ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 4
ชือ่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชือ่ หน่วย สีและสัญลักษณ์เพื่อความปลอดภัย สอนครัง้ ท่ี 4/18
ช่อื เรอ่ื ง สแี ละสญั ลักษณ์เพ่อื ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
- กาหนดให้ขอบนอกของเส้นแถบสีพ้นื ท่อี นั ตรายมรี ะยะปาุ งประมาณ 40-80
ซม. จากสารเคมหี รือเครื่องจักรกลทเี่ ปน็ อนั ตราย
พน้ื ที่อนั ตรายในโรงงานอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ
- พน้ ท่อี ันตรายขณะท่ีมเี ครื่องจักร เคร่อื งมอื ทางาน เช่น
เครอื่ งเจยี น เครอื่ งไสเคร่ืองเจาะ
เครือ่ งกลึง เครือ่ งพบั และอนื่ ๆ
- พนื้ ทอ่ี นั ตรายตลอดเวลา เช่น
ก๊าซไวไฟ สารกมั มนั ตรังสี เขตไฟฟาู แรงสูง
แผงควบคุม และส่ิงท่ีเปน็ อนั ตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน
4.2.3 พ้ืนที่ปฏิบัตงิ าน เป็นพน้ื ท่ที ่ใี ช้ในการปฏิบัติงาน การปฏบิ ัตกิ ารซ่อม การบารุงรกั ษา
เคร่ืองมือ เครื่องจกั ร และเป็นพ้นื ท่ใี ช้งานวางอะไหล่ วัสดุ-อปุ กรณ์ หรอื เคร่ืองมือที่ใช้ใน
การปฏบิ ัตงิ าน
เคร่ืองหมายเพื่อความปลอดภยั (Safety Signs)
เครื่องหมายเพื่อความปลอดภัย (Safety Signs) ที่ติดไว้รอบ ๆ โรงงาน จะมีส่วนช่วยให้ลด
อุบัติเหตุ เพราะการได้เงินดังเตือนหรือข้อความ ตามบริเวณโรงงานก่อนเร่ิมปฏิบัติงาน เป็นการเตือนสติ
ปาู ยเตือน ความปลอดภยั ถือเปน็ สิ่งท่ีสาคัญในการเริ่มทางาน จะช่วยลดอุบัติภัยและอันตรายขนาดปูายตาม
มาตรฐานจะมีขนาดประมาณ 37.5 x 45 ซม. โดยแยกออกเป็นประเภทตา่ ง ๆ ดงั นี้
เคร่อื งหมายบังคับ (Mandatory action Signs) ลักษณะของเคร่ืองหมายบังคับ คือ พ้ืนวงกลมสี
น้าเงิน รูปภาพบังคับสีขาว อาจจะมดี ากากาไวใ้ ต้เคร่อื งหมายบังคบั ให้เข้าใจงา่ ยขึน้ หรอื ไมม่ กี ็ได้ ใช้เป็นการ
เตอื นสตหิ รอื เตือนใจไม่ใหก้ ระทาหรือระวังความปลอดภัย
ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 4
ช่อื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ หนว่ ย สีและสญั ลักษณ์เพื่อความปลอดภัย สอนคร้ังท่ี 4/18
ช่ือเร่อื ง สแี ละสญั ลกั ษณ์เพอ่ื ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
รปู ลักษณะเครอ่ื งหมายบังคบั แบบต่าง ๆ
เครื่องหมายหา้ ม (Prohibition Signs) ลักษณะของเครือ่ งหมายหา้ ม คอื วงกลมสีแดงคาดเสน้ ผ่าน
ศูนย์กลางสีแดงพืน้ ขาวรูปภาพหา้ มสีดาอย่กู ลางวงกลม เพ่อื ปูองกันอุบัตภิ ัย ซึง่ เปน็ การจงู ใจในความร่วมมอื
ใบเน้ือหาหนว่ ยที่ 4
ช่ือวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื หนว่ ย สีและสัญลกั ษณ์เพ่อื ความปลอดภยั สอนคร้ังที่ 4/18
ช่อื เรื่อง สแี ละสัญลกั ษณ์เพ่ือความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
รูปที่ ลกั ษณะเครอ่ื งหมายหา้ มแบบตา่ ง ๆ
เคร่อื งหมายเตือน (Warning Signs) ลักษณะของเคร่ืองหมายเตือน คือ กรองสามเหลี่ยมสี
ดา ภายในสามเหลยี่ มเปน็ พ้นื สีเหลือง มีรปู ภาพเตอื นภยั สดี าอยภู่ ายในกรอบสามเหลยี่ ม อาจจะมีคากากับไว้
ใต้รูป สามเหล่ียมเป็นกรอบสีเหล่ียมสีเหลือง เพ่ือให้เข้าใจและเตือนให้ระวังอุบัติภัยต่าง ๆ ท่ีอยู่บริเวณ
ดงั กลา่ ว
ใบเน้อื หาหน่วยที่ 4
ช่ือวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหนว่ ย สแี ละสญั ลักษณ์เพ่ือความปลอดภัย สอนครงั้ ที่ 4/18
ช่อื เรื่อง สีและสัญลกั ษณเ์ พื่อความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
รปู ลกั ษณะของเครอ่ื งหมายเตอื นแบบต่าง ๆ
ใบเนื้อหาหน่วยท่ี 4
ช่ือวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอื่ หน่วย สแี ละสญั ลกั ษณเ์ พื่อความปลอดภยั สอนคร้ังที่ 4/18
ชื่อเร่ือง สีและสัญลักษณเ์ พือ่ ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ
เคร่ืองหมายสภาวะปลอดภัย (Safe Condition Signs) ลักษณะของเคร่ืองหมายปลอดภัย
คือ มีรปู สัญลกั ษณไ์ วต้ รงกลางส่ีเหล่ียมจตุรัส หรอื สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ พนื้ สเี ขยี ว
รปู ลักษณะของเคร่อื งหมายปลอดภยั แบบตา่ ง ๆ
ใบเน้ือหาหน่วยที่ 4
ชื่อวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย สีและสญั ลักษณ์เพื่อความปลอดภยั สอนคร้งั ท่ี 4/18
ชอ่ื เรอื่ ง สีและสัญลกั ษณเ์ พ่ือความปลอดภัย จานวน 3 คาบ
เคร่ืองหมายเกี่ยวกับการปูองกันอัคคีภัย (Fire Prevention and Fire Fightins Signs)
ลักษณะของเคร่ืองหมายเก่ียวกับการปูองกันอัคคีภัย คือ มีรูปสัญลักษณ์สีขาวอยู่ตรงกลางส่ีเหล่ียมจตุรัส
หรือสเ่ี หล่ียมผืนผา้ สพี น้ื สีแดงอยู่
รปู ลกั ษณะของเคร่ืองหมายเกี่ยวกับการปูองกันอัคคภี ัย
นอกจากสีเคร่ืองหมายอีกหลายชนดิ ที่ผู้เรยี บเรียวยังไมไ่ ดก้ ล่าวหา เช่น
- ปูาย ปลอดภยั ไว้ก่อน + SAFETY FIRST ขนาด 30 x 240 ซม.
- เครอ่ื งหมายแนะนา (Information Signs)
- เครอ่ื งหมายเพื่อการขนส่งสิน้ ค้า
4.3 การตดิ ตงั้ ปา้ ยสัญลกั ษณ์ความปลอดภัย
ในสถานประกอบการหรือโครงการก่อสร้างจะต้องแสดงปูายสัญลักษณ์ความป ลอดภัย
ในตาแหน่งที่สามารถเห็นได้ชดั เจน ใหพ้ นักงานและบุคคลท่ัวไปสังเกตเห็นได้ เพ่ือให้ปฏิบัติตามได้ถูกต้องและ
เกิดความปลอดภยั
เอกสารอ้างองิ
1. หนงั สอื เรยี นวิชาอาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัสวชิ า 2001–1004
บรษิ ัทศนู ยห์ นงั สอื เมืองไทย จากัด
2. เวบ็ ไซตแ์ ละสือ่ สิ่งพิมพ์ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับเน้ือหาบทเรียน
บนั ทกึ หลงั การสอน
1. ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนกั เรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาที่พบ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ปญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................... ลงชอื่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรยี น ครผู ูส้ อน
ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 5
ชอื่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหนว่ ย ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องมอื และเคร่อื งจักร สอนครง้ั ที่ 5/18
ชอื่ เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครือ่ งมือและเครอ่ื งจักร จานวน 3 คาบ
หัวข้อเรอ่ื ง
5.1 ความปลอดภัยในการใช้เครอ่ื งมอื
5.2 ความปลอดภัยในการใช้เคร่ืองจักร
สาระสาคญั /แนวคิดสาคัญ
อุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้เคร่ืองมือและเคร่ืองจักรในงานอุตสาหกรรมนั้นมีสถิติท่ีเกิดข้ึนสูงท่ีทาให้เกิด
การบาดเจบ็ ต้งั แตเ่ ล็กน้อย สาหัส จนกระทัง่ เสียชวี ิต เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือเคร่ืองจักรจึง
ต้องศึกษาถึงสาเหตุและการปูองกัน ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในการใช้เคร่ืองมือเครื่องจักร กา รใช้อุปกรณ์
ปูองกัน เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยในการปฏบิ ตั ิงาน
สมรรถนะย่อย
ใชเ้ คร่ืองมอื เคร่อื งจกั รเพือ่ ใหเ้ กิดความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิงาน
จดุ ประสงค์การปฏบิ ตั ิ
ด้านความรูแ้ ละทกั ษะ
1. อธบิ ายสาเหตแุ ละการปอู งกนั อนั ตรายในการใช้เครือ่ งมอื
2. อธบิ ายสาเหตแุ ละการปูองกันอันตรายในการใช้เครอ่ื งจกั ร
3. วเิ คราะห์อนั ตรายจากเครอื่ งจักร
4. บอกประเภทของอนั ตรายจากเครอ่ื งจักร
5. บอกช่อื อปุ กรณก์ ารปูองกนั อันตรายจากเคร่อื งจักร
6. อธบิ ายหลกั และวธิ ปี อู งกนั อนั ตรายจากเคร่ืองจักร
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงตอ่ เวลา ความสนใจใฝรุ ู้ ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมนี า้ ใจ, แบ่งบนั
ใบเน้ือหาหน่วยที่ 5
ช่ือวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครือ่ งมอื และเคร่ืองจกั ร สอนคร้ังท่ี 5/18
ชือ่ เรอื่ ง ความปลอดภัยในการใชเ้ คร่อื งมอื และเครือ่ งจกั ร จานวน 3 คาบ
5.1 ความปลอดภัยในการใชเ้ คร่ืองมอื
การทางานทตี่ ้องใช้เครื่องมือมีโอกาสที่จะประสบภัยได้มาก ท้ังนี้เน่ืองจากเครื่องมือแต่ละชนิดจะมี
วิธกี ารใชง้ านถกู ตอ้ งเฉพาะอยา่ งไป บอ่ ยครง้ั ทผ่ี ู้ได้รบั อันตรายจากเครื่องมอื มกั กลา่ วโทษว่า เพราะเครื่องมือชิ้น
นี้ออกแบบมาไมเ่ หมาะสมกบั การใชง้ าน โดยมไิ ด้คานงึ ว่า เพราะตนเองใช้เครอื่ งมอื น้นั ผิดวิธี
เพ่ือปูองกันอุบัติภัยอันอาจจะเกิดจากการใช้เคร่ืองมือ จึงควรทราบกฎโรงงานเก่ียวกับการใช้
เคร่อื งมอื ตามหวั ข้อสาคญั ดังน้ี
1. เครื่องมือทุกชนิ้ จะตอ้ งทาจากวสั ดุท่ีถกู ต้องเหมาะสมกับการใชง้ าน
2. การใชเ้ ครอื่ งมือแต่ละช้นิ จะต้องใช้ให้ถูกต้องกับงานในหน้าท่ี ซ่ึงเคร่ืองมือแต่ละชิ้นน้ันได้รับการ
ออกแบบมาเพอื่ ใชง้ านน้ัน ๆ โดยเฉพาะ
ตัวอยา่ งที่พบมากคอื การใชม้ ีดแทนไขควงการใชป้ ระแจไปตอกหรือทุบแทนค้อน หรือการใช้ประแจ
ผิดขนาด เชน่ ประแจท่ใี หญ่กวา่ หวั นอ็ ต แล้วใชแ้ ผน่ โลหะไปหนุนรองทาใหเ้ กิดอบุ ตั ไิ ด้งา่ ย
รูป อันตรายใชค้ มี ล็อกแทนเหล็กยึดชนิ้ งาน
3. ด้ามไมท่ ีใ่ ช้ทาด้ามของเครือ่ งมือ จะต้อง
- เปน็ ไมเ้ นือ้ ดไี มม่ ีรอยแตก และแนวเน้ือไมไ้ ปตามความยาวด้าม
