The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20001-1001
วิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการสอนวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

20001-1001
วิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 8 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชื่อวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครง้ั ท่ี 8/18
ชื่อหน่วย ความปลอดภยั ในงานกอ่ สร้าง จานวน 3 คาบ

ชื่อเรอ่ื ง ความปลอดภัยในงานก่อสรา้ ง

8.1.2 อันตรายจากป้ันจ่นั และลฟิ ตข์ นสง่
8.1.2.1 ปนั้ จน่ั คือ เคร่อื งกลท่ใี ช้ยกของขึ้นลง และเคลอ่ื นยา้ ยไปในที่ต่าง ๆ ปนั้ จั่นที่ใช้มี

หลายชนดิ เชน่ แบบเคลอื่ นท่ไี ด้ เคล่ือนทไี่ มไ่ ด้ แบบหอสงู หรอื แบบท่ีเป็นรถ เปน็ ต้น ซงึ่ อนั ตรายทีเ่ กิด
มักจะเกดิ จากกรณีตา่ ง ๆ คอื

- วตั ถุตกลงมาขณะที่ทาการขนยา้ ย
- การบรรทกุ ของท่ีมนี ้าหนักเกนิ อัตราทก่ี าหนด
- ป้นั จน่ั ลม้ ซึ่งอาจเกดิ จากฐานรากรองรบั นา้ หนักปนั้ จน่ั ไม่แข็งแรง หรอื น้าหนกั

ทีบ่ รรทุกไมส่ มดลุ กับเคร่ืองจกั ร
- วตั ถทุ ่ีบรรทกุ แกว่างและกระแทกคนงาน
- การใหส้ ัญญาณระหวา่ งผบู้ ังคบั เครื่องยนต์กับผบู้ รรทกุ หรอื การบอกตาแหนง่ ลง

ของวัตถไุ ม่ชดั เจน
- คนงานทเี่ กาะวัตถุที่ปัน้ จน่ั ยกข้ึนอาคารสูงตกลงมารได้รบั อนั ตราย
- ขาดการตรวจสอบอปุ กรณข์ องปนั้ จ่นั
8.1.2.2 ลิฟต์ขนส่ง สว่ นใหญ่มี 2 ชนดิ คอื ใช้ขนสง่ วัสดุ อปุ กรณ์และใช้ขนสง่ คนงาน การ
เกดิ อันตรายมักมีสาเหตุมาจากลักษณะตอ่ ไปน้ี
- การตดิ ตง้ั ลิฟทไ์ ม่ได้มาตรฐาน
- ใชผ้ ิดประเภท เชน่ ใช้ลฟิ ท์ขนสง่ ผู้โดยสารมาขนของ
- บรรทุกน้าหนักเกินขนาดแลไมไ่ ดต้ รวจสภาพการใช้งานอยา่ งสม่าเสมอ
8.1.2.3 อันตรายจากรถขุดหรอื รถแทรกเตอร์
ในการทารากฐานของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หรืออาคารที่มีชั้นใต้ดินจะต้อง
ทางานในระดบั ต่ากว่าผิวดิน โดยการใชร้ ถขดุ หรอื รถแทรกเตอร์เพือ่ ขนยา้ ยดินออก อันตรายอาจเกิดจากการ
พังทลายของดนิ ทบั คนงาน หรอื อาจมีการเฉี่ยวชนกบั อปุ กรณ์อืน่ ๆ ในพ้ืนทกี่ อ่ สร้างได้

ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 8

ชือ่ วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชื่อหนว่ ย ความปลอดภัยในงานก่อสรา้ ง สอนครั้งที่ 8/18

ชือ่ เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในงานกอ่ สร้าง จานวน 3 คาบ

8.1.2.4 อันตรายจากงานน่นั ร้านและคา้ ยนั

- น่งั รา้ น คือ ทปี่ ฏบิ ัติบาน ซง่ึ จดั ไวส้ งู จากพนื้ ดนิ หรือส่วนอาคาร งานก่อสร้าง

สาหรบั เปน็ ทีร่ องรบั วสั ดุและคนงานทีก่ าลงั ปฏบิ ตั งิ านเป็นการช่วั คราว ซึง่ นั่นร้านมี 2 ประเภท คือ นั่งร้าน

ไม้ และนง่ั ร้านเหลก็ ปัจจบุ นั นีง้ านงานกอ่ สรา้ งใชน้ ่ังรา้ นที่เปน็ เหลก็ มาก เพราะแข้งแรงทนทานติดต้ังง่าย มี

ความปลอดภัยสูงกว่าไม้ที่จะมีสภาพเก่าพังได้ง่าย อย่างไรก็ตาม น่ังร้านท่ีแข็งแรงเพียงอย่างเดียวยังไม่

สามารถปูองกันอันตรายที่อาจเกิดข้ึนได้อย่างเพียงพอ เพราะอาจมีของตกลงมาจากช้ันบนทาให้คนท่ีอยู่ช้ัน

ลา่ งเกิดอนั ตรายได้ จงึ ตอ้ งมแี ผงและตาข่ายกันของตกระหว่างชน้ั และรอบนอกอาคารไวด้ ้วย

รปู น่งั ร้านในงานกอ่ สร้างอาจทาให้เกดิ อุบัติเหตุได้
- คา้ ยนั คือ สงิ่ ที่ใชค้ า้ ยันแบบหลอ่ คานหรือพื้น ซึ่งต้องมีสภาพที่แข็งแรงวัสดุท่ี
ใช้มีท้ังไม้และเหล็ก อันตรายท่ีอาจเกิดข้ึนได้ คือ การพังของน่ังรั้นและค้ายัน เพราะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่
เหมาะสม บรรทุกน้าหนกั มากเกนิ ไป ใช้งานไม่ถกู วิธี รวมทัง้ ผ้ปู ฏิบตั ิงานประมาทเลินเลอ่ ซึง่ การปูองกันควร
จะใชช้ นิ้ สว่ นทีแ่ ข็งแรง โดยมีวิศวกรควบคุมเพ่อื ความปลอดภัยของผู้ปฏบิ ัติงาน
8.1.2.5 อันตรายจากการใชไ้ ฟฟาู ที่เกยี่ วขอ้ งกับงานกอ่ สร้าง
การก่อสร้างทุกแห่งต้องใช้ไฟฟูา เพ่ือให้แสงสว่างและเป็นพลังงานของเคร่ืองจักร
เคร่ืองมือ การเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟูาท่ีมีความรุนแรงมาก โดยเฉพาะในเขตก่อสร้างเป็นเขตท่ีเกิด
อันตรายไดง้ า่ ยเนอ่ื งจากพ้ืนที่ทั่วไปมักเปียกชื้น มีโลหะท่ีเป็นสื่อไฟฟูาท่ัวไป เคร่ืองมือ เคร่ืองใช้และส่ิงของ
ตา่ ง ๆ ไมเ่ ปน็ ระเบยี บ สายไฟตดิ ตงั้ ไมไ่ ด้มาตรฐาน บางจุดไม่ใชป้ ลัก๊ ไฟ ใช้เพียงสายไฟพนั ต่อกันเทา่ น้นั

ใบเนื้อหาหน่วยท่ี 8

ชือ่ วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หนว่ ย ความปลอดภัยในงานกอ่ สรา้ ง สอนคร้ังท่ี 8/18

ชอ่ื เร่อื ง ความปลอดภัยในงานกอ่ สรา้ ง จานวน 3 คาบ

โดยเฉพาะในเขตที่พักอาศัยของพนักงาน และท่ีสาคัญในงานก่อสร้างมีการใช้ไฟฟูาพร้อมกัน ทาให้ปริมาณ

ไฟฟาู ทใ่ี ชเ้ กดิ ความสามารถของสายไฟจงึ เกดิ ไฟไหมข้ ้นึ เสมอ

8.1.2.6 อนั ตรายจากการก่อสร้างผดิ หลกั วิชา

การก่อสร้างทกุ ประเภทจะตอ้ งมวี ศิ วกรควบคมุ เพ่ือให้งานดาเนนิ ไปอยา่ งถกู ตอ้ งและ

มน่ั คงแข็งแรงตรงตามวตั ถุประสงค์ โดยจะต้องกอ่ สร้างตรงตามแบบทตี่ กลงไวใ้ ช้วสั ดุ – อุปกรณท์ ่ีระบุ เพราะ

หากผิดแบบทีก่ าหนดอาจทาให้อาคารพังทลายลงมาได้ ดังกรณีอาคารถลม่ ของโรงแรมรอยลั พลาซ่า จงั หวดั

นครราชสมี า ในปี พ.ศ. 2536 ดงั นน้ั งานกอ่ สร้างจะต้องดาเนนิ งานให้ถกู หลักวิชาการตง้ั แต่เร่มิ ตน้ เช่น

การตอกเสาเข็ม การผสมคอนกรตี การเทคานหรือพน้ื การใช้ขนาดของเหล็ก ฯลฯ โดยจะต้องไมป่ ลอ่ ย

ปละละเลย แมจ้ ะเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาคารต่าง ๆ ทสี่ รา้ งขนึ้ มานน้ั ต้องรบั น้าหนกั เพ่มิ ขึน้ อีกมากมาย

ไมว่ า่ จะเป็นส่งิ ของเครอ่ื งใชข้ องผู้อาศยั หรอื วัสดุอุปกรณ์ทอ่ี านวยความสะดวกสบาย เป็นตน้

8.2 สาเหตขุ องอันตรายทเ่ี กิดจากงานกอ่ สรา้ ง
8.2.2 สาเหตจุ ากผ้ปู ฏบิ ัติงาน
สาเหตสุ ว่ นใหญ่ของการเกดิ อุบัติเหตุในงานก่อสร้างเกดิ จากพฤติกรรมของบุคคลแทบทง้ั สนิ้ เชน่
8.2.2.1 การแต่งกายไมเ่ หมาะสม คนงานก่อสรา้ งส่วนใหญ่มักเป็นชาวชนบทที่เคยทางานใน
ภาคเกษตรกรรม ทยี่ ังยึดถอื แนวคดิ ความเชื่อแบบดั้งเดิม มีนิสัยรักความสบายและ
ทาตวั งา่ ย ๆ จงึ มกั แต่งกายตามสบายจนนาไปสกู่ ารเกิดอันตราย เช่น ใส่เสื้อปล่อย
ชาย สวมรองเท้าแตะ ผ้หู ญิงสวมผ้าถุงและผ้าคลุมหน้า ฯลฯ ซ่ึงลักษณะดังกล่าว
เมือ่ เกิดอุบตั ิเหตขุ นึ้ จึงมคี วามรุนแรงมาก เพราะไม่มีอุปกรณ์ปูองกันอันตรายหาก
เกิดการหกล้มเพาะชายเส้ือหรือผ้าถุงเกี่ยวกับส่ิงต่าง ๆ อาจจะทาให้ตกจากอาคาร
หรอื การสวมรองเทา้ แตะอาจทาใหล้ ่นื หรอื เหยยี บเศษเหล็กและตะปูได้
8.2.2.2 ไม่ใช้อุปกรณ์ปูองกันอันตราย เพราะคนงานก่อสร้างจะอ้างว่าเกะกะน่าราคาญ
ทางานไมส่ ะดวก จงึ ทาให้เสียชวี ติ เม่อื เกิดอบุ ตั เิ หตุ
8.2.2.3 ความประมาณและความมักง่าย อุบัติเหตุสามารถปูองกันได้ แต่บางครั้ง คนงาน
กลบั คิดว่าไม่มอี นั ตรายใด ๆ จงึ ไมค่ ดิ ปูองกัน เช่น
- การตกจากที่สงู ไมว่ า่ จะเป็นการตกจากปั้นจั่นหรือการข้ามไปยังจุดอ่ืน โดยไม่
ใชบ้ นั ได ซ่งึ ถือวา่ เป็นความมักง่าย เพราะการใช้ป้ันจ่ันอาจจะเกิดแรงกระแทก
ทาใหต้ กลงมาการเปลี่ยนตาแหน่งทางานอาจทาใหก้ ้าวพลาดเป็นอนั ตรายได้

ใบเนอ้ื หาหนว่ ยที่ 8

ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย ความปลอดภยั ในงานก่อสร้าง สอนครัง้ ท่ี 8/18

ชื่อเรอื่ ง ความปลอดภัยในงานก่อสรา้ ง จานวน 3 คาบ

- การใช้เครื่องมือ เคร่ืองจักรท่ีไม่ปลอดภัยจากความมักง่ายและประมาณทาให้

ผปู้ ฏิบตั ิงานไมป่ รบั ปรงุ แก้ไขเม่อื พบสิ่ง ผิดปกติเพราคิดว่าเพียงเล็กน้อยและใช้

อีกเพยี งไม่ก่คี รั้ง

- ผู้ปฏิบัติงานถอดอุปกรณ์ปูองกันอันตรายท่ีติดต้ังมาพร้อมกับเคร่ืองมือหรือ

เครื่องจักรออก เม่ือมีการซ่อมแซม หรือเพ่ือให้สะดวกในการใช้งาน แล้วไม่

สามารถประกอบเขา้ ที่เดิมได้ ทาใหข้ าดอุปกรณป์ อู งกันอนั ตราย

- ใช้เครื่องมือ เครื่องจักรผิดประเภท โดยไม่ดูความเหมาะสม เช่น การตัด

เหลก็ เส้น ผปู้ ฏิบัติงานทม่ี ักงา่ ยไมย่ อมเสียเวลานามาตดั ด้วยเคร่ืองเพราะเห็นว่า

อยู่ไกลอาจใช้ไฟจากแก๊สเผาให้ร้อนและให้วิธีงอเหล็กไปมาให้ขาดด้วยมือ ซึ่ง

อาจเกิดอันตรายจากความร้อนได้

- ใช้เครื่องเกินขีดความสามารถ เครื่องมือต่าง ๆ ถูกสร้างมาให้ใช้รับน้าหนักได้

ตามกาหนด ผู้ใช้จะบรรทุกส่ิงของเกินขนาดเพราะกลัวเสียเวลา เช่น การใช้

ปั้นจั่นยกของหรือการใช้ลิฟท์ ซึ่งหากบรรทุกของในปริมาณมากกว่าที่กาหนด

อาจทาใหล้ วดสลงิ ขาดและเปน็ อันตรายได้

8.2.3 สาเหตุจากอุปกรณ์และเคร่อื งมือ

8.2.3.1 เครอื่ งจกั รและอปุ กรณช์ ารุด ซ่ึงอาจจะเป็นเพราะใชม้ าเป็นเวลานาน เชน่ นั่งร้านมี

ส่วนทีห่ กั หรือเก่าเกนิ ไป

8.2.3.2 อะไหลท่ ใ่ี ช้ในเคร่ืองจักรไม่ครบถ้วน บางคร้ังใช้วัสดุอ่ืนทดแทน เช่น ไม้แทนตะปู

เมอื่ เกดิ แรงเหวย่ี งของเคร่ืองจักรอาจทาให้เกิดอันตรายได้ หากอุปกรณ์นั้นแตกหรือ

หัก

8.2.3.3 ใส่อุปกรณ์ไม่ครบถ้วน เม่ือซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะหลงลืม

หรือทาวัสดุ-อุปกรณ์หล่นหาย

8.2.3.4 การตดิ ตั้งเคร่อื งจกั ร เคร่ืองจกั รทีเ่ ปน็ อันตรายได้ไดร้ บั การควบคมุ จากวิศวกรหรือไม่

ตดิ ตัง้ ตามหลักวชิ าการทถี่ ูกตอ้ ง

8.2.3.5 ระบบการเดินสายไฟฟาู ในเคร่ืองจักรสับสน เชน่ การตอ่ สายผิด ทาให้เคร่ืองจักรไม่

ทางานหรือเกิดไฟฟาู ชอ็ ตได้

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 8

ช่ือวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชื่อหน่วย ความปลอดภยั ในงานก่อสร้าง สอนครัง้ ท่ี 8/18

ชอ่ื เร่อื ง ความปลอดภัยในงานกอ่ สร้าง จานวน 3 คาบ

8.2.4 สภาพแวดลอ้ ม

สว่ นใหญแ่ ลว้ งานก่อสรา้ งใช้เวลาในการดาเนินงานนาน บางโครงการใชเ้ วลาถึงหนึง่ ปีหรอื

หลายปี สภาพการทางานเกิดความไมเ่ หมาะสมและเกิดอันตรายไดง้ า่ ย เช่น

8.2.4.1 บริเวณก่อสร้าง บริเวณก่อสร้างมีวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ วาง

เกะกะไม่เป็นระเบียบ ทาให้เกิดการหกล้มเหยียบวัสดุมีคมอยู่เสมอ สายไฟฟูา

เกะกะท้ังในอาคารและพ้นื ดนิ ทาใหเ้ กดิ การร่วั ไดง้ า่ ย

8.2.4.2 พ้ืนท่ีเฉอะแฉะ เพราะต้องอยู่กับพื้นดิน ซ่ึงบางโครงการต้องขุดดินเป็นพื้นท่ีลึก

ต้องตอกเสาเข็มหรือในช่วงฤดูฝนท่ีต้องทางานในพื้นที่ท่ีมีน้าขัง และวัสดุไม่แห้ง

ก่อใหเ้ กิดการเป็นตวั นาไฟฟูาไดด้ ี

8.2.4.3 เป็นแหล่งแพร่เชอ่ื โรค โดยเฉพาะเขตท่ีพักอาศัยของคนงานท่ีอยู่กันอย่างแออัดขาด

การรักษาดูแล ท้ิงเศษขยะในเขตท่ีอาศัยทาให้มีกลิ่นเห็น แลท่ีสาคัญในเขต

ปฏบิ ัตงิ านมีผงฝนุ ท่ีเกิดจากวตั ถุ ดิน ปูนซเี มนตม์ าก

8.2.4.4 พนื้ ทที่ างานไมเ่ หมาะสม เชน่ คับแคบเกินไป สูงเกนิ ไป บางคนต้องทางานในพ้ืนที่

สูงหลายสิบช้นั หรอื ในเขตนอกอาคาร ซ่งึ เกดิ อันตรายไดง้ า่ ยท่ีสดุ

8.2.4.5 บรรยากาศไม่เหมาะสม เช่น ทางานในช่วงเวลากลางวันแดดร้อนจัดทาให้เกิด

อาการเปน็ ลม หรอื แสงสวา่ งมากเกินไปทาให้เกิดอาการตาพร่ามัว ในเวลากลางคืน

แสงสว่างไม่เพียงพอ ทาให้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น และโดยท่ัวไปในเขต

ก่อสร้างจะมีเสยี งดังตลอดเวลา สภาพดังกลา่ วกอ่ ใหเ้ กดิ ความเครยี ดในการทางานได้

8.3 หลักความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานก่อสรา้ ง

การจัดการด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้างถือเป็นหน้าท่ีโดยตรงของฝุายบริหารโครงการโดย

จะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการด้านรักษาความปลอดภัยข้ึนมากาหนดระเบียบแบบแผนเพื่อใช้ปฏิบัติใน

หนว่ ยงาน มนี โยบายที่ชัดเจน จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในการทางานให้แก่คนงาน มีการรายงาน

และวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติภัย รวมทั้งประเมินผล การทางานให้ฝุายบริหารโครงการได้ทราบเพ่ือ

ปอู งกนั และแก้ไขปัญหาได้รวดเรว็ และทนั การณ์

จากทกี่ ลา่ วมานั้นเป็นแผนความปลอดภัยให้เกดิ ขึ้นกบั การทางาน เพราะความปลอดภัยจะเกิดข้ึนได้

ไม่ใช่มแี ตก่ ารงวางแผนหรือกาหนดนโยบายไว้เทา่ น้ัน ส่ิงสาคัญที่สุด คือ ผู้ปฏิบัติ อันได้แก่ พนักงานทุกคน

จะต้องตระหนักและเข้าใจ พร้อมปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ไม่ประมาณหรือมักง่ายกับงานในหน้าท่ีโดยคิดแต่

เพียงว่าคงไม่มีอะไร ดงั นั้นหลักความปลอดภัยในงานกอ่ สร้างจึงควรปฏบิ ตั ิดงั นี้

ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 8

ช่ือวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชื่อหน่วย ความปลอดภยั ในงานกอ่ สรา้ ง สอนครัง้ ที่ 8/18

