The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานฉบับสุดท้าย_เล่มที่ 3_27.04.65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ONEP-EEC, 2022-05-04 00:34:12

รายงานฉบับสุดท้าย_เล่มที่ 3

รายงานฉบับสุดท้าย_เล่มที่ 3_27.04.65

ภาคผนวก

ที่มาของปญั หาและ ขอ้ เสนอแนะ
อปุ สรรค
ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมาย แตเ่ ปน็ คำส่งั ทางปกครองที่เปน็
เงือ่ นไขหรอื คำสั่งเฉพาะรายโรงงานอตุ สาหกรรมท่ีเขา้ ขา่ ยต้องทำ
จัดทำรายงาน EIA หรอื EHIA หรอื IEE เท่านนั้
๓. ควรพิจารณาเพ่ิมหรือทบทวนนโยบายและมาตรการสง่ เสริมการ
ลงทนุ เพื่อการจดั การส่ิงแวดล้อมสำหรบั อตุ สาหกรรม เช่น ควร
สง่ เสริมให้มี Emission Trading ผ่านกระบวนการการมีส่วนรว่ ม โดย
จัดตั้งหน่วยงานกลางและ กลไก Emission Trade ท่ชี ดั เจน และ
ยุติธรรม สว่ นเงนิ ท่ีไดจ้ ากมลู ค่าการซื้อขายจาก Emission Trade
หน่วยงานกลางควรจา่ ยคืนใหก้ บั ชมุ ชนในพืน้ ท่ี เพ่อื ใช้ในการพัฒนา
พนื้ ท่อี ย่างยัง่ ยืน โดยผ่านกระบวนการการมสี ่วนร่วมกับชมุ ชนและทกุ
ภาคส่วนในการกำหนดแนวทางเกีย่ วกบั การนำเงินไปใช้ประโยชน์
ต่อไป
ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายเพ่ือการบรหิ ารจัดการมลพษิ VOCs
๔. การใช้แบบจำลองอากาศ AERMOD เพื่อเป็นเคร่อื งมือในการ
จัดการกับ สาร VOCs ท้ัง ๓ ชนิดในพ้ืนทศี่ กึ ษายงั เปน็ วธิ ีท่ีไม่
เพียงพอ ควรมีมาตรการอื่นเพิม่ เติม ดังนี้
• การจดั การ VOCs ทแี่ หล่งกำเนดิ แบบรายโรงงาน
• การควบคมุ และเนน้ จัดการ VOCs ของสารเบนซีน สาร ๑,๓-บิวทา
ไดอนี และสาร ๑,๒-ไดคลอโรอีเทน อย่าง ตอ่ เน่ือง
• การออกกฎหมายควบคุม VOCs ใหม้ ีความชัดเจน ครอบคลุม
แหล่งกำเนิดและโรงงานท่เี ก่ียวขอ้ ง โดยไมซ่ ำ้ ซอ้ นหรือสรา้ งความ
สบั สนกบั กฎหมายเดมิ และบังคบั ใชอ้ ย่างเท่าเทยี มกัน
• ควรมีระบบฐานข้อมูลกลาง (Central Database System) ที่มี
ข้อมลู ทเี่ กี่ยวข้องในการจดั การ VOCs ท้งั หมด เพ่ือเป็นกลไกติดตาม
การแกป้ ัญหาส่ิงแวดล้อมในพน้ื ท่ี
• ควรทบทวนตำแหน่งที่ต้ังของสถานตี รวจวดั VOCs ทีม่ อี ยเู่ ดิมวา่ ยัง
มคี วามเหมาะสมหรือไม่
• เพม่ิ หรอื ทบทวนนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการ
จัดการสงิ่ แวดลอ้ มสำหรับ อุตสาหกรรม โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการ
สง่ เสริม สนบั สนุนอปุ กรณห์ รือเทคโนโลยกี บั โรงงานท่ีเปน็
แหลง่ กำเนดิ มลพษิ สำคัญ
• ควรมรี ะบบการรายงานคา่ ความสามารถในการรองรบั มลพษิ
(Carrying Capacity) ของพืน้ ทเ่ี ขต ควบคุมมลพิษมาบตาพุด

๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๓๕

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม

ลำดับ โครงการ/กิจกรรม หน่วยงานที่ดำเนินการ ปัญหาและอุปสรรค

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๒ การส่งเสริมคุณภาพส่งิ แวดลอ้ มเมืองและชมุ ชนอย่างน่าอยู่ (๑๔ โครงการ/๒ โครงการเรง่ ด่วน)

โครงการเรง่ ด่วน (๒ โครงการ)

๑๑ โครงการพฒั นาปา่ ชมุ ชนเมืองเพื่อลด ศูนย์ส่งเสริมวนศาสตร์ กิจกรรมส่วนใหญ่จะดำเนนิ การในจงั หวดั ระ

สภาวะโลกร้อน (โครงการฝึกอบรม ชุมชนที่ ๖ (ระยอง) รบั ผดิ ชอบมีจำนวน ๗ จงั หวดั คอื ชลบุรี ระ

สร้างปา่ พัฒนาเมอื ง) ตราด สระแกว้ ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราก

มจี ำนวนไมเ่ พยี งพอ ทำให้การทำกิจกรรมต

ในพนื้ ท่รี บั ผิดชอบ

โครงการออกแบบและพัฒนาเมืองตามผังการพัฒนาท่กี ำหนด (๔ โครงการ)

๑๒ โครงการวางและจัดทำผังเมอื งรวม กรมโยธาธกิ ารและผัง การสร้างสมดุลระหว่างนโยบายการพฒั นาใ

เมอื ง/ชุ ุมชน ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เมือง การวางแผนการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ และโครงส

ชลบุรี และระยอง พจิ ารณารายละเอียดในระดบั พน้ื ท่ี

โครงการสง่ เสริมและพฒั นาพื้นท่ีเมอื งอตุ สาหกรรมเชิงนิเวศ (๕ โครงการ)

๑๓ โครงการพัฒนาและยกระดบั เมือง กรมโรงงาน ๑. เกณฑ์และตัวชีว้ ัดการเป็นเมืองอุตสาหก
อุตสาหกรรมเชงิ นเิ วศทเี่ ปน็ มติ รกับ อุตสาหกรรม บางตัวชวี้ ัดยังคลุมเครือ
สง่ิ แวดลอ้ มสเู่ มอื งสิง่ แวดล้อมยั่งยนื ๒. ขาดการบูรณาการความร่วมมอื จากภาค
พืน้ ท่ี
๓. การตรวจประเมนิ เมืองอุตสาหกรรมเชงิ น
ผู้ประเมินทมี่ ีความรู้ ความสามารถ ความเช
ต่าง ๆ และเป็นที่ยอมรับ เพอ่ื สรา้ งความเช
การประเมนิ ตามหลักสากล
๔. ความคลาดเคลือ่ นในการกำหนดตวั ชี้วดั ข
ระดบั นโยบาย ทไี่ มส่ อดคลอ้ งกับทศิ ทางการ
คณะกรรมการทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
๕. ระบบขอ้ มูลของหน่วยงานต่าง ๆ และโร
ยังไมค่ รบถ้วน หรอื ขาดความสมบูรณ์ และไ
เหล่าน้นั มาวิเคราะหห์ รือประมวลผลได้

โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพื้นท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕

ภาคผนวก

ทมี่ าของปญั หาและ ข้อเสนอแนะ
อปุ สรรค
• สนบั สนนุ ใหม้ ีโครงการศึกษาการระบายและแพรก่ ระจายสาร
VOCs จากแหล่งกำเนิดอนื่ ท่ไี ม่ใช่ อุตสาหกรรมให้มากขน้ึ
• ควรมีระบบส่งเสริมความร้กู ารสนับสนุนทางวชิ าการ การให้
คำปรกึ ษาแนะนำ การแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ทั้งสำหรับเจ้าหนา้ ที่
ภาครัฐ ภาคเอกชน (ครอบคลุมท้งั ฝ่ายบริหารและผู้ปฏิบตั งิ าน)
รวมถงึ ภาคประชาชน ครอบคลมุ ทุกมิตขิ องการจัดการสาร VOCs

ะยอง แต่พืน้ ที่ - แต่ละโครงการที่ดำเนนิ การจะไมค่ ่อยได้ติดตามการดำเนินงานมาก
ะยอง จันทบรุ ี เทา่ ท่คี วรเนือ่ งจากจำนวนเจา้ หน้าที่มนี ้อยไม่สมดุลกบั พนื้ ทีท่ ต่ี อ้ ง
การ และเจ้าหนา้ ท่ี รับผิดชอบ
ต่างๆอาจยังไม่ทวั่ ถงึ
-
ในระดบั ภาค และ -
สรา้ งพ้นื ฐานท่ีต้อง ๑. ควรดำเนินการพัฒนาปรบั ปรุงเกณฑแ์ ละตวั ช้วี ัด เพอื่ ตอบโจทย์
การแกป้ ัญหา พัฒนา ยดื หย่นุ ตามบริบทพน้ื ที่ รวมท้ังมีความเป็น
กรรมเชงิ นเิ วศใน - สากลเปน็ ทย่ี อมรับจากทุกภาคสว่ น
๒. สรา้ งความตะหนักใหท้ ุกภาคสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งในพ้ืนท่ี ไดร้ ้สู กึ ถงึ
คส่วนท่เี กยี่ วข้องใน ความเป็นเจ้าของโครงการ เป็นพืน้ ทีบ่ า้ นของตนเองท่ีต้องใส่ใจ
ร่วมมอื พัฒนา
นเิ วศ จำเปน็ ตอ้ งมี ๓. จัดทำระบบการข้ึนทะเบยี นผตู้ รวจประเมนิ โดยกำหนดคณุ สมบตั ิ
ชย่ี วชาญในสาขา คณุ วุฒกิ ารศึกษา ใหเ้ หมาะสม รวมทั้งออกระเบียบการจา่ ย
ช่ือม่ันของระบบ คา่ ตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อสรา้ งแรงจงู ใจจากผู้เชี่ยวชาญในสาขา
วิชาชพี ต่าง ๆ
ของหน่วยงาน ๔. จดั ประชมุ หารือหนว่ ยงานและคณะกรรมการทีเ่ กี่ยวข้องในการ
รดำเนนิ งานของ สร้างความเขา้ ใจที่ตรงกันของการพฒั นาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนเิ วศ
๕. พัฒนาระบบขอ้ มูลใหเ้ ชื่อมโยงกบั ฐานข้อมูลทเี่ กีย่ วข้องกบั ตัวชวี้ ดั
รงงานอตุ สาหกรรม การพัฒนา ของพืน้ ท่ีจังหวดั เป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาระบบที่รองรับ
ไม่สามารถนำข้อมลู

๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๓๖

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

ลำดับ โครงการ/กิจกรรม หนว่ ยงานที่ดำเนินการ ปัญหาและอุปสรรค

๖. หน่วยงานท่เี กี่ยวขอ้ งมีความจำเปน็ ต้องแ
การดำเนนิ งานของตนเองมาร่วมขับเคล่อื นพ
พน้ื ท่มี กี ารดำเนินงานเดินหน้ายกระดับค่อน
จะเปน็
๗. ขาดความต่อเน่อื งของนโยบายและการพ
เนอ่ื งมาจากการโยกย้ายสบั เปล่ยี นตำแหนง่
ในการรบั ผดิ ชอบ

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๓ การส่งเสริมการมีสว่ นร่วมและสรา้ งความรับผดิ ชอบตอ่ สังคมและสงิ่ แวดลอ้ ม (๘ โครงการ)

๑๔ โครงการบริหารจัดการสงิ่ แวดล้อมใน กระทรวงการท่องเท่ียว โครงการดงั กลา่ วไม่อย่ใู นความรบั ผดิ ชอบขอ

แหล่งท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืน และกีฬา ทอ่ งเทย่ี วและกฬี า จงึ ไมม่ กี ารดำเนินการ

๑๕ โครงการนวตั กรรมตน้ แบบแหง่ สำนกั งานอุตสาหกรรม เน่อื งจากวัตถดุ บิ ท่ีจะนำมาขน้ึ รปู ผลติ ภัณฑ

อนาคต สู่ Thailand ๔.๐ จงั หวัดระยอง น้อย ราคาวัตถดุ บิ ขา้ งค่อนสูง ตอ้ งนำเขา้ จา

๑๖ โครงการสง่ เสรมิ การมีสว่ นรว่ มลด สำนักงาน โครงการไมไ่ ด้อยใู่ นแผนการดำเนินการของห

มลพษิ ทางอากาศพื้นทม่ี าบตาพุดและ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ

ใกล้เคยี ง สง่ิ แวดล้อมจังหวดั

ระยอง

ยุทธศาสตรท์ ่ี ๔ การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธภิ าพ (๓๗ โครงการ/๓ โครงการเร่งดว่ น)

โครงการเรง่ ด่วน (๓ โครงการ)

๑๗ โครงการเสรมิ สรา้ งการท่องเทยี่ วทาง สำนกั งานทรัพยากรทาง ได้ทำการเสนองบไปครงั้ แรก ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑

ทะเลระยองเชงิ อนรุ ักษอ์ ย่างเป็น ทะเลและชายฝั่งท่ี ๑ ไม่ไดร้ ับการพจิ ารณางบประมาณ เดิมทจี ะมีก

ระบบและย่งั ยืนเพอ่ื รองรับการพัฒนา (ระยอง) เทียม แต่ในปัจจบุ นั เนอื่ งจากสภาพพ้นื ทม่ี ีการ

EEC เหมาะสมในการดำเนนิ งานต่อ เช่น ในเกาะมัน

แนวปะการงั เกดิ ขึน้ บวกกับกรมทรพั ยากรทา

การปลกู ปะการงั ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๒ แล

ของปะการังตามธรรมชาตแิ ลว้ มปี ัญหาในกา

กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝงั่

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้ืนทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕

ภาคผนวก

ทม่ี าของปัญหาและ ขอ้ เสนอแนะ
อปุ สรรค
การประมวลผลวิเคราะห์จดุ แข็ง จุดอ่อนของพ้ืนที่เพ่อื นำไปส่กู าร
แบง่ งบประมาณใน พัฒนาแกป้ ัญหาต่อไป
พฒั นาส่งผลให้ ๖. จัดทำงบประมาณบรู ณาการในภาพรวมของการพัฒนาในรูปแบบ
นข้างช้ากว่าทคี่ วร ของแผนปฏิบตั กิ ารด้านการพฒั นาเมอื งอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของ
ประเทศ (แผนระดบั ที่ ๓) นำเสนอคณะรฐั มนตรีเพื่อใหเ้ ห็น
พัฒนาพ้ืนท่ี อนั ความสำคัญของการดำเนินงานและให้ความเหน็ ชอบ และส่งให้สำนัก
งหนา้ ท่ีของผู้ทสี่ ่วน งบประมาณดำเนินการตามมตคิ ณะรฐั มนตรตี ่อไป
๗. สง่ เสริมความรูค้ วามเขา้ ใจใหก้ บั อุตสาหกรรมจงั หวัดและ
เจ้าหนา้ ที่ที่เก่ียวข้องของสำนกั งานอตุ สาหกรรมจังหวัดไดร้ ับรู้
รับทราบ และเขา้ ใจถึงระบบกาพฒั นาเมืองอุตสาหกรรมเชงิ นิเวศ
โดยอาจกำหนดเป็นหลักสตู รภาคบงั คบั รวมทง้ั ควรเสนอสำนกั งาน
ก.พ.ร. ใหก้ ำหนดเปน็ ตวั ชวี้ ัดของผู้วา่ ราชการจงั หวัดเพ่อื ให้การ
ขบั เคล่ือนเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเป็นนโยบายสำคัญ

องกระทรวงการ - -
- -
ฑ์มตี ัวแทนนำเขา้ ไม่ได้การดำเนนิ การ -
ากตา่ งประเทศ
หน่วยงาน

๑ ส่งไปทจ่ี งั หวดั แต่ - -
การจดั วางปะการงั
ารเปลีย่ นแปลง ไม่
นนอกใปัจจบุ ันมนั
างทะเลและชายฝง่ั มี
ละมีการเจรญิ เติบโต
ารเบียดงบของกรม

๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๓๗

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม

ลำดับ โครงการ/กจิ กรรม หน่วยงานท่ีดำเนนิ การ ปัญหาและอุปสรรค

๑๘ โครงการบริหารจัดการทรพั ยากรทาง สำนกั งานทรพั ยากรทาง ไมไ่ ด้รบั การจัดสรรงบประมาณจากกลุ่มจังห