- มีขนาดและรูปรา่ งท่เี หมาะสมกับงาน
- ผิวตอ้ งเรยี บ ปราศจากรอยหยาบหรอื เสย้ี น ค้อนที่มดี ้ามหือทาจากไม้เน้อื ออ่ นหรอื มขี นาดไม่
เหมาะสมมักเกิดอบุ ตั ิภัยจากการทห่ี วั ค้อนหลดุ ขณะตอกตะปู ซ้ึงเปน็ อันตรายมาก
ใบเนอ้ื หาหน่วยที่ 5
ชื่อวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หน่วย ความปลอดภัยในการใชเ้ ครือ่ งมือและเครอื่ งจักร สอนคร้ังที่ 5/18
ชอื่ เรอื่ ง ความปลอดภัยในการใช้เครอ่ื งมอื และเครอ่ื งจกั ร จานวน 3 คาบ
4. ในสถานที่ทม่ี ีสารไวไฟหรอื วัตถุระเบิดอยู่ ควรเลอื กใช้เครื่องมือทไ่ี ม่เกดิ ประกายไฟเท่าน้นั
5. หวั คอ้ นหรือหัวสกัดเกดิ การแตกเยินของโลหะ ท่เี รยี กวา่ เกดิ “หัวเหด็ ” จะต้องไดร้ บั การกาจัด
ครีบรอยเยินออกโดยการลบั กับหิน เจยี ระไนอยา่ สม่าเสมอ และทปี่ ลายหวั คอ้ นควรใช้ลิ่มโลหะแผ่นตอกอดั ลง
ในเนื้อไมข้ องด้าม เพื่อปูองกนั การหลุดของหัวค้อนขณะใช้งาน
6. เครื่องมอื ท่ปี ลายแหลมคมหรือมีสันคมควรมีปลอกสวมหมุ้ ส่วนท่ีคมทกุ ครงั้ หลังการใช้งาน
7. เคร่ืองมอื ต่าง ๆ เมอื เลกิ ใช้งานจะต้องไมว่ างไวบ้ นพ้นื หรอื ขวางทางเดนิ หรือบนโตะ๊ ทางาน หรอื
ชน้ั เกบ็ ของ หรือบนเคร่อื งจักร โดยปล่อยให้มีบางสว่ นย่นื ออกมา ซ้งึ ลักษณะเชน่ นจ้ี ะเกดิ อนั ตรายจากการทคี่ น
อ่นื ๆ เดินผา่ นไปชนหรือปดั หลน่ ลงมา ดังนัน้ เม่อื ใชเ้ สรจ็ แล้วควรทาความสะอาดและจัดจัดเก็บกลอ่ งหรอื ท่ี
เกบ็ เครอ่ื งมือให้เรยี บรอ้ ย
รปู อันตรายจากการวางเครอื่ งมือเกะกะ
8. จดั ทาแผง ชัน้ ห้ิง กลอ่ ง หรือภาชนะ อน่ื ๆ สาหรบั เก็บเครอื่ งมือทกุ ช้ินอยา่ งเป็นระเบียบและไม่
ปะปนกนั ในลกั ษณะหยิบใชไ้ ด้ สะดวกเก็บเขา้ ที่ง่าย และตรวจสอบสะดวก
9. การจัดการบริหารเครอื่ งมอื ในโรงงาน ควรจะตอ้ ง
- มผี รู้ ับผิดชอบตรวจรบั เครื่องมือเก็บทุกวัน
- มีการตรวจสภาพเคร่อื งมอื และบารุงรกั ษาเครอ่ื งมือทกุ ชิน้ ให้คงสภาพท่ีใชง้ านได้
- มกี ารซอ่ มแซมหรอื ถ้ามีการจดั เกบ็ เคร่ืองมอื ทช่ี ารดุ ทง้ิ ไปจะตอ้ งจดั หามาแทนใหมอ่ ยา่ ง
สม่าเสมอ เพราะการทีเ่ คร่ืองมือขาดแคลนคอื สาเหตสุ าคัญที่ทาใหเ้ กิดการใชเ้ ครือ่ งมอื ผดิ ประเภท
ใบเน้ือหาหน่วยที่ 5
ชอื่ วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความปลอดภัยในการใช้เครอื่ งมอื และเคร่อื งจกั ร สอนครง้ั ที่ 5/18
ชอ่ื เร่อื ง ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอ่ื งมือและเคร่ืองจกั ร จานวน 3 คาบ
เทคนิคในการใช้เครอื่ งมอื
การใชเ้ ครอ่ื งมือผดิ ประเภท
ในโรงงานจะพบว่า มกี ารใชเ้ ครือ่ งมือผดิ ประเภทกันอย่างมากมาย ซง่ึ ลว้ นเกิดผลเสยี ทัง้ สนิ้ ตงั้ แต่
การลดอายกุ ารใช้งานของเครื่องมอื การทาให้เครอ่ื งมือชารุด ทาใหเ้ สยี หาย และกระทั่งเกดิ อันตรายแก่
ผ้ปู ฏิบตั ิงานเอง ตวั อยา่ งการใช้เครือ่ งมือผิดประเภทท่พี บมากคอื
1. ใชค้ อ้ นพลาสตกิ หรือค้อนไมต้ อกตะปู
2. ใชค้ อ้ นหงอนของชา่ งไม้ไปตีเหลก็ แผน่
3. ใชม้ ีดแทนไขควง
4. ใช้ไขควงแทนสกดั
5. ใชส้ กัดตอกเหล็กไปเจาะพน้ื คอนกรีต
6. ใช้ประแจไปตอกแทนที่
7. ใช้คอ้ นไปงดั แทนชะแลง
8. ใช้ด้ามตะไบไปเปน็ ลิ่มตอกปลดหัวจับแท่นเจาะ
9. ใช้ตะใบกลมไปตอกเจาะรูไม้
10. ใชท้ ่อเหลก็ สวมต่อดา้ มเพื่อขันนอ็ ต สกรู
11. ใชค้ อ้ นขันปากต้งั โต๊ะแทนหนงั สอื
รูป ใช้เคร่อื งมอื ผิดประเภท
ใบเนอื้ หาหน่วยที่ 5
ชื่อวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หนว่ ย ความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่อื งมอื และเคร่ืองจกั ร สอนครง้ั ที่ 5/18
ช่ือเรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอื่ งมอื และเครือ่ งจักร จานวน 3 คาบ
การใชเ้ คร่อื งมือผดิ วิธี
นอกจากใชเ้ ครื่องมอื ผดิ ประเภทแลว้ ยงั มอี ุบัตเิ หตุอันเกิดจากการใช้เครอ่ื งมอื ถูกประเภท แต่ผดิ วิธี
อีกจานวนมาก ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี
1. การสกดั โดยหันปลายสกดั เข้าหาตวั เศษโลหะหรอื แมก้ ระทั่งตวั สกัดเองจะมงุ่ เหาตัวหากหลดุ มือ
2. การขนั ประแจเลอ่ื นโดยหนั ดา้ มปากออกจากตัวขณะทข่ี ันเขา้ หาตัว โอกาสทจ่ี ะหลุดเกิดไดง้ า่ ย
และคนขันประแจเสยี หลกั ไดง้ ่าย
3. การตดั ด้วยเล่ือยมือ โดยเอามอื ไปประคองใต้รอยตัดที่จวนขาด โอกาสที่ใบเลื่อยจะเลยบาดมอื มี
มาก
4. การปอกหรือตัดสายไฟฟูาด้วยเครอ่ื งมือปอกสายไฟฟาู โดยไมต่ ัดกระแสไฟออกจาดวงจรก่อน
5. การใช้ตะใบไมใ่ ส่ดา้ มไมห้ รอื มีด้ามหลวม
6. ใชป้ ากกาตง้ั โตะ๊ รองตอกชน้ิ งาน
รปู อันตรายใชค้ ้อนขนั แทนมือ
ใบเนอ้ื หาหน่วยที่ 5
ช่ือวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหนว่ ย ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครื่องมอื และเครื่องจกั ร สอนคร้งั ที่ 5/18
ช่ือเรอ่ื ง ความปลอดภัยในการใช้เคร่อื งมือและเครอ่ื งจักร จานวน 3 คาบ
การใช้เครื่องมอื ทถี่ กู วธิ ี
1. การนากล่องบรรจเุ ครื่องมือทุกชนดิ ไปใช้งานจะเปน็ การไมส่ ะดวก เพราะจะยงุ้ ยากในการใชแ้ ละ
เก็บรักษา ควรจะเลอื กจัดเตรยี มเฉพาะเครือ่ งมือทต่ี อ้ งการใช้งานนน้ั ๆ เทา่ นน้ั
2. ตอ้ งใช้เครอ่ื งมอื ชนดิ ท่มี ีฉนวนหุม้ ทกุ ครั้งกบั งานไฟฟูา
3. อย่าพยายามดดั แปลงอปุ กรณ์อ่ืนเพอื่ ทดแทนเคร่ืองมือเพราะจะทาให้ชารุดได้
4. จงเลอื กใชแ้ ผงเกบ็ เครอ่ื งมอื แทนกลอ่ งหรอื ถาดเก็บ เพราะจะสะดวกเมอื่ ทางานในทส่ี งู เชน่ บน
นง่ั ร้าน ซง่ึ จะต้องผูกเคร่ืองมือไวก้ ับตวั หรือราวแขวนเสมอ
5. จงมีกล่องเคร่ืองมอื รองรบั ไวด้ ว้ ย เพราะเคร่ืองมือที่วางกระจดั กระจายบนพื้น นอกจากจะทาให้
เดนิ ไม่สะดวกแลว้ ยังอาจหลน่ ลงมาจากที่สูง ซึ่งอนั ตรายมาก
6. หลังจากใช้งานเสรจ็ แลว้ เคร่อื งมอื ทุกช้ินตอ้ งได้รบั การปฏิบัตดิ ังนี้
- จัดเกบ็ อย่างสะอาด
- บารุงรกั ษาใหอ้ ยใู่ นสภาพดี
- ตรวจเช็คก่อนใชง้ านทกุ ครง้ั
- ต้องปราศจากครีมน้ามนั หรอื จารบตี ่าง ๆ และต้องเกบ็ เข้าท่ีหลังเลิกใช้
- เครอ่ื งมือที่ชารุดจะเป็นอนั ตราย
- ไมค่ วรใช้ ตะไบท่ปี ลายหักบิ่น เพราะอาจมีคมทาใหเ้ กดิ บาดเจ็บแก่ผูใ้ ช้ได้
- ปลายหวั สกัดทเี่ ยิน หรอื ด้ามจับทห่ี ลวมของตะไบ ล้วนแต่ก่อใหเ้ กดิ อันตรายได้ ต้องรบี แก้ไข
ใหเ้ รยี บรอ้ ย ก่อนการใช้งานคร้ังตอ่ ไป
รูป อันตรายจากการเกบ็ เครอื่ งมือไม่เรยี บรอ้ ย
ใบเนอื้ หาหน่วยที่ 5
ชือ่ วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชือ่ หนว่ ย ความปลอดภัยในการใช้เคร่ืองมอื และเครื่องจกั ร สอนคร้ังที่ 5/18
ชื่อเรอ่ื ง ความปลอดภัยในการใช้เครอ่ื งมือและเครอื่ งจกั ร จานวน 3 คาบ
รูป การวางเครื่องมอื บนโต๊ะอยา่ งเป็นระเบียบ
หลักการใช้เครอื่ งมอื ใหป้ ลอดภัย
1. การใชต้ ะไบ
เราใชต้ ะไบเพ่ือขูดผิวโลหะหรือตกแต่งผิวลบคม ตะไบท่ใี ช้กนั มากในงานซ่อมบารุงของโรงงาน
ทั่วไปคอื
1) ตะไบแบน สาหรับงานตะไบผวิ งานทั่วไป
2) ตะไบครึ่งวงกลม สาหรับงานผิวโคง้
3) ตะไบกลม สาหรบั ผวิ โค้ง และรูกลม
4) ตะไบเกล็ดปลา สาหรบั ผิวงานท่ีเปน็ วสั ดุอ่อน
รปู ลกั ษณะของตะไบชนิดตา่ ง ๆ
ใบเน้อื หาหน่วยที่ 5
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย ความปลอดภัยในการใช้เคร่อื งมือและเครอื่ งจักร สอนคร้งั ที่ 5/18
ชอ่ื เรอ่ื ง ความปลอดภัยในการใช้เคร่อื งมือและเครอ่ื งจักร จานวน 3 คาบ
การเรียกชอื่ ตะไบ
นิยมเรียกกันตามขนาดความยาว (ไม่นับความยาวด้าม) และความหยาบของซ่ีคมตะไบ เป็นหยาบ
มาก ละเอียด และละเอียดมาก เช่น ตะไบแบชนิดหยาบยาว 10 นิ้ว เป็นต้น ขนาดความใหญ่ของซ่ีฟันจะ
เปลี่ยนแปลงไปตามขนาดความยาวของตัวตะไบด้วย เช่น ขนาดของฟันตะไบหยาบยาว 12 นิ้ ว จะหยาบ
มากกว่าฟนั ตะไบหยาบยาว 12 นวิ้ จะหยาบมากหว่นั ตะไบขนาดยาว 6 น้ิว เปน็ ตน้
หลักการใช้ตะไบ
เนอ้ื วัสดทุ ่ีทาตะไบเหลก็ แข็งแตเ่ ปราะจงึ ไมค่ วรใชเ้ พื่อการทบุ หรือกระแทก และควรใช้ไม้ทาเป็นด้าม
วิธีใส่ด้ามตะไบ ทาได้โดยการถือตะไบที่ส่วนปลายแล้วประคองด้ามไม่ให้ตรงกับส่วนโคนแหลมของตะไป
จากน้ันกก็ ระแทกตวั ตะไบลงไปบนโตะ๊ งาน
การทาความสะอาด ควรใช้แปรงลวดขัดทาความสะอาดฟันตะไบทุกครั้งที่มีเศษโลหะไปเกาะติด
เพราะไม่เช่นน้ันอาจเกิดรอยกัดลึกของข้ีโลหะปรากฏบนผิวงานขณะขัดถูได้ เพื่อเกให้เกิดความปลอดภัยจึง
เสนอแนะวิธกี ารใชด้ งั น้ี
1) ตะไบที่ใช้งานตอ้ งมีดา้ มทีย่ ึดติดแน่นกบั หัวตะไบ
2) หากมีเศษเหลก็ ตดิ อยู่ให้เอาออกก่อนใช้งาน
3) อย่าใชต้ ะไบแทนคอ้ นเพราะจะหัก
4) อย่าใช้งัดกับวตั ถุอน่ื
5) อย่าเกบ็ รวบรวมกับวัตถุอ่นื
6) เมือ่ ตะไบบนแท่นกลงึ ควรใชม้ อื ซ้าย อยา่ เข้าใกล้หัวจบั หรือจานพา
7) รักษาฟนั ของตะไบโดยใชแ้ ปรงทองเหลอื ปัดข้เี หล็กออกระวงั อย่าใหถ้ ูกนา้ มนั และของเหลว
อนื่ ๆ
รูป วธิ ีขัดทาความสะอาดฟนั ตะไบ
ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 5
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชื่อหนว่ ย ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมอื และเครื่องจกั ร สอนคร้ังท่ี 5/18
ช่อื เร่อื ง ความปลอดภัยในการใช้เครือ่ งมอื และเครื่องจักร จานวน 3 คาบ
รปู อันตรายจากการใส่ดา้ มตะไบไม่ถกู วิธี
5.2 ความปลอดภัยในการใชเ้ ครื่องจกั ร
เครื่องจกั ร เปน็ สิ่งทม่ี ีประโยชนต์ อ่ มนุษย์มาก เพราะเคร่ืองจักรสามารถทางานหนัก ๆ แทนคนได้