ช่อื เรอ่ื ง ความปลอดภยั ในงานกอ่ สร้าง จานวน 3 คาบ

1. จัดอบรมคนงานให้มคี วามรู้เก่ียวกับความปลอดภัยในการทางาน เช่น การใช้เครื่องมือแต่ละ

ชนิด การปฏิบัติตนขณะทางาน และการช่วยเหลือตนเองและผู้อ่ืนเม่ืออยู่ในสถานการณ์ท่ีไม่

ปลอดภัยหรอื ภาวะการณ์ฉกุ เฉิน หรอื เมอ่ื ใช้เครอ่ื งจักร อุปกรณท์ อ่ี าจก่อให้เกดิ อันตราย

2. ออกกฎระเบียบข้อบังคับให้คนงานปฏิบัติตาม เช่น การแต่กายให้เรียบร้อยเหมาระสมกับ

ลักษณะงาน ใช้เคร่ืองมือปอู งกนั อันตรายตามลกั ษณะงาน หากมีการฝาฝนื ตอ้ งมกี ารลงโทษ

3. ตรวจสอบแก้ไขเคร่ืองจักรเคร่ืองมือสม่าเสมอ หลังการใช้เครื่องมือทุกชนิด แล้วต้องคอย

ตรวจสอบว่าสิ่งใดชารุดเสียหายเพ่ือจะได้ปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซมหรือจัดหาใหม่ หากไม่

สามารถใช้งานไดแ้ ละก่อนการใช้งานทกุ คร้ังจะตอ้ งตรวจสอบดอู กี ครัง้ เพ่ือความแนใ่ จ

4. วิศวกรควบคุมงานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปบ่อยการดูแลและควบคุมให้กับหัวหน้างานเพราะ

บุคคลเหล่านั้นไม่สามารถรับผิดชอบงานทุกอย่างได้ เน่ืองจากเกินความรู้ความสามารถหาก

ตอ้ งตดั สนิ ใจในเรอื่ งสาคญั อาจเกดิ การผิดพลาด หรือทาใหง้ านล่าช้าเพราะต้องรอหัวหน้างานท่ี

มีหนา้ ทโ่ี ดยตรง

5. ในเขตการทางานจะตอ้ งมปี าู ยอนั ตรายหรือห้ามเข้า ปาู ยเตือนความปลอดภยั ซ่งึ เป็นกากบาทสี

เขียว + หรอื ขอ้ ความท่ีเขยี นไวว้ ่า Safety First เพ่ือเปน็ การเตือนและปูองกันอันตราย ควร

มีแผงก้ันหรือตาข่ายรองรับวัสดุที่อาจจะหล่นลงมาจากที่สูงใส่คนงานหรือประชาชนท่ัวไป

ข้างล่าง

6. ใช้วัสดุ-อุปกรณ์และเคร่ืองจักรต่าง ๆ ตรงตามประเภทงาน เพราะอุปกรณ์แต่ละชนิดถูก

ออกแบบมาเพอ่ื ใช้งานแต่ละอย่างแตกต่างกันไป โดยเฉพาะหากนามาใช้ผิดประเภทอาจเป็น

สาเหตุของอบุ ัติภยั ได้

7. ไม่ใช้วสั ดุ-อปุ กรณแ์ ละเครื่องจักรขนของเกินกาหนด ความมักงา่ ยเพราะกลวั เสยี เวลาอาจทาให้

ต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้ง่าย ไม่ควรใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เกินขอบเขตมาตรฐานท่ี

กาหนดไว้ เชน่ บรรทกุ สิ่งของทม่ี ีน้าหนักเกิน ใช้ความเรว็ เกินไป เปน็ ตน้

8. เคร่ืองจกั รและอปุ กรณท์ ีเ่ ปน็ อันตรายจะตอ้ งมเี คร่ืองปูองกันอนั ตรายขณะทางาน เช่น

อุปกรณ์ครอบส่วนเคล่อื นไหวของเครือ่ งจกั รเพือ่ ให้รู้ว่ามีอนั ตราย

9. จดั เกบ็ วสั ดุ-อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเป็นระเบยี บ เพื่อลดการกดี ขวางเกะกะท่ีอาจนาไปสู่

อันตรายได้

10. เคารพเชอ่ื ฟังคาแนะนาของหัวหน้างานและควรปฏบิ ตั ิตามอย่างเคร่งครัด

เอกสารอ้างอิง

1. หนงั สือเรยี นวิชาอาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัสวิชา 2001–1004
บริษทั ศูนย์หนังสอื เมอื งไทย จากัด

2. เว็บไซต์และสอื่ สิ่งพมิ พท์ เี่ กยี่ วข้องกับเนอื้ หาบทเรยี น

บันทกึ หลงั การสอน
1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ผลการเรยี นของนักเรยี น/ผลการสอนของคร/ู ปญั หาทีพ่ บ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกป้ ญั หา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................... ลงชื่อ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตัวแทนนกั เรยี น ครูผู้สอน

ใบเนื้อหาหนว่ ยท่ี 9 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอื่ วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครั้งท่ี 9/18
ชอ่ื หนว่ ย การปูองกนั และระงับอคั คีภยั จานวน 3 คาบ

ช่อื เรื่อง การปอู งกนั และระงับอัคคภี ัย

หวั ขอ้ เรื่อง

9.1 ประเภทของอัคคภี ัย

9.2 สาเหตุของการเกิดอัคคภี ัย

9.3 ผลกระทบที่เกดิ จากอัคคภี ยั

9.4 การปูองกนั และระงับอัคคภี ยั

สาระสาคัญ/แนวคดิ สาคญั

ไฟเป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล เพราะไฟเป็นต้นกาเนิดของ

พลังงานต่าง ๆ ที่มนุษย์นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน แต่ “ไฟ” อาจก่อให้เกิดภัยอย่างมหันต์ได้ หากขาดความรู้

หรือขาดความระมดั ระวังในการใชแ้ ละการควบคุมดูแลแหล่งกาเนิดไฟ ดังนั้นการเรียนรู้ภยันตรายจากไฟไหม้

เพ่ือจะไดม้ แี ผนการควบคุมการใช้ไฟ การใช้ความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และวิธีการปูองกันและ

ระงบั อคั คีภัย

สมรรถนะย่อย วางแผนดาเนินการเบ้ืองตน้ ในการปอู งกันและระงับอคั คีภัย

จดุ ประสงค์การปฏิบตั ิ

ดา้ นความรแู้ ละทกั ษะ
1. จาแนกองค์ประกอบของการตดิ ไฟ
2. บอกสาเหตขุ องการเกดิ เพลิงไหม้
3. จาแนกประเภทของเพลงิ ไหม้
4. บอกประเภทของสารดบั เพลิง
5. อธบิ ายเกย่ี วกับขอ้ ปฏบิ ัติดา้ นความปลอดภัย การปูองกนั และระงบั อคั คภี ัย
6. อธบิ ายวธิ กี ารใช้อุปกรณ์ดับเพลิงอย่างถกู วิธี
7. อธิบายเกยี่ วกับข้อควรปฏิบัตใิ นกรณฉี กุ เฉินเม่ือพบเหตเุ พลงิ ไหม้
8. อธบิ ายเก่ยี วกบั ข้อปฏบิ ตั ิเมือ่ ได้ยินเสียงสัญญาณแจง้ เหตุเตอื นภัย

ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

แสดงออกดา้ นการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝรุ ู้ ความซื่อสตั ย์ สุจริต ความมีน้าใจ, แบง่ บัน

ใบเนือ้ หาหน่วยที่ 9 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนคร้งั ที่ 9/18
ช่ือหน่วย การปูองกันและระงับอัคคภี ยั จานวน 3 คาบ

ชือ่ เรือ่ ง การปอู งกันและระงบั อัคคภี ยั

9.1 ประเภทของอคั คีภยั
อัคคีภัยหรือไฟไหม้ก่อให้เกิดความเสียหายท้ังสุขภาพและร่างกาย จิตใจ ชีวิตและทรัพย์สิน เป็น

จานวนมากในปีหนึ่งๆ เพราะไฟจะไหม้หมดทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งและชีวิต นับว่าเป็นภัยท่ีร้ ายแรงมาก
ดังน้ันทุกคนต้องชว่ ยกนั ระมัดระวัง และปอู งกนั มิใหเ้ กิดไฟไหมข้ น้ึ ได้

สาเหตุของการเกิดอัคคีภัยส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความระมัดระวังของมนุษย์ เช่น การใช้
เครื่องใช้ไฟฟูาและอุปกรณ์ท่ีชารุด หรือมีขนาดที่ไม่เหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟูาท่ีใช้ทาให้ไฟฟูาลัดวงจร
หรอื การทางานทม่ี ปี ระกายไฟใกล้เชอื้ เพลิงไวไฟ ฯลฯ ซึ่งสาเหตุของการเกิดอัคคีภัยทุกคร้ังเป็นส่ิงที่ “ปูองกัน
ได้” ท้ังสิ้น อย่างไรก็ตาม สถิติการเกิดอัคคีภัยในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น กรณีเกิดไฟไหม้โรงงาน
อุตสาหกรรมจะมีผลต่อคนงานท้งั โรงงาน นอกจากจะเผาทุกสงิ่ แลว้ ยังสามารถเผาชีวติ ผ้ปู ฏิบัติงานได้พร้อมกัน
ในคราวเดยี ว คนทรี่ อดไปได้ก็ตอ้ งตกงานอีกจานวนมาก ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจส่วนรวมและของ
ประเทศชาติ

การแบง่ ประเภทของอคั คีภัยตามลกั ษณะและปฏิกิริยาในการเผาไหม้ของเชอ้ื เพลิง
9.1.1 อัคคภี ัยประเภท A (Class A Fires)
เป็นอคั คภี ัยที่เผาไหมเ้ ช้ือเพลิงที่เปน็ ของแข็ง เช่น ไม้ ถา่ นหนิ ผ้า กระดาษ การดบั ไฟ วิธี

ประหยดั และไดผ้ ลท่ีดที ี่สุด คือการใชน้ ้าสาดหรอื ฉดี ใสม่ ากๆ เพ่อื ใหค้ วามร้อนลดลงไฟก็จะหยดุ ลุกไหม้ไปเอง
เครือ่ งหมายของไฟประเภทนเี้ ปน็ สามเหลี่ยม ภายในมีตวั อักษร “A” โดยมีสขี องพืน้ ท่สี ามเหลีย่ มเป็นสเี ขียว

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 9 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชือ่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 สอนครั้งที่ 9/18
ชื่อหน่วย การปอู งกันและระงับอคั คีภัย จานวน 3 คาบ

ช่อื เรือ่ ง การปอู งกนั และระงบั อคั คภี ยั

9.1.2 อัคคีภยั ประเภท B (Class B Fires)
เป็นการเผาไหม้ท่ีเกิดจากเช้ือเพลิงท่ีเป็นสารไฮโดรคาร์บอนทุกชนิด เช่น ก๊าซธรรมชาติ

น้ามนั ตา่ งๆ พาราฟิน และพวกตัวทาลายเป็นต้น ท่ีเห็นเสมอ คือ ก๊าซหุงต้ม น้ามันที่ใช้กับรถยนต์ เครื่องยนต์
นา้ มันกา๊ ด โดยลักษณะของการลุกไหม้เป็นก๊าซหรือของเหลวที่ขับไอออกมา ถ้าเป็นลักษณะแข็ง แข็งตัวอยู่ก็
จะหลอมเหลวขับไอออกมา อุณหภูมิของสารประเภทนี้จะติดไฟได้ก็ต่อเม่ืออุณหภูมิสุงกว่าวาบไฟข้ึนไป ไอ
ของเชอื้ เพลิงจะมอี ตั ราส่วนผสมพอเหมาะกับออกซเิ จนในอากาศจงึ เกิดการลุกไหม้ข้ึนได้ ดังน้ันการดับเพลิงที่
ถูกตอ้ ง คือ การปูองกันออกซิเจนเข้าไปทาปฏิกิริยากับเชื้อเพลิงน้ัน เช่น ใช้ กระสอบเปียกคลุมหรือใช้เครื่อง
ดับเพลิงประเภทผงเคมี หากไหลกุ ไหม้ทถี่ าดล้างเคร่อื งมือหรือถังนา้ มัน ให้ใช้เครอ่ื งดบั เพลิงประเภทโฟมฉีดพ่น
ปกคลุมไว้จนกว่าไฟจะดับ สาหรับเชื้อเพลิงประเภท B นี้ ห้ามใช้น้าดับไฟ เพราะจะทาให้การลุกไหม้แผ่
กระจายกว้างออกไปอกี

เครื่องหมายไฟประเภทนี้ จะเป็นสามเหลี่ยม ภายในมีอักษร “B” โดยมีสีของพื้นที่ส่ีเหลี่ยม
เป็นสีแดง

9.1.3 อัคคภี ยั ประเภท C (Class C Fires)
เปน็ การเผาไหมท้ ี่เกดิ จากกระแสไฟฟาู ทีเ่ กิดการอารก์ การใชไ้ ฟฟาู เกินกาลัง เม่ือเกดิ การเผา

ไหม้ยงั มกี ระแสไฟฟาู อยู่ แผงสวิตซไ์ ฟฟาู เครอื่ งกระแสไฟฟาู ยงั มไิ ด้ถูกตดั ออก ลักษณะการลกุ ไหมจ้ ะเกิดกบั
ความร้อนจากเหตุตามทก่ี ล่าว หรอื เกิดความรอ้ นจนโลหะท่เี ป็นตวั นากระเดน็ ออกมาทาปฏิกริ ิยากับออกซิเจน
ในอากาศ การเกดิ ลกุ ไหม้เป็นลกู ไฟ หรอื เกดิ การวิ่งผ่านของกระแสไฟฟูาผ่านไปในอากาศลกุ ไหม้นี้ อาจจะไป
ทาให้เช้ือเพลงิ อนื่ ๆ ที่อยใู่ กล้เกดิ การลุกไหม้ติดไฟข้ึน

ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 9

ชอื่ วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย การปอู งกนั และระงบั อัคคภี ยั สอนครง้ั ที่ 9/18

ช่อื เรื่อง การปูองกนั และระงบั อัคคีภยั จานวน 3 คาบ

เนอ่ื งจากการลุกไหมข้ องอัคคีประเภท C เปน็ การลกุ ไหม้ของอปุ กรณ์ไฟฟาู กระแสไฟฟาู ยงั ไม่

ถูกตดั ไฟฟาู น้อี าจทาให้ไฟดูดคนดับเพลงิ ได้ ดงั นั้นการดับเพลงิ ที่ถูกตอ้ งดบั ดว้ ยสารระเหยระเหยเรว็ ที่เปน็

ฉนวนไฟฟูา หรอื คาร์บอนออกไซด์หา้ มใช้นา้ และสารดับเพลงิ ประเภทโฟมดับไฟประเภท C โดยเด็ดขาด

เครอ่ื งหมายไฟประเภทนี้ จะเป็นวงกลม ภายในมีอกั ษร “C” โดยมีสีของพื้นทว่ี งกลมเปน็ สีฟาู

9.1.4 อคั คีภยั ประเภท D (Class D Fires)
เปน็ การเผาไหมท้ ี่เกดิ โลหะที่ลุกไหมแ้ ละใหค้ วามร้อนสูง พวกวตั ถรุ ะเบดิ พวกท่ที าปฏกิ ิรยิ า

กบั น้าได้ เชน่ แมกนีเซยี ม ไทเทเนยี ม โซเดียม โพแทสเซยี ม แอมโมเนียไนเตรด
ลักษณะการเผาไหม้ จะทาใหค้ วามร้อนสงู มาก ทาใหเ้ กดิ การตดิ ตอ่ ลกุ ลามอยา่ งรวดเรว็

บางครัง้ เกิดการระเบิดข้ึนและเช้ือเพลิงบางชนิด ทาปฏิกริ ิยากับนา้ ทาให้เกดิ ความร้อน และมีกา๊ ซทที่ าใหเ้ กิดไฟ
ได้

เครอ่ื งหมายเปน็ รปู ดาว ภายในมอี ักษร “D” โดยมพี นื้ ทีร่ ปู ดาวเปน็ สเี หลอื ง

ใบเนอ้ื หาหน่วยที่ 9 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือวิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนครงั้ ท่ี 9/18
ชือ่ หน่วย การปูองกนั และระงบั อคั คภี ัย จานวน 3 คาบ

ชือ่ เรอ่ื ง การปอู งกนั และระงบั อคั คภี ัย

สารท่ใี ช้กบั สารเคมีประเภทต่างๆ สารดับเพลงิ ทเี่ หมาะสม
สญั ลกั ษณ์

ชนดิ นา้
ชนดิ โฟม
ผงเคมีอเนกประสงค์

โบรโมโตรฟลูออโรมีเทน (1301)
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ผงเคมีชนิดแห้ง
ชนิดโฟม

โบรโมโตรฟลูออโรมีเทน (1301)
คาร์บอนไดออกไซด์ (หัวฉดี ทาด้วย
พลาสตกิ )
ผงเคมชี นิดแหง้

การเลอื กชนิดของสารดับเพลิง
ขอให้ผเู้ ชีย่ วชาญได้ทาการสารวจหา
ปรมิ าณของของโลหะไวไฟและชนิด
ของโลหะทมี่ อี ยู่

ใบเน้ือหาหน่วยท่ี 9

ชื่อวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย การปูองกันและระงับอคั คีภยั สอนคร้ังท่ี 9/18

ชื่อเร่ือง การปอู งกนั และระงบั อคั คีภัย จานวน 3 คาบ

9.1 สาเหตุของการเกิดอัคคภี ัย

9.2.1 การทีจ่ ะเกดิ เพลิงลุกไหม้ขึ้น จะต้องมีองคป์ ระกอบ 3 อยา่ ง

9.2.1.1 วัสดุเชื้อเพลิงในรปู ของแขง็ ของเหลว และก๊าซ เชน่ ไม้ กระดาษ สี น้ามนั แอลกอฮอล์

สารเคมีบางชนดิ

9.2.1.2 ออกซเิ จนในอากาศ

9.2.1.3 ความร้อนหรืออณุ หภมู ทิ ่ีเหมาะสม ซึง่ เชื้อเพลิงแต่ละชนิด จะมจี ดุ ลุกไฟท่แี ตกต่างกนั เม่อื มี

องค์ประกอบครบทงั้ 3 อย่างแล้วเพลงิ กจ็ ะลกุ ไหม้ เมื่อจะดับเพลิง กระทาไดโ้ ดยการเอา

องคป์ ระกอบตัวใดตวั หน่งึ ออกจากกองเพลงิ เพลิงก็จะดับ

ส่งิ ทคี่ วรทราบเกยี่ วกับเชือ้ เพลงิ
- สารเชอ้ื เพลงิ ได้แก่
- นา้ มนั เตา นา้ มันเช้ือเพลิงทีใ่ ชก้ ับเครื่องยนต์ตา่ งๆ
- สารละลายตา่ งๆ เชน่ ทินเนอร์ แอลกอฮอล์
- น้ามันหล่อล่นื
- จาระบี
- สีพ่น สนี ้ามัน
- สารเคมีบางชนดิ
- น้ายาทาความสะอาด
- ยาฆา่ แมลง
- พลาสตกิ และสารโพลิเมอร์
- น้ามันไฮดรอลกิ และทอ่ ไฮดรอลิก (ชนิดทอ่ ยาง)
- ไม้และผลิตภณั ฑไ์ ม้

ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 9

ช่อื วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอื่ หน่วย การปูองกนั และระงบั อัคคีภยั สอนครั้งท่ี 9/18

ชอ่ื เรอื่ ง การปอู งกนั และระงับอคั คีภัย จานวน 3 คาบ

- กระดาษแบบตา่ งๆ

- เส้อื ผ้าและเสน้ ใยตา่ งๆ

- ผลิตภัณฑ์ยาง

- โลหะไวไฟหลายชนดิ ได้แก่ แมกนีเซยี ม ไตตาเนยี ม เซอรโ์ คเนยี ม โซเดียม โปแต

สเซียม ซีเซียม รบู เิ ดียม

- ฝนุ ละออง ผงตา่ งๆ ท่สี ะสมอยใู่ นที่ตา่ งๆ

9.2.2 สารกง่ึ เช้อื เพลงิ
นอกจากวัสดุท่เี ป็นเช้อื เพลิงโดยตรง ในสภาวะปกติแลว้ ยงั มีสารกึง่ เช้ือเพลงิ ซงึ่ จะลกุ ตดิ ไฟได้

เมอ่ื อยู่ในสภาวะทมี่ ีออกซเิ จนเข้มขน้ มากๆ หรือมีอุณหภูมิสงู มากๆ อกี ดว้ ย สารดังกลา่ วอาจเรยี กว่า เปน็ สาร
กึ่งเชื้อเพลิงไดแ้ ก่

- สารประกอบอาโลเจนของสารประกอบอนิ ทรีย์ (Halogenated Hydrocarbon)
- โฟมและยางซิลโิ คน
- พลาสตกิ และโพลเิ มอร์แบบต่างๆ เชน่ พลาสติกหุ้มสายไฟ
- โลหะไวไฟที่มีอยู่ในรูปของแทง่ หรือก้อน เชน่ อะลมู ิเนยี ม แมกนเี ซียม ฯลฯ
- ซีลกนั ร่ัวตา่ งๆ ของโอรงิ เผ่นไดอะเฟรม และยางรองวาล์วตา่ งๆ
9.2.3 เชือ้ เพลงิ จากกระบวนการผลิต
สารเชอื้ เพลิงหลายชนิดเกิดจากปฏิกริ ิยาเคมีในกระบวนการผลติ ซึง่ มักจะถกู มองขา้ มไป และ
ก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายได้อยา่ งคาดไม่ถึงได้เสมอ สารเคมดี งั กลา่ ว ได้แก่
- แกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์ จากการเผาไหมไ้ ม่สมบูรณ์ของคารบ์ อน หรอื สารประกอบ

คารบ์ อน
- แกส๊ ไฮโดรอเจนที่เกดิ ข้นึ จากการชารท์ แบตเตอรี่
- แก๊สไฮโดรเจนที่เกดิ ขน้ึ จากการแตกตวั ของน้าหรือสมั ผสั กับผวิ โลหะท่รี ้อนมากๆ
- แกส๊ เชื้อเพลิงท่ีเกิดจากการกลนั่ หรือตม้ สารประกอบอนิ ทรียต์ า่ งๆ
- แก๊สไฮโดรเจนที่เกิดจากการทาปฏกิ ริ ยิ าของโลหะบางชนดิ กบั กรดหรอื น้า เช่น นเิ ซยี ม

โปแตสเซยี ม โซเดียมกับนา้

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 9

ชื่อวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ช่ือหน่วย การปูองกนั และระงบั อัคคีภัย สอนครงั้ ท่ี 9/18

ชอ่ื เรื่อง การปูองกนั และระงับอคั คภี ยั จานวน 3 คาบ

9.2.4 การควบคุมเชือ้ เพลิง

เชอ้ื เพลิงแขง็ โดยปกติสามารถควบคมุ ได้ง่าย เพราะมองเห็นได้ สามารถตรวจสอบและตดิ ตาม

การใชไ้ ดง้ า่ ยเชอื้ เพลิงเหลวและแก๊ส มีการควบคมุ การใช้ได้ลาบากขึน้ เพราะมองไม่เห็นและเมื่อรั่วหรอื ระเหย

แล้ว ไมอ่ าจควบคมุ ปรมิ าณหรอื ติดตามควบคมุ ได้ โดยเฉพาะแก๊สส่วนใหญโ่ ปร่งไมอ่ าจมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า

และไม่มีกลิน่ แกส๊ หุงตม้ ซงึ่ ได้ผสมกล่นิ ไว้แลว้ ใหค้ วามปลอดภัยพอสมควร แต่แกส๊ ในอุตสาหกรรมบางชนดิ

เกิดขน้ึ โดยไม่ได้ตง้ั ใจ อาทิ แก๊สคารบ์ อนมอนอกไซด์ ซ่ึงเกดิ จากการเผ้าไหม้ไมส่ มบูรณ์ มอี นั ตรายมากเพราะไม่

มกี ลนิ่

เชอื้ เพลงิ เหลว เมือ่ ไดร้ บั ความรอ้ นจะระเหยตัวกลายเปน็ ไอเพ่ิมขนึ้ และหากไปถูกเช้อื เพลิงท่ี

ลอยอย่เู หนือผวิ หน้าของเช้อื เพลงิ และไม่มีการระบายถา่ ยเทออก กจ็ ะสะสมตวั จนมีปรมิ าณความเขม้ ขน้ ถึงจดุ

ลกุ ตดิ ไฟ กจ็ ะติดไฟไดเ้ มอ่ื เกดิ ประกาย

9.2.5 สาเหตุของการเกิดอคั คีภัยในโรงงาน

9.2.5.1 เพลงิ ไหม้ที่เกิดจากระบบไฟฟูา ความบกพรอ่ งของระบบไฟฟาู เช่น การตอ่ สาย

และใชเ้ ครอ่ื งจักร อปุ กรณไ์ ม่เหมาะสมและขาดการซ่อมแซม ตรวจสอบทาให้ไฟฟูาลัดวงจรได้

ข้อควรปฏบิ ตั ิในการป้องกันเพลงิ ไหมท้ ี่เกดิ จากระบบไฟฟา้

- ควรพาดสายไฟฟูาไวเ้ หนือศรี ษะ แต่ไม่ควรเกย่ี วไวก้ บั ตะปู ตะขอโลหะ หรอื ทอ่ นา แต่ถ้า

จาเปน็ ต้องวางพาดไว้ตามพื้นทางเดิน จะตอ้ งปอู งกนั มใิ หร้ ถทบั ได้

- สายไฟทีเ่ กา่ มากจะทาใหไ้ ฟฟูาเกนิ พกิ ดั ของขนาดสายไฟทีก่ าหนดไว้ และจงหล่อล่นื มอเตอร์

เพือ่ ปอู งกันความร้อนสูง

- ควรหมั่นทาความสะอาดแผงสวิทซแ์ ละปดิ ฝาให้สนทิ เมือ่ ฟิวส์ขาดหรือ Circuit Breaker ดีด

ตวั ออก ใหร้ ีบรายงานผู้ควบคมุ งานทันที

ขอ้ ควรจา

พึงระลกึ เสมอวา่ อย่าพยายามซ่อมอุปกรณ์ไฟฟาู ดว้ ยตนเอง ควรให้เป็นหนา้ ที่ของชา่ งไฟฟูาจะดกี วา่

รปู อันตรายจากการใชก้ ระแสไฟฟูาเกินพิกัด รปู ควรตรวจซ่อมอุปกรณไ์ ฟฟูากอ่ นใชง้ าน

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 9

ช่ือวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอื่ หน่วย การปูองกนั และระงับอคั คภี ยั สอนคร้งั ที่ 9/18

ช่อื เร่อื ง การปอู งกันและระงับอคั คภี ัย จานวน 3 คาบ

9.2.5.2 เพลิงไหม้ทเ่ี กดิ จากความประมาทเลินเล่อของผู้ปฏิบัติงานเพลิงไหม้จากการสบู บุหรี่

การสูบบุหร่ีโดยขาดความระมัดระวังจนเป็นนิสัย เป็นสาเหตุสาคัญของไฟไหม้ใน

รถยนต์ ในโรงงาน เช่น การจุดบุหร่ีใกล้น้ามัน การวางบุหรี่ท่ีสูบอยู่ตามขอบโต๊ะทางาน หรือบนเครื่องจักร

ดังนัน้ การจดุ บุหรี่ตอ้ งพิจารณาความเหมาะสมกบั สถานที่และสิ่งแวดล้อม พร้อมท้ังสอดคล้องกับกฎหมายด้วย

เพราะเปน็ ทีร่ งั เกียจหรือเปน็ ภัยต่ออนามัยของผอู้ ื่นดว้ ย

ขอ้ ควรจา

ควรดับบุหร่ีในที่เข่ียบุหร่ีทุกคร้ังท่ีมีการจุด จะได้ไม่เกิดความสกปรก โปรดอย่าท้ิง

กน้ บุหร่ใี นถังขยะ ซง่ึ ปกติถังขยะจะมสี ารเชอ้ื เพลิงอยู่ เช่น เศษกระดาษหรือผ้าเช็ดน้ามัน ซึ่งมีความไวไฟทาให้

เกดิ ไฟลกุ ไหม้สรา้ งความเสยี หายใหแ้ ก่รา่ งกายและทรพั ยส์ ิน

รปู เพลิงไหม้จากการสูบบหุ รี่

9.2.5.3 เพลิงไหม้ทเ่ี กิดจากน้ามนั
อย่าปลอ่ ยถังนา้ มนั ทิ้งไวใ้ นภาชนะท่ีเปิดกวา้ ง หรือถาดล้างเครื่องมือในหอ้ งทีม่ ี

อากาศถ่ายเท ใกล้ความรอ้ น และใกลป้ ระกายไฟ ให้ใชภ้ าชนะบรรจนุ ้ามนั ทีม่ ีฝาปดิ มิดชิด
อยา่ ท้งิ เศษนา้ มันในท่ีทง้ิ ขยะ ลงในท่อระบายนา้ เพราะอาจเกิดการลุกไหม้ภายใน

ระบบระบายนา้ ควรจะท้ิงในถังหรอื ภาชนะท่จี ดั เตรียมไว้โดยเฉพาะ

ใบเนื้อหาหนว่ ยที่ 9 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนครง้ั ที่ 9/18
ชอ่ื หนว่ ย การปอู งกันและระงับอัคคีภัย จานวน 3 คาบ

ช่ือเรือ่ ง การปูองกันและระงบั อคั คีภัย

รูป 8.9 ไฟไหม้เกดิ จากน้ามัน
9.2.5.4 เพลิงไหมท้ ีเ่ กดิ จากงานเชอื่ มหรือตัดโลหะ

งานเชอ่ื มหรอื ตัดโลหะ เป็นงานท่ตี อ้ งอาศยั ความชานาญมาก ผทู้ มี่ ีประสบการณ์น้อย
จะตอ้ งทางานภายใต้การดูแลอย่างใกลช้ ิดจากผคู้ วบคุมงาน สาหรับผ้ทู ี่ไม่มีหนา้ ทเี่ กีย่ วขอ้ งห้ามใช้ เพราะอาจ
เกดิ อนั ตรายได้ง่าย

- สะเกด็ จากงานเชอ่ื มหรือตัดโลหะทต่ี กลงบนวสั ดทุ ่ีตดิ ไฟ จะค่อยๆ ลุกเปน็ ไฟขึ้นมาได้ หลงั จาก
ทเี่ สร็จงานแลว้ เปน็ ชั่วโมง ดังนน้ั จะตอ้ งกระทาห่างจากวสั ดตุ ดิ ไฟอยา่ งนอ้ ย 35 ฟตุ แตถ่ ้า
สะเก็ดไฟปลิวไปตกใกล้เช้ือเพลิงไวไฟ เชน่ นา้ มันหรือทนิ เนอร์ ก็จะลกุ ไหมข้ ้ึนทนั ที หรืออาจ
เกดิ การระเบิดได้

- งานที่ทาการเชื่อมหรอื ตัด หากมีของเหลวติดไฟไดอ้ ยภู่ ายใน เช่น นา้ มนั จะต้องทาการถ่ายเท
ของเหลวนนั้ ออกเสียก่อน

- เตรยี มอุปกรณ์ดบั เพลิงให้พร้อมที่จะทาการดบั ไฟไดท้ ุกขณะ
- ถงั แกส๊ ทใี่ ช้ในงานเช่ือมหรือตดั โลหะ จะตอ้ งเกบ็ ไวอ้ ย่างปลอดภัย มีคอกกัน้ แข็งแรง ปูองกันมิ

ให้ลม้ และหากเปน็ ไปไดค้ วรเกบ็ ไวน้ อกอาคาร

รูป ไฟไหมเ้ กดิ จากงานเชื่อมหรือตดั โลหะ

ใบเนื้อหาหน่วยที่ 9 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครงั้ ท่ี 9/18
ชอ่ื หน่วย การปอู งกนั และระงับอคั คภี ยั จานวน 3 คาบ

ชอ่ื เร่ือง การปูองกันและระงับอัคคีภัย

9.2.5.5 เพลิงไหม้ท่เี กิดจากการเผาขยะ
ขยะมูลฝอยทีก่ องสมุ ตามข้างรว้ั ข้างโรงงาน เป็นต้นเหตใุ ห้เกดิ ไฟไหมร้ ายใหญไ่ ด้ ทานอง

เดียวกนั การเผาขยะมูลฝอยต้องกระทาห่างจากสิง่ ท่ีจะติดไฟอยา่ งปลอดภัย นน่ั คอื ปลอดภัยท้งั ระยะหา่ งและ
ทศิ ทางลม การก่อไฟแลว้ ทงิ้ ไวไ้ มด่ ูแลให้ดี จะกอ่ ให้เกดิ ไฟไหม้ไดโ้ ดยง่าย เชน่ การเผาขยะ การก่อไฟทกุ คร้ัง
ควรจะควบคมุ ดแู ลอย่างใกล้ชิด จนกระทง่ั ไฟดับ หรือดบั ไฟกอ่ นทจี่ ะไปทางานอยา่ งอ่ืน

9.2.5.6 เพลงิ ไหม้ท่ีเกิดจากการเสยี ดทาน
การเสยี ดทานเปน็ สาเหตหุ นึง่ ท่ที าใหเ้ กิดเพลงิ ไหม้โรงงาน เกดิ จากอุปกรณห์ รือชนิ้ ส่วนของ

เครอ่ื งจักรกลท่สี วมหมนุ หรอื เคลอื่ นที่สัมผัสเสียดสกี นั จนเกดิ ความรอ้ นและประกายไฟ เพราะการทางานไม่
ถกู ตอ้ งหรอื ผิดปกติ ขาดการหลอ่ ลืน่ เช่น เพลาหมุนเสียเสียดสีจนร้อนแดง หรือประกายไฟจากล้อหินเจียระนัย
กระเดน็ ตกใสภ่ าชนะบรรจุนา้ มนั เช้อื เพลิง ทาใหเ้ กดิ เพลงิ ลุกไหม้

เพลงิ ไหมท้ เ่ี กดิ จากเครื่องจักรหรืออปุ กรณท์ ี่ร้อน ผนงั เคร่อื งจกั รหรืออปุ กรณท์ รี่ ้อน ได้แก่ เตา
ไฟฟาู เตาเผา ท่อไอเสยี ท่อลมรอ้ น หมอ้ ไอน้า เมอ่ื อุปกรณ์ดังกลา่ วมีอุณหภมู ถิ ึงจดุ วาบไฟ หากวีวตั ถุเชอ้ื เพลงิ
มาถกู เข้าก็จะเกิดการลุกไหม้ข้นึ ได้

9.2.5.7 สาเหตุของการเกิดอัคคีภยั ในบา้ นเรือนท่อี ย่อู าศัย
สาเหตกุ ารเกดิ อัคคภี ัยมีหลายประการ แต่ท่ีพบเห็นบ่อยๆ ได้แก่
- ไฟฟาู ลัดวงจร (ชอ็ ต) จากการใช้อุปกรณ์ไฟฟาู ไม่ไดม้ าตรฐาน ชารดุ หรือใชไ้ ฟฟาู ด้วย
ความประมาท ขาดความระมัดระวงั และไมป่ ฏิบตั ิตามข้อแนะนา
- ปลอ่ ยให้เด็กเล่นไฟ จดุ พลุ ดอกไมไ้ ฟ ประทดั ฯลฯ แลว้ ลูกไฟไปตดิ เชื้อเพลิงลกุ ไหม้
ได้
- จุดธปู เทยี นบูชาพระแลว้ ทิง้ ไว้
- จดุ ตะเกียงต้งั ไว้ แล้วสัตว์เลย้ี งว่ิงชน เชน่ สุนัขหรอื แมว ทาใหน้ ้ามันเชื้อเพลิงรัว่ ไหล
ออกมาและเกิดไฟลกุ ไหมข้ น้ึ
- วางก้นบหุ ร่ีบนขอบจานท่เี ขีย่ บุหรี่ หรือขย้ีทิ้งท้ังท่ียังดับไม่สนิท ทาให้พลัดตกจาก
จานรองกน้ บุหรี่ลงบนทน่ี อน หรือบริเวณทหี่ า้ มสูบบุหร่ี
- เตากา๊ ซหงุ ตม้ ร่ัว หรือลืมปิดก๊าซเม่อื เลิกใชง้ าน
- เก็บสารเคมีท่ตี ิดไฟงา่ ย เช่น นา้ มนั เบนซิน สนี า้ มัน ฯลฯ ไวใ้ กลไ้ ฟ

ใบเนอ้ื หาหนว่ ยที่ 9

ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอ่ื หนว่ ย การปอู งกันและระงับอัคคีภยั สอนคร้ังที่ 9/18

ชอ่ื เรอื่ ง การปอู งกนั และระงบั อัคคีภยั จานวน 3 คาบ

- ถ่ายเทน้ามันเบนซิน หรอื มกี ารร่วั ไหลของนา้ มันเชอ้ื เพลงิ ภายในบา้ นหรอื โรงเกบ็ รถ

ทาให้เกิดไฟไหมไ้ ดว้ ่าย

- เผาของหรอื ขยะแล้วยงั ไฟไมส่ นิท เม่อื มลี มพดั ไฟก็ลกุ ขนึ้ อกี ทาให้ไฟลุกลามไปตดิ

บริเวณใกลเ้ คยี งได้

- ฉีดดีดที ี สเปรย์ฉดี ผม สารฆา่ แมลง หรือพ่นสีใกล้ไฟ

- เค่ียวนา้ มนั หรอื ข้ผี ้งึ โดยใช้ไฟร้อนจัด หรือเค่ียวทงิ้ ไวโ้ ดยไม่มีใครเฝูาดู

- เม่อื เกิดพายฝุ น ถ้าไม่มสี ายล่อฟาู ที่สายฟาู ท่ีถกู ตอ้ งจะเกิดไฟไหมไ้ ด้

- จุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองเทศกาล

- การลอบวางเพลิง เพือ่ หวงั เงนิ ประกนั หรือเผาไล่ท่ี

เทคนิคการหนีไฟไหม้

ระบบการปอู งกันไฟไหม้ที่ดี ต้องรวมถึงการให้ความปลอดภัยของผู้ร่วมปฏิบัติงานทุกคน เม่ือเกิด

ไฟไหม้ดว้ ยการวางแผนการฝกึ การใช้ระบบการหนีภยั จะชว่ ยใหก้ ารหนีไฟไหม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุก

คนคนต้องทราบถึงสัญญาณเตอื นภัย ทางออกทั้งหมดที่ออกจากโรงงานหรอื สานักงาน การใช้บันไดหนีไฟของ

ตึกสูงๆ วิธีการหนีไฟ การปฏิบัติตัวเม่ืออยู่ระหว่างการหนีไฟและหลังจากท่ีหนีออกได้มาแล้ว ซ่ึงสิ่งเหล่านี้นี้

ทางโรงงานควรจัดให้มีการแนะนาและการฝึกทุกๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะจะช่วยให้พนักงานเคยชินต่อ

การหนไี ฟและจะชว่ ยให้สามารถปฏิบตั ิตนได้ดเี มื่อตอ้ งหนีไฟ

1. อย่าด่วนหนีไฟ เมอ่ื เห็นไฟให้ข่มใจไว้รีบค้นหาทางแก้ ถ้าตื่นเต้นตกใจกลัวจะเกิดการ

ทอ้ แท้ จงใชส้ ตแิ ก้ไขปญั หา

2. ใช้สัญญาณไฟไหม้ ให้รีบส่งสญั ญาณให้ผู้อืน่ ทราบ และจะได้มาชว่ ยแกไ้ ข

รปู อย่าดว่ นหนไี ฟกระโดดลงมา รถเครนช่วยได้ รูป ใช้สญั ญาณไฟไหม้

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 9 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนครัง้ ที่ 9/18
ชอ่ื หนว่ ย การปูองกนั และระงับอคั คีภัย จานวน 3 คาบ

ช่อื เร่ือง การปอู งกนั และระงบั อคั คีภัย

3. ทางออกฉุกเฉิน เมือ่ เข้าไปในท่ีใดควรสารวจดปู ระตูเข้า – ออกและทางออกฉกุ เฉนิ ให้
ดกี ่อนเสมอ เพราะเมอื่ เกดิ เหตฉุ กุ เฉินจะได้ชว่ ยตวั เองได้ทนั

