The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pang Natthiyaa, 2022-07-27 01:21:23

รายงานฉบับกลาง

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น

3.6.4 การระบายนำ้ และการบรรเทาอทุ กภัย
1. สภาพปัญหาดา้ นอทุ กภัย
พ้ืนที่โครงการตั้งอยู่ในลุ่มน้ำทะเลหลวงซ่ึงเป็นลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่รับน้ำ

ประมาณ 4,522.98 ตารางกิโลเมตร (รูปท่ี 3.6.4-1) ครอบคลุมพ้ืนท่ีอำเภอกระแสสินธ์ุ อำเภอระโนด อำเภอควนขนุน
อำเภอตะโหมด อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว อำเภอปากพะยูน อำเภอสทิงพระ อำเภอศรีบรรพต
อำเภอศรีนครินทร์ อำเภอกงหรา และอำเภอเมืองพัทลุง มีคลองเกิด คลองอา้ ยโต คลองใหญ่ และคลองท่าแคเป็นลำน้ำ
สายหลัก และมีคลองเล็ก ๆ หลายสายไหลมารวมกัน ได้แก่ คลองหัวช้าง คลองโล๊ะจังกระ คลองตะโหมด คลองเหมือง
ตะก่ัว คลองหลายพัน เป็นต้น ซ่ึงต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ไหลผ่านเขตอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ลงสู่
ทะเลสาบสงขลา ลักษณะทางกายภาพบรเิ วณตอนบนของพ้ืนท่ีโครงการ มีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา โดยปัญหาการ
ระบายน้ำหลากของพ้ืนที่โครงการ มีสาเหตุหลักมาจากคลองธรรมชาติสายต่าง ๆ ในพ้ืนท่ีท่ีเป็นคลองระบายน้ำน้ัน
ปัจจุบันตื้นเขินไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มที่ ความจุคลองธรรมชาติบางช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปากคลอง
มคี ่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับอัตราปริมาณน้ำหลากไหลในคลอง เป็นผลให้น้ำล้นตลิ่งมาท่วมพื้นท่ีเกษตรและพื้นที่อยู่อาศัย
ตามแนวคลองธรรมชาติ

2. สภาพปัญหาด้านภัยแล้ง
จากพนื้ ท่ีเสี่ยงภัยแลง้ ของจงั หวดั พัทลงุ โดยกรมพัฒนาทด่ี นิ พ.ศ.2556 พบว่าบริเวณพ้ืนท่ีโครงการอยใู่ น

เขตอำเภอป่าบอน จัดอยู่ในพ้ืนทีเ่ สีย่ งต่อการเกดิ ภยั แลง้ ในระดบั ต่ำ ดงั แสดงในรปู ที่ 3.6.4-2

3. แนวคดิ การแกไ้ ขปัญหา
โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ

จังหวัดพัทลงุ มีระบบระบายน้ำประกอบด้วยคลองระบายนำ้ ธรรมชาตสิ ายหลัก คือ คลองเกิด คลองอ้ายโต คลองใหญ่
คลองท่าแค และคลองระบายน้ำธรรมชาติอีกหลายสาย ที่อยู่ในพ้ืนท่ีโครงการ แต่เป็นคลองท่ีมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่
สามารถระบายนำ้ ด้านเหนือน้ำได้ทนั เวลา

แนวทางการวิเคราะห์อุทกภัยในพ้ืนที่โครงการ ท่ีมีหัวงานอยู่ท่ีบริเวณบ้านเหมืองตะกั่ว จะส่งผลดีต่อพ้ืนที่
ลุ่มน้ำทะเลหลวง เนือ่ งจากไดท้ ำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลของพ้ืนท่โี ครงการในเรอ่ื งของอุทกภยั รวมทง้ั จากผลการ
วิเคราะห์สภาพน้ำท่วมด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์ สามารถสรุปแนวทางเลือกในการบรรเทาสภาพน้ำท่วมซึ่งอธิบาย
ได้ดังตอ่ ไปน้ี

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-110 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอ้ื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

รูปที่ 3.6.4-1 ลักษณะพ้นื ที่ลมุ่ นำ้ และระบบคลองธรรมชาติของโครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-111 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งตน้

ทมี่ า : กรมพัฒนาที่ดนิ , 2556

รูปที่ 3.6.4-2 พน้ื ทเ่ี สี่ยงตอ่ การเกดิ ภัยแล้ง บรเิ วณพื้นท่โี ครงการและข้างเคยี ง

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-112 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้

4. มาตรการหลักในการบรรเทาอทุ กภยั

จากการลงสนามดูพ้ืนที่บริเวณโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวดั พัทลุง สามารถสรปุ ปญั หาและอปุ สรรคท่ีสำคญั ไดด้ ังนี้

1. ปรมิ าณน้ำต้นทุนไม่เพยี งพอ และภยั แลง้
2. ระบบชลประทานและอาคารไม่มีประสทิ ธิภาพ
3. อตั รากำลงั ไม่เพียงพอ
4. ปัญหาน้ำท่วมและการระบายนำ้

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดพัทลุง มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเสนอเป็นแผนพัฒนาปี 60 ดังแสดงในรูปที่ 3.6.4-3 โดยแนวทางในการ
แก้ไขปญั หาทสี่ อดคล้องกับแนวคิดของโครงการน้ัน จะตอ้ งนำไปศึกษาวเิ คราะห์ในรายละเอียดใหช้ ัดเจน เพื่อพจิ ารณา
ปรบั ปรุงโครงการทเี่ หมาะสมตอ่ ไป

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-113 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองตน้

ระดบั ความเส่ยี งเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการระบายนำ้ คลองปากพะเนียด
อัตราการระบายน้ำ 364 ลบ.ม./วินาที

พื้นทเี่ สีย่ งต่อการเกดิ ภยั แล้งตำ่

เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายนำ้ คลองปากพะเนียด พ้ืนทเ่ี ส่ยี งต่อการเกดิ ภัยแล้งปานกลาง

อตั ราการระบายนำ้ 318 ลบ.ม./วนิ าที พน้ื ที่เสี่ยงต่อการเกิดภยั แลง้ สงู

เพมิ่ ประสิทธภิ าพการระบายน้ำคลองปากบาง เพม่ิ ประสิทธภิ าพการระบายน้ำคลองท่ามะเดอ่ื
อัตราการระบายนำ้ 46 ลบ.ม./วนิ าที อัตราการระบายน้ำ 248 ลบ.ม./วนิ าที

เพมิ่ ประสิทธภิ าพการระบายนำ้ คลองลานช้าง
อัตราการระบายน้ำ 111 ลบ.ม./วินาที

เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการระบายนำ้ คลองลานชา้ ง
อัตราการระบายนำ้ 173 ลบ.ม./วนิ าที

เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการระบายน้ำคลองเคยี ม
อัตราการระบายน้ำ 57 ลบ.ม./วนิ าที

อ่างเกบ็ นำ้ คลองหวั ช้างดำเนนิ กอ่ สรา้ งแลว้
ความจุ 30 ล้าน ลบ.ม.

กอ่ สร้างอา่ งเกบ็ นำ้ คลองโหละ๊ จงั กระ
ความจุ 17 ล้าน ลบ.ม.

กอ่ สรา้ งอ่างเกบ็ นำ้ คลองบางคราม
ความจุ 7.5 ลา้ น ลบ.ม.

พนื้ ที่ศึกษา

รูปที่ 3.6.4-3 แนวคิดของโครงการเสนอเปน็ แผนพฒั นาปี 60

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-114 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้

3.6.5 การใช้ประโยชนท์ ่ดี นิ
1) วตั ถุประสงค์ของการศึกษา
การศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพ้ืนที่ศึกษาของโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อม

เบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง มวี ตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี้
1.1) เพ่ือศึกษาสภาพการใช้ประโยชน์ท่ีดินประเภทต่าง ๆ ในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ โดย

เปรียบเทียบข้อมูลปี พ.ศ.2550 กับข้อมูลปี พ.ศ.2561 และจัดเตรียมแผนที่การใช้ประโยชน์ท่ีดินท่ีเป็นปีปัจจุบัน
(ปี พ.ศ.2562)

1.2) เพื่อเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับนำไปประกอบใช้ในการศึกษาด้านต่าง ๆ เช่น
ดา้ นการเกษตรและดา้ นอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้อง

1.3) เพ่ือประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการใช้ประโยชน์ท่ีดินจากการพัฒนาโครงการและเสนอ
มาตรการการตดิ ตาม ตรวจสอบผลกระทบดงั กลา่ ว

2) ขอบเขตและวธิ ีการศกึ ษา
2.1) การรวบรวมข้อมูลด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินประกอบด้วยข้อมูลจากแผนที่สภาพการใช้

ประโยชน์ที่ดินมาตราส่วน 1 : 50,000 ของจังหวัดพัทลุงที่จัดทำและเผยแพร่ในปี พ.ศ.2550 และแผนที่การใช้
ประโยชน์ท่ีดินมาตราส่วน 1 : 25,000 ของจังหวัดพัทลุงที่จัดทำและเผยแพร่ในปี พ.ศ.2561 โดยกรมพัฒนาที่ดิน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซ่ึงใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษา

2.2) การสำรวจและตรวจสอบลักษณะการใช้ประโยชน์ท่ีดินสภาพปัจจุบันในภาคสนามโดยใช้ข้อมูล
แผนท่สี ภาพการใชป้ ระโยชน์ท่ดี ิน ของปี พ.ศ.2561 เป็นพื้นฐานประกอบการสำรวจ

2.3) การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้แประโยชนท์ ่ีดินในบริเวณพ้นื ที่ศึกษาของโครงการ และจัดเตรยี มแผน
ทีส่ ภาพการใชป้ ระโยชน์ที่ดินเป็นปปี จั จบุ ัน (ปี พ.ศ.2562)

2.4) การประเมินผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ต่อการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินจากการพัฒนาโครงการและเสนอมาตรการ
ปอ้ งกนั แกไ้ ข รวมทงั้ สองมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบดงั กล่าว

3) ผลการศกึ ษา
การศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินบริเวณพ้ืนที่ศึกษาโครงการ จะใช้เกณฑ์การจำแนกประเภทการใช้

ประโยชน์ท่ีดิน ที่กำหนดโดยกรมพัฒนาที่ดิน ท่ีได้จำแนกออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย พื้นที่เกษตรกรรม
พนื้ ท่ีป่าไม้พนื้ ท่ีชมุ ชนและสง่ิ ปลูกสร้าง พนื้ ท่ีเบด็ เตล็ดและพน้ื ท่นี ำ้

ประเภทที่ 1 ; พื้นท่ีเกษตรกรรม : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมในบริเวณพ้ืนที่
ศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็นกลุ่มพืชและสัตว์ชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วยพ้ืนที่นา พืชไร่ ไม้ยืนต้น ไม้ผล ทุ่งหญ้าเลี้ยง
สตั ว์และโรงเรือนเลย้ี งสัตว์ ซ่งึ ในแตล่ ะกลุ่มชนดิ ของการใช้ประโยชนท์ ่ีดนิ ยังแบ่งเป็นพชื และสัตวช์ นิดต่าง ๆ ดงั น้ี

กลมุ่ พ้ืนท่ีนา ประกอบด้วย ส่วนทเี่ ปน็ นาร้างและนาข้าว
กลุม่ พชื ไร่ ประกอบด้วย ส่วนท่เี ป็นมนั สำปะหลังและสบั ปะรด
กล่มุ ไมย้ ืนต้น ประกอบดว้ ย สว่ นท่ีเป็นยางพารา ปาลม์ น้ำมนั และกระถิน
กลุ่มไมผ้ ล ประกอบดว้ ย ส่วนที่เป็นไมผ้ ลผสม กลว้ ยและลางสาดลองกอง
กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือนเล้ียงสัตว์ ประกอบด้วย ส่วนท่ีเป็นโรงเรือนและสตั ว์ปีกและโรงเรือน

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-115 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

เล้ียงสุกร
ประเภทท่ี 2 ; พ้ืนที่ ป่าไม้ : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพ้ืนที่ป่าไม้ในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ เป็นกลุ่ม

ปา่ ไม้ผลดั ใบ ประกอบดว้ ยป่าเพียงชนดิ เดยี วคือป่าไมผ้ ลัดใบสมบูรณ์
ประเภทท่ี 3 ; พ้ืนท่ี ชุมชนและสิ่งปลูก : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกไม้ในบริเวณ

พื้นท่ีศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็นกลุ่มสถานที่ชนิดต่าง ๆ ได้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มหมู่บ้าน มีเพียงชนิดเดียว
(ได้แก่ หมู่บ้านบนพ้ืนที่ราบ/ไม้ผลผสม) กลุ่มสถานท่ีราชการและสถาบันต่าง ๆ และกลุ่มสถานีคมนาคม มีเพียงชนิด
เดียว (ได้แก่ ถนน)

ประเภทที่ 4 ; พื้นที่เบ็ดเตล็ด : การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เบ็ดเตล็ด ในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ
แบง่ ออกเป็นกลุ่มพ้ืนที่ชนดิ ตา่ ง ๆ ประกอบดว้ ย กลุ่มทุ่งหญา้ และไมล้ ะเมาะ แบง่ ย่อออกเปน็ 2 ชนิด ได้แก่ ส่วนที่เป็น
ทุ่งหญ้าธรรมชาติ และส่วนท่ีเป็นทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ และกลุ่มเหมืองแร่บ่อขุดซึ่งแบ่งย่อยออกได้เป็น
2 ชนิด เช่นเดยี วกนั ประกอบด้วยสว่ นท่ีเป็นบ่อลูกรงั และส่วนทีเ่ ปน็ บ่อดนิ

ประเภทท่ี 5 ; พ้ืนท่ีน้ำ : การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพื้นท่ีน้ำ ในบริเวณพื้นท่ีศึกษาโครงการ แบ่งออกเป็น
กลุ่มของแหล่งน้ำชนิดต่าง ๆ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของแหล่งน้ำธรรมชาติ ประกอบด้วยแหล่งน้ำ 2 ชนิดคือ ส่วนท่ีเป็น
แม่นำ้ ลำห้วย ลำคลอง และส่วนท่ีเป็นหนองบงึ ทะเลสาบ และกลุ่มของแหลง่ น้ำท่ีสร้างขึ้นประกอบด้วยแหล่งน้ำชนิด
เดียว ไดแ้ ก่ อ่างเกบ็ นำ้

ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ทีด่ ินในบริเวณพน้ื ทศ่ี ึกษาโครงการ จะแบง่ แยกกล่าวละเอียดออกเป็น
พ้ืนท่แี ต่ละสว่ น โดยองคป์ ระกอบของพ้นื ที่ศกึ ษาโครงการ ประกอบด้วย 5 สว่ น ดงั น้ี

(1) พนื้ ท่ีอ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว (พ้ืนท่ี 357.37 ไร่)
(2) พน้ื ท่ีหวั งาน (พ้นื ที่ 263.50 ไร่)
(3) พน้ื ทีถ่ นนเขา้ หัวงาน (พน้ื ท่ี 12.53 ไร่)
(4) พื้นทีบ่ อ่ ยืมดนิ ทา้ ยน้ำ (พื้นท่ี 887.21 ไร)่
(5) พื้นที่รบั ประโยชน์ (พนื้ ที่ 12,256.14 ไร)่

ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่าง ๆ 5 ประเภท ในพื้นที่แต่ละส่วนของโครงการ โดย
จากการใช้ข้อมูลในปี พ.ศ.2550 (อดีต) และข้อมูลของปีงบ พ.ศ.2561 รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดิน
โดยการเปรยี บเทยี บข้อมูลปี พ.ศ.2550 กบั ขอ้ มูลปีงบ พ.ศ.2561

(1) พ้ืนที่อา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ (พ้ืนท่ี 357.37 ไร่)
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพื้นที่อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัวของโครงการจะ

แยกกล่าวรายละเอียดเป็นส่วนของการใช้ประโยชน์ทดี่ ินในปี พ.ศ.2550 และส่วนการใช้ประโยชน์ของปีงบ พ.ศ.2561
รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินชนิดต่าง ๆ (เปรียบเทียบข้อมูลปี พ.ศ.2550 กับข้อมูลปี พ.ศ.2561)
รายละเอียดแสดงไว้ในตารางที่ 3.6.5-1 รูปที่ 3.6.5-1 (ปี พ.ศ.2550) และรปู ที่ 3.6.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-116 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งตน้

ตารางที่ 3.6.5-1 แสดงการใช้ประโยชน์ท่ีดินแตล่ ะชนดิ ในบริเวณพนื้ ที่อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั พ้ืนที่หัวงาน พ้ืนที่
ถนนเข้าหัวงาน และพ้นื ทบ่ี ่อยืมดนิ ท้ายน้ำของโครงการ

ชนดิ พ้นื ที่ของข้อมูล พนื้ ทีข่ องข้อมูล พ้นื ท่ที เ่ี ปลี่ยนแปลง
การใช้ประโยชนท์ ด่ี ิน ปี พ.ศ.2550 ปี พ.ศ.2561
ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ พนื้ ท่เี พ่มิ ข้ึน (+) พ้ืนท่ลี ดลง (-)
พ้ืนทีอ่ า่ งเกบ๋ นา้ เหมืองตะกวั่ :
- ไม้ยืนตน้ ผสม ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ
- ยำงพำรำ
- ไม้ผลผสม 15.20 4.25 0.00 0.00 15.20 4.25
- ป่ำไม่ผลดั ใบสมบูรณ์ 170.45 47.69 202.71 56.72 32.26 9.03
50.81 14.22 43.51 12.18
รวม 120.91 33.84 111.15 31.10 7.30 2.04
พนื้ ทหี่ วั งาน : 357.37 100.00 357.37 100.00 9.76 2.74
- ยำงพำรำ 32.26 9.03 32.26 9.03
- ไม้ผลไม้ผสม
- ทุ่งหญ้ำสลบั ไม้พมุ่ /ไม้ละเมำะ 175.92 66.73 178.07 67.55 2.15 0.82
29.59 11.24 29.59 11.24 0.00 0.00
รวม 57.99 22.03 55.84 21.21
พ้นื ท่ถี นนเข้าหวั งาน : 263.50 100.00 263.50 100.00 2.15 0.82
- ยำงพำรำ 2.15 0.82 2.15 0.82
- หมู่บ้ำนบนพนื รำบ/ไม้ผลผสม
- ถนน 11.73 93.59 11.72 93.59 0.01 0.00
0.80 6.41 0.67 5.31 0.13 1.10
รวม 0.00 0.00 0.14 1.10 0.14 1.10
พื้นทีบ่ อ่ ยมื ดินทา้ ยนา้ : 12.53 100.00 12.53 100.00 0.14 1.10 0.14 1.10
- ไม้ยืนตน้ ผสม
- ยำงพำรำ 69.46 7.83 0.00 0.00 69.46 7.83
- ไม้ผลผสม 735.34 82.88 825.14 93.00 89.80 10.12
- ทุ่งหญ้ำสลบั ไม้พมุ่ /ไม้ละเมำะ 81.07 9.14 0.00 0.00
1.34 0.15 62.07 7.00 81.07 9.14
รวม 887.21 100.00 887.21 100.00 60.73 6.85
150.53 16.97 150.53 16.97

หมายเหตุ : 1. พ้นื ท่ีคิดเปน็ รอ้ ยละของพื้นที่รวมของพ้นื ท่ีแต่ละส่วน
2. พ้นื ท่ที ี่เปลี่ยนแปลงทง้ั ในสว่ นของพนื้ ท่เี พม่ิ ขน้ึ (+) หรอื พ้ืนที่ลดลง (-) เปน็ การเปรียบเทยี บของ

ข้อมลู ปี พ.ศ.2550 กบั ขอ้ มูลปี พ.ศ.2561 มกี ารใช้ประโยชนท์ ด่ี ินแต่ละชนดิ เป็นพื้นท่ีเพ่มิ ข้นึ หรอื ลดลง
จากปี พ.ศ.2550

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-117 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

รูปที่ 3.6.5-1 แสดงการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ในพ้ืนทีโ่ ครงการ ปี พ.ศ.2550

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-118 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น

รปู ที่ 3.6.5-2 แสดงการใชป้ ระโยชน์ที่ดินในพืน้ ท่โี ครงการ (ปี พ.ศ. 2561)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-119 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

การใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ.2550 : ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินชนิดต่าง ๆ ใน
บริเวณพ้ืนท่ีอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วของปี พ.ศ.2550 พบว่า พื้นท่ีส่วนใหญ่เป็นป่าไม่ผลัดใบสมบูรณ์ (พ้ืนท่ีร้อยละ
33.84 ของพน้ื ท่ีอา่ งเก็บน้ำเหมอื งตะกวั่ ) และเปน็ พื้นทีป่ ลกู ยางพารา (พน้ื ที่ร้อยละ 47.69) พ้ืนที่สว่ นท่เี หลืออีกไมม่ าก
นกั เปน็ พ้ืนทป่ี ลูกไมผ้ ล (พื้นท่รี ้อยละ 14.22) และเปน็ พื้นท่ีปลูกไม้ยืนตน้ ผสม (พื้นทรี่ อ้ ยละ 4.25)

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินชนิดต่าง ๆ ใน
บริเวณพืน้ ทอ่ี า่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่วของปี พ.ศ.2561 พบวา่ พื้นทีส่ ่วนใหญ่เปน็ พ้นื ทป่ี ลกู ยางพารา (พน้ื ทีร่ อ้ ยละ 56.72
ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว) และเป็นป่าไม้ผลัดใบสมบูรณ์ (พื้นที่ร้อยละ 31.10) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกไม่มากนัก
เป็นพื้นที่ปลกู ไม้ผลผสม (พื้นทร่ี อ้ ยละ 12.18) ไม่พบสว่ นของไม้ยนื ต้นผสม

การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน : ผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินใน
บรเิ วณพื้นทอี่ ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วพบวา่ ในปี พ.ศ.2561 ส่วนท่ีเป็นพ้นื ท่ีปลูกยางพารามีพืน้ ที่เพิม่ มากขน้ึ (พ้ืนท่เี พิ่มขึ้น
32.26 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 9.03 ของพ้ืนที่อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว) เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในปี พ.ศ.2550 ในขณะ
ทีพ่ ื้นที่ปลูกไม้ยืนตน้ ผสม ทีพน้ื ทล่ี ดลง (พ้ืนที่ลดลง 15.20 ไร่ หรือคดิ เป็นร้อยละ 4.25) พ้ืนที่ปลูกไม้ผลผสมก็มีพื้นที่ลด
น้อยลงเช่นเดียวกัน (พื้นท่ีลดลง 7.30 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.04 ) รวมทั้งส่วนท่ีเป็นป่าไม่ผลัดใบสมบูรณ์ก็มีพ้ืนท่ีลด
น้อยลงเช่นเดียวกัน (พ้ืนที่ลดลง 9.76 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.74 ) การลดลงของพื้นที่ทั้ง 3 ส่วนน้ีถูกเปล่ียนแปลง
นำไปใชป้ ระโยชนใ์ นการปลกู ยางพาราท่มี ีพืน้ ท่ีเพ่มิ มากข้นึ ดังกลา่ ว

(2) พน้ื ทหี่ วั งาน (พื้นที่ 263.50 ไร่)
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นที่หัวงานของโครงการ ของปี พ.ศ.2550

และปี พ.ศ. 2561พบว่าการใช้ประโยชน์ท่ีดินแตล่ ะชนิดมีพื้นที่ใกลเ้ คียงกันดังแสดงไวใ้ น ตารางที่ 3.6.5-1 และรูปท่ี
3.6.5-1 (ปี พ.ศ.2550) แสดงรูปที่ 3.6.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใช้ประโยชน์ทด่ี นิ ในปี พ.ศ.2550 : ผลการศึกษาพบวา่ พืน้ ท่ีสว่ นใหญ่เป็นพื้นท่ปี ลูกยางพารา
(พน้ื ที่ร้อยละ 66.73 ของพ้ืนท่หี ัวงาน) รองลงมาเปน็ ทุ่งหญ้าสลบั ไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ (พนื้ ทร่ี ้อยละ 22.03) และที่มพี ื้นท่ี
นอ้ ยสุดเป็นพื้นทปี่ ลูกไม้ผลผสม (พน้ื ทรี่ ้อยละ 11.24)

การใช้ประโยชน์ทดี่ ินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศึกษาพบว่าพนื้ ท่ีสว่ นใหญเ่ ป็นพื้นที่ปลูกยางพารา
(พ้ืนท่ีร้อยละ 67.55 ของพื้นที่หัวงาน) รองลงมาเป็นทุง่ หญ้าสลับไม้พุม่ /ไม้ละเมาะ (พืน้ ทร่ี ้อยละ 21.21) และท่ีมพี ื้นที่
นอ้ ยสดุ เป็นพ้นื ท่ีปลูกไมผ้ ลผสม (พื้นท่ีรอ้ ยละ 11.24)

การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน : ผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินใน
บรเิ วณพ้ืนท่ีหวั งานพบว่ามกี ารเปลย่ี นแปลงนอ้ ยมาก คิดเป็นพ้นื ท่ีเปลีย่ นแปลงเพยี ง 2.15 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.82
ของพื้นที่หัวงาน โดยพ้ืนที่ปลกู ยางพารามีแนวโน้มมีพ้ืนท่ีเพ่ิมข้ึนเพียงเล็กน้อย ส่วนพ้ืนที่ที่เป็นทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้
ละเมาะ มแี นวโน้มมพี ้ืนทลี่ ดลงเพยี งเล็กนอ้ ยเชน่ เดียวกนั ไม่พบการเปลีย่ นแปลงของพ้ืนท่ีปลูกไมผ้ ลผสม

(3) พ้นื ท่ถี นนเข้าหัวงาน (พน้ื ที่ 12.53 ไร่)
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นที่ถนนเข้าหัวงานท่ีมีพ้ืนที่น้อยมาก พบว่า

มีการใช้ประโยชน์ท่ีดินแต่ละชนิดเป็นพื้นท่ีใกล้เคียงกันทั้งของปี พ.ศ.2550 และปี พ.ศ.2561 ดังแสดงไว้ใน
ตารางที่ 3.6.5-1 และรปู ที่ 3.6.5-1 (ปี พ.ศ.2550) แสดงรปู ท่ี 3.6.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ.2550 : ผลการศึกษาพบว่าพื้นท่ีเกือบทั้งหมดเป็นพ้ืนที่ปลูกยางพารา
(พืน้ ท่ีรอ้ ยละ 93.59 ของพื้นท่ถี นนเข้าหวั งาน) ส่วนท่ีเหลือเป็นหมู่บ้านบนพน้ื ราบ/ไม้ผลผสม (พ้ืนท่ีร้อยละ 6.41)

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-120 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบอื้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศึกษาพบว่าพ้ืนที่เกือบท้ังหมดเป็นพื้นท่ี
ปลูกยางพาราซ่ึงมีพื้นท่ีเท่ากับพื้นท่ีปลูกยางพาราในปี พ.ศ.2550 (พ้ืนที่ร้อยละ 93.59 ของพื้นที่ถนนเข้าหัวงาน)
ส่วนทีเ่ หลือเป็นหม่บู ้านบนพ้ืนราบ/ไม้ผลผสม (พ้ืนทีร่ อ้ ยละ 5.31) และสว่ นทเี่ ป็นถนน (พืน้ ที่รอ้ ยละ1.10)

การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน : ผลการศึกษาการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินใน
บริเวณพ้ืนทห่ี ัวงานพบว่า มีการเปล่ียนแปลงน้อยมาก โดยในปี พ.ศ.2561 มพี ้ืนทปี่ ลกู ยางพารา ซ่ึงมีพ้นื ที่เทา่ กบั พื้นท่ี
ปลูกยางพาราในปี พ.ศ.2550 พื้นที่ส่วนท่ีเป็นหมู่บ้านบนพ้ืนราบ/ไม้ผลผสมในปี พ.ศ.2561 มีแนวโน้มมีพื้นที่ลดลง
เพียงเล็กน้อยมากจากปี พ.ศ.2550 และในปี พ.ศ.2561 มีพ้ืนท่ีถนนเพิ่มเข้ามาแต่ก็เป็นพ้ืนที่เล็กน้อยมาก ๆ เช่นกัน
(พืน้ ทเี่ พ่ิมขน้ึ 0.14 ไร่ หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 1.10)

(4) พื้นท่บี อ่ ยมื ดินท้ายนำ้ (พนื้ ที่ 887.21 ไร่)
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นท่ีบ่อยืมดินท้ายน้ำของโครงการ จะแยก

กล่าวรายละเอียดเป็นส่วนของการใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ.2550 และในปี พ.ศ.2561 รวมท้ังการเปลี่ยนแปลงการ
ใช้ประโยชน์ทด่ี ินชนิดต่าง ๆ (เปรยี บเทียบขอ้ มูลของปี พ.ศ.2550 กับข้อมูลของปี พ.ศ.2561) รายละเอียดแสดงไว้ใน
ตารางที่ 3.6.5-1 และรปู ท่ี 3.6.5-1 (ปีพ.ศ.2550) และรูปที่ 3.6.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ในปี พ.ศ.2550 : ผลการศกึ ษาด้านการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ ในบรเิ วณพ้ืนทบี่ ่อ
ยืมดินท้ายน้ำของปี พ.ศ.2550 พบว่าพื้นท่ีส่วนใหญ่ประมาณมากกว่า 8 ส่วนใน 10 ส่วนเพียงเล็กน้อยของบ่อยืมดิน
ท้ายน้ำเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา (พื้นท่ีร้อยละ 82.88 ของพื้นที่บ่อยืมดินท้ายน้ำ) พ้ืนที่ส่วนท่ีเหลืออีกประมาณ 2 ส่วนใน
10 ส่วน ประกอบด้วยส่วนท่ีเป็นพ้ืนท่ีปลูกไม้ผลผสม (พ้ืนท่ีร้อยละ 9.14) ส่วนที่เป็นพ้ืนที่ปลูกไม้ยืนต้นผสม (พื้นที่
ร้อยละ 7.83) และมพี ้นื ที่อีกเพียงเลก็ น้อยมากเป็นทงุ่ หญ้าสลบั ไมพ้ ุ่ม/ไม้ละเมาะ (พน้ื ท่รี อ้ ยละ 0.15)

การใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ.2561 : ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินชนิดต่าง ๆ ใน
บริเวณพ้ืนที่บ่อยืมดินท้ายน้ำของ พ.ศ.2561 พบว่าพื้นท่ีส่วนใหญ่ประมาณมากกว่า 9 ส่วนใน 10 ส่วนเพียงเล็กน้อย
ของพื้นท่ีบ่อยืมดินท้ายน้ำ เป็นพ้ืนที่ปลูกยางพารา (พ้ืนที่ร้อยละ 93.00 ของพื้นที่บ่อยืมดินท้ายน้ำ) พื้นท่ีท่ีเหลือเป็น
ทงุ่ หญา้ สลับไม้พมุ่ /ไม้ละเมาะ (พน้ื ทร่ี อ้ ยละ 7.00) ไม่พบพื้นท่ปี ลกู ไม้ยนื ตน้ ผสมและพ้ืนท่ีปลูกไม้ผลผสม

การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดิน : ผลการศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินใน
พื้นท่ีบ่อยืมดินท้ายน้ำพบว่าในปี พ.ศ.2561 ส่วนท่ีเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราท่ีมีพ้ืนที่ส่วนใหญ่ (พ้ืนท่ีร้อยละ 93.00)
มพี ้ืนท่ีเพิ่มมากข้ึน (พ้นื ที่เพิ่มข้ึน 89.80 ไร่ หรือคดิ เป็นร้อยละ 10.12 ของพื้นทบ่ี ่อยืมดนิ ท้ายน้ำ) เม่ือเปรียบเทียบกับ
ขอ้ มลู ในปี พ.ศ.2550 พื้นท่ีส่วนท่ีเปน็ ทุ่งหญ้าสลบั ไม้พุม่ /ไม้ละเมาะ ก็พบวา่ ในปี พ.ศ.2561 มพี ้นื ที่เพมิ่ ขึน้ เชน่ เดยี วกัน
(พ้ืนที่เพ่ิมข้ึน 60.73 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 6.85 ของพนื้ ท่ีบ่อยมื ดนิ ท้ายนำ้ ) ในขณะท่พี ื้นทีป่ ลูกไม้ยนื ต้นผสม มีพื้นที่
ลดนอ้ ยลง (พ้ืนทล่ี ดลง 69.46 ไร่หรือคิดเปน้ ร้อยละ 7.83 ของพื้นท่บี อ่ ยมื ดนิ ทา้ ยนำ้ ) และพื้นท่ีปลกู ไม้ผลผสมก็มพี น้ื ที่
ลดลงเช่นเดียวกัน (พ้ืนท่ีลดลง 81.07 ไรห่ รอื คิดเป็นร้อยละ 9.14 ของพ้ืนท่บี ่อยืมดินด้านท้ายน้ำ) การลดลงของพ้ืนท่ี
2 สว่ นหลงั ดงั กล่าวนี้ ได้มีการเปล่ียนแปลงถูกนำไปใช้ประโยชน์เพือ่ การปลกู ยางพาราท่ีมพี ื้นท่ีเพิม่ มากขึ้นดังทก่ี ล่าวไป
ในตอนต้น และมีพนื้ ที่บางส่วนถกู ปล่อยใหเ้ ปน็ ทงุ่ หญา้ สลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ
สรุป : การใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินชนดิ ต่าง ๆ ในพนื้ ทีท่ ั้ง 4 สว่ นดงั กลา่ วในปี พ.ศ.2550 และในปี พ.ศ.2561

(1) พืน้ ทอี่ ่างเก็บน้ำเหมอื งตะก่ัว (พน้ื ที่ 357.37 ไร)่ : พบว่าพ้ืนทสี่ ว่ นใหญ่เป็นพ้นื ที่ปา่ ไม่ผลัดใบสมบรู ณ์และ
พ้ืนท่ีปลูกยางพารา

(2) พื้นท่ีหัวงาน (พ้นื ที่ 263.50 ไร)่ : พบว่าพื้นทส่ี ่วนใหญเ่ ป็นพ้นื ที่ปลกู ยางพารา

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-121 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งตน้

(3) พ้นื ท่ีถนนเข้าหวั งาน (พ้ืนท่ี 12.53 ไร)่ : พบวา่ พน้ื ทีส่ ่วนใหญ่เป็นพ้นื ท่ีปลูกยางพารา
(4) พนื้ ท่ีบ่อยมื ดินท้ายน้ำ (พื้นท่ี 887.21 ไร่) : พบวา่ พื้นท่สี ่วนใหญ่เป็นพน้ื ท่ีปลกู ยางพารา
(5) พน้ื ที่รบั ประโยชน์ (พ้ืนที่ 12,256 ไร่)

ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณพื้นท่ีรับประโยชน์ของโครงการ จะแยกกล่าวกล่าว
รายละเอียดเป็นส่วนของการใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ.2550 และส่วนของการใช้ประโยชน์ทีดินในปี พ.ศ.2561
รวมทัง้ การเปลย่ี นแปลงการใช้ประโยชนท์ ี่ดินประเภท กลุ่มชนดิ ต่าง ๆ (เปรยี บเทยี บข้อมูลของปี พ.ศ.2550 และข้อมลู
ของปี พ.ศ.2561) โดยการใชป้ ระโยชน์ที่ดินประเภท/ชนดิ ต่าง ๆ ของปี พ.ศ.2561 มพี ้ืนทเี่ พ่มิ ขึน้ (+) หรือมพี ้นื ที่ลดลง
(-) เม่ือเปรียบเทียบกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของปี พ.ศ.2550 ดังสรุปรายละเอียดแสดงไว้ในตารางท่ี 3.6.5-2
รปู ที่ 3.6.5-1 (ปพี .ศ.2550) และรปู ที่ 3.6.5-2 (ปี พ.ศ.2561)

การใช้ประโยชน์ที่ดินในปี พ.ศ.2550
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชนท์ ่ีดินในบริเวณพ้ืนท่ีไดร้ ับประโยชนข์ องโครงการ ปี พ.ศ.2550 พบวา่ มี

การใช้ประโยชน์ที่ดิน 4 ประเภท โดยพ้ืนที่ส่วนใหญ่ประมาณ 9 ส่วนใน 10 ส่วนของพ้ืนที่รับประโยชน์ เป็นพื้นท่ี
เกษตรกรรม (พ้ืนทร่ี อ้ ยละ 90.38 ของพนื้ ท่ีรบั ประโยชน)์ พ้ืนที่ส่วนที่เหลอื อกี ประมาณ 1 สว่ น 10 ส่วน ประกอบด้วย
การใช้ประโยชน์ที่ดินอีก 3 ประเภท โดยมีพืน้ ที่เรียงลำดับจากมากไปหานอ้ ยดังน้ี พื้นที่เบ็ดเตล็ด (พ้ืนท่รี ้อยละ 6.25)
พน้ื ทชี่ มุ ชนและส่ิงปลูกสร้าง (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 2.85) และพื้นท่ีน้ำ (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.51) ไม่พบพื้นที่ป่าไม้ในบรเิ วณพนื้ ทร่ี ับ
ประโยชนข์ องโครงการ

การใช้ประโยชน์ที่ดินในแต่ละประเภท ยังแบ่งออกเป็นกลุ่มของพืชกลุ่มของสถานที่กลุ่มของพื้นที่และ
กลมุ่ ของแหลง่ นำ้ ชนดิ ตา่ ง ดงั น้ี

พื้นทเ่ี กษตรกรรม (พ้ืนท่ี 11,078.62 ไร่ หรือคดิ เป็นร้อยละ 90.38 ของพ้นื ทรี่ ับประโยชน์)
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นท่ีเกษตรกรรม แบ่งออกเป็นกลุ่มพืชชนิดต่าง ๆ ดังน้ีโดยพ้ืนที่ส่วนใหญ่
ประมาณ 8 ส่วนใน 9 ส่วนของพ้ืนที่เกษตรกรรมเป็นกลุ่มไม้ยืนต้น (พื้นท่ีร้อยละ 80.92 ของพื้นท่ีรับประโยชน์)
พ้ืนที่ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ส่วนใน 9 ส่วน ประกอบด้วย กลุ่มไม้ผล (พื้นที่ร้อยละ 5.09) และกลุ่มพื้นท่ีนา
(พนื้ ท่ีรอ้ ยละ 4.38)
พน้ื ท่ขี องกลมุ่ พืชชนดิ ตา่ ง ๆ ยังแบ่งยอ่ ยออกเป็นพืชชนิดต่าง ๆ ดงั น้ี
- กลุ่มพนื้ ที่นา : พบว่าพืน้ ท่ีส่วนใหญ่เปน็ นาข้าว (พนื้ ที่ร้อยละ 3.53 ของพืน้ ท่ีรับประโยชน)์ สว่ นที่เหลอื
เปน็ นารา้ ง (พื้นท่ีรอ้ ยละ 0.85)

บริษัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-122 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

ตารางท่ี 3.6.5-2 แสดงการใชป้ ระโยชน์ทดี่ ินแตล่ ะประเภท/ชนิด ในบริเวณพ้ืนท่ีรบั ประโยชน์ของโครงการ

ประเภท/กลุ่ม/ชนดิ พื้นที่ของข้อมูล พ้ืนทีข่ องข้อมูล พน้ื ท่ที ่เี ปล่ียนแปลง
การใช้ประโยชนท์ ่ดี ิน ปี พ.ศ.2550 ปี พ.ศ.2561
ไร่ รอ้ ยละ ไร่ รอ้ ยละ พน้ื ท่เี พมิ่ ขึ้น (+) พนื้ ทลี่ ดลง (-)
พน้ื ที่รวมท้ังหมด 12,256.14 100.00 12,256.14 100.00
รวมพน้ื ท่เี กษตรกรรม : 11,078.62 90.38 10,779.74 87.97 ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ
536.86 4.38 57.08 0.47
พ้นื ที่นา 104.75 0.85 5.68 0.05 347.47 2.82 347.47 2.82
- นำร้ำง 432.11 3.53 51.40 0.42
- นำข้ำว 0.00 0.00 7.92 0.07 298.88 2.42
พชื ไร่ 0.00 0.00 1.98 0.02
- มันสำ้ ปะหลงั 0.00 0.00 5.94 0.05 479.78 3.91
- สบั ปะรด 9,917.77 80.92 10,560.17 86.17
ไม้ยนื ต้น 9,838.38 80.27 10,446.62 85.24 99.07 0.80
- ยำงพำรำ 79.39 0.65 111.02 0.91
- ปำลม์ นำ้ มัน 0.00 0.00 2.53 0.02 380.71 3.11
- กระถนิ 623.99 5.09 121.63 0.99
ไม้ผล 623.99 5.09 114.31 0.93 7.92 0.07
- ไม้ผลผสม 0.00 0.00 1.99 0.02
- กลว้ ย 0.00 0.00 5.33 0.04 1.98 0.02
- ลำงสำด ลองกอง 0.00 0.00 32.94 0.27
ทุง่ หญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรอื น 5.94 0.05
เล้ียงสัตว์
- โรงเรือนเลยี งสตั วป์ กี 642.40 5.25
- โรงเรือนเลียงสกุ ร
รวมพ้ืนทีช่ ุมชนและส่ิงปลูกสร้าง : 608.24 4.97
หมู่บา้ น
- หมู่บ้ำนบนพนื รำบ/ไม้ผลผสม 31.63 0.26
สถานทร่ี าชการและสถาบนั ต่างๆ
- สถำนท่ีรำชกำรและสถำบัน 2.53 0.02
ตำ่ งๆ
สถานคี มนาคม 502.36 4.10
- ถนน
รวมพ้นื ที่เบด็ เตล็ด : 509.68 4.16
ทงุ่ หญ้าและไม้ละเมาะ
- ทุ่งหญ้ำธรรมชำติ 1.99 0.02
- ทุ่งหญ้ำสลบั ไม้พมุ่ /
ไม้ละเมำะ 5.33 0.04

32.94 0.27

0.00 0.00 24.27 0.20 24.27 0.20
0.00 0.00 8.67 0.07 8.67 0.07
349.57 2.85 674.33 5.49 324.76 2.64
349.57 2.85 666.39 5.43 316.82 2.58
349.57 2.85 666.39 5.43 316.82 2.58
0.00 0.00 6.36 0.05 6.36 0.05
0.00 0.00 6.36 0.05 6.36 0.05

0.00 0.00 1.58 0.01 1.58 0.01
0.00 0.00 1.58. 0.01 1.58 0.01
765.99 6.25 717.40 5.85
765.99 6.25 680.94 5.55 48.59 0.40
0.00 0.00 24.55 0.19 85.05 0.70
765.99 6.25 656.39 5.36 24.55 0.19
109.60 0.89

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-123 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องต้น

ตารางท่ี 3.6.5-2 แสดงการใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ แต่ละประเภท/ชนดิ ในบรเิ วณพน้ื ที่รบั ประโยชนข์ องโครงการ (ตอ่ )

ประเภท/กลุ่ม/ชนดิ พื้นทขี่ องข้อมูล พ้นื ทข่ี องข้อมูล พ้ืนทที่ เ่ี ปลี่ยนแปลง
การใช้ประโยชนท์ ด่ี ิน ปี พ.ศ.2550 ปี พ.ศ.2561
ไร่ รอ้ ยละ ไร่ รอ้ ยละ พน้ื ทเี่ พมิ่ ขึ้น (+) พน้ื ทล่ี ดลง (-)
เหมืองแรบ่ อ่ ขุด 0.00 0.00 36.46 0.30
- บอ่ ลกู รัง 0.00 0.00 29.18 0.24 ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ
- บอ่ ดนิ 0.00 0.00 7.28 0.06
พนื้ ทนี่ า้ : 61.96 0.51 84.67 0.69 36.46 0.30
แหล่งนา้ ธรรมชาติ 55.97 0.46 78.68 0.64
- แม่น้ำ ล้ำหว้ ย ลำ้ คลอง 0.00 0.00 21.41 0.17 29.18 0.24
- หนอง บึง ทะเลสำบ 55.97 0.46 57.27 0.47
แหล่งนา้ ทส่ี รา้ งข้ึน 5.99 0.05 5.99 0.05 7.28 0.06
- อำ่ งเกบ็ นำ้ 5.99 0.05 5.99 0.05
22.71 0.18

22.71 0.18

21.41 0.17

1.30 0.01

0.00 0.00

0.00 0.00

- กลุ่มไม้ยนื ตน้ : พบวา่ พืน้ ที่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา (พื้นทรี่ ้อยละ 80.27 ของพืน้ ทร่ี ับ
ประโยชน์) พน้ื ท่ีส่วนที่เหลืออีกไมม่ ากนกั เปน็ พน้ื ท่ปี ลกู ปาล์มนำ้ มนั (พื้นที่ร้อยละ 0.65)

- กลุ่มไม้ผล : พบว่าพื้นท่ีท้ังหมดเป็นเป็นพ้ืนที่ปลูกไม้ผลผสม (พื้นท่ีร้อยละ 5.09 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์)
พ้นื ทช่ี ุมชนและสิ่งปลูกสร้าง (พนื้ ท่ี 349.57 ไร่ หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 2.85 ของพ้ืนท่รี ับประโยชน)์

การใช้ประโยชน์ทีด่ ินในพนื้ ทชี่ ุมชนและสิง่ ปลูกสร้าง พบวา่ มกี ลุ่มของสถานทเ่ี พียงกลุ่มเดยี ว คือกลุ่มหมู่บ้าน
(พื้นที่ร้อยละ 2.85 ของพื้นที่รับประโยชน์) โดยมีเพียงชนิดเดียว ได้แก่ หมู่บ้านบนพ้ืนราบ/ไม้ผลผสม (พ้ืนท่ีร้อยละ
2.85 ของพ้ืนทร่ี ับประโยชน)์

พ้นื ท่ีเบ็ดเตลด็ (พนื้ ท่ี 765.99 ไร่ หรือคดิ เปน็ ร้อยละ 6.25 ของพ้ืนทรี่ บั ประโยชน)์
การใช้ประโยชน์ที่ดนิ ในพ้นื ที่เบด็ เตล็ด พบว่ามีกลุ่มของพ้ืนท่ีเพียงกลุ่มเดียว คือ พ้ืนทีท่ ี่เป็นกลุ่มทุ่งหญ้าและ
ไมล้ ะเมาะ (พื้นท่ีร้อยละ 6.25 ของพ้ืนท่ีรบั ประโยชน์)
พ้ืนทีน่ ำ้ (พืน้ ท่ี 61.96 ไร่ หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.51 ของพ้นื ทีร่ บั ประโยชน์)
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่น้ำ แบ่งออกเป็นแหล่งน้ำ 2 กลุ่ม โดยพื้นท่ีส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของแหล่งน้ำ
ธรรมชาติ (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.46 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อยเป็นกลุ่มของแหล่งน้ำ
ท่ีสรา้ งข้นึ (พนื้ ท่ีรอ้ ยละ 0.05)
พนื้ ท่ีของกลุ่มแหลง่ นำ้ 2 กลุม่ ยงั แบง่ ยอ่ ยออกเป็นแหล่งนำ้ ชนิดต่าง ๆ ดังน้ี

