สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
บทท่ี ๒ ส่วนประกอบของอุปกรณ์วดั ระดับนำ้ แบบอัตโนมตั ิ (IOT)
อุปกรณ์วัดระดับน้ำแบบอัตโนมัติจากแนวคิดของอินเทอเน็ตของสรรพส่ิง (Internet of thing: IoT)
เป็นอุปกรณ์วัดระดับน้ำที่ติดตั้งเพิ่มเติมในรูปแบบ IoT ติดตั้งเพื่อวัดข้อมูลระดับน้ำ อุณหภูมิ และความช้ืน
สัมพัทธ์ในพื้นท่ี ข้อมูลเหล่าน้ันจะถูกส่งค่าเข้าสู่ฐานข้อมูลเพื่อจัดเก็บอัตโนมัติและนำไปแสดงผลในระบบ
สารสนเทศเพ่ือการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้โมดูลรายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำทุก ๑๐ นาที โดยโครงสร้าง
ของอุปกรณ์วัดระดับน้ำประกอบด้วย ๒ ส่วนหลักคือ ด้านในกล่องอุปกรณ์และด้านนอกกล่องอุปกรณ์
(ภาพที่ ง – ๑)
ภาพท่ี ง - ๑ โครงสรา้ งอปุ กรณต์ รวจวัดระดบั นำ้ ส่วนด้านในกล่องอปุ กรณ์และดา้ นนอกกลอ่ งอปุ กรณ์
โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดล้อมในพน้ื ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๓
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
๒.๑ ส่วนประกอบดา้ นในกลอ่ งอุปกรณ์ ประกอบดว้ ย (ภาพที่ ง – ๒)
ภาพท่ี ง - ๒ สว่ นประกอบดา้ นในของอปุ กรณต์ รวจวดั ระดับนำ้
๑ = อปุ กรณ์ปลอ่ ยสญั ญาณ WiFi แบบพกพา ๖ = แผงวงจร
๒ = โซล่าชารจ์ เจอร์ (Solar Charger) ๗ = สายแพ
๓ = สายไฟตอ่ โซล่าเซลล์ ๘ = ขอ้ ตอ่ เซนเซอร์วัดระดบั น้ำ
๔ = แบตเตอร่สี ำรอง ๙ = สายเคเบล้ิ
๕ = สาย USB ๑๐ = เซนเซอร์วัดอณุ หภมู ิและความชนื้
โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดล้อมในพน้ื ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
๒.๑.๑ อุปกรณป์ ล่อยสญั ญาณ WiFi แบบพกพา (Pocket WiFi) ตวั ปลอ่ ยสญั ญาณ WiFi เพ่อื ให้
เซนเซอร์ส่งค่าการตรวจวัดไปยงั ฐานขอ้ มลู
ภาพท่ี ง - ๓ ตวั ปล่อยสัญญาณ WiFi
๒.๑.๒ โซล่าชาร์จเจอร์ (Solar Charger) ประเภท PWM ขนาด 20A-30A เพื่อควบคุม ปรับ
กระแสและแรงดนั ไฟฟา้ จากแผงโซลา่ เซลลล์ งสู่แบตเตอรีใ่ หค้ งที่ดว้ ยระบบดจิ ิทลั และมีระบบตัดไฟอตั โนมตั ิใน
กรณแี บตเตอรใ่ี กลห้ มด เพื่อปอ้ งกนั ไมใ่ ห้แบตเตอรเี่ สอ่ื มสภาพ/เสยี เรว็ เนอ่ื งจากการใชไ้ ฟเกินกำลงั
ภาพท่ี ง - ๔ โซล่าชาร์จเจอร์ (Solar Charger)
โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพื้นที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๕
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
๒.๑.๓ สายไฟตอ่ โซล่าเซลล์ เพอื่ ส่งกระแสไฟฟา้ จากโซล่าเซลล์ไปสูโ่ ซลา่ ชาร์จเจอร์
๒.๑.๔ แบตเตอรส่ี ำรอง ใชแ้ บตเตอรีล่ เิ ธ่ยี มฟอสเฟต ๓๒,๗๐๐ Lifepo4 แรงดันการใชง้ าน ๓.๒ V
ขนาดความจุ ๖,๐๐๐ mah ตอ่ กอ้ น ใชจ้ ำนวนท้งั หมด ๔ ก้อน เพอ่ื ปอ้ นกระแสไฟฟ้าให้กบั อปุ กรณต์ ่างๆ
ภาพท่ี ง - ๕ แบตเตอร่ลี ิเธยี่ มฟอสเฟต
๒.๑.๕ สาย USB ใชเ้ พ่ือเชื่อมตอ่ โซลา่ ชารจ์ เจอร์กับแผงวงจร
ภาพที่ ง - 6 สาย USB
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพน้ื ทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
๒.๑.๖ แผงวงจร รุ่น ESP32-DevKitC หรือบอร์ดพัฒนา ESP-32 เป็นชิปไอซีไมโครครอนโทรเลอร์
๓๒ บติ ทมี่ ีการรองรับ WiFi และบลทู ูธเวอรช์ ่ัน ๔.๒ รองรับการเขยี นโปรแกรม Arduino IDE และไลบารี่สว่ น
ใหญข่ อง Arduino
ภาพท่ี ง - ๖ แผงวงจร
๒.๑.๗ สายแพ (Ribbon Cable) ใชต้ ่อสญั ญาณเซนเซอรว์ ดั ความชืน้ และอุณหภูมกิ บั แผงวงจร
๒.๑.๘ ขอ้ ต่อเชอ่ื มสัญญาณจากเซนเซอรว์ ัดระดบั น้ำกบั แผงวงจร
ภาพท่ี ง - ๗ ขอ้ ต่อเซนเซอร์วดั ระดับนำ้
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๗
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
๒.๑.๙ สายเคเบ้ลิ ใชต้ ่อข้อตอ่ เชื่อมสญั ญาณกบั เซนเซอรว์ ดั ระดบั นำ้ โดยความยาวสายทใ่ี ช้ข้ึนอยูก่ ับ
ระยะห่างระหวา่ งสะพานกบั ระดับที่สงู ท่สี ดุ ของแตล่ ะแห่ง
๒.๑.๑๐ เซนเซอรว์ ดั อุณหภูมิและความช้นื โมดูล DHT22 ใชว้ ัดคา่ อุณหภูมิในช่วง –๔๐ – ๘๐ องศา
เซลเซยี สและวัดความชืน้ สัมพัทธใ์ นชว่ ง ๐ – ๑๐๐ เปอร์เซน็ ต์
ภาพที่ ง - ๘ เซนเซอร์วัดอณุ หภมู ิและความชื้น
๒.๒ ส่วนประกอบดา้ นนอกกล่องอุปกรณ์ ประกอบดว้ ย
๒.๒.๑ กล่องเซนเซอร์วัดระดับน้ำ โมดูล GY-US42 I2C APM Flight Control Ultrasonic Range มี
หลักการทำงานคือ เซนเซอร์ส่งคลื่นอัลตราโซนิคฉายรังสีไปยังวัตถุ และเซนเซอร์จะรับคล่ืนเสียงท่ีสะท้อน
กลับมา จากนนั้ เซนเซอร์จะใช้ความแตกตา่ งของเวลาคำนวณระยะหา่ งของวัตถแุ ละเซนเซอร์ โดยค่าที่วดั จะอยู่
ในชว่ ง ๒๐ – ๗๒๐ เซนตเิ มตร มีความละเอยี ดในระดับ ๑ เซนตเิ มตร
ภาพที่ ง - ๙ กล่องเซนเซอร์วดั ระดับนำ้
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้ืนทเ่ี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๘
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
๒.๒.๒ แผงโซล่าเซลล์ ๓๐ วัตต์ ระบบออฟกริด ขนาด ๓๕๕x๓๓x๖๘๐ มิลลิเมตร ใช้เปล่ียน
พลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ระบบออฟกริดเหมาะสำหรับพ้ืนที่ท่ีไม่มีไฟฟ้าใช้ เป็น
แหลง่ จา่ ยไฟหลกั ใหแ้ กอ่ ปุ กรณต์ รวจวดั ระดบั นำ้ แผงโซลา่ เซลลต์ ดิ ตั้งดา้ นบนของกรงเหล็ก
ภาพท่ี ง - ๑๐ แผงโซล่าเซลล์
โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดล้อมในพ้ืนท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๙
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
บทที่ ๓ ขน้ั ตอนการดำเนินงาน
๓.๑ การสำรวจพื้นท่ีและกำหนดจดุ เกบ็ ตวั อยา่ ง
การสำรวจพื้นท่ีเพ่ือติดตามข้อมูลระดับน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยแหล่งน้ำท่ีได้ทำการคัดเลือก
นั้นเป็นแหล่งน้ำท่ีอยู่เหนือประตูระบายน้ำ ระดบั น้ำท่าที่ตรวจวัดได้มาจากปริมาณน้ำฝนส่วนเกินจากการไหล
ซึมสู่พื้นดินแล้วไหลลงมาสู่แม่น้ำ และจากน้ำฝนที่ตกลงสู่พ้ืนท่ีรับน้ำโดยตรง การคัดเลือกจุดติดตั้งสถานี
ตรวจวัดไดค้ ำนงึ ถึงเกณฑต์ า่ งๆ ดังนี้
๑) ติดตั้งบนสะพานทตี่ ดั ผ่านเสน้ ลำนำ้
การตรวจวดั ระดับนำ้ จะทำการตรวจวดั โดยเซอร์ ณ จุดก่ึงกลางของลำนำ้
๒) เส้นลำนำ้
เส้นลำน้ำที่เลือกต้องเป็นเส้นลำน้ำตามแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่ไหลมาจากภูเขา และไม่มีปัจจัย
ภายนอกสง่ ผลต่อระดบั นำ้ เชน่ ฝายชะลอนำ้ และประตรู ะบายนำ้ เปน็ ตน้
๓) ตำแหน่งลุม่ น้ำยอ่ ย
ตำแหน่งลุ่มน้ำย่อยที่ติดตั้งสถานีจะกำหนดจุดตดิ ต้ังในเขต ตน้ น้ำ (พื้นท่ีป่า) กลางน้ำ (พื้นที่เกษตร)
และปลายน้ำ (ชมุ ชน) เพอื่ ใหส้ ามารถตดิ ตามปริมาณน้ำท่าที่เกิดขึ้นไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ
๔) ความสะดวกในการเขา้ ถึง
ความสะดวกในการเข้าถึงในที่นี้ หมายถึง สถานที่ติดตั้งอยู่ในที่ไม่ลับสายตาคน และอยู่ในขอบเขต
พ้ืนที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปดูแลระบบและตรวจสอบ
ความปลอดภยั ได้
๓.๒ การติดตง้ั สถานีตรวจวดั ระดับน้ำ
๓.๒.๑ อุปกรณส์ ำหรบั ตดิ ต้งั สถานีตรวจวดั ระดบั น้ำ
๑) อุปกรณว์ ัดระยะ เชน่ เทปวดั ระยะ ๑๐๐ เมตร ลูกดง่ิ วัดระดบั และสายเอ็น
๒) ชดุ เครอ่ื งมอื ชา่ ง เชน่ สว่านเจาะเหลก็ ดอกสว่าน เล่อื ย นอ็ ตตวั ผู้ นอ็ ตตวั เมีย ไขควง
ประแจ คีมตดั ขา้ ง คมี ปากแหลม ลวด ซิลโิ คนใส ปากกา คัตเตอร์ กรรไกร สายเคเบลิ้ ไทร์
เปน็ ต้น
๓) กลอ่ งอปุ กรณ์ IoT
๔) กรงเหล็ก
๕) ทอ่ เหลก็ ทอ่ uPVC สขี าว และข้อตอ่ แบบต่างๆ
๓.๒.๒ การตดิ ตัง้ อปุ กรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ
๑) วัดความกว้างของลำน้ำแต่ละช่วง วัดระยะห่างจากขอบสะพานถึงผิวน้ำและระดับขอบ
สะพานถึงร่องน้ำ
๒) ตดิ ตั้งกล่องอปุ กรณแ์ ละแผงโซล่าเซลล์กับกรงเหลก็
๓) ติดต้ังกรงเหล็กบนสะพาน ณ จุดก่ึงกลางของลำน้ำ จากน้ันยึดกรงเหล็กติดกับสะพานให้
แน่น
๔) วัดระยะห่างระหว่างระดบั เซนเซอร์ถึงผิวนำ้ และระดบั เซนเซอร์ถึงรอ่ งน้ำ
๕) ทดสอบสัญญาณอินเตอร์เนต็ และการส่งขอ้ มลู เขา้ สรู่ ะบบ
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพื้นทีเ่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๐
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
บทท่ี ๔ ผลการดำเนินงาน
ผลการคัดเลือกเกณฑ์ในข้างต้น ได้กำหนดจุดติดต้ังสถานีตรวจวัดระดับน้ำทั้งหมด ๙ สถานี
(ตารางท่ี ง – ๑) โดยแบ่งผลการตดิ ต้งั สถานีตรวจวัดแยกรายจังหวดั ได้ ๒ จังหวดั คือ จังหวัดชลบุรีและจังหวดั
ระยอง (ภาพท่ี ง – ๑๑)
ตารางที่ ง - ๑ จดุ ติดต้ังสถานตี รวจวัดระดับนำ้
ช่อื สถานี ชอื่ คลอง พิกัด X พิกดั Y เขตพน้ื ท่รี ับผิดชอบ
ST01 คลองนำ้ เมา ๑๒.๘๔๖๕๑๐๒ ๑๐๐.๙๓๗๖๓๖๒ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลหว้ ยใหญ่
ST02 คลองคลำ้ ๑๒.๘๔๘๑๐๒๖ ๑๐๐.๙๕๓๑๓๖๐ อำเภอบางละมงุ ชลบรุ ี
ST03 คลองนำ้ ขาว ๑๒.๘๖๖๑๖๑๖ ๑๐๐.๙๙๘๙๘๐๔
ST04 คลองธรรมสถติ ย์ ๑๒.๖๙๔๔๐๗๐ ๑๐๑.๔๔๔๗๐๗๐ องค์การบริหารส่วนตำบลสำนกั ทอง
ST05 คลองยายจ่นั ๑๒.๗๐๓๔๘๔๐ ๑๐๑.๔๖๘๗๑๗๐ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
ST06 คลองเลอื ก ๑๒.๗๐๑๓๙๙๖ ๑๐๑.๔๙๕๔๓๐๕ องค์การบริหารสว่ นตำบลกะเฉด
อำเภอเมอื ง จังหวัดระยอง
ST07 คลองทบั มอญ ๑๒.๙๘๕๑๑๑๓ ๑๐๑.๖๗๗๖๖๗๗
องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลเขาชะเมา
ST08 คลองน้ำใส ๑๒.๙๐๙๕๑๕๙ ๑๐๑.๗๑๔๖๐๑๖ อำเภอแกลง จงั หวดั ระยอง
ST09 คลองโพล้ ๑๒.๘๓๖๗๔๙๙ ๑๐๑.๗๓๒๕๔๙๐
องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลนำ้ เปน็
อำเภอเขาชะเมา จังหวดั ระยอง
โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดล้อมในพืน้ ทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๑
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
ภาพที่ ง - ๑๑ ตำแหนง่ ตดิ ตง้ั สถานีตรวจวัดระดับนำ้ ๙ จดุ ภายใต้โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ ม
ในพนื้ ท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๙
โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก
๔.๑ ผลการตดิ ตั้งสถานีตรวจวัดสถานตี รววัดระดบั นำ้ ในพนื้ ทีจ่ งั หวัดชลบรุ ี
๔.๑.๑ สถานี ST01 พิกัดที่ต้ังสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๘๔๖๕๑๐๒ องศา ลองจิจูด ๑๐๐.๙๓๗๖๓๖๒ องศา
สะพานข้ามคลองนำ้ เมา อยใู่ นพ้ืนทรี่ บั ผิดชอบขององค์การบรหิ ารสว่ นตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวดั
ชลบรุ ี โดยมีระยะห่างระหวา่ งเซนเซอร์ถึงรอ่ งนำ้ ๒๗๕.๕ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหวา่ งเซนเซอร์ถงึ ผิวน้ำ
๒๔๖.๕ เซนติเมตร ระดบั น้ำทา่ ๒๙ เซนตเิ มตร
ภาพที่ ง - ๑๒ ภาพการตดิ ต้งั สถานตี รวจวดั ระดบั นำ้ และสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST01
๔.๑.๒ สถานี ST02 พิกัดที่ต้ังสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๘๔๘๑๐๒๖ องศา ลองจิจูด ๑๐๐.๙๕๓๑๓๖๐
องศา สะพานข้ามคลองคล้ำ อยู่ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง
จังหวัดชลบุรี โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๒๔๔ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหวา่ งเซนเซอร์ถึง
ผวิ นำ้ ๒๑๑ เซนติเมตร ระดับน้ำท่า ๓๓ เซนตเิ มตร
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นทเ่ี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๓
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก
ภาพที่ ง - ๑๓ ภาพการตดิ ตั้งสถานีตรวจวดั ระดับนำ้ และสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST02
๔.๑.๓ สถานี ST03 พิกัดที่ต้ังสถานีคือ ละติจูด ๑๐๐.๙๕๓๑๓๖๐ องศา ลองจิจูด ๑๐๐.๙๙๘๙๘๐๔
องศา สะพานข้ามคลองน้ำขาว อยู่ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง
จังหวัดชลบุรี โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๒๙๘ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหวา่ งเซนเซอร์ถึง
ผวิ น้ำ ๐ เซนตเิ มตร ไม่มนี ำ้
ภาพที่ ง - ๑๔ ภาพการตดิ ตง้ั สถานีตรวจวัดระดบั นำ้ และสภาพแวดล้อมของสถานี ST03
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพนื้ ทเ่ี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
๔.๒ ผลการตดิ ตั้งสถานีตรวจวัดสถานีตรววดั ระดับนำ้ ในพ้นื ทีจ่ งั หวัดระยอง
๔.๒.๑ สถานี ST04 พิกัดที่ตั้งสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๖๙๔๔๐๗๐ องศา ลองจิจูด ๑๐๑.๔๔๔๗๐๗๐
