The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bussayamaspatiew, 2022-09-05 14:54:01

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสายปัญญารังสิต (มัธยมศึกษาตอนต้น)

หลักสูตรสถานศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น

50

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ค22212 คณิตศาสตร์เสรมิ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาและฝึกทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อนั ไดแ้ ก่ การแก้ไขปญั หา การใหเ้ หตุผลการสอื่ สาร

การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่อื มโยงความร้ตู ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และ

เชอื่ มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์ในสาระต่อไปนี้

การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสอง การแยกตวั ประกอบของพหุนามโดยใชส้ มบัติการแจก

แจงการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองตวั แปรเดยี ว การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง ท่เี ป็น

กาลังสองสมบูรณ์การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี องที่เปน็ ผลต่างกาลงั สอง

โดยการจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ในชวี ติ ประจาวันท่ีใกล้ตัวใหผ้ ้เู รียนไดศ้ ึกษา คน้ คว้าฝึก
ทกั ษะโดยการปฏิบตั จิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การแกป้ ญั หา
การให้เหตผุ ล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณด์ า้ นความรู้ ความคิด ทกั ษะและ
กระบวนการท่ไี ด้ ไปใชใ้ นการเรียนรสู้ ิง่ ต่างๆ และใช้ในชีวติ ประจาวันอย่างสร้างสรรค์

เพือ่ ให้เห็นคณุ คา่ และมเี จตคติทดี่ ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มรี ะเบียบ
รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคดิ รเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ และมีความเช่ือม่นั ในตนเอง การวดั
และการประเมินผลใช้วิธที ี่หลากหลายตามสภาพเป็นจริงให้สอดคล้องกบั เน้ือหาและทกั ษะทตี่ ้องการวัด

ผลการเรียนรู้
1. เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนามโดยใช้สมบัติการแจกแจงในการแก้ปัญหา

คณิตศาสตร์
2. เข้าใจและใช้การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองตวั แปรเดยี ว ในการแกป้ ัญหาคณติ ศาสตร์
3. เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เป็นกาลังสองสมบูรณ์ในการแก้ปัญหา

คณติ ศาสตร์
4. เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เป็นผลต่างกาลังสองในการแก้ปัญหา

คณติ ศาสตร์
5. ใช้วธิ กี ารทห่ี ลากหลายแกป้ ญั หา
6. ใช้ความรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง

ๆ ได้อย่างเหมาะสม
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้

51

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ค23203 คณติ ศาสตร์สร้างสรรค์ 5 กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล การ
สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์
และเชือ่ มโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปนี้

กรณฑ์ท่ีสอง สมบัติเกี่ยวกับรากที่สอง การหาผลบวก ผลลบ ผลคูณและผลหารของรากท่ี
สอง การทาส่วนไม่ติดราก เทคนคิ หารากทส่ี องซ้อน เทคนิคหารากอนนั ต์ การแก้สมการและโจทย์ปัญหาติด
ราก

การแยกตัวประกอบพหุนาม การแยกตัวประกอบพหุนามด้วยวิธีผลต่างกาลังสอง วิธีกาลัง
สองสมบรู ณ์วธิ ีผลบวกและผลต่างกาลังสาม การแยกตวั ประกอบดกี รสี งู ด้วยวธิ ตี า่ ง ๆ ได้

สมการกาลังสอง การแก้สมการกาลังสองด้วยวิธีต่าง ๆ และการประยุกต์แก้โจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับสมการกาลังสอง

พาราโบลา สมการพาราโบลารูปแบบต่าง ๆ และการประยุกต์แก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับ
พาราโบลา

การประยกุ ต์พนื้ ที่และปริมาตร สูตรพ้ืนผิวและปรมิ าตรของรูปทรงต่าง ๆ และประยุกต์ใช้
โดยการจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ในชีวติ ประจาวันท่ีใกลต้ ัวใหผ้ ูเ้ รยี นได้ศกึ ษา คน้ ควา้

ฝึกทักษะโดยการปฏิบัตจิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทกั ษะ กระบวนการในการคดิ คานวณ

การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด

ทักษะและกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ นการเรียนร้สู ง่ิ ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรคแ์ ละมีความเชอื่ มัน่ ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้

1. ใช้สมบตั เิ ก่ยี วกบั รากท่ีสอง แกโ้ จทย์ปัญหารากท่ีสองได้

2. สามารถหาผลบวก ผลลบ ผลคูณและผลหาร ของรากทส่ี องได้

3. มีความคดิ รวบยอดเกี่ยวกบั การทาสว่ นไมต่ ิดราก เทคนิคหารากทส่ี องซ้อน และเทคนิคหาราก

อนนั ตไ์ ด้

4. สามารถแก้สมการติดรากที่สองได้

5. สามารถแยกตัวประกอบพหนุ ามด้วยวิธผี ลตา่ งกาลงั สอง และกาลงั สองสมบรู ณ์ได้

6. สามารถแยกตวั ประกอบพหุนามด้วยวิธีผลบวก ผลตา่ งกาลงั สาม และแยกตวั ประกอบดีกรีสูง

52

ด้วยวิธีตา่ งๆได้
7. สามารถแกส้ มการกาลังสอง และโจทย์ปญั หาเกยี่ วกบั สมการกาลังสองได้
8. มคี วามคิดรวบยอดเกี่ยวกับสมการพาราโบลา และสามารถแกโ้ จทย์ปญั หารูปแบบตา่ งๆได้
9. มคี วามคดิ รวบยอดเกีย่ วกับพ้ืนผิวและปริมาตรของรปู ทรงต่างๆ และสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้
10. แกโ้ จทยป์ ญั หารูปแบบต่างๆได้ใชค้ วามรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี

ในการแกป้ ัญหาสถานการณต์ ่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
11. สามารถแสดงเหตผุ ลโดยการอ้างอิงความรู้ ข้อมลู หรือ ขอ้ เทจ็ จรงิ
12. การสร้างแผนภาพ ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสือ่ สาร ส่ือความหมายและ

การเสนอไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งชัดเจนและรัดกุม
13. เช่ือมโยงความรู้เน้ือหาตา่ งๆ ในคณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลกั การ กระบวนการทาง

คณติ ศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกับศาสตร์อน่ื ๆ
14. นาความรูแ้ ละทักษะท่ีไดจ้ ากการเรียนคณติ ศาสตร์ไปประยุกตใ์ นการเรยี นรูส้ ่ิงตา่ งๆ และใน

การดารงชวี ิต
15. มีความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์ในการทางาน
รวมท้งั หมด 15 ผลการเรียนรู้

53

คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม

ค23204 คณิตศาสตร์สร้างสรรค์ 6 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศกึ ษาและฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ อันได้แก่ การแก้ไขปญั หา การให้เหตผุ ล
การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชอ่ื มโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์ และเช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี

การให้เหตผุ ล สมบตั ิ ทฤษฎีบทเก่ยี วกบั รูปสามเหลยี่ มและรปู สีเ่ หล่ยี มในการใหเ้ หตผุ ล สร้าง
และให้เหตผุ ลเกย่ี วกับการสร้างรปู สามเหลยี่ มและรปู สี่เหลี่ยมตามเง่ือนไขท่ีกาหนด

วงกลม สว่ นประกอบต่างๆของวงกลม ทฤษฏบี ทและสมบัตขิ องวงกลม การใหเ้ หตุผลและแก้โจทย์
ปญั หาดว้ ยสมบัตวิ งกลม

ระบบสมการ การแก้ระบบสมการสองตวั แปรทป่ี ระกอบด้วยสมการเชิงเส้นและสมการดีกรสี อง
การแกร้ ะบบสมการสองตวั แปรทปี่ ระกอบด้วยสมการดกี รีสองทัง้ สองสมการ การแก้โจทย์ปญั หาระบบ
สมการสองตวั แปร

เศษสว่ นพหนุ าม การบวก ลบ คูณ และหาร เศษส่วนพหุนาม การแกส้ มการและโจทย์ปัญหา
เศษส่วนพหุนาม

โดยการจัดประสบการณ์หรอื สร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันทใี่ กลต้ ัวใหผ้ ูเ้ รียนได้ศกึ ษา คน้ คว้า
ฝกึ ทกั ษะโดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคานวณ การ
แกป้ ญั หา การให้เหตผุ ล การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด
ทกั ษะและกระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใชใ้ นชีวิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์

เพอ่ื ให้เห็นคณุ ค่าและมีเจตคติทีด่ ีตอ่ คณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อยา่ งเป็นระบบ มีระเบยี บ
รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ มีความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรคแ์ ละมีความเชื่อม่ันในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
1. ใชส้ มบตั ิหรอื ทฤษฎบี ทเกย่ี วกบั รูปสามเหลีย่ ม และรูปสี่เหลีย่ มในการใหเ้ หตุผลได้
2. สร้างและให้เหตผุ ลเกยี่ วกับการสร้างรูปสามเหลี่ยม และรูปสเ่ี หลย่ี มตามเง่ือนไขท่ีกาหนดได้
3. ระบุสว่ นตา่ งๆ ทีก่ าหนดใหเ้ กย่ี วกบั วงกลมได้
4. นาทฤษฏีบทและสมบัติของวงกลม ไปใช้ในการให้เหตุผลและแกโ้ จทยป์ ัญหาได้
5. แก้ระบบสมการสองตวั แปรท่ปี ระกอบดว้ ยสมการเชงิ เส้นและสมการดีกรสี องท่กี าหนดให้ได้
6. แก้ระบบสมการสองตัวแปรท่ปี ระกอบด้วยสมการดีกรีสอง ทง้ั สองสมการที่กาหนดให้ได้
7. แก้โจทย์ปัญหาระบบสมการสองตวั แปร พร้อมตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผลของคาตอบที่ได้
8. บวก ลบ คณู และหาร เศษสว่ นพหนุ ามได้
9. แก้สมการและโจทยป์ ัญหา เศษส่วนพหนุ าม พร้อมตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผลของคาตอบได้

54

10. แก้โจทย์ปญั หารปู แบบต่างๆไดใ้ ชค้ วามรู้ ทักษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีใน
การแก้ปัญหาสถานการณต์ ่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
11. สามารถแสดงเหตผุ ลโดยการอา้ งอิงความรู้ ข้อมลู หรอื ขอ้ เท็จจริง
12. การสร้างแผนภาพ ใช้ภาษาและสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตรใ์ นการสอ่ื สาร สือ่ ความหมายและการ
เสนอได้อยา่ งถูกต้องชัดเจนและรัดกุม
13. เชือ่ มโยงความรูเ้ นื้อหาต่างๆ ในคณติ ศาสตร์และนาความรู้ หลกั การ กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตร์อนื่ ๆ
14. นาความรู้และทกั ษะที่ได้จากการเรยี นคณิตศาสตรไ์ ปประยกุ ต์ในการเรยี นรู้สง่ิ ต่างๆ และในการ
ดารงชีวิต
15. มคี วามคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรคใ์ นการทางาน
รวมทงั้ หมด 15 ผลการเรยี นรู้

55

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม

ค23210 คณติ ศาสตร์เสรมิ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ
สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์
และเชื่อมโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตร์อ่ืน ๆ และมคี วามคดิ สรา้ งสรรคใ์ นสาระตอ่ ไปนี้

การแยกตัวประกอบพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสอง การแยกตัวประกอบพหุนามที่อยู่ในรูป
ผลบวกและผลต่างกาลังสาม การแยกตัวประกอบพหนุ ามทม่ี ดี ีกรสี งู กว่าสาม

กราฟของฟังก์ชนั กาลงั สอง แนะนาฟังก์ชันสมการกาลงั สอง กราฟของฟงั กช์ ันกาลังสอง
โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์
ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการ
ส่ือสาร การสื่อความหมายและการนาเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์
และนาความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอ่ื มโยงกบั ศาสตร์อนื่ ๆ
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งมั่นในการทางาน รู้
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นใน
ตนเองและใชใ้ นชีวติ ประจาวันอย่างสร้างสรรค์

ผลการเรยี นรู้
1. เข้าใจและสามารถแยกตัวประกอบพหุนามท่ีมีดีกรีต่ากว่าสองและพหุนามดีกรีสองในการ
แกป้ ญั หาคณิตศาสตร์
2. เขา้ ใจและสามารถแยกตวั ประกอบพหนุ ามที่อยู่ในรปู ผลบวกและผลตา่ งกาลงั สาม
3. เข้าใจและสามารถแยกตัวประกอบพหนุ ามที่มีดกี รสี งู กวา่ สาม
4. เขา้ ใจและใช้การแยกตัวประกอบพหุนามทม่ี ีดีกรีสงู กวา่ สองในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์
5. เขา้ ใจและสามารถเขียนกราฟฟงั กส์ องชันกาลัง
6. เขา้ ใจและใช้ความรูเ้ ก่ียวกบั ฟังกช์ นั กาลังสองในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

56

คาอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ค23211 คณติ ศาสตรเ์ สริม 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศกึ ษาคน้ คว้า ฝึกทักษะ/กระบวน และมีความคิดรวบยอดในเรอื่ งการเกย่ี วกับเร่ืองดังตอ่ ไปน้ี
วงกลม มมุ ทจ่ี ุดศนู ย์กลางและมมุ ในสว่ นโค้งของวงกลม คอรด์ ของวงกลม เสน้ สมั ผัสวงกลม
อัตราส่วนตรีโกณมิติ ความหมายของอัตราส่วนตรีโกณมิติ อัตราส่วนตรีโกณมิติของมุมแหลม
การนาอัตราสว่ นตรีโกณมติ ิไปใช้ในการแก้ปญั หา
โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและ
สรุปผลได้อยา่ งเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และ
การนาเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเช่ือมโยงกับศาสตร์อ่ืนๆ และมคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ

รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเช่ือมั่นในตนเอง การวัด

และการประเมินผลใชว้ ธิ ีที่หลากหลายตามสภาพเป็นจรงิ ใหส้ อดคล้องกับเน้อื หาและทกั ษะทีต่ ้องการวัด

ผลการเรยี นรู้
1. เขา้ ใจและใชท้ ฤษฎีบทเกยี่ วกบั วงกลมในการแกป้ ญหาคณิตศาสตร์
2. เข้าใจและใช้ความรูเ้ กยี่ วกบั อัตราสว่ นตรีโกณมติ ใิ นการแกป้ ญหาคณติ ศาสตร์และปญหา
ในชีวติ จรงิ

รวมทั้งหมด 2 ผลการเรียนรู้

57

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ค23212 คณติ ศาสตร์สร้างเสริม 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทาง
คณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และมีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปน้ี

จานวนเตม็ จานวนเต็มบวก จานวนเต็มลบ จานวนเต็มศูนย์ การเปรียบเทียบจานวนเต็ม การบวก
ลบ คูณ และหารจานวนเต็ม สมบตั ิของจานวนเต็มและการนาไปใช้

ทศนยิ มและเศษส่วน คา่ ประจาจาตาแหน่งของทศนิยม การเปรยี บเทยี บทศนิยมและเศษส่วน การ
บวก ลบ คูณ และหารทศนยิ มและเศษสว่ น แก้โจทย์ปัญหาทศนิยมและเศษส่วน การเปลี่ยนทศนิยมซ้าเป็น
เศษส่วน และการเปลยี่ นเศษส่วนเป็นทศนยิ มซา้

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คุณสมบัติของการเท่ากัน การหาคาตอบของสมการเชิงเส้นตัวแปร
เดยี ว การแกส้ มการและโจทยป์ ัญหาสมการ

พ้ืนท่ีผิวและปริมาตร พ้ืนท่ีผิวและปริมาตรของปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลม
โจทยป์ ัญญหาเก่ียวกบั การหาพื้นทีแ่ ละปริมาตร สมบตั ิของรูปสามเหลี่ยมคลา้ ยและการนาไปใช้

โดยจัดประสบการณ์กิจกรรมหรือโจทย์ปัญหาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ในการคิดคานวณ การให้เหตุผล การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การส่ือความหมาย
และการนาเสนอ โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ลประกอบ การตัดสนิ ใจและสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
ในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนาเสนอได้อย่างถูกต้องชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ใน
คณิตศาสตรแ์ ละนาความรู้ หลกั การ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งมั่นในการทางาน
สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมั่นใน
ตนเองและใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อย่างสร้างสรรค์

ผลการเรียนรู้
1. หาผลรบั ของการบวก ลบ คณู หาร จานวนเตม็ ได้

58

2. สามารถแก้โจทย์ปญั ญหาการบวก ลบ คณู หาร จานวนเต็มได้
3. นาความร้เู ก่ยี วกบั เศษสว่ นและทศนยิ มไปใชแ้ กโ้ จทย์ปญั หาได้
4. ใช้ความรู้ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์

ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
5. เขยี นสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวจากสถานการณ์หรอื ปัญหาอย่างงา่ ย
6. แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวอย่างง่าย พร้อมตระหนักถึงความสมเหตุสมผล

ของคาตอบ
7. สามารถนาความรกู้ ารหาพนื้ ทีร่ ูปหลายเหล่ยี มมาใชใ้ นการแก้ปญั หาได้อย่างถูกต้อง
8. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การส่ือความหมายและการนาเสนอได้อย่าง

ถกู ต้องและชดั เจน

รวมทง้ั หมด 8 ผลการเรยี นรู้

59

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ค23213 คณติ ศาสตรส์ รา้ งเสรมิ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ
ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์
และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ในสาระต่อไปน้ี

จานวนและการดาเนินการ เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนใน
ชีวิตจริงเข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดาเนินการต่างๆ
และสามารถใช้การดาเนินการในการแกป้ ัญหาได้

การวดั ใช้ความรูเ้ กย่ี วกบั พื้นที่ พ้ืนที่ผวิ และปรมิ าตรในการแกป้ ัญหา
เรขาคณิต ใช้ความรู้เก่ียวกับลักษณะและสมบัติของปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรง
กลม และสมบัตขิ องรูปสามเหล่ียมคลา้ ยกบั การนาไปใช้
พีชคณิต ใช้ความรู้เกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งตระหนักถึงความ
สมเหตุสมผลของคาตอบ แก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร และนาไปใช้แก้ปัญหา พร้อมท้ังตระหนักถึง
ความสมเหตสุ มผลของคาตอบ เขียนกราฟแสดงความเกี่ยวข้องระหว่างปริมาณสองชุดท่ีมีความสัมพันธ์เชิง
เสน้ อ่านและแปลความหมาย กราฟของระบบสมการเชงิ เสน้ สองตัวแปร และกราฟอืน่ ๆ
การวเิ คราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น กาหนดประเด็น และเขียนข้อคาถามเกี่ยวกับปัญหาหรือ
สถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งกาหนดวิธีการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูลท่ีเหมาะสม หาค่าเฉล่ียเลขคณิต
มัธยฐาน และฐานนิยมของข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงความถ่ี และเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม หาความน่าจะเป็น
ของเหตุการณ์จากการทดลองสุ่มท่ีผลแต่ละตัวมีโอกาสเกิดขึ้นเท่าๆกัน และใช้ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะ
เป็นในการคาดการณ์ได้อยา่ งสมเหตสุ มผล
โดยใชก้ ระบวนการการจัดประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ในชวี ิตประจาวนั ทใ่ี กล้ตัวให้ผู้เรียนได้
ศึกษา ค้นคว้าฝึกทักษะโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิด
คานวณ การแก้ปัญหาการให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้
ความคดิ ทกั ษะและกระบวนการทไี่ ด้ไปใชใ้ นการเรยี นรู้ สง่ิ ต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวันอย่างสร้างสรรค์
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งม่ันในการทางาน
อยา่ งมีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย์ มวี จิ ารณญาณ รจู้ ักนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชีวติ ได้อย่างพอเพียง
รวมท้ังมีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ คณิตศาสตร์

ผลการเรยี นรู้
1. มีความคดิ รวบยอดเก่ียวกับจานวนจริง มีความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วน ร้อยละ เลข

ยกกาลังที่มีเลขช้ีกาลังเป็นจานวนเต็ม รากท่ีสองและรากที่สามของจานวนจริง สามารถดาเนินการ

60

เก่ียวกับจานวนเต็ม เศษส่วน ทศนิยม เลขยกกาลัง รากที่สอง และรากที่สามของจานวนจริง ใช้การ
ประมาณค่าในการดาเนนิ การและแก้ปญั หานาความรู้เกย่ี วกบั จานวนไปใชใ้ นชีวิตจริงได้

2. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับพ้ืนท่ีผิวของปริซึม ทรงกระบอก และปริมาตรของปริซึม
ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม เลือกใช้หน่วยต่างๆเก่ียวกับความยาว พื้นที่ และปริมาตรได้
อย่างเหมาะสม พรอ้ มท้ังสามารถนาความร้เู ก่ยี วกับการวดั ไปใช้

3. สามารถสรา้ งและอธิบายขัน้ ตอนการสรา้ งรปู เรขาคณิตสองมติ โิ ดยใชว้ งเวียนและสันตรง อธิบาย
ลักษณะและสมบัติของรูปเรขาคณิตสามมิติได้แก่ ปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได้
สามารถนกึ ภาพและอธบิ ายลักษณะของ รูปเรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมติ ิ

4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของการเท่ากันทุกประการและความคล้ายรูปสามเหลี่ยม
เส้นขนาน ทฤษฎีบทพีทากอรัสและมีความเข้าใจเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิต ในเรื่องของการขนาน
การสะทอ้ น และการหมนุ

5. สามารถวิเคราะห์และอธบิ ายความสมั พนั ธข์ องแบบรูป สถานการณ์หรือปัญหา และสามารถใช้
สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร อสมการเชิงเส้น ตัวแปรเดียว และกราฟใน
การแก้ปัญหา

6. เขา้ ใจค่ากลางของข้อมูลในเรือ่ งค่าเฉลยี่ เลขคณิตมัธยฐาน และฐานนิยมของข้อมูลที่ยังไม่ได้แจก
แจงความถี่ และเลอื กใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมท้ังใช้ความรู้ในการพจิ ารณาขอ้ มลู ข่าวสารทางสถิติ

7. เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่มเหตุการณ์ และความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ สามารถใช้ความรู้
เก่ียวกบั ความน่าจะเปน็ ในการคาดการณ์และประกอบการตัดสนิ ใจในสถานการณต์ ่างๆได้
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้

61

คาอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม

ค23214 คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 5 กล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อันได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ
ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์
และเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ และมคี วามคดิ สร้างสรรค์ในสาระตอ่ ไปน้ี

กรณฑ์ท่ีสอง สมบัติของกรณฑ์ที่สอง การดาเนินการของจานวนจริงซ่ึงเก่ียวกับกรณฑ์ท่ีสอง
และการนาไปใช้

การแยกตวั ประกอบ ทบทวนการแยกตวั ประกอบโดยสูตรกาลังสองสมบรู ณ์และผลต่างกาลัง

สอง ทบทวนการแยกตวั ประกอบโดยใชส้ ตู ร x = √ การแยกตัวประกอบด้วยวิธีการกาลัง

สองสมบรู ณ์ การหารสงั เคราะห์

การหาคาตอบของพหุนาม การหาคาตอบของพหุนามดีกรีสองและดีกรีที่มากกว่าสอง

ประยุกต์ปริมาตรและพื้นที่ผิว ปริมาตรและพื้นท่ีผิวของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด
กรวยและทรงกลม การนาไปใช้

โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์

ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล

ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการ

ส่ือสาร การส่ือความหมายและการนาเสนอไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งชัดเจน เชื่อมโยงความรตู้ า่ งๆ ในคณิตศาสตร์และ

นาความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตรไ์ ปเชื่อมโยงกบั ศาสตร์อื่นๆ

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งมั่นในการทางาน รู้

สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีวินัย มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีวิจารณญาณและมีความเช่ือมั่นใน

ตนเองและใช้ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์

ผลการเรียนรู้
1. เขา้ ใจสมบัตขิ องกรณฑ์ที่สอง
2. สามารถใชส้ มบัติ √ เมอ่ื a 0 ในการแกป้ ัญหาได้
3. บวก ลบ คณู และหารจานวนจริงซ่ึงเก่ียวกับกรณฑ์ทส่ี องทก่ี าหนดให้ได้
4. นาความรู้เกย่ี วกับกรณฑท์ ส่ี องไปใชแ้ กป้ ญั หาได้

62

5. แยกตัวประกอบของพหุนามดกี รีสองโดยวธิ ที าเป็นกาลงั สองสมบรู ณ์ได้
6. แยกตวั ประกอบของพหนุ ามโดยวิธที าเป็นกาลงั สามสมบรู ณ์ได้
7. แยกตวั ประกอบพหุนามดีกรีสองโดยการหารสังเคราะห์ได้
8. สามารถหาคาตอบของพหนุ ามได้
9. นาความรู้ปริมาตรและพื้นท่ีผิวของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม ไปใช้ใน

การแกป้ ัญหา
10. สามารถหาปริมาตรของพีระมดิ ยอดตดั และกรวยยอดตดั ได้
11. สามารถหาความหนาแนน่ ได้

รวมท้งั หมด 9 ผลการเรยี นรู้

63

คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม

ค23215 คณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ 6 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศกึ ษาคน้ ควา้ ฝกึ ทักษะ/กระบวนการ และมีความคดิ รวบยอดในเรื่องการเกยี่ วกบั เรื่องดังต่อไปน้ี
การใหเ้ หตุผลเกย่ี วกบั รปู สามเหลีย่ มและรปู ส่ีเหลย่ี ม ความรูพ้ ื้นฐานเกีย่ วกบั การให้เหตผุ ลทาง
เรขาคณิต ทฤษฎีเกีย่ วกับรูปสามเหล่ียมและรปู สี่เหล่ยี ม
ระบบสมการ ระบบสมการที่ประกอบดว้ ยสมการเชงิ เสน้ และสมการดีกรีสอง ระบบสมการท่ี
ประกอบด้วยสมการดีกรีสองทงั้ สองสมการ
เศษส่วนของพหุนาม การดาเนินการของเศษส่วนของพหุนาม การแก้สมการเศษส่วนของพหุ
นามและโจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั เศษส่วนของพหุนาม
โดยใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและ
สรปุ ผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสื่อความหมาย และ
การนาเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเชอื่ มโยงกบั ศาสตร์อนื่ ๆ และมีความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ

รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และมีความเชื่อมั่นในตนเอง การวัด

และการประเมินผลใช้วธิ ีทห่ี ลากหลายตามสภาพเป็นจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เนื้อหาและทักษะท่ตี ้องการวดั

ผลการเรยี นรู้
1. แกร้ ะบบสมการสองตัวแปรท่ปี ระกอบดว้ ยสมการเชงิ เสน้ และสมการดกี รสี องท่ีกาหนดให้ได้
2. แก้ระบบสมการสองตัวแปรท่ปี ระกอบด้วยสมการดกี รสี อง ทัง้ สองสมการทก่ี าหนดให้ได้
3. แก้โจทยป์ ญั หาระบบสมการสองตวั แปร พรอ้ มตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคาตอบที่ได้
4. หาปรมิ าตรและพืน้ ท่ผี ิวของปริซมึ ทรงกระบอก พีระมดิ กรวยและทรงกลมได้
5. แก้ปัญหาหรือสถานการณที่กาหนดให้โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวและปริมาตรได้พร้อม

ตระหนักถงึ ความสมเหตุสมผลของคาตอบที่ได้
6. บวก ลบ คณู และหาร เศษสว่ นพหุนามได้
7. แก้สมการและโจทย์ปัญหา เศษส่วนพหุนาม พร้อมตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ

ได้
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรยี นรู้

64

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

I20201 การสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ กระบวนการจดั ทาโครงงานคณติ ศาสตรฉ์ บับสมบูรณ์
ศึกษา วิเคราะห์ ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ ประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ การ
กาหนดปัญหา สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตามและตัวแปรควบคุม การออกแบบการจัดทาโครงงานและ
การเขียนเค้าโครงงานการเขยี นรายงานและการนาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันท่ีใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า
โดยการปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา
การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ความคิดทักษะ
กระบวนการ ทไี่ ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใช้ในชีวติ ประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมทง้ั เห็นคุณค่าและ
มีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ และมีความเช่ือม่ันในตนเอง การวดั และประเมนิ ผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็น
จริงให้สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาและทักษะที่ต้องการวัด
เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ

รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเช่ือม่ันในตนเอง การวัด

และการประเมนิ ผลใชว้ ิธีท่ีหลากหลายตามสภาพเป็นจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาและทักษะท่ีต้องการวดั

ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายและประเภทของโรงงานคณติ ศาสตร์ได้
2. กาหนดปญั หา สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตวั แปรตามและตวั แปรควบคุมได้
3. ออกแบบการจดั ทาโครงงานและเขียนเคา้ โครงคณิตศาสตรไ์ ด้
4. บอกขนั้ ตอนการทาโครงงานคณิตศาสตรไ์ ด้
5. เขียนรายงานโครงงานคณติ ศาสตร์ได้
6. นาเสนอโครงงานคณิตศาสตรไ์ ด้

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้

65

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เติม

I20202 การสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS2) กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษา วเิ คราะห์ กระบวนการจัดทาโครงงานคณติ ศาสตรฉ์ บบั สมบูรณ์
ศึกษา วิเคราะห์ ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ ประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ การ
กาหนดปัญหา สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตามและตัวแปรควบคุม การออกแบบการจัดทาโครงงานและ
การเขียนเคา้ โครงงานการเขยี นรายงานและการนาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษ าค้นคว้า
โดยการปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา
การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ความคิดทักษะ
กระบวนการ ทไี่ ดไ้ ปใชใ้ นการเรียนรู้ส่ิงตา่ ง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่าและ
มีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณ และมีความเช่อื ม่ันในตนเอง การวดั และประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็น
จริงให้สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาและทกั ษะที่ต้องการวัด
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ

รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และมีความเชื่อมั่นในตนเอง การวัด

และการประเมนิ ผลใชว้ ิธีท่ีหลากหลายตามสภาพเป็นจริงให้สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาและทกั ษะที่ต้องการวัด

ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายและประเภทของโรงงานคณิตศาสตร์ได้
2. กาหนดปญั หา สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตวั แปรตามและตวั แปรควบคุมได้
3. ออกแบบการจดั ทาโครงงานและเขยี นเคา้ โครงคณิตศาสตรไ์ ด้
4. บอกขนั้ ตอนการทาโครงงานคณิตศาสตรไ์ ด้
5. เขียนรายงานโครงงานคณติ ศาสตร์ได้
6. นาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ได้

รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้

66

รายวชิ าพืน้ ฐานและเพ่ิมเติม
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

รายวิชาพ้นื ฐาน

ว21101 วิทยาศาสตร์ 1 จานวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกติ
1.5 หนว่ ยกิต
ว21102 วทิ ยาศาสตร์ 2 จานวน 60 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
0.5 หน่วยกิต
ว21103 เทคโนโลยี(วทิ ยาการคานวณ 1) จานวน 20 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
1.5 หน่วยกิต
ว21104 เทคโนโลยี(การออกแบบและเทคโนโลยี 1) จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
0.5 หน่วยกิต
ว22101 วทิ ยาศาสตร์ 3 จานวน 60 ช่วั โมง 1.5 หนว่ ยกติ
1.5 หน่วยกติ
ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 จานวน 60 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
0.5 หนว่ ยกติ
ว22103 เทคโนโลยี(วิทยาการคานวณ 2) จานวน 20 ชั่วโมง

ว22104 เทคโนโลยี(การออกแบบและเทคโนโลยี 2) จานวน 20 ชั่วโมง

ว23101 วิทยาศาสตร์ 5 จานวน 60 ชั่วโมง

ว23102 วิทยาศาสตร์ 6 จานวน 60 ชว่ั โมง

ว23103 เทคโนโลยี(วิทยาการคานวณ 3) จานวน 20 ชั่วโมง

ว23104 เทคโนโลยี(การออกแบบและเทคโนโลยี 3) จานวน 20 ช่ัวโมง

รายวชิ าเพ่ิมเติม จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว21202 วทิ ยาศาสตร์น่ารู้ 2 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว21207 ของเล่นเชงิ วทิ ยาศาสตร์ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว21208 วทิ ยาศาสตรก์ ับความงาม จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว21209 ชวี วิทยา 1 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว21210 ชีววทิ ยา 2 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว21211 การพัฒนาซอฟตแ์ วร์ 1 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ว21212 การนาเสนอสื่อผสม จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว21214 การพฒั นาเกมคอมพิวเตอร์เบ้ืองตน้ จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว21215 ออกแบบสื่อสร้างสรรค์ 1 จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
ว21216 ออกแบบสื่อสร้างสรรค์ 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว21217 ซ่อมคอมพวิ เตอรเ์ บ้ืองต้น จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว21218 ระบบหุ่นยนต์พ้นื ฐาน จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว22201 สารเคมีในชวี ติ ประจาวนั 1

67

ว22202 อาหารและยา จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว22208 เคมี 1 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ว22209 เคมี 2 จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว22210 การพฒั นาซอฟต์แวร์ 2 จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกติ
ว22211 คอมพิวเตอร์เพ่อื งานธุรกจิ จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ
ว22214 การพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว22215 กราฟฟกิ ดีไซน์ 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว22216 การพัฒนาเกมคอมพวิ เตอร์ 2 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว22217 กราฟกิ ดไี ซน์ 2 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
ว22218 หุ่นยนต์อตั โนมตั ิ จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ
I20201 การศึกษาคนควาและสรางองคความรู จานวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต
I20202 การสื่อสารและการนาเสนอ จานวน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
ว23201 วทิ ยาศาสตรสิง่ แวดลอม 1 จานวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกติ
ว23202 วทิ ยาศาสตร์สิ่งแวดลอ้ ม 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว23208 ฟิสิกส์ 1 จานวน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกิต
ว23209 ฟิสิกส์ 2 จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ว23210 การพัฒนาซอฟต์แวร์ 3 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ว23211 การสรา้ งสรรค์งานด้วยแอปพลิเคชัน จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ว23217 เทคนคิ คอมพิวเตอร์ 1 จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกิต
ว23218 เทคนคิ คอมพวิ เตอร์ 2 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกติ

68

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว21101 วิทยาศาสตร 1 กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห ความหมายของวทิ ยาศาสตร ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ลักษณะสาคัญ

ของนักวทิ ยาศาสตร เคร่ืองมือและอปุ กรณวทิ ยาศาสตร ผลของวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ศกึ ษาเก่ียวกบั

สารรอบตัว สมบัติของสาร การจาแนกสารดวยสถานะ เนอื้ สาร และขนาดอนุภาคของสาร การเปลีย่ นแปลง

ของสาร สารบริสทุ ธแ์ิ ละสารผสม สมบัติของสารบรสิ ุทธิ์และสารผสม การใชความรูทางเคมใี หเปนประโยชน

ตอการเลือกใชสารเคมใี นชวี ติ ประจาวันไดอยางเหมาะสมและปลอดภยั การศึกษาชวี วทิ ยาโดยอาศัยวธิ กี าร

ทางวิทยาศาสตร ศึกษาประเภท โครงสรางและหนาที่ของสวนประกอบภายในเซลลสง่ิ มีชวี ติ ดวยกลองจลุ

ทรรศน กระบวนการลาเลียงสารเขาและออกจากเซลลดวยวธิ กี ารแพร และการออสโมซสิ การดารงชวี ิตของ

พชื กระบวนการสังเคราะหดวยแสง การลาเลยี งสารในพืช การเจรญิ เติบโตของพืช การสบื พนั ธุของพืช และ

เทคโนโลยีชีวภาพของพชื

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสารวจตรวจสอบ การสบื คนขอมู

ลและการอภิปราย

เพอื่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสื่อสารสงิ่ ทีเ่ รยี นรู มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ

นาความรูไปใชในชีวิตประจาวัน มจี ิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ว 1.2 ม.1/1 - ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1 - ม.1/10
รวมท้ังหมด 28 ตวั ช้ีวดั

69

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

ว21102 วิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ ผลของความร้อนท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงของ

สาร อุณหภูมิ ความร้อน การถ่ายโอนพลังงานความร้อน แสงและการดูดกลืน การคายความร้อน สมดุล

ความร้อน ช้ันบรรยากาศ องค์ประกอบของอากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตย์ต่อบรรยากาศ การแบ่งช้ัน

บรรยากาศ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ พายุฟ้าคะนอง ความกดอากาศ มรสุม

การเกิดเมฆ ฝน ลม การพยากรณ์อากาศ มลพิษทางอากาศ ปจั จยั และผลกระทบท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลง

อุณหภูมิของโลกและภาวะโลกร้อนปรากฏการณ์ต่างๆท่ีเกิดตามธรรมชาติส่งผลต่อการดารงชีวิตของ

สง่ิ มชี ีวิต

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล

และการอภปิ ราย

เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ

นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวนั มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม

รหัสตัวช้ีวัด
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1 – ม.1/7
ว 3.2 ม.1/1 – ม.1/7
รวมทั้งหมด 15 ตัวช้ีวดั

70

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ว21103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 1) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะที่จาเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอนการ

แก้ปญั หา การเขยี นรหัสลาลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้งานตัว

แปร เงือ่ นไข และการวนซ้า เพอ่ื แก้ปญั หาทางคณติ ศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การ

ประมวลผลข้อมลู การสร้างทางเลือกและประเมนิ ผลเพอ่ื ตัดสนิ ใจ ซอฟต์แวร์และบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้

ในการจัดการข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอัตลักษณ์ การ

พจิ ารณาความเหมาะสมของเน้อื หา ข้อตกลงและข้อกาหนดการใช้สื่อและแหล่งข้อมลู

นาแนวคิดเชิงนามธรรมและข้ันตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือการ

แกป้ ญั หาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตดั สนิ ใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตระหนกั ถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไม่สร้าง

ความเสยี หายให้แก่ผู้อนื่

รหสั ตวั ช้ีวัด
ว 4.2 ม.1/1 - ม.1/4
รวมทั้งหมด 4 ตัวชี้วัด

71

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว21104 เทคโนโลยี(ออกแบบและเทคโนโลยี 1) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษาแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีในชวี ติ ประจาวัน วเิ คราะหส์ าเหตหุ รอื ปจั จัยท่ีส่งผลตอ่ การ

เปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี ระบปุ ญั หาหรอื ความต้องการในชีวติ ประจาวัน รวบรวม วิเคราะหข์ ้อมลู

แนวคดิ ท่ีเกยี่ วข้องกับปญั หา การออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา ตัดสินใจเลือกข้อมูลท่จี าเปน็ นาเสนอแนวทาง

การแกป้ ัญหาใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจ วางแผน ดาเนินการแก้ปญั หา ด้วยการทดสอบ ประเมนิ ผล ระบขุ ้อบกพรอ่ งท่ี

เกิดขนึ้ พร้อมท้ังหาแนวทางการปรบั ปรงุ แก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปญั หา เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์

เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ หรืออิเลก็ ทรอนิกส์เพ่ือแก้ปญั หาได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัย

โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรโู้ ดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem – based Learning) และการเรยี นรู้

แบบใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เนน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นไดล้ งมือปฏบิ ตั ิ ฝึกทักษะการคดิ

เผชิญสถานการณ์การแกป้ ัญหาวางแผนการเรยี นรู้ และนาเสนอผา่ นการทากิจกรรมโครงงาน

เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความสมั พนั ธ์ของความรวู้ ทิ ยาศาสตรท์ ่ีมีผลต่อการพัฒนา

เทคโนโลยปี ระเภทต่าง ๆ และการพฒั นาเทคโนโลยที ่ีสง่ ผลใหม้ ีการคิดคน้ ความรทู้ างวิทยาศาสตร์ท่ีก้าวหน้า

ผลของเทคโนโลยีต่อชีวติ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม ตลอดจนนาความรู้ความเขา้ ใจในวชิ าวทิ ยาศาสตร์ และ

เทคโนโลยีไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคม และการดารงชวี ติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและ

จนิ ตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจดั การทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ

เปน็ ผูท้ ี่มีจิตวทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์

รหสั ตวั ชีว้ ดั
ว 4.1 ม.1/1 - ม.1/5
รวมท้ังหมด 5 ตวั ช้ีวัด

72

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ว22101 วิทยาศาสตร 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาเก่ียวกบั ระบบรางกายมนษุ ย ระบบหายใจ โครงสรางและหนาทีข่ องอวยั วะในระบบหายใจ

การหายใจ การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบหายใจ ระบบขับถาย โครงสรางและหนาท่ขี องอวยั วะในระบบ

ขับถาย กลไกการกาจัดของเสีย การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบขับถาย ระบบหมุนเวยี นเลือด โครงสรางและ

หนาท่ีของอวยั วะในระบบหมุนเวียนเลอื ด การทางานของระบบหมุนเวียนเลอื ด การดูแลรักษาอวัยวะใน

ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท โครงสรางและหนาทข่ี องอวยั วะในระบบประสาท การทางานของ

ระบบประสาท การดูแลรักษาอวยั วะในระบบประสาท ระบบสืบพนั ธุ โครงสรางและหนาทขี่ องอวยั วะใน

ระบบสืบพนั ธุเพศชายและเพศหญิง ฮอรโมนเพศ การปฏิสนธแิ ละการตัง้ ครรภ การคุมกาเนิด ศึกษาเก่ียวกับ

การแยกสารผสม การระเหยแหง การตกผลกึ การกล่นั โครมาโทกราฟแบบกระดาษ การสกดั ดวยตวั ทา

ละลาย การนาวธิ ีการแยกสารไปใชแกปญหาในชีวติ ประจาวันศึกษาเกย่ี วกบั สารละลาย สภาพละลายไดของ

สาร ความเขมขนของสารละลาย การใชสารละลายในชีวิตประจาวัน

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คนขอมูล การสังเกต

การวิเคราะห การทดลอง การอภิปราย การอธบิ าย และการสรุป

เพ่อื ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจสอื่ สารสง่ิ ท่ีเรยี นรูและนา

ความรูไปใชในชีวิตของตนเอง มจี ติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยม

รหัสตัวช้ีวัด
ว 1.2 ม.2/1 - ม.2/17
ว 2.1 ม.2/1 - ม.2/6
รวมทั้งหมด 23 ตวั ชว้ี ัด

73

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ว22102 วิทยาศาสตร์ 4 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาเกี่ยวกับตาแหน่งของวตั ถุ ระยะทางและการกระจัด อัตราเรว็ และความเร็ว แรงลพั ธ์และผล

ของแรงลพั ธ์ทก่ี ระทาตอ่ วตั ถุ โมเมนต์ของแรง แรงท่ีปรากฏในชีวิตประจาวนั ศึกษาเก่ยี วกบั งาน กาลัง

คานวณหาค่างานและกาลัง ศึกษาเกยี่ วกับเคร่ืองกลอยา่ งง่ายประเภท คาน รอก ลอ้ และเพลา พื้นเอี้ยง สกรู

การใช้ประโยชน์จากเคร่ืองกลอย่างงา่ ยประเภทตา่ ง ๆ ศกึ ษาเก่ียวกับพลงั งานศักยโ์ น้มถ่วง พลังงานศักย์ยดื

หยุน พลงั งานจลน์ พลังงานกล และกฎการอนุรักษ์พลังงาน การนาพลงั งานในรปู แบบต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์

ในชีวิตประจาวนั การศึกษาเก่ียวกบั ลักษณะของโครงสร้างภายในโลก เปลอื กโลก เนือ้ โลก แกน่ โลก

กระบวนการเปลย่ี นแปลงทางธรณีวทิ ยาบนผิวโลก โดยกระบวนการผุพังอยู่กบั ท่ี การกร่อน การพดั พา การ

ทับถม การตกผลึก และผลของกระบวนการดังกล่าวที่มตี ่อโครงสร้างและองคป์ ระกอบของโลกลกั ษณะของ

ชั้นหนา้ ตดั ดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกดิ ดิน การใชป้ ระโยชนแ์ ละการ ปรับปรุงคณุ ภาพของดนิ

ลกั ษณะแหล่งน้าธรรมชาติ การใชป้ ระโยชนแ์ ละการอนุรกั ษแ์ หล่งนา้ ในท้องถ่ิน การเกิดแหล่งน้าบนดนิ

แหลง่ นา้ ใตด้ นิ ลักษณะการเกิดภัยธรรมชาติจากน้าทว่ ม แผ่นดนิ พถลม่ การกัดเซาะชายฝั่ง หลุมยุบ แผน่ ดิน

ทรุด และผลของภัยธรรมชาตดิ งั กล่าวทีม่ ผี ลตอ่ ลักษณะทางธรณวี ทิ ยาของเปลือกโลก กระบวนการเกิด

ลักษณะ และสมบัติของปโิ ตรเลียม ถ่านหิน และหนิ น้ามนั

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มูล การสังเกต

การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และการสรุป

เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจสอ่ื สารสงิ่ ท่ีเรียนรู้และนา

ความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

รหสั ตัวช้ีวดั

ว 2.2 ม.2/1 - ม.2/15
ว 2.3 ม.2/1 - ม.2/6
ว 3.2 ม.2/1 - ม.2/10
รวมท้ังหมด 31 ตัวช้ีวัด

74

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ว22103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 2) กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

มุ่งเน้นให้ผู้เรียนศึกษาการแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคานวณ การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิง

คานวณ การเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้ตรรกะและฟังก์ชัน องค์ประกอบและหลักการทางานของระบบ

คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยสี อ่ื สาร แนวทางการปฏบิ ัตเิ มื่อพบเนอื้ หาท่ไี ม่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

อย่างมคี วามรบั ผิดชอบ วิธกี ารสรา้ งและกาหนดสิทธิความเปน็ เจ้าของผลงาน

เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการ สร้างความรู้ ความเข้าใจ การคิด การวิเคราะห์ การฝึกทักษะ

และปฏิบัติงาน การแก้ปัญหา การทางานกลุ่ม การเสริมสร้างเจตคติ และกระบวนการเสริมสร้าง

คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือให้ผู้เรียนเกิด ความตระหนักและเห็นคุณค่า มีความคิดสร้างสรรค์ และ

ทักษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการแกป้ ัญหาการทางาน และการแก้ไขปัญหาอยา่ งเป็นข้ันตอนจะช่วย

ให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสน เทศ

สร้างสรรค์ผลงานในการดารงชวี ิต ใช้ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมอย่างคุม้ ค่าถกู วิธี

โดยตระหนักถึงผลกระทบในการเผยแพร่ขอ้ มลู การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย

และการกาหนดสิทธ์ิความเป็นเจ้าของผลงาน

รหสั ตัวชี้วัด
ว 4.2 ม.2/1 - ม.2/4
รวมทั้งหมด 4 ตัวชีว้ ัด

75

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ว22104 เทคโนโลยี (ออกแบบเทคโนโลยี2) กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้ม

เทคโนโลยใี นอนาคต ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลท่ี

จาเป็น

โดยใช้กระบวนการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชุมชนหรือท้องถิ่นในด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม
การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้ง
เลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งมอื ในการแก้ปญั หาได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม และปลอดภยั

เพื่อให้เกิดความตระหนักในการเลือกใช้เทคโนโลยีโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม
และสิง่ แวดล้อม

รหสั ตวั ช้ีวัด
ว 4.1 ม.2/1 - ม.2/5
รวมท้ังหมด 5 ตวั ช้วี ัด

76

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว23101 วิทยาศาสตร 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา วเิ คราะหและอธิบายลักษณะทางพนั ธุกรรมของส่ิงมีชีวติ ความสัมพันธระหวางยนี ดเี อ็นเอ

โครโมโซม กระบวนการแบงเซลลของสงิ่ มชี วี ิต โรคทางพันธกุ รรม ส่ิงมีชีวิตดดั แปรพันธกุ รรม ความ

หลากหลายทางชวี ภาพ การเกิดคล่ืน สวนประกอบของคลื่น คลืน่ แมเหลก็ ไฟฟา สเปกตรัมคลืน่ แมเหลก็ ไฟฟ

า ประโยชนและการปองกนั อันตรายจากคล่ืนแมเหลก็ ไฟฟา การสะทอนของแสงบนกระจกเงาราบ การสะท

อนของแสงบนกระจกเงาโคง การหักเหของแสงผานเลนส การทดลองการหักเหของแสง การเกิดภาพจาก

เลนสบางปรากฏการณที่เก่ียวแสง เชน รุง มลิ าจ และการทางานของทศั นูปกรณเชน แวนขยาย กระจกโค

งจราจร การมองเห็นวตั ถุ ความสวางของแสง การโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตย การเกดิ ฤดกู าล

การเคลื่อนทปี่ รากฏของดวงอาทติ ย การเกิดขางขน้ึ ขางแรม การเกิดน้าขนึ้ นา้ ลง นา้ เปน น้าตาย เทคโนโลยี

อวกาศ กลองโทรทรรศน ดาวเทยี มและยานอวกาศ นักบินอวกาศ โครงการสารวจอวกาศ

โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสารวจตรวจสอบ การสืบคนขอมลู

และการอภปิ ราย

เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ มคี วามสามารถตัดสนิ ใจ สอ่ื สารสิง่ ท่เี รียนรูนาความรูไปใช

ในชวี ติ ของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตรและคุณลักษณะอันพงึ ประสงคทีเ่ หมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ว 1.3 ม.3/1 - ม.3/8
ว 2.3 ม.3/1 - ม.3/12
ว 3.1 ม.3/1 - ม.3/4
รวมทั้งหมด 24 ตัวชี้วัด

77

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ว23102 วิทยาศาสตร์ 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาเก่ียวกับระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบ

นิเวศ การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ วิเคราะห์ปริมาณทางไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์

ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้ากับความต่างศักย์ กฎของโอห์ม ความต้านทาน ตัวต้านทาน การต่อตัว

ต้านทานแบบอนุกรมและแบบขนาน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ

วงจรรวม การต่อวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พลงั งานไฟฟ้าและกาลังไฟฟ้า การคานวณค่าไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าในบ้าน

อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย วัสดุในชีวิตประจาวัน

สมบัตทิ างกายภาพและการใช้ประโยชน์พอลิเมอร์ เซรามิกและวัสดุผสม ผลกระทบจากการใช้วัสดุประเภท

พอลเิ มอร์ เซรามกิ และวสั ดุผสม ปฏิกิริยาเคมี การเกิดปฏิกิริยาเคมี ประเภทของปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมี

ในชีวติ ประจาวัน

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต

การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และการสรปุ

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนา

ความรไู้ ปใช้ในชวี ิตของตนเอง มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยม

รหสั ตวั ช้ีวัด
ว 1.1 ม.3/1 - ม.3/6
ว 2.1 ม.3/1 - ม.3/8
ว 2.3 ม.3/1 - ม.3/9
รวมทั้งหมด 23 ตัวชี้วดั

78

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

ว23103 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ 3) กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาข้นั ตอนการพฒั นาแอปพลเิ คชัน Internet of Things (IoT) การเขยี นโปรแกรมเพื่อพฒั นา

แอปพลิเคชัน ขอ้ มลู ปฐมภูมแิ ละทตุ ยิ ภมู ิ การประมวลผลขอ้ มลู การสร้างทางเลอื กและประเมินผล

ซอฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบน อินเทอรเ์ นต็ ที่ใช้ในการจัดการข้อมูล การประเมินการความน่าเช่ือถือของข้อมูล

การสืบค้นหาแหลง่ ตน้ ตอของข้อมูล เหตุผลวิวตั ิ ผลกระทบจากข่าวสารท่ผี ดิ พลาด การรู้เท่าทันสอื่ กฎหมาย

ที่เกีย่ วกบั คอมพวิ เตอร์ การใช้ลขิ สทิ ธ์ขิ อง ผอู้ ่นื โดยชอบธรรม

โดยรวบรวมข้อมูลปฐมภมู หิ รือทตุ ิยภูมิ ประมวลผล สรา้ งทางเลือก และนาเสนอการตดั สนิ ใจได้

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ออกแบบและเขยี นโปรแกรม เพื่อพฒั นาแอปพลิเคชนั ที่มีการบรู ณาการกบั วชิ าอ่ืน

อยา่ งสร้างสรรค์ ใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ อย่างรู้เทา่ ทัน และมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม

เพ่ือมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีนาเสนอการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพออกแบบและเขียน

โปรแกรมเพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชันท่ีมีการบูรณาการกับวิชาอ่ืนอย่างสร้างสรร ค์

รหสั ตวั ชี้วดั
ว 4.2 ม.3/1 - ม.3/4
รวมท้ังหมด 4 ตวั ชีว้ ัด

79

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

ว23104 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี 3) กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพันธ์

ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืน ระบุปัญหาหรือความต้องการของชุมชนหรือท้องถ่ินเพื่อพัฒนาอาชีพ สรุป

กรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา ออกแบบวิธีแก้ปัญหา ทดสอบ

วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการ

ปรบั ปรงุ แก้ไขและนาเสนอผลการแกป้ ัญหา

โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการวิเคราะห์ปัญหา และใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์

ในการหาข้อมูล การสารวจ การประเมิน และต้ังสมมุติฐาน ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์

เครื่องมือ กลไก ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เพอ่ื แก้ปัญหาหรือพฒั นางาน

เพื่อให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นสนใจที่จะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เก่ียวกับเร่ืองที่จะศึกษา

ตามที่กาหนดให้หรือตามความสนใจ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังความคิดเห็นของ

ผอู้ ่ืนแสดงความรับผดิ ชอบดว้ ยการทางานท่ีไดร้ บั มอบหมายอย่างมุ่งม่นั รอบคอบ จนงานลุล่วงเป็นผลสาเร็จ

และทางานร่วมกบั ผูอ้ น่ื อยา่ งมคี วามสุข

รหัสตัวชี้วัด
ว 4.1 ม.3/1 - ม.3/5
รวมท้ังหมด 5 ตัวชีว้ ัด

80

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

ว21202 วิทยาศาสตร์นา่ รู้ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาอปุ กรณ์วทิ ยาศาสตร์ทางเคมี สารเคมีในชีวติ ประจาวนั น้าเสียและผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ ม

ประดิษฐ์อุปกรณ์กรองนา้ สะสมภาพนก นกไทยท่ีใกล้สูญพันธ์ ปักษีกับกวี ศึกษาหนิ ชนดิ ตา่ งๆ บรรยาย

และบอกชื่อหิน 5 ชนิด ค้นคว้าเก่ียวกับภูเขาไฟโลก ค้นคว้าเกยี่ วกบั เหตกุ ารณ์แผน่ ดินไหวในประเทศไทย

เขียนนิทานวทิ ยาศาสตร์ สงั เกต สขี องท้องฟา้ แผนที่อากาศ ประดษิ ฐ์เครื่องวดั ทิศทางลม และทาการ

ทดลองเมฆในขวด

โดยใชก้ ารเรียนรู้ดว้ ยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ
สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชอ่ื มโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ัญหาใน
ชวี ิตประจาวัน มีความสามารถในการจดั กระทาและวิเคราะหข์ อ้ มูล รวมท้งั สามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หา มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทีเ่ หมาะสม

เพื่อให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความรพู้ ้ืนฐานวิทยาศาสตรไ์ ด้

ผลการเรยี นรู้
1. รู้จักอุปกรณ์วทิ ยาศาสตร์ทางเคมี รูว้ ธิ กี ารใช้ มที กั ษะในการใช้อุปกรณ์
2. ศกึ ษาประโยชน์ โทษ และสตู รเคมขี องสารเคมใี นชวี ติ ประจาวัน
3. ศกึ ษาหรือสารวจแหล่งน้าเสียที่บรเิ วณโรงเรยี นหรอื ท้องถิ่นวา่ มีผลตอ่ สง่ิ มีชวี ติ อย่างไร เพ่ือ
เป็นแนวทางในการรว่ มกันป้องกันและอนุรกั ษ์แหล่งน้าเหล่านัน้
4. ฝึกกระบวนการคดิ ระดบั สงู โดยเฉพาะความคิดสรา้ งสรรค์ โดยประดษิ ฐอ์ ุปกรณ์ หรือ
ออกแบบการทานา้ ขนุ่ ให้ใส โดยใชห้ ลกั การทางวิทยาศาสตร์
5. เพอื่ ให้ร้จู ักและสามารถใชง้ านแหล่งสืบค้นขอ้ มูลตา่ งๆ รอบตวั สืบค้นข้อมลู เก่ียวกับนกที่
ตอ้ งการได้
6. เพ่ือให้สามารถหาและใชง้ านแหล่งขอ้ มูล คน้ หานกไทยทใ่ี กล้สูญพนั ธ์และตระหนักถงึ การ
คุกคามของคนท่มี ีต่อธรรมชาติ
7. เพื่อใหเ้ ขา้ ใจวา่ นกตา่ งๆ มีท้งั ประโยชนแ์ ละโทษจากเหตกุ ารณร์ อบตวั และการคน้ ควา้ เพ่ิมเตมิ
8. ฝึกสังเกตหินและบรรยายลกั ษณะของหนิ แต่ละชนดิ
9. คน้ ควา้ เกยี่ วกับภเู ขาไฟในโลก โดยระบุชอื่ และบอกตาแหน่งของภเู ขาไฟโดยใชแ้ ผนท่ีโลก
บอกเร่ืองราวเก่ยี วกบั ภเู ขาไฟน้ันๆ เช่น กาเนิด การระเบิดครัง้ สุดท้าย และอนื่ ๆ
10. วิจารณเ์ ก่ียวกบั การเกดิ แผ่นดินไหวในประเทศไทยเปรยี บเทียบกบั การเกิดแผ่นดนิ ไหวใน
ต่างประเทศ
11. เขยี นนทิ านวิทยาศาสตร์โดยใช้จนิ ตนาการและความรทู้ ่วั ไปเกยี่ วกับ ลักษณะทางธรณีวทิ ยา
หรอื ปรากฎการณ์ทางธรรมชาตเิ ปน็ การดาเนินเรื่องใชเ้ ป็นฉากสาคัญ

81

12. ศกึ ษาและเปรยี บเทียบสีของท้องฟ้าในเวลาท่ีแตกต่างกนั
13. ศกึ ษาเกี่ยวกบั สัญลกั ษณ์ขององค์ประกอบอตุ นุ ยิ มวทิ ยาและสามารถอธบิ ายลักษณะลมฟ้า

อากาศ รวมถงึ อ่านความหมายจากแผนท่ีอากาศได้
14. ฝกึ ทกั ษะในการประดิษฐเ์ คร่ืองวัดทิศทางลมเพื่อหาทิศทางลมที่เกดิ ขึน้
15. ศกึ ษาและอธิบายการเกดิ เมฆได้
รวมท้ังหมด 15 ผลการเรยี นรู้

82

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว21207 ของเลน่ เชงิ วทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษา วเิ คราะห ออกแบบ สรางของเลนอยางงายตามแบบท่กี าหนดให ดัดแปลงหรอื ประดิษฐของ

เลนทีใ่ ชเครื่องกลอยางงายหรือหลักการทางไฟฟาและอิเล็กทรอนกิ สอยางงาย และอธบิ ายการทางานของ

ของเลน ดวยหลกั การทางวทิ ยาศาสตร

โดยใชทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร มคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค และสามารถอาน คิด วิ

เคราะหและเขยี นส่ือความได

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถสอ่ื สารส่งิ ที่เรยี นรูมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ

ผลการเรยี นรู
1. ต้ังคาถามเกี่ยวกบั หลักการทางวิทยาศาสตรทส่ี งั เกตไดจากการเลนของเลน
2. สงั เกตและอธบิ ายหลกั การทางานของเครื่องกลอยางงาย วงจรไฟฟาและอิเลก็ ทรอนิกสอยางงา่ ย

ท่ีประกอบขนึ้ ในของเลน
3. ตรวจสอบและแกไขขอบกพรองของเครื่องกลอยางงาย วงจรไฟฟาและอเิ ลก็ ทรอนิกสอยางงายท่ี

ประกอบข้ึนในของเลนทก่ี าหนด
4. ออกแบบและประดิษฐของเลนโดยใชเครื่องกลอยางงาย และไฟฟาและอิเลก็ ทรอนิกสอยางงาย
5. มเี จตคติที่ดตี อหลกั การทางวทิ ยาศาสตรในของเลน

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้

83

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว21208 วิทยาศาสตร์กับความงาม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ หลกั การทางวทิ ยาศาสตรก์ ับความงาม โครงสร้างร่างกาย การดูแลผวิ พรรณ
เครอ่ื งสาอางในชวี ิตประจาวนั และเคร่ืองสาอางในท้องตลาด การใช้สมุนไพรในท้องถนิ่ เพ่ือความงามและ
สุขภาพ เทคโนโลยีเพ่ือความงามและสขุ ภาพ แนวทางปฏบิ ัตเิ พือ่ ดูแลความงามตามธรรมชาติท่สี มวยั

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะ หาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสอ่ื สาร
สิ่งทีร่ ู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม
คณุ ธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสาคญั ของอาหารและปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อสุขภาพ
2. อธิบายโครงสร้างทเี่ กี่ยวข้องกบั ความงาม ระบปุ ัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาความงามในวยั รุ่น
3. สืบคน้ ข้อมลู เกี่ยวกับเคร่ืองสาอางและผลท่เี กดิ จากการใช้เคร่อื งสาอางในชวี ิตประจาวัน
4. สารวจและสบื ค้นข้อมลู เก่ียวกับสมุนไพร ภมู ิปัญญาไทย และเทคโนโลยที ่ีเกยี่ วข้องกับความงาม

และสขุ ภาพ รวมท้ังนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
5. สารวจและสบื คน้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั เครอ่ื งสาอางที่มีจาหนา่ ยในท้องตลาด และนาความรู้ไปใช้

ประโยชน์
6. แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนวา่ มีความสามารถในการตดั สินใจ นาความรไู้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั

มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมทเ่ี กยี่ วกบั ความงาม

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้

84

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว21209 ชวี วทิ ยา 1 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาวิเคราะห อธบิ าย ลักษณะรปู รางของเซลลของส่งิ มีชีวิตเซลลเดียวและเซลลของส่ิงมีชวี ิต

หลายเซลล สวนประกอบสาคัญของเซลลพืชและเซลลสัตว กระบวนการสารผานเซลล กลุมเซลลที่เกยี่ วของ

กบั การลาเลียงนา้ ของพืช การแบงเซลลพชื และเซลลสตั ว ลกั ษณะของโครโมโซม ยีน กระบวนการถายทอด

ลกั ษณะทางพนั ธุกรรม ความผดิ ปกตแิ ละโรคทางพนั ธุกรรม

โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสารวจตรวจสอบ การสบื คนขอมูล

และการอภิปราย

เพ่อื ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสอื่ สารสงิ่ ท่ีเรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ

นาความรูไปใชในชีวิตประจาวนั มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรียนรู
1. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายลักษณะรูปรางของเซลลของสิ่งมชี ีวิตเซลลเดยี วและเซลลของสงิ่ มีชวี ิตหลาย

เซลล
2. สืบค้นขอ้ มลู อภิปราย เปรยี บเทียบสวนประกอบสาคญั ของเซลลพืชและเซลลสัตว
3. สืบคน้ ข้อมูล อภปิ ราย และอธิบายกระบวนการสารผานเซลลโดยการแพรและออสโมซสิ
4. สงั เกตและอธบิ ายการแบงเซลลพชื และเซลลสัตว
5. สบื ค้นขอ้ มูลและอธบิ ายลักษณะของโครโมโซม ยีน กระบวนการถายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม
6. สบื ค้นขอ้ มลู และอธิบายความผิดปกติและโรคทางพนั ธุกรรม

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้

85

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว21210 ชีววทิ ยา 2 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศกึ ษาวเิ คราะห์ อธิบายโครงสรา้ งของระบบนิเวศ ประเภทของระบบนิเวศ องคป์ ระกอบของ

ระบบนิเวศ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างส่งิ มีชวี ิตในระบบ โซ่อาหาร สายใยอาหาร พีระมิดการถ่ายทอดพลังงาน

ขนาดของประชากร ปจั จัยทม่ี ีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงของประชากร การสารวจองค์ประกอบภายในระบบ

นเิ วศ วัฏจักรของสาร ส่ิงแวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ ความสาคญั ของสง่ิ แวดลอ้ มและ

ทรัพยากรธรรมชาติ สาเหตุของปญั หาสง่ิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ มลพิษทางสงิ่ แวดลอ้ ม การ
อนรุ ักษ์ การจดั การ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดหมวดหมู่ของสง่ิ มีชวี ิต
ความหลากหลายของพชื และสตั ว์ ความหลากหลายทางชวี ภาพกับการดารงชีวติ เทคโนโลยีชีวภาพ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตรศ์ าสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบการ
สืบค้นข้อมลู และการอภิปราย

เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารสงิ่ ท่เี รยี นรคู้ วามสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ นาความร้ไู ปใชใ้ นชีวิตประจาวัน มีจติ วิทยาศาสตรศ์ าสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่
เหมาะสม
ผลการเรียนรู้

1. สารวจระบบนเิ วศต่าง ๆ ในท้องถน่ิ และอธิบายความสมั พันธ์ขององคป์ ระกอบภายในระบบนิเวศได้

2. วเิ คราะหแ์ ละอธิบายความสัมพนั ธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวติ ในรูปของโซ่อาหารและ

สายใยอาหารได้

3. อธบิ ายวฏั จักรนา้ วัฏจกั รคาร์บอน และความสาคญั ท่ีมตี ่อระบบนเิ วศได้

4. อธบิ ายปัจจยั ที่มีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศได้

5. วเิ คราะห์สภาพปญั หาสง่ิ แวดล้อม ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นท้องถิน่ และเสนอแนวทางในการแก้ไข

ปญั หาได้

6. อธิบายแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศได้

7. อภปิ รายการใชท้ รัพยากรธรรมชาตอิ ย่างยง่ั ยืนได้

8. วิเคราะหแ์ ละอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาตติ ามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งได้

9. อภปิ รายปัญหาสิง่ แวดลอ้ มและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขได้

10. อภปิ รายและมีส่วนร่วมในการดูแลและอนรุ ักษส์ ่ิงแวดลอ้ มในท้องถนิ่ อยา่ งย่งั ยนื ได้

11. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ ายเก่ยี วกบั ความหมายและองคป์ ระกอบของความหลากหลายทางชีวภาพได้

12. สบื คน้ ขอ้ มลู อภิปราย การศึกษาความหลากหลายของส่งิ มีชีวติ การจัดหมวดหม่ขู องส่งิ มีชีวิต ช่ือ

ของสง่ิ มชี ีวติ และการระบุชนดิ ได้

86

13. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และสรุปเกณฑ์ทใ่ี ช้ในการจดั จาแนกสง่ิ มชี วี ิตออกเป็นโดเมนและอาณาจกั รได้
14. สารวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิน่ ที่ทาให้ส่งิ มชี ีวติ ดารงชีวติ อยู่ได้อยา่ ง

สมดุลได้
15. อธบิ ายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์ สตั ว์ พืช และส่งิ แวดล้อมได้
16. อภิปรายผลของเทคโนโลยชี ีวภาพตอ่ การดารงชีวติ ของมนุษย์และสงิ่ แวดล้อมได้

รวมท้ังหมด 16 ผลการเรยี นรู้

87

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว21211 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาการเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหาหรือสร้างผลงานต่างๆ เช่น

การทาแอนิเมชัน การจาลองทางวิทยาศาสตร์ เกม ดนตรี ศิลปะ และการสร้างสื่อแบบมีปฏิสัมพันธ์

หลักการโปรแกรมเบ้ืองต้น โครงสร้างและส่วนประกอบของโปรแกรม การใช้ชุดคาส่ังพื้นฐาน การเขียน

โปรแกรมด้วยโครงสร้างแบบลาดับ เงื่อนไข และวนซ้า การใช้งานตัวแปร ตัวดาเนินการ การออกแบบและ

สร้างโครงงาน

ปฏิบตั ิการแกป้ ัญหา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการสร้างและนาเสนอชิ้นงาน

จากจินตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์

เพื่อเห็นความสาคัญของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนามาใช้อย่างมีจิตสานึกและความ

รบั ผดิ ชอบ

ผลการเรียนรู้

1. อธิบายข้นั ตอนและเขียนโปรแกรมสงั่ งานคอมพวิ เตอร์
2. ใชค้ าสั่งพืน้ ฐานในการเขียนโปรแกรม
3. กาหนดและใช้งานตัวแปร
4. ใชโ้ ครงสร้างแบบลาดบั เง่อื นไข และวนซา้
5. สรา้ งชนิ้ งานจากจนิ ตนาการอย่างสรา้ งสรรค์

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้

88

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว21212 การนาเสนอสอื่ ประสม กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

ศึกษา อธิบาย อภิปราย หลักการทางาน บทบาท และประโยชน์ ของคอมพวิ เตอร์ ลกั ษณะสาคัญ

และผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ โดยใชก้ ระบวนการแสวงหาความรู้ ทกั ษะการทางานรว่ มกัน

เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความสามารถใชเ้ ครื่องคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยในการอานวยความสะดวกในการทางาน และ

การดารงชีวิต

ฝกึ ปฏิบตั ิการเกย่ี วกับคอมพิวเตอรใ์ นสว่ นของการใช้อนิ เทอร์เนต็ เพอื่ การค้นหาความรู้และการ

สือ่ สาร วธิ กี ารประมวลผลข้อมูล การจดั การสารสนเทศ การตรวจสอบข้อมลู การดูแลรักษาข้อมูล การ

จดั เกบ็ การทาสาเนา การแจกจา่ ย การสื่อสารข้อมลู และการปรบั ปรงุ

เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดคุณธรรม จรยิ ธรรม ใฝ่เรียนรู้ ซ่ือสัตย์สุจริตและมจี ิตสาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายหลกั การทางาน บทบาทและประโยชน์ของคอมพิวเตอร์
2. อภปิ รายลักษณะสาคัญและผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ

รวมทั้งหมด 2 ผลการเรยี นรู้

89

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ว21214 การพัฒนาเกมคอมพวิ เตอรเ์ บ้ืองตน้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาการสร้างเกมจากการเขียนโปรแกรมโดยใชภ้ าษาคอมพวิ เตอร์ในการแกป้ ญั หาหรอื สรา้ ง

ผลงานท่ีสอดคล้องตามความตอ้ งการในชวี ติ จริงเรียนรู้หลกั การออกแบบตัวละคร และการออกแบบ

โครงสรา้ งตา่ ง ๆ ภายในเกม

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้แบบซิปปาการเรยี นรู้แบบใช้ปญั หาเปน็ ฐาน และการเรยี นร้แู บบ

โครงงานเปน็ ฐาน เน้นใหผ้ ู้เรยี นได้ลงมือปฏบิ ัติ ฝกึ ทกั ษะการคดิ เผชิญสถานการณ์ การแกป้ ญั หา วาง

แผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรยี นรู้ การนาเสนอผา่ นการทากิจกรรมโครงงาน

เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา นาไปสกู่ ารอภปิ ราย

องคป์ ระกอบและหลกั การทางานของซอฟท์แวร์ที่สร้างสรรค์ เพือ่ ประยุกต์ใช้งานหรอื แก้ปัญหาเบ้ืองตน้ สร้าง

ต้น ตลอดจน นาความรู้ความเข้าใจมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสงั คมและการดารงชวี ติ

ผลการเรียนรู้
1. ออกแบบอัลกอริทึมทใี่ ช้แนวคดิ ในการแกป้ ัญหา หรอื การทางานท่ีพบในชวี ิตจรงิ
2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ใี ชต้ รรกะและฟงั ก์ชันในการแกป้ ญั หา
3. อภปิ รายองค์ประกอบและหลกั การทางานของซอฟทแ์ วรท์ ่ีสรา้ งสรรค์ เพือ่ ประยุกต์ใชง้ านหรือ
แกป้ ญั หาเบื้องตน้
รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู้

90

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ว21215 ออกแบบส่ือสรา้ งสรรค์ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาหลักการในการออกแบบส่ือท่ีนักเรยี นจาไปใชป้ ระโยชน์ และสร้างสอื่ สง่ิ พิมพ์ทีต่ อบสนองตอ่

ความตอ้ งการของนักเรยี น โดยใชโ้ ปรแกรม Photoshop และโปรแกรมทีน่ ักเรียนสนใจ

โดยใชก้ ระบวนการการคดิ วเิ คราะห์ การคิดแก้ปัญหา สร้างองค์ความรู้ ฝึกทักษะการประยกุ ตใ์ ช้

ความรใู้ นการปฏบิ ัตงิ านและการทางานกลุ่ม

เพอ่ื ใหเ้ กิด ความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบส่อื และเกิดทกั ษะในการออกแบบสอ่ื สงิ่ พิมพ์

เพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นการทางานหรือในชีวิตประจาวนั ได้

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนหลักการในการออกแบบสื่อสิง่ พมิ พท์ ่ดี ี
2. นักเรยี นสามารถใชเ้ ครื่องมือพ้ืนฐานตา่ งๆ ในโปรแกรม Photoshop ในการสรา้ งชิ้นงานได้
3. นักเรยี นสามารถนาโปรแกรมอื่นๆ ท่ีนักเรียนสนใจนามาใชใ้ นการออกแบบสอื่ สิ่งพิมพ์ได้
4. นักเรยี นสามารถสรา้ งชิ้นงานสอื่ ส่งิ พิมพ์ ประเภท โปสเตอร์ (Poster)
5. นกั เรียนสามารถสร้างชนิ้ งานส่อื ส่ิงพมิ พ์ ประเภท แผน่ พับ (Folder)
6. นักเรยี นสามารถสรา้ งช้ินงานส่ือสงิ่ พมิ พ์ ประเภท ใบปลิว (Leaflet, Handbill)
7. นักเรียนสามารถสรา้ งชน้ิ งานสอ่ื สง่ิ พิมพ์ ประเภท โบชัวร์ (Brochure)

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้

91

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ว21216 ออกแบบสื่อสรา้ งสรรค์ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาหลักการในการออกแบบสอ่ื ท่ีนกั เรยี นจาไปใชป้ ระโยชน์ และสร้างส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีตอบสนองต่อ

ความต้องการของนักเรียน โดยใช้โปรแกรม Photoshop และโปรแกรมทีน่ ักเรยี นสนใจ

โดยใช้กระบวนการการคิดวเิ คราะห์ การคดิ แกป้ ัญหา สรา้ งองค์ความรู้ ฝกึ ทักษะการประยุกต์ใช้

ความรใู้ นการปฏบิ ัติงานและการทางานกลุม่

เพื่อให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบส่ือ และเกดิ ทักษะในการออกแบบส่อื สิ่งพิมพ์

เพ่ือนาไปประยุกต์ใช้ในการทางานหรอื ในชีวติ ประจาวนั ได้

ผลการเรยี นรู้
1. บอกถงึ ความหมาย ประเภท และหลักสาคัญของสอ่ื ได้
2. บอกถึงหลักการออกแบบสื่อสงิ่ พิมพ์ท่ีดไี ด้
3. นกั เรียนสามารถใช้เครื่องมือพ้นื ฐานตา่ งๆ ในโปรแกรม Photoshop ในการสรา้ งช้นิ งานได้
4. นักเรียนสามารถนาโปรแกรมอืน่ ๆ ทน่ี ักเรยี นสนใจนามาใช้ในการออกแบบสือ่ สิ่งพิมพ์ได้
5. นกั เรียนสามารถนาความรู้ต่างๆ มาประยุกต์สร้างชิน้ งานได้
6. นักเรียนสามารถการวิจารณ์ผลงานสื่อสิง่ พิมพ์ได้

รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้

92

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

ว21217 ซ่อมคอมพวิ เตอร์เบือ้ งตน้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศกึ ษาระบบของคอมพิวเตอร์ สว่ นประกอบและหน้าที่ของคอมพวิ เตอร์ ศึกษาเกีย่ วกับอุปกรณ์ท่ี

ใชใ้ นคอมพวิ เตอร์ ซีพยี ู เมนบอรด์ แรม ฮาร์ดดสิ ก์ ซีดีรอม การ์ดแสดงผล การด์ เสยี ง เคส จอภาพ

คีย์บอร์ด เมาส์ เครอ่ื งพมิ พ์ ลาโพง ตลอดจน สเปคของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ศกึ ษาข้ันตอนการประกอบ

เคร่อื ง การติดตัง้ CPU การตดิ ตั้งแรม การติดต้งั เมนบอร์ด และอปุ กรณ์อ่นื ๆทีจ่ าเป็นในการใช้งานของ

เครื่องคอมพิวเตอร์ การตรวจสอบเบอื้ งตน้ หลังจากประกอบเคร่ือง การตั้งค่าในไบออส การติดตง้ั

ระบบปฏิบตั กิ าร Microsoft Windows กาติดตง้ั Diverและโปรแกรม Utility ตา่ งๆ

โดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมซ่ึงใชค้ วามรู้ ทักษะ และเลอื กใช้วัสดุ เคร่อื งมือ กลไก

ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์

เพื่อใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจและทักษะเกีย่ วกบั การใช้ การซ่อมแซมและการใช้งานเครอ่ื ง

คอมพวิ เตอร์ ตลอดจนส่วนประกอบและอุปกรณ์ การประกอบและการติดต้ังโปรแกรมการใชง้ านของ

เครือ่ งคอมพิวเตอรเ์ บือ้ งตันได้ มนี ิสัยรกั การทางาน มคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ มีเจตคตทิ ด่ี ตี ่อการใช้งาน

และการบารุงรกั ษาเครื่องคอมพิวเตอร์

ผลการเรยี นรู้
1. นกั เรียนมคี วามรู้พน้ื ฐานเก่ียวกบั คอมพวิ เตอร์ ความหมาย ประเภท ขนาดของคอมพิวเตอร์

ระบบของคอมพิวเตอร์ได้
2. นักเรยี นมีความรเู้ ก่ียวกับส่วนประกอบและหน้าทีข่ องคอมพวิ เตอร์ ศึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์

คอมพิวเตอร์ได้
3. นกั เรียนรูจ้ ักเลอื กสว่ นประกอบของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ได้
4. นกั เรียนวางแผนทางาน และทางานไดอ้ ย่างมีกระบวนการ
5. นักเรยี นร้จู กั ข้ันตอนการประกอบอุปกรณ์คอมพิวเตอรไ์ ดอ้ ยา่ งถูกต้อง
6. นกั เรียนปฏิบัตติ ามขัน้ ตอนการประกอบอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ได้อย่างถูกต้อง

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

93

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว21218 ระบบหุ่นยนตพ์ ื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ศึกษาความหมายและความสาคัญของระบบหุ่นยนต์พื้นฐาน เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง

เทคโนโลยีกับศาสตร์อื่น ๆ ศึกษาส่วนประกอบ โครงสร้างและหน้าที่ของหุ่นยนต์ ศึกษาพื้นฐานด้าน

อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกล แมคคานิคในการขับเคลื่อน ศึกษาวงจรควบคุมการทางานของหุ่นยนต์

หลักการทางานของมอเตอร์กระแสตรง ระบบการถ่ายทอดกาลังรอบการหมุนของเฟืองกับแรงบิดในการ

ขบั เคลือ่ น มคี วามร้ใู นการเลือกใช้เคร่อื งมือและวัสดใุ นการออกแบบหนุ่ ยนต์

โดยใช้กระบวนการปฏิบัติงาน กระบวนการทางเทคโนโลยี กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้น

ความรู้ผา่ นสือ่ ดา้ นตา่ ง ๆ และกระบวนการกลุ่ม

เพ่ือให้สามารถวิเคราะห์ปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจากการออกแบบการสร้างหุ่นยนต์

ปฏิบัติงานอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งมั่นในการทางานท่ีได้รับมอบหมาย ทางามร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมี

ความสขุ สามารถนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั ได้

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของระบบห่นุ ยนตพ์ ้นื ฐานได้
2. อธิบายเชือ่ มโยงความสมั พันธ์ระหว่างเทคโนโลยกี ับศาสตร์อื่น ๆ
3. อธบิ ายสว่ นประกอบและหน้าทขี่ องหุ่นยนต์ได้
4. อธิบายการอา่ นคา่ แถบสีของตัวตา้ นทานได้
5. อธบิ ายพ้ืนฐานด้านเครอ่ื งกล แมคคานคิ และการขบั เคล่ือนของหุ่นยนต์ได้
6. อธิบายโครงสร้างและวงจรควบคุมหุน่ ยนต์ได้
7. อธบิ ายและสามารถประกอบชุดเฟืองเกยี ร์ได้
8. อธบิ ายและสามารถประกอบชุดรีโมทคอนโทรลได้
9. อธิบายหลักการทางานของมอเตอร์กระแสตรงได้
10. อธิบายหลกั การเลือกใชเ้ คร่ืองมือและวัสดงุ านหนุ่ ยนต์ได้
11. ปฎิบตั ิการออกแบบและสรา้ งหนุ่ ยนต์
12. สามารถวิเคราะหป์ รบั ปรุงแก้ไขกลไกการทางานของหนุ่ ยนต์
รวมทั้งหมด 12 ผลการเรยี นรู้

94

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

ว22201 สารเคมใี นชวี ติ ประจาวัน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะหสืบคนขอมลู สารวจตรวจสอบสารเคมใี นชีวิตประจาวัน ความรูเบอ้ื งตน สารเคมที ี่

ใชในชวี ิตประจาวนั ที่เก่ียวของกับสุขภาพ ตลอดจนการเลือกใชและการจัดการเพื่อใหเกดิ ความปลอดภัยกบั

สุขภาพและสิง่ แวดลอม

โดยใชกระบวนการและทกั ษะทางวิทยาศาสตรในการสบื เสาะหาความรู การสารวจตรวจสอบ การ

สืบคนขอมูลและการอภปิ ราย

เพ่อื ใหเกดิ ความรูความคดิ ความเขาใจ สามารส่ือสารสิง่ ท่เี รียนรู มคี วามสามารถในการตัดสินใจ

การคิดวิเคราะห การแกปญหาและสามารถนาความรูไปใชในชีวติ ประจาวัน มีความสามารถในการใช

เทคโนโลยี มีจิตวิทยาศาสตร มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู

1. สบื คนขอมูลและจาแนกประเภทของสารเคมใี นชวี ิตประจาวัน

2. สารวจรวบรวมขอมลู วิเคราะห ยกตวั อยางการใชสารเคมใี นชีวิตประจาวัน

3. อธิบายความหมาย ชนดิ ความสาคัญและประโยชนของสารเคมใี นชวี ิตประจาวัน

4. ทดลองวเิ คราะหและอธบิ ายสมบัตทิ างกายภาพของสารเคมีในชวี ติ ประจาวัน

5. วิเคราะหผลกระทบที่เกิดจากการใชสารเคมีอยางไมเหมาะสม

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

95

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว22202 อาหารและยา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

สบื คน้ ข้อมูล สารวจตรวจสอบ อภิปราย วเิ คราะห์ อธบิ ายความหมายของอาหารและยาที่เก่ียวข้อง

กับสุขภาพ เคร่ืองสาอาง และสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจาวัน จาแนกประเภทและระบุชนิดของสารเคมีใน

อาหารและยา การเลือกรับประทานอาหาร และเลือกใช้ยาในชีวิตประจาวัน ผลที่เกิดจาการบริโภคอาหาร

และการใช้ยาจากส่ือโฆษณา การประยุกต์และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาหารและยาที่เหมาะสมกับต้นเองอย่าง

ถกู ต้อง ปลอดภยั

โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะแสวงหาความรู้การ

สารวจตรวจสอบ สงั เกต คดิ วิเคราะห์ อภปิ ราย ใช้เทคโนโลยสี บื ค้นข้อมูล วิเคราะห์ สรปุ ผล

เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ

มีการเลือกรับข้อมูลอย่างมีเหตุมีผลรอบคอบ สามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ มีจิตวิทยาศาสตร์

และจรยิ ธรรม

ผลการเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมาย สมบัติ ประโยชนแ์ ละอนั ตรายของสารเคมีและยาท่เี กี่ยวขอ้ งกับสุขภาพ และ

สิ่งแวดลอ้ มในชวี ติ ประจาวนั ได้

2. จาแนกประเภทและระบชุ นดิ ของสารเคมใี นยาและเครือ่ งสาอางทเี่ ก่ยี วข้องกับสุขภาพ และ

สง่ิ แวดล้อมในชีวิตประจาวันได้

3. สืบค้นขอ้ มลู สารวจตรวจสอบและอธิบายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามประเภท

ต่างๆ

4. สบื ค้นข้อมลู สารวจตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเกีย่ วกับยาและเคร่ืองสาอางจากการโฆษณา

ผลติ ภัณฑ์

5. เลือกและประยกุ ต์ใช้สารเคมแี ละยาทเี่ กยี่ วขอ้ งกับสขุ ภาพมาใช้ได้อย่างถูกต้องเพื่อให้เกิด

ประโยชนค์ ุ้มค่าและได้รับความปลอดภัยสงู สุด

6. แนะนาการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคมีและยาซ่งึ มจี าหน่ายในท้องตลาดได้อยา่ งเหมาะสม อันเปน็ การ

ค้มุ ครอง ผู้บริโภคใหไ้ ดร้ บั ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์น้นั ๆ เพือ่ เสรมิ สร้างคณุ ภาพชวี ติ ทีด่ ีและไมต่ กเปน็ ทาส

ของการโฆษณาชวนเช่ือ

7. สือ่ สารสง่ิ ที่เรยี นรู้ เกยี่ วกับสารเคมแี ละยาทเ่ี กย่ี วข้องกบั สขุ ภาพแก่สงั คมให้ตระหนักถึงการนา

สารเคมีและยาไปใชใ้ นการผลิตและการจาหน่ายอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้

96

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ว22208 เคมี 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาวิเคราะหโครงสรางอะตอม สญั ลกั ษณนิวเคลยี รของธาตุ การจัดเรียงอิเลก็ ตรอนในอะตอมกับ

ความสัมพนั ธระหวางอเิ ล็กตรอนในระดับพลังงานนอกสดุ กับสมบัตขิ องธาตุ การจัดเรียงอเิ ล็กตรอนในตาราง

ธาตุ แนวโนมสมบตั ิบางประการของธาตุตามตารางธาตุ พนั ธะเคมี ปฏกิ ริ ิยาเคมีในชวี ิตประจาวัน อตั ราการ

เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า ปจจยั ทีม่ ีผลตออัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ า การใชประโยชนจากปฏกิ ิรยิ าเคมี ผลของปฏิกิริยาเคมีต

อสง่ิ มีชวี ิตและสิ่งแวดลอม

โดยใชการเรียนรูดวยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรการสืบเสาะหาความรูการสารวจตรวจสอบ

การสบื คนขอมูลและการอภปิ ราย

เพ่อื ใหมคี วามรูและสามารถนาความรูและหลักการไปใชประโยชนในการอธิบายปรากฏการณหรอื

แกปญหาในชีวิตประจาวนั มคี วามสามารถในการจัดกระทาและวเิ คราะหขอมูล ตัดสินใจแกปญหา สอ่ื สาร

สิง่ ท่ีเรียนรูรวมทงั้ มจี ิตวทิ ยาศาสตรเห็นคุณคาของวทิ ยาศาสตรมีจริยธรรม คุณธรรมและคานยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู

1. สืบคนขอมูลและอธบิ ายโครงสรางอะตอมและสัญลกั ษณนวิ เคลยี รของธาตุได

2. วเิ คราะหและอธบิ ายการจัดเรยี งอิเล็กตรอนในอะตอม ความสัมพนั ธระหวางอิเลก็ ตรอนในระดับ

พลงั งานนอกสุดกับสมบตั ขิ องธาตแุ ละการเกิดปฏิกิรยิ าได

3. อธิบายการจัดเรียงธาตุและทานายแนวโนมสมบัติของธาตุในตารางธาตุได

4. ทดลอง อธบิ ายและเขยี นสมการของปฏกิ ริ ิยาเคมีท่ัวไปที่พบในชวี ิตประจาวัน รวมทง้ั อธบิ าย

ผลของสารเคมีท่ีมตี อสิง่ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอมได

5. ทดลองและอธบิ ายอัตราการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี ปจจัยทีม่ ีผลตออัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมแี ละ

นาความรูไปใชประโยชนได

6. วิเคราะหและอธิบายการเกิดพนั ธะเคมีในโครงผลกึ และโมเลกลุ ของสารได

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้

97

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ว22209 เคมี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

ศึกษาเก่ียวกบั ปรมิ าณสารสมั พันธ์ โมลและปริมาณตอ่ โมล สารละลาย สูตรเคมีและสมการเคมี

ความรู้พน้ื ฐานเก่ยี วกับกรดเบส การแตกตัวของกรดเบส pH ของสารละลาย ปฏิกริ ิยาของกรดเบส

โดยใช้ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (5 E)

กระบวนการแก้ไขปญั หาและทางานกลุ่ม

เพ่อื ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวันควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม

จิตวทิ ยาศาสตร์ มีความรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ พร้อมทงั้ ตระหนักว่าวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมและ

สิง่ แวดลอ้ มมคี วามเกย่ี วข้องสมั พันธ์กนั

ผลการเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายและคานวณหา มวลอะตอมและมวลโมเลกุล

2. สืบค้นข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างจานวนโมลกับจานวนอนุภาคของสาร มวลของสารและ

ปริมาตรของแก๊สที่ STP และใช้ความสมั พันธ์ดงั กล่าวในการคานวณ

3. อธิบายและคานวณความเข้มข้นของสารละลายและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นหรือ

ปรมิ าตรตามต้องการ

4. อธิบายความหมายและคานวณหาสูตรเคมีของสารประกอบ

5.เขียนและดุลสมการเคมีและคานวณเกี่ยวกับปริมาณสารในสมการเคมี

6. ทดลอง อภปิ รายและอธิบายเกยี่ วกับปฏกิ ิริยาของกรดเบส ปฏิกิริยาของกรดหรือเบสกับสาร

บางชนดิ

7. ทดลอง อธบิ าย เปรยี บเทยี บและคานวณเกี่ยวกบั pH ของสารละลาย

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้

98

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

ว22210 การพฒั นาซอฟตแ์ วร์ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาหลักการของทางานของบอร์ด Micro : bit ในเบื้องต้น ส่วนประกอบของฮาร์ดแวร์ Micro : bit

เครอ่ื งมอื คาสง่ั ต่าง ๆ ในการเขยี น code โดยใชพ้ ้ืนฐานของ JavaScript Block

ใช้กระบวนการการคิดวิเคราะห์ การคิดแก้ปัญหา สร้างองค์ความรู้ ฝึกทักษะการประยุกต์ใช้

ความรู้ในการปฏิบัตงิ านและการทางานกล่มุ

เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะการใช้ซอฟต์แวร์ในการแก้ไขปัญหา สามารถนาไป

ประยกุ ตใ์ ช้ในการทางานหรือในชวี ิตประจาวนั ได้

ผลการเรียนรู้

1. รู้และเขา้ ใจหลักการพัฒนาซอฟตแ์ วร์ เพ่อื ใช้เป็นแนวทางในการแกป้ ญั หา

2. บอกลักษณะ สว่ นประกอบต่าง ๆ บนบอรด์ Microbit

3. บอกฟีเจอรแ์ ละเซน็ เซอรต์ า่ ง ๆ ของบอรด์ Microbit

4. สามารถใชเ้ ครื่องมอื คาสัง่ ตา่ ง ๆ ในการเขียน code โดยใชพ้ ้ืนฐานของ JavaScript Block

5. สามารถใชค้ าสั่งพ้นื ฐาน JavaScript ในการเขยี นโปรแกรมได้

6. สามารถประยกุ ตใ์ ช้บอร์ด Microbit สรา้ งช้ินงาน

รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

99

คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว22211 คอมพิวเตอรเ์ พ่อื งานธรุ กจิ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษาศึกษาหลักการของทางานของ Adobe illustrator และ Adobe after effects ในเบื้องต้น

เครื่องมือคาสั่งต่างๆในการทางาน การสร้างการร่างภาพ ออกแบบตราสัญลักษณ์ และ การออกแบบ

ตัวหนังสอื ใหเ้ คลอ่ื นไหว

โดยใช้กระบวนการการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านช้ินงาน ฝึกทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ใน

การปฎิบตั ิงานและการทางานกลมุ่

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและมีทักษะการใช้ซอฟต์แวร์ในการพัฒนาชิ้นงานสามารถนาไป

ประยุกตใ์ ชใ้ นการทางานในชีวิตจรงิ ได้

ผลการเรยี นรู้
1. รูจ้ ักและบอกลกั ษณะการใชง้ านซอฟตแ์ วรใ์ นกล่มุ โปรแกรมAdobe
2. สามารถใชง้ านโปรแกรม Adobe illustrator ไดเ้ บอ้ื งตน้
3. สามารถประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรม Adobe illustrator ในการสร้างชิ้นงานได้
4. สามารถใช้งานโปรแกรม Adobe after effects ได้เบอื้ งต้น
5. สามารถประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Adobe after effects ในการสร้างช้ินงานได้

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version