47
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
วิชา คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ รหัสวชิ า ค 21201 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา พร้อมทัง้ ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นเน้ือหาสาระ ดังน้ี
จำนวนเตม็ การนำความรเู้ ก่ยี วกบั จำนวนเต็ม ไปใชใ้ นการแก้ปญั หา
การสร้างทางเรขาคณิต การใช้วงเวียนและสันตรง หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตในการสร้างรูป
เรขาคณิต และนำไปใชแ้ ก้ปัญหาในชีวิตจรงิ
เลขยกกำลัง การนำสมบัติของเลขยกกำลงั ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง
การนำความรเู้ ก่ียวกบั สัญกรณ์วทิ ยาศาสตร์ไปใช้ในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตรแ์ ละแก้ปัญหาในชีวติ จรงิ
ทศนิยมและเศษส่วน การนำความรู้เกี่ยวกับทศนิยมและเศษส่วนไปใช้ ในการแก้ปัญหา
คณติ ศาสตร์และปัญหาในชวี ติ จริง
มิติสัมพันธ์ของรูปเรขาคณิต ภาพที่ได้จากการมองด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนของรูป
เรขาคณิตสามมิติท่ปี ระกอบขนึ้ จากลูกบาศก์
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใช้สือ่ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ทีไ่ ด้ ไปใชใ้ นการเรียนรู้สงิ่ ตา่ ง ๆ และใช้ในชีวติ ประจำวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทั้งเหน็ คณุ ค่าและมเี จตคติท่ีดี
ตอ่ วชิ าคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ มคี วามรอบคอบและมีวจิ ารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทกั ษะอาชีพ รักษส์ งิ่ แวดล้อม และการต้าน
ทุจริตศึกษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะทีต่ ้องการวดั
ผลการเรยี นรู้
1. นำความรเู้ รอ่ื งจำนวนเตม็ ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และปญั หาในชีวติ จรงิ ได้
2. ใช้วงเวียนและสนั ตรง หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวตั ในการสร้างรูปเรขาคณิต และนำไปใช้
แก้ปัญหาในชวี ิตจริงได้
3. นำสมบตั ขิ องเลขยกกำลงั ไปใช้ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปญั หาในชีวติ จริงได้
4. นำความร้เู ก่ียวกับสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์และแก้ปัญหาในชวี ติ จริง
ได้
5. นำความรเู้ กีย่ วกับทศนิยมและเศษส่วนไปใช้ ในการแก้ปญั หาคณิตศาสตรแ์ ละปัญหาในชีวติ จริงได้
6. เขียนภาพท่ีไดจ้ ากการมองด้านหน้า ด้านขา้ ง และดา้ นบนของรูปเรขาคณติ สามมิติทีป่ ระกอบข้ึน
จากลูกบาศก์ได้
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรียนรู้
48
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
วิชา คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เติม รหัสวชิ า ค 21202 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา พร้อมทั้งฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในเน้ือหาสาระ ดงั น้ี
สมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว การนำความรเู้ ก่ยี วกับสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียวไปใช้ในชวี ติ จริง
อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ การนำความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละไปใช้ในการ
แก้ปญั หา
สมการเชิงเส้นสองตัวแปร การนำความรู้เกี่ยวกับสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและกราฟของ
ความสัมพนั ธ์เชงิ เสน้ ไปใช้ในชีวิตจริง
สถิต(ิ 1) การนำสถติ ไิ ปใชใ้ นชีวิตจริง
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สรา้ งสรรค์
การใช้สอ่ื อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งขอ้ มูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ทไ่ี ด้ ไปใชใ้ นการเรียนรสู้ ่ิงตา่ ง ๆ และใชใ้ นชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทัง้ เหน็ คุณคา่ และมีเจตคติที่ดี
ตอ่ วิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมวี จิ ารณญาณ
โดยบูรณาการ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทักษะอาชีพ รักษส์ ิง่ แวดลอ้ ม และการต้าน
ทุจรติ ศึกษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะทตี่ อ้ งการวัด
ผลการเรยี นรู้
1. นำความรูเ้ ก่ียวกับสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี วไปใช้แกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวติ จรงิ ได้
2. นำความรู้เกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละไปใช้ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาใน
ชีวิตจรงิ ได้
3. นำความรู้เก่ยี วกับสมการเชิงเสน้ สองตวั แปรไปใชใ้ นการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวติ
จรงิ ได้
4. นำความร้เู กยี่ วกับกราฟของความสมั พันธเ์ ชิงเส้นไปใช้ในการแกป้ ัญหาคณติ ศาสตร์และปัญหาใน
ชวี ิตจริงได้
5. นำสถิติไปใชใ้ นชวี ิตจริงโดยใช้เทคโนโลยที ี่เหมาะสมได้
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
49
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
วชิ า ศาสตรแ์ หง่ คณติ ศาสตร์ 1 รหสั วิชา ค 21203 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา พรอ้ มทงั้ ฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นเนื้อหาสาระ ดงั น้ี
กระบวนการทางคณิตศาสตร์1 การดำเนินการในระบบจำนวนเต็มและทักษะการคำนวณเบื้องตน้
จินตคณติ 1 การบวกเลขโดยใช้ทฤษฎเี ลข 0, 5, 11 และการคณู เลขดว้ ยตาราง
คดิ เลขเรว็ 1 ทักษะการคูณ เลขยกกำลัง และแฟกทอเรียล
เวทคณติ 1 การบวกและการลบโดยใช้กระบวนการของเวทคณติ
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใช้สอ่ื อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทกั ษะกระบวนการ
ท่ีได้ ไปใช้ในการเรียนรูส้ ่งิ ตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ติ ประจำวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทัง้ เห็นคุณคา่ และมีเจตคติท่ีดี
ต่อวชิ าคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมวี จิ ารณญาณ
โดยบูรณาการ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทกั ษะอาชีพ รักษ์สงิ่ แวดลอ้ ม และการต้าน
ทุจรติ ศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะท่ตี ้องการวดั
ผลการเรียนรู้
1. นำกระบวนการทางคณิตศาสตร์มาใชใ้ นการดำเนินการในระบบจำนวนเตม็ และการคำนวณ
เบอื้ งต้นได้
2. บวกเลข โดยใชท้ ฤษฎเี ลข 0, 5, 11 และคูณเลขด้วยตารางได้
3. คิดคำนวณ โดยใชก้ ารคูณ เลขยกกำลงั และแฟกทอเรยี ลได้
4. บวกและลบจำนวนโดยใช้กระบวนการของเวทคณิตได้
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู้
50
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
วชิ า ศาสตรแ์ ห่งคณิตศาสตร์2 รหสั วชิ า ค 21204 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา พร้อมท้งั ฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในเน้ือหาสาระ ดงั นี้
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์2 ทักษะการคำนวณขนั้ สงู
จินตคณิต2 การบวกเลข การหาค่าของจำนวนที่อยู่ในรูปกรณฑ์ กระดูกเนเปียร์ และมหัศจรรย์
เลข 9
คิดเลขเร็ว2 การใช้ซิกมา เกม 24 และเกม 180 IQ
เวทคณติ 2 การคณู และการหารโดยใชก้ ระบวนการของเวทคณิต
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใชส้ ือ่ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ทไ่ี ด้ ไปใช้ในการเรยี นรู้ส่ิงตา่ ง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมท้งั เหน็ คุณคา่ และมเี จตคติท่ีดี
ตอ่ วชิ าคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมีวิจารณญาณ
โดยบูรณาการ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทกั ษะอาชีพ รักษส์ ่ิงแวดล้อม และการต้าน
ทจุ รติ ศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ต้องการวัด
ผลการเรียนรู้
1. นำกระบวนการทางคณติ ศาสตรม์ าใช้ในการดำเนนิ การในระบบจำนวนจรงิ และการคำนวณข้ัน
สงู ได้
2. บวกเลข และหาค่าของจำนวนที่อยใู่ นรูปกรณฑไ์ ด้
3. คูณจำนวนโดยใช้วิธีการกระดกู ของเนเปยี ร์ และมหัศจรรยเ์ ลข 9 ได้
4. คดิ คำนวณ โดยใชซ้ กิ มาได้
5. แก้ปญั หาเกม 24 และเกม 180 IQ ได้
6. คูณและหารจำนวนโดยใชก้ ระบวนการของเวทคณิตได้
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรยี นรู้
51
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
วชิ า คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม รหัสวิชา ค 22201 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา พร้อมทั้งฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในเนื้อหาสาระ ดังน้ี
ทฤษฎบี ทพที าโกรสั การนำความรเู้ ก่ียวกับทฤษฎีบทพที าโกรัสและบทกลับไปใช้ในชวี ติ จริง
ความรูเ้ บื้องตน้ เกย่ี วกบั จำนวนจรงิ การนำความร้เู ก่ียวกับจำนวนจริงไปใช้
ปริซึมและทรงกระบอก การนำความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอกไปใช้ในการ
แกป้ ญั หา และการนำความรเู้ กย่ี วกับปรมิ าตรของปริซมึ และทรงกระบอกไปใช้ในการแกป้ ญั หา
การแปลงทางเรขาคณติ การนำความรูเ้ กย่ี วกบั การแปลงทางเรขาคณติ ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา
เลขยกกำลงั การนำความรูเ้ กย่ี วกับเลขยกกำลังไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
พหนุ าม การนำพหุนามไปใช้การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สรา้ งสรรค์
การใช้สื่อ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทกั ษะกระบวนการ
ทไ่ี ด้ ไปใชใ้ นการเรียนรู้สิ่งตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมทง้ั เหน็ คุณค่าและมเี จตคติท่ีดี
ตอ่ วชิ าคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ มคี วามรอบคอบและมีวจิ ารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทกั ษะอาชีพ รักษส์ ง่ิ แวดล้อม และการต้าน
ทุจรติ ศึกษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะทตี่ ้องการวัด
ผลการเรียนรู้
1. ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับในการแก้ปัญหาคณิตศาสตรแ์ ละปญั หาในชวี ิตจรงิ ได้
2. ใชส้ มบัตขิ องจำนวนจริงในการแกป้ ญั หาคณิตศาสตรแ์ ละปญั หาในชีวิตจรงิ ได้
3. ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้เร่ืองพืน้ ท่ีผวิ ของปริซึมและทรงกระบอกในการแกป้ ัญหาคณติ ศาสตร์และปัญหา
ในชวี ิตจริงได้
4. ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้เรอื่ งปริมาตรของปริซมึ และทรงกระบอกในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และปัญหา
ในชีวิตจรงิ ได้
