244 2) พื้นที่ 25 ตารางฟุต คิดพื้นที่กี่ตารางเซนติเมตร วิธีทํา 1 ฟุต = 30 เซนติเมตร 1 ตารางฟุต = 30 x30 ตารางเซนติเมตร 25 ตารางฟุต = 30 x 30 x 25 =22,500 ตารางเซนติเมตร 3) ลุงแดงแบงที่ดินใหลูกชาย 3คน โดยแบงใหลูกชายคนโตได 2 ไร ลูกชายคนกลาง 850 ตารางวา และลูกชายคนเล็กได 3,000 ตารางเมตร อยากทราบวาใครไดสวนแบงที่ดินมากที่สุด วิธีทํา คนโตได 2 ไร คิดเปน 2x 1,600 = 3,200 ตารางเมตร คนที่สองได 850 ตารางวา คิดเปน 850 x4 = 3,400 ตารางเมตร คนเล็กได 3,000 ตารางเมตร แสดงวา คนกลางไดมากที่สุด 4) พื้นที่ 5,625 ไร คิดเปนพื้นที่ กี่ตารางกิโลเมตร วิธีทํา พื้นที่ 625 ไร = 1 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ 5,625 ไร = 9 625 5,625 ตารางกิโลเมตร 5) สมเกียรติซื้อโลหะแผนชนิดหนึ่ง 3 ตารางเมตร ราคา 456 บาท สมนึกซื้อโลหะแผนชนิดเดียวกัน 4 ตารางหลา ราคา 567บาท อยากทราบวาใครซื้อไดถูกกวากัน ตารางเมตรละกี่บาท (กําหนด 1 หลา =90 เซนติเมตร) วิธีทํา 1 หลา = 90 เซนติเมตร 1 ตารางหลา = 90 x 90 ตารางเซนติเมตร 4 ตารางหลา = 90 x 90 x 4 ตารางเซนติเมตร 100 x100 ตารางเซนติเมตร = 1 ตารางเมตร ดังนั้น 90 x 90 x 4 ตารางเซนติเมตร = 3.24 100 100 90 90 4 x x x ตารางเมตร ดังนั้น สมนึกซื้อโลหะแผน ราคา 567 บาท คิดเปนราคาตารางเมตรละ 175 3.24 567 บาท สมเกียรติซื้อโลหะแผนราคา 456 บาท คิดเปนราคาตารางเมตรละ 152 3 456 บาท ดังนั้น สมเกียรติซื้อไดในราคาที่ถูกกวา
245 แบบฝกหัดที่2 1.จงเติมหนวยการวัดที่เหมาะสมลงในชองวาง 2.1 เมตร 2.2 มิลลิเมตร 2.3 กิโลเมตร 2.4 กิโลกรัม 2.5 วินาที 2.6 องศาเซลเซียส 2.7 ไร –งาน – ตารางวา 2.8 ลูกบาศกเซนติเมตรหรือ ลิตร 2.9 เซนติเมตร 2.10 กิโลกรัม แบบฝกหัดที่3 1. จงหาพื้นที่สวนที่แรเงาของรูปตอไปนี้ ตัวเลขที่เขียนกํากับดานไวถือเปนความยาวของดาน และมีหนวย เปนหนวยความยาว 1. 20 15 150 2 1 x x ตารางหนวย 2. 10 5 25 2 1 x x ตารางหนวย 2. รูปสามเหลี่ยมหนึ่งรูปมีพื้นที่ 90 ตารางเซนติเมตร มีฐานยาว 12เซนติเมตร จะมีความสูงกี่เซนติเมตร วิธีทํา 90 = x12x 2 1 สูง ความสูง = 15 12 90 2 x
246 3. สามเหลี่ยมมุมฉาก ABC มีมุม BAC เปนมุมฉาก และกําหนดความยาวของดานดังรูป จงหาความยาวของ ดาน A วิธีทํา ABC เมื่อ AB เปนฐาน พื้นที่สามเหลี่ยมคือ 6 8 24 1 2 1 x x ABC เมื่อ BC เปนฐาน พื้นที่สามเหลี่ยม คือ 10 2 2 1 x xa สมการที่ 1 = สมการที่ 2 จะได 10 24 2 1 x xa ดังนั้น a = 4.8 หนวย 4. จงหาพื้นที่ของสวนที่แรเงาของไมฉากรูปสามเหลี่ยม ซึ่งมีขนาดตามรูป (ความยาวที่กําหนดมีหนวยเปน เซนติเมตร) 30 วิธีทํา พื้นที่สามเหลี่ยมรูปนอก = 30 25 375 2 1 x x ตารางหนวย พื้นที่สามเหลี่ยมรูปใน = 24 20 240 2 1 x x ตารางหนวย ดังนั้น พื้นที่สวนที่แรเงามีพื้นที่เทากับ 375 –240 = 135 ตารางหนวย
247 แบบฝกหัดที่4 1.1 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส = ดาน x ดาน = 8 x 8 = 64 ตารางเซนติเมตร 1.2 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส = x 2 1 ผลคูณของเสนทแยงมุม = ( 12 12 ) 72 2 1 ตารางเซนติเมตร 1.3 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผา =กวาง xยาว = 4 x 7 = 28 ตารางเซนติเมตร 1.4 พื้นที่สี่เหลี่ยมดานขนาน =ฐาน x สูง = 12 x8 =96 ตารางเมตร 1.5 พื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู = 2 1 x ผลบวกดานคูขนาน x สูง = 5 11 6 48 2 1 x x ตารางเมตร 1.6 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน = x 2 1 ผลคูณของเสนทแยงมุม = 12 8 48 2 1 x x ตารางเมตร 1.7 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมรูปวาว= x 2 1 ผลคูณของเสนทแยงมุม = 8 10 40 2 1 x x ตารางเมตร 1.8 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมรูปวาว= x 2 1 ผลคูณของเสนทแยงมุม = 7 12 42 2 1 x x ตารางเมตร 1.9 พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมใดๆ = x 2 1 เสนทแยงมุม xผลบวกของเสนกิ่ง = 10 5 7 60 2 1 x x ตารางเมตร 2. จงหาพื้นที่สวนที่แรงเงา ตัวเลขที่เขียนกํากับไวถือวาเปนความยาวของดานและมีหนวยความยาวเปนเมตร วิธีทํา พื้นที่สามเหลี่ยมรูปเล็ก = 4 4 8 2 1 x x ตารางเมตร พื้นที่สามเหลี่ยมรูปใหญ = 8 6 24 2 1 x x ตารางเมตร จะเห็นวาพื้นที่สวนที่แรเงามีพื้นที่เทากับ 24 –8 = 16 ตารางเมตร
