แผนการจัดการเรยี นรู้มงุ่ เน้นสมรรถนะ
ชื่อวชิ า......อาชีวอนามัยและความปลอดภัย.......รหัสวิชา..... 20001-1001.....
ทฤษฎี...2...ปฏิบัติ..0…หน่วยกติ …2……
หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพ หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสูง
ประเภทวิชา...........อตุ สาหกรรม.............สาขาวิชา..............ช่างกลโรงงาน...............
สาขางาน.............เครอ่ื งมอื กล..............
จัดทาโดย
นางสาวศรญั ญา บวั พทุ ธา
ตาแหน่ง ครูพเิ ศษสอน
วิทยาลัยเทคนคิ สว่างแดนดนิ
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธิการ
แบบคาขออนมุ ตั ิ
แผนการจดั การเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ
รหัสวชิ า 20001-1001 วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562
ผู้จดั ทา
ลงชอื่ ..............................................
(นางสาวศรัญญา บัวพุทธา)
ตาแหน่ง ครู
ผตู้ รวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชอ่ื .............................................. ลงชอ่ื ..............................................
(นายสุรตั น์ โคตรปญั ญา) (นายคมุ ดวง พรมอินทร)์
หัวหนา้ งานพฒั นาหลักสูตรฯ
หัวหนา้ แผนกวชิ าช่างกลโรงงาน
ความเหน็ รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ
..........................................................................................
ลงชื่อ..............................................
(นายทินกร พรหมอนิ ทร์)
รองผอู้ านวยการฝ่ายวิชาการ
ความเหน็ ผูอ้ านวยการวิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน
อนุมตั ิ ไมอ่ นมุ ตั ิ เพราะ....................................
ลงชือ่ ..............................................
(นางวรรณภา พว่ งกลุ )
ผู้อานวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ สว่างแดนดิน
1
ลักษณะรายวิชา
รหัสวิชา 20001-1001 ชอ่ื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่อื งมือกล
จุดประสงคร์ ายวิชา
1. เพ่ือให้มีความเข้าใจหลักการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเบื้องต้น กฎหมาย
พระราชบัญญัติและสารสนเทศทางด้านความปลอดภัย เทคโนโลยีและวิศวกรรมความปลอดภัย
หลกั การยศาสตรเ์ พื่ออาชวี อนามัยและเพิ่มผลผลิต และมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความ
ปลอดภัย
2. เพ่ือให้สามารถดาเนินงานด้านความปลอดภัยในการทางาน ป้องกันและควบคุมอันตรายจาก
สภาพแวดล้อมการทางาน ดาเนินงานด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมความปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาพ
อนามัยพนักงาน ปรับปรุงสภาพการทางานและจัดการอาชวี อนามัยและความปลอดภยั เบอื้ งต้น
3. เพอ่ื ให้มีกิจนิสัยในการทางานด้วยความรอบครอบ หย่ังรู้อันตราย มีความตระหนักในอาชีวอนามัย
และความปลอดภยั
มาตรฐานรายวิชา
1. เข้าใจหลกั การจัดและมาตรฐานการจัดการ อาชีอนามัยและความปลอดภัย
2. ดาเนนิ งานด้านความปลอดภัยในการทางาน
3. ดาเนินงานปอ้ งกนั และควบคมุ อนั ตรายจากสภาพแวดล้อมในการทางาน
4. ดาเนนิ งานดา้ นเทคโนโลยแี ละวศิ วกรรมความปลอดภยั
5. ส่งเสริมสขุ ภาพอนามยั พนกั งาน
6. ปรับปรุงสภาพการทางานตามหลักการยศาสตร์
7. จัดการอาชวี อนามัยและความปลอดภยั
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมความปลอดภัยในการทางาน การจัดทีมงานส่งเสริมความปลอดภัยภายในและ
ภายนอกสานักงาน การป้องกนั และควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดลอ้ มในการทางานทางด้านชวี ภาพ กายภาพ และ
ทางเคมี เทคโนโลยแี ละวศิ วกรรม ความปลอดภยั เบื้องต้น ความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ทางาน การใช้เคร่ืองมือ
เคร่ืองจักรและยานพาหนะ การเคลื่อนย้ายวัสดุและเก็บรักษาวัสดุ ความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า และในงาน
กอ่ สร้าง การปอ้ งกันและระงับอคั คีภัย การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั พนกั งาน การป้องกันและเฝ้าระวังโรคจากการ
ทางาน การปฐมพยาบาล การวเิ คราะหแ์ ละปรับปรงุ สภาพการทางานตามหลักการยศาสตร์ การจัดอาชีวอนามัย
และความปลอดภัยเบื้องต้น การตรวจความปลอดภัย การสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุในการทางาน การ
วิเคราะห์งานเพ่ือความปลอดภัยและการฝึกการหยงั่ ร้อู นั ตราย
2
วิเคราะห์หัวขอ้ เรื่อง
รหัสวชิ า 20001-1001 ชื่อวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมอื กล
หวั ข้อหลัก (Main Element)/ แหลง่ ขอ้ มลู
หน่วยการเรียนรู้ (Learning Unit) ABCDE
1. ความรู้เบือ้ งต้นเก่ียวกับอาชวี อนามยั และความปลอดภัย √
2. การป้องกันและควบคมุ มลพิษจากสภาพแวดล้อมในการทางาน √
3. เทคโนโลยแี ละวศิ วกรรมความปลอดภัยเบอ้ื งต้น √
4. ความปลอดภยั ในการใช้เครอื่ งมือเครือ่ งจกั รและยานพาหนะ √
5. การเคล่ือนย้ายวัสดุและการเกบ็ รักษา √
6. ความปลอดภยั เกยี่ วกบั ไฟฟ้า √
7.ความปลอดภัยเกย่ี วกบั งานกอ่ สรา้ ง √
8. การป้องกนั และระงับอคั คภี ยั √
9. การสง่ เสริมสุขภาพอนามัยพนักงาน √
10. การปอ้ งกันและเฝา้ ระวงั โรคจากการทางาน √
11. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น √
12. การวเิ คราะหแ์ ละปรบั ปรงุ สภาพการทางานตามหลกั การยศาสตร์ √
13. การสอบสวนและวิเคราะห์อบุ ัตเิ หตุในการทางาน √
14. การตรวจงานและการวิเคราะหง์ านเพื่อความปลอดภยั √
15. กฎหมายท่ีเก่ียวกบั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั √
หมายเหตุ A: คาอธิบายรายวิชา
B: ผูเ้ ชีย่ วชาญ
C: ผ้ชู านาญงาน
D: ประสบการณข์ องครูผสู้ อน
E: เอกสาร/ตารา/คู่มือ
3
วเิ คราะหห์ ัวข้อเร่อื ง
รหสั วิชา 20001-1001 ช่อื วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครอ่ื งมอื กล
หน่วยท่ี ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ หัวข้อยอ่ ย
1
ความรู้เบอ้ื งตน้ เกย่ี วกับอาชีวอ 1.1 ความรทู้ ่ัวไปเกย่ี วกับงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
นามัยและความปลอดภยั 1.2 ความหมายของอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
1.3 ความสาคัญของงานอาชวี อนามยั และความปลอดภัย
1.4 ขอบเขตของงานอาชีวอนามยั และความปลอดภยั
1.5 บคุ คลากรทีเ่ กย่ี วข้องกับงานอาชวี อนามยั และความ
ปลอดภยั
1.6 ประโยชนข์ องงานอาชวี อนามยั และความปลอดภัย
2 การปอ้ งกนั และควบคุมมลพษิ 2.1 อันตรายจากมลพษิ ในสภาพแวดลอ้ มการทางาน
จากสภาพแวดล้อมในการ 2.2 หลักการป้องกนั และควบคมุ มลพิษในสภาพแวดล้อมการ
ทางาน ทางาน
2.3 การปอ้ งกันและควบคมุ มลพษิ ในสภาพแวดลอ้ มการทางาน
ด้านชวี ภาพ
2.4 การป้องกนั และควบคมุ มลพษิ ในสภาพแวดล้อมการทางาน
ด้านกายภาพ
2.5 การปอ้ งกนั และควบคมุ มลพิษในสภาพแวดล้อมการทางาน
ด้านเคมี
3 เทคโนโลยแี ละวิศวกรรมความ 3.1 สีเพ่ือความปลอดภัย
ปลอดภัยเบอ้ื งต้น 3.2 เครอื่ งหมายแห่งความปลอดภัย
3.3 อปุ กรณ์ปอ้ งกนั ภยั สว่ นบุคคล
4 ความปลอดภยั ในการใช้ 4.1 ประเภทของเครอื่ งจกั รในงานอุตสาหกรรม
เครอื่ งมือเคร่ืองจกั รและ 4.2 การปอ้ งกันอนั ตรายจากเครอ่ื งจักร
ยานพาหนะ 4.3 ชนิดของอปุ กรณป์ ้องกันอันตรายจากเคร่อื งจักร
4.4 หลกั ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตงิ านจาก
4
วเิ คราะห์หัวข้อเรือ่ ง
รหสั วชิ า 20001-1001 ช่อื วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่อื งมือกล
หน่วยที่ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ หัวขอ้ ย่อย
5
การเคลอ่ื นย้ายวสั ดุและการเกบ็ 5.1 ความสาคญั ของการเคลอ่ื นยา้ ย และจดั เก็บวสั ดุอปุ กรณ์
6
รกั ษา 5.2 หลกั การเคล่อื นยา้ ยวสั ดุ
7
8 5.3 อบุ ตั ิเหตุจากการเคลือ่ นย้ายวัสดอุ ุปกรณ์
9
5.4 แนวทางการปอ้ งกนั อบุ ตั เิ หตทุ เ่ี กดิ จากการเคล่ือนย้ายวสั ดุ
10
และอุปกรณ์
5.5 วธิ ีการจดั เกบ็ วสั ดุ และอุปกรณ์ในการทางาน
ความปลอดภัยเกี่ยวกบั ไฟฟา้ 6.1 อนั ตรายทเ่ี กดิ จากไฟฟ้า
6.2 สาเหตคุ วามไมป่ ลอดภัยในการปฏบิ ตั ิงานท่ีเกิดจากฟ้า
6.3 หลักความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตงิ านทเ่ี ก่ยี วกบั ไฟฟ้า
6.4 ขอ้ แนะนาในการปฏิบัตงิ านเกีย่ วกบั ไฟฟ้า
6.5 การช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเมื่อถกู ไฟฟา้ ดดู
ความปลอดภัยเกี่ยวกับงาน 7.1 อนั ตรายทเี่ กิดจากงานก่อสร้าง
ก่อสร้าง 7.2 สาเหตขุ องอันตรายจากงานกอ่ สรา้ ง
7.3 หลกั ความปลอดภยั ในงานกอ่ สร้าง
การปอ้ งกนั และระงับอัคคภี ยั 8.1 ประเภทของอคั คีภัย
8.2 สาเหตขุ องการเกิดอคั คภี ยั
การส่งเสรมิ สุขภาพอนามยั 8.3 ผลกระทบท่ีเกิดจากอัคคีภัย
พนักงาน 8.4 การปอ้ งกนั และระงับอัคคภี ัย
9.1 ความหมายและความสาคัญของสขุ ภาพอนามัย
การป้องกันและเฝา้ ระวังโรค 9.2 วิธีส่งเสริมความปลอดภยั แก่พนักงาน
จากการทางาน 9.3 การบริหารร่างกายเพ่อื เสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ
9.4 การส่งเสรมิ งานความปลอดภยั
9.5 กจิ กรรมส่งเสรมิ ความปลอดภยั
10.1 องค์ประกอบที่ทาให้เกดิ โรคจากการทางาน
10.2 อันตรายของสภาพแวดลอ้ มในการทางานด้าน
5
วิเคราะห์หวั ขอ้ เร่ือง
รหัสวิชา 20001-1001 ชื่อวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เคร่อื งมอื กล
หนว่ ยที่ ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ หวั ขอ้ ยอ่ ย
11
12 การปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ 11.1 ความหมายและความสาคญั ของการปฐมพยาบาล
13
11.2 หลกั การปฐมพยาบาลทคี่ วรปฏบิ ตั ิ
14
11.3 การเคล่ือนย้ายผบู้ าดเจบ็
15
การวเิ คราะหแ์ ละปรบั ปรงุ 12.1 ความหมายของการยศาสตร์
สภาพการทางานตามหลักการย 12.2 ประโยชนข์ องการยศาสตร์
ศาสตร์ 12.3 การปรับสรีระรา่ งกายให้เหมาะสมกบั การทางาน
12.4 การออกแบบอปุ กรณ์ให้เหมาะสมกบั การทางาน
12.5 การปรบั สภาพแวดล้อมในการทางาน
การสอบสวนและวเิ คราะห์ 13.1 วตั ถปุ ระสงค์ของการสอบสวนอบุ ตั ิเหตุ
อบุ ัตเิ หตุในการทางาน 13.2 ขัน้ ตอนการดาเนนิ การสอบสวนอุบตั ิเหตุ
13.3 ปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องกบั การสอบสวนอบุ ตั ิเหตุ
13.4 หลักการสาคญั ในการสอบสวน
13.5 การบนั ทึกและรายงานผลการเกิดอุบัติเหตุ
13.6 การวเิ คราะห์อบุ ัติเหตุในการทางาน
การตรวจงานและการวิเคราะห์ 14.1 ความหมายและความสาคญั ของการตรวจความปลอดภยั
งานเพ่อื ความปลอดภัย 14.2 ประเภทของการตรวจความปลอดภยั
14.3 บคุ ลากรทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การตรวจความปลอดภยั
14.4 กระบวนการตรวจความปลอดภยั
14.5 ความหมายและความสาคัญของการวเิ คราะห์งานเพ่อื
ความปลอดภัย
14.6 ข้ันตอนการวเิ คราะห์งานเพ่ือความปลอดภัย
กฎหมายท่เี กีย่ วกับอาชีวอนา 15.1 ความสาคัญของกฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกับงานอาชวี อนามยั
มยั และความปลอดภยั และความปลอดภยั
15.2 กฎหมายความปลอดภัยในการทางาน
15.3 พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535
6
วเิ คราะหห์ ัวขอ้ เรอ่ื ง
รหัสวชิ า 20001-1001 ช่ือวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมอื กล
หน่วยท่ี ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ หัวข้อย่อย
15
กฎหมายท่ีเกี่ยวกบั อาชีวอนา 15.4 พ.ร.บ. ส่งเสริมและรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ
มัยและความปลอดภยั พ.ศ. 2535
15.5 พ.ร.บ. สาธารณสขุ พ.ศ. 2535
15.6 พ.ร.บ. คมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541
15.7 กฎหมายประกนั สังคม พ.ศ. 2541
7
รายการวิเคราะห์ เนือ้ หาวิชา จุดประสงคร์ ายวิชา มาตรฐานรายวชิ า
รหัสวชิ า 20001-1001 ช่อื วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล
หัวข้อหลัก/ เน้ือหาวชิ า จดุ ประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/
หน่วยการ รายวิชา สมรรถนะรายวิชา
เรียนรู้
12 3 4 5 6 1 2345 6
1
1.1 ความรู้ท่ัวไปเก่ียวกับงานอาชีวอนา √ √
มยั และความปลอดภยั
1.2 ความหมายของอาชีวอนามัยและ √ √
ความปลอดภัย
1.3 ความสาคัญของงานอาชวี อนามยั และ √ √
ความปลอดภัย
1.4 ขอบเขตของงานอาชีวอนามัยและ √ √
ความปลอดภัย
1.5 บุคคลากรท่ีเก่ียวข้องกับงานอาชีวอ √ √
นามัยและความปลอดภัย
1.6 ประโยชน์ของงานอาชีวอนามัยและ √ √
ความปลอดภัย
2 2.1 อันตรายจากมลพิษในสภาพแวดล้อมการ √ √
ทางาน √
2.2 หลักการป้องกันและควบคุมมลพิษใน √ √
√
สภาพแวดล้อมการทางาน
√
2.3 ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ ค ว บ คุ ม ม ล พิ ษ ใ น √
สภาพแวดล้อมการทางานด้านชีวภาพ √
2.4 ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ ค ว บ คุ ม ม ล พิ ษ ใ น √ √
สภาพแวดล้อมการทางานดา้ นกายภาพ
2.5 ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ ค ว บ คุ ม ม ล พิ ษ ใ น √
สภาพแวดลอ้ มการทางานด้านเคมี
2.6 การบารุงรักษา √
2.7 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องเจียระไนลับ √
คมตดั
8
รายการวิเคราะห์ เนื้อหาวิชา จดุ ประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวิชา
รหัสวชิ า 20001-1001 ชอื่ วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครอื่ งมือกล
หวั ข้อหลัก/ เนอื้ หาวิชา จุดประสงค์ มาตรฐานรายวิชา/สมรรถนะ
หนว่ ยการ รายวชิ า รายวิชา
เรยี นรู้
123 456 1 2 3 45 6
3
3.1 สีเพอ่ื ความปลอดภยั √ √
4
3.2 เครือ่ งหมายแหง่ ความ √ √
5
ปลอดภัย
3.3 อุปกรณป์ อ้ งกนั ภยั ส่วนบคุ คล √ √
4.1 ประเภทของเครอื่ งจกั รในงาน √ √
อุตสาหกรรม
4.2 การปอ้ งกันอันตรายจาก √ √
เครือ่ งจักร
4.3 ชนดิ ของอปุ กรณ์ป้องกนั √ √
อันตรายจากเคร่อื งจกั ร
4.4 หลักความปลอดภัยในการ √ √
ปฏบิ ตั ิงานจาก
5.1 ความสาคัญของการ √ √
เคลอ่ื นย้าย และจัดเก็บวัสดุ
อปุ กรณ์
5.2 หลกั การเคลือ่ นยา้ ยวสั ดุ √ √
5.3 อบุ ตั ิเหตุจากการเคลือ่ นย้าย √ √
วสั ดอุ ุปกรณ์
5.4 แนวทางการป้องกนั อุบตั เิ หตุ √ √
ทเ่ี กดิ จากการเคลอ่ื นยา้ ยวัสดุ
และอุปกรณ์
5.5 วิธกี ารจัดเกบ็ วัสดุ และ √ √
อุปกรณ์ในการทางาน
9
รายการวเิ คราะห์ เนอ้ื หาวชิ า จดุ ประสงคร์ ายวิชา มาตรฐานรายวชิ า
รหัสวชิ า 20001-1001 ชื่อวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครือ่ งมอื กล
หัวขอ้ หลกั / เนือ้ หาวชิ า จดุ ประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/
หน่วยการ รายวิชา สมรรถนะรายวิชา
เรยี นรู้
12 3 4 5 6 12345 6
6 6.1 อนั ตรายท่เี กิดจากไฟฟ้า √ √
6.2 สาเหตุความไมป่ ลอดภยั ในการ √ √
ปฏบิ ัตงิ านท่ีเกดิ จากฟา้
6.3 หลกั ความปลอดภัยในการปฏบิ ตั งิ านท่ี √ √
เก่ยี วกบั ไฟฟา้
6.4 ข้อแนะนาในการปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั ไฟฟ้า √ √
6.5 การช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเม่อื √ √
ถกู ไฟฟ้าดดู
7 7.1 อนั ตรายทเี่ กดิ จากงานก่อสร้าง √ √
7.2 สาเหตขุ องอนั ตรายจากงานกอ่ สรา้ ง √ √
7.3 หลักความปลอดภยั ในงานก่อสร้าง √ √
8 8.1 ประเภทของอัคคีภยั √ √
8.2 สาเหตขุ องการเกิดอัคคภี ยั √ √
8.3 ผลกระทบที่เกดิ จากอัคคภี ยั √ √
8.4 การป้องกันและระงบั อคั คีภัย √ √
9 9.1 ความหมายและความสาคัญของสขุ ภาพ √ √
อนามัย
9.2 วิธสี ง่ เสริมความปลอดภัยแกพ่ นักงาน √ √
9.3 การบริหารรา่ งกายเพื่อเสรมิ สรา้ ง √ √
สุขภาพ
9.4 การส่งเสรมิ งานความปลอดภยั √ √
9.5 กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย √ √
10
รายการวเิ คราะห์ เนื้อหาวิชา จุดประสงคร์ ายวิชา มาตรฐานรายวชิ า
รหัสวิชา 20001-1001 ชอ่ื วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครือ่ งมอื กล
หวั ขอ้ หลกั / เน้อื หาวิชา จดุ ประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/
หน่วยการ รายวิชา สมรรถนะรายวิชา
เรยี นรู้
12 3 4 5 6 12345 6
10 10.1 องค์ประกอบทีท่ าให้เกดิ โรคจากการ √ √
ทางาน
10.2 อนั ตรายของสภาพแวดลอ้ มในการ √ √
ทางานด้าน
11 11.1 ความหมายและความสาคัญของการ √ √
ปฐมพยาบาล
11.2 หลกั การปฐมพยาบาลท่คี วรปฏบิ ตั ิ √ √
11.3 การเคล่อื นย้ายผ้บู าดเจ็บ √ √
12 12.1 ความหมายของการยศาสตร์ √ √
12.2 ประโยชนข์ องการยศาสตร์ √ √
12.3 การปรบั สรรี ะร่างกายให้เหมาะสมกับ √ √
การทางาน
12.4 การออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับ √ √
การทางาน
12.5 การปรับสภาพแวดลอ้ มในการทางาน √ √
13 √ √
13.1 วตั ถุประสงคข์ องการสอบสวนอบุ ัตเิ หตุ √ √
13.2 ขัน้ ตอนการดาเนินการสอบสวน
อบุ ตั ิเหตุ √ √
13.3 ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั การสอบสวนอุบัตเิ หตุ
13.4 หลักการสาคญั ในการสอบสวน √ √
√ √
13.5 การบันทกึ และรายงานผลการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ √ √
13.6 การวเิ คราะหอ์ บุ ตั ิเหตุในการทางาน
11
รายการวเิ คราะห์ เนือ้ หาวชิ า จุดประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า
รหัสวชิ า 20001-1001 ชือ่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล
หัวขอ้ หลัก/ เน้อื หาวิชา จดุ ประสงค์ มาตรฐานรายวชิ า/
หนว่ ยการ รายวิชา สมรรถนะรายวิชา
เรียนรู้
12 3 4 5 6 12345 6
14 14.1 ความหมายและความสาคญั ของการ √ √
ตรวจความปลอดภยั
14.2 ประเภทของการตรวจความปลอดภัย √ √
14.3 บคุ ลากรทีเ่ กีย่ วข้องกบั การตรวจความ √ √
ปลอดภยั
14.4 กระบวนการตรวจความปลอดภยั √ √
14.5 ความหมายและความสาคญั ของการ √ √
วิเคราะหง์ านเพื่อความปลอดภยั
14.6 ข้นั ตอนการวิเคราะหง์ านเพ่อื ความ √ √
ปลอดภัย
15 15.1 ความสาคัญของกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ ง √ √
กบั งานอาชวี อนามยั และความปลอดภัย
15.2 กฎหมายความปลอดภัยในการทางาน √ √
15.3 พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 √ √
15.4 พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพ √ √
สงิ่ แวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
15.5 พ.ร.บ. สาธารณสุข พ.ศ. 2535 √ √
15.6 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 √ √
15.7 กฎหมายประกันสงั คม พ.ศ. 2541 √ √
12
ตารางวเิ คราะหร์ ะดับ พทุ ธิพิสัย ทกั ษะพสิ ัย จติ พิสัย
รหัสวิชา 20001-1001 ช่อื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครือ่ งมอื กล
วิเคราะห์ระดบั พฤตกิ รรมทพี่ งึ ประสงค์รายวชิ า
1) พทุ ธิพสิ ัย....................4....................ระดับ
2) ทักษะพิสยั .................4....................ระดับ
3) จิตพสิ ยั ......................5....................ระดบั
การบูรณาการ รหัสวิชา 20100-1007 ชอ่ื วิชา งานเครอ่ื งมอื กลเบ้ืองต้น
1. นอ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงบรู ณาการในรายวชิ า
ความรู้
ศึกษาและปฏบิ ัติงานเกยี่ วกับหลกั ความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานเคร่ืองมือกล ชนิดส่วนประกอบการทางาน
สว่ นประกอบของเคร่ืองกลงึ การใช้งานและการบารงุ รกั ษาเครื่องมือกลเบือ้ งตน้ การคานวณคา่ ความเร็วรอบ
ความเร็วตดั อัตราการป้อน ปฏิบัติงานกลึงปาดหนา้ กลึงปอก ไสราบ ไสบา่ ฉาก เจาะรู และรีมเมอร์ งานลับคมตัดมีด
กลึงปาดหน้ามดี กลึงปอก ดอกสว่าน
คุณธรรม
ผู้เรียนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซ่ือสัตย์ เสียสละ อดทน กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบา
อาจารย์ ใฝห่ าความรู้ หม่นั ศกึ ษาเล่าเรยี น รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ เข้าใจเรียนรู้การ
เป็นประชาธปิ ไตย มีระเบียบ วนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรจู้ ักการเคารพผู้ใหญ่ มสี ติร้ตู วั รู้คิด รทู้ า ร้จู ักดารงตนอยู่โดย
ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า คานึงถึง
ผลประโยชน์ของสว่ นรวมมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
ความพอประมาณ
พอประมาณการในการใชท้ รัพยากรการใช้ขอ้ มลู การใชอ้ ุปกรณเ์ ครื่องมอื การใช้วสั ดุครุภณั ฑ์ การใชเ้ วลาที่
เหมาะสม
13
ตารางวเิ คราะห์ระดบั พทุ ธิพิสัย ทกั ษะพิสัย จติ พิสยั
รหสั วิชา 20001-1001 ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวิชา อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครอื่ งมือกล
ความมเี หตผุ ล
ใช้ทรัพยากรตามท่จี าเป็นเพ่ือไม่ใหเ้ กดิ การขาดแคลนทรัพยากรในอนาคตเป็นการรกั ษาสิ่งแวดลอ้ มให้คงอยู่
และเป็นมติ รกับสงิ่ มชี วี ติ
การมภี ูมิคุ้มกนั
เปน็ การปอ้ งกับการใช้จา่ ยเงนิ อย่างฟมุ่ เฟือย มีระบบการวางแผนในการทางานไดอ้ ยา่ งรอบคอบ ยอมรับเพอ่ื น
รว่ มงานไดไ้ ม่มกี ารกระทบกระทง่ั ภายในห้องเรยี นมคี วามเขม้ แขง็ ตอ่ สภาวะแวดลอ้ มสามารถทางานกบั เพื่อนรว่ มงาน
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
วตั ถุ
1. การใช้เหลก็ อย่างคมุ้ ค่า
2. ใช้น้าหลอ่ เย็นอยา่ งคมุ้ ค่า
3. ใช้นา้ มนั หล่อล่นื อยา่ งคุม้ คา่
4. ใชไ้ ฟฟา้ อย่างคมุ้ คา่
ส่งิ แวดลอ้ ม
1. สภาพแวดล้อมมคี วามปลอดภัย
2. ผเู้ รยี นรู้จกั ช่วยเหลอื ซึ่งกนั และกัน
3. ลดการใชพ้ ลงั งาน ปิดไฟฟา้ ปดิ พดั ลม ลดภาวะโลกร้อน และการใช้ทรัพยากรภายในห้องเรียน
สิ่งแวดลอ้ ม
1. สภาพแวดล้อมมีความปลอดภัย
2. ผู้เรยี นรจู้ ักช่วยเหลือซึ่งกนั และกนั
3. ลดการใชพ้ ลังงาน ปิดไฟฟ้า ปดิ พดั ลม ลดภาวะโลกรอ้ น และการใช้ทรัพยากรภายในห้องเรยี น
สังคม
1. ผเู้ รยี นอย่รู ่วมกันอยา่ งมคี วามสขุ
2. ผู้เรยี นรู้จักเอ้ือเฟอื้ เผ่ือแผ่ชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และกนั
3. ใช้ทรัพยากรรว่ มกันทาให้สังคมไม่เดอื ดร้อน
14
ตารางวเิ คราะหร์ ะดบั พุทธพิ ิสัย ทักษะพสิ ัย จติ พิสยั
รหสั วิชา 20001-1001 ชื่อวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลักสูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เคร่ืองมือกล
วัฒนธรรม
1. ผู้เรียนมีวัฒนธรรมที่ดี
2. ผู้เรียนเขา้ ใจการใชช้ ีวิตในสงั คม
3. ผเู้ รยี นเข้าใจการอยู่รว่ มกนั ในสงั คม
2. การบูรณาการตามค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ
2.1 มีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
-ผูเ้ รยี นรจู้ กั ความเสยี สละของบรรพบุรุษไทย ยกย่องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2.2 ซอ่ื สัตย์ เสยี สละ อดทน
-ผู้เรียนมีความอดทนต่อสภาพแวดลอ้ ม
2.3 กตญั ญูตอ่ พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
-ผู้เรียนมคี วามกตญั ญตู อ่ พ่อแม่ครูบาอาจารย์
2.4 ใฝห่ าความรู้ หมนั่ ศึกษาเล่าเรยี นทง้ั ทางตรง และทางอ้อม
-ผู้เรยี นรู้จักการคน้ คว้าหาความรูเ้ พ่มิ เตมิ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการทางาน
2.5 รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทย
-ผเู้ รียนร้จู ักการรกั ษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยและภูมิปัญญาท้องถนิ่
2.6 มีศีลธรรม รกั ษาความสตั ย์
-ผเู้ รียนมีศีลธรรมมีความซ่ือสตั ย์ตอ่ ตนเองและผู้อ่นื
2.7 เข้าใจเรียนรู้การเปน็ ประชาธิปไตย
-ผู้เรียนยอมรบั ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย
2.8 มีระเบียบ วนิ ัย เคารพกฎหมาย ผูน้ ้อยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่
-ผ้เู รยี นมีระเบียบ วนิ ยั เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรูจ้ ักการเคารพผู้ใหญ่
2.9 มีสติรู้ตวั รูค้ ดิ รู้ทา
-ผู้เรยี นมีสติร้ตู ัว รคู้ ดิ รทู้ า
2.10 รจู้ กั ดารงตนอยูโ่ ดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
-ผู้เรียนรจู้ กั ดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
15
ตารางวิเคราะหร์ ะดบั พุทธิพิสัย ทักษะพสิ ยั จติ พสิ ยั
รหสั วิชา 20001-1001 ช่ือวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา ชา่ งกลโรงงาน สาขางาน เครือ่ งมือกล
2.11 มีความเขม้ แขง็ ทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพต้ ่ออานาจฝ่ายต่า
-ผูเ้ รียนมคี วามเข้มแขง็ ทง้ั ร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายตา่
2.12 คานงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวมมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง
-ผูเ้ รียนคานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
16
ตารางวิเคราะหร์ ะดับ พทุ ธพิ สิ ัย ทกั ษะพิสัย จติ พิสยั
รหสั วิชา 20001-1001 ชื่อวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สูตร ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครื่องมือกล
ระดบั พฤตกิ รรมท่ีพึงประสงค์
หน่วยที่ หน่วยการเรยี นรู้ พุทธิพสิ ยั ทกั ษะพสิ ัย จิตพิสัย เวลา
1
1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 (ชม.)
2
ความรู้เบอ้ื งต้นเก่ียวกับอา √ √ √2
3
4 ชวี อนามัยและความ
5 ปลอดภัย
6
7 การปอ้ งกันและควบคุม √ √ √4
8
9 มลพษิ จากสภาพแวดลอ้ ม
10
11 ในการทางาน
เทคโนโลยแี ละวิศวกรรม √ √ √2
ความปลอดภัยเบอื้ งตน้
ความปลอดภยั ในการใช้ √ √ √2
เครอ่ื งมือเครือ่ งจกั รและ
ยานพาหนะ
การเคล่อื นยา้ ยวัสดุและ √ √ √2
การเกบ็ รักษา
ความปลอดภัยเกยี่ วกับ √ √ √2
ไฟฟา้
ความปลอดภัยเกี่ยวกับงาน √ √ √2
ก่อสร้าง
การป้องกันและระงับ √ √ √2
อัคคภี ยั
การส่งเสริมสขุ ภาพอนามัย √ √ √2
พนักงาน
การป้องกันและเฝ้าระวงั √ √ √2
โรคจากการทางาน
การปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น √ √ √2
17
ตารางวิเคราะหร์ ะดับ พุทธพิ สิ ัย ทกั ษะพิสยั จติ พิสยั
รหสั วชิ า 20001-1001 ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา ช่างกลโรงงาน สาขางาน เครอ่ื งมอื กล
ระดบั พฤตกิ รรมท่ีพึงประสงค์
หน่วยท่ี หน่วยการเรยี นรู้ พุทธพิ สิ ยั ทักษะพิสยั จิตพิสัย เวลา
12
1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 (ชม.)
13
14 การวเิ คราะห์และปรบั ปรงุ √ √ √2
15 สภาพการทางานตาม
หลกั การยศาสตร์
การสอบสวนและวเิ คราะห์ √ √ √4
อบุ ัตเิ หตุในการทางาน
การตรวจงานและการ √ √ √4
วเิ คราะหง์ านเพ่อื ความ
ปลอดภยั
กฎหมายทเ่ี กี่ยวกับอาชวี อ √ √ √2
นามยั และความปลอดภัย
พุทธิพสิ ยั ทักษะพิสัย จิตพิสยั
1 = ความรู้ 1 = เลียนแบบ 1 = รบั รู้
2 = ความเข้าใจ 2 = ทาได้ตามแบบ 2 = ตอบสนอง
3 = การนาไปใช้ 3 = ทาไดถ้ กู ต้อง 3 = เหน็ คณุ คา่
4 = การวเิ คราะห์ แมน่ ยา 4 = จดั ระบบคุณคา่
5 = การสงั เคราะห์ 4 = ทาได้ต่อเน่ือง 5 = พัฒนาเปน็ ลักษณะ
6 = การประเมินค่า ประสานกนั นสิ ัย
5 = ทาได้อยา่ งเปน็
ธรรมชาติ
18
กาหนดการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20001-1001 ช่ือวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ท-ป-น (2-0-2)
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างกลโรงงาน สาขางาน เคร่อื งมือกล
หนว่ ยท่ี ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ สปั ดาห์ท่ี ช่วั โมงท่ี
1
2 ความรเู้ บอื้ งต้นเก่ยี วกับอาชีวอนามยั และความปลอดภยั 1 1-2
3 การปอ้ งกันและควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน 2-3 3-6
4 เทคโนโลยีและวิศวกรรมความปลอดภยั เบือ้ งต้น 4 7-8
5
6 ความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่อื งมอื เครอ่ื งจกั รและยานพาหนะ 5 9-10
7
8 การเคลอ่ื นย้ายวัสดุและการเก็บรักษา 6 11-12
9 ความปลอดภัยเกี่ยวกบั ไฟฟา้ 7 13-14
10 ความปลอดภัยเกย่ี วกบั งานก่อสร้าง 8 15-16
11
12 การป้องกันและระงับอัคคีภยั 9 17-18
13
14 การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยพนักงาน 10 19-20
15 การป้องกนั และเฝา้ ระวังโรคจากการทางาน 11 21-22
การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น 12 23-24
การวเิ คราะหแ์ ละปรับปรงุ สภาพการทางานตามหลกั การยศาสตร์ 13 25-26
การสอบสวนและวิเคราะห์อบุ ตั ิเหตุในการทางาน 14-15 27-30
การตรวจงานและการวเิ คราะหง์ านเพอ่ื ความปลอดภัย 16-17 31-34
กฎหมายทเ่ี กย่ี วกบั อาชีวอนามัยและความปลอดภัย 18 36
รวม 36
ใบเนอื้ หาหน่วยที่ 1 หน่วยท่ี 1
ชื่อวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชื่อหนว่ ย ความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับอาชวี อนามัย สอนครง้ั ท่ี 1/18
และความปลอดภัย
ช่อื เรอื่ ง ความรเู้ บือ้ งต้นเก่ยี วกบั อาชีวอนามยั และความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
หัวข้อเรือ่ ง
1.1 ความหมายของอาชวี อนามยั 1.5 แนวทางในการปอู งกันการประสบอันตราย
1.2 ความสาคัญของงานอาชีวอนามัยและความ 1.6 บุคลากรที่เก่ียวข้องกับงานอาชีวอนามัย
ปลอดภัย และ ความปลอดภยั
1.3 การสูญเสียที่เกิดจากงานอาชีวอนามัยและความ 1.7 ประโยชน์ทีจ่ ะได้รับจากการจดั การอาชีว-
ปลอดภยั อนามัยและความปลอดภัย
1.4 สาเหตุของการเกิดความไม่ปลอดภัยจากการ
ทางาน
สาระสาคญั /แนวคดิ สาคญั
งานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คือ งานบริการสาธารณะสุข ที่เกิดจากความตระหนักถึ งภัย
อนั ตรายที่เกิดขึ้นจากการทางาน ท่ีทาให้เกิดความสูญเสียทั้งทางตรงและทางอ้อม กระทบต่อสังคมเศรษฐกิจ
โดยรวมของประเทศ งานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจึงเป็นงานที่ต้องมีองค์กรและบุคลากรหลายฝุาย
ดาเนินงานทั้งด้านการปูองกันและบรรเทาเหตุให้เกิดอันตรายและลดการสูญเสียให้น้อยท่ีสุดและเกิดผลดีต่อ
ผ้ปู ฏิบตั ิงานโดยตรงและสถานประกอบการ
สมรรถนะย่อย
แสดงความรเู้ บื้องต้นและปฏบิ ัติเก่ียวกับอาชวี อนามยั และความปลอดภยั
จุดประสงค์การปฏิบตั ิ
ด้านความรู้และทกั ษะ
1. บอกความหมายของอาชีวอนามัย
2. บอกความสาคญั ของงานอาชีวอนามยั และความปลอดภัย
3. จาแนกการสูญเสยี ท่เี กิดจากงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั
4. อธิบายสาเหตขุ องการเกดิ ความไม่ปลอดภัยจากการทางาน
5. บอกแนวทางในการปอู งกนั การประสบอนั ตราย
6. จาแนกบทบาทหนา้ ทข่ี องบคุ ลากรท่เี ก่ียวข้องกบั งานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
ใบเน้ือหาหนว่ ยท่ี 1
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชือ่ หน่วย ความรเู้ บ้ืองตน้ เกยี่ วกบั อาชวี อนามัยและความ สอนครั้งท่ี 1/18
ปลอดภยั
ช่อื เร่อื ง ความรเู้ บ้อื งตน้ เกย่ี วกบั อาชีวอนามยั และความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
1.1 ความหมายของงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
คาว่า “อาชีวอนามัย” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Occupational Health” โดยมีรากฐานมาจากคา
สองคาผสมผสานกนั คือ
- อาชีวะ (Occupational) หรืออาชีพ หมายถึงบุคคลที่ประกอยอาชีพการงาน
- อนามัย (Health) หรอื สขุ ภาพอนามยั ตามความหมายที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คาจากัด
ความไว้ หมายถึง สภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย (Physical Health) ทางจิตใจ (Mental Health) และสามารถ
ดารงชีพอยู่ในสังคมได้ด้วยดี (Social well – being) ซ่ึงไม่เพียงแต่ปราศจากโรคหรือไม่แข็งแรงทุพพลภาพ
เทา่ น้นั
สาหรับคาว่า “ความปลอดภัย” (Safety) หมายถึง สภาพที่ปราศจากภัยคุกคาม (Hazard) ไม่มี
อันตราย (Danger) และความเสย่ี งใดๆ (Risk) เมื่อนาคาท้ังหมดดังกล่าวมารวมกัน จงึ กล่าวไดว้ ่า งานอาชีวอนา
มัยและความปลอดภัยเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับกรควบคุมดูแลสุขภาพอนามัยของผู้ประกอบอาชีพการงานให้มี
สภาวะสมบูรณ์ดีท้ังทางร่างกาย ทางจิตใจ และสามารถดารงชีพอยู่ในสังคมได้ด้วยดี รวมทั้งมีความปลอดภัย
จากภยั คุกคาม อันตรายและความเสี่ยงตา่ งๆ
ลกั ษณะงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
คณะกรรมการร่วมระหว่างองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization;
IKO) และองคก์ ารอนามยั โลก (World Health Organization; WHO) ไดก้ าหนดจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
ของงานอาชีวอนามัยและความปลอดภยั ไว้ดงั น้ี คอื
- การส่งเสริมและดารงไว้ (promotion and maintenance) ซ่ึงความสมบูรณ์ท่ีสุดของสุขภาพ
ร่างกาย จติ ใจ และความเปน็ อยูท่ ด่ี ีของผู้ประกอบอาชีพในทุกอาชีพ
- การปูองกัน (prevention) ไม่ให้ผู้ประกอบอาชีพมีสุขภาพอนามัยเส่ือมโทรมหรือผิดปกติ อันมี
สาเหตมุ าจากสภาพหรอื สภาวะในการทางานต่างๆ
- การปูองกันคุ้มครอง (protection) ผู้ประกอบอาชีพไม่ให้ทางานท่ีเส่ียงอันตราย ซึ่งจะทาให้เกิด
อนั ตรายต่อสขุ ภาพขน้ึ ได้
- การจัดงาน (placing) ใหผ้ ูป้ ระกอบอาชีพได้ทางานในสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมกับความ สามารถ
ของรา่ งกายและจิตใจของเขา
- การปรับ (adaptation) งานให้เหมาะสมกบั คน และการปรับคนให้เหมาะสมกบั สภาพการทางาน
ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 1
ชือ่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื หนว่ ย ความร้เู บ้อื งตน้ เก่ยี วกบั อาชีวอนามัยและความ สอนคร้งั ที่ 1/18
ปลอดภยั
ชือ่ เรือ่ ง ความรเู้ บือ้ งต้นเก่ยี วกบั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
1.2 ความสาคญั ของอาชวี อนามัย
วิถีการดาเนินชีวิตมีการประกอบอาชีพเป็นกิจกรรมสาคัญ เพ่ือสร้างฐานะทางเศรษฐกิจและคุณภาพ
ชีวิตทีด่ ีทัง้ ของตนเองและครอบครวั ซึง่ ถือได้ว่าคนเป็นทรัพยากร ท่ีสาคัญและมีค่ามากท่ีสุดในการจัดการการ
ทางานขององค์กร พัฒนาอาชีพและก่อให้ เกิดการเปล่ียนแปลง ประเทศไทยพัฒนาไปตามยุคสมัยจาก
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สนับสนุนให้มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม
การผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในการอุปโภคบริโภคของประชากรทั้งในประเทศ รวมทั้งเพื่อการส่งออก
ทาให้เกิดการเคล่ือนย้ายแรงงานจากชนบทเข้าสู่แรงงานอุตสาหกรรมมากข้ึน ประกอบกับการพัฒนาการ
ทางดา้ นเทคโนโลยีทส่ี ูงขึ้น การผลติ ที่มากขึ้น เกิดการเปล่ียนแปลงวิธีการทางาน มีการนาเข้าวัตถุดิบและการ
ใช้สารเคมีอันตราย โดยได้มีรายละเอียดด้านความปลอดภัยมาใช้ในการผลิตมากยิ่งข้ึน คนทางานในโรงงาน
อุตสาหกรรมเกิดการเจ็บปุวย มีอุบัติภัย อุบัติเหตุ และเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ส่งผลกระทบท้ั งในระบบและ
ภายนอก การทางานส่งผลกระทบท้ังทางตรงและทางอ้อมเกิดปัญหาสุขภาพเส่ือมโทรม เป็นโรคจากการ
ประกอบอาชีพ (Occupation diseases) กันมากขึน้ ถึงขั้นทุพพลภาพและเสยี ชีวิต ซ่ึงสามารถตรวจสอบข้อมูล
ทางสถิตไิ ดจ้ ากสานักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซ่ึงในแต่ละปีกองทุนเงินทดแทน
ต้องจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างผู้ประสบอันตรายจากการทางานเป็นจานวนเงินมากมายมหาศาลนับเป็นหลายร้อย
ล้านบาท
ความสูญเสียที่เกิดข้ึนนั้นส่งผลถึงการสูญเสียประชากรวัยทางานท่ีกาลังได้รับการพัฒนาความรู้
ความสามารถและฝีมือแรงงาน สูญเสียกาลังงาน เศรษฐกิจ ส่งผลถึงการผลิตท่ีต้องหยุดชะงัก ผลผลิตลดลง
ความเสียหายท่ีเกิดกับเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในการทางาน วัตถุดิบที่เสียหาย สูญเสียเวลา เสียค่า
รักษาพยาบาล เสียขวัญและกาลังใจในการทางาน ก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวและเป็นปัญหาสังคม
ประเทศชาตติ ่อไปอย่างแนน่ อน แรงงานที่ไดร้ ับความเสยี หายหรือไดร้ ับผลกระทบและองค์กรที่มีส่วนเก่ียวข้อง
ได้เรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐบาลให้ตระหนักถึงความสาคัญของความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการ
ประกอบอาชีพของประชาชน ทาให้มีการพัฒนางานด้านอาชีวอนามัยมากข้ึน โดยเร่ิมตั้งแต่แผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 5 พ.ศ.2525-2529 จนถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี
10 พ.ศ.2550-2554 ซึ่งเป็นเรื่องของการยกระดับฝีมือแรงงานเข้าสู่มาตรฐานการทางาน รวมท้ังสถาน
ประกอบการและแรงงานทส่ี ามารถตรวจสอบ ประเมินไดอ้ ย่างเป็นธรรม และยังส่งเสริมการปฏิบัติงานโดยยึด
ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง ซึง่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงพระราชทานแก่ปวง
ชนชาวไทย เพ่ือการอยู่ดกี ินดีและอย่รู อดปลอดภยั ทา่ มกลางปัญหาภาวะเศรษฐกิจของประเทศชาติ
ใบเน้ือหาหน่วยท่ี 1
ชอื่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอื่ หน่วย ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วกับอาชีวอนามยั และความ สอนคร้ังท่ี 1/18
ปลอดภยั
ช่อื เร่อื ง ความรู้เบ้ืองตน้ เกีย่ วกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
นอกจากน้ันหน่วยงานเอกชนท่ีเห็นถึงความสาคัญและความปลอดภัยของสุขภาพอนามัยใน การ
ประกอบอาชีพของประชาชน จึงได้ร่วมกันจัดตั้งสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทางาน
(ประเทศไทย) ขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2530 เป็นต้นมา เพ่ือเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ และ
ประสบการณด์ ้านความปลอดภัยและอนามัยในการทางานโดยสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรต่างๆ
ในการส่งเสริมด้านสวัสดกิ ารกับผ้ใู ชแ้ รงงาน
1.3 การสญู เสียท่ีเกดิ จากงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั
เมอ่ื พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ความสูญเสยี หรอื ค่าใช้จ่ายอนั เนื่องจากอบุ ัตเิ หตใุ นโรงงาน
อตุ สาหกรรมน้นั อาจแบง่ ออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังน้ีคอื
1. ความสูญเสยี ทางตรง หมายถงึ จานวนเงินท่ีตอ้ งจา่ ยไปอนั เกยี่ วเน่ืองกบั ผ้ไู ด้รบั บาดเจบ็
โดยตรงจากการเกิดอุบตั เิ หตุได้แก่
- คา่ รักษาพยาบาล
- ค่าเงินทดแทน
- ค่าทาขวญั คา่ ทาศพ
- ค่าประกนั ชวี ิต
2. ความสูญเสยี ทางออ้ ม หมายถงึ คา่ ใช้จ่ายอน่ื ๆ (ซึ่งสว่ นใหญจ่ ะคานวนเป็นตวั เงนิ ได)้
นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายทางตรงสาหรับการเกิดอุบัติเหตแุ ตล่ ะครัง้ ไดแ้ ก่
2.1 การสูญเสยี เวลาทางานของ
ก. คนงานหรอื ผบู้ าดเจบ็ เพ่ือรกั ษาพยาบาล
ข. คนงานอน่ื หรอื เพือ่ นร่วมงานทีต่ ้องหยุดชะงกั ช่ัวคราวเนื่องจาก
- ช่วยเหลือผบู้ าดเจบ็ โดยการปฐมพยาบาล หรือนาส่งโรงพยาบาล
- ความอยากรู้อยากเหน็ ประเภทต่างๆ “ไทยมงุ ”
- การวิพากษ์วิจารณ์
- ความตนื่ ตกใจ (ตืน่ ตระหนักและเสยี ขวญั )
ค. หัวหนา้ งานหรอื ผ้บู ังคบั บัญชา เนื่องจาก
- ช่วยเหลอื ผู้บาดเจบ็
- สอบสวนหาสาเหตขุ องการเกิดอุบัติเหตุ
ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 1
ช่อื วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่อื หนว่ ย ความรูเ้ บอื้ งต้นเกยี่ วกบั อาชวี อนามัยและความ สอนคร้ังที่ 1/18
ปลอดภัย
ช่ือเรือ่ ง ความร้เู บ้ืองต้นเกยี่ วกับอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
- บนั ทกึ และจัดทารายงานการเกิดอุบตั เิ หตเุ พอื่ เสนอตามลาดับชนั้ และส่งแจ้งไปยัง
หนว่ ยราชการทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
- จดั หาคนงานอ่นื และฝึกสอนให้เข้าทางานแทนผู้บาดเจ็บ
- หาวธิ ีแกไ้ ขและปูองกันอบุ ตั เิ หตไุ ม่ให้เกดิ ช้าอีก
2.2 ค่าใชจ้ ่ายในการซอ่ มแซม เคร่ืองจักร เคร่อื งมือ อปุ กรณ์ ที่ไดร้ ับความเสยี หาย
2.3 วัตถุดิบหรือสินค้าที่ได้รบั ความเสยี หายต้องโยนทิ้ง ทาลายหรอื ขายเปน็ เศษเหล็ก
2.4 ผลผลิตลดลง เนือ่ งจากขบวนการผลิตขัดข้อง ตอ้ งหยดุ ชะงัก
2.5 ค่าสวัสดกิ ารต่างๆ ของผู้บาดเจ็บ
2.6 ค่าจ้างแรงงานของผ้บู าดเจบ็ ซึง่ โรงงานยังคงตอ้ งจา่ ยตามปกติ แมว้ ่าผู้บาดเจ็บจะ
ทางานยังไมไ่ ด้เต็มที่หรือตอ้ งหยดุ งาน
2.7 การสญู เสียโอกาสในการทากาไร เพราะผลผลิตลดลงจากการหยุดชะงกั ของขบวนการ
การผลิตและความเปลยี่ นแปลงความต้องการของทอ้ งตลาด
2.8 คา่ เชา่ คา่ ไฟฟูาน้าประปา และโสหยุ้ ตา่ งๆ ทโี่ รงงานยังคงต้องจ่ายตามปกติ แม้วา่
โรงงานจะตอ้ งหยดุ หรอื ปดิ กิจการหลายวันในกรณีเกิดอุบัติเหตุรา้ ยแรง
2.9 การเสยี ช่อื เสียงและภาพพจนข์ องโรงงาน
ความสูญเสียทางอ้อมจึงมีค่ามหาศาลมากกว่าความสูญเสียทางตรงมาก ซ่ึงปกติเรามักจะคิดกันไม่ถึง
จึงมผี ้เู ปรยี บเทยี บว่า ความสญู เสียหรอื ค่าใช้จา่ ยของการเกิดอุบัติเหตุเปรียบเสมือน “ภูเขาน้าแข็ง” ส่วนท่ีโผล่
พ้นนา้ ใหม้ องเหน็ ไดม้ ีเพียงเลก็ นอ้ ยเมื่อเทียบกับส่วนที่จมอยู่ใต้น้า ในทานองเดียวกันค่าใช้จ่ายทางตรงเมื่อเกิด
อบุ ัตเิ หตจุ ะเปน็ เพียงเพียงส่วนน้อยของค่าใช้จา่ ยท่เี กิดขึ้นทั้งหมดซึง่ ผูบ้ ริหารโรงงานจะมองข้ามมิได้
รูป แสดงความสูญเสียของอบุ ตั ิเหตุเปรยี บเทียบกับภูเขาน้าแขง็
ใบเนอ้ื หาหนว่ ยที่ 1
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความรเู้ บ้ืองต้นเกี่ยวกับอาชีวอนามยั และความ สอนครั้งที่ 1/18
ปลอดภัย
ชื่อเรือ่ ง ความรูเ้ บอื้ งต้นเกยี่ วกับอาชีวอนามัยและความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
1.4 บคุ ลากรในงานอาชวี อนามยั และความปลอดภยั
ในก ารดาเนิ นง านอ าชีว อนามัย และ ความปลอดภัยประก อบด้ วย บุคลากร แ ละ นัก วิชาการ หรื อ
ผู้เชย่ี วชาญสาขาวิชาการตา่ งๆ เข้ามารว่ มดาเนินการ ท่ีสาคญั และเกีย่ วข้องโดยตรงไดแ้ ก่
1. บุคลากรทางด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม ซ่ึงได้แก่ นักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมหรือนักอาชีวสุข
ศาสตร์ ทาหนา้ ทสี่ บื คน้ ตรวจประเมนิ และเสนอมาตรการในการควบคุมสิ่งแวดล้อมในการทางานเพ่ือปูองกัน
โรคทีเ่ กดิ จากการทางานและโรคทีเ่ กยี่ วเนื่องจากการทางาน
2. บุคลากรทางด้านอาชีวนิรภัย ซ่ึงได้แก่ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทางานระดีบวิชาชีพหรือ
นักวิทยาศาสตร์อาชีวอนามัยและความปลอดภัย วิศวกรความปลอดภัย มีหน้าที่ตรวจสภาพการทางาน และ
ส่งิ แวดล้อมการทางานเพ่อื ประเมนิ ปูองกนั ปละควบคมุ อุบตั เิ หตุ
3. บคุ ลากรทางดา้ นการยศาสตร์ ซึ่งได้แก่นักการยศาสตร์ มีหน้าจัดและปรับปรุงสภาพการทางานให้
เหมาะสมกับร่างกายและจิตใจของคนงาน เช่น การจัดท่ีน่ัง การเคลื่อนย้ายวัสดุอย่างถูกวิธี การออกแบบอุป
การณใ์ ห้เหมาะสมกับขนาดและอวยั วะของรา่ งกาย เป็นต้น
4. บคุ ลากรทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ ซ่ึงได้แก่ แพทย์อาชีวอนามัย พยาบาลอาชีวอนามัย มีหน้าที่ใน
การตรวจสขุ ภาพ สง่ เสรมิ และรกั ษาสุขภาพให้แก่ผ้ปู ระกอบอาชพี
5. บุคลากรทางด้านเวชกรรมฟ้นื ฟู เชน่ แพทยเ์ ฉพาะสาขา นักกายภาพบาบัด นกั อาชีวบาบัด นักกาย
อุปกรณ์ นักจติ บาบัด เป็นต้น ซึ่งบุคลากรเหล่าน้ีมีหน้าที่ในการฟื้นฟูสภาพความพิการของร่างกายและสภาพ
จติ ใจของผปู้ ระกอบอาชพี
1.5 ประโยชนข์ องอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ในการทางาน
1 ช่วยปอู งกันและควบคุมให้เกดิ สภาพความปลอดภยั ในการทางาน
2 ช่วยลดความสญู เสียทบ่ี ันทอนกจิ การของนายจ้างอันเนอ่ื งมาจากการเกิดอุบตั เิ หตุ
3 ช่วยลดผลกระทบทางสังคมท่อี าจตามมาหลังการประสบอันตรายจากการทางาน
4 ส่งผลต่อการเพ่ิมผลผลิตและอานวยประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เช่นสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการ
ทางานของลูกจ้าง
5 ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานให้ได้รับการปฏิบัติท่ีเป็นธรรม ไม่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม ช่วยลดความสูญเสีย
ช่วยเพิม่ ผลผลิตและประสิทธิภาพในการทางาน ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้สินค้า ลดปัญหาการถูกกีดกันทาง
การค้ากับนานาประเทศด้วย
เอกสารอา้ งองิ
1. หนังสอื เรยี นวชิ าอาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัสวชิ า 2001–1004
บริษทั ศูนยห์ นังสือเมืองไทย จากัด
2. เวบ็ ไซต์และส่อื สิง่ พมิ พ์ท่ีเก่ียวข้องกับเน้ือหาบทเรยี น
บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนกั เรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาทพ่ี บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ปญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................... ลงชื่อ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรยี น ครูผู้สอน
ใบเน้อื หาหน่วยท่ี 2 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครัง้ ที่ 2/18
ช่ือหน่วย การปูองกนั และควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดล้อม จานวน 3 คาบ
ในการทางาน
ชือ่ เรอ่ื ง การปูองกันและควบคุมมลพิษจากสภาพแวดล้อมในการทางาน
หวั ข้อเร่ือง
2.1 ความหมายของสภาพแวดลอ้ มในการทางาน
2.2 ปัจจัยสภาพแวดลอ้ มในการทางาน
2.3 ความสาคัญของสิ่งแวดล้อมในการทางาน
2.4 หลักการตรวจประเมนิ สภาพแวดล้อมในการทางาน
2.5 หลกั การปรับปรงุ และควบคุมสภาพแวดลอ้ มในการทางาน
สาระสาคญั /แนวคิดสาคัญ
การจัดสภาพแวดล้อมในการทางานใหป้ ลอดภัย ถอื เป็นประเด็นสาคัญในการดาเนินงานความปลอดภัย
ในการทางาน ซึ่งจะต้องให้การมุ่งเน้นและนาลงสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง เพ่ือการพัฒนาความปลอดภัยและ
คุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างย่ิงสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มักพบว่ามี
ปัญหาการจดั การสภาพแวดลอ้ มในการทางาน นอกจากน้ี รปู แบบการทางานและกระบวนการผลิต ยังนามาซ่ึง
อนั ตรายหรือความเสยี่ งในทางาน ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสปัจจัยสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ หรือ
สภาพการทางาน ดังน้นั จึงเปน็ การจาเปน็ อยา่ งยิ่งท่ที ุกฝุาย ทงั้ นายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึงผู้ท่ีเก่ียวข้อง จะต้องให้
ความรว่ มมอื ในการดาเนินมาตรการเชิงควบคุมและปอู งกันให้มีประสิทธิภาพและประสทิ ธิผลสูงสุด
สมรรถนะยอ่ ย
แสดงความร้แู ละปฏิบัตเิ กีย่ วกบั การปูองกันและควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน
จดุ ประสงค์การปฏิบัติ
ดา้ นความรู้และทกั ษะ
1. บอกอันตรายจากมลพษิ ในสภาพแวดลอ้ มการทางาน
2. บอกหลกั การปอู งกันและควบคมุ มลพิษในสภาพแวดล้อมการทางาน
3. อธิบายวธิ ีการปอู งกนั และควบคุมมลพษิ ในสภาพแวดลอ้ มการทางานดา้ นชีวภาพ
4. อธิบายวธิ กี ารปอู งกันและควบคมุ มลพษิ ในสภาพแวดล้อมการทางานดา้ นกายภาพ
5. อธิบายวธิ กี ารปอู งกันและควบคมุ มลพิษในสภาพแวดล้อมการทางานดา้ นเคมี
6. บอกประโยชนท์ ีจ่ ะได้รบั จากการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภยั
ใบเน้ือหาหน่วยท่ี 2
ช่อื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หน่วย การปูองกนั และควบคมุ มลพิษจากสภาพแวดลอ้ ม สอนครงั้ ที่ 2/18
ในการทางาน
ช่ือเรื่อง การปูองกนั และควบคมุ มลพษิ จากสภาพแวดล้อมในการทางาน จานวน 3 คาบ
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งแสดงออกดา้ นการตรงตอ่ เวลา ความ
สนใจใฝุรู้ ความซอ่ื สัตย์ สุจริต ความมีนา้ ใจ, แบง่ บนั
เนื้อหาสาระ
2.1 ความหมายสภาพแวดล้อมในการทางาน
“สภาพแวดลอ้ มการทางาน” หมายถงึ ส่งิ ต่างๆ ที่อยู่ล้อมรอบตัวผู้ประกอบอาชีพหรือคนงานในขณะ
ทางาน อันอาจจะรวมถึง เครื่องจักรกล อุปกรณ์ เคร่ืองมือ อากาศที่หายใจ แสงสว่าง ความสั่นสะเทือน รังสี
ความร้อน ความเย็น ก๊าซ ไอสาร ฝุน ฟูม ละออง และสารเคมีอ่ืน ๆ และยังรวมถึงเชื้อโรคและสัตว์ต่าง ๆ
นอกจากน้ียังรวมถึง สภาพการทางานท่ีซ้าซาก การเร่งรีบทางาน การทางานเป็นผลัดหมุนเวียนเรื่อยไป
สัมพันธภาพระหว่างเพ่ือนร่วมงาน ค่าตอบแทนและช่ัวโมงการทางาน เป็นต้น ความไม่เหมาะสมของ
ส่ิงแวดล้อมการทางาน นับวา่ เป็นปัจจยั ท่ีมีสว่ นเกย่ี วขอ้ งในการก่อใหเ้ กิดการประสบอันตรายจากการประกอบ
อาชีพ เช่นเดียวกัน
2.2 ปจั จยั สภาพแวดลอ้ มในการทางาน
ปัจจัยสง่ิ แวดล้อมการทางานท่อี ยู่รอบ ๆ ตัวผ้ปู ฏบิ ตั งิ านในขณะทางานน้นั แบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ
ปจั จัยสงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพ ปจั จยั สงิ่ แวดล้อมทางเคมี ปัจจัยส่ิงแวดล้อมทางชีวภาพ และปัจจัยสิ่งแวดล้อม
ทางเศรษฐกิจและสงั คม ในการทางานน้ันอาจจะมีผลจากการเกี่ยวข้องจากส่ิงแวดล้อม 4 ประการ แต่จะมาก
น้อยเพียงใดขน้ึ อยู่กบั ลกั ษณะงาน (ดงั รปู ขา้ งลา่ ง)
รูป ส่งิ แวดล้อมในการทางานและปจั จยั ทางส่ิงแวดล้อมท่เี ปน็ อนั ตรายต่อสุขภาพ
ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 2
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหน่วย การปอู งกันและควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดล้อม สอนคร้งั ที่ 2/18
ในการทางาน
ชื่อเรอื่ ง การปูองกันและควบคมุ มลพษิ จากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน จานวน 3 คาบ
2.2.1 ปัจจยั สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพ
ที่อยู่รอบ ๆ ตัวผู้ปฏิบัติงานในขณะทางานนั้นมีหลายชนิด เช่น เสียงดัง ความสั่นสะเทือน ความร้อน
ความเย็น รงั สี แสงสว่าง ความกดดนั บรรยากาศ นอกจากนีย้ งั รวมถึงเครื่องจักร เคร่ืองมืออุปกรณ์ต่าง ๆ และ
บริเวณสถานท่ที างาน เปน็ ต้น
2.2.2 ปัจจยั สิ่งแวดลอ้ มทางเคมี
ท่ผี ้ปู ฏิบตั ิงานต้องเก่ียวขอ้ ง เช่น สารเคมีชนิดต่าง ๆ ท่ีใช้เป็นวัตถุดิบ หรือผลผลิต หรือของเสียทีต้อง
กาจัด โดยทว่ั ไปสารเคมดี ังกลา่ วอาจจะอย่ใู นรูปของก๊าซ ไอ ฝนุ ฟูม ควัน ละออง หรืออยู่ในรูปของเหลว เช่น
สารตวั ทาละลาย (Solvents) ตา่ ง ๆ เป็นต้น
2.2.3 ปัจจัยสิง่ แวดล้อมทางชวี ภาพ
ของผู้ปฏิบัติงานน้ันมีท้ังชนิดที่มีชีวิต และไม่มีชีวิต ตัวอย่างของชนิดที่มีชีวิต เช่น ไวรัส แบคทีเรีย
เชื้อรา พยาธิ และสตั ว์อนื่ ๆ เชน่ งู เป็นตน้ สาหรับตวั อยา่ งของชนดิ ท่ีไม่มีชีวิต เช่น ฝนุ พืชตา่ ง ๆ ซง่ึ รวมถึงฝุน
ไม้ ฝนุ ฝาู ยและฝุนเมล็ดพชื ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้
2.2.4 ปัจจยั ส่งิ แวดล้อมทางเศรษฐกจิ และสงั คม
หมายถึงสง่ิ แวดลอ้ มท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ลกั ษณะทางสังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเช่ือถือ ตลอดจน
ฐานะความเปน็ อยู่และอาชพี ของประชากรในชุมชน ชุมชนท่ีมีระดับการศึกษาต่าและยากจน โอกาสที่เป็นโรค
ตา่ ง ๆ กเ็ พ่ิมมากขนึ้ นอกจากนข้ี นบธรรมเนียม ประเพณี และความเชือ่ ถอื ท่ผี ดิ ๆ ของประชาชนก็ช่วยในการ
บ่นั ทอนสขุ ภาพของประชาชนด้วย เชน่ การรดนา้ มนต์รักษาโรค การอดของแสลง เปน็ ต้น
2.3 ความสาคญั ของส่ิงแวดลอ้ มในการทางาน
ในสถานท่ีทางานท่ีแตกต่างกันก็อาจจะมีลักษณะของสิ่งแวดล้อมการทางานที่แตก ต่างกันโดยจะ
ขึน้ อยกู่ บั กิจกรรมทที่ า ในบางครั้งสถานท่ที างานหรือโรงงานประเภทเดยี วกันกอ็ าจจะมสี ภาพของสิ่งแวด ล้อม
การทางานท่ีแตกต่างกันออกไป บางแห่งอาจจะมีสภาพของส่ิงแวดล้อมการทางานที่เหมาะสม แต่บางแห่ง
อาจจะไม่เหมาะสมของสภาพส่ิงแวดล้อมการทางานนี้พอจะยกตัวอย่างให้ เห็นได้ เช่น ในสถานที่ทางานน้ี
อาจจะมีฝนุ ฟูงุ กระจายอย่างมาก มเี สียงทีด่ งั เกินไป เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ท่ีใช้ชารุด สารพษิ ต่าง ๆ ฟูุงกระจาย
ไปท่ัวบรเิ วณทที่ างาน พืน้ สถานทีท่ างานล่ืน มีแสงสว่างไม่เพียงพอ อากาศอาจจะร้อนอบอ้าว วิธีการทางาน
ของผู้ที่ปฏิบัติงานหรือพนักงานไม่เหมาะสม นอกจากน้มี นุษยสัมพันธ์ระหวา่ งบุคคลในสถานทีท่ างานอาจจะไม่
ดี เปน็ ต้น
ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 2
ชอ่ื วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหนว่ ย การปูองกนั และควบคุมมลพิษจากสภาพแวดล้อม สอนครั้งท่ี 2/18
ในการทางาน
ช่อื เร่อื ง การปูองกันและควบคมุ มลพษิ จากสภาพแวดล้อมในการทางาน จานวน 3 คาบ
เมื่อผู้ปฏิบัติงานท่ีอาจเป็นพนักงานหรือชาวไร่ ชาวสวน พนักงานขับรถ ฯลฯ จะต้องทางานอยู่ใน
สภาพของสงิ่ แวดล้อมการทางานที่ไมเ่ หมาะสมดังกล่าวอยู่ เสมอ บคุ คลนนั้ กอ็ าจจะได้รับอนั ตรายได้ อันตราย
ในที่นีอ้ าจจะเป็นลักษณะของความเจ็บปุวย หรือเป็นโรคจากการทางาน หรืออาจจะได้รับ อุบัติเหตุ เกิดการ
บาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตก็ได้ อย่างไรก็ตามเม่ือเกิดการเจ็บปุวยหรือบาดเจ็บขึ้น ผู้ปฏิบัติงานน้ันอาจจะ
ได้รบั การตรวจวนิ จิ ฉัย การรักษาพยาบาลหรือการฟื้นฟูสภาพทางด้านการแพทย์ให้หายได้ แต่เม่ือบุคคลนั้น
กลับเข้าทางานในสภาพของสิ่งแวดล้อมการทางานที่ไม่เหมาะสม เช่นเดิมอีกในท่ีสุดบุคคลนั้นก็อาจจะได้รับ
อันตราย ในทานองเดียวกบั ที่เคยเกดิ ข้ึนอกี ไมม่ ที สี่ ้นิ สดุ
อันตรายจากสิ่งแวดล้อมการทางาน เป็นส่ิงท่ีเกิดข้ึนและได้มีการเฝูาสังเกตและทาการศึกษาค้นคว้า
มาเป็นเวลา นานควบคกู่ ับการพฒั นาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พบว่าอันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบอาชีพ
นั้น อาจจะเน่อื งจากความไม่เหมาะสมจากสิ่งแวดลอ้ มการทางานชนดิ ใดชนิดหนึง่ หรืออาจจะเน่ืองมาจากผล
ผนวกของส่ิงแวดล้อมหลายชนิดก็ได้ ในการเกิดอันตรายนั้น บางคร้ังอาจจะใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างส้ัน แต่
บางคร้งั จะเกีย่ วข้องกบั สง่ิ แวดล้อมนน้ั เปน็ เวลาหลายปีจึงเกิดอันตราย ข้ึนก็ได้ ทั้งน้ียังอาจจะขึ้นอยู่กับปัจจัย
อ่ืน ๆอกี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอื ตัวผปู้ ระกอบอาชพี เองดว้ ยว่ามีพื้นฐานทางดา้ นสขุ ภาพและ อนามยั ทเี่ หมาะสม
เพียงใด เปน็ ตน้
2.4 หลกั การตรวจประเมนิ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน
ขน้ั ตอนการตรวจประเมนิ สภาพแวดลอ้ มในการทางานโดยทวั่ ไปจะประกอบดว้ ย
- การสารวจเบือ้ งตน้ (Walk-through Survey)
- การตรวจวัด ท้ังแบบโดยตรง (Direct Measurement) หรอื โดยการเกบ็ ตวั อย่าง
ส่งิ แวดลอ้ ม (Sampling)
- การวเิ คราะหใ์ นหอ้ งปฏิบตั กิ าร (Laboratory. Analysis)
- การประเมนิ ผล (Evaluation) โดยเทียบเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย
การตรวจวัดระดบั แสงสวา่ ง
ใช้ Lux Meter ซ่ึงเปน็ เครื่องมอื วดั แสงทอ่ี ่านคา่ ได้โดยตรง (Direct Reading) มีหนว่ ยการ
วัดเป็น ลักซ์ ปกติจะวัดทต่ี าแหนง่ ชิน้ งานท่คี นทางานอยู่ เพือ่ ประเมนิ ระดบั ความเข้มของแสงสว่างกบั
ลักษณะงานท่ปี ฏบิ ัติวา่ เพยี งพอหรอื ไม่ โดยอา้ งอิงมาตรฐานของแสงสว่างตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทย ดงั น้ี
- งานที่ไม่ต้องการความละเอียด ระดับแสงต้องไม่น้อยกวา่ 50 ลกั ซ์
ใบเนื้อหาหนว่ ยที่ 2
ชือ่ วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย การปูองกนั และควบคมุ มลพษิ จากสภาพแวดล้อม สอนคร้ังท่ี 2/18
ในการทางาน
ชอื่ เรื่อง การปูองกันและควบคมุ มลพิษจากสภาพแวดล้อมในการทางาน จานวน 3 คาบ
- ตอ้ งการความละเอียดเลก็ นอ้ ย ระดับแสงตอ้ งไม่น้อยกวา่ 100 ลักซ์
- ต้องการความละเอียดปานกลาง ระดับแสงต้องไม่นอ้ ยกวา่ 200 ลักซ์
- ตอ้ งการความละเอียดมาก ระดับแสงตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่า 300 ลกั ซ์
- ตอ้ งการความละเอียดมากเป็นพิเศษ ระดับแสงตอ้ งไม่นอ้ ยกว่า 1,000 ลักซ์
การตรวจวัดระดับความดังเสียง
โดยใช้เคร่ืองมือวัดระดับความดงั เสียง (Sound Level Meter) ซึ่งให้ผลของที่วดั ท่มี ีหน่วยเป็น
เดซิเบล (เอ) ปกตจิ ะทาการวัดท่รี ะดับหขู องตวั ผปู้ ฏบิ ัติงาน เพื่อประเมนิ ระดับความดังเสยี งท่ไี ดร้ ับว่า
เกินเกณฑ์มาตรฐานหรอื ไม่ ทั้งน้ี ผลการวดั จะนามาเทยี บมาตรฐานของเสียงตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทย ดงั นี้
- ทางานไมเ่ กนิ 7 ชม./วัน ระดบั เสียงต้องไมเ่ กนิ 91 dB A
- ทางาน 7-8 ชม./วนั ระดบั เสยี งต้องไมเ่ กนิ 90 dB A
- เกนิ วนั ละ 8 ชม. ระดบั เสียงตอ้ งไม่เกนิ 80 dB A
- นายจ้างจะให้ลูกจา้ งทางานในที่ระดบั เสยี งเกินกว่า 140 dB A ไมไ่ ด้
การตรวจวดั สภาพความรอ้ น
ควรทาการตรวจวัดโดยใช้ดัชนีกระเปาะเปียกและโกลบ (Wet Bulb Globe Temperature;
WBGT) ซ่งึ เป็นดชั นที ่ใี ช้วดั ปริมาณความร้อนที่มีผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ เพ่ือการ ประเมินสภาพ
ความร้อนในที่ทางานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ โดยใช้ชุดตรวจวัดความร้อนแบบ
WBGT อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีมาตรฐานของไทยที่กาหนดไว้ จึงต้องใช้การอ้างอิงตามค่า
เสนอแนะของ American Conference of Governmental Industrial Hygienists (ACGIH) ซึ่งการ
ประเมินผลเปรียบเทียบค่าที่คานวณได้กับเกณฑ์มาตรฐานนี้ จะต้องมีตัวแปรท่ีเก่ียวข้อง คือ ระดับ
ความหนักเบาของงาน และเวลาทางาน – หยุดพกั
การตรวจประเมนิ ระดบั ความเข้มข้นของสารเคมี
โดยทว่ั ไป จะใช้รปู แบบการตรวจวดั ท่ีตัวผูป้ ฏบิ ตั งิ าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบ
อ่านค่าได้ทันที (Direct Reading) หรือติดตั้งชุดอุปกรณ์เก็บตัวอย่างท่ีตัวผู้ปฏิบัติงาน (Personal
Sampling) ก่อนทาการสง่ หอ้ งปฏิบตั ิการเพ่อื วิเคราะห์ระดับความเขม้ ข้นของมลพิษในอากาศ ซึ่งอาจ
อยู่ในรูปของอนุภาค ฟูม มิสต์ ก๊าซ ไอระเหย และทาการประเมินผลเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานความ
ปลอดภัย เพ่อื ให้ทราบระดับความเสย่ี งตอ่ สุขภาพผู้ปฏบิ ัติงาน และยงั เปน็ การประเมนิ ระบบควบคมุ ที่
ใบเนื้อหาหนว่ ยที่ 2
ช่ือวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหน่วย การปูองกนั และควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดล้อม สอนครง้ั ที่ 2/18
ในการทางาน
ชื่อเรอ่ื ง การปูองกันและควบคุมมลพษิ จากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน จานวน 3 คาบ
มีอยดู่ ว้ ยทงั้ นี้ วธิ ีการตรวจวดั หรอื เก็บตัวอย่างทางเคมี จะข้ึนอยู่กับชนิด ประเภทของสารเคมี
รวมถงึ องคป์ ระกอบอืน่ ๆ เช่น รูปแบบการฟุูงกระจาย สภาพการทางาน ฯลฯ สาหรับการประเมินผล
จะอ้างอิงมาตรฐานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย หรือมาตรฐานอ่ืน ๆ เช่น มาตรฐาน ACGIH,
OSHA, NIOSH เป็นต้น
2.5 กลักการปรับปรงุ และควบคุมสภาพแวดล้อมในการทางาน
ในทางสุขศาสตร์อุตสาหกรรม จะแบ่งหลักการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทางาน ออกได้เป็น 2
แนวทางคือ
1. การควบคุมทางดา้ นวิศวกรรม
- แหล่งกาเนดิ - แยก/เปล่ยี นกระบวนการ
- ทางผา่ น - เพม่ิ ระยะทาง เพ่มิ การระบายอากาศ
- ตัวผู้ปฏิบตั งิ าน - การใช้ PPE
2. การควบคุมโดยการบริหารจัดการ
เช่น ลดเวลาการทางาน สลับ หมนุ เวยี น เปลยี่ นงาน ฯลฯ
ทงั้ นี้ จากการศึกษารวบรวมโดยผู้เช่ยี วชาญของประเทศญี่ปนุ ไดส้ รุปเป็นหลกั การปรบั ปรุง
สภาพแวดล้อมการทางาน 7 แนวทาง ดังน้ี
1) ปรับเปล่ียนการใชว้ ตั ถุดิบที่เป็นสารอนั ตราย โดยเลอื กใช้สารอืน่ ท่มี ีอนั ตรายน้อยกวา่ ทดแทน (Use
of Less Harmful Substances) เช่น ใช้ไฟเบอร์กลาสแทนที่แอสเบสตอส ซง่ึ เป็นสารกอ่ มะเรง็
2) ปรบั เปลี่ยนกระบวนการผลติ และวิธกี ารทางาน (Process Modification) เช่น การใชร้ ะบบเปียก
เพือ่ ลดการฟุงู กระจายของมลพษิ
3) ใช้ระบบปิดคลมุ กระบวนการที่เปน็ อนั ตราย (Totally-enclosed Design) หรอื ใช้เคร่อื งมือ/
อปุ กรณ์แบบอัตโนมตั ิ (Automation) ในกระบวนการทางานแทน เชน่ การผสมสารเคมี การชุบ
สารเคมอี นั ตราย เปน็ ต้น
4) แยกกระบวนการผลติ ทเี่ ปน็ อนั ตราย หรือแยกผ้ปู ฏิบัตงิ านที่ไม่เกยี่ วขอ้ งโดยตรงออกนอกบริเวณ
(Isolation)
5) ใช้ระบบการระบายอากาศแบบเจอื จางเฉพาะทท่ี ม่ี ีประสิทธภิ าพ (Local Exhaust Ventilation)
ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 2
ช่อื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชื่อหน่วย การปอู งกนั และควบคุมมลพิษจากสภาพแวดลอ้ ม สอนครัง้ ท่ี 2/18
ในการทางาน
ช่ือเรอื่ ง การปอู งกนั และควบคุมมลพิษจากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน จานวน 3 คาบ
6) ปรับปรุงการระบายอากาศทัว่ ไป การระบายอากาศโดยรวม (Total Ventilation) ในบริเวณการ
ทางานใหม้ กี ารถ่ายเทอากาศที่เพยี งพอ
7) ปรับเปลยี่ นพฤติกรรมการทางาน (Improvement of Working Behavior) ใหเ้ หมาะสมและ
ปลอดภัย เช่น จดั เก็บวตั ถุดิบ สารเคมี ใหเ้ ปน็ ระเบียบ นาสารเคมจี ากทเ่ี ก็บมาในปริมาณท่พี อใชใ้ นแต่
ละวัน ไมน่ ามาสารองไวม้ าก ๆ และมกี ารใช้อปุ กรณค์ ุ้มครองความปลอดภยั ในการทางานอย่างถูกต้อง
เหมาะสม เป็นตน้
อาจสรปุ ได้วา่ การปรบั ปรงุ สภาพและสิง่ แวดลอ้ มในการทางาน ถือเป็นประเด็นสาคัญในการดาเนินงาน
ความปลอดภัยในการทางาน ซ่ึงจะต้องให้การมุ่งเน้นและนาลงสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง เพ่ือการพัฒนาความ
ปลอดภยั และคุณภาพชีวิตของผปู้ ฏิบตั ิงาน โดยเฉพาะอย่างย่ิงสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ท่ี
