หลกั สูตรสถานศกึ ษา
โรงเรียนสายปญญารังสติ
(ฉบับปรบั ปรุงพุทธศกั ราช 2560
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2560
สาํ นักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาปทุมธานี
อาํ เภอธญั บรุ ี จงั หวัดปทุมธานี
1
ความนา
กระทรวงศึกษาธิการ คาส่ังที่สพฐ 293/2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 เพื่อให้การศึกษาข้ันพ้ืนฐานสอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม
และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการเป็นการสร้างกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สามารถ
ตอบสนองความต้องการของบุคคลและสังคมไทย ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์
ในสังคมโลก ปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสานึกในความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
และยดึ ม่นั ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
โรงเรยี นสายปัญญารงั สติ เป็นโรงเรียนตน้ แบบการใชห้ ลักสูตรแกนกลางศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) จัดทาหลักสูตรท้องถ่ินตามความต้องการของโรงเรียนและชุมชน ตลอดจน
หลักสูตรมาตรฐานสากล โดยวิธกี ารกาหนด วสิ ยั ทัศน์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
โครงสร้างเวลาเรียน โครงสร้างหลักสูตร ศึกษาคาอธิบายรายวิชา กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ และ
หลกั เกณฑ์การจบการศึกษา
หลักสูตรโรงเรียนสายปัญญารังสิต พุทธศักราช 2564 เป็นหลักสูตรมาตรฐานสากลซ่ึงประกอบด้วย
วิชาพืน้ ฐาน 8 กลุม่ สาระการเรียนรู้ รายวชิ าเพม่ิ เติมซึ่งประกอบดว้ ย 2 ส่วนคือ
ส่วนท่ี 1 วชิ าเพ่ิมเติมตามจุดเนน้ ของโรงเรยี น
ส่วนท่ี 2 วิชาเพิม่ เติมความเปน็ สากล ซงึ่ ประกอบด้วย
1. IS1 การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองคค์ วามรู้ (Research and Knowledge Formation)
2. IS2 การสอื่ สารและการนาเสนอ (Communication and Presentation)
3. ภาษาต่างประเทศที่ 2
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนจัดทาหลักสูตรสากลโดยให้คาอธิบายรายวิชามีความทันสมัย
ร่วมสมัยและจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบการจัดการเรียนการสอนท่ีเป็นสากล เน้นการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์จรงิ ให้นกั เรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก
วสิ ัยทัศนข์ องโรงเรยี น
โรงเรยี นสายปญั ญารงั สติ เปน็ สถานศกึ ษามาตรฐานสากลช้ันนาบนพื้นฐานความเป็นไทย
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
หลกั สูตรโรงเรียนสายปัญญารังสิต พุทธศักราช 2564 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
การเรยี นรู้ซง่ึ การพฒั นาผูเ้ รียนให้บรรลมุ าตรฐานการเรียนรทู้ ีก่ าหนดนัน้ จะชว่ ยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญ
5 ประการ ดังนี้
1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร
และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคมรวมทั้งการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัด
2
และลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง
ตลอดจนการเลอื กใชว้ ธิ กี ารส่อื สาร ที่มีประสิทธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบทมี่ ตี อ่ ตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้
หรือสารสนเทศเพอื่ การตดั สนิ ใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสมั พันธ์และการเปล่ยี นแปลงของเหตุการณต์ า่ ง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการ
ป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม
และสิง่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดาเนนิ ชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อน่ื
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการ
ทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนสายปัญญารังสิต พุทธศักราช 2564 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก
ดังน้ี
1. รักชาติศาสน์ กษตั ริย์
2. ซือ่ สัตยส์ ุจริต
3. มวี ินัย
4. ใฝเ่ รยี นรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ ม่ันในการทางาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ
9. รกั ษ์สิง่ แวดลอ้ ม
3
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนสายปัญญารงั สิต
โครงสร้างหลักสูตรโรงเรียนสายปัญญารังสิต พุทธศักราช 2564 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประกอบด้วย
โครงสร้างเวลาเรยี น และโครงสรา้ งหลักสูตรช้ันปี
โครงสรา้ งเวลาเรยี น
หลักสตู รโรงเรียนสายปญั ญารงั สิต ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรยี น ดงั น้ี
กล่มุ สาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรยี น
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
ภาษาไทย ม. 1 ม. 2 ม. 3
คณิตศาสตร์ 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.)
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.)
160 (4.0 นก.) 160 (4.0 นก.) 160 (4.0 นก.)
- ประวตั ิศาสตร์ 40 (1.0 นก.) 40 (1.0 นก.) 40 (1.0 นก.)
- ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
- หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง วฒั นธรรม 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.)
และการดาเนินชวี ิตในสงั คม 80 (2.0 นก.) 80 (2.0 นก.) 80 (2.0 นก.)
- ภมู ศิ าสตร์ 80 (2.0 นก.) 80 (2.0 นก.) 80 (2.0 นก.)
- เศรษฐศาสตร์ 80 (2.0 นก.) 80 (2.0 นก.) 80 (2.0 นก.)
สุขศึกษาและพลศึกษา 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.) 120 (3.0 นก.)
ศลิ ปะ 880 (22.0 นก.) 880 (22.0 นก.) 880 (22.0 นก.)
การงานอาชพี
ภาษาต่างประเทศ ปีละ 200 ชั่วโมง ปีละ 200 ช่ัวโมง ปลี ะ 200 ช่ัวโมง
รวมเวลาเรยี น (พื้นฐาน)
รายวชิ า / กจิ กรรมทสี่ ถานศึกษาจดั เพมิ่ เติม
ตามความพรอ้ มและจดุ เนน้ และความเปน็ สากล
IS1 การศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้ 120 40 ช่ัวโมง (1.0 นก.) 120
(Research and Knowledge Formation) 40 40
40 ช่วั โมง (1.0 นก.)
IS2 การสอ่ื สารและการนาเสนอ 40 40
(Communication and Presentation) 30 120 30
10 40 10
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ไมเ่ กิน 1,200 ไมเ่ กนิ 1,200
* กิจกรรมแนะแนว ชว่ั โมง/ปี 40 ช่ัวโมง/ปี
* กิจกรรมนกั เรียน 30
- ลูกเสอื เนตรนารี 10
- ชมรม ชมุ นุม ไม่เกิน 1,200
* กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ชว่ั โมง/ปี
รวมเวลาเรยี นท้ังหมดตามท่ีหลักสูตร
กาหนด
4
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนสายปญั ญารงั สิต พุทธศักราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ห้องเรียนปกติ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ปการศึกษา 2564
ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรยี น เวลาเรยี น
หนว่ ยกิต
1. รายวชิ าพืน้ ฐาน หนว่ ยกิต รายวิชา/กจิ กรรม (ชม.)
ท21101 ภาษาไทย 1 11.0 (440)
ค21101 คณิตศาสตร์ 1 (ชม.) 1.5 (60)
ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 1.5 (60)
ว21103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 1) 11.0 (440) 1. รายวิชาพื้นฐาน 1.5 (60)
ส21101 สงั คมศึกษา 1 0.5 (20)
ส21102 ประวตั ิศาสตร์ 1 1.5 (60) ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 (60)
พ21101 สขุ ศึกษา 1 0.5 (20)
พ21102 พลศกึ ษา 1 1.5 (60) ค21102 คณิตศาสตร์ 2 0.5 (20)
ศ21101 ศิลปะ 1 0.5 (20)
ง21101 การงานอาชีพ 1 1.5 (60) ว21102 วทิ ยาศาสตร์ 2 1.0 (40)
อ21101 ภาษาองั กฤษ 1 0.5 (20)
2. รายวิชาเพิ่มเติม 0.5 (20) ว21104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 1) 1.5(60)
2.5 (100)
2.1 รายวิชาเพิ่มเติม (บังคบั ) 1.5 (60) ส21103 สงั คมศึกษา 2 2.0 (80)
ค21209 คณติ ศาสตร์เสรมิ 1 0.5 (20)
ว21211 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 1 0.5 (20) ส21104 ประวตั ิศาสตร์ 2 0.5 (20)
ส21204 หน้าที่พลเมือง 1 0.5 (20)
อ21201 ฟงั -พูดภาษาองั กฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 1 0.5 (20) พ21103 สุขศึกษา 2 0.5 (20)
2.2 รายวิชาเพิ่มเติม (เลอื กเสรี) 0.5 (20) พ21104 พลศกึ ษา 2 -
2.3 รายวชิ าเพ่มิ เตมิ ความเป็นสากล 0.5 (20)
จ21201 ฟงั -พูดภาษาจีนเพื่อการสือ่ สาร 1 1.0 (40) ศ21102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20)
3. กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน
3.1 กจิ กรรมแนะแนว 0.5 (20) ง21103 การงานอาชีพ 2 (60)
3.2 กิจกรรมนกั เรยี น (20)
1.5 (60) อ21102 ภาษาองั กฤษ 2
- ลกู เสือ เนตรนารี (20)
- ชมรม ชมุ นมุ 2.5 (100) 2. รายวิชาเพ่มิ เตมิ (15)
3.3 กิจกรรมเพอื่ สังคม (5)
และสาธารณประโยชน์ 2.0 (80) 2.1 รายวิชาเพม่ิ เติม (บงั คบั )
13.5 (600)
รวมเวลาเรยี น 0.5 (20) ค21210 คณิตศาสตร์เสริม 2
0.5 (20) ว21212 การนาเสนอสอ่ื ประสม
0.5 (20) ส21205 หน้าที่พลเมือง 2
0.5 (20) อ21202 ฟัง-พูดภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 2
- 2.2 รายวิชาเพิม่ เติม (เลือกเสร)ี
0.5 (20) 2.3 รายวชิ าเพิม่ เติมความเป็นสากล
0.5 (20) จ21202 ฟัง-พูดภาษาจนี เพื่อการสื่อสาร 2
(60) 3. กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
(20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กจิ กรรมนกั เรียน
(20) - ลกู เสอื เนตรนารี
(15) - ชมรม ชมุ นุม
(5) 3.3 กิจกรรมเพอื่ สังคม
และสาธารณประโยชน์
13.5 (600) รวมเวลาเรียน
5
โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรียนสายปัญญารงั สิต พทุ ธศกั ราช 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
ห้องเรียนปกติ ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ปการศึกษา 2564
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น เวลาเรยี น
หนว่ ยกติ
1. รายวิชาพนื้ ฐาน หนว่ ยกิต รายวชิ า/กิจกรรม (ชม.)
ท22101 ภาษาไทย 3 11.0 (440)
ค22101 คณติ ศาสตร์ 3 (ชม.) 1.5 (60)
ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 1.5 (60)
ว22103 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ 2) 11.0 (440) 1. รายวชิ าพ้ืนฐาน 1.5 (60)
ส22101 สังคมศกึ ษา 3 0.5 (20)
ส22102 ประวัตศิ าสตร์ 3 1.5 (60) ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 (60)
พ22101 สขุ ศกึ ษา 3 0.5 (20)
พ22102 พลศกึ ษา 3 1.5 (60) ค22102 คณติ ศาสตร์ 4 0.5 (20)
ศ22101 ศลิ ปะ 3 0.5 (20)
ง22101 การงานอาชพี 3 1.5 (60) ว22102 วทิ ยาศาสตร์ 4 1.0 (40)
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 0.5 (20)
2. รายวิชาเพิ่มเตมิ 0.5 (20) ว22104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 2) 1.5(60)
3.5 (140)
2.1 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ (บงั คับ) 1.5 (60) ส22103 สังคมศึกษา 4 2.0 (80)
ค22211 คณิตศาสตรเ์ สรมิ 3 0.5 (20)
ว22210 การพัฒนาซอฟตแ์ วร์ 2 0.5 (20) ส22104 ประวัติศาสตร์ 4 0.5 (20)
ส22204 หน้าท่พี ลเมือง 3 0.5 (20)
อ22201 ฟัง-พูดภาษาอังกฤษเพ่อื การส่ือสาร 3 0.5 (20) พ22103 สขุ ศึกษา 4 0.5 (20)
2.2 รายวิชาเพม่ิ เตมิ (เลอื กเสรี) 0.5 (20) พ22104 พลศึกษา 4 -
2.3 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ความเป็นสากล 1.5 (60)
จ22201 ฟัง-พูดภาษาจนี เพื่อการสอื่ สาร 3 1.0 (40) ศ22102 ศิลปะ 4 0.5 (20)
I20201 การสรา้ งองค์ความรู้ (IS 1) 1.0 (40)
3. กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน 0.5 (20) ง22103 การงานอาชีพ 4
3.1 กจิ กรรมแนะแนว (60)
3.2 กิจกรรมนกั เรียน 1.5 (60) อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 (20)
- ลูกเสอื เนตรนารี 3.5 (140) 2. รายวชิ าเพ่ิมเติม (20)
- ชมรม ชมุ นมุ (15)
3.3 กจิ กรรมเพ่ือสงั คม 2.0 (80) 2.1 รายวชิ าเพิ่มเตมิ (บงั คบั ) (5)
และสาธารณประโยชน์
0.5 (20) ค22212 คณติ ศาสตร์เสรมิ 4 14.5 (640)
รวมเวลาเรยี น
0.5 (20) ว22211 คอมพิวเตอร์เพื่องานธรุ กจิ
0.5 (20) ส22205 หน้าทพี่ ลเมอื ง 4
0.5 (20) อ22202 ฟงั -พูดภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร 4
- 2.2 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ (เลือกเสรี)
1.5 (60) 2.3 รายวชิ าเพิ่มเตมิ ความเป็นสากล
0.5 (20) จ22202 ฟัง-พูดภาษาจนี เพอ่ื การสอื่ สาร 4
1.0 (40) I20202 การสอื่ สารและนาเสนอ (IS 2)
(60) 3. กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
(20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กิจกรรมนกั เรยี น
(20) - ลกู เสือ เนตรนารี
(15) - ชมรม ชมุ นุม
(5) 3.3 กจิ กรรมเพ่อื สงั คม
และสาธารณประโยชน์
14.5 (640) รวมเวลาเรียน
6
โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรยี นสายปญั ญารงั สติ พุทธศักราช 2564
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ห้องเรยี นปกติ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ปการศกึ ษา 2564
ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน เวลาเรยี น
หน่วยกิต
1. รายวชิ าพน้ื ฐาน หน่วยกิต รายวิชา/กจิ กรรม (ชม.)
ท23101 ภาษาไทย 5 11.0 (440)
ค23101 คณิตศาสตร์ 5 (ชม.) 1.5 (60)
ว23101 วทิ ยาศาสตร์ 5 1.5 (60)
ว23103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 3) 11.0 (440) 1. รายวิชาพื้นฐาน 1.5 (60)
ส23101 สังคมศึกษา 5 0.5 (20)
ส23102 ประวตั ศิ าสตร์ 5 1.5 (60) ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 (60)
พ23101 สุขศึกษา 5 0.5 (20)
พ23102 พลศึกษา 5 1.5 (60) ค23102 คณติ ศาสตร์ 6 0.5 (20)
ศ23101 ศิลปะ 5 0.5 (20)
ง23101 การงานอาชีพ 5 1.5 (60) ว23102 วทิ ยาศาสตร์ 6 1.0 (40)
อ23101 ภาษาองั กฤษ 5 0.5 (20)
2. รายวชิ าเพ่มิ เติม 0.5 (20) ว23104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 3) 1.5(60)
3.0 (120)
2.1 รายวชิ าเพิม่ เตมิ (บงั คับ) 1.5 (60) ส23103 สงั คมศกึ ษา 6 2.5 (100)
ค23210 คณิตศาสตร์เสรมิ 5 0.5 (20)
ค23212 คณติ ศาสตร์สรา้ งเสรมิ 1 0.5 (20) ส23104 ประวัตศิ าสตร์ 6 0.5 (20)
ว23210 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 3 0.5 (20)
ส23204 หนา้ ที่พลเมือง 5 0.5 (20) พ23103 สุขศกึ ษา 6 0.5 (20)
อ23201 ฟงั -พูดภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร 5 0.5 (20)
0.5 (20) พ23104 พลศกึ ษา 6
2.2 รายวชิ าเพมิ่ เติม (เลอื กเสร)ี -
2.3 รายวิชาเพ่ิมเตมิ ความเป็นสากล 1.0 (40) ศ23102 ศลิ ปะ 6 0.5 (20)
จ23201 ฟัง-พูดภาษาจนี เพ่ือการสอ่ื สาร 5 0.5 (20)
3. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน 0.5 (20) ง23103 การงานอาชีพ 6
3.1 กิจกรรมแนะแนว (60)
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น 1.5 (60) อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 (20)
- ลูกเสือ เนตรนารี 3.0 (120) 2. รายวิชาเพ่มิ เตมิ (20)
- ชมรม ชมุ นมุ (15)
3.3 กจิ กรรมเพ่ือสังคม 2.5 (100) 2.1 รายวิชาเพ่ิมเตมิ (บังคบั ) (5)
และสาธารณประโยชน์
0.5 (20) ค23211 คณติ ศาสตร์เสรมิ 6 14.0 (620)
รวมเวลาเรียน
0.5 (20) ค23213 คณติ ศาสตร์สรา้ งเสรมิ 2
0.5 (20) ว23211 การสรา้ งสรรคง์ านด้วยแอพพลเิ คชน่ั
0.5 (20) ส23205 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 6
0.5 (20) อ23202 ฟัง-พดู ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร 6
- 2.2 รายวิชาเพมิ่ เติม (เลอื กเสรี)
0.5 (20) 2.3 รายวิชาเพ่ิมเตมิ ความเป็นสากล
0.5 (20) จ23202 ฟัง-พูดภาษาจนี เพือ่ การส่ือสาร 6
(60) 3. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
(20) 3.1 กิจกรรมแนะแนว
3.2 กิจกรรมนกั เรียน
(20) - ลกู เสือ เนตรนารี
(15) - ชมรม ชมุ นมุ
(5) 3.3 กิจกรรมเพื่อสังคม
และสาธารณประโยชน์
14.0 (620) รวมเวลาเรยี น
7
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรยี นสายปญั ญารังสติ พุทธศักราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
หอ้ งเรียนปกติ (ม.1/5 – ม.1/6) ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1 ปการศึกษา 2564
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน เวลาเรยี น
หนว่ ยกิต
1. รายวชิ าพน้ื ฐาน หนว่ ยกติ รายวิชา/กิจกรรม (ชม.)
ท21101 ภาษาไทย 1 11.0 (440)
ค21101 คณิตศาสตร์ 1 (ชม.) 1.5 (60)
ว21101 วทิ ยาศาสตร์ 1 1.5 (60)
ว21103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 1) 11.0 (440) 1. รายวิชาพน้ื ฐาน 1.5 (60)
ส21101 สังคมศึกษา 1 0.5 (20)
ส21102 ประวตั ิศาสตร์ 1 1.5 (60) ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 (60)
พ21101 สขุ ศึกษา 1 0.5 (20)
พ21102 พลศกึ ษา 1 1.5 (60) ค21102 คณติ ศาสตร์ 2 0.5 (20)
ศ21101 ศลิ ปะ 1 0.5 (20)
ง21101 การงานอาชพี 1 1.5 (60) ว21102 วทิ ยาศาสตร์ 2 1.0 (40)
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 0.5 (20)
2. รายวิชาเพ่ิมเติม 0.5 (20) ว21104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 1) 1.5(60)
3.5 (140)
2.1 รายวชิ าเพม่ิ เติม (บังคับ) 1.5 (60) ส21103 สงั คมศึกษา 2 3.0 (120)
ค21207 คณิตศาสตร์เพมิ่ เติม 1 1.0 (40)
ค21209 คณิตศาสตร์เสริม 1 0.5 (20) ส21104 ประวตั ิศาสตร์ 2 0.5 (20)
ว21211 การพัฒนาซอฟตแ์ วร์ 1 0.5 (20)
ส21204 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 1 0.5 (20) พ21103 สขุ ศึกษา 2 0.5 (20)
อ21201 ฟงั -พูดภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 1 0.5 (20)
0.5 (20) พ21104 พลศึกษา 2
2.2 รายวชิ าเพ่มิ เติม (เลือกเสรี) -
2.3 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ความเป็นสากล 1.0 (40) ศ21102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20)
จ21201 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพอ่ื การสอื่ สาร 1 0.5 (20)
3. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น 0.5 (20) ง21103 การงานอาชีพ 2
3.1 กจิ กรรมแนะแนว (60)
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น 1.5 (60) อ21102 ภาษาองั กฤษ 2 (20)
- ลูกเสอื เนตรนารี 3.5 (140) 2. รายวิชาเพม่ิ เติม (20)
- ชมรม ชมุ นมุ (15)
3.3 กิจกรรมเพื่อสังคม 3.0 (120) 2.1 รายวชิ าเพม่ิ เตมิ (บงั คับ) (5)
และสาธารณประโยชน์
1.0 (40) ค21208 คณิตศาสตร์เพ่มิ เติม 2 14.5 (640)
รวมเวลาเรยี น
0.5 (20) ค21210 คณติ ศาสตร์เสริม 2
0.5 (20) ว21212 การนาเสนอสอื่ ประสม
0.5 (20) ส21205 หน้าทีพ่ ลเมือง 2
0.5 (20) อ21202 ฟัง-พูดภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 2
- 2.2 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ (เลือกเสรี)
0.5 (20) 2.3 รายวชิ าเพิม่ เตมิ ความเป็นสากล
0.5 (20) จ21202 ฟงั -พดู ภาษาจนี เพือ่ การสือ่ สาร 2
(60) 3. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
(20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กจิ กรรมนกั เรียน
(20) - ลกู เสอื เนตรนารี
(15) - ชมรม ชุมนุม
(5) 3.3 กิจกรรมเพ่ือสงั คม
และสาธารณประโยชน์
14.5 (640) รวมเวลาเรยี น
8
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรยี นสายปญั ญารงั สิต พทุ ธศกั ราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ห้องเรียนปกติ (ม.2/5 – ม.2/6) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ปการศึกษา 2564
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2
เวลาเรยี น เวลาเรียน
หน่วยกติ
รายวชิ า/กิจกรรม หน่วยกิต รายวชิ า/กจิ กรรม (ชม.)
11.0 (440)
(ชม.) 1.5 (60)
1.5 (60)
1. รายวชิ าพื้นฐาน 11.0 (440) 1. รายวชิ าพน้ื ฐาน 1.5 (60)
0.5 (20)
ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 (60) ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 (60)
0.5 (20)
ค22101 คณติ ศาสตร์ 3 1.5 (60) ค22102 คณติ ศาสตร์ 4 0.5 (20)
0.5 (20)
ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 1.5 (60) ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 1.0 (40)
0.5 (20)
ว22103 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ 2) 0.5 (20) ว22104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 2) 1.5(60)
4.5 (180)
ส22101 สังคมศกึ ษา 3 1.5 (60) ส22103 สงั คมศกึ ษา 4 4.0 (120)
1.0 (40)
ส22102 ประวตั ิศาสตร์ 3 0.5 (20) ส22104 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5 (20)
0.5 (20 )
พ22101 สุขศึกษา 3 0.5 (20) พ22103 สขุ ศึกษา 4 0.5 (20)
0.5 (20)
พ22102 พลศึกษา 3 0.5 (20) พ22104 พลศกึ ษา 4
-
ศ22101 ศิลปะ 3 1.0 (40) ศ22102 ศิลปะ 4 1.5 (60)
0.5 (20)
ง22101 การงานอาชพี 3 0.5 (20) ง22103 การงานอาชพี 4 1.0 (40)
อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 1.5 (60) อ22102 ภาษาองั กฤษ 4 (60)
(20)
2. รายวชิ าเพม่ิ เตมิ 4.5 (180) 2. รายวชิ าเพ่ิมเติม
(20)
2.1 รายวชิ าเพิ่มเติม (บังคบั ) 3.0 (120) 2.1 รายวชิ าเพมิ่ เตมิ (บงั คับ) (15)
(5)
ค22207 คณติ ศาสตร์เพมิ่ เตมิ 3 1.0 (40) ค22208 คณติ ศาสตร์เพ่มิ เติม 4
15.5 (680)
ค22211 คณิตศาสตร์เสริม 3 0.5 (20) ค22212 คณติ ศาสตร์เสริม 4
ว22210 การพัฒนาซอฟตแ์ วร์ 2 0.5 (20) ว22211 คอมพิวเตอร์เพือ่ งานธุรกจิ
ส22204 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 3 0.5 (20) ส22205 หนา้ ท่พี ลเมือง 4
อ22201 ฟัง-พูดภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอื่ สาร 3 0.5 (20) อ22202 ฟัง-พดู ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร 4
2.2 รายวิชาเพิ่มเติม (เลือกเสรี) - 2.2 รายวชิ าเพิม่ เตมิ (เลือกเสรี)
2.3 รายวิชาเพมิ่ เติมความเป็นสากล 1.5 (60) 2.3 รายวิชาเพิ่มเตมิ ความเป็นสากล
จ22201 ฟัง-พูดภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 3 0.5 (20) จ22202 ฟัง-พดู ภาษาจีนเพ่อื การสื่อสาร 4
I20201 การสร้างองคค์ วามรู้ (IS 1) 1.0 (40) I20202 การส่ือสารและนาเสนอ (IS 2)
3. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (60) 3. กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
3.1 กิจกรรมแนะแนว (20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น 3.2 กจิ กรรมนกั เรียน
- ลกู เสอื เนตรนารี (20) - ลูกเสอื เนตรนารี
- ชมรม ชมุ นมุ (15) - ชมรม ชมุ นุม
3.3 กจิ กรรมเพอ่ื สังคม (5) 3.3 กิจกรรมเพอื่ สังคม
และสาธารณประโยชน์ และสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี น 15.5 (680) รวมเวลาเรียน
9
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรยี นสายปัญญารังสิต พุทธศกั ราช 2564
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ห้องเรียนปกติ (ม.3/5 – ม.3/6) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ปการศึกษา 2564
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
หนว่ ยกิต
1. รายวชิ าพนื้ ฐาน หนว่ ยกิต รายวชิ า/กจิ กรรม (ชม.)
ท23101 ภาษาไทย 5 11.0 (440)
ค23101 คณิตศาสตร์ 5 (ชม.) 1.5 (60)
ว23101 วทิ ยาศาสตร์ 5 1.5 (60)
ว23103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 3) 11.0 (440) 1. รายวชิ าพ้นื ฐาน 1.5 (60)
ส23101 สงั คมศึกษา 5 0.5 (20)
ส23102 ประวตั ิศาสตร์ 5 1.5 (60) ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 (60)
พ23101 สุขศึกษา 5 0.5 (20)
พ23102 พลศึกษา 5 1.5 (60) ค23102 คณติ ศาสตร์ 6 0.5 (20)
ศ23101 ศิลปะ 5 0.5 (20)
ง23101 การงานอาชีพ 5 1.5 (60) ว23102 วทิ ยาศาสตร์ 6 1.0 (40)
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 0.5 (20)
2. รายวชิ าเพม่ิ เติม 0.5 (20) ว23104 เทคโนโลย(ี การออกแบบและเทคโนโลยี 3) 1.5(60)
4.5 (180)
2.1 รายวชิ าเพิ่มเติม (บงั คบั ) 1.5 (60) ส23103 สังคมศกึ ษา 6 4.0 (160)
ค23210 คณติ ศาสตร์เสริม 5 0.5 (20)
ค23214 คณิตศาสตร์เพิม่ เติม 5 0.5 (20) ส23104 ประวัติศาสตร์ 6 1.0 (40)
ว23201 สง่ิ แวดลอ้ ม 1 1.0 (40)
ว23210 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 3 0.5 (20) พ23103 สขุ ศกึ ษา 6 0.5 (20)
ส23204 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 5 0.5 (20)
อ23201 ฟังพูดภาษาอังกฤษเพ่อื การสอื่ สาร 5 0.5 (20) พ23104 พลศึกษา 6 0.5 (20)
2.2 รายวชิ าเพิ่มเตมิ (เลอื กเสร)ี 1.0 (40) ศ23102 ศิลปะ 6 -
2.3 รายวิชาเพ่ิมเตมิ ความเป็นสากล 0.5 (20)
จ23201 ฟัง-พดู ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 5 0.5 (20) ง23103 การงานอาชพี 6 0.5 (20)
3. กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
3.1 กจิ กรรมแนะแนว 1.5 (60) อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 (60)
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น (20)
4.5 (180) 2. รายวิชาเพม่ิ เติม
- ลกู เสอื เนตรนารี (20)
- ชมรม ชุมนุม 4.0 (160) 2.1 รายวชิ าเพมิ่ เติม (บงั คับ) (15)
3.3 กจิ กรรมเพอื่ สังคม (5)
และสาธารณประโยชน์ 0.5 (20) ค23211 คณติ ศาสตร์เสรมิ 6
15.5 (680)
รวมเวลาเรียน 1.0 (40) ค23215 คณติ ศาสตร์เพ่ิมเติม 6
1.0 (40) ว23202 สิง่ แวดล้อม 2
0.5 (20) ว23211 การสรา้ งสรรคง์ านด้วยแอพพลเิ คชั่น
0.5 (20) ส23205 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 6
0.5 (20) อ23202 ฟังพูดภาษาองั กฤษเพอื่ การส่อื สาร 6
- 2.2 รายวชิ าเพิ่มเตมิ (เลอื กเสรี)
0.5 (20) 2.3 รายวชิ าเพมิ่ เติมความเป็นสากล
0.5 (20) จ23202 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพอ่ื การสือ่ สาร 6
(60) 3. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
(20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กจิ กรรมนกั เรียน
(20) - ลูกเสือ เนตรนารี
(15) - ชมรม ชุมนุม
(5) 3.3 กจิ กรรมเพื่อสังคม
และสาธารณประโยชน์
15.5 (680) รวมเวลาเรียน
10
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนสายปญั ญารงั สิต พทุ ธศักราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
หอ้ งเรียนสง่ เสริมความเป็นเลิศคณิตศาสตร์ - วทิ ยาศาสตร์ (ม.1/7 – ม.1/8) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 1 ปการศกึ ษา 2564
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2
เวลาเรียน เวลาเรียน
รายวชิ า/กิจกรรม หนว่ ยกติ รายวชิ า/กิจกรรม หนว่ ยกิต
(ชม.) (ชม.)
1. รายวชิ าพน้ื ฐาน 11.0 (440) 1. รายวชิ าพื้นฐาน 11.0 (440)
ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 (60) ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 (60)
ค21101 คณติ ศาสตร์ 1 1.5 (60) ค21102 คณิตศาสตร์ 2 1.5 (60)
ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 1.5 (60) ว21102 วิทยาศาสตร์ 2 1.5 (60)
ว21103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 1) 0.5 (20) ว21104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 1) 0.5 (20)
ส21101 สังคมศึกษา 1 1.5 (60) ส21103 สงั คมศกึ ษา 2 1.5 (60)
ส21102 ประวัตศิ าสตร์ 1 0.5 (20) ส21104 ประวัติศาสตร์ 2 0.5 (20)
พ21101 สขุ ศึกษา 1 0.5 (20) พ21103 สขุ ศกึ ษา 2 0.5 (20)
พ21102 พลศกึ ษา 1 0.5 (20) พ21104 พลศึกษา 2 0.5 (20)
ศ21101 ศลิ ปะ 1 1.0 (40) ศ21102 ศลิ ปะ 2 1.0 (40)
ง21101 การงานอาชพี 1 0.5 (20) ง21103 การงานอาชีพ 2 0.5 (20)
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 1.5 (60) อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 1.5(60)
2. รายวชิ าเพิม่ เติม 6.0 (240) 2. รายวิชาเพมิ่ เตมิ 6.0 (240)
2.1 รายวชิ าเพมิ่ เติม (บังคบั ) 5.5 (220) 2.1 รายวิชาเพ่มิ เตมิ (บงั คับ) 5.5 (220)
ค21203 คณิตศาสตรส์ รา้ งสรรค์ 1 1.5 (60) ค21204 คณิตศาสตรส์ รา้ งสรรค์ 2 1.5 (60)
ค21209 คณติ ศาสตร์เสรมิ 1 0.5 (20) ค21210 คณิตศาสตร์เสริม 2 0.5 (20)
ค21211 คณติ ศาสตร์กับ GSP 1 1.0 (40) ค21212 คณติ ศาสตร์กับ GSP 2 1.0 (40)
ว21209 ชวี วทิ ยา 1 1.0 (40) ว21210 ชวี วิทยา 2 1.0 (40)
ว21211 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 1 0.5 (20) ว21212 การนาเสนอสอ่ื ประสม 0.5 (20)
ส21204 หน้าท่พี ลเมอื ง 1 0.5 (20) ส21205 หนา้ ที่พลเมือง 2 0.5 (20)
อ21201 ฟงั -พดู ภาษาองั กฤษเพื่อการสอื่ สาร1 0.5 (20) อ21202 ฟงั -พูดภาษาองั กฤษเพือ่ การส่อื สาร 2 0.5 (20)
2.2 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ (เลอื กเสร)ี - 2.2 รายวิชาเพม่ิ เติม (เลือกเสร)ี -
2.3 รายวิชาเพม่ิ เติมความเป็นสากล 0.5 (20) 2.3 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ความเป็นสากล 0.5 (20)
จ21201 ฟงั -พูดภาษาจีนเพ่ือการสอ่ื สาร 1 0.5 (20) จ21202 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพือ่ การส่อื สาร 2 0.5 (20)
3. กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน (60) 3. กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น (60)
3.1 กจิ กรรมแนะแนว (20) 3.1 กิจกรรมแนะแนว (20)
3.2 กิจกรรมนกั เรยี น 3.2 กจิ กรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ เนตรนารี (20) - ลกู เสอื เนตรนารี (20)
- ชมรม ชมุ นุม (15) - ชมรม ชมุ นมุ (15)
3.3 กิจกรรมเพ่อื สังคม (5) 3.3 กจิ กรรมเพ่ือสังคม (5)
และสาธารณประโยชน์ และสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรยี น 17.0 (740) รวมเวลาเรียน 17.0 (740)
11
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรยี นสายปญั ญารงั สิต พุทธศักราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
หอ้ งเรยี นสง่ เสรมิ ความเปน็ เลศิ คณิตศาสตร์ - วทิ ยาศาสตร์ (ม.2/7 – ม.2/8) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 2 ปการศกึ ษา 2564
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 2
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2
เวลาเรียน เวลาเรยี น
รายวิชา/กจิ กรรม หน่วยกิต รายวิชา/กิจกรรม หน่วยกิต
(ชม.) (ชม.)
1. รายวิชาพื้นฐาน 11.0 (440) 1. รายวิชาพื้นฐาน 11.0 (440)
ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 (60) ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 (60)
ค22101 คณิตศาสตร์ 3 1.5 (60) ค22102 คณิตศาสตร์ 4 1.5 (60)
ว22101 วิทยาศาสตร์ 3 1.5 (60) ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 1.5 (60)
ว22103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 2) 0.5 (20) ว22104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 2) 0.5 (20)
ส22101 สังคมศกึ ษา 3 1.5 (60) ส22103 สงั คมศกึ ษา 4 1.5 (60)
ส22102 ประวตั ิศาสตร์ 3 0.5 (20) ส22104 ประวัตศิ าสตร์ 4 0.5 (20)
พ22101 สขุ ศึกษา 3 0.5 (20) พ22103 สุขศกึ ษา 4 0.5 (20)
พ22102 พลศกึ ษา 3 0.5 (20) พ22104 พลศึกษา 4 0.5 (20)
ศ22101 ศลิ ปะ 3 1.0 (40) ศ22102 ศลิ ปะ 4 1.0 (40)
ง22101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) ง22103 การงานอาชีพ 4 0.5 (20)
อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 1.5 (60) อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 1.5(60)
2. รายวชิ าเพิม่ เตมิ 6.0 (240) 2. รายวิชาเพ่ิมเตมิ 6.0 (240)
2.1 รายวชิ าเพ่ิมเติม (บังคบั ) 4.5 (180) 2.1 รายวิชาเพิ่มเตมิ (บงั คับ) 4.5 (180)
ค22203 คณติ ศาสตร์สร้างสรรค์ 3 1.5 (60) ค22204 คณติ ศาสตร์สร้างสรรค์ 4 1.5 (60)
ค22211 คณติ ศาสตร์เสรมิ 3 0.5 (20) ค22212 คณิตศาสตร์เสรมิ 4 0.5 (20)
ว22208 เคมี 1 1.0 (40) ว22209 เคมี 2 1.0 (40)
ว22210 การพัฒนาซอฟตแ์ วร์ 2 0.5 (20) ว22211 คอมพิวเตอรเ์ พอื่ งานธรุ กิจ 0.5 (20 )
ส22204 หนา้ ทีพ่ ลเมือง 3 0.5 (20) ส22205 หน้าที่พลเมอื ง 4 0.5 (20)
อ22201 ฟัง-พดู ภาษาอังกฤษเพือ่ การส่ือสาร 3 0.5 (20) อ22202 ฟงั -พดู ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอ่ื สาร 4 0.5 (20)
2.2 รายวชิ าเพ่ิมเติม (เลือกเสร)ี - 2.2 รายวิชาเพ่ิมเติม (เลอื กเสร)ี -
2.3 รายวิชาเพมิ่ เตมิ ความเป็นสากล 1.5 (60) 2.3 รายวิชาเพ่มิ เติมความเป็นสากล 1.5 (60)
จ22201 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพ่อื การส่ือสาร 3 0.5 (20) จ22202 ฟัง-พูดภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร 4 0.5 (20)
I20201 การสร้างองคค์ วามรู้ (IS 1) 1.0 (40) I20202 การสื่อสารและนาเสนอ (IS 2) 1.0 (40)
3. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (60) 3. กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (60)
3.1 กิจกรรมแนะแนว (20) 3.1 กิจกรรมแนะแนว (20)
3.2 กิจกรรมนกั เรียน 3.2 กจิ กรรมนกั เรียน
- ลกู เสือ เนตรนารี (20) - ลูกเสือ เนตรนารี (20)
- ชมรม ชมุ นุม (15) - ชมรม ชมุ นมุ (15)
3.3 กิจกรรมเพอื่ สังคม (5) 3.3 กิจกรรมเพอ่ื สังคม (5)
และสาธารณประโยชน์ และสาธารณประโยชน์
รวมเวลาเรียน 17.0 (740) รวมเวลาเรียน 17.0 (740)
12
โครงสร้างหลักสูตรโรงเรียนสายปัญญารงั สิต พทุ ธศกั ราช 2564
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ห้องเรยี นส่งเสรมิ ความเปน็ เลศิ คณติ ศาสตร์ - วทิ ยาศาสตร์ (ม.3/7 – ม.3/8) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ปการศึกษา 2564
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 3
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรยี น
หน่วยกิต
1. รายวชิ าพน้ื ฐาน หน่วยกิต รายวชิ า/กจิ กรรม (ชม.)
ท23101 ภาษาไทย 5 11.0 (440)
ค23101 คณิตศาสตร์ 5 (ชม.) 1.5 (60)
ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 1.5 (60)
ว23103 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ 3) 11.0 (440) 1. รายวิชาพน้ื ฐาน 1.5 (60)
ส23101 สงั คมศกึ ษา 5 0.5 (20)
ส23102 ประวัตศิ าสตร์ 5 1.5 (60) ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 (60)
พ23101 สขุ ศึกษา 5 0.5 (20)
พ23102 พลศกึ ษา 5 1.5 (60) ค23102 คณิตศาสตร์ 6 0.5 (20)
ศ23101 ศิลปะ 5 0.5 (20)
ง23101 การงานอาชพี 5 1.5 (60) ว23102 วทิ ยาศาสตร์ 6 1.0 (40)
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 0.5 (20)
2. รายวิชาเพ่ิมเตมิ 0.5 (20) ว23104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 3) 1.5(60)
5.0 (200)
2.1 รายวิชาเพิ่มเตมิ (บังคบั ) 1.5 (60) ส23103 สังคมศกึ ษา 6 4.5 (180)
ค23203 คณิตศาสตร์สร้างสรรค์ 5 1.5 (40)
ค23210 คณิตศาสตร์เสรมิ 5 0.5 (20) ส23104 ประวัตศิ าสตร์ 6 0.5 (20)
ว23208 ฟิสกิ ส์ 1 1.0 (40)
ว23210 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 3 0.5 (20) พ23103 สุขศึกษา 6 0.5 (20)
ส23204 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 5 0.5 (20)
อ23201 ฟงั -พดู ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 5 0.5 (20) พ23104 พลศึกษา 6 0.5 (20)
2.2 รายวิชาเพมิ่ เติม (เลอื กเสรี) 1.0 (40) ศ23102 ศลิ ปะ 6 -
2.3 รายวิชาเพม่ิ เตมิ ความเป็นสากล 0.5 (20)
จ23201 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพือ่ การสอื่ สาร 5 0.5 (20) ง23103 การงานอาชพี 6 0.5 (20)
3. กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
3.1 กจิ กรรมแนะแนว 1.5 (60) อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 (60)
3.2 กจิ กรรมนกั เรียน (20)
5.0 (200) 2. รายวชิ าเพิม่ เตมิ
- ลูกเสอื เนตรนารี (20)
- ชมรม ชมุ นุม 4.5 (180) 2.1 รายวชิ าเพิม่ เติม (บงั คบั ) (15)
3.3 กจิ กรรมเพ่ือสงั คม (5)
และสาธารณประโยชน์ 1.5 (60) ค23204 คณิตศาสตรส์ ร้างสรรค์ 6
16.0 (700)
รวมเวลาเรียน 0.5 (20) ค23211 คณิตศาสตรเ์ สรมิ 6
1.0 (40) ว23209 ฟิสกิ ส์ 2
0.5 (20) ว23211 การสร้างสรรคง์ านดว้ ยแอพพลเิ คชั่น
0.5 (20) ส23205 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 6
0.5 (20) อ23202 ฟัง-พูดภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร 6
- 2.2 รายวิชาเพิ่มเตมิ (เลอื กเสร)ี
0.5 (20) 2.3 รายวิชาเพ่ิมเติมความเป็นสากล
0.5 (20) จ23202 ฟัง-พดู ภาษาจีนเพือ่ การสื่อสาร 6
(60) 3. กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
(20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กิจกรรมนกั เรยี น
(20) - ลกู เสือ เนตรนารี
(15) - ชมรม ชุมนมุ
(5) 3.3 กจิ กรรมเพ่ือสงั คม
และสาธารณประโยชน์
16.0 (700) รวมเวลาเรยี น
13
โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนสายปัญญารงั สติ พทุ ธศักราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ห้องเรยี นพเิ ศษ MEP (ม.1/9 – ม.1/10) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ปการศึกษา 2564
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนที่ 2
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น เวลาเรียน
หนว่ ยกติ
1. รายวชิ าพนื้ ฐาน หน่วยกติ รายวชิ า/กจิ กรรม (ชม.)
ท21101 ภาษาไทย 1 11.0 (440)
ค21101 คณิตศาสตร์ 1 (ชม.) 1.5 (60)
ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 1.5 (60)
ว21103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 1) 11.0 (440) 1. รายวิชาพืน้ ฐาน 1.5 (60)
ส21101 สงั คมศึกษา 1 0.5 (20)
ส21102 ประวตั ศิ าสตร์ 1 1.5 (60) ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 (60)
พ21101 สุขศกึ ษา 1 0.5 (20)
พ21102 พลศึกษา 1 1.5 (60) ค21102 คณติ ศาสตร์ 2 0.5 (20)
ศ21101 ศิลปะ 1 0.5 (20)
ง21101 การงานอาชพี 1 1.5 (60) ว21102 วิทยาศาสตร์ 2 1.0 (40)
อ21101 ภาษาอังกฤษ 1 0.5 (20)
2. รายวชิ าเพิม่ เติม 0.5 (20) ง21104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 1) 1.5(60)
4.5 (180)
2.1 รายวชิ าเพิม่ เตมิ (บังคบั ) 1.5 (60) ส21103 สังคมศึกษา 2 4.0 (160)
ค21205 ทักษะคณิตศาสตร์ 1 1.0 (40)
ว21205 ทกั ษะวิทยาศาสตร์ 1 0.5 (20) ส21104 ประวตั ศิ าสตร์ 2 1.0 (40)
ว21211 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 1 0.5 (20)
ส21204 หนา้ ท่พี ลเมือง 1 0.5 (20) พ21103 สขุ ศึกษา 2 0.5 (20)
อ21205 วรรณคดีอังกฤษ 1 1.0 (40)
0.5 (20) พ21104 พลศกึ ษา 2
2.2 รายวิชาเพมิ่ เติม (เลอื กเสร)ี -
2.3 รายวิชาเพิม่ เตมิ ความเป็นสากล 1.0 (40) ศ21102 ศลิ ปะ 2 0.5 (20)
จ21201 ฟัง-พูดภาษาจีนเพื่อการสือ่ สาร 1 0.5 (20)
3. กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น 0.5 (20) ง21103 การงานอาชพี 2
3.1 กจิ กรรมแนะแนว (60)
3.2 กิจกรรมนกั เรยี น 1.5 (60) อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 (20)
- ลกู เสอื เนตรนารี 4.5 (180) 2. รายวชิ าเพิม่ เติม (20)
- ชมรม ชุมนุม (15)
3.3 กจิ กรรมเพอ่ื สังคม 4.0 (160) 2.1 รายวิชาเพิ่มเติม (บังคบั ) (5)
และสาธารณประโยชน์
1.0 (40) ค21206 ทกั ษะคณิตศาสตร์ 2 15.5 (680)
รวมเวลาเรียน
1.0 (40) ว21206 ทักษะวิทยาศาสตร์ 2
0.5 (20) ว21212 การนาเสนอส่ือประสม
0.5 (20) ส21205 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 2
1.0 (40) อ21206 วรรณคดอี ังกฤษ 2
- 2.2 รายวิชาเพิ่มเตมิ (เลือกเสรี)
0.5 (20) 2.3 รายวิชาเพิ่มเตมิ ความเป็นสากล
0.5 (20) จ21202 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพ่อื การส่อื สาร 2
(60) 3. กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
(20) 3.1 กิจกรรมแนะแนว
3.2 กิจกรรมนกั เรยี น
(20) - ลูกเสอื เนตรนารี
(15) - ชมรม ชุมนุม
(5) 3.3 กจิ กรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณประโยชน์
15.5 (680) รวมเวลาเรยี น
14
โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรยี นสายปัญญารงั สิต พทุ ธศกั ราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
หอ้ งเรยี นพิเศษ MEP (ม.2/9 – ม.2/10) ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 2
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรยี น
หน่วยกิต
1. รายวิชาพนื้ ฐาน หนว่ ยกติ รายวชิ า/กจิ กรรม (ชม.)
ท22101 ภาษาไทย 3 11.0 (440)
ค22101 คณิตศาสตร์ 3 (ชม.) 1.5 (60)
ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 3 1.5 (60)
ว22103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 2) 11.0 (440) 1. รายวชิ าพืน้ ฐาน 1.5 (60)
ส22101 สังคมศึกษา 3 0.5 (20)
ส22102 ประวัตศิ าสตร์ 3 1.5 (60) ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 (60)
พ22101 สุขศกึ ษา 3 0.5 (20)
พ22102 พลศึกษา 3 1.5 (60) ค22102 คณติ ศาสตร์ 4 0.5 (20)
ศ22101 ศิลปะ 3 0.5 (20)
ง22101 การงานอาชพี 3 1.5 (60) ว22102 วทิ ยาศาสตร์ 4 1.0 (40)
อ22101 ภาษาองั กฤษ 3 0.5 (20)
2. รายวิชาเพม่ิ เตมิ 0.5 (20) ว22104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 2) 1.5(60)
5.5 (220)
2.1 รายวชิ าเพิม่ เตมิ (บงั คับ) 1.5 (60) ส22103 สงั คมศกึ ษา 4 4.0 (160)
ค22205 ทักษะคณติ ศาสตร์ 3 1.0 (40)
ว22205 ทักษะวิทยาศาสตร์ 3 0.5 (20) ส22104 ประวัตศิ าสตร์ 4 1.0 (40)
ว22210 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 2 0.5 (20)
ส22204 หนา้ ทพี่ ลเมอื ง 3 0.5 (20) พ22103 สขุ ศึกษา 4 0.5 (20)
อ22205 วรรณคดีอังกฤษ 3 1.0 (40)
0.5 (20) พ22104 พลศกึ ษา 4
2.2 รายวิชาเพิ่มเติม (เลือกเสรี) -
2.3 รายวิชาเพ่มิ เตมิ ความเป็นสากล 1.0 (40) ศ22102 ศิลปะ 4 1.5 (60)
จ22201 ฟัง-พูดภาษาจนี เพื่อการสอ่ื สาร 3 0.5 (20)
I20201 การสร้างองคค์ วามรู้ (IS 1) 0.5 (20) ง22103 การงานอาชีพ 4 1.0 (40)
3. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
3.1 กจิ กรรมแนะแนว 1.5 (60) อ22102 ภาษาองั กฤษ 4 (60)
3.2 กจิ กรรมนกั เรียน (20)
5.5 (220) 2. รายวิชาเพม่ิ เตมิ
- ลกู เสือ เนตรนารี (20)
- ชมรม ชมุ นุม 4.0 (160) 2.1 รายวชิ าเพ่ิมเติม (บงั คับ) (15)
3.3 กจิ กรรมเพ่ือสังคม (5)
และสาธารณประโยชน์ 1.0 (40) ค22206 ทกั ษะคณติ ศาสตร์ 4
16.5 (720)
รวมเวลาเรยี น 1.0 (40) ว22206 ทกั ษะวทิ ยาศาสตร์ 4
0.5 (20) ว22211 คอมพวิ เตอร์เพอื่ งานธรุ กิจ
0.5 (20) ส22205 หน้าทพ่ี ลเมอื ง 4
1.0 (40) อ22206 วรรณคดีอังกฤษ 4
- 2.2 รายวชิ าเพ่มิ เตมิ (เลือกเสร)ี
1.5 (60) 2.3 รายวชิ าเพิ่มเตมิ ความเป็นสากล
0.5 (20) จ22202 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพอื่ การส่อื สาร 4
1.0 (40) I20202 การส่อื สารและนาเสนอ (IS 2)
(60) 3. กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน
(20) 3.1 กจิ กรรมแนะแนว
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น
(20) - ลกู เสอื เนตรนารี
(15) - ชมรม ชมุ นมุ
(5) 3.3 กจิ กรรมเพ่ือสงั คม
และสาธารณประโยชน์
16.5 (720) รวมเวลาเรยี น
15
โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรยี นสายปญั ญารงั สติ พทุ ธศักราช 2564
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ห้องเรยี นพเิ ศษ M E P (ม.3/9 – ม.3/10) ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 3 ปการศกึ ษา 2564
ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 3
ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น เวลาเรียน
หนว่ ยกติ
1. รายวิชาพื้นฐาน หนว่ ยกติ รายวิชา/กิจกรรม (ชม.)
ท23101 ภาษาไทย 5 11.0 (440)
ค23101 คณิตศาสตร์ 5 (ชม.) 1.5 (60)
ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 1.5 (60)
ว23103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 3) 11.0 (440) 1. รายวิชาพื้นฐาน 1.5 (60)
ส23101 สงั คมศึกษา 5 0.5 (20)
ส23102 ประวตั ศิ าสตร์ 5 1.5 (60) ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 (60)
พ23101 สขุ ศึกษา 5 0.5 (20)
พ23102 พลศึกษา 5 1.5 (60) ค23102 คณิตศาสตร์ 6 0.5 (20)
ศ23101 ศิลปะ 5 0.5 (20)
ง23101 การงานอาชีพ 5 1.5 (60) ว23102 วทิ ยาศาสตร์ 6 1.0 (40)
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 0.5 (20)
2. รายวิชาเพิม่ เตมิ 0.5 (20) ว23104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 3) 1.5(60)
4.5 (180)
2.1 รายวชิ าเพ่มิ เติม (บังคับ) 1.5 (60) ส23103 สังคมศกึ ษา 6 4.0 (160)
ค23205 เทกั ษะคณติ ศาสตร์ 5 1.0 (40)
ว23205 ทักษะวิทยาศาสตร์ 5 0.5 (20) ส23104 ประวัติศาสตร์ 6 1.0 (40)
ว23210 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 3 0.5 (20)
ส23204 หน้าทีพ่ ลเมอื ง 5 0.5 (20) พ23103 สุขศกึ ษา 6 0.5 (20)
อ23205 วรรณคดีอังกฤษ 5 1.0 (40)
0.5 (20) พ23104 พลศึกษา 6
2.2 รายวชิ าเพ่ิมเตมิ (เลือกเสรี) -
2.3 รายวิชาเพิม่ เติมความเป็นสากล 1.0 (40) ศ23102 ศิลปะ 6 0.5 (20)
จ23201 ฟัง-พดู ภาษาจนี เพือ่ การสื่อสาร 5 0.5 (20)
3. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น 0.5 (20) ง23103 การงานอาชพี 6
3.1 กจิ กรรมแนะแนว (60)
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น 1.5 (60) อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 (20)
- ลูกเสอื เนตรนารี 4.5 (180) 2. รายวชิ าเพม่ิ เตมิ (20)
- ชมรม ชุมนมุ (15)
3.3 กจิ กรรมเพือ่ สังคม 4.0 (160) 2.1 รายวชิ าเพิ่มเตมิ (บังคบั ) (5)
และสาธารณประโยชน์
1.0 (40) ค23206 ทกั ษะคณติ ศาสตร์ 6 15.5 (680)
รวมเวลาเรยี น
1.0 (40) ว23206 ทกั ษะวิทยาศาสตร์ 6
0.5 (20) ว23211 การสรา้ งสรรคง์ านดว้ ยแอพพลิเคชัน่
0.5 (20) ส23205 หนา้ ที่พลเมอื ง 6
1.0 (40) อ23206 วรรณคดีอังกฤษ 6
- 2.2 รายวิชาเพ่มิ เติม (เลอื กเสรี)
0.5 (20) 2.3 รายวิชาเพม่ิ เตมิ ความเป็นสากล
0.5 (20) จ23202 ฟัง-พูดภาษาจีนเพือ่ การส่อื สาร 6
(60) 3. กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
(20) 3.1 กิจกรรมแนะแนว
3.2 กจิ กรรมนกั เรยี น
(20) - ลูกเสอื เนตรนารี
(15) - ชมรม ชมุ นมุ
(5) 3.3 กจิ กรรมเพ่ือสงั คม
และสาธารณประโยชน์
15.5 (680) รวมเวลาเรยี น
16
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
คำอธิบำยรำยวิชำ ประกอบด้วย รหัสวิชำ ช่ือรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ช้ันปี จำนวนเวลำ
เรียน และ / หนว่ ยกิต ที่เปิดสอนตลอดภำคเรียน
17
รำยวชิ ำพนื้ ฐำนและเพิ่มเติม
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนต้น
รำยวชิ ำพื้นฐำน จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
ท21101 ภำษำไทย 1 จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกติ
ท21102 ภำษำไทย 2 จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท22101 ภำษำไทย 3 จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ท22102 ภำษำไทย 4 จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
ท23101 ภำษำไทย 5 จำนวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หน่วยกติ
ท23102 ภำษำไทย 6
18
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพ้ืนฐำน
ท21101 ภำษำไทย 1 กล่มุ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ช้ันมธั ยมศึกษำปีที่ 1 ภำคเรยี นที่ 1 เวลำ 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ
ศึกษำกำรอ่ำนออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมำะสม กับเร่ืองท่ีอ่ำน จับใจควำมสำคัญจำก
เร่อื งที่อำ่ นระบเุ หตแุ ละผลและขอ้ เทจ็ จริง กับขอ้ คิดเหน็ จำกเรื่องท่อี ำ่ น ระบแุ ละอธิบำยคำเปรียบเทียบและ
คำท่ีมีหลำยควำมหมำยในบริบทต่ำงๆ จำกกำรอ่ำน คัดลำยมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสำรโดยใช้
ถ้อยคำถูกต้อง ชัดเจนเหมำะสมและสละสลวย เขียนบรรยำยประสบกำรณ์โดยระบุสำระสำคัญและ
รำยละเอียดสนับสนุน เขียนเรียงควำม มีมำรยำทในกำรเขียน พูดสรุปใจควำมสำคัญของเร่ืองที่ฟังและดู
เล่ำเรื่องย่อจำกเร่ืองที่ฟังและดู พูดแสดงควำมคิดเห็นอย่ำงสร้ำงสรรค์เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและดู ประเมิน
ควำมนำ่ เชื่อถอื ของสื่อท่มี ีเน้อื หำโนม้ นำ้ วใจ มมี ำรยำทในกำรฟงั กำรดูและกำรพูด อธิบำยลักษณะของเสียง
ในภำษำไทย สร้ำงคำในภำษำไทย วิเครำะห์ชนิดและหน้ำที่ของคำในประโยค สรุปเนื้อหำวรรณคดีและ
วรรณกรรมท่ีอ่ำน
โดยใช้กระบวนกำรอ่ำน กระบวนกำรเขียน กำระบวนกำรฟังและดูกระบวนกำรคิดวิเครำะห์
กระบวนกำรปฏบิ ัติ กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนศึกษำค้นคว้ำ กำรประเมินค่ำเพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ
และทักษะในกำรใช้ภำษำทั้งกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรพูด กำรใช้หลักภำษำไทย วรรณคดีและ
วรรณกรรม สำมำรถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ มีควำมรักและภำคภูมิใจในภำษำ
ประจำชำติ
เพ่อื ให้เกิดควำมรู้ควำมคดิ ควำมเข้ำใจ มีจติ สำนกึ รักควำมเป็นไทยอนุรกั ษ์ภำษำไทย สำมำรถ
ใช้ภำษำไทยในกำรสอ่ื สำรในชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธิภำพ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่ำนยิ มที่
เหมำะสม รักชำติศำสนกษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่นในกำรทำงำน รัก
ควำมเปน็ ไทย มีจิตสำธำรณะ บนพนื้ ฐำนเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตวั ชี้วดั
ท 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ท 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 ,ม.1/9
ท 3.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/6
ท 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ท 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
รวมท้ังหมด 22 ตวั ช้ีวดั
19
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
ท21102 ภำษำไทย 2 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ 1 ภำคเรยี นที่ 2 เวลำ 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ
ศกึ ษำกำรตคี วำมคำยำกในเอกสำรวชิ ำกำร ระบุข้อสงั เกตและควำมสมเหตสุ มผลของงำนเขียนประเภท
ชกั จูงโน้มน้ำวใจ ปฏบิ ัตติ ำมคูม่ ือแนะนำวธิ กี ำรใชง้ ำน ของเคร่ืองมือหรือเครื่องใช้ในระดับท่ียำกขึ้น วิเครำะห์
คุณค่ำท่ีได้รับจำกกำรอ่ำนงำนเขียนอย่ำงหลำกหลำยเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหำในชีวิต เขียนย่อควำม เขียน
แสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกับสำระจำกเร่ืองท่ีอ่ำนและสื่อท่ีได้รับ เขียนจดหมำยส่วนตัวและจดหมำยกิจธุระ
เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำและโครงงำน มีมำรยำทในกำรเขียน พูดรำยงำนเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษำ
ค้นคว้ำจำกกำรฟัง กำรดู และกำรสนทนำ มีมำรยำทในกำรฟัง กำรดู และกำรพูด วิเครำะห์ควำมแตกต่ำง
ของภำษำพูดและภำษำเขียน แต่งบทร้อยกรอง จำแนกและใช้สำนวนที่เป็นคำพังเพย และสุภำษิต
วิเครำะห์วรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่ำนพร้อมยกเหตุผลประกอบ อธิบำยคุณค่ำของวรรณคดีและวรรณกรรม
ที่อ่ำนสรุปควำมรู้และข้อคิดจำกกำรอ่ำนเพ่ือประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอำขยำนตำมท่ีกำหนดและ
บทรอ้ ยกรองที่มคี ุณคำ่ ตำมควำมสนใจ
โดยใช้กระบวนกำรอ่ำน กระบวนกำรเขียน กำระบวนกำรฟังและดูกระบวนกำรคิดวิเครำะห์
กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรกลุ่ม กระบวนศึกษำค้นคว้ำ กำรประเมนิ ค่ำเพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมเข้ำใจ
และทักษะในกำรใช้ภำษำท้ังกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรพูด กำรใช้หลักภำษำไทย วรรณคดีและ
วรรณกรรม
สำมำรถนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันได้อยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพ มคี วำมรักและภำคภมู ใิ จในภำษำ
ประจำชำติ
รหสั ตัวชว้ี ัด
ท 1.1 ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8 ,ม1/9
ท 2.1 ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม1/9
ท 3.1 ม.1/5, ม.1/6
ท 4.1 ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6
ท 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมทั้งหมด 18 ตวั ช้ีวัด
20
คำอธิบำยรำยวิชำพ้ืนฐำน
ท22101 ภำษำไทย 3 กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ 2 ภำคเรียนท่ี 1 เวลำ 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษำและฝึกจับใจควำมสำคัญ สรุปควำม และอธิบำยรำยละเอียดจำกเรื่องท่ีอ่ำน เขียนผัง
ควำมคิดเพ่ือแสดงควำมเข้ำใจในบทเรียนต่ำง ๆ ท่ีอ่ำน อภิปรำยแสดงควำมคิดเห็นและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับ
เร่ืองท่ีอ่ำน วิเครำะห์และจำแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็นจำกบทควำมท่ีอ่ำน ระบุ
ข้อสังเกตกำรชวนเชื่อ กำรโน้มน้ำว หรือควำมสมเหตุสมผลของงำนเขียน คัดลำยมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด
เขียนบรรยำยและพรรณนำ เขียนเรียงควำม เขียนย่อควำม พูดสรุปใจควำมสำคัญของเร่ืองที่ฟังและดู
วิเครำะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และควำมน่ำเชื่อถือของข่ำวสำรจำกสื่อต่ำง ๆ วิเครำะห์และวิจำรณ์เรื่องที่
ฟังและดูอย่ำงมีเหตุผล เพื่อนำข้อคิดมำประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชีวิต สร้ำงคำในภำษำไทย รวบรวมและ
อธิบำยควำมหมำยของคำภำษำต่ำงประเทศที่ใช้ในภำษำไทย แต่งบทร้อยกรอง สรุปเน้ือหำวรรณคดีและ
วรรณกรรมที่อำ่ นในระดบั ทย่ี ำกขน้ึ วเิ ครำะหล์ ะวจิ ำรณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่ำน
พร้อมยกเหตุผลประกอบ อธิบำยคุณค่ำของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่ำน สรุปควำมรู้และข้อคิดจำกกำร
อ่ำนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจำบทอำขยำนตำมท่ีกำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่ำตำมควำม
สนใจ
โดยใช้กระบวนกำรทำงภำษำ กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรพูด กำรคิดวิเครำะห์วิจำรณ์กำร
สังเครำะห์ และกำรประเมินผล กระบวนกำรกลุ่มสัมพันธ์ กำรสืบค้นควำมรู้ กำรอภิปรำย กำรแก้ปัญหำ
อย่ำงเป็นระบบ วำงแผนประเมินผล กำรให้เหตผุ ล กำรนำเสนอ กำรใช้เทคโนโลยีพัฒนำใหเ้ กดิ ทักษะในกำร
สร้ำงองค์ควำมรู้อย่ำงมีประสิทธิภำพ สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงเห็นคุณค่ำของ
ภำษำไทย
เพื่อให้ผู้เรียนมีพื้นฐำนควำมรู้ด้ำนหลักภำษำ พัฒนำทักษะกำรใช้ภำษำครบทุกด้ำน และเรียนรู้
คุณค่ำที่สอดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย สำมำรถนำภำษำไทย รวมท้ังคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่ำนยิ มทีด่ งี ำมไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ไดถ้ ูกตอ้ ง เหมำะสม
รหัสตัวชวี้ ดั
ท 1.1 ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ท 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ท 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ท 4.1 ม.2/1, ม.2/3, ม.2/5
ท 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
รวมท้งั หมด 20 ตัวชี้วัด
21
คำอธิบำยรำยวชิ ำพ้นื ฐำน
ท22102 ภำษำไทย 4 กล่มุ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ่ี 2 ภำคเรยี นที่ 2 เวลำ 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษำและฝกึ อ่ำนออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้องเหมำะสมกบั เรื่องที่อำ่ น อำ่ น
หนังสือ บทควำม หรือคำประพันธ์อย่ำงหลำกหลำย และประเมินคุณค่ำหรือแนวคิดที่ไดจ้ ำกกำรอ่ำน เพือ่
นำไปใช้แกป้ ัญหำในชีวติ มมี ำรยำทในกำรอ่ำน เขียนรำยงำนกำรศึกษำคน้ คว้ำ เขยี นจดหมำยกิจธุระ เขยี น
วเิ ครำะห์ วจิ ำรณ์ และแสดงควำมรู้ ควำมคิดเห็น หรอื โต้แย้งในเรอื่ งทอ่ี ่ำนอย่ำงมีเหตุผล มมี ำรยำทในกำร
เขียน พูดในโอกำสต่ำง ๆ ได้ตรงตำมวัตถุประสงค์ พูดรำยงำนเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษำค้นคว้ำจำกกำรฟัง
กำรดู และกำรสนทนำ มมี ำรยำทในกำรฟัง กำรดู และกำรพูด ใช้คำรำชำศัพท์ วิเครำะห์โครงสร้ำงประโยค
สำมัญ ประโยครวม และประโยคซ้อน สรุปเน้ือหำวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่ำนในระดับที่ยำกข้ึน
วิเครำะห์และวิจำรณ์วรรณคดี วรรณกรรม วรรณกรรมท้องถ่ินที่อ่ำน พร้อมยกเหตุผลประกอบ อธิบำย
คุณคำ่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมท่อี ่ำน สรปุ ควำมร้แู ละข้อคิดจำกกำรอ่ำนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และ
ทอ่ งจำบทอำขยำนตำมท่กี ำหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ุณค่ำตำมควำมสนใจ
โดยใช้กระบวนกำรทำงภำษำ กำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรพูด กำรคิดวิเครำะห์วิจำรณ์ กำร
สังเครำะห์ และกำรประเมินผล กระบวนกำรกลุ่มสัมพันธ์ กำรสืบค้นควำมรู้ กำรอภิปรำย กำรแก้ปัญหำ
อย่ำงเป็นระบบ วำงแผน ประเมินผล กำรให้เหตุผล กำรนำเสนอ กำรใช้เทคโนโลยีพัฒนำให้เกิดทักษะใน
กำรสร้ำงองค์ควำมรู้อย่ำงมีประสิทธิภำพ สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงเห็นคุณค่ำของ
ภำษำไทย
เพื่อให้ผู้เรียนมีพ้ืนฐำนควำมรู้ด้ำนหลักภำษำ พัฒนำทักษะกำรใช้ภำษำครบทุกด้ำน และเรียนรู้
คุณค่ำที่สอดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย สำมำรถนำภำษำไทย รวมท้ังคุณธรรม จริยธรรม และ
คำ่ นยิ มที่ดงี ำมไปใช้ในชวี ิตจรงิ ได้ถกู ตอ้ งเหมำะสม
รหสั ตวั ช้วี ัด
ท 1.1 ม.2/1, ม.2/7, ม.2/8
ท 2.1 ม.2/5, ม. 2/6, ม.2/7, ม.2/8
ท 3.1 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ท 4.1 ม.2/2, ม.2/4
ท 5.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
รวมท้งั หมด 17 ตัวชวี้ ดั
22
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพืน้ ฐำน
ท23101 ภำษำไทย 5 กลมุ่ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 3 ภำคเรยี นที่ 1 เวลำ 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ
ศกึ ษำและอำ่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง ระบคุ วำมแตกตำ่ งของคำในด้ำนควำมหมำย
โดยตรงและควำมหมำยโดยนัย กำรหำใจควำมสำคญั และรำยละเอยี ดของข้อมูลท่ีสนับสนนุ จำกเรื่องทอี่ ่ำน
วิเครำะห์ วจิ ำรณค์ วำมสมเหตสุ มผล กำรลำดบั ควำมและควำมเป็นไปได้ของเรอื่ งท่ีอำ่ น อำ่ นวเิ ครำะห์เพือ่
แสดงควำมคดิ เห็น โต้แยง้ ตีควำม ประเมนิ ควำมถกู ตอ้ งของขอ้ มูลท่ีใชส้ นับสนุนในเรือ่ งที่อ่ำน ฝึกกำรคัด
ลำยมอื เขียนชีวประวตั ิ ย่อควำม จดหมำยกิจธุระ อธบิ ำย ชี้แจงแสดงควำมคดิ เห็นและโตแ้ ย้งอยำ่ งมเี หตุผล
เขียนวิเครำะห์ วิจำรณ์แสดงควำมรู้ควำมคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่องต่ำงๆ พูดวิเครำะห์ วิจำรณ์ ประเมิน
เร่ืองท่ีฟังและดูเพ่ือนำข้อคิดมำประยุกต์ใช้ในกำรดำเนินชีวิต ฝึกพูดในโอกำสต่ำงๆ จำแนกและใช้คำท่ีมำ
จำกภำษำต่ำงประเทศ วิเครำะห์ประโยคซับซ้อน ระดับภำษำ สรุปเนื้อหำ ควำมรู้ และข้อคิดจำกวรรณคดี
และวรรณกรรมท้องถิ่น วิเครำะห์วิถีไทยและคุณค่ำจำกกำรอ่ำนวรรณกรรม สำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตจริง ท่องจำและบอกคุณค่ำบทอำขยำน บทร้อยกรองตำมควำมสนใจและนำไปใช้อำ้ งอิง
โดยใชก้ ระบวนกำรทำงภำษำ กระบวนกำรกล่มุ สัมพนั ธ์ กำรคดิ วิเครำะห์ กำรสบื ค้นควำมรู้
กำรอภิปรำย กำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบ วำงแผน ประเมินผล กำรให้เหตุผล กำรนำเสนอ กำรใช้
เทคโนโลยีพฒั นำให้เกดิ ทักษะในกำรสร้ำงองค์ควำมรู้อยำ่ งมีประสิทธภิ ำพรวมถึงเหน็ คุณค่ำของภำษำไทย
มีคุณธรรม จริยธรรม และมีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดูและกำรพูด เห็นคุณค่ำ
และภำคภูมิใจในภำษำไทยและรักษำไว้เป็นสมบัติของชำติ มีควำมสำมำรถในกำรนำควำมรู้ที่ได้ไป
ประยกุ ตใ์ ช้ในกำรดำเนินชวี ติ รักชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่น
ในกำรทำงำน รักควำมเปน็ ไทย และมีจิตสำธำรณะเพือ่ ให้เกดิ กำรเรียนรู้อย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ
รหัสตัวชวี้ ดั
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/10
ท 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/10
ท 3.1 ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมทง้ั หมด 23 ตัวช้ีวดั
23
คำอธิบำยรำยวิชำพ้นื ฐำน
ท23102 ภำษำไทย 6 กล่มุ สำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3 ภำคเรียนท่ี 2 เวลำ 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษำและอ่ำนออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง วิเครำะห์ วิจำรณ์ ควำมสมเหตุสมผล กำร
ลำดับควำมและควำมเป็นไปได้ของเร่ืองที่อ่ำน ตีควำม ประเมินคุณค่ำแนวคิดท่ีได้จำกกำรอ่ำนงำนเขียน
พร้อมกำหนดกรอบแนวคิด ผังควำมคิด บันทึก ย่อควำมและกำรรำยงำนเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหำในชีวิต
วิเครำะห์วิจำรณ์และประเมินเรื่องท่ีอ่ำนโดยใช้กลวิธีกำรเปรียบเทียบบนฐำนควำมถูกต้องของข้อมูลท่ีใช้
สนับสนุนในเร่ืองที่อ่ำน กำรเลือกใช้ระดับภำษำเพ่ือใช้ในกำรเขียนข้อควำม เขียนรำยงำน โครงงำน กรอก
แบบสมัครงำน พูดรำยงำนเรื่องท่ีศึกษำค้นคว้ำจำกกำรฟัง กำรดูเกี่ยวกับภูมิปัญญำท้องถิ่น พูดโน้มน้ำว
อย่ำงมีเหตุผลและน่ำเช่ือถือ อธิบำยควำมหมำยศัพท์ทำงวิชำกำรและวิชำชีพ สรุปเน้ือหำ ควำมรู้ และ
ข้อคิดจำกวรรณคดีและวรรณกรรมท้องถิ่น วิเครำะห์วิถีไทยและคุณค่ำจำกกำรอ่ำนวรรณกรรม สำมำรถ
นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำและบอกคุณค่ำบทอำขยำน บทร้อยกรองตำมควำมสนใจและนำไปใช้
อ้ำงอิง
โดยใช้กระบวนกำรทำงภำษำ กระบวนกำรกลุ่มสัมพันธ์ กำรคิดวิเครำะห์ กำรสืบค้นควำมรู้ กำร
อภปิ รำย กำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบ วำงแผน ประเมินผล กำรให้เหตุผล กำรนำเสนอ กำรใช้เทคโนโลยี
พัฒนำให้เกิดทกั ษะในกำรสรำ้ งองค์ควำมรอู้ ย่ำงมีประสิทธภิ ำพรวมถึงเห็นคุณค่ำของภำษำไทย
มีคุณธรรม จริยธรรม และมีมำรยำทในกำรอ่ำน กำรเขียน กำรฟัง กำรดูและกำรพูด เห็นคุณค่ำ
และภำคภูมิใจในภำษำไทยและรักษำไว้เป็นสมบัติของชำติ มีควำมสำมำรถในกำรนำควำมรู้ที่ได้ไป
ประยุกต์ใช้ในกำรดำเนนิ ชวี ิต รกั ชำติ ศำสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สตั ย์สุจรติ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่ำงพอเพียง มุ่งมั่น
ในกำรทำงำน รกั ควำมเปน็ ไทย และมีจติ สำธำรณะเพ่ือใหเ้ กิดกำรเรียนรู้อย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ
รหสั ตัวช้วี ดั
ท 1.1 ม.3/1, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9
ท 2.1 ม.3/2, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10
ท 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ท 4.1 ม.3/3
ท 5.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมท้ังหมด 20 ตัวชี้วดั
24
รายวิชาพ้นื ฐานและเพิ่มเติม
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
รายวชิ าพ้ืนฐาน จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ค21101 คณิตศาสตร์ 1 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ
ค21102 คณิตศาสตร์ 2 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ค22101 คณิตศาสตร์ 3 จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ค22102 คณติ ศาสตร์ 4 จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ค23101 คณติ ศาสตร์ 5 จานวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หน่วยกิต
ค23102 คณติ ศาสตร์ 6
รายวชิ าเพิม่ เติม จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ค21203 คณติ ศาสตร์สร้างสรรค์ 1 จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ค21204 คณติ ศาสตร์สร้างสรรค์ 2 จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกติ
ค21207 คณิตศาสตรเ์ พิ่มเตมิ 1 จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ค21208 คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม 2 จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หน่วยกติ
ค21209 คณติ ศาสตร์เสริม 1 จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ค21210 คณติ ศาสตร์เสริม 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ค21211 คณิตศาสตร์กับ GSP 1 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ค21212 คณิตศาสตร์กับ GSP 2 จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ
ค22203 คณิตศาสตร์สรา้ งสรรค์ 3 จานวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
ค22204 คณติ ศาสตรส์ ร้างสรรค์ 4 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ค22207 คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม 3 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ค22208 คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเตมิ 4 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ค22211 คณติ ศาสตร์เสริม 3 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ค22212 คณิตศาสตร์เสรมิ 4 จานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ค23203 คณติ ศาสตร์สรา้ งสรรค์ 5 จานวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกติ
ค23204 คณติ ศาสตร์สรา้ งสรรค์ 6 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ค23210 คณติ ศาสตรเ์ สริม 5 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ค23211 คณิตศาสตร์เสริม 6 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ค23212 คณิตศาสตร์สร้างเสริม 1 จานวน 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกิต
ค23213 คณติ ศาสตร์สรา้ งเสรมิ 2
25
ค23214 คณติ ศาสตร์เพ่ิมเตมิ 5 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ค23215 คณติ ศาสตร์เพมิ่ เตมิ 6 จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกติ
I20201 การสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1) จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกติ
I20202 การสรา้ งองค์ความรู้ (IS2) จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
26
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ค21101 คณิตศาสตร์ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ทาง
คณติ ศาสตร์ และเชือ่ มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ่ืนๆ และมีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี
จานวนเตม็ การบวก ลบ คณู และหารจานวนเต็ม สมบัตกิ ารบวกและการคณู จานวนเต็ม
เลขยกกาลัง ความหมายของเลขยกกาลัง การคณู และการหารเลขยกกาลงั สญั กรณว์ ทิ ยาศาสตร์
ทศนิยมและเศษส่วน ทศนิยมและการเปรียบเทียบทศนิยม การบวก ลบ คูณและหารทศนิยม
เศษส่วนและการเปรียบเทียบเศษส่วน การบวก ลบ คูณและหารเศษส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างทศนิยม
และเศษสว่ น
โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการ
สือ่ สาร การส่อื ความหมายและการนาเสนอได้อย่างถกู ตอ้ งชดั เจน เชื่อมโยงความรตู้ ่างๆ ในคณิตศาสตร์และ
นาความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเช่ือมโยงกบั ศาสตร์อนื่ ๆ
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งมั่นในการทางาน
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเช่ือมั่นใน
ตนเองและใชใ้ นชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์
รหสั ตัวชว้ี ดั
ค 1.1 ม. 1/1 , ม. 1/2
รวมทง้ั หมด 2 ตัวชี้วัด
27
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ค21102 คณิตศาสตร์ 2 กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์ และเช่ือมโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่ืน ๆ และมีความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรคใ์ นสาระต่อไปน้ี
สมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว การเตรียมความพรอ้ มก่อนร้จู ักสมการ สมการและคาตอบของสมการ
การแกส้ มการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว
กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น คู่อันดับและกราฟของคู่อันดับ กราฟและการนาไปใช้
ความสมั พนั ธเ์ ชิงเส้น
โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ใช้วิธีการที่หลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการ
สื่อสาร การสื่อความหมายและการนาเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์
และนาความรู้ หลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกับศาสตรอ์ ื่น ๆ
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งม่ันในการทางาน
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นใน
ตนเองและใช้ในชวี ติ ประจาวันอย่างสร้างสรรค์
รหสั ตัวชี้วดั
ค 1.3 ม. 1/1 , ม. 1/2 , ม. 1/3
รวมท้ังหมด 3 ตัวช้ีวดั
28
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ค22101 คณติ ศาสตร์ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผลการส่ือสาร
การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และ
เชอื่ มโยงคณติ ศาสตร์ กับศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ในสาระต่อไปน้ี
ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับ การนาความรู้เก่ียวกับทฤษฎีบทพีทา
โกรัสและบทกลบั ไปใช้ในชีวติ จริง
ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับจานวนจริง จานวนตรรกยะ จานวนอตรรกยะ รากท่ีสองและรากท่ี
สาม การนาความรเู้ กี่ยวกับจานวนจริงไปใช้
ปรซิ มึ และทรงกระบอก การหาปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก การหาพ้ืนท่ีผิวของปริซึม
และทรงกระบอก การนาความรู้เกยี่ วกับพนื้ ที่ผิวของปริซมึ และทรงกระบอกไปใช้ในการแก้ปัญหา
การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน การนาความรู้เกี่ยวกับการ
แปลงทางเรขาคณิตไปใชใ้ นการแก้ปญั หา
สมบตั ขิ องเลขยกกาลงั การดาเนนิ การของเลขยกกาลงั และสมบัตอิ ่ืนๆ ของเลขยกกาลัง
พหุนาม การบวกและการลบเอกนาม การบวก และการลบพหุนาม การคูณของพหุนาม การ
หารพหนุ ามดว้ ยเอกนาม
โดยการจดั ประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณใ์ นชวี ติ ประจาวนั ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึก
ทกั ษะโดยการปฏบิ ัตจิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา
การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและ
กระบวนการทไ่ี ด้ ไปใชใ้ นการเรยี นรสู้ ิง่ ต่างๆ และใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความเช่ือม่ันในตนเอง การวัด
และการประเมินผลใชว้ ิธีทห่ี ลากหลายตามสภาพเป็นจรงิ ให้สอดคล้องกับเนอื้ หาและทักษะท่ตี ้องการวดั
รหัสตวั ช้วี ัด
ค 1.1 ม. 2/1 , ม. 2/2
ค 1.2 ม. 2/1
ค 2.1 ม. 2/1, ม. 2/2
ค 2.2 ม. 2/3, ม. 2/5
รวมทงั้ หมด 7 ตวั ช้ีวัด
29
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ค22102 คณติ ศาสตร์ 4 กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผลการสื่อสาร
การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรูต้ า่ ง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และ
เชอื่ มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปน้ี
สถิติ แผนภาพจดุ แผนภาพตน้ -ใบ ฮิสโทแกรม คา่ เฉล่ียเลขคณติ มัธยฐาน และฐานนิยม
ความเท่ากนั ทุกประการ ความเทา่ กันทกุ ประการของรูปเรขาคณิต ความเทา่ กันทุกประการของ
รูปสามเหลยี่ ม รูปสามเหลี่ยมสองรปู ท่ีสมั พันธ์กนั แบบ ดา้ น-มุม-ด้าน , มมุ -ดา้ น-มมุ , ด้าน-ด้าน-ดา้ น , มมุ -
มุม-ด้าน ฉาก-ดา้ น-ด้าน และการนาไปใช้ในชีวติ จริง
เส้นขนาน เสน้ ขนานและมุมภายใน เส้นขนานและมุมแยง้ เสน้ ขนานและมุมภายนอกกับมมุ
ภายใน เสน้ ขนานและรูปสามเหลย่ี ม
การให้เหตุผลทางเรขาคณติ ความรู้พื้นฐานเกย่ี วกับการใหเ้ หตผุ ลทางเรขาคณติ การสรา้ งและ
การให้เหตผุ ลเก่ยี วกับการสร้าง การให้เหตุผลเก่ยี วกบั รปู สามเหลี่ยมและรปู ส่เี หลยี่ ม
การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รีสอง การแยกตวั ประกอบของพหุนามโดยใชส้ มบตั ิการแจก
แจง การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รสี องตัวแปร การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองตวั แปรที่
เปน็ กาลังสองสมบรู ณ์ การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองท่เี ป็นผลต่างของกาลังสอง
โดยการจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ในชีวติ ประจาวันที่ใกลต้ วั ใหผ้ ูเ้ รียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ ฝึก
ทักษะโดยการปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา
การใหเ้ หตผุ ล การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนาประสบการณ์ดา้ นความรู้ ความคดิ ทกั ษะและ
กระบวนการทีไ่ ด้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์
เพ่อื ใหเ้ ห็นคุณคา่ และมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละมคี วามเชอ่ื ม่ันในตนเอง การวัด
และการประเมนิ ผลใช้วธิ ีที่หลากหลายตามสภาพเปน็ จริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและทกั ษะท่ีต้องการวดั
รหสั ตัวชี้วดั
ค 1.2 ม.2/2
ค 2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/4
ค 3.1 ม.2/1
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ช้ีวัด
30
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ค23101 คณติ ศาสตร์ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การให้
เหตุผล การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณติ ศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ ื่น ๆ และมีความคิดสรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปน้ี
อสมการเชงิ เส้นตัวแปรเดียว แนะนาอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คาตอบของอสมการเชิงเส้น
ตวั แปรเดยี ว การแกอ้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โจทย์ปญั หาเกย่ี วกบั อสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี ว
สมการกาลังสองตวั แปรเดยี ว แนะนาสมการกาลังสองตัวแปรเดียว การแก้สมการกาลังสอง
ตัวแปรเดยี ว โจทย์ปัญหาเกย่ี วกับสมการกาลงั สองตัวแปรเดยี ว
ความคล้าย รูปเรขาคณิตที่คล้ายกัน รูปสามเหล่ียมที่คล้ายกัน โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับรูป
สามเหลีย่ มที่คลา้ ยกนั
สถติ ิ แผนภาพกล่อง การอา่ นและแปลความหมายจากแผนภาพกลอ่ งและการนาสถิติไปใช้ใน
ชวี ิตจรงิ โดยใช้เทคโนโลยที ี่เหมาะสม
โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการ
สอื่ สาร การส่อื ความหมายและการนาเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ งชดั เจน เชอื่ มโยงความรูต้ า่ งๆ ในคณิตศาสตร์และ
นาความรู้ หลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกับศาสตร์อน่ื ๆ
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งมั่นในการทางาน รู้
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นใน
ตนเองและใชใ้ นชวี ิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์
รหสั ตัวช้ีวัด
ค 1.3 ม. 3/1, ม. 3/2
ค 2.2 ม. 3/1
ค 3.1 ม. 3/1
รวมทัง้ หมด 4 ตวั ชีว้ ดั
31
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ค23102 คณติ ศาสตร์ 6 กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาคน้ ควา้ ฝึกทักษะ/กระบวน และมีความคิดรวบยอดในเร่อื งการเก่ยี วกับเร่ืองดังตอ่ ไปนี้
ระบบสมการเชิงเสน้ แนะนาระบบสมการเชงิ เส้นสองตวั แปร การแกร้ ะบบสมการเชงิ เส้นสองตัว
แปรและการแกโ้ จทย์ปญั หาโดยใช้ระบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร
พีระมิด กรวยและทรงกลม การหาปริมาตรและพื้นที่ผิวของพีระมิด การหาปริมาตรและพื้นที่
ผวิ ของกรวย การหาปรมิ าตรและพืน้ ท่ีผิวของทรงกลม
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและโอกาสเหตุการณ์ ความนา่ จะเปน็ ของเหตกุ ารณ์
โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและ
สรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การส่ือความหมาย และ
การนาเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการ
กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเช่ือมโยงกับศาสตร์อื่นๆ และมีความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเช่ือมั่นในตนเอง การวัด
และการประเมินผลใชว้ ิธีท่หี ลากหลายตามสภาพเปน็ จรงิ ให้สอดคล้องกับเนือ้ หาและทักษะทีต่ ้องการวัด
รหสั ตวั ชี้วดั
ค 1.3 ม. 3/3
ค 2.1 ม. 3/1, ม. 3/2
ค 3.2 ม. 3/1
รวมท้ังหมด 4 ตวั ชวี้ ัด
32
คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ค21203 คณิตศาสตรส์ รา้ งสรรค์ 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้
เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์ และเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ น่ื ๆ และมคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี
การประยกุ ต์ 1 ความยาวด้านของรปู สามเหลี่ยม โจทยป์ ระยกุ ต์ ห.ร.ม.และค.ร.น. สมบตั ขิ อง
ห.ร.ม. และค.ร.น ทฤษฏีบทหลักมูล การหาจานวนตัวประกอบและผลบวกตวั ประกอบ และโจทย์ประยกุ ต์
อ่นื ๆ
จานวนและการดาเนินการ ระบบเลขฐาน การแปลงเลขฐานสบิ เปน็ ฐานใด ๆ การแปลงเลข
ฐานใด ๆเป็นฐานสิบ และแบบรูปจานวน พาลินโดรม ฟโิ บนกั ชี
การประยุกตจ์ านวนเต็มและเลขยกกาลัง การประยุกต์จานวนเต็ม และการประยุกต์เลขยก
กาลัง
เสรมิ ศกั ยภาพ การประยกุ ต์ 1 จานวนและการดาเนินการ การประยุกต์จานวนเต็มและเลข
ยกกาลัง
โดยการจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า
ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการทไี่ ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรสู้ งิ่ ต่าง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดริเริม่ สรา้ งสรรคแ์ ละมคี วามเช่ือม่นั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ รูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธข์ องความยาวดา้ นรูปสามเหล่ยี ม
2. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั จานวนนบั จานวนเฉพาะ การตรวจสอบจานวนเฉพาะ ข้นั ตอนวิธี
แบบยคุ ลดิ ในการหา ห.ร.ม. สมบตั ิของ ห.ร.ม. และค.ร.น ทฤษฏบี ทหลกั มูล การหาจานวนตัว
ประกอบและผลบวกตวั ประกอบ
3. รู้จักตวั เลขโรมัน ระบบเลขฐาน และแบบรูปจานวน พาลินโดรม ฟิโบนกั ชี
4. สามารถแปลงเลขฐานสบิ เปน็ ฐานต่างๆ และแปลงฐานต่างๆเปน็ เลขฐานสบิ ได้
33
5. สามารถประยุกตใ์ ช้สมบตั ิของจานวนเต็มและเลขยกกาลังในการแก้โจทยป์ ญั หาได้
6. สามารถแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์โดยใชย้ ุทธวิธตี ่างๆ เช่น การคาดเดา การคน้ หาแบบรูป
หลัก เหตุผล การใช้ตัวแปร การยอ่ ปัญหา การ make ค่า ฯลฯ ได้อย่างชาญฉลาด
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
34
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค21204 คณิตศาสตรส์ รา้ งสรรค์ 2 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้
เหตุผล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปนี้
การเตรียมความพร้อมการให้เหตุผล การเขียนข้อความคาดการณ์จากแบบรูปและ
สถานการณ์ต่างๆ ที่กาหนดให้ได้เขียนประโยคเงื่อนไข บทกลับประโยคเง่ือนไขและหาค่าความจริงของ
ประโยคเงอื่ นไข การใหเ้ หตผุ ลไปใช้พสิ จู น์ขอ้ ความคาดการณ์และประโยคเง่ือนไข
พหนุ าม เอกนาม และการบวก ลบ เอกนาม พหนุ ามและการบวก ลบ คณู หาร พหุนาม
การประยุกต์2 แบบรูปจานวนรูปแบบต่างๆ การหาค่าจัตุรัสกล สามเหล่ียมกลและการหา
จานวนรปู ซอ้ น ข่ายงาน การประยกุ ต์เศษสว่ น เศษส่วนซอ้ น และทศนยิ ม
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา
คน้ ควา้ ฝึกทกั ษะโดยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ
การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด
ทักษะและกระบวนการทไ่ี ด้ไปใชใ้ นการเรยี นร้สู ่ิงต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์
เพ่อื ใหเ้ หน็ คุณคา่ และมเี จตคติทีด่ ตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณ มคี วามคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์และมีความเชอื่ มัน่ ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. สามารถเขยี นข้อความคาดการณจ์ ากแบบรปู และสถานการณต์ า่ งๆ ทีก่ าหนดให้ได้
2. เขียนประโยคเง่อื นไข บทกลบั ประโยคเง่ือนไขและหาคา่ ความจริงของประโยคเง่ือนไขได้
3. นาการให้เหตุผลไปใช้พสิ ูจนข์ อ้ ความคาดการณ์และประโยคเง่ือนไขได้
4. มีความคดิ รวบยอดเกี่ยวกับเอกนาม และการบวก ลบ เอกนาม
5. มคี วามคดิ รวบยอดเก่ียวกบั พหนุ ามและการบวก ลบ คณู หาร พหุนาม
6. รู้จกั แบบรปู จานวนรปู แบบตา่ งๆ การหาคา่ จตั รุ สั กล และการหาจานวนรูปซอ้ น
7. มคี วามคดิ รวบยอดเกีย่ วกบั ข่ายงาน
8. สามารถประยุกต์เศษสว่ น เศษส่วนซ้อน และทศนิยมได้
9. ใช้ความรู้ ทกั ษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์และเทคโนโลยใี นการแก้ปญั หาสถานการณ์
ตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
10. สามารถแสดงเหตผุ ลโดยการอ้างองิ ความรู้ ข้อมลู หรอื ขอ้ เทจ็ จรงิ
11. การสร้างแผนภาพ ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร สื่อความหมาย
และการเสนอไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งชดั เจนและรัดกมุ
35
12. เชื่อมโยงความรู้เนื้อหาต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการ กระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกบั ศาสตร์อื่น ๆ
13. นาความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และ
ในการดารงชีวิต
14. มีความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ในการทางาน
รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู้
36
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
ค21207 คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ จานวนเต็ม และเลขยกกาลัง ไปใช้แก้ปัญหา
ต่างๆ ตระหนักถึงความสมเหตุสมผล อ่านและเขียนตัวเลขโรมัน บอกค่าของเลขโดดในตัวเลขฐานต่างๆ
ท่กี าหนดให้ เขยี นตัวเลขฐานทีก่ าหนดให้เปน็ ตวั เลขฐานตา่ งๆ สร้างรปู ที่ซับซ้อน
โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการ
สื่อสาร การส่ือความหมายและการนาเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์
และนาความรู้ หลกั การ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตรอ์ ื่น ๆ
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งม่ันในการทางาน
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเช่ือมั่นใน
ตนเองและใชใ้ นชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์
ผลการเรียนรู้
1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แกป้ ัญหาตา่ ง ๆ
2. อา่ นและเขยี นตวั เลขโรมนั ได้
3. บอกค่าและเขียนเลขโดดในตัวเลขฐานตา่ ง ๆ ทีก่ าหนดให้
4. ใช้ความรู้เก่ียวกับจานวนเตม็ และเลขยกกาลงั ในการแกป้ ัญหา
5. ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบที่ได้
6. ใช้การสร้างพื้นฐานสร้างรูปท่ีซับซ้อนขนึ้ ได้
7. ใชว้ ธิ กี ารท่หี ลากหลายแกป้ ัญหา
8. ใช้ความรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู้
37
คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม
ค21208 คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ 2 กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษา ค้นควา้ ฝกึ ทกั ษะ/กระบวนการเก่ยี วกับเร่ืองต่อไปน้ี
การเตรียมความพร้อมในการให้เหตุผล เป็นการอ้างเหตุผลโดยใช้ความรู้พ้ืนฐาน โดยจัด
ประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า ซึ่งจะทาให้นักเรียนเห็นตัวอย่าง
ของกระบวนการทท่ี าใหไ้ ดข้ ้อสรุป โดยใช้เหตุผลในลักษณะต่าง ๆ กัน
พหนุ าม เป็นการเริ่มต้นใหน้ ักเรียนรู้จัก เอกนาม พหุนาม และต้องการให้นักเรียนมีทักษะในการ
บวก ลบ คณู และหารเอกนามและพหุนามอยา่ งง่าย
การประยุกต์ 2 เน้ือหาสาระของบทน้ีต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับจานวนในแบบรูปต่าง
ๆ เชน่ พาลินโดรม จานวนในลาดบั ฟโิ บนักชี ขา่ ยงาน และแบบจาลองทางคณติ สาสตร์ นักเรียนมีโอกาส
ได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ ค้นหาแบบรูป และความสัมพันธ์ของจานวนได้เรียนรู้ว่าในธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมรอบตัว มีแบบรูปของจานวนที่น่าสนใจปรากฏอยู่มากมาย เพื่อให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อวิชา
คณิตศาสตร์
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ ในชีวิตประจาวันท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนโดยเน้นเศรษฐกิจ
พอเพียง และเน้นความมีคุณธรรมนาความรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป
รายงานเพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมาย
ทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่ง
ต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถ
ทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันใน
ตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและ
ทักษะทต่ี อ้ งการวดั
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และมีความเชื่อม่ันในตนเอง การวัด
และการประเมนิ ผลใช้วธิ ีทีห่ ลากหลายตามสภาพเป็นจริงใหส้ อดคล้องกับเนอื้ หาและทักษะทต่ี ้องการวัด
ผลการเรยี นรู้
1. สังเกตสร้างขอ้ ความคาดการณแ์ ละใหเ้ หตุผลทางคณิตศาสตร์อย่างงา่ ยได้
2. หาผลบวกและผลลบของเอกนามและพหุนามได้
3. หาผลคณู และผลหารของพหุนามอยา่ งง่ายได้
4. สามารถยกตวั อย่างพาลินโดรมได้
38
5. สรา้ งพาลนิ โดรมได้
6. นาลาดบั ฟโี บนกั ชีไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้
7. แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั การจบั มือทักทายกันได้
8. หาจดุ ยอดข่ายงานได้
9. บอกขา่ ยงานท่ีผา่ นไดไ้ ด้
10. ประยกุ ต์ใช้เศษส่วนและทศนยิ มได้
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรียนรู้
39
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค21209 คณิตศาสตร์เสรมิ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษา ค้นควา้ ฝกึ ทกั ษะ/กระบวนการเก่ยี วกับเรือ่ งต่อไปน้ี
รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ หน้าตัดของรูปแบบคณิตสามมิติ ภาพด้านหน้า ด้านข้างและ
ด้านบนของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
การสร้างทางเรขาคณติ รูปเรขาคณิต การสรา้ งพนื้ ฐานทางเรขาคณิต การสรา้ งรูปทรงเรขาคณิต
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า
ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ
การแก้ปญั หา การใหเ้ หตผุ ล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการท่ีไดไ้ ปใชใ้ นการเรยี นรสู้ ิ่งตา่ งๆ และใชใ้ นชีวติ ประจาวันอย่างสร้างสรรค์
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และมคี วามเชื่อมนั่ ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจและใชค้ วามรทู้ างเรขาคณิตในการวเิ คราะหห์ าความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรูปเรขาคณิตสองมติ ิ
และรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
2. ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเครอ่ื งมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมท้ังโปรแกรม
The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอื่น ๆ เพอื่ สร้างรูปเรขาคณติ
รวมทง้ั หมด 2 ผลการเรียนรู้
40
คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ค21210 คณติ ศาสตร์เสริม 2 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล
การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์ และเชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่นื ๆ และมคี วามคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปน้ี
อตั ราส่วน สดั ส่วน และรอ้ ยละ อตั ราส่วน สัดสว่ น รอ้ ยละ บทประยุกต์
สถติ ิ (1) คาถามทางสถติ ิ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู การนาเสนอข้อมูลและการแปลความหมายข้อมลู
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า
ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ
การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้
ความคดิ ทกั ษะและกระบวนการทไ่ี ดไ้ ปใช้ในการเรยี นรสู้ ่ิงต่าง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์และมคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจและประยกุ ต์ใช้อตั ราสว่ น สดั ส่วน และร้อยละ ในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และปญั หาใน
ชีวติ จรงิ
2. เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนาเสนอข้อมลู และแปลความหมายข้อมลู รวมท้ังนาสถิติไป
ใช้ในชวี ติ จรงิ โดยใช้เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสม
รวมท้ังหมด 2 ผลการเรียนรู้
41
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค21211 คณติ ศาสตร์กับ GSP 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ันได้แก่ การแก้ปัญหา การใหเ้ หตผุ ล การ
ส่อื สาร การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และการนาเสนอการเช่ือมโยงความรู้ตา่ งๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละ
เชอ่ื มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ในสาระตอ่ ไปนี้
การสร้างรูปเรขาคณติ อยา่ งงา่ ยโดยใชเ้ มนูสรา้ ง การสร้างมมุ ทมี่ ขี นาด 90o, 45o, 60o
การสร้างรูปสามเหล่ียมด้านเท่าท่ีมีความยาวของด้านเท่ากับส่วนของเส้นตรงท่ีกาหนดให้ การสร้างรูป
สเ่ี หลยี่ มจัตรุ ัส การสร้างรปู สเี่ หลยี่ มขนมเปยี กปูน
การเคลอ่ื นไหวจดุ และเสน้ การแปลงทางเรขาคณิต การสรา้ งรปู การสะทอ้ น การสร้างรปู การหมุน
การสรา้ งรูปการเลอ่ื นขนาน การสรา้ งรูปการเทสเซลเลชัน และสรา้ งรูปการยอ่ / ขยายได้
โดยการจัดประสบการณ์หรอื สรา้ งสถานการณ์ในชวี ิตประจาวันทใี่ กลต้ ัวใหผ้ ้เู รยี นไดศ้ ึกษา คน้ ควา้
ฝึกทกั ษะโดยการปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพฒั นาทกั ษะ กระบวนการในการคดิ คานวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคดิ
ทกั ษะและกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ นการเรยี นรู้ส่งิ ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์
เพือ่ ใหเ้ ห็นคณุ คา่ และมีเจตคติที่ดตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ มีระเบยี บ
รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์และมีความเชื่อมั่นในตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถสรา้ งมุมทม่ี ีขนาด 90o , 45o , 60o ได้
2. นักเรียนสามารถสร้างรูปสามเหล่ียมด้านเท่าที่มีความยาวของด้านเท่ากับส่วนของเส้นตรงท่ี
กาหนดใหไ้ ด้
3. นกั เรยี นสามารถสรา้ งรปู สเ่ี หลีย่ มจตั รุ สั ได้
4. นักเรียนสามารถสรา้ งรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยี กปนู ได้
5. นกั เรยี นสามารถสรา้ งการเคล่อื นไหวจุดและเส้นได้
6. นักเรยี นสามารถสร้างรูปการสะทอ้ นได้
7. นกั เรียนสามารถสรา้ งรปู การหมนุ ได้
8. นักเรยี นสามารถสร้างรปู การเล่อื นขนานได้
9. นกั เรยี นสามารถสรา้ งรปู การเทสเซลเลชนั ได้
10. นักเรียนสามารถสร้างรูปการย่อ/ขยายได้
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้
42
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ค21212 คณิตศาสตรก์ ับ GSP 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาสบื ค้น วเิ คราะห์ และการปฏบิ ตั กิ าร เกี่ยวกับ แผนภูมิวงกลม การนาเครื่องมือกาหนดเองไป
ใช้ รูปสี่เหล่ียมจัตุรัส รูปสามเหล่ียมมุมฉากท่ีมีความสูงตามกาหนดรูปสามเหล่ียมด้านเท่าและรูปส่ีเหล่ียม
จตั รุ สั รูปแสดงจานวนตรรกยะได้ สร้างรูปแสดงจานวนอตรรกยะ สร้างส่ือการสอนเพื่อแสดงความสัมพันธ์
ของด้านทั้งสามของรูปสามเหล่ียมมุมฉากในทฤษฎีบทพีทาโกรัสได้ สร้างส่ือการสอนเร่ืองขนาดของรูป
ส่ีเหลี่ยมมุมฉากกบั พื้นท่ีมากท่ีสดุ ได้ สร้างภาพแสดงการเปดิ แผ่นกระดาษได้
และนาเครอ่ื งมือกาหนดเองไปใช้ได้
โดยใชว้ ธิ ีการทหี่ ลากหลาย ใช้ความรู้ ทกั ษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้
ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและ
สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
เช่ือมโยงความรู้ตา่ ง ๆ ในคณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงกับ
ศาสตรอ์ ืน่ ๆและมีความคดิ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์
เพ่ือนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ
และนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความ
เชือ่ มนั่ ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถสรา้ งแผนภมู วิ งกลมได้
2. นกั เรยี นสามารถสร้างเครอ่ื งมอื กาหนดเองสร้างรูปแสดงจานวนตรรกยะได้
3. นักเรียนสามารถสร้างเครอ่ื งมือกาหนดเองสร้าง รปู แสดงจานวนอตรรกยะได้
4. นักเรียนสามารถสร้างสื่อการสอนเพ่ือแสดงความสัมพันธ์ของด้านท้ังสามของรูปสามเหลี่ยมมุม
ฉากในทฤษฎบี ทพที าโกรัสได้
5. นักเรียนสามารถวาดกราฟเสน้ ตรงได้
6. นกั เรยี นสามารถหาความชันของกราฟได้
7. นักเรยี นสามารถหาคาตอบของระบบสมการได้
8. นกั เรยี นสามารถวาดกราฟพาราโบลาได้
9. นักเรียนสามารถหาจุดต่าสุดและจดุ สงู สุดของกราฟพาราโบลาได้
10. นกั เรยี นสามารถสร้างภาพแสดงการเปิดแผน่ กระดาษได้
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้
43
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค22203 คณติ ศาสตรส์ ร้างสรรค์ 3 กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ
ทางคณิตศาสตร์ และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปนี้
สมบัติเลขยกกาลัง การดาเนินการทางคณิตศาสตร์เก่ียวกับจานวนเต็มและเลขยกกาลัง
การแก้โจทย์ปัญหาจานวนเตม็ และเลขยกกาลังทีเ่ ป็นพ้นื ฐานในการพัฒนาความรู้สึกเชิงจานวนและสัญกรณ์
วิทยาศาสตร์ ตะลยุ โจทย์เลขยกกาลัง การ modulation แฟคทอเรียล
เศษส่วนพหุนาม การบวก ลบ คูณและหารเศษส่วนพหุนาม แก้โจทยเ์ ศษสว่ นพหนุ าม
การประยุกต์อัตราส่วนร้อยละ เทคนิคการตั้งสมการร้อยละ โจทย์ประยุกต์ร้อยละ เทคนิค
การตัง้ สมการอัตราส่วน โจทย์ประยุกตอ์ ตั ราสว่ น โจทย์ประยกุ ต์การเคล่อื นที่ โจทยพ์ ายเรอื
เสริมศกั ยภาพ สมบัตเิ ลขยกกาลัง เศษส่วนพหุนาม การประยุกต์อัตราส่วนร้อยละ สมบัติเลข
ยกกาลัง
โดยการจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ในชีวติ ประจาวันทีใ่ กล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา คน้ คว้า
ฝกึ ทักษะโดยการปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ กระบวนการในการคดิ คานวณ การ
แกป้ ัญหา การให้เหตุผล การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนาประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรยี นรู้สิ่งตา่ ง ๆ และใชใ้ นชีวิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรค์และมคี วามเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. สามารถใช้สมบตั เิ ลขยกกาลังในการแก้โจทย์ปญั หาเลขยกกาลงั ได้
2. สามารถแปลงเลขยกกาลงั ในรูปสญั กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ คานวณดอกเบ้ียทบตน้ และจานวน
มหาศาล
3. สามารถหาหลกั หนว่ ยและหลักสบิ ของเลขยกกาลังที่มีเลขชี้กาลังสงู ๆ ได้
4. สามารถแก้ปัญหาสมการเลขยกกาลังได้
5. สามารถบวกและลบเศษส่วนพหนุ ามได้
6. สามารถคูณและหารเศษสว่ นพหนุ ามได้
44
7. มีความคดิ รวบยอดเกย่ี วกับอัตราสว่ นร้อยละ และแกโ้ จทย์ปญั หาได้
8. สามารถประยุกตร์ ้อยละในชีวิตประจาวนั ประยุกตโ์ จทย์ สัดสว่ น ร้อยละ โจทย์ของผสม และ
โจทยง์ าน อัตราเรว็ การเคล่ือนที่ อายุ การพายเรือ ได้
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นรู้
45
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค22204 คณติ ศาสตรส์ ร้างสรรค์ 4 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ
ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความรูต้ ่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน ๆ และมคี วามคิดริเริ่มสรา้ งสรรคใ์ นสาระต่อไปนี้
การแยกตัวประกอบพหุนาม การแยกตวั ประกอบโดยอาศัยสมบตั ิแจกแจง การแยกตวั ประกอบ
พหนุ ามดีกรีสองรปู แบบต่างๆ และอาศยั กาลงั สองสมบรู ณ์ ผลตา่ งกาลงั สองเขา้ มาช่วยแยกตวั ประกอบ
การประยุกต์แกโ้ จทย์ปัญหาด้วยการแยกตัวประกอบพหนุ ามดีกรสี อง
สมการกาลงั สองตัวแปรเดียว การหาคาตอบของสมการกาลังสองรปู แบบตา่ งๆ การโจทยป์ ญั หา
สมการกาลังสอง
การแปรผัน การแปรผนั ตรง การแปรผกผัน การแปรผันเกี่ยวเนอ่ื ง และการแก้โจทยป์ ัญหา
เกีย่ วกบั การแปรผนั
โดยการจดั ประสบการณห์ รอื สรา้ งสถานการณ์ในชวี ิตประจาวันทใ่ี กล้ตัวให้ผเู้ รียนได้ศึกษา คน้ คว้า
ฝึกทกั ษะโดยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แก้ปญั หา การใหเ้ หตุผล การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการท่ีไดไ้ ปใชใ้ นการเรยี นรู้สิ่งตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ิตประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์
เพื่อให้เห็นคณุ ค่าและมเี จตคติทด่ี ตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มรี ะเบยี บ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์และมีความเช่อื ม่ันในตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. สามารถแยกตัวประกอบโดยอาศัยสมบัติแจกแจงได้
2. สามารถแยกตัวประกอบพหนุ ามดกี รสี อง รูปแบบตา่ งๆ และอาศยั กาลงั สองสมบรู ณ์ ผลตา่ งกาลัง
สองเขา้ มาชว่ ยได้
3. สามารถนาความรเู้ รื่องการแยกตวั ประกอบพหนุ ามดีกรีสอง มาประยุกต์แก้โจทย์ปญั หาได้
4. สามารถหาคาตอบของสมการกาลงั สองรูปแบบตา่ งๆ ได้
5. สามารถแกโ้ จทย์ปญั หาสมการกาลงั สองได้
6. มคี วามคิดรวบยอดเก่ียวกับการแปรผันตรง และแก้โจทยป์ ัญหาได้
7. มคี วามคิดรวบยอดเก่ยี วกับการแปรผกผนั และแกโ้ จทย์ปญั หาได้
8. มีความคิดรวบยอดเกย่ี วกับการแปรผันเก่ยี วเน่ือง และแก้โจทย์ปัญหาได้
9. มปี ระมวลความรใู้ นรูปของ Mind map และแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์นานานชาติระดบั ม. 2 ได้
10. ใชค้ วามรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาสถานการณ์
46
ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
11. สามารถแสดงเหตผุ ลโดยการอ้างองิ ความรู้ ข้อมลู หรอื ข้อเท็จจรงิ
12. การสร้างแผนภาพ ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการสอื่ สาร สอ่ื ความหมายและการ
เสนอได้อย่างถูกต้องชดั เจนและรัดกุม
13. เชอื่ มโยงความรเู้ น้ือหาตา่ งๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการ กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกับศาสตร์อนื่ ๆ
14. นาความรู้และทกั ษะที่ได้จากการเรียนคณิตศาสตร์ไปประยกุ ตใ์ นการเรยี นรสู้ ิ่งต่างๆ และในการ
ดารงชวี ติ
15. มีความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรคใ์ นการทางาน
รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้
47
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
ค22207 คณิตศาสตร์เพมิ่ เตมิ 3 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผลการ
ส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์
และเชอ่ื มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตรอ์ น่ื ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี
การประยุกต์ของเศษส่วนและทศนิยม การประยุกต์การดาเนินการของเศษส่วน การ
ประยุกต์การดาเนินการของทศนิยม ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม โจทย์ปัญหาเศษส่วนและ
ทศนิยมเศษสว่ น และเศษส่วนและทศนิยมในชีวติ ประจาวัน
การประยุกต์สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การประยุกต์การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
และการนาสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียวไปใช้
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึก
ทักษะ โดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด
ทักษะและกระบวนการท่ไี ดไ้ ปใชใ้ นการเรยี นรู้สง่ิ ตา่ ง ๆ และใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเชื่อม่ันในตนเอง การวัด
และการประเมนิ ผลใชว้ ธิ ที ีห่ ลากหลายตามสภาพเป็นจริงใหส้ อดคล้องกับเนอ้ื หาและทกั ษะที่ต้องการวัด
ผลการเรียนรู้
1. นาความรูเ้ กี่ยวกับเศษสว่ นและทศนยิ มแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์
2. นาความรเู้ กีย่ วกบั เศษสว่ นและทศนยิ มแก้ปัญหาในชีวิตจรงิ
3. เข้าใจความสมั พนั ธข์ องเศษส่วนและทศนยิ ม
4. แก้สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียวและตรวจสอบคาตอบ
5. นาความรูเ้ รอื่ งสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดยี วแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
6. นาความรูเ้ รอื่ งสมการเชิงเส้นตวั แปรเดยี วแกป้ ัญหาในชวี ิตจริง
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
48
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค22208 คณิตศาสตร์เพิม่ เตมิ 4 กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาและฝึกทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อนั ไดแ้ ก่ การแกไ้ ขปญั หา การใหเ้ หตุผลการส่ือสารการ
สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง
คณติ ศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมคี วามคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปนี้
พหุนามและเศษสว่ นของพหุนาม ทบทวนพหุนาม การคูณพหุนาม การหารพหุนาม เศษสวนของพหุ
นาม การคูณและการหารเศษสว่ นของพหุนาม การบวกและการลบเศษสว่ นของพหุนาม
การประยุกต์เกี่ยวกับอัตราส่วนและร้อยละ อัตราส่วน ร้อยละ การประยุกต์เก่ียวกับอัตราส่วนและ
รอ้ ยละ
การแปรผัน การแปรผนั ตรง การแปรผกผนั การแปรผันเกยี่ วเนื่อง การนาความรู้เร่ืองการแปรผันไปใช้
ในการแก้ปัญหา
โดยใชก้ ระบวนการการจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณใ์ นชวี ิตประจาวนั ทีใ่ กล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา
ค้นคว้าฝึกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แกป้ ัญหาการใหเ้ หตผุ ล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและ
กระบวนการท่ไี ดไ้ ปใช้ในการเรียนร้สู ิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์
เพอ่ื ใหเ้ หน็ คณุ ค่าและมเี จตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ
มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเชื่อมั่นในตนเอง การวัดและการ
ประเมินผลใชว้ ิธที ีห่ ลากหลายตามสภาพเปน็ จริงให้สอดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาและทกั ษะท่ตี อ้ งการวดั
ผลการเรียนรู้
1. สามารถหาผลบวกและผลลบเศษส่วนพหนุ ามได้
2. สามารถหาผลคูณและผลหารเศษสว่ นพหนุ ามได้
3. มีความคิดรวบยอดเกยี่ วกับอตั ราสว่ นร้อยละ
4. สามารถใชค้ วามรู้เกย่ี วกบั อัตราส่วน และร้อยละแก้ปัญหาหรือสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้
5. เขียนสมการการแสดงแปรผนั ระหว่างปริมาณตา่ ง ๆ ทีแ่ ปรผันตอ่ กนั ได้
6. แกป้ ัญหาหรอื สถานการณ์ท่กี าหนดโดยใช้ความรเู้ ก่ยี วกับการแปรผนั ได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
49
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ค22211 คณิตศาสตร์เสริม 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ
สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์
และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคดิ ริเรมิ่ สร้างสรรคใ์ นสาระต่อไปนี้
สมบตั ขิ องเลขยกกาลัง การดาเนนิ การของเลขยกกาลงั และสมบตั ิอน่ื ๆ ของเลขยกกาลัง
พหุนาม การบวกและการลบเอกนาม การบวกและการลบพหุนาม การคณู ของพหนุ าม การ
หารพหนุ ามดว้ ยเอกนาม
โดยการจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณใ์ นชีวติ ประจาวนั ทีใ่ กล้ตวั ใหผ้ ูเ้ รียนไดศ้ ึกษา ค้นคว้าฝึก
ทักษะโดยการปฏิบัตจิ รงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคดิ คานวณ การแก้ปัญหา
การใหเ้ หตผุ ล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคิด ทกั ษะและ
กระบวนการทไี่ ด้ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์
เพอ่ื ให้เหน็ คุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ และมคี วามเช่ือมั่นในตนเอง การวดั
และการประเมินผลใชว้ ธิ ีท่หี ลากหลายตามสภาพเป็นจริงให้สอดคล้องกบั เนื้อหาและทกั ษะที่ต้องการวดั
ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจสมบัตขิ องเลขยกกาลงั ท่มี เี ลขชกี้ าลังเป็นจานวนเต็ม
2. ใช้สมบัติของเลขยกกาลังท่ีมีเลขชี้กาลังเป็นจานวนเต็มในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหา
ในชีวติ จรงิ
3. เข้าใจหลกั การดาเนินการของเอกนาม และใชเ้ อกนามในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์
4. เขา้ ใจหลกั การดาเนนิ การของพหนุ าม และใช้พหุนามในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์
5. ใชว้ ิธีการท่หี ลากหลายแก้ปัญหา
6. ใชค้ วามรู้ ทกั ษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้