โดยไม่รจู้ กั รเหนด็ เหนอื่ ย ไม่มกี ารบ่น ไมม่ ีการขอข้ึนค่าแรง จะมอี าการขัดขอ้ งบ้างก็สามารถซอ่ มแซมให้ใช้เป็น
ปกติได้ ดงั น้ัน โรงงานอตุ สาหกรรมหลายแหง่ จงึ หนั มาใชเ้ คร่อื งจกั รทางานแทนการใช้แรงงานคน อยา่ งไรกต็ าม
การทางานของเครอ่ื งจักรหลายชนดิ ก็ยงั ตอ้ งอาศัยการดแู ลควบคมุ จากคนอยู่น่นั เอง ถา้ คนควบคุมดแู ลไมร่ จู้ กั
วธิ กี ารปฏบิ ตั ิตนต่อเครอื่ งจักรอย่างถูกวธิ ี ก็อาจได้รับอนั ตรายจากมนั ได้ เนื่องจากเคร่อื งจกั รเป็นสิง่ ทไี่ ม่มชี ีวิต
ไมม่ ีการเรยี นรใู้ ด ๆ ท้งั ส้นิ มันไม่สามารถแยกแยะไดว้ ่า นคี่ ือมอื ของคน ไมใ่ ชโ่ ลหะหรอื ไมท้ ี่มนั เคยบด อัด เจาะ
หรือตดั ให้ขาดออกจากกัน เครื่องจักรออกแบบมาเพอ่ื ให้ใช้งานอย่างไร ก็ควรใช้ให้อยู่ในขอบเขตของงานนนั้ ๆ
หากไมต่ อ้ งการใหเ้ ครือ่ งจกั รเปน็ ตัวสรา้ งปญั หาในการปฏบิ ตั ิงาน ผ้ทู ่ีปฏบิ ัตงิ านควรทจี่ ะเรียนร้หู ลัก
เบอ้ื งตน้ ในการควบคมุ ดแู ลใหเ้ ครอื่ งจกั รทางานอยา่ งมีประสทิ ธิภาพและมคี วามปลอดภยั ดงั ต่อไปน้ี
1. อย่าใชเ้ ครอ่ื งจกั รกอ่ นการเรยี นรู้
อย่าใชเ้ ครอ่ื งจักรทไ่ี มไ่ ด้รับมอบหมายใหท้ าโดยเด็ดขาด เพราะการดูแลจากคนอนื่ เท่าน้ันไม่เพียง
พอทจี่ ะลงมือทาเองได้ จะต้องศึกษากลไกต่าง ๆ ของเครอ่ื งจักรน้ัน จากผชู้ านาญในการใช้เครื่องจักรนน้ั ใหด้ ี
เสียกอ่ นดงั นนั้ ถ้าเปน็ คนงานใหม่ ตอ้ งไดร้ ับการฝึกให้ทางานกบั เครือ่ งจกั รนน้ั โดยมรการควบคมุ ดูแลอย่าง
ใกลช้ ิดจากผู้ชานาญงาน
ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 5
ชื่อวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ หนว่ ย ความปลอดภัยในการใช้เคร่ืองมอื และเครอื่ งจกั ร สอนคร้ังที่ 5/18
ช่ือเรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครือ่ งมือและเคร่อื งจกั ร จานวน 3 คาบ
2. อย่าซอ่ มเคร่ืองจกั รก่อนการเรยี นรู้
เม่อื เคร่อื งจกั รเกิดชารดุ ข้ึนควรหาชา่ งผู้ชานาญงานเป็นผู้ซ่อมแซมเคร่อื งจกั รนน้ั ไม่ควรทดลอง
แกเ้ องเพราะอาจทาใหเ้ ครื่องจักรนนั้ ชารดุ มากขน้ึ หรืออาจไดร้ บั อันตรายจากเคร่อื งจกั รน้นั ได้
3. อย่าถอดการ์ดป้องกนั อนั ตราย
อย่านาเครอ่ื งปอู งกนั หรือการด์ ซึ่งปิดครอบสว่ นทเ่ี คลือ่ นทีไ่ ด้ของเครือ่ งจกั รออก เวน้ เสยี แต่ใน
กรณีท่มี กี ารซอ่ มแซมหรือปรบั เสรจ็ เรยี บร้อยแลว้
รูป ถอดการด์ ปอู งกันอนั ตราย
การวิเคราะห์อันตรายเครอ่ื งจักร (Machine Hazard Analysis)
การที่พิจารณาวา่ สว่ นใดของเคร่ืองจักร จะทาให้เกิดอันตรายได้ สามารถกระทาได้โดยการมองดูว่า
ส่วนประกอบหรือช้ินสว่ นใดของเครื่องจักรท่ีเคล่ือนไหวแล้ว อาจทาให้บุคลได้รับอันตรายจากลักษณะท่าทาง
การทางาน สถานท่ีหรือตาแหน่งที่ทางาน และศักยภาพของความรุนแรงท่ีอาจเกิดขึ้นการวิเคราะห์อันตราย
จากเครื่องจกั ร ทาได้โดยพิจารณาว่าเคร่อื งจักรหรอื สว่ นประกอบใดท่ีจะกอ่ ให้เกิดเหตกุ ารณ์ตอ่ ไปนี้
1. การถูกหนีบ (Traps) พิจารณาว่าสว่ นประกอบใดของเคร่ืองจกั รท่ีมีการเคลือ่ นไวแล้วกอ่ ให้เกดิ
จุดหนบี บีบ อดั และดึง หรือฉดุ อวยั วะสว่ นใดของรา่ งการเขา้ ไปได้
2. การถถู ูชนหรือกระแทก (Impact) พิจารณาวา่ สว่ นประกอบใดของเครื่องจักรทีเ่ คลื่อนไหวอย่าง
เรว็ แลว้ อาจทาให้กระแทกหรือชนอวยั วะของผปู้ ฏิบัติงานทีค่ วบคมุ หรอื อยูใ่ นบริเวณนั้น
ใบเนอ้ื หาหน่วยที่ 5
ช่ือวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหน่วย ความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่อื งมอื และเครอ่ื งจักร สอนครง้ั ท่ี 5/18
ชื่อเรือ่ ง ความปลอดภัยในการใชเ้ คร่ืองมือและเครอื่ งจกั ร จานวน 3 คาบ
3. การสัมผัสถูก (Contact) พิจารณาว่ามสี ่วนใดของเครื่องจักรเคล่ือนไหวทีม่ ลี ักษณะแหลมคม
ร้อน เย็น หรือมีกระแสไฟฟูาไหลผา่ น ซง่ึ กอ่ ให้เกิดอนั ตรายไดห้ ากสัมผัสถกู
4. การเกยี่ วพนั หรอื ถูกดงึ เขา้ ไป (Entanglement) พิจารณาวา่ สว่ นใดของเครือ่ งจกั รท่ี
เคลอ่ื นไหวแลว้ ก่อให้เกิดการเก่ียว พนั หรือดึง เส้ือ กางเกง ถุงมอื ผม หรือเครอ่ื งประดบั
5. การถกู พน่ หรอื เปา่ ใส่ (Ejection) พจิ ารณาว่ามีสว่ นใดของเครอื่ งจกั รหรอื วัตถทุ อ่ี าจกระเด็น
หรอื ถกู ขบั ออกมาจากเครอื่ งจกั ร
วัตถปุ ระสงคข์ องอปุ กรณ์ปอ้ งกนั อันตรายจากเครื่องจักร
1. ปอู งกันคนสัมผัสกบั ส่วนท่เี คลื่อนไหวของเครอ่ื งจักร
2. ปูองกนั คนสมั ผสั กับสง่ิ แวดลอ้ มที่มอี นั ตราย
3. ปอู งกันอันตรายจากเครือ่ งจกั รชารุด
4. ปูองกันอันตรายจากความบกพรอ่ งของพนกั งาน
การเคลอ่ื นไหวของเครือ่ งจกั ร (Machine Motion)
OSHA (Occupational Safety and Heath Act) ของสหรฐั อเมริกา ได้แบง่ การเคลอื่ นไหวของ
เคร่ืองจกั รท่จี ะก่อให้เกดิ อันตรายเปน็ 2 ประเภท คือ
1. การเคล่อื นท่ี (Motion) หมายถึง บรเิ วณทม่ี กี ารเคลื่อนไหว เพื่อส่งผ่านพลงั งานหรอื ไมก่ ่อให้เกิด
การผลิตดังรปู ที่ 4.22 และรูปท่ี 4.23 สามารถแบ่งไดด้ ังนี้
- หมุนรอบตวั เอง (Rotating)
- เคลอ่ื นทกี่ ลับไปกลบั มา (Reciprocation)
- เคลอ่ื นทีแ่ บบเป็นเสน้ ตรง (Transverse)
- หมนุ รอบตัวเองแล้วเกดิ จุดหนบี บีบ อัด (Running in Nip Point)
2. การกระทา (Action) หมายถงึ บริเวณทมี่ กี ารเคล่อื นไหวเพอ่ื ผลติ สง่ิ ตา่ ง ๆ ใหไ้ ด้ลักษณะหรอื
รูปร่างตามตอ้ งการ ดงั รปู ที4่ .24 สามารถแบง่ ไดด้ งั นี้
- จดุ ทม่ี กี ารตัด (Cutting)
- จุดที่มกี ารเจาะ (Punching)
- จุดท่ีมีการเฉือน (Shearing)
- จดุ ที่มีการโคง้ งอ (Bending)
ใบเนือ้ หาหน่วยท่ี 5
ช่ือวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ หน่วย ความปลอดภยั ในการใชเ้ ครอื่ งมอื และเครอื่ งจักร สอนครง้ั ท่ี 5/18
ชื่อเร่อื ง ความปลอดภัยในการใช้เครอ่ื งมอื และเครอ่ื งจักร จานวน 3 คาบ
รปู การหมุนรอบตัวเอง (ตามลูกศร) ของเพลาและปลุ เลซงึ่ จาเปน็ ตอ้ งมอี ปุ กรณ์ปูองกันอันตราย
รปู จุดอนั ตรายทเ่ี กิดจากการหมนุ ของสว่ นประกอบของเครอื่ งจกั รท่กี ่อให้เกิดจุดหนบี จุดบีบ ซง่ึ จาเปน็ ตอ้ งมี
อปุ กรณ์ปูองกันอันตราย
ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 5
ชือ่ วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ หน่วย ความปลอดภยั ในการใช้เครอื่ งมือและเครอ่ื งจกั ร สอนคร้ังที่ 5/18
ชื่อเรอื่ ง ความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่อื งมือและเครอ่ื งจักร จานวน 3 คาบ
รูป แสดงการเคลอื่ นไหวเพ่ือผลิตและก่อใหเ้ กิดตัด โคง้ งอและเจาะ
ชนิดของอปุ กรณป์ ้องกันอนั ตรายจากเคร่ืองจกั ร(Classification of Machine Guard)
อุปกรณ์ปูองกันอันตรายจากเคร่ืองจักร จาเป็นต้องใช้ก็ต่อเมื่อวิศวกรท่ีออกแบบเครื่องจักรไม่
สามารถออกแบบให้เครื่องจักรมีความปลอดภัยในตัวเองอย่างเพียงพอ จึงเกิดจุดอันตรายต่าง ๆ ขึ้นมาเรา
สามารถแบ่งชนิดของอุปกรณ์ปูองกันอันตรายจากเคร่ืองจักรได้หลายชนิด ตามความสามารถในการปูองกัน
อันตรายจากเคร่ืองจักรได้หลายชนิด ตามความสามารถในการปูองกันอันตรายและความนิยม เรียงลาดับได้
ดังน้ี
ใบเนือ้ หาหน่วยท่ี 5
ช่ือวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หน่วย ความปลอดภยั ในการใช้เครอ่ื งมอื และเครอ่ื งจักร สอนคร้ังที่ 5/18
ช่ือเรอ่ื ง ความปลอดภัยในการใชเ้ ครื่องมอื และเคร่ืองจักร จานวน 3 คาบ
1. อุปกรณ์ป้องกันอนั ตรายชนดิ อย่กู ับที่ (Fixed Guard)
อุปกรณ์ปูองกนั อันตรายชนดิ น้ี ควรจะเลือกใชเ้ ป็นอนั ดับแรก เมื่อติดต้งั แล้วจะปูองกนั ไมใ่ หส้ ว่ น
ของรา่ งกายเข้าใกลห้ รอื สัมผัสกับสว่ นทีเ่ คล่อื นไหว หรอื อนั ตรายได้ อุปกรณ์ชนดิ นีจ้ ะยึดแนน่ กับตวั เคร่อื งจกั ร
หรอื พื้นโรงงานอยา่ งแน่นหนา มน่ั คง ไม่เคลื่อนทีห่ ลดุ ออกไปไดง้ ่าย กรณที บ่ี ริเวณท่ตี อ้ งการบารุงรกั ษาและ
ตอ้ งเปดิ ฝาครอบออก ควรตดิ ต้งั บานพับไว้จะดกี ว่าทจ่ี ะหลดุ ออกมาทงั้ ฝาครอบเลยฝาครอบอาจเปน็ แบบปดิ
มดิ ชดิ หรือมชี อ่ งเพ่อื มองเหน็ ส่วนที่เคลื่อนไหวภายใน ดงั รปู
รปู แสดงอุปกรณป์ ูองกันอันตรายชนดิ อยกู่ บั ที่
2. อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายชนดิ ล็อคในตัว (Interlock Guard)
เครือ่ งจักรทท่ี างานโดยอาศยั พนักงานปอู นชน้ิ งานเข้า-ออก ทาให้พนักงานที่มีความเสี่ยงต่อการ
เกดิ อบุ ัติเหตขุ ณะปอู นหรือรอรับช้ินงาน เราก็สามรถออกแบบให้ใช้อุปกรณ์ปูองกันอันตรายชนิดล็อคในตัวโดย
อุปกรณ์ตวั น้ีจะปิดคลุมส่วนทเี่ ปน็ อนั ตรายไว้ เมื่อพนักงานเปิดอุปกรณ์ปอู งกนั สว่ นที่ทาเปน็ ช่องสาหรับเปิดก็จะ
มกี ลไกหรือไฟฟูาเปน็ ลม (Pneumatics) สง่ สญั ญาณไประบบควบคุมเครอื่ งจกั รใหห้ ยุดทางาน เพอ่ื ช่องเปิดของ
อุปกรณ์ถกู ปดิ เขา้ ท่ีระบบควบคุมเคร่ืองจักรก็จะทาตามปกติตรงจุดท่ีเปิด ของอุปกรณ์ปูองกันอันตรายอาจใช้
บานพับหรือบานเล่ือน แต่ตอ้ งออกแบบใหด้ ี ไว้ใจได้ ไม่ขดั ขวางการทางานของพนักงานและเครือ่ งจักรดังรูป
ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 5
ชือ่ วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ หน่วย ความปลอดภัยในการใชเ้ ครือ่ งมอื และเครอื่ งจักร สอนคร้งั ที่ 5/18
ช่อื เร่ือง ความปลอดภัยในการใช้เคร่ืองมือและเครอื่ งจกั ร จานวน 3 คาบ
