๕๑
คำอธิบายรายวิชาสาระเพม่ิ เติม
รหสั วิชา ท๒๑๒๐๑ ชื่อรายวิชาชื่อวิชาสำนวนชวนคิด ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ศึกษาสำนวน สุภาษิต แสดงความเข้าใจคำศัพท์ สำนวน สภุ าษิต จากเรื่องที่อา่ น อา่ น
เพือ่ ความเข้าใจ อา่ นจับใจความสำคัญ การตีความหมาย การแปลความหมายจากสำนวน
สภุ าษิต และจากเรือ่ งทีอ่ ่าน การใช้สำนวนพัฒนาการอา่ น การอา่ นวิเคราะห์ วิจารณ์ การ
แสดงความคิดเหน็ และระบุข้อคิดที่ได้จากการอา่ น
การเขียนอธิบาย การเขียนแสดงความคิดเหน็ การใช้สำนวน สุภาษิต พัฒนาการเขียน
ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณส์ ำนวน สภุ าษิตที่อา่ น
การฟัง การดูและการพดู การจำแนกสำนวน สุภาษิต การเข้าใจน้ำเสียงกิริยาท่าทาง
ถ้อยคำของผู้พูด การใช้ภาษาส่งเสริมบคุ ลกิ ภาพ การมีมารยาทในการพูดและการสนทนา การ
พูดแสดงความรสู้ กึ การพูดแสดงความคิดเห็น การใช้ภาษาในการสอ่ื สาร เล่ารายละเอียดและบอก
สาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมท้ังพูดแสดงความคิดความรสู้ กึ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟงั และ
ดู พูดสื่อสารเล่าประสบการณแ์ ละพดู แนะนำ หรือพดู เชิญชวนให้ผู้อืน่ ปฏิบตั ติ าม และมีมารยาท
ในการฟัง การดู และการพูด
มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรยี นมีลักษณะอันพึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภมู ิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)
ผลการเรยี นรู้
๑. อ่านออกเสียงสำนวน สุภาษิต ได้คลอ่ งแคลว่ ชัดเจน ตามหลักการใช้ภาษาไทย
๒. แสดงมารยาทการพูดด้วยการใช้ถอ้ ยคำทีส่ ุภาพใช้น้ำเสียงน่าฟังพูดชดั เจนใช้กริ ิยาท่าทาง
ประกอบการพดู ทส่ี ุภาพ พูดตามความเป็นจริง และพดู ในเชิงสร้างสรรค์
๓. แสดงความเข้าใจความหมายของคำศัพท์และสำนวนจากเรื่องทีอ่ ่าน ใช้พจนานุกรมในการค้นหา
ความหมายของคำและสำนวน โดยอธิบายความหมายของสำนวน สุภาษิตได้
๔. ตีความ แปลความ คำ สำนวน สุภาษิต หรือข้อความในเรื่องที่อา่ น สร้างความเข้าใจการอ่าน
โดยอธิบายชีแ้ จงความหมายของคำหรือข้อความและความเข้าใจการอา่ นด้วยการพูดและการ
เขียน
๕. ระบขุ ้อคิดที่ได้จากสำนวน สุภาษิต และเรือ่ งที่อา่ นได้
รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
๕๒
คำอธิบายรายวิชาสาระเพ่มิ เติม
รหัสวิชา ท๒๑๒๐๒ ชื่อรายวิชาชือ่ วิชาสำนวนชวนคิด ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ศึกษาสำนวน สุภาษิต แสดงความเข้าใจคำศัพท์ สำนวน สภุ าษิต จากเรือ่ งทีอ่ า่ น อา่ น
เพือ่ ความเข้าใจ อ่านจับใจความสำคญั การตีความหมาย การแปลความหมายจากสำนวน
สภุ าษิต และจากเรื่องทีอ่ า่ น การใช้สำนวนพัฒนาการอ่าน การอา่ นวิเคราะห์ วิจารณ์ การ
แสดงความคิดเหน็ และระบขุ ้อคิดทีไ่ ด้จากการอา่ น
การเขียนอธิบาย การเขียนแสดงความคิดเหน็ การใช้สำนวน สุภาษิต พฒั นาการเขียน
ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณส์ ำนวน สภุ าษิตที่อา่ น
การฟงั การดแู ละการพูด การจำแนกสำนวน สุภาษิต การเข้าใจน้ำเสียงกิริยาท่าทาง
ถ้อยคำของผู้พดู การใช้ภาษาส่งเสริมบคุ ลกิ ภาพ การมีมารยาทในการพูดและการสนทนา การ
พดู แสดงความรสู้ กึ การพูดแสดงความคิดเห็น การใช้ภาษาในการส่อื สาร เลา่ รายละเอียดและบอก
สาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพดู แสดงความคิดความรสู้ กึ เกีย่ วกับเรือ่ งที่ฟังและ
ดู พูดสือ่ สารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนำ หรือพูดเชิญชวนให้ผู้อื่นปฏิบัตติ าม และมีมารยาท
ในการฟัง การดู และการพูด
มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภมู ิพลอดุลยเดช (บูรณา
การ)
ผลการเรยี นรู้
๑. อ่านออกเสียงสำนวน สุภาษิต ได้คล่องแคล่ว ชัดเจน ตามหลกั การใช้ภาษาไทย
๒. แสดงมารยาทการพูดด้วยการใช้ถอ้ ยคำที่สภุ าพใช้น้ำเสียงนา่ ฟงั พูดชัดเจนใช้กิริยาทา่ ทาง
ประกอบการพดู ทส่ี ุภาพ พูดตามความเปน็ จริง และพูดในเชิงสร้างสรรค์
๓. แสดงความเข้าใจความหมายของคำศัพท์และสำนวนจากเรื่องทีอ่ า่ น ใช้พจนานุกรมในการค้นหา
ความหมายของคำและสำนวน โดยอธิบายความหมายของสำนวน สุภาษิตได้
๔. ตีความ แปลความ คำ สำนวน สภุ าษิต หรือข้อความในเรือ่ งทีอ่ า่ น สร้างความเข้าใจการอา่ น
โดยอธิบายชีแ้ จงความหมายของคำหรือข้อความและความเข้าใจการอ่านด้วยการพูดและการ
เขียน
๕. ระบุข้อคิดที่ไดจ้ ากสำนวน สภุ าษิต และเรือ่ งทีอ่ า่ นได้
รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
๕๓
รหัสวิชา ท๒๒๒๐๑ คำอธิบายรายวิชาสาระเพม่ิ เติม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ชือ่ รายวิชารกั ษ์ภาษา ๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ศึกษาหลักการอ่าน การพดู การเขียน การฟัง และมีมารยาทในการพดู และการฟัง มี
นิสัยรักการอ่านและการเขียน ใช้ภาษาไทยได้ถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณ์ภาษาไทย ใช้ภาษา
ถ้อยคำได้เหมาะสมกบั สถานการณ์ และโอกาสตา่ ง ๆ เลอื กคำมาเขียนเรื่องส้ันตามสถานการณ์ที่
ครูกำหนดให้ไดอ้ ย่างถกู ต้องตามหน้าทีข่ องคำในประโยค
ฝึกปฏิบตั ิการพูด การเขียน การฟงั ตามที่กำหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
เหน็ คุณค่าของการใช้ภาษาไทย สามารถถา่ ยทอดให้ผู้อื่นรบั รไู้ ด้อยา่ งถูกต้อง สนกุ สนาน
และมีความภาคภูมิใจในภาษาของตนเอง
มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)
ผลการเรยี นรู้
๑. เข้าใจหลกั การอา่ น การพูด การเขียน การฟัง
๒. ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณภ์ าษาไทย
๓. เลอื กคำมาเขียนเรื่องสนั้ ตามสถานการณ์ทีค่ รกู ำหนดให้ได้
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้
๕๔
รหัสวิชา ท๒๒๒๐๒ คำอธิบายรายวิชาสาระเพม่ิ เติม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ชือ่ รายวิชารกั ษภ์ าษา ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ศึกษาหลักการอ่าน การพดู การเขียน การฟงั และมีมารยาทในการพูดและการฟงั มี
นิสัยรักการอ่านและการเขียน ใช้ภาษาไทยได้ถกู ต้องตามหลกั ไวยากรณภ์ าษาไทย ใช้ภาษา
ถ้อยคำได้เหมาะสมกบั สถานการณ์ และโอกาสตา่ ง ๆ เลอื กคำมาเขียนเรื่องสนั้ ตามสถานการณท์ ี่
ครูกำหนดให้ไดอ้ ย่างถกู ต้องตามหน้าที่ของคำในประโยค
ฝึกปฏิบตั ิการพูด การเขียน การฟงั ตามที่กำหนดให้ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
เหน็ คุณค่าของการใช้ภาษาไทย สามารถถา่ ยทอดให้ผู้อื่นรับรไู้ ด้อย่างถูกต้อง สนกุ สนาน
และมีความภาคภูมิใจในภาษาของตนเอง
มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)
ผลการเรยี นรู้
๑. เข้าใจหลกั การอา่ น การพูด การเขียน การฟัง
๒. ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ภาษาไทย
๓. เลอื กคำมาเขียนเรื่องสนั้ ตามสถานการณ์ที่ครูกำหนดให้ได้
รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้
๕๕
รหสั วิชา ท๒๓๒๐๑ คำอธิบายรายวิชาสาระเพม่ิ เติม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ชือ่ รายวิชาหลักภาษา ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ความหมายของภาษา ความสำคัญของภาษา ลักษณะทว่ั ไปของภาษาไทย เสยี งและอกั ษร
ในภาษาไทย พยางค์ กลุ่มคำและประโยค ไตรยางค์ การผันอักษร การอา่ นออกเสียงคำใน
ภาษาไทย
การเขียนสะกดคำ การใช้พจนานุกรม เครอ่ื งหมายวรรคตอน การใช้ประโยคเพือ่ การสื่อสาร ชนิด
และหน้าที่ของคำในภาษาไทย การยืมคำภาษาตา่ งประเทศเข้ามาใช้ในภาษาไทย การสร้างคำใน
ภาษาไทย สำนวนโวหาร คำประพันธป์ ระเภทตา่ ง ๆ
มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝ่งั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอนั พึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)
ผลการเรยี นรู้
๑. เข้าใจความหมายของภาษา ความสำคญั ของภาษา ลักษณะทวั่ ไปของภาษาไทย
๒. ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณภ์ าษาไทย
๓. ใช้ประโยคเพื่อการสื่อสาร ใช้พจนานกุ รม ใช้คำราชาศพั ท์ ได้อย่างถกู ต้อง
๔. เข้าใจการสร้างคำ ชนิดและหน้าทีข่ องคำในภาษาไทย
รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรยี นรู้
๕๖
รหสั วิชา ท๒๓๒๐๒ คำอธิบายรายวิชาสาระเพม่ิ เติม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ชือ่ รายวิชาหลกั ภาษา ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ความหมายของภาษา ความสำคัญของภาษา ลกั ษณะท่ัวไปของภาษาไทย เสยี งและอกั ษร
ในภาษาไทย พยางค์ กลุ่มคำและประโยค ไตรยางค์ การผนั อักษร การอ่านออกเสียงคำใน
ภาษาไทย
การเขียนสะกดคำ การใช้พจนานุกรม เครอ่ื งหมายวรรคตอน การใช้ประโยคเพือ่ การสือ่ สาร ชนิด
และหน้าที่ของคำในภาษาไทย การยืมคำภาษาตา่ งประเทศเข้ามาใช้ในภาษาไทย การสร้างคำใน
ภาษาไทย สำนวนโวหาร คำประพันธป์ ระเภทตา่ ง ๆ
มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝ่งั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)
ผลการเรยี นรู้
๑. เข้าใจความหมายของภาษา ความสำคญั ของภาษา ลักษณะทวั่ ไปของภาษาไทย
๒. ใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณภ์ าษาไทย
๓. ใช้ประโยคเพื่อการสอ่ื สาร ใช้พจนานุกรม ใช้คำราชาศพั ท์ ได้อย่างถกู ต้อง
๔. เข้าใจการสร้างคำ ชนิดและหน้าทีข่ องคำในภาษาไทย
รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรยี นรู้
๕๗
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งตอ่ การพฒั นาความคิดมนุษย์ ทำให้มนษุ ย์มคี วามคิด
สร้างสรรค์ คิดอยา่ งมเี หตุผล เป็นระบบ มแี บบแผน สามารถวิเคราะห์ปญั หาหรือสถานการณไ์ ด้
อยา่ งถี่ถว้ นรอบคอบ ชว่ ยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม นอกจากนคี้ ณิตศาสตรย์ ังเปน็ เครื่องมือในการศึกษาทางด้าน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่น ๆ คณติ ศาสตร์จึงมปี ระโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ชว่ ยพฒั นา
คณุ ภาพชีวิตให้ดขี นึ้ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อยา่ งมีความสุข
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตรเ์ ปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้เรยี นรู้คณิตศาสตร์อยา่ ง
ต่อเนือ่ ง ตามศกั ยภาพ โดยกำหนดสาระหลกั ที่จำเป็นสำหรับผู้เรยี นทุกคนดงั นี้
- จำนวนและการดำเนนิ การ: ความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจำนวน ระบบจำนวนจริง
สมบตั ิเกีย่ วกับจำนวนจริง การดำเนนิ การของจำนวน อตั ราสว่ น ร้อยละ การแก้ปัญหาเกีย่ วกับ
จำนวน และการใช้จำนวนในชีวิตจริง
- การวัด: ความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พนื้ ที่ ปรมิ าตรและความจุ เงินและเวลา หน่วยวัด
ระบบตา่ ง ๆ การคาดคะเนเกีย่ วกบั การวัด อัตราสว่ นตรีโกณมิติ การแก้ปัญหาเกีย่ วกบั การวดั และ
การนำความรู้เกีย่ วกับการวดั ไปใช้ในสถานการณต์ า่ ง ๆ
- เรขาคณิต: รปู เรขาคณิตและสมบัตขิ องรปู เรขาคณิตหนึ่งมิติ สองมิติ และสามมิติ การนึก
ภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิต (geometric
transformation)ในเรื่องการเลอ่ื นขนาน (translation) การสะท้อน (reflection) และการหมนุ (rotation)
- พีชคณิต: แบบรปู (pattern) ความสมั พันธ์ ฟงั กช์ ัน เซตและการดำเนนิ การของเซต การ
ให้เหตุผล นิพจน์ สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ลำดับเลขคณิต ลำดบั เรขาคณิต อนุกรม
เลขคณิต และอนุกรมเรขาคณิต
- การวิเคราะหข์ ้อมูลและความนา่ จะเปน็ : การกำหนดประเดน็ การเขียนข้อคำถาม การ
กำหนดวิธกี ารศึกษา การเก็บรวบรวมข้อมูล การจดั ระบบข้อมูล การนำเสนอข้อมลู ค่ากลางและ
การกระจายของข้อมลู การวิเคราะห์และการแปลความข้อมลู การสำรวจความคิดเห็น ความนา่ จะ
เปน็ การใช้ความรู้เกีย่ วกับสถิติและความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ และชว่ ยในการ
ตดั สินใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน
- ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การแก้ปญั หาด้วยวิธกี ารที่หลากหลาย การให้
เหตผุ ล การสอ่ื สาร การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ
ทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อืน่ ๆ และความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์
๕๘
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ จำนวนและการดำเนนิ การ
มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่าง
การดำเนินการต่าง ๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปญั หา
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปญั หา
มาตรฐาน ค ๑.๔ เข้าใจระบบจำนวนและนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้
สาระที่ ๒ การวดั
มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพนื้ ฐานเกีย่ วกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวัด
มาตรฐาน ค ๒.๒ แก้ปญั หาเกีย่ วกับการวดั
สาระที่ ๓ เรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๓.๑ อธิบายและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
มาตรฐาน ค ๓.๒ ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกีย่ วกับปรภิ ูมิ (spatial reasoning)
และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา
สาระที่ ๔ พชี คณิต
มาตรฐาน ค ๔.๑ เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรปู (pattern) ความสัมพนั ธ์ และฟังก์ชนั
