The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาปรับปรุง-61ขุนห้วย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by innkiaw, 2021-06-04 11:44:46

หลักสูตรสถานศึกษาปรับปรุง-61ขุนห้วย

หลักสูตรสถานศึกษาปรับปรุง-61ขุนห้วย

๒๐๑

รวม ๕ ตัวช้ีวดั

คำอธิบายรายวิชา

ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงาน

อาชีพและเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑ หนว่ ยกติ

เวลา ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา วเิ คราะห์และสบื ค้นหลักการเบื้องต้นของการส่อื สารข้อมลู และเครอื ขา่ ย
คอมพิวเตอรก์ ารส่อื สารข้อมลู พฒั นาการของการสอ่ื สารข้อมูล อุปกรณ์สอ่ื สารสำหรบั เชื่อมโยง
เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ ชนิดของเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการรับส่งขอ้ มูลภายในเครอื ขา่ ย
คอมพิวเตอร์ ประโยชนข์ องเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ อธิบายหลักการ และวิธกี ารแก้ปัญหาดว้ ย
กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศการรวบรวมข้อมูล การ
ตรวจสอบข้อมลู การประมวลผล การแก้ปญั หาดว้ ยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างเป็น
ข้ันตอน การใช้คอมพิวเตอรใ์ นการแก้ปญั หาโดยใช้ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ หรือการเขียนโปรแกรม
วิธีการแกป้ ญั หา การค้นหาข้อมูลและติดตอ่ ส่ือสารผ่านเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอรอ์ ยา่ งมีคุณธรรมและ
จริยธรรม ความหมายและการพฒั นาอินเตอร์เนท็ การใช้งานอินเตอร์เนท็ เชน่ ไปรษณีย์
อิเล็กทรอนิกส์ การโอนย้ายแฟม้ ข้อมลู การสบื ค้นข้อมูล การใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล การ
สนทนาบนเครือขา่ ย คุณธรรม จริยธรรมในการใช้อินเตอรเ์ นท็ ผลกระทบของการใช้อินเตอรเ์ น็ท
กบั สงั คม มารยาท ระเบียบ และขอ้ บงั คับในการใช้อินเตอรเ์ น็ท ใช้ซอฟต์แวร์ในการทำงาน
ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมแปลภาษา และโปรแกรมอรรถประโยชน์ซอฟตแ์ วรป์ ระยกุ ต์ท่ัวไป
ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์เฉพาะงาน ใช้ซอฟตแ์ วร์ระบบช่วยในการทำงาน เชน่ บีบอัด ขยาย โอนย้าย
ข้อมูล ตรวจสอบไวรสั คอมพิวเตอร์ ซอฟตแ์ วร์ประยกุ ตช์ ่วยในการทำงาน เชน่ ใช้โปรแกรมใน
การคำนวณและจดั เรยี งข้อมลู ใช้โปรแกรมชว่ ยค้นหาคำศัพทห์ รือความหมาย ใช้โปรแกรมเพือ่
ความบนั เทิง

โดยใช้กระบวนการทำงานอย่างเปน็ ขั้นตอน กระบวนการคิด การแก้ปัญหา การ
สังเกตและกระบวนการสบื ค้น

๒๐๒

เพื่อให้มคี วามรู้ความเข้าใจมีเจตคตทิ ีต่ ่อการทำงานอยา่ งเป็นชั้นตอน สามารถอธิบาย

และบอกผลการปฏิบัติงานได้ มีความรับผิดชอบ ใช้ทรพั ยากรและพลงั งานอย่างคุ้มคา่ ประหยดั

และสามารถนำความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้อย่างเหมาะสม

มุง่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอนั พึงประสงค์ในการดำเนนิ

ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดุลยเดช

(บูรณาการ)

ตัวชีว้ ัด

ง ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔

รวม ๔ ตัวช้ีวัด

คำอธิบายรายวิชา

ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นร้กู ารงาน

อาชีพและเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑ หน่วยกติ

เวลา ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา การทำงานทีม่ ปี ระสิทธิภาพ การ ใช้ทักษะในการทำงานรว่ มกนั อย่างมีคณุ ธรรม
ระดับของเทคโนโลยี หลกั การทำโครงงานที่มี การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การเขียนโปรแกรม
ภาษาขั้นพืน้ ฐาน การหางานด้วยวิธีที่หลากหลาย แนวทางเข้าสูอ่ าชีพ

โดยการ วิเคราะห์ อธิบาย อภิปราย ใช้ทักษะการทำงาน การทำโครงงาน การนำเสนอ
และ การสร้างชิน้ งาน

เพื่อ ถา่ ยทอดความคิดการ ทำงานดว้ ยความประหยดั ตามความถนดั และความสนใจ
สง่ เสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองาน ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างจิตสำนึก
และ ความรับผิดชอบเพือ่ เปน็ แนวทางประกอบอาชีพ

มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)

ตวั ชี้วดั
ง ๓.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒
ง.๓.๒ ม.๓/๑
รวม ๓ ตวั ช้ีวดั

๒๐๓

อธิบายรายวิชา

ง๒๓๑๐๒การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและ

เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่๓ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑ หนว่ ยกิต

เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษา การทำงานโดยใช้ทกั ษะ การจัดการเพื่อการประหยัดพลังงาน ทรพั ยากร และ
สง่ิ แวดล้อมสร้างสิ่งของเครอ่ื งใช้ ตาม กระบวนการเทคโนโลยี อยา่ งปลอดภัย ออกแบบโดย
ถา่ ยทอดความคิด เปน็ ภาพฉาย เพื่อนำไปสกู่ ารสร้างต้นแบบและแบบจำลองของสิ่งของเครอ่ื งใช้
หรือถา่ ยทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจำลองความคิดและการรายงานผล การ เขียน
โปรแกรมภาษาข้ันพืน้ ฐาน การ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกับ
ลกั ษณะงานการใช้คอมพิวเตอรช์ ่วยสร้างชนิ้ งานจากจินตนาการ หรืองานทีท่ ำในชีวิต ประจำวนั
ตามหลักการทำโครงงานอย่างมีจิตสำนึก และความรบั ผิดชอบการประเมินทางเลอื กในการ
ประกอบ อาชีพที่สอดคล้องกับความรคู้ วามถนดั และความสนใจของตนเอง

โดยการ วิเคราะห์ อธิบาย อภิปราย ใช้ทกั ษะการทำงาน การทำโครงงาน การนำเสนอ
และ การสร้างชิน้ งาน

เพื่อ ถา่ ยทอดความคิดการ ทำงานด้วยความประหยัด ตามความถนัดและความสนใจ
ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองาน ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างจิตสำนึกและ
ความรับผิดชอบเพือ่ เปน็ แนวทางประกอบอาชีพ

ม่งุ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)

ตวั ชีว้ ัด

๒๐๔

ง ๓.๑ ม.๓/๓ ม.๓/๔
ง๓.๒ ม.๓/๒
ง ๓.๓ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ง.๓.๕ ม.๓/๑
รวม ๖ ตัวช้ีวัด

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
ง ๒๑๒๐๑ สนุกกบั คอมพิวเตอร์ ๑ (Microsoft Word) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยีชนั้ มัธยมศึกษา ปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาและฝึกปฏิบตั เิ กีย่ วกบั การเรียนรู้โปรแกรม Microsoft Word เปน็ โปรแกรมใช้สำหรบั
ดา้ นการจดั การเอกสารต่าง ๆ เช่นการสร้างสิ่งพิมพ์ บทความ รายงาน ประยกุ ต์ใช้งานใน
ชีวิตประจำวันได้
ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการดา้ นเอกสารได้สะดวก ใช้งานง่ายโดยมีส่วนประกอบที่สำคญั ของ
โปรแกรมเช่น แถบเคร่อื งมือ แถบชือ่ เรื่อง แถบสถานะ เป็นตัวชว่ ยจดั การในการสร้างเอกสารได้
อย่างรวดเร็วและสวยงาม หลักการใช้โปรแกรมพืน้ ฐานของคอมพิวเตอรใ์ นการสร้างงานเอกสาร
และกราฟิกและออกแบบ การเลอื กใช้เครื่องมอื ต่างๆ ของโปรแกรมพืน้ ฐานของคอมพิวเตอรไ์ ด้แก่
โปรแกรมการประมวลคำ ( Microsoft Office Word ) ระดบั สงู งานเอกสารจดั ความสมดุล
เลอื กประเภทและขนาดตัวอักษรสำหรับงานแต่ละประเภทการประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน
ความหมาย ความสำคญั และการใช้ อินเตอร์เนต็ และบรกิ ารบนเครือขา่ ยออนไลน์ การใช้
ไปรษณียอ์ ิเลคทรอนิกส์ โดยใช้กระบวนการทำงานอยา่ งเป็นข้ันตอน กระบวนการคิด การ
แก้ปญั หา

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรคผ์ ลงานตามจินตนาการทีส่ ื่อ
ความหมายความคิดให้ผอู้ ืน่ ได้ชืน่ ชม พึงพอใจในผลงาน มีเจตคติที่ดีในการทำงาน มีมารยาทและ
ความรบั ผิดชอบในงานใช้ทรัพยากรและพลังงานอยา่ งคุ้มค่าและประหยัด

มงุ่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)
ผลการเรยี นรู้

๒๐๕

๑. ใช้โปรแกรมพืน้ ฐาน(Microsoft office )ระดับสงู ไดถ้ ูกต้องเหมะสมกับงาน
๒. รู้และปฏิบัตใิ นการติดต่อส่อื สารทางอินเตอรเ์ นต็ และบรกิ ารออนไลน์งา่ ยๆได้เหมาะสม

และถกู ต้อง
๓. ใช้คอมพิวเตอรอ์ ย่างเปน็ ข้ันตอนในการสร้างงานตามจินตนาการในชีวิตประจำวันได้

อย่างมีความสำนึกและความรับผิดชอบ
๔. มีมารยาทและความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอยา่ งคุ้มค่าและประหยัด

คำอธิบายรายวิชา
ง ๒๑๒๐๒ สนกุ กับคอมพวิ เตอร์ ๒ (Microsoft Excel) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษา ปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาและฝึกทกั ษะทางดา้ นตารางการทำงานดว้ ยโปรแกรม Microsoft Excel ทักษะการใช้
สมุดงาน การใช้สูตรและฟงั กช์ ัน ตกแตง่ แผ่นงานและสมุดงาน เทคนิคการจัดรูปแบบแผ่นงาน
แทรกรูปภาพ แผนผังและวตั ถุอื่นๆ วาดภาพและปรบั แต่งรายละเอียดของวตั ถุ เทคนิคแผนภูมิ การ
บรหิ ารข้อมลู บนแผน่ งาน สร้างแผ่นงานให้มี ความสามารถสูงขนึ้ การใช้สมุดงานรว่ มกนั และการ
เชือ่ มโยงสมดุ งาน ประยกุ ตใ์ ช้งาน โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปัญญา
ท้องถิ่น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการออกแบบ
กระบวนการจดั การ กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการคิดวิเคราะห์ มีนิสยั รกั การทำงาน รกั การ
ค้นคว้า มีความรับผิดชอบ ทำงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นได้อย่างมีความสขุ มีสมาธิในการทำงานจนสามารถ
นำทักษะปฏิบตั ิงานไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้

เพือ่ ให้มคี วามรคู้ วามสามารถสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการ ที่สื่อความหมาย
ความคิดให้ผู้อื่น ได้ชื่นชมพึงพอใจในผลงาน มีเจตคตทิ ี่ดีในการทำงาน มีมารยาทและความ
รบั ผิดชอบในงานใช้ทรัพยากรและพลงั งานอย่างคุ้มคา่ และประหยัด

มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)

ผลการเรยี นรู้
๑. เข้าใจทักษะการใช้สมดุ งาน

๒๐๖

๒. ใช้สตู รและฟงั กช์ ันตา่ งๆ ได้
๓. ตกแตง่ แผน่ งานและสมดุ งานได้ จัดรูปแบบแผ่นงานได้
๔. แทรกรูปภาพ รปู วาด แผนผงั และวตั ถอุ ื่นๆ ได้ สร้างแผนภมู แิ ละแผนทีไ่ ด้
๕. ใช้สมุดงานร่วมกนั ได้ ประยกุ ต์ใช้งาน Excel ได้
๖. มีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีมารยาทและความรับผิดชอบในการใช้ทรพั ยากรและ

พลังงานอย่างคุ้มค่าและประหยดั
คำอธิบายรายวิชา

ง ๒๒๒๐๑ สนุกกบั คอมพิวเตอร์ ๓ (Microsoft PowerPoint) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงาน
อาชีพและเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศึกษา ปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง

ฝึกทักษะการนำเสนองานด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint การเรียกใช้โปรแกรม สร้าง
งานนำเสนอผลงาน การเรียกดูสไลดใ์ นมุมมองต่างๆ การใส่ข้อความลงในสไลด์ การตกแต่ง
ข้อความ จัดการกบั รายการยอ่ ย ใสก่ ลอ่ งข้อความลงในสไลด์ ตกแตง่ แผ่นสไลด์ วาดรปู ลงใน
โปรแกรมนำเสนอผลงาน ใส่รปู ภาพหรอื รูปวาดต่างๆ แทรกขอ้ ความศิลป์ สร้างผังองค์กร แทรก
เสยี งและใสภ่ าพเคล่อื นไหว การเชือ่ มโยง จัดเตรียมงานนำเสนอและการนำเสนอ ทำเอกสาร
ประกอบการบรรยาย กำหนดรปู แบบการนำเสนอผลงาน การสั่งฉายสไลดด์ ว้ ยตนเอง สร้าง
ชิน้ งานโดยค้นหาข้อมูลจากห้องสมดุ หรืออินเทอรเ์ นต็ มาชว่ ยในการนำเสนอเรือ่ ง วนั สำคญั ตา่ งๆ
ประวัตบิ ุคคลสำคัญของโรงเรียนและจังหวัดตาก ภูมิปญั ญาท้องถิ่น น้ำและทรพั ยากรธรรมชาติ
การทำแผนภมู ิโครงสร้างงานบรหิ ารโรงเรียน กิจกรรมภายในโรงเรียน และส่อื การสอนในรายวิชา
ต่างๆ ตามความถนัด โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศและภมู ิปญั ญาท้องถิ่น
กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการออกแบบ กระบวนการ
จดั การ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการคิดวิเคราะห์ มีนิสัยรักการทำงาน รกั การค้นคว้า มี
ความรับผิดชอบ ทำงานร่วมกับผู้อืน่ ได้อยา่ งมีความสขุ สมาธใิ นการทำงานจนสามารถนำทกั ษะ
ปฏิบัตงิ านไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

เพื่อให้มคี วามรู้ ความสามารถและมีทักษะอาชีพพนื้ ฐาน และปฏิบตั ิชนิ้ งานที่ส่ือ
ความหมาย ความคิด ให้ผู้อื่นได้ชืน่ ชมพึงพอใจในผลงาน มีเจตคติทีด่ ีในการทำงาน มีความ
รับผิดชอบในงานใช้ทรัพยากรและพลงั งานอย่างคุ้มค่าและประหยัด และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม

๒๐๗

มุง่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ในการดำเนนิ

ชวี ิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดุลยเดช

(บรู ณาการ)

ผลการเรยี นรู้

๑. อธิบายเกีย่ วกบั โปรแกรมนำเสนอข้อมลู ได้

๒. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ ใส่ข้อความและตกแต่งข้อความได้ ตกแตง่ แผน่ สไลดไ์ ด้

๓. แทรกรปู ภาพและวตั ถุต่างๆ ลงในสไลด์ เชื่องโยงสไลด์ได้ กำหนดรปู แบบและเตรียมงาน

นำเสนอได้ สร้างแผนภูมไิ ด้

๔. การสร้างชิน้ งานดว้ ยโปรแกรม Microsoft PowerPoint

๕. มีเจตคติที่ดีในการทำงาน มีความรบั ผิดชอบ และใช้ทรพั ยากรอยา่ งคุ้มคา่ และประหยดั

คำอธิบายรายวิชา

ง ๒๒๒๐๒ สนุกกับคอมพวิ เตอร์ ๔ (Ulead Vedio Studio) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ

และเทคโนโลยีชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต

จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษารูปแบบ ลกั ษณะและองคป์ ระกอบของสื่อมัลติมีเดีย ประเภทและการใช้งานของ

ส่ือมัลติมีเดีย ความรู้เบื้องต้นในการผลิตส่ือภาพ เสียง ภาพเคล่ือนไหวและวีดีโอในระบบดิจิตอล

เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตส่ือมัลติมีเดีย การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปด้านส่ือมัลติมีเดีย การผลิตส่ือ

มัลติมีเดียจากโปรแกรม Ulead Vedio Studio การเรียกใช้โปรแกรม สร้างงานนำเสนอผลงาน ให้มี

ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนด้านการนำเสนอองค์ความรู้ด้วยสื่อวีดีทัศน์ ได้อย่างเป็น

ระบบ ถูกต้องตามทฤษฎีและหลักการของการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ อันจะเป็นการบูรณาการ และ

การนำเสนอโครงงานในลักษณะของวีดิโอ โดยให้มีทักษะด้าน ICT ประกอบด้วย การออกแบบงาน

กราฟิก เทคนิควิธีการถ่ายภาพ การถ่ายวีดิโอ การตัดต่อวีดิโอ เทคนิคพิเศษ การทำEffect การ

บันทึกเสียง โดยเน้นที่กระบวนคิดในการผลิตงาน ให้เป็นตามลำดับขั้นตอนตามรูปแบบของโครงงาน

สร้างชิ้นงานโดยค้นหาข้อมูลจากห้องสมุดหรืออินเทอร์เน็ตมาช่วยในการนำเสนอเรื่อง วันสำคัญ

ต่างๆ ป ระวัติบุ คค ลสำคั ญ ของโรงเรียนและจังห วัดตาก ภูมิปั ญ ญ าท้อ งถิ่น น้ำและ

ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ือการสอนในรายวิชาต่างๆ ตามความถนัด โดยใช้กระบวนการทาง

เทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปัญญาท้องถิน่ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการฝึก

ปฏิบตั ิ กระบวนการออกแบบ กระบวนการจัดการ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการคิดวิเคราะห์

มีนิสัยรกั การทำงาน รักการค้นคว้า มีความรบั ผิดชอบ ทำงานรว่ มกบั ผู้อืน่ ได้อย่างมีความสุข สมาธิ

ในการทำงานจนสามารถนำทกั ษะปฏิบัติงานไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้

๒๐๘

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความสามารถและมที กั ษะอาชีพพืน้ ฐาน และปฏิบตั ิชนิ้ งานที่ส่ือ
ความหมาย ความคิดให้ผู้อืน่ ได้ชื่นชมพึงพอใจในผลงาน มีเจตคติที่ดีในการทำงาน มีความ
รบั ผิดชอบในงานใช้ทรพั ยากรและพลังงานอย่างคุ้มคา่ และประหยดั และนำความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภมู ิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายเกี่ยวกับโปรแกรมนำเสนอข้อมลู ได้
๒. สร้างงานนำเสนอผลงานได้ ใส่ข้อความและตกแต่งข้อความได้ ตกแตง่ แผ่นสไลดไ์ ด้
๓. แทรกรูปภาพ เสยี งและวัตถตุ ่างๆ ลงในสไลด์ กำหนดรปู แบบและเตรียมงานนำเสนอได้
๔. การสร้างชิน้ งานดว้ ยโปรแกรม Ulead Vedio Studio
๕. มีเจตคติทีด่ ีในการทำงาน มีความรับผิดชอบ และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มคา่ และประหยัด
คำอธิบายรายวิชา

ง ๒๓๒๐๑ สนกุ กบั คอมพิวเตอร์ ๕ (Photoshop) กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษา ปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาคณุ สมบตั ิและความหมายของคอมพิวเตอรก์ ราฟิกซอฟตแ์ วร์ดา้ นกราฟิก การใช้งาน
ซอฟต์แวรด์ า้ นกราฟิก หลกั การสร้างงานกราฟิกองค์ประกอบศิลปท์ ฤษฏีสีเทคนคิ วิธกี าร
ออกแบบกราฟิก การสร้างภาพกราฟิกพื้นฐาน การปรับและตกแตง่ ภาพดว้ ยโปรแกรมดา้ น
คอมพิวเตอร์กราฟิกปฏิบัติการสร้างและตกแต่งภาพโดยใช้ซอฟตแ์ วรด์ า้ นคอมพิวเตอรก์ ราฟิกเพอ่ื
ออกแบบช้ินงานไดอ้ ย่างมีจินตนาการและสร้างสรรค์ ศึกษาและเรยี นรู้โปรแกรม Photoshop การ
ออกแบบ การเลอื กใช้เครื่องมือตา่ งๆ ของโปรแกรม Photoshop การใช้เครือ่ งมือตา่ งๆของ
โปรแกรม Photoshop การออกแบบช้นิ งาน Photoshop และการประยุกตใ์ ช้งานโปรแกรม
Photoshop การสบื ค้นเกีย่ วกับเทคโนโลยีสารสนเทศสมยั ใหม่ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ในปัจจุบนั หลกั การใช้การคอมพิวเตอรป์ ระสิทธิภาพสงู และเทคโนโลยีส่อื ประสม ประเภทข้อมูล
และการประเมินผลขอ้ มลู ให้เปน็ สารสนเทศ โดยใช้กระบวนการทำงานอย่างเป็นข้ันตอน
กระบวนการคิด การแก้ปญั หา

๒๐๙

เพื่อให้มคี วามรคู้ วามสามารถสร้างสรรค์ผลงานตามจินตนาการ ที่สื่อความหมาย
ความคิดให้ผู้อื่น ได้ชื่นชมพึงพอใจในผลงาน มีเจตคติที่ดีในการทำงาน มีมารยาทและความ
รับผิดชอบในงานใช้ทรัพยากรและพลงั งานอย่างคุ้มคา่ และประหยัด

มงุ่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝ่ัง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

ผลการเรยี นรู้
๑. เพือ่ ให้ผู้เรียนมีความรเู้ บื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมตกแตง่ ภาพดว้ ยคอมพิวเตอร์
๒. เพือ่ ให้ผู้เรียนสามารถสร้างและตกแต่งภาพต่างๆ ดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
๓. เพือ่ ให้ผู้เรียนออกแบบและสร้างงานกราฟิกได้อยา่ งมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ
๔. มีทักษะในการคิดแกป้ ัญหาเฉพาะหน้าไดอ้ ย่างเหมาะสมเป็นข้ันเปน็ ตอน
๕. มีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีมารยาทและความรบั ผิดชอบในการใช้ทรัพยากรและ
พลงั งานอยา่ งคุ้มคา่ และประหยัด

คำอธิบายรายวิชา
ง ๒๓๒๐๒ สนกุ กบั คอมพวิ เตอร์ ๖ (Flip Album) กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษา ปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษาคณุ สมบัติและความหมายของคอมพิวเตอรก์ ราฟิกซอฟตแ์ วรด์ า้ นส่อื การสอน การใช้
งานซอฟต์แวรด์ า้ นสือ่ การสอน หลักการสร้างงานองค์ประกอบศิลปท์ ฤษฏีและเทคนิควิธีการ
ออกแบบส่อื การเรียนการสอน การสร้างชนิ้ งานพนื้ ฐาน การปรับและตกแต่งด้วยโปรแกรมดา้ น
คอมพิวเตอรก์ ราฟิกปฏิบัติการสร้างและตกแต่งภาพโดยใช้ซอฟต์แวรด์ า้ นคอมพิวเตอรก์ ราฟิกเพ่อื
ออกแบบช้ินงานไดอ้ ย่างมีจินตนาการและสร้างสรรค์ ศึกษาและเรียนรู้โปรแกรม Flip Album การ
ออกแบบ การเลอื กใช้เครื่องมือต่างๆ ของโปรแกรม Flip Album การใช้เครื่องมือต่างๆของ
โปรแกรม Flip Album การออกแบบช้นิ งาน Flip Album และการประยุกตใ์ ช้งานโปรแกรม Flip
Album การสบื ค้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศใน
ปัจจบุ นั หลักการใช้การคอมพิวเตอรป์ ระสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีส่อื ประสม ประเภทข้อมลู และ

๒๑๐

การประเมินผลขอ้ มูลให้เปน็ สารสนเทศ โดยใช้กระบวนการทำงานอยา่ งเปน็ ขั้นตอน
กระบวนการคิด การแก้ปญั หา

เพื่อให้มคี วามรคู้ วามสามารถสร้างสรรคผ์ ลงานตามจินตนาการ ทีส่ ือ่ ความหมาย
ความคิดให้ผู้อื่น ได้ชืน่ ชมพึงพอใจในผลงาน มีเจตคติที่ดีในการทำงาน มีมารยาทและความ
รบั ผิดชอบในงานใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มคา่ และประหยดั

มุง่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝงั่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภมู ิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

ผลการเรยี นรู้
๑. บอกหลกั ปฏิบัตเิ กี่ยวกับ โปรแกรมภาษา ในการแก้ปัญหา การใช้ซอฟต์แวรแ์ ละ
อปุ กรณด์ จิ ิตอล มาชว่ ยในการสร้างงาน การนำเสนองาน
๒. รู้และเข้าใจวิธีการใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้คอมในการแก้ปญั หา
๓. มีทักษะในการทำงานอย่างเป็นขั้นเปน็ ตอนตามกระบวนทำงานเพอ่ื การแก้ปัญหา
สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั และการประกอบอาชีพได้
๔. มีเจตคติที่ดีในการทำงาน มีความรบั ผิดชอบ และใช้ทรพั ยากรอยา่ งคุ้มค่าและประหยดั
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ง ๒๑๒๐๒ อาหารไทย กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษา ปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาความสำคัญ และประโยชนข์ องอาหารไทย หลกั การจัดอาหารประจำวัน การหงุ ต้ม
อาหาร การสงวนคณุ คา่ ทางโภชนาการ สขุ อนามยั การเลอื กซ้ืออาหารสด อาหารแห้ง การเลอื กใช้
อปุ กรณใ์ ห้เหมาะสมกบั ชนิดของอาหาร การประกอบอาหารไทยประเภทตา่ ง ๆ การจดบันทึกการ
ปฏิบตั งิ าน การทำบัญชีราย-รับรายจา่ ย การกำหนดราคาขาย การจำหนา่ ยผลผลิต การ
ประเมินผลการ ปฏิบัตงิ าน หลักคณุ ธรรมและลกั ษณะนิสยั ทีด่ ีในการทำงาน หลกั การใช้พลงั งาน
ทรพั ยากร ในการ ท างานอยา่ งคุ้มค่าและยง่ั ยืน เพือ่ การอนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อม ฝึกปฏิบตั ิการหุงต้ม
อาหาร การสงวนคุณคา่ ทางโภชนาการ สขุ อนามยั การเลอื กซ้ืออาหาร สด อาหารแห้ง การเลอื กใช้
อปุ กรณใ์ ห้เหมาะสมกบั ชนิดของอาหาร การประกอบอาหารไทยประเภท ต่าง ๆ การจดบันทึกการ
ปฏิบัตงิ าน การทำบญั ชีราย-รับรายจ่าย การก หนดราคาขาย การจำหน่าย ผลผลิต การ
ประเมินผลการปฏิบตั งิ าน ท างานตามหลกั คุณธรรมและลกั ษณะนิสยั ที่ดี ฝึกการทำงาน โดยใช้

๒๑๑

พลงั งาน ทรพั ยากร ในการท างานอย่างคุ้มค่าและยัง่ ยืน เพือ่ การอนุรกั ษ์ส่งิ แวดล้อม เพือ่ ให้มี
ความรคู้ วามเข้าใจ มีทักษะ และคณุ ธรรมและลกั ษณะนสิ ัยทีด่ ี การใช้พลังงาน ทรพั ยากร ในการท
างานอยา่ งคุ้มค่าและยง่ั ยืน เพื่อการอนุรกั ษส์ ่งิ แวดล้อม ในการท าอาหารไทยและจัด จำหนา่ ยได้

ผลการเรียนรู้
1. บอกความสำคญั ของอาหารไทย และ หลกั การจดั อาหารประจำวนั ได้
2. บอกหลักการหุงต้มอาหารได้
3. บอกวิธีการสงวนคณุ คา่ ทางอาหารและหลกั โภชนาการได้
4. บอกหลักสขุ อนามัย ในการประกอบอาหารได้
5. บอกและปฏิบตั กิ ารเลอื กซ้ืออาหารสดและอาหารแห้งได้
6. บอกหลักการเลอื กใช้อุปกรณท์ ี่เหมาะสมกบั ชนิดของอาหารได้
7. ปฏบิ ัตกิ ารประกอบอาหารไทยประเภทต่าง ๆ ได้
8.จดบนั ทึกการปฏิบตั งิ าน ทำบัญชีรายรบั -รายจ่าย กำหนดราคาขายได้
9.จดั จำหนา่ ยผลผลิต และประเมินผลการปฏิบัติงานได้
รวม ๙ ผลการเรยี นรู้

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
ง ๒๑๒๐๔ ขนมไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษา ปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต
จำนวน ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษาความสำคัญและประโยชน์ ความรู้ทวั่ ไปในการท าขนมไทย การเลอื กใช้อุปกรณ์
เครอ่ื งใช้ สำหรับทำขนมไทย การเลอื กซ้ือและเกบ็ รกั ษา เคร่อื งปรงุ สดและแห้ง เทคนิคการท าขนม
ไทย ชนิดต่าง ๆ การบรรจุ วิธีการเกบ็ รักษาขนมไทย ไว้ให้ไดน้ านและถูกสุขลักษณะ ปฏิบตั งิ าน
เตรียมวัสดุอุปกรณ์ และเคร่อื งใช้ในการท าขนมไทยแตล่ ะชนิด ท าขนมไทย ประเภทตา่ ง ๆ บรรจุ
และเก็บคำนวณค่าใช้จ่าย กำหนดราคาขาย หรือค่าบริการ จดั จำหนา่ ย จดบนั ทึก การปฏิบตั งิ าน
ทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ย และประเมินผล เพือ่ ให้มคี วามรคู้ วามเข้าใจ มที กั ษะในการท าขนมไทย
และจดั จำหน่ายได้ ตลอดจนมี คุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการใช้พลังงาน ทรัพยากร ในการท
างานอยา่ งคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการ อนรุ ักษ์ส่งิ แวดล้อม

ผลการเรียนรู้
1. สามารถบอกความเป็นมาและคุณคาของขนมไทยได้
2. สามารถเลือกอปุ กรณ์ให้เหมาะกับชนิดของขนมไทยทีป่ ฏิบัตไิ ด้
3. ทำความสะอาด และเก็บอุปกรณไ์ ด้อยา่ งมีระเบียบ

๒๑๒

4. สามารถเลือกส่วนผสมการท าขนมไทยได้อย่างถกู ต้องและมคี ณุ ภาพ
5. สามารถปฏิบตั ใิ นการทำขนมไทยได้ถกู ต้องตามข้ันตอน
6. มีความคิดสร้างสรรคใ์ นการบรรจขุ นมไทยให้ดูดีและทันสมยั
7. สามารถจัดจำหนา่ ยขนมไทยได้
8. มคี ุณธรรม จริยธรรม เจตคตทิ ีด่ ีในการทำขนมไทย
รวม ๘ ผลการเรยี นรู้

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

ง ๒2๒๐6 งานปะะดิษฐ์ 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ ช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ 2

ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง

ศึกษา วิเคราะห์ ปฏิบตั ิ เกี่ยวกบั การใช้เครอ่ื งมือ อปุ กรณ์ อำนวยความสะดวกในการ
ทำงานประดษิ ฐ์ การประดิษฐข์ องใช้ ของตกแต่ง จากวสั ดใุ นท้อง ในโรงเรียน การเลอื ก
ประกอบอาชีพ การสร้างรายได้และการสร้างอาชีพ

โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการคิด และทกั ษะการจดั การ

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ การแก้ปัญหาในการทำงาน มีเจตคติที่ดตี ่องาน
อาชีพเห็นคุณค่าของงาน เลือกใช้เทคโนโลยี พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมที่เหมาะสม นำ
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีคุณธรรม มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการ
ทำงานอยา่ งเสยี สละ มีจติ สาธารณะ และอย่อู ย่างพอเพียง

ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมาย ความสำคญั และประโยชน์ของงานประดิษฐไ์ ด้
2. บอกและใช้เครือ่ งมือและอุปกรณใ์ นงานประดษิ ฐ์ได้
3. ออกแบบงานประดิษฐท์ ั่วไป และงานประดษิ ฐ์ทีเ่ ป็นเอกลักษณไ์ ทยได้
4. บอกประเภทและหลักการประกอบธรุ กิจจากงานประดษิ ฐไ์ ด้
5. สามารถประดษิ ฐช์ ิน้ งานท่วั ไปได้อย่างน้อย 1 ชนิ้
6. สามารถประดษิ ฐ์ชิน้ งานทีเ่ ปน็ เอกลกั ษณไ์ ทยได้อยา่ งน้อย 1 ชนิ้
7. มีคุณธรรม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการใช้พลงั งาน ทรัพยากร ในการทำงาน
อยา่ งคุ้มคา่ และยง่ั ยืน เพือ่ การอนุรกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม

๒๑๓

รวม 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
ง ๒2๒๐8 งานประดิษฐ์ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
ช้ันมธั ยมศึกษา ปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต
จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง

โดยอธิบายงานเย็บปักถักร้อย แบบลาย การออกแบบลายและผลติ ภัณฑ์ วสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละ
เครอ่ื งมือการเย็บปกั ถกั ร้อยเป็นลวดลายต่างๆฝีกทกั ษะเบื้องต้นเกี่ยวกบั การตดั เยบ็ ผ้าแบบต่างๆ
เลอื กแบบหรือออกแบบสำหรบั การเยบ็ ปกั ถักร้อย เชน่ ถกั ผ้าเช็ดหน้า กล่องทิชชู ผ้าปโู ต๊ะ
ครอสติช เปน็ ต้น เพือ่ ให้มคี วามรคู้ วามเข้าใจ และมีทกั ษะเกี่ยวกบั การออกแบบ เลอื กวสั ดุ
ลวดลายตา่ งๆและสร้างความตระหนักในการพฒั นาทกั ษะด้านอาชีพเพือ่ เตรียมความพร้อมเข้าสู่
ประชาคมอาเซียนเพื่อรักการทำงาน เห็นคุณคา่ ประโยชน์ มีจติ สำนึกในการทำงานทีด่ ใี นการใช้
พลังงาน ทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อมเพือ่ การกรงชีวิตและครอบครวั อย่างประหยัดและคุ้มคา่ โดยยึด
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถอยู่รว่ มกันในสงั คมอยา่ งมีความสุข

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการเยบ็ ปักถักร้อยด้วยวิธีต่างๆ
2. บอกชนิดแบบลวดลายและสามารถออกแบบลวดลาย
3. บอกชนิดของวสั ดอุ ปุ กรณก์ ารเยบ็ ปักถักร้อย
4. ปฏิบตั งิ านฝกึ ทักษะเกีย่ วกบั เยบ็ ปกั ถกั ร้อยเป็นผลติ ภัณฑไ์ ด้ ๑- ๒ อยา่ ง

รวมท้ังหมด ๔ ผลการเรยี นรู้

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
ง ๒3๒10 งานชา่ ง 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ

๒๑๔

ชน้ั มธั ยมศึกษา ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต

จำนวน ๔๐ ชั่วโมง

ศึกษา วิเคราะห์ ปฏิบตั ิ ความรพู้ นื้ ฐานเกีย่ วกับงานช่าง หลักการเกี่ยวกับความ

ปลอดภัย แนวทางในการปฏิบัตงิ านเพือ่ รักษาความปลอดภัย การเลอื กประกอบอาชีพ

การสร้างรายได้และการสร้างอาชีพ

โดยใช้กระบวนการคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลุ่ม

และกระบวนการปฏิบตั ิ

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะ ในการปฏิบัตงิ านช่าง ทกั ษะการ

ทำงานร่วมกบั ผู้อื่น เห็นคณุ ค่าของอาชีพสุจริต เลอื กใช้เทคโนโลยีทีเ่ หมาะสม สร้างและพฒั นางาน

ทำงานด้วยความรบั ผิดชอบ ขยนั ซือ่ สตั ย์ ประหยดั ใช้พลังงานทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม

อยา่ งถกู วิธี นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมาย หลักการ วิธีการ ในงานชา่ งในครัวเรือนได้
2. บอกขน้ั ตอนในการซ่อม แก้ไข ติดต้ัง อุปกรณ์ เคร่อื งใช้ เพือ่ ดำรงชีวิตได้
3 แนวคิดการปฎิบตั งิ าน ประยุกต์ ปรับเปลย่ี นแนวคิด พฒั นาชิ้นงานเปน็ พนื้ ฐานสู่การมีรายได้
ระหวา่ งเรียนได้
4 สามารถเลือกใช้เครือ่ งมือ ประเภทของเครื่องใช้ได้
5 อธิบายอาการเสยี ชำรดุ ของอปุ กรณ์ และบอกแนวทางพร้อมแก้ไขปัญหาได้
6. เลอื กเครื่องมือ อุปกรณ์ ข้ันตอนการ แก้ไข ติดต้ังไดไ้ ด้
7. สามารถจัดทำบัญชีรายรบั รายจา่ ยได้
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม

ง ๒3๒10 งานช่าง ๒ กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพ ชนั้ มธั ยมศึกษา ปีที่ 3

ภาคเรยี นที่ ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาเกีย่ วกับความหมาย หลักการ วิธีการ กระบวนการ ทำงานชา่ งเพื่อการดำรงชีวิต

และเปน็ พืน้ ฐานในการประกอบอาชีพ

ฝึกปฏิบัติงานช่าง ประยกุ ต์ ปรบั เปล่ยี นแนวคิด พฒั นางานเป็นพืน้ ฐานการอาชีพ มีรายได้

ระหวา่ งเรียนจากการจำหน่ายชิน้ งาน โดยใช้ทักษะพนื้ ฐานท่จี ำเปน็ ต่อการประกอบอาชีพได้แก่

๒๑๕

ทกั ษะกระบวนการทำงาน ข้ันตอน การใช้เครื่องมือ วัสดุอปุ กรณ์ ทีใ่ ช้กับงานช่างในครัวเรือน
ทกั ษะแก้ปญั หา ทักษะการทำงานร่วมกัน ทกั ษะแสวงหาความรู้ และทักษะการจัดการในการฝกึ
ปฏิบัตงิ าน

เพื่อให้นกั เรยี นมีความรคู้ วามสามารถในการซ่อม แก้ไข ติดต้ัง เพือ่ ดำรงชีวิตและเป็น
พืน้ ฐานการอาชพี โดยการสร้างรายได้ระหวา่ งเรียน มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คือ มคี วาม
ซื่อสัตย์ เสยี สละ ยุติธรรมประหยัด ขยนั อดทน รบั ผิดชอบ ตรงเวลา รอบคอบ ปลอดภยั คุ้มคา่
ยัง่ ยืน สะอาด ประณีต มีเหตุผล มีมารยาท ช่วยเหลอื ตนเอง ทำงานบรรลเุ ป้าหมาย ทำงานถูกวิธี
ทำงานเปน็ ขนั้ ตอน ทำงานมรี ะบบ มีความคิดสร้างสรรค์ มีประสทิ ธิภาพ รกั ษาสิง่ แวดล้อม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความหมาย หลักการ วิธีการ ในงานช่างในครวั เรือนได้
2. บอกขน้ั ตอนในการซ่อม แก้ไข ติดต้ัง อปุ กรณ์ เครอ่ื งใช้ เพือ่ ดำรงชีวิตได้
3 แนวคิดการปฎิบัตงิ าน ประยุกต์ ปรับเปล่ยี นแนวคิด พัฒนาชิ้นงานเป็นพืน้ ฐานสกู่ ารมีรายได้
ระหว่างเรียนได้
4 สามารถเลอื กใช้เครือ่ งมือ ประเภทของเครือ่ งใช้ได้
5 อธิบายอาการเสยี ชำรุด ของอปุ กรณ์ และบอกแนวทางพร้อมแก้ไขปัญหาได้
6. เลอื กเครื่องมือ อุปกรณ์ ขั้นตอนการ แก้ไข ติดตั้งไดไ้ ด้
7. สามารถจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายได้

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

๒๑๖

กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ

ความสำคญั ของภาษาอังกฤษ
ในสงั คมโลกปจั จุบัน การเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศมีความสำคญั และจำเปน็ อยา่ งยิ่ง

ในชีวิตประจำวนั เนื่องจากเปน็ เครือ่ งมือสำคญั ในการติดตอ่ ส่อื สาร การศึกษา การแสวงหา
ความรู้การประกอบอาชีพ การสร้างความเข้าใจเกีย่ วกบั วฒั นธรรมและวิสัยทศั น์ของชุมชนโลก
และตระหนกั ถงึ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก นำมาซึ่งมิตรไมตรีและ
ความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ชว่ ยพฒั นาผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดขี นึ้ เรียนรู้และ
เข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ
การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ภาษาต่างประเทศ และใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อ
การส่ือสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรตู้ า่ ง ๆ ได้งา่ ยและกว้างขนึ้ และมีวิสยั ทัศน์ในการดำเนิน
ชีวิต ภาษาตา่ งประเทศที่เปน็ สาระการเรียนรู้พนื้ ฐาน ซึ่งกำหนดให้เรยี นตลอดหลกั สูตรการศึกษา
ข้ันพนื้ ฐาน คือ ภาษาองั กฤษ สว่ นภาษาตา่ งประเทศอืน่ เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญป่ี ุ่น
อาหรบั บาลี และภาษากลมุ่ ประเทศเพื่อนบ้าน หรือภาษาอืน่ ๆ ใหอ้ ยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่
จะจัดทำรายวิชาและจดั การเรียนรู้ตามความเหมาะสม

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ม่งุ หวังให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาตา่ งประเทศ
สามารถใช้ภาษาตา่ งประเทศ สอ่ื สารในสถานการณต์ ่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษา
ตอ่ ในระดับทีส่ งู ขนึ้ รวมท้ังมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวฒั นธรรมอนั หลากหลายของ
ประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยงั สงั คมโลกได้อยา่ งสร้างสรรค์
ประกอบดว้ ยสาระสำคัญ ดงั นี้

๒๑๗

- ภาษาเพื่อการสื่อสาร การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการฟัง-พดู -อ่าน-เขียน
แลกเปลย่ี นข้อมูล ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และความคิดเหน็ ตีความ นำเสนอข้อมลู ความคิด
รวบยอดและความคิดเห็นในเรือ่ งต่างๆ และสร้างความสัมพันธ์ระหวา่ งบคุ คลอยา่ งเหมาะสม

- ภาษาและวฒั นธรรม การใช้ภาษาตา่ งประเทศตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ความสมั พันธ์ ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ภาษา
และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับวัฒนธรรมไทย และนำไปใช้อยา่ งเหมาะสม

- ภาษากบั ความสมั พันธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น การใช้ภาษาต่างประเทศในการ
เชื่อมโยงความรกู้ บั กลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ เปน็ พืน้ ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และ
เปิดโลกทศั นข์ องตน

- ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กับชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์
ตา่ งๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ชุมชน และสังคมโลก เป็นเครือ่ งมือพื้นฐานในการศึกษาตอ่
ประกอบอาชีพ และแลกเปลย่ี นเรียนรู้กับสังคมโลก

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ ๑ ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรือ่ งทฟี่ ังและอา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความ
คิดเห็นอย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดง
ความรสู้ กึ และความคิดเห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งตา่ งๆ
โดยการพดู และการเขียน

สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้
ได้อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
กับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

สาระที่ ๓ ภาษากับความสมั พนั ธก์ ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ืน่

๒๑๘

มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชือ่ มโยงความรกู้ ับกลุม่ สาระการเรียนรู้อื่น และ
เปน็ พนื้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน

สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสมั พันธก์ ับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทั้งในสถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เครอ่ื งมือพนื้ ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ
และ การแลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั สงั คมโลก

โครงสร้างรายวิชา

รายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขุนห้วยตากพฒั นาศึกษา พุทธศักราช
๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

ระดับประถมศึกษา
รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน

ระดบั ช้ัน รหสั ชือ่ รายวิชา เวลาเรยี นรายปี

ชั้น ป. ๑ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๕ ชวั่ โมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี)
ชั้น ป. ๒ อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี)
ช้ัน ป. ๓ อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๕ ช่วั โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี)
ช้ัน ป. ๔ อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๘๐/ปี)
ชั้น ป. ๕ อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๘๐/ปี)
ช้ัน ป. ๖ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๘๐/ปี)

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน

๒๑๙

ระดับช้ัน รหัส ชือ่ รายวิชา เวลาเรียนรายภาค
ช้ัน ม. ๑
ช้ัน ม. ๒ อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ ๓ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน)
ช้ัน ม. ๓ อ ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ ๓ ช่วั โมง/สัปดาห์ (๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรียน)
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๓ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน)
อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ ๓ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน)
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๓ ช่ัวโมง/สัปดาห์ (๖๐ ชว่ั โมง/ภาคเรียน)
อ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๖ ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรียน)

ระดับประถมศึกษา

รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน

อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๒๐ ชัว่ โมง

ปฏิบตั ติ ามคำส่ังงา่ ย ๆ ในห้องเรียน เลอื กภาพตรงตามความหมายของคำ และกลุ่มคำ

ระบตุ วั อักษร เสยี งตัวอักษร สระ และสะกดคำง่ายๆ ตามหลักการอ่านออกเสยี งของ

ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ฟังและพูดโต้ตอบบทสนทนาด้วย คำสนั้ ๆ ง่าย ๆ ทีใ่ ช้สื่อสารใน

การทักทาย กลา่ วขอบคณุ ขอโทษ แนะนำตนเอง บอกความตอ้ งการงา่ ย ๆ ของตนเอง พดู

ขอให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง บุคคลใกล้ตัว เรือ่ งใกลต้ วั บอกชือ่ คำศพั ท์เกี่ยวกับ เทศกาลสำคญั