5. ใช้ความรเู้ กยี่ วกับการแปลงทางเรขาคณติ ในการแกป้ ญั หาคณติ ศาสตร์และปัญหาในชวี ิตจรงิ ได้
6. ใช้สมบัติของเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาใน
ชวี ติ จริงได้
7. ใช้พหนุ ามในการแก้ปญั หาคณิตศาสตร์ได้
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้
52
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
วิชา คณติ ศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ รหัสวิชา ค 22202 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา พรอ้ มทง้ั ฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นเน้ือหาสาระ ดงั นี้
สถิติ(2) การวิเคราะห์ข้อมูลโดย ค่ากลางของข้อมูล การแปลความหมายผลลัพธ์ การนำสถิติไป
ใช้ในชวี ิตจรงิ
ความเท่ากนั ทกุ ประการ การนำความรเู้ กย่ี วกบั ความเท่ากันทกุ ประการไปใช้ในการแก้ปญั หา
เสน้ ขนาน การนำความรเู้ ก่ยี วกบั สมบัติของเสน้ ขนานและรปู สามเหลี่ยมไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา
การใหเ้ หตผุ ลทางเรขาคณิต การนำความรเู้ กีย่ วกับการสร้างทางเรขาคณิตไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
การแยกตัวประกอบพหุนามดีกรีสอง การนำความรู้เกยี่ วกบั การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรี
สองตวั แปรเดียวไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิด
สร้างสรรค์
การใชส้ ือ่ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทกั ษะกระบวนการ
ทไ่ี ด้ ไปใช้ในการเรยี นรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์ รวมทงั้ เหน็ คุณค่าและมเี จตคติที่ดี
ตอ่ วิชาคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมวี ิจารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทกั ษะอาชีพ รักษ์สง่ิ แวดล้อม และการต้าน
ทจุ รติ ศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะทต่ี อ้ งการวัด
ผลการเรียนรู้
1. วิเคราะห์ข้อมูลจากค่ากลางของข้อมูลได้
2. แปลความหมายผลลัพธ์ได้
3. นำสถิตไิ ปใชใ้ นชีวติ จริงโดยใชเ้ ทคโนโลยีที่เหมาะสมได้
4. ใช้สมบัติของรูปสามเหล่ยี มทเ่ี ท่ากันทุกประการในการแก้ปัญหาคณิตศาสตรแ์ ละปัญหาในชีวิตจริง
ได้
5. นำความรเู้ กีย่ วกับสมบตั ิของเสน้ ขนานและรปู สามเหลีย่ มไปใชใ้ นการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ได้
6. นำความร้เู กยี่ วกบั การสร้างไปประยุกตใ์ ช้ในการแก้ปัญหาในชีวติ จริงได้
7. ใชก้ ารแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี องในการแก้ปญั หาคณติ ศาสตร์ได้
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู้
53
คำอธิบายรายวิชา
วชิ า คณติ ศาสตร์กับ GSP 1 รหัสวิชา ค 22203 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา พร้อมทัง้ ฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นเนื้อหาสาระ ดังน้ี
การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิตโดยใช้โปรแกรม GSP การสร้างจุด เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง
เส้นขนาน เส้นตั้งฉาก และการสร้างมุม การวัดความยาวของส่วนของเส้นตรง และการวัดขนาดของมุม
โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
การสร้างและการหาพื้นที่รูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้โปรแกรม GSP การสร้างและการหาพื้นที่
รูปเรขาคณิตสองมิติ ได้แก่ รูปสามเหลี่ยม (สามเหลี่ยมมุมฉาก สามเหลี่ยมหน้าจั่ว สามเหลี่ยมด้านเท่า
และสามเหล่ยี มใดๆ) รปู สีเ่ หลี่ยม(ส่เี หลย่ี มจัตรุ ัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่เี หลีย่ มรูปว่าว สเ่ี หล่ียมดา้ นขนาน) และ
รปู หลายเหลย่ี มด้านเท่า โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
การแปลงทางเรขาคณิตโดยใช้โปรแกรม GSP การใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
ในการแปลงทางเรขาคณติ (การเลอื่ นขนาน การสะท้อน และการหมนุ รูปเรขาคณิตสองมติ )ิ
การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยใช้โปรแกรม GSP การใช้โปรแกรม The Geometer’s
Sketchpad แก้ปญั หาเกี่ยวกบั การสร้างทางคณิตศาสตรแ์ ละทฤษฎีบทพที าโกรสั
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใชส้ ือ่ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ขอ้ มูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทกั ษะกระบวนการ
ที่ได้ ไปใชใ้ นการเรียนร้สู ิ่งตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวนั อย่างสรา้ งสรรค์ รวมทั้งเห็นคณุ คา่ และมเี จตคติท่ีดี
ตอ่ วิชาคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมีวจิ ารณญาณ
โดยบูรณาการ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทักษะอาชีพ รักษส์ ิง่ แวดล้อม และการต้าน
ทุจรติ ศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะท่ตี ้องการวดั
ผลการเรียนรู้
1. สร้างจดุ เส้นตรง ส่วนของเส้นตรง เส้นขนาน เส้นต้งั ฉาก และสรา้ งมมุ โดยใชโ้ ปรแกรม GSP ได้
2. วัดความยาวของสว่ นของเสน้ ตรง และวดั ขนาดของมมุ โดยใชโ้ ปรแกรม GSP ได้
3. สร้างและหาพนื้ ท่ีรปู เรขาคณิตสอง ได้แก่ รปู สามเหลย่ี ม (สามเหล่ยี มมุมฉาก สามเหล่ยี มหน้าจั่ว
สามเหลยี่ มด้านเท่า และสามเหล่ียมใดๆ) รูปสเ่ี หลยี่ ม (ส่ีเหลีย่ มจัตรุ ัส สีเ่ หล่ยี มผืนผ้า สีเ่ หลีย่ มรปู
ว่าว สเี่ หลีย่ มด้านขนาน) และรูปหลายเหลี่ยมดา้ นเทา่ โดยใช้ โปรแกรม GSP ได้
4. นำโปรแกรม GSP มาใช้ใน การเล่ือนขนาน การสะท้อน และการหมุน รปู เรขาคณิตสองมิตไิ ด้
5. นำโปรแกรม GSP มาใชใ้ นการแก้ปญั หาเก่ยี วกบั การสร้างทางคณิตศาสตร์ได้
6. นำโปรแกรม GSP มาใชใ้ นการแกป้ ญั หาเก่ยี วกบั ทฤษฎีบทพที าโกรัสได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
54
คำอธิบายรายวิชา
วชิ า โครงงานคณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 22204 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศกึ ษา พรอ้ มทง้ั ฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในเนื้อหาสาระ ดงั นี้
ความรู้เบื้องต้นสำหรับโครงงานคณิตศาสตร์ ความหมาย หลักการ จุดมุ่งหมาย ประเภทและ
ขน้ั ตอนการทำโครงงานคณติ ศาสตร์
ปัญหา สมมติฐาน และตัวแปร กำหนดปัญหา วัตถุประสงค์ สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม
และตวั แปรควบคุม ในการทำโครงงานคณิตศาสตร์
การออกแบบการจัดทำโครงงานและการเขยี นเค้าโครงโครงงานคณิตศาสตร์ การออกแบบการ
จดั ทำโครงงานคณิตศาสตร์ และการเขยี นเค้าโครงโครงงานคณิตศาสตร์
ดำเนินการจัดทำโครงงานคณิตศาสตร์ ดำเนินการจัดทำโครงงานคณิตศาสตร์ ตามที่ออกแบบ
และเขยี นเค้าโครงโครงงานคณติ ศาสตร์
การเขียนรายงานโครงงานคณติ ศาสตร์ การเขยี นรายงานโครงงานคณติ ศาสตร์
การนำเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ การจัดแสดงโครงงานคณิตศาสตร์และการนำเสนอโครงงาน
คณติ ศาสตร์
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สรา้ งสรรค์
การใช้สื่อ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ทไ่ี ด้ ไปใช้ในการเรยี นรู้ส่งิ ต่าง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทงั้ เห็นคุณคา่ และมีเจตคติที่ดี
ตอ่ วิชาคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมวี จิ ารณญาณ
โดยบูรณาการ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทักษะอาชีพ รักษ์สง่ิ แวดล้อม และการต้าน
ทุจริตศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะท่ีตอ้ งการวดั
ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมาย หลกั การ จดุ มงุ่ หมายประเภทและขั้นตอนการทำโครงงานคณติ ศาสตรไ์ ด้
2. กำหนดปญั หา วตั ถปุ ระสงค์ สมมตฐิ าน ตัวแปรตน้ ตัวแปรตามและตัวแปรควบคุม ในการทำ
โครงงานคณติ ศาสตรไ์ ด้
3. ออกแบบการจดั ทำโครงงานคณิตศาสตร์ได้
4. เขียนเค้าโครงโครงงานคณิตศาสตร์ได้
5. ดำเนนิ การจัดทำโครงงานคณิตศาสตร์ตามที่ออกแบบและเขียนเคา้ โครงโครงงานคณิตศาสตรไ์ ด้
6. เขียนรายงานโครงงานคณติ ศาสตรไ์ ด้
7. จดั แสดงโครงงานคณิตศาสตร์ได้
8. นำเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ได้
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู้
55
คำอธิบายรายวชิ า
วชิ า คณติ ศาสตร์เพ่ิมเตมิ รหสั วชิ า ค 23201 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศกึ ษา พรอ้ มทง้ั ฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นเน้ือหาสาระ ดงั นี้
อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การนำความรู้เกี่ยวกับการแก้อสมการ เชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใช้ใน
การแกป้ ัญหา
การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูงกว่าสอง การแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีดีกรีสูง
กวา่ สอง
สมการกำลังสองตัวแปรเดยี ว การนำความรู้เกี่ยวกับการแก้สมการกำลังสองตัวแปรเดียวไปใชใ้ น
การแกป้ ัญหา
ความคลา้ ย การนำความรู้เก่ยี วกับความคล้ายไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
ฟังก์ชันกำลังสอง การนำความรูเ้ ก่ยี วกบั ฟังกช์ นั กำลงั สองไปใช้ในการแกป้ ญั หา
สถิติ (3) ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้แผนภาพกล่อง การอ่านและการแปลความหมาย
ผลลพั ธ์ การนำสถิตไิ ปใชใ้ นชีวติ จริง
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใช้สอื่ อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ทีไ่ ด้ ไปใช้ในการเรยี นร้สู ่ิงต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้ังเหน็ คณุ ค่าและมเี จตคติที่ดี
ต่อวชิ าคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ มีความรอบคอบและมวี จิ ารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ทกั ษะอาชีพ รกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม และการต้าน
ทุจริตศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะที่ตอ้ งการวดั
ผลการเรยี นรู้
1. ใชส้ มบตั ิของการไมเ่ ท่ากนั เพ่ือวเิ คราะห์และแก้ปญั หาโดยใชอ้ สมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียวได้
2. ใชก้ ารแยกตัวประกอบของพหุนามทม่ี ดี ีกรสี ูงกวา่ สองในการแกป้ ญั หาคณติ ศาสตรไ์ ด้
3. ประยกุ ตใ์ ช้สมการกำลงั สองตัวแปรเดยี วในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตรไ์ ด้
4. ใช้สมบัตขิ องรูปสามเหล่ยี มที่คล้ายกนั ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจรงิ ได้
5. ใชค้ วามรเู้ กี่ยวกับฟังก์ชนั กำลังสองในการแกป้ ัญหาคณติ ศาสตร์ได้
6. ใชค้ วามรูท้ างสถติ ิในการวิเคราะห์ข้อมลู จากแผนภาพกล่อง และแปลความหมายผลลพั ธ์ รวมท้งั
นำสถติ ไิ ปใช้ในชวี ิตจริงโดยใช้เทคโนโลยที เ่ี หมาะสมได้
