The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการดำเนินงาน :โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา” กรมการพัฒนาชุมชน เล่มที่ 4 (เขตตรวจ 10-12)<br>เขตตรวจราชการที่ 10 <br>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 <br>(เลย/หนองคาย/หนองบัวลำภู/อุดรธานี/บึงกาฬ)<br>เขตตรวจราชการที่ 11 <br>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 <br>(นครพนม/มุกดาหาร/สกลนคร)<br>เขตตรวจราชการที่ 12<br>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง <br>(กาฬสินธุ์/ขอนแก่น/มหาสารคาม/ร้อยเอ็ด)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เล่ม 4 สรุปผลการดำเนินงาน :โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา” กรมการพัฒนาชุมชน เล่มที่ 4 (เขตตรวจ 10-12)

สรุปผลการดำเนินงาน :โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา” กรมการพัฒนาชุมชน เล่มที่ 4 (เขตตรวจ 10-12)<br>เขตตรวจราชการที่ 10 <br>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 <br>(เลย/หนองคาย/หนองบัวลำภู/อุดรธานี/บึงกาฬ)<br>เขตตรวจราชการที่ 11 <br>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 <br>(นครพนม/มุกดาหาร/สกลนคร)<br>เขตตรวจราชการที่ 12<br>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง <br>(กาฬสินธุ์/ขอนแก่น/มหาสารคาม/ร้อยเอ็ด)

32 1. พื้นที่ โคก ลักษณะของพื้นที่มีการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในบริเวณพื้นที่โคก มีการปลูกต้นยางนา ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจ และสามารถเพาะเห็ดระโหได้ด้วย ในระหว่าง ที่รอต้นยางนา เติบโต และเป็นไม้เนื้อแข็งที่จะใช้งานได้ เพราะกว่าที่ต้นยางนาจะได้ใช้ก็เป็นเวลาหลายปี ในระหว่าง ที่รอก็เพาะเห็ดระโงก ในการขายในแต่ละปีได้ จะทำให้ไม่เสียเวลาในการรอ เป็นการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ต้น สักทอง ต้นประดู่ที่เป็นไม่เนื้อแข็ง 2. พื้นที่ หนองน้ำ คลอกไส้ไก่ ได้มีการขุดสระเก็บน้ำ ตามแบบของ โคก หนอง นา เพื่อ นำน้ำไว้ใช้สอยในพื้นที่ให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร และในพื้นที่รอบสระน้ำและรอบคลองไส้ไก่ นั้น นางมะลิ หมู่ โสภิณ ได้ดำเนินการปลูกผักสวนครัวไว้รอบๆ เพื่อ ป้องกันดินสไลด์ออกได้ส่วนหนึ่ง และยังสามารถกินได้ด้วย เช่น ต้นตะไคร้ ต้นกล้วย ต้นแมงลัก ต้น โหระพา ต้นมะเขือ เป็นต้น และในสระน้ำ ก็เลี้ยวปลา เลี้ยงหอย ไว้สำหรับ เป็นอาหาร และจำหน่ายได้ด้วยอีกทาง 3. พื้นที่ จะเป็นที่นาข้าว ของนางมะลิ หมู่โสภิณ ได้ปลูกข้าวไว้สำหรับรับประทาน 5. ผลสำเร็จ/ผลที่ได้รับ นางมะลิ หมู่โสภิณ ความสุขกับการเข้าไปในพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล ครอบครัวช่วยเหลือกันและกันในการปลูกพืชผักสวนครัว ให้อาหารปลา และสามารถเก็บผักสวนครัวไปขายในตลาด ชุมชน ขายในหมู่บ้าน มีรายได้เกิดขึ้นทุกวัน ทำให้มีทั้งรายได้ อาหารไว้กิน ครอบครัวอบอุ่น 6. ภาพประกอบ 97


33 การถอดบทเรียน Best Practice โคก หนอง นา โมเดล 1. เรื่อง โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงต้นแบบ HLM ขนาด 3 ไร ของ นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ บ้านเลขที่ ม.๗ ต.โคกม่วง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู.. พื้นที่ของนางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ม.๗ ต.โคกม่วง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู มีลักษณะเป็น พื้นทีนา จะทำการเกษตรได้ปีละครั้ง ไม่สามารถปลูกพืชผักได้ นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ได้ฟังการประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการทำโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งพื้นที่เป็นก่อนดำเนินการเป็นการปลูกพืชเชิงเดียว คือการ การทำนา จึงมีความสนใจและต้องการทำ พืชที่ให้เป็นการปลูกแบบผสมผสาน ปลูกได้หลายๆ อย่างในพื้นที่ของตนเอง ปี 2564 นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ได้เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับการทำโครงการ พัฒนาพื้นที่ ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” และได้นำความรู้จากการ อบรม มาพัฒนาจัดสรรพื้นที่ดินให้สามารถทำการเกษตรได้ และมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองเพื่อปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ที่ดำเนินการ ตามโครงการฯ ซึ่งเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ไร่ และการปรึกษาหารือพัฒนาการอำเภอ โนนสัง เพื่อวางแผนในการจัดสรรพื้นที่ 1. กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ที่มีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม และผู้ที่สนใจในโครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ บ้านเลขที่ - ม.๗ ต.โคกม่วง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน....สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโนนสัง , เทศบาลตำบลโนนสัง, องค์การบริหารส่วนตำบลโคกม่วง 3. วิธีการ/ขั้นตอน 1. รับสมัครผู้ที่สนใจในการจะเข้าร่วมโครงการคุณสมบัติตามที่ประกาศ 2. ลงตรวจสอบพื้นที่ที่เช้าร่วมโครงการฯ 3. อธิบายในการเข้าร่วมโครงการเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการและลงลายมือร่วมในการ เข้าร่วมโครงการฯ 4. ดำเนินการจัดการพื้นที่ให้เป็น โคก หนอง นา โมเดล 5. เริ่มตำเนินการปรับปรุงดินและปลูกพืชผักสวนครัว การจัดสรรพื้นที่แปลงของนางมะลิ หมู่โสภิณ ในการทำโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ได้มีการปรึกษาหารือกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโนนสัง ในการวางแผนซึ่งการจัดสรรพื้นที่ของนางสาว หวัน โคตรสุวรรณ ได้นำที่ดินจำนวน 10 ไร่ เข้าร่วมโครงการ และได้รับการจัดสรรที่ดินในการดำเนินโครงการ จำนวน 3 ไร่ นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ขอดำเนินการเพิ่มจากที่โครงการดำเนินการ จำนวน 3 ไร่ และได้ ดำเนินการการพื้นออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1. พื้นที่ โคก ลักษณะของพื้นที่มีการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในบริเวณพื้นที่โคก มีการปลูกต้นยางนา ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจ และสามารถเพาะเห็ดระโหได้ด้วย ในระหว่าง 98


34 ที่รอต้นยางนา เติบโต และเป็นไม้เนื้อแข็งที่จะใช้งานได้ เพราะกว่าที่ต้นยางนาจะได้ใช้ก็เป็นเวลาหลายปี ในระหว่าง ที่รอก็เพาะเห็ดระโงก ในการขายในแต่ละปีได้ จะทำให้ไม่เสียเวลาในการรอ เป็นการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ต้น สักทอง ต้นประดู่ที่เป็นไม่เนื้อแข็ง และปลูกต้นไผ่หวานไว้ใช้ไม้และไว้กิน 2. พื้นที่ หนองน้ำ คลอกไส้ไก่ ได้มีการขุดสระเก็บน้ำ ตามแบบของ โคก หนอง นา เพื่อ นำน้ำไว้ใช้สอยในพื้นที่ให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร และในพื้นที่รอบสระน้ำและรอบคลองไส้ไก่ นั้น นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ได้ดำเนินการปลูกผักสวนครัวไว้รอบๆ เพื่อ ป้องกันดินสไลด์ออกได้ส่วนหนึ่ง และยังสามารถกินได้ด้วย เช่น ต้นตะไคร้ ต้นกล้วย ต้นแมงลัก ต้น โหระพา ต้นมะเขือ เป็นต้น และในสระน้ำ ก็เลี้ยวปลา เลี้ยงหอย ไว้ สำหรับเป็นอาหาร และจำหน่ายได้ด้วยอีกทาง 3. พื้นที่ จะเป็นที่นาข้าว ของนางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ได้ปลูกข้าวไว้สำหรับรับประทาน 5. ผลสำเร็จ/ผลที่ได้รับ นางสาวหวัน โคตรสุวรรณ ความสุขกับการเข้าไปในพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล ครอบครัวช่วยเหลือกันและกันในการปลูกพืชผักสวนครัว ให้อาหารปลา และสามารถเก็บผักสวนครัวไปขายในตลาด ชุมชน ขายในหมู่บ้าน มีรายได้เกิดขึ้นทุกวัน ทำให้มีทั้งรายได้ อาหารไว้กิน ครอบครัวอบอุ่น 6. ภาพประกอบ 99


35 การถอดบทเรียน Best Practice โคก หนอง นา โมเดล 1. เรื่อง โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงต้นแบบ HLM ขนาด 3 ไร ของ นางพิศมัย แก้วพิภพ บ้านเลขที่ 18 ม.8 ต.นาเหล่า อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู.. พื้นที่ของนางพิศมัย แก้วพิภพ ม.8 ต.นาเหล่า อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู มีลักษณะเป็นพื้นทีนา จะทำการเกษตรได้ปีละครั้ง ไม่สามารถปลูกพืชผักได้ นางพิสมัย แก้วพิภพ ได้ฟังการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการทำ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งพื้นที่เป็นก่อนดำเนินการเป็นการปลูกพืชเชิงเดียว คือการ ปลูกอ้อย จึงมีความสนใจและต้องการทำพืชที่ ให้เป็นการปลูกแบบผสมผสาน ปลูกได้หลายๆ อย่างในพื้นที่ของตนเอง ปี 2564 นางพิศมัย แก้วพิภพ ได้เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับการทำโครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” และได้นำความรู้จากการอบรม มา พัฒนาจัดสรรพื้นที่ดินให้สามารถทำการเกษตรได้ และมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองเพื่อปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ที่ ดำเนินการ ตามโครงการฯ ซึ่งเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ไร่ และการปรึกษาหารือพัฒนาการอำเภอนาวัง เพื่อ วางแผนในการจัดสรรพื้นที่ 2. กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ที่มีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม และผู้ที่สนใจในโครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” นางพิศมัย แก้วพิภพ บ้านเลขที่ 18 ม.8 ต.นาเหล่า อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู 3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน....สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาวัง , สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อ การเกษตร, องค์การบริหารส่วนตำบลนาเหล่า 4. วิธีการ/ขั้นตอน 1. รับสมัครผู้ที่สนใจในการจะเข้าร่วมโครงการคุณสมบัติตามที่ประกาศ 2. ลงตรวจสอบพื้นที่ที่เช้าร่วมโครงการฯ 3. อธิบายในการเข้าร่วมโครงการเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการและลงลายมือร่วมในการ เข้าร่วมโครงการฯ 4. ดำเนินการจัดการพื้นที่ให้เป็น โคก หนอง นา โมเดล 5. เริ่มตำเนินการปรับปรุงดินและปลูกพืชผักสวนครัว การจัดสรรพื้นที่แปลงของนางพิศมัย แก้วพิภพ ในการทำโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ได้ มีการปรึกษาหารือกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอนาวัง ในการวางแผนซึ่งการจัดสรรพื้นที่ของนางพิศมัย แก้ว พิภพ ได้นำที่ดินจำนวน 6 ไร่ เข้าร่วมโครงการ และได้รับการจัดสรรที่ดินในการดำเนินโครงการจำนวน 3 ไร่ นาง พิศมัย แก้วพิภพ ขอดำเนินการเพิ่มจากที่โครงการดำเนินการ จำนวน 3 ไร่ และก็ทำเพิ่มเอง จำนวน 3 ไร่ ทำให้ใน พื้นที่ทั้งหมด ทำให้เป็น “ โคก หนอง นา โมเดล” ทั้งแปลง รวม 6 ไร่ และได้ดำเนินการการพื้นออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 100


36 1. พื้นที่ โคก ลักษณะของพื้นที่มีการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในบริเวณพื้นที่โคก มีการปลูกต้นยางนา ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจ และสามารถเพาะเห็ดระโหได้ด้วย ในระหว่าง ที่รอต้นยางนา เติบโต และเป็นไม้เนื้อแข็งที่จะใช้งานได้ เพราะกว่าที่ต้นยางนาจะได้ใช้ก็เป็นเวลาหลายปี ในระหว่าง ที่รอก็เพาะเห็ดระโงก ในการขายในแต่ละปีได้ จะทำให้ไม่เสียเวลาในการรอ เป็นการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง 2. พื้นที่ หนองน้ำ คลอกไส้ไก่ ได้มีการขุดสระเก็บน้ำ ตามแบบของ โคก หนอง นา เพื่อ นำน้ำไว้ใช้สอยในพื้นที่ให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร และในพื้นที่รอบสระน้ำและรอบคลองไส้ไก่ นั้น นางพิศมัย แก้วพิภพ ได้ดำเนินการปลูกผักสวนครัวไว้รอบๆ เพื่อ ป้องกันดินสไลด์ออกได้ส่วนหนึ่ง และยังสามารถกินได้ด้วย เช่น ต้นตะไคร้ ต้นกล้วย ต้นแมงลัก ต้น โหระพา ต้นมะเขือ เป็นต้น และในสระน้ำ ก็เลี้ยวปลา เลี้ยงหอย ไว้ สำหรับเป็นอาหาร และจำหน่ายได้ด้วยอีกทาง 3. พื้นที่ จะเป็นที่นาข้าว ของนางพิศมัย แก้วพิภพ นั้น จะไม่ปลูกข้าว แต่จะทำการปลูก ผักก้านจอง และก็เลี้ยงกบ ไว้สำหรับกิน และก็จำหน่าย 4 . พื้ น ที่ เพิ่ ม เติ ม จ า ก ที่ เข้ า ร่ ว ม โ ค ร ง ก า ร “ โค ก ห น อ ง น า ใม เด ล ” นางพิศมัย แก้วพิภพ ได้ดำเนินการปลูกต้นไผ่กิมซุง กับ ปลูกผักก้านจอง และยังเลี้ยงเป็ด สำหรับกินและ ไว้ เพื่อจำหน่าย 5. ผลสำเร็จ/ผลที่ได้รับ นางพิศมัย แก้วพิภพ มีความสุขกับการเข้าไปในพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล ครอบครัวช่วยเหลือกันและกันในการปลูกพืชผักสวนครัว ให้อาหารปลา กบ เป็ด และสามารถเก็บผักสวนครัว ไปขายในตลาดชุมชน ขายในตลาดหน้าอำเภอนาวัง มีรายได้เกิดขึ้นทุกวัน ทำให้มีทั้งรายได้ อาหารไว้กิน ครอบครัวอบอุ่น 6. ภาพประกอบ 101


37 การถอดบทเรียน Best Practice โคก หนอง นา โมเดล 1. เรื่อง โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงต้นแบบ HLM ขนาด 3 ไร ของ นางคำมัย หมื่นฤทธิ์ บ้านเลขที่ 8 ม.9 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ..หนองบัวลำภู.. 2. พื้นที่ของนางนางคำมัย หมื่นฤทธิ์ บ้านเลขที่ 8 ม.9 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ..หนองบัวลำภู มีลักษณะเป็นพื้นที่นา จะทำการเกษตรได้ปีละครั้ง ไม่สามารถปลูกพืชผักได้ นางคำมัย หมื่นฤทธิ์ได้ฟังการ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการทำโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งพื้นที่เป็นก่อนดำเนินการเป็นการปลูกพืชเชิงเดียว คือการ ปลูกอ้อย จึงมีความสนใจและ ต้องการทำพืชที่ให้เป็นการปลูกแบบผสมผสาน ปลูกได้หลายๆ อย่างในพื้นที่ของตนเอง ปี 2564 นางนางคำมัย หมื่นฤทธิ์ บ้านเลขที่ 8 ม.9 ต.ดงมะไฟา อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับการทำโครงการ พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” และได้นำความรู้จากการอบรม มาพัฒนาจัดสรรพื้นที่ดินให้สามารถทำการเกษตรได้ และ มาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองเพื่อปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ที่ดำเนินการ ตามโครงการฯ ซึ่งเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 3 ไร่ และการปรึกษาหารือพัฒนาการอำเภอฯ เพื่อวางแผนในการจัดสรรพื้นที่ 3. กลุ่มเป้าหมาย.......เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ที่มีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม และผู้ที่สนใจใน โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” นาง นางคำมัย หมื่นฤทธิ์ บ้านเลขที่ 18ม.4 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ..หนองบัวลำภู.. บ้านเลขที่ 8 ม.9 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคุหา จ.หนองบัวลำภู หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน....สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสุวรรณคูหา , สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อ การเกษตร, องค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ 4. วิธีการ/ขั้นตอน 1. รับสมัครผู้ที่สนใจในการจะเข้าร่วมโครงการคุณสมบัติตามที่ประกาศ 2. ลงตรวจสอบพื้นที่ที่เช้าร่วมโครงการฯ 3. อธิบายในการเข้าร่วมโครงการเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการและลงลายมือร่วมใน การเข้าร่วมโครงการฯ 4. ดำเนินการจัดการพื้นที่ให้เป็น โคก หนอง นา โมเดล 5. เริ่มตำเนินการปรับปรุงดินและปลูกพืชผักสวนครัว การจัดสรรพื้นที่แปลงของนางนางคำมัย หมื่นฤทธิ์บ้านเลขที่ 8ม.9 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ..หนองบัวลำภูใน การทำโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ได้มีการปรึกษาหารือกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอฯ ในการวางแผน ซึ่งการจัดสรรพื้นที่ ได้นำที่ดินจำนวน 7 ไร่ เข้าร่วมโครงการ และได้รับการจัดสรรที่ดินในการดำเนินโครงการ จำนวน 3 ขอดำเนินการเพิ่มจากที่โครงการดำเนินการ จำนวน 3 ไร่ และก็ทำเพิ่มเอง จำนวน 1 ไร่ ทำให้ในพื้นที่ ทั้งหมด ทำให้เป็น “ โคก หนอง นา โมเดล” ทั้งแปลง รวม 4 ไร่ และได้ดำเนินการการพื้นออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1. พื้นที่ โคก ลักษณะของพื้นที่มีการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในบริเวณพื้นที่โคก มีการปลูกต้นยางนา ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจ และสามารถเพาะเห็ดระโหได้ด้วย ในระหว่าง ที่รอต้นยางนา เติบโต และเป็นไม้เนื้อแข็งที่จะใช้งานได้ เพราะกว่าที่ต้นยางนาจะได้ใช้ก็เป็นเวลาหลายปี ในระหว่าง ที่รอก็เพาะเห็ดระโงก ในการขายในแต่ละปีได้ จะทำให้ไม่เสียเวลาในการรอ เป็นการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง 102


38 2. พื้นที่ หนองน้ำ คลอกไส้ไก่ ได้มีการขุดสระเก็บน้ำ ตามแบบของ โคก หนอง นา เพื่อ นำน้ำไว้ใช้สอยในพื้นที่ให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร และในพื้นที่รอบสระน้ำและรอบคลองไส้ไก่ นั้น นางพิศมัย แก้วพิภพ ได้ดำเนินการปลูกผักสวนครัวไว้รอบๆ เพื่อ ป้องกันดินสไลด์ออกได้ส่วนหนึ่ง และยังสามารถกินได้ด้วย เช่น ต้นตะไคร้ ต้นกล้วย ต้นแมงลัก ต้น โหระพา ต้นมะเขือ เป็นต้น และในสระน้ำ ก็เลี้ยวปลา เลี้ยงหอย ไว้ สำหรับเป็นอาหาร และจำหน่ายได้ด้วยอีกทาง 3. พื้นที่ จะเป็นที่นาข้าว จะไม่ปลูกข้าว แต่จะทำการปลูกผักก้านจอง และก็เลี้ยงกบ ไว้ สำหรับกิน และก็จำหน่าย 4 . พื้ น ที่ เพิ่ ม เติ ม จ า ก ที่ เข้ า ร่ ว ม โ ค ร ง ก า ร “ โค ก ห น อ ง น า ใม เด ล ” นางนางคำมัย หมื่นฤทธิ์ได้ดำเนินการปลูกต้นไผ่กิมซุง กับ ปลูกผักก้านจอง และยังเลี้ยงเป็ด สำหรับกินและ ไว้เพื่อจำหน่าย 5. ผลสำเร็จ/ผลที่ได้รับ นางนางคำมัย หมื่นฤทธิ์ มีความสุขกับการเข้าไปในพื้นที่ โคก หนอง นา โมเดล ครอบครัวช่วยเหลือกันและกันในการปลูกพืชผักสวนครัว ให้อาหารปลา กบ เป็ด และสามารถเก็บผักสวนครัวไปขาย ในตลาดชุมชน ขายในตลาดหน้าอำเภอฯ มีรายได้เกิดขึ้นทุกวัน ทำให้มีทั้งรายได้ อาหารไว้กิน ครอบครัวอบอุ่น 6. ภาพประกอบ 103


39 3. การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ภายใต้ หลักการ "ใช้เงินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน" โดยได้เริ่มทดลองดำเนินการครั้งแรก เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๑๗ และใน โอกาสต่อมา กรมฯจึงกำหนดให้วันที่ ๖ มีนาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และ กำหนดให้วันที่ ๖ - ๘ มีนาคม ของทุกปี เป็นสัปดาห์รณรงค์การประหยัดและการออมของประชาชน เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ ๑๓0 ปี วาระการครบรอบ ๖๐ ปี กรมการพัฒนาชุมชน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และครบรอบ ๔๘ ปี วันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๕ นี้ กรมฯ จึงกำหนดให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน ตามภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน และภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน แก้ไข ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม จึงประกาศวาระชุมชน " การส่งเสริมการออมภาคประชาชน" ในมหกรรม การออมลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือนและช่วยเหลือคนในชุมชน ซึ่ง สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิด ๑. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒. การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 3. การบริหารจัดการชุมชน ด้วยการพัฒนาผู้นำและด้วยกระบวนการกลุ่ม เป้าประสงค์ ครัวเรือนสามารถพึ่งตนเองด้วยการออม และมีหลักประกันทางของครอบครัว มีคุณภาพชีวิตดี วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ด้านการส่งเสริมการออมของครัวเรือนในชุมชน แนวทางการดำเนินงาน/กิจกรรม ดังนี้ ๑. ประกาศวาระชุมชน "การส่งเสริมการออมภาคประชาชน" * ประกาศวาระชุมชนฯ ในงานมหกรรมการออมลด ความเหลื่อมล้ำของประชาชน 104


40 ๒. รณรงค์จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ เนื่องในโอกาสครบ ๑๓0 ปี กระทรวงมหาดไทยฯ "๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออม ทรัพย์เพื่อการผลิต" เน้นหนักการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง หรือหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. หรือ หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน/พื้นที่ "โคก หนอง นา"/ชุมชนท่องเที่ยว OTOP จังหวัดหนองบัวลำภูได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การสนับสนุนวาระชุมชน “การส่งเสริมการออมภาค ประชาชน” กรมการพัฒนาชุมชน โดยให้สำนักงานพัฒนาชุมชนทุกอำเภอประกาศวาระชุมชน “การส่งเสริมการ ออมภาคประชาชน” ประจำปี ๒๕๖๕ ในระดับอำเภอ เพื่อส่งเสริมการออมของประชาชน เป็นการสร้างหลักประกัน และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สมาชิกในครัวเรือน โดยมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน วาระชุมชนฯ และมอบหมายให้นักวิชาการพัฒนาชุมชนอำเภอ จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอย่างน้อยคนละ ๑ กลุ่ม ภายใต้เป้าหมาย “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ซึ่งได้มีการดำเนินการ ดังนี้ 1. คำสั่งแต่งตั้งทีมขับเคลื่อนวาระชุมชน “การส่งเสริมการออมภาคประชาชน” จังหวัดหนองบัวลำภู 105


41 2. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ในวันที่ 6 พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. ณ บ้านพักพัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู 3. การส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” จังหวัดหนองบัวลำภู มีผลการดำเนินงาน ๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจังหวัด หนองบัวลำภูข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ จังหวัดหนองบัวลำภู มีเป้าหมายการจัดตั้งกลุ่มฯ จำนวน 25 กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต สามารถจัดตั้งได้จำนวน 29 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ ๑16 106


42 4. ข้อมูลครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ TPMAP ที่ตกเกณฑ์มิติด้านรายได้ ประจำปี 2565 ในการจัดตั้งกลุ่มออม ทรัพย์เพื่อการผลิต “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” จังหวัดหนองบัวลำภู มีข้อมูลครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ TPMAP ที่ตกเกณฑ์มิติด้านรายได้ ประจำปี 2565 จำนวน 64 ครัวเรือน ใน 9 หมู่บ้านที่จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต“๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิต” จากทั้งหมด 29 หมู่บ้าน ชื่อ- สกลุ หมู่ที่ต าบล (ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ) 1 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ ดนิทรายออ่นใต้ 1 2 หัวนา 2 มี.ค.6 5 นายด ารง มาลา 1 5 2,000 ออมสนิ 2 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร ทุ่งสวา่ง 6 โนนขมิ้น 19 เม.ย.6 5 นายวเิชียร คอ้มสงิห์ 2 0 600 ออมสนิ 3 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ โนนสวา่ง 5 นามะเฟอืง 1-เม.ย.-6 5 นางสนีวล รุณรัตน์ 2 0 1,000 กรุงไทย 4 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ บ้านห้วยเตย 3 หนองหวา้ 1-ก.พ.-6 5 นายสวสัดิ์สวุรรณเรียง 2 0 3,000 ออมสนิ 5 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร ถ้ ากลองเพล 4 โนนทัน 1-เม.ย.-6 5 นายภูริพฒัน์ดาลาดชัย 5 0 5,000 กรุงไทย 6 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ ห้วยไผ่ 1 2 เมืองใหม่ 1 7-ม.ค.-6 5 นายสมควร กาภูค า 3 0 1,000 ออมสนิ 7 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ โคกสวรรค์ 1 5 ศรีบุญเรือง 3 0-มี.ค.-6 5 นายแดง มากเวยีง 3 0 3,000 ออมสนิ 8 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร นาส าราญ 7 หนองแก 3 0-มี.ค.-6 5 นายเฉลมิวงษอ์าจ 3 0 3,000 ออมสนิ 9 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ โนนกดุแทน 7 กดุสะเทียน 30 มี.ค.6 5 นายสนุทร บุญประคม 2 0 2,000 ออมสนิ 1 0 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ นาส าราญ 6 หนองกงุแกว้ 1ก.ค.6 5 นายวทิยา ขวากดุแข้ 2 6 9,160 ธกส 1 1 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ โนนสะอาด 2 หนองกงุแกว้ 2ก.ค.6 5 นายสากล ศรีหงษส์า 2 8 3,500 ธกส 1 2 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ ภูศรีทอง 7 โนนเมือง 2 3-พ.ค.-6 5 นายสมพงษ์สารีคาน 3 2 3,200 ออมสนิ 1 3 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ ตาดไฮ 5 โคกม่วง 2 8-ต.ค.-6 4 นายสมพงษ์พรมไตร 2 5 7,500 ออมสนิ 1 4 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ แมด 4 โคกม่วง 9-ก.พ.-6 5 นายกติตศิกัดิ์ดว้งค าจันทร์ 2 5 5,000 ออมสนิ 1 5 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ หนองลมุพกุ 3 หนองเรือ 4-เม.ย.-6 5 นายวนัดีศรีวบิูลย์ 3 5 10,080 ออมสนิ 1 6 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ หนองนาเลงิ 6 นิคมพฒันา 1-พ.ค.-6 5 นายสมจิตร เจ็กภู่ 2 0 1,000 ออมสนิ 1 7 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร โนนคณู 7 บ้านถิ่น 3-พ.ค.-6 5 นายธนพล สาผยุท า 3 0 3,000 ออมสนิ 1 8 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ ท่าอทุัยเหนือ 1 2 อทุัยสวรรค์ 3 0-มี.ค.-6 5 นายกิ่งศกัดิ์พลูเกษม 1 5 1,500 ออมสนิ 1 9 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ หนองดา่น 5 ดา่นช้าง 2 2-มี.ค.-6 5 นายศกัดสิ์ทิธิ์ทูลพทุธา 2 0 2,000 ออมสนิ 2 0 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ นาอา่งทอง 1 3 โนนเมือง 3 0-มี.ค.-6 5 นายวชิัย จันทะเสน 1 5 1,500 ออมสนิ 2 1 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ ทรายอดุม 6 กดุดนิจี่ 4-มี.ค.-6 5 นายสมศกัดิ์เรืองเดช 3 0 3,600 ธกส 2 2 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ บางพระจันทร์ 1 1 นาเหลา่ 1 5-มี.ค.-6 5 นายววิฒัน์เมืองแสน 2 0 2,000 ธกส 2 3 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ นาแก 7 นาแก 1 5-มี.ค.-6 5 นายสรร บุบพนัธ์ 3 0 5,830 ธกส 2 4 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร ผาอนิทร์แปลง 3 วงัทอง 1 5-ก.พ.-6 5 นายส าอางค์โททวง 2 0 200 ธกส 2 5 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ โคกนกสาริกา 8 บุญทัน 8พค6 5 น.ส.จินาภรณ์ศรีวชิา 1 5 500 ออมสนิ 2 6 นักวชิาการพฒันาชุมชนช านาญการ วงัหินซา 4 ดงมะไฟ 1 5-ก.พ.-6 5 นายทองยุ่น หอมพรมมา 7 5 1,500 ธกส 2 7 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร โนนป่าหวา้น 4 กดุผึ้ง 5พค6 5 นายดาวเรือง ทองบัว 114 3,000 ธกส 2 8 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร ภูทอง 3 สวุรรณคหูา 19 เม.ย.6 5 นางฉลาดแพงแสน 2 0 400 ออมสนิ 2 9 นักวชิาการพฒันาชุมชนปฏิบัตกิาร สวุรรณคหูา 6 สวุรรณคหูา 18 เม.ย.6 5 นายปรีชา นาทา 2 0 400 ออมสนิ น.ส.จารุณีพรมสอน สพอ.นาวงั นายศราวธุกลางนอก สพอ.นาวงั นายทรงยศดวงค าบุตร สพอ.สวุรรณคหูา นายธนวฒัน์สรุเสยีง สพอ.นากลาง นายกนัตภณ โพธิ์ทอง สพอ.นากลาง น.ส.ดาว บุตรช่วง สพอ.นาวงั น.ส.วรรณทิชา ลชีมรัตน์สพอ.นากลาง น.ส.สจุินันท์อนิทะสร้อย สพอ.นากลาง น.ส.ศริาภรณ์วเิศษดอนหวาย สพอ.โนนสงั น.ส.อจัฉราภรณ์โคมร้าย สพอ.สวุรรณคหูา น.ส.สริตา จงนอก สพอ.สวุรรณคหูา นายธานีบุดดชีัย สพอ.สวุรรณคหูา นายธานีบุดดชีัย สพอ.สวุรรณคหูา นายสรุิยา หรสทิธิ์ แบบรายงานผลการรณรงค์การจดัตั้งกลุ่มออมทรัพยเ์พื่อการผลิต ปี2565 ส านกังานพฒันาชุมชนจงัหวัดหนองบวัล าภู ที่ชื่อ- สกลุต าแหน่ง ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ เพอื่การผลติที่จัดตงั้ ใหม่ ที่อยู่ วนัเดอืน ปี ที่จัดตงั้ "1 พฒันากร 1 กลุ่มออมทรัพยเ์พื่อการผลิต" บัญชี ธนาคารที่ ฝากเงิน สมาชิก แรกตงั้ (คน) เงินสจัจะ แรกตงั้ (บาท) น.ส.ปิยะรัตน์ดศีรีสพอ.โนนสงั น.ส.คนึงนิจ แซงบุญเรือง สพอ.ศรีบุญเรือง สงักดัสพอ. นายสพุจน์แกว้ตา สพอ.เมืองหนองบัวล าภู นายปิยณฐัเขตสมุทร สพอ.ศรีบุญเรือง น.ส.จารุวรรณ พานแกว้สพอ.ศรีบุญเรือง นายวทิยา พลอยหวงับุญ สพอ.ศรีบุญเรือง นายสรุิยา หรสทิธิ์สพอ.ศรีบุญเรือง นายอ านาจ ชูตระกลูสพอ.เมืองหนองบัวล าภู นายคนองเดช กงเพชร สพอ.โนนสงั นายทินวฒัษ์เมาะราษีสพอ.โนนสงั สพอ.ศรีบุญเรือง นายวทิยา พลอยหวงับุญ สพอ.ศรีบุญเรือง นายวทิยา พลอยหวงับุญ สพอ.ศรีบุญเรือง นางวยิะดา บุญรอด สพอ.เมืองหนองบัวล าภู น.ส.อญัชลีหลกัชัย สพอ.เมืองหนองบัวล าภู นางกชพร สมีาตย์สพอ.เมืองหนองบัวล าภู 107


43 ส่วนที่ 3 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ปัญหา อุปสรรค - ปัญหาด้านบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ขาดประสบการณ์และความชัดเจนในแนวทางการดำเนินงาน ในเรื่องนั้นๆ เนื่องจากมีการสับเปลี่ยน โยกย้าย บุคลากรในบางพื้นที่ ทั้งระดับกรมฯ และระดับจังหวัด ทำให้ขาด ความต่อเนื่องในทางปฏิบัติและด้านข้อมูลการรายงาน - ปัญหาด้านการรายงานผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ในระบบ Google form มีความซับซ้อน บางอำเภอไม่ได้ดำเนินการทันทีที่ดำเนินกิจกรรมแล้วเสร็จ ไม่มีความก้าวหน้าในระบบรายงาน และผลการดำเนิน กิจกรรมไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้การรายงานผลกิจกรรมไม่เป็นไปตามระยะเวลาการดำเนินการของโครงการ ๑๓๐ ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา ข้อเสนอแนะ - จังหวัดต้องแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างชัดเจน เช่น การกำหนดพื้นที่เป้าหมาย/เป้าหมายการ ดำเนินกิจกรรม แนวทางการดำเนินกิจกรรม แนวทางการบันทึก/รายงานผล - ลดขั้นตอนการรายงานผลการดำเนินงานในระบบ Google form ให้น้อยลง - มีระบบการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน ต่อเนื่อง มีการรายงานผลความก้าวหน้า ทุกระยะ มีการนำเสนอผลความก้าวหน้าในที่ประชุมประจำเดือน มีการติดตามการดำเนินงานในระดับพื้นที่ มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบผ่าน ไลน์กลุ่ม Line ID : งานทุนชุมชนหนองบัวลำภู สงักดัสพอ. จงัหวัด ชื่อก่ลมุออมทรัพ่ยเพอื่การผลติทจี่ดัตงั้ให่ม จ านวนครัวเรือนทงั้หมดทตี่กเกณ่ฑ TPMAP มิต่ดิานราย่ได ประจ า่ป 2565 (ครัวเรือน) จ านวนครัวเรือนทตี่กเกณ่ฑ TPMAP มิต่ดิานราย่ได ประจ า่ป 2565 ทมี่ีสมาชิกใน ครัวเรือนอ่ยาง่นอย 1 คน สมัคร่เปนสมาชิก ก่ลมุออมทรัพ่ยฯ (ครัวเรือน) โปรดระบชุื่อหัวห่นาครัวเรือนใ่หครบตามจ านวน 1 สำ นักงำนพฒันำชมุชนอ ำเภอเมอืงหนองบวัล ำภูหนองบวัล ำภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่กำรผลติบำ้นดนิทรำยอ่อน หมทู่ ี่ 12 ต ำบลหวันำ 2 2 1.นายประสทิธิ์มะฤษี 2.นายบญุเตยีง สขุนะล ้า 2 สำ นักงำนพฒันำชมุชนอ ำเภอนำกลำง หนองบวัล ำภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่กำรผลติบำ้นทรำยอุดม หมทู่ 6 ี่ต ำบลกุดดนิจี่ 3 3 1.นางดีสมอนา 2.นางลา วนัจงคา 3.นางแหล่แสงเทพ 3 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอเมอืงหนองบวัล าภูหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นหว้ยเตย หมทู่ ี่ 3 ต าบลหนองหวา้ 1 1 1.นายนูโยคะวตัร 4 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโคกสวรรค์หมทู่ ี่ 15 ต าบลศรีบญุเรือง 5 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นหว้ยไผ่หมทู่ ี่ 12 ต าบลเมอืงใหม่ 6 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอนาวงัหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นบางพระจนัทร์หมทู่ ี่ 11 ต าบลนาเหลา่ 7 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นสา ราญสขุหมทู่ ี่ 7 ต าบลหนองแก 8 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอนากลาง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นทา่อุทยัเหนือ หมทู่ ี่ 12 ต าบลอุทยั สวรรค์ 15 0 1.นางกูล ทาปลัด 2.นางจา ปีพูลเกษม 3.นางถิ่น บวัใหญ่รกัษา 4.นางบานเย็น ศรีภธูร 5.นางบุญฮู้สมคา พ้ี6.นางบุญเพ็ง สายคา 7.นางวนัทีมาตรแสง 8.นางสง่า วริกัษา 9. นางเตียง วริกัษา 10.นางเบา พนาพนม 11.นายคมสันต์พรมโส 12.นายทองนาค แก้ว โสภา 13.นายบุดดา หม่วยนอก 14.นายประจกัษ์พรหมหาชยั 15.นายสุข วชิยัวงษ์ 9 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโนนกุดแทน่หมทู่ ี่ 7 ต าบลกุดสะเทยีน 10 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอสวุรรณคหูา หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นวงัหนิซา หมทู่ ี่ 4 ต าบลดงมะไฟ 19 15 1.นางตาล หอมพรมมา 2.นางตาล หอมพรมมา 3.นางบานเย็น ราชจ าปี4.นายเทอืง นามศริิ5.นางแพงดีวงษ์อ ามาตย์6.นายค าปั่น สขุวรรณ 7. นางเรียม เสยีวสขุ 8.นางเลยี่ม ท าไร่ 9.นายเหลอื ชยัเลศิ 10.นายบญุจนัทร์ล านานใส 11.นางขาน ศรีอ่อน 12.นางค ามูล แสนชยัอาษา 13.นายชมภูศรีสวุรรณ 14. นายโสภา สงิหท์องบญุ 15.นางพนัธ์ใจปานแก่น 11 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอนากลาง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นนาอ่างทอง หมทู่ ี่ 13 ต าบลโนนเมอืง 12 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอนาวงัหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นผาอนิทร์แปลง หมทู่ ี่ 3 ต าบลวงัทอง 13 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอนากลาง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นหนองดา่น หมทู่ ี่ 5 ต าบลดา่นชา้ง 17 17 1.นางคา มีโพธิท์อง 2.นางทองมว้น ตระกลูวงศ์3.นางทองศรีโลมพันธ์4.นางปารณีย์ เกษมสุภกุล 5.นางพร พันธ์แดง 6.นางวาสนา โสหา 7.นางสมบตัิวงษ์พิมล 8.นางสุริยา อา พะวา 9.นางหนูจวิ๋ ไกยวงษ์10.นางไสว อินทใุส 11.นายศรีธน ศรีภริมย์12.นายสิน เสมอใจ 13.นายสุขสันต์ทองสี14.นายสุนทร พิมพ์ทอง 15.นายโคตร อา พะวา 16.นาย ไชโย ศิริเเสน 17.นายไพศาล ชุมแพน 14 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอนาวงัหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นนาแก หมทู่ ี่ 7 ต าบลนาแก 15 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอเมอืงหนองบวัล าภูหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโนนสวา่ง หมทู่ ี่ 5 ต าบลนามะเฟือง 16 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอเมอืงหนองบวัล าภูหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นทงุ่ สวา่ง หมทู่ ี่ 6 ต าบลโนนขมนิ้ 1 1 1.นายปัน้แสนบตุร 17 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอโนนสัง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นหนองนาเลงิหมทู่ ี่ 6 ต าบลนคิมพฒันา 18 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอโนนสัง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโนนคณูหมทู่ ี่ 7 ต าบลบา้นถนิ่ 19 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นตาดไฮ หมทู่ ี่ 5 ต าบลโคกม่วง 20 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นแมด หมทู่ ี่ 4 ต าบลโคกม่วง 21 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอโนนสัง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นหนองลมุพกุหมทู่ ี่ 3 ต าบลหนองเรือ 22 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอสวุรรณคหูา หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโนนป่าหวา้น หมทู่ ี่ 4 ต าบลกุดผงึ้ 2 0 23 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอสวุรรณคหูา หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นสวุรรณคหูา หมทู่ ี่ 6 ต าบลสวุรรณคหูา 0 0 24 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอสวุรรณคหูา หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นภทูอง หมทู่ ี่ 3 ต าบลสวุรรณคหูา 0 0 25 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอสวุรรณคหูา หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโคกนกสารกิา หมทู่ ี่ 8 ต าบลบญุทนั 26 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอเมอืงหนองบวัล าภูหนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นถ ้ากลองเพล หมทู่ ี่ 4 ต าบลโนนทนั 1 1 1.นายสถติย์มาลาซา้ย 27 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอโนนสัง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นภศูรีทอง หมทู่ ี่ 7 ต าบลโนนเมอืง 3 3 นายวงค า วงษา,นายพุทธ ยาพันธ์,นางนอ้ย มงคลศรี 28 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นนาสา ราญ หมทู่ ี่ 6 ต าบลหนองกุงแกว้ 29 สา นักงานพฒันาชมุชนอ าเภอศรีบญุเรือง หนองบวัล าภูกลมุ่ออมทรัพย์เพอื่การผลติบา้นโนนสะอาด หมทู่ ี่ 2 ต าบลหนองกุงแกว้ 108


44 ส่วนที่ 4 ภาพ การดำเนินกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชน เอามื้อสามัคคี ทำความดีถวายในหลวง” กิจกรรม การกล่าวปฏิญาณตน เราทำความดีด้วยหัวใจ 109


45 กิจกรรม จิตอาสาพัฒนาชุมชน เอามื้อสามัคคี 110


46 ภาพกิจกรรม โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดหนองบัวลำภู 111


47 ภาพกิจกรรม โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดหนองบัวลำภู 112


48 ภาพกิจกรรม โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดหนองบัวลำภู 113


49 ภาพกิจกรรมการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” จังหวัดหนองบัวลำภู 114


50 ภาพกิจกรรมการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” จังหวัดหนองบัวลำภู 115


51 ภาพกิจกรรมการส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” จังหวัดหนองบัวลำภู 116


52 คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นายเสฏฐชัย ยุทธเศรษฐสิริ พัฒนาการจังหวัดหนหองบัวลำภู นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางแสงตะวัน แก้วอำไพ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน กลุ่มงานที่รับผิดชอบ กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู รวบรวมเนื้อหา/เรียบเรียง/จัดเล่ม/ออกแบบปก/รูปเล่ม นายอุกฤษฎ์ ดอนบรรเทา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ 117


53 นางพิชญาภรณ์บัวสระ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ นางสาวพวงผกา ช่างชัย นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ แหล่งที่มาข้อมูล กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ 118


สรุปผลการด าเนินงาน ร้อยสามสิบปี (130 ปี) กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ผู้น าจิตสาอาพัฒนาชุมชน ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี 119


ค าน า กรมการพัฒนาชุมชน ได้ค้นหาและด าเนินการพัฒนาผู้น าจิตอาสาพัฒนา ชุมชน ด้วยการน้อมน าพระราชด าร ิ เร ื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ประยุกต์ โคก หนอง นา เป็นจุดเรม่ิต้น เพื่อให้ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน/องค์กร/ อาสาสมัคร เป็นผู้น าในการพัฒนาการเปลี่ยนแปลในพื้นที่ ที่มีความพร้อม สร้างเป็นศูนย์ เรยีนรู ้เอาสิ่งที่ดีงามไปสู่พี่น้องประชาชน และเป็นหัวขบวนที่ท าให้เกิดศูนย์ผู้น าจิตอาสา พัฒนาชุมชนเพิ่มมากขึ้น จุดตัวอย่างในหมู่บ้าน ขยายไปสู่ต าบล ให้ครบทุกต าบล โดยปรับแนวความคิด สร้างกระบวนการท างานแบบพึ่งพา อาศัยความรัก ความสามัคคี ตลอดจนความเสียสละของพี่น้องทุกคนให้มีส่วนร่วมทั้งความรู้ การลงมือปฏิบัติจร ิง ร่วมด้วยช่วยกันไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสการสถาปนา กระทรวงมหาดไทย ครบ 130 ปี ความสุขสร้างได้...ด้วยจิตอาสา ด าเนินการ 3 กิจกรรม คือ ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน/ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน/กลุ่ม ออมทรัพย์เพื่อการผลิต จังหวัดอุดรธานี ได้ขับเคลื่อนโครงการเสร ิมสร้างและพัฒนาผู้น า การเปลี่ยนแปลง โดยผู้น าจิตสาอาพัฒนาชุมชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของทีมผู้น า การเปลี่ยนแปลง ผู้น าศูนย์เร ียนรู้แกนน าขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตหมู่บ้านสัมมาชีพชุมชน ในการสร้างการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน การเสียสละเพื่อสร้างพลังชุมชนให้ไปสู่การพึ่งพา การสร้างแหล่งอาหาร ให้มีพออยู่ พอกิน มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของครอบครัวผู้น า ด้วยการขับเคลื่อนผู้น าจิตอาสา พัฒนาชุมชน เป็นแหล่งเร ียนรู้ในอนาคตต่อไป 120


ส่วนที่ 1 ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 1. ความเป็นมา สถาบันพระมหากษัตร ิย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจน รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศร ีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตร ิย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการด ารงอยู่ของชาติไทย มายาวนานกว่า 700 ปี และเป็นสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็งยืนยง ท าให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ตราบจนจจุบัน ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย และด ารงอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผู้น าการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมน าพระราชด าร ิของในหลวง รัชกาลที่ 9 เร ื่อง เศรษฐกิจพอเพียงมาเผยแพร่ ให้ประชาชนได้เร ียนรู้และน าไปปรับใช้ท าให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปสู่ความ“มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน จนก่อให้เกิดเป็นพลังที่สา คัญยิ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยยืนหยดัอยู่ในสังคมแห่งอารยประเทศ ได้อย่างสง่างาม ประชาชนสามารถน าความรู้ ที่ได้ไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ตลอดจนใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไทยและพอเพียง มีความรักความศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตร ิย์ มีจิตใจที่ตั้งมั่นอยู่ในการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นที่พึ่งของสังคม ส่งผลให้ประเทศชาติเกิดสันติสุขอย่างแท้จร ิงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศร ีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการบ าเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนโดยรอบพระราชวังดุสิต เป็นการท าความดีด้วยหัวใจ โดยหน่วยงานทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารรักษาพระองค์ ข้าราชบร ิพารในพระองค์ฯ ร่วมกับประชาชนจิตอาสา “เราท าความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นจุดเรม่ิต้นของโครงการจิตอาสาพระราชทาน และพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชด าร ิ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและ แสดงความส านึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงประกอบ พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี มีความสุข และประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน จึงท าให้เกิด จิตอาสาที่มจีิตแห่งการทา ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนษุยโ์ดยเตม็ ใจ สมคัรใจ อิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปีตสิุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย แรงสติปัญญาเพื่อสาธารณประโยชน์ในการทา กจิกรรมหรอืสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผอู้ ื่น โดยไมห่วังผลตอบแทน และมีความสขุที่ได้ช่วยเหลือผู้อนื่เป็นจิตที่ไม่นิ่งดดูาย เมอื่พบเหน็ ปัญหาหรอืความทุกข์ยากที่เกดิขึ้นกับผู้คน เป็นจิตที่มีความสุขเมื่อได้ท าความดีและเห็นน ้ าตาเปลี่ยนแปลงเป็นรอยยิ้ม เป็นจิตที่เป่ียมดว้ย “บญุ” คือ ความสงบเยือกเย็นและพลังแห่งความดีงามปัจจุบัน จิตอาสาตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1) จิตอาสาพัฒนา : กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มวีัตถุปะสงค์พฒันาท้องถิ่นของแต่ละชมุชนใหม้คีุณภาพชีวติและความเป็นอยู่ที่ดี ขึ้น ไมว่ ่าจะเป็นกจิกรรมบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์การอนุรกัษธ์รรมชาติและ 2 สิ่งแวดล้อม 121


การอ านวยความสะดวก และความปลอดภัยในการด ารงชีวิตประจ าวัน การประกอบอาชีพรวมทั้งการสาธารณสุข ฯลฯ 2) จิตอาสาภัยพิบัติ : กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้า ตรวจ เตือน และเตร ียมการรองรับภัยพิบัติทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ และที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรวม และการเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภัยพิบัติดังกล่าว เช่น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย เป็นต้น 3) จิตอาสาเฉพาะกิจ : กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานที่มีวัตถุประสงค์ให้ปฏิบัติในงานพระราชพิธีหร ือการรับเสด็จ ในโอกาสต่างๆ เป็นการใช้ก าลังพลจิตอาสาร่วมปฏิบัติกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยเหลือหร ืออ านวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมงานรวมทั้งการเตร ียมการ การเตร ียมสถานที่ และการฟื้นฟูสถานที่ภายหลังการปฏิบัติในพระราชพิธี และการเสด็จฯ ให้เป็นไปด้วยความเร ียบร้อย รวมถึงการน้อมน าพระราชด าร ิของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯบรมนารถบพิตรหร ือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทาง ในการด าเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สามารถด ารงชีวิตอย่างยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ การวางรากฐานการดา เนินชวีติจึงจา เป็นอยา่งยิ่งที่ต้องปลูกฝังให้ เกิดขึ้นกับทุกคนในสังคมไทยโดยเฉพาะอยา่งยิ่งเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ สืบเนื่องจากพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นั้น กรมการพัฒนาชุมชน/ ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ ได้น้อมน ามาเป็นแนวทางเพื่อให้ผู้ที่ได้รับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสาธารณะ ที่พร้อมอาสาสมัครในการบ าเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และร่วมกันปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตร ิย์ สร้างความรัก ความสามัคคีของประชาชน และขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าร ิในพื้นที่ อันจะส่งผลให้บุคลากรในสังกัดมีความรักชาติ เกิดความรักความสามัคคีเป็นรากฐาน ที่เหนียวแน่นในการพัฒนาประเทศชาติ ให้มีความเจร ิญมั่นคงเพราะถือว่าบุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และมีความสา คัญอย่างยิ่งตอ่การปฏิบัติงานทกุประเภท ดังนั้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงถูกก าหนดให้เป็นนโยบายที่มีความส าคัญและจัดเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒ นาประเทศดังจะเห็นได้จากยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง ที่ก าหนดไว้เพื่อบร ิหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และมีความสงบเร ียบร้อยในทุกระดับและทุกมิติ และยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสร ิมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่ก าหนดให้การปฎิรูปกระบวนการเร ียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ศตวรรษที่ 21 ความเป็นมา ณ ศูนย์เร ียนรู้ไร่ นายแสวง ศร ีธรรมบุตร ผลการด าเนินงานที่อยากเล่า เป็นศูนย์ที่ก่อเกิดโดยการระเบิดออกจากข้างในของ ลุงแสวง จากพื้นที่แห้งแล้ง เป็นดินทราย หิน พื้นที่สูง ท าการเกษตรไม่ประสบผลส าเร็จ จึงให้ญาติพี่น้องขุดดินไปถมที่ โดยให้ขุดเป็นบ่อเพื่อรองรับน้าฝน ซึ่งได้สระขนาดใหญ่ สามารถกักเก็บน้าได้ตลอดปี และจามการเข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการของรัฐเร ื่องการปรับปรุงพื้นที่โครงการเศรษฐกิจพอเพียง จึงน าความรู้มาพัฒนาในพื้นที่ตนเอง โดยการค่อยท า ค่อยเป็นค่อยไป การท าแบบผสมผสานโดยไม่มีขอบเขต ชอบสิ่งใดท าสิ่งนั้น การนา นา ้ จากบอ่ที่เก็บกักไวม้าใช้ประโยชน์การใช้แรงงานตนเองกับครอบครัวในการท างาน 122


ในพื้นที่ประกอบอาชีพการเกษตร ปลูกมันส าปะหลัง ปลูกอ้อย เป็นอาชีพหลัก เกิดปัญหาความแห้งแล้ง ดินไมอ่มุ้น ้ า ดินทรายปนหิน ผลผลิต ไม่คมุ้ทุน เป็นหนี้เพิ่มขึ้นทุกปีจึงหันกลับมามองอดตีพบปัญหาในครอบครวั ปัญหาในพื้นที่การเกษตร จึงหยุด ใช้เวลาแสวงหาความรู้โดยการเข้าร่วมการประชุม การฝึกอบรม จึงทราบว่าการประกอบอาชีพแบบผสมผสาน เกษตรพอเพียงสามารถพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้ โดยการกักเก็บน้าเพื่อใช้ในฤดูแล้ง หร ือการชะลอการไหลของน้าในฤดูฝน ข้อมูลทั่วไป 1. ชื่อศูนย์ ศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ไร่ลุงแสวง ศร ีธรรมบุตร บ้านนาเร ียง หมู่ที่ 5 ต าบลตาดทอง อ าเภอศร ีธาตุ จังหวัดอุดรธานี 2. ที่ตั้ง บ้านนาเร ียง หมู่ที่ 5 ต าบลตาดทอง อ าเภอศร ีธาตุ จังหวัดอุดรธานี 3. ความโดดเด่น (หมายถึง จุดเด่นที่อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ หร ือความเชี่ยวชาญเฉพาะ หร ือ ธีม (Theme)) การท าโคก หนอง นา โมเดล / การเกษตรอินทร ีย์ ประกอบด้วย 6 ฐานการเร ียนรู้ ได้แก่ ฐานห่มดิน ฐานท าน้าหมักชีวภาพ ฐานคนเอาถ่าน ฐานคนรักป่า ฐานคนมีน้ายา ฐานเร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 4. รายชื่อผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนของศูนย์จิตอาสาพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ด้านวิทยากร/ครูพาท า 123


ชื่อ - สกุล เลขที่ หมู่ที่ ต าบล นายแสวง ศร ีธรรมบุตร นายไชยยา โนนอาสา นางคา แปลง ปัญญาสิทธิ์ นายพนารักษ์ วรรณกุล นายไพรพัล ชัยโบกุล 72 10 19 174 11 11 8 6 5 ตาดทอง ตาดทอง ตาดทอง หนองนกเขียน หัวนาค า 1. ผลการด าเนินงานการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน การประชุมการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 124


2. กระบวนการสร้างและพัฒนาทีมผู้น าการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าการเปลี่ยนแปลง ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี คัดเลือกศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่นายแสวง ศร ีธรรมบุตร เป็นศูนย์ตามโครงการเสร ิมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลงจังหวัดอุดรธานี 2.1 ประชมุเชิงปฏิบัติการฯ กรรมการศนูย์เรยีนรู้เพื่อเพมิ่รบัความรูค้วามเขา้ใจในเรอ่ืงจิตอาสา รู้จักการปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองและรู้จักการเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การสร้างความสามัคคีในชุมชน และการได้รับการช่วยเหลือหากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์วิกฤต รวมถึงการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับจิตอาสาให้กับชุมชน และการใช้ชีวิตอย่างการพึ่งพาตนเองและยึดหลักของ ความพอเพียงตามพระราชด าร ิในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่ 9) 2.2 คณะกรรมการฯ ประชาชนและผู้เร ียนรู้มีความรู้ความเข้าใจประชาธิปไตยและร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความรู้รักสามัคคี เกิดจิตสาธารณะพร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครและบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม มีคุณธรรม จร ิยธรรม สร้างวินัยมีจิตส านึกรับผิดชอบต่อสังคม ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตร ิย์ และเกิดความตระหนัก พร้อมที่จะร่วมปกป้องเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตร ิย์ อีกทั้งการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และแนวการด ารงชีวิตในทางสายกลางไปใช้ในชีวิตประจ าวัน 3. วิธีการ/แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ภารกิจและหน้าที่ 3.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการฯ กรรมการศูนย์เรยีนรู้เพอื่เพิ่มรบัความรูค้วามเข้าใจ ในเร ื่องจิตอาสา1) การประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการศูนย์ผู้น าจิตอาสาฯ 3.2 ทบทวนบทบาทหน้าที่/กระบวนการท างาน/กิจกรรมศูนย์ฯ 3.3 ศักยภาพในการรองรับวิกฤตทางด้านอาหารฯ/การสร้างความมั่นคงทางอาหาร 3.4 กิจกรรมการท าความดีด้วยหัวใจ 3.5 กิจกรรมการเอามื้อสามัคคี การพัฒนาศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน เทคนิคการเป็นวิทยากรกระบวนการ 3.6 การบูรณาการท างานภาคีพัฒนา/การขยายผล/การท างานในรูปแบบเคร ือข่าย/การมีส่วนร่วมศูนย์จิตอาสาอ าเภอ /จังหวัด 4. ประโยชน์ในการพัฒนาและความคิดสร้างสรรค์ ในกระบวนการขับเคลื่อนการสร้างความ มั่นคงทางอาหาร 125


การสร้างความมั่นคงทางอาหาร คือ การที่ประชาชนมีความสามารถในการเข้าถึงอาหารโดยการผลิตเองในครัวเร ือนหร ือซื้อมาบร ิโภค ดังนั้น ศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ไร่ลุงแสง ศร ีธรรมบุตร ได้สร้างวิทยากร ครัวเร ือนต้นแบบ การพึ่งพา การเข้าใจ เข้าถึงสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวติประจา วนัโดยใหธ้รรมชาติเป็นปัจจัยตอ่ความเป็นอยู่และการปรบัใช้อย่างเหมาะสม ทุกคนจะมีอาหารบร ิโภคอย่างเพียงพอ ความพอเพียง ของปร ิมาณอาหาร ที่อาจได้มาจากการผลิต ภายในประเทศหร ือการน าเข้ารวมถึงความช่วยเหลือด้านอาหาร การเข้าถึง ทรัพยากรที่พอเพียงของบุคคลเพื่อได้มาซึ่งอาหารที่ เหมาะสมและมีโภชนาการ ทรัพยากรดังกล่าว หมายถึง ความสามารถของบุคคลที่จะก าหนดควบคุมกลุ่มสินค้าหนึ่งๆได้ภายใต้บร ิบททางกฎหมาย การเมือง เศรษฐกิจ และ สังคมของชุมชนที่บุคคลอาศัยอยู่ (รวมถึงสิ ทธิตามประเพณี เช่น การเข้าถึงทรัพยากรส่วนรวมของชุมชน) การใช้ประโยชน์ ด้านอาหารที่เพียงพอ น้าสะอาด และการรักษาสุขภาพและสุขอนามัยเพื่อที่จะเข้าถึงภาวะความเป็นอยู่ที่ดีทางโภชนาการ ซึ่งความต้องการทาง กายภาพทั้งหมดได้รับการตอบสนอง โดยนัยยะนี้ ความมั่นคงทาง อาหาร จึงสัมพันธ์กับปัจจัยน าเข้าที่ไม่ใช่อาหารด้วย เสถียรภาพ ทางอาหารที่ประชาชนครัวเร ือนและบุคคลจะต้อง เข้าถึงอาหาร ที่เพียงพอตลอดเวลาไม่ต้องเสี่ยงกับการไม่ สามารถเข้าถึงอาหาร อันเป็นผลมาจากวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น วิกฤตทางเศรษฐกิจ หร ือสภาพภูมิอากาศหร ือ เหตุการณ์ที่เป็นไปตามวงจร เช่น ภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารตามฤดูกาลซึ่งในความหมายนี้ความมั่นคงทางอาหาร ครอบคลุมถึงมิติความพอเพียงและการเข้าถึง อาหารด้วย การเข้าถึงอาหาร การผลิตอาหารให้ได้ปร ิมาณสม่าเสมอ ความปลอดภัยทางอาหารความมั่นคงทางอาหารของชุมชุน บร ิบท แวดล้อมอื่นๆ ของความมั่นคง ทางอาหาร เช่น การพัฒนา การลดปัญหาความยากจน สถานการณ์ความเสี่ยงความเปราะบาง การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาชุมชน เกษตรกรได้ถูกน ามาทบทวนว่าภาคเกษตรกรรมไม่ได้เป็นเพียงภาคการผลิตที่ต้องได้รับการปกป้องเท่านั้น แต่มีบทบาทส าคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ การสนับสนุนการเข้าถึงอาหาร และมีปร ิมาณอาหารที่สม่าเสมอ และความปลอดภัย ทางอาหาร อีกด้วย การพัฒนาและความคิดสร้างสรรค์ ในกระบวนการขับเคลื่อนการสร้าง ความมั่นคงทางอาหารให้ก่อเกิดต่อความยั่งยืน มีสาระส าคัญอย่างน้อย 2 รูปแบบ คือ 1. ประชาชนมีเงินที่จะสามารถซื้ออาหารได้ แต่อาหารมีไม่เพียงพอ หร ืออาหารที่ที่ซื้อ ผู้ซื้อไม่มีความมั่นใจในการบร ิโภค ท าให้ศูนย์เร ียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ไร่ลุงแสวง ศร ีธรรมบุตร เป็นจุดศึกษาเร ียนรู้ การขยายผล รวมถึงการบูรณาการแบบมีส่วนร่วม องค์ประกอบแบบเคร ือข่าย 2. ประชาชนไม่มีเงินที่จะสามารถซื้ออาหารได้แม้มีอาหารที่ผลิตเพียงพอ เพราะชุมชนส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรและมีความยากจน การส่งเสร ิมสนับสนุนการเร ียนรู้ด้วยการปฏิบัติจร ิง การมีส่วนร่วม จิตอาสา การเอามื้อสามัคคี การแบ่งปัน จึงเป็น การพัฒนาและความคิดสร้างสรรค์ ในกระบวนการขับเคลื่อนการสร้าง ความมั่นคงทางอาหารให้ก่อเกิดต่อความยั่งยืน 126


127


โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ด้วยใจอาสา จังหวัดอุดรธานี กิจกรรม : ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน 128


ความเป็นมาโครงการ กระทรวงมหาดไทย มีหลักฐานปรากฏในประวัติศาสตร์การปกครองของไทยมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว นับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นปฐมราชธานี เมื่อราว พ.ศ. ๑๘๐๐ มาจนถึงสมัยกรุงศร ีอยุธยาที่มี การจัดระเบียบการปกครองฝ่ายพลเร ือนในรูป “จตุสดมภ์” (เมือง วัง คลัง นา) โดยให้กรมเมืองมีหน้าที่ในการปกครองท้องที่ รักษาสันติสุข บังคับบัญชาบรรดาพลเร ือน ตราบจนถึงรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พ.ศ. ๒๐๐๖ ได้ก าหนดให้มีกรมมหาดไทย ดูแลบร ิหารราชการฝ่ายพลเร ือนสืบทอดมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น การก่อตั้งกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๕ กล่าวได้ว่าเป็นการรวบรวมงานมหาดไทยมาอยู่ ในที่เดียวกันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก สมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ เล่าไว้เมื่อครั้งด ารงต าแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยว่า ในยุคสมัยนั้นระเบียบการปฏิบัติงานต่างๆ ขาดความชัดเจน งานที่ปฏิบัติ ก็ยังเหลื่อมซ้อนกัน กับหน่วยงานอื่นๆ รวมตลอดจนถึงวิธีการปฏิบัติงานก็ล้าสมัยจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้องทรงมีพระราชด าร ิเป็นยุติให้สมเด็จฯ กรมพระยาด ารงราชานุภาพฟื้นราชการมหาดไทยทั้งกระทรวงฯเลยทีเดียว นับตั้งแต่เข้าด ารงต าแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย สมเด็จฯ ได้ทรงท าการปรับปรุงงานของกระทรวงมหาดไทยหลายประการ อาทิ แก้ไขระเบียบการปฏิบัติงาน ยกเลิกประเพณีให้เจ้าหน้าที่ต้องไปเสนอราชการที่บ้านเสนาบดี เลิกประเพณีที่เสนาบดีเอาตราต าแหน่งไปไว้ที่บ้าน ก าหนดระเบียบการตรวจราชการหัวเมือง ให้มีการจัดสร้างศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รเิรม่ิแนวคิดการทา งานของกระทรวงมหาดไทยทมีุ่่งเน้นให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข โดยการท านุบ ารุงบ้านเมืองเสียแต่ยามปกติ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาเสียก่อนจึงค่อยด าเนินการ รวมตลอดจนการจัดตั้งกรมต่างๆ ขึ้น และรวมการบังคับบัญชาหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเดิมกระจายอยู่ถึง ๓ กระทรวง ให้มาขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย เพียงอย่างเดียว เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมที่ผ่านมาทั้งในด้านการจัดองค์กร วิธีปฏิบัติงานและตัวบุคลากร ทุกอย่างต้องได้รับการพิจารณาปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งภายใน และภายนอกประเทศที่เกิดขึ้น โดยเป้าหมายของจุดเน้นจะอยู่ที่ประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เป็นส าคัญ ภารกิจหลากหลายในความรับผิดชอบต้องมีการก าหนดขอบเขตที่ชัดเจน ไม่ให้เกิดความซ้าซ้อน สับสนทั้งผู้ปฏิบัติงาน และผู้รับบร ิการ การบร ิการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วจะเป็นหัวใจ ของการปฏิบัติงาน ซึ่งอนาคตนับแต่นี้ไปจะถูกชี้น าด้วยนโยบายและแผน อย่างมีระบบ ตัวผู้ปฏิบัติหร ือบุคลากรของมหาดไทยทุกระดับจะได้รับการพัฒนาทั้ง คุณภาพ ทัศนคติ และพฤติกรรม ให้เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งท างานเพื่อประชาชน จากประวัติศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทย ดังกล่าวข้างต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ซึ่งในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ จะเป็นวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ ๑๓๐ ปี ดังนั้น 129


เพื่อเป็นการน้อมร าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระบรมราชโ องการโปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงมหาดไทย และน้อมร าลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งเพื่อให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยได้รับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อประกอบการพิจารณาปรั บปรุงแผนปฏิบัติราชการกระทรวงมหาดไทยให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิ ผลและประสิทธภิาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับบร ิบทการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ตลอดจนเพื่อปลุกจิตส านึกร่วมความเป็น “คนมหาดไทย” เพื่อธ ารงไว้ซึ่งปณิธาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” สืบไป ในการนี้ กระทรวงมหาดไทยจึงเห็นควรให้มีการด าเนินโครงการ/กิจกรรมเนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ ๑๓๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ภายใต้แนวคิด ดังนี้ 1. ร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 130 ปีกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 1 พฤษภาคม 25๖5 ภายใต้ปณิธาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” 2. แนวคิดการร่วมขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่ความยั่งยืน โดยใช้พลังผู้น าจิตอาสา และเจ้าของแปลงพื้นที่พัฒนาต้นแบบ เป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน 3. การออม สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งตนเอง และสร้างความเข้มแข็งชุมชน 4. ขับเคลื่อนการด าเนินกิจกรรมโดยไม่ใช้งบประมาณ ด้วยกระบวนงาน “3 5 7” ประกอบด้วย “3” ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นที่/ชุมชน ระดับจังหวัด และระดับประเทศ “5” กระบวนการ ได้แก่ การประสานภาคีเคร ือข่าย การบูรณาการแผนงาน และยุทธศาสตร์ การติดตามและประเมินผล การจัดการความรู้ และการสื่อสารสังคม และ “7” ภาคีได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ผลการด าเนินงาน กิจกรรมศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี ได้ด าเนินกิจกรรมในพื้นที่ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จ านวน 341 แห่ง ประกอบด้วย พื้นที่ 1 ไร่ จ านวน 196 แห่ง พื้นที่ 3 ไร่ จ านวน 142 แห่ง และพื้นที่ 15 ไร่ จ านวน 3 ไร่ จ านวน 3 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 102.30 โดยมีแนวนิดในการด าเนินกิจกรรม ดังนี้ ๑. เป็นศูนย์เร ียนรู้เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยด้วยการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษ ฐกิจพอเพียงและหลักทฤษฎีใหม่ ด้านการแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้า ป่า อย่างเป็นระบบ มาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ๒. เป็นสถานที่เสร ิมสร้างโอกาสในการเร ียนรู้ ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติ ฐานการเร ียนรู้ ตามหลัก กสิกรรมธรรมชาติ ๓. เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชสวน พืชไร่ หร ือ การเลี้ยงสัตว์ หร ือใช้ภูมิปัญญาในการสร้างรายได้ เช่น งานฝีมือ การแปรรูป การถนอมอาหาร รวมถึง ด้านการพฒันาสิ่งแวดล้อม วธิกีารปรบั ปรุงดิน และการใช้พลังงานทดแทน เป็นตน้ ๔. มีข้อมูลทางวิชาการ เช่น ชุดความรู้ต่าง ๆ ในการแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ ๕. มีจุดเร ียนรู้หร ือฐานเร ียนรู้ หร ือสถานที่ส าหรับการจัดการเร ียนการสอนความรู้แก่ผู้สนใจ ตามศักยภาพของพื้นที่และสถานที่ โดยมีขั้นตอนในการด าเนินงาน มีขั้นตอนดังนี้ 130


1. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ศึกษาแนวทางและวางแผนการด าเนินงานโครงการร่วมกับคณะกรรมการศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับชุมชน และเจ้าของแปลง ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน และภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน โดยด าเนินการ ๑.๑ ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการด าเนินงานตามโครงการผู้เกี่ยวข้อง 1.๒ จัดท าแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการค าเนินงานตามโครงการที่สอดคล้องกับภารกิจของศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับชุมชนและระดับครัวเร ือน ตามระยะเวลาที่ก าหนด 2. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ และคณะกรรมการศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับชุมชน และเจ้าของแปลงศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน ด าเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ที่ก าหนด เพื่อบรรลุเป้าประสงค์โครงการ 3. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์เร ียนรู้โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับชุมชน เจ้าของแปลงศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน และภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมถอดบทเร ียนความส าเร็จเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาและเป็นแบบ อย่างขยายผลการด าเนินงานในวงกว้างและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 4. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ สรุปและรายงานผลการด าเนินงานตามล าดับ ข้อมูลพื้นที่เป้าหมาย โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา กิจกรรม : ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดอุดรธานี ที่ อุดรธานี เป้าหมาย ด าเนินการงบ กู้ ปี 2564 เป้าหมาย ด าเนินการงบ ปกติกรมฯ (ปี2564 และ ปี 2565) รวม เป้าหมายพื้นที่ด าเนินการ 30 % ตามโครงการ 130 ปีกระทรวงมหาดไทย ผลการบันทึกข้อมูล วันที่ 30 ธันวาคม 2565 1 ไร่ 3 ไร่ 15 ไร 1 ไร่ 3 ไร่ บันทึกแล้ว คงเหลือ 1 จังหวัดอุดรธานี 160 29 3 36 113 341 102 102 - รวม 160 29 3 36 113 341 102 (คิดเป็นร้อยละ 30.73) 102 กิจกรรมให้บร ิการของ ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ๑. ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ โดย “ครูพาท า” เน้นย้าด้วยการ “ลงมือปฏิบัติ” พื้นที่จร ิง 131


โดยการสร้างเคร ือข่ายการเร ียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่ และคณะศึกษาดูงานที่มีความสนใจ 2. ให้บร ิการจุดเร ียนรู้/ฐานเร ียนรู้ ที่เป็นองค์ประกอบของศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน “ด้านภูมิ” เป็นการเร ียนรู้ในองค์ประกอบทางกายภาพ ในรูปแบบ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ดังนี้ โคก เป็นพื้นที่มีการถมดินและถมสูงกว่าปกติของแปลงตามความต้องการในการใช้ประโยชน์ และความเหมาะสมกับขนาดที่ดิน มีขนาดในช่วง 20 – 60 % ของพื้นดินทั้งหมด ความสูงและความกว้าง ต าแหน่งที่ตั้งภูมิสังคมและการใช้งาน เช่น การป้องกันน้าท่วม คันนาทองค า ฯลฯ อาจใช้ดินจากการขุดหนองน้าในพื้นที่เป็นพื้นที่จัดเตร ียมไว้ส าหรับ ท าการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัย หร ือท ากิจกรรมอื่นๆ เช่น โรงเลี้ยงสัตว์ ยุ้ง ฉาง โรงเก็บวัสดุ เป็นต้น พื้นที่โคกใช้ในการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชร์ 4 อย่างและไม้ 5 ระดับ เพื่อเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้พื้นที่ รวมถึงท าเป็นโรงเลี้ยงสัตว์ การประยุกต์ใช้พื้นที่ปลูกข้าว เป็นต้น 132


การสร้างคันนาทองค าด้วยการปลูกพืช ผักสวนผสม ทั้งพื้ชอายุสั้น และพื้ชอายุยาว เพื่อให้เกิดรายได้ตลอดทั้งปี เช่นกล้วย มะละกอ ตะไคร้ พร ิก ข่า ถั่ว ฟัก เป็นต้น และใช้เป็นสถานที่ในการจัดท ากิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้ การท าโรงป๋ยชีวะภาพแก่ผู้ที่สนใจ หนอง เป็นพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ในการบร ิหารจัดการน้าเพื่อการกักเก็บน้าสร้างความชุมชื้น ในพื้นที่ ส าหรับพืชและเลี้ยงสัตว์เพียงพอตลอดทั้งปี มีลักษณะรูปทรงอิสระหร ือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสมกับที่ดินโดยมีขนาดที่เหมาะสมในการจัดสร้างหนองน้า ที่ครัวเร ือนค านวณปร ิมาณน้าใช้ได้เพียงพอ รวมถึงการใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงปลา กบ และการปลูกพืชน้าชนิดต่างที่สามารถใช้รับประทานหร ือจ าหน่ายได้ 133


ส่งเสร ิมการใช้ประโยชน์จากหนอง เช่น การเพาะพันธุ์ปลา การปลูกพืชน้าเพื่อเป็นอาหารเป็ด,ไก่ การเก็บน้าไว้ใช้ในการเกษตร นา เป็นพื้นที่ราบหร ือพื้นที่ว่างในรูปแบบต่าง ๆ สามารถส่งน้า สร้างความชุ่มชื้น เพื่อท าการเกษตรได้ ขนาดช่วง 20 - 60 % ของพื้นที่ทั้งหมด ส าหรับการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรตามภูมิสังคมและความต้องการของครัวเร ือน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ท านาข้าว แปลงผัก พืชสมุนไพร แปลงไม้ดอก พืชไร่ พืชสวนหร ืออื่น ๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้เลี้ยงปลาในนาข้าว การเลี้ยงกบในนาข้าว เป็นต้น ด้านสังคม เป็นการเร ียนรู้ตามหลักทฤษฎีใหม่ ดังนี้ ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านคน” หมายถึง การสร้างแรงบันดาลใจและ ปรับทัศนคติ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” เช่น แรงบันดาลใจ สาเหตุที่ท าความส าเร็จที่เกิดขึ้น เป็นต้น 134


ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านดิน” หมายถึง การปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสม กับการปลูกพืช เช่น ฐานคนรักษ์ดิน ฐานคนรักษ์แม่ธรณี ฐานปลูกพืชบ ารุงดิน ฐานหญ้าแฝก ฐานการห่มดิน ฐานปุ๋ยอินทร ีย์ชีวภาพ เป็นต้น ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านนา” หมายถึง การบร ิหารจัดการนาให้เพียงพอ ต่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เช่น ฐานคนรักษ์นา ฐานฝายชะลอน้า ฐานคลองไส้ไก่ เพื่อการกระจายความชุ่มชื้น เป็นต้น ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านป่า” หมายถึง การบร ิหารจัดการพืชในพื้นที่ ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม เช่น ฐานคนรักษ์ป่า ฐานหลุมพอเพียง ฐานป่าเปียก ฐานป่า 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง ฐานป่าห้าระดับ ฐานปลูกป่าในที่สูง ฐานปลูกป่าในใจคน ฐานการปลูกพืชอย่างยั่งยืน (Permaculture) เป็นต้น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ 1. สภาพดินบางพื้นที่ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพให้มีความอุดมสมบูรณ์ ท าให้การปลูกต้นไม้ พืช ผัก ไม่ได้ผลผลิต ท าให้ไม่พร้อมเป็นศูนย์เร ียนรู้ในระปีแรก 2. การช ารุดของพื้นที่หน้าดินเนื่องจากถูกน้าฝนกัดเซาะเพราะพืชคลุมดินโตไม้ทัน 135


3. เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ท าให้เกิดการรวมตัวในการท ากิจกรรมค่อนข้างล าบาก เพราะต้องด าเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขก าหนด กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ความเป็นมาโครงการ กระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการอ านวยการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสสถาปนากระทรวง หาดไทย ครบ 130 ปี ใน ปี พ.ศ. 2565 มีมติเห็นชอบโครงการ/กิจกรรม ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ในสังกัด กระทรวงมหาดไทย ที่จะด าเนินการในวาระพิเศษ เนื่องในโอกาสสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 130 ปี ในปี พ.ศ.2565 ในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชน เห็นชอบโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : สร้างความสุขได้…ด้วยใจอาสากิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โครงการ “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” โดยมีเป้าหมายให้พัฒนากรทุกคนในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตามหลักการแนวคิดและแนวทางการด าเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตของกรมการพัฒนาชุมชนให้ประสบ ผลส าเร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี ได้ด าเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โครงการ “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ในวาระพิเศษ เนื่องในโอกาสสถาปนากระทรวง มหาดไทย ครบ 130 ปี ในปี พ.ศ. 2565 ภายใน เดือนกันยายน 2565 โดยมีขั้นตอนด าเนินการ ดังนี้ 1. สร้างการรับรู้ แก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในระดับอ าเภอ สร้างความตระหนักถึงความส าคัญ ของตามโครงการ “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ในวาระพิเศษ เนื่องในโอกาสสถาปนากรทรวง มหาดไทย ครบ 130 ปี ใน ปี พ.ศ. 2565 และแนวทางการด าเนินงานจัดตั้งกลุ่มออทรัพย์เพื่อการผลิต 2. ท าข้อตกลงระหว่าง พัฒนาการจังหวัด กับพัฒนาการอ าเภอ และระหว่างพัฒนาการอ าเภอ กับพัฒนากร ก าหนดเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ ประจ าปี 2565 3. จัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามโครงการ “1 พัฒนากร 1 กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” 4. พัฒนากรและอาสาพัฒนาด าเนินการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต อย่างน้อยคนละ 1 กลุ่ม 5. อ าเภอด าเนินการรายงานผลการด าเนินงาน 6. จังหวัดด าเนินการให้การสนับสนุนและติดตาม 7. รายงานผลให้กรมการพัฒนาชุมชนทราบ ผลการด าเนินงาน 136


ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ/ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี ได้ด าเนินการส่งเสร ิมสนับสนุน การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โครงการ “๑ พัฒนากร ๑ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” จ านวน 73 กลุ่ม ดังนี้ 1. อ าเภอกุดจับ จ านวน 2 กลุ่ม / 2. อ าเภอกุมภวาปี จ านวน 7 กลุ่ม 3. อ าเภอกู่แก้ว จ านวน 2 กลุ่ม / 4. อ าเภอไชยวาน จ านวน 2 กลุ่ม 5. อ าเภอทุ่งฝน จ านวน 2 กลุ่ม / 6. อ าเภอนายูง จ านวน 2 กลุ่ม 7. อ าเภอน้าโสม จ านวน 3 กลุ่ม / 8. อ าเภอโนนสะอาด จ านวน 3 กลุ่ม 9. อ าเภอบ้านดุง จ านวน 6 กลุ่ม / 10. อ าเภอบ้านผือ จ านวน 5 กลุ่ม 11. อ าเภอประจักษ์ศิลปาคม จ านวน 2 กลุ่ม / 12. อ าเภอพิบูลย์รักษ์ จ านวน 2 กลุ่ม 13. อ าเภอเพ็ญ จ านวน 6 กลุ่ม / 14. อ าเภอเมืองอุดรธานีจ านวน 7 กลุ่ม 15. อ าเภอวังสามหมอ จ านวน 2 กลุ่ม / 16. อ าเภอศร ีธาตุ จ านวน 4 กลุ่ม 17. อ าเภอสร้างคอม จ านวน 3 กลุ่ม / 18. อ าเภอหนองวัวซอ จ านวน 5 กลุ่ม 19. อ าเภอหนองแสง จ านวน 2 กลุ่ม / 20. อ าเภอหนองหาน จ านวน 6 กลุ่ม 137


เอกสารสรุปผลการด าเนินงาน โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ด้วยใจอาสา จังหวัดบึงกาฬ จัดท าโดย ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ 138


ค าน า ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬได้ด าเนินงานโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุข สร้างได้ด้วยใจอาสา ตามแนวทางที่กรมการพัฒนาชุมชนก าหนด เพื่อร่วมน้อมร าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงมหาดไทย และน้อม ร าลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย การด าเนินงานประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน จ านวน 8 แห่ง กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จ านวน 65 แห่ง และกิจกรรมที่ 3 กิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จ านวน 30 กลุ่ม โดยก าหนดเป้าหมายหลักคือ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและ มีความสุข” เอกสารเล่มนี้ เป็นการสรุปผลการด าเนินงานโครงการฯ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ส านักงาน พัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ได้ขับเคลื่อนโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ด้วยใจอาสา ด้วย ความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรในสังกัด ตลอดจนภาคีเคร ือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กรมการพัฒนาชุมชน ก าหนด ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ 5 มกราคม 2566 139


สารบัญ เร ื่อง หน้า ส่วนที่ 1 ความเป็นมาโครงการ 1 ส่วนที่ 2 ผลการด าเนินงาน 3 กิจกรรมศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 4 กิจกรรมศูนย์เร ียนรู้โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน 5 กิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 7 ส่วนที่ 3 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ 9 ส่วนที่ 4 ภาคผนวก ภาคผนวก ก ข้อมูลพื้นที่เป้าหมาย ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 8 แห่ง ภาคผนวก ข ผลการด าเนินงานศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 8 แห่ง ภาคผนวก ค ข้อมูลพื้นที่เป้าหมาย ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 65 แห่ง ภาคผนวก ง ผลการด าเนินงานศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 65 แห่ง ภาคผนวก จ ข้อมูลเป้าหมายการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 30 กลุ่ม ภาคผนวก ฉ ผลการด าเนินงานจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 30 กลุ่ม ภาคผนวก ช ภาพกิจกรรม 140


กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดท า “โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ด้วยใจอาสา” ขึ้น เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 130 ปี ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565 เพื่อร่วม น้อมร าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงมหาดไทย และน้อมร าลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ด าเนินกิจกรรมตามแนวทางการด าเนินโครงการ/ กิจกรรมเนื่องในโอกาสสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 130 ปี ในปี พ.ศ. 2565 ภายใต้กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชน และส่งเสรมิการปกครองท้องถิ่น โดยมีแนวคิด คือ (1) ร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565 ภายใต้ปณิธาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” (2) แนวคิดการร่วม ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่ความยั่งยืน โดยใช้ผู้น าจิตอาสาและเจ้าของแปลงพื้นที่พัฒนาต้นแบบ เป็นผู้น าการ เปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน (3) การออม สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งตนเอง และสร้างความเข้มแข็งของชุมชน (4) ขับเคลื่อนการด าเนินกิจกรรมโดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ด้วยกระบวนงาน 3 5 7 ประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับพื้นที่/ชุมชน ระดับจังหวัด และระดับประเทศ 5 กระบวนการ ได้แก่ การประสานงานภาคีเคร ือข่าย การบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ การติดตามและ ประเมินผล การจัดการความรู้ และการสื่อสารสังคม และ 7 ภาคีได้แก่ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน และใช้กลไกขับเคลื่อนด าเนินงานโครงการ ประกอบด้วย 1) ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 2) ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน 3. กลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิตโดยมีเป้าหมาย คือ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข” 1. กรมการพัฒนาชุมชนจัดท าแนวทางการด าเนินงานโครงการและแจ้งหน่วยงานด าเนินการ 2. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ศึกษาแนวทางและวางแผนการด าเนินงาน โครงการร่วมกับกลไกขับเคลื่อนการด าเนินงานและภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน โดยด าเนินการ 2.1 ประชุมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการด าเนินงานตามโครงการแก่ผู้เกี่ยวข้อง 2.2 จัดท าแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการด าเนินงานตามโครงการที่สอดคล้องกับภารกิจ และเป้าหมายของแต่ละกลไกขับเคลื่อน 3. ส านักงานพัฒนาชุนจังหวัด/อ าเภอ และกลไกขับเคลื่อนการด าเนินงานด าเนินการตาม แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการด าเนินงานที่ก าหนดเพื่อบรรลุเป้าประสงค์โครงการ 4. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ร่วมกับกลไกขับเคลื่อนการด าเนินงาน และภาคี การพัฒนาทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วม ถอดบทเร ียนความส าเร็จเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาและเป็นแบบอย่าง ขยายผลการด าเนินงานในวงกว้างและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 5. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ สรุปและรายานผลการด าเนินงานตามล าดับ โครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ด้วยใจอาสา ส่วนที่ 1 ความเป็นมาโครงการ โครงการ แนวทางการด าเนินงาน 141


-2- 1. หมู่บ้าน/ต าบล ที่เป็นที่ตั้ง ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 2. หมู่บ้าน/ต าบล ที่เป็นที่ตั้ง ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน 3. หมู่บ้านที่มีความพร้อมในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ได้แก่ หมู่บ้านเศรษฐกิจ พอเพียง หร ือหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. หร ือหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน หร ือหมู่บ้าน/ชุมชนท่องเที่ยว OTOP ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย หร ือใกล้เคียง โดยเป็น 1. ครัวเร ือนยากจนในระบบ TPMAP 2. ครัวเร ือนผู้มีรายได้น้อย 3. ครัวเร ือนในหมู่บ้าน/ชุมชน/ต าบล ที่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม 1. ประชาชนและชุมชนได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อม 2. เกิดความรัก ความสามัคคี ความสมานฉันท์ในการ่วมบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในหมู่บ้าน/ชุมชน 3. เกิดการขยายผล เคร ือข่ายการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ของคนในชุมชนอันน าไปสู่การ พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. ประชาชนมีรากฐานการด ารงชีวิตและพัฒนาสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและสมดุลตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่เป้าหมาย/พื้นที่ด าเนินการ กลุ่มเป้าหมาย ผลที่คาดว่าจะได้รับ ตราสัญลักษณ์ เนื่องในโอกาสการสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 130 ปี 142


-3- ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬได้ด าเนินงานโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุข สร้างได้ด้วยใจอาสา ตามแนวทางที่กรมการพัฒนาชุมชนก าหนด เพื่อร่วมน้อมร าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนากระทรวงมหาดไทย และน้อมร าลึกถึงคุณูปการอเนกอนันต์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด ารงราชานุภาพ องค์ปฐม เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย การด าเนินงานประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนา ชุมชน กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน และกิจกรรมที่ 3 กิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ ผลิต โดยก าหนดเป้าหมายหลักคือ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข” มีการขับเคลื่อนการด าเนินงาน โดยส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ และส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ 8 อ าเภอ ประกอบด้วย 1. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอเมืองบึงกาฬ 2. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอโซ่พิสัย 3. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอพรเจร ิญ 4. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอปากคาด 5. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอเซกา 6. ส านกังานพัฒนาชุมชนอ าเภอบึงโขงหลง 7. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอศร ีวิไล 8. ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอบุ่งคล้า เป้าหมายการด าเนินการ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 3 กิจกรรมดังนี้ 1. กิจกรรมศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน จ านวน 8 แห่ง 2. กิจกรรมศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน จ านวน 65 แห่ง 3. กิจกรรมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จ านวน30 กลุ่ม ภาพกิจกรรมการขับเคลื่อนงาน ส่วนที่ 2 ผลการด าเนินงาน 143


-4- ความส าคัญ/แนวคิด 1. การน าต้นทุนที่เป็นคลังภูมิปัญญาของชุมชน ผู้น าชุมชน กลุ่ม องค์กร และเคร ือข่ายการพัฒนา ชุมชน เป็นพลังสร้างสรรค์งานพัฒนาชุมชน ในรูปแบบของผู้น าจิตอาสา 2. แหล่งบ่มเพาะภาวะผู้น า ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการบร ิหารจัดการ ชุมชนเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. เคร ือข่ายผู้น าจิตอาสา เชื่อมโยงกระบวนการเร ียนรู้ และกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ พัฒนาชุมชนด้วยจิตส านึกสาธารณะ และรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม แนวทางการด าเนินงาน มีขั้นตอนดังนี้ 1. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ศึกษาแนวทางและวางแผนการด าเนินงานโครงการ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนและภาคการพัฒนาทุกภาคส่วน โดยด าเนินการ 1.1 ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการด าเนินงานตามโครงการแก่ คณะกรรมการศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง 1.2 จัดท าแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการด าเนินงานตามโครงการที่สอดคล้องกับภารกิจของผู้น า จิตอาสาพัฒนาชุมชน (กิจกรรม 9 จุดหมาย ต้นสายปลายป่าน)/ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ตามระยะเวลา ที่ก าหนด 2. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ และคณะกรรมการศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ด าเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ที่ก าหนดเพื่อบรรลุเป้าประสงค์โครงการ 3. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน และภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมถอดบทเร ียนความส าเร็จเพื่อใช้ประโยชน์ ในการพัฒนาและเป็นแบบอย่างขยายผลการด าเนินงานในวงกว้างและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 4. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ สรุปและรายงานผลการด าเนินงานตามล าดับ งบประมาณ ไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ระยะเวลาด าเนินการ ด าเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนธันวาคม 2565 เป้าหมาย 1. การด าเนินงาน ด าเนินกิจกรรมอย่างน้อย จ านวน 4 ครั้ง ในห้วงระยะเวลาที่ก าหนด ทั้งนี้ สามารถ ด าเนินการต่อเนื่องได้ตามความเหมาะสมโดยต้องไม่น้อยกว่าที่ก าหนด 2. การด าเนินกิจกรรม - คณะกรรมการศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนและผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนร่วมกับภาคีการ พัฒนาที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันด าเนินกิจกรรม “9 จุดหมาย ต้นสายปลายป่าน” - ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 1 แห่ง ด าเนินการอย่างน้อย 3 กิจกรรม โดยไม่ซ้ากันและเลือก ด าเนินกิจกรรมได้ตามความเหมาะสมกับภูมิสังคม สภาพพื้นที่และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 3. จ านวนผู้ร่วมกิจกรรม ก าหนดกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม ครั้งละไม่น้อยกว่า 30 คน 4. การรายงานผลการด าเนินงาน รายงานผลการด าเนินกิจกรรมทุกครั้ง 5. พื้นที่เป้าหมาย ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน ในจังหวัดบึงกาฬ จ านวน 8 แห่ง รายละเอียด ตามภาคผนวก ก กิจกรรมศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน 144


-5- 6. กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย หร ือใกล้เคียง โดยเป็น 1. ครัวเร ือนยากจนในระบบ TPMAP 2. ครัวเร ือนผู้มีรายได้น้อย 3. ครัวเร ือนที่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม ผลการด าเนินงาน ศูนย์ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จ านวน 8 แห่ง ด าเนินกิจกรรมรวม จ านวนทั้งสิ้น 42 ครั้ง ประกอบด้วยกิจกรรมตู้เย็นตู้ยารอบบ้าน จ านวน 3 ครั้ง กิจกรรมธนาคารแบ่งปัน แรงงาน จ านวน 29 ครั้ง กิจกรรมไม้ 3 ประโยชน์ 4 จ านวน 10 ครั้ง รวมจา นวนผู้เข้ารว่มกิจกรรมทั้งสิ้น 6,040 คน รายละเอียดตามภาคผนวก ข ความส าคัญ/แนวคิด 1. เป็นศูนย์เร ียนรู้เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยด้วยการน้อมน า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักทฤษฎีใหม่ ด้านการแก้ไข ปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้า ป่า อย่างเป็น ระบบ มาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” 2. เป็นสถานที่เสร ิมสร้างโอกาสในการเร ียนรู้ ถ่ายทอดและฝึกปฏิบัติฐานการเร ียนรู้ ตามหลักกสิกรรม ธรรมชาติ 3. เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ เช่น การปลูกพืชสวน พืชไร่ หร ือการ เลี้ยงสัตว์ หร ือใช้ภูมิปัญญาในการสร้างรายได้ เช่น งานฝีมือการแปรรูป การถนอมอาหาร รวมถึงด้านการพัฒนา สิ่งแวดล้อม วธิกีารปรบัปรุงดินและการใชพ้ลังงานทดแทน เป็นต้น 4. มีข้อมูลทางวิชาการ เช่น ชุดความรู้ต่าง ๆ ในการแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ 5. มีจุดเร ียนรู้หร ือฐานเร ียนรู้ หร ือสถานที่ส าหรับการจัดการเร ียนการสอนความรู้แก่ผู้สนใจ ตาม ศักยภาพของพื้นที่และสถานที่ แนวทางการด าเนินงาน มีขั้นตอนดังนี้ 1. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ศึกษาแนวทางและวางแผนการด าเนินงานโครงการ ร่วมกับเจ้าของแปลง ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน และภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน โดย ด าเนินการ 1.1 ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการด าเนินงานตามโครงการผู้เกี่ยวข้อง 1.2 จัดท าแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการด าเนินงานโครงการที่สอดคล้องกับภารกิจของ ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน ตามระยะเวลาที่ก าหนด 2. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ และเจ้าของแปลงศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน ด าเนินการตามแผนปฏิบัติการฯ ที่ก าหนด เพื่อบรรลุเป้าประสงค์โครงการ 3. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ ร่วมกับเจ้าของแปลงศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนา ชุมชน ระดับครัวเร ือน และภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมถอดบทเร ียนความส าเร็จเพื่อใช้ประโยชน์ในการ พัฒนาและเป็นแบบอย่างขยายผลการด าเนินงานในวงกว้างและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 4. ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/อ าเภอ สรุปและรายงานผลการด าเนินงานตามล าดับ งบประมาณ ไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ระยะเวลาด าเนินการ ด าเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนธันวาคม 2565 กิจกรรมศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน 145


-6- เป้าหมาย 1. การด าเนินงาน ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน : HLM จ านวน 65 แห่ง 2. การด าเนินกิจกรรม - ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ระดับครัวเร ือน : HLM ด าเนินกิจกรรมให้บร ิการ อย่างน้อย1 ครั้งต่อเดือน - กิจกรรมให้บร ิการของ ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน 1) ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ โดย “ครูพาท า” เน้นย้าด้วยการ “ลงมือปฏิบัติ” พื้นที่จร ิง 2) ให้บร ิการ จุดเร ียนรู้/ฐานเร ียนรู้ ที่เป็นองค์ประกอบของศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ด้านภูมิเป็นการเร ียนรู้ในองค์ประกอบทางภายภาพ ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ดังนี้ โคก เป็นพื้นที่มีการถมดินและถมสูงกว่าปกติของแปลงตามความต้องการในการใช้ ประโยชน์ และความเหมาะสมกับขนาดที่ดิน มีขนาดในช่วง 20-60% ของพื้นที่ดินทั้งหมด ความสูงและความกว้าง ต าแหน่งที่ตั้งตามภูมิสังคมและการใช้งาน เช่น การป้องกันน้าท่วม คันนาทองค า ฯลฯ อาจใช้ดินจากการขุดหนองน้า ในพื้นที่ เป็นพื้นที่จัดเตร ียมไว้ส าหรับท าการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัย หร ือท ากิจกรรมอื่น ๆ เช่น โรงเลี้ยงสัตว์ ยุ้งฉาง โรงเก็บวัสดุ เป็นต้น หนอง เป็นพื้นที่ในการใช้ประโยชน์ในการบร ิหารจัดการน้าเพื่อการกักเก็บน้าสร้างความ ชุ่มชื้น ในพื้นที่ส าหรับพืชและสัตว์เลี้ยงเพียงพอตลอดทั้งปี มีลักษณะรูปทรงอิสระหร ือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสม กับที่ดิน โดยมีขนาดที่เหมาะสมในการจัดสร้างหนองน้าที่ครัวเร ือนค านวณปร ิมาณน้าใช้ได้เพียงพอ นา เป็นพื้นที่ราบหร ือพื้นที่ว่างในรูปแบบต่าง ๆ สามารถส่งน้า สร้างความชุ่มชื้น เพื่อท า การเกษตรได้ ขนาดช่วง 20-60% ของพื้นที่ทั้งหมด ส าหรับการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรตามภูมิสังคมและความ ต้องการของครัวเร ือน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ท านาข้าว แปลงผัก พืชสมุนไพร แปลงไม้ดอก พืชไร่ พืชสวนหร ืออื่น ๆ ด้านสังคม เป็นการเร ียนรู้ตามหลักทฤษฎีใหม่ ดังนี้ ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านคน” หมายถึง การสร้างแรงบันดาลใจและปรับทัศนคติ ตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ในรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” เช่น แรงบันดาลใจ สาเหตุที่ท า ความส าเร็จที่ เกิดขึ้น เป็นต้น ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านดิน” หมายถึง การปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืช เช่น ฐานคนรักษ์ดิน ฐานคนรักษ์แม่ธรณี ฐานปลูกพืชบ ารุงดิน ฐานหญ้าแฝก ฐานการห่มดิน ฐานปุ๋ยอินทร ีย์ชีวภาพ เป็นต้น ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านน้า” หมายถึง การบร ิหารจัดการน้าให้เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ใน พื้นที่ เช่น ฐานคนรักษ์น้า ฐานฝายชะลอน้า ฐานคลองใส้ไก่ เพื่อการกระจายความชุ่มชื่น เป็นต้น ฐาน/จุดเร ียนรู้ “ด้านป่า” หมายถึง การบร ิหารจัดการพืชในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิ สังคม เช่น ฐานคนรักษ์ป่า ฐานหลุมพอเพียง ฐานป่าเปียก ฐานป่า 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง ฐานป่าห้าระดับ ฐานปลูกป่าในที่สูง ฐานปลูกป่าในใจคน ฐานการปลูกพืชอย่างยั่งยืน (Permaculture) เป็นต้น 3 . การรายงานผลการด าเนินงาน รายงานผลการด าเนินกิจกรรมทุกครั้ง 5. พื้นที่เป้าหมาย ศูนย์เร ียนรู้ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ในจังหวัดบึงกาฬ จ านวน 65 แห่ง รายละเอียดตามภาคผนวก ค 146


Click to View FlipBook Version