200
ต. 4.1 ม.3/1
ต. 4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมทั้งหมด 21 ตัวชี้วดั
201
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
อ23102 ภาษาอังกฤษ 6 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมงจานวน 1.5 หน่วยกติ
ห้องเรียนปกติ
ศึกษารู้และเข้าใจในการใช้ภาษาอังกฤษ แลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสาร สร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่าง
บุคคลในรูปแบบที่เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ การอ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณาและบทร้อย
กรองส้ันๆ แสดงความรู้สึกนึกคิด สรุป วิเคราะห์ หรือมีความคิดรวบยอดในเรื่องท่ีเก่ียวกับการศึกษา การ
งานอาชีพ ชุมชนและสังคมโลก นาเสนอ สืบค้นข้อมูล ความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ หรือในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อ่ืนตามความสนใจในหัวข้อเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม อาหาร เครื่องดื่ม เวลา
ว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การซ้ือ-ขาย ลมฟ้าอากาศ การศึกษาและอาชีพ การเดินทาง
ท่องเท่ียว การบริการ สถานที่ ภาษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในวงคาศัพท์สะสมประมาณ 1,400 -
1,550 คา ใช้ประโยคผสมและประโยคซับซ้อน ท่ีใช้ส่ือความหมายในบริบทต่างๆ ในการสนทนา อ่าน
เขียน ส่ือที่ไม่ใช่ความเรียง ท่ีมีตัวเชื่อมข้อความ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับธรรมชาติของภาษาและ
วัฒนธรรมทางภาษา และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษาตามบริบทของข้อความที่พบ และมี
ความสามารถในการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับของไทย และนาไปใช้ด้วยเจตคติท่ีดี รวบรวมข้อมูลข่าวสารเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โรงเรียน
ชุมชนและท้องถิ่นเป็นภาษาต่างประเทศ เห็นประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในการแสวงหาความรู้
และความเพลดิ เพลนิ
โดยใช้กระบวนการทางภาษานามาปฏิบัติ เพ่ือให้มีทักษะในการฟัง พูด อ่านและเขียน อธิบาย
ทักษะการจา การคิด กระบวนการทางานเป็นกลุ่ม/คู่ ทักษะการปฏิบัติงาน การตั้งคาถาม กลยุทธ์ในการ
ส่ือสาร การสังเกต ระบุจับใจความสาคัญ วิเคราะห์ บันทึก สรุป ตีความ แสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล
ยกตัวอย่าง สนทนา สื่อสาร เสนอ ตอบรับ ปฏิเสธ บรรยาย อภิปราย เปรียบเทียบ เลือกใช้ภาษาให้
เหมาะสม เขา้ ร่วม แนะนาโดยใช้กระบวนการ
เพื่อให้เกิดวินัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่าง
พอเพยี ง มีความซ่อื สัตย์ ขยันหม่นั เพยี ร มีความอดทน มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
และมีความกตญั ญู
รหัสตัวช้ีวดั
ต 1.1 ม.3/2, ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/4
ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2
ต. 2.1 ม.3/2
ต. 2.2 ม.3/1
ต. 3.1 ม.3/1
202
ต. 4.1 ม.3/1
ต. 4.2 ม.3/1
รวมท้ังหมด 12 ตัวช้ีวดั
203
ห้อง ICEP
Students develop grammar, vocabulary and the four skills (listening, speaking,
reading and writing) in a balanced way so that students can use A2 level CEFR English
language in real-life communication. Dedicated speaking and writing sections promote the
development of accurate and effective communication skills. Focus on life skills equips
students with the necessary transferable skills for life beyond the classroom covering
topics such as personal and physical well-being, citizenship and social skills. Extensive
exam preparation consisting of exam-style activities and the exam tips builds learners’
competence in external evaluations and ensures an in-depth understanding of the
requirements.
Topic 5: Great Works
Topic 6: Eat Well, Live Well
Topic 7: Wildlife Watch
Topic 8: The World Around Me
มาตรฐานการเรยี นรู้
FL 1.1 G7/1, 2, 3, 4
FL 1.2 G7/1, 2, 3, 4, 5
FL 1.3 G7/1, 2, 3
FL 2.1 G7/1, 2, 3
FL 2.2 G7/1, 2
FL 3.1 G7/1
FL 4.1 G7/1
FL 4.2 G7/1
20 total indicators
204
ห้อง MEP
Students develop grammar, vocabulary and the four skills (listening, speaking,
reading and writing) in a balanced way so that students can use B1+ level CEFR English
language in real-life communication. Dedicated speaking and writing sections promote the
development of accurate and effective communication skills. Focus on life skills equips
students with the necessary transferable skills for life beyond the classroom covering
topics such as personal and physical well-being, citizenship and social skills. Extensive
exam preparation consisting of exam-style activities and the exam tips builds learners’
competence in external evaluations and ensures an in-depth understanding of the
requirements.
Topic 5: Lifelong learning
Topic 6: Pure Science
Topic 7: Play on
Topic 8: Smart Art
มาตรฐานการเรยี นรู้
FL 1.1 G9/1, 2, 3, 4
FL 1.2 G9/1, 2, 3, 4, 5
FL 1.3 G9/1, 2, 3
FL 2.1 G9/1, 2, 3
FL 2.2 G9/1, 2
FL 3.1 G9/1
FL 4.1 G9/1
FL 4.2 G9/1, 2
21 total indicators
205
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
อ21201 ฟัง – พดู ภาษาอังกฤษเพ่อื การสอ่ื สาร 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ฟัง พูด เพื่อสื่อสารระหว่างบุคคล แนะนา ชักชวน แสดงความคิดเห็น โดยใช้คาศัพท์ สานวน
ประโยค ท่เี หมาะสมกับกาลเทศะ และ บุคคล อธิบาย อภิปราย อ่านข่าว โฆษณา ข้อความที่เป็นเหตุการณ์
ในสงั คมปัจจบุ นั แล้วสรปุ ประเด็นหลัก วิเคราะห์ ตีความแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับส่ิงท่ีอ่าน สืบค้น – เขียน
สรุปข้อมูลความรู้ เพื่อนาเสนอโดยใช้ประบวนการพูดท่ีถูกต้องเหมาะสมกับเร่ือง และ เหตุการณ์ วิเคราะห์
ข่าว ข้อมูล ความรู้เหตุการณ์ท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
โดยใช้ทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟัง พูด อ่าน เขียน ) นามาปฏิบัติ เพ่ืออ่านออกเสียง
พูดเขียน อธิบาย ระบุวิเคราะห์จับใจความสาคัญ สนทนา แลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็น ใช้ภาษาน้าเสียง
และ กรยิ าท่าทางไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง และ เหมาะสม
เพอ่ื ให้มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่างพอเพียง มีความ
ซ่ือสัตย์ ม่งุ มนั่ ในการทางาน รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. ปฏิบตั ิตามขัน้ ตอนของกระบวนการฟงั
2. ปฏิบัติตามข้ันตอนของกระบวนการพูดตามสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจาวัน โดยสามารถพูด
นาเสนอในหัวขอ้ ตา่ งๆ ได้
3. ใช้ภาพในการสนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลโดยใช้ศัพท์
สานวน โครงสร้างภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา
4. ใช้ภาษาองั กฤษในสถานการณจ์ ริง/จาลอง ในห้องเรียนและในสถานศึกษา
5. มคี วามเชอ่ื มัน่ ในการใช้ภาษาอังกฤษกบั ชาวต่างชาติ
รวม 5 ผลการเรียนรู้
206
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
อ21202 ฟงั – พดู ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาน้าเสียง ความรู้สึกของผู้พูด คาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนา คาอธิบายที่พบในส่ือจริง ภาษาท่ีใช้
ส่ือสารตามมารยาทสังคม เพื่อให้ข้อมูล อธิบาย บรรยาย เปรยี บเทยี บเร่ืองราวตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวัน ภาษา
ที่ใช้แสดงความรู้สึก เก่ียวกับเร่ืองราวต่างๆ ในชีวิตประจาวันท้ังในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ภาษาท่ีใช้ในการ
นาเสนอข้อมูล เรื่องราว กิจวัตรประจาวันเหตุการณ์ ประสบการณ์ ภาษาท่ีใช้ในการนาเสนอบทเพลง
เหตุการณ์ตามความสนใจ ภาษาท่าทาง ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ภาษาในการถ่ายทอดเน้ือหาสาระเป็น
ภาษาอังกฤษท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ภาษาตามสถานการณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการส่ือสารกับ
บุคคลภายในสถานศึกษาและชุมชน
โดยใช้กระบวนการส่อื สารทางภาษา และฝกึ ปฏิบตั ิ การฟัง การพูด การสนทนา การนาเสนอข้อมูล
การแสดงความคิดเห็น การแสดงความรู้สึก การขอและให้ข้อมูลการแสดงความต้องการ การเสนอความ
ชว่ ยเหลือและบริการ การแสดงบทบาทสมมุติเพ่ือให้เกิดคุณลักษณะมีวินัย เกิดความใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันใน
การทางาน
เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซือ่ สตั ย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ัน
ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. สนทนาแลกเปลีย่ นข้อมลู เกย่ี วกบั ตนเอง ประสบการณ์ท่นี ่าภาคภูมใิ จหรอื ชว่ งเวลาท่ีสาคัญ
2. พดู สนทนาโต้ตอบในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การบอกทิศทาง การสงั่ อาหารและการซ้ือของได้
3. ฟังข้อความแลว้ ระบใุ จความสาคญั และตอบคาถามได้
4. พูดถาม ตอบเก่ยี วกับเหตุการณ์ต่างๆ และสนทนาโต้ตอบแสดงรู้สึก เห็นใจและสนใจเลือกใช้
คาศัพท์สานวนเลอื กใชภ้ าษาทา่ ทางที่เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้
207
หอ้ งเรยี น CEP
Students develop grammar, vocabulary and the four skills (listening, speaking, reading and
writing) in a balanced way so that students can use English language in real-life
communication. Dedicated speaking lessons promote the development of accurate and
effective communication skills. Focus on life skills equips students with the necessary
transferable skills for life beyond the classroom covering topics such as personal and
physical well-being, citizenship and social skills.
Topic 5: Home and chores
Topic 6: Places and directions
Topic 7: Food
Topic 8: Appearances
มาตรฐานการเรยี นรู้
FL 1.1 G10/1, 2, 3, 4
FL 1.2 G10/1, 2, 3, 4, 5
FL 1.3 G10/1, 2, 3
FL 2.1 G10/1, 2, 3
FL 2.2 G10/1, 2
FL 3.1 G10/1
FL 4.1 G10/1
FL 4.2 G10/1, 2
21 total indicators
208
คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม
อ21205 วรรณคดอี ังกฤษ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
Understand the listening and speaking process. Be able to understand a story from
listening to and reading various media and apply this understanding logically. Gain
communication skills to exchange news and information, express thoughts and opinions by
using the proper technology and management for lifelong learning. Understand the
speaking and writing process. Gain communication skills to present information and
express opinions. Summarize text creatively and effectively. Understand the relationship
between the language and the culture of native speakers. Behave appropriately in
different situations. Understand the similarities and differences in the culture and
languages of native speakers and Thais. Apply these understandings logically. Use the
foreign language to connect knowledge with other learning groups. This is the basis for
opening up and developing students’ vision. Be able to communicate in a foreign language
in various situations such as school, community and society. Foreign language applications
as a learning tool for higher studies, careers and cooperation, and harmony in society.
By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing,
collaborating and communicating skill.
To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.
Expected learning result
1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.
4 total indicators
209
คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
อ21206 วรรณคดีอังกฤษ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
Students develop skills in reading, vocabulary building, and critical thinking, using
topics and visuals adapted from real-world content. Students are exposed to a wide
variety of reading types. Information in the twenty-first century is increasingly conveyed in
multimodal formats, using a combination of text with graphics, diagrams, tables,
photographs, and video. Exposure to a variety of formats helps students to develop their
visual literacy as well as their textual literacy for A2 level CEFR English.
Topic 7: Mind’s eye
Topic 8: Animal wonders
Topic 10: Wild weather
Topic 12: Technology
มาตรฐานการเรยี นรู้
Learning Outcomes (LO):
1. Use background knowledge of the topic and awareness of text types, in order to
make predictions about a passage.
2. Read to gain an overall idea of the purpose, type, and structure of a text.
3. Process clues and the meaning of cohesive markers.
4. Scan a text quickly to locate specific information.
5. Process what is literally given in a text (literal comprehension) as well as what is
implied or inferred by the writer (inferential comprehension).
6. Recognize relationships within a paragraph, or across a text.
Identify what is factually true in a text, versus the writer’s personal opinion
6 total indicators
210
คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม
อ21207 English through movies 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาประโยคภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ จากคาศัพท์ สานวนภาษา
ความเช่ือและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ผ่านการชมภาพยนตร์ประเภทต่าง ๆ เรียนรู้บทสนทนาเกี่ยวกับ
ภาพยนตร์ บทวจิ ารณ์ ตัวละคร ฉากใจความสาคัญของภาพยนตร์ เพ่ือนาสิ่งที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการพูด
นาเสนอและสอื่ สารภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวนั
โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟัง พูด อ่าน เขียน ) ฟัง พูด เขียน อธิบาย ระบุ วิเคราะห์
จับใจความสาคัญจากภาพยนตร์ท่ีดู อ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์ สนทนา แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น โดย
ใช้ภาษา น้าเสยี ง กริยาทา่ ทางไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสมจากการนาคาศัพท์ สานวนภาษาในภาพยนตร์ท่ีดูไป
ใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ
เพ่ือให้เกิดวินัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่างพอเพียง
มคี วามซ่อื สตั ย์ ม่งุ ม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. ระบุประเภทของคา (Part of Speech) จากภาพยนตรท์ ดี่ ไู ด้
2. ระบตุ วั ละคร ฉาก และประเภทของภาพยนตร์ท่ดี ู (Genre) ได้
3. ใชค้ าศพั ท์และสานวนภาษาจากภาพยนตรท์ ด่ี ูในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้
4. บอกความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาและของไทยได้
5. ระบุใจความสาคัญและตอบคาถามจากภาพยนตร์ทด่ี ูได้
รวม 5 ผลการเรียนรู้
211
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม
อ21208 English through movies 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาคาศัพท์ภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์ในบริบทต่างๆ สานวนภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์
การอ่านเพอ่ื ความเขา้ ใจเรื่องยอ่ ข่าวภาพยนตร์ บทวิจารณ์ภาพยนตร์ วิธีออกเสียงคาศัพท์และเสียงสูงต่าใน
ประโยคภาษาอังกฤษ ความหลากหลายของสาเนียงภาษาอังกฤษ
โดยใช้กระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟัง พูด อ่าน เขียน ) ฟัง พูด เขียน อธิบาย ระบุ วิเคราะห์
จับใจความสาคัญจากภาพยนตร์ที่ดู อ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์ สนทนา แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น โดย
ใชภ้ าษา นา้ เสียง กริยาท่าทางได้อย่างถกู ตอ้ ง เหมาะสมจากการนาคาศัพท์ สานวนภาษาในภาพยนตร์ท่ีดูไป
ใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
เพอ่ื ให้เกิดการพัฒนาความรู้พื้นฐานทางไวยกรณ์ภาษาอังกฤษผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์และลง
มือปฏิบัติจริง สามารถนาความรู้ท่ีได้ไปใช้ในการสื่อสารชีวิตประจาวันได้ และใช้เพื่อศึกษาต่อในระดับ
การศึกษาทส่ี ูงข้นึ
ผลการเรยี นรู้
1. เพอ่ื ใหร้ แู้ ละเข้าใจโครงสรง้ ประโยคและการใชถ้ ้อยคาในการสอื่ สารจากภาพยนตรภ์ าษาอังกฤษ
2. สามารถพฒั นาทักษะการวิเคราะห์ประโยคและไวยากรณภ์ าษาอังกฤษจากภาพยนตรไ์ ด้
3. ใชค้ าศัพทแ์ ละสานวนภาษาจากภาพยนตรท์ ่ีดูในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้
4. สามารถใช้ความรจู้ ากขอ้ ความภาษาอังกฤษในภาพยนตร์ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
5. ระบใุ จความสาคญั และตอบคาถามจากภาพยนตร์ที่ดไู ด้
รวม 5 ผลการเรยี นรู้
212
คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม
อ22201 ฟงั พูด ภาษาอังกฤษเพือ่ การส่ือสาร 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ฟัง พูด เพื่อส่ือสารระหว่างบุคคล แนะนา ชักชวน แสดงความคิดเห็น โดยใช้คาศัพท์ สานวน
ประโยค ทเ่ี หมาะสมกับกาลเทศะ และ บุคคล อธิบาย อภิปราย อ่านข่าว โฆษณา ข้อความท่ีเป็นเหตุการณ์
ในสังคมปจั จุบนั แลว้ สรปุ ประเด็นหลกั วิเคราะห์ ตีความแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับส่ิงที่อ่าน สืบค้น – เขียน
สรุปข้อมูลความรู้ เพ่ือนาเสนอโดยใช้ประบวนการพูดท่ีถูกต้องเหมาะสมกับเรื่อง และ เหตุการณ์ วิเคราะห์
ขา่ ว ขอ้ มูล ความรเู้ หตกุ ารณ์ทอี่ ย่ใู นความสนใจของสงั คม ชวี ติ ความเปน็ อยู่ และ ส่งิ แวดล้อมใกล้ตวั
โดยใช้ทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟัง พูด อ่าน เขียน ) นามาปฏิบัติ เพื่ออ่านออกเสียง
พูด เขียน อธิบาย ระบุวิเคราะห์จับใจความสาคัญ สนทนา แลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็น ใช้ภาษาน้าเสียง
และกริยาทา่ ทางไดอ้ ยา่ งถูกต้อง และ เหมาะสม
เพ่อื ให้มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่างพอเพียง มีความ
ซื่อสตั ย์ มงุ่ มั่นในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. สนทนา แลกเปลี่ยน ข้อมูลขา่ วสารแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับ การงานอาชีพ ชมุ ชน และสงั คม
ปจั จบุ ัน
2. ฟัง – พูด บรรยายเกยี่ วกับการดาเนนิ ชีวติ สถานทีท่ ่องเท่ยี ว ลมฟ้าอากาศ การศึกษา อาชีพ
ครอบครัว สิ่งแวดล้อม ชมุ ชน โดยใช้ภาษาทเี่ หมาะสมกบั เรือ่ งต่าง ๆ
3. อา่ นข้อความ บทอา่ น ที่ไม่ใชค่ วามเรียงเก่ยี วกับอาชพี สถานท่ที ่องเที่ยว การศกึ ษา การบรกิ าร
นนั ทนาการ สุขภาพ อาหาร ลมฟา้ อากาศ เพ่ือเปรียบเทยี บความแตกต่าง และ ความเหมือน
ระหวา่ งประเทศไทย และ ตา่ งประเทศ
4. ฟงั เร่ืองบทความ ข้อความเก่ยี วกับอาหาร นนั ทนาการ สุขภาพทไี่ ด้จากสื่อส่ิงพิมพ์ และแหลง่
เรียนร้ตู า่ งๆ แล้วสรปุ สาระสาคัญพร้อมท้ังนาเสนอประเด็นสาคัญด้วยเทคนิควธิ ีทห่ี ลากหลาย
5. พดู สนุ ทรพจน์ ชกั ชวนให้รูค้ ุณคา่ ของสิ่งแวดล้อม การบรกิ าร สถานที่ท่องเท่ยี ว สขุ ภาพ
นนั ทนาการ โดยใช้นา้ เสียง ท่าทาง และสอ่ื ประกอบทเี่ หมาะสม
6. เขยี นขอ้ ความส้นั ๆ แผ่นพบั จดหมายเกย่ี วกบั ส่งิ แวดล้อม การบริการ สถานท่ีทอ่ งเท่ยี ว
สุขภาพ นันทนาการ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธใ์ นชมุ ชน และ ทอ้ งถิ่นท่ีอาศัย
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
213
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
อ22202 ฟงั พูด ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4 กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ห้องเรียนปกติ
ฟัง พูด เพ่อื ส่ือสารระหว่างบุคคล แนะนา ชักชวน แสดงความคิดเหน็ โดยใชค้ าศัพท์ สานวน
ประโยคทเ่ี หมาะสมกับกาลเทศะ และ บุคคล อธิบาย อภิปราย อ่านข่าว โฆษณา ขอ้ ความที่เป็นเหตกุ ารณ์
ในสังคมปจั จุบันแลว้ สรุปประเดน็ หลกั วิเคราะห์ ตคี วามแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับสิง่ ทอี่ ่าน สบื คน้ – เขยี น
สรปุ ข้อมูลความรู้ เพื่อนาเสนอ
โดยใช้ประบวนการพดู ท่ีถูกต้องเหมาะสมกับเรือ่ ง และ เหตุการณ์ วเิ คราะหข์ า่ ว ข้อมลู ความรู้
เหตกุ ารณท์ ี่อยใู่ นความสนใจของสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และ สง่ิ แวดล้อมใกล้ตัว โดยใชท้ ักษะกระบวนการ
สื่อสารทางภาษา ( ฟงั พูด อ่าน เขียน ) นามาปฏบิ ัติ เพื่ออา่ นออกเสียง พดู เขียน อธบิ าย ระบวุ เิ คราะหจ์ บั
ใจความสาคญั สนทนา แลกเปลยี่ นแสดงความคดิ เห็น ใชภ้ าษาน้าเสยี ง และ กริยาท่าทางไดอ้ ย่างถูกต้อง
และ เหมาะสม
เพ่ือให้มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อยู่อยา่ งพอเพียง มคี วาม
ซอื่ สตั ย์ มุ่งมัน่ ในการทางาน รักความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. สนทนา แลกเปลีย่ น ขอ้ มูลขา่ วสารแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับ การงานอาชพี ชุมชน และ
สงั คมปัจจบุ ัน
2. ฟัง – พูด บรรยายเกยี่ วกับการดาเนินชีวติ สถานท่ที ่องเที่ยว ลมฟา้ อากาศ การศึกษา อาชีพ
ครอบครวั ส่ิงแวดล้อม ชมุ ชน โดยใชภ้ าษาทีเ่ หมาะสมกับเรอ่ื งตา่ ง ๆ
3. อา่ นขอ้ ความ บทอา่ น ที่ไม่ใชค่ วามเรยี งเก่ียวกบั อาชพี สถานท่ที ่องเทย่ี ว การศกึ ษา การบรกิ าร
นนั ทนาการ สขุ ภาพ อาหาร ลมฟา้ อากาศ เพื่อเปรยี บเทยี บความแตกต่าง และ ความเหมือน
ระหว่างประเทศไทย และ ตา่ งประเทศ
4. ฟงั เร่ืองบทความ ข้อความเก่ยี วกับ อาหาร นนั ทนาการ สขุ ภาพทไ่ี ดจ้ ากสื่อสิ่งพิมพ์ และ
แหลง่ เรยี นร้ตู ่างๆ แล้วสรปุ สาระสาคญั พรอ้ มท้งั นาเสนอประเด็นสาคญั ดว้ ยเทคนคิ วิธที ่ี
หลากหลาย
5. พูดสนุ ทรพจน์ ชักชวนใหร้ ้คู ณุ ค่าของสงิ่ แวดลอ้ ม การบรกิ าร สถานท่ีท่องเท่ียว สุขภาพ
นนั ทนาการ โดยใชน้ ้าเสยี ง ทา่ ทาง และสอ่ื ประกอบทเี่ หมาะสม
6. เขยี น ขอ้ ความส้ัน ๆ แผน่ พับ จดหมายเกยี่ วกับ สงิ่ แวดล้อม การบริการ สถานท่ีทอ่ งเท่ียว
สุขภาพ นนั ทนาการ เพอ่ื เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ในชุมชน และ ทอ้ งถิ่นท่อี าศัย
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
214
หอ้ ง CEP
CEP English will serve to introduce concepts of speaking, listening, and
conversation in the English language. Upon completion of the course, students should be
able to write and speak basic conversational English. This course will focus on grammar,
verb conjugation, and vocabulary used to talk about everyday activities and basic
conversations that the student may have in English.
Topic 1: Advanced Adjectives
Topic 2: Irregular Verbs in the Present Tense
Topic 3: Speech Writing
Objectives for term 2
Topic 1: Advanced Adjectives
1. Students will learn different advanced adjectives.
2. Students will learn how and when to use specific adjectives.
3. Students will learn how to effectively use the present simple tense.
4. Students will learn vocabulary and meanings of different advanced adjectives.
Topic 2: Irregular Verbs in the Present Tense
1. Students will learn the basics of irregular verbs in present tense.
2. Students will learn how to write effective sentences in the present tense using
irregular verbs.
3. Students will use the present verb tense in conversation.
4. Students will use be to define and describe.
215
Topic 3: Speech Writing
1. Students will effectively use adjectives to describe common scenarios.
2. Students will use adjectives in descriptive sentences in different verb tenses.
3. Students will use a variety of tenses to write descriptive speeches.
4. Students will learn to effectively use the simple present tense in their writing.
5. Students will learn correct and effective subject-verb agreement.
216
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
อ22205 วรรณคดีอังกฤษ 3 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
Understand the listening and speaking process. Be able to understand a story from
listening to and reading various media and apply this understanding logically. Gain
communication skills to exchange news and information, express thoughts and opinions by
using the proper technology and management for lifelong learning. Understand the
speaking and writing process. Gain communication skills to present information and
express opinions. Summarize text creatively and effectively. Understand the relationship
between the language and the culture of native speakers. Behave appropriately in
different situations. Understand the similarities and differences in the culture and
languages of native speakers and Thais. Apply these understandings logically. Use the
foreign language to connect knowledge with other learning groups. This is the basis for
opening up and developing students’ vision. Be able to communicate in a foreign language
in various situations such as school, community and society. Foreign language applications
as a learning tool for higher studies, careers and cooperation, and harmony in society.
By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing,
collaborating and communicating skill.
To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.
Expected learning result
1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.
4 total indicators
217
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
อ22206 วรรณคดอี ังกฤษ 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
Students develop skills in reading, vocabulary building, and critical thinking, using
topics and visuals adapted from real-world content. Students are exposed to a wide
variety of reading types. Information in the twenty-first century is increasingly conveyed in
multimodal formats, using a combination of text with graphics, diagrams, tables,
photographs, and video. Exposure to a variety of formats helps students to develop their
visual literacy as well as their textual literacy for A2-B1 level CEFR English.
Topic 7: When dinosaurs ruled
Topic 8: Stories and storytellers
Topic 11: Legends of the sea
Topic 12: Vanished!
มาตรฐานการเรียนรู้
Learning Outcomes (LO):
1. Use background knowledge of the topic and awareness of text types, in order to
make predictions about a passage.
2. Read to gain an overall idea of the purpose, type, and structure of a text.
3. Process clues and the meaning of cohesive markers.
4. Scan a text quickly to locate specific information.
5. Process what is literally given in a text (literal comprehension) as well as what is
implied or inferred by the writer (inferential comprehension).
6. Recognize relationships within a paragraph, or across a text.
7. Identify what is factually true in a text, versus the writer’s personal opinion.
7 total indicators
218
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
อ22207 English through movies 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาและเรยี นรู้ลักษณะของภาษาพูดจากภาพยนตร์ ประเภท adventure film และ horror film
ตลอดจนไดฝ้ ึกการออกเสยี ง ระดบั เสยี งและสาเนียงภาษาอังกฤษ การใชค้ าศัพท์และสานวนในสถานการณ์
ต่างๆ การวเิ คราะหภ์ าษากายและความหมายตลอดจนความเชือ่ และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ฝกึ การ
พูดและการออกเสียงภาษาอังกฤษ สรปุ ใจความสาคัญและวิเคราะห์เร่ืองท่ีฟังและดู เพ่อื นาสง่ิ ท่เี รียนมา
ประยุกต์ใชใ้ นการพดู นาเสนอและสอ่ื สารภาษาอังกฤษในชวี ิตประจาวัน
โดยใช้ทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟัง พูด อ่าน เขียน ) นามาปฏิบัติ เพื่ออ่านออกเสียง
พดู เขียน อธิบาย ระบุวิเคราะห์จับใจความสาคัญ สนทนา แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ใช้ภาษาน้าเสียง
และ กริยาทา่ ทางได้อย่างถกู ตอ้ ง และ เหมาะสม
เพอื่ ใหม้ ีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคณุ คา่ ในการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่างพอเพียง มีความ
ซ่ือสัตย์ มงุ่ มั่นในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. รู้จกั ความหมายและเขา้ ใจประเภทของภาพยนตรไ์ ด้ (Genre)
2 บอกคาคุณศพั ทเ์ ก่ยี วกบั motions ของตัวละครในภาพยนตร์ได้
3. ใช้คาศพั ท์และสานวนในสถานการณต์ ่างๆ ได้
4. ฝกึ ออกเสยี งคาศพั ท์ สานวนและพดู ประโยคภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เร่ืองท่ีฟงั และดไู ด้
5. บอกความตกตา่ งของวัฒนธรรมเจ้าของภาษาได้
6. ตอบคาถามจากเรอ่ื งท่ีฟังและดูภาพยนตร์ได้
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
219
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
อ22208 English through movies 4 กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
พฒั นาทกั ษะและเรียนร้ลู กั ษณะของภาษาพูดจากภาพยนตร์ ประเภท action film และ comedy
film ตลอดจนได้ฝึกการออกเสียง ระดับเสียงและสาเนยี งภาษาอังกฤษ การใชค้ าศัพท์และสานวนใน
สถานการณต์ ่างๆ การวิเคราะหภ์ าษากายและความหมายตลอดจนความเชอ่ื และวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษา ฝึกการพดู และการออกเสียงภาษาอังกฤษ สรปุ ใจความสาคญั และวเิ คราะหเ์ รื่องท่ีฟงั และดู เพ่ือนาสงิ่
ทีเ่ รยี นมาประยุกตใ์ ชใ้ นการพูดนาเสนอและสื่อสารภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจาวัน
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการสอ่ื สารทางภาษา ( ฟงั พูด อ่าน เขยี น ) นามาปฏิบตั ิ เพื่ออา่ นออกเสียง
พดู เขยี น อธิบาย ระบวุ ิเคราะห์จับใจความสาคัญ สนทนา แลกเปล่ยี นแสดงความคิดเหน็ ใช้ภาษาน้าเสยี ง
และ กริยาท่าทางได้อย่างถูกตอ้ ง และ เหมาะสม
เพ่ือใหม้ วี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ เห็นคุณคา่ ในการนาความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจาวัน อยอู่ ยา่ งพอเพียง มีความ
ซอ่ื สตั ย์ มุง่ ม่ันในการทางาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. รู้จกั ความหมายและเข้าใจประเภทของภาพยนตร์ได้ (Genre)
2. บอกคาคุณศัพท์เก่ียวกบั motions ของตวั ละครในภาพยนตร์ได้
3. ใชค้ าศัพท์และสานวนในสถานการณ์ต่างๆ ได้
4. ฝกึ ออกเสยี งคาศัพท์ สานวนและพดู ประโยคภาษาอังกฤษจากภาพยนตร์เร่ืองที่ฟังและดไู ด้
5. บอกความตกตา่ งของวัฒนธรรมเจ้าของภาษาได้
6. ตอบคาถามจากเรื่องท่ีฟังและดภู าพยนตร์ได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
220
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
อ23201 ฟัง พูด ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ฟัง พูด เพื่อส่ือสารระหว่างบุคคล แนะนา ชักชวน แสดงความคิดเห็น โดยใช้คาศัพท์ สานวน
ประโยค ทเ่ี หมาะสมกับกาลเทศะ และ บุคคล อธิบาย อภิปราย อ่านข่าว โฆษณา ข้อความที่เป็นเหตุการณ์
ในสงั คมปจั จุบนั แล้วสรปุ ประเดน็ หลัก วเิ คราะห์ ตีความแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับส่ิงท่ีอ่าน สืบค้น – เขียน
สรุปข้อมูลความรู้ เพื่อนาเสนอโดยใช้ประบวนการพูดท่ีถูกต้องเหมาะสมกับเรื่อง และ เหตุการณ์ วิเคราะห์
ขา่ ว ข้อมูล ความรูเ้ หตุการณ์ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม ชวี ติ ความเป็นอยู่ และ ส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตวั
โดยใช้ทักษะกระบวนการสื่อสารทางภาษา ( ฟัง พูด อ่าน เขียน ) นามาปฏิบัติ เพ่ืออ่านออกเสียง
พูด เขียน อธิบาย ระบุวิเคราะห์จับใจความสาคัญ สนทนา แลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็น ใช้ภาษาน้าเสียง
และ กริยาท่าทางได้อยา่ งถูกตอ้ ง และ เหมาะสม
เพือ่ ให้มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่างพอเพียง มีความ
ซือ่ สัตย์ มงุ่ มัน่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. สนทนา แลกเปลี่ยน ขอ้ มูลข่าวสารแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั การงานอาชีพ ชมุ ชน และสังคม
ปัจจุบัน
2. ฟัง – พดู บรรยายเก่ียวกับการดาเนนิ ชวี ิต สถานท่ที ่องเทย่ี ว ลมฟ้าอากาศ การศึกษา อาชีพ
ครอบครัว สิง่ แวดลอ้ ม ชุมชน โดยใช้ภาษาท่เี หมาะสมกับเร่ืองต่าง ๆ
3. อ่านข้อความ บทอา่ น ทีไ่ ม่ใช่ความเรยี งเกี่ยวกบั อาชพี สถานท่ีท่องเทย่ี ว การศกึ ษา การบรกิ าร
นันทนาการ สุขภาพ อาหาร ลมฟ้าอากาศ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง และ ความเหมอื น
ระหว่างประเทศไทย และ ต่างประเทศ
4. ฟงั เรื่อง บทความ ข้อความเกีย่ วกบั อาหาร นันทนาการ สุขภาพท่ีได้จากสื่อสงิ่ พมิ พ์ และ
แหล่งเรยี นรตู้ ่าง ๆ แล้วสรุปสาระสาคญั พร้อมทั้งนาเสนอประเด็นสาคญั ด้วยเทคนิควิธีที่
หลากหลาย
5. พดู สนุ ทรพจน์ ชักชวนให้รู้คณุ ค่าของสง่ิ แวดลอ้ ม การบรกิ าร สถานทที่ ่องเทยี่ ว สุขภาพ
นนั ทนาการ โดยใชน้ ้าเสยี ง ท่าทาง และสือ่ ประกอบทีเ่ หมาะสม
6. เขยี น ข้อความสนั้ ๆ แผน่ พับ จดหมายเก่ียวกับ ส่ิงแวดล้อม การบริการ สถานที่ท่องเทย่ี ว
สขุ ภาพ นันทนาการ เพ่ือเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธใ์ นชมุ ชน และ ท้องถ่ินทีอ่ าศัย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
221
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
อ23202 ฟงั พูด ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 6 กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
หอ้ งเรียนปกติ
ฟัง พูด เพ่ือสื่อสารระหว่างบุคคล แนะนา ชักชวน แสดงความคิดเห็น โดยใช้คาศัพท์ สานวน
ประโยคที่เหมาะสมกับกาลเทศะ และ บุคคล อธิบาย อภิปราย อ่านข่าว โฆษณา ข้อความท่ีเป็นเหตุการณ์
ในสังคมปจั จุบันแล้วสรปุ ประเดน็ หลกั วเิ คราะห์ ตีความแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับส่ิงที่อ่าน สืบค้น – เขียน
สรปุ ขอ้ มลู ความรู้ เพื่อนาเสนอ
ใช้ประบวนการพูดท่ีถูกต้องเหมาะสมกับเร่ือง และ เหตุการณ์ วิเคราะห์ข่าว ข้อมูล ความรู้
เหตกุ ารณ์ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และ ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว โดยใช้ทักษะกระบวนการ
สือ่ สารทางภาษา ( ฟงั พดู อา่ น เขยี น ) นามาปฏิบัติ เพื่ออ่านออกเสียง พูด เขียน อธิบาย ระบุวิเคราะห์จับ
ใจความสาคัญ สนทนา แลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็น ใช้ภาษาน้าเสียง และ กริยาท่าทางได้อย่างถูกต้อง
และ เหมาะสม
เพ่ือให้มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน อยู่อย่างพอเพียง มีความ
ซื่อสตั ย์ มงุ่ ม่นั ในการทางาน รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. สนทนา แลกเปล่ียน ขอ้ มูลขา่ วสารแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับ การงานอาชีพ ชมุ ชน และสังคม
ปัจจบุ ัน
2. ฟัง – พดู บรรยายเกย่ี วกับการดาเนนิ ชวี ติ สถานทีท่ ่องเที่ยว ลมฟ้าอากาศ การศึกษา อาชีพ
ครอบครัว สิง่ แวดลอ้ ม ชุมชน โดยใชภ้ าษาทีเ่ หมาะสมกับเรื่องต่าง ๆ
3. อา่ นขอ้ ความ บทอ่าน ท่ีไมใ่ ชค่ วามเรยี งเกย่ี วกบั อาชีพ สถานที่ท่องเท่ียว การศึกษา การบริการ
นนั ทนาการ สขุ ภาพ อาหาร ลมฟ้าอากาศ เพื่อเปรยี บเทียบความแตกต่าง และ ความเหมือน
ระหว่างประเทศไทย และ ตา่ งประเทศ
4. ฟงั เร่ือง บทความ ขอ้ ความเกย่ี วกับ อาหาร นนั ทนาการ สขุ ภาพทีไ่ ดจ้ ากส่อื ส่ิงพิมพ์ และ
แหล่งเรยี นรู้ตา่ งๆ แล้วสรปุ สาระสาคญั พร้อมทั้งนาเสนอประเด็นสาคญั ดว้ ยเทคนิควิธี
ทหี่ ลากหลาย
5. พดู สุนทรพจน์ ชักชวนให้รคู้ ุณค่าของส่ิงแวดล้อม การบริการ สถานท่ที ่องเทีย่ ว สขุ ภาพ
นันทนาการ โดยใช้น้าเสียง ทา่ ทาง และสอื่ ประกอบที่เหมาะสม
6. เขียน ขอ้ ความสน้ั ๆ แผน่ พับ จดหมายเก่ยี วกบั สิ่งแวดลอ้ ม การบริการ สถานทที่ ่องเทย่ี ว
สขุ ภาพ นันทนาการ เพื่อเผยแพร่ ประชาสมั พันธ์ในชุมชน และ ทอ้ งถิ่นท่ีอาศัย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
222
หอ้ ง CEP
Topics such as friendship, holidays, Christmas and every day activities are covered
as well as exploring grammar such as adverbs and O-Net practise.
The lessons contain essential conversations which are well-structured and easy to
understand, practise and can be adapted to their own lives.
The lessons are a combination of demonstrative and learner-centred. The students will be
given the information they need to know and then use what they have been taught and
contextualise it so it will be easier for them to understand and remember.
The students will be able to talk freely and in a grammatically correct and
confident manner about their day to day lives as well as presenting their class project in
an assured and mature way.
มาตรฐานการเรยี นรู้
FL 1.1 G10/1, 2, 3, 4
FL 1.2 G10/1, 2, 3, 4, 5
FL 1.3 G10/1, 2, 3
FL 2.1 G10/1, 2, 3
FL 2.2 G10/1, 2
FL 3.1 G10/1
FL 4.1 G10/1
FL 4.2 G10/1, 2
21 total indicators
223
คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม
อ23203 การอา่ นภาษาองั กฤษเบ้อื งตน้ 1 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
เขียนเติมคาลงในข้อความ บันทึก บทร้อยกรอง เพลงสาหรับเด็ก พูดและเขียนแนะนาเกี่ยวกับ
ตนเอง ครอบครวั กิจวตั ประจาวนั สถานท่ี ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว เช่น บ้าน โรงเรียน ชุมชน พูดและเขียนตอบ
คาถาม จากบทอ่าน ต่าง ๆ ทั้งท่ีเป็นความเรียง และไม่ใช่ความเรียง การนัดหมาย การขอโทษ การบอก
ทิศทาง การขอบคุณ การเชิญ การขอความช่วยเหลือ เขียนคาศัพท์ ประโยค ตามคาบอก เขียนบรรยาย
เกย่ี วกับเหตุการณท์ พี่ บเหน็ ขอ้ เสนอแนะ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เหตุการณ์ปัจจุบัน เขียนแผ่นพับเกี่ยวกับสถานที่
ท่องเท่ียว ชุมชน สงั คมทเี่ กย่ี วขอ้ ง
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการพดู และ เขียน ทักษะการจา ความคิด การปฏบิ ตั ิ การทางานเป็นกลุ่ม กล
ยทุ ธก์ ารสือ่ สาร การใชเ้ ทคโนโลยี
เพ่ือให้นักเรียน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน อยู่
อย่างพอเพยี ง มงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย และมจี ติ สาธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. เขียนเติมคาลงในข้อความ บนั ทึก บทร้อยกรอง และเพลงสาหรบั เด็ก
2. เขียนขอ้ ความนดั หมาย เช้ือเชญิ ขอบคุณ ขอโทษ ขอความช่วยเหลือ และเขยี นบอกทิศทาง
ตามความเหมาะสมทางมารยาทสงั คม
3. เขยี นคาศัพท์ ประโยค ตามคาบอกเก่ียวกบั บุคคล สถานที่ สิ่งแวดลอ้ ม และกิจกรรม
ในชวี ิตประจาวนั
4. เขยี นบรรยายเกยี่ วกับสิ่งแวดล้อม เหตุการณ์ทพี่ บเหน็ ตามหลกั การเขียนท่ถี ูกต้อง
5. เขยี นคาแนะนา ใหข้ ้อเสนอแนะ กฎเกณฑ์ข้อบังคับเก่ียวกับสถานท่ี กิจกรรมต่าง ๆ
เหตกุ ารณป์ จั จุบัน
6. เขยี นแผ่นพับเกี่ยวกับ สถานที่ทอ่ งเที่ยว ชุมชนสังคมท่เี กีย่ วข้อง โดยใชภ้ าษาท่เี หมาะสม
กบั ระดับช้นั
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
224
คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ23204 การอ่านภาษาองั กฤษเบอ้ื งต้น 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาการอ่านออกเสียงข้อความ สานวน คาพังเพย สุภาษิต ข่าว ประกาศ โฆษณา และ บทร้อย
กรอง ได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน ปฏิบัติตามคาส่ัง คาอธิบาย คาช้ีแจง คาบรรยายที่อ่าน ตอบคาถาม
อธบิ าย สรุปใจความสาคัญ วเิ คราะหค์ วาม ตีความ นาเสนอข้อมลู เกย่ี วกับเร่ือง กิจกรรม ข่าว ประเด็นท่ีอยู่
ในความสนใจของสังคม และ แสดงความคิดเห็น พร้อมให้เหตุผล และ ยกตัวอย่างประกอบ อธิบาย บันทึก
เขียนสรุปโครงสร้างประโยค จากข้อความ สานวน คาพังเพย สุภาษิต ข่าว ประกาศ โฆษณา และบทร้อย
กรองที่อ่าน
โดยใช้กระบวนการทางภาษานามาปฏิบัติ เพื่อให้มีทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน อธิบายทักษะ
การจา การคิด กระบวนการทางานเป็นกลุ่ม / คู่ ทักษะการปฏิบัติงาน การต้ังคาถาม กลยุทธ์ในการสื่อสาร
การสังเกต ระบุจับใจความสาคัญ วิเคราะห์ สรุปตีความ แสดงความคิดเห็น ให้เหตุผล ยกตัวอย่าง สนทนา
ส่อื สาร แสนอตอบรบั ปฏิเสธ บรรยาย อภปิ ราย เปรยี บเทียบ เลอื กใช้ภาษาใหเ้ หมาะสม
เพื่อให้เกิดความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เห็นคุณค่าในการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน อยู่
อย่างพอเพยี ง มีความซอื่ สัตย์ มุง่ มั่นในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมีจิตสาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
1. อ่านออกเสียง ขา่ ว ประกาศ โฆษณา บทรอ้ ยกรอง ข้อความ สานวน คาพงั เพย สภุ าษติ และ
บทกลอนไดถ้ ูกต้องตามหลักการอา่ น
2. บอกความหมาย อธิบาย คาศัพท์ จากบทอ่าน ข้อความ ถูกต้อง
3. ตอบคาถาม สรปุ ใจความสาคัญ ของบทอา่ นต่าง ๆ
4. วเิ คราะห์ความ ตีความ ประเด็นสาคัญ จากขอ้ ความ บทอ่าน
5. ถา่ ยโอนขอ้ มลู จากเรือ่ ง ข้อความ บทอา่ น เปน็ ถอ้ ยคาของตนเอง
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้
225
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
อ23205 วรรณคดีอังกฤษ 5 กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
Understand the listening and speaking process. Be able to understand a story from
listening to and reading various media and apply this understanding logically. Gain
communication skills to exchange news and information, express thoughts and opinions by
using the proper technology and management for lifelong learning. Understand the
speaking and writing process. Gain communication skills to present information and
express opinions. Summarize text creatively and effectively. Understand the relationship
between the language and the culture of native speakers. Behave appropriately in
different situations. Understand the similarities and differences in the culture and
languages of native speakers and Thais. Apply these understandings logically. Use the
foreign language to connect knowledge with other learning groups. This is the basis for
opening up and developing students’ vision. Be able to communicate in a foreign language
in various situations such as school, community and society. Foreign language applications
as a learning tool for higher studies, careers and cooperation, and harmony in society.
By using listening and reading process, remembering, thinking, practicing,
collaborating and communicating skill.
To make students disciplined, be curios, able to adapt knowledge focusing in daily
life, be sufficient, proud of Thainess and having a public mind.
Expected learning result
1. Be able to tell meaning of words from the passage.
2. Be able to summarize and answer the questions.
3. Be able to analyze and interpret the materials.
4. Be able to paraphrase stories, text and passages by own words.
4 total indicators
226
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ23206 วรรณคดอี งั กฤษ 6 กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
Students develop skills in reading, vocabulary building, and critical thinking, using
topics and visuals adapted from real-world content. Students are exposed to a wide
variety of reading types. Information in the twenty-first century is increasingly conveyed in
multimodal formats, using a combination of text with graphics, diagrams, tables,
photographs, and video. Exposure to a variety of formats helps students to develop their
visual literacy as well as their textual literacy for B1+ level CEFR English.
Topic 8: Great Explorers
Topic 9: Who we are
Topic 10: Global Warming
Topic 12: Going to Extremes
มาตรฐานการเรียนรู้
Learning Outcome (LO):
1. Use background knowledge of the topic and awareness of text types, in order to
make predictions about a passage.
2. Read to gain an overall idea of the purpose, type, and structure of a text.
3. Process clues and the meaning of cohesive markers.
4. Scan a text quickly to locate specific information.
5. Process what is literally given in a text (literal comprehension) as well as what is
implied or inferred by the writer (inferential comprehension).
6. Recognize relationships within a paragraph, or across a text.
7. Identify what is factually true in a text, versus the writer’s personal opinion.
4 total indicators
227
คาอธิบายรายวิชาเพิม่ เติม
ญ21201 ภาษาญีป่ ุ่นเพือ่ การสอื่ สาร 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
สนทนาภาษาญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจาวันอย่างง่ายโดยเน้นการพูดสนทนาโต้ตอบด้ว ย
สานวนภาษาอย่างง่าย ศึกษาและเปรียบเทียบจุดเหมือนจุดต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและญ่ีปุ่น โดยเน้น
เนื้อหาเก่ียวกบั สถานการณใ์ นปัจจบุ นั
โดยใชก้ ระบวนการภาษา กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการกลมุ่ ให้เกดิ องค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคง่ายๆ
เพ่ือตระหนักในคุณค่าของภาษาญ่ีปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซ่ือสตั ย์ สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง มุง่ ม่นั ในการทางานท่ีได้รับมอบหมาย รักความเป็นไทย สืบ
ทอดวัฒนธรรมอนั ดงี าม มจี ติ สาธารณะ มีนา้ ใจ เสยี สละ ชว่ ยเหลอื ผอู้ ืน่ สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาสานวนที่ใช้ในชีวติ ประจาวัน เชน่ การทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย สานวนใน
ชวี ิตประจาวัน สานวนการขออนญุ าตใิ นสถานการณ์ตา่ งๆ
2. สนทนาโต้ตอบใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั ตนเองในเรื่องใกลต้ ัว ในสถานการณ์ต่างๆได้ เช่น การแนะนา
ตวั อยา่ งงา่ ย การนับเลข การบอกเบอร์ศัพท์ การบอกวันและเวลา การชกั ชวน ฯลฯ
3. ใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
4. รู้จกั ขนบธรรมเนยี มประเพณีเทศกาลวฒั นธรรมของตนเองและเจา้ ของภาษา
5. เปรยี บเทยี บความเหมือนความต่างของวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้
รวม 5 ผลการเรียนรู้
228
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
ญ21202 ภาษาญีป่ ุ่นเพอื่ การส่ือสาร 2 กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
สนทนาภาษาญ่ีปุ่นเกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจาวันอย่างง่ายโดยเน้นการพูดสนทนาโต้ตอบด้วย
สานวนภาษาอย่างง่าย ศึกษาและเปรียบเทียบจุดเหมือนจุดต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและญ่ีปุ่น โดยเน้น
เน้ือหาเกี่ยวกบั สถานการณใ์ นปจั จุบัน
โดยใช้กระบวนการภาษา กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการกลมุ่ ให้เกิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคง่ายๆ
เพื่อตระหนักในคุณค่าของภาษาญี่ปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางานที่ได้รับมอบหมาย รักความเป็นไทย
สืบทอดวฒั นธรรมอนั ดงี าม มีจิตสาธารณะ มีนา้ ใจ เสยี สละ ช่วยเหลือผู้อนื่ สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรียนรู้
1. สนทนาโต้ตอบให้ข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเองในเร่อื งใกลต้ ัว ส่ือสารระหวา่ งบคุ คล ในสถานการณ์ต่างๆได้
เชน่ การทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย
2. ใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
3. เขา้ ใจบทสนทนาสัน้ ๆง่ายและใช้ภาษาญี่ปนุ่ ในการสื่อสาร
4. สามารถเขียนหรือบอกความหมายของคาศพั ท์ภาษาญ่ีปุ่นง่ายๆใกล้ตวั ได้
5. รจู้ กั ขนบธรรมเนียมประเพณเี ทศกาลวฒั นธรรมของตนเองและเจ้าของภาษา
6. เปรยี บเทยี บความเหมอื นความต่างของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมญ่ีปนุ่ ได้
7. คน้ ควา้ รวบรวมคาศัพท์หรอื เรอ่ื งราวทีเ่ กีย่ วข้องกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อ่ืน และนาเสนอด้วยการ
พดู หรอื เขยี นโดยใช้สอื่ และเทคโนโลยีได้
รวม 7 ผลการเรยี นรู้
229
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ญ22201 ภาษาญ่ีปนุ่ เพือ่ การสอ่ื สาร 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
สนทนาภาษาญี่ปุ่นเก่ียวกับเร่ืองราวในชีวิตประจาวันอย่างง่ายโดยไม่เน้นไวยากรณ์ และศึกษาและ
เปรยี บเทยี บจุดเหมือนจุดต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและญี่ปุ่น ทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมและชีวิตความเป็นอยู่ใน
ปจั จบุ ัน โดยเนน้ เน้อื หาเก่ยี วกับเรื่องราวของวัยรุ่นญ่ีปนุ่
โดยใชก้ ระบวนการภาษา กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลุ่มใหเ้ กิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคงา่ ยๆ
เพ่ือตระหนักในคุณค่าของภาษาญี่ปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางานที่ได้รับมอบหมาย รักความเป็นไทย
สืบทอดวัฒนธรรมอนั ดงี าม มจี ติ สาธารณะ มีน้าใจ เสยี สละ ช่วยเหลือผู้อื่น สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรียนรู้
1. สนทนาโตต้ อบใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับตนเองในเรือ่ งใกลต้ วั ในสถานการณ์ตา่ งๆได้ เช่นการทักทาย กล่าว
ลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การชักชวน การแลกเปลีย่ นข้อมลู เกี่ยวกับตัวเอง เรื่องใกล้ตวั ใน
สถานการณต์ ่างๆในชีวติ ประจาวันได้
2. สนทนาแลกเปลยี่ นข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เรือ่ งตา่ งๆ ใกล้ตวั และสถานการณต์ า่ งๆ ในชีวิตประจาวนั
อยา่ งเหมาะสม
3. ใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม และวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
4. รจู้ ักขนบธรรมเนยี มประเพณเี ทศกาลวัฒนธรรมของตนเองและเจ้าของภาษา
5. เปรยี บเทียบความเหมอื นความตา่ งของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมญ่ปี ุ่นได้
รวม 5 ผลการเรียนรู้
230
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
ญ22202 ภาษาญปี่ ่นุ เพื่อการสือ่ สาร 4 กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาคาศัพท์ สานวน บทสนทนา เกี่ยวกับ ความชอบ การบอกเวลา วิชาต่างๆ จานวนบุคคลใน
ครอบครัว สถานที่ท่ีอยากไปเที่ยว วิชาที่ชอบ อาหาร กิจวัตรประจาวันต่างๆ ศึกษาและเปรียบเทียบจุด
เหมือนจุดต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและญ่ีปุ่น ทง้ั วฒั นธรรมดงั้ เดิมและชวี ิตความเปน็ อยู่ในปัจจุบัน โดยเน้น
เน้อื หาเกย่ี วกับเรื่องราวของวัยรุน่ ญีป่ นุ่
โดยใช้กระบวนการภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่มให้เกิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคงา่ ยๆ
เพื่อตระหนักในคุณค่าของภาษาญี่ปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ อย่อู ย่างพอเพียง มงุ่ มัน่ ในการทางานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย รักความเป็นไทย สืบ
ทอดวฒั นธรรมอันดีงาม มจี ติ สาธารณะ มนี า้ ใจ เสียสละ ช่วยเหลอื ผู้อน่ื สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรียนรู้
1. สนทนาโตต้ อบใหข้ ้อมูลเก่ียวกับตนเองในเรอื่ งใกลต้ ัว ในสถานการณ์ตา่ งๆได้
2. สามารถพดู แสดงความตอ้ งการและเสนอความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆได้อยา่ งเหมาะสม
3. สนทนาแลกเปล่ียนข้อมลู เกีย่ วกับตนเอง เร่อื งต่างๆ ใกลต้ ัวและสถานการณ์ต่างๆ ในชวี ิตประจาวัน
อยา่ งเหมาะสม
4. ใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
5. เปรยี บเทยี บความเหมือนความตา่ งของวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมญปี่ ุ่นได้
6. ค้นคว้า รวบรวมคาศัพท์หรอื เรอ่ื งราวทเี่ กยี่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนาเสนอดว้ ยการ
พดู หรือเขยี นโดยใชส้ อื่ และเทคโนโลยไี ด้
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
231
คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ญ23201 ภาษาญ่ีป่นุ เพอื่ การสอ่ื สาร 5 กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาตัวอักษรฮิระงะนะ คาศพั ท์ สานวน บทสนทนา เก่ียวกับ ความชอบ การบอกเวลา วิชาต่างๆ
จานวนบุคคลในครอบครัว สถานท่ีที่อยากไปเท่ียว วิชาที่ชอบ อาหาร กิจวัตรประจาวันต่างๆ ศึกษาและ
เปรยี บเทยี บจุดเหมือนจุดต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและญ่ีปุ่น ทั้งวัฒนธรรมด้ังเดิมและชีวิตความเป็นอยู่ใน
ปัจจุบัน โดยเน้นเนอื้ หาเกย่ี วกบั เรอ่ื งราวของวัยร่นุ ญปี่ นุ่
โดยใช้กระบวนการภาษา กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลุม่ ให้เกิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคง่ายๆ
เพ่ือตระหนักในคุณค่าของภาษาญ่ีปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางานที่ได้รับมอบหมาย รักความเป็นไทย
สบื ทอดวฒั นธรรมอันดงี าม มีจิตสาธารณะ มนี า้ ใจ เสียสละ ชว่ ยเหลือผ้อู น่ื สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรยี นรู้
1. เขียนและอา่ นตวั อักษรฮิระงะนะ และคาศัพท์ฮริ ะงะนะได้
2. สนทนาโตต้ อบให้ข้อมลู เกย่ี วกบั ตนเองในเรอ่ื งใกล้ตัว ในสถานการณ์ตา่ งๆได้ เช่นการทกั ทาย กลา่ ว
ลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมลู เกย่ี วกับตัวเอง เรื่องใกลต้ ัวใน
สถานการณต์ ่างๆในชีวิตประจาวันได้
3. ปฏิบัติตามคาขอร้อง คาแนะนาคาชแี้ จง ภายในของเรยี นได้
4. ใช้ภาษา น้าเสยี ง และกริ ยิ าท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรม
ของเจ้าของภาษา
5. พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณห์ รือประเดน็ ตา่ งๆ ท่ีอยใู่ นความสนใจของ
สงั คม เชน่ การเดนิ ทาง การรบั ประทานอาหาร การเลน่ กีฬา/ดนตรี การฟังเพลง การอา่ น
หนงั สือ การทอ่ งเท่ียว การศกึ ษา
6. รู้จกั ขนบธรรมเนยี มประเพณีเทศกาลวัฒนธรรมของตนเองและเจ้าของภาษา
7. เปรยี บเทียบความเหมอื นความตา่ งของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมญ่ปี ่นุ ได้
รวม 7 ผลการเรียนรู้
232
คาอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
ญ23202 ภาษาญ่ีปุน่ เพื่อการส่อื สาร 5 กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาคาศัพท์ สานวน บทสนทนา เก่ียวกับ ความชอบ การบอกเวลา วิชาต่างๆ จานวนบุคคลใน
ครอบครัว สถานที่ท่ีอยากไปเที่ยว วิชาท่ีชอบ อาหาร กิจวัตรประจาวันต่างๆ ศึกษาและเปรียบเทียบจุด
เหมือนจุดตา่ งระหว่างวฒั นธรรมไทยและญปี่ ุ่น ทงั้ วัฒนธรรมด้งั เดมิ และชวี ติ ความเปน็ อยู่ในปัจจุบัน โดยเน้น
เนือ้ หาเก่ียวกับเรอ่ื งราวของวยั รุ่นญ่ีปุ่น
โดยใชก้ ระบวนการภาษา กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลุ่มใหเ้ กิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคงา่ ยๆ
เพ่ือตระหนักในคุณค่าของภาษาญ่ีปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางานท่ีได้รับมอบหมาย รักความเป็นไทย
สบื ทอดวัฒนธรรมอันดีงาม มีจิตสาธารณะ มีนา้ ใจ เสยี สละ ช่วยเหลือผู้อ่ืน สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรยี นรู้
1. เขยี นและอา่ นตัวอักษรฮริ ะงะนะ และคาศัพท์ฮริ ะงะนะ
2. อ่านเสยี งพเิ ศษต่างๆ เช่น เสยี งขุ่น เสียงกกั เสยี งควบ เสียงยาว ได้
3. สนทนาโตต้ อบใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั ตนเองในเรอื่ งใกลต้ ัว ในสถานการณ์ต่างๆได้ เชน่ การทักทาย กลา่ ว
ลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การชักชวน การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกย่ี วกับตวั เอง เร่ืองใกล้ตัวใน
สถานการณ์ต่างๆในชีวติ ประจาวันได้
4. สามารถพูดแสดงความต้องการและเสนอความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆไดอ้ ย่างเหมาะสม
5. สนทนาแลกเปลยี่ นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆ ใกล้ตวั และสถานการณต์ า่ งๆ ในชวี ิตประจาวนั
อย่างเหมาะสม
6. อ่านออกเสยี งข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้นๆ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน สามารถถาม
และตอบเกี่ยวกับสิ่งท่ีชอบในเรียนอาหาร กีฬา วชิ าเรยี น ฯลฯ ได้
7. ใช้ภาษา น้าเสยี ง และกริ ิยาท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม และวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา
8. เปรียบเทยี บความเหมอื นความต่างของวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมญ่ีปนุ่ ได้
รวม 8 ผลการเรียนรู้
233
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ญ23202 ภาษาญป่ี นุ่ เพือ่ การส่อื สาร 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาคาศัพท์ สานวน บทสนทนา เกี่ยวกับ ความชอบ การบอกเวลา วิชาต่างๆ จานวนบุคคลใน
ครอบครัว สถานท่ีที่อยากไปเที่ยว วิชาที่ชอบ อาหาร กิจวัตรประจาวันต่างๆ ศึกษาและเปรียบเทียบจุด
เหมือนจุดต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยและญ่ปี นุ่ ท้งั วฒั นธรรมดัง้ เดิมและชวี ติ ความเป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเน้น
เนอ้ื หาเกี่ยวกบั เรอ่ื งราวของวยั รุ่นญปี่ นุ่
โดยใช้กระบวนการภาษา กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการกลุม่ ให้เกิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของไทยและญ่ีปุ่นด้วยการถ่ายโอนความรู้เป็น
ประโยคง่ายๆ
เพื่อตระหนักในคุณค่าของภาษาญี่ปุ่น เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมมีคุณธรรม
ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางานท่ีได้รับมอบหมาย รักความเป็นไทย
สบื ทอดวฒั นธรรมอนั ดงี าม มจี ิตสาธารณะ มีนา้ ใจ เสยี สละ ชว่ ยเหลอื ผู้อนื่ สังคมเละประเทศชาติ
ผลการเรียนรู้
1. สนทนาโตต้ อบใหข้ ้อมูลเก่ยี วกับตนเองในเรอ่ื งใกล้ตัว ในสถานการณ์ตา่ งๆได้ เช่นการทักทาย กลา่ ว
ลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การชักชวน การแลกเปล่ียนข้อมลู เกีย่ วกบั ตวั เอง เร่ืองใกล้ตวั ใน
สถานการณต์ ่างๆในชีวติ ประจาวันได้
2. สามารถพูดแสดงความต้องการและเสนอความชว่ ยเหลือในสถานการณต์ ่างๆได้อย่างเหมาะสม
3. สนทนาแลกเปลีย่ นข้อมลู เกย่ี วกับตนเอง เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั
อย่างเหมาะสม
4. อา่ นออกเสยี งข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรองสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน สามารถถาม
และตอบเกี่ยวกบั ส่ิงทชี่ อบในเรียนอาหาร กฬี า วิชาเรยี น ฯลฯ ได้
5. ใช้ภาษา นา้ เสียง และกริ ยิ าท่าทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม และวัฒนธรรม
ของเจา้ ของภาษา
6. เปรียบเทียบความเหมือนความตา่ งของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมญี่ปุน่ ได้
รวม 6 ผลการเรียนรู้
234
คาอธบิ ายรายวิชาเพิม่ เติม
จ21201 ฟังพดู ภาษาจีนเพ่ือการสอ่ื สาร 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์เบ้ืองต้นในระบบสัทอักษรของภาษาจีนกลาง ความแตกต่าง
ระหว่างภาษาจีนกลางกับภาษาไทยในเรื่องของเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ คาศัพท์ รูปประโยค ข้ัน
พื้นฐานที่ใช้ส่ือสารในชีวิตประจาวัน เรื่อง การทักทายและการกล่าวลา การแนะนาตนเอง การแสดงความ
ต้องการ การบอกจานวน การแสดงความรสู้ ึก และลาดับการเขียนตัวอักษรจนี
โดยใช้ทกั ษะฟัง พูด อา่ น เขียน กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
สมั พนั ธ์ การคิดวิเคราะห์ การสืบค้นความรู้ การอภิปราย การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การนาเสนอการใช้
เทคโนโลยี พัฒนาใหเ้ กดิ ทักษะในการสรา้ งองคค์ วามรู้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง โต้ตอบสนทนาภาษาจีนขั้น
พื้นฐานได้ถูกต้อง และเขียนตัวอักษรจีนได้ถูกต้องตามหลักการเขียน เพื่อให้มีพื้นฐานภาษาจีนที่ดีสาหรับ
ศึกษาภาษาจีนในระดบั ท่สี ูงขนึ้ ตอ่ ไป
ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาจีน กับภาษาไทยในเร่ืองพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ คา วลี
ประโยคตา่ ง ๆ
2. อ่านออกเสยี งสัทอกั ษร คา ประโยค บทสนทนาได้ถูกตอ้ งตามหลกั การออกเสยี ง
3. สนทนาเก่ยี วกับตนเอง ครอบครวั และโรงเรียน โดยใช้ภาษาจนี อยา่ งง่าย ๆ ได้
4. มคี วามรเู้ รอ่ื งการเขียนตวั อกั ษรจนี ไดถ้ กู ต้อง
5. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ความเหมือน ความแตกตา่ งระหว่างภาษา และวัฒนธรรมของจีนกบั
ภาษาและวัฒนธรรมของไทย
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้
235
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
จ21202 ฟังพดู ภาษาจนี เพือ่ การสื่อสาร 2 กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาสัทอักษรพินอิน การประสมสัทอักษรพินอินท่ีซับซ้อนขึ้น ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน
กลางกับภาษาไทยในเร่ืองของเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ คาศัพท์พ้ืนฐานและรูปประโยคท่ีใช้
ส่ือสารในชีวิตประจาวัน เรื่อง การบอกลักษณะรูปร่าง หน้าตา ครอบครัว การกล่าวตอบรับและปฏิเสธ
เพลงอวยพรวนั เกดิ และลาดบั การเขียนตวั อักษรจีนทถ่ี กู ตอ้ ง
โดยใชท้ ักษะฟงั พูด อ่าน เขยี น กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
สมั พนั ธ์ การคิดวิเคราะห์ การสืบค้นความรู้ การอภิปราย การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การนาเสนอการใช้
เทคโนโลยี พัฒนาให้เกดิ ทกั ษะในการสรา้ งองค์ความรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง โต้ตอบสนทนาภาษาจีนข้ัน
พ้ืนฐานได้ถูกต้อง และเขียนตัวอักษรจีนได้ถูกต้องตามหลักการเขียน เพื่อให้มีพ้ืนฐานภาษาจีนท่ีดีสาหรับ
ศกึ ษาภาษาจีนในระดับที่สูงขน้ึ ต่อไป
ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาจีนกบั ภาษาไทยในเรือ่ งการประสม สัทอักษรพินอิน พยัญชนะ
สระ วรรณยุกตท์ ่ีซับซ้อนข้ึน
2. อา่ นออกสียงสัทอักษรที่ซบั ซอ้ น คา ประโยคสน้ั ๆบทสนทนาสน้ั ๆได้ถูกต้องตามหลักการออก
เสยี ง
3. สนทนาเกีย่ วกบั ตนเอง และเรอ่ื งในชีวิตประจาวันได้
4. เขยี นตัวอักษรจีนไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การเขยี น
5. เขยี นบรรยายเกีย่ วกับลกั ษณะรูปรา่ งและหนา้ ตาได้
6. มีความรู้ ความเข้าใจ ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับภาษา
และวัฒนธรรมไทย
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
236
คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
จ22201 ฟังพดู ภาษาจีนเพ่อื การส่อื สาร 3 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
ศึกษาสัทอักษรพินอิน การประสมสัทอักษรพินอินที่ซับซ้อนขึ้น ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน
กลางกับภาษาไทยในเร่ืองของเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ คาศัพท์พ้ืนฐานและรูปประโยคท่ีใช้
สื่อสารในชีวิตประจาวัน เรื่อง ประเทศ เชื้อชาติ การถามอายุ การบอกจานวน การแสดงความรู้สึกกับส่ิง
ตา่ งๆ และเขียนตัวอักษรจีนไดถ้ ูกตอ้ งตามหลักการเขียน
โดยใชท้ กั ษะฟัง พูด อา่ น เขียน กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
สมั พันธ์ การคิดวิเคราะห์ การสืบค้นความรู้ การอภิปราย การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การนาเสนอการใช้
เทคโนโลยี พัฒนาใหเ้ กดิ ทักษะในการสร้างองคค์ วามรู้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางภาษา เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้ถอยคาสานวนในการติดต่อ
ปฏิสัมพันธ์ตามวัฒนธรรมเจ้าของภาษา และนาภาษาจีนกลางไปใช้สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง
เหน็ คณุ ค่าของภาษาจีน
ผลการเรยี นรู้
1. เข้าใจการประสมสัทอักษรพินอินที่ซับซ้อนขึน้
2. เขา้ ใจความแตกตา่ งการเรยี งประโยคข้นั พ้ืนฐานระหว่างภาษาจีนและภาษาไทย
3. อา่ นออกเสียงคา ประโยค บทสนทนา และข้อความส้นั ๆ ไดถ้ ูกต้องตามหลักการออกเสยี ง
4. สนทนาโต้ตอบภาษาจนี ในชีวิตประจาวนั เรื่องการทกั ทาย การถามเชือ้ ชาติ การถามถนิ่ ที่อยู่
5. เขียนตัวอักษรจีนได้ถกู ต้อง ตามหลกั การการเขียน
6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับภาษา
และวฒั นธรรมของไทย
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้
237
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
จ22202 ฟงั พดู ภาษาจนี เพอื่ การส่อื สาร 4 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาสัทอักษรพินอิน การประสมสัทอักษรพินอินที่ซับซ้อนข้ึน ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน
กลางกับภาษาไทยในเรื่องของเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ คาศัพท์พ้ืนฐานและรูปประโยคท่ีใช้
สื่อสารในชีวิตประจาวัน เร่ือง ประเทศ เชื้อชาติ การถามอายุ การบอกจานวน การแสดงความรู้สึกกับสิ่ง
ตา่ งๆ และเขียนตัวอักษรจนี ได้ถูกตอ้ งตามหลกั การเขยี น
โดยใชท้ กั ษะฟัง พดู อ่าน เขยี น กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
สมั พันธ์ การคิดวิเคราะห์ การสืบค้นความรู้ การอภิปราย การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การนาเสนอการใช้
เทคโนโลยี พฒั นาใหเ้ กิดทกั ษะในการสร้างองค์ความรู้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางภาษา เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้ถอยคาสานวนในการติดต่อ
ปฏิสัมพันธ์ตามวัฒนธรรมเจ้าของภาษา และนาภาษาจีนกลางไปใช้ส่ือสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง
เหน็ คณุ ค่าของภาษาจีน
ผลการเรยี นรู้
1. เข้าใจการประสมสัทอักษรพินอินทีซ่ บั ซ้อนขึ้น
2. เขา้ ใจความแตกตา่ งการเรยี งประโยคขนั้ พนื้ ฐานระหวา่ งภาษาจนี และภาษาไทย
3. อา่ นออกเสียงคา ประโยค บทสนทนา และข้อความสน้ั ๆ ไดถ้ กู ต้องตามหลักการออกเสียง
4. สนทนาโต้ตอบภาษาจนี ในชวี ิตประจาวนั เรอื่ งการทกั ทาย การถามเช้ือชาติ การถามถิน่ ที่อยู่
5. เขียนตัวอกั ษรจีนได้ถกู ตอ้ ง ตามหลักการการเขียน
6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของจีนกับภาษา
และวฒั นธรรมของไทย
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้
238
คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
จ23201 ฟังพดู ภาษาจนี เพือ่ การส่อื สาร 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ท่ีซับซ้อนขึ้น การประสมสัทอักษรพินอิน เร่ืองสระที่ซับซ้อนข้ึน
กฎเกณฑ์ท่ีซับซ้อนในการประสมสัทอักษรของพยัญชนะ และสระพิเศษ ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน
กลาง กับภาษาไทยในเร่ืองของเสียงพยัญชนะ สระ และการเปล่ียนเสียงวรรณยุกต์ การเรียงลาดับ คาศัพท์
และรูป ประโยคในชีวิตประจาวัน เร่ือง สภาพอากาศ การบอกทิศทาง วัฒนธรรมจีน สีและการใช้คาศัพท์
เกีย่ วกับ เครอ่ื งแตง่ กาย การเขยี นตัวอกั ษรจนี ที่ยากขนึ้ ได้ถูกต้อง ตามลาดับการเขียนขีดตวั อักษรจีน
โดยใช้ทกั ษะฟงั พูด อ่าน เขยี น กระบวนการทางภาษา กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม
สัมพันธ์ การคิดวิเคราะห์ การสืบค้นความรู้ การอภิปราย การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การนาเสนอการใช้
เทคโนโลยี พัฒนาใหเ้ กดิ ทกั ษะในการสร้างองคค์ วามรู้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียง คา ประโยค บทสนทนา บทเพลง และข้อความสั้น ๆ ได้
ถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง เข้าใจตีความประโยค ฝึกการใช้รูปประโยคและการสนทนาส่ือสารเป็น
ภาษาจีนในระดับท่ีซับซ้อนข้ึน เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้ถ้อยคาสานวนในการติดต่อปฏิสัมพันธ์
ตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เรียนรู้วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกาล งานฉลองของเจ้าของ
ภาษา เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามร้พู ้นื ฐาน ภาษาจีนทด่ี ใี นการศกึ ษาภาษาจนี ขนั้ กลางตอ่ ไป
ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจการประสมสัทอกั ษรพนิ อนิ เรื่องสระที่ซับซ้อนขึ้น
2. ความแตกตา่ งในการเรียงลาดบั รูปประโยค
3. สนทนาโต้ตอบตามสถานการณต์ ่าง ๆ ในชีวติ ประจาวันได้
4. พูดและเขียนเกย่ี วกบั สถานการณ์ต่าง ๆ รอบตวั ได้
5. เขยี นตัวอักษรจนี ได้ถูกต้องตามหลักการเขยี น
6. มีความรู้ ความเข้าใจ ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของจีนกับ
ภาษาและ วัฒนธรรมของไทย
7. แสวงหาความรู้ รวบรวมขอ้ มลู ทีใ่ ชใ้ นชวี ิตประจาวันได้
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรยี นรู้
239
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
จ23201 ฟงั พดู ภาษาจนี เพือ่ การสอื่ สาร 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ
ศึกษาพยัญชนะ สระ ที่ซับซ้อนขึ้น การเรียงลาดับรูปประโยคข้ันพ้ืนฐาน คาศัพท์และรูปประโยคท่ี
เกี่ยวกับชีวิตประจาวัน การส่ือสารในชีวิตประจาวัน เรื่อง การบอกจานวน วัน/เดือน/ปี ความสัมพันธ์ของ
คนในครอบครวั ประเทศและการบอกเชือ้ ชาติ การแสดงความเป็นเจา้ ของส่ิงของต่าง ๆ การเขียนตัวอักษร
จนี ที่ยากข้ึนไดถ้ ูกตอ้ งตามลาดบั การเขยี นขีดตัวอักษรจนี
โดยใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน กระบวนการวิเคราะห์ กระบวนการปฏิบัติ และการจัดการ
เรียนรู้ในรูปแบบแบบการใชค้ าถาม มุ่งพัฒนากระบวนการทางความคิดของผู้เรียน โดยใช้คาถามในลักษณะ
ต่าง ๆ ท่ีสามารถพัฒนาความคิดผู้เรียน ให้ผู้เรียนใช้ความคิดเชิงเหตุผล วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ หรือ
การประเมินคา่ เพอื่ ตอบคาถาม
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้ภาษาทั้งการอ่านออกเสียง คา ประโยค
บทสนทนา บทเพลง และข้อความส้ัน ๆ ได้ถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง เข้าใจตีความประโยค
สามารถใช้รูปประโยคและการส่ือสารภาษาจีนในระดับที่ซับซ้อนขึ้น เข้าใจรูปแบบพฤติกรรมและการใช้
ถ้อยคาสานวนในการติดต่อปฏิสัมพันธ์ตามวัฒนธรรมเจ้าของภาษา เรียนรู้วัฒนธรรมขนบธรรมเนียม
ประเพณี เทศกาล งานฉลองของเจ้าของภาษา และมีความรู้พ้ืนฐานภาษาจีนที่ดีในการศึกษาภาษาจีนขั้น
กลางต่อไป
ผลการเรียนรู้
1. เขา้ ใจการประสมสทั อักษรพินอิน เร่ืองสระท่ีซบั ซ้อนขึ้น
2. ความแตกตา่ งในการเรียงลาดบั รปู ประโยค
3. สนทนาโตต้ อบตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในชวี ิตประจาวนั ได้
4. พดู และเขียนเกยี่ วกบั สถานการณ์ตา่ ง ๆ รอบตวั ได้
5. เขียนตัวอักษรจีนได้ถูกต้องตามหลกั การเขียน
6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ความเหมอื น ความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของจีน
กับภาษาและวัฒนธรรมของไทย
7. แสวงหาความรู้ รวบรวมขอ้ มลู ทใี่ ช้ในชวี ิตประจาวนั ได้
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้
240
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
แนวการเขียนการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียน แยกเป็น 3 กิจกรรม ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไดแ้ ก่
1. กิจกรรมแนะแนว
2. กิจกรรมนักเรียน
3. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
ในแต่ละกิจกรรมให้ระบุแนวการจัดกิจกรรม เวลาการจัดกิจกรรม และแนวทางการประเมิน
กจิ กรรมทโ่ี รงเรยี นกาหนด
1. กจิ กรรมแนะแนว เป็นกจิ กรรมส่งเสรมิ และพฒั นาผูเ้ รยี นให้ได้ค้นพบความถนดั ความสามารถ
ความสนใจของตนเอง มีความรักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน รู้จักการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูล
ข่าวสาร แหลง่ เรยี นรู้ ทั้งทางด้านการศกึ ษา ด้านการประกอบอาชีพ ด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ การปรับตัว
ให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข กิจกรรมต่าง ๆ ของงานแนะแนว จะช่วยเสริมสร้างให้เกิดการคิด
สร้างสรรค์อย่างเปน็ ระบบ มีเจตคติทดี่ ตี ่อสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตนเอง เกิดคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึก
รบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั สงั คมและประเทศชาตโิ ดยรวม
1.1 แนวการจดั กจิ กรรมแนะแนว
1) กจิ กรรมแนะแนวด้านการศึกษา
เป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้แก่นักเรียน ในด้านการวางแผนการเรียน วิธีการและ
ทกั ษะการเรยี นรูท้ ่มี ปี ระสิทธภิ าพ แนวทางการศกึ ษาตอ่ ในระดบั ทส่ี ูงขนึ้ ท่เี หมาะสมแกต่ นเอง
2) กจิ กรรมแนะแนวด้านการงานอาชพี
เปน็ กจิ กรรมที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในโลกของอาชีพที่หลากหลาย
มีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ สุจริต มีการเตรียมตนเองสู่อาชีพที่เป็นความคาดหวัง ความต้องการ ความถนัดของ
ตนเอง
3) กิจกรรมแนะแนวด้านชีวิตและสังคม
เป็นกิจกรรมท่ีพัฒนาให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเอง เข้าใจตนเอง และผู้อ่ืน มีวุฒิภาวะ
ทางอารมณ์ที่สมบูรณ์ มีทักษะในการดาเนินชีวิต และสามารถปรับตัวให้ดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสขุ
1.2 เวลาในการจดั กจิ กรรม
จัดกจิ กรรมแนะแนว จานวน 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน
1.3 แนวทางการประเมนิ ผลกิจกรรมแนะแนว
1) ขอ้ มลู จากแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียน
2) การประเมินตามสภาพจริง
3) การประเมนิ ตนเอง
4) การประเมินโดยกลุ่มเพอ่ื น
241
5) การสังเกต
6) การสมั ภาษณ์
7) การเขยี นรายงาน
8) เวลาการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
9) อนื่ ๆ
2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้เกิดคุณลักษณะเป็นผู้มีวินัย
รู้จักการประหยัด ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต รจู้ ักการพ่งึ ตนเอง มีความอดทน อดกลั้น เสยี สละเหน็ ประโยชน์ต่อส่วนร่วม
รักความสามคั คี รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ และรู้จกั การอย่รู ว่ มกนั ในระบอบประชาธิปไตย
กิจกรรมนกั เรยี นประกอบดว้ ย
2.1 กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี นักเรียนทกุ คนต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมลูกเสือ- เนตรนารี 20
ชั่วโมงต่อภาคเรียน
แนวการจดั กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี
การดาเนินการสอนกจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี กาหนดให้มีการเปิดประชุมกอง การปฏิบัติ
กิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ เนน้ ความเปน็ ระเบียบวินัย เป็นระบบหมู่ ระบบกอง ระบบกลุ่ม มีการสรุปการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแต่ละคร้ัง ขบวนการต่าง ๆ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการสอน ได้แก่ การ
บรรยาย การสาธิต การอภิปรายกลุ่ม การทางานเป็นกลุ่ม บทบาทสมมติ และการฝึกปฏิบัติบุคคลมือ
เปล่า และฝกึ ปฏิบัติประกอบอาวุธ
แนวทางการประเมนิ ผลกจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี
1. สารวจเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมต่อภาคเรียนต้องไม่ต่ากว่าร้อยละ 80 ของเวลาที่
สถานศึกษากาหนด
2. ต้องผา่ นการทดสอบทงั้ ภาคทฤษฎีและปฏิบัติและต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ากว่า ร้อยละ
50 ของคะแนนเต็ม
3. ตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมการอยคู่ ่ายพักแรมตามทส่ี ถานศึกษากาหนดไว้
2.2 กจิ กรรมชมุ นุม นักเรียนทกุ คนต้องเข้าร่วมกจิ กรรมชุมนุม 15 ชั่วโมงต่อภาคเรียน
แนวทางการจัดกจิ กรรมชุมนุม
1. โรงเรียนจัดทารายละเอียดประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนรับรู้ข้อมูลเก่ียวกับเร่ืองท่ี ควรรู้
ในการเขา้ ร่วมกจิ กรรมชุมนุม ประกอบดว้ ย
- รายชือ่ ชมุ นมุ และวัตถปุ ระสงค์ของชมุ นุมต่าง ๆ ที่เปิดสอน
- จานวนสมาชกิ ในแตล่ ะชมุ นมุ ทีเ่ ปิดรบั ได้
- วธิ กี ารสมคั รเข้าเป็นสมาชกิ ของชุมนุม
- วันเวลาการเปดิ รบั สมาชกิ
- อนื่ ๆ ท่ีควรทราบ
242
2. โรงเรยี นจัดใหน้ กั เรยี นสมคั รเป็นสมาชิกของแตล่ ะชมุ นุม ครู 1 คน ตอ่ สมาชิก 25 คน
3. ครทู ีป่ รึกษาและสมาชิกของชมุ นมุ ร่วมกันจดั ทารายละเอียดของกิจกรรมการเรียนการ
สอนในรูปแบบของโครงการ
4. ครูท่ีปรึกษาและสมาชิกของชุมนุมดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เป็นไป
ตามแผนและกิจกรรมตามท่กี าหนดไว้
5. กิจกรรมชุมนมุ ทุกชุมนมุ ต้องจดั แสดงผลงานของชมุ นมุ ในรูปแบบนิทรรศการ ซ่ึงจัดใน
ภาคเรยี นที่ 2 ของปีการศึกษา
6. เม่ือสิ้นสุดภาคเรียนในแต่ละภาคเรียนให้ครูที่ปรึกษาของชุมนุมทาการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนกจิ กรรมชุมนมุ
แนวทางการประเมินผลกจิ กรรมชมุ นุม
1. สารวจเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม โดยผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ากว่าร้อยละ 80 ของ
เวลาเรียนทั้งหมด
2. ตอ้ งเขา้ รว่ มทากิจกรรมตามจุดประสงค์การเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ และต้องผ่านเกณฑ์การ
ประเมินของจดุ ประสงค์รายข้อ
3. กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้
มีนิสัยรักความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย รักษาสาธารณสมบัติ ประพฤติปฏิบัติตนให้เกิด
ประโยชน์ต่อสว่ นรวม ทาใหส้ งั คมเกิดความเรยี บร้อย
แนวการจดั กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
1. จดั กจิ กรรมส่งเสริมอนุรกั ษ์ส่งิ แวดล้อม
2. จัดกจิ กรรมสง่ เสริมสขุ ภาพอนามัย
3. จัดกจิ กรรมสง่ เสริมด้านปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. จัดกจิ กรรมส่งเสริมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
5. จัดกิจกรรมสง่ เสรมิ ดา้ นศิลปวัฒนธรรม
6. จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านวิชาการและอาชพี
7. จดั กิจกรรมส่งเสรมิ ดา้ นนวตั กรรมและเทคโนโลยี
แนวทางการประเมินผล
นักเรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม 5 ส และกิจกรรมต่าง ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมลูกเสือ -
เนตรนารี และกิจกรรมชุมนุม เวลาเรียนไม่ต่ากว่าร้อยละ 80 ของเวลาท่ีสถานศึกษากาหนด นักเรียนทุก
คนต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมชมุ นุม 15 ชัว่ โมงต่อภาคเรยี น
เกณฑก์ ารจบการศึกษา
กาหนดเกณฑ์การจบการศึกษาของโรงเรียนสายปัญญารังสิต สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
243
เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
1. ผเู้ รยี นเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานและรายวชิ าเพิม่ เติม โดยเปน็ รายวิชาพนื้ ฐาน จานวน
66 หน่วยกิต และรายวิชาเพมิ่ เตมิ ตามท่โี รงเรยี นกาหนด
2. ผเู้ รียนต้องได้หน่วยกติ ตลอดหลกั สตู ร ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกติ โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน
จานวน 66 หน่วยกิต และรายวชิ าเพิ่มเติม ไมน่ อ้ ยกว่า 11 หน่วยกติ
3. ผเู้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขียนในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
4. ผเู้ รยี นต้องมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ในระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด
5. ผ้เู รียนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่
สถานศกึ ษากาหนด
244
เอกสารอ้างองิ
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์และสาระภูมศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนาธรรม
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2561) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 .
กรงุ เทพฯ: โ ชุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2551). หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 .
กรุงเทพฯ: โ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2544). หลกั สตู รการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544 .
กรุงเทพฯ: โ ครุ สุ ภาลาดพร้าว.
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2553). แนวทางการดาเนนิ งานมาตรฐานสากล พุทธศกั ราช 2553.
กรุงเทพฯ: โ ชุมชุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทยจากัด.
สภาพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ. (2549). แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 10.
สานักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2547). ข้อเสนอยทุ ธศาสตรก์ ารปฏิรูปการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: เซ็นจรู ี่.
สานกั นายกรฐั มนตร,ี สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญตั ิการศกึ ษา
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2542. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์องค์การรับส่งสินคา้ และพัสดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สานกั ผ้ตู รวจราชการและติดตามประเมินผล. (2548). การตดิ ตามปญั หาอปุ สรรคการใช้หลกั สตู ร
การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พ.ศ. 2544. บันทึก ท่ี ศธ 0207/ 2692 ลงวนั ที่ 19 กันยายน 2548.
สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2546 ก.). สรปุ ผลการประชุมวิเคราะห์หลกั สูตรการศึกษา
ข้ันพน้ื ฐาน. 27-28 ตุลาคม 2546 โรงแรมตรัง กรงุ เทพฯ. (เอกสารอดั สาเนา).
สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2546 ข.). สรุปความเห็นจากการประชุมเสวนาหลักสูตร
การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน 5 จดุ . พฤศจิกายน 2546 (เอกสารอัดสาเนา).
สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2548 ก). รายงานการวจิ ยั การใชห้ ลักสตู รการศึกษา
ขนั้ พ้นื ฐานตามทัศนะของผู้สอน. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์องค์การรบั สง่ สินค้าและพสั ดุภัณฑ์
(ร.ส.พ.).
สานักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (2548 ข.). รายงานการวิจยั โครงการวิจยั เชิงทดลอง
กระบวนการสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษาแบบอิงมาตรฐาน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรบั สง่
สินคา้ ร.ส.พ.).
สุวิมล วอ่ งวาณิช และ นงลักษณ์ วิรชั ชยั . (2547). การประเมนิ ผลการปฎิรูปการเรยี นรู้ ตาม
พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พหุกรณศี กึ ษา. เอกสารการประชมุ ทาง
วิชาการการวิจยั เกี่ยวกบั การปฏริ ูปการเรียนรู้ โดยสานักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวง
ศึกษาธิการ วนั ท่ี 19- 20 กรกฎาคม 2547.
245
Kittisunthorn, C., (2003). Standards-based curriculum: The first experience of Thai teachers. Doctoral Dissertation,
Jamia Islamia University, Delhi, India.
Nutravong, R., (2002). School-based curriculum decision-making: A study of the Thailand reform experiment.
Doctoral Dissertation, Indiana University, Bloomington. U.S.A.