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
56
คำอธบิ ายรายวชิ า
วิชา คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม รหสั วชิ า ค 23202 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา พรอ้ มทงั้ ฝกึ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นเน้ือหาสาระ ดังนี้
ระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปร การนำความรเู้ ก่ียวกับการแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรไป
ใช้ในการแกป้ ญั หา
วงกลม ทฤษฎบี ทเกย่ี วกับวงกลม
พีระมิด กรวยและทรงกลม การนำความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลม ไปใช้
ในการแก้ปัญหา การนำความรูเ้ กย่ี วกบั ปริมาตรของพรี ะมิด กรวย และทรงกลม ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา
ความนา่ จะเป็น การนำความรเู้ ก่ยี วกบั ความนา่ จะเปน็ ไปใชใ้ นชีวติ จริง
อัตราสว่ นตรโี กณมติ ิ การนำคา่ อตั ราส่วนตรโี กณมิตขิ องมุม 30 องศา 45 องศา และ 60 องศา ไป
ใช้ในการแก้ปัญหา
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใช้ส่อื อปุ กรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ข้อมูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ท่ีได้ ไปใช้ในการเรยี นร้สู ิง่ ตา่ ง ๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมท้งั เหน็ คุณคา่ และมเี จตคติท่ีดี
ต่อวชิ าคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ มีความรอบคอบและมวี ิจารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทักษะอาชีพ รกั ษ์สิ่งแวดล้อม และการต้าน
ทจุ ริตศกึ ษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะท่ีต้องการวัด
ผลการเรียนรู้
1. ประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบสมการเชิงเสน้ สองตวั แปรในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตรไ์ ด้
2. ใช้ทฤษฎบี ทเกย่ี วกับวงกลมในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์ได้
3. ประยุกตใ์ ช้ความรู้เรือ่ งพ้นื ทผี่ ิวของพรี ะมดิ กรวย และทรงกลม ในการแก้ปญั หาคณิตศาสตร์และ
ปญั หาในชีวิตจรงิ ได้
4. ประยกุ ตใ์ ช้ความรูเ้ รือ่ งปริมาตรของพีระมดิ กรวย และทรงกลม ในการแกป้ ัญหาคณิตศาสตร์และ
ปญั หาในชีวติ จริงได้
5. นำความรูเ้ ก่ยี วกับความน่าจะเปน็ ไปใช้ในการหาความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณ์ในชวี ติ จริงได้
6. ใช้ความรูเ้ กี่ยวกับอตั ราส่วนตรีโกณมติ ิในการแก้ปญั หาคณิตศาสตรแ์ ละปัญหาในชวี ิตจรงิ ได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
57
คำอธบิ ายรายวิชา
วิชา คณติ ศาสตร์กบั GSP 2 รหัสวิชา ค 23203 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา พรอ้ มท้ังฝกึ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นเนื้อหาสาระ ดงั นี้
การสร้างรูปเรขาคณิตสามมิติโดยใช้โปรแกรม GSP การสร้างรูปเรขาคณิตสามมิติได้แก่ การ
สร้างปรซิ มึ ทรงกระบอก พรี ะมิด และทรงกรวย โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad และการ
สร้างผลงานสรา้ งสรรค์ทางคณิตศาตร์
การแก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสามมิติ โดยใช้โปรแกรม GSP การใช้โปรแกรม The
Geometer’s Sketchpad แก้ปัญหาเก่ยี วกับรูปเรขาคณติ สามมิติ
การแก้ปัญหาเกี่ยวกับสมการ โดยใช้โปรแกรม GSP การใช้โปรแกรม The Geometer’s
Sketchpad แก้ปัญหาเกี่ยวกับสมการ (สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร และ
สมการกำลังสองตวั แปรเดยี ว)
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สรา้ งสรรค์
การใช้สื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหล่งขอ้ มูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทกั ษะกระบวนการ
ท่ีได้ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ส่ิงตา่ ง ๆ และใช้ในชีวติ ประจำวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมเี จตคติที่ดี
ตอ่ วิชาคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอย่างเปน็ ระบบ มคี วามรอบคอบและมวี จิ ารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทกั ษะอาชีพ รกั ษส์ ิง่ แวดลอ้ ม และการต้าน
ทุจรติ ศึกษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทกั ษะท่ีตอ้ งการวัด
ผลการเรียนรู้
1. สร้างรูปเรขาคณิตสามมิติได้แก่ การสร้างปรึซึมทรงกระบอก พีระมิด และทรงกรวย โดยใช้
โปรแกรม GSP และนำความรู้ไปใช้สรา้ งผลงานสร้างสรรคท์ างคณติ ศาตร์ได้
2. นำโปรแกรม GSP มาใชแ้ ก้ปญั หาเกย่ี วกับรปู เรขาคณติ สามมิติได้
3. นำโปรแกรม GSP มาใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับสมการ (สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมการเชิง
เสน้ สองตัวแปร และสมการกำลงั สองตวั แปรเดียว) ได้
รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้
58
คำอธบิ ายรายวชิ า
วชิ า อจั ฉริยภาพทางคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 23204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ศกึ ษา พร้อมทง้ั ฝึกทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นเน้ือหาสาระ ดงั น้ี
จำนวนและพชี คณิต การใช้ความร้ใู นสาระจำนวนและพีชคณติ แก้ปัญหา
การวัดและเรขาคณติ การใช้ความร้ใู นสาระการวดั และเรขาคณิตแก้ปัญหา
สถติ ิและความนา่ จะเป็น การใชค้ วามรูใ้ นสาระสถิตแิ ละความนา่ จะเป็นแก้ปัญหา
โดยจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ อันได้แก่ การ
แก้ปัญหา การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผลและการคิด
สร้างสรรค์
การใชส้ อื่ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และแหลง่ ขอ้ มูล และนำประสบการณ์ ตลอดจนทักษะกระบวนการ
ทไ่ี ด้ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ และใชใ้ นชวี ิตประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้ังเหน็ คณุ คา่ และมเี จตคติที่ดี
ตอ่ วิชาคณติ ศาสตร์ สามารถทำงานอยา่ งเป็นระบบ มคี วามรอบคอบและมีวิจารณญาณ
โดยบรู ณาการ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทักษะอาชีพ รกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม และการต้าน
ทจุ รติ ศึกษา
การวัดผลประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
ทักษะท่ตี อ้ งการวดั
ผลการเรียนรู้
1. ใช้ความรู้ในสาระจำนวนและพีชคณติ แกป้ ญั หาได้
2. ใช้ความรู้ในสาระการวัดและเรขาคณติ แกป้ ญั หาได้
3. ใชค้ วามรู้ในสาระสถติ แิ ละความนา่ จะเปน็ แก้ปญั หาได้
รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู้
59
โครงสรา้ งรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชาเพม่ิ เตมิ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
รายวชิ าพืน้ ฐาน เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว21101 วทิ ยาศาสตร์ เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว21102 วทิ ยาศาสตร์ เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว21103 วิทยาการคำนวณออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว22101 วิทยาศาสตร์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ว22102 วทิ ยาศาสตร์ เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว22103 วทิ ยาการคำนวณ ออกแบบและเทคโนโลยี เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ว23101 วทิ ยาศาสตร์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว23102 วิทยาศาสตร์
ว23103 วิทยาการคำนวณ ออกแบบและเทคโนโลยี
รายวิชาเพิม่ เติม เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20201 โครงงานวทิ ยาศาสตร์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20202 พลงั งานทดแทนกบั การใชป้ ระโยชน์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20203 วิทยาศาสตรโ์ ลกทัง้ ระบบ เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ว20204 วทิ ยาศาสตรก์ ับความงาม เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ว20205 เชื้อเพลงิ เพอ่ื การคมนาคม เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20206 ของเลน่ เชงิ วทิ ยาศาสตร์ เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว20207 วิทย์คณติ บูรณาการ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ว20208 วทิ ยค์ ณิตบรู ณาการ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ว20209 วิทยค์ ณติ บูรณาการ 3 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ว20210 วิทยค์ ณิตบรู ณาการ 4 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
ว20211 วิทย์คณติ บูรณาการ 5 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว20212 วทิ ยค์ ณิตบูรณาการ 6 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20213 ความรู้เบอื้ งต้นในการใชห้ อ้ งปฏบิ ตั กิ าร เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ว20214 ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20215 อจั ฉรยิ ภาพทางวทิ ยาศาสตร์
ว20247 การสร้างเวบ็ เพจดว้ ย Web Editor เวลา 40 ชว่ั โมง 60
ว20251 คอมพิวเตอร์และอนิ เตอร์เน็ตเบื้องตน้ เวลา 40 ชวั่ โมง
ว20252 โปรแกรมประมวลผลคำ เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว20253 โปรแกรมนำเสนอ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว20254 โปรแกรมตารางทำงาน เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว20255 ออกแบบผลิตภณั ฑ์ด้วยคอมพวิ เตอร์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว20256 การสร้างหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว20257 การออกแบบกราฟิกดว้ ยคอมพวิ เตอร์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ว20258 การสรา้ งเว็บไซต์ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ว20259 การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอน เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20260 โปรแกรมสำเร็จรปู และการประยุกตใ์ ช้งาน เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ว20261 โปรแกรมกราฟกิ เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ว20262 ตดั ตอ่ วิดีโอ เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ว20263 การเขยี นโปรแกรมเบ้ืองตน้ เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ว20264 ระบบเครือข่ายอนิ เตอร์เนต็ เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ
ว20266 อนิ เตอรเ์ น็ตเพื่อสรรพสิ่ง เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
61
รายวิชา วิทยาศาสตร์ คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 รหัสวชิ า ว21101 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ชั่วโมง
ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจำแนกสารด้วยสถานะ เนื้อสาร และขนาดอนุภาค
ของสารการเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธิ์และสารผสม สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม การใช้
ความรู้ทางเคมีให้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้สารเคมีในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาประเภทโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบ
ภายในเซลล์สิ่งมชี ีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ ศึกษากระบวนการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ดว้ ยวิธีการ
แพร่และการออสโมซิส ศึกษาการดำรงชีวิตของพืช กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง การลำเลียงสารในพืช
การเจริญเติบโตของพชื การสบื พันธ์ขุ องพชื และเทคโนโลยชี วี ภาพของพชื
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การทดลองการอภิปราย การอธิบายและสรุป เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ มีจิตสาธารณะ มคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม
ตัวชว้ี ัด ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10, ม.1/11,
ว 1.2 ม.1/12, ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18
ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10
ว 2.1
รวมท้งั หมด 28 ตัวชวี้ ัด
62
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
ภาคเรยี นท่ี 2 รหัสวชิ า ว21102 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ชว่ั โมง
ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภูมิและการวัด ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสาร การถ่ายโอน
ความรอ้ น
การดูดกลืนและคายความร้อน สมดุลความร้อน องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งช้ัน
บรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตย์ต่อบรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ
ความดันอากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน มรสุม การพยากรณ์
อากาศ และการเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศของโลก
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การทดลองการอภิปราย การอธิบายและสรปุ เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ มจี ิตสาธารณะ มีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ตวั ชี้วัด ม.1/1
ว 2.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
ว 2.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
ว 3.2
รวมทั้งหมด 15 ตัวชี้วดั
63
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
รายวิชาวิทยาการคำนวณ ออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว21103 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง
ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยี การทำงานของระบบทางเทคโนโลยี ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรพั ยากร โดยวิเคราะห์
เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลทีจ่ ำเป็นเพื่อออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันในด้านการเกษตรและ
อาหาร และสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุ
อุปกรณ์ เครือ่ งมือในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย
ตวั ชี้วัด
ว 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5
ว 4.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
รวมท้ังหมด 9 ตัวชีว้ ดั
64
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
ภาคเรียนที่ 1 รหสั วชิ า ว22101 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ช่วั โมง
ศึกษาเกี่ยวกับระบบร่างกายมนุษย์ ระบบหายใจ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบหายใจ
การหายใจ การดูแล รักษาอวัยวะในระบบหายใจ ระบบขับถ่าย โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบ
ขับถ่าย กลไกการกำจัดของเสีย การดูแลรักษา อวัยวะในระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด โครงสร้าง
และหน้าทีข่ องอวัยวะในระบบหมุนเวียนเลือด การทำงานของระบบ หมนุ เวยี นเลอื ด การดแู ลรักษาอวัยวะ
ในระบบหมุนเวียนเลอื ด ระบบประสาท โครงสร้างและหน้าที่ของอวยั วะในระบบประสาท การทำงานของ
ระบบประสาท การดูแลรักษาอวัยวะในระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะใน
ระบบ สืบพันธุ์เพศชายและเพศหญิง ฮอร์โมนเพศ การปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด ศึกษา
เกี่ยวกับการแยกสารผสม การระเหยแห้ง การตกผลึก การกลั่น โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ การสกัดด้วย
ตัวทำละลาย การนำวิธีการแยกสารไปใช้แก้ปัญหา ในชีวิตประจำวัน ศึกษาเกี่ยวกับสารละลาย สภาพ
ละลายได้ของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลาย การใช้สารละลายใน ชวี ติ ประจำวนั
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สงั เกต การวเิ คราะห์ การทดลองการอภิปราย การอธบิ ายและสรุป เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม และคา่ นยิ ม
ตัวชี้วดั ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4,ม.2/5,ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8,ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11,
ว 1.2 ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ว 2.1
รวมทงั้ หมด 23 ตวั ช้วี ดั
65
รายวชิ า วิทยาศาสตร์ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
ภาคเรยี นท่ี 2 รหัสวชิ า ว22102 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ชั่วโมง
ศึกษาเกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ แรง แรงดันในของเหลว แรงพยุง แรงเสียดทาน โมเมนต์ของ
แรง แรงใน ธรรมชาติ การเคลื่อนที่ ระยะทางและการกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว ศึกษาเกี่ยวกับงานและ
พลังงาน งาน กำลัง เครื่องกล พลังงาน ประเภทของพลังงาน กฎการอนุรักษ์พลังงาน ศึกษาเกี่ยวกับโลก
และการเปลี่ยนแปลง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ถ่านหิน หินน้ำมัน ปิโตรเลียม พลังงานทดแทน โครงสร้าง
ของโลก การเปลี่ยนแปลงของโลก ทรพั ยากรดนิ กระบวนการเกิดดิน หนา้ ตดั ขา้ ง ของดิน ปจั จัยในการเกิด
ดนิ สมบตั ขิ องดิน การปรบั ปรงุ คุณภาพของดนิ แหลง่ น้ำ นำ้ บนดนิ น้ำใต้ดนิ การใชป้ ระโยชน์จากแหล่งน้ำ
ภัยพิบตั ทิ ่ีเกิดจากน้ำ
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สงั เกต การวเิ คราะห์ การทดลองการอภิปราย การอธิบายและสรุป เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อนุรักษ์
สง่ิ แวดล้อม มีจติ วทิ ยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม และค่านยิ ม
ตวั ชว้ี ัด ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10,
ว 2.2 ม.2/11, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ว 2.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10
ว 3.2
รวมทง้ั หมด 31 ตัวช้ีวดั
66
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รายวิชาวิทยาการคำนวณ ออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว22103 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง
ศึกษาแนวคิดเชิงคำนวณ การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรมที่มีการใช้
ตรรกะและ ฟังก์ชัน องค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสื่อสาร แนว
ทางการปฏิบัติเมื่อพบเนื้อหา ที่ไม่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ วิธีการ
สรา้ งและกำหนดสทิ ธคิ วามเปน็ เจา้ ของผลงาน
ศึกษาสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้ม
เทคโนโลยี ในอนาคต เลือกใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม
ประยุกต์ใช้ความรู้ ทกั ษะ และทรพั ยากร โดยวเิ คราะห์ เปรยี บเทียบและเลอื กข้อมลู ทจ่ี ำเปน็
เพื่อให้ผู้เรียนนำแนวคิดเชิงคำนวณไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรมหรือการแก้ปัญหาในชีวิต
จริง สร้างและกำหนดสทิ ธ์ิ การใชข้ อ้ มลู ตระหนักถึงผลกระทบในการเผยแพรข่ ้อมลู อกี ทง้ั ออกแบบวิธีการ
แก้ปัญหาใน ชุมชนหรือท้องถิ่นในด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม การเกษตรและอาหาร และสร้างชิ้นงานหรือ
พัฒนาวิธีการโดย ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการ
แกป้ ัญหาได้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั
ตวั ชี้วัด ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ว 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ว 4.2
รวมท้ังหมด 9 ตวั ชี้วดั
67
รายวิชา วิทยาศาสตร์ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรยี นที่ 1 รหัสวิชา ว23101 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
เวลา 60 ชั่วโมง
ศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศ รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มีชีวิต
กับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน การถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร ความสัมพันธ์ของ
ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบนิเวศ การสะสมสารพิษในสิ่งมีชีวิตในโซ่อาหาร
ความสมั พนั ธข์ องสิง่ มชี วี ติ และสิ่งแวดลอ้ มในระบบนเิ วศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ยีน ดเี อ็นเอ และโครโมโซม
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ ความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบไม
โทซสิ และไมโอซสิ โรคทางพนั ธกุ รรม ประโยชน์และผลกระทบของการดดั แปรพันธกุ รรม ความหลากหลาย
ทางชีวภาพ สมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิกส์ และวัสดุผสม การ
เกิดปฏิกิริยาเคมี กฎทรงมวล ปฏิกิริยาดูดความร้อน และปฏิกิริยาคายความร้อน จากการเปล่ียนแปลง
พลงั งานความร้อนของปฏิกริ ยิ า การเกิดสนมิ ของเหลก็ ปฏกิ ิรยิ าของกรดกับโลหะ ปฏกิ ิรยิ าของกรดกับเบส
และปฏิกริ ยิ าของเบสกบั โลหะ ประโยชนแ์ ละโทษของปฏกิ ิรยิ าเคมีที่มีตอ่ สง่ิ มชี ีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สงั เกต การวเิ คราะห์ การทดลองการอภปิ ราย การอธบิ ายและสรปุ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อนุรักษ์
