โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้
ในรชั สมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (ครองราชย์
ระหว่าง พ.ศ.2412 – 2453) โปรดให้มีการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี พ.ศ.2437 สำหรับหัว
เมืองปักษ์ใต้ โปรดให้ตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชในปี พ.ศ.2439 ประกอบด้วยหัวเมืองปักษ์ใต้ โดยมีเมืองพัทลุง
เป็นหน่ึงในหัวเมืองท่ีข้ึนกับมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมาในปี พ.ศ.2476 มีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑล
เปล่ยี นเป็นจังหวดั และอำเภอ เมืองพัทลุงจึงมีฐานะเปน็ จงั หวัดพทั ลงุ มาจนถงึ ปจั จบุ นั (http://www.phatthalung.go.th/history)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จงั หวดั พทั ลุง อย่ใู นเขตท้องที่บ้านเหมืองตะก่ัว ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
อำเภอป่าบอน ตัง้ ขึ้นเม่อื วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๓ เมื่อแรกตั้ง มีฐานะเป็นก่งิ อำเภอป่าบอน โดยแยก
การปกครองจากอำเภอปากพะยูน เดิมมี ๓ ตำบล คือ ตำบลปาบอน ตำบลโคกทราย และตำบลหนองธง ต่อมา
ยกฐานะเป็นอำเภอปาบอน เม่ือวนั ท่ี ๑ เมษายน ๒๕๓๓ แบงพ้ืนที่เป็น ๕ ตำบล ไดแก ตำบลทุงนารี ตำบลหนองธง
ตำบลวงั ใหม่ ตำบลปาบอน และตำบลโคกทราย (http://www.oic.go.th/INFOCENTER34/3414/)
จากการศึกษาเอกสารตา่ ง ๆ ตลอดจนระบบภมู ิสารสนเทศของกรมศลิ ปากร ไมพ่ บแหลง่ โบราณคดี และ
สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในเขตพื้นที่ศึกษาตามโครงการฯ และได้ดำเนินการส่งตรวจสอบโบราณคดีและ
ประวัตศิ าสตรก์ ับทางศิลปากรสำนักศิลปากรที่ 11 จังหวัดสงขลา และได้รบั หนังสอื กรมศลิ ปากรท่ี 11 ทไี่ ด้ลงตรวจสอบพ้ืนที่
พบวา่ พื้นท่ีกอ่ สร้างอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัวฯ ยังไม่เคยมีสำรวจทางโบราณคดีในพ้ืนทก่ี ่อสร้างโครงการอา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว
โดยพบแหล่งโบราณคดีท่ีใกล้ที่สุด คือ แหล่งโบราณคดีถ้ำเขาจันทร์ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เป็นแหล่ง
โบราณคดียคุ ก่อนประวัตศิ าสตรห์ า่ งจากพื้นท่ีโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร แสดงรายละเอยี ดในภาคผนวกท่ี ข.
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-160 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้
3.7.5 การชดเชยท่ีดินและทรพั ยส์ ิน
การชดเชยทรัพย์สินเป็นมาตรการลดผลกระทบหรือบรรเทาความเดือดร้อนที่มีความสำคัญอย่างย่ิง
ต่อผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ท่ีดินหรอื ทรัพย์สินอื่นๆ ท่ีได้รับผลกระทบโดยตรงจากการพัฒนาโครงการ ท้ังน้ีเนื่องจาก
กลุ่มคนเหล่าน้ีอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอันเป็นผลมาจากการพัฒนาโครงการ ดังนั้นการชดเชยทรัพย์สิน
ที่เป็นธรรมและโปร่งใสทั้งวิธีการกำหนดอัตราค่าชดเชยและการจ่ายค่าชดเชยจึงเป็นส่ิงท่ีพึงป ฏิบัติโดยหน่วยงาน
ท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบในการจ่ายค่าชดเชยทรัพย์สิน ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับ
ผลกระทบแล้วยังมีส่วนช่วยให้ผู้ท่ีได้รับผลกระทบเหล่าน้ันมีทัศนคติท่ีดีต่อโครงการ และต่อหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับ
โครงการ จะส่งผลให้การดำเนินโครงการสามารถบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ เพื่อใช้เป็นแหล่ง
เกบ็ กักน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค ช่วยเหลือพ้ืนที่เพาะปลูกของราษฎรในฤดูฝนและฤดูแลง้ เปน็ แหลง่ เพาะพันธ์ุ
ปลาน้ำจดื และเปน็ แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วพักผ่อนหย่อนใจของราษฎรบรเิ วณพน้ื ท่โี ครงการและพ้นื ท่ใี กล้เคยี ง
3.7.5.1 วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษา
(1) เพ่ือศึกษาสำรวจ ขนาด และลักษณะการถือครองท่ีดิน บ้านเรือนและส่ิงปลูกสร้าง ตลอดจน
พชื ผลและไมย้ นื ตน้ ของราษฎร และหนว่ ยงานของรฐั ท่ีอยู่ในบริเวณพ้ืนทโี่ ครงการ
(2) เพ่ือศึกษาหลักเกณฑ์ และอัตราค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายที่ดิน ค่าทดแทน หรือค่ารื้อย้าย
บ้านเรือน ส่งิ ปลกู สรา้ ง พร้อมทง้ั ค่าทดแทน หรอื คา่ ร้ือย้ายพืชผลและไมย้ ืนต้นต่างๆ
(3) เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคม และทัศนคติของราษฎรท่ีได้รับผลกระทบจากการพัฒนา
โครงการ เพ่ือนำข้อมูลมาประกอบการคำนวณอัตราค่าชดเชย ค่าทดแทน หรือค่าขนย้ายที่ดินและทรัพย์สินที่ได้รับ
ผลกระทบ
(4) เพ่ือประมาณราคาค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายที่ดิน ค่าทดแทน หรือค่าร้ือย้าย บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง
พชื ผลและไม้ยืนตน้ รวมทั้งคา่ ใช้จ่ายตา่ งๆ ที่เก่ียวข้องกบั การชดเชยทรัพยส์ ิน
(5) เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการเวนคืน ทดแทน หรือขนย้ายที่ดินและ
ทรัพย์สนิ
(6) เพ่ือศึกษาแนวทาง วิธีการ ขนั้ ตอนและระยะเวลา รปู แบบการจ่ายค่าชดเชย คา่ ทดแทน หรือค่า
ขนย้ายทีด่ นิ บ้านเรือน ส่งิ ปลกู สรา้ ง พชื ผลและไมย้ ืนต้น
3.7.5.2 ขอบเขตและวธิ กี ารศกึ ษา
(1) การรวบรวมข้อมูล
ในการศึกษาได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อนำมาร่วมพิจารณาประกอบการศึกษา
เพ่ือให้ผลการศึกษาออกมาถูกต้องและครบถ้วน โดยทำการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานราชการในกรุงเทพมหานคร
และขอ้ มูลจากหนว่ ยงานราชการทอ่ี ยู่ในบรเิ วณพนื้ ที่โครงการ ขอ้ มลู ที่รวบรวมมีดงั น้ี
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-161 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น
1) รายงานการศึกษาวางโครงการ (Pre-Feasibility Study) โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว
(อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ) อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง กลุ่มงานวางโครงการ 3 ส่วนวางโครงการ สำนักบริหาร
โครงการ มิถนุ ายน พ.ศ. 2552
2) แผนที่ ร.ว. 43 ก. มาตราส่วน 1:4,000 ปี พ.ศ. 2558 จากสำนักงานก่อสร้างชลประทาน
ขนาดกลางท่ี 16 กรมชลประทาน บรเิ วณพ้นื ทีห่ วั งาน พน้ื ทอี่ า่ งเก็บนำ้ และพ้ืนท่ีถนนเข้าหวั งาน
3) คำส่ังจังหวัดพัทลุง เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินท่ีถูกเขตชลประทาน
และจ่ายเงินค่าทดแทน โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ท้องที่อำเภอป่าบอน จังหวัด
พัทลุง ส่งั ณ วันที่ 27 สงิ หาคม 2561
4) ราคาประเมินท่ีดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินในการจดทะเบียนสิทธิและ
นติ กิ รรมเก่ียวกับอสงั หาริมทรพั ย์ ของกรมธนารกั ษ์ กระทรวงการคลงั ปี พ.ศ. 2563-2566 จากสำนักงานที่ดินจังหวัด
พัทลุง สาขาปากพะยนู
5) บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนส่ิงปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปี พ.ศ. 2563-2566 จากสำนักงานท่ีดิน
จังหวัดจงั หวัดพัทลุง สาขาปากพะยูน
6) บัญชีมาตรฐานราคาค่าทดแทนสิ่งปลูกสรา้ ง ประจำปี 2556 (ที่ปรับปรุง) บัญชี 1 และบัญชี 2
ฝ่ายบรหิ ารท่ัวไป สำนักกฎหมายและทด่ี ิน กรมชลประทาน
7) บัญ ชีมาตรฐานกำหนดค่ารื้อย้ายอาคารบ้านเรือนราษฎรท่ีถูกเขตชลประทาน
ฝา่ ยสถาปัตยกรรม กองออกแบบ กรมชลประทาน ปี พ.ศ. 2535 (ปัจจุบันยงั ใชอ้ ยู่)
8) บัญชีรายละเอียดค่าทดแทนต้นไม้และไม้ผลท่ีถูกเขตชลประทาน ปี พ.ศ. 2560 จากสำนัก
กฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน
9) ระเบียบ ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับการเวนคืน
ประกอบด้วย
1. รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
2. พระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยการการเวนคนื และการได้มาซึ่งอสงั หาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562
สามารถสรุปข้อกำหนด กฎเกณฑ์ ได้ดังน้ี การกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์
เบื้องต้น (ส่วนที่ 2) การกำหนดราคาเบ้ืองต้นสำหรับท่ีดินที่เวนคืน ให้คำนึงถึงราคา สภาพ เหตุและวัตถุประสงค์
ดงั ตอ่ ไปนี้
ก. ราคาท่ีซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของท่ีดินในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา
ตามมาตรา 8
ข. ราคาประเมินท่ีดินของทางราชการท่ีกำหนดข้ึนเพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี
ทด่ี ินและสิ่งปลูกสรา้ ง
ค. ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและ
นติ กิ รรมตามประมวลกฎหมายท่ีดนิ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-162 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้
ง. สภาพและทตี่ ัง้ ของที่ดินนนั้ และ
จ. เหตแุ ละวัตถุประสงคแ์ ห่งการเวนคืน
เงินค่าทดแทน (ส่วนท่ี 4) เงินค่าทดแทนสำหรับกรณีเวนคืนที่ดินและโรงเรือน
ส่ิงปลูกสร้าง และอสังหาริมทรัพย์อ่ืนอันติดอยู่กับท่ีดิน ให้ประกอบด้วยค่าที่ดิน ค่าโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างและ
อสังหาริมทรัพยอ์ น่ื อนั ติดอยู่กับทด่ี ิน และคา่ เสยี หายอ่ืนอันเกดิ จากการท่ีเจา้ ของต้องออกจากทีด่ ินทเี่ วนคืน
ในการเวนคืนท่ีดิน ถ้าเจ้าของประสงค์จะให้เวนคืนโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง และ
อสังหาริมทรพั ยอ์ ื่นอันตดิ อยู่กับท่ดี นิ ใหเ้ จ้าหน้าท่ีดำเนนิ การตามความประสงค์ของเจ้าของ
โดยเงินคา่ ทดแทนนัน้ ใหก้ ำหนดแกบ่ ุคคล ดังตอ่ ไปนี้
ก. เจ้าของที่ดินทีต่ อ้ งเวนคนื
ข. เจ้าของโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ ซ่ึงมีอยู่ในที่ดินที่ต้องเวนคืน
นั้นในวันใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 8 หรือได้ปลูกสร้างข้ึน
ภายหลงั โดยได้รับอนญุ าตจากเจ้าหน้าที่
ค. เจ้าของต้นไม้ยืนต้นที่ขึ้นอยู่ในท่ีดินในวันท่ีใช้บังคับพระราชบัญญัติเวนคืน
อสงั หาริมทรพั ย์ หรือพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 8
ง. ผเู้ ช่า หรือผ้เู ชา่ ช่วงท่ีดนิ โรงเรือน หรอื สิง่ ปลูกสร้างอืน่ ในที่ดินท่ีต้องเวนคืน
จ. บุคคลผู้เสียสิทธิในการใช้ทาง วางท่อน้ำ ท่อระบายน้ำ สายไฟฟ้า หรือส่ิงอื่นซึ่ง
คล้ายกนั ผา่ นที่ดินที่ตอ้ งเวนคืนน้นั ตามมาตรา 1349 หรือมาตรา 1352 แหง่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
ฉ. เจ้าของหรอื บุคคลใดซึง่ อยู่อาศยั หรือประกอบการคา้ ขายหรอื การงานอันชอบด้วย
กฎหมายในอสงั หารมิ ทรัพย์ที่ตอ้ งเวนคืนนั้น และไดร้ บั ความเสยี หายเน่อื งจากการที่ต้องออกจากอสังหารมิ ทรัพย์น้นั
ในกรณีที่มีการเช่าท่ีดนิ หรอื อสังหาริมทรัพย์ท่ีต้ังอยู่บนทด่ี ินทเี่ วนคืน หากมีหลกั ฐานเป็น
หนังสือหรือแม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้เช่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวจริง
ให้เจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ผู้เช่าช่วงแต่ละรายเป็นค่าขนย้าย และค่าเสียหายอ่ืนที่ต้องออกจาก
อสงั หารมิ ทรัพย์ แตส่ ำหรับผู้เชา่ หรอื ผู้เช่าช่วงทีไ่ มม่ หี ลักฐานเปน็ หนงั สอื ใหจ้ ่ายใหเ้ ฉพาะค่าขนย้าย
ในกรณีที่มีการเช่าท่ีดินและผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงเป็นผู้ลงทุนหรือก่อสร้างอสังหาริมทรั พย์
หรือมีข้อตกลงอื่นใดในลักษณะเดียวกัน หรือได้มีการชำระค่าเช่าหรือค่าตอบแทนล่วงหน้า ให้เจ้าหน้าท่ี จ่ายเงิน
ค่าทดแทนเป็นค่าเสียสิทธิการเช่าจากการที่สัญญาเช่าต้องระงับก่อนกำหนด โดยคิดตามส่วนของระยะเวลาเช่าที่