4. เม่ือไฟไหมห้ ้ามใชล้ ฟิ ท์โดยเด็ดขาด เพราะอาจเสยี ชวี ติ อยู่ในลิฟท์ได้

รูป ทางออกฉกุ เฉนิ รปู ไฟไหม้ต้องใช้บันไดแทนลฟิ ท์

5. ใช้สตเิ อาตัวรอด อย่ารีบแยง่ แขง่ กนั ออกมาเพราะอาจหกล้อม และถกู เหยยี บได้รับ

บาดเจ็บ

6. ใช้ปัญญาเอาตวั รอด เมอ่ื ควันไฟคลงุ้ เตม็ ไปท่วั ห้อง จะทาให้ไม่มอี ากาศหายใจ ควร

นอนหมอบราบลงบนพน้ื เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลอยอยู่สูง ด้านล่างจึงมี

อากาศสาหรับหายในมากกว่า

7. ใชก้ ารตัดสนิ ใจเอาตวั รอด ถ้าจาเปน็ ตอ้ งว่ิงฝาุ ไฟไหม้ ควรใช้ผา้ เปยี กชุ่มคลุมตัวแลว้ วงิ่

ฝุาไฟไป

รูป ใชส้ ติเอาตัวรอด รูปใชป้ ญั ญาเอาตวั รอด

ใบเนื้อหาหนว่ ยที่ 9 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชือ่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครง้ั ท่ี 9/18
ช่อื หน่วย การปูองกนั และระงับอคั คภี ัย จานวน 3 คาบ

ชอื่ เรอ่ื ง การปูองกันและระงบั อคั คภี ัย

8. วธิ กี ารชว่ ยเหลือผทู้ ่ไี ฟไหม้เสื้อกางเกง
ก. ถ้าไฟไหมต้ วั เราเอง ใหเ้ อาผ้าทมี่ ีอยมู่ นท่ีเกิดเหตุพันตัวเอง หรือนอนกล้ิงลง
บนพ้ืน
ข. ถ้าไฟไหม้ร่างกายผอู้ ่ืน ใหห้ าผา้ หม่ หรือผ้าอนื่ ใดพันตวั หลายๆ ชนั้ จนกวา่ ไฟ
จะดับ รบี นาออกมาจากทเี่ กดิ เหตุ แล้วเอาน้าราดเพ่ือชว่ ยผ่อนคลายความ
รอ้ นออก ถอดเครอ่ื งประดบั เชน่ อหวน กาไล สายสรอ้ ย ออกจากตวั ผปู้ ุวย
ใหห้ มด แลว้ เอาผ้าหม่ แห้ง ๆ มาหม่ ให้ความอบอุ่น รบี นาส่งแพทย์

วิธีปฐมพยาบาลแผลทถี่ ูกไฟไหม้
1. แผลทีเ่ กิดจากไฟ วัตถรุ ้อนจัด หรือจากวัตถุเคมี มกั จะทาลายผวิ หนัง และอาจเป็น
อันตรายถึงชวี ิตได้ ซึง่ ข้ึนอยู่กบั ขนาดของแผล
2. ลดความเจบ็ ปวด โดยแช่ส่วนที่ถูกไฟไหม้ในนา้ เยน็ หรือน้าแข็งนานราว 30 นาที
3. เอาผ้าวาสลินก๊อสบางชน้ั เดยี วปดิ แล้วพันผ้าไว้
4. ให้ผู้ปวุ ยดื่มนา้ มากๆ เพือ่ ทดแทนน้าและน้าเหลืองท่เี สยี ไป

9.3 ผลกระทบที่เกดิ อคั คีภยั
ความร้อนแรงของไฟจะทาลายสิ่งทีอ่ ยู่ล้อมรอบท่อี ยใู่ นรศั มีของความร้อน ในขอบเขตของการ

แตกระเบิดและการทรุดพงั ของอาคารทเ่ี กดิ จากการระเบดิ หรือถกู ความร้อนจนแปรสภาพไม่สามารถคงทน
อยู่ได้ ไฟเผาผลาญสง่ิ ตา่ งๆ ใหส้ ญู ส้นิ ไปกบั ความรอ้ น ความสญู เสียทเี่ กดิ ขน้ึ นัน้ มิใช่วา่ เกดิ จากความร้อนแต่
เพียงอย่างเดียว ยังมีความสูญเสียให้เกิดข้ึนแก่ธุรกิจการค้า เศรษฐกิจ สังคม ของประชาชนและ
ประเทศชาติ สาหรับสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมนั้น หากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมาจะเกิดผล
ติดตามมาอย่างมากมาย จะทาลายธุรกิจทั้งหมดทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งในระดับของโรงงานเองและ
ระดบั ประเทศชาติ สรปุ ได้ดงั นี้

9.3.4 ผลท่ีเกิดข้ึนโดยตรงจากอัคคีภัยผลที่เกิดข้ึนโดยตรงจากอัคคีภัยโดยตรงท่ีทาให้เกิดการ
บาดเจบ็ และสญู เสยี อันเนอ่ื งมาจากความรอ้ น แรงระเบิดและควันพิษแล้ว อาจพิจารณาได้ยัง
มผี ลท่ีเกดิ ขึ้นจากอคั คีภัยโดยตรงท่ีทาให้เกิดการสูญเสียทางด้านทรัพย์สินอันเนื่องจากความ
รอ้ น หรือไฟที่เผาไหม้พวกอุปกรณ์เคร่ืองจกั ร โครงสรา้ งอาคาร และยังมีปัญหาจากน้าท่ีใช้ใน
การดบั เพลิง เชน่ กรณีของการเกิดการไหลนองของนา้ จากช้นั ของอาคารในระดับท่ีเหนือกว่า
ลงมาทาความเสียหายแกว่ ัตถุส่งิ ของท่ีน้าไหลผา่ น หรอื การดบั เพลิงทใ่ี ช้นา้ ฉดี ไปชัน้ บนของ

ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 9

ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ช่ือหน่วย การปูองกันและระงบั อคั คภี ัย สอนครง้ั ท่ี 9/18

ช่อื เรือ่ ง การปูองกันและระงับอัคคภี ยั จานวน 3 คาบ

อาคาร ถา้ ระบายน้าไมท่ นั น้าจะขังอย่เู ปน็ จานวนมาก จะเพิ่มน้าหนกั ข้ึนมากขนึ้ จนไมส่ ามารถ

ทานได้จะทาให้เกดิ การทรดุ ตวั ของพน้ื อาคารลงมาได้ หรือการยุบพังของอาคารที่เก็บวัตถุดิบ

หรือสน้ิ คา้ ตา่ งๆ ผลทีเ่ กิดโดยตรงสรุปไดด้ ังน้ี

9.3.5 เกดิ กับผู้ปฏบิ ตั งิ าน หรอื ผทู้ ี่อยใู่ นเหตกุ ารณ์ไฟไหม้โดยตรง ทาให้เกิดการบาดเจ็บจากการถูก

ไฟลวก ไฟไหม้ท่ีอวัยวะต่างๆ หรือเกิดจากการหายใจเอาควันพิษต่างๆ เข้าไปทาให้อวัยวะ

หรือระบบต่างๆ ทางานผิดปกติไป ถ้ารุนแรงมากอาจถึงแก่ชีวิตได้ บางแห่งมีเหตุการณ์ท่ี

รุนแรงมาก ผู้ปฏิบัติงานอาจตกใจควบคุมสติไม่ได้ เกิดอันตรายขึ้น หรือจากความตกใจนี้ทา

ใหข้ วญั และกาลงั ใจลดลง มีผลทาให้ประสิทธภิ าพในการทางานลดลง

9.3.6 เกดิ ความเสียหายแกอ่ าคารสถานที่ และเคร่ืองจักรอุปกรณ์ต่างๆ โดยตรง เม่ือไฟไหม้ จะทา

ใหโ้ รงงานอตุ สาหกรรมเกิดความเสียหาย เคร่ืองจักรถูกทาลายต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสร้าง

ขนึ้ มาใหม่หรอื จัดหาเครอ่ื งจักรใหมม่ าทดแทนของเกา่

9.3.7 เสยี เวลาในการทางาน เม่ือไฟไหม้ถ้ามีความรุนแรงมากจะต้องเสียเวลาทางานต้องหยุดผลิต

สินค้าเปน็ ระยะเวลาหนึง่ ทาใหโ้ รงงานตอ้ งขาดรายไดไ้ ป ผลผลิตตกต่า กาไรน้อยลง

9.3.8 โรงงานเสียช่ือเสียง ถ้าหากเกิดไฟไหม้ข้ึนชื่อเสียงของโรงงานน้ันจะตกต่าลงสาธารณชนจะ

ไมใ่ ห้ความเชอื่ ถือ ขาดความไว้วางใจต่อโรงงาน

9.3.9 เกดิ ความเสยี หายตอ่ เศรษฐกจิ สว่ นรวมและของประเทศชาติ รัฐบาลจะขาดรายได้จากภาษีท่ี

โรงงานนั้นจะต้องเสีย รัฐบาลตองเสียค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ ด้านสาธารณูปโภคทาให้เกิด

ภาวะการณ์ว่างของผปู้ ฏิบัติงาน เป็นตน้

9.3.10 ผลทีเ่ กิดขึ้นโดยอ้อมจากอัคคีภัยเป็นผลท่ีติดตามท่ีติดตามมาจากท่ีโรงงานอุตสาหกรรมหรือ

ธุรกจิ ถูกเพลงิ ไหม้ จะมสี ว่ นทาลายด้านธรุ กจิ ท้ังทีม่ องเหน็ และมองไม่เหน็ มดี ังตอ่ ไปนี้

9.3.11 สูญเสียลกู ค้าไป เช่น ถ้าโรงงงงานผลิตสินค้าให้กับลูกค้าไม่ทัน ลูกค้านั้นน้ันไม่สามารถรอได้

ตอ้ งไปหาแหลง่ ผลิตอน่ื มาทดแทนและอาจไม่กลับมาใชบ้ รกิ ารของโรงงานนั้นตอ่ ไป

9.3.12 ทาให้เพ่ิมภาระการลงทุนมากข้ึนในทุกๆ ด้าน เช่น ในโรงงานใหม่ หรือซ้อเคร่ืองจักรมา

ทดแทน บางแห่งตอ้ งเพม่ิ ภาระหน้ีโดยการกู้เงินมาลงทุน ทาให้สถานการณ์ของโรงงานอาจ

ไมม่ ั่นคง

9.3.13 ต้องเสยี กาไร จากการทสี่ นิ คา้ ที่ถูกไฟไหม้

9.3.14 สูญเสียเครดิตในการลงทนุ ทาให้ผลู้ งทุนไม่มคี วามม่นั ใจทจี่ ะลงทนุ ร่วมกนั

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 9

ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย การปูองกนั และระงับอัคคีภัย สอนคร้งั ที่ 9/18

ช่อื เร่อื ง การปูองกันและระงับอคั คีภยั จานวน 3 คาบ

9.3.15 สญู เสยี บคุ ลากรท่มี ปี ระสบการณ์ท่ไี ดร้ บั การฝกึ อบรมการทางานอย่างดี ถ้าโรงงานเปิดกิจการ

ใหมจ่ ะต้องหาคนมาปฏิบัติงานแทน ต้องเสียเวลาในการฝึกอบรมคนใหม่อีกนานจนกว่าจะมี

ประสบการณท์ างานไดเ้ ท่าคนเดิม

9.3.16 เสยี คา่ เบย้ี ประกันเพิ่มข้ึน โดยเฉพาะโรงงานทเี่ กดิ ไฟไหม้บอ่ ยๆ บริษัทประกันจะเพิม่ คา่ เบ้ยี

ประกนั โรงงานข้นึ ไป

9.3.17 เสยี ค่าใช้จ่ายคงท่ีขณะหยดุ งาน หรอื เงินเดือนให้กบั ผู้ปฏิบัติงานระหว่างการหยุดทางาน หรอื

ถ้าโรงงานเปิดการผลติ เพื่อใหไ้ ดผ้ ลผติ ตามตอ้ งการ อาจตอ้ งจ่ายคา่ ล่วงเวลาให้กับผปู้ ฏิบัติงาน

เปน็ คา่ ใชจ้ ่ายทเี่ พิ่มขึน้ จากการผลติ ทาให้ตน้ ทนุ สูงข้ึน

9.3.18 ตอ้ งเสยี ค่าใชจ้ ่ายในการรอ้ื ทาลายซากปรกั หักพังท่ีถูกไฟไหม้ หรือคา่ ขนย้ายตา่ งๆ

9.3.19 เสยี คา่ ใช้จา่ ยในกรณที ่โี รงงานถกู ทาลายไป ต้องไปเชา่ ทีอ่ ืน่ ทาโรงงานหรอื สานักงานช่วั คราว

ต้องเสยี คา่ ใช้จ่ายในสว่ นนีไ้ ป

9.3.20 ไฟไหมอ้ าจจะทาลายพวกบนั ทกึ รายงานหรือเอกสารท่ีมคี ่าต่างๆ รายงานบางอยา่ งไม่

สามารถหามาทดแทนได้ ตอ้ งเสยี เวลานานกว่าท่ีจะได้ผลนัน้ ออกมา

9.3.21 ตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายในการโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ทจ่ี ะต้องทาเพื่อดงึ ดูดลกู ค้าใหห้ นั มาสนใจใน

ผลติ ภัณฑข์ องโรงงานอยา่ งเกา่ บางครัง้ ตอ้ งทมุ่ โฆษณาเพอื่ สรา้ งภาพพจน์ของโรงงานทีเ่ สีย

หายไปเนอื่ งจากเหตุการณไ์ ฟไหม้ที่ดขี นึ้

9.4 การปอ้ งกันอัคคภี ยั
การปูองกัน เฝูาระวังอัคคีภัยถือเป็นภาระที่จาเป็นและสาคัญอย่างย่ิงที่ผู้เก่ียวข้องทุกฝุายต้องให้

ความรว่ มมือกนั การปอู งกันและระงับอคั คีภัยท่ีดที ่สี ดุ คือไม่เปิดโอกาสให้ไฟลุกไหม้ข้ึน ในการปูองกันอัคคีภัย
จะมีส่ิงท่ีควรปฏิบัติเฉพาะเร่ือง เฉพาะอย่างอีกมากมายซึ่งเป็นเรื่องท่ีผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคการดับเพลิง
นามาใช้ในการดับเพลิง แตม่ หี ลกั การง่ายๆ ในการปอู งกนั อัคคีภยั อยู่ 5 ประการ ดงั นี้

9.4.1 การสร้างจติ สานึกด้านความปลอดภยั และความรเู้ กีย่ วกบั การปูองกันอคั คีภัยใหแ้ กผ่ ู้ปฏบิ ัตงิ าน
9.4.2 การจัดระเบยี บเรียบร้อยภายในและภายนอกอาคารให้ดี เช่น การขจัดสิ่งรกรุงรังภายในอาคาร
บ้านเรือนให้หมดไป โดยการเก็บรกั ษาสงิ่ ทอี่ าจจะเกิดอัคคภี ยั ได้งา่ ยไวใ้ ห้เป็นสดั สว่ น ซึง่ เป็นบันไดขั้นต้นในการ
ปอู งกนั อัคคภี ัย

ใบเนื้อหาหน่วยท่ี 9 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่อื วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 สอนคร้ังท่ี 9/18
ชื่อหนว่ ย การปูองกนั และระงบั อัคคีภยั จานวน 3 คาบ

ชื่อเรือ่ ง การปูองกนั และระงบั อัคคีภยั

9.4.3 การตรวจตราซ่อมบารุงบรรดาสิ่งที่นามาใชใ้ นการประกอบกิจการ เช่น สายไฟฟูา เคร่ืองจักรกล
เครอ่ื งทาความรอ้ น ใหอ้ ยใู่ นสภาพท่ีสมบรู ณ์และปลอดภัยกจ็ ะปอู งกนั มใิ หเ้ กดิ อคั คีภยั ได้ดีย่งิ ข้ึน

9.4.4 อย่าฝุาฝนื ขอ้ ห้าม จติ สานึกในความปลอดภยั เช่น
- อย่าปล่อยให้เดก็ เลน่ ไฟ เลน่ ดอกไมไ้ ฟตามลาพงั
- อย่าจุดธปู เทยี นบูชาพระทิง้ ไว้
- อย่าวางก้นบุหร่ีที่ขอบจานที่เข่ียบุหร่ี หรือขย้ีดับไม่หมด ทาให้พลัดตกจาก
จานหรือสบู บุหรบี่ นทนี่ อน
- อย่าใชเ้ คร่ืองต้มน้าไฟฟูาแลว้ เสียบปลก๊ั จนน้าแหง้
- อยา่ เปดิ พดั ลมแล้วไม่ปิดปลอ่ ยให้หมนุ คา้ งวนั ค้างคืน

นอกเหนือจากข้อห้ามต่างๆ ข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว ยังมีข้อควรปฏิบัติเพ่ือปูองกันอัคคีภัยด้วยวิธีต่างๆ
เชน่

1. โรงงาน อาคาร สานกั งาน จะตอ้ งมีเครื่องมอื ดับเพลงิ เตรียมพร้อมใชง้ านไดต้ ลอดเวลา
2. สาหรับท่พี กั อาศยั หากไมม่ ถี ังเคมีดับเพลิง ควรเตรียมสารองน้าใส่โอ่ง หรือถังขนาด 200

ลิตร มีฝาปิด-เปิดได้ง่าย สาดรดอาคารเปียกชุ่มก่อนไฟจะมาถึง ทรายก่อสร้าง
สามารถดบั เพลิงทีเ่ กดิ ขนึ้ จากนา้ มนั ปรงุ อาหารไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
3. เคร่อื งใชไ้ ฟฟาู ทุกชนิด เมือ่ ไมไ่ ด้ใชง้ านจะต้องถอดปล๊ัก หรือปิดสวิทซ์ตัดไฟทุกครั้ง อีกทั้ง
การเลอื กซอ้ื สนิ ค้าเครือ่ งใช้ไฟฟาู จะตอ้ งเลอื กซ้อื สินค้าที่มีตรารับรองมาตรฐานจาก
สานักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (ตรา ม.อ.ก. มีวงกลมล้อมรอบ) เท่าน้ัน
4. ระมัดระวังในการใชก้ า๊ ซหุงต้ม หลงั จากเลกิ ใชก้ ๊าซแลว้ วาล์วทเ่ี ตาแกส๊ และถงั ก๊าซหุ้งต้มให้
สนทิ
9.5 การระงับอคั คภี ยั
ในกรณเี กดิ อัคคภี ัย จะตอ้ งทาการระวบั เพลิงด้วยความรวดเร็ว แบไว และปฏิบตั ิอย่างถูกวิธี การปฏิบัติ
ผิดวธิ ีอาจทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายให้กับชวี ติ และทรัพย์สินมากตามข้ึนไปด้วย หรือบางครั้งตัวผู้ระงับเพลิงได้รับ
อันตรายจากความรอ้ น กระจกบาด ของหนักตกหลน่ ทบั ฯลฯ วธิ กี ารท่นี ยิ มนามาใช้ในการระงบั อัคคีภัยท่ัวๆไป
ที 3 วธิ ี

ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 9 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนคร้งั ท่ี 9/18
ชื่อหน่วย การปูองกันและระงับอัคคภี ัย จานวน 3 คาบ

ช่อื เรอ่ื ง การปอู งกันและระงบั อัคคีภัย

- การใชว้ ัสดุปิดทับหรือปกคลมุ เปลวเพลงิ เหมาะสาหรบั การดับเพลิงขนาดเลก็ มีการลุกไหม้
ไมม่ ากนกั ความร้อนสะสมยังไมม่ ากพอจะขยายขนาดพืน้ ที่เผาไหม้ วิธนี เี้ ปน็ ก่ีจากัดจานวน
ออกซิเจน และเปลวไปจงึ เปน็ การแยกองค์ประกอบของการเกิดเปลวเพลงิ อกี ทง้ั เป็นการลด
อณุ หภูมใิ ห้ลดลง เช่น กระสอบปาุ นชุบน้า ผ้าเปียก ทรายกอ่ สร้าง (ทรายแห้ง) วธิ ีน้ีเป็นวธิ ท่ี
งา่ ยและสะดวก เพราะสามารถหาวัสดเุ หล่าน้ไี ด้งา่ ย เป็นการระงับเหตุเพลิงไหม้ในระยะ
เริม่ ต้นได้เปน็ อยา่ งดี
- การดับด้วยเคร่อื งดับเพลิง ปจั จุบนั สถานทต่ี ่างๆ มักจะตดิ ตั้งเครือ่ งดับเพลงิ ไวต้ ามจดุ ต่างๆ
เพ่ือให้สามารถใช้ดบั เพลองทเ่ี กิดขึน้ อย่างรวดเร็ว อีกท้ังกฎหมายยงั กาหนดให้อาคารสงู
โรงแรม ห้างสรรพสินค้า อาคารท่ีมีคนอยรู่ วมกันมากๆ จะตอ้ งติดต้งั เครื่องดบั เพลงิ เครอื่ ง
ดบั เพลงิ ท่นี ามาใชม้ ีหลายชนิด แต่ละชนิดจะเหมาะสมกับการระงับเพลงิ แตกตา่ งกัน
เครือ่ งหมายดบั เพลิงทม่ี ีใช้หลากหลายวิธี แต่ละชนดิ เหมาะสมกับการดบั เพลงิ ทแ่ี ตกตา่ งกัน
เนื่องจากทีล่ ุกไหมอ้ าจอย่ใู นรูปของแขง็ ของเหลว หรือก๊าซ การเลอื กซ้อื มาใช้งานจึงต้องพิจารณาให้
เหมาะสมกบั คุณสมบัติของเครอ่ื งดับเพลิงน้นั ๆ ซง่ึ มหี ลายประเภท
เครื่องดับเพลิงชนดิ นา้ มีความดนั ในตัว สาหรบั ดบั เพลงิ ประเภทบรรจกุ า๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์
หรือ ไนโตรเจน ความดัน 90 – 150 ปอนด์ตอ่ ตารางนว้ิ ในการใช้งานเคร่อื งดบั เพลงิ ชนดิ นเ้ี พยี งแต่
กด หรือกระแทกปมุ เพอื่ เปดิ ให้ชอ่ งทางให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรอื ไนโตรเจนดนั นา้ ทอ่ี ยู่ในถังให้
พุง่ ออกมาระยะฉีด 30 – 40 ฟุต

รปู เครือ่ งดับเพลงิ ชนดิ นา้ มีความดันในตวั

ใบเน้ือหาหนว่ ยที่ 9 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอื่ วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครง้ั ที่ 9/18
ช่อื หน่วย การปูองกันและระงับอัคคภี ัย จานวน 3 คาบ

ชื่อเร่อื ง การปูองกนั และระงบั อัคคภี ัย

เครื่องดับเพลิงชนดิ กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดเ์ หลวแบบสะสมความดนั สาหรบั ดับเพลงิ ชนดิ A, B, C
ภายในบรรจกุ า๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ ความดนั สงู ก๊าซชนดิ นีไ้ มต่ ดิ ไฟ ทาหนา้ ทป่ี กปูองออกซิเจนไม่ใหเ้ ข้ามาท่ี
ต้นเพลงิ เปลวเพลงิ จงึ ดบั และกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดเ์ หลวจะมีอณุ หภูมิต่า ความของต้นเพลิงจึงเปน็ การ
ทาลายองค์ประกอบของอคั คภี ัย

รปู เครอื่ งดับเพลงิ ชนิดชนดิ ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซดเ์ หลวแบบสะสมความดนั
เครอ่ื งดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง สาหรบั ดบั เพลงิ ชนิด B และ C ภายในถังเครอ่ื งดับเพลิงชนดิ น้ีจะบรรจุ
สารเคมีแห้ง จะมีท่อสาหรับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซ่ึงบรรจุอยู่ในถังหน่ึง เพ่ือให้เป็นท่อทางเดินของก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์ ในการใช้งานจะเปิดช่องให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขับดันให้ผงเคมีแห้งพุ่งไปยังจุดที่เกิด
เพลงิ ไหม้

รูปที่ 8.19 เคร่อื งดับเพลงิ ชนิดผงเคมีแห้ง

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 9 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ช่อื วิชา อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครง้ั ที่ 9/18
ช่อื หนว่ ย การปูองกนั และระงับอคั คีภยั จานวน 3 คาบ

ช่อื เรอ่ื ง การปูองกนั และระงบั อัคคภี ยั

เคร่อื งดบั เพลงิ ชนิดฟองกา๊ ซ สาหรับดับเพลิงชนิด A, B เครื่องดบั เพลิงชนิดนี้ จะประกอบไปดว้ ย
สารเคมีท่สี าคญั คือ อะลูมเิ นียมซัลเฟต โซเดียมคาร์บอนเนต สารทาใหเ้ กดิ ฟอง การใช้งานจะต้องคว่ากลับหัว
ถังลง สารเคมภี ายในถังจะทาปฏิกริ ิยาทาให้เกิดแรงดนั ฟองก๊าซให้พุ่งออกมา เครือ่ งดับเพลิงชนิดนถ้ี า้ นาไป
ดบั เพลงิ ชนดิ A ใหฉ้ ีดฟองอากาศไปทฐ่ี านของเพลิง ถา้ นาไปดบั เพลงิ ชนิด B เชน่ น้ามนั ลกุ ไหม้ในถัง ห้ามฉดี ไป
ท่กี ลางถงั เพระแรงดันของสารดับเพลงิ ชนดิ น้ี จะทาใหน้ า้ มนั ในถังกระจายออกมาขายพ้นื ท่ีการลุกไหมเ้ พ่ิมขึน้
ต้องฉีดสารดบั เพลงิ ไปทขี่ อบถงั เพอ่ื ให้ฟองอากาศคอ่ ยๆ ไหลลงมาครอบคลมุ เปลวเพลิง ออกซิเจนไม่สามารถ
เขา้ มาทาปฏิกิรยิ าช่วยในการเผาไหมเ้ พลงิ จึงดับ

รปู ที่ 8.20 เครื่องดับเพลิงชนดิ ฟองกา๊ ซ
สรปุ หลกั ในการดบั เพลิง

1. กาจดั เชื้อเพลงิ ซงึ่ เป็นผลให้เพลงิ ดบั โดยวิธี
o นาเช้ือเพลิงออกจากบรเิ วณเพลิงไหม้
o นาสารชนิดอื่นมาปกคลุมผิวเชื้อเพลิง หากไม่สามารถนา
เช้ือเพลิงออกไปได้ เช่น ผ้าฝูายหนาชุ่มน้า,โฟม, ก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์เหลว

2. กาจัดออกซิเจน ฉีดน้าหรือสารปกคลุมบริเวณเพลิงไหม้ เป็น
ผลทาให้ออกซิเจนมีปริมาณลดลงจนไม่ทาให้เกิดปฏิกิริยาลุก
ไหม้

3. ลดอณุ หภูมขิ องเช้ือเพลิงให้ตา่ กว่าจดุ วาบไฟ

เอกสารอ้างองิ

หนังสือเรียนวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัสวิชา 2001–1004

บันทึกหลงั การสอน
1. ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้

..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ผลการเรียนของนักเรยี น/ผลการสอนของครู/ปญั หาท่ีพบ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกป้ ัญหา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ............................................... ลงช่ือ...............................................
(...............................................) (.............................................)
ตวั แทนนักเรียน ครูผู้สอน

ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 10 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 สอนครัง้ ที่ 10/18
ชื่อหนว่ ย การสง่ เสริมสุขภาพอนามยั ของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

ชอื่ เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพอนามยั ของพนกั งาน

หวั ขอ้ เรอื่ ง
10.1 ความหมายและความสาคัญของสุขภาพอนามยั
10.2 วธิ สี ง่ เสริมความปลอดภัยแกพ่ นักงาน
10.3 การบริหารรา่ งกายเพอื่ เสริมสร้างสุขภาพ
10.4 การส่งเสริมงานความปลอดภยั
10.5 กจิ กรรมสง่ เสรมิ ความปลอดภัย

สาระสาคญั /แนวคดิ สาคัญ
การส่งเสริมสุขภาพอนามัยของพนักงาน คือ งานส่งเสริมและธารงรักษาสุขภาพและความสามารถ

ในการทางานของคนงาน ปรับปรงุ สภาพแวดล้อมและการทางานให้ดีขึน้ การพัฒนาองค์กรและวัฒนธรรมของ
องค์กร เพ่ือให้พนักงานมีสุขภาพอนามัยที่ดีอันจะส่งผลต่อองค์กรหลายด้านท้ังด้านผลผลิต ภาพลักษณ์ของ
องคก์ ร

สมรรถนะยอ่ ย
วางแผนปรับปรงุ สภาพการทางานเพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน

จุดประสงค์การปฏิบตั ิ
ดา้ นความรแู้ ละทักษะ
1. บอกความหมายและความสาคัญของสขุ ภาพ
2. บอกความหมายของการสง่ เสริมสขุ ภาพ
3. อธบิ ายหลกั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ
4. อธบิ ายวธิ กี ารสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ใหแ้ ก่พนกั งาน
5. บอกประโยชนข์ องการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แสดงออกดา้ นการตรงต่อเวลา ความสนใจใฝรุ ู้ ความซ่อื สตั ย์ สุจริต ความมีนา้ ใจ, แบง่ บนั

ใบเนื้อหาหน่วยที่ 10

ชื่อวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน สอนครง้ั ที่ 10/18

ช่ือเรอ่ื ง การสง่ เสรมิ สุขภาพอนามัยของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

10.1 ความหมายและความสาคญั ของสุขภาพอนามัย

10.1.1 ความหมายของ “สขุ ภาพ”

องคก์ ารอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ได้ให้ความหมายของคาว่า

สขุ ภาพ คือ สภาวะทส่ี มบรู ณท์ ้ังร่างกายและจิตใจ และอยู่ร่วมในสังคมได้ดี มิเพียงแต่ปราศจากโรคหรือความ

พกิ ารเทา่ นน้ั นัน่ คือ คนที่มสี ขุ ภาพดีจะเปน็ คนทีม่ ีรา่ งกายสมบูรณ์ แข็งแรง จิตใจดี ไม่เจ็บปุวย ไม่พิการ และ

อยรู่ ่วมในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข ผทู้ ่จี ะมีคุณสมบัติพร้อมเช่นน้ีได้ก็จะต้องรู้จักดูแลรักษาสุขภาพของตนไว้ให้

คงอย่ไู ดย้ าวนานท่สี ดุ ตามสภาพของร่างกาย

สานกั งานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งปี (สปรส.) ใหค้ วามหมายของคาวา่ สขุ ภาพ คอื สขุ ภาวะ

หรือภาวะที่เปน็ สขุ ทั้งทางกาย ทางจติ ทางสงั คม และทางจิตวิญญาณ

1. ทางกาย หมายถึง รา่ งกายสมบรู ณแ์ ข็งแรง ไม่เจ็บปุวย ไม่พิการ มีปจั จัยในการดารงชีพที่

พอเพยี ง

2. ทางจติ หมายถงึ มคี วามสุข เบกิ บาน มีสติ มีสมาธิ ใจสบาย ไมเ่ ครยี ด ไม่บบี คนั้

3. ทางสังคม หมายถงึ การสามารถอย่รู ว่ มกับผู้อื่นไดด้ ้วยดี ครอบครัวอบอุ่น ไดอ้ ยู่ใน

สิ่งแวดลอ้ มที่ดี ชมุ ชนเขม้ แข็ง มคี วามเสมอภาคและสมานฉันท์

4. ทางจติ วิญญาณ หมายถึง ได้ทาความดแี ละจติ ใจสมั ผัสกับความปติ ิสุข มีศาสนาหรือ

เครอ่ื งยดึ เหน่ียวจิตใจ มีความเอ้อื เฟือ้ ลดความเห็นแกต่ วั

10.1.2 ความสาคญั ของสขุ ภาพอนามัย

ในการทางานทุกสาขาอาชพี สขุ ภาพอนามัยถือเป็นปัจจยั ที่สาคญั อกี ปจั จัยหน่ึงท่ีสง่ ผล

ต่อความสาเร็จหรือลม้ เหลวของบคุ คลและองคก์ ารปญั หาพฤตกิ รรมในการทางานของบุคคลในสาขาอาชีพต่าง

ๆ อาทิเชน่ ขาดงานบอ่ ย ๆ เกดิ อุบัตเิ หตุในการทางาน มาทางานสาย มีการรอ้ งทกุ ขห์ รือลาออกจากงาน ส่วน

หนึ่งมกั มีสาเหตมุ าจากปัญหาสุขภาพอนามยั ดังน้นั หากบุคลากรมีสุขภาพอนามยั ท่ีดี ย่อมเกิดประโยชน์ต่อ

การทางานดงั นี้

1. ลดอตั ราการหยุดงาน การลาปุวยและลดค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาลพนกั งาน

2. เกดิ ความปลอดภัยในการทางานมากขึน้ เพราะพนกั งานมสี ตสิ มั ปชัญญะ มคี วาม

รอบคอบ มีเหตผุ ลและความรับผดิ ชอบในการทางาน

3. เกิดความรว่ มมือรว่ มใจในการทางานเพราะบุคคลท่ีมีสุขภาพอนามัยดี สามารถสร้าง

ความสัมพนั ธ์กับบุคคลรอบข้างไดเ้ ปน็ อย่างดี

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 10

ชือ่ วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน สอนคร้งั ท่ี 10/18

ช่อื เรื่อง การสง่ เสริมสุขภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

4. งานสาเรจ็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ เกิดการเพมิ่ ผลผลิตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

10.2 วธิ สี ง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ให้แกพ่ นักงาน

การที่จะสง่ เสริมสุขภาพอนามัยให้แกพ่ นักงานในสถานประกอบการได้น้ัน จะตอ้ งให้ความ

รว่ มมือทงั้ สองฝาุ ย คือ ทางเจา้ ของสถานประกอบการจัดบรกิ ารหรอื สวสั ดกิ ารต่าง ๆ ให้แก่พนักงาน และทาง

ฝุายพนกั งานเองกจ็ ะตอ้ งทาความเข้าใจและนาไปปฏบิ ัตอิ ย่างสม่าเสมอ เพราะเรอื่ งของสขุ ภาพร่างกายไมม่ ีผใู้ ด

สามารถหยิบย่ืนใหไ้ ดเ้ หมือนกบั สิ่งของอ่ืน ๆ นอกเสียจากตนเองเท่านน้ั ท่ีจะกระทาได้

ต่อไปน้ีจะกล่าวถงึ รายละเอียดบางเร่ืองท่ีเก่ยี วกับกานส่งเสริมสขุ ภาพอนามัย ซ่ึงสามารถ

ปฏิบตั ิได้โดยทางสถานประกอบการจดั ให้ และการที่พนกั งานเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเอง เพอื่ เปน็ การปอู งกันการ

เจ็บปุวยและอันตรายทจ่ี ะเกดิ ขึ้นกบั รา่ งกายให้แก่พนกั งาน ดังต่อไปน้ี

ก. โดยสถานประกอบการ สามารถดาเนินการได้ดังน้ี

1. การจดั บริการทางดา้ นสวัสดกิ าร เช่น น้าดื่ม หอ้ งน้า หอ้ งสว้ ม หอ้ งพักผอ่ น หอ้ งพยาบาล

และอปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในการปฐมพยาบาล เป็นตน้ โดยการจัดบรกิ ารให้มตี ามจานวนและสัดส่วนทีก่ ฎหมายแรงงาน

กาหนดไว้ (ได้กล่าวไวใ้ นหน่วยที่ 3 แล้ว)

2. การจัดบริการทางดา้ นสุขาภาพอนามยั และความปลอดภยั

2.1)การจดั อบรมใหค้ วามร้เู ก่ยี วกับสขุ ภาพอนามยั และความปลอดภัยในการทางาน

2.2)การตรวจสุขภาพประจาปี

2.3)จัดกจิ กรรมนันทนาการตามความเหมาะสม

2.4)จดั ใหม้ ีสถานท่ีผักผอ่ น และสถานท่อี อกกาลังกาย ตามความจาเป็น

2.5)จัดบุคลากรทางด้านพยาบาลและแพทยค์ อยให้บริการทางด้านสุขภาพ เป็นต้น

รปู การบรกิ ารทางดา้ นสุขภาพ

ใบเนือ้ หาหนว่ ยที่ 10 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครง้ั ที่ 10/18
ชือ่ หนว่ ย การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

ชอ่ื เรอ่ื ง การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ของพนักงาน

3. คอยสอดสอ่ งดูแลพฤติกรรมของพนกั งานที่เกยี่ ว
ข้องกับยาเสพติดใหโ้ ทษ ดังนี้

1) การตรวจสารเสพติดในรา่ งกายของพนักงานเปน็ ประจา
2) การให้ความร้คู วามเขา้ ใจทถี่ กู ต้องเกย่ี วกับยาเสพติดให้โทษ
3) ไมส่ ่งเสริมให้พนกั งานใช้สารเสพติดในการปฏบิ ตั ิงาน
4) แจ้งขอ้ มูลขา่ วสารให้กบั หนว่ ยงานท่รี ับผดิ ชอบโดยตรง เช่น สถานตี ารวจในเขตพ้ืนที่
และสานักงานปูองกันและปราบปรามยาเสพติด ทุกภูมภิ าพ
ข. โดยตวั ของพนกั งานเอง
กิจกรรมเกยี่ วกบั การสง่ เสริมสุขภาพอนามัย มใี หเ้ ลอื กปฏิบตั ิได้หลายวธิ ี พนกั งานสามารถ
เลอื กกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง ตามสภาพแวดล้อมและความเปน็ อยู่
ดังน้ี
10.3 วิธีการปฏิบัตติ นเพ่ือการมีสุขภาพทด่ี ี
การรู้จักการักษาและพัฒนาสุขภาพอนามัยของตนเอง ย่อมส่งผลให้ตนมีสุขภาพแข็งแรง
สุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีทาให้บุคคลสามารถปรับตัวเองเข้ากับ
สถานการณต์ ่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ของบคุ คล ควรปฏิบัติดังนี้
1. จดั สภาพแวดล้อมให้เหมาะสม สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยสาคัญท่ีจะทาให้มนุษย์ดาเนิน
ชวี ิตอยู่อย่างมคี ุณภาพ ชว่ ยใหส้ ภาพรา่ งกายและจิตใจมพี ฒั นาการในทางท่ีเหมาะสมทั้งที่พักอาศัยและสถานที่
ทางาน ถือเป็นสถานท่ีสาคัญต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน ดังนั้นจึงควรจัดสภาพแวดล้อมให้ดี รักษา
ความสะอาด ความมีระเบยี บเรยี บร้อย ความปลอดภยั มแี สดงสว่าง อุณหภูมิและสิ่งอานวยความสะดวกอย่าง
เหมาะสม เพ่ือทุกคนจะไดท้ างานอยา่ งมคี วามสุข สง่ ผลให้สขุ ภาพร่างกายแขง็ แรงและสุขภาพจติ ดีตามไปด้วย
2. รักษาและดุแลสภาพร่างกาย การจะทาให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตสมบูรณ์แข็งแรง
นัน้ จะตอ้ งรู้จักดูแลตัวเองให้ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อ
ร่างกาย รู้จักรักษาความสะอาดของร่างกายและเคร่ืองนุ่งห่ม รวมทั้งสิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจาวันต่าง ๆ
อย่างสม่าเสมอ หากสภาพร่างกายออ่ นเพลียหรอื มีอาการทีไ่ ม่ปกตดิ ้วยสาเหตุใดก็ตาม ควรรบี ปรกึ ษาแพทย์

ใบเนื้อหาหนว่ ยที่ 10

ชอื่ วชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย การสง่ เสริมสุขภาพอนามัยของพนักงาน สอนคร้ังที่ 10/18

ชอ่ื เรอ่ื ง การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

และควรมีการตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี เพ่ือจะได้ปูองกันและแก้ไขได้ทันการณ์ เรียนรู้ที่จะดูแล

สุขภาพร่างกายด้วยตวั เองได้อย่างถกู วธิ ี

3. ออกกาลังกายสม่าเสมอ การออกกาลังกายเป็นวิธีการเสริมสร้างร่างกายให้สมบูรณ์

แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์ เพราะเกิดความสนุกสนาน

เพลดิ เพลิน และยังถอื ว่าเป็นการใชเ้ วลาว่างอย่างชาญฉลาด การออกกาลังกายของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป

ทั้งน้ีจะตอ้ งพิจารณาใหเ้ หมาะสมกบั สภาพร่างกาย เพศ วัย อายุของตนเอง เช่น วิ่ง ว่ายน้า เดินหรือเล่นกีฬาที่

ตนชอบและถนัด เป็นต้น การออกกาลังกายเป็นการเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดี เพราะไม่ต้อง

ลงทนุ แตเ่ กดิ ประโยชน์สงู สดุ

4. พักผ่อนอย่างเพียงพอ การพักผ่อนเป็นการผ่อนคลายความตึกเครียดของร่างกายและ

จิตใจท่ีดี วิธีการพักผ่อนท่ีดีที่สุดคือ การนอนหลับ เพราะเป็นการทาให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายทางาน

นอ้ ยลง รา่ งกายจะสดช่ืนเมื่อได้รบั การพักผ่อนอย่างเต็มท่ี นอกจากการนอนหลับแล้วการพักผ่อนยังมีอีกหลาย

วิธี ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับความพอใจหรือสนใจของแต่ละคน เช่น พักผ่อน โดยการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ปลูกต้นไม้

หรอื ทอ่ งเท่ยี วไปตามสถานท่ตี า่ ง ๆ เป็นต้น

5. มองโลกในแง่ดี หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์หรือตาหนิติเตียนบุคคลอ่ืน พยายามมุ่ง

ความสนใจไปยังส่วนที่ดขี องบคุ คลอน่ื ทอ่ี ยู่รอบข้างตัวเรา จะทาให้ชีวิตมีความหวัง จิตใจสดชื่นแจ่มใส เพราะ

การมองโลกในแง่ร้าย จะยิง่ ซา้ เตมิ ใหเ้ กดิ ความเครียดสง่ ผลเสียต่อสขุ ภาพจิตและสขุ ภาพกายมากยง่ิ ข้ึน

6. เรียนรู้ท่ีจะอดทน อดกล้ันและให้อภัย การที่มนุษย์ขาดความอดทน อดกลั้น และไม่

เรียนรกู้ ารใหอ้ ภัยในความผดิ พลาดของบคุ คลอ่ืน จะนาไปสู่ความโกรธ ความคับข้องใจ ความโกรธไม่ได้ทาลาย

เฉพาะบคุ คลอนื่ เทา่ นั้น ยังทาลายตนเอง โดยทาให้หัวใจเตน้ แรง ความดันโลหิตสูง จนไม่สามารถควบคุมตนเอง

ได้ บางครง้ั ถึงขัน้ เส้นโลหิตในสมองแตก

7. เรยี นรกู้ ารวางแผนการทางานและบริหารเวลาให้เหมาะสม การขาดการวางแผนงาน

จะนา มาซึง่ ความลม้ เหลวในการทางาน เกดิ ความสับสน หลงลืมงา่ ย และรสู้ ึกวา่ งานทรี่ บั ผดิ ชอบไม่สาเร็จลุล่วง

การวางแผนงานจะนาไปสู่การบริหารเวลาที่เหมาะสม เห็นความสาคัญของงานต่าง ๆ ว่าควรจะทาอะไรก่อน

อะไรหลงั รู้จกั การจัดสรรเวลาใหง้ าน ครอบครัวและสงั คมไดส้ ดั สว่ นทเ่ี หมาะสม

8. เรียนรู้วิธีการผ่อนคลายท่ีมีระบบ เช่น การทาสมาธิ การจินตนาการ การรู้จัดระบาย

ปญั หาใหบ้ คุ คลอื่นทเี่ ราไวว้ างใจรบั รู้ การปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การทางานอดิเรกท่ีเรา

ชนื่ ชอบ การเข้ารว่ มเป็นอาสาสมัครในกิจกรรมเพ่อื สังคม

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 10

ช่ือวิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชื่อหน่วย การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยของพนกั งาน สอนครั้งท่ี 10/18

ช่ือเร่ือง การส่งเสริมสุขภาพอนามยั ของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

9. หลีกเล่ียงสารเสพตดิ ทกุ ชนิด อาทเิ ชน่ สรุ า บุหรี่ ยาบ้า กัญชา เฮโรอนี ฯลฯ เพราะสิง่

เหลา่ น้ีล้วนส่งผลเสียตอ่ สขุ ภาพท้ังสิ้น

10. ทาตนให้เปน็ ประโยชน์ต่อบุคคลอนื่ และสงั คม วงการแพทย์สมัยใหมต่ ่างยอมรับรว่ มกนั

ว่า ความคดิ ของมนุษย์ที่อยากเหน็ บคุ คลอน่ื มีความสุข เปน็ แนวทางหนึ่งท่ีจะช่วยพฒั นาสุขภาพจติ ของมนษุ ย์ให้

สมบูรณ์ แข็งแรงและมีความสุขได้ เช่น การรว่ มบาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ สังคม การเป็นอาสาสมัครอ่านหนังสือให้

คนตาบอด การช่วยเหลือคนแก่ข้ามสะพานลอย การทาบุญกบั ผดู้ อ้ ยโอกาสในสงั คม ฯลฯ

รูป อาหารท่ีช่วยเสรมิ สร้างสุขภาพทีด่ ี
การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดี จะส่งผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกมาของบุคคล เช่น มี
ความกระตือรือร้น การเคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ว่องไว กระฉับกระเฉง ตัดสินใจหรือลงมือปฏิบัติ
กิจกรรมตา่ ง ๆ ได้รวดเร็ว ถูกต้องและมีประสิทธิภาพโดยไม่ผิดพลาด เป็นการสร้างความมั่นใจในตนเอง เกิด
การพัฒนาศักยภาพตนเองในด้านการทางาน ตรงข้ามกับผู้ที่มีสุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรง ความ
กระตือรือร้นและความมั่นใจในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ก็จะลดลง เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการทางาน
เพราะไม่สามารถทางานหนักหรือมีความอดทนต่อสภาพงานหรือความกดดันต่าง ๆ ได้น้อย สภาพจิตใจที่ไม่
ปกตกิ จ็ ะทาใหเ้ กดิ ความเครยี ด วิตกกงั วล อารมณ์ไม่แจ่มใส มองโลกในแง่ร้าย ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ยาก การ
ทางานก็จะขาดประสทิ ธิภาพ
ดังนั้น ทุกคนควรหันมาสนใจและปฏิบัติตนให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีอยู่เสมอ ไม่
ปล่อยให้สภาพร่างกายอ่อนแอเส่ือมโทรมจนเกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจ โดยการทางานหรือกิจกรรมที่มี
คุณค่าต่อตนเอง เช่น เป็นอาสาสมัครช่วยชุมชนดูแลต้นไม้ ทางานอดิเรกที่ชอบ ทาความเข้าใจตนเองและ
ยอมรับความเป็นจริงของชีวิต ใช้หลักธรรมทางศาสนาเข้าช่วยให้จิตใจสงบสุข หรือบริหารร่างกายเพ่ือ
เสริมสรา้ งสุขภาพ

ใบเน้ือหาหน่วยท่ี 10

ช่อื วิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่ือหน่วย การส่งเสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน สอนครั้งท่ี 10/18

ชือ่ เรือ่ ง การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

10.4 การบรหิ ารรา่ งกายเพ่ือเสริมสรา้ งสุขภาพ

1. การออกกาลงั กายในสานกั งาน

งานในสานักงานส่วนใหญ่จะมีลักษณะการทางานในท่านั่ง หรือยืนเป็นเวลานาน โดย

เฉพาะอย่างยิ่งงานที่เก่ียวข้องกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทางานในท่าเดียวนาน ๆ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวด

กลา้ ม เน้ือและความเครียดได้

การออกกาลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่ีโต๊ะทางานสามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้ และ

สาหรบั ผู้ทางานหนา้ จอคอมพิวเตอร์ควรปฏิบัติตามข้อแนะนาต่อไปนี้ นอกเหนือจากออกกาลังกายเล็กน้อยท่ี

โต๊ะทางาน

 ควรเปลยี่ นอิริยาบถท่าทางการทางานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรสลบั ด้วยงานที่

แตกตา่ งออกไปเพอ่ื เป็นการหยดุ พกั และใหร้ ่างกายไดเ้ ปลีย่ นท่าลักษณะการทางาน

 ทางานในความเรว็ พอเหมาะ เนอ่ื งจากหากเร่งทางานเรว็ เกินไปจะทาใหก้ ล้ามเนอ้ื ล้า

แตถ่ ้าหากทาช้าเกนิ ไปกจ็ ะเกิดอาการเบื่อ

 ละสายตาจากจอภาพในบางโอกาส และมองไปที่วตั ถุทอ่ี ยู่ในระยะไกล เพ่ือพัก

สายตา

 หยุดพกั เปน็ ระยะ ๆ เพ่ือลดความเครยี ดของกลา้ มเนือ้ และตา โดยการยนื เคลอ่ื นไหว

ไปมา และเปลี่ยนกิจกรรมการทางาน

 ผอ่ นคลายกลา้ มเนือ้ การเกร็ง เปลยี่ นอริ ยิ าบถโดยการออกกาลงั กาย

รูป แสดงท่ายืดแขนโดยวิธปี ระสานน้ิวมอื เขา้ ดว้ ยกัน หงายฝุามือขึน้ ยืดแขนต้งั เหนอื ศีรษะ หลังตรง

ใบเนื้อหาหนว่ ยท่ี 10 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครง้ั ท่ี 10/18
ชอ่ื หน่วย การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามยั ของพนักงาน จานวน 3 คาบ

ช่อื เร่อื ง การส่งเสรมิ สุขภาพอนามยั ของพนักงาน

รปู แสดงท่าเหวี่ยงเทา้ ไปมาโดยวธิ วี างเทา้ ให้ห่างกนั ยกปลายเท้าข้ึนให้
สน้ เทา้ ติดพ้นื เหวี่ยงปลายเท้าเขา้ หากันและเหวย่ี งออก

รปู แสดงท่าหมุนไหลโ่ ดยวิธวี างแขนเหยยี ดตรงข้างลาตัว ยกไหล่ทง้ั
สองขึ้นยกั ไหลไ่ ปขา้ งหลงั แล้วปล่อยลงและคลายกล้ามเนือ้
ทาซา้ ในทิศทางตรงกันข้าม

รูป แสดงท่าเอียงขา้ งโดยวธิ ีห้อยแขกไว้ขา้ งลาตัว เอยี งไหลซ่ า้ ย-ขวา
ข้ึนลงสลบั กัน

ใบเนื้อหาหน่วยที่ 10 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ช่ือวิชา อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครัง้ ที่ 10/18
ชอ่ื หน่วย การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

ชื่อเร่อื ง การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน

รปู แสดงทา่ กม้ หลงั โดยวิธีเก็บคาง ยกขาขน้ึ จากพืน้ ข้างหน่งึ กม้ ตัวให้
จมกู แตะหวั เข่า

รปู แสดงทา่ งอขอ้ เทา้ โดยวิธี ยกขาขา้ งหน่งึ จากพื้นเหยียดตรงงอขอ้ เท้า
ให้ปลายเท้าชี้ขึ้น แลว้ เหยียดข้อเทา้ ใหป้ ลายเท้าขนานกับ
พ้นื ทาซ้ากับขาอกี ข้างหนึง่

ใบเน้อื หาหนว่ ยท่ี 10 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 สอนครั้งที่ 10/18
ชอ่ื หน่วย การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

ช่อื เรอ่ื ง การส่งเสริมสุขภาพอนามัยของพนักงาน

10.5 การส่งเสรมิ งานความปลอดภยั
การสง่ เสริมงานความปลอดภัย หมายถึง การดาเนินงานต่าง ๆ ท่ีจะช่วยให้คนท่ีทางาน

เกิดปลอดภยั ในการทางานมากที่สดุ เทา่ ทจี่ ะทาได้ โดยจัดให้มกี ารดาเนินงานในด้านการฝึกอบรม การให้ความรู้
ความเข้าใจในเรื่องของความปลอดภัยแกค่ นงานขณะทางาน รวมทั้งพยายามสร้างความสนใจในงานด้านความ
ปลอดภัยใหเ้ กิดขึ้นดว้ ย

การสง่ เสริมงานความปลอดภัยในสถานประกอบการนนั้ เป็นเรอ่ื งทีจ่ ะต้องกระทาร่วมกัน
ทั้งผบู้ ริหารโรงงาน พนกั งาน รวมท้ังหน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้องด้วย จึงจะทาให้งานด้านน้ีเข้าสู่จุดมุ่งหมายที่
ตอ้ งการ หลักการในการสง่ เสริมงานความปลอดภยั ควรพจิ ารณาจากสิง่ ต่อไปน้ี

ก. เจา้ ของโรงงาน
เจ้าของโรงงานจะต้องตระหนักและเห็นชอบในการส่งเสริมความปลอดภัย โดยจะต้อง

กาหนดเป็นนโยบายของโรงงาน และเม่ือกาหนดเปน็ นโยบายในการส่งเสรมิ ความปลอดภัยแล้วก็จาเป็นต้องหา
วิธกี ารตา่ ง ๆ เพอ่ื ใหส้ าเร็จและสู่เปาู หมายของนโยบายดงั กลา่ วให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วิธีการที่ว่านี้อาจจะ
เป็นการต้ังคณะกรรมการความปลอดภัยในโรงงานขนาดใหญ่ หรือถ้าเป็นโรงงานขนาดเล็กควรมีเจ้า หน้าที่
รับผดิ ชอบในด้านความปลอดภยั เพื่อจะไดด้ าเนินการด้านนโ้ี ดยตรง เจ้าของโรงงานและผู้บริหารโรงงานนับว่า
เป็นบคุ คลท่สี าคญั เพราะเป็นผู้ที่บันดาลให้การส่งเสริมงานความปลอดภัยประสบความสาเร็จหรือล้มเหลวได้
ในบางประเทศได้มกี ฎหมายกาหนดให้ทางผู้บริหารโรงงานมีนโยบายในเร่ืองความปลอดภัย โดยผู้บริหารต้อง
ดาเนินตามนโยบายดงั กลา่ ว และรายงานให้หน่วยงานตรวจโรงงานของรฐั ทราบอย่างสมา่ เสมอถงึ ผลการดาเนิน
งานในกรณีทม่ี ปี ญั หา เจา้ หน้าทขี่ องรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือในดา้ นวิชาการ

ข. พนักงาน
พนักงานนับว่ามีความสาคัญเช่นเดียวกัน เมื่อทางผู้บริหารโรงงานได้มีนโยบายในเรื่อง

ความปลอดภัยแลว้ พนักงานจะตอ้ งยอมรบั และให้ความร่วมมอื ดว้ ยความเต็มใจ เช่น ทางานตามวิธีปฏิบัติงาน
อยา่ งปลอดภัยตามท่ไี ดก้ าหนดไว้ เอาใจใสต่ อ่ กฎระเบียบขอ้ บังคบั ตา่ ง ๆ อย่เู สมอ หรือให้ความร่วมมือกับคณะ
กรรมการความปลอดภยั เปน็ ต้น การท่พี นกั งานจะใหค้ วามรว่ มมือกับทางผ้บู ริหารโรงงานน้นั วิธกี ารที่ดีอันหนึ่ง
กค็ ือ พนักงานจะตอ้ งมคี วามรคู้ วามเข้าใจทจี่ ะตอ้ งทางานให้เกิดความปลอดภัย ฉะนั้น พนักงานเหล่านี้จะต้อง
ไดร้ ับการศึกษาฝกึ อบรมในเรอื่ งความปลอดภัยในการทางาน จะต้องรู้ถึงสาเหตุและรู้แนวทางของการปูองกัน
มตี ัวอยา่ งของความไมป่ ลอดภัยในการทางานเกดิ ข้นึ เนอื่ งจากคนงานไมเ่ ขา้ ใจถึงอันตรายจากงานท่ีกาลังทาอยู่
และไมใ่ หค้ วามร่วมมอื ตอ่ ผ้บู ริหารโรงงานในการปูองกันตนเองในระหวา่ งปฏบิ ตั ิงาน เชน่ ในโรงงานทอผ้า

ใบเนือ้ หาหนว่ ยที่ 10

ชอ่ื วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชือ่ หนว่ ย การสง่ เสริมสุขภาพอนามยั ของพนักงาน สอนครง้ั ท่ี 10/18

ช่ือเรอ่ื ง การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

พนักงานไมเ่ ขา้ ใจว่าอันตรายของเสียงเป็นอย่างไร และไม่ให้ความร่วมมือต่อผู้บริหารโรงงาน ซึ่งมีนโยบายใน

เรือ่ งความปลอดภัย ซ่งึ จัดเคร่อื งปอู งกันเพอ่ื ลดความดังของเสยี งไว้แต่พนกั งานก็ไม่ยอมสวมใส่ เป็นตน้

ค. จัดใหม้ ีการศึกษาและฝกึ อบรมด้านความปลอดภยั

1. วตั ถุประสงค์ เพอ่ื ใหผ้ ู้เข้ารบั การฝึกอบรมในเรื่องความปลอดภยั ไดร้ ับความร้เู รอื่ งนี้

จะนาไปสู่การเปลีย่ นแปลงหรอื การปรบั ปรงุ การปฏบิ ัติตนในการทางานให้มคี วามปลอดภัยมากยิ่งขึน้ การ

อบรมนีค้ วรกระทาทงั้ ผ้ทู ีป่ ฏิบัติงาน เจา้ หนา้ ทีท่ างด้านความปลอดภยั และผูป้ ฏบิ ัติงานทุกคนเพือ่ ใหเ้ ขาไดร้ ับรู้

เกย่ี วกับอันตรายต่าง ๆ จากการทางาน รวมท้ังสนองตอบตอ่ ความต้องการตา่ ง ๆ ของอาชีพน้นั ๆ และให้

เปน็ ไปตามขอ้ บงั คบั ของกฎหมาย

การสอนวิชาเกยี่ วกบั ความปลอดภัย เปน็ เร่อื งทีแ่ ตกตา่ งออกไปจากการสอนวิชาการ

อ่ืน ๆ เพราะมิใช่เป็นเพียงการเตรียมข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เท่าน้ัน แต่เป็นการสอนเพื่อให้เกิดการ

เปลยี่ นแปลงทัศนคติด้วยเปน็ การสอนในทานอง มุ่งสอนให้ผู้เข้ารับการอบรมยอมรับถึงอันตรายต่าง ๆ ในการ

ทางานสนับ สนุนให้มีการแนะนาเป็นการส่วนตัว เพื่อปรับปรุงหน่วยงานท่ีมีหน้าที่เกี่ยวกับความปลอดภัย

ผู้บริหารช้ันสูงจะต้องยอมรับทัศนคติในข้อน้ีด้วย ถ้าผู้ปฏิบัติงานทุกคนทาตัวเหมือนกับเป็นเจ้าหน้าที่ความ

ปลอดภัยได้ กจ็ ะงา่ ยในการท่จี ะสร้างกฎแห่งความปลอดภยั ได้

การสอนวิชาเก่ียวกับความปลอดภัยไม่ควรท่ีจะเป็นวิชาที่แยกออกต่างหาก

โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การทางานทปี่ ลอดภยั ควรทีจ่ ะรวมอยู่ในรปู ของการแนะนาการปฏิบตั ิในแต่ละวชิ า เช่น คนที่

ปฏิบัติงานในโรงฝึก ควรจะได้มีการฝึกถึงการใช้มือ และการใช้เคร่ืองมือกับเครื่องจักรว่าใช้อย่างไรจึงจะ

ปลอดภัย เป็นตน้

2. วิธกี ารให้การศึกษาและฝีกอบรมความปลอดภยั มี 2 ลักษณะคือ

2.1 บรรจุวิชาความปลอดภยั ไว้กบั หลักสตู รอ่นื เช่น อบรมหัวหน้างานทางด้านควบ

คุมงานก็อาจจะแทรกเร่ืองความปลอดภัยไว้ด้วย เพราะต้องการให้เขาได้รู้วิธี

และนาไปถ่ายทอดให้แก่ลกู นอ้ งของเขาต่อไป

2.2 จัดเป็นหลกั สตู รความปลอดภยั โดยเฉพาะซ่งึ อาจจัดเป็นเร่ืองความปลอดภัยทั่ว

ๆ ไปใหค้ นท่วั ไปฟังได้ หรือจัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในหน่วยงาน เช่น ความ

