สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก
ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ยุทธศาสตร์น้ีได้น้อม
นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง “มีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน” และ “เปา้ หมายของการพฒั นา
ที่ย่ังยืนท้ัง ๑๗ เปา้ หมาย” มาเป็นกรอบแนวคิด กำหนดแนวทางการแก้ไขปญั หาด้านทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัด และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีพของมนุษย์ ซึ่งเกิดความเสื่อมโทรม
อย่างต่อเน่ือง อาทิเช่น พ้ืนท่ีป่าไม้ลดลง ทรัพยากรดินเสื่อมโทรม ความหลากหลายทางชีวภาพถูกคุกคาม
ทรัพยากรน้ำที่ยังไม่สามารถจัดสรรได้ตามความต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพและมีความเสี่ยงที่จะขาดแคลน
ในอนาคต
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มให้มีประสิทธิภาพ ไดว้ างแนวทางพัฒนาเคร่อื งมอื
กลไก ระบบยุติธรรมและระบบประชาธิปไตยส่ิงแวดล้อม ยกระดับการประเมินส่ิงแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์
เพื่อเป็นกลไกในการป้องกันผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมในพ้ืนท่ีสำคัญ ประยุกต์ใช้
นวตั กรรมเวทีดจิ ิทลั เพือ่ ออกแบบนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้จริง พัฒนาระบบประชาธปิ ไตยสง่ิ แวดลอ้ มด้วยการ
เพ่ิมบทบาทของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ คุ้มครองและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดา้ นสิ่งแวดล้อม และกระบวนการมีส่วนร่วมที่สร้างสรรค์ในโครงการ
ท่ีมีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม สุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงการกระจายอำนาจและการสร้างความ
เข้มแข็งให้แก่องค์กรชุมชน องค์กรประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพ่ิมกระบวนการมีส่วนร่วม
ก่อนการตัดสินใจในโครงการขนาดใหญ่ท่ีมีผลกระทบข้ามพรมแดน และการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง
หน่วยงานยุติธรรมในภูมิภาค ในการสร้างระบบยุติธรรมเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้เป็นไป
ตามมาตรฐานสากล
สรปุ ยุทธศาสตรช์ าตทิ ่มี ีสาระในการให้ความสำคัญกับกระบวนการมสี ่วนรว่ ม
๑. รัฐมุ่งส่งเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมใน
กระบวนการรักษาความมั่นคง และผลประโยชน์ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางบกและทางทะเล
พัฒนา ฟ้ืนฟู ป้องกัน และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เกิดความรัก หวงแหน และมีส่วนร่วมในการ
ดำเนนิ การตา่ ง ๆ อย่างเขม้ แขง็ ยั่งยืน
๒. ชุมชนในภาคเกษตรกรรม และการท่องเทย่ี ว จะสามารถเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์
ความหลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนผ่านสู่การเกษตรอนิ ทรีย์และเกษตรยั่งยืน สร้างความมั่นคงด้าน
อาหารและสุขภาพ ผ่านการเรียนรู้ ความเข้าใจ เข้าถึง ตระหนักในระบบคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลาย
๓. ส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ครอบครัวและ
ชมุ ชน สร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม ปลูกฝังค่านิยม
วฒั นธรรม หล่อหลอมคุณธรรม จริยธรรม มัธยัสถ์ ซื่อสัตย์ ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ส่งเสริมให้มีจิตสาธารณะ และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม รู้จักหน้าที่ ประกอบสัมมาอาชีพ เน้นการพ่ึงพา
ตนเอง มีความรับผิดชอบตอ่ สงั คมและต่อผอู้ ื่น ส่งเสรมิ ใหม้ ีวัฒนธรรมการทำงานเพื่อส่วนรวม
๔. เอื้อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การตัดสินใจและการติดตาม
การดำเนินงานของรัฐ มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนและบูรณาการแผนให้เช่ือมโยงสอดคล้องกับแผนระดับ
หมู่บา้ น ท้องถ่ิน อำเภอ จังหวัด กลมุ่ จงั หวดั
๕. สนบั สนนุ ความร่วมมือระหวา่ งภาครฐั ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน
สร้างกลไกการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เชื่อมพลังของคนรุ่นใหม่ คนวัยทำงาน และผู้สูงอายุ เพื่อ
เสริมสร้างพลังทางสงั คมในการดำเนนิ กจิ กรรมอย่างสรา้ งสรรค์
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพน้ื ทีเ่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๓
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๖. พัฒนาเคร่ืองมือ กลไก ระบบยุติธรรม และระบบประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อม เพิ่มบทบาทของ
ประชาชนในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ คุ้มครองและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การเข้าถึง
ข้อมลู ขา่ วสารด้านสิ่งแวดลอ้ ม และกระบวนการมสี ว่ นรว่ มทสี่ รา้ งสรรค์ในโครงการทม่ี ีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม
สุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงการกระจายอำนาจและการสร้างความเข้มแข็งให้แกอ่ งค์กรชมุ ชน องค์กร
ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
▪ ยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙)
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำยุทธศาสตร์ฯ ระยะ ๒๐ ปี ที่สนับสนุน
ยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ภายใต้ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ การเติบโตท่ีเป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ภายใต้
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ด้านการสร้างการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยยุทธศ าสตร์กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ระยะ ๒๐ ปี กำหนดวิสัยทัศน์ คือ อนุรักษ์และใช้ประโยชน์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือเป็นรากฐานการพัฒนาอย่างสมดุล มีพันธกิจ ๓ ข้อ คือ (๑)
ขับเคล่ือนและผลักดันยุทธ์ศาสตร์และมาตรการด้านการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟ้ืนฟู และใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ มอย่างเหมาะสม (๒) บรู ณาการและสรา้ งการมสี ว่ นร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนในการบริหารจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้ังในประเทศและระหว่างประเทศ และ (๓) เสริมสร้างขีดความสามารถ
เชิงรุกขององค์กร พัฒนาระบบ กลไก และฐานข้อมูลในการบริหารจัดการ รวมทั้งการปรับปรุงและบังคับใช้
กฎหมายอยา่ งเปน็ ธรรม ภายใตป้ ระเด็นยุทธศาสตร์ ๖ ขอ้ คือ (๑) อนรุ กั ษ์ คมุ้ ครอง ฟื้นฟู ส่งเสรมิ และพัฒนา
ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างย่ังยืน (๒) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ท้ังน้ำผิวดิน
และน้ำใต้ดินแบบมีส่วนร่วม เป็นธรรม และเพียงพอ (๓) ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู คุณภาพสิ่งแวดล้อม (๔)
ขับเคล่ือนการผลิตและการบริโภคท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมในการพัฒนาและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ (๕) ลดก๊าซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และภัยพิบัติทางธรรมชาติ และ (๖) พัฒนากลไก ระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
อย่างมีประสิทธภิ าพ และการจัดการองคอ์ ย่างมธี รรมาภิบาลและทนั ต่อการเปลยี่ นแปลง
ยทุ ธศาสตรก์ ระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๔
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจัดทำยุทธศาสตร์ขึ้นเพื่อรองรับการขับเคลื่อนการทำงาน
ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์โลกและอนุภาคอาเซียน สภาพปัญ หาและข้อจำกัดของประเทศ
ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) กรอบการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔)
การจัดทำยุทธศาสตร์มกี รอบแนวคิดในการดำเนินงานตามหลักการ ศาสตรพ์ ระราชาและพระราชดำรัส
ท่ีเกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ความเช่ือมโยงยุทธศาสตร์แผน
ระดับชาติและยุทธศาสตร์ของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง กรอบแนวคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนของ
สหประชาชาติ กรอบแนวคิดประชารัฐ กรอบแนวคิดจากเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
และ (ร่าง) รัฐธรรมนูญอาณาจกั รไทย พุทธศักราช.... สาระในยุทธศาสตรท์ ่ีได้กลา่ วถึงการมีสว่ นรว่ ม เช่น
กรอบแนวคิดศาสตร์พระราชาและพระราชดำรัส “ปัญหาต่างๆ เก่ียวกับสภาวะแวดล้อมอัน
เนอื่ งมาจากมลพิษ หรือความเส่ือมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเกิดขนึ้ ในท่ีหน่ึงที่ใดกต็ าม ย่อมส่งผล
กระทบต่อเน่ืองไปถึงท่ีอ่ืน ๆ ด้วยเหตุนี้ ทุกคนทุกประเทศในโลกจึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยกันท้ังในการ
แก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะแวดล้อม ให้กลับคืนมาสู่สภาพอันจะเออ้ื ต่อการมีชวี ิตอยู่อย่าง
เป็นสุขของตนเองและเพื่อนมนุษย์” (พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกในพิธีมอบเรือขจัดน้ำมัน รัฐบาล
เดนมารก์ นอ้ มเกลา้ ฯถวาย วนั พธุ ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๙)
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นทเ่ี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
กรอบแนวคิดประชารัฐ การส่งเสริมประชารัฐ (หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน
ท้องถ่ิน และภาควิชาการ) เข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาทส่งเสริม รักษาและเสริมสร้างด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ตั้งแต่ระดับชมุ ชน ตำบล แผนพฒั นาจังหวัด/กลุ่มจังหวดั /ภาค แผนกระทรวง/กรม และแผน
บริหารราชการแผ่นดิน และการนำแนวคิด Whole – of – Nation – Approach ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วม
ดำเนนิ งานดา้ นความมน่ั คง โดยประสานและผนึกกำลงั ของทุกฝา่ ยในชาติ
กรอบแนวคิดตาม (ร่าง) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช....(คณะกรรมการร่าง
รฐั ธรรมนูญ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙)
- มาตรา ๔๓ บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (๒) จัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ตามวิธีการท่ี
กฎหมายบญั ญัติ
- มาตรา ๕๗ รัฐต้อง (๒) อนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟ้ืนฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชวี ภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุล
และย่ังยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถ่ินที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดำเนินการ และไดร้ ับประโยชน์จาก
การดำเนินการดงั กล่าวด้วยตามทก่ี ฎหมายบัญญตั ิ
ยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม อ้างถึงประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการ
สร้างการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ทีเ่ ป็นมิตรตอ่ สง่ิ แวดล้อม
-ประเด็น การสร้างการเติบโตอย่างย่ังยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว: อนุรักษ์และใช้ประโยชน์
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม โดยจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ
สังคม และส่ิงแวดล้อม แก้ไขปัญหาความขัดแย้งการใชป้ ระโยชน์ท่ีดิน และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชมุ ชน
และปรบั ปรุงระเบยี บกฎหมาย ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
-ประเด็น การพัฒนาความมั่นคงน้ำ พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: จัดให้มีระบบและ
การจัดการน้ำท่ีสมดุล ฉลาด (ทันสมัย ทันการณ์) และสร้างความเป็นธรรม โดยใช้ระบบท้ังทางโครงสร้าง
กฎระเบียบ การวางองค์กร การเตรียมความพร้อมทางสังคม (การจัดการน้ำท่ีเสริมสร้างความร่วมมือและ
ต่อรองกับผู้เก่ียวข้อง ยกระดับคุณภาพการตัดสินใจร่วมกัน) สารสนเทศและการสื่อสาร การพัฒนาเคร่ืองมือ
เทคโนโลยี การจัดการ (เช่น การจัดทำผังน้ำตามผังการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ ) การดำเนินการเพื่อสร้างสมดุล การ
สร้างวินัยของคนเพ่ือการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนการแลกเปลี่ยนวิชาการประสบการณ์ สารสนเทศกับ
นานาชาติ
ประเด็นปฏริ ูปประเทศ ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม (พ.ศ. ๒๕๖๑)
- ประเด็นปฏิรูปเรื่องทรัพยากรป่าไม้: พัฒนาการมีส่วนร่วม กลไกประชารัฐ และการกระจายอำนาจใน
การบริหารจัดการไปสู่ภูมิภาคหรือท้องถิ่น รวมถึงพัฒนาองค์กรและกฎหมายเพ่ือสนองตอบการปฏิรูป
ทรัพยากรปา่ ไม้ท้งั ระบบ
- ประเด็นปฏิรูปเรื่องสิ่งแวดล้อม: ความร่วมมือท่ีดีระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการจัดการ
มลพษิ ทำให้เกดิ ความไวว้ างใจและความสำเร็จในการลดมลพษิ
- ประเด็นปฏิรูปเร่ืองระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม: การมีส่วนร่วมอย่างมี
ความหมายของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การทำงานร่วมกัน และ
ระบบตรวจสอบถว่ งดุลระหว่างองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นกับชุมชนท้องถ่ิน และภาคประชาสังคม
โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดล้อมในพนื้ ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๕
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
สรุปประเด็นสำคัญยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่ีเกี่ยวกบั แนวคิดการ
มสี ่วนร่วม
๑. ปญั หาสิง่ แวดล้อมไม่ว่าจะเกิดขน้ึ ในท่ีใด ย่อมสง่ ผลกระทบต่อเนอื่ งไปถึงที่อ่นื ๆ ด้วยเหตุนี้ ทุกคนทุก
ประเทศในโลกจึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยกันท้ังในการแก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะ
แวดลอ้ ม ให้กลับคนื มาสสู่ ภาพอนั จะเออ้ื ตอ่ การมชี ีวิตอยอู่ ยา่ งเป็นสุขของตนเองและของเพื่อนมนุษย์
๒. ประชารฐั หมายถงึ หน่วยงานรฐั ภาคเอกชน ภาคประชาสงั คม ชุมชนท้องถิ่น และภาควชิ าการ ต้อง
ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนเข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาทส่งเสริม รักษาและเสริมสร้างด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ตั้งแตร่ ะดบั ชมุ ชน ตำบล แผนพฒั นาจังหวดั /กลุ่มจังหวดั /ภาค แผนกระทรวง/กรม และแผน
บรหิ ารราชการแผ่นดนิ
๓. แนวคิดตามร่างรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติให้บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ จัดการ บำรุงรักษา และใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและย่ังยืน ตาม
วิธีการที่กฎหมายบัญญัติ และให้ประชาชนและชุมชนในท้องถ่ินที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการและ
ได้รับประโยชน์จากการดำเนินการอนรุ ักษ์ คุ้มครอง บำรงุ รกั ษา ฟ้นื ฟู บรหิ ารจดั การ และใชห้ รือจดั ให้มีการใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชวี ภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุล
และยง่ั ยนื
๔. ปรับปรุงระเบียบกฎหมาย ด้านการบริหารจัดการ เพ่ือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการใช้ประโยชน์
ที่ดิน และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน อนุรกั ษ์และใชป้ ระโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างย่ังยืนและเป็น
ธรรม
๕. พัฒนาการมีส่วนร่วม กลไกประชารัฐและการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการไปสู่ภูมิภาคหรือ
ท้องถนิ่ รวมถึงพัฒนาองคก์ รและกฎหมายเพื่อสนองตอบการปฏิรูปทรัพยากรป่าไมท้ ั้งระบบ
๖. ความร่วมมือท่ีดีระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการจัดการมลพิษทำให้เกิดความไว้วางใจ
และความสำเร็จในการลดมลพิษ
๗. ปฏริ ูประบบบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย
ของประชาชนในการบริหารจัดการ การทำงานร่วมกัน และมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิ่นกบั ชมุ ชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม
ท้ังน้ีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้ให้ความหมายของ การมีส่วนร่วม
(Participation) หมายถึง การเข้าไปเก่ียวข้องหรือการมีส่วนร่วมแบบทางตรง หรือทางอ้อมในการทำกิจกรรม
ใดกิจกรรมหน่ึง โดยระดบั ของการมีสว่ นร่วมจึงเรมิ่ ต้งั แต่การใหข้ ้อมลู แก่ประชาชน (Inform) การปรกึ ษาหารือ
ประชาชน (Consult) การให้ประชาชนเขา้ มามีบทบาท (Involve) การสร้างความรว่ มมือ (Collaborate) และ
การให้อำนาจแก่ประชาชน (Empower) และไดก้ ลา่ วถึงการมีสว่ นร่วมในขอ้ บัญญตั มิ าตราตา่ ง ๆ ได้แก่ การให้
ประชาชน “เข้าถึงข้อมูล” มาตรา ๕๐ การให้ความร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองส่ิงแวดล้อม
มาตรา ๕๙ รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐและต้องจัดให้
ประชาชนเขา้ ถงึ ข้อมลู หรือขา่ วสารดงั กล่าวได้โดยสะดวก และ มาตรา ๗๘ การท่ีรฐั จะต้องให้ข้อมูลข่าวสารแก่
ประชาชนเพ่ือกอ่ ให้เกดิ การมสี ่วนรว่ มของประชาชน เป็นตน้
การให้ประชาชน “เข้ามามีบทบาท และสร้างความร่วมมือ” มาตรา ๕๗ (๑) รัฐต้องส่งเสริมและ
สนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
อนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ิน ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงาม
ของท้องถ่ินและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง มาตรา ๕๗ (๒) รัฐต้องให้
ประชาชนและชุมชนในท้องถ่ินที่เก่ียวข้องมีส่วนร่วมดำเนินการและได้รับประโยชน์จากการดำเนินการอนุรักษ์
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้นื ท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๖
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟ้ืนฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและย่ังยืน มาตรา ๕๘ การ
ดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการน้ันอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพส่ิงแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือ
ชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน มาตรา
๕๗ วรรคสอง ในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติจึงต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของ
ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง มาตรา ๗๒ เมื่อรัฐต้องดำเนินการเก่ียวกับท่ีดิน ทรัพยากรน้ำ และพลังงาน
จึงต้องวางผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมตลอดท้ังพัฒนาเมืองให้มีความเจริญโดยสอดคล้องกับความ
ต้องการของประชาชนในพื้นที่ มาตรา ๗๗ วรรคสอง รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็ นของ
ผู้เก่ียวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมท้ังเปิดเผยผลการ
รับฟังความคิดเห็นและการวเิ คราะห์น้ันต่อประชาชน และ มาตรา ๑๗๘ วรรคสี่ ภาครัฐตอ้ งออกกฎหมายเพ่ือ
กำหนดวิธีการท่ีประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและได้รับการเยียวยาที่จำเป็นอันเกิด
จากผลกระทบของการทำหนงั สือสัญญาท่ีอาจมผี ลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกจิ สังคม หรือการคา้ หรือ
การลงทนุ ของประเทศ เป็นต้น
ภาคส่วนอ่ืน ๆ : พบว่าภาคส่วนท่ีไม่ใช่องค์กรรัฐ มีความต่ืนตัวในการมีส่วนร่วมทั้งที่มีจริยธรรมสำนึก
และเน่ืองจากได้รับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงของสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่างมีการ
ดำเนินการแก้ไขปัญหาและพยายามหาแนวทางในการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนรัฐและกลุ่มองค์กร
อนื่ ๆ มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
กรอบแนวคิดในการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐ ได้กำหนด “การมีส่วนร่วม” เป็นประเด็นสำคัญในข้อเสนอในกระบวนการจัดทำแผน
และในกรอบการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแผนในภาพรวมและแผนในระดับจงั หวัด
โดยมีหลกั การ ดังน้ี
▪ ความหมายการมสี ว่ นรว่ ม
กระบวนการมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ทบทวน
เอกสารทางวิชาการเพื่อทำความเขา้ ใจความหมายของการมสี ว่ นรว่ ม ดังนี้
- กระบวนการในการกระจายอำนาจ ท่ีทำให้คนท่ีไม่เคยมีอำนาจ ท่ีถูกกีดกันออกจากกระบวนการทาง
การเมืองและเศรษฐกิจได้ถูกดึงเข้ามาเป็นวิธีการในการปฏิรูปสังคมทีทำให้คนกลุ่มน้ีได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์
จากกลุ่มท่เี คยกุมอำนาจและเงนิ (Arnstien, 1969)
- กระบวนการในการดึงเอาประชาชนเข้ามายุ่งเก่ียวกับกระบวนการตัดสินใจหรือการแก้ปัญหาและใช้
ขอ้ มลู ความคดิ จากประชาชนในการตดั สินใจ (IAP2, 2002)
- กลไกท่ีทำให้ประชาชนสามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจตั้งแต่จุ ดเร่ิมต้นจนถึงจุดสุดท้าย
เช่น การกำหนดปญั หา การนำเสนอทางเลอื ก วิธกี ารในการพิจารณาทางเลือก วิธีการในการลดผลกระทบของ
ทางเลือกแต่ละทาง วิธีการที่ทำให้กระบวนการตัดสินใจ มีความโปร่งใส เป็นธรรม วิธีการทำให้มุมมองทุก
มมุ มองได้รับการพจิ ารณา และวธิ กี ารทีท่ ำให้คนได้เข้าใจความคดิ ท่ีแตกตา่ ง (Creighton, 2003)
- การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) หมายถึง การกระจายโอกาส ให้ประชาชนมี
ส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหารเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งการจัดสรรทรัพยากรของ
ชุมชนและของชาติ ซึง่ จะส่งผลกระทบต่อวิถชี ีวติ และความเปน็ อยู่ของประชาชน โดยการให้ข้อมลู แสดงความ
คิดเห็น ให้คำแนะนำปรึกษาร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ รวมถึงการควบคุมโดยตรงจากประชาชน (คนึงนิจ
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดล้อมในพืน้ ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๗
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ศรีบบัวเอ่ียม และคณะ, ๒๕๔๕ ในบวรศักดิ์ อุวรรโณ และคณะ, ๒๕๕๓ บวรศักด์ิ อุวรรโณ และคณะ,
๒๕๕๓)
- การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกระบวนการซ่ึงประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสแสดง
ทัศนะ และเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งมีการนำความคิดเห็น
ดังกล่าวไปประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายและการตัดสินใจของรัฐ การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็น
กระบวนการส่ือสารในระบบเปิด กล่าวคือ เป็นการสื่อสารสองทาง ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการซึ่ง
ประกอบไปด้วยการแบ่งสรรข้อมูลร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีใน
สังคม ทั้งนี้เพราะเป็นการเพิ่มคุณภาพในการตัดสินใจ การลดค่าใช้จ่ายและการสูญเสียเวลา เป็นการสร้าง
ฉันทามติ และทำให้ง่ายตอ่ การนำไปปฏิบตั ิ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ช่วยให้เกดิ ความน่าเชอ่ื ถือและความชอบ
ธรรม ชว่ ยใหท้ ราบความหว่ งกังวลของประชาชนและค่านิยมสาธารณชน รวมท้งั เปน็ การพฒั นาความเช่ยี วชาญ
และความคิดสร้างสรรค์ของสาธารณชน (ถวิลวดี บุรีกุล และคณะ, ๒๕๕๑ ในบวรศักดิ์ อุวรรโณ และคณะ,
๒๕๕๓)
- การมีส่วนร่วม คือ กระบวนการซึ่งประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีโอกาสแสดงทัศนะ แลกเปล่ียน
ข้อมูลและความคิดเห็น เพื่อแสวงหาทางเลือกและการตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการท่ีเหมาะสม
และเป็นท่ียอมรับร่วมกันทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องจึงควรเข้ารว่ มในกระบวนการต้ังแตเ่ ริ่มต้นจนกระทั่งถึงการติดตาม
และประเมินผล เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการรับรู้ เรียนรู้ การปรับเปล่ียนโครงการร่วมกัน ซ่ึงจะเป็น
ประโยชนต์ ่อทุกฝา่ ย (อรทยั ก๊กผล, ๒๕๔๖ ในบวรศักดิ์ อวุ รรโณ และคณะ, ๒๕๕๓)
▪ ระดับของการมีสว่ นรว่ ม
แนวทางการแบ่งระดบั การมีส่วนร่วมของ International Association of Public Participation (IAP๒)
(2020) Creighton (๒๐๐๕), และ Arnstein, (1969) สามารถประมวลเป็นการแบ่งระดับการมีส่วนร่วม ๔
ระดบั ดังน้ี
การมสี ว่ นรว่ มในระดับตำ่
หมายถึง การมีส่วนร่วมในการรับข้อมูลท่ีมีความสมดุลในทุกมิติ เน้นการสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ
ถึงมิติต่าง ๆ ของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่มักเกิดขึ้นในตอนท้ายของกระบวนการการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ตัวอย่างเช่น การเผยแพร่เอกสารเก่ียวกับการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม การจัดประชุมแถลงข่าว เป็นต้น
การมีส่วนรว่ มในระดบั กลาง
หมายถึง การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แต่
ไม่มีกลไกหรือกระบวนการทีจ่ ะรบั ประกนั ว่าความคิดเห็นเหลา่ น้ันจะถกู นำไปใชห้ รอื จะมอี ทิ ธิพลอย่างไรในการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ตัวอยา่ งเช่น การสำรวจความคิดเห็น การทำประชาพจิ ารณ์ การให้
ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมการเพอื่ ทำหน้าที่ตัดสินใจในสัดส่วนน้อย และการให้ภาคประชาชนเข้ามาร่วม
ในการวางแผนในเวลาท่ีจำกดั และไม่ใหก้ ารสนับสนุนทางเทคนิค เปน็ ต้น
การมีสว่ นรว่ มในระดบั สงู
หมายถึง การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในลักษณะของหุ้นส่วนที่มีความเท่าเทียมกัน โดยทุกภาค
ส่วนมีอำนาจในการต่อรองอย่างเสมอภาคในทุกกระบวนการของการมีส่วนร่วม (เช่น การร่วมคิด ร่วมวางแผน
และร่วมตัดสินใจ) ตัวอย่างของคุณลักษณะของการมีส่วนร่วมในระดบั นี้ ไดแ้ ก่ การแบ่งสัดส่วนของกรรมการแต่
ละภาคส่วนอย่างเท่าเทียม โดยแต่ละภาคส่วนสามารถมีอิทธิพลในกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมได้อย่างเท่าเทียมกัน มีกำลังในการได้รับและควบคุมการสนับสนุนทางวิชาการหรอื ทางเทคนิคของ
ตนเองไดอ้ ย่างเพียงพอ เป็นตน้
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพืน้ ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๘
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก
การมสี ่วนร่วมในระดบั สูงมาก
หมายถึง การท่ี พ ลเมืองมีบท บาท หน้าที่ และอำนาจหลักในการตัดสินใจในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ต่อรองอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น การท่ีพลเมืองมีอำนาจใน
การตัดสินใจในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและงบประมาณเอง เป็นผู้ควบคุมการ
ว่าจ้างบริษัทท่ีปรึกษาในการวางแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเอง หรือการเกิดข้ึนขององค์กร
พลเมืองท่ีมอี ำนาจควบคุมการบรหิ ารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเองท้ังหมด เป็นต้น
จากการแบ่งระดับการมีสว่ นรว่ มดังกล่าว “การมีส่วนร่วมที่มีความหมายอยา่ งแท้จรงิ ” จึงหมายถึง การ
มีส่วนร่วมในระดบั สูงและระดับสูงมาก ซ่ึงการมีส่วนร่วมทั้งสองระดับน้ีจะนำมาซึ่งคุณประโยชน์ในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมหลากหลายประการ ตัวอย่างที่สำคัญเช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมจากการประสานพลังจากภาคสว่ นตา่ ง ๆ ท่ีเปิดโอกาสให้แต่ละภาค
ส่วนนำศักยภาพของตัวเองเข้ามาช่วยดูแลและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันเป็นสมบัติของ
ชาติ
▪ เงอ่ื นไขของการเขา้ ถึงมีการมสี ว่ นร่วมทีแ่ ท้จริง
ความเสมอภาค
ในกระบวนการมีส่วนร่วม ทุกคนตอ้ งได้รับเกียรติอย่างเท่าเทียมกันแบบเพื่อนร่วมงาน ทุกคนตา่ งมีสิทธิ
บทบาทหน้าท่ีท่ีต้องรับผดิ ชอบ และการมีส่วนรว่ มของทุกฝ่ายต้องดำเนินไปดว้ ยความสัมพนั ธท์ ่ีก่อให้เกิดความ
สร้างสรรค์ รูร้ ักสามัคคี ทุกคนตอ้ งมคี วามเชอื่ วา่ มนษุ ย์ทุกคนมศี ักยภาพ (ถวิลวดี บรุ กี ลุ , ๒๕๕๒)
ความโปร่งใส
ในกระบวนการมีสว่ นร่วม เป็นการทำงานร่วมกนั ดว้ ยความตง้ั ใจจรงิ มีความจริงใจตอ่ กันโดยไร้การแอบ
แฝงซงึ่ ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ตอ้ งมคี วามซื่อสัตยส์ ุจริต มีการเสียสละ และสามารถตรวจสอบกนั ได้
ด้วยความยตุ ิธรรม (ถวิลวดี บุรีกุล, ๒๕๕๒)
ประสิทธิภาพ
กระบวนการมีส่วนร่วม เป็นการทำงานท่ีต้องอาศัยปัจจัยความรู้ ความสามารถ การใช้ภูมิปัญญา ด้วย
หลักความเป็นเหตุเป็นผล ยึดมั่นต่อประโยชน์ส่วนรวมเพ่ือความสมดุล ม่ันคง ย่ังยืน (ถวิลวดี บุรีกุล, ๒๕๕๒;
คณิต ธนธู รรมเจริญ, ๒๕๕๘)
ศักยภาพ
กระบวนการมีส่วนร่วม ทุกคนท่ีสัมพันธ์เก่ียวข้องกันบนฐานความเช่ือม่ันที่จะบรรลุวัตถุประสงค์
เป้าหมายอย่างมีคุณค่าได้ดว้ ยพลังสร้างสรรค์ของทุก ๆ คน และเป็นการแสดงพลังความสามารถออกมาอย่าง
เตม็ ทดี่ ้วยจิตวญิ ญาณของการเข้าถงึ กระบวนการมสี ว่ นร่วมนน้ั (คณิต ธนธู รรมเจรญิ , ๒๕๕๘)
▪ องคป์ ระกอบของการมสี ่วนร่วม
การมีส่วนร่วม คือ การมีความสำนึกรับผิดชอบต่อสิทธิบทบาทในการทำหน้าที่จัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ให้เกิดความสมดุล รับประโยชน์อย่างยั่งยืน เรียนรู้ปรับตัวให้สามารถ
ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมระบบนิเวศธรรมชาติ โดยไม่สร้างผลกระทบ
กอ่ ให้เกิดความเสียหาย ความเสอ่ื มโทรม และความม่นั คงของระบบนิเวศธรรมชาตนิ ้ัน องค์ประกอบสำคญั ของ
กระบวนการมสี ่วนรว่ มประกอบด้วยองค์ประกอบ ๕ ประการ คอื
(๑) กระบวนการรบั รู้ เรียนรู้ขอ้ มูลข่าวสาร
ประชาชนจะต้องได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐ ในการท่ีจะดำเนินการโครงการใด ๆ โดยผ่านการ
ประชาคม จะต้องได้รับรู้เกี่ยวกับองค์ความรู้ เทคนิค วิธีการต่าง ๆ ในกระบวนการปฏิบัติก าร โดยผ่าน
กระบวนการเรียนรู้ การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การรับรู้และการเรียนรู้ ซ่ึงถือเป็นสิทธิข้ันพน้ื ฐานที่ประชาชน
โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพน้ื ที่เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๑๙
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ชุมชนต้องได้รับบริการอย่างเท่าเทียมกัน โดยการเรียนรู้องค์ความรู้ เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และพัฒนา
ศกั ยภาพประชาชน ให้เปน็ ผู้ท่ีรเู้ ท่าทันสถานการณ์ และเปน็ ผทู้ ี่มคี วามสามารถในการคดิ การวิเคราะห์ เช่น ใน
การมีส่วนร่วมในการจัดการกับปัญหาอุทกภัย ประชาชนควรมีสิทธิในการได้รับรู้และเรียนรู้ถึงความเช่ือมโยง
ของวิถีชีวิตในเมืองกับทรัพยากรที่ถูกส่งเข้ามาในเมือง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศในพื้นท่ีต้นน้ำ และ
การส่งผา่ นของเสียรูปแบบตา่ งๆทเ่ี กดิ ในเมอื งขนึ้ ไปสพู่ ืน้ ท่ีอน่ื จนถงึ ผลกระทบตอ่ การระบายนำ้ ในพน้ื ท่ปี ลายนำ้
เป็นตน้
(๒) กระบวนการตดั สนิ ใจ และวางแผนงาน โครงการ
การดำเนินงานจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการริเร่ิม การ
ค้นหาปัญหา สาเหตุ ความตอ้ งการ ความจำเป็น มีสิทธใิ นการแลกเปล่ียนเรียนรู้ หากมีผลกระทบต่อชมุ ชนใน
พื้นที่ต้องได้รับการแจ้งข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาการมีส่วนร่วมและการจัดลำดับ
ความสำคัญ และการวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ความต้องการ การตัดสินใจเลือกวิธีการ รูปแบบในการ
ดำเนินงาน การกำหนดทรัพยากรและแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินงาน ตลอดจนการ
ประเมินผลได้ผลเสีย ผลกระทบท่ีจะเกิดกับสภาพพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การมีเวที
เรียนรู้ร่วมกันจะทำให้เกิดกระบวนการตัดสินใจอย่างรอบคอบและรอบด้าน เมื่อตัดสินใจร่วมกันแล้วก็จัดทำ
แผนงาน โครงการ กำหนดทิศทาง วิธีการให้บรรลวุ ตั ถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
(๓) กระบวนการดำเนนิ งาน
เป็นกระบวนการท่ีทุกคน ทุกภาคส่วนในเครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จะต้องมีความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้ันตอน ตามแผนงานท่ีได้กำหนดไว้ และสิ่งท่ีเกิดขึ้น
ไม่วา่ จะในทางบวกหรือทางลบ และหากมีปญั หาเกิดขึน้ จะต้องแก้ไขปญั หาตา่ ง ๆ ร่วมกัน เช่น การดำเนินงาน
ของเครอื ขา่ ยรักอา่ วไทยตอนบน (อ่าวตัว ก.) ประชาชน ชมุ ชน เครือข่าย ร่วมกันทดลองแก้ปัญหาการกัดเซาะ
ชายฝ่ัง จนประสบผลสำเรจ็ สามารถชะลอการกัดเซาะ และไดผ้ ืนดนิ กลับคืนมาเป็นต้น
(๔) กระบวนการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ
เพื่อให้กระบวนการดำเนินการตามโครงการพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนต้องมีส่วน
ร่วมในกระบวนการกำกับการดำเนินงานให้เปน็ ไปตามเงอ่ื นไข กติกา และแผนงานท่ีได้รว่ มกนั กำหนดไว้ ต้องมี
การตดิ ตามการดำเนินงานเป็นระยะ เพ่ือจะได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงแก้ไขปญั หาอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น และ
ทกุ ภาคส่วนต้องเปดิ โอกาสใหม้ กี ารตรวจสอบ หรอื มกี ระบวนการในการสร้างความโปร่งใส มคี วามเป็นธรรมแก่
ทุกฝ่ายทุกภาคส่วน เชน่ โครงการเครือข่าย “ตาสับปะรด สิ่งแวดล้อม สมุทรปราการ” ท่ีมีการจัดต้ังเครือข่าย
ชุมชนเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ การปล่อยมลพิษ ของโรงงานอุตสาหกรรม ในจังหวัดสมุทรปราการ โดย
กำหนดให้มีตัวแทนชุมชนหนึ่งคนต่อหน่ึงโรงงาน และมีศูนย์รับการร้องเรียนจากตัวแทนชุมชน ให้เร่งเข้าไป
ตรวจสอบ และมีการให้แรงจูงใจโดยมีการติดตั้งธงสัญลักษณ์สำหรับโรงงานท่ีมีการดูแลด้านการปล่อยมลพิษ
ได้เป็นอย่างดี ไม่มีการร้องเรียนจากชุมชนเป็นเวลาติดต่อกัน ซ่ึงเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง
ภาคประชาชน ภาครฐั และภาคเอกชน
(๕) กระบวนการรว่ มรับประโยชนอ์ ยา่ งยุติธรรม
ประชาชนพงึ ได้รบั ประโยชน์จากการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มดว้ ยความเปน็ ธรรมและ
ยุติธรรม สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดำเนินชีวิตได้อย่าง
เก้ือกูลและย่ังยืน ตัวอย่างเช่นชุมชนบ้านน้ำมีด จังหวัดน่าน ได้ร่วมกันดูแล อนุรักษ์ป่า และมีการเก็บผลผลิต
จากป่าเพื่อการบริโภคและการยังชีพในปริมาณที่จำกัด โดยการเก็บพชื ผักบางอย่างเป็นอาหาร การเก็บน้ำผ้ึง
การนำกระบือเข้าไปเลี้ยงในพ้ืนท่ีป่าไม้ โดยมีกฎกติกาของชุมชนในการควบคุมดูแลปริมาณการใช้โดยชุมชน
อย่างเครง่ ครดั อนั เปน็ ส่วนหนง่ึ ของแรงจงู ใจให้ชุมชนรว่ มกนั ดูแลรักษาป่า
โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๐
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก
▪ ประโยชน์ของการมีส่วนรว่ ม
เป็นการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหล่ือมล้ำทางสังคม อันเกิดจากความแตกต่างของการเข้าถึง
ทรพั ยากร การจัดการที่ไมไ่ ดม้ ีกระบวนการการมสี ว่ นร่วมของแตล่ ะภาคส่วนนน้ั มีโอกาสทจี่ ะกีดกันคนบางกลุ่ม
ออกจากการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาส อันนำมาสู่ความยากจน
ปญั หาดา้ นสุขภาวะ และความแตกแยกของสังคม ในทางตรงข้ามกลุ่มคนเหล่าน้มี ีโอกาสที่จะถูกผลักให้ออกไป
รบั ความเส่ียง และผลกระทบจากการจัดการภัยธรรมชาติ จนนำมาสู่การสร้างความเปราะบางของคนบางกลุ่ม
ในทส่ี ุด (Cernea, and Schmidt-Soltau, 2006; คณนิ หตุ านวุ ัตรและคณะ, ๒๕๕๗)
การมีส่วนร่วมชว่ ยลดความขดั แยง้ ระหว่างภาคสว่ นตา่ ง ๆ
โดยเฉพาะในประเด็นซ่ึงเป็นเร่ืองท่ีชุมชนให้ความสำคัญ แม้ว่าในระยะเริ่มต้นกระบวนการการมีส่วน
ร่วมอาจทำให้ข้ันตอนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมใช้เวลามากขึ้น แต่หากการจัดการน้ัน
ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตั้งแต่ช่วงต้นของกระบวนการแล้ว โอกาสท่ีจะเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียท่ีเกี่ยวข้องจะมีความเป็นไปได้สูง และความขัดแย้งนี้เองจะทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม และในหลายกรณีความขดั แยง้ ดังกลา่ วอาจบานปลายจนเกดิ ความไมไ่ ว้ใจกัน
ระหว่างกลุม่ ผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสียจนไมส่ ามารถจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มได้อีกต่อไป อนั นำมาซึ่ง
ความเสียหายตอ่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรวมเป็นอย่างมาก (Creighton, 2005; Hutanuwatr,
2009)
กระบวนการการมีส่วนร่วมยังเปิดโอกาสให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มีความ
เหมาะสมกับบริบท สภาพสังคมวัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น ๆ โดยการเปิดโอกาสให้ภาคส่วน
ต่าง ๆ ได้นำมุมมอง ข้อมูล และองค์ความรู้ของบริบทเฉพาะเข้ามาในกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ในทางกลับกันการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ขัดแย้งกับสภาพบริบทนั้นยาก
ที่ได้รับการยอมรับ หรือได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเสียโอกาสในการปรับใช้ศักยภาพหรือภูมิ
ปัญญาของการจัดการทรัพยากรเดิมในพ้ืนที่เพื่อหนุนเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้
สอดคล้องกับภูมิสังคม (Hutanuwatr, Bolin, and Pijawka, 2013) ส่ิงเหล่าน้ีเป็นตัวอย่างท่ีแสดงให้เห็นถึง
ความสำคัญ และความจำเป็นของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม
๔. แนวทางการขบั เคลื่อนพืน้ ทส่ี เี ขียวอยา่ งย่งั ยืน
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ไดจัดทํา “แผนปฏิบัติการเชิง
นโยบายดานการจัดการพ้ืนท่ีสีเขียวชุมชนเมืองอยางยั่งยืน” ซึ่งผานความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๐ เม่ือวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และคณะรัฐมนตรีไดมี
มติรับทราบ เม่ือวันท่ี ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ โดยแผนปฏิบัติการดังกลาวมีความมุงหมายใหทุกภาคสวน ท้ัง
ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน รวมกันพัฒนาและดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวใหคงอยูอยางย่ังยืน และ สผ.
ไดดาํ เนนิ การผลักดัน ใหหนวยงานและภาคสวนท่เี กี่ยวของ นาํ แผนปฏบิ ตั ิการฯ ไปใชเปนกรอบแนวทางในการ
เพิ่ม พ้ืนท่ีสีเขียวยั่งยืน โดยไดเผยแพรประชาสัมพันธ เสริมสรางศักยภาพแกภาคสวนที่เกี่ยวของ สงเสริมการ
ประสานงานและบูรณาการความรวมมือ รวมท้ังติดตามประเมินผลการดําเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการฯ ซ่ึง
พบปญหาอุปสรรคในการดําเนินงาน อาทิ ความจํากัดของสถานที่ ทําใหไมสามารถเพ่ิมพ้ืนท่ีสเี ขียวอยางยั่งยืน
การขาดแคลนงบประมาณสนับสนุนการจัดทาํ ดูแลรักษาพนื้ ทสี่ เี ขียว และตวั ชวี้ ัดขาดความชดั เจน
สาระสำคัญของแนวทางการขบั เคลื่อนการจดั การพ้ืนท่ีสเี ขียวอยา่ งยัง่ ยนื สามารถสรุปไดด้ ังนี้
โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพนื้ ท่เี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๑
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๔.๑ แนวคิดพนื้ ฐาน
๑) แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นหลักการท่ีให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศที่มีดุลยภาพ เป็น
การพัฒนาแบบองคร์ วม คอื บรู ณาการท้ังดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
๒) แนวคดิ ระบบนเิ วศพัฒนา เปน็ แนวคดิ ของการผสมผสานระหว่างการอนรุ กั ษ์กบั การพฒั นา ซ่งึ ต้อง
สอดคล้องกับศักยภาพของพ้ืนที่
๓) แนวคดิ ดา้ นวิสยั ทัศน์ในการจดั การพื้นที่สเี ขียว สามารถกำหนดให้เป็น ๒ สว่ น ดงั น้ี
๓.๑) วสิ ยั ทัศนด์ า้ นการดแู ลรักษาทรพั ยากร ภายใต้ปรัชญาของการอนุรักษ์
๓.๒) วิสัยทัศน์ด้านพ้ืนท่ีสีเขียว พื้นที่นันทนาการเพ่ือการท่องเที่ยวและบริการเป็นการ
ดำเนนิ การภายใตแ้ นวคดิ ของการท่องเทยี่ วแบบย่งั ยนื
๔) แนวคิดเร่อื งคณุ ค่าและมลู ค่า เปน็ การประยุกต์ภมู ปิ ัญญาชาวบา้ นมาใชใ้ นการจดั การ
๔.๒ เป้าหมาย
๑) พื้นที่สีเขียวเพื่อการบริการสาธารณะ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงหรือใช้บริการได ในภาพรวมของ
ประเทศไมน่ ้อยกวา่ ๑๕ ตารางเมตรตอ่ ประชากร ๑ คน
๒) พน้ื ทีส่ ีเขียวยั่งยืน ในเขตเมืองและชุมชน
๒.๑) เมอื งขนาดใหญ่ ร้อยละ ๑๕ ตอ่ การใชป้ ระโยชนทด่ี นิ ในเมอื ง
(เทศบาลนคร องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินรูปแบบพเิ ศษ)
๒.๒) เมืองขนาดกลาง รอ้ ยละ ๒๐ ตอ่ การใชป้ ระโยชนทีด่ นิ ในเมอื ง
(เทศบาลเมือง)
๒.๓) เมอื งขนาดเล็ก รอ้ ยละ ๒๕ ตอ่ การใช้ประโยชนที่ดินในเมือง
(เทศบาลตำบล องคก์ ารบริหารสว่ นตำบล)
๔.๓ นิยามและประเภทพนื้ ทสี่ เี ขยี ว
๑) พื้นท่ีสีเขียว หมายถึง พื้นที่ธรรมชาติ หรือพื้นท่ีท่ีมนุษย์สร้างข้ึนหรือกำหนดข้ึนในเมืองหรือชุมชน
ปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก มีประโยชนเพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศการดำรงชีวิต และ
คุณภาพชีวติ ของประชาชน
๒) พืน้ ที่สีเขยี วยัง่ ยนื หมายถึง พนื้ ท่สี เี ขยี วทมี่ ีพืชพรรณทมี่ ีความหลากหลาย ทั้งชนิดและปริมาณ โดย
มีไมยืนตนขนาดใหญ เปนองคประกอบหลักและไดรับการดูแล บํารุงรักษาใหคงอยูอยางย่ังยืน โดยมีวัตถุประ
สงคเพ่ือสมดลุ ทางระบบนเิ วศ เกิดสภาพแวดลอม ที่ดี สวยงาม รมเยน็ นาอยู และเพ่ิมองคประกอบของการใช
ประโยชนที่ดินท้ังทางตรงและทางออม แกการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร ในเมืองและชุมชน ผู้มา
เยอื น ตลอดจน เสรมิ สร้างเศรษฐกิจของชุมชน
๓) พ้นื ทสี่ เี ขยี ว แบงออกเปน็ ๖ ประเภท ตามคณุ ลกั ษณะและการใช้ประโยชน์ ไดแ้ ก่
๓.๑) พื้นท่สี เี ขยี วสาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ สนามเดก็ เล่น
๓.๒) พ้นื ทีส่ ีเขยี วอรรถประโยชน์ ประกอบดว้ ย
พื้นที่สีเขียวส่วนบุคคล เช่น สวนในโครงการพัฒนาของเอกชน สวนในบ้านและ
อาคารพกั อาศยั
พืน้ ที่สีเขียวในสถาบนั เช่น แหล่งประวัตศิ าสตร์ สถาบนั การศกึ ษา สถาบันราชการ
พ้ืนท่ีสีเขียวในพ้ืนที่สาธารณูปการ เช่น พ้ืนที่ฝังกลบขยะ พ้ืนที่รอบบ่อบำบัดน้ำเสีย
เขตท่าอากาศยาน
๓.๓) พ้ืนที่สีเขียวที่เป็นริ้วยาวตามแนวสาธารณูปการ เช่น พ้นื ท่ีริมทางสัญจรทางบก บริเวณ
รมิ ทาง เกาะกลางถนน เขตทางรถไฟ และพ้นื ทร่ี มิ ทางสญั จรทางนำ้ บริเวณรมิ แมน่ ำ้ คลองชลประทาน
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๓.๔) พ้ืนท่ีสีเขียวเพ่ือเศรษฐกิจของชุมชน เช่น พ้ืนที่สีเขียวที่เป็นแหล่งผลิตอาหารแก่ชุมชน
ประเภท ไร่นา สวนผลไม้ พ้ืนที่เพาะเลย้ี งสัตวน์ ำ้
๓.๕) พนื้ ที่สีเขียวธรรมชาติ เชน่ พื้นทสี่ ีเขียวบนเนินเขา พรุ แหล่งนำ้ พน้ื ทช่ี ุ่มนำ้
๓.๖) พื้นท่สี ีเขียวทย่ี งั ไม่มกี ารใช้ประโยชน์ หรอื รอการพฒั นา เช่น พน้ื ที่สเี ขียวทปี่ ลอ่ ยรกรา้ ง
๔.๔ ตวั ชว้ี ัด
ระยะสั้น (๑ – ๕ ปี) ระยะปานกลาง (๖ – ๑๐ ปี) ระยะยาว (๑๑ – ๒๐ ป)ี
๑. พ้ืนท่สี ีเขยี วย่ังยนื ในเขตเมืองและชมุ ชน (ร้อยละตอ่ การใช้ท่ีดนิ ในเมอื ง)
- เมอื งขนาดใหญ่ ร้อยละ ๕ - เมืองขนาดใหญ่ ร้อยละ ๑๐ - เมืองขนาดใหญ่ รอ้ ยละ ๑๕
- เมืองขนาดกลาง รอ้ ยละ ๕ - เมอื งขนาดกลาง ร้อยละ ๑๐ - เมืองขนาดกลาง ร้อยละ ๒๐
- เมืองขนาดเล็ก รอ้ ยละ ๑๐ - เมอื งขนาดเลก็ ร้อยละ ๑๕ - เมืองขนาดเลก็ ร้อยละ ๒๕
๒. พืน้ ทสี่ เี ขียวสาธารณะฯ ในภาพรวมของประเทศ (ตารางเมตรต่อคน)
ไมน่ อ้ ยกว่า ๕ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๐ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๕
๓. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนและผังพื้นท่ีสีเขยี วบรรจุอยูใ่ นแผนพัฒนาเมือง และอย่างน้อยหนึ่งในสาม มกี ารนำแผนสู่
การปฏบิ ตั ทิ ่ีเป็นรปู ธรรมได้มาตรฐานพ้นื ทส่ี ีเขียวตามบรบิ ทของเมือง
รอ้ ยละ ๔๐ ร้อยละ ๘๐ ร้อยละ ๑๐๐
๔. พ้นื ท่ีสเี ขียวยั่งยนื ตน้ แบบ
ภูมิภาคละ ๑ แหง่ ภูมิภาคละ ๕ แหง่ จังหวัดละ ๑ แห่ง
๕. องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นไดร้ ับการเสริมสร้างศกั ยภาพให้สามารถบรหิ ารจดั การพน้ื ทีส่ เี ขยี วได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
รอ้ ยละ ๔๐ ร้อยละ ๘๐ ร้อยละ ๑๐๐
๖. เครอื ขา่ ยพ้นื ทีส่ ีเขยี วท่ีเขม้ แข็ง
อย่างน้อยภมู ภิ าคละ ๑ เครอื ข่าย อยา่ งน้อยภูมิภาคละ ๕ เครอื ข่าย อยา่ งนอ้ ยจังหวดั ละ ๑ เครอื ขา่ ย
๗. เครอ่ื งมอื กลไก เพื่อการบรหิ ารจดั การพนื้ ทส่ี เี ขยี ว
เก ณ ฑ์ ม าต รฐาน พ้ื น ที่ สี เขี ย ว ที่ เครื่องมือ กลไก ทั้งในระดับชาติ ระดับ เคร่ืองมอื กลไกท่ีทันสถานการณ์
เหมาะสม ตามบริบทเมือง องค์ความรู้ ชุมชนและท้องถ่ิน อาทิ มาตรการจูงใจ
ภูมิปัญญาและตัวอย่างการปฏิบัติท่ีดี กฎ ระเบียบ กฎหมาย ข้อบัญญัติ หรือ
ดา้ นพ้นื ที่สีเขยี ว ข้อบงั คับ
๘. เคร่ืองมอื และกลไก
การแปลงนโยบาย แผน มาตรการด้าน เพือ่ การติดตามประเมินผล เพื่อการติดตามประเมินผล
พ้ืนท่ีสีเขียว เมืองสเี ขยี วสู่การปฏิบตั ิ ที่เช่ือมโยงในทุกระดับ ต้ังแต่ระดับ
ชุมชนถึง ระดบั ประเทศ
๔.๕ แนวทาง มาตรการ และหนว่ ยงานรับผดิ ชอบ
แนวทางขับเคล่ือนการจัดการพ้นื ท่ีสีเขียวอยา่ งยง่ั ยนื ประกอบดว้ ย ๔ แนวทาง ดังน้ี
แนวทางที่ ๑ ทุกภาคสว่ นมีจติ สำนกึ และหน้าท่ีในการบรหิ ารจัดการพนื้ ท่สี ีเขียว
- สร้างและพฒั นาจิตสาธารณะในการดแู ลรักษาพน้ื ทส่ี เี ขียว แกท่ กุ ภาคสว่ น ของสงั คม
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และบทบาทหน้าที่ของชุมชน ประชาชน เอกชน และเครือข่ายในการ
จัดการพ้นื ท่ีสีเขยี ว
- หน่วยงานภาครัฐ องค์กร และภาคเอกชนท่ีเก่ียวข้องมีหน้าท่ีส่งเสริมและดำเนินการให้มีพ้ืนที่สี
เขียว เพือ่ ลดผลกระทบจากกจิ กรรมอุตสาหกรรมและการพัฒนาเขตพฒั นาพเิ ศษ
- หน่วยงานภาครฐั และองค์กรท่ีเกย่ี วข้อง มีหน้าท่ีส่งเสริมและดำเนินการ ให้มีการเพิม่ พัฒนา และ
ดแู ลบำรงุ รักษาพน้ื ทีส่ ีเขยี วในเมอื งและชุมชน
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๓
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าท่ีดำเนินการวางแผนจัดให้มีและบริหารจัดการพ้ืนท่ีสีเขียวของ
เมอื งและชมุ ชน
แนวทางท่ี ๒ เมืองมีความมั่นคงทางอาหาร สามารถรองรับภัยพิบัติ และมีฐานทรัพยากรเพื่อเอื้อต่อ
การดำรงชวี ติ ของประชาชน
- เมืองมีความม่ันคงทางอาหาร
- เมืองสามารถรองรับภัยพบิ ตั ิ
- เมืองมีฐานทรพั ยากรธรรมชาติ เพื่อเอ้อื ต่อการดำรงชีวติ ของประชาชน
- เมืองมพี น้ื ท่สี เี ขยี วชว่ ยลดภาวะโดมความร้อนของเมอื ง
- เมืองมีพ้ืนที่สีเขยี วช่วยบรรเทาหรือลดมลพิษ เพื่อส่งเสรมิ คุณภาพชีวติ ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มท่ี
มคี วามออ่ นไหว
แนวทางที่ ๓ เครอ่ื งมือ กลไก เพ่ือเอือ้ ตอ่ การเพมิ่ และการจัดการพนื้ ทีส่ ีเขียว
- พัฒนา ปรับปรุงข้อกำหนดและมาตรการเชิงบังคับ เพื่ออนุรักษ์ คุ้มครอง ส่งเสริมการเพ่ิมพ้ืนที่สี
เขยี ว
- นำระบบจงู ใจหรือมาตรการทางเลอื กมาใชเ้ พอื่ สนบั สนุนการเพ่ิมและการจัดการพ้ืนที่สเี ขยี ว
แนวทางที่ ๔ ตระหนกั ในภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ และส่งเสริมนวตั กรรม เพอ่ื สรา้ งพลังทางสงั คม
- สรา้ งองค์ความรู้ รวบรวมและใช้ประโยชนจ์ ากภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ
- เชอื่ มโยงกลมุ่ ทางสงั คมเพอ่ื สานพลงั ทางสังคม
๕. แนวคิดระบบสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจดั การ (Management Information System: MIS)
การบรหิ ารจัดการ วางแผน ตดิ ตามตรวจสอบและประเมินผลแผนส่ิงแวดล้อมจะทำการออกแบบเค้าโครง
ระบบข้อมูลสารสนเทศเพือ่ การบรหิ ารจดั การ (Management Information System : MIS) มีแนวคิดดังน้ี
๕.๑ ระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การ (Management Information System : MIS)
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ หมายถึง ระบบที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้ง
ภายในและภายนอกองค์การอย่างมีหลักเกณฑ์ เพื่อนำมาประมวลผลและจัดรูปแบบให้ได้สารสนเทศท่ีช่วย
สนบั สนนุ การทำงาน และการตัดสนิ ใจในด้านตา่ ง ๆ ของผบู้ ริหารเพื่อให้การดำเนนิ งานขององค์กรเป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพ (วิชญะ วิชญะนาครักษ์, ๒๕๕๑) สำหรับกรอบแนวคิดระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการ จะ
ประกอบไปด้วยส่วนของผู้ใช้ ระบบสารสนเทศแกไ้ ขปัญหา และระบบประมวลผลรายการ (ภาพที่ ก - ๓) โดย
ระบบสารสนเทศเพอ่ื การจัดการจะประกอบด้วยหนา้ ท่ีหลกั ๒ ประการ คอื
๑) สามารถเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากแหลง่ ตา่ ง ๆ ท้ังจากภายในและภายนอกองคก์ รมาไวด้ ้วยกนั
อยา่ งเปน็ ระบบ
๒) สามารถทำการประมวลผลข้อมลู อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ เพ่ือใหไ้ ด้สารสนเทศทช่ี ว่ ยสนบั สนุนการ
ปฏิบัตงิ านและการบรหิ ารงานของผูบ้ ริหาร
ดงั น้ันถ้าระบบใดประกอบดว้ ยหน้าที่หลักสองประการ ตลอดจนสามารถปฏิบตั งิ านในหน้าที่หลักท้ังสอง
ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ ระบบนั้นก็สามารถถูกจัดเป็นระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการได้ ซ่ึงไม่จำเป็นท่ี
จะต้องสร้างขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์ แต่อาจสรา้ งข้นึ มาจากอุปกรณอ์ ะไรกไ็ ดท้ ต่ี อ้ งสามารถปฏิบตั ิหน้าที่หลัก
ท้ังสองประการได้อยา่ งครบถ้วนและสมบูรณ์ แต่เน่ืองจากปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ท่ีมปี ระสิทธภิ าพใน
การจัดการข้อมูล นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst and Designer ) จึงออกแบบระบบ
สารสนเทศใหม้ ีคอมพวิ เตอร์เปน็ อุปกรณ์หลกั ในการจดั การสารสนเทศ
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก
ทม่ี า: ดดั แปลงจาก Takahara and Liu (2010)
ภาพที่ ก - ๓ แนวคดิ ระบบข้อมลู สารสนเทศเพือ่ การบริหารจดั การ
๕.๒ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ประกอบไปด้วย ๕ ส่วนสำคัญ (วิชญะ
นาครกั ษ,์ ๒๕๕๑) ดังภาพที่ ก - ๔ โดยมรี ายละเอียดดังน้ี
๑) ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database) เป็นส่วนสำคัญอย่างย่ิงของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ มี
คำกล่าวว่าข้อมูลคือหัวใจของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เพราะว่าสารสนเทศท่ีมีคุณภาพมาจากข้อมูลที่
ดเี ชื่อถือได้ ทันสมัยและถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ใชส้ ามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ดังนั้น ระบบจดั การฐานขอ้ มลู จงึ เป็นส่วนประกอบสำคัญทช่ี ่วยให้ระบบสารสนเทศมีความสมบรู ณและสามารถ
ปฏบิ ตั ิงานได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
๒) ระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือท่ีใช้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ปัจจุบันระบบ
สารสนเทศจะใช้เครื่องคอมพวิ เตอร์เป็นอุปกรณห์ ลักในการจัดการขอ้ มูล ซึง่ มีสว่ นประกอบที่สำคัญคอื
๒.๑) ฮารด์ แวร์ หมายถึง ตวั เครอื่ งหรือส่วนประกอบของเครื่องคอมพวิ เตอร์ อปุ กรณ์ต่อพ่วงเพื่อใช้
ในการจดั ทำสารสนเทศ เช่น แปน้ พมิ พ์ เมาส์ จอภาพ เครอ่ื งพมิ พแ์ ละอปุ กรณ์ตอ่ พว่ ง
๒.๒) ซอฟต์แวร์ หมายถึง ชุดคำส่ังท่ีทำหน้าท่ีรวบรวมและจัดการเก็บข้อมูลเพ่ือใช้ในการ
บริหารงานหรือการตดั สนิ ใจ
๓) ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นการเชื่อมตอ่ คอมพิวเตอร์เพ่ือการสื่อสารและแลกเปล่ียนข้อมูลโดย
ผา่ นสอื่ นำข้อมูลต่าง ๆ เชน่ สายโทรศพั ท์ สายเคเบิล หรือดาวเทยี ม เป็นต้น
๔) บุคลากรเป็นบุคคลท่ีจัดการให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนทำงานร่วมกับ
ผู้ใช้เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศใหต้ รงกบั ความต้องการของหนว่ ยงาน
๕) กระบวนการทำงานเปน็ กฎเกณฑ์หรือข้อบังคับคำแนะนำในการใชโ้ ปรแกรม ซอฟตแ์ วร์ ฮาร์ดแวร์และ
การกระทำกบั ข้อมูลโดยทัว่ ไปกระบวนการทำงานจะเขียนเปน็ เอกสารคู่มือการปฏบิ ตั ิงานหรือคูมอื การใช้งาน
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพน้ื ท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๕
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
ทีม่ า: วิชญะ นาครักษ์ (๒๕๕๑)
ภาพท่ี ก - ๔ องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ
๕.๓ คุณสมบตั ขิ องระบบสารสนเทศเพือ่ การจดั การ
วิชญะ วิชญะนาครักษ์ (๒๕๕๑) ได้กล่าววา่ ปจั จุบันองค์กรสามารถพัฒนาระบบสารสนเทศด้วยตนเอง
หรอื ให้ผู้เชย่ี วชาญจากภายนอกเขา้ มาดำเนนิ การ โดยการออกแบบและพฒั นาระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการ
ทสี่ อดคล้องตามหลักการ ระบบกจ็ ะสามารถอำนวยประโยชน์ให้กบั องค์กรได้อย่างเต็มประสทิ ธิภาพ โดยท่ีการ
พฒั นาระบบสารสนเทศตอ้ งคำนงึ ถงึ คุณสมบัติทสี่ ำคัญของระบบสารสนเทศเพอ่ื การจัดการ ดงั น้ี
๑) ความสามารถในการจัดการข้อมูล (Data Manipulation) ระบบสารสนเทศท่ีดีต้อง
สามารถปรบั ปรุงแก้ไขและจัดการข้อมูล เพ่ือให้เปน็ สารสนเทศที่พร้อมสำหรบั นำไปใชง้ านอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ปกติข้อมลู ต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้องกับการดำเนนิ ธุรกิจจะมกี ารเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา ข้อมูลที่ถูกป้อนเขา้ สู่ MIS
ควรที่จะไดร้ บั การปรับปรงุ แกไ้ ขและพัฒนารปู แบบ เพื่อให้ทนั สมัยและเหมาะสมกับการใช้งานอยูเ่ สมอ
๒) ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) ระบบสารสนเทศเป็นทรัพยากรท่ีสำคัญอีก
อยา่ งขององค์การ ถ้าสารสนเทศบางประเภทรวั่ ไหลออกไปสูบ่ ุคคลภายนอก โดยเฉพาะคแู่ ขง่ ขนั อาจทำให้เกิด
การเสียโอกาสทางการแข่งขัน หรือสร้างความเสียหายแก่ธุรกิจ ความสูญเสียที่เกิดข้ึนอาจจะเกิดจากความ
ร้เู ทา่ ไม่ถึงการณ์ หรอื การก่อการร้ายต่อระบบ จะมผี ลโดยตรงตอ่ ประสิทธภิ าพและความเป็นอย่ขู ององค์กร
๓) ความยืดหยุ่น (Flexibility) สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจหรือสถานการณ์การแข่งขัน
ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบสารสนเทศท่ีดีต้องมีความสามารถในการปรับตวั เพ่ือให้
สอดคล้องกับการใช้งานหรือปัญหาท่ีเกิดขึ้น โดยท่ีระบบสารสนเทศท่ีถูกสร้างหรือถูกพัฒนาขึ้นต้องสามารถ
ตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ ริหารได้เสมอ โดยมอี ายุการใชง้ าน การบำรุงรักษา และคา่ ใช้จ่ายทีเ่ หมาะสม
๔) ความพอใจของผู้ใช้ (User Satisfaction) ปกตริ ะบบสารสนเทศถกู พฒั นาขน้ึ โดยมคี วาม
มุ่งหวังให้ผู้ใช้สามารถนำมาประยุกต์ในงานหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ระบบสารสนเทศท่ีดีจะต้อง
กระตุ้นหรือโน้มน้าวให้ผู้ใช้หันมาใช้ระบบให้มากข้ึน โดยการพัฒนาระบบต้องทำการพัฒนาให้ตรงกับความ
ต้องการและพยายามทำให้ผู้ใชพ้ อใจกับระบบ เม่ือผู้ใช้เกิดความไม่พอใจกับระบบทำให้ความสำคัญของระบบ
ลดน้อยลงไป กอ็ าจจะทำใหไ้ มค่ มุ้ ค่ากับการลงทุนได้
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพนื้ ทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๕.๔ ประโยชน์ของระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การ
DarknesSo (2012) ไดส้ รุปประโยชน์ของระบบสารสนเทศเพ่ือการจดั การไวด้ งั น้ี
๑) ชว่ ยให้ผู้ใชส้ ามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ เน่ืองจากข้อมูล
ถูกจัดเก็บและบริหารเป็นระบบ ทำให้ผู้บริหารสามารถจะเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในรูปแบบท่ีเหมาะสม
และสามารถนำข้อมลู มาใช้ประโยชนไ์ ด้ทันตอ่ ความต้องการ
๒) ช่วยผู้ใช้ในการกำหนดเป้าหมายกลยุทธ์และการวางแผนปฏิบัติการ โดยผู้บริหารจะสามารถนำ
ข้อมูลท่ีได้จากระบบสารสนเทศมาช่วยในการวางแผนและกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงาน เนื่องจาก
สารสนเทศถูกเก็บรวบรวมและจัดการอย่างเหมาะสม ทำให้มีประวัติของข้อมูลอย่างตอ่ เน่ือง สามารถชใ้ี ห้เห็น
แนวโนม้ ของการดำเนนิ งานได้ว่านา่ จะเปน็ ไปในลกั ษณะใด
๓) ช่วยผู้ใช้ในการตรวจสอบประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อแผนงานถูกนำไปปฏิบัติในช่วงระยะเวลา
หนึ่ง ผู้ควบคุมจะต้องตรวจสอบผลการดำเนินงานโดยนำข้อมูลบางส่วนมาประมวลผลประกอบการประเมิน
สารสนเทศที่ได้จะแสดงให้เห็นผลการดำเนนิ งานวา่ สอดคลอ้ งกับเปา้ หมายทตี่ อ้ งการเพียงไร
๔) ช่วยผู้ใช้ในการศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาผู้บริหารสามารถใช้ระบบสารสนเทศประกอบ
การศึกษาและการค้นหาสาเหตุ หรือข้อผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนในการดำเนินงาน ถ้าการดำเนินงานไม่เป็นไปตาม
แผนที่วางเอาไว้ อาจจะเรียกข้อมูลเพิ่มเติมออกมาจากระบบ เพื่อให้ทราบว่าข้อผิดพลาดในการทำงานเกิด
ขนึ้ มาจากสาเหตุใด หรอื จดั รปู แบบสารสนเทศในการวิเคราะห์ปัญหาใหม่
๕) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดข้ึน เพื่อหาวิธีควบคุม ปรับปรุงและแก้ไข
ปัญหาสารสนเทศที่ได้จากการประมวลผลจะช่วยให้ผู้บริหาร วิเคราะห์ว่าการดำเนินงานในแต่ละทางเลือกจะ
ช่วยแก้ไข หรือควบคุมปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ธุรกิจต้องทำอย่างไรเพ่ือปรับเปล่ียนหรือพัฒนาให้การ
ดำเนนิ งานเป็นไปตามแผนงานหรอื เปา้ หมาย
๖) ช่วยลดค่าใช้จ่าย ระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจลดเวลา แรงงานและค่าใช้จ่ายใน
การทำงานลง เน่ืองจากระบบสารสนเทศสามารถรับภาระงานที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ตลอดจนช่วยลด
ข้ันตอนในการทำงาน ส่งผลให้ธุรกิจสามารถลดจำนวนคนและระยะเวลาในการประสานงานให้น้อยลง โดย
ผลงานที่ออกมาอาจเทา่ หรอื ดกี ว่าเดมิ ซ่ึงจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และศักยภาพในการแขง่ ขนั ทางธรุ กิจ
๕.๕ แนวทางการจดั ทำระบบฐานขอ้ มลู เพือ่ การบริหารจดั การ
การบริหารจัดการ วางแผน ติดตามตรวจสอบและประเมินผลแผนสิ่งแวดล้อมจะทำการออกแบบเค้า
โครงระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือการบริหารจัดการ (Management Information System : MIS) โดยจัดเก็บ
ข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบ Digital อย่างเป็นระบบ และมีการตรวจสอบข้อมูลเชิง
พื้นท่ี มีการประมวลผลและแสดงผลข้อมูลที่น่าสนใจ เข้าใจได้ง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน เพื่อสามารถ
นำมาใชใ้ นการวางแผนในอนาคต และสามารถติดตามการดำเนนิ งานภายใตแ้ ผนปฏิบตั ิการของหน่วยงานและ
ภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องได้จากการรายงานผลการดำเนินงานโดยหน่วยงานหรือภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องภายใต้
แผนปฏิบัติการฯ ท้ังนี้ฐานข้อมลู เปน็ เครื่องมือท่ีสำคญั สำหรับการพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ในขณะท่ี MIS จะ
ชว่ ยให้การบริหารจัดการข้อมูลสู่การพฒั นาได้อย่างมีประสิทธภิ าพเพ่ิมมากข้ึน ดังน้ัน ในกระบวนการ MIS จึง
เป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างระบบโครงข่ายสำหรับการแลกเปล่ียนข้อมูล (Data Sharing) ของภาคส่วนต่าง
ๆ ท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือร่วมกันแสดงบทบาทในการพัฒนานวัตกรรมของสังคมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกท่ี
เปน็ ปจั จบุ ัน และสามารถเขา้ ถึงไดต้ ลอดเวลา มแี นวทางดังนี้
๕.๕.๑ การพฒั นาระบบสารสนเทศเพ่อื การจัดการทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ พัฒนาในรูปแบบเว็บ
แอปพลิเคชั่น ซึ่งมีการรายงานสถานการณ์เก่ียวกับทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมในรูปแบบการรายงาน
โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพ้ืนทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๗
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
สถานการณ์ผ่านหน้ากระดาน (Dashboard) โดยสามารถเลือกการรายงานผลในระดับภาพรวมของจังหวัด
ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง หรือเลือกรายงานผลในระดับจังหวัด ในรูปแบบแผนท่ี กราฟ ตาราง และ
ตัวอักษรสำหรับกรอบการพัฒนาระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ี
ประกอบด้วยองคป์ ระกอบ ๓ ส่วนหลักๆ ไดแ้ ก่
๑) ส่วนแรกเป็นข้อมลู นำเขา้ ซึ่งได้จากการรวบรวมขอ้ มูลสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ร่วมกับข้อมูลท่ีได้จากการตรวจวัดท้ังการตรวจวัดแบบเรียลไทม์ (ข้อมูล
เปดิ ) จากหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง ข้อมูลตรวจวดั ท่ีไดจ้ ากการสำรวจภาคสนาม และข้อมูลตรวจวัดท่ีไดจ้ ากข้อมูล
แบบเปิดเพ่ิมเติม นอกจากน้ียังมีข้อมูลที่นำไปสู่การประเมินขีดความสามารถในการรองรับตามกรอบประเด็น
โดยขอ้ มลู ทั้งหมดถกู นำเขา้ และจดั เกบ็ ในฐานข้อมูล
๒) ส่วนที่สองเป็นระบบฐานข้อมูล ซึ่งฐานข้อมูลนี้เป็นตวั กลางที่เช่ือมตอ่ กับข้อมูลต่าง ๆ ท่ีจะ
ถูกจัดเก็บและถูกเรียกใช้เพื่อสนับสนุนระบบการตัดสินใจบริหารจัดการทรัพยากรที่มี ซึ่งในส่วนของรูปแบบ
การจัดเกบ็ ประกอบไปด้วยข้อมูลหลากหลายประเภท เชน่ ข้อความ รูปภาพ วดิ ีโอ หรือข้อมลู เชงิ พ้ืนที่ เป็นตน้
๓) ส่วนท่ีสามเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจบริหารทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม ซ่ึง
ประกอบดว้ ย ๔ โมดูล ไดแ้ ก่ โมดูลปรมิ าณนำ้ (Water volume module) โมดูลคุณภาพอากาศ (Air quality
module) โมดูลคุณภาพน้ำ (Water quality module) และโมดูลทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งท้ัง ๔ โมดูลจะดึง
ข้อมูลที่มีอยู่จากฐานข้อมูล (ส่วนที่สอง) มาวิเคราะห์และแสดงผลสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจในแต่ละด้าน
โดยมรี ายละเอียดของแต่ละระบบยอ่ ยดังน้ี
๓.๑) โมดูลปริมาณน้ำ (Water module) ประกอบด้วย ๓ ระบบย่อย ได้แก่ ระบบ
รายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำ (การมีส่วนร่วมของประชาชน) ระบบตดิ ตามปริมาณน้ำฝน นำ้ ท่า (IoT) ซ่ึงผ้ใู ช้
สามารถติดตามข้อมูลน้ำทั้งเชิงปริมาณ ระบบติดตามปริมาณน้ำฝน น้ำท่า จากท้ังข้อมูล เปิดผ่าน API
(Application Programming Interface: API) ข้อมูลสถิติเก่ียวกับปริมาณน้ำในอดีตท่ีผ่านมาที่เผยแพร่จาก
หน่วยงานที่เก่ียวข้อง เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รวมถึงจากการรายงานสถานการณ์น้ำของ
หน่วยงานในพน้ื ที่ และข้อมูลแบบเปิดเพ่ิมเตมิ (IoT) เพื่อใช้ประเมินสถานการณ์ปริมาณน้ำ นอกจากนใ้ี นโมดูล
ปริมาณน้ำ ผู้ใช้สามารถจำลองสถานการณ์น้ำด้วยระบบจำลองสถานการณ์น้ำ (W-Sim) เพื่อสร้างเง่ือนไขต่าง
ๆ เก่ียวกับปริมาณน้ำท่ีอาจเกิดข้ึนในพ้ืนที่และคาดการณ์ผลลัพธ์ที่อาจเกิดข้ึนได้ เช่น การคาดปริมาณน้ำกัก
เกบ็ จากการเพม่ิ ขึ้นหรือลดลงของปรมิ าณน้ำฝน เปน็ ต้น
๓.๒) โมดูลคุณภาพน้ำ (Water quality module) ประกอบด้วยระบบนำเข้าข้อมูล
คณุ ภาพน้ำและข้อมูลแบบเปิดเพิม่ เติม (IoT) โดยระบบน้ีจะพัฒนาเพอื่ ใหห้ น่วยงานภาครัฐทเี่ ก่ียวข้อง สามารถ
นำเข้าข้อมูลคุณภาพน้ำ สำหรับนำเข้าระบบรายงานข้อมูลคุณภาพน้ำ เพ่ือใช้สำหรับติดตาม เฝ้าระวัง และ
บริหารจดั การคุณภาพน้ำในพนื้ ท่ีได้
๓.๓) โมดูลคุณภาพอากาศ (Air quality module) ในโมดูลน้ีจะประกอบไปด้วย ๒
ระบบย่อย ได้แก่ ๑) ระบบรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศโดยประชาชน (Crowd sensing AQI) โดย
ระบบน้ีจะพัฒนาขึ้นมาเพ่ือให้ประชาชนในพื้นที่สามารถมีส่วนร่วมในการรายงานคุณภาพอากาศที่เกิดข้ึนจริง
ในแต่ละพ้ืนท่ีได้ เพื่อใช้รายงานสถานการณ์สภาพอากาศในพื้นที่ ๒) ระบบรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศแบบ
เรียลไทม์ในรูปแบบแดชบอร์ด (Dashboard) และแผนท่ีออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลเปิดผ่าน API ที่สามารถ
แสดงผลข้อมูลคุณภาพอากาศ ประกอบด้วย Air Quality Index ค่า PM2.5 (µg/m³) ค่า PM10 (µg/m³) ค่า
CO (ppm) ค่า O3 (ppb) ค่า SO2 (ppb) และค่า NO2 (ppb) ที่เผยแพร่โดยกรมควบคุมมลพิษ นอกจากน้ียัง
สามารถแสดงข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ได้แก่ สถานการณ์อากาศ ความเร็วลมและทิศทางลม ค่า
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพนื้ ทีเ่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๘
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก
ความช้ืนสัมพัทธ์ และค่าความกดอากาศ ในรูปแบบข้อมูลเปิดผ่าน API ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งสามารถ
แสดงผลเป็นระบบสำหรบั ติดตามและเฝา้ ระวงั คุณภาพอากาศของพื้นทไ่ี ด้
๓.๔) โมดูลทรัพยากรชีวภาพ ประกอบด้วย ๔ ระบบย่อย ได้แก่ ๑) ระบบนำเข้าข้อมูล
พ้ืนท่ีสีเขียวสาธารณะ ๒) ระบบรายงานข้อมูลป่าครอบครัว ๓) ระบบนำเข้าข้อมูลความหลากหลายทาง
ชีวภาพ ๔) ระบบนำเข้าข้อมูลเกษตรอินทรีย์ ซ่ึงเป็นการนำเข้าข้อมูลจากเครือข่ายภาคประชาชนในพ้ืนที่
โดยท้ัง ๔ ระบบย่อยจะแสดงถึงปริมาณข้อมูลพ้ืนท่ีสีเขียวสาธารณะ ข้อมูลป่าครอบครัว ข้อมูลความ
หลากหลายทางชีวภาพ และขอ้ มูลเกษตรอินทรยี ์ในแต่ละพน้ื ท่ีสำหรับใช้รายงานสถานการณ์ทรพั ยากรชวี ภาพ
เพอื่ ใช้สำหรบั วางแผนบรหิ ารจดั การพ้ืนทีต่ อ่ ไป
๓.๕) โมดูลติดตามผลการดำเนินงานตามแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ เป็นโมดลู ที่ใช้ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนสิ่งแวดล้อมใน
พื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ ซ่ึงเป็นโมดูลท่ีจะช่วยทำให้เห็น
ภาพรวมของแผนที่จะเกิดข้ึนทั้งหมดและทำให้สามารถติดตามการดำเนินงานของแผนที่วางไว้ว่าเมื่อเวลาผ่าน
ไปมกี ารดำเนนิ งานอยใู่ นขั้นตอนใดบ้าง
ในส่วนรายละเอียดเชิงเทคนิคของการพัฒนาระบบระบบสารสนเทศเพ่ือการจัดการ ทรัพยากรและ
ส่ิงแวดล้อมมีรายละเอียดในส่วนของการจัดเก็บข้อมูลลงในฐานข้อมูล โดยฐานข้อมูลถูกพัฒนาด้วย
PostgreSQL และ PostGIS ซ่ึงเป็นซอร์ฟแวร์ด้านการจัดการฐานข้อมูลแบบรหัสเปิด (Open sources) โดย
รายละเอยี ดของส่วนติดต่อผใู้ ช้งานมีดงั น้ี
o ส่วนการนำเข้าข้อมูลจากเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาชนสมัครเข้าร่วมเครือข่ายในการ
นำเข้าข้อมูลผ่านไลน์แอปพลิเคชัน และนำเข้าข้อมูลผ่านแบบฟอร์มนำเข้าข้อมูล จากน้ันข้อมูล
ท้งั หมดถกู จดั เกบ็ ในฐานข้อมลู
o ส่วนการนำเข้าข้อมูลจากอุปกรณ์ท่ีติดต้ังเพิ่มเติมในรูปแบบ IoT ข้อมูลวัดระดับปริมาณและ
คุณภาพน้ำเพิม่ เติมในลำคลองสาขา ซ่ึงเป็นข้อมูลที่จะถูกส่งค่าระดับปริมาณและคุณภาพน้ำเข้า
สฐู่ านขอ้ มูลเพอื่ จดั เก็บและนำไปแสดงผลในกระดานรายงานสถานการณ์ตอ่ ไป
o ส่วนการนำเข้าข้อมูลจากข้อมูลเปิดผ่าน APIs เช่น ข้อมูลคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ
ข้อมูลลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลปริมาณน้ำจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ
แห่งชาติ เป็นต้น จากน้ันจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล เพ่ือนำไปเรียกใช้แสดงผลในกระดาน
รายงานสถานการณ์ตอ่ ไป
o ส่วนการจัดเก็บข้อมูลสิ่งแวดล้อมอ่ืนๆ เช่น ข้อมูลสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ข้อมูลสถิติทาง
สงิ่ แวดล้อมตา่ งๆ เป็นตน้ ซ่ึงในส่วนข้อมูลสิ่งแวดล้อมอื่นๆ นี้ถูกจัดเกบ็ ลงฐานข้อมูลและนำไปใช้
รว่ มกับขอ้ มูลประเภทอนื่ ๆ เพือ่ ใช้ในการวางแผนการดำเนินงานตามแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ท่ีเขต
พัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ ตอ่ ไป
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๒๙
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ภาพท่ี ก - ๕ กรอบแนวคดิ ความเชอ่ื มโยงของระบบ
สว่ นติดต่อกับผูใ้ ชง้ าน
ในส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานจะประกอบไปด้วย ๒ ส่วน ได้แก่ ส่วนติดต่อผู้ใช้งานสำหรับนำเข้าข้อมูล และ
สว่ นรายงานสถานการณ์สงิ่ แวดล้อมในแตล่ ะโมดูล
o โส่วนของการนำเข้าข้อมูลผู้ใช้จำเป็นต้องสมัครเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเพื่อยืนยันตัวตนของ
ผู้ใช้งานก่อน ผ่านการเพ่ิมเพื่อนในไลน์แอปพลิเคชัน (Line application) จากนั้นจึงจะ
สามารถเข้าสู่ระบบการนำเข้าข้อมูลในลำดับต่อไป ซ่ึงส่วนตดิ ตอ่ กับผู้ใชง้ านจะประกอบไปดว้ ย
ส่วนแสดงผลแผนที่ ส่วนสำหรับนำเข้าข้อมูลหรือรายละเอียดต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับโมดูลน้ันๆ
ดงั ภาพ ก – ๖
o ส่วนรายงานสถานการณ์แต่ละประเภท (Dashboard) จะประกอบไปด้วยส่วนแสดงผลข้อมูล
แผนที่ ส่วนแสดงผลข้อมูลในรูปแบบของตาราง และกราฟ ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลได้จากการ
เลือกพืน้ ท่ี และขอ้ มลู จุดตำแหน่งบนแผนท่ี เพ่ือแสดงผลในรูปแบบของตาราง และกราฟต่อไป
ภาพท่ี ก - ๖ แนวคดิ ในสว่ นของการออกแบบส่วนติดตอ่ กบั ผใู้ ช้งาน
แบบฟอร์มนำเข้าขอ้ มลู (ซ้าย) และกระดานรายงานข้อมูลสถานการณ์ (ขวา)
• การควบคมุ การเขา้ ถงึ และการใชง้ านระบบสารสนเทศ
การควบคุมการเข้าถึงและการใชง้ านระบบสารสนเทศจะทำการกำหนดสิทธิการเข้าถึงของผู้ใชง้ านใน
แต่ละระดับ ประกอบด้วย (๑) ประเภทผู้ควบคุมระบบ (Administrator) ซึ่งเป็นผู้ท่ีมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล
ท้ังหมดและสามารถกำหนดสิทธ์ิการเข้าถึงให้กับผู้ใช้ในทุกระดับ (๒) ประเภทผู้ใช้แบบจำกัดสิทธ์ิบางประการ
(Authentication user) ซ่ึงอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนของเครือข่ายท่ี
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๓๐
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
ควบคุมดูแลในการเพ่ิม หรือแก้ไขข้อมูลในส่วนท่ีรับผิดชอบ และ (๓) ประเภทผู้ใช้ทั่วไป (General user) จะ
สามารถเข้าดูข้อมูลผ่านหน้ากระดานรายงานสถานการณ์เท่าน้ัน สำหรับผู้ควบคุมระบบ และผู้ใช้แบบจำกัด
สทิ ธิบ์ างประการจะตอ้ งผ่านการลงบันทกึ เขา้ ใชง้ าน (Login) ที่ต้องมกี ารพสิ ูจนย์ นื ยนั ตัวตนดว้ ยการใชร้ หสั ผา่ น
ก่อนการเข้าใชง้ านทุกคร้งั (ดงั ภาพท่ี ก – ๗)
ภาพท่ี ก - ๗ ประเภทผใู้ ช้งานและระดับการใชง้ านระบบสารสนเทศ
• รายละเอยี ดความต้องการของระบบบนเครอื่ งแมข่ า่ ย
ความต้องการของระบบแม่ข่ายที่สามารถรองรับการพัฒนาระบบระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อม มรี ายละเอยี ดดังต่อไปน้ี
o ความต้องการทางดา้ นซอรฟ์ แวรข์ องเครอื่ งแม่ข่าย
o มรี ะบบปฏิบตั ิการ Window server
o รองรบั Apache web server
o รองรบั JavaJDK 8.0 ขึน้ ไป
o รองรบั Tomcat
o รองรับ Geoserver 2.18 ข้ึนไป
o รองรบั NodeJS
o รองรบั PostgreSQL 12.0 + PostGIS 3.0 ข้นึ ไป
o รองรับ PHP 7.0 ข้นึ ไป
o รองรบั MySQL 5.0 ขนึ้ ไป
o รองรับ FileZilla
o ความต้องการทางดา้ นฮาร์ดแวร์ของเครอ่ื งแม่ข่าย
o มี CPU อย่างน้อย 4 Core ขึน้ ไป
o มพี นื้ ที่จัดเกบ็ (Hard disk) มากกว่า 500 GB
o มีหนว่ ยความจำอย่างนอ้ ย 8 GB
o มโี ดเมนเนม (Domain name) พร้อมด้วย SSL
o พอร์ตสำหรับ Apache 80
o พอร์ตสำหรับ Geoserver 8080
o พอร์ตสำหรับ NodeJS 3000
o พอร์ตสำหรบั IoT 3100-3120
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพืน้ ทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ ก - ๓๑
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
ภาพที่ ก - ๘ กรอบแนวทางการดำเนนิ งานของระบบ
โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพนื้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ภาคผนวก
บสารสนเทศเพอ่ื การจัดการทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อม ก - ๓๒
๕ - ๒๕๖๙
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
ภาคผนวก ข
การรวบรวมและวธิ กี ารวเิ คราะห์สถานการณ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
การปรับปรุงและจัดทำสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวันออกท่ีเป็นปัจจุบัน โดยรวบรวม เก็บข้อมูล (รวมทั้ง การเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างมลพิษส่ิงแวดล้อมท่ี
สำคัญ เช่น คุณภาพน้ำ คุณภาพน้ำทะเล คุณภาพอากาศ ฯลฯ) และจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อเท็จจริงและ
การดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในแต่ละด้านจากการสำรวจพ้ืนท่ีระดับจังหวัดทั้ง ๓
จังหวัด และประเดน็ ดา้ นอนื่ ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง รวมทั้งการวิเคราะห์ขอ้ มลู การเปล่ียนแปลงของทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นผลมาจากโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมซ่ึงรวมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนการ
พัฒนาที่เกี่ยวข้อง ในพ้ืนท่ีที่เริ่มดำเนินการไปแล้วบางส่วน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซ่ึงข้อมูลสถานการณ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบนั จำเป็นต้องศึกษาปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมที่ต่อเนื่องจากแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔
เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการทบทวน
ปัจจัยท่ีใช้รายงานสถานการณ์ทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมในแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ และการรวบรวมข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ส่ิงแวดล้อม รวมถึง
ข้อเสนอแนะจากการประชุมช้ีแจงแนวทางการดำเนินโครงการฯ จึงได้ทรัพยากรรายสาขาและสิ่งแวดล้อมราย
ประเด็น ตามที่ปรากฎในสถานการณท์ รพั ยากรธรรมและส่ิงแวดลอ้ ม ดงั ตารางที่ ข - ๑
ตารางที่ ข - ๑ ปจั จยั ดา้ นทรัพยากรธรรมและส่ิงแวดล้อมในแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพน้ื ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาค
ตะวนั ออก
ตัวแปรสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม แหลง่ ทม่ี า
คณุ ภาพนำ้ ผิวดิน สำนกั งานส่ิงแวดล้อมภาคท่ี ๑๓ (๒๕๕๙: ๒๕๖๐;
WQI ๒๕๖๑; ๒๕๖๒; ๒๕๖๓)
ออกซิเจนละลาย (DO)
ความสกปรกในรูปสารอินทรยี ์ (BOD)
แบคทีเรยี กลุ่มโคลฟิ อร์มทัง้ หมด (TCB)
แบคทีเรียกลมุ่ ฟีคอลโคลิฟอร์ม (FCB)
แอมโมเนีย – ไนโตรเจน(NH3)
คณุ ภาพน้ำบาดาล สำนกั อนุรักษ์และฟื้นฟนู ้ำบาดาลกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
ปริมาณเหลก็ (Fe) (๒๕๖๑; ๒๕๖๓)
ปริมาณคลอไรด์ (Cl)
ปริมาณสารที่ละลายนำ้ ทงั้ หมด (TDS)
กลุ่มสารพษิ สารหนู (As) ตะก่ัว (Pb) ปรอท(Hg) แคดเมียม(Cd)
และซิลิเนยี ม (Se)
คณุ ภาพนำ้ ทะเลและชายฝงั่ กรมควบคมุ มลพิษ (๒๕๖๓) และสำนกั งานสงิ่ แวดล้อม
ภาคที่ ๑๓ (๒๕๖๔)
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่เี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
ตวั แปรสถานการณท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม แหลง่ ทม่ี า
การจัดการน้ำเสยี ชุมชน
ปริมาณน้ำเสียทเ่ี กดิ ขน้ึ โครงการเพมิ่ ประสิทธภิ าพการดำเนนิ งานแผนปฏบิ ตั กิ าร
ปริมาณน้ำทร่ี ะบบบำบัดนำ้ เสียในพนื้ ทส่ี ามารถบำบัดได้ เพอ่ื การจดั การคณุ ภาพสิง่ แวดล้อมในระดบั จงั หวัด
ระบบบำบดั น้ำเสียในพนื้ ทE่ี EC ปงี บประมาณ ๒๕๖๓ สำนกั งานส่ิงแวดล้อมภาคที่ ๑๓
(๒๕๖๓)
จำนวนประชากร ข้อมูลประชากรตามทะเบียนราษฎรข์ องกรมการปกครอง
(ข้อมลู ณ ธนั วาคม ๒๕๖๒)
การคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปรมิ าณน้ำเสยี ใน คำนวณจากการคาดการประชากรกร สำนกั งาน
พ้ืนท่ี EEC คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก
(๒๕๖๑)
การปล่อยน้ำเสียในภาคอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม
คุณภาพอากาศในบรรยากาศ กรมควบคุมมลพษิ (๒๕๖๓)
ก๊าซซลั เฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) องคก์ ารบรหิ ารจดั การก๊าซเรอื นกระจก (องคก์ ารมหาชน),
ก๊าซโอโซน (O3) ๒๕๖๓
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๑๐ ไมครอน (PM10) สถานการณ์และการจัดการปัญหามลพิษ ทางอากาศและ
สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในบรรยากาศ เสยี ง ของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒, กรมควบคุมมลพษิ ,
กา๊ ซเรือนกระจก (Green House Gas) ๒๕๖๒
สำนกั งานสง่ิ แวดลอ้ มภาคท่ี ๑๓ (๒๕๕๙)
ระดบั เสยี ง
ระดบั เสยี งเฉลี่ย Leq ๒๔ ชว่ั โมง (dBA) (ค่าเฉล่ียทั้งปี) รายงานสถานการณ์คุณภาพส่ิงแวดลอ้ มภาคตะวนั ออก
พ.ศ.๒๕๖๒, สำนักงานสิง่ แวดล้อมภาคที่ ๑๓ , ๒๕๖๒
การจัดการขยะมูลฝอยชมุ ชน กรมควบคมุ มลพิษ, ๒๕๖๒; ๒๕๖๓
การรวบรวมและเกบ็ ขน กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถิน่ , ๒๕๖๔
สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย
การบริหารจดั การขยะมูลฝอยชุมชน
- ปรมิ าณและการจัดการขยะมูลฝอยทีเ่ กิดขน้ึ
- ความสามารถในการกำจัดขยะมูลฝอย
ปริมาณและอัตราการผลติ ขยะมูลฝอยชุมชน ระบบสารสนเทศดา้ นการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน, กรม
ขยะมลู ฝอยตกค้างสะสม ควบคุมมลพษิ , ๒๕๖๒
- ปรมิ าณขยะตกคา้ งในสถานที่กำจดั ขยะมลู ฝอยทด่ี ำเนินการ
ไม่ถูกต้อง คำนวณจากการคาดการประชากรกร สำนกั งาน
การคาดการณแ์ นวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปรมิ าณขยะมูลฝอย คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ในพืน้ ที่ EEC (๒๕๖๑)
การจัดการกากของเสียอนั ตราย กรมอนามยั (๒๕๕๖)
มูลฝอยตดิ เชื้อ กรมอนามยั , ๒๕๖๓
สำนกั งานสง่ิ แวดล้อมภาคที่ ๑๓ , ๒๕๖๓
- การจัดการมูลฝอยตดิ เชอ้ื
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพืน้ ทเ่ี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ตวั แปรสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม แหลง่ ทม่ี า
กากของเสยี อุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ๒๕๖๓
- โรงงานอตุ สาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (๒๕๖๔)
การกำจดั กากของเสียอุตสาหกรรม
- กากของเสยี ที่เปน็ อนั ตราย กรมการปกครองและกรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถิน่
- กากของเสยี ท่ีไม่เป็นอนั ตราย กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๐
ของเสยี อันตราย ขอ้ มูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ของสำนักงานนโยบาย
สิ่งแวดล้อมเมืองสิง่ แวดลอ้ มธรรมชาติและศิลปกรรม และแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
สง่ิ แวดล้อมเมอื ง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวนั ออก (๒๕๖๑)
- ขอบเขตการปกครอง
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
- สถานการณ์พ้ืนท่ีสเี ขยี วในเมือง สงิ่ แวดลอ้ ม (๒๕๕๙)
- คาดการณ์แนวโนม้ การเปลยี่ นแปลงจำนวนประชากร ระยะ ฐานขอ้ มลู โครงการรายงานผลกระทบสงิ่ แวดล้อมท่ไี ด้รับ
๒๐ ปี ความเห็นชอบ (เว็บไซต์ http://eia.onep.go.th) สำนัก
ส่งิ แวดล้อมธรรมชาตแิ ละศิลปกรรม วเิ คราะห์ผลกระทบสงิ่ แวดล้อม สำนกั งานนโยบายและ
- แหล่งธรรมชาตทิ ม่ี ีคุณคา่ อนั ควรอนรุ ักษ์ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
- แหลง่ ศิลปกรรมทม่ี ีคณุ ค่าอันควรอนุรกั ษ์
โครงการดา้ นการพฒั นาการคมนาคมขนสง่ และการทอ่ งเท่ยี ว กรมทางหลวง (๒๕๕๙)
ข้อมลู โครงการท่ีจัดทำรายงานการวเิ คราะห์ผลกระทบ
สง่ิ แวดล้อม (EIA) กรมเจ้าทา่ (๒๕๕๙)
การคมนาคมขนสง่ (กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๖๒)
- โครงขา่ ยถนนและเส้นทางหลวง
- สถานการณก์ ารคมนาคมบนทางหลวง กรมป่าไม้ (๒๕๖๒)
- สถานการณก์ ารขนส่งสินคา้ ทางทะเล
- สถานการณ์และสถิตขิ อ้ มลู นำ้ มนั ร่ัวไหล สำนักจัดการทดี่ นิ ปา่ ไม้, กรมปา่ ไม้ (๒๕๖๒)
ทรพั ยากรการท่องเทย่ี ว
จำนวนนกั ทอ่ งเทยี่ ว กรมพัฒนาทด่ี ิน (๒๕๕๖; ๒๕๕๙; ๒๕๖๑; ๒๕๖๓)
พนื้ ทปี่ ่าไม้
พื้นท่ปี ่าไมต้ ามกฎหมาย กรมพัฒนาทดี่ ิน (๒๕๕๖; ๒๕๕๙; ๒๕๖๑; ๒๕๖๓)
พน้ื ทป่ี ่าสงวนในเขตพื้นท่ีจงั หวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชงิ เทรา กรมชลประทาน (๒๕๖๐)
พน้ื ทป่ี า่ ไม้ในพ้ืนท่เี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ความหลากหลายทางชีวภาพ
สถานการณท์ รพั ยากรดนิ
ลักษณะโดยทั่วไปของดินในพื้นท่ี
คุณภาพดิน
สถานการณก์ ารใช้ประโยชน์ที่ดนิ
ทรัพยากรนำ้ และพน้ื ทชี่ ุ่มนำ้
สถานการณ์การใช้นำ้ ในพ้ืนท่ี
- อา่ งเก็บนำ้ ในพน้ื ท่ีจังหวัดฉะเชงิ เทรา ชลบรุ ี และระยอง
- ปริมาณน้ำ จากอ่างเก็บน้ำ
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๓
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
ตวั แปรสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แหลง่ ทม่ี า
- ความตอ้ งการใชน้ ้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (๒๕๖๒) และสำนักงาน