เหลืออยู่ นับแต่วันท่ีตกลงซ้ือขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 25 จนถึงวันที่สัญญาเช่าส้ินสุดลง ท้ังนี้ ให้หักเงินค่า
ทดแทนทีจ่ ่ายตามวรรคน้อี อกจากเงินค่าทดแทนทจ่ี า่ ยใหแ้ ก่เจ้าของดว้ ย
ในกรณีเจ้าของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ท่ีตั้งอยู่บนที่ดิน มีสัญญา
กำหนดให้กรรมสิทธิ์ในโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์ท่ีต้ังอยู่บนท่ีดินนั้นตกเป็นกรรมสิทธ์ิของเจ้าของ
ที่ดินเมื่อครบระยะเวลาการเช่าท่ีดิน ให้เจ้าของท่ีดินมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนสำหรับโรงเรือน ส่ิงปลูกสร้าง หรือ
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-163 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้
อสงั หาริมทรัพยท์ ี่ต้งั อยู่บนท่ีดิน โดยผเู้ ชา่ หรือผู้เช่าช่วงมสี ิทธิได้รับค่าเสียสิทธใิ นการใชท้ ี่ดนิ และโรงเรือน สง่ิ ปลูกสรา้ ง
หรอื อสังหาริมทรัพย์ท่ีตั้งอยู่บนท่ีดิน โดยคำนวณตามส่วนของระยะเวลาเช่าที่เหลืออยู่ ค่าขนย้าย และค่าเสียหายอ่ืน
สำหรบั คา่ เสียสทิ ธิในการใช้ทีด่ นิ ใหห้ ักออกจากเงนิ คา่ ทดแทนที่เจ้าของไดร้ ับ
3. ระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยการรบั ฟังความคดิ เหน็ ของประชาชน พ.ศ. 2548
4. มติคณะรฐั มนตรี เมื่อวันท่ี 11 กรกฎาคม 2532 (กรณที ี่ดินไมม่ เี อกสารสทิ ธ์)ิ
ในการจัดหาท่ีดินเพอื่ การชลประทาน นอกจากจะเข้าก่อสร้างตามโครงการในท่ีดนิ ที่
เอกสารสิทธ์อิ ยา่ งน้อยเปน็ หนงั สือรบั รองการทำประโยชน์ (นส. ๓) แล้ว ยงั จะต้องเข้าดำเนินการในที่ดนิ ประเภทพ้ืนที่
ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ และท่ีดินสาธารณประโยชน์อย่างอื่นๆ แต่เมื่อเข้าสำรวจดำเนินการปรากฏ
ข้อเทจ็ จริงว่าในพน้ื ทที่ ่ีจะเข้าทำการก่อสรา้ งมีราษฎรเขา้ ไปยึดถือครอบครอง อาศยั ตั้งบา้ นเรือน และทำกนิ ในพ้นื ท่โี ดย
ไม่มีเอกสารสิทธิ์มาเปน็ เวลานานแล้ว ในกรณีน้ีอาจเป็นไปได้ว่าราษฎรเหล่านั้นมิไดย้ ื่นเรอื่ งราวขอออกเอกสารสิทธใิ์ น
ท่ีดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจดำเนินการให้ได้เพราะขัดต่อระเบียบและกฎหมาย เม่ือดำเนินการก่อสร้างส่วน
ราชการที่มีหนา้ ทีเ่ ก่ียวข้องกับท่ีดนิ ไมส่ ามารถจะให้ราษฎรเหลา่ นั้นโยกย้ายออกจากพ้ืนทเี่ ขตปฏบิ ตั ิการไดห้ ากไมไ่ ด้รับ
การแก้ไขจะทำให้ตอ้ งหยุดชะงกั การกอ่ สรา้ งโครงการตามแผนทกี่ ำหนดไว้
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวข้างต้นให้ดำเนินการไปได้ด้วยความ
เรียบร้อยอันจะทำให้การดำเนินการก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จตามแผนงบประมาณที่ได้รับ อีกท้ังให้เกิดความ
เปน็ ธรรมและบรรเทาเยียวยาความเดอื ดร้อนของราษฎรและทรพั ย์สนิ กระทรวงเกษตรและสหกรณจ์ ึงได้นำเรื่องเสนอ
รัฐมนตรี เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยการอนุมัติในหลักการเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าทดแทนทรัพย์สินต่างๆ เป็นกรณี
พิเศษดังนี้
ก. บ้านเรือน สงิ่ ปลกู สร้าง พชื ผลและไมย้ นื ตน้ ซ่งึ ปลกู สร้างในที่ดินปา่ สงวนแหง่ ชาติ
อุทยานแห่งชาติ ที่ดินสาธารณประโยชน์ และหรือท่ีดินท่ีไม่มีเอกสารสิทธิ์อ่ืนๆ ซ่ึงราษฎรได้เข้าครอบครองทำ
ประโยชน์กอ่ นท่หี นว่ ยงานของรฐั เข้าทำการกอ่ สร้างโครงการ
ข. พืชล้มลุกท่ียังไม่เกี่ยวผล ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินท่ีมีหรือไม่มีเอกสารสิทธิ์จะจ่าย
ค่าทดแทนให้เฉพาะท่ีเสียหายเนื่องจากก่อสร้างองค์ประกอบของโครงการเพื่อก่อสร้างระบบชลประทาน โดยไม่
สามารถจะเกบ็ เก่ยี วผลไดท้ นั
ค. ทด่ี ินที่ไม่มเี อกสารสิทธิ์ท้ังท่ีอยใู่ นเขตหรือนอกเขตสงวนหวงหา้ มของทางราชการ
แต่อยู่ในเขตทำการก่อสร้างการชลประทาน โดยได้ครอบครอง และทำประโยชน์มาก่อนที่กรมชลประทานจะเข้า
ดำเนนิ การก่อสร้าง
ง. ทีด่ ินทม่ี ีหลกั ฐาน น.ค. 3 หรอื สมาชิกในเขตสหกรณ์และนคิ มสร้างตนเองที่มีสทิ ธิ์
ที่จะได้รับหลักฐาน น.ค. 3 ตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพ่ือการครองชีพ และหนังสือรับรองการทำ
ประโยชน์แต่ห้ามโอนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติจัดท่ีดินเพื่อการครองชีพ ซ่ึงทางอำเภอไม่สามารถท่ีจะจด
ทะเบยี นสิทธแิ ละนิติกรรมได้ในขณะน้ันให้มสี ิทธ์ไิ ด้รับเงนิ คา่ ชดเชยทด่ี ินเป็นกรณีพิเศษ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-164 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
5. มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 22 เมษายน 2539 สมัยรัฐบาลของ ฯลฯ บรรหาร
ศิ ล ป ะอาช า ได้ มี ม ติ ให้ แก้ ปั ญ ห าผู้ เดื อด ร้อน จ าก ก า รส ร้างเขื่ อน โด ย มี ม ติ ให้ จ่ ายค่ าช ด เช ย ให้ กั บ
ผู้ครอบครองท่ีดินทุกประเภท ท้ังที่มีเอกสารสิทธ์ิและไม่มีเอกสารสิทธ์ิ และทุกกรณีเขื่อน โดยยึดหลักเกณฑ์ตามมติ
คณะรัฐมนตรี เมอ่ื วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2532
10) แผนทภ่ี มู ิประเทศ มาตราสว่ น 1 : 50,000 กรมแผนทท่ี หาร ชดุ L 7018
11) แผนท่ีภาพถ่ายดาวเทยี ม (Google Earth) ปี พ.ศ. 2562 (ปีลา่ สดุ )
(2) การสำรวจภาคสนาม ดำเนนิ การดงั น้ี
1) กำหนดขอบเขตพ้ืนที่ : ตรวจสอบพ้ืนที่และวางแนวทางการดำเนินงานชดเชยทรัพย์สิน
ในพน้ื ทภ่ี าคสนามจริง ด้วยการทำการเปรียบเทยี บขอบเขตพื้นทีร่ ะหว่างแผนทอี่ งคป์ ระกอบโครงการ เช่น พนื้ ท่หี วั งาน
พนื้ ที่อ่างเก็บน้ำ พ้นื ทถ่ี นนเขา้ หวั งาน กบั อาณาเขตพื้นท่จี ริง
2) เกบ็ รวบรวมข้อมลู : ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมลู รายงาน เอกสารต่างๆ จากหน่วยงานของ
รฐั ในบริเวณพ้ืนท่ีก่อสร้างองค์ประกอบโครงการต่างๆ และจากราษฎรท่ีได้รับผลกระทบ เพ่ือเป็นข้อมูลประกอบการ
ตรวจสอบ อ้างอิง และนำมาวิเคราะหข์ อ้ มลู มีดังน้ี
1. ราคาประเมินที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ท่ีดินในการจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปี พ.ศ. 2563-2566 จากสำนักงานที่ดิน
จังหวดั พทั ลุง สาขาปากพะยูน
2. บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปี พ.ศ. 2563-2566 จากสำนักงานท่ีดิน
จงั หวัดจงั หวดั พัทลุง สาขาปากพะยูน
3. แผนท่ี ร.ว. 43 ก. มาตราส่วน 1:4,000 ปี พ.ศ. 2558 จากสำนกั งานกอ่ สร้างชลประทาน
ขนาดกลางที่ 16 กรมชลประทาน บรเิ วณพ้นื ทห่ี ัวงาน พ้นื ท่ีอา่ งเก็บนำ้ และพื้นทถี่ นนเข้าหัวงาน
4. คำสั่งจงั หวัดพทั ลงุ เรอ่ื ง แตง่ ตั้งคณะอนกุ รรมการตรวจสอบทรัพยส์ ินท่ถี ูกเขตชลประทาน
และจ่ายเงินค่าทดแทน โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ท้องที่อำเภอป่าบอน จังหวัด
พทั ลุง ส่งั ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2561
3) สำรวจบริเวณพื้นที่ท่ีจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ
โดยดำเนินการสำรวจภาคสนามในพ้ืนท่ีองค์ประกอบโครงการ ซ่ึงประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน เพื่อเข้า
สำรวจขอบเขตพื้นที่ สำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตา่ งๆ ตลอดจนพชื ผลและไม้ยืนตน้ พรอ้ มทง้ั สำรวจสภาพเศรษฐกิจ-
สังคมของผทู้ ่ีได้รับผลกระทบจากการพฒั นาโครงการ โดยมีรายละเอียดที่ไดส้ ำรวจดังนี้
1. การชดเชย หรอื ขนยา้ ยท่ีดนิ (ท่ดี นิ ไม่มีเอกสารสิทธ์)ิ
ก. สำรวจจำนวน ขนาดแปลงท่ีดินถือครอง หรือเนื้อที่ ประเภทเอกสารสิทธิ์ และ
เจ้าของกรรมสทิ ธ์ิการครอบครองทดี่ ินในบริเวณพืน้ ที่องคป์ ระกอบโครงการ
ข. สำรวจรายละเอียดลักษณะการใช้ประโยชน์ท่ีดินและขอบเขตพื้นที่ในการชดเชย
ทรัพยส์ ิน
ค. สำรวจราคาซ้ือขายท่ีดินตามราคาท้องตลาดทั่วไป และราคาที่ดินท่ีเจ้าของที่ดิน
ต้องการในบรเิ วณพ้ืนทอ่ี งค์ประกอบโครงการ เพื่อนำมาประเมินคา่ ชดเชยทดี่ ินที่ต้องจา่ ยค่าชดเชยให้กับราษฎรท่ีไดร้ ับ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-165 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้
ผลกระทบดว้ ยความเป็นธรรมท้งั สองฝา่ ยระหวา่ งหนว่ ยงานของรฐั และราษฎรเจ้าของพ้ืนที่ท่ีจะต้องสูญเสยี พื้นท่ีทำกนิ
ง. กำหนดประเภทกรรมสิทธ์ิท่ีดินท่ีถือครองที่ต้องชดเชย โดยอาศัยหลักเกณฑ์ กรอบ
ของกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ท่ีถือครองท่ีมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง และจ่ายค่าที่ดิน
ในรปู แบบค่าขนยา้ ย (ท่ีดิน) ให้แกผ่ ูท้ ีถ่ ือครองทีไ่ มม่ เี อกสารสิทธิ์
2. การชดเชยส่ิงปลูกสร้าง โดยสำรวจประเภทสิ่งปลกู สร้างต่างๆ โดยพิจารณาจาก ขนาด
รปู แบบ และวสั ดุกอ่ สร้าง ตามบัญชมี าตรฐานราคาค่าทดแทนสงิ่ ปลูกสร้าง ประจำปี 2556 (ท่ีปรับปรุง) บัญชี 1 และ
บัญชี 2 ฝ่ายบริหารท่ัวไป สำนักกฎหมายและท่ีดิน กรมชลประทาน และบัญชีมาตรฐานกำหนดค่ารื้อย้ายอาคาร
บ้านเรือนราษฎรท่ีถูกเขตชลประทานฝ่ายสถาปัตยกรรม กองออกแบบ กรมชลประทาน ปี 2535 (ปัจจุบันยังใช้อยู่ )
คัดเลือกประเภทสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของราษฎรด้วยการถ่ายรูปนำมาถอดแบบและจำแนกวัสดุก่อสร้าง เพ่ือประเมิน
ราคาคา่ ชดเชยหรือคา่ ทดแทนสงิ่ ปลกู สร้าง
3. การชดเชยพชื ผลและไม้ยืนตน้
ก. สำรวจชนิด และแหล่งพื้นที่เพาะปลูกพืชผลและไม้ยืนต้นต่างๆ ที่มีการเพาะปลูก
กนั มากหรือพืชเศรษฐกจิ หลักในพื้นที่องค์ประกอบโครงการ โดยพิจารณาจากการใช้ประโยชน์ที่ดินเพ่ือการเพาะปลูก
พร้อมท้ังนับจำนวนพืชผลและไม้ยนื ต้น
ข. สำรวจรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนการเพาะปลูก และมูลค่าราคาพืชผลและไม้ยืนต้น
ตามราคาท่ัวไปในท้องถิ่น
ค. กำหนดประเภทพืชผลและไม้ยืนต้นท่ีต้องชดเชย โดยอาศัยหลักเกณฑ์พิจารณาจ่าย
ค่าทดแทนพืชผลและไม้ยืนต้นเท่าน้ัน ส่วนธัญพืชและพืชล้มลุกจะพิจารณาจ่ายเฉพาะกรณีจำเป็นต้องใช้พ้ืนที่หรือ
แปลงทีด่ ินอย่างเรง่ ด่วนจนทำใหไ้ ม่สามารถเกบ็ เกี่ยวผลผลิตทนั ก่อนเริ่มดำเนนิ ก่อสรา้ งโครงการ
4. การสำรวจสภาพเศรษฐกิจ สังคมและความคิดเห็นของครัวเรือนราษฎรผู้ได้รับ
ผลกระทบจากการชดเชยทรัพยส์ ิน ในบริเวณพืน้ ท่ีองค์ประกอบโครงการท่คี าดว่าอาจจะถูกเวนคืนท่ีดินและทรัพยส์ ิน
ซงึ่ จะดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับหัวหน้าครัวเรือนราษฎร หรือตัวแทนครัวเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่หรือ
มที ่ีทำกนิ และทรพั ยส์ ินท่ไี ดร้ ับผลกระทบ โดยดำเนินการจะเกบ็ รวบรวมข้อมลู เก่ยี วกับรายละเอียดสภาพเศรษฐกจิ และ
สงั คมท่ัวไป การต้ังถิน่ ฐาน รูปแบบและค่าทดแทนที่ตอ้ งการขายให้แกโ่ ครงการ ราคาซ้อื ขายทดี่ ินตามราคาท้องตลาด
ท่ัวไป รูปแบบการชดเชยทรัพย์สิน ตลอดจนประมวลความคิดเห็นของราษฎรหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา
โครงการ โดยอาศยั ความตอ้ งการของผไู้ ด้รับผลกระทบและความเหมาะสมทางการปฏบิ ัตเิ ป็นหลกั
5. การประเมนิ ผลกระทบ ทำการประเมินผลกระทบทเี่ กดิ ขึน้ ทงั้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ -สงั คม
วฒั นธรรม และสุขภาพจติ ความวติ กกงั วล หรอื ประเมินการสูญเสียทรัพย์สนิ ของราษฎร ของชุมชนและของรฐั
6. การนำเสนอมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ การเสนอมาตรการที่เหมาะสม
ประกอบการวางแผนการจ่ายค่าชดเชยท่ีดินและทรัพย์สิน โดยกำหนดระยะเวลา หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชย
ตามข้อกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเสนอ
แผนการปอ้ งกนั แกไ้ ข และลดผลกระทบ และการดำเนนิ งานตามแผนการชดเชยท่ีดนิ และทรพั ยส์ ิน
นอกจากนยี้ ังเสนอแนะแนวทางปฏิบตั ิทีเ่ หมาะสมประกอบกับวางแผนการจ่ายค่าชดเชย
ท่ีดิน ส่ิงปลูกสร้าง พืชผลและไม้ยืนต้น ตลอดจนทำข้อเสนอแนะเพ่ือลดผลกระทบต่างๆ เช่น การจัดตั้งองค์กร
ในรูปแบบคณะกรรมการตา่ งๆ ท่ีเกีย่ วข้องจากทกุ ฝา่ ยทั้งกรมชลประทานและหน่วยงานราชการทีเ่ ก่ียวข้อง ผู้นำชุมชน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-166 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้
ตัวแทนประชาชน หรือองคก์ รอน่ื ๆ ได้แก่
ก. คณะกรรมการจัดซื้อและกำหนดราคาคา่ ชดเชยทรัพย์สนิ
ข. คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ
ค. คณะอนกุ รรมการจา่ ยเงินค่าชดเชยทรัพย์สนิ
3.7.5.3 ผลการศกึ ษา
ผลการศึกษาด้านการชดเชยที่ดินและทรัพย์สินในบริเวณพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำ
เหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ประกอบด้วยพื้นที่หัวงานและพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ พื้นที่ถนนเข้า
หวั งาน ซง่ึ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำกินของราษฎร ในการศึกษาคร้ังน้ีเปน็ การประมาณการเบื้องต้น โดยอาศัยขอ้ มูล
ทุติยภูมิ และข้อมูลปฐมภูมิมาพิจารณาร่วมกับสภาพเศรษฐกิจสังคมของชุมชน ความคิดเห็นของราษฎรที่ได้รับ
ผลกระทบถึงอัตราค่าชดเชย หรือค่าขนย้ายท่ีดิน ท่ีผูไ้ ดร้ ับผลกระทบต้องการ รวมถงึ อตั ราราคาที่ดนิ ทีม่ ีการซือ้ ขายใน
บรเิ วณพ้ืนที่องค์ประกอบโครงการ และบริเวณพ้ืนท่ีใกล้เคียงกับโครงการ เพ่ือนำมาประเมินค่าชดเชยหรือค่าขนย้าย
ที่ดินและทรัพย์สินท่ีต้องจ่ายให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายระหว่างหน่วยงานของรัฐ
และราษฎรเจ้าของพ้ืนที่ท่ีจะต้องสูญเสียพื้นท่ีทำกินไปเป็นพื้นที่องค์ประกอบโครงการ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ
จะนำเสนอในรายงานเล่มถัดไป
3.7.5.4 แผนการดำเนินงานในขั้นถัดไป
วางแผนและดำเนินการสำรวจภาคสนามในช่วงเดือน มีนาคม 2563 เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์
และประเมินคา่ ชดเชยทรัพย์สินของโครงการ โดยมีขนั้ ตอนการดำเนนิ การ ประกอบดว้ ย
(1) กำหนดขอบเขตพื้นท่ี และวางแผนการดำเนินงานด้านชดเชยทรัพย์สินในพื้นที่สนามจริง ด้วย
การเปรยี บเทียบขอบเขตพ้ืนท่ศี ึกษาในแผนที่กบั อาณาเขตพ้นื ท่จี ริง
(2) เก็บรวบรวมข้อมลู ต่างๆ เพิ่มเติมจากหนว่ ยงานของรัฐในบรเิ วณพ้นื ทศี่ ึกษา จากการสำรวจพนื้ ท่ี
เพอื่ เป็นขอ้ มลู ที่ใช้ในการตรวจสอบ อา้ งองิ และนำมาวิเคราะห์
(3) สำรวจพ้ืนท่ีท่ีจะได้รับผลกระทบ โดยดำเนินการประสานงานสำรวจร่วมกับผู้นำชุมชน
เช่น องคก์ ารบริหารสว่ นตำบล (อบต.) กำนนั ผู้ใหญ่บา้ น หรอื ราษฎรทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากการพัฒนาโครงการเพ่ือเข้า
สำรวจพื้นท่ี ส่ิงปลูกสร้างต่าง ๆ พืชผลและไม้ยืนต้น พร้อมทั้งสัมภาษณ์ผู้ท่ีได้รับผลกระทบด้วยแบบสอบถาม
ความคดิ เห็นด้านการชดเชยที่ดนิ และทรัพย์สิน
1) การชดเชย หรือขนย้ายทีด่ นิ (ท่ีดนิ ไม่มีเอกสารสิทธิ)์
1. ทำการสำรวจท่ีดิน การถือครองกรรมสิทธิ์ท่ีดิน เอกสารสิทธ์ิในที่ดิน ในบริเวณพื้นท่ี
องค์ประกอบโครงการ และรวบรวมแผนที่ ร.ว. 43 ก. ท่ีได้มีการสำรวจรังวัดพ้ืนท่ี โดยขอความอนุเคราะข้อมูลแผนที่
ร.ว. 43 ก. จากสำนกั งานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 16 กรมชลประทาน และจากการตรวจสอบแจงนับปรากฏ
ว่าจำนวนพื้นที่ทำกินท่ีได้รับผลกระทบรวมทั้งหมด จำนวน 125 แปลง และผู้ท่ีได้รับผลกระทบรวมท้ังหมด จำนวน
93 ราย ซ่ึงลักษณะแปลงที่ดินท่ีได้รับผลกระทบดังรูปท่ี 3.7.5-1 รายช่ือเจ้าของท่ีดินทำกินดังตารางท่ี 3.7.5-1 และ
เจ้าของพ้ืนท่ีดนิ ทำกินดังรูปที่ 3.7.5-2
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-167 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องตน้
รปู ที่ 3.7.5 -1 แปลงพื้นทท่ี ำกินของราษฎรทไ่ี ด้รบั ผลกระทบบริเวณพืน้ ท่ีโครงการอา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกั่ว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-168 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งต้น
รูปที่ 3.7.5 -1 แปลงพื้นทท่ี ำกินของราษฎรทไ่ี ดร้ ับผลกระทบบริเวณพื้นท่ีโครงการอา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง (ต่อ)
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-169 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งต้น
ตารางท่ี 3.7.5-1 รายชือ่ ผูท้ ่ีได้รับผลกระทบในบริเวณพืน้ ทห่ี วั งาน พ้ืนที่อ่างเกบ็ นำ้ และพ้ืนทีถ่ นนเขา้ หวั งาน
โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะกัว่ อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-170 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งตน้
ตารางที่ 3.7.5-1 รายช่ือผู้ทไี่ ดร้ บั ผลกระทบในบริเวณพ้นื ทห่ี ัวงาน พน้ื ท่ีอ่างเก็บน้ำ และพนื้ ท่ีถนนเขา้ หัวงาน
โครงการอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พทั ลงุ (ต่อ)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-171 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น
ตารางที่ 3.7.5-1 รายชอ่ื ผู้ที่ไดร้ บั ผลกระทบในบริเวณพ้ืนที่หวั งาน พ้นื ท่อี ่างเก็บน้ำ และพ้นื ท่ีถนนเขา้ หัวงาน
โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง (ต่อ)
2. สำรวจรายละเอียดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการชดเชยทรัพย์สิน และขอบเขตพ้ืนที่ในการ
ชดเชยทรพั ย์สนิ
3. สำรวจรายละเอียดเก่ียวกับค่าพัฒนาท่ีดิน ราคาซ้ือขายที่ดินตามราคาท้องตลาดท่ัวไป
และราคาท่ีดินที่เจ้าของที่ดินต้องการหรือราคาชดเชยท่ีราษฎรต้องการ (ทัศนคติของราษฎรจากการทำแบบสอบถาม
ผู้ท่ีได้รับผลกระทบ 100 เปอร์เซ็นต์) เพ่ือนำมาประเมินค่าชดเชยท่ีดินที่เหมาะสมเพ่ือจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ท่ีได้รับ
ผลกระทบดว้ ยความเป็นธรรมทงั้ สองฝ่ายระหว่างหน่วยงานของรัฐ และราษฎรเจา้ ของพน้ื ที่ทจ่ี ะต้องโยกยา้ ยออกจาก
ทีด่ นิ ทำกนิ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-172 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้
รูปที่ 3.7.5-2 เจ้าของพืน้ ทด่ี ินทำกินในบริเวณพ้นื ท่หี วั งาน พ้ืนท่ีอา่ งเก็บนำ้ และพ้นื ทถ่ี นนเขา้ หวั งาน
โครงการอา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกว่ั (อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ) อำเภอป่าบอน จงั หวัดพัทลุง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-173 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้
2) การชดเชย ทดแทน หรือร้ือยา้ ยสง่ิ ปลกู สรา้ ง
1. สำรวจประเภทสิ่งปลูกสร้างของราษฎรท้ังหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ในบริเวณพ้ืนที่หัวงาน
พื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ พ้ืนท่ีถนนเข้าหัวงาน และพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการอื่นๆ โดยประสานงานกับผู้นำชุมชน และหรือ
ราษฎรทไ่ี ด้รับผลกระทบ
2. กำหนดกลุ่มประเภทสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของราษฎร และหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในบรเิ วณ
พื้นท่ีศึกษาของโครงการ โดยพิจารณาจากขนาด รูปแบบ และวสั ดุก่อสร้างตามลักษณะแบบมาตรฐานการกำหนดค่า
รื้อย้ายอาคารบ้านเรือน และส่ิงปลูกสร้าง ตามบัญชีมาตรฐานราคาค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2556
(ท่ีปรับปรุง) บัญชี 1 และ บัญชี 2 ฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักกฎหมายและท่ีดิน กรมชลประทาน และจากบัญชีกำหนด
ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเก่ียวกับอสังหาริมทรัพย์ ในรอบปี
พ.ศ. 2563–2566 ของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และบัญชีมาตรฐานกำหนดค่าร้ือย้ายอาคารบ้านเรือนราษฎรท่ี
ถกู เขตชลประทาน จากฝ่ายสถาปัตยกรรม กองออกแบบ กรมชลประทาน ปี 2535 (ปัจจุบันยงั ใช้อยู่)
3. คัดเลือกประเภทสิ่งปลกู สรา้ งด้วยการถ่ายรูปนำมาถอดแบบและจำแนกวัสดุก่อสรา้ งเพื่อ
ประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพนื้ ทศ่ี กึ ษา
ซึ่งลักษณะส่ิงปลูกสร้างที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในบริเวณพื้นท่ีองค์ประกอบโครงการ
ดงั รปู ที่ 3.7.5-3
3) การชดเชย หรอื รอื้ ย้ายพชื ผลและไม้ยนื ต้น
1. สำรวจชนดิ และแหล่งพ้ืนทเ่ี พาะปลูกพืชผลและไม้ยืนต้นตา่ งๆ ท่มี ีการเพาะปลูกกันมาก
หรอื พืชเศรษฐกจิ หลกั ในบริเวณพื้นท่ีศึกษา โดยพจิ ารณาจากการใชป้ ระโยชนท์ ีด่ ินเพื่อการเพาะปลูก
2. สำรวจรายละเอียดเก่ียวกับต้นทุนการปลูกพืชหลัก และมูลค่าราคาพืชผล และไม้ยืนต้น
ตามราคาท่วั ไปในท้องถ่ิน
3. กำหนดประเภทพืชผลและไม้ยืนต้นท่ีต้องชดเชย หรือรื้อย้ายโดยอาศัยหลักเกณฑ์
พิจารณาจ่ายค่าทดแทน หรือรื้อย้ายพืชผลและไม้ยืนต้นเท่านั้น ส่วนธัญพืชและไม้ล้มลุกจะพิจารณาจ่ายเฉพาะกรณี
จำเป็นต้องใช้พ้นื ที่หรอื แปลงที่ดนิ อยา่ งเร่งด่วนจนทำให้ไม่สามารถเกบ็ เกีย่ วผลผลิตทันกอ่ นเรมิ่ ดำเนนิ ก่อสร้างโครงการ
ลักษณะพืชผลและไม้ยืนต้นในบรเิ วณพน้ื ท่อี งค์ประกอบโครงการดังรูปที่ 3.7.5-4
(4) สำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคม และความคิดเห็นของครัวเรือนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการ
ชดเชยที่ดินและทรัพย์สินในพื้นที่ศึกษาท่ีคาดว่าอาจจะถูกเวนคืนท่ีดินและทรัพย์สิน ซ่ึงจะดำเนินการเก็บรวบรวม
ข้อมูลด้วยแบบสอบถามกับหัวหน้าครัวเรือนหรือตัวแทนครัวเรือนราษฎรท่ีอาศัยหรือมีท่ีทำกินและทรัพย์สินได้รับ
ผลกระทบจากการพฒั นาโครงการ
ทั้งน้ี จะเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับรายละเอียดสภาพเศรษฐกิจและสังคมทั่วไป การต้ังถ่ินฐาน
รูปแบบการและค่าทดแทนที่ต้องการขายให้กับโครงการ ราคาซ้ือขายที่ดินตามราคาท้องตลาดท่ัวไป รูปแบบการ
ชดเชยทรัพย์สิน ความคิดเห็นต่อโครงการ โดยอาศัยความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบและความเหมาะสมทางการ
ปฏิบัตเิ ปน็ หลัก
(5) การประเมินผลกระทบ ทำการประเมินผลกระทบที่เกิดข้ึนทั้งทางเศรษฐกิจ-สังคม วัฒนธรรม
และสุขภาพจติ ความวิตกกังวล หรอื ประเมนิ การสญู เสยี ทรพั ย์สนิ ของราษฎรของชุมชนและของรฐั
(6) การนำเสนอมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ การเสนอมาตรการที่เหมาะสมประกอบ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-174 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้
การวางแผนการจ่ายค่าชดเชยทด่ี ินและทรพั ยส์ นิ โดยกำหนดระยะเวลา หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามข้อกฎหมาย
ที่เกี่ยวขอ้ งกำหนดไวเ้ ป็นรูปธรรม และสอดคลอ้ งกับความต้องการของราษฎร และการดำเนินงานตามแผนการชดเชย
ทด่ี นิ และทรพั ย์สิน
นอกจากนี้ ยังเสนอแนะแนวทางปฏิบัติท่ีเหมาะสมประกอบกับวางแผนการจ่ายค่าชดเชยที่ดิน
ส่ิงปลูกสร้าง พืชผลไม้ยืนต้น ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเพ่ือลดผลกระทบต่างๆ รวมทั้งเสนอแผนการติดตาม
ตรวจสอบผลกระทบท่เี หมาะสมของโครงการ เช่น การจัดตั้งองค์กรในรูปแบบคณะกรรมการต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องทกุ ฝ่าย
ทั้งกรมชลประทาน หน่วยงานที่เก่ียวข้อง ผู้นำชุมชนและตัวแทนประชาชนหรือองค์กรอื่นๆ ได้แก่ คณะกรรมการ
จัดซื้อและกำหนดราคาค่าชดเชยทรัพย์สิน คณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน และคณะอนุกรรมการจ่ายเงิน
คา่ ชดเชยทรัพยส์ นิ
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-175 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้
.
รูปที่ 3.7.5-3 ลักษณะสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพ้นื ท่หี วั งาน พนื้ ที่อา่ งเกบ็ นำ้ และพืน้ ทถ่ี นนเข้าหัวงาน
โครงการอา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะกั่ว (อนั เน่อื งมาจากพระราชดำร)ิ อำเภอป่าบอน จงั หวัดพัทลงุ
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-176 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้
รปู ท่ี 3.7.5-4 ลกั ษณะพืชผลและไม้ยนื ตน้ ในบรเิ วณพน้ื ทหี่ ัวงาน พ้ืนที่อา่ งเก็บนำ้ และพืน้ ท่ถี นนเข้าหวั งาน
โครงการอ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกัว่ (อันเนื่องมาจากพระราชดำร)ิ อำเภอปา่ บอน จงั หวัดพัทลุง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-177 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
บทท่ี 4
การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
4.1 วตั ถปุ ระสงค์การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีสว่ นร่วมของประชาชน
1) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินงาน และแนวทางการพัฒนาโครงการฯ ใหห้ นว่ ยงานและประชาชน
รบั ทราบ ตลอดจนสร้างความเข้าใจทถี่ กู ต้อง
2) เพ่ือรับฟังความคิดเห็นเก่ียวกับแนวทางการดำเนินโครงการ รวมท้ังแนวทางการแก้ไข ตลอดจน
แลกเปล่ียนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ประชาชน และกรมชลประทาน เพ่ือรับทราบความต้องการ
ในพ้นื ที่โครงการฯ ซง่ึ เปน็ การสร้างโอกาสการมสี ่วนรว่ มและนำขอ้ มูลมาประกอบการวิเคราะห์หาแนวทางแกไ้ ขปญั หา
ที่มีความสอดคล้องกนั เหมาะสม และเปน็ ที่ยอมรบั ของประชาชน
3) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ท่ีมุ่งมั่นของกรมชลประทานในการพัฒนาแหล่งน้ำควบคู่กับความใส่ใจต่อ
ส่ิงแวดล้อมและความเปน็ อยขู่ องประชาชน
4.2 พื้นทีด่ ำเนนิ งานและกลมุ่ เป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายของการจดั การมีส่วนร่วมของประชาชน ดำเนินการตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน
และการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมทางสังคม ในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม พ.ศ. 2561
ของสำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ซึ่งจำแนกผมู้ สี ว่ นได้เสยี จากการพัฒนาโครงการไว้
7 ประเภท ประกอบดว้ ย
1) ผูร้ บั ผลกระทบ (ผไู้ ด้ประโยชน์และผูเ้ สียประโยชน)์
2) ผูท้ ่รี บั ผิดชอบจดั ทำรายงานการประเมนิ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ ม (เจา้ ของโครงการ)
3) ผทู้ ีท่ ำหน้าทพี่ ิจารณารายงานการประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
4) หนว่ ยงานราชการในระดับตา่ งๆ และรฐั วสิ าหกิจ ท้งั ส่วนกลาง ส่วนภมู ภิ าค และสว่ นท้องถนิ่
5) องค์กรเอกชนดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม องคก์ รพัฒนาเอกชน สถาบันการศกึ ษาและนักวิชาการอสิ ระ
6) สอื่ มวลชน
7) ประชาชนท่วั ไป
4.3 การดำเนินงานการประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสมั พนั ธ์ และการมีสว่ นร่วม
การดำเนินงานการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วม มีแผนดำเนินการตามกรอบเวลา
การศึกษา 330 วัน ดังแสดงไว้ในตารางที่ 4.3-1 และสรุปกระบวนการส่ิงที่นำเข้า (INPUT) และผลได้ (OUTPUT)
ดงั รูปที่ 4.3-1
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 4-1 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกดั (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ่วนร่วมของประชาชน
ตารางท่ี 4.3 - 1 แผนดำเนนิ การด้านการประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีสว่ นร่วมของโครงการ
แผนงาน/กจิ กรรม เดอื น, วัน
1) การศกึ ษาทบทวนลักษณะโครงการ/แผนการดาเนนิ งาน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11
2) การกาหนดกลุ่มเปา้ หมายและพน้ื ทเี่ ปา้ หมาย 30 60 90 120 150 180 210 240 270 300 330
3) เข้าพบและประสานหนว่ ยงาน/ผนู้ าชุมชน
4) การจัดประชุมรับฟงั ความคดิ เหน็ IR PR ITR DFR FR
4.1) การประชุมปฐมนเิ ทศโครงการ
4.2) การประชุมกล่มุ ย่อย
4.3) การประชุมปจั ฉมิ นเิ ทศโครงการ
5) การจดั ทารายงานการประชุม/สมั มนา
6) การจดั ทาส่ือ/เผยแพร่สื่อ
6.1) เอกสารประกอบการประชุม/แบบแสดงความคดิ เหน็ 3 ครั้ง
6.2) บอร์ดนทิ รรศการ (3 คร้ัง)
6.3) แผน่ พบั 2 คร้ัง
6.4) จดหมายข่าว 2 คร้ัง
6.5) ข่าวแจกสือ่ มวลชน 2 ครั้ง
6.6) บทความทางหนงั สือพมิ พ์ 1 คร้ัง
6.7) บทความเผยแพร่ทางวิทยุ 2 คร้ัง
6.8) จดั ทาวีดทิ ศั น์ 1 คร้ัง
7) จัดทาข้อเสนอแนะ
แผนการส่งรายงาน
หมายเหตุ : บางช่วงเวลา
IR = รายงานเร่ิมงาน PR = รายงานความก้าวหน้า ITR = รายงานฉบับกลาง DFR = ร่างรายงานฉบับสุดท้าย FR = รายงานฉบับสุดท้าย
INPUT กระบวนการ OUTPUT
- ความเปน็ มาและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ เข้าพบและประสานงานหน่วยงาน ผู้นาชมุ ชน - สภาพปญั หาและความเร่งดว่ นของปญั หา
- แนวทางและขอบเขตการศกึ ษา เดอื นที่ 1 หรือกอ่ น ัดประชมุ ป มนิเท โครงการ
- ทต่ี ง้ั ลกั ษณะโครงการ และพนื้ ทศ่ี กึ ษา และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ท่ี
การประชมุ ป มนิเทศโครงการ - นโยบายรัฐทม่ี ีผลตอ่ การศกึ ษาโครงการ
- ความเปน็ มาและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ เดอื นท่ี 3 หรอื หลังส่งรายงานความก้าวหน้า - คาแนะนาในการจดั การมีสว่ นร่วมของประชาชน
- แนวทางและขอบเขตการศกึ ษา
- ทตี่ งั้ ลกั ษณะโครงการ และพน้ื ทศ่ี กึ ษา การประชมุ กลุ่มยอ่ ย - สภาพปญั หาและความเร่งดว่ นของปญั หา
- ผลการทบทวนการศกึ ษาเบอ้ื งตน้ เดอื นที่ หรือหลงั สง่ รายงาน บบั กลาง และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ท่ี
- ความเปน็ มาและวัตถปุ ระสงคโ์ ครงการ การประชุมปจฉมิ นิเทศโครงการ - ข้อมูลเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาศกึ ษาโครงการ
- แนวทางและขอบเขตการศกึ ษา เดือนที่ หรอื หลังสง่ ร่างรายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบ - คาแนะนาในการทางานของโครงการ
- ทต่ี ง้ั ลกั ษณะโครงการ และพน้ื ทศี่ กึ ษา
- ผลการทบทวนการศกึ ษาเบอื้ งตน้ สิ่งแวดล้อม - สภาพปญั หาและความเร่งดว่ นของปญั หา
และความตอ้ งการของประชาชนในพน้ื ที่
- สรุปผลการศกึ ษาโครงการ
- ร่างผลการประเมินผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม - ข้อมูลเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาศกึ ษาโครงการ
- คาแนะนาในการทางานของโครงการ
มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
- ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะตอ่ การประเมินผลกระทบ
มาตรการปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม
- นาผลการรับฟงั ความคดิ เหน็ ไปประกอบการพิจารณา
ปรับปรุงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
รูปท่ี 4.3-1 กระบวนการดำเนินงานประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ว่ นร่วมของประชาชน
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-2 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่ัว บทที่ 4
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน
4.4 ความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
4.4.1 การเขา้ พบและประสานงานหนว่ ยงาน/ผนู้ ำชุมชน
ในการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับการศึกษาและกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ได้มีการเข้าพบและ
ประสานหน่วยงาน/ผู้นำชุมชนท่ีเกี่ยวข้องในพ้ืนที่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายอำเภอป่าบอน นายกองค์การ
บริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานชลประทานในพื้นท่ี ได้แก่ สำนักงานชลประทานที่ 16 โครงการ
ชลประทานพัทลุง ต้ังแต่เริ่มต้นโครงการก่อนการประชุมปฐมนิเทศโครงการ เพื่อแนะนำโครงการและ
รับฟังแนวความคิดในการพัฒนาโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาช น
และจะประสานงานเปน็ ระยะๆ อย่างตอ่ เนื่องตลอดการศกึ ษาโครงการ มรี ายละเอียดดังน้ี
1) การเข้าพบผ้ใู หญ่หมทู่ ี่ 1 บ้านเหมืองตะกวั่ ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
เม่ือวันท่ี 4 กันยายน 2562 กลุ่มบริษัทท่ีปรึกษาฯ ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ ผู้ชำนาญการด้าน
สง่ิ แวดล้อม และผเู้ ชย่ี วชาญด้านการมีสว่ นร่วมของประชาชน ได้เขา้ พบนายหมดั ยู่นาน หวาเอียด ผู้ใหญ่บ้านหมูท่ ่ี 1
บ้านเหมืองตะก่ัว ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เพื่อแนะนำโครงการและรับฟังแนวความคิด
ในการพัฒนาโครงการ รวมทั้งขอ้ เสนอแนะในการพฒั นาโครงการ ดังรปู ที่ 4.4-1
รปู ที่ 4.4-1 กล่มุ บริษทั ทป่ี รึกษาฯ เขา้ พบนายหมดั ยนู่ าน หวาเอยี ด ผู้ใหญ่บา้ นหมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 4-3 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ บทที่ 4
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีสว่ นร่วมของประชาชน
2) การเขา้ พบ นายภดู ิส ชนะวรรณโณ นายอำเภอปา่ บอน จังหวัดพทั ลงุ
เม่ือวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 14.30 น. นายย่ิงเจริญ คูสกุลรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วม
ของประชาชน ได้เข้าพบนายภูดิส ชนะวรรณโณ นายอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อแนะนำโครงการรับฟัง
แนวความคิดและข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการต่อไป
3) การเข้าพบ นายประเจือบ มลยงค์ กำนันตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลงุ
เม่ือวันที่ 1 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น. นายย่ิงเจริญ คูสกุลรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน ได้เข้าพบนายประเจือบ มลยงค์ กำนันตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อแนะนำโครงการ
รับฟังแนวความคิดและข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการต่อไป รวมทั้งส่งหนังสือเชิญกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในเขต
ตำบลหนองธง เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการ ในวนั พฤหัสบดที ี่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอ
ปา่ บอน อำเภอปา่ บอน จังหวดั พัทลุงด้วย
4) การเข้าพบนายเดชา เหล็มหมาด ประธานกล่มุ รกั ษ์โตนสะตอ
เม่ือวันที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
และผู้ใหญ่บ้านหมู่ท่ี 1 ตำบลหนองธง ได้เข้าพบนายเดชา เหล็มหมาด ประธานกลุ่มรักษ์โตนสะตอ ตำบลหนองธง
อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อแนะนำโครงการ รับฟังแนวความคิดและข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการต่อไป
รวมทั้งส่งหนังสือเชิญกลุ่มรักษ์โตนสะตอ และเครือข่าย เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการ ในวันพฤหัสบดีที่ 10
ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอปา่ บอน อำเภอปา่ บอน จังหวัดพัทลุง ดังรูปท่ี 4.4-2
รปู ที่ 4.4-2 ผู้เชย่ี วชาญด้านการมสี ว่ นร่วมของประชาชนเขา้ พบผนู้ ำชุมชน
5) การเขา้ ประชมุ รว่ มกับสำนักกอ่ สรา้ งชลประทานขนาดกลางที่ 16
เม่ือวันที่ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30 น. นายเกื้อศักดิ์ ทาทอง ประธานกรรมการฯ นายอัตตาพันธ์
ดิลกโศภณ กรรมการฯ นายกาจวิศว์ กล้าหาญ ผู้จัดการโครงการ และนายย่ิงเจริญ คูสกุลรัตน์ ผู้เช่ียวชาญด้าน
การมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายทวีวัฒน์ สืบสุขม่ันสกุล นายช่างชลประทานอาวุโส
สำนกั ก่อสรา้ งชลประทานขนาดกลางท่ี 16 ที่สำนกั ก่อสร้างชลประทานขนาดกลางท่ี 16 สงขลา เพอื่ ช้แี จงรายละเอยี ด
แนวทางการดำเนินการศึกษาโครงการ และรับฟังแนวความคิด ขอ้ เสนอแนะในการพัฒนาโครงการต่อไป
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-4 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะก่วั บทท่ี 4
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ การประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีส่วนรว่ มของประชาชน
6) การเข้าประชมุ ร่วมกบั การประชุมหัวหน้าสว่ นราชการจังหวัดพัทลุง
เม่ือวันท่ี 7 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. นายเก้ือศักดิ์ ทาทอง ประธานกรรมการฯ นายอัตตาพันธ์
ดิลกโศภณ กรรมการฯ นายกาจวิศว์ กล้าหาญ ผู้จัดการโครงการ และนายย่ิงเจริญ คูสกุลรัตน์ ผู้เช่ียวชาญด้าน
การมีส่วนรว่ มของประชาชน ได้เขา้ ประชมุ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจงั หวัดพัทลุงในการประชุมหัวหน้าสว่ นราชการ
จังหวัดพัทลุง ที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพ่ือช้ีแจงรายละเอียด แนวทางการดำเนินการศึกษาโครงการ การจัดประชุม
ปฐมนิเทศโครงการ และรับฟงั แนวความคดิ ข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการตอ่ ไป ดงั รปู ที่ 4.4-3
รปู ท่ี 4.4-3 เข้าพบผู้วา่ ราชการ ังหวัดพทั ลุง
4.4.2 การประชุมสัมมนาคร้ังท่ี 1 การประชุมป มนิเท โครงการ
ทป่ี รกึ ษาได้ขออนุมัติจัดประชุมสมั มนาคร้งั ที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) เมือ่ วันที่ 12 กันยายน 2562 และไดจ้ ดั
ประชุมไปแล้ว เม่ือวันพฤหัสบดีท่ี 10 ตุลาคม พ.ศ.2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอป่าบอน อำเภอป่าบอน
จงั หวัดพทั ลงุ มีรายละเอยี ด ดงั นี้ ดงั รูปท่ี 4.4-4
1) วตั ถุประสงค์การประชมุ สมั มนาครัง้ ท่ี 1 ป มนเิ ท โครงการ
(1) เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการได้รับทราบ ความเป็นมาของโครงการฯ วัตถุประสงค์ พื้นท่ีศึกษา
รายละเอยี ดขนั้ ตอนการศกึ ษา และประโยชน์ท่คี าดว่าจะไดร้ บั จากการโครงการฯ
(2) เพ่อื เป็นการสอื่ สารระหว่างโครงการกับผู้มสี ว่ นได้เสยี ในทกุ ภาคส่วนทีเ่ กีย่ วข้องให้เกิดการรับรขู้ อ้ มูล
ท่ีจะนำไปสู่ความเข้าใจทีถ่ กู ต้อง และให้ความรว่ มมือต่อการพัฒนาโครงการ
(3) เพ่ือรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการระหว่างผู้มีสว่ นได้เสีย
ท่ีเกี่ยวข้องกับโครงการกับกรมชลประทานและท่ีปรึกษา ซ่ึงเป็นการสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมและนำข้อมูล
มาประกอบการวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีความสอดคล้องและเหมาะสม ท้ังทางด้านสิ่งแวดล้อม
ความเปน็ อยู่ของประชาชน และความตอ้ งการของผู้มสี ่วนได้เสยี และเป็นที่ยอมรับของประชาชนพ้นื ท่ี
(4) เพ่ือให้เกิดความร่วมมือท่ีดีต่อการทำงานของกรมชลประทาน จากการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจน
โปรง่ ใส สามารถตรวจสอบได้ ในการดำเนินงานดา้ นการมสี ่วนรว่ มของประชาชน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 4-5 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 4
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
ผ้เู ขา้ รว่ มประชมุ ลงทะเบียน ผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ ชมบอร์ดนิทรรศการ ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ ชมบอร์ดนิทรรศการ
นายวิรัตน์ รกั พนั ธ์ นายเกือ้ ศกั ด์ิ ทาทอง บริษทั ทปี่ รกึ ษานำเสนอ
รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พัทลุง เปดิ การประชุม ผแู้ ทนกรมชลประทาน กล่าวรายงาน
ผรู้ ว่ มแสดงความคิดเห็น ผ้รู ว่ มแสดงความคิดเหน็ ผรู้ ว่ มแสดงความคิดเหน็
ผ้รู ว่ มแสดงความคิดเห็น ผรู้ ่วมแสดงความคิดเห็น บรรยากาศที่ประชุม
ผูแ้ ทนกรมชลประทานและบรษิ ัททป่ี รกึ ษา ผูแ้ ทนจากหนว่ ยงานตา่ งๆ ร่วมถา่ ยรูป ผนู้ ำชุมชนร่วมถา่ ยรูป
ตอบข้อคดิ เหน็
รูปท่ี 4.4-4 การประชมุ ป มนิเท โครงการ วนั พฤหสั บดีท่ี 10 ตุลาคม 2562 ณ าลาประชาคมอำเภอปา่ บอน
อำเภอปา่ บอน งั หวดั พัทลุง
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-6 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 4
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ่วนร่วมของประชาชน
2) พ้ืนท่ีเป้าหมาย ครอบคลุมพื้นทต่ี ัง้ โครงการ และพนื้ ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบทงั้ ดา้ นบวกและดา้ นลบ
3) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หน่วยงานราชการระดบั ภูมิภาค ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในเขตตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน ตำบลแม่ขรี และตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง
องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ท่ีเก่ียวข้อง สถาบันการศึกษา ส่ือมวลชน ผู้นำชุมชนและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่
เป้าหมายทีไ่ ด้รับผลกระทบจากโครงการฯ
4) การเตรยี มการประชุมป มนิเท
ภายหลังจากที่ปรึกษาฯ ได้รับอนุมัติจัดประชุมปฐมนิเทศ เม่ือวันท่ี 12 กันยายน 2562 ท่ีปรึกษาฯ ได้
จัดสง่ หนังสอื เชิญประชมุ ใหก้ ลมุ่ เป้าหมายต่างๆ ผ่านทางไปรษณีย์ ผ่านระบบอเี มล์ (Email) ระบบโทรสาร และได้โทร
ตดิ ตาม นอกจากนย้ี งั ไดล้ งมาสง่ หนงั สอื เชญิ และประสานงานกบั ผู้นำชุมชน ในพืน้ ท่ีอีกครง้ั สรปุ ไดด้ ังนี้
(2) การเขา้ พบ นายภูดิส ชนะวรรณโณ นายอำเภอป่าบอน จงั หวดั พทั ลงุ
เม่ือวันท่ี 1 ตุลาคม 2562 เวลา 14.30 น. นายยิ่งเจริญ คูสกุลรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วม
ของประชาชน ได้เข้าพบนายอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อประสานงานในการเตรียมการประชุมปฐมนิเทศ
โครงการ ในวนั พฤหสั บดที ่ี 10 ตุลาคม พ.ศ.2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอปา่ บอน อำเภอปา่ บอน จังหวัดพัทลงุ
(2) การเข้าพบ นายประเจือบ มลยงค์ กำนันตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จงั หวดั พทั ลุง
เม่ือวันท่ี 1 ตุลาคม 2562 เวลา 16.00 น. นายย่ิงเจริญ คูสกุลรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วม
ของประชาชน ได้เข้าพบนายประเจือบ มลยงค์ กำนันตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อแนะนำ
โครงการ และส่งหนังสือเชิญกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในเขตตำบลหนองธง เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการ ในวัน
พฤหสั บดที ่ี 10 ตุลาคม พ.ศ.2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอป่าบอน อำเภอปา่ บอน จงั หวัดพทั ลุงด้วย
(3) การเขา้ พบนายเดชา เหลม็ หมาด ประธานกล่มุ รักษ์โตนสะตอ
เม่ือวันท่ี 3 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลหนองธง ได้เข้าพบนายเดชา เหล็มหมาด ประธานกลุ่มรักษ์โตนสะตอ ตำบลหนองธง
อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อแนะนำโครงการ รับฟังแนวความคิดและข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงการต่อไป
รวมทั้งส่งหนังสือเชิญกลุ่มรักษ์โตนสะตอ และเครือข่าย เข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการ ในวันพฤหัสบดี
ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอปา่ บอน อำเภอป่าบอน จงั หวดั พัทลงุ
(4) การเขา้ ประชมุ รว่ มกับการประชมุ หัวหน้าส่วนราชการจังหวดั พทั ลุง
เม่ือวันท่ี 7 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. นายเก้ือศักดิ์ ทาทอง ประธานกรรมการฯ
นายอัตตาพันธ์ ดิลกโศภณ กรรมการฯ นายกาจวิศว์ กล้าหาญ ผู้จัดการโครงการ และนายย่ิงเจริญ คูสกุลรัตน์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้เข้าประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพัทลุงในการประชุม
หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพัทลุง ที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพ่ือชี้แจงรายละเอียด แนวทางการดำเนินการศึกษา
โครงการ และการจดั ประชมุ ปฐมนเิ ทศโครงการ
5) ผ้เู ขา้ รว่ มประชุมป มนเิ ท
การประชมุ รับฟงั ความคิดเห็นของประชาชนและหนว่ ยงานท่เี ก่ียวข้อง ครง้ั ท่ี 1 (การปฐมนิเทศโครงการ)
โครงการศึกษาผลกระทบ ส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ
จังหวดั พัทลุง ได้ดำเนินการในวันพฤหัสบดที ี่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ ศาลาประชาคมอำเภอป่าบอน อำเภอป่าบอน
จังหวัดพทั ลุงทีผ่ ่านมา ในการประชมุ ดงั กล่าวมีผู้เขา้ รว่ มประชุม ทง้ั หมด 182 คน ประกอบด้วย
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-7 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ว่ นร่วมของประชาชน
(1) หนว่ ยงานราชการในระดับตา่ งๆ (หน่วยงานส่วนภมู ิภาค หน่วยงานราชการระดับจงั หวดั หนว่ ยงาน
ราชการระดับอำเภอ หน่วยงานรัฐวสิ าหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ) ตัวแทนหนว่ ยงานราชการ จำนวน 57 คน
(2) ผู้ได้รบั ผลกระทบ (ผูเ้ สยี ผลประโยชน์ และผ้ไู ดร้ ับผลประโยชน์) จำนวน 103 คน
(3) สถาบนั การศกึ ษา/วจิ ยั /องค์กรพฒั นาเอกชน (NGOs) จำนวน 2 คน
(4) ส่อื มวลชน จำนวน 2 คน
(5) กรรมการ จำนวน 9 คน
(6) ที่ปรกึ ษา จำนวน 9 คน
รายละเอียดจำนวนผเู้ ขา้ รว่ มประชุมดังตารางท่ี 4.4.2-1 และรายชอื่ ผเู้ ขา้ ร่วมประชุมแสดงในภาคผนวก ค.1
6) ขั้นตอนการดำเนินงาน วธิ กี ารและเทคนิคในการประชมุ (กำหนดการประชมุ ภาคผนวก ค.2)
(1) ข้ันตอนท่ี 1 เร่ิมลงทะเบียน เวลาประมาณ 08.30 น เพื่อรับเอกสารประชุม แผ่นพับ ข้อมูล
รายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ และแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เข้าร่วมประชุม จากนั้นเข้าสู่พิธีการเปิดประชุม
โดยมีนายเกื้อศักดิ์ ทาทอง ประธานกรรมการฯ ตวั แทนกรมชลประทานเป็นผู้กลา่ วรายงาน และนายวิรัตน์ รกั ษ์พันธ์
รองผ้วู ่าราชการจงั หวดั พัทลงุ ได้รบั มอบหมายจากท่านผู้ว่าราชการจังหวดั พทั ลงุ กล่าวเปิดการประชุม
(2) ข้ันตอนที่ 2 ภายหลังจากพิธีเปิดการประชุมแล้ว ท่ีปรึกษาได้นำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ
โดยใช้ power point ข้อมูลท่ีนำเสนอประกอบด้วยความเป็นมา วัตถุประสงค์ แนวทางและวิธีการศึกษาความ
เหมาะสม การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้นของโครงการ และการดำเนินการประชาสัมพนั ธ์ และการมีสว่ นรว่ ม
ของประชาชน
(3) ขั้นตอนที่ 3 ภายหลังท่ีปรึกษานำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการเสร็จแล้ว ได้มีการเปิดเวทีเพื่อ
รับฟังความคดิ เหน็ โดยการซักถาม ข้อเสนอแนะ จากผเู้ ข้าร่วมประชุม และมกี ารชีแ้ จงจากทปี่ รึกษา
(4) ขั้นตอนที่ 4 ภายหลังจากการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นแล้ว ท่ีปรึกษาฯ ได้สรุปข้อคิดเห็นและ
ข้อเสนอแนะเบื้องต้นจากผู้เข้าร่วมประชุม และช้ีแจงกิจกรรมท่ีจะดำเนินการต่อไป จากนั้นได้เชิญตัวแทน
กรมชลประทานกล่าวขอบคุณและกล่าวปิดการประชุมเวลาประมาณ 12.00 น. ภาพบรรยากาศในวันประชุมแสดง
ในภาคผนวก ค.3
(5) สื่อท่ีใช้ในการดำเนินงานประชุม ประกอบด้วย เอกสารประกอบการประชุม แผ่นพับ บอร์ด
นิทรรศการ วิดีทศั น์ และ power point (ภาคผนวก ค.4)
7) สรปุ ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะจากการเปิดเวทรี บั ฟงั ความคิดเหน็
ภายหลงั จากท่ีปรึกษาไดน้ ำเสนอขอ้ มลู รายละเอยี ดโครงการเรียบร้อยแลว้ ไดเ้ ปดิ เวทีรบั ฟังความคิดเห็น
จากผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ทั้งหมด 8 คน (ไม่รวมในส่วนกรรมการและ
ที่ปรกึ ษาฯ ชแี้ จง) มีประเด็นต่าง ๆ สรุปได้ ดังน้ี
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 4-8 รายงานฉบับกลาง
บรษิ ัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะก่วั บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีส่วนรว่ มของประชาชน
ตารางท่ี 4.4.2-1 ำนวนผู้เข้ารว่ มประชมุ ป มนเิ ท โครงการ แยกตามหน่วยงาน
กลมุ่ เปา้ หมยในการประชมุ ำนวน ราย ร้อยละ
56.59
ผไู้ ดร้ ับผลกระทบ 103 9.89
0.00
ผู้ทรี่ บั ผิดชอบจัดทำรายงาน 18 31.32
หน่วยงานท่ีทำหนา้ ทพี่ ิจารณารายงาน (สผ.) 0 1.10
1.10
หนว่ ยงานราชการในระดบั ตา่ งๆ (หน่วยงานสว่ นภูมภิ าค หนว่ ยงาน 57 100.00
ราชการระดับจังหวดั หน่วยงานราชการระดับอำเภอ หน่วยงาน
รฐั วสิ าหกิจ องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น)
หน่วยงานภาคเอกชน/องค์กรพัฒนาเอกชน/สถาบันการศกึ ษา 2
สือ่ มวลชน 2
รวมทงั้ สนิ้ 182
(1) ประเดน็ ท่ี 1 คณุ สาทร สมพงศ์
คุณสาทร สมพงศ์ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว โดย
ได้ให้ข้อมูลเพ่ิมเติมว่า ได้เสนอความคดิ เห็นเรื่องการจดั การน้ำให้กับหน่วยงานท่เี กีย่ วข้องต้ังแต่ปี 2557 และได้มกี าร
ปรกึ ษาหารือกับหนว่ ยงานที่เก่ยี วขอ้ งที่ศาลากลางจงั หวดั สตูล เรือ่ งการกำหนด TOR เพอื่ กำหนดขอบเขตในการศกึ ษา
กับความเป็นไปได้ของโครงการ ดังนั้นจึงเห็นด้วยท่ีกรมชลประทานจะได้มีการศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้
ของโครงการ กอ่ นท่ีจะตัดสินใจในการดำเนนิ งานโครงการต่อไป
นอกจากน้ีได้ให้ความเห็นเพ่ิมเติมว่า การดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว จะทำให้
ชาวบ้านสูญเสียวิถีชีวิต เสียพ้ืนที่ป่า (สะตอป่า) เสียสัตว์ป่า (น้ำผึ้งป่า) อ่างเก็บน้ำมีอายุแค่ 50 ปี แต่ต้นน้ำไม่มีวัน
หมดอายุ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเป็นการทำลายป่าซ่ึงตรงข้ามกับยุทธศาสตร์จังหวัดพัทลุงท่ีวางไว้ เรื่องเพ่ิมพ้ืนท่ีป่า
การมีอ่างเก็บน้ำอาจเป็นการเปล่ียนธรรมชาติทำให้เกิดผลกระทบต่อปลา สัตว์น้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อมาเติมน้ำ
ในฝายนั้นไม่เป็นความจริง แต่จะทำใหม้ ีการบุรุกพ้ืนท่ีป่ารอบอ่างเพ่ิมขึน้ และทำใหน้ ้ำในลำห้วยแห้งลง จากข้อมูลของ
จังหวัดพัทลุง มีเพียงอำเภอปากพะยนู ที่ขาดแคลนน้ำ ฝายห้วยยูงสง่ น้ำ ประมาณ 4,500 ไร่ และฝายหัวสะตอ ส่งน้ำ
ประมาณ 2,500 ไร่ รวมแล้วประมาณ 7,000 ไร่
ขอ้ ชแ้ี งของโครงการ ขอเอกสารท่ีคุณสาทร สมพงศ์ นำเสนอในท่ีประชุมในวนั นี้ เพอ่ื มาทำข้อมูล
ประกอบการชี้แจงตอ่ ไปเพราะมีหลายประเด็น
(2) ประเดน็ ที่ 2 คณุ เดชา เล็มหมาด ไดใ้ ห้ความเหน็ ว่า
ขอให้ผทู้ ่ีมาเก็บข้อมูลหรอื หน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ งมคี วามเป็นกลาง เน่ืองจากทผ่ี ่านมามกี ารดำเนนิ การ
โดยไม่แจ้งให้ประชาชนทราบในการที่จะเสนอโครงการหรือประชุมเกี่ยวกับโครงการ ดังน้ันเมอ่ื เริม่ การศึกษาใหม่แล้ว
จึงอยากใหร้ ่วมกันเก็บข้อมลู เพือ่ ให้เกิดความโปร่งใส และไมใ่ หเ้ กดิ ความขดั แย้งในพน้ื ท่ี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-9 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 4
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ่วนรว่ มของประชาชน
ขอให้มีการศึกษาอ่างเก็บน้ำ จำนวน 3 อ่างในจังหวัดพัทลุง (บริเวณใกล้กับพ้ืนที่โครงการ) ท่ีได้
ดำเนินการกอ่ สรา้ งไปแล้ว ว่ามีประโยชน์ คุ้มค่ากบั การลงทุน หรอื ผลกระทบอะไรบา้ ง
อยากให้มีการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมด้านสุขภาพ (EHIA) เนื่องจากในปี พ.ศ. 2557
มเี หตกุ ารณ์รุนแรงเกิดขนึ้ ในพ้ืนท่ี ทำใหช้ าวบา้ นเกิดความหวาดระแวง
อยากให้มีการศึกษาเก่ียวกับสตั ว์น้ำในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน ว่ามีการเปล่ียนแปลงหรือไม่
อย่างไร
ในการศึกษาโครงการครัง้ นี้ ขอให้มกี ารเปดิ เผยขอ้ มูลทุกอย่างกบั ชาวบา้ นในพน้ื ทอี่ ยา่ งทั่วถึง เพอื่ ให้
ชาวบ้านเขา้ ถงึ ข้อมูลไดง้ ่าย และเปน็ ข้อมลู ทเี่ ชื่อถอื ได้
อยากให้ศึกษาความเปล่ียนแปลงของพื้นที่ที่จะเกิดข้ึนในอนาคต หากมีโครงการเกิดข้ึน และขอให้
ศกึ ษาการจดั การระบบประปาของชุมชนที่มีอยใู่ นระหว่างการกอ่ สรา้ งดว้ ย
อยากได้ข้อมูลที่ชัดเจนเร่ืองพ้ืนท่ีป่าบริเวณท่ีจะสร้างอ่างเก็บน้ำ ขอให้ศึกษาความถูกต้องของการ
ไดม้ าของที่ดนิ ดว้ ย
อยากให้ศึกษาภาพรวมของจังหวัดพัทลุงว่า มีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างไรท่ีจะมีแผนในการ
กอ่ สร้างอ่างเก็บน้ำในจังหวัดพัทลงุ ถึง 21 แหง่
ในเร่ืองการขออนุญาตใชพ้ ื้นที่เพื่อการกอ่ สร้างโครงการ อยากให้กรมชลประทานชะลอออกไปก่อน
เนอื่ งจากปจั จุบนั ในพ้นื ท่ยี ังมกี ารขัดแยง้ ของประชาชนอยู่ ขอให้รอผลการศึกษาผลกระทบก่อน
ขอ้ ชีแ้ งของโครงการ
1. ในการศึกษาท่ีปรึกษาจะดำเนินการตามที่สภาวิชาชีพควบคุมในเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่
แล้ว การเขียนรายงานจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดข้ึน ในการศึกษาท่ีปรึกษาพร้อมและยินดีท่ีจะให้มีประชาชน
มาร่วมศึกษาทุกครั้งท่ีลงศึกษาสำรวจข้อมูล นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลในรายงานต่างๆ ของท่ีปรึกษาได้
ท้ังหมด เพราะที่ปรกึ ษาไม่ไดม้ สี ว่ นได้เสยี ในการก่อสรา้ งโครงการ
2. กรมชลประทานและท่ปี รึกษาขอขอบคณุ ประชาชนในพ้ืนที่ทไ่ี ด้ให้โอกาสทีมงานเขา้ มาศึกษาและ
ค้นหาความจริงให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งทีมงานศึกษาจะนำข้อเสนอแนะต่างๆ ของคุณเดชา ไปดำเนินการตามท่ี
เสนอแนะ
3. เรื่องการประปาในระหว่างการก่อสร้างจะยังไม่มีการเปล่ียนแปลงใด แต่ภายหลังก่อสร้างแล้ว
สามารถใช้น้ำในโครงการได้ซ่ึงที่ปรึกษาจะได้มีการศึกษาในเรื่องนี้เพิ่มเติมให้ ส่วนเรื่องคุณภาพน้ำ ในการศึกษาคร้ังนี้
จะมกี ารเก็บตัวอยา่ งน้ำเพอื่ ไปวิเคราะหค์ ณุ ภาพน้ำอยแู่ ลว้ จะได้ทราบผลท่ีแท้จริงในเรอื่ งคุณภาพนำ้
4. ในปัจจุบันการดำเนินการใดๆของกรมชลประทานต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ก่อน
จึงจะดำเนนิ การได้ ไมว่ ่าจะเปน็ กรมอทุ ยานฯ หรอื กรมปา่ ไม้
5. ในเร่ืองจำนวนอ่างต่างๆ ที่มีถึง 21 แห่ง เป็นผลมาจากการศึกษาในระดับแผนลุ่มน้ำ
อ่างเหล่าน้ันเป็นอ่างท่ีมีศักยภาพเท่าน้ัน ต้องมีการสอบถามความต้องการของประชาชนในพ้ืนท่ีอีกครั้งก่อนจะมีการ
ดำเนนิ การก่อสร้าง
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 4-10 รายงานฉบบั กลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกดั (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่วั บทที่ 4
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลุง การประชาสัมพนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
3 ประเดน็ ท่ี 3 คณุ สวุ ิทย์ เจะโซะ (ผอ.โรงเรียนบา้ นหนองธง)
ขอให้ทบทวนเร่ือง การขอพระราชทาน (จุดเริ่มต้น) โครงการ เพราะคุณโสภณ กสิวงศ์
ประธานสภาราษฎรจังหวัดพัทลงุ ไม่ใช่ประชาชนในเขตตำบลหนองธง และโครงการควรมีการศึกษาวิเคราะห์จุดแข็ง
จุดออ่ น หรอื ทำ SWOT Analysis ก่อนท่ีจะมาทำโครงการ
การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ มาตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 วงเล็บ 8 สิทธิตามหน้าที่ในการท่ี
สนับสนุน อนุรักษ์ คุ้มครอง และมาตามหนังสือเชิญของกรมชลประทาน และมาเนื่องจากเป็นผู้ท่ีได้รับผลกระทบ
โดยตรง เพราะฉะนนั้ การถามจึงเป็นสทิ ธิตามท่ีไดก้ ลา่ วมาแล้ว
น้ำตกโตนสะตอหรือท่ีต้ังหัวงานของโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ช่วงเดือน มกราคม -
พฤษภาคม จะเป็นสถานท่ีท่องเที่ยวที่สำคัญของประชาชนในพื้นท่ี เพราะปัจจุบันน้ำตกแม่แตงไม่มีแล้วเนื่องจากการ
สร้างเข่ือน ดังน้ันถ้าท่านให้ข้อมูลว่าจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพ่ือการท่องเท่ียว จึงขอให้ท่านได้ศึกษาสถิตินักท่องเที่ยวของ
เขือ่ นป่าบอน และเข่ือนหวั ชา้ งด้วย รายได้ของชุมชนเป็นอย่างไร
นอกจากน้ี ปัจจุบันประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบจากอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างมาแล้ว เพราะ
อา่ งเก็บน้ำคลองหัวช้างสร้างเสร็จแล้วปล่อยน้ำแต่ละครงั้ คุณภาพน้ำไม่ดี ใช้งานไม่ได้ ในฤดูแล้งชาวบ้านเหมืองตะกั่ว
ต้องใช้น้ำ แล้วถ้าคุณภาพน้ำไม่ดี ชาวบ้านจะยอมรับได้หรือไม่ ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำป่าบอนยังมีน้ำไม่เพียงพอท่ีจะให้
ชาวบ้านได้ใช้ ดังนั้นหากแก้ไขให้อ่างเก็บน้ำป่าบอนมีการกักเก็บน้ำให้ชาวบ้านใช้อย่างเพียงพอตามที่มีการศึกษาไว้
ก็จะเป็นประโยชน์อย่างย่ิง อยากให้มีการศึกษาถึงผลกระทบจากการสร้างเข่ือนอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง และอ่างเก็บ
นำ้ ป่าบอน ด้วย
ข้อช้ีแ งของโครงการ ความเป็นมาของโครงการอ้างอิงมาจากเอกสารราชการ ต่างๆ ที่เก่ียวข้อง
ตามท่ีมีข้อมูลอยู่ เช่น หน่วยงาน กปร. ซึ่งมีหนังสือมาให้กรมชลประทานไปศึกษาข้อมูลเพ่ิมเติม อย่างไรก็ตามใน
การศึกษาครั้งน้ีจะเป็นการทบทวนความต้องการของพี่น้องประชาชนในพ้ืนท่ีอีกครั้ง ว่ายังมีความต้องการโครงกา ร
หรือไม่ ดังน้ันขอให้ทีมงานได้เข้ามามีโอกาสศึกษาเพื่อนำข้อมูลต่างๆ ที่แท้จริงในปัจจุบันไปเปิดเผยหรือช้ีแจงต่อ
หน่วยงานที่เก่ียวข้องต่อไป ซ่ึงจะมีการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านส่ิงแวดล้อม
และดา้ นการมีสว่ นร่วมของประชาชนควบคู่กันไปด้วย
การทำ SWOT Analysis กรมชลประทานจะดำเนินการในการศึกษาในระดับลุ่มน้ำ เพ่ือให้ได้
แผนงาน กอ่ นที่จะมาศึกษาโครงการ ซงึ่ ในการศกึ ษาครัง้ นเี้ ปน็ การศึกษาในระดบั โครงการ อยา่ งไรกต็ ามการจะอธบิ าย
เร่อื งการทำ SWOT Analysis ใหก้ ับประชาชนท่ัวไปได้เข้าใจเปน็ เรอ่ื งยาก
4 ประเด็นที่ 4 คณุ ประสิทชยั หนนู วล ได้ให้ความเห็นวา่
เร่ืองที่ดินในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว จะใช้ที่ดินในเขตป่าสงวน ซึ่งปัจจุบันป่าใน
ประเทศไทยเหลือน้อย และมีบทเรียนมากมายจากการสร้างเขื่อนแล้วเป็นการทำลายป่า และขอให้ที่ปรึกษาได้
ตรวจสอบการถือครองสิทธิ์ที่ดินในพ้ืนที่ด้วย ว่าเป็นประชาชนในพื้นท่ีหรือไม่ แล้วการจ่ายค่าชดเชยต่างๆ สามารถ
ดำเนินการตามกฎหมายได้หรือไม่ ไม่อยากใหเ้ ป็นการหลอกลวงประชาชนในเร่อื งนี้
กรมชลประทานควรมีการศึกษาระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ก่อนในแต่ละลุ่มน้ำ โดยเฉพาะในภาคใต้
เพราะถา้ เปน็ การศึกษา IEE แลว้ จะเปน็ การนำไปสู่กระบวนการขอใช้พื้นท่ี
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-11 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะก่วั บทท่ี 4
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมสี ่วนรว่ มของประชาชน
ขอให้มีการทบทวนวา่ โครงการน้ีเป็นโครงการอันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จริงหรือไม่
ขอใหก้ รมชลประทานไปศึกษาเรอ่ื งการจัดการน้ำก่อนทจี่ ะมกี ารกอ่ สร้างอา่ งเกบ็ น้ำ นำ้ ควรจะอย่ใู น
คลองมีการใชป้ ระโยชนต์ ้งั แตต่ น้ นำ้ จนท้ายนำ้ การสร้างอา่ งเก็บนำ้ เป็นการกีดขวางลำน้ำ ซง่ึ จะก่อให้เกิดความเสยี หาย
หรือเกิดผลกระทบตามมา โดยเฉพาะผทู้ ีอ่ ย่ทู ้ายนำ้
ขอ้ ชแี้ งของโครงการ
1. เร่ืองการชดเชยท่ีดิน เราจะพจิ ารณาการซ้อื ขายอยา่ งเปน็ ธรรม
2. ระบบแหล่งน้ำและทิศทางน้ำ อยู่ในการศึกษาครั้งน้ีอยู่แล้ว ในการศึกษาจะไม่ได้ศึกษาเรื่อง
ความตอ้ งการอย่างเดยี ว แต่จะมกี ารศึกษาผลกระทบดา้ นท้ายน้ำด้วย เพอื่ รักษาระบบนิเวศ ระดับนำ้ ก่อนมีอ่างเกบ็ น้ำ
และหลงั มีอ่างเก็บน้ำปริมาณนำ้ จะมกี ารเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร ซง่ึ สว่ นหนงึ่ ขึ้นอย่กู บั ความตอ้ งการน้ำของพืน้ ท่ีในฤดู
แล้งด้วย
3. ในส่วนการอ้างชื่อโครงการพระราชดำริ นั้น ในการศึกษาครั้งนี้ตามเอกสารที่ปรากฏมีหนังสือ
ชัดเจนว่ามลี ำดบั การดำเนินการอย่างไร
4. ขอให้ท่ีปรึกษาไปศึกษาพื้นท่ีรับน้ำกับการสร้างเขื่อนมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำหรือไม่ แม้ว่า
ภาคใต้จะมีฝนตกชกุ แต่ช่วงหน้าแล้งกไ็ ม่มนี ้ำ
5 ประเด็นที่ 5 คณุ สมชาย เล็มหมาด (ส.อบต.หนองธง) ได้ให้ความเหน็ วา่
ปัจจุบันเศรษฐกิจตกต่ำ อยากให้ผู้ที่คัดค้านไปตรวจสอบความแห้งแล้งหรือความต้องการน้ำ
ของในพื้นที่ตำบลหนองธงทั้งด้านการบริโภค อุปโภค ด้านการเกษตร ซ่ึงในอนาคตยังต้องมีการพัฒนาพ้ืนที่ต่อไป
ยิ่งทำให้มีความต้องการน้ำมากยิ่งข้ึน และขอให้ทางทีมการศึกษาไปสำรวจความต้องการของประชาชนในพ้ืนที่ให้
ครอบคลุมด้วย อย่าสำรวจหรอื ศกึ ษาดา้ นส่ิงแวดลอ้ มเพยี งอย่างเดียว
ข้อชีแ้ งของโครงการ
1. ในการศึกษาจะมีทีมสำรวจเศรษฐกิจสังคม ลงไปสำรวจ สอบถามประชาชนในพื้นที่ถึงสภาพ
ปญั หาตา่ งๆ ทเ่ี กี่ยวข้องโดยเฉพาะเรื่องความต้องการน้ำ
2. ส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอน ท่ีปรึกษาจะไปตรวจสอบสภาพปัจจุบันที่เกิดขึ้น เพ่ือนำมา
ประกอบการศึกษาผลกระทบและเสนอมาตรการปอ้ งกันแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อมของโครงการตอ่ ไป
6 ประเด็นที่ 6 คุณสันติ จิตเกษม ได้ให้ความเหน็ ว่า
การมาศึกษาอีกคร้ังเป็นเร่ืองท่ีดี เนื่องจากเรอ่ื งนี้เกิดมา 30 ปีแล้ว ประชาชนท่ีคัดค้านก็อย่าเพ่ิงไป
กล่าวโทษ ขอใหศ้ ึกษาอยา่ งละเอียด ตรงไปตรงมา เพ่ือลูกหลานรนุ่ ตอ่ ไปจะได้ไมว่ ่าเราเสียค่าโง่
ประเด็นที่ คุณสุนิสา จนั ทร์ประสิทธ์ิ ไดใ้ ห้ความเห็นว่า
เป็นเรื่องท่ีดีที่กรมชลประทาน มีการเร่ิมศึกษาโครงการใหม่อีกคร้ัง เพ่ือเป็นการทบทวนการศึกษา
โครงการว่าปัจจุบันอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วยังมีความจำเป็นหรือไม่ เพราะระยะเวลาผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้ว ขอให้มี
การศกึ ษาวา่ ชาวบ้านส่วนไหนได้ประโยชน์ส่วนไหนเสียประโยชน์ วันนี้เปน็ เรือ่ งทนี่ ่ายินดที ีท่ างกรมชลประทานและทีม
ท่ีปรึกษามีการรบั ฟังความคิดเห็นของประชาชน
อยากเสนอว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ท่ีจะให้มีหน่วยงานที่ 3 (third party) เข้าร่วมในการศึกษาข้อมูล
เพอื่ ความสบายใจของกลุ่มประชาชนมากย่ิงข้ึน รวมทัง้ การให้ชมุ ชนเองเข้ามามีสว่ นรว่ มในการศึกษาดว้ ย ความขดั แย้ง
ทีม่ ีอยกู่ อ็ าจจะคลค่ี ลายลงได้
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 4-12 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั บทที่ 4
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ่วนร่วมของประชาชน
ข้อชี้แ งของโครงการ ในเรื่องการเข้าร่วมในการศึกษาข้อมูลของโครงการท่ีปรึกษาขอหารือกับ
คณะกรรมการก่อนวา่ จะตดิ ขดั ระเบยี บหรอื ขอ้ จำกัดท่เี กี่ยวขอ้ งหรือไม่
8) ประเด็นท่ี 8 คณุ บำรงุ คงสมา ผอ.ส่วนการควบคมุ และปฏบิ ัตกิ ารไฟป่า ได้ให้ความเห็นว่า
ในพนื้ ทีร่ บั น้ำท้งั หมด ประมาณ 12,500 ไร่ มีการสร้างอา่ ง 350 ไร่ อยากให้ศึกษาพ้นื ทรี่ บั ประโยชน์
ว่ามีกี่ไร่ และอยากให้สรุปเร่ืองการปนเปื้อนของสารเคมีเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ เพื่อให้ประชาชนรับทราบถึงความปลอดภัย
ของน้ำในอา่ ง หากมีการนำไปใช้เพื่อการอุปโภคบรโิ ภค
8) สรปุ ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ ากการวิเคราะหแ์ บบสอบถาม ากผ้เู ข้ารว่ มประชุม
การประชุมดังกล่าว ภายหลังจากการนำเสนอของบริษัทฯ ท่ีปรึกษา มีผู้ตอบแบบสอบถามกลับมา
ทั้งหมด 134 คน คิดเป็นร้อยละ 81.71 ของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด (ผู้เข้าร่วมประชุม 164 คน ไม่รวมที่ปรึกษาฯ
และคณะกรรมการฯ) ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามที่ผู้เข้ารว่ มประชมุ ตอบกลบั มา สรุปได้ดงั นี้
(1) ผู้ท่ีตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย ร้อยละ 49.25 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 38.81
และไมต่ อบ รอ้ ยละ 11.49 มอี ายรุ ะหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 36.57 รองลงมาอายุ 41-50 ปี ร้อยละ 23.88
ผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นประชาชนท่ัวไป (ผู้ได้รับผลกระทบ) ร้อยละ 53.73 รองลงมา
สังกัดหน่วยงานราชการ ร้อยละ 23.13 สมาชิกสภาท้องถิ่น ร้อยละ 9.70 และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน 6.72 ตามลำดับ
ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 62.79 รองลงมาอาชีพรับราชการ ร้อยละ 25.37 ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว
คดิ เป็นรอ้ ยละ 5.97 และ รบั จ้างท่วั ไป รอ้ ยละ 2.99 ตามลำดบั
การศึกษา ส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 29.10 รองลงมา เป็นระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น ปรญิ ญาตรี สูงกวา่ ปริญญาตรี และ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คิดเป็นรอ้ ยละ 24.63, 16.42, 11.94
และ 11.19 ของผู้ตอบแบบสอบถามทง้ั หมด ตามลำดับ
(2) ความคิดเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายในอนาค ตของโครงการพัฒ นาอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ผู้เข้าร่วมประชุมที่ตอบแบบสอบถามในข้อน้ี ร้อยละ 76.87 ของผู้ที่ตอบ
แบบสอบถาม เห็นด้วยในระดับมาก ว่าควรมีเป้าหมายเพ่ือการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งเพื่อการเกษตร รองลงมา
เป็นการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำดิบเพื่อการผลิตประปา การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียว การเพิ่มพื้นท่ีแหล่งประมงน้ำจืด
ให้กับประชาชน และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม คิดเป็นร้อยละ 72.39, 70.90, 67.91 และ 41.04 ของผู้ท่ีตอบ
แบบสอบถาม ตามลำดบั
(3) ผู้เข้าร่วมประชุมท่ีตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.78 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ท้ังหมด
ได้รับความรู้และเข้าใจในเน้ือหาของการจัดประชุมในระดับมาก รองลงมา อยู่ในระดับปานกลาง และน้อย คิดเป็น
รอ้ ยละ 40.30 และ 2.99 ตามลำดับ โดยมีผูท้ ยี่ งั ไมเ่ ข้าใจรอ้ ยละ 0.75 และมผี ้ทู ่ีไม่ตอบคำถามรอ้ ยละ 11.19
ผู้เข้าร่วมประชุมทต่ี อบแบบสอบถาม สว่ นใหญ่ ร้อยละ 53.73 ใหค้ วามเห็นว่าการประชุมมกี ารเปิด
โอกาสให้ซักถามและแสดงความคิดเห็นได้ในระดับมาก และร้อยละ 19.40 ให้ความเห็นว่าอยู่ในระดับปานกลาง
รอ้ ยละ 21.64 ไม่ตอบแบบสอบถามในข้อนี้
สำหรับช่องทางในการให้ข้อมูล ข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ของโครงการ ส่วนใหญ่ร้อยละ
22.22 เห็นว่าควรผ่านการจัดประชุม รองลงมาเห็นว่าควรผ่านกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ผ่านกลุ่มผู้ใช้น้ำ ผ่านเสียงตามสาย
ของหมู่บา้ น ผ่านเทศบาล/อบต. และ ผ่านอำเภอ คิดเป็นรอ้ ยละ 18.92, 13.81, 11.41, 9.61 และ 9.31 ตามลำดบั
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 4-13 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ นำ้ เหมืองตะกัว่ บทท่ี 4
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวดั พัทลงุ การประชาสมั พันธ์ มวลชนสัมพนั ธ์ และการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
(4) ความคิดเหน็ เก่ียวกบั ประโยชน์ทที่ ้องถ่นิ ชุมชน ประชาชน จะได้รับจากการดำเนนิ โครงการพัฒนา
อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัวอันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.67 ของผู้ท่ีตอบแบบสอบถาม
ให้ความเห็นว่าจะได้รับประโยชนจ์ ากโครงการ รอ้ ยละ 21.64 ไม่ตอบแบบสอบถามในข้อนี้ ร้อยละ 8.21 ของผู้ท่ีตอบ
แบบสอบถาม เห็นวา่ ไม่ไดร้ บั ประโยชน์ และรอ้ ยละ 4.48 ยงั ไมม่ คี วามเหน็ ในเรื่องนี้
กลุ่มที่ให้ความเห็นว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการ ให้ความเห็นเพ่ิมเติมว่า เป็นแหล่งน้ำต้นทุน
ให้กับชุมชน ซ่ึงมีความจำเป็นสำหรับการอุปโภค บริโภค การเกษตรและกิจกรรมเสริมอ่ืนๆ เช่น การประม ง
การทอ่ งเทยี่ ว เศรษฐกจิ ดีข้ึน และความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขนึ้
กลุ่มที่เห็นว่าจะไม่ได้รับประโยชน์น้ันให้ความเห็นเพ่ิมเติมว่า จะกระทบต่อวิถีชีวิตการพ่ึงพาอาศัย
ปา่ คุณภาพนำ้ ทแ่ี ยล่ ง เกดิ ความขัดแยง้ ในชุมชน ไม่อยากใหม้ ีการสรา้ งเขอื่ นในหมู่บา้ นเพราะถ้ามีการสร้างเข่อื นทีไ่ หน
ก็มีปัญหาทุกที่ มีแต่พวกนายทุนแหล่งท่ีได้รับประโยชน์ ที่ทำกินเสียหาย ป่าไม้ถูกทำลาย วิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยน
ที่ท่องเท่ียวเสียหาย ปัญหาในชุมชนตามมามากมาย จากข้อมูลที่นำเสนอยังไม่มีผลประโยชน์ต่อประชาชน และยังมี
ข้อมลู การรับทราบข้อมูลไม่ครบถว้ นต้องคำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อระบบนิเวศของธรรมชาติทจ่ี ะเปลีย่ นไปโดยส้ินเชงิ
กลมุ่ ที่ยังไมม่ ีความเหน็ ในเร่อื งนเ้ี ห็นวา่ ขอ้ มลู ยังไม่เพียงพอ และไม่ได้รูจ้ กั พ้ืนท่ีเท่าท่คี วร
4.4.3 การประชาสมั พันธ์และให้ขอ้ มลู ข่าวสาร ท่ีผ่านมา
1) เอกสารประกอบการประชมุ
จดั ทำเป็นเล่มขนาด A4 ในการประชมุ ปฐมนิเทศโครงการ จำนวน 200 ชุด
2) โปสเตอร์
จดั ทำโปสเตอร์ รูปแบบ X Stand Banner ขนาด 80 x 190 เซนติเมตร และ/หรือบอร์ดขนาดฟิวเจอร์
บอรด์ มาตรฐาน ที่มีความเหมาะสมกับภาพทต่ี ้องการส่อื ในการประชมุ ปฐมนิเทศโครงการ จำนวน 3 ชน้ิ งาน
3) แผน่ พบั
จดั ทำแผ่นพบั เปน็ กระดาษขนาด A4 พับสาม พิมพ์สี จำนวน 200 ชุด
4.5 แผนการดำเนนิ งานขัน้ ต่อไป
4.5.1 แผนการประชมุ กลมุ่ ยอ่ ย
1) วัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอผลการคัดเลือกแนวทางการพัฒนาโครงการ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโครงการ
ให้แก่ผู้ท่ีเกี่ยวข้องได้รับรู้รับทราบ พร้อมทั้งรับฟังปัญหา ข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงาน
ศึกษาโครงการ
2) ข้อมูล/ข่าวสารที่ต้องการนำเสนอ สรุปผลการศึกษาโครงการในภาพรวมทั้งหมด ข้อดี ข้อเสีย รวมทั้ง
ขอ้ จำกัดในการพัฒนาโครงการ ร่างการประเมินผลกระทบส่งิ แวดล้อม มาตรการปอ้ งกนั และแก้ไข
3) พื้นที่เป้าหมาย ครอบคลุมพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมพื้นที่เหนือน้ำ พ้ืนท่ีท้ายน้ำ พื้นที่ตาม
แนวคลอง พ้นื ทช่ี ลประทาน
4) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หน่วยงานราชการระดับอำเภอ ตำบล ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่
เป้าหมายทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากโครงการฯ
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 4-14 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกัว่ บทท่ี 4
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมสี ่วนร่วมของประชาชน
5) ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน วธิ กี ารและเทคนิค
- ขน้ั ตอนที่ 1 ลงทะเบียน กลา่ วรายงาน กลา่ วเปดิ การประชมุ
- ขน้ั ตอนท่ี 2 นำเสนอข้อมลู ตามรายละเอยี ดขอ้ มลู ตามทก่ี ลา่ วไว้ขา้ งต้น
- ขั้นตอนท่ี 3 รบั ฟังความคดิ เห็นและแลกเปลีย่ นขอ้ มูล
- ขั้นตอนท่ี 4 สรปุ การประชุมและชแ้ี จงกิจกรรมท่ีจะดำเนนิ การตอ่ ไป
6) อุปกรณ์เคร่ืองมือ/ประเภทของส่ือ ส่ือที่ใช้ ได้แก่ เอกสารประกอบการประชุม แบบแสดงความคิดเห็น
บอร์ดนิทรรศการ นิทรรศการ (รูปแบบ X Stand Banner ขนาด 80x180 เซนติเมตร และ/หรือบอร์ดขนาดฟิวเจอร์
บอร์ดมาตรฐาน) สไลดป์ ระกอบคำบรรยาย
7) ระยะเวลาดำเนินการ กำหนดการประชุมหลังตรวจรับรายงานฉบับกลาง (ITR) มีระยะเวลาดำเนินการ
ภายใน 1 วัน
8) สถานทีด่ ำเนนิ การ พิจารณาใชส้ ถานทใ่ี นอำเภอป่าบอน
9) ผู้รับผิดชอบดำเนินการ ประกอบด้วย ผู้จัดการโครงการ ผู้เช่ียวชาญด้านชลประทาน ผู้ชำนาญด้าน
ส่ิงแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม และผู้เช่ียวชาญสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง
นักวิชาการผชู้ ว่ ยและบคุ ลากรสนับสนนุ
10) ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ
- ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบผลการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบส่ิงแวดล้อมโครงการ
พรอ้ มท้ังแสดงความคิดเหน็ ตอ่ ผลการศกึ ษาของโครงการ
- โครงการนำผลจากการประชุมมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงผลการศึกษาให้สมบูรณ์ย่ิงขึ้น
สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนใหม้ ากทส่ี ุดบนพ้นื ฐานขอ้ มูลและการวิเคราะห์ทางวิชาการ
4.5.2 แผนการประชาสมั พันธ์
การจัดทำและเผยแพร่ส่ือเพื่อการประชาสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพ่ือเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลการศึกษา
ความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่หน่วยงานและ
ประชาชนท่ีสนใจในวงกว้าง และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมรับรู้ ร่วมคิดและให้ข้อมูล โดยดำเนินการเป็นระยะๆ
อย่างต่อเน่ือง และเลือกใชป้ ระเภทสื่อให้เหมาะสม สอดคล้องกับการนำเสนอผลการศึกษาของโครงการ โดยจัดทำส่ือ
ต่างๆ ให้กรมชลประทานเห็นชอบก่อนดำเนินการจัดกิจกรรมการมสี ่วนร่วมของประชาชน ดังนี้
1) การผลติ วีดีทัศน์
ความยาวประมาณ 8-12 นาที ดำเนนิ การ 1 คร้งั นำเสนอในการประชุมปัจฉิมนเิ ทศโครงการ
2) จดหมายข่าว
จัดทำเปน็ กระดาษ ขนาด A4 พมิ พ์สีส่ ี ความยาวประมาณ 1-2 หนา้ เพอ่ื ใหข้ า่ วสารโครงการและจดั สง่ ให้
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เช่น หน่วยงานประชาสัมพันธ์ของกรมชลประทานทั้งในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น สำนักงาน
ประชาสัมพันธ์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนในพ้ืนที่
โครงการ เนอ้ื หาประกอบดว้ ย ความกา้ วหนา้ ของงาน และกิจกรรมการมสี ่วนรว่ มของประชาชน
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-15 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Intrim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั บทท่ี 4
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การประชาสมั พนั ธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน
3) ขา่ วประชาสัมพันธ์แจกสอื่ มวลชน
จดั ทำเป็นกระดาษ ขนาด A4 พิมพ์ขาวดำหน้าเดียว รวมทั้งในรปู แบบของไฟล์สรุปเน้ือหาที่นำเสนอใน
การประชุมปฐมนิเทศโครงการ และปัจฉิมนิเทศโครงการ เพื่อใหส้ ื่อมวลชนนำไปเผยแพรใ่ นสื่อของตน
4) บทความประชาสัมพันธท์ างสื่อสงิ่ พมิ พ์
บทความทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น นำเสนอในรูปบทความสั้นสรุปภาพรวมของโครงการ พร้อมรูป
ประกอบ จำนวน 2 ครงั้ คือ ในช่วงหลังการประชุมปฐมนิเทศ และหลังการประชมุ ปจั ฉมิ นิเทศ
5) ส่ือวทิ ยกุ ระจายเสียง
บทความทางวิทยุ นำเสนอในรูปของบทความสน้ั 2-10 นาที โดยประชาสัมพันธ์ผ่านเครอื ข่ายวทิ ยุชมุ ชน
ในพื้นทโ่ี ครงการ 3 คร้ัง คือ ก่อนการประชมุ ปฐมนิเทศ ก่อนการประชมุ กลมุ่ ย่อย และกอ่ นการประชุมปัจฉิมนเิ ทศ
6) การจัดกิจกรรมส่ือสญั จร
การจัดกจิ กรรมส่ือสญั จรแตล่ ะคร้ัง มีสือ่ มวลชนร่วมทุกแขนง ไดแ้ ก่ วิทยุ สอื่ สงิ่ พิมพ์ โทรทศั น์
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 4-16 รายงานฉบบั กลาง
บรษิ ัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั (Intrim Report)
โครงการศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมอื งตะก่ัว บทท่ี 5
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ สรปุ ความกา้ วหน้าและแผนการดำเนนิ งาน
บทที่ 5
สรปุ ความกา้ วหน้าและแผนการดำเนนิ งาน
5.1 ผลการดำเนินงานโครงการ
ปฏิบัติงานโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดพัทลุง ได้ดำเนินการต้ังแต่วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 จนถึงวันท่ี 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีแผนงานท่ีจะต้อง
ดำเนินการคิดเป็นร้อยละ 67.00 ของปริมาณงานท้ังหมด ดังแสดงในตารางที่ 4-1 ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 59.25
ซึ่งช้ากว่าแผนงานท่ีกำหนดไว้ เนื่องจากการขออนุญาตเข้าศึกษาวิจัยในพื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาบรรทัดแปลงที่ 1
ตอนที่ 3 และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด อยู่ระหว่างการขออนุญาตเข้าพื้นที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากกรมป่าไม้และ
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ โดยสรปุ ความก้าวหนา้ ของกิจกรรมทดี่ ำเนินการในชว่ งที่ผ่านมาดังนี้
รายการ ปรมิ าณงาน แผนงานสะสม ความก้าวหน้า คดิ เปน็ รอ้ ยละ
(รอ้ ยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ) ของงาน
1. การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม 40.00 38.00 34.00 85.00
2. การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น (IEE) 50.00 24.00 20.25 40.50
3. มวลชนสัมพันธ์ ประชาสมั พันธแ์ ละการมีส่วนร่วม 10.00 5.00 5.00 50.00
100.00 67.00 59.25
รวม
กิจกรรมการดำเนินงานศึกษาโครงการมีกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ประกอบด้วย การศึกษาทบทวนความ
เหมาะสม การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และมวลชนสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วม
มรี ายละเอยี ดในแต่ละกจิ กรรมดงั นี้
5.1.1 การศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม
งานการศกึ ษาทบทวนความเหมาะสมมแี ผนดำเนนิ การให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน (9 เดอื น) นับจากวนั ที่เริม่
ปฏบิ ตั งิ าน ดังแสดงรายละเอียดในตารางที่ 5.1-1 โดยมปี ริมาณงานทงั้ หมดรอ้ ยละ 40 จากแผนปฏิบตั ิงานจนถงึ เดอื น
กุมภาพันธ์ 2563 มีแผนงานท่ีต้องดำเนินการแล้วเสร็จร้อยละ 38.00 ขณะน้ีได้ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 34.00 คิด
เปน็ รอ้ ยละ 85.00 ของงานการศกึ ษาทบทวนความเหมาะสม ซ่ึงชา้ กว่าแผนทีว่ างไว้
5.1.2 การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)
งานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นมีแผนดำเนินงาน ดังแสดงไว้ในตารางท่ี 5.1-1 โดยจะ
ทำการศึกษาควบคู่ไปกับการศึกษาทบทวนความเหมาะสม มีปริมาณงานท้ังหมดร้อยละ 50.00 จากแผนปฏิบัติงาน
จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีแผนงานที่ต้องดำเนินการแล้วเสร็จร้อยละ 24.00 ขณะน้ีได้ดำเนินการไปแล้วร้อยละ
20.25 คิดเป็นร้อยละ 40.50 ของงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ซึ่งช้ากว่าแผนท่ีวางไว้ เน่ืองจาก
การขออนุญาตเข้าศึกษาวิจัยในพื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาบรรทัดแปลงท่ี 1 ตอนท่ี 3 และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า
เขาบรรทดั อยู่ระหวา่ งการขออนุญาตเขา้ พนื้ ทยี่ ังไม่ได้รับการอนญุ าตจากกรมปา่ ไมแ้ ละกรมอุทยาน
บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 5-1 รายงานฉบบั กลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด ตารางที่ 5.1-1 แผนการดำเนนิ งานโดยรวมของโครงการ
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั
สัญญาเลขที่ จ.46/2562 (สพด.) ลงวันท่ี 13 สิงหาคม 2562 โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะก่วั
วันเร่ิมปฏิบตั ิงาน 19 สิงหาคม 2562 วันสิ้นสุดสัญญา 13 กรกฎาคม 2563 ระยะเวลาการปฏิบตั ิงาน 330 วัน อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลงุ
ความกา้ วหนา้ พ.ศ.2562 พ.ศ.2563
งาน งาน แผนงาน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 %
หลกั ท่ี ยอ่ ย 100
ที่ กจิ กรรม และ รอ้ ยละ 30 60 90 120 150 180 210 240 270 300 330
ผลงาน 19 ส.ค. 62 18 ก.ย. 62 18 ต.ค. 62 17 พ.ย. 62 17 ธ.ค. 62 16 ม.ค. 63 15 ก.พ. 63 16 มี.ค. 63 15 เม.ย. 63 15 พ.ค. 63 14 มิ.ย. 63
17 ก.ย. 62 17 ต.ค. 62 16 พ.ย. 62 16 ธ.ค. 62 15 ม.ค. 63 14 ก.พ. 63 15 มี.ค. 63 14 เม.ย. 63 14 พ.ค. 63 13 มิ.ย. 63 13 ก.ค. 63
1 การศึกษาทบทวนผลการศึกษาความเหมาะสม แผนงาน 40.00
ผลงาน 34.00
1.1 รวบรวมข้อมูลในระดับพ้ืนที่โครงการเพิ่มเติม แผนงาน 1.50 0.50 0.50 0.50
ผลงาน 1.50 0.50 0.50 0.50
1.2 สารวจข้อมูลเพิ่มเติม แผนงาน 0.50 0.25 0.25
1) สารวจภูมิประเทศ
ผลงาน 0.50 0.25 0.25
2) สารวจธรณวี ทิ ยาฐานราก/ปฐพกี ลศาสตร/์ วสั ดกุ อ่ สร้าง แผนงาน 0.50 0.25 0.25
ผลงาน 0.50 0.25 0.25
3) สารวจดา้ นดนิ /การใชท้ ่ีดนิ แผนงาน 0.50 0.25 0.25
ผลงาน 0.50 0.25 0.25
4) สารวจ/สอบถามดา้ นเศรษฐกจิ -สงั คม แผนงาน 0.50 0.25 0.25
ผลงาน 0.50 0.25 0.25
5) สารวจ/สอบถามดา้ นการชดเชยท่ีดนิ /ทรัพยส์ นิ แผนงาน 0.50 0.25 0.25
ผลงาน 0.50 0.25 0.25
1.3 ศึกษา/วิเคราะห์ข้อมูลด้านวิชาการในระดับโครงการ แผนงาน 4.00 2.00 2.00
ผลงาน 4.00 1.00 1.00 2.00
1.4 ศึกษาทางเผื่อเลือกโครงการ/แนวทางท่ีเหมาะสม แผนงาน 4.00 2.00 2.00
ผลงาน 4.00 2.00 2.00
1.5 วิเคราะห์ระบบแหล่งนา้ และศักยภาพในการพัฒนาโครงการ แผนงาน 4.00 2.00 2.00
ผลงาน 4.00 2.00 2.00
เ ่ิรมป ิบติงาน 19 ส.ค. 62
1.6 วิเคราะห์นา้ หลากและความสามารถระบายนา้ แผนงาน 4.00 วนส้ินสุดการป ิบติงาน 1 ก.ค. 62.00 2.00
ผลงาน 4.00 2.00 2.00
1.7 วางโครงการ กาหนดรปู แบบ และขนาดโครงการที่เหมาะสม แผนงาน 4.00 2.00 2.00
ผลงาน 4.00 2.00 2.00
1.8 การออกแบบและประมาณราคาเบ้ืองต้น แผนงาน 4.00 2.00 2.00 75
ผลงาน 4.00 2.00 2.00 2.00
1.9 วิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตรข์ องโครงการ แผนงาน 4.00 1.00 1.00
ผลงาน 2.00 1.00 1.00
1.10 จดั ทาแผนดาเนนิ โครงการ/แผนก่อสรา้ ง แผนงาน 4.00 2.00 2.00
ผลงาน 2.00 2.00
1.11 ศึกษาด้านการบรหิ ารจดั การนา้ และองค์กร แผนงาน 4.00 2.00 2.00
ผลงาน 2.00 2.00
2 การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) แผนงาน 50.00
ผลงาน 20.25
2.1 รวบรวมข้อมูลและเอกสารที่เก่ียวข้องระดับพ้ืนที่โครงการเพิ่มเติม แผนงาน 7.00 1.00 3.00 3.00
5-2 และการขออนุญาตเิ ขา้ ศกึ ษาวจิ ัยในพนื้ ที่ป่าสงวนแหง่ ชาต/ิ อทุ ยานแห่งชาติ ผลงาน 5.50 1.00 3.00 1.50
2.2 สารวจและเก็บข้อมูลภาคสนาม
1) คุณภาพนา้ ผิวดิน/นเิ วศวิทยาทางนา้ แผนงาน 1.50 0.20 0.30 0.50 0.50
2) คุณภาพนา้ ใต้ดิน ผลงาน 1.00
3) ทรพั ยากรป่าไม้ แผนงาน 1.00 0.20 0.30 0.50
4) ทรพั ยากรสัตว์ป่า ผลงาน 0.50
5) การคมนาคมขนส่ง แผนงาน 1.50 0.10 0.20 0.20 0.50
6) เศรษฐกิจ-สังคม ผลงาน 1.00
7) การชดเชยที่ดินและทรพั ย์สิน แผนงาน 1.50 0.10 0.20 0.20
8) สาธารณสุข ผลงาน 1.00
9) การท่องเที่ยวและสุนทรยี ภาพ แผนงาน 1.00 0.20 0.30 0.50 0.50
10) โบราณสถาน/โบราณคดี/ประวัติศาสตร์ ผลงาน 1.00
2.3 วิเคราะห์ข้อมูลสภาพทรพั ยากรสิ่งแวดล้อมในปัจจบุ ันและในอนาคต แผนงาน 1.50 0.20 0.30 0.50 50
2.4 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลงาน 0.75
2.5 จดั ทามาตรการลดผลกระทบส่ิงแวดล้อม แผนงาน 1.00 0.20 0.30 0.50 0.50
2.6 จดั ทามาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลงาน 0.00
2.7 จัดทาและปรบั ปรุงรายงาน แผนงาน 1.00 0.20 0.30 0.50
3 มวลชนสัมพนั ธ์ ประชาสัมพนั ธ์และการมสี ่วนร่วม ผลงาน 0.50
3.1 การประชุมปฐมนเิ ทศโครงการ แผนงาน 1.00 0.50 0.50
3.2 ประชุมกลุม่ ยอ่ ย ผลงาน 1.00
3.3 การประชุมปัจฉิมนเิ ทศโครงการ แผนงาน 1.00 0.50 0.50
5 การส่งมอบรายงานการศึกษา ผลงาน 1.00
5.1 รายงานการเรมิ่ งาน (Inception Report) แผนงาน 10.00 0.20 0.30 0.50 0.50
5.2 รายงานความก้าวหนา้ (Progress Report) ผลงาน 7.00
5.3 รายงานฉบับกลาง (Interim Report) แผนงาน 7.00 0.20 0.30 0.25
5.4 รา่ งรายงานฉบับสุดท้าย (Draft Final Report) ผลงาน 0.00
5.5 รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report) แผนงาน 6.00 0.50 0.50
5.6 รายงานผลการดาเนินงานประจาเดอื น ผลงาน 0.00
แผนงาน (ร้อยละ) แผนงาน 6.00 0.25 0.25 0.50
ผลงาน (ร้อยละ) ผลงาน 0.00
แผนงานสะสม (ร้อยละ) แผนงาน 2.00 0.25 0.25
ผลงานสะสม(ร้อยละ) ผลงาน 0.00
แผนงาน 10.00 0.50 0.50
ผลงาน 5.00
แผนงาน 4.00 0.50 0.50
ผลงาน 4.00
แผนงาน 2.00 0.50 0.50
ผลงาน 1.00
แผนงาน 4.00 0.50 0.50
ผลงาน 0.00
2.00 2.00 3.00 3.00
2.00 2.00 3.00
2.00 2.00 3.00
แผนงาน 1.00 2.00 25
ผลงาน 1.00 2.00
3.00
3.00
1.00 1.00
1.50 2.00 0.50
1.50 2.50
1.00 1.00
17 ต.ค. 62 1.00
2 ก.ย. 62
2.00 2.00
16 .ค.62 14 ก. . 6
17 .ค. 62 14 ก. . 63
14 .ค. 6
1 ก.ค. 6
รายงานฉบบั กลาง 0 1.50 6.75 18.25 15.40 10.65 14.45 8.50 10.50 10.00 3.00 1.00
(Interim Report) 0 4.00 8.25 15.25 13.40 10.15 8.20
0 1.50 8.25 26.50 41.90 52.55 67.00 75.50 86.00 96.00 99.00 100.00
0 4.00 12.25 27.50 40.90 51.05 59.25
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะก่วั บทที่ 5
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลงุ สรปุ ความกา้ วหนา้ และแผนการดำเนินงาน
การขออนุญาตเขา้ ศึกษาวิจยใน น้ื ที่ป่าสงวนแหง่ ชาติ/อทุ ยานแหง่ ชาติ
การขออนุญาตเข้าศึกษาวิจัยในพ้ืนท่ีป่าสงวนแห่งชาติ/อุทยานแห่งชาติ เพ่ือการดำเนินงานในพื้นที่
ดำเนินการส่งหนังสือขออนุญาตเข้าศึกษาวิจัยถึงกรมป่าไม้และกรมอุทยาน เม่ือวันท่ี 16 ตุลาคม พ.ศ.2562 ซ่ึงมี
ดงั แสดงในตารางที่ 5.1-2 ถึง 5.1-
ตารางท่ี 5.1-2 แผนการดำเนนิ งานขออนญุ าตเข้าศกึ ษาวจิ ยใน ้นื ที่ป่าสงวน ป่าเทอื กเขาบรรทดและป่าเขาจนทร์
รายละเอยี ด แผนดาเนินงานปี
ส.ค. 62 ก.ย. 62 ต.ค. 62 พ.ย. 62 ธ.ค. 62 ม.ค. 63 ก.พ. 63 มี.ค. 63 เม.ย. 63 พ.ค. 63 มิ.ย. 63 ก.ค. 63
1. กรมชลประทานออกหนังสือขออนุญาตเข้าศกึ ษาวจิ ัยในพน้ื ท่ี 3 ต.ค.
ป่าสงวน ป่าเทือกเขาบรรทัดและป่าเขาจันทร์ ถึงอธิบดกี รมป่าไม้
และผู้อานวยการสานักทรัพยากรป่าไมท้ ่ี 12 (นครศรีธรรมราช) 16 ต.ค.
2. ที่ปรึกษาสง่ หนังสอื ถึงผอู้ านวยการสานักทรัพยากรป่าไมท้ ่ี 12 23. ธ.ค.
3. กรมป่าไมเ้ รียกท่ีปรึกษาเข้าชี้แจ้งถึงพนื้ ท่ใี นการขอเข้า 6. ม.ค.
ศกึ ษาวจิ ัยในเขตพน้ื ทีป่ ่าสงวน
4. สานักทรัพยากรป่าไมท้ ี่ 12 สง่ หนังสือขออนุญาตเข้า
ศกึ ษาวจิ ัย (เพมิ่ เตมิ ป่าเขาจันทร์) ในพน้ื ทปี่ ่าสงวนถึงกรมป่าไม้
(ส่วนกลาง)
5. กรมป่าไม้ ส่งหนังสอื อนุญาตเข้าศกึ ษาวิจัยให้กรมชลประทาน
6. ทป่ี รึกษาไดร้ ับหนังสือขอเข้าศกึ ษาวิจัยในพนื้ ทปี่ ่าสวงน จาก
กรมชลประทาน
ตารางท่ี 5.1- แผนการดำเนนิ งานขออนญุ าตเข้าศกึ ษาวิจยใน ื้นท่ีเขตรกษา น ์สุ ตว์ป่าเขาบรรทด
รายละเอยี ด แผนดาเนนิ งานปี
ส.ค. 62 ก.ย. 62 ต.ค. 62 พ.ย. 62 ธ.ค. 62 ม.ค. 63 ก.พ. 63 มี.ค. 63 เม.ย. 63 พ.ค. 63 มิ.ย. 63 ก.ค. 63
1. กรมชลประทานออกหนังสือขออนุญาตเข้าศกึ ษาวจิ ัยในพนื้ ท่ีเขต
รักษาพนั ธุ์สตั วป์ ่าเขาบรรทัด ถึงอธิบดกี รมอทุ ยานแห่งชาตสิ ัตว์ป่า 3 ต.ค.
และพนั ธ์ุพชื
2. ที่ปรึกษาส่งหนังสือถึงกรมอุทยานฯ 16 ต.ค.
3. กรมอุทยานฯ ส่งหนังสือถึงกรมชลประทานให้ดาเนินการแกไ้ ข 19 ธ.ค.
ตามข้อคดิ เห็นตามหนังสือ
4. ที่ปรึกษาไดร้ ับหนังสอื จากกรมชลประทาน ดาเนินการแกไ้ ข 3 ม.ค./
สง่ กลบั ไปยังกรมชลประทาน 8.ม.ค.
5. กรมชลประทานออกหนังสอื ขอเข้าเสนอวจิ ัย (ฉบับแก้ไข) ถึง
กรมอุทยานฯ
6. กรมอุทยานฯ สง่ หนังสอื อนุญาตเข้าศกึ ษาวิจัยให้กรมชลประทาน
7. ทีป่ รึกษาไดร้ ับหนังสอื ขอเข้าศกึ ษาวจิ ัยในเขตรักษาพนั ธ์ุฯ จาก
กรมชลประทาน
บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 5-3 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกดั (Interim Report)
โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 5
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง สรุปความก้าวหนา้ และแผนการดำเนินงาน
5.1. มวลชนสม น ์ ประชาสม น ์และการมสี ว่ นรว่ ม
งานมวลชนสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม ดำเนินการอย่างต่อเน่ืองตลอดการศึกษา
มีปริมาณงานทั้งหมดร้อยละ 10.00 จากแผนปฏิบัติงานจนถึงกุมภาพันธ์ 2563 ขณะน้ีได้ดำเนินการไปแล้ว
ร้อยละ 5.00 คิดเป็นร้อยละ 50.00 ของงานมวลชนสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม ผลการดำเนินงาน
เรว็ กว่าแผน รายละเอยี ดแผนงานดงั แสดงในตารางท่ี 4-1 มกี ิจกรรมการดำเนนิ งานดังนี้
กิจกรรม เดือน/ปี
1. การประชมุ ปฐมนิเทศโครงการ 10 ตลุ าคม 2562
2. การประชมุ กลุ่มยอ่ ย มีนาคม 2563
3. การประชมุ ปจั ฉมิ นิเทศโครงการ พฤษภาคม 2563
5.2 ผลการดำเนนิ การเบิกจ่ายเงินโครงการ
กลุ่มบริษทั ทีป่ รึกษาได้ดำเนินการขออนมุ ตั ิเบิกค่าจา้ งงานในส่วนของเงินที่เหมาจา่ ย 2 งวด ได้แก่ งวดท่ี 1 และ
งวดท่ี 2 รายละเอียดแสดงดังตารางที่ 5.2-1
5. ปัญหาอปุ สรรคในการดำเนินงานและแนวทางการแกไ้ ข
5. .1 ปญั หาอุปสรรคในการดำเนนิ งาน
สืบเนื่องจากพื้นท่ีอ่างเก็บน้ำและหัวงานต้ังอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาบรรทัดแปลงท่ี 1
ตอนท่ี 3 และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ทำให้ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการสำรวจและเก็บตัวอย่างข้อมูล
บางหัวข้อการศึกษาในพ้ืนที่ดังกล่าวได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ แนวทางแก้ไข คือ ที่ปรึกษาจะเร่งดำเนินการสำรวจ
และเกบ็ ตัวอยา่ งให้เรว็ ทสี่ ดุ หลงั จากไดร้ ับอนญุ าตเขา้ พ้ืนที่
บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 5-4 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)
บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางที่ 5.2-1 การเบิกจ่ายค่าจ้างส่วนทีเ่ หมาจ่าย
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกดั
งวดการจา่ ยเงิน จานวนเงินรวม จานวนเงินที่ วันทข่ี ออนุมัติ จานวนเงินท่ี สถานะการ โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (บาท) ขอเบกิ (บาท) เบกิ จา่ ย ไดร้ ับ (บาท) เบกิ จา่ ย อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลงุ
5-5 งวดที่ ๑ จ่ายเมอื่ ท่ีปรึกษาได้ส่ง 798,332.89 798,332.89 10 กนั ยายน 2562
- รายงานการเรมิ่ งาน (Inception Report) จานวน ๑๕ ชุด ภายใน ๖๐ วัน และคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุฯได้ตรวจรบั ไว้ถูกต้องเรยี บรอ้ ยแล้ว 1,596,665.77 1,596,665.77 25 ธนั วาคม 2562
งวดที่ 2 จ่ายเมอ่ื ที่ปรึกษาไดส้ ่ง 2,394,998.65
- รายงานความก้าวหนา้ (Progress Report) จานวน 15 ชุด ภายใน 120 วัน และคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุฯได้ตรวจรบั ไว้ถูกต้องเรยี บรอ้ ยแล้ว 2,394,998.65
งวดท่ี 3 จ่ายเมอื่ ท่ีปรึกษาได้ส่ง
- รายงานฉบับกลาง (Interim Report) จานวน 20 ชุด ภายใน 180 วัน และคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุฯได้ตรวจรบั ไว้ถูกต้องเรยี บรอ้ ยแล้ว 798,332.89
งวดท่ี 4 จ่ายเมอ่ื ที่ปรึกษาได้ส่ง
- รา่ งรายงานฉบับสุดท้าย (Draft Final Report) ภายใน 270 วัน ประกอบด้วย บทท่ี 5
สรุปความก้าวหน้าและแผนการดำเนนิ งาน
- รา่ งรายงานสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร (ภาษาไทย) จานวน 30 เล่ม
- รา่ งรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น จานวน 30 เล่ม
- รา่ งรายงานภาคผนวก จานวน 30 เล่ม
และคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุฯได้ตรวจรบั ไว้ถูกต้องเรยี บรอ้ ยแล้ว
งวดท่ี 5 จ่ายเมอ่ื ท่ีปรึกษาไดส้ ่ง
1) รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report) ภายใน 330 วัน ประกอบด้วย
- รายงานสรปุ สาหรบั ผู้บรหิ าร (ภาษาไทย) จานวน 60 เล่ม
- รายงานผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น จานวน 60 เล่ม
- รายงานภาคผนวก จานวน 60 เล่ม
รายงานฉบับกลาง 2) รายงานต้นฉบับ พรอ้ มไฟล์นาเสนอที่แก้ไขแล้ว ตามข้อ 3.11.1 (1) ถึง (5) ในรปู แบบหนงั สืออิเล็กทรอนคิ ส์ (E-Book) ให้บัญทึกลงในเครอื่ งคอมพิวเตอร์ 7,983,328.85 2,394,998.66
(Interim Report) แบบหนา้ จอสัมผัส (Tablet) จานวน 2 ชุด และ CD หรอื DVD ในรปู แบบ Text file (word และ pdf) ท่ีสามารถใช้ในการอ่านและแก้ไขได้อย่างสะดวก
3) รายงานต้นฉบับตามข้อ 3.11.1 (5) ไม่เย็บเล่ม จานวน 1 ชุด
4) รายงานประจาเดือน จานวนครง้ั ละ 15 ชุด ทุกๆ 30 วัน
5) รายงานปิดโครงการ จานวน 15 ชุด ภายใน 330 วัน
6) ฐานข้อมลู โครงการ จานวน 10 ชุด
7) เอกสารส่งมอบอ่ืนๆ ตามระบุในข้อ 3.11.2 (1) (2) (3) ในลักษณะ Digital Form บันทึกลงใน External Hard disk ขนาด Capacity ไมน่ อ้ ยกว่า 2 TB
จานวน 10 ชุด ส่งภายในวันท่ี 330 วัน และคณะกรรมการตรวจรบั พัสดุฯได้ตรวจรบั ไว้ถูกต้องเรยี บรอ้ ยแล้ว
รวมคา่ จา้ งสว่ นทเี่ หมาจา่ ย