- กลุ่มของแหล่งน้ำธรรมชาติ : พบว่ามีแหล่งนำ้ เพยี งชนดิ เดยี ว ได้แก่ หนอง บึง ทะเลสาบ (พ้ืนท่ีร้อยละ 0.46
ของพืน้ ทร่ี บั ประโยชน)์

- กลุ่มของแหล่งน้ำที่สร้างข้ึน : พบว่ามีแหล่งน้ำเพียงชนิดเดียว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ (พื้นที่ร้อยละ 0.05
ของพืน้ ทร่ี บั ประโยชน์)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-124 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอ้ื งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

การใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ ในปี พ.ศ.2561
ผลการศึกษาด้านการใช้ประโยชน์ท่ีดินในบริเวณพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ ปี พ.ศ.2561 พบว่ามี

การใช้ประโยชน์ที่ดิน 4 ประเภท โดยพื้นท่ีส่วนใหญ่ประมาณ 9 ส่วนใน 10 ส่วนของพื้นที่ประโยชน์ เป็นพ้ืนที่
เกษตรกรรม (พื้นที่ร้อยละ 87.97 ของพื้นที่รับประโยชน)์ พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีกประมาณ 1 ส่วน10 ส่วน ประกอบด้วย
การใช้ประโยชน์ท่ีดินอีก 3 ประเภท โดยมีพ้ืนที่ประมาณครึ่งหน่ึงเป็นพื้นที่เบ็ดเตล็ด (พื้นท่ีร้อยละ5.85) และพ้ืนที่อีก
ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นพืน้ ที่ชุมชนและส่งิ ปลกู สร้าง (พื้นท่ีรอ้ ยละ 5.49) พ้ืนท่ีส่วนท่ีเหลืออีกเพียงเล็กน้อยเป็นพ้ืนท่ีน้ำ
(พืน้ ท่ีร้อยละ 0.69) ไม่พบพน้ื ทีป่ า่ ไม้ในบริเวณพน้ื ที่รบั ประโยชน์เชน่ เดยี วกนั กับในปี พ.ศ.2550

การใช้ประโยชน์ในแต่ละประเภท ยังแบ่งออกเป็นกลุ่มของพืชกลุ่มของสัตว์ กลุ่มของสถานท่ี กลุ่มของ
พน้ื ที่และกลุ่มของแหล่งน้ำชนิดตา่ ง ๆ ดงั นี้

พน้ื ท่ีเกษตรกรรม (พน้ื ที่ 10,779.74 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 87.97 ของพ้ืนท่รี ับประโยชน)์
การใช้ประโยชน์ทดี่ ินในพ้ืนที่เกษตรกรรม แบ่งออกเป็นกลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ชนิดต่าง ๆ ดังน้ี โดยพ้ืนที่ส่วน

ใหญ่หรือเกือบท้ังหมดในพ้ืนที่เกษตรกรรมเป็นกลุ่มไม้ยืนตน้ (พ้ืนที่ร้อยละ 86.17 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่
เหลืออกี ไม่มากนัก (ร้อยละ 1.80) ประกอบด้วยกลุ่มไม้ผล (พืน้ ทรี่ ้อยละ 0.99) กลุ่มพื้นทน่ี า (พื้นที่ร้อยละ 0.47) กลุ่ม
ทุ่งหญา้ เลย้ี งสตั ว์และโรงเรือนเลยี้ งสัตว์ (พ้ืนที่รอ้ ยละ 0.27) และกลมุ่ พชื ไร่ (พืน้ ที่ร้อยละ 0.07)

พื้นทขี่ องกลุ่มพืชและของกล่มุ สตั ว์ชนิดต่าง ๆ ยังแบ่งย่อยออกเป็นพชื และสัตว์ชนิดตา่ ง ๆ ดงั น้ี
- กลุ่มพื้นที่นา : พบว่ามีพ้ืนท่ีน้อยมากในพ้ืนที่เกษตรกรรมโดยพื้นท่ีเกือบท้ังหมดเป็นนาข้าว (พื้นท่ีร้อยละ

0.42 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) สว่ นทเี่ หลืออีกเพยี งเล็กน้อย เป็นนารา้ ง (พ้นื ท่ีรอ้ ยละ 0.05)
- กลุ่มพืชไร่ : พบว่ามีพื้นท่ีเพียงเล็กน้อยมาก ๆ ในพื้นที่เกษตรกรรม ประกอบด้วย พ้ืนท่ีปลูกสับปะรด

(พื้นทีร่ ้อยละ 0.05 ของพื้นทรี่ ับประโยชน์) และพื้นทปี่ ลกู มันสำปะหลัง (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 0.02)
- กลุม่ ไม้ยืนต้น : พบว่ามพี ื้นทมี่ ากทสี่ ดุ ในพน้ื ท่ีเกษตรกรรมโดยพื้นที่สว่ นใหญห่ รือเกือบท้ังหมดเป็นพนื้ ท่ี

ปลูกยางพารา (พื้นที่ร้อยละ 85.24 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พื้นที่ส่วนท่ีเหลืออีกม่มากนักเป็นพ้ืนที่ปลูกปาล์มน้ำมัน
(พ้ืนที่รอ้ ยละ 0.91) และท่ีมีพนื้ ที่เพยี งเลก็ น้อยมาก ๆ เป็นพ้ืนทป่ี ลูกกระถนิ (พ้ืนทรี่ อ้ ยละ 0.02)

- กลุ่มไม้ผล : พบว่ามีพ้ืนท่ีค่อนข้างน้อยในพ้ืนที่เกษตรกรรมโดยพ้ืนที่ส่วนใหญ่หรือเกือบท้ังหมดเป็น
พนื้ ท่ีปลูกไมผ้ ลผสม (พ้นื ท่ีร้อยละ 0.93 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พื้นท่ีส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อย ประกอบด้วยพ้ืนที่
ปลูกลางสาด ลองกอง (พ้ืนท่รี อ้ ยละ 0.04) และพ้ืนทีป่ ลูกกล้วย (พื้นทร่ี ้อยละ 0.02)

- กลุ่มทุ่งหญ้าเล้ียงสัตว์และโรงเรือนเล้ียงสัตว์ : พบว่ามีพื้นที่น้อยในพ้ืนที่เกษตรกรรม ประกอบด้วย
โรงเรือนเลี้ยงสตั ว์ปกี (พนื้ ท่ีร้อยละ 0.20 ของพื้นท่รี ับประโยชน์) และโรงเรอื นเลี้ยงสกุ ร (พ้ืนที่รอ้ ยละ 0.07)

พ้นื ทช่ี ุมชนและส่ิงปลูกสรา้ ง (พื้นท่ี 674.33 ไร่ หรอื คดิ เปน็ ร้อยละ 5.49 ของพืน้ ที่รับประโยชน)์
การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพ้ืนท่ีชุมชนและสิง่ ปลูกสรา้ ง แบ่งเปน็ กล่มุ สถานที่ต่าง ๆ โดยพื้นที่เกอื บท้ังหมด

เป็นกลุ่มของหมู่บ้าน (พ้ืนที่ร้อยละ 5.43 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พื้นท่ีส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อยมาก ๆ
ประกอบด้วย กลุ่มของสถานที่ราชการและสถาบันต่าง ๆ (พ้ืนที่ร้อยละ 0.05) และกลุ่มของสถานีคมนาคม (พื้นที่
รอ้ ยละ 0.01) โดยพื้นทขี่ องแต่ละกลุ่ม ดังกล่าวน้ี ประกอบด้วยสถานทชี่ นดิ ต่าง ๆ ดังนี้

- กลุ่มหมู่บ้าน : พบว่ามีสถานที่เพียงชนิดเดียว คือหมู่บ้านบนพ้ืนราบ/ไม้ผลผสม (พื้นท่ีร้อยละ 5.43
ของพ้นื ทีร่ ับประโยชน์)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-125 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบือ้ งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้

- กลุ่มสถานท่ีราชการและสถาบันต่าง ๆ : พบว่ามีสถานที่เพียงชนิดเดียว คือ สถานท่ีราชการและ
สถาบันต่าง ๆ (พ้ืนทรี่ ้อยละ 0.05 ของพ้ืนท่รี ับประโยชน์)

- กลุม่ สถานคี มนาคม : พบว่ามสี ถานทเ่ี พียงชนิดเดียว คือ ถนน (พน้ื ท่รี ้อยละ 0.01 ของพื้นทร่ี ับประโยชน์)
พื้นทเ่ี บด็ เตลด็ (พ้ืนท่ี 717.40 ไร่ หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 5.85 ของพื้นท่ีรับประโยชน์)

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในพื้นที่เบ็ดเตล็ด แบ่งออกเป็นกลุ่มพ้ืนที่ชนิดต่าง ๆ โดยพื้นท่ีเกือบท้ังหมดได้แก่
ส่วนท่ีเป็นกลุ่มทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ (พ้ืนท่ีร้อยละ 5.55 ของพื้นที่รับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อย
ไดแ้ ก่ กลุ่มเหมืองแรบ่ ่อขดุ (พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 0.30) ซ่ึงกลุ่มพื้นท่ี 2 กล่มุ ดังกล่าวน้ียังแบ่งย่อยออกเป็นพน้ื ที่ชนิดต่าง ๆ ได้
ดงั นี้

- กลุ่มทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ : พบว่าพ้ืนที่ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดได้แก่ ทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/
ไม้ละเมาะ (พื้นท่ีร้อยละ 5.36 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อย ได้แก่ ทุ่งหญ้าธรรมชาติ
(พืน้ ท่ีร้อยละ 0.19)

- กลุ่มเหมืองแร่บ่อขุด : พบว่าพื้นท่ีเกือบท้ังหมด ได้แก่ บ่อลูกรัง (พื้นที่ร้อยละ 0.24 ของพ้ืนท่ีรับ
ประโยชน)์ สว่ นที่เหลือ ได้แก่ บ่อดนิ (พนื้ ทีร่ ้อยละ 0.06)

พน้ื ท่นี ้ำ (พนื้ ที่ 84.67 ไร่ หรือคิดเปน็ ร้อยละ 0.69 ของพ้ืนทีร่ ับประโยชน)์
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นท่ีน้ำ แบ่งออกเป็นแหล่งน้ำ 2 กลุ่ม โดยพื้นท่ีเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มของ

แหล่งน้ำธรรมชาติ (พื้นที่ร้อยละ 0.64 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พ้ืนที่ส่วนที่เหลืออีกเพียงเล็กน้อยมาก ได้แก่ กลุ่มของ
แหลง่ น้ำทสี่ รา้ งขึน้ (พื้นท่รี ้อยละ 0.05) พื้นท่ีของกลุ่มแหลง่ นำ้ 2 กล่มุ ดงั กลา่ วยังแบ่งย่อยออกเปน็ แหล่งนำ้ ชนดิ ต่าง ๆ ดังนี้

- กลุ่มของแหล่งน้ำธรรมชาติ : พบว่ามีแหล่งน้ำอยู่ 2 ชนิด โดยพ้ืนที่ส่วนใหญ่ ได้แก่ ส่วนที่เป็นหนอง
บึง ทะเลสาบ (พื้นท่ีร้อยละ 0.47 ของพ้ืนท่ีรับประโยชน์) พ้ืนที่ส่วนท่ีเหลือ ได้แก่ ส่วนท่ีเป็นแม่น้ำ ลำห้วย ลำคลอง
(พ้ืนท่ีรอ้ ยละ 0.17)

- กลุ่มของแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น : พบว่ามีแหล่งน้ำอยู่เพียงชนิดเดียว ได้แก่ อ่างเกบ็ น้ำ (พนื้ ทร่ี ้อยละ 0.05
ของพื้นทรี่ ับประโยชน์)

การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ดี ิน (เปรียบเทยี บข้อมลู ของปี พ.ศ.2550 กบั ข้อมูลของปี พ.ศ.2561)
การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินแต่ละประเภท/กลุ่ม/ชนิด ในบริเวณพ้ืนที่รับประโยชน์ของโครงการ
เปน็ การเปรยี บเทียบขอ้ มลู ของปี พ.ศ.2550 และขอ้ มูลของปี พ.ศ.2561 วา่ ในปี พ.ศ.2561 มกี ารใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ของ
แต่ละประเภท/กลุ่ม/ชนิด โดยมีพ้ืนที่เพ่ิมข้ึน (+) หรอื มีพื้นท่ีลดลง (-) เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลของการใช้ประโยชน์
ท่ดี นิ ในปี พ.ศ.2550 ผลการศึกษาได้สรุปแสดงไวใ้ นตารางที่ 3.6.5-2
ผลการศึกษาของการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของแต่ละประเภท (ประกอบด้วย 4 ประเภท)
ในพืน้ ทร่ี ับประโยชน์ของโครงการแบง่ ออกได้เปน็ 2 กล่มุ ดังนี้
กลมุ่ ของประเภทการใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินทมี่ ีพ้นื ที่เพ่มิ มากข้ึน (+) (พื้นทีเ่ พ่ิมขึน้ ทั้งหมด 347.47 ไร่ หรอื คิด
เป็นร้อยละ 2.82 ของพนื้ ท่รี บั ประโยชน)์
ผลการศึกษาประเภทการใช้ประโยชน์ท่ีดินท่ีมีพื้นที่เพ่ิมมากข้ึน (+) ในปี พ.ศ.2561 เมื่อเปรียบเทียบกับ
ปี พ.ศ.2550 พบว่ามีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วย พ้ืนที่ชุมชนและส่ิงปลูกสร้างมีพื้นที่เพิ่มข้ึน 324.76 ไร่ (คิดเป็น
ร้อยละ 2.64 ของพื้นที่รับประโยชน์) และอีกประเภทหน่ึงเป็นพื้นท่ีน้ำซึ่งมีพ้ืนท่ีเพ่ิมข้ึนไม่มากนัก คือ 22.71 ไร่
(คิดเปน็ ร้อยละ 0.18 ของพ้นื ท่ีรบั ประโยชน)์

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-126 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบื้องตน้

กลุ่มของประเภทการใช้ประโยชน์ท่ีดินที่มีพ้ืนที่ลดน้อยลง (-) (พ้ืนท่ีลดลงท้ังหมด 347.47 ไร่ หรือ
คิดเป็นรอ้ ยละ 2.82 ของพืน้ ที่รับประโยชน)์

ผลการศึกษาประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีพ้ืนท่ีลดน้อยลง (-) ในปี พ.ศ.2561 เมื่อเปรียบเทียบกับปี
พ.ศ.2550 พบว่ามีอยู่ 2 ประเภท ประกอบด้วยพ้ืนที่เกษตรกรรมมีพื้นท่ีลดลง 298.88 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 2.42 ของพื้นที่
รับประโยชน์) และอีกประเภทหน่ึงเป็นพื้นที่เบ็ดเตล็ดซึ่งมีพื้นท่ีลดลงไม่มากนัก คือ 48.59 ไร่ (คิดเป็นร้อยละ 0.40 ของ
พื้นท่ีรบั ประโยชน์)

การลดลงของการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ ประเภททเี่ ป็นพ้นื ท่ีเกษตรกรรม และประเภทท่ีเป็นพื้นท่เี บ็ดเตลด็ ใน
ปี พ.ศ.2561 พบว่าพ้ืนท่ีท่ีลดลงไป ส่วนใหญ่จะถูกเปล่ียนนำไปใช้ประโยชน์เป็นการใช้ประโยชน์ท่ีดินประเภทท่ีเป็น
พื้นท่ีชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหมู่บ้านชนิดที่เป็นหมู่บ้านบนพ้ืนราบ/ไม้ผลผสม (พ้ืนท่ีเพิ่มข้ึน
316.82 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.58 ของพื้นที่รับประโยชน์) พื้นที่ส่วนที่เหลือท่ีมีพื้นท่ีไม่มากนักถูกนำไปใช้ประโยชน์
เป็นสถานที่ราชการและสถาบันตา่ ง ๆ (พ้ืนที่ 6.36 ไร่ หรือคดิ เป็นรอ้ ยละ 0.05) และส่วนท่ีเป็นสถานีคมนาคม ที่เป็น
ถนน (พื้นท่ี 1.58 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.01) นอกจากนั้นมีพ้ืนท่ีอีกเพียงเล็กน้อยถูกเปลยี่ นแปลงนำไปใชป้ ระโยชน์
เป็นพื้นทนี่ ้ำ โดยพ้ืนท่ีที่เพม่ิ ขึ้นอยใู่ นกลมุ่ ของแหล่งนำ้ ธรรมชาติ ทส่ี ว่ นใหญ่เปน็ ส่วนของแมน่ ำ้ ลำห้วย ลำคลอง (พน้ื ที่
21.41 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.17) และมีพ้ืนที่เพียงเล็กน้อยมาก ๆ ท่ีเป็นหนอง บึง ทะเลสาบ (พ้ืนที่ 1.30 ไร่ หรือ
คิดเป็นร้อยละ 0.01)

การเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ในพน้ื ท่เี กษตรกรรม

การใช้ประโยชน์ท่ีดินในประเภทที่เป็นพื้นท่ีเกษตรกรรม ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีหลักมีพื้นท่ีมากท่ีสุดในพื้นที่รับ
ประโยชน์ของโครงการ (คิดเป็นร้อยละ 87.97 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) พบว่ากลุ่มพืชและกลุ่มสัตว์ต่าง ๆ ยังมีการ
เปล่ยี นแปลงท้ังเปน็ ในส่วนทมี่ ีพื้นที่เพม่ิ มากข้ึน (+) และในส่วนที่มพี น้ื ท่ลี ดน้อยลง (-) โดยมรี ายละเอียดดังนี้

กลมุ่ พืชหรือกลุ่มสัตว์ท่มี ีพ้นื ทเี่ พ่มิ มากข้ึน (+)
การใชป้ ระโยชนท์ ดี่ นิ ทีเ่ ปน็ กลมุ่ พืชหรอื กลุ่มสัตวท์ ่ีมีพ้ืนที่เพ่มิ มากขน้ึ ใน (+) ปี พ.ศ.2561 เมื่อเปรียบเทียบ
กับปี พ.ศ.2550 พบว่ามีอยู่ 3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มไม้ยืนต้นท่ีมีพื้นท่ีเพ่ิมขึ้น (+) เป็นพื้นที่มากท่ีสุด (พื้นท่ีเพิ่มข้ึน
642.40 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 5.25 ของพ้ืนที่รับประโยชน์) โดยพื้นท่ีที่เพ่ิมข้ึนเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา (พ้ืนที่เพิ่มข้ึน
608.24 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.97 ของพื้นท่ีรับประโยชน์) ส่วนการใช้ประโยชน์ท่ีดินของอีก 2 กลุ่ม ที่มีพ้ืนท่ีเพ่ิมข้ึน
เพียงเลก็ นอ้ ย ได้แก่ กลุ่มทุง่ หญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเลีย้ งสตั ว์ (พ้ืนท่ีเพ่มิ ข้นึ 32.94 ไร่ หรือคิดเป็นรอ้ ยละ 0.27) และ
กลุ่มพชื ไร่ (พ้ืนที่เพิ่มขึน้ 7.92 ไร่ หรอื คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.07)
กลุ่มพืชทีม่ ีพ้ืนท่ีลดนอ้ ยลง (-)
การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นกลุ่มพืช ที่มีพ้ืนที่ลดน้อยลง (-) ในปี พ.ศ.2561 เม่ือเปรียบเทียบกับปี
พ.ศ.2550 พบว่ามีอยู่ 2 กลุ่ม ที่มีพื้นท่ีลดน้อยลงใกล้เคียงกัน ประกอบด้วยกลุ่มไม้ผล (พ้ืนที่ลดลง 502.36 ไร่
หรือคิดเปน็ ร้อยละ 4.10 ของพ้ืนที่รบั ประโยชน์) และกลุ่มพน้ื ท่นี า (พ้ืนที่ลดลง 479.78 หรอื คิดเป็นรอ้ ยละ 3.91)
พื้นท่ีส่วนใหญ่ของกลุ่มไม้ผลที่มีพื้นที่ลดน้อยลง พ้ืนท่ีเกือบทั้งหมดเป็นไม้ผลผสมที่มีพื้นที่ลดน้อยลง และ
พื้นที่บางส่วนของกลุ่มพื้นท่ีนาที่พื้นที่เกือบท้ังหมดเป็นนาข้าว ที่มีพ้ืนท่ีลดลงเช่นเดียวกันโดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะถูก
เปล่ียนไปเป็นพ้ืนท่ีกลุ่มไม้ยืนต้นซึง่ ส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีปลูกยางพารา (พื้นที่เพิ่มขึ้น 608.24ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ4.97ของพนื้ ท่ีรับ
ประโยชน)์ และมีพ้นื ท่ีอกี เพียงเล็กน้อยที่เปน็ พ้ืนทีป่ ลกู ปาลม์ นำ้ มนั (พ้ืนท่ีเพม่ิ ขน้ึ 31.63 ไร่ หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 0.26)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-127 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องตน้

สรปุ การเปลย่ี นการใช้ประโยชน์ที่ดนิ ในบริเวณพนื้ ทร่ี ับประโยชนข์ องโครงการ :

การเปลีย่ นแปลงการใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ินประเภทตา่ ง ๆ ในบรเิ วณพนื้ ทีร่ ับประโยชนข์ องโครงการ

ประเภทการใช้ประโยชนท์ ี่ดนิ พื้นที่เพม่ิ ขน้ึ (+) พน้ื ท่ีลดลง (-)
ไร่ ร้อยละ ไร่ รอ้ ยละ

พน้ื ท่ีเกษตรกรรม 298.88 2.42

พน้ื ทช่ี มุ ชนและส่ิงปลูกสรา้ ง 324.76 2.64

พ้นื ทเี่ บด็ เตลด็ 48.59 0.40

พ้ืนท่ีนำ้ 22.71 0.18

รวม 347.47 2.82 347.47 2.82

การเปล่ียนแปลงการใชป้ ระโยชน์ของกลุ่มพชื และกลุ่มสตั วช์ นดิ ต่าง ๆ ในบรเิ วณพื้นทเ่ี กษตรกรรม

การใช้ประโยชน์ทดี่ ินของกลุ่มพืช/ พ้ืนที่เพิ่มขนึ้ (+) พื้นท่ีลดลง (-)

กลุม่ สัตว์ ไร่ รอ้ ยละ ไร่ ร้อยละ
3.91
กลมุ่ พนื้ ที่นา 479.78
4.10
กลุม่ พืชไร่ 7.92 0.07
8.01
กลุ่มไมย้ นื ต้น 642.40 5.25 2.42

กลมุ่ ไมผ้ ล 502.36

กลมุ่ ทุง่ หญ้าเลยี้ งสัตวแ์ ละโรงเรือน 32.94 0.27

เลี้ยงสัตว์

รวม 683.26 5.59 982.14

รวมพน้ื ท่ที ัง้ หมดที่เปลย่ี นแปลง 298.88

4) แผนการดำเนินงานในขนั้ ถดั ไป
ทำการสำรวจสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคสนามในบริเวณพื้นท่ีศึกษาของโครงการ

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-128 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้

3.6.6 การคมนาคมขนส่ง
1) วัตถุประสงคก์ ารศึกษา
เพ่ือศกึ ษาโครงข่ายเสน้ ทางคมนาคมทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการพฒั นาโครงการ รวมทัง้ ปริมาณการจราจรบน

เสน้ ทางทเ่ี ก่ียวขอ้ งตา่ ง ๆ ในพนื้ ทศ่ี ึกษา

2) วิธีการศกึ ษา
2.1) การรวบรวมข้อมูลจะรวบรวมข้อมูลเสน้ ทางทสี่ ำคัญที่เช่อื มตอ่ พื้นที่โครงการจากกรมทางหลวง

และกรมทางหลวงชนบท เช่น การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณการจราจรเฉลี่ยรายวัน (AADT) และ
องค์ประกอบของการจราจรที่ผา่ นมา โดยเน้นเสน้ ทางเข้า-ออกพื้นท่โี ครงการ เส้นทางตอ่ เช่ือม เสน้ ทางทจี่ ะใชล้ ำเลียง
วสั ดกุ ่อสร้าง ปัจจัยการเกษตรและผลผลิตการเกษตร รวมท้ังจะตรวจสอบและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาอปุ สรรค
และความพึงพอใจต่อสภาพการจราจรในปัจจุบันเพิ่มเติม

2.2) การสำรวจในภาคสนามและเกบ็ ข้อมลู เพิม่ เตมิ จะสำรวจสภาพการคมนาคมในพื้นทบ่ี ริเวณพ้ืนท่ี
ก่อสร้างหัวงาน และถนนเขา้ สู่หวั งาน โดยเน้นความเชอื่ มโยงกบั พื้นที่โครงการ สภาพเสน้ ทาง ความสำคญั ของเส้นทาง
และแนวโนม้ ของความสำคัญในอนาคตบรเิ วณทจี่ ะดำเนนิ การสำรวจปริมาณจราจร

3) ผลการศกึ ษา
1) ผลการรวบรวมขอ้ มลู ทตุ ยิ ภูมิ

จังหวัดพัทลุง มีการคมนาคมสะดวกเพราะตั้งอยู่ก่ึงกลางของภาคใต้ (กึ่งกลางระหว่างจังหวัดชุมพร-
นราธิวาส) เป็นศูนย์รวมของการคมนาคมทางบก จากภาคใต้ตอนบน (ฝั่งอ่าวไทย) และภาคตะวันตก (ฝั่งอันดามัน)
ลงสูภ่ าคใต้ตอนลา่ ง โดยใชเ้ สน้ ทางเพชรเกษม (หมายเลข 4)

1. การขนสง่ ทางบก เปน็ การคมนาคมขนส่งทีส่ ะดวกทีส่ ุด
1) การเดินทางโดยรถยนต์ มีทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอป่าพะยอม ควนขนุน เมือพัทลุง เขาชัยสน
บางแกว้ ตะโหมด ปา่ บอน และทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอำเภอเมอื งพทั ลงุ ศรีนครินทร์ เขาชัยสน บางแกว้ ตะโหมด
และปา่ บอน นอกจากน้ียงั มีถนนหรอื ทางหลวงทอ่ี ยใู่ นความรับผดิ ชอบของหนว่ ยงานอื่น ๆ
2) การเดินทางโดยรถไฟ มีรถไฟสายใต้ผ่านท้องที่อำเภอควนขนุน เมอื งพทั ลุง เขาชัยสน บางแก้ว ปา่ บอน
และอำเภอปากพะยูน มีสถานีรับส่งผู้โดยสารและสินค้า 9 สถานี ได้แก่ สถานีแหลมโตนด ปากคลอง พัทลุง
บา้ นต้นโดน เขาชยั สน บางแก้ว ควนเคีย่ ม หารเทา และสถานีโคกทราย
2. การขนสง่ ทางนำ้ มกี ารเดินทางเพียงสายเดียว คือ เส้นทางระหว่างจังหวัดพัทลุงกับอำเภอระโนด จังหวัด
สงขลา มีทา่ เทียบเรือทสี่ ำคัญเพยี งแหง่ เดยี ว คือ ทา่ เทยี บเรอื ปากพะยนู อำเภอปากพะยนู จงั หวดั พัทลงุ
3. การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดพัทลุงไม่มีสนามบินพาณิชย์ของตนเอง การเดินทางทางอากาศ อาศัย
สนามบนิ พาณิชยต์ รัง สนามบินพาณชิ ยห์ าดใหญ่ และสนามบนิ พาณิชยน์ ครศรธี รรมราช
4. ระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่งครอบคลุมพื้นท่ีโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว และพ้ืนท่ีรับ
ประโยชน์ของโครงการ พบว่าเป็นระบบคมนาคมขนสง่ ที่มีสภาพดี และสามารถติดต่อเช่ือมโยงกันได้อย่างสะดวกและ
รวดเร็ว
5. การสำรวจเส้นทางเข้าสู่พื้นที่หัวงาน การเดินทางเขา้ สู่หัวงานสามารถเดินทางได้สะดวกโดยรถยนต์ โดย
เร่มิ จากตัวเมืองพัทลุงมุ่งหน้าไปทางทิศใต้บนถนนหมายเลข 4 เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวา

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-129 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่วั บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งต้น

เข้าสู่ถนนหมายเลข 4122 มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรจากน้ันเล้ียวซ้ายเข้าสู่ทาง
หลวงชนบทหมายเลข 1029 มุ่งหน้าทางทิศใต้เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากน้นั เล้ียวขวาเข้าสู่ทางลาดยางสู่
นำ้ ตกโตนสะตอ ประมาณ 500 เมตร และเดินเทา้ อกี ประมาณ 200 เมตรจะถึงที่ต้งั หัวงานโครงการ

6. ข้อมูลปริมาณการจราจร จากการรวบรวมข้อมูลปรมิ าณจราจรตอ่ วนั ตลอดปี (AADT) บนทางหลวงสาย
หลักทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณพนื้ ท่ีศึกษาและบริเวณใกล้เคียง ปี 2561 พบว่าชนิดรถที่มีการว่งิ บนถนนทางหลวง
หมายเลข 4 มากท่สี ดุ คอื รถยนตน์ ง่ั (ไมเ่ กนิ 7 คน) รองลงมารถบรรทุกขนาดเลก็ (4 ล้อ) รถยนต์นั่ง (เกนิ 7 คน) และ
รถจกั รยานยนต์ ตามลำดับ ดงั ตารางที่ 3.6.6-1

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-130 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั ตารางที่ 3.6.6-1 ปริมาณจราจรตอ่ วนั ตลอดปี (AADT) บนทางหลวงสายหลกั ทางหลวงหมายเลข 4 ปี 2561
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด
ลาดับ ทาง ตอน รถยนต์นงั่ รถยนตน์ ง่ั รถ รถโดยสาร รถ รถบรรทุก รถบรรทุกขนาด รถบรรทุก รถบรรทุกพว่ ง รถบรรทุกกึ่ง % จักรยาน สามล้อ แขวงทาง โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว
ที่ หลวง ควบคุ จุดสารวจ (ไมเ่ กิน (เกิน 7 โดยสาร ขนาดกลาง (มากกว่า 3 พว่ ง (มากกว่า ของ 2 ล้อ และ เครื่องและ หลวง อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง
สาย ชอ่ื สายทาง โดยสาร ขนาดเล็ก 2 เพลา ขนาด 3 เพลา เพลา) รวม ยานยนต์ จักรยาน 3 ล้อ จักรยานยนต์ จังหวัด
ม 7 คน) คน) ขนาดเล็ก 3 เพลา) หนกั
ขนาดใหญ่ (4 ล้อ) (6 ล้อ) (10 ล้อ)

1 4 1301 เขำพับผ้ำ - พัทลุง 1144+104 4,230 1,524 62 39 57 3,234 252 194 112 237 9,941 8.96 18 1,440 ขท.พัทลุง พัทลุง
2 4 1301 เขำพับผ้ำ - พัทลุง
3 4 1302 พัทลุง - นำโหนด 1160+640 10,390 1,354 209 234 132 8,088 517 423 209 209 21,765 7.92 42 4,269 ขท.พัทลุง พัทลุง
4 4 1304 ห้วยทรำย - พรพุ ้อ
5 4 1401 พรพุ ้อ - เนนิ พิชัย 1173+259 6,251 6,031 411 373 426 5,353 4,967 5,111 4,983 4,960 38,866 53.57 0 3,918 ขท.พัทลุง พัทลุง
6 4 1401 พรพุ ้อ - เนนิ พิชัย
1205+559 5,890 2,989 17 36 120 10,480 1,017 1,431 1,448 1,095 24,523 20.99 6 1,564 ขท.พัทลุง พัทลุง

1220+559 10,313 3,244 78 89 153 1,406 820 947 921 821 18,792 19.96 31 1,179 ขท.สงขลำที่ 1 สงขลำ

1230+459 12,563 6,469 155 138 169 2,522 958 1,205 1,137 1,385 26,701 18.70 41 2,541 ขท.สงขลำท่ี 1 สงขลำ

3-131

รายงานฉบับกลาง บทท่ี 3
(Interim Report) การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอื้ งต้น

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งต้น

3.7 คณุ ค่าต่อคุณภาพชีวติ
3.7.1 เศรษฐกจิ และสังคม

1) วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษา
(1) เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคม ลักษณะประชากร ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนสภาพแวดล้อมใน

ชมุ ชน บรเิ วณพนื้ ทศ่ี ึกษาโครงการ
(2) เพื่อศึกษาประเมนิ การรับรู้ ความคดิ เห็น และปฏกิ ิรยิ าของประชาชนต่อการพัฒนาโครงการ
(3) เพ่ือนำผลทไ่ี ดจ้ ากการสำรวจสภาพเศรษฐกิจสังคม และความคิดเห็นของประชาชนทีม่ ีต่อโครงการ

ไปพิจารณาประกอบการศกึ ษาสภาพเศรษฐกจิ สังคม
(4) เพ่ือประเมินผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชนในชุมชนและผลกระทบต่อสภาพ

เศรษฐกิจสงั คม ท้ังในระยะกอ่ สรา้ ง และระยะดำเนนิ การ
(5) เพ่ือเสนอแนะมาตรการปอ้ งกันและแก้ไขผลกระทบ และมาตรการตดิ ตามตรวจสอบผลกระทบด้าน

เศรษฐกิจสังคม
2) ข้นั ตอนและวธิ ีการศกึ ษา
การศึกษาวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสังคมของโครงการ มีขอบเขตการศึกษาที่สำคัญ ประกอบด้วย

การศึกษาและรวบรวมข้อมูลสภาพเศรษฐกจิ และสงั คมของชุมชน ผ้นู ำชุมชนและครวั เรือนในพื้นที่ศึกษา และรวบรวม
ความคิดเห็นของประชาชนในชมุ ชนท่มี ตี อ่ การพฒั นาโครงการ โดยมแี นวทางและวธิ ีการศกึ ษา ดังน้ี

(1) การศึกษาข้อมูลทุตยิ ภมู ิ
รวบรวมและศึกษาทบทวนขอ้ มลู ทุตยิ ภูมดิ า้ นเศรษฐกจิ สงั คม จากหนว่ ยงานตา่ งๆ ท่เี กย่ี วข้อง ดังนี้
1. ตวั ชี้วดั ภาวะเศรษฐกจิ และสังคม ในรอบ 10 ปี (ปี พ.ศ. 2551-2560) จากสำนกั งานพัฒนาการ

เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ไดแ้ ก่ มลู ค่าผลิตภณั ฑม์ วลรวมจงั หวัด (GPP) มูลคา่ ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภาคใต้ (GRP) และ
มูลคา่ ผลิตภัณฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP)

2. สภาพเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดพัทลุง และของพื้นท่ีศึกษาโครงการ ได้แก่ จำนวน
ครัวเรือน จำนวนประชากร อัตราเฉล่ียของจำนวนประชากรต่อครัวเรือน ระดับการศึกษา อาชีพ การนับถือศาสนา
การทำงานและการมีงานทำ รายได้-รายจ่ายของครัวเรือน หน้ีสนิ และการเก็บออมเงินครัวเรือน ข้อมูลลักษณะการใช้
ท่ีดิน การถือครองกรรมสิทธ์ิท่ีดิน สภาพน้ำดื่ม น้ำใช้ การมีไฟฟ้า จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของ
ครวั เรือน พ.ศ. 2560 ของสำนกั งานสถิติแหง่ ชาติ ขอ้ มูลความจำเป็นพ้ืนฐาน (จปฐ) ปี พ.ศ. 2560 และข้อมูล กชช.2ค
ปี พ.ศ. 2560 ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และข้อมูลสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดพัทลุง
ข้อมูลที่รวบรวมไดข้ ้างต้นจะนำมาใช้เพื่อแสดงสภาพเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบันก่อนมีการดำเนินงานโครงการ และใช้
เป็นขอ้ มลู เพื่อศกึ ษาประเมนิ ผลกระทบทางดา้ นเศรษฐกจิ สังคมตอ่ ไป

(2) การสำรวจข้อมลู ปฐมภมู ิ
การศึกษาสภาพของบริบทชุมชนในระดับท้องถ่ิน ได้ใช้หลายวิธีประกอบกัน ซึ่งที่ปรึกษา ได้

ดำเนินการรวบรวมข้อมูลสภาพเศรษฐกจิ สงั คมของกลุ่มผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสีย โดยใช้แบบสอบถาม สภาพเศรษฐกิจสังคม
เพื่อรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความคดิ เหน็ หรือข้อวติ กกงั วล ตลอดจนขอ้ คิดเห็น และขอ้ เสนอแนะใน
การจัดการปัญหา หรือผลกระทบที่อาจเกิดข้ึน ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาประกอบการประเมินผล
กระทบ และจดั ทำขอ้ เสนอแนะมาตรการในการป้องกนั และแก้ไขผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-132 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะก่วั บทท่ี 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งต้น

1. พืน้ ทศี่ กึ ษา
การศึกษาโครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว อันเนื่องมาจาก

พระราชดำริ จังหวัดพัทลุง มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกให้กับพ้ืนที่
ชลประทานของโครงการ เพ่ือเป็นแหล่งนำ้ สำหรับอุปโภค-บริโภค และเลี้ยงสัตว์ของราษฎรในเขตตำบลหนองธงและ
ตำบลใกล้เคียง เพ่ือยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎร ในเขตพ้ืนท่ีท่ีได้รับประโยชน์จากโครงการให้ดีข้ึน โดยให้การ
สนับสนุนแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพ้ืนฐานของผลผลิตทางด้านเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเท่ียว ฯลฯ และเพื่อเป็น
แหลง่ เพาะพนั ธุ์ปลาและสัตว์น้ำอนื่ ๆ

การพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ และระบบชลประทาน ซึ่งพ้ืนที่
ศึกษาโครงการครอบคลุมพื้นท่ีเขตการปกครอง 2 อำเภอ 3 ตำบล ได้แก่ บริเวณพื้นที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน
พ้ืนท่ีตำบลแม่ขรี และตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง (ดังรูปที่ 3.7.1-1) พื้นที่ซึ่งคาดจะได้รับ
ผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ ได้แก่ พ้ืนท่ีรับน้ำของโครงการ พื้นท่ีอ่างเก็บน้ำ พ้ืนที่หัวงาน พ้ืนท่ีท้ายน้ำ และ
พ้นื ท่ชี ลประทาน

2. ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการศึกษา แบ่งออกเปน็ 3 กล่มุ คือ กลุ่มผใู้ ห้ข้อมูลสำคัญหรือกลุ่มผนู้ ำชุมชน

กลุ่มผูท้ ีไ่ ดร้ บั ผลกระทบจากการกอ่ สรา้ งโครงการ และกล่มุ ผูท้ คี่ าดวา่ จะไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการพัฒนาโครงการ
3. การกำหนดกลมุ่ ตวั อยา่ ง
- กลุม่ ผ้นู ำชมุ ชน หมายถึง กำนัน ผู้ใหญ่บา้ น โดยเก็บรวบรวมขอ้ มูลสอบถามขอ้ มูลจากผู้นำ

ชมุ ชน หรือกรรมการหมู่บ้านทุกหมูบ่ ้านที่ได้ทำการสำรวจข้อมูลระดับครัวเรือน หรือบุคคลที่ได้รบั มอบหมายจากผู้นำ
ชุมชน จากหมู่บ้านตวั อย่างในพื้นที่ศกึ ษา

- กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ หมายถึง กลุ่มเจ้าของท่ีดินท่ีได้รับ
ผลกระทบจากการสญู เสียพ้ืนทีด่ ิน (ถกู เวนคืน) ไดแ้ ก่ พ้นื ทอี่ า่ งเก็บน้ำ พน้ื ทห่ี ัวงาน พื้นท่ที า้ ยน้ำ และพ้ืนทชี่ ลประทาน
โดยในการเก็บรวบรวมข้อมูลจะเกบ็ ข้อมูลจากเจ้าของท่ีดิน หรอื ผู้ท่ีได้รบั มอบหมายจากเจ้าของที่ดินทีใ่ ห้ความร่วมมือ
ท่ีจะตอบแบบสอบถามทุกรายท่ีสามารถติดตามตวั ได้

- กลุ่มผู้ที่คาดว่าจะไดร้ ับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการ หมายถึง ครัวเรือนที่อยใู่ นพ้ืนที่
รบั ประโยชน์ หรือกลุม่ ครัวเรอื นในพื้นที่ชลประทาน/ครัวเรอื นท่ีได้รับผลกระทบทางบวก และครวั เรือนใกล้เคยี งพื้นท่ี
กอ่ สร้างและดำเนนิ งานโครงการ

การสุ่มตัวอย่าง โดยกำหนดค่าความเช่ือถือได้อยู่ท่ีร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อน
ไม่เกินร้อยละ 5 ท้ังน้ีจำนวนตัวอย่างจะมีการปรับให้มีความเหมาะสม ภายหลังจากได้ทำการสำรวจภาคสนามอย่าง
ละเอยี ดอกี คร้ัง สำหรบั สตู รทค่ี ำนวณ หาขนาดตวั อย่างเปน็ สตู รอย่างง่าย (Parel และคณะ, 1973:13) ดงั นี้

n = NZ² P(1-P)
ND²+Z² P(1-P)
N หมายถงึ จำนวนครัวเรือนตวั อยา่ ง
N หมายถึง จำนวนครัวเรอื นรวม
Z หมายถงึ ค่าความเช่ือม่ันของการเลอื กตวั อยา่ ง
กำหนดให้เท่ากับ รอ้ ยละ 95 ทำให้คา่ Z เท่ากบั 1.96

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-133 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้อื งต้น

P หมายถงึ คา่ สดั ส่วนของประชากร ในที่น้ีกำหนดให้เป็น 0.5
D หมายถึง ความนา่ จะเปน็ ของความผิดพลาดทยี่ อมใหเ้ กิดข้ึนได้ ในทนี่ ้กี ำหนดให้ไม่เกนิ
รอ้ ยละ 5 ท้าให้ D มีค่าเท่ากบั 0.05
ท้งั นี้ จำนวนตวั อย่างทจ่ี ะทำการสำรวจจะไม่น้อยกว่า 200 ตวั อย่าง

3) ผลการศึกษาทบทวนด้านเศรษฐกจิ -สังคม บรเิ วณพื้นท่ศี ึกษา
พ้ืนท่ีโครงการตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง และมีบริเวณพื้นท่ีรับ

ประโยชน์ได้แก่ บริเวณพื้นที่ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน พ้ืนที่ตำบลแม่ขรี และตำบลคลองใหญ่ อำเภอ ตะโหมด
จงั หวัดพัทลงุ จากการทบทวนข้อมลู ด้านเศรษฐกิจสังคมของพื้นทที่ ั้ง 3 ตำบล 2 อำเภอ สรุปได้ดงั นี้

(1) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง
(1) เขตปกครองและประชากร

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง มีเนื้อที่มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 75.792 ตารางกิโลเมตร หรือ
ประมาณ 47,370 ไร่ ครอบคลุมจำนวนหม่บู ้าน 9 หมู่ หมูบ่ า้ นในเขตองค์การบรหิ ารส่งตำบลเตม็ ท้ังหมูบ่ ้าน จำนวน 6
หมู่ ได้แก่ หมู่ท่ี 1, หมู่ท่ี 2, หมู่ท่ี 4, หมู่ท่ี 5, หมู่ที่ 6 และหมทู่ ี่ 9 และหมู่บ้านในเขตองค์การบรหิ ารส่งตำบลบางส่วน
3 หมู่ ได้แก่ หมทู่ ี่ 3, หมู่ท่ี 7 และ หมู่ท่ี 8 มีประชากร ท้ังสิน้ จำนวน 8,630 คน เปน็ เพศชาย จำนวน 4,312 คน และ
เพศหญิง จำนวน 4,318 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแน่นประชากร ประมาณ 114 คนต่อตารางกโิ ลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกจิ
ประชากรในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

รองลงมามีอาชพี รบั จ้างทางการเกษตร อาชีพคา้ ขาย รบั จ้างท่ัวไป และรับราชการบ้างเล็กนอ้ ย อาชีพทางการเกษตรที่
สำคัญ คือการทำสวนยางพารา ทำนา ทำสวนผลไม้ และพืชไร่ ประเภทของพืชที่ปลูก ได้แก่ ยางพารา ปาล์ม
(เล็กน้อย) และผลไม้ เช่น สละ ทุเรียน มังคุด เป็นต้น มีการประกอบอาชีพการค้าขายภายในหมู่บ้าน เช่น ร้านขาย
ของชำ รา้ นซ่อมรถ โรงสขี ้าว รา้ นตัดผม รา้ นเสริมสวย เป็นต้น

(3) การศึกษา
ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 5 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

บ้านเหมืองตะก่ัว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองธง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหลักสิบ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งค่ าย
และศนู ย์อบรมเดก็ กอ่ นเกณฑ์ประจำมัสยิดบ้านหนองธง

มีโรงเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนบ้านเหมืองตะก่ัว (ขยายโอกาส
การศึกษา) หมู่ที่ 1 บ้านเหมืองตะก่ัว โรงเรียนบ้านหนองธง (ขยายโอกาสการศึกษา) หมู่ท่ี 2 บ้านหนองธง และ
โรงเรียนมิตรมวลชน 1 หมู่ท่ี 6 บา้ นเขาจันทร์

มีโรงเรยี นระดบั มัธยมศึกษา จำนวน 3 แห่ง คือ โรงเรียนนูรุ้ลอิสลามหนองธง หมู่ที่ 2 บ้านหนองธง
โรงเรยี นภกั ดีอนุสรณ์ หมู่ท่ี 2 บา้ นหนองธง และโรงเรยี นอะมาดยิ ะห์ หมูท่ ี่ 6 บา้ นเขาจนั ทร์

(4) การนบั ถือศาสนา
ประชากรส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 60 นับถือศาสนาพุทธ ส่วนอีกร้อยละ 40 นับถือศาสนา

อสิ ลาม

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-134 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งตน้

ศาสนสถานในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง ประกอบด้วย วัด จำนวน 1 แห่ง คือ
วดั หลักสิบ มัสยิด จำนวน 7 แห่ง ต้ังอยหู่ มู่ท่ี 1, หมู่ท่ี 2 และ หมู่ท่ี 6 และบาลาเสาะฮ์ จำนวน 2 แห่ง ต้ังอยู่หมู่ท่ี 1
และ หม่ทู ่ี 2

(5) การสาธารณสุข
มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองธง 1 แห่ง ต้ังอยู่ที่หมู่ที่ 2 และมีศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน

ชุมชนในทุกหมบู่ ้าน
(6) ความปลอดภยั ในชวี ติ และทรัพย์สิน
มปี อ้ มสายตรวจตำรวจ 1 แห่ง ต้ังอยหู่ มูท่ ่ี 1 และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บา้ นทุกหมู่บ้าน
(7) การบริการดา้ นพนื้ ฐาน
การคมนาคม มที างหลวงชนบท หมายเลข 4122 บ้านป่าบอน – โล๊ะจงั กระ ส่วนเส้นทางคมนาคม

ท่ีใช้สัญจรภายในหมู่บ้านหรือระหว่างหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นถนนลูกรังและหินคลุก จะมีบางหมู่บ้านที่ได้มีการ
ก่อสรา้ งถนนคอนกรตี ภายในหมบู่ ้าน

การโทรคมนาคมและการส่ือสาร มีการให้บริการโทรคมนาคมส่ือสาร แต่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่
ท้ังหมดของตำบล มหี อกระจายขา่ วประจำหมู่บา้ น จำนวน 9 หมู่บ้าน

การไฟฟ้า มีการใหบ้ ริการไฟฟ้าครัวเรือนครอบคลุมเกอื บท้ังตำบล จะมีบางครัวเรือนทยี่ ังไมม่ ีไฟฟ้า
ใช้สาหรับการอุปโภคบริโภค แต่ได้ดำเนินการประสานงานกับสำนักงานการไฟฟ้าเพ่ือดำเนินการแก้ไขต่อไป และ
นอกจากนี้ยงั ได้มกี ารขยายเขตไฟฟ้าสาธารณะ (ไฟสอ่ งสว่าง) ครอบคลุมทุกหมบู่ ้าน

การประปา มีการให้บริการประปาหมู่บ้าน มีถังกักเก็บน้ำประจาหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ประปาภูเขา
ไดใ้ ช้ประโยชน์

แหลง่ น้ำ มสี ระนำ้ รพช. 1 แหง่ ต้ังอยหู่ มทู่ ่ี 6 บ้านเขาจนั ทร์
(8) การรวมกลุ่มของประชาชน

กลุม่ ออมทรพั ย์ 11 กลมุ่ ได้แก่
1. กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ หมทู่ ี่ 1
2. กลุ่มสจั จะออมทรพั ย์ หมูท่ ่ี 2
3. กลมุ่ ออมทรพั ย์ หม่ทู ่ี 3
4. กลุ่มออมทรัพย์ หมทู่ ่ี 4
5. กลุ่มออมทรพั ย์บา้ นกอยออก หมู่ท่ี 4
6. กลุ่มออมทรัพย์ หว้ ยไทร หมู่ที่ 5
7. กลุ่มออมทรัพย์หลักสิบ หมทู่ ่ี 5
8. กล่มุ ออมทรัพย์ เพ่ือการผลิต หมทู่ ่ี 6
9. กล่มุ ออมทรัพยแ์ ม่บ้านเกษตร หมู่ท่ี 8
10. กล่มุ ออมทรพั ย์ เพอ่ื การผลติ สายกลาง หมทู่ ่ี 9
11. กลุ่มออมทรพั ย์สหกรณ์การค้าในกอย หม่ทู ่ี 9

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-135 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

กลมุ่ อาชพี จำนวน 7 กลุ่ม
1. กลุ่มไมผ้ ล ตำบลหนองธง
2. กลมุ่ นวดแผนโบราณ สถานอี นามัยหนองธง
3. กลมุ่ แม่บ้าน
4. กลมุ่ เลี้ยงแพะ
5. กลมุ่ จักรสาน
6. กลุ่มเยาวชน เครอ่ื งหนังและบาตกิ
7. กลุ่มประยกุ ต์ศิลป์
กองทนุ หมู่บา้ น 8 กลุ่ม
1. กลมุ่ กองทนุ หมบู่ า้ นเหมืองตะกั่ว หมู่ท่ี 1
2. กลมุ่ กองทนุ หมู่บ้านหนองธง หมู่ที่ 2
3. กลุม่ กองทนุ หมู่บ้านท่งุ คา่ ย หมู่ที่ 3
4. กลุ่มกองทนุ หมู่บา้ นทุ่งลานช้าง หมทู่ ่ี 4
5. กลุ่มกองทุนหมู่บา้ นหลักสบิ หมู่ท่ี 5
6. กล่มุ กองทุนหมบู่ า้ นเขาจันทร์ หมูท่ ี่ 6
7. กลุ่มกองทนุ หมู่บ้านหอยโขง่ หมูท่ ี่ 8
8. กลมุ่ กองทุนหมูบ่ า้ นสายกลาง หมูท่ ่ี 9

(2) เทศบาลตำบลป่าบอน
(1) เขตการปกครองและประชากร

เทศบาลตำบลป่าบอน ต้ังอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ตามเส้นทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม พัทลุง – สงขลา ห่างจากอำเภอเมือง ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร มีพ้ืนที่ 8.25
ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5,156.25 ไร่ ครอบคลุมพ้ืนที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลป่าบอน ครอบคลุมพื้นท่ีบางส่วน
ของหมู่ที่ 3 และพ้ืนที่ท้ังหมดของหมู่ท่ี 10 ตำบลวังใหม่ ครอบคลุมพื้นท่ีบางส่วนของหมู่ที่ 6 และหมู่ท่ี 7 และตำบล
หนองธง ครอบคลุมพ้ืนที่บางส่วนของหมู่ท่ี 3, 7 และหมู่ที่ 8 เทศบาลตำบลป่าบอนได้แบ่งเขตการปกครองในเขต
เทศบาลออกเปน็ ชมุ ชน จำนวน 6 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนบา้ นหนองนก ชุมชนบา้ นห้วยทราย ชุมชนตลาดป่าบอน
ชุมชนบ้านน้ำรุ้ง ชุมชนบ้านหัวสะพาน และชุมชนบ้านทุ่งบ่อลึก มีประชากร ทั้งสิ้น จำนวน 4,012 คน เป็นเพศชาย
จำนวน 1,985 คน และ เพศหญิง จำนวน 2,027 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแน่นประชากร ประมาณ 246 คน
ต่อตารางกโิ ลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกิจ
ประชากรส่วนใหญ่ในเขตเทศบาลประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม ท้ังการเพาะปลูกและเลี้ยง

สตั ว์ ทำสวนยางพาราและค้าขาย เป็นต้น สำหรับรายได้ของประชาชนพบว่าไม่ค่อยมีความแน่นอน ข้ึนอยู่กับสภาวะ
การตลาดและสภาพดนิ ฟา้ อากาศของพนื้ ที่

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-136 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบอื้ งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้

ด้านการพาณิชย์ ในเขตเทศบาลมีสถานประกอบการเอกชน โดยมีการจำหน่ายสินค้าท้ังอาหารสด
อาหารแห้ง ตลอดจนเครอ่ื งมือเคร่ืองใชแ้ ละสินคา้ เพื่อการอุปโภคและบรโิ ภคต่าง ๆ นอกจากน้ียังมรี ้านค้าท่ัวไป และมี
ตลาดนดั เปดิ ทา้ ยในแตล่ ะสปั ดาห์

ดา้ นการอตุ สาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นอตุ สาหกรรมขนาดเล็กและอตุ สาหกรรมในครวั เรือน เช่น โรงสี
ขา้ ว และกลุ่มอาชีพตา่ งๆ เป็นต้น

ด้านการท่องเท่ียว ในเขตเทศบาลตำบลป่าบอนไม่มีสถานท่ีท่องเท่ียวท่ีเป็นที่รู้จักของประชาชน
ท่ัวไป เป็นเพียงทางผ่านไปสู่สถานท่ีท่องเท่ียวในพื้นที่อ่ืน เช่น อำเภอตะโหมด อำเภอเมืองพัทลุง รวมถึงอำเภอเมือง
และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพ้ืนทีใ่ กลเ้ คยี งอนื่ ๆ

ดา้ นปศุสตั ว์ สว่ นใหญ่ในเขตเทศบาลฯจะเปน็ การเล้ียงสตั วข์ องเกษตรกรรายย่อยซ่ึงเล้ียงไว้เพ่ือเป็น
อาหารสำหรับการบริโภคในครัวเรือนและเพื่อการจำหน่ายภายในเขตเทศบาลและพื้นท่ีใกลเ้ คียง เชน่ ไก่ เป็ด หมู วัว
เปน็ ต้น

(3) การศกึ ษา
ในเขตเทศบาลตำบลป่าบอนมีสถานศึกษา ประกอบดว้ ย
ระดับก่อนประถมศึกษา มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง ซึ่งสังกัดเทศบาลตำบลป่าบอน คือ ศูนย์

พฒั นาเดก็ เลก็ เทศบาลตำบลปา่ บอน
ระดับประถมศึกษาจำนวน 2 แหง่ ซงึ่ สังกัดสำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพทั ลงุ เขต 2

คือ โรงเรียนหว้ ยทรายมิตรภาพท่ี 150 และ โรงเรยี นอนบุ าลป่าบอน
ระดับมัธยมศึกษาจำนวน 1 แห่ง ซ่ึง สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12 คือ

โรงเรยี นป่าบอนพทิ ยาคม
นอกจากน้ีในเขตเทศบาลตำบลป่าบอนยังมีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอป่าบอน ซ่ึงสังกัด

สำนักงานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย จังหวัดพัทลงุ และหอ้ งสมุดประชาชน จำนวน 1 แห่ง กฬี า
นนั ทนาการ สำหรับการกีฬาและนนั ทนาการพบว่าในเขตเทศบาลมสี นามบาสเก็ตบอล จำนวน 3 แห่ง สนามฟตุ บอล
4 แหง่ และมลี านกีฬาหนา้ สำนกั งานเทศบาลตำบลป่าบอน จำนวน 1 แห่ง

(4) สถาบันและองค์กรศาสนา
ในเขตเทศบาลฯ ประชากรส่วนใหญน่ บั ถือศาสนาพทุ ธ คิดเป็นร้อยละ 99.97 รองลงมาเป็น ศาสนา

คริสต์ และอิสลาม ตามลำดับ (กชช 2 ค 2560)
สำหรบั ศาสนสถาน มีวัด 3 แห่ง และสำนักสงฆ์ 1 แห่ง ได้แก่ วดั ห้วยทราย ต้ังอยใู่ นชุมชนบ้านห้วย

ทราย วดั หนองนก ตัง้ อยใู่ นชมุ ชนบ้านหนองนก และวัดป่าบอนบน ตั้งอยใู่ นชุมชนตลาดปา่ บอน และวดั นำ้ ร้งุ ตง้ั อยูใ่ น
ชมุ ชนบ้านน้ำรุ้ง

ในส่วนของวัฒนธรรมในเขตเทศบาลฯ พบว่ามีกิจกรรมการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา และ
ประเพณีสำคัญของภาคใต้ เช่น กิจกรรมวันเสาร์ เดือนสิบ วันเข้าพรรษา ทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ และวัน
สงกรานต์ (วนั กตัญญู) เป็นตน้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-137 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้

(5) การสาธารณสุข
ในเขตเทศบาลตำบลป่าบอน มีสถานีอนามัย 1 แห่ง มีสถานพยาบาลเอกชน (คลินิก) จำนวน

2 แห่ง และนอกจากน้ียังมีสถานพยาบาลของรฐั ที่อยู่ในพ้ืนที่ใกล้เคียง คือโรงพยาบาลป่าบอน เป็นโรงพยาบาลขนาด
10 เตียง ปจั จุบนั มีแพทย์จำนวน 3 คน ซง่ึ ต้ังอยู่นอกเขตเทศบาล

(6) ความปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สิน
มปี อ้ มยามตำรวจชุมชน จำนวน 1 แห่ง ปัจจบุ ันพบว่าปญั หายาเสพตดิ เปน็ ปญั หาทเ่ี กิดขนึ้ มากท่ีสุด

และมีแนวโนม้ ที่จะมากข้นึ ในอนาคต
(7) การบรกิ ารพ้นื ฐาน
การคมนาคม สภาพถนนในเขตเทศบาลป่าบอน สามารถติดต่อกับชุมชนอ่ืนได้สะดวกโดยการ

คมนาคมทางบกท่ีสำคัญ ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4122
(ปา่ บอน – กงหรา) ทางหลวงหมายเลข 4049 และถนนทางเข้าวดั ป่าบอน สำหรบั ถนนในเขตเทศบาลตำบลปา่ บอน
มีถนนทง้ั หมด 57 สาย รวมความ ยาวท้ังหมด 20.212 กิโลเมตร แบ่งเปน็ ถนนคอนกรตี จำนวน 9 สาย รวมระยะทาง
ท้งั หมด 7.60 กโิ ลเมตร ถนนลาดยาง จำนวน 22 สาย รวมระยะทางท้ังหมด 16.97 กิโลเมตร และถนนหินคลุก/ถนน
ลูก/ถนนดิน จำนวน 8 สาย รวมระยะทางทัง้ หมด 7.35 กิโลเมตร

การประปา อยู่ในความรับผิดชอบของกองการประปาเทศบาลตำบลป่าบอน โดยมีแหล่งน้ำดิบใน
การผลิตจากคลองป่าบอน มีโรงกรองน้ำขนาด 50 ลูกบาศก์เมตรต่อช่ัวโมง จำนวน 1 แห่ง ถังน้ำใส ขนาด 400
ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 ชุด โรงสูบน้ำแรงต่ำแบบบ่อแห้ง จำนวน 1 แห่ง สามารถให้บริการแก่ประชาชนในเขต
เทศบาลไดอ้ ยา่ งทั่วถึง สามารถผลิตน้ำไดป้ ระมาณ 1,600 ลบม./วัน ปริมาณการใช้นำ้ วนั ละ 1,300 ลบ.ม.

การไฟฟ้า อยู่ในความรบั ผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง สามารถ
ให้บริการไฟฟ้าอย่างท่ัวถึงทุกครัวเรือนในเขตเทศบาลฯ และมีระบบไฟฟ้าสาธารณะ (ไฟฟ้าส่องสว่าง) ภายใน เขต
เทศบาล จำนวน 287 จุด

การส่อื สาร มีท่ีทำการไปรษณีย์โทรเลข 1 แห่ง ตั้งอยรู่ มิ ถนนทางหลวงหมายเลข 4 ใหบ้ รกิ ารรับส่ง
ข่าวสารและพัสดุภัณฑ์ บริการภายในเขต เทศบาลและพ้ืนที่ใกล้เคียง สำหรับการให้บริการโทรศัพท์สาธารณะมี
จำนวน 6 ตู้ ซง่ึ ยงั ไมเ่ พยี งพอกบั การให้บรกิ ารประชาชนในปจั จบุ นั

ลักษณะการใช้ท่ีดิน ประชากรส่วนใหญ่ในเขตเทศบาลตำบลป่าบอนมีพื้นท่ีทำกินเป็นของตนเอง
และพบวา่ ประมาณ ร้อยละ 80 ของพืน้ ทท่ี ั้งหมดได้ใชใ้ นการประกอบอาชพี ทางการเกษตร เชน่ สวนยางพารา เป็นต้น
และอกี รอ้ ยละ 20 ใช้เพ่ือการอยู่อาศยั เปน็ อาคารพาณิชย์ ร้านคา้ และประกอบอาชีพอนื่ ๆ

(3) องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลป่าบอน
(1) เขตการปกครองและประชากร
ตำบลป่าบอน อยู่ในเขตอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ต้ังอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอป่าบอน

ห่างจากท่ีว่าการอำเภอป่าบอน ประมาณ 9 กิโลเมตร องค์การบริหารส่วนตำบลป่าบอนมีพื้นท่ีท้ังสิ้น 77.85 ตาราง
กโิ ลเมตร โดยครอบคลมุ เขตพ้ืนทตี่ ำบลป่าบอน ทง้ั หมด 10 หมูบ่ ้าน ได้แก่ หม่ทู ี่ 1, หมู่ที่ 2, หมทู่ ี่ 3, หม่ทู ่ี 4, หมทู่ ่ี 5,
หมทู่ ี่ 6, หมู่ที่ 7, หมทู่ ่ี 8, หม่ทู ี่ 9 และหมู่ที่ 11 มีประชากร ทง้ั ส้ิน จำนวน 8,526 คน เป็นเพศชาย จำนวน 4,172 คน
และ เพศหญงิ จำนวน 4,354 คน (ธันวาคม 2562) มคี วามหนาแนน่ ประชากร ประมาณ 110 คนต่อตารางกิโลเมตร

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-138 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบื้องต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งต้น

(2) สภาพทางเศรษฐกจิ
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างท่ัวไป ดังน้ี ทำสวนยาง 878 ครัวเรือน

ทำนา 308 ครัวเรือน รับจ้างกรีดยาง 468 ครัวเรือน ทำนา / ทำไร่ 364 ครัวเรือน รับจ้างท่ัวไป 370 ครัวเรือน และ
เลย้ี งสัตว์ 193 ครัวเรือน

(3) การศกึ ษา
มีศนู ย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 1 แห่ง คือ ศูนย์พฒั นาเดก็ เล็กบา้ นป่าบอนต่ำ และโรงเรียนระดับช้ัน

ประถมศึกษา จำนวน 1 แห่ง คอื โรงเรียนวดั ปา่ บอนต่ำ
(4) สถาบันและองค์กรศาสนา
มีวดั จำนวน 1 แห่ง สำนกั สงฆ์ จำนวน 3 แห่ง และมสั ยดิ จำนวน 1 แห่ง
(5) การสาธารณสขุ
มโี รงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพประจำตำบล 2 แห่ง มีบคุ ลากรประจำ 12 คน อัตราการมีและใชส้ ุขา

ที่ถูกสุขลกั ษณะ รอ้ ยละ 100
(6) ความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ิน
มปี อ้ มยามตำรวจชมุ ชน จำนวน 1 แหง่

(4) เทศบาลตำบลตะโหมด
(1) เขตปกครองและประชากร

เทศบาลตำบลตะโหมด มีพื้นที่โดยประมาณ 13 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 8,125 ไร่
ครอบคลุมพ้ืนทบี่ างส่วนของตำบลตะโหมด หมู่ท่ี 3, หมู่ที่ 4, หมู่ท่ี 9, หมู่ที่ 11 และ หมู่ท่ี 12 และบางส่วนของตำบล
คลองใหญ่ หมู่ท่ี 1 , หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 9 ปัจจุบัน ได้มีการกำหนดแนวเขตชุมชนในเขตเทศบาลฯ เพื่อประโยชน์ต่อ
การพัฒนาท้องถ่ิน ออกเป็น จำนวน 8 ชุมชน มีประชากร ทั้งส้ิน จำนวน 4,396 คน เป็นเพศชาย จำนวน 2,185 คน
และ เพศหญงิ จำนวน 2,211 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแนน่ ประชากร ประมาณ 338 คนตอ่ ตารางกโิ ลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกจิ
ประชาชนเขตเทศบาลตำบลตะโหมด ส่วนใหญป่ ระกอบอาชีพการเกษตร เช่น สวนยางพารา สวนผลไม้
ทำนา รบั ราชการ รับจา้ งท่วั ไป มีรายไดเ้ ฉล่ียประมาณ 59,000 บาท/คน/ปี
(3) การศึกษา
สถานศึกษาในพ้ืนที่เทศบาลตำบลตะโหมด ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน จำนวน 1
แหง่ โรงเรียนเทศบาลสังกดั เทศบาล จำนวน 1 แหง่ โรงเรยี นระดับช้นั ประถมศกึ ษาในเขตเทศบาล (สพฐ.) จำนวน 1
แห่ง โรงเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้นและตอนปลาย (สพฐ.) จำนวน 1 แหง่ และศนู ย์การศึกษานอกโรงเรยี นประจำ
ตำบลตะโหมด จำนวน 1 แหง่
(4) สถาบนั และองคก์ รศาสนา
ประชากรในพ้ืนท่ีเทศบาลตำบลตะโหมด ร้อยละ 80 นับถือศาสนาพุทธ และอีกร้อยละ 20 นับถือ
ศาสนาอิสลาม
สำหรับศาสนสถานในเขตเทศบาล มีวัด 1 แห่ง คือ วัดตะโหมด มัสยิด 1 แห่ง คือ มัสยิดนูรุดดีนียะห์
บา้ นควน

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-139 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบือ้ งตน้

ประเพณีและงานประจำปี ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลตะโหมดอยู่ร่วมกัน 2 ศาสนามาอย่าง
ยาวนาน เป็นที่รกั ใคร่ปรองดอง และยอมรับซึ่งกนั และกัน ในประเพณี วัฒนธรรม มีความผสมผสานอย่างไม่แบ่งแยก
ซึ่งประเพณวี ัฒนธรรมประจำปี ในเขตเทศบาลตำบลตะโหมด

(5) การสาธารณสุข
ประกอบด้วย สถานพยาบาลของรัฐ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตะ
โหมด และโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลบา้ นเกาะเรียน สถานใหบ้ ริการของเอกชน จำนวน 2 แห่ง ไดแ้ ก่ พญิ ทพิ ย์
ผดุงครรภ์ ตง้ั อยชู่ ุมชนวัดตะโหมด และสุภาพรผดงุ ครรภ์ ต้ังอยู่ชุมชนวัดตะโหมด และมีชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข
จำนวน 75 คน
(6) ความปลอดภยั ในชวี ติ และทรัพย์สนิ
มีสถานีตำรวจ 1 แห่ง โดยอาชญากรรมในพ้ืนที่เทศบาลตำบลตะโหมด จากขอ้ มูลคดีอาชญากรรมจะมี
น้อย ยาเสพติดปญั หายาเสพติดยังมเี ป็นปัญหาที่เกดิ ขน้ึ พ้นื ท่ี สารเสพตดิ ท่แี พรร่ ะบาดในกล่มุ เด็กและเยาวชนจะเป็น
น้ำใบกระท่อม เทศบาลตำบลตะโหมดมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการส่งเสริมการกีฬาให้เด็กและเยาวชน ทั้งการ
รวมกลุ่มและการแข่งขันในบทบาทของชุมชน ให้เยาวชน ประชาชน ให้ใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ เป็นทางเลือกต่อ
การป้องกันและตอ่ ต้านยาเสพตดิ
(7) การบรกิ ารพ้นื ฐาน
การคมนาคม การคมนาคมขนส่งทางบกของเทศบาลตำบลตะโหมด มีถนนลาดยางตัดผ่านเขตพ้ืนที่
เทศบาลท่ีสำคัญ คือ ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4122 (ถนนสายป่าบอนเหนือ - บ้านนา) เป็นถนนที่สามารถ
เดินทางไปยัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเดินทางไปยังจังหวัดตรัง ได้สะดวก และ ถนนทางหลวงแผ่นดิน
หมายเลข 4237 สายแม่ขรี – ตะโหมด (ถนนชนะสิทธ์ิวิถี) สำหรับการเดินทางไปยัง ที่ว่าการอำเภอตะโหมด
อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และสามารถเดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีถนน
ทเี่ ทศบาลตำบลตะโหมด ได้ดำเนนิ การสรา้ งเพ่ือเปน็ การบริการสาธารณะในชมุ ชนท้ัง 8 ชุมชน
ทรัพยากรน้ำ แหล่งน้ำจืดจากน้ำตกหม่อมจุ้ย ถือเป็นต้นน้ำสำคัญมาก ที่นำน้ำมาใช้ประโยชน์ในการ
ทำการเกษตร และเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาสำหรับการอุปโภคและบริโภคในปัจจุบัน แหล่งน้ำจืดในพ้ืนที่
เทศบาลตำบล ตะโหมด มากจากคลองตะโหมดและคลองกง ท่ีมีแหล่งต้นน้ำท่ีสำคัญมาจากเทือกเขาบรรทัดทาง
ดา้ นทิศตะวันตกเฉยี งใต้ของตำบลตะโหม
การประปา เทศบาลตำบลตะโหมดมีระบบประปาเป็นของตนเอง ระบบประปาผิวดิน ขนาดใหญ่มาก
มีกำลงั ผลติ 50 ลูกบาศกเ์ มตร/ช่ัวโมง และ จำนวนน้ำประปาท่ีใช้ เฉล่ีย 1,000 ลูกบาศก์เมตร/ วนั มีผู้ใช้น้ำประปา
จำนวน 1,528 ราย แหลง่ นำ้ ดบิ ทใ่ี ชใ้ นการผลติ ประปา คือน้ำจากนำ้ ตกลานหม่อมจยุ้ ซ่ึงมคี วามสะอาด

(5) เทศบาลตำบลแม่ขรี
(1) เขตการปกครองและประชากร

เทศบาลตำบลแม่ขรี มีเนื้อที่ทั้งหมด 6.33 ตารางกิโลเมตรโดยครอบคลุม พ้ืนที่บางส่วนของตำบล
สองตำบล ใน 2 อำเภอรวม 6 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลแม่ขรีอำเภอตะโหมดประกอบไปด้วยหมู่ที่ 1 หมู่6 และหมู่ 7 และ
ตำบลโคกสักอำเภอบางแก้วประกอบไปด้วย หมู่ท่ี 7 และ 8 มีประชากร ท้ังส้ิน จำนวน 6,222 คน เป็นเพศชาย

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-140 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบือ้ งตน้ อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น

จำนวน 2,984 คน และ เพศหญิง จำนวน 3,238 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแนน่ ประชากร ประมาณ 983 คน
ต่อตารางกิโลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกิจ
ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรีมีการประกอบอาชพี ดงั ตอ่ ไปนี้
การเกษตร ประชากรมีอาชีพ ทำสวนยางพาราปลูกไม้ผลและพืชไร่ต่าง ๆ โดยผลผลิตทาง

การเกษตรทีส่ ำคัญคือยางพารา
การปศุสัตว์ การปศุสัตว์ในเขตเทศบาลน้ันส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงรายย่อยในครัวเรือนเพ่ือการ

บริโภคการเล้ียงเพื่อเป็นอาชีพนนั้ มเี ป็นสว่ นน้อย เชน่ ไก่ โคและสกุ ร
การท่องเท่ียว ในพ้ืนที่เทศบาลตำบลแม่ขรีไม่มีสถานท่ีท่องเท่ียวแต่เป็นเมืองที่ เป็นทางผ่านไปสู่

สถานท่ีทอ่ งเท่ียวในอำเภอตะโหมดและเทศบาลตำบลตะโหมดเสน้ น้ำตกหม่อมจุ้ย นำ้ ตกไพรวลั ย์
อตุ สาหกรรม การอุตสาหกรรมในเขตเทศบาลตำบลแม่กาลสี ่วนมากเป็นอตุ สาหกรรมขนาดเล็ก เช่น

ซ่อมรถยนต์ ซ่อมจกั รยานยนต์ โรงพมิ พ์
การพาณิชย์และกลุม่ อาชีพ ในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรีมีลักษณะเปน็ ชุมชนเมืองประชากรส่วนหน่ึง

ประกอบธุรกิจค้าขายโดยสามารถจำแนกได้ดังนี้ 1 ร้านขายของชำจำนวน 68 รายการ ร้านขายอาหารจำนวน
70 รายการ ร้านเสริมสวยจำนวน 29 รายการ กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขจำนวน
110 รายการ โรงแรมจำนวน 4 รายการ ธนาคารจำนวน 6 แห่ง ตลาดประเภท 1 จำนวน 1 แห่ง นวดแผนโบราณ
กายภาพบำบดั จำนวน 3 แห่ง

(3) การศึกษา
การศึกษาในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี มีสถานการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 6 แห่ง

โรงเรียนเอกชนจำนวน 2 แห่ง โรงเรียนสังกัดกรมสามัญ 1 แห่ง โรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมการศึกษา
แห่งชาติ 1 แห่ง สถานศกึ ษาในสงั กดั เทศบาลตำบลแมข่ รี 1 แหง่ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แหง่

(4) สถาบันและองคก์ รศาสนา
ประชาชนในพื้นทม่ี กี ารนบั ถือ 2 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพทุ ธ และ ศาสนาคริสตเ์ ป็นสว่ นใหญ่

(5) การสาธารณสขุ
ในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรีมีสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน คือ โรงพยาบาลของรัฐจำนวน

1 แห่ง สำนกั งานสาธารณสขุ 1 แห่ง และคลนิ กิ เอกชนจำนวน 12 แห่ง
(6) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
สถิติไฟไหม้ในรอบปีงบประมาณจำนวน 4 ครั้ง 2 รถยนต์ดับเพลิง จำนวน 1 คัน รถบรรเทา

ทุกข์น้ำจำนวน 2 คัน พนักงานดับเพลิงจำนวน 10 คน รถกู้ภัยเคล่ือนที่เร็วจำนวน 1 คัน เรือท้องแบนจำนวน 2 ลำ
จำนวนอาสาปอ้ งกันฝา่ ยพลเรอื น (อปพร.) จำนวน 29 คน และ สถานตี ำรวจ อยู่ห่างจากศนู ย์ประมาณ 2 กโิ ลเมตร

(7) การบรกิ ารพืน้ ฐาน
การคมนาคมขนส่ง เทศบาลตำบลแม่ขรีมเี สน้ ทางคมนาคมได้ทางเดยี วคือทางบกสามารถติดต่อ

กับอำเภอบางแก้วจังหวัดพัทลุงและอำเภอบางบอนจังหวัดพัทลุงได้โดยทางหลวงพื้นดินหมายเลข 4 และสามารถ
ติดต่อกับ อำเภอตะโหมดจังหวดั พทั ลุงได้ โดยถนนแม่กาลี – โล๊ะจังกระ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-141 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้

การไฟฟ้า
ดำเนินงานโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ทุกครัวเรือนในเขต เทศบาล
ตำบลแม่คะรมี กี ระแสไฟฟา้ ใชอ้ ย่างทวั่ ถึงและมีไฟสาธารณะ ครอบคลุมทกุ ถนนทุกสายในเขตเทศบาลไฟฟ้าสาธารณะ
ภายในเขตเทศบาลมีจำนวน 967 จดุ ครอบคลมุ ถนน 65 สาย
การประปา การประปาของเทศบาลตำบลแม่กาลีสามารถผลิตน้ำประปาได้ 2,600 ลูกบาศก์
เมตรต่อวัน มีราษฎรใช้น้ำในเขตเทศบาลตำบลแม่กาลี 2,862 ครัวเรือน แหล่งน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปาคือ
คลองชลประทานท่าเชียดโดยมีนำ้ ประปาใช้ตลอดทัง้ ปี
โทรศพั ท์ สำนกั งานบรกิ ารโทรศัพท์จำนวน 1 แห่ง
ไปรษณยี ห์ รอื การส่อื สารหรอื การขนสง่ และวสั ดุครุภัณฑ์ ที่ทำการไปรษณียจ์ ำนวน 1 แหง่
(6) เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง
(1) เขตการปกครองและประชากร
เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอตะโหมดไปทางทิศตะวันตกประมาณ
15 กิโลเมตร อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดพัทลุงไปทางทิศใต้ตามเส้นทางถนนสายเพชรเกษม ถนนทางหลวง
หมายเลข 4 ( หาดใหญ่ - พัทลุง ) ระยะทางประมาณ 39 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 884 กิโลเมตร
มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 170 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 43,750 ไร่ มีพ้ืนที่การปกครองทั้งหมด 12 หมู่บ้าน
ในพ้ืนที่ตำบล ตะโหมด ได้แก่ บางส่วนของ หมู่ที่ 3, หมู่ท่ี 4, หมู่ที่ 11, และหมู่ท่ี 12 และพื้นท่ีท่ีเต็มหมู่บ้าน ได้แก่
หมู่ท่ี 1, หมู่ที่ 2, หมู่ท่ี 5, หมู่ที่ 6, หมู่ที่ 7, หมู่ที่ 8 และหมู่ท่ี 9 มีประชากร ทั้งส้ิน จำนวน 7,115 คน เป็นเพศชาย
จำนวน 3,544 คน และ เพศหญิง จำนวน 3,571 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแน่นประชากร ประมาณ 42 คน
ต่อตารางกิโลเมตร
(2) สภาพทางเศรษฐกจิ
ดา้ นการเกษตร ประชาชนส่วนใหญใ่ นพื้นทป่ี ระกอบอาชพี ทางการเกษตร การทำสวนยางพาราและ
การทำสวนผลไม้ มีบางพื้นท่ีในเขตหมู่ที่ 1, หมู่ท่ี 3, หมู่ท่ี 4 และหมู่ที่ 12 ที่ยังพ้ืนที่ทำนาอยู่ ซ่ึงการทำนาในพื้นที่
จะเน้นเป็นนาอินทรีย์ทปี่ ลอดการใช้สารเคมี และเน้นการทำนาไว้กินเองมากกว่าการทำเพ่ือการขาย รายได้ส่วนใหญ่
มาจากสวนยางพารา เมอื่ ราคายางลดต่ำลง การเกษตรก็เปลี่ยนมาเปน็ การเกษตรผสมผสานท่ีปลกู หลายๆอยา่ งในพื้นท่ี
เดยี วกัน โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรับใช้ในพนื้ ที่ ปญั หาทพี่ บมากท่ีสดุ ในพืน้ ที่คือปรมิ าณผลผลิตทีม่ าก
ในช่วงระยะเวลาท่ีออกผลพร้อมกัน ทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เกษตรกรไม่สามารถพยุงราคาให้อยู่ใน
จดุ คมุ้ ทนุ ได้
ด้านการประมง มีการเล้ยี งปลาในกระชงั บรเิ วณอ่างเก็บนำ้ คลองหัวช้า
ด้านการปศุสตั ว์ ส่วนมากเป็นการเลี้ยง วัว หมู และไก่ กันเองตามครัวเรือน ซ่ึงเป็นอาชีพเสริมจาก
อาชีพหลักท่ีประกอบการทำสวนยางพารา ในระยะหลังมีการเลี้ยงแบบมีระบบมากข้ึน มีการทำแปลงหญ้าในการให้
ความสะดวก มีระบบฟาร์มปิดเข้ามาในพื้นท่ีเป็นอาชีพหลักให้กับเกษตรกร ทำให้มีการเปล่ียนสภาพท่ีดินเป็นฟาร์ม
ขนาดใหญใ่ นพื้นท่ี ในส่วนของการเลี้ยงปลามกี ารเลยี้ งปลาไวก้ ินเองและขายกันเองตามตลาดนดั ในชมุ ชน
ด้านการบริการ มีการบริการการท่องเท่ียวในพ้ืนที่ผ่านกลุ่มองค์กรจัดการท่องเท่ียวในชุมชน
ท่ีมีโฮมสเตย์ไว้สำหรับผู้ท่ีเข้ามาท่องเท่ียว และพักผ่อน มีบริการห้องประชุมเล็ก ๆ ในพื้นท่ี สามารถติดต่อผ่านทาง
สำนักงานเทศบาลตำบลเขาหวั ชา้ งได้

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-142 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น

การท่องเท่ียว ในพื้นที่มีแหล่งท่องเท่ียวมากมายที่เป็นแหล่งการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตะโหมด
เกิดจากความต้องการท่ีจะป้องกันรักษาทรัพยากรของชุมชนเอาไว้ โดยใช้การท่องเท่ียวเป็นเคร่ืองมือ โดยอำเภอ
ตะโหมด จังหวัดพัทลุง เป็นอำเภอท่ีอยู่ติดบริเวณเทือกเขาบรรทัดสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบสูงลาดต่ำไปทาง
ทศิ ตะวันออก สภาพปา่ อดุ มสมบูรณ์ มีแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเป็นน้ำตก และวัฒนธรรมประเพณอี ันดงี ามสืบทอดมาแต่โบราณ

อุตสาหกรรม ไม่มีระบบการผลิตอุตสาหกรรมในพื้นที่ มีเพียงกิจการข นาดเล็กท่ีเป็น
การประกอบการเพ่อื การสรา้ งรายไดใ้ นระดบั ครวั เรือนเปน็ หลัก ในเชงิ พาณิชยแ์ ละการอาชีพเป็นหลกั

(3) การศึกษา
สถานศกึ ษาในพื้นที่เทศบาล มีดังน้ี
ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลเขาหัวช้างจำนวน 4 ศนู ย์ ได้แก่ ศนู ย์

พัฒนาเด็กเล็กบ้านควนอินนอโม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโหล๊ะเหรียง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหัวช้างและศูนย์พัฒนา
เดก็ เลก็ บา้ นคลองนุย้

โรงเรียนในระดับประถมศึกษา จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านควนอินนอโม โรงเรียน
วัดโหล๊ะจนั กระ และโรงเรยี นบ้านหวั ช้าง

นอกจากน้ียังมีโรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนาและสายสามัญควบคู่ไปด้วย คือโรงเรียนมุสลิมวิทยา
มูลนิธิ

(4) ศาสนา
ประชากรส่วนใหญ่ในพ้ืนท่ีนับถือศาสนาอิสลาม ประมาณร้อยละ70 ท่ีเหลืออีกร้อยละ 30 นับถือ

ศาสนาพทุ ธ
ศาสนาสถานในพื้นท่ี ประกอบด้วย วัด 1 แห่ง ได้แก่ วัดโหล๊ะจันกระตั้งอยู่หมู่ท่ี 6 และมัสยิด

6 แห่ง ได้แก่ มัสยิดนูรุลฮาบิดีน ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 มัสยิดนูหรนฮูดา ต้ังอยู่หมู่ท่ี 5 มัสยิดบ้านต้นเลียบ ต้ังอยู่หมู่ท่ี 5
มัสยิดนูรุลอสิ ลาม ตง้ั อย่หู มทู่ ี่ 7 มสั ยิดสมบรู ณศ์ าสตร์ ต้ังอยู่หมทู่ ี่ 8 และมัสยดิ หว้ ยหาร ต้ังอยู่หมทู่ ่ี 10

(5) การสาธารณสุข
มโี รงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพประจำตำบล จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

บ้านควนอินนอโม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคลองนุ้ย (รพ.สต.บ้านคลองนุ้ย) และโรงพยาบาลส่งเสริม
สขุ ภาพตำบลตะโหมด และมีกองทุนสุขภาพประจำตำบลท่ีเป็นส่วนในการสง่ เสริมการจัดกิจกรรมรณรงคใ์ ห้ประชาชน
ดูแลสขุ ภาพ

(6) ความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพย์สิน
ในพ้ืนท่ีเทศบาลตำบลเขาหัวช้าง ไม่ค่อยมีคดีอาชญากรรม ส่วนมากเป็นคดีลักเล็กขโมยน้อย

เป็นการขโมยพืชผลทางการเกษตร ยางพารา ผลไม้ เป็นต้น มีการทะเลาะวิวาทบ้าง การลักขโมยรถจักรยานยนต์แต่
ไม่มาก ส่วนปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่มีทุกพ้ืนที่ ส่วนมากจะเป็นยาเสพติดประเภทน้ำกระท่อมในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมี
เกือบทุกหมู่บ้าน เทศบาลก็มีศูนย์แก้ไขปัญหายาเสพติดที่คอยให้ความรู้ และมีกิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้กับเยาวชน
ในพน้ื ที่

(7) การบริการพน้ื ฐาน
การคมนาคมขนสง่ มีถนนสายกงหรา- ป่าบอน และถนนสายแมข่ รี – กงหรา เป็นเส้นทางสายหลกั จาก
พื้นที่ภายนอกทีเ่ ขา้ มาในพื้นท่ีเทศบาล ในพ้นื ที่มีเส้นทางถนนหลายสายท่เี ชื่อมเส้นทางการเดนิ ทางระหว่างหมูบ่ ้านต่อ

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-143 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทท่ี 3
อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้

หมบู่ ้าน ระหว่างพื้นที่ตำบล โดยส่วนมากถนนในพ้ืนท่ีที่เช่ือมต่อหมู่บ้านจะเป็นถนนคอนกรีตและลาดยาง มีบางเส้นที่
ยังเปน็ ถนนทีบ่ ดอัดซ่งึ ในชว่ งฤดฝู นก็เปน็ ปัญหาอปุ สรรคในการเดินทางพอสมควร

การไฟฟ้า ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นท่ีมีไฟฟ้าใช้เกือบครบทุกครัวเรือน ในส่วนของไฟฟ้าสาธารณะที่ใช้
ตามพ้ืนถนน มีบางหมู่บ้านท่ีมีไม่เพียงพอ ต้องเพ่ิมเติมอีกหลายจุด เพ่ือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ
ประชาชน

การประปา ระบบการจัดการประปาของเทศบาลมีการจัดการด้วยเทศบาลเองในพื้นท่ีเกือบทุกหมู่บ้าน
มีเพียงหมู่ท่ี 6 บ้านวัดโหล๊ะจันระ และพ้ืนที่หมู่ที่ 10 บ้านทุ่งสบายท่ีบริหารจัดการโดยกลุ่มองค์กรจัดการน้ำในพื้นที่
ของตนเอง ระบบประปาของหม่บู า้ น เปน็ ระบบหอถงั และประปาผิวดิน บางพ้ืนท่ีก็ใช้แหลง่ นำ้ ดบิ จากอา่ งเกบ็ นำ้ คลอง
หวั ช้าง อนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริปญั หาระบบประปาท่เี กดิ ข้ึนส่วนมากจะเป็นปริมาณท่ีเขา้ สรู่ ะบบไม่เป็นทเี่ พยี งพอ
และในเร่ืองความสะอาดกม็ ีระบบดแู ลอยา่ งดี

(7) เทศบาลตำบลควนเสาธง
(1) เขตการปกครองและประชากร

เทศบาลตำบลควนเสาธง มีพื้นที่ 53.69 ตารางกิโลเมตร งบประกอบด้วยจำนวนหมู่บ้าน 11
หมู่บ้าน โดยจำนวนหมู่บ้านในเขตเทศบาลเต็มหมู่บ้าน จำนวน 8 หมู่บ้าน ได้แก่หมู่ท่ี 2, หมู่ท่ี 3, หมู่ที่ 4, หมู่ท่ี 5,
หมู่ที่ 8, หมู่ที่ 9, หมู่ท่ี 10 และ หมู่ที่ 11 จำนวนหมู่บ้านในเขตเทศบาลบางส่วน จำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1,
หมู่ที่ 6 และ หมู่ท่ี 7 มีประชากรทั้งส้ิน จำนวน 7,598 คน เป็นเพศชาย จำนวน 3,732 คน และ เพศหญิง จำนวน
3,866 คน (ธนั วาคม 2562) มคี วามหนาแน่นประชากร ประมาณ 142 คนตอ่ ตารางกโิ ลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกิจ
ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักทำการเกษตร ได้แก่ ทำสวนยางพารา ทำนาข้าว ทำสวนผลไม้ทำพืช

ไร่/พชื ผัก ทเ่ี หลือประกอบอาชพี ประมง โดยมีการเลยี้ งปลาในกระชัง บอ่ ปลา การปศสุ ตั ว์ มีการเล้ยี งโค แพะ และหมู
ประกอบอาชพี ส่วนตัว และรับจา้ ง

(3) การศึกษา
มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งเหรียง ศูนย์พัฒนาเด็ก

เลก็ บ้านดา่ นโลด และศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็กบ้านมาบ
มีโรงเรียนประถมศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านด่านโลด โรงเรียนร่มโพธิ์ไทร และโรงเรียนบ้าน

ปลกั ปอม
(4) ศาสนา
ประชาชน หมู่ท่ี 1, หมู่ที่ 5, หมู่ที่ 6, หมู่ท่ี 9 และหมู่ท่ี 10 นับถือศาสนาพุทธ ประชาชน หมู่ท่ี 2

และหมู่ที่ 11 นับถือศาสนาอิสลาม ประชาชน หมู่ที่ 3, หมู่ท่ี 4, หมู่ที 7 และหมู่ที่ 8 นับถือศาสนาพุทธและศาสนา
อสิ ลาม

ศาสนาสถานในเขตเทศบาล ประกอบด้วย วดั จำนวน 2 วดั ได้แก่ วดั ปลกั ปอม 7 และวัดหนองปด
มสั ยิดจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ มัสยดิ ฮดี ายาตุล้ ฮีดายะห์ มัสยดิ อลั อ้ามาลุสซอลีฮะห์ มสั ยดิ ฮีซอลาฮดุ ดนี มัสยิดนรู ลุ ยากีน
มสั ยิดดาหรสไซรหี ยะ๊ และมัสยิดบา้ นควนลอ่ น

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-144 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอื้ งตน้

(5) การสาธารณสุข
มีสถานบริการสาธารณสุข จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่านโลด

โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลบา้ นรม่ โพธไิ์ ทร และศนู ยส์ าธารณสขุ มูลฐานชุมชนควนเสาธง
(6) ความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพย์สิน
มีสถานีตำรวจภูธรอำเภอตะโหมดรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และมี

บุคลากรในการปฏิบัติงานดา้ นป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 6 คน
(7) การบรกิ ารพน้ื ฐาน
การคมนาคม มถี นนลาดยางแอลฟลั ทถ์ นนคอนกรีตเสรมิ เหล็กและถนนลกู รงั
การโทรคมนาคม ปัจจุบันทุกหมู่บ้านใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นส่วนใหญ่ และที่ทำการไปรษณีย์

ที่ใกล้ที่สุด ได้แก่ ไปรษณีย์แม่ขรีต้ังอยู่ ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ห่างจากเทศบาลตำบลควนเสาธง
อำเภอตะโหมด จงั หวดั พัทลุง ไปทางทิศตะวนั ออก ประมาณ 4 กิโลเมตร

การไฟฟา้ มีระบบไฟฟา้ ครบทุกหมบู่ ้าน
การประปา มรี ะบบประปาบาดาลหมูบ่ า้ น จำนวน 11 หมบู่ า้ น

(8) เทศบาลตำบลคลองใหญ่
(1) เขตการปกครองและประชากร

เทศบาลตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง มีเน้ือที่โดยประมาณ 51.52 ตาราง
กิโลเมตร หรือประมาณ 32,200 ไร่ แบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน หมู่บ้านในเขตเทศบาลฯ เต็มท้ังหมู่บ้าน
จำนวน 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 5,หมู่ที่ 6,หมู่ท่ี 7, หมู่ท่ี 8 และ หมู่ที่ 10 และหมู่บ้านในเขต
เทศบาลฯ. บางสว่ น 3 หมู่ ไดแ้ ก่ หมูท่ ่ี 1, 2 และ 9 มปี ระชากรท้ังสนิ้ จำนวน 6,701 คน เป็นเพศชาย จำนวน 3,359
คน และ เพศหญิง จำนวน 3,342 คน (ธันวาคม 2562) มีความหนาแน่นประชากร ประมาณ 130 คนต่อตาราง
กโิ ลเมตร

(2) สภาพทางเศรษฐกิจ
สภาพท่ัวไปของเทศบาลตำบลคลองใหญ่ เหมาะแก่การประกอบอาชีพทางการเกษตรพ้ืนท่ีเป็น

เนินสูง และราบลุ่มในบางพื้นท่ี ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการทำสวนยางพารา ทำนา สวนผลไม้ และปศุสัตว์
หน่วยธุรกิจในเขตเทศบาลฯ ได้แก่ ป๊ัมน้ามันและก๊าซ 4 แห่ง โรงสี 5 แห่ง โรงเล่ือย 2 แห่ง และโรงอบยางแผ่น
8 แห่ง

(3) การศึกษา
มีโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านคลองใหญ่ ต้ังอยู่ในหมู่ที่ 1 โรงเรียน

ทุ่งหนองสิบบาท ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 โรงเรียนบ้านพรุนายขาว ต้ังอยู่ในหมู่ที่ 7 และโรงเรียนบ้านท่าเชียด ตั้งอยู่ใน
หมทู่ ่ี 10 และมีศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก จำนวน 4 แห่ง (หมูท่ ี่ 1, หมู่ที่ 3 หม่ทู ี่ 4 และ หมู่ที่ 6)

(4) ศาสนา
ในเขตเทศบาลตำบลคลองใหญ่ มีวัด จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ วัดพรุนายขาว สำนักสงฆ์ จำนวน

2 แห่ง ได้แก่ สำนักสงฆ์ต้นข้ีกวาง และสำนักสงฆ์ทุ่งหนองสิบบาท และมัสยิด จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ มัสยิดนุรุลฮูด้าห์
มัสยดิ มูฮายีรีน มัสยิดโหล๊ะบา้ มสั ยดิ ยามีอสุ สอละฮ์ มัสยดิ ดารลุ มาอารฟี และบาลาเซาะฮ์ (บ้านโหล๊ะบ้า)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-145 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นรชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มเบ้ืองตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทที่ 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบือ้ งตน้

(5) การสาธารณสุข
มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพของตำบล 5 แห่ง ต้ังอยู่หมู่ท่ี 1, หมู่ที่ 4, หมู่ท่ี 7, หมู่ที่ 8 และ

หมทู่ ี่ 10)
(6) ความปลอดภัยในชวี ิตและทรัพยส์ ิน
มีปอ้ มสายตรวจ 2 แห่ง
(7) การบรกิ ารพ้นื ฐาน
การคมนาคม มีถนนสายสำคัญท่ีตัดผ่าน 2 สาย คือ ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4122 (สายป่า

บอน–คลองหมวย) เป็นถนนลาดยางสภาพถนนอย่างดี แยกจากทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 4 ที่หมู่ 7 บ้านหนองนก
ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สามารถคมนาคมติดต่อกับองค์การบริหารส่วน
ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน และเทศบาลตำบลตะโหมด และถนนหมายเลข 4025 (สายแม่ขรี – บ้านท่าเชียด)
เป็นถนนลาดยาง สภาพดี ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร สำหรับถนนภายในเขตเทศบาลฯ มีประมาณ 34 สาย
เปน็ ถนนลาดยาง 7 สาย สว่ นท่เี หลอื เปน็ ถนนลูกรงั มที งั้ สภาพใช้การไดด้ แี ละทีต่ อ้ งปรบั ปรุงซอ่ มแซม

การโทรคมนาคม หอกระจายข่าวหมู่บ้าน มี 9 แห่ง (หมู่ที่ 1, หมู่ท่ี 3, หมู่ท่ี 4, หมู่ท่ี 5, หมู่ท่ี 6,
หมทู่ ี่ 7, หมู่ที่ 8, หมทู่ ี่ 9 และ หมทู่ ่ี 10)

แหล่งน้ำ มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ คลองท่าเชียด คลองเหมืองตะกั่ว คลองวังคราม คลองคลอง
ใหญ่ และห้วย 22 แห่ง ในทุกหมู่บ้าน นนอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำาท่ีสร้างข้ึน ได้แก่ ฝาย 15 แห่ง ได้แก่ หมู่ท่ี 2, 4
และ 5 หมู่บ้านละ 1 แห่ง หมู่ท่ี 6, 7, 8 และ 10 หมู่บ้านละ 3 แห่ง บ่อน้ำตื้น 5 แห่ง บ่อโยก 8 แห่งและ บ่อบาดาล
10 แห่ง

(8) ศกั ยภาพของชุมชนและพ้ืนที่
การรวมกลมุ่ ของประชาชน มีกลมุ่ อาชีพ 27 กลุ่ม กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิต 6 กลุม่ และกองทุน

หมู่บา้ น 10 กลุม่

3.7.2 สุขภาพอนามัยและการบริการสาธารณสุข
1) วัตถปุ ระสงค์การศึกษา
เพ่อื ศกึ ษารวบรวมขอ้ มูลด้านสาธารณสุขในปจั จบุ นั บรเิ วณพ้นื ทโี่ ครงการ เพอื่ เปน็ ข้อมูลพน้ื ฐานในการ

ประเมนิ ผลกระทบท่ีอาจเกดิ ขึน้ จากการพัฒนาโครงการและปญั หาดา้ นสาธารณสุขชมุ ชน
2) วธิ ีการศึกษา
ดำเนินการรวบรวม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและรายงาน ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่

เก่ียวข้อง โดยเฉพาะข้อมูลของสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งอาจอยู่ในรูปของรายงานจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคที่เฝ้า
ระวังทางระบาดวิทยา 5 อันดับแรก (แบบ รง.506)/รายงานผู้ป่วยนอกแยกตามกลุ่มสาเหตุโรค 21 กลุ่มโรค
(แบบ รง.504) หรอื อยใู่ นรูปของรายงานสรปุ ประจำปี เป็นต้น

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-146 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบื้องตน้

3) ผลการศึกษา
1) ผลการรวบรวมข้อมูลทตุ ยิ ภูม
1.1) สถานบรกิ ารสาธารณสขุ

• สถานบรกิ ารสาธารณสุขบริเวณพนื้ ที่ศกึ ษาโครงการ
พ้ืนท่ีศึกษาของโครงการครอบคลุมพื้นท่ี 2 อำเภอ ของจังหวัดพัทลุง ได้แก่ อำเภอ

ปา่ บอน และอำเภอตะโหมด ทั้งน้ีพบสถานพยาบาลทอ่ี ยูใ่ กลเ้ คยี งพื้นทข่ี องโครงการ จำนวน 2 แหง่ ได้แก่ โรงพยาบาล
ปา่ บอน และโรงพยาบาลตะโหมด

1.2) บุคลากรด้านสาธารณสุข
จังหวัดพทั ลงุ มบี คุ ลากรดา้ นสาธารณสุข ทงั้ หมด 1,675 โดยแบง่ เปน็ แพทย์ จำนวน 51 คน

ทันตแพทย์ จำนวน 50 คน เภสัชกร จำนวน 68 คน และพยาบาลวิชาชีพ 802 คน นักวิชาการสาธารณสุข/
เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ 650 คน และแพทย์แผนไทย 54 คน รายละเอยี ดแสดงดังตารางท่ี 3.7.2-1

สำหรบั พ้นื ทศี่ ึกษาโครงการ มบี คุ ลากรดา้ นสาธารณสขุ ประกอบไปด้วย โรงพยาบาลป่าบอน
มีแพทย์ 3 คน ทันตแพทย์ 5 คน เภสัชกร 7 คน พยาบาลวิชาชีพ 46 คน นักวิชาการสาธารณสุข 4 คน
นักกายภาพบำบัด 2 คน แพทย์แผนไทย 2 คน เจ้าพนักงานสาธารณสุข 1 คน และนักเทคนิคการแพทย์ 2 คน
เจา้ พนักงานทนั ตสาธารณสุข 2 คน และนักรังสีการแพทย์ 1 คน และโรงพยาบาลตะโหมด มแี พทย์ 4 คน ทันตแพทย์
3 คน เภสัชกร 5 คน พยาบาลวิชาชีพ 42 คน นักวิชาการสาธารณสุข 5 คน นักกายภาพบำบัด 2 คน นักรังสี
การแพทย์ 1 คน และนักเทคนิคการแพทย์ 2 คน รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 3.7.2-1

ตารางท่ี 3.7.2-1 บุคลากรด้านสาธารณสุขบรเิ วณพื้นทศ่ี ึกษาโครงการ

ตำแหน่ง จงั หวดั พทั ลุง โรงพยาบาลปา่ บอน โรงพยาบาลตะโหมด

แพทย์ 51 3 4

ทันตแพทย์ 50 5 3

เภสัช 68 7 5

พยาบาลวิชาชพี 802 46 42

นักวชิ าการสาธารณสขุ /เจา้ พนักงานสาธารณสุข 650 5 5

นกั เทคนิคการแพทย์ -2 2

เจา้ พนกั งานทนั ตสาธารณสุข -2 -

นกั รงั สกี ารแพทย์ -1 1

นกั กายภาพบำบดั -2 2

แพทยแ์ ผนไทย 54 2 -

รวม 1,675 75 64

ท่ีมา : สำนกั งานสาธารณสุขจังหวัดพทั ลงุ โรงพยาบาลปา่ บอน และโรงพยาบาลตะโหมด, 2562 (ขอ้ มูล ณ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-147 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดลอ้ มเบ้อื งต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้ืองต้น

1.3) สถติ ิด้านสขุ ภาพ
(1) จำนวนผูป้ ว่ ยตามกลมุ่ สาเหตุการปว่ ย 21 กล่มุ โรค

• จังหวัดพัทลุง จากการรวบรวมรายงาน รง.504 ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง
ปี พ.ศ.2558–2559 พบว่า โรคที่มีผู้ป่วยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคระบบหายใจ โรคอาการแสดงและ
สิ่งผิดปกติท่ีพบได้จากการตรวจทางคลินิกและทางห้องปฏิบัติการท่ีไม่สามารถจำแนกโรคในกลุ่มอ่ืนได้ และโรค
เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการและเมตะบอลิซัม สำหรับในปี พ.ศ.2559 พบว่า โรคท่ีมีผู้ป่วยมากที่สุด คือ โรคระบบ
หายใจ มีผู้ป่วยจำนวน 305,454 ราย รองลงมา ได้แก่ โรคอาการแสดงและส่ิงผิดปกติท่ีพบได้จากการตรวจทางคลินิก
และทางห้องปฏิบตั กิ ารทไี่ มส่ ามารถจำแนกโรคในกลุม่ อ่ืนได้ มผี ู้ป่วยจำนวน 280,865 ราย และ โรคเกีย่ วกับต่อมไรท้ ่อ
โภชนาการและเมตะบอลซิ ัม มผี ปู้ ว่ ยจำนวน 275,643 ราย ดังแสดงรายละเอียดในตารางท่ี 3.7.2-2

• โรงพยาบาลป่าบอน จากการรวบรวมรายงาน รง.504 ของ โรงพยาบาลป่าบอน ปี พ.ศ.
2558–2562 พบว่า โรคที่มีผู้ป่วยมากท่ีสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคระบบไหลเวียนเลือด โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ
โภชนาการ และเมตะบอลิซัม และโรคระบบหายใจ สำหรับในปี พ.ศ.2562 พบว่า โรคท่ีมีผู้ป่วยมากที่สุด คือ โรคระบบ
ไหลเวียนเลือด มีผู้ป่วยจำนวน 13,171 ราย รองลงมา ได้แก่ โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซัม
มผี ู้ป่วยจำนวน 12,646 ราย และ โรคระบบหายใจ มีผ้ปู ่วยจำนวน 8,157 ราย ดงั แสดงรายละเอียดในตารางที่ 3.7.2-3

• โรงพยาบาลตะโหมด จากการรวบรวมรายงาน รง.504 ของ โรงพยาบาลตะโหมด
ปี พ.ศ. 2558–2562 พบว่า โรคท่มี ีผู้ป่วยมากท่ีสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ทอ่ โภชนาการ และเมตะบอลิ-
ซัม โรคระบบไหลเวียนเลือด และโรคระบบย่อยอาหาร รวมโรคในช่องปาก สำหรับในปี พ.ศ.2562 พบว่า โรคท่ีมีผู้ป่วย
มากท่ีสุด คือ โรคเก่ียวกับต่อมไร้ท่อ โภชนาการ และเมตะบอลิซัม มีผู้ป่วยจำนวน 17,791 ราย รองลงมา ได้แก่
โรคระบบไหลเวียนเลือด มีผู้ป่วยจำนวน 14,173 ราย และ โรคระบบหายใจ มีผู้ป่วยจำนวน 11,269 ราย ดังแสดง
รายละเอียดในตารางท่ี 3.7.2-4

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-148 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว บทท่ี 3
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบื้องต้น

ตารางท่ี 3.7.2-2 จำนวนผู้ป่วยตามกลุ่มสาเหตุการป่วย 21 กลุม่ โรค จงั หวดั พัทลงุ ปี พ.ศ.2558 – 2562

สาเหตุการป่วย (กลมุ่ โรค) จำนวนผู้ปว่ ย (ราย) รวม

1. โรคตดิ เชื้อและปรสิต พ.ศ.2558 พ.ศ.2559 พ.ศ.2560 พ.ศ.2561 พ.ศ.2562 140,969
2. เน้อื งอก (รวมมะเร็ง) 69,162 - 26,545
3. โรคเลอื ดและอวยั วะสรา้ งเลอื ดและความผดิ ปกติ 12,605 71,807 - - -
25,690
เกีย่ วกบั ภูมคิ ุ้มกนั 13,940 - - -
4. โรคเกี่ยวกับตอ่ มไร้ท่อ โภชนาการและเมตะบอลิซัม 540,439
5. ภาวะแปรปรวนทางจติ และพฤตกิ รรม 12,285 13,405 - - - 92,535
6. โรคระบบประสาท - 52,279
7. โรคตารวมส่วนประกอบของตา 264,796 275,643 - - - 77,050
8. โรคหูและปุ่มกกหู 42,272 50,263 - - - 34,533
9. โรคระบบไหลเวยี นเลอื ด 27,713 24,566 - - - 520,006
10. โรคระบบหายใจ 40,436 36,614 - - - 606,609
11. โรคระบบยอ่ ยอาหาร รวมโรคในชอ่ งปาก 16,940 17,593 - - - 426,663
12. โรคผิวหนงั และเนอ้ื เยอ่ื ใต้ผิวหนัง 256,392 263,614 - - - 146,158
13. โรคระบบกลา้ มเนอ้ื รวมโครงรา่ งและเนอ้ื ยดึ เสริม 301,155 305,454 - - - 390,183
14. โรคระบบสืบพนั ธรุ์ ่วมปสั สาวะ 201,996 224,667 - - - 176,549
15. ภาวะแทรกในการตง้ั ครรภ์ การคลอด และระยะหลัง 70,774 75,384 - - -
198,191 191,992 - - 18,926
คลอด 82,479 94,070 - - -
16. ภาวะผิดปกติของทารกทเี่ กดิ ขนึ้ ในระยะปริกำเนิด 2,131
9,901 9,025 - - -
(อายคุ รรภ์ 22 สปั ดาหข์ ึน้ ไปจนถึง 7 วนั หลงั คลอด) 4,504
17. รปู รา่ งผดิ ปกติแต่กำเนดิ การพิการจนผดิ รูปแต่กำเนดิ 1,134 997 - - -
551,888
และโครโมโซมผดิ ปกติ 2,334 2,170 - - -
18. อาการ, อาการแสดงและส่งิ ผดิ ปกติที่พบไดจ้ ากการ 909
271,023 280,865 - - - 25,507
ตรวจทางคลินกิ และทางหอ้ งปฏิบตั ิการที่ไม่สามารถ - 144,009
จำแนกโรคในกล่มุ อื่นได้ 464 445 - - - 4,034,082
19. การเปน็ พษิ และผลท่ีตามมา 12,291 13,216 - - -
20. อบุ ัตเิ หตจุ ากการขนสง่ และผลที่ตามมา 77,252 66,757 - -
21. สาเหตุจากภายนอกอ่ืน ๆ ที่ทำให้ ป่วยหรือตาย 1,971,595 2,062,487 - -

รวม

ท่ีมา : สำนักงานสาธารณสขุ จงั หวดั พัทลุง, 2562 (ข้อมลู ณ เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-149 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ รชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้ อา่ งเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบ้ืองต้น

ตารางที่ 3.7.2-3 จำนวนผู้ป่วยตามกล่มุ สาเหตุการปว่ ย 21 กลุม่ โรค โรงพยาบาลปา่ บอน ปี พ.ศ.2558 – 2562

สาเหตกุ ารป่วย (กลุ่มโรค) พ.ศ. จำนวนผปู้ ว่ ย (ราย) พ.ศ. รวม
2558 พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. 2562
1. โรคตดิ เชอ้ื และปรสิต 3,258 2559 2560 2561 3,137 18,133
2. เนอ้ื งอก (รวมมะเร็ง) 536 4,460 3,521 3,757 377 2,515
3. โรคเลอื ดและอวยั วะสร้างเลือด 490 532 510 560 789 3,265
4. โรคเก่ียวกบั ตอ่ มไร้ท่อ โภชนาการและเมตะบอลิสม 11,077 674 587 725 12,646 60,632
5. ภาวะแปรปรวนทางจิตและพฤตกิ รรม 1,121 10,825 12,274 13,810 1,809 8,462
6. โรคระบบประสาท 1,102 1,708 1,962 1,862 1,188 5,505
7. โรคตารวมสว่ นประกอบของตา 1,317 1,143 935 1,137 1,418 7,116
8. โรคหูและปุม่ กกหู 616 1,236 1,401 1,744 606 3,065
9. โรคระบบไหลเวียนเลือด 13,393 577 560 706 13,171 68,522
10. โรคระบบหายใจ 10,682 12,977 13,833 15,148 8,157 48,977
11. โรคระบบยอ่ ยอาหาร รวมโรคในชอ่ งปาก 8,438 10,618 9,272 10,248 7,606 44,348
12. โรคผิวหนงั และเนื้อเยอื่ ใต้ผวิ หนงั 2,378 10,412 8,765 9,127 1,685 11,472
13. โรคระบบกล้ามเน้ือ รวมโครงรา่ งและเนื้อยึดเสริม 7,448 2,531 2,371 2,507 7,762 38,068
14. โรคระบบสบื พันธุ์ร่วมปสั สาวะ 2,527 8,139 6,981 7,738 5,066 18,423
15. ภาวะแทรกในการต้ังครรภ์ การคลอด 489 2,836 3,478 4,516 427 2,750
16. ภาวะผิดปกติของทารกที่เกดิ ขึ้นในระยะปริกำเนิด 133 692 716 426 79 551
17. รปู ร่างผิดปกตแิ ตก่ ำเนิด 72 119 113 107 65 340
18. อาการ, อาการแสดงและสิง่ ผิดปกติทพี่ บไดจ้ ากการ 8,974 61 74 68 7,482 44,012
9,947 9,054 8,555
ตรวจทางคลินิกและทางห้องปฏบิ ัตกิ าร 102
19. การเป็นพิษและผลที่ตามมา 872 61 68 89 47 367
20. อบุ ัติเหตจุ ากการขนสง่ และผลท่ตี ามมา 3,041 797 727 770 599 3,765
21. สาเหตจุ ากภายนอกอ่ืน ๆ ที่ทำให้ ป่วยหรอื ตาย 78,066 3,318 3,706 4,472 3,724 18,261
83,663 80,908 88,072 77,840 408,549
รวม

ทม่ี า : โรงพยาบาลป่าบอน, 2562 (ขอ้ มูล ณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-150 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอ้ื งตน้

ตารางที่ 3.7.2-4 จำนวนผูป้ ว่ ยตามกลุ่มสาเหตกุ ารป่วย 21 กลุม่ โรค โรงพยาบาลตะโหมด ปี พ.ศ.2557 – 25561

สาเหตุการป่วย (กลุ่มโรค) พ.ศ. จำนวนผู้ป่วย (ราย) พ.ศ. รวม
2558 พ.ศ. พ.ศ. พ.ศ. 2562
1. โรคตดิ เช้ือและปรสิต 3,481 2559 2560 2561 4,360 18,891
2. เนอื้ งอก (รวมมะเรง็ ) 395 3,394 3,548 4,108 382 2,108
3. โรคเลอื ดและอวัยวะสรา้ งเลือดและความผิดปกติ 373 445 510
281 842 2,873
เก่ยี วกับภูมคิ ้มุ กัน 361 603 786
4. โรคเกีย่ วกับต่อมไร้ทอ่ โภชนาการและเมตะบอลซิ ัม 15,480 17,791 78,984
5. ภาวะแปรปรวนทางจติ และพฤตกิ รรม 2,158 15,755 13,771 16,187 2,164 10,204
6. โรคระบบประสาท 928 1,988 1,908 1,986 1,255 5,524
7. โรคตารวมส่วนประกอบของตา 1,093 997 1,037 1,307 945 5,141
8. โรคหแู ละป่มุ กกหู 839 960 1,003 1,140 718 3,609
9. โรคระบบไหลเวียนเลอื ด 12,585 631 636 785 14,175 67,333
10. โรคระบบหายใจ 11,404 13,203 12,790 14,580 11,148 57,515
11. โรคระบบยอ่ ยอาหาร รวมโรคในชอ่ งปาก 8,414 11,854 11,485 11,624 11,269 43,588
12. โรคผิวหนังและเนื้อเย่อื ใต้ผิวหนงั 2,463 9,948 9,556 10,397 2,523 12,954
13. โรคระบบกลา้ มเน้ือ รวมโครงรา่ งและเนือ้ ยดึ เสรมิ 8,267 2,794 2,413 2,761 10,671 46,938
14. โรคระบบสบื พันธ์รุ ว่ มปัสสาวะ 2,371 8,465 8,633 10,902 9,273 26,988
15. ภาวะแทรกในการตง้ั ครรภ์ การคลอด และระยะหลัง 2,570 4,733 8,041
614 994 4,145
คลอด 647 823 1,067
16. ภาวะผิดปกตขิ องทารกทเ่ี กดิ ข้ึนในระยะปริกำเนิด 45 66 277
47 53 66
(อายคุ รรภ์ 22 สัปดาห์ข้นึ ไปจนถงึ 7 วันหลงั คลอด) 34 47 231
17. รูปร่างผิดปกตแิ ตก่ ำเนิด การพกิ ารจนผดิ รูปแต่กำเนิด 54 49 47
7,653
และโครโมโซมผิดปกติ 8,341 7,251 7,131 8,460 38,836
18. อาการ, อาการแสดงและสง่ิ ผดิ ปกติท่พี บได้จากการ 78
726 75 87 98 103 441
ตรวจทางคลนิ กิ และทางห้องปฏิบัตกิ ารทไี่ ม่สามารถ 3,010 767 868 811 895 4,067
จำแนกโรคในกลุ่มอ่ืนได้ 82,319 3,363 3,607 4,589 4,255 18,824
19. การเป็นพิษและผลทีต่ ามมา 86,587 79,302 98,924 102,339 4,449,471
20. อบุ ตั เิ หตุจากการขนสง่ และผลทต่ี ามมา
21. สาเหตจุ ากภายนอกอ่ืน ๆ ท่ีทำให้ ป่วยหรอื ตาย

รวม

ทม่ี า : โรงพยาบาลตะโหมด, 2562 (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-151 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสงิ่ แวดล้อมเบอ้ื งตน้

(2) โรคทเ่ี ฝา้ ระวงั ทางระบาดวทิ ยา

• จังหวัดพัทลุง จากการรวบรวมรายงานระบาดวิทยา รง.506 ของสำนักงานสาธารณสุข
จังหวัดพัทลุง ในปี พ.ศ.2558-2562 พบว่าในปี พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยโรคอุจาระร่วงมากท่ีสุด โดยมีผู้ป่วยจำนวน
1,177.84 ต่อแสนประชากร รองลงมา คือ โรคไข้หวัดใหญ่ มีผู้ป่วยจำนวน 250.93 ต่อแสนประชากร และ
โรคไข้เลือดออก มีผูป้ ว่ ยจำนวน 239.11 ตอ่ แสนประชากร ตามลำดับ ดงั แสดงรายละเอียดในตารางที่ 3.7.2-5

• โรงพยาบาลป่าบอน จากการรวบรวมรายงานระบาดวิทยา รง.506 ของโรงพยาบาล
ป่าบอน ในปี พ.ศ.2558-2562 พบว่า ในปี พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยโรคอุจาระร่วงมากที่สุด โดยมีอัตราป่วย 1,411.82
ต่อแสนประชากร รองลงมา คือ โรคไข้เดงก่ี มีอัตราป่วย 215.36 ต่อแสนประชากร และโรคไข้ไม่ทราบสาเหตุ
มีอัตราปว่ ย 191.43 ต่อแสนประชากร ตามลำดบั ดงั แสดงรายละเอยี ดในตารางที่ 3.7.2-6

• โรงพยาบาลตะโหมด จากการรวบรวมรายงานระบาดวิทยา รง.506 ของ โรงพยาบาล
ตะโหมด ในปี พ.ศ.2559-2562 พบว่า ในปี พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยอุจจาระร่วงมากท่ีสุด โดยมีผู้ป่วยจำนวน 335 ราย
รองลงมา คือ ไข้เลือดออก มีผู้ป่วยจำนวน 57 ราย และ ปอดบวม มีผู้ป่วยจำนวน 43 ราย ตามลำดับ ดังแสดง
รายละเอยี ดในตารางท่ี 3.7.2-7

ตารางที่ 3.7.2-5 โรคท่ีเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยา (รง.506) จังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2558–2562

ลำดับท่ี โรค ปี พ.ศ. (ราย) 2561 2562
2558 2559 2560 1,640.18 1,177.84
308.37 250.93
1. อุจจาระรว่ ง 1,813.40 1,961.52 1,788.84 120.10 239.11
316.20 207.10
2. โรคไขห้ วดั ใหญ่ 95.74 122.98 184.66 87.45 86.88
126.40 83.83
3. โรคไข้เลือดออก 104.23 283.62 207.44 97.95 54.68
63.20 44.77
4. โรคปอดบวม 313.46 278.43 332.97 26.11 22.86
32.08 20.96
5. โรคสกุ ใส 96.12 113.18 110.99

6. โรคตาแดง 223.90 170.63 181.03

7. โรคมอื เท้า ปาก 101.53 101.65 124.38

8. โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ 83.77 77.82 69.27

9. โรคชิคุนกุนยา 0.77 0.19 0.00

10. โรคอาหารเป็นพิษ 42.66 33.82 30.43

ที่มา : สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั พทั ลงุ , 2562 (ขอ้ มลู ณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-152 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบอ้ื งตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบอื้ งตน้

ตารางท่ี 3.7.2-6 โรคทีเ่ ฝ้าระวังทางระบาดวิทยา (รง.506) โรงพยาบาลปา่ บอน ปี พ.ศ.2558–2562

ลำดบั ที่ โรค ปี พ.ศ. (อตั ราปว่ ยต่อแสนประชากร) 2562
2558 2559 2560 2561
1,411.82
1. โรคอุจจาระรว่ ง 765.73 957.17 646.09 622.16 191.43
119.65
2. โรคไขไ้ ม่ทราบสาเหตุ 574.30 981.10 813.59 646.09 119.65
215.36
3. โรคไขเ้ ลอื ดออก 23.93 287.15 23.93 0 71.79
71.79
4. โรคปอดอกั เสบ 71.79 71.79 47.86 119.65
0
5. โรคไขเ้ ดงก่ี 0 71.79 0 23.93 23.93

6. โรคเยอ่ื บตุ าอกั เสบ 143.58 95.72 23.93 23.93 0

7. โรคสกุ ใส 47.86 47.86 0 47.86

8. โรคไข้หวดั ใหญ่ 71.79 0 0 47.86

9. โรควณั โรคปอด 0 0 0 47.86

10. โรคฉ่ีหนู 23.93 0 23.93 0

ท่มี า : โรงพยาบาลปา่ บอน, 2562 (ข้อมูล ณ เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

ตารางท่ี 3.7.2-7 โรคทีเ่ ฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยา (รง.506) โรงพยาบาลตะโหมด ปี พ.ศ.2559–2562

ลำดบั ที่ โรค 2559 ปพี .ศ. (ราย) 2562
2560 2561 335
1. โรคอุจจาระร่วง 303 645 505 57
39 46 43
2. โรคไข้เลือดออก 164 172 90 34
42 30 18
3. โรคปอดบวม 166 60 55 17
61 62 10
4. โรคสุกใส 29 39 13 7
46 16 6
5. โรคไข้หวัดใหญ่ 8 3
--
6. โรคมือ เทา้ ปาก 37 --

7. โรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ 45

8. โรคตาแดง 31

9. โรควณั โรค -

10. โรคไวรัสตบั อกั เสบ -

ที่มา : โรงพยาบาลตะโหมด, 2562 (ขอ้ มลู ณ เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

(3) อัตราการเกดิ -อัตราการตาย

• จังหวัดพัทลุง จากการรวบรวมข้อมูลอัตราการเกิด-อัตราการตาย ของ สำนักงาน
สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ในปี พ.ศ.2558-2562 พบว่า ปี พ.ศ.2562 มีอัตราการเกิด จำนวน 6.01 ต่อพันประชากร
ซ่ึงลดลงจากปี พ.ศ.2558-2561 ท่ีมีอัตราการเกิด จำนวน 9.48 6.34 6.48 และ 6.71 ต่อพันประชากร ตามลำดับ
ส่วนอัตราการตาย พบว่า ปี พ.ศ. 2562 มีอัตราการตาย จำนวน 3.73 ต่อพันประชากร ซึ่งลดลงจากปี พ.ศ.2558-

บริษทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-153 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิง่ แวดล้อมเบือ้ งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งตน้

2559 ท่ีมีอัตราการตาย จำนวน 6.27 และ 5.45 ตามลำดับ แต่เพ่ิมข้ึนจากปี พ.ศ.2560-2561 ที่มีอัตราการตาย
จำนวน 2.63 และ 3.25 ตอ่ พันประชากร ตามลำดบั ดังแสดงรายละเอยี ดในตารางท่ี 3.7.2-8

• โรงพยาบาลปา่ บอน จากการรวบรวมขอ้ มลู อตั ราการเกิด-อัตราการตาย ของโรงพยาบาล
ป่าบอน ในปี พ.ศ.2558-2561 พบว่า ปี พ.ศ.2561 มีอัตราการเกิด 8.55 ต่อพันประชากร ลดลงเมื่อเทียบกับ
ปี พ.ศ. 2559 ท่ีมีอัตราการเกิด 10.78 ต่อพันประชากร แต่เพ่ิมขึ้นจากปี พ.ศ.2558 และ พ.ศ.2560 ท่ีมีอัตราการเกิด
3.56 และ 6.95 ตามลำดับ ส่วนอัตราการตาย พบวา่ ปี พ.ศ.2561 มีอัตราการตาย 3.39 ต่อพันประชากร ซ่ึงลดลงจาก
ปี พ.ศ.2559 ท่ีมีอัตราการตาย 4.03 ต่อพันประชากร แต่เพ่ิมข้ึนจากปี พ.ศ.2558 และ พ.ศ.2560 ที่มีอัตราการตาย
2.53 และ 2.36 ตามลำดับ ดงั แสดงรายละเอียดในตารางที่ 3.7.2-9

• โรงพยาบาลตะโหมด จากการรวบรวมขอ้ มูลอัตราการเกดิ -อัตราการตาย ของ โรงพยาบาล
ตะโหมด ในปี พ.ศ.2558-2562 พบว่า ปี พ.ศ.2562 มีอัตราการเกิด จำนวน 12.32 ต่อพันประชากร ซ่ึงเพิ่มขึ้นจากปี
พ.ศ.2559 ที่มีอัตราการเกิด จำนวน 12.25 ต่อพันประชากร แต่เพิ่มข้ึนจากปี พ.ศ.2558 และ พ.ศ.2560-2561 ที่มี
อัตราการเกิด จำนวน 14.93 12.34 และ 12.35 ตามลำดับ ส่วนอัตราการตาย พบว่า ปี พ.ศ.2562 มีอัตราการตาย
จำนวน 3.38 คน ซึ่งมีจำนวนเท่ากับปี พ.ศ.2560 แต่เพิ่มข้ึนจากปี พ.ศ.2558-2559 ที่มีอัตราการตาย จำนวน 2.03
และ 2.51 ต่อพันประชากร และลดลงจากปี พ.ศ.2561 ท่ีมีอัตราการตาย จำนวน 3.46 ต่อพันประชากร ดังแสดง
รายละเอียดในตารางที่ 3.7.2-10

ตารางที่ 3.7.2-8 อตั ราการเกดิ -อัตราการตาย จังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2558 – 2562

ลำดบั ที่ รายการ 2558 ปี พ.ศ. (ราย) 2561 2562
2559 2560 6.71 6.01
3.26 3.73
1 อตั ราการเกิด 9.48 6.34 6.48

2 อตั ราการตาย 6.27 5.45 2.63

ท่ีมา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง, 2562 (ขอ้ มลู ณ เดอื นพฤศจิกายน พ.ศ.2562)

ตารางที่ 3.7.2-9 อัตราการเกิด-อัตราการตาย โรงพยาบาลปา่ บอน ปี พ.ศ.2558 – 2562

ลำดับที่ รายการ 2558 ปี พ.ศ. 2560 2561
2559 8.55
3.39
1 อตั ราการเกดิ 3.56 10.78 6.95

2 อตั ราการตาย 2.53 4.03 2.36

ที่มา : โรงพยาบาลป่าบอน, 2562 (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

ตารางท่ี 3.7.2-10 อัตราการเกิด-อัตราการตาย โรงพยาบาลตะโหมด ปี พ.ศ.2558 – 2562

ลำดบั ที่ รายการ 2558 ปี พ.ศ. (คน) 2561 2562
อัตราการเกดิ 14.93 2559 2560 12.35 12.32
1 3.38
12.25 12.34

2 อตั ราการตาย 2.03 2.51 3.38 3.46

ท่ีมา : โรงพยาบาลตะโหมด, 2562 (ข้อมูล ณ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ.2562)

บริษทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกัด 3-154 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มเบื้องตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกัว่ บทท่ี 3
อนั เน่อื งมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง การศึกษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบอ้ื งตน้

3.7.3 การทอ่ งเทย่ี ว กฬี า แหลง่ นันทนาการ และสุนทรียภาพ
1) วัตถปุ ระสงค์
ศึกษาภาพรวมของแหล่งทอ่ งเทยี่ วในบรเิ วณพน้ื ทโี่ ครงการ

(1) เพ่ือศกึ ษาสถติ จิ ำนวน กิจกรรม การท่องเท่ยี วในพน้ื ทโ่ี ครงการและพื้นทใ่ี กล้เคยี ง

(2) เพอ่ื ประเมินสถานภาพและความสำคญั เบอ้ื งตน้ ของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วและการพกั ผอ่ นหน่อยใจในสถานท่ี
สำคญั ทางทงั้ ในประเภทธรรมชาติ โบราณสถาน และแหลง่ ศิลปวฒั นธรรมในเขตพนื้ ที่ดำเนนิ โครงการ

(3) เพื่อประเมินผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบื้องตน้ ต่อ แหล่งทอ่ งเทย่ี วและการพกั ผ่อนหน่อยใจในสถานท่ีสำคญั
ทางท้ังในประเภทธรรมชาติ โบราณสถาน และแหลง่ ศลิ ปวฒั นธรรมในเขตพน้ื ที่ดำเนนิ โครงการ

2) วิธีการศกึ ษา
รวบรวมข้อมูลการท่องเท่ียว พักผ่อนหย่อยใจ และสุนทรียภาพบริเวณพื้นที่โครงการและใกล้เคียง

จากเอกสารรายงาน หรอื หน่วยงานที่เกย่ี วข้อง เชน่ สำนกั งาน ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมลู เกีย่ วกับ
สถานท่ีท่องเที่ยวท้ังในประเภทธรรมชาติ โบราณสถาน และแหล่งศิลปวัฒนธรรม จำนวนนักท่องเที่ยว กิจกรรม เส้นทาง
ท่องเท่ียว สถิติ และแนวโนม้ ที่ผา่ นมา ทม่ี ีความสำคัญในพ้ืนทโ่ี ครงการ

3) ผลการศกึ ษา

ดำเนินการรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณพ้ืนท่ีศึกษาโครงการ ในระยะ 5 กิโลเมตร จากขอบเขต
พื้นท่ีศึกษาโครงการ มีสถานท่ีท่องเที่ยวหลายแห่งและมีสถานที่ท่ีเป็นธรรมชาติ ภาพแหล่งท่องเท่ียวแสดง
ดังรูปท่ี 3.7.3-1 และจดุ ท่ตี ้ังของแหล่งท่องเทย่ี วแสดงดังรปู ท่ี 3.7.3-2 รายละเอียดดงั ตารางท่ี 3.7.3-1

จุดชมวิวควนตาคม

น้ำตกตะโหมด
รูปที่ 3.7.3-1 แหล่งทอ่ งเที่ยวบรเิ วณพน้ื ท่ีศึกษาโครงการ

บริษัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-155 รายงานฉบับกลาง
บริษทั เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดล้อมเบ้อื งต้น อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะก่ัว บทที่ 3
อันเนอื่ งมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบ้อื งต้น

น้ำตกลาดเตย
นำ้ ตกโตนสะตอ

ภบู รรทัด
รปู ท่ี 3.7.3-1 แหล่งท่องเทีย่ วบริเวณพืน้ ที่ศกึ ษาโครงการ (ตอ่ )

บรษิ ัท เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-156 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอ็นรชิ คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบส่ิงแวดลอ้ มเบื้องต้น อา่ งเกบ็ น้ำเหมืองตะกว่ั บทที่ 3
อนั เนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบอื้ งตน้

รปู ที่ 3.7.3-2 จดุ ทตี่ ั้งแหล่งทอ่ งเท่ยี วบรเิ วณพื้นที่ศกึ ษาโครงการและพืน้ ทใ่ี กล้เคยี ง

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกดั 3-157 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองตน้ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกวั่ บทที่ 3
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพทั ลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งต้น

ตารางท่ี 3.7.3-1 รายละเอียดสถานท่ที ่องเที่ยวพนื้ ที่ศกึ ษาโครงการ

ระยะหา่ งจาก

ช่ือ ทีต่ ง้ั พืน้ ทศ่ี ึกษา สภาพปจั จบุ นั /ความสำคญั

โครงการ

1. จุดชมวิวควนตา ม.3 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด ภายใน 5 จุ ด ช ม วิ ว ค ว น ต า ค ม มี ลั ก ษ ณ ะ เป็ น เนิ น ค ว น สู ง ร า ว
คม จ.พทั ลงุ กโิ ลเมตร 50 เมตร และมีพื้นที่ตรงกลางโล่ง ไว้สำหรับเป็นแหล่งท่องเท่ียว
สำหรับชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินพื้นที่ยืนชมวิวทิวทัศน์ได้
โดยรอบ ทั้งทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศใต้ ซึ่งแต่ละ
ทิศล้วนแล้วแต่มีธรรมชาติท่ีน่าสนใจแตกต่างกัน จึงน่าจะถูกใจ
สำหรับนักท่องเท่ียวท่ีชื่นชอบการถ่ายภาพ พร้อมช่ืนชม
บรรยากาศของท้องทุ่งนาและผืนป่า

2. น้ำตกตะโหมด ในบริเวณหนว่ ยพิทกั ษส์ ัตว์ ภายใน 5 เดิมช่ือน้ำตกลานหม่อมจุ้ยหรือน้ำตกหม่อมจุ้ย อยู่ในบริเวณหน่วย
ป่าตะโหมด หมู่ 11 ต.ตะ กโิ ลเมตร พิทักษ์สัตว์ป่าตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง น้ำตกตะโหมด มีช้ันน้ำตก
โหมด เตี้ยๆ แต่มีหลายช้ันลดหล่ันลงไปตามธารน้ำตกที่เต็มไปด้วยโขดหิน
อ.ตะโหมด จ.พัทลงุ บางชั้นก็มแี อ่งน้ำตื้นๆให้เล่นน้ำได้ น้ำตกตะโหมดยังมีลานกว้างเหมาะ
แก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีอาณาบริเวณท่ีร่มรื่นด้วยไม้นานาพรรณไว้
ให้นักท่องเท่ียวได้ศึกษาพืชพรรณไม้ต่าง ๆและยังมีสถานท่ีรองรับใน
เรอื่ งของการจัดอบรมสัมมนา การเข้าคา่ ยพกั แรม

3. น้ำตกลาดเตย เขตรักษาพันธุ์สัตวป์ ่าเทือก ภายใน 5 น้ำตกลาดเตย อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด อยู่
ขาบรรทัดท้องท่ี หมู่ท่ี 4 กโิ ลเมตร ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจีร่มร่ืน มีน้ำใสไหลเย็นตลอดท้ังปี สามารถแช่
บา้ นโหล๊ะบ้า ต.คลองใหญ่ น้ำสองฝั่งน้ำตกและตามแก่งหินต่าง ๆ ท่ีมีกระแสน้ำไหลไม่แรง แล้ว
อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ยังมีพรรณไม้ของป่าดิบชื้นในภาคใต้ ท่ีแปลกตาพร้อมส่องกล้องดูนก
ปา่ ประจำถ่นิ ที่สวยงามอกี หลายชนิด

4. น้ำตกโตนสะตอ หมูท่ ่ี 1 ต.หนองธง อ.ปา่ ภายใน 5 น้ำตกโตนสะตอถือเป็นน้ำตกท่ีสวยงาม มีน้ำใสไหลเย็นตลอดท้ังปี
บอน จ.พัทลงุ กิโลเมตร เนื่องจากมีพ้ืนที่ปา่ ท่ีสมบูรณ์เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบค้างคืน
ต้ังแคมป์ห่าง จากตวั หมบู่ า้ นราว 1.5 กิโลเมตร ด้วยผืนป่าท่ีมีความ
หลากหลาย ตลอดเส้นทาง น้ำตกจะมีต้นไคร้ย้อยหรือกระด่ึง
นางฟ้า ข้ึนปกคลุม มีทั้งต้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ท่ีกำลังออก
ดอกสชี มพู และตัวนำ้ ตกมแี อง่ น้ำแบง่ เป็นชน้ั ๆ รวม 5 ชน้ั

5. ภูบรรทัด เทือกเขาบรรทัด ต.หนองธง ภายใน 5 ภูบรรทัดหรือเทือกเขาบรรทัดเป็นป่าท่ีอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้น
อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กโิ ลเมตร น้ำหล่อเล้ียงชีวิตประชาชนในหลายอำเภอของจงั หวดั พัทลุง อีกท้ัง
ยังเป็นท่ีอยู่อาศัยชาวปาซาไกหรอื ชาวมันนิ เป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยงเชิง
อนุรักษ์เขาสามภู กับชมรมท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์ภูบรรทัดหนองธง
รว่ มกบั หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งนารี ตามรอยสมเสร็จในป่าดิบที่ความสูง
จากระดับนำ้ ทะเลกวา่ 1,100 เมตร เขตรอยต่อ ตรัง สตลู พทั ลุง

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซลั ท์ จำกดั 3-158 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ ริช คอนซลั แตนท์ จำกัด (Interim Report)

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลอ้ มเบ้อื งตน้ อ่างเกบ็ น้ำเหมืองตะกวั่ บทท่ี 3
อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จงั หวัดพัทลุง การศกึ ษาผลกระทบสง่ิ แวดล้อมเบือ้ งตน้

3.7.4 โบราณคดีและประวัตศิ าสตร์

1) วตั ถุประสงค์

(1) เพื่อตรวจหาร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดี ได้แก่ เมืองโบราณ ชุมชนโบราณ แหล่งโบราณคดี
รวมทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถแุ ละสถานทีส่ ำคัญทางประวตั ิศาสตร์ทอ่ี าจจะมีอยู่ในเขตพืน้ ท่ดี ำเนนิ โครงการ

(2) เพื่อประเมินสถานภาพและความสำคัญเบื้องต้นของแหล่งโบราณคดีและสถานที่สำคัญทาง
ประวัติศาสตร์ท่ีอาจจะพบในเขตพ้ืนทีด่ ำเนนิ โครงการ

(3) เพ่ือประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบ้ืองต้นต่อแหล่งโบราณคดีและสถานที่สำคญั ทางประวัติศาสตร์
ที่อาจจะพบในเขตพนื้ ทีด่ ำเนนิ โครงการ

2) วิธกี ารศึกษา

(1) รวบรวมขอ้ มูลแหล่งโบราณคดี และสิ่งทมี่ ีคุณคา่ ทางประวัตศิ าสตร์ รวมทง้ั วฒั นธรรมและวิถชี ีวิตของชุมชน
โดยใชข้ อ้ มูลจากเอกสาร รายงาน และแผนที่ทแี่ สดงแหลง่ โบราณคดแี ละสถานท่สี ำคญั ในพื้นทศ่ี ึกษาของโครงการ

(2) ศึกษาข้อมูลและผลการศึกษาจากรายงานการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบส่ิงแวดล้อม
เบอื้ งต้น โครงการอา่ งเกบ็ น้ำห้วยบ้านพุ่ม พ.ศ.2545

(3) ประเมินผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ต่อแหล่งโบราณคดี และสิ่งมีค่าทางประวัติศาสตร์ กรณีท่ีมี
การพฒั นาโครงการ

3) ผลการศึกษา

ผลการรวบรวมขอ้ มูลทุติยภมู ิ

จังหวัดพัทลุงมีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาต้ังแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานสำคัญ ได้แก่
เครื่องมือหินท่ีพบกระจายทั่วไปในพื้นที่หลายอำเภอ เช่น ขวานหินรูปจงอยู่ปากนก พบบริเวณทุ่งนาใกล้เขาชัยสน
อำเภอเขาชัยสน ปจั จุบันเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์วัดเขยี นบางแก้ว อำเภอเขาชัยสน

เมื่อลว่ งเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ พื้นท่ีจังหวัดพัทลุงปรากฏชุมชนที่นับถือพระพุทธศาสนาแบบมหายาน
โดยรับวฒั นธรรมอนิ เดยี ทผี่ า่ นเขา้ มาทางคาบสมทุ รภาคใต้ หลักฐานสำคญั ได้แก่ พระพิมพด์ ินดิบรปู พระโพธิสัตวท์ ีพ่ บ
จากแหล่งโบราณคดีถ้ำเขาอกทะลุ อำเภอคูหาสวรรค์ เป็นพระพิมพ์ในศิลปะแบบศรีวิชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12
(https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=11019)

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏช่ือเมืองพัทลุงในเอกสารประวัตศิ าสตร์ ได้แก่ กฎหมายพระอยั การนาทหาร
หวั เมือง พ.ศ.1997 ซ่ึงตรงกับรชั สมัยของสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.1991 – 2031) ที่ระบุ
ว่าเมอื งพัทลุงมีฐานะเปน็ หวั เมอื งช้นั ตรขี องกรงุ ศรอี ยธุ ยา (http://www.phatthalung.go.th/history)

ในสมัยกรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์ เมืองพัทลุงยังคงเป็นหัวเมืองสำคญั เมืองหน่ึงทางปักษ์ใต้ และได้รับ
การยกฐานะขึ้นเปน็ หัวเมอื งชน้ั โทในรชั สมยั ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุง
รตั นโกสนิ ทร์ (ครองราชยร์ ะหวา่ ง พ.ศ.2325 – 2352)

บรษิ ทั เอช ทู โอ คอนซัลท์ จำกัด 3-159 รายงานฉบับกลาง
บริษัท เอน็ รชิ คอนซัลแตนท์ จำกัด (Interim Report)


Click to View FlipBook Version