คณะกรรมการสง่ เสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม
ทรพั ยากรนำ้ บาดาล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, (๒๕๖๓)
สถานการณท์ รัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (๒๕๖๒)
- การใชน้ ้ำบาดาลของแอ่งนำ้ บาดาล กรมทรพั ยากรน้ำบาดาล (๒๕๖๒)
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ป่าชายเลน กรมกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั , ๒๕๖๐; ๒๕๖๑;
พนื้ ทปี่ ่าชายเลนระยะ ๕ ปี ๒๕๖๒
แหล่งหญ้าทะเล
สถานภาพแหล่งหญา้ ทะเลในเขตพื้นทจ่ี ังหวัดชลบุรี และระยอง กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั (๒๕๖๐)
แนวปะการัง
สถานภาพแนวปะการัง กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง (๒๕๖๐)
พื้นทกี่ ัดเซาะชายฝง่ั ทะเล
กรมกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ๒๕๖๐; ๒๕๖๑;
ทรัพยากรแร่ ๒๕๖๒
ขอ้ มูลจำนวนแหล่งทรัพยากรแร่ทม่ี ีอยู่ในพนื้ ท่ตี ามประเภทของ กรมทรพั ยากรธรณี (๒๕๕๑; ๒๕๕๔)
การใชโ้ ยชน์
จำนวนประทานบตั ร กระทรวงพลังงาน, ๒๕๖๓
เนื้อทแ่ี ละปริมาณสำรองของแรใ่ นพ้ืนที่
ทรพั ยากรพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตและ
จำนวนประชากร จำนวนครัวเรือนท่มี ไี ฟฟ้าใช้ ปริมาณการใช้ ส่งิ แวดลอ้ ม
ไฟฟา้ สงู สุดของภาคครัวเรือน
การใชไ้ ฟฟา้ และน้ำมันในภาคพาณิชยกรรม กรมควบคมุ มลพษิ (๒๕๕๘)
ข้อมลู ปรมิ าณแหลง่ พลงั งานไฟฟ้าและกำลงั การผลิตไฟฟ้า สำนักงานส่ิงแวดลอ้ มภาคที่ ๑๓ (๒๕๖๐, ๒๕๖๑, ๒๕๖๒)
โครงสรา้ งพ้ืนฐาน สำนกั งานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวดั
สถานการณพืน้ ท่ีสำคัญทางสิง่ แวดลอ้ ม ฉะเชิงเทรา (๒๕๖๓)
พ้นื ทค่ี มุ้ ครองส่ิงแวดล้อม สำนักงานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมจังหวัด
เขตควบคมุ มลพิษ ระยอง (๒๕๖๓)
แหลง่ กำเนดิ มลพิษ ศนู ยด์ ำรงธรรมจังหวดั ชลบุรี (๒๕๖๓)
เหตุฉกุ เฉนิ และเร่ืองร้องเรียนดา้ นมลพษิ
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๑. แนวทางการปรับปรงุ และจัดทำสถานการณท์ รัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
เป็นขั้นตอนท่ีเกี่ยวข้องกับการศึกษาแรงกดดันท่ีมีต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยด้านประชากร เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สำหรับแนวทางการวิเคราะห์แรงกดดัน
ทางด้านประชากรและเศรษฐกิจ ใช้วิธีการวิเคราะห์แนวโน้มและการคาดการณ์จากแบบจำลอง และ
วิเคราะห์ผลกระทบร่วมกับแหล่งข้อมูลทุติยภูมิและผลจากการประชุม ส่วนการปรับปรุงและจัดทำ
สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยึดหลักการปรับปรุงตัวแปรด้านทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม ตามตัวแปรที่มีการรายงานในแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และ
ปรับปรุงให้มีประเด็นทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมรายสาขาให้ครบถ้วนจากการรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม รวมถึงการรวบรวมข้อมูลแบบเปิด (Open Source Data)
จากแหล่งข้อมูลใน ๒ ลักษณะ คือ ข้อมูลด้านมลภาวะทางอากาศที่มีการเผยแพร่ในช่วงเวลาปัจจุบัน
(Real Time) จากแหล่งขอ้ มูลเปดิ เชน่ กรมควบคุมมลพษิ กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา เปน็ ตน้ และการบันทึกข้อมูลน้ำ
โดยเคร่ืองมือตรวจวัดในภาคสนาม ซึ่งการรวบรวมและบันทึกข้อมูลปัจจุบันจะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งสำหรับการ
สร้างโครงข่ายการแลกเปล่ียนข้อมูลในขั้นตอน MIS ต่อไป โดยแนวทางการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์
สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและคณุ ภาพสง่ิ แวดล้อมรายสาขามีรายละเอยี ดดงั น้ี
๑.๑ สถานการณค์ ุณภาพนำ้ ผวิ ดิน
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
เก็บข้อมูลคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน (แม่น้ำและคลองสาขา) เขตพ้ืนท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา
ชลบรุ ี และระยอง จำนวน ๘ แหลง่ น้ำ ประกอบดว้ ย แมน่ ำ้ ๓ สาย และ คลองสาขา ๕ คลอง ไดแ้ ก่ แม่นำ้ บาง
ปะกง (๑๓ จุด) คลองนครเน่ืองเขต (๒ จุด) คลองท่าไข่ (๒ จุด) คลองพานทอง (๒ จุด) คลองท่าลาด (๒ จุด)
จังหวัดฉะเชิงเทรา แม่น้ำระยอง (๘ จุด) แม่น้ำประแสร์ (๕ จุด) จังหวดั ระยอง และคลองตำหรุ (๑ จุด) จังหวัด
ชลบรุ ี รวม ๓๕ จุด วิเคราะหค์ ุณภาพนำ้ ทางดา้ นกายภาพ เคมี และแบคทีเรยี ตามดชั นีคุณภาพน้ำแหลง่ น้ำผิว
ดนิ (Water Quality Index , WQI) โดยพจิ ารณาจากค่าคุณภาพน้ำ ๕ พารามิเตอร์ ได้แก่ ความเปน็ กรด-ด่าง
(pH) ออกซิเจนละลาย (DO) แบคทีเรียกลุ่มฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal ColiformBacteria, FCB) ไนเตรท
(NO3)และความสกปรกในรูปสารอนิ ทรีย์ (Biological Oxygen Demand, BOD) (กรมควบคุมมลพิษ, ๒๕๕๙)
๒) การวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานการณ์
การประเมินคุณภาพของแหล่งน้ำผิวดินโดยท่ัวไปใช้ดัชนีคุณภาพน้ำท่ัวไป (WQI) เนื่องจาก
เหมาะในการอธิบายคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำและสามารถใช้เปรียบเทียบระดับคุณภาพน้ำระหวา่ งแหล่งน้ำได้ซ่ึง
ทำใหง้ า่ ยต่อการมองภาพรวม WQI มีหนว่ ยเปน็ คะแนน เรม่ิ จาก ๐-๑๐๐ คะแนน โดยที่
คา่ WQI ๙๑-๑๐๐ คะแนน ถือวา่ คณุ ภาพน้ำอย่ใู นเกณฑ์ดมี าก
ค่า WQI ๗๑-๙๐ คะแนน ถอื วา่ คุณภาพนำ้ อยู่ในเกณฑด์ ี
คา่ WQI ๖๑-๗๐ คะแนน ถือว่าคณุ ภาพน้ำอยู่ในเกณฑพ์ อใช้
คา่ WQI ๓๑-๖๐ คะแนน ถอื วา่ คุณภาพน้ำอย่ใู นเกณฑ์เส่ือมโทรม
คา่ WQI ๐ -๓๐ คะแนน ถอื ว่าคณุ ภาพนำ้ อยใู่ นเกณฑ์เส่ือมโทรมมาก
คะแนนรวมได้มาจากการรวมคะแนนดัชนีคุณภาพน้ำ ๕ พารามิเตอร์ ดังกล่าวโดยยังไม่มีการ
กำหนดในมาตรฐาน) และหกั คา่ ผลรวมของคะแนนพิเศษท้งั ๔ พารามิเตอร์ ดังสมการ
คะแนนรวม = ผลบวก ((คา่ คะแนน X นำ้ หนกั ) ของ ๕ พารามิเตอร์)) – ผลรวมของคะแนนพิเศษทงั้ ๔ พารามเิ ตอร์
๓) การวเิ คราะหแ์ นวโนม้ ผลกระทบ
แนวโน้มคุณภาพน้ำผิวดินพิจารณาจากปริมาณน้ำเสียจากแหล่งกำเนิด ได้แก่ แหล่งน้ำเสีย
ชุมชน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การทำฟาร์ม ปุ๋ยจากการเกษตร ซ่ึงจะมีผลต่อปริมาณออกซิเจนละลาย
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้นื ทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๕
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
(DO) ท่ีสามารถบ่งชี้ความเหมาะสมในการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำทั่วไป และคาดการณ์ความส กปรก
ในรูปสารอินทรีย์ (BOD) ที่สามารถบ่งช้ีความสกปรกของแหล่งน้ำ รวมท้ังการปนเปื้อนของแบคทีเรีย
กลุ่มโคลิฟอรม์ ทง้ั หมด (TCB) แบคทเี รียกลมุ่ ฟีคลั โคลฟิ อรม์ (FCB) และปรมิ าณแอมโมเนยี (NH3-N)
๔) การเก็บขอ้ มูลคุณภาพน้ำผวิ ดินแบบปฐมภมู ิ ประกอบดว้ ย การเก็บตัวอยา่ งเพ่ือวิเคราะห์
คณุ ภาพนำ้ และการเก็บขอ้ มลู เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำและปริมาณน้ำ โดยมวี ตั ถุประสงค์หลกั ใน ๒ เรือ่ ง คือ
เพอื่ ตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ และเพื่อตดิ ตามเฝา้ ระวัง โดยมรี ายละเอียดท่เี กี่ยวช้องดงั น้ี
๔.๑) วัตถปุ ระสงค์ท่ี ๑ เพือ่ ตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ ผิวดิน
๔.๑.๑) หลกั การการดำเนนิ งานดงั น้ี
ในพนื้ ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ภายใต้การดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษ
โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคท่ี ๑๓ ได้ดำเนินการจัดเก็บน้ำเพ่ือวิเคราะห์คุณภาพน้ำจำนวน ๓๕ จุด (ปีละ ๔
คร้ัง) ซ่ึงส่วนใหญ่เปน็ แม่น้ำ คลองสายหลัก คลองสาขา ที่ยังไม่ครอบคลุมคลองย่อย ดังนั้น การกำหนดจุดเก็บ
น้ำเพ่ือวิเคราะห์คุณภาพน้ำในโครงการน้ี จึงเป็นการคัดเลือกตำแหน่งท่ีไม่ซ้ำซ้อนกับบริเวณที่กรมควบคุม
มลพษิ ได้ดำเนินการตดิ ตามตรวจสอบอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว
การคัดเลือกบริเวณเก็บตัวอย่างน้ำกระจายครอบคลุมการใช้ท่ีดินประเภทหลัก
ประกอบดว้ ย จดุ อ้างองิ (พนื้ ที่ธรรมชาติ) พื้นท่ีชุมชน พ้ืนท่ีเกษตรกรรม และพ้นื ทอ่ี ุตสาหกรรม และสอดคล้อง
กบั การรอ้ งเรยี นปัญหาน้ำเสียทผ่ี ่านมา
พารามิเตอร์การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ใช้พารามิเตอร์ที่นำมาวิเคราะห์ Water
Quality Index: WQI ประกอบกับ พารามิเตอร์เฉพาะสำหรับตรวจสอบคุณภาพน้ำเฉพาะประเภทการใช้ที่ดนิ
(ตารางท่ี ข – ๒)
๔.๑.๒ วิธกี ารเก็บขอ้ มูลเพ่ือวเิ คราะห์คุณภาพนำ้ ผิวดนิ มีรายละเอียดดงั น้ี
การสำรวจพ้ืนท่ีและกำหนดจุดเก็บตัวอย่าง เพื่อติดตามการตรวจสอบคุณภาพน้ำ
โดยการอ้างอิงจากข้อมูลการใช้ประโยชน์ท่ีดินและแหล่งกำเนิดมลพิษ เช่น อุตสาหกรรม การเกษตร ชุมชน
รอบๆบรเิ วณแม่น้ำสายหลัก สายรอง และสายยอ่ ย ซ่ึงในการกำหนดจดุ เก็บตัวอย่างในการศกึ ษาครั้งนี้เป็นการ
เลือกแม่น้ำสายรอง หรือแม่น้ำสายย่อย ท่ียังไม่มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำจากหน่วยงานภาครัฐฯ โดยการใช้
แผนที่แหล่งน้ำเพ่ือแสดงภาพพื้นท่ีแหล่งน้ำโดยรวม สายน้ำ การเชื่อมต่อ ที่ต้ังของแหล่งน้ำ พื้นที่การใช้
ประโยชน์ ตลอดจนส่ิงก่อสร้างอ่ืนๆ ที่อาจจะส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของคุณภาพน้ำผิวดิน โดยได้ทำการ
กำหนดจดุ เก็บตวั อยา่ งนำ้ ซึง่ ประกอบด้วย (ตารางท่ี ข – ๒)
(๑) จุดอา้ งอิง (ภาพที่ ๑ ตำแหนง่ C6) คือ จดุ ตน้ นำ้ ที่ไมไ่ ดร้ บั ผลกระทบ
ใดๆจากกิจกรรมของมนุษย์
(๒) จุดตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำ หรือได้รับผลกระทบจาก
แหล่งกำเนิดมลพิษทางด้าน เกษตรกรรม ชุมชน และอุตสาหกรรม เพ่ือตรวจสอบแนวโน้มการเปล่ียนแปลง
ของสภาพแหล่งน้ำหรือมลสารต่างๆท่ีอาจจะปนเป้ือนในแหล่งน้ำ โดยแบ่งจุดตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง
คุณภาพน้ำผิวดินเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ๑) จุดตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินที่อยู่ในช่วงของการใช้ประโยชน์
ที่ดินแบบเกษตรกรรม (ภาพที่ ข - ๔ ตำแหน่งท่ี C1, C3, C4, C5, CB3, CB4, CB5, RY4, RY5, RY6, RY7,
และ RY8) ๒) จุดตรวจสอบคณุ ภาพนำ้ ผวิ ดินที่อย่ใู นช่วงของการใช้ประโยชน์ท่ดี ินแบบพน้ื ท่ีชมุ ชน (ภาพท่ี ๓ –
๔ ตำแหน่งท่ี C2, CB1, CB2, CB6, CB7) และ 3) จุดตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินที่อยู่ในช่วงของการใช้
ประโยชน์ที่ดินแบบอุตสาหกรรมหรือใกล้เคียงพื้นท่ีอุตสาหกรรม (ภาพที่ ข – ๔ ตำแหน่งที่ RY1, RY2, และ
RY3) ซ่ึงแต่ละจุดทำการเลือกเก็บตัวอย่างของแม่น้ำสายรอง (คลอง) และแม่น้ำสายย่อย (ห้วย) ท่ีมีการ
เช่ือมต่อระหว่างสายน้ำอ่ืนโดยเป็นจุดที่มีการผสมผสานกันของลำน้ำในแต่ละสายได้ดี นอกจากน้ีในพ้ืนท่ีท่ีมี
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
การใช้ประโยชน์ที่ดินในการทำอุตสาหกรรมน้ัน ได้เลือกนอกเขตที่ต้ังของโรงงานอุตสาหกรรมใต้จุดระบายน้ำ
ท้ิงในแม่น้ำสายรอง บรเิ วณที่น้ำมีการรวมกับแม่น้ำสายรองสายอนื่ ๆ ที่มีการผสมกลมกลืนพอดี นอกจากน้ีได้
เพ่ิมจุดเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินท่ีอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ที่มีสร้างโรงงานการจัดการขยะ เพ่ือตรวจสอบสารพิษประเภท
โลหะหนักทอ่ี าจจะมีการปนเป้ือนในแหลง่ นำ้ ผวิ ดนิ บรเิ วณใกลเ้ คียง (ภาพที่ ข – ๔ ตำแหน่งท่ี C7) และ
(๓) จุดตรวจสอบท้ายน้ำ เป็นจุดตรวจสอบบริเวณปากแม่น้ำก่อนจะถูก
ระบายลงสู่ทะเล (ภาพที่ ข – ๔ ตำแหน่งที่ RY9) เป็นจุดท่ีใช้ตรวจสอบสถานภาพของแหล่งนํ้าลำดับสุดท้าย
เพือ่ ประเมนิ ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ หลังจากผา่ นแหลง่ รองรับมลสารต่าง ๆ ตลอดทง้ั ลำนา้ํ
ตารางที่ ข - ๒ จดุ เก็บตวั อย่างคณุ ภาพน้ำ ๒๓ จุด
จุดที่ ช่ือตำแหนง่ ตำบล อำเภอ จังหวัด ลักษณะการใช้พื้นที่
บางคลา้ ฉะเชิงเทรา โดยรอบ
๑ C1 ปากน้ำ
พน้ื ที่เกษตรกรรม
คลองทา่ ลาด
๒ C2 พนมสารคาม พนมสารคาม ฉะเชงิ เทรา พืน้ ทช่ี มุ ชน
คลองท่าลาด
๓ C3 เกาะขนุน พนมสารคาม ฉะเชงิ เทรา พ้นื ที่เกษตรกรรม
คลองทา่ ลาด
๔ C4 คู้ยายหมี สนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา พื้นทเ่ี กษตรกรรม
คลองสยี ัด
๕ C5 ท่ากระดาน สนามชัยเขต ฉะเชงิ เทรา พื้นทเ่ี กษตรกรรม
หว้ ยกระพง
๖ C6 ทา่ ตะเกยี บ ทา่ ตะเกยี บ ฉะเชิงเทรา พ้ืนทธ่ี รรมชาติ
ต้นคลองระบม
C7 พื้นทใี่ กล้เคียงจาก
๗ แปลงยาว แปลงยาว ฉะเชงิ เทรา โรงงานจัดการขยะ
คลองหนึ่ง (พนื้ ทอ่ี ตุ สาหกรรม)
๘ CB1 บ้านเก่า พานทอง ชลบุรี พ้ืนทช่ี ุมชน
คลองอ้อมแกว้ ชลบรุ ี พน้ื ท่ชี ุมชน
ชลบุรี พื้นท่เี กษตรกรรม
๙ CB2 วดั หลวง พนสั นคิ ม ชลบรุ ี พื้นท่ีเกษตรกรรม
คลองสะพาน
๑๐ CB3 หนองชาก บ้านบงึ
คลองลำพาง
๑๑ CB4 หนองอิรณุ บ้านบงึ
คลองป่าแดง
๑๒ CB5 บอ่ ทอง บ่อทอง ชลบรุ ี พน้ื ทเี่ กษตรกรรม
คลองตะเคียน
ชลบรุ ี พ้ืนท่ชี ุมชน
๑๓ CB6 เขาคันทรง ศรีราชา ชลบุรี พื้นทชี่ มุ ชน
ห้วยพันเสด็จ
๑๔ CB7 บางละมงุ บางละมงุ
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพน้ื ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๗
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
จดุ ท่ี ช่ือตำแหนง่ ตำบล อำเภอ จังหวดั ลักษณะการใช้พ้นื ที่
โดยรอบ
คลองบางละมุง
๑๕ RY1 มาบยางพร ปลวกแดง ระยอง พนื้ ที่ใกลเ้ คียงเขต
อุตสาหกรรม
ห้วยภูไทร
๑๖ RY2 มาบยางพร ปลวกแดง ระยอง พน้ื ทใี่ กล้เคียงเขต
อุตสาหกรรม
คลองหินลอย
๑๗ RY3 ปลวกแดง ปลวกแดง ระยอง พน้ื ทใี่ กลเ้ คียงเขต
คลองปลวกแดง อุตสาหกรรม
๑๘ RY4 ปลวกแดง ปลวกแดง ระยอง พื้นที่เกษตรกรรม
คลองระเวิง
๑๙ RY5 หนองไร่ ปลวกแดง ระยอง พน้ื ทเ่ี กษตรกรรม
คลองใหญ่
๒๐ RY6 ชุมแสง วงั จนั ทร์ ระยอง พื้นที่เกษตรกรรม
คลองสะพาน
๒๑ RY7 ทงุ่ ควายกิน แกลง ระยอง พื้นท่เี กษตรกรรม
คลองโพล้
๒๒ RY8 สำนักทอง เมอื งระยอง ระยอง พน้ื ที่เกษตรกรรม
คลองนำ้ ใส
RY9 ระยอง พ้ืนทบ่ี ริเวณปาก
๒๓ คลองแกลง แกลง เมอื งระยอง แมน่ ำ้
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพน้ื ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๘
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
ภาพที่ ข - ๑ ตำแหน่งเก็บนำ้ ของกรมควบคุมมลพิษ และจุดเกบ็ น้ำเพอื่ วเิ คราะหค์ ณุ ภาพน้ำใน
โครงการฯ
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๙
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ภาพที่ ข - ๒ การกำหนดจดุ เกบ็ ตวั อย่างน้ำ ๒๓ จุด ในพนื้ ทีจ่ งั หวัดฉะเชิงเทรา จงั หวดั ชลบรุ ี
และจังหวัดระยอง
๔.๑.๓ การกำหนดพารามิเตอร์ท่ตี อ้ งการตรวจวัด ข - ๑๐
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพืน้ ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก
การตรวจสอบคุณ ภาพน้ำได้กำหนดพารามิเตอร์ที่ตรวจวัดทั้งหมด ๒๒
พารามิเตอร์ ดังตารางที่ ข – ๓ โดยมีพารามิเตอร์พ้ืนฐานอ้างอิงตามเกณฑ์ดัชนีคุณภาพน้ำจากกรมควบคุม
มลพิษ (พารามิเตอร์ ๑ - ๕) ซึ่งตรวจวัดในทุกจุด ยกเว้นจุดในพ้ืนที่ธรรมชาติที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จาก
กิจกรรมของมนุษย์ทำการตรวจวดั เฉพาะพารามิเตอร์ ๑, ๖ และ ๗ นอกจากนี้เพื่อติดตามผลกระทบของการ
ใช้ท่ีดินต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ จึงมกี ารตรวจวัดพารามิเตอรเ์ พ่มิ เตมิ ตามการใช้ประโยชน์ท่ีดนิ โดยรอบ
ของจุดเก็บตัวอย่างน้ำ ได้แก่ ปากแม่น้ำ (พารามิเตอร์ ๗ - ๑๑) อุตสาหกรรม (พารามิเตอร์ ๑๒ - ๒๐)
เกษตรกรรม (พารามเิ ตอร์ ๒๑ และ ๒๒)
ตารางที่ ข - ๓ พารามเิ ตอร์ในการวเิ คราะหค์ ุณภาพนำ้ สถานท่วี ิเคราะห/์ ตรวจวดั
ภาคสนาม หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
พารามิเตอร์
✓
ดชั นีคุณภาพนำ้ (๕ พารามิเตอร์) ✓
๑. ออกซเิ จนละลาย (DO) ✓
๒. ความสกปรกในรปู สารอนิ ทรยี ์ (BOD) ✓
๓. การปนเปอ้ื นของแบคทเี รียกลุ่มโคลิฟอรม์ ท้ังหมด (TCB) ✓
๔. การปนเปือ้ นของแบคทเี รยี กลมุ่ ฟคี อลโคลฟิ อร์ม (FCB) ✓
๕. แอมโมเนีย (NH3)
๖. สารแขวนลอย (Suspended Solids) ✓
๗. อุณหภมู ิ (Temperature) ✓
๘. ปรมิ าณสารแขวนลอยทีล่ ะลายนำ้ ท้ังหมด (Total dissolved solids)
๙. ฟอสฟอรัสทง้ั หมด ✓
๑๐. ไนเตรต-ไนโตรเจน (NO3 -N) ✓
๑๑. ความนำไฟฟ้า ✓
โลหะหนัก (อตุ สาหกรรม)
๑๒. ปรอท (Hg) ✓
๑๓. ทองแดง (Cu) ✓
๑๔. ตะก่ัว (Pb) ✓
๑๕. นกิ เกิล (Ni) ✓
๑๖. สารหนู (As) ✓
๑๗. แคดเมียม (Cd) ✓
๑๘. แมงกานีส (Mn) ✓
๑๙. สังกะสี (Zn) ✓
๒๐. โครเมยี ม (Cr6+) ✓
ยากำจดั ศัตรพู ืชและยาฆ่าแมลง (เกษตรกรรม)
๒๑. Glyphosate (ไกลโฟเซต) ✓
๒๒. Carbofuran (คารโ์ บฟูราน) ✓
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพื้นทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๑
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
ดังน้ันในการเก็บตัวอย่างน้ำทุกจุด ทำการตรวจวัดพารามิเตอร์พ้ืนฐานที่ ๑ ถึง ๕
และเพ่ิมเติมพารามิเตอร์ตามประเภทกิจกรรมโดยรอบ ยกเว้นจุดในพื้นท่ีธรรมชาติ โดยใช้วิธีการตรวจวดั ด้วย
เครื่องมือในภาคสนามและส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ห้องปฏิบัติการ
กลาง (ประเทศไทย) จำกัด (สาขาฉะเชิงเทรา) ซ่ึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการท่ีผ่านการรับรอง
ความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017 และข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับรองความสามารถ
ห้องปฏิบัติการทดสอบด้านการแพทย์และสาธารณสุขของสำนักมาตรฐานห้องปฏิบตั ิการ โดยทำการวิเคราะห์
โดยใช้มาตรฐานสากลตามคมู่ ือการวเิ คราะห์คณุ ภาพนำ้ APHA-AWWA
๔.๑.๔ การเกบ็ ตัวอย่างน้ำ
การเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินในการศึกษาครั้งนี้เป็นการเก็บตัวอย่างแบบจ้วง (Grab
Sampling) เป็นการเก็บตัวอย่างน้ำครั้งเดียวที่จุดเดียวในเวลาใดเวลาหน่ึงแล้วนำมาวิเคราะห์ ซ่ึงจะเป็นผล
วิเคราะห์คุณภาพน้ำ ณ จุดน้ันและในเวลาน้ันเท่าน้ัน ซึ่งทำให้ทราบถึงลักษณะสมบัติของแหล่งน้ําเฉพาะจุด
และทำให้เห็นความผันแปรของลักษณะสมบัติและคุณภาพน้ำในจุดต่าง ๆ ไดอ้ ย่างชัดเจน ซึ่งการเก็บตัวอย่าง
แบบจ้วงในแม่นำ้ ต้องเก็บทกี่ ่งึ กลางความกว้างและความลกึ ของลำนำ้
๔.๑.๔.๑ อุปกรณก์ ารสำรวจและการเกบ็ ตวั อยา่ งน้ำ
- อุปกรณ์การสำรวจ ประกอบด้วย เครื่องมือวัดพิกัดทางภูมิศาสตร์
(GPS ยห่ี อ้ GARMIN รุ่น 64csx) เพื่อวัดค่าพกิ ดั ของจดุ เกบ็ ตัวอยา่ งน้ำ
- อุปกรณ์การเก็บตัวอย่างน้ำ ประกอบด้วย เครื่องมือตรวจวัดคุณภาพ
น้ำภาคสนาม (86031 AZ IP67) สามารถวิเคราะห์ได้ทั้งหมด ๕
พารามเิ ตอร์ ได้แก่ pH, ความนำไฟฟา้ คา่ ความเค็ม ปรมิ าณของแขง็ ท่ี
ละลายนำ้ (TDS) และค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO)
- ชุดอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างน้ำ ได้แก่ เคร่ืองมือเก็บตัวอย่างน้ำ
(Water Sampler) เชือกสำหรับผูกติดเครื่องมือเก็บตัวอย่างน้ำ ถังน้ำ
สำหรับใส่ขวดเก็บตัวอย่างขณะทำการเก็บตัวอย่าง กรวยหรือกระบวย
สำหรับใช้กรอกตัวอย่างน้ำจากเคร่ืองเก็บตัวอย่างลงขวดเก็บตัวอย่าง
นำ้
- ขวดเก็บตัวอย่างน้ำ ได้แก่ ขวดแก้วทึบแสงสำหรับเก็บแบคทีเรีย
(ขวดผ่านการฆ่าเช้ือโรคโดยใช้การสเตอริไลส์) ขวดแก้วทึบแสงสำหรับ
เก็บ Pesticide ขวดแก้วใสสำหรับวิเคราะห์ฟอสฟอรัส ขวดพลาสติก
HDPE สำหรับวิเคราะห์ไนเตรท แอมโมเนีย และโลหะหนักชนิดต่าง ๆ
ขวดแกว้ สำหรบั วเิ คราะห์ DO และ BOD
- อุปกรณ์และสารเคมีสำหรับการรักษาสภาพตัวอย่างน้ำ ก่อนส่งไปทำ
การวเิ คราะห์ในห้องปฏิบตั กิ าร ได้แก่ กรดไนตริก (HNO3) กรดซลั ฟูริก
(H2SO4) น้ำกลน่ั ปิเปต (pipet) และจกุ ดดู สารเคมี
๔.๑.๔.๒ วิธกี ารเก็บตวั อย่างน้ำ
- การเก็บตวั อย่างเพือ่ วิเคราะห์ BOD ควรเก็บตวั อย่างนำ้ ให้เตม็ ขวดโดย
วิธีกาลักน้ำ หรือค่อย ๆ ถ่ายตัวอย่างลงขวดเก็บตัวอย่าง เพ่ือป้องกัน
ไม่ให้เกิดออกซเิ จนในขวดเกบ็ ตัวอย่างน้ำ
- การเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์พารามิเตอร์ทั่วไป กลั้วขวดเก็บตัวอย่าง
ดว้ ยน้ำตวั อย่างท่ีจะเกบ็ ไปวิเคราะห์ ๒ - ๓ ครงั้
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๒
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก
- การเก็บตัวอย่างเพ่ือวิเคราะห์สารพิษจากยาฆ่าแมลง ไม่ต้องกล้ัวขวด
เกบ็ ตัวอยา่ ง ให้ใสต่ ัวอยา่ งนำ้ ได้เลยทันที
- การเก็บตวั อย่างขวดเก็บตัวอย่างสำหรับทดสอบแบคทีเรีย ไม่ต้องกล้ัว
ขวดเก็บตัวอย่าง ทำการเก็บตัวอย่างน้ำโดยการจุ่มขวดลงไปในแม่น้ำ
หรือถังน้ำโดยระวังไม่ให้สัมผัสกับอากาศและปิดฝาขวดใต้น้ำ ซ่ึงควร
ระวงั ไม่ใหม้ อื ไปสมั ผัสกบั ปากขวดและฝาขวด
- การเกบ็ ตวั อยา่ งเพ่อื วเิ คราะห์ ไนเตรท และฟอสฟอรัส เก็บปริมาตรแค่
๓ ใน ๔ ส่วนของปริมาตรขวด เพ่ือให้มีปริมาณออกซิเจนในขวด
เหลอื อยู่
- หลังจากเก็บตัวอย่างน้ำ วัดพารามิเตอร์ภาคสนามทันทีและบันทึกผล
ส่ ว น พ า ร า มิ เต อ ร์ ที่ เห ลื อ ท ำ ก า ร รั ก ษ า ส ภ า พ น้ ำ ด้ ว ย ก า ร เติ ม ก ร ด
หลังจากเติมสารเคมีเพื่อรักษาสภาพตัวอย่างแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทแล้ว
พลิกขวดไปมา ประมาณ ๑๐ ครั้ง เพื่อให้สารละลายผสมกัน และนำ
ตัวอย่างน้ำทั้งหมดบรรจุในกล่องเก็บรักษาความเย็น โดยควบคุม
อุณหภูมิ ๔ ± ๒ องศาเซลเซียส และตั้งขวดขึ้น เพื่อป้องกันการร่ัวซึม
ระหว่างการขนสง่
๔.๒ วตั ถุประสงคท์ ่ี ๒ เพ่ือติดตามเฝา้ ระวัง
๔.๒.๑ หลักการการดำเนินงานการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำผิวดิน แยกเป็นการ
ตดิ ตามด้านคณุ ภาพน้ำ เป็นพืน้ ที่ที่มีปัญหาร้องเรยี นเร่อื งคณุ ภาพนำ้ และการติดตามดา้ นปรมิ าณน้ำ (น้ำท่าผิว
ดิน) เป็นพื้นท่ีที่เป็นจุดระบายน้ำของพ้ืนที่ทั้งลุ่มน้ำ โดยใช้ข้อมูลเปิดแบบ IoT บันทึกข้อมูลนำเข้าสู่ระบบ
ฐานขอ้ มลู แบบ Real Time
๔.๒.๒ ข้อมูลการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำผิวดินในแหล่งน้ำสาธารณะ โดยใช้
ข้อมูลแบบ IoT ประกอบด้วย อุณหภูมิ การนำไฟฟ้า ความเป็นกรดเป็นด่าง และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ
สามารถนำเข้าข้อมูลสู่ระบบฐานข้อมูลแบบ Real Time เพ่ือนำไปใช้แสดงผลในระบบสารสนเทศเพ่ือการ
จัดการส่ิงแวดล้อมต่อไป ข้อมูลที่ได้จากพ้ืนท่ีต่าง ๆ ได้แก่ คลองสายของแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
และคลองสายของแม่น้ำประแสร์ จงั หวัดระยอง
๔.๒.๓ ข้อมูลการติดตามเฝ้าระวังปริมาณน้ำผิวดิน มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม
ระดับน้ำท่าผิวดิน (Runoff) เป็นข้อมูลเปิด แบบ IoT ที่มีพารามิเตอร์ท่ีใช้ในตรวจวัดระดับน้ำท่าผิวดิน
ประกอบด้วย ระดับน้ำ และอุณหภูมิของอากาศ บันทึกระดับน้ำในแหล่งน้ำสาธารณะ ที่อยู่บริเวณป่าต้นน้ำ
กลางน้ำ (ผา่ นพื้นทีเ่ กษตร) และปลายน้ำ (ผ่านพน้ื ที่ชมุ ชน) เพื่อใชใ้ นการติดตามความสามารถในการใหน้ ้ำของ
พื้นที่ในแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ท่ีดินด้วยระบบฐานข้อมูลแบบ Real Time เพ่ือนำไปใช้แสดงผลใน
ระบบสารสนเทศเพือ่ การจัดการสงิ่ แวดล้อมต่อไป
๑.๒ สถานการณค์ ณุ ภาพนำ้ บาดาล
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมข้อมูลคุณภาพน้ำใต้ดินและน้ำบาดาล (groundwater) และระดับน้ำบาดาลจากสถานี
สังเกตการณ์น้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ท้ังส้ิน ๓ แหล่ง ได้แก่ ๑) แอ่งน้ำบาดาลปราจีนบุรี -
สระแก้ว มี ๒๖ สถานี จำนวน ๓๕ บ่อ ในพื้นท่ีจังหวัดฉะเชิงเทราและชลบุรี ๒) แอ่งน้ำบาดาลระยอง มี ๙๔
สถานี จำนวน ๑๓๙ บ่อ ในพ้ืนที่จังหวัดระยองและชลบุรี และ ๓) แอ่งน้ำบาดาลชลบุรี มี ๕๓ สถานี จำนวน
๗๔ บ่อ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง วิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลโดยพิจารณาพารามิเตอร์ต่าง ๆ ได้แก่
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๓
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
สารละลายคลอไรด์ (Cl) สารละลายมวลรวมที่ละลายน้ำได้ (TDS) และโลหะหนักต่าง ๆ เช่น เหล็ก (Fe) สาร
หนู (As) ไซยาไนด์ (CN) ตะกวั่ (Pb) ปรอท (Hg) แคดเมียม (Cd) และซิลิเนยี ม (Se)
๒) การวิเคราะห์ขอ้ มลู สถานการณ์
การประเมินคุณภาพของน้ำบาดาลโดยเปรียบเทียบค่าการวิเคราะห์คุณภาพน้ำกับมาตรฐาน
คุณภาพน้ำบาดาลท่ีเหมาะสมต่อการบริโภคซ่ึงต้องมีปริมาณเหล็ก (Fe) < 0.5 mg/l ปริมาณคลอไรด์ (Cl) <
200 mg/l ปริมาณสารที่ละลายน้ำท้ังหมด (Total Disolved Solids: TDS) < 750 mg/l และต้องไม่มีกลุ่ม
สารพิษ ได้แก่ สารหนู (As) ไซยาไนด์ (CN) ตะก่ัว (Pb) ปรอท (Hg) แคดเมียม (Cd) ซิลิเนียม (Se) (สำนัก
อนรุ ักษแ์ ละฟน้ื ฟนู ้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, ๒๕๕๙) ดงั ข้อมลู ในตารางท่ี ข – ๔
ตารางท่ี ข - ๔ ค่ามาตรฐานน้ำบาดาล
คณุ ลักษณะ ดชั นคี ณุ ภาพนำ้ บาดาล หน่วย ค่ามาตรฐาน
เกณฑท์ ่ีเหมาะสม เกณฑอ์ นโุ ลมสงู สุด
ทางเคมี สารละลายคลอไรด์ (CI) ≤๒๕๐ ๖๐๐
สารละลายมวลรวมทลี่ ะลายนำ้ ได้ (TDS)
≤๖๐๐ ๑๒๐๐
กล่มุ โลหะหนัก เหลก็ (Fe)
ต่าง ๆ สารหนู (As) < ๐.๕ ๑
ตะก่วั (Pb)
ปรอท (Hg) mg/l ต้องไมม่ เี ลย ๐.๐๕
แคดเมียม (Cd) ต้องไม่มีเลย ๐.๐๕
ซิลิเนียม (Se)
ตอ้ งไมม่ เี ลย ๐.๐๐๑
ท่ีมา: กรมทรัพยากรนำ้ บาดาล, ๒๕๕๙
ต้องไมม่ เี ลย ๐.๐๑
ตอ้ งไมม่ ีเลย ๐.๐๑
๓) การวเิ คราะหแ์ นวโน้มผลกระทบ
เนอ่ื งจากการปนเป้อื นจากระดับผวิ ดินจะต้องใช้เวลานานพอสมควรในการซึมลงในแนวดง่ิ สู่ชัน้
น้ำใต้ดินและแพร่กระจายไปกับน้ำใต้ดิน ดังน้ันจำเป็นต้องพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันของคุณภาพน้ำ
บาดาลและแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของแหล่งกำเนิดมลพิษน้ำบาดาลซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายกิจกรรม ได้แก่
แนวโน้มการเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน การลักลอบทิ้งของเสียหรือกากของเสียอันตราย การปล่อยน้ำเสียจาก
ชุมชนและพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม แต่ละกิจกรรมจะส่งผลต่อปริมาณและคุณลักษณะ
นำ้ เสียและผลกระทบต่อคณุ ภาพนำ้ บาดาลท่แี ตกตา่ งกันทั้งระดับเวลาและระดบั ความเปน็ อันตราย
๑.๓ สถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมข้อมูลคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งจากข้อมูลทุติยภูมิของสำนักงานส่ิงแวดล้อมภาคท่ี ๑๓
สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ังท่ี ๒ เครือข่ายภาคประชาสังคม การตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลตาม
มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งมีพารามิเตอร์พ้ืนฐาน ได้แก่ พารามิเตอร์กลุ่มกายภาพ อุณหภูมิ ความเป็น
กรด-ด่าง ออกซิเจนละลาย สารแขวนลอย (SS) พารามิเตอร์กลุ่มสารอาหาร (ไนเตรท-ไนโตรเจน ฟอสเฟต-
ฟอสฟอรัส) กลุ่มแบคทีเรยี (แบคทีเรยี กลุ่มโคลฟิ อร์มทง้ั หมด) กลุ่มโลหะหนกั (ตะก่วั ปรอทรวม เหลก็ ) เพ่ือนำ
ใช้ประโยชน์และเป็นฐานข้อมลู สำหรับการวางแผนการจดั การคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล
๒) การวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานการณ์
วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลชายฝ่ังโดยใช้เกณฑ์การประเมินคุณภาพน้ำทะเล
ชายฝั่ง (Marine Water Quality Index : MWQI) ที่กรมควบคุมมลพิษพัฒนาขึ้นเพ่ือประเมินสถานการณ์
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพืน้ ท่เี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๔
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
คุณภาพน้ำทะเลโดยรวม เน่ืองจากผลที่ได้จากการประเมินง่ายแก่การเข้าใจและเหมาะสำหรับการเผยแพร่ต่อ
สาธารณชนเพ่ือให้ทราบถึงสภาวะของคุณภาพน้ำทะเล โดยการประเมินนำค่าหรือผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ
ทะเล จำนวน ๘ พารามิเตอร์มาใช้พิจารณาเป็นดัชนี ได้แก่ ออกซิเจนละลายน้ำ (DO) แบคทีเรียกลุ่มโคลิ
ฟอร์มทั้งหมด (TCB) ฟอสเฟต – ฟอสฟอรัส (PO43-P) ไนเตรต – ไนโตรเจน (NO3-N) อุณหภมู ิ (Temp.) สาร
แขวนลอย (SS) ความเป็นกรด – ด่าง (pH) และแอมโมเนียรวม แต่อย่างไรก็ตาม หากพบคุณภาพน้ำทะเลมี
ปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (Pesticides) และสารเป็นพิษ (Toxic elements) เช่น ปรอท (Hg),
แคดเมียม (Cd), โครเมียมรวม (Total Cr), โครเมียมเฮกซาวาเลนท์ (Cr6+), ตะก่ัว (Pb), ทองแดง (Cu),
ไซยาไนด์ (CN–) และพีซีบี (PCBs) เกินมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล ดัชนีคุณภาพน้ำทะเลจะมีค่าเป็น “๐” โดย
ทันที ซ่ึงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลทั้ง ๘ พารามิเตอร์ถูกนำมาคำนวณเพื่อให้ได้เลขตัวเดียว น่ันก็คือค่า
ดชั นีคณุ ภาพน้ำทะเล (MWQI) มีค่าอยรู่ ะหว่าง ๐ – ๑๐๐ ซึ่งใช้แสดงถึงคณุ ภาพน้ำ โดยกำหนดเกณฑ์คุณภาพ
น้ำ ออกเป็น ๕ ชว่ งคะแนน เพ่ือจัดเกณฑค์ ุณภาพนำ้ ทะเล ดงั น้ี
คา่ MWQI ๙๑ - ๑๐๐ คะแนน ถือว่าคณุ ภาพนำ้ อย่ใู นเกณฑด์ ีมาก
ค่า MWQI ๘๑ – ๙๐ คะแนน ถือว่าคณุ ภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี
ค่า MWQI ๕๑ – ๘๐ คะแนน ถือว่าคุณภาพนำ้ อยใู่ นเกณฑพ์ อใช้
คา่ MWQI ๒๕ – ๕๐ คะแนน ถือว่าคุณภาพนำ้ อยู่ในเกณฑเ์ ส่ือมโทรม
คา่ MWQI ๐ – ๒๕ คะแนน ถือว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสอื่ มโทรมมาก
๓) การวเิ คราะห์การเปลยี่ นแปลง
พิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันและการเปล่ียนแปลงคุณภาพของน้ำผิวดิน และการ
วิเคราะห์เช่ือมโยงกับคุณภาพน้ำทะเลและชายฝั่งจากกิจกรรมในพ้ืนที่ (แหล่งกำเนิดมลพิษ) ได้แก่ ชุมชน
โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ำท่ีมีชุมชนหนาแน่น อุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์
กันในมติ ิของลุ่มนำ้
๑.๔ สถานการณก์ ารจดั การน้ำเสยี
สถานการณ์การจัดการนำ้ เสยี ชุมชน
๑) การเก็บรวบรวมข้อมูล
รวบรวมข้อมูลปริมาณน้ำเสียท่ีเกิดข้ึนจากชมุ ชนท่ีเกิดข้ึนและปริมาณน้ำเสียที่สู่ระบบนำบัดน้ำเสีย
โดยคำนวณมาจากข้อมูลโครงการพัฒนาและปรับปรุงข้อมูลอัตราการเกิดน้ำเสียและปริมาณความสกปรกของ
แหล่งกำเนิดประเภทชุมชน (กรมควบคุมมลพิษ, ๒๕๖๓) โดยประเมินจากจำนวนประชากร ณ เดือนธันวาคม
พ.ศ.๒๕๖๒ คูณกับอัตราการเกิดน้ำเสียของชุมชน ปีฐาน พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งเท่ากับ ๑๕๐ ลิตรต่อคนต่อวัน
(รายงานการติดตามประเมินผลประสิทธิภาพ ระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสีย แบบกลุ่ม
อาคาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓, สำนักงานส่งิ แวดลอ้ มภาคที่ ๑๓ , ๒๕๖๓)
ข้อมูลระบบบำบัดน้ำเสีย พ้ืนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จำนวน ๑๘ แห่ง โดย
ประกอบด้วยข้อมูลชนิดระบบบำบัด ตำแหน่งท่ีต้ัง ศักยภาพของระบบบำบัด ปริมาณน้ำเสียท่ีเข้าสู่ระบบ
บำบัด พื้นท่ีครอบคลุม รวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานระบบ นอกจากน้ันยังมีการรวบรวมข้อมูล
คุณภาพน้ำเข้า-น้ำทิ้งของระบบบำบัดน้ำเสียท้ังหมด ๗ พารามิเตอร์ คือ ๑) อุณหภูมิ (Temperature) ๒) ค่า
ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ๓) ค่าปริมาณออกซิเจน (Bilogical Oxygen Demand: BOD) ๔) ของแข็ง
แขวนลอย (Suspended Solids: SS) ๕) น้ำมันและไขมัน (Grease & Oil) ๖) ฟอสฟอรัสท้ังหมด (Total
Phosphorus: TP) และ ๗) ไนโตรเจนทั้งหมด (Total Nitrogen: TN) ซ่ึงเป็นข้อมูลที่ได้มาจากรายงานการ
ติดตามประเมินผลประสิทธิภาพ ระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสีย แบบกลุ่มอาคาร,
(สำนักงานส่ิงแวดล้อมภาคที่ ๑๓ , ๒๕๖๓)
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพ้นื ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๕
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก
๒) การวเิ คราะหข์ ้อมูลสถานการณ์
ปริมาณน้ำเสียท่ีเกิดข้ึน และท่ีระบบสามารถบำบัดได้ รวมถึงศักยภาพของระบบในการรองรับน้ำ
เสีย นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์คุณภาพ น้ำท้ิงของระบบบำบัดน้ำเสียทั้งหมด ๗ พารามิเตอร์ จากโครงการ
เพ่ิมประสิทธิภาพการดำเนินงานแผนปฏิบัติการเพ่ือการจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อมในระดับจังหวัด
ของสำนักงานส่ิงแวดล้อมภาคท่ี ๑๓ โดยเบื้องต้นพบว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มีระบบ
บำบัดน้ำเสียรวมชุมชน จำนวน ๑๘ แห่ง ประกอบด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่ง (Activated
Sludge, AS) จำนวน ๘ แห่ง ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ (Aerated Lagoons, AL) จำนวน ๓ แห่ง
ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบ่อผ่ึง (Stabilization Ponds, SP) จำนวน ๒ แห่ง ระบบบำบัดน้ำเสียแบบโปรยกรอง
(Trickling Filter, TF) จำนวน ๒ แห่ง และระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ (Fixed Film Aeration)
จำนวน ๑ แหง่ และไมท่ ราบรูปแบบจำนวน ๒ แห่ง
๓) การวเิ คราะหแ์ นวโนม้ และการคาดการณ์
แม้ว่าแหล่งกำเนิดน้ำเสียชุมชนบางส่วนจะมีการบำบัดน้ำเสียจากส้วมด้วยบ่อเกรอะ-บ่อซึม หรือ
เลอื กใชถ้ งั บำบัดนำ้ เสียสำเรจ็ รูปขนาดเลก็ มาใช้งานก็ตาม นำ้ ทงิ้ ท่อี อกจากบอ่ หรอื ถังบำบดั เหล่าน้ีจะถูกระบาย
ลงสคู่ ลองหรือท่อระบายน้ำสาธารณะและไหลลงสแู่ ม่นำ้ หรอื แหลง่ นำ้ ธรรมชาตใิ นที่สุด ทั้งน้ีไดท้ ำการวเิ คราะห์
แนวโน้มของน้ำเสียชุมชนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๓ รวมถึงการคาดการณ์โดยใช้ข้อมูลการ
คาดการณ์ประชากรจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) (๒๕๖๑)
คูณกับอัตราการเกิดน้ำเสียของชุมชน ปีฐาน พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งเท่ากับ ๑๕๐ ลิตรต่อคนต่อวัน (กรมควบคุม
มลพิษ, อ้างใน ๒๕๕๓ สำนกั งานสิ่งแวดล้อมภาคท่ี ๑๓ , ๒๕๖๓)
สถานการณก์ ารจัดการนำ้ เสยี จากภาคอตุ สาหกรรม
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
รวบรวมข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ และข้อมูลรายงานปริมาณน้ำเสียท่ีระบายออกจาก
โรงงาน เป็นข้อมูลท่ีโรงงานอุตสาหกรรมแต่ละแห่งรายงานเข้ามายังกรมโรงงานอตุ าสากรรม ซ่ึงมีการรายงาน
๒ รอบต่อปี โดยมีการรายงานประเภทโรงงานอุตสาหกรรมท่ีปล่อยน้ำเสียมากท่ีสุด ๑๐ อันดับแรก ในปี พ.ศ.
๒๕๖๓ นอกจากน้ันยังไดร้ วบรวมผลการรายงานปริมาณน้ำท้ิงเฉลี่ยท่ีกักเก็บภายในโรงงาน และปริมาณน้ำท้ิง
เฉลย่ี ทรี่ ะบายออกนอกโรงงาน ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๓
๒) การวิเคราะห์ขอ้ มลู สถานการณ์
วิเคราะห์ข้อมูลประเภทอุตสาหกรรมท่ีมีการปล่อยน้ำเสียมากท่ีสุด ๑๐ อันดับแรก เพื่อแสดงให้
เห็นถึงประเภทอุตสาหกรรมที่การปล่อยน้ำเสีย เชน่ โรงงานประเภท ๕๙ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการ
ถลุง หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตเหล็ก หรือเหล็กกล้าในขั้นต้น (iron and steel basic industries) โรงงาน
ประเภท ๑๐๑ โรงงานปรับคุณภาพของเสยี รวม (central waste treatment plant) เปน็ ตน้
๓) การวิเคราะหแ์ นวโน้ม
แนวโน้มปริมาณน้ำทิ้งเฉลี่ยที่ระบายออกนอกโรงงาน ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๓ เพ่ือแสดงให้เห็น
ถึงความเช่ือมโยงของปริมาณน้ำเสียของภาคอุตสาหกรรม กับแนวทางในการหมุนเวียนน้ำเสียมาใช้ให้ เกิด
ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม อันเป็นแนวทางในการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ เพื่อแก้ไขปญั หาดังกล่าวต่อไป
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพืน้ ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๑.๕ สถานการณค์ ุณภาพอากาศ
๑) การเก็บรวบรวมข้อมูล
เก็บรวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศ จำนวน ๔ พารามิเตอร์หลัก ได้แก่ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
(SO2) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ก๊าซโอโซน (O3) และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน ๑๐ ไมครอน (PM10) จาก
สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศรวม ๙ สถานี โดยต้ังอยู่ในเขตจังหวัดระยอง ๕ สถานี ได้แก่ ตำบลปลวกแดง
ตำบลมาบตาพุด ตำบลท่าประดู่ ตำบลห้วยโป่ง และตำบลเนินพระ จังหวัดชลบุรี ๓ สถานี ได้แก่
ตำบลทงุ่ สุขลา ตำบลบอ่ วนิ และตำบลบ้านสวน และจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑ สถานี คอื ตำบลวงั เย็น
เก็บข้อมูลสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เป็นสารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการกล่ันน้ำมัน
กระบวนการแยกแก๊ส และนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง รวมถึงการผลิตในอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง อินทรีย์สาร
เหล่าน้ีหากปนเป้ือนในบรรยากาศจะมีความเส่ียงสูงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน เนื่องจากสารอินทรีย์
ระเหยง่ายเป็นสารท่ีมีความเส่ียงอันก่อให้เกิดโรคมะเร็งหากรับเข้าในร่างกายมนุษย์และสัตว์ที่เกินกว่าค่า
มาตรฐาน จากการตรวจวัดโดยสำนักงานสง่ิ แวดล้อมภาคที่ ๑๓ รว่ มกับกรมควบคุมมลพษิ ตรวจวัดจากสถานี
เก็บตัวอย่างสารอินทรีย์ระเหยง่าย ในจังหวัดระยอง จำนวน ๙ สถานี โดยแบ่งออกเป็นพ้ืนที่มาบตาพุด
จำนวน ๗ สถานี ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมาบตาพุด วัดมาบชลูด โรงเรียนวัดหนองแฟบ
สถานีเมืองใหม่มาบตาพุด ที่ทำการชุมชนบ้านพลง ศูนย์บริการสาธารณสุขบ้านตากวนและชุมชนเนินพะยอม
(หมู่บ้านนพเกตุ) และเขตประกอบการอุตสาหกรรม ไออาร์พีซี จำนวน ๒ สถานี ได้แก่ โรงพยาบาล
สง่ เสรมิ สุขภาพตำบลบา้ นหนองจอก และวัดปลวกเกตุ
๒) การวเิ คราะห์ขอ้ มูลสถานการณ์
วเิ คราะหข์ อ้ มลู สถานการณค์ ณุ ภาพอากาศโดยนำข้อมลู คุณภาพอากาศในพืน้ ทมี่ าเปรียบเทียบ
กับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศ (ตารางท่ี ข – ๕) โดยแยกเป็นค่าเฉลย่ี ความเขม้ ขน้ ในเวลา ๑ ชวั่ โมง หรอื
๘ ชัว่ โมง หรือ ๑ ปี ตามชนิดของสารมลพิษที่เกยี่ วขอ้ งกับสุขภาพของมนษุ ยแ์ ละส่งิ มีชีวติ
ตารางท่ี ข - ๕ มาตรฐานคณุ ภาพอากาศ คา่ เฉลีย่ ความเข้มขน้ ในเวลา ค่ามาตรฐาน
สารมลพษิ ๑ ชม. < ๓๐ ppm. (๓๔.๒ มก./ลบ.ม.)
ก๊าซคารบ์ อนมอนอกไซด์ (CO)
๘ ชม. < ๙ ppm. (๑๐.๒๖ มก./ลบ.ม)
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
๑ ชม. < ๐.๑๗ ppm. (๐.๓๒ มก./ลบ.ม.)
ก๊าซโอโซน (O3)
๑ ปี < ๐.๐๓ ppm. (๐.๐๕๗ มก./ลบ.ม.)
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)
๑ ชม. < ๐.๑๐ ppm. (๐.๒๐ มก./ลบ.ม.)
ตะกั่ว (Pb)
ฝนุ่ ละอองขนาด < ๑๐๐ ไมครอน ๘ ชม. < ๐.๐๗ ppm. (๐.๑๔ มก./ลบ.ม.)
ฝนุ่ ละอองขนาด < ๑๐ ไมครอน
ฝนุ่ ละอองขนาด < ๒.๕ ไมครอน ๑ ปี < ๐.๐๔ ppm. (๐.๑๐ มก./ลบ.ม)
เบนซีน (Benzene)
ไวนลิ คลอไรด์ (Vinyl Chloride) ๑ ชม. < ๐.๓๐ ppm (๗๘๐ มคก./ลบ.ม)
๒๔ ชม. < ๐.๑๒ ppm.(๐.๓๐ มก./ลบ.ม)
๑ เดอื น < ๐.๓ ppm.(๗๘๐ มคก./ลบ.ม)
๑ เดือน < ๑.๕ มคก./ลบ.ม
๒๔ ชม. < ๐.๓๓ มก./ลบ.ม.
๒๔ ชม. < ๐.๑๒ มก./ลบ.ม
๒๔ ชม. < ๐.๐๕ มก./ลบ.ม.
๑ ปี < ๐.๐๒๕ มก./ลบ.ม.
๑ ปี < ๑.๗ มคก./ลบ.ม
๑ ปี < ๑๐ มคก./ลบ.ม
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ทเ่ี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๗
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
สารมลพษิ คา่ เฉลย่ี ความเข้มข้นในเวลา คา่ มาตรฐาน
1,2-ไดคลอโรอีเทน (1,2 – Dichloroethane) ๑ ปี < ๐.๔ มคก./ลบ.ม
ไตรคลอโรเอทธิลนี (Trichloroethylene) ๑ ปี < ๒๓ มคก./ลบ.ม
ไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) ๑ ปี < ๒๒ มคก./ลบ.ม
1,2-ไดคลอโรโพรเพน (1,2 – Dichloropropane) ๑ ปี < ๔ มคก./ลบ.ม
เตตระคลอโรเอทธิลีน (Tetrachloroethylene) ๑ ปี < ๒๐๐ มคก./ลบ.ม
คลอโรฟอรม์ (Chloroform) ๑ ปี < ๐.๔๓ มคก./ลบ.ม
1,3-บวิ ทาไดอีน (1,3 – Butadiene) ๑ ปี < ๐.๓๓ มคก./ลบ.ม
๓) การวิเคราะห์แนวโน้มผลกระทบ
วิเคราะหจ์ ากแนวโนม้ การเพ่ิมขึน้ ของแหล่งกำเนดิ มลพิษทางอากาศเบื้องตน้
๑.๖ สถานการณร์ ะดบั เสียง
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมข้อมูลการตรวจวัดระดบั เสียงของจงั หวัดชลบรุ ี ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ และจังหวัดระยอง ปี พ.ศ.
๒๕๖๑ – ๒๕๖๒ จากสถานีตรวจวัด ๕ แห่ง ในเขตจังหวัดชลบุรี ๓ แห่ง ได้แก่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่
๑๓ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา อำเภอศรีราชา และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน
เขาหิน ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา และในเขตจังหวดั ระยอง ๒ แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
มาบตาพดุ และสำนกั งานเกษตรจังหวัดระยอง เกณฑม์ าตรฐาน ๗๐ เดซเิ บลเอ
๒) การวิเคราะห์ขอ้ มูลสถานการณ์
ประเมินสถานการณ์คุณภาพส่ิงแวดลอ้ มทางเสยี งตามประกาศคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ
ฉบับท่ี ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๔๐) เรอื่ ง กำหนดมาตรฐานระดบั เสียงโดยท่ัวไป ได้แก่
๒.๑) คา่ ระดบั เสียงสูงสดุ ไม่เกิน ๑๑๕ เดซเิ บลเอ
๒.๒) คา่ ระดบั เสยี งเฉลย่ี ๘ ช่ัวโมง ไม่เกนิ ๗๕ เดซเิ บลเอ ตรวจวดั อยา่ งต่อเนื่อง ๘ ชั่วโมง
๒.๓) คา่ ระดับเสียงเฉล่ีย ๒๔ ชั่วโมง ไม่เกิน ๗๐ เดซิเบลเอ ตรวจวดั อย่างตอ่ เนื่องตลอด ๒๔
ชวั่ โมง
๑.๗ สถานการณก์ ารจดั การขยะ
สถานการณก์ ารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน
๑) การเก็บรวบรวมข้อมูล
รวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยชุมชน (ตันต่อวัน และ กิโลกรัมต่อคนต่อวัน) เปรียบเทียบกับ
อตั ราการผลิตขยะมูลฝอยท่ีควรจะเปน็ (เกินกวา่ ๑ กก./คน/วัน) รวบรวมข้อมูลการเก็บขนขยะในพ้ืนที่โดยใช้
ข้อมูลจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้บริการเก็บขนขยะมูลฝอยชุมชนเบ้ืองต้นพบว่าจังหวัดระยองมี
จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บรกิ ารเก็บขนขยะมลู ฝอยชุมชน ๖๖ แหง่ จังหวดั ชลบุรีจำนวน ๙๒ แห่ง
และจังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน ๗๔ แห่ง รวบรวมขอ้ มลู สถานท่ีกำจัดขยะมูลฝอยของจังหวัดชลบรุ ี ระยอง และ
ฉะเชิงเทรา มีสถานท่ีกำจัดขยะมูลฝอย จำนวน ๖๕ แห่ง เป็นสถานท่ีกำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕๕ แห่ง และเอกชน จำนวน ๑๐ แห่ง ซึ่งสามารถแบ่งเป็นสถานท่ีกำจัดขยะมูลฝอย
ชุมชนท่ีถูกหลักวิชาการ จำนวน ๙ แห่ง และสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนไม่ถูกหลักวิชาการ จำนวน ๕๖
แห่ง รวบรวมการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและความสามารถในการกำจัดการขยะมูลฝอยชุมชนภายใน
จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง นอกเหนือจากการกำจัดขยะโดยองค์กรท้องถิ่น เช่น การนำขยะไปใช้
ประโยชน์ผ่านกิจกรรมและกระบวนการรีไซเคิลต่าง ๆ เป็นต้น รวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างใน
สถานทีก่ ำจัดขยะมลู ฝอยท่ดี ำเนินการไมถ่ ูกต้องภายในพ้ืนที่
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๘
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
๒) การวเิ คราะหข์ ้อมลู สถานการณ์
วเิ คราะห์ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นตามจำนวนประชากรในพ้ืนที่เทียบกับความสามารถการจัดการขยะ
ในพืน้ ที่โดยพิจารณาร่วมกับกิจกรรมการจัดการขยะในรูปแบบอนื่ และปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างในพ้ืนท่ี เพื่อ
จำแนกปัญหาการจัดการขยะในพื้นที่ออกเป็นรายกลุ่มได้แก่ กลุ่มพื้นท่ีท่ีมีประสิทธิภาพในการจัดการขยะ
ชมุ ชนและสามารถจัดการขยะท่ีเกิดขึ้นภายในชุมชนได้ร้อยละ ๑๐๐ กล่มุ พ้นื ที่ท่ีมคี วามเส่ียงในการจดั การขยะ
ชุมชนที่สามารถจัดการขยะทีเ่ กดิ ขนึ้ ภายในชมุ ชนได้เพยี งบางส่วนและกลุ่มทม่ี ีปญั หาวิกฤตด้านการจัดการขยะ
มูลฝอยหรือเป็นพน้ื ท่ที ี่ไม่สามารถจัดการขยะชมุ ชนได้
๓) การวเิ คราะห์แนวโน้ม ผลกระทบและการคาดการณ์
วิเคราะห์แนวโน้มการเพ่ิมข้ึนของขยะมูลฝอยชุมชน รวมถึงการคาดการณ์จำนวนประชากรของ
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ นำมาวิเคราะห์ร่วมกัน
กับอัตราการผลิตขยะมูลฝอยต่อคนต่อวัน ซ่ึงอัตราการผลิตขยะมูลฝอยต่อคนต่อวัน ท่ีจะใช้ประกอบการ
คำนวณ คือ ๑.๑๗ กิโลกรัมต่อวัน อ้างอิงจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม ซึ่งจะนำมาคำนวณปริมาณขยะมูลฝอยทเ่ี กดิ ขนึ้ ในอนาคต
สถานการณ์ขยะมูลฝอยติดเช้ือ
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมข้อมูลปริมาณมูลฝอยจำแนกรายจงั หวัดของเขต ๖(กรมอนามัย, ๒๕๖๓) และองคก์ าร
บริหารส่วนจงั หวดั
๒) การวเิ คราะหแ์ นวโน้มปริมาณขยะมลู ฝอยติดเช้อื ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๓
๑.๘ สถานการณก์ ารจัดการกากของเสียอันตราย
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
รวบรวมข้อมูลปริมาณกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรมท่ีถูกนำออกนอก
โรงงานเพื่อไปจัดการทั้งการจัดการผ่านกระบวนการเพื่อใช้ซ้ำการแปรรูปใชเ้ ปน็ พลังงาน การแปรใช้ในรูปวัสดุ
การบำบัดและกำจัดและการส่งไปจัดการนอกประเทศ รวมถึงข้อมูลปริมาณกากของเสียไม่อันตราย ปี พ.ศ.
๒๕๕๘ – ๒๕๖๓ นอกจากนี้ยังมีการเก็บรวบรวมข้อมูลการจัดเก็บวสั ดุไม่ใช้แล้วในโรงงาน และการขนส่งของ
เสียอันตรายออกนอกโรงงาน ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ แยกประเภทได้เป็น ๑) การขนส่งของเสียอันตรายออกนอก
โรงงาน ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม และ ๒) การขนส่งของเสียอันตรายออกนอกโรงงาน ประเภทสาร จาก
ระบบเผยแพร่ข้อมูลและบริการข้อมูลภาคธรุ กิจอตุ สาหกรรม, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ๒๕๖๔
๒) การวเิ คราะห์ขอ้ มูลสถานการณ์
วเิ คราะหป์ รมิ าณกากของเสยี อันตราย และกากของเสียไมอ่ ันตราย รวมถงึ ปรมิ าณการจดั เก็บวัสดุ
ไม่ใช้แล้วในโรงงาน และการขนส่งของเสยี อันตรายออกนอกโรงงาน
๓) การวเิ คราะห์แนวโน้ม
วิเคราะห์แนวโน้มอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณกากของเสียอนั ตราย และกากของเสียไม่อนั ตราย
จากข้อมูลระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๘ ถงึ พ.ศ.๒๕๖๓ รวมถงึ แนวโน้มของอตั ราการขนส่งของเสียอันตรายออกนอก
โรงงาน ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม และ ๒) การขนส่งของเสียอันตรายออกนอกโรงงาน ประเภทสาร ปี พ.ศ.
๒๕๖๐ – ๒๕๖๓
๔) การทบทวนแผนการจัดการรองรับของเสยี อันตราย
จากแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ พบว่าตาม
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี เป้าหมายท่ี ๑ ของเสียทุกประเภทได้รับจัดการอย่าง
ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อมุ่งสู่สังคมไร้ของเสีย (Zero Waste) และพื้นท่ีวิกฤติได้รับการบำบัดและฟ้ืนฟู
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพืน้ ท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๑๙
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
สิ่งแวดล้อมให้ไดค้ ุณภาพตามมาตรฐาน โดยตวั ชี้วดั ร้อยละประสิทธภิ าพการจัดการมลพิษไดอ้ ย่างถูกตอ้ งตาม
หลักวิชาการและได้ตามมาตรฐานท้ังการจัดการกากของเสียภาคชุมชนและอุตสาหกรรม และการจัดการน้ำ
เสียชุมชนและอุตสาหกรรม มาตรการท่ี ๑.๑ บำบัด กำจัดของเสีย และควบคุมลพิษจากเหล่งกำเนิด
เป้าหมายท่ี ๒ พื้นท่ีปลอดการลักลอบทิ้งของเสียทุกประเภทและปลอดอุบัติภัยจากสารเคมี โดยตัวชี้วัด
จำนวนการเกดิ อุบัติภัยจากสารเคมี และเร่ืองร้องเรียนลกั ลอบท้ิงของเสียทุกประเภท มาตรการที่ ๑.๒ ป้องกัน
และลดความเสี่ยงการเกดิ อุบัตภิ ยั จากสารเคมี
๑.๙ สถานการณก์ ารเปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
รวบรวมข้อมูลการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของประเทศไทยจำนวน ๘ ภาพฉาย
ได้แก่ ข้อมูลจากการสร้างภาพฉายอนาคตการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศของประเทศไทย ที่ได้จากการ
downscale แบบจำลองภูมิอากาศโลกแบบ ECHAM4 จำนวน ๓ ชดุ ข้อมูล (START, 2554) ได้แก่ ECHAM4
A2 ECHAM4 B2 และ ECHAM5 A1B และ ข้อมูลจากการ downscale ข้อมูลภาพฉายอนาคตการ
เปล่ียนแปลงภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Hadley Center, 2014) โดยใช้แบบจำลอง HadCM3
จ ำ น ว น ๕ ชุ ด ข้ อ มู ล ไ ด้ แ ก่ HadCM3 Q0 _Std HadCM3 Q1 3 _HiChg HadCM3 Q3 _LoCHg
HadCM3Q11_Wet และ HadCM3Q10_Dry ดังรายละเอียดในตารางท่ี ข – ๖
ตารางที่ ข - ๖ ข้อมลู ภาพฉายอนาคต
ชนดิ ข้อมูล SEA START HacCM3_Q (Hadley Center ภายใต้ SEACAM)
ECHAM4 A2
(360 Days)
ECHAM4 B2
(360 Days)
ECHAM5 A1B
(365-366 Days)
HadCM3Q0_Std
(360 Days)
HadCM3Q3_LoCHg
(360 Days)
HadCM3Q10_Dry
(360 Days)
HadCM3Q11_Wet
(360 Days)
HadCM3Q13_HiChg
(360 Days)
Maximum Temp.
1980-2069 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099
(TX)-oC 1980-2099 2010-2099
Minimum Temp. 1980-2069 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099
(TN)-oC 1980-2099 2010-2099
1980-2069 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099
Precipitation
N/A N/A N/A N/A N/A
(PC)-mm/day 1980-2099 2010-2099 1980-2069
Relative N/A 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099
Humidity(HD)-% 1980-2099 1980-2069
Solar Radiation 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099
1980-2069
(SL)-Watt/m2 1980-2099 2010-2099
1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099 1980-2099
Wind Speed 1980-2069
(WS)-m/s 1980-2099 2010-2099
Wind Direction
(WD)-oN (clockwise) 1980-2099 2010-2099
๒) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู สถานการณ์
นำข้อมูลสภาพอากาศสูงสุดย้อนหลังระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๕๙ จากสถานีตรวจวดั อากาศ
ในพื้นที่มาสร้างความสัมพันธ์กับข้อมูลอุณหภูมิจากภาพฉายอนาคต (พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๕๙) ณ ตำแหน่ง
ใกล้เคียงกันและนำสมการทำนายสภาพอากาศพ้ืนผิวอนาคตท่ีสร้างข้ึน เพื่อสร้างข้อมูลสภาพอากาศพื้นผิว
อนาคตทำนายของทั้งพนื้ ท่ศี กึ ษา โดยใชส้ มการการวิเคราะห์การถดถอยสร้างความสัมพนั ธ์เพอื่ ใชท้ ำนายสภาพ
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๐
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
อากาศพ้ืนผิวและเพ่ือคำนวณค่าสภาพอากาศพ้ืนผิวทำนายอนาคต ณ ตำแหน่งภาพอ่ืน ๆ ท่ัวทั้งพ้ืนท่ีศึกษา
ร่วมกับการพิจารณาสภาพอากาศระดับพ้ืนที่หรือในระดับท้องถิ่นเพ่ือนำมาคาดการณ์การเปล่ียนแปลงสภาพ
ภูมอิ ากาศในพืน้ ทใี่ นอนาคตอีก ๓๐ ปขี ้างหนา้ (START, ๒๕๕๔)
๓) การวิเคราะหแ์ นวโนม้ ผลกระทบ
วเิ คราะหก์ ารเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศทเ่ี กดิ ขึ้นทงั้ ทางดา้ นอุณหภูมิ ปรมิ าณนำ้ ฝน ความเรว็
ลม ทสี่ ่งผลต่อการเกษตรกรรม ทรัพยากรนำ้ การเพม่ิ ข้ึนของนำ้ ทะเล ชมุ ชนและการตั้งถิ่นฐาน สขุ ภาพอนามัย
ระบบนเิ วศและชวี กายภาพ และการทอ่ งเทีย่ วภายในพืน้ ท่ศี ึกษา
๑.๑๐ สถานการณ์การปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจก
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ได้จัดทำรายงานการประเมินสถานการณ์การ
ปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยวิธีการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกพจิ ารณาจากกลุ่มกิจกรรม ๕ ภาค
ไดแ้ ก่ ภาคพลงั งาน (stationary Energy) ภาคการขนส่ง (Transportation) ภาคการจัดการของเสีย (Waste)
ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) และภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน
(AFOLU)
๒) การวเิ คราะห์ข้อมูลสถานการณ์
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละภาคส่วนจะแบ่งการรายงานออกเป็น ๓ ขอบเขต
คือ
ขอบเขตที่ ๑ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct GHG Emissions) การปล่อยก๊าซ
เรือนกระจกท่ีเกิดขน้ึ จากกจิ กรรมภายในขอบเขตจังหวดั (Provincial Boundary)
ขอบเขตที่ ๒ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Indirect GHG Emissions) การปล่อยก๊าซ
เรือนกระจกท่เี กิดจากการใช้พลงั งานไฟฟ้าและพลงั งานความร้อนที่นำเขา้ มาจากภายนอกเขตจงั หวดั และ
ขอบเขตที่ ๓ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอ่ืน ๆ ( Other Indirect GHG Emissions)
ซง่ึ เป็นการปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกท่ีเกดิ ขึ้นภายนอกขอบเขตจงั หวดั จากกจิ กรรมท่ีเกดิ ขนึ้ ภายในจงั หวัด
ท้ังนี้การรายงานขอ้ มลู กา๊ ซเรือนกระจกตามระเบยี บวธิ ีการรายงานของ The Global
Protocol for Community-Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) ยงั ได้แบ่งการรายงาน
ปริมาณการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกออกเป็น ๒ ระดบั ประกอบด้วย
๑) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic จะครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก
ขอบเขตและกจิ กรรมของภาคส่วนต่าง ๆ คอื พิจารณากจิ กรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกท้ังหมดในขอบเขตที่
๑ จากภาคพลังงาน (ยกเว้นการผลิตไฟฟ้าและส่งเข้าสายส่ง) จากภาคขนส่ง จากภาคการจัดการของเสีย
(ยกเว้นของเสียที่ถูกนำเข้าจากจังหวดั อื่นมาจัดการภายในจังหวัด) กิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด
ในขอบเขตที่ ๒ จากภาคพลังงานและภาคขนส่ง และกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ ๓ จาก
ภาคการจัดการของเสีย (ได้แก่ ของเสยี ทเ่ี กิดขนึ้ จากกิจกรรมภายในจงั หวัดแตถ่ ูกนำไปจัดการภายนอกจังหวดั )
และ
๒) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic+ จะรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน
ระดับ Basic และยังครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตและกิจกรรมของภาคส่วนต่างๆ คือ
พิจารณากิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกท้ังหมดในขอบเขตท่ี ๑ จากภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและ
การใชผ้ ลิตภัณฑ์ จากภาคการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ทีด่ ิน และกิจกรรมการปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจก
จากขอบเขตที่ ๓ จากภาคพลงั งาน (การสูญเสยี พลงั งานจากสายสง่ และจำหนา่ ยไฟฟา้ ) และภาคขนสง่
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพนื้ ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๑
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
๑.๑๑ สถานการณ์ทรพั ยากรน้ำ
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำและปริมาณน้ำต้นทุนในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวนั ออก มีข้อมูลท่ีจำเป็น ประกอบด้วย ข้อมูลความจุและปริมาณน้ำในอา่ งเก็บน้ำในพ้ืนท่ีสถานการณ์ความ
ตอ้ งการใช้น้ำ แนวโน้มความต้องการใช้น้ำ นอกจากน้ีในการศึกษาได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณน้ำเชิงพ้ืนที่
จากข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายปี จำนวน ๔๓ สถานีต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๖๒ จากสำนักทรัพยากรน้ำ
แห่งชาติ ขอ้ มูลชนิดดินและสิ่งปกคลุมดนิ จากกรมพัฒนาที่ดนิ โดยขอ้ มูลของจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นขอ้ มูลการ
ใช้ประโยชน์ท่ีดินในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ส่วนจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยองเป็นข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินในปี
พ.ศ. ๒๕๖๓ และข้อมูลความสูงของพ้ืนที่ท่ีได้จากการดาวน์โหลดภาพดาวเทียมความสูงเชิงพ้ืนที่ท่ีมีความ
ละเอยี ด ๑๒.๕ เมตร นอกจากนีไ้ ด้เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากสำนกั งานทรพั ยากรน้ำแหง่ ชาติ (สทนช.)
๒) การวเิ คราะหข์ ้อมูลสถานการณแ์ ละแนวโนม้
การวเิ คราะห์สถานการณ์นำ้ และปริมาณน้ำตน้ ทุนปัจจุบัน และวเิ คราะหแ์ นวโน้มความต้องการ
ใช้น้ำในอนาคตสองช่วงเวลา คือ ปี พ.ศ. ๒๕๗๐ และ พ.ศ. ๒๕๘๐ นอกจากน้ีในการศึกษาได้วิเคราะห์
สถานการณ์น้ำเชิงพื้นที่ด้วยการนำข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายปี ข้อมูลชนิดดินและสิ่งปกคลุมดิน ข้อมูลความสูง
ของพ้ืนที่มาวเิ คราะห์ไดด้ ังน้ี
๒.๑ วธิ ีการประมาณคา่ ปริมาณนำ้ ฝน
ในการประมาณค่าน้ำฝนรายปีในพื้นที่ไดน้ ำข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายวนั ท่ีเก็บได้จากสถานี
ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนบริเวณรอบ ๆ พื้นที่ มาเฉล่ียหาข้อมูลน้ำฝนรายปี โดยใช้สถานีตรวจวัดน้ำฝนจำนวน
ท้ังหมด ๔๓ สถานี มีสถานีตรวจวัดในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน ๙ สถานี สถานีตรวจวัดในพ้ืนที่จังหวัด
ชลบุรีจำนวน ๗ สถานี สถานีตรวจวัดในพื้นที่จังหวัดระยองจำนวน ๘ สถานี และสถานีในจังหวัดรอบ ๆ อีก
จำนวน ๑๙ สถานี โดยปริมาณน้ำฝนที่ได้มีหน่วยเป็นมิลลิเมตรทำการแปลงหน่วยให้เป็นเมตรเพื่อให้ง่ายต่อ
การคำนวณ จากนั้นใช้เคร่ืองมือในโปรแกรมภูมิสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ในการประมาณค่าปริมาณน้ำฝนใน
พื้นท่ี
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก
ภาพท่ี ข - ๓ แผนทแี่ สดงจดุ สถานีตรวจวดั น้ำฝน
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้นื ทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๓
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๒.๒ วธิ กี ารหาปรมิ าณน้ำตน้ ทุน
ในการหาปริมาณน้ำต้นทุนทำการประเมินโดยการใช้ข้อมูลปริมาณน้ำฝนในพื้นท่ีศึกษาที่
ประมาณค่าได้จากสถานีรอบข้างท้ัง ๔๓ สถานี รวมถึงใช้ข้อมูลชนิดดินและส่ิงปกคลุมดิน ในการคำนวณหา
ปรมิ าณนำ้ ตน้ ทนุ ซ่ึงปรมิ าณของตน้ ทุนสามารถคำนวณได้จากวธิ ีทใี่ ช้ในงานชลประทาน ดังสมการที่ a
R = (P-0.2S)2/(P+0.8S) (a)
เมอื่ R = ปริมาณนำ้ ท่า (ลบ.ม.)
P = ปรมิ าณน้ำฝน (ลบ.ม.)
S = ความสามารถในการกกั เก็บนำ้ ของดิน
S หาได้จาก S = (๑,๐๐๐/CN) – ๑๐
คา่ Curve Number (CN) แบง่ ตามชนดิ ดินและประเภทสง่ิ ปกคลุมดิน ดงั แสดงในตาราง
ที่ ข – ๗ การเลอื กใช้คา่ CN ขึ้นอยูก่ ับพืน้ ท่ีศึกษา
ตารางท่ี ข - ๗ Curve Number (CN) แบ่งตามชนดิ ดนิ และประเภทสิ่งปกคลุมดนิ
ชนดิ ดิน ไร่ร้าง พชื ผกั นาขา้ ว พชื ไร่ ทงุ่ หญ้า ปา่ ไม้ ชุมชน
๓๕ ๕๘
A (sandy) ๗๗ ๖๗ ๖๒ ๖๐ ๓๐ ๖๐ ๗๓
๗๓ ๘๒
B (loamy) ๘๖ ๗๖ ๗๓ ๗๒ ๕๘ ๘๐ ๘๖
C (sandy clay loam) ๙๑ ๘๓ ๘๑ ๘๑ ๗๑
D (clay) ๙๔ ๘๖ ๘๕ ๘๔ ๗๘
ท่ีมา: ทศั วรรณ หานภุ าพ (๒๕๕๖ อ้างใน ศกั ดด์ิ า หอมหวล, ๒๕๔๗)
๑.๑๒ สถานการณท์ รพั ยากรดนิ และการใชป้ ระโยชนท์ ด่ี ิน
๑) การเก็บรวบรวมข้อมลู
รวบรวมข้อมูลจากกรมพัฒนาท่ีดิน ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศและลักษณะดิน เช่น ดินร่วน ดิน
เหนียว ดินร่วนปนทราย ลักษณะการระบายน้ำ ปัญหาของดิน เช่น ดินเปรี้ยว ดินเค็ม การปนเป้ือนของดิน
จากภาคการเกษตร เป็นต้น สำหรบั การใช้ประโยชนท์ ่ีดิน รวบรวมขอ้ มูลขนาดพ้ืนท่ี การกระจายตวั ของการใช้
ประโยชน์ที่ดิน จากกรมพัฒนาท่ีดิน โดยแบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น ๕ ประเภท ได้แก่ พ้ืนท่ีชุมชนและส่ิง
ปลูกสร้าง พื้นทเ่ี กษตรกรรม พน้ื ทีป่ า่ ไม้ พ้นื ทน่ี ำ้ และพน้ื ทเ่ี บด็ เตลด็
๒) การวิเคราะหข์ อ้ มลู สถานการณแ์ ละแนวโน้ม
วิเคราะห์สถานการณ์ดินจากความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความเป็นกรด-ด่างของดิน การใช้
ประโยชน์ท่ีดินวิเคราะห์การเปล่ียนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นขนาดพื้นที่ ร้อยละ และการ
กระจายตัวเชิงพนื้ ท่ีที่มกี ารเปลี่ยนแปลง
๑.๑๓ สถานการณ์ทรพั ยากรปา่ ไม้
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมข้อมูลพื้นท่ีและการกระจายตัวของป่าไม้จากกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธ์ุพืช สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ปีพ.ศ. ๒๕๕๗ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อมูลพ้ืนที่ป่าชุมชน ป่าครอบครัว ข้อมูลการบุกรุกพ้ืนที่ป่าของประเทศในความรับผิดชอบของกรมอุทยาน
แห่งชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ืช
๒) การวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มของป่าไม้และการกระจายตัวเชิงพื้นท่ีท่ีมีการ
เปลยี่ นแปลง
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพื้นท่เี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๑.๑๔ สถานการณ์ทรพั ยากรพลงั งาน
๑) การเก็บรวบรวมข้อมลู
รวบรวมข้อมูลจำนวนประชากร จำนวนครัวเรือนท่ีมีไฟฟ้าใช้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของ
ภาคครัวเรือน รวบรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันในภาคพาณิชยกรรม และรวบรวมข้อมูลปริมาณแหล่ง
พลังงานไฟฟ้าและกำลังการผลิตไฟฟ้า โครงสร้างพ้ืนฐาน ได้แก่ จำนวนและความยาวท่อก๊าซ จำนวนและ
ปรมิ าณคลังนำ้ มนั และสถานบี รกิ าร เป็นข้อมลู จากกระทรวงพลังงาน
๒) การวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์และแนวโน้มของการใช้ทรัพยากรพลังงานต้ังแต่
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๒
๑.๑๕ สถานการณ์ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
๑) การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
- ข้อมลู พนื้ ท่ีเกาะและทะเลในพื้นท่ี จากกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง (๒๕๕๖)
- ขอ้ มลู ป่าชายเลน ซ่ึงแบง่ ได้เปน็ ข้อมลู ปา่ ชายเลนคงสภาพ และปา่ ชายเลนเปลยี่ นแปลงไป
- ข้อมูลแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งปะการัง ซ่ึงเป็นข้อมูลความอุดมสมบูรณ์และขนาดพืน้ ที่ของ
แหล่งหญ้าทะเลและแหลง่ ปะการังในพน้ื ท่ี จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (๒๕๖๑)
- ข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นข้อมูลระดบั ความรุนแรงของพื้นท่ีกัดเซาะชายฝั่งทะเล
และการดำเนนิ การแก้ไขปญั หา เปน็ ขอ้ มูลจากกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง (๒๕๖๒)
๒) การวิเคราะหข์ ้อมลู สถานการณ์
วิเคราะห์ขอ้ มูลข้อมูลป่าชายเลนคงสภาพ และป่าชายเลนเปล่ียนแปลงไป รวมถึงแนวโน้มพ้ืนที่
ป่าชายเลนปี พ.ศ. ๒๕๕๖ – ๒๕๖๓ ขอ้ มูลจากกรมพฒั นาที่ดิน (๒๕๖๓)
วิเคราะห์ข้อมูลความอุดมสมบุณณ์ของแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งปะการังในพ้ืนที่ เป็นสัดส่วน
ของสถานภาพของแนวปะการังในสภาพต่าง ๆ (สมบูรณ์ดีมาก สมบูรณ์มาก สมบูรณ์ปานกลาง เสียหายและ
เสียหายมาก) เป็นขอ้ มูลจากกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝัง่ (๒๕๕๙; ๒๕๖๐)
การวิเคราะห์ข้อมูลความฝั่งยาวทั้งหมด พ้ืนท่ีที่ถูกกัดเซาะโดยแบ่งการวิเคราะห์เป็น ระดับ
รุนแรง ระดับปานกลาง ระดับน้อย รวมถึงพื้นท่ีท่ีไม่ถูกกัดเซาะ นอกจากนี้ยังนำเสนอข้อมูลพ้ืนท่ีดำเนินการ
แก้ไขแล้ว นอกจากนี้ยังไม่วิเคราะห์ถึงสาเหตุการกัดเซาะจาก ๑) การทำลายแนวป้องกันการกัดเซาะตาม
ธรรมชาติ ๒) การกัดเซาะจากการรบกวนหรือเปล่ียนแปลงสภาพตามธรรมชาติ ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝั่ง (๒๕๖๑; ๒๕๖๒)
๑.๑๖ สถานการณ์ทรพั ยากรแร่
๑) การเก็บรวบรวมข้อมลู
รวบรวมจากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยข้อมูล
แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มแร่เพื่อการพัฒนาสาธารณูปโภคพ้ืนฐานและโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ และ
๒) กลมุ่ แรเ่ พ่อื สนบั สนนุ เศรษฐกิจและอตุ สาหกรรมแบง่ กลมุ่ แร่ ซึ่งแบง่ แร่เปน็ กลุ่มย่อยอีก ๓ กลุ่มย่อย คือ แร่
โลหะมีค่า แร่โลหะ และแร่อุตสาหกรรม นอกจากน้ียังมีข้อมูลจำนวนแหล่งทรัพยากรแร่ท่ีมีอยู่ในพื้นที่ตาม
ประเภทของการใช้ประโยชน์ จำนวนประทานบตั ร เน้ือท่ีและปริมาณสำรองของแรใ่ นพ้ืนท่ี
๒) การวิเคราะหข์ อ้ มลู สถานการณแ์ ละแนวโน้ม
พิจารณาการใช้ทรัพยากรพลังงาน กับแหล่งทรัพยากรแร่ท่ีมีอยู่ในพ้ืนที่ตามประเภทของการใช้
ประโยชน์ เนอ้ื ทแี่ ละปรมิ าณสำรองของแร่ในพ้ืนที่
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๕
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
๑.๑๗ สถานการณค์ วามหลากหลายทางชวี ภาพ
๑) การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
กรอบการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางคุณค่า
และมลู ค่า ได้แก่ ชนดิ พนั ธ์หุ ายากหรอื ชนิดพันธุ์อันมคี ุณคา่ ต่อทอ้ งถน่ิ การกระจายตวั เป็นต้น
๒) การวิเคราะหข์ ้อมูลสถานการณแ์ ละแนวโนม้
พิจารณาข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิและการบันทึกข้อมูลของ
เครอื ขา่ ยภาคประชาชน
๑.๑๘ สถานการณพ์ ้ืนท่ีที่สำคญั ทางสงิ่ แวดล้อม
๑) การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมข้อมูลเขตพน้ื ทค่ี มุ้ ครองสงิ่ แวดลอ้ ม และเขตควบคมุ มลพษิ
๒) การวเิ คราะห์สถานการณ์สิ่งแวดล้อม ในพืน้ ทค่ี วบคุมมลพิษมาบตาพดุ จังหวัดระยอง ได้แก่
คณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ คณุ ภาพน้ำทะเลชายฝั่ง คุณภาพอากาศ
๑.๑๙ สถานการณ์สง่ิ แวดล้อมเมือง สงิ่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติและทางศิลปกรรม
๑) การเก็บรวบรวมข้อมลู
รวบรวมข้อมูลสิ่งแวดล้อมเมือง พื้นท่ีทางธรรมชาติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ พ้ืนที่เมืองเก่า
ย่านชมุ ชนเก่า ประกอบด้วย ประเภท การกระจายตัว ขนาดพน้ื ที่ เป็นต้น จากแหล่งข้อมูลทุติยภมู ิที่เก่ียวข้อง
เช่น สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม
๒) การวิเคราะหส์ ถานการณย์ า่ นชมุ ชนเกา่ กบั การพฒั นาในพื้นท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก
๑.๒๐ สถานการณ์พนื้ ทส่ี ีเขียว
๑) การเกบ็ รวบรวมข้อมลู พ้ืนทีส่ ีเขียวจากการแปลภาพถา่ ยจากดาวเทียม
๒) การวเิ คราะห์ขอ้ มลู พื้นท่ีสีเขียวคำนวณพน้ื ท่ี ร้อยละ และการกระจายตวั
๑.๒๑ เหตุฉุกเฉินและเรื่องรอ้ งเรยี นดา้ นมลพิษ
๑) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
รวบรวมขอ้ มูลเหตรุ อ้ งเรียนแยกตามประเภท และจำนวน จากสำนักงานสง่ิ แวดล้อมภาคท่ี ๑๓
จำนวน ๓ ปี ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๓
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพน้ื ทเ่ี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ข - ๒๖
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
ภาคผนวก ค
รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพนำ้
พืน้ ท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบรุ ี และระยอง
บทท่ี ๑ บทนำ
๑.๑ ทีม่ าและความสำคญั
น้ำ เปน็ ทรัพยากรธรรมชาตทิ ่ีมีสำคัญตอ่ การดำรงชีวิตท้ังมนุษย์ สัตว์ พชื และสิ่งอื่น ๆ บนโลก ปัจจุบัน
ด้วยความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว รวมไปถึงการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมในด้าน
ต่าง ๆ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจำนวนประชากรในประเทศและทั่วโลกท่ีเพ่ิมมากข้ึน เม่ือมีการ
พัฒนาท่ีเกิดข้ึนอย่างรวดเร็วจึงมีความต้องการใชน้ ้ำเพ่ิมมากข้ึน และยังส่งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมด้าน
ตา่ ง ๆ เชน่ การปล่อยน้ำเสยี ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ การปนเปอื้ นของสารพิษในแหล่งน้ำใตด้ ิน แหล่งน้ำผิวดิน
และดิน การปล่อยก๊าซเสียสบู่ รรยากาศ เป็นต้น ซง่ึ ผลกระทบข้างตน้ สามารถสง่ ผลต่อการดำรงของสิ่งมีชีวิตท้ัง
ทางตรง เช่น การนำน้ำท่ีปนเปื้อนสารพิษไปใช้ในครัวเรือน หรือทางอ้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมอิ ากาศ หรอื ภาวะโลกรอ้ น เปน็ ต้น โดยสาเหตหุ ลักที่ทำให้เกิดมลพษิ ทางนำ้ น้ันมาจากการใช้ประโยชน์พนื้ ท่ี
รอบ ๆ บริเวณแหล่งน้ำสาธารณะ เชน่ การปลอ่ ยน้ำเสยี จากชุมชน การใช้สารกำจัดศัตรูพืช หรือย่าฆ่าแมลงใน
พ้ืนที่ที่ทำการเกษตรเกิดการปนเป้ือนในดินและน้ำใต้ดิน หรือการปล่อยน้ำเสียจากกิจกรรมการใช้น้ำจาก
ภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น เพราะฉะนั้นการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำจึงมีความจำเป็นเพื่อเป็นแนวทางใน
การติดตาม ป้องกัน และสร้างมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และ
แกไ้ ขปญั หาคณุ ภาพนำ้ ทีอ่ าจจะเกดิ ข้ึนไดใ้ นอนาคต
ในการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกระยะท่ี ๒ (๒๕๖๕ - ๒๕๗๐)
ได้กำหนดให้มีการเก็บและรวบรวมข้อมูลสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในพ้ืนท่ี ท้ังข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูล
ทตุ ยิ ภูมิ ซ่ึงจากการรบั ฟังข้อมูลและความคดิ เห็นจากทุกภาคสว่ นในพ้ืนท่ี พบว่าปญั หาเร่ืองน้ำเสียเปน็ ประเด็น
สำคัญที่กระจายไปท่ัวพ้ืนที่ แต่จากข้อมูลที่มีการเก็บและตรวจวัดข้อมูลยังไม่ได้กระจายไปในพื้นท่ีอย่างท่ัวถึง
โดยเฉพาะในคลองสาขาตา่ ง ๆ ประกอบกับกระบวนการตรวจวดั คณุ ภาพน้ำเสียในพารามเิ ตอร์ที่เกี่ยวกบั โลหะ
หนักยังต้องดำเนินการในห้องทดลองไม่สามารถรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมืออัตโนมัติ (ดิจิทัล) ได้
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลด้านคุณภาพอากาศท่ีมีการตรวจวัดและรายงานเครื่องมือดิจิทัลที่มีการกระจาย ตัว
ทางพน้ื ที่ท่ีครอบคลุมพื้นท่ีพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกท่ีมากกว่าการรายงานในเร่ืองคุณภาพน้ำผิวดิน ในขณะ
ที่คณุ ภาพน้ำชายฝ่ังมีการจัดเกบ็ และรายงานคณุ ภาพน้ำชายฝ่ังจากหนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วข้องซึ่งกระจายในตำแหน่ง
ท่ีจำเปน็ และครอบคลุม ดังน้ัน เพ่ือให้การเก็บและรวบรวมสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมสามารถเป็นข้อมูล
สำหรับการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างเพียงพอ ภายใต้เงื่อนไขความ
เหมาะของข้อมูลท่ีมีอยู่ในพ้ืนท่ีและงบประมาณในการดำเนินงาน จึงได้ดำเนินงานเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล
คณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ เพ่ิมเตมิ จากข้อมลู ท่ีมีการรายงานจากหน่วยงานท่ีเกยี่ วข้องในพนื้ ที่
๑.๒ วตั ถปุ ระสงค์
เพอ่ื ศกึ ษาดัชนีคณุ ภาพนำ้ ผิวดนิ ในเขตพ้ืนทพ่ี ัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก
๑.๓ ขอบเขตการดำเนินงาน
พ้ืนท่ีการดำเนินงานการตรวจวัดดัชนีคุณภาพน้ำผิวดินในเขตพื้นท่ีพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้แก่
จังหวดั ฉะเชิงเทรา จงั หวัดชลบรุ ี และจงั หวัดระยอง รวมท้งั หมด ๒๓ จุด
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพืน้ ทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ค - ๑
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ โดยการเก็บตวั อย่างคุณภาพนำ้ ผวิ ดนิ กำหนดจุดเก็บตัวอย่างตามสภาพการใช้
ประโยชน์ที่ดินในบริเวณแหลางน้ำสายหลกั และแหลง่ นำ้ สายย่อย เพ่ือใหค้ รอบคลุมพ้นื ที่ทั้งจงั หวดั และศกึ ษา
ดชั นีคุณภาพน้ำ (๕ พารามิเตอร์) เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำในย่านชุมชน ณ เวลาน้ัน ซ่ึงพารามิเตอร์ท่ีทำการ
ตรวจวัด ได้แก่ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ (Dissolved oxygen; DO) ความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์
(Biochemical oxygen demand; BOD) ปริมาณแบคทีเรียกลุ่มฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform Bacteria,
FCB) ปริมาณแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliform bacteria, TCB) แอมโมเนีย (NH3-N) ใน
ย่านอุตสาหกรรมเพิ่มการวิเคราะห์โลหะหนักเป็นพิษบางชนิด และในบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมเพ่ิมการ
วิเคราะห์สารปนเปือ้ นจากกจิ กรรมทางการเกษตรในบางพื้นที่การศกึ ษา
๑.๔ ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ
สามารถนำข้อมูลท่ีได้ประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการจัดการ การป้องกัน และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำผิว
ดนิ ในพนื้ ที่จังหวัดฉะเชงิ เทรา ชลบุรี และระยอง และสามารถนำข้อมูลด้านคุณภาพน้ำไปใช้ประโยชน์เพื่อการ
ตดิ ตาม เฝ้าระวงั คุณภาพแหล่งน้ำ
บทท่ี ๒ นิยามและมาตรฐานที่เกยี่ วข้อง
๒.๑ คุณภาพนำ้
คุณภาพน้ำ หมายถึง ความเหมาะสมของน้ำท่ีมีองค์ประกอบของส่ิงเจอปนทั้งด้านกายภาพ เคมี และ
ชีววิทยาในปริมาณที่ควรจะมีในแต่ละประเภทของแหล่งน้ำ ซ่ึงคุณภาพน้ำมีความสำคัญต่อทรัพยากรน้ำเป็น
อย่างมาก กล่าวคือ การที่จะถือว่าคุณภาพน้ำดีจะถูกกำหนดหรือสร้างมาตรฐานเพ่ือการใช้เฉพาะอย่าง เช่น
การประปาได้กำหนดมาตรฐานน้ำประปาซ่ึงเป็นคุณภาพน้ำ ท่ีกำหนดขึ้นเพ่ือการบริโภค (เกษม จันทร์แก้ว,
๒๕๔๑) ซ่ึงแต่ละประเภทมีการกำหนดคุณภาพน้ำท่ีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของการใช้ประโยชน์
(รายละเอียดเพิ่มเติม ข้อ ๒.๒ ประเภทและมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน) คุณภาพน้ำน้ัน
ประกอบด้วย คุณภาพน้ำทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ ซึ่งในแต่ละพารามิเตอร์ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
และสิ่งมชี ีวติ ในนำ้ ดงั แสดงในตารางท่ี ค - ๑
๒.๒.๑ คณุ ภาพน้ำทางกายภาพ
คุณภาพน้ำทางกายภาพ หมายถึง สภาวะน้ำท่ีมีการเจือปนของสิ่งท่ีสามารถเห็นและสัมผัสได้
ได้แก่ ความขนุ่ สี (สีแท้ และ/หรือสีหลอก) ปริมาณของแขง็ ทัง้ หมด (total solid ; TS) ของแขง็ ท่ลี ะลายน้ำได้
(total dissolved solid ; TDS) ความขุ่น (turbidity) ความกระด้าง (hardness) กลิ่น (odor) ค่าการนำ
ไฟฟ้า (electrical conductivity ; EC) อุณ หภูมิ (temperature) ออกซิเจนที่ละลายน้ำ (dissolved
oxygen) ขยะ/เศษไม้ (debris) รส (taste) ความเปน็ กรด-ด่าง (pH) และ ตะกอน (sediment) ซึง่ คุณภาพน้ำ
เหล่านี้ อาจเกิดจากคุณภาพทางเคมี และ/หรือชีววิทยาเป็นองค์ประกอบ แล้วแสดงภาพให้เห็นทางกายภาพ
(เกษม จนั ทรแ์ กว้ , ๒๕๔๑)
๒.๒.๒ คุณภาพนำ้ ด้านเคมี
คุณภาพน้ำทางเคมี คือ สภาวะของน้ำท่ีมีการปนเป้ือนของธาตุ หรือสารประกอบทางเคมีให้เป็น
เน้ือเดียวกัน ยากที่จะจำแนกได้วา่ มีธาตหุ รือสารประกอบอะไร ตอ้ งใช้กระบวนการ/วิธีการทางเคมีจำแนก จึง
สามารถทราบได้ว่ามีสารอะไรเจือปน ได้แก่ โลหะหนัก วัตถุมีพิษ ธาตุอาหาร (NO3, PO42, SO42, SiO42 เป็น
ต้น) และก๊าซ (สารอนิ ทรียแ์ ละสารอนนิ ทรีย์ท่ีเจอื ปนในนำ้ ) (เกษม จันทรแ์ ก้ว, ๒๕๔๑)
๒.๒.๓ คณุ ภาพนำ้ ดา้ นชีวภาพ
คุณภาพน้ำทางชีววิทยา หมายถึง สภาวะน้ำที่มีการปนเปื้อนส่ิงมีชีวิต ได้แก่ แบคทีเรีย
(bacteria) เชอ้ื รา (fungi) ไวรสั (virus) พยาธิ (nematode) โปรโตซัว (Protosao) เป็นต้น (เกษม จันทรแ์ ก้ว
, ๒๕๔๑)
โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดล้อมในพื้นทีเ่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ค - ๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ตารางที่ ค - ๑ ผลกระทบของพารามเิ ตอร์ตา่ ง ๆ ท่ีมตี อ่ สิง่ แวดล้อมและส่ิงมชี วี ติ ในนำ้
พารามเิ ตอร์ ผลกระทบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มและสิ่งมีชีวิตในนำ้
อุณหภมู ิ อณุ หภมู มิ ีอิทธิพลโดยตรงและโดยอ้อมตอ่ การดำรงชีวิตของสัตว์นำ้ ปกติในแหล่งน้ำจะมีคา่ อุณหภมู ิผันแปรอยู่
(Temperature) ในชว่ ง ๒๓-๓๕ องศาเซลเซียส อุณหภูมิทเ่ี พิ่มขนึ้ หรอื ลดลงอย่างมากผิดปกติ อาจมีผลมาจากการระบายน้ำทิ้ง
จากโรงงานอตุ สาหกรรม อณุ หภูมิทีส่ งู กว่าปกติ ๒-๓ องศาเซลเซยี ส อาจเปน็ อนั ตรายต่อส่งิ มีชวี ิตในนำ้ ได้
การนำไฟฟา้ คา่ ที่แสดงถึงความสามารถของน้ำในการเปน็ สือ่ นำทางไฟฟ้า ซง่ึ ข้ึนอยูก่ ับความหนาแน่นของปริมาณเกลือหรือ
(Conductivity) สารละลายอนินทรีย์ต่างๆในน้ำ ค่าการนำไฟฟ้าส่วนใหญ่จะแปรผันโดยตรงกับความเค็มของน้ำ ดังนั้นการนำ
ไฟฟ้าของน้ำจะมีผลโดยตรงต่อการใช้ประโยชน์ด้านการอุปโภคบริโภค และเพาะปลูก แหล่งน้ำปกติจะมีค่า
การนำไฟฟ้าประมาณ ๑๕๐ ถึง ๓๐๐ ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร (μS/cm) แหล่งน้ำที่มีค่าการนำไฟฟ้าเกิน
กว่า ๑,๐๐๐ ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร (μS/cm) อาจไม่เหมาะสำหรับการผลิตน้ำประปาเพราะจะเร่ิมมีรส
เค็มหรือมีการปนเปื้อนสารละลาย ขณะท่ีแหล่งน้ำท่ีมีค่าการนำไฟฟ้าเกินกว่า ๒,๐๐๐ ไมโครซีเมนต์ต่อ
เซนติเมตร (μS/cm) จะไม่เหมาะสำหรับนำมาใช้เพื่อการชลประทาน เพราะจะส่งผลกระทบต่อการ
เจริญเตบิ โตและผลผลิตของพชื
ความเค็ม ระดับความเค็มจะแปรผันโดยตรงกับค่าการนำไฟฟ้า ความเค็มมีหน่วยเป็นพีพีที (ppt: part per thousand,
(Salinity) ส่วนในพันส่วน) น้ำท่ีมีความเค็มมากย่อมไม่เหมาะต่อการใช้ประโยชน์เพ่ือการประปา การเกษตร หรือการ
เพาะเล้ียงสัตว์น้ำจืด ปกติจะเร่ิมมีรสเค็มที่ระดับความเค็มประมาณ ๐.๕ ppt ซ่ึงเร่ิมไม่เหมาะจะนำมาใช้เพื่อ
การประปา ความเค็มประมาณ ๑ ppt ไม่เหมาะจะนำมาใช้เพ่ือการชลประทาน และค่าความเคม็ มีค่าเกินกว่า
๗ ppt จะไมเ่ หมาะการเพาะเลี้ยงและการดำรงชีวิตของสัตวน์ ำ้ จืด
ของแขง็ แขวนลอย สารแขวนลอยในแหล่งน้ำอาจเกิดจากการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจกรรม
(SS) ด้านการเกษตร หรืออาจมีปริมาณเพ่ิมข้ึนจากการชะล้างหน้าดินในช่วงฤดูฝน แหล่งน้ำท่ีให้ผลผลิตทางการ
ประมงที่ดีควรมีค่าสารแขวนลอยอยู่ในช่วง ๒๕ ถึง ๘๐ มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) แหล่งน้ำเหมาะจะนำมาใช้
สำหรบั การผลติ ประปาโดยตรงควรมคี ่าสารแขวนลอยไม่เกนิ กวา่ ๒๕ มิลลกิ รัมต่อลติ ร (mg/L)
ความสกปรกในรปู ของ ค่าท่ีบ่งบอกถึงปริมาณออกซิเจนท่ีจลุ ินทรีย์ใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในแหล่งน้ำ แหล่งน้ำที่มี BOD มาก
สารอนิ ทรีย์ ย่อมแสดงว่ามีความสกปรกมาก เนื่องจากจุลินทรีย์ต้องใช้ DO จำนวนมากในการย่อยสลายสารอินทรีย์หรือ
(BOD) ปฏิกูลส่งผลให้ DO ในแหลง่ นำ้ ลดลง และอาจเกดิ ความเน่าเสียได้
ออกซิเจนละลาย แหลง่ น้ำทเ่ี หมาะแกก่ ารดำรงชีวติ การขยายพนั ธ์ุ และการอนรุ กั ษ์สัตว์น้ำควรมคี ่า DO ไมต่ ำ่ กว่า ๕๐ มิลลกิ รัม
(DO) ตอ่ ลิตร โดยท่ัวไปสัตว์นำ้ ส่วนใหญ่จะดำรงอยู่ได้อย่างปกติท่ีระดับ DO ไม่ตำ่ กว่า ๓ มิลลิกรมั ตอ่ ลิตร อย่างไรก็
ตาม ถ้า DO มีค่าต่ำกว่า ๒ มิลลิกรัมต่อลิตร จะไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำนอกจากนี้ในเวลา
กลางวันแหล่งน้ำบางแห่งอาจตรวจวัด DO ได้สูงเกินกว่า ๑๐ มิลลิกรัมต่อลิตร แสดงให้เห็นว่ามีการ
เจริญเติบโตท่ีผิดปกติของสาหร่ายในแหล่งน้ำ (Algae Bloom) ซ่ึง DO ที่มากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์
นำ้ เกิดเป็นโรค Air bubble desease
ฟอสฟอรัสทั้งหมด ฟอสฟอรัสเป็นอาหารสำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ำ แหล่งน้ำท่ีมีปริมาณฟอสฟอรัสมากเกิน
(Total Phosphorus-TP) ปกติอาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของพืชน้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยท่ัวไปปริมาณฟอสฟอรัสจะก่อปัญหาต่อ
แหล่งน้ำจะมีความสัมพันธ์กับปริมาณไนโตรเจนเสมอ อัตราส่วนระหว่างปริมาณไนโตรเจนต่อฟอสฟอรัสท่ีทำ
ให้พืชน้ำมีอัตราการเจริญเติบโตสูง อยู่ในช่วงประมาณ ๑๐:๑ ปริมาณฟอสฟอรัสท่ีเกินปกติในแหล่งน้ำส่วน
ใหญ่ จะปนเปื้อนมาจากการปล่อยน้ำทิ้งจากชุมชน การชะล้างหน้าดินท่ีมีการสะสมของปุ๋ยหรือการระบายน้ำ
ท้ิงจากพ้นื ทีเ่ กษตรกรรม เปน็ ตน้
ไนเตรท-ไนโตรเจน ปริมาณไนโตรเจนในรูปแบบของไนเตรท ซึ่งเกิดจากการย่อยสลายของเสียหรือน้ำทิ้งท่ีมีส่วนประกอบโปรตีน
(NO๓-N) จากแบคทีเรียในแหล่งน้ำ หรือการชะล้างปุ๋ยหน้าดินในพืน้ ท่ีเกษตรกรรม แหล่งน้ำที่ตรวจพบปริมาณไนเตรท-
ไนโตรเจนสูง ย่อมแสดงว่ามีการปนเป้ือนจากของเสียหรือส่ิงสกปรกจากชุมชน หรือมีการชะล้างหน้าดินใน
พื้นท่ีเกษตรกรรมในปริมาณสูง ซึ่งจะเป็นอนั ตรายต่อการนำน้ำมาใช้ในการบริโภคหรือการผลิตประปา ทำให้
เกิดโรคระบบโลหิตเรียกว่า metheoylobinemia นอกจากน้ี ไนเตรท-ไนโตรเจน ที่มากเกินปกติอาจ
ก่อให้เกิดปัญหาการเจริญเติบโตและเพิ่มประชากรของพืชน้ำอย่างรวดเร็วผิดปกติ (Eutrophication)
เนื่องจากไนเตรทเป็นปุ๋ยหรือสารอาหารสำคัญของพืชน้ำ ซึ่งพืชน้ำเหล่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้
ออกซิเจนของสัตว์นำ้ การใช้นำ้ เพอื่ ผลติ ประปา การคมนาคม เป็นตน้
แอมโมเนีย-ไนโตรเจน ปรมิ าณแอมโมเนยี ไนโตรเจนบ่งชสี้ ภาพความสกปรกของแหล่งนำ้ ท่ีเกิดจากของเสยี หรือนำ้ ทง้ิ ทีม่ ีส่วนประกอบ
(NH3-N) ของโปรตีน โดยเฉพาะน้ำท้ิงจากแหล่งชุมชน ฟาร์มสุกร หากตรวจพบว่าแหล่งน้ำมีปริมาณแอมโมเนีย -
ไนโตรเจน สูง แสดงว่าแหล่งน้ำมกี ารปนเป้ือนจากมลพิษสูง และอาจเป็นพษิ ตอ่ การดำรงชวี ิตของสตั ว์นำ้
ปรอท ปรอทสามารถสะสมในส่งิ มชี ีวิตในแหล่งนำ้ และสามารถเข้าส่มู นุษยไ์ ด้ผ่านห่วงโซ่อาหาร หากมนุษยน์ ำสัตวน์ ้ำ
(Hg) เหล่าน้ันมาบริโภคในปริมาณมากอาจทำให้น้ำลายไหลมากผิดปกติ ต่อมาเจ็บปวดบริเวณเหงือกหรือปาก
เหงือกบวมอักเสบ เลือดออกง่าย อาจจะพบเส้นคล้ำ ๆ ของปรอทที่เหงือกต่อกับฟนั ได้เช่นเดียวกับตะกั่ว บาง
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้นื ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ค - ๓