สิง่ แวดล้อม มจี ิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม และค่านยิ ม
ตัวช้ีวัด
ว 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6
ว 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10,
ม.3/11
ว 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8
รวมทง้ั หมด 25 ตวั ช้วี ดั
68
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
ภาคเรียนท่ี 2 รหัสวชิ า ว23102 จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต
เวลา 60 ชั่วโมง
ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน โวลต์มิเตอร์
แอมมิเตอร์ การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมและขนาน การทำงานของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย
พลงั งานไฟฟา้ การเลอื กใช้เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า คลน่ื และสว่ นประกอบของคลื่น คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ และสเปกตรัม
คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ประโยชน์และอนั ตรายจากคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า กฎการสะท้อนของแสง การเกดิ ภาพจาก
กระจกเงา การหักเหของแสงเมื่อผ่านตัวกลางโปร่งใสที่แตกต่างกัน การเกิดภาพจากเลนส์บาง
ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับแสง การทำงานของทัศนอุปกรณ์ และเลนส์ตา ความสว่างของแสง การโคจรของ
ดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ การเกิดข้างขึ้นข้างแรม
การใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ
โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สงั เกต การวิเคราะห์ การทดลองการอภปิ ราย การอธบิ ายและสรปุ เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อนุรักษ์
สง่ิ แวดล้อม มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรม และคา่ นิยม
ตวั ชี้วดั
ว 2.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10,
ม.3/11, ม.3/12, ม.3/13, ม.3/14, ม.3/15, ม.3/16, ม.3/17, ม.3/18, ม.3/19,
ม.3./20, ม.3/21
ว 3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
รวมท้ังหมด 25 ตวั ชี้วัด
69
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ ออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว23103 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลและสารสนเทศ การใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและ
สารสนเทศ
ศึกษาเกี่ยวกับการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การรู้เท่าทันสื่อ ศึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศและกฎหมายคอมพิวเตอร์ ศึกษาเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน เทคโนโลยี IoT และการ
พัฒนาแอปพลิเคชัน โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ
สถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่าน
กระบวนการคิดและปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์
แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการ
สื่อสารเบื้องต้นในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจ ใน
วิชาวิทยาศาสตร์และนำเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำรงชีวิต จน
สามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและจัดการทักษะในการ
สื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมในการใช้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
ศึกษาสาเหตุหรือปจั จยั ทีส่ ง่ ผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และผลกระทบต่อมนุษย์ สังคม
เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และอาชีพภายในชุมชน เพื่อสำรวจและระบุปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงตามความจริง
กระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ ร่วมกัน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ประเภทและสมบตั ิของวัสดตุ ่าง ๆ เช่น ไม้ เหลก็ พลาสติก ยางพารา เคร่อื งมอื ในการสร้างชิ้นงาน เชน่ คอ้ น
ประแจ สว่าน คีมประเภทต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางในการออกแบบการแก้ปัญหาได้
อย่างเหมาะสม โดยอาศัยรูปแบบการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) วิธีการ
สอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project–based Learning) รูปแบบการสอนแบบ
สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) และวิธีสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบอุปนัย
(Induction) เพื่อเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์แก้ปัญหา วางแผนการ
เรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติโดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะเกี่ยวกับการใช้ความรู้ด้าน
วิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ ในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิต
จริงได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อสงั คมและการดำรงชีวิตจนสามารถพัฒนากระบวนการคิด
และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจดั การทักษะในการส่ือสารและความสามารถในการ
ตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์
ตัวชีว้ ัด
ว 4.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ว 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
รวมท้ังหมด 9 ตัวช้วี ดั
70
รายวชิ า โครงงานวทิ ยาศาสตร์ คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
ภาคเรยี นท่ี - รหสั วิชา ว20201 จำนวน 1.0 หน่วยกติ
เวลา 40 ช่ัวโมง
ศึกษา วิเคราะห์ ทำกิจกรรม สร้างแรงบันดาลใจ ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ลักษณะสำคัญ
ของโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่างๆ การเริ่มต้นทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ด้วยการตั้งคำถามและการ
สืบค้นข้อมูล การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงของโครงงาน
วิทยาศาสตร์ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนรายงาน และการนำเสนอโครงงาน
วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งทีร่ ู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ตั้งคำถามจากสถานการณ์ต่างๆ ตามความสนใจ โดยมีประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจ
ตรวจสอบหรอื ศกึ ษาไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ และเชอื่ ถือได้
2. ออกแบบและวางแผนการสำรวจตรวจสอบ โดยมีการกำหนดและควบคมุ ตวั แปรตา่ งๆ กำหนดนิยาม
เชิงปฏิบัติการ เลือกวิธีการสำรวจตรวจสอบเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย
โดยใช้วัสดุและเครือ่ งมือท่เี หมาะสม
3. วิเคราะห์และอธิบายผลการทดลองเชอื่ มโยงกับสมมตฐิ าน และสถานการณ์ในชีวติ ประจำวนั ได้
4. วิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงจัดทำเค้าโครงของ
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ได้
5. ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ตามความสนใจ โดยมีขั้นตอนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการ
แก้ปญั หา และนำเสนอไดอ้ ย่างเหมาะสม
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม 71
รายวชิ า พลังงานทดแทนกับการใชป้ ระโยชน์ รหสั วิชา ว20202 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรียนท่ี - เวลา 40 ชว่ั โมง
ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง ตรวจสอบเกี่ยวกับพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์
พลังงาน ชีวมวลและพลงั งานนิวเคลยี รเ์ พื่อ ใหค้ วามรูค้ วามเข้าใจเก่ยี วกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ของ
พลงั งานดังกล่าว และการนำมาใชป้ ระโยชน์ เป็นพลงั งานทดแทน ตระหนักถงึ ความสำคัญ บทบาทและ
ผลกระทบของพลังงานเหล่านั้นที่มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การ
สืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการ
ตัดสนิ ใจ นำความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั มี จติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. เขียนบรรยายและยกตัวอยา่ งความสำคญั ของพลงั งานทดแทน
2. เขยี นสรปุ หลักการทางวทิ ยาศาสตร์ในการนำพลังงานนำ้ พลังงานลม พลงั งานแสงอาทติ ย์ พลังงาน
ชีวมวล และพลังงานนิวเคลยี รไ์ ปใชป้ ระโยชน์
3. เขียนบรรยาย และยกตัวอย่างการใชป้ ระโยชน์พลงั งานนำ้ พลังงานลม พลงั งานแสงอาทติ ย์ พลังงาน
ชวี มวล และพลังงานนิวเคลยี ร์ในประเทศไทย
4. เขียนสรุปข้อดี ข้อจำกัดและแนวทางการพัฒนาในการนำพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงาน
แสงอาทิตย์ พลังงานชวี มวล และพลังงานนิวเคลียร์ไปใช้ประโยชน์
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ 72
รายวิชา วทิ ยาศาสตรโ์ ลกทั้งระบบ รหสั วชิ า ว20203 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ภาคเรยี นท่ี - เวลา 40 ชว่ั โมง
ศกึ ษา วิเคราะห์ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งองค์ประกอบต่างๆในสภาพแวดล้อมธรรมชาติได้แก่ ดิน น้ำ
บรรยากาศ ส่งิ ทป่ี กคลมุ ดนิ และสิ่งมชี ีวติ เพ่อื ให้เข้าใจถงึ รปู แบบความสัมพันธ์ ปรากฏการณ์ รวมทั้งแนวโนม้
ตา่ งๆที่อาจเกิดขนึ้ ซ่ึงจะมีผลต่อการเปล่ยี นแปลงสภาพแวดล้อมและมผี ลตอ่ เนื่องมาถงึ คุณภาพชีวิตแลความ
เป็นอยู่ของมนุษย์โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ได้แก่ การสังเกต การตั้ง
คำถามวิจัย การตั้งสมมติฐาน การวางแผนการวิจัย และการเขียนเค้าโครงวิจัย โดยมีการพัฒนา
กระบวนการคิดวิเคราะห์และการคิดอย่างเป็นระบบ มีความสามารถในการตัดสินใจ การสื่อสาร การ
ทำงานร่วมกันเป็นทีมและการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ
ค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายถงึ องคป์ ระกอบหลกั ของโลก และความสมั พันธก์ นั ขององค์ประกอบตา่ งๆของโลกทั้งระบบ
2. สำรวจและสังเกตสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างสิ่งมชี ีวิตกับสิ่งแวดล้อม
ธรรมชาติ
3. กำหนดปัญหา วิเคราะห์ ตั้งคำถามวิจัย และเลือกคำถามวิจัยจากผลการสำรวจสภาพแวดล้อม
ธรรมชาตเิ พือ่ ไปสูก่ ารวิจยั ได้
4. เขยี นหลกั การ เหตุผล ทีม่ า และจดุ ประสงคข์ องการดำเนนิ งานวิจยั ได้
5. สบื คน้ ข้อมูลรวบรวมความรู้ทเี่ ก่ียวข้องเพ่ือไปสู่การวางแผนการวจิ ยั
6. เลือกเครอื่ งมือ และใช้เครอื่ งมือในการตรวจวัดสิ่งแวดล้อมได้ถกู ต้องและสอดคล้องกบั งานวจิ ัย
7. ใชเ้ ครอ่ื งมือในการตรวจวัด หาข้อมูลท่ตี ้องการทราบได้อยา่ งถกู ต้อง และเหมาะสม
