The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20001-1001
วิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการสอนวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

20001-1001
วิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บนั ทึกหลงั การสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ผลการเรยี นของนกั เรียน/ผลการสอนของครู/ปัญหาทพ่ี บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแก้ปัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรยี น ครผู ู้สอน

ใบเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 15 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนครั้งท่ี 15/18
ชือ่ หน่วย การตรวจสอบความปลอดภัยและการวเิ คราะหง์ าน จานวน 3 คาบ
เพื่อความปลอดภยั
ชอ่ื เรอื่ ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะหง์ านเพือ่ ความปลอดภัย

หวั ขอ้ เรอ่ื ง
15.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องการสอบสวนอบุ ัติเหตุ
15.2 ขนั้ ตอนการดาเนนิ การสอบสวนอุบตั ิเหตุ
15.3 ปัจจัยทเ่ี กย่ี วข้องกับการสอบสวนอบุ ัติเหตุ
15.4 หลักการสาคัญในการสอบสวน
15.5 การบันทึกและรายงานผลการเกดิ อุบัติเหตุ
15.6 การวิเคราะหอ์ ุบัตเิ หตใุ นการทางาน

สาระสาคัญ/แนวคดิ สาคัญ
การตรวจความปลอดภยั เปน็ การค้นหาสาเหตหุ รอื ปัญหาทจ่ี ะกอ่ ใหเ้ กิดอนั ตราย เพื่อนาจุดบกพร่องหรือ

ปญั หามาแก้ไขก่อนทีจ่ ะมีอันตรายเกิดขึ้นโดยมีกระบวนการและวิธีการตรวจหลายระดับ ตลอดจนบุคลากรท่ี
เกี่ยวขอ้ งต้งั แต่ผ้ปู ฏิบตั งิ านจนถึงผ้บู ริหารโรงงาน การตรวจความปลอดภัยนอกจากต้องทาตามข้อกาหนดตาม
กฎหมายแลว้ ยังเป็นการสรา้ งจิตวิทยาสังคมในองค์กร สร้างความตระหนกั ในเรื่องความปลอดภัยในการทางาน

สมรรถนะย่อย: ตรวจสอบความปลอดภยั และวเิ คราะหง์ านเพ่อื ความปลอดภัย
จุดประสงค์การปฏิบตั ิ

ด้านความร้แู ละทักษะ
1. บอกวตั ถปุ ระสงค์ของการสอบสวนอบุ ัติเหตไุ ด้

2. อธบิ ายขนั้ ตอนการดาเนนิ การสอบสวนอบุ ตั ิเหตไุ ด้

3. บอกปจั จยั ที่เก่ยี วข้องกับการสอบสวนอบุ ตั ิเหตไุ ด้

4. สรุปหลักการสาคญั ในการสอบสวนได้

5. อธิบายการบนั ทกึ และรายงานผลการเกดิ อบุ ตั เิ หตไุ ด้

6. อธิบายการวิเคราะหอ์ ุบัตเิ หตใุ นการทางานได้

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 15 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอื่ วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครงั้ ท่ี 15/18
ชือ่ หนว่ ย การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะห์งาน จานวน 3 คาบ
เพอื่ ความปลอดภยั
ชื่อเรอื่ ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะหง์ านเพอ่ื ความปลอดภัย

15.1 วัตถุประสงค์ของการสอบสวนอุบัตเิ หตุ
อุบตั เิ หตุจากการทางานเป็นสงิ่ ที่ทกุ คนไม่อยากให้เกิดขน้ึ ไดต้ ลอดเวลา นาไปสคู่ วามสญู เสยี ตอ่ ชวี ิต และ
ทรัพยส์ นิ บาดเจบ็ ทุพพลภาพ ก่อใหเ้ กดิ ปัญหาต่อการดารงชีวิตของตวั ผู้ประสบอบุ ัติเหตุเองและเป็นภาระให้
ญาติพีน่ ้อง บคุ คลในครอบครวั การสอบสวนและวิเคราะห์อบุ ัตเิ หตุในการทางาน เปน็ วิธีการหน่งึ ทีจ่ ะช่วย
ปอู งกันอุบัติเหตแุ ละเป็นขอ้ มลู เพื่อวางแผน บรหิ ารจัดการ เพอ่ื ลดอุบตั ิเหตใุ ห้นอ้ ยลง

วตั ถปุ ระสงคข์ องการสวบสวนอุบตั เิ หตุ
15.1.1 เพื่อค้นหาสาเหตกุ ารเกดิ อุบัตเิ หตุและสถานการณ์ต่างๆ ท่ีอาจก่อให้เกดิ อุบัตเิ หตขุ น้ึ มา
15.1.2 เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงทเี่ ป็นมูลเหตใุ ห้ผู้ปฏิบัติงานละเลย ไมป่ ฏิบตั ิตามกฎของความ

ปลอดภัย
15.1.3 เพอื่ ปอู งกันอบุ ัตเิ หตุและส่งเสรมิ สถติ ิและวเิ คราะห์หาสาเหตขุ องการเกดิ อุบัติเหตุ
15.1.4 เพอ่ื รวบรวมขอ้ มลู ทางสถิตแิ ละการวเิ คราะห์หาสาเหตุของการเกิดอบุ ัติเหตุ
15.1.5 เพ่อื ศกึ ษาถึงการเปลย่ี นแปลงขบวนการผลิต หรอื วธิ กี ารปฏิบตั งิ านของผู้ปฏบิ ัตงิ านท่ี

ผิดพลาดจนทาใหอ้ ุบัตเิ หตเุ กิดขน้ึ
เมื่อเกิดอบุ ัติเหตุในขณะทางาน ผูป้ ระสบอุบตั เิ หตุจะตอ้ งได้รบั การช่วยเหลือโดยเร่งด่วนเปน็ อนั ดับแรก
ตอ่ จากน้นั

15.1.6 แจง้ ผคู้ วบคุม (Supervisor) ให้ทราบวา่ เกิดอบุ ัตเิ หตุขนึ้
15.1.7 แจ้งหัวหน้างานผู้ควบคุม แจ้งใหเ้ จ้าหนา้ ที่ความปลอดภัย ผู้จัดการโรงงาน หรือ

คณะกรรมการความปลอดภยั
15.1.8 ผูท้ าหนา้ ท่สี อบสวนอบุ ัติเหตุรบี ไปตรวจสอบบริเวณสถานที่เกดิ เหตุ
15.1.9 หัวหน้าผู้ควบคุมทาบันทึกรายละเอียดและรายงานอุบตั ิเหตุ
15.1.10 สง่ รายงานไปยงั หวั หน้าหนว่ ย เพ่อื ตรวจสอบความถูกตอ้ งกับสถานการณ์จรงิ อกี ครัง้ หน่ึง
15.1.11 ตรวจสอบรายงานตรงกบั ข้อเท็จจรงิ แลว้ สาเนาส่งไปยังเจา้ หนา้ ทค่ี วามปลอดภัย และ

ผู้จัดการโรงงาน
15.1.12 เจ้าหนา้ ที่ความปลอดภัยพิจารณารายงานการสวบสวนอบุ ตั ิเหตุ แสะเสนอแนะวิธกี าร

แก้ไขขอ้ บกพรอ่ งไปยงั ผู้ควบคมุ งาน เพือ่ ดาเนินการปรับปรุงแก้ไขตอ่ ไป โดยแจง้ ให้
ผจู้ ัดการโรงงานและคณะกรรมการความปลอดภยั ทราบดว้ ย

ใบเนื้อหาหน่วยที่ 15

ช่ือวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่อื หน่วย การตรวจสอบความปลอดภัยและการวิเคราะห์งาน สอนครัง้ ที่ 15/18
เพอื่ ความปลอดภยั

ชือ่ เรือ่ ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะหง์ านเพื่อความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

ปัจจยั ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับการสอบสวนอบุ ัตเิ หตุ

15.1.13 เวลา การสอบสวนอุบัตเิ หตทุ ่ีมปี ระสิทธิภาพทม่ี ากท่ีสดุ คอื ตอ้ งกระทาทนั ที ท่ีมี

อบุ ัตเิ หตุเกิดขึ้น

15.1.14 สถานท่ี การตรวจสถานในทันทีที่ได้รับแจ้งขา่ วอุบตั ิเหตุ นอกเหนอื จากการสอบข้อมูล

จากเพอื่ นรว่ มงานหรือผเู้ หน็ เหตกุ ารณ์

15.1.15 ผู้ทาการสอบสวน บุคคลที่มีหน้ารับผิดชอบและมีความเหมาะสมย่ิงในการสอบสวน

อุบัติเหตุ คือ หัวหน้างานหรือผู้ควบคุมงาน เพราะเป็นผู้อยู่ใกล้ผู้ปฏิบัติงาน มี

ความค้นุ เคยกบั ผู้ปฏบิ ัติงาน รขู้ น้ั ตอน กระบวนการผลติ ตลอดจนเครื่องจักร อุปกรณ์

ส่ิงแวดล้อมในการปฏิบัติงานสาหรับโรงงานหรือสถานประกอบการท่ีมีเจ้าหน้าที่ความ

ปลอดภัยประจา เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยควรเป็นผู้รับผิดชอบในการดาเนินการ

สอบสวน เพราะเปน็ ผทู้ ่มี คี วามรูแ้ ละประสบการณ์ในด้านนโี้ ดยเฉพาะ

15.1.16กระบวนการดาเนนิ งาน ควรมกี ารกาหนดกระบวนการทางาน แนวทางปฏิบัติ วิธีการ

สอบสวน โดยแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ เพ่ือความรวดเร็วและการปฏิบัติงานท่ีเป็นไปใน

ทิศทางเดียวกัน อนั จะนาไปสูป่ ระสทิ ธิภาพสงู สุดในการสอบสวนอุบัติเหตุ

15.2 หลักการสาคัญในการสอบสวนอบุ ัติเหตุ

การสอบสวนอุบัติเหตุตาหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทางาน หมายถึงการค้นหา

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทั้งในทางตรงและทางอ้อม เพ่ือนาผลที่ท่ีได้จากการสอบสวนอุบัติเหตุทางสถาน

ประกอบการ จะต้องทาอย่างระมัดระวังและถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของการสอบ สวนอุบัติเหตุ คือ

จะต้องเป็นการดาเนินการสอบสวนเพ่อื หาขอ้ มลู ทเ่ี ป็นจริงในการเกิดอุบัติเหตุ แตม่ ิได้หมายถึงการสอบสวนหา

ตัวผู้กระทาผิดมาลงโทษ เพราะถ้าหากมีการสอบสวนอย่างผิดวัตถุประสงค์จะทาให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความ

เข้าใจผดิ จะทาใหไ้ ดร้ ับขอ้ มูลท่ีผดิ พลาดได้

ขอ้ มูลท่จี าเปน็ ในการสอบสวน การรวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ จากการเกิดอบุ ตั ิเหตถุ า้ ข้อมูลท่ีได้ยิ่ง

มากและแหลง่ ข้อมูลทนี่ ่าเชื่อถอื ก็ย่ิงจะทาใหก้ ารสอบสวนเป็นไปอยา่ งถูกตอ้ งและมีประสิทธิภาพ ข้อมูลต่างๆ

ท่ีมคี วามจาเปน็ ต่อการสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอบุ ตั เิ หตปุ ระกอบไปดว้ ย

15.2.1ต้นเหตขุ องการเกดิ อบุ ัติเหตุ คือ การค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงว่าอุบตั ิเหตเุ กิดข้นึ จากอะไร

เช่น จากเครอ่ื งจักรกล เคร่อื งมอื สภาวะแวดล้อม ตัวผปู้ ฏิบัติงาน เป็นต้น

ใบเนอ้ื หาหน่วยที่ 15

ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอ่ื หนว่ ย การตรวจสอบความปลอดภัยและการวเิ คราะหง์ าน สอนครัง้ ท่ี 15/18
เพ่ือความปลอดภยั