มาตรฐาน ค ๔.๒ ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตวั แบบเชิงคณิตศาสตร์
(mathematical model) อืน่ ๆ แทนสถานการณ์ตา่ ง ๆ ตลอดจนแปล
ความหมาย
และนำไปใช้แก้ปญั หา
สาระที่ ๕ การวิเคราะหข์ ้อมูลและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค ๕.๑ เข้าใจและใช้วิธกี ารทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
มาตรฐาน ค ๕.๒ ใช้วิธกี ารทางสถิติและความรเู้ กีย่ วกับความนา่ จะเปน็ ในการคาดการณไ์ ด้
อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค ๕.๓ ใช้ความรู้เกี่ยวกบั สถิติและความนา่ จะเปน็ ชว่ ยในการตัดสนิ ใจและแก้ปญั หา
๕๙
สาระที่ ๖ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
มาตรฐาน ค ๖.๑ มคี วามสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การส่อื สา การสอ่ื ความหมาย
ทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรตู้ ่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตรแ์ ละ
เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์
หมายเหตุ ๑. การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ทีท่ ำให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
นั้น
จะต้องให้มคี วามสมดุลระหว่างสาระด้านความรู้ ทกั ษะและกระบวนการ ควบคู่ไปกบั คณุ ธรรม
จริยธรรม และคา่ นยิ มที่พึงประสงค์ ได้แก่ การทำงานอยา่ งมีระบบ มีระเบียบ มีความรอบคอบ
มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความเชือ่ มน่ั ในตนเอง พร้อมท้ังตระหนักในคุณคา่ และมีเจตคติ
ที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์
๒. ในการวดั และประเมินผลด้านทักษะและกระบวนการ สามารถประเมินในระหว่าง
การเรียนการสอน หรือประเมินไปพร้อมกบั การประเมินดา้ นความรู้
๖๐
โครงสร้างรายวิชา
รายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนุ ห้วยตากพฒั นาศึกษา ๒๕๕๓
กลุ่มสาระการเรียนคณิตศาสตร์
ระดบั ประถมศึกษา
รายวิชาคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน
ระดับชั้น รหัส ชื่อรายวิชา เวลาเรยี นรายปี
ชั้น ป. ๑ ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๕ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี)
ช้ัน ป. ๒ ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี)
ช้ัน ป. ๓ ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๕ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี)
ช้ัน ป. ๔ ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ๔ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๑๖๐/ปี)
ชั้น ป. ๕ ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๔ ช่ัวโมง/สัปดาห์ (๑๖๐/ปี)
ช้ัน ป. ๖ ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ ๔ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๑๖๐/ปี)
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
รายวิชาคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน
ระดบั ชั้น รหสั ชือ่ รายวิชา เวลาเรยี นรายภาค
ชั้น ม. ๑
ชั้น ม. ๒ ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๑.๕ หน่วยกติ )
ช้ัน ม. ๓ ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๒ ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๑.๕ หนว่ ยกติ )
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๑.๕ หน่วยกติ )
ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔ ๓ ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๑.๕ หน่วยกติ )
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๑.๕ หน่วยกติ )
ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๖ ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๑.๕ หน่วยกติ )
๖๑
ค ๑๑๑๐๑คณิตศาสตร์๑ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑
กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกแก้ปัญหา จำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดง
จำนวนสิ่งต่าง ๆ ตามจำนวนที่กำหนด อา่ นและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลัก
ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐
และ ๐ โดยใช้เคร่อื งหมาย =≠ >< เรยี งลำดับจำนวนตั้งแต่ ๓ ถงึ ๕ จำนวน และหาค่าของตวั ไมท่ ราบค่า
ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจำนวนนับไมเ่ กิน
๑๐๐ และ ๐ความยาวและนำ้ หนัก สรา้ งโจทย์ปัญหาพร้อมทัง้ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก
การลบ ของจำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐ และ ๐ระบุจำนวนท่ีหายไปในแบบรปู ของจำนวนท่ีเพิม่ ข้ึนหรือลดลง
ทีละ๑ ทีละ ๑๐ รูปทห่ี ายไปในแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณิตและรปู อื่น ๆ ท่ีสมาชิกใน แต่ละชุดที่ซ้ำมี ๒
รูป วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร น้ำหนักเป็นกิโลกรัมเป็นขีด และใช้หน่วยท่ี
ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน จำแนกรูปสามเหล่ียม รูปสี่เหล่ียม วงกลม วงรี ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอก และกรวย ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา เม่ือกำหนดรูป ๑
รูปแทน ๑ หน่วย
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมท้ังหมด ๑๐ ตวั ช้ีวัด
๖๒
ค ๑๒๑๐๑คณิตศาสตร์๒ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๒
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกแก้ปัญหา จำนวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ และ ๐ บอกและ
แสดงจำนวนสิ่งต่าง ๆ ตามจำนวนท่ีกำหนด อา่ นและเขียนตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย การบอกอันดับท่ี
หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน
๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช้เคร่ืองหมาย =≠ >< เรยี งลำดับจำนวนนับไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตง้ั แต่ ๓ ถึง ๕
จำนวน และหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการ
บวก การลบของจำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดง
การคณู ของจำนวน ๑ หลักกับจำนวนไมเ่ กิน ๒ หลัก และประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหารท่ีตัวต้ังไม่เกิน ๒
หลัก ตัวหาร ๑ หลัก โดยท่ีผลหารมี ๑ หลัก ทั้งหารลงตัวและหารไม่ลงตัว หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ
หารระคนของจำนวนนับไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา ๒ ข้ันตอนของจำนวน
นบั ไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาท่ีมีหน่วยเด่ียวและเป็นหน่วย
เดียว วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร พร้อมทั้งแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์
ปัญหาการบวก การลบความยาวที่มีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและเปรียบเทียบน้ำหนั กเป็น
กิโลกรัมและกรมั กิโลกรัมและขีด พร้อมทั้งแสดงวิธกี ารหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาการบวกการลบเก่ียวกับ
น้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นลิตร
จำแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหลีย่ มและวงกลม ใช้ข้อมลู จากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคำตอบของ
โจทย์ปัญหา เมื่อกำหนดรูป ๑ รูปแทน ๒ หน่วย ๕ หน่วยหรือ ๑๐ หน่วย
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๑๖ ตัวช้ีวัด
๖๓
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ค ๑๓๑๐๑คณติ ศาสตร์๓ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
อา่ นและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสอื แสดงจำนวนนับไม่เกนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ
๐ เปรยี บเทยี บและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่านและ
เขียนเศษส่วนที่แสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษส่วนที่กำหนด เปรียบเทียบเศษส่วนที่
ตวั เศษเท่ากนั โดยทตี่ วั เศษน้อยกว่าหรอื เท่ากับตัวสว่ น หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดง
การบวกและการลบของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค
สัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน ๑ หลกั กบั จำนวนไม่เกิน ๔ หลักและจำนวน ๒ หลกั กบั จำนวน ๒ หลัก
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวต้ังไม่เกนิ ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก และหา
ผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนและแสดงวิธกี ารหาคำตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจำนวนนับ
ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาการบวกของเศษส่วนที่มีตัว
ส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมท้ังแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการลบของ
เศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากัน ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนท่ีเพ่ิมข้ึนหรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเงิน เวลาและระยะเวลา เลือกใช้เคร่อื งมือความยาวท่เี หมาะสม
วดั และบอกความยาวของสิ่งต่าง ๆ เป็นเซนตเิ มตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร คาดคะเนความยาว
เป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญ หาเก่ียวกับ
ระหว่างเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกใช้
เครื่องช่ังที่เหมาะสม วัดและบอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนน้ำหนักเป็น
กโิ ลกรัมและเป็นขดี เปรียบเทียบนำ้ หนักและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั น้ำหนักที่มีหนว่ ย
เป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกใช้เคร่ืองตวงที่เหมาะสม วดั และ
เปรียบเทียบปริมาตร ความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
เก่ียวกับปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิเมตร ระบุรปู เรขาคณิตสองมิติท่ีมีแกนสมมาตรและจำนวน
แกนสมมาตร เขียนแผนภูมิรูปภาพและใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
เขียนตารางทางเดียวจากข้อมูลท่ีเป็นจำนวนนับและใช้ข้อมูลจากตารางทางเดียวในการหาคำตอบของ
โจทยป์ ญั หา
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐ ,ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ป.๓/๑
ค ๒.๑ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป.๓/๑๑,
ป.๓/๑๒,ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ป.๓/๑
ค ๓.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๒๘ ตัวช้ีวดั
๖๔
ค ๑๔๑๐๑คณติ ศาสตร์๔ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา ฝึกทักษะการอา่ นและเขยี นตวั เลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสอื แสดงจำนวนนบั ท่ี
มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐พรอ้ มท้ังเปรียบเทียบและเรยี งลำดบั จำนวนนับทม่ี ากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์
ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียนเศษส่วน จำนวนคละแสดงปริมาณส่ิงต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วน
จำนวนคละท่ีกำหนด เปรียบเทียบ เรียงลำดบั เศษสว่ นและจำนวนคละท่ีตวั สว่ นตัวหน่ึงเป็นพหูคูณของอีก
ตัวหนึ่ง อ่านและเขียนทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง แสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ ตามทศนิยมท่ีกำหนด
เปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหนง่ และประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบการคูณ
การหาร จากสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดง
การบวก การลบของจำนวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงการคูณของจำนวนหลายหลัก ๒
จำนวน ทีม่ ผี ลคณู ไม่เกนิ ๖ หลัก และแสดงการหารท่ีตัวตั้งไม่เกิน ๖ หลกั ตวั หารไมเ่ กิน ๒ หลักหาผลลพั ธ์
การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของ
จำนวนนับที่มากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทย์ปญั หา ๒ ข้ันตอนของจำนวนนับ และ ๐ พร้อมทัง้ หา
คำตอบ หาคำตอบและแสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบของเศษส่วนและจำนวนคละท่ี
ตัวส่วนตัวหนึง่ เป็นพหูคูณของอีกตวั หน่ึง หาผลบวก ผลลบของทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ตำแหน่ง และแสดงวิธหี า
คำตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ ๒ ขัน้ ตอนของทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา วัดและสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ แสดงวิธี
หาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรปู และพนื้ ท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉาก จำแนกชนิดของมุม
บอกช่ือมุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร้างรูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากเม่ือกำหนดความ
ยาวของด้าน และใช้ข้อมูลจากแผนภมู ิแท่ง ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.
๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตวั ชว้ี ัด
๖๕
ค ๑๕๑๐๑คณติ ศาสตร์๕ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
เขยี นเศษสว่ นท่ีมีตวั ส่วนเปน็ ตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนยิ ม แสดงวธิ ี
หาคำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและ
จำนวนคละ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ข้ันตอน หา
ผลคณู ของทศนยิ ม ที่ผลคณู เป็นทศนยิ มไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง หาผลหารท่ีตัวตั้งเป็นจำนวนนับหรอื ทศนยิ มไม่
เกิน ๓ ตำแหนง่ และตัวหารเป็นจำนวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง แสดงวิธหี าคำตอบของ
โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๒ ข้นั ตอน และแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหา
ร้อยละไม่เกนิ ๒ ขั้นตอน
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั ความยาว น้ำหนกั ที่มีการเปล่ียนหนว่ ยและเขยี นในรูป
ทศนิยม แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุของ
ภาชนะทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมและพ้ืนที่ของรูปส่ีเหล่ียมด้านขนานและรูป
ส่ีเหล่ียมขนมเปียกปูน สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่
กำหนดให้ จำแนกรูปส่เี หลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบตั ิของรูป สรา้ งรูปสี่เหล่ยี มชนดิ ต่าง ๆ เม่ือกำหนดความ
ยาวของดา้ นและขนาดของมมุ หรอื เม่อื กำหนดความยาวของเส้นทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซมึ
ใช้ข้อมูลจากกราฟเส้นในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา และเขียนแผนภูมิแท่งจากข้อมูลท่ีเป็น
จำนวนนับ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๑๙ ตวั ชี้วดั
๖๖
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ค ๑๖๑๐๑คณติ ศาสตร์๖ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง
คำอธิบายรายวิชา
เปรียบเทียบ เรียงลำดับ เศษส่วนและจำนวนคละจากสถานการณ์ต่าง ๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการ
เปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณจากข้อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปรมิ าณแต่ละปริมาณเป็นจำนวนนับ
หาอัตราส่วนทเี่ ท่ากบั อตั ราส่วนที่กำหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับไม่เกนิ ๓ จำนวน แสดง
วิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ
หารระคนของเศษสว่ นและจำนวนคละ แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาเศษสว่ นและจำนวนคละ ๒ – ๓
ขัน้ ตอน หาผลหารของทศนยิ มที่ตัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหนง่ แสดงวิธีหาคำตอบของ
โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ข้ันตอน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
อตั ราสว่ น ปญั หาร้อยละ ๒ – ๓ ขัน้ ตอน แสดงวธิ คี ิดและหาคำตอบของปญั หาเก่ียวกับแบบรูป
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ ประกอบด้วยทรง
ส่เี หลี่ยมมุมฉาก และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลาย
เหล่ียม ความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของวงกลม จำแนกรูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้าง
รปู สามเหลี่ยมเมื่อกำหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุม บอกลกั ษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิด
ต่าง ๆ ระบุรปู เรขาคณิตสามมติ ิทปี่ ระกอบจากรูปคลี่และระบุรปู คล่ขี องรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
ใชข้ ้อมลู จากแผนภมู ิรปู วงกลมในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/
๑๑
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๒๐ ตวั ช้ีวัด
ค. ๓.๑ ป.๑/๑ , ค. ๔.๑ ป.๑/๑ , ค. ๔.๑ ป.๑/๒, ค. ๖.๑ ป.๑/๑ , ค. ๖.๑ ป.๑/๒ , ค. ๖.๑ ป.
๑/๓
๖๗
คำอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ค.๒๑๑๐๑ ชือ่ รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ ๑
ศึกษา ห.ร.ม. และ ค .ร.น. ของจำนวนนบั จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ ศนู ย์
การเปรยี บเทียบจำนวนเตม็ การบวก การลบ การคณู การหารและโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั จำนวน
เตม็ เลขยกกำลังทีม่ ีเลขชีก้ ำลงั เป็นจำนวนเต็ม การเขียนแสดงจำนวนในรปู สญั กรณ์วิทยาศาสตร์
( A ๑๐n เมือ่ ๑ A ๑๐ เมื่อ A เป็นจำนวนเตม็ ) การสร้างพืน้ ฐานของเรขาคณิต
( ใช้วงเวียนและเสน้ ตรง ) ความสมั พันธ์ของแบบรูป
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิธีการที่หลากหลายแก้ปญั หา การใหเ้ หตุผล การ
สอ่ื สาร การส่อื ความหมาย การนำเสนอและการเชื่อมโยงความรู้
เหน็ คณุ ค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน มีจติ สำนึกทางคณิตศาสตร์
มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
มุง่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรม์ หาภมู ิพลอดุลย
เดช
(บรู ณาการ)
รหัสตัวชี้วัด
ค ๑.๑ , ม. ๑/๑ ค ๑.๑ , ม. ๑/๒
ค ๑.๒ , ม. ๑/๑ ค ๑.๒ , ม. ๑/๓ ค ๑.๒ , ม. ๑/๔
ค ๑.๔, ม. ๑/๑
ค ๓.๑ , ม. ๑/๑ ค ๓.๑ , ม. ๑/๒ ค ๓.๑ , ม. ๑/๓
ค ๔.๑ , ม. ๑/๑
ค ๖.๑ , ม. ๑/๑ ค ๖.๑ , ม. ๑/๒ ค ๖.๑ , ม. ๑/๓ ค ๖.๑ , ม. ๑/๔ ค ๖.๑ , ม. ๑/๕ ค ๖.๑,
ม. ๑/๖
รวม ๑๖ ตวั ชวี้ ดั
๖๘
คำอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ค.๒๑๑๐๑ ชือ่ รายวิชา คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ ๒
ระบุหรือยกตวั อย่างและเปรียบเทียบจำนวนเตม็ บวก จำนวนเต็มลบ ศนู ย์
การเปรยี บเทียบจำนวนเตม็ การบวก การลบ การคูณ การหารและโจทยป์ ญั หาเกีย่ วกับจำนวน
เตม็ เลขยกกำลงั ที่มีเลขชีก้ ำลงั เปน็ จำนวนเต็ม การเขียนแสดงจำนวนในรปู สัญกรณว์ ิทยาศาสตร์
( A ๑๐n เมือ่ ๑ A ๑๐ เมือ่ A เปน็ จำนวนเตม็ ) การสร้างพืน้ ฐานของเรขาคณิต
( ใช้วงเวียนและเสน้ ตรง ) ความสัมพนั ธ์ของแบบรปู
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา การใหเ้ หตุผล การ
ส่อื สาร การส่อื ความหมาย การนำเสนอและการเชือ่ มโยงความรู้
เหน็ คุณคา่ ของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจติ สำนึกทางคณิตศาสตร์
มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
ม่งุ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝงั่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดุลย
เดช
(บรู ณาการ)
รหัสตัวชี้วดั
มาตรฐาน ค ๑.๑ ตัวช้ีวดั ม. ๑/๑ - ม. ๑/๒
มาตรฐาน ค ๑.๒ ตวั ช้ีวัด ม. ๑/๓ - ม. ๑/๔
มาตรฐาน ค ๑.๔ ตัวช้ีวดั ม. ๑/๑
มาตรฐาน ค ๓.๑ ตวั ช้ีวัด ม. ๑/๑ - ม. ๑/๓
มาตรฐาน ค ๔.๑ ตัวช้ีวัด ม. ๑/๑
มาตรฐาน ค ๖.๑ ตัวช้ีวดั ม. ๑/๑ - ม. ๑/๖
รวม ๑๕ ตวั ชีว้ ดั
๖๙
คำอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ค๒๒๑๐๑ ชือ่ รายวิชา คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่๑
ศึกษาอัตราส่วน สดั ส่วน ร้อยละ การแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับอตั ราสว่ นและร้อยละ
หนว่ ยความยาว พืน้ ที่ การแก้ปัญหา หรือสถานการณใ์ นชีวิตประจำวันโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับพืน้ ที่
การคาดคะเน การอา่ นแผนภมู ิรูปวงกลม การเขียนแผนภมู ิรูปวงกลมการเล่อื นขนาน การสะท้อน
การหมุน ความเทา่ กนั ทกุ ประการของรูปสามเหลย่ี ม รปู สามเหล่ยี มสองรปู ที่สัมพนั ธ์กันแบบ
ดา้ น-มุม-ดา้ น มุม-ดา้ น-มมุ ดา้ น-ดา้ น-ดา้ น
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา การใหเ้ หตุผล การ
ส่อื สาร การสอ่ื ความหมาย การนำเสนอและการเชื่อมโยงความรู้
เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจติ สำนึกทางคณิตศาสตร์
มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ม่งุ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดลุ ย
เดช
(บูรณาการ)
รหัสตัวชี้วดั ค๖.๑ ,
ค๑.๑, ม.๒/๔
ค.๒.๑ ,ม.๒/๑ ค.๒.๑ ,ม.๒/๒ ค.๒.๑ ,ม.๒/๓
ค.๒.๒ ,ม.๒/๑
ค๓.๒ ,ม.๒/๑ ค๓.๒ ,ม.๒/๓ ค๓.๒ ,ม.๒/๔
ค๔.๒ ,ม.๒/๒
ค๕.๑ ,ม.๒/๑
ค๖.๑ ,ม.๒/๑ ค๖.๑ ,ม.๒/๒ ค๖.๑ ,ม.๒/๓ ค๖.๑ ,ม.๒/๔ ค๖.๑ ,ม.๒/๕
ม.๒/๖
๗๐
คำอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา ค๒๒๑๐๒ ชื่อรายวิชา คณิตศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๒
ศึกษาจำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ รากที่สอง รากที่สาม การแก้สมการเชิงเสน้ ตัว
แปรเดยี ว การแก้โจทย์สมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดยี ว ทฤษฎีบทปีทาโกรัส บทกลบั ทฤษฎีบทปีทา
โกรสั การแก้ปญั หาหรือสถานการณโ์ ดยใช้ทฤษฎีบทปีทาโกรสั และบทกลบั สมบัติของเสน้ ขนาน
รปู สามเหล่ยี มสองรปู ที่สมั พันธ์กันแบบ มุม – มุม – ดา้ น การให้เหตผุ ลและการแก้ปญั หา โดยใช้
สมบัติของเสน้ ขนานและความเทา่ กนั ทุกประการของรูปสามเหลย่ี ม อธิบายได้ว่าเหตุการณท์ ี่
กำหนดให้ เหตกุ ารณ์ใดเกิดขนึ้ แนน่ อน เหตกุ ารณ์ใดไมเ่ กิดขนึ้ แน่นอน และเหตุการณใ์ ดมีโอกาส
เกิดขนึ้ ได้มากกว่ากัน
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิธีการทีห่ ลากหลายแก้ปญั หา การใหเ้ หตุผล การ
ส่อื สาร การสอ่ื ความหมาย การนำเสนอและการเชือ่ มโยงความรู้
เห็นคณุ คา่ ของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผล
ของคำตอบ มีจติ สำนึกทางคณิตศาสตร์ มีคุณธรรมจริยธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
มงุ่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอนั พึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดลุ ย
เดช
(บรู ณาการ)
รหัสตัวชี้วดั
ค๑.๑, ม.๒/๑ ค๑.๑, ม.๒/๒ ค๑.๑, ม.๒/๓
ค.๑.๒ ,ม.๒/๑ ค.๒.๑ ,ม.๒/๒
ค๑.๓ ,ม.๒/๑
ค๑.๔,ม.๒/๑
ค๓.๒ ,ม.๒/๑ ค๓.๒ ,ม.๒/๒
ค๔.๒ ,ม.๒/๑
๗๑
ค๕.๒,ม.๒/๑
ค๖.๑ ,ม.๒/๑ ค๖.๑ ,ม.๒/๒ ค๖.๑ ,ม.๒/๓ ค๖.๑ ,ม.๒/๔ ค๖.๑ ,ม.๒/๕ ค๖.๑ ,
ม.๒/๖
คำอธิบายรายวิชา
รหัสวิชา ค๒๓๑๐๑ ชื่อรายวิชา คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ ๑
ศึกษา การหาพืน้ ทีผ่ ิวและปริมาตรของปรซิ ึม ทรงกระบอก การหาปริมาตรของพีระมิด
กรวย และทรงกลม กาเปรยี บเทียบหนว่ ยปริมาตร การแก้โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับพนื้ ทีผ่ ิวและ
ปรมิ าตร สมการเชิงเสน้ สองตวั แปร กราฟของสมการเชิงเสน้ สองตวั แปร ระบบสมการเชิง
เสน้ สองตวั แปร การแก้ระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปร การแก้โจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ระบบสมการ
เชิงเสน้ สองตวั แปร รูปทีค่ ลา้ ยกนั รูปสามเหล่ยี มทีค่ ลา้ ยกนั สมบตั ิของรูปสามเหลย่ี มทีค่ ลา้ ยกนั
การนำไปใช้ กราฟเสน้ ตรง กราฟเสน้ ตรงกับการนำไปใช้ กราฟอืน่ ๆ
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การ
สอ่ื สาร การส่อื ความหมาย การนำเสนอและการเชือ่ มโยงความรู้
เหน็ คณุ คา่ ของการนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน ตระหนักถึงความสมเหตุสมผล
ของคำตอบ มีจติ สำนึกทางคณิตศาสตร์ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
มุง่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝง่ั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลย
เดช
(บูรณาการ)
รหัสตวั ชี้วัด
ค๒.๑, ม.๓/๑ ค๒.๑, ม.๓/๒ ค๒.๑, ม.๓/๓ ค๒.๑, ม.๓/๔
ค๒.๒ ,ม.๓/๑
ค๓.๑ ,ม.๓/๑
ค๓.๒ ,ม.๓/๑
ค๔.๒ ,ม.๓/๒ ค๔.๒ ,ม.๓/๓ ค๔.๒ ,ม.๓/๔ ค๔.๒ ,ม.๓/๕
๗๒
ค๖.๑ ,ม.๒/๑ ค๖.๑ ,ม.๒/๒ ค๖.๑ ,ม.๒/๓ ค๖.๑ ,ม.๒/๔ ค๖.๑ ,ม.๒/๕ ค๖.๑ ,ม.