ทะเลและชายฝัง่ ในเขตพ้ืนทร่ี ะเบยี ง ทะเลและชายฝง่ั ท่ี ๒ สภาพพน้ื ท่ที รัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังม

เศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวนั ออก ไมเ่ หมาะสมในการดำเนนิ โครงการ

การจัดการทรัพยากรป่าไม้และสตั วป์ ่า (๙ โครงการ)

๑๙ โครงการปลกู ป่าและปอ้ งกันไฟปา่ สำนกั บริหารพ้ืนท่ี ไมไ่ ด้รบั งบประมาณในการดำเนนิ การ แต่มคี
โครงการดงั กลา่ ว
ประจำปงี บประมาณ ๒๕๖๔ อนรุ กั ษท์ ่ี ๒ (ศรีราชา)

๒๐ กจิ กรรม ๒.๒ ปลูกปา่ เฉลิมพระ สำนักบรหิ ารพื้นท่ี กจิ กรรมน้ี กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตว์ป่า แล

เกยี รตเิ พ่ือแผน่ ดนิ (ตามแนวคกู ั้นชา้ ง อนรุ ักษท์ ี่ ๒ (ศรีราชา) ใชพ้ ื้นท่ี จึงขอโอนเปลย่ี นแปลงไปดำเนินกา

๑๔๑ กิโลเมตร) เน้ือท่ี ๓๕๒ ไร่

๒๑ โครงการปลูกปา่ ๓ อยา่ ง ประโยชน์ สำนกั บรหิ ารพื้นที่ โครงการนี้ กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า แล

๔ อยา่ ง เพอื่ เพ่ิมความหลากหลาย อนรุ กั ษ์ท่ี ๒ (ศรรี าชา) อนุมัตใิ ช้พนื้ ท่ี จึงขอโอนเปลยี่ นแปลงไปดำเ

ทางชีวภาพในพ้นื ทีป่ า่ ต้นน้ำ ไม้

๒๒ กจิ กรรมพฒั นาวนศาสตรช์ มุ ชน ศนู ย์สง่ เสรมิ วนศาสตร์ ๑. การทำผลติ ภณั ฑท์ ่เี ปน็ อาหารจำหน่าย ไ

(ศกึ ษาวชิ าการดา้ นวนศาสตร์ชมุ ชน) ชุมชนท่ี ๖ (ระยอง) ไปจำหนา่ ยในหา้ งสรรพสินค้าไดเ้ นอื่ งจากตอ้

ตามระเบยี บขององค์การอาหารและยาในกา

ถูกสขุ ลกั ษณะซงึ่ ต้องใชท้ นุ สูงในการดำเนินก

ผลติ ภัณฑไ์ มไ่ ดร้ ับการพัฒนาเผยแพร่ไปสูพ่ น้ื

๒. มีการโยกยา้ ยเจา้ หน้าท่ีทำใหก้ ารดำเนินก

ต่อเน่ือง

๒๓ กิจกรรมพฒั นาวนศาสตร์ชมุ ชน ศูนยส์ ่งเสริมวนศาสตร์ จากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เ

(อบรมวนเกษตร) ชมุ ชนท่ี ๖ (ระยอง) ๒๐๑๙ ส่งผลใหใ้ นการอบรมตอ้ งมกี ารจำกัด

ทำให้งบประมาณท่ไี ด้ลดลงตามจำนวนคนท

การจัดการทรพั ยากรนำ้ (๒๔ โครงการ)

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕

ภาคผนวก

ทมี่ าของปญั หาและ ข้อเสนอแนะ
อุปสรรค
หวัด ประกอบกบั -
มกี ารเปลยี่ นแปลง -

คำส่ังใหด้ ำเนนิ การ ไมไ่ ดร้ ับการจัดสรร -
งบประมาณในการ -
ละพนั ธุพ์ ชื ไม่อนมุ ตั ิ ดำเนินการ แตม่ กี ารนำ
ารเพาะกลา้ ไม้ เจ้าหนา้ ทีข่ องหน่วยงาน
ไปดำเนินการกิจกรรม
ดังกล่าว ซ่งึ ขณะนี้อยใู่ น
ระหวา่ งดำเนินการ คาด
ว่าจะแล้วเสรจ็ ในเดือน
กันยายน ๒๕๖๔

-

ละพนั ธุพ์ ืช ไม่ - -

เนนิ การเพาะกล้า

ไม่สามารถส่งออก - -
องมีการดำเนินการ
ารสรา้ งโรงเรือนที่
การ ส่งผลให้
นท่ภี ายนอก
กจิ กรรมมีความไม่

เชอื่ ไวรัสโคโรนา - -
ดจำนวนผ้เู ขา้ รว่ ม
ท่ีเขา้ รว่ ม

๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๓๘

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ลำดับ โครงการ/กิจกรรม หนว่ ยงานท่ีดำเนนิ การ ปัญหาและอุปสรรค

๒๔ โครงการสำรวจออกแบบระบบระบาย สำนกั งานโยธาธกิ าร ไมผ่ ่านประชาพิจารณ์

น้ำทับมา-ท่าบรรทุกเพิ่มประสิทธิภาพ และผังเมอื งจงั หวดั

ระบายนำ้ คลองทบั มา ระยอง

๒๕ โครงการบริหารจดั การทรพั ยากรน้ำ กรมป้องกนั และบรรเทา การพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเลก็ ความจตุ ำ่ กว่า

เพอื่ การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณ สาธารณภัย เมตรลงมา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เปน็ อำ

ภัย หน่วยงานระดบั ท้องถ่ินหรือองค์กรปกครอง

(อปท.) ทำใหก้ รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธาร

พร้อมในบคุ ลากรและเคร่อื งจกั รกลในการพ

ขนาดเล็กไมไ่ ดร้ บั งบประมาณ ๒๕๖๓

การจดั การทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง (๑ โครงการ)

๒๖ โครงการแกไ้ ขการกัดเซาะชายฝ่งั โดย กรมทรัพยากรทางทะเล ประชาชนในพื้นทไ่ี ม่เห็นดว้ ยกบั การถา่ ยเทท
ปญั หาดา้ นกรรมสทิ ธิ์ทดี่ นิ หลงั แนวชายฝั่ง
วิธีการถา่ ยเททราย/เสริมทราย และชายฝั่ง
ยกเลกิ โครงการเน่ืองจากไม่ผา่ นประชาพิจา
ชายหาด (ภาคตะวันออก) งบประมาณ)

๒๗ โครงการแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่งโดย กรมทรพั ยากรทางทะเล

วธิ ีการถ่ายเททราย/เสริมทราย และชายฝง่ั

ชายหาด (ภาคตะวนั ออก)

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕

ภาคผนวก

ท่มี าของปญั หาและ ขอ้ เสนอแนะ
อปุ สรรค
-
-

า ๒ ลา้ นลูกบาศก์ - เนอื่ งจากกรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ทม่ี คี วามพร้อมใน
ำนาจหนา้ ท่ขี อง บุคลากรท่มี ีประสบการณ์ ความรุ้ ความสามารถ และเครื่องจักรกล
งส่วนทอ้ งถิ่น ในการฟื้นฟู บูรณะ และสามารถพฒั นาหรือปรบั ปรงุ แหล่งนำ้ ให้มี
รณภัยทีม่ คี วาม ความมั่นคงแขง็ แรง เพ่ือเพม่ิ ปรมิ าณเก็บกักและแก้ไขปญั หาภยั แล้ง
พัฒนาแหล่งนำ้ และอุทกภยั ในพืน้ ทใี่ ห้สามารถใช้งานได้อย่างถาวร และมี
ประสทิ ธภิ าพ สูงสดุ ตลอดจนประชาชนในพื้นทไ่ี ด้รับประโยชนจ์ าก
ทราย และติด - การมีนำ้ ใช้เพอื่ การเกษตรกรรม

-

ารณ์ (ขอคืน - -

๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๓๙

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก

ภาคผนวก ช

การเปรยี บเทยี บ “แนวทางการบริหารจัดการทรพั ยากรนำ้ รองรบั การพัฒนาเขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวนั ออก” เสนอโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และแผนสง่ิ แวดล้อมในพ้นื ทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาค

ตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐
การจัดการทรพั ยากรนำ้ ภายในพนื้ ทเ่ี ขตพัฒนาเพิเศษภาคตะวันออก

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าท่ีโดยตรงในการดำเนินการด้านการ
จัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งไดด้ ำเนินการศึกษาและกำหนดแนวทางทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรองรับการ
พัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยความต้องการใช้น้ำในพ้ืนท่ีพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในปี พ.ศ.
๒๕๖๐ มีความต้องการใช้น้ำประมาณ ๒,๔๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แนวโน้มของความต้องการใช้น้ำ ในปี
พ.ศ. ๒๕๗๐ เพ่ิมข้ึนเป็น ๒,๘๘๘ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และในปี พ.ศ. ๒๕๘๐ เพ่ิมเป็น ๓,๐๘๙ ล้าน
ลูกบาศก์เมตรต่อปี ความต้องการใช้น้ำในทุกกิจกรรมเพ่ิมขึ้นในขณะท่ีปริมาณน้ำต้นทุนมีประมาณ
๑,๐๖๔.๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (๒๕๖๒) ได้เสนอแนวทางการแก้ไข
ปญั หาการขาดแคลนนำ้ ไว้ ๓ แนวทางหลกั คือ

๑) การจัดการด้านอุปทาน (Supply Side Management) ประกอบด้วย การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่
ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิม ปรับปรุงระบบเครือข่ายน้ำ ระบบสูบกลับ พัฒนาพ้ืนท่ีน้ำท่วมซ้ำซากเป็น
แก้มลิง ขุดลอกคลองส่งน้ำ พัฒนากลุ่มบ่อน้ำบาดาลสำหรับอุตสาหกรรม สระสำรองน้ำเอกชน
และการนำน้ำทะเลมาทำนำ้ จดื (Desalination)

๒) การจัดการด้านอุปสงค์ (Demand Side Management) ประกอบด้วย การใช้มาตรการ 3Rs ใน
ทุกภาคส่วน ประกอบกับการลดการสูญเสียจากท่อส่ง ท่อจ่ายประปา/ water cluster/ แยกท่อ
ระบายน้ำฝนและท่อระบายน้ำเสีย (เมืองใหม่) มาตรการบังคับ Reuse / Recycle สำหรับผู้ใช้น้ำ
รายใหญ่และอุตสาหกรรม มาตรการบังคับให้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีบ่อสำรองน้ำ มาตรการ
ปลูกพืชตอบแทนสูง ทบทวนพ้ืนท่ีเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เทคโนใลยีสมัยใหม่
เพม่ิ ประสทิ ธิภาพการใชน้ ้ำ สระนำ้ ในไรน่ า

๓) มาตรการด้านอ่ืน ๆ เชน่ การศึกษาสำรวจ จัดทำแผนท่ีน้ำบาดาล การจัดทำแผนแม่บทการเดิมน้ำ
ลงสู่ชนั้ น้ำใต้ดิน

สำหรับแนวทางในการจัดการทรัพยากรน้ำตามแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
(ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ ในด้านการจัดการอุปทานน้ัน แผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีพัฒนาพิเศษภาค
ตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ จะช่วยเสริมการจัดการอุปทาน โดยการ มุ่งเน้นไปท่ี การใช้
แนวทางธรรมชาติ (natural-based solution) ในการจัดการพื้นที่แหล่งต้นทุนน้ำ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้
มีศักยภาพสามารถเก็บรับซับน้ำและปลดปล่อยน้ำเพ่ิมน้ำต้นทุน ตามธรรมชาติให้มีปริมาณเพ่ิมข้ึน
โดยพิจารณาให้มีแผนงานโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีสีเขียวท้ังในเมือง ชมุ ชน และพื้นที่ธรรมชาติให้มีท้ังเชงิ ปริมาณ
และเชิงความหนาแน่นเช่ือมโยงเป็นผืนพื้นท่ีสีเขียวมากข้ึน เพื่อชว่ ยรักษาความชุ่มชื้น เพิ่มความชนื้ สัมพัทธ์ใน
ระบบนิเวศ ซ่ึงปัจจัยความชืน้ ในบรรยากาศเป็นปัจจัยหนึ่งในการสนับสนุนให้เกิดกระบวนการตกของฝน และ
การส่งเสริมสนบั สนุนท้งั การฟ้ืนฟูนิเวศธรรมชาติ และการปลกู เพ่มิ ความหลากหลายในพนื้ ท่กี ารเกษตร จะชว่ ย
ให้เกิดการเก็บรับซับน้ำเข้าสู่ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นการเพิ่มน้ำต้นทุนลงในผืนดินมากข้ึน ซ่ึงจากการ

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ช - ๑

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

ศึกษาวิจัย พบว่าในพื้นท่ีวนเกษตรที่มีระบบนิเวศใกล้เคียงระบบนิเวศป่าธรรมชาติ มีสัดส่วนการดูดซับน้ำฝน
ลงไปในสว่ นลกึ ของชัน้ ดนิ แล้วแปรสภาพเปน็ นำ้ ใต้ดนิ ได้ถึงร้อยละ ๒๕ ของปริมาณน้ำฝน (SCG., ม.ม.ป.)

การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาพ้ืนท่ีให้มีพื้นท่ีสีเขียว ฟ้ืนฟูความหลากหลายในระบบธรรมชาติและ
สนับสนุนระบบวนเกษตรมีความหลากหลายในระดับช้ันเรือนยอด ให้มีระบบนิเวศใกล้เคียงกับระบบนิเวศป่า
ธรรมชาติ จะสามารถเก็บน้ำฝน (ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ๑,๑๐๐ มม./ปี) ลงสู่ใต้ดินในพ้ืนท่ี EEC ซ่ึงเป็นการเพ่ิม
น้ำต้นทุนตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน เป็นการลดปริมาณความต้องการน้ำในภาคเกษตรกรรมไปพร้อมกัน
(ภาพท่ี ช - ๑)

ภาพท่ี ช - ๑ แสดงแนวคดิ การเสรมิ แนวทางการจัดการด้านอปุ ทานดว้ ยวนเกษตรและยทุ ธศาสตร์
ทเี่ ก่ยี วข้องของแผนส่งิ แวดลอ้ มในพืน้ ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒)
พ.ศ.๒๕๖๕ - ๒๕๗๐

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ช - ๒

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก

ภาพที่ ช - ๒ แสดงแนวคดิ การเสริมแนวทางการจัดการดา้ นอุปทานด้วยการฟ้ืนฟแู ละพฒั นาพน้ื ที่สีเขยี ว
ประเภทอนื่ ๆ และยทุ ธศาสตรท์ ่ีเก่ยี วข้องของแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ที่เขตพฒั นาพิเศษ
ภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๖๕ - ๒๕๗๐

เอกสารอา้ งอิง
สำนักงานทรพั ยากรน้ำแหง่ ชาติ (๒๕๖๒) “แนวทางการบริหารจัดการทรพั ยากรน้ำรองรบั การพัฒนาเขต

พัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก” เอกสารนำเสนอ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒)
oDarknesSo. (2012). ระบบสารสนเทศเพ่อื การจัด(Management Information System : MIS).

Retrieved from http://odarknesso.blogspot.com/2012/05/management-information-
system-mis.html
Pisut, D. (2020). Access the Latest Air Quality and Human Impact Information with Air Quality
Aware. Retrieved from https://www.esri.com/arcgis-blog/products/arcgis-living-
atlas/health/air-quality-aware/
Takahara, Y., & Liu, Y. (2010). Foundations and Applications of MIS: A Model Theory
Approach: Springer-Verlag New York Inc.
Watershare. (2020). Singapore’s Smart Water Grid. Retrieved from
https://www.watershare.eu/projects/singapores-smart-water-grid/
วิชญะ นาครกั ษ์. (๒๕๕๑). บทท่ี ๑๒ ระบบสารสนเทศเพอ่ื การจดั การ. Retrieved from
http://www.nakarugsa.com/CIDMIS/document/12.pdf

โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพืน้ ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ช-๓

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก

ภาคผนวก ซ
การลงสำรวจพน้ื ทีแ่ ละการรวบรวมขอ้ มูลในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

(จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวดั ระยอง)

ระหว่างวันท่ี ๑ - ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เจ้าหน้าท่ีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และคณะท่ีปรึกษาโครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๙ สำรวจพ้ืนท่ี ร่วมประชุม รวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลในเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวนั ออก มีรายละเอียดของกจิ กรรม ดังนี้

วันพฤหสั บดี ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
ในเวลา ๑๓.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. เข้าหารอื ร่วมกับคุณณฏั ฐ์ธน สาตรจนี พงษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรม
จังหวัดชลบุรี ในภาพรวมของสถานการณ์และประเด็นความเชื่อมโยงด้านทรัพยากรกับอุตสาหกรรม
โดยช้ีให้เห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมที่มีความเช่ือมโยงกับการศึกษา ในการผลิตแรงงาน
ซึ่งมีข้อเสนอแนะให้สถาบันการศึกษาควรมีการปรับหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์และความ
ตอ้ งการของตลาดในปัจจุบัน รวมถึงขยายขอบเขตของการพัฒนาฝีมือแรงงานออกไปให้ครอบคลุมการพัฒนา
อุตสาหกรรมในพื้นท่ี
สำหรับประเด็นทางสิ่งแวดล้อมได้ช้ีให้เห็นถึงสถานการณ์น้ำ ในปัจจุบันของพ้ืนท่ี โดยมีแนวทางในการ
ใชน้ ำ้ ในพืน้ ท่ีให้ควรมีการบริหารจัดการทเ่ี หมาะสม เชน่ การมองหาแนวทางการกักเกบ็ น้ำ การรีไซเคิลนำ้ เป็น
ต้น นอกจากนี้ในประเด็นของขยะ ซ่ึงพบปัญหาในแง่ของปริมาณขยะจากครัวเรือน ที่มีปริมาณมากขึ้น
จากการขยายตัวของเมืองหากยงั ไม่มกี ารจดั การอาจสง่ ผลตอ่ การจดั การในอนาคตได้

ในเวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. เข้าศึกษาและหารือการฝึกอบรมของสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขา
เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัตแิ ละหุ่นยนต์ จังหวัดชลบุรี (MARA) ซ่ึงเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมพัฒนาฝีมือ
แรงงานเพ่อื เข้าศกึ ษาดงู านการฝึกอบรมตามแนวทาง EEC Model type B โดยได้รับเกียรติจาก นายจิตรพงศ์

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๑

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก

พุ่มสอาด ผูอ้ ำนวยการสถาบันฯ และนายสมเกียรติ อู่เงิน รองผอู้ ำนวยการฯ เปน็ วิทยากรในการบรรยาและพา
ศึกษาดูงาน โดยในช่วงแรกได้แนะนำถึงพันธกิจของหน่วยงาน ท่ีมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะฝีมือที่
เป็นเลิศเพ่ือเพิ่มผลิตภาพแรงงานเพ่ือรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และได้ชมห้องปฏิบัติการ
ตามหลักสูตรท่ีทางสถาบันมีการเปิดอบรม เช่น หลักสูตรช่างหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยี
อุตสาหกรรมการผลิต ห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการเช่ือมโยงเครือข่ายการผลิต
อุตสาหกรรม หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารสแกนช้ินงานตน้ แบบด้วยหุน่ เป็นต้น

วนั ศกุ ร์ ที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
เวลาประมาณ ๙.๐๐ น. เข้าหารือร่วมกับดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานพัฒนาบุคลากรและ

การศึกษาในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) และคณะทำงาน EEC HDC ท้ังน้ีมีเครือข่าย
ปลัดท้องถิ่น ประกอบด้วย จ่าสิบเอกวฒั นชัย บญุ มานะ ประธานเครือข่ายปลัดท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.
เพ่ง บัวหอม ประธานเครือข่ายปลัดท้องถ่ินจังหวัดชลบุรี และ ดร.กิตติเกษม ชำนิไกร ประธานเครือข่ายปลัด
ท้องถิ่นจังหวัดระยอง ณ อาคารสำนักงาน EEC HDC มหาวิทยาลัยบูรพา ซ่ึงได้มีการแลกเปล่ียนประเด็น
ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยประเด็นหลัก ๆ ได้แก่ สถานการณ์
การเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรม ๑.๐ - ๒.๕ ซ่ึงเป็นอุตสาหกรรมสร้างมลภาวะไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่ใช้
เทคโนโลยีสะอาดลดมลภาวะรวมถึงลดการใช้ทรัพยากร แนวทางการจัดการขยะและน้ำเสีย สถานการณ์ทาง
ทะเลและชายฝั่ง และการรุกคืบของน้ำเค็ม นอกจากน้ียังได้มีข้อเสนอแนะต่อโครงการฯ ในการจัดทำแผน
สิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทำแผนควรเชื่อมโยงกันภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ มีความสัมพันธ์กับฉันทามติใน
ระดับโลก ซ่ึงควรมีความผูกโยงกับสังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี การจัดการความร่วมมือตั้งแต่ระดับ
ท้องถิ่นถึงระดับประเทศ รวมถึงการสร้างจิตสำนึก จริยธรรมทางสิ่งแวดล้อม และการสร้างองค์กรหรือ
หน่วยงานที่มพี นั ธกจิ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั สงิ่ แวดลอ้ มโดยตรงในพน้ื ทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก เปน็ ต้น

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพื้นที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๒

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๕ -
๒๕๖๙ ได้รับเกียรติจาก ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เป็นผู้นำการอภิปรายระดม
ความคิดเห็นในเรื่องแนวคิดและสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ร่วมกับเครือข่ายภาค
ประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง รวมถึงจังหวัดตราด ในเวลา ๑๓.๐๐ น. ณ โรงแรมเดอะ
เซส จังหวัดชลบุรี โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ แนวโน้มสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ี
เสื่อมโทรมลง แนวทางในการแก้ไข คือ เน้นการพัฒนาคุณภาพของประชาชน ตามแนวทางพระราชดำริให้มี
ความรู้และจิตสำนึกต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มองถึงเรื่องของการใช้ภูมิปัญญาของคนใน
พ้ืนที่ การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้แบบเคลื่อนที่เพ่ือปลูกจิตสำนึก คุณธรรม จริยธรรมเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ต้ังแต่พื้นที่ต้นน้ำจนถึงพ้ืนที่ชายฝ่ังทะเล ซึ่งถือเป็นแนวคิด วิธีการและความร่วมมือในการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้ังในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงกลไกในการจัดการ
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีสมดุลกบั การเติบโตทางเศรษฐกิจอยา่ งยัง่ ยืนตอ่ ไป

วันเสาร์ ท่ี ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
เวลา ๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. จัดประชมุ หารอื ในเร่ืองของความคาดหวงั ของชมุ ชนให้เกดิ การพัฒนาในพ้ืนที่

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมทั้งเชิงพื้นท่ีและเชิงประเด็น สู่
การจัดทำแผนการดำเนินงานหรือการกำหนดยุทธศาสตร์เพ่ือให้เกิดสิ่งท่ีคาดหวัง โดยอาจารย์คณิต ธนูธรรม
เจริญ ที่ปรึกษาโครงการฯ เป็นผู้นำการอภิปรายระดมความคิดเห็น เจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายภาคประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
รวมถึงจงั หวดั ตราด เข้าร่วมแลกเปล่ยี น โดยทีป่ ระชุมมีความคาดหวังในเรื่องของความต้องการใหช้ ุมชนประมง
ชายฝั่งสามารถประกอบอาชีพได้แบบเดิม ให้แม่น้ำบางปะกงมีคุณภาพน้ำดีข้ึน ให้มีการกำหนดพ้ืนท่ีพัฒนา

โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๓

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

อย่างเหมาะสมตามลักษณะภูมินิเวศ การทำให้ชุมชนเข้มแข็งบนรากฐานชีวิตเดิม การมีกลไกการขับเคล่ือน
แผนที่นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง อันประกอบด้วย การมีสถาบันท่ีสามารถสร้างความร่วมมือในพ้ืนท่ี มี
การรวบรวมองคค์ วามรู้เฉพาะเรื่อง การถ่ายทอด ส่อื สาร สร้างเวที ส่งเสริมการมีวสิ าหกจิ ทหี่ ลากหลายบนฐาน
ทรัพยากรชุมชน สร้างความรู้สึกการเป็นเจ้าของทรัพยากร วิถีชีวิตวัฒนธรรมร่วมกันท้ังภายในและภายนอก
ชมุ ชน

ในเวลา ๑๓.๐๐ น. สำรวจพื้นท่ีรับทราบและติดตามสถานการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พ้ืนท่ีบางละมุง ร่วมรับฟังและแลกเปล่ียนสถานการณ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล กับ ดร.สมนึก จงวศิน คุณอมร
ศักด์ิ ปัญญาเจริญศรี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านอําเภอ บางละมุง คุณรังสรรค์ สมบูรณ์ อุปนายกประมง
พ้ืนบ้าน และคุณวราห์ ถนอมรอด ณ ท่ีทําการชุมชนบ้านบางละมุง โดยมีประเด็นแลกเปลี่ยนดังนี้ ผลกระทบ
การสร้างท่าเรือและการมีอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ีที่มีต่อการเปล่ียนแปลงของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ได้แก่ การกัดเซาะชายหาด การรุกรานพื้นท่ีทํากินของชาวประมงและพื้นท่ีอยู่อาศัยของสัตว์ ทําให้มีปริมาณ
สัตว์น้ำสูญพันธ์ุและลดน้อยลง เช่น หอยกระปุก หอยตลับ เคย เป็นต้น และยังส่งผลกระทบต่อชุมชน ได้แก่
การประกอบอาชีพของชาวประมง การรร่ัวไหลสิง่ ปนเปอ้ื นทางทะเลที่มีผลต่อสขุ ภาพของคน เปน็ ต้น จึงได้เกดิ
ความร่วมมือของภาคส่วนชุมชน เทศบาลนครแหลมฉบัง และภาคเอกชนจํานวน ๖ บริษัทในการจัดต้ัง
ธรรมนูญชุมชน เพื่อดูแลรักษาและป้องกันทรัพยากรธรรมชาติท่ีอาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนา ท้ังนี้ยัง
เสนอว่าแผนส่ิงแวดล้อมควรเป็นแผนป้องกันมากกว่าแผนเยียวยาและควรมองในระยะยาว จากน้ันไดเ้ ยี่ยมชม
พนื้ ทีบ่ รเิ วณชายหาดทถ่ี กู กดั เซาะ ในพนื้ ทต่ี าํ บลบางละมงุ อา่ วอดุ ม ท่าเรอื แหลมฉบัง ป่าชายเลนชมุ ชนแหลม
ฉบงั ซ่ึงเปน็ ๑ ใน ๓ ป่าชายเลนของจงั หวัดชลบรุ ี

โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดล้อมในพนื้ ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๔

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

วันอาทิตยท์ ี่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
สำรวจจุดติดต้ังเครื่องมือ IoT สำหรับวัดระดับน้ำในลำคลอง และสำรวจลักษณะทางกายภาพของ
สะพาน เช่น ความยาว ความหนา ความลึกของสะพาน ทำการสำรวจข้อมูลเพ่ือเตรียมติดต้ังเครื่องมือ IoT
สำหรับวัดระดับน้ำในคลองแบบ Real time เพื่อใช้นำมาคำนวณหาปริมาตรน้ำในคลอง ทั้งน้ีทำการสำรวจใน
พ้ืนท่ีอำเภอคลองใหญ่ จังหวดั ชลบรุ ี พื้นท่ีอำเภอแกลง จังหวัดระยอง

โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพื้นท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๕

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก

เก็บรวบรวมข้อมูลแบบสอบถาม เนื่องดว้ ยโครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวันออก (ระยะที่ ๒ ) พ.ศ. ๒ ๕ ๖ ๕ - ๒ ๕ ๖ ๙ จะมีการวิเคราะห์ศักยภาพ ในการรองรับของ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยข้อมูลด้านอาหารและสุขภาพเป็น
ปัจจัยที่ใช้ในการประเมินดังกล่าว ดังนั้นทางคณะทำงานโครงการฯ จึงได้ลงพื้นท่ีกลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม
อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และชุมชนคลอลาวน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อช่วยประสานขอควม
ร่วมมือในการเก็บรวมรวมข้อมูลแบบสอบถามภาวะความเส่ียงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และ
การเดนิ ทางของอาหาร (Food Mile)

วันจันทร์ท่ี ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มวิสาหกิจท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์คลอง
ลาวน

ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. คณะท่ีปรึกษาโครงการฯ พร้อมด้วย นางชรินี สุวรรณทัต
ผู้อํานวยการกลุ่มงานส่ิงแวดล้อมชุมชน และ นางปัทมา ดํารงผล ผู้อํานวยการกลุ่มงานพื้นที่สีเขียว
นนั ทนาการ สํานักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมได้ศึกษาแลกเปลี่ยน และเข้าเยย่ี ม
ชมพนื้ ที่กลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน “คลองลาวน” จังหวดั ระยอง ซึ่งเป็นชมุ ชนริมคลองด้งั เดิม และมีการใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรในคลองเพื่อการดํารงชีวิต โดยเฉพะเป็นแหล่งเพาะเชื้อหอยนางรมท่ีดีแห่งหน่ึง
ประเทศไทย ชุมชนได้รับผลกระทบของการเปล่ียนแปลงการใช้ที่ดินจากการพัฒนา ทําให้ไม่สามารถประกอบ
อาชีพเหมือนอดีตได้ จึงได้ร่วมทําธรรมนูญสุขภาพเพ่ือการท่องเท่ียวชุมชน ประกอบด้วย การรักษาป่า การ
รักษาน้ำ การจัดการขยะ การเพาะเชื้อหอยนางรม และการสร้างเศรษฐกิจชุมชน ซ่ึงมีเป้าหมายเพ่ือรักษา
ทรัพยากรและวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ จากน้ันได้ล่องเรือเพื่อชมทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนที่ และได้เย่ียมชมวิถี
ชวี ิตและภูมิปัญญาชาวบา้ นของหม่บู ้านคาเซ ซึ่งในแง่ของแนวทางการจดั ทําแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นท่ีซึง่ ได้มีการ
ระดมความคิดเห็นถึงแนวทางในการทําแผนสิ่งแวดล้อมให้เป็นแผนสิ่งแวดล้อมท่ีมีชีวิต ทุกภาคส่วนสามารถ
นาํ ไปปฏบิ ตั ิไดจ้ ริง และมีการเช่ือมโยงแผนจากหนว่ ยงานของภาครฐั มาสู่กจิ กรรมของภาคประชาชน

โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดล้อมในพนื้ ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๖

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก

ในเวลา ๑๔.๐๐ น. เข้าศึกษาดูงานระบบการจัดการน้ำเสีย ณ บริษัทไดก้ินคอมเพรสเซอร์อินดัสทรีส์
จำกัด และหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการน้ำเสียร่วมกับผู้จัดการสิ่งแวดล้อม และผู้ควบคุมส่ิงแวดล้อม
โดยโรงงานมีการบำบัดน้ำเสียจากห้องน้ำและโรงอาหารในโรงงาน ด้วยระบบ UF และจากกระบวนการผลิต
ของโรงงานด้วยระบบ RO ทำให้สามารถนำน้ำที่ผ่านระบบการบำบัดกลับไปใช้หมุนเวียนในโรงงานส่งผลให้
สามารถลดปริมาณการซ้ือน้ำประปาเพ่ือนำมาใช้ในโรงงานได้เกือบร้อยละ ๗๐ ท้ังน้ีการจัดต้ังระบบการบำบัด
น้ำเสียจำเป็นต้องมีเงินทุนในการลงทุนระบบบำบัด ผู้บริหารท่ีมีวิสัยทัศน์ท่ีจะสร้างอุตสาหกรรมท่ีเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม ความรู้ความเชี่ยวชาญของหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัย การสนับสนุนหรือการสร้างแรงจูงใจของ
ภาครัฐ และบุคลากรภายในโรงงาน เป็นต้น การลดการใช้น้ำและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ของ
ภาคอุตสาหกรรมเป็นแนวทางหน่ึงในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำท่ีควรได้รับการส่งเสริมหลังจากนั้นทาง
คณะทำงานโครงการฯ ได้ศกึ ษาและชมกระบวนการบำบดั น้ำเสยี ภายในโรงงานฯ

โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพน้ื ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๗