ชอ่ื เร่อื ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะห์งานเพอื่ ความปลอดภัย จานวน 3 คาบ

15.2.2ต้นเหตุของการเกดิ อบุ ัติเหตุ คอื การนาข้อมลู ทไี่ ดจ้ ากการสอบสวนของการเกิดอุบัติเหตุ

มาทาการจดั แบ่งและลกั ษณะของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ เช่น อุบัติเหตุจากไฟไหม้ อุบัติจาก

การชารุดของเครื่องจกั รกลอบุ ัตเิ หตงุ านก่อสรา้ ง เป็นต้น

15.2.3สภาพการทางาน คือ การหาข้อมูลว่าสภาพการทางานส่วนใดบ้างท่ีก่อให้เกิดอันตราย

เชน่ แสงสว่าง เสยี งดงั อุณหภมู ิ การสั่นสะเทือน เปน็ ต้น

15.2.4 ลกั ษณะการบาดเจบ็ คือ การค้นหาข้อมูลลักษณะของผู้ท่ีได้รับบาดเจ็บว่ามีอาการเป็น

เช่นใด เกิดบาดแผลจากของมคี ม แผลไฟไหม้ สญู เสียอวัยวะ สูญเสยี ชีวิต เป็นตน้

15.2.5ผไู้ ดร้ ับอันตราย คอื การบันทึกข้อมูลของผู้ที่ได้รับอันตรายว่าเป็นใครบ้าง ซ่ึงจะต้องทา

การบันทกึ รายละเอียดตา่ งๆ อยา่ งชดั เจน เช่น ชื่อ สกุล แผนก อายุ เพศ ลักษณะงาน

ทท่ี าเปน็ ต้น

15.2.6ช่วงเวลาในการเกดิ อุบัติเหตุ คือ การบนั ทึกข้อมูลชว่ งระยะเวลาในการเกิดอุบัติเหตุ เช่น

วนั เดือน ปี ระยะเวลา เป็นต้น

15.2.7พื้นที่ท่ีเกิดอุบัติเหตุ คือ การค้นหาข้อมูลบริเวณท่ีเกิดอุบัติเหตุว่าพ้ืนที่ใดของสถาน

ประกอบการ

15.2.8ความสูญเสยี เปน็ การตรวจสอบและประเมนิ ค่าความสูญเสียจากการเกิดอุบตั เิ หตุ

15.2.9ผ้พู บเห็นเหตุการณ์หรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซ่ึงบุคคลเหล่าน้ี สามารถให้ข้อมูลในการเกิด

อุบัตเิ หตุได้อยา่ งถูกตอ้ ง

การสอบสวนอบุ ัตเิ หตุ เพ่ือหาขอ้ มูลท่ีนาไปส่กู ารปูองกันและการแก้ไขอันตรายจากการทางาน มี

หลกั การสาคัญดังนี้

1. ต้องดาเนินการสอบสวนทันทีภายหลังการเกิดอุบัติเหตุตุหรือภายในเวลาที่เร็วที่สุด หาก

ล่าช้าอาจทาให้ข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ สูญหายหรือคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง

หรืออาจเกิดการหลงลืมรายละเอยี ดทีส่ าคัญตา่ งๆ

2. ต้องดาเนินการสอบสวนทั้งพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบสถานที่เกิด

อบุ ตั เิ หตุควบค่ไู ปด้วย เพอื่ คน้ หาขอ้ เทจ็ จริง

3. ผู้ทาการสอบสวนต้องเป็นผู้ท่ีมีความรู้ ความคุ้นเคยกับกระบวนการผลิตทุกข้ันตอน

เคร่อื งมือ เคร่อื งจักร ตลอดส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ ในการทางานของแผนกงานท่ีเกดิ อบุ ัติเหตุ

ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 15

ชื่อวิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่อื หนว่ ย การตรวจสอบความปลอดภยั และการวิเคราะห์งาน สอนครัง้ ที่ 15/18
เพื่อความปลอดภยั

ชอ่ื เร่อื ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวิเคราะห์งานเพ่อื ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

4. ผูท้ าการสอบสวนไม่ควรเปน็ ผ้ใู ตบ้ งั คับบัญชาของหัวหนา้ งาน หรอื ผูค้ วบคมุ งานของแผนกท่ี

เกิดอบุ ตั ิเหตุ เพราอาจก่อใหเ้ กดิ ความเกรงใจทาใหไ้ ดข้ อ้ มูลทไี่ มต่ รงกบั ขอ้ เท็จจริง

5. การสอบสวนอุบัติเหตุควรจะกระทาในรูปทีมงานหรือคณะทางาน เพื่อสามารถค้นหา

สาเหตตุ า่ งๆ ของการเกิดอุบัตเิ หตุ ทัง้ ทางตรงและทางอ้อมและหามาตรการในการปูองกัน

ไข

6. ฝุายบริการต้องสร้างความเข้าใจในหมู่ผู้ปฏิบัติงานแผลแผนกที่เกิดอุบัติเหตุ ว่าการ

สอบสวน คือการค้นหาข้อเท็จจริง มิใช่ค้นหาตัวผู้กระทาความผิด เพื่อร่วมมือในการให้

ข้อมูลอนั จะนาไปสกู่ ารปูองกนั และแก้ไขปญั หาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ

7. เม่ือสอบสวนอุบัติเหตุเรียบร้อยแล้ว ต้องทารายงานพร้อมข้อเสนอแนะในการปูองกัน

อุบัติเหตุมิให้เกิดขึน้ อกี แล้วทาการติดตามผลเพ่อื ให้แนใ่ จวา่ สภาพอันตรายได้รับการแก้ไข

แลว้

8. การสอบสวนอุบัติเหตุต้องหาขอ้ มูลที่สามารถตอบคาถามต่อไปนไี้ ด้

 เกดิ เหตุจากอะไร

 สาเหตุของการเกิดเหตกุ ารณ์นั้น

 ความเสียหายที่เกดิ ข้นึ ท้ังตวั บุคคล วัสดุ-อุปกรณ์ เครื่องจักร เครอื่ งกล

 บุคคลทีเ่ หมาะสมที่สุดในการปูองกัน แกไ้ ขการเกิดอุบตั เิ หตุ

9. กระบวนการแก้ปัญหา เพ่ือปูองกันการเกิดซ้าในอนาคตความเห็นของผู้บังคับบัญชาและ

คณะกรรมการความปลอดภัย เพ่ือเป็นข้อมูลในการวางแผนเกี่ยวกับการปูองกันอันตราย

จากการทางานท่ีอาจเกิดขึ้นซ้าอีกได้อย่างสอดคล้องปับปัจจัยต่างๆ ภายในสถาน

ประกอบการ

นอกจากน้ี ข้อมูลท่ีนามาใช้ในการวิเคราะห์ในระหว่างการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุแล้ว

ยังมขี อ้ มลู อกี หลายๆ อยา่ งทจี่ ะนามาใช้เป็นประโยชนใ์ นการสอบสวนหาสาเหตุในการเกิดอุบตั ิเหตุที่อาจเกิดขึ้น

ในอนาคต การรายงานอบุ ัตเิ หตสุ ่วนใหญจ่ ะใชแ้ บบฟอร์มในการรายงาน เพราะจะเป็นการง่ายและสะดวกต่อ

การรวบรวมขอ้ มูล ซ่งึ ในแตล่ ะสถานประกอบการอาจใช้แบบฟอร์มในการรายงานที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่

กับแต่ละกิจการ

ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 15

ช่ือวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ช่อื หนว่ ย การตรวจสอบความปลอดภัยและการวิเคราะหง์ าน สอนครง้ั ที่ 15/18
เพอ่ื ความปลอดภยั

ชอ่ื เร่อื ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวิเคราะห์งานเพอื่ ความปลอดภัย จานวน 3 คาบ

15.5 การบนั ทกึ และรายงานผลการเกดิ อุบัติเหตุ

หลงั จากทกี่ ารสอบสวนอุบัติเหตุ ส่ิงสาคัญที่ต้องต่อเน่ืองคือ การบันทึกและรายงานอุบัติเหตุ เพ่ือ

รวบรวมข้อมูล และสถิติในการเกิดอุบัติเหตุ การจ่ายเงินทดแทน การวิเคราะห์อุบัติเหตุเป็นลาย

ลกั ษณ์อักษร เพ่อื เปน็ แนวทางในปูองกนั แกไ้ ขปัญหา

15.5.1 หลกั การบนั ทกึ และรายงานอบุ ัตเิ หตุ

1. ต้องการทาบนั ทึกและรายงานอบุ ัติเหตุทุกคร้ังทั้งกรณีบาดเจ็บเล็กน้อยจนถึงบาดเจ็บ

รุนแรง หรอื ไมม่ ีการบันทึกการบาดเจ็บแตก่ ่อให้เกิดความเสียหายต่อโรงงาน อุปกรณ์

เคร่ืองจกั ร

2. การบันทึกและรายงานต้องครอบคุลมหัวข้อท่ีเก่ียวกับการวิเคราะห์อุบัติเหตุ การ

สอบสวนหาสาเหตุ ขอ้ เสนอแนะในการปอู งกันและแกไ้ ข ตลอดจนการส่ังการของฝุาย

บริหาร

3. รายงานอุบัติเหตุต้องง่ายต่อการศึกษาวิเคราะห์และทาความเข้าใจ เพื่อประโยชน์

ในทางสถติ ิ การปอู งกันอบุ ัตเิ หตแุ ละการจา่ ยเงนิ ทดแทน

15.5.2 ประเภทของรายงานอบุ ตั ิเหตุ

รายงานอบุ ตั เิ หตุ โดยท่วั ไปแบ่งเปน็ 4 ประเภท ดงั นี้

1. รายงานการปฐมพยาบาล คือ รายงานท่เี กย่ี วกบั การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ บันทึกและ

รายงานโดยฝาุ ยพยาบาลของโรงงานหรือสถานพยาบาลภายนอก สาเนาของรายงานน้ี

จะถูกส่งไปที่ฝุายความปลอดภัย หรือคณะกรรมการความปลอดภัย หัวหน้างาน ผู้

ควบคมุ งานหรอื ฝาุ ยอน่ื ๆ ตามที่ผ้บู รหิ ารกาหนด

2. รายงานอุบัติเหตุของหัวหน้างานหรือผู้ควบคุมงานในแผนกที่เกิดอุบัติเหตุ ต้อง

รายงานทกุ คร้งั ท่ีเกดิ อบุ ัตเิ หตุ แม้จะเปน็ อบุ ตั เิ หตเุ พียงเล็กนอ้ ยก็ตาม

3. รายงานอุบัติเหตุประจาเดือน เป็นรายงานสรุปรวมของแผนกหรือคณะกรรมการ

ความปลอดภยั ทาให้ทราบอัตราความถีข่ องอบุ ตั ิเหตุที่เกดิ ขน้ึ ในรอบเดอื นน้ันๆ

4. รายงานสรุปประจาปี

ในการรายงานอุบัติเหตุควรมีแบบฟอร์มการรายงาน เพ่ือให้เกิดความสะดวกและ

ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ แต่ละโรงงานหรือสถานประกอบการอาจใช้แบบฟอร์มทแ่ี ตกตา่ ง

ใบเนื้อหาหนว่ ยที่ 15

ชือ่ วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอื่ หน่วย การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะห์งาน สอนครัง้ ท่ี 15/18
เพ่อื ความปลอดภัย

ช่ือเรอ่ื ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวิเคราะหง์ านเพื่อความปลอดภัย จานวน 3 คาบ

กันไป ซ่ึงส่วนใหญแ่ บบฟอร์มการรายงานอบุ ตั เิ หตุจะประกอบไปดว้ ยข้อมลู ตอ่ ไปนี้

1. ประวัตผิ ้รู ะสบอุบัติเหตุ เช่น ช่ือ-สกลุ อายุ เพศ แผนกที่สังกัด หน้าท่ีรับผิดชอบ

ประสบการณ์หรอื อายงุ าน

2. รายละเอียดเกี่ยวกับการประสบอุบัติเหตุ เช่น วัน เวลา สถานที่ ความรุนแรง

ความเสยี หาย ผูเ้ ห็นเหตุการณ์

3. รายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ เช่น ลักษณะงานทีทาขณะเกิดอุบัติเหตุ วัสดุ -

อปุ กรณ์ เคร่อื งจกั รทกี่ าลงั ใชข้ ณะเกิดอบุ ัตเิ หตุ วสั ดุหรือสารที่ทาให้เกิดอันตราย

สาเหตทุ างตรงและทางออ้ ม มีบุคคลอ่ืนเก่ียวข้องกันอย่างไร ตลอดจนรายงาน

ของฝุายแพทย์ที่ระบุลักษณะการบาดเจ็บ การปฐมพยาบาลความรุนแรง และ

ค่าใชจ้ า่ ย

4. ข้อเสนอแนะและความเห็นของผู้ทารายงานหรือผู้สอบสวนอุบัติเหตุ เพ่ือแสดง

ให้เห็นถึงความผิดพลาดในการทางาน สภาพะงานท่ีเป็นอันตรายตลอดจน

แนวทางในการปอู งกนั แกไ้ ข

รายงานอุบัติเหตุ

วันทเ่ี กดิ เหตุ 12 เม.ย. 2546 เวลา 15.00 น.

