วรรคหนง่ึ
(3) เขตพัฒนาทรัพยากรแร่ หมายถึง พื้นท่ีแหล่งแร่ท่ีมีศักยภาพในการพัฒนาใช้ประโยชน์ได้ เป็นพ้ืนท่ีท่ีอยู่
นอกเขตสงวนทรัพยากรแรแ่ ละเขตอนรุ ักษ์ทรพั ยากรแร่ในการพัฒนาใช้ประโยชน์ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกดั ของกฎหมาย
มติคณะรฐั มนตรี กฎ ระเบยี บตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวกบั การใช้ประโยชนพ์ ้ืนท่ีดินของรฐั เอกชน
แหล่งแร่ในจังหวัดพัทลุง สามารถจำแนกได้เป็น 3 เขต ดังรูปท่ี 3.4.5-1 คือ เขตสงวนทรัพยากรแร่
เขตอนุรักษ์ทรัพยากรแร่ และเขตพัฒนาทรพั ยากรแร่ดังแสดงในตารางที่ 3.4.5-2 ถึงตารางท่ี 3.4.5-4
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-56 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น
เขตสงวนทรัพยากรแร่มีจำนวนแหล่งแร่ทั้งหมด 16 แหล่ง โดยแหล่งแร่ตะก่ัวพบอยู่ ในเขตอุทยานแห่งชาติ
เขาปู่-เขาย่า ส่วนแหล่งหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างพบอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์
ป่าเขาบรรทัด และเขตวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี และแหล่งหินปูนท่ีจำแนกประเภทไม่ได้พบอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์
ป่าเขาบรรทดั และบริเวณเกาะสเ่ี กาะห้า
เขตอนุรกั ษ์ทรัพยากรแรท่ ี่มีจำนวนแรท่ ้ังหมด 106 แห่ง โดยแหล่งหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างพบอยู่ใน
เขตลุม่ น้ำชน้ั ที่ 1 เขตปฏริ ูปที่ดนิ เพื่อการเกษตร และเขตปา่ อนุรักษเ์ พิ่มเตมิ ตามมติคณะรัฐมนตรี ส่วนแหล่งหนิ ปนู เพ่ือ
อุตสาหกรรมอืน่ ๆ พบอยใู่ นเขตลุ่มน้ำช้นั ท่ี 1 และแหลง่ หินปนู ที่จำแนกประเภทไม่ได้พบอยู่ในเขตล่มุ น้ำช้ันท่ี 1
เขตพัฒนาทรัพยากรแร่มีจำนวนแหล่งแร่ท้ังหมด 138 แหล่ง ไม่จำนวนนี้เป้นแหล่งท่ีมีเน้ือท่ีมากกว่า
0.1 ตารางกิโลเมตร จำนวน 18 แหลง่ โดนแหล่งหนิ ปูนเพ่อื อตุ สาหกรรม กอ่ สร้างมีจำนวนท้ังส้ิน 17 แหล่ง และแหล่ง
หินปนู เพอ่ื อตุ สาหกรรมอืน่ ๆ มีจำนวน1 แหล่ง
ตารางที่ 3.4.5-2 เขตสงวนทรพั ยากรแร่ จังหวดั พัทลงุ
ชนิดแร่ จำนวนแหลง่ เนอื้ ทแี่ หล่งแร่ ปรมิ าณสำรอง
รวม (ไร)่ (ลา้ นเมตริกตัน)
2,300
ตะกวั่ 1 42,231 2
28,584
หินปนู เพ่ืออตุ สาหกรรม 11 7,544
52 075 3,896
กอ่ สรา้ ง 32 482
หนิ ปูนท่ีจำแนกประเภทไมไ่ ด้ 4
รวม 16
ตารางท่ี 3.4.5-3 เขตอนุรักษ์ทรพั ยากรแร่ จงั หวดั พทั ลงุ
ชนิดแร่ จำนวนแหลง่ เนื้อที่แหล่งแร่ ปรมิ าณสำรอง
รวม ตร.กม.(ไร)่ (ลา้ นเมตริกตนั )
15.90 (9,938)
หินปูนเพอ่ื อุตสาหกรรม 99 4,099
1.67 (1,044)
กอ่ สร้าง 0.23 (144) 345
17.80 (11 125) 25
หินปนู เพอ่ื อตุ สาหกรรมอืน่ ๆ 4 4 468
หนิ ปนู ที่จำแนกประเภทไม่ได้ 3
รวม 106
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-57 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
ท่ีมา : กรมทรพั ยากรธรณี
รปู ท่ี 3.4.5-1 แผนท่ีจำแนกเขตสงวน เขตอนรุ กั ษ์ และเขตพฒั นาทรพั ยากรแร่ จงั หวดั พัทลุง
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-58 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
ตารางท่ี 3.4.5-4 เขตพัฒนาทรัพยากรแร่ จงั หวดั พัทลงุ
ลำดบั ชนิดแร่ ช่ือพน้ื ท่แี หล่งแร่ เน้ือทแ่ี หลง่ แร่ ปริมาณสำรอง
(ไร)่ (ล้านเมตรกิ ตัน)
1 หินปนู เพอื่ อตุ สาหกรรมกอ่ สร้าง เขาผี-เขาแดง 113
2 หินปูนเพอ่ื อุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง ตะวันออกของเขาอกทะลุ 75 6
3 หินปูนเพื่ออตุ สาหกรรมก่อสร้าง หบุ ระหวา่ งช่องเขาเหมน 1000 18
ฝั่งตรงขา้ ม ร.ร.ตะแพนพทิ ยา 76
4 หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง ที่ราบบริเวณบ้านในวงั 444
5 หนิ ปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง เขาย่า 31 178
6 หินปูนเพอื่ อุตสาหกรรมก่อสรา้ ง เขาวัง-เขาโพรกเพลง 406 9
7 หินปนู เพอ่ื อุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง ดา้ นตะวนั ตกของเขาหัวชา้ ง 331 74
8 หนิ ปนู เพอ่ื อุตสาหกรรมกอ่ สร้าง ตะวันตกของเขาพูด 181 174
9 หินปนู เพ่อื อุตสาหกรรมก่อสร้าง บ้านนาบอน 75 49
10 หินปนู เพอื่ อตุ สาหกรรมกอ่ สร้าง สำนักสงฆถ์ ำ้ พทุ ธโคดม 75 3
11 หินปูนเพ่ืออุตสาหกรรมกอ่ สร้าง บา้ นใสแตระ 456 5
12 หนิ ปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ควนข้ีแรด 531 184
13 หนิ ปูนเพื่ออุตสาหกรรมกอ่ สรา้ ง ทรี่ าบบรเิ วณบ้านทุง่ ใหญ่ 1000 214
ตต.ของเขาในวัง 402
14 หนิ ปูนเพื่ออตุ สาหกรรมก่อสรา้ ง เขาพนมวังกื 413
15 หนิ ปูนเพอ่ื อุตสาหกรรมก่อสร้าง ตะวนั ออกของเขาชยั บุรี 194 96
16 หนิ ปนู เพ่ืออุตสาหกรรมก่อสรา้ ง เขาจงิ โจ้ 0.13 (81) 81
17 หนิ ปูนเพอ่ื อตุ สาหกรรมกอ่ สร้าง บา้ นคู 2 0.13 (81) 8
18 หนิ ปนู เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง เขารนุ 0.39 (244) 33
7.79 (4 869) 37
รวม 1 644
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-59 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)