ของเจ้าของภาษา ใช้ภาษาในการรวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากสอ่ื ต่าง

ๆ และใช้ทา่ ทางประกอบการสนทนาตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝงั่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในการดำเนนิ

ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช

(บูรณาการ)

รหัสตวั ชีว้ ดั ต ๑.๑ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒ ,ป.๑/๓ ,ป.๑/๔
ต ๑.๒ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒ ,ป.๑/๓ ,ป.๑/๔
ต ๑.๓ ป.๑/๑

๒๒๐

ต ๒.๑ ป.๑/๑ ,ป.๑/๒ ,ป.๑/๓ ต ๒.๒ ป.๑/๑
ต ๓.๑ ป.๑/๑ ต ๔.๑ ป.๑/๑ ต ๔.๒ ป.๑/๑
รวม ๑๖ ตวั ชวี้ ัด

รายวิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน

อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๒๐ ชวั่ โมง

ปฏิบัตติ ามคำสงั่ คำขอร้อง คำและประโยคง่าย ๆ ในสถานการณ์ใกล้ตัว สะกดคำ อา่ น
ออกเสียงคำและประโยคง่าย ๆ ตามหลักการอ่านออกเสียง เข้าใจสนทนาส้ัน ๆ บทอ่านและ
นิทานงา่ ย ๆ ทีม่ ีภาพประกอบ พดู คำหรือประโยคส้ัน ๆ เพือ่ สร้างความสัมพันธร์ ะหวา่ งบคุ คล
แสดงความตอ้ งการของตน ให้ข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรือ่ งใกลต้ วั ด้วยท่าทาง ภาพ คำและ
ประโยคสั้น ๆในการติดตอ่ ปฏิสมั พันธ์ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ระบุ และอ่านออกเสยี ง
ตัวอกั ษร สระของภาษาอังกฤษไดถ้ กู ต้อง รู้จักกิจกรรมและคำศัพทเ์ กี่ยวกบั วฒั นธรรม เทศกาล
ของเจ้าของภาษา ตลอดจนรู้จักและรวบรวมคำศพั ทท์ ีเ่ กีย่ วข้องกบั สง่ิ ใกลต้ วั และกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อืน่ เหน็ ประโยชน์ของการรับรภู้ าษาองั กฤษในการแสวงหาความรู้ ความบันเทิงในเรื่องที่
เกี่ยวกับตนเอง ครอบครวั และชีวิตประจำวัน ดว้ ยความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ กบั ภาษาอังกฤษ
และใช้ทา่ ทางประกอบการสนทนาตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา มีคุณธรรมจริยธรรมและ
คา่ นิยมทีเ่ หมาะสม

มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝ่งั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)

๒๒๑

รหสั ตวั ช้ีวดั ต ๑.๑ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒ ,ป.๒/๓ ,ป.๒/๔
ต ๑.๒ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒ ,ป.๒/๓ ,ป.๒/๔ ต ๑.๓ ป.๒/๑
ต ๒.๑ ป.๒/๑ ,ป.๒/๒ ,ป.๒/๓ ต ๒.๒ ป.๒/๑
ต ๓.๑ ป.๒/๑ ต ๔.๑ ป.๒/๑ ต ๔.๒ ป.๒/๑

รวม ๑๖ ตัวช้ีวัด

รายวิชาภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
คำอธิบายรายวิชา เวลา ๒๐ ช่ัวโมง

ปฏิบัตติ ามคำสงั่ คำขอร้อง อา่ นออกเสียงคำ สะกดคำ กล่มุ คำ ประโยคบทพดู เข้า
จงั หวะง่าย ๆ นิทานง่าย ๆถกู ตามหลักการอา่ นออกเสียง พดู สนทนาสือ่ สารดว้ ยคำส้ัน ๆ งา่ ย ๆ
ให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเองและเพื่อน ความตอ้ งการ ความรสู้ กึ เกีย่ วกับสง่ิ ต่าง ๆ ใกลต้ วั หรือ
กิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนสถานการณ์ง่าย ๆ การจดั หมวดหมู่ คำ ตามประเภทของบุคคลสตั ว์และ
สง่ิ ของที่เกิดขนึ้ ดว้ ยทา่ ทางประกอบการสนทนาตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและวัฒนธรรมของ
เจ้าภาษา และวฒั นธรรมไทยในเรือ่ ง มารยาท เทศกาล วันสำคญั งานฉลอง ชีวิตความ
เป็นอยู่ ความแตกต่างของเสยี งตวั อักษร คำ กลมุ่ คำ และประโยคต่าง ๆ ของภาษาอังกฤษและ
ภาษาไทย เข้าร่วมกิจกรรมดว้ ยความสนุกสนานเพลดิ เพลินกบั ภาษาอังกฤษและนำมาใช้ไดอ้ ย่าง
ถูกต้องและเหมาะสม มคี ุณธรรมจริยธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝั่ง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)

รหัสตวั ช้ีวดั ต ๑.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒ ,ป.๓/๓ ,ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒ ,ป.๓/๓ ,ป.๓/๔ ,ป.๓/๕

๒๒๒

ต ๑.๓ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒ ต ๒.๑ ป.๓/๑ ,ป.๓/๒ ,ป.๓/๓ ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑ ต ๔.๒ ป.๓/๑
รวม ๑๘ ตวั ช้ีวดั

รายวิชาภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔
คำอธิบายรายวิชา เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

ปฏิบตั ติ ามคำส่งั คำขอร้อง คำแนะนำ และคำขออนุญาตง่าย ๆ อา่ นออกเสียง คำ
สะกดคำ กล่มุ คำ ประโยค ข้อความสน้ั ๆ บทพดู เข้าจงั หวะ บทสนทนา และนิทานงา่ ย ๆ ได้
ถูกต้องตามหลกั การอ่านออกเสียง พูดสนทนาสือ่ สาร ให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เพือ่ น และ
ครอบครัว แสดงความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลอื แสดงความรสู้ กึ และความสัมพนั ธ์ เกีย่ วกับ
สง่ิ ตา่ ง ๆ ใกลต้ วั ตลอดจนกิจกรรมตา่ ง ๆทีเ่ กดิ ขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา โดยใช้ทักษะการ
ฟงั การอ่าน และการเขียน และวัฒนธรรมของเจ้าภาษา และวฒั นธรรมไทยเกี่ยวกบั เรื่อง
มารยาท เทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง ชวี ิตความเปน็ อยู่ เสยี งตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และ
ประโยคและขอ้ ความ เข้าร่วมกิจกรรมทางวฒั นธรรมและนำไปใช้ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาไทยได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม คน้ คว้าความสัมพนั ธข์ องคำศพั ท์ภาษาองั กฤษที่
เกีย่ วข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ สามารถนำภาษาองั กฤษไปใช้ในการสบื ค้น ค้นคว้าขอ้ มูลต่าง
ๆ ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ โดยใช้กระบวนการทางภาษา การส่อื สาร การฝึกปฏิบัติตาม
สถานการณต์ ่าง ๆ เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีคณุ ธรรมจริยธรรมและคา่ นยิ มที่เหมาะสม

๒๒๓

มงุ่ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนิน
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

รหัสตัวช้ีวัด ต ๑.๑ ป.๔/๑ ,ป.๔/๒ ,ป.๔/๓ ,ป.๔/๔
ต ๑.๒ ป.๔/๑ ,ป.๔/๒ ,ป.๔/๓ ,ป.๔/๔ ,ป.๔/๕
ต ๑.๓ ป.๔/๑ ,ป.๔/๒ ,ป.๔/๓ ต ๒.๑ ป.๔/๑ ,ป.๔/๒ ,ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑ ,ป.๔/๒ ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๔.๑ ป.๔/๑ ต ๔.๒ ป.๔/๑

รวม ๒๐ ตัวช้ีวัด

รายวิชาภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๘๐ ชั่วโมง

ใช้ภาษาส่อื สารดว้ ยถอ้ ยคำ น้ำเสียงและกริยาทา่ ทางสภุ าพเหมาะสมตามมารยาท สงั คม

วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษาในการเข้ารว่ มกิจกรรม การปฏิบตั ติ าม

ประโยคคำสงั่ คำขอร้อง คำแนะนำ การบอกใจความสำคญั และคำตอบจากบทสนทนา นทิ าน

สนั้ ๆ การเขียนภาพ สญั ลกั ษณ์ แผนผงั แผนภมู ิ เคร่อื งหมายตรงตามความหมายเกี่ยวกบั

ตนเอง ครอบครวั โรงเรียน ส่งิ แวดล้อม อาหาร เครอ่ื งดื่ม เวลาว่าง นันทนาการ สุขภาพ

สวสั ดกิ าร การซือ้ -ขาย และลมฟ้าอากาศ โดยใช้ทักษะการฟงั และการอ่านท่ถี ูกต้องตาม

หลักการอ่านเพือ่ ใช้สือ่ สารในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา มีทกั ษะการ

พดู และการเขียนโต้ตอบในการส่อื สารระหวา่ งบุคคล การแสดงความตอ้ งการ ขอความช่วยเหลอื

การตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลอื การแสดงความรสู้ กึ ของตนเองพร้อมทั้งให้เหตผุ ล

สนั้ ๆ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรือ่ งใกลต้ ัว การตอบคำถามบอก

ความสำคัญของเทศกาล วนั สำคญั งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา บอก

ความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยค การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และ

การลำดับตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย ใช้กระบวนการทกั ษะทาง

๒๒๔

ภาษาในการสบื ค้น ค้นคว้าและรวบรวมคำศพั ท์ให้สามารถนำเสนอข้อมลู ที่เรยี นรู้ มีเจตคติและ
วฒั นธรรมในการใช้ภาษาต่างประเทศให้เหมาะสมตามสถานการณต์ า่ ง ๆ

มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝงั่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

รหัสตัวช้ีวดั ต ๑.๑ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒ ,ป.๕/๓ ,ป.๕/๔
ต ๑.๒ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒ ,ป.๕/๓ ,ป.๕/๔ ,ป.๕/๕ ต ๑.๓ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒ ,ป.๕/๓

ต ๒.๑ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒ ,ป.๕/๓ ต ๒.๒ ป.๕/๑ ,ป.๕/๒
ต ๓.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๒ ป.๕/๑
รวม ๒๐ ตัวช้ีวดั

รายวิชาภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ใช้ภาษาสอ่ื สารดว้ ยถอ้ ยคำ น้ำเสียงและกริยาทา่ ทางสภุ าพเหมาะสมตามมารยาททาง

สงั คม และวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษาในการเข้าร่วมกิจกรรม การ

ปฏิบตั ติ ามประโยคคำสง่ั คำขอร้อง คำแนะนำในการเล่นเกม การวาดภาพ การทำอาหาร

เคร่อื งดืม่ และการประดิษฐ์ บทสนทนา ขอ้ ความ นิทาน บทกลอนสนั้ ๆ การบอกใจความ

สำคญั และตอบคำถาม ระบปุ ระโยค ข้อความสน้ั ๆ ตรงตามภาพ สัญลกั ษณ์ แผนผัง

แผนภูมิ เคร่อื งหมายตรงตามความหมายเกีย่ วกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สง่ิ แวดล้อม

อาหาร เครอ่ื งดื่ม เวลาว่าง นนั ทนาการ สขุ ภาพ สวสั ดกิ าร การซอื้ -ขาย และลมฟ้าอากาศ

โดยใช้ทักษะการฟงั และการอ่านท่ถี กู ต้องตามหลกั การอ่านเพือ่ ใช้สือ่ สารในสถานการณ์ตา่ งๆที่

เกิดขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา มีทักษะการพูดและการเขียนโต้ตอบในการส่อื สารระหว่าง

บคุ คล การแสดงความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลอื การตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลอื

การขอและให้ข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเรื่องใกลต้ ัว แสดงความรสู้ กึ ของ

ตนเองพร้อมท้ังให้เหตผุ ลส้ัน ๆ การตอบคำถามบอกความสำคัญของเทศกาล วันสำคญั งาน

ฉลองและชีวิตความเป็นอยูง่ ่าย ๆ ของเจ้าของภาษา บอกความเหมอื นหรือความแตกต่าง

ระหวา่ งการออกเสียงประโยค การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดบั ตามโครงสร้าง

๒๒๕

ประโยคโดยใช้ประโยคเด่ียวและประโยคผสม ส่อื ความหมายให้เหมาะสมตามสถานการณ์ต่าง ๆ
ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย การเปรยี บเทียบความเหมอื นหรือความแตกตา่ งระหวา่ ง
เทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย โดยใช้กระบวนการทกั ษะทางภาษา
ในการสบื ค้น ค้นคว้าและรวบรวมคำศัพทใ์ ห้สามารถนำเสนอข้อมลู ทีเ่ รยี นรู้ มีเจตคติทีด่ ีต่อ
ภาษาองั กฤษเห็นคณุ คา่ ของการใช้ภาษาองั กฤษมีนิสยั รกั การอา่ น และสามารถนำความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจำวนั และเป็นพนื้ ฐานในการเรียนระดับสูงข้นึ

ม่งุ สง่ เสริมการเรียนรู้และปลูกฝง่ั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ในการดำเนิน
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภมู ิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)
รหสั ตัวช้ีวดั ต ๑.๑ ป.๕๖๑ ,ป.๖/๒ ,ป.๖/๓ ,ป.๖/๔

ต ๑.๒ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ,ป.๖/๓ ,ป.๖/๔ ,ป.๖/๕ ต ๑.๓ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ,ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒ ,ป.๖/๓ ต ๒.๒ ป.๖/๑ ,ป.๖/๒

ต ๓.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๒ ป.๖/๑ รวม ๒๐ ตวั ช้ีวัด
ระดับมธั ยมศึกษา

รายวิชาภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน

อ ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๑

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๖๐ ชัว่ โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต

ปฏิบัตติ ามคำสั่ง คำขอร้องคำแนะนำ และคำชแี้ จงต่าง ๆ อา่ นออกเสียงข้อความได้
ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน อา่ นนิทานและรอ้ ยกรองส้ัน ๆ เลอื กระบุประโยคและขอ้ ความสัมพันธ์
กับส่อื ทีไ่ ม่ใชค่ วามเรียง จบั ใจความสำคัญจากเร่อื งทีฟ่ ังและอา่ น สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมลู
เกีย่ วกับตนเอง กิจกรรมและสถานการณ์ตา่ ง ๆ พูดและเขียนแสดงความตอ้ งการ ขอความ
ช่วยเหลอื ตอบรับ และปฏิเสธกจิ กรรมตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว สรปุ วเิ คราะห์ เรื่องทอี่ ยู่ในความสนใจ
ของสงั คม ใช้ภาษา น้ำเสยี ง และกริยาทา่ ทางตามมารยาททางสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา เข้าร่วม หรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความ
เปน็ อยู่ ประเพณขี องเจ้าของภาษา บอกความเหมือนและความแตกตา่ งเรื่องการออกเสียง
ประโยคชนิดตา่ ง ๆ การใช้เครือ่ งหมายวรรคตอน การลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของ
ภาษาองั กฤษกบั ภาษาไทยและเปรยี บเทียบเทศกาลวนั สำคญั และชีวิตความเป็นอยูข่ องเจ้าของ
ภาษากบั ของไทย ค้นคว้ารวบรวมสรุปข้อมูล ข้อเท็จจรงิ ที่เกี่ยวข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่

๒๒๖

จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพดู การเขียน ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง
สถานการณจ์ ำลองที่เกิดขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสอ่ื สาร การสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล การ
ฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์ตา่ ง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ
ส่อื สาร เหน็ คณุ คา่ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มีคุณธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝง่ั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภมู ิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)
รหสั ตัวช้ีวัด ต ๑.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ต ๑.๒ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.
๑/๕

ต ๑/๓ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ต ๒.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ต ๒.๒ ม.๑/๑ ,ม.
๑/๒

ต ๓.๑ ม.๑/๑ ต ๔.๑ ม.๑/๑ ต ๔.๒ ม.๑/๑ รวม ๒๐ ตัวช้ีวดั
รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน

อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๖๐ ชั่วโมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต

ปฏิบัตติ ามคำสง่ั คำขอร้องคำแนะนำ และคำชแี้ จงต่าง ๆ อา่ นออกเสียงข้อความได้

ถูกต้องตามหลกั การอา่ น อา่ นนิทานและรอ้ ยกรองสั้น ๆ เลอื กระบุประโยคและขอ้ ความสัมพนั ธ์

กับสอ่ื ทีไ่ มใ่ ชค่ วามเรียง จับใจความสำคัญจากเรอ่ื งที่ฟงั และอ่าน สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมลู

เกีย่ วกบั ตนเอง กิจกรรมและสถานการณต์ ่าง ๆ พดู และเขียนแสดงความตอ้ งการ ขอความ

ช่วยเหลอื ตอบรับ และปฏิเสธกจิ กรรมตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว สรุป วเิ คราะห์ เรื่องทอี่ ยใู่ นความสนใจ

ของสังคม ใช้ภาษา น้ำเสียง และกริยาท่าทางตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ

ภาษา เข้ารว่ ม หรือจดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมเกี่ยวกับเทศกาล วนั สำคัญ ชีวิตความ

เปน็ อยู่ ประเพณีของเจ้าของภาษา บอกความเหมือนและความแตกตา่ งเรือ่ งการออกเสียง

ประโยคชนิดตา่ ง ๆ การใช้เครือ่ งหมาย

วรรคตอน การลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาองั กฤษกบั ภาษาไทยและเปรยี บเทยี บ

เทศกาลวนั สำคญั และชีวิตความเปน็ อย่ขู องเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวมสรุปข้อมูล

ข้อเทจ็ จรงิ ที่เกีย่ วข้องกับกลุม่ สาระการเรียนรู้อื่น จากแหลง่ เรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพูด การ

เขียน ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง สถานการณ์จำลองทีเ่ กิดขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษา

๒๒๗

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสอ่ื สาร การสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การ
ฝึกปฏิบตั ิตามสถานการณต์ ่าง ๆ เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ
ส่อื สาร เหน็ คณุ คา่ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มีคุณธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝ่งั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)

รหัสตวั ช้ีวดั ต ๑.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ต ๑.๒ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ,ม.๑/๔ ,ม.
๑/๕ ต ๑/๓ ม.๑/๑ , ม.๑/๒ ,ม.๑/๓
ต ๒.๑ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒ ,ม.๑/๓ ต ๒.๒ ม.๑/๑ ,ม.๑/๒
ต ๓.๑ ม.๑/๑ ต ๔.๑ ม.๑/๑ ต ๔.๒ ม.๑/๑,รวม ๒๐ ตวั ช้ีวดั

รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน

อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๒

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต

ปฏิบัตติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จงและคำอธิบายง่าย ๆ อา่ นออกเสยี งข้อความ
ขา่ ว ประกาศและบทร้อยกรองส้ัน ๆ และถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน ระบุเขียนประโยคและขอ้ ความ
ให้สัมพันธก์ บั เรื่องทีไ่ มใ่ ช่ความเรียง จบั ใจความสำคญั และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั เรื่องทอี่ า่ น
สนทนาและแลกเปลย่ี นข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง กิจกรรมและสถานการณต์ า่ ง ๆ พดู เขียน บรรยาย
อธิบายแสดงความตอ้ งการเสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธกิจกรรมตา่ ง ๆ และ
ประสบการณ์ ข่าว เหตกุ ารณท์ ีอ่ ยู่ในความสนใจของสังคม ใช้ภาษา น้ำเสียงและกริยาทา่ ทาง
ตามมารยาทของสงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา เข้ารว่ มหรือจดั กิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรมเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเปน็ อยปู่ ระเพณีของเจ้าของภาษา เปรยี บเทียบ
บอกความหมายและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งเรื่องของการออกเสียง ประโยคชนิด
ตา่ ง ๆ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาองั กฤษกับภาษาไทย ค้นคว้า รวบรวมสรปุ ข้อมูล
ข้อเท็จจรงิ ทีเ่ กีย่ วกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ จากแหลง่ เรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการเขียน ใช้ภาษา

๒๒๘

ส่อื สารเผยแพรแ่ ละประชาสัมพันธใ์ นสถานการณ์จริง สถานการณ์จำลองที่เกิดขนึ้ ในห้องเรียน
สถานศึกษาและชุมชน

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การส่อื สารและการสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล
การฝึกปฏิบตั ิตามสถานการณ์ตา่ ง ๆ เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ
ส่อื สาร เหน็ คณุ คา่ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มีคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

มงุ่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝง่ั เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช
(บรู ณาการ)
รหสั ตัวช้ีวัด ต ๑.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔

ต ๑.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔ ,ม.๒/๕
ต ๑/๓ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ต ๒.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓
ต ๒.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ต ๓.๑ ม.๒/๑

ต ๔.๑ ม.๒/๑ ต ๔.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ รวม ๒๑ ตวั ช้ีวดั

รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน

อ ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๒

คำอธิบายรายวิชา เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หนว่ ยกิต

ปฏิบตั ติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จงและคำอธิบายงา่ ย ๆ อ่านออกเสยี งข้อความ
ขา่ ว ประกาศและบทร้อยกรองส้ัน ๆ และถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน ระบุเขียนประโยคและขอ้ ความ
ให้สัมพนั ธ์กับเรื่องที่ไม่ใช่ความเรียง จบั ใจความสำคัญและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรื่องทอี่ ่าน
สนทนาและแลกเปลย่ี นข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง กิจกรรมและสถานการณต์ า่ ง ๆ พดู เขียน บรรยาย
อธิบายแสดงความตอ้ งการเสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธกิจกรรมต่าง ๆ และ
ประสบการณ์ ข่าว เหตุการณ์ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม ใช้ภาษา น้ำเสียงและกริยาทา่ ทาง
ตามมารยาทของสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้ารว่ มหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมเกี่ยวกบั เทศกาล วนั สำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ประเพณีของเจ้าของภาษา เปรยี บเทียบ
บอกความหมายและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งเรือ่ งของการออกเสียง ประโยคชนิด
ต่าง ๆ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาอังกฤษกบั ภาษาไทย ค้นคว้า รวบรวมสรปุ ข้อมูล
ข้อเท็จจรงิ ที่เกีย่ วกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการเขียน ใช้ภาษา

๒๒๙

ส่อื สารเผยแพร่และประชาสัมพนั ธใ์ นสถานการณจ์ ริง สถานการณ์จำลองที่เกิดขนึ้ ในห้องเรียน
สถานศึกษาและชมุ ชน

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสอ่ื สารและการสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมูล
การฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ
ส่อื สาร เหน็ คุณค่า นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มีคุณธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มที่เหมาะสม

มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

รหัสตัวช้ีวัด ต ๑.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔
ต ๑.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔ ,ม.๒/๕ ต ๑/๓ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓
ต ๒.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ต ๒.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ต ๓.๑ ม.๒/๑
ต ๔.๑ ม.๒/๑ ต ๔.๒ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒

รวม ๒๑ ตวั ช้ีวัด
รายวิชาภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน

อ ๒๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ
ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๓คำอธิบายรายวิชา เวลา ๖๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต

ปฏิบตั ติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จงและคำอธิบายง่าย ๆ อา่ นออกเสยี งข้อความ
ขา่ ว ประกาศ โฆษณาและบทรอ้ ยกรองส้ัน ๆ ถกู ต้องตามหลกั การอา่ น ระบเุ ขียนประโยค
ข้อความให้สัมพนั ธก์ บั ส่อื ที่ไมใ่ ชค่ วามเรียง จบั ใจความสำคัญ รายละเอียด สนบั สนุน แสดง
ความคิดเหน็ เกีย่ วกบั เรือ่ งที่ฟังและอา่ น สนทนาส่อื สาร แลกเปลย่ี นข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง
กิจกรรม สถานการณต์ ่าง ๆ พดู เขียน บรรยาย อธิบายแสดงความตอ้ งการ เสนอใหค้ วาม
ช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธ การขอและใหข้ ้อมลู เปรยี บเทียบ สรปุ วเิ คราะห์ เหตุการณ์
ข่าว ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสังคม ใช้ภาษา น้ำเสียง ทา่ ทาง กริยามารยาททางสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้ารว่ มหรือจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมเกีย่ วกบั เทศกาล
วันสำคญั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณขี องเจ้าของภาษา เปรยี บเทียบบอกความ
เหมือนและความแตกตา่ งเรื่องการออกเสยี งประโยคชนิดต่าง ๆ การลำดบั คำตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ค้นควา้ รวบรวม สรุปข้อมูล ข้อเท็จจรงิ ที่เกี่ยวข้องกับ

๒๓๐

กลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่ จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพูด การเขียน ใช้ภาษาส่อื สาร
เผยแพร่และประชาสมั พันธใ์ นสถานการณ์จริง สถานการณจ์ ำลองทีเ่ กิดขนึ้ ในห้องเรียน
สถานศึกษาและชุมชน

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การส่อื สารและการสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู
การฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์ตา่ ง ๆ เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ
ส่อื สาร เหน็ คณุ ค่า นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ มีคุณธรรม
จริยธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม

มุ่งสง่ เสริมการเรียนรู้และปลกู ฝัง่ เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอนั พึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทร์มหาภมู ิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)
รหัสตัวช้ีวัด ต ๑.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ต ๑.๒ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ,
ม.๓/๕ ต ๑/๓ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ต ๒.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๑ ,ม.๓/๓ ต ๒.๒ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒

ต ๓.๑ ม.๓/๑ ต ๔.๑ ม.๓/๑ ต ๔.๒ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ รวม ๒๑ ตัวช้ีวดั

รายวิชาภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน

อ ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓คำอธิบายรายวิชา เวลา ๖๐ ชวั่ โมง/ภาคเรยี น/๑.๕ หน่วยกิต

ปฏิบตั ติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จงและคำอธิบายงา่ ย ๆ อา่ นออกเสยี งข้อความ
ข่าว ประกาศ โฆษณาและบทรอ้ ยกรองส้ัน ๆ ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน ระบุเขียนประโยค
ข้อความให้สมั พนั ธ์กบั ส่อื ทีไ่ ม่ใชค่ วามเรียง จับใจความสำคัญ รายละเอียด สนับสนุน แสดง
ความคิดเห็นเกีย่ วกบั เรื่องทีฟ่ งั และอา่ น สนทนาส่อื สาร แลกเปล่ยี นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
กิจกรรม สถานการณ์ตา่ ง ๆ พูด เขียน บรรยาย อธิบายแสดงความตอ้ งการ เสนอใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธ การขอและใหข้ ้อมลู เปรยี บเทียบ สรุป วเิ คราะห์ เหตุการณ์
ข่าว ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสังคม ใช้ภาษา น้ำเสียง ทา่ ทาง กริยามารยาททางสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมหรือจดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมเกีย่ วกบั เทศกาล
วันสำคญั ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีของเจ้าของภาษา เปรยี บเทียบบอกความ
เหมือนและความแตกต่างเรือ่ งการออกเสยี งประโยคชนิดต่าง ๆ การลำดับคำตามโครงสร้าง
ประโยคของภาษาอังกฤษกับภาษาไทย ค้นควา้ รวบรวม สรปุ ข้อมลู ข้อเทจ็ จรงิ ที่เกีย่ วข้องกับ

๒๓๑

กล่มุ สาระการเรียนรู้อืน่ จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพูด การเขียน ใช้ภาษาสอ่ื สาร
เผยแพรแ่ ละประชาสมั พันธ์ในสถานการณ์จริง สถานการณจ์ ำลองทีเ่ กิดขนึ้ ในห้องเรียน
สถานศึกษาและชุมชน

โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสอ่ื สารและการสบื เสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู
การฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์ตา่ ง ๆ เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนำเสนอ
สอ่ื สาร เหน็ คณุ ค่า นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ มีคณุ ธรรม
จริยธรรมและคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม

มุง่ ส่งเสริมการเรียนรู้และปลกู ฝ่ัง เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ในการดำเนนิ
ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรม์ หาภูมิพลอดุลยเดช
(บูรณาการ)

รหัสตัวช้ีวดั ต ๑.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ต ๑.๒ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ , ม.
๓/๕ ต ๑/๓ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ต ๒.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๑ ,ม.๓/๓ ต ๒.๒ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒
ต ๓.๑ ม.๓/๑ ต ๔.๑ ม.๓/๑ ต ๔.๒ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ รวม ๒๑ ตวั ช้ีวัด

บทที่ ๔
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
ตามหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนขุนหว้ ยตากพัฒนาศึกษา

ความหมายและความสำคญั ของกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมสำคญั ทีห่ ลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนขนุ ห้วยตาก

พัฒนาศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กำหนดให้จัดทำขนึ้ ให้ผู้เรยี น
ทุกคน ทุกระดบั ชั้น เพือ่ สง่ เสริมพัฒนาความสามารถของตนเองตามความถนดั ความ
สนใจ ให้เต็มศักยภาพ โดยมงุ่ เน้นการพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนษุ ย์ท้ังด้านรา่ งกาย สติปญั ญา
อารมณ์และสังคม สร้างเยาวชนของชาติให้เปน็ ผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝงั และสร้าง
จิตสำนึกของการทำประโยชนเ์ พื่อสังคมและสามารถบริหารการจัดการตนเอง
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเปน็ กิจกรรมที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตาม
ศกั ยภาพ เพิม่ เตมิ จากกิจกรรมการเรียนรู้ตามกล่มุ สาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลมุ่ การเข้าร่วม และ
ปฏิบตั กิ ิจกรรมที่เหมาะสมรว่ มกับผู้อืน่ อยา่ งมีความสขุ กบั กิจกรรมที่เลอื กด้วยตนเองตามความถนัด
ความสนใจอย่างแท้จริงจะเสริมสร้างและพัฒนาองคร์ วมของความเปน็ มนษุ ยใ์ ห้ครบทกุ ด้านสร้าง
ความเปน็ มนุษยท์ ีส่ มบูรณ์ ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพือ่ สังคม

๒๓๒

จดุ มุ่งหมายของกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
การจัดทำกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนในหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนุ ห้วยตากพัฒนาศึกษา

มีจุดประสงค์สำคญั คือ
๑. เพื่อช่วยเพิม่ พนู ประสบการณ์ของผู้เรยี น ไดฝ้ ึกฝนทกั ษะ ได้เรยี นรู้ โดยการปฏิบตั จิ ริง

อันเปน็ การสอดคล้องกบั แนวการจดั การเรียนรู้ที่ยึดผู้เรยี นเปน็ สำคญั
๒. เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะดีเดน่ ของความเปน็ ประชาธิปไตย ฝึกการเปน็ ผนู้ ำ ผู้ตาม ฝึก

การทำงานร่วมกัน ฝึกการแสดงความคิดเหน็ ฝึกความรบั ผิดชอบ
๓. เพือ่ ก่อใหเ้ กิดความสามัคคี รักหมคู่ ณะ เกดิ ความเข้าใจซึ่งกนั และกัน เพราะการปฏิบตั ิ

กิจกรรมต้องทำงานเป็นกลุ่ม ต้องรว่ มกันคิด ร่วมกันทำ ได้พบความสขุ ความทุกขร์ ว่ มกัน เกดิ ความ
ประทบั ใจซึ่งกันและกนั

๔. สง่ เสริมความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ เพราะการทำกิจกรรมรว่ มกนั ต้อง
รว่ มกันศึกษาค้นคว้า ค้นหาวิธกี ารที่ดีกว่า ทำให้ความคิดแตกฉาน พบเทคนิค วิธีการทีแ่ ปลก ๆ
ใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลงาน

๕. เพื่อช่วยให้ผู้เรยี นมีทางเลอื ก มีโอกาสแสดงออกตามแนวคิด ความสนใจของตนเอง มี
โอกาสในการเลอื กตามความต้องการ ความถนดั ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล

๖. เพื่อฝึกผู้เรยี นให้เป็นสมาชกิ ที่ดีของสังคม ชุมชน และประเทศชาติ ท้ังในปัจจบุ ันและ
อนาคต เพราะกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีลักษณะเปน็ สงั คมเล็กทีจ่ ำลองจากสงั คมใหญ่ มีกฎระเบียบ
กติกา มีความรบั ผิดชอบท้ังในสทิ ธิหน้าทีซ่ ึ่งเปน็ การปลูกฝังลกั ษณะนิสัยและคุณลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์ของการอยู่รว่ มกันในสังคมปกติ

๗. เพือ่ ช่วยให้ผู้สอนรู้จกั ผู้เรยี นแต่ละคนดขี ึ้น เพราะผลงานในการทำกิจกรรมของผู้เรยี น
จะชว่ ยให้ผู้สอนเข้าใจผู้เรยี นและประเมินคุณค่าคุณภาพของนกั เรยี นได้ดี และถกู ต้องมากข้นึ รู้จัก
และเข้าใจความสนใจของผู้เรยี น ความถนัดของผู้เรยี น ชว่ ยให้ผู้สอนทราบข้อมลู พืน้ ฐานของผู้เรียน
ที่ถูกต้อง และสามารถส่งเสริม สนับสนนุ หรือแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งของผู้เรยี นได้ถูกแนวทาง

๘. เพือ่ ใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงหลักสตู รและการเรียนการสอนของสถานศึกษา เพราะ
พฤติกรรมการแสดงออกของผู้เรยี นในการปฏิบัตกิ ิจกรรม เป็นผลที่บ่งช้ถี งึ ความสำเร็จของหลกั สตู ร
และการเรียนการสอนของสถานศึกษาวา่ บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายหรอื ไม่ มากน้อยเพียงใด
หลักสูตรควรจะต้องมีการปรับปรุงหรือพัฒนาในสว่ นใด

หลักการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น

๒๓๓

๑. มีการกำหนดวัตถุประสงค์ และแนวปฏิบัตทิ ี่ชดั เจนเปน็ รูปธรรม
๒. จัดให้เหมาะสมกับวยั วุฒภิ าวะ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของผู้เรยี น
๓. บรู ณาการกับชีวิตจริง ให้ผู้เรยี นได้ตระหนกั ถึงความสำคญั ของการเรยี นรู้ตลอดชีวิต
๔. ใช้กระบวนการกลมุ่ ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์
จินตนาการ ที่เปน็ ประโยชน์ และสัมพนั ธ์กับชีวิตในแตล่ ะช่วงวัยอยา่ งต่อเนื่อง
๕. จำนวนสมาชิกเหมาะสมกับลกั ษณะของกิจกรรม
๖. มีการกำหนดเวลาในการจดั กิจกรรมให้เหมาะสมตามโครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษา
๗. ผู้เรยี นเป็นผดู้ ำเนนิ การ มีครูเป็นทีป่ รึกษา ถอื เปน็ หน้าที่และงานประจำ โดยคำนึงถึง
ความปลอดภัย
๘. ยึดหลกั การมีสว่ นรว่ ม โดยเปิดโอกาสให้ครู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องคก์ ร ทั้งภาครัฐ
และเอกชน มีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรม
๙. มีการประเมินผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม ดว้ ยวิธที ีห่ ลากหลาย และสอดคลอ้ งกับกิจกรรม
อยา่ งเป็นระบบและตอ่ เนื่อง โดยให้ถอื ว่าเป็นเกณฑ์ประเมินผลการผ่านชว่ งช้ันเรียน

โครงสร้างและอัตราเวลาจดั กิจกรรม
ระดับประถมศึกษา

กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ป. ๑ ระดบั ประถมศึกษา ป. ๖
๔๐ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๔๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. ลกู เสือ – ยวุ กาชาด ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๓. กิจกรรมสง่ เสริม ๔๐ ๔๐
จริยธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
(๑๐) (๑๐)
๔. กิจกรรมเพื่อสังคม (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
และสาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๑๒๐
(บูรณาการในชวั่ โมง ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ลกู เสือ-ยุวกาชาด)

เวลาเรยี นรวม

๒๓๔

ระดบั มัธยมศึกษา

กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ระดบั มธั ยมศึกษา

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
๔๐ ๔๐
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔๐ ๔๐
๒. ลกู เสือ – เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
(๑๐) (๑๐)
๓. กิจกรรมส่งเสริม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๑๒๐ ๑๒๐
คุณธรรมจริยธรรม

๔. กิจกรรมเพื่อสังคม (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)

และสาธารณประโยชน์

เวลาเรยี นรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

การดำเนนิ การกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นโรงเรียนขุนห้วยตากพฒั นาศึกษา
โรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษาจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยม่งุ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

จากประสบการณต์ รง ได้ฝึกปฏิบัตจิ ริงและค้นพบความถนดั ของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้
เพิ่มเตมิ ตามความสนใจจากแหลง่ เรียนรู้ที่หลากหลาย บำเพญ็ ประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการ
ดำเนนิ งาน สง่ เสริมให้มวี ุฒภิ าวะทางอารมณ์ สงั คม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรยี นรู้จักและเข้าใจ
ตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่างเหมาะสม

กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นโรงเรยี นขนุ ห้วยตากพัฒนาศึกษา
๑. กจิ กรรมแนะแนว โรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษาได้จัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อ

ช่วยเหลอื และพัฒนาผู้เรียน ดังนี้
๑. จดั กิจกรรมเพือ่ ให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลอื ผู้เรยี นมากขนึ้ โดยใช้กระบวนการ

ทาง
จิตวิทยา การจดั บริการสนเทศ โดยจดั ให้มเี อกสารเพือ่ ใช้สำรวจขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตวั ผู้เรยี น ดว้ ยการ
สังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหวา่ ง

๒๓๕

เรียน การเยีย่ มบ้านนกั เรียน การให้ความชว่ ยเหลอื ผู้เรยี นในเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำ
ระเบียนสะสม สมุดรายงานประจำตัวนกั เรียน และบัตรสุขภาพ

๒. จดั กิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพื่อรจู้ ักและเข้าใจ
ตนเอง มีทักษะในการตดั สินใจ การปรบั ตวั และการวางแผนเพื่อเลอื กศึกษาต่อ เลอื กอาชีพ

๓. จัดบริการให้คำปรกึ ษาแกผ่ ู้เรยี นเป็นรายบคุ คล และรายกลมุ่ ในดา้ นการศึกษา
อาชีพ และส่วนตวั โดยมีผู้ให้คำปรึกษาทีม่ ีคณุ วุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้คำปรกึ ษา
ตลอดจนมีห้องให้คำปรึกษาทีเ่ หมาะสม

๓.๑ ชว่ ยเหลอื ผู้เรยี นทีป่ ระสบปญั หาดา้ นการเงิน โดยการให้ทนุ การศึกษา
แกผ่ ู้เรียน

๓.๒ ติดตามเกบ็ ข้อมูลของนกั เรยี นที่สำเร็จการศึกษา

๒. กจิ กรรมลูกเสือ – ยวุ กาชาด ผเู้ รียนในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ ผู้เรยี น
และกิจกรรมลูกเสอื – เนตรนารี ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ ทกุ คน ได้ฝึกอบรมวิชาลกู เสอื –
ยุวกาชาด -เนตรนารี เพือ่ ส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์
เปน็ ประมขุ สง่ เสริมความสามคั คี มีวินัย และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยดำเนนิ การจดั กิจกรรม
ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการลูกเสอื แห่งชาติ

กจิ กรรมลกู เสือ – ยุวกาชาด ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๓
เปิดประชมุ กอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสือ และจดั กิจกรรมให้ศึกษา

วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏิบัติกจิ กรรม ปิด
ประชุมกอง โดยให้ผู้เรยี นศึกษาและฝึกปฏิบัตใิ นเรื่อง

๑. เตรียมลูกเสอื สำรอง นิยายเรือ่ งเมาคลี ประวัติการเริ่มกจิ การลูกเสอื สำรอง การทำ
ความ
เคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเปน็ รายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว
เบื้องต้น
คำปฏิญาณ กฎ และคติพจนข์ องลกู เสอื สำรอง

๒. ลกู เสอื สำรองดาวดวงที่ ๑ ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชงิ ทกั ษะ การสำรวจ การ
ค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภยั บรกิ าร ธง และประเทศตา่ ง ๆ การฝีมอื กิจกรรมกลางแจ้ง การ
บันเทิง การผกู เงื่อน คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสอื สำรอง

๒๓๖

โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ
กระบวนการคิดริเรมิ สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลกู เสอื กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม

เพื่อให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสอื สามารถปฏิบตั ติ ามคำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลกู เสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึง่ ตนเอง ซื่อสตั ย์ สจุ ริต มีระเบียบ
วินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อืน่ บำเพญ็ ตนเพือ่ สาธารณประโยชน์ รู้จกั ทำการฝีมอื พัฒนากาย จิตใจ
และศีลธรรม ท้ังนีโ้ ดยไม่เกี่ยวข้องกบั ลทั ธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนรุ กั ษธ์ รรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
นำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

หมายเหตุ - เมื่อผเู้ รียนผา่ นการทดสอบในข้อ ๑ แล้ว จะได้รบั เคร่อื งหมายลูกเสือสำรอง
- เมือ่ ผู้เรียนได้ปฏิบตั ิกจิ กรรมและผา่ นการสอบแลว้ จะได้รบั เครอ่ื งหมายดาวดวงที่


๒ และ ๓ ตามลำดบั

- สำหรับวิชาพิเศษ ให้ใช้ขอ้ บงั คับคณะลกู เสือแห่งชาตวิ า่ ดว้ ยการปกครองหลกั สูตร
และวิชาพิเศษลูกเสอื สำรอง (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๒

กจิ กรรมลกู เสือ – ยวุ กาชาด ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖
เปิดประชมุ กอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กิจกรรมให้ศึกษา

วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกจิ กรรม ปิด
ประชุมกอง โดยให้ผู้เรยี นศึกษาและฝึกปฏิบัตใิ นเรื่อง

๑. ลูกเสอื ตรี ความรเู้ กีย่ วกบั ขบวนการลูกเสอื คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื สามัญ
กิจกรรม
กลางแจ้ง ระเบียบแถว

๒. ลูกเสอื โท การรู้จักดแู ลตนเอง การช่วยเหลอื ผู้อืน่ การเดนิ ทางไปยังสถานทีต่ า่ ง ๆ
ทกั ษะในทางวิชาลูกเสอื งานอดเิ รกและเรือ่ งทนี่ ่าสนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสือ ระเบียบ
แถว

๓. ลกู เสอื เอก การพึง่ ตนเอง การบรกิ าร การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว

๒๓๗

โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลมุ่ กระบวนการจัดการ
กระบวนการคิดริเร่มิ สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลกู เสอื กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลกู เสอื สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และ
คตพิ จนข์ องลกู เสือสามัญ มีนิสยั ในการสงั เกต จดจำ เชื่อฟัง และพึง่ ตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพญ็ ตนเพือ่ สาธารณประโยชน์ รู้จกั ทำการฝีมอื พฒั นากาย
จิตใจ และศีลธรรม ท้ังนีโ้ ดยไม่เกี่ยวข้องกบั ลทั ธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนรุ ักษธ์ รรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ

หมายเหตุ - เมอื่ ผู้เรยี นได้ปฏิบตั ิกจิ กรรม และผ่านการทดสอบแลว้ จะได้รับเครอ่ื งหมายลูกเสอื
ตรี ลกู เสอื โท และลูกเสอื เอก ตามลำดบั

- สำหรบั วิชาพิเศษ ให้ใช้ขอ้ บังคับคณะลูกเสอื แห่งชาตวิ า่ ดว้ ยการปกครองหลกั สูตร
และวิชาพิเศษลกู เสอื สามัญ (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๒๕

กจิ กรรมลูกเสือ – เนตรนารี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓
เปิดประชุมกอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสอื และจดั กิจกรรมให้ศึกษา

วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏิบตั ิกจิ กรรม ปิด
ประชมุ กอง โดยให้ผู้เรยี นศึกษาและฝึกปฏิบตั ใิ นเรือ่ ง

๑. เคร่อื งหมายลูกเสือโลก (ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๑)
๒. เคร่อื งหมายลูกเสอื ช้ันพิเศษ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒)
๓. เคร่อื งหมายลูกเสือหลวง (ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๓)
โดยใช้กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลมุ่ กระบวนการจัดการ
กระบวนการคิดริเรมิ สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลกู เสอื กระบวนการทางเทคโนโลยี
และภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ได้อยา่ งเหมาะสม

๒๓๘

เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสอื สามารถปฏิบตั ติ ามคำปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ มีนิสยั ในการสังเกต จดจำ เชือ่ ฟัง และพึ่งตนเอง ซื่อสตั ย์ สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น บำเพญ็ ตนเพือ่ สาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมอื พฒั นากาย
จิตใจ และศีลธรรม ท้ังนี้โดยไมเ่ กี่ยวข้องกับลัทธิการเมืองใด ๆ สนใจและอนุรกั ษธ์ รรมชาตแิ ละ
สง่ิ แวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ

หมายเหตุ - ผู้เรยี นจะได้รบั เครอ่ื งหมายลกู เสือโลก เมือ่ เรียนและสอบผ่านวิชาในข้อ ๑
- ผู้เรยี นจะได้รบั เคร่อื งหมายลกู เสือช้ันพิเศษ ต้อง
๑. ได้รับเครอ่ื งหมายลกู เสือโลกแลว้
๒. เรียนและสอบได้วิชาในข้อ ๒. การเดนิ ทางสำรวจ และการบรกิ าร และต้อง

เลอื กเรยี นและสอบผา่ นอีก ๓ วิชาจาก ๖ วิชา ในระดับลกู เสอื ชั้นพิเศษ
๓. ผ่านการฝกึ อบรมความคิดริเร่มิ (การเดนิ ทางไกล และการอยูค่ า่ ยพกั แรม)

- ผเู้ รียนจะได้รบั เครอ่ื งหมายลูกเสือหลวง ต้อง
๑. ได้รบั เคร่อื งหมายลูกเสอื ชั้นพิเศษ
๒. เรียนและสอบได้วิชาพนื้ ฐานอีก ๓ วิชา ในระดับลกู เสือช้ันพิเศษที่ไม่ซ้ำกบั วิชา

พืน้ ฐานในช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๒
๓. สอบได้วิชาการบริการและวิชาพืน้ ฐานอีก ๓ วิชา ในระดบั ลูกเสอื หลวง
๔. ผา่ นการฝกึ อบรมวิชาการเป็นผู้นำ ตามหลกั สูตรที่กำหนด

- สำหรับวิชาพิเศษ ให้ใช้ขอ้ บงั คบั คณะลูกเสอื แห่งชาติ ว่าดว้ ยการปกครองหลักสตู ร
และวิชาพิเศษลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
ผลการเรยี นรูก้ จิ กรรมลกู เสือ - เนตรนารี

๑. รู้ เข้าใจ และสามารถปฏิบัตติ นตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสอื - เนตรนารี

๒. เข้าใจความเปน็ มาและวิวัฒนาการของลกู เสอื - เนตรนารี
๓. ปฏิบัตติ นดว้ ยความซื่อสตั ย์ สุจริต มีความกล้าหาญ อดทน เชือ่ มัน่ ในตนเอง มีระเบียบ
วินัย มีความสามัคคี เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความเสยี สละ บำเพญ็ ตนเพือ่ สาธารณประโยชน์
๔. มีทกั ษะการสงั เกต จดจำ การใช้มอื เครอ่ื งมือ การแก้ไขปัญหา และทกั ษะในการทำงาน
ร่วมกัน
๕. พัฒนาตนเองอยูเ่ สมอ สร้างสรรคง์ านฝีมือ สนใจ และพฒั นาเรื่องของธรรมชาติ

๒๓๙

๓. กจิ กรรมส่งเสริมจริยธรรม ในระดับประถมศึกษา /กิจกรรมชุมนมุ ในระดบั
มธั ยมศึกษา ผู้เรยี นสามารถเลอื กเข้าเป็นสมาชกิ ชุมนุม วางแผนการดำเนนิ กิจกรรมร่วมกนั โดยมี
ชุมนมุ ที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรยี น ประกอบดว้ ยกจิ กรรม ดา้ น
คณุ ธรรม จริยธรรม วฒั นธรรม อนรุ กั ษ์สง่ิ แวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และ
คา่ ยวิชาการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบัติ การบรรยายพิเศษ ดังตัวอย่างพอสังเขปตอ่ ไปนี้

๓.๑ กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จดั สอน
จริยธรรม
ในห้องเรียน จดั ให้มกี ารปฏิบตั กิ ิจกรรมเนื่องในวนั สำคญั ทั้งทางชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์
โดยผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในการจดั กิจกรรมท้ังในด้านวัฒนธรรม ประเพณี กีฬา และศิลปะ

๓.๒ กิจกรรมพัฒนาทักษะชวี ิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสที ุกช่วงชั้น โดยผู้เรยี นได้
ฝึกทักษะการทำงาน และการแก้ปญั หาทุกขน้ั ตอน

๓.๓ กิจกรรมสง่ เสริมนิสยั รกั การทำงาน จดั กิจกรรมวนั วิชาการโดยผู้เรยี นมีโอกาส
ลงมือปฏิบตั ิจริง และฝึกทกั ษะการจัดการ

๓.๔ กิจกรรมเพือ่ อนุรักษ์ส่งิ แวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจดั กิจกรรมสบื สาน
วัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณไี หว้ครู ประเพณีลอยกระทง

๓.๕ กิจกรรมสง่ เสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มกี ารเลอื ก
คณะกรรมการนกั เรยี น โดยให้นำกระบวนการประชาธิปไตยไปใช้ในการร่วมวางแผนดำเนินงาน
พัฒนาโรงเรียน

๓.๖ กิจกรรมคนดขี องสงั คม จดั ให้มกี ารบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกนั ปัญหา
โรคตดิ ต่อร้ายแรง ปัญหายาเสพย์ติด ปัญหาวัยร่นุ ให้ความรเู้ พื่อปลูกฝังให้เป็นสุภาพบรุ ษุ
สภุ าพสตรี

๓.๗ กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่
ห้องสมดุ หอ้ งปฏิบัตกิ ารทางภาษา ห้องปฏบิ ัตกิ ารวิทยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ

๓.๘ กิจกรรมส่งเสริมสขุ ภาพอนามัย ให้บรกิ ารห้องพยาบาล มีบริการให้ความรแู้ ก่
ผู้เรยี น เพื่อป้องกันโรคระบาดอยา่ งทันเหตกุ ารณ์

๔. กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ เป็นกิจกรรมทีส่ ง่ เสริมให้ผู้เรียนได้ทำ
ประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพือ่ แสดงถึงความ
รับผิดชอบ ความดงี าม ความเสยี สละตอ่ สงั คม มีจติ ใจมุ่งทำประโยชน์ตอ่ ครอบครวั ชมุ ชนและ

๒๔๐

สังคม กิจกรรมสำคญั ไดแ้ ก่ กิจกรรมบำเพญ็ ประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรง
รักษา สบื สานศาสนา ศิลปะและวฒั นาธรรม กิจกรรมพัฒนานวตั กรรมและเทคโนโลยีเพื่อสงั คม

เวลาเรียนสำหรบั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชนจ์ ดั สรรเวลาให้ผู้เรียนดังนี้

- ระดบั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง (เฉลีย่ ปีละ ๑๐ ชั่วโมง)
- ระดบั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑-๓ รวม ๓ ปี จำนวน ๔๕ ชัว่ โมง (เฉลีย่ ปีละ ๑๕ ชั่วโมง)
การจดั กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ ในระดบั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ นำไป
สอดแทรกในกิจกรรมสง่ เสริมจริยธรรม และในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นสอดแทรกในกิจกรรม
ชุมนมุ ทั้งนกี้ ารทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ผู้เรยี นรายงานแสดงการเข้าร่วม
กิจกรรมลงในสมดุ บันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้ารว่ มกิจกรรมทกุ คร้ังท้ังกิจกรรมในสถานศึกษา
และกิจกรรมนอกสถานศึกษา

การพจิ ารณามอบหมายผู้จัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
คณะครูทกุ คนเป็นที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามที่สถานศึกษามอบหมายโดยมี

บทบาท ดังนี้
๑. ปฐมนิเทศผู้เข้าเรียนให้เข้าใจเป้าหมาย วิธกี ารจัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
๒. เลอื กตั้งคณะกรรมการการดำเนนิ กิจกรรม
๓. สง่ เสริมการจดั ทำแผนงาน / โครงการ โดยให้ผู้เรยี นรว่ มแสดงความคิดเห็นใน

การจัดทำแผนงานโครงการ และปฏิทินปฏิบตั ิงาน
๔. ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในด้านทรัพยากรตามความเหมาะสม
๕. ให้คำปรกึ ษา ดแู ล ติดตามการจดั กิจกรรมของผู้เรยี นให้เป็นไปตามแผนงานด้วย

ความเรียบรอ้ ย และปลอดภัย
๖. ประเมินผลการเข้ารว่ มและปฏิบตั ิกจิ กรรมของผู้เรยี น
๗. สรปุ และรายงานผลการจัดกิจกรรมต่อหวั หน้ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

๒๔๑

ข้นั ตอนการดำเนนิ การของกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
๑. ประชุมผู้ทีเ่ กี่ยวข้อง เพือ่ กำหนดนโยบาย
๒. แต่งตั้งคณะทำงาน
๓. สำรวจความสนใจของผู้เรยี นและความพร้อมของสถานศึกษา
๔. กำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๕. วางแผนร่วมกนั ระหวา่ งผู้ทีเ่ กีย่ วข้อง จดั ทำแผนงานโครงการและปฏิทินปฏิบตั งิ าน
๖. ปฏิบัตงิ านตามแผนที่กำหนด
๗. นิเทศ ติดตาม และประเมินผล
๘. สรปุ รายงานผล

บทที่ ๕

การจดั การเรียนรู้และการส่งเสริมการเรียนรู้
ตามหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนขนุ ห้วยตากพัฒนาศึกษา

การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลกั สูตรสู่การปฏิบัติ หลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน เปน็ หลักสูตรทีม่ ีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรยี น เปน็ เป้าหมายสำหรับพฒั นาเด็กและเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคณุ สมบัตติ ามเป้าหมายหลกั สูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร
กระบวนการเรียนรู้ จดั การเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลกั สูตร ๘ กลมุ่
สาระการเรียนรู้ รวมท้ังปลกู ฝงั เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทกั ษะต่าง ๆ อันเป็น
สมรรถนะสำคัญให้ผู้เรยี นบรรลุตามเป้าหมาย

๒๔๒

หลกั การจัดการเรยี นรู้ตามหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นขุนห้วยตากพฒั นาศึกษา
การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขุนห้วยตากพฒั นาศึกษา พทุ ธศักราช

๒๕๕๓ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรับปรุง
พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ยึดหลกั การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางของพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่เน้นผู้เรยี นมีความสำคญั ทีส่ ดุ เชือ่ วา่ ทุกคนมคี วามสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเอง
ได้ ยึดประโยชนท์ ี่เกิดกับผู้เรียน โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเปน็ คนดี เกง่ มีความเปน็ ไทย และทำงาน
ร่วมกบั ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กล่มุ กระบวนการจดั การเรียนรู้ต้อง
ส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเตม็ ตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่าง
ระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคญั ท้ังความรู้ และคณุ ธรรม คิดเป็นองค์
รวม และร่วมมือกนั พฒั นาสังคมไทย การจดั การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมคี วามรู้ ความสามารถตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามทีก่ ำหนดไว้ในหลกั สตู ร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องสง่ เสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนา
ตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลและพัฒนาการทางสมอง
เน้นให้ความสำคญั ทั้งความรู้ และคณุ ธรรม การจดั การเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน
ขุนห้วยตากพัฒนาศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงไดก้ ำหนดแนว
ดำเนนิ การเพือ่ ให้การจัดการเรียนรู้ตามหลกั สูตรประสบความสำเรจ็ ตามจดุ มงุ่ หมาย ดงั นี้

๑. จดั ประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดหลักการพฒั นาผู้เรียนให้ถึงศกั ยภาพสูงสุด คือ
ผู้เรยี นได้ พฒั นาตนเอง ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสงั คม มคี วามรสู้ กึ ทีด่ ีเกี่ยวกับตนเอง
ภาคภมู ิใจในผลการปฏิบตั ิ

๒. จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดชีวิตจริงของผู้เรยี นเปน็ หลัก เน้นให้ผู้เรยี นมีศักยภาพ
ในการคิดเชิงระบบ และคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ มีรปู แบบการคิดของตนเอง ค้นพบตนเอง

๓. จดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้โดยยึดหลักความแตกต่างระหว่างบคุ คล และหลกั การ
เรียนรู้ในเชิงพหุปญั ญา และใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปญั หาและพัฒนาผู้เรียน

๔. จัดประสบการณโ์ ดยใช้คุณธรรมนำความรู้ บูรณาการคณุ ธรรมในการจัดประสบการณ์
ทุกกล่มุ สาระการเรียนรู้ และทกุ ขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้ ถอื ว่าครทู กุ คนมหี น้าที่พฒั นาผู้เรียน
ให้ประพฤติตนยึดหลกั คุณธรรม และพัฒนาตนให้มีคา่ นยิ มอนั พึงประสงค์

๕. จดั บรรยากาศให้เอือ้ ต่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีอิสระในการคิด ได้ลงมือ
ปฏิบตั จิ ริง ครูพร้อมให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ เสริมแรงให้ผู้เรียนมีความเชื่อมัน่ วา่ ตนเองมี
ศักยภาพในการเรียนรู้ในเชิงพหุปญั ญา ไม่ด้านใดกด็ ้านหนึง่ หรือหลายดา้ นพร้อมกัน

๒๔๓

๖. จดั ประสบการณ์การเรียนรู้ให้มคี วามสัมพันธ์ เชือ่ มโยง หรือบูรณาการท้ังภายในกลุม่
สาระการเรียนรู้ และระหวา่ งกลมุ่ สาระการเรียนรู้ให้มากทีส่ ดุ

๗. จดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ให้ยืดหย่นุ ตามเหตุการณ์ และสภาพท้องถิน่ โดยใช้แหล่ง
การเรียนรู้และภูมปิ ัญญาท้องถิ่นในการจดั การเรียนรู้ตามความเหมาะสม

๘. จดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้โดยมงุ่ เน้นกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดอย่างมี
เหตุผล และสร้างสรรค์ กระบวนการกลมุ่ การจัดการเรียนรู้ทีเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ผู้เรยี น
จะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เปน็ เครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสเู่ ป้าหมายของ
หลกั สูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรยี น อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ
กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์
และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้ จากประสบการณจ์ ริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง
กระบวนการจดั การ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นา
ลักษณะนสิ ัย
กระบวนการเหลา่ นีเ้ ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนรู้ทีผ่ เู้ รียนควรได้รบั การฝึกฝน พฒั นา เพราะจะ
สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ไดด้ ี บรรลุเป้าหมายของหลักสตู ร ดังน้ัน ผู้สอน จึงจำเป็นต้อง
ศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลอื กใช้ในการจดั กระบวนการ
เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

การออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลกั สตู รสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั สมรรถนะ

สำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึง
พิจารณาออกแบบการจดั การเรียนรู้โดยเลอื กใช้วิธสี อนและเทคนิคการสอน ส่อื /แหลง่ เรียนรู้ การ
วัดและประเมินผล เพือ่ ให้ผู้เรียนได้พัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายทีก่ ำหนด

๑. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รยี น
การจดั การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคณุ ภาพตามเป้าหมายของหลักสตู ร ท้ังผู้สอนและ

ผู้เรยี นควรมีบทบาท ดงั นี้
๑.๑ บทบาทของผู้สอน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรยี นเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมลู มาใช้ในการวางแผน

การจดั การเรียนรู้ ทีท่ ้าทายความสามารถของผู้เรยี น
๒) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขนึ้ กับผู้เรียน ดา้ นความรู้และทักษะ

๒๔๔

กระบวนการ ทีเ่ ป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสมั พันธ์ รวมท้ังคุณลกั ษณะอันพึง
ประสงค์

๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกตา่ ง
ระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการทางสมอง เพือ่ นำผเู้ รียนไปสูเ่ ป้าหมาย

๔) จดั บรรยากาศที่เอือ้ ต่อการเรียนรู้ และดแู ลช่วยเหลอื ผู้เรยี นให้เกิดการ
เรียนรู้

๕) จัดเตรียมและเลอื กใช้สือ่ ให้เหมาะสมกบั กิจกรรม นำภูมิปญั ญาท้องถิน่
เทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมมาประยกุ ต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรยี นดว้ ยวิธกี ารทีห่ ลากหลาย เหมาะสม
กับธรรมชาตขิ องวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรยี น

๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน
รวมท้ังปรบั ปรุงการจัดการเรียนการสอนของตนเอง

๑.๒ บทบาทของผเู้ รียน
๑) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหลง่ การเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์

ข้อความรู้ ต้ังคำถาม คิดหาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปญั หาดว้ ยวิธีการต่าง ๆ ลงมือปฏิบตั ิจริง สรุป
ส่งิ ทีไ่ ดเ้ รียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยกุ ตใ์ ช้ ในสถานการณต์ า่ ง ๆ มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำ
กิจกรรมรว่ มกบั กลุ่มและครูประเมินและพฒั นากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง

การสง่ เสริมการเรยี นรู้
ปัจจยั สำคญั ทีเ่ ป็นสว่ นหนึ่งของการจัดการศึกษาให้มีคณุ ภาพ และประสบความสำเรจ็ ตาม

จดุ มงุ่ หมายของหลักสตู ร คือการพฒั นาระบบการสง่ เสริม สนับสนุน ของสถานศึกษาในดา้ นตา่ ง ๆ
ทีจ่ ะเออื้ ให้สามารถจดั การเรียนการสอนไดอ้ ย่างมีคุณภาพ สำหรับแนวปฏิบตั ิในการส่งเสริมการ
เรียนรู้ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของสถานศึกษา ได้กำหนดแนวในการ
สง่ เสริมการเรียนรู้ ดังตอ่ ไปนี้

๑. การจดั สภาพแวดล้อมในสถานศึกษาให้เออื้ ต่อการใช้หลักสตู ร การจดั สภาพแวดล้อม
ในสถานศึกษาให้เออื้ ต่อการใช้หลกั สูตรเป็นหน้าทีโ่ ดยตรงของบุคลากรทุกคนในสถานศึกษาที่
จะต้อง
ร่วมมือกัน โดยยึดเป้าหมาย หลักการ และจดุ เนน้ ต่าง ๆ ของหลกั สูตรเปน็ หลกั ในการดำเนนิ การ
ทั้งนีเ้ พื่อให้ผู้เรียนได้เรยี นรู้และพัฒนาตนเองได้อยา่ งเต็มศักยภาพ

๒๔๕

๒. การจัดให้มแี หลง่ การเรียนรู้ ห้องสมดุ และมุมหนงั สือ หรือแหล่งวิชาทีจ่ ะให้ผู้เรียนได้
ศึกษา ค้นคว้าหาความรดู้ ว้ ยตนเอง เพือ่ เพิม่ พนู ประสบการณ์และความชำนาญ โดยเฉพาะ
ห้องสมุดเปน็ แหลง่ การเรียนรู้ทีส่ ำคัญยิง่ เพราะเป็นแหล่งทีร่ วบรวมองค์ความรู้ทีเ่ ป็นประโยชน์กบั
ผู้เรยี นโดยตรง นอกจากนีย้ งั จัดให้มแี หลง่ การเรียนรู้ในรปู ของศูนย์การเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเอง
คอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบตั กิ ารทางภาษา ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีตา่ ง ๆ

๓. การจัดให้มบี รเิ วณสำหรับให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัตกิ ิจกรรมในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ
เพือ่ ให้ผู้เรียนได้เรยี นรู้จากประสบการณ์จริง ไดค้ ิด ได้ทำ ได้แสดงออก ได้เรยี นรู้เอง และคน้ พบ
ความรดู้ ว้ ยตนเองตามศักยภาพของนักเรยี นแตล่ ะคน

๔. การจัดให้มแี หลง่ การเรียนรู้ในท้องถิ่น และการใช้ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ การจัดการเรียนรู้
ตามหลักสูตรเน้นการเรียนรู้จากแหลง่ การเรียนรู้ท้ังในและนอกห้องเรียน ท้ังนเี้ พือ่ ผู้เรียนจะไดม้ ี
โอกาสที่จะสมั ผสั กับชีวิตจริงนอกห้องเรียนหรือนอกโรงเรียน ได้พบปะกับผู้คน ผู้รู้ ภูมิปัญญาของ
ท้องถิน่ เพื่อจะได้เรยี นรู้สิ่งตา่ ง ๆ มากขนึ้ มีประสบการณ์กว้างขวางขนึ้ เรียนรู้ไดท้ ุกเวลาและทุก
สถานทไ่ี มจ่ ำกดั ว่าจะต้องเรียนรู้จากผู้สอนในสถานศึกษาเทา่ น้ัน

๕. การวิจยั เพื่อพัฒนาคณุ ภาพ การวิจยั เป็นกระบวนการที่ควบคกู่ บั กระบวนการเรียนรู้
และกระบวนการทำงานของผู้ที่เกี่ยวข้องกบั การศึกษา ซึง่ เป็นกลไกที่นำไปสู่สงั คมแห่งภมู ิปัญญา
และการเรียนรู้ ดงั น้ันในการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องนำกระบวนการวิจยั มาผสมผสานหรือ
บรู ณาการเพือ่ พฒั นาคุณภาพของผู้เรยี น และสามารถใช้กระบวนการการวิจัยเปน็ สว่ นหนึ่งของ
กระบวนการเรียนรู้ นอกจากนีผ้ ลการวิจัยยงั เปน็ ประโยชน์ตอ่ การแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพ
ของผู้เรยี นได้เปน็ อยา่ งดี

๖. การจัดเครอื ข่ายวิชาการ ผู้สอนนบั ว่ามีสว่ นสำคัญที่จะทำให้การจดั การเรียนรู้ประสบ
ผลสำเร็จ สถานศึกษาจึงจดั ให้มีเครือขา่ ยเชือ่ มโยงกับสถานศึกษาอื่น ซึ่งเป็นสถานศึกษาใน
โครงการโรงเรียนเครอื ข่ายการใช้หลกั สตู รสถานศึกษาของจังหวัดตาก ทั้งนเี้ พื่อให้ผู้สอนได้
แลกเปลย่ี นเรียนรู้ แลกเปลย่ี นประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ซ่งึ กันและกนั ทำให้ได้รบั ความรู้
และแนวคิดใหม่ ๆ ที่หลากหลาย และกว้างขวาง ทีส่ ามารถนำไปพฒั นาการจัดการเรียนการสอน
ได้อยา่ งมีคณุ ภาพ นอกจากนีย้ งั สง่ เสริม และสนบั สนุนให้มีการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ทางวิชาการ จาก
ผู้สอนในสถานศึกษาเดยี วกนั และสถานศึกษาอื่น ๆ ตลอดจนชมรมวิชาการต่าง ๆ เพือ่ ให้ผู้สอน
ได้รบั การพัฒนาตนเองอยา่ งสม่ำเสมอ

๒๔๖

บทที่ ๖

การวดั และประเมินผลการเรียน
ตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นขนุ ห้วยตากพัฒนาศึกษา
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนขนุ ห้วยตากพัฒนาศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรบั ปรุง
พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ จดั ทำขนึ้ ภายใต้กรอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ บรบิ ทของสภาพชุมชนและสงั คม ภูมิปญั ญาท้องถิน่ ของสถานศึกษา เพือ่ ใช้
จัดในการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อพฒั นาให้ผู้เรยี นเป็นสมาชกิ ที่ดีของครอบครัว ชมุ ชน สงั คม
ประเทศชาติ และพลโลก จากความมลู เหตุดงั กลา่ ว การวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนขุนห้วยตากพัฒนาศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช
๒๕๖๐ จึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการประเมินผลตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เป็นหลัก ซึ่งการดำเนินการในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตร
สถานศึกษาไดก้ ำหนดแนวทางในการดำเนินการดงั ตอ่ ไปนี้

๒๔๗

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลกั การพนื้ ฐานสองประการคือ

การประเมินเพือ่ พฒั นาผู้เรียนและเพือ่ ตัดสินผลการเรียน ในการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้ของ
ผู้เรยี น ให้ประสบผลสำเรจ็ น้ัน ผู้เรยี นจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชวี้ ัดเพือ่ ให้
บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคญั และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรยี น
ซึง่ เปน็ เป้าหมายหลกั ในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ในทกุ ระดบั ไม่วา่ จะเปน็ ระดับช้ันเรียน
ระดบั สถานศึกษา ระดบั เขตพืน้ ที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
เป็นกระบวนการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นโดยใช้ผลการประเมินเปน็ ข้อมลู และสารสนเทศที่
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรยี น ตลอดจนข้อมูลทีเ่ ปน็
ประโยชน์ต่อการสง่ เสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรยี นรู้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนขนุ ห้วยตากพฒั นา
ศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐ แบง่ ออกเป็น ๔ ระดบั ไดแ้ ก่
ระดบั ชั้นเรียน ระดบั สถานศึกษาระดบั เขตพื้นทีก่ ารศึกษาและระดับชาติ มีรายละเอียด ดงั นี้

๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจดั การ
เรียนรู้ ผู้สอนดำเนนิ การเปน็ ปกติและสมำ่ เสมอ ในการจดั การเรียนการสอน ใช้เทคนคิ การประเมิน
อยา่ งหลากหลาย เชน่ การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การ
ประเมินชิน้ งาน/ ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเปน็ ผปู้ ระเมินเอง
หรือเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นประเมินตนเอง เพือ่ นประเมินเพือ่ น ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีทีไ่ ม่
ผ่านตวั ช้ีวดั ให้มีการสอนซอ่ มเสริม

การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผเู้ รียนมีพฒั นาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อนั เป็นผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่
จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรงุ และส่งเสริมในดา้ นใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรงุ
การเรียนการสอนของตนดว้ ย ทั้งนีโ้ ดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัด

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล
การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัด
การศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมี
จดุ พัฒนาในดา้ นใด รวมท้ังสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์
ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรบั ปรุงนโยบาย

๒๔๘

หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา ของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด
การศึกษา ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษา ขนั้ พืน้ ฐาน ผู้ปกครองและชุมชน

๓. การประเมินระดับเขตพนื้ ที่การศึกษา เปน็ การประเมินคุณภาพผู้เรยี นในระดบั เขต
พืน้ ที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน เพื่อใช้เปน็
ข้อมลู พนื้ ฐานในการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของเขตพืน้ ที่การศึกษา ตามภาระความรบั ผิดชอบ
สามารถดำเนินการโดยประเมินคณุ ภาพผลสมั ฤทธิข์ องผู้เรียนดว้ ยขอ้ สอบมาตรฐานท่จี ัดทำและ
ดำเนนิ การโดยเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา หรือดว้ ยความร่วมมือกบั หนว่ ยงานต้นสงั กัด ในการดำเนนิ การ
จัดสอบ นอกจากนีย้ ังได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขต
พืน้ ที่การศึกษา

๔. การประเมินระดบั ชาติ เป็นการประเมินคณุ ภาพผู้เรยี นในระดบั ชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนทีเ่ รียน
ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้ารบั การประเมิน ผล
จากการประเมินใช้เปน็ ข้อมลู ในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดบั ตา่ ง ๆ เพือ่ นำไปใช้ในการ
วางแผนยกระดับคณุ ภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมลู สนบั สนุนการตัดสนิ ใจในระดับ
นโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดบั ตา่ ง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ตอ่ สถานศึกษาในการตรวจสอบ
ทบทวนพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น ถอื เปน็ ภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตอ้ งจัดระบบดแู ล
ชว่ ยเหลอื ปรับปรงุ แก้ไข สง่ เสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรยี นได้พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพบนพืน้ ฐาน
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความตอ้ งการ ได้แก่ กล่มุ ผู้เรียนทวั่ ไป
กลุม่ ผู้เรียนทีม่ ีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นตำ่ กลุ่มผู้เรียนทีม่ ี
ปัญหาดา้ นวินัยและพฤติกรรม กลมุ่ ผู้เรียนทีป่ ฏิเสธโรงเรียน กลุม่ ผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ
และสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปญั ญา เปน็ ต้น ข้อมลู จากการประเมินจึงเป็นหวั ใจของ
สถานศึกษาในการดำเนนิ การช่วยเหลอื ผู้เรยี นไดท้ นั ทว่ งที ปดิ โอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพฒั นาและ
ประสบความสำเรจ็ ในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผรู้ ับผิดชอบจดั การศึกษา จะต้องจดั ทำระเบียบวา่ ดว้ ยการวัดและ
ประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคลอ้ งและเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบตั ิที่เปน็
ข้อกำหนดของหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน เพื่อให้บุคลากรทีเ่ กี่ยวข้องทกุ ฝ่ายถอื ปฏิบัติ
ร่วมกัน

๒๔๙

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรยี น
๑. การตดั สิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตดั สินผลการเรียน

ในการตัดสินผลการเรียนของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน คุณลักษณะ
อนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนงึ ถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเปน็
หลัก และต้องเก็บข้อมลู ของผเู้ รียนทกุ ดา้ นอย่างสมำ่ เสมอและต่อเนือ่ งในแตล่ ะภาคเรียน รวมทั้งสอน
ซอ่ มเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ

ระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผู้เรยี นต้องมีเวลาเรียนไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้ังหมด
(๒) ผู้เรยี นต้องได้รับการประเมินทุกตัวช้ีวัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
(๓) ผู้เรยี นต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
(๔) ผเู้ รียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่
สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
(๑) ตดั สินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรยี นต้องมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรียน
ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชาน้ัน ๆ
(๒) ผู้เรยี นต้องได้รับการประเมินทุกตัวช้ีวัด และผา่ นตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษา
กำหนด
(๓) ผู้เรยี นต้องได้รับการตดั สินผลการเรียนทกุ รายวิชา
(๔) ผู้เรยี นต้องได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑท์ ี่
สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน
การพิจารณาเลอ่ื นชั้นท้ังระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีขอ้ บกพร่องเพียง
เลก็ น้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซอ่ มเสริมได้ ให้อย่ใู นดลุ พินิจของ
สถานศึกษาที่จะผอ่ นผนั ให้เล่อื นชั้นได้ แต่หากผู้เรยี นไม่ผา่ นรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะ

๒๕๐

เปน็ ปญั หาต่อการเรียนในระดบั ชั้นทีส่ งู ขนึ้ สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรยี นซ้ำชั้น
ได้ ทั้งนีใ้ ห้คำนึงถึงวฒุ ิภาวะและความรคู้ วามสามารถของผู้เรยี นเปน็ สำคัญ

๑.๒ การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพือ่ ให้ระดับผลการเรียนรายวิชา

สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียนหรือระดับคณุ ภาพการปฏิบตั ขิ องผู้เรยี น เปน็ ระบบตัวเลข
โดยให้ใช้ตัวเลขแสดงระดบั ผลการเรียนเป็น ๘ ระดบั การประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน
และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดบั ผลการประเมินเปน็ ดเี ยีย่ ม ดี และผ่าน การประเมิน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม การปฏิบัตกิ ิจกรรมและผลงาน
ของผู้เรยี น ตามเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเปน็ ผ่าน และไมผ่ า่ น

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในการตัดสนิ เพือ่ ให้ระดับผลการเรียนรายวิชา
ให้ใช้ตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรียนเป็น ๘ ระดับ การประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น และ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการประเมินเป็น ดเี ยี่ยม ดี และผ่าน การประเมิน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบตั กิ ิจกรรมและผลงาน
ของผู้เรยี น ตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และไมผ่ ่าน

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสือ่ สารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบ

ความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึง่ สถานศึกษาต้องสรปุ ผลการประเมินและจดั ทำ
เอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบภาคเรียนละ ๑ ครงั้
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคณุ ภาพการปฏิบตั ขิ องผู้เรยี นที่สะท้อน
มาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรียนรู้

๒. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรบั การจบการศึกษาเปน็
๓ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น และระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
๒.๑ เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา

(๑) ผู้เรยี นเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเตมิ ตามโครงสร้างเวลา
เรียน ทีห่ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐานกำหนด

(๒) ผู้เรยี นต้องมีผลการประเมินรายวิชาพนื้ ฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด


Click to View FlipBook Version