1. รายละเอยี ดของผ้บู าดเจบ็

ชอื่ -สกลุ นายสพุ จน์ อายุ 20 ปี การศกึ ษา ป.6 หนา้ ที่งาน ตัดกระดาษ

อายงุ านในแผนก 9 เดือน อ่ืน

2. ความร้ายแรงของอบุ ตั ิเหตุ

ตาย ทุพพลภาพ  พิการบางสว่ น คอื นิ้วหัวแมม่ อื

และนว้ิ ชี้ .

 ทางานไมไ่ ด้ชวั่ คราว ต้องหยุดงาน 90 วัน

3. ความเสยี หาย

 ค่ารกั ษาพยาบาล 3,500 บาท เงนิ ทดแทน

บาท

ค่าซอ่ มแซมเครือ่ งจกั ร/อุปกรณ์

บาท

อ่นื ๆ

.

4. รายละเอยี ดของการเกิดอุบัตเิ หตุ 5. การวเิ คราะห์

นายสพุ จนน์ ากระดาษเข้าเคร่ืองตดั ใช้ สาเหตุของอุบตั เิ หตุ

แผ่นเหลก็ กดทับกระดาษ ปลอ่ ยท่ลี ็อคใบมดี  การกระทาทไี่ มป่ ลอดภยั
ลงมาแต่เอามือไปดันกระดาษ พรอ้ มกบั คยุ ขาดความระมดั ระวงั .

กับเพอื่ นร่วมงานโดยไม่ระมดั ระวัง ทาให้ สภาพแวดล้อมทไี่ มป่ ลอดภัย

ใบมีดตดั นิ้วหัวแมม่ อื และนิว้ ชี้ขาด การเกิด .

อบุ ตั ิเหตุครงั้ นี้เกิดจาก ความไมร่ ะมดั ระวงั ขาดการอบรมด้านปลอดภยั .

ของคนงาน

6. ข้อเสนอแนะสาหรับการแก้ไขปอ้ งกัน

เห็นควรใหโ้ รงงานจัดฝึกอบรมคนงาน ให้

เห็นถงึ อุบัติภัยทีอ่ าจเกิดข้นึ ได้ ในขณะปฏิบัติ

การสัง่ การหรือดาเนนิ การของฝา่ ยบริหาร

โรงงานผลติ กระดาษ ผู้สอบสวนและรายงาน /

/.

ตวั อย่างแบบฟอร์มการรายงานอุบัตเิ หตุ

รายงานอบุ ัตเิ หตุ

วนั ที่เกดิ เหตุ เวลา น.

1. รายละเอียดของผบู้ าดเจ็บ

ชอื่ -สกลุ อายุ การศึกษา .

หนา้ ที่งาน อายุงานในแผนก____________อื่น_________

2. ความร้ายแรงของอบุ ัติเหตุ

ตาย ทพุ พลภาพ พกิ ารบางสว่ น คือ

ทางานไมไ่ ด้ชว่ั คราว ต้องหยดุ งาน วัน/ชั่วโมง

3. ความเสยี หาย

ค่ารักษาพยาบาล บาท

เงนิ ทดแทน บาท

คา่ ซ่อมแซมเครื่องจักร/อปุ กรณ์

4. รายละเอยี ดของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ 5. การวเิ คราะห์

สาเหตุของอบุ ตั เิ หตุ

การกระทาที่ไม่ปลอดภยั

.

สภาพแวดลอ้ มที่ไมป่ ลอดภัย

.
.

6. ขอ้ เสนอแนะสาหรับการแก้ไข

การสั่งการหรอื ดาเนินการของฝ่ายบริหาร

โรงงานผลิต ผสู้ อบสวนและรายงาน /

/.

ที่มา : วฑิ รู ย์ สิมะโชคดี และวพี งษ์ เฉลิมจริ ะรัตน์ “วศิ วกรรมการบริการความปลอดภัยในโรงงาน”

ตัวอยา่ งแบบฟอร์มการปฐมพยาบาล

รายท่ี ............................................... วนั ที่ ............................................

รายงานปฐมพยาบาล

ชอื่ ........................................................................................แผนก .................................................
ชาย หญิง อาชพี .............................. หวั หน้างานช่อื

.............................
วนั ท่ี ...................... เดอื น ....................... พ.ศ................................................
เกิดเหต.ุ .......................... เวลา ......................... น. ให้การปฐมพยาบาล .........................เวลา ......................น.
ลกั ษณะการบาดเจบ็
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

สง่ : กลบั ท่ีทางาน พบแพทย์ กลับบ้าน ไปโรงพยาบาล

ประมาณการความพกิ าร ......................... วัน

ลักษณะการทางานของพนกั งานที่เกดิ การบาดเจ็บ

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ..........................................................
ผู้ปฐมพยาบาล

ทม่ี า : สถาบันความปลอดภยั ในการทางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดกิ ารสงั คม

ตัวอยา่ งแบบฟอร์มรานงานการเกดิ อบุ ัติเหตุของหวั หนา้ งาน

รายงานอบุ ตั ิเหตขุ องผ้บู ังคบั บัญชา ลาดับท่ี

........................./25....................

ไม่มผี ู้บาดเจ็บ - มีทรพั ยส์ นิ เสียหาย โรงงาน – ส่วน ..................... บริษัท .................. รหัส...........

มีผูบ้ าดเจ็บ - มที รพั ย์สนิ เสยี หาย วนั ที่ ..................... เดอื น .................. พ.ศ. ...................

กรอกให้อา่ นออก ชัดเจน

1. ชอ่ื ผู้ประสบอุบตั ิเหตุ ………….………… 2. เลขประจาตัว ...................... 3. เพศ.........................

4. ตาแหน่งหนา้ ที่ ............................. 5. สังกัดส่วน.............................แผนก...................................

6. ประสบอุบัติเหตใุ นวนั ................ท่ี ............ เดือน .................พ.ศ. ............... 7. เวลา ....................... น.

8.สถานทีป่ ระสบอุบัตเิ หตุ .........................................................................................................................

9. ผู้รูเ้ ห็นเหตกุ ารณ์ ...................................................................................................................................

10.ทรพั ย์สนิ ชารดุ เสยี หายคอื ...........................................................................................................

.......................... ประมาณมูลค่า ........................................................... บาท

11.อบุ ตั ิเหตุเกิดขนึ้ อย่างไร (แจง้ เหตกุ ารณท์ ีเ่ กดิ ขนึ้ ใหช้ ดั เจน โดยบอกถึงสิ่งทเ่ี กิดทาใหเ้ กิดอุบัตเิ หตุ สิง่ ที่

ทาใหบ้ าดเจบ็ และสว่ นของร่างกายทไ่ี ด้รับบาดเจ็บ)

…………………………………………………… รูปประกอบ

……………………………………………………

……………………………………………………

……………………………………………………

……………………………………………………

12. สาเหตุสาคัญของการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ (โปรดทาเคร่ืองหมายหนา้ ขอ้ ทเ่ี ปน็ สาเหตุของอุบตั ิเหตุ)

ก. การกระทาท่ไี ม่ปลอดภัยของผปู้ ระสบอุบัติเหตุ หรือผู้ทีเ่ ก่ียวขอ้ งอนั เป็นเหตใุ หเ้ กิดอบุ ัติเหตุ คอื

1. ปฏิบัตงิ านโดยไมม่ หี นา้ ที่

2. ไมต่ ระเตรยี มใหป้ ลอดภัย ไม่ให้สัญญาณหรอื ใหส้ ัญญาผดิ

3. ปฏบิ ตั งิ านด้วยความเรว็ ทไี่ ม่ปลอดภยั

4. ดดั แปลงแกไ้ ขอุปกรณ์ความปลอดภัย

5. ใช้อปุ กรณเ์ คร่ืองมือท่ชี ารุด

6. ใชอ้ ปุ กรณ์หรอื วสั ดุอย่างไมป่ ลอดภยั หรือไม่ถูกตอ้ ง

7. ไมใ่ ชอ้ ปุ กรณ์ปูองกันภยั สว่ นบคุ คล

8. ไม่ใชเ้ ครือ่ งมือหรืออุปกรณ์ที่กาหนดให้

9. เก็บ บรรจุ ผสมอยา่ งไม่ปลอดภัย

10. ยก เคลือ่ นยา้ ย จบั ยึด ไมถ่ กู ตอ้ งหรอื อยา่ งไมป่ ลอดภยั

12. ปรบั ทาความสะอาด หล่อลื่น เคร่ืองจกั รขณะเคล่อื นไหว

13. ปฏบิ ัติงานผดิ ขนั้ ตอนหรอื ทางานผดิ วธิ ีหรือมีกระแสไฟฟาู ความดนั มสี ารเคมี

14. หยอกหรอื เลน่ ในขณะทปี่ ฏิบัตงิ าน

15. อนื่ ๆ ...............................................................

ข. สภาพการที่ไม่ปลอดภยั อันเปน็ เหตุใหเ้ กิดอบุ ัติเหตุ คือ

1. อุปกรณ์ เครอ่ื งจกั ร เครอ่ื งมือชารดุ

2. แตง่ กายไม่เหมาะสม

3. สภาพสิ่งแวดล้อมไม่ปลอดภัย

4. จัดเกบ็ วสั ดเุ ครือ่ งมอื เคร่ืองใชไ้ ม่ถูกต้อง

5. วธิ กี ารทางาน (ท่ีกาหนดให้) ไมป่ ลอดภยั

6. ขาดเคร่ืองกาบงั หรือไมเ่ หมาะสม

7. เกิดจากสภาพภายนอกทคี่ วบคุมไมไ่ ด้

8. อ่ืนๆ .............................................

13. การกระทาท่ไี ม่ปลอดภยั เกดิ ขนึ้ เพราะ เหตุทเ่ี กดิ สภาพไม่ปลอดภัยเพราะ (อธิบาย)

ขาดความรู้ความชานาญ ..........................................................

ร่างกายไม่สมบรู ณ์ ..........................................................

จติ ใจไมป่ กติ ..........................................................

มที ศั นคติท่ไี มป่ ลอดภัย ..........................................................

หมายเหตุ

......................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

12. อบุ ัตเิ หตุทานองนมี้ วี ิธปี ูองกนั ดงั น้ี (ความเห็นของหวั หน้างาน)

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................................... หัวหนา้ งาน

ลงช่อื ........................................................ หัวหนา้ แผนก

แพทย์ รายงานแพทย์

15.ลกั ษณะของการบาดเจ็บ ............................................................................................................

16. ความรุนแรงของการประสบอุบัตเิ หตุ ไม่ต้องหยดุ งาน หยุดงาน สญู เสีย

อวัยวะ คือ ...................................... ทุพพลภาพ ตาย

บนั ทึกเวลา / ผบู้ งั คบั บญั ชา 17. ประมาณวันทีจ่ ะตอ้ งหยดุ งาน .................... วนั
18. ประมาณคา่ รกั ษาพยาบาล ........................ บาท
นายช่าง / ผบู้ งั คบั บญั ชา
ลงช่อื .......................................................... แพทยป์ ระจาสถานพยาบาล

กรอกประวัติ ออกลาดับที่ ทาสาเนาเฉพาะหน้า 1 -2 ส่งส่วนปอู งกันอบุ ัตภิ ัย ฯ 1 ชุด
19. ผปู้ ระสบอบุ ตั ิเหตุ อายุ ......................... ปี
20. อัตราจา้ ง ............................................... บาท
21. อายงุ าน ................. ปี ....................... เดอื น
22. ครงั้ สุดท้ายประสบอบุ ัติเหตเุ มื่อวันที่ ....................... เดือน ................... พ.ศ. .........................
23. ในปนี ผี้ บู้ าดเจ็บเคยประสบอุบัติเหตุมาแล้ว ....................... ครั้ง

ลงช่ือ ..........................................................

ตรวจสอบรายงาน ให้ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะ
24.ความเหน็ ช่าง/ผบู้ ังคับบัญชา
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................................

ท่มี า : ชัยยทุ ธ ชวลิตนธิ กิ ุล “ความปลอดภัยในการทางานสาหรับเจา้ หน้าท่ี ความปลอดภัยในการทางาน เลม่
1” สถาบันความปลอดภยั ในการทางาน กรมแรงงาน

ใบเนอ้ื หาหนว่ ยที่ 15

ชือ่ วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชื่อหนว่ ย การตรวจสอบความปลอดภยั และการวเิ คราะหง์ าน สอนคร้งั ท่ี 15/18
เพ่อื ความปลอดภยั

ชอื่ เรอื่ ง การตรวจสอบความปลอดภยั และการวิเคราะหง์ านเพอื่ ความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

15.6 การวิเคราะหอ์ บุ ัตเิ หตุในการทางาน

การวิเคราะห์อบุ ัตเิ หตุจากการทางานเปน็ กิจกรรมต่อเน่ืองจากการสอบสวนอบุ ตั ิเหตุ เพือ่ วเิ คราะห์ถึง

สาเหตุของการเกดิ อบุ ัติเหตุ ซึ่งนาไปสู่การหาทางปูองกัน และปรับปรุงแกไ้ ขไม่ให้เกิดขน้ึ อกี โดยมี

วัตถุประสงคด์ ังนี้

15.6.1 เพอ่ื รวบรวมรายละเอยี ดของเกดิ อบุ ตั ิเหตุในการทางาน เชน่ วนั เวลา สถานที่ อปุ กรณ์ เครื่องมือ

เครื่องจักร ฯลฯ

15.6.2 เพ่ือทราบลักษณะของปัญหาอบุ ตั ิเหตุ สถานท่ีเกดิ อบุ ตั เิ หตุเหตใุ นสถานทปี่ ระกอบการ

15.6.3 เพ่อื ทราบถึงความจาเป็นทีจ่ ะตอ้ งมใี ครคอยควบคุมดูแลเจา้ หนา้ ท่ีความปลอดภัย

15.6.4 เพ่ือใหม้ ีการอบรมพนกั งานให้มีความปลอดภัยในการปฏิบตั ิงาน

15.6.5 เพ่อื ประเมนิ ผลความก้าวหน้าหลงั จากทมี่ กี ารฝกึ อบรมเพ่อื ความปลอดภัย

สงิ่ ทีค่ วรนามาวเิ คราะห์เพือ่ ค้นหาสาเหตขุ องอบุ ตั ิเหตุ
การวเิ คราะหอ์ ุบัตเิ หตุเพื่อนาไปส่กู ารวางแผนปอู งกันแกไ้ ขในอันตรายที่นามาซง่ึ อุบตั ิเหตนุ ั้น ส่งิ ทคี่ วร
คานงึ ถงึ ดังน้ี
1. ลักษณะและการบาดเจบ็ เชน่ นิว้ มือขาด กระดกู หัก ถกู ของมคี ม
2. สว่ นของอวัยวะทีไ่ ด้รบั บาดเจ็บ เชน่ มือ แขน ตา
3. ทมี่ าของการบาดเจ็บ เชน่ เคร่อื งจกั ร เคร่ืองมือ วัสดุสิง่ ของ พน้ื ทโ่ี รงาน
4. ตน้ เหตทุ ่ที าใหเ้ กิดอบุ ัตเิ หตุ เช่น เครอื่ งจกั ร วสั ดุอุปกรณ์ ป้ันจ่นั สารเคมี อุปกรณ์ไฟฟาู
5. สภาพที่เป็นอันตราย หมายถึง สภาวะทีท่ าใหเ้ กิดอบุ ตั เิ หตุ เชน่ เครอื่ งมือชารุด แสงสว่างไมเ่ พียงพอ
บริเวณปฏิบตั งิ านแคบ สถานทป่ี ฏบิ ัติงานไมเ่ ป็นระเบยี บ เป็นตน้
6. สว่ นของวัสดทุ ีท่ าใหเ้ กดิ อุบัติเหตุ เช่น ขน้ั บนั ไดที่ชารดุ เมอ่ื นาไปใชป้ ฏบิ ตั งิ านทาใหไ้ มป่ ลอดภัย
7. การปฏิบตั งิ านท่ไี ม่ปลอดภยั เช่น ยกของหนักเกนิ ความสามารถ ใชเ้ ครอ่ื งมอื ท่ีชารดุ ไมป่ ฏบิ ัตงิ าน
ตามกฎระเบียบ
8. ปจั จยั อนื่ ๆ เช่น เพศ อายุ ระดับดารศกึ ษา ความไมส่ มดุลของสขุ ภาพ การขาดการอบรมในการใช้
เครือ่ งมือ

เอกสารอา้ งองิ

หนงั สือเรียนวิชาอาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัสวชิ า 2001–1004

บนั ทกึ หลงั การสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ผลการเรยี นของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปัญหาทพี่ บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกป้ ญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรียน ครผู ู้สอน

ใบเน้อื หาหน่วยท่ี 16 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 สอนครัง้ ที่ 16-17/18
ชอ่ื หน่วย กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชวี อนามัยและความ จานวน 3 คาบ
ปลอดภัย
ชือ่ เร่ือง กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชวี อนามัยและความปลอดภยั

หวั ข้อเรื่อง
16.1 สาระสาคัญพระราชบญั ญัติค้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541
16.2 สาระสาคัญพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
16.3 สาระสาคัญกฎหมายความปลอดภัยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
16.4 สาระสาคัญพระราชบัญญัตโิ รงงาน พ.ศ. 2535
16.5 หนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องกับอาชวี อนามยั และความปลอดภัย

สาระสาคัญ/แนวคิดสาคัญ
จากการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ท่ีมีข้ึนอย่างรวดเร็ว จึงก่อให้เกิดปัญหา

ทางด้านสุขภาพอนามยั แก่ผปู้ ระกอบอาชพี ตา่ ง ๆ มากมาย รวมท้งั เกดิ ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย
ดังน้ัน รัฐบาล ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ท่ีเก่ียวข้องเร่ิมมองเห็นความสาคัญของปัญหาท่ีกาลังเกิดข้ึน จึงได้
พ ย า ย า ม ก า ห น ด ก ฎ เ ก ณ ฑ์ แ ล ะ อ อ ก ก ฎ ห ม า ย เ พ่ื อ คุ้ ม ค ร อ ง สุ ข ภ า พ อ น า มั ย แ ล ะ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย
ของผู้ประกอบอาชีพ สง่ ผลให้ผปู้ ระกอบอาชีพมีสมรรถภาพในการทางานมากขึ้น นามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมของประเทศต่อไป

สมรรถนะย่อย
แสดงความรเู้ กี่ยวกบั กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชีวอนามัยและความปลอดภยั

จุดประสงค์การปฏิบัติ
ดา้ นความรู้และทกั ษะ
1. สรุปสาระสาคญั พระราชบัญญตั คิ ุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
2. สรปุ สาระสาคัญพระราชบญั ญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
3. สรุปสาระสาคญั กฎหมายความปลอดภัยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
4. สรุปสาระสาคญั พระราชบัญญตั ิโรงงาน พ.ศ. 2535
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
แสดงออกด้านการตรงตอ่ เวลา ความสนใจใฝุรู้ ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีน้าใจ, แบง่ บัน

ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 16

ช่อื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชวี อนามัยและความ สอนคร้ังท่ี 16-17/18
ปลอดภยั

ช่อื เรอื่ ง กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชีวอนามยั และความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

16.1 สาระสาคญั พระราชบญั ญัติคุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541

๑. กาหนดเวลาทางานปกติในทุกประเภทงานไม่เกิน ๘ ช่ัวโมง/วัน และไม่เกิน ๔๘ ช่ัวโมง/สัปดาห์

(เดิมกาหนดตามประเภทงาน) เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายไม่เกิน ๗ ช่ัวโมง/วัน และไม่เกิน ๔๒ ชั่วโมง/

สปั ดาห์

๒. ใหจ้ ัดวนั หยดุ ประจาสปั ดาห์ไมน่ ้อยกว่า ๑ วนั /สปั ดาห์ วันหยดุ ตามประเพณีไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน/

ปี และวันหยดุ พักผอ่ นประจาปีไมน่ อ้ ยกวา่ ๖ วันทาการ/ปี วันหยุดตามประเพณีใหก้ าหนดจากวนั หยดุ

ราชการประจาปี วนั หยดุ ทางศาสนาหรอื ขนบธรรมเนียมประเพณีแหง่ ทอ้ งถ่นิ "ในกรณีลักษณะงานไมอ่ าจหยดุ

ตามประเพณีไดใ้ หต้ กลงกนั หยุดในวนั อนื่ ชดเชย หรือจา่ ยคา่ ทางานในวันหยดุ แทน"

๓. ใหส้ ทิ ธิลากิจ ลาเพือ่ ทาหมัน และลาเพ่ือฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ เพิ่มจากสิทธิ

ลาปุวย ลาเพ่อื คลอดบตุ ร และลาเพอ่ื รับราชการทหาร

๔. กาหนดพิกัดน้าหนักขั้นสูงที่ให้ลูกจ้างยก แบก หาม เพ่ือคุ้มครองท้ังลูกจ้างชาย หญิง และเด็ก

และเปน็ การสอดคล้องกบั อนุสญั ญา ILO ฉบบั ท่ี 127

๕. ขยายการคุ้มครองแรงงานหญิง โดยห้ามใช้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทางานที่เป็นอันตรายต่อ สภาวะ

การตัง้ ครรภ์ หา้ มเลิกจ้างหญิงเพราะเหตุมคี รรภ์

๖. ขยายอายุข้ันตา่ ของลูกจ้างเด็กจาก 13 ปี เป็น 15 ปี เพ่ือให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาทรัพยากร

มนษุ ย์ และอนสุ ญั ญา ILO

๗. การจ้างเด็กอายตุ า่ กว่า 18 ปี เปน็ ลูกจา้ ง ตอ้ งแจ้งต่อพนกั งานตรวจแรงงานภายใน 15 วนั