8. วางแผนทำงานวจิ ัย ตามข้อคำถามท่ตี ้องการหาคำตอบและเขยี นปฏิทินในการดำเนนิ งานวิจยั ได้
9. เขียนเคา้ โครงงานวจิ ัยตามแบบทกี่ ำหนดไดถ้ กู ตอ้ งครอบคลุมและครบถว้ นตามแบบแผน
10. นำเสนอเค้าโครงงานวิจัย อธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการที่ใช้ในการดำเนินงานวิจัยให้ผู้อ่ืน
เขา้ ใจ
รวมทงั้ หมด 10 ผลการเรียนรู้
73
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รายวิชา วิทยาศาสตรก์ บั ความงาม รหัสวิชา ว20204 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรยี นท่ี - เวลา 40 ช่ัวโมง
ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามที่สมวัยและปัจจัยที่มีผลต่อความงาม การดูแล
ความงามและการเลือกใช้เครื่องสำอาง เครื่องสำอางในชีวติ ประจำวัน การใช้สมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อความ
งามและสุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อความงามและสุขภาพ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหา
ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่รู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายส่วนต่างๆ ของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความงาม และแนวทางในการดูแลอย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
2. สืบคน้ ข้อมูล สำรวจตรวจสอบและอธบิ ายผลิตภัณฑแ์ ละเทคโนโลยเี กี่ยวกับความงามประเภทต่างๆ
3. สืบคน้ ข้อมลู และสำรวจตรวจสอบภูมปิ ัญญาไทยทเ่ี ก่ียวกับความงาม
4. นำความรู้ไปใช้ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
5. สื่อสารส่ิงท่เี รียนรู้ และสร้างสรรคผ์ ลงานเกย่ี วกับความงามอยา่ งมีคณุ ธรรมและจริยธรรม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
74
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รายวิชา เชอ้ื เพลงิ เพือ่ การคมนาคม รหัสวชิ า ว20205 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ภาคเรียนท่ี - เวลา 40 ชั่วโมง
ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง องค์ประกอบและประเภทของปิโตรเลียม หินต้นกำเนดิ และแหล่งกักเกบ็
ปิโตรเลียม การสำรวจและแหล่งปิโตรเลียม ผลกระทบและแนวทางแก้ไขที่เกดิ จากการสำรวจและการผลิต
ปิโตรเลียม การแยกก๊าซธรรมชาติ การกลั่นน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์จากก๊าซธรรมชาติและจากการกล่ัน
น้ำมันดิบ และการใช้ประโยชน์ ผลกระทบจากกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมและแนว
ทางแก้ไข สถานการณ์พลังงานของโลกและของประเทศไทย การใช้พลังงานด้านการคมนาคมของประเทศ
ไทย การกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผลกระทบและแนวทางการแก้ไขผลจากการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการ
คมนาคม เชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานทดแทน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้
ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารสง่ิ ทร่ี ู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความสำคัญ และการกำเนดิ ของปโิ ตรเลยี ม กา๊ ซธรรมชาติ ถ่านหนิ และหินนำ้ มนั
2. อธบิ ายแหลง่ การสำรวจ และปรมิ าณสำรองของปโิ ตรเลยี ม และ กา๊ ซธรรมชาติ
3. อธิบายผลิตภณั ฑป์ โิ ตรเลยี มและการนำไปใชป้ ระโยชน์
4. นำเสนอแนวทางการใช้ปโิ ตรเลยี ม และก๊าซธรรมชาติ อย่างประหยัดและถูกวิธี
5. อธิบายโครงสรา้ งราคาและวิเคราะหส์ ถานการณ์การใชน้ ้ำมนั เช้ือเพลงิ เพ่ือการคมนาคม
6. อธบิ ายประเภทและการใชป้ ระโยชน์ จากเชื้อเพลิงที่เปน็ พลังงานทดแทน
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้
75
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
รายวิชา ของเล่นเชงิ วทิ ยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว20206 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3
จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
ภาคเรียนท่ี - เวลา 40 ชัว่ โมง
ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ สร้างของเล่นอย่างง่ายตามแบบที่กำหนดให้ ดัดแปลงหรือ ประดิษฐ์
ของเล่นที่ใชเ้ ครื่องกลอย่างง่ายหรือหลักการทางไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์อย่างงา่ ย และอธิบายการทำงาน
ของของเล่น ดว้ ยหลักการทางวิทยาศาสตร์ สามารถใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ การ
แก้ปัญหา สามารถสอ่ื สารส่ิงทีเ่ รยี นรู้ สามารถตดั สินใจ นำความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. ต้งั คำถามเกย่ี วกับหลกั การทางวิทยาศาสตรท์ ่สี งั เกตได้จากการเลน่ ของเลน่
2. สังเกตและอธิบายหลักการทำงานของเครื่องกลอย่างง่าย วงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่ายที่
ประกอบขนึ้ ในของเล่น
3. ตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่องของเครื่องกลอย่างง่าย วงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่ายท่ี
ประกอบขึ้นในของเลน่ ท่กี ำหนด
4. ออกแบบและประดษิ ฐข์ องเล่นโดยใชเ้ คร่ืองกลอยา่ งง่าย และไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์อยา่ งง่าย
5. มีเจตคตทิ ดี่ ตี อ่ หลักการทางวิทยาศาสตรใ์ นของเล่น
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรยี นรู้
76
รายวชิ า วิทยค์ ณติ บูรณาการ 1 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
ภาคเรียนท่ี 1 รหัสวิชา ว20207 จำนวน 1.5 หน่วยกติ
เวลา 60 ชว่ั โมง
การศึกษาและฝึกทักษะและฝึกกระบวนการทางคณิตศาสตร์ได้แก่การแก้ปญั หาการใหเ้ หตุผลการ
สื่อสาร การวัดและประมาณการ การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ โดยจัดประสบการณ์หรือสร้าง
สถานการณ์ในชีวิตประจำวันใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้สำรวจ ศึกษาดูงาน ค้นคว้าโดย การปฏิบัติจริง ทดลอง
สรุปรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการคิดคำนวณ เน้นการใช้เทคนิคปัญหาในการเรียนการสอน
การแก้ปัญหา การให้เหตุผล และนำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ที่ได้จากการเรียนรู้ไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั อยา่ งสร้างสรรค์ ทำงานอย่างเปน็ ระเบียบ มีความรอบครอบ รบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และ
ความเชื่อมั่นในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริง ตามความ
แตกต่างระหวา่ งบุคคลผา่ นกระบวนการคลนิ ิกวชิ าการ
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายวิธแี กป้ ัญหาด้วยกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ได้
2. ศกึ ษาค้นคว้าจากแหลง่ เรียนรู้ดว้ ยตนเองอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
3. สามารถใชท้ ักษะทางวิทยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์ในชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งสรา้ งสรรค์
4. มีเหตผุ ล มที กั ษะในการสอ่ื สาร มคี วามรอบคอบ
5. สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้
รายวชิ า วิทยค์ ณติ บูรณาการ 2 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม 77
ภาคเรยี นที่ 2 รหสั วชิ า ว20208
เวลา 60 ชัว่ โมง ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
จำนวน 1.5 หน่วยกิต
การศึกษา วิเคราะห์ สำรวจ ฝึกทักษะในด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์ ผ่านกระบวนทาง
วิทยาศาสตร์ ที่สัมผัสตรงกับความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์ สวน
พฤกษศาสตร์ ป่าไม้ในอำเภอดอยเต่าโดยมีคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการอธิบายเน้นการ
ใชเ้ ทคนคิ ปญั หาในการเรยี นการสอน มกี จิ กรรมคา่ ยภาคสนาม และหอ้ งปฏบิ ตั ิการเป็นกลไกสำคญั สำคัญท่ี
จะกระตุ้นให้นักเรียน เห็นคุณค่า จริยธรรม สังคม วิถีชุมชนและความสมดุลของระบบนิเวศเป็นเรื่อง
เดียวกัน การวัดและประเมินผล ใชว้ ธิ ีการทหี่ ลากหลายตามสภาพความเป็นจรงิ ตามความแตกต่างระหว่าง
บุคคล บุคคล ผา่ นคลินิกวิชาการ
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความหลากหลายทางชีวภาพได้
2. มีความรูเ้ กย่ี วกับระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์
3. มคี วามร้เู กี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์ ป่าไมใ้ นอำเภอดอยเตา่
4. ใช้กระบวนการทางคณติ ศาสตร์และเทคโนโลยแี ก้ปัญหาในชวี ิตประจำวนั
5. สามารถจดั คา่ ยภาคสนามโดยบูรณาการความร้ดู า้ นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้
รายวชิ า วิทยค์ ณิตบูรณาการ 3 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม 78
ภาคเรยี นที่ 1 รหัสวชิ า ว20209
เวลา 60 ชั่วโมง ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2
จำนวน 1.5 หน่วยกติ
การศกึ ษาวิเคราะหส์ ำรวจฝึกทักษะในด้านกระบวนการคิดวิเคราะหผ์ ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์
ที่สัมผัสตรง สืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปรายด้าน
พลังงานต่างๆ จากแหล่งเรียนรู้ที่อยู่ในพื้นที่เรียนรู้ขยะวิธีการจัดการขยะที่ถูกต้อง โดยมีคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการอธิบาย เน้นการใช้เทคนิคปัญหาในการเรียนการสอนมีกิจกรรมค่าย
ภาคสนามและห้องปฏิบัติการเป็นกลไกสำคัญที่จะกระตุ้นให้นักเรียนเห็นคุณค่าจริยธรรมสังคมวิถีชุมชน
และความสมดุลของระบบนิเวศเป็นเรื่องเดียวกัน นำประสบการณ์ด้านความรู้ความคิดที่ได้จากการเรียนรู้
ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ เฝ้าระวังและพัฒนาสิง่ แวดล้อมให้ยั่งยืน ทำงานอย่างเป็นระเบียบมี
ความรอบคอบมีจติ สาธารณะรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมมวี ิจารณญาณและความเชื่อมน่ั ในตนเอง
การวัดและประเมินผลใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงตามความแตกต่างระหว่าง
บคุ คลผา่ นกระบวนการคลินิกวิชาการ
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายวธิ ีการแก้ปัญหาและกระบวนการคิดวิเคราะห์ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ใช้
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยเี ป็นเครือ่ งมือในการอธิบาย
2. ศึกษาค้นควา้ ข้อมูล โดยใชเ้ ทคนิคปญั หา การสงั เกต สบื เสาะและการวิเคราะหจ์ ากแหลง่ เรียนรู้
ด้วยตนเอง
3. ศกึ ษาแหล่งเรยี นรดู้ า้ นพลงั งานจากแหลง่ เรียนรู้ในพ้ืนทีแ่ ละไดเ้ รยี นรู้วิธีการจัดการขยะที่ถกู ต้อง
4. ศึกษาการทำโครงงาน การต้ังหวั ขอ้ โครงงานเพอ่ื พฒั นาสิง่ แวดล้อมใหย้ งั่ ยนื อธบิ ายท่มี าและ
ความสำคญั ของโครงงาน การวางแผนการทำโครงงานได้
5. ทำงานอย่างเปน็ ระเบยี บ รอบคอบ มีจติ สาธารณะ เห็นคุณค่าจรยิ ธรรมสังคมวิถีชุมชนและความ
สมดลุ ของระบบนิเวศเปน็ เรื่องเดยี วกนั
6. สามารถนำประสบการณ์ ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั อย่างสร้างสรรค์
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
79
รายวชิ า วิทย์คณติ บูรณาการ 4 คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 2 รหสั วิชา ว20210 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ชั่วโมง
การศึกษาวิเคราะหส์ ำรวจฝึกทักษะในด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์ผ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์
ท่สี ัมผสั ตรง สบื เสาะหาความรู้ การสบื คน้ ข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การอธบิ าย การอภิปรายด้านน้ำ
และคุณภาพน้ำจากแหล่งเรยี นรู้ทีอ่ ยู่ในพื้นทีเ่ รยี นรูเ้ ร่ืองน้ำในโรงเรียน น้ำในทะเลสาบดอยเต่า น้ำในเขื่อน
ภูมิพลวิธีการจัดการน้ำที่ถูกต้องโดยมีคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการอธิบาย เน้นการใช้
เทคนิคปัญหาในการเรียนการสอนมีกิจกรรมค่ายภาคสนามและห้องปฏิบัติการเป็นกลไกสำคัญสำคัญที่จะ
กระตุ้นให้นักเรียนเห็นคณุ ค่าจริยธรรมสังคมวถิ ีชุมชนและความสมดลุ ของระบบนิเวศเปน็ เรื่องเดียวกัน นำ
ประสบการณ์ด้านความรู้ความคิดที่ได้จากการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ ทำงานอย่าง
เปน็ ระเบียบมคี วามรอบครอบรบั ผิดชอบต่อสงั คมมวี จิ ารณญาณและความเช่ือมั่นในตนเอง
การวัดและประเมินผลใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงตามความแตกต่างระหว่าง
บุคคลผ่านกระบวนการคลนิ ิกวชิ าการ
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายวธิ ีการแก้ปญั หาและกระบวนการคดิ วเิ คราะหผ์ า่ นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ใช้
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยเี ป็นเครอ่ื งมือในการอธบิ าย
2. ศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูล โดยใช้เทคนคิ ปัญหา การสังเกต สบื เสาะและการวิเคราะห์จากแหลง่ เรยี นรู้
ดว้ ยตนเอง
3. ศึกษาแหล่งเรยี นรดู้ า้ นนำ้ และคณุ ภาพน้ำจากแหลง่ เรียนรู้ในพ้ืนท่โี รงเรียน ชมุ ชนและเข่ือนภูมพิ ล
และไดเ้ รียนรวู้ ิธกี ารจดั การน้ำท่ีถูกต้อง
4. เขียนโครงรา่ งโครงงาน ลงมือปฏิบัตติ ามแผนทว่ี างไว้ ดำเนินการจดั ทำโครงงาน เขียนรายงาน
และนำเสนอผลการดำเนนิ งานโครงงาน
5. ทำงานอย่างเป็นระเบยี บ รอบคอบ มจี ติ สาธารณะ เหน็ คุณค่าจริยธรรมสงั คมวิถชี ุมชนและความ
สมดลุ ของระบบนเิ วศเป็นเร่ืองเดียวกนั
6. สามารถนำประสบการณ์ ความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจำวันอยา่ งสรา้ งสรรค์
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู้
80
รายวชิ า วิทย์คณิตบูรณาการ 5 คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
ภาคเรียนที่ 1 รหสั วชิ า ว20211 จำนวน 1.5 หน่วยกติ
เวลา 60 ชวั่ โมง
ศึกษาหลักการพื้นฐานของพลงั งานในเรื่อง องคประกอบของคล่ืน สมบตั ขิ องคล่ืน เสยี งและการได้
ยิน ความเขมเสียง การเกิดเสียง มลพิษทางเสียงศึกษา วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์
กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน และคำนวณปริมาณที่เกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้าและ
ความตา่ งศักย์ไฟฟ้า การวดั ปรมิ าณทางไฟฟ้า ความตา่ งศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าเม่ือต่อตัว
ต้านทานหลายตัวแบบอนุกรมและแบบขนาน แผนภาพวงจรไฟฟ้าแสดงการต่อตัวต้านทานแบบอนุกรม
และขนาน การสำรวจและศึกษาแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน และแหล่งเรียนรู้ภายนอก เกี่ยวกับพลังงาน
ทดแทน เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า จนเกิดเปน็ งานวิจยั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสบื ค้นข้อมูล
การอภิปรายและการทดลอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ
ค่านยิ มทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายการเกดิ เสยี ง การเคล่ือนท่ขี องเสียง ความสมั พนั ธ์ระหว่างคล่ืน สมบัติของคลน่ื เสียง ได้แก่
การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเลยี้ วเบน รวมทัง้ คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
2. อธบิ ายความเข้มเสยี ง ระดบั เสียง องค์ประกอบของการได้ยนิ คุณภาพเสยี ง และมลพิษทางเสยี ง
รวมทง้ั คำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้อง
3. ทดลอง อธิบาย แหลง่ กำเนิดไฟฟา้ กระแสตรง รวมทง้ั อธิบายและคำนวณพลงั งานไฟฟา้ และ
กำลงั ไฟฟ้า
4. ทดลอง และคำนวณการต่อไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนานรวมทัง้ คำนวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เก่ียวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง ตัวต้านทาน
5. อธบิ ายการเปล่ียนพลังงานทดแทนเปน็ พลงั งานไฟฟ้า รวมท้ังสบื ค้นและอภปิ รายเกี่ยวกับ
เทคโนโลยี ท่ีนำมาแกป้ ัญหาหรอื ตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลังงานไฟฟา้ โดยเน้นด้าน
ประสทิ ธภิ าพและความคุ้มค่าดา้ นค่าใชจ้ ่าย
6. ศึกษาการทำงานวิจยั การตัง้ หัวข้องานวจิ ยั
7. อธิบายการได้มาซ่ึงท่มี า และความสำคัญของงานวจิ ัย การวางแผนการทำงานวิจัย
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู้
81
รายวิชา วิทย์คณิตบรู ณาการ 6 คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
ภาคเรยี นท่ี 2 รหสั วชิ า ว20212 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ชวั่ โมง
ศึกษา และวิเคราะห์ การเคลื่อนที่ของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศและน้ำผิวหน้าใน
มหาสมุทรที่มีต่อลักษณะภูมิอากาศ ลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกที่ส่งผลตอ่
การเปลีย่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก วเิ คราะห์ลักษณะภูมอิ ากาศและภูมิประเทศ ของพื้นที่ในอำเภอดอยเตา่ ทม่ี ี
ผลตอ่ การดำเนินชวี ิต การประกอบอาชีพ สงั คม และวฒั นธรรม ตลอดจนการต้งั ถิ่นฐานที่อยู่ และการสร้าง
ส่ิงกอ่ สร้าง ศาสนสถาน ท่เี ก่ยี วข้องกบั ประเพณี วฒั นธรรมของคนในอำเภอดอยเต่า ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และ
ทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมทัง้ ทรัพยากรในการทำวจิ ัยเพื่อแกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน ประยกุ ตใ์ ช้แนวคิดเชิง
คำนวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการกบั วิชาอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรค์ และเชอ่ื มโยงกบั ชีวติ จรงิ
โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจำวนั มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการเลือกใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือในการทำปฏิบัติการ และวัดปริมาณต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสมได้
2. อธิบายการเคลื่อนที่ของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศและน้ำผิวหน้าในมหาสมุทรที่มีต่อ
ลักษณะภูมิอากาศ ลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกที่ส่งผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศโลก
3. วิเคราะห์ลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศ ของพื้นที่ในอำเภอดอยเต่า ที่มีผลต่อการดำเนินชีวติ
การประกอบอาชีพอาชพี สงั คม และวัฒนธรรม
4. เขยี นโครงรา่ งงานวจิ ัย ลงมือปฏบิ ัติตามแผนท่วี างไว้
5. เขียนรายงานการวิจยั และนำเสนอผลการดำเนนิ งานงานวจิ ัย
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้
82
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
รายวชิ า ความรูเ้ บื้องตน้ ในการใช้ห้องปฏิบัติการ รหัสวิชา ว20213 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรียนท่ี - เวลา 40 ช่ัวโมง
ศึกษา ทดลอง สืบค้น อภิปราย ตีความหมายข้อมลู ลงข้อสรปุ และมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกับ
หลักการทำงานและการดูแลรักษาอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานทางฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และ
วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ฝึกปฏิบัติการใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์อย่างถูกวิธี มีทักษะในการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์
ทางวิทยาศาสตร์ และสารเคมี เกิดทักษะการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ของ
นกั เรยี น และมคี วามรู้ในเร่อื งหลกั การรักษาความปลอดภัย และการบำรงุ รกั ษาเครอื่ งมอื
การใช้เครื่องมอื วิทยาศาสตร์ ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จนผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ (Science process Skills) 13 ทักษะ ได้แก่ การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนก
ประเภท การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และสเปซกับเวลา การจัดกระทำและสื่อความหมาย
ขอ้ มลู การลงความเหน็ จากข้อมูล และการพยากรณ์ การตงั้ สมมตฐิ าน การกำหนดนิยามเชิงปฏบิ ตั กิ าร การ
กำหนดและการควบคมุ ตวั แปร การออกแบบและดำเนินการทดลอง การตีความหมายของข้อมลู และการลง
ข้อสรปุ และการสร้างแบบจำลอง ทำให้ผ้เู รียนมีความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ได้
และนำความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ดแู ลรักษา สิง่ มชี วี ติ อื่น เฝ้าระวงั และพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ มอย่างยั่งยนื มี
จิตวิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทเี่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ศึกษาทดลอง อภิปราย และสืบค้นเกี่ยวกับหลักการทำงาน และการดูแลรักษาอุปกรณ์ทาง
วทิ ยาศาสตรข์ ัน้ พื้นฐาน
2. ฝึกการใชอ้ ุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์อยา่ งถูกวิธี
3. มที ักษะในการเลอื กใช้วสั ดุอุปกรณท์ างวิทยาศาสตร์ และสารเคมี
4. นกั เรยี นเกิดทักษะการใชเ้ คร่ืองมือวิทยาศาสตร์ที่พฒั นาขนึ้ จากองคค์ วามรู้ของนักเรียน
5. มีความรคู้ วามเข้าใจหลกั การรักษาความปลอดภยั และการบำรุงรกั ษาเครอื่ งมือ
6. นักเรียนมีทักษะกระบวนการตีความหมายข้อมูล และลงข้อสรุปจากการใช้เครื่องมือ
วิทยาศาสตร์
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรยี นรู้
83
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม
รายวชิ า ทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว20214 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ภาคเรียนที่ - เวลา 40 ช่วั โมง
ศึกษาและปฏิบัติทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Science process Skills) 13 ทักษะ
แบ่งเป็นทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ขัน้ พื้นฐาน ได้แก่ การสังเกต การวัด การคำนวณ การจำแนกประเภท การ
หาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ และสเปซกับเวลา การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล การลง
ความเห็นจากข้อมูล และการพยากรณ์ ทักษะทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ได้แก่ การตั้งสมมติฐาน การกำหนด
นิยามเชิงปฏิบัติการ การกำหนดและการควบคุมตัวแปร การออกแบบและดำเนินการทดลอง การ
ตคี วามหมายของข้อมลู และการลงข้อสรุป และการสรา้ งแบบจำลอง
ศึกษาลักษณะที่สำคัญ และวิธีการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ และสารเคมีในห้องปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความชำนาญ และนำความรู้ไปใช้ในการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการ
ทดลอง โดยดำเนินการตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Methods) ได้แก่ ขั้นกำหนดปัญหา ขั้น
ตั้งสมมติฐาน ขั้นตรวจสอบสมมติฐาน ข้ันรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และขั้นแปลความหมายและลง
ข้อสรุปได้อย่างถูกต้อง เพื่อส่งเสริมเจตคติทางวิทยาศาสตร์ (Science attitude) ให้มีลักษณะนิสัยของ
นักวิทยาศาสตร์ที่ใช้ทักษะกระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ และ
มงุ่ หวงั ให้ผูเ้ รียนมคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ซือ่ สัตย์ ใฝ่เรียนรู้ มีความเพียรพยายาม มเี หตุผล และมีความ
ละเอยี ดรอบคอบ
ผลการเรียนรู้
1. มีความรูค้ วามเขา้ ใจในทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพ่ือนำมาแก้ปัญหา และสรา้ งองค์
ความรู้
2. มีความรคู้ วามเข้าใจในลักษณะท่ีสำคญั และวธิ กี ารใชง้ านของอุปกรณ์ เครื่องมือ และสารเคมีใน
ห้องปฏบิ ตั กิ ารทางวิทยาศาสตร์
3. มีความรคู้ วามเข้าใจในวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์เพื่อนำมาแก้ปญั หาและสรา้ งองค์ความรู้
รวมท้งั หมด 3 ผลการเรยี นรู้
84
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รายวชิ า อัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว20215 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ภาคเรยี นท่ี - เวลา 40 ชัว่ โมง
ศึกษา วิเคราะห์ สารรอบตัว หน่วยของสิ่งมีชีวิต การดำรงชีวิตของพืช พลังงานความร้อน
บรรยากาศ ระบบร่างกายมนุษย์ การแยกสารผสม สารละลาย แรงและการเคลื่อนที่ งานและพลังงาน
โลกและการเปลี่ยนแปลง ระบบนิเวศ พันธุกรรม วัสดุในชีวิตประจำวัน ปฏิกิริยาเคมี ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ คลนื่ แสงและการมองเห็น ปฏิสัมพันธใ์ นระบบสุรยิ ะและเทคโนโลยอี วกาศ
โดยใช้กระบวนการ วิเคราะห์ อภิปราย ผ่านการทำข้อสอบทางวิทยาศาสตร์ และสรุปเพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะด้านการคดิ และแก้ปัญหา สามารถสื่อสารส่ิงทีเ่ รียนรู้ และนำไปปรับใช้ได้ มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจในเนอ้ื หาทางด้านวทิ ยาศาสตร์
2. สามารถสืบคน้ ขอ้ มูล และสรปุ องคค์ วามรูท้ างวิทยาศาสตร์ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
3. สามารถวเิ คราะห์ และอภปิ รายขอ้ สอบทางวิทยาศาสตร์ได้อยา่ งถูกต้อง จนเกิดทกั ษะกระบวนการ
คดิ และ แก้ปญั หา
4. นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ทไี่ ดไ้ ปประยกุ ต์ใช้ และพัฒนาตอ่ ยอดในด้านตา่ งๆได้
รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู้
85
คำอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รายวิชา การสรา้ งเว็บเพจดว้ ย Web Editor รหัสวชิ า ว20247 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรียนท่ี - เวลา 40 ช่วั โมง
ศึกษาความหมาย ลักษณะเด่นเอกสาร การพัฒนา ขั้นตอนการออกแบบเว็บเพจโปรแกรม
Dreamweaver เบ้อื งตน้ ส่วนประกอบ การจดั การแฟ้มข้อมูล และการจัดการขอ้ ความ การจัดการรูปภาพ
การปรับแต่งเว็บเพจด้วเทคนิคตา่ ง ๆ ได้แก่ การสร้างชื่อเรื่อง การเปลี่ยนสีพื้นหลัง การจัดการตาราง การ
จัดการเลเยอร์ และการสร้างปุ่ม Flash ฯลฯสร้างชื่อเรื่อง เปลี่ยนสีพื้นหลัง จัดการตาราง จัดการเลเยอร์
และสร้างปุ่ม Flash ฯลฯการสร้างจุดเชื่อมโยงได้แก่ การเชื่อมโยงภายในแฟ้ม การเชื่อมโยงภายนอกแฟ้ม
และการเชื่อมโยงรูปแบบต่าง ๆการขอสมัครพ้ืนท่เี วบ็ ไซต์ เว็บบอร์ด ตัวนบั สถติ ิ การอพั โหลดเว็บไซต์ และ
เทคนิคตา่ งๆ
เพ่อื ให้มีทกั ษะการสรา้ งเวบ็ เพจ โดยใชก้ ระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
เพอื่ ให้มเี จตคตทิ ่ีดีต่อการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่
เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ มีเจตคติที่ดตี ่องานอาชีพ ใช้
พลงั งานทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม อยา่ งคุ้มค่าและเหมาะสมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั ความหมาย ลักษณะเด่นเอกสาร การพัฒนา ขั้นตอนการออกแบบเวบ็
เพจ สามารถออกแบบเว็บเพจได้
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม Dreamweaver เบื้องต้น ส่วนประกอบ การจัดการ
แฟ้มขอ้ มลู และการจัดการขอ้ ความ การจดั การรปู ภาพ สามารถจดั การกับแฟ้มข้อมลู ข้อความ และ
รูปภาพได้
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การปรับแต่งเว็บเพจด้วยเทคนิคต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างชื่อเรื่อง การ
เปลีย่ นสีพื้นหลัง การจดั การตาราง การจัดการเลเยอร์ และการสรา้ งป่มุ Flash ฯลฯสามารถสร้างช่ือ
เรอ่ื ง เปลีย่ นสีพ้ืนหลงั จดั การตาราง จัดการเลเยอร์ และสรา้ งปุ่ม Flash ฯลฯ ได้
4. มีความร้คู วามเข้าใจเกี่ยวกบั เฟรม ข้อดี รปู แบบ วิธีการออกแบบ การสรา้ งเฟรม การบนั ทึก การย่อ-
ขยาย การลบเฟรม สามารถจัดการกับเฟรม โดยการสร้าง ย่อ-ขยาย ลบ บันทกึ เฟรมได้
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การสร้างจุดเชื่อมโยงได้แก่ การเชื่อมโยงภายในแฟ้ม การเชื่อมโ ยง
ภายนอกแฟม้ และการเช่อื มโยงรปู แบบต่าง ๆ สามารถเชือ่ มโยงภายในแฟม้ เชื่อมโยงภายนอกแฟ้ม
และเช่ือมโยงรปู แบบต่าง ๆ ได้อยา่ งถกู ต้อง
6. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขอสมัครพื้นที่เว็บไซต์ เว็บบอร์ด ตัวนับสถิติ การอัพโหลดเว็บไซต์
และเทคนิคต่าง ๆ สามารถสร้างเว็บไซต์ของตนเอง สมัครพื้นที่เว็บไซต์ เว็บบอร์ด ตัวนับสถิติ การ
อพั โหลดเวบ็ ไซต์ และเทคนิคต่าง ๆ ได้
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
86
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รายวิชา คอมพวิ เตอรแ์ ละอินเตอร์เนต็ เบอ้ื งต้น รหัสวชิ า ว20251 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ภาคเรยี นท่ี - เวลา 40 ช่วั โมง
ศึกษาคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ หน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง
หน่วยความจำ หน่วยแสดงผล อุปกรณร์ ับข้อมูลและการแสดงผล แปน้ พิมพ์ การใช้แปน้ พมิ พ์ การแสดงผล
บนจอภาพ เครื่องพิมพ์ การเก็บข้อมูลบนแผ่นบันทึก การดูแลรักษาเครื่อง การเปิด-ปิดเครื่อง การใช้งาน
ระบบปฏิบตั กิ ารวนิ โดวส์ การสำเนาแฟม้ ขอ้ มลู การปอ้ นข้อมูล การดแู ลแฟ้มขอ้ มูล การอ่านขอ้ มูลจากแผ่น
บันทึก การจัดรูปแบบแผ่นบันทึก การใช้แป้นพิมพ์ในงานเอกสารเบื้องต้น ประวัติความเป็นมาของ
อนิ เตอร์เน็ต บรกิ ารบนอินเตอร์เนต็ และการสบื ค้นข้อมลู บนอนิ เตอรเ์ น็ต
เพอ่ื ให้มีความรู้ความความเข้าใจและทกั ษะในการใช้ระบบปฏิบตั ิการ และสามารถใช้คอมพิวเตอร์
ในการสบื ค้นขอ้ มลู ได้ อยา่ งมีจติ สำนึกและความรับผิดชอบ
มีเจตคติทด่ี ี มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศตามระเบียบข้อบงั คับของระบบท่ีใชง้ านไม่ทำ
ผดิ กฎหมายและศีลธรรม
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ หน่วยรับข้อมูล
หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ หนว่ ยแสดงผล อุปกรณ์รบั ข้อมลู และการแสดงผล แป้นพิมพ์
การใช้แป้นพิมพ์ การแสดงผลบนจอภาพ เครื่องพิมพ์ โดยสามารถสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับความรู้
คอมพิวเตอร์เบอื้ งต้นไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ การจัดการข้อมูลเบื้องต้น โดยสามารถเก็บข้อมูลบน
แผ่นบันทึก ดูแลรักษาเครื่อง เปิด-ปิดตัวเครื่อง ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์สำเนาแฟ้มข้อมูล
ปอ้ นขอ้ มลู ดูแลแฟม้ ข้อมลู อา่ นขอ้ มูลจากแผ่นบันทึก จัดรูปแบบแผ่นบนั ทกึ ได้อย่างเหมาะสม
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ประวัติความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต
บริการบนอินเตอร์เน็ตและการสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต โดยสามารถจัดการข้อมูลผ่านระบบ
เครอื ขา่ ยและสืบค้นขอ้ มูลไดอ้ ย่างเหมาะสม
4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต จดหมายอิเล็กทรอนิกส์และ
การสนทนาเครือขา่ ย สามารถส่อื สารผ่านเครือขา่ ยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั การใช้คอมพิวเตอร์และอนิ เตอร์เน็ตเบ้ืองต้น สามารถใชส้ ารสนเทศและ
ทักษะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนต็ เบือ้ งต้น มาสร้างงานด้วยตนเองได้อย่างเหมาะสม และ
มจี ติ สำนึก รบั ผิดชอบ
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
87
รายวชิ า โปรแกรมประมวลผลคำ คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1-3
ภาคเรยี นท่ี - รหสั วิชา ว20252 จำนวน 1.0 หน่วยกิต
เวลา 40 ช่ัวโมง
ศึกษาองค์ประกอบเบื้องต้นในการใช้โปรแกรมเวิร์ดโพเซสซ่ิง การสร้างและแก้ไขแฟ้มเอกสารการ
เปิด การบันทกึ การสำเนาและการปิดแฟม้ เอกสาร การจัดระเบยี บข้อความ การตง้ั ค่าหนา้ กระดาษ และตั้ง
เทป การคัดลอก การเคลื่อนย้าย และการลบข้อความ การจัดแต่งรูปแบบขนาด สีของอักษร การแทรก
รปู แบบ และการสั่งพิมพ์เอกสาร
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมเวิร์ดโพเซสซิ่ง และมีทักษะในการจัดทำ
เอกสารด้วยโปรแกรมประมวลผลคำ สามารถประยุกต์การจัดทำเอกสารในรูปแบบต่างๆได้ อย่างมี
จติ สำนกึ และความรับผดิ ชอบ
มเี จตคตทิ ีด่ ี มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศตามระเบยี บขอ้ บังคบั ของระบบที่ใชง้ านไม่ทำ
ผดิ กฎหมายและศลี ธรรม
ผลการการเรียนรู้
1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความสามารถของโปรