The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสุดท้าย_เล่มที่ 3_27.04.65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ONEP-EEC, 2022-05-04 00:34:12

รายงานฉบับสุดท้าย_เล่มที่ 3

รายงานฉบับสุดท้าย_เล่มที่ 3_27.04.65

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

๕. อยากใหม้ ีกลไกขับเคลื่อนท่ีเป็นจริง ต้ังทมี งาน คณะหรือสถาบัน ทำอย่างไรจงึ จะเดินหน้าตอ่ ไป ตอ้ ง
มเี จ้าภาพหรอื ไม่ ในการดำเนินการแตล่ ะดา้ น

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
๑. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติมีชุดข้อมูลด้านการเกษตรแล้ว (Data
Catalog) ตามลิงก์ http://dataset.nabc.go.th/
อาจารยค์ ณิต ธนูธรรมเจริญ (ท่ปี รกึ ษา)
๑. มุ่งเนน้ การมีส่วนร่วมในการจดั ทำแผน
๒. แผนสิ่งแวดลอ้ ม ต้องมีกลไกการขบั เคลอ่ื นเพื่อใหเ้ กิดการนำไปสู่การปฏิบตั ิ
๓. ระบบฐานข้อมลู จะต้องไดร้ ับการพฒั นาใหม้ คี วามหลากหลาย
๔. แผนจะประสบความสำเร็จไดจ้ ะตอ้ งได้รับความรว่ มมือจากทกุ ภาคส่วน
ผอ. อศิ รพันธ์ กาญจนเรขา (สผ.)
๑. แนวทางการขับเคลื่อนและผลักดันแผน ได้แก่ การนำแผนไปเสนอคณะกรรมการส่ิงแวดล้อม
แหง่ ชาติ เพือ่ ให้ระดับนโยบายไดพ้ จิ ารณาและช่วยให้เกิดการผลักดันให้หนว่ ยงานท่เี กีย่ วขอ้ งดำเนนิ การ
๒. การบูรณาการข้ามหน่วยงานเป็นปัญหาและอุปสรรค เช่น การบูรณาการด้านสารสนเทศ จะมี
ขอ้ จำกดั และแนวทางการดำเนินการ และภาครฐั ก็สนบั สนนุ ให้มีการเปดิ เผยขอ้ มูล (Open data)
๓. การเก็บข้อมูลต้องพิจารณาว่า สามารถนำมาใช้ภายใต้เงื่อนไขอะไร อย่างเช่น การใช้เครื่องมือ และ
การบริหารจัดการเชิงพ้ืนท่ี อาจจะตอ้ งใชข้ ้อมูลท่ีเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั และจะต้องมกี ารพฒั นาระบบ MIS ใน
ระยะตอ่ ไป
๔. การแกไ้ ขปญั หาวกิ ฤตสิ่งแวดลอ้ มต้องรว่ มมอื กันทุกภาคสว่ นและต้องเร่งดำเนนิ การ

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๐

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

ภาพบรรยากาศการประชุมผ่านระบบทางไกลผลการจัดประชมุ เพ่อื นำเสนอขอ้ มลู /ผลการดำเนินงาน และ
รับฟังความคดิ เหน็ ต่อร่างแผนสิ่งแวดล้อมฯ และระบบข้อมลู สารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารจัดการฯ ระดบั
ส่วนกลาง

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๑

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๒

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

จำนวนผูเ้ ขา้ รว่ มการประชุมท้งั หมด ๒๓๕ คน แบง่ ตามภาคส่วนต่าง ๆ ได้ ดังน้ี

๑) ภาคการศึกษา จำนวน ๓ คน

๒) ภาครฐั วิสาหกจิ จำนวน ๒๗ คน

๓) หน่วยงานราชการ จำนวน ๑๗๙ คน
๔) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ จำนวน ๗ คน

๕) ภาคเอกชน จำนวน ๑๒ คน
๖) อื่น ๆ จำนวน ๖ คน

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมประชมุ เพือ่ นำเสนอข้อมูล/ผลการดำเนนิ งาน และรับฟังความคดิ เหน็ ต่อร่างแผน

สง่ิ แวดลอ้ มฯ และระบบขอ้ มลู สารสนเทศเพ่อื การบรหิ ารจดั การฯ ระดบั ส่วนกลาง

ลำดับ ช่ือ-นามสกลุ หนว่ ยงาน ภาคส่วน

๑ นริ มล ธรรมวริ ยิ สติ มหาวิทยาลัยบูรพา อว.ส่วนหน้าจังหวัดชลบุรี การศึกษา

๒ ผศ.ดร.ปภาศิริ บาร์เนท มหาวิทยาบูรพา การศึกษา

๓ ดร ศศธิ ร ศรีเฟือ่ งฟุ้ง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก การศึกษา

๔ นางสาวณัฏฐยา เรือนแป้น มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก การศึกษา

๕ วรรณดี ทรัพย์ประเสริฐ องค์การอุตสาหกรรมปา่ ไม้ รฐั วสิ าหกิจ

๖ กติ ตค์ิ เณศ คชชา กฟผ.โรงไฟฟ้าบางปะกง รฐั วิสาหกจิ

๗ โศรดา ชุนรัตน กฟผ.โรงไฟฟ้าบางปะกง รัฐวสิ าหกจิ

๘ นายคมกรชิ ด้วงเงิน การท่องเท่ียวแหง่ ประเทศไทย รัฐวสิ าหกิจ

๙ ชนกนนั ท์ จินดาประชา การนิคมอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย รฐั วิสาหกจิ

๑๐ ชนะ พงษ์โพธากุล การประปานครหลวง รฐั วสิ าหกิจ

๑๑ นางสาวปยิ ภรณ์ ใยขม การประปาสว่ นภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ

๑๒ ปยิ ภรณ์ ใยขม การประปาส่วนภูมิภาค รฐั วิสาหกจิ

๑๓ ทรงวุฒ.ิ ขนั ดี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รฐั วิสาหกิจ

๑๔ ดวงพร ฤทธิไกร การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค รฐั วสิ าหกจิ

๑๕ นายทพิ สุชน อยดู่ ี การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค รัฐวสิ าหกิจ

๑๖ นายอภวิ ัฒน์ บญั ชาจารุรัตน์ การไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาค รฐั วสิ าหกิจ

๑๗ นายเอกกมล จันทรกลม การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค รฐั วิสาหกิจ

๑๘ คณุ ัณญา ปรนิ จติ ร์ การยางแห่งประเทศไทย รัฐวิสาหกิจ

๑๙ อาทติ ยา ขำเลิศ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฐั วสิ าหกจิ

๒๐ นายเทยี นชัย มกั เท่ียงตรง ทา่ เรือแหลมฉบงั การทา่ เรือแหง่ ประเทศไทย รัฐวิสาหกจิ

๒๑ นางสาวปาณสิญา ยุกตะเสวี บรรษัทประกนั สนิ เชอ่ื อุตสาหกรรมขนาดย่อม รฐั วิสาหกิจ

๒๒ นาย ภูวิศ สดุ สวสั ด์ิ บรษิ ัท ทา่ อากาศยานไทย จำกดั (มหาชน) รัฐวิสาหกจิ

๒๓ นางสาวสิรกิ ัญ วนสั บดีกุล บรษิ ทั ทา่ อากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รัฐวสิ าหกิจ

๒๔ นางสาวอษุ า อินทรักษ์ บรษิ ัท ทา่ อากาศยานไทย จำกดั (มหาชน) รัฐวสิ าหกิจ

๒๕ นายคทาวุธ มนั ตาดิลก ฝ่ายส่ิงแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย รัฐวสิ าหกิจ

๒๖ บญุ รักษ์ บูชาธรรม องคก์ ารขนส่งมวลชนกรุงเทพ รฐั วสิ าหกิจ

๒๗ นันทิยา เมรตั น์ องค์การขนสง่ มวลชนกรงุ เทพฯ รฐั วิสาหกจิ

๒๘ ปาณสิ รา ปัญญาสกุลสุข องค์การขนส่งมวลชนกรงุ เทพฯ รัฐวิสาหกจิ

๒๙ นายพชิ ยตุ ม์ ประสีระเตสงั องคก์ ารจดั การนำ้ เสีย รฐั วิสาหกิจ

๓๐ นายกรกฎ วิจติ รสกุลศักดิ์ องคก์ ารตลาด สาขาบางคล้า จังหวดั ฉะเชงิ เทรา รฐั วิสาหกจิ

๓๑ อัมพิกา อยเู่ จริญ องคก์ ารตลาด สาขาบางคลา้ จงั หวัดฉะเชิงเทรา รฐั วิสาหกิจ

๓๒ นายเกยี รตณิ รงค์ ครูบา กรมการขนส่งทางบก ราชการ

๓๓ วิโรจน์ สวา่ งศรีสุทธิกลุ กรมการคา้ ภายใน ราชการ

๓๔ วณี า ลาภจตรุ ภุช กรมการท่องเท่ยี ว ราชการ

โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๓

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

ลำดับ ชอื่ -นามสกลุ หน่วยงาน ภาคส่วน
๓๕ นายสิงห์ แถมพยคั ฆ์ กรมการปกครอง ราชการ
๓๖ วิรินทร์ญา เจรญิ ศิรินันท์ กรมควบคุมมลพิษ ราชการ
๓๗ จรวยพร ใยแก้ว กรมเจา้ ทา่ ราชการ
๓๘ รดา รุจิณรงค์ กรมชลประทาน ราชการ
๓๙ วุฒิพงษ์ ไชยเสน กรมทรัพยากรธรณี ราชการ
๔๐ ว่าที่รอ้ ยโทยุรนนั ท์ โพธป์ิ ้ัน กรมทรพั ย์สนิ ทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ราชการ
๔๑ นายชัยสิทธิ์ เครือสอน กรมทรพั ยากรณี ราชการ
๔๒ นางสาวมลั ลกิ า นิลลอ้ ม กรมทรัพยากรธรณี ราชการ
๔๓ นายวริ ัช ศรสรุ นิ ทร์ กรมทรพั ยากรธรณี ราชการ
๔๔ นายวฒุ ิพงษ์ ไชยเสน กรมทรพั ยากรธรณี ราชการ
๔๕ นางสาวอารยา ยศมงคล กรมทรพั ยากรน้ำ ราชการ
๔๖ นางสาวรงรอง พวงสายใจ กรมทา่ อากาศยาน ราชการ
๔๗ นายธนภัทร ขวัญฤดรี ัตน์ กรมทา่ อากาศยาน ราชการ
๔๘ นายพชิ ย เก้ือหนุน กรมที่ดนิ ราชการ
๔๙ วาสนา เหมหงษา กรมธรุ กิจพลังงาน ราชการ
๕๐ นางสาวมณฑารพ ภ่เู รือน กรมประมง กองวิจัยและพัฒนาประมงนำ้ จดื ราชการ
๕๑ ฐิติพงศ์ แกว้ ธรรมานกุ ูล กรมปศุสัตว์ ราชการ
๕๒ ณัฎฐามณี พรมใบเงิน กรมปศสุ ัตว์ ราชการ
๕๓ นายโอฬาร กจิ ปรดี าบริสุทธิ์ กรมปศสุ ัตว์ ราชการ
๕๔ ปยิ วิทย์ ธรรมบุตร กรมปศสุ ัตว์ ราชการ
๕๕ พานฐศิ า หริ ญั ญะสริ ิ กรมปศุสตั ว์ ราชการ
๕๖ อรณุ ี ภสู่ ุดแสวง กรมป่าไม้ สำนกั วจิ ัยและพัฒนาการปา่ ไม้ ราชการ
๕๗ นาย มารุต ราชมณี กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ราชการ
๕๘ นายกติ ติศักด์ิ แซ่หลี กรมพัฒนาฝีมอื แรงงาน ราชการ
๕๙ นางสาวนัทธมน สขุ ประทมุ กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง ราชการ
๖๐ นางสาวพัทยา นพสิทธศิ ุภพงษ์ กรมโยธาธิการและผงั เมือง ราชการ
๖๑ มธรุ ส คำแสง กรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง ราชการ
๖๒ นางสาวธญั ยธรณ์ ศรีเกษวุฒวิ งศ์ กรมวิชาการเกษตร ราชการ
๖๓ นางสาวอนุสรา ตะเคยี นเกลยี้ ง กรมวิชาการเกษตร ราชการ
๖๔ นายเทวรตั น์ บูรณ์สวสั ดิพ์ งษ์ กรมวิชาการเกษตร ราชการ
๖๕ นางสาวภัทราวดี ดีสมโชค กรมศิลปากร ราชการ
๖๖ นางพัชรมณฑ์ ศริ ิเลิศวิมล กรมสง่ เสริมการเกษตร ราชการ
๖๗ นางสาวยุพา แซ่ชื้อ กรมสง่ เสริมการเกษตร ราชการ
๖๘ นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม ราชการ
๖๙ นางสาวงามเนตร เอย่ี มนาคะ กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ ราชการ
๗๐ วัฒนา สุถิรนาถ กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ สธ. ราชการ
๗๑ เกษราพรรณ ฉัตรพัฒนศิริ กรมสรรพากร ราชการ
๗๒ ธิศยา ศรอี รณุ เรืองชัย กรมสรรพากร ราชการ
๗๓ นางอรภา ใจผอ่ ง กรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน ราชการ
๗๔ นางสาวพนติ า เจริญสขุ กรมอนามัย ราชการ
๗๕ นางสุธดิ า อุทะพนั ธุ์ กรมอนามัย ราชการ
๗๖ นางสาวกนกรตั น์ เมฆกวาว กรมอุตสาหกรรมพนื้ ฐานและการเหมอื งแร่ ราชการ
๗๗ นางสาวพรรวิษา แกสมาน กรมอุตสาหกรรมพน้ื ฐานและการเหมอื งแร่ ราชการ
๗๘ นายปณิธาน เจรญิ เกตุ กรมอตุ สาหกรรมพ้ืนฐานและการเหมอื งแร่ ราชการ
๗๙ ว่าที่ ร.ต.หญิง ศิรพัฒน์ บรรทร กรมอตุ สาหกรรมพื้นฐานและการเหมอื งแร่ ราชการ
๘๐ นางสาวฤทยั กาญจน์ บัวเผียน กรมอุตุนยิ มวิทยา ราชการ
๘๑ นายโสฬส สวสั ดริ กั ษา กรมอุตนุ ยิ มวทิ ยา ราชการ
๘๒ นางวราภรณ์ สภุ ัคนิกร กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั ว์ปา่ และพันธุ์พืช ราชการ

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๔

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

ลำดับ ชื่อ-นามสกลุ หนว่ ยงาน ภาคส่วน

๘๓ นางสมหญงิ ดวงสถาพร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป์ ่า และพนั ธุ์พชื ราชการ

๘๔ นางสาวผกาวดี เมอื งมลู กระทรวงการท่องเที่ยวและกฬี า ราชการ

๘๕ นายชนะพงศ์ บตุ รละ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม ราชการ

๘๖ วลพี ร คำจริง กระทรวงดิจทิ ัลเพือ่ เศรษฐกจิ และสังคม ราชการ

๘๗ นายนันทชัย ปัญญาสรุ ฤทธ์ิ กระทรวงแรงงาน ราชการ

๘๘ นายกฤต ถาวรสุจริตกุล กวศ.(ภ๓) ราชการ

๘๙ นางสาวกนกกาญจน์ โกตริ ัมย์ กองจัดการส่ิงแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม ราชการ

๙๐ มณวี รรณ ศรยี านนท์ กองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง กรมประมง ราชการ

๙๑ นายนฤดล บรรดาศักด์ิ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ราชการ

๙๒ อษุ า อนิ ทรกั ษ์ ฝ่ายระบบสารสนเทศ ราชการ

๙๓ นายธนนพพล สถิตย์สวุ รรณ ศนู ย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร กรมการขา้ ว กระทรวง ราชการ

เกษตรและสหกรณ์

๙๔ นางสาวนิตายา วุฒิเจรญิ มงคล ศนู ยเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร กรมประมง ราชการ

๙๕ นายสกุ ฤษฏิ์ กล่ันบศุ ย์ ศนู ย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร กรมสง่ เสรมิ สหกรณ์ ราชการ

๙๖ นางสาวนฤมล มาพริก ศนู ยว์ ิจัยขา้ วฉะเชิงเทรา กรมการข้าว ราชการ

๙๗ รัฐ เรอื งโชตวิ ิทย์ ศูนย์วจิ ยั และฝกึ อบรมดา้ นส่ิงแวดล้อม ราชการ

๙๘ นางสาวขวญั ฤทัย ศลิ ปภร ศูนยส์ ่งเสรมิ อุตสาหกรรมภาคท่ี ๙ กรมส่งเสรมิ อุตสาหกรรม ราชการ

๙๙ สุธรี ์ สุนติ ยส์ กุล ศูนยอ์ นามยั ที่๖ กรมอนามยั ราชการ

๑๐๐ นางสาวชิดชนก แกน่ กลา้ สถาบันบริหารจดั การธนาคารท่ีดิน (องค์การมหาชน) ราชการ

๑๐๑ นางสาวพุทธวลัย ชมุ ทอง สถาบันพัฒนาองค์กรชมุ ชน (องคก์ ารมหาชน) ราชการ

๑๐๒ นายยศราช แก้วกัน สถาบันพัฒนาองค์กรชมุ ชน(องคก์ ารมหาชน) ราชการ

๑๐๓ เฉลิมชัย จรี ะพันธ์ุ สถาบันวจิ ยั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ประเทศไทย ราชการ

๑๐๔ ลลดิ า อ่ำบัว สถาบันสง่ เสรมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชการ

๑๐๕ นายประเสรฐิ เหลา่ บศุ ณอ์ นนั ต์ สถาบนั ส่งเสริมความปลอดภัย อาชวี อนามยั และสภาพแวดล้อมใน ราชการ

การทำงาน (องค์การมหาชน)

๑๐๖ นายรพพี งศ์ เลศิ วฒั นารกั ษ์ สถาบนั สารสนเทศทรัพยากรนำ้ (องค์การมหาชน) ราชการ

๑๐๗ นายวรพงศ์ ฤกษเ์ กลย้ี ง สถาบนั สารสนเทศทรพั ยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ราชการ

๑๐๘ นางสาว รชั นวี รรณ มานะวงศไ์ พบลู ย์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดนิ เพอื่ เกษตรกรรม ราชการ

๑๐๙ รุจี รอดชะ สำนกั งานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม ราชการ

๑๑๐ นางสาวกรรณิกา ดรุ งคเดช สำนกั งานการวิจัยแห่งชาติ ราชการ

๑๑๑ นางสาวศิวพร ปรีชา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ราชการ

๑๑๒ นางสาวอุมาพร โควงษ์ สำนกั งานการวิจยั แห่งชาติ ราชการ

๑๑๓ นายวัชระ ดุลยาสิทธพิ ร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ราชการ

๑๑๔ นางสาวสริ ิรัตน์ แมงทับ สำนักงานเกษตรจงั หวัดชลบรุ ี ราชการ

๑๑๕ พรรณพร พงษ์สามารถ สำนกั งานคณะกรรมการการแขง่ ขันทางการค้า ราชการ

๑๑๖ สญั ญพงษ์ กติ ติธรี ะสิทธ์ิ สำนักงานคณะกรรมการการแขง่ ขันทางการคา้ ราชการ

๑๑๗ นายอรรถพล สงั ขวาสี สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ราชการ

๑๑๘ นางสาวปิยะนาถ คล่องดี สำนกั งานคณะกรรมการดจิ ทิ ัลเพ่อื เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ราชการ

๑๑๙ นางสาวพลอยรวี เกรกิ พันธก์ ุล สำนกั งานคณะกรรมการดจิ ิทัลเพ่อื เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ราชการ

๑๒๐ นางสาวจารุวรรณ มณฑริ าช สำนักงานคณะกรรมการดจิ ิทัลเพอ่ื เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ราชการ

๑๒๑ นางสาวมานกิ า ณ กาฬสนิ ธุ์ สำนกั งานคณะกรรมการพิเศษเพ่อื ประสานงานโครงการอัน ราชการ

เนอื่ งมาจากพระราชดำริ

๑๒๒ นางสาวอภญิ ญา แก้วเปรมกศุ ล สำนกั งานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอัน ราชการ

เน่ืองมาจากพระราชดำริ

๑๒๓ นายอทิ ธิพล รตั นาพิบูลมงคล สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่อื ประสานงานโครงการอัน ราชการ

เนื่องมาจากพระราชดำริ

๑๒๔ เมธาพร ดีสขุ สำนักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม (สกสว.) ราชการ

๑๒๕ นางสาวเบญจวรรณ วงศค์ ำ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม ราชการ

โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๕

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

ลำดับ ชื่อ-นามสกลุ หนว่ ยงาน ภาคสว่ น
๑๒๖ นายอานนท์ จรยิ นรเศรษฐ์ สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสริมวทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ราชการ
๑๒๗ จฑุ าธิป ถ่ินถลาง สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวตั กรรม ราชการ
(สกสว.)
๑๒๘ นัชธกิ รณ์ สทิ ธกิ ัน สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม ราชการ
(สกสว.)
๑๒๙ วรรณพร สำราญรมย์ สำนกั งานคณะกรรมการส่งเสริมวทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม ราชการ
(สกสว.)
๑๓๐ ทรงพล ตลุ ะทา สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแหง่ ชาติ ราชการ
๑๓๑ นายธเนศ สัมฤทธนิ์ รพงศ์ สำนกั งานชลประทานท่ี ๙ ราชการ
๑๓๒ นายวศิ ว์รจุ น์ อกั ษรนำ สำนักงานชลประทานท่ี ๙ ราชการ
๑๓๓ นายปฏิภาน บปุ ะเท สำนกั งานทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั ท่ี ๒ ราชการ
๑๓๔ ภชุ งค์ สฤษฎชี ยั กลุ สำนักงานทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ังท่ี ๒ ราชการ
๑๓๕ นายสัญชยั ชนะสงคราม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจงั หวัดชลบุรี ราชการ
๑๓๖ นางสาวปณดิ า เซี่ยงวอ่ ง สำนกั งานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มจังหวัดระยอง ราชการ
๑๓๗ นางสาวนงนชุ พรมมาพงษ์ สำนกั งานทรพั ยากรนำ้ ภาค ๖ ราชการ
๑๓๘ นางสาวศลษิ า พานชิ ผล สำนักงานทรพั ยากรน้ำภาค ๖ ราชการ
๑๓๙ นางสาวอรนษิ ฐ มานะสร้าง สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๖ ราชการ
๑๔๐ นางสุรียพ์ ร รอ้ ยพวง สำนกั งานทรัพยากรน้ำภาค ๖ ราชการ
๑๔๑ นายจรัล เทพอวยพร สำนกั งานทรพั ยากรนำ้ แหง่ ชาติ ราชการ
๑๔๒ นางสาวพัฐศศกิ า สถิรกุล สำนักงานนโยบายและแผนการขนสง่ และจราจร ราชการ
๑๔๓ นางสาวอรปวีณ์ กลู ศริ ศิ รีตระกลู สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ราชการ
๑๔๔ นางสาวอญั ชุลี ยศกำธร สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๔๕ รพีพร ขนั โอฬาร สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ราชการ
๑๔๖ นางสาวนภาพร ศลิ ปชยั สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๔๗ นางสาวนิชนนั ท์ ทัดแกว้ สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๔๘ ดร.ภทั รทพิ า ศันสยะวชิ ยั สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ราชการ
๑๔๙ นายฤกษ์ชยั ปยิ จติ ต์ไพโรจน์ สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ราชการ
๑๕๐ นางสาวนลิ อบุ ล ไวปรชี ี สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๕๑ กนกวรรณ ไชยคำ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๕๒ ชรินี สวุ รรณทตั ิ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๕๓ นางสาวพีรยา บญุ สำเรจ็ สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๕๔ ณัฐนันท์ ทะแดง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ราชการ
๑๕๕ นฤมล สว่างมณีเจริญ สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ราชการ
๑๕๖ นายอศิ รพนั ธ์ กาญจนเรขา สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ราชการ
๑๕๗ สิรพิ ร ช่นื วัฒนา สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ราชการ
๑๕๘ นางเนตรนพทิ ไวจรรยา สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๕๙ นางสาวทพิ าวรรณ รักสงบ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ราชการ
๑๖๐ นางสาวนลิ อุบล ไวปรีซี สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๖๑ นางสาววนั วิษา จสุ๊ มุทร สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ราชการ
๑๖๒ นายพงศธร ธารบญุ สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ราชการ
๑๖๓ นายพษิ ณุพล สงวนนวล สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ราชการ
๑๖๔ นายสมติ จิระมงคล สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ราชการ
๑๖๕ นางสาวนรัญญา บางออ้ สำนักงานปลดั กระทรวงการท่องเทย่ี วและกีฬา ราชการ
๑๖๖ นายปรยูร อนิ สกุล สำนกั งานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราชการ
๑๖๗ นายไรวนิ ทร์ จงพีร์เพียง สำนกั งานปลัดกระทรวงคมนาคม ราชการ
๑๖๘ นางสาวประไพศรี สายสืบ สำนักงานปลดั กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ราชการ
๑๖๙ นางสาวภารวี สืบสำราญ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ราชการ
๑๗๐ นางสาวพิรพร เพชรทอง สำนกั งานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ราชการ

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๖

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

ลำดับ ชอ่ื -นามสกลุ หน่วยงาน ภาคสว่ น

๑๗๑ ลคั นา คำเจริญ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ราชการ

๑๗๒ นายชยั รัตน์ แกว้ เพียงเพ็ญ สำนกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทย ราชการ

๑๗๓ นางสาวกาญจนา วรรณฉวี สำนักงานปลดั กระทรวงวฒั นธรรม ราชการ

๑๗๔ นางสาวกลุ วรา โชตพิ ันธ์ุโสภณ สำนกั งานพฒั นาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ราชการ

๑๗๕ นินนาท พฒั นวงศส์ ุนทร สำนักงานพฒั นาทดี่ ินเขต ๒ กรมพฒั นาที่ดิน ราชการ

๑๗๖ วราภรณ์ เบ้าวัน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ชาติ ราชการ

๑๗๗ นางสาวพาณิภัคน์ ชว่ งโชติ สำนกั งานพ้นื ที่พเิ ศษ ๓ ราชการ

๑๗๘ เมธารียา ฤทธิส์ มัคร สำนกั งานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อตุ สาหกรรม ราชการ

๑๗๙ ศภุ กิตต์ิ ภักดศี รีศกั ดา สำนกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม ราชการ

๑๘๐ นางสาว นนั ทัชพร บุญมี สำนกั งานศกึ ษาธกิ าร ภาค ๘ ราชการ

๑๘๑ นางสาวกนษิ ฐา หลักฐาน สำนกั งานศึกษาธกิ ารภาค ๘ ราชการ

๑๘๒ นายเชดิ ชาย ยอดนอ้ ย สำนกั งานศึกษาธกิ ารภาค ๘ ราชการ

๑๘๓ นายพีระพัฒน์ แก้วจนั ทร์ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ ราชการ

๑๘๔ นายเจษฎา เทพศร สำนกั งานศึกษาธกิ ารภาค ๘ ราชการ

๑๘๕ นางสาวนนั ทัชพร บุญมี สำนักงานศึกษาธิการภาค๘ ราชการ

๑๘๖ นายเชิดชาย ยอดน้อย สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค๘ ราชการ

๑๘๗ นายกิจษารธ อน้ เงนิ ทยากร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ราชการ

๑๘๘ จารพุ ัสตร์ พลทรัพย์ สำนกั งานเศรษฐกิจการคลงั ราชการ

๑๘๙ พชรวรรณ สนธิมลุ สำนักงานเศรษฐกจิ อตุ สาหกรรม ราชการ

๑๙๐ พชั ราวดี คำรอด สำนกั งานเศรษฐกจิ อุตสาหกรรม ราชการ

๑๙๑ นางสาวจันจีรา พรมงาม สำนกั งานส่งเสริมการปกครองทอ้ งถ่ิน จงั หวัดฉะเชงิ เทรา ราชการ

๑๙๒ นางสาวสกุลทิพย์ ส่ังสอน สำนกั งานสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถนิ่ จังหวดั ฉะเชิงเทรา ราชการ

๑๙๓ นางสาวภรณพ์ รรณ ยุระเทศ สำนักงานสง่ เสริมการปกครองท้องถนิ่ จงั หวดั ระยอง ราชการ

๑๙๔ จารวุ รรณ เจตเกษกจิ สำนกั งานสง่ เสริมเศรษฐกิจดจิ ทิ ลั ราชการ

๑๙๕ นางเพชรธดิ า ตรีภพนารถ สำนักงานสถติ แิ ห่งชาติ ราชการ

๑๙๖ นายอดศิ กั ดิ์ ดำพลงาม สำนกั งานสถิตแิ หง่ ชาติ ราชการ

๑๙๗ นายพบิ ูลพัฒน์ พรหมเมอื ง สำนกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ ราชการ

๑๙๘ นางสาวธัญญา เพียมูล สำนกั ทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๙ ระยอง ราชการ

๑๙๙ นาย อนิรทุ ธ์ ถนอมวฒั นา สำนกั บริหารพ้นื ท่ีอนุรักษ์ที่ ๒ (ศรรี าชา) ราชการ

๒๐๐ นางสาวธัญนันท์ แก้วเกิด และ นางสาว สำนักพฒั นานวตั กรรมการจัดการศึกษา สพฐ. ราชการ

นลินี จีนกูล

๒๐๑ นายชลธี นมุ่ หนู สำนกั วิจยั และพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ ราชการ

๒๐๒ นางสาววริ ัชพรรณ สธุ าพาณชิ ย์ สำนกั อนามยั สง่ิ แวดล้อม กรมอนามยั ราชการ

๒๐๓ นายสุธารกั ษ์ สนุ ทรวภิ าต องค์การบริหารการพฒั นาพน้ื ที่พิเศษเพ่อื การทอ่ งเทยี่ วอย่างย่งั ยืน ราชการ

๒๐๔ นางสาวจนั ทราภรณ์ วงค์ษร องคก์ ารบริหารจัดการก๊าซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน) ราชการ

๒๐๕ นางสาวรัชพร สิงขโรทยั องคก์ ารบริหารจัดการกา๊ ซเรือนกระจก (องคก์ ารมหาชน) ราชการ

๒๐๖ นางสาวสมุ น สเุ มธเชิงปรัชญา องคก์ ารบริหารจัดการกา๊ ซเรอื นกระจก (องค์การมหาชน) ราชการ

๒๐๗ นางวีณา คำวิชยั องค์การบริหารจดั การก๊าซเรอื นกระจก (องค์การมหาชน) ราชการ

๒๐๘ นางสาวรณดิ า ปานทอง องคก์ ารบริหารจัดการกา๊ ซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ราชการ

๒๐๙ สามารถ สรอ้ ยทอง ราชการ

๒๑๐ นางสาวดวงใจ ตู้ดำ ราชการ

๒๑๑ นางสาวศริ ิลกั ษณ์ หอยสงั ข์ เทศบาลตำบลดอนหวั ฬอ่ จงั หวดั ชลบุรี อปท.

๒๑๒ นางสาวณัฐฐานัน ฉิมพินจิ เทศบาลตำบลตะเคยี นเตี้ย อำเภอบางละมงุ จังหวัดชลบุรี อปท.

๒๑๓ นายพงษศ์ ลิ ป์ เจริญศึกษา เทศบาลตำบลสองสลงึ อปท.

๒๑๔ นายอมร กีรติสุนทร สำนกั งานส่งเสรมิ การปกครองท้องถน่ิ จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา อปท.

๒๑๕ นางสาววารณุ ี รืน่ รวย องค์การบริหารสว่ นจงั หวัดชลบรุ ี อปท.

๒๑๖ บญุ สบื ชัยสายัณ องค์การบรหิ ารส่วนตำบล จงั หวดั ฉะเชิงเทรา อปท.

๒๑๗ นางสุภาพ ธารา องค์การบริหารสว่ นตำบลคลองตำหรุ อปท.

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๗

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ลำดับ ชื่อ-นามสกลุ หน่วยงาน ภาคสว่ น
๒๑๘ วิชชาธร ธรี ธัญยธรณ์กุล งานสิ่งแวดลอ้ ม อาชวี เวชศาสตร์ โรงพยาบาลระยอง อื่น ๆ
๒๑๙ นางผกามาศ สัจจพงษ์ ฝา่ ยสง่ เสริมลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ อนื่ ๆ
๒๒๐ นาย คิดสะหวาด บดุ ดี มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้ อื่น ๆ
๒๒๑ นายไตรภพ โคตรวงษา มูลนธิ ิกสิกรรมธรรมชาติ อนื่ ๆ
๒๒๒ ศริ ยิ า ทรงสถาพรเจริญ อาชีวเวชกรรมโรงพยาบาลระยอง อน่ื ๆ
๒๒๓ เพญ็ นภา หงษ์รัตน์ อน่ื ๆ
๒๒๔ นางสาววิทิดา ถรี ะศิลป์ บรษิ ทั ขนส่ง จำกดั เอกชน
๒๒๕ นานกุณฑล ฉายศริ ิ บรษิ ัท ขนส่ง จำกดั เอกชน
๒๒๖ ปรชี า ฉิมเกอื้ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวนั ออก จำกดั เอกชน
(มหาชน)
๒๒๗ ประทปี เลียงเพ็ชร บริษัท ไทยออยล์ จำกดั (มหาชน) เอกชน
๒๒๘ นางอาภากร แสงมณี บรษิ ัท ปญั ญา คอนซัลเเตนท์ จำกดั เอกชน
๒๒๙ นายสราญพงษ์ ศขุ กจิ บรษิ ัท ปญั ญา คอนซัลแตนท์ จำกัด เอกชน
๒๓๐ บญั ชา อุนทะออ่ น บริษทั ปญั ญา คอนซัลแตนท์ จำกดั เอกชน
๒๓๑ สินนี ชุ ศิรวฒุ นิ านนท์ บริษทั ปญั ญา คอนซัลแตนท์ จำกดั เอกชน
๒๓๒ นางสาว ศศิธร ไชยศริ นิ ทร์ บรษิ ทั สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกดั (มหาชน) เอกชน
๒๓๓ ศจี กองสุวรรณ มลู นธิ อิ ีสต์ ฟอรมั่ เอกชน
๒๓๔ ณฏั ฐธ์ น สาตรจีนพงษ์ สภาอตุ สาหกรรมจงั หวัดชลบรุ ี เอกชน
๒๓๕ อรณิญา เรืองสนิ ทรัพย์ สภาอุตสาหกรรมจังหวดั สมุทรปราการ เอกชน

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๘

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

๑๑. การประชมุ คณะกรรมการกำกบั การศึกษาโครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ ม ครง้ั ท่ี ๓
รายงานการประชมุ

คณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ ม
ในพนื้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙

วนั ศกุ ร์ท่ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๐๐ น.
ผา่ นระบบการประชุมทางไกล (Teleconference)

คณะกรรมการกำกบั การศกึ ษาฯ ประธานกรรมการ
๑. นายประเสริฐ ศริ นิ ภาพร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม
๒. นางสาวรัตติยา ทองสขุ กรรมการ
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพเิ ศษภาค
๓. นางวรรณภา คล้ายสวน ตะวันออก
๔. นายจรัญ เทพอวยพร กรรมการ
๕. นางสาวมญั ชุลี มชั ฌิกะ ผู้แทนสำนกั งานสภาพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
๖. นางสาววยิ ดา ทรงกติ ตภิ ักดี กรรมการ
๗. นายปณั ณธร แกว้ ยอด ผแู้ ทนสำนกั งานทรพั ยากรน้ำแหง่ ชาติ
กรรมการ
๘. นายศภุ วัตร กาญจน์อดเิ รกลาภ ผ้แู ทนสำนักงานสง่ เสรมิ เศรษฐกิจดิจิทัล
๙. นางสาวสุมน สุเมธเชิงปรัชญา กรรมการ
๑๐. นายสมชาย หวังวัฒนาพาณชิ ผแู้ ทนกรมโยธาธิการและผังเมอื ง
๑๑.นายอภิชาต ทองอยู่ กรรมการ
๑๒. นายอศิ รพนั ธ์ กาญจนเรขา ผแู้ ทนกรมควบคุมมลพษิ (เขา้ รว่ มประชุมผา่ นระบบประชุม
๑๓. นางชรนิ ี สุวรรณทัต ทางไกล)
กรรมการ
ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
กรรมการ
ผู้แทนองค์การบริหารจัดการกา๊ ซเรอื นกระจก(องคก์ ารมหาชน)
กรรมการ
ผูแ้ ทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิ
กรรมการและเลขานกุ าร
ผู้อำนวยการกองส่ิงแวดลอ้ มชมุ ชนและพ้ืนทเ่ี ฉพาะ
กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานุการ
ผู้อำนวยการกลุม่ งานสิง่ แวดล้อมชมุ ชน

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒๙๙

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ผเู้ ขา้ รว่ มประชุม สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก
๑. นายเกษมสันต์ จณิ ณวาโส สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
๒. นางสาวสุชญั ญา อภธิ นั ยาศัย องค์การบรหิ ารจัดการกา๊ ซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน)
๓. นางวณี า คำวชิ ยั สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
๔. นายปรเมษฐ ไชยรัตน์ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
๕. นางสาวสรุ ีย์พร เกดิ แก่นแกว้ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
๖. นายวรี ะนติ ฐานสุพร สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
๗. นายวิทยา ตัง้ พทิ ยาเวทย์ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
๘. นางสาวทพิ าวรรณ รักสงบ สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๙. นางสาวกมลจันท์ พลู เกษม สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
๑๐. นายกฤษฎา ชีวีวฒั น์ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
๑๑. นางสาวนำ้ ฝน ภูท่ มิ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
๑๒. นางสาวสิรพิ ร ชืน่ วัฒนา สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
๑๓. นางสาวกนกวรรณ ไชยคำ สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
๑๔. นางสาวพรี ยา บญุ สำเรจ็ สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
๑๕. นายหฤษฎ์ วงษด์ ารา
หัวหน้าโครงการ
ที่ปรกึ ษาโครงการ ผเู้ ชยี่ วชาญเฉพะาดา้ นสังคมและการมีส่วนรว่ ม
๑. ผศ.ดร.วันเพญ็ เจริญตระกลู ปติ ิ ผู้เชย่ี วชาญดา้ นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม/การ
๒. อ.คณติ ธนธู รรมเจริญ วางแผน/วเิ คราะหแ์ ผน
๓. ดร.สมศักด์ิ บุญดาว ผู้เชยี่ วชาญดา้ นการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม/การ
วางแผน/ วเิ คราะหแ์ ผน
๔. ผศ.ดร.นิกร มหาวัน ผู้เชี่ยวชาญดา้ นระบบขอ้ มูลและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ผู้เช่ียวชาญด้านระบบข้อมลู และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
๕. ดร.ศกั ด์ดิ า หอมหวล ผ้เู ช่ยี วชาญดา้ นการพฒั นาเมอื ง
๖. ผศ.ดร.ชนิดา สวุ รรณประสิทธ์ิ เจา้ หนา้ ท่ีรวบรวมข้อมลู และประสานงาน
๗. ผศ.ดร.คณนิ หุตานวุ ตั ร เจ้าหนา้ ทร่ี วบรวมข้อมลู และประสานงาน
๘. นางสาวจารุพร นแุ ปงถา เลขานุการโครงการ
๙. นายวรพล คงประเสริฐอมร ผชู้ ว่ ยนักวจิ ัย
๑๐. นางสาวสายพณิ เลาว้าง ผูช้ ว่ ยนักวิจัย
๑๑. นางสาวอจั ฉราวรรณ ศภุ กา ผ้ชู ่วยนกั วจิ ยั
๑๒. นางสาววรสิ รา ไชยวงค์
๑๓. นายปฏิภาณ มาชมพู

โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๐

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

เร่ิมประชมุ เวลา ๑๓.๓๐น.
ประธานกรรมการ ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกำกับ

การศึกษาโครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-
๒๕๖๙ ในวันน้ี ซึ่งเป็นการประชุมคร้ังท่ี ๓/๒๕๖๔ แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
หรือ COVID-19 ในปจั จบุ นั ทำใหจ้ ำเป็นตอ้ งจัดการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Teleconference)
ซึ่งกรรมการทุกท่านยงั สามารถให้ข้อมลู ขอ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ โครงการฯ ได้
กรรมการและเลขานุการ เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ตามขอบเขตงานโครงการฯ กำหนดให้ที่ปรึกษา
ดำเนนิ การ ดงั นี้

๑. จัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙
ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าประสงค์ เป้าหมายและตัวช้ีวัด ยุทธศาสตร์ มาตรการ แนวทางการ
ดำเนินงาน แผนปฏิบัติการ แนวทางการติดตามประเมินผล การขับเคล่ือนแผนท่ีมีการผนวกข้อเสนอ
ทางเลือก/โครงการ/แผนงานที่สำคัญในการรองรับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ป้องกันและรองรับ
ผลกระทบจากแนวโน้มท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมท้ัง จัดทำแผนส่ิงแวดล้อมระดับจังหวัดตามนโยบายการ
ส่งเสรมิ และพฒั นาจงั หวดั ทัง้ ๓ จงั หวัด

๒. จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (Management Information System: MIS)
เพือ่ การบริหารจัดการ วางแผน ติดตามตรวจสอบและประเมินผล โดยจะตอ้ ง

๑) มีการจัดเก็บข้อมูลทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ Digital อย่างเป็นระบบ
และมกี ารตรวจสอบข้อมูลเชงิ พนื้ ท่ี

๒) มีการประมวลผลและแสดงผลข้อมูลที่น่าสนใจ เข้าใจได้ง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน เพื่อ
สามารถนำมาใชใ้ นกการวางแผนในอนาคต

๓) สามารถติดตามการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการของหน่วยงานและภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องได้
จากการรายงานผลการดำเนนิ งานโดยหน่วยงานหรอื ภาคส่วนทเี่ กีย่ วขอ้ งภายใต้แผนปฏบิ ตั กิ ารฯ

สำหรบั การดำเนนิ งานท่ีผ่านมา
๑. การประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาฯ ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๔ เม่ือวันท่ี ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔
มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ ได้นำเสนอกรอบแนวคิด/แนวทางและร่างแผนส่ิงแวดล้อมในพ้นื ท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาค
ตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ และแผนสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด โดยคณะกรรมการกำกับ
การศึกษาฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะท่ีเป็นประโยน์ ซึ่งที่ปรึกษาได้นำไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข
(ร่าง) แผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ และ (ร่าง)
แผนสิ่งแวดล้อมระดับจังหวดั (ระยอง ชงบุรี ฉะเชิงเทรา) ก่อนนำไปเสนอและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วน
ทีเ่ กยี่ วข้อง
๒. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้
กำหนดให้มีการนำเสนอข้อมูล/ผลการดำเนินงาน รวมท้ัง รับฟังความคิดเห็นและเสนอแนะข้อมูลท่ีเป็น
ประโยชน์เพ่ิมเติมต่อการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ.
๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ และระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (Management Information System:
MIS) เพื่อการบรหิ ารจดั การ วางแผน ตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผล

๒.๑) การนำเสนอข้อมูล/ผลการดำเนินงาน และรับฟังความคิดเห็นต่อกรอบและแนวทางการจัดทำ
แผนส่ิงแวดล้อมฯ และขอ้ เสนอทางเลอื ก/โครงการ/แผนงานท่สี ำคัญ ระดับจังหวัด เมื่อวนั ท่ี ๒๑ ๒๓ และ ๒๗
กรกฎาคม ๒๕๖๔

โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๑

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

๒.๒) การนำเสนอข้อมลู /ผลการดำเนินงาน และรับฟังความคิดเหน็ ต่อ (รา่ ง) แผนส่ิงแวดลอ้ มฯ และ
แผนสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด ตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาแต่ละจังหวัด และการนำเข้าข้อมูลที่สำคัญ
จำเป็น และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ระดับจังหวัด เมื่อวันที่ ๔ - ๖ สิงหาคม
๒๕๖๔

๒.๓) การนำเสนอข้อมูล/ผลการดำเนินงาน รวมท้ัง รับฟังความคิดเห็นและเสนอแนะข้อมูลที่เป้น
ประโยชน์เพิ่มเติมตอ่ (ร่าง) แผนสิ่งแวดล้อมในพน้ื ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ –
๒๕๗๐ และระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (MIS) เพื่อการบริหารจัดการ วางแผน ติดตาม
ตรวจสอบและประเมินผล ระดับพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เมื่อวันท่ี ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ และ
ระดบั ส่วนกลางเมอื่ วนั ที่ ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๖๔

นอกจากนี้ได้มีการฝึกอบรมเพ่ือเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีท่ีพัฒนา วิธีการใช้งานและการปรับปรุง
พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ให้แก่เจ้าหน้าท่ีสำนักงานนโยบายและแผน
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทงั้ หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง เม่ือวนั ท่ี ๑๓ สงิ หาคม ๒๕๖๔

๓. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) แผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ (ปรับตามมติคณะกรรมการกำกับการศึกษาฯ ครั้งท่ี ๒/๒๕๖๔
เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔) (ร่าง) แผนสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัดตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา
จงั หวัดท้ัง ๓ จังหวัด และระบบข้อมูลสารสนเทศเพือ่ การบรหิ ารจดั การ (MIS) เพ่ือการบรหิ ารจัดการ วางแผน
ติดตามตรวจสอบและประเมินผล ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมที่ผ่านมา และได้เสนอต่อ
คณะกรรมการกำกับการศกึ ษาฯ

ที่ปรึกษาโครงการ (ผศ.ดร.วนั เพ็ญ เจรญิ ตระกลู ปตี ิ หัวหน้าโครงการ) เรียนทป่ี ระชมุ ทราบถึง
๑. ผลการปรับแกต้ ามขอ้ คดิ เหน็ ของคณะกรรมการกำกบั การศึกษาฯ

- ทบทวนแผน นโยบาย เก่ียวกับความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามแผน Big Rock โดยประสาน
ขอข้อมูลจากกรมควบคมุ มลพิษ

- ปรบั ปรุงขอ้ มูลรายงานสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม โดยระบุสถานภาพปัจจุบนั
ของทรัพยากรธรรมชาติและคาดการณใ์ นอนาคต ทง้ั เรื่องขยะ น้ำเสีย นำ้ และคาร์บอนฟตุ ปรน้ิ

- ทบทวนประเด็นในการคัดเลือกเกณฑ์ด้านการใช้ที่ดิน ตัวชี้วัดร้อยละของพ้ืนที่เพาะปลูกกับพื้นที่ที่
ปลดปลอ่ ยคา่ คารบ์ อนฟตุ ปริ้น จาก Boa, H. et al, 2020 และ Raworth, K. A, 2017

- ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) มีการปรับการรายงานสถานภาพของ
สถานการณ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมโดยกำหนดเปน็ สี เชน่ เขยี ว เหลอื ง สม้ แดง เป็นตน้

- รา่ งแผนสง่ิ แวดลอ้ มฯ มกี ารเพมิ่ เตมิ ประเด็นในแผนฯ ดงั นี้
๑) อุตสาหกรรมนอกนคิ มอุตสาหกรรมควรมีกฎระเบยี บขอ้ บังคับทีช่ ัดเจนในการควบคมุ โรงงานใน
พ้ืนท่ี
๒) การออกแบบวางแผนระบบบำบดั น้ำเสยี ท่ีเพมิ่ ประสทิ ธิภาพความสามารถในการบำบัดและการ
นำนำ้ เสียกลับมาใช้ประโยชน์
๓) แนวคดิ Minimum Waste Use และการนำเทคโนโลยเี ข้ามาชว่ ยสง่ เสรมิ ในการพัฒนา
๔) การพิจารณายุทธศาสตร์ร่วมกับร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๓
ประกอบดว้ ย เศรษฐกิจมลู คา่ สงู ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม วิถีชีวติ ท่ียั่งยนื สงั คมแหง่ โอกาสและความเป็นธรรม
๕) ศึกษาความเพยี งพอของน้ำอยา่ งละเอยี ด
๖) การสร้างแนวปฏิบัตใิ หเ้ ปน็ ไปตามแผนท่ีวางไว้

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๒

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

๒. ผลการจัดประชุมผลการดำเนินงานและการรับฟังความคิดเห็นและการปรบั ปรุงแก้ไข
๒.๑) กรอบและแนวทางการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และแผน
สง่ิ แวดลอ้ ม

- จงั หวดั ระยอง วันท่ี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ มีผเู้ ขา้ รว่ มประชุมจำนวน ๑๙๓ คน
- จงั หวดั ชลบรุ ี วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ มผี เู้ ข้ารว่ มประชมุ จำนวน ๑๗๖ คน
- จังหวดั ฉะเชิงเทรา วันท่ี ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔ มผี ู้เขา้ ร่วมประชุมจำนวน ๑๑๑ คน
๒.๒) ร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐
และระบบขอ้ มูลสารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารจัดการ (MIS) ระดับจังหวัด
- จงั หวดั ระยอง วนั ท่ี ๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ มผี ู้เขา้ รว่ มประชุมจำนวน ๑๘๗ คน
- จงั หวดั ชลบุรี วนั ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ มผี ู้เข้ารว่ มประชุมจำนวน ๑๘๓ คน
- จงั หวดั ฉะเชิงเทรา วันท่ี ๖ สงิ หาคม ๒๕๖๔ มีผู้เขา้ ร่วมประชุมจำนวน ๑๓๕ คน
๒.๓) ร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐
และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ระดับพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก วันท่ี ๑๑
สงิ หาคม ๒๕๖๔ มผี เู้ ข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๑๒ คน
๒.๔) ฝึกอบรมการถา่ ยทอดเทคโนโลยี วธิ ีการใช้งานและการปรับปรงุ พัฒนาระบบข้อมลู สารสนเทศเพ่อื
การบริหารจดั การ (MIS) วันท่ี ๑๓ สงิ หาคม ๒๕๖๔ มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๑๒๐ คน
๒.๕) ร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐
และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ระดับส่วนกลาง วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ มี
ผู้เขา้ ร่วมประชมุ จำนวน ๒๓๕ คน
โดยผู้เข้ารว่ มประชุมประกอบด้วยผแู้ ทนจากหนว่ ยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รฐั วสิ าหกิจ
อุตสาหกรรม เอกชน ประชาสงั คม สถาบันการศึกษา และประชาชน
๓. ผลการติดตามแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔
และผลการดำเนินงานท่ีผา่ นมา
๔. (ร่าง) แผนสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ –
๒๕๗๐
๔.๑) วิสัยทัศน์: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเชิงบูรณาการ สนับสนุนการมีส่วนร่วม
ส่งเสรมิ คุณค่า พัฒนาคณุ ภาพ สรา้ งมลู ค่าเศรษฐกิจ อตุ สาหกรรมที่ย่งั ยนื เปน็ ต้นแบบพ้นื ที่เขตพฒั นาพิเศษ
๔.๒) วัตถปุ ระสงค์
๑. ส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ให้เป็นอัตลักษณ์เชิงพ้ืนที่ ท้ังด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม
และวถิ ชี ีวิตให้สอดคล้องกับภมู ินเิ วศของพื้นที่
๒. สนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพทรัพยากรฯ และสิ่งแวดล้อมร่วมกับการบูรณาการภูมิปัญญา
ทอ้ งถน่ิ และกล่มุ เครือขา่ ยทกุ ภาคสว่ นสู่กระบวนการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรและส่งิ แวดล้อม
๓. ส่งเสริมการปรับปรุง พัฒนา กฎ ระเบียบ ข้อตกลงท่ีส่งเสริมต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพ่ิม
ความหลากหลายทางชวี ภาพ และสรา้ งฐานความมัน่ คง และสร้างภูมิคมุ้ กนั ตนเอง
๔. พัฒนากลไกการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการวางแผนและบริหารจัดการ
และเสริมสรา้ งขดี ความสามารถในการรองรบั
๔.๓) พนั ธกิจ

โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๓

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

๑. รักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเขตการจัดการตามภูมินิเวศท่ีมี
ความสามารถในการรองรับสูง โดยเน้นเขตพ้ืนที่ชุ่มน้ำ และเขตป่าชายเลน ด้วยการรักษาระดับสถานการณ์
ความสามารถในการรองรับในปัจจุบัน การปรับปรุงการใช้ประโยชน์ และระบบบริหารจัดการทรัพยากรและ
สงิ่ แวดลอ้ ม

๒. เพมิ่ ประสิทธิภาพการใชท้ รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ในเขตการจัดการตามภมู ินเิ วศที่
มีความสามารถในการรองรับปานกลาง โดยเน้นเขตทะเลและเกาะ และเขตเมืองและชุมชน ด้วยการปรับปรุง
ระดับความสามารถการบริหารจัดการส่ิงแวดล้อมและการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องเหมาะสม
กับภูมิสงั คม

๓. ลดระดับการพ่ึงพาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ในเขตการจัดการตามภูมินิเวศที่มี
ความสามารถในการรองรับต่ำ โดยเน้นเขตป่าไม้ เขตเกษตรกรรม และเขตอุตสาหกรรม ดว้ ยการเปลี่ยนแปลง
รปู แบบการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตามหลักการเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกจิ สีเขียว
(BCG: Bio-Circular-Green Economy) การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมเหตุสมผล และปกป้อง
คุ้มครอง ฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม และมกี ารจัดการมลพิษสงิ่ แวดลอ้ มร่วมกัน

๔.๔) เปา้ ประสงค์
๑. สิง่ แวดล้อมท่ีสะอาด
๒. ทรัพยากรธรรมชาติอดุ มสมบูรณ์
๓. เสรมิ สรา้ งกระบวนการมีสว่ นรว่ มและเพิม่ ศักยภาพการบรหิ ารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ
๔. ขับเคลื่อนระบบและกลไกในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มี

ประสทิ ธภิ าพ
๔.๕) ยทุ ธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ การจัดการส่ิงแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตท่ีเป็นสุข ประกอบด้วย ๗ กลยุทธ์ คือ ๑) การ

จัดการน้ำเสีย ๒) การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๓) การจัดการมลพิษทางอากาศ ๔) การ
จัดการขยะ/กากของเสียอุตสาหกรรม ๕) การพัฒนาสิ่งแวดล้อมเมืองและชุมชนน่าอยู่ตามภูมินิเวศ ๖) ภัย
พิบัติ อุบัติภัย โรคระบาด และสภาวะสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ๗) การส่งเสริมการ
ดำเนินชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๒ การจดั การทรพั ยากรอยา่ งย่งั ยืน ประกอบดว้ ย ๔ กลยุทธ์ คือ ๑) การใช้ประโยชนท์ ่ีดิน
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ๒) การจัดการทรัพยากรน้ำ ๓) การจัดการความหลากหลาย
ทางชีวภาพ และ ๔) การจัดการทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๓ การพัฒนาศกั ยภาพในการจัดการและกลไกการมีสว่ นร่วม ประกอบด้วย ๓ กลยทุ ธ์ คือ
๑) กฎ ระเบียบ กฎหมาย และแผนที่เอ้ือต่อการบริหารจัดการ ๒) การพัฒนาบทบาทหน้าท่ีและบุคลากรใน
การบริหารจดั การ และ ๓) กลไกและเคร่อื งมือการสง่ เสริมการมสี ่วนร่วมท่ีเทา่ เทยี มและเป็นธรรม

ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ การขับเคล่ือนแผนสู่การดำเนินงาน ประกอบด้วย ๕ กลยุทธ์ คือ ๑) การบูรณาการ
แผนการจัดการ ๒) การส่งเสริมสนับสนุนการนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ๓) การขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการ
บริหารจัดการทรัพยากร ๔) การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีที่เหมาะสมตามหลักเศรษฐกิจชีวภาพ
เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว และเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน และ ๕) การทบทวน ติดตาม การ
ดำเนินงานฯ

โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๔

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

๕. (ร่าง) แผนส่ิงแวดลอ้ มระดบั จงั หวดั พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐
จังหวัดฉะเชิงเทรามีวิสัยทัศน์ คือ เมืองอัจฉริยะ สังคมน่าอยู่ อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม
คุณภาพ ความหลากหลายลุ่มน้ำบางปะกง มีอัตลักษณ์ท่องเที่ยว สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาบนฐานทรัพยากร
สงิ่ แวดล้อมทย่ี งั่ ยนื
จงั หวดั ชลบุรี มวี ิสัยทัศน์ คือ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมสมดลุ ยั่งยนื เศรษฐกิจพอเพยี ง สูส่ ังคมชุมชนม่ันคง
เปน็ เมืองแห่งเกษตรมลู คา่ สูง สุขภาพ การศึกษา การท่องเท่ียวเชงิ นเิ วศ และอุตสาหกรรมสเี ขียว
จังหวัดระยอง มีวิสัยทัศน์ คือ การพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับบริบทภูมิสังคม มุ่งสู่
อุตสาหกรรม ๔.๐ เกษตรกรรมปลอดภัย และการท่องเท่ียวอย่างย่ังยนื
โดยแผนฯระดับจังหวัดประกอบด้วย ๓ ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อ
คุณภาพชีวิตท่ีเป็นสุข ประกอบด้วย ๗ กลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ การจัดการทรัพ ยากรอย่างย่ังยืน
ประกอบด้วย ๔ กลยุทธ์ และยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาศักยภาพในการจัดการและกลไกการมีส่วนร่วม
ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ ท่สี อดคล้องกบั แผนฯ ภาพรวมในพื้นที่เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๖๕ -
๒๕๗๐
๖. ระบบขอ้ มูลสารสนเทศเพ่อื การบริหารจดั การ (Management Information System: MIS)
ที่ปรึกษาโครงการ (ผศ.ดร.ชนิดา สุวรรณประสิทธ์ิ และ อาจารย์ ดร. ศักดิ์ดา หอมหวล) ได้เรียนให้ที่
ประชุมทราบว่า ระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการบูรณาการของ
ข้อมูลในพ้ืนที่ท่ีถูกจัดเก็บจากหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้ง
มุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าใจ และเข้าถึง ความจริงของปัญหาในพื้นท่ี และสามารถพัฒนาพื้นท่ีได้อย่าง
ยั่งยืน บนพนื้ ฐานของข้อมูลและสารสนเทศเดียวกัน อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการพ้ืนท่ีภายใตก้ รอบแนวคิด
การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีข้อมูลเชิงพ้ืนท่ีจำนวน ๓๖๑ ชั้นข้อมูล และข้อมูลท่ัวไป ๔๐ ชุดข้อมูล
ประกอบด้วย ๔ ส่วนหลัก คอื
๑. ข้อมูลนำเข้า
- ข้อมลู จากหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง
- ขอ้ มูลจากการสำรวจ
- ข้อมูลจากอปุ กรณ์ตดิ ต้งั เพม่ิ เตมิ
- ขอ้ มลู เปิดจากแหล่งอ่ืน ๆ
๒. ฐานข้อมลู
๓. ระบบหลัก/ระบบยอ่ ย
- โมดลู ปรมิ าณนำ้
๑. ระบบนำเขา้ /รายงานปรมิ าณนำ้ ผิวดิน
๒. ระบบนำเข้า/รายงานปรมิ าณนำ้ ทิง้ /น้ำเสยี
- โมดลู คณุ ภาพนำ้
๑. ระบบนำเข้า/รายงานคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดนิ
๒. ระบบนำเขา้ /รายงานคุณภาพน้ำทิ้ง/นำ้ เสยี
๓. ระบบนำเข้า/รายงานคุณภาพนำ้ ทะเลชายฝ่ัง
๔. ระบบนำเข้า/รายงานคณุ ภาพน้ำบาดาล
- โมดลู คุณภาพอากาศ
๑. ระบบนำเขา้ /รายงานคณุ ภาพอากาศ

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๕

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

๒. ระบบรายงานคุณภาพอากาศ (API)
- โมดลู ทรพั ยากรชวี ภาพ
๑. ระบบนำเขา้ /รายงานพ้ืนท่ีสเี ขียวสาธารณะ
๒. ระบบนำเขา้ /รายงานป่าครอบครัว
๓. ระบบนำเขา้ /รายงานความหลากหลายทางชวี ภาพ
๔. ระบบนำเข้า/รายงานเกษตรอนิ ทรีย์
- โมดูลอน่ื ๆ
๑. ระบบนำเข้า/รายงานปรมิ าณขยะ
๒. ระบบนำเข้า/รายงานแจง้ ปัญหาสง่ิ แวดล้อม
- โมดูลติดตามผลการดำเนินงานตามแผนส่ิงแวดลอ้ ม ระยะที่ ๑ – ๒
๔. ระบบสนับสนนุ การตดั สินใจ
- ด้านภาพรวม
- ดา้ นน้ำผิวดนิ
- ดา้ นมลพิษทางอากาศ
- ดา้ นอณุ หภมู แิ ละพน้ื ที่สีเขียว
สำหรับประเภทผู้ใช้งานและระดับการใช้งานระบบสารสนเทศแบ่งออกเป็น ๔ ระดับ คือ ๑) ผู้ดูแล
ระบบ เป็นผู้ที่สามารถมีสิทธ์ิในการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดและสามารถกำหนดสิทธ์ิการเข้าถึงให้กับผู้ใช้งานทุก
ระดับ ๒) ผู้ใช้แบบจำกัดสิทธิ์บางประการ เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนของเครือข่ายที่
ควบคุมดูแลในการเพิ่ม หรือแก้ไขข้อมูลในส่วนท่ีรับผิดชอบ ๓) ผู้ใช้ทั่วไปท่ีลงทะเบียน สามารถเข้าไปกรอก
ข้อมูลในโมดูลที่ได้ลงทะเบียนไว้สำหรับช่วยในการนำเข้าข้อมูล และสามารถเรียกดูข้อมูลผ่านหน้ากระดาน
รายงานสถานการณ์ และ ๔) ผู้ใช้ท่ัวไปท่ีไม่ได้ลงทะเบียน สามารถเรียกดูในส่วนของรายงานสถานการณ์ได้
เพียงอย่างเดียว
ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของคณะกรรมการฯ
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (นายเกษมสันต์ จณิ ณวาโส)
๑. จากการนำเสนอมีข้อสังเกตว่าการเขียนเล่มรายงานยังมีความไม่ชดั เจน เม่ือเทียบกับการฟังจากการ
นำเสนอ
๒. การติดตามการดำเนินโครงการภายใต้แผนส่ิงแวดล้อมนพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.
๒๕๖๑ - ๒๕๖๔ เป็นการติดตามโครงการของภาครัฐ ประเด็นปัญหาและอุปสรรคท่ีนำเสนอเป้นปัญหาทั้งใน
ภาครัฐและเอกชน ขอให้ทางท่ีปรึกษาตรวจสอบว่าปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวเป็นปัญหาอุปสรรคของ
โครงการใดเพื่อใหม้ ีความชดั เจนขึ้น
๓. การประเมินแรงกดดันทางด้านสิ่งแวดล้อมควรมีการพิจารณาถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากร
ประชากร รว่ มดว้ ย
๔. การวิเคราะห์แรงกดดนั ตามภูมินิเวศไม่สามารถสะท้อนถึงภาพรวมขนาดใหญ่ได้ เช่น ระบบนิเวศป่า
ไม้ พ้ืนท่ีชุม่ น้ำ ป่าชายเลน ทะเล เกษตรกรรม เมือง ชุมชน อุตสาหกรรม จะต้องอธิบายให้ชดั เจน เมื่อแบ่งภมู ิ
นิเวศของพน้ื ที่ ๓ จังหวดั เพราะเม่อื นำมาพิจารณารวมกันจะต้องแสดงถงึ ตัวแทนของท้งั พ้ืนที่
๕. มีข้อกังวล ในตารางท่ี ๒ - ๒ เมื่อพิจารณาถึงประเด็นของทรัพยากร สุขภาพ โดยมีตัวช้ีวัดต่าง ๆ
ควรมกี ารทบทวนวา่ ตัวชีว้ ัดทใ่ี ช้มีความครบถว้ นหรือไม่

โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๖

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

๖. หน้า ๑๒๔ การกำหนดคำนิยามของคำใหม่ว่า การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดลอ้ ม คือ “จรยิ ธรรมสานึกรว่ มรบั ผิดชอบตอ่ สทิ ธิบทบาทในการทาหน้าทจี่ ดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดลอ้ ม...” ถอื เปน็ การให้คำนยิ ามทดี่ ว่ นสรปุ เกินไป ขอใหท้ างทป่ี รึกษาทบทวนอกี ครง้ั

๗. ในประเด็นการศึกษาการมีส่วนร่วม ควรเป็นการศึกษาว่าแต่ละกลุ่มมีการมีส่วนร่วมในการพัฒนา/
การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมอยา่ งไร มากกว่าการสอบถามวา่ เคยดำเนินกิจกรรมอะไรมาบ้าง
มขี อ้ กงั วลว่าอาจเกิดปัญหากับบางกลุม่ ท่ไี ม่ไดเ้ ข้าร่วม

๘. ควรมีการหารือเพิ่มเติมกับกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมหมู่บ้าน
(ทสม.)

๙. เครือข่ายที่มีการจัดต้ังในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เช่น กลุ่มสตรี EEC กลุ่มบัณฑิตอาสา
กล่มุ เยาวชน กลมุ่ ปลกู ปา่ เปน็ ต้น แตก่ ลุ่มดังกลา่ วนย้ี งั ไมไ่ ด้มสี ว่ นรว่ มกบั การทำแผนเทา่ ทค่ี วร

๑๐. กรณีชุมชนบ้านแลง จังหวัดระยอง ที่ทางที่ปรึกษาให้ขอ้ มูลว่าพื้นท่ถี ูกบรุ กุ เน่ืองจากสัมปทานป่าไม้
เปน็ ขอ้ มลู ที่คลาดเคล่ือน เนื่องจากหากมกี ารทำสัมปทานป่าไมส้ ่วนมากแล้วจะไม่มกี ารปลอ่ ยให้เกิดการบุรุก

๑๑. หน้า ๑๒๖ “...สภาพป่าต้นน้าลาธารเริ่มเสื่อมโทรมมากข้ึน จนเกิดสภาวะสัตว์ปา่ และน้ำบอ่ น้ำใน
หมู่บ้านท่ีเคยอุดมสมบูรณ์ได้แห้งขอด” ไม่แน่ใจวา่ พิมพไ์ ม่ครบหรือไม่/ข้อมูลถูกตอ้ งหรือไม่ เน่ืองจากอ่านแล้ว
ไม่เขา้ ใจ

๑๒. ไมค่ วรมีข้อเสนอแนะทีไ่ ม่สามารถตรวจสอบไดแ้ ละไม่สอดคล้องกบั สถานการณแ์ ละประเด็นปัญหา
๑๓. มาตรการที่เสนอในการทำแผนฯ ในการเสนอแก้ไขกฎหมาย ควรมีการทบทวนถึงวัฒนธรรม
องคก์ ร/วธิ กี ารทำงาน/วตั ถุประสงค์ของกฎหมายแตล่ ะฉบับ ก่อนท่จี ะมกี ารเสนอแก้ไข
๑๔. ควรมีการระบุวิสัยทัศน์ ประเด็นปัญหา กลไก/เครื่องมือ อย่างชัดเจน โดยการใช้กระบวนการมี
สว่ นรว่ มจะชว่ ยใหป้ ญั หาลดน้อยลงเนื่องจากได้มีการพดู คุยทำความเขา้ ใจกนั
๑๕. มาตรการในการดำเนินการ ท้ัง ๓ จังหวดั จะต้องดำเนินการไปตามแผนฯ แต่ในมาตรการสามารถ
ดึงออกมาเป็นกิจกรรม/ตัวช้ีวัดได้ จะสามารถตอบได้ว่าหากดำเนินการแล้วจะเกิดผลตรงกับวัตถุประสงค์/
เปา้ หมายของแผนหรือไม่
๑๖. ประเด็นเกี่ยวกับสัดส่วนของปะการังถูกทำลาย หากอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงกว่า ๓๐ องศา
เซลเซียส จะเกิดปะการังฟอกขาว ซง่ึ เกดิ เองโดยธรรมชาติ ดังนน้ั ในการพดู ถงึ ปะการังถกู ทำลายจะพิจารณาใน
ประเดน็ ใด ต้องมีการระบใุ หช้ ัดเจน
๑๗. โครงการ ๘๐/๒๐ ท่ีมีการทบทวนเกี่ยวกับประเด็นทางอากาศ ท่ีสำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติดำเนินการในพ้ืนที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (เน้นสารอินทรีย์ระเหยง่าย) ควรนำมา
พจิ ารณาร่วมด้วย
๑๘. การจัดการขยะติดเช้ือ มีเตาเผาอยู่น้อย เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เป็นผู้ดำเนินการ ทำให้บางจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปัจจุบันมีสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ ดังน้ันควรจะยกประเด็นการจัดการขยะติดเชื้อขึ้นมาเป้น
ประเดน็ ปญั หาทส่ี ำคัญไม่น้อยไปกว่าขยะมลู ฝอย
๑๙. เพิ่มเติมการคาดการณ์ผลกระทบของคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนผ่านการพัฒนา
อตุ สาหกรรมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (New S Curve) ซึ่งการปลอ่ ยมลพิษจะลดลงเนอื่ งจากจะ
เปน็ เทคโนโลยใี หม่

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๗

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

๒๐. การศึกษาการพัฒนาปิโตรเลียมระยะที่ ๔ อตุ สาหกรรมปิโตรเลยี มในมาบตาพดุ ใกล้หมดอายุ กำลัง
จะมีการเปล่ียนรูป โดยนำ Circular Economy เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยจะนำของเสียจากการผลิตในรูป
แบบเดิมมาใชเ้ ปน็ ปจั จยั ในการผลิตผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ขอให้ท่ปี รึกษาเพิม่ เตมิ ประเด็นดังกลา่ วเพิ่มเติมในแผนฯ

๒๑. จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพ้ืนท่ีสีเขียว เป็นแหล่งอาหาร จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งธุรกิจและบริการ
จังหวดั ระยอง เปน็ ภาคอุตสาหกรรม แผนจงั หวัดควรจะสะท้อนภาพในประเดน็ ตามบรบิ ทของพน้ื ที่

๒๒. อาจเพ่ิมเติมข้อมูล wave/current ของกรมอุตุนิยมวิทยามาเพ่ือช่วยตอบโจทย์ทางด้านภัยพิบัติ
ทางทะเล ช่วยให้เห็นภาพในแง่ของการเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำ การกัดเซาะชายฝ่ัง การเปล่ียนแปลงของ
ชายหาด หาดทราย
ผู้แทนสำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (นางรตั ติยา ทองสุข)

๑. แผนฯ ระดับจังหวัด ขอสอบถามทางที่ปรึกษาว่า “ของเสีย” ที่มีการพูดถึงในแผนฯ หมายความ
รวมถึงน้ำเสียด้วยหรือไม่ เน่ืองจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมีแนวคิดท่ี
จะลดปริมาณน้ำเสีย นำน้ำเสียมาบำบัดเพ่ือนำกลับมาใช้ใหม่ หากไม่ได้หมายความรวมถึงน้ำเสีย ขอให้มีการ
พิจารณาใหค้ รอบคลุมถึงประเดน็ นำ้ เสยี การบำบดั นำน้ำเสยี กลบั มาใช้ใหม่เพ่มิ เติมดว้ ย

๒. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กำลังดำเนินการร่วมกับเมืองพัทยา
องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองเกี่ยวกับโครงการลงทุนก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ซ่ึงมีอยู่ในร่างแผนฯ อยู่
แล้ว แต่แนวคิดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะให้ภาคเอกชนเข้ามามี
ส่วนร่วมด้วยเพื่อลดภาระด้านงบประมาณ ดังน้ันจะเป็นไปได้หรือไม่ท่ีหน่วยงานท่ีจะเข้ามาสนับสนุนจะเป็น
ภาคเอกชนเข้ามารว่ มด้วย
ผูท้ รงคุณวฒุ ิ (นายอภิชาต ทองอย)ู่

๑. ในการจัดการสิ่งแวดล้อม Key person/community ที่สำคัญคือ ผู้นำชุมชน ถ้าผู้นำชุมชนเห็นด้วย
กจ็ ะชว่ ยให้ขับเคล่อื นไปได้
ผูแ้ ทนสำนักงานทรพั ยากรนำ้ แหง่ ชาติ (นายจรัล เทพอวยพร)

๑. จำนวนผู้เข้าร่วม ระดับส่วนกลางเม่ือวันท่ี ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ ที่เอกสารนำเสนอระบุไว้ว่ามี
ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๓๕ คน แต่ในอินโฟกราฟฟิกของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมระบุว่ามี ๒๕๑ คน และจากท่ีผู้แทนดูในผู้เข้าร่วมใน Online วันประชุม ในเวลา ๐๙.๑๑ น. ช่วง
การเปดิ ประชุม มผี เู้ ขา้ ร่วมในระบบเพยี ง ๒๑๖ คน ดังน้ัน ขอให้ตรวจสอบว่า

๑) สรปุ แล้วมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนกที่ ่าน
๒) การระบุจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจะใช้ชว่ งเวลาใด เพราะอาจมีผลในอนาคต หากมีกรณีร้องเรียน
หรือกรณีอ่ืนใด (ซ่ึงแต่เดิมใช้นับลายเซ็นที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์) ดังน้ันจึงอาจต้องมีหลักฐานอ้างอิงท่ี
ชดั เจน เชน่ การถา่ ยภาพหน้าจอในวนั ประชุม ที่มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ดำเนนิ การ มาใช้ในการอ้างองิ
๒. จากการถอดบทเรียนแผนส่ิงแวดล้อมระยะท่ี ๑ มีการติดตาม พบว่า
๑) มีการรายงาน ๗๖ โครงการหรือร้อยละ ๘๘ ได้รับงบประมาณ ๔๓ โครงการ หรือร้อยละ ๕๐
และดำเนินการแล้วเสร็จเพียง ๒๕ โครงการหรือ ร้อยละ ๒๙ เท่าน้ัน ดังนั้น แผนส่ิงแวดล้อมในระยะท่ี ๒ ท่ี
ทางท่ีปรึกษาทำมาและเสนอไว้จำนวน ๑๗๓ โครงการ วงเงิน ๖๗๓ ล้านบาท น้ัน อาจต้องมีการมาจัดลำดับ
ความสำคัญ และให้สอดรับกับการจะป้องกันสถานการณ์สิ่งแวดล้อมท่ีอาจเกิดในระยะ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี
และ ๕ ปี ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยหากดูสถิติอ้างอิงแผนระยะที่ ๑ ของเดิม น่าจะได้รับงบเพียงร้อยละ ๕๐
เท่าน้ัน จึงควรคัดเลือกโครงการท่ีสำคัญ หรือ เด่น ๆ ที่จะป้องกันหรือดูแลสิ่งวดล้อมในเขตพื้นที่เขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวนั ออก ให้สมดุล/ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพที่แย่ลงกว่าปัจจุบันหรอื ในอนาคตในระยะ ๕ ปีตาม

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๘

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

แผนสิ่งแวดล้อมระยะ ๒ ซึ่งผลเสนอว่าไม่ควรมีแผนงานเกิน ๕๐ แผนงาน เพือ่ จะได้รบั การจัดจรรงบประมาณ
และปอ้ งกนั แก้ไข สิง่ แวดล้อมในเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออกไดจ้ ริง อีกท้งั สร้างความน่าเชอ่ื ถือใหส้ ำนักงาน
นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มอกี ด้วยวา่ ศึกษามาตรงประเด็น ใชไ้ ด้จริง มีผลสำเร็จ อีก
ทั้ง จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก ได้อีก
ทางหน่ึง ทมี่ กี ารใสใ่ จดแู ลสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งเตม็ ท่ี

๓. ควรมีแผนงานท่ีดูแลส่ิงแวดล้อม คือ เรื่องน้ำ ทั้ง Demand และ Supply ว่าเพียงพอหรือไม่
อย่างไร หรือเร่ืองอากาศ (Climate Change ฝุ่น PM ๒.๕ ) มลพิษทางน้ำทั้งน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน หรือ น้ำที่จะ
ไหลลงทะเล ขยะ หรือ ทรัพยากรป่าไม้ ปา่ ชายเลน พน้ื ที่ชุม่ น้ำ ควรลองกำหนดน้ำหนักวา่ แผนงานที่เสนอจะ
สามารถแก้ไข/ป้องกันมลพิษด้านต่าง ๆ ได้ในสัดส่วนขนาดเท่าใด และเม่ือนำมารวมกันแล้วท้ังหมด จะ
สามารถรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมมิให้ด้อยไปกว่าปัจจุบัน(ปี ๒๕๖๔) ได้หรือไม่ ส่วนน้ีคือคำตอบหลักที่ต้องการ
เพือ่ ใหท้ างรฐั บาลเอาไวต้ อบ นกั ลงทนุ หรือ NGOs ทจี่ ะเรียกร้องในอนาคตได้

๔. ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การจัดการทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างย่ังยืน ในกลยุทธ์ที่ ๒ การจัดการทรัพยากรน้ำ
ในเป้าประสงค์ท่ี ๒ ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีการกำหนดตัวชี้วดั คือ การเพ่ิมการเก็บกักน้ำใตผ้ ิวดิน
และใต้ดินร้อยละ ๑๐ นำเกณฑ์อะไรมาใช้กำหนด และจะสามารถแก้ไข/ป้องกันใน ๕ ปีข้างหน้าได้มากน้อย
เพยี งใด หรอื สอดคลอ้ งสถานการณ์สิง่ แวดลอ้ มมากนอ้ ยเพียงใด

๕. ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ท่ีปรึกษาทำมานั้นดี แต่อาจนำไปใช้ในการจัดทำ
แผนงานใน ๓ จังหวัดได้ โดยอาจใส่ข้อมูลจำนวนโรงงาน ปริมาณน้ำเสีย ขยะที่เกิดข้ึน พ้ืนที่ช่มุ น้ำที่อาจถูกบกุ
รุกสร้างท่ีอยู่อาศัย/บา้ นเรือน ทำการเกษตร ทำโรงงาน หรือแม้แต่ทำ Land Field/ท่ีทิ้งขยะ แล้วมาพิจารณา
ว่าจะต้องมีแผนงานส่ิงแวดล้อมท่ีต้องมีเพ่ือปอ้ งกันแก้ไขได้ โดยเน้นท่ีจำเป็นเร่งดว่ น หรือเตรียมการรองรับใน
ระยะปที ี่ ๓ ปีท่ี ๔ หรือ ปที ่ี ๕ ได้ น่าจะตรงประเดน็ ตามโจทย์ หรือตามวัตถุประสงคข์ องงานจ้างในคร้งั นี้

๖. การทำแผนส่ิงแวดล้อมระยะ ๒ ในเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออกน้ี หากเทียบเคียงน่าเหมอื นกับทำ
SEA สาขาส่ิงแวดล้อม ซึ่งจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เปรียบเทียบ SEA กับการทำการตรวจสอบความ
ผิดปกติของร่างกายเราโดยวิธีการ MRI และเมือ่ ทำการวเิ คราะห์ MRI แลว้ สง่ิ ท่ีได้ คอื ภาพการวิเคราะห์ ๓ มิติ
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ท่ีแพทย์สามารถใชว้ ินิจฉัย ว่าจะรักษาคนไข้นั้น ๆ ด้วยวิธีการอย่างไรตามลำดับความ
รุนแรงของโรค และเม่ือนำมาอธิบายว่า SEA เก่ียวข้องอย่างไรกับการทำ MRI ก็เทียบเคียงได้ว่า การฉายรังสี
หรือปล่อยคล่ืนแม่เหล็กก็เหมือนการทำ Screening คือ หากใช้รังสีในการ X-Ray แบบพ้ืนฐาน ผลที่ได้ก็คือ
ฟิล์ม X-Ray ท่ีเห็นเพียงสีขาว - ดำ แค่น้ัน แต่หากใช้คล่ืนแม่เหล็ก ในการทำ MRI จะเห็นเป็นภาพสี มี ๓ มิติ
ซูมขยายได้ทุกจุด หรือขั้นตอนการ Scoping ก็เทียบเคียงขอบเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกท้ัง ๓
จังหวัด หรอื ขอบเขตรา่ งกายเรานนั้ เอง และการวิเคราะหโ์ ดยใชค้ อมพิวเตอรก์ เ็ ปรียบเหมือนใช้ผู้เชย่ี วชาญด้าน
ต่าง ๆ ในการหาทางเลือกท่ีดีที่สุด ส่วนผลที่ได้ คือ รูปท่ีปรากฏบนหน้าจอแสดงผล ก็เทียบเคียงรายงานแผน
ส่ิงแวดล้อมระยะที่ ๒ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และระยะเวลาที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการประมวลผล
ราว ๑๐ นาที คือเวลาท่ีใช้ในการศึกษา/ทำ SEA แผนส่ิงแวดล้อมระยะที่ ๒ ในเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก
ที่ปกติเวลาประมาณที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใช้ในการลงนามใน
สัญญาว่าจ้างคือประมาณ ๑ ปี และไฟฟ้า อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทำ MRI คือ งบประมาณที่ใช้ในการทำแผน
ส่ิงแวดล้อมระยะท่ี ๒ นั้นเอง อีกประเด็นที่สำคัญคือ คนไข้ต้องยินยอมก่อนทำ (ลงนามในหนังสือยินยอม)
ขณะทำ (ต้องนอนเฉย ๆ ในทา่ ที่กำหนด) และหลงั ทำ (รอดูผลการ SCAN และรบั คำวินจิ ฉยั รว่ มกบั แพทย์เพอื่
กำหนดทางเลือกที่เหมาะสมท่ีสุดในการรักษา (ร่างกายมีข้อจำกัดอะไรบ้าง เชน่ เป็นเบาหวาน ความดนั หัวใจ
หรือโรคอื่น ๆ ท่ีมีอยู่เดิม เทียบได้กับ ข้อจำกัดในพ้ืนท่ีน้ัน ๆ ว่า มีน้ำเสียมากน้อยเพียงใด มีสภาพอากาศใน

โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๐๙

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

เกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ มีบางพื้นท่ีคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน มีแหล่งน้ำต้นทุนมากน้อยเพียงใด หรืออยู่ใน
พ้ืนท่ีที่มีศักยภาพการใช้น้ำบาดาลต่อชั่วโมงมากน้อย หรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะนำไปใช้ได้มากน้อยเพียงใด เป็น
ต้น) หรอื เทียบเคยี งก็คอื การทำการมีสว่ นรว่ มในทุกขน้ั ตอนน้ันเอง

ทั้งน้ีเมื่อได้ข้อสรุปจากการศึกษาในคร้ังน้ี น่าจะได้กำหนดแผนงานท่ีตอบโจทย์ให้ตรงปัญหา เพื่อ
เตรียมการแก้ไข/ป้องกันได้ตรงจุดต่อไป ตามท่ีเคยให้นำ SEA ปราจีน - บางประกง มาใช้ประกอบ/ร่วมส่วน
หน่งึ ในการศกึ ษาครง้ั นใ้ี นการประชมุ เมอ่ื วันท่ี ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

๗. ควรมี “แผนส่ิงแวดล้อมฉบับประชาชน” เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปใช้/ปฏิบัติ โดยอาจสรุปเพียง ๕
หน้าหรือเป็นบทคัดย่อ หรอื One page ก็ไดโ้ ดยมีภาคผนวก ทง้ั หมด ๕๓๙ หน้าท่ีเสนอมาแนบท้ายหรือแปลง
เป็น QR Code เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายอำเภอ เลขาธิการ
คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ใช้ได้ทันที/
สะดวก บนพื้นฐานข้อมลู ที่อดั แน่นทางวิชาการอยู่ด้วยเป็น Backup (อาจไม่มีกำหนดใน TOR แต่ก็ไม่เสียเวลา
และงบประมาณในการจัดทำ)

๘. แผนภาพรวมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวม ๑๗๓ โครงการ วงเงิน ๖๗๓ ล้านบาท
มองว่าที่ปรึกษายังไม่ไดค้ ัดสรรว่าโครงการใดมีความสำคัญ จะสามารถรองรับผลกระทบ รวมทั้งป้องกนั ปญั หา
จากการพัฒนาพื้นท่ี หรือจะตอบวัตถปุ ระสงคไ์ ดอ้ ย่างไร

๙. ควรเพ่ิมข้อมูลที่มีการตัง้ สมมติฐาน สร้างเงื่อนไข ทำแบบจำลองว่าพ้ืนที่ใดจะเกิดน้ำเสีย อากาศเป็น
มลพิษ เพื่อให้สามารถวางแผนในการจัดทำระบบบำบดั น้ำเสีย หรือจัดการมลพิษทางอากาศ ได้หรือไม่ ทางท่ี
ปรึกษาชี้แจงวา่ จำเป็นตอ้ งมขี ้อมูลเพอ่ื นำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาหรอื สร้างแบบจำลอง ซึ่งปัจจุบนั อาจยังมี
ขอ้ มูลไมเ่ พยี งพอ จึงขอรับไวเ้ ป็นขอ้ เสนอในการพฒั นาต่อไป
ผแู้ ทนกรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง (นางสาววิยดา ทรงกิตติภกั ด)ี

๑. โครงการท่ีเสนอไว้ในแผนฯ มีค่อนข้างมาก บางโครงการไม่แน่ใจว่ามีท่ีมาจากการวิเคราะห์หรือจาก
การเสนอของผเู้ ข้าร่วมประชมุ เน่อื งจากบางโครงการไม่ตอบกลยทุ ธ/์ วัตถปุ ระสงคท์ ่ีต้งั ไว้

๒. แผนโครงการไมม่ ีการเชอ่ื มโยงในเชงิ พ้ืนท่ีเท่าที่ควร ไม่บ่งบอกถึงพ้ืนที่ท่ีมีความเปราะบาง ใช้ตวั ช้ีวดั
เดยี วกันทงั้ ๓ จงั หวดั ไมส่ ามารถสะท้อนประเด็นปัญหาหลักของในแตล่ ะพ้ืนท่ี

๓. บางแผนงาน/โครงการมีความซ้ำซ้อนกัน อาจสามารถยุบรวมโครงการท่ีมีความซ้ำซ้อนกันลงได้ เช่น
โครงการที่เก่ยี วขอ้ งกบั พ้นื ทีร่ วิ้ สเี ขยี วที่มีการกระจายอย่ใู นหลายกลยุทธ์

๔. ควรมกี ารรวมงบประมาณของโครงการในแต่ละดา้ นว่าจะตอ้ งใชง้ บประมาณเท่าใด
๕. ในการกำหนดงบประมาณจะตอ้ งพิจารณารูปแบบของโครงการและกำหนดงบประมาณท่ีเหมาะสม
เช่น โครงการที่เก่ียวข้องกับการทำผัง ท่ีต้องมีการศึกษาจะใช้งบมากกว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ท่ีเป็น
โครงการที่มีการปฏิบตั ิ
๖. โครงการทเ่ี สนอในแผนฯ ส่วนใหญเ่ ป็นโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แตก่ ารของบประมาณปี ๒๕๖๕ มี
การดำเนินการเสนอของบประมาณไปแลว้ อาจไมส่ ามารถยนื่ ของบประมาณไดท้ ัน
๗. โครงการท่ีเสนอไม่ตรงกบั ภารกจิ ของหน่วยงาน
๘. หนว่ ยงานหลกั ของแต่ละโครงการมีมากเกินไป อาจทำใหก้ ารดำเนินงานเปน็ ไปไดย้ าก
๙. ขอให้ท่ีปรึกษาตรวจสอบการกำหนดตัวช้ีวดั ของแผนงานต่าง ๆ ว่าสามารถวัดได้อย่างไร ว่าบรรลุผล
เน่ืองจากตัวช้ีวดั ท่ีกำหนดเป็นนามธรรม หรือวัดผลไดย้ าก ซ่ึงหากทบทวนแล้วอาจช่วยให้สามารถตดั โครงการ
ท่ีมอี ิมแพคนอ้ ย/ไม่มีอิมแพคออกไปได้
๑๐. การกำหนดตวั ช้วี ัดร้อยละ ๑๐ มที ่มี าอยา่ งไรใชเ้ กณฑอ์ ะไรในการกำหนด

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๐

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

๑๑. ระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการเป็นการแสดงข้อมูลในเชิงพ้ืนท่ี ดังนั้นในการทำแผนงาน
โครงการท้ังหมดอาจดึงข้อมูลในเชิงพื้นที่เพื่อกำหนดพ้ืนที่ที่เปน็ Hotspot ไดเ้ พ่ือให้เกิดการดำเนินการในพ้ืนที่
น้นั ๆอย่างตรงจดุ
ผแู้ ทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (นายสมชาย หวงั วัฒนาพาณชิ )

๑. ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ มีการพูดถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรม การส่งเสริมอุตสาหกรรมนอกนิคม
อุตสาหกรรม หากมีการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ขยายในนิคมอุตสาหกรรมจะช่วยให้สามารถบริหาร
จัดการไดม้ ากขนึ้ เน่อื งจากมีกฎระเบียบท่ีตอ้ งดำเนนิ การอยูแ่ ลว้

๒. การบำบัดน้ำเสีย/ขยะ ปัญหาหลักมาจากน้ำเสียชุมชนเมือง เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีกฎหมาย
เก่ียวกับน้ำเสียชุมชนมาตั้งแต่ในอดีต ดังน้ันในการเริ่มดำเนินการจะต้องใช้งบประมาณสูงและเมืองมีความ
กระจัดกระจาย ควรต้องมีการกำหนดกฎระเบียบเพื่อการจัดการดังกล่าว ส่วนในแง่ของน้ำเสียอุตสาหกรรมมี
ขอ้ กำหนดกฎหมายกำกับอยแู่ ล้ว จึงไมน่ ่าเป็นห่วงมากนกั

๓. ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ การลดคาร์บอนไดออกไซด์ การจัดการมลพิษทางอากาศ ควรกำหนดวิธีการ
แกป้ ัญหาให้มีความสมดลุ กนั ในทุก ๆดา้ น อาจใชโ้ ครงการ ๘๐/๒๐ เข้ามาชว่ ย ซ่ึงในปจั จุบันก็มีการดำเนินการ
อยูใ่ นหลายพื้นที่

๔. ยุทธศาสตร์ท่ี ๒ ประเด็นด้านตัวช้ีวัดที่กำหนดว่า เพิ่มการรองรับน้ำร้อยละ ๑๐ เพ่ิมพื้นที่เกษตร
ย่ังยืนร้อยละ ๑๐ ไม่แน่ใจว่าตัวเลขร้อยละ ๑๐ กำหนดจากเกณฑอ์ ะไร แล้วสามารถตอบโจทยป์ ัญหาของพ้นื ท่ี
ได้หรือไม่

๕. ควรมีการคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำและปริมาณน้ำที่มีอยู่ในพ้ืนที่ โดยพิจารณาถึงการแปรปรวน
ของปริมาณฝน/ความผันผวนของอากาศ และมกี ารวางแผนเพ่ือรองรบั สถาณการณน์ ้นั ๆ

๖. กฎระเบียบเป็นสิ่งจำเป็น แตก่ ารออกกฎระเบยี บต้องมีความเป็นสากล ปฏบิ ัติได้ มีเทคโนโลยีรองรับ
และรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้มสี ว่ นไดเ้ สีย

๗. แต่ละจังหวัดมีบริบทที่แตกต่างกันไป จะต้องมีการประเมินความเส่ียงของแต่ละพ้ืนที่ ในแต่ละ
จังห วัดมีการดำเนิ นการเรื่อง Eco Industry Town ซ่ึงมีมิติทางด้านสิ่งแวดล้อม การลดการใช้
ทรัพยากรธรรมชาติ การอยู่ร่วมกับสังคม การพัฒนาชุมชน ไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ มีเกณฑ์และการปฏิบัติอยู่
แล้ว อาจยกขน้ึ มาเปน็ ยุทธศาสตร์หน่ึงในแผนฯ

๘. แผนงานโครงการมีจำนวนค่อนข้างมาก อาจมีการจัดลำดับความสำคัญ ความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดผล
สำเร็จของแผนฯ

๙. แผนงานมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน ไม่แน่ใจว่าจะเป็นหน่วยงานใดท่ีจะมาขับเคล่ือนแผนนี้
ควรมีการเสนอแนะโครงสร้างในการบริหารจัดการแผนฯนี้ดว้ ย
ผู้แทนสำนกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ (นางวรรณภา คล้ายสวน)

๑. กลยทุ ธ์ทเี่ กีย่ วข้องกับการมสี ่วนรว่ ม ในยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๓ และ ๔ มีความซำ้ ซอ้ นกนั หรอื ไม่
๒. ตัวช้ีวัดในกลยุทธ์ท่ี ๔ ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ ยังไม่ส่ือถึงการส่งเสริมเทคโนโลยี เน่ืองจากในอนาคตจะมี
การพัฒนาไปในแง่ของเศรษฐกิจหมุนเวียน เทคโนโลยีสะอาด ดังน้ันจะมีตัวช้ีวัดเพ่ิมเติมหรือไม่ที่จะมาตอบ
โจทยด์ งั กลา่ ว
๓. โครงการเร่งด่วนท่ีมีค่อนข้างมาก จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการจัดอันดับการให้ค่าน้ำหนัก
ด้านงบประมาณ เพ่ือจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ ซึ่งอาจเสนอในลักษณะของแผนงานโดยนำ
โครงการเร่งด่วนท่สี ำคญั ท่ีจะบูรณาการมาพจิ ารณาในภาพรวมของปี ๒๕๖๖ เน่ืองจากหากกำหนดโครงการใน
ปี ๒๕๖๕ อาจไมส่ ามารถดำเนนิ การได้เนอ่ื งจากมกี ารพจิ ารณางบประมาณไปแลว้

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๑

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

๔. อยากใหม้ กี ารนำข้อมลู ที่นำเสนอบรรจุไวใ้ นเล่มรายงานเพ่ิมเตมิ เพ่อื ให้เห็นภาพชัดเจนมากขน้ึ
๕. การนำเข้าข้อมูลมีการกำหนดความถี่ในการอัพเดทข้อมูลหรือไม่ หรือข้ึนกับหน่วยงานท่ีให้ข้อมูล
ควรมีการดำเนนิ การทำบนั ทกึ ข้อตกลงร่วมกันหรอื ไมเ่ พอื่ ประโยชน์ในการอัพเดทข้อมูล
๖. ข้อมูลในระบบสามารถนำออกมาในรปู ของตารางไฟล์ Excel หรอื pdf ได้หรือไม่
๗. ระบบช่วยในการตัดสินใจสามารถนำข้อมูลมาซ้อนทับกันได้หรือไม่ หรือมีวิธีการอย่างไร สามารถ
ประมวลผลอตั โนมัตไิ ด้หรือไม่
๘. ควรเพ่ิมเติมข้อมูลอ่ืน ๆท่ีเกี่ยวข้องนอกเหนือจากข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ข้อมูลด้านสังคม
เศรษฐกิจ รายได้ ประชากร เป็นต้น นอกจากนีค้ วรมีข้อมลู ดา้ นภัยพิบตั เิ พือ่ ประเมินความเสี่ยงในพน้ื ที่
ผูแ้ ทนองคก์ ารบริหารตดั การก๊าซเรือนกระจก (นางสาวสมุ น สเุ มธเชิงปรัชญา)
๑. เห็นด้วยกับผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่กลยุทธใ์ นยุทธศาสตร์ท่ี ๓
และ ๔ มีความซ้ำซ้อนกัน
๒. กลยุทธ์ท่ี ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ และ กลยุทธ์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ มีตัวชี้วัดที่ซ้ำกันหรือไม่ ขอให้ที่
ปรึกษาตรวจสอบอีกคร้ัง
๓. โครงการในแผนงานต่าง ๆ ในส่วนที่เก่ียวข้องกับการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทาง
องค์การบริหารจดั การก๊าซเรือนกระจกจะดำเนนิ การจัดกลมุ่ ให้และประสานกับทางที่ปรกึ ษาอกี คร้ัง
๔. หลังจากจบโครงการทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจะเป็น
ผ้ดู ูแลระบบตอ่ ใชห่ รือไม่ ทางสำนกั งานนโยบายฯ ไดช้ ีแ้ จงวา่ จะเปน็ ผดู้ แู ลระบบต่อไป
๕. ขอ้ มลู ท่จี ะนำเขา้ ไดจ้ ะต้องเปน็ ขอ้ มูลในเชิงพืน้ ทเ่ี ท่าน้นั หรอื ไม่ เนอื่ งจากหน่วยงานมีแพลทฟอรม์ ของ
การรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด แต่ไม่ได้ดำเนินการเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ ทางที่ปรึกษา
ไดช้ ีแ้ จงว่า หากมีข้อมูลทส่ี ามารถเชือ่ มโยงกับตำแหน่งได้จะสามารถแสดงในเชิงพื้นที่ได้
กรรมการและผชู้ ว่ ยเลขานุการ (นางชรนิ ี สวุ รรณทัต)
๑. วัตถุประสงค์มีความซ้ำซ้อนกัน ซ่ึงส่งผลไปถึงเป้าประสงค์และตัวชี้วัด ทางสำนักงานนโยบายและ
แผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มจะสรุปสง่ ให้ทางทป่ี รกึ ษาตอ่ ไป
๒. ขอให้ท่ีปรึกษาจัดทำโครงสร้างการบริหารจัดการข้อมูลในระบบเพื่อทางสำนักงานนโยบายฯ ได้มี
แผนในการทำบันทึกข้อตกลงกบั หน่วยงานที่ใหข้ อ้ มูลหรอื การจัดการขอ้ มูลตา่ ง ๆ
ผู้แทนจากกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ (นายศภุ วัตร กาญจน์อดิเรกลาภ)
๑. ระบบสามารถเปิดให้เข้ามาแก้ไขปรบั ปรงุ ข้อมลู หรือเพ่ิมเติมขอ้ มูลไดห้ รอื ไม่ ทางทีป่ รกึ ษาได้ชแี้ จงว่า
สามารถอัพเดทข้อมูลเพม่ิ เติมได้
กรรมการและเลขานกุ าร (นายอิศรพนั ธ์ กาญจนเรขา)
๑. การใช้ซอฟท์แวร์ open source ในอนาคตจะมีข้อจำกัดหรือปัญหาหรือไม่ ทางที่ปรึกษาไดช้ ้ีแจงว่า
ซอฟท์แวร์ทใี่ ชเ้ ป็นตัวท่มี กี ารใชก้ นั อย่างแพรห่ ลาย ถอื วา่ มีความม่ันใจในระบบไดพ้ อสมควร

ปิดการประชมุ เวลา ๑๖.๐๐ น.

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๒

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ภาพบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการกำกบั การศกึ ษาโครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ ๓

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๓

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

๑๒. การประชมุ คณะกรรมการกำกับการศกึ ษาโครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ ม ครง้ั ที่ ๔
รายงานการประชุม

คณะกรรมการกำกบั การศึกษาโครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดลอ้ ม
ในพื้นทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙

วนั ศุกรท์ ี่ ๘ ธนั วาคม ๒๕๖๔ เวลา ๐๙.๓๐ น.
ณ หอ้ งประชมุ ๑๐๐๑ อาคารทิปโก้ ๒

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
และการประชมุ ผา่ นสือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์

กรรมการผมู้ าประชมุ

๑. นายประเสรฐิ ศิรนิ ภาพร ประธานกรรมการ

รองเลขาธิการสำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดลอ้ ม

๒. นางสาวรตั ติยา ทองสขุ กรรมการ

ผแู้ ทนสำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพเิ ศษภาค

ตะวันออก

๓. นางสาวสภุ าพร ว่องวฒั นสริ ิ กรรมการ

ผู้แทนสำนักงานสภาพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ

๔. นายจรญั เทพอวยพร กรรมการ

ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแหง่ ชาต

๕. นางสาวมัญชุลี มชั ฌิกะ กรรมการ

ผแู้ ทนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดจิ ิทลั

๖. นางสาววิยดา ทรงกติ ตภิ กั ดี กรรมการ

ผแู้ ทนกรมโยธาธกิ ารและผังเมือง

๗. นายปณั ณธร แก้วยอด กรรมการ

ผู้แทนกรมควบคมุ มลพษิ

๘. นายสเุ ทพ เจือละออง กรรมการ

ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั

๙. นางวณี า คำวิชยั กรรมการ

ผ้แู ทนองค์การบรหิ ารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องคก์ ารมหาชน)

๑๐. นายวิรชั บญุ บำรงุ ชยั กรรมการ

ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย

๑๑. นายอศิ รพนั ธ์ กาญจนเรขา กรรมการและเลขานุการ

ผอู้ ำนวยการกองสง่ิ แวดลอ้ มชมุ ชนและพน้ื ท่เี ฉพาะ

๑๒. นางชรนิ ี สวุ รรณทตั กรรมการและผ้ชู ว่ ยเลขานุการ

ผู้อำนวยการกลุ่มงานสิ่งแวดล้อมชมุ ชน

หมายเหตุ กรรมการลำดับท่ี ๒ – ๑๐ เข้ารว่ มการประชุมผ่านสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

กรรมการผู้ไมม่ าประชุมเนือ่ งจากติดภารกิจอนื่

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๔

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

๑. นายวิวัฒน์ ศลั ยกำธร กรรมการ
๒. นายอภชิ าต ทองอยู่ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ
รรมการ
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ

ผ้เู ข้าร่วมประชมุ (เข้ารว่ มการประชุมผา่ นสอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส)์

๑. นายเกษมสันต์ จณิ ณวาโส สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

๒. นางสาวสชุ ญั ญา อภธิ นั ยาศัย สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

๓. นางสาวนันทวัน สวุ รรณสถิตย์ สำนกั งานทรัพยากรนำ้ แห่งชาติ

๔. นางสาวจารุวรรณ เจตเกษกจิ สำนกั งานส่งเสริมเศรษฐกจิ ดิจทิ ัล

๕. นายปรเมษฐ ไชยรัตน์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

๖. นางสาวสนิ ีนาฏ ปรีชามาตย์ กรมควบคุมมลพษิ

๗. เจ้าหน้าทีส่ ำนักงานนโยบายและแผน จำนวน ๑๔ คน

ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

ที่ปรกึ ษาโครงการ (เข้ารว่ มการประชุมผา่ นส่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส)์

๑. ผศ.ดร.วนั เพ็ญ เจริญตระกูลปิติ หัวหนา้ โครงการ

๒. อ.คณิต ธนูธรรมเจรญิ ผูเ้ ช่ยี วชาญเฉพะาด้านสังคมและการมสี ่วนรว่ ม

๓. ดร.สมศกั ดิ์ บญุ ดาว ผู้เช่ยี วชาญดา้ นการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม/

การวางแผน/วิเคราะห์แผน

๔. ผศ.ดร.นิกร มหาวนั ผเู้ ช่ียวชาญด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม/

การวางแผน/วเิ คราะห์แผน

๕. ดร.ศักดิ์ดา หอมหวล ผู้เชย่ี วชาญดา้ นระบบข้อมูลและเทคโนโลยสี ารสนเทศ

๖. ผศ.ดร.ชนิดา สวุ รรณประสิทธิ์ ผู้เชย่ี วชาญด้านระบบขอ้ มลู และเทคโนโลยสี ารสนเทศ

๗. ผศ.ดร.คณนิ หตุ านวุ ตั ร ผ้เู ชยี่ วชาญด้านการพฒั นาเมอื ง

๘. นางสาวจารุพร นุแปงถา เจ้าหนา้ ท่ีรวบรวมข้อมลู และประสานงาน

๙. นายวรพล คงประเสรฐิ อมร เจ้าหนา้ ที่รวบรวมข้อมลู และประสานงาน

เรม่ิ ประชมุ เวลา ๐๙.๓๐น.
ระเบยี บวาระท่ี ๑ เรอื่ งทปี่ ระธานแจ้งให้ทปี่ ระชมุ ทราบ

ประธานกรรมการ ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านท่ีเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกำกับ
การศึกษาโครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-
๒๕๖๙ ในวันนี้ และเป็นการประชุมคณะกรรมการกับการศึกษาฯ คร้ังสุดท้าย ซ่ึงฝ่ายเลขานุการฯ และ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ จะได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
กำกับการศึกษาฯ ไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรายงานการศึกษาโครงการ รวมทั้งแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขต
พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒)ฯ ให้มีความถูกต้องและสมบูรณ์ครบถ้วนต่อไป ทั้งนี้มอบหมายให้
กรรมการและเลขานุการ (นายอิศรพนั ธ์ กาญจนเรขา) ดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป

มติทปี่ ระชมุ รบั ทราบ

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๕

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

ระเบียบวาระท่ี ๒ เร่ืองรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการจัดทำแผน
สิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ คร้ังที่ ๓/๒๕๖๔
เม่ือวันท่ี ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔

กรรมการและเลขานุการ (นายอิศรพันธ์ กาญจนเรขา) เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ฝ่ายเลขานุการฯ
ได้จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๔ เม่ือวันท่ี ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ และ
ได้แจ้งเวียนให้คณะกรรมการกำกับการศึกษาฯ พิจารณา ภายในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๔ แล้ว ซ่ึงเมื่อครบ
กำหนดปรากฏว่ามีกรรมการขอแกไ้ ขรายงานการประชมุ ๔ ทา่ น ประกอบด้วย

๑. ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง (นางสาววยิ ดา ทรงกิตติภักด)ี ขอแก้ไขรายงานการประชุม
ไดแ้ ก่
- หน้าท่ี ๙ บรรทัดท่ี ๒๒ และหน้าที่ ๑๒ บรรทัดท่ี ๒๘ ขอแก้ไขข้อความจาก “นาง...” เป็น

“นางสาว...”

- หน้า ๑๒ บรรทัดท่ี ๒๙ ขอแก้ไขข้อความจาก “...และแผนงาน/ โครงการท่ีปรากฎอยู่ใน

แผนส่ิงแวดล้อม...” เป็น “...และข้อมูลสถานการณสิ่งแวดล้อมท่ีปรากฎอยู่ในรายงาน เป็นข้อมูลท่ีมีประโยชน์

เพราะสามารถเช่ือมโยงกบั พนื้ ท่ีได.้ ..”

๒. ผู้แทนองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (นางสาวสุมน สุเมธเชิง
ปรัชญา) โดยขอแก้ไขรายงานการประชุมหน้าที่ ๒ บรรทัดท่ี ๗ จาก “๔. นางสาวรณิดา ปานทอง องค์การ
บรหิ ารจดั การก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)” เป็น “๔. นางสาววรัชพร สิงขโรทยั องค์การบรหิ าร จัดการ
กา๊ ซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)”

๓. ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง (นายศุภวัตร กาญจน์อติเรกลาภ) ขอแก้ไข
รายงานการประชมุ ไดแ้ ก่
- หน้าที่ ๑ บรรทัดท่ี ๒๔ และหน้าที่ ๑๒ บรรทัดท่ี ๓๒ ขอแก้ไขข้อความจาก “นายศุภวัตร

กาญจน์อดเิ รกลาภ” เป็น “นายศภุ วัตร กาญจน์อตเิ รกลาภ”

- หน้าที่ ๑๒ บรรทัดท่ี ๓๓ ขอแก้ไขจาก “...ระบบฐานข้อมูลสามารถปรับแก้ไขหรือเพิ่มเติม

ข้อมูลในอนาคตได้หรือไม่...” เป็น “...ระบบฐานข้อมูลควรสามารถปรับแก้ไขหรือเพิ่มเติมชั้นของข้อมูล ใน

อนาคตได.้ ..”

๔. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (นางสาวรัตติยาทอง
สขุ ) ขอแกไ้ ขรายงานการประชุม ได้แก่

- หน้าท่ี ๖ บรรทัดท่ี ๙-๑๓ ขอแก้ไขข้อความจาก “...จึงขอให้ทางที่ปรึกษาตรวจสอบว่า

ปัญหาหรืออุปสรรคการดำเนินงานโครงการใดเป็นของภาครัฐหรือภาคเอกชนเพ่ือให้เกิดความชัดเจนมาก

ยิ่งขึ้น” เป็น “...จึงขอให้ระบุว่าเป็นการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพ่ือให้สอดคล้องกับ

การวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ รวมทั้งขอให้ทางที่ปรึกษาตรวจสอบว่าปัญหาหรือ

อปุ สรรคการดำเนินงานโครงการข้อใดเป็นของภาครัฐหรือภาคเอกชน เพ่ือกำหนดแนวทางแก้ไขท่ีชัดเจนและ

สอดคลอ้ งกบั ประเดน็ ปญั หาดังกล่าว”

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๖

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

- หน้าที่ ๖ บรรทัด ๑๖ ขอแก้ไขข้อความจาก “...การวิเคราะห์แรงกดดันที่แบ่งตามเขตภูมิ
นิเวศ ไม่สามารถสะท้อนถึงภาพรวมขนาดใหญ่ในพื้นท่ี EEC ได้...” เป็น “...การวเิ คราะห์แรงกดดันท่ีแบ่งตาม
เขตภมู ินเิ วศเป็นการวิเคราะห์ในระดับจลุ ภาค (Micro) ซ่ึงอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ภาพรวม ในระดบั มหภาค
(Macro) ท้ังหมดในพน้ื ที่ EEC ได้...”

ฝ่ายเลขานุการฯ จึงเรียนท่ีประชุมเพ่ือโปรดพิจารณาให้การรับรอ งรายงานการประชุม
คณะกรรมการกำกับการศึกษาโครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่
๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ครงั้ ท่ี ๓/๒๕๖๔ เมอื่ วันท่ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๖๔ อกี ครั้ง

มตทิ ป่ี ระชุม
รับรองรายงานการประชมุ คณะกรรมการกำกับการศกึ ษาโครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขต
พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ครั้งท่ี ๓/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม
๒๕๖๔
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องเสนอเพ่ือพิจารณา การปรับปรุง (ร่าง) แผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ (ร่าง) แผนส่ิงแวดล้อมระดับจังหวัดตามนโยบายการ
ส่งเสรมิ และพัฒนาจังหวัดท้ัง ๓ จงั หวัด และระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจดั การ (MIS) เพื่อการ
บริหารจดั การวางแผนตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผล
กรรมการและเลขานุการ เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ตามขอบเขตงานโครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อม
ในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ กำหนดให้ท่ีปรึกษาดำเนินการ (๑)
จัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ และแผน
สิ่งแวดล้อมระดับจังหวัดตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด รวมทั้ง (๒) จัดทำระบบ
ข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบรหิ ารจดั การ (Management Information System : MIS) เพอื่ การบริหารจดั การ
วางแผนตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผล ซึ่งจากการประชมุ คณะกรรมการกำกับการศึกษาฯ ครั้งท่ี ๓/๒๕๖๔
เม่ือวันท่ี ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ ท่ีประชุมมีมติให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการปรับปรุง (ร่าง) แผน
ส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ (ร่าง) แผนส่ิงแวดล้อม
ระดับจังหวัดตามนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดท้ัง ๓ จังหวัด และระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการ
บริหารจัดการ (MIS) ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแล้ว จึงขอให้นำเสนอผลการ
ปรับปรงุ แกไ้ ขต่อทีป่ ระชุมเพอื่ พิจารณา
ท่ีปรึกษาโครงการ (ผศ.ดร.วันเพ็ญ เจริญตระกูลปีติ หัวหน้าโครงการ) เรียนที่ประชุมทราบว่า
มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ไดป้ รับปรงุ แก้ไข (ร่าง) แผนสิง่ แวดลอ้ มในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี
๒)พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ และระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (MIS) เพ่ือการบริหารจัดการ
วางแผน ตดิ ตามตรวจสอบและประเมนิ ผล สรุปไดด้ ังนี้

๑. การปรับแก้ไขข้อมูลตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะคณะกรรมการกำกับฯ ได้แก่
(๑) รายละเอียดสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การคาดการณ์ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม (๒)
ทบทวนข้อมูลที่เก่ียวข้องต่าง ๆ เช่น ผลกระทบต่อปะการัง ข้อมูลย่านชุมชนเก่า จริยธรรมส่ิงแวดล้อม (๓)
การประเมนิ ขีดความสามารถในการรองรบั ๒ ประเด็น คือ น้ำเสียและขยะมูลฝอย (๔) วิเคราะหข์ อ้ มูลปัญหา/
อุปสรรคของแผนระยะท่ี 1 ท้ังในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน (๕) ปรับแนวทางการเขียนเอกสาร (๖)
พิจารณาโครงการและงบประมาณให้มีความเหมาะสม ทบทวนหน่วยงานรับผิดชอบ ลดจำนวนหน่วยงาน
สนับสนุนและเพิ่มความสำคัญของภาคเอกชนในหลายโครงการ เพื่อให้ตัวช้ีวัดไม่เกิดความซ้ำซ้อนและ

โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๗

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

สอดคล้องกัน (๗) จัดลำดบั ความสำคญั ของโครงการ โดยใช้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสม และ (๘) พจิ ารณาวิสยั ทัศน์
และจดุ เดน่ รายจังหวัดเพอ่ื ปรับใหแ้ ผนสง่ิ แวดลอ้ มรายจังหวดั มคี วามสอดคล้องกัน

๒. การปรับแก้ไข (ร่าง) แผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะ
ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ โดยนำเสนอ (๑) ความเป็นมาของการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อม วัตถปุ ระสงค์ กรอบ
แนวคิดการดำเนินงานโครงการ ความสอดคล้องกับแผน/นโยบายระดับต่าง ๆ (๒) แนวคิดในการจัดทำแผน
สิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์แรงกดดัน ขีดความสามารถในการรองรับของทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
และการวิเคราะห์ภูมินิเวศในแต่ละพ้ืนท่ีให้สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (๓) ผลการ
วิเคราะห์ขีดความสามารถทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมต่าง ๆ (๔) การประเมินศักยภาพในการรองรับ
ของทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โดยใช้แนวคิด Doughnut Economy ท้ังภาพรวมและรายจังหวัด
(๕) การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (๖) แรงกดดันภายนอก แรงกดดันภายในและ
ความเชื่อมโยงไปยังยุทธศาสตร์ต่างๆ ของแผนส่ิงแวดล้อม (๗) ประเด็นการเช่ือมโยงจากแผนสิ่งแวดล้อม
ระยะท่ี 1 ไปยงั แผนสิง่ แวดลอ้ มระยะที่ ๒ และ (๘) การประชุมรับฟังความคดิ เหน็ จากภาคสว่ นต่าง ๆ

จากการวิเคราะห์แรงกดดันภายนอก แรงกดดันภายใน ความสามารถในการ
รองรับของพ้ืนท่ี ผลการประชุมและให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ นำไปสู่การวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์
แผนงาน/โครงการที่สอดคล้องในแผนส่ิงแวดล้อมระยะท่ี 2 นอกจากน้ียังมีหลักการท่ีใช้ประกอบการจัดทำ
แผน เช่น BCG model ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประกอบการจัดทำ (ร่าง) แผนส่ิงแวดล้อมในพื นท่ี
เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ มีวสิ ัยทัศน์ “สร้างสมดุลของการพัฒนากับ
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” วัตถุประสงค์ เพื่อ ๑) ส่งเสริมการบริหาร
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกบั ภูมินิเวศของพื้นที่ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ
ชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวท้ังในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ
๒) อนุรักษ์และฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นฐานการ
พัฒนาเมือง ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ อย่างคุ้มค่าและเป็นธรรมภายใต้ความสมดุล
ของระบบนิเวศ ๓) ส่งเสริมสนับสนุนวิถีชีวิตเมือง และชุมชนพ่ึงตนเอง จากภูมิปัญญาท้องถ่ินและนวัตกรรม
เพอื่ สร้างฐานความม่ันคงทางอาหารของพื้นที่ และการสร้างภมู คิ ุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศและ
อุบัติภัยและ ๔) พัฒนา ปรับปรุง เคร่ืองมือกลไก ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี ฐานข้อมูล กฎหมาย และ
กฎ/ระเบียบ/ข้อตกลง ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ๔ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ๑) การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อ
คุณภาพชีวิตที่เป็นสุข ประกอบด้วย ๔ กลยุทธ์ ๖ แผนงาน ๒) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ประกอบด้วย ๔ กลยุทธ์ ๔ แผนงาน ๓) การสร้างศักยภาพชุมชนพึ่งตนเองและรับมือต่อการเปล่ียนแปลง
สภาพภูมิอากาศและอุบัติภัย ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ ๕ แผนงาน และ ๔) การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร
จัดการและกลไกการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ ๗ แผนงานโดยมี
โครงการทั้งหมด จำนวน ๖๖ โครงการ แบ่งเป็นโครงการสำคัญเรง่ ดว่ น จำนวน ๑๓ โครงการ

๓. การปรับแก้ไขระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (MIS) เพ่ือการบริหาร
จัดการวางแผนติดตามตรวจสอบและประเมินผล ได้แก่ (๑) การเพ่ิมช้ันข้อมูล เช่น ภัยธรรมชาติด้านต่าง ๆ
ความเร็ว และทิศทางของกระแสคลื่น สถานการณ์การกัดเซาะชายฝ่ัง จุดความร้อน เรดาร์น้ำฝน ข้อมูลสถิติ
การคาดการณแ์ ละแนวโนม้ สถานการณ์ส่ิงแวดลอ้ มต่าง ๆ (๒) การแสดงผลขอ้ มูลให้ตรงกับผู้ใช้งาน เชน่ กราฟ
ตารางและการใชส้ ี (3) การปรับแก้เมนูและส่วนการแก้ไขต่าง ๆ สำาหรับให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูล
ได้ง่ายข้ึน (๔) การส่งออกข้อมูลได้ท้ังในรูปแบบ pdf csv ppt image และ (๕) กำหนดการไหลของข้อมูล

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๘

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

ให้สามารถติดตามและนำเข้าข้อมูลจากหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องได้อย่างถูกต้อง ท้ังน้ี ได้
นำเสนอระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) ต่อคณะกรรมการกำกับการศึกษาฯ

ขอ้ คดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (นายเกษมสันต์ จิณณ

วาโส) เสนอข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ ดังนี้
๑. เพม่ิ เติมขอ้ มลู แรงกดดันภายนอกทีเ่ ป็นเงือ่ นไขสำคัญเกยี่ วกับมาตรการและข้อตกลง ระหว่าง

ประเทศในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ
หรือ COP 26 ซึ่งจะส่งผลกระทบตอ่ ภาคส่วนตา่ ง ๆ (sector)

๒. ตรวจสอบและปรบั รปู แบบการเขยี นเอกสารให้เป็นไปตามหลกั วิชาการ
๓. เพ่ิมเติมการวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส โคโรนา
(โควิด-๑๙) โดยอาจเปรียบเทียบสถานการณ์ท้ังก่อนและหลังเกิดการแพร่ระบาดฯ ที่ส่งผลกระทบต่อ
เศรษฐกิจ สงั คม ประชาชน ตลอดจนการค้าการลงทุน
๔. การสรุปประเด็นในแต่ละด้าน ควรเป็นการสรุปเพ่ือนำเสนอเนื้อหาสาระสำคัญ เช่น
ผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ จากปัญหาโควดิ -๑๙ เป็นอย่างไร การแกไ้ ขปัญหาของรฐั บาลส่งผลกระทบอยา่ งไร หรือ
การกล่าวถึงเรื่องจำนวนประชากร หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้จะมีผลทำให้ในอนาคตมีประชากร เพ่ิมข้ึน
๔-๕ ล้านคน ควรอธิบายการเพิ่มข้ึนว่าเพิ่มอย่างไรเป็นรายจังหวัดและเพิ่มท่ีใดบ้าง นอกจากนั้นสถานการณ์
ประชากรควรเป็นการกล่าวถึงการเคลื่อนย้ายเข้า-ออกพ้ืนที่ ความหนาแน่น การใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมท้ัง
ผลกระทบที่เกิดจากการเพ่ิมขึ้นของประชากรในพื้นที่จะส่งผลให้เกิดอะไรข้ึนบ้าง ซึ่งจะเป็นการคาดการณ์การ
ดำเนินงานของภาครฐั วา่ ไม่มกี ารดำเนนิ การแก้ไขหรือมีการดำเนินการรองรบั แต่ไม่เพียงพอ เป็นตน้
๕. เอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาฯ หน้าท่ี ๖ ย่อหน้าที่ ๒ เรื่อง
คณุ ภาพน้ำบาดาล เห็นควรปรบั แก้ไขคำวา่ “น้ำใต้ดนิ ” เป็น “น้ำบาดาล” ให้เหมือนกันท้ังเอกสาร นอกจากนี้
ในส่วนของประโยคที่สรุปว่า “สาเหตขุ องพารามิเตอร์ที่มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่มาจากการใชป้ ระโยชน์ที่ดิน
พบว่าค่าเหล็ก (Fe) และค่าสารหนู(As) ที่เกินค่ามาตรฐานส่วนใหญ่มีกิจกรรมอุตสาหกรรมโดยรอบ สำหรับ
เขตชุมชนเมือง” เป็นการตัดสินอย่างแน่ชัดแล้วว่าเกิดจากสาเหตุดังกล่าว ซึ่งในความเป็นจริงเป็นเช่นนั้น
หรือไม่ ควรมีข้อมูลอ้างอิงให้ชัดเจน ซ่ึงโดยท่ัวไปเราจะพบค่าเหล็ก (Fe) และค่าสารหนู(As) ท่ีปนเป้ือนในดิน
ตาม ธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้น จึงควรมีข้อมูลว่าก่อนมีการใช้ประโยชน์พ้ืนท่ีพบค่าเหล็ก (Fe) และค่าสารหนู
(As) ที่ปนเป้ือนในดินตามธรรมชาติเท่าไร และเมื่อมีการพัฒนาหรือมีการใช้ประโยชน์พ้ืนท่ีจากกิจกรรมต่างๆ
ทำให้ดินเกิดการปนเปื้อนเหล็ก (Fe) และสารหนู(As) เป็นเท่าไร ซ่ึงเป็นผลจากการไม่ได้บำบัด/กำจัดหรือ
ปนเป้ือน จากอุตสาหกรรม รวมท้ังต้องพิจารณาว่าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในพื้นท่ีบริเวณดังกล่าว เป็นโรงงาน
ขนาดเล็กท่ีไม่เข้าข่ายต้องจัดทำแผนป้องกันและลดผลกระทบในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(EIA) หรือ เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ นอกจากนั้นการกล่าวถึงสารละลายมวลรวมที่ละลายน้ำได้(TDS)
สารละลายคลอไรด์ (Cl) ปรอท (Hg) และตะกว่ั (Pb) ซ่ึงเป็นสารพษิ อันตราย ไม่มีการแสดงตวั เลขการตรวจวัด
หรือติดตามว่ามีคา่ เกนิ มาตรฐานอย่างไร

นอกจากน้ียังกลา่ วว่า “สาเหตุค่าเหลก็ (Fe) เกินค่ามาตรฐานเกดิ จากลักษณะของหน้าดินที่มี
ความเป็นกรดจัดถึงด่างปานกลางจนถึงกรดจัดถึงกรดปานกลาง และจากกิจกรรมทั้งในพื้นที่เกษตรและพื้นที่
ชุมชนทำให้น้ำไหลผ่านหน้าดินที่มีความเป็นกรดชะล้างหน้าดินและแปรสภาพเป็นสารละลายเหล็กลงสู่น้ำใต้
ดิน” ซึ่งขัดแย้งกับข้อความก่อนหน้าน้ีที่กล่าวว่า “ค่าเหล็ก (Fe) และค่าสารหนู (As) ท่ีเกินค่ามาตรฐาน ส่วน
ใหญ่มีกิจกรรมอุตสาหกรรมโดยรอบ” และตามหลักความจริงแล้วการท่ีสารละลายซึมลงช้ันน้ำบาดาล จะใช้

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๑๙

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

เวลานานจึงจะเกิดการปนเป้ือนได้อีกท้ัง ข้อความท่ีกล่าวว่า “เช่นเดียวกับค่าปรอท (Hg) และค่าตะก่ัว (Pb)
และค่าสารหนู (As) อาจะเกิดจากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติและการปนเปื้อนจากน้ำเสียของกิจกรรม ด้าน
การเกษตร อตุ สาหกรรมและการทำเหมืองแร่” ซึ่งยงั ขดั แยง้ กบั เนอื้ หาโดยรวมทั้งหมดของย่อหน้าดงั กล่าว

๖. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ท้ังหัวข้อ “สารพิษปนเปื้อน (VOCs) แหล่งน้ำใต้ดิน” และ
“สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)” ซึ่งยังมีรายละเอียดขัดแย้งกับรายงานคุณภาพอากาศในรายงานการ
ประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

๗. เพ่ิมเติมลำดับความสำคัญของปัญหาท่ีชัดเจนเพ่ือนำไปสู่การกำหนดแผนงาน/โครงการ โดย
ข้อมูลที่นำเสนอมีรายละเอียดมากแต่ไม่สามารถบอกสาระสำคัญของข้อมูลดังกล่าวได้ และไม่มีการกำหนด
มาตรการที่ควรดำเนินการ ทั้งน้ี อาจพิจารณารูปแบบการนำเสนอจากแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาติ ซง่ึ จะทำใหส้ ามารถแปลงแผนไปสูก่ ารปฏิบตั ิในระดบั หน่วยงานได้

๘. การกำหนดโครงการและงบประมาณที่มีจำนวนมากมีรายละเอียดท่ีมาจากที่ใดและการ
กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำของบประมาณจะต้องมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละปี ๕
หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องตังวงเงินงบประมาณเป็นไปตามกรอบเพดานวงเงินงบประมาณรายจ่าย
ประจำปี ซึ่งหากเป็นไปตามท่ีกำหนดไว้ในรายงานโครงการ งบประมาณ และหน่วยงานรับผิดชอบ อาจทำให้
เกดิ ปัญหาหากไมม่ กี ารดำเนนิ การหรือไมส่ ามารถดำเนินการได้

๙. การจัดทำแผนควรกำหนดอย่างเป็นขั้นตอน โดยกำหนดวิสัยทัศน์(vision) วัตถุประสงค์
(objective) เป้าหมาย (goal) พันธกิจ (mission statement) นโยบาย/ยุทธศาสตร์(policy) กลยุทธ์/
มาตรการ (strategy) การแปลงแผนงาน โครงการไปสู่การปฏิบัติ(project investment) และตัวชี้วัด
ความสำเร็จ (key indicator) ท้ังนี้ จากการพิจารณายังขาดกระบวนการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ รวมถึง
มาตรการต่างๆ อาทิ การจัดการน้ำเสีย/ขยะใน ๓ จังหวัด ควรจะต้องดำเนินการอย่างไร เป็นต้น นอกจากน้ี
หากมีการกำหนดโครงการ งบประมาณ และหน่วยงานรับผิดชอบดังกล่าว อาจจะเกิดปัญหาในอนาคต
เน่ืองจากผู้รับผิดชอบในการของบประมาณ (จังหวัด) อาจไม่สามารถไปขอรับการจัดสรรได้เพราะอาจเกิน
เพดานวงเงนิ ของจงั หวัด

๑๐. การจัดทำแผนควรกำหนดอย่างเป็นข้ันตอน โดยกำหนดวิสัยทัศน์(vision) วัตถุประสงค์
(objective) เป้าหมาย (goal) พันธกิจ (mission statement) นโยบาย/ยุทธศาสตร์(policy) กลยุทธ์/
มาตรการ (strategy) การแปลงแผนงาน โครงการไปสู่การปฏิบัติ(project investment) และตัวช้ีวัด
ความสำเร็จ (key indicator) ทั้งน้ีจากการพิจารณา ยังขาดกระบวนการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ รวมถึง
มาตรการต่างๆ อาทิ การจัดการน้ำเสีย/ขยะใน ๓ จังหวัด ควรจะต้องดำเนินการอย่างไร เป็นต้น นอกจากน้ี
หากมีการกำหนดโครงการ งบประมาณ และหน่วยงานรับผิดชอบดังกล่าว อาจจะเกิดปัญหาในอนาคต
เนื่องจากผู้รับผิดชอบในการของบประมาณ (จังหวัด) อาจไม่สามารถไปขอรับการจัดสรรได้เพราะอาจเกิน
เพดานวงเงินของจังหวดั

๑๑. ท่ีปรึกษาควรกำหนดผู้ที่จะสามารถแก้ไข ตัดต่อ และเรียบเรียง (edit) แผนฯ ให้มีเนื้อหา ท่ี
เปน็ เหตุเปน็ ผลสอดคลอ้ งกนั ซึ่งมตี ัวอยา่ งปญั หาทเี่ หน็ ไดช้ ัดจากหนา้ ที่ ๖ เรอื่ งคุณภาพน้ำบาดาล

ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (นายจรัล เทพอวยพร) เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ตามท่ีไดส้ ่งความเห็นมายังฝ่ายเลขานกุ ารฯ ดังนี้

๑. ควรเพ่ิมเติมแรงกดดันภายนอก เรื่อง SDGs ในบทสรุปผู้บริหารหน้า ๓ ซึ่งในการประชุม
คณะกรรมการกำกบั ฯ เม่ือวนั ท่ี ๘ เมษายน ๖๔ ไดก้ ลา่ วถึง SDGs ด้วย

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๒๐

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

๒. ควรเพ่ิมเติมจำนวนประชากร นักท่องเที่ยวปี ๒๕๗๐ ในบทสรุปผู้บริหารหน้า ๕ ว่าเพ่ิมขึ้น
จากปี ๒๕๖๔ เท่าใด (๖ ล้านคนเศษในหนา้ ๒-๑๕)

๓. แผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก พ.ศ.๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ ประกอบด้วย
๔ ยุทธศาสตร์ ๑๔ กลยุทธ์ และ ๒๒ แผนงาน วงเงิน ๓๗๓๗.๔๑ ล้านบาท โดยเป็นโครงการท่ีมีความจำเป็น
ต้องดำเนินการเร่งด่วน จำนวน ๑๓ โครงการ รวมงบประมาณ ๒,๕๒๕.๘ ล้านบาท แล้วงบประมาณอีก ๑ พัน
กว่า ลา้ นบาทหายไปไหน

๔. ควรเพ่ิมเติมสถิติโรงงานอุตสาหกรรมในพ้ืนที่ EEC ในปัจจุบัน ในหน้า ๒-๓๘ เร่ืองนิเวศ
อุตสาหกรรม เพ่ือเปน็ ฐานข้อมูลไว้เทยี บในปี ๒๕๗๐ ด้วย

๕. วัตถุประสงค์โครงการคือ มีแผนส่ิงแวดล้อมฯ ระยะที่ ๒ ที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน และข้อมูล
คาดการณ์ใน ๕ ปีข้างหน้า ที่ต่อยอดแผนระยะที่ ๑ จึงควรปรับวัตถุประสงค์ของแผนระยะที่ ๒ ให้มีคำว่า
“ตอ่ เน่ืองจากแผนระยะท่ี ๑” เพ่ือใหเ้ กดิ ความเชื่อมโยงกกบั แผนระยะท่ี ๑

๖. ควรเพ่ิมเติมข้อเสนอในการบริหารจัดการแผนส่ิงแวดล้อม ระยะที่ ๒ ให้สำเร็จอย่างไร
เพ่ือให้ เกิดผลท่ีดีข้ึนกว่าแผนส่ิงแวดล้อม ระยะที่ ๑ ท่ีสำเร็จน้อยมาก ท้ังเรื่องการต้ังงบประมาณและ
หน่วยงานท่ีระบุใน แผนสิ่งแวดล้อม รับรู้รับทราบถึงเหตุผลที่จะทำซ่ึงบางโครงการมิใช่ภารกิจของหน่วยงาน
เปน็ โครงการจาก ภาคประชาชน NGOs

๗. การเขียนตัวชี้วัดควรคำนึงถึงการปฏิบัติได้จริง เช่น หน้า ๗-๓๓ ถึง ๗-๓๔ ตัวชี้วัดเพิ่ม
ประสิทธภิ าพการเก็บน้ำใต้ดินในจังหวดั ระยองซึ่งเป็นพื้นท่ีอตุ สาหกรรมเป็นไปได้ยาก เนื่องจากคุณภาพน้ำฝน
ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และควรตรวจสอบทกุ แผนงานทงั้ ๓ จังหวัด

๘. แผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ ประกอบด้วย
๔ ยุทธศาสตร์ ๑๔ กลยุทธ์ และ ๒๒ แผนงานวงเงิน ๓๗๓๗.๔๑ ล้านบาท ควรมีการวิเคราะห์เพ่ิมเตมิ ว่า หาก
ดำเนินการได้ครบทุกโครงการจะเกิดประโยชน์อะไรต่อพ้ืนท่ี EEC และหากไม่ดำเนินการตามแผนสิ่งแวดล้อม
ระยะที่ ๒ จะมีผลกระทบอย่างไร เน่ืองจากการทำแผนส่ิงแวดล้อมควรสนับสนุนหรือช่วยพัฒนาพื้นที่ EEC ใน
มิติใดมติ ิหนง่ึ มิใช่เปน็ การขดั ขวางการพฒั นา

ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง (นางสาววิยดา ทรงกิตติภักดี) เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ดงั น้ี

๑. เห็นควรให้ที่ปรึกษาพิจารณาผลและความสอดคล้องที่ได้จากการวิเคราะห์ศักยภาพและการ
กำหนดแผนงาน/โครงการ เช่น การประเมินศักยภาพของพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีการวิเคราะห์ข้อมูล
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกินขีดความสามารถในการรองรับของพ้ืนที่ ได้แก่ ปริมาณนำเสียและ
ปริมาณคาร์บอนฟุตปรินท์ดังน้ัน แผนส่ิงแวดล้อมของจังหวัดชลบุรี รวมทั้ง แผนงาน/โครงการของจังหวัด
ชลบุรีควรเน้นไปท่ีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเมื่อพิจารณาแผนงาน/โครงการของจังหวัดชลบุรี ยังไม่พบ
แผนงาน/ โครงการที่จะแกไ้ ขปัญหาดังกลา่ วในพ้นื ที่ชลบรุ ไี ดอ้ ย่างชัดเจน เปน็ ต้น

๒. รายละเอียดแผนงาน/โครงการท่ีเก่ียวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งจะขอยกตัวอย่าง ใน
พื้นทีช่ ลบุรี เช่น

๒.๑ หน้า ๖-๔๕ โครงการลำดับท่ี ๒๘ โครงการส่งเสริมการขยายและเพ่ิม
ประสิทธิภาพพ้ืนที่แนวกันชนสีเขียว (buffer zone) และกำหนดพ้ืนที่ที่มีศักยภาพเป็นเขตเกษตรกรรมยั่งยืน
และสร้างแรงจูงใจ เพื่อการอนุรักษ์ด้านเกษตรกรรม ให้เป็นแหล่งความม่ันคงด้านอาหารและรักษาสมดุล
คุณภาพส่ิงแวดล้อม โดยกำหนดไว้ในผังเมืองโครงการดังกล่าวจะมีการเช่ือมโยงกับโครงการที่กรมโยธาธิการ

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๒๑

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

และผังเมืองดำเนินการ อย่างไร ในขั้นตอนใด ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นกระบวนการในการวเิ คราะห์ของกรมในการ
จัดวางผังเมืองและมีการดำเนินการวางผงั อยู่แล้ว จึงไมจ่ ำเปน็ ต้องแยกออกมาเป็นโครงการ

๒.๒ หน้า ๖-๔๗ เร่ืองการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซ่ึงมีการเสนอโครงการ
พัฒนา พ้ืนท่ีชุมชนเมือง EEC ร่วมกับภาคเอกชน ชื่อโครงการไม่สะท้อนและไม่แสดงให้เห็นถึงแนวทางการ
ปฏิบตั ทิ ี่ชัดเจน รวมทัง้ งบประมาณท่เี สนอจะสามารถใชใ้ นการพฒั นาพื้นทชี่ มุ ชนเมืองได้หรือไม่

๒.๓ หน้า ๖-๕๓ โครงการลำดับที่ ๕๗ โครงการส่งเสริมเมืองคาร์บอนต่ำ ซ่ึง
งบประมาณ ท่ีเสนอไม่สอดคล้องกับชื่อโครงการและไม่แสดงถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน ท้ังนี้ เมื่อผล
การประเมินศักยภาพฯ ที่เกินขีดจำกัด มีเรื่องปริมาณคาร์บอนฟุตปร้ินท์และน้ำเสีย ก็ควรให้ความสำคัญกับ
เรอื่ งน้ี

๓. เนือ่ งจากเปน็ การรับฟังความเหน็ จากภาคส่วน และเป็นการพจิ ารณาแผนงาน/โครงการ จาก
การรบั ฟังความเหน็ จึงทำให้ไม่สามารถให้น้ำหนักกับแผนงาน/โครงการท่ีจะแก้ไขปัญหาที่ได้มีการวิเคราะห์ใน
แตล่ ะพนื้ ทีไ่ ด้

๔. โครงการศึกษาแนวทางการพัฒนาและขับเคล่ือนกฎระเบียบในการควบคุมการกระจายตัว
ของโรงงานอุตสาหกรรมประเภทที่ ๑๐๕ และ ๑๐๖ ท่ีเก่ียวข้องกับการกำจัดขยะ ซ่ึงประเด็นเกี่ยวกับการ
กำจัด ขยะไม่ได้กำหนดว่าเป็นโรงงานอุตสาหกรรมประเภทที่ ๑๐๕ และ ๑๐๖ เท่าน้ันเห็นควรเปลี่ยนช่ือให้
ครอบคลุม การกำจัดขยะในทกุ กิจกรรมท่ีเกีย่ วข้อง

ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ (นายปณั ณธร แก้วยอด) เสนอข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ ดงั น้ี
๑. การวิเคราะห์ข้อมูลพ้ืนฐานด้านมลพิษที่นำมาวิเคราะห์ เช่น การปนเปื้อนโลหะหนักหรือ

VOCs ของน้ำบาดาล ควรมีการวิเคราะห์เพ่ิมเติมว่าการปนเป้ือนดังกล่าวเกิดจากสภาพทางธรณีวิทยาหรือ
ปนเปื้อนจากกิจกรรม เช่น อตุ สาหกรรม การฝงั กลบสารเคมี เปน็ ต้น และควรกำหนดคำที่ใช้เรียกใหเ้ หมาะสม
ระหวา่ ง “น้ำใตด้ ิน” หรอื “น้ำบาดาล”

๒. การวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศในพ้ืนท่ี EEC ในส่วนของค่า VOCs ที่เกินค่ามาตรฐาน มา
อย่างต่อเน่ืองและเป็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ สารเบนซีน สาร 1,3-บิวทาไดอีน และสาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน ท่ี
ปรึกษาควรพิจารณาเพ่ิมเติมแผนงาน/โครงการ เพ่ือมารองรับและแก้ไขปัญหา VOCs ในพ้ืนที่ด้วย
นอกเหนอื จากแผนงาน/โครงการทเี่ กีย่ วกับเรอื่ ง Carbon Credit และ PM10 ท่ีเสนอมาเป็นหลัก

๓. การแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติโดยเฉพาะเร่ืองน้ำเสียซึ่งท่ีปรึกษามีการวิเคราะห์ว่า มีโครงการ
ในพื้นที่และโครงการภายใต้แผนสิ่งแวดล้อม ระยะที่ ๑ เท่าไรและอย่างไร เห็นควรให้มกี ารวิเคราะห์ โครงการ
ในพ้ืนที่ที่ไม่ได้รับงบประมาณ ว่าสาเหตุที่ไม่ได้รับงบประมาณเพราะอะไร และควรมีแนวทางในการ แก้ไข
อย่างไรในแผนส่ิงแวดล้อม ระยะที่ ๒ โดยเฉพาะการจัดการน้ำเสียจากชุมชน หน่วยงานใดจะเป็น หน่วยงาน
หลักในการดำเนินงาน ที่จะถูกกำหนดในแผนส่ิงแวดล้อม ระยะที่ ๒ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และ แก้ไข
ปญั หาทเี่ ป็นสาเหตุอย่างแทจ้ รงิ

ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง (นายสุเทพ เจือละออง) เสนอข้อคิดเห็นและ
ข้อเสนอแนะว่า มาตรการด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง ยังไม่ชัดเจน เช่น มาตรการท่ี
เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างไรการ
วางแผนการใช้ประโยชน์เชิงพ้ืนท่ีทางทะเล (Marine Spatial Planning) จะดำเนินการในพ้ืนที่หรือบริเวณใด
และมีความสอดคล้องกับประเด็นด้านอ่ืนๆ อย่างไร เช่น มลพิษทางน้ำ การใช้ประโยชน์พื้นท่ี เป็นต้น
แม้กระทั่งการจัดการน้ำเสียจะมปี ระเดน็ ผลกระทบต่อทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั อย่างไร ทั้งนี้ ใหท้ ี่ปรึกษา

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๒๒

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

พิจารณาวิเคราะห์หรือนำเสนอข้อมูลเพ่ิมเติม รวมทั้ง พิจารณาแผนงาน/โครงการควรเป็นการมองภาพแบบ
องค์รวมในการบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอยา่ งเปน็ ระบบ ซ่ึงไม่สามารถแยกสว่ นกนั ได้

ผู้แทนองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (นางวีณา คำวิชัย) เสนอ
ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ ดงั น้ี

๑. ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามท่ีได้นำข้อมูลจาก อบก. ไปใช้ในการวิเคราะห์นั้นควร
เพิ่มเติมหมายเหตุข้อมูลกำกับเกี่ยวกับความหมายของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับ basic+ ว่ามีที่มา
และหมายถงึ อะไร

๒. ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ ความอย่างละเอยี ด เชน่ “เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ” ควรปรบั เป็น”
เขตพฒั นาพิเศษ” เป็นต้น

ผ้แู ทนสภาอตุ สาหกรรมแห่งประเทศไทย (นายวริ ัช บญุ บำรงุ ชัย) เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ดงั น้ี

๑. เพ่ิมเติมข้อมูลและข้อตกลงของประเทศไทยในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญา
สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP26 ในประเด็นด้านการสร้างโอกาสของ
ประเทศ และเปน็ โอกาสท่ีดขี องพนื้ ที่ EEC ท่จี ะดึงดดู นกั ลงทนุ หากมกี ารสนบั สนนุ ในส่วนท่ีเก่ียวข้อง เชน่ การ
สนับสนุนดา้ นพลังงานทางเลือก เป็นต้น ซ่ึงอาจช่วยดึงดดู นกั ลงใหเ้ พ่มิ ขึ้นได้

๒. มาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหา VOCs ของประเทศไทยมีความเข้มงวดเม่ือเทียบกับ
ประเทศอนื่ ๆ เชน่ สารเบนซีน เป็นต้น ซ่ึงหากพิจารณาเกณฑ์ที่ดีท่ีสดุ ท่ีประเทศอื่นสามารถทำได้ และประเทศ
ไทยสามารถแก้ไขปัญหา VOCs ได้เทียบเท่าหรือดีกว่าเกณฑ์ดังกล่าวน้ัน ก็อาจเพียงพอที่จะช่วยส่งเสริมและ
สนับสนุนการลงทุนในพนื ที่ EEC ได้ อย่างไรก็ตาม ท่ีผ่านมาประเทศไทยมีค่า VOCs ต่ำกว่าเกณฑ์ท่ีดีท่ีสุดของ
ประเทศอ่ืนมาก แต่ยังไม่มีเทคโนโลยีที่รองรับการแก้ไขปัญหา VOCs ที่ดีเพียงพอจึงยังเป็นอุปสรรคในการ
สนับสนนุ การลงทนุ ในพ้ืนที่ EEC

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (นางสาวรัตติยา ทองสุข)
เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะว่า แผนงาน/โครงการในแผนส่ิงแวดล้อมระยะท่ี ๒ ท่ีเสนอ สกพอ. เป็น
หน่วยงานหลัก บางโครงการไม่อยู่ในแผน สกพอ. รวมถึง เป็นแผนงาน/โครงการท่ีไม่เก่ียวข้องกับด้าน
สิ่งแวดล้อม จึงเห็นควรให้ตัดแผนงาน/โครงการดังกล่าวออก เช่น โครงการพัฒนาพ้ืนที่ชุมชนเมือง EEC
ร่วมกับภาคเอกชน โครงการพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) เป็นต้น นอกจากน้ี
โครงการส่งเสริมการใช้พลังงานท่ีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หน่วยงานหลักควรเป็นกระทรวงพลังงาน เน่ืองจาก
เป็นแผนงานที่ทำท้ังประเทศ ทั้งน้ี ให้ตัดและปรับแผนงาน/โครงการ ทั้งแผนสิ่งแวดล้อมในพื นที่ EEC และ
แผนสงิ่ แวดลอ้ มแตล่ ะจงั หวดั

ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (นางสาวนันทวัน สุวรรณสถิตย์) เสนอข้อคิดเห็นและ
ขอ้ เสนอแนะ ตามท่ีได้ส่งความเหน็ มายงั ฝา่ ยเลขานกุ ารฯ ดังน้ี

๑. หน้าที่ ๑๑ ในบทสรปุ ผุ้บรหิ าร และหน้าที่ ๒-๒๙ ในบทที่ ๒ ด้านทรัพยากรน้ำ ควรอ้างอิงข้อมูลเดยี ว
เน่ืองจากตัวเลขไม่แตกต่างกันมาก เพื่อป้องกันความสับสน ทั้งน้ี สูตรในการคำนวณและการ
คาดการณ์อาจแตกต่างกันบ้าง โดยของ สทนช. อ้างอิงจากการคำนวนประชากร/ แรงงาน โดยใช้
ขอ้ มลู สกพอ. โดย สทนช. ได้เสนอ กนช. และ กพอ. รับทราบผลการศึกษาในปี ๒๕๖๓ แล้ว

๒. หน้าที่ ๑๕ ในบทสรุปผู้บริหาร ตารางที่ ๑ และหน้าท่ี ๔-๙ ในบทที่ ๔ ตารางท่ี ๔-๑ เป้าประสงค์
เป้าหมายและตัวช้ีวัด เป้าหมายที่ ๒ ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นท่ีได้รับการอนุรักษ์ฟื้นฟู และมีการใช้

โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๒๓

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

ประโยชน์อย่างสมดุลและเป็นธรรมในเป้าหมายน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคนั้นควรเพ่ิมน้ำภาค
บรกิ าร และการท่องเท่ียวดว้ ย
๓. หน้าที่ ๒-๓๐ ในบทที่ ๒ ปรับบรรทัดแรกจาก “การพัฒนากลุ่มบ่อบาดาลขนาดใหญ่สำหรับเอกชน”
เปน็ “การพัฒนากล่มุ บอ่ บาดาลขนาดใหญส่ ำหรับภาคอุตสาหกรรม”
๔. หน้าที่ ๔-๓ ในบทที่ ๔ ปรับแผนปฏิรูปประเทศ ให้เป็นฉบับปรับปรุง และขยายระยะเวลา แผน
พัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ เป็น พ.ศ.๒๕๖๐ – ๒๕๖๕ (เพราะร่างแผนฯ ๑๓ จะครอบคลุม พ.ศ.๒๕๖๖ –
๒๕๗๐)
๕. หน้าที่ ๔-๑๙ ในบทท่ี ๔ แผนงานด้านน้ำ ควรพิจารณาระเบียบและกฎหมายท่ีเก่ียวข้องด้วย เช่น
การดำเนินงานในพ้ืนที่ชลประทาน ควรเป็นกรมชลประทาน ไม่ใช่กรมทรัพยากรน้ำรวมถึงแหล่งน้ำ
ขนาด เล็กท่ีอาจเข้าข่ายหลักเกณฑ์การกระจายอำนาจ ซ่ึงต้องให้ท้องถิ่นเป็นหน่วยดำเนินงานหลัก
นอกจากนรี้ ายการในแผนควรเป็นหนว่ ยงานระดบั กรมหรอื กระทรวง ไม่ควรลงในระดบั กอง/ศนู ย์
๖. หน้าที่ ๔-๑๙ ถึง ๔-๒๐ ในบทท่ี ๔ ควรตรวจสอบรายการที่ ๒๗-๒๘ ให้ชัดเจนอีกคร้ัง เน่ืองจากไม่
ปรากฎในแผนของ สทนช.

ประธานกรรมการ มอบที่ปรึกษารับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกำกับฯ ไป
ปรบั ปรงุ แก้ไข ดงั น้ี

๑. ประสานฝา่ ยเลขานุการฯ เกีย่ วกับรายละเอยี ดของขอ้ คิดเหน็ และขอ้ เสนอของคณะกรรมการ
กำกบั ฯ เพอื่ ดำเนนิ การปรับแก้ไขเพ่มิ เติม

๒. ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ ความและการพสิ ูจน์อักษรของเอกสาร
๓. เรยี บเรียงเนอ้ื หาใหเ้ ห็นถึงความเปน็ เหตเุ ป็นผล สอดคลอ้ งกนั ตง้ั แตต่ น้ ทางถึงปลายทาง
๔. ตรวจสอบแผนงาน/ โครงการของแผนส่งิ แวดลอ้ มในแง่ความเป็นไปไดข้ องโครงการ โครงการ
ท่ีมีความจำเป็นและสอดคล้องกับเป้าหมายของแผน ส่วนโครงการอ่ืนๆ ไม่สามารถดำเนินการได้/ไม่สามารถ
แก้ไขปัญหาตามผลการวิเคราะห์ได้ อาจตัดออกหรือรวมเป็นโครงการใหญ่เพ่ือให้เกิดการแก้ไขปัญหาใน
ภาพรวม
๕. เพิ่มเติมข้อมูลและผลจากการที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาประเทศภาคี
อนุสัญญาสหประชาชาติวา่ ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู ิอากาศ หรือ COP 26 ไวใ้ นแผนส่ิงแวดล้อม ระยะที่
๒ ด้วย เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมในช่วงระยะ ๕ ปีข้างหน้า และเป็นเป้าหมายของประเทศด้วย
เชน่ กนั ซึง่ การพฒั นาในพน้ื ท่ี EEC น่าจะสอดรับกบั นโยบายและผลจาก COP ๒๖

มติทป่ี ระชมุ
๑. รับทราบการปรับปรุง (ร่าง) แผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี

๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (MIS) เพื่อการบริหารจัดการ
วางแผนติดตามตรวจสอบและประเมินผลโดยมอบท่ีปรึกษารับขอ้ คิดเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ
ไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) แผนสิ่งแวดล้อม ระยะท่ี ๒ ให้เกิดความถูกต้องและประสานรายละเอียด
ของขอ้ คดิ เหน็ และข้อเสนอของคณะกรรมการกำกบั ฯ เพื่อดำเนนิ การปรบั แกไ้ ขเพิม่ เตมิ

๒. ให้ที่ปรึกษาเรียบเรียงเน้ือหาให้เกิดการตอบสนองและการสอดรับกันของแผนสิ่งแวดล้อมฯ
ท้ังวิสัยทัศน์ พนั ธกิจ วตั ถปุ ระสงค์มาตรการ แผนงาน รวมท้ังจำนวนแผนงาน/ โครงการไม่จำเป็นต้องมีจำนวน
มากแต่ให้ตอบสนองแนวทางการแกไ้ ขปญั หาที่ตงั้ เปา้ หมายไว้

ปดิ การประชุมเวลา ๑๒.๐๐ น.

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๒๔

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ภาพบรรยากาศการประชุมคณะกรรมการกำกับการศกึ ษาโครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อม ครัง้ ท่ี ๔

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓๒๕

ทปี่ รกึ ษา เลขาธกิ ารสำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
นางรวีวรรณ ภรู เิ ดช เลขาธกิ ารสำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
นายพิรณุ สยั ยะสทิ ธพิ์ านิช (ปจั จบุ นั )
รองเลขาธกิ ารสำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและ
นายประเสริฐ ศิรินภาพร ส่งิ แวดลอ้ ม

คณะกรรมการตรวจรบั พสั ดุในงานจา้ งทปี่ รกึ ษา ประธานกรรมการ
๑. นายอศิ รพนั ธ์ กาญจนเรขา กรรมการ
ผอู้ ำนวยการกองสง่ิ แวดล้อมชุมชนและพน้ื ทเ่ี ฉพาะ กรรมการ
๒. นายวีรนิต ฐานสพุ ร กรรมการ
นักวิชาการสิง่ แวดล้อมชำนาญการพเิ ศษ กรรมการ
๓. นางชรนิ ี สวุ รรณทัต กรรมการ
นักวชิ าการสง่ิ แวดล้อมชำนาญการพิเศษ กรรมการและเลขานกุ าร
๔. นางสาวสุรีย์พร เกิดแกน่ แก้ว
นักวชิ าการส่งิ แวดลอ้ มชำนาญการพเิ ศษ
๕. นางสาวทพิ าวรรณ รักสงบ
นกั วิชาการสง่ิ แวดลอ้ มชำนาญการ
๖. นางสาวกมลจนั ทน์ พลู เกษม
นกั วชิ าการสง่ิ แวดลอ้ มปฏบิ ตั ิการ
๗. นายวทิ ยา ตั้งพิทยาเวทย์
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพเิ ศษ

คณะกรรมการกำกับการศกึ ษาโครงการ

๑. รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน ประธานกรรมการ

ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ท่ีกำกับดแู ล

๒. ผูแ้ ทนสำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก กรรมการ

๓. ผแู้ ทนสำนกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ กรรมการ

๔. ผู้แทนสำนกั งานทรพั ยากรน้ำแหง่ ชาติ กรรมการ

๕. ผู้แทนสำนกั งานส่งเสรมิ เศรษฐกิจดจิ ทิ ัล กรรมการ

๖. ผแู้ ทนกรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กรรมการ

๗. ผู้แทนกรมควบคุมมลพษิ กรรมการ

๘. ผแู้ ทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง กรรมการ

๙. ผแู้ ทนองคก์ ารบริหารจัดการกา๊ ซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน) กรรมการ

๑๐. ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย กรรมการ

๑๑. นายอภิชาต ทองอยู่ กรรมการ

๑๒. นายววิ ฒั น์ ศลั ยกำธร กรรมการ

๑๓. ผูอ้ ำนวยการกองส่งิ แวดลอ้ มชมุ ชนและพืน้ ท่เี ฉพาะ กรรมการและเลขานุการ

๑๔. ผอู้ ำนวยการกลุ่มงานสิ่งแวดล้อมชมุ ชน กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร


Click to View FlipBook Version