จัดทาบันทึกสภาพการจ้างกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการ และแจ้งการ

สนิ้ สดุ การจา้ งตอ่ พนกั งานตรวจแรงงานภายใน 7 วัน เพื่อให้ทราบความเคลือ่ นไหวของเด็ก ซึ่งจะเป็นประโยชน์

ตอ่ การคุ้มครองดูแลแรงงานเดก็ ผูด้ อ้ ยโอกาส

๘. ใหล้ กู จ้างเดก็ มีเวลาพกั ไม่นอ้ ยกว่า 1 ชัว่ โมง/วนั หลังจากทางานมาแลว้ ไม่เกิน 4 ช่ัวโมงและใน 4

ชว่ั โมงนน้ั ให้มเี วลาพกั ตามทีน่ ายจ้างกาหนดเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสพักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถ ขณะท่ีกาหนดเวลา

พักลกู จ้างทั่วไปไม่น้อยกวา่ 1 ชวั่ โมง/วัน ซึ่งจะจัดเวลาพักคร้ังเดียวหลังจากทางานมาแล้วไม่เกิน5 ช่ัวโมงก็ได้

หรือจดั เป็นช่วง ๆ ก็ได้โดยรวมเวลาพักทุกชว่ งแลว้ ต้องไม่น้อยกว่า 1 ชัว่ โมง เพอื่ ให้สอดคล้องกบั ทางปฏิบัติ

๙. ห้ามใช้ลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า 18 ปี ทางานในเวลาวิกาล เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ห้าม

ทางานล่วงเวลา ทางานในวันหยุด และงานบางประเภททีเ่ ปน็ ผลร้ายตอ่ เดก็ ขณะท่ลี กู จา้ งท่วั ไปนายจา้ งให้

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 16

ชอื่ วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชื่อหนว่ ย กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชวี อนามยั และความ สอนครง้ั ท่ี 16-17/18
ปลอดภยั

ชือ่ เรื่อง กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภัย จานวน 3 คาบ

ทางานล่วงเวลาหรือทางานในวันหยุดได้ ถ้าลูกจ้างยินยอม โดยมีชั่วโมงทางานไม่เกินกว่าท่ีกฎหมายกาหนด

เว้นงานบางประเภทท่นี ายจา้ ส่งั ให้ลูกจา้ งทางานทางานได้เท่าทีจ่ าเป็น แตห่ ้ามใช้ลกู จ้างทางานล่วงเวลา หรอื

ในวนั หยุดในงานทเ่ี ป็นอันตรายตอ่ สขุ ภาพและความปลอดภัยของลกู จา้ ง

๑๐. การคุ้มครองค่าตอบแทนในการทางาน ได้กาหนดประเภทหนี้ที่นามาหักค่าตอบแทนในการ

ทางานได้ และกาหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลอื การดารงชพี ของลกู จ้างไมน่ ้อยกวา่ 50% ของคา่ จา้ งในกรณี

นายจา้ งหยุดกจิ การช่วั คราว

๑๑. ปรบั ปรงุ โครงสรา้ งคณะกรรมการคา่ จา้ งใหม้ ีขอบขา่ ยทกี่ ว้างข้นึ กวา่ เดิม และปรับปรุงโครงสร้าง

อัตราค่าจา้ งข้ันต่าใหม่ โดยมีอัตราค่าจ้างขน้ั ต่า 2 ระดับ คือ

๑๑.๑ อัตราค่าจ้างขั้นต่าพื้นฐานซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างกาหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการกาหนด

อตั ราค่าจ้างข้ันตา่

๑๑.๒ อัตราค่าจา้ งขัน้ ต่าซ่งึ คณะกรรมการค่าจ้างกาหนดให้ใช้เฉพาะกิจการประเภทใดประเภทหน่ึง

หรือ ทุกประเภทหรือในท้องที่ใดท้องที่หน่ึงก็ได้ ซ่ึงมีอัตราไม่ต่ากว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่าพ้ืนฐาน ถ้าไม่มีกา ร

กาหนดอัตราค่าจา้ งขน้ั ต่าในทอ้ งท่ีใด ให้ถอื อตั ราค่าจ้างขนั้ ต่าพืน้ ฐานเปน็ อตั ราค่าจา้ งขั้นตา่ ของทอ้ งท่นี ้ัน

๑๒. กาหนดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการ ได้แก่ คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานซึ่งเป็นองค์กร

ระดับชาติ เพื่อกาหนดนโยบายสวัสดิการระดับชาติ และให้มีคณะกรรมการสวัสดิการประจาสถานประกอบ

กิจการเพื่อร่วมประชุมปรึกษาหารือกับนายจ้างเก่ียวกับการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ และ

ควบคมุ ดแู ลการจัดสวัสดกิ ารทน่ี ายจ้างจัดใหแ้ กล่ ูกจ้าง

๑๓. ให้มคี ณะกรรมการความปลอดภยั ระดบั ชาติ เพ่ือกาหนดทิศทางบริหารความปลอดภัย อาชีวอ

นามัย และสภาพแวดล้อมในการทางาน และใหม้ ีองคก์ รเอกชนให้บริการทางด้านวิชาการและเทคนิคแก่สถาน

ประกอบกิจการไดภ้ ายใต้การควบคมุ ดูแลของรัฐ

๑๔. กาหนดหา้ มนายจ้างส่ังพกั งานเพื่อสอบสวนความผิดของลูกจ้าง เว้นแต่มีข้อบังคับหรือข้อตกลง

กาหนดให้มกี ารพกั งานได้ แต่นายจ้างจะส่ังพักงานได้ไม่เกิน 7 วัน และต้องจ่ายเงินในช่วงพักงานตามอัตราที่

กาหนดซึง่ ไมต่ า่ กวา่ 50% ของค่าจา้ ง

๑๕. กาหนดอัตราคา่ ชดเชยกรณเี ลิกจ้างเปน็ 5 อตั รา คอื

ทางานครบ 120 วนั แตไ่ มค่ รบ 1 ปี ได้ค่าชดเชยไมน่ ้อยกว่าค่าจ้างอัตราสดุ ทา้ ย 30 วัน

ทางานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ 90 วนั

ทางานครบ 3 ปี แตไ่ ม่ครบ 6 ปี ได้ 180 วัน

ใบเนือ้ หาหนว่ ยที่ 16

ช่ือวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย กฎหมายและหน่วยงานด้านอาชีวอนามยั และความ สอนครงั้ ที่ 16-17/18
ปลอดภยั

ชอ่ื เรื่อง กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

ทางานครบ 6 ปี แตไ่ มค่ รบ 10 ปี ได้ 240 วนั

ทางานครบ 10 ปี ขึ้นไปได้ 300 วัน เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น ให้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามที่

กฎหมายกาหนด ทงั้ น้เี พื่อให้ความค้มุ ครองลูกจา้ งทท่ี างานมานาน ซง่ึ โอกาสท่จี ะหางานทาใหม่เป็นไปไดย้ าก

๑๖. กาหนดให้มีการจ่ายค่าชดเชยพิเศษนอกเหนือจากค่าชดเชยปกติ กรณีนายจ้างเลิก เพราะ

ปรับปรุงหนว่ ยงานกระบวนการผลติ เน่ืองจากการเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยีโดยลูกจ้างตอ้ งทางานมาครบ 6 ปีขึ้น

ไปและไดค้ ่าชดเชยพเิ ศษปลี ะไม่น้อยกวา่ 15 วัน รวมแล้วไม่เกิน 360 วัน

๑๗. ให้การคุ้มครองลูกจ้างกรณีนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปต้ังท้องท่ีอื่นซ่ึงมีผลกระทบ

สาคัญต่อการดารงชพี ตามปกตขิ องลกู จ้างหรือครอบครัว โดยให้นายจ้างบอกกล่าวล่วงหน้าและให้ลูกจ้างบอก

เลิกสัญญาจ้างได้ถ้าไม่ประสงค์จะย้ายตาม โดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษเป็นเงินช่วยเหลือ 50% ของ

คา่ ชดเชยปกติ

๑๘. จัดตงั้ กองทนุ สงเคราะหล์ ูกจา้ ง โดยให้นายจ้างท่ีไม่ได้จัดต้ังกองทุนสารองเลี้ยงชีพส่งเงินสมทบ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเท่ากับจานวนเงินสะสมที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้างนาส่งเข้ากองทุน เพ่ือจ่ายให้แก่

ลกู จ้างเมอื่ สิ้นสุดการจ้างเจตนารมณใ์ นการจัดต้งั กองทุนนี้เพ่อื สรา้ งหลักประกันในการทางานปูองกันมิให้มีการ

ยา้ ยงานบอ่ ยครงั้ และเปน็ การส่งเสรมิ ระบบการออมทรัพย์ของลกู จา้ ง

๑๙. ห้ามเรียกเงินประกันจากลูกจ้างเว้นแต่ลูกจ้างจะทางาน เก่ียวกับการเงินและทรัพย์สิน เพ่ือ

ปูองกนั มิใหน้ ายจ้างแสวงหาประโยชนจ์ ากลูกจ้างในทางมชิ อบ

๒๐. กาหนดให้บรรดาเงินตาม พ.ร.บ. น้ีท่ีนายจ้างค้างจ่ายลูกจ้างและเงินสะสม เงินสมทบกองทุน

สงเคราะห์ลูกจ้างเปน็ หน้บี รุ มิ สิทธลิ าดบั เดยี วกบั ภาษอี ากร เพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างในการได้รับชาระหน้ีมิ

ใหถ้ ูกเจ้าหนี้ในลาดบั อื่นขอรับไปหมด

๒๑. การรับเหมาค่าแรง ให้เจ้าของสถานประกอบกิจการและผู้รับเหมาค่าแรงต่างมีฐานะเป็น

นายจ้างของลกู จ้างที่ผรู้ ับเหมาค่าแรงจัดเหมา

๒๒. ถ้ามีการเปล่ียนแปลงนายจ้าง ให้นายจ้างใหม่รับไปทั้งสิทธิและหน้าท่ี ท่ีนายจ้างเดิมเคยมีต่อ

ลกู จา้ งทุกประการ เพือ่ เป็นการรบั รองสิทธขิ องลกู จ้างมใิ หถ้ กู ลดลงเนอื่ งจากมีการเปลยี่ นแปลงตวั นายจ้าง

๒๓. กาหนดให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างตามบทบัญญัติ ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 6 ว่าด้วยจ้าง

แรงงานด้วย เพือ่ ใหเ้ จา้ หน้าท่สี ามารถชว่ ยเหลอื ทางคดแี ก่ลูกจา้ งได้

ใบเนื้อหาหน่วยท่ี 16

ชอื่ วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชีวอนามยั และความ สอนคร้งั ท่ี 16-17/18
ปลอดภัย

ชอ่ื เรื่อง กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภัย จานวน 3 คาบ

๒๔. กาหนดเง่ือนไขการบอกกล่าวล่วงหน้า เพ่ือเลิกสัญญาจ้างท่ีไม่มีกาหนดระยะเวลา และถ้า

นายจ้างเปน็ ฝุายบอกกลา่ วล่วงหน้า จะต้องระบุเหตุผลในการบอกเลิกสัญญาจ้างด้วย ถ้าไม่ระบุไว้นายจ้างจะ

ยกข้อยกเว้นขน้ึ อ้างในภายหลังเพอื่ ไม่จ่ายค่าชดเชยใหแ้ กล่ ูกจา้ งไม่ได้

๒๕. กาหนดให้นายจา้ งปฏบิ ัตติ อ่ ลูกจา้ งหญิงและชายโดยเท่าเทียมกนั ในการจา้ งงาน เว้นแต่ลักษณะ

หรอื สภาพของงาน ไม่อาจปฏิบัตเิ ช่นนน้ั ได้เพอื่ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญท่ีกาหนดให้ชายและหญิง

มสี ทิ ธิเทา่ เทียมกัน

๒๖. ห้ามนายจา้ ง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทาการล่วงเกินทางเพศต่อลูกจ้าง

ซ่ึงเป็นหญิงหรือเด็ก เพ่ือเป็นการปูองปรามมิให้บุคคลดังกล่าวใช้อานาจในทางไม่ชอบโดยการกล่าวถ้อยคา

หยาบคาย วิพากษ์วจิ ารณท์ างเพศ ลวนลาม ซ่ึงพฤติการณ์บางอย่างไม่รุนแรงถึงข้ันอนาจาร แต่ไม่เหมาะสมที่

จะปฏิบัติตอ่ ลกู จา้ งหญิงและเด็ก

๒๗. ปรับปรุงบทกาหนดโทษจากเดมิ ทีก่ าหนดโทษอตั ราเดยี วเป็นการกาหนดโทษตามความหนักเบา

ของความผิดที่ไดก้ ระทา โดยมีอตั ราโทษสงู สุดจาคกุ ไม่เกนิ ๑ ปี หรือปรับไมเ่ กิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจาทั้ง

ปรับ และโทษตา่ สุดปรบั ไม่เกนิ ๕,๐๐๐ บาท และใหอ้ ธิบดกี รมสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงานและผู้ว่าราชการ

จงั หวดั หรือผซู้ ่ึงได้รบั มอบหมายจากบุคคลดังกล่าวมีอานาจเปรียบเทียบปรับการกระทาความผิดตาม พ.ร.บ.

นี้ได้ตามทเ่ี หน็ สมควร

16.2 สาระสาคัญพระราชบัญญัติเงนิ ทดแทน พ.ศ. 2537

๑. กฎหมายเก่ียวกับความสงบเรยี บร้อย (คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๒๘๓/๒๕๑๖)

๒. นายจ้างต้องจ่ายเงินทดแทนให้แก้ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิ ตามกฎหมาย เมื่อลูกจ้าง ?ประสบ

อนั ตราย? ?เจบ็ ปวุ ย? หรอื ?สูญหาย?

๓. ประสบอันตราย หมายถึง ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือผลกระทบแก่จิตใจหรือถึงแก่

ความตาย เน่อื งจากการทางานหรอื ปอู งกนั รักษาผลประโยชนใ์ หแ้ ก่นายจ้างหรอื ตามคาส่ังของ นายจ้าง

ลูกจา้ ง เปน็ ลมขณะโดยสารเครื่องบิน เน่ืองจากต้องทางานและพักผ่อนไม่เพียงพอไม่สามารถส่ง

ตัวใหแ้ พทย์ทาการรักษา ได้ทันท่วงที และถึงแก่ความตาย เป็น การประสบอันตราย (คาพิพากษาศาลฎีกา

ท่ี ๑๗๗๔/๒๕๕๐)

ลูกจ้างประสบ อุบัติเหตุขณะเดินทางไปและกลับจากทางานนอกสถานที่ทางานตามปกติตาม

คาสั่งของ นายจ้าง (คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๐๕/๒๕๕๐, ๒๖๘๗/๒๕๔๓) ขณะขับรถกลับจากตลาดเพ่ือ

ซือ้ ของไว้รบั รองแขกตามหนา้ ท่ี (คา พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๔๔๙๕/๒๕๔๖) เป็น ?การประสบอนั ตราย?

ใบเนื้อหาหน่วยที่ 16

ช่อื วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่อื หนว่ ย กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชวี อนามัยและความ สอนครั้งที่ 16-17/18
ปลอดภัย

ช่ือเรอ่ื ง กฎหมายและหน่วยงานด้านอาชีวอนามยั และความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

ลกู จา้ งเดนิ ตามหัวหน้าแผนกซ่ึงเป็นสามที ี่มีผู้ตามหาและถูกเครื่องดูดอากาศดูดแขนเข้าไป เป็นการประสบ

อนั ตราย (คาพิพากษา ศาลฎกี าที่ ๙๐๐๘/๒๕๔๙)

๔. เจ็บปุวย หมายถึง ลูกจ้างเจ็บปุวยหรือถึงแก่ความตายด้วยโรคซ่ึงเกิดข้ึนตามลักษณะของ

งานหรือสภาพของงานหรอื เนอื่ งจากการทางาน (คาพิพากษา ศาลฎีกาที่ ๕๑๒๑/๒๕๓๗) เน่ืองจากลักษณะ

งานกอ่ ให้ เกิดความเครียด ความดันโลหิตสูงมากขึ้น เสน้ โลหิตในสมองแตก (คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๖๘๓/

๒๕๓๙) เน่ืองจากทางานเครอ่ื งจักรกล สภาพเสยี งดงั ทางานมา ๑๙ วนั ไมม่ ีเวลาพกั ผ่อน เกิดความอ่อนเพลีย

และความเครียด เป็นโรคหลอดหัวใจล้มเหลียว (คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๒๕๘/๒๕๔๓) เป็นการ ?

เจบ็ ปว่ ย?

๕.ลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บปุวยหรือสูญหาย นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนเป็นราย

เดอื น อัตราร้อยละ ๖๐ ของ ค่าจ้างรายเดือน

(๑) ตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทางานได้ แต่ ไม่เกนิ ๑ ปี

(๒) ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้สาหรับ อวัยวะท่ีสูญเสีย แต่ไม่ เกิน ๑๐ ปี (๓ เดือนสาหรับ

นิ้วเท้าอ่ืนของเท้ายกเว้นนิ้วหัวแม่เท้านิ้วใดนิ้วหน่ึง ๓ เดือน และ ๑๐ ปี สาหรับแขนขาดข้าง

หนึง่ )

(๓) เปน็ เวลา ๑๕ ปี กรณที ุพพลภาพ

(๔) เป็นเวลา ๗ ปี กรณตี ายหรอื สูญ หาย

๖. กรณีทลี่ ูกจ้างตายหรือสญู หาย ผมู้ สี ทิ ธิได้รบั เงนิ ทดแทน ไดแ้ ก่ บิดา มารดา สามีหรือภรรยา

และบุตรท่ีมีอายุต่ากว่า ๑๘ ปีฯ หากไม่มีบุตรดังกล่าว ให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทนแก้ผู้ซ่ึงอยู่ในอุปการของ

ลูกจ้าง ซ่ึง ได้รบั ความเดือดรอ้ นเพราะขาดอุปการะ

การได้รับ เงินจากลูกจ้างผู้ตาย เพ่ือช่วยเหลือในฐานะผู้อยู่ร่วมบ้านเดียวกันเดือน

ละ ๒,๕๐๐ บาท โดยผู้รบั มิได้ขาดสน ไม่ เปน็ ผอู้ ยู่ในอปุ การะ (คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๔๖๓๔/๒๕๓๙)

๗.นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินทดแทน หากลูกจ้างเสพของมึนเมาหรือส่ิงเสพติดอ่ืนจนไม่สามารถ

ครองสตไิ ด้ หรอื จงใจใหต้ นเองประสบอนั ตราย

การออกเรือ ประมงไปจับปลาในน่านน้ากัมพูชา แม้ว่าอาจจะถูกยิง แต่ก็ไม่ถูกยิงเสมอไป เม่ือ

ลูกจ้างถึงแก่ความตาย เนื่องจากถูกยิง ก็ไม่อาจเล็งเห็นผลได้ว่าจะต้องถูกยิง หรือถึงแก่ความตายโดยแน่

แท้ มิใช่การจงใจทาใหต้ นประสบอันตราย (คา พิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๘๙๘/๒๕๒๓)

พระราช บญั ญตั จิ ดั ตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 16

ชื่อวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หนว่ ย กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชีวอนามยั และความ สอนครงั้ ที่ 16-17/18
ปลอดภัย

ชื่อเรอ่ื ง กฎหมายและหน่วยงานด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

มาตราต้อง ศกึ ษา

มาตรา ๘, ๙, ๔๙, ๕๒, ๕๔

ขอ้ กฎหมายนา่ สนใจ

๑. ศาลแรงงานเปน็ ศาลยตุ ิธรรมที่มี หลกั การสาคัญเพ่อื ใหค้ ู่ความในคดีแรงงานสามารถดาเนินคดี

ไปได้โดยประหยดั สะดวก รวดเร็ว และเที่ยง ธรรม

๒. การดาเนินคดีในศาลแรงงานคูค่ วามไมต่ อ้ งชาระคา่ ฤชา ธรรมเนียม

๓. คดีที่ศาลแรงงานมีอานาจพิจารณาพิพากษา ได้แก่ คดีเก่ียวกับสิทธิหน้าที่ตามสัญญาจ้าง

แรงงาน ข้อ ตกลงเก่ียวกับสภาพการจ้าง กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมาย

รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายจัดหางาน คดีอุทธรณ์คาวินิจฉัย

ของเจ้าพนักงาน ของ คณะกรรมการกฎหมายข้างต้น และของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คดีละมิด

ระหว่างนายจา้ งและลกู จา้ งสบื เน่ืองจากข้อพิพาทแรงงานหรอื เก่ียวกบั การทางานตามสัญญาจ้างแรงงาน และ

คดลี ะเมิดระหว่างลูกจา้ งกับลูกจา้ งทเี่ กิดจากการทางานในทางการท่ีจา้ ง

ในกรณีที่ กฎหมายดังกล่าวข้างต้นบัญญัติให้ร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือปฏิบัติ ตาม

ข้ันตอนหรือวิธีการท่ีกาหนดไว้ จะดาเนินการในศาลแรงงานได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการ ที่

กฎหมายดงั กล่าวบญั ญัตไิ ว้แลว้

กรณีที่ต้อง ปฏิบัติตามขั้นตอน เช่น กรณีการกระทาอันไม่เป็นธรรมตามกฎหมายแรงงาน

สัมพันธ์กรณีเรียกร้อง เงินทดแทนตามกฎหมายเงินทดแทน กรณีขอรับประโยชน์ทดแทนตามกฎหมาย

ประกันสังคมส่วนกรณีเรียกร้องสิทธิ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานน้ันไม่ต้องปฏิบัติตามข้ันตอนคงเป็น

ทางเลือกเท่า นน้ั เช่น เลือกที่จะย่นื คารอ้ งตอ่ พนกั งานตรวจแรงงานหรือเลือกท่ีจะย่ืนคาขอให้ คณะกรรมการ

สวัสดิการแรงงานพจิ ารณา เป็นตน้

คดีสว่ นแรก โจทก์ฟูองว่าจาเลยฝุาฝืนกฎหมายอันเป็นการกระทาอันไม่เป็นธรรมตาม กฎหมาย

แรงงานสัมพันธ์ โจทกม์ ิได้ยื่นคาร้องกล่าวหาต่อคณะกรรมการแรงงานสมั พันธโ์ จทก์จึงไมม่ อี านาจ ฟูอง คดีส่วน

หลงั โจทก์ฟูองว่าจาเลยเลกิ จา้ งโจทก์โดยไมเ่ ป็นธรรมตามกฎหมายจัดตง้ั ศาลแรงงานฯ ซ่ึงไม่มีกฎหมายบัญญัติ

ให้ต้องร้องเรียนหรือปฏิบัติตามขั้นตอนและ วิธีการใดก่อน โจทก์จึงมีอานาจฟูอง (คาพิพากษาศาลฎีกา

ท่ี ๑๔๙๖/๒๕๔๔)

ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 16

ชอ่ื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หนว่ ย กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชวี อนามยั และความ สอนคร้งั ท่ี 16-17/18
ปลอดภัย

ชอื่ เรื่อง กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

๔.ในกรณีทีมีปญั หาว่าคดใี ดจะอยู่ในอานาจของศาลแรงงานหรอื ไม่ ไม่วา่ จะเกิดขึ้นในศาลแรงงานหรือศาล

อ่ืน ใหอ้ ธิบดผี ูพ้ ิพากษาศาลแรงงานกลางเปน็ ผ้วู นิ จิ ฉัย คาวนิ จิ ฉัยอธกิ ารบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางให้เป็น

ที่สุด

ศาลแรงงาน พจิ ารณาคดแี ล้ววินิจฉยั เสียเองวา่ คดีระหว่างโจทก์และจาเลยไม่ยู่ในอานาจของ ศาล

แรงงานโดยไม่ส่งปัญหาดังกล่าวไปให้อธิการบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง วินิจฉัย เป็นการไม่ชอบ (คา

พิพากษาศาลฎกี าท่ี ๕๐/๒๕๔๙)

การยกข้อ ตอ่ สูว้ ่าคดอี ยู่ในอานาจพจิ ารณาของศาลแรงงานหรือไม่ต้องยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคา ให้การ

เพือ่ ใหเ้ ป็นประเดน็ ขอ้ พพิ าท หาดไม่ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นในศาลช้ันต้น แสดงว่าคู่ความยอมรับอานาจศาลนั้น

จะยกปญั หาขนึ้ ในชั้นอุธรณม์ ไิ ด้ (คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๓๖๓/๒๕๔๖)

๕. การพจิ ารณาคดีในกรณที น่ี ายจา้ งเลกิ จา้ งลกู จ้าง หาดศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างน้ันไม่เป็น

ธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานอาจส่ังให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทางานต่อไปในอัตราค่าจ้างที่ได้ รับในขณะเลิก

จ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างทางานร่วมกันต่อไปได้ ให้ศาลแรงงานกาหนดค่าเสียหายให้

นายจา้ งชดเชยใช้แทนส่วนทเี่ หลือ

การเลกิ จ้างทีไ่ ม่เป็นธรรมต่อลกู จ้าง หมายถึง

การเลกิ จ้าง โดยไม่มีสาเหตุ (คาพิพากษาศาลฎกี าที่ ๒๖๕๒/๒๕๒๓)

การเลิกจ้าง ท่ีนายจ้างต่อสู้คดีว่าไม่ได้เลิกจ้าง แต่ข้อเท็จจริงรับฟังว่านายจ้างเลิกจ้าง (คา

พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี ๔๗๘๙/๒๕๔๙)

การเลิกจ้าง โยท่ีลูกข้างมีความผิดบ้าง แต่ยังไม่สมควรท่ีจะเลิก จ้าง (คาพิพากษาศาลฎีกา

ท่ี ๑๓๔๗/๒๕๒๕)

การเลิกจา้ ง โดยนายจ้างเข้าใจว่าลูกจ้างกระทาผิด แต่ลูกจ้างมิ ได้กระทาความผิด (คาพิพากษา

ศาลฎีกาที่ ๑๔๕๘/๒๕๒๖)

การเลิกจ้าง ด้วยเหตุนอกจากที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างแรงงาน (คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๒๕๓/

๒๕๒๖)

การเลิกจ้าง ซ่ึงเป็นการลงโทษเกินระดับ (คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๖๔๘/๒๕๒๖) ไม่ เป็นไป

ตามลาดับขั้นในการลงโทษตามข้อบังคับ (คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี ๓๓๖๐/๒๕๒๖) หรือ ขัดต่อระเบียบท่ี

นายจ้างกาหนดไว้ (คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี ๒๐๖๗/๒๕๒๙)

การเลกิ จ้าง ท่ีเป็นการเลอื กปฏิบัติ (คาพิพากษาศาลฎกี าท่ี ๕๓๒๔/๒๕๓๘)

ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 16

ชอื่ วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย กฎหมายและหน่วยงานด้านอาชวี อนามัยและความ สอนครง้ั ท่ี 16-17/18
ปลอดภยั

ช่อื เรือ่ ง กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชวี อนามยั และความปลอดภยั จานวน 3 คาบ

การเลกิ จา้ ง ท่ีไม่มเี หตอุ ันจาเป็นและเพียงพอ (คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ ๔๗๙๙/๒๕๔๑) หรอื ไมม่ ีเหตุจาเป็น

และสมควร (คาพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๕๓๓/๒๕๒๙)

๖. ห้ามมิให้ศาลแรงงานพิพากษาหรือส่ังเกินไปกว่าหรือนอกจาก ท่ีปรากฏในคาฟูอง เว้นแต่

ศาลแรงงานเห็นสมควรเพอ่ื ความเป็นธรรมแก่คูค่ วามจะพพิ ากษาหรือ สัง่ เกินคาขอบังคับก็ได้

๗. คาพิพากษาหรือคาสั่งของศาลแรงงานให้อุธรณ์เฉพาะข้อใน กฎหมายไปยังศาลฎีกา

ภายใน ๑๕ วันนบั แต่วันทไ่ี ด้อ่านคาพิพากษาหรอื คาสัง่ นั้น การพจิ ารณาของศาลฎีกา

16.3 สาระสาคัญกฎหมายความปลอดภัยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย

สาระสาคัญของกฎหมาย

1. ตอ้ งจดั ทาเขตกอ่ สร้าง

2. ตอ้ งปฏบิ ัติตามรายละเอียดและคุณลักษณะของเครื่องตอกเสาเข็ม ถ้าไม่มี รายละเอียด

และคณุ ลักษณะตอ้ งใหว้ ิศวกรเป็นผูก้ าหนดเป็นหนังสอื

3. ผู้ควบคุมต้องตรวจอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนทาการตอกเสาเข็ม โดยมีบันทึกวันเวลา ที่ตรวจ

ผลการตรวจ และเกบ็ เอกสารไว้ใหเ้ จ้าหน้าทต่ี รวจสอบ

4. ตอ้ งจดั ให้มีแสงสวา่ งตามมาตรฐานที่กาหนด ขณะทางานตอกเสาเขม็ ในเวลากลางคนื

5. ตอ้ งมเี ชอื กลวดเหล็กกลา้ เหลอื อยู่ในมว้ นไมน่ ้อยกว่าสองรอบ

6. การใช้เชอื กลวดและรอกตอ้ งไดม้ าตรฐาน

7. ต้องมีผู้ควบคุมงานทาหน้าท่ีตรวจความปลอดภัยขณะทางาน ภายใต้ การควบคุมของ

วิศวกรตลอดจนตอ้ งให้มีผใู้ หส้ ญั ญาณและผ้คู วบคุม เครื่องตอกเสาเข็ม

8. พนื้ ทที่ างานรองรบั เครอื่ งตอกเสาเข็ม ต้องมั่นคงแข็งแรง

9. การเคลือ่ นที่ของเครือ่ งตอกเสาเข็ม ต้องมหี มอนรองรับได้ระดบั และแข็งแรง

10. ต้องจัดให้มีการปิดปากรูเสาเข็มท่ีมีเส้นผ่าศูนย์กลางเกินกว่า ๑๕ เซนติเมตร เมื่อแล้ว

เสร็จแต่ละหลุม

11. ห้ามมิให้ลูกจ้างทางานเกี่ยวกับเคร่ืองตอกเสาเข็มที่ชารุด หรือขณะที่มีพายุฝน หรือฟูา

คะนอง แลว้ ถ้าให้ลกู จ้างทางานบนแคร่ลอย ลกู จา้ งตอ้ งวา่ ยนา้ เป็น

12. เครื่องตอกเสาเขม็ ระบบเครือ่ งยนต์เผาไหม้ภายใน ระบบไอน้า ลม ไฮโดรลิค หรือระบบ

ดเี ซลแฮมเมอร์ ใหเ้ ปน็ ไปตามท่กี ฎหมายกาหนด

13. นายจ้างต้องจดั อุปกรณค์ ุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลใหล้ กู จ้าง ตามลกั ษณะของงาน

ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 16 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครั้งท่ี 16-17/18
ชอื่ หน่วย กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชีวอนามยั และความ จานวน 3 คาบ
ปลอดภัย
ชอ่ื เรอ่ื ง กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชีวอนามยั และความปลอดภัย

14. ลูกจา้ งตอ้ งสวมใสอ่ ปุ กรณค์ ้มุ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่นายจ้าง จัดให้ตลอดเวลา
การทางาน

16.4 สาระสาคัญพระราชบัญญตั โิ รงงาน พ.ศ. 2535

1. เหตผุ ลและวตั ถปุ ระสงค์
โดยที่ พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2512 กาหนดใหโ้ รงงานทกุ ลกั ษณะตอ้ งขออนุญาต แตต่ าม
ลกั ษณะท่เี ป็นจริง โรงงานตา่ ง ๆ มีลักษณะแตกต่างกนั โรงงานบางประเภทไมจ่ าเป็นต้องควบคมุ
ดูแลการตัง้ โรงงาน เพียงแต่ดแู ลการดาเนนิ งานเท่านัน้ คงมแี ต่โรงงานประเภทที่อาจเกดิ อันตราย
จากการประกอบกิจการเทา่ นั้นทค่ี วรจะควบคุมการจดั ตั้งอย่างเคร่งครดั และสมควรปรับปรงุ วิธี
การอนญุ าตให้เหมาะสมยง่ิ ขึ้น จึงจาเป็นตอ้ งตรา พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 นี้
2. โรงงาน หมายความวา่

2.1 อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะ
2.2 ทีใ่ ช้เครื่องจกั รมกี าลงั รวมต้ังแต่ 5 แรงมา้ ข้ึนไปหรือใช้คนงานตั้งแต่ 7 คนข้นึ ไป
โดยจะใชเ้ คร่ืองจกั รหรือไม่กต็ าม
2.3 สาหรบั ทา ผลติ ประกอบ บรรจุ ซอ่ ม ซอ่ มบารุง ทดสอบ ปรบั ปรงุ แปรสภาพ
ลาเลยี ง เกบ็ รักษา หรือทาลายสงิ่ ใด ๆ
2.4 ตามประเภทหรอื ชนดิ ของโรงงานท่กี าหนดไว้ในกฎกระทรวง(กฏกระทรวง)
ฉบนั ท่ี 1 (พ.ศ.2535) (มาตรา 5)
3. ตง้ั โรงงาน หมายความวา่
3.1 การกอ่ สรา้ งอาคารเพ่อื ติดตงั้ เคร่อื งจักรสาหรับประกอบกจิ การโรงงาน หรอื
3.2 นาเครอ่ื งจกั รสาหรบั ประกอบกจิ การโรงงานมาติดตัง้ ในอาคาร สถานท่ี หรือ
ยานพาหนะทีจ่ ะประกอบกจิ การ (มาตรา 5)
4. แบ่งโรงงานออกเปน็ 3 จาพวก
4.1 โรงงานจาพวกท่ี 1 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่สามารถประกอบ
กิจการโรงงานได้ทนั ทีตามความประสงค์
4.2 โรงงานจาพวกที่ 2 ไดแ้ ก่ โรงงานประเภท ชนดิ และขนาด ทเี่ ม่อื จะประกอบ

ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 16 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนคร้ังที่ 16-17/18
ช่ือหนว่ ย กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชีวอนามัยและความ จานวน 3 คาบ
ปลอดภยั
ช่อื เร่ือง กฎหมายและหนว่ ยงานด้านอาชวี อนามัยและความปลอดภยั

กิจการโรงงานต้องแจง้ ให้ผูอ้ นุญาตทราบกอ่ น
4.3 โรงงานจาพวกท่ี 3 ไดแ้ ก่ โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ทก่ี ารต้งั โรงงานจะ

ตอ้ งได้รับใบอนุญาตก่อน (มาตรา 7)
5. พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 มใิ หใ้ ช้บังคับแกโ่ รงงานของทางราชการท่ีดาเนินการโดย

ทางราชการ เพื่อประโยชนแ์ หง่ ความมน่ั คงและความปลอดภัยของประเทศ (มาตรา 5)
6. ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (โรงงานจาพวกท่ี 3) มอี ายกุ ารใช้ 5 ปปี ฏทิ นิ

นับแตป่ ที ่เี ร่มิ ประกอบการโรงงาน(มาตรา14)การขอตอ่ อายใุ บอนญุ าตต้องยืน่ คาขอกอ่ นวันที่ใบ
อนุญาตภายในกาหนด60วนั นับแตว่ นั ทใ่ี บอนญุ าตสิ้นอายแุ ล้วให้ถอื วา่ ไดย้ ่นื คาขอต่ออายภุ ายใน
ระยะเวลาที่กาหนด แต่เมอ่ื ไดร้ บั อนญุ าตให้ต่ออายใุ บอนญุ าตแลว้ จะตอ้ งเสยี ค่าปรบั เพมิ่ อีกร้อยละ
20 ของค่าธรรมเนียมตอ่ อายใุ บอนุญาต (มาตรา 15)

7. การขยายโรงงานได้แก่
7.1 เพม่ิ จานวน เปลีย่ นหรือเปล่ยี นแปลงเครื่องจกั รทาให้มกี าลงั รวมเพิ่มขนึ้ ตง้ั แต่

ร้อยละหา้ สิบข้นึ ไป ในกรณเี ครื่องจักรเดิมมกี าลงั รวมไมเ่ กนิ หนงึ่ รอ้ ยแรงม้า หรอื เพ่มิ ขึ้นตั้งแต่
หา้ สบิ แรงม้าขนึ้ ไป ในกรณเี ครอื่ งจกั รเดิมมกี าลังรวมเกินกว่า ร้อยแรงมา้

7.2 การเพิ่ม หรอื แก้ไขสว่ นใดสว่ นหน่ึงของอาคารโรงงาน ทาใหฐ้ านรากเดิมของ
อาคารโรงงานฐานใดฐานหนึง่ ต้องรบั นา้ หนงั เพม่ิ ขน้ึ ตัง้ แต่ห้าร้อยกโิ ลกรัมขึน้ ไป (มาตรา 18)

8. การโอนและการขอรบั โอนใบอนญุ าต
8.1 ผรู้ บั ใบอนุญาตโอนการประกอบกิจการโรงงาน ให้เช่า หรอื ใหเ้ ช่าซ้อื หรือขาย

โรงงาน ใหถ้ อื ว่าผนู้ ้นั เลิกประกอบกจิ การโรงงานต้งั แต่วนั ที่ดาเนินการดังกลา่ ว แลว้ แตก่ รณี และ
ให้ผรู้ ับโอน ผู้เชา่ หรือผู้เช่าซือ้ หรอื ผซู้ ื้อโรงงานขอรบั โอนใบอนญุ าตภายในเจ็ดวันนับแตว่ ันทีถ่ ือ
วา่ ผรู้ บั ใบอนุญาตเลิกประกอบกิจการโรงงาน (มาตรา 21)

8.2 ในกรณีผู้รับใบอนุญาตตาย ให้ทายาทหรือผจู้ ัดการมรดกยื่นคาขอต่อผู้อนญุ าต
เพ่อื รับโอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวนั นบั แตว่ นั ที่ผ้รู ับใบอนญุ าตตาย (มาตรา 22)

9. มาตรการการกาจัดดูแลโรงงาน
9.1 พนักงานเจ้าหนา้ ทีม่ อี านาจสง่ั ใหผ้ ุ้ประกอบกิจการโรงงานท่ฝี าุ ฝืนหรอื ไม่

ปฏิบตั ติ ามพระราชบญั ญัตโิ รงงานฯ โดยสงั่ ให้ระงบั การกระทาทฝ่ี าุ ฝนื หรอื แกไ้ ขหรือปรบั ปรุงหรอื

ใบเนอ้ื หาหนว่ ยท่ี 16

ช่ือวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่อื หนว่ ย กฎหมายและหน่วยงานดา้ นอาชีวอนามยั และความ สอนคร้ังที่ 16-17/18
ปลอดภัย

ชอื่ เร่อื ง กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชีวอนามยั และความปลอดภัย จานวน 3 คาบ

ป ฏิ บั ติ ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง ห รื อ เ ห ม า ะ ส ม ภ า ย ใ น ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่ ก า ห น ด ( ค า ส่ั ง ต า ม ม า ต ร า 37)

พนักงานเจ้าหน้าที่เมือได้รับอนุมัติจากปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่งปลัดมอบหมาย มีอานาจ

ผูกมัดประทับตราเคร่ืองจักร เพ่ือมิให้เคร่ืองจักรทางานในระหว่างที่พนักงานเจ้าหน้าท่ีส่ังการให้

ปรับปรงุ แกไ้ ขโรงงาน (มาตรา 37)

9.2 ปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย มีอานาจส่ังให้ผู้ประกอบ

กิจการโรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงานท้ังหมด หรือบางส่วนช่ัวคราวและให้ปรับปรุงแก้ไข

โ ร ง ง า น เ สี ย ใ ห ม่ ภ า ย ใ น ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่ ก า ห น ด ใ น ก ร ณี ดั ง น้ี ( ม า ต ร า 39)

9.2.1 เม่ือไม่มีการปฏิบัติตามคาส่ังของพนักงานเจ้าหน้าท่ีท่ีส่ังการ ตามมาตรา

37 โดยไมม่ เี หตุอันสมควร

9.2.2 การประกอบกิจการอาจก่อให้เกิด อันตรายความเสียหายหรือความเดือด

รอ้ นอยา่ งรา้ ยแรงตอ่ บุคคลหรือทรพั ยส์ ิน

ห า ก ผู้ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร โ ร ง ง า น ไ ม่ ท า ก า ร ป รั บ ป รุ ง แ ก้ ไ ข โ ร ง ง า น ภ า ย ใ น ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่

กาหนด ปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่ งปลัดกระทรวงมอบหมายมีอานาจส่ังปิดโรงงาน กรณีท่ีเป็น

โรงงานจาพวกที่ 3 คาสั่งปิดโรงงานเป็นการเพิกถอนใบอนุญาต (คาส่ังให้หยุดประกอบกิจการ

โรงงาน ใช้อานาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง คาส่ังปิดโรงงานใช้อานาจตามมาตรา 39 วรรคสาม)

10. หากราชการเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหามลพิษ หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิด

จากโรงงาน โดยขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนส่ิงแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและ

รกั ษาครุ ภาพส่ิงแวดล้อมแหง่ ชาติได้ (มาตรา 42 วรรคสอง)

11. ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จาพวกที่ 2 และโรงงานจาพวกที่ 3 ต้องชาระค่า

ธรรมเนียมรายปีทุกปีจนกว่าจะเลิกประกอบกิจการโรงงาน ถ้ามิได้ชาระค่าธรรรมเนียมภายใน

เวลาที่กาหนด ให้เสียเงินเพ่ิมอีกร้อยละห้าต่อเดือน และถ้าไม่ยินยอมชาระโดยไม่มีเหตุอันสมควร

พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ท่ี มี อ า น า จ สั่ ง ใ ห้ ยุ ค ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก า ร โ ร ง ง า น ไ ด้ จ น ก ว่ า จ ะ ไ ด้ ช า ร ะ ใ ห้ ค ร บ ถ้ ว น

(มาตรา 43)

12. ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีความผิดตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2535 ในเขต

ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร แ ล ะ ใ น ส่ ว น ภู มิ ภ า ค ต า ม ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ( ม า ต ร า 65)

13. กรณีมกี ารการกระทาความผดิ ตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2535 ใหถ้ อื วา่ บคุ คลผูอ้ าศัยอยู่

ใบเนือ้ หาหนว่ ยที่ 16 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่ือวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 สอนครงั้ ที่ 16-17/18
ชอ่ื หนว่ ย กฎหมายและหนว่ ยงานดา้ นอาชีวอนามยั และความ จานวน 3 คาบ
ปลอดภัย
ชือ่ เร่ือง กฎหมายและหน่วยงานด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั

ใกล้ชิดหรอื ตดิ กับโรงงานท่ีมีการกระทาความผิด เปน็ ผู้เสยี หายตามประมวลกฎหมายว่าดว้ ยวิธี
พิจารณาความอาญา (มาตรา 64)

14. เขตประกอบการอตุ สาหกรรม คือทอ้ งทใ่ี ดท้องหนึ่งซ่งึ รัฐมนตรีกาหนดโดยประกาศ
ในราชกิจจานเุ บกษา ให้เป็นเขตประกอบการอตุ สาหกรรม (มาตรา 30)

15. กรณีที่จะมกี ารตรวจสอบโรงงานหรือเครือ่ งจกั รเพอ่ื ปฏบิ ตั ติ ามพระราชบัญญัติน้ี
อาจกาหนดให้เอกชนเปน็ ผู้ดาเนินการจดั ทารายงานผลการตรวจสอบแทนการปฏบิ ตั ิหน้าทขี่ อง
พนกั งานเจา้ หน้าที่ก็ได้ (มาตรา 9)

16. การดาเนนิ คดผี ้กู ระทาความผดิ ตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2535 หากผตู้ อ้ งหารบั สารภาพ
ตามข้อกลา่ วหาและยนิ ยอมใหค้ ณะกรรมการเปรยี บเทียบคดีทาการเปรยี บเทยี บปรบั ถอื ว่าคดีเลิก
กันตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา หากไม่ยินยอมใหเ้ ปรยี บเทียบปรบั ก็จะถกู
ดาเนินคดีต่อไปตามกฎหมาย

ความผดิ ที่ไม่อาจกระทาการเปรยี บเทยี บคดไี ด้ คือ ความผิดตามมาตรา 50 วรรค 2
หรือมาตรา 52 วรรค2 (มาตรา 65)

17. บรรดากฎกระทรวงและประกาสกระทรวงทอี่ อกตามกฎหมายวา่ ด้วยโรงงาน (ออก
ตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2512) ใหค้ งใช้บังคับไดต้ อ่ ไปเทา่ ทไ่ี มข่ ัดหรอื แย้งกับบทบญั ญัติแห่ง พ.ร.บ.
โรงงาน 2535 (มาตรา 68)

18. โรงงานจาพวกท่ี 3 ในเขตนคิ มอตุ สาหกรรม หรือในเขตประกอบการอตุ สาหกรรม
ได้รับยกเวน้ เก่ยี วกับการขอรับใบอนญุ าต และโรงงานจาพวกที่ 2 ได้รับการยกเว้นเกยี่ วกบั การ
แจง้ ประกอบกิจการโรงงานต่อพนกั งานเจ้าหนา้ ที่ (มาตรา 30

19.เพ่อื ประโยชนใ์ นทางเศรษฐกจิ การอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อมความม่ันคงความปลอดภัยของประเทศ หรอื ของ
สาธารณชน รัฐมนตรคโดยอนุมตั ิคณะรฐั มนตรมี ีอานาจกาหนด จานวนของ
โรงงานท่จี ะให้ตงั้ หรอื ขยาย หรอื ทจี่ ะไมใ่ หต้ ั้งหรือขยายในท้องท่หี นงึ่ หรือจะกาหนดเกย่ี วกบั เร่ือง
วตั ถุดบิ กาหนดคุณภาพของผลิตภัณฑท์ ผ่ี ลิตในโรงงาน หรือกาหนดเก่ียวกบั ผลผลิตของโรงงานก็
ได้ (มาตรา 32)

บนั ทกึ หลังการสอน
1. ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของครู/ปญั หาท่ีพบ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกป้ ัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................... ลงชือ่ ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนักเรียน ครผู ู้สอน


Click to View FlipBook Version