248 วิธีทํา พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปใหญ = 50x40 2,000ตารางเมตร พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปเล็ก = 44x34 1,496ตารางเมตร จะเห็นวาพื้นที่สวนที่แรเงามีพื้นที่เทากับ 2,000 –1,496 = 504 ตารางเมตร แบบฝกหัดที่5 1. จงหาพื้นที่สวนที่แรเงา ตัวเลขที่เขียนกํากับดานมีหนวยเปนเซนติเมตร และจุด O, Q แทนจุดศูนยกลาง ของวงกลม 1.1 วิธีทํา พื้นที่สามเหลี่ยม รูป 1 = 8 3 12 2 1 x x พื้นที่สี่เหลี่ยม รูป 2 = 10 8 40 2 1 x x ดังนั้น พื้นที่ที่แรเงาทั้งหมด = 12 + 40 = 52 ตารางหนวย
249 1.2 วิธีทํา พื้นที่วงกลม = 3.5 3.5 7 22 x x พื้นที่ที่แรเงาทั้งหมด = 38.5 ตารางหนวย 1.3 วิธีทํา พื้นที่วงกลม = 7 7 154 7 22 x x พื้นที่สี่เหลี่ยม = 14 x 14 = 196 พื้นที่ที่แรเงาทั้งหมด = 196 –154 = 42 ตารางหนวย
250 1.4 วิธีทํา พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 1 = 1 x 6 = 6 พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 2 = 2 x 1 = 2 พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 3 = 1 x 6 = 6 ดังนั้นพื้นที่แรเงาทั้งหมด = 6+2+6 = 14 ตารางหนวย 1.5 วิธีทํา พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปที่ 1 = 4 x 5 = 20 พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 2 = 4 3 6 2 1 x x ดังนั้น พื้นที่ทั้งหมด = 20 + 6 = 26 ตารางหนวย 1.6 วิธีทํา พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 1 = พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 2 พื้นที่สามเหลี่ยมรูปที่ 1และรูปที่ 2 = 3 2 2 6 2 1 x x x พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปที่ 3 = 5 x 3 = 15 ดังนั้นพื้นที่สี่เหลี่ยมทั้งหมด = 6 + 15 = 21 ตารางหนวย 1 1 6 2.5 2.5 2
251 แบบฝกหัดที่6 1. แผนผังบานหลังหนึ่งมีลักษณะและขนาดดังรูป ถาบริเวณที่แรเงาตองการเทปูนซีเมนต โดยเสียคาใชจาย ตารางเมตรละ 250 บาท จะตองเสียคาใชจายทั้งหมดกี่บาท กําหนดความยาวมีหนวยเปนเซนติเมตร วิธีทํา พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปที่ 1 = 1 x 2 = 2 ตารางเมตร พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปที่ 2 = 1 x 3 = 3 ตารางเมตร พื้นที่สี่เหลี่ยมรูปที่ 3 = 1.5 x 2 = 3 ตารางเมตร ดังนั้นพื้นที่สวนที่แรเงา = 2+3+3 = 8 ตารางเมตร ตองการเทปูนซีเมนตโดยเสียคาใชจายตารางเมตรละ 250 บาท จะตองเสียคาใชจายทั้งหมด = 250 x 8 = 2,000 บาท 2. ตองการตัดเสื้อตัวหนึ่งมีลักษณะดังรูป จะตองใชผากี่ตารางเมตร (ไมคิดตะเข็บ) ความยาวที่กําหนดมี หนวยเปนเซนติเมตร
252 วิธีทํา พื้นที่สี่เหลี่ยมสวนแขนเสื้อ สวนที่ 1= ( 2 1 x (0.2+0.3) x 0.15) = 0.0375 ตารางเมตร พื้นที่สี่เหลี่ยมสวนแขนเสื้อ สวนที่ 2= ( 2 1 x (0.2+0.3) x 0.15) = 0.0375 ตารางเมตร พื้นที่สี่เหลี่ยมสวนที่เปนลําตัว = 0.4 x 0.4 = 0.16ตารางเมตร พื้นที่ทั้งหมด คือ 0.0375 + 0.0375 + 0.16 = 0.235 จะตองใชผา 2 ชิ้น จะตองใชผาทั้งหมด 0.235 x 2 = 0.47 ตารางเมตร แบบฝกหัดที่7 1. จงคาดคะเนเวลาหรือชวงเวลาใหเหมาะสมกับสถานการณตอไปนี้ 1.1 5.00 นาฬิกา 1.2 12.00 นาฬิกา 1.3 หนาว , ธันวาคม 2. จงวงกลมลอมรอบขอที่เหมาะสมที่สุด สําหรับใชหนวยในการคาดคะเน ระยะทาง น้ําหนัก หรือ ขนาดของสิ่งตอไปนี้ 2.1 ข 2.2 ข 2.3 ก 2.4 2.4.1 ค 2.4.2 ก 2.4.3 ข 2.4.4 ข 2.5 2.5.1 ข 2.5.2 ก 3. ทางหลวงสายพหลโยธินกรุงเทพฯ-แมสาย ยาว 952 กิโลเมตร รถประจําทางปรับอากาศวิ่งบนทางหลวง สายนี้ตลอดเสนทางดวยอัตราเร็ว 80-100 กิโลเมตรตอชั่วโมง 3.1 10 –12 ชั่วโมง 3.2 4.00 –6.00 3.3 24.00 –2.00
253 4. ลิฟตของโรงแรมแหงหนึ่งบรรทุกผูโดยสายไดเที่ยวละไมเกิน 10 คน (600 กิโลกรัม) บางครั้งมี ผูโดยสารเขาลิฟตเพียง 8 คน ลิฟตจะมีเสียงเตือน บางครั้งมีผูโดยสาร 12 คน ลิฟตไมมีเสียงเตือนยังใชงาน ไดเปนเพราะเหตุใด จงอธิบาย ตอบ ถาน้ําหนักของคน 8 คน รวมกันเกิน 600 กิโลกรัม ถาน้ําหนักของคน 12 คน รวมกันไมเกิน 600 กิโลกรัม 5. ทางหลวงสายเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-บานคลองพราน จังหวัดนราธิวาส) 1,352กิโลเมตร ทางหลวงสาย มิตรภาพ (กรุงเทพฯ-จังหวัดหนองคาย) 508 กิโลเมตร ทางหลวงสายสุขุมวิท (กรุงเทพฯ-จังหวัดตราด) 400 กิโลเมตร 5.1 ระยะทาง 1,352 + 508 = 1,860 กิโลเมตร ใชอัตราเร็ว 90 –100 กิโลเมตร ตอชั่วโมง จะใชเวลาประมาณ 19 –22 ชั่วโมง 5.2 ใชเวลา 13.52 100 1,352 ชั่วโมง จะถึงนราธิวาสเมื่อเวลาประมาณ ตี 2 5.3 ใชเวลา 5 80 400 ชั่วโมง 5.4 ทางหลวงเพชรเกษม ประมาณ 1,400 กิโลเมตร ทางหลวงมิตรภาพ ประมาณ 500 กิโลเมตร ทางหลวงสุขุมวิท ประมาณ 400 กิโลเมตร
254 เฉลย บทที่ 6 พื้นที่ผิวและปริมาตร แบบฝกหัดที่ 1 1. จงหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของปริซึมตอไปนี้ วิธีทํา ปริมาตร = พื้นที่ฐาน x สูง = 8 3 5 2 1 x x x = 60 ลูกบาศกเซนติเมตร วิธีทํา ปริมาตร = พื้นที่ฐาน x สูง = 12 2 4 2 1 x x x = 48 ลูกบาศกเซนติเมตร แบบฝกหัดที่ 2 1. จงหาปริมาตร และพื้นที่ผิวทั้งหมดของทรงกระบอกสูง 10 เซนติเมตร มีเสนผานศูนยกลาง 14 เซนติเมตร วิธีทํา ปริมาตร = ¶ 2 r h = 7 7 10 1,540 7 22 x x x ลูกบาศกเซนติเมตร พื้นที่ฐาน = ¶ 2 r = 7 7 154 7 22 x x ตารางเซนติเมตร พื้นที่ผิวขาง = 2¶rh = 7 10 440 7 22 2x x x ตารางเซนติเมตร ดังนั้นพื้นที่ผิวทั้งหมด คือ 440 + (154 x 2) = 748 ตารางเซนติเมตร
255 2. จงหาปริมาตรของทรงกระบอกใบหนึ่งที่มีรัศมีของฐาน 3.5 นิ้ว และสูง 5 นิ้ว วิธีทํา ปริมาตร = ¶ 2 r h = 3.5 3.5 5 192.5 7 22 x x x ลูกบาศกนิ้ว 3. จงหาปริมาตรและพื้นที่ผิวทั้งหมดของถังเก็บน้ํารูปทรงกระบอกใบหนึ่งที่มีรัศมีที่ฐาน 3 เมตร สูง 4 เมตร 90 เซนติเมตร วิธีทํา ปริมาตร = ¶ 2 r h = 3 3 4.9 138.6 7 22 x x x ลูกบาศกเมตร พื้นที่ผิวขาง = 2¶rh = 3 4.9 92.4 7 22 2x x x ตารางเมตร พื้นที่ฐานทั้ง 2 ขาง = 2 x (3.14)x 3x 3 = 56.52 ตารางเมตร ดังนั้นพื้นที่ผิวทั้งหมด = 92.4 + 56.52 = 148.92 ตารางเมตร แบบฝกหัดที่ 3 1. จงหาปริมาตรและพื้นที่ผิวทั้งหมดของพีระมิดที่สูง 6 เซนติเมตร ฐานเปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวดานละ 16 เซนติเมตร วิธีทํา หาสูงเอียง จากสูตร 2 2 2 c a b 2 2 2 c 8 6 C = 10 พื้นที่ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส = 16 x 16 = 256 ตารางเซนติเมตร ปริมาตรพีระมิด = x 3 1 พื้นที่ฐาน x สูง = 256 6 3 1 x x = 512 ตารางเซนติเมตร พื้นที่ผิวเอียง = 4 16 10 2 1 x x x = 320 ตารางเซนติเมตร ดังนั้นพื้นที่ผิวทั้งหมด = 256 + 320 = 576 ตารางเซนติเมตร
256 2. จงหาพื้นที่ผิวเอียงของพีระมิดฐานรูปหกเหลี่ยมดานเทา มุมเทา ยาวดานละ 4 เซนติเมตร สูงเอียง 7.5 เซนติเมตร วิธีทําพื้นที่ผิวเอียง = x 2 1 ความยาวรอบฐาน x สูงเอียง = x 2 1 (4 x 6) x 7.5 = 2 x 6 x 7.5 = 90 ตารางเซนติเมตร แบบฝกหัดที่ 4 1. จงหาปริมาตร และพื้นที่ผิวทั้งหมดของกรวยกลมที่สูง 24 เซนติเมตร มีเสนผานศูนยกลาง 14 เซนติเมตร วิธีทํา ปริมาตร = 3 1 ¶ 2 r h = 7 7 24 7 22 3 1 x x x x = 1,232 ลูกบาศกเซนติเมตร สูงเอียง = 2 2 2 A 24 7 = 625 A = 25 พื้นที่ฐาน = ¶ 2 r = 7 7 154 7 22 x x ตารางเซนติเมตร พื้นที่ผิวเอียง = ¶rl = 7 25 550 7 22 x x ตารางเซนติเมตร ดังนั้นพื้นที่ผิวทั้งหมด = 154 + 550 = 704 ตารางเซนติเมตร 2. จงหาปริมาตรและพื้นที่ผิวทั้งหมดของกรวยกลมที่สูงเอียง 5 เซนติเมตร มีเสนผานศูนยกลาง 8 เซนติเมตร (ตอบในรูป ) วิธีทํา หาสูงตรง 2 2 2 c a b 2 2 2 a 5 4 a = 3 ปริมาตร = 3 1 ¶ 2 r h = 3 1 ¶ 4 3 2 x = 16 ¶ลูกบาศกเซนติเมตร
257 พื้นที่ผิวเอียง = ¶rl = ¶(4)(5) = 20 ¶ตารางเซนติเมตร พื้นที่ฐาน = ¶ 2 r = ¶ 2 4 = 16 ¶ตารางเซนติเมตร พื้นที่ผิวทั้งหมด = 20 ¶+ 16¶ = 36¶ตารางเซนติเมตร 3. จงหาปริมาตรจรวดทรงกระบอกมีปลายเปนกรวย มีเสนผานศูนยกลาง 14 เซนติเมตร ความยาว ทรงกระบอก 30 เซนติเมตร ความสูงยอดกรวย 12 เซนติเมตร วิธีทํา ปริมาตรทรงกระบอก = ¶ 2 r h = 7 7 30 7 22 x x x = 4,620 ลูกบาศกเซนติเมตร ปริมาตรทรงกรวย = 3 1 ¶ 2 r h = 7 7 12 7 22 3 1 x x x x = 616 ลูกบาศกเซนติเมตร ปริมาตรทั้งหมด = 4,620 + 616 = 5,236 ลูกบาศกเซนติเมตร แบบฝกหัดที่ 5 1. จงหาปริมาตรและพื้นที่ผิวของทรงกลมซึ่งมีเสนผานศูนยกลาง 14 เซนติเมตร วิธีทํา ปริมาตรทรงกลม = 3 4 ¶ 3 r = 7 7 7 7 22 3 4 = 1,437.3 ลูกบาศกเซนติเมตร พื้นที่ผิวทรงกลม = 4¶ 2 r = 4 x 7 7 7 22 x x = 616 ตารางเซนติเมตร 2. ทรงกลมมีปริมาตร 38,808 ลูกบาศกเซนติเมตร จงหารัศมีและพื้นที่ผิว
258 วิธีทํา ปริมาตรทรงกลม = 3 4 ¶ 3 r 38,808 = 3 7 22 3 4 x xr 3 r = 4 22 38,808 3 7 r = 21 เซนติเมตร พื้นที่ผิวทรงกลม = 4¶ 2 r = 21 21 7 22 4x x x = 5,544 ตารางเซนติเมตร 3. ทรงกลมมีพื้นที่ผิว 616 ตารางนิ้ว จงหาปริมาตรของทรงกลม วิธีทํา พื้นที่ผิวทรงกลม = 4¶ 2 r 616 = 2 7 22 4 r 2 r = 616 22 7 4 1 r = 7 เซนติเมตร ปริมาตรทรงกลม = 3 4 ¶ 3 r = 7 7 7 7 22 3 4 = 1,437.33 ลูกบาศกเซนติเมตร 4. โลหะกลมลูกหนึ่ง รัศมีภายนอก 21 เซนติเมตร รัศมีภายใน 7 เซนติเมตร จงหาปริมาตรเนื้อโลหะ วิธีทํา ปริมาตรทรงกลมรูปนอก = 3 4 ¶ 3 r = 21 21 21 7 22 3 4 = 38,808 ลูกบาศกเซนติเมตร ปริมาตรทรงกลมรูปใน = 3 4 ¶r3 = 7 7 7 7 22 3 4 = 1,437.33 ลูกบาศกเซนติเมตร ดังนั้นปริมาตรเนื้อโลหะ = 38,808 - 1,437.33 = 37,370.67
259 แบบฝกหัดที่ 6 1. สระแหงหนึ่งเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผากนสระกวาง 5 วา ลึก 3 เมตร ยาว 15 เมตร ถาใชเครื่องสูบน้ําออกจาก สระไดนาทีละ 9,000 ลิตร จะตองใชเวลาสูบน้ําเทาไร วิธีทํา ปริมาตรสระน้ํา = กวาง x ยาว x ลึก = 10 x 15 x 3 ลูกบาศกเมตร = 450 ลูกบาศกเมตร 1 ลูกบาศกเมตร = 1,000,000 ลูกบาศกเซนติเมตร = 450 x 1,000,000 = 450,000,000 ลูกบาศกเซนติเมตร 1 ลิตร = 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร = 450,000 1,000 450,000,000 ลิตร สูบน้ําออกจากสระไดนาทีละ = 9,000 ลิตร ตองใชเวลาสูบน้ํา = 50 9,000 450,000 นาที 2. อางเลี้ยงปลาทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากกวาง 90 เซนติเมตร ยาว 1.2 เมตร จุน้ํา 540 ลิตร ตองการปูกระเบื้อง ภายในอางดวยแผนกระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวดานละ 10 เซนติเมตร ตองใชกระเบื้องอยางนอยที่สุด เทาไร วิธีทํา อางเลี้ยงปลาจุน้ํา 540 ลิตร คิดเปน 540 x 1,000 = 540,000 ลูกบาศกเซนติเมตร หาความลึกอางเลี้ยงปลาจาก 540,000 = 90 x 120 x ลึก ความลึก = 50 90 120 540,000 เซนติเมตร หาพื้นที่อางเลี้ยงปลาดานที่ 1 = 50 x 90 = 4,500 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่อางเลี้ยงปลาดานที่ 2 = 50 x 90 = 4,500 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่อางเลี้ยงปลาดานที่ 3 = 50 x 120 = 6,000 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่อางเลี้ยงปลาดานที่ 4 = 50 x 120 = 6,000 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่อางเลี้ยงปลาดานที่ 5 = 90 x 120 = 10,800 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่อางเลี้ยงปลาดานที่ 6 = 90 x 120 = 10,800 ตารางเซนติเมตร ดังนั้นพื้นที่อางเลี้ยงปลาทั้งหมด = 4,500 +4,500 +6,000 +6,000 + 10,800 +10,800= 42,600 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่กระเบื้อง = 10 x 10 = 100 ตารางเซนติเมตร ดังนั้นตองใชกระเบื้อง = 426 100 42,600 แผน
260 3. น้ํายาบวนปากขวดหนึ่งปริมาตรสุทธิ 700 มิลลิลิตร ใชอมปวนปากครั้งละ 10 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้ง จะ ใชไดกี่วัน วิธีทํา น้ํายาบวนปากขวดหนึ่งปริมาตรสุทธิ 700 มิลลิลิตร ใชน้ํายาบวนปาก ครั้งละ 10 มิลลิลิตร วันละ 2ครั้ง = 10x 2 = 20 มิลลิลิตร จะใชไดทั้งหมด = 35 20 700 วัน 4. ถังน้ําทรงลูกบาศกยาวดานละ 2 เมตร จุน้ําไดกี่ลิตร วิธีทํา ถังน้ําทรงลูกบาศก มีความจุ = 2 x 2 x 2 = 8 ลูกบาศกเมตร คิดเปน = 8 x 1,000,000 = 8,000,000 ลูกบาศกเซนติเมตร จุน้ําได = 1,000 8,000,000 = 8,000 ลิตร 5. ถังทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากวัดภายในกวาง 90 เซนติเมตรยาว1.50 เซนติเมตร สูง 1.20 เมตร บรรจุน้ําเต็มถัง ถาตองการตวงน้ํามันจากถังใสแกลอนซึ่งมีความจุ 4.5 ลิตร จะไดน้ําทั้งหมดกี่แกลอน วิธีทํา ถังทรงสี่เหลี่ยมมีปริมาตร = 90 x 150 x 120 = 1,620,000 ลูกบาศกเซนติเมตร สามารถจุน้ําได = 1,000 1,620,000 = 1,620 ลิตร และแกลอน 1 ใบสามารถจุน้ําได = 4.5 ลิตร ดังนั้น น้ํา 1,620 ลิตร สามารถจุได = 360 4.5 1,620 แกลอน
261 แบบฝกหัดที่ 7 1. ถังเก็บน้ํามันของปมแหงหนึ่งเปนรูปทรงกลม มีเสนผานศูนยกลาง 7 เมตร ตองการทาสีครึ่งทรงกลมบน โดย เสียคาทาสีตารางเมตรละ 40 บาท ตองเสียคาทาสีกี่บาท วิธีทํา พื้นที่ผิวทรงกลม = 4¶ 2 r พื้นที่ผิวครึ่งทรงกลม = x 2 1 4¶ 2 r = 3.5 3.5 7 22 4 2 1 = 77 ตารางเมตร เสียคาทาสีตารางเมตรละ = 40 บาท จะเสียคาทาสี = 77 x 40 = 3,080 บาท 2. หินออนทรงลูกบาศกมีขนาดดานละ 2.1 เมตร ถาตองการกลึงใหเปนรูปทรงกลมใหมีขนาดเสนผาน ศูนยกลางเทากับความยาวของดานลูกบาศก จะหาวาจะตองกลึงหินออกไปปริมาตรเทาใด วิธีทํา ปริมาตรลูกบาศก = ดาน3 = 2.1 x 2.1 x 2.1 = 9.261 ลูกบาศกเมตร ปริมาตรทรงกลม = 3 4 ¶ 3 r = 2 2.1 2 2.1 2 2.1 7 22 3 4 = 4.851 ลูกบาศกเมตร จะตองกลึงออก = 9.261 –4.851 = 4.41 ลูกบาศกเมตร
262 3. นําแทงตะกั่วทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากกวาง 8 นิ้ว ยาว 11 นิ้ว หนา 5 นิ้ว ไปหลอมเปนลูกปนทรงกลมขนาด รัศมี 1 นิ้ว จะหลอมไดกี่ลูก วิธีทํา ปริมาตรของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก = 8 x 11 x 5 = 440 ลูกบาศกนิ้ว ปริมาตรลูกปนทรงกลม 1ลูก = 3 4 ¶ 3 r = 3 1 7 22 3 4 = 21 88 ลูกบาศกนิ้ว จํานวนลูกปนที่ได = 440 21 88 = 440 88 21 = 105 ลูก
263 เฉลยบทที่ 7 คูอันดับและกราฟ แบบฝกหัดที่ 1 1. จงเขียนคูอันดับจากแผนภาพที่กําหนดใหตอไปนี้ 1.1 (1,-1), (2,-2), (3,-3), (4,-4) 1.2 (1,c), (2,b), (3,a) , (4,d) 1.3 (1,0), (2,-1), (3,-2), (4,-3),(5,-4) 2. จงหาคา xและ y จากเงื่อนไขที่กําหนดใหในแตละขอตอไปนี้ 2.1 x = 4 , y = 3 2.2 x = y , y = 2 2.3 x = 6 , y = 0 2.4 x = 4 , y = 4 แบบฝกหัดที่ 2 1.1 A = ( 1,3) B= (-1,2) C= (-4, -2) D=(1,-1) 1.2 A = ( 0,2) B= (-3,1) C= (4, 0) D=(3,-4)
264 2.1
265 แบบฝกหัดที่ 3 กราฟขางลางแสดงการเดินทางของอนุวัฒนและอนุพันธ 3.1 2 ชั่วโมง 3.2 3 ชั่วโมง 3.3 320 กิโลเมตร 3.4 2 ชั่วโมง 3.5 160 กิโลเมตร 2.2
266 เฉลย บทที่ 8 ความสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ แบบฝกหัดที่ 1 1. จงบอกชนิดของรูปเรขาคณิตสามมิติที่มีรูปคลี่ดังตอไปนี้ 1. พีระมิดฐานสามเหลี่ยม 2. ปริซึมสี่เหลี่ยม หรือทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก 3. พีระมินฐานหกเหลี่ยม 4. ปริซึมหาเหลี่ยม 2. จงเขียนรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติในแตละขอตอไปนี้
267
268 แบบฝกหัดที่ 2
269 แบบฝกหัดที่ 3 จงจับคูภาพดานหนา ดานขาง และดานบน ในแตละขอตอไปนี้กับรูปเรขาคณิตสามมิติที่กําหนดให ทางขวามือ โดยเลือกตัวอักษรที่กํากับไวในรูปเรขาคณิตสามมิติ เขียนเติมลงในชองวางบนขวาของแตละ ขอ
270
271 2. จงเขียนภาพดานหนา ดานขาง และดานบนของรูปเรขาคณิตสามมิติตอไปนี้ พรอมทั้งเขียนจํานวน ลูกบาศกกํากับไวในตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัส
272 เฉลย บทที่ 9 สถิติ แบบฝกหัดที่ 1 ขอที่ ขอความ ขอมูลสถิติ เปน ไมเปน 1 แดงสูง 163 เซนติเมตร 2 นางสาวิภาวีมีสวนสัดเปน 35-24-36 3 น้ําหนักของนักเรียนทุกคนที่เรียนชุดการเรียนทางไกล 4 อุณหภูมิที่จังหวัดปทุมธานีวันนี้วัดได 25 องศาเซลเซียส 5 สมศรีไดคะแนน 15 คะแนน 6 ในการโยนเหรียญ 10 ครั้ง เกิดหัว 6 ครั้ง เกิดกอย 4 ครั้ง ได อัตราสวนที่จะเกิดหัว 10 6 7 อาจารยศุภราเงินเดือน 23,000 บาท 8 ความสูงเฉลี่ยของประชาชนที่เปนชาย 162เซนติเมตร 9 คน 6 คน เปนชาย 4 คน เปนหญิง 2 คน ที่อยูในบานวิชัย 10 จํานวนคดีอาชญากรรมในป 2551 ซึ่งรวบรวมมาจากบันทึกคดี อาชญากรรมแตละวันในแตละสถานีตํารวจ 2.ใหผูเรียนพิจารณาขอมูลในแตละขอตอไปนี้ แลวเขียนเครื่องหมาย ลงในชองที่ตรงกับ ความคิดเห็น ขอที่ ขอความ ขอมูลสถิติ ขอมูล คุณภาพ ขอมูล ปริมาณ 1 สถิติคนไขแยกตามเชื้อโรคของโรงพยาบาลแหงหนึ่ง 2 จํานวนครั้งของการโทรศัพททางไกลจากแตละเครื่องใน สํานักงาน 10 เครื่อง ในวันหนึ่ง 3 ผูจัดการถูกสัมภาษณถึงจํานวนเปอรเซ็นตของเวลาทํางานที่ใชใน การประชุม 4 เครื่องสําอางโดยเฉพาะสีของสีทาปาก ซึ่งแตละบริษัทใน 10 บริษัท ไดระบุวามียอดขายมากที่สุด
273 3. ใหผูเรียนพิจารณาขอความตอไปนี้ แลวเติมคําตอบลงในชองวางตามความคิดเห็นของผูเรียนวาเปนขอมูล ปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิ 3.1 ทุติยภูมิ 3.2 ปฐมภูมิ 3.3 ทุติยภูมิ 3.4 ปฐมภูมิ 3.5 ทุติยภูมิ แบบฝกหัดที่ 2 1. แผนภูมิรูปวงกลมแสดงรายไดของหางสรรพสินคาแหงหนึ่งโดยเฉลี่ยตอวัน จําแนกตามแผนกตางๆ 1.1 นอยกวา 0.86 % 1.2 รายไดจากแผนกเครื่องสําอางนอยที่สุด คิดเปน 12.87%ของรายไดจากแผนกที่รายไดมากที่สุด 1.3 51.43% 1.4 แผนกเครื่องเขียนแบบเรียน คิดเปน 20.11% ของรายไดทั้งหมด
274 2. จากการสอบถามงบประมาณที่แตละกลุมสาระการเรียนรูไดมาจากการจัดสรรงบประมาณของทาง โรงเรียน เปนดังนี้ กลุมสาระการเรียนรู งบประมาณ (บาท) จํานวนเปอรเซ็นต ขนาดของมุมที่จุดศูนยกลาง ของรูปวงกลม (องศา) คณิตศาสตร 35,000 100 10.29 340,000 35,000 360 37.06 340,000 35,000 วิทยาศาสตร 100,000 29.41 105.88 ภาษาตางประเทศ 48,000 14.12 50.82 ภาษาไทย 34,500 10.15 36.53 ศิลปะ 18,500 5.44 19.59 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40,500 11.91 42.83 สุขศึกษาและพลศึกษา 29,500 8.68 31.24 สังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม 34,000 10.00 36.0 3. จงเขียนแผนภูมิรูปวงกลมโดยใชจํานวนเปอรเซ็นตและขนาดของมุมที่จุดศูนยกลางของรูปวงกลมที่ คํานวณไดจากตารางขางตน
275 4. ใหผูเรียนพิจารณากราฟเสนตอไปนี้ 4.1 พ.ศ. 2529 , พ.ศ. 2531 , พ.ศ. 2533 4.2 พ.ศ. 2529 แตกตางกันประมาณ 28,000 ลูกบาศกเมตร 4.3 ปริมาณไมสักและไมประดูที่ผลิต จะลดลงเรื่อยๆ แตปริมาณไมประดูจะมีการเปลี่ยนแปลงมากกวา 4.4 ไมสักผลิตได 100 76.47% 34,000 26,000 ของไมประดู 4.5 ปที่ผลิตไดมากที่สุด คือ พ.ศ. 2530 คือ 52,000 ลูกบาศกเมตร ปที่ผลิตไดนอยสุด คือ พ.ศ. 2533 คือ 5,000 ลูกบาศกเมตร ดังนั้น ทั้งสองปนี้ตางกันอยู 52,000 –5,000 = 47,000 ลูกบาศกเมตร
276 5. ตารางแสดงรายรับ –รายจายของนาย ก ในรอบ 6เดือนแรกของป พ.ศ. 2546เปนดังนี้ จากตารางนําเสนอขอมูลดวยกราฟเสนไดดังนี้ แบบฝกหัดที่ 3 1. จากขอมูล 2, 6,1, 5, 13, 6, 16 จงหาคาเฉลี่ยเลขคณิต ฐานนิยม และมัธยฐาน คาเฉลี่ยเลขคณิต = 7 มัธยฐาน = 4 ฐานนิยม = 6 2. จากขอมูล 24, 16,18, 36, 7, 28, 6, 36, 12 จงหาคาเฉลี่ยเลขคณิต ฐานนิยม และมัธยฐาน คาเฉลี่ยเลขคณิต = 20.33 มัธยฐาน = 18 ฐานนิยม = 36 3. จากขอมูล 10.1, 13.8, 15.6, 4.5, 18.6, 8.4 จงหาคาเฉลี่ยเลขคณิต ฐานนิยม และมัธยฐาน คาเฉลี่ยเลขคณิต = 11.83 มัธยฐาน = 11.95 ฐานนิยม = -
277 แบบฝกหัดที่ 4 1. จากตารางใหนักเรียนหาความถี่สะสม โดยเติมลงในชองความถี่สะสม มัธยฐาน = 45 ฐานนิยม = 45 คาเฉลี่ยเลขคณิต คือ 44.72 2. 2,236 50 = 44.72 คาเฉลี่ยเลขคณิต คือ 44.72 168 301 440 675 276 376 2,236
278 3. ตอไปนี้เปนตารางแจกแจงความถี่ของน้ําหนัก (หนวยเปนกิโลกรัม) ของนักเรียน 60 คน หาความถี่สะสมไดดังนี้ 2) ฐานนิยมของน้ําหนักอยูในชวงใด ตอบ 40 -44 3) โดยสวนใหญนักเรียนหนักอยูในชวงใด ตอบ 40 -44 4).ถาเรียงน้ําหนักนอยที่สุดไปยังน้ําหนักมากที่สุด จงหาตําแหนงของมัธยฐาน ตอบ มัธยฐานอยูระหวางน้ําหนักของคนที่ 30 และ 31 5) นักเรียนคิดวามัธยฐานของน้ําหนักอยูในชวงใด ตอบ 40 -44
279 6) หาคาเฉลี่ยเลขคณิต ใหนักเรียนเติมคาตางๆ ลงในชองวางใหสมบูรณ
280
281 เฉลย บทที่ 10 ความนาจะเปน แบบฝกหัดที่ 1 1. ใหผูเรียนพิจารณาการทดลองสุมตอไปนี้วาผลจากการทดลองสุมอาจเปนอยางไรบาง 1.1 อาจได หัว หรือ กอย 1.2 อาจไดหัวทั้ง 2 เหรียญ หรือได หัว และกอย หรืออาจไดกอยทั้งสองเหรียญ 1.3 อาจไดลูกปงปองสีเหลืองสองลูก หรือสีเหลือง 1 ลูกและสีแดง 1 ลูก 2.จงเขียนผลที่อาจจะเกิดขึ้นไดทั้งหมดจากการหมุนแปนวงกลมที่มีหมายเลข 1 และ2 แลวมาโยน เหรียญบาท 1 อัน ตอบ H,1 H,2 T,1 T, 2 3. จงเขียนผลทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นไดจากการหยิบสลาก 1 ใบ จากสลากที่เขียนหมายเลขตั้งแต 10 ถึง 20 ไว ตอบ 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20 แบบฝกหัดที่ 2 1. ทอดลูกเตา 1 ลูก 1 ครั้ง 1.1 1, 2, 3, 4, 5,6 1.2 1, 2, 3, 4, 5 1.3 3, 6 2. ทอดลูกเตา 2 ลูกพรอมกัน 1 ครั้ง 2.1 {(1,1),(1,2),(1,3),(1,4),(1,5),(1,6), (2,1),(2,2),(2,3),(2,4),(2,5),(2,6), (3,1),(3,2),(3,3),(3,4),(3,5),(3,6), (4,1),(4,2),(4,3),(4,4),(4,5),(4,6), (5,1),(5,2),(5,3),(5,4),(5,5),(5,6), (6,1),(6,2),(6,3),(6,4),(6,5),(6,6)} 2.2 (2,6), (3,5), (4,4), (5,3) (6,2) 2.3 (4,6), (5,5), (5,6), (6,4),(6,5),(6,6) 2.4 (1,1),(1,2), (2,1)
282 2.5 (1,1), (1,3),(1,5),(2,1),(2,2),(2,4),(2,6), (3,1),(3,3),(3,5),(4,2),(4,4),(4,6), (5,1),(5,3),(5,5),(6,2),(6,4),(6,6) 2.6 ไมมี หรือ เปนเหตุการณที่เปนไปไมได 3. จากการสอบถามถึงปกรายงานที่ผูเรียนชอบ 2 สี ในจํานวน 5 สี คือ สีขาว สีฟา สีชมพู สีเขียวและสี เหลือง 3.1 (สีขาว,สีฟา), (สีขาว,สีชมพู), (สีขาว,สีเขียว), (สีขาว,สีเหลือง), (สีฟา,สีชมพู), (สีฟา, สีเขียว), (สีฟา,สีเหลือง), (สีชมพู,สีเขียว), (สีชมพู,สีเหลือง), (สีเขียว,สีเหลือง) 3.2 (สีขาว,สีฟา), (สีขาว,สีชมพู), (สีฟา,สีชมพู), (สีฟา,สีเขียว), (สีฟา,สีเหลือง), (สีชมพู. สีเขียว), (สีชมพู,สีเหลือง) แบบฝกหัดที่ 3 1 10 5 2. 6 1 3. 7 5 4. 52 1 5. 52 26 6. 36 6 7. ไมมี 8. 100 ใบ 9. 2 1 10. 6 3 แบบฝกหัดที่ 4 จากโจทยตอไปนี้ใหนักเรียนตอบวาใครไดเปรียบ 1. ใหนักเรียนทําลูกบาศกหนึ่งลูกแลวเขียนเลข 1 ที่หนาหนึ่งของลูกบาศก เขียนเลข 2 ที่หนาอีกสองหนา สวนอีกสามหนาที่เหลือเขียน 3 ใชกติกาตอไปนี้ตัดสินการแพ ชนะ เสมอในการโยนลูกบาศกที่ทําขึ้นนี้ คนละครั้ง 1.1 ไมมีใครไดเปรียบเสียเปรียบ 1.2 ผูเลนคนที่สองไดเปรียบ
283 เฉลย บทที่ 11 เรื่องการใชทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในงานอาชีพ 1. บัญชีรับจายประจําวันของนายสมพร ซึ่งประกอบอาชีพเปนผูขายปาทองโกในเวลา 5 วัน วัน เดือน ป รายการรับ จํานวนเงิน วัน เดือน ป รายการจาย จํานวนเงิน บาท สต. บาท สต. 1 ต.ค. 54 2 ต.ค.54 3 ต.ค. 54 4 ต.ค. 54 5 ต.ค. 54 -ยอดเงินคงเหลือ ยกมาจากเดือน กันยายน 2554 -ไดรับเงินจาก การขายปาทองโก - ไดรับเงินจาก การขายปาทองโก -ไดรับเงินจาก การขายปาทองโก -ไดรับเงินจาก การขายปาทองโก -ไดรับเงินจาก การขายปาทองโก 8,000 4,800 4,200 3,900 4,500 3,800 - - - - - - 1 ต.ค. 54 2 ต.ค. 54 3 ต.ค. 54 4 ต.ค. 54 5 ต.ค. 54 - ซื้อแปงสาลีและ วัตถุดิบอื่น ๆ -คาแกสหุงตม -คาอาหาร -คาน้ํา คาไฟฟา -คาอาหาร -คาถุงพลาสติก -คาถุงกระดาษ -จายคาโทรศัพท -คาอาหาร -คาหนังสือเรียน -คาน้ําดื่ม -จายคาเสื้อผา -คาอาหาร - ซื้อแปงสาลีและ วัตถุดิบอื่น ๆ -คาอาหาร -คาน้ําดื่ม -คาหนังสือพิมพ 2,500 350 270 840 320 200 100 430 290 950 160 1,250 340 2,000 250 120 480 - - - - - - - - - - - - - - - - - รวมรายรับ 29,200 - รวมรายจาย 10,850 - ยอดคงเหลือยกไป 18,350 -
284 2. ใหผูเรียนจัดทําบัญชีรับจายประจําวันของผูเรียนในเวลา 1 สัปดาห วัน เดือน ป รายการรับ จํานวนเงิน วัน เดือน ป รายการจาย จํานวนเงิน บาท สต. บาท สต. วันที่ 1 วันที่ 2 ไดรับเงินเดือนหรือ ไดเงินจากการขาย ไดดอกเบี้ยจาก เงินฝาก 18,000 3,000 - - วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 วันที่ 4 วันที่ 5 วันที่ 6 วันที่ 7 -คาน้ํามันรถยนต -คาอาหาร -คาผลไม -คาอาหาร -คาโทรศัพท -คาน้ําดื่ม -คากาซหุงตม -คาอาหาร -คาหนังสือพิมพ -คาอาหาร -คาเสื้อผา -คาซักอบรีด -คาน้ํามันรถยนต -คาอาหาร -คาผลไม -คาอาหารและนมสด -คารองเทา -คาอาหาร -คาน้ําดื่ม 1,200 340 130 280 430 150 360 240 240 220 850 350 1,200 280 180 400 1,800 280 140 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - รวมรายรับ 21,000 - รวมรายจาย 9,070 - ยอดคงเหลือยกไป 11,930 -
285 3. (1) สมรตองการซื้อเตียงนอน ตูเสื้อผา และโตะ =6,000 + 8,500 + 5,500 = 20,000 เสียภาษีมูลคาเพิ่ม = 20,000 100 7 = 1,400 บาท สมรตองจายเงิน = 20,000 + 1,400 = 21,400 บาท สมรซื้อเฟอรนิเจอรขางตนไมครบ 25,000 บาท ไมไดรับสวนลด (2) สมรซื้อทุกรายการจากตาราง 6,000 + 8,500 + 600 + 5,500 +3,200 = 23,800 บาท เสียภาษีมูลคาเพิ่ม 23,800 100 7 = 1,666 บาท ราคาเฟอรนิเจอรทั้งหมด 23,800 + 1,666 = 25,466 บาท สมรซื้อสินคาเกิน 25,000 บาท ไดรับสวนลด 10% ไดรับสวนลด 25,466 100 10 = 2,546.60 บาท สมรตองจายเงิน = 25,466 –2,546.60 = 22,919.40 บาท 4. (1) ดอกเบี้ยออมทรัพย = 500,000 1 100 0.75 = 3,750 บาท (2) ดอกเบี้ยฝากประจํา 4 เดือน = 500,000 12 4 100 3.42 = 5,700 บาท ฝากครบ 1 ป = 5,700 3 = 17,100 บาท เสียภาษี = 17,100 100 15 = 2,565 บาท ไดรับดอกเบี้ยจริง = 14,535 บาท (3) ซื้อสลากออมสินได = 50 500,000 = 10,000 ฉบับ ฝากครบ 1 ป ขอถอนไดรับดอกเบี้ยฉบับละ 0.25 บาท ไดรับดอกเบี้ย 0.25 50 500,000 =2,500บาท มีสิทธิถูกรางวัลเลขทาย 4 ตัว 12 เดือน ๆ ละ 2 รางวัล ๆ ละ 150 บาท = 12 2 150 = 3,600 บาท ไดรับเงินรางวัลและดอกเบี้ยจากการซื้อสลากออมสิน = 2,500 + 3,600 =6,100 บาท อมรควรฝากประจํา 4 เดือน จะไดรับผลตอบแทนมากที่สุด
286 5. เงินไดพึงประเมินของจํานง 15,000 12 = 180,000 บาท หัก คาใชจาย 40% ของเงินไดพึงประเมิน แตไมเกิน 60,000 บาท = 180,000 100 40 = 72,000 บาท จํานงสามารถหักคาใชจายไดแค 60,000 บาท หัก คาลดหยอนตนเอง 30,000 บาท และคาเบี้ยประกันชีวิต 10,000 บาท รวมหักคาลดหยอน 30,000 + 10,000 = 40,000 บาท เงินไดสุทธิของจํานง = เงินไดพึงประเมิน –(หักคาใชจาย + หักคาลดหยอน) = 180,000 –(60,000 + 40,000) = 80,000 บาท ดังนั้น จํานงตองยื่นแบบภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 91) แตไมตองชําระเงินเพราะ ไดรับการยกเวนภาษี (กรมสรรพากรกําหนดใหผูมีเงินไดสุทธิตั้งแต 0 ถึง 150,000 บาท ไดรับการยกเวน ภาษี) 6. เมื่อพิจารณาขอมูลจากกราฟ บริษัทแหงนี้จําหนายกระเปาไดสูงขึ้นตามลําดับ ควรเพิ่มจํานวนในการสั่งซื้อกระเปาเพิ่มขึ้น เพื่อเปนสตอคในการจําหนาย 7. คาจางทํางานปกติ = 215 5 = 1,075 บาท คาลวงเวลา = 215 1.5 3 = 967.50 บาท พนักงานคนนี้ไดรับคาจาง = 1,075 + 967.50 = 2,042.50 บาท 8. ควรใชกราฟเสนในการดูแนวโนมผลกําไรของธุรกิจยอนหลัง 9. วิธีทํา ปายมีความกวาง 10 นิ้ว = 12 10 ฟุต ยาว 21 นิ้ว = 12 21 ฟุต พื้นที่ปายทั้งหมด = 3 12 21 12 10 = 4.375 ตารางฟุต เสียคาใชจายทั้งหมด =4.375 185 =809.375 บาท
287 คณะผูจัดทํา ที่ปรึกษา 1. นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. 2. ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ รองเลขาธิการ กศน. 3. นายวัชรินทร จําป รองเลขาธิการ กศน. 4. ดร.ทองอยู แกวไทรฮะ ที่ปรึกษาดานการพัฒนาหลักสูตร กศน. 5. นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ ผูอํานวยการกลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ผูเขียนและเรียบเรียง 1. นายไชโย มวงบุญมี ขาราชการบํานาญ 2. นางสาวกรุณา ตติยรัตนาภรณ ขาราชการบํานาญ ผูบรรณาธิการและพัฒนาปรับปรุง 1. นายชุมพล หนูสง ขาราชการบํานาญ 2. นายไชโย มวงบุญมี ขาราชการบํานาญ 3. นางสาวสิรินธร นาคคุม สํานักงาน กศน. จ.สมุทรสาคร 4. นางสาวบีบีฮารา สะมัท สํานักงาน กศน. จ.สมุทรสาคร 5. นางพรทิพย กลารบ กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 6. นายสุรพงษ มั่นมะโน กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน คณะทํางาน 1. นายสุรพงษ มั่นมะโน กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 2. นายศุภโชค ศรีรัตนศิลป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 3. นางสาววรรณพร ปทมานนท กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 4. นางสาวศริญญา กุลประดิษฐ กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 5. นางสาวเพชรินทร เหลืองจิตวัฒนา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ผูพิมพตนฉบับ นางสาวเพชรินทร เหลืองจิตวัฒนา กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ผูออกแบบปก นายศุภโชค ศรีรัตนศิลป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
288 คณะผูพัฒนาและปรับปรุงครั้งที่ 2 ที่ปรึกษา 1. นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. 2. ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ รองเลขาธิการ กศน. 3. นายวัชรินทร จําป รองเลขาธิการกศน. 4. นางวัทนี จันทรโอกุล ผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานพัฒนาสื่อการเรียนการสอน 5. นางชุลีพร ผาตินินนาท ผูเชี่ยวชาญเฉพาะดานเผยแพรทางการศึกษา 6. นางอัญชลี ธรรมวิธีกุล หัวหนาหนวยศึกษานิเทศก 7. นางศุทธีนี งามเขต ผูอํานวยการกลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน ผูพัฒนาและปรับปรุงครั้งที่ 2 1. นางจารุพร พุทธวิริยากร ศูนยเทคโนโลยีทางการศึกษา 2. น.ส.วรวรรณ เบ็ญจนิรัตน ขาราชการบํานาญ สํานักงาน กศน. 3. นางพรรณทิพา ชินชัชวาล กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 4. น.ส.เบ็ญจวรรณ อําไพศรี กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 5. นางสาวปยวดี คะเนสม กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
289 คณะผูปรับปรุงขอมูลเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริยป พ.ศ. 2560 ที่ปรึกษา 1. นายสุรพงษ จําจด เลขาธิการ กศน. 2. นายประเสริฐ หอมดี ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหนาที่รองเลขาธิการ กศน. 3. นางตรีนุช สุขสุเดช ผูอํานวยการกลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ผูปรับปรุงขอมูล นางสาวเนาวรัตน ทิพยไสยาษ กศน.เขตราชเทวี คณะทํางาน 1. นายสุรพงษ มั่นมะโน กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2. นายศุภโชค ศรีรัตนศิลป กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 3. นางสาวเบ็ญจวรรณ อําไพศรี กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4. นางเยาวรัตน ปนมณีวงศ กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5. นางสาวสุลาง เพ็ชรสวาง กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 6. นางสาวทิพวรรณ วงคเรือน กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 7. นางสาวนภาพร อมรเดชาวัฒน กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 8. นางสาวชมพูนท สังขพิชัย กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย