The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2020-05-27 02:51:41

หนังสือเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย (ทร31001)

หนังสือเรียนวิชาทักษะการเรียนรู้ ม.ปลาย

Keywords: ทร31001,ทักษะการเรียนรู้

~ 251 ~

ตวั อย่าง แบบสงั เกตทีมโี ครงสร้างสงั เกต

คาํ ชีแจง ใหผ้ สู้ งั เกตทาํ เครืองหมาย  ใหต้ รงกบั พฤติกรรมนกั ศกึ ษาทีพบ

พฤตกิ รรม พบ ไม่พบ

1. นอนหลบั

2. กินขนม

3. ทะเลาะกนั

4. ตงั ใจฟังครูสอน

5. ซกั ถามปัญหา

กจิ กรรมที
1. ใหผ้ เู้ รียนทุกคนไปศึกษาตวั อยา่ ง แบบสอบถาม แบบสมั ภาษณ์และแบบสงั เกต เพมิ เติมจากเอกสาร
หรือจาก website ทีเกียวขอ้ ง
2. จบั ฉลากแบ่งกลมุ่ ผเู้ รียนเป็น กลุ่ม
กลุม่ ที ใหส้ ร้างแบบสอบถาม เรืองนกั ร้องในดวงใจของนักศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ศรช. วดั แจง้
กลุ่มที ให้สร้างแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เรืองนกั การเมืองในดวงใจ เพือสัมภาษณ์

นกั ศึกษาระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้
กลุ่มที ใหส้ ร้างแบบสงั เกตทีมีโครงร่างการสงั เกต เพอื สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุ่มของเพือน

กลุ่มที และ

~ 252 ~

เรืองที การเขยี นโครงการวจิ ยั
ความสําคญั ของโครงการวจิ ยั

โครงการวิจยั คือ แผนการดาํ เนินวิจัยทีเขียนขึนก่อนการทาํ วิจยั จริง มีความสาํ คัญคือ เป็ น
แนวทางในการดาํ เนินการวจิ ยั สาํ หรับผวู้ จิ ยั และผเู้ กียวขอ้ ง เช่น ครู อาจารย์ หรือผใู้ หท้ ุนสนบั สนุนการวิจยั
เพอื ใหค้ าํ ปรึกษาและติดตามความกา้ วหนา้ ของการดาํ เนินงานวิจยั

ถา้ จะเปรียบกบั การสร้างบา้ น ทีตอ้ งมีแปลนหรือพมิ พเ์ ขียวทีระบุรายละเอียดของการสร้างบา้ น
ทุกขนั ตอน สาํ หรับเป็นเครืองมอื ในการควบคุม กาํ กบั ดแู ลของเจา้ ของบา้ น หรือผรู้ ับเหมา เพือใหก้ ารสร้าง
บ้านเป็ นไปตามแบบทีกาํ หนด โครงการวิจัยก็เปรี ยบเสมือนแปลนหรื อพิมพ์เขียวเช่นกัน คือเป็ น
แนวทางการดาํ เนินงานวิจยั ใหเ้ ป็นไปตามแผนการวิจยั ทีกาํ หนด
องค์ประกอบของโครงการวจิ ยั

โดยทวั ไป โครงการวจิ ยั ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ดงั ต่อไปนี
1. ชือโครงการวิจยั
2. ความเป็นมาและความสาํ คญั
3. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั
4. ประโยชนท์ ีคาดวา่ จะไดร้ ับ
5. การศกึ ษาเอกสารทีเกียวขอ้ ง
6. สมมตุ ิฐานการวจิ ยั
7. ขอบเขตการวจิ ยั
8. วธิ ีดาํ เนินการวิจยั
9. นิยามศพั ท์
10. ระยะเวลาดาํ เนินการ
11. แผนการดาํ เนินการ
12. สถานทีทาํ การวจิ ยั
13. ทรัพยากรและงบประมาณ
14. ประวตั ิผวู้ จิ ยั /คณะวิจยั
อย่างไรก็ตาม การเขียนโครงการวิจัยอาจมีหัวข้อแตกต่างจาก หัวขอ้ ขา้ งนตอน้ ยข่กู ึับ
ขอ้ กาํ หนดของสถานศึกษา แหล่งทุน หรือความตอ้ งการของผใู้ หท้ าํ โครงการวิจยั และอาจมีจาํ นวนหวั ขอ้
มากกว่าหรือน้อยกว่า หวั ข้อก็นไอดย้ ข่กู ึับประเภทของการวิจยั เช่นงานวิจยั เชิงสาํ รวจ งายวิจัยเชิง
คุณภาพ ไม่จาํ เป็นตอ้ งมสี มมติฐานการวจิ ยั เป็นตน้
เทคนคิ การเขียนโครงการวจิ ยั อย่างง่าย
สาํ หรับผเู้ ริมเขียนโครงการวิจยั อาจจะทดลองเขียนโครงการวิจยั อยา่ งง่ายๆ ไม่จาํ เป็ นตอ้ งมี
หวั ขอ้ ครบทงั หวั ขอ้ ตามขา้ งตน้ แต่ใหค้ รอบคลมุ ว่าจะทาํ วิจยั เรืองอะไร (ชือโครงการวิจยั ) ทาํ ไมจึงทาํ

~ 253 ~

เรืองนี (ความเป็นมาและความสาํ คญั ) อยากรู้อะไรบา้ งจากการวิจยั (วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั ) มีแนวทาง
ขนั ตอนการดาํ เนินงานวจิ ยั อยา่ งไร (ปฏทิ ินปฏิบตั ิงาน) การวจิ ยั นีจะเป็ นประโยชน์อย่างไร (ประโยชน์ของ
การวิจยั หรือผลทีคาดวา่ จะไดร้ ับ) เทคนิคการเขียนโครงการวิจยั อยา่ งง่าย ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ และคาํ อธิบาย
การเขียน ดงั ต่อไปนี

1. ชือโครงการวิจัย ชือโครงการวิจัยควรกะทัดรัด สือความหมายได้ชัดเจน มีความ
เฉพาะเจาะจงในสิงทีศึกษา

2. ความเป็ นมาและความสําคญั เขียนอธิบายให้เห็นความสาํ คญั ของงทสีศิ ึกษาเขียนให้ตรง
ประเด็น กระชบั เป็นเหตุเป็นผล มีอา้ งอิงเอกสารทีศกึ ษา (ถา้ มี)

3. วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั เขียนให้สอดคลอ้ งกบั ชือโครงการวิจยั ครอบคลุมเรืองทีศึกษา
เขียนใหช้ ดั เจน อาจมีขอ้ เดียว หรือหลายขอ้ ก็ได้

4. วธิ ดี าํ เนนิ การวจิ ยั ระบุถงึ วิธีการดาํ เนินการวิจยั ใหค้ รอบคลมุ หวั ขอ้ ต่อไปนี
4.1 ประชากรกลมุ่ ตวั อยา่ ง สิงทีศึกษาคืออะไร มีจาํ นวนเท่าไร
4.2 วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ระบุวิธีการเก็บการบนั ทึกขอ้ มลู ระยะเวลา หรือช่วงเวลา

สถานที
4.3 เครืองมือวจิ ยั ระบุชนิด เครืองมอื ทีใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู เช่น แบบสอบถาม

แบบสมั ภาษณ์ แบบสาํ รวจ
4.4 การวิเคราะห์ขอ้ มลู ระบุวิธีการวิเคราะห์ขอ้ มลู สถิติทีใช้

5. ปฏิทินปฏิบัติงาน เขียนขันตอนการดาํ เนินการวิจัยโดยละเอียด และระยะเวลาการ
ดาํ เนินการแต่ละขนั ตอน

6. ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รับ เขียนเป็นขอ้ ๆ ถึงประโยชนท์ ีคาดวา่ จะเกนิดจขาึ กการทาํ วจิ ยั
ตวั อย่างการเขยี นโครงการวจิ ยั อย่างง่าย

ตวั อยา่ งการเขียนวิจยั ต่อไปนี เกิดจากผวู้ ิจยั ตอ้ งการคาํ ตอบว่านกั ศกึ ษานอกโรงเรียนมีการศึกษา
คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองอยา่ งไร เพราะการเรียนการสอนส่วนใหญ่ของการศึกษานอกโรงเรียน ผเู้ รียนจะไดร้ ับ
มอบหมายจากครูใหไ้ ปศกึ ษาเรียนรู้ดว้ ยตนเอง จึงเขียนโครงการวจิ ยั อยา่ ง่ายๆ ดงั ต่อไปนี

1. ชือโครงการวจิ ยั “การศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศกึ ษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศกึ ษา
ตอนปลาย ศนู ยก์ ารเรียนชุมชนวดั แจง้ ”

2. ความเป็ นมาและความสําคญั
เนืองจากนกั ศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้ ส่วน

ใหญ่เป็นผใู้ หญ่ มอี าชีพและภารกิจต่างๆ มากมาย จึงมีขอ้ จาํ กดั เรืองเวลา ไมส่ ามารถมาพบกลุ่มหรือเขา้ เรียน
ทุกวนั ได้ สถานศึกษาจึงจดั ใหน้ กั ศกึ ษามาพบกลมุ่ เฉพาะวนั เสาร์และวนั อาทิตย์ เพือครูไดส้ อนเสริมและให้
นกั ศึกษามีการแลกเปลียนเรียนรู้ สอบถามปัญหาการเรียน ตลอดจนมอบหมายใหน้ ักศึกษาไปศึกษาคน้ ควา้
ในหวั ขอ้ วิชาทีเรียน ทาํ รายงานหรือนาํ เสนอเพอื แลกเปลยี นเรียนรู้ในการพบกลุม่ ครังต่อไป

~ 254 ~

การทีครูมอบหมายใหน้ กั ศึกษาไปศึกษาคน้ ควา้ เรียนรู้ดว้ ยตนเองเป็นส่วนใหญ่ จึงน่าสนใจ

ศกึ ษาว่านกั ศกึ ษามวี ิธีการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองอยา่ งไร และพบปัญหาอปุ สรรคอะไรบา้ ง มีขอ้ เสนอแนะ

อยา่ งไร

ขอ้ คน้ พบจากการวิจยั คาดว่าจะทาํ ใหค้ รูและสถานศึกษาสามารถนาํ ไปเป็ นขอ้ มลู ในการ

พฒั นาปรับปรุง และสนบั สนุนการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศกึ ษาใหเ้ กิดประสิทธิภาพต่อไป

3. วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั เพอื ศึกษา

3.1 ขอ้ มลู พืนฐานของนกั ศกึ ษาการศกึ ษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช.

วดั แจง้

3.2 วิธีการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศกึ ษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษา

ตอนปลาย ศรช. วดั แจง้

3.3 ปัญหาอุปสรรคในการการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเองของนักศึกษาการศึกษานอก

โรงเรียน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้

3.4 ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียน

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้

4. วธิ ีดําเนินการวจิ ยั

4.1 ประชากร ไดแ้ ก่ นักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ปี

การศกึ ษา ศรช. วดั แจง้ จาํ นวน คน

4.2 กลุ่มตวั อยา่ ง สุ่มตวั อยา่ งจากนกั ศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอน

ปลาย ปี การศึกษา ศรช. วดั แจง้ จาํ นวน คน

4.3 เครืองมอื วิจยั ใชแ้ บบสอบถาม มี ตอน คือ ขอ้ มลู พืนฐานของนกั ศึกษา วิธีการศึกษา

คน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศึกษา ปัญหาอุปสรรคทีพบ และขอ้ เสนอแนะ

4.4 วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มลู เก็บรวบรวมแบบสอบถามดว้ ยตนเองในเดือนธนั วาคม

4.5 การวิเคราะหข์ อ้ มลู ใชส้ ถติ ิ คือ ค่าความถี ค่าร้อยละ ค่าเฉลีย

5. ปฏิทินปฏิบตั งิ าน

ขันตอนการวจิ ยั ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค.

1. เขียนโครงการ

2. ศกึ ษาเอกสารและกล่มุ ตวั อยา่ ง

3. สร้างแบบสอบถาม/ทดสอบ

4. เก็บรวบรวมขอ้ มลู

5. วเิ คราะห์ขอ้ มลู /สรุป/ เขียนรายงาน

~ 255 ~

6. ประโยชน์ทคี าดว่าจะได้รับ
6.1 ครูผสู้ อนใช้เป็ นแนวทางปรับการเรียนการสอนเพือช่วยเหลือ สนบั สนุนการศึกษา

คน้ ควา้ เรียนรู้ดว้ ยตนเองของนกั ศึกษา
6.2 สถานศึกษาใชเ้ ป็นแนวทางในการกาํ หนดกฎเกณฑ์ เพอื ส่งเสริม สนับสนุนการศึกษา

คน้ ควา้ เรียนรู้ดว้ ยตนเองของนกั ศึกษา

กจิ กรรมที
ให้ผเู้ รียนแบ่งกลุ่มๆ ละไม่เกิน คน แต่ละกลุ่มปรึกษากนั ในเรืองทีสนใจจะทาํ วิจยั แลว้ เขียน

โครงการวจิ ยั ตามหวั ขอ้ ต่อไปนี
 ชือโครงการวิจยั
 ความเป็นมาและความสาํ คญั
 วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั
 วิธีดาํ เนินงานวิจยั
 ปฏิทินปฏบิ ตั ิงาน
 ประโยชนท์ ีคาดวา่ จะไดร้ ับ

~ 256 ~

เรืองที การเขียนรายงาน การวจิ ยั อย่างง่าย และการเผยแพร่ผลงานการวจิ ยั
องคป์ ระกอบในการเขียนรายงานการวิจยั อยา่ งง่าย ส่วนใหญ่เป็นการนาํ เสนอในหวั ขอ้ ต่อไปนี
1. ชือเรือง
2. ชือผวู้ จิ ยั
3. ความเป็นมาของการวิจยั
4. วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั
5. วธิ ีดาํ เนินการวจิ ยั
6. ผลการวจิ ยั
7. ขอ้ เสนอแนะ
8. เอกสารอา้ งองิ (ถา้ ม)ี
การเขียนรายละเอยี ดของรายงานการวจิ ยั อยา่ งง่าย มดี งั ต่อไปนี
1. ชือเรือง
การเขียนชือเรืองควรเขียนให้กะทดั รัด ตอบคาํ ถามให้ไดว้ ่า ใคร ทาํ อะไร กบั ใคร การเขียน

ชือเรืองทีสือความหมายชดั เจน จะทาํ ใหเ้ ห็นประเด็นทีจะศึกษาอยใู่ นชือเรือง
2. ชือผ้วู จิ ยั
ระบุชือผทู้ าํ การวิจยั พร้อมทงั สถานศกึ ษาทีผเู้ รียนกาํ ลงั ศึกษาอยู่
3. ความเป็ นมาของการวจิ ยั
การเขียนความเป็นมาของการวจิ ยั คือ การระบุใหผ้ อู้ า่ นไดท้ ราบวา่ ทาํ ไมจึงตอ้ งทาํ งานวจิ นยั นชีิ

มที ีมาทีไปอยา่ งไร ดงั นนั ผวู้ ิจยั ควรจะกลา่ วถงึ สภาพปัญหาหรือสภาพทีเป็นอยใู่ นปัจจุบนั ซึงสภาพดงั กลา่ ว
ก่อให้เกิดปัญหาอะไรบ้าง หรือสภาพดังกล่าวถา้ ไดร้ ับการปรับปรุงหรือพฒั นาให้ดีขึนกว่าทีเป็ นอยู่
จะก่อใหเ้ กิดปัญหาอะไรบา้ ง และใครคือผไู้ ดร้ ับประโยชน์ดงั กล่าว มีแนวคิดอยา่ งไรในการแกป้ ัญหาหรือ
แนวทางการพฒั นาปรับปรุงแก้ไข และแนวคิดดงั กล่าวได้มาอย่างไร (แนวคิดดังกล่าวอาจไดม้ ากจาก
การศกึ ษาเอกสาร หรือจากประสบการณ์ตรงทีไดจ้ ากการสงั เกต การสัมภาษณ์ เป็ นตน้ ) พร้อมระบุแหล่ง
อา้ งอิง

4. วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั
การเขียนวตั ถุประสงค์ของการวิจยั เป็ นการระบุให้ผอู้ ่านไดท้ ราบว่า งานวิจัยงคนรีผั วู้ ิจัย

ตอ้ งการทาํ อะไรกบั ใคร และจุดหมายปลายทางหรือผลลพั ธส์ ุดทา้ ยทีผวู้ จิ ยั ตอ้ งการคืออะไร
5. วธิ ีดําเนินการวจิ ยั
การเขียนวธิ ีดาํ เนินการวิจยั ควรครอบคลุมหวั ขอ้ ดงั ต่อไปนี
5.1 กล่มุ เป้ าหมายทีตอ้ งการทาํ การวิจยั ควรระบุใหช้ ดั เจนว่าคือใคร
5.2 เครืองมอื ทีใชใ้ นการวิจยั ควรระบุใหช้ ดั เจนว่าการวจิ ยั ครังนีใชเ้ ครืองมอื อะไรบา้ งในการ

เก็บรวบรวมขอ้ มลู หรือแกป้ ัญหา เช่น แบบสาํ รวจ การสมั ภาษณ์ การสงั เกต การจดบนั ทึก เป็นตน้

~ 257 ~

5.3 การเก็บรวบรวมข้อมลู ควรระบุให้ชดั เจนว่าผูว้ ิจยั ดาํ เนินการวิจยั และรวบรวมขอ้ มูล
อยา่ งไร

5.4 การวิเคราะห์ขอ้ มลู ควรระบุใหช้ ดั เจนว่าผวู้ ิจยั วิเคราะห์ขอ้ มูลอยา่ งไร ซึงอาจเป็ นการ
วิเคราะห์ขอ้ มลู ในเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพก็ได้

6. ผลการวจิ ยั
การเขียนผลการวจิ ยั ผวู้ ิจยั ตอ้ งสะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ การทีจะบรรลุเป้ าหมายของการวิจนยั นผัวู้ ิจยั

ตอ้ งดาํ เนินการทังหมดกีรอบ ในแต่ละรอบมีการปรับปรุงเปลียนแปลงอะไรบ้าง และผลทีเกิดขึนเป็ น
อยา่ งไร

7. ข้อเสนอแนะ
การเขียนขอ้ เสนอแนะตอ้ งเป็นขอ้ เสนอแนะทีเป็นผลสืบเนืองจากขอ้ คน้ พบของการวิจงยันใีนครั

8. เอกสารอ้างองิ
เนือหาทีมีการนาํ มากลา่ วอา้ งในรายงานการวจิ ยั ตอ้ งนาํ มาเขียนใหป้ รากฏอยใู่ นเอกสารอา้ งอิง

ตวั อย่างการเขยี นรายงานการวจิ ยั อย่างง่าย
ขอยกตวั อยา่ งจากโครงการวิจยั อยา่ งง่ายในหน้า () มาเป็ นตัวอย่างในการเขียนรายงานการวิจัย
อยา่ งง่าย ดงั นี
1. ชือเรือง

การศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศึกษานอกโรงเรียน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศูนยก์ าร
เรียนชุมชนวดั แจง้

2. ชือผ้วู จิ ยั
นายสมหมาย ขยนั ยงิ นกั ศึกษาระดบั ชนั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและ

การศึกษาตามอธั ยาศยั อาํ เภอโพธิทอง จงั หวดั อ่างทอง
3. ความเป็ นมาของการวจิ ยั
เนืองจากนกั ศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้ ส่วนใหญ่

เป็ นผใู้ หญ่ มีอาชีพและภารกิจต่างๆ มากมาย จึงมีขอ้ จาํ กดั เรืองเวลา ไม่สามารถมาพบกลุ่มหรือเข้าเรียน
ทุกวนั ได้ สถานศกึ ษาจึงจดั ใหน้ กั ศกึ ษามาพบกล่มุ เฉพาะวนั เสาร์และวนั อาทิตย์ เพอื ครูไดส้ อนเสริมและให้
นกั ศึกษามกี ารแลกเปลยี นเรียนรู้ สอบถามปัญหาการเรียน ตลอดจนมอบหมายให้นักศึกษาไปศึกษาคน้ ควา้
ในหวั ขอ้ วิชาทีเรียน ทาํ รายงานหรือนาํ เสนอเพือแลกเปลยี นเรียนรู้ในการพบกลมุ่ ครังต่อไป

การทีครูมอบหมายให้นักศึกษาไปศึกษาคน้ ควา้ เรียนรู้ด้วยตนเองเป็ นส่วนใหญ่เช่นจนึงี
น่าสนใจศึกษาว่านักศึกษามีวิธีการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเองอย่างไร และพบปัญหาอุปสรรคอะไรบา้ ง
มขี อ้ เสนอแนะอยา่ งไร

~ 258 ~

ขอ้ คน้ พบจากการวิจยั คาดวา่ จะทาํ ใหค้ รูและสถานศกึ ษาสามารถนาํ ไปเป็นขอ้ มลู ในการพฒั นา

ปรับปรุง และสนบั สนุนการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศกึ ษาใหเ้ กิดประสิทธิภาพต่อไป

4. วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั เพอื ศึกษา

1.1 ข้อมูลพืนฐานของนักศึกษาการศึกษานอกโรงเรี ยนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ศรช.วดั แจง้

1.2 วิธีการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเองของนักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษา

ตอนปลาย ศรช. วดั แจง้

1.3 ปัญหาอุปสรรคในการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียน

ระดบั การศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้

1.4 ขอ้ เสนอแนะในการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั

มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้

5. วธิ ีดาํ เนนิ การวจิ ยั

5.1 ประชากร ได้แก่ นักศึกษาการศึกษานอกโรงเรี ยนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี

การศกึ ษา ศรช. วดั แจง้ จาํ นวน คน

5.2 กลมุ่ ตวั อยา่ ง สุ่มตวั อยา่ งจากนกั ศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ปี การศกึ ษา ศรช. วดั แจง้ จาํ นวน คน

5.3 เครืองมอื วจิ ยั ใชแ้ บบสอบถาม มี ตอน คือ ขอ้ มลู พืนฐานนกั ศกึ ษา วิธีการศึกษาคน้ ควา้

ดว้ ยตนเองของนกั ศึกษา ปัญหาอปุ สรรคทีพบ และขอ้ เสนอแนะ

5.4 วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มลู เก็บรวบรวมแบบสอบถามดว้ ยตนเองในเดือนธนั วาคม

5.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ใชส้ ถิติ คือ ค่าความถี ค่าร้อยละ ค่าเฉลยี

6. ผลการวจิ ยั

การวิจัยเรือง “การศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเองของนักศึกษานอกโรงเรียน ระดบั มธั ยมศึกษา

ตอนปลาย ศนู ยก์ ารชุมชนวดั แจง้ ผวู้ ิจยั ไดก้ าํ หนดวตั ถุประสงค์ของการวิจยั เพือศึกษาขอ้ มูลพืนฐานของ

นกั ศึกษาการศกึ ษานอกโรงเรียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้ วิธีการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง

ของนักศึกษา ปัญหาอุปสรรคในการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเองและข้อเสนอแนะต่างๆ ของนักศึกษา

ผลการวิจยั พบว่า

6.1 นกั ศึกษาการศึกษานอกโรงเรียน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ศรช. วดั แจง้ เป็ นชาย

คน เป็นหญิง คน อายเุ ฉลยี ของนกั ศกึ ษาคือ . ปี

6.2 วิธีการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง นักศึกษาส่วนใหญ่ร้อยละ ค้นคว้าในห้องสมุด

แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน ร้อยละ ศึกษาสอบถามจากผูร้ ู้ ปราชญ์ชาวบ้าน ร้อยละ ทีเหลือ

ใชว้ ธิ ีอนื ๆ เช่น พดู คุยปรึกษาเพอื น หาขอ้ มลู จากสือวิทยุ โทรทศั น์ อนิ เตอร์เน็ต เป็นตน้

~ 259 ~

6.3 ปัญหาอปุ สรรคในการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองของนกั ศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ คือ ไมม่ ี
เวลาไปศึกษาคน้ ควา้ เนืองจากติดภารกิจในการประกอบอาชีพ นอกจากนัน คือ แหล่งค้นควา้ อยู่ไกล
จากบา้ นเดินทางไมส่ ะดวก

6.4 นกั ศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ เสนอแนะใหท้ างสถานศึกษาจดั เตรียมแหล่งคน้ ควา้ สือ
เอกสารต่าง ๆ ใหพ้ ร้อมในสถานศึกษาและมีการใหบ้ ริการยมื ไปศึกษาคน้ ควา้ ทีบา้ น

7. ข้อเสนอแนะ
ผลการวิจยั ครังนี สถานศกึ ษาและครู ศรช. ควรนาํ ไปพจิ ารณาจดั หาแหลง่ คน้ ควา้ ทีอยใู่ นบริเวณ

ใกลเ้ คียงสถานทีพบกลุ่มหรือมิฉะนนั ก็มีหน่วยบริการสือเอกสารใกลบ้ ริเวณทีนกั ศึกษาส่วนใหญ่สะดวกมา
ใชบ้ ริการ

กจิ กรรมที ใหผ้ เู้ รียนไปคน้ ควา้ ผลงานการวิจยั ทีตนเองสนใจใน Website แลว้ นํามาเขียนสรุปรายงาน
การวิจยั อยา่ งง่าย ตามรูปแบบทีกาํ หนดพร้อมอา้ งอิงแหลง่ ทีมาดว้ ย

การเผยแพร่ผลงานการวจิ ยั
ผลการวจิ ยั ทีทาํ ขึนควรมกี ารเผยแพร่เพือใหผ้ เู้ กียวขอ้ งนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ได้การเผยแพร่ผลงานการ

วิจยั ทาํ ไดห้ ลายวิธี เช่น
1. นาํ เสนอในเวลาการพบกลมุ่ หรือในทีประชุมต่าง ๆ
2. เขียนลงวารสารต่าง ๆ
3. ติดบอร์ดของสถานศกึ ษา บอร์ดนิทรรศการ
4. ส่งรายงานการวจิ ยั ใหห้ น่วยงานต่าง ๆ
5. นาํ รายงานการวิจยั ขึน Website

กจิ กรรมที ใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลงานการวจิ ยั ทีไปคน้ ควา้ มากจาก Website จากกิจกรรมที มานาํ เสนอในเวลา
พบกลุ่ม

~ 260 ~

เฉลยกิจกรรม

กจิ กรรมที
ความหมายของการวิจัย อาจมีหลายความหมาย แต่คาํ ตอบจะตอ้ งให้ครอบคลุมว่าการวิจยั เป็ น

การศึกษาหาคาํ ตอบทีอยากรู้อยา่ งเป็นกระบวนกานรตขอั น ไมใ่ ช่การคาดเดา หรือสรุปคาํ ตอบเอง
ประโยชนข์ องการวจิ ยั สาํ หรับผวู้ ิจยั เอง คือ ฝึ กการเป็ นคนช่างคิด ช่างสงั เกต ศึกษา คน้ ควา้ และ

เขียนเรียบเรียงอยา่ งเป็นระบบ
ประโยชน์ของการวจิ ยั สาํ หรับหน่วยงาน / สถานศึกษา ไดแ้ ก่
1. ทาํ ใหเ้ กิดความรู้ทางวิชาการใหม่ๆ
2. ช่วยใหเ้ กิดนวตั กรรม สิงประดิษฐ์ แนวคิดใหมๆ่
3. ตอบคาํ ถามทีอยากรู้ ใหเ้ ขา้ ใจปัญหา/ช่วยแกป้ ัญหา
4. ช่วยในการวางแผนและการตดั สินใจ
5. ช่วยใหท้ ราบผลและขอ้ บกพร่องของการดาํ เนินงานต่างๆ

กจิ กรรมที
คาํ ตอบเป็นไปตามคาํ ถามวจิ ยั /ปัญหาการวิจยั และชือโครงการวิจยั ตามความสนใจของแต่ละกลมุ่

กจิ กรรมที
.ก 2. ค . ข

.ค . ค
กจิ กรรมที

แบบสอบถาม แบบสมั ภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และแบบสังเกตทีมีโครงร่างการสังเกตของกลุ่ม
, , ให้มีรู ปแบบตามเครื องมือแต่ละประเภท และเอนหื าครอบคลุมเรื องที ต้องการทราบ
กจิ กรรมที

คาํ ตอบของโครงการวจิ ยั ใหเ้ ขียนครบทุกหวั ขอ้ ทีกาํ หนด และในแต่ละหวั ขอ้ ใหเ้ ขียนตามคาํ อธิบาย
ใหช้ ดั เจน (ตามตวั อยา่ งการเขียนโครงการวจิ ยั อยา่ งง่าย)
กจิ กรรมที

คาํ ตอบใหเ้ ป็นไปตามการศึกษา คน้ ควา้ รายงานการวจิ ยั อยา่ งง่ายทีผเู้ รียนสนใจ โดยใหค้ รอบคลมุ
หวั ขอ้ คือ ชือเรือง ชือผวู้ ิจยั ความเป็ นมาของการวิจยั วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั วิธีดาํ เนินการ ผลการวิจยั
และขอ้ เสนอแนะ
กจิ กรรมที

เป็นไปตามกิจกรรมทีกาํ หนด

~ 261 ~

บทที 6
ทกั ษะการเรียนรู้และศักยภาพหลกั ของพนื ทใี นการพฒั นาอาชีพ

ในปัจจุบนั โลกมีการแข่งขนั กนั มากขึน โดยเฉพาะการประกอบอาชีพต่าง ๆ จาํ เป็ นตอ้ งมี
ความรู้ความสามารถ ความชาํ นาญการ ทงั ภาคทฤษฎี และปฏิบตั ิ ผทู้ ีประสบผลสาํ เร็จในอาชีพของตนเอง
จะตอ้ งมีการคน้ ควา้ หาความรู้จากแหลง่ เรียนรู้ต่าง ๆ เพอื เพมิ พนู ความรู้ความสามารถใหส้ อดคลอ้ งกบั การ
เปลยี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา การทีจะจดั การอาชีพใหไ้ ดผ้ ลสาํ เร็นจจนาํ ั เป็ นตอ้ งมีปัจจยั หลายดา้ น การเรียนรู้
ปัจจยั ดา้ นศกั ยภาพหลกั ของพนื ที เป็นเรืองทีสาํ คญั เรืองหนึงทีตอ้ งเรียนรู้

เรืองที 1 ความหมายความสําคญั ของศักยภาพหลกั ของพนื ทีในการพฒั นาอาชีพ
ท่ามกลางกระแสโลกาภิวตั น์ทีมีแนวโน้มการเปลียนแปลงทงั ทางดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม ประชากร

พลงั งาน สิงแวดลอ้ ม เทคโนโลยี ขอ้ มลู ข่าวสาร และความรู้อยา่ งเสรี การศึกษาซึงเป็ นกลไกสาํ คญั ของการ
พฒั นาทรัพยากรของชาติใหก้ า้ วทนั การเปลียนแปลง สามารถยืนหยดั อยไู่ ดอ้ ยา่ งสง่างามในประชาคมโลก
การจดั การศกึ ษาจึงตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั และเห็นคุณค่าของภูมิสงั คม ภูมิรัฐศาสตร์ ศกั ยภาพทุกดา้ นทีจะเป็ น
ตน้ ทุนทางการศึกษา รวมทงั ต่อยอดการศึกษาสู่การพฒั นาประเทศในดา้ นอืน และเพิมขีดความสามารถ
ในการแข่งขันบนเวทีโลก เพือยกระดบั คุณภาพชีวิตและสังคมทังองคาพยพ มีการมองหาศกั ยภาพ
ในทุกภาคส่วนของสังคม ปัจจยั ภายนอก และปัจจัยภายใน ทีจะสามารถเป็ นอเชพื ลิงในการขบั เคลือน
การศึกษาได้ เนน้ การจดั การศกึ ษาโดยยดึ พนื ทีเป็นฐานในการพฒั นา โดยคาํ นึงถึงสภาพแต่ลนะทพี ืทีมคี วาม
แตกต่าง และมีความตอ้ งการทอ้ งถินไม่เหมือนกนั การพฒั นาการศึกษาจึงตอ้ งเนน้ พืนทีเป็ นสาํ คญั โดยมี
พืนฐานอย่บู นศกั ยภาพดา้ นต่าง ๆ ของพืนทีนัน โดยการพฒั นา และยกระดบั คุณภาพชีวิตของประชาชน
ใหม้ คี วามเป็นอยทู่ ีดี สร้างควางมคมงั ทั างเศรษฐกิจและความมนั คงทางสงั คมใหก้ บั ประเทศ และอกี ประการ
หนึงทีสาํ คัญในสภาพการปัจจุบนั คือ แมท้ ีผ่านมาประเทศไทยจะสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษา
ใหป้ ระชาชนในแต่ละพืนทีมีงานทาํ แลว้ ในระดบั หนึง แต่ดว้ ยพลวตั ของโลกทีเปลียนแปลงอย่างรวดเร็ว
และรุนแรงของสงั คมโลกดงั กลา่ วไดส้ ่งผลต่อสงั คมไทย ใหเ้ ขา้ สู่สงั คมแห่งการแข่งขนั อยา่ งหลีกเลียงไม่ได้
ความอย่รู อดของประเทศ ปัจจุบันขึนอยกู่ ับความสามารถในการแข่งขัน และการพฒั นาศกั ยภาพของ
ประเทศใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด ประเทศไทยจึงตอ้ งเพิมขีดความสามารถในการแข่งขนั ในระดบั โลก หาก
ประเทศไทยไม่เตรียมพร้อม และไม่สามารถแข่งขนั ในเวทีระดบั ภูมิภาคได้ จะทาํ ให้เสียเปรียบประเทศ
เพอื นบา้ น การยกระดบั คุณภาพการศึกษา จึงตอ้ งยกระดบั ความสามารถในการแข่งขนั ดว้ ย และไม่เพียงแต่
ในภูมิภาคอาเซียนเท่านนั หากแต่จะตอ้ งเป็นทุกภูมิภาคของโลก เพราะทุกภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นทีทนีเพจรื ิญ
แลว้ หรือกาํ ลงั พฒั นาก็ตาม ลว้ นมโี อกาสทีซ่อนองยสทู่ ินั หากการศึกษาสร้างคนทีมีความรู้ความสามารถ มี
วสิ ยั ทศั น์ สามารถมองเห็นโอกาสทีซ่อนอยู่ จะทาํ ให้ประเทศยืนอย่บู นเวทีโลกไดอ้ ยา่นงคมงั และสามารถ
แข่งขันไดใ้ นระดบั สากล ด้วยเหตุนี การศึกษาจึงมีความสาํ คัญมากในการพฒั นาประเทศ และความ

~ 262 ~

เจริญกา้ วหนา้ ของประเทศ จึงตอ้ งมีพืนฐานมาจากระบบการศึกษาทีมีคุณภาพ ทีสามารถผลิตบุคลากรทีมี
คุณภาพออกมาพฒั นาประเทศได้ และการเริมตน้ พฒั นาการศึกษาตอ้ งเริมตน้ จากการวิเคราะห์และคน้ หา
ศกั ยภาพภายในออกมาก่อน และควบคู่ไปกบั ทาํ ความเขา้ ใจการเป็นไปของโลก กระบวนทศั น์ในการพฒั นา
การศึกษาจึงตอ้ ง “ดูเรา ดูโลก” คือ เขา้ ใจตวั เอง และเขา้ ใจวา่ โลกหมุนไปทางใด เพือวิงไปโดยไม่ทิงใครไว้
ขา้ งหลงั มีความรู้เท่าทนั ทุนนิยม และรู้ขอ้ จาํ กดั ของเรา เพราะปลายทางของการพฒั นาการศึกษา หัวใจคือ
ประชาชน คือการผลิตบุคลากรทีมีคุณภาพในการพฒั นาประเทศ สู่ความมนั คงยงั ยนื นนั เอง

การจดั การศึกษาดา้ นอาชีพในปัจจุบนั มีความสาํ คญั มาก เพราะจะเป็ นการพฒั นาประชากรของ
ประเทศให้มีความรู้ ความสามารถและทกั ษะในการประกอบอาชีพ เป็ นการแกป้ ัญหาการว่างงานและ
ส่งเสริมความเขม้ แข็งใหแ้ ก่เศรษฐกิจชุมชน ซึงกระทรวงศึกษาธิการไดก้ าํ หนดยทุ ธศาสตร์ 2555 ภายใต้
กรอบเวลา 2 ปี ทีจะพฒั นา 5 ศกั ยภาพของพนื ทีใน 5 กลมุ่ อาชีพใหม่ ใหส้ ามารถแข่งขนั ไดใ้ น 5 ภูมภิ าคหลกั
ของโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทนั เพือแข่งขนั ไดใ้ นเวทีโลก” และกระทรวงศึกษาธิการไดก้ าํ หนดภารกิจทีจะ
พฒั นายกระดบั การจดั การศึกษาเพือเพิมศกั ยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนไดม้ ีอาชีพทีสามารถ
สร้างรายได้ทีมนั คง โดยการดาํ เนินการพฒั นายกระดับ และจัดการศึกษาเพือเพิมศกั ยภาพ และขีด
ความสามารถให้ประชาชนไดม้ ีอาชีพทีสามารถสร้างรายไดท้ ีมงั คงั และมนั คง เพือเป็ นบุคลากรทีมีวินัย
เปี ยมไปดว้ ยคุณธรรมจริยธรรมมสี าํ นึกความรับผดิ ชอบต่อตนเอง ผอู้ นื และสงั คม ภายใตห้ ลกั การพืนฐานที
คาํ นึงถงึ ศกั ยภาพและบริบทรอบ ๆ ตวั ผเู้ รียน เพือมงุ่ สู่เป้ าหมายของการเพมิ ขีดความสามารถในการแข่งขนั
และยกระดบั ศกั ยภาพในการทาํ งานใหก้ บั บุคลากรคนไทยใหแ้ ข่งขนั ไดใ้ นระดบั สากล โดยคาํ นึงถงึ หลกั การ
พนื ฐานทีคาํ นึงถงึ ศกั ยภาพและบริบทรอบๆ ตวั ผเู้ รียน ดงั นันสาระทกั ษะการเรียนรู้ เป็ นสาระเกียวกบั การ
พฒั นาทกั ษะการเรียนรู้ของผเู้ รียนในดา้ นการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การใชแ้ หล่งเรียนรู้ การจดั การความรู้ การ
คิดเป็น และการวจิ ยั อยา่ งง่าย โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พือใหผ้ เู้ รียนสามารถกาํ หนดเป้ าหมาย วางแผนการเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง เขา้ ถงึ และเลือกใชแ้ หลง่ เรียนรู้ จดั การความรู้ กระบวนการแกป้ ัญหา และตดั สินใจอยา่ งมีเหตุผล
ทีสามารถใชเ้ ป็นเครืองมือในกานราํ ชตี นเองในการเรียนรู้ และการประกอบอาชีพให้สอดคลอ้ งกบั หลกั การ
พืนฐาน และการพฒั นา ศกั ยภาพหลกั ของพืนทีใน กลุ่มอาชีพใหม่ คือ กลุ่มอาชีพดา้ นเกษตรกรรม
อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจดั การและการบริการ ตามยทุ ธศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ ไดอ้ ยา่ งต่อเนืองตลอดชีวิต

~ 263 ~

เรืองที พนื ทีหลกั ในการพฒั นาอาชีพ และการวเิ คราะห์ศักยภาพหลกั ของพนื ทใี นการพฒั นาอาชีพ
. กล่มุ อาชีพใหม่ กล่มุ อาชีพ
1.1 กลมุ่ อาชีพดา้ นเกษตรกรรม
1.2 กลมุ่ กลุ่มอาชีพดา้ นอุตสาหกรรม
1.3 กลุม่ อาชีพดา้ นพาณิชยกรรม
1.4 กล่มุ อาชีพดา้ นความคิดสร้างสรรค์
1.5 กลมุ่ อาชีพดา้ นบริหารจดั การและการบริการ

2. พนื ทหี ลกั ในการพฒั นาอาชีพ 5 พนื ที
พนื ทีหลกั ในการพฒั นา ประกอบดว้ ย

~ 264 ~

. พืนทีภาคกลาง ประกอบดว้ ย กลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนบน 8 จังหวดั ได้แก่ นนทบุรี
พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชยั นาท กลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนล่าง 13
จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคิรี ขันธ์ สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี กลุ่มจงั หวดั ภาคตะวนั ออก 4
จงั หวดั ไดแ้ ก่ ชลบุรี ระยอง ตราด จนั ทบุรี

. พนื ทภี าคเหนือ ประกอบดว้ ย กลุม่ จงั หวดั ภาคเหนือตอนบน 8 จงั หวดั ไดแ้ ก่ เชียงใหม่ ลาํ พนู
ลาํ ปาง แมฮ่ ่องสอน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน กลุ่มจงั หวดั ภาคเหนือตอนล่าง 9 จงั หวดั ไดแ้ ก่ สุโขทยั ตาก
อตุ รดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบรู ณ์ กาํ แพงเพชร นครสวรรค์ พจิ ิตร อุทยั ธานี

~ 265 ~

. พนื ทภี าคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ประกอบดว้ ย กลมุ่ จงั หวดั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนบน 8
จงั หวดั ไดแ้ ก่ อุดรธานี หนองคาย หนองบวั ลาํ พู เลย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กลุ่มจงั หวดั
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนกลาง 4 จงั หวดั ไดแ้ ก่ ข่อนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กลุ่มจงั หวดั
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนล่าง 8 จงั หวดั ไดแ้ ก่ นครราชสีมา ชยั ภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี
ศรีษะเกษ ยโสธร อาํ นาจเจริญ

~ 266 ~

4. พืนทีภาคใต้ ประกอบด้วย กลุ่มจังหวดั ภาคใต้ฝังอ่าวไทย 4 จังหวดั ได้แก่ ชุมพร
สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พทั ลงุ กลมุ่ จงั หวดั ภาคใตฝ้ ัง 5 จงั หวดั ไดแ้ ก่ ระนอง พงั งา ภูเก็ต กระบี ตรัง
กลุ่มจงั หวดั ภาคใตช้ ายแดน 4 จงั หวดั ไดแ้ ก่ สตลู สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา

5. พนื ทีกรุงเทพมหานคร

~ 267 ~

เรืองที 3 ศักยภาพหลกั ของพนื ทีในการพฒั นาอาชีพ
.ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพนื ที หมายถงึ ทรัพยากรธรรมชาติหรือสิงต่าง ๆ ที

เกิดขึนเองตามธรรมชาติ และมนุษย์ สามารถนาํ มาใชป้ ระโยชนไ์ ด้ เช่น บรรยากาศ ดิน นาํ ป่ าไม้ ทุ่งหญา้
สตั วป์ ่ า แร่ธาตุ พลงั งาน และกาํ ลงั แรงงานมนุษย์เป็นตน้ การนาํ เอาศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละ
พนื ทีเพือนาํ มาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นการประกอบอาชีพตอ้ งพิจารณาว่าทรัพยากรทางธรรมชาติทีจะตอ้ ง
นาํ มาใชใ้ นการประกอบอาชีพในพืนทีมีหรือไม่มีเพียงพอหรือไม่ ถา้ ไม่มี ผปู้ ระกอบการตอ้ งพิจารณา
ใหม่ว่าจะกอบอาชีพทีตดั สินใจเลือกไวห้ รือไม่

.ศักยภาพของพนื ทีตามหลกั ภูมอิ ากาศ หมายถึง ลกั ษณะของลมฟ้ าอากาศทีมีอยปู่ ระจาํ ทอ้ งถิน
ใดทอ้ งถนิ หนึง โดยพิจารณาจากค่าเฉลียของอุณหภูมิประจาํ เดือน และปริมาณนาํ ฝนในช่วงระยะเวลา
ต่างๆ ของปี เช่นภาคเหนือของประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นหรือเป็ นแบบสะวนั นา (Aw) คือ อากาศ
ร้อนชืนสลบั กบั ฤดูแลง้ เกษตรกรรม กิจกรรมทีทาํ รายไดต้ ่อประชากรในภาคเหนือ ไดแ้ ก่ การทาํ สวน
ทาํ ไร่ ทาํ นา และเลียงสตั วภ์ าคใตเ้ ป็ นภาคทีมีฝนตกตลองดปที ทั าํ ให้เหมาะแก่การปลูกพืชเมืองร้อน
ทีตอ้ งการความชุ่มชืนสูง เช่น ยางพารา ปาลม์ นาํ มนั เป็ นตน้ การประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ผปู้ ระกอบ
อาชีพจาํ เป็นตอ้ งพิจารณาเลือกอาชีพให้เหมาะสมกบั สภาพสภาพภูมิอากาศเพราะสภาพภูมิอากาศจะมี
ความสมั พนั ธก์ บั การประกอบอาชีพ

. ศักยภาพของภูมปิ ระเทศและทาํ เลทีตงั ของแต่ละพนื ที หมายถึง ลกั ษณะของพืนทีและทาํ เล
ทีตงั ในแต่ละพืนที ซึงพนื ทีแต่ละทาํ เลจะมีลกั ษณะแตกต่างกนั เช่น เป็ นภูเขา ทีราบสูง ทีราบลุ่ม ทีราบ
ชายฝัง สิงทีเราตอ้ งศกึ ษาเกียวกบั ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ เช่น ความกวา้ ง ความยาว ความลาดชนั และความ
สูงของพนื ที เป็นตน้ การประกอบอาชีพใดๆก็ตามไมว่ ่าจะเป็นการผลิต การจาํ หน่าย หรือการใหบ้ ริการ
ก็ตามจาํ เป็นตอ้ งพิจารณาถึงทงาทํ เีเลหทมีตาัะสมและการคมนาคมขนส่งต่างๆ

.ศักยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ชี ีวติ ของแต่ละพนื ที หมายถึง ลกั ษณะ
วฒั นธรรม ประเพณี และความแตกต่างกนั ในการดาํ รงชีวิตของประชากรในพืนที ซึงมีผลต่อการ
ประกอบอาชีพ ผทู้ ีจะประกอบอาชีพอาจตอ้ งพิจารณาและเลือกประกอบอาชีพใหเ้ มะสมกบั วฒั นธรรม
ประเพณีและวิถีชีวิตของแต่ละพืนที

.ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพนื ที หมายถึง บุคคลทีอยใู่ นพืนทีทีตอ้ งไดร้ ับการ
พฒั นาความรู้ ความคิดและสามารถการนําศกั ยภาพของแต่ละบุคคลในแต่ละพืนทีมาใช้ ในการ
ปฏิบตั ิงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทศั นคติทีดีต่อการประกอบอาชีพ เกิด
ความตระหนักในคุณค่าของตนเอง และเมือพิจารณาถึงทรัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละพืนที โดยเฉพาะ
ภูมิปัญญาไทย แมว้ ่ากาลเวลาจะผ่านไป ความรู้สมยั ใหม่จะหลงั ไหลเข้ามามาก แต่ภูมิปัญญาไทย
ก็สามารถปรับเปลียนให้เหมาะสมกบั ยุคสมยั ได้ การเลือกหรือการเขา้ สู่อาชีพต่างๆจาํ เป็ นตอ้ งมีการ
พจิ ารณาในเรืองนีดว้ ยเพราะการบริหารทรัพยากรมนุษย์ นนั จาํ เป็ นตอ้ งมีการดาํ เนินการอย่างเป็ นระบบ

~ 268 ~

เพราะหากไม่ดาํ เนินการตามกระบวนการอยา่ งเป็นระบบแลว้ จะก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อการประกอบอาชีพ
ในอนาคตได้ เพราะผลทีไดร้ ับจากการบริหารนนั ไม่สอดคลอ้ งกบั ความสาํ เร็จของการประกอบอาชีพ

จะเห็นไดว้ า่ การเรียนรู้และวิเคราะห์หาจุดออ่ นจุดแข็งของศกั ยภาพหลนกั ขทอีมงีคพวืามสาํ คญั
และมีผลต่อการพฒั นาอาชีพให้เขม้ แข็งมานกขเพึ ราะศกั ยภาพหลกั ของพืนทีเป็ นปัจจัยหนึงทีทาํ ให้
ผปู้ ระกอบการมีโอกาสเขา้ สู่การประกอบอาชีพไดม้ ายงิ ขึน

เรืองที ตวั อย่างอาชีพทีสอดคล้องกบั ศักยภาพหลกั ของพนื ที
1. กล่มุ อาชีพใหม่ด้านเกษตรกรรม
กลมุ่ การผลติ เช่น การผลิตไมด้ อกเพอื การคา้ การผลติ ปุ๋ ยอนิ ทรีย์ การผลติ ไก่อนิ ทรีย์
กลุ่มแปรรูป เช่น การแปรรูปปลานิลแดดเดียว การแปรรูปทาํ ไสก้ รอกจากปลาดุก
กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การเกษตรแบบยงั ยนื การเกษตรผสมผสานตามแนวทาง

เกษตรทฤษฎีใหม่ และแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การฝึกอบรมเกษตรทางเลือกภายใตเ้ ศรษฐกิจพอเพียง

ตวั อย่างอาชีพ การปลกู พชื ผกั โดยวธิ ีเกษตรธรรมชาติ

ปัจจุบนั การเพาะปลกู ของประเทศไทยประสบปัญหาหลายประการทีสาํ คญั ประการแรกคือ
พืนทีทาํ การเกษตรส่วนใหญ่เป็ นดินทีขาดความอุดมสมบูรณ์ ประการทีสองเกษตรกรประสบปัญหา
แมลงศตั รูรบกวนและหนทางทีเกษตรกรเลือกใชแ้ กป้ ัญหาส่วนใหญ่ก็คือสารเคมีฆ่าแมลง ซึงเป็ น
อนั ตรายต่อเกษตรกรผผู้ ลติ และผบู้ ริโภค และเกิดมลพษิ ในสภาพแวดลอ้ ม การแกป้ ัญหาดงั กลา่ วตามแนว
พระราชดาํ ริก็คือ “แนวทางการเกษตรธรรมชาติแบงบยนยื ั ตามแนวพระราชดาํ ริ” ซึงจะเป็นแนวทางทีจะ
ทาํ ให้ดินเป็ นดินทีมีความอุดมสมบูรณ์ เป็ นดินทีมีชีวิต มีศกั ยภาพในการผลิตและให้ผลผลิตทาง
การเกษตรทีปลอดภยั จากสารพษิ ต่าง ๆ ทางการเกษตร ดงั นนั ผเู้ รียนควรมีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะและ
เจตคติเกียวกบั แนวพระราชดาํ ริของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั หลกั เกษตรธรรมชาติ การปรับปรุงดิน
โดยใชป้ ุ๋ ยอินทรียแ์ ละปุ๋ ยชีวภาพ ดินและอนิ ทรียวตั ถใุ นดิน ชมแปลงสาธิต-ทดลองเกษตรธรรมชาติ การ
ป้ องกันและกาํ จดั ศตั รูพืชโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ การทําสมุนไพรเพือป้ องกนั และกาํ จัดศตั รูพืช
มาตรฐานเกษตรธรรมชาติ ศฝก. ฝึกปฏบิ ตั ิการทาํ ปุ๋ ยหมกั ปาุ๋ ชีวภยานพํ และนาํ สกดั ชีวภาพ ฝึกปฏิบตั ิการ
เพาะกลา้ และฝึกปฏิบตั ิงานในแปลงเกษตร มาตรฐานเกษตรธรรมชาติ MOA มาตรฐานเกษตรธรรมชาติ
ศฝก. การจดั ดอกไม้การแปรรูปผลผลิตการเกษตร การวางแผนการปลกู พืชผกั โดยวธิ ีเกษตรธรรมชาติใน
อนาคต การติดตามผลและใหค้ าํ แนะนาํ

~ 269 ~

การวเิ คราะห์ 5 ศักยภาพของพนื ที ในกล่มุ อาชีพใหม่ด้านเกษตรกรรม

ที ศักยภาพ รายละเอยี ดทคี วรพจิ ารณาในประเดน็

1 การวิเคราะหท์ รัพยากรธรรมชาติ - ดินมคี วามสมบูรณ์

ใน แต่ละพืนที - ไมม่ ีแมลงศตั รูรบกวน

- มีแหล่งนาํ และลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทีเป็นทีราบลุ่มแามท่นี ํ

อุดมสมบรู ณ์เหมาะสมในการทาํ การเกษตร

2 การวิเคราะห์พนื ทีตามลกั ษณะภูมอิ ากาศ ฤดกู าล ภูมอิ ากาศเหมาะสมต่อการปลกู พืชผกั เช่น ไม่อยใู่ นพืนที

นาํ ท่วม มอี ากาศเย็นไมร่ ้อนจดั

3 การวเิ คราะหภ์ ูมิประเทศ และทาํ เลทีตงั - เป็นฐานการผลิตทางการเกษตร
ของแต่ละพืนที - มแี หลง่ ชลประทาน
- ไม่มีความเสียงจากภยั ธรรมชาติทีมีผลความเสียหายรุนแรง
4 การวเิ คราะหศ์ ิลปวฒั นธรรม ประเพณี - มีพนื ทีพอเพยี งและเหมาะสม
และวถิ ชี ีวิตของแต่ละพนื ที - มีการคมนาคมทีสะดวก
- มีวถิ ีชีวิตเกษตรกรรม
5 การวิเคราะหท์ รัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละ - ประชาชนสนใจในวถิ ีธรรมชาติ
พนื ที - มีภูมปิ ัญญา/ผรู้ ู้ เกียวกบั เกษตรธรรมชาติ
- มกี ระแสการสนบั สนุนเกษตรธรรมชาติจากสงั คมสูง

~ 270 ~

2. กล่มุ อาชีพใหม่ด้านอุตสาหกรรม
ภาคการผลติ ได้แก่
กลุ่มไฟฟ้ าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ช่างไฟฟ้ าอุตสาหกรรม ช่างเชือมโลหะดว้ ย

ไฟฟ้ าและแก๊ส ช่างเชือมเหล็กดดั ประตู หนา้ ต่าง ช่างเดินสายไฟฟ้ าภายในอาคาร ช่างเดินสายแลงะติดตั
อปุ กรณ์ไฟฟ้ า

กล่มุ เสือผ้า สิงทอ เช่น การทาํ ซิลคส์ กรีน การทาํ ผา้ มดั ยอ้ มและมดั เพนท์ การทาํ ผา้
ดว้ ยกีกระตุก การทาํ ผา้ บาติก

กล่มุ เครืองยนต์ เช่น การซ่อมรถจกั รยานยนตแ์ ละเครืองยนต์ ช่างเครืองยนต์
ช่างเคาะตวั ถงั รถยนต์

กลุ่มศิลปะประดิษฐ์และอญั มณี เช่น การแกะสลกั วสั ดุอ่อนเบืองตน้ การขึนรูป
กระถางต้นไมด้ ้วยแป้ นหมุน การทาํ ของชาํ ร่วยด้วยเซรามิค การออกแบบเครืองโลหะและรูปภณั ฑ์
อญั มณี

ตวั อย่างอาชีพ การเป็ นตวั แทนจาํ หน่ายทพี กั และบริการท่องเทียวในแหล่งท่องเทยี วเชิงวฒั นธรรม ใน
กล่มุ ประเทศภูมภิ าคอาเซียนโดยใช้คอมพวิ เตอร์อนิ เตอร์เนต็

สืบเนืองจากความเปลียนแปลงของประชาคมโลกทีมีการติดต่อสือสารกนั มากขึนอยา่ งรวดเร็ว
และกลุ่มประเทศอาเซียนได้มีนโยบายให้เกิดประชาคมอาเซียนขึน ซึงหมายถึงคนในภูมิภาคดงั กล่าว
จะติดต่อไปมาหาสู่กนั มากขึน และในการนีการเดินทางท่องเทียวของประชาชนก็จะมีมานกจขาึ กความ
สนใจใคร่รู้ใคร่เห็นเกียวกบั ประเพณีวฒั นธรรมของชาติเพือนบา้ น การท่องเทียวเป็นอตุ สาหกรรมบริการ
ทีมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ววโทลั ก โดยมีเอกลกั ษณ์เฉพาะตัวซึงแตกต่างจากอุตสาหกรรม
ประเภทอืน ๆ คือการสร้างรายไดเ้ ป็ นเงินตราต่างประเทศเขา้ ประเทศเป็ นจาํ นวนมหาศาล เมือเทียบกบั
รายไดจ้ ากสินคา้ อืน ๆ

การขยายตวั ของอุตสาหกรรมการท่องเทียวดงั กล่าว ทาํ ใหธ้ ุรกิจทีเกียวขอ้ งกับการท่องเทียว
ไดแ้ ก่ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร คมนาคม และขนส่ง มีการขยายตวั ตามไปดว้ ยและการท่องเทียวยงั ถกู ใช้
เป็นเครืองมอื ในการกระจายรายไดแ้ ละความเจริญไปสู่ภมู ิภาคต่าง ๆ ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ
ใหแ้ ก่ชุมชนในทอ้ งถนิ และยงั มบี ทบาทในการกระตุน้ ใหเ้ กิดการผลิตและการนาํ เอาทรัพยากรธรรมชาติ
ต่าง ๆ มาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยอยใู่ นรูปของสินคา้ และบริการเกียวกบั การท่องเทียว
ดงั นนั การรวบรวมนาํ เสนอขอ้ มลู การใหบ้ ริการเกียวกบั การท่องเทียวโดยการเป็นตวั กลางระหว่างสถาน
ประกอบการ/ผปู้ ระกอบการกบั ผใู้ ชบ้ ริการ จึงเป็ นอาชีพทีน่าสนใจและมีโอกาสกา้ วหน้าสูง ดนังนั
ผเู้ รียนจึงควรมีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติเกียวกบั ธุรกิจทีพกั และการใหบ้ ริการการท่องเทียว

~ 271 ~

เชิงวฒั นธรรมในกลมุ่ ประเทศอาเซียน การใชค้ อมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตสาํ หรับการเป็ นตวั แทนจาํ หน่าย
ระหวา่ งเจา้ ของ/ผปู้ ระกอบการการท่องเทียวเชิงวฒั นธรรมกบั ผใู้ ชบ้ ริการผา่ นทางอินเตอร์เน็ต การเจรจา
ต่อรองในฐานะตวั แทนจาํ หน่าย การประเมินผลและพฒั นาธุรกิจของตน

การวเิ คราะห์ 5 ศักยภาพของพนื ที ในกล่มุ อาชีพใหม่ด้านอตุ สาหกรรม

ที ศักยภาพ รายละเอยี ดทคี วรพจิ ารณาในประเดน็
1 การวเิ คราะห์ทรัพยากรธรรมชาติ ขอ้ มลู ของแหล่งท่องเทียว

ในแต่ละพนื ที แหลง่ ท่องเทียวมบี รรยากาศทีเหมาะสม
2 การวิเคราะหพ์ นื ทีตามลกั ษณะภูมอิ ากาศ มที าํ เลทีตงั ในชุมชน สงั คม ทีมกี ารคมนาคมสะดวก
3 การวเิ คราะห์ภมู ปิ ระเทศ และทาํ เลทีตงั
- ทุนทางสงั คมและวฒั นธรรม การบริโภคของตลาดโลก
ของแต่ละพืนที มีแนวโนม้ กระแสความนิยมสินคา้ ตะวนั ออกมากขึน
4 การวิเคราะห์ศิลปวฒั นธรรม ประเพณี - มีศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตแบบดงั เดิม และเป็ น
เอกลกั ษณ์
และวถิ ชี ีวิตของแต่ละพนื ที แรงงานมีทกั ษะฝีมือและระบบประกนั สงั คม และมคี วามสามารถ
ในการใชเ้ ทคโนโลยี
5 การวเิ คราะห์ทรัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละ
พนื ที

~ 272 ~

3. กล่มุ อาชีพใหม่ด้านพาณชิ ยกรรม
การค้าและเศรษฐกจิ พอเพยี ง ได้แก่
กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบและพฒั นาบรรจุภัณฑ์เพือชุมชน

การพฒั นาผลิตภณั ฑเ์ พือชุมชน การพฒั นาและออกแบบผลิตภณั ฑ์
การขายสินค้าทางอนิ เทอร์เนต็ (e-Commerce) การสร้างร้านคา้ ทางอนิ เทอร์เน็ต
กล่มุ ผ้ปู ระกอบการ เช่น การประกอบการธุรกิจชุมชน ร้านคา้ ปลกี กล่มุ แม่บา้ น

และวสิ าหกิจชุมชน

ตวั อย่างอาชีพ โฮมสเตย์

อาชีพโฮมสเตย์ เป็ นการประกอบอาชีพโดยนาํ ตน้ ทุนทางสังคม คือ ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิงแวดลอ้ มมาบริหารจดั การเพือเพมิ มลู ค่าจูงใจใหน้ กั ท่องเทียวเขา้ มาสมั ผสั กบั การท่องเทียวเชิงอนุรักษ์
ในรูปแบบโฮมสเตย์ ในการจดั การศึกษาวชิ าอาชีพโฮมสเตย์ ยดึ หลกั การของการศึกษาตลอดชีวิต โดย
ใหส้ งั คมเขา้ มามีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา เนน้ การพฒั นาสาระและกระบวนการเรียนรู้โดยใชช้ ุมชน
เป็นฐาน ควบคู่กบั สร้างองคค์ วามรู้ในการประกอบอาชีพโฮมสเตย์ ภายใตย้ ทุ ธศาสตร์การใชต้ น้ ทุนทาง
ธรรมชาติ ทุนทรัพยากรบุคคล ทุนภมู ปิ ัญญาและแหล่งเรียนรู้ ทุนทางวฒั นธรรม ทุนงบประมาณของ
รัฐ และทุนทางความรู้มาใชจ้ ดั กิจกรรมการเรียนรู้ การจดั การศึกษาอาชีพโฮมสเตย์ เป็ นการจดั การ
กิจกรรมการเรียนรู้ทีเสริมสร้างศกั ยภาพให้ผเู้ รียนไดม้ ีความรู้ และสามารถพฒั นาตนเองและกลุ่มไปสู่
การบริหารจัดการทีมีมาตรฐาน เป็ นไปตามหลกั การของโฮมสเตย์ นาํ ไปสู่การเชือมโยงองค์ความรู้
ทีหลากหลาย ซึงเกิดจากฝึกประสบการณ์โดยการจดั ทาํ โครงการประกอบอาชีพโฮมสเตย์ ดงั นัน ผเู้ รียน
จึงควรมีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคติเกียวกบั สถานการณ์การท่องเทียว นโยบายการท่องเทียว
ของประเทศไทย ความรู้พนื ฐาน และมาตรฐานการจดั การโฮมสเตย์ การจดั กิจกรรมนาํ เทียว การตอ้ นรับ
นักท่องเทียว การบริการ มคั คุเทศก์ การสร้างเครือข่ายการท่องเทียวโฮมสเตย์ การประกอบอาหาร
การปฐมพยาบาลเบืองตน้ ภาษาองั กฤษเพอื การท่องเทียวและ การบริหารจดั การ

~ 273 ~

การวเิ คราะห์ 5 ศักยภาพของพนื ที ในกล่มุ อาชีพใหม่ด้านพาณชิ ยกรรม

ที ศักยภาพ รายละเอยี ดทีควรพจิ ารณาในประเดน็

1 การวเิ คราะหท์ รัพยากรธรรมชาติ - มีแหลง่ ท่องเทียวทีเป็นจุดสนใจแปลกชวนใหผ้ คู้ นมาเทียว และ

ในแต่ละพนื ที พกั คา้ งคืน

- มีโปรแกรมทนี ่าสนใจในการศกึ ษาธรรมชาติ และพกั ผอ่ นทีดี

- ไม่ถกู รบกวนจากแมลงและสตั วอ์ นื ๆ

2 การวเิ คราะหพ์ นื ทีตามลกั ษณะภมู ิอากาศ - ใกลแ้ หล่งนาํ ทะเล มที ิวทศั นท์ ีสวยงาม

- ภมู อิ ากาศไมแ่ ปรปรวนบ่อย ๆ

3 การวิเคราะหภ์ ูมิประเทศ และทาํ เลทีตงั - มีทาํ เลทีตงั พอดีไมใ่ กลไ้ กลเกินไป

ของแต่ละพืนที - มกี ารคมนาคมสะดวกในการเดินทาง

- ขอ้ มลู แต่ละพนื ทีทีเราเลือกอยใู่ กลจ้ ุดท่องเทียวหรือไม่ สะดวก

ในการเดินทางดว้ ยความปลอดภยั เพียงใด มคี ู่แข่งทีสาํ คญั หรือไม่

4 การวเิ คราะห์ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณี เป็นแหล่งท่องเทียวทางวฒั นธรรมทีเป็นธรรมชาติ นอยทใู่ีมนีกพาืร

และวิถชี ีวติ ของแต่ละพนื ที ประชาสมั พนั ธท์ ีดีจากองคก์ รท่องเทียว

5 การวิเคราะห์ทรัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละ - มีผปู้ ระกอบการ และแรงงานทีมีความรูค้ วามสามารถ

พนื ที - มีความร่วมมอื จากชุมชนในดา้ นการเป็นมติ รกบั แขกทีมาใช้

บริการ

~ 274 ~

4. กล่มุ อาชีพใหม่ด้านความคดิ สร้างสรรค์
คอมพวิ เตอร์และธุรการ ได้แก่
Software
กล่มุ ออกแบบ เช่น โปรแกรม AUTO CAD เพืองานออกแบบก่อสร้าง ออกแบบชินส่วน

อตุ สาหกรรม เขียนแบบเครืองกลดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ Solid Work
กล่มุ งานในสํานกั งาน เช่น Office and Multimedia การจดั ทาํ ระบบขอ้ มลู ทางการเงิน

และบญั ชีดว้ ยโปรแกรม Excel และโปรแกรมบญั ชีสาํ เร็จรูปเพือใชใ้ นการทาํ งานทางธุรกิจ
การใช้คอมพวิ เตอร์ในสาํ นกั งานดว้ ยโปรแกรม Microsoft Office
การพฒั นาโปรแกรมด้วย MS Access โดยใชร้ ะบบงานบุคคล
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือสาร สาํ หรับการประกอบธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต
Hardware
ช่างคอมพวิ เตอร์ เช่น ซ่อม ประกอบ ติดตงั ระบบบาํ รุงรักษาคอมพวิ เตอร์และเครือข่าย

ตวั อย่างอาชีพ ภาพเคลอื นไหว (Animation) เพอื ธุรกจิ

ในปัจจุบนั เทคโนโลยกี า้ วเขา้ มามีบทบาทในชีวิตประจาํ วนั ของมนุษยม์ ากขึน สิงหนึงทีเห็นได้
ว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็นวคนือั ธุรกิจอุตสาหกรรมดา้ น Animation การสร้างความบนั เทิง และงาน
สร้างสรรคก์ ารออกแบบโดยการใชค้ อมพิวเตอร์ หลกั สูตรทางดา้ น Animation จึงน่าจะตอบสนองความ
ตอ้ งการของกลุ่มธุรกิจ Animation หลกั สูตร Animation เพือธุรกิจ เป็ นหลกั สูตรอาชีพทีสร้างสรรค์
สามารถนาํ ไปประกอบอาชีพทีสร้างรายไดเ้ ป็ นอย่างดงีใทนั ปัจจุบนั และอนาคต ดงั นันผเู้ รียนควรมี
ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกียวกับความหมาย ความสําคญั และประโยชน์ของความคิด
สร้างสรรค์ เทคนิคการคิดเชิงสร้างสรรค์ การกาํ จดั สิงกีดกนั ความคิดเชิงสร้างสรรค์ ความรู้เบืองตน้
เกียวกบั Animation เพือธุรกิจ การออกแบบ Animation เพือธุรกิจ Animation Workshop ประโยชน์และ
โทษของการใชค้ อมพิวเตอร์ จรรยาบรรณในการประกอบอาชีพ กฎหมายทีเกียวข้องเกียวกบั การ
ประกอบอาชีพ การทาํ ธุรกิจ Animation

~ 275 ~

การวเิ คราะห์ 5 ศักยภาพของพนื ที ในกล่มุ อาชีพใหม่ด้านความคดิ สร้างสรรค์

ที ศักยภาพ รายละเอยี ดทีควรพจิ ารณาในประเดน็

1 การวเิ คราะหท์ รัพยากรธรรมชาติในแต่ ขอ้ มลู ของทรัพยากรธรรมชาติ ทีพอเพียง และสะดวกในการเขา้ ถึง

ละพืนที

2 การวิเคราะห์พนื ทีตามลกั ษณะภมู อิ ากาศ - อุณหภูมิ ความชืน ความกดอากาศ ลม และปริมาณนาํ ฝน รวมไป

ถงึ ปัจจยั ทีเกียวขอ้ งอนื ในทางอตุ ุนิยมวิทยา ทีตงั ตามแนว

ละติจูด ความใกลไ้ กลจากทะเล

- มขี อ้ มลู ของภมู ิอากาศ

3 การวิเคราะห์ภมู ปิ ระเทศ และทาํ เลทีตงั มขี อ้ มลู ภมู ิประเทศ และทาํ เลทีตงั ต่าง ๆ

ของแต่ละพืนที

4 การวเิ คราะห์ศิลปวฒั นธรรม ประเพณี มีขอ้ มลู เกียวกบั วฒั นธรรม ประเพณี ทีผสมผสานของหลายพนื ที

และวถิ ีชีวติ ของแต่ละพนื ที

5 การวเิ คราะหท์ รัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละ มแี รงงานทีมีทกั ษะฝีมือ ความรู้ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

พนื ที การส่งเสริมโอกาสทางการศกึ ษาอยา่ งต่อเนือง

~ 276 ~

5. กล่มุ อาชีพใหม่ด้านบริหารจดั การและการบริการ
กล่มุ ท่องเทียว ไดแ้ ก่ การอบรมมคั คุเทศก์ พนกั งานบริการอาหารและเครืองดืม

พนกั งานผสมเครืองดืม การทาํ อาหารวา่ งนานาชาติ การฝึกอบรมภาษา และธุรกิจโฮมสเตย์
กล่มุ สุขภาพ ไดแ้ ก่ การนวดแผนไทย นวดลกู ประคบ สปา การดแู ลเด็กและผสู้ ูงอายุ
กล่มุ การซ่อมแซม และบาํ รุงรักษา การซ่อมเครืองปรับอากาศรถยนต์ การซ่อม

เครืองยนตด์ ีเซล การซ่อมเครืองยนตเ์ บนซิน การซ่อมเครืองยนตเ์ ล็กเพอื การเกษตร การซ่อมจกั ร
อุตสาหกรรม

คมนาคมและการขนส่ง จาํ นวน 1 หลกั สูตร
วชิ าชีพด้าน Logistics หรือการขนส่งสินคา้ ทางอากาศและทางเรือ
การก่อสร้าง
กล่มุ ช่างต่าง ๆ เช่น การปูกระเบือง ช่างไมก้ ่อสร้าง ช่างสีอาคาร
กล่มุ การผลติ วสั ดุก่อสร้าง เช่น การทาํ บล็อคคอนกรีต การผลิตซีเมนต์

ตวั อย่างอาชีพ การพฒั นากล่มุ อาชีพทอผ้าพนื เมอื ง

ในปัจจุบนั นีผา้ พนื เมืองของไทยในภาคต่างๆ กาํ ลงั ไดร้ ับการอนุรักษ์ฟื นฟู และพฒั นา รวมทงั
ไดร้ ับการส่งเสริมใหน้ าํ มาใชส้ อยในชีวิตประจาํ วนั กนั อยา่ งกวา้ งขวางมาก ดงั นันจึงเกิดมีการผลิตผา้
พนื เมืองในลกั ษณะอุตสาหกรรมโรงงาน โดยมีบริษทั จา้ งช่างทอ ทาํ หนา้ ทีทอผา้ ดว้ ยมือตามลวดลายที
กาํ หนดให้ โรงงานหรือบริษทั จดั เสน้ ไหมหรือเสน้ ดา้ ยทียอ้ มสีเสร็จแลว้ มาให้ทอ เพือเป็ นการควบคุม
คุณภาพ บางแห่งจะมีคนกลางรับซือผา้ จากช่างทออสิ ระซึงเป็ นนผดปู้ า้ั ย ยอ้ มสี และทอตามลวดลายที
ตอ้ งการเองทีบา้ น แต่คนกลางเป็นผกู้ าํ หนดราคาตามคุณภาพและลวดลายของผา้ ทีตลาดตอ้ งการในบาง
จงั หวดั มีกลุ่มแม่บา้ นช่างทอผา้ ทีรวมตวั กนั ทอผา้ เป็ นอาชีพเสริม และนาํ ออกขายในลกั ษณะสหกรณ์
เช่น กลุ่มทอผา้ ของศิลปาชีพอย่างไรก็ตามในสภาพทีได้กล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ เนปั็ นการทอเพือขาย
เป็นหลกั การทอผนา้ บพา้ื นพนื เมอื งหลายแห่งยงั ทอลวดลายสญั ลกั ษณ์ดงั เดิม โดยเฉพาะในชุมชนทีมี
เชือสายชาติพนั ธุบ์ างกลมุ่ ทีกระจายตวั กนั อยใู่ นภาคต่างๆ ของประเทศไทย ศิลปะการทอผา้ ของกลุ่มชน
เหล่านีจึงนบั ว่าเป็ นเอกลกั ษณ์เฉพาะกลุ่มอย่จู นถึงทุกวนั หนาี กจะแบ่งผา้ พืนเมืองของกลุ่มชนเหล่านี
ตามภาคต่าง ๆ เพือใหเ้ ห็นภาพชดั เจนนใขนึ ภมู ิภาคต่างๆ และมีการปรับปรุงพฒั นาสีสนั คุณภาพ และ
ลวดลาย ใหเ้ ข้ากับรสนิยมของตลาด ดงั นัน ผเู้ รียนจึงควรมีความรู้ ความสามารถ ทักษะและเจตคติ
เกียวกบั การวเิ คราะหส์ ภาพกลุม่ อาชีพ/ธุรกิจของกลุ่มอาชีพทอผา้ พืนเมือง และวิเคราะห์สถานภาพของ
กลมุ่ อาชีพ/ธุรกิจ

~ 277 ~

การวเิ คราะห์ 5 ศักยภาพของพนื ที ในกล่มุ อาชีพใหม่ด้านบริหารจดั การและการบริการ

ที ศักยภาพ รายละเอยี ดทคี วรพจิ ารณาในประเดน็

1 การวิเคราะห์ทรัพยากรธรรมชาติ มีทรัพยากรธรรมชาติทีสามารถนาํ มาเป็นวตั ถดุ ิบ

ในแต่ละพนื ที

2 การวเิ คราะหพ์ นื ทีตามลกั ษณะภมู ิอากาศ มีภูมิอากาศทีเหมาะสม

3 การวิเคราะหภ์ มู ิประเทศ และทาํ เลทีตงั - เป็นศนู ยก์ ลางหตั ถอตุ สาหกรรม

ของแต่ละพืนที - มีถนนทีเออื ต่อการบริการดา้ นการคา้ การลงทุน และการ

ท่องเทียวเชือมโยงกบั ประเทศเพือนบา้ น สามารถติดต่อคา้ ขายกบั

ประเทศเพอื นบา้ น มีพนื ทีชายแดนติดกบั ประเทศเพือนบา้ น

มอี าณาเขตติดต่อกบั ประเทศเพอื นบา้ น การคา้ ชายแดน

4 การวเิ คราะห์ศิลปวฒั นธรรม ประเพณี มีแหล่งอตุ สาหกรรมทีเกียวขอ้ ง ทุนทางสงั คมและวฒั นธรรม

และวถิ ชี ีวิตของแต่ละพนื ที

5 การวิเคราะห์ทรัพยากรมนุษยใ์ นแต่ละ มีภมู ปิ ัญญา และฝีมอื แรงงาน

พนื ที

กจิ กรรม
1. ใหผ้ เู้ รียนรวมกลุ่มและสาํ รวจพืนทีในชุมชน พร้อมบอกวิธีการหาความรู้ทีเกียวกบั ศกั ยภาพ

หลกั ของพนื ที ว่าพืนทีนนั เหมาะสมกบั การประกอบอาชีพใด
2. ใหผ้ เู้ รียนยกตวั อยา่ งอาชีพทีตดั สินใจเลอื กประกอบอาชีพ และวิธีหาความรู้เกียวกบั อาชีพนัน

พร้อมทงั วเิ คราะห์ศกั ยภาพหลกั ของพนื ทีทีเกียวขอ้ งกบั อาชีพ เพือใหอ้ าชีพทีเลอื กมคี วามเป็นไปได้

~ 278 ~

บรรณานุกรม
คณาพร คมสนั . 2540. การพฒั นารูปแบบการเรียนรู้ด้วยการนาํ ตนเองในการอ่านภาษาองั กฤษเพอื ความ

เข้าใจ สําหรบั นักเรียนชันมธั ยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธค์ รุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขา
หลกั สูตรและการสอน, จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ชยั ฤทธิ โพธิสุวรรณ. 2541. รายงานการวจิ ยั เรือง ความพร้อมในการเรียนรู้โดยการชีนําตนเองของ
ผ้เู รียนผ้ใู หญ่ของกจิ กรรมการศึกษาผ้ใู หญ่บางประเภท. กรุงเทพมหานคร: สาขาวิชาการศกึ ษา
ผใู้ หญ่, มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.

. 2544. การศึกษาผ้ใู หญ่: ปรัชญาตะวนั ตกและการปฏบิ ตั .ิ กรุงเทพมหานคร: สาํ นกั พมิ พ์
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
นดั ดา องั สุโวทยั . 2550. การพฒั นารูปแบบการเรียนการสอนวชิ าเคมที เี น้นกระบวนการเรียนรู้
แบบนําตนเองของนกั ศึกษาระดบั ปริญญาตรี. วทิ ยานิพนธก์ ารศกึ ษาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชา
วทิ ยาศาสตรศกึ ษา, มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.
บุญศริ ิ อนนั ตเศรษฐ. 2544. การพฒั นากระบวนการการเรียนการสอนเพอื เสริมสร้างความสามารถใน
การเรียนรู้ด้วยตนเอง ของผ้เู รียนในระดับมหาวทิ ยาลยั . วทิ ยานิพนธค์ รุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต
สาขาอดุ มศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ฝ่ ายวชิ าการบิสคติ . ฟ. ัง คดิ อ่าน เขียน. กรุงเทพมหานคร: สาํ นกั พมิ พบ์ ิสคิต.
ยดุ า รักไทย และปานจิตต์ โกญจนาวรรณ. พ. ดู อย่างฉลาด. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยนเู คชจาัํ กดั .
ราชบณั ฑิตยสถาน. 2546. พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: นาน
มีบุ๊คสพ์ บั ลนิเคสช.์ ั
รุ่งอรุณ ไสยโสภณ. ก.ารจดั กจิ กรรมทเี สริมสร้างความพร้อมในการเรียนรู้โดยการชีนาํ ตนเองและ
ความสามารถในการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา. วทิ ยานิพนธศ์ ิลปศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขา
อาชีวศึกษา, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.
วิกร ตณั ฑวุฑโฒ. . หลกั การเรียนรู้ของผ้ใู หญ่. กรุงเทพมหานคร: สาํ นกั ส่งเสริมและฝึกอบรม
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
วชิ ยั วงษใ์ หญ่. . “ยกเครืองเรืองเรียนรู้: การเรียนรูค้ ือส่วนหนึงของชีวติ ทุกลมหายในคือการเรียนรู”้ .
สานปฏิรูป. 20 (พฤศจิกายน 2542): 55-61.
วิภาดา วฒั นนามกุล. . การพฒั นาระบบการเรียนด้วยตนเองสํากรับนกั ศึกษาสาขาวชิ าชีพ
สาธารณสุข.
วทิ ยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน, มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.

~ 279 ~

ศรัณย์ ขจรไชยกุล. 2542. การใช้โปรแกรมการแนะแนวกล่มุ ต่อการเพมิ ความพร้อมของการเรียนรู้โดย
การชีนาํ ตนเองของนกั ศึกษารอพนิ ิจชนั ปี ที 2 มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพ. วิทยานิพนธศ์ ิลปศาสตรม
หาบณั ฑิต สาขาจิตวทิ ยาการศึกษาและการแนะแนว, มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.

ศนั ศนีย์ ฉตั รคุปต.์ 2545. รายงานการวจิ ยั เรือง การเรียนรู้รูปแบบใหม่: ยุทธศาสตร์ด้านนโยบายและ
การใช้ทรัพยากร. กรุงเทพมหานคร: หา้ งหุน้ ส่วนจาํ กดั ภาพพมิ พ.์

สมคิด อิสระวฒั น์. . รายงานการวจิ ยั เรือง ลกั ษณะการเรียนรู้ด้วยตวั เองของคนไทย.
กรุงเทพมหานคร: คณะสงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล.
. 541. รายงานการวจิ ยั เรือง ลกั ษณะการอบรมเลยี งดขู องคนไทยในชนบทซึงมผี ลต่อการ
เรียนรู้ด้วยตนเอง. กรุงเทพมหานคร: คณะสงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหิดล.

สมบตั ิ สุวรรณพทิ กั ษ.์ 541. เทคนิคการสอนแนวใหม่สําหรับการศึกษานอกโรงเรียน.
กรุงเทพมหานคร: กองพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน.

สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545. แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2545-2559). (พมิ พ์
ครังที 2). กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิ ค จาํ กดั .
. ม.ป.ป. พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และทีแก้ไขเพมิ เตมิ (ฉบบั ที 2) พ.ศ.
2545. กรุงเทพมหานคร: บริษทั พริกหวานกราฟฟิ ค จาํ กดั .

สาํ นกั บริหารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน. . แนวคดิ สู่การปฏบิ ตั ิ : การเรียนรู้โดยการชีนาํ ตนเอง
สําหรับผ้ใู หญ่. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพอ์ กั ษรไทย.

สุนทรา โตบวั . 2546. การพฒั นารูปแบบการเรียนการสอนเพอื เสริมสร้างลกั ษณะการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ของนักศกึ ษาพยาบาล. วิทยานิพนธก์ ารศึกษาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการวจิ ยั และพฒั นาหลกั สูตร,
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.

สุรางค์ โคว้ ตระกลู . 2544. จติ วทิ ยาการศึกษา. (พิมพค์ รังที 5). กรุงเทพมหานคร: สาํ นกั พิมพ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

สุวฒั น์ วฒั นวงศ.์ 2544. จติ วทิ ยาเพอื การฝึ กอบรมผ้ใู หญ่. กรุงเทพมหานคร: ธีระป้ อมวรรณกรรม.
อญั ชลี ชาติกิติสาร. 2542. การพฒั นาคณุ ลกั ษณะการเรียนรู้ด้วยตนเองของคนไทย. วิทยานิพนธศ์ กึ ษา

ศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการศึกษาผใู้ หญ่และการศกึ ษาต่อเนือง, มหาวทิ ยาลยั มหิดล.
Brockett, R. G. and R. Hiemstra. 1991. Self-direction in Adult Learning: Perspectives in theory,

research and practice. London: Routledge.

. S.elf-Direction in Adult Learning. (2 nd ed). San Francisco: Chapman and Hall,
Inc.

~ 280 ~

Brookfield, S.D. 1984. “Self-Directed Adult Learning: A Critical Paradigm”. Adult Education
Quarterly. 35(2): 59-71.

Caffarella, R.S. 1983. “Fostering Self-Directed Learning in Post-secondary Education”. An
Omnibus of Practice and Research. (November 1983): 7-26.

Candy, P.C. 1991. Self- Direction for Lifelong Learning. San Francisco: Jossey-Bass Publishers.
Good, C. V. 1973. Dictionary of Education. (3 rd ed.). New York: McGraw-Hill Book.
Griffin, C. 1983. Curriculum Theory in Adult Lifelong Education. London: Crom Helm.
Guglielmino, L. M. 1977. Development of the Self-directed Learning Readiness Scale. Georgia:

Unpublished Doctoral Dissertation, University of Georgia.
Knowles, M.S. 1975. Self- Directed Learning: A Guide for Learner and Teacher.

New York: Association Press.
Oddi, L.F. 1987. “Perspectives on Self-Directed Learning”. Adult Education Quarterly. 38 (1987):

97-107.
Skager, R. 1977. Curriculum Evaluation for Lifelong Education. Toronto: Pergamon Press.

. 1978. Lifelong Education and Evaluation Practice. Hamburg: Pergamon Press and the
UNESCO Institution for Education.
Tough, A. 1979. The Adult’s Learning Projects. Toronto, Ontario Institute for Studies in
Education.
Tyler, R. W. 1949. Basic Principles of Curriculum and Instruction. Chicago: The University of
Chicago Press.

กญั จนโ์ ชติ สหพฒั นสมบตั ิ, เท.คนคิ การคดิ เป็ น. บทความการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ศนู ยก์ ารศึกษา
นอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาํ เภอบางนาํ เปรียว จงั หวดั ฉะเชิงเทรา.

ชยั ยศ อมิ สุวรรณ. “คดิ เป็ นคอื คดิ พอเพยี ง”. วารสาร กศน., มีนาคม ,หนา้ - .
ชุมพล หนูสง และคณะ . ปรัชญาคดิ เป็ น (หนงั สือรวบรวมคาํ บรรยายและบทสมั ภาษณ์ ดร.โกวทิ

วรพิพฒั น์ ในโอกาสต่าง ๆ) กรุงเทพฯ : โรงพมิ พอ์ กั ษรไทย.
ดวงเดือน พนั ธุมนาวิน, .ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม : การวจิ ยั และการพฒั นาบุคคล (พิมพค์ รังที )

กรุงเทพ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ทองอยู่ แกว้ ไทรฮะ. “คดิ เป็ น : เพอื นเรียนรู้สู่อนาคต”. วารสาร กศน. มนี าคม , หนา้ - .
“ ” , .ใตร้ ่มไทร (หนงั สือเกษียณอายรุ าชการ ทองอยู่ แกว้ ไทรฮะ). กรุงเทพฯ:

โรงพิมพอ์ งคก์ ารรับส่งสินคา้ และพสั ดุภณั ฑ์ (ร.ส.พ.)

~ 281 ~

ธวชั ชยั ชยั จิรฉายากลุ และวราพรรณ นอ้ ยสุวรรณ, . การพฒั นาหลกั สูตรและวธิ ีทางการสอน
หน่วยที - (พิมพค์ รังที ) กรุงเทพ : มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมธิราช.

พรจนั ทร์ เจียรเอสศกั ดิ, . เทคนิคการรวบรวมข้อมลู เพอื การแนะแนว. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร.

พระธรรมปิ ฎก, . พฒั นาการแบบองค์รวมของเดก็ ไทย. กรุงเทพ: ธรรมสภาและสถาบนั บนั ลอื ธรรม.
สถาบนั พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ภาคตะวนั ออก, ค.่มู อื การจดั การข้อมลู

และสารสนเทศชุมชนสําหรบั ครูการศึกษานอกโรงเรียน ระยอง.
สนอง โลหิตวิเศษ, . ปรัชญาการศกึ ษาผ้ใู หญ่และการศึกษานอกระบบ.กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั

ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมติ ร.
สมพร เทพสิทธา , . คุณธรรมและจริยธรรม กรุงเทพ : สมชายการพิมพ.์
หน่วยศึกษานิเทศก,์ . คมั ภีร์ กศน. เอกสารหลกั การและแนวคิดประกอบการดาํ เนินงาน กศน.

กรุงเทพฯ: หน่วยศึกษานิเทศก,์ สาํ นกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั .
อุน่ ตา นพคุณ , . แนวคดิ ทางการศกึ ษานอกโรงเรียนและการพฒั นาชุมชน เรือง คดิ เป็ น. กรุงเทพฯ:

กรุงสยามการพมิ พ.์
กุลขณิษฐ์ ราเชนบุณขวทั น์. เอกสารประกอบการบรรยายเรืองกระบวนการวจิ ยั . ในการประชุม

สมั มนางานวิจยั โครงการวจิ ยั พฒั นาคุณภาพ กศน. ปี งบประมาณ (วนั ที - มถิ นุ ายน
)
บุญใจ ศรีสถิตนรากรู . ระเบียบวธิ กี ารวจิ ยั ทางพยาบาลศาสตร์. พมิ พค์ รังที กรุงเทพฯ :

บริษทั ยแู อนดไ์ อ อินเตอร์มีเดีย จาํ กดั , 2547
พนิต เข็มทอเองก. สารประกอบการบรรยายเรืองมโนทศั น์การวจิ ยั ในชันเรียน. ในการประชุม

สมั มนางานวิจยั โครงการวจิ ยั พฒั นาคุณภาพ กศน. ปี งบประมาณ (วนั ที - มิถุนายน
)
พสิ ณุ ฟองศรี. วจิ ยั ชันเรียน หลกั การและเทคนิคปฏบิ ัต.ิ พมิ พค์ รังที .

กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ,์ .
ไมตรี บุญทศ. ค่มู อื การทําวจิ ยั ในโรงเรียน. กรุงเทพฯ : สุรีวยิ าศาสน,์ .
ศิริรัตน์ วรี ชาตินานุกลู ความรู้เบืองต้นเกยี วกบั สถิตแิ ละการวจิ ยั . กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพ,
สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วจิ ยั แผ่นเดียว : เส้นทางสู่คณุ ภาพการอาชีวศกึ ษา. กรุงเทพฯ :

สาํ นกั งานวจิ ยั และพฒั นาการอาชีวศกึ ษา, .
สมเจตน์ ไวทยาการณ์. หลกั และการวจิ ยั . นครปฐม : โรงพมิ พม์ หาวิทยาลยั ศลิ ปากร,

~ 282 ~

คณะผ้จู ดั ทาํ

ทปี รึกษา

1. นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน.
รองเลขาธิการ กศน.
2. ดร.ชยั ยศ อมิ สุวรรณ์
รองเลขาธิการ กศน.
3. นายวชั รินทร์ จาํ ปี ทีปรึกษาดา้ นการพฒั นาหลกั สูตร กศน.
ผอู้ าํ นวยการกล่มุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
4. ดร.ทองอยู่ แกว้ ไทรฮะ
กลุ่มพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
5. นางรักขณา ตณั ฑวุฑโฒ
กล่มุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
ผ้เู ขยี นและเรียบเรียง
กลุ่มพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
1. บทที การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
ทีปรึกษาดา้ นการพฒั นาหลกั สูตร กศน.
ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ
ขา้ ราชการบาํ นาญ
2. บทที การใชแ้ หล่งเรียนรู้
กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ
รักษาการในตาํ แหน่งผอู้ าํ นวยการ
3. บทที การจดั การความรู้ สาํ นกั งาน กศน. จงั หวดั เพชรบุรี
สถาบนั ส่งเสริมและพฒั นานวตั กรรมการเรียนรู้
ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ
สาํ นกั งาน กศน.จงั หวดั สมุทรสงคราม
4. บทที คิดเป็น สถาบนั การศึกษาและพฒั นาต่อเนืองสิรินธร

ดร.ทองอยู่ แกว้ ไทรฮะ ทีปรึกษาสาํ นกั งาน กศน.

5. บทที การวจิ ยั อยา่ งง่าย

นางศริ ิพรรณ สายหงษ์

ผ้บู รรณาธิการ และพฒั นาปรับปรุง

. บทที การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง

ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ

. บทที การใชแ้ หลง่ เรียนรู้

นายธวชั ชยั ใจชาญสุขกิจ

นางสาวสุพตั รา โทวราภา

. บทที การจดั การความรู้

นางอจั ฉรา ใจชาญสุขกิจ

นางณฐั พร เชือมหาวนั

. บทที คิดเป็น

ดร.ทองอยู่ แกว้ ไทรฮะ

~ 283 ~

. บทที การวจิ ยั อยา่ งง่าย

นางศิริพรรณ สายหงษ์ ขา้ ราชบาํ นาญ
ขา้ ราชบาํ นาญ
นางพิชญาภา ปิ ติวรา
กล่มุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
คณะทาํ งาน กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
กลมุ่ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
. นายสุรพงษ์ นมมั ะโน กล่มุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
. นายศภุ โชค ศรีรัตนศลิ ป์
กลมุ่ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
. นางสาววรรณพร ปัทมานนท์ กลุม่ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
กลุ่มพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
4. นางสาวศริญญา กุลประดษิ ฐ์ กลุม่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
. นางสาวเพชรินทร์ เหลอื งจิตวฒั นา
กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
ผ้พู มิ พ์ต้นฉบบั

1. นางปิ ยวดี คะเนสม

2. นางเพชรินทร์ เหลอื งจิตวฒั นา

3. นางสาวกรวรรณ กวีวงษพ์ ิพฒั น์

4. นางสาวชาลนี ี ธรรมธิษา

5. นางสาวอริศรา บา้ นชี

ผ้อู อกแบบปก

นายศภุ โชค ศรีรัตนศลิ ป์

~ 284 ~

คณะผ้พู ฒั นาและปรับปรุง ครังที

ทปี รึกษา บุญเรือง เลขาธิการ กศน.
. นายประเสริฐ อมิ สุวรรณ์ รองเลขาธิการ กศน.
จาํ ปี รองเลขาธิการ กศน.
. ดร.ชยั ยศ จนั ทร์โอกลุ ผเู้ ชียวชาญเฉพาะดา้ นการพฒั นาสือการเรียนการสอน
. นายวชั รินทร์ ผาตินินนาท ผเู้ ชียวชาญเฉพาะดา้ นเผยแพร่ทางการศึกษา
. นางวทั นี ธรรมวิธีกุล หวั หนา้ หน่วยศกึ ษานิเทศก์
. นางชุลพี ร งามเขตต์ ผอู้ าํ นวยการกล่มุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
. นางอญั ชลี
. นางศทุ ธินี

ผ้พู ฒั นาและปรบั ปรุง ครังที

1. ดร.ทองอยู่ แกว้ ไทรฮะ ทีปรึกษา กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
หวั หนา้ กล่มุ พฒั นาการเรียนการสอน
. ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ กล่มุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
. นายสมชาย ฐิติรัตนอศั ว์ กลมุ่ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน

. นางสาววรรณพร ปัทมานนท์

. นางสาวชาลนิ ี ธรรมธิษา


Click to View FlipBook Version
Previous Book
SOTUS คู่มือแมลงหวี่ขาวยาสูบ
Next Book
แรงและการเคลื่อนที่