องศา สะพานขา้ มคลองธรรมสถิตย์ อยูใ่ นพื้นท่ีรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลสำนักทอง อำเภอเมอื ง
ระยอง จังหวัดระยอง โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๒๙๔ ติเมตร และมีระยะห่างระหว่าง
เซนเซอรถ์ ึงผวิ นำ้ ๗๗ เซนตเิ มตร ระดับน้ำท่า ๒๑๗ เซนติเมตร
ภาพท่ี ง - ๑๕ ภาพการตดิ ต้งั สถานีตรวจวดั ระดบั น้ำและสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST04
๔.๒.๒ สถานี ST05 พิกัดที่ต้ังสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๗๐๓๔๘๔๐ องศา ลองจิจูด ๑๐๑.๔๖๘๗๑๗๐
องศา สะพานข้ามคลองยายจ่ัน อยู่ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลสำนักทอง อำเภอเมือง
ระยอง จังหวัดระยอง โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๒๘๐ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่าง
เซนเซอร์ถึงผิวนำ้ ๒๗๖ เซนติเมตร ระดบั นำ้ ท่า ๔ เซนติเมตร
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดล้อมในพนื้ ท่เี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๕
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
ภาพที่ ง - ๑๖ ภาพการตดิ ตงั้ สถานีตรวจวดั ระดับนำ้ และสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST05
๔.๒.๓ สถานี ST06 พิกัดที่ต้ังสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๗๐๑๓๙๙๖ องศา ลองจิจูด ๑๐๑.๔๙๕๔๓๐๕
องศา สะพานข้ามคลองเลือก อยู่ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลกะเฉด อำเภอเมือง จังหวัด
ระยอง โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๓๔๕ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงผิวน้ำ
๓๕๑.๑ เซนตเิ มตร ระดบั นำ้ ท่า ๘๓.๙ เซนติเมตร
ภาพท่ี ง - ๑๗ ภาพการตดิ ตงั้ สถานีตรวจวดั ระดับนำ้ และสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST06
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพน้ื ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
๔.๒.๔ สถานี ST07 พิกัดท่ีตั้งสถานีคือ ละติจูด ๑๒ .๙๘ ๕๑ ๑ ๑ ๓ องศา ลองจิจูด
๑๐๑.๖๗๗๖๖๗๗ องศา สะพานข้ามคลองทับมอญ อยู่ในพนื้ ที่รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาชะ
เมา อำเภอแกลง จังหวดั ระยอง โดยมรี ะยะห่างระหวา่ งเซนเซอร์ถึงรอ่ งนำ้ ๓๘๐.๖ เซนตเิ มตร และมีระยะหา่ ง
ระหวา่ งเซนเซอรถ์ งึ ผวิ นำ้ ๒๔๙๖ เซนติเมตร ระดับน้ำท่า ๑๓๑ เซนติเมตร
ภาพท่ี ง - ๑๘ ภาพการตดิ ตง้ั สถานีตรวจวดั ระดบั น้ำและสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST07
๔.๒.๕ สถานี ST08 พิกัดที่ต้ังสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๙๐๙๕๑๕๙ องศา ลองจิจูด ๑๐๑.๗๑๔๖๐๑๖
องศา สะพานข้ามคลองน้ำใส อยู่ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเปน็ อำเภอเขา
ชะเมา จังหวัดระยอง โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๕๑๒ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่าง
เซนเซอรถ์ ึงผิวนำ้ ๓๓๙ เซนตเิ มตร ระดบั น้ำทา่ ๑๗๓ เซนตเิ มตร
ภาพที่ ง - ๑๙ ภาพการตดิ ตง้ั สถานตี รวจวัดระดบั นำ้ และสภาพแวดลอ้ มของสถานี ST08
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพ้นื ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๗
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๔.๒.๖ สถานี ST09 พิกัดท่ีตั้งสถานีคือ ละติจูด ๑๒.๘๓๖๗๔๙๙ องศา ลองจิจูด ๑๐๑.๗๓๒๕๔๙๐
องศา สะพานข้ามคลองโพล้ อยู่ในพ้ืนที่รับผิดชอบของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเป็น อำเภอเขา
ชะเมา จังหวัดระยอง โดยมีระยะห่างระหว่างเซนเซอร์ถึงร่องน้ำ ๕๕๐๕ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่าง
เซนเซอรถ์ งึ ผิวน้ำ ๔๕๐๕ เซนติเมตร ระดบั น้ำทา่ ๑๐๐ เซนติเมตร
ภาพท่ี ง – ๒๑ ภาพการตดิ ตง้ั สถานีตรวจวดั ระดบั นำ้ และสภาพแวดล้อมของสถานี ST09
บทท่ี ๕ สรปุ ผลการดำเนนิ งาน
ผลการติดต้ังสถานีตรวจวัดระดบั น้ำตามเกณฑ์ ติดตั้งบนสะพานท่ีตดั ผ่านเสน้ ลำนำ้ เส้นลำน้ำตามแหล่ง
นำ้ ตามธรรมชาติ ตำแหนง่ ล่มุ นำ้ ย่อย และความสะดวกในการเข้าถึง ไดก้ ำหนดจุดตดิ ตั้งสถานีตรวจวัดระดบั น้ำ
ทง้ั หมด ๙ สถานี โดยแบ่งผลการตดิ ต้ังสถานีตรวจวัดแยกรายจังหวัดได้ ๒ จงั หวัดคือ จังหวัดชลบุรแี ละจังหวัด
ระยอง ไม่พบสะพานท่ีเป็นไปตามเกณฑ์การคัดเลือกในพน้ื ที่จังหวดั ฉะเชิงเทรา เนือ่ งจากสะพานท่ีจุดตัดมีเส้น
ลำน้ำท่ีไหลผ่านในจังหวัดฉะเชิงเทรามีการสร้างอยู่ต่ำกว่าประตูระบายน้ำหรือฝายชะลอน้ำ ข้อมูลจากสถานี
ตรวจวดั เหล่าน้ีจะถูกจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การส่ิงแวดล้อมทุก ๆ ๑๐ นาที ข้อมูล
ระดับน้ำนี้ถือเป็นหน่ึงช้ันข้อมูลของสถานการณ์ปริมาณน้ำผิวดิน ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบเพ่ือใจ
ประกอบการตัดสินใจกับปัจจยั อื่นได้ตอ่ ไป โดยมีขนั้ ตอนการตรวจสอบข้อมลู จากสถานีตรวจวดั ระดบั นำ้ ดงั น้ี
๑) เข้าสู่เว็บไซต์ http://eec-mis.onep.go.th กดยอมรับคุ้กก้ี (ภาพท่ี ง – ๒๐ หมายเลข ๑) จากก
น้นั กดเขา้ สู่ระบบ (ภาพท่ี ง – ๒๑ หมายเลข ๒)
โครงการจดั ทำแผนสงิ่ แวดล้อมในพ้ืนทเ่ี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๘
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
(*หมายเหตุเวบ็ ไซต์นีเ้ ปน็ เวบ็ ไซต์ชวั่ คราวเพอ่ื ทดสอบระบบเทา่ น้ัน)
ภาพท่ี ง - ๒๐ ข้ันตอนการใชข้ อ้ มลู จากสถานีตรวจวดั ระดบั นำ้ ขนั้ ที่ ๑
๒) กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (ภาพที่ ง – ๒๑ หมายเลข ๓) จากน้ันกดเข้าสู่ระบบ (ภาพท่ี ง – ๒๑
หมายเลข ๔)
ภาพที่ ง - ๒๑ ข้ันตอนการใช้ข้อมลู จากสถานีตรวจวดั ระดบั นำ้ ขน้ั ที่ ๒
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพนื้ ที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๑๙
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๓) คลกิ ระบบสนับสนุนการตัดสนิ ใจ (ภาพท่ี ง – ๒๒ หมายเลข ๕)
ภาพที่ ง - ๒๒ ข้นั ตอนการใชข้ ้อมลู จากสถานีตรวจวัดระดับนำ้ ขน้ั ที่ ๓
๔) เขา้ สรู่ ะบบสนับสนุนการตัดสินใจ คลกิ ภาพรวม (ภาพที่ ง – ๒๓)
ภาพท่ี ง - ๒๓ ขนั้ ตอนการใช้ข้อมลู จากสถานีตรวจวัดระดบั น้ำ ขน้ั ที่ ๔
โครงการจดั ทำแผนส่ิงแวดล้อมในพน้ื ท่เี ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๒๐
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๕) เมือ่ เข้าสู่ระบบสนับสนนุ การตดั สนิ ใจแบบภาพรวมให้สงั เกตุช้ันขอ้ มูลทางดา้ นซา้ ย (ภาพท่ี ง – ๒๔)
ภาพท่ี ง - ๒๔ ขน้ั ตอนการใช้ขอ้ มลู จากสถานตี รวจวัดระดับน้ำ ขน้ั ท่ี ๕
๖) เลือกชั้นขอ้ มูลชื่อ จดุ ตรวจวดั ระดบั น้ำผิวดิน จากนน้ั ขอ้ มลู จะปรากฎบนแผนที่ (ภาพที่ ง – ๒๕)
ภาพท่ี ง - ๒๕ ขน้ั ตอนการใช้ขอ้ มลู จากสถานีตรวจวดั ระดับนำ้ ขน้ั ที่ ๖
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพนื้ ที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๒๑
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๗) คลิกตำแหน่งสถานตี รวจวดั ท่สี นใจเพ่อื ดคู ่าระดบั น้ำ ความช้นื สัมพัทธ์ และความอณุ หภมู ิ (ภาพที่ ง
– ๒๖ หมายเลข ๗) และสามารถดูค่าย้อนหลังจากปมุ่ ดกู ราฟ (ภาพที่ ง – ๒๖ หมายเลข ๘)
ภาพที่ ง - ๒๖ ข้ันตอนการใช้ข้อมลู จากสถานตี รวจวดั ระดบั น้ำ ขน้ั ท่ี ๗
๘) เมอ่ื กดดูกราฟ กราฟขอ้ มูลย้อนหลังจะปรากฎขน้ึ ผ้ใู ชง้ านสามารถเล่อื นช่วงเวลาทีต่ ้องการให้กราฟ
แสดงผลได้ (ภาพที่ ง – ๒๗)
ภาพที่ ง - ๒๗ ขน้ั ตอนการใช้ข้อมลู จากสถานตี รวจวัดระดบั น้ำ ขนั้ ที่ ๘
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๒๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
บทท่ี ๖ การแกป้ ญั หาจากอุปกรณ์ขดั ขอ้ ง
๑. ปญั หาไฟไมเ่ ข้าโซลารช์ าร์จเจอร์
อาการทีพ่ บ
ไมม่ ีตัวเลขปรากฎบนหนา้ จอโซลา่ ชาร์จเจอร์
ภาพที่ ง - ๒๘ หนา้ จอโซลา่ ชาร์จเจอร์
อุปกรณท์ ีใ่ ช้
๑. ไขควง ๒ ขนาด
ขนั้ ตอนการแก้ปัญหา
๑. ทดสอบข้ันแรกโดยการลองเปล่ียน ก้อนแบตเตอรี่ เพ่ือตรวจสอบว่าแบตเตอร่ีชำรุดหรือไม่ โดย
วิธีการเปลี่ยนคือถอดข้ัวสายไฟสีเหลืองดำที่เชื่อมระหว่าง แบตเตอรี่และโซล่าชาร์จเจอร์จากน้ัน ตรวจสอบ
หน้าจอโซล่าชาร์จเจอร์ว่ามีตัวเลขขึ้นหรือไม่ ถ้ามีตัวเลขข้ึน ถือว่าเสร็จสิ้น ถ้าไม่มีตัวเลขขึ้น ให้ไปในข้ันตอน
ตอ่ ไป
ภาพที่ ง - ๒๙ ขั้นตอนแกป้ ญั หาไฟไมเ่ ขา้ โซลารช์ าร์จเจอร์ ง - ๒๓
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๒. ให้เปลี่ยนกลับเป็นแบตเตอรี่เดิม จากน้ันเปลี่ยนโซลาร์ชาร์จเจอร์โดยการถอดสายท่ีอยู่ด้านล่าง
ทั้งหมด และต่อกลับไปยังโซลาร์ชาร์จเจอร์ตัวใหม่ ในตำแหน่งเดิม ดังภาพ แล้วเสียบสาย USB กับ อุปกรณ์
ปล่อยสัญญาณ WiFi แบบพกพาดังเดิม ตรวจสอบไฟตรงหน้าจอโซลาร์ชาร์จเจอร์ว่าขึ้นหรือไม่ ถ้าข้ึนแล้วให้
กด Reset ตรงบอรด์ วงจรท่ีมีไฟสแี ดงขึ้น โดยกดปุ่มบริเวณขา้ งชอ่ งเสียบ USB ของบอรด์ ทง้ั สองป่มุ กดค้างไว้
ทีละปุม่ ข้างละ3วนิ าที ถือเปน็ การเสร็จสิ้น
สายสีแดง สายสีดำเล็ก สายสีเหลอื ง สายสีดำใหญ่
ภาพท่ี ๓ – ๒๙ ขั้นตอนแกป้ ญั หาไฟไมเ่ ขา้ โซลารช์ ารจ์ เจอร์ (ตอ่ )
๒. สัญญาณ WiFi ขาดหาย
ลักษณะอาการที่พบ
สัญญาณรบั ส่งขอ้ มูลเป็นสแี ดง
ภาพท่ี ง - ๓๐ สัญญาณรับส่งขอ้ มลู เปน็ สแี ดง
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๒๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ภาคผนวก
ขั้นตอนการแก้ปัญหา
๑. ดึงอปุ กรณ์ปล่อยสัญญาณ WiFi แบบพกพาออกมา
๒. ถอด SIM Card จากตวั เดมิ แล้วถอดเปลี่ยนใส่ตัวใหม่แทน
๓. เสยี บอปุ กรณ์ปลอ่ ยสญั ญาณ WiFi แบบพกพา ตวั ใหม่ลงไปแทน โดยรอให้ไฟสีน้ำเงินขึ้น
ภาพที่ ง - ๓๑ ขั้นตอนการแกป้ ัญหาสญั ญาณ WiFi ขาดหาย
๑. กดปุม่ Reset ตรงบอรด์ วงจร ตำแหนง่ ป่มุ อยใู่ กลๆ้ ช่องเสยี บสาย USB ของบอรด์ # ป่มุ ใหก้ ดคา้ ง
ไวป้ ุม่ ละ * วินาที เสร็จสิ้นกระบวนการ
ภาพท่ี ง – ๓๑ ข้ันตอนการแกป้ ัญหาสญั ญาณ WiFi ขาดหาย (ตอ่ )
โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพืน้ ทเี่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ง - ๒๕
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก
ภาคผนวก จ
สถานการณก์ ารปล่อยก๊าซเรือนกระจก
พ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC)
บทท่ี ๑ แนวคิดในการดำเนินการและข้อตกลงเบอ้ื งตน้
โค รงก ารจัด ท ำแผ น ส่ิ งแ วด ล้ อม ใน พื้ น ที่ เขตพั ฒ น าพิ เศ ษ ภ าค ตะวัน ออ ก (ระยะที่ ๒ )
พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๙ ใช้แนวคิดการประเมินความสามารถในการรองรับทางด้านส่ิงแวดล้อ ม
(Environmental Carrying Capacity: ECC) โดยประเมินพ้ืนท่ีดูดซับก๊าซเรือนกระจกท่ีจำเป็นจากปริมาณ
ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดข้ึนจากกิจกรรมในพื้นที่เพ่ือให้เกิดความสมดุลทางด้านส่ิงแวดล้อม ดังน้ันจึงจำเป็นต้อง
ใช้วธิ ีการคำนวณคารบ์ อนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint: CF) เพ่อื ให้ได้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ีเกิดข้ึนจาก
กิจกรรมในพ้ืนท่ีและใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการประเมินสถานการณ์การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ ความสามารถ
ในการรองรับและวเิ คราะห์พื้นทด่ี ูดซับปรมิ าณก๊าซเรือนกระจกท่จี ำเป็น
การประเมินคาร์บอนฟุตพร้ินท์ถูกคำนวณตามรูปแบบกิจกรรมของผู้อยู่อาศัยในพนื้ ที่ผ่านการวิเคราะห์
การบริโภคทั้งปริมาณการใช้น้ำ การใช้ไฟฟ้าและการใช้พลังงานหรือเช้ือเพลิงในรูปแบบอื่นหรือรวมทั้งการ
สรา้ งของเสยี และขยะมูลฝอยตามข้อมลู ทตุ ิยภูมิทเี่ กดิ ข้ึนจรงิ ในพืน้ ท่ีหรอื ตามจำนวนประชากรซึ่งทำใหไ้ ดข้ อ้ มูล
เป็นปริมาณก๊าชเรือนกระจกในรูปแบบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ค่าแต่ละค่าท่ีแสดงถึง
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2e) จะถูกแปลงเป็นพื้นที่ที่จำเป็นในการกัก
เก็บก๊าชเรือนกระจก (Swiader et al., 2020) ตามอัตราการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ท่ัวโลกท่ีแสดงเป็น
เฮกตาร์ทั่วโลกต่อตันของ CO2 [gha/tCO2] และ Equivalence Factor (EQF) ซ่ึงแตกต่างกันไปในแต่ละ
ประเทศ ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลอ้างอิงได้จาก Global Footprint Network (2019) และค่าที่คำนวณไดจ้ ะอยู่ใน
รูปพื้นที่ท่ีจำเป็นในการกักเก็บท่ีจำเป็นต้องมีเพ่ือให้เกิดความสมดุลทางด้านส่ิงแวดล้อมภายในพ้ืนที่
ดังภาพท่ี จ - ๑
ภาพท่ี จ - ๑ กรอบแนวความคิดในการดำเนนิ การ
การวเิ คราะหส์ ถานการณก์ ารเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศในพื้นทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออกในที่น้ี
ครอบคลุมพื้นท่ี ๓ จังหวัดได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง โดยใช้หลักการประเมินคาร์บอนฟุตพร้ินท์
(Carbon Footprint: CF) ที่ดำเนินการเหมือนกันท่ัวโลกตามคู่มือการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกแห่งชาติปี
1996 ของ IPCC หรือ Revised 1996 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories
และคู่มือการจัดทำปริมาณก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO,
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๑
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๒๕๕๗) ที่เป็นวิธีการในการแสดงข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากรูปแบบการดำเนินชีวิตและกิจกรรมท่ี
เกิดขึ้นในพ้ืนที่ศึกษากับใช้ค่าการปล่อย (Emission Factor) ในแต่ละภาคส่วนเฉพาะของประเทศท่ีผ่านการ
คำนวณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ๖ ชนิดตามที่กำหนดในรายงานของสหประชาชาติ ได้แก่
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide: CO2), มีเทน (Methane: CH4), ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous
Oxide: N2O), ไฮ โด ร ฟ ลู อ อ โร ค า ร์ บ อ น (Hydrofluorocarbon: HFC), เป อ ร์ ฟ ลู อ อ โร ค า ร์ บ อ น
(Perfluorocarbon: PFC) และซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (Sulfur Hexafluoride: SF6) โดยรายงานปริมาณ
การปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศ (National Total) ดว้ ยหนว่ ยคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ทยี บเท่า
(CO2e)
ปริมาณ CO2e ที่ได้นอกจากจะสามารถใช้ในการประเมินสถานการณ์การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศของ
พ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกแล้วยังสามารถนำไปเป็นข้อมูลสำหรับการประเมินความสามารถในการ
รองรับการเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศของพ้ืนท่ีโดยนำปริมาณ CO2e ในหน่วย kgCO2e ไปพิจารณาร่วมกับค่าการ
ฟ้นื ฟูของระบบนิเวศมาตรฐานท่ีจำเป็นสำหรับประชากรของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณก๊าซเรือน
กระจกทเี่ กดิ ข้ึนจะทำให้ทราบว่าปรมิ าณก๊าซเรือนกระจกทีเ่ กิดขนึ้ ในพ้นื ท่ีเกนิ หรือต่ำกว่าค่ามาตรฐานมากน้อย
เท่าไหร่ และจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมทั้งเชิงรุกและเชิงรับอย่างไรบ้างเพ่ือให้เกิดความสมดุลในการใช้พื้นท่ี
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออกน้ี
เนื่องจากการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับการศึกษาครั้งนี้มีเวลาในการศึกษาท่ีค่อนข้างจำกัด
และหากต้องทำการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างเต็มรูปแบบตามแนวทางท่ีคู่มือจากหน่วยงานต่าง ๆ
กำหนดนั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพยากร ข้อมูลและเวลาในการดำเนินการค่อนข้างมาก เพ่ือให้สามารถวิเคราะห์
สถานการณ์ดา้ นการเปลีย่ นแปลงภูมอิ ากาศในพ้ืนที่ไดก้ ารศึกษานี้จึงประเมินคาร์บอนฟุตพร้ินท์โดยจำเป็นต้อง
ใช้ข้อมูลท่ีมีอยู่และสามารถเข้าถึงได้ในการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นในพ้ืนท่ี ดังนั้นข้อมูลใน
บางประเด็นอาจถูกนำมาปรับใช้หรือเทียบสัดส่วนหรือถูกนำมาหาค่าเฉลี่ยเพ่ือให้สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูล
พื้นฐานในการคำนวณได้ ทั้งข้อมลู กิจกรรมและข้อมูลคา่ การปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจกของประเทศไทย
บทท่ี ๒ การกำหนดกิจกรรมหลักท่ีก่อใหเ้ กดิ การปลอ่ ยและการดูดกลับ
พิจารณากิจกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกประเภทต่าง ๆ สำหรับการระบุแหล่งปล่อยและดูดกลับ
ก๊าซเรือนกระจกที่เก่ียวข้องภายในขอบเขตการศึกษาในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สามารถจำแนก
แหล่งปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกออกเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง การปล่อยก๊าซเรือน
กระจกทางอ้อมที่เกิดจากการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ ซ่ึงกำหนดข้อมูล
กิจกรรม (activity data) ข้อมูลของกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการปล่อยและการดูดกลับของก๊าซเรือนกระจก
ได้แก่ กิจกรรมจากภาคครัวเรือน กิจกรรมจากภาคการเกษตร กิจกรรมจากภาคอุตสาหกรรม กิจกรรมจาก
ภาคธุรกจิ และการบริการทง้ั ภาครัฐและเอกชน การบำบัดของเสยี และการเปลย่ี นแปลงการใชท้ ดี่ ินและป่าไม้
อยา่ งไรก็ตามวตั ถุประสงค์ของการประเมินคารบ์ อนฟุตพริ้นท์นี้เพ่ือต้องการพิจารณาสถานการณ์เพ่อื ใช้
ในการจัดทำแผนทางด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ในอนาคต ดังน้ันการศึกษาเบ้ืองต้นจึงพิจารณาในภาพรวมของ
การบริโภคทรัพยากรจากทุกกิจกรรมท่ีเกิดข้ึนในพื้นท่ีทั้ง ๓ จังหวดั ได้แก่ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ปริมาณการใช้
น้ำมันเบนซิน ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซล ปริมาณการใช้ก๊าซ LPG หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว ปริมาณการใช้
ก๊าซ NGV หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ปริมาณการใช้น้ำประปา ปริมาณขยะมูลฝอยและการจัดการ
ขยะมูลฝอย ปริมาณน้ำเสยี และการจดั การนำ้ เสียในภาพรวมของจงั หวดั
จากการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิที่มีอยู่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในพื้นท่ีเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออกพบว่ามีข้อมูลท่ีเก่ียวข้องจากหลายหน่วยงาน แต่ท้ังน้ีค่าท่ีได้มีความแตกต่างกันท้ังด้าน
เวลา ขอบเขตของข้อมูล และรายละเอียดข้อมูล ดังน้ันจึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาปรับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับ
โครงการจดั ทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพื้นที่เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๒
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
วัตถุประสงคภ์ ายใต้หลักการของการประเมินคารบ์ อนฟตุ พรน้ิ ท์ โดยเลอื กใช้ค่าข้อมลู กจิ กรรม (activity data)
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ท่ีครอบคลุมพื้นที่ ๓ จังหวดั ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง และรวมกิจกรรมในบาง
ภาคส่วนเป็นกลุ่มเดียวกนั และพจิ ารณาข้อมลู รายงานประจำปี รายงานของหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเอกสาร
ทางวิชาการจากแหล่งที่สามารถอ้างอิงได้โดยเฉพาะแหล่งสถิติระดับประเทศที่มีการเก็บข้อมูลมาเป็นระยะ
เวลานาน เช่น กระทรวงพลังงาน สำนักงานประปา สำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ เป็นต้น ดังข้อมูลใน
ตารางที่ จ – ๑
ข้อมลู ปรมิ าณการใชท้ รัพยากรจากกิจกรรมและผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรในพนื้ ท่ีนี้อาจมีหนว่ ยที่
แตกต่างกันไปในแตล่ ะภาคและสาขาของการคำนวณ ดงั น้ันในการนำค่าต่าง ๆ มาใชจ้ ะตอ้ งสัมพันธ์กับหน่วย
ของค่าการปล่อย (Emission Factor) ดว้ ย ในบางครง้ั ขอ้ มูลกจิ กรรมท่มี ีอย่ไู มส่ ามารถใช้ไดโ้ ดยตรงต้องนำมา
ปรบั หรอื คำนวณเพิ่มเตมิ เพ่ือใหเ้ ป็นค่าทสี่ ามารถนำมาใช้ได้
ตารางท่ี จ - ๑ ข้อมลู กจิ กรรมในพน้ื ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออกและแหล่งทมี่ าของข้อมูล
กจิ กรรมในพื้นท่ี (พ.ศ. ๒๕๖๓) แหล่งขอ้ มูลกิจกรรม แหลง่ ขอ้ มลู EF
ปริมาณการใช้ไฟฟ้า กระทรวงพลังงาน MTEC
ปรมิ าณการใชน้ ำ้ มนั เบนซนิ กระทรวงพลงั งาน TGO
ปริมาณการใชน้ ำ้ มันดเี ซล กระทรวงพลังงาน TGO
ปริมาณการใช้ LPG กระทรวงพลงั งาน TGO
ปรมิ าณการใช้ NGV กระทรวงพลังงาน TGO
ปริมาณการใช้การใช้น้ำ (ประปา) การประปาสว่ นภูมิภาค MTEC
ปรมิ าณการบริโภคอาหาร สำนกั งานมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแหง่ ชาติ MTEC
ปรมิ าณการขนขยะมลู ฝอย สำนักงานสง่ิ แวดลอ้ มภาคท่ี ๑๓* MTEC
ปรมิ าณการจดั การขยะมลู ฝอย สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๓* MTEC
ปรมิ าณรวบรวมน้ำเสีย สำนักงานสง่ิ แวดล้อมภาคที่ ๑๓* MTEC
ปริมาณการจัดการน้ำเสยี สำนกั งานสงิ่ แวดลอ้ มภาคที่ ๑๓* MTEC
ปริมาณการผลติ ของเสียส่ิงปฏิกูล สำนกั งานสง่ิ แวดลอ้ มภาคที่ ๑๓* TGO
กระบวนการผลิตภาคอตุ สาหกรรม กระทรวงพลังงาน TGO
การใช้ที่ดินเพื่อการเพาะปลกู กรมพฒั นาที่ดิน TGO
การใชท้ ดี่ นิ เพ่ือการเล้ยี งสัตว์ กรมพฒั นาทดี่ ิน TGO
การใชท้ ด่ี นิ และป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดนิ กรมปา่ ไม้
บทท่ี ๓ คา่ การปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจก
คา่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor) เป็นค่าที่แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตอ่
หน่วยของผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ เช่น ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการผลิตซีเมนต์เท่ากับ ๐.๖ ตัน
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อตันซีเมนต์ (tonCO2e /toncement) เป็นตน้ ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้ี
ข้ึนกับกิจกรรมและเทคโนโลยีของแหล่งปล่อยในแต่ละประเทศที่อาจมีค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม
เงื่อนไขเฉพาะของกิจกรรมน้ัน ๆ เรียกว่าค่าการปล่อยเฉพาะของประเทศ (country specific emission
factor) ซ่ึงได้มาจากการวัดจริงหรือการทดลอง ในกรณีที่ไม่สามารถหาค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉพาะ
ของประเทศไดค้ วรพิจารณาเลือกค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอ้างอิง (default value of emission factor)
ตามคมู่ อื การคำนวณของ IPCC (1996) เพอื่ นำไปใช้ในการคำนวณ
ในการจัดทำข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกในการศึกษานี้พิจารณาเรียงตามลำดับความสำคัญ ความ
น่าเช่ือถือ และคุณภาพของข้อมูล โดยพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลจากการศึกษาและเผยแพร่โดยองค์กร
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพน้ื ทเ่ี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๓
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ภายในประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมน้ันๆ พร้อมกับพิจารณาใช้ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จากฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมของวัสดุพ้ืนฐานและพลังงานของประเทศไทย (Thai National LCI database)
ซ่ึ ง ร ว บ ร ว ม แ ล ะ จั ด ก า ร โ ด ย อ ง ค์ ก ร ก๊ า ซ เรื อ น ก ร ะ จ ก แ ล ะ ศู น ย์ เ ท ค โ น โ ล ยี โ ล ห ะ แ ล ะ วั ส ดุ แ ห่ ง ช า ติ
(http://www.thailcidatabase.net) หากไม่มีข้อมูลในประเด็นที่ต้องการจึงพิจารณาใช้ข้อมูลจากงานวิจัยท่ี
เก่ียวข้องที่ทำในประเทศซ่ึงผ่านการตรวจสอบแล้ว (peer-reviewed publications) หรือใช้ฐานข้อมูลท่ี
เผยแพร่ทั่วไป ดงั รายละเอียดข้อมลู ในตารางที่ จ – ๑
บทที่ ๔ การประเมินปริมาณการปลอ่ ยและดูดกลบั ก๊าซเรือนกระจก
แนวทางในการประเมินการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint: CF) สามารถ
ประเมินได้จากการนำข้อมูลกิจกรรมในภาพรวมของพื้นท่ีทั้ง ๓ จังหวัดคูณกับค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ของพลังงานไฟฟ้า น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซ LPG หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซ NGV หรือก๊าซ
ธรรมชาติสำหรับยานยนต์ น้ำประปา ขยะมูลฝอยและการจัดการขยะมูลฝอย น้ำเสียและการจัดการน้ำเสีย
ดังสมการท่ี ๑
GHG Emissions = Activity Data (AD) × Emission Factor (EF) (๑)
โดยท่ี
GHG Emissions = ปรมิ าณกา๊ ซเรือนกระจก (kgCO2e)
AD = ข้อมูลกจิ กรรม (หนว่ ย)
EF = ค่าการปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจก (kgCO2e/หนว่ ย)
๔.๑ ปรมิ าณการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกภาคพลงั งานไฟฟ้า
ภาคพลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างย่ิงในฐานะที่เป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดของ
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ีเกิดข้ึนจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศ โดยก๊าซเรือนกระจกท่ีเกิดข้ึนจากภาค
พลังงานไฟฟ้า ได้แก่ ปริมาณการใช้ไฟฟา้ ในภาคครวั เรือน ภาคธุรกจิ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และ
ภาคส่วนอ่ืนๆ ซึ่งถูกจำแนกเป็นรายจังหวัดได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง และการคำนวณปริมาณการ
ปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกในภาคพลังงานไฟฟา้ ในคร้งั น้ี ได้ใชว้ ิธกี ารคำนวณดงั สมการที่ (๒)
EmissionsGHGfuel = Fuel Consumptionfuel x Emission FactorGHGfuel (๒)
เมื่อ: EmissionsGHGfuel = emissions of a given GHG by type of fuel (kg GHG)
Fuel Consumptionfuel = amount of fuel combusted
Emission FactorGHGfuel = default emission factor of a given GHG by type of
fuel (kg gas/Unit)
ผลการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรอื นกระจกจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวันออกในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ พบว่ามีปริมาณก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น ๑๗.๑๒ TgCO2e หรือล้านตัน
คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จังหวดั ชลบุรีปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด
๗.๖๙ TgCO2e หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๕ รองลงมาเป็นจังหวัดระยอง ๖.๓๓ TgCO2e หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๗
และจังหวัดฉะเชิงเทรา ๓.๑๐TgCO2e หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๘ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพ้ืนท่ีเขต
พฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังภาพที่ จ – ๒
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ภาพท่ี จ - ๒ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าในปี พ.ศ. ๒๔๖๓
ผลการคำนวณแสดงให้เห็นวา่ ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคส่วนท่ีมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากท่ีสุดใน
ทุกจังหวัดทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง โดยคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ๖๘ และ ๘๖ ของ
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกท้ังหมดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละจังหวัดตามลำดบั รองลงมาได้แก่
กจา–รป๓ล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานไCฟhฟa้าrtในTภitlาeคครัวเรือนและภาคธุรกิจและบริการ ดังภาพที่
100%
80%
60%
40%
20%
0% ชลบรุ ี ระยอง
ฉะเชงิ เทรา
ครวั เรอื น ธรุ กิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม อืน่ ๆ
ภาพที่ จ - ๓ การปล่อยก๊าซเรอื นกระจกจากการใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ ในแยกตามสาขาปี พ.ศ. ๒๕๖๓
เม่ือวิเคราะห์ลงไปในระดับของสาขาย่อยของภาคอุตสาหกรรมพบวา่ ในพ้ืนที่ท้ัง ๓ จังหวัดสามารถแบ่ง
อุตสาหกรรมออกเป็น ๘ ประเภทได้แก่ อุตสาหกรรมทางด้านเคมี ไม้ ส่ิงทอ อุตสาหกรรมด้านอโลหะ
ผลิตภัณฑ์โลหะ อาหาร เคร่ืองดื่มและยาสูบ กระดาษ และอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ พบว่า จังหวัด
ฉะเชิงเทราและจังหวดั ชลบุรีมีกลุ่มอตุ สาหกรรมประเภทผลิตภัณฑ์โลหะ เคร่ืองจักรและอุปกรณ์ โลหะมูลฐาน
ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆและกลุ่มอุตสาหกรรมประเภท
อโลหะ ซึ่งต่างจากจงั หวดั ระยองที่กลุ่มอุตสาหกรรมประเภทอาหารเครื่องด่มื และยาสูบเป็นกล่มุ อุตสาหกรรมที่
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสงู สุด ดังภาพท่ี จ – ๔
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้นื ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๕
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตCแิ hลaะrสt่งิ Tแวitดleลอ้ ม ภาคผนวก
100%
ผลิตภัณฑโ์ ลหะ
80% กระดาษ
60% อุตสาหกรรมการผลติ อ่นื ๆ
40% อาหาร เครอื่ งด่ืมและยาสูบ
อโลหะ
20%
สงิ่ ทอ
0% ชลบรุ ี ระยอง ไม้
ฉะเชิงเทรา
ภาพท่ี จ - ๔ การปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจกจากการใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าในภาคอตุ สาหกรรมปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๔.๒ ปริมาณการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกภาคพลงั งานรูปแบบอน่ื
พลังงานรูปแบบอ่ืนๆ ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซ LPG หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว และก๊าซ
NGV หรือกา๊ ซธรรมชาติสำหรบั ยานยนต์ ซ่งึ เป็นผลมาจากกิจกรรมจากภาคส่วนต่างๆ ในพืน้ ที่เขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก การคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานรูปแบบอ่ืนน้ี ได้ใช้วิธีการ
คำนวณดังสมการท่ี (๒) โดยพิจารณาจากภาพรวมปริมาณการใช้และค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ
พลังงานท้งั ๔ ประเภท ไดแ้ ก่ นำ้ มนั เบนซนิ นำ้ มนั ดเี ซล ก๊าซ LPG และ NGV ในพ้ืนที่ทงั้ ๓ จังหวัด
ผลจากการคำนวณพบว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้น้ำมันดีเซลมาก
ท่ีสุด ๑๐.๘๔ TgCO2e หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกิดจากการใช้พลังงาน
รูปแบบอ่ืน รองลงมาเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ีเกิดจากการใช้น้ำมันเบนซิน ๓.๓๒TgCO2e หรือร้อยละ
๒๑ และ ก๊าซ LPG หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว ๑.๓๙ TgCO2e หรือร้อยละ ๙ และมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ี
เกิดจากการใช้พลังงานจากกา๊ ซ NGV หรือกา๊ ซธรรมชาติสำหรบั ยานยนต์น้อยที่สุด ดังภาพที่ จ – ๕
LPG, 1.38642668, NGV, 0.00070622,
9% 0%
นาํ้ มนั เบนซนิ ,
3.31598909, 21%
นํ้ามนั ดีเซล,
10.84664878, 70%
ภาพที่ จ - ๕ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใชพ้ ลงั งานรปู แบบอื่นในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
โครงการจัดทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพ้ืนท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลทั้งไบโอดีเซลและดีเซลหมุนเร็วธรรมดาที่มีปริมาณสูงในพื้นท่ีพื้นที่เขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออกส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้ในการขนส่งทางบกท้ังในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจและการ
บริการและการใช้รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลเพื่อการเดินทาง แต่เป็นท่ีน่าสังเกตว่าปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่
เกดิ จาก NGV มสี ดั ส่วนนอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๑ ของการใช้เชือ้ เพลงิ ส่วนหนึ่งเกดิ จากการผู้บริโภคในพ้ืนที่เขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวนั ออกใช้น้ำมันเนอ่ื งจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำและสถานีบริการมีอยา่ งท่ัวถงึ มากกว่า
๔.๓ ปริมาณการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกจากการใช้การใชน้ ำ้ (ประปา)
ในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะใช้น้ำประปาที่บริการโดยการประปาส่วนภูมิภาคเขต ๑
รับผิดชอบการบริการในพื้นที่ ๗ จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด และ
ระยอง และมีบางพ้ืนท่ีจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรับผิดชอบ การประปาส่วนภูมิภาคใช้แหล่งน้ำดิบจาก
หลายแห่งทั้งจากชลประทาน แหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือซ้ือทั้งน้ำดิบและน้ำประปาจากเอกชน การคำนวณ
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกพิจารณาจากปริมาณน้ำประปาท่ีถูกใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ในพ้ืนท่ี ๓ จังหวัดได้แก่
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรีและจงั หวัดระยอง
จากการคำนวณปรมิ าณก๊าซเรอื นกระจกจากการใช้นำ้ ประปาในพื้นที่พบว่าพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาค
ตะวันออกมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้น้ำประปา ๐.๐๖๗ TgCO2e โดยจังหวัดชลบุรีมีปริมาณก๊าซ
เรือนกระจกจากการใช้น้ำประปามากที่สุด ๐.๐๔๒ TgCO2e หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๓ ของปริมาณก๊าซเรือน
กระจกทั้งหมดจากการใช้น้ำประปาในพื้นที่ รองลงมาเป็นจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดระยองที่มีประมาณ
ก๊าซเรือนกระจกใกลเ้ คียงกนั ได้แก่ ๐.๐๑๒๘ TgCO2e และ 0.0124 TgCO2e ตามลำดบั ดังภาพที่ จ – ๖
ภาพท่ี จ - ๖ การปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกจากการใช้น้ำประปาในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๔.๔ ปริมาณการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกจากการบริโภคอาหาร
จากข้อมูลการบริโภคอาหารของประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร
และอาหารแห่งชาติสำรวจรูปแบบการบริโภคอาหารของประชากรไทย ท้ังชนิดและปริมาณอาหารท่ีบริโภค
และน้ำด่ืมเพ่ือให้ได้ฐานข้อมูลการบริโภคอาหารทั้งชนิดและปริมาณการบริโภคอาหารที่เป็นตัวแทนของ
ผบู้ ริโภคในประเทศไทย ข้อมลู ดังกล่าวได้นำเสนอปริมาณอาหารที่บริโภคของประชากรท้ังหมด (per capita)
และเฉพาะผู้ที่บริโภคอาหารแต่ละชนิด (eater only) แบ่งตามกลุ่มอายุ นำเสนอในรูปของค่าเฉลี่ย ค่าส่วน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน คา่ เปอรเ์ ซนตไ์ ทลท์ ่ี ๙๗.๕ และค่าร้อยละของผูบ้ ริโภคของอาหารแต่ละรายการ
สำหรับการศึกษาครั้งน้ีพิจารณาการบริโภคอาหารแยกตามกลุ่มที่เป็นไปตามคำแนะนำในคู่มือของ
IPCC (2006) ได้แก่ การบริโภคอาหารข้าว ปลาและเน้ือสัตว์ ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง ไขมัน ผัก ผลไม้ และนม แต่
เนื่องจากข้อมูลท่ีมีอยู่เป็นข้อมูลแยกตามชนิดของเนื้อสัตว์ แยกตามชนิดของถ่ัว ผักและผลไม้ ดังน้ันจึง
จำเปน็ ต้องปรับใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้อยู่ในรูปค่าเฉล่ียข้อมูลรายกลุ่ม เช่นข้อมูลกลุ่มเน้ือสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง ผักและ
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๗
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ผลไม้ นอกจากน้ีข้อมูลที่มีอยู่น้ันอยู่ในรูปค่าเฉล่ียต่อคนดังน้ันจึงต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับ
จำนวนประชากรในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้แก่ จำนวนประชากรในจังหวดั ฉะเชิงเทรา จังหวัด
ชลบุรีและจังหวัดระยอง และการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการบริโภคอาหารในคร้ังน้ี
ได้ใชว้ ิธกี ารคำนวณดังสมการท่ี (๓)
EmissionsGHGfood(i) = Fuel Consumption food(i) x Emission FactorGHG food(i) (๓)
เมื่อ:
EmissionsGHG food(i) = emissions of a given GHG by type of food (kg GHG)
Food Consumption food(i) = amount of food (food unit)
Emission FactorGHG food(i) = default emission factor of a given GHG by type of
food (CO2e/ food unit)
ผลจากการคำนวณพบว่ามีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบรโิ ภคอาหารในพื้นท่ีเขตพฒั นา
พิเศษภาคตะวนั ออก ๑.๕๕ TgCO2e โดยจังหวัดชลบุรีมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบริโภคอาหารมาก
ที่สุด ๐.๗๙๙ TgCO2e หรือคิดเป็นร้อยละ ๕๒ ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบริโภคอาหาร
ทหร้ังอืหรม้อดยลระอง2ล4งมแลาเะป0็น.3จ7ังห2วTัดgรCะOย2อe หงแรลอื ะร้อจยังหละวัด๒Cฉ๔hะaเตrชtาิงมTเทลitlำรeดาับซึ่งดมงั ีปภราิมพาทณี่ จใก–ล๗้เคียงกันได้แก่ ๐.๓๗๘ TgCO2e
ระยอง , ฉะเชงิ เทรา ,
0.37821653, 24% 0.37240208, 24%
ชลบุรี , 0.79953471,
52%
ภาพที่ จ - ๗ การปลอ่ ยกา๊ฉซะเเชริงเือทนรากระจกชจลบาุรกี การบรระโิยภองคอาหารในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพนื้ ทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๘
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคผนวก
หากพิจารณารายกลุ่มอาหารพบว่าการบริโภคปลาและเน้ือสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึงร้อยละ
๔๖ หรือ ๐.๗๐๖๕ TgCO2e ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบริโภคอาหารทั้งหมดรองลงมา
เป็นการบริโภคข้าวร้อยละ ๓๑ หรือ ๐.๔๗๙๙ TgCO2e ทั้งน้ีเน่ืองมาจากปริมาณการบริโภคและปริมาณการ
ปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกทมี่ าจากกระบวนการผลิตอาหารกลุ่มเนอื้ สัตว์
ผลไม้, 0.0645, 4% นม (นํา้ นมดบิ ),
ผกั , 0.0964, 6% 0.0738, 5%
ไขมัน, 0.0183, 1% ข้าว, 0.4799, 31%
ถ่ัวเมลด็ แห้ง,
0.0076, 0%
ไข,่ 0.1031, 7%
ปลาและเน้ือสตั ว์ ,
0.7065, 46%
ภาพท่ี จ - ๘ การปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกจากการบรโิ ภคอาหารแตล่ ะประเภทในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๔.๕ ปรมิ าณการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกจากการจัดการขยะมลู ฝอย
จากข้อมูลปริมาณขยะของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัด สำนักงานท้องถิ่น
จังหวัด และ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในพ้ืนที่รับผิดชอบ ๓ จังหวัด พบว่า มีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น
๑.๖๘ ล้านตัน โดยมีปริมาณขยะมูลฝอยท่ีนำไปใช้ไประโยชน์ ๐.๓๕ ล้านตัน ปริมาณขยะมูลฝอยท่ีกำจัด
ถูกต้อง ๐.๘๖ ล้านตัน เช่น การฝังกลบถูกหลักวิชาการ การใช้เตาเผาผลิตพลังงาน เป็นต้น ส่วนสถานท่ีและ
ปริมาณขยะมูลฝอยท่ีกำจัดไม่ถูกต้อง ๐.๔๖ ล้านตัน เช่น เตาเผาไม่มีระบบบำบัดมลพิษอากาศ การเทกอง
เผากำจัดกลางแจ้ง เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องแยกพิจารณาปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดข้ึนจากการ
รวบรวมขยะมูลฝอยในพื้นท่ีและปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ีเกิดข้ึนจาการจัดการขยะมูลฝอยเป็น ๓ ส่วนได้แก่
การรวบรวมขยะมูลฝอยและการจัดการแบบเผาและแบบฝังกลบเนื่องจากมีข้อมูลค่าการปล่อยก๊าซเรือน
กระจกของประเทศไทย
จากการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากปริมาณขยะที่เกิดขึ้นโดยพิจารณาค่าการปล่อยก๊าซเรือน
กระจกจากการจัดการขยะมูลฝอย (MTEC, 2015) พบว่าภารวมท้ัง ๓ จังหวัดมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิด
จากการรวบรวมขยะ ๑๓๒.๓๖๙ kgCO2e โดยจังหวัดฉะเชิงเทรามีปริมาณมากที่สุด ๘๓.๒๖๖ kgCO2e
รองลงมาเป็นจังหวดั ชลบรุ ี ๒๗.๙๖๓ kgCO2e และจังหวดั ระยอง ๒๑.๑๔๐ kgCO2e ภาพที่ จ – ๙
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพน้ื ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๙
สำนักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ภาคผนวก
ระยอง, 21.14,
16%
ชลบรุ ี, ฉะเชิงเทรา,
27.9630296, 83.266, 63%
21%
ภาพที่ จ - ๙ การปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกจากปรมิ าณน้ำเสียในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๔.๖ ปรมิ าณการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกจากการจัดการน้ำเสีย
จากรายงานการติดตามประเมินผลประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชนและระบบบำบัดน้ำเสีย
แบบกลุ่มอาคารประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ สำนักงานส่ิงแวดล้อมภาคท่ี ๑๓ พบว่าปริมาณน้ำเสียชุมชน
เกิดข้ึน ๔๔๗,๒๑๔.๖๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และพบปริมาณน้ำเสียท่ีได้รับการบำบัดรวม ๑๕๑,๘๐๐
ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากพิจารณาปริมาณน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดรายจังหวัด พบว่า จังหวัดชลบุรีสามารถ
กำจัดน้ำเสียได้มากกวา่ จังหวัดระยองและฉะเชิงเรา คือ ๑๓๙,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน รองลงมาคือจังหวัด
ฉะเชงิ เทรามปี รมิ าณน้ำเสยี ที่รบั การบำบัดได้ ๘,๙๑๙ ลกู บาศกเ์ มตรตอ่ วนั และจังหวัดระยองมีปรมิ าณน้ำเสีย
ท่ีรับการบำบัดน้อยท่ีสุด คือ ๓,๓๘๑ ลูกบาศก์เมตรตอ่ วัน เม่ือนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับใช้เป็นข้อมูลรายปีโดย
แยกเป็น ๒ ประเด็นได้แก่การรวบรวมน้ำเสียโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำเสียที่เกิดข้ึนและการจัดการน้ำเสีย
โดยพิจารณาจากปริมาณน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดเพ่ือนำมาใช้น้ำการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดข้ึน
ในพน้ื ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
จากการคำนวณปรมิ าณก๊าซเรอื นกระจกจากปรมิ าณนำ้ เสียที่เกิดข้นึ โดยพิจารณาคา่ การปล่อยก๊าซเรอื น
กระจกจากการรวบรวมนำ้ เสียชมุ ชน (MTEC, 2015) พบวา่ ภารวมทง้ั ๓ จงั หวัดมปี ริมาณกา๊ ซเรอื นกระจกที่
เกดิ จากกรรวบรวมนำ้ เสยี ๐.๓๒๗๘ kgCO2e โดยจงั หวัดชลบุรมี ีปรมิ าณมากทสี่ ุด ๐.๑๖๙๑ kgCO2e รองลงมา
เป็นจังหวดั ระยอง ๐.๐๘ kgCO2e และจงั หวดั ฉะเชงิ เทรา ๐.๐๗๘๘ kgCO2e ภาพท่ี จ – ๑๐
ระยอง, 0.0800, ฉะเชิงเทรา, 0.0788,
24% 24%
ชลบรุ ,ี 0.1691,
52%
ภาพท่ี จ - ๑๐ การปล่อยกา๊ ซเรือนกระจกจากปรมิ าณนำ้ เสยี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
โครงการจดั ทำแผนสิ่งแวดลอ้ มในพ้ืนทเี่ ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๑๐
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก
หากพิจารณาน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดด้วยกระบวนการน้ำเสียพบว่าระบบบำบัดน้ำเสียมีลักษณะท่ี
แตกต่างกันได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่ง (Activated Sludge, AS) ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติม
อากาศ (Aerated Lagoons, AL) ระบบบำบัดน้ำเสียแบบบอ่ ผง่ึ (Stabilization Ponds, SP) ระบบบำบดั น้ำ
เสียแบบโปรยกรอง (Trickling Filter, TF) และระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ (Fixed Film Aeration)
ซึ่งจะมีค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แตกต่างกันตามรูปแบบของระบบบำบัดน้ำเสีย จากการคำนวณพบว่า
จังหวัดชลบุรีมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากระบบบำบัดน้ำเสียมากท่ีสุด ๖.๖๘ kgCO2e หรือร้อยละ ๙๒
รองลงมาเปน็ จังหวัดฉะเชงิ เทราและจังหวัดระยอง ๐.๔๒๗ kgCO2e และ ๐.๑๖๒ kgCO2e หรอื ร้อยละ ๖ และ
๒ ตามลำดับ ดังภาพที่ จ - ๑๑
ภาพที่ จ - ๑๑ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบำบัดน้ำเสยี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓
๔.๗ ปริมาณการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจกจากการใชพ้ ื้นทแ่ี ละปา่ ไม้
สำหรับการศึกษาแนวทางการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พ้ืนที่และป่าไม้ (Land Use,
Land Use Change and Forestry) อา้ งอิงวิธีการคำนวณตามองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) โดยใช้
ข้อมูล ๒ ลักษณะด้วยกัน ได้แก่ ข้อมูลกิจกรรม (activity data) จากการใช้พื้นท่ี และ ค่าสัมประสิทธ์ิกักเก็บ
และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (emission factor) สำหรบั การศึกษาครั้งนี้พิจารณาเฉพาะพ้ืนท่ีป่าไม้ (Forest
Land) ในภาพรวมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกตามข้อมูลทุติยภูมิด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินท่ีมีอยู่
พบว่าจังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ป่า ๕๔๑,๒๘๔ ไร่ จังหวัดชลบุรีมีพ้ืนที่ป่า ๓๐๙,๓๔๐ ไร่และจังหวัดระยองมี
พื้นที่ป่า ๑๗๖,๘๑๘ ไร่ (กรมพัฒนาทด่ี ิน, ๒๕๖๓)
สำหรับการพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) ค่าสัมประสิทธ์ิกักเก็บและการปล่อย
กา๊ ซเรอื นกระจกของปา่ ไม้ภายในประเทศไทย (สำนักจัดการปา่ ชุมชน, ๒๕๖๓) เช่น มวลชวี ภาพต่อหน่วยพ้ืนที่
ปริมาณคาร์บอนต่อหน่วยพื้นท่ี ในการประเมินปริมาณคาร์บอนตามแนวทางในคู่มือ IPCC (2006) กำหนด
แหล่งสะสมคาร์บอนของป่าไม้ มี ๖ แหล่ง ได้แก่ มวลชีวภาพเหนือดิน (living above-ground biomass)
มวลชีวภาพใต้ดิน (living below-ground biomass) ไม้ตาย (dead organic matter in wood) ซากพืช
(dead organic matter in litter) อินทรียวัตถุในดิน (soil organic matter) และผลิตภัณฑ์ไม้ (harvested
wood product) ในกรณีที่มกี ารตัดฟนั ไมอ้ อกจากปา่
จากการคำนวณพบว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรอื นกระจกจากภาคการใชพ้ ื้นที่การเกษตรและป่าไม้ ในปี
พ.ศ.๒๕๖๓ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น – ๐.๐๔๑๗๕ TgCO2eq หรือล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า ซ่งึ เปน็ ภาคที่มีการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถแยกรายจงั หวัดได้ดังภาพท่ี จ - ๑๒
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพน้ื ท่ีเขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๑๑
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
ระยอง, ฉะเชิงเทรา,
0.0072, 0.0220, 53%
17%
ชลบุรี ,
0.0126, 30%
ภาพท่ี จ - ๑๒ การกกั เกบ็ ก๊าซเรอื นกระจกจากการใชพ้ น้ื ท่ีและปา่ ไม้ปี พ.ศ. ๒๕๖๓
บทที่ ๕ การวิเคราะห์ความสามารถในการรองรบั การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศของพน้ื ที่
สถานการณก์ ารปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกภายในพน้ื ที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกพบวา่ มีปรมิ าณก๊าซ
เรือนกระจกที่เกิดจากกจิ กรรมในพน้ื ท่ีทั้งสิ้น ๓๔.๒๔๘ TgCO2e หรอื ล้านตันคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ทียบเท่า โดย
จังหวัดท่ีมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดได้แก่จังหวัดชลบุรี คิดเป็นร้อยละ ๖๐ ของปริมาณก๊าซเรือน
กระจกของท้ัง ๓ จังหวัด รองลงมาเปน็ จงั หวดั ระยอง ร้อยละ ๒๕ และจงั หวัดฉะเชิงเทรารอ้ ยละ ๑๕ ดงั ภาพที่
จ - ๑๓
ระยอง, 8.72, ฉะเชงิ เทรา, 5.11,
25% 15%
ชลบรุ ี, 20.42,
60%
ภาพท่ี จ - ๑๓ สถานการณ์การปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกภายในพน้ื ทีเ่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก
ปริมาณก๊าซเรือนกระจกของส่วนประกอบในพื้นที่ดังกล่าวเม่ือถูกนำไปประเมินตามจำนวนประชากรที่
อาศัยอยู่ในพื้นท่ีท่ีส่งผลต่อการใช้ทรัพยากรหรือการสร้างของเสียเพื่อเปลี่ยนเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์
(CO2) หรือปริมาณเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2eq) จากนั้น CO2 หรือ CO2eq แต่ละค่าจะถูกแปลงเป็น
พ้ืนท่ีท่ีจำเป็นในการดูดซับ CO2 (Swiader et al., 2020) ตามอัตราการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกที่
แสดงในหน่วย gha/TCO2 และ Equivalence Factor (EQF) ตามแนวทางการประเมินดังสมการท่ี (๔)
โครงการจดั ทำแผนสิง่ แวดลอ้ มในพ้นื ทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๑๒
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
(๔)
เมอ่ื
CFi คารบ์ อนฟตุ พร้ินต์ในหนว่ ยพ้นื ท่ีเฮกเตอรต์ อ่ จำนวนประชากรในแตล่ ะพนื้ ที่ (gha per capita)
GHGi ปริมาณก๊าซเรอื นกระจกของกิจกรรมหนง่ึ ๆทเี่ กิดขึน้ ในพื้นท่ี (TgCO2e)
Ai จำนวนประชากรในพ้นื ที่ทสี่ ่งผลตอ่ กจิ กรรมนั้นๆ
EQF ปัจจยั ความเทา่ เทียมกันสำหรบั การใชท้ ดี่ ินประเภทป่าไม้ (equivalent factor for forest land use
type) จากข้อมลู ของ Global Footprint Network (2019)
IsCO2 อัตราการกกั เก็บคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก (global carbon dioxide sequestration rate [gha /
tCO2] จากขอ้ มูลของ Global Footprint Network (2019)
จากการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CF) พบว่าผลรวมของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในพ้ืนท่ีเขตพัฒนา
พิเศษภาคตะวันออกมีค่าเท่ากับ ๑๐,๓๕๖,๗๒๙.๕๑ gha เม่ือคิดต่อประชากรในพื้นที่รวม ๓ จังหวัด จำนวน
๒,๙๘๑,๔๓๑ คน สามารถแสดงเปน็ รอยเท้าทางนเิ วศวทิ ยาโดยเฉลยี่ ซึง่ เท่ากบั ๒.๑๗ ไรห่ รือเท่ากับ ๓,๔๗๓.๗
ตารางเมตรหรือเท่ากับ ๓.๔๗๓๗ gha/คน (global hectare; gha) โดยจังหวัดฉะเชิงเทรามีค่าเท่ากับ
๑,๕๔๕,๘๑๔.๗๘ gha เม่อื คดิ ตอ่ ประชากรของจังหวัดฉะเชงิ เทราแล้วเทา่ กับ ๒.๑๕๘๒ gha/คน จังหวดั ชลบรุ ี
มีค่าเท่ากับ ๖,๑๗๔,๗๐๒.๘๗ gha เม่ือคิดต่อประชากรของจังหวัดชลบุรีแล้วเท่ากับ ๔.๐๑๕๔ gha/คน และ
จังหวัดระยองมีค่าเท่ากับ ๒,๖๓๖,๒๑๑.๘๖ gha เมื่อคิดต่อประชากรของจังหวัดระยองแล้วเท่ากับ ๓.๖๒๔๐
gha/คน
ทม่ี า : Global Footprint Network (2019)
ภาพที่ จ - ๑๔ ค่าเฉลยี่ ในภาพรวมของประเทศไทยซง่ึ มคี า่ คาร์บอนฟุตพริ้นต์ (gha/คน) ในปี
พ.ศ.๒๕๖๐ (2017)
จะเห็นได้ว่าทั้งในภาพรวมของพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและรายจังหวัด (ยกเว้นจังหวัด
ฉะเชงิ เทราล้วนแล้วแต่มีค่า) สูงกว่าคา่ เฉล่ียในภาพรวมของประเทศไทยซ่ึงมีค่าการปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกในปี
๒๕๖๐ (2017) ๒๕๘ gha/คน (ภาพที่ ก - ๑๔) และในภาพรวมของพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออกมีค่า
มากกว่าพ้ืนที่ของโลกเฉลี่ยสำหรับการรองรับกิจกรรมของมนุษย์ (earth share) ประมาณ ๑.๙ gha/คน
เกือบ ๒ เท่า ซ่ึงหมายความว่าพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมีการบริโภคทรัพยากรและปลดปล่อยของ
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพื้นท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๑๓
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ภาคผนวก
เสียท่ีมากเกินกว่าพ้ืนท่ีรองรับกิจกรรมเฉล่ียของโลก ๑.๕๗ gha/คน โดยจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการบริโภค
ทรัพยากรและปลดปล่อยของเสียท่ีมากเกินกว่าพื้นท่ีรองรับกิจกรรมเฉล่ียของโลก ๐.๒๖ gha/คน จังหวัด
ชลบุรีและจงั หวดั ระยองมีการบริโภคทรพั ยากรและปลดปลอ่ ยของเสียที่มากเกนิ กว่าพนื้ ทรี่ องรบั กิจกรรมเฉลี่ย
ของโลก ๒.๑๒ และ ๑.๗๒ gha/คน ตามลำดบั ดังภาพที่ จ - ๑๕
4.5
4
3.5
3 Thailand Hectares
2.5
hga/capita 2 Global Hectares
1.5
1
0.5 2.16 4.02 3.62 3.47
0
ฉะเชงิ เทรา ชลบุรี ระยอง EEC
ภาพที่ จ - ๑๕ คารบ์ อนฟุตพร้ินต์ (gha/คน) ในพน้ื ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออกปี พ.ศ. ๒๕๖๓
(2020)
มีแนวทางหลายประการท่ีสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ได้ Greenpeace (2016)
ได้กล่าวไว้ว่า “ต้นไม้เป็นเทคโนโลยีท่ีดที ี่สุดในการช่วยดดู ซับก๊าซเรือนกระจกของโลก” มวลชีวภาพของต้นไม้
สามารถนำไปประเมินศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน (carbon sequestration) ของตน้ ไม้ โดยนำไปคูณกับ
“ ป ริ ม าณ ค าร์บ อ น (carbon content)” ข อ งต้ น ไม้ จ าก น้ั น แ ป ล งห น่ ว ย เพ่ื อ ให้ มี ห น่ วย เป็ น
“ตันคาร์บอนไดออกไซดเ์ ทียบเทา่ ” ท่เี ปน็ หน่วยแสดงปรมิ าณกา๊ ซเรือนกระจก
สำหรับประเทศไทย มีการรวบรวมงานวิจัยที่ทำการศึกษาปริมาณคาร์บอนของพรรณไม้บางชนิดจาก
การศึกษาและรวบรวมข้อมูลงานวิจัยพบว่า ปริมาณคาร์บอนของต้นไม้มีค่าเท่ากับ ๔๗% (IPCC:
Intergovernmental Panel on Climate Change) ซ่ึงเป็นค่าประมาณจากค่าเฉล่ียของต้นไม้โดยท่ัวไป จาก
ปรมิ าณกา๊ ซเรือนกระจกทีเ่ กดิ ข้นึ ในพื้นที่เขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวนั ออก เมื่อนำมาคำนวณตามศักยภาพในการ
กักเก็บคาร์บอนของต้นไม้พบว่าจำเป็นต้องมีต้นไม้กลุ่มประเภทยูคาลิปตัสหรือกลุ่มกระถินเทพาประมาณ
๑.๑๒๔ ล้านไร่ (คำนวณการกักเก็บ CO2 จากการปลูกต้นไม้ด้วยความหนาแน่น ๒๐๐ ต้น/ไร่) หรือประมาณ
๒๐๐ ล้านต้นจึงจะสามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดข้ึนท้ังหมดได้ แต่หากพิจารณากลุ่มต้นไม้ประเภทสัก
หรือกระถนิ ณรงค์จะตอ้ งเพ่ิมจำนวนหรอื พ้ืนที่อกี ๒ เท่าจึงจะสามารถดูดซบั ได้หมด นอกจากน้ีศกั ยภาพในการ
กักเก็บคาร์บอนข้ึนอยู่กับอัตราการเติบโตของต้นไม้ โดยปัจจัยแวดล้อมก็มีผลต่อการเติบโตของพืช หากปลูก
บนพื้นท่ีที่มีความเหมาะสมกับชนิดพืชนั้นๆ ก็จะส่งผลให้เจริญเติบโตดีและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ใน
ปรมิ าณสูง
อย่างไรก็ตาม การกำห น ดแน วท างเพื่อลดป ริม าณ ก๊าซเรือน กระจกใน พ้ืน ที่ เขตพัฒ น าพิ เศ ษ ภาค
ตะวันออกจำเป็นต้องพิจารณาข้อจำกัดหรือศักยภาพท่ีมีอยู่ในพ้ืนท่ีด้วย โดยอาจพิจารณาเพ่ิมจำนวนต้นไม้
เท่าท่ีสามารถทำไดพ้ ร้อมกับการลดหรือปรับปรุงกิจกรรมในพื้นท่ีควบคู่ไปด้วย ร่วมกับการพจิ ารณาระยะเวลา
งบประมาณและศกั ยภาพการกักเกบ็ และการลดปริมาณกา๊ ซเรอื นกระจกด้วยวธิ ีต่างๆไปพร้อมกันดว้ ย เชน่ นี้จะ
ช่วยทั้งการดูดซับ กักเก็บและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในพื้นท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพมากท่ีสุด
โครงการจัดทำแผนส่งิ แวดลอ้ มในพ้ืนที่เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ จ - ๑๔
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ภาคผนวก
ภาคผนวก ฉ
ผลการติดตามการดำเนนิ โครงการของแผนสงิ่ แวดล้อมในพนื้ ท่เี ขตพฒั นาพิเศษ
ภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔
ภายใตแ้ ผนส่ิงแวดล้อมในพื้นท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔ นไ้ี ดม้ กี ารกำหนด
กรอบแนวคิดที่มุ่งสู่ความย่ังยืน ท่ีครอบคลุมถึงการพัฒนาท่ีสามารถสร้างความเจริญรายได้และคุณภาพชีวิต
ของประชาชนให้เพ่ิมขึ้นอย่างต่อเนอื่ ง ซ่ึงเปน็ การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้การรกั ษาและ
การฟ้ืนฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดีไม่สร้างมลภาวะต่อ
ส่ิงแวดล้อม จนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศ การผลิตและการบริโภคเป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนของสหประชาชาติ (Sustainable
Development Goals : SDGs) ทรัพยากรธรรมชาตมิ คี วามอุดมสมบรู ณม์ ากข้ึน และส่งิ แวดลอ้ มมีคุณภาพ
ดีข้ึน คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละเพ่ือผลประโยชน์ส่วนรวม รัฐบาลมีนโยบายท่ี
มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างย่ังยืน และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ความสำคัญต่อ
บทบาทที่เข้มแข็งข้ึนของภาคประชาชน สิทธชิ ุมชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๖๐ และทกุ ภาคส่วนในสงั คมยดึ ถือและปฏิบัติตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เพอ่ื การพฒั นาในระดับ
อยา่ งสมดุล มเี สถียรภาพ และยง่ั ยนื
ทิศทางการจัดการของแผนสิ่งแวดล้อมในพนื้ ที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก มีกรอบการดำเนินการ
ทสี่ ำคัญ ดงั น้ี
๑. ปฏิบัติตามตามกฎหมาย คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาลที่เก่ียวข้อง
และให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อส่ังการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา) ท่ีให้จัดทำแผน
ส่งิ แวดลอ้ ม เพอ่ื ให้เกดิ ความมน่ั ใจเร่ืองส่งิ แวดลอ้ มในพนื้ ที่ EEC
๒. สอดคล้องและต่อยอดกับทิศทางของร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนการปฏิรูปประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) แผนจัดการคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ และทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคม แห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ ซ่ึงมุ่งเน้นการเติบโตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างสมดุลการพัฒนาในทุกมิติการ
พฒั นาทรัพยากรมนุษย์อย่างมีคุณภาพ การสร้างความเป็นธรรมในสังคม และการสร้างภูมิคุ้มกันตอ่ ความเสี่ยง
ในมิตติ า่ งๆ อยา่ งยงั่ ยืน
๓. ปฏิบัติตามแนวนโยบายรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม (พลเอกสุร
ศักด์ิ กาญจนรัตน์) ให้จัดทำแผนการดำเนินการเพ่ือการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมและรักษาฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยแบง่ ออกเป็น
๓ ระยะ ไดแ้ ก่
๓.๑ ระยะท่ี ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๓) เป็นระยะการวางแผนหรือก่อนการก่อสร้าง ซึ่งจะ มีการ
เตรียมความพร้อม การพิจารณาและอนุมัติให้ดำเนินโครงการด้านการพัฒนาในพ้ืนที่ เช่น โครงสร้างพ้ืนฐาน
สนามบินอู่ตะเภา รถไฟความเร็วสูงเช่ือมต่อ ๓ สนามบิน เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการจัดการปัญหา
สิ่งแวดล้อม ในพนื้ ท่ี ณ ปจั จุบนั ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมในการรองรับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
รวมท้ัง นำหลักการการป้องกันไว้ก่อน การประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม มาพิจารณากำหนดมาตรการเพ่ือ
ป้องกันและลดผลกระทบทางสง่ิ แวดล้อม ที่ต้องดำเนนิ การอยา่ งรวดเร็ว
โครงการจัดทำแผนสิ่งแวดล้อมในพ้นื ทเี่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๑
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ภาคผนวก
๓.๒ ระยะที่ ๒ เป็นระยะท่ีเร่ิมการก่อสร้าง ทั้งการก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภา โรงซ่อมบำรุงอากาศ
ยาน รถไฟความเร็วสูงเช่อื มต่อ ๓ สนามบิน รถไฟรางคู่ ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด รวมทั้งการตัง้ กิจการ
โรงงานอุตสาหกรรมตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย ท้ัง ๑๑ ประเภท นอกจากน้ี ในพ้ืนท่ี ๓ จังหวัด จะเกิดการ
พัฒนาเมืองซ่ึงจะมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัย สถานพยาบาล ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ สิ่งอำนวย
ความสะดวกตา่ งๆ เพ่ือรองรับผู้คนที่เข้ามาจำนวนมาก มีการเคลื่อนย้ายของแรงงาน นักลงทุน ผู้ประกอบการ
และ ประชากรแฝงต่างๆ ซ่ึงอาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และปัญหาส่ิงแวดล้อมเมือง
อืน่ ๆ จากความตอ้ งการบรโิ ภคอาหาร ใชพ้ ลังงานและทรัพยากรธรรมชาติตา่ งๆ ท่ีเพมิ่ มากข้ึน
๓.๓ ระยะท่ี ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป) เป็นระยะการดำเนินการอย่างสมบูรณ์และเต็ม รูปแบบ
โรงงานอุตสาหกรรมและโครงการด้านการพัฒนาต่างๆ จะเปิดดำเนินการให้บริการแก่ประชาชน ดังนั้น การ
เพ่ิมขึ้นของจำนวนนักลงทุน ผู้ประกอบการ จำนวนประชากรแฝงและแรงงานต่างดา้ วจะเข้ามาเพ่ือรองรับการ
ขยายตัวของภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเท่ียวและการบริการ และภาคพาณิชยกรรม การค้าขาย
ต่างๆ ที่จะเกิดข้ึนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังน้ัน การกำกับ ควบคุม ติดตาม และดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมอย่าง
รอบคอบท้ังระบบ และมีการดำเนินการอย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษา
คุณภาพสง่ิ แวดล้อม
ดังน้ัน แผนส่ิงแวดลอ้ มในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ น้ี จงึ กำหนดให้มี
ระยะเวลาดำเนินการ ๔ ปี ต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔ ซึ่งสอดคล้องกับกรอบระยะเวลาของแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) และแผนจัดการคุณภาพส่ิงแวดล้อม
พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ จึงได้กำหนดกรอบแนวทางการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมใน
พน้ื ทีเ่ ขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก ท่ีเนน้
“จัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีในปัจจุบัน เตรียมความพร้อม รู้เท่าทัน ในการจัดการคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อมและรักษาทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต ควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม (Creative and Green Economy) ที่ใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและ
เปน็ ธรรม โดยเปดิ โอกาสให้ประชาชนกลมุ่ ตา่ งๆ สามารถเข้าถึงทรพั ยากรธรรมชาติได้อยา่ งเท่าเทยี มกัน”
หลักการการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ใช้หลักการเดียวกันกับแผนจัดการคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อม (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ประกอบด้วย ๘ หลกั การสำคัญ คอื
๑. “การพัฒนาท่ีย่ังยืน”เป็นหลักการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มีดุลยภาพ ท้ังด้านเศรษฐกิจ
สังคม และส่ิงแวดล้อม ซ่ึงจะต้องเกื้อกูลและไม่เกิดความขัดแย้งซ่ึงกันและกัน โดยการพัฒนาเศรษฐกิจให้
ขยายตัวอย่างมีคุณภาพและแข่งขันได้ จะต้องคำนึงถึงขีดจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่ี
สามารถสงวนรักษาไว้ใช้ประโยชน์ได้อย่างยาวนาน ใช้ทรัพยากรทุกชนิดอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
สงู สดุ โดยไมส่ ง่ ผลเสยี ต่อความตอ้ งการของสงั คมทั้งในปจั จบุ ันและในอนาคต
๒. “การบริหารจัดการเชิงระบบนิเวศ” เป็นหลักการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อม โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์เชิงระบบหรือองค์รวม (Holistic) ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพ่ือการดำรงอยู่
ของระบบนิเวศอย่างสมดุล และการตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ในการใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมอย่างย่ังยืน ไดแ้ ก่ การจัดการลุ่มน้ำอยา่ งบรู ณาการ และการบรหิ ารจดั การ
กลมุ่ ป่า
๓. “การระวังไว้ก่อน” เป็นหลักการจัดการเชงิ รุกท่ีเน้นการป้องกนั ผลกระทบล่วงหน้าโดยการสร้าง
ระบบภูมิคุ้มกันให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีระบบนิเวศท่ีเปราะบางและพื้นที่
เสีย่ ง
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพืน้ ท่ีเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๒
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๔. “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย”และ “ผู้ได้รับผลประโยชน์เป็นผู้จ่าย” เป็นหลักการในการนำเคร่ืองมือ
ทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสร้างแรงจูงใจและภาระ
รับผิดชอบเพ่ือลดการก่อมลพิษส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริม
การฟ้ืนฟู และอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้
เสียประโยชน์ เพื่อลดความขัดแย้งทางสังคมอันเกิดจากการนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ และทำให้
เกิดผลลัพธ์ท่ีทกุ สว่ นทเ่ี กีย่ วข้องไดร้ ับประโยชน์รว่ มกัน
๕. “ความเป็นหุ้นส่วนของรัฐ - เอกชน” เป็นหลักการที่ใช้สร้างการร่วมรับผิดชอบและควรนำมาใช้
ควบคู่กับหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายเพ่ือส่งเสริมให้ ภาคเอกชนเข้ามาลงทุ นและมีบทบาทในการจัดการ
สงิ่ แวดล้อมมากขึน้
๖. “การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ” เป็นหลักการลดอัตราการใช้ทรัพยากรต่อหน่วย
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น และลด
ปริมาณการเกดิ มลพษิ โดยรวมจากกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ดงั กล่าว
๗. “การขยายความรับผิดชอบแก่ผู้ผลิต” เป็นหลักการเพ่ิมขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ผลิตให้
ครอบคลุมในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพ่ือให้ผู้ผลิตมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตและส่งผลให้
คุณภาพส่ิงแวดล้อมดีขึ้น รวมท้ังมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตมีการปรับปรุงและพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์และระบบ
การผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และลดผลกระทบต่อ
สิ่งแวดลอ้ ม
๘. “ธรรมาภิบาล” เป็นหลักการท่ีมุ่งเน้นให้เกิดความย่ังยืนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดล้อม โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนการกระจายอำนาจที่ยึดหลักการ
พ้ืนที่ - หน้าท่ี - การมีส่วนร่วม การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ความโปร่งใสใน
กระบวนการตัดสินใจ การเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ และการกำหนดภาระรับผิดชอบ (Accountability) ของ
ทกุ ภาคส่วนอยา่ งจริงจงั
วสิ ัยทศั น์
“พ้ืนทเ่ี ขตพฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออกเติบโต เปน็ มิตรตอ่ ส่ิงแวดล้อมและชุมชน
กอ่ เกดิ ความมั่นใจ สมดุล และย่ังยนื ”
พื้นที่เป้าหมาย พ้ืนท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และพ้ืนท่ีทางทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ้ มทีอ่ ยใู่ นระบบนิเวศเดยี วกันหรือเกยี่ วเน่ืองและคาบเกีย่ วกัน
วัตถุประสงค์
๑. จดั การสง่ิ แวดล้อมใหม้ คี ณุ ภาพท่ดี ีเพ่ือเสรมิ สร้างคุณภาพชีวติ ทดี่ ขี องประชาชน
๒. สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การพัฒนาบนพน้ื ฐานการเติบโตที่เป็นมติ รกับส่ิงแวดล้อมและการมีส่วน รว่ ม
ของชุมชนและประชาชน
๓. อนุรักษ์และฟื้นคืนทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพ่ือรักษาความสมดุลใน
ระบบนิเวศและใหม้ กี ารใชป้ ระโยชน์อยา่ งค้มุ คา่ และเปน็ ธรรมสู่การเป็นฐานการพฒั นาท่ยี ั่งยืน
เป้าประสงค์
๑. ส่ิงแวดล้อมไดร้ บั การจดั การท่ีดอี ยา่ งมีคณุ ภาพตามมาตรฐาน
๒. ประชาชนในพื้นที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออกได้รบั การยกระดับคุณภาพชวี ติ อยู่ใน ส่ิงแวดล้อม
เมืองท่ดี ไี ด้มาตรฐานสากล
โครงการจัดทำแผนส่ิงแวดลอ้ มในพน้ื ทเี่ ขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๓
สำนกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ภาคผนวก
๓. ฐานทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนท่ีของทุกระบบนิเวศ ไดร้ บั การอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และใช้ประโยชน์ อยา่ ง
สมดลุ และเป็นธรรม
ยุทธศาสตร์ มาตรการ และแนวทางปฏิบัติ แผนส่ิงแวดล้อมในพ้ืนที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ ประกอบด้วย ๔ ยุทธศาสตร์ ๑๑ มาตรการ รวม ๘๖ โครงการ และ ๑๔ โครงการ
เร่งด่วน
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการคุณภาพสิ่งแวดลอ้ มทด่ี ี
มาตรการ ๑.๑ บำบัด กำจัดของเสีย และควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด ตัวช้ีวัดคือ ร้อยละ
ประสิทธิภาพการจัดการมลพิษได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและได้คุณภาพส่ิงแวดล้อมตามมาตรฐาน
(เพม่ิ ข้ึน)
มาตรการ ๑.๒ ป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมี มีตัวชี้วัดคือ จำนวนการเกิด
อุบตั ิภยั จากสารเคมแี ละเรื่องรอ้ งเรียน ลกั ลอบทงิ้ ของเสยี ทกุ ประเภท (ลดลง)
มาตรการ ๑.๓ เพ่ิมประสิทธิภาพการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด คือ มีการกำหนด
นโยบาย แผน และโครงการขนาดใหญท่ ่ีเหมาะสม และไม่เกินขดี ความสามารถในการรองรับของพ้ืนที่ สามารถ
บ่งช้ีประเดน็ สำคัญในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพ่อื เป้าหมายการพฒั นาทย่ี ัง่ ยืน
ภายใต้ยทุ ธศาสตร์ที่ ๑ มจี ำนวนโครงการ ๒๗ โครงการ และ ๙ โครงการเร่งดว่ น ประกอบดว้ ย
๑.๑ .โครงการก่อสรา้ งศนู ยก์ ำจัดขยะมูลฝอยแบบผสมผสานจงั หวดั ฉะเชิงเทรา (โครงการเรง่ ด่วน)
๑.๒ โครงการก่อสร้างศนู ย์กำจดั มูลฝอย ทม.ฉะเชิงเทรา (โครงการเรง่ ด่วน)
๑.๓ โครงการกอ่ สร้างศนู ยก์ ำจัดมลู ฝอยตดิ เชื้อ เขตบรกิ ารสขุ ภาพที่ ๖ (โครงการเรง่ ดว่ น)
๑.๔ โครงการกอ่ สรา้ งระบบกำจดั ขยะมลู ฝอย cluster ๒ จงั หวดั ชลบรุ ี (โครงการเร่งดว่ น)
๑.๕ โครงการก่อสร้างระบบกำจดั ขยะมลู ฝอย เกาะลา้ น จังหวดั ชลบรุ ี (โครงการเร่งดว่ น)
๑.๖ โครงการก่อสรา้ งระบบรวบรวมและระบบบำบดั น้ำเสียรวม อำเภอปลวกแดง (โครงการเรง่ ดว่ น)
๑.๗ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำเสียในพ้ืนที่เขตควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง
(โครงการเรง่ ด่วน)
๑.๘ โครงการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพระบบบำบัดเสียเมอื งพทั ยา (ซอยวัดหนองใหญ)่ (โครงการเร่งดว่ น)
๑.๙ โครงการจัดทำการประเมนิ ผลกระทบเชิงยทุ ธศาสตรใ์ นพื้นที่ EEC (โครงการเร่งดว่ น)
๑.๑๐ โครงการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการท่ีจัดทำ
รายงาน
๑.๑๑ โครงการศึกษาการจัดการมลพิษทางอากาศในพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อการพัฒนา
อยา่ งยั่งยืน
๑.๑๒. โครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะ การบริหารและแก้ไขปัญหาขยะในพ้ืนท่ี EEC รวม ๙
โครงการ
๑.๑๓. โครงการการบริหารจดั การกากอุตสาหกรรมในพ้นื ท่ี EEC
๑.๑๔. โครงการก่อสรา้ ง เพ่ิมประสทิ ธิภาพระบบบำนดั นำ้ เสยี ในพน้ื ที่ รวม ๕ โครงการ
๑.๑๕. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรและเครื่องมือการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังการ
ลักลอบทงิ้ มลพิษและการเกิดอบุ ตั ภิ ัย สารเคมี รวม ๙ โครงการ
๑.๑๖. โครงการเพม่ิ ประสิทธภิ าพการประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม รวม ๓ โครงการ
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพน้ื ท่ีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๔
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ภาคผนวก
ยทุ ธศาสตร์ที่ ๒ การส่งเสรมิ คุณภาพสิง่ แวดล้อมเมืองและชุมชนอย่างนา่ อยู่
มาตรการ ๒.๑ ส่งเสริมการเพิ่มพ้ืนท่ีสีเขียวและสนับสนุนการพัฒนาเมืองในรูปแบบที่เป็นมิตรกับ
สิ่งแวดล้อม มีตัวช้ีวัดคือ ๑) พื้นท่ีสีเขียวย่ังยืนในเขตเมืองทุกเมือง ไม่น้อยกว่า ๑๐ ตารางเมตรต่อคน
๒) จำนวนเมืองนา่ อยูอ่ ยา่ งยง่ั ยนื อย่างนอ้ ย ๔ เมอื ง ๓) พน้ื ที่ทีไ่ ดร้ บั การพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
มาตรการ ๒.๒ วางผงั การใช้ประโยชนท์ ด่ี ินและพฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐานของเมอื งใหร้ องรับการดำเนิน
ชีวิตของคนทุกกลุ่ม มีตัวช้ีวัดคือ จำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีการบูรณาการการปรับตัวต่อการ
เปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศไว้ในแผนพัฒนาท้องถน่ิ (เพิม่ ข้ึน)
ภายใตย้ ุทธศาสตรท์ ่ี ๒ มจี ำนวนโครงการ ๑๔ โครงการ และ ๒ โครงการเรง่ ด่วน ประกอบดว้ ย
๑. โครงการการอนรุ กั ษ์และพัฒนาพน้ื ท่สี เี ขยี วในเขตพ้ืนท่ี EEC (โครงการเร่งดว่ น)
๒. โครงการพัฒนาป่าชมุ ชนเมืองเพื่อลดสภาวะโลกรอ้ น (โครงการเรง่ ด่วน)
๓. โครงการพัฒนาและเพิ่มพ้นื ทส่ี ีเขยี ว รวม ๕ โครงการ
๔. โครงการออกแบบและพฒั นาเมอื งตามผังการพฒั นาท่กี ำหนด รวม ๔ โครงการ
๕. โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นาพื้นท่เี มอื งอตุ สาหกรรมเชิงนิเวศ รวม ๔ โครงการ
๖. โครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพและการสร้างการมีสว่ นรว่ มระหวา่ งทอ้ งถ่ิน ภาคเี ครือขา่ ยและชุมชน
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ การส่งเสริมการมสี ว่ นร่วมและสร้างความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม
มาตรการ ๓.๑ สง่ เสริมการผลิต การบริการ และการบริโภคท่เี ปน็ มิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม มีตัวชวี้ ัด คอื ๑)
จำนวนแหล่งท่องเท่ียวและสถานประกอบการท่องเท่ียวท่ีได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเท่ียวไทยและ/
หรือ มาตรฐานที่เก่ียวข้องกับส่ิงแวดล้อม (เพิ่มขึ้น) ๒) จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมท่ีเข้าร่วมโครงการ
อตุ สาหกรรมสีเขียวเพิ่มขึน้ และผ่านเกณฑ์ ระดบั ๔ (เพิ่มข้นึ )
มาตรการ ๓.๒ ส่งเสริมมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพ่ือความรับผิดชอบต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม มี
ตัวช้ีวัด คือ ๑) มีการส่งเสริมทางการเงิน/การลงทุนด้านเทคโนโลยีส่ิงแวดล้อมไม่ก่อไห้เกิดผลกระทบต่อ
ส่ิงแวดล้อม และ ๒) มีระบบการกำหนดมาตรการทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม เช่น การเก็บค่าธรรมเนียม
มลพษิ การเกบ็ คา่ ท้ิงกากของเสยี และปลอ่ ยนำ้ ทง้ิ
มาตรการ ๓.๓ ส่งเสริมการเรียนรู้และการสื่อสารที่เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมของชมุ ชนและประชาชน
มตี ัวชี้วัด คือ จำนวนกิจกรรมการส่งเสริมการส่ือสารและสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมของภาค
สว่ นท่ีเก่ยี วขอ้ ง (เพิ่มขนึ้ )
ภายใต้ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ มีจำนวนโครงการ ๘ โครงการ ประกอบดว้ ย
๑. โครงการบรหิ ารจัดการสง่ิ แวดล้อมในแหลง่ ท่อเที่ยวอยา่ งยัง่ ยนื
๒. โครงการนวัตกรรมตน้ แบบแหง่ อนาคตสู่ Thailand 4.0
๓. โครงการส่งเสริมการมสี ่วนร่วมลดมลพิษทางอากาศพ้นื ทมี่ าบตาพดุ และใกลเ้ คียง
๔. โครงการรณรงค์สร้างวินัยใส่ใจการจดั การขยะจงั หวดั ระยอง
๕. โครงการลดปริมาณขยะตน้ ทางอย่างมสี ว่ นร่วมกับทุกทอ้ งถ่นิ ทอ้ งท่ใี หเ้ กิดตน้ แบบสูก่ ารขยายผล
๖. โครงการพัฒนาพื้นทอี่ ยา่ งมศี กั ยภาพเพอื่ รองรับการลงทนุ
๗. โครงการส่งเสริมการผลิตท่ีลดอัตราการเกิดก๊าซเรอื นกระจก โดยสง่ เสริมอตุ สาหกรรมคารบ์ อนตำ่
๘. โครงการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพของ SMEs สาขาภาคการผลิตในภูมิภาคและท้องถ่ินด้วย
เทคโนโลยีสะอาด
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นที่เขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวนั ออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๕
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม ภาคผนวก
ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ การบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรการ ๔.๑ ฟื้นฟูพ้ืนท่ีป่าต้นน้ำลำธาร ทรัพยากรดิน และความหลากหลายทางชีวภาพ มีตัวชี้วัด
คือ มีพื้นที่ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพของพ้ืนท่ีมากขึ้น (พื้นท่ีป่าไม้ ท้ัง พ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์และพื้นที่
ป่าเศรษฐกิจ ปา่ ชายเลน และปา่ และพน้ื ทส่ี เี ขียวในเมอื ง) เพ่ิมขนึ้ ปลี ะรอ้ ยละ ๕
มาตรการ ๔.๒ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพ่ือสร้างความม่ันคงของน้ำภาคการผลิต มีตัวชี้วัด คือ
ทรัพยากรน้ำท้ังปริมาณและคุณภาพของน้ำท่าและการเก็บกักเพียงพอต่อความต้องการทุกภาคส่วน การ
ประกาศพน้ื ท่คี ุม้ ครองสง่ิ แวดลอ้ มบรเิ วณแหล่งที่สำคญั และบริเวณปากแม่น้ำชายฝ่งั ทะเลท่เี สอื่ มโทรม
มาตรการ ๔.๓ อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง มีตัวชี้วัด คือ ชายฝั่งท่ีถูกกัดเซาะ
ได้รับการจดั การตามแนวทางและมาตรการทเี่ หมาะสม (เพมิ่ ข้ึน)
ภายใตย้ ทุ ธศาสตรท์ ่ี ๔ มีจำนวนโครงการ ๓๗ โครงการ และ ๓ โครงการเรง่ ด่วน ประกอบด้วย
๑. โครงการยกระดับมาตรฐานการท่องเท่ยี วในอุทยานแหง่ ชาติ (โครงการเรง่ ด่วน)
๒. โครงการเสริมสร้างการท่องเที่ยวทางทะเลระยองเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นระบบและย่ังยืนเพ่ือรองรับ
การพฒั นา EEC (โครงการเรง่ ด่วน)
๓. โครงการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในเขตพื้นท่ีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค
ตะวนั ออก (โครงการเร่งดว่ น)
๔. โครงการปลูก ฟนื้ ฟู และบำรงุ รักษาพนื้ ท่ีป่าไม้ รวม ๙ โครงการ
๕. โครงการก่อสร้าง อนุรักษ์พ้ืนฟู และบำรงุ รกั ษาแหล่งนำ้ รวม ๒๔ โครงการ
๖. โครงการแก้ไขปญั หาการกัดเซาะ และบรหิ ารจดั การชายฝงั่ ทะเล รวม ๔ โครงการ
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพ้ืนท่ีเขตพัฒนาพเิ ศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ ฉ - ๖
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
ตารางที่ ฉ - ๑ โครงการ/กจิ กรรมภายใต้แผนส่งิ แวดล้อมในพ้ืนทเ่ี ขตพัฒนาพเิ ศษ
ลำดบั โครงการ/กจิ กรรม หนว่ ย วงเงนิ งบประมาณประจำปี พ.ศ. (ล้านบาท) โ
ดำเนินงาน (ล้านบาท) ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๑ การจดั การคุณภาพสิง่ แวดลอ้ มที่ดี (รวม ๒๗ โครงการ/๙ โครงการเร่งด่วน)
โครงการเรง่ ดว่ น (Flagship) (๙ โครงการ)
๑.๑ โครงการกอ่ สรา้ งศนู ย์ เทศบาลเมอื ง ๑,๐๗๓.๘๐ ๑,๐๗๓.๘๐ โค
๑๔๕.๘๐ - ๑๔๕.๘๐ ศ
กำจัดขยะมลู ฝอยแบบ ฉะเชงิ เทรา ๓๕๗.๐๐ - ๓๕๗.๐๐ ฝ
จ
ผสมผสานจังหวัด
--
ฉะเชงิ เทรา (Flagship)
๑.๒ โครงการกอ่ สรา้ งศูนย์ เทศบาลเมอื ง
กำจัดมูลฝอย ฉะเชงิ เทรา
(Flagship)
๑.๓ โครงการกอ่ สรา้ งศูนย์ เทศบาลเมอื ง - - โค
- - ป
กำจดั มลู ฝอยติดเชื้อ ฉะเชงิ เทรา - - ก
๕๗๐.๐๐ - เข
เขตบริการสุขภาพท่ี ๖ ๔๒๐.๐๐ ๕๖๐.๐๐ ๖
(Flagship) โค
ระ
๑.๔ โครงการก่อสรา้ งระบบ เมอื งพัทยา ๓๐๐๐.๐๐ - ๓๐๐๐.๐๐ ฝ
๒๐๐.๐๐ บ
กำจัดขยะมลู ฝอย (เอกชนลงทุน: ห
cluster ๒ (อ.บางละมุง PPP) โค
ศ
และ อ.สัตหีบ) จงั หวัด ฝ
ท
ชลบรุ ี (Flagship) ล
๑.๕ โครงการกอ่ สร้างระบบ เมอื งพทั ยา ๒๐๐.๐๐ - โค
ระ
กำจัดขยะมลู ฝอย เกาะ ระ
รว
ลา้ น จงั หวดั ชลบุรี (F
(Flagship) โค
ป
๑.๖ โครงการกอ่ สร้างระบบ องคก์ าร ๙๖๐.๐๐ - ๓๙๐.๐๐ บ
ใน
รวบรวมและระบบ บริหารสว่ น ม
บำบดั นำ้ เสียรวมอำเภอ จังหวัดระยอง
ปลวกแดง (Flagship)
๑.๗ โครงการเพมิ่ องคก์ าร ๑๔๐๐.๐๐ - ๔๒๐.๐๐
ประสทิ ธภิ าพระบบ บรหิ ารสว่ น
บรหิ ารจดั การน้ำเสียใน จังหวัดระยอง
พน้ื ทเ่ี ขตควบคุมมลพิษ
จังหวดั ระยอง
โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ษภาคตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔ ภาคผนวก
ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ผลการดำเนินโครงการ ผลผลติ /ผลลัพธ์
โครงการ/กจิ กรรม หนว่ ย วงเงนิ
ดำเนนิ งาน (ล้านบาท)
ครงการกอ่ สร้าง เทศบาลเมอื ง ๙๘๐ อยู่ระหวา่ งการศึกษา -
ศูนย์กำจดั ขยะมลู ฉะเชงิ เทรา ความเหมาะสมและ
ฝอยแบบผสมผสาน ออกแบบรายละเอยี ด
จังหวัดฉะเชงิ เทรา
ขอยกเลิกโครงการ
ครงการเพม่ิ องค์การ ๓๒๓.๓๔ อย่รู ะหว่างจัดซ้อื จัดจา้ ง อบจ.ระยอง จัดทำโครงการฯ บรรจไุ ว้ใน
ประสทิ ธิภาพศูนย์ บริหารส่วน แผนปฏิบัติการเพอื่ การจัดการคณุ ภาพ
กำจัดมูลฝอยติดเชอ้ื จังหวัดระยอง เอกชน อย่รู ะหวา่ งการศกึ ษา ส่ิงแวดลอ้ มในระดับจงั หวดั ประจำปี
ขตบริการสุขภาพท่ี ลงทนุ ความเหมาะสมและ งบประมาณ ๒๕๖๔
๖ เมืองพทั ยา ทั้งหมด ออกแบบรายละเอยี ด
(เอกชนลงทุน:
ครงการกอ่ สรา้ ง PPP) เอกชน อยู่ระหว่างดำเนนิ การ
ะบบกำจัดขยะมลู ลงทุน (กำลงั พิจารณาร่าง
ฝอย cluster ๒ (อ. เมอื งพทั ยา ท้งั หมด สญั ญา)
บางละมุง และ อ.สตั (ใหเ้ อกชน
หีบ) จังหวดั ชลบรุ ี ดำเนนิ การ) ๓๕๐ อยู่ระหว่างตง้ั ขอ
งบประมาณในปี ๒๕๖๖
ครงการกอ่ สรา้ ง องค์การ ๙๕๘.๘
ศนู ยก์ ำจดั ขยะมลู บริหารส่วน อบจ.ระยอง จะ
ฝอยชมุ ชนดว้ ยวธิ เี ผา จังหวัดระยอง ดำเนินการในพ้ืนที่เขต
ทำลายบนพื้นทเ่ี กาะ เทศบาลตำบลบ้านฉาง
ล้านแบบครบวงจร องคก์ าร เป็นลำดับแรกและจะ
บริหารสว่ น ดำเนนิ การในพ้ืนทที่ ม.
ครงการก่อสรา้ ง จงั หวัดระยอง
ะบบรวบรวมและ
ะบบบำบดั น้ำเสยี
วมอำเภอปลวกแดง
Flagship)
ครงการเพมิ่
ประสิทธิภาพระบบ
บรหิ ารจดั การน้ำเสีย
นพืน้ ทเ่ี ขตควบคมุ
มลพิษจังหวัดระยอง
๕ - ๒๕๖๙ ฉ-๗
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
ลำดบั โครงการ/กิจกรรม หนว่ ย วงเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. (ลา้ นบาท) โ
(Flagship) ดำเนนิ งาน (ล้านบาท) ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
๑.๘ โครงการเพม่ิ เมืองพทั ยา ๑๐๙๔.๒๒ ๑๘๘.๒๒ ๑๗๖.๐๐ ๗๓๐.๐๐ - โค
ระ
ประสทิ ธิภาพระบบบา ระ
ใน
บัดเสยี เมอื งพทั ยา (ซอย ม
(พ
วดั หนองใหญ่) เท
โค
(Flagship) แ
ป
รว
เท
พ
โค
ระ
รว
เท
ฉ
โค
ป
บ
(ซ
โค
แ
ป
เค
อ
น
แ
ล
โค
ค
ส
โครงการจดั ทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพื้นท่เี ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ภาคผนวก
ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ผลการดำเนินโครงการ ผลผลติ /ผลลพั ธ์
โครงการ/กจิ กรรม หนว่ ย วงเงิน มาบตาพดุ และทน. มีระบบบำบัดนำ้ เสยี ที่สามารถรองรับการ
ดำเนนิ งาน (ล้านบาท) ระยอง ตามลำดับ บำบดั นำ้เสยี ในพ้ืนท่ไี ดไ้ มน่ อ้ ยกวา่
อยรู่ ะหวา่ งต้ังขอ ๑๕๐,๐๐๐ ลบ.ม./วนั
ครงการก่อสรา้ ง องคก์ าร ๓๘๓.๘ งบประมาณในปี ๒๕๖๖ คุณภาพสิ่งแวดลอ้ มทางนำ้ดีขึ้นไม่นอ้ ยกว่า
ะบบรวบรวมและ บริหารส่วน ๕๐๒ ร้อยละ ๒๐
ะบบบำบดั น้ำเสยี จงั หวัดระยอง ๗๓ อยู่ระหว่างการออกแบบ คดั เลอื กเอกชนแลว้ กำลังดำเนนิ การตาม
นพื้นท่ีเขตควบคมุ ๓๗๘ รายละเอยี ด สัญญา
มลพิษ จังหวัดระยอง เทศบาลเมอื ง
พ้ืนท่จี ดั การนำ้ เสยี มาบตาพดุ อยู่ระหว่างตง้ั ขอ คัดเลอื กเอกชนแลว้ กำลงั ดำเนินการตาม
ทศบาลนครระยอง) รว่ มกับ งบประมาณในปี ๒๕๖๕ สญั ญา
องคก์ ารจัดการ
ครงการปรบั ปรงุ นำ้ เสยี อยรู่ ะหวา่ งดำเนินการ
และเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพระบบ เทศบาลตำบล
วบรวมนำ้ เสยี บา้ นฉางรวม
ทศบาลเมอื งมาบตา กบั องคก์ าร
พุด จดั การน้ำเสยี
ครงการก่อสรา้ ง เมอื งพทั ยา
ะบบบำบัดและ
วบรวมน้ำเสยี
ทศบาลตำบลบา้ น
ฉาง
ครงการเพมิ่
ประสิทธิภาพระบบ
บาบัดเสยี เมอื งพทั ยา
ซอยวดั หนองใหญ่)
ครงการปรับปรุง เมอื งพทั ยา ๑๘๘ อยู่ระหว่างดำเนินการ
และเพ่มิ เมอื งพทั ยา ๑๗๕ อยู่ระหวา่ งดำเนนิ การ
ประสทิ ธิภาพ
ครอื่ งจกั รและ
อปุ กรณร์ ะบบบำบัด
น้ำเสยี พื้นทพี่ ัทยา
และนาเกลือ อ.บาง
ละมุง จ.ชลบรุ ี
ครงการปรบั ปรงุ
ครุภณั ฑ์และ
ส่งิ ก่อสร้างในระบบ
๕ - ๒๕๖๙ ฉ-๘
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม
ลำดบั โครงการ/กจิ กรรม หนว่ ย วงเงนิ งบประมาณประจำปี พ.ศ. (ล้านบาท) โ
ดำเนนิ งาน (ล้านบาท) ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
๑.๙ โครงการจดั ทำการ รว
ประเมนิ ผลกระทบเชงิ หน่วยงาน ผู้ ๖๐.๐๐ -- ๖๐.๐๐ - บ
ยุทธศาสตร์ในพ้นื ที่ ลงทุน โค
EEC (Flagship) ป
อ
รา
โค
ป
รว
บ
พ
โค
รว
บ
พ
โค
ป
เช
(S
(พ
ให
การจดั การขยะมลู ฝอยชมุ ชน และมูลฝอยตดิ เชื้อ (๔ โครงการ)
๑.๑๐ โครงการบริหารจัดการ องค์การ ๑๙๒.๐๐ ๙๖.๐๐ ๙๖.๐๐ - - โค
ขยะมลู ฝอยตกคา้ ง บริหารสว่ น จ
สะสมจงั หวดั ระยอง จังหวดั ระยอง ต
แบบบรู ณาการ ระ
ก
๑.๑๑ โครงการเพมิ่ องคก์ าร ๑๘๖.๐๐ ๙๓.๐๐ ๙๓.๐๐ - - โค
ประสิทธิภาพการ บรหิ ารสว่ น ป
โครงการจัดทำแผนสง่ิ แวดลอ้ มในพ้ืนที่เขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ภาคผนวก
ความก้าวหนา้ การดำเนนิ โครงการ ผลการดำเนินโครงการ ผลผลติ /ผลลพั ธ์
โครงการ/กิจกรรม หนว่ ย วงเงนิ อยรู่ ะหว่างจัดซื้อจัดจ้าง พื้นทมี่ หานครการบินภาคตะวนั ออกมกี าร
ดำเนินงาน (ล้านบาท) ประเมินศกั ยภาพและขดี จำกดั การรองรับ
ยงั ไมย่ นื่ ของบประมาณ การพัฒนาของพ้ืนที่มหานครการบนิ ภาค
วบรวมและ อยู่ระหว่างการศึกษา ตะวันออก ตามระยะการพฒั นาของ
ความเหมาะสมและ โครงการของมติ ติ ่างๆ ได้แก่ มิติ
บำบดั นำ้เสีย ออกแบบรายละเอยี ด สิ่งแวดลอ้ ม มติ เิ ศรษฐกจิ มิติสังคม และ
มิติเทคโนโลยี เพอ่ื การพัฒนาพน้ื ที่ EEC ที่
ครงการจา้ งที่ เมอื งพทั ยา ๑๕ มคี วามสมดุลและยั่งยนื (Sustainability
Development
ปรกึ ษาเพ่ือศึกษา
ออกแบบ
ายละเอียดสำหรบั
ครงการเพมิ่
ประสทิ ธิภาพระบบ
วบรวมและ
บำบดั นำ้เสยี พนื้ ท่ี
พทั ยาและนาเกลอื
ครงการขยายระบบ เมอื งพัทยา ๗๓๐
วบรวมและ
บำบัดนำ้เสียพ้นื ที่
พัทยาและนาเกลือ
ครงการจดั ทำการ สำนักงาน ๖๐
ประเมิน ผลกระทบ คณะกรรมการ
ชิงยุทธศาสตร์ นโยบายเขต
SEA) ในพ้ืนท่ี EEC พฒั นาพิเศษ
พื้นทพี่ ัฒนาเมอื ง ภาคตะวนั ออก
หม่ใน EEC)
ครงการบรหิ าร องค์การ ๙๔.๓๖๑ ดำเนนิ การแลว้ เสรจ็ ขยะเก่าสะสมจะถูกรอ้ื และนำไปใช้
จัดการขยะมลู ฝอย บรหิ ารสว่ น (ปี ๒๕๖๐) ประโยชนอ์ ยา่ งค้มุ ค่า โดยนำเป็นเชอ้ื เพลิง
ตกค้างสะสมจงั หวัด จงั หวดั ระยอง RDF เพอื่ ผลติ เป็นพลงั งานทดแทนตอ่ ไป
ะยองแบบบรู ณา พื้นทเ่ี ทกองขยะไดถ้ ูกนำไปกำจัดอย่าง
การ เหมาะสมตามหลกั วิชาการ ทำใหล้ ด
ผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ ม สง่ ผลให้คณุ ภาพ
ครงการเพม่ิ องค์การ ๙๓ (ปี ดำเนินการแลว้ เสร็จ ชีวติ ของชมุ ชนโดยรอบสถานทีก่ ำจดั ขยะดี
ประสิทธภิ าพการ บรหิ ารส่วน ๒๕๖๐) ข้นึ
เกาะเสมด็ มรี ะบบบรหิ ารจดั การขยะใหม่
รายวันสามารถจัดการขยะโดยไม่มีขยะ
๕ - ๒๕๖๙ ฉ-๙
สำนกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
ลำดับ โครงการ/กิจกรรม หนว่ ย วงเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. (ล้านบาท) โ
ดำเนินงาน (ล้านบาท) ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
บริหารจดั การขยะบน บ
เกาะเสม็ด จงั หวดั ระยอง ๕๐๖.๐๐ ๒๕๓.๐๐ ๒๕๓.๐๐ - - บ
๑.๑๒ โครงการกอ่ สร้างระบบ โค
หมักกา๊ ซชวี ภาพ องค์การ ๒.๐๐ ๐.๕๐ ๐.๕๐ ๐.๕๐ ๐.๕๐ ระ
บรหิ ารส่วน ช
๑.๑๓ โครงการป้องกันและ จังหวัดระยอง โค
แก้ไขปญั หามลพษิ จาก สำนักงาน แ
ขยะมลู ฝอยและ ของ ทรพั ยากรธรร จ
เสยี อนั ตราย มชาตแิ ละ ข
ส่ิงแวดลอ้ ม
จงั หวดั ระยอง
โครงการจัดทำแผนสงิ่ แวดลอ้ มในพื้นทีเ่ ขตพฒั นาพิเศษภาคตะวันออก (ระยะที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