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก

ในเวลา ๑๔.๐๐ น. ประชุมหารือร่วมกับกับคุณบุบผาทิพย์ แช่มนิล ผู้ก่อตั้งและผู้ประสานงานของ
กลุ่มรักษ์เขาชะเมา ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็น “กลุ่มเยาวชนรางวัลลูกโลกสีเขียว” ปี
พ.ศ. ๒๕๔๗ เยาวชนกลมุ่ นี้เริ่มรวมตัวกันตั้งแตป่ ี พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยมีแนวคิด “หว่ งใยโลกกวา้ ง สรรค์สร้างบ้าน
เกิด” ได้พูดคุยถึงแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มซ่ึงถือเป็นการจัดการความรู้ การพัฒนาแกนการมีส่วนร่วม
ศักยภาพกลุ่มชมุ ชน - เยาวชน เปน็ เครอื่ งมือการพฒั นาความเขม้ แข็งในการพฒั นาและจัดการสงิ่ แวดลอ้ ม

ในเวลา ๑๖.๐๐ น. เข้าร่วมหารือร่วมกับนายวัชนะ บุญชัย หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ณ สวน
พฤกษศาสตร์ระยอง ในเร่ืองของการดําเนินงานของหน่วยงานปัญหาและอุปสรรคต่างๆ สถานการณ์ข้อมูล
ความหลากหลายทางชีวภาพ และการติดต่อประสานงานขอความร่วมมือทางด้านข้อมูลความหลากหลายทาง
ชีวภาพ

วนั อังคารที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ศึกษาพ้ืนท่ีป่าชุมชนและร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ ณ ชุมชนบ้านแลง จังหวัด
ระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลการจัดการพื้นท่ีป่าชุมชน ได้แก่ คุณอารมณ์ สุนทรประเสริฐ (ลุงมล) ดร.พงษ์
ศักดิ์ วิทวัสพิกุล คุณอูฐ เชาวน์ทวี จากกรมป่าไม้ และคณะทำงานป่าชุมชน โดยพื้นที่ป่าชุมชนบ้านแลงมี
เป้าหมายในการฟื้นฟูป่าเพื่อเป็นป่าต้นน้ำ ซ่ึงป่าฝืนน้ีมีความเสื่อมโทรมในอดีตจนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
และปริมาณน้ำในพ้ืนท่ีลดน้อยลง ทำให้เกิดการก่อตั้งชมรมอนุรักษ์ป่าข้ึนโดยคนในชุมชนและได้รับรางวัล
ลูกโลกสีเขยี ว นอกจากนี้ได้มกี ารแลกเปลยี่ นและใหข้ ้อมูลถึงหลักการสำคัญของการปลูกป่าและการให้นำ้ ใต้ดิน
และน้ำผิวดิน ประเด็นการอยู่ร่วมกันของพืน้ ท่ีอุตสาหกรรมและพื้นท่ีเกษตรกรรม การจัดทำแผนในภาพรวมที่
ควรมคี วามสอดคล้องกบั บรบิ ทของพ้ืนทีแ่ ละการมีสว่ นรว่ มของทุกภาคส่วน
จากน้ันในเวลา ๑๙.๐๐ น. ได้แลกเปล่ียนและรับฟังข้อคิดเห็นร่วมกับเครือข่ายเพื่อนตะวันออก ใน
ประเดน็ เร่ือง การมีส่วนร่วมของชมุ ชนกับสิ่งแวดล้อม ไม่วา่ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจหรือส่งเสริมให้คนในพ้ืนท่ี
ได้ตระหนักถงึ ความสำคญั ของสง่ิ แวดล้อม รวมถงึ กระบวนการจัดการเรยี นรู้หรอื สรา้ งองคค์ วามรูท้ เ่ี กยี่ วข้องกับ
ส่งิ แวดล้อม เนือ่ งจากคนในชมุ ชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรือ่ งของส่ิงแวดลอ้ ม นอกจากนี้การเปล่ียนแปลง
หรือการเข้ามาของเทคโนโลยีในพ้ืนที่มากขึ้น จึงทำให้คนในพื้นที่ไม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วได้ ท้ังน้ีทางผู้เข้าร่วมประชุมยังได้เสนอแนะตอ่ คณะจัดทำโครงการฯ เรื่องการจัดทำแผนที่ควรมีการลง
พืน้ ทเ่ี พอื่ ให้ไดร้ บั มมุ มองหรือข้อคดิ เห็น และควรเกดิ จากการรว่ มมอื ของทุกภาคสว่ น โดยเฉพาะภาคประชาชน

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพน้ื ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๘

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก

วนั พธุ ท่ี ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔
สำรวจทรพั ยากรชายฝั่งและร่วมแลกเปลย่ี นวิถชี ีวิตชุมชนบรเิ วณพื้นท่ีปากแม่นำ้ บางปะกง ตำบลเขาดิน
ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง พบว่าวิถีชวี ิตชมุ ชนพงึ่ พาทรัพยากรธรรมชาติเปน็ หลัก โดยอาจแยกลักษณะ
การใช้พ้ืนที่ออกเป็น ๒ ลักษณะหลัก คือ การหาอยู่หากินด้วยการทำการประมงในลำน้ำเป็นหลัก และการทำ
เกษตรกรรมที่สลับกันระหว่างการทำนาด้วยน้ำจืดและการเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ซ่ึงเป็นอัตลักษณ์ทางระบบนิเวศที่
เป็นลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ท่ีแตกต่างจากท่ีอื่น ที่รู้จักทั่วไปในนามระบบนิเวศสามน้ำ และมีช่ือเรียก
เฉพาะพื้นที่ รู้จักกันในนาม นาขาวัง ท่ีต้องพ่ึงพาน้ำจืดในฤดูฝน และพึ่งพาน้ำทะเลในฤดูแล้ง วิถีชีวิตทั้งสอง
พื้นที่ต่างต้องพ่ึงพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นสำคัญ ในขณะท่ีการเปล่ียนแปลงการใช้ที่ดินท่ีมีการเปล่ียนพื้นที่
ตามธรรมชาติไปสู่การเป็นส่ิงปลูกสร้างตามแนวทางการพัฒนาสมัยใหม่ ทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นท่ีพึ่งอาศัย
ของชุมชนทั้งการเกษตรกรรมและการประมงพ้ืนบ้านในตำบลเขาดินมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเน่ือง ฉะนั้น
แนวทางการบรกิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติบริเวณปากแม่น้ำจึงเป็นสงิ่ จำเป็น การบูรณาการวถิ ีชวี ติ ชุมชนสู่
การจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมจงึ เปน็ โจทย์ทตี่ อ้ งร่วมการพฒั นาใหม้ ปี ระสิทธภิ าพมากทสี่ ดุ ตอ่ ไป

โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นที่เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ-๙

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ซ - ๑๐

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ภาคผนวก ฌ

ผลการดำเนนิ งานการจัดประชุม
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพนื้ ที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙

๑. การประชมุ ผ่านระบบทางไกล (Teleconference) เพ่อื ชแี้ จงและนำเสนอแนวทางการดำเนินงาน
โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดล้อมในเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๙

วันพุธ ท่ี ๓ กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ เวลา ๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น.

สรปุ ผลการประชมุ

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (สผ.) โดยกองส่ิงแวดล้อมชุมชนและ
พ้ืนท่ีเฉพาะ (กชพ.) ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการประชุมผ่านระบบทางไกล
(Teleconference) เพ่ือช้ีแจงและนำเสนอแนวทางการดำเนินงาน โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในเขต
พฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ เม่ือวันท่ี ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ เวลา ๘.๓๐
– ๑๕.๐๐ น. โดยได้รับเกียรติจากนายประเสริฐ ศิรินภาพร รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม นายอิศรพันธ์ กาญจนเรขา
ผู้อำนวยการกองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นท่ีเฉพาะ เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย
ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน ภาค
เครือข่ายประชาสังคม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ที่เก่ียวข้อง รวมท้ังเจ้าหน้าท่ีจากสำนักงาน
นโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม จำนวน ๒๘๓ คน

ในการน้ี ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. วนั เพ็ญ เจริญตระกลู ปตี ิ หัวหน้าโครงการฯ ไดน้ ำเสนอแนวทางการ
ดำเนินงานของโครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพนื้ ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยได้กล่าวถึงท่ีมาของ
โครงการว่า พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกประกอบไปด้วย ๓ จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง
และจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยท้ัง ๓ จังหวัดเป็นพื้นท่ีท่ีมียุทธศาสตร์หรือลักษณะทางภูมิศาสตร์ท่ีมีความอุดม
สมบูรณ์ของทรัพยากรต่างๆ ทำให้พ้ืนท่ีเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการพัฒนาจึงเกิดโครงการพัฒนาขึ้น
ในพื้นท่ีดังกล่าวโดยเน้นไปที่การพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ซ่ึงโครงการต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นน้ันต้องใช้ทรัพยากรใน
พ้ืนที่และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อม โดยแผน
ส่ิงแวดล้อมฉบับแรก (ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔) ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ จะส้ินสุดลง เพื่อให้เกิดความต่อเน่ืองของ
แผนส่ิงแวดล้อมจึงได้มีการจัดทำแผนระยะที่ ๒ ข้ึนมา เพื่อวางแผนป้องกัน รักษาสมดุลระบบนิเวศ รักษา
ส่ิงแวดล้อม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในพื้นที่ รวมถึงเสริมความมั่นใจให้กับนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพ้ืนที่
ท่มี ที รพั ยากรสมบรู ณ์

โดยโครงการฯ มีวัตถุประสงคเ์ พ่อื ให้พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีแผนสิ่งแวดล้อมระยะที่ ๒
ต่อเน่ืองจากแผนสิ่งแวดล้อมระยะที่ ๑ ท่ีทันต่อสถานการณ์และรองรับผลกระทบรวมทั้งป้องกันปัญหาจาก
โครงการพฒั นาท่ีจะเกิดข้ึนในพนื้ ที่ และมีระบบขอ้ มูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (MIS) ท่ีเกิดจากการมี
ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องกับพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ท้ังระดับส่วนกลางและระดับพื้น
ที่ มีระยะเวลาดำเนินงาน ๒๔๐ วนั โดยมีกระบวนการดำเนินงานของโครงการ ประกอบด้วย ๕ ส่วนหลัก คือ
(๑) การทบทวนยุทธศาสตร์ แผน กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (๒) การปรับปรุงและจัดทำสถานการณ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (๓) การวิเคราะห์ศักยภาพในการรองรับ (Carrying Capacity)

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๑

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

(๔) การจัดทำแผนส่ิงแวดล้อม (แผนส่ิงแวดล้อมระยะ ๕ ปี และแผนส่ิงแวดล้อมระดับจังหวัด ๑ ปี) และ
(๕) ออกแบบและจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (Management Information
System: MIS) รวมถึงได้เสนอระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ๕ โมดูล คือ โมดูลปริมาณน้ำ โมดูล
คุณภาพน้ำ โมดูลคุณภาพอากาศ โมดูลพ้ืนท่ีสีเขียว และโมดูลติดตามแผนการดำเนินงานแผนส่ิงแวดล้อมใน
พื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ ภายในการดำเนินงานโครงการฯ
ของคณะท่ีปรึกษาประกอบดว้ ยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สถาบันเทคโนโลยีพระ
จอมเกล้าเจา้ คณุ ทหารลาดกระบงั และมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา เปน็ ตน้

จากน้ันผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คณิน หุตานุวัตร เป็นผู้ดำเนินรายการในการนำเสนอข้อมูล
สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพ่ือฉายภาพของ
สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นฐานสำคัญนำไปสู่การวางแผนในอนาคต โดยคณะที่
ปรึกษาโครงการฯ ได้จัดทำเอกสารประกอบการประชุม ซึ่งประกอบด้วยกรอบแนวคิดและขั้นตอนการ
ดำเนินงานโครงการ รวมท้ังข้อมูล การทบทวนนโนยาย แผน ยุทธศาสตร์เบ้ืองต้น และข้อมูลสถานการณ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ท้ัง ๓ จังหวัด และจัดส่งให้
ผู้เข้าร่วมประชุมพิจารณาเบ้ืองต้นก่อนการประชุม ท้ังน้ีเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมพิจารณาในเบื้องต้นก่อนการ
ประชมุ และเสนอขอ้ เสนอแนะต่อแนวทางการดำเนนิ งานของโครงการฯ โดยมีประเด็นต่างๆ ดังน้ี

๑. ดา้ นทรัพยากรนำ้ และคุณภาพนำ้
๑.๑ ความต้องการใชน้ ้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ไดป้ ระเมินความตอ้ งการใชน้ ้ำของ
ประชากรในพ้ืนท่ี EEC พบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ประชากร ๓ ล้านคนในพ้ืนที่มีความต้องการใช้น้ำประมาณ
๒,๔๐๔.๙๑ ล้านลูกบาศก์เมตร และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. ๒๕๘๐ จำนวนประชากรในพื้นที่ EEC
จะมีประมาณ ๖ ล้านคน ทำให้จะมีความต้องการน้ำเพ่ิมขึ้นเป็น ๒,๙๗๗.๕๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังน้ัน
สทนช. จึงมีแผนพัฒนาแหล่งน้ำและจัดหาแหล่งน้ำผ่านมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การปรับปรุงเพ่ิมความจุแหล่ง
น้ำเดิม การหาอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมทั้งในและนอกพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การพัฒนาระบบ
เช่ือมโยงน้ำแหล่งน้ำ การวางแผนและให้ข้อแนะนำในการผันน้ำ การวางแผนการผันน้ำ เป็นต้น รวมถึง
การศึกษาการประเมินส่ิงแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ในลุ่มน้ำปราจีน - บางปะกง ซึ่งครอบคลุมการ
วางแผนทศิ ทางการพฒั นาในอนาคตทเ่ี ชอ่ื มโยงกับพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก เพ่อื สร้างความมัน่ ใจให้
นักลงทุนเช่ือม่ันในการลงทุนในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกว่าจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำใน
อนาคต นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอการใช้หลักการ rethink redesign และ regulation หรือการใช้มาตรการ
ด้านภาษีท่ีจะช่วยลดความต้องการใชน้ ้ำลงได้
๑.๒ การนำน้ำกลับมาใชใ้ หม่ จากความต้องการใชน้ ้ำท่ีเพิ่มสูงข้ึนในพ้นื ที่ EEC และเพ่ือลดปญั หาการ
ขาดแคลนน้ำจำเป็นต้องมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดความต้องการใช้น้ำ เช่น ระบบการนำน้ำทิ้ง
กลับมาใช้ใหม่ในภาคอุตสาหกรรมและภาคเมือง มีการใช้ไบโอเมมเบรนในภาคอุตสาหกรรมตะวันออก
ค่อนข้างมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งเชิงปริมาณและเชิงเศรษฐศาสตร์ในภาคอุตสาหกรรม แต่ในระดับชุมชน
อาจมีตน้ ทุนที่สูงเกินไป หรือ การนำน้ำทะเลผ่านระบบ RO มาใช้แทนแหล่งน้ำจืดในภาคเอกชน แต่ค่าใช้จ่าย
ยังสูงกวา่ การใชน้ ำ้ จดื จากอ่างเกบ็ น้ำจงึ ควรมีมาตรการจูงใจสนบั สนุนการใช้นำ้ ในภาคอตุ สาหกรรม
๑.๓ การผนั น้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงมาใช้ในอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมในพืน้ ท่ี EEC อาจเกดิ ความไม่
เป็นธรรมกับคนบางกลุ่ม เช่น การสูบน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตทำให้เกษตรกรในพ้ืนที่จังหวัด
ฉะเชิงเทราประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก และทำให้ต้องซื้อน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรกรรม
นอกจากนี้ยังประสบกับปัญหาการรุกของน้ำเค็ม เช่น พ้ืนท่ีบริเวณลุ่มน้ำบางปะกงท่ีมีน้ำจืดเพียง ๕ เดือน
ในขณะท่ีอกี ๗ เดือนจะเปน็ น้ำเคม็ เน่ืองจากการผันนำ้ เข้ามา

โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้นื ทีเ่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๒

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

๑.๔ การสำรวจและเก็บข้อมูลการใช้น้ำ เน่ืองจากการใช้น้ำของพ้ืนที่จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวนั ออกท่ีแตกต่างกัน จึงจำเปน็ ต้องใชก้ ระบวนสำรวจและเกบ็ ข้อมูลในพน้ื ทีเ่ ป็นหลัก

๑.๕ การกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน ยังไม่สามารถจัดการได้ โดยเฉพาะในเมืองพัทยาท่ีไม่มีแหล่งกักเก็บ
น้ำและเกดิ ปญั หาน้ำท่วมขงั เป็นเวลานาน

๑.๖ การสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่โดยรอบป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด เพื่อตอบสนองต่อการใช้น้ำของคนใน
พ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แต่ยังขาดการคำนึงถึงผลกระทบที่ต่อทรัพยากร ดังน้ันในแผนระยะท่ี ๒
ควรมกี ารทบทวนถึงผลกระทบของการสรา้ งอา่ งเกบ็ น้ำทม่ี ตี ่อทรัพยากรอน่ื ๆ เช่น พนื้ ท่ีป่าทล่ี ดนอ้ ยลง

๑.๗ สถานการณ์คุณภาพน้ำผิวดินในพน้ื ท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก พบวา่ มีปัญหาด้านคุณภาพ
น้ำในแม่น้ำทุกสาย โดยมีคุณภาพน้ำท่ีพอใช้ถึงเส่ือมโทรม หรือในบางช่วงมีคุณภาพเสื่อมโทรมมาก โดยเฉพาะ
แม่น้ำบางปะกง แมน่ ำ้ ประแสร์ท่มี ปี ัญหาดา้ นความเค็ม ทั้งน้เี น่ืองจากขาดการควบคุมการตงั้ โรงงานหรอื ชุมชน
ริมแม่น้ำ มีการลักลอบท้ิงสารเคมีบริเวณต้นน้ำ มีการใช้พ้นื ที่เป็นแหล่งสันทนาการบริเวณรอบอ่างเกบ็ น้ำ การ
ขาดระบบบำบัดนำ้ เสยี ของชมุ ชน รวมถงึ ระบบการจัดการนำ้ เสียในพน้ื ที่ EEC อย่ใู นระดบั ต่ำส่งผลให้คลอง ลำ
รางสาธารณะกลายเป็นแหลง่ รองรับน้ำเสียและเชอื่ มโยงไปถึงคณุ ภาพน้ำทะเล ดังนนั้ ควรมีการจดั การนำ้ เสียที่
ต้นทาง เช่น มีระบบบำบัดน้ำเสียที่โรงงานอุตสาหกรรมและชุมชน และนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วใช้
หมนุ เวยี นในโรงงานตอ่ ไป

๒. ด้านคณุ ภาพอากาศและการจัดการขยะ

๒.๑ คุณภาพอากาศ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกท่ีอยู่ติดทะเลจึงมีลมทะเลช่วยในการ
ระบายมลพิษทางอากาศได้ดี อย่างไรก็ตามในพื้นที่ยังประสบกับปัญหาฝุ่นละออง ได้แก่ PM2.5 PM10 และ
ปัญหาท่ีพบมากคือสารอนิ ทรีย์ระเหยงา่ ย เนื่องจากยังขาดการจดั การและเทคโนโลยี หรือแหล่งอุตสาหกรรมมี
อายเุ กินอายขุ องเคร่ืองมอื แลว้

๒.๒ การจัดการของเสียควรคู่ขนานกับโครงการพัฒนาต่างๆ เนื่องจากพ้ืนที่ภาคตะวันออกมีมูลค่าสูง
ในการหาพื้นท่ีมาใช้ในการจัดการของเสียจึงค่อนข้างยาก จึงควรใช้พื้นท่ีในนิคมอุตสาหกรรมเป็นสถานที่
จัดการบำบัดของเสีย ดังนั้นทิศทางพัฒนาของพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกต้องมีวิธีการพิเศษในการ
จัดการมลพิษส่ิงแวดล้อม โดยให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามาช่วยจัดการตามหลัก PPP (Polluter Pays
Principle)

๓. ดา้ นปา่ ไม้ การใช้ท่ีดิน และทรัพยากรชายฝง่ั

๓.๑ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พบว่า จังหวัดฉะเชิงเทรา
มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ที่สุด รองลงมาคือจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการ
และกิจกรรมในการฟื้นฟูและการส่งเสริม รวมถึงการป้องกันการบุกรุกพื้นท่ี การป้องกันการเกิดไฟป่าซึ่งมี
ผลกระทบต่อ PM2.5 สูงมาก แต่การดแู ลของหน่วยงานครอบคลุมในเขตที่รับผิดชอบเท่านั้น เช่น ปา่ สงวน โดย
ในบางพื้นท่ีหน่วยงานภาครัฐอาจทำได้เพียงการสนับสนุนทางกำลัง เช่น พ้ืนที่นิคมสร้างตนเอง นิคมพัฒนา
หรอื พนื้ ทปี่ ่าท่ชี มุ ชน เปน็ ต้น

๓.๒ การลดการเบยี ดเบียนทรัพยากรท่ีมีอยู่อยา่ งจำกัด เช่น ปริมาณน้ำ ด้วยการผลักดนั เพมิ่ พน้ื ทก่ี าร
ทำเกษตรกรรมยั่งยืน เช่น ป่าชุมชน ปา่ ครอบครวั เกษตรอินทรีย์ ในแผนส่ิงแวดล้อมของพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษ
ภาคตะวันออก จะทำให้มีพ้ืนที่ป่าชุมชนกระจายอยู่ทั่วไปซึ่งจะสร้างความชุ่มชื้นและสร้างความม่ันคงทาง
อาหารของคนในชุมชนได้ จึงเสนอให้ช่วยกันหาพ้ืนท่ีป่าชุมชนท่ียังมีอยู่และยังไม่ขึ้นทะเบียนให้มีพ้ืนท่ีเพิ่มข้ึน
ท้ังในส่วนของภาครัฐและภาคประชาสังคม ด้วยการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ในการสร้างแรงจูงใจ เช่น

โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพื้นที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๓

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ใช้หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายสำหรับผู้ก่อมลพิษ และอุดหนุนกับผู้ท่ีรักษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำหรือผู้ทำ
เกษตรกรรมยง่ั ยืน เป็นตน้

๓.๓ การมีตวั ชีว้ ัดพ้ืนท่ีสีเขยี วควรสอดคล้องกับจำนวนประชากรท่จี ะเพิ่มขนึ้ ในอนาคต
๓.๔ การพัฒนาพ้ืนที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไม่ควรเป็นแบบ trade off ท่ีได้ส่ิงหนึ่งมาแต่
ต้องเสียสิ่งหนึ่งไป ควรดำเนินงานแบบองค์รวม ไม่ควรแยกทำด้านใดด้านหน่ึง ดังนั้นควรพิจารณาลดการ
พฒั นาในบางด้านเพ่อื ใหส้ อดคล้องกบั ความต้องการของทกุ ภาคส่วน

๔. ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง่ั

๔.๑ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา คือ ป่าชายเลน ทรัพยากรสัตว์ทะเลหา
ยากทมี่ ีการสำรวจมี ๔ ชนดิ คอื เตาตนุ เต่ากระ วาฬ และโลมา โดยเฉพาะโลมาอริ วดี ปัญหาที่พบคอื มกี ารกัด
เซาะชายฝั่งยาวถึง ๑๕.๗๖ กิโลเมตร จากความยาวชายฝ่ังรวม ๑๖.๕ กิโลเมตร ซ่ึงได้รับการแก้ไขจาก
หน่วยงานที่เก่ียวข้องไปบางส่วนแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือหลังจากสร้างแนวกันคล่ืนแล้วเกิดแผ่นดินงอก
ข้ึนมา เช่น ในตำบลคลองตำหรุ สำหรับทรัพยากรหลักของจังหวัดชลบุรี คือ แนวปะการัง หญ้าทะเล และป่า
ชายเลน และมีชายฝั่งยาว ๑๗๐.๑๙ กิโลเมตร ข้อมูลดังกล่าวสามารถขอข้อมูลได้เพิ่มเติมท่ีกรมทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝั่ง

๔.๒ ปัญหาขยะทะเล จากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีการพัดจากทะเลเข้าชายฝั่งทำให้ขยะเข้ามา
บริเวณชายฝ่ัง นอกจากน้ียังมีปัญหาน้ำทะเลเปล่ียนสีท่ีเกิดจากน้ำจืดท่ีมีการปนเป้ือนของสารที่เร่งการเจริญ
ของแพลงตอนพชื แพลงก์ตอนสตั ว์ ทม่ี าจากนำ้ เสยี ของชมุ ชนไหลลงสทู่ ะเล

๔.๓ เครือข่ายชุมชนชายฝ่ัง แบ่งเป็น ๒ ส่วนคือ (๑) การจดแจ้งชุมชนชายฝั่ง โดยนำชุมชนท่ีอยู่ติด
ชายฝั่งทะเลมาจดแจ้งและได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน โดยจังหวัดฉะเชิงเทรามี ๓ กลุ่ม ครอบคลุม ๓
ตำบล คือ ตำบลท่าข้าม บางปะกง และสองคลอง จังหวัดชลบุรีมี ๑๘ กลุ่ม โดยมีทั้งชุมชนท่ีดูแลป่าชายเลน
ชายฝั่งทะเล (๒) อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ไดด้ ำเนินการ
จดแจ้ง อาสาสมัคร/จิตอาสาต่างๆ เข้ามาร่วมกันดูแลเร่ืองทรัพยากร โดย ทช.สนับสนุนและช่วยดูแลท้ัง
ทรพั ยากรและส่ิงแวดล้อม และ อสทล. เป็นผู้ชว่ ยหนว่ ยงานในการแจ้งเหตุการณ์ ประสานงาน รวมท้ังการเก็บ
ตัวอย่าง

๔.๔ การประกาศใช้ผังการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก อาจสง่ ผลกระทบต่อ
พนื้ ท่ปี า่ ชายเลน เชน่ ป่าชายเลนผนื ใหญใ่ นคลองตำหรุ จังหวัดชลบรุ ี ดงั นั้นควรได้รับการศึกษาในพื้นท่จี ริง

๕. ขอ้ เสนอแนะต่อแนวทางการดำเนินงานโครงการ

๕.๑ ควรศึกษาและทำความเข้าใจแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระยะที่ ๑
ถึงแผนงาน/โครงการ/มาตรการท่ีดำเนินการไปแล้วและยังไม่ได้ดำเนินการ โดยการทบทวนถึงความเป็นไปได้
ในการดำเนินการหรือระบุสาเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เน่ืองจากการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมระยะที่ ๑
ดำเนินเวลาจำกัด จึงนำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็น
หลัก ดังน้ันการจัดทำข้อมูลได้ไม่ครบถ้วนจึงควรพิจารณาจากรายงานสถานการณ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ของกรมและหน่วยงานอืน่ ๆ ดว้ ย

๕.๒ การจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมฯ ควรศึกษาข้อมูลเพ่ือใช้ในการวางแผนและพิจารณาฐานข้อมูลตาม
สถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ เช่น จังหวดั ระยองอาจต้องเน้นที่คุณภาพอากาศ จังหวดั ฉะเชิงเทราอาจเน้นความ
ขดั แย้งการใช้ทรัพยากรป่า หรือจงั หวัดชลบุรอี าจเน้นไปท่ีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการใชป้ ระโยชน์ที่ดนิ
การกดั เซาะชายฝั่งเนอ่ื งจากมกี ารก่อสร้างรุกลำ้ ลำน้ำ

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๔

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

๕.๓ การจัดแผนส่ิงแวดล้อมฯ ควรกำหนดทรัพยากรรายสาขาให้ครบ และใช้ฐานข้อมูลท่ีมีเพ่ือชี้นำ
ทิศทางของแผนสิ่งแวดล้อมในอนาคตในระยะ ๕ ปี และควรพิจารณาถึงประเด็นในปัจจุบันที่เกิดข้ึน เช่น
ประเด็นก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) ท่ีมีความเข้มข้นมากขึ้น ประเด็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low
Carbon Society) รวมถึงประเด็นเศรษฐกิจชวี ภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-
Green economy: BCG) มากำหนดกรอบใหช้ ัดเจน

๕.๔ การระบุปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดข้ึนในพ้ืนที่ปัจจุบัน ควรทบทวนแผนต่างๆ ที่เก่ียวข้อง เช่น
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนสิ่งแวดล้อม แผนน้ำ แผนน้ำบาดาล แผนป่าไม้ และแผนพัฒนา
ปโิ ตรเลียมระยะที่ ๔ เป็นต้น และนำมาวเิ คราะห์ร่วมกับสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพื่อ
นำมาจัดกลุ่ม (grouping) ตรวจสอบ (verify) ปรับปรุงและจัดลำดับ (update and prioritize) อาจใช้ข้อมูล
จากรายงานสถานการณ์ด้านมลพิษ รวมท้ังรายงานสถานการณ์คุณภาพส่ิงแวดล้อมของสผ. และข้อมูลการใช้
ที่ดินตามประกาศผังเมืองรวมท่ีกำหนดทำเลท่ีตั้งของอุตสาหกรรม เพื่อนำมาจัดลำดับและเป็นกรอบแนวทาง
ของแผนสิ่งแวดล้อมระยะที่ ๒ และควรวเิ คราะห์และหารือร่วมกับภาคส่วนที่เก่ียวข้อง เชน่ อาสาสมัครพทิ ักษ์
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมหมู่บา้ น (ทสม.) และหน่วยงานในจงั หวัด เพ่ือนำมาจัดลำดบั

๕.๖ การดำเนินงานอาจต้องขยายขอบเขตข้อมูลไปถึงพ้ืนที่ท่ีเป็นต้นทางของทรัพยากรท่ีนำมาใช้ใน
พ้นื ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วย และแผนสิ่งแวดล้อมควรจัดทำ Benchmark เพื่อพิจารณาระดบั การ
พฒั นาของแผนฯ

จากน้ัน อาจารย์ คณิต ธนธู รรมเจริญ ได้กลา่ วถึงความคาดหวังในการจัดทำแผนสิง่ แวดลอ้ มระยะที่ ๒
สรุปได้ว่า ในการจัดแผนส่งิ แวดล้อมในพนื้ ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีความมุ่งหวังให้ (๑) แผนท่ีจัดทำ
ขึ้นเป็นแผนท่ีทุกภาคสว่ นสามารถนำไปใชไ้ ดจ้ ริง มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ รวมถึงสอดคล้องและเหมาะสมกับ
สถานการณ์ความต้องการระดับพื้นท่ี (๒) มีรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้องมาใช้ประโยชน์ได้ เพ่ือ
นำไปสู่การวิเคราะห์ท่ีมีประสิทธิภาพ (๓) เกิดการการมีส่วนร่วม เพื่อประโยชน์ในการเข้าใจแผนงานร่วมกัน
เกิดการเชื่อมโยงทุกประเด็นทุกมิติได้ ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากแผนนี้ (๔) ใช้แนวคิดเชิงสร้างสรรค์เพ่ือ
บรรลุการจัดทำแผน (๕) เกิดการตอบสนองต่อสภาวะวิกฤตของโลก และ (๖) มีการสร้างกลไก/เครื่องมือใน
การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรและส่ิงแวดลอ้ มท่ีเท่าทันตอ่ สถานการณ์
ประเด็นความร่วมมือและข้อเสนอแนะต่อแนวทางการดำเนินงานของโครงการฯ แยกตามประเด็น
ทรัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม

จากการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของโครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก ระยะที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๖๕-๒๕๖๙) และสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ี
ดังกล่าว รวมถึงการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวมจากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในภาคเช้า จึงได้มี
การจัดกลุ่มเพ่ือหาแนวทางความร่วมมือด้านข้อมูลและการรับฟังข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยแยกกลุ่มตาม
ประเด็นทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมเป็น ๓ กลุ่มย่อย ได้แก่ กลุ่มทรัพยากรน้ำ กลุ่มทรัพยากรปา่ ไม้ การใช้ที่ดิน
และทรัพยากรทะเลและชายฝ่ัง และกลุ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อากาศ น้ำ เสียง ขยะและกากของเสีย
อันตราย โดยสรปุ รายละเอียดไดด้ งั นี้

๑. กลุ่มทรพั ยากรนำ้

๑.๑ ปัญหาน้ำไม่พอใช้ในฤดูแล้งในการทำเกษตรกรรม ทั้งการปลูกข้าว การประมง และการ
เลี้ยงปลาและกุ้ง ทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ ระหว่างเกษตรกรกับเกษตรกร เกษตรกรกับชุมชนเมือง และ
เกษตรกรกับอุตสาหกรรม โดยการจัดสรรน้ำมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมและเมืองใหญ่ๆ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ

โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๕

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

ภาคตะวันออก แต่เกษตรกรไม่ได้รับการจัดสรรน้ำท่ีเพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณพ้ืนที่ราบแม่น้ำบางปะกง
ล่มุ น้ำคลองหลวง ท่มี นี ้ำไปไมเ่ พียงพอ และนำ้ เป็นสนิม มีความเปน็ กรดสงู

๑.๒ ปัญหาการปนเปือ้ นของน้ำ จากการลักลอบท้ิงกากของเสียอุตสาหกรรมในอา่ งเกบ็ น้ำ ทำให้
อา่ งเก็บน้ำปนเป้ือนไปด้วยโลหะหนักและสารพิษจากนิคมอุตสาหกรรม เช่น อ่างเก็บน้ำแหลมเขา อ่างเก็บน้ำ
ล่มุ น้ำโจน ซ่ึงอยใู่ นสภาพใชก้ ารไมไ่ ดแ้ ละเป็นพษิ กบั ชุมชน ถึงแมจ้ ะมกี ารนำกากของเสยี ออกจากพนื้ ทแ่ี หล่งน้ำ
แตย่ งั กำจัดไม่หมด และยังคงมีการรว่ั ไหลของสารเคมีอนั ตรายลงไปในแหลง่ นำ้ อยา่ งตอ่ เน่ือง

๑.๓ ควรมีการรักษาการใช้พ้ืนท่ีตามระบบนเิ วศตามธรรมชาติ ดังเช่น บริเวณพ้ืนที่ราบบางปะกง
ตำบลเขาดินที่ควรได้รับการศึกษาเป็นกรณีตัวอย่าง เน่ืองจากพื้นที่นี้ได้รับอิทธิพลจากการข้ึนลงของน้ำทะเล
เป็นพ้ืนท่เี รียกว่าพ้ืนที่ ๓ น้ำ มีความอดุ มสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถปลูกข้าว เลี้ยงกุ้งกุลาดำ ปลาหมึก ปูทะเล
ในพ้นื ที่นาข้าว ต่อมาได้มีการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยการแยกพนื้ ท่ีน้ำจืดกับน้ำเค็มออกจากกัน
เพ่ือให้เกิดพ้ืนที่น้ำจืดมากข้ึน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง สิ่งมีชีวิตในน้ำลดลง รวมถึงความสมบูรณ์
ของป่าชายเลน ดงั นั้นถ้าทำให้พ้ืนที่น้ำเค็มให้เป็นไปตามธรรมชาติได้ ความอุดมสมบรู ณ์ในพื้นท่ีจะกลับมาโดย
ไมจ่ ำเป็นต้องกันพนื้ ท่นี ้ำเคม็ ใหแ้ คบลง

๑.๔ ควรมีการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานข้อเท็จจริงของปริมาณน้ำเทียบกับความต้องการใช้น้ำ
กอ่ นทจี่ ะนำไปสกู่ ารวเิ คราะห์การใชน้ ำ้ ให้เกดิ ประโยชน์หรอื สถานการณก์ ารแยง่ น้ำ และควรพิจารณาหาวิธกี าร
บริหารจัดการน้ำในช่วงท่ีมีปริมาณมากเกินความต้องการ โดยใช้วิธีการการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าโดยมีการ
หมุนเวียนน้ำในระบบของทุกภาคส่วน ลดการปล่อยน้ำท้ิง ควรสำรองน้ำใช้ของตัวเองให้เพียงพอเพ่ือทำ
การเกษตรหรอื ประมงได้ในทกุ ฤดกู าล

๑.๕ ควรจัดลำดับความสำคัญในการใช้น้ำ และผลักดันให้เกิดคณะกรรมการในการบริหาร
จัดการน้ำ ในพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะ เพื่อกำหนดบทบาทของ regulator ดูแลในทุกภาคส่วน รวมทั้ง
สร้างมาตรการจูงใจและผลตอบแทนในการลงทุนการนำน้ำทะเลมาทำเป็นน้ำจืด รวมถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อ
ดูแลระบบนำ้ ในพ้นื ที่

๒. กลุ่มทรพั ยากรป่าไม้ การใชท้ ่ีดนิ และทรพั ยากรชายฝ่ัง

๒.๑ ปัญหาด้านข้อมูลพื้นท่ีป่า การใช้ที่ดิน ได้แก่ (๑) ข้อมูลท่ีไม่ตรงกัน เช่น ข้อมูลพื้นที่ป่า
กรมป่าไม้ และจากกรมพัฒนาที่ดินไม่ตรงกัน เน่ืองจากการตีความภาพถ่ายดาวเทียมที่แต่ละหน่วยงานให้
นยิ ามต่างกัน (๒) ความเชื่อมโยงข้อมูลกับพื้นท่ี เนื่องจากข้อมูลบางประเดน็ ไม่ทราบว่าเกิดข้ึนในพ้ืนที่ใด ทำให้
แก้ปัญหาได้ไม่ตรงกับพ้ืนท่ี เช่น ปัญหาคุณภาพดิน ปัญหาดา้ นสิ่งแวดล้อม (๓) ความทันสมัยชองข้อมูลท่ีควร
เป็นปัจจุบันมากที่สุด และสะท้อนจากพ้ืนที่จริง ซึ่งเป็นข้อมูลจากภายใน ซ่ึงจะนำไปสู่การเรียนรู้ของชุมชน
หรือชุมชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ (๔) การบูรณาการข้อมูลท่ีเชื่อถือได้และเป็นจริง เช่น การบูรณาการ
ข้อมลู การใช้ท่ดี ินกบั กรณีพ้นื ทเ่ี สย่ี งภัย เพ่ือใชป้ ระโยชน์ในการวางแผนการพฒั นา

๒.๒ การเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญมีความจำเป็นเพื่อใช้ในการจัดทำแผน เช่น ข้อมูล
แนวท่อแก๊ส แนวท่อน้ำมัน ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของชุมชน และเก่ียวข้องกับการเปลี่ยนแปลง
การใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพ้ืนฐาน ซึ่งหากไม่นำข้อมูลแนวท่อแก๊ส แนวท่อน้ำมัน มา
พิจารณาการใช้ประโยชน์ท่ีดิน อาจทำให้มีระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการมีแนวโน้มที่จะไปอยู่ในจุดที่
ซ้อนทับกบั จดุ เสีย่ ง

๒.๓ แหล่งข้อมูลและการประสานข้อมูล ได้แก่ ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐส่วนกลาง จากหน่วยงาน
ราชการใน ๓ จังหวัด และจากภาคประชาชน ควรมีการประสานข้อมูลกันและเชื่อมโยงข้อมูลท้ังเชิงปริมาณ
และข้อมูลเชิงคุณภาพ เชน่ พ้ืนทีป่ า่ ไม้กับคณุ ภาพหรือความเสอ่ื มโทรมของป่า

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๖

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก

๒.๔ แนวทางการทำงานด้วยกัน เช่น กรมพัฒนาท่ีดินมีโครงการทำแผนการใช้ท่ีดินในระดับ
ตำบล เปน็ Participatory Rural Approach ซ่ึงมีการเก็บข้อมูลจากฐานราก (bottom up) ทำใหท้ ราบความ
ตอ้ งการและปญั หาของพื้นท่ี หรอื สำนกั งานทรพั ยากรธรรมชาติจงั หวัดฉะเชิงเทรามีโครงการนำรากโกงกางมา
ทำปะการงั เทียมเพอ่ื แกป้ ญั หาการกัดเซาะชายฝงั่ ด้วย โดยอาจประสานเพอ่ื รว่ มดำเนนิ การกนั ต่อไป

๓. กลุ่มมลพษิ อากาศ น้ำ เสียง ขยะ และกากของเสยี อันตราย

๓.๑ ควรพิจารณาถึงการจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่หลายแหล่งและมีวัตถุประสงค์ท่ีแตกต่างกัน การ
ออกแบบแพลตฟอร์มและรูปแบบการนำเสนอข้อมูลที่เหมือนกัน โดยพัฒนาแพลตฟอร์มเดิมที่มีอยู่ก่อน หาก
ตอ้ งจดั ทำแพลตฟอรม์ ใหม่ควรเช่ือมโยงข้อมูลต่างๆ เพอ่ื นำไปสู่การใช้ข้อมูลเพ่ือสนับสนุนการตัดสินใจ และให้
ประชาชนได้รับรู้สถานการณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น การใช้ข้อมูลจากระบบติดตามแบบออนไลน์ท่ีมีการติดตั้งใน
บางโรงงาน ซ่ึงเป็นนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมมาพิจารณาความเส่ียงและให้ข้อมูลกับภาคประชาชน
หรือ การตรวจสอบคุณภาพอากาศที่มีค่าเกินมาตรฐานให้มีการตรวจสอบกันระหว่างหลายแหล่งข้อมูล เช่น
กรมควบคุมมลพิษและการนิคมอุตสาหกรรม เพ่ือให้ได้สาเหตุท่ีแท้จริงที่ทำให้คุณภาพอากาศมีค่าเกิน
มาตรฐาน

๓.๒ ควรมีกลไกหรือมาตรการต่อเหตุฉุกเฉินและเร่ืองร้องเรียนต่าง ๆ จากภาคประชาชนท่ี
รวดเร็ว บางเร่ืองอาจมีผลการตรวจสอบในอดีตอยู่แล้ว แต่บางเร่ืองอาจต้องมีการประเมินสถานการณ์เพ่ิมเติม
และไม่ควรพิจารณาผลตรวจวัดในเชิงมลพิษอย่างเดียว นอกจากน้ีควรพิจารณากลไก/มาตรการเชิงป้องกันใน
แผนสิ่งแวดล้อม บางเรื่องอาจจะทำไม่ได้ภายใน ๕ ปี แต่จะสร้างระบบหรือกลไกไว้เพื่อได้รู้ว่าจะต้องทำอะไร
ต่อไป

๓.๓ การบูรณาการข้อมูล ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นิคมอุตสาหกรรม องค์การปกครองส่วน
ท้องถ่ิน เช่น การตรวจวัดคุณภาพอากาศของจังหวัดระยองได้ข้อมูลจาก (๑) กรมควบคุมมลพิษ
(๒) นิคมอุตสาหกรรม(๓) เทศบาลเมืองมาบตาพุดมี และ (๔) IRPC ที่มีแอพพลิเคชั่น IRPC Air รายงาน
คุณภาพอากาศตลอดเวลา ทำให้ประชาชนมีช่องทางการส่ือสารกับหน่วยงานท้องถ่ินเพ่ือแจ้งสถานการณ์
คุณภาพอากาศที่เกินค่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตามในบางพ้ืนที่ไม่มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศจำเป็นต้องร้อง
ขอกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้มาตรวจเป็นช่วงๆ นอกจากนี้ควรมีการบูรณาการของกฎหมายระหว่าง
หนว่ ยงานในการแก้ไขปญั หารว่ มกนั

๓.๔ แผนสิ่งแวดล้อมฯ ระยะที่ ๒ ควรกำหนดมาตรการการแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากของ
เสียอันตราย เช่น ในพื้นท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา และกระจายอำนาจในการจัดต้ังโรงงานอุตสาหกรรมให้กับ
หน่วยงานในท้องถ่ิน เน่ืองจากสามารถรับรู้ถึงปัญหาในพื้นที่ได้มากกว่า หรือ ใช้มาตรการในการกำหนด
Buffer zoneหรือใช้ระบบตดิ ตามการทง้ิ กากของเสยี ด้วย GPS tracking แตก่ ารลงทุนคอ่ นขา้ งจะสูง อยา่ งไรก็
ตาม การดำเนนิ การเพยี งภาคส่วนใดภาคสว่ นหน่ึงการตรวจติดตามอาจไม่มีประสิทธิภาพ ดังนน้ั ควรร่วมมอื กัน
ทำทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการตรวจติดตามโรงงานอุตสาหกรรมควรให้ความสนใจกับโรงงานท่ีตั้งอยู่นอก
นิคมอุตสาหกรรมด้วยเน่ืองจากมจี ำนวนมากกว่าโรงงานท่ตี ัง้ อยูใ่ นนคิ มอุตสาหกรรม

๓.๕ เสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มไลน์เพ่ือประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จากหน่วยงาน
ภาคอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และภาค
ประชาชน และลงพ้ืนท่ีเก็บข้อมูลเพิ่มเติม หรือการประชุมร่วมกันในระดับพ้ืนที่ เน่ืองจากข้อมูลเชิงคุณภาพ
ต้องมีการเก็บข้อมูลครบถ้วน เช่น สภาพปัญหาและการบริหารจัดการที่มีในพื้นท่ี เพื่อนำข้อมูลไปสู่ระบบการ
เก็บขอ้ มลู ในแพลตฟอร์มเดียวกัน

๓.๖ ควรพิจารณาเขตควบคมุ มลพษิ และเขตพื้นทคี่ ุ้มครองส่งิ แวดล้อม

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพนื้ ท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๗

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก

สรปุ ผลการประชมุ

๑ ในกระบวนการดำเนินงานควรมีการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน จากหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ
รวมถงึ มีการจัดลำดบั ข้อมูลทีม่ ีความสมบรู ณ์และใชป้ ระโยชน์ได้จรงิ

๒ ในการทำระบบฐานข้อมูล MIS ต้องการนำข้อมูลทั้งหมดมาบูรณาการกนั เปน็ ฐานข้อมูลสำหรับให้ทุก
ภาคสว่ นใช้ในการตัดสนิ ใจ มีระบบในการแจ้งเตือนปญั หา มกี ารแสดงจากข้อมูลหลายหน่วยงานรวมกันเพอ่ื ให้
คนในพื้นที่ใชป้ ระโยชน์ โดยในการพัฒนาตอ้ งการพัฒนารว่ มกับทกุ ทา่ น เมือ่ ได้ platform แลว้ จะตอ้ งทดสอบ
และปรับปรุงเพอื่ พัฒนาใหต้ รงตามความตอ้ งการต่อไป

๓ ควรมีการทบทวนแผนระยะที่ ๑ ว่ามีจุดใดทำได้หรือไม่ได้ จุดใดมีข้อบกพร่องอย่างไร ควรเพ่ิมเติม
ประเด็นไหน ซ่ึงจะเป็นการเน้นยำ้ กระบวนการจดั ทำแผนในระยะท่ี ๒

๔ การแลกเปล่ียนสถานการณข์ องทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพ้นื ท่ี สามารถนำมาเป็นกรอบ
ในการจัดทำข้อมูล ประสานแนวคิด รับทราบแนวทางท่ีจะดำเนินการร่วมกันและแหล่งข้อมูลท่ีสำคัญ รวมถึง
ข้อมลู ท่ีมหี ลายภาคสว่ นยังไมส่ อดคล้องกนั จะมีวิธกี ารอย่างไรทีจ่ ะนำมาใชใ้ ห้เกิดประโยชนไ์ ดต้ อ่ ไป

๕ แผนที่จัดทำควรเป็นแปลนท่ีสามารถขับเคลื่อนได้ โดยมีแนวทางในการขับเคล่ือนในเชิงนโยบาย
และมีกลไกหรือวิธีการเพ่ือให้เกิดแผนที่มีประสิทธิภาพซ่ึงอาจใช้เวลามากกว่า ๕ ปีที่จะผลักดันให้เกิดข้ึน
ดงั นั้นในการจัดทำแผนคร้ังน้จี งึ เป็นการวางแนวทางเพ่อื เตรียมความพรอ้ มไว้สำหรับในอนาคตตอ่ ไป

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพืน้ ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๘

สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก

รายชื่อผ้เู ขา้ ร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล (Teleconference)
เพ่อื ช้ีแจงและนำเสนอแนวทางการดำเนนิ งาน

โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙

วันพธุ ท่ี ๓ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔
เวลา ๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น.

จำนวนผ้เู ขา้ รว่ มการประชุมทั้งหมด ๒๘๓ คน แบง่ ตามภาคส่วนต่าง ๆ ได้ ดงั นี้

๑) ภาคการศกึ ษา จำนวน ๙ คน

๒) ภาครัฐวิสาหกจิ จำนวน ๑ คน

๓) หน่วยงานราชการ จำนวน ๑๑๙ คน

๔) องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน จำนวน ๑๒๙ คน

๕) ภาคเอกชน จำนวน ๑๙ คน

๖) ภาคประชาชน จำนวน ๔ คน

๗) อื่นๆ จำนวน ๑ คน

โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่เี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ฌ - ๙

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

รายชอ่ื ผเู้ ข้ารว่ มประชมุ ผา่ นระบบทางไกลเพือ่ ชี้แจงและนำเสนอแนวทางการ
(ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๙ วันพธุ ที่ ๓ กุมภ

ลำดับ ชอ่ื -นามสกลุ ตำแหนง่

๑ วรพจน์ กนกกนั ฑพงษ์ อาจารย์

๒ ภานุช หงษ์สวสั ดิ์ อาจารย์

๓ ชนะ ประพฤทธ์ิวงศ์ อาจารย์

๔ ศุษิระ บตุ รดี อาจารย์

๕ สุธารัตน์ หม่นื มี อาจารย์
๖ น.ส. งามจิต อนิ ทวงศ์
รกั ษาราชการแทน ผอู้ ำนวยการสำนกั งาน
ศิลปวฒั นธรรม

๗ ดร.กฤษนัยน์ เจริญจิตร คณบดีคณะภูมสิ ารสนเทศศาสตร์

๘ อรอินทุ์ วนชิ วฒั นานวุ ัติ เจา้ หน้าทบี่ รหิ ารงานทวั่ ไป

๙ รศ.ดร. ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดี

๑๐ นายสนทะนาพร อินจันทร์ ผ้ดู ูแลเพจชุมชนคนแปดร้ิว

๑๑ กัญจน์ ทัตติยกุล

๑๒ นายบญั ชา เทยี มครบรุ ี คณะทำงาน

๑๓ ดร.สมนึก จงมีวศิน นักวชิ าการ

๑๔ นายดำรงค์ ไสยะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าบางปะกง

๑๕ นางนวรถ ปะรักมะสทิ ธ์ิ รองผูอ้ ำนวยการสำนักแผนภาพรวม

๑๖ นางสาวสุชัญญา อภธิ ันยาศัย จนท. วิเคราะห์และวางแผน

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

ภาคผนวก

รดำเนินงานของโครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก
ภาพนั ธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ เวลา ๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น.

หน่วยงาน ภาคส่วน

คณะวทิ ยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย การศกึ ษา

คณะวทิ ยาศาสตร์ พลงั งานและสง่ิ แวดล้อม มจพ. การศึกษา

มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนือ วทิ ยาเขตระยอง การศกึ ษา

มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ พระนครเหนอื วทิ ยาเขตระยอง การศึกษา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนอื วิทยาเขตระยอง การศกึ ษา
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก การศกึ ษา

มหาวทิ ยาลัยบูรพา การศกึ ษา
มหาวทิ ยาลัยบูรพา การศกึ ษา
มหาวิทยาลยั ราชภฏั ราชนครินทร์ การศึกษา
การส่ือสารขอ้ มูลขา่ วสารในชุมชน ประชาชน
เครอื ขา่ ยเพอื่ นตะวันออก ประชาชน
เครือข่ายศูนย์ข้อมลู สารสนเทศชุมชนภาคตะวันออก ประชาชน
อิสระ ประชาชน
การไฟฟา้ ฝ่ายผลติ แหง่ ประเทศไทย รัฐวสิ าหกจิ
สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (สกพอ.) ราชการ
สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ราชการ

๒๕๖๙ ฌ - ๑๐

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม

ลำดบั ช่อื -นามสกุล ตำแหนง่
๑๗ นายเกษมสนั ต์ จิณณวาโส ทีป่ รึกษาพเิ ศษ ดา้ นสงิ่ แวดล้อม EEC
๑๘ มณั ฑนา ศิริวรรณ ผอ.กล่มุ งานศิลปกรรม
๑๙ นายสมติ จริ ะมงคล นักวิชาการสง่ิ แวดล้อมปฏิบตั ิการ
๒๐ นางสาวศุภรา เหลอื งภัทรวงศ์ นกั วชิ าการสิ่งแวดลอ้ มชำนาญการพเิ ศษ
๒๑ นายวีรพงศ์ รตั นจติ ธำรงกุล นักพฒั นาการทอ่ งเทีย่ วปฏิบตั ิการ
๒๒ วรี พงศ์ รัตนจติ ธำรงกุล นกั พฒั นาการท่องเทีย่ วปฏบิ ตั กิ าร
๒๓ นางสาววริ ินทรญ์ า เจริญศริ ินันท์ นกั วชิ าการส่ิงแวดล้อมชำนาญการ
๒๔ นางนันทน์ ภสั วงษ์พรา นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
๒๕ นายปยิ ะพงษ์ ศรีสองเมอื ง นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบตั ิการ
๒๖ นายเอกชยั วรรณแดง นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
๒๗ นางสาวสุภาณี โนใหม่ นักวชิ การสิง่ แวดลอ้ มปฏบิ ัตกิ าร
๒๘ พัชราภรณ์ ธรรมบำรงุ นกั วิชาการส่งิ แวดลอ้ มปฏบิ ัตกิ าร
๒๙ นางสาวมลั ลกิ า นิลล้อม นกั ธรณีวิทยาชำนาญการ
๓๐ นางสาวศิริพร สงู ปานเขา นักธรณวี ทิ ยาชำนาญการพเิ ศษ
๓๑ นางสาวชนดิ าภา วงษ์ประไพ นักวิชาการสงิ่ แวดลอ้ มปฏิบัติการ
๓๒ นางสาวชนิดาภา วงษ์ประไพ นักวชิ าการสิง่ แวดลอ้ มปฏิบัติการ
๓๓ นายช่อฉัตร ชุมศรี วศิ วกรโยธาชำนาญการพิเศษ
๓๔ จิรญั ญา เวศม์รชั สกุล วศิ วกรโยธาชำนาญการ

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพื้นท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

ภาคผนวก

หนว่ ยงาน ภาคสว่ น
สำนกั งานคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (สกพอ.) ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ราชการ
กรมการท่องเที่ยว ราชการ
กรมการท่องเท่ียว ราชการ
กรมควบคมุ มลพิษ ราชการ
กรมควบคุมโรค/กองยทุ ธศาสตร์และแผนงาน ราชการ
กรมควบคมุ โรค/กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ราชการ
กรมควบคมุ โรค/กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ราชการ
กรมเจา้ ท่า ราชการ
กรมชลประทาน ราชการ
กรมทรัพยากรธรณี ราชการ
กรมทรพั ยากรธรณี ราชการ
กรมทางหลวง ราชการ
กรมทางหลวง ราชการ
กรมทางหลวง ราชการ
กรมทางหลวงชนบท ราชการ

๒๕๖๙ ฌ - ๑๑

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ลำดบั ชอ่ื -นามสกุล ตำแหนง่
๓๕ นางสาวดาวหวนั แสงออ่ ง นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการพิเศษ

๓๖ นายนพดล ฮมแสน ผู้อำนวยการกองการอนุญาต
๓๗ นายพิสษิ ฐ์ พานิช เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ
๓๘ ชตุ มิ า อ๊งึ ภากรณ์ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน
๓๙ จารุวรรณ พิพฒั น์พทุ ธพนั ธ์ นกั วทิ ยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ
๔๐ นายวุฒพิ งษ์ อภิชนบุตร วศิ วกรโยธาชำนาญการพเิ ศษ
๔๑ มงคล โปรง่ จนั ทึก วิศวกรชำนาญการ
๔๒ สุกมล ประกอบชาติ นักวทิ ยาศาสตร์ ชำนาญการพเิ ศษ
๔๓ นายคณิศชาติ บญุ แสง พนกั งานวางผังเมอื ง
๔๔ นางสาวภทั ราวดี ดีสมโชค นกั โบราณคดชี ำนาญการ
๔๕ นายพชิ ชากร ฤกษส์ กุลเรอื ง นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนปฏบิ ัตกิ าร
๔๖ นายสมศักดิ์ หนูสนทิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานทรัพยากรธรรมชาติ
๔๗ ธีรยุทธ เกตุหอม จนท ประสานฯ ปราจนี บรุ ี
๔๘ นายปัญญา วรเพชรายุทธ ผู้อำนวยการศูนย์วจิ ัยและฝกึ อบรมดา้ นสิ่งแวดล้อม
๔๙ อนิ ทอุ ร ไชยวรรณ์ เจ้าหนา้ ประสานความร่วมมอื และพฒั นาเครือข่าย
จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา
๕๐ นางสาวตติยา อุยตระการ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมปฏบิ ัตกิ าร
๕๑ นายจรญู เจรญิ ประโยชน์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
๕๒ นางสาวจารวุ รรณ พมิ สวรรค์ หวั หนา้ กลมุ่ ส่งเสรมิ กจิ การไฟฟา้

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพื้นท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

หนว่ ยงาน ภาคผนวก
กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
ภาคส่วน
กรมปา่ ไม้ ราชการ
กรมพฒั นาที่ดนิ
กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนรุ กั ษพ์ ลงั งาน ราชการ
กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรกั ษ์พลงั งาน ราชการ
กรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและอนุรักษพ์ ลงั งาน ราชการ
กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนรุ ักษพ์ ลังงาน ราชการ
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนรุ ักษพ์ ลงั งาน ราชการ
กรมโยธาธิการและผังเมือง ราชการ
กรมศลิ ปากร ราชการ
กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถนิ่ ราชการ
กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถ่นิ ราชการ
กรมส่งเสริมคณุ ภาพส่งิ แวดล้อม ราชการ
กรมสง่ เสรมิ คุณภาพส่ิงแวดลอ้ ม ราชการ
กรมส่งเสรมิ คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม ราชการ
ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ราชการ
กล่มุ งานอนามยั ส่งิ แวดล้อมฯ
กองนโยบายไฟฟ้า/สำนกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน ราชการ
ราชการ
๒๕๖๙ ราชการ

ฌ - ๑๒

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

ลำดบั ช่อื -นามสกุล ตำแหนง่
๕๓ นายชาญณรงค์ รุ่งเรือง
๕๔ นายสวราชย์ ดา่ นพิทกั ษ์กลุ นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการ
๕๕ นางสาวชริษา เนอ่ื งชมภู
๕๖ นางสาวนาฎอนงค์ เจริญสันตสิ ขุ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
๕๗ นายพชิ ย เก้อื หนุน
๕๘ นางสาวจิรัญญา เวศม์รัชสกุล นักวิชาการส่ิงแวดล้อมปฏิบัตกิ าร
๕๙ นางสาวนิชนนั ท์ ทัดแกว้
๖๐ เบญจพร พทุ ธรรมา นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการพเิ ศษ
๖๑ น.ส.ทัศนยี ์ เนตรบำรุงรัตน์
๖๒ นางสาวเพญ็ ศรี อนนั ตกลุ นธี นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการ

๖๓ นางสาวนลินทิพย์ ชูโชตแิ ก้ว วศิ วกรโยธาชำนาญการ
๖๔ นางวชิราภรณ์ วิรยิ ะสัมมา
๖๕ นางสาวณราวดี ชนิ ราช นกั วิชาการสง่ิ แวดล้อมชำนาญการพเิ ศษ

๖๖ นางสาวองั คณา เมธากลุ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน
๖๗ น.ส.ชารุการน์ หล้าวงศา
๖๘ นางสาวชารกุ ารน์ หล้าวงศา นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการ
๖๙ นางสาววรางคณา อัญชนั ภาติ รองผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชพี และ
๗๐ วรางคณา อญั ชันภาติ สงิ่ แวดลอ้ ม
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน

รกั ษาการผอ.ศนู ย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามยั และ
สิ่งแวดลอ้ ม จ.ระยอง

หัวหนา้ กลมุ่ ยทุ ธศาสตร์

วศิ วกรส่ิงแวดล้อม

วิศวกรส่ิงแวดล้อม

วิศวกร๓

วิศวกร๓

โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

หน่วยงาน ภาคผนวก
กองนโยบายไฟฟ้า/สำนกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน
กองนโยบายไฟฟ้า/สำนักงานนโยบายและแผนพลงั งาน ภาคส่วน
กองตรวจการขนสง่ ทางบก ราชการ
กองประเมินผลกระทบต่อสขุ ภาพ กรมอนามยั ราชการ
กองแผนงาน ราชการ
กองแผนงาน กรมทางหลวงชนบท ราชการ
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ราชการ
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคมุ โรค ราชการ
กองยทุ ธศาสตร์และแผนงาน สป.ทส. ราชการ
กองโรคจากการประกอบอาชพี และสิง่ แวดล้อม ราชการ
ราชการ
กองโรคจากการประกอบอาชพี และสิ่งแวดลอ้ ม กรมควบคมุ โรค ราชการ
กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิง่ แวดลอ้ ม กรมควบคุมโรค
กองโรคจากการประกอบอาชพี และส่งิ แวดล้อม กรมควบคุมโรค ราชการ
ราชการ
กองโรคจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดล้อม กรมควบคุมโรค ราชการ
การเคหะแห่งชาติ
การเคหะแหง่ ชาติ ราชการ
การเคหะแห่งชาติ ราชการ
การเคหะแห่งชาติ ราชการ
ราชการ
๒๕๖๙ ราชการ

ฌ - ๑๓

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม

ลำดับ ชอื่ -นามสกุล ตำแหนง่
๗๑ นางสาวสพุ ัตรา พิสัยสวัสดิ์
๗๒ อารยี ์รัตน์ พละปัญญาวงศา นกั วิชาการ ๑๒ (ส่ิงแวดลอ้ ม)
๗๓ รฐั เรอื งโชตวิ ทิ ย์
๗๔ นางภูสนิ เกตานนท์ เจา้ พนักงานคอมพิวเตอร์
๗๕ นายอาวีระ ภคั มาตร์
๗๖ นางสาวธวิ า เพญ็ สารกิ าร นกั วชิ าการส่ิงแวดลอ้ มชำราญการพเิ ศษ
๗๗ นางสาวกาญจนา สมรปู
ผอ.ทสจ.ฉะเชิงเทรา
๗๘ เฉลมิ ชาติ กองแสง
ผู้อำนวยการสำนัก
๗๙ วชิ ยั มณีเนตร
นักวชิ าการขนสง่ ชำนาญการ
๘๐ นายจิตกล้า อังสาชน ผอู้ ำนวยการกลุม่ งานยุทธศาสตรแ์ ละขอ้ มูลเพ่ือการ
๘๑ นายเฉลิมพร มน่ั คง พัฒนาจังหวัด
๘๒ นายครรชติ ศรีนพวรรณ ผอ.กลมุ่ งานยุทธศาสตร์และขอ้ มูลเพือ่ การพัฒนา
จังหวดั
๘๓ อริสรา บญุ หนุน ผู้อำนวยการสำนักงานทรพั ยากรทางทะเลและ
๘๔ ปรญิ ญา วจะรักษ์เลิศ ชายฝั่งท่ี ๑
๘๕ พรมิ สริ ิณ จิโรจพันธุ์ นกั วชิ าการส่งิ แวดลอ้ มปฏบิ ัติการ
๘๖ จรลั เทพอวยพร
๘๗ นางสาวพฐั ศศิกา สถริ กลุ ผอู้ ำนวยการส่วนยทุ ธศาสตร์

ผอู้ ำนวยการสำนักงานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สิ่งแวดลอ้ มจงั หวดั ระยอง

นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนปฏบิ ัติงาน

นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ

ผู้เช่ียวชาญด้านผลกกระทบสิ่งแวดลอ้ ม

นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

หนว่ ยงาน ภาคผนวก
การทา่ เรอื แห่งประเทศไทย
ศนู ย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนจังหวดั ชลบรุ ี ภาคส่วน
ศูนยว์ จิ ยั และฝึกอบรมดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม ราชการ
สำนกั งานทรัพยากรธรรมชาติและสอ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชงิ เทรา ราชการ
สำนักงานสงิ่ แวดลอ้ มภาคที่ ๑๓ (ชลบรุ )ี ราชการ
สำนกั งานขนส่งจงั หวัดชลบรุ ี ราชการ
สำนักงานจงั หวัดฉะเชิงเทรา ราชการ
ราชการ
สำนักงานจงั หวดั ระยอง ราชการ

สำนกั งานทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังที่ ๑ ราชการ

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มจังหวัดฉะเชิงเทรา ราชการ
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มจังหวดั ชลบรุ ี
สำนักงานทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมจังหวดั ระยอง ราชการ
ราชการ
สำนกั งานทรัพยากรน้ำภาค ๖ ราชการ
สำนักงานทรัพยากรนำ้ ภาค ๖
สำนักงานทรัพยากรนำ้ ภาค ๖ ราชการ
สำนักงานทรพั ยากรรำ้ แหง่ ชาติ ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ราชการ
ราชการ
๒๕๖๙ ราชการ

ฌ - ๑๔

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม

ลำดับ ชือ่ -นามสกุล ตำแหนง่
๘๘ ชริกานต์ รงุ่ แสง นกั วชิ าการส่ิงแวดล้อมชำนาญการ
๘๙ นายพษิ ณุพล สงวนนวล นวช.สงิ่ แวดลอ้ มชำนาญการ
๙๐ นายอนุชาติ ต้ังภูมิระพีวงศ์ นกั วิชาการสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการ
๙๑ รพพี ร ขนั โอฬาร นกั วิชาการส่ิงแวดล้อมชำนาญการพิเศษ
๙๒ วรัญญาภรณ์ ศรีสขุ เจ้าหน้าท่วี ิเคราะหน์ โยบายและแผน
๙๓ ศศิชา ศรวี ะรมย์ จ้างเหมา
๙๔ นายวีรนิต ฐานสุพร นกั วิชาการสิ่งแวดลอ้ มชำนาญการพเิ ศษ
๙๕ นางปัทมา ดำรงผล นักวิชาการส่ิงแวดล้อมชำนาญการพิเศษ
๙๖ นางชรนิ ี สุวรรณทตั นักวิชาการสง่ิ แวดล้อมชำนาญการพเิ ศษ
๙๗ นางสาวสรุ ยี พ์ ร เกิดแก่นแกว้ นักวชิ าการสิ่งแวดลอ้ มชำนาญการพเิ ศษ
๙๘ นายวิทยา ต้ังพิทยาเวทย์ นักวชิ าการสงิ่ แวดลอ้ มชำนาญการ
๙๙ นางสาวทพิ าวรรณ รักสงบ นกั วิชาการสงิ่ แวดลอ้ มชำนาญการ
๑๐๐ นางสาวน้ำฝน ภทู่ มิ เจา้ พนกั งานธรุ การ
๑๐๑ กรกช ภูไ่ พบูลย์
๑๐๒ นางสาวจารวุ รรณ พิมสวรรค์ หัวหนา้ กลมุ่ ส่งเสริมกิจการไฟฟ้า
๑๐๓ ว่าทร่ี ้อยตรี สรวิศ ฆังฆะ นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
๑๐๔ เพญ็ นภา สุขบญุ พนั ธ์ นกั ผังเมอื งชำนาญการ
๑๐๕ นางสาวสภุ ัทรา ชัยเทวารัณย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวดั ชบรุ ี

โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

หน่วยงาน ภาคผนวก
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคสว่ น
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ราชการ
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน ราชการ
สำนกั งานนโยบายและแผนพลังงาน ราชการ
สำนกั งานปลดั กระทรวงอุตสาหกรรม ราชการ
สำนักงานโยธาธกิ ารและผังเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ราชการ
สำนกั งานโยธาธกิ ารและผงั เมืองจังหวัดชลบุรี ราชการ
ราชการ
๒๕๖๙ ราชการ

ฌ - ๑๕

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม

ลำดับ ช่ือ-นามสกลุ ตำแหนง่
๑๐๖ นายไพศาล ปรางศรี นักผงั เมอื งชำนาญการพิเศษ
๑๐๗ เสกสรร วรรณแก้ว พนกั งานวางผงั เมือง
๑๐๘ นายพพิ ัฒนพ์ ล โทอดุ ธา นักผงั เมอื งปฏบิ ตั ิการ
๑๐๙ เรวดี แกว้ มณี นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
๑๑๐ นางสาวสวุ รรณา พัฒนา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ
๑๑๑ สุวรรณา พฒั นา นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพเิ ศษ
๑๑๒ นายวฒุ พิ งษ์ วงศ์อนิ ทร์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสรมิ และประสานงานเครอื ข่าย
๑๑๓ นางสาวกนั ต์กนษิ ฐ์ ทุมประเสริฐ นกั ธรณวี ิทยาชำนาญการ
๑๑๔ นายอนริ ทุ ธ์ ถนอมวัฒนา นกั วิชาการปา่ ชำนาญการพเิ ศษ
๑๑๕ นางกานดา คูประเสรฐิ รกั ษาการวิศวกรโยธาชำนาญการพเิ ศษ
๑๑๖ นางสาวสุรัตน์ ก้อนทอง นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนชำนาญการ
๑๑๗ นางสมหญงิ ดวงสถาพร ผู้อำนวยการสว่ นนโยบายและแผน
๑๑๘ นางรพีพร ขนั โอฬาร นกั วชิ าการสง่ิ แวดลอ้ มชำนาญการพิเศษ
๑๑๙ นางสาวณฐั ริกา ซื่อมาก หว้ หนา้ ฝา่ ยส่งเสริมส่ิงแวดลอ้ ม
๑๒๐ นางสาวพรรณา บำรุง นักวิชาการสขุ าภบิ าลปฏบิ ตั กิ าร
๑๒๑ นายชยั พฤกษ์ ชเู ชิด นักวิชาการสุขาภบิ าลชำนาญการ
๑๒๒ นายสุทธิเกตต์ิ ทัดพิทกั ษ์กุล ผ้อู ำนวยการกองสง่ เสริมการลงทนุ ๑
๑๒๓ นายสมนึก จงมีวศิน นักวชิ าการด้านสงิ่ แวดล้อม

โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพื้นท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

ภาคผนวก

หน่วยงาน ภาคส่วน
สำนกั งานโยธาธิการและผังเมอื งจังหวัดชลบุรี ราชการ
สำนกั งานโยธาธกิ ารและผังเมืองจงั หวัดชลบุรี ราชการ
สำนกั งานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง ราชการ
สำนักงานเศรฐกิจอตุ สาหกรรม ราชการ
สำนกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ราชการ
สำนักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ราชการ
สำนักทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่งท่ี ๒ ราชการ
สำนกั ทรัพยากรนำ้ บาดาลเขต ๙ ระยอง ราชการ
สำนักบรหิ ารพนื้ ทอี่ นุรกั ษท์ ๒่ี (ศรีราชา) ราชการ
สำนกั ประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ ราชการ
สำนักปลัด ราชการ
สำนกั แผนงานและสารสนเทศ กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ า่ และพนั ธุพ์ ชื ราชการ
ราชการ
สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมการลงทุน (บโี อไอ) ราชการ
สมาคมสภาองค์กรชุมชนจงั หวดั ชลบรุ ี ราชการ
ราชการ
ราชการ
ราชการ

๒๕๖๙ ฌ - ๑๖

สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม

ลำดบั ชื่อ-นามสกุล ตำแหนง่
๑๒๔ นางสาวพทุ ธวลัย ชุมทอง หวั หน้างานปฏบิ ตั งิ านชุมชน
๑๒๕ น.ส.รณิดา ปานทอง นักวิชาการสำนักสง่ เสริมเมอื งและสังคมคาร์บอนตำ่
๑๒๖ นายสายนั ต์ ไหมพมิ พ์ ผูแ้ ทนสภาองคก์ รชุมชน จ.ฉะเชิงเทรา
๑๒๗ นางวีณา คำวิชยั ผู้จดั การสำนักสง่ เสรมิ เมืองและสงั คมคารบ์ อนตำ่
๑๒๘ พงษว์ ิภา หลอ่ สมบรู ณ์ รองผอู้ ำนวยการ
๑๒๙ นางสาวสมุ น สเุ มธเชงิ ปรัชญา ผอ. สำนกั สง่ เสรมิ เมืองและสังคมคาร์บอนต่ำ
๑๓๐ นางสาวพาณิภัคน์ ช่วงโชติ เจา้ หนา้ ที่พฒั นาพืน้ ท่ีพิเศษ
๑๓๑ นางสาวศวิ พร สวสั ด์ิมงคล เจ้าหนา้ ท่ีพฒั นาพื้นทพี่ เิ ศษ
๑๓๒ นายกฤษณ์ ภูมิสุวรรณ รองผ้จู ัดการสำนกั งานพน้ื ที่พิเศษ ๓
๑๓๓ นายสำอาง ศริ ริ ัตน์ ผูอ้ ำนวยการฝ่ายปฏบิ ตั ิการ
๑๓๔ นายศักดดิ์ า ธรสินธ์ุ ปลดั เทศบาล

๑๓๕ นางนดิ าพัฒ สุทธิพงษ์ ผอ.กองสาธารณสุขและสงิ่ แวดล้อม
๑๓๖ นางแสงอรณุ สกลุ เตม็ พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ
๑๓๗ พ.จ.อ. วงกต ช้ันดี หัวหนา้ ฝ่ายบริหารงานสาธารณสขุ
๑๓๘ พ.จ.อ.เกษตร ศิรกิ ังวาน เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ชำนาญงาน
๑๓๙ วันเพญ็ ทวีปัญญาทรัพย์ ผอ.กองสาธารณสุขและส่งิ แวดลอ้ ม
๑๔๐ นายนติ ิธร แสงประทปี ผู้อำนวยการกองสาธารณสขุ และสิ่งแวดลอ้ ม
๑๔๑ นางสาวรจุ ริ า ศรวี ิเศษ นักวชิ าการสขุ าภิบาลปฏิบัตกิ าร

โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดล้อมในพื้นท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

หน่วยงาน ภาคผนวก
สำนกั งานภาคกรงุ เทพฯปริมณฑลและตะวนั ออก
องคก์ ารบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ภาคส่วน
สภาองคก์ รชมุ ชนจงั หวัดฉะเชงิ เทรา ราชการ
องคก์ ารบรหิ ารจัดการก๊าซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน) ราชการ
องค์การบริหารจัดการกา๊ ซเรือนกระจก (องคก์ ารมหาชน) ราชการ
องคก์ ารบรหิ ารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาาชน) ราชการ
สำนกั งานพืน้ ท่ีพเิ ศษ ๓ (อพท.๓) ราชการ
สำนักงานพนื้ ทพี่ ิเศษ ๓ (อพท.๓) ราชการ
สำนักงานพื้นท่ีพิเศษ ๓ (อพท.๓) ราชการ
สำนักงานพื้นทพี่ เิ ศษ ๓ (อพท.๓) ราชการ
เทศบาลตําบลสำนกั ท้อน ราชการ
ราชการ
เทศบาลตำบลกฏุ โง้ง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
เทศบาลตำบลเกลด็ แกว้ องค์กรปกครอง
เทศบาลตำบลเขตรอดุ มศักดิ์ สว่ นท้องถ่ิน(อปท.)
เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์
เทศบาลตำบลจอมพลเจา้ พระยา อปท.
เทศบาลตำบลชำฆอ้ อปท.
เทศบาลตำบลเชิงเนนิ อปท.
อปท.
๒๕๖๙ อปท.
อปท.
อปท.

ฌ - ๑๗

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม

ลำดับ ช่อื -นามสกุล ตำแหน่ง
๑๔๒ น.ส.ศิริลักษณ์ หอยสงั ข์ นักวชิ าการสขุ าภิบาลปฎิบตั ิการ
๑๔๓ นางพชิ ชานันท์ บุญช่วย
๑๔๔ นางสาวกานตธ์ ดิ า นรเอ่ยืี ม ปลดั เทศบาล
๑๔๕ นางสาวพลั ลภา เรอื งฤทธิ์
๑๔๖ นางสาวเรวีญา ขจติ เนตธิ รรม รองปลดั เทศบาล
๑๔๗ นางสาวศิรินภา บุตรพรม ผอ.กองสาธารณสุขและส่ิงแวดลอ้ ม
๑๔๘ นายสรวชิ ญ์ เพชรนคร หวั หนา้ ฝ่ายบรกิ ารและเผยแพรว่ ิชาการ
๑๔๙ นายมานติ ย์ ดีเอือ้ ผอู้ ำนวยการกองสาธารณสขุ และสง่ิ แวดล้อม
๑๕๐ นายสราวฒุ ิ เนตรวิเชียร นักวชิ าการสาธารณสขุ ปฏบิ ัติการ
๑๕๑ นายชุมพล พละเนยี ม วิศวกรโยธาปฏิบัตกิ าร
๑๕๒ น.ส.ภคั นิรินธน.์ ทรงศลิ ปส์ อาด หน.ฝ่ายบริหารงานสาธารณสขุ
๑๕๓ นางรสสคุ นธ์ พลอยกลาว ผอู้ ำนวยการกองสาธารณะสขุ และสง่ิ แวดลอ้ ม
๑๕๔ นางสุขฤทัย เกริกพัฒนะ รองปลัดเทศบาล รกั ษาราชการแทนผู้อำนวยการ
๑๕๕ นายกฤตยา สตาภิรมย์ กองสาธารณสขุ และส่ิงแวดล้อม
๑๕๖ นางสาววรี ะวรรณ จักกระหวดั นกั วิเตราะห์นโยบายและแผนปฏิบตั ิการ
หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป
๑๕๗ นางสาวอรินทรา บุญสื่อสวุ รรณ นักจัดการงานทั่วไป
๑๕๘ นางจุไรรัตน์ รอดจนั ทร์
๑๕๙ นายนพดล ณ รังษี

โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพื้นทีเ่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒

หน่วยงาน ภาคผนวก
เทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อ
เทศบาลตำบลทบั มา ภาคส่วน
เทศบาลตำบลทับมา อปท.
เทศบาลตำบลทับมา อปท.
เทศบาลตำบลทับมา อปท.
เทศบาลตำบลทับมา อปท.
เทศบาลตำบลทับมา อปท.
เทศบาลตำบลท่าขา้ ม อปท.
เทศบาลตำบลทา่ ขา้ ม อปท.
เทศบาลตำบลทา่ บุญมี อปท.
เทศบาลตำบลทุ่งสะเดา อปท.
เทศบาลตำบลนาจอมเทยี น อปท.
เทศบาลตำบลเนนิ ฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง ๒๑๑๑๐ อปท.
เทศบาลตำบลเนินพระ อปท.
เทศบาลตำบลบอ่ กวางทอง อำเภอบ่อทอง จงั หวดั ชลบรุ ี อปท.
อปท.
เทศบาลตำบลบางคลา้ อปท.
เทศบาลตำบลบางทราย
เทศบาลตำบลบางนำ้ เปรย้ี ว อปท.
อปท.
๒๕๖๙ อปท.

ฌ - ๑๘

สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม

ลำดบั ชือ่ -นามสกลุ ตำแหนง่
๑๖๐ นายวีนสั วัฒนศิริ ผชู้ ่วยนายชา่ งโยธา
๑๖๑ นางสาวภสั สรา ศรจี ันทร์ฉาย ผู้อำนวยการกองสาธารณสขุ และสง่ิ แวดลอ้ ม
๑๖๒ เอกรนิ ทร์ กลอ่ มทรัพย์ หัวหนา้ ฝ่ายบริหารงานสาธารณะสุข ทต. บางวัว
๑๖๓ นางสาวครองขวญั ครองยุทธ นักวิชาการสุขาภิบาลปฏบิ ตั กิ าร
๑๖๔ นายชัยวัฒน์ ขาดรัมย์ ผูอ้ ำนวยการกองสาธารณสขุ และสิง่ แวดลอ้ ม
๑๖๕ นางสาววิสุดา สินธุรตั น์ นกั วชิ าการสุขาภิบาล
๑๖๖ นางสาวขวัญหทยั เสน็ ติหย๊ะ นกั วชิ าการสุขาภบิ าลปฏิบัติการ
๑๖๗ นางสาวสุดาภรณ์ ไมตรีวงศ์ รักษาการแทนผอู้ ำนวยการกองสาธาราณะ
๑๖๘ นางสาวปณุ ิกา คล้ายชชู ่วย นกั วชิ าการสขุ าภิบาล
๑๖๙ น.ส.มยรุ ี รัตนะเกอ้ื เจา้ พนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน
๑๗๐ น.ส.ศศธิ ร แม้นวิลยั นกั วชิ าการสุขาภิบาล
๑๗๑ นางสาวทิพวรรณ ทองเตจา นกั วิชาการสุขาภิบาล
๑๗๒ นายประพิศ วิฑูรย์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและส่งิ แวดลอ้ ม
๑๗๓ นายศกั ด์ิดา ธรสนิ ธุ์ ปลดั เทศบาล
๑๗๔ วมิ ล อุปนนั ท์ ผอ.กองสาธารณสุขฯ
๑๗๕ นางสุภนาฏ ธนาวรรตั น์ ผ้อู ำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดลอ้ ม
๑๗๖ นางณัฏฐากร การะเกตุ รองปลดั เทศบาล
๑๗๗ นางสาวนีรนุช ฉวีนวล รองปลดั เทศบาล

โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒


Click to View FlipBook Version