มักพบว่ามปี ัญหาการจัดการสภาพแวดลอ้ มในการทางาน นอกจากน้ี รูปแบบการทางานและกระบวนการผลิต
ยงั นาซงึ่ อนั ตรายหรือความเสี่ยงในทางาน ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ
หรือสภาพการทางาน ดังนั้น จึงเป็นการจาเป็นอย่างยิ่งท่ีทุกฝุาย ท้ังนายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึงผู้ ท่ีเก่ียวข้อง
จะตอ้ งให้ความร่วมมือในการดาเนนิ มาตรการเชงิ ควบคมุ และปูองกนั ใหม้ ีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลสงู สุด
เอกสารอา้ งอิง
1. หนงั สอื เรียนวิชาอาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั วชิ า 2001–1004
บรษิ ัทศนู ย์หนงั สอื เมืองไทย จากัด
2. เวบ็ ไซตแ์ ละสอ่ื สง่ิ พมิ พท์ ี่เกย่ี วข้องกับเนื้อหาบทเรยี น
บันทกึ หลงั การสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนกั เรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปัญหาทพี่ บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป้ ัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................... ลงช่อื ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนักเรียน ครผู ู้สอน
ใบนอื้ หาหน่วยท่ี 3
ช่อื วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหน่วย อุปกรณ์ปูองกันอนั ตรายส่วนบุคคล สอนครั้งท่ี 3/18
ช่ือเร่ือง อปุ กรณ์ปอู งกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล จานวน 3 คาบ
หวั ขอ้ เรื่อง
3.1 อปุ กรณป์ อู งกันศรี ษะ 3.2 อุปกรณป์ ูองกนั หู
3.3 อปุ กรณป์ ูองกันตา 3.4 อุปกรณป์ ูองกันใบหน้า
3.5 อปุ กรณ์ปูองกันมือและน้ิวมอื 3.6 อุปกรณป์ อู งกนั เทา้ และขา
3.7 อปุ กรณ์ปูองกนั ลาตวั 3.8 อุปกรณ์ปอู งกันระบบการหายใจ
3.9 อปุ กรณช์ ว่ ยชีวติ ในการทางาน 3.10 อปุ กรณ์ปูองกนั ร่างกาย
3.11 การสง่ เสรมิ ใหค้ นงานใชอ้ ุปกรณป์ อู งกันอันตรายสว่ นบุคคล
สาระสาคัญ/แนวคิดสาคัญ
การทางานในสภาว ะท่ีจะเกิดอันตราย แก่ร่างกายไม่ว่าจะ เป็นอวัยวะส่ว นใดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ า
จาเป็นตอ้ งสวมใสอ่ ุปกรณ์ปอู งกันอันตรายส่วนบุคคล ให้ถูกต้องเหมาะสม อุปกรณ์ปูองกันอันตรายส่วนบุคคล
จะตอ้ งมีมาตรฐาน สามารถปูองกันอันตรายได้ และไม่ขัดขวางการปฏิบัติงาน สถานประกอบการต้องจัดหาและ
สง่ เสรมิ ใหพ้ นักงานใชอ้ ปุ กรณป์ อู งกันอันตรายส่วนบุคคล
สมรรถนะยอ่ ย
เลอื กใชเ้ ครอื่ งปูองกนั อันตรายตามสถานการณ์
จุดประสงค์การปฏบิ ตั ิ
ด้านความรแู้ ละทักษะ
1. บอกชนิดของอุปกรณ์ปูองกนั อนั ตรายสว่ นบุคคล
2. อธิบายการใชแ้ ละการบารงุ รักษาอุปกรณ์ปูองกันอนั ตรายส่วนบุคคล
3. อธบิ ายหลักการส่งเสริมใหค้ นงานใชอ้ ุปกรณป์ อู งกนั อนั ตรายสว่ นบุคคล
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝุรู้ ความซอื่ สตั ย์ สุจริต ความมนี ้าใจ, แบ่งบัน
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3
ชอื่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหน่วย อปุ กรณ์ปูองกันอันตรายสว่ นบุคคล สอนครง้ั ที่ 3/18
ชอื่ เร่ือง อปุ กรณ์ปูองกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล จานวน 3 คาบ
อุปกรณ์ปูองกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Devices (PPP) หรือ Personal
Protective Equipment (PPE)) หมายถึง อุปกรณ์สาหรับผู้ปฏิบัติงานในการสวมใส่ขณะทางานเพ่ือปูองกัน
อันตรายอันอาจเกิดข้ึน เนื่องจากสภาพและสิ่งแวดล้อมของการทางาน การใช้อุปกรณ์ปูองกันอันตรายส่วน
บุคคล เป็นวิธีการหน่ึงในหลายวิธีในการปูองกันอันตรายจากการทางาน ซ่ึงโดยทั่วไปจะมีการปูอ งกันและ
ควบคุมทส่ี ภาพและส่งิ แวดลอ้ มของการทางาน
3.1 อุปกรณ์ป้องกันศรี ษะ
3.1.1 หมวกแขง็ นิรภัย
ใช้สาหรบั ปอู งกนั ศีรษะจากการถูกกระแทก ชน หรอื วัตถุตกจากที่สูงมากระทบศีรษะ มีลักษณะ
แข็งแรงและทาดว้ ยวสั ดุทีแ่ ตกตา่ งกนั ออกไป หมวกนิรภยั ซงึ่ แบ่งออกเปน็ 2 แบบ คอื แบบมขี อบหมวก
โดยรอบ กับแบบทม่ี ีเฉพาะกระบงั ดา้ นหน้า
รูป อปุ กรณป์ อู งกนั ศีรษะ
หมวกนริ ภยั ประกอบด้วยตัวหมวก ทามาจากพลาสติก โลหะ หรอื ไฟเบอร์กลาส สายพยุง ได้แก่ สาย
รัดศีรษะ และสายรัดด้านหลังศีรษะ ซ่ึงสามารถปรับให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่ได้ด้วยสายรัดคาง คือ สายรัดใต้
คางเพื่อให้กระชับยิ่งขึ้น แผ่นซับเหง่ือ ทามาจากใยสังเคราะห์ใช้สาหรับซับเหงื่อและให้อากาศผ่านได้
นอกจากน้ันแล้วหมวกนิรภยั ยังแบ่งออกตามคุณสมบัติของการใชง้ านไดเ้ ปน็ 4 ประเภท ดงั น้ี
1. ประเภท A ทามาจากพลาสตกิ หรือไฟเบอร์กลาส มีน้าหนักเบาเหมาะสาหรับใช้งานทั่วไป เช่น คน
กอ่ สรา้ ง โยธา เครือ่ งจักรกล เหมืองแร่ และงานท่ีไม่เส่ยี งกับกระแสไฟฟูาแรงสูง เปลือกนอกปูองกันน้าได้และ
2. ประเภท B ทามาจากวสั ดสุ ังเคราะหป์ ระเภทพลาสตกิ หรอื ไฟเบอรก์ ลาส และไม่มีรูที่หมวก เหมาะ
สาหรบั การใช้งานท่ีเกีย่ วข้องกบั กระแสไฟฟาู แรงสงู เชน่ ชา่ งเดินสายไฟ ในสถานีไฟฟูาและในโรงไฟฟาู
3. ประเภท C ทามาจากวัสดทุ ีเ่ ปน็ โลหะ เหมาะสาหรับการใช้งานปูองกันการกระแทก แรงเจาะ และ
ใช้ในงานที่ไม่เสีย่ งกับกระแสไฟฟูา
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3
ช่อื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หน่วย อุปกรณป์ อู งกันอันตรายส่วนบคุ คล สอนครั้งที่ 3/18
ชื่อเร่ือง อุปกรณ์ปอู งกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล จานวน 3 คาบ
4. ประเภท D ทามาจากวัสดุสังเคราะห์ประเภทพลาสติก และไฟเบอร์กลาส ออกแบบเพ่ือใช้ในงาน
ดับเพลงิ หรอื งานปูองกนั อัคคภี ัย ต้องมคี วามทนทานไม่ไหมไ้ ฟ และไม่เปน็ ตัวนาไฟฟาู
3.1.2 วสั ดุคลมุ ผม
สาหรับผู้ที่ผมยาวท้ังผู้หญิงผู้ชาย ที่ทางานอยู่ใกล้กับโซ่ สายพาน หรือเครื่องจักรที่มีส่วนท่ี
หมุนอยู่ตลอกเวลา อาจถูกเคร่ืองหรืออุปกรณ์ดึงผมเข้าไปได้ การปูองกันที่เคร่ืองจักรบางคร้ังอาจทาได้ไม่
สมบูรณท์ ง้ั หมด ดังนั้นจึงต้องใช้วัสดุที่สามารถรวบและคลุมผมได้ทั้งหมด ส่ิงท่ีใช้คลุมได้ท้ังหมดคือหมวกผ้าท่ี
ออกแบบใหค้ ลุมผมได้ทงั้ หมด ผ้าทใ่ี ชท้ าหมวกควรจะทนทานต่อการซกั รีดและยาฆา่ เชอื้ โรค
3.2 อุปกรณ์ปอู งกนั หู
การทางานในสถานที่ที่มีเสียงดังมากเกินกว่าที่หูของคนเราจะรับได้ นั่นคือมีเสียงดังเกินกว่า
85 เดซิเบล จะต้องหาวิธีการที่จะลดความดังของเสียงน้ันและถ้าหากว่ามีความดังเกินกว่า 90 เดซิเบล
ตลอดเวลาการทางานจะทาใหเ้ กิดอันตรายต่อระบบการได้ยิน สาหรับช่วงเวลาทางานท่ีไม่เกินวันละ 8 ช่ัวโมง
หากมีระดับเสียงดังอยู่ท่ี 130 เดซิเบล ถือว่าเป็นอันตรายต่อการได้ยินของหู (กรมอนามัย, มปป.99) ซ่ึงท่ีมา
ของเสียงอาจจะเนอ่ื งมาจากการทางานกับเครอื่ งจักรกลต่าง ๆ หรือเสียงจากแรงกระแทกของวัตถุท่ีเป็นโลหะ
รนุ แรง ดังนนั้ การลดระดบั ความดงั ของเสยี งเพ่อื ใหอ้ ยูใ่ นช่วงที่ไม่เป็นอันตรายกับหูหรือการควบคุมท่ีจุดกาเนิด
ของเสียง เพื่อหลีกเล่ยี งมใิ ห้เสยี งมาปะทะกบั สว่ นการได้ยินของคนนั้นเป็นสิ่งจาเป็นอย่างย่ิง ที่จะต้องมีการกา
หนดมาตรการที่จะช่วยลดอุบัติเหตุหรือความเสียหายท่ีจะเกิดกับหูในการได้ยิน โดยการใช้อุปกรณ์ปูองกันหู
เพ่ือลดความดังของเสียงทผี่ า่ นมากระทบในส่วนของอวัยวะภายในหู คือ กระดูกหูและแก้วหู ซ่ึงจะต้องเลือกใช้
ในแบบท่ีมีความเหมาะสม มีมาตรฐานกาหนดเกี่ยวกับความถ่ีของเสียงจากการแนะนาของผู้ท่ีมีความรู้ และมี
การทดสอบ ทดลองกับการใช้งานจริง เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสมกับการใช้งาน
ประกอบด้วย
3.2.1. ทีอ่ ดุ หู (Ear plug) เป็นวัสดุท่ีทามาจากยางพลาสติกอ่อน ข้ีผ้ึง และฝูาย หรือสาลี ที่
ผผู้ ลติ ออกแบบใหม้ ีขนาดพอเหมาะกับรหู ู เพอื่ ให้สามารถปูองกันเสียงซ่ึงจะแตกต่างกันออกไปท้ังชนิดอุดหูทั้ง
สองข้างจะปอู งกันเสียงได้ดีกว่าชนิดท่ีใช้ช่ัวคราว ที่อาจจะทาจากสาลี ฝูาย จะช่วยปูองกันเสียงได้เพียงระดับ
หนึ่งเท่านั้น นอกจากน้ันยังมีชนิดที่ทามาจากวัสดุประเภทไฟเบอร์กลาสก็จะปูองกันเสียงได้ดี เช่นกัน แต่มี
ข้อเสยี คอื จะแขง็ เม่ือใช้จะทาให้เกดิ การระคายเคอื งกบั ผวิ ของหูได้ ดงั นนั้ ในการเลอื กใช้วสั ดุปอู งกันเสยี งแบบ
อดุ หู จงึ ควรเลือกชนดิ ท่ีมคี วามเหมาะสมกับการใชง้ าน เหมาะสมกับแต่ละคนและสามารถถอดทาความสะอาด
ได้งา่ ย ซึง่ ในวสั ดุแตล่ ะชนิดนนั้ จะชว่ ยลดความดงั ของเสยี งที่แตกต่างกันดังน้ี
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3
ช่ือวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย อปุ กรณ์ปูองกันอันตรายส่วนบคุ คล สอนครัง้ ที่ 3/18
ช่ือเรอื่ ง อปุ กรณ์ปูองกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล จานวน 3 คาบ
- สาลีหรือฝาู ยธรรมดาช่วยลดความดงั ของเสียงได้ 8 เดซเิ บล
- อะคริลคิ (acrylic) จะชว่ ยลดความดังได้ 18 เดซเิ บล
- ใยแกว้ ชว่ ยลดความดังของเสียงได้ 20 เดซิเบล
- ยางซลิ โิ คน (silicon rubber) ช่วยลดความดงั ได้ 15-30 เดซเิ บล
- ยางออ่ นและยางแข็ง ชว่ ยลดความดังของเสียงได้ 18-25 เดซเิ บล
3.2.2. ท่คี รอบหู (Ear muff) เปน็ อปุ กรณ์ที่ใชส้ าหรับปอู งกันเสียงดงั ที่เปน็ อันตรายต่อระบบ
การได้ยนิ ของหู ซ่งึ จะมีลักษณะคล้ายหฟู งั ท่ีใชค้ รอบใบหทู ้ังสองข้าง โดยมีก้านโค้งครอบศีรษะและใช้วัสดุที่มี
ความนมุ่ หุม้ ทับ ส่วนตวั ครอบหูนั้นมีการออกแบบใหแ้ ตกตา่ งกนั ตามลักษณะของการใช้งาน ซึ่งจะประกอบด้วย
วัสดปุ ูองกันเสียง (acoustic) อยภู่ ายในท่คี รอบหู ส่วนตัวรองรอบนอกน้ันอาจจะบุด้วยโฟม พลาสติก ยางหรือ
บรรจุของเหลวไว้ เพ่ือชว่ ยดดู ซับเสียง ทาใหพ้ ลังงานของเสียงลดลง ในบางชนดิ ยงั มกี ารออกแบบใช้สาหรับงาน
ท่ตี ้องมีการสือ่ สารกันโดยการติดเคร่ืองมือสื่อสาร หรือโทรศัพท์ภายในที่ครอบหูด้วย เพ่ืออานวยความสะดวก
ในการติดต่อสอ่ื สารกับส่วนงานอ่นื ไดโ้ ดยสะดวก ทค่ี รอบหูแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติท่ีแตกต่างกัน ตั้งแต่ชนิดที่
ใช้กับงานหนักความดังเสียงมากจะช่วยลดความ ดังได้ประมาณ 40 เดซิเบล และชนิดปานกลางจะช่วยลด
ความดงั ได้ประมาณ 35 เดซเิ บล ชนดิ ใชใ้ นงานเบาจะช่วยลดความดังได้ประมาณ 30 เดซิเบล ส่วนชนิดท่ีช่วย
ดดู ซบั และลดพลังงานของเสียงลงได้มากกวา่ คือชนิดท่บี รรจขุ องเหลวในตัวรองรอบนอก การดูแลรักษาที่ครอบ
หโู ดยการใชผ้ ้าชบุ นา้ สบูเ่ ช็ดล้างและเช็ดให้แห้งทุกคร้ังหลังการใช้งาน จะช่วยรักษาสภาพให้สามารถใช้งานได้
อย่างยาวนาน
3.3 อปุ กรณ์ปอู งกนั ตาและใบหนา้ (Eye and Face Protection Devices)
เป็นอุปกรณ์สาหรับช่วยปูองกันเพื่อลดอันตรายอันอาจจะเกิดข้ึนในขณะทางานที่อาจมีเศษวัสดุ
สารเคมี หรอื รงั สี ทจ่ี ะทาใหใ้ บหนา้ และดวงตาเปน็ อนั ตรายได้ แบง่ ออกเปน็
1. แว่นตานิรภัย (Protective Spectacles or Glasses) รูปร่างลักษณะคล้ายกับแว่นตา
โดยทั่วไป แต่จะแตกต่างกันในส่วนของความทนทาน แข็งแรง และวัสดุท่ีใช้ทาแว่นกับเลนส์ที่ใช้ตามความจา
เป็นของลักษณะงานแต่ละชนิด เช่น ปูองกันแสงจ้า ปูองกันความร้อน ปูองกันสารเคมี รังสี กันลม หรือต้าน
แรงกระแทก ซง่ึ มีทง้ั ชนิดทีม่ กี ระบังด้านข้าง ช่วยปูองกันเศษสิ่งของวัสดุกระเด็นเข้าทางด้านข้าง กับชนิดไม่มี
กระบังด้านข้างใช้สาหรับปูองกันอันตรายเข้าทางด้านหน้าเท่านั้น ซ่ึงมีท้ังแบบท่ีสามารถปรับให้เหมาะสมกับ
การใชง้ านได้กบั แบบท่คี งท่ี วสั ดทุ ีใ่ ชท้ ากรอบแว่นน้นั มที ้ังท่ีทามาจากโลหะและพลาสติก และชนิดผสมระหว่าง
โลหะกบั พลาสตกิ ทม่ี คี ุณสมบตั ทิ นต่อการกัดกร่อน ดูดซึม เพื่อปูองกันการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่มีกลิ่นหรือ
เป็นพษิ กบั ผู้ใช้ นอกจากนนั้ ยงั มีอุปกรณ์ปอู งกนั ตาชนิดอ่นื ๆ อีก เชน่ ครอบแว่น (Cover goggles) ใช้สวมทับ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหน่วย อปุ กรณป์ ูองกันอันตรายสว่ นบคุ คล สอนครัง้ ท่ี 3/18
ช่ือเร่อื ง อปุ กรณ์ปอู งกันอันตรายสว่ นบคุ คล จานวน 3 คาบ
แว่นสายตาเพ่ือปูองกันท้ังตาและแว่นตาผู้สวมในขณะทางาน ครอบปูองกันสารเคมี
(Chemical goggles) เปน็ แว่นชนิดทมี่ เี ลนสป์ ระเภทผา่ นการอบความรอ้ น หรอื เลนสพ์ ลาสตกิ ชนิดทนกรด ทน
ด่างได้ ใช้ในการปูองกนั
สารเคมีในรูปของฝุนละออง หรอื ของเหลวกระเดน็ เขา้ ตาทั้งทางด้านตรงและด้านขา้ ง โดยมี
กระบงั ดา้ นข้าง ครอบตาสาหรับทางานหลอมโลหะหรืองานเหมอื งแร่ ส่วนเลนสอ์ าจทามาจากพลาสติก หรือ
แก้วข้ึนอยกู่ บั ความตอ้ งการใชง้ านแต่ละชนิดที่แตกตางกันไป โดยจะตอ้ งคานึงถึงปจั จัยเกีย่ วขอ้ งตอ่ ไปนค้ี อื
1.1 วัสดทุ ีใ่ ชต้ ้องไมท่ าให้เกดิ การระคายเคืองและเปน็ อนั ตรายตอ่ ดวงตา
1.2 มกี ารหักเหทีเ่ หมาะสมกบั การใชง้ าน (ไมเ่ กิน 1/11 ปริซมึ -ไดออฟเตอร)์
1.3 กาลงั การหักเหในตวั กลางใด ๆ และความแตกต่างของกาลังการหักเหในตวั กลางท่ตี า่ งกัน
ท้ังสองชนดิ ตอ้ งไม่เกนิ 1/16 ไดออฟเตอร์
1.5 วัสดทุ งั้ สองชนดิ ท่ีใช้ต้องทนความร้อนได้ใกล้เคยี งกัน
1.6 เลนสพ์ ลาสตกิ บางชนดิ อาจเส่ือมคุณภาพเนอ่ื งจากปฏกิ ริ ิยาจากสารเคมีบางอยา่ งได้
1.7 เลนส์พลาสติกจะทนทานตอ่ วสั ดุท่แี หลมคมได้มากกว่า
1.8 เลนส์พลาสตกิ จะทนต่อวัสดุเลก็ ท่เี คลอื่ นไหวได้ดีกว่าเลนส์แก้ว
1.9 เลนสพ์ ลาสตกิ จะทนทานกบั การขดี ขว่ นได้ดขี ึ้นด้วยการเคลือบผิวหน้าดว้ ยสารบางอยา่ ง
1.10 การฝูามวั ของเลนสแ์ ก้วจะหายไปเร็วกวา่ เลนส์พลาสติก
1.11 เลนส์ทั้งสองชนดิ จะมคี วามทนทานต่อแรงกระแทกมากขึน้ เม่อื มีความหนาที่เหมาะสม
การเลือกใชแ้ วน่ นริ ภยั ควรปฏบิ ตั ิดงั น้ี
1. ควรเลือกชนดิ ท่มี ีกรอบกระชับ แขง็ แรง เหมาะกับการสวมใส่ในการทางาน
2. ควรเลือกชนิดท่ีมีคุณสมบตั ิในการปอู งกันอนั ตรายไดส้ งู สุดและใชง้ านไดต้ ลอดเวลา
3. มขี นาดท่กี ว้างใหญพ่ อดีกบั ขนาดของรปู หน้าและจมกู โดยวดั ระยะห่างของชว่ งตาลบด้วย
ความกวา้ งของจมกู จะเทา่ กับเส้นผ่าศูนย์กลางท่ียาวของเลนส์ท่ีจะใช้
4. สามารถทาความสะอาดไดง้ ่ายเพือ่ ใหอ้ ย่ใู นสภาพพรอ้ มใช้งานได้ทนั ทีและไมต่ ิดเชอ้ื ไดง้ า่ ย
5. ทนความรอ้ นไม่ตดิ ไฟง่าย
6. ราคาถกู
การดแู ลรักษาแวน่ นิรภัย
1. ทาความสะอาดดว้ ยการล้างด้วยสบู่กับนา้ อ่นุ แล้วแช่ในน้ายาฟีนอล น้ายาไฮโดรคลอไรด์
หรอื นา้ ยาแอมโมเนียนานประมาณ 10 นาที แลว้ ทิง้ ไวใ้ ห้แห้งหรือใชเ้ ครื่องเปุาให้แหง้
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3
ชือ่ วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หนว่ ย อุปกรณ์ปูองกันอันตรายส่วนบุคคล สอนคร้งั ที่ 3/18
ชอื่ เรอ่ื ง อุปกรณ์ปูองกนั อนั ตรายสว่ นบุคคล จานวน 3 คาบ
2. เก็บไว้ในทท่ี ีไ่ มม่ ีฝนุ และความช้นื สงู
3. เม่ือมีการชารุดเสยี หายควรซอ่ มแซมปรบั ปรงุ ใหส้ ามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งปกตแิ ละควรใช้เป็น
อุปกรณ์ส่วนตวั ไมค่ วรใชร้ ่วมกนั แบบของส่วนรวม
3.4. อุปกรณ์ปอู งกนั ใบหน้า (Face Protection)
การทางานบางอย่างต้องเส่ียงต่ออันตรายท่ีอาจจะเกิดขึ้นกับบริเวณใบหน้า ดังน้ันอุปกรณ์
ปูองกันใบหน้าจึงจาเป็นสาหรับการปูองกันความร้อน การแผ่รังสีที่มีความHA 233 98 เข้มสูง หรือเป็น
อนั ตราย การหลอมเหลวโลหะ การเชอื่ มโลหะ การตัดโลหะดว้ ยการใชก้ ๊าซ ได้แก่ กระบงั ปูองกันใบหน้า (Face
Shield) หน้ากากกรองแสง หมวกครอบกันกรด หมวกครอบแบบจ่ายอากาศ และอปุ กรณ์ปอู งกันแบบใช้มือถือ
มีลกั ษณะโค้งครอบใบหนา้ แผงวัสดุมที ้งั ประเภททบึ แสงและมีชอ่ งใส่แผ่นกรองแสงสาหรับการมองเห็นในส่วน
ตากับแผงวัสดุโปร่งแสง โดยจะยึดติดกับหมวกครอบศีรษะหรือสายรัด ซ่ึงจะต้องทามาจากวัสดุชนิดทนไฟ
ปอู งกันแสงท่เี ปน็ อันตราย และทนต่อการใช้น้ายาฆ่าเช้ือในการทาความสะอาด น้าหนักเบา (ไม่ควรหนักเกิน
800 กรัม) การติดวสั ดุเขา้ ดว้ ยกันไมค่ วรใหม้ ีหมุดย่นื มาสมั ผสั ศีรษะได้ แผ่นกรองแสงควรเปน็ แบบที่ถอดเปลี่ยน
ได้ เม่ือเกดิ การชารดุ หรือเสื่อมสภาพ อุปกรณ์ปูองกันใบหน้าที่ดีควรมีสัดส่วนเม่ือสวมใส่แล้วมีความเหมาะสม
และสามารถปรับให้กระชับได้ แผ่นกรองแสงเรียบเป็นเงาไม่มีรอยขูดขีด และปิดคลุมทั้งหมดใบหน้า ไม่ทา
ปฏิกิริยากับของเหลว สามารถทาความสะอาดได้ง่าย ส่วนชนิดที่เป็นแบบจ่ายอากาศ จะมีคุณสมบัติพิเศษท่ี
สามารถจ่ายอากาศเพิ่มเข้าไปขณะทางานเกี่ยวข้องในบริเวณที่มีฝุนละออง ไอ ฟูม ละอองของสารเคมี หรือ
สารพษิ ฟงุู กระจาย เพ่ือใหผ้ ู้สวมใสใ่ นการปฏิบัติงานมคี วามสะดวก ไมอ่ ดึ อัด ไม่หายใจเอาละอองต่าง ๆ เข้าไป
3.5 อปุ กรณ์ปูองกนั มอื้ และนวิ้ ม้ือ
ในการปฏิบัติงานท่ีต้องใช้ส่วนของมือ นิ้วมือ และแขน ซึ่งอาจเสี่ยงต่ออันตรายจากการถูกวัตถุมีคม
บาด ตัด การขูดขีดทาให้ผิวหนังถลอก การจับของร้อน หรือการใช้มือสัมผัสวัสดุอุปกรณ์ท่ีอาจก่อให้เกิด
อันตรายอ่ืน ๆ นั้นจาเป็นต้องมีอุปกรณ์ปูองกัน โดยใช้ถุงมือหรือเครื่องสวมเฉพาะน้ิวชนิดต่าง ๆ ตามความ
เหมาะสมกับลกั ษณะของงานดังนี้
1. ถุงมือใยหิน ใช้สาหรับงานท่ีต้องสัมผัสความร้อนเพื่อปูองกันมิให้มือได้รับอันตรายจาก
ความร้อนหรือไหม้
2. ถุงมือใยโลหะ ใช้สาหรับงานที่เกี่ยวกับการใช้ของมีคม ในการหั่น ตัด หรือสัมผัสวัสดุ
อุปกรณท์ ี่แหลมคม หยาบมาก
3. ถงุ มือยาง ใช้สาหรับงานไฟฟาู และถงุ มือยางท่สี วมทบั ดว้ ยถุงมือหนังชนิดยาว เพื่อปูองกัน
การถกู ของมคี มบาดหรอื ทม่ิ แทงทะลุ สาหรับใช้ในงานไฟฟูาแรงสูง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
ชอ่ื วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชือ่ หนว่ ย อุปกรณ์ปูองกนั อันตรายสว่ นบคุ คล สอนครงั้ ท่ี 3/18
ช่ือเรื่อง อปุ กรณ์ปูองกนั อนั ตรายส่วนบคุ คล จานวน 3 คาบ
4. ถงุ มอื ยางชนดิ ไวนลี หรอื นโี อพรีน ใชส้ าหรบั งานท่ตี ้องสัมผสั สารเคมีชนิดท่ีมีฤทธิ์กัดกร่อน
หรอื ซึมผา่ นผวิ หนังได้
5. ถงุ มอื หนังใชส้ าหรบั งานท่ีตอ้ งสัมผัสวสั ดุทหี่ ยาบ งานท่มี ีการขัดผิว การแกะสลกั หรืองาน
เช่ือมทม่ี คี วามร้อนต่า
6. ถุงมอื หนังเสริมใยเหลก็ ใช้สาหรบั งานหลอมโลหะหรือถลงุ โลหะ
7. ถงุ มือผา้ หรือเส้นใยทอ ใชส้ าหรับงานทต่ี ้องหยบิ จับวัสดุอุปกรณ์เบา ๆ เพือ่ ปอู งกนั มือจาก
สง่ิ สกปรกต่าง ๆ
8. ถุงมอื ผ้าหรอื ใยทอเคลือบน้ายา ใช้สาหรบั งานท่ีตอ้ งสมั ผัสสารเคมโี ดยท่วั ไป เชน่ งานหีบ
ห่อ งานบรรจกุ ระป๋อง หรืออตุ สาหกรรมอาหาร ฯลฯ
นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์ปูองกันมือ นิ้วมือ และแขน สาหรับใช้กับงานที่มีลักษณะเฉพาะด้านอื่น ๆ
เช่น หนังหุ้มมือหรือเบาะรองมือใช้พันมือและแขน สาหรับงานที่ต้องสัมผัสความร้อนหรืองานที่มีสะเก็ดของ
ร้อนกระเดน็ กระทบมอื และแขนได้ ครมี ทามอื ใชท้ าเพ่อื ปอู งกันการทางานท่ีมกี ารระคายผวิ หนัง และเครอื่ งสวม
เฉพาะนิว้ มอื ใชใ้ นงานเฉพาะอย่าง เพอื่ ปูองกันของแหลมคมหรือปูองกันการกระแทกน้ิวได้
3.6 อปุ กรณ์ปูองกันเทา้ และขา
อุปกรณ์ปูองกันเท้าและขาท่ีสาคัญและมีความจาเป็นอย่างยิ่งสาหรับผู้ที่ต้องทางานในสถานที่ท่ีอาจ
เกดิ อนั ตรายกบั เท้า ได้แก่ รองเทา้ ตัง้ แตร่ องเท้าธรรมดา รองเทา้ หมุ้ ข้อ และรองเท้าท่ีเสริมด้วยอุปกรณ์ปูองกัน
ตา่ ง ๆ เรียกวา่ รองเท้านิรภยั สาหรับสวมใสใ่ นการทางานเพอื่ ปอู งกันอันตรายหรือการบาดเจ็บของเท้าจากการ
ถูกกระแทก ถูกทับหรืองานมีอันตรายอ่ืน ๆ เกี่ยวกับเท้า ซ่ึงคุณสมบัติของรองเท้านิรภัยน้ันแบ่งออกเป็น 3
ชนดิ ตามความสามารถในการรบั แรงอัดและแรงกระแทก ดงั นี้
ชนิดของอุปกรณ์ปอู งกนั เทา้ กับการใช้งาน
1. รองเท้าชนดิ หุ้มขอ้ และเป็นฉนวนทดี่ ี ใช้สาหรับงานไฟฟูาหรืองานทอ่ี าจมอี ันตรายจากการ
กระเด็นของเศษวสั ดุหรอื การระเบิดทีไ่ มร่ ุนแรงนกั
2. รองเท้าห้มุ แขง้ เปน็ รองเทา้ ทอ่ี อกแบบสาหรบั ปูองกนั อันตรายจากการทางานท่ีมีความร้อน
จากการถลงุ หรือหลอมโลหะ งานเช่อื มตา่ ง ๆ ซึง่ จะต้องไมม่ ีการเจาะตาไก่รอ้ ยเชือก เนือ่ งจากจะเปน็ ชอ่ งทาง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3
ชือ่ วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่อื หน่วย อุปกรณป์ ูองกันอนั ตรายสว่ นบคุ คล สอนครง้ั ที่ 3/18
ชอ่ื เรื่อง อุปกรณป์ อู งกันอนั ตรายสว่ นบุคคล จานวน 3 คาบ
ใหโ้ ลหะทห่ี ลอมเหลวกระเดน็ หรอื ไหลเขา้ รองเท้าได้ และจะตอ้ งสวมใส่สะดวกและถอดได้ง่ายรวดเรว็ ในกรณี
เกดิ เหตฉุ กุ เฉิน
3. รองเท้าพ้ืนโลหะที่ยืดหยุ่นได้ ใช้สาหรับงานก่อสร้าง เพื่อปูองกันการกระแทก การกดทับ
และของแหลมคมทิ่มตา แตต่ ้องมัน่ ใจวา่ การทางานน้นั ไม่เกี่ยวขอ้ งกบั ไฟฟาู
4. รองเท้าพื้นไม้ เหมาะสาหรับการใช้งานในสถานที่ทางานท่ีพื้นเปียกชื้นตลอดเวลาหรือมี
ความรอ้ น เชน่ โรงงานผลิตเบยี ร์ และงานทเ่ี กีย่ วกบั การลาดยางแอสฟลั ท์
5. รองเท้าหัวโลหะ เหมาะสาหรับใช้กับการทางานท่ีอาจมีวัตถุส่ิงของน้าหนักมากตกใส่ทับ
หรอื กระแทกเทา้ ในการเคลอ่ื นย้ายส่ิงของทีน่ ้าหนักมาก
รปู อปุ กรณ์ปอู งกนั เทา้ และขา
นอกจากน้ี ยังมีรองเท้าหนังฟอกท่ีเหมาะสาหรับการใช้งานในโรงงานอาหาร รองเท้ายาง
หรือพลาสติกท่ปี อู งกนั การเปียกชื้นและทาความสะอาด ปูองกนั สิง่ สกปรกได้ดี เหมาะสาหรับการทางานในห้อง
น้าสาธารณะ เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ปูองกันขาน้ันจะมีลักษณะที่เป็นวัสดุแผ่นหุ้มตลอดขา หรือหน้าแข้งโดย
ปลายดา้ นล่างจะบานและโค้งงอเข้ารูปกับหลงั เทา้ และเสรมิ ดว้ ยเส้นใยโลหะหรอื ใยทอ เพื่อปูองกนั การกระแทก
หรือสิ่งที่อาจกระเด็นมากระทบขา ซึ่งการใช้งานน้ันจะเลือกให้เหมาะสมตามลักษณะของงาน เช่น งาน
หลอมเหลว หรือถลุง มีความร้อนมักใช้อุปกรณ์ท่ีทามาจากใยหินหรือหนัง ส่วนงานที่เก่ียวข้องกับกรด-ด่าง
หรอื ของเหลวที่มีความร้อน กม็ กั เลือกอุปกรณ์ท่ีทามาจากยางสังเคราะห์ ยางธรรมชาติ หรือพลาสติกท่ีทนต่อ
ความรอ้ นและการกดั กร่อนและตอ้ งสามารถสวมใสแ่ ละถอดไดส้ ะดวกรวดเรว็ ในกรณที ่ีเกิดเหตอุ นั ตรายฉกุ เฉิน
การดูแลรักษารองเท้าและอปุ กรณป์ ูองกันขาหลงั การใชง้ านตอ้ งทาความสะอาดทั้งด้านนอก
ดา้ นในด้วยน้าธรรมดา หรอื ใชน้ ้ายาฆ่าเชอื้ เช็ดทาความสะอาด ฉดี นา้ ล้างแลว้ วางใหแ้ หง้
เอกสารอ้างองิ
1. หนงั สอื เรยี นวชิ าอาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั วิชา 2001–1004
บริษทั ศูนย์หนงั สือเมืองไทย จากัด
2. เว็บไซตแ์ ละสือ่ ส่งิ พิมพท์ เ่ี กยี่ วข้องกบั เน้อื หาบทเรยี น
บนั ทกึ หลงั การสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของครู/ปญั หาทีพ่ บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ปัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ............................................... ลงช่ือ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรียน ครผู ู้สอน
ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 4
ชือ่ วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือหนว่ ย สีและสัญลกั ษณ์เพ่อื ความปลอดภัย สอนครั้งที่ 4/18
ช่ือเร่ือง สีและสัญลกั ษณ์เพอื่ ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
หวั ขอ้ เรือ่ ง
4.1 สเี พอื่ ความปลอดภยั
4.2 สัญลกั ษณเ์ พ่อื ความปลอดภยั
4.3 การติดตั้งปูายสญั ลักษณค์ วามปลอดภยั
สาระสาคญั /แนวคิดสาคญั
สีและสัญลักษณ์เพ่ือความปลอดภัยนามาใช้เพื่อแสดงให้ทราบถึงหน้าท่ีของอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักร
สภาวะปลอดภัยหรืออันตราย และให้ปฏิบัติตามหรือห้ามปฏิบัติแล้วแต่กรณี การใช้สีและสัญลักษณ์ความ
ปลอดภัยในอุตสาหกรรมจะตอ้ งแสดงไว้ในตาแหนง่ ทเี่ หมาะสมสามารถมองเหน็ ได้ชัดเจน
สมรรถนะยอ่ ย
อ่านและปฏิบตั ติ ามเคร่ืองหมายและสญั ลักษณค์ วามปลอดภัย
จดุ ประสงค์การปฏบิ ตั ิ
ดา้ นความรแู้ ละทกั ษะ
1. บอกความหมายของสเี พือ่ ความปลอดภยั
2. บอกความหมายของสญั ลกั ษณเ์ พอื่ ความปลอดภยั
3. บอกความหมายของสัญลกั ษณเ์ ตอื น
4. บอกความหมายของสญั ลักษณ์แสดงสภาวะความปลอดภยั
5. บอกความหมายของสัญลกั ษณก์ ารปอู งกันและระงบั อัคคีภัย
6. บอกความหมายของสญั ลกั ษณบ์ ังคบั
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝุรู้ ความซอ่ื สัตย์ สุจรติ ความมนี ้าใจ, แบ่งบนั
ใบเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 4
ชื่อวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ หนว่ ย สแี ละสัญลกั ษณ์เพือ่ ความปลอดภัย สอนครัง้ ท่ี 4/18
ชื่อเร่ือง สีและสญั ลกั ษณ์เพื่อความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
4.1 สีเพื่อความปลอดภยั
ความสมั พนั ธข์ องสีกับความปลอดภัย
สีมีความเกี่ยวพนั กบั แสงและความปลอดภัย สมี สี ว่ นช่วยทาให้ภายในห้องทางานสว่างโดยการ
ใช้แสดงเท่าเดิม กล่าวคือ สีที่อยู่ในโซนขาวจะทาให้การสะท้อนของแสงเป็นไปได้ดีจึงทาให้ห้องสว่าง ผู้ที่
ทางานในห้องดังกล่าวเกิดความกระปรี้กระเปร่า ในทางตรงข้ามห้องที่มีสีมือทึบจะทาให้ผู้ทางานรู้สึกอึดอัด
เกดิ อาการงว่ ง
สีมีความสมั พนั ธ์กับการปลอดภยั อีกอยา่ งหนึ่ง คือ สจี ะเป็นตวั บง่ บอกถงึ ความหมายของเครือ่ง
จักรหรือวสั ดนุ ั้น ๆ กลา่ วคอื ในธรรมชาติสีของไฟหรือสีของดวงอาทิตย์เป็นสีแดง หรือสีแสด ดังนั้น สามัญ
สานึกของมนุษย์จะบ่งบอกว่าสีแดง หรือสีแสด เป็นสีท่ีมีความร้อน ดังน้ัน ถ้าในงานอุตสาหกรรมใช้สี
ดงั กลา่ วทาหรือพ่น อปุ กรณ์ทีเ่ ปน็ อันตรายดังกลา่ ว จะเป็นการเตือนภัยอย่างดี
ความหมายของสีทใี่ ช้งานงานอตุ สาหกรรม
ความปลอดภัยในการทางานจะเกิดขน้ึ ได้ ตอ้ งได้รบั ความรว่ มอื ตามหนา้ ท่ีความรับผิดชอบของ
พนักงนทุกคนในสถานปฏิบัตงิ าน ให้ทุกคนมสี ว่ นร่อมและรบั ผดิ ชอบร่วมกันย่งิ งานในโรงงานอตุ สาหกรรม
ประเภททีต่ อ้ งใช้เคร่ืองจกั ร และอปุ กรณต์ ่าง ๆ จะต้องมีเคร่ืองหมายแสดงบอกเอาไว้ดว้ ย และตัวเครือ่ งจกั ร
ควรจะไดร้ ับการทาสี เพราะจะทาให้สงั เกตไดง้ ่าย เมือ่ มีส่วนหนงึ่ สว่ นใดของเครอื่ งจักรเคลือ่ นที่ การใช้สีจะ
ช่วยเตอื นให้ผู้คุมเคร่ืองและบุคคลอืน่ ในบริเวณนั้นมีความระมัดระวัง อกี ทั้งยงั ชว่ ยใหใ้ ชเ้ คร่อื งไดง้ า่ ยขึน้ เช่น
ปมุ สาหรับเดินเครื่อง ทาสนี า้ เงนิ ปุมสาหรับปดิ เคร่ือง ทาสีแดง เปน็ ต้น
สีทเี่ ราใชแ้ สดงความหมายในเรอ่ื งความปลอดภัย โดยมาตรฐานสากล เราจาแนกได้ดงั น้ี
4.1.1 สีแดง หมายถึง ไฟ อนั ตราย และหยุด ซ่ึงมักจะใชเ้ พ่ือ
1. แสดงอุปกรณแ์ ละเครอ่ื งใช้ในการปอู งกนั ไฟ
2. แสดงบรเิ วณท่ีใช้ติดตง้ั เคร่อื งดบั เพลงิ
3. แสดงภาชนะบรรจุของเหลวไวไฟ (ยกเว้นภาชนะทีใ่ ช้ในการขนย้าย) ซง่ึ จะต้อง
มีปาู ยแสดงบอกส่ิงทบี่ รรจุภายใน
4. แสดงเครือ่ งหมายและแสงไฟอันตรายทเ่ี ครอื่ งกีดขวาง เครอ่ื งกดี ขวางชั่วคราว
และสถานท่ีกอ่ สรา้ งชั่วคราว
5. แสดงส่วนของเครอ่ื งจกั รทใ่ี ช้หยุดเคร่อื งจกั รในกรณฉี กุ เฉนิ
4.1.2 สีเหลือง หมายถงึ การเตือนภัยวา่ อาจเป็นอันตรายแก่รา่ งกายได้ ซ่งึ มักใช้เพ่ือ
ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 4
ช่อื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย สีและสญั ลักษณเ์ พ่ือความปลอดภัย สอนคร้ังที่ 4/18
ชือ่ เรื่อง สแี ละสญั ลกั ษณเ์ พอื่ ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
1. แสดงบรเิ วณทอ่ี าจจะเกิดอันตรายเนือ่ งจากการลื่นไถล หกลม้ การถูกดูดหรือ
ดึงเข้าไปกระแทกกับวัตถุ
2. กระตนุ้ ความสนใจ อาจใช้สีเหลอื งทบึ สเี หลืองแถบดา หรือตารางเหลอื งดา
3. แสดงราวสาหรบั มือจับ ราวสาหรบั ปอู งกนั ภยั บนั ไดชัน้ บนสดุ หรือข้ันตา่ สุด
คานอนั ลา่ ง ท่อ ปั้นจ่นั ของพ้ืนทีย่ กสูงบริเวณที่เปน็ หลุม และกาแพง
4. แสดงอุปกรณท์ ี่เคล่อื นทไี่ ด้ เช่น อปุ กรณ์สาหรบั การขนถ่าย ใช้แถบดาสลบั
เหลอื ง
4.1.3 สเี ขียว หมายถงึ ความปลอดภัย และทีเ่ กบ็ เครอื่ งมอื เครอื่ งใช้สาหรับการปฐม
พยาบาลเบ้อื งตน้ ซึ่งมักจะใช้เพอ่ื
1. แสดงเครื่องมอื เครอื่ งใชส้ าหรับการปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ และอุปกรณ์ด้าน
ความปลอดภัย
2. แสดงท่ีเก็บเปลหาม หน้ากากกันแกส๊ และปาู ยปดิ ประกาศเกี่ยวกับความ
ปลอดภยั
3. บริเวณท่ปี ลอดภัย
4. ฝกั บวั น้าสะอาดล้างตาเมอ่ื โดนสารเคมี
4.1.4 สดี าและขาว หมายถึง การจราจร และการดแู ลความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อย
4.1.5 สสี ม้ หมายถงึ ส่วนของเครอื่ งจกั รหรอื เครอ่ื งไฟฟาู เป็นอันตราย ซงึ่ มักจะใช้เพ่อื
1. แสดงส่วนของเคร่ืองจักร ซง่ึ เป็นอนั ตราย ถา้ ส่วนทป่ี ิดอยู่ถูกเปิดออกมา หรอื
ถอกอปุ กรณป์ อู งกันอนั ตรายออก
2. แสดงถึงเคร่อื งจักร หรืออุปกรณซ์ ่งึ กาลงั ทางานหากไม่ระวงั อาจตัด บด ชอ็ ต
หรือทาใหไ้ ด้รับบาดเจ็บได้
3. แสดงส่วนประกอบภายในและเคร่ืองปอู งกนั ท่เี คลื่อนทไี่ ด้
4. ปุมสาหรับเดินเคร่ืองปูองกันความปลอดภัย
5. ริมของมีดตัด เกียร์ รอก ล้อในลูกรอก และอืน่ ๆ ในลักษณะเดียวกัน ซงึ่ ไมม่ ี
สง่ิ ปกปดิ
4.1.6 สีน้าเงนิ หมายถงึ การเตอื นการปฏิบัติงาน
ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 4
ช่ือวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย สีและสัญลกั ษณ์เพ่อื ความปลอดภยั สอนครั้งที่ 4/18
ช่อื เรอื่ ง สีและสัญลกั ษณ์เพอื่ ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
ปกติควรใชเ้ ครอื่ งกนั้ ราว ธง และการถอื วิธีอืน่ ๆ สาหรับเตือนพนกั งานถึง
ชนิ้ สว่ นของเคร่ืองจกั ร หรอื อปุ กรณ์ท่ถี ูกถอดออกไปซ่อมแซมเพือ่ จะไดไ้ มเ่ ผลอเดนิ เคร่ือง ซ่ึงมชี ิ้นส่วนไม่ครบ
4.1.7 สมี ่วง หมายถงึ อันตรายจากรงั สี ซ่งึ มักจะใช้เพ่ือ
1. แสดงภาชนะทบ่ี รรจสุ ารท่ีมกี นั มนั ตภาพรงั สี
2. แสดงหอ้ งภาชนะหรอื อปุ กรณ์ ซ่งึ อาจผา่ นหรอื สัมผัสกับสารกมั มันตภาพรงั สี
3. แสดงภาชนะสาหรับทิ้งหรือบรเิ วณสาหรับเก็บสารกัมมันตภาพรงั สี
4. แสดงสัญญาณเตือนว่าเคร่ืองที่ก่อให้เกิดกัมมันตภาพรังสีกาลังทางานอยู่ สี
เหลืองผสมกับสีม่วง สาหรับติดปูายทาตรา ทาสัญญาณและทาเคร่ืองหมายที่
พนื้
4.2 สัญลักษณ์สีของป้ายความปลอดภัย
ปจั จบุ ันการใช้สัญลกั ษณ์สี (Colour Codes) เพ่อื กระตนุ้ ให้เกิดความระมัดระวงั ในการ
ปฏิบตั งิ าน นับว่ามีความสาคัญและจาเปน็ ซ่ึงการใชส้ ญั ลักษณ์สีทีถ่ ูกต้องและชัดเจนนน้ั จะสามารถปูองกันการ
เขา้ ใจผิด หรือการปฏบิ ัติงานท่ีผดิ พลาดได้ ในทีน่ จ้ี ะกล่าวถึงสัญลักษณ์สีและรูปร่างของปูายความปลอดภัยตาม
มาตรฐานสากลของยุโรป ซง่ึ ประกาศใช้เมอ่ื วนั ที่ 1 มกราคม 2529
ตารางท่ี 4.1 สเี พ่อื ความปลอดภยั และสตี ดั
สีเพอื่ ความปลอดภัย ความหมาย ตัวอยา่ งการใชง้ าน สีตดั
หยดุ - เครอ่ื งหมายหยุด สขี าว
- เครื่องหมายอุปกรณห์ ยุดฉกุ เฉนิ
- เคร่ืองหมายห้าม
ระวัง - ชี้บ่งวา่ มีอนั ตราย (เช่น ไฟ , วัตถรุ ะเบิด, สีดา
กัมมนั ตภาพรังสี วตั ถมุ พี ษิ และอ่ืน ๆ)
- ชี้บง่ ถึงเขตอันตราย ทางผ่านที่มอี ันตราย
เครอื่ งกีดขวาง
บงั คบั ให้ต้องปฏิบัติ - บงั คับใหต้ อ้ งสวมเครอ่ื งปอู งกนั ส่วนบคุ คล
- เครอ่ื งหมายบงั คับ
- เครอ่ื งหมายเตือน
ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 4
ชื่อวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื หน่วย สีและสัญลกั ษณเ์ พ่ือความปลอดภยั สอนครัง้ ท่ี 4/18
ช่ือเร่อื ง สแี ละสญั ลักษณ์เพอ่ื ความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
หมายเหตุ
1. สแี ดงยงั ใชส้ าหรับอุปกรณเ์ ก่ยี วกับการปอู งกนั อคั คภี ยั อุปกรณ์ ดับเพลิง และตาแหน่งท่ีตั้งอกี
ดว้ ย
2. อาจใช้สแี ดงส้มวาวแสงแทนสีเหลอื งได้แต่ไมใ่ ห้ใช้แทนสเี หลืองกบั เครื่องหมายเพ่อื ความปลอดภยั
สแี ดงส้มวาวแสงนม้ี องเห็นเด่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะทีม่ ืดมวั
ตารางท่ี 4.2 สที ่ใี ช้ดงึ ทอ่ ในงานอตุ สาหกรรม
สที อ หมายถงึ ลักษณะงาน
ท่อนา้ สีเขียว หมายถงึ ทอ่ น้าสะอาด
ท่อนา้ สีดา หมายถงึ ท่อนา้ ทง้ิ
ท่อสีเงนิ หมายถึง ท่อไอน้า
ท่อสแี ดง (สีสม้ ) หมายถงึ ทอ่ สายไฟฟาู
ทอ่ สีเหลือง หมายถึง ท่อแกส๊ (ท่อส่งก๊าซ)
ทอ่ สนี ้าตาล หมายถึง ท่อนา้ มนั
ทอ่ สีมว่ ง หมายถงึ ท่อกรอหรือทอ่ ดา่ ง
6. การกาหนดเขตพื้นท่ีความปลอดภัย
การกาหนดเขตพื้นทค่ี วามปลอดภยั หมายถงึ การระบหุ รือกาหนดเขตพ้นื ที่ปลอดภยั แล
พนื้ ทที่ ่ีอาจจะกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายในการปฏิบัตงิ าน เชน่ พน้ื ท่มี สี ารเคมี มวี ัสดุ เครอื่ งจกั ร เคร่ืองมอื อปุ กรณ์
และชอ่ งทาง ไว้ใช้สาหรับการปฏบิ ัตงิ านปกตหิ รือกรณฉี ุกเฉินซง่ึ จะกอ่ ใหเ้ กิดผลดีต่อผูป้ ฏิบัติงานเกดิ ความ
ระมดั ระวงั ตนเอง นาไปสูก่ ารปอู งกันอบุ ตั ภิ ัยท่ีอาจเกดิ ขึ้นในหลาย ๆ ด้าน เช่น ปอู งกนั อุบัติเหตุ เกิดความ
ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 4
ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหน่วย สีและสัญลักษณเ์ พื่อความปลอดภยั สอนครั้งท่ี 4/18
ชอ่ื เร่อื ง สแี ละสัญลักษณเ์ พ่ือความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
เป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลให้ปฏิบัติงานสะดวกรวดเร็วเมื่อมีเหตุฉุกเฉินจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ เขตปลอดภัย หรือพ้ืนท่ีท่ีเป็นเขตปลอดภัย จะอยู่ในแถบสีที่กาหนด ฉะนั้น ผู้ปฏิบัติงานใน
โรงงานจะต้องอยู่ในเขตความปลอดภัยน้ี หรือต้องมีความระมัดระวงั เมื่อจะออกจากเขตปลอดภยั หรอื เข้าเขต
อันตราย โดยทั่วไปจะมกี ารกาหนดเขตพน้ื ทค่ี วามปลอดภยั ไวด้ ังนี้
4.2.1 ช่องทางผ่าน ช่องทางผา่ นเป็นเขตท่ีใช้แสดงพ้นื ที่ชอ่ งทางเดิน ทางผา่ นท่ปี ลอดภยั รวม
ไปถึงบันได ประตู และทางเข้า-ออก อยู่ภายในเสน้ แถบสีทก่ี าหนด ซงึ่ ภายในช่องทางผ่าน
นห้ี ้ามนาวัสดุ และอปุ กรณต์ ่าง ๆ มาวางไว้และหา้ มปฏิบัตงิ านใด ๆ ภายในเขตน้ี และ
สามารถใชใ้ นกรณฉี ุกเฉิน กอ่ ให้เกดิ ความปลอดภยั และเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย ลักษณะ
รูปแบบชอ่ งทางผา่ นมีลักษณะดังน้ี
- เป็นเส้นทึบขนาดกว้าง 10 ซม. โดยใชแ้ ถบสีเหลือง
- ขนาดกว้างขึ้นอยู่กับจานวนผใู้ ชง้ าน และยานพาหนะทีใ่ ชช้ ่องทางผ่าน เชน่
2 คน เดินสวนกันไดห้ รือรถเข็น 2 ลอ้ ลักษณะเดนิ ทางเดียวต้องไม่นอ้ ยกวา่ 80
ซ.ม.
รถเข็น 3-4 ลอ้ ลักษณะเดินทางเดียว ความกวา้ งตวั รถ + 50 ซม.
รถเขน็ 3-4 ล้อ ลกั ษณะเดินสองทาง ความกว้างตวั รถ 2 คนั + 90 ซม.
รถลากด้วยแรงคน ความกวา้ ง 150-200 ซม.
รถยก ขนาดบรรทุก 1 ตนั ความกว้าง 250-300 ซม.
รถยก ขนาดบรรทุก 2 ตัน ความกวา้ ง 300-350 ซม.
4.2.2 พ้ืนทอ่ี นั ตราย เป็นพืน้ ทีห่ ้ามไม่ใหผ้ ทู้ ไี่ มม่ ีหน้าท่ีเกี่ยวข้องหรือไม่มีหน้าท่ีรับผิดชอบเข้า
ไปในบริเวณพืน้ ทีอ่ ันตรายภายในเส้นท่ีกาหนด ซง่ึ เขตนถี้ อื เป็นเขตปฏบิ ตั งิ านเฉพาะ แต่ถ้าใน
โรงงานไม่สามารถกาหนดได้ว่าเป็นพ้ืนท่ีอันตรายหรือพื้นที่ปฏิบัติงานซ่ึงเป็นพื้นท่ีเดียวกัน
ตอ้ งตดิ ปูายเตอื นอนั ตรายและขอ้ ระมดั ระวังใหเ้ ดน่ ชดั และแจ้งใหพ้ นักงานทราบทั่วกัน โดยมี
ลักษณะรูปแบบพ้ืนท่ีอนั ตราย ได้แก่
- เป็นเส้นสลับสีเอียงเปน็ มมุ 45 องศา ขนาดกวา้ ง 10 ซม.
- ความยาวแต่ละสี 20 ซม.
- ใช้แถบสีเหลืองสลบั ขาวหรอื เหลืองสลบั ดา