รูป แสดงอุปกรณ์ปูองกนั อันตรายชนิดลอ็ กในตวั
3. อุปกรณป์ อ้ งกันอนั ตรายชนิดทางานอัตโนมตั ิ (Automatic Guard)
อปุ กรณป์ อู งกันอนั ตรายชนิดนี้ ทางานโดยอาศยั การทางานของต้นกาลังเครือ่ งจักร ร่วมกบั กลไก
ต่าง ๆ เชน่ แกนหรอื ก้าน ทาหนา้ ที่ผลัก กวาด หรือ ดนั อวยั วะของรา่ งการให้ออกมาจากบรเิ วณท่ีอันตราย
นน่ั คือ เม่อื เครื่องจักรทางานกลไกปอู งกนั อนั ตรายกจ็ ะทางานตามโดยอัตโนมัติ เช่น แบบก้านนิรภัย และแบบ
แกนผลักนิรภยั ดังรปู รูป
ใบเนอื้ หาหน่วยที่ 5
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย ความปลอดภยั ในการใช้เคร่อื งมอื และเคร่ืองจกั ร สอนคร้งั ท่ี 5/18
ช่อื เรอ่ื ง ความปลอดภัยในการใชเ้ ครอื่ งมือและเครื่องจักร จานวน 3 คาบ
รูป แสดงอปุ กรณป์ อู งกนั อนั ตรายชนดิ ทางานอตั โนมัติ
จะใช้การ์ดประเภทนี้ในกรณีท่กี าร์ดติดต้งั อยู่กบั ที่ หรอื การ์ดชนิดลอ็ กในตวั ไมไ่ ด้ หากผปู้ ฏิบัติงาน
อย่ใู นตาแหน่งที่อาจก่อให้เกดิ อันตรายของเครอ่ื งจกั ร การ์ดชนิดอตั โนมัตนิ จี้ ะปดั ส่วนหนงึ่ ส่วนใดของรา่ งการ
ของผปู้ ฏบิ ัตงิ านออกใหพ้ ้นจุดอันตรายนนั้ การ์ดชนดิ ปลดคลตั น้ีจะหยุดการทางานของเครอื่ งจักรได้ก่อนท่ี
ผปู้ ฏบิ ัติงานจะสมั ผสั โดนสว่ นท่ีเปน็ อนั ตรายนั้น
4. อุปกรณ์ปอ้ งกนั อนั ตรายชนดิ หยดุ อัตโนมตั ิ (Automatic Stop or Trip Devices)
อุปกรณป์ อู งกันอนั ตรายชนดิ นี้ จะทะหนา้ ทปี่ ูองกันไม่ใหอ้ วยั วะของรา่ กายเข้าไปบรเิ วณทอี่ นั ตรายถ้า
มอี วยั วะส่วนใดของร่างการเขา้ ไปบรเิ วณทอ่ี ันตราย เครอื่ งหยุดการทางาน หรือหยดุ การเคลือ่ นที่โดยอตั โนมัตทิ ี่
นยิ มใชก้ นั ได้แก่ แบบแผน่ กนั้ เคล่ือนทไี่ ด้ ท่ใี ชใ้ นลิฟตแ์ บบลาแสง ที่ใช้ในลฟิ ต์แบบอเิ ล็คทรอนคิ ส์ ดังรูป
ใบเน้ือหาหน่วยที่ 5
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอื่ หนว่ ย ความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่อื งมอื และเครื่องจักร สอนครงั้ ท่ี 5/18
ชื่อเร่อื ง ความปลอดภยั ในการใช้เครอื่ งมือและเครอ่ื งจักร จานวน 3 คาบ
สรุป
การปฏิบัติงานกับเคร่ืองจักร เครื่องมือ ให้มีความปลอดภัยสูงสุดในการทานั้น ผู้ปฏิบัติงานต้องมี
ความรู้ ความเข้าใจ และมีจิตสานึกท่ีดีต่อความปลอดภัยโดยปฏิบัติงานได้ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท
ปฏบิ ัติงานตามเกณฑข์ อ้ บงั ขบั และคมู่ ือการปฏิบัติงานของเคร่ืองจักร เคร่ืองมือ และยานพาหนะน้ัน ๆ อย่าง
เคร่งครดั
บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนกั เรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาทพ่ี บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป้ ัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนกั เรยี น ครผู ู้สอน
ใบเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 6 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนคร้ังที่ 6/18
ชื่อหนว่ ย ความปลอดภัยในการเคล่ือนย้ายวัสดุ จานวน 3 คาบ
ชือ่ เรื่อง ความปลอดภยั ในการเคลอ่ื นย้ายวัสดุ
หวั ขอ้ เรอื่ ง
6.1 การเคลื่อนยา้ ยวัสดโุ ดยใช้กาลังคน
6.2 การเคลอ่ื นย้ายวสั ดโุ ดยใชเ้ คร่อื งจกั ร
สาระสาคัญ/แนวคดิ สาคญั
การยกและเคลอ่ื นย้ายวสั ดุโดยทั่ว ๆ ไป จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ถึงร้อยละ 20 – 25 ของการ
ประสบอนั ตรายทัง้ หมด การให้พนักงานได้ศกึ ษาวธิ กี ารเคล่อื นยา้ ยวัสดุอย่างถูกวิธีท้ังการยกด้วยแรงกายอย่าง
เดียวและการใช้เคร่ืองจักรกลตลอดจนอุปกรณ์ผ่อนแรงต่าง ๆ จะช่วยลดอันตรายจากการยกและเคล่ือนย้าย
วสั ดุได้
สมรรถนะย่อย
แสดงความรู้เกย่ี วกบั ความปลอดภัยในการเคลอ่ื นยา้ ยวัสดุ
จุดประสงค์การปฏบิ ตั ิ
ดา้ นความรแู้ ละทักษะ
1. บอกวธิ ีการเคลื่อนยา้ ยวัสดโุ ดยใช้กาลังคน
2. บอกวิธีการเคล่ือนยา้ ยวสั ดุโดยใชเ้ ครอื่ งจักรหรืออุปกรณ์
3. อธิบายขัน้ ตอนการยกของอยา่ งถูกวิธแี ละปลอดภยั
4. บอกวิธกี ารใช้รถยกอย่างปลอดภยั
5. บอกวิธีการใช้ป้นั จั่นอย่างปลอดภยั
ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แสดงออกดา้ นการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝุรู้ ความซอื่ สัตย์ สุจริต ความมนี ้าใจ, แบ่งบัน
ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 6 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครงั้ ท่ี 6/18
ช่อื หนว่ ย ความปลอดภัยในการเคล่ือนย้ายวสั ดุ จานวน 3 คาบ
ช่ือเรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการเคล่อื นย้ายวสั ดุ
การเคลอ่ื นยา้ ยวสั ดุ
การขนย้ายวัสดุถือว่าเป็นส่วนสาคัญในการขนถ่ายส่ิงของจากจุดหน่ึงไปยังอีกจุดหน่ึงซึ่งมีวิธีในการ
เคล่ือนย้ายอยู่หลายลักษณะด้วยกันโดยข้ึนอยู่กับชนิดและรูปร่างของวัสดุชนิดน้ั น ๆ ปัจจุบันสถาน
ประกอบการต่าง ๆ ไดน้ าเอาระบบการเคล่อื นย้ายวัสดุด้วยวิธีการทีท่ นั สมัยมาใชง้ านในกรณีท่ีมีการเคลื่อนย้าย
วัสดุท่ีมีจานวนมาก ส่วนกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายวัสดุท่ีมีจานวนน้อยก็อาจจะใช้แรงงานคน การเคลื่อนย้าย
วัสดุท้ังท่ีใช้อุปกรณ์หรือเคร่ืองมือเข้ามาช่วยหรือการใช้แรงงานคนก็ย่อมจะมีโอกาสท่ีจะเกิดอุบัติเหตุได้
เชน่ เดยี วกัน ถา้ ผูท้ ่ที าการเคลื่อนยา้ ยขาดการระมดั ระวังและดาเนนิ การไม่ถกู ต้องตามหลักการ
6.1 การเคลื่อนยา้ ยวสั ดุดว้ ยกาลังคน
การเคล่ือนย้ายวัสดุด้วยแรงงานคนเป็นการเคล่ือนย้ายวัสดุท่ีประหยัดค่า ใช้จ่ายมากท่ีสุดใน
กระบวนการเคล่ือนย้ายวัสดุ แต่การเคล่ือนย้ายวัสดุด้วยแรงงานก็จะมีข้อจากัดหลาย ๆ อย่าง เช่น ขนาด
และนา้ หนักของวัสดทุ ี่ทาการเคลือ่ นย้าย จานวนของวัสดุ ระยะทางในการเคลือ่ นยา้ ย เป็นต้น จากข้อจากัด
ที่กลา่ วถงึ นเี้ อง ถา้ การเคลือ่ นย้ายดว้ ยแรงงานคนเกินอัตรากาหนดท่ีร่างกายจะทนได้ก็อาจก่อให้เกิดอันตราย
ได้
อนั ตรายท่ีอาจเกดิ ข้นึ ในการเคลอื่ นย้ายวสั ดุด้วยแรงงานคน
ถ้าการเคลื่อนย้ายวัสดุด้วยแรงงานคนมีวิธีการปฏิบัติอย่างผิดวิธีก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อ
อวยั วะสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายได้ เช่น กล้ามเนือ้ อักเสบ ฉีกขาด ปวดเมอ่ื ยตามสว่ นตา่ ง ๆ และบางครั้งถ้าทา
อยา่ งผดิ วธิ ตี ่อเนอื่ งเปน็ ระยะเวลายาวนานก็อาจมผี ลทาใหอ้ วยั วะส่วนทใ่ี ช้งานเป็นประจาเกดิ พกิ ารไดเ้ ช่นกัน
รูป ตวั อยา่ งการเคล่ือนย้ายวัสดุอยา่ งผดิ วิธี
ใบเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 6
ชื่อวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความปลอดภยั ในการเคลื่อนยา้ ยวสั ดุ สอนครั้งท่ี 6/18
ชอ่ื เรอื่ ง ความปลอดภยั ในการเคลื่อนย้ายวัสดุ จานวน 3 คาบ
หลกั ปฏบิ ตั ิในการเคล่อื นยา้ ยวัสดุดว้ ยแรงงานคน
1. ศกึ ษารายละเอียดและวิธปี ฏบิ ัตใิ นการเคลื่อนย้ายวัสดุตามหลกั วิธีปฏบิ ตั ิท่ถี กู ต้อง
2. ตรวจสอบรายละเอียดตา่ ง ๆ ของวสั ดุที่จะทาการเคลื่อนยา้ ย เพื่อนามาวางแผนในการเคลือ่ นย้าย
เช่น ขนาด รปู รา่ ง และนา้ หนกั ของวสั ดุ เปน็ ต้น
3. วางแผนในการเคลอื่ นย้ายวสั ดุ เช่น เสน้ ทางในการเคล่อื นยา้ ย ตาแหนง่ การจัดเกบ็ ระยะเวลาใน
การเคล่อื นยา้ ย เปน็ ตน้
4. เคล่ือนยา้ ยวสั ดตุ ามหลกั วิธีปฏบิ ตั ิทถ่ี ูกต้อง
การเคล่ือนย้ายวัสดอุ ยา่ งถกู วธิ ี
1. ตาแหนง่ ในการวางเทา้ ในการยกส่ิงของ เท้าขา้ งหนึง่ วางอยู่ในทศิ ทางที่จะยกสิง่ ของไป ส่วนมอื ท่ี
จับส่งิ ของกว็ างตาแหน่งเชน่ เดียวกับเทา้
รูป แสดงตาแหน่งของเท้าในการยกสง่ิ ของขึ้นจากพื้น
1. การยกสิ่งของทีถ่ กู วิธี หลังต้องตรง เขา่ งอ ศีรษะและคางต้งั ตรง การยกจะกระทาโดย
กล้ามเนือ้ ขา
ใบเนื้อหาหน่วยท่ี 6 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 สอนคร้ังท่ี 6/18
ชอื่ หน่วย ความปลอดภัยในการเคล่อื นยา้ ยวสั ดุ จานวน 3 คาบ
ช่อื เรื่อง ความปลอดภัยในการเคลอ่ื นยา้ ยวสั ดุ
รูป ท่าทางในการยกส่ิงของอยา่ งถกู วิธี
2. ตาแหน่งศีรษะจะตอ้ งตัง้ ตรง
รูป แสดงตาแหนง่ ศรี ษะในการยกสิ่งของ
3. ในการพาวสั ดุจะต้องยึดวัตถุให้ตดิ กับรา่ งกายและเหยียดแขนตรง ดูภาพประกอบ
รูป ตาแหนง่ ของแขนเมื่อพาวตั ถุ
ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 6
ชอื่ วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื หนว่ ย ความปลอดภยั ในการเคล่ือนย้ายวัสดุ สอนครัง้ ที่ 6/18
ช่อื เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการเคลื่อนยา้ ยวัสดุ จานวน 3 คาบ
6.2 การเคล่ือนย้ายวสั ดุโดยใช้เคร่ืองจักร
เน่อื งจากการเคลื่อนย้ายวัสดุด้วยแรงงานคนมีข้อจากัดต่าง ๆ ดังท่ีได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่บางคร้ัง
สถานประกอบการก็มีความจาเป็นท่ีจะต้องเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีจานวนมาก ๆ และมีการเคล่ือนย้ายอยู่เป็น
ประจา หรือวัสดุมีขนาด รูปร่างและน้าหนักเกินกว่าจะเคล่ือนย้ายด้วยแรงงานคนได้ ดังน้ัน สถาน
ประกอบการจงึ มคี วามจาเป็นทีจ่ ะต้องใชเ้ ครอื่ งมือหรืออุปกรณเ์ ข้าช่วยในการเคล่ือนยา้ ยวสั ดุ ซึง่ เครื่องมือหรือ
อปุ กรณ์ท่นี ามาใช้ในการเคลื่อนยา้ ยวสั ดใุ นปจั จบุ นั ประกอบด้วย
1.รถเขน็ 5. ป้นั จัน่
2. รถยก 6. ลฟิ ต์
3. รถบรรทุก 7. รอก
4. สายพานลาเลยี ง
รูป ตัวอยา่ งการใชเ้ ครื่องมือและอปุ กรณ์เข้าช่วยในการเคลอ่ื นยา้ ยวสั ดุ
ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 6
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชื่อหน่วย ความปลอดภยั ในการเคลอ่ื นย้ายวัสดุ สอนครงั้ ที่ 6/18
ชื่อเรื่อง ความปลอดภัยในการเคล่ือนย้ายวสั ดุ จานวน 3 คาบ
การใชง้ านรถยก
รถยกจะถูกนามาใช้ในการเคลื่อนย้ายวัสดุในโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดเนื่องจากใช้งานง่ายและ
สะดวก สามารถเคลือ่ นที่เข้าไปยังจุดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก การบังคับก็สามารถบังคับได้ง่ายเหมือนการขับ
รถยนตท์ ่วั ไป ซงึ่ มขี ้นั ตอนการทางาน ดังน้ี
รปู ลกั ษณะของรถยก
1. ก่อนใช้งานรถยก ผู้ใช้งานจะต้องทาการตรวจสภาพของรถยกก่อนทุกคร้ัง ถ้าพบจุดบกพร่อง
หรอื เสยี หายชารุดจะตอ้ งทาการแกไ้ ขใหอ้ ยใู่ นสภาพที่พร้อมก่อนนาไปใชง้ าน
2. น้าหนักท่ใี ช้สาหรับการเคล่ือนย้ายจะต้องมีขนาดไม่เกินพิกัดน้าหนักตามกาหนดของรถยกแต่ละ
ประเภท
3. ในการยกวัสดุจะตอ้ งทาการยกวสั ดใุ หต้ ่าทสี่ ุดเท่าทจ่ี ะทาได้
4. ความเรว็ ท่ีใช้ในการขบั เคลื่อน จะต้องมคี วามเรว็ ที่สม่าเสมอ ไม่ขับเร็วจนเกินไป
5. ในบรเิ วณท่เี ปน็ มมุ แคบหรอื จุดเลี้ยวต่าง ๆ จะต้องบีบแตรส่งสัญญาณให้รถที่อยู่อีกมุมหน่ึงทราบ
วา่ มรี ถยกกาลังขับเคลือ่ นมา
6. การยกวสั ดทุ ีม่ คี วามสูงจนผขู้ บั ขไ่ี มส่ ามารถมองเห็นในดา้ นหน้า ให้ผู้ขบั ขใ่ี ชว้ ิธีขับถอยหลงั แทน
7. การจอดรถยกหลงั การใชง้ านส้นิ สดุ ลงจะต้องปลดเกยี ร์วา่ ง ใสเ่ บรกมือ และดับเคร่ืองยนต์
8. ผู้ปฏบิ ตั ิงานจะต้องไมย่ นื หรอื ปฏบิ ตั ิงานในบรเิ วณใต้งานรถยก
9. จะต้องทาการตรวจส่งิ ของต่าง ๆ ทั้งบนพนื้ และเหนือศีรษะกอ่ นทาการเคลื่อนย้ายวสั ดุ
10. ในการใชง้ านรถยกทุกครั้ง จะตอ้ งใช้งานดว้ ยความระมดั ระวัวอย่าประมาท
ใบเนือ้ หาหนว่ ยที่ 6
ช่ือวชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความปลอดภยั ในการเคล่ือนย้ายวสั ดุ สอนคร้งั ท่ี 6/18
ชื่อเรือ่ ง ความปลอดภยั ในการเคลอื่ นย้ายวสั ดุ จานวน 3 คาบ
ลักษณะงาของรถยก
การใชง้ ารถยกจะต้องเลอื กใชง้ าทีไ่ ด้มาตรฐานในการผลติ ในการดาเนินการต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกับงารถยก
เชน่ การตรวจสอบรอยร้าว การตรวจสอบความเสยี หายต่าง ๆ หรือการซ่อมบารุงควรจะให้บริษัทผู้ผลิตหรือ
ตัวแทนจาหน่ายเป็นผู้ดาเนินการ งาของรถยกที่นามาใช้ในการเคล่ือนย้ายวัสดุมีอยู่ท้ังหมด 7 ชนิดด้วยกัน
ประกอบด้วย
รูป งารถยกชนิดต่าง ๆ
ใบเนือ้ หาหน่วยท่ี 6
ช่ือวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หนว่ ย ความปลอดภัยในการเคล่ือนย้ายวัสดุ สอนครง้ั ที่ 6/18
ชอ่ื เร่อื ง ความปลอดภยั ในการเคลือ่ นย้ายวัสดุ จานวน 3 คาบ
อนั ตรายท่ีอาจเกดิ ขน้ึ ในกรณกี ารใช้เครอ่ื งมอื และอปุ กรณใ์ นการเคลื่อนย้ายวสั ดุ
เนื่องจากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการเคล่ือนย้ายวัสดุส่วนใหญ่เป็นเคร่ืองจักรกลที่ทางานแบบ
อัตโนมัติ ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องตระหนักในเร่ืองของความปลอดภัยเป็นพิเศษ เน่ืองจากการเกิดอุบัติเหตุจะมี
ความเสยี หายท่รี นุ แรงมากกว่าการเคล่ือนย้ายวัสดุดว้ ยแรงงานคน
ส่วนใหญ่อันตรายท่ีอาจเกิดขึ้นจะมาจากการใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์หรือวั สดุท่ีทาการเคล่ือนย้าย
เช่น วสั ดทุ ท่ี าการเคลือ่ นยา้ ยตกหรือหล่นลงมาทับผูป้ ฏบิ ัติงาน การชนกระแทกของอปุ กรณ์ในการเคล่ือนย้าย
เป็นตน้
รปู ตัวอยา่ งการอุบตั ิเหตุในระหว่างการเคล่อื นย้ายวัสดุด้วยเครื่องมอื หรอื อุปกรณ์
3. รถเข็น เป็นอุปกรณ์เคลือ่ นย้าย ที่สาคัญและยังตอ้ งอาศัยกาลังจากมนุษย์ช่วยในการใชเ้ คลื่อนยา้ ยใน
วสั ดุทมี่ นี า้ หนกั มากเกนิ กว่าคนจะยกเคลื่อนย้าย รถเขน็ มหี ลายแบบ เช่น รถเข็นลอ้ เดยี ว สองล้อ สามล้อ สี่ล้อ
รูป เคร่ืองมือช่วยในการเคล่อื นย้ายวัสดุ-อุปกรณป์ ระเภทตา่ ง ๆ
ใบเนื้อหาหนว่ ยท่ี 6
ช่อื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือหน่วย ความปลอดภยั ในการเคล่ือนยา้ ยวสั ดุ สอนครัง้ ที่ 6/18
ชื่อเรือ่ ง ความปลอดภัยในการเคล่ือนย้ายวัสดุ จานวน 3 คาบ
การใชร้ ถเขน็ ดว้ ยความปลอดภัย ทาได้ดังน้ี
3.1 ผูป้ ฏบิ ัติงานควรสวมอปุ กรณ์ปูองกันอันตราย เช่น สวมรองเท้า ถุงมือ
3.2 รถเขน็ อยใู่ นสภาพสมบูรณ์ พรอ้ มทจ่ี ะใชง้ าน
3.3 รถเข็นควรมีที่หา้ มลอ้ และหยุดรถเขน็ ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั
3.4 การยกของขน้ึ รถเขน็ ตอ้ งยกอย่างระมัดระวงั สงิ่ ของทีว่ างตอ้ งไดส้ มดลุ และไมย่ ืน่
ออกมาภายนอกรถเข็นมากเกินไป
3.5 วสั ดุท่วี างบนรถเขน็ ตอ้ งไม่เลอื่ นหรอื ขยับง่ายเวลาเคลอ่ื นยา้ ย
3.6 รถเข็นใหใ้ ช้วิธดี ันไปข้างหน้า ยกเวน้ ผ่านทางลาดชนั ให้ดงึ รถเข็นถอยหลงั
3.7 ควรเขน็ ด้วยความเร็วพอดี ปลอดภัย และสามารถหยุดไดท้ ันที
3.8 เม่ือเลิกใชค้ วรเกบ็ ไว้บรเิ วณทจี่ ัดไว้ หลกี เล่ียงการเก็บบรเิ วณทางเดิน
3.9 ควรทาความสะอาดรถเข็นอยู่เสมอ และหล่อล่ืนลูกปืนเปน็ ครงั้ คราว
โดยท่ัวไปสถานที่เก็บวสั ดุ จะตอ้ งมีโครงสรา้ งอาคารทแ่ี ขง็ แรง ม่ันคงมรี ะบบระบายอากาศ ระบาย
นา้ มีแสงสว่างท่เี หมาะสม โดยมหี ลักในการจัดเกบ็ ดงั นี้
1. มีแผนผังแสดงให้เหน็ อย่างชดั เจน เพ่อื ความสะดวกในการเกบ็ และนามาใช้
2. มเี ครื่องหมายบอกชนิดและประเภทของวัสดุ-อุปกรณ์
3. วัสดทุ ่ีใชบ้ ่อยควรจัดเก็บใกล้มือ
4. วสั ดุประเภทไวไฟ ควรเกบ็ ไวเ้ ฉพาะทีแ่ ละควรเขียนปาู ย “อันตราย” หรอื “หา้ มสูบบหุ ร่ี”
ใหเ้ ห็นได้เด่นชัด
5. วสั ดจุ านวนมาก ๆ จะต้องจดั นา้ หนกั ใหแ้ ผน่ แนวนอนตามพืน้ แตจ่ ะต้องตรวจความแข็งแรง
ว่าน้าหนักไดห้ รือไม่
6. ช้ันวางวสั ดุจะต้องมั่นคง มีชอ่ งระบายอากาศ
7. ตอ้ งมีการวางแผนปูองกันเหตฉุ ุกเฉินด้วย
8. วัสดุบางอย่างต้องไวภ้ ายนอกอาคาร เพราะมนี า้ หนกั มากและมีขนาดใหญ่
9. ไม่เก็บวสั ดุไว้กีดขวางทางเดนิ หรือบรเิ วณทอี่ าจจะหล่นลงสพู่ ้นื ซ่งึ ก่อใหเ้ กดิ สิ่งกีดขวาง
ทางเดนิ ซงึ่ จะเปน็ อนั ตรายตอ่ ผูป้ ฏบิ ัติงานได้
ใบเนอื้ หาหน่วยที่ 6
ชอ่ื วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือหน่วย ความปลอดภัยในการเคลื่อนยา้ ยวัสดุ สอนครัง้ ที่ 6/18
ชอื่ เร่ือง ความปลอดภยั ในการเคลอื่ นย้ายวสั ดุ จานวน 3 คาบ
4. รถบรรทุก โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มักมีพื้นท่ีของโรงงานกว้างขวาง บางแห่งมีอาคารท่ี
อยู่หา่ งกนั หรืออยู่คนละท่ี เช่น โกดังเกบ็ สินค้า อาจอยูห่ า่ งไกลจากสถานประกอบการ การเคล่ือนย้ายวัสดุ-
อุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ตลอดจนวัตถุดิบ จึงจาเป็นต้องย้ายครั้งละจานวนมาก การใช้รถบรรทุกจึงมีความจาเป็น
และในปัจจุบนั นีโ้ รงงานอุตสาหกรรมทกุ แห่งไมว่ ่าจะเปน็ ขนาดเลก็ หรใื หญจ่ ะตอ้ งมีรถบรรทุกเพื่อใช้เคล่ือนย้าย
สนิ คา้ ประจาโรงงานทั้งสน้ิ การใช้รถบรรทกุ อย่างปลอดภัยตอ้ งปฏบิ ัติดงั นี้
4.1 ต้องตรวจสภาพยานพาหนะ จะต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก่อนนาออกใช้งานทุกคร้ัง ท้ังนี้
จะตอ้ งมกี ารตรวจสภาพของยานพาหนะใหล้ ะเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบห้ามล้อ ยาง พวงมาลัย แตร
ไฟทุกดวง กระจกเงามองหลัง ตลอดจนเช็ดกระจกรถให้ใสหมดทุกด้านและตรวจว่ารถมีเชื้อเพลิง
น้ามันเครื่อง นา้ มนั เบรก น้ามนั คลัตช์ นา้ และนา้ กลัน่ ในแบตเตอรอ่ี ย่างเพยี งพอ
4.2 ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ใช้ยานพาหนะท่ีอยู่ในสภาพชารุด หรือไม่ปลอดภัย และจะต้องรายงาน
สภาพเหลา่ น้ันใหห้ ัวหน้างานทราบทันที เพอ่ื ดาเนนิ การปรับปรุงแก้ไข
5. ลิฟต์ ปัจจุบันมีการใช้มากในโรงงานอุตสาหกรรม หรือในงานก่อสร้างอาคารสูง ๆ เพ่ือ
เคล่อื นย้ายวัสดุ-อุปกรณข์ ึ้นหรอื ลง บางแห่งจะมีลฟิ ต์เพื่อใชใ้ นการขนย้ายสิ่งของเพียงอย่างเดียว ซ่ึงลิฟต์ที่ใช้
เพือ่ การขนยา้ ยวัสดุ-อุปกรณน์ ัน้ มักมขี นาดใหญ่เพ่อื รับนา้ หนักในการขนย้ายโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้ควรปฏิบัติตาม
กฎระเบยี บทุกคร้งั อย่าพยายามเคล่ือนท่ีในขณะท่ีลิฟต์กาลังเคลื่อนท่ีอยู่และเมื่อเกิดการขัดข้อง เช่น การ
ผลติ ค้างควรกดปุมฉกุ เฉนิ (Emergency) ทันที และที่สาคญั ทส่ี ดุ คอื หา้ มใช้ลฟิ ต์ขณะเกดิ เพลิงไหม้
6. ป้ันจั่น โดยทั่วไปมักพบในงานก่อสร้างหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น การผลิตรถยนต์
เพราะส่ิงของที่เคล่ือนย้ายมักมีน้าหนักมากและต้องเคล่ือนย้ายไปในที่ต่างระดับกันซ่ึงเกินกาลังท่ีแรงคนจะ
สามารถขนยา้ ย หรอื ใชเ้ ครอื่ งมือชนดิ อน่ื ๆ ได้ ท่มี กั พบบ่อยคอื การยกเสาเข็ม เหลก็ เส้น ปูนซีเมนต์ในงาน
ก่อสร้าง ทง้ั นจ้ี ะต้องระมดั ระวงั ในเรือ่ งของน้าหนกั ควรตรวจสอบสายสลิงของป้นั จ่ันกอ่ นใชง้ านทุกคร้งั
7. สายพานเล่ือน สว่ นใหญจ่ ะเป็นการใชง้ านในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องเคลื่อนย้ายวัสดุกับ
สายพานเลื่อน ควรระมัดระวังในเร่ืองการแต่งกาย ซึ่งจะต้องรัดกุมไม่รุ่มร่าม และไม่ควรประมาท เพราะ
อาจถูกดงึ เข้าสู่เคร่ืองจักรเป็นอันตรายได้ ท้ังนี้เพราะเครื่องจักรทางานด้วยพลังงานไฟฟูาซึ่งต้องเคลื่อนที่อยู่
ตลอดเวลา
8. รอก มักจะเป็นการใช้เคลื่อนย้ายส่ิงของหรืออุปกรณ์ในท่ีสูงและมีบริเวณแคบซ่ึงสามารถ
จัดทาได้อย่างรวดเร็ว และรื้อเก็บได้สะดวกเช่นกัน เช่น การใช้รอกเพ่ือส่งเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ให้แก่ผู้ท่ี
กาลังทางานก่อสร้างในอาคารสูงหรือในอุโมงค์ แต่พึงระวังเกี่ยวกับน้าหนักและขนาดของสิ่งของที่จะทาการ
เคลอ่ื นย้ายดว้ ย ซงึ่ ไมค่ วรมนี า้ หนกั หรือขนาดใหญเ่ กนิ ไป อนั อาจจะกอ่ ให้เกดิ อนั ตรายจากแรงเหวยี่ งหรือ
ใบเน้ือหาหน่วยท่ี 6
ชื่อวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่อื หน่วย ความปลอดภยั ในการเคล่อื นย้ายวัสดุ สอนครั้งที่ 6/18
ชอ่ื เรอื่ ง ความปลอดภัยในการเคลอ่ื นยา้ ยวสั ดุ จานวน 3 คาบ
รอกทานน้าหนักไม่ไหวพงั ลงมาได้ หากเป็นรอกไฟฟูาผู้ใช้รอกไฟฟูาต้องเป็นผู้ที่มีความชานาญเฉพาะด้าน ซ่ึง
ต้องผ่านการอบรมหรือได้รับอนุญาตโดยเฉพาะ และต้องสวมชุดและอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนปฏิบัติงาน ต้อง
ตรวจดูความเรียบร้อยบริเวณท่ีปฏิบัติงาน ตรวจเช็คตัวเคร่ืองและอุปกรณ์ประกอบตามระยะท่ีกาหนด
ตรวจเช็คโซล่ วดสลิงอยเู่ สมอและปฏบิ ัติตามขน้ั ตอนอยา่ งเคร่งครัด
รปู รอกเปน็ อปุ กรณท์ ีช่ ่วยในการเคลือ่ นยา้ ย
9. เครนและสลิง
เครนและสลิงเปน็ อปุ กรณท์ ่ีชว่ ยในการเคลื่อนย้ายสง่ิ ของท่มี ีน้าหนักมากซ่ึงการใชอ้ ุปกรณด์ งั กลา่ วมี
ความเสีย่ งต่อการเกิดอนั ตรายสูง จึงตอ้ งมกี ฎหมายควบคมุ และกาหนดแนวทางปฏิบัติดังน้ี
9.1 เครนท่มี ขี นาด 5 ตนั หรือมากกวา่ จะต้องมีพนกั งานขบั เครนทม่ี ใี บอนญุ าตสาหรบั เครนที่ใช้บน
ที่สูง หรือเครนที่มีขนาดต่ากว่า 5 ตัน จะอนุญาตให้เฉพาะพนักงานที่ได้ผ่านหลักสูตรทาง
เทคนคิ หรือการอบรมเปน็ พเิ ศษเท่าน้ัน
9.2 การทางานสลิง พนักงานท่ีปฏิบัติงานนี้ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรทางเทคนิคที่กาหนด
เท่าน้ัน โดยสามารถทางานกับงานสลิงท่ีมีน้าหนักหนึ่งตันหรือมากกว่า ส่วนงานสลิงท่ีมี
นา้ หนกั นอ้ ยกวา่ 1 ตนั อนุญาตให้เฉพาะพนักงานสลิงท่ีได้รับการแต่งตั้ง และผ่านการอบรม
หลกั สูตรพเิ ศษเทา่ นั้น
9.3 การปฏิบัตงานร่วมระหวา่ งหัวหน้ากบั ผชู้ ่วยในการใชเ้ ครนและสลิง ต้องมีการปรึกษาหารือใน
การเตรียมการ และวธิ ีการใชส้ ัญญาณ ผู้ช่วยต้องปฏิบตั ติ ามคาสง่ั ของหัวหน้าเสมอ
ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 6 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนคร้งั ท่ี 6/18
ชือ่ หนว่ ย ความปลอดภัยในการเคลือ่ นยา้ ยวัสดุ จานวน 3 คาบ
ชอ่ื เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในการเคลอ่ื นยา้ ยวสั ดุ
9.4 เครอ่ื งมอื ประกอบเครนและสลิง จะต้องได้รบั การตรวจสอบกอ่ นและระหวา่ งการใชง้ าน หาก
พบความผิดปกติ ให้หยุดใช้งานโดยทันที และรายงานให้หัวหน้างานทราบเพื่อทาการ
ปรับปรงุ ซ่อมแซม
9.5 หลีกเล่ียงการบรรทุกนา้ หนกั เกิน การแขวนในลักษณะทแยงมมุ และห้อยแขวนจดุ เดยี ว
9.6 ตรวจดูตะขอเก่ียวให้แน่นหนา และมีการขึงลวดอย่างถูกต้องก่อนการยกสิ่งของ เม่ือยก
น้าหนักพ้นสง่ิ ของนนั้ เล็กนอ้ ย ใหห้ ยดุ เครนแลว้ ตรวจสอบสลิงเพ่อื ความปลอดภัย
9.7 ยกน้าหนักให้สงู ขึ้น ในระดบั ทป่ี ลอดภยั ก่อนเคลือ่ นยา้ ยไป
9.8 พนักงานควบคมุ ต้องตงั้ ใจปฏิบัตงิ าน โดยไมล่ ะสายตาไปจากสวติ ช์ เม่อื ทาการยกนา้ หนกั ขน้ึ
9.9 ดาเนินการใหส้ ญั ญาณตามปกติ เพ่ือใหเ้ กิดความปลอดภยั
9.10 หา้ มพนกั งานหรอื บุคคลอื่นอยใู่ ตส้ ง่ ของทีเ่ ครนกาลังยกอยู่
9.11 เม่อื ปฏิบัตงิ านยกน้าหนกั เรยี บร้อยแลว้ ต้องจดั ใหเ้ ครนอยูใ่ นตาแหนง่ เดิมเมอื่ เริ่มตน้
10. เชือกและลวดสลิง เชือกทามาจากเส้นใยธรรมชาติหรือเส้นใยสังเคราะห์แล้วนามาถัก
รวมกนั เป็นเส้นเชอื ก ซึง่ มีคุณสมบตั ใิ นการยดื หย่นุ ได้ดโี ค้งงอไดม้ าก เหนยี ว ซ่ึงไม่ทาอันตรายตอ่ วัสดทุ ผี่ กู
เอกสารอา้ งองิ
1. หนังสอื เรยี นวชิ าอาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัสวิชา 2001–1004
บรษิ ทั ศนู ย์หนงั สือเมอื งไทย จากัด
2. เวบ็ ไซตแ์ ละสื่อส่งิ พิมพท์ ีเ่ กย่ี วข้องกบั เน้ือหาบทเรยี น
บันทึกหลงั การสอน
1. ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาทพ่ี บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป้ ัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรียน ครูผู้สอน
ใบเนื้อหาหนว่ ยท่ี 7 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนคร้ังท่ี 7/18
ชอ่ื หนว่ ย ความปลอดภยั เก่ยี วกบั ไฟฟาู จานวน 3 คาบ
ช่ือเรอื่ ง ความปลอดภยั เกย่ี วกบั ไฟฟูา
หวั ขอ้ เรื่อง
7.1 สาเหตุสาคัญของการเกิดอุบตั เิ หตุจากไฟฟาู
7.2 ขอ้ ควรระวังในการทางานเกยี่ วกบั ไฟฟาู
7.3 ความปลอดภัยในการใช้เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ไฟฟูา
7.4 ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิในการซอ่ มอุปกรณ์ไฟฟาู และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
7.5 อนั ตรายท่เี กิดจากไฟฟูาผา่ นรา่ งกาย
7.6 วิธชี ว่ ยคนถูกไฟดดู
สาระสาคญั /แนวคิดสาคญั
อุบัติเหตทุ ่ีเกดิ จากไฟฟูามีสถติ เิ กดิ ข้นึ บอ่ ยมากและนาความสูญเสยี ขนั้ รา้ ยแรงเสมอ ทั้งบาดเจ็บ เสียชีวิต
จากไฟฟาู ดูดโดยตรงและเกิดจากเพลงิ ไหม้ทมี่ าจากไฟฟูาลดั วงจร ซง่ึ สาเหตุของอุบัติเหตุมาจากตัวผู้ปฏิบัติงาน
ขาดความรคู้ วามเขา้ ใจถงึ อนั ตรายที่มาจากไฟฟูา หลักและวิธีการในการใช้และการซ่อมไฟฟูา ตลอดจนระบบ
การบรหิ ารจัดการควบคมุ ดูแลทีถ่ กู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ เพ่อื ให้การใช้ไฟฟูาเกิดความปลอดภัยต้องระมัดระวัง
ปฏบิ ตั ิตามหลกั การและขอ้ ควรปฏบิ ตั ทิ ั้งผู้ใชแ้ ละผูซ้ อ่ มเครื่องมอื เครื่องใชไ้ ฟฟูา
สมรรถนะยอ่ ย
แสดงความรู้เกีย่ วกบั ความปลอดภยั เก่ียวกับไฟฟูา
จดุ ประสงค์การปฏบิ ตั ิ
ดา้ นความรู้และทกั ษะ
1. บอกสาเหตสุ าคญั ของการเกิดอุบัติเหตุจากไฟฟูา
2. บอกขอ้ ควรระวังในการทางานเก่ียวกับไฟฟาู
3. บอกความปลอดภัยในการใชเ้ คร่อื งมือและอปุ กรณ์ไฟฟูา
4. บอกขอ้ ควรปฏิบตั ิในการซอ่ มอปุ กรณ์ไฟฟูาและอเิ ล็กทรอนิกส์
5. บอกอันตรายทเี่ กิดจากไฟฟาู ผา่ นรา่ งกาย
6. อธิบายวธิ ีชว่ ยคนถกู ไฟดูด
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
แสดงออกดา้ นการตรงตอ่ เวลา ความสนใจใฝุรู้ ความซอ่ื สัตย์ สุจรติ ความมีนา้ ใจ, แบ่งบัน
ใบเนื้อหาหน่วยที่ 7 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครงั้ ท่ี 7/18
ชื่อหน่วย ความปลอดภยั เกย่ี วกบั ไฟฟูา จานวน 3 คาบ
ชอื่ เรอื่ ง ความปลอดภยั เกย่ี วกบั ไฟฟาู
7.1 สาเหตุสาคญั ของการเกิดอบุ ัติเหตจุ ากไฟฟ้า
อนั ตรายที่เกิดจากไฟฟา้
อันตรายจากการใช้ไฟฟาู แบง่ ออกได้ 2 ทางคอื
อันตรายทางตรง คอื อันตรายที่เกิดกับตัวผู้ปฏิบัติงานโดยตรง น่ันคือ เมื่อกระแสไฟฟูารั่ว
ทาให้กระแสไฟฟูาผ่านเข้าสู่ร่างกาย หรือท่ีเรียกว่าไฟฟูาดูด อาจทาให้ถึงตายได้ อาจเน่ืองมาจากความ
รเู้ ทา่ ไม่ถึงการณ์ ความประมาณเลนิ เลอ่ หรอื เปน็ อบุ ตั เิ หตุ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มักพบบอ่ ย ๆ
กระแสไฟฟูาที่ผลิตจากโรงงานไฟฟูาฝุายผลิต ถูกส่งไปตามสาย มีกระแสสูงมาก เช่น มี
ระดบั ตั้งแต่ 2,300 โวลต์ ขึ้นไปเมื่อถูกส่งไปใช้ตามโรงงานหรือบ้านเรือน จะแปลงกระแสไฟฟูาลงมาเหลือ
380 โวลต์ และ 220 โวลต์ ซ่ึงสามารถทาอันตรายถงึ แก่ชวี ิตได้ ดังตาราง
ตาราง แสดงปริมาณกระแสไฟฟา้ และผลทมี่ ีตอ่ ร่างกาย
ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ (มลิ ลิ อาการต่อรา่ งกาย
แอมแปร)์
ตา่ กว่า 0.5 - ยงั ไม่มีผลหรือไม่รู้สึก
0.5-2.0
2.0-8.0 - ร้สู กึ จ๊ักจห้ี รอื กระตุกเลก็ นอ้ ย
8.0-20 - กระทบกระเทือนต่อระบบประสาท กลา้ มเนือ้ หดตวั เกดิ อาการ
20-50 กระตกุ แตไ่ มถ่ งึ ข้นั อนั ตราย
50-100 - กระทบกระเทือนต่อระบบประสาท เจ็บปวด กล้ามเนื้อเกรง็ หด
ตัวอยา่ งแรง บางรายไมส่ ามารถปล่อยมือใหห้ ลุดออกมาได้
- กระทบกระเทอื นต่อระบบประสาท กล้ามเนอ้ื หดตัวอย่างรนุ แรงทา
ให้ปอดทางานผดิ ปกตไิ ม่สามารถปล่อยมอื ออกได้ เกิดการ
เปลีย่ นแปลงในสมอง อาจเสียชีวิตในเวลาเพยี ง 2-3 นาที
- กระทบกระเทือนตอ่ ระบบประสาท ซึง่ อาจเปน็ อัมพาตไดช้ ั่วคราว
หวั ใจเตน้ ผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง ไม่สามารถปล่อยมือ
หลุดออกจากไฟฟูาได้ และจะเสียชวี ติ ใน 2-3 นาที
ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 7
ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความปลอดภยั เก่ยี วกบั ไฟฟูา สอนครั้งที่ 7/18
ช่อื เรอ่ื ง ความปลอดภัยเกีย่ วกับไฟฟาู จานวน 3 คาบ
ตาราง แสดงปริมาณกระแสไฟฟ้าและผลท่ีมีต่อรา่ งกาย (ต่อ)
ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ (มลิ ลิ อาการตอ่ ร่างกาย
แอมแปร์)
100-250 - หัวใจหยุดเตน้ ผวิ หนงั ไหม้ กลา้ มเน้อื ไม่ทางาน
250 ขน้ึ ไป - เปน็ แผลบริเวณสัมผัส กล้ามเน้ือหัวใจหดตัวอยา่ งแรงและหวั ใจ
หยุดเตน้ ทันที
ที่มา : เอกสารสอนชดุ วิชาหลักความปลอดภัยในการทางาน มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2537
อันตรายทางอ้อม เช่น ไฟฟูาลัดวงจร หรือเรียกว่าไฟฟูาช็อต ซ่ึงอาจทาให้เกิดเพลิงไหม้
อาคารบ้านเรือน ซงึ่ พบบอ่ ย ๆ เชน่ กนั ทาใหเ้ กิดความเสยี หายแกช่ ีวิตและทรัพย์สิน
ตวั อยา่ ง
เพลงิ ผลาญโรงานเฟอร์นเิ จอร์ เมือ่ 3 ส.ค. 2540 เวลา 03.00 น. เกิดเพลงไหม้ท่ีบริษัท สตูล
พาราวู๊ด จากัด เลขที่ 85 หมู่ 5 ต. ควนขัย อ. เมือง จ. สตูล ซ่ึงเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา
ส่งออกสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากหม้อแปลงไฟฟูาขนาดใหญ่ระเบิด สะเก็ดไฟถูกกองไม้ลูกไหม้ข้ึน โรงงาน
เสียหายหมด คิดมูลคา่ ประมาณ 100 ลา้ นบาท
สาเหตุของความไมป่ ลอดภัยในการปฏบิ ตั งิ านทเี่ กิดจากไฟฟ้า
อุบัติเหตุจากไฟฟูาเนื่องจาก สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยการกระทาท่ีไม่ปลอดภัยและ/หรือท้ังสอง
ร่วมกันซ่งึ อาจแบง่ ออกได้เป็น 3 สาเหตุใหญ่ ๆ ดังน้ี
ความบกพร่องของเคร่ืองมือ-อุปกรณ์ อุปกรณ์และเคร่ืองมือท่ีมักก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่
มอเตอร์ เครื่องควบคุม เครื่องมือไฟฟูาชนิดเคลื่อนย้ายได้ สวิตซ์ แผงไฟฟูา สะพานไฟ ปล๊ักและฟิวส์
ความบกพรอ่ งที่พบบ่อย ๆ คอื
- ความไม่เหมาะสมของสายดิน (ขนาด สายขาดหรือการต่อไม่เหมาะสม)
- เปิดทอ่ เดนิ สายหรอื กลอ่ งสวติ ซ์ไว้ ซ่งึ ภายในมีสายชารดุ หรอื สายไฟเปลอื ยสมั ผสั อยู่
- สภาพของฉนวน ผกุ รอ่ น หลุดลุ่ย เปียก เปอื้ นนา้ มันหรือเสือ่ มสภาพ
- ความบกพร่องของสวิตซ์ เตา้ รับ สายตอ่
ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 7
ช่อื วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหน่วย ความปลอดภัยเก่ียวกบั ไฟฟาู สอนคร้ังท่ี 7/18
ชือ่ เร่อื ง ความปลอดภัยเกีย่ วกบั ไฟฟาู จานวน 3 คาบ
- มอเตอรส์ กปรก แปรงถา่ ยอยู่ในตาแหนง่ ทีไ่ มเ่ หมาะสม และขาดการบารุงรักษาท้งั อปุ กรณ์
และอุปกรณ์ประกอบ
- การตอ่ เคร่ืองมือไมเ่ หมาะสม และเครือ่ งมอื ชนิดเคล่อื นย้ายไดม้ ีฉนวนชารุด
- การลดั วงจร และทาให้โครงสร้างของเคร่ืองจกั รมีกระแสไหลผ่าน เน่ืองจากการสั่นสะเทือน
ของเคร่ืองจักร
7.2 ขอ้ ควรระวังในการทางานเกี่ยวกบั ไฟฟ้า
การปฏบิ ัตงิ านท่ไี ม่ปลอดภยั การปฏบิ ัตแิ ละขั้นตอนของงานไม่ปลอดภัยทาให้เกิดอบุ ัติเหตุ
จากไฟฟูาและก่อใหเ้ กิดเพลิงไหม้ได้
- การใชอ้ ปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื และเครือ่ งมอื ชนิดเคลอ่ื นย้ายไดม้ ีทางต่อสายดนิ หรอื สาย
ดินถกู ตดั ออก
- ใช้เคร่อื งมอื -อุปกรณท์ บี่ กพร่องหรอื ตอ้ งการการซ่อมแซม
- ใชเ้ ครอ่ื งมือ-อปุ กรณ์ท่ีไมไ่ ดผ้ า่ นการทดสอบและรบั รองจากหอ้ งทดลอง
- การทาความสะอาดทไ่ี มป่ ลอดภยั ด้วยนา้ หรอื ตัวทาลายทีอ่ นั ตราย
- ใชฟ้ ิวส์ผดิ ขนาดหรือชนดิ
- การใช้อปุ กรณ์ปอู งกนั การระเบิดหรอื ปูองกันไอระเหยในบริเวณท่ีอนั ตรายอย่างไม่
เหมาะสม
- ความผดิ พลาดเก่ยี วกบั วงจรก่อนท่ีจะถกู นาไปใช้
- การผดิ พลาดเกยี่ วกับการใชอ้ ปุ กรณ์ที่เหมาะสม เชน่ ถุงมือ เสอ่ื ยาง เปน็ ต้น
สาหรับการเปน็ ฉนวนไฟฟูา และการซอ่ มแซม
- ขาดความเอาใจใสเ่ รือ่ งสญั ลักษณ์ ปูาย เก่ียวกบั อปุ กรณ์ไฟฟูากอ่ นนาไปใชง้ าน
- การติดต้ังไฟฟาู ชว่ั คราวมกั ไมป่ ฏิบัตติ ามมาตรฐานหรือขอ้ กาหนด
- การใช้อปุ กรณไ์ ฟฟาู ท่ไี มถ่ กู ตอ้ งตามวธิ ี
- การไมร่ ักษาความสะอาด เชน่ มกี ารสะสมของผา้ ขร้ี ิว้ เศษกระดาษ และขยะ
เปน็ ตน้ อยใู่ กล้อปุ กรณ์ไฟฟูา
- การปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้องอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อมอเตอร์ สายหุ้ม
ฉนวนหรืออปุ กรณ์ประกอบทางไฟฟูา
- การต่อสายไฟเข้ากับสายต่อหรือสะพานไฟโดยวิธีช่ัวคราวมากกว่าการต่อสาย
โดยตรงเขา้ สะพานไฟอยา่ งม่นั คง
ใบเนื้อหาหน่วยท่ี 7
ชอื่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื หน่วย ความปลอดภัยเก่ยี วกบั ไฟฟูา สอนคร้ังท่ี 7/18
ชอ่ื เรือ่ ง ความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟูา จานวน 3 คาบ
- ใช้บันไดโลหะในการซอ่ มแซมอุปกรณไ์ ฟฟูา
7.3 ความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานเก่ียวกับไฟฟา้
อุบตั เิ หตุทเี่ กี่ยวกบั ไฟฟาู สามารถควบคมุ ไดโ้ ดยตรงด้วยการปูองกันการขยายขอบเขตของอนั ตราย
และการกาจัดปัจจุบัน ซึง่ ในทางปฏบิ ตั ิควรใหค้ วามสนใจเร่อื งตา่ ง ๆ ตอ่ ไปนี้
1. การเลือกซื้อและใช้อุปกรณ์ เป็นเร่ืองสาคัญมากการเลือกซ้ืออุปกรณ์ท่ีได้ผ่านการทดสอบ
และรบั รองมาตรฐานจากห้องปฏบิ ตั ิการเป็นการปูองกันอนั ตรายข้นั ตน้
2. การตดิ ตงั้ อุปกรณ์ไฟฟูา การต่อสายและการติดต้งั ท้งั หมดต้องเป็นไปตามหลักและกฎความ
ปลอดภัย โดยช่างที่มีความชานาญและประสบการณ์ทางไฟฟูา และผ่านการอบรมมากแล้ว ซ่ึงมีกฎเกณฑ์
งา่ ย ๆ ทีค่ วรคานงึ ถึงคือ
3. ขนาดสายไฟฟูา สวิตซ์และอุปกรณ์ปูองกันทางไฟฟูาต้องมีขนาดถูกต้องเหมาะสมกับการ
นาไปใช้งาน
4. อปุ กรณท์ ้งั หมดต่อลงดินอยา่ งเหมาะสม
5. มกี ารปูองกนั เฉพาะที่อปุ กรณแ์ ตล่ ะตอนด้านฟิวสห์ รือวงจรตดั กระแสไฟลงดิน
6. การต่อสายไฟฟูาตอ้ งมีการปูองกันสาหรับความเสยี หาย
7. อปุ กรณ์ไฟฟาู ซึง่ ไมอ่ าจปูองกนั หรอื คลมุ ดว้ ยฉนวนไดอ้ ย่างมิดชดิ ไดจ้ ะตอ้ งอยใู่ นหอ้ งมรี ง้ั กน้ั
สามารถใส่กญุ แจได้
การตรวจอุปกรณ์เป็นระบบ จาเป็นต้องมีระบบการตรวจและมีการตรวจอย่างสม่าเสมอเก่ียวกับ
อุปกรณท์ ้ังหมด ซงึ่ สามารถตรวจได้จากการมองโดยทาเปน็ ตารางง่าย ๆ ดงั นี้
1. วสั ดเุ สยี หายหรือแตก เชน่ ฉนวน สาย ปล๊ัก สวิตช์ เตา้ รับเป็นต้น
2. การสะสมของน้ามัน นา้ ฝุนหรือสง่ิ สกปรกอื่น ๆ ใกล้ ๆ อุปกรณไ์ ฟฟาู
3. อปุ กรณท์ างานปกตหิ รือไม่
4. ปูายหรือสัญญาณเตือน และอาจมีการตรวจสอบการต่อลงดินโดยใช้เคร่ืองทดสอบท่ี
เหมาะสม การตรวจเช็คหากระแสรั่วของอุปกรณ์และวงจรไฟฟูาด้วยเมกกะโอห์มมิเตอร์ควบคู่กับการตรวจ
ด้วยการมอง
การบารงุ รักษาอยา่ งสม่าเสมอ โดยช่างผู้ท่ีมคี วามรู้ ความชานาญ
ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 7
ชือ่ วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื หนว่ ย ความปลอดภยั เกยี่ วกบั ไฟฟาู สอนครัง้ ท่ี 7/18
ชือ่ เรือ่ ง ความปลอดภยั เก่ยี วกบั ไฟฟูา จานวน 3 คาบ
การใหก้ ารศกึ ษา นอกจากใหค้ วามร้คู วามเข้าใจเก่ียวกับอันตรายที่เกิดจากไฟฟูา สาเหตุและผลของ
อุบัติเหตุจากไฟฟูา และการปฏิบัติที่ปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้หรือทางานกับเคร่ืองมืออุปกรณ์ไฟฟูารวมถึงการ
ฝกึ อบรมวิธปี ฏิบัตเิ หมอื นประสบอนั ตรายจากไฟฟูา การปฐมพยาบาลการช่วยชวี ติ ผปู้ ระสบอันตรายดว้ ย
7.4 ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิงานเกยี่ วกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์
7.4.1 การลงมือปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั ไฟฟาู ให้ตรวจหรอื วัดด้วยเครื่องมอื วา่ มกี ระแสไฟฟาู ในสายไฟหรอื
อุปกรณห์ รือไม่
7.4.2 เมื่อมีแรงเคลอ่ื นไฟฟาู ในสายหรืออปุ กรณแ์ ล้วควรต่อสายลงดินตลอดเวลาทท่ี างานกับอปุ กรณ์
ไฟฟูา
7.4.3 การตอ่ สายดินให้ต่อปลายทางดา้ นดินก่อนเสมอ จากน้ันจึงต่อปลายสายอีกข้างหนึ่งเข้ากับ
อุปกรณไ์ ฟฟูา
7.4.4 การสมั ผสั อุปกรณ์ไฟฟูาแรงตา่ ใด ๆ หากไม่แน่ใจใหใ้ ช้หลงั มอื สัมผัสก่อน
7.4.5 การจับต้องอุปกรณไ์ ฟฟูาทมี่ ไี ฟฟูาจะตอ้ งทาโดยอาศยั เครื่องมืออุปกรณ์แลวิธีทีถ่ ูกต้องเทา่ นน้ั
7.4.6 เครือ่ งมือ-เคร่ืองใช้ที่ทางานกับอุปกรณ์ไฟฟาู เช่น คีมไขควง ตอ้ งมีฉนวนหุ้มอยา่ งดีและถูก
ออกแบบมาให้ใช้กับงานไฟฟูา
7.4.7 ขณะทางานกบั อุปกรณไ์ ฟฟาู ตอ้ งมน่ั ใจว่าไมม่ สี ่วนใดของร่างกายหรอื เคร่อื งมอื ท่ใี ชส้ ัมผสั กับ
ส่วนอื่นของอุปกรณท์ ีม่ กี ระแสไฟฟูาด้วยความพลั้งเผลอ
7.4.8 การใชก้ ุญแจลอ็ คสวิตซ์ไฟฟูา การแขวนหรอื ปลดปาู ยเตอื นตอ้ งทาโดยบคุ คลคนเดียวกันเสมอ
7.4.9 หากข้ึนท่ีสูงเพ่ือทางานกับเคร่อื งไฟฟาู ควรใช้เข็มขดั นริ ภยั หากไมม่ ีอาจใช้เชอื กขนาดใหญ่
คลอ้ งเอาไว้กบั โครงสร้างหรอสว่ นหนึ่งสว่ นใดของอาคาร
7.4.10 การทางานเกีย่ วกบั อุปกรณ์ฟาู หากเปน็ ไปไดค้ วรมีผู้ชว่ ยเหลือด้วย
ในการใชห้ รือทางานกับเคร่อื งมืออปุ กรณ์ไฟฟูาควรราลกึ ไวเ้ สมอว่า ไฟฟูาควรราลกึ ไวเ้ สมอว่า ฟาู
คือ มจั จุราชทคี่ อยจ้องจะเอาชีวติ ของเราอยู่เสมอหากพลงั้ เผลอเมอ่ื ใด ไม่มีโอกาสแก้ตวั เปน็ ครัง้ ทสี่ อง
ใบเน้อื หาหน่วยท่ี 7 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครัง้ ท่ี 7/18
ชื่อหนว่ ย ความปลอดภัยเกี่ยวกบั ไฟฟาู จานวน 3 คาบ
ชอื่ เรอ่ื ง ความปลอดภยั เกย่ี วกับไฟฟาู
7.5 การช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเม่ือถูกไฟฟา้ ดูด
7.5.1 การถูกไฟดูด
ความต้านทานต่อการไหลกระแสไฟฟูาของแต่ละคนไมเ่ ทา่ กนั เม่อื ผวิ หนังแห้ง ความต้านทาน
ตอ่ ฟาู ฟาู ท้ังตวั อย่รู ะหว่าง 100,000 ถงึ 600,000 โอห์ม ร่างกายที่ผิดปกติ มีเหงื่อ หรือมีความชันตรงจุด
สมั ผัสระหวา่ งรา่ งกายกบั ข้ัวไฟฟาู ความตา้ นทานไฟฟาู อาจจะลดลงเหลือเพียง 1,000 โอห์ม หรือน้อยกว่า
จงึ มคี ากล่าววา่ “ไฟฟูาเปน็ มจั จรุ าชอยา่ งหนึ่ง ที่จ้องมองเอาชวี ิตผู้ประมาทในการใชไ้ ฟฟาู ”
อาการของผู้ถกู ไฟดูด
อาการของผู้ถูกไฟดูดน้ัน จะเกิดขึ้นขณะท่ีกระแสไฟไหลผ่านร่างกาย มีผลต่อร่างกายที่
เส้นประสาทและกล้ามเนื้อ อาการท่ีถูกไฟดูดจะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดข้ึนอยู่กับขนาด ของ
กระแสไฟฟูา ทิศทางของกระแสไฟฟูาที่ไหลผ่าน และสภาพร่างกายของผู้ถูกดูดขณะนั้น จากการทดลอง
พบว่า กระแสไฟฟาู ประมาณ 0.001 แอมแปร์ สามารถทาให้รูส้ ึกวา่ ถูกไฟดดู ถา้ กระแส 0.01 หรือ 0.02
แอมแปร์ มีผลมากพอต่อระบบการควบคุมกล้ามเน้ือของสมอง ลักษณะเช่น นี้จะทาให้คนไม่สามารถสลัด
อวัยวะสว่ นนั้นออกจากข้วั ไฟฟาู ท่กี าลงั สัมผัสได้ นอกจากนี้ ยังทาให้เนื้อเย่ือหรือหลอดเลือดบริเวณน้ันพิการ
ได้ สาหรับกระแสไฟฟูา 0.006 หรอื 0.1 แอมแปร์ ถา้ ผา่ นบรเิ วณหน้าอกเปน็ เวลามากกว่า 1 วินาที จะ
ทาใหเ้ สยี ชีวิตได้ในทนั ที
7.5.2 วิธชี ่วยคนถกู ไฟดดู
วิธีชว่ ยคนถกู ไฟฟาู ดูดซึ่งต้องปฏิบตั โิ ดยทันทีเพื่อช่วยใหผ้ ้ถู ูกไฟฟูาดูดหลุดออกจากสายไฟฟาู ให้
เรว็ ที่สุด คือการปดิ สวติ ซ์ไฟ แตถ่ ้าปิดสวติ ซ์ไฟไมไ่ ด้ใหใ้ ช้วธิ ีดังตอ่ ไปนี้
7.5.2.1 อย่าจบั ตอ้ งร่างกายผเู้ คราะหร์ ้ายโดยตรงใหส้ มถงุ มอื ยาง แลว้ ยนื บนพ้นื ท่ีไม่เป็น
ตวั นาไฟฟูา ดึงผู้ปวุ ยออกถา้ ไมม่ ถี งุ มอื ก็ต้องพนั ดว้ ยผา้ หรือสิ่งท่ไี มเ่ ปน็ ส่อื ไฟฟาู เชน่
ผา้ ยางหรอื แผ่นยาง
7.5.2.2 ใชผ้ ้าหรือเชอื กทาเปน็ บ่วงสอดแขนหรือขาของผู้ถูกไฟดูดแล้วลากออกมาหรือคลอ้ ง
สายไฟฟูาแล้วถงึ ออกมา
7.5.2.3 ใชเ้ ท้าทมี่ ีรองเท้ายางสวมใส่ ถีบตวั ผู้ถูกไฟฟูาดใู ห้หลดุ ออกไปจากสายไฟฟาู
7.5.2.4 ใชข้ วานคม ๆ ที่มีด้ามเป็นไม้ ฟันสายไฟอยา่ งแรงใหส้ ายไฟขาดทันที
7.5.2.5 ในกรณตี ดั วงจรไฟฟาู ยากให้ใชว้ ัสดุทเ่ี ปน็ ฉนวนไฟฟาู เชน่ ไมแ้ ห้งหรือแทง่ ฉนวน
แห้ง ดงึ ตัวผู้ถกู ไฟฟูาดดู ออกมาจากสายไฟให้ได้
ใบเน้อื หาหน่วยที่ 7
ชื่อวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ หนว่ ย ความปลอดภยั เกยี่ วกับไฟฟาู สอนคร้ังท่ี 7/18
ชื่อเร่ือง ความปลอดภัยเกยี่ วกบั ไฟฟูา จานวน 3 คาบ
7.5.2.6 ทาการชว่ ยหายใจด้วยการผายปอด และนวดหัวใจใหท้ ันที
7.5.2.7 รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
รปู การใชท้ ่อนไม้แห้งชว่ ยจัดผถู้ กู ไฟดูดออกจากสายไฟ
7.5.3 การปอ้ งกนั ไฟดดู
7.5.3.1 การใชถ้ งุ มอื ยางชา่ งไฟฟูา ถุงมือเป็นอุปกรณ์ปูองกันไฟฟาู ดดู อีกประเภทหนึ่งเพอ่ื ใช้
ปอู งกนั มอื และแขนจากการถูกไฟฟูาดดู โดยปกติแลว้ การใช้ปลอกแขนยางเหมาะ
สาหรับงานที่ต้องทาในท่ีแคบ ๆ หรอื ในทีท่ ่ยี ากต่อการหลกี เลี่ยงจากสายไฟฟูา เชน่
บนเสาไฟฟาู เปน็ ต้น มาตรฐานถงุ มือยางไฟฟูาถูกกาหนดไว้เปน็ 5 ระดับ คือ ท่ี
ทนแรงดันไฟฟูากระแสสลบั ได้ 5,000-10,000, 20,000, 30,000, และ 40,000
โวลตต์ ามลาดบั สามารถล้างทาความสะอาดไดด้ ้วยนา้ และสบู่ทั่วไป
รปู ถุงมือยางชา่ งไฟฟูา
ใบเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 7
ช่ือวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อหนว่ ย ความปลอดภยั เกี่ยวกับไฟฟูา สอนครั้งที่ 7/18
ช่อื เรื่อง ความปลอดภัยเกีย่ วกับไฟฟูา จานวน 3 คาบ
7.5.3.2 อย่าให้รา่ งกายเปียกนา้ หรืออยู่ในบริเวณท่ีช่ืนแฉะ ไม่ควรใช้เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์
ไฟฟูาขณะที่ผู้ใช้ไฟฟูาอยู่ในท่ีเปียกน้าหรือช้ืนแฉะ ถ้าผู้ใช้ไฟฟูาสัมผัสส่วนท่ีมี
กระแสไฟฟูารั่ว กระแสไฟฟูาจะไหลผ่านร่างกายได้งาย ส่วนมากผู้เคราะห์ร้าย
มักจะได้รบั อนั ตรายถึงชวี ิตหรือท่ีเรยี กว่า ไฟดูดตาย น่ันเอง
7.5.4 วิธปี ฐมพยาบาลผู้ถกู ไฟดดู
เมอื่ ชว่ ยเหลือผถู้ ูกไฟดดู หลดุ ออกจากวงจรกระแสไฟฟาู ไดแ้ ล้วควรทาการปฐมพยาบาลดังน้ี
7.5.4.1 ถ้าหมดสติ ให้ชว่ ยผายปอดโดยวิธเี ปุาลมเข้าปากผู้บาดเจ็บตามจังหวะการหายใจจะ
ดีที่สุด (อาจใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าบาง ๆ ปิดคั่นระหว่างปาก) ขณะเดียวกันให้ทา
การนวดแรง ๆ บนหน้าอกบริเวณหวั ใจตามจังหวะการเต้นของหัวใจ (นวดหัวใจ 5
ครงั้ /เปาุ ปาก 1 ครงั้ ) แล้วรับนาส่งโรงพยาบาลหรือรบี นาสง่ แพทย์โดยเร็ว
7.5.4.2 ถ้าถูกไฟดูดแค่เพียงเป็นบาดแผล ให้ทาการรักษาแผลเช่นเดียวกับแผลถูกน้าร้อน
ลวกหรือไฟไหม้โดยทาความสะอาดแผลด้วยน้าเกลือหรือน้าอุ่น ใช้ยารักษาแผลท่ี
เปน็ ขผ้ี ง้ึ ทาแลว้ ใชผ้ ้าปดิ บาดแผลไว้
รปู แสดงวิธกี ารผายปอดโดยวิธีเปาุ ปาก (บีบจมกู )
รูปแสดงวธิ กี ารนวดหัวใจ
เอกสารอ้างองิ
1. หนงั สอื เรียนวชิ าอาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัสวชิ า 2001–1004
บรษิ ทั ศูนยห์ นังสอื เมอื งไทย จากัด
2. เว็บไซตแ์ ละสือ่ สิง่ พมิ พท์ ีเ่ ก่ียวข้องกับเนอ้ื หาบทเรียน
บนั ทึกหลังการสอน
1. ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ผลการเรยี นของนักเรียน/ผลการสอนของครู/ปัญหาทพ่ี บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแก้ปญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ............................................... ลงชื่อ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรยี น ครผู ู้สอน
ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 8 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนคร้ังที่ 8/18
ชอื่ หนว่ ย ความปลอดภยั ในงานกอ่ สร้าง จานวน 3 คาบ
ชอ่ื เรื่อง ความปลอดภยั ในงานกอ่ สรา้ ง
หวั ขอ้ เรือ่ ง
8.1 อนั ตรายที่เกดิ จากงานก่อสร้าง
8.2 สาเหตุของอนั ตรายจากงานก่อสร้าง
8.3 หลักความปลอดภยั ในงานกอ่ สรา้ ง
สาระสาคัญ/แนวคดิ สาคัญ
งานก่อสร้างเป็นงานที่ต้องใช้เคร่ืองมือเคร่ืองจักรมากและมีขนาดใหญ่ มีคนทางานจานวนมาก
จงึ มอี นั ตรายท่ีแฝงอยู่มาก ทง้ั จากเคร่ืองจักรกล การขนย้ายวัสดุ ยานพาหนะ การทางานในท่ีสูง ไฟฟูาที่ใช้ใน
งานก่อสร้าง ผู้ปฏิบัติงาน ช่างควบคุมงาน ต้องใช้ความระมัดระวัง และใช้อุปกรณ์ปูองกันอย่างถูกต้องและ
เหมาะสม ผู้บริหารโครงการต้องให้ความเอาใจใส่กากับดูแลและจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ปูองกันอันตรายให้
เพยี งพอ
สมรรถนะย่อย
แสดงความรเู้ กี่ยวกับความปลอดภยั ในงานก่อสร้าง
จดุ ประสงค์การปฏิบตั ิ
ดา้ นความรแู้ ละทักษะ
1. อธิบายอันตรายจากการขนสง่ วสั ดุและอุปกรณก์ อ่ สร้าง
2. อธบิ ายอนั ตรายจากการตกหลน่ ของวสั ดแุ ละเคร่อื งมอื
3. อธิบายอันตรายจากการพลัดตกจากท่ีสงู
4. อธิบายอันตรายจากการใช้น่งั รา้ น
5. อธิบายอนั ตรายแฝงอน่ื ๆ ในงานก่อสรา้ ง
ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงตอ่ เวลา ความสนใจใฝรุ ู้ ความซ่อื สตั ย์ สุจรติ ความมีนา้ ใจ, แบ่งบัน
ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 8
ช่อื วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือหนว่ ย ความปลอดภัยในงานก่อสรา้ ง สอนคร้งั ท่ี 8/18
ช่อื เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในงานก่อสรา้ ง จานวน 3 คาบ
ในขณะท่ีเทคโนโลยีการก่อสรา้ งได้เตบิ โตขึ้นอยา่ งรวดเรว็ อาคารสงู สะพานขนาดใหญ่ ซงึ่ ต้องใช้
เครอ่ื งจกั ร เคร่อื งมือ อปุ กรณจ์ านวนมากขึน้ อนั ตรายทเ่ี กิดจากการใช้อุปกรณ์ก็เกดิ ข้นึ ตามมาด้วยการศกึ ษา
การปอู งกนั อนั ตรายจากงานกอ่ สร้าง จงึ มคี วามจาเป็นทีจ่ ะชว่ ยลดการเกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง ซึ่งจะเปน็
ผลดีตอ่ ทุก ๆ ฝุายในการก่อสรา้ งแต่ละคร้ัง
8.1 อนั ตรายที่เกิดจากงานกอ่ สร้าง สามารถแบง่ ได้ดังน้ี
8.1.1 อันตรายจากงานเสาเข็ม
เสาเขม็ เป็นสว่ นของโครงสร้างทอ่ี ยู่ใต้ดินทาหน้าท่ีรับน้าหนักฐานรากเพ่ือถ่ายน้าหนักของโครง
สรา้ งทั้งหมดลงส่ดู นิ ซึ่งเสาเขม็ ท่ีใช้มีหลายชนิด มีท้ังขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ แบบดอกแบบหล่อในที่ก่อสร้าง
ฯลฯ ในงานก่อสร้างทุกประเภทท่ีใช้เสาเข็มล้วนแต่มีอันตราย ทั้งนี้เพราะความมักง่าย และความรู้เท่าไม่ถึง
การณ์ เชน่
8.1.1.1 การขนสง่ เสาเขม็ เป็นอปุ กรณท์ ีม่ ีน้าหนักมาก มขี นาดใหญ่ การขนส่งเป็นเรื่องที่ต้อง
ทาอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะงานก่อสร้างท่ีอยู่ในพื้นที่คับแคบ ซึ่งอาจทาให้เสาเข็มกระแทกกับอาคาร
บ้านเรอื นหรอื ทรัพย์สนิ ของประชาชนได้
8.1.1.2 การตอกเสาเข็ม ขณะทางานตอกเสาเข็มน้ันจะเกิดเสียงดังรบกวนอยู่ตลอดเวลาหาก
เกิดปัญหาขดั ข้องใด ๆ อาจสือ่ สารกันไม่ได้ยิน และขณะทางานจะมีคนหน่ึงคอยเอาแผ่นไม้สอดวางบนหมวก
ครอบหัวเสาเข็ม เม่ือตุ้มน้าหนักยกข้ึน การทางานจะต้องสัมพันธ์กันระหว่างผู้บังคับเครื่องยนต์และผู้วางไม้
ซึ่งมกั เกดิ อุบตั ภิ ัยถกู ต้มุ น้าหนกั ที่ตอกเสาเข็มกระแทกถกู มอื หรอื เทา้ คนงานอยเู่ สมอ
8.1.1.3 สายสลิงขาดและปั้นจั่นล้ม ตุ้มน้าหนักที่ตอกเสาเข็มมีน้าหนักหลายตัน หากสลิงเก่า
หรอื มรี อยขาดอาจเกดิ อบุ ตั เิ หตุ หล่นทับคนงานได้ อีกลักษณะหนึ่งคือปั้นจ่ันล้มหรือคานหักเพราะความเก่า
หรือนา้ หนักของลูกตมุ้ กับคานไม่สมดลุ เปน็ ต้น
รปู เป็นเคร่ืองมืออันตรายอยา่ งหนง่ึ ในงานก่อสรา้ ง