ปลอดภัยสาหรับพวกช่างไฟฟูา ช่างก่อสร้าง ช่างบารุงรักษา ช่างกลโรงงาน

เป็นตน้

ใบเนื้อหาหน่วยที่ 10

ชื่อวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชอื่ หน่วย การส่งเสริมสุขภาพอนามัยของพนักงาน สอนครง้ั ที่ 10/18

ช่อื เร่ือง การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ของพนักงาน จานวน 3 คาบ

ง. การสรา้ งความสนใจในงานดา้ นความปลอดภัย

การสร้างความสนใจในงานด้านความปลอดภัยนั้น มีความจาเป็นที่จะต้องกระทา

ติดต่อกนั ไป ถงึ แม้วา่ ในสถานประกอบการนั้นได้ดาเนินการอย่างดีมาแล้วในเรื่องความปลอดภัยก็ตาม เช่น มี

การยอมรับท้ังผู้บริหารโรงงาน พนักงาน มีการจัดให้มีการศึกษา ฝึกอบรม ทั้งผู้บริหารโรงงาน ผู้ควบคุมงาน

และพนักงาน ความไม่ปลอดภยั ในการทางานนั้น สว่ นใหญม่ ีสาเหตุมาจากการทางาน ฉะน้ันการทางานจะต้อง

ถูกกระตุ้นส่งเสริมเพื่อให้เกิดความสนใจในเรื่องความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา มีส่ิงบอกเหตุหลายอย่างที่ผู้

บริหารงานหรือฝุายจัดการจาเป็นจะต้องจัดโปรแกรมหรือสร้างความสนใจในงานด้านความปลอดภัย เช่น

ความถ่ขี องการเกิดอบุ ัตเิ หตุ อปุ กรณ์ปูองกันอันตรายไม่ได้ถูกนามาใช้ การดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยใน

สถานประกอบการไม่ดี อปุ กรณ์ปูองกันอันตรายชารุด ไม่ได้รับการซ่อมแซมหรือเปล่ียนแปลง การรายงานใน

เร่ืองอบุ ตั เิ หตขุ องพนักงานไมส่ มบูรณห์ รือไมม่ ี ฉะน้นั การสร้างความสนใจในงานดา้ นน้คี วรพิจารณา ดังน้ี

1. ส่วนประกอบบางประการที่ควรจะพจิ ารณา ในการสร้างความสนใจในเร่ืองความ

ปลอดภัย ส่วนประกอบดังกล่าวนี้ อาจจะเป็นนโยบายในเรื่องความปลอดภัยของสถานประกอบการเป็น

อยา่ งไร งบประมาณทใ่ี ช้ ชนิดของงานทท่ี า พ้นื ฐานของพนกั งานรวมทง้ั ครอบครัวและการศึกษาของคนงาน

2. วิธีการสร้างความสนใจในงานด้านความปลอดภัย จะต้องสร้างความสนใจให้แก่

บุคคลตอ่ ไปนี้

1. ฝ่ายจัดการและผ้คู วบคมุ งาน การแบง่ ความรบั ผิดชอบและหน้าที่ในการทางาน

ขงสถานประกอบการนั้น เริ่มมาจากจุดสูงสุด คือ ฝุายจัดการจ่ายงานมาสู่ผู้ควบคุมงานให้มีความรับผิดชอบ

ภายในขอบเขตหนึ่ง ๆ และมีหน้าท่ีต้องดูแลควบคุมลูกน้องให้ทางานเป็นไปตามเปูาหมายของสถาน

ประกอบการ จากนั้นผู้ควบคุมงานก็ควรแจกจ่ายงาน พร้อมทั้งความรับผิดชอบของงานแก่พนักงานในส่วนที่

ตัวเองควบคุมอย่ทู านองเดียวกันเม่ือคานึงถงึ ระบบความปลอดภยั ของพนักงาน ฝาุ ยจัดการระดับสูงสุดจะเป็นผู้

กาหนดนโยบายให้เกิดความปลอดภัยโดยทั่วไปของพนักงาน จากน้ันผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้รับสนองนโยบาย

ของฝาุ ยจัดการมาดาเนนิ การตอ่ ไป พรอ้ มท้งั หาวธิ ปี ฏบิ ัติให้แก่ลูกน้องในสายงาน ให้เกิดความสนใจแกมบังคับ

ใหต้ อ้ งชว่ ยกนั รกั ษาความปลอดภัยของตวั เองและสว่ นรวม พนักงานจะเกิดความสนใจในเรอ่ื งความปลอดภัยได้

น้ัน ต้องเริ่มมาจากการสังเกตเห็นผู้ควบคุมงานมีความกระตือรือร้นในด้านการรักษาความปลอดภัย มีความ

พยายามในการดูแลทกุ ขส์ ุขของพนกั งาน มีการชแี้ นะถึงอันตรายต่าง ๆ ที่จะเกิดข้นึ พร้อมทั้งความเสียหายท่ีจะ

ตามมา มีการหม่ันดูแลรักษาเครื่องจักรให้ทางานอยู่ในสภาพปกติ และเกิดความปลอดภัยอยู่เสมอ สาหรับผู้

ควบคุมงานน้ันจะเกิดความสนใจในการรกั ษาความปลอดภยั ก็อยู่ท่ฝี ุายจดั การมนี โยบายหลกั ท่ีแน่นอน มีความ

กระตอื รอื รน้ ถึงความปลอดภยั มีการสนับสนนุ ช่วยเหลอื ในขอ้ เสนอแนะทผ่ี ูค้ วบคมุ งานเสนอมา จัดให้มหี น่วย

ใบเนือ้ หาหน่วยท่ี 10

ช่อื วชิ า อาชวี อนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่ือหนว่ ย การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยของพนักงาน สอนครงั้ ที่ 10/18

ช่อื เร่อื ง การสง่ เสรมิ สุขภาพอนามยั ของพนักงาน จานวน 3 คาบ

พยาบาลพร้อมท้ังให้มกี ารตรวจรา่ งกายพนักงานทุกคนเป็นประจา ให้ความสนใจและรับแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ท่ี

เป็นบ่อเกิดแห่งอันตราย ฝุายจัดการควรแสดงความจริงใจต่อการรักษาความปลอดภัยให้ปรากฏแก่ผู้ควบคุม

งาน พรอ้ มท้ังสรา้ งทศั นคตทิ ่ีดีใหแ้ กพ่ นักงาน

2. พนักงาน วิธกี ารใหเ้ กดิ ความสนเกี่ยวกับความปลอดภัยกค็ ือ การตดิ ต่อสื่อสาร

ระหว่างผคู้ วบคุมงานกับพนกั งาน วิธีการตา่ ง ๆ เหลา่ น้ีจะต้องกาหนดมาจากผคู้ วบคุมงานใหส้ อดคลอ้ งกบั

นโยบายของฝุายจดั การ นอกจากจะมวี ิธกี ารใหพ้ นกั งานปฏิบัติแลว้ ยังควรหาลู่ทางในการจูงใจเพือ่ สนบั สนนุ ให้

พนกั งานปฏิบตั ิงานดา้ นความปลอดภัยอีกดว้ ย วธิ กี ารตา่ ง ๆ ดังน้ี

2.1 การจัดตัง้ คณะกรรมการระดับพนักงาน ซง่ึ มีหลักการบางอยา่ งทจี่ ะช่วยให้

คณะกรรมการระดบั พนักงานชว่ ยกันรกั ษาความปลอดภยั ใหป้ ระสบผลสาเร็จ ไดแ้ ก่

2.1.1 สรา้ งความตอ้ งการรว่ มกัน ในการชว่ ยเหลอื ซงึ่ กันและกนั ในหมู่คณะ

กรรมการ

2.1.2 ผ้คู วบคมุ งานยงั คงมีสว่ นรับผดิ ชอบในการรักษาความปลอดภยั

2.1.3 คณะกรรมการตอ้ งมกี าหนดการท่ีแนน่ อนและต้งั เปูาหมายไวด้ ้วย

2.1.4 ผู้ควบคุมงานควรทาการติดตอ่ สงั่ งานกบั สมาชกิ ในแผนกของงานเอง

ไม่ควรยกเอาคณะกรรมการขน้ึ มาอ้าง

2.1.5 ระเบียบวาระการประชุมของคณะกรรมการ ควรจากดั อยู่เฉพาะเรอื่ ง

การรกั ษาความปลอดภยั

2.1.6 ควรมกี ารกาหนดเวลาในการหมนุ เวยี นเปลย่ี นคณะกรรมการ

2.1.7 ควรมกี ารเกบ็ บันทึกการประชมุ ทุกครั้ง

2.1.8 การประชุมควรเป็นไปตามกาหนดและยอมให้ผู้สนใจเข้าฟงั ไดด้ ว้ ย

2.2 การใช้โปสเตอร์เก่ยี วกับการรกั ษาความปลอดภัย ควรปฏิบัติดังนี้

2.2.1 ติดในทเ่ี ดน่ สะดดุ ตา มองเห็นไดง้ ่ายชัดเจน

2.2.2 ไม่กดี ขวางการสัญจร

2.2.3 ระดับทีจ่ ะติดควรอย่รู ะดบั สายตา

2.2.4 มีแสดงสว่างดี หรืออาจต้องมีไฟส่องเฉพาะ

2.2.5 โปสเตอรค์ วรเป็นแบบมาตรฐาน

2.3 จดั ให้มีภาพเตือนความจาเปน็ ในกรณพี ิเศษ ซึ่งควรได้พจิ ารณาดังน้ี

2.3.1 อาจเปน็ รปู ภาพปัญหาในเร่อื งความปลอดภัย

ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี 10

ช่ือวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภยั รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ช่ือหน่วย การส่งเสริมสขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน สอนคร้งั ท่ี 10/18

ชือ่ เร่ือง การสง่ เสริมสุขภาพอนามัยของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

2.3.2 อาจทาเปน็ สตกิ เกอรห์ รอื ภาพถา่ ย

2.3.3 ใชว้ ิธีการแจกจ่ายให้พนกั งานติดเพ่ือเตอื นใจ

2.4 จัดใหม้ ีความคดิ แบบแปลก ๆ ใหม่ ๆ

2.4.1 จดั เป็นหุน่ จาลอง สวมหมวก แล้วนาวัตถุหนัก ๆ ให้หล่นจากท่ีสูงลง

มาถูกหมวกน้ี

2.4.2 จัดกิจกรรมทายปัญหาเกี่ยวกับการประสบอุบัติเหตุ แล้วมีการมอบ

รางวัลแก่ผ้ชู นะพรอ้ มทั้งเฉลยคาตอบ และบอกรายละเอยี ด

อย่างไรกต็ าม การสร้างความสนใจในงานด้านความปลอดภยั ถงึ แม้จะได้พิจารณาใดด้าน

ส่วนประกอบบางอย่าง เชน่ นโยบายของสถานประกอบการ งบประมาณท่ีใช้ รวมท้ังวธิ กี ารสร้างความสนใจให้

ทัง้ ฝาุ ยจัดการและกบั ฝุายพนกั งานแล้วก็ตาม แต่ส่ิงสาคัญอันหน่ึงท่ีเป็นข้อควรคานึงก็คือ ความสนใจเบื้องต้น

ของมนุษย์ ซึ่งถ้าหากมนุษย์เข้าใจในเร่ืองนี้แล้ว การสร้างกิจกรรมเพื่อสนองตอบต่อความสนใจดังกล่าว จะ

ก่อให้เกิดเป็นผลดีต่อการส่งเสริมงานความปลอดภัยมากขึ้น ตัวอย่างเช่น คนเรากลัวความเจ็บปุวย เป็นส่วน

ประกอบท่สี าคัญทผ่ี ูด้ าเนินการในเร่ืองนี้จะสามารถหากิจกรรมมาสนองตอบ ซ่ึงอาจนามาใช้ได้ทั้งฝุายจัดการ

และฝุายพนกั งานไดด้ ีกว่าท่ีเราไม่เข้าใจ ความสนใจเบ้อื งต้นของคนเรา ความสนใจเบ้ืองตน้ ของคนและกิจกรรม

สร้างความสนใจท่ีสนองตอบมดี ังน้ี

ใบเนื้อหาหนว่ ยท่ี 10 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอื่ วชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหัส 20001-1001 สอนครง้ั ที่ 10/18
ชือ่ หนว่ ย การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

ชือ่ เรอ่ื ง การสง่ เสริมสุขภาพอนามยั ของพนกั งาน

ลาดับ สว่ นประกอบความสนใจเบอ้ื งต้น ลาดับ วธิ กี ารทจี่ ะใช้ในการสนองตอบ

1 ความกลัว สนใจในการกลัว การเจ็บปวด 1 วัตถุท่ีเป็นภาพใช้โปสเตอร์ท่ีเร้าอารมณ์และ

ความตาย การสญู เสยี รายได้ ความแตกร้างใน น่ า ก ลั ว ฟิ ล์ ม ท่ี น่ า ส น ใ จ ร า ย ง า น ท่ี มี

ครอบครัว และการถูกตาหนิติเตียนจากผู้ ภาพประกอบ การบาด เจบ็ รุนแรง ติดในแผ่น

ควบคมุ งาน ประกาศ หรือเอกสารของสถานประกอบการ

2 ความภูมิใจในด้านความปลอดภัยได้รับการ 2 ได้รับการตระหนักจากผู้ควบคุมงาน ในด้าน

รายงานทงั้ ส่วนตัวและหนว่ ยงานทท่ี า ความ สาเรจ็ ของงานที่ทา ได้รับรางวัลชมเชย

ทั้งคาพูดและโดยหนังสือชมเชย

3 ได้รับการชมเชยจากผู้ควบคุมงาน และ ผู้ 3 ตีพิมพ์ ลงภาพถ่าย และเรื่องราวของคนท่ีได้

บงั คับ บญั ชานัน้ อยากจะใหเ้ ปน็ ทีย่ อมรับของ รับคาชมเชย ลงในเอกสารหรอื สง่ิ ตีพิมพอ์ ่นื ๆ

เพอื่ นรว่ ม งานและในครอบครัว

4 ต้องการเป็นส่วนหนง่ึ ของกลุ่ม 4 จัดให้มีกิจกรรมของกลมุ่ หรอื รายบุคคล เชน่

(participation) ในการทากจิ กรรมบางอยา่ ง จัดคณะกรรมการความปลอดภัย ใหเ้ สนอ

เช่น เปน็ สมาชกิ ของกรรม การบางเร่ือง แผนการแนะนาหรือรณรงค์ในเร่อื งความ

ปลอดภัย

5 ต้องการแขง่ ขนั ที่จะชนะเหมอื นคนอื่น ๆ เชน่ 5 ใหม้ ีการประกวด แล้วให้รางวลั สาหรบั ผู้ชนะ

เดียว กับทีเ่ หน็ กันในดา้ นกีฬา เช่น การประกวดความปลอดภัยในการทางาน

ของบุคคลหรือแผนกในหน่วยงาน

6 ได้รับคา่ จา้ งเพิม่ ขน้ึ ถ้าหากสถาน 6 ให้รางวลั เปน็ เงนิ โดยวิธกี ารใหโ้ บนสั หรือ

ประกอบการมกี าไรมากขึ้น ตอ้ งการใหต้ วั เอง ได้รบั ทุนจากบริษทั หรอื เพ่มิ ตาแหนง่ ใหส้ งู ข้ึน

มคี า่ จ้างเพ่ิมขนึ้ เพอื่ ให้มคี วามรบั ผิดชอบมากขึ้น

ใบเนอื้ หาหน่วยท่ี 10

ชื่อวิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชื่อหนว่ ย การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน สอนคร้ังที่ 10/18

ช่อื เรอ่ื ง การสง่ เสริมสุขภาพอนามยั ของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

10.6 กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย

กิจกรรมในการส่งเสรมิ ความปลอดภัยในการทางาน เปน็ กจิ กรรมท่นี ามาใชใ้ นการรณรงคใ์ ห้

พนักงานไดม้ จี ิตสานึก และกระตนุ้ ให้พนักงานตระหนักถงึ อนั ตรายต่าง ๆ และวธิ ปี ฏบิ ตั ิ เพ่ือให้เกดิ ความ

ปลอดภยั ในการทางาน ซึง่ กิจกรรมทนี่ ามาใช้ในการรณรงคม์ อี ยหู่ ลายประเภทดว้ ยกนั ที่นิยมนามาใช้ในสถาน

ประกอบการตา่ ง ๆ ขน้ึ อยูก่ ับความเหมาะสมของแต่ละที่ กจิ กรรมที่นามาใช้ในการสง่ เสริมความปลอดภัยจะ

ประกอบไปด้วยกิจกรรมประเภทต่าง ๆ

ประเภทกจิ กรรมส่งเสรมิ ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงาน

1. กจิ กรรม 5 ส

เปน็ กระบวนการในการจัดระเบียบสถานท่ีทางาน เพอื่ ทาให้เกดิ สภาพแวดลอ้ มและประสทิ ธิ

ภาพในการทางานท่ดี ี

5 ส แปลมาจาก 5 S ตวั S เป็นตวั ย่อตัวแรกในภาษาญ่ีปนุ ซึง่ มที ั้งหมด 5 คา ประกอบไป

ด้วย

1. SEIRI = เซริ = สะสาง

2. SEITON = เซตง = สะดวก

3. SEISO = เซโซ = สะอาด

4. SEIKETSU = เซเคทซึ = สุขลักษณะ

5. SHITSUKE = ซิทซีเคะ = สร้างนสิ ัย

1. = สะสาง คอื การแยกสิง่ ของทีต่ ้องการจะนามาใช้งานออกจากสิ่งของทไ่ี ม่
ตอ้ งการจะนามาใช้งาน และนาเอาสง่ิ ของทีไ่ มต่ ้องการท้งิ ไป

2. TON ตง) = สะดวก คอื การจัดระเบยี บต่าง ๆ ของสถานทที่ างาน เช่น การจัด
วางเครือ่ งมือ เคร่ืองจกั ร การเก็บเอกสารต่าง ๆ เปน็ ต้น เพอ่ื ให้เกดิ ความสะดวกในการนาไปใชง้ าน และความ
ปลอดภยั ในระหว่างการปฏิบัตงิ าน

3. O ซโซ) = สะอาด คือ การทาความสะอาดเครื่องใช้ อุปกรณ์ เครือ่ งจกั ร หรอื
สถาน ที่ในการทางาน พรอ้ มทั้งตรวจสอบหาสาเหตขุ องการเกดิ ความสกปรกและทาการแก้ไข

4. K T U เคทซึ) = สุขลกั ษณะ คือ การดูแลรกั ษาความสะอาดตา่ ง ๆ ท้งั สถานท่ี
ทางาน และการปฏบิ ัติตนให้ถกู สุขลักษณะ เช่น การกาจดั มลภาวะทเี่ ป็นอันตรายตอ่ สุขภาพ การปรับแต่ง
สถานท่ที างานใหม้ บี รรยากาศทด่ี นี า่ ทางาน

ใบเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 10

ช่ือวชิ า อาชวี อนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชอ่ื หน่วย การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน สอนครัง้ ที่ 10/18

ช่อื เรอื่ ง การสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

5. SHITSUKE (ซิทซึเคะ) = สรา้ งนสิ ัย เปน็ การปฏิบัติตามกิจกรรม 4 ส ข้างต้น จนเกดิ

เปน็ นสิ ยั และมีการอบรมใหม้ ีความรู้ความเข้าใจในกฎระเบยี บและวธิ ีปฏบิ ัติ พรอ้ มทัง้ ตอกย้าเร่อื งเหลา่ นี้อยา่ ง

สมา่ เสมอ

ประโยชนข์ องกจิ กรรม 5 ส

1. ทาให้สภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศในการทางานดีขึน้

2. เพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งาน

3. เปน็ การลดอนั ตรายและอบุ ตั ภิ ัยทไ่ี ม่อาจคาดคิดได้

4. ทาให้มีนิสยั ในการรกั ษาความสะอาดและมีความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย

5. สร้างภาพพจนท์ ดี่ ขี องหนว่ ยงาน

2. การจดั นิทรรศการ

การจดั นทิ รรศการเกีย่ วกบั ความปลอดภยั เป็นกิจกรรมอีกอยา่ งหนง่ึ ที่นามาใชใ้ นการรณรงค์

ในเร่อื งของความปลอดภยั ให้กบั พนักงาน โดยมกี ารจดั แสดงสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ เช่น การบรรยาย การแสดง

แผน่ ภาพ การนาเสนอดว้ ยข้อความตา่ ง ๆ หรอื การฉายวดิ ีโอเหตุการณ์ต่าง ๆ เปน็ ตน้ แต่การท่ีจะทาใหเ้ กิด

ความ สาเรจ็ ในการจดั นทิ รรศการจะตอ้ งประกอบดว้ ยส่ิงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. การบรรยายของวิทยากรหรอื ผ้จู ัดนทิ รรศการ ซึง่ จะตอ้ งอธบิ ายใหผ้ ้เู ข้าชมนทิ รรศการเข้า

ใจได้งา่ ย และมีวิธใี นการบรรยายทส่ี ามารถจงู ใจผู้เขา้ ชมนทิ รรศการได้

2. สื่อท่ีใช้ในการจดั แสดง เช่น รปู ภาพตา่ ง ๆ ขอ้ ความ วดิ ีโอ จะต้องเปน็ ส่ือที่สะดุดตาดึงดดู

ใจ เช่น การเลือกใช้สีในการเขยี นข้อความ หรอื การตกแต่งภาพท่นี ามาจัดแสดงให้มีความนา่ สนใจ

3. สถานทใ่ี นการจัดแสดงนิทรรศการจะตอ้ งมีความเหมาะสมและสะดวกต่อการเข้าชม

4. ชว่ งระยะเวลาในการจดั นิทรรศการจะต้องมคี วามเหมาะสม ควรมกี ารจดั แสดงใน

ช่วงเวลาท่ีไม่ตรงกบั เวลาในการทางาน

5. การจดั นทิ รรศการจะตอ้ งได้รบั ความร่วมมอื ทีด่ ีจากทุกฝาุ ย เพือ่ ใหก้ ารดาเนินงานบรรลุ

ตามวัตถปุ ระสงค์

ใบเนอ้ื หาหน่วยท่ี 10

ช่ือวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยของพนกั งาน สอนครงั้ ที่ 10/18

ช่อื เร่ือง การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

3. การบรรยายพเิ ศษในเร่ืองความปลอดภยั

กจิ กรรมในการบรรยายพิเศษในเรอื่ งความปลอดภยั จะต้องจัดใหม้ ีการบรรยายโดยวิทยากรที่

ทรงคุณวฒุ ิและมีความรทู้ างดา้ นความปลอดภยั โดยหวั ขอ้ ในการบรรยายในแต่ละเร่ืองทางสถานประกอบการ

จะเป็นผู้คัดเลือกหัวข้อที่เหมาะสมกับแต่ละสถานประกอบการ นอกจากน้ี จะต้องจัดหัวข้อให้เหมาะสมกับ

ประเภทของผู้เข้ารับฟังการบรรยายในแต่ละระดับ ระยะเวลาในการจัดการบรรยายก็จะต้องให้มีความ

เหมาะสม โดยปกตจิ ะมรี ะยะเวลาอยู่ระหวา่ 1 - 3 ช่วั โมง ถา้ มีการใชเ้ วลาในการบรรยายเกิน 3 ช่ัวโมง จะต้อง

มเี วลาในการหยุดพักเพ่อื ให้วทิ ยากรได้พกั และควรมีการจดั เครื่องด่ืมในระหว่างการพกั

4. การตรวจสขุ ภาพอนามยั

การให้บริการในการตรวจสุขภาพอนามัยให้กับพนักงาน เพ่ือให้ทราบถึงสภาพร่างกายใน

สภาวะปัจจบุ ันว่ามีความผิดปกตหิ รือไม่ ซ่ึงถ้าหากมีความผิดปกติของร่างกายจะได้ทาการรักษาได้อย่างถูกวิธี

พนักงานที่มคี วามจาเปน็ จะตอ้ งตรวจสุขภาพอยูเ่ ปน็ ประจาตามระยะเวลากาหนด กค็ ือ กลุ่มพนกั งานที่ปฏิบัติท่ี

มีอัตราเส่ียงต่อการเกิดโรคภัยจากการปฏิบัติงาน เช่น กลุ่มพนักงานที่ปฏิบัติงานด้านเคมี กลุ่มที่ปฏิบัติงาน

เก่ยี วกบั ฝุนละออง กลุม่ ท่ปี ฏบิ ตั ิงานทม่ี ีเสียงดงั รบกวน เปน็ ต้น

การตรวจสุขภาพในลกั ษณะต่าง ๆ มดี งั ต่อไปนี้

1. การตรวจสอบสารเคมีในร่างกาย เช่น ปริมาณสารตะก่ัวในเลือด ปริมาณแมงกานีสใน

ปสั สาวะ ฯลฯ

2. การทดสอบการได้ยินของหู

3. การทดสอบสายตา

4. การตรวจสุขภาพทัว่ ไป เชน่ การเตน้ ของชีพจร ความดนั โลหติ การถา่ ยรังสีทรวงอก ฯลฯ

5. การตรวจเลอื ดเพ่อื วิเคราะห์โรค เชน่ ปริมาณน้าตาล กรดยูรคิ ไขมัน การทางาน ของตับ

และไต เป็นต้น

5. การประกวดคาขวัญความปลอดภยั

เป็นการชักชวนให้พนักงานภายในสถานประกอบการได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ เพื่อความ

ปลอดภยั โดยการจัดประกวดคาขวญั ซงึ่ ทางสถานประกอบการจะให้พนักงานสง่ คาขวญั ที่เป็นข้อความเก่ียวกับ

ความปลอดภยั หรอื วิธีปฏิบัติท่ีทาให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ซ่ึงคาขวัญดังกล่าวสามารถนามาใช้

เปน็ ข้อความในการกระตุ้นเตอื นให้พนักงานถือปฏิบัตติ ามได้ในการปฏิบตั งิ าน

ใบเนอื้ หาหน่วยที่ 10 เวลาเรียนรวม 54 คาบ
ชอ่ื วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 สอนครั้งที่ 10/18
ชื่อหนว่ ย การส่งเสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

ชือ่ เร่อื ง การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยของพนักงาน

ตวั อย่างคาขวญั
“ทางานอย่างปลอดภัย ถ้าไม่ประมาท”
“ทางานตามกฎ ชว่ ยลดอนั ตราย”
“อปุ กรณ์ปอ้ งกันภยั สวมใสเมอื่ ทางาน”

6. การกระจายเสยี งสาระความปลอดภัย
ในสถานประกอบการบางแห่งที่มีระบบกระจายเสียงตามสาย ในช่วงเวลาการหยุดพักหรือ

ชว่ งพกั รบั ประทานอาหารกลางวนั สถานประกอบการควรทจี่ ะมีการกระจายเสียงเนื้อหาสาระและข่างสารต่าง
ๆ ท่เี กีย่ วกบั ความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ าน เพื่อใหพ้ นักงานไดร้ ับสาระและข่าวสารต่าง ๆ ด้านความปลอดภัย
หรอื ในบางคร้ังสถานประกอบการ อาจมีการนาเอาเทปบันทึกเสียงจากการบรรยาย เก่ียวกับความปลอดภัย
ของวิทยากรทที่ รงคุณวฒุ ิและมีความสามารถด้านความปลอดภัยมากระจายเสียงตามสายให้พนักงานได้รับฟัง
และการกระจายเสยี งจะต้องทาอย่างต่อเน่ือง เพ่ือให้พนกั งานสามารถรบั ฟงั ไดอ้ ย่างเข้าใจ สามารถนาไปใช้เป็น
ประโยชน์ในการปฏิบัตงิ านได้

7. การเผยแพรบ่ ทความเก่ียวกบั ความปลอดภยั ในวารสาร
ในกรณีของสถานประกอบการท่ีมีวารสารการประชาสัมพันธ์ในเร่ืองต่าง ๆ สาหรับแจก

พนักงานเป็นประจา นอกจากจะมีการประชาสัมพันธ์เร่ืองราวหรือข่าวสารต่าง ๆ ของทางสถานประกอบการ
แล้ว ควรท่ีจะมีการแทรกเน้อื หาท่เี กีย่ วกบั ความปลอดภัยและวิธีการปฏิบตั ิงานอย่างปลอดภัยเข้าไปในวารสาร
ดว้ ย เพอ่ื เป็นการแจ้งขา่ วสารและเผยแพร่เนือ้ หาสาระทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับความปลอดภัยใหพ้ นักงานได้รับทราบและ
ถอื ปฏิบัติ

8. การประกวดความสะอาด
การทาความสะอาดภายในบริเวณสถานประกอบการ ทาให้เป็นผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งใน

ด้านสุขภาพอนามัยและบรรยากาศท่ีดีในการทางาน ซึ่งทั้งเจ้าของสถานประกอบการและตัวผู้ปฏิบัติงานเอง
จะตอ้ งใหค้ วามสนใจในเร่อื งความสะอาด การรกั ษาความสะอาดของสถานประกอบการอาจเป็นหน้าที่โดยตรง
ของพนกั งานทม่ี หี น้าท่ีในการรกั ษาความสะอาด แต่บางคร้ังพนักงานทาความสะอาดอาจปฏิบัติงานได้อย่างไม่
ท่ัวถงึ หรอื การไม่มีความรู้เกี่ยวกับเคร่ืองมือเครื่องจักรก็เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของพนักงานทาความ
สะอาด ฉะนั้นพนักงานที่มีหน้าท่ีปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่จะต้องทาหน้าที่รักษาความสะอาดควบคู่กับการ
ปฏิบัติงานหลักตามไปด้วย วิธีการหนึ่งท่ีจะทาให้การรักษาความสะอาดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สถาน
ประกอบการอาจจะใชว้ ิธีการประกวดการรักษาความสะอาด โดยมกี ารให้คะแนนการรักษาความสะอาดในแต่

ใบเน้ือหาหน่วยที่ 10

ชื่อวชิ า อาชีวอนามยั และความปลอดภัย รหัส 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ช่ือหน่วย การส่งเสรมิ สขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน สอนคร้งั ท่ี 10/18

ชือ่ เรอื่ ง การส่งเสรมิ สขุ ภาพอนามยั ของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

ละพ้ืนท่ีในความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละกลุ่ม และประกาศผลเพ่ือมอบรางวัลให้กับกลุ่มพนักงานท่ีมี

คะแนนรวมสงู สดุ

9. การทัศนศึกษาในสถานประกอบการอนื่

การนาพนกั งานไปทศั นศึกษาในสถานประกอบการ ที่มีการจัดระบบด้านความปลอดภัยท่ีได้

มาตรฐาน จะเป็นการสรา้ งทัศนคตใิ นด้านความปลอดภัยให้กับพนักงาน ซ่ึงสามารถนาเอแบบอย่างที่ดีมาปรับ

ใช้ในการปฏิบัติงานได้ แต่ก่อนที่จะมีการนาพนักงานไปทัศนศึกษาในสถานประกอบการอื่นจะต้องทาความ

เขา้ ใจกบั กลุ่มพนักงานท่ีไปทัศนศึกษาถึงวัตถุประสงค์ในการทัศนศึกษา พร้อมท้ังแนะนาวิธีการต่าง ๆ ในการ

ทศั นศึกษา

10. การตอบปญั หาด้านความปลอดภยั ชิงรางวลั

สถานประกอบการอาจมีการจัดให้พนักงานตอบปัญหา ทางด้านความปลอดภัยท่ีทางสถาน

ประกอบการต้ังคาถามข้ึนมา ซึ่งอาจจะเป็นการตอบปัญหาเป็นกลุ่มคณะหรือตอบปัญหาเป็นรายบุคคล โดย

อาจจะจัดเป็นเวทแี ละให้พนกั งานในสว่ นต่าง ๆ ได้เข้ารว่ มชม ส่วนพิธีกรผู้ดาเนนิ รายการจะต้องเป็นผู้ที่มีความ

สามารถในด้านเทคนคิ การพูด เพอื่ ใหก้ ารดาเนนิ รายการเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ซ่ึงจะทาให้ผู้เข้าร่วมตอบ

ปัญหาและผ้เู ข้ารับชมเกิดความเพลดิ เพลิน จะเปน็ การผ่อนคลายความเครียดจากการทางาน ได้รับความรู้และ

สาระจากการตอบปญั หา

11. การจดั ทาบอรด์ แสดงสถิตกิ ารเกิดอุบตั เิ หตุ
การจดั ทาบอร์ดหรอื แผ่นปาู ย เพอื่ แสดงสถิตขิ องการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละเดือนหรือในแต่ละ

ปีจะมีผลทางด้านจิตวิทยาโดยตรง จะทาให้พนักงานทุกคนมีความรู้สึกไม่ต้องการให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุ
เพ่ิมขึ้น และจะทาให้ได้รับความร่วมมือท่ีดีจากพนักงาน บางคร้ังสถานประกอบการจัดบอร์ดแสดงบทความ
ภาพถ่ายหรือกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับความปลอดภัย หรือการตัดเอาเรื่องราวและข่าวสารจาก
หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่าง ๆ มาติดประกาศ ซ่ึงจะเป็นการเตือนสติพนักงานให้ตระหนักในเร่ืองความ
ปลอดภยั การจดั กิจกรรมดังกล่าวจะต้องจัดข้ึนภายในบริเวณท่ีมีพนักงานชุมนุมกันมากที่สุด เช่น บริเวณโรง
อาหาร บรเิ วณหน้าสถานประกอบการ หรือบรเิ วณท่ีมีการลงเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน เป็นต้น ซ่ึงข้อความ
บทความ หรอื ขา่ วสาร ตา่ ง ๆ ทีน่ ามาจัดแสดงจะตอ้ งมีเน้อื หาทีส่ นั้ กระชบั อ่านเขา้ ใจไดง้ ่าย

12. การรณรงค์ให้พนักงานใชอ้ ปุ กรณ์ในการปอ้ งกนั อันตรายสว่ นบคุ คล
การรณรงค์ในการใหพ้ นักงานทกุ คนตระหนกั ถงึ อนั ตรายท่อี าจเกดิ ขึน้ ระหว่างการปฏบิ ตั ิงาน

และวิธใี นการปูองกันทีใ่ กลต้ วั ที่สุด คอื การใช้อปุ กรณ์ในการปอู งกนั อันตรายของแตล่ ะบคุ คล โดยอุปกรณ์ที่

ใบเน้อื หาหน่วยท่ี 10

ชอ่ื วิชา อาชวี อนามัยและความปลอดภัย รหสั 20001-1001 เวลาเรยี นรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย การส่งเสรมิ สุขภาพอนามยั ของพนกั งาน สอนครง้ั ที่ 10/18

ชื่อเร่ือง การสง่ เสรมิ สุขภาพอนามัยของพนักงาน จานวน 3 คาบ

นามาใช้สาหรับการปูองกันอันตราย ส่วนบุคคลทางสถานประกอบการจะต้องเป็นผู้ดาเนินการจัดหาให้กับ

พนักงาน เช่น ถุงมือ รองเท้า หมวก เอียร์ปลั๊ก แว่นตา เป็นต้น พร้อมกันน้ันทางสถานประกอบการจะต้อง

แนะนาวิธีการใช้งานและการบารงุ รักษาให้กับพนกั งาน และเพ่อื เปน็ การรณรงค์ให้พนักงานได้ถือปฏิบัติในการ

ใช้อุปกรณ์ปูองกันส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง ทางสถานประกอบการอาจจะใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ

ต่าง ๆ เช่น การจัดแสดงนิทรรศการ หรือการตั้งคณะกรรมการทาหน้าที่ตรวจตรา พร้ อมทั้งให้คาแนะนา

ประเมนิ ผล และมอบรางวัลใหก้ บั พนกั งานจากผลการประเมิน

13. การสนทนาเรอ่ื งความปลอดภยั

ในบางครั้งอาจเรียนเชญิ วทิ ยากรผ้ทู รงคุณวุฒิ ผมู้ คี วามร้หู รอื ผ้ทู ี่มคี วามเกยี่ วขอ้ งในเร่ืองความ

ปลอดภัยในการทางานมารว่ มสนทนา ซ่ึงจะจัดเปน็ เวทีให้พนักงานได้เข้าร่วมรับฟังและรับชม การจัดกิจกรรม

ดังกลา่ วทาโดยการให้วิทยากรถกปัญหา พร้อมเสนอแนะวิธีปฏิบัติหรือให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ในระหว่างการ

สนทนา และจดั ให้มีการซักถามปญั หาต่าง ๆ จากพนกั งานทีเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรม

14. การรณรงค์เพือ่ ลดอุบตั ิเหตุเปน็ ศูนยด์ ว้ ย KYT
KYT คือ เทคนิคในการปูองกันการเกิดอุบัติเหตุ ซ่ึงจะเป็นการฝึกให้พนักงานสามารถหยั่งรู้

อันตรายที่อาจเกดิ ขน้ึ ไดใ้ นทกุ ขณะ หรือคาดหมายได้ลว่ งหนา้ ระหว่างการปฏิบัติงาน เทคนิค KYT จะมีผลทาให้
พนักงานหาวิธีการต่าง ๆ มาใช้ในการปูองกันอันตรายที่อาจจะเกิดข้ึน การท่ีพนักงานหาวิธีในการปูองกัน
อนั ตรายไวล้ ่วงหน้าเปน็ การลดอุบตั เิ หตทุ ่ีอาจเกิดข้ึนได้ ซึ่งจะเป็นการง่ายในการวางแผนกและการดาเนินการ
ปูองกันอันตราย ทางสถานประกอบการจะต้องเป็นผู้ที่ดาเนินการจัดฝึกอบรมเทคนิค KYT และการฝึกปฏิบัติ
ใหก้ ับพนกั งานได้ถอื ปฏิบตั ใิ ห้เกดิ ความเคยชิน

15. การฉายวดิ ีโอในเรอ่ื งความปลอดภยั
ในช่วงของการพักเทย่ี งหลงั การรับประทานอาหาร สถานประกอบการอาจมีการจัดมุมสาหรับ

ฉายวิดีโอ ท่ีมีเน้ือหาสาระในเรื่องความปลอดภัยให้พนักงานได้รับชม โดยสถานประกอบการอาจขอยืมเทป
วดิ ีโอจากสถาบันความปลอดภัยต่าง ๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน ท่ีมีเนื้อหาสาระใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานใน
สถานประกอบการของตนเอง หลังการรับชมวิดีโอ ทางสถานประกอบการอาจมีการต้ังคาถามเพื่อให้ผู้เข้าชม
ตอบคาถามเพอ่ื ชงิ รางวัลจากผปู้ ระกอบการ

ใบเนอื้ หาหนว่ ยที่ 10

ชื่อวชิ า อาชีวอนามัยและความปลอดภยั รหัส 20001-1001 เวลาเรียนรวม 54 คาบ

ชือ่ หน่วย การส่งเสรมิ สขุ ภาพอนามัยของพนกั งาน สอนครัง้ ท่ี 10/18

ชื่อเรือ่ ง การส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยของพนกั งาน จานวน 3 คาบ

16. กจิ กรรมสง่ เสรมิ ความปลอดภยั อน่ื ๆ

นอกจากกจิ กรรมที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่ผู้ประกอบการสามารถ

จะนามาใช้ในการรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทางาน เช่น การประกวดภาพโปสเตอร์ การใช้

สญั ลกั ษณ์ความปลอดภัย การประกวดรายงานสภาพท่ีไม่ปลอดภัย การแต่งต้ังคณะกรรมการความปลอดภัย

การโตว้ าที การทากายบริหาร เป็นต้น แต่การที่สถานประกอบการแต่ละท่ีจะนากิจกรรมต่าง ๆ มาใช้รณรงค์

และสง่ เสรมิ ความปลอดภัยในการทางาน จะต้องคานึงถึงความเหมาะสมระหว่างกิจกรรมท่ีนามาใช้และสถาน

ประกอบการ เชน่ ขนาดของกจิ การ เงนิ ทนุ เนื้อหาของกิจกรรม จานวนพนกั งาน ประเภทของกิจการ เป็นต้น

ซงึ่ กจิ กรรมทจี่ ะนามาใชจ้ ะตอ้ งสามารถดาเนินงานไดต้ ามวัตถุประสงคใ์ นการรณรงค์ จงึ จะนับได้ว่าเป็นกิจกรรม

ทีม่ คี วามเหมาะสมที่ควรจะนามาใช้ในกิจการนน้ั ๆ

เอกสารอา้ งองิ
หนังสือเรียนวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รหสั วิชา 2001–1004


Click to View FlipBook Version