The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by แบบเรียน, 2023-11-22 01:46:31

คณิตศาสตร์

พค21001

194 บทที่ 11 การใชทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในงานอาชีพ สาระสําคัญ ในการประกอบอาชีพตาง ๆ ในสังคม ผูประกอบอาชีพในหลายสาขา เชน เกษตรกรรม การประมง การกอสราง การบัญชี งานบริการและการทองเที่ยว เปนตน จําเปนตองใชทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตรไปใชในการพัฒนาอาชีพใหมีความมั่นคง เพื่อเสริมสรางรายไดและผลกําไรที่สูงขึ้น ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. สามารถวิเคราะหงานอาชีพในสังคมที่ใชทักษะทางคณิตศาสตร 2. มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรูและทักษะตาง ๆ ทางคณิตศาสตรกับงานอาชีพได ขอบขายเนื้อหา เรื่องที่ 1 ลักษณะประเภทของงานอาชีพที่ใชทักษะทางคณิตศาสตร เรื่องที่ 2 การนําความรูทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับงานอาชีพในสังคม


195 เรื่องที่ 1ลักษณะ ประเภทของงานอาชีพที่ใชทักษะทางคณิตศาสตร 1.1 กลุมอาชีพเกษตรกรรม ไดแก อาชีพ การทํานา ทําไร การปลูกผัก การเลี้ยงสัตว ฯลฯ (1) ลักษณะงานเบื้องตนที่ใชทักษะทางคณิตศาสตร 1. การสํารวจของตลาดที่จะปลูกพืชเกษตรกรรม 2. การเตรียมพื้นที่ดิน ซึ่งขึ้นอยูกับความกวาง ความยาวของพื้นที่วา ผูประกอบการใชพื้นที่กี่ไร กี่งาน กี่ตารางวา ในการทําแปลง ขุดรอง เพื่อใชเปนพื้นที่นา 1 สวน พื้นที่ปลูกผัก 1 สวน บอน้ํา 1 สวน การเลี้ยงสัตว 1 สวน พื้นที่อยูอาศัย 1 สวน เปนตน 3. การเตรียมเมล็ดพันธุขาว ผัก และพืชพันธุอื่น ๆ(ภาพ) 4. การเตรียมปุยวาใชขนาดกี่กิโลกรัมตอไร 5. การรดน้ํา พรวนดิน ซึ่งตองกําหนดวา รดน้ําวันละ 2 ครั้ง ในปริมาณ มากนอยเทาไร 6. การฉีดยาฆาแมลงโดยใชสารกําจัดศัตรูพืชทางชีวภาพ เชน สะเดา และ สมุนไพรอื่น ๆ เปนตน ใชความรูเรื่องอัตราสวน สัดสวนเพื่อผสม ยากําจัดศัตรูพืชกับน้ํากอนฉีดพน 7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งตองใชทักษะการคํานวณระยะเวลาตั้งแต การปลูกจนถึงระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิต -การตรวจสอบความชื้นของวัสดุและสถานที่เก็บผลผลิต -การคํานวณพื้นที่ในการเก็บรักษาผลผลิต 8. การจําหนายผลผลิต ซึ่งตองใชทักษะการจัดทําบัญชีรับ –จาย การจดบันทึกจํานวนและบันทึกของผลผลิตที่ได 9. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา


196 (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช 1. เครื่องคิดเลข 2. สมุดบันทึกรายรับ รายจายหรือคอมพิวเตอรโนตบุค 3. สมุดจดบันทึกระยะเวลาการเจริญเติบโตตั้งแตการปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว ผลผลิต (3) ความรูทางคณิตศาสตรที่ใช 1. การวัดความยาว การหาพื้นที่ 2. อัตราสวนในการผสมปุยตอความกวางความยาวของพื้นที่ดิน 3. การชั่งผลผลิตที่ได 4. การกําหนดราคาขายตอกิโลกรัม 5. การบวก ลบ คูณ หาร 6. การทําบัญชีรายรับ รายจายประจําวัน 7. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา 1.2 กลุมอาชีพอุตสาหกรรม ไดแก อาชีพพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมตางๆ ไดแก อุตสาหกรรม หองเย็น ถวยชามอุปกรณเซรามิค ผาขนหนู กระดาษและสิ่งพิมพ สแตนเลส เหล็ก พลาสติก ฯลฯ (1) ลักษณะงานเบื้องตนที่ใชทักษะคณิตศาสตร 1. การคํานวณเงินรายไดประจําวัน 2. การคํานวณเงินคาทํางานลวงเวลา 3. การคํานวณเงินกูและดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยทบตน 4. การทําบัญชีรายรับ –รายจายประจําวัน 5. การจัดทําบัญชีพัสดุ (การจัดซื้อ การเบิกจายพัสดุ) 6. การสํารวจและวิจัยการตลาด


197 7. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องคอมพิวเตอร 3. เครื่องจักรอุตสาหกรรมในแตละสาขาอุตสาหกรรม 4. เครื่องบรรจุภัณฑลงกลองหรือแพ็คเปนพลาสติก (3) ความรูและทักษะทางคณิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณเงินรายไดประจําสัปดาห ประจําเดือนโดยหักวันลาหยุด 2. การคํานวณเงินคาทํางานลวงเวลาเปนจํานวนชั่วโมงตอคาจางรายชั่วโมง 3. การคํานวณเงินกูและดอกเบี้ย (ดอกเบี้ยคงที่, ดอกเบี้ยทบตน) 4. การทําบัญชีรับ –จายประจําวัน 5. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา 1.3 กลุมอาชีพพาณิชยกรรม ไดแก อาชีพคาขาย ผูประกอบการรานอาหารและเครื่องดื่ม ผูประกอบการขายปลีกและขายสง ธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย ธุรกิจการซื้อขายหุนในตลาด หลักทรัพย อาชีพการทําบัญชี การตลาด เปนตน (1) ลักษณะงานเบื้องตนที่ใชทักษะคณิตศาสตร 1. การจัดเตรียมสถานที่ การคํานวณการจัดวางโตะ เกาอี้ หรือวัสดุ อุปกรณในการขาย 2. การจัดซื้อวัตถุดิบในการคาขายปลีกหรือขายสง 3. การจําหนายสินคา การคํานวณราคาสินคาตอหนวย การทอนเงิน 4. การจัดทําบัญชีพัสดุ (การจัดซื้อ การเบิกจายพัสดุ) 5. การจัดทําบัญชีรับ –จายประจําวัน 6. การฝากเงิน การถอนเงิน การออมเงิน


198 7. การประชาสัมพันธในงานธุรกิจคาขายหรือพาณิชยกรรม ซึ่งตองใช ทักษะในการคํานวณขนาดของปายโฆษณา ขนาดตัวอักษร ขนาดและ จํานวนแผนพับหรือใบปลิวโฆษณา 8. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (2)เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องเก็บเงิน – ทอนเงิน 3. เครื่องคอมพิวเตอร 4. เครื่องไมโครเวฟ 5. เครื่องปนน้ําผลไม (3) ความรูและทักษะทางคณิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณขนาดของพื้นที่ใชสอยเพื่อจัดวาง โตะ เกาอี้หรือวัสดุ อุปกรณในการขาย 2. การคํานวณปริมาณการจัดซื้อวัตถุดิบในแตละวัน 3. การคํานวณในการจัดซื้อพัสดุ 4. การจัดทําบัญชีรับ –จายประจําวัน 5. การคํานวณขนาดของปายโฆษณา ประชาสัมพันธหรือแผนพับ แผนปลิว โฆษณา 6.การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา 1.4 กลุมอาชีพดานความคิดสรางสรรคไดแก ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจการออกแบบตกแตงที่อยูอาศัย สํานักงานและสวนหยอม การจัดดอกไมและแจกันประดับ ธุรกิจการทําพวงหรีด การจัดกระเชาของขวัญ เปนตน


199 (1) ลักษณะงานเบื้องตนที่ใชทักษะคณิตศาสตร 1. การจัดเตรียมขนาด ปริมาตร รูปทรงของพื้นที่หรือชิ้นงานในการจัดทํา ธุรกิจ ซึ่งตองใชการวัดความกวาง ความยาว ความสูงของพื้นที่หรือ ชิ้นงาน การออกแบบรูปทรงโดยใชรูปเรขาคณิตสามมิติ 2. การคํานวณปริมาณของวัสดุอุปกรณในการใชประดิษฐสรางสรรค ชิ้นงาน หรือการจัดตกแตงสวนหยอม 3. การคํานวณเพื่อกําหนดราคาขายสินคา 4. การจัดทําบัญชีพัสดุ (การจัดซื้อ การเบิกจายพัสดุ) 5. การจัดทําบัญชีรับ –จาย ประจําวัน 6. การประชาสัมพันธในอาชีพธุรกิจทุกประเภท ซึ่งตองใชทักษะใน การคํานวณเปนพื้นฐาน 7. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องคอมพิวเตอร 3. โปรแกรมสําเร็จรูปในการออกแบบสินคา (3) ความรูและทักษะทางคณิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณพื้นที่ผิว ปริมาตรของพื้นที่หรือออกแบบรูปทรงที่ใชใน การทํางานอาชีพ 2. การคํานวณปริมาณของวัสดุ อุปกรณที่ใชประดิษฐ สรางสรรค ชิ้นงาน 3. การคํานวณตนทุนและกําไร เพื่อกําหนดราคาขายสินคา 4. การจัดทําบัญชีพัสดุ 5. การจัดทําบัญชีรับ –จายประจําวัน 6. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา 1.5 กลุมอาชีพบริหารจัดการและการบริการ ไดแก อาชีพกลุมงานบริการและการทองเที่ยว งานบริการรักษาความปลอดภัย บริการดูแลสตอก บริการดูแลผูสูงอายุ บริการสันทนาการและการกีฬา เปนตน


200 (1) ลักษณะงานเบื้องตนที่ใชทักษะคณิตศาสตร 1. การสํารวจพื้นที่ในการใหบริการ การคํานวณระยะทางในการใหบริการ 2. การจัดซื้อวัสดุ อุปกรณในการใหบริการ 3. การรับสมัครและกําหนดเงินเดือนตามตําแหนงงานของเจาหนาที่ใน การใหบริการ 4. การจัดทําตารางเวลา การอยูเวร -ยามของเจาหนาที่ประจําสํานักงาน 5. การจัดทํากําหนดการทองเที่ยวและการใหบริการ รวมทั้งกําหนด ราคาขายบริการในแตละพื้นที่ 6. การคํานวณการใชน้ํามันเชื้อเพลิงของยานพาหนะที่ใหบริการ 7. การจัดทําบัญชีพัสดุ และการเบิกจายพัสดุ 8. การจัดทําบัญชีรับ –จายประจําวัน 9. การจัดทําแผนปายโฆษณา ประชาสัมพันธการใหบริการ 10. การจัดทําสรุปรายงานและการนําเสนอขอมูล 11. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (2) เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช 1. เครื่องคิดเลข 2. เครื่องคอมพิวเตอร 3. เครื่องออกกําลังกาย 4. อุปกรณในการเตรียมอาหาร น้ําดื่ม นมแกทารกและผูสูงอายุ 5. ยานพาหนะในการใหบริการ 6. แผนที่ของสถานที่หรือจุดที่ใหบริการ


201 (3) ความรูและทักษะทางคณิตศาสตรที่ใช 1. การคํานวณพื้นที่และการวัดระยะทาง 2. การคํานวณปริมาณของวัสดุ อุปกรณที่จําเปนตองจัดซื้อ จัดหา เพื่อใหบริการ 3. การคํานวณเงินเดือนและกําหนดตําแหนงงานของเจาหนาที่ 4. การจัดทําตารางการปฏิบัติงาน 5. การคํานวณการใชเชื้อเพลิงรถยนตตอระยะทางที่ใหบริการ 6. การจัดทําบัญชีเบื้องตน 7. การใชสถิติในการจัดทําสรุปรายงานหรือนําเสนอขอมูล 8. การคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา เรื่องที่ 2 การนําความรูทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับงานอาชีพในสังคม คณิตศาสตรเปนวิชาที่วาดวยเหตุผล กระบวนการคิดและแกปญหาเสริมสรางใหมีการคิดอยางมี วิจารญาณเปนระบบเปนคนมีเหตุผล มีทักษะการแกปญหา สามารถวิเคราะหปญหาและสถานการณไดอยาง ถี่ถวน รอบคอบ การเชื่อมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตรกับงานอาชีพเปนการนําความรูและทักษะ/กระบวนการ ตาง ๆ ทางคณิตศาสตรไปสัมพันธกับเนื้อหาและความรูของงานอาชีพอยางเปนเหตุเปนผล ชวยในการ ตัดสินใจในงานอาชีพ เชน การใชตารางและกราฟประกอบการใชสถิติมาชวยในการวิเคราะหงานอาชีพเพื่อ สํารวจความตองการสินคาเพื่อการผลิต ใชรอยละในการคิดคํานวณดอกเบี้ย ภาษี กําไรขาดทุน เปนตน 2.1 ทักษะการจัดทําบัญชีรายรับ –รายจายประจําวัน ตัวอยาง การจัดทําบัญชีรายรับ –รายจายประจําวันของผูประกอบการรานอาหาร วันที่ 25 กันยายน 2554 จายคาซื้อวัตถุดิบในการขายอาหาร 3,000 บาท คาน้ํา คาไฟฟา 850 บาท คาอาหาร 250 บาท ไดรับเงินจากการขายอาหาร 6,500 บาท วันที่ 26 กันยายน 2554 จายคาโทรศัพท 650 บาท จายคาน้ํามันรถยนต 1,400 บาท จายคาอาหาร 280 บาท จายคาผลไม 150 บาท ไดรับเงินจาก การขายอาหาร 5,400 บาท


202 วันที่ 27 กันยายน 2554 จายคาหนังสือพิมพ 480 บาท จายคาอาหาร 310 บาท จายคาน้ําดื่ม 270 บาท จายคาซอมรถยนต 4,800 บาท ไดรับเงินจากการขายอาหาร 4,500 บาท วันที่ 28 กันยายน 2554 จายคาอาหาร 240 บาท จายคาบัตรการกุศล 1,000 บาท ซื้อถุงพลาสติกใสอาหาร 550 บาท ไดรับเงินจากการขายอาหาร 6,800 บาท ตัวอยาง การจัดทําบัญชีรายรับ –รายจายประจําวันของผูประกอบการรานอาหาร วัน เดือน ป รายการรับ จํานวนเงิน วัน เดือน ป รายการจาย จํานวนเงิน บาท สต. บาท สต. 25 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 6,500 - 25 ก.ย. 54 ซื้อวัตถุดิบในการ ขายอาหาร คาน้ํา คาไฟฟา คาอาหาร 3,000 850 250 - - - 26 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 5,400 - 26 ก.ย. 54 คาโทรศัพท คาน้ํามันรถยนต คาอาหาร คาผลไม 650 1,400 280 150 - - - - 27 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 4,500 - 27 ก.ย. 54 คาหนังสือพิมพ คาอาหาร คาน้ําดื่ม คาซอมรถยนต 480 310 270 4,800 - - - - 28 ก.ย. 54 ไดเงินจากการขาย อาหาร 6,800 - 28 ก.ย. 54 คาอาหาร คาบัตรการกุศล ซื้อถุงพลาสติกใส อาหาร 240 1,000 550 - - - รวม 23,200 - รวม 14,230 - ยอดคงเหลือยกไป 8,970 - เมื่อจัดทําบัญชีรายรับและรายจายประจําวันแลว ผูเรียนจะคํานวณยอดคงเหลือ ซึ่งไดจากการนํารายรับ ไปลบกับรายจาย เมื่อจัดทําบัญชีในหนาถัดไปหรือในเดือนถัดไปก็จะนํายอดคงเหลือไปบันทึกในรายการของ รายรับในหนาถัดไป ซึ่งจะไปเปนยอดรายการรับรวมกับรายการรับเงินที่จะไดจากการรับเงินจากการขายอาหาร ในวันตอ ๆ ไป


203 2.2 ทักษะการคํานวณรายไดและการแลกเปลี่ยนเงินตรา ตัวอยางบริษัทแหงหนึ่งสั่งซื้อเครื่องจักรจากตางประเทศราคา 45,000 ดอลลารสหรัฐ เมื่อสินคา สงมาถึงเมืองไทยตองผานพิธีการศุลกากร เสียภาษีศุลกากร 10% ภาษีมูลคาเพิ่ม 7% คาธรรมเนียมและคาบริการตาง ๆ รวม 4,000 บาท ราคาเครื่องจักรและคาใชจายทั้งหมดรวมเปนเงิน เทาไร (1 ดอลลารสหรัฐ เทากับ 30.42 บาท) วิธีทํา ราคาเครื่องจักร 45,000 ×30.42 = 1,368,900 บาท เสียภาษีศุลกากร 10% = 1,368,900 × 100 10 = 136,890 บาท เสียภาษีมูลคาเพิ่ม 7% = 1,368,900 × 100 7 = 95,823 บาท ราคาเครื่องจักรและคาใชจายทั้งหมด รวมเปนเงิน = ราคาเครื่องจักร + ภาษีศุลกากร + ภาษีมูลคาเพิ่ม + คาธรรมเนียมและคาบริการตาง ๆ = 1,368,900 + 136,890 + 95,823 + 4,000 = 1,605, 613 บาท 2.3 การคิดคํานวณดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคาร ตัวอยางบริษัทสั่งซื้อเครื่องจักรจากตัวอยางขางตน บริษัทไดขอสินเชื่อจากธนาคารไดรับสิทธิในการผอนชําระ เครื่องจักรเปนรายเดือน เดือนละ 120,000 บาท คิดดอกเบี้ยปละ 7.5% เมื่อผอนชําระครบ 1 ป จะตอง เสียเงินทั้งหมดเทาไร วิธีทํา ดอกเบี้ย = 100 เงินตนอัตราดอกเบ ี้ย ระยะเวลา เดือนที่ 1 เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,368,900 = 8,555.63 บาท เดือนที่ 2 เงินตนคงเหลือ = 1,368,900 –120,000 = 1,248,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,248,900 = 7,805.63 บาท เดือนที่ 3 เงินตนคงเหลือ = 1,248,900 –120,000 = 1,128,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,128,900 = 7,055.63 บาท


204 เดือนที่ 4 เงินตนคงเหลือ = 1,128,900 –120,000 = 1,008,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 1,008,900 = 6,305.63 บาท เดือนที่ 5 เงินตนคงเหลือ = 1,008,900 –120,000 = 888,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 888,900 = 5,555.63 บาท เดือนที่ 6 เงินตนคงเหลือ = 888,900 –120,000 = 768,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 768,900 = 4,805.63 บาท เดือนที่ 7 เงินตนคงเหลือ = 768,900 –120,000 = 648,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 648,900 = 4,055.63 บาท เดือนที่ 8 เงินตนคงเหลือ = 648,900–120,000 = 528,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 528,900 = 3,305.63 บาท เดือนที่ 9 เงินตนคงเหลือ = 528,900 –120,000 = 408,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 408,900 = 2,555.63 บาท เดือนที่ 10 เงินตนคงเหลือ = 408,900 –120,000 = 288,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 288,900 = 1,805.63 บาท เดือนที่ 11 เงินตนคงเหลือ = 288,900 –120,000 = 168,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 168,900 = 1,055.63 บาท เดือนที่ 12 เงินตนคงเหลือ = 168,900 –120,000 = 48,900 บาท เสียดอกเบี้ย = 12 1 100 7.5 48,900 = 305.63 บาท เมื่อผอนชําระครบ 1 ป จะตองเสียเงินทั้งหมด = ราคาเครื่องจักร+ ดอกเบี้ย 12 เดือน = 1,368,900 + 8,555.63 + 7,805.63 + 7,055.63 + 6,305.63 + 5,555.63 + 4,805.63 + 4,055.63 + 3,305.63 + 2,555.63 + 1,805.63 + 1,055.63 + 305.63 = 1,422,067.56 บาท


205 2.4 การคํานวณกําลังการผลิต (อัตราสวน/สัดสวน) ตัวอยางเครื่องจักรบรรจุน้ําตาลทรายขนาด 8 กรัม ไดนาทีละ 100 ซอง ทํางานวันละ 8 ชั่วโมง เครื่องจักรจะทําการบรรจุไดกี่ซอง วิธีทํา อัตราสวนของเวลาที่ใชในการบรรจุตอจํานวนซองเทากับ 1 นาที ตอ 100 ซอง หรือ 8 ชั่วโมง ตอ A (8 ชั่วโมง 60 นาที: A) นั่นคือ 1 : 100 = 8 60 : A 100 1 = A 480 A = 480 100 A = 48,000 ดังนั้น เครื่องจักรบรรจุน้ําตาลทรายขนาด 8 กรัม วันละ 8 ชั่วโมง เทากับ 48,000 ซอง 2.5 การคํานวณรายได (รอยละ อัตราสวน สัดสวน) ตัวอยางพนักงานไดรับเงินเดือน ๆ ละ 12,000 บาท คาเบี้ยขยัน 10%ของเงินเดือน คาลวงเวลาไดชั่วโมงละ 50 บาท เดือนนี้ทํางานลวงเวลา 8 วัน ๆ ละ 3 ชั่วโมง หักเงินคาประกันสังคม 5% ของเงินเดือน พนักงาน คนนี้จะไดรับเงินเทาไร วิธีทํา คาเบี้ยขยัน = 12,000 100 10 = 1,200 บาท อัตราสวนของจํานวนชั่วโมงลวงเวลา :รายได เทากับ 1 ชั่วโมง ตอ 50 บาท นั่นคือ 8 3: รายได = 1 : 50 24: รายได = 1 : 50 รายได 24 = 50 1 รายได = 24 50 = 1,200 บาท คาประกันสังคม = 12,000 100 5 = 600 บาท พนักงานคนนี้ไดรับเงิน = เงินเดือน + เบี้ยขยัน + คาลวงเวลา –คาประกันสังคม =12,000 + 1,200 + 1,200 –600 = 13,800 บาท


206 2.6 ทักษะการคํานวณภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ตัวอยางที่ 5 โอฬารมีรายไดจากการประกอบอาชีพเดือนละ 10,500 บาท ไมมีครอบครัว เมื่อยื่นแบบ คํานวณภาษี มีสิทธิหักคาใชจายได 40% ของรายไดแตไมเกิน 60,000 บาท คาลดหยอนผูมีเงินได 30,000 บาท สิ้นปโอฬารจะตองชําระภาษีหรือไม วิธีทํา เงินไดพึงประเมินของโอฬารตลอดป = 10,500 12 = 126,000 บาท หัก คาใชจายไดรอยละ 40 ของเงินไดพึงประเมิน = 126,000 100 40 = 50,400 บาท หักคาลดหยอนผูมีเงินได 30,000 บาท เงินไดสุทธิที่ตองคํานวณภาษี =เงินไดพึงประเมิน –(เงินหักคาใชจาย + คาลดหยอน) =126,000 –(50,400 + 30,000) =45,600 บาท กรมสรรพากรกําหนดใหผูมีเงินไดสุทธิตั้งแต 0 ถึง 150,000 บาท ไดรับการยกเวนภาษี ดังนั้น โอฬารตองยื่นแบบภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) แตไมตองชําระเงิน เพราะไดรับการยกเวนภาษี ดังตาราง ตารางอัตราภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา ขั้นเงินไดสุทธิตั้งแต เงินไดสุทธิ จํานวนสูงสุด ของขั้น เงินไดสุทธิ แตละขั้น อัตราภาษี รอยละ ภาษีเงินได ภาษีในแตละ ขั้นเงินได ภาษีสะสม สูงสุดของขั้น 0 ถึง 100,000 เกิน 100,000 ถึง 150,000 เกิน 150,000 ถึง 500,000 เกิน 500,000 ถึง 1,000,000 เกิน 1,000,000 ถึง 4,000,000 เกิน 4,000,000 บาทขึ้นไป 100,000 50,000 350,000 500,000 3,000,000 .............. .............. .............. .............. .............. .............. .... .... .... … … … 5 10 10 20 30 37 .............. .............. .............. .............. .............. .............. .... .... .... … … … ยกเวน ยกเวน 35,000 100,000 900,000 0 0 35,000 135,000 1,035,000 รวม


207 2.7 การทําปายจากแผนอะครีลิก ตัวอยางทําปายจากแผนอะครีลิกติดหนาหองตาง ๆ ดังนี้ ปายทั้ง 3 ทําดวยแผนอะครีลิกหนา 3 มม. สีขาว โดยมีขนาดกวาง 8 นิ้ว ยาว 21 นิ้ว โดยทางรานคิด คาใชจายการจัดทําตารางฟุตละ 165 บาท จะตองเสียคาใชจายทําปายทั้งสามเทากับเทาไร วิธีทํา ปายมีความกวาง 8 นิ้ว = 12 8 ฟุต ความยาว 21 นิ้ว = 12 21 ฟุต พื้นที่ปายทั้งหมด = 3 12 21 12 8 = 3.5 ตารางฟุต เสียคาใชจายทําปาย = 3.5 165 = 577.50บาท หองประชุม Meeting Room หองแสดงสินคา Show Room หองเก็บของ Store Room


208 แบบฝกหัด 1. จงจัดทําบัญชีรับจายประจําวันของนายสมพร ซึ่งประกอบอาชีพเปนผูขายปาทองโก ในเวลา 5 วัน ดังรายการดังนี้ วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ยอดเงินคงเหลือมาจากเดือนกันยายน 2554 8,000 บาท จายคาซื้อแปงสาลีและวัตถุดิบอื่น ๆ 2,500 บาท จายคาแกสหุงตม 350 บาท คาอาหาร 270 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 4,800 บาท วันที่ 2 ตุลาคม 2554 จายคาน้ํา คาไฟฟา 840 บาท คาอาหาร 320 บาท คาถุงพลาสติก 200 บาท คาถุงกระดาษ 100 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 4,200 บาท วันที่ 3 ตุลาคม 2554 จายคาโทรศัพท 430 บาท คาอาหาร 290 บาท จายคาหนังสือเรียนลูก 950 บาท คาน้ําดื่ม 160 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 3,900 บาท วันที่ 4 ตุลาคม 2554 จายคาเสื้อผา 1,250 บาท คาอาหาร 340 บาท ซื้อแปงสาลีและวัตถุดิบอื่น ๆ 2,000 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 4,500 บาท วันที่ 5 ตุลาคม 2554 จายคาอาหาร 250 บาท คาน้ําดื่ม 120 บาท จายคาหนังสือพิมพ 480 บาท ไดรับเงินจากการขายปาทองโก 3,800 บาท 2. ใหผูเรียนจัดทําบัญชีรับ –จายประจําวันของตนเองในเวลา 1 สัปดาห ตามความเปนจริง พรอมทั้ง สรุปรายรับ รายจาย และยอดเงินคงเหลือ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________


209 3. รานเฟอรนิเจอรแหงหนึ่ง ซื้อเฟอรนิเจอรครบ 25,000 บาท (ราคาสินคา + ภาษีมูลคาเพิ่ม) ไดลด 10% และทุกรายการตองเสียภาษีมูลคาเพิ่ม 7% สมรตองการซื้อ เตียงนอน ตูเสื้อผา และโตะ สมรตองจายเงินเทาไร หากสมรซื้อเฟอรนิเจอรทุกรายการในตาราง สมรตองจายเงินเทาไร ______________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________ 4. อมรมีเงินสด 500,000 บาท อมรควรนําเงินสดไปออมประเภทใด จึงจะไดผลตอบแทนมากที่สุด ในระยะเวลา 1 ป จงบอกเหตุผล (1) ฝากออมทรัพยไดดอกเบี้ยรอยละ 0.75 บาท/ป (2) ฝากประจํา 4 เดือนไดดอกเบี้ยรอยละ 3.42 บาท/ป กรณีฝากประจําตองเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ย (3) ซื้อสลากออมสิน ฉบับละ 50 บาทไดดอกเบี้ยฉบับละ 2.50 บาท เมื่อฝากครบ 3 ป ฝากครบ 1 ป ไดดอกเบี้ยฉบับละ 0.25 บาท และมีสิทธิถูกรางวัลเลขทาย 4 ตัว รางวัลละ 150 บาท จํานวน 2 รางวัล/เดือน ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ราคาเฟอรนิเจอร ประเภท ราคา เตียงนอน ตูเสื้อผา เกาอี้ โตะ ตูติดผนัง 6,000 8,500 600 5,500 3,200


210 5. จํานงเปนพนักงานขายอุปกรณการแพทยไดคาตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท แตยังไมมีครอบครัว สิ้นปมีสิทธิหักคาใชจายรอยละ 40 ของเงินไดพึงประเมิน แตไมเกิน 60,000 บาท หักลดหยอน ผูมีเงินได 30,000 บาท หักคาเบี้ยประกันชีวิต 10,000 บาท สิ้นปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได บุคคลธรรมดาตองชําระภาษีหรือไม ถาชําระตองชําระภาษีเทาไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 6. การใชสถิติชวยในการวิเคราะห (สถิติ) บริษัทแหงหนึ่งจําหนายกระเปาไดตามกราฟขางตน เมื่อพิจารณาจากกราฟ บริษัทแหงนี้ควรดําเนินการ อยางไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 0 50 100 150 200 250 300 350 400 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ชิ้น


211 7. พนักงานไดรับคาจางรายวันวันละ 215 บาท ไดคาลวงเวลา 1.5 เทาของรายได ทํางานปกติ 5 วัน ทําลวงเวลา 3 วัน พนักงานคนนี้ไดรับคาจางเทาไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 8. ถาตองการดูแนวโนมผลกําไรของธุรกิจยอนหลัง 3 ป ควรใชแผนภูมิชนิดใดในการวิเคราะห ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ 9. ทําแผนปายติดหนาหองตางๆ ดังนี้ ปายทั้ง 3 ทําดวยแผนอะคริลิกหนา 2 มม. สีครีม โดยมีขนาดกวาง 10 นิ้ว ยาว 21 นิ้ว โดยทางรานคิด คาใชจายตารางฟุตละ 185 บาท ตองเสียคาใชจายทั้งหมดเทาไร ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ ______________________________________________________________________________ สตูดิโอ Studio หองประชุม 1 Meeting Room 1 หองประชุม 2 Meeting Room 2


212 เฉลยแบบฝกหัด


213 เฉลย บทที่ 1 จํานวนและการดําเนินการ แบบฝกหัดที่ 1 1. จงเลือกจํานวนเต็มบวก จํานวนเต็มลบ และจํานวนเต็มจากจํานวนตอไปนี้ -1, 2 4 , 0, -3, 1000 500 , 250 500 จํานวนเต็มบวก ประกอบดวย 2 4 จํานวนเต็มลบ ประกอบดวย-1-3 250 500 จํานวนเต็ม ประกอบดวย -1, 2 4 , 0, -3, 250 500 2. จงเติมเครื่องหมาย <หรือ>เพื่อใหประโยคตอไปนี้เปนจริง 1) -4 ...............<................. 3 2) -4 ..............<................. -3 3) -2 ..............>............... -5 4) 4................>................ -2 5) 4................>................. -8 3. จงเรียงลําดับจํานวนเต็มจากนอยไปหามาก 1) -2, -8, -4, -15, -20, -7 ………-20, -15, -8, -7, -4, -2………………… 2) 4, -8, 0, -2, 16, -17 ………-17, -8, -2, 0, 4, 16 ……………………


214 แบบฝกหัดที่ 2 1. จงเติมคําวา “มากกวา” หรือ “นอยกวา” หรือ “เทากับ” 1) คาสัมบูรณของ (-3)..................เทากับ...........คาสัมบูรณของ 3 2) จํานวนตรงขามของ (-4) ...........มากกวา..........................จํานวนตรงขามของ 4 3) จํานวนตรงขามของ 5 ...............นอยกวา..........................จํานวนตรงขามของ -5 4) คาสัมบูรณของ A...........เทากับ...................คาสัมบูรณของ(-A) เมื่อA เปนจํานวนใดๆ 5) จํานวนตรงขามของ A .....นอยกวา......จํานวนตรงขามของ (-A) เมื่อA เปนจํานวนใดๆ 2. จงเติมเครื่องหมาย <,>หรือ = ลงในชองวาง 1) –(-5) .....................=...........................5 2) จํานวนตรงขามของ 8 ..................<..................................8 3) จํานวนตรงขามของ (-8).................>................................(-8) 4) 25................. ..................... 25 5) 20................. ....................... 20 6) 25................. .......................... 5 7) จํานวนตรงขามของ (-2) ..........................<.........................จํานวนตรงขามของ(-7) 8) จํานวนตรงขามของ 32........................>...............................จํานวนตรงขามของ 77


215 แบบฝกหัดที่ 3 1. จงแสดงการหาผลบวกของสองจํานวนที่กําหนดให โดยใชเสนจํานวน 1. 3+2 2. (-3)+(-2) 3. 2+1 4. (-2)+(-1) 5. 5+ (-1) 6. (-1) +5 7. (-5) +3 8. 3 + (-5) -4 -3 -2 -1 0 1 2 3


216 2. จากผลการบวกโดยใชเสนจํานวน จงเติมคําตอบตอไปนี้ใหสัมบูรณ ประโยคแสดงผลบวกของ a+b คาสัมบูรณของ a คาสัมบูรณของ b คาสัมบูรณของ(a+b) ผลบวกของ a กับ b เทากันหรือไมกับ a b 1. 3+2= 5 3 2 5 เทากัน 2. (-3)+(-2)= -5 3 2 5 เทากัน 3. 2+1 = 3 2 1 3 เทากัน 4. (-2)+(-1) = -3 2 1 3 เทากัน 5. 5+ (-1) = 4 5 1 6 เทากัน 6. (-1) +5 = 4 1 5 6 เทากัน 7. (-5) +3= -2 5 3 8 เทากัน 8. 3 + (-5) = -2 3 5 8 เทากัน


217 แบบฝกหัดที่ 4 1. จงทําใหเปนผลสําเร็จ 1. (-12) –7 วิธีทํา (-12) –7 = (-12) + (-7) = -19 4. (-5) –(-8) วิธีทํา (-5) –(-8)= (-5) + 8 = 3 2. 7 –(-12) วิธีทํา 7 –(-12) = 7 + 12 = 19 5. [8 –(-2)]–6 วิธีทํา [8 –(-2)]–6 = [ 8 + 2] + (-6) = 10 + (-6) = 4 3. (-8) –(-5) วิธีทํา (-8) –(-5) = (-8) + 5 = -3 6. 8 –[(-2) –6] วิธีทํา 8 –[(-2) + (-6)] = 8 –(-8) = 8 + 8 = 16 2. จงหาคาของ a –b และ b –a เมื่อกําหนด a และ b ดังตอไปนี้ 1. a = 5, b = (-3) วิธีทํา a –b = 5 –(-3) = 5 + 3 = 8 b –a = (-3) –5 = (-3) + (-5) = -8 2. a = (-14), b = (-6) วิธีทํา a –b = (-14) –(-6) = (-14) + 6 = (-8) b –a = (-6) –(-14) = (-6) + 14 = 8 3. a = (-4), b = (-4) วิธีทํา a –b = (-4) –(-4) = (-4) + 4 = 0 b –a = (-4) –(-4) = (-4) + 4 = 0


218 แบบฝกหัดที่ 5 จงหาผลลัพธ 1). [(-3) (-5)] (-2) 6). (-5) [6 + (-6)] วิธีทํา [(-3) (-5)] (-2) = 15 (-2) = (-30) วิธีทํา (-5) [6 + (-6)] = (-5) 0 = 0 2). (-3) [(-5) (-2)] วิธีทํา (-3) [(-5) (-2)] = (-3) 10 = -30 7). [(-7) (-5)] + [(-7) 2] วิธีทํา [(-7) (-5)]+ [(-7) 2] = 35 + (-14) = 21 3). [4 (-3)] (-1) วิธีทํา [4 (-3)] (-1) = (-12) (-1) = 12 4).4 [(-3) (-1)] วิธีทํา 4 [(-3) (-1) ] = 4 3 = 12 5). [(-5) (-6)] + [(-5) (-6)] วิธีทํา [(-5) (-6)] + [(-5) (-6)] = 30+30 = 60 8). (-7) [(-5) + 2] วิธีทํา (-7) [(-5) + 2] = (-7) (-3) = 21 9). [5 (-7)] + [5 3] วิธีทํา [5 (-7)] + [5 3] = (-35) + 15 = (-20) 10). 5 [(-7) + 3] วิธีทํา 5 [(-7) + 3] = 5 (-4) = (-20)


219 แบบฝกหัดที่ 6 1. จงเติมคําตอบใหสมบูรณเพื่อแสดงหลักของความสัมพันธระหวางการหารและการคูณ ตอไปนี้ ประโยคที่แสดงความสัมพันธa bc ประโยคที่แสดงความสัมพันธa b cหรือ a c b 10= 5 x 2 10 5 = 2 หรือ 10 2 = 5 35 = 7 x 5 35 7 = 5 หรือ 35 5 = 7 33 = 3 x 11 33 3 = 11 หรือ 33 11 = 3 (-14) = 7 x (-2) (-14) 7 = (-2) หรือ (-14) (-2) = 7 (-21) = 7 x (-3) (-21) 7 = (-3) หรือ (-21) (-3) = 7 (-15) = 3 x (-5) (-15) 3 = (-5) หรือ (-15) (-5) = 3 10 = (-5) x (-2) 10(-5) = (-2) หรือ 10(-2) = (-5) จงหาผลหาร 1. 17 17 4. (-72) 9 วิธีทํา 17 17= 1 วิธีทํา (-72) 9 = -8 2. 23 (-23) 5. [(-51) (-17)] [15 (-5)] วิธีทํา 23 (-23)= -1 วิธีทํา [(-51) (-17)] [15 (-5)] = 3 (-3) = -1 3. 15 (-3) 6. [(-72) 9][ 16 (-2)] วิธีทํา 15 (-3) = -5 วิธีทํา [(-72) 9][ 16 (-2)]= (-8) (-8) = 1


220 แบบฝกหัดที่ 7 1. จงเติมจํานวนเต็มในชองวางที่เวนไวเพื่อใหแตละประโยคตอไปนี้เปนจริง 1.1 5 1.2 (-5) 1.3 7 1.4 6 1.5 (-9) 1.6 (-5) 1.7 (-13) 1.8 13 1.9 0 1.10 (-3) 2. เมื่อกําหนดให a = 8, b = 10, c = 3 และ d = -6 จงหาคาของ a b ac bd วิธีทํา 18 24 60 8 10 8 3 10 6 18 36 = (-2)


221 เฉลย บทที่ 2 เศษสวนและทศนิยม แบบฝกหัดที่ 1 1. จงเติมเศษสวนลงใน ใหถูกตอง 1) 2) 2. จงเขียนเสนจํานวนแลวหาจุดที่แทนจํานวนตอไปนี้ 1) 8 4 , 2 1 1 , 8 20 2) 2 1 1 , 6 3 4 , 6 29 3. จงเขียนจํานวนตอไปนี้ใหอยูในรูปของทศนิยม 1. 10 6 = 0.6 2. 100 12 0.12 3. 1000 357 0.357 4. 1000 3 100 2 10 1 0.123 * 2 1 1 0 1 2 3


222 แบบฝกหัดที่ 2 1. จงเปลี่ยนเศษสวนตอไปนี้ใหเปนทศนิยม โดยการทําสวนใหเปน 10 , 100 ,1,000,....... 1) 4 9 = 100 225 = 2.25 2) 4 3 1 = 100 175 =1.75 3) 40 39 = 100 97.5 = 0.975 4) 25 7 = 100 28 = 0.28 5) 8 1 = 1000 125 = 0.125 6) 125 8 = 1000 64 = 0.064 2. จงเปลี่ยนเศษสวนตอไปนี้ใหเปนทศนิยม โดยการหารเศษสวน 1) 11 9 = 0.81 2) 7 1 3 = 3.14 3) 16 7 = 0.4375 4) 4 5 = 1.25 5) 6 5 = 0.83 6) 5 3 8 = 8.6


223 แบบฝกหัดที่ 3 1. ใหเติมตัวเศษหรือตัวสวนของเศษสวนลงใน เพื่อใหไดเศษสวนที่เทากัน 2. ใหเติมเครื่องหมาย >, <หรือ = ลงใน ใหถูกตอง


224 3. ใหนักศึกษาเติมเครื่องหมาย >, <หรือ = ระหวางจํานวนสองจํานวน 1) -0.500 ..............0.501 2) 103.012 .........>............. –0.501 3) 5.28 .................... 5.82 4) –5.28 .........=................. -5.28 5) 8.354 ................. 8.534 6) -8.544 ........................... -8.534 7) -13.06 ................. 13.06 8) 103.012 .........>........... -103.012 9) -5.125 ..........=........ -5.1250 10) -7.10 ......................... -7.01 4. ใหนักศึกษาเรียงลําดับจํานวนตอไปนี้จากคานอยไปคามาก 1) -1.724, -1.738, 0.832, -2.000 - 2.000, - 1.738,-1.724,0.832 2) -30.710, -31.170, -31.107, 30.017 -30.710, -31.170,-31.107,30.017 3) 83.000, -38.000, -83.001, -138.500 -138.500, -83.001,-38.000,83.000 4) -34.50, -37.40, -41.54, -39.62, -42.50 -42.50, -41.54, -39.62, -37.40, -34.50 แบบฝกหัดที่ 4 1. ใหหาผลลัพธตอไปนี้ 1.1 6 2 12 1.2 2 1 12 6 1.3 2 12 24 1.4 11 16 = 11 5 1 1.5 6 1 12 2 1.6 12 1 24 2


225 2. ใหเติมจํานวนลงใน แลวทําใหประโยคเปนจริง 2.1 8 6 2.2 6 6 2.3 8 12 2.4 3 5 2.5 8 7 3. ใหหาจํานวนมาเติมลงใน แลวทําใหประโยคเปนจริง 3.1 6 3 3.2 14 9 3.3 6 1 3.4 6 15 = 2 1 2 6 3 2 3.5 4 7 = 4 3 1 3.6 24 14 3.7 18 35 = 18 17 1 3.8 28 111 4. ใหหาผลลัพธตอไปนี้ 1. วิธีทํา = 35 20 35 14 7 3 2. วิธีทํา= 9 9 10 7 9 4 9 5 10 7 = 35 34 35 15 35 34 7 5 3 5 35 34 7 3 = 1 10 7 = 35 49 = 10 7 1 = 35 14 1 = 5 2 1 3. วิธีทํา = 5 2 5 5 8 7 8 8 5 3 4. วิธีทํา = 33 7 3 7 11 46 = 5 2 40 35 40 24 = 33 7 11 11 3 7 11 46 = 5 2 40 59 = 33 7 33 77 11 46 = 8 8 5 2 40 59 = 33 70 11 46 = 40 16 40 59 = 33 70 3 3 11 46 = 40 35 1 40 75 = 33 70 33 138 = 33 208 = 33 10 6


226 แบบฝกหัดที่ 5 1. จงหาผลคูณตอไปนี้1) 511 31 2 วิธีทํา = 56 37 = 15 42 = 54 2 15 12 2 2) 95 511 วิธีทํา = 95 56 = 32 45 30 3) 911 112 5 วิธีทํา = 9 10 11 57 = 33 25 5 99 75 5 99 570 4) 107 32 16 วิธีทํา = 107 3 50 = 32 11 3 35 5) 52 1 32 2 165 วิธีทํา = 57 38 165 = 611 67 6) 61 43 32 6 วิธีทํา = 61 43 3 20 = 65 1 2 3 5 1 1


227 7) 18 35 25 24 49 15 วิธีทํา = 18 35 25 24 49 15 = 74 8) 22 10 25 11 27 10 25 24 วิธีทํา 22 10 25 11 27 10 25 24 = 5 9 5 1 8 2 1 1 = 225 16 แบบฝกหัดที่ 6 1. จงหาผลลัพธตอไปนี้ 1.1 วิธีทํา = 58 54 = 257 1 25 32 1.2 วิธีทํา = 52 11 10 = 114 1.3 วิธีทํา = 6 12 249 = 43 1.4 วิธีทํา = 5 24 16 15 = 21 4 29 1.5 วิธีทํา = 11 25 100 99 = 41 2 49 1.6 วิธีทํา = 31 23 = 21


228 2. จงทําใหเปนผลสําเร็จ 2.1 วิธีทํา = 9 31 5 21 17 9 = 45 34 17 9 45 155 45 189 17 9 = 5 2 2.2 วิธีทํา = 6 2 6 3 6 2 6 3 = 6 6 5 6 1 6 5 = 5 2.3 วิธีทํา = 11 12 6 7 3 11 = 3 14 = 3 2 4 2.4 วิธีทํา = 3 10 5 7 7 24 = 16 แบบฝกหัดที่ 7 1. ใหหาคําตอบของโจทยปญหาตอไปนี้ 1) ตองมีเงิน 320 บาท ซื้อรองเทา 5 2 ของเงินทั้งหมด ซื้อเสื้อ 16 5 ของเงินที่เหลือ จงหาวา ตองเหลือเงินเทาไร วิธีทํา ตองมีเงิน 320 บาท ซื้อรองเทา 5 2 ของเงินทั้งหมด คิดเปน 320 128 5 2 เหลือเงินจากการซื้อรองเทา 320 –128 = 192 บาท ซื้อเสื้อ 16 5 ของเงินที่เหลือ คิดเปน 192 60 16 5 บาท เหลือเงินจากการซื้อเสื้อ 192 –60 = 132 บาท ตอบ ตองเหลือเงิน 132 บาท


229 2) หองประชุมหองหนึ่งมีความยาวเปน 4 3 3 ของความกวาง และความกวางเปน 5 2 4 ของ ความสูงถาหองสูง 2 1 3 เมตร และมีนักเรียน 462 คน จงหาวาโดยเฉลี่ยนักเรียนคนหนึ่ง มีอากาศหายใจกี่ลูกบาศกเมตร วิธีทํา หองประชุมมีความกวาง 5 2 4 ของความสูง = 5 77 2 7 5 22 เมตร มีความยาวเปน 4 3 3 ของความกวาง = 4 231 5 77 4 15 เมตร ดังนั้นหองประชุมมีปริมาตร = 40 124,509 4 231 5 77 2 7 ลูกบาศกเมตร ในหองประชุมมีนักเรียน 462 คน โดยเฉลี่ยนักเรียนคนหนึ่งมีอากาศหายใจ = 462 40 124,509 = 462 1 40 124,509 = 6.7375 ลูกบาศกเมตร ตอบ โดยเฉลี่ยนักเรียนคนหนึ่งมีอากาศหายใจ 6.7375 ลูกบาศกเมตร 3) จางคนปลูกหญาบนสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผากวาง 5 4 6 เมตร ยาว 2 1 10 เมตร ในราคาตารางเมตรละ 45 บาท จะตองจายเงินทั้งหมดเทาไร วิธีทํา สนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผากวาง 5 4 6 เมตร = 5 34 เมตร ยาว 2 1 10 เมตร = 2 21 เมตร พื้นที่สนาม = 5 357 2 21 5 34 ตารางเมตร จายคาจางคนปลูกหญา ตารางเมตรละ 45 บาท ตองจายเงิน = 3,375 5 357 45 บาท ตอบ จายคาจางปลูกหญาบนสนามเทากับ 3,213 บาท


230 4) โทรทัศนเครื่องหนึ่งประกาศลดราคาลง 4 1 ของราคาที่ปดไวเดิม แตผูซื้อเปนเพื่อนกับผูขายลดใหอีก 5 1 ของราคาที่ประกาศลดแลวในครั้งแรก ซึ่งปรากฏวาผูซื้อจายไป 4,200 บาท จงหาวาโทรทัศนเครื่องนี้ ปดราคาเดิมไวเทาไร วิธีทํา โทรทัศนเครื่องหนึ่งลดราคาลง 4 1 ของราคาที่ปดไว ถาลดราคา 4 1 บาท ราคาที่ลดแลวเหลือ 4 3 4 1 1 บาท ขายใหเพื่อนลดใหอีก 5 1 ของราคาที่ประกาศลด 20 3 4 3 5 1 ขายไปจริงราคา 5 3 20 12 20 15 3 20 3 4 3 บาท เศษสวน 5 3 คิดเปนเงิน 4,200 บาท ดังนั้นราคาเดิมขายไว = 7,000 3 5 4,200 บาท ตอบ เดิมติดราคาไว 7,000 บาท 5) ในการเดินทางครั้งหนึ่งเสียคาที่พัก 5 2 ของคาใชจายทั้งหมด คาเดินทาง 4 1 ของคาใชจายทั้งหมด คาใชจายอื่น ๆ คิดเปนเงิน 1,470 บาท จงหาวาคาใชจายทั้งหมดเปนเงินเทาไร วิธีทํา คาใชจายทั้งหมดเปนเงิน 1 บาท เสียคาที่พัก 5 2 ของคาใชจายทั้งหมดเปนเงิน = 5 2 บาท เสียคาเดินทาง 4 1 ของคาใชจายทั้งหมดเปนเงิน = 4 1 บาท รวมคาที่พักและคาเดินทาง = 20 13 4 1 5 2 บาท เปนคาใชจายอื่นๆ = 20 7 20 13 1 บาท ดังนั้น 20 7 คิดเปนเงิน 1,470 บาท ดังนั้น คาใชจายทั้งหมด = 1,470 x 4,200 7 20 บาท ตอบ คาใชจายทั้งหมด 4,200 บาท


231 แบบฝกหัดที่ 8 1. จงเติมผลลัพธตอไปนี้ 1.1 0.99 1.2 -0.2 1.3 -0.1 1.4 0.1 1.5 -16.7 1.6 -12.5 1.7 50.09 1.8 -15.15 1.9 10.1 1.10 3.306 1.11 -9.1 1.12 -16.57 1.13 -36.7 1.14 -50.1 1.15 8.4782 1.16 2.7843 1.17 -57.03 1.18 -63.938 1.19 -3.237 1.20 3.327 แบบฝกหัดที่ 9 1. จงหาคาของ 1.1 -28.92 1.2 -0.1176 1.3 6.6742 1.4 -32.6808 2. จงหาคาของ 2.1 -1,240 2.2 -10.1802 2.3 -12.596 2.4 24.5746 2.5 -3.33


232 แบบฝกหัดที่10 ใหนักศึกษาแกปญหาโจทยตอไปนี้ 1. เชือกยาว 17.25 เมตร นําอีกเสนหนึ่งยาว 5.2 เมตร มาผูกตอกันทําใหเสียเชือกตรงรอยตอ 0.15 เมตร นําเชือกที่ตอแลวมาวางเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผา ใหดานกวางยาวดานละ 1.5 เมตร ดานยาวจะยาวดานละกี่ เมตร วิธีทํา เชือกที่เหลือจากการนํามาตอกันคิดเปน (17.25 + 5.2) –0.15 = 22.3 เมตร นํามาวางใหเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผาใหดานกวางยาว 1.5 เมตร ดานกวางทั้ง 2 ดานจะใชเชือกไป 1.5 x 2 = 3 เมตร เหลือเชือกเปนดานยาว 22.3 –3 = 19.3 แตดานยาว มี 2 ดาน ดังนั้นดานยาว ดานละ 19.3 ÷2 = 9.65 เมตร ตอบ ดานยาวจะยาวดานละ 9.65 เมตร 2. น้ําตาลถุงหนึ่งหนัก 9.35 กิโลกรัม จํานวน 16 ถุง ใชทําขนมเฉลี่ยแลววันละ 4.4 กิโลกรัม จะใช น้ําตาลไดทั้งหมดกี่วัน วิธีทํา น้ําตาลถุงหนึ่งหนัก 9.35 กิโลกรัม จํานวน 16 ถุง = 9.35 x 16 = 149.6 กิโลกรัม ใช ทําขนมเฉลี่ยแลววันละ 4.4 กิโลกรัม จะใชน้ําตาลได = 34 4.4 149.6 วัน ตอบ จะใชน้ําตาลไดทั้งหมด 34 วัน 3. หองรูปสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 4.8 เมตร ยาว 9.6 เมตร นํากระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 32 ตาราง เซนติเมตร มาปูหองจะตองใชกระเบื้องกี่แผน วิธีทํา พื้นที่หองสี่เหลี่ยมผืนผา กวาง 4.8 เมตร ยาว 9.6 เมตร = 480 x 960 = 460,800 ตร.ซม. พื้นที่กระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด = 32 ตร.ซม. ถาปูหองจะตองใชกระเบื้อง = 14,400 32 460,800 แผน ตอบ จะตองใชกระเบื้อง 14,400 แผน


233 4. มีทองคําแทงหนึ่งหนัก 12.04 กรัม ซื้อเพิ่มอีก 25.22 กรัม แบงขายไปสองครั้ง หนักครั้งละ 8.02 กรัม ที่เหลือนําไปทําแหวน 5 วง หนักวงละ 3.45 กรัมเทาๆ กัน จะเหลือทองอีกกี่กรัม วิธีทํา ทองคําแทงหนึ่งหนัก 12.04 กรัม ซื้อเพิ่มอีก 25.22 กรัม = 12.04 + 25.22 = 37.26 กรัม แบงขายไปสองครั้ง หนักครั้งละ 8.02 กรัม = 8.02 x 2 = 16.04 กรัม เหลือทอง = 37.26 –16.04 = 21.22 กรัม นําไปทํา แหวน 5 วง หนักวงละ 3.45 กรัมเทา ๆ กัน = 5 x 3.45 = 17.25 กรัม ทองที่เหลือจากการ ทําแหวนจะได = 21.22 –17.25 = 3.97 กรัม ตอบ จะเหลือทองอีก 3.97 กรัม


234 เฉลย บทที่ 3 เลขยกกําลัง แบบฝกหัดที่ 1 1. จงเขียนจํานวนตอไปนี้ในรูปเลขยกกําลังที่มีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็มที่มากกวา 1 พรอมทั้งบอกฐาน และเลขชี้กําลัง 1.1 25 = ……… 5x 5…………………=……..… 2 5 …………….. มี = …………5…………….เปนฐานและ..............2..................เปนเลขชี้กําลัง 1.2 64= ………8 x 8…………………=…………… 2 8 ………….. มี = …………8…………….เปนฐานและ...............2..................เปนเลขชี้กําลัง 1.3 169= ………13 x 13……………....=…………… 2 13 …….….. มี = ……………13……….เปนฐานและ..............2....................เปนเลขชี้กําลัง 1.4 729 = ……………27 x 27………..=………… 2 27 ……….….. มี = …………27………….เปนฐานและ............2......................เปนเลขชี้กําลัง 1.5 -32 = …(-2) (-2) (-2) (-2) (-2)…….=………… 5 2 ……….. มี = …………(-2)…………เปนฐานและ............5.....................เปนเลขชี้กําลัง 1.6 -243 = …(-3) (-3) (-3) (-3) (-3)……….=……… 5 3 ………….. มี = ……………(-3)………เปนฐานและ............5.....................เปนเลขชี้กําลัง 1.7 0.125 = …(0.5) (0.5) (0.5)………….=………… 3 0.5 ……..….. มี = …………(0.5)………เปนฐานและ.....................3..............เปนเลขชี้กําลัง 2. จงเขียนจํานวนที่แทนดวยสัญลักษณตอไปนี้ 2.1 2 2 2 2 2 2 2 2 = 256 2.2 (-3) (-3) (-3) (-3) = 81 2.3 (0.3) (0.3) (0.3) (0.3) (0.3) = 0.00243 2.4 (0.02) (0.02) (0.02) (0.02) (0.02) (0.02) = 0.000000000064 2.5 3 1 3 1 3 1 = 27 1 2.6 7 2 7 2 7 2 = 343 8 2.7 (-5) (-5) (-5) (-5) = 625 2.8 - (2 2 2) = -8 2.9 10 1 10 1 10 1 10 1 10 1 = 100000 1


235 2.10 (0.5) (0.5) (0.5) (0.5) (0.5) (0.5) = 0.015625 แบบฝกหัดที่ 2 1 จงเขียนจํานวนตอไปนี้ในรูปสัญกรณวิทยาศาสตร 1. 4 x 5 10 2. 2.3 x 10 10 3. 6.39 x 8 10 4. 2.475 x 8 10 2. ดาวเสารอยูหางจากดวงอาทิตยประมาณ1,430,000,000 กิโลเมตร จงเขียนใหอยูในรูปสัญกรณ วิทยาศาสตร ตอบ 1.43 x 9 10 3. สัญกรณวิทยาศาสตรในแตละขอตอไปนี้แทนจํานวนใด 3.1 2,000,000 3.2 48,000,000,000,000 3.3 4,030,000,000 3.5 912,500 แบบฝกหัดที่ 3 1 จงเขียนจํานวนที่แทนดวยสัญลักษณตอไปนี้ 1.1 5 6 2 = 2,048 1.2 32 x 9 = 288 1.3 3 6 = 216 1.4 2 0.75 = 0.5625 1.5 9 9 1 = 1 1.6 3 6 = -216 1.7 16 625 125 8 = 2 5 = 2 1 2 1.8 32 16807 117649 1 = 224 1 1.9 16 1 0.125 = 0.0078125


236 1.10 5 11 = 161051 2. จงเขียนผลคูณของจํานวนในแตละขอตอไปนี้ในรูปเลขยกกําลัง 2.1 2 3 7 2 = 12 2 2.2 3 1 5 3 = 9 3 2.3 4 2 55 5 = 1 4 2 5 = 7 5 2.4 2 2 11 1111 = 2 1 2 11 = 5 11 2.5 4 3 7 3 = 14 3 แบบฝกหัดที่ 4 1. จงหาผลลัพธ 1.1 9 2 2 = 7 2 1.2 6 1 3 = 5 3 1.3 3 6 11 = 3 11 = 3 11 1 1.4 4 2 5 1 = 2 5 1 1.5 5 4 0.03 = 0.03 1.6 5 7 0.8 ( 0.8 ) = 5 7 0.8 = 2 ( 0.8 ) = 2 ( 0.8 ) 1 1.7 3 4 7 5 = 0 5 = 1 1.8 6 1 4 7 = 3 7 1.9 2 4 5 13 = 13 1.10 674 m = 3 m 2. จงหาผลลัพธตอไปนี้ในรูปที่มีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็มบวก 2.1 3 ( 4) 5 = 1 5 = 5 1 2.2 8 6 2 3 = 0 3 = 1 2.3 6 1 4 = 7 4 = 7 4 1 2.4 6 1 2 = 5 2 2.5 2 3 1.5 = 1 1.5 = 1.5 1 2.6 25 x = 3 x = 3 1 x 2.7 31 05 a a = 45 a = 1 a = a 1 2.8 75 m = 75 m = 2 m = 2 1 m


237 เฉลย บทที่ 4 อัตราสวนรอยละ แบบฝกหัดที่ 1 1.จงเขียนอัตราสวนจากขอความตอไปนี้ 1.1 1 เซนติเมตร :100 กิโลเมตร 1.2 200 กิโลเมตร : 3 ชั่วโมง 1.3 40 คน : 1,000 คน 1.4 72 ครั้ง : 1 นาที 2. สลากกินแบงรัฐบาลแตละงวดเปนเลข 6 หลัก เชน 889748 ซึ่งมีหมายเลขตางกันทั้งหมด 1,000,000 ฉบับ ในจํานวนทั้งหมดนี้มีสลากที่ถูกรางวัลเลขทาย 2 ตัวทั้งหมด 10,000 ฉบับ ถูกรางวัลเลขทาย 3 ตัว 4,000 ฉบับ และถูกรางวัลที่ 1 อีก 1 ฉบับ 2.1 1: 1,000,000 2.2 10,000 : 1,000,000 2.3 4,000 : 1,000,000 2.4 10,000: 4,000 3. พอคาจัดลูกกวาดคละสีขนาดเทากันลงในขวดโหลเดียวกัน โดยนับเปนชุดดังนี้ “ลูกกวาดสีแดง 3 เม็ด สี เขียว 2 เม็ด สีเหลือง 5 เม็ด”จงหา 3.1 3: 10 3.2 3: 5 3.3 สีเหลืองเพราะมีจํานวนมากที่สุด ดังนั้นโอกาสที่จะหยิบไดสีเหลืองจึงมีมาก แบบฝกหัดที่ 2 1. ถาอัตราการแลกเปลี่ยนเงินดอลลารตอเงินหนึ่งบาทเทากับ 1 : 43 จงเติมราคาเงินในตาราง 43 86 129 430 860


238 2. จงเขียนอัตราสวนที่เทากับอัตราสวนที่กําหนดใหตอไปนี้มาอีก 3 อัตราสวน 2.1 12 8 , 9 6 , 6 4 2.2 36 20 , 27 15 , 18 10 3. จงตรวจสอบวาอัตราสวนตอไปนี้เทากันหรือไม อัตราสวนที่กําหนดให พิจารณาการคูณไขว ผลการตรวจสอบ 1) 6 5 กับ 12 10 5 12 = 10 6 เพราะ 60 = 60 6 5 = 12 10 2) 4 3 กับ 5 4 3 5 4 4 เพราะ 15 16 4 3 5 4 3) 8 6 กับ 9 7 6 9 = 8 7 เพราะ 54 56 8 6 9 7 4) 10 12 กับ 15 18 12 15 = 18 10 180 = 180 10 12 = 15 18 5) 10 0.3 กับ 200 6 0.3 200 = 6 10 60 = 60 10 0.3 = 200 6 4. จงทําใหอัตราสวนตอไปนี้มีหนวยเดียวกันและอยูในรูปอยางงาย 4.1 2x 24 : 10 หรือ 48 : 10 หรือ 24 : 5 4.2 200 : 1.5 x 1,000 เมตร หรือ 200 : 1,500


239 แบบฝกหัดที่ 3 1. พอแบงเงินใหลูกสามคนโดยกําหนด อัตราสวนของจํานวนเงินลูกคนโต ตอคนกลาง ตอคนเล็กเปน 5 : 3 : 2จงหาอัตราสวนตอไปนี้ 1.1 5 : 2 1.2 2 : 3 1.3 3 : 10 1.4 2 : 10 2. เศรษฐีคนหนึ่งไดเขียนพินัยกรรมไวกอนจะเสียชีวิตวา ถาภรรยาที่กําลังตั้งครรภคลอดลูกเปนชายใหแบง เงินในพินัยกรรมเปนอัตราสวนเงินของภรรยาตอบุตรชายเปน 1:2 แตถาคลอดลูกเปนหญิงใหแบงเงินใน พินัยกรรมเปนอัตราสวนเงินของภรรยาตอบุตรหญิงเปน 2 : 1เมื่อเศรษฐีคนนี้เสียชีวิตลงปรากฏวาภรรยา คลอดลูกแฝด เปนชาย 1 คน หญิง 1 คน จงหาอัตราสวนของเงินในพินัยกรรมของภรรยาตอบุตรชาย ตอบุตร หญิง ตอบ อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรชาย เปน 1: 2 อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรหญิง เปน 2: 1 เมื่อเศรษฐีเสียชีวิตลงภรรยาคลอดลูกเปนฝาแฝด ชาย 1 คน หญิง 1 คน ตองแบงพินัยกรรมเปน สามสวน คือ อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรชาย เปน 1: 2 = 2: 4 อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรหญิง เปน 2 : 1 นั่นคือ อัตราสวนเงินของภรรยาตอเงินของบุตรชายตอบุตรหญิงเปน 2 :4 : 1 แบบฝกหัดที่ 4 1. จงเขียนสัดสวนจากอัตราสวนตอไปนี้ 1.1 8 6 4 3 1.2 27 9 7 A 1.3 10 5 12 B 1.4 D 65 4 5


240 2. จงหาคาตัวแปรจากสัดสวนที่กําหนดใหตอไปนี้ 2.1 15 12 3 A วิธีทํา 3 15 12 A = 2.4 2.2 28 3 21 B วิธีทํา 21 28 B 3 = 4 แบบฝกหัดที่ 5 1. ขายมะละกอ 3 ผล ราคา 50 บาท ถาขาย มะละกอ 15 ผล จะไดเงินเทาไร วิธีทํา ขายมะละกอ 3 ผล ราคา 50 บาท ขายมะละกอ 15 ผล ราคา x บาท จะได x 15 50 3 3 15x50 x x = 250 2. กศน.แหงหนึ่งมีนักศึกษาทั้งหมด 400 คน มีจํานวนนักศึกษาหญิงตอจํานวนนักศึกษาชาย เปน 5: 3จงหาวา มีนักศึกษาชายกี่คนและนักศึกษาหญิงกี่คน วิธีทํา กศน. แหงหนึ่งมีนักศึกษาทั้งหมด 400 คน มีจํานวนนักศึกษาหญิงตอจํานวนนักศึกษาชาย เปน 5: 3 ดั้งนั้นถาแบงนักศึกษา กศน.ทั้งหมดออกเปน 5+3 = 8 สวน จะไดนักศึกษา กศน. สวนละ 8 400 = 50 คน ฉะนั้น มีนักศึกษาชาย อยู 3 สวน เปน 3 x50 = 150 คน มีนักศึกษาหญิงอยู 5 สวน เปน 5 x 50 = 250 คน


241 3. พอแบงมรดกใหลูกสองคน โดยอัตราสวนของสวนแบงของลูกคนโตตอสวนแบงลูกคนเล็ก เปน 7: 3ถาลูกคนโตไดเงินมากกวาลูกคนเล็ก 80,000 บาท จงหาสวนแบงที่แตละคนไดรับ วิธีทํา อัตราสวนของสวนแบงของลูกคนโตตอสวนแบงลูกคนเล็ก เปน 7: 3 ดังนั้น พอแบงเงินทั้งหมดเปน 10 สวน ลูกคนโตมีเงินมากกวาลูกคนเล็ก 4 สวน เปนเงิน 80,000 บาท ดังนั้น เงิน 1 สวน เปนเงิน 20,000 4 80,000 บาท สรุปไดวา ลูกคนโตไดรับเงินมรดก 7 สวน เปนเงิน 7 x 20,000 = 140,000 บาท ลูกคนเล็กไดรับเงินมรดก 3 สวน เปนเงิน 3x 20,000 = 60,000 บาท แบบฝกหัดที่ 6 1.1 90 1.2 48 1.3 7% 1.4 25% 1.5 600 1.6 0.5 แบบฝกหัดที่ 7 1. 125 คน 2. 2.1 1,200 คน 2.2 480 คน 3. วิธีทํา สินคาทุกชนิดลดราคา 20 % คุณแมซื้อเครื่องแกวแลวไดสวนลด 250 บาท ดังนั้นรานคาปดราคา 20 100 250 1, 250 บาท 4. วิธีทํา สนามหญาแหงหนึ่งกวาง 5 เซนติเมตร ยาว 8 เซนติเมตร มาตราสวน 1 เซนติเมตร : 50 เมตร ดังนั้นสนามหญาจริงกวาง 250 เมตร ยาว 400 เมตร


242 หาพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา จะได 250 x 400= 100,000 ตารางเมตร 5.วิธีทํา นกนอยไดอัตราดอกเบี้ยรอยละ 3 ตอป แตถูกหักภาษีรอยละ 15 คิดเปน 3 0.45 100 15 เทากับดอกเบี้ยที่ถูกหักภาษีแลว 3 –0.45 = 2.55 นกนอยฝากเงิน 10,000 บาท สิ้นปจะไดดอกเบี้ยที่ถูกหักภาษี รอยละ 2.55 คิดเปน 10,000 255 100 2.55 บาท รวมมีเงินบัญชี 10,000 + 225 = 10,225 บาทในตนปที่สอง สิ้นปที่สองจะไดดอกเบี้ยรอยละ 2.55 ของเงินฝากปที่สอง = 10,255 261.50 100 2.55 บาท ครบสองปจะมีเงินในบัญชี 10,255 + 261.50 = 10,516.50 บาท 6. วิธีทํา วีระซื้อรถยนต ราคา 200,000 บาท ขายตอไดกําไร 20% เปนเงิน 200,000 40,000 100 20 บาท วีระมีเงินทั้งหมด 240,000 บาท วีระเอาเงินไปเลนหุนขาดทุน 20% เปนเงิน 240,000 48,000 100 20 บาท ดังนั้นวีระเหลือเงิน 240,000 - 48,000 = 192,000 บาท


243 เฉลย บทที่ 5 การวัด แบบฝกหัดที่ 1 1. จงเติมหนวยความยาวหรือหนวยพื้นที่ใหเหมาะสมกับขอความตอไปนี้ 1.1 มิลลิเมตร 1.2 เซนติเมตร, เซนติเมตร, มิลลิเมตร 1.3 กิโลเมตร 1.4 เมตร, เมตร, กิโลเมตร 1.5 เซนติเมตร, เซนติเมตร, มิลลิเมตร 1.6 ตารางเซนติเมตร 1.7 ตารางเมตร 1.8 เมตร หรือ วา ,ไร-งาน-ตารางวา, ตารางเมตร 1.9 เมตร 2. จงเติมคําลงในชองวางที่กําหนดใหถูกตอง 2.1 1,600 2.2 170,000 2.3 7 ไร 3 งาน 19 ตารางวา 2.4 5 2.5 2 x 10 10 2.6 2,222 2.7 2.9 2.8 432 2.9 38 2.10 1,072 938,000 และ 1,400,000 3. จงตอบคําถามตอไปนี้ พรอมแสดงวิธีทํา 1) สวนแหงหนึ่งมีพื้นที่ 4,800 ตารางเมตร คิดเปนพื้นที่กี่ไร วิธีทํา พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร เทากับ 1 ไร พื้นที่ 4,800 ตารางเมตร เทากับ 3 1,600 4,800 ไร


Click to View FlipBook Version