๒/๖
คำอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ค๒๓๑๐๒ ชือ่ รายวิชา คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/ ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ ๒
ศึกษาคำตอบและกราฟแสดงคำตอบของอสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี ว การแก้อสมการเชิง
เสน้ ตวั แปรเดยี ว การแก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั อสมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี ว การกำหนดประเด็น
การเขียนข้อความ การกำหนดวิธกี ารศึกษาและการเกบ็ รวบรวมข้อมูล การนำเสนอข้อมลู การ
หาค่ากลางของข้อมูล กาเลอื กใช้คา่ กลางของข้อมลู การอ่าน การแปลความหมายและการ
วิเคราะห์ข้อมลู การใช้ขอ้ มูลสารสนเทศ การทดลองสมุ่ และเหตุการณ์ การหาความนา่ จะเป็น
ของเหตกุ ารณ์การนำไปใช้ การเสริมทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรเ์ กี่ยวกบั เลขยกกำลัง
อตั ราสว่ นและร้อยละ ปรมิ าตรและพื้นที่ผิว สถิติ ความนา่ จะเปน็
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การ
ส่อื สาร การส่อื ความหมาย การนำเสนอและการเชือ่ มโยงความรู้
เหน็ คุณคา่ ของการนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวนั ตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผล
ของคำตอบ มีจติ สำนึกทางคณิตศาสตร์ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
ม่งุ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝง่ั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดลุ ย
เดช
(บรู ณาการ)
รหสั ตวั ชี้วัด
ค๔.๒ , ม.๓/๑
ค๕.๑ ,ม.๓/๑ ค๕.๑ ,ม.๓/๒ ค๕.๑ ,ม.๓/๓ ค๕.๑ ,ม.๓/๔
ค๕.๒, ม.๓/๑
๗๓
ค๕.๓ ,ม.๓/๑ ค.๕.๓ ,ม.๓/๒
ค๖.๑ ,ม.๒/๑ ค๖.๑ ,ม.๒/๒ ค๖.๑ ,ม.๒/๓ ค๖.๑ ,ม.๒/๔ ค๖.๑ ,ม.๒/๕ ค๖.๑ ,ม.
๒/๖
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตรม์ ีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบนั และอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์
เกี่ยวข้องกบั ทุกคนท้ังในชีวิตประจำวันและการงานอาชพี ตา่ ง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เคร่อื งมือ
เคร่อื งใช้และผลผลติ ต่าง ๆ ทีม่ นษุ ยไ์ ดใ้ ช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหลา่ นี้
ลว้ นเปน็ ผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตรอ์ ื่น ๆ
วิทยาศาสตร์ชว่ ยให้มนุษยไ์ ด้พฒั นาวิธคี ิด ทั้งความคิดเปน็ เหตุเปน็ ผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์
วิจารณ์ มีทกั ษะสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเปน็ ระบบ
สามารถตดั สินใจโดยใช้ขอ้ มลู ที่หลากหลายและมีประจักษพ์ ยานท่ตี รวจสอบได้ วิทยาศาสตรเ์ ป็น
วฒั นธรรมของโลกสมัยใหม่ซึ่งเปน็ สังคมแหง่ การเรียนรู้ (K knowledge-based society) ดังน้ันทกุ คนจึง
จำเปน็ ต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพือ่ ทีจ่ ะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาตแิ ละ
เทคโนโลยีที่มนษุ ยส์ ร้างสรรคข์ ึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตผุ ล สร้างสรรค์ และมีคุณธรรม
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มงุ่ หวังให้ผู้เรียน ได้เรยี นรู้วิทยาศาสตรท์ ีเ่ น้นการเชือ่ มโยง
ความรู้กับกระบวนการ มีทกั ษะสำคญั ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการ
สบื เสาะหาความรู้ และการแก้ปญั หาทีห่ ลากหลาย ให้ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในการเรียนรู้ทุกข้ันตอน มี
การทำกิจกรรมดว้ ยการลงมือปฏิบตั ิจริงอยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดบั ชั้น โดยได้กำหนด
สาระสำคญั ไว้ดงั นี้
- สิ่งมีชีวิตกบั กระบวนการดำรงชวี ิต ส่งิ มชี ีวิต หนว่ ยพืน้ ฐานของสิง่ มชี ีวิต โครงสร้าง
และหน้าทีข่ องระบบต่าง ๆ ของสิ่งมชี ีวิต และกระบวนการดำรงชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ
๗๔
การถ่ายทอดทางพันธุกรรม การทำงานของระบบตา่ ง ๆ ของสิ่งมชี ีวิต ววิ ัฒนาการและความ
หลากหลายของสิง่ มชี ีวิต และเทคโนโลยีชีวภาพ
- ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สง่ิ มีชีวิตทีห่ ลากหลายรอบตวั ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งมชี ีวิตกับ
ส่งิ แวดล้อม ความสมั พนั ธ์ของสิ่งมชี ีวิตต่าง ๆ ในระบบนเิ วศ ความสำคญั ของทรัพยากรธรรมชาติ
การใช้และจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ ในระดับท้องถิน่ ประเทศ และโลก ปจั จยั ทีม่ ผี ลต่อการอยู่
รอดของสิ่งมชี ีวิตในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
- สารและสมบัติของสาร สมบตั ิของวสั ดแุ ละสาร แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าค การ
เปล่ยี นสถานะ การเกิดสารละลายและการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร สมการเคมี และการแยกสาร
- แรงและการเคลื่อนที่ ธรรมชาตขิ องแรงแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า แรงโน้มถว่ ง แรงนิวเคลียร์
การออกแรงกระทำต่อวตั ถุ การเคล่อื นทีข่ องวตั ถุ แรงเสียดทาน โมเมนต์การเคล่อื นที่แบบต่าง ๆ
ในชีวิตประจำวัน
- พลงั งาน พลังงานกบั การดำรงชีวิต การเปล่ยี นรูปพลงั งาน สมบตั แิ ละปรากฏการณ์
ของแสง เสยี ง และวงจรไฟฟ้า คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า กัมมนั ตภาพรงั สีและปฏิกริ ิยานิวเคลียร์
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลงั งานการอนุรกั ษพ์ ลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและ
สง่ิ แวดล้อม
- กระบวนการเปลีย่ นแปลงของโลก โครงสร้างและองคป์ ระกอบของโลก ทรัพยากร
ทางธรณี สมบตั ิทางกายภาพของดิน หิน น้ำ อากาศ สมบัติของผิวโลก และบรรยากาศ
กระบวนการเปลย่ี นแปลงของเปลอื กโลก ปรากฏการณ์ทางธรณี ปัจจยั ทีม่ ผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลง
ของบรรยากาศ
- ดาราศาสตร์และอวกาศ วิวฒั นาการของระบบสุริยะ กาแลก็ ซี เอกภพ ปฏิสัมพันธ์
และผลตอ่ ส่งิ มีชีวิตบนโลก ความสัมพนั ธ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และโลก ความสำคญั ของ
เทคโนโลยีอวกาศ
- ธรรมชาติของวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การ
สบื เสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา และจิตวิทยาศาสตร์
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชวี ิต
มาตรฐาน ว ๑. ๑ เข้าใจหน่วยพืน้ ฐานของสิง่ มชี ีวิต ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่
ของ
๗๕
ระบบตา่ งๆ ของสิ่งมชี ีวิตที่ทำงานสัมพนั ธก์ นั มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้
ส่อื สารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดแู ล
สง่ิ มีชีวิต
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม วิวัฒนาการของสิง่ มชี ีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้
เทคโนโลยีชีวภาพทีม่ ีผลกระทบต่อมนุษย์และส่ิงแวดล้อม มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์ สอ่ื สาร สง่ิ ทีเ่ รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
สาระที่ ๒ ชีวิตกบั สิง่ แวดล้อม
มาตรฐาน ว ๒. ๑ เข้าใจสง่ิ แวดล้อมในท้องถิน่ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสิง่ แวดล้อมกับ
ส่งิ มีชีวิต ความสมั พนั ธ์ระหว่างสิง่ มชี ีวิตตา่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตรส์ ่อื สารสง่ิ ที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจความสำคัญของทรพั ยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติใน
ระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนำความรู้ไปใช้ในในการจัดการ
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมในท้องถิ่นอยา่ งย่ังยืน
สาระที่ ๓ สารและสมบตั ิของสาร
มาตรฐาน ว ๓. ๑ เข้าใจสมบตั ิของสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัตขิ องสารกบั โครงสร้าง
และแรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งอนภุ าค มีกระบวนการสบื เสาะ หาความรู้และ
จิตวิทยาศาสตร์ส่อื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร การเกิด
สารละลาย การเกิดปฏิกริ ิยา มีกระบวนการสบื เสาะ หาความรู้และจิตวทิ ยา
ศาสตร์ ส่อื สารส่งิ ทเี่ รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๔ แรงและการเคลือ่ นที่
มาตรฐาน ว ๔. ๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า แรงโน้มถว่ ง และแรงนิวเคลียร์
มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ สอ่ื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
อยา่ งถกู ต้องและมคี ุณธรรม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจลกั ษณะการเคล่อื นทแี่ บบต่างๆ ของวตั ถุในธรรมชาตมิ ี
กระบวนการ
๗๖
สบื เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์ สอ่ื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้และนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
สาระที่ ๕ พลงั งาน
มาตรฐาน ว ๕. ๑ เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างพลงั งานกับการดำรงชีวิต การเปลย่ี นรปู
พลังงาน ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและ
ส่งิ แวดล้อม มีกระบวน การสบื เสาะหาความรู้ ส่อื สารส่งิ ที่เรียนรู้และ
นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๖ กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
มาตรฐาน ว ๖. ๑ เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ทเี่ กิดขนึ้ บนผวิ โลกและภายในโลก
ความสมั พันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงภูมิอากาศ ภูมิ
ประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้และจติ วิทยา
ศาสตร์ ส่อื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๗ ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๗. ๑ เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแลก็ ซแี ละเอกภพการปฏิสัมพันธ์
ภายในระบบสุริยะและผลตอ่ ส่งิ มีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสบื เสาะ หาความรู้
และจิตวิทยาศาสตร์ การส่อื สารส่งิ ที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๗.๒ เข้าใจความสำคญั ของเทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศ
และทรัพยากรธรรมชาติ ดา้ นการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสบื
เสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์ ส่ือสารส่งิ ทีเ่ รียนรู้และนำความรู้ไปใช้
ประโยชนอ์ ย่างมีคณุ ธรรมตอ่ ชีวิตและส่งิ แวดล้อม
สาระที่ ๘ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๘. ๑ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหา
ความรู้ การแก้ปัญหา รู้วา่ ปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ ี่เกิดขนึ้ สว่ นใหญ่มีรูปแบบ
ทีแ่ นน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ขอ้ มลู และเครอ่ื งมือที่มอี ย่ใู น
ช่วงเวลาน้ันๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม มีความ
เกี่ยวข้องสัมพันธก์ ัน
๗๗
โครงสร้างรายวชิ า
โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์
รายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษา ๒๕๕๑ฉบบั
ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ระดับประถมศึกษา
รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ระดับชั้น รหสั ชือ่ รายวิชา เวลาเรยี นรายปี
ชั้น ป. ๑ ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑ ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี)
ชั้น ป. ๒ ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๒ ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี)
ช้ัน ป. ๓ ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓ ๒ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ (๘๐/ปี)
ชั้น ป. ๔ ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔ ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี)
ชั้น ป. ๕ ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๕ ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี)
ชั้น ป. ๖ ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๖ ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๘๐/ปี)
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ระดบั ช้นั รหสั ชือ่ รายวิชา เวลาเรยี นรายภาค
ชั้น ม. ๑ ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑ ๓ ช่วั โมง/สัปดาห์ (๖๐ ชัว่ โมง/ภาค
ชั้น ม. ๒ เรียน)
ว ๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตร์ ๒ ๓ ช่วั โมง/สัปดาห์ (๖๐ ชั่วโมง/ภาค
ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓ เรียน)
๓ ช่วั โมง/สปั ดาห์ (๖๐ ชัว่ โมง/ภาค
๗๘
เรียน)
ว ๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร์ ๔ ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๖๐ ช่ัวโมง/ภาค
ว ๒๓๑๐๑ เรียน)
ว ๒๓๑๐๒
วิทยาศาสตร์ ๕ ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๖๐ ชว่ั โมง/ภาค
เรียน)
ช้ัน ม. ๓
๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๖๐ ชั่วโมง/ภาค
วิทยาศาสตร์ ๖ เรียน)
ระดับประถมศึกษา
รายวิชาวิทยาศาสตร์เพม่ิ เติม
ระดับช้นั รหสั ชื่อรายวิชา เวลาเรยี นรายปี
ชั้น ป. ๑ ว ๑๑2๐๑ วิทยาการคำนวณ ๑ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (4๐/ปี)
ชั้น ป. ๒ ว ๑๒2๐๑ วิทยาการคำนวณ 2 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ (4๐/ปี)
ช้ัน ป. ๓ ว ๑๓2๐๑ วิทยาการคำนวณ 3 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
ช้ัน ป. ๔ ว ๑๔2๐๑ วิทยาการคำนวณ 4 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (4๐/ปี)
ช้ัน ป. ๕ ว ๑๕2๐๑ วิทยาการคำนวณ 5 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
ชั้น ป. ๖ ว ๑๖2๐๑ วิทยาการคำนวณ 6 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
รายวิชาวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน
ระดบั ช้นั รหัส ชือ่ รายวิชา เวลาเรยี นรายภาค
ช้ัน ม. ๑ ว ๒๑2๐๑ วิทยาการคำนวณ ๑ 4 ชัว่ โมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
ชั้น ม. ๒ ว ๒๑2๐๒ วิทยาการคำนวณ 2 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (4๐/ปี)
ชั้น ม. ๓ ว ๒๒2๐๑ วิทยาการคำนวณ 3 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
ว ๒๒2๐๒ วิทยาการคำนวณ 4 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
ว ๒๓2๐๑ วิทยาการคำนวณ 5 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (4๐/ปี)
ว ๒๓2๐๒ วิทยาการคำนวณ 6 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ (4๐/ปี)
๗๙
รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน
ระดบั ประถมศกึ ษา
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว๑๑๑๐๑วทิ ยาศาสตร์๑ กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ระบุชื่อพืชและสัตว์ท่ีอาศัยอยู่บริเวณต่างๆท่ีได้จากการสำรวจบอกสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมใน
บริเวณท่ีพืชและสัตว์อาศัยอยู่ในบริเวณท่ีสำรวจบรรยายลักษณะและบอกหน้าที่ ส่วนต่างๆของร่างกาย
มนษุ ย์ สัตวแ์ ละพืชรวมทั้งบรรยายการทำหน้าท่ีร่วมกันของส่วนต่างๆของรา่ งกายมนุษย์ในการทำกิจกรรม
ต่างๆจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ ตระหนักถึงความสำคัญของส่วนต่างๆของร่างกายของตนเองและการดูแล
ส่วนต่างๆอย่างถกู ต้องและปลอดภยั อธบิ ายสมบัติทส่ี ังเกตไดข้ องวัสดทุ ท่ี ำจากวัสดุชนิดเดยี วหรือหลายชนิด
ประกอบกันโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดแุ ละจัดกลมุ่ วัสดตุ ามสมบัตทิ ่ีสงั เกตได้ บรรยาย
การเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนท่ีของเสียงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุดาวท่ีปรากฏบนท้องฟ้าใน
เวลากลางวันและกลางคืนจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ อธิบายสาเหตุท่ีมองไม่เห็นดวงดาวส่วนใหญ่ในเวลา
กลางวันจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ อธิบายลักษณะภายนอกของหินจากลกั ษณะเฉพาะตวั ทส่ี งั เกตได้
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๘.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวมทงั้ หมด ๑๕ ตัวช้ีวัด
๘๐
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ว๑๒๑๐๑วทิ ยาศาสตร๒์
วิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ระบุวา่ พืชต้องการแสงและนำ้ เพื่อการเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ตระหนัก
ถึงความจำเป็นท่ีพืชต้องการได้รับน้ำและแสงเพื่อการเจริญ เติ บโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่งดังกล่าวอย่าง
เหมาะสม สร้างแบบจำลองท่ีบรรยายวัฏจักรชีวิตของพืชดอก เปรียบเทียบลักษณะสิ่งมีชีวิตและ
สิง่ ไม่มีชวี ิตจากข้อมูลที่รวบรวมได้ เปรยี บเทียบสมบัติการดูดซับน้ำของวสั ดุไปประยุกต์ใช้ในการทำวสั ดใุ น
ชีวติ ประจำวนั อธบิ ายสมบตั ิที่นำวสั ดุมาผสมกนั โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์การนำมาทำเป็นวสั ดุในการใช้
งานการนำกลับมาใช้ใหม่ตระหนักถึงประโยชน์ของการนำวัสดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ บรรยายแนวทาง
การเคลื่อนทขี่ องแสงจากแหลง่ กำเนิดแสงและอธบิ ายการมองเห็นวตั ถจุ ากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนัก
ในการเห็นคุณค่าของความร้ขู องการมองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกนั อันตรายจากการมองเห็น
วัตถุในท่ีมีแสงสว่างไม่เหมาะสม ระบุส่วนประกอบของดนิ และจำแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเนื้อดิน
และการจบั ตัวเป็นเกณฑ์ อธบิ ายการใชป้ ระโยชน์จากดินจากข้อมลู ที่รวบรวมได้
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๘.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวมท้ังหมด ๑๖ ตัวชี้วดั
๘๑
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร๓์ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
บรรยายส่ิงที่จำเป็นต่อการดำรงชีวติ และการเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากท่ีรวบรวมได้ ตระหนัก
ถงึ ประโยชนข์ องอาหาร นำ้ และอากาศโดยการดแู ลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสง่ิ เหล่านอ้ี ย่างเหมาะสม สร้าง
แบบจำลองท่บี รรยายวฏั จักรชวี ติ ของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิดคุณค่าของชีวติ สตั ว์
โดยไม่ทำใหว้ ัฏจักรชวี ติ ของสัตว์เปล่ียนแปลง อธบิ ายว่าวัตถุประกอบกันเปน็ วัตถุช้ินใหม่ไดโ้ ดยใชห้ ลกั ฐาน
เชิงประจักษ์ อธิบายการเปล่ียนแปลงของวัสดุเม่ือทำให้ร้อนขึ้นหรือทำให้เย็นลงโดยใช้หลักฐานเชิง
ประจักษ์ระบุผลของแรงเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทียบและ
ยกตัวอยา่ งแรงสัมผสั และแรงสมั ผัสท่ีมีผลต่อการเคล่ือนท่ีการจำแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็น
เกณฑ์ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่เกิดขึ้นระหว่างข้ัวแม่เหล็กเมื่อนำมาเข้าใกล้กันจากหลักฐานเชิง
ประจักษ์ ยกตวั อยา่ งการเปล่ียนพลงั งานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงานหนึง่ การทำงานของเคร่อื งกำเนดิ ไฟฟ้าและ
ระบุแหล่ งพลั งงานในก ารผลิตไฟ ฟ้ าประโย ชน์ ของไฟ ฟ้ าโดย การน ำ เสน อวิ ธีการใช้อย่างประหยัดและ
ปลอดภยั
อธบิ ายแบบรปู เสน้ ทางการขนึ้ ละตกของดวงอาทติ ยก์ ารเกดิ กลางวนั กลางคืนและการกำหนดทิศ
โดยใช้แบบจำลองตระหนักถึงความสำคญั ของดวงอาทิตย์ประโยชน์ของดวงอาทติ ยต์ อ่ สิ่งมชี ีวิต
รหัสตัวชี้วดั
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๘.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
๘๒
รวมทั้งหมด๒๕ ตวั ช้ีวดั
ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร๔์ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวชิ า
บรรยายหนา้ ท่ีของราก ลำต้น ใบและดอกของพืชดอกโดยใชข้ ้อมูลที่รวบรวมได้ จำแนกส่ิงมชี ีวิต
โดยใช้ความเหมือนและความแตกต่างของลกั ษณะของส่ิงมชี ีวติ ออกเป็นกลุม่ พชื กล่มุ สัตว์และกลุ่มที่ไม่ใช่
พชื และสัตว์ จำแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพชื ไม่มีดอกโดยใช้การมดี อกเกณฑ์ โดยใชข้ ้อมูลที่รวบรวม
ได้ จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง โดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็น
เกณฑ์ โดยใชข้ ้อมูลที่รวบรวมได้ บรรยายลักษณะเฉพาะที่สงั เกตไดข้ องสตั ว์มีกระดูกสันหลังในกลมุ่ ปลา
กลุ่มสัตว์สะเทน้ำสะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลียงลูกด้วยนม และตัวอย่าง
สง่ิ มชี ีวติ ในแต่ละกลุ่ม เปรียบเทียบสมบตั ิทางกายภาพ ดา้ นความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความรอ้ นและ
การนำไฟฟา้ ของวสั ดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษจ์ ากการทดลองและระบุการนำสมบัตเิ รอ่ื งความแขง็ สภาพ
ยดื หยุ่นการนำความร้อนและการนำไฟฟา้ ของวสั ดุไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ผา่ นกระบวนการออกแบบช้ินงาน
แลกเปล่ียนความคิดกับผู้อ่ืนโดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างมีเหตุผลจากการ
ทดลอง เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง ๓ สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกตมวล การต้องการท่ีอยู่
รูปร่างและปริมาตรของสสาร ใช้เครื่องมอื เพ่ือวัดมวล และปริมาตรของสสารท้งั ๓ สถานะระบุผลของแรง
โน้มถ่วงท่ีมีต่อวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ใช้เครื่องช่ังสปริงในการวัดน้ำหนักของวัตถุ บรรยายมวล
ของวัตถทุ ี่มผี ลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลือ่ นทข่ี องวตั ถุจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ จำแนกวัตถเุ ป็นตัวกลาง
โปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสงและวัตถุทึบแสงโดยใช้ลักษณะการมองเห็นส่ิงต่างๆผ่านวัตถุนั้นเป็นเกณฑ์จาก
หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายแบบรูปเส้นทางการข้ึนและตกของดวงจันทร์ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
สร้างแบบจำลองท่ีอธิบายแบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์และพยากรณ์รูปร่างของ
ดวงจันทร์ สร้างแบบจำลองแสดงองคป์ ระกอบของระบบสรุ ิยะและอธิบายเปรียบเทยี บคาบการโคจรของ
ดาวเคราะหต์ ่างๆจากแบบจำลอง
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
๘๓
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๘.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวมทัง้ หมด ๑๘ ตัวชี้วดั
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์๕ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธิบายรายวชิ า
บรรยายโครงสร้างและลักษณะของส่ิงมีชีวิตท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีวิตซึ่ งเป็น ผลมาจากการ
ปรบั ตัวของสิ่งมีชีวิตในแตล่ ะแหล่งที่อยู่ อธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างส่ิงมีชวี ิตกบั สง่ิ มีชีวิตและความสมั พนั ธ์
ระหว่างสิ่งมชี ีวิตกบั สิ่งไม่มีชีวติ เพ่ือประโยชนต์ ่อการดำรงชวี ิต เขียนโซอ่ าหารและระบุบทบาทหน้าทีข่ องสิ่ง
สง่ิ มีชีวิตท่ีเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวติ ของ
สงิ่ มีชวี ิตโดยมสี ่วนรว่ มในการดูแลรกั ษาส่ิงแวดล้อม อธิบายลักษณะทางพันธกุ รรมท่ีมีการถ่ายทอดจากพ่อ
แม่สู่ลูกของ พืช สัตว์ และ มนุษย์ แสดงความอยากรู้อยากเห็นโดยการถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะท่ี
คล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ อธิบายการเปล่ียนสถานะของสสารเม่ือทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง
โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการละลายของสารในน้ำ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การ
เปลีย่ นแปลงของสารเม่ือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะหแ์ ละระบกุ าร
เปล่ยี นแปลงที่ผนั กลับได้และการเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลับไมไ่ ด้ อธิบายวธิ กี ารหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรง
ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่น่ิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ี
กระทำต่อวัตถทุ ่ีอยู่ในแนวเดยี วกันและแรงลัพธ์ท่ีกระทำต่อวตั ถุ ใชเ้ ครือ่ งช่งั สปริงในการวัดแรงท่ีกระทำต่อ
วัตถุ ระบผุ ลของแรงเสียดทานทีม่ ีตอ่ การเปล่ียนแปลงการเคล่อื นทข่ี องวตั ถุจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ เขียน
แผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ อธิบายการได้ยินเสียงผ่าน
ตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุตัวแปรทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ
ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย วัดระดับเสียงโดยใช้เคร่ืองมือวัด
ระดับเสียง ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลด
มลพิษทางเสียง เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจำลอง ใช้แผนท่ีดาว
ระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าและอธิบายแบบรูปเส้นทางการข้ึ น
และตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแต่ละแหล่งและระบุปรมิ าณน้ำที่
มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำโดยนำเสนอแนว
ทางการใช้น้ำอย่างประหยดั และการอนุรักษ์น้ำ สรา้ งแบบจำลองท่ีอธิบายการหมุนเวียนของนำ้ ในวัฏจกั ร
๘๔
น้ำ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง เปรียบเทียบ
กระบวนการเกดิ ฝน หมิ ะ และลกู เห็บ จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๘.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ รวมทั้งหมด ๓๒ ตวั ชีว้ ดั
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์๖ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน
บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ไดส้ ารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย
รวมทั้งความปลอดภัยตอ่ สุขภาพตระหนกั ถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารท่ี
มีสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ สร้าง
แบบจำลองระบบย่อยอาหารและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมท้ังอธิบายการย่อย
อาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถงึ ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร โดยการบอก แนวทางใน
การดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเปน็ ปกติอธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดย
การหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐาน
เชิงประจักษ์ รวมทั้งระบวุ ธิ ีแก้ปัญหาในชวี ิตประจำวันเก่ียวกบั การแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรง
ไฟฟ้าซ่ึงเกิดจากวัตถุท่ผี ่านการขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ีของ
แต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้า
อย่างง่าย ออกแบบการทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายวธิ ีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ
อนุกรม ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอกประโยชน์และการ
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายการต่อ
หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนานตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อไฟฟ้าแบบอนุกรม
แบบขนาน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิด
เงามดื เงามัว สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สรุ ิยุปราคาและจันทรุปราคา
อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้
เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หนิ ตะกอน และหินแปร สรา้ งแบบจำลองท่อี ธบิ ายการเกดิ ซากดกึ ดำ
บรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดำบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล มรสุมรวมทั้ง
อธิบายผลที่มตี ่อส่ิงมีชีวติ และส่ิงแวดล้อมจากแบบจำลอง อธิบายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศ
ไทย จากข้อมูลที่รวบรวม บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่งดินถล่ม
๘๕
แผ่นดินไหว ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยนำเสนอแนวทางในการเฝ้า
ระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย ท่ีอาจเกิดในท้องถ่ิน อธิบายการเกิด
ปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจกต่อสิ่งมีชีวิต ตระหนักถึงผลกระทบอง
ปรากฏการณ์เรอื นกระจกโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ นเพอื่ ลดกิจกรรมทกี่ อ่ ให้เกดิ แก็สเรอื นกระจก
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑ ว ๒.๒ ป.๖/๑ ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖,ป.
๖/๗, ป.๖/๘ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.
๖/๖,ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ว ๘.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมท้งั หมด ๓๗ ตัวชี้วัด
ระดับมธั ยมศึกษา
รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หนว่ ยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ สงั เกตและเปรยี บเทียบรูปร่างของเซลล์สิง่ มชี ีวิตเซลลเ์ ดยี วและ
หลายเซลล์ ส่วนประกอบสำคญั และหน้าทีส่ ่วนประกอบของเซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์ กระบวนการ
เคลอ่ื นที่ของสารผ่านเซลล์โดยการแพร่และออสโมซิส ปจั จัยที่จำเปน็ และความสำคัญของ
กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพืชตอ่ สง่ิ มีชีวิตและสง่ิ แวดล้อม กลุ่มเซลล์ท่เี กี่ยวข้องกบั การ
ลำเลยี งน้ำของพชื ระบบลำเลยี งน้ำและอาหาร การสบื พันธ์ุของพชื แบบอาศัยเพศและไมอ่ าศัยเพศ
โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชในการขยายพันธุ์ พฤติกรรมและการตอบสนองของพืชต่อส่งิ เร้า
เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อขยายพันธุ์ ปรับปรงุ พนั ธ์ุและเพิม่ ผลผลติ พืช การจำแนกสารโดยใช้เน้อื สาร
หรือขนาดอนภุ าคเปน็ เกณฑ์ และสมบตั ิของสารแตล่ ะกลุ่ม การเปลย่ี นสถานะของสารโดยใช้
แบบจำลองการจดั เรียงอนภุ าคของสาร สารละลายกรด-เบส การตรวจสอบค่า pH ของสารละลาย
และของดินในท้องถิน่ วิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ การเปล่ยี นแปลงสมบัติ
มวลและพลงั งานของสาร ปจั จยั ที่มีผลต่อการเปล่ียนแปลงสถานะและการละลายของสาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้
การแก้ปัญหา มีความสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู และการอภิปราย เพือ่ ให้
เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่งิ ที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการ
ดำรงชีวิตและดแู ลสิง่ แวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมทีเ่ หมาะสม และเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สังคม และสง่ิ แวดล้อมเกีย่ วข้องสมั พนั ธก์ นั
๘๖
มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝ่งั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดลุ ย
เดช
(บูรณาการ)
ว ๑.๑ ม.๑/๑-๑๓ ว๓.๑ ม.๑/๑-๔ ว๓.๒ ม.๑/๑-๓ ว๘.๑ ม.๑/๑-๙
รวม ๒๙ ตวั ชีว้ ดั
รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน
ว ๒๑๑๐๒ วิทยาศาสตร์ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หนว่ ยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ สบื ค้นข้อมลู และอธิบายเกี่ยวกบั ปริมาณสเกลาร์ ปรมิ าณเวกเตอร์
ระยะทาง การกระจัด อตั ราเรว็ และความเร็วในการเคล่อื นที่ของวตั ถุ อณุ หภูมิและการวัดอณุ หภูมิ
การถา่ ยโอนความรอ้ น การดดู กลืนและการคายความรอ้ นโดยการแผ่รงั สี สมดุลความร้อน ผลของ
ความรอ้ นตอ่ การขยายตวั ของสาร และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ องค์ประกอบและการแบ่งชน้ั
บรรยากาศทีป่ กคลมุ ผวิ โลก ความสัมพนั ธ์ระหว่างอุณหภมู ิ ความช้ืน และความกดอากาศที่มผี ลตอ่
ปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ ผลของลมฟ้าอากาศต่อการดำรงชีวิตของสิง่ มีชีวิตและส่งิ แวดล้อม
การแปลความหมายข้อมลู จากการพยากรณ์อากาศ ปัจจัยทางธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์
ที่มีผลต่อการเปล่ยี นแปลงอณุ หภมู ิของโลก รูโหว่โอโซน ผลของภาวะโลกร้อน และฝนกรดท่มี ีตอ่
สง่ิ มีชีวิตและสง่ิ แวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้
การแก้ปัญหา มีความสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมูล และการอภิปราย เพือ่ ให้
เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่งิ ทีเ่ รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการ
ดำรงชีวิตและดแู ลสิง่ แวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมทีเ่ หมาะสม และเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สังคม และส่งิ แวดล้อมเกีย่ วข้องสมั พันธ์กนั
มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดลุ ย
เดช
๘๗
(บรู ณาการ)
ว ๔.๑ ม.๑/๑-๒ ว๕.๑ ม.๑/๑-๔ ว๖.๑ ม.๑/๑-๗ ว๘.๑ ม.๑/๑-๙
รวม ๒๒ ตวั ชี้วดั
รายวิชาวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน
ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หนว่ ยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ สบื ค้นข้อมลู และอธิบายโครงสร้างและการทำงานของระบบย่อย
อาหาร ระบบหมนุ เวียนเลอื ด ระบบหายใจ ระบบขบั ถ่าย ระบบสบื พนั ธุ์ ของมนษุ ยแ์ ละสตั ว์
รวมท้ังระบบประสาทของมนุษย์ ความสัมพนั ธ์ของระบบต่าง ๆ ของมนุษย์ พฤติกรรมของ
มนุษยแ์ ละสตั ว์ทีต่ อบสนองตอ่ ส่งิ เร้าภายนอกและภายใน หลกั การและผลของการใช้
เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพนั ธ์ุ ปรบั ปรงุ พันธ์ุ และเพิ่มผลผลติ ของสตั ว์ สารอาหารในอาหาร
มีปริมาณพลงั งานและสดั สว่ นที่เหมาะสมกับเพศและวัย ผลของสารเสพติดตอ่ ระบบตา่ ง ๆ ของ
รา่ งกาย และแนวทางในการป้องกันตนเองจากสารเสพติด สมบตั ิของธาตุและสารประกอบ
เปรยี บเทียบสมบตั ขิ องธาตุโลหะ ธาตอุ โลหะ ธาตุกึง่ โลหะและธาตกุ ัมมนั ตรังสี หลักการแยกสาร
ดว้ ยวิธกี ารกรอง การตกผลกึ การสกดั การกลนั่ และโครมาโทกราฟี การเปล่ยี นแปลงสมบัติ
มวล และพลงั งานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี ปัจจยั ทีม่ ผี ลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี เขียนสมการเคมี
ของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ ผลของสารเคมี ปฏิกริ ิยาเคมีต่อสง่ิ มีชีวิตและสง่ิ แวดล้อม การใช้
สารเคมีอย่างถกู ต้อง ปลอดภยั วิธีป้องกนั และแก้ไขอนั ตรายที่เกิดขนึ้ จากการใช้สารเคมี
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้
การแก้ปญั หา มีความสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมูล และการอภิปราย เพือ่ ให้
เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่งิ ที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการ
๘๘
ดำรงชีวิตและดแู ลสิ่งแวดล้อม มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม และเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สงั คม และส่งิ แวดล้อมเกีย่ วข้องสัมพันธก์ นั
มงุ่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลย
เดช
(บรู ณาการ)
ว ๑.๑ ม.๒/๑-๖ ว๓.๑ ม.๒/๑-๓ ว๓.๒ ม.๒/๑-๔ ว๘.๑ ม.๒/๑-๙
รวม ๒๒ ตวั ชีว้ ดั
รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ว ๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร์ ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ สบื ค้นข้อมูล และอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงใน
ระนาบเดยี วกนั ที่กระทำต่อวตั ถุ อธิบายแรงลัพธท์ ี่กระทำต่อวัตถุทีห่ ยุดนิง่ หรือวตั ถุเคล่อื นทีด่ ้วย
ความเรว็ คงตวั ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสง การหักเหของแสง ผลของความสว่างที่มี
ต่อมนษุ ย์และสิง่ มชี ีวิตอื่น ๆ การดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสขี องวตั ถุ ลักษณะของช้ันหน้าตัดดนิ
สมบัตขิ องดนิ และกระบวนการเกิดดิน การใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคณุ ภาพของดิน กระบวนการ
เกิดและลักษณะองค์ประกอบของหิน สมบัติของหิน จำแนกประเภทของหิน ลักษณะทางกายภาพ
ของแร่ กระบวนการเกิด ลกั ษณะและสมบัตขิ องปิโตรเลยี ม ถ่านหิน หินน้ำมนั สำรวจและอธิบาย
ลักษณะแหล่งน้ำธรรมชาติ การใช้ประโยชนแ์ ละการอนุรักษแ์ หลง่ น้ำในท้องถิ่น การเกิดแหลง่ น้ำ
บนดิน แหลง่ น้ำใต้ดิน กระบวนและผลของการผุพังอย่กู ับที่ การกร่อน การพดั พา การทบั ถมและ
การตกผลกึ โครงสร้างและองคป์ ระกอบของโลก
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้ การ
แก้ปญั หา มีความสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู และการอภิปราย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารส่ิงทีเ่ รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นการ
๘๙
ดำรงชีวิตและดูแลสิง่ แวดล้อม มีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยมที่เหมาะสม และเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สังคม และส่งิ แวดล้อมเกี่ยวข้องสมั พันธก์ นั
มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝงั่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดลุ ย
เดช
(บูรณาการ)
ว ๔.๑ ม.๒/๑-๒ ว๕.๑ ม.๒/๑-๓ ว๖.๑ ม.๒/๑-๑๐ ว๘.๑ ม.๒/๑-๙
รวม ๒๔ ตวั ชวี้ ดั
รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน
ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หนว่ ยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ สบื ค้นข้อมูล และอธิบายลกั ษณะของโครโมโซมทีม่ ีหนว่ ย
พันธกุ รรมหรือยีนในนิวเคลียส สารพันธุกรรมหรือดเี อ็นเอ กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม โรคทางพนั ธกุ รรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซม ความหลากหลายทาง
ชีวภาพในท้องถิ่นที่ทำให้สง่ิ มีชีวิตดำรงชีวิตอย่ไู ดอ้ ย่างสมดุล ผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่
มีตอ่ มนุษย์ สัตว์ พืช และส่งิ แวดล้อม ผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการดำรงชีวิตของมนษุ ย์และ
สง่ิ แวดล้อม ระบบนเิ วศตา่ ง ๆ ในท้องถิ่น ความสัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบภายในระบบนเิ วศ
ความสัมพันธ์ของการถา่ ยทอดพลงั งานของสิ่งมชี ีวิตในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร วัฏจักร
น้ำ วัฏจกั รคาร์บอน ความสำคญั ที่มีต่อระบบนิเวศ ปจั จัยทีม่ ผี ลต่อการเปล่ยี นแปลงขนาดของ
ประชากรในระบบนเิ วศ สภาพปัญหาสิง่ แวดล้อม ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นท้องถิน่ และแนวทางในการ
แก้ไขปัญหา แนวทางการรกั ษาสมดุลของระบบนเิ วศ การใช้ทรพั ยากรธรรมชาติอย่างย่งั ยืน การใช้
๙๐
ทรพั ยากรธรรมชาติตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ปญั หาส่งิ แวดล้อมและเสนอแนะแนวทางการ
แก้ปญั หาและมสี ว่ นร่วมในการดูแลและอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อมในท้องถิ่นอยา่ งยงั่ ยืน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้
การแก้ปัญหา มีความสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู และการอภิปราย เพื่อให้
เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารส่งิ ทีเ่ รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นการ
ดำรงชีวิตและดูแลสิง่ แวดล้อม มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่เหมาะสม และเข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สังคม และสง่ิ แวดล้อมเกีย่ วข้องสัมพนั ธก์ ัน
ม่งุ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝงั่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดลุ ย
เดช
(บูรณาการ)
ว ๑.๒ ม.๓/๑-๖ ว๒.๑ ม.๓/๑-๔ ว๒.๒ ม.๓/๑-๖ ว๘.๑ ม.๓/๑-๙
รวม ๒๕ ตัวชวี้ ัด
รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ว ๒๓๑๐๒ วิทยาศาสตร์ ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ สบื ค้นข้อมลู และอธิบายความเรง่ และผลของแรงลัพธ์ที่ทำต่อวตั ถุ
แรงกริ ิยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุ แรงพยงุ ของของเหลวที่กระทำตอ่ วัตถุ ความแตกตา่ ง
ระหวา่ งแรงเสยี ดทานสถิตกับแรงเสยี ดทานจลน์ วิเคราะหโ์ มเมนต์ของแรง การเคล่อื นที่ของวตั ถทุ ี่
เป็นแนวตรงและแนวโค้ง งาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถว่ ง กฎการอนุรกั ษ์พลงั งาน
ความสมั พนั ธ์ระหว่างความตา่ งศกั ย์ กระแสไฟฟ้า ความตา้ นทาน คำนวณพลังงานไฟฟ้าของ
เคร่ืองใช้ไฟฟ้า การตอ่ วงจรไฟฟ้าในบ้านอยา่ งถกู ต้องปลอดภยั และประหยัดตัวตา้ นทาน ไดโอด
ทรานซิสเตอร์ และทดลองตอ่ วงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องต้นที่มีทรานซิสเตอร์ ความสมั พันธร์ ะหว่าง
ดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์และดาวเคราะหอ์ ื่น ๆ และผลทีเ่ กิดขนึ้ ตอ่ สง่ิ แวดล้อมและสิง่ มชี ีวิตบน
โลก องคป์ ระกอบของเอกภพ กาแล็กซี และระบบสรุ ิยะ ระบตุ ำแหนง่ ของกล่มุ ดาว ความกา้ วหน้า
๙๑
ของเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้สำรวจอวกาศ วตั ถุท้องฟ้า สภาวะอากาศ ทรพั ยากรธรรมชาติ
การเกษตรและการส่อื สาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสบื เสาะหาความรู้ การ
แก้ปัญหา มีความสามารถในการสำรวจ ตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมลู และการอภิปราย เพือ่ ให้เกิด
ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการ
ดำรงชีวิตและดแู ลสิง่ แวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมที่เหมาะสม และเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สงั คม และส่งิ แวดล้อมเกีย่ วข้องสมั พนั ธก์ ัน
มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝ่ัง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงค์ในการ
ดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดุลย
เดช
(บรู ณาการ)
ว ๔.๑ ม.๓/๑-๓ ว๔.๒ ม.๓/๑-๓ ว๕.๑ ม.๓/๑-๕ ว๗.๑ ม.๓/๑-๓ ว๗.๒ ม.๓/๑ ว๘.๑ ม.๓/๑-
๙
รวม ๒๔ ตวั ชวี้ ดั
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1 หนว่ ยกิต
ศึกษาและฝกึ ทกั ษะในการแก้ปญั หาโดยใช้ขน้ั ตอนการแก้ปญั หาอย่างง่ายการแสดง
ข้นั ตอนการแก้ปญั หาโดยการเขียนบอกเล่าวาดภาพหรือใชส้ ญั ลกั ษณ์การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย
โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรอื สอ่ื การใชง้ านอปุ กรณเ์ ทคโนโลยเี บอื้ งตน้ การใช้งานซอฟต์แวรเ์ บ้ืองต้น
การสร้างจดั เกบ็ และเรียกใชไ้ ฟล์ตามวตั ถุประสงค์การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย
ขอ้ ปฏิบตั ิในการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม
ตวั ช้วี ัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
1. แกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลองถูกการเปรยี บเทยี บ
2. แสดงลำดบั ขน้ั ตอนการทำงานหรอื การแก้ปัญหาอย่างงา่ ยโดยใช้ภาพสญั ลักษณ์หรอื
ข้อความ
3. เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ยโดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื สอื่
4. ใชเ้ ทคโนโลยใี นการสรา้ งจัดเกบ็ เรียกใช้ข้อมลู ตามวตั ถุประสงค์
๙๒
5. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัยปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอรร์ ว่ มกนั
ดแู ลรกั ษาอุปกรณ์เบื้องต้นใชง้ านอยา่ งเหมาะสม
รวมท้ังหมด 5 ตัวชว้ี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1 หนว่ ยกิต
การตรวจหาขอผิดพลาดของโปรแกรม การใชงานซอฟตแวรเบือ้ งตน การจัดการไฟลและ
โฟลเดอร การใชงานและดแู ลรกั ษาอปุ กรณคอมพวิ เตอร เทคโนโลยีในชวี ติ ประจําวนั การใชเทคโนโลยี
สารสนเทศอยางปลอดภัย ใชการสืบเสาะหาความรู สงั เกต จาํ แนกประเภท รวบรวม ขอมูล บันทึก
และอธิบายผลการสํารวจ ตรวจสอบ เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจ มีทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
ข้ันพน้ื ฐานและมีทกั ษะ การเรยี นรใู นศตวรรษท่ี ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร
เบอื้ งตน สามารถส่อื สารสง่ิ ท่ี เรยี นรู มีความคิดสรางสรรค สามารถทาํ งานรวมกับผูอนื่ แสดงข้ันตอนการ
แกปญหาอยางงาย เขยี นโปรแกรม แบบมเี งื่อนไขโดยใชบัตรคาํ สั่งและตรวจหาขอผดิ พลาด ใชงานซอฟต
แวร สราง จดั หมวดหมไู ฟลและโฟลเดอร ตระหนักถงึ ประโยชนของการใชความรูและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรในการดาํ รงชวี ิต ตระหนัก ถึงความสําคญั ของการปกปองขอมูลสวนตัว ใชเทคโนโลยี
สารสนเทศอยางปลอดภัย ดูแลรกั ษาอุปกรณ คอมพิวเตอร มีจิตวทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา
นิยมที่เหมาะสม ตัวช้วี ัดรวม ๑๖ ตัวช้วี ัด ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ ว ๑.๓ ป.๒/๑ ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.
๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/
๔
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
๙๓
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 40ช่วั โมง จำนวน 1 หน่วยกติ
ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกี่ยวกบั การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหาการอธิบายการทำงาน
หรอื การคาดการผลลพั ธจ์ ากปัญหาอย่างง่ายการออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยการตรวจหา
ขอ้ ผดิ พลาดในโปรแกรมการคน้ หาขอ้ มูลในอินเทอรเ์ นต็ และการใชค้ ำค้นการประเมนิ ความนา่ เชื่อถือ
ของขอ้ มูลการรวบรวมขอ้ มูลการประมวลผลอย่างง่ายการวเิ คราะหผ์ ลและสรา้ งทางเลอื ก
การนำเสนอขอ้ มลู การสือ่ สารอย่างมมี ารยาทและรูก้ าลเทศะการปกป้องขอ้ มลู สว่ นตวั
ตัวชี้วดั ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหาการอธบิ ายการทำงานการคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปญั หาอยา่ งง่าย
2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายโดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รือส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาด
และแกไ้ ข
3. ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ คน้ หาความรแู้ ละประเมนิ ความน่าเชือ่ ถือของขอ้ มลู
4. รวบรวมประเมนิ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใช้ซอฟตแ์ วรท์ ่หี ลากหลาย
เพอื่ แก้ปญั หาในชีวิตประจำวัน
5. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัยเขา้ ใจสิทธแิ ละหน้าท่ีของตนเคารพในสิทธิของ
ผอู้ ่นื แจง้ ผู้เกยี่ วข้องเมื่อพบข้อมลู หรอื บุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม
รวมทง้ั หมด 5 ตัวช้ีวัด
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เวลา 40ชั่วโมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ
การใชเหตุผลเชงิ ตรรกะในการแกปญหา การเขียนรหสั ลําลองเพอื่ แสดง วิธีแกปญหา การ
ออกแบบ และการเขียนโปรแกรมแบบมีเงอ่ื นไขและการทํางานแบบวนซาํ้ การใชซอฟตแวร ประมวลผล
ขอมลู การตดิ ตอส่อื สารผานอนิ เทอรเน็ต การใชอินเทอรเนต็ คนหาขอมูลและการประเมิน ความนาเชือ่ ถือ
ของขอมลู อันตรายจากการใชงานและอาชญากรรมทางอินเทอรเนต็ ใชการสืบเสาะหาความรู สังเกต รวบ
รวมขอมูล จดั กระทําและส่ือความหมายขอมูล สรางแบบจําลอง และอธิบายผลการสาํ รวจตรวจสอบ เพ่อื
ใหเกดิ ความรูความเขาใจ มีทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ขนั้ พนื้ ฐานและทักษะการเรียนรใู น
ศตวรรษท่ี ๒๑ ในดานการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบ้อื งตน สามารถส่อื สารสง่ิ ท่ีเรียนรู มี
ความคดิ สรางสรรค สามารถทํางานรวมกับผูอ่นื แสดงวิธีแกปญหาโดยใชเหตุผล เชงิ ตรรกะ ใชรหัสลําลอง
แสดงวธิ กี ารแกปญหาอยางเปนขนั้ ตอน ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมแบบมเี ง่ือนไข และการทํางานแบบ
วนซา้ํ ตรวจหาขอผิดพลาดของโปรแกรม ใชซอฟตแวรชวยในการแกปญหา ใชอินเทอรเน็ตตดิ ตอสื่อสาร
และคนหาขอมลู แยกแยะขอเท็จจริงกบั ขอคดิ เห็น ประเมินความนาเชือ่ ถือ ของขอมูล ตระหนักถงึ คณุ คา
๙๔
ของความรูทางวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี และใชความรูและกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรในการ
ดาํ รงชวี ติ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภยั และมมี ารยาท มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม
และคานิยมทีเ่ หมาะสม
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 เวลา40ชวั่ โมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศกึ ษาแนวคดิ เชิงนามธรรมการคดั เลอื กคุณลักษณะทจ่ี ำเปน็ ต่อการแกป้ ัญหาขน้ั ตอน
การแก้ปัญหาการเขียนรหัสลำลองและผงั งานการเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย
ทมี่ กี ารใชง้ านตวั แปรเง่ือนไขและการวนซ้ำเพอ่ื แกป้ ญั หาทางคณิตศาสตรห์ รอื วิทยาศาสตร์
การรวบรวมข้อมลู ปฐมภูมกิ ารประมวลผลข้อมลู การสร้างทางเลอื กและประเมินผลเพ่อื ตัดสินใจ
ซอฟต์แวรแ์ ละบริการบนอินเทอร์เนต็ ท่ีใช้ในการจัดการข้อมลู แนวทางการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศให้
ปลอดภัยการจัดการอตั ลักษณ์การพิจารณาความเหมาะสมของเน้ือหาข้อตกลง
และขอ้ กำหนดการใช้สือ่ และแหลง่ ข้อมูลนำแนวคิดเชงิ นามธรรมและขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา
ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการเขยี นโปรแกรมหรือการแก้ปญั หาในชวี ติ จริงรวบรวมข้อมลู และสรา้ งทางเลือกในการ
ตัดสนิ ใจได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและตระหนกั ถงึ การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เกิด
ประโยชน์ตอ่ การเรียนรู้และไมส่ รา้ งความเสยี หายใหแ้ กผ่ อู้ นื่
ตัวช้วี ัด
๙๕
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ออกแบบอัลกอรทิ มึ ท่ีใชแ้ นวคดิ เชิงนามธรรมเพ่อื แก้ปญั หาหรืออธิบายการทำงานท่พี บ
ในชีวติ จรงิ
2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยเพือ่ แกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตรห์ รอื วิทยาศาสตร์
3. รวบรวมขอ้ มูลปฐมภมู ปิ ระมวลผลประเมินผลนำเสนอข้อมลู และสารสนเทศตาม
วัตถปุ ระสงคโ์ ดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรอื บริการบนอินเทอร์เน็ตท่หี ลากหลาย
4. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
ใชส้ ่อื และแหลง่ ขอ้ มลู ตามขอ้ กำหนดและข้อตกลงรวมท้ังหมด 4 ตัวชี้วดั
หมายเหตุ: จำนวนชัว่ โมงและหน่วยกติ ทีร่ ะบใุ นเอกสารนีเ้ ปน็ จำนวนข้ันต่ำที่แนะนำเพือ่ ใหส้ ามารถจัดการ
เรยี นรู้ไดบ้ รรลตุ ามตวั ชวี ัดและนกั เรียนเกิดความรแู้ ละทกั ษะตามเปา้ หมายของหลกั สูตร
ซ่ึงสถานศกึ ษาสามารถเพม่ิ หรือลดจำนวนชว่ั โมงไดต้ ามความพร้อมและบริบทของสถานศึกษา
คำอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เวลา40ชวั่ โมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ
ศึกษาแนวคดิ เชิงคำนวณ การแก้ปัญหาโดยใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณ การเขียนโปรแกรมที่มกี ารใช้
ตรรกะและ ฟงั ก์ชัน องค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสื่อสาร แนว
ทางการปฏบิ ตั เิ ม่อื พบเน้ือหา ทไ่ี ม่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ วธิ ีการ
สร้างและกำหนดสทิ ธิความเปน็ เจ้าของ ผลงาน น าแนวคิดเชิงคำนวณไปประยกุ ตใ์ ช้ในการเขยี นโปรแกรม
หรอื การแก้ปัญหาในชวี ติ จรงิ สรา้ งและกำหนดสิทธิ์ การใช้ข้อมลู ตระหนกั ถึงผลกระทบในการเผยแพร่
ข้อมูล
ตัวช้วี ัด ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
1. ออกแบบอลั กอรทิ ึมที่ใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหา หรือการท างานท่พี บใน
๙๖
ชีวิตจริง
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟงั กช์ ันในการ แกป้ ัญหา
3. อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยกี าร
ส่ือสาร เพอื่ ประยุกต์ใช้ งานหรือแก้ปัญหาเบือ้ งต้น
4. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธใ์ิ นการ
เผยแพรผ่ ลงาน
รวมทง้ั หมด 4 ตัวช้วี ัด
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาขัน้ ตอนการพัฒนาแอปพลเิ คชนั Internet of Things (IoT)การเขยี นโปรแกรมเพอื่ พัฒนา
แอปพลิเคชัน ข้อมูลปฐมภูมแิ ละทตุ ิยภมู ิ การประมวลผลขอ้ มูล การสร้างทางเลือกและประเมนิ ผล
ซอฟตแ์ วร์หรอื บริการบน อนิ เทอร์เน็ตทใ่ี ชใ้ นการจัดการข้อมูล การประเมินการความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู
การสืบคน้ หาแหล่งตน้ ตอของข้อมูล เหตผุ ลวิวัติ ผลกระทบจากขา่ วสารที่ผิดพลาด การร้เู ท่าทนั ส่ือ
กฎหมายที่เกย่ี วกับคอมพวิ เตอร์ การใช้ลิขสิทธิ์ของ ผอู้ ่ืนโดยชอบธรรม รวบรวมขอ้ มูลปฐมภมู หิ รอื ทุติยภูมิ
ประมวลผล สร้างทางเลือก และนำเสนอการตดั สินใจได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ออกแบบและเขียนโปรแกรม
เพอื่ พัฒนาแอปพลิเคชนั ทมี่ ีการบรู ณาการกบั วชิ าอ่นื อยา่ งสร้างสรรค์ ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ อยา่ ง
รูเ้ ท่าทนั และมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
ตวั ช้ีวดั ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
๙๗
1. พฒั นาแอปพลิเคชันท่มี กี ารบูรณาการกับวิชาอ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์
2. รวบรวมขอ้ มลู ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ ตามวัตถปุ ระสงคโ์ ดยใช้
ซอฟตแ์ วร์ หรือบริการบนอนิ เทอร์เนต็ ทห่ี ลากหลาย
3. ประเมินความน่าเชอ่ื ถอื ของข้อมลู วิเคราะห์สื่อและผลกระทบจากการใหข้ า่ วสารที่ผิด เพอื่ การ
ใช้งาน อย่างรเู้ ทา่ ทัน
4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั และมีความรับผิดชอบตอ่ สงั คม ปฏิบัตติ ามกฎหมาย
เกยี่ วกับ คอมพวิ เตอร์ ใชล้ ขิ สิทธ์ขิ องผูอ้ ื่นโดยชอบธรรม
รวมทง้ั หมด 4 ตวั ช้วี ัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ความสำคญั ของสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สงั คมโลกมีการเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเรว็ ตลอดเวลา กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม ชว่ ยให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ วา่ มนุษยด์ ำรงชีวิตอยา่ งไร ท้ังในฐานะ
ปจั เจกบคุ คล และการอยู่ร่วมกนั ในสังคม การปรบั ตวั ตามสภาพแวดล้อม การจัดการทรัพยากรที่มี
อยู่อยา่ งจำกัด นอกจากนี้ ยงั ชว่ ยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการพฒั นา เปล่ยี นแปลงตามยุคสมยั กาลเวลา
ตามเหตปุ จั จัยตา่ งๆ ทำใหเ้ กิดความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่น มีความอดทน อดกลน้ั ยอมรับใน
ความแตกต่าง และมีคณุ ธรรม สามารถนำความรู้ไปปรบั ใช้ในการดำเนินชีวิต เปน็ พลเมืองดขี อง
ประเทศชาติ และสงั คมโลก
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมว่าดว้ ยการอยู่ร่วมกันในสังคม ทีม่ ีความ
เชือ่ มสัมพนั ธ์กัน และมีความแตกตา่ งกันอย่างหลากหลาย เพือ่ ช่วยให้สามารถปรับตนเองกับบริบท
๙๘
สภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มคี วามรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่
เหมาะสม โดยได้กำหนดสาระต่างๆไว้ ดังนี้
- ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพนื้ ฐานเกีย่ วกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลกั ธรรมคำสอนไปปฏิบตั ิในการ
พัฒนาตนเอง และการอยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ติสุข เป็นผกู้ ระทำความดี มีคา่ นยิ มทีด่ งี าม พัฒนาตนเอง
อยเู่ สมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชน์ต่อสงั คมและสว่ นรวม
- หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชีวิต ระบบการเมืองการปกครองในสงั คม
ปจั จุบนั การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลกั ษณะและ
ความสำคญั การเปน็ พลเมืองดี ความแตกตา่ งและความหลากหลายทางวฒั นธรรม ค่านิยม ความ
เชื่อ ปลูกฝงั คา่ นยิ มดา้ นประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ สทิ ธิ หน้าที่ เสรีภาพ
การดำเนนิ ชีวิตอยา่ งสันติสขุ ในสงั คมไทยและสังคมโลก
- เศรษฐศาสตร์ การผลติ การแจกจ่าย และการบริโภคสนิ ค้าและบริการ การบรหิ าร
จัดการทรัพยากรทีม่ ีอยอู่ ยา่ งจำกัดอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ การดำรงชีวิตอยา่ งมีดุลยภาพ และการนำ
หลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน
- ประวตั ศิ าสตร์ เวลาและยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ พัฒนาการ
ของมนุษยชาตจิ ากอดตี ถึงปจั จุบนั ความสัมพันธแ์ ละเปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณ์ตา่ งๆ ผลกระทบที่
เกิดจากเหตกุ ารณส์ ำคัญในอดตี บุคคลสำคัญที่มอี ิทธิพลตอ่ การเปล่ยี นแปลงต่างๆในอดีต ความ
เปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย แหล่งอารยธรรมที่สำคัญของโลก
- ภมู ิศาสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และ
ภูมิอากาศของประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใช้แผนทีแ่ ละเครือ่ งมือทางภมู ิศาสตร์
ความสมั พันธ์กันของสิง่ ต่างๆ ในระบบธรรมชาติ ความสมั พนั ธ์ของมนษุ ยก์ บั สภาพแวดล้อมทาง
ธรรมชาติ และสง่ิ ทีม่ นุษย์สร้างขนึ้ การนำเสนอข้อมูลภูมสิ ารสนเทศ การอนุรักษ์สง่ิ แวดล้อมเพื่อ
การพฒั นาที่ย่งั ยืน
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือ
ศาสนาทีต่ นนับถือและศาสนาอื่น มีศรทั ธาทีถ่ ูกต้อง ยึดมัน่ และปฏิบัตติ าม
หลักธรรม เพื่ออย่รู ่วมกันอยา่ งสันติสุข
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเปน็ ศาสนิกชนทีด่ ี และธำรงรักษา
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนบั ถือ
๙๙
สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนนิ ชวี ิตในสังคม
มาตรฐาน ส ๒.๑ ข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านยิ มทีด่ งี าม และ
ธำรงรักษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวิตอย่รู ่วมกนั ในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอย่างสนั ติ
สุข
มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยึดม่ัน ศรัทธา และธำรง
รักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
มาตรฐาน ส.๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรพั ยากรในการผลติ และการบรโิ ภคการใช้
ทรพั ยากรที่มีอยจู่ ำกดั ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพและคุ้มคา่ รวมทั้งเข้าใจ
หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง เพือ่ การดำรงชีวิตอย่างมีดลุ ยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ
และความจำเปน็ ของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยคุ สมยั ทางประวัติศาสตร์
สามารถ
ใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่างๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนษุ ยชาติจากอดตี จนถึงปัจจุบนั ในดา้ นความสัมพันธ์
และการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณอ์ ยา่ งต่อเนื่อง ตระหนักถงึ
ความสำคัญและ
สามารถ วิเคราะหผ์ ลกระทบที่เกิดขนึ้
มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปญั ญาไทย มีความรัก
ความภูมิใจและธำรงความเปน็ ไทย
สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธข์ องสรรพสง่ิ ซึง่ มีผล
๑๐๐
ต่อกันและกนั ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครือ่ งมือทาง
ภมู ิศาสตร์ ใน
การค้นหาวิเคราะห์ สรปุ และใช้ขอ้ มลู ภมู ิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ
สร้างสรรคว์ ฒั นธรรม มีจติ สำนึก และมสี ่วนร่วมในการอนุรักษ์
ทรัพยากรและ
สง่ิ แวดล้อม เพื่อการพฒั นาทีย่ ง่ั ยืน
โครงสร้างรายวิชา
รายวิชาตามโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนขุนห้วยตากพฒั นาศึกษา พทุ ธศักราช
๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดับประถมศึกษา
รายวิชาสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมพืน้ ฐาน
ระดับชั้น รหสั ชื่อรายวิชา เวลาเรยี นรายปี
ช้ัน ป. ๑
ชั้น ป. ๒ ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ฯ ๑ ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี)
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์๑ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี)
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ฯ ๒ ๑ ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี)