The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pang Natthiyaa, 2022-07-27 01:21:23

รายงานฉบับกลาง

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้

3.4.6 การกดั เ าะ และการตกตะกอน

1) การรวบรวมและทบทวนขอ้ มลู

ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายเดือนและรายปีได้รวบรวมข้อมูลจากสถานีตรวจวัดรวม 11 สถานี แยก
เป็นสถานีของกรมชลประทาน 9 สถานี และกรมทรัพยากรน้ำ 2 สถานี ข้อมูลท่ีรวบรวมได้ล่าสุดถึงปี พ.ศ. 2561
ดงั รายช่ือสถานีวดั ตะกอนแขวนลอยและชว่ งปีสถิตขิ ้อมูลไว้ในตารางที่ 3.4.6-1 และท่ีต้ังสถานีแสดงในรูปที่ 3.4.6-1

ตารางท่ี 3.4.6-1 รายช่อื สถานีวัดปริมาณตะกอนแขวนลอยและสถติ ิปรมิ าณตะกอนแขวนลอยที่รวบรวม
ไดใ้ นพ้นื ทศ่ี กึ ษาและขา้ งเคยี ง

สถำนีวัดน้ำท่ำ จังหวัด รหัส พนื ท่ี ชว่ งปีสถติ ิ ปริมำณตะกอนแขวนลอย ปริมำณตะกอนแขวนลอย
สถำนี รับน้ำฝน ข้อมูล
(ตร.กม.) รำยปีเฉลยี่ รำยปีเฉลยี่ ต่อพนื ท่ี

(ตัน) (ตัน/ตร.กม.)

1. คลองท่ำมะเดือ่ ที่วัดมหรรณธวัช พทั ลงุ X.21B 330.0 2506 - 2512 24,575 74.47
2. คลองรัตภูมทิ ี่บ้ำนก้ำแพงเพชร สงขลำ X.67 272.0 2521 - 2532 11,941 43.90
3. คลองตำ่้ ที่บ้ำนควนลงั สงขลำ X.71B 148.0 2548 - 2561 10,185 68.82
4. คลองอู่ตะเภำท่ีบ้ำนบำงศำลำ สงขลำ X.90 1,546.8 2521 - 2561 55,946 36.17
5. คลองบำงแก้วที่บ้ำนควนอินนอโม พทั ลงุ X.109 131.0 2526 - 2561 10,481 80.03
6. คลองเหลำ้ ปังท่ีบ้ำนทุ่งปรำบ สงขลำ X.113 118.5 2522 - 2561 7,865 66.40
7. คลองท่ำมะเดื่อที่บ้ำนคลองอ้ำยโต พทั ลงุ X.129 332.0 2526 - 2536 16,000 48.19
8. คลองหวะท่ีบ้ำนคลองหวะ สงขลำ X.174 115.9 2546 - 2561 23,583 203.46
9. คลองท่ำเชยี ดท่ีบ้ำนแม่ขรี พทั ลงุ X.267 295.0 2550 - 2561 31,248 105.93
10. ห้วยลำ้ สนิ ธิท์ ่ีบ้ำนโตน พทั ลงุ 230301 25.0 2525 - 2540 6,451 258.06
11. คลองนำบอนที่บ้ำนทุ่งโพธิ์ พทั ลงุ 230302 18.1 2527- 2540 2,415 133.43

ที่มำ: กรมชลประทำน และกรมทรัพยำกรน้ำ

2) การวเิ คราะหป์ ริมาณตะกอน

การวิเคราะห์ปริมาณตะกอน พบว่าสถานีวัดปริมาณตะกอนแขวนลอยในตารางท่ี 3.4.6-1 มีช่วงพิสัย
ของขนาดพื้นที่รับน้ำฝนท้ัง 11 สถานี อยู่ระหว่าง 18.1 – 1,546.8 ตร.กม. และมีช่วงพิสัยของค่าปริมาณตะกอน
แขวนลอยรายปีเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่อยู่ระหว่าง 36.17 – 258.06 ตัน/ตร.กม. ดังแสดงค่าเฉล่ียปริมาณตะกอน
แขวนลอยรายเดอื นที่สถานวี ดั ตะกอนตา่ ง ๆ ในตารางที่ 3.4.6-2

ในการวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าณตะกอนแขวนลอยรายปเี ฉลยี่ และพน้ื ท่รี บั นำ้ ฝน ของสถานี
วดั ปริมาณตะกอนแขวนลอยจำนวน 11 สถานี แสดงผลการวิเคราะห์ถดถอยความสัมพันธด์ ังกล่าวได้ดังรูปท่ี 3.4.6-2
และได้สมการแสดงความสัมพันธด์ ังต่อไปน้ี

QS = 593.83061 A0.61506 (R2 = 0.78388)

เมอ่ื QS = ปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปเี ฉลีย่ (ตัน/ปี)
A = พื้นท่รี ับนำ้ ฝน (ตร.กม.)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-60 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้

รูปที่ 3.4.6-1 ตำแหน่งทต่ี ้งั สถานตี รวจวัดปริมาณนำ้ ท่าและปริมาณตะกอน

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-61 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางท่ี 3.4.6-2 ปรมิ าณตะกอนแขวนลอยรายเดือนและรายปีเฉล่ียที่สถานวี ัดตะกอนในพื้นที่ศกึ ษาและบรเิ วณข้างเคยี ง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
ชอื่ สถำนี จังหวัด รหัส พนื ท่ี ชว่ งปีสถิติ ปริมำณตะกอนแขวนลอยรำยเดือนเฉลย่ี , ตัน ปริมำณตะกอน ปริมำณตะกอน โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง
สถำนี รับน้ำฝน ขอ้ มลู แขวนลอย แขวนลอยรำยปี

รำยปีเฉลยี่ เฉลยี่ ต่อพนื ท่ี

(ตร.กม.) เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. (ตัน) (ตัน/ตร.กม.)

1. คลองท่ำมะเดอ่ื ที่วัดมหรรณธวัช พทั ลงุ X.21B 330.0 2506 - 2512 199.1 518.6 297.3 185.7 228.1 338.1 1,515.0 5,320.7 10,259.4 4,442.3 836.1 434.3 24,574.86 74.47
11,940.83 43.90
2. คลองรัตภูมิท่ีบ้ำนก้ำแพงเพชร สงขลำ X.67 272.0 2521 - 2532 141.4 330.5 111.6 506.6 174.8 275.8 547.5 2,814.9 5,949.7 677.9 219.1 191.1 10,184.78 68.82
55,945.77 36.17
3. คลองตำ่้ ท่ีบ้ำนควนลงั สงขลำ X.71B 148.0 2548 - 2561 430.1 536.8 448.1 283.2 592.4 763.1 457.2 1,662.9 3,471.4 742.0 360.1 437.3 10,480.88 80.03
7,865.22 66.40
4. คลองอู่ตะเภำท่ีบ้ำนบำงศำลำ สงขลำ X.90 1,546.8 2521 - 2561 747.9 2,520.8 1,919.1 2,209.9 1,996.1 3,018.1 6,856.2 16,086.6 16,853.4 2,765.6 534.2 437.8 16,000.00 48.19
23,583.33 203.46
5. คลองบำงแก้วท่ีบ้ำนควนอินนอโม พทั ลงุ X.109 131.0 2526 - 2561 379.6 300.1 228.5 261.8 228.8 371.5 886.1 2,882.6 3,535.8 746.6 302.0 357.6 31,248.27 105.93
6,451.41 258.06
6. คลองเหลำ้ ปังที่บ้ำนทุ่งปรำบ สงขลำ X.113 118.5 2522 - 2561 267.5 565.9 283.4 523.4 577.0 698.6 1,594.3 1,804.8 972.8 127.2 107.3 343.0 2,415.03 133.43

7. คลองท่ำมะเดื่อท่ีบ้ำนคลองอ้ำยโต พทั ลงุ X.129 332.0 2526 - 2536 168.7 274.2 186.5 163.2 143.9 118.4 311.5 2,943.4 10,059.9 774.5 375.8 480.0

8. คลองหวะที่บ้ำนคลองหวะ สงขลำ X.174 115.9 2546 - 2561 526.0 551.6 593.3 430.9 428.3 500.3 910.1 5,434.6 8,294.8 4,351.8 735.2 826.6

9. คลองท่ำเชยี ดท่ีบ้ำนแม่ขรี พทั ลงุ X.267 295.0 2550 - 2561 1,111.3 908.0 593.9 300.7 306.1 524.7 1,010.2 8,654.1 9,884.7 5,579.5 1,006.5 1,368.6

3-62 10. ห้วยลำ้ สนิ ธท์ิ ่ีบ้ำนโตน พทั ลงุ 230301 25.0 2525 - 2540 105.3 159.5 158.0 206.9 266.6 287.9 511.2 1,296.8 2,539.8 505.4 245.3 168.6

11. คลองนำบอนท่ีบ้ำนทุ่งโพธิ์ พทั ลงุ 230302 18.1 2527- 2540 38.3 86.2 57.9 80.6 145.6 160.0 180.3 745.4 584.9 205.9 73.0 56.9

ที่มำ: กรมชลประทำน และกรมทรัพยำกรนำ้

รายงานฉบับกลาง บทท่ี 3
(Interim Report) การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

100,000

ป ิรมาณตะกอนแขวนลอยราย ีปเฉ ่ีลย ( ัตน/ ีป) 10,000 X.90

230301 X.267

230302 X.21B
X.174

X.129
X.109 X.67

X.71B
X.113

QSy== 559933.8.83036016x10.6A15006.61506
RR2² ==0.708.37888388

1,000 100 1,000 10,000
10 พน้ื ท่รี บั นา้ ฝน ตร.กม.

รูปที่ 3.4.6-2 ความสมั พนั ธ์ระหว่างปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ยี และพืน้ ทร่ี บั นำ้ ฝน

3) การประเมนิ ปรมิ าณตะกอนที่ไหลผ่านจดุ ทต่ี ้ังอ่างเก็บนำ้

จากความสัมพนั ธ์ระหว่างปริมาณตะกอนแขวนลอยรายปีเฉล่ียและพื้นที่รบั น้ำฝน สามารถคำนวณปริมาณ
ตะกอนแขวนลอยรายปีเฉลย่ี สำหรับพ้ืนท่ีรับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั โดยกำหนดให้ปริมาณตะกอนท้องน้ำมี
ค่าประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณตะกอนแขวนลอย ได้ผลการคำนวณปริมาณตะกอนท่ีคาดว่าจะไหลเข้าสู่อ่างเก็บ
นำ้ เหมอื งตะกั่วดงั นี้

อา่ งเกบ็ น้ำ ปรมิ าณตะกอนรายปเี ฉลี่ย (ตนั )
อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว
ตะกอนแขวนลอย ตะกอนทอ้ งน้ำ ตะกอนรวม
4,913.6
3,779.7 1,133.9

4) นำ้ หนักตอ่ หนว่ ยปรมิ าตร (Unit weight of Deposited Sediment)

การคำนวณค่าน้ำหนักตะกอนต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรเริ่มต้น ได้ใช้วิธีการของ Lara and Pemberton
โดยกำหนดลักษณะการจัดการอ่างเก็บน้ำเป็นประเภทท่ี 2 คือ ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำจะลดลงมากหรือค่อนข้างมาก
เนื่องจากการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง ๆ ซ่ึงเป็นลักษณะท่ีเกิดขึ้นโดยท่ัวไปสำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กถึงขนาดกลางใน
ประเทศไทย ส่วนร้อยละส่วนผสมของดินเหนียว ตะกอนทรายและทรายของตะกอนที่ไหลเข้ามาสู่อ่างเก็บน้ำ ใช้จาก
รายงานการศึกษาปริมาณการสะสมตะกอนที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณความจุของอ่างเก็บน้ำ กรณีศึกษาอ่างเก็บน้ำ
คลองกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ของกรมชลประทาน ปี 2557 โดยมีร้อยละส่วนผสมของดินเหนียว
ตะกอนทราย และทรายของตะกอนท่ีไหลเขา้ มาสู่อ่างเก็บน้ำมีค่าเท่ากับร้อยละ 36.31 53.35 และ 10.34 ตามลำดับ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-63 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น

ซึ่งสามารถคำนวณค่าน้ำหนักต่อหน่ึงหน่วยปริมาตรเริ่มต้นของตะกอนท่ีไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เหมืองตะก่ัวได้เท่ากับ
0.971 ตนั /ลกู บาศก์เมตร และเมอ่ื ใช้งานอ่างเก็บน้ำไปเป็นเวลานาน ๆ ค่าน้ำหนกั ต่อหนง่ึ หน่วยปริมาตรของตะกอนที่
ตกสะสมในอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วจะมีค่าเพ่ิมข้ึน ซึ่งสามารถคำนวณได้โดยใช้วิธีการของ Lara and Pemberton
เช่นเดยี วกัน ซ่งึ สามารถสรปุ ผลได้ดังน้ี

อายุการใชง้ านอ่างเก็บนำ้ (ปที )ี่ 25 50 75 100 150 200

นำ้ หนักต่อหน่วยปริมาตรของตะกอน 1.037 1.054 1.065 1.073 1.084 1.092
ในอา่ งเก็บนำ้ (ตัน/ลบ.ม.)

5) ประสิทธิภาพในการดกั ตะกอน (Trap Efficiency)

ตะกอนท่ีปะปนมากับน้ำท่าท่ีไหลลงอ่างเก็บนำ้ ทั้งหมด มีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นท่ีจะตกจมอย่ใู นอ่างเก็บ
น้ำส่วนที่เหลือจะไหลผ่านออกไปทางท่อส่งน้ำและทางระบายน้ำล้น โดยอัตราส่วนระหว่างตะกอนท่ี
ตกจมในอ่างเกบ็ นำ้ กับตะกอนท้งั หมดที่ปะปนมากบั น้ำท่าเรียกว่า ประสทิ ธิภาพการดกั ตะกอนของอา่ งเก็บนำ้ ซ่ึงขึ้นอยู่
กับปัจจัยท่ีสำคัญสามประการ คือ ลักษณะตะกอน การหน่วงของน้ำท่า และอายุของอ่างเก็บน้ำ โดยท่ัวไปแล้วถ้า
ช่วงเวลาท่ีน้ำถูกเก็บกักอยู่ในอ่างเก็บน้ำเป็นเวลานาน ความเร็วของน้ำท่ีไหลลงอ่างเก็บน้ำไม่มากและมีการป่ันป่วน
น้อย เปอร์เซ็นต์การตกตะกอนก็จะสูง Brune (1953) เสนอให้ใช้อัตราส่วนระหว่างความจุอ่างและปริมาณน้ำท่า
(Capacity-Inflow Ratio) เป็นตัวกำหนดค่า Trap Efficiency โดยได้พัฒนากราฟของความสัมพันธ์ระหว่าง
Capacity-Inflow Ratio และ Percent of Sediment Trapped แสดงในรปู ที่ 3.4.6-3

การคำนวณปริมาตรตะกอนท่จี ะตกสะสมในอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั ได้ใชว้ ิธีการวิเคราะหป์ ระสิทธภิ าพการ
ดักตะกอนของอา่ งเก็บน้ำของ Gunnar Brune ไดด้ งั น้ี อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่ว มปี รมิ าตรความจุท่รี ะดับเก็บกักเทา่ กับ
10.41 ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร และมปี ริมาณนำ้ ท่ารายปีเฉล่ยี ท่ีไหลลงอา่ งเกบ็ น้ำเท่ากบั 34.68 ลา้ นลกู บาศก์เมตรตอ่ ปี ซ่ึง
สามารถคำนวณค่าอัตราส่วนปริมาตรความจุ-ปริมาณน้ำท่าไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำได้เท่ากับ 0.30 และสามารถหาค่า
ประสิทธิภาพการดักตะกอนได้เท่ากับร้อยละ 94.93 และเม่ือนำไปวิเคราะห์ร่วมกับผลการคำนวณคำนวณปริมาณ
ตะกอนท่ีไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ สามารถคำนวณปริมาตรตะกอนที่คาดว่าจะตกสะสมในอา่ งเกบ็ น้ำสำหรบั อายุการใช้งาน
ตา่ ง ๆ ได้ดังนี้

ปริมาตรตะกอนทต่ี กสะสมในอ่างเก็บนำ้ ทอ่ี ายุการใช้งานปตี ่าง ๆ (ลา้ น ลบ.ม.)

25 ปี 50 ปี 75 ปี 100 ปี 150 ปี 200 ปี

0.112 0.221 0.328 0.435 0.646 0.855

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-64 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้

รปู ท่ี 3.4.6-3 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง Capacity-Inflow Ratio กับ Trap Efficiency
(Brune, 1953)

6) การเปลี่ยนแปลงระดบั ศูนย์ทอ้ งนำ้ และอายใุ ชง้ านอ่างเกบ็ นำ้

การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระดับศูนย์ใหม่ท่ีตัวเข่ือน และการเปล่ียนแปลงโค้งปริมาตรความจุ -
พื้นท่ี ผิวน้ำ - ระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำ โดยใช้วิธี Area Increment Method และใช้ปริมาตรตะกอน ท่ี
ตกสะสมในอ่างเก็บน้ำที่คำนวณจากสมการถดถอย โดยผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงระดับศูนย์ท่ีตัวเข่ือน และการ
เปลีย่ นแปลงปรมิ าตรความจุและพื้นทผ่ี วิ น้ำที่ระดบั เก็บกักปกตหิ ลงั จากระยะเวลาเกบ็ กักน้ำในอ่างเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกั่ว
ปีต่าง ๆ ท่กี ำหนดได้แสดงไว้ในตารางที่ 3.4.6-3 และค่าระดับศนู ยใ์ หมท่ ่ีตวั เขอ่ื นสามารถสรุปไดด้ ังนี้

อ่างเกบ็ น้ำ คา่ ระดบั ศูนย์ใหมท่ ต่ี วั เขอ่ื น (ม.รทก.)
ระดบั ศนู ยเ์ ดิมทีต่ วั เข่อื น 65.00 ม.รทก. อายุการใชง้ านอ่างเก็บน้ำปีต่าง ๆ
25 50 75 100 150 200

66.22 67.46 68.75 70.02 70.53 71.04

จากผลการศึกษาปริมาตรตะกอนที่ตกจมในอ่างเก็บน้ำ และการเปลย่ี นแปลงระดับศนู ย์ (ท้องน้ำ) ท่ีตัว
เข่ือนของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว พบว่าที่อายุการใช้งานเข่ือน 100 ปี ระดับศูนย์เข่ือนจะเปล่ียนแปลงจากระดับ
+65.00 ม.รทก. เป็น +70.02 ม.รทก. ดังแสดงในรูปที่ 3.4.6-4 ซ่ึงมีการเปลี่ยนแปลงในระดับท่ีน้อย ดังน้ันในการ
กำหนดระดับน้ำต่ำสดุ สำหรับอ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกัว่ ไว้ทร่ี ะดับ +75.00 ม.รทก. จงึ เพยี งพอทีจ่ ะรองรบั ปรมิ าณตะกอน
ที่จะไหลลงอ่างเก็บน้ำในอนาคต ดังแสดงรายละเอียดการเปล่ียนแปลงโค้งปริมาตร-พื้นท่ีผิวน้ำ-ระดับน้ำ หลังจาก
ระยะเวลาการใช้งานของอา่ งเก็บน้ำท่ีระยะเวลา 25 ปี 50 ปี และ 100 ปี ได้ดงั ตารางที่ 3.4.6-4

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-65 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งตน้

ตารางที่ 3.4.6-3 ผลศกึ ษาการเปล่ยี นแปลงระดับศูนย์ท่ีเขอ่ื น ปรมิ าตรความจุ พ้ืนท่ผี วิ นำ้ ท่รี ะดับเกบ็ กักปกติ
หลังจากระยะเวลาเก็บกักนำ้ ในอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่

รำยกำร หน่วย ระยะเวลำเก็บกักของอ่ำงเก็บน้ำ, ปี 200
20 25 50 75 100 150 0.855
1. ปริมำตรตะกอนที่ตกสะสมในอ่ำง
ลำ้ น ลบ.ม. 0.090 0.112 0.221 0.328 0.435 0.646 71.04
2. ระดับศูนยใ์ หม่ท่ีตัวเขอื่ น
ม.รทก. 65.97 66.22 67.46 68.75 70.02 70.53 9.555
3. กำรเปลยี่ นแปลงท่ีระดับเก็บกักปกติ 0.855
ลำ้ น ลบ.ม. 10.320 10.298 10.189 10.082 9.975 9.764 8.209
3.1 ปริมำตรควำมจุหลงั กำรใชง้ ำน ลำ้ น ลบ.ม. 0.090 0.112 0.221 0.328 0.435 0.646
ปริมำตรควำมจุลดลง 0.869 1.081 2.125 3.155 4.177 6.202 0.530
ร้อยละของกำรลดลง 0.0204
ตร.กม. 0.548 0.548 0.545 0.542 0.540 0.535 3.702
3.2 พนื ท่ีผวิ น้ำหลงั กำรใชง้ ำน ตร.กม. 0.0019 0.0024 0.0049 0.0075 0.0102 0.0153
พนื ท่ีผวิ น้ำลดลง 0.442 0.893 1.365 1.860 2.774
ร้อยละของกำรลดลง 0.354

หมำยเหตุ : ระดับศูนยเ์ ดิม (ท้องนำ้ เดิม) ที่ตัวเขอ่ื น 65.00 ม.รทก.
ระดับเก็บกักปกติ 110.00 ม.รทก.
ปริมำตรควำมจุที่ระดับเก็บกักปกติ 10.41 ลำ้ น ลบ.ม.
พนื ท่ีผวิ นำ้ ที่ระดับเก็บกักปกติ
0.55 ตร.กม.

0.6 0.5 0.4 0.3 0.2 0.1 0.0
120 120

110 110

100 100

90 90

80 80

70 70

60 60
0.0 2.0 4.0 6.0 8.0 10.0 12.0

รปู ท่ี 3.4.6-4 การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหวา่ งระดบั นำ้ กับปริมาตรและพนื้ ทีผ่ ิวน้ำของ
อ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่วท่รี ะยะเวลาใชง้ าน 100 ปี

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-66 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

ตารางที่ 3.4.6-4 รายละเอียดการเปล่ียนแปลงโค้งปรมิ าตร-พ้ืนท่ีผิวนำ้ -ระดบั น้ำ หลงั จากระยะเวลา
การใชง้ านของอา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกวั่ 25 ปี 50 ปี และ 100 ปี

ระดับ สภาพเร่ิมแรกของอ่าง ระยะเวลาใช้งาน 25 ปี ระยะเวลาใช้งาน 50 ปี ระยะเวลาใช้งาน 100 ปี
(ม.รทก.)
พ้ืนท่ีผิวน้า ปริมาตร พ้ืนท่ีผิวน้า ปริมาตร พ้ืนท่ีผิวน้า ปริมาตร พื้นท่ีผิวน้า ปริมาตร
110.00
109.00 (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.) (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.) (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.) (ตร.กม.) (ล้าน ลบ.ม.)
108.00 0.550 10.410 0.548 10.298 0.545 10.189 0.540 9.975
107.00 0.534 9.833 0.531 9.723 0.529 9.617 0.524 9.408
106.00 0.518 9.256 0.515 9.148 0.513 9.044 0.507 8.841
105.00 0.501 8.678 0.499 8.573 0.496 8.472 0.491 8.274
104.00 0.485 8.101 0.483 7.998 0.480 7.900 0.475 7.707
103.00 0.469 7.524 0.467 7.424 0.464 7.327 0.459 7.140
102.00 0.455 7.090 0.453 6.992 0.450 6.898 0.445 6.717
101.00 0.441 6.657 0.439 6.562 0.436 6.470 0.431 6.294
100.00 0.426 6.223 0.424 6.130 0.421 6.041 0.416 5.870
99.00 0.412 5.790 0.410 5.699 0.407 5.613 0.402 5.447
98.00 0.398 5.356 0.396 5.268 0.393 5.184 0.388 5.024
97.00 0.380 5.003 0.378 4.917 0.375 4.836 0.370 4.681
96.00 0.362 4.650 0.360 4.567 0.357 4.488 0.352 4.338
95.00 0.344 4.297 0.342 4.216 0.339 4.140 0.334 3.995
94.00 0.326 3.944 0.324 3.866 0.321 3.792 0.316 3.652
93.00 0.308 3.591 0.306 3.515 0.303 3.443 0.298 3.310
92.00 0.294 3.318 0.292 3.244 0.289 3.175 0.284 3.047
91.00 0.280 3.045 0.278 2.974 0.275 2.907 0.270 2.784
90.00 0.266 2.772 0.264 2.703 0.261 2.639 0.256 2.521
89.00 0.252 2.499 0.250 2.433 0.247 2.371 0.242 2.259
88.00 0.238 2.226 0.236 2.162 0.233 2.103 0.228 1.996
87.00 0.224 2.023 0.222 1.962 0.219 1.905 0.214 1.803
86.00 0.210 1.820 0.208 1.761 0.205 1.707 0.200 1.610
85.00 0.196 1.617 0.194 1.560 0.191 1.509 0.186 1.418
84.00 0.182 1.414 0.180 1.360 0.177 1.311 0.172 1.225
83.00 0.168 1.211 0.166 1.159 0.163 1.113 0.158 1.032
82.00 0.152 1.083 0.150 1.034 0.147 0.989 0.142 0.914
81.00 0.136 0.954 0.134 0.907 0.131 0.865 0.126 0.795
80.00 0.121 0.826 0.119 0.782 0.116 0.742 0.111 0.678
79.00 0.105 0.697 0.103 0.655 0.100 0.618 0.095 0.559
78.00 0.089 0.569 0.087 0.529 0.084 0.495 0.079 0.441
77.00 0.083 0.494 0.081 0.457 0.078 0.425 0.073 0.376
76.00 0.077 0.420 0.075 0.385 0.072 0.356 0.067 0.313
75.00 0.071 0.346 0.069 0.314 0.066 0.287 0.061 0.249
74.00 0.065 0.272 0.063 0.242 0.060 0.218 0.055 0.185
73.00 0.059 0.198 0.057 0.171 0.054 0.149 0.049 0.121
72.00 0.049 0.163 0.047 0.138 0.044 0.119 0.039 0.097
71.00 0.040 0.129 0.038 0.106 0.035 0.089 0.030 0.073
70.00 0.030 0.094 0.028 0.074 0.025 0.059 0.020 0.048
69.00 0.020 0.060 0.018 0.042 0.015 0.030 0.010 0.024
68.00 0.010 0.025 0.008 0.010 0.005 0.000 0.000 0.000
67.00 0.008 0.020 0.006 0.007 0.003 0.000 0.000 0.000
66.00 0.006 0.015 0.004 0.005 0.001 0.000 0.000 0.000
65.00 0.004 0.010 0.002 0.002 0.000 0.000 0.000 0.000
0.002 0.005 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000
0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000 0.000

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-67 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้

3.4.7 อุทกวทิ ยานำ้ ผวิ ดิน
การศึกษาด้านอุทวิทยาน้ำผิวดินได้แสดงรายละเอียดในบทท่ี 2 การศึกษาความเหมาะสมโดยสรุปผลการ

วิเคราะห์ไดด้ ังน้ี
3.4.7.1 ปรมิ าณน้ำฝน

ข้อมูลปริมาณฝนรายเดือนและรายปีส่วนใหญ่ที่รวบรวมได้มีสถิติข้อมูลจนถึงปี 2562 และจากข้อมูล
ปรมิ าณฝนรายเดือนและรายปีของสถานดี ังกลา่ ว สามารถนำมาสรา้ งแผนท่ีแสดงเส้นช้ันปรมิ าณฝนเฉลย่ี รายปใี นพ้ืนที่
ลุ่มน้ำและข้างเคียงได้ดังรูปที่ 3.4.7-1 การกระจายรายเดือนของปริมาณฝนเฉลี่ยของสถานีวัดน้ำฝนท้ัง 17 สถานีใน
พนื้ ทล่ี ่มุ นำ้ และขา้ งเคยี งแสดงได้ดังรูปท่ี 3.4.7-2

จากผลการศึกษาดังกล่าว พบว่าปริมาณฝนรายปีเฉล่ียจะผันแปรจาก 1,600 มม. ทางด้านทิศตะวันออก
ของพ้ืนทีศ่ กึ ษา โดยมีปรมิ าณฝนน้อยทสี่ ดุ ทบี่ ริเวณอำเภอควนเนียง จังหวดั สงขลา มปี รมิ าณฝนรายปีเฉลย่ี 1,477 มม.
แล้วปรมิ าณฝนจะเพมิ่ ขึ้นจนถงึ 2,900 มม. ไปทางดา้ นทิศตะวนั ตกของพื้นที่ศกึ ษา โดยมีปริมาณฝนมากที่สุดท่ีบรเิ วณ
หนว่ ยพทิ ักษป์ ่าบ้านโตน อำเภอตะโหมด (350184) มปี ริมาณฝนรายปเี ฉล่ยี 2,962 มม. สว่ นบรเิ วณพืน้ ที่ของโครงการ
จะมีปริมาณฝนรายปีเฉล่ียประมาณ 2,100-2,400 มม. ปรมิ าณฝนส่วนใหญ่ตกในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึง
ธันวาคม และปริมาณฝนน้อยที่สุดตกในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ซ่ึงจากสถานีวัดน้ำฝน จำนวน 17 สถานี มี
คา่ เฉล่ยี รายเดือนและรายปี ดงั ในตารางท่ี 3.4.7-1 ซงึ่ พบว่ามปี รมิ าณฝนรายปเี ฉล่ยี 2,058.88 มลิ ลเิ มตร เปน็ ปริมาณ
ฝนในช่วงฤดูฝน (พ.ค.- ธ.ค.) 1,689.21 มิลลิเมตร คิดเป็นร้อยละ 82.05 ของปริมาณฝนท้ังปี และปริมาณฝนในช่วง
ฤดแู ล้ง (ม.ค.- เม.ย.) 369.67 มิลลิเมตร คดิ เปน็ รอ้ ยละ 17.95 ของปริมาณฝนทัง้ ปี

4) ปริมาณการระเหยสทุ ธจิ ากอ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว

การวเิ คราะหป์ รมิ าณการระเหยสทุ ธิจากอ่างเกบ็ นำ้ โดยใช้สมการดังนี้

Enet = 0.70Epan - (1 - C)R

เมอื่ Enet = ปรมิ าณการระเหยสุทธิจากอ่างเกบ็ น้ำรายเดือนเฉล่ีย, มม.
Epan = ปรมิ าณการระเหยจากถาดรายเดือนเฉลีย่ , มม.
R = ปริมาณฝนรายเดือนเฉลีย่ , มม.
C = สัมประสทิ ธ์นิ ำ้ ทา่

ผลการวิเคราะห์ปริมาณการระเหยสุทธิจากอ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกวั่ รายเดือนเฉลี่ย สรปุ ได้ดังนี้

ปรมิ าณการระเหยสทุ ธิจากอ่างเก็บน้ำรายเดือนเฉลีย่ (มม.) รายปี

เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. (มม.)

0.00 0.00 0.79 23.19 1.04 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 34.95 0.00 59.97

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-68 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้

ที่มา : กลุ่มบรษิ ทั ท่ีปรกึ ษา, 2562

รูปท่ี 3.4.7-1 แผนท่ีเส้นช้ันน้ำฝนรายปเี ฉลี่ย ในพืน้ ทศ่ี กึ ษาและบรเิ วณใกลเ้ คียง

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-69 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

700

600 สถานี 350022 สถานี 350071

500 สถานี 350081 สถานี 350110

ปริมาณ ้นาฝน (มม.) 400 สถานี 350130 สถานี 350161

300

200

100

0
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.

700

600 สถานี 350184 สถานี 350204

500 สถานี 350232 สถานี 350262

ปริมาณ ้นาฝน (มม.) 400 สถานี 350272 สถานี 350292

300

200

100

0
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค.

500

450 สถานี 350320 สถานี 580032

400 สถานี 580132 สถานี 580170

ปริมาณ ้นาฝน (มม.) 350
300 สถานี 580312

250

200

150

100

50

0
เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค.

รูปที่ 3.4.7-2 การผนั แปรรายเดอื นของปรมิ าณฝนเฉลี่ยของสถานวี ดั นำ้ ฝนที่ตั้งอยใู่ นพื้นทศ่ี ึกษา
และขา้ งเคียง จำนวน 17 สถานี

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-70 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั ตารางท่ี 3.4.7-1 ปริมาณน้ำฝนรายเดือนและรายปเี ฉล่ียของสถานวี ดั น้ำฝนที่อยใู่ นพนื้ ทีศ่ ึกษาและข้างเคียง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด
สถำนีวัดน้ำฝน รหัส ชว่ งสถิติ ปริมำณฝนรำยเดือนเฉลยี่ (มม.) ปริมำณฝนเฉลย่ี (มม.) โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง
1. อ.ปำกพยนู จ.พทั ลงุ สถำนี ปีขอ้ มลู เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. ฤดูฝน ฤดูแลง้ รำยปี
2. คลองอ้ำยโต (X.21B), อ.เขำชยั สน จ.พทั ลงุ
3. คลองท่ำเชยี ด อ.เขำชยั สน จ.พทั ลงุ (พ.ค.- ธ.ค.) (ม.ค.- เม.ย.)
4. โครงกำรควนกุฎ อ.เมอื ง จ.พทั ลงุ
5. โครงกำรป่ำบอน อ.ปำกพะยูน จ.พทั ลงุ 350022 2514 - 2559 62.07 94.27 61.15 68.89 72.93 88.46 195.43 511.02 365.25 80.11 28.31 57.85 1,457.39 228.34 1,685.73
6. คลองบำงแก้ว (X.109) อ.ตะโหมด จ.พทั ลงุ
7. หน่วยพทิ ักษป์ ่ำบ้ำนโตน จ.พทั ลงุ 350071 2506 - 2552 105.58 184.17 103.68 120.05 147.95 164.53 287.21 591.28 499.48 146.24 59.06 86.08 2,098.35 396.95 2,495.30
8. หน่วยพทิ ักษ์ป่ำบ้ำนตะโหมด จ.พทั ลงุ
9. อ.ตะโหมด จ.พทั ลงุ 350081 2503 - 2551 86.33 151.91 167.38 115.20 98.25 140.16 366.35 439.10 382.53 123.05 53.94 87.20 1,860.88 350.51 2,211.39
10. อ.ป่ำบอน จ.พทั ลงุ
11. อ.ป่ำพะยอม จ.พทั ลงุ 350110 2506 - 2552 79.62 114.29 75.47 75.90 86.71 95.87 230.76 457.37 379.74 91.73 35.44 56.11 1,516.11 262.90 1,779.01
12. อ.บำงแก้ว จ.พทั ลงุ
13. อ่ำงเก็บนำ้ ป่ำบอน อ.ป่ำบอน จ.พทั ลงุ 350130 2515 - 2552 125.37 195.12 104.37 115.01 114.45 136.77 309.64 559.18 459.30 104.18 35.26 87.75 1,993.83 352.56 2,346.40
14. อ.รัตภูมิ จ.สงขลำ
15. นิคมสร้ำงตนเองรัตภูมิ จ.สงขลำ 350161 2528 - 2536 83.96 158.06 73.33 147.81 140.44 185.46 211.18 491.68 369.74 82.56 27.68 75.21 1,777.68 269.41 2,047.09
16. ชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลำ
17. อ.ควนเนียง จ.สงขลำ 350184 2533 - 2562 128.95 135.13 129.60 123.71 188.50 179.54 355.10 617.75 534.00 280.21 96.45 192.79 2,263.33 698.40 2,961.73

เฉลย่ี 350204 2533 - 2562 154.68 154.23 111.45 87.35 119.54 148.75 262.36 505.84 456.10 175.40 69.19 139.27 1,845.62 538.53 2,384.15
สงู สดุ
ต้่ำสดุ 350232 2535 - 2562 81.44 117.34 90.04 77.07 97.19 129.84 243.95 486.54 431.71 142.79 54.13 108.13 1,673.69 386.49 2,060.18
ที่มำ: กรมอุตุนิยมวิทยำ และกรมชลประทำน
350262 2537 - 2560 95.15 84.21 61.90 70.84 103.71 123.03 208.08 459.22 391.04 141.68 67.72 91.10 1,502.02 395.65 1,897.67

3-71 350272 2537 - 2562 107.94 119.05 76.02 80.32 106.77 116.49 235.42 533.65 422.97 174.66 51.06 123.24 1,690.68 456.90 2,147.58

350292 2537 - 2559 72.46 90.27 52.04 81.27 125.01 96.08 225.58 514.47 414.83 184.74 66.42 109.75 1,599.54 433.37 2,032.91

350320 2545 - 2554 94.33 153.90 120.40 99.33 115.57 134.10 278.80 449.39 290.77 119.51 72.73 176.03 1,642.26 462.60 2,104.85

580032 2495 - 2560 99.28 118.41 73.54 95.98 92.97 103.99 231.11 400.53 331.83 98.66 32.10 58.33 1,448.36 288.38 1,736.74

580132 2507 - 2558 76.67 125.57 87.80 85.14 110.54 130.39 234.48 373.55 298.23 72.23 22.47 50.89 1,445.72 222.26 1,667.98

580170 2506 - 2552 106.40 144.54 87.75 111.52 108.68 122.32 254.36 439.01 388.56 99.65 35.14 66.74 1,656.74 307.93 1,964.66

580312 2531 - 2560 66.73 75.18 64.38 85.88 83.71 78.35 194.43 365.73 296.68 81.33 32.39 52.74 1,244.33 233.19 1,477.52 บทท่ี 3
การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น
95.70 130.33 90.61 96.55 112.52 127.89 254.37 482.08 394.87 129.34 49.38 95.25 1,689.21 369.67 2,058.88

154.68 195.12 167.38 147.81 188.50 185.46 366.35 617.75 534.00 280.21 96.45 192.79 2,263.33 698.40 2,961.73

62.07 75.18 52.04 68.89 72.93 78.35 194.43 365.73 290.77 72.23 22.47 50.89 1,244.33 222.26 1,477.52

รายงานฉบับกลาง
(Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้

3.4.7.2 ปริมาณนำ้ ท่า

จากรายละเอยี ดการประเมนิ ปรมิ าณนำ้ ท่าในบทท่ี 2 ของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ โดยแบบจำลอง NAM
เมื่อนำมาเปรยี บเทียบกับผลการศึกษาโดยการพิจารณาแบบลุ่มน้ำรวม และผลการตรวจวัดปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าสู่
อ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน และอา่ งเก็บนำ้ คลองหวั ช้าง ซึง่ มีตำแหนง่ ท่ตี งั้ อย่ใู กลเ้ คียง พบวา่ ค่าปรมิ าณนำ้ ทา่ รายปเี ฉลี่ย
ต่อหน่วยพ้ืนที่รับน้ำฝนของปริมาณน้ำท่าที่ไหลเขา้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว โดยแบบจำลอง NAM มีค่าต่ำที่สุด 40.78
ลติ ร/วินาที/ตร.กม. และปรมิ าณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นทรี่ ับน้ำฝนของปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำคลอง
หวั ช้าง มีค่าสูงทสี่ ุด 74.87 ลติ ร/วินาที/ตร.กม. ในขณะที่ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยต่อหน่วยพ้ืนที่รบั น้ำฝนของปริมาณ
น้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเหมือนตะก่ัว โดยการพิจารณาแบบลุ่มน้ำรวม มีค่า 54.26 ลิตร/วินาที/ตร.กม. ซึ่งมีค่า
ใกล้เคียงกับของอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน 53.47 ลิตร/วินาที/ตร.กม. จึงพิจารณาเลือกใช้ค่าปริมาณน้ำท่าท่ีไหลเข้าสู่
อา่ งเกบ็ นำ้ เหมอื งตะกวั่ จากผลการวเิ คราะห์โดยการพิจารณาแบบลุ่มน้ำรวมสำหรบั การศกึ ษาในลำดับตอ่ ไป

ปริมาณนำ้ ทา่ ที่ไหล อา่ งเกบ็ น้ำเหมอื งตะกว่ั ข้อมูลตรวจวดั ข้อมลู ตรวจวัด
เขา้ สู่อ่างเก็บน้ำ (พื้นท่ีรบั นำ้ ฝน 20.27 ตร.กม.) ของอ่างเกบ็ นำ้ ของอ่างเก็บน้ำ
การวิเคราะห์ การวเิ คราะห์ คลองป่าบอน คลองหัวช้าง
- ปริมาณนำ้ ทา่ ทไ่ี หลเขา้ ส่อู า่ งเกบ็ โดยแบบจำลอง โดยการพจิ ารณา (พ้ืนท่ีรับน้ำฝน (พ้ืนท่รี บั นำ้ ฝน
น้ำรายปีเฉล่ีย (ลา้ นลกู บาศก์เมตร) 29.7 ตร.กม.) 30.8 ตร.กม.)
- ปรมิ าณนำ้ ทา่ รายปเี ฉล่ยี ตอ่ หน่วย NAM แบบลุม่ นำ้ รวม
พ้ืนที่รบั น้ำฝน (ลิตร/วินาที/ตร.กม.) 50.08 72.72
26.07 34.68
53.47 74.87
40.78 54.26

3.4.7.3 ปริมาณนำ้ นองสงู สดุ

จากผลการคำนวณปริมาณน้ำนองสูงสุดท่ีรอบปีการเกิดซ้ำของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว จากการวิเคราะห์
แจกแจงแบบลมุ่ น้ำรวม การวิเคราะห์กราฟน้ำนองสูงสดุ จากขอ้ มลู พายุฝน ได้แสดงรายละเอียดไว้ในบทท่ี 2 ได้ทำการ
เปรียบเทียบกับผลการศึกษาเดิมของอ่างเหมืองตะก่ัวแสดงได้ดังตารางที่ 3.4.7-2 เมื่อพิจารณาท่ีรอบปีการเกิดซ้ำ
500 ปี ซ่ึงเป็นรอบปีการเกิดท่ีใช้ในการออกแบบอาคารระบายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว พบว่า ปริมา ณ
น้ำนองสูงสุดจากการวิเคราะห์แจกแจงแบบลุ่มน้ำรวม การวิเคราะห์กราฟน้ำนองสูงสุดจากข้อมูลพายุฝน และ
การศึกษาเดิมมีค่าเท่ากับ 263.8 226.4 และ 222.1 ลบ.ม./วินาที ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผลการคำนวณปริมาณ
นำ้ นองสงู สุดจากขอ้ มลู พายฝุ น มีค่าใกล้เคยี งกับผลการศกึ ษาเดมิ และมคี ่าเหมาะสมสำหรบั ใช้ในการศึกษาการเคลื่อน
ตัวของกราฟน้ำนองสงู สุดผา่ นอาคารนำ้ ล้นของอา่ งเก็บน้ำต่อไป

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-72 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

ตารางที่ 3.4.7-2 การเปรยี บเทยี บปรมิ าณนำ้ นองสูงสดุ กบั ผลการศกึ ษาเดิมของเหมืองตะกั่ว

ผลกำรศีกษำ ปริมำณนำ้ นองสงู สดุ ท่ีรอบปีของกำรเกิดต่ำง ๆ, ลบ.ม./วินำที
2 5 10 20 25 50 100 200 500 1,000 10,000

1. กำรแจกแจงแบบลมุ่ นำ้ รวม 65.0 103.5 129.0 153.5 161.3 185.2 209.0 232.6 263.8 287.4 365.8

2. กรำฟนำ้ นองสงู สดุ จำกข้อมลู พำยฝุ น 67.6 93.2 110.0 128.4 137.0 156.3 176.4 197.4 226.4 249.4 332.7

3. กำรศึกษำเดิม - - - - - 120.7 148.1 178.2 222.1 - -

3) การวเิ คราะหก์ ราฟนำ้ นองสูงสุดเคลอ่ื นตัวผา่ นอาคารน้ำล้นของอ่างเกบ็ น้ำ

การวิเคราะห์กราฟน้ำนองสูงสุดเคล่ือนตัวผ่านอาคารน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว เป็นการ
วิเคราะห์การเปล่ียนแปลงของกราฟน้ำนองสูงสุดท่ีไหลเข้ามาสู่อา่ งเก็บน้ำและระบายล้นออกทางทางระบายน้ำล้นไป
ด้านทา้ ยน้ำ ตลอดจนการคำนวณระดบั นำ้ สงู สุดของอา่ งเกบ็ นำ้ เม่อื กราฟนำ้ นองสงู สุดขนาดตา่ ง ๆ ไหลลงสู่อา่ งเก็บน้ำ
ท้งั น้ีเพอ่ื ตรวจสอบความสามารถในการระบายน้ำของอาคารน้ำลน้ และระดบั น้ำสูงสดุ ในอา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะกั่ว

จากผลการศึกษาการเคล่ือนตัวของกราฟน้ำนองสูงสุดที่รอบปีการเกิด 500 ปี ที่ใช้ออกแบบขนาด
อาคารระบายน้ำล้น โดยมีความยาวสันอาคารระบายน้ำล้นให้มีขนาด 45 เมตร ดังแสดงผลวิเคราะห์ได้ในตารางที่
3.4.7-3 และแสดงการเปรียบเทียบกราฟน้ำนองสูงสุดไหลเข้าและไหลออกทางอาคารน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำเหมือง
ตะก่ัวได้ดังรูปท่ี 3.4.7-3 พบว่า ท่ีรอบปีการเกิด 500 ปี มีระดับน้ำนองสูงสุดท่ี +111.65 เมตร (รทก.) ซึ่งมีระดับน้ำ
สูงกว่าสันอาคารระบายน้ำล้น 1.65 เมตร แต่ยังคงมีระยะจากระดับน้ำนองสูงสุดถงึ ระดับสนั เขื่อน (Dry Freeboard)
2.35 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่ปลอดภัย จึงสรุปลักษณะของอาคารระบายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวจากผล
การศกึ ษาได้ดังนี้

ท่ีตัง้ ฝง่ั ขวาของตวั เขอ่ื น
ชนิด Duckbill weir Spillway
ความยาวสันอาคารระบายนำ้ ลน้ 45.00 เมตร
ระดบั สนั ฝาย +110.00 เมตร (รทก.)
ระดบั นำ้ นองสงู สุด +116.50 เมตร (รทก.)
ระบายนำ้ ไดส้ ูงสุดประมาณ (รอบ 500 ปี) 210.98 ลูกบาศกเ์ มตรตอ่ วินาที

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-73 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

ตารางที่ 3.4.7-3 ผลการวเิ คราะหก์ ารเคล่ือนตวั ของกราฟนำ้ นองสูงสุดผ่านอาคารระบายน้ำล้นของ
อ่างเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่

รอบปี ปริมำณกำรไหล ระดับนำ้ นอง Surcharge ปริมำณกำรไหล ร้อยละกำรลดลงของ
ของกำรเกิด เข้ำสงู สดุ สงู สดุ Depth ออกสงู สดุ ปริมำณกำรไหลออก
( ม.)
( ปี ) ( ลบ.ม./วินำที ) ( ม.รทก.) 0.71 ( ลบ.ม./วินำที ) สงู สดุ ( % )
2 67.60 110.71 0.89 59.62 11.80
5 93.24 110.89 1.00 83.92 10.00
10 110.00 111.00 1.12 99.86 9.22
20 128.38 111.12 1.17 117.37 8.58
25 136.95 111.17 1.28 125.55 8.32
50 156.30 111.28 1.39 144.02 7.85
100 176.42 111.39 1.50 163.25 7.47
200 197.38 111.50 1.65 183.26 7.15
500 226.40 111.65 1.77 210.98 6.81
1,000 249.41 111.77 2.15 233.06 6.56
10,000 332.71 112.15 312.32 6.13

หมำยเหตุ : 1) ระดับสนั ฝำยอำคำรระบำยน้ำลน้ เท่ำกับ +110.0 ม.รทก.
2) ควำมยำวสนั อำคำรระบำยนำ้ ลน้ 45 เมตร

ปริมาณน้านอง ูสงสุด ลบ.ม./ ิวนาที 250

500 ปี

500 ปี ปรมิ าณน้านองสงู สดุ ไหลเขา้

200 ปรมิ าณนา้ นองสูงสดุ ไหลออก

100 ปี
50 ปี 100 ปี

150 50 ปี

20 ปี
10 ปี 20 ปี

100 10 ปี

50

0
0 5 10 15 20 25 30
ชว่ งเวลา ชว่ั โมง

รูปที่ 3.4.7-3 กราฟน้ำนองสูงสุดไหลเข้าและออกท่ีคาบความถ่ีการเกิด 10 20 50 100 และ 500 ปี สำหรับ

อา่ งเกบ็ นำ้ เหมืองตะก่ัว

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-74 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น

3.4.8 คุณภาพนำ้ ผิวดิน
1) วัตถุประสงค์การศกึ ษา
(1) เพ่ือศึกษาสภาพปัจจุบนั ของคณุ ภาพนำ้ ผิวดินในพ้ืนท่ีการพฒั นาโครงการ และลำน้ำท่ีเกี่ยวขอ้ งตามบรเิ วณ

ทีค่ าดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในพื้นที่โครงการ และบริเวณท่ีจะทำการก่อสร้างหรือพฒั นาโครงการซึ่งอาจจะมี
ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพน้ำในแหล่งน้ำดังกล่าวมาแลว้ รวมถึงการศกึ ษาทบทวนคุณภาพน้ำในลำน้ำเหล่านแี้ ละประเมินผลกระทบ
ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ

(2) เพ่ือศึกษาความเหมาะสมของคุณภาพน้ำผิวดินในลำน้ำบรเิ วณโครงการต่อการใช้ประโยชนต์ ่าง ๆ เช่น การ
อปุ โภคบรโิ ภค การประมง/การเพาะเลยี้ งสตั วน์ ้ำ การชลประทาน การเพาะปลกู การปศุสตั ว์ ระบบนเิ วศทางนำ้ เป็นต้น

(3) เพือ่ ประเมนิ ผลกระทบทค่ี าดว่าจะเกิดขึน้ เน่ืองจากการพัฒนาโครงการต่อคุณภาพน้ำ เช่น การก่อสรา้ งอ่าง
เกบ็ นำ้ คลองสง่ นำ้ งานดนิ อื่น ๆ งานปรับพ้นื ที่ และการปรบั ปรงุ ทางนำ้

(4) เพ่ือศึกษาผลกระทบของกิจกรรมการประมงและการเพราะเล้ียงในลำน้ำตา่ ง ๆ การระบายนำ้ เสียของชุมชน
ในพืน้ ท่โี ครงการ การเลยี้ งปศสุ ตั ว์ การเกษตรกรรม และกิจกรรมอตุ สาหกรรมจากพ้นื ที่ลุ่มนำ้ ต่อคุณภาพน้ำในตน้ นำ้ และบริเวณ
ท้ายนำ้

(5) เพื่อเสนอมาตรการลดผลกระทบของโครงการต่อคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ ในระยะก่อสร้างและดำเนินการใน
ทุกบริเวณท่ีคาดวา่ จะเกดิ ผลกระทบท่สี ำคัญ

2) ขอบเขตและวิธีการศกึ ษา

(1) รวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานและเอกสารท่ีเก่ียวข้อง เช่น รายงานการศึกษาความเหมาะสม
และผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ นำ้ ห้วยบ้านพุ่ม ปีพ.ศ. 2545

(2) ทำการสำรวจภาคสนาม เพื่อศึกษาสภาพคุณภาพน้ำของห้วยบ้านพุ่ม โดยพิจารณาให้ครอบคลุม
การเปลย่ี นแปลงคุณภาพนำ้ ตามกิจกรรมการก่อสร้างโครงการ และครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำตามฤดูกาล
คือ ฤดูแล้ง และฤดูฝน สำหรับจุดเก็บตัวอย่างซึ่งครอบคลุมทั้งบริเวณเหนือน้ำและท้ายน้ำของบริเวณจดุ ที่จะทำการ
กอ่ สรา้ งโครงการ และบริเวณลำนำ้ ที่เกีย่ วขอ้ งซ่งึ อาจได้รบั ผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ มี 4 สถานีดงั น้ี

สถานีท่ี 1 บริเวณท่ีตั้งฝายทดน้ำคลองท่ายงู
สถานีท่ี 2 หว้ ยบอน (ทา้ ยนำ้ )
สถานีท่ี 3 ลำนำ้ สาขาห้วยแสด
สถานีที่ 4 คูน้ำห้วยแคน
3) วธิ ีการเกบ็ และวิเคราะหต์ วั อย่างน้ำ
รวบรวมขอ้ มลู ทตุ ิยภูมิจากรายงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ทำการสำรวจภาคสนาม เพ่ือศึกษาสภาพคุณภาพน้ำ การเก็บตัวอย่างน้ำจะให้ครอบคลุมการ
เปล่ียนแปลงคุณภาพน้ำตามกิจกรรมการกอ่ สร้างโครงการ สำหรับจุดเก็บตัวอย่างจะครอบคลุมทั้งบรเิ วณพื้นที่หัวงาน
บริเวณที่จะทำการก่อสร้างฝาย และพื้นท่ีชลประทาน โดยเก็บตัวอย่างน้ำในคลองเหมืองตะกั่ว คลองญวน คลองบังพรวน
และคลองใหญ่ จำนวน 4 สถานี 2 คร้ัง เพ่ือเป็นตัวแทนของ 2 ฤดูกาล คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ได้แก่ บริเวณที่ตั้ง
โครงการ พิกัด 618471E, 795884N (หัวงานเข่ือน) 1 สถานี บริเวณที่ตั้งฝายทดน้ำคลองท่ายูง พิกัด 619155E,
797957N จำนวน 1 สถานี บริเวณท่ตี ั้งฝายทดนำ้ คลองบ้านใหม่ พิกัด 619878E, 805880N จำนวน 1 สถานี บริเวณ
พน้ื ท่ีชลประทาน (ท้ายน้ำ) บรเิ วณบ้านคลองใหญ่ พกิ ดั 619543E, 798848N จำนวน 1 สถานีดังแสดงในรปู ที่ 3.4.8-1

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-75 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้

การเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินจะดำเนินการโดยใช้กระบอกเก็บตัวอย่างน้ำ (Water Sampler) ทำการเก็บน้ำท่ี
บริเวณจุดก่งึ กลางลำน้ำ และกึ่งกลางความลึกของลำน้ำ ตัวอยา่ งน้ำท่ีไดจ้ ะนำมาทำการวเิ คราะหโ์ ดยใช้วิธี Standard
Method ซง่ึ กำหนดโดย AWWA, APHA และ WPEF (1998) และวิธีที่สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ มยอมรบั สำหรับดชั นีคุณภาพนำ้ ผวิ ดินท่ีจะทำการวเิ คราะห์ ดงั ตารางที่ 3.4.8-1

4) ผลการศึกษา

ผลการสำรวจภาคสนาม

รอหนงั สืออนุญาตเข้าศึกษาวจิ ัยจากหน่วยงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งและดำเนินการสำรวจภาคสนามตอ่ ไป

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-76 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

รปู ท่ี 3.4.8-1 สถานีเก็บตวั อยา่ งคุณภาพนำ้ ผิวดินและนเิ วศวทิ ยาทางน้ำของโครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-77 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้

ตารางท่ี 3.4.8-1 ดชั นคี ุณภาพนำ้ ทที่ ำการวิเคราะหบ์ ริเวณพ้ืนทีโ่ ครงการ

ดชั นคี ุณภาพนำ้ วธิ กี ารตรวจวัดวิเคราะห์

1. ความเปน็ กรด-ดา่ ง (pH) Electrometric Method

2. อุณหภูมนิ ้ำ (Temperature) วัดในสนามโดยใช้ Thermometer

3. ความเค็ม (Salinity) Salinity meter

4. ความโปร่งใส (Transparcncy) วัดในสนามโดยใช้ Secchi Disc

5. ความขุ่น (Turbidity) Nephelometric Method

6. การนำไฟฟ้า (Conductivity) วัดในสนามโดยใช้ Conductivity Meter

7. ออกซิเจนละลายน้ำ (DO) Azide Modification

8. บีโอดี (BOD) 5-Day BOD Test

9. แคลเซียม (Ca2+) Atomic Absorption Spectrometer Method

10. แมกนเี ซยี ม (Mg2+) Atomic Absorption Spectrometer Method

11. โซเดยี ม (Na+), Atomic Absorption Spectrometer Method

12. Sodium Absorption Ratio (SAR) คำนวณ

13. RSC (Residual Sodium Carbonate) คำนวณ

14. ความกระด้างทั้งหมด (Total hardness as EDTA Titrimetric Method

CaCO3) Ion Chromatography Method
15. ซัลเฟต (SO42-) Ascorbic Acid Method
16. ฟอสเฟต (PO4) Ion Chromatography Method
17. คลอไรด์ (Cl-),

18. ไนเตรท (NO3-) Ion Chromatography Method

19. แมงกานีส (Mn) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

20. เหลก็ (Fe) Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

21. ปรมิ าณสารแขวนลอย (TSS) Dried at 103–105°C

22. ปรมิ าณของแขง็ ทล่ี ะลายได้ (TDS) Dried at 180°C

23. ตะก่ัว Digestion, Electrothermal Atomic Absorption

Spectrometric Method

24. แคดเมยี ม Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

25. ปรอท Cole Vapour Atomic Absorption Method

26. โครเมยี ม Atomic Absorption Spectrometric Method

27. สงั กะสี Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

28. ทองแดง Digestion, Inductively Coupled Plasma Method

29 สารหนู Atomic Absorption Spectrometric Method

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-78 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น

ตารางที่ 3.4.8-1 ดชั นคี ณุ ภาพน้ำท่ที ำการวิเคราะห์บริเวณพ้ืนทโี่ ครงการ (ตอ่ )

ดัชนีคณุ ภาพนำ้ วิธกี ารตรวจวดั วิเคราะห์

30. โคลิฟอร์มแบคทเี รียทัง้ หมด Total Coliform Bacteria Most Probable Number Method

31. ฟีคอลโคลิฟอรม์ แบคทีเรีย Fecal Coliform Bacteria Most Probable Number Method

32. ดีดที ี (DDT Gas Chomatography

33. แอลฟา-บเี อชซี (Alpha-BHC) Gas Chomatography

34. อัลดรนิ (Aldrin) Gas Chomatography

35. ดลี ดริน (Dieldrin) Gas Chomatography

36. เอนดริน (Endrin) Gas Chomatography

37. เฮปตาคลอร์ และเฮปตาคลอรอ์ ีปอกไซด์ Gas Chomatography

(Heptachlor and Heptachlor epoxide)

38. ไซยาไนท์ (cyanide) Distillation, Colorimetric Method

39. ไบคาร์บอเนต (HC O3-) Calculation

3.4.9 นำ้ ใต้ดิน

1) วัตถปุ ระสงค์
(1) เพื่อรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพของแหล่งน้ำใต้ดิน บ่อน้ำบาดาลและบ่อน้ำต้ืนในพ้ืนที่

โครงการ โดยเฉพาะพ้ืนท่ีท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ เช่น พ้ืนท่ีโครงการบริเวณท้ายน้ำ เป็นต้น รวมถึงสภาพ
อทุ กวทิ ยานำ้ ใต้ดนิ ในฤดกู าลตา่ ง ๆ ดว้ ย

(2) เพ่ือรวบรวมและวิเคราะหเ์ รื่องการใช้น้ำ/ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพ้ืนที่ดงั กลา่ วข้างต้น ตลอดจน
การใช้น้ำใต้ดนิ เพ่ือประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การเกษตร การอุปโภคบริโภค การพัฒนาน้ำใต้ดินในอดีตท่ีผ่านมาเพื่อเสริม
การใชป้ ระโยชน์จากนำ้ ผิวดิน ศักยภาพและขอ้ จำกัดของการพัฒนาน้ำใต้ดินในบรเิ วณพน้ื ทโี่ ครงการ

(3) เพื่อศกึ ษาคุณภาพนำ้ ใต้ดนิ ในบริเวณที่จะมกี ารพัฒนาตามโครงการ โดยเฉพาะพืน้ ทช่ี ลประทานจาก
ข้อมูลที่มีอยู่ เช่น พื้นท่ีโครงการ เป็นต้น เพ่ือศึกษาความเหมาะสมและศักยภาพการพัฒนาน้ำบาดาล และน้ำใต้ดิน
เปน็ แหล่งน้ำอุปโภคบรโิ ภค ในบรเิ วณเหลา่ นี้ หลงั จากมกี ารก่อสร้างโครงการ

(4) เพื่อประเมินผลกระทบเบื้องต้นของการพัฒนาโครงการต่อปริมาณน้ำใต้ดินและผลกระทบของการ
ใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรเพิ่ม เช่น ปุ๋ยและสารปราบศัตรูพืชต่อคุณภาพน้ำใต้ดิน ตลอดจนผลกระทบของการ
ชลประทานต่อความเคม็ ของดินและน้ำใตด้ นิ

(5) เพื่อเสนอมาตรการลดผลกระทบต่าง ๆ ต่อทรพั ยากรน้ำใต้ดิน อันเนื่องมาจากการพัฒนาโครงการ
รวมถึงการลดปญั หาการรว่ั ซมึ และปัญหาท่ีเกดิ จากการใช้สารเคมีเพ่ือการเกษตร

2) วิธีการศกึ ษา
(1) รวบรวมและทบทวนเอกสารข้อมูลและผลการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง เช่น

กรมทรพั ยากรธรณี กรมการพฒั นาชุมชน เปน็ ตน้ โดยจะทำการรวบรวมขอ้ มูลทเ่ี กย่ี วกับประเภท และจำนวนบ่อนำ้ ใต้
ดิน (ทั้งบ่อต้ืนและบ่อบาดาล) ในพื้นท่ีโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรวบรวมข้อมูลต่อไปท่ีจะทำได้ เช่น
หน่วยงานรับผิดชอบ ท่ีต้ัง ความลึก ประเภทชั้นอุ้มดิน Yield คุณภาพน้ำ การใช้ประโยชน์ของน้ำใต้ดิน โดยจะ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-79 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

รวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำใต้ดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอื กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (เกี่ยวกับสภาพการพัฒนาใน
อดตี และแนวโน้มในอนาคต) เพือ่ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดบั น้ำและคณุ ภาพแหล่งน้ำใตด้ ินด้วย

(2) ทบทวนข้อมูล ทุติยภูมจิ ากเอกสารรายงานท่ีเกีย่ วข้อง ได้แก่ รายงานการศึกษาความเหมาะสมและ
ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเก็บนำ้ เหมืองตะกั่ว ปีพ.ศ. 2552

(3) ดำเนินการสำรวจภาคสนาม เพ่ือรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับประเภทและจำนวนบ่อน้ำใต้ดิน ท้ังบ่อ
นำ้ ต้นื และบอ่ บาดาล และสภาพของบ่อ (Water Inventory) รวมทัง้ การใช้น้ำใตด้ นิ ในปัจจุบนั

3) วธิ กี ารเกบ็ และวิเคราะหต์ วั อย่างนำ้ คุณภาพน้ำใต้ดิน

ทำการรวบรวมขอ้ มูลแหล่งนำ้ ใต้ดนิ บรเิ วณพน้ื ท่โี ครงการและบริเวณใกลเ้ คียง ประกอบด้วย
1. ข้อมูลแผนที่ อทุ กธรณีวิทยา มาตราสว่ น 1:250,000 จากกรมทรพั ยากรธรณี
2. ข้อมูลบอ่ บาดาลจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
3. ขอ้ มูลพืน้ ฐานดา้ นแหล่งน้ำจากท่วี ่าการอำเภอปา่ บอน
4. ระบพุ กิ ดั และความลกึ ของบ่อ

- ทำการรวบรวมและทบทวนข้อมูล ทุตยิ ภูมิจากเอกสารรายงานท่เี กี่ยวขอ้ ง
- ดำเนินการสำรวจภาคสนาม เพื่อรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวกับประเภทและจำนวนบ่อน้ำใต้ดิน ท้ังบ่อ
นำ้ ต้นื และบ่อบาดาล และสภาพของบ่อ (Water Inventory) รวมทัง้ การใชน้ ำ้ ใตด้ นิ ในปจั จุบนั

- ทำการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดิน 2 คร้ัง ตามฤดูกาล คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ท้ังจากบ่อน้ำตื้นและ
บ่อบาดาล ที่อยู่ใกล้เคียงพื้นท่ีโครงการ ดังแสดงในรูปที่ 3.4.9-1 และตารางที่ 3.4.9-1 โดยมีจุดเก็บตัวอย่างอย่างน้อย
3 สถานี ไดแ้ ก่ บ่อนำ้ ใตด้ ินที่บ้านเหมืองตะกั่ว พิกัด 619262E, 798489N จำนวน1 สถานี บ่อน้ำใต้ดินที่บา้ นท่าเขียด
พิกัด 620392E, 803059N จำนวน 1 สถานี และบ่อน้ำใต้ดินท่ีบ้านคลองใหญ่ พิกัด 619306E, 805993N จำนวน 1
สถานี สำหรับดัชนีคุณภาพน้ำท่ีจะทำการตรวจวัด ได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง, สี, อุณหภูมิ, ความขุ่น, ความนำไฟฟ้า,
ความเคม็ , ความกระด้างทงั้ หมด, ปรมิ าณของแข็งทีล่ ะลายไดท้ ้ังหมด, ไนเตรท, ซลั เฟต, เหลก็ , สงั กะสี, ตะกัว่ , สารหนู, ซลิ เิ นียม,
ทองแดง, โครเมียม เฮกซาวาเลนท์, นิเกิล,ปรอท, แมงกานีส, แคดเมียม, ฟลูออไรด์, คลอไรด์, โคลิฟอร์มแบคทีเรีย
ทงั้ หมด, ฟคี อลโคลฟิ อรม์ แบคทีเรีย, อีโคไล และสารกำจดั ศตั รูพืช

ทั้งนีว้ ิธีการวเิ คราะหแ์ ละดัชนีการตรวจวัดจะเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการส่งิ แวดลอ้ ม
แห่งชาติ ฉบับท่ี 20 พ.ศ.2543 ซึ่งกำหนดให้ใช้วิธีการมาตรฐานสำหรับการวิเคราะห์น้ำและน้ำเสีย (Standard
Methods for the Examination of Water and Wastewater) ซึ่ ง American Public Health Association,
American Water works Association and water Environmental Federation ของสหรัฐอเมรกิ ารว่ มกนั กำหนด
หรือตามคู่มือวิเคราะหน์ ้ำและน้ำเสียของสมาคมวศิ วกรสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ประเทศไทย

4) ผลการศกึ ษา

ผลการสำรวจภาคสนาม

รอหนังสอื อนุญาตเขา้ ศกึ ษาวิจยั จากหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องและดำเนนิ การสำรวจภาคสนามตอ่ ไป

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-80 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งต้น

รปู ที่ 3.4.9-1 สถานีเก็บตวั อยา่ งคณุ ภาพนำ้ ใตด้ ินของโครงการ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-81 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอื้ งตน้

ตารางท่ี 3.4.9-1 ลกั ษณะคณุ สมบตั ิของน้ำใตด้ ินและวิธีการที่ใชใ้ นการศึกษาวเิ คราะห์

พารามิเตอร์ หน่วย วธิ ีการวัด/วิเคราะห1์ /

1. สี (Color) Pt-Co Visual Comparison Method
2. ความขุ่น (Turbidity) NTU Nephelometric Method
3. ความเปน็ กรด-ด่าง (pH) Electrometric Method
4. การนำไฟฟ้า (Conductivity) - Electrometric Conductivity
5. ความเค็ม (Salinity) µs/cm Electrometric Conductivity
6. เหล็ก (Fe) ppt Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
7. แมงกานสี (Mn) mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
8. ทองแดง mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
9. สงั กะสี mg/l Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
10. ซลั เฟต mg/l Ion Chromatography Method
11. คลอไรด์ (Cl-) mg/l Ion Chromatography Method
12. ฟลูออไลด์ mg/l Ion Chromatography Method
13. ไนเตรท (NO3-) mg/l Ion Chromatography Method
14. ความกระด้างท้งั หมด Total Hardness as CaCO3 mg/l EDTA Titrimetric Method
15. ปรมิ าณของแข็งทล่ี ะลายได้ (TDS) mg/l Dried at 180°C
16. สารหนู mg/l Digestion, Hydride Generation / Atomic
mg/l Absorption Spectrometric Method
17. ไซยาไนด์ Distillation, Colorimetric Method
18. ตะกั่ว mg/l Digestion, Electrothermal Atomic Absorption
mg/l Spectrometric Method
19. ปรอท Digestion, Cold-Vapor Atomic Absorption
mg/l Spectrometric Method
20. แคดเมียม Digestion, Inductively Coupled Plasma Method
21. ซลี ีเนยี ม mg/l Digestion, Hydride Generation / Atomic
mg/l Absorption Spectrometric Method
22. อโี คไล (E.Coli) Most Probable Number Method
23. ความกระด้างถาวร MPN/100 ml EDTA Titrimetric Method
24. บักเตรีท่ีตรวจพบโดยวธิ ี Standard plate count mg/l Standard plate count
25. บักเตรีท่ีตรวจพบโดยวิธี Most Probable Multiple Tube Fermentation Technique
Number (MPN) Colony/ml
MPN/100 ml

หมายเหตุ : 1/ แหลง่ นำ้ ประเภทที่ 3 (การอุปโภคและบรโิ ภคต้องผ่านการฆา่ เชื้อโรคตามปกติและผ่านกระบวนการปรบั ปรงุ คณุ ภาพน้ำ
ทัว่ ไปก่อน และเพ่ือการเกษตร) ตามประกาศคณะกรรมการสงิ่ แวดล้อมแห่งชาติ ฉบับท่ี 8 (พ.ศ. 2537) เร่ืองกำหนด
มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหลง่ น้ำผิวดิน

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-82 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น

3.5 การศึกษาทรัพยากรชวี ภาพ
3.5.1 ปา่ ไม้

1) วัตถุประสงคข์ องการศกึ ษา
(1) เพื่อศึกษานิเวศวิทยาป่าไม้ ปริมาณ ขนาด ปริมาตร ความหนาแน่น ความสมบูรณ์ และการใช้

ประโยชน์ของทรพั ยากรปา่ ไม้ สงั คมพชื ความสำคญั ของชนิดไม้ พื้นที่อนุรักษ์ตามธรรมชาติต่าง ๆ สภาพการบกุ รุกพ้นื ท่ี
ปา่ ของชาวบ้านและกจิ กรรมของโครงการทอ่ี าจก่อให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงนิเวศวทิ ยาปา่ ไม้

(2) เพื่อประเมนิ ผลกระทบทอ่ี าจเกิดขึ้นตอ่ ลักษณะนิเวศวิทยาป่าไม้ จากการดำเนินกิจกรรมของโครงการ
(3) เพื่อเสนอแนะมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อมที่อาจเกิดข้ึน ตลอดจนกำหนด
มาตรการติดตามตรวจสอบทีเ่ หมาะสม มปี ระสทิ ธิภาพ และเป็นธรรม
2) วิธีการศกึ ษา
2.1) ทำการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิเก่ียวกับการใช้ที่ดิน ข้อมูลป่าไม้และชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ รวมทั้ง
กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคบั ท่เี กี่ยวข้อง จากเอกสารและรายงานต่าง ๆ
2.2) ศึกษาวิเคราะห์ขอ้ มูลเก่ียวกบั นิเวศวิทยาบนบกในพ้ืนที่โครงการ และบริเวณใกล้เคียง ท่ีคาดว่าจะ
ได้รับผลกระทบจากการดำเนนิ โครงการ โดยประเด็นสำคญั ของการศึกษา ประกอบด้วย

• ลักษณะทางนิเวศวิทยา ความอุดมสมบูรณ์ และความสำคัญของระบบนิเวศ รวมถึงการใช้
ประโยชน์จากระบบนเิ วศ

• สภาพการเข้าใช้ประโยชน์/การบุกรุกพ้ืนที่ป่าของชาวบ้าน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ป่าสงวน
แห่งชาติ ป่าเทอื กเขาบรรทัด และพ้ืนที่อนรุ ักษ์เขตรักษาพันธสุ์ ัตว์ปา่ เขาบรรทดั (รูปที่ 3.5.1-1)

• พชื ในระบบนิเวศ ไดแ้ ก่ ชนิดพันธ์ุไม้ ความหนาแน่น ความหลากชนิด ปริมาณ ขนาด ปริมาตร
ไม้ และสถานภาพของทรพั ยากรปา่ ไม้ และสังคมพืช

2.3) การสำรวจข้อมูลด้านทรัพยากรป่าไม้ในภาคสนามจะดำเนินการในบริเวณท่ีต้ังหัวงานเขื่อน และ
พ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำ และพ้ืนที่โดยรอบ เพื่อให้ทราบถึงชนิดป่า ลักษณะการใช้ที่ดิน และสิ่งปกคลุมดินโดยสังเขป โดยใช้
แผนท่ีภูมิประเทศของกรมแผนท่ีทหาร มาตราส่วน 1:50,000 ข้อมูลดาวเทียม Google earth และเครื่อง GPS
(Global Positioning System) เป็นเครื่องมือชว่ ยในการสำรวจและวางแปลงศกึ ษา

ขนาดของแปลงตัวอย่าง ใช้แปลงตัวอย่างชั่วคราว (temporary sampling plots) เป็นรูป
ส่ีเหล่ียมขนาด 40x40 เมตร และในแปลงตัวอย่างขนาด 40x40 เมตร ได้ดำเนินการแบ่งแปลงย่อย ออกเป็น ขนาด
10x10 4x4 และ 1x1 เมตร ซึ่งเป็นขนาดแปลงตัวอย่างท่ีตามท่ีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนด
เช่นกัน แบง่ ออกได้ตามลักษณะของพรรณไม้ 3 ขนาด ดงั น้ี

• แปลงขนาด 10x10 เมตร (0.01 เฮกแตร์ หรอื 0.625 ไร่) ทำการบันทึกชนิดพรรณไม้ของ
ไม้ใหญ่ (tree) ที่มีขนาดเส้นรอบวงท่ีระดับความสูงเพียงอก (GBH : girth at breast high) มากกว่า 30 เซนติเมตร
บันทึกขนาดเส้นรอบวง (GBH) ขนาดความสูง (height) และตรวจสอบคุณภาพของต้นไมท้ ี่สามารถใช้ทำเป็นสินค้าได้
(จำนวนท่อน, log)

• แปลงย่อยขนาด 4x4 เมตร (0.0016 เฮกแตร์ หรือ 0.01 ไร่) วางซ้อนทับตรงมุมแปลง
ตวั อย่างขนาด 10x10 เมตร บันทึกชนิดพรรณไม้ของไมห้ นุม่ หรือลูกไม้ (sapling) ที่มีขนาดเส้นรอบวงที่ระดับความสูง
เพียงอกต่ำกว่า 30 เซนติเมตร (GBH) และมคี วามสูงมากกว่า 1.30 เมตร วัดและบันทกึ ขนาดเสน้ รอบวง ความสงู และจำนวน

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-83 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

รปู ท่ี 3.5.1-1 แผนทีพ่ นื้ ท่ปี า่ สงวนแหง่ ชาติ ป่าเทอื กเขาบรรทัด (โ น C) และเขตรกั ษาพันธุ์สตั วป์ า่ เขาบรรทัด
บรเิ วณพื้นที่โครงการและบริเวณใกลเ้ คียง

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-84 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้

• แปลงย่อยขนาด 1x1 เมตร (0.0001 เฮกแตร์ หรือ 0.000625 ไร)่ วางซ้อนทบั ตรงมุมแปลงตัวอยา่ ง
ขนาด 4x4 เมตร บันทึกชนิดพรรณไม้และจำนวนของกล้าไม้ (seedling) ที่มีขนาดความสูงน้อยกว่า 1.30 เมตร
ตลอดจนบนั ทึกชนิดพรรณไม้พืน้ ล่างชนดิ ตา่ งๆ (undergrowth) ทสี่ ำรวจพบในแปลงตัวอยา่ ง

แปลงตวั อยา่ งถาวร นอกจากนี้ที่ปรกึ ษาไดด้ ำเนินการวางแปลงตัวอยา่ งถาวรขนาด 20x40 เมตร
ในบรเิ วณพ้ืนท่ีป่าไม้ที่มีลักษณะเดียวกันกับในบริเวณพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำ ทั้งน้ีเพ่ือเป็นแปลงตัวอย่างที่ใช้อ้างอิงประเภท
ของป่า และนอกจากนย้ี ังได้ดำเนินการศึกษาลักษณะโครงสรา้ งทางด้านตง้ั (forest structure)

2.4) การวเิ คราะหข์ ้อมลู ขอ้ มูลทไี่ ด้จากการสำรวจและรวบรวมมาทงั้ หมดจะนำมาวิเคราะห์หาค่าต่าง ๆ
ดังนี้

- จำแนกชนิดป่า ชนิดไม้และไม้เด่นท่ีพบในป่าแต่ละชนิด โดยแสดงทั้งช่ือไทยและช่ือ
วทิ ยาศาสตร์

- วิเคราะหค์ วามหนาแนน่ เฉลี่ยของต้นไม้ ลกู ไม้ และกลา้ ไม้
- วิเคราะห์ความหลากหลายของชนิดไม้ คำนวณโดยใช้สมการของ Fisher’s Index of
Diversity (Fisher และคณะ, 1943)
- การแบง่ ชั้นความสูงตามแนวด่งิ (Vertical Stratification) วเิ คราะห์โดยใช้ Profile Diagram
- วิเคราะห์ปริมาตรเฉล่ียของไม้ใหญ่ (Timber Volume) ในการคำนวณปริมาตรไม้มกี ารแบ่งช้ัน
คุณภาพไม้ (TQ) ออกเป็น 3 ชั้น ดงั น้ี
TQ 1 เปน็ ทอ่ นไม้ท่มี เี ส้นผา่ นศนู ย์กลางเพียงอก ต้ังแต่ 30 เซนติเมตรข้นึ ไปแบ่งออกเป็น
TQ 1.1 คือ ไม้ท่ีมีความเปลาตรงมาก สามารถนำไปแปรรูปใช้ได้ทุกประเภทมีเศษไม้ที่เกิดจากการแปร
รูปไมน้ อ้ ย
TQ 1.2 คอื ไมท้ ่มี ีความเปลาตรงลดลง แตย่ ังคงสามารถนำไปแปรรปู ในเชิงเศรษฐกิจได้ แต่จะมเี ศษไม้
เหลอื อยู่มาก
TQ 1.3 คือ ไม้ที่ไมส่ ามารถนำไปใชใ้ นการแปรรปู เป็นไมแ้ ผน่ ได้ เนื่องจากคดงอ
เปน็ โพรงหรือถกู ทำลายโดยภัยธรรมชาติ เหมาะทีจ่ ะใช้ในการทำไมฟ้ นื หรือถ่าน
TQ 2 คอื ไมท้ ี่มีความโตระหวา่ ง 10-30 เซนตเิ มตร เปลาตรง สามารถใช้เป็นไม้เสากลมได้
TQ 3 คอื ไมท้ มี่ คี วามโตมากกว่า 10 เซนติเมตรขน้ึ ไป คดงอ เป็นโพรงหรอื มรี อยตำหนไิ มส่ ามารถใช้
เป็นไม้เสากลมหรอื แปรรปู ได้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เป็นไม้ฟืน
2.5) การตรวจสอบสถานภาพของพรรณพืช เป็นการพิจารณาถึงความสำคัญของต้นไมช้ นิดต่าง ๆ ท่ีพบ
ในพื้นท่ีปา่ ไม้ สรปุ ได้ดังนี้
- พชื ที่ใกลจ้ ะสญู พันธุใ์ นประเทศไทย
- ชนดิ พนั ธไุ์ ม้หวงหา้ มตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงหา้ ม พ.ศ. 2530
- สถานภาพปัจจบุ นั อ้างอิงตามการจำแนกของสำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดลอ้ ม (2540) และการจำแนกชนดิ พนั ธุท์ ถ่ี ูกคุกคามในประเทศไทย ตามฐานข้อมลู Red data of
Thailand (2548)
- ชนดิ พนั ธ์พุ ชื เฉพาะถ่ิน หรอื พชื ถน่ิ เดียว (Endemic Species)
- ของปา่ หวงห้าม ซึ่งกำหนดตามพระราชกฤษฎกี ากำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ. 2530

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-85 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

2.6) ประเมินสถานภาพของทรัพยากรป่าไม้ โดยวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ และข้อจำกัดต่าง ๆ เพ่ือเป็น
ขอ้ มูลประกอบสำหรบั การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อมตอ่ ทรพั ยากรปา่ ไม้ รวมทง้ั เสนอแนะแนวทางเพื่อการอนุรักษ์
และจดั การพ้นื ท่ีป่าไม้

2.7) เสนอแนะมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบส่ิงแวดล้อม รวมทั้งมาตรการในการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มของโครงการท่ีเหมาะสม มปี ระสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม

3) ผลการศกึ ษา
(1) ขอ้ มูลทตุ ยิ ภูมิ
เขตรักษาพนั ธสุ์ ัตวป์ า่ เขาบรรทัด
ตั้งอยู่ในเทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นเทือกเขาท่ีวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ และแบ่งระหว่างภาคใต้ฝ่ัง

ตะวันออกและภาคใต้ฝ่ังตะวันตก แบ่งเป็นจังหวัดพัทลุง และจังหวัดตรังเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ครอบคลุมพ้ืนท่ี
บางส่วนของ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา พ้ืนที่ประมาณ 791,847 ไร่
หรือ 1266.96 ตารางกิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระหว่าง 100-1,350 เมตร และความสูงชัน
อยู่ระหว่าง 250-300 ภูเขาบรเิ วณเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด นอกจากจะเป็นที่อยูอ่ าศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก
และยังเป็นแหล่งต้นน้ำทะเลสาบสงขลา ซ่ึงอยู่ทางด้านทางทิศตะวันออกของเทือกเขาน้ี ได้แก่ คลองนาท่อม
คลองหัวมร คลองทา่ มะเด่อื คลองป่าบอน คลองพรุพ้อ และคลองรัตภูมิ ซึ่งคลองเหล่านี้จะเป็นท่รี วมของลำน้ำเล็กอีก
จำนวนหลายสายทไี่ หลลงสู่ทะเลสาปสงขลา ทางดา้ นตะวันตก น้ันก็เช่นเดียวกนั ยังมี ลำน้ำอีกหลายสาย ที่ต้นน้ำเกิด
จากภูเขาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด และไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ได้แก่ แม่น้ำตรัง แม่น้ำปะเหลียน คลองลิพัง
และคลองละงู

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด มีสภาพป่าท่ีแตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบชื้นและ ป่าเขา
หินปูน ซ่ึงเป็นป่าท่ีไม่ผลัดใบ-ป่าดงดิบชื้น เป็นป่าที่ขึ้นปกคลุมพ้ืนที่ส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า พบตั้งแต่
บริเวณลำห้วยขึ้นไปจนถึงยอดเขา มีพรรณไม้ขนาดต่าง ๆ ข้ึนอยู่อย่างหนาแน่น เรือนยอดปกคลุมมากกว่า 80%
บรเิ วณพื้นที่ป่าปกคลุมด้วยอนิ ทรยี ์วตั ถุ ซึ่งเป็นซากของใบไมก้ ่ิงไม้เป็นจำนวนมาก-ปา่ เขาหนิ ปูน เป็นปา่ ท่ีขนึ้ อยู่เฉพาะ
ตามภูเขาที่เปน็ เขาหินปูนเท่าน้ัน

ในเขตรักษาพันธุส์ ัตว์ป่าเขาบรรทัด พบว่า ปา่ เขาหนิ ปนู บริเวณหนว่ ยพทิ กั ษป์ า่ โตนเต๊ะ และบรเิ วณ
ถำ้ เจด็ คต ใกล้หนว่ ยพิทักษ์ปา่ คีรวี ง สภาพป่าเปน็ ปา่ แคระแกร็น ไม้ที่ขน้ึ อยมู่ ีขนาดเลก็ เน่ืองจากมีซบั หน้าดินน้อยมาก
ชนดิ พรรณไมบ้ รเิ วณท่ีข้ึนถงึ น้ันเปน็ เนินเขาเต้ยี ๆ ไมส่ ูงชนั มีชน้ั หน้าดินค่อนข้างหนาและติดอยู่กบั ปา่ ดบิ ชื้น

จากการทบทวนข้อมูลทุติยภูมิการศึกษาวางแผนโครงการอ่างเก็บน้ำ เหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ จังหวัดพัทลุง พ.ศ.2552 พบว่า ทรัพยากรป่าไม้ อำเภอป่าบอนมีพ้ืนที่ป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ป่าสงวน
แห่งชาติป่าเขาจันทร์ ป่าเทือกเขาบรรทัด แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 ทั้งน้ีที่ปรึกษาได้ดำเนินการตรวจสอบพ้ืนที่โครงการที่
ซ้อนทบั อย่ใู นพื้นที่อนรุ กั ษ์ตามกฎหมายตา่ ง ๆ ดังแสดงตารางท่ี 3.5.1-1

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-86 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น

ตารางท่ี 3.5.1-1 พน้ื ทโี่ ครงการอ่างเก็บนำ้ เหมอื งตะกั่วอนั เนื่องมาพระราชดำริ อยู่ในเขตพ้ืนท่ีอนรุ กั ษ์

องคป์ ระกอบโครงการ พน้ื ท่ี (ไร่) พ้ืนทป่ี า่ เศรษฐกิจ (E) พื้นที่ปา่ อนุรักษ์ (C) เขตรกั ษาพันธ์สุ ตั ว์ปา่ ปา่ เทอื กเขาบรรทัด ป่าเขาจันทร์
(ไร่) (ไร่) (ไร่) (ไร่) (ไร่)
อา่ งเก็บนำ้
หัวงาน 1,044.751 444.217 600.534 640.124 1,044.751 -
ถนนเข้าหวั งาน
บ่อยืมดิน 263.304 168.214 30.245 44.480 121.043 31.236

12.532 10.236 - - - 10.607

887.213 91.928 209.669 251.007 301.957 38.314

ช้นั คุณภาพลุ่มนำ้
รวบรวมเอกสารและข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
เป็นตน้ เอกสารและขอ้ มูลทท่ี ำการรวบรวม เช่น แผนท่ีแสดงขอบเขตที่ตง้ั และรายละเอียดที่ตั้งโครงการ แผนที่แสดง
ขอบเขตชัน้ คณุ ภาพลมุ่ นำ้ บรเิ วณชัน้ คุณภาพลุ่มนำ้ ครอบคลมุ พืน้ ท่ีโครงการ แผนที่การใช้ที่ดนิ บรเิ วณพ้นื ท่ีโครงการ

จ า ก ก า ร ต ร ว จ ส อ บ พื้ น ที่ ช้ั น คุ ณ ภ า พ ลุ่ ม น้ ำ บ ริ เว ณ พ้ื น ที่ โค ร ง ก า ร กั บ ส ำ นั ก ง า น น โย บ า ย แ ล ะ แ ผ น
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พบว่า พื้นที่อ่างเก็บน้ำ อยู่ในพื้นท่ีลุ่มน้ำช้ันท่ี 3 ประมาณ 0.03 ตาราง
กิโลเมตร และพ้ืนที่ลุ่มน้ำช้ัน 4 ประมาณ 0.16 ตารางกิโลเมตร ท่อ PVC ผ่านพื้นท่ีลุ่มน้ำชั้นท่ี 4 ประมาณ 0.33
ตารางกโิ ลเมตร และพ้ืนที่ลมุ่ น้ำชน้ั 5 ประมาณ 13.69 ตารางกิโลเมตร และพื้นท่ีรบั ประโยชน์ อยใู่ นพน้ื ท่ลี ุ่มนำ้ ชนั้ ที่ 3
ประมาณ 0.01 ตารางกิโลเมตร พ้ืนท่ีลุ่มน้ำช้ัน 4 ประมาณ 0.07 ตารางกิโลเมตร และพ้ืนท่ีลุ่มน้ำช้ัน 5 ประมาณ
19.85 ตารางกโิ ลเมตร ดงั ภาคผนวก ก. ซึ่งบริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว มีพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่หัวงาน
ครอบคลุมพ้ืนท่ีทั้งหมด 118.71 ไร่ อยู่ในพ้ืนที่ชัน้ คุณภาพลมุ่ น้ำช้ันที่ 3 รองลงมาอย่ใู นพื้นท่ีช้ันคุณภาพลุ่มน้ำชนั้ ที่ 4
ตามลำดับ สว่ นพ้ืนท่ีรับประโยชน์มีพ้ืนที่ท้ังหมด 12,456 ไร่ พ้ืนที่บางสว่ นอยู่ในพืน้ ท่ีชนั้ คณุ ภาพล่มุ น้ำชั้นท่ี 3 และช้ัน
ท่ี 4 พ้นื ท่สี ว่ นใหญ่อยใู่ นช้ันคุณภาพลุม่ นำ้ ช้นั ที่ 5 ตามลำดบั แสดงดังตารางท่ี 3.5.1-2 และรปู ท่ี 3.5.1-2

ตารางท่ี 3.5.1-2 พนื้ ทชี่ ั้นคุณภาพลุ่มนำ้ บริเวณพ้ืนทีโ่ ครงการ

พนื้ ที่โครงการ ช้ันคุณภาพลมุ่ น้ำ หนว่ ย : ไร่

1A 1B 2 3 4 5 รวม

พน้ื ทอี่ ่างเก็บนำ้ - - - 16.619 102.087 - 118.71

พนื้ ทร่ี บั ประโยชน์ - - - 8.840 42.948 12,404.257 12,456.05

ท่มี า : สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติละส่งิ แวดล้อม, 2548

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-87 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องต้น

3.5.2 ทรัพยากรสตั ว์ปา่

1) วัตถุประสงค์การศึกษา

(1) เพ่ือศกึ ษาความหลากชนิด ปริมาณ สัดสว่ น และการกระจายของชนิดพันธ์ุ
(2) เพ่ือประเมินสถานภาพของสัตว์ป่าท่ีอยู่/อาศัย รวมท้ังมีแหล่งหากิน และกระจายพันธ์ุอยู่บริเวณ
พื้นที่โครงการฯ และพื้นทใี่ กล้เคยี ง
(3) เพอื่ ใช้เปน็ ข้อมลู พนื้ ฐานในการวเิ คราะห์และประเมินผลกระทบตอ่ สัตว์ปา่ ต่อถน่ิ ท่ีอยู่/อาศยั แหล่ง
หากนิ และกระจายพันธข์ุ องสตั วป์ า่
(4) เพ่อื เสนอมาตรการในการปอ้ งกัน/แกไ้ ข/ลดผลกระทบท่ีเกิดกับสตั วป์ ่า

2) วิธีการศกึ ษา
(1) การศกึ ษา และสำรวจความหลากชนิดของสตั วป์ า่ แบง่ ออกเปน็ 2 รูปแบบดงั น้ี

(1.1) การศึกษา และสำรวจทางตรง (Direct count) : เป็นการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูล
2 ลกั ษณะ คือ

การสงั เกต (Observation) : คอื การเก็บขอ้ มูลในพืน้ ทีศ่ กึ ษาจากการพบเห็นตัวสัตว์โดยตรง และ
จากหลักฐานอื่น ๆ เช่น รอยเท้า มูล รอยกัดกิน ร่องรอยการทำรัง/ขุดโพรง ขน คราบ ซาก และเสียงร้อง พร้อมทั้ง
บันทกึ ชนิดของสตั ว์ป่า และจำนวนของชนิดพนั ธ์ทุ ีพ่ บ เพือ่ นำมาประเมินความชกุ ชมุ โดยการศึกษาทำในเวลากลางวนั

การดักจับ (Life trap) : เป็นการใช้อุปกรณ์ในการดักจับเป็น อาทิ กรงดัก กระป๋อง/ขวดน้ำ
พลาสติก ฯลฯ เมื่อสามารถตรวจสอบชนิดได้ก็ปล่อยสู่ธรรมชาติ เนื่องจากลักษณะบางอย่างที่ใช้แยกชนิดสัตว์ป่า
บางชนิดอยู่บรเิ วณทยี่ ากตอ่ การมองเหน็ หรอื บางชนดิ มคี วามเร็วในการเคล่อื นไหว เชน่ หนู และจ้งิ เหลน

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-88 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้

รูปที่ 3.5.1-2 แผนท่ีช้ันคณุ ภาพลุ่มน้ำบริเวณพื้นที่โครงการ

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-89 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้อื งต้น

การศกึ ษา และสำรวจใช้เทคนคิ ในการสำรวจสตั วป์ า่ แตล่ ะชนิดดังนี้
ก. สัตว์สะเทินนำ้ สะเทินบก (Amphibians) สำรวจบริเวณแหลง่ น้ำตา่ ง ๆ ท่ีกระจายอยูใ่ นพื้น โดย
สำรวจทั้งในตัวเต็มวยั (adult) และลูกอ๊อด (tadpole)
ข. สัตว์เลื้อยคลาน (Reptiles) สำรวจในสภาพนิเวศต่าง ๆ ในพ้ืนท่ีโดยการเดินสำรวจ คุ้ยเข่ียหา
บริเวณที่เป็นกองวสั ดุ ในโพรง บนตนั ไม้
ค. นก (Birds) สำรวจในสภาพนิเวศต่าง ๆ ในพื้นท่ี โดยใช้กล้องส่องสองตา (Binocular)
กลอ้ งสอ่ งทางไกลกำลงั ขยายสูงแบบตาเดียว (Telescope) และกลอ้ งถ่ายรูป
ง. สัตว์เลยี้ งลกู ดว้ ยนม (Mammals) สำรวจในสภาพนเิ วศต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยการเดนิ สำรวจ และ
การดกั จับเปน็ (กลมุ่ ของหนู)
(1.2) การศกึ ษา และสำรวจทางออ้ ม (Indirect count) : เปน็ การเกบ็ ขอ้ มูลสัตว์ปา่ โดยการสอบถาม

จากประชาชนผทู้ ่ีอยู่ในพื้นทโี่ ครงการฯ/พื้นท่ใี กล้เคยี ง รวมทงั้ เอกสาร/ข้อมลู ทเี่ กยี่ วข้อง (ข้อมูลทุติยภูมิ) เพือ่ ใช้เป็น

ข้อมลู สำหรบั ชว่ ยในการทราบชนิดของสัตว์ปา่ ที่เคยพบเหน็ เทา่ น้นั

(2) การศกึ ษา และสำรวจแหลง่ ท่อี ยู่อาศยั ของสัตว์ปา่ (Ecological habitat) : ศึกษาสภาพนิเวศ
ถน่ิ ท่อี าศยั ท้งั ในพนื้ ทศ่ี ึกษา และพ้ืนทใี่ กลเ้ คียง เพื่อประเมินปัจจยั ทเ่ี อ้ืออำนวยตอ่ การดำรงชีวติ ของสตั วป์ า่

(3) การจำแนกชนดิ และจัดลำดับอนุกรมวธิ านใชเ้ อกสารเก่ยี วข้องกับสัตว์ปา่ แตล่ ะกลุ่มดังนี้
การจำแนกชนดิ
- สัตว์เล้ียงลูกด้วยนม ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Lekagul and McNeely, 1977. Francis, 2008

และ Corbett and Hill, 1992
- นก ใชเ้ กณฑ์วิเคราะห์ตามจารุจนิ ต์, 2550. และ Robson, 2002.
- สัตว์เลื้อยคลาน จำพวกงู กง้ิ ก่า จิ้งเหลน และจ้ิงจกตุ๊กแก ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Taylor, 1963

และ1965. Matsui, 1996 และ Cox et al, 1991. เต่า ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Nuttaphand, 1979. , A Field
Guide to The Reptiles of Thailand and South-East Asia. 2010. และ A Field Guide to The Reptiles
of Thailand. 2015.

- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ใช้เกณฑ์วเิ คราะห์ตาม Taylor, 1962., Inger, 1966., Berry, 1975.,
Matsui, 1996. และ ธญั ญา, 2547.

การลำดบั อนุกรมวธิ าน
- สัตว์เล้ียงลูกด้วยนม ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Francis, 2008 และ IUCN (The International
Union for Conservation of Nature), 2016. และ Mammal Species of The World, 2016.
- นก ใชเ้ กณฑ์วิเคราะหต์ าม Clements, 2015. The World Bird Database, 2016.
- สตั ว์เลอื้ ยคลาน ใชเ้ กณฑว์ ิเคราะหต์ าม The Reptiles Database, 2016.
- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ใช้เกณฑ์วิเคราะห์ตาม Amphibians Species of The World
2016.

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-90 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้

(4) การวิเคราะห์ประเมนิ สถานภาพสตั ว์ปา่ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ตามเกณฑด์ งั นี้
- สถานภาพตามกฎหมาย (พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยใช้ฉบับ

ปรบั ปรุง 2546) : เปน็ สถานภาพสัตว์ปา่ ในประเทศไทยท่ีได้รบั การคมุ้ ครองตามกฎหมาย และแบง่ ออกไดเ้ ป็น สัตวป์ ่า
สงวน (Reserved Animals) สัตว์ป่าคุ้มครอง (Protected Animals) และสัตว์ป่านอกคุ้มครอง (Non-protected
Animals)

สถานภาพทรัพยากรชีวภาพ (กำหนดโดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม, 2548) : เป็นสถานภาพสตั ว์ป่าของประเทศไทยทีถ่ กู จัดโดยผู้เชีย่ วชาญเฉพาะด้าน และจัดสถานภาพสัตว์
ป่าทถี่ กู คุกคามเส่ยี งตอ่ สภาวะการสูญพันธ์ใุ นประเทศไทย (Thailand Red Data) โดยมีหลายระดับทถ่ี กู จัด แตม่ ีระดับ
ใหญ่ท่ีสำคัญ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามระดับมากน้อยของความเสี่ยง คือ ระดับใกล้สูญพันธุ์อย่างย่ิง (Critically
Endangered : CE) ระดับใกล้สูญพันธุ์ (Endangered : EN) และระดับมีแนวโน้มสูญพันธ์ุ (Vulnerable : VU)
นอกจากน้ีมีสัตว์ป่าหลายชนิดที่ไม่จัดอยู่ในประเภทสถานภาพสัตว์ป่าถูกคุกคาม แต่มีแนวโน้มหรือโอกาสสูงมากท่ีจะ
กลายเป็นสตั ว์ป่าทมี่ ีสถานภาพถกู คุกคามในระดับใดระดับหนึ่ง ซง่ึ สัตว์ป่าเหล่านี้ไดร้ ับการจำแนกไว้เป็นพวกระดับใกล้
ถกู คกุ คาม (Near Threatened : NT)

สถานภาพด้านอนุรักษ์ : เป็นสถานภาพสัตว์ป่าในระดับนานาชาติ ตามเกณฑ์กำหนดของ IUCN
RED LIST, 2016 ซ่ึงพิจารณาจัดสถานภาพสัตว์ป่าท่ีถูกคุกคามเส่ียงต่อสภาวะการสูญพันธ์ุของโลก (Threatened)
โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามระดับมากน้อยของความเส่ียง คือ ระดับใกล้สูญพันธ์ุอย่างยิ่ง (Critically
Endangered) ระดับใกล้สูญพันธ์ (Endangered) และระดับมีแนวโน้มสูญพันธุ์ (Vulnerable) ส่วนพวกสัตว์ป่า
นอกจาก 3 ระดับดังกล่าวนม้ี ีหลายชนิดที่ไม่จดั อยใู่ นประเภทสถานภาพสัตว์ป่าถูกคุกคาม แตม่ ีแนวโน้มหรอื โอกาสสูง
มากท่ีจะกลายเป็นชนิดสตั ว์ป่าท่ีมสี ถานภาพถกู คุกคามในระดับใดระดับหนึ่งได้รับการจำแนกไว้เป็นพวกระดับใกล้ถูก
คกุ คาม (Near Threatened)

การวิเคราะห์ประเมนิ ความชกุ ชุมสัมพัทธข์ องประชากรสตั วป์ า่
ในการประเมินสถานภาพสัตว์ป่าด้านประชากรในท้องถิ่น ตามรายงานฉบับน้ี ได้ใช้เกณฑ์
พิจารณาจากดัชนีความเด่นทางนิเวศวิทยา (Importance Value Index = IVI) สัตว์ป่าแต่ละชนิดพันธุ์ในพื้นที่ศึกษา
ตาม ประทีป (2551ก) ซ่ึงแสดงถึงขนาดประชากรสัตว์ป่าที่ได้จากการสำรวจโดยตรง และขอบเขตการกระจายพันธ์ุ
ตามแหล่งพ้ืนท่ีศึกษาท้ังหมด และแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามเกณฑ์ค่าเฉล่ีย IVI คือระดับชุกชุม(Common) ระดับ
คอ่ นข้างหายาก (Uncommon) ระดับหายาก (Rare)

วิธีการคำนวณและวิเคราะห์ขอ้ มูลสถานภาพประชากร
ความมากน้อยชนดิ พันธ์ุ (Specific Abundance - A)
% A = จำนวนคร้ังที่พบตวั (t) × 100
จำนวนครง้ั ท่ีสำรวจ (T)
ความมากน้อยสมั พัทธป์ ระชากร (Relative Abundance - RA)
RA = ความมากน้อยแตล่ ะชนิดพันธ์ุ × 100
ผลรวมความมากน้อยสตั ว์ทกุ ชนิด
ความหนาแน่น (Relative density - RD)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-91 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้

RD = จำนวนตวั เฉลี่ยแตล่ ะชนิด/ระยะทาง (n/l) × 100
ผลรวมจำนวนตัวเฉล่ยี ทกุ ชนดิ /ระยะทาง (N/l)

ดชั นีความเด่นทางนิเวศวทิ ยา (Importance Value Index = IVI)
% IVI = (RA + RD)/ 2

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มของสัตว์ป่าท่ีไม่สามารถนำมาประเมินสถานภาพได้ (มม.) เนื่องจากเป็นข้อมูล
ทตุ ยิ ภูมิ (ข้อมลู จากการสอบถาม) ไม่สามารถระบคุ วามชดั เจน/ความแน่นอนของข้อมูลในปจั จบุ ันได้และอาจทำให้เกิด
ความคลาดเคลื่อนของการประเมินสถานภาพ รวมทง้ั ระดับของผลกระทบทงั้ ในปัจจุบนั และการคาดการณใ์ นอนาคต

3) ผลการศึกษา

(1) ข้อมลู ทุตยิ ภมู ิ
เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่าเขาบรรทดั
เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด มีทรัพยากรสัตว์นั้น แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สัตว์เล้ียง

ลกู ด้วยน้ำนม สัตว์จำพวกนก สตั วส์ ะเทินนำ้ สะเทินบก สตั วเ์ ล้อื ยคลาน ดังนี้
กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เช่น ค้างคาวขอบหูขาว ค้างคาวขอบหูดำ ค้างคาวหัวดำ ค้างคาว

หน้ายาว ค้างคาวหางโผล่ กระรอกหางม้า กระรอกดิน กระเต็น พญากระรอกบนิ หูแดง หนูขนเสียน หนหู วาย หนฟู าน
และหนูฟันขาว

กลุ่มนก จำนวน 283 ชนิดมีนกจำนวนหลายวงศ์ ท่ีมีจำนวนชนิดสูงมากเกิน 10 ชนิด วงศ์กินแมลงมี
จำนวน 26 ชนิด วงศ์นกปรอด 17 ชนิด วงศ์นกหัวขวานมี 18 ชนิด วงศ์นกจับแมลง 14ชนิด วงศ์นกกินปลามี
12 ชนิดและวงศ์นกคดั คู 11 ชนิด

กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก มีวงศ์กบต่าง ๆ จำนวน 16 ชนิด วงศ์อ่ึงต่าง ๆ จำนวน 7 ชนิด
กลมุ่ สตั ว์เล้ือยคลาน กลุ่มเตา่ กลมุ่ ตะพาบนำ้ มีจำนวน 3วงศ์ 9 ชนดิ กลุ่มต๊ักแก ก้ิงกา่ และจิง้ เหลน มี 4 วงศ์ 35 ชนิด
กลุ่มงูมี 6 วงศ์ 28 ชนิด กลุ่มปลาน้ำจืด รวมทั้งส้ิน 29 ชนิด วงศ์ท่ีมีจำนวนชนิดที่สูงที่สุด คือ วงศ์ปลารากกล้วย
มีจำนวน 6 ชนิด รองลงไปคือ วงศป์ ลาแขยง และวงศป์ ลาชอ่ น

(2) ผลการสำรวจภาคสนาม
รอหนังสอื อนุญาตเข้าศกึ ษาวจิ ยั จากหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งและดำเนนิ การสำรวจภาคสนามตอ่ ไป

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-92 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งตน้

3.5.3 นเิ วศวทิ ยาทางนำ้
1) วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา

(1) ศึกษาสิ่งมีชีวิตในน้ำเป็นหลัก ท้ังชนิด และปรมิ าณ ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช (Phytoplankton) และ
แพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) สัตว์หน้าดิน ปลา และพรรณไม้น้ำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหาร และเป็น
ตวั ชวี้ ัดถงึ ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ

(2) เพื่อศกึ ษาความสำคญั ของระบบนเิ วศในน้ำในพน้ื ท่ีศกึ ษาของโครงการ
(3) เพือ่ รวบรวมและเคราะห์ขอ้ มูลเกย่ี วกับการประมงและการเพาะเล้ยี งสตั วน์ ้ำ ในบริเวณพ้ืนทโ่ี ครงการ
(4) เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผลกระทบเนื่องจากกิจกรรมของโครงการในการก่อสร้างเส้นทางต่อ
ระบบนิเวศในน้ำ
(5) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบและแผนการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศในน้ำ

2) วิธีการและขอบเขตศกึ ษา

(1) ทำการรวบรวมข้อมลู ทตุ ยิ ภูมิดา้ นนิเวศวิทยาทางน้ำ จากรายงานทเ่ี ก่ียวขอ้ ง การสอบถามจากคนใน
พ้ืนที่ เกี่ยวกับพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำในลำน้ำห้วยบ้านพุ่มและลำน้ำใกล้เคียง และลำน้ำใกล้เคียง นอกจากนี้ได้
ดำเนินการสำรวจข้อมูลภาคสนาม และเก็บตัวอย่างส่ิงมีชีวิตทางน้ำ เพื่อให้ทราบถึงสภาพนิเวศวิทยาทางน้ำและ
ทรัพยากรประมงท่ีจะทำการเก็บรวบรวมภาคสนาม ได้แก่ แพลงก์ตอน สัตว์หน้าดิน ปลา และพรรณไม้น้ำ สำหรับ
สถานีเก็บตัวอย่าง เป็นสถานีเดียวกันกับการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำผิวดิน ท้ังหมด 4 สถานี ดังแสดงรายละเอียดไว้
แลว้ ในรูปท่ี 3.4.8-1 แสดงการเก็บนิเวศวทิ ยาทางน้ำในพ้นื ทโี่ ครงการ

(2) สำรวจและเก็บตัวอย่างแพลงกต์ อน สัตว์หน้าดิน ปลา และพรรณไม้น้ำ จำนวน 4 สถานี โดยการ
เกบ็ ตวั อย่างสถานีละ 2 คร้ัง ในชว่ งฤดูฝนและฤดูแลง้ โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี

(1) แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสตั ว์
- การเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ จะใช้ถุงแพลงก์ตอนขนาดตา
30 ไมครอน เพ่ือกรองตัวอย่างน้ำปริมาณ 80 ลิตร เก็บตัวอย่างน้ำโดยใช้กระบอกแบบปดิ อัตโนมัติจากสถานท่ีเก็บ
ตัวอย่างทั้ง 2 แห่ง ที่ความลึกประมาณ 0.6 เมตร ใต้ระดับผิวน้ำ ตัวอย่าง แพลงก์ตอนท่ีค้างอยู่ในถุงจะถูกรวบรวม
และเก็บรักษาด้วยน้ำยาฟอร์มาลีนเข้มข้น 5-7% เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์จำแนกชนิดและจำนวน
ณ หอ้ งปฏบิ ัติการตอ่ ไป โดยความหนาแน่นของส่ิงมชี ีวิตในนำ้ จะคำนวณในหน่วยเซลล์ต่อลูกบาศก์เมตร หลังจากท่ีทำ
การวเิ คราะห์ชนิดและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนของแต่ละแห่งแล้ว จะนำมาคำนวณความหลากหลายทางชีวภาพ
(Species Diversity Index) จากสมการของ Shannon-Wiener Index (Shannon และ Wiener, 1963) ดังน้ี

H’ = Pi(lnPi)

เมอื่ H’ = ดชั นีความหลากหลาย

Pi = ni/N

N = จำนวนแพลงก์ตอนทง้ั หมด

ni = จำนวนแพลงกต์ อนแต่ละชนดิ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-93 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น

นอกจากนี้แลว้ จะทำการเกบ็ ตัวอย่างน้ำเพ่ือนำไปวิเคราะห์ Chlorophyll A และ Pheophytin
A โด ยมี วิธีก ารเก็บ ตัวอย่ างต าม Standard methods for the Examination of Water and Wastewater
(20 edition, 1998) ซ่ึงมีรายละเอยี ดดังน้ี

1) กรองน้ำตัวอย่างด้วยกระดาษกรองขนาด 0.45 ไมครอน ทันทีท่ีเก็บตัวอย่างแล้วจด
ปริมาตรท่ีผ่านกระดาษกรองไว้เพ่ือนำไปคำนวณหา Chlorophyll A ต่อไป โดยปริมาตรน้ำที่ใช้ในการกรองให้ดูจาก
ความหนาแน่นของแพลงก์ตอน และปริมาณตะกอนที่มีอยู่ในตัวอย่างน้ำน้ันเป็นหลัก คือ อย่างน้อยบนกระดาษควร
ปรากฏสีเขยี วของแพลงกต์ อนให้เหน็

2) หยด MgCO3 ลงในกระดาษที่กรองน้ำผ่านแล้ว 3-4 หยด พับครงึ่ แลว้ ใส่ภาชนะปิดมิดชิด
เช่น กระดาษฟอยล์ในถุงพลาสติกที่ไมม่ ีอากาศ แล้วนำไปเกบ็ ไว้ในช่องแชแ่ ขง็ และสง่ ห้องปฏบิ ัติการวิเคราะห์คณุ ภาพ
น้ำของคณะประมงมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์

(2) สตั วห์ นา้ ดิน
จะทำการเก็บตัวอย่าง ณ สถานเี ดียวกันกับสถานเี กบ็ ตัวอย่างแพลงก์ตอน โดยใช้ Ekman

Grab ขนาดพื้นท่ี 0.5 ตารางฟุต ตักดินพื้นท้องนำ้ ณ แต่ละสถานี จำนวน 3 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างท้ังหมดที่เก็บได้จะ
ถูกนำมารวมเข้าด้วยกันเพ่ือจำแนกขนาดของสัตว์หน้าดิน โดยตะแกรงลวดหลายขนาด นอกจากน้ีจะบันทึกลักษณะ
ตะกอน และดองตัวอย่างที่ค้างอยู่ในตะแกรงด้วยน้ำยาฟอร์มาลีนที่มีความเข้มข้น 5-7% เพ่ือนำมาทำการวิเคราะห์
จำแนกชนิดและจำนวน ณ หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารต่อไป

(3) ปลาและสัตวน์ ำ้ และพรรณไมน้ ำ้ อ่ืน ๆ
จะทำการเก็บตัวอย่าง ณ สถานีเดียวกันกับสถานีเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอน และสัตว์หน้า

ดนิ ท้ังหมด 4 สถานี โดยใช้เบด็ ตกปลา และตาข่ายลอ้ มปลา ปลาที่จับได้จะถกู นำมาจำแนกชนิด น้ำหนักและความยาว
ของตัวปลา ซ่ึงหากไมส่ ามารถจำแนกชนดิ ไดจ้ ะทำการเก็บรกั ษาตวั อย่างในถงุ พลาสตกิ ในนำ้ ยาฟอรม์ ารนี ความเข้มขน้
10% และนำส่งไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการต่อไป นอกจากนี้จะทำการเก็บข้อมูล โดยการสอบถามจากชาวบ้าน
บริเวณน้ันด้วย

ท้ังนี้ในขณะท่ีทำการเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดินและปลา จะทำการตรวจสอบสภาพ
ปจั จุบนั ของการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ ริมฝั่งน้ำ พืชน้ำ ระบบนเิ วศวิทยาทางน้ำ รวมทัง้ การทำประมง และเพาะเล้ยี งสัตว์น้ำ
(หากม)ี ในลำน้ำทง้ั ด้านเหนอื นำ้ และทา้ ยนำ้ ดว้ ย

3) ผลการศึกษา

ผลการสำรวจภาคสนาม

รอหนังสืออนญุ าตเข้าศึกษาวจิ ัยจากหน่วยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งและดำเนนิ การสำรวจภาคสนามต่อไป

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-94 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้

3.6 การศึกษาคณุ คา่ การใช้ประโยชน์ของมนุษย์

3.6.1 การชลประทาน

3.6.1.1 ความกา้ วหนา้ ของการศกึ ษา
1. โครงการพฒั นาแหล่งน้ำ
โครงการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานท่ีได้ดำเนินการในพ้ืนท่ีลุ่มน้ำทะเลหลวง มีจำนวน 5 แห่ง

ไดแ้ ก่ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองบางคราม โครงการอ่างเกบ็ น้ำโหล๊ะจงั กระ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง โครงการ
อา่ งเก็บน้ำปา่ บอน และโครงการอ่างเก็บนำ้ โคกไทร แสดงตำแหน่งของโครงการดังไว้รูปที่ 3.6.1-1 สามารถเก็บกักน้ำ
ไดค้ วามจุรวม ประมาณ 87.45 ล้าน ลบ.ม.

2. การสำรวจและตรวจเยี่ยมพน้ื ทโ่ี ครงการ
กลุ่มผู้เช่ียวชาญและวิศวกรสนับสนุน ได้ตรวจสอบบริเวณพ้ืนที่โครงการ เม่ือวันท่ี 9 ตุลาคม 2562

ไดเ้ ขา้ พบประชาชนในพ้นื ท่แี ละตรวจสอบพนื้ ที่โครงการเบ้ืองต้น ดังแสดงในรูปท่ี 3.6.1-2

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-95 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

ทมี่ า : กลมุ่ บรษิ ัททปี่ รกึ ษา, 2562

รูปที่ 3.6.1-1 โครงการพัฒนาแหลง่ น้ำในปัจจบุ ันของพนื้ ทีล่ มุ่ นำ้ ทะเลหลวง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-96 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น

รปู ท่ี 3.6.1-2 พบประชาชนในพืน้ ที่และตรวจสอบพ้ืนทโ่ี ครงการเบือ้ งต้น

3.6.1.2 ปัญหาอปุ สรรคและแนวทางการแก้ไข
ไม่พบปญั หาและอปุ สรรคแต่อย่างใด

3.6.1.3 แผนการดำเนินงานในขัน้ ถดั ไป
คัดเลอื กรูปแบบทางเลือกระบบชลประทาน

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-97 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองตน้

3.6.2 เกษตรกรรม ปศสุ ตั ว์ และการเพาะเลี้ยงสตั ว์นำ้
3.6.2.1 การศึกษาดา้ นการเกษตร

3.6.2.1.1 ระบบการปลูกพืช และความเข้มข้นของการปลูกพืชเม่ือมีการพัฒนาโครงการ
1) กรณีปัจจบุ นั / อนาคตไม่มีโครงการฯ

ผลการศกึ ษาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ท่ีดินในสว่ นของบรเิ วณท่ีเป็นพื้นท่รี ับประโยชน์ของโครงการมีจำนวน
12,256.14 ไร่ พบว่า ปี พ.ศ.2561 มีการใช้ประโยชน์ทด่ี ิน 4 ประเภท โดยพ้นื ทส่ี ่วนใหญ่ประมาณ 9 ส่วนใน 10 ส่วน
ของพ้ืนที่รับประโยชน์เป็นพื้นท่ีเกษตรกรรม 10,779.74 ไร่ (พื้นที่ร้อยละ 87.97 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) การใช้
ประโยชน์ที่ดนิ ในพื้นที่เกษตรกรรม แบ่งออกเป็นกลมุ่ พืชและกลุ่มสตั วช์ นิดต่าง ๆ โดยพื้นท่ีสว่ นใหญ่หรือเกือบท้งั หมด
ในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมเป็นกลุ่มไม้ยืนต้น (พื้นที่ร้อยละ 86.17 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีกไม่มากนัก
ประกอบดว้ ยกลมุ่ ไม้ผล (พืน้ ท่ีร้อยละ 0.99) กลุ่มพ้นื ทน่ี า (พน้ื ทร่ี อ้ ยละ 0.47) กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือนเลย้ี ง
สัตว์ (พ้ืนที่ร้อยละ 0.27) และกลมุ่ พืชไร่ (พื้นท่ีร้อยละ 0.07) สำหรบั พ้ืนท่ีเกษตรกรรมยังแบ่งย่อยออกเป็นกลุ่มตา่ ง ๆ
ไดด้ ังนี้

- กลุ่มไม้ยืนต้น : พบว่ามีพื้นที่มากท่ีสุดในพื้นท่ีเกษตรกรรมโดยมีจำนวน 10,560.17 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
97.96 ของพนื้ ทเ่ี กษตรกรรม พื้นที่ส่วนใหญ่หรือเกอื บท้งั หมดเป็นพนื้ ท่ปี ลูกยางพารา (พ้ืนทรี่ ้อยละ 96.90) พื้นทสี่ ่วนท่ี
เหลืออีกไม่มากนักเป็นพ้ืนที่ปลูกปาล์มน้ำมัน (พื้นที่ร้อยละ 1.03) และที่มีพื้นท่ีเพียงเล็กน้อยมาก ๆ เป็นพ้ืนที่ปลูก
กระถิน (พนื้ ที่รอ้ ยละ 0.03)

- กลุ่มไมผ้ ล : พบว่ามีพื้นทค่ี ่อนข้างน้อยในพน้ื ที่เกษตรกรรม โดยมีจำนวน 121.63 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ 1.13
ของพื้นท่ีเกษตรกรรม พื้นท่ีส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นพ้ืนท่ีปลูกไม้ผลผสม (พ้ืนที่ร้อยละ 1.07) พ้ืนที่ส่วนที่เหลือ
อีกเพียงเล็กน้อย ประกอบด้วยพื้นที่ปลูกลางสาด ลองกอง (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.04) และพ้ืนท่ีปลูกกล้วย (พ้ืนท่ีร้อยละ
0.02)

- กลุ่มพื้นที่นา : พบว่ามีพ้ืนที่น้อยมากในพ้ืนที่เกษตรกรรม โดยมีจำนวน 57.08 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.53
ของพืน้ ทเี่ กษตรกรรม พ้ืนที่เกอื บทั้งหมดเป็นนาขา้ ว (พืน้ ทร่ี ้อยละ 0.47) ส่วนทเี่ หลืออีกเพียงเลก็ นอ้ ยเปน็ นาร้าง (พื้นที่
ร้อยละ 0.05)

- กลุ่มทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเล้ียงสัตว์ : พบว่ามีพ้ืนที่น้อยในพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีจำนวน
32.94 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.30 ของพื้นท่ีเกษตรกรรม ประกอบด้วยโรงเรือนเล้ียงสัตว์ปีก (พื้นท่ีร้อยละ 0.22) และ
โรงเรือนเล้ยี งสุกร (พ้นื ทร่ี ้อยละ 0.08)

- กลุ่มพืชไร่ : พบว่ามีพน้ื ทเี่ พียงเลก็ น้อยมาก ๆ ในพื้นทเ่ี กษตรกรรม โดยมีจำนวน 7.92 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ
0.07 ของพ้ืนที่เกษตรกรรม ประกอบด้วยพ้ืนท่ีปลูกสับปะรด (พื้นท่ีร้อยละ 0.05) และพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง (พ้ืนท่ี
รอ้ ยละ 0.02)

สำหรับประสิทธิภาพพ้ืนท่ีใช้ประโยชน์ท่ีดินทางการเกษตรนั้นจะไม่นำพ้ืนท่ีนาร้าง จำนวน 5.68 ไร่
มาคำนวณด้วย ซึ่งพื้นที่ดงั กล่าวเป็นพน้ื ทที่ ่ีไมไ่ ด้ใช้ประโยชน์ จึงสง่ ผลใหพ้ น้ื ท่รี ับประโยชน์ของโครงการมปี ระสทิ ธิภาพ
การใช้ประโยชน์พื้นที่การเกษตร (Cropping Intensity: CI) เท่ากับ 99.95 % เปรียบเทียบการใช้พ้ืนที่รับประโยชน์
ทางการเกษตรท้ังหมด โดยระบบปฏิทินการผลิต กรณีปจั จุบนั /อนาคตไมม่ ีโครงการได้แสดงในตารางที่ 3.6.2-1

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-98 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

ตารางที่ 3.6.2-1 ประสิทธภิ าพการใช้ประโยชน์พื้นท่กี ารเกษตร (Cropping Intensity: CI) และระบบป ทิ ินการ
ผลติ พืชกรณปี จั จบุ ัน/อนาคตไม่มีโครงการ

สภาพพน้ื ที่/ระบบการผลติ ปฏิทินการผลติ เนอื้ ที่ (ไร่)/ฤดกู าลผลติ /ร้อยละของพนื้ ทกี่ ารเกษตร

ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ฤดฝู น ร้อยละ ฤดแู ลง้ ร้อยละ ตลอดปี ร้อยละ

ทีร่ าบลุ่ม ระบบข้าวนาปเี ชิงเด่ียว 51.40 0.48

ขำ้ วพนั ธ์พุ นื เมือง ขา้ วพนั ธพุ์ นื้ เมอื ง 51 ไร่ 51.40 0.48 - - --

พชื ไร่ -- -- 7.92 0.07

มันส้ำปะหลงั มนั สาปะหลัง 1.98 ไร่ -- -- 1.98 0.02

สบั ปะรด สบั ปะรด 5.94 ไร่ -- -- 5.94 0.06

ไม้ยนื ต้น 10,560.17 97.96

ยำงพำรำ ยาพารา (10.446.62 ไร่ -- - - 10,446.62 96.91

ปำลม์ นำ้ มัน ปาลม์ นา้ มัน 111.02 ไร่ -- -- 111.02 1.03

ไม้สกั กระถิน 2.53 ไร่ -- -- 2.53 0.02

ไม้ผล 121.63 1.13

ไม้ผลผสม ไมผ้ ลผสม (114.31 ไร่ -- -- 114.31 1.06

กลว้ ย กล้วย (1.99 ไร่ -- -- 1.99 0.02

ลำงสำด ลองกอง ลางสาด ลองกอง (5.33 ไร่ -- -- 5.33 0.05

ทงุ่ หญ้าเล้ียงสัตวแ์ ละโรงเรอื นเลี้ยงสัตว์ 32.94 0.31

โรงเรอื นเลียงสตั วป์ ีก โรงเรอื นเลีย้ งสัตว์ปีก (24.27 ไร่ -- -- 24.27 0.23

โรงเรือนเลียงสกุ ร โรงเรอื นเลย้ี งสุกร (8.67 ไร่ -- -- 8.67 0.08

รวมพน้ื ทกี่ ารผลติ (ไร่) 51.40 0.48 - - 10,722.66 99.47

ประสทิ ธภิ าพการใช้ประโยชนพ์ น้ื ทก่ี ารเกษตร (Croping Intensity: CI) 99.95 %

2) กรณอี นาคตเม่อื มีโครงการ

สภาพการผลิตทางการเกษตรในพื้นท่ี 10,779.74 ไร่ เม่ือมกี ารพฒั นาแหล่งน้ำในอนาคตกรณมี ีโครงการฯ จะทำให้
มีปรมิ าณนำ้ ตน้ ทุนที่สามารถนำไปพฒั นาดา้ นการเกษตรและด้านอื่น ๆ ได้เพยี งพอ หลังจากมีโครงการ พืน้ ที่นาร้างจะ
ถกู เปลี่ยนมาเป็นนาขา้ ว ทำใหพ้ น้ื ที่นาข้าวเพิ่มขึ้นเป็น 57.08 ไร่ ส่วนในชว่ งฤดูแล้งเกษตรกรในทอ้ งถิน่ สามารถใช้พ้นื ท่ี
ร้อยละ 50 ของพ้นื ที่ปลูกข้าวนาปีมาเพาะปลูกขา้ วนาปรัง พืชท่เี สนอแนะโดยปกติพื้นที่ลุม่ ท่ีใช้ทำนาขา้ วหลังการเก็บ
เกี่ยวยังคงมคี วามชื้นในดินสำหรับปลูกพืชชนิดอื่น เช่น พืชไรอ่ ายุส้ัน โดยเฉพาะข้าวโพดเล้ียงสัตว์ พืชตระกูลถ่ัว หรือ
พชื ผัก ทดแทนการทำนาปรัง โดยจำแนกเป็น

1) การปลูกพชื ไร่อายุส้ันภายหลังการเก็บเก่ียวขา้ วนาปี เช่น ข้าวโพดเล้ยี งสตั ว์ พชื ดังกล่าวเป็นพชื ทม่ี ีความ
ตอ้ งการของตลาดและมีความเหมาะสมในการปลูกในดินนาข้าว ในฤดูแล้งหลังจากเก็บเก่ยี วข้าวนาปีจึงเสนอใหม้ ีการ
ปลกู ขา้ วโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณร้อยละ 10 ของเนื้อท่ีปลูกข้าวนาปี หรือคิดเปน็ เนอื้ ที่ 11.50 ไร่

2) การปลูกพืชตระกูลถั่วหรือพืชผักกินใบท่ีมีอายุส้ัน หลังการทำนาปีที่ดินยังมีความชื้นอยู่ พิจารณาจาก
ความเหมาะสมของทรัพยากรดิน แต่เน่ืองจาการปลูกและดูแลรักษาต้องใช้แรงงานมากและต้องพิจารณาถึงปริมาณ
ผลผลิตที่ออกสู่ตลาด จงึ กำหนดให้มีการปลกู ทดแทนพื้นท่ีปลูกข้าวนาปรังประมาณร้อยละ 10 ของเนื้อท่ีปลูกข้าวนา
ปรงั หรือคิดเป็นเนือ้ ที่ 5.70 ไร่ (ปลูก 2 รอบ)

นอกจากนี้ปริมาณน้ำท่ีเพิ่มขึ้นทำให้เกษตรกรในท้องถิ่นสามารถเปลี่ยนพ้ืนท่ีการปลูกไม้ยืนต้น คือ
ยางพารา ร้อยละ 10 มาปลกู ไมผ้ ลเพ่ิมขนึ้ ไดแ้ ก่ ไมผ้ ลผสม กล้วย ลางสาดและลองกอง ทั้งท่เี ป็นการปลกู ใหม่และปลูก
ทดแทนต้นท่ีครบอายุ ส่งผลกระทบทางบวกให้ประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน (cropping intensity) เพ่ิมสูงข้ึนจาก
99.95% เป็น 100.40% เปรียบเทียบกับการใช้พื้นท่ีรับประโยชน์ทางการเกษตรทั้งหมด ทั้งนี้การมีปริมาณน้ำต้นทุน
รองรับอย่างเพียงพอและต่อเน่ืองตลอดฤดูกาลจะเป็นการลดความเส่ียงจากการทำการเกษตร และจากการท่ีมี

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-99 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น

โครงการทำให้ประสิทธิภาพการปลกู พืชดีย่ิงขึ้น ผลผลิตจะเพ่ิมขึ้นเฉล่ียร้อยละ 25 จากเดิม โดยระบบปฏิทินการผลิต
กรณีอนาคตเมือ่ มโี ครงการได้แสดงในตารางท่ี 3.6.2-2

ตารางที่ 3.6.2-2 ประสิทธภิ าพการใช้ประโยชน์พ้ืนที่การเกษตร (Cropping Intensity: CI) และระบบป ทิ ินการ
ผลิตพชื กรณอี นาคตเมอ่ื มีโครงการ

สภาพพน้ื ที่/ระบบการผลติ ปฏิทนิ การผลติ เนอ้ื ท่ี (ไร่)/ฤดกู าลผลติ /ร้อยละของพนื้ ทกี่ ารเกษตร

ทีร่ าบลุ่ม ระบบข้าวนาปเี ชิงเดี่ยว ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ฤดฝู น ร้อยละ ฤดแู ลง้ ร้อยละ ตลอดปี ร้อยละ
ข้ำวพนั ธพ์ุ นื เมือง
ขำ้ วพนั ธ์ุสง่ เสรมิ 57.08 0.53

ระบบข้าวนาปรัง ข้าวพนั ธ์พุ น้ื เมือง 28.54 ไร่ 28.54 0.26 - - --
ขำ้ วพนั ธ์ุสง่ เสริม
ขา้ วพนั ธส์ุ ่งเสรมิ 28.54 ไร่ 28.54 0.26 - - --
พชื ไร่
ขำ้ วโพดเลียงสตั ว์ 25.69 0.24
มันส้ำปะหลงั
สบั ปะรด ข้าวพันธส์ุ ง่ เสริม 25.69 ไร่ - - 25.69 0.24 --

ไม้ยนื ต้น 11.50 0.11 7.92 0.07
ยำงพำรำ
ปำลม์ นำ้ มัน ขา้ วโพดเลย้ี งสตั ว์ 11.5 ไร่ - - 11.50 0.11 --
ไม้สกั
มันสาปะหลงั 1.98 ไร่ -- -- 1.98 0.02
ไม้ผล
ไม้ผลผสม สบั ปะรด 5.94 ไร่ -- -- 5.94 0.06
กลว้ ย
ลำงสำด ลองกอง 9,515.17 88.27

พชื สวน/พชื ผัก/ไม้ดอก ยาพารา (9,401.62 ไร่ -- -- 9,401.62 87.22
พชื ผกั /ผกั กนิ ใบ
ปาล์มนา้ มนั 111.02 ไร่ -- -- 111.02 1.03
ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรอื นเล้ียงสัตว์ กระถนิ 2.53 ไร่ -- -- 2.53 0.02
โรงเรือนเลยี งสตั วป์ ีก
โรงเรือนเลยี งสกุ ร 1,166.63 10.82

ไมผ้ ลผสม (845.81 ไร่ -- -- 845.81 7.85

กลว้ ย (158.74 ไร่ -- -- 158.74 1.47

ลางสาด ลองกอง (162.08 ไร่ -- -- 162.08 1.50

5.70 0.05

พืชผัก 2.85 ไร่ พืชผัก ไร่ 5.70 0.05

32.94 0.31

โรงเรอื นเลยี้ งสตั วป์ ีก (24.27 ไร่ -- -- 24.27 0.23

โรงเรอื นเล้ยี งสุกร (8.67 ไร่ -- -- 8.67 0.08

รวมพนื้ ทกี่ ารผลติ (ไร่) 57.08 0.53 42.89 0.40 10,722.66 99.47

ประสทิ ธภิ าพการใช้ประโยชนพ์ น้ื ทกี่ ารเกษตร (Croping Intensity: CI) 100.40 %

3.6.2.1.2 เปรียบเทียบมูลค่าผลตอบแทนทางการเกษตรเป็นรายปีสภาพปัจจุบันและสภาพอนาคตเม่ือมี
โครงการ

การคาดคะเนผลผลิต ต้นทุน และผลตอบแทนในอนาคตหลังจากมีโครงการ เมื่อพืชได้รับน้ำในปริมาณ
เพิ่มขึ้นและตรงตามระยะที่เหมาะสมการเจริญเติบโตของพืช เกษตรกรมีการใช้เทคโนโลยีและเคร่ืองจักรกลทางการ
เกษตรท่ีเหมาะสมตามคำแนะนำจะทำให้มีต้นทุนค่าแรงงานดูแลรักษาลดลงประมาณ 25% เน่ืองจากเปล่ียนมาใช้
เคร่ืองจักรกลทดแทนแรงงานคน รวมไปถึงการใช้พันธุ์ที่เหมาะสมจะส่งผลให้ได้ผลผลิตและผลตอบแทนเพ่ิมขึ้น
ประมาณ 25 % ดงั แสดงในตารางท่ี 3.6.2-3 เปรยี บเทยี บกับกอ่ นมีโครงการดงั แสดงใน ตารางที่ 3.6.2-4

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-100 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้

ตารางท่ี 3.6.2-3 ตน้ ทุนและผลตอบแทนของการปลกู พืชเศรษฐกิจในกรณอี นาคตเมื่อมโี ครงการ

รายการ ยางพารา ปาลม์ นา้ มัน ข้าวนาน้าฝน ข้าวนา ไม้ผล ข้าวโพด มัน ผกั กนิ ใบ
ชลประทาน (ลองกอง เลย้ี งสตั ว์ สาปะหลงั
เงาะ มังคดุ )

1. ตน้ ทุนผนั แปร 7,675 5,380 2,757 3,039 14,745 3,230 3,975 5,685

1.1 คำ่ แรงงำน 5,970 1,900 1,357 1,450 7,825 1,540 1,725 2,900

- คำ่ ดแู ลรักษำ 850 630 367 280 3,525 640 825 1,650

- คำ่ เครื่องจักร/เกบ็ เก่ียว 5,120 1,270 990 1,170 4,300 900 900 1,250

1.2 คำ่ ปัจจัยกำรผลติ 1,705 3,480 1,400 1,589 6,920 1,690 2,250 2,785

- เมล็ดพนั ธุ์ - - 400 430 - 390 350 650

- ปุ๋ย 1,050 2,960 930 980 2,680 1,000 1,100 1,380

- สำรเคมปี ้องกัน/ก้ำจัดศตั รูพชื 210 360 20 140 1,900 110 450 440

- คำ่ น้ำมนั เชอื เพลิงและไฟฟำ้ 40 80 35 14 1,420 100 130 120

- คำ่ อุปกรณแ์ ละวัสดสุ นิ เปลอื ง 390 70 10 10 640 30 100 150

- คำ่ ซอ่ มแซมอปุ กรณก์ ำรเกษตร 15 10 5 5 280 60 120 45

2. ตน้ ทุนคงที่ 725 557 345 610 2,480 620 940 220

- คำ่ เช่ำทด่ี นิ 475 520 300 500 1,200 600 800 200

- คำ่ เส่อื มอปุ กรณก์ ำรเกษตร 250 37 45 110 1,280 20 140 20

3. ตน้ ทุนรวมตอ่ ไร่ 8,400 5,937 3,102 3,649 17,225 3,850 4,915 5,905

4. ผลผลติ (กก./ไร่) 345 3,980 525 590 870 875 4,750 1,250

5. รำคำผลผลติ ท่เี กษตรกรขำยได้ ณ ไร่นำ (บำท/กก.) 46 2 10 8 25 7 2 10

6. ผลตอบแทนตอ่ ไร่ 15,698 9,512 5,250 4,720 21,750 6,125 9,500 12,500

7. ผลตอบแทนสุทธิ 7,298 3,575 2,148 1,071 4,525 2,275 4,585 6,595

ท่ีมา: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (จากการประมาณการ)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-101 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องตน้

ตารางท่ี 3.6.2-4 ต้นทุนและผลตอบแทนของการปลกู พืชเศรษฐกิจในกรณไี มม่ โี ครงการ

รายการ ยางพารา ปาลม์ น้ามัน ข้าวนานา้ ฝน ข้าวนา ไม้ผล ข้าวโพด มัน ผกั กนิ ใบ
ชลประทาน (ลองกอง เลยี้ งสตั ว์ สาปะหลงั
1. ตน้ ทุนผันแปร เงาะ มังคดุ )
1.1 คำ่ แรงงำน
- คำ่ ดแู ลรักษำ 7,955 5,590 2,880 3,129 15,920 3,440 4,250 6,235
- คำ่ เครื่องจักร/เก็บเก่ยี ว
1.2 คำ่ ปัจจัยกำรผลติ 6,250 2,110 1,480 1,540 9,000 1,750 2,000 3,450
- เมลด็ พนั ธุ์
- ปยุ๋ 1,130 840 490 370 4,700 850 1,100 2,200
- สำรเคมปี ้องกนั /ก้ำจัดศตั รูพชื
- คำ่ น้ำมนั เชอื เพลิงและไฟฟำ้ 5,120 1,270 990 1,170 4,300 900 900 1,250
- คำ่ อปุ กรณแ์ ละวัสดสุ ินเปลอื ง
1,705 3,480 1,400 1,589 6,920 1,690 2,250 2,785

-- 400 430 - 390 350 650

1,050 2,960 930 980 2,680 1,000 1,100 1,380

210 360 20 140 1,900 110 450 440

40 80 35 14 1,420 100 130 120

390 70 10 10 640 30 100 150

- คำ่ ซ่อมแซมอปุ กรณก์ ำรเกษตร 15 10 5 5 280 60 120 45
2. ตน้ ทุนคงที่ 725 557 345 610 2,480 620 940 220

- คำ่ เช่ำทด่ี นิ 475 520 300 500 1,200 600 800 200
- คำ่ เส่ือมอุปกรณก์ ำรเกษตร 250 37 45 110 1,280 20 140 20

3. ตน้ ทุนรวมตอ่ ไร่ 8,680 6,147 3,225 3,739 18,400 4,060 5,190 6,455
4. ผลผลิต (กก./ไร่) 276 3,186 420 472 700 700 3,800 1,000

5. รำคำผลผลติ ทเี่ กษตรกรขำยได้ ณ ไร่นำ (บำท/กก.) 46 2 10 8 25 7 2 10
7,615 4,200 3,776 17,500 4,900 7,600 10,000
6. ผลตอบแทนตอ่ ไร่ 12,558 1,468
975 37 - 900 840 2,410 3,545
7. ผลตอบแทนสุทธิ 3,878

ท่มี า: สำนกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร (จากการประมาณการ)

3.6.2.2 การศกึ ษาดา้ นการประมง

เมือ่ มีโครงการฯ การเลี้ยงสตั ว์น้ำที่มศี ักยภาพและควรไดร้ ับการส่งเสริมในโครงการ ได้แก่
(1) การเพาะเลี้ยงปลาไว้ขาย และเพื่อการบริโภคในครัวเรือน หรือบริเวณท่ีลุ่มริมลำน้ำ โดยขุดเป็นบ่อเลี้ยง
ปลาทำคันนาลอ้ มรอบเพอื่ เล้ียงปลาในนาขา้ ว
(2) การเล้ียงปลาไว้ขายและเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือจับปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติ การปล่อยปลาใน
แหล่งน้ำสาธารณะ หนองบงึ ธรรมชาติ และสระน้ำประจำโรงเรยี น มตี น้ ทุนและผลตอบแทนดังแสดงในตารางท่ี 3.6.2-5
(3) การขุดบ่อเล้ียงปลา ในพืน้ ทีน่ าดอนทนี่ ้ำไม่ท่วมสามารถขุดเป็นบ่อเลี้ยงปลาโดยทำคนั ขนาดใหญ่ล้อมรอบ
และปลูกไม้ยืนต้นในรูปของการทำการเกษตรแบบผสมผสาน หรือขุดบ่อเลียงปลาเป็นอาชีพ เป็นการเลี้ยงปลา
เบญจพรรณ ที่มีวงจรชีวิตสั้น ปลาท่ีแนะนำเป็นปลากินพืชคละกันเป็นลักษณะเบญจพรรณ ได้แก่ปลานิล ปลาไน
ปลาตะเพียน ปลานวลจันทร์ และปลาจีน ปลาหมอ เป็นต้น แนะนำให้มีบ่อเล้ียงปลาคิดเป็นเนื้อท่ีร้อยละ 2.00 - 3.00
ของพ้ืนที่ชลประทานทั้งหมด
(4) การส่งเสริมการเลี้ยงปลาในนาข้าว ภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านวิชาการและพันธุ์ปลาของ
สำนักงานประมงจังหวัดพัทลุง ชนิดปลาท่ีแนะนำให้เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นปลากินพืชคละกันเป็นลักษณะเบญจพรรณ
รวมทั้งการเล้ียงปลาดกุ พนั ธุ์ลูกผสม

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-102 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น

ตารางท่ี 3.6.2-5 ตน้ ทุนและผลตอบแทนในอนาคตเม่อื มโี ครงการจากการเลี้ยงปลานำ้ จดื

รายการ ต้ น ทุ น ก า ร ผ ลิ ต หมายเหตุ
(บาท)

คา่ พันธ์ุปลา 1,000 - บ่อเล้ยี งปลาควรมีขนาดอยา่ งน้อย 400 ตารางเมตร

ค่าอาหาร 4,500 - ใส่ปุ๋ยคอก 100-200 กก./ไร่

คา่ นำ้ มันเชื้อเพลงิ 800 - อัตราการปลอ่ ยพันธป์ุ ลา ขนาด 3-5 เนตเิ มตร

คา่ ปูนขาว 1000 - ปลานลิ 2,000-4,000 ตัว/ไร่

ค่าปยุ๋ คอก 1,000 - ปลาไน 2,000-4,000 ตวั /ไร่

ค่าแรงงาน 1,500 - ปลาตะเพยี นขาว 3,000-4,000 ตัว/ไร่

รวม 9,800 - ปลาย่ีสกเทศ 1,000-2,000 ตวั /ไร่

ผลผลิต (กก./ไร)่ 950 - ปลาสลิด 3,000-5,000 ตัว/ไร่

รายได้ 50 บาท/กก.) 47,500 - ใสป่ ูนขาว 160 กก./ไร่

กำไร 37,700

ท่มี า : ดดั แปลงขอ้ มูลจากโครงการชลประทานทีอ่ ย่ใู กลเ้ คยี ง, 2560

3.6.2.3 การศึกษาด้านปศสุ ัตว์

ในอนาคตเมื่อมโี ครงการ ระบบการเลย้ี งปศสุ ัตว์ท่มี ีศกั ยภาพและควรไดร้ บั การสง่ เสริมในโครงการทมี่ ีดังน้ี
(1) การเล้ียงโคเน้ือ: เสนอให้เกษตรกรในพ้ืนท่ีโครงการท่ีมีพื้นที่ทำกินเป็นท่ีดอนหรือนาดอนเลี้ยงโคเน้ือเป็น
อาชีพเสริม ด้วยการเล้ียงโคเนื้อพันธุ์ลูกผสมระหว่างโคพันธ์ุพื้นเมืองโดยเลี้ยงแบบปล่อยให้หาอาหารกินในพื้นท่ี
สาธารณะตามธรรมชาติ ครัวเรอื นละ 2-3 ตัว และเสนอให้มีการเลยี้ งโคขุนพันธ์ุพื้นเมอื งที่มีสายเลือดผสมโคพันธ์ุจาก
ทวีปยุโรป เช่น พันธุ์ชาร์โรเลย์ซินเบนรอล หรือริมูซีนโดยนำโคท่ีมีอายุ 2-2.5 ปี น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ใช้
เวลาขุนนานประมาณ 6 เดือน ให้ได้น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 450 กก. จำหน่ายท้ังตัวกิโลกรัมละ 95-110 บาท ให้
ผลตอบแทนตัวละ 42,750-44,000 บาท โดยแนะนำให้เกษตรกรเลี้ยง 2-3 ตัวต่อครัวเรือน นอกจากน้ียังแนะนำให้
เกษตรกรเลี้ยงโคเพศเมียผสมเทียมและผลิตลูกโคพันธุ์ผสมขายให้กับผู้เล้ียงโคขุน ด้วยการใช้หญ้า วัสดุเศษเหลือจาก
การเก็บเกีย่ วพชื ไดแ้ ก่ ฟางข้าว ลำต้นใบของข้าวโพดฝักสด พชื ผัก ต้นถ่ัวลิสง เปน็ อาหาร ซ่งึ สำนกั งานปศสุ ัตว์จังหวัด
สงขลาให้การส่งเสริมสนบั สนุนการจดั ตั้งธนาคารโคในพืน้ ท่ีอยา่ งเตม็ ที่ แนะนำให้เกษตรกรทำแปลงหญ้าเล้ยี งโคเป็นของ
ตนเองและปลูกหญ้ากินนีสีม่วง หญ้ารูซ่ี หญ้าแพงโกล่า และหญ้าเนเปียร์ปากช่อง ตัดเลี้ยงโคเนื้อ ประเภทโคขุน ซึ่ง
แปลงหญ้าที่มเี นื้อที่ 1 ไร่ เล้ียงโคขุนได้ 2-3 ตวั หรือตัดหญ้าสดจำหน่ายใหแ้ กผ่ ู้เล้ียงปศุสัตว์ทั่วไป ปัจจยั การผลิตและ
ผลผลติ ที่คาดว่าจะไดร้ ับจากการเลยี้ งโคเน้ือดังแสดงในตารางท่ี 3.6.2-6
(2) การเล้ียงสุกร: ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร ที่นับถือศาสนาพุทธเลี้ยงสุกรไว้เพื่อการบริโภคใน
ครัวเรือนและขายในส่วนท่ีเหลือเพื่อเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน โดยแนะนำให้เลี้ยงครัวเรือนละ 2-3 ตัว เฉพาะ
ครัวเรือนท่ีมีศักยภาพในการเลี้ยง และเลี้ยงพันธ์ุลาร์จไวท์และแลนด์เรซ เล้ียงแบบขังคอกโยให้อาหารท่ีมีอยู่ในพ้ืนที่
และอาหารสำเรจ็ รปู

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-103 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น

(3) การเล้ียงไก่: เป็นพันธ์ุไก่พื้นเมือง ไก่เนื้อพันธุ์ลูกผสมสามสายเลือดระหว่างสายพันธ์ุไก่ชนท่ีทนทานต่อ
โรคระบาดหาอาหารเก่ง ไก่ไข่พันธุ์พันธ์ุโรสไอแลนด์เรด และไก่ชนเสนอให้เกษตรกรเล้ียงไก่เนื้อ ร้อยละ 30 ส่วนที่
เหลอื ร้อยละ 70 เป็นไก่พื้นเมอื ง โดยทำคอกยกสูงจากพน้ื ประมาณ 1 เมตร เพ่ือใหอ้ ากาศถ่ายเทได้สะดวกและป้องกัน
ผลกระทบที่เกิดจากความชื้นจากดิน เล้ียงแบบกึ่งพื้นเมืองปล่อยแบบธรรมชาติและกินอาหารที่เหลือจากครัวเรือน
และกึ่งวิชาการที่มีการทำคอกของแตล่ ะบ้านโดยจำนวนเล้ียง 5-10 ตัว ต่อครวั เรือนมวี ัตถุประสงค์ในการเล้ยี งเพื่อการ
บริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายในส่วนท่ีเหลือเป็นรายได้เสริมของครัวเรือน โดยใช้ข้าวที่ผลิตได้ และวัส ดุผลิตผล
เกษตรท่ีเหลือเป็นอาหารและต้องป้องกันกำจัดโรคอย่างจริงจังโดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เช่น ฝนต้นหนาวและ
ในฤดูรอ้ นไมค่ อ่ ยมีการให้วคั ซีนหรือป้องกนั โรค มกี ารเลีย้ งแบบประกันราคา

ตารางที่ 3.6.2-6 การใชป้ จั จยั การผลิตและผลผลติ ทคี่ าดว่าจะได้รบั จากการเลี้ยงโคเนื้อ

รายการ หนว่ ย ปรมิ าณ

1. คา่ ลงทุน

- โรงเรอื น บาท/ตัว 500

- โคก่อนขนุ บาท/ตวั 10,000

- อาหารข้น บาท/ตวั 4,000

- อาหารหยาบ (หญา้ ) บาท/ตัว 300

- แรงงานเลย้ี งดู บาท/ตัว 500

- ถ่ายพยาธิ บาท/ตวั 60

- อปุ กรณ์ บาท/ตวั 200

- ขนสง่ บาท/ตวั 300

- เสียโอกาส บาท/ตวั 800

- อื่น ๆ บาท/ตวั 100

รวม บาท/ตวั 16,760

2. ราคาขาย บาท/ตัว 45,600

3. รายไดส้ ทุ ธิ บาท/ตัว 28,840

ท่ีมา : ปรับแปลงข้อมลู จากโครงการชลประทานทอ่ี ยู่ใกล้เคียง และขอ้ มูลสำนักงานปศสุ ตั ว์จังหวัด, 2560

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-104 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้

1) การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม
1) กรณีไม่มีโครงการ เม่ือพิจารณาจากประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในพื้นท่ีโครงการ เนื่องจากเกษตรกรท้องถ่ิน
มวี ิถีชีวิตในการทำการเกษตรแบบด้ังเดมิ หรือทำการเกษตรน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้มโี อกาสเสี่ยงกับปัญหาการขาดแคลน
นำ้ ในชว่ งฤดูกาลเพาะปลูกค่อนขา้ งสงู มาก สง่ ผลกระทบให้คณุ ภาพชีวิตของเกษตรกรด้อยลง มคี วามเส่ียงหรอื ไมม่ ่ันคง
ทางด้านเศรษฐกิจตลอดเวลา
2) กรณีมีโครงการ ในการพัฒนาโครงการฯ คาดว่าจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบต่อการเกษตรและ
การเลยี้ งสัตวด์ งั นี้
1. ผลกระทบเชิงบวก

ก) ประสิทธิภาพการใช้ดินเพื่อการเกษตรละผลผลติ เพ่ิมสูงขึ้น หากมีการพัฒนาโครงการฯ ทำให้ประสิทธภิ าพ
การใช้ทีด่ ินเพอื่ การเกษตรเพิ่มขึ้นเนื่องจากมปี รมิ าณน้ำเพยี งพอกบั การเพาะปลกู ทั้งในฤดฝู นและฤดูแลง้ โดยเมื่อมีการ
พัฒนาโครงการจะเพ่ิมค่า Cropping Intensity (C.I.) เป็น 100.40 % รวมท้ังการใช้ปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรที่
เพ่ิมสูงขึ้น และการส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเน่ืองโดยหน่วยงานภาครัฐทำให้ เกษตรกรท้องถ่ินสามารถเพิ่มผลผลิต
ของพชื ไดส้ งู ข้นึ เป็นผลกระทบทางบวกในระดับมาก

ข) การมีน้ำชลประทานจากโครงการฯ มีส่วนช่วยเสรมิ ความม่ันคงและลดความเส่ยี งในการทำการเกษตรในฤดู
ฝนโดยเฉพาะในช่วงฝนท้ิงช่วง ซ่ึงเป็นการประกันความแน่นอนของเกษตรกรท่ีจะมีน้ำเพื่อการเพาะปลูก อย่างน้อย
1 ครัง้ ในฤดูฝน เป็นผลกระทบทางบวกในระดบั ปานกลาง

ค) ควรลดโอกาสเส่ียงในการทำการเกษตรใช่ช่วงฤดูแล้ง และเพ่ิมพูนรายได้เกษตรกร ระบบการปลูกพืชที่ได้
เสนอแนะไว้ในกรณีมโี ครงการฯ จะทำใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงระบบการเกษตรจากด้ังเดมิ ที่เคยเพาะปลกู พืชชนิดเดียว
มาเป็นระบบการเกษตรที่มีความหลากหลาย (Diversified) หรอื ผสมผสานมากขนึ้ กลา่ วคือ มกี ารปลูกข้าวนาปี พืชไร่
พืชผัก และไม้ผล หรือเป็นการจัดระบบการเกษตรแบบเข้มข้น (Intensive Cropping) ทำให้มีการใช้ทรัพยากรท่ีมี
อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชนสูงสุดซ่ึงจะช่วยลดความเส่ียงในกรณีที่ราคาผลผลิตทางการเกษตรชนิดใดชนิดหนึ่ง
ตกต่ำหรอื ไม่แนน่ อนในบางปี ชว่ ยลดภาวการณข์ าดทนุ ช่วยเพิม่ พนู รายได้ต่อปีต่อครวั เรือนให้แกเ่ กษตรกร และยงั เปน็
การช่วยกระจายแรงงานของครอบครัวให้มีงานทำตลอดปี ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเคล่ือนย้ายแรงงานในท้องถิ่น
เปน็ ผลกระทบทางบวกในระดับปานกลาง

ง) ผลกระทบตอ่ การสรา้ งงานในภาคการเกษตร เนอ่ื งจากสภาพการผลิตทางการเกษตรในปจั จบุ นั ทำใหแ้ รงงาน
ในภาคการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยงิ่ ผู้อยู่ในวัยแรงงานอาจจำเป็นต้องย้ายถนิ่ ฐานออกไปรับจ้างทำงานนอกพ้ืนท่ีเพื่อมี
รายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของครอบครวั หากมีการพัฒนาโครงการแล้วจะทำให้เกิดความต้องการแรงงานในการ
ผลิตในท้องถิ่นเพ่ิมขึ้น ทำให้แรงงานไม่ต้องย้ายถิ่นออกไปรับจ้างทำงานนอกพ้ืนที่ เป็นผลกระทบทางบวกในระดับ
ปานกลาง

2. ผลกระทบเชงิ ลบ
ก) ผลกระทบจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร ในพ้ืนที่โครงการมีโอกาสเกิดข้ึนได้ ถ้าในพ้ืนท่ีโครงการได้รับ

การส่งเสริมให้เปน็ ระบบการเกษตรแบบเขม้ ข้น กล่าวคอื มกี ารปลูกพืชทัง้ ในฤดฝู นและฤดูแลง้ รวมทัง้ มีการใช้ปยุ๋ และ
สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมากขึ้นเพ่ือเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตร ถ้าเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจและมีการใช้
สารเคมีในปริมาณมากเกินความจำเป็น ไม่ถูกหลักวิชาการจะก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ ดิน และ
พืช ซ่ึงอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชิตในน้ำ สัตว์ในดิน ผลผลิตพืช รวมถึงตัวเกษตรกรท้องถ่ินและผู้บริโภค

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-105 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้

ปัจจัยการคา้ สนิ ค้าเกษตรระหว่างประเทศมีการกีดกันทางการคา้ โดยประเด็นทีไ่ ม่ใชภ่ าษี (non – tariff barrier) ก็คือ
สุขอนามัยพืช (phytosanitary) หากสินค้าเกษตรและอาหารมีการปนเปื้อนของสารเคมีจะถูกปฏิเสธการซ้ือขาย
ดังน้ัน ถ้าเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความร้ดู ้านการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างปลอดภัยมีส่วนช่วยให้เกดิ ปัญหา
น้อยลงหรอื ไมม่ ีเลย จึงคาดว่าผลกระทบดงั กลา่ วจะอยู่ในระดับน้อย

ข) ตน้ ทุนการผลิตทางการเกษตรทเี พิม่ สูงข้ึน หากระบบการเกษตรในพ้นื ท่ีโครงการไดร้ ับการพัฒนา/ส่งเสริมให้
เป็นระบบการผลิตแบบเข้มข้น เพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงข้ึน จำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น เครื่องจักร ปุ๋ย และ
สารเคมีเพม่ิ ขนึ้ ส่งผลให้ตน้ ทนุ การผลติ สงู ข้ึน เกษตรกรท้องถน่ิ อาจเพิ่มตน้ ทุนโดยตอ้ งกยู้ ืมเงินจากแหล่งเงินทุนต่าง ๆ
มาใช้จ่าย ทำให้เกิดภาวะหน้ีสิน ถ้าการพัฒนาโครงการฯ มุ่งเน้นให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกตามแนวเกษตรทฤษฎี
ใหม่ หรือมกี ารทำโครงการกู้ยืมเงนิ จากธนาคารของรัฐโดยมดี อกเบ้ียต่ำจะมีส่วนช่วยลดปญั หาดงั กลา่ วลงได้ คาดว่าจะ
มีผลกระทบในด้านนีใ้ นระดับนอ้ ย

4. มาตรการป้องกันแกไ้ ขและลดผลกระทบส่งิ แวดล้อม
1) มาตรการปอ้ งกนั แก้ไข

ก. มาตรการปอ้ งกนั
1. การประยุกต์ใช้เกษตรดีที่เหมาะสม (good agricultural practices, GAP) ในการปลูกพืชและ

เลย้ี งสัตว์
ก) การให้ความรู้แก่เกษตรกรเก่ียวกับ GAP การตรวจรับรองฟาร์มท่ีปฏิบัติตาม GAP และการ

ออกใบรับรองฟาร์มทผ่ี า่ นการปฏบิ ัติตาม GAP
ข) การกำหนดราคาสินค้าเกษตรท่ีผ่านการรับรองการปฏิบัติตาม GAP ให้สูงกว่าราคาสินค้า

เกษตรท่ีไม่ผ่านการรบั รอง
2. การฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ผู้ประกอบธุรกิจการค้าสารเคมีทางการเกษตร รวมท้ังเกษตรกร

อยา่ งสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี เพอ่ื ให้เกดิ ความเข้าใจในการใชส้ ารเคมีทางการเกษตรอยา่ งปลอดภัย
3. การให้ความรู้แกเ่ กษตรกรด้านการจดั การดิน และการจัดการปลูกพืชให้ถูกต้องเหมาะสมกับชนิด

ของดนิ
4. ดำเนินการวิจยั เชิงสาธิตในพื้นทีเกี่ยวกับการจัดการผลิตพืช โดยเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

ปฏิบัติตามคำแนะนำของนักวิชาการ สำหรับนักวิชาการต้องมีการติดตามการดำเนินงานและสรุปผลทุกปี เพื่อแก้ไข
ปญั หาในระยะยาว

5. การให้ความรู้แก่เกษตรกรด้านการใช้พลังงานทดแทนในฟาร์มปลูกพืช ฟาร์มเล้ียงปศุสัตว์
ตามแนวคดิ zero waste

ข. มาตรการแก้ไข (ทำตอ่ เนือ่ งทุกปี)
1. การให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจการค้าสารเคมีทางการเกษตรในเรื่องการแก้ไข

ปัญหาดิน และการใชป้ ๋ยุ ท่เี หมาะสม
2. การให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจการค้าสารเคมีทางการเกษตรในเร่ืองการใช้

สารเคมีทางการเกษตรอยา่ งปลอดภยั

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-106 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้

2) มาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

ก) ระยะก่อสร้างโครงการ การก่อสร้างประตูระบายน้ำและอาคารประกอบอ่ืน ๆ เสนอแนะให้กรม
ชลประทานหลกี เล่ยี งการใชพ้ ื้นทีท่ ี่มีศกั ยภาพเหมาะสมด้านการเกษตร เพ่อื ลดการสูญเสียพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นแหล่ง
ผลติ อาหารของทอ้ งถิ่น หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จะต้องพจิ ารณาจา่ ยค่าชดเชยใหแ้ กเ่ กษตรกรเจา้ ของที่ดินในราคาท่ี
เหมาะสมและยตุ ิธรรม หรือต้องจัดหาท่ีดินที่มีความเหมาะสมต่อการทำการเกษตรในพ้ืนท่ีใกล้เคียงกับอ่างเกบ็ น้ำท่ีมี
ปริมาณน้ำอย่างอุดมสมบูรณ์ โดยเกษตรกรผู้สูญเสียท่ีดินจะใช้พ้ืนที่ใหม่ทำการเพาะปลูกพืชและมีรายได้จากพื้นที่
เกษตรแหง่ ใหม่ไม่ตำ่ กวา่ รายได้ทไ่ี ดจ้ ากการใช้พืน้ ท่ีดั้งเดิมทำการเกษตร

ข) ระยะดำเนนิ การโครงการ กรมชลประทานควรประสานและขอความความร่วมมือจากกรมวิชาการ
เกษตรท่ีมีศูนย์หรือสถานีวิจัยพืชประจำท้องถิ่น กรมส่งเสริมการเกษตร (สำนักงานเกษตรจังหวัด และอำเภอ) หรือ
กรมปศุสตั ว์ และลดผลกระทบทอ่ี าจเกดขึน้ ได้ดังนี้

2.1) กิจกรรมการส่งเสริมการผลิตทางการเกษตร
ก) กำหนดกิจกรรมการปลกู พืชใหช้ ัดเจน โดยเฉพาะการปลูกยางพาราซ่ึงเป็นพืชหลักของพื้นที่
ข) ลดตน้ ทุนการผลิตพืช/สตั ว์ โดยใช้เทคโนโลยที เี่ หมาะสมในทอ้ งถน่ิ เพ่อื การผลิตพชื และสัตว์

แบบครบวงจรในการทำการเกษตรสมัยใหม่ หรือแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ตง้ั แต่การผลิตจนถึงการแปรรูป ส่งเสริมและ
แนะนำพันธพ์ุ ชื ที่เหมาะสม รวมทงั้ ใหค้ วามช่วยเหลือทางด้านปัจจัยการผลิตอืน่ ๆ เช่น เครอ่ื งจักรกล ปุ๋ย และสารเคมี
ฯลฯ ซ่ึงจะชว่ ยเพมิ่ รายได้ให้แก่เกษตรกรท้องถน่ิ

ค) สนบั สนุนและสง่ เสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรตามชนดิ พืช/สัตว์ที่ผลติ หรือตามกิจกรรม
ท่ีเกษตรกรในท้องถิ่นทำร่วมกัน การให้คำแนะนำเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่
สมาชิก เชน่ กลุ่มผู้ปลูกผัก กลุ่มผูใ้ ช้นำ้ หรอื กลุ่มผเู้ ลีย้ งสัตว์ ฯลฯ

ง) ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเงินทุนแก่เกษตรกรท้องถิ่น โดยผ่านสถาบันการเงิน เช่น
ธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร (ธ.ก.ส.) หรอื ธนาคารออมสินเพ่ือจดั หาเงนิ กดู้ อกเบ้ียต่ำให้แกเ่ กษตรกร

จ) หน่วยงานภาครัฐต้องสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรท้องถ่ินในด้านต่าง ๆ เช่น ให้ความ
ช่วยเหลือด้านการตลาดและกลไกการตลาดของผลผลิตพืช/สัตว์ ข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของชนิดและราคา
พืชผลทางการเกษตรทีต่ ลาดมีความต้องการสงู และได้รับผลตอบแทนสูงเพ่ือให้แนใ่ จว่าเกษตรกรท้องถ่ินจะเลือกปลูก
พืชชนดิ ท่ีมตี ลาดรองรับในแต่ละฤดูกาลเพอ่ื ลดความเส่ียงดา้ นการตลาดและยกระดบั ราคาของผลผลติ ให้สูงข้นึ

2.2) การส่งเสริมให้ความร้แู กเ่ กษตรกรด้านการใชส้ ารเคมีทางการเกษตร
หน่วยงานส่วนท้องถ่ินได้แก่ สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ/ตำบล ต้องจัดโครงการแนะนำและ
อบรมหรือสร้างแปลงสาธิตเพื่อใหค้ วามรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรในการใชส้ ารเคมที างการเกษตรดังนี้

ก) แนะนำและอบรมให้เกษตรกรท้องถิ่นมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับชนิดและปริมาณการ
ใชป้ ุ๋ยเคมแี ละปุ๋ยเคมีควบค่กู ันไป ตลอดจนช่วงเวลาการใช้ท่ีเหมาะสม ทั้งน้ีเพ่ือลดการชะล้างส่งิ ปนเป้อื นลงสู่แหล่งน้ำ
หรือเนน้ ใหม้ กี ารอนุรกั ษ์ดนิ และการใช้ปุ๋ยอนิ ทรียเ์ พ่อื การบำรุงดนิ

ข) แนะนำให้เกษตรกรรับทราบเกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ ท่ีหน่วยงานราชการไม่รับขึ้น
ทะเบียนและห้ามนำเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศ เช่น สารเคมีกำจัดแมลง (DDT, Dieldrin และ Aldrin ฯลฯ)
เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวเป็นสารท่ีอาจก่อให้เกิดมะเร็ง ความผิดปกติของทารก และเป็นสารที่มีพิษตกค้างใน

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-107 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

สง่ิ แวดล้อมไดเ้ ปน็ ระยะเวลานาน
ค) ฝึกอบรมให้เกษตรกรท้องถ่ินมคี วามรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการกำจัดศัตรูพืช

โดยวิธีผสมผสาน (integrated pest management) และคำนึงถึงสภาพแวดลอ้ มเปน็ หลัก เช่นวิธีการตรวจศัตรพู ืชใน
แปลงปลูกก่อนตัดสินใจใช้แนวทางในการกำจัด การใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเฉพาะที่มีความจำเป็น การ
เลือกใชพ้ ันธุ์ตา้ นทาน และการปอ้ งกนั กำจัดโดยชีววธิ ี

ง) แนะนำวิธีเลือกใช้สารเคมีให้ถูกต้องตามชนิดของศัตรูพืช โรค และแมลง การปฏิบัติตาม
คำแนะนำบนสลากกำกับสารเคมอี ยา่ งเคร่งครัด และฉดี พ่นสารเคมีในเวลาท่เี หมาะสม

จ) ในอนาคตเม่ือมีโครงการ และมีการปลูกพชื หลายชนิด ควรปฏิบัตติ ามมาตรฐานเกษตรดี
ท่ีเหมาะสม หรือ GAP ของแต่ละพืช เน่ืองจากมาตรฐานดังกล่าวได้ผ่านการวิจัย และประเมินผลมาแล้วว่าถ้าหาก
เกษตรกรสามารถปฏิบตั ิตาม GAP ได้ ภายใต้คำแนะนำของนักวิชาการเกษตรจากหน่วยงานท่ีเก่ยี วขอ้ ง การปนเปื้อน
ของสารเคมีทางการเกษตรในส่งิ แวดล้อมและผลิตผลการเกษตรมีโอกาสเกดิ ขน้ึ น้อยมาก

3) มาตรการตดิ ตามตรวจสอบ
เสนอให้มีการตดิ ตามตรวจสอบกจิ กรรมทางการเกษตรในพ้นื ที่รบั ประโยชน์ภายหลังมโี ครงการ เช่น

การใช้น้ำจากโครงการเพื่อการเพาะปลูก ชนิดพืช ปฏิทินการปลูกพืช ผลผลิตทางการเกษตร ชนิดและปริมาณการใช้
ปุ๋ย/กำจัดศัตรูพืช เปน็ ตน้ โดยเสนอใหท้ ำการติดตามตรวจสอบโดยการสอบถามไปพร้อมกับการตดิ ตามตรวจสอบดา้ น
สภาพเศรษฐกิจสังคมในระยะเปดิ ดำเนินการปีเวน้ สองปี เป็นเวลา 3 ปี

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-108 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น

3.6.3 การใช้น้ำ

ความตอ้ งการใช้นำ้ ในพนื้ ที่ลมุ่ น้ำย่อยคลองป่าบอน สามารถจำแนกออกได้ ดังน้ี
1) ความตอ้ งการใช้นำ้ เพื่อการเกษตร
2) ความต้องการใช้น้ำเพ่อื การอุปโภคบรโิ ภค
3) ความต้องการใชน้ ้ำเพอ่ื การปศสุ ตั ว์
4) ความต้องการใช้น้ำ เพอ่ื การอุตสาหกรรม
5) ความตอ้ งการใชน้ ำ้ เพอื่ รักษาระบบนเิ วศวิทยาทา้ ยน้ำ
การศึกษาด้านความต้องการใช้น้ำมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาสมดุลน้ำของพื้นท่ี
โครงการ โดยได้ประเมนิ ความต้องการใช้นำ้ ลมุ่ น้ำย่อยคลองป่าบอน ในปัจจุบนั (ปี 2561) แยกตามกิจกรรมการใช้น้ำ
ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ การเกษตร การอุปโภคบริโภค การปศุสัตว์ และการรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ พบว่าในปัจจุบัน
พื้นที่โครงการมีความต้องการใช้น้ำรวมทกุ กิจกรรม 12.623 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยความต้องการใช้น้ำส่วนใหญ่
เป็นความต้องการใช้น้ำในภาคการเกษตร ซ่ึงมีถึงร้อยละ 56.53 ของความต้องการใช้น้ำท้ังหมด ซ่ึงแสดงผลการ
วิเคราะห์ความต้องการใช้นำ้ ในทุกกจิ กรรมดังตารางที่ 3.6.3-1

ตารางท่ี 3.6.3-1 ความต้องการใชน้ ้ำในพื้นท่ีลมุ่ นำ้ ยอ่ ยคลองป่าบอน

กิจกรรม ความต้องการใชน้ ำ้ (ล้าน ลบ.ม./ป)ี
สภาพปัจจุบัน
1. การเกษตร 7.136
2. การอุปโภคบรโิ ภค 0.336
3. การปศสุ ตั ว์ 0.141
4 รกั ษาระบบนเิ วศ 5.01
12.623
รวม

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-109 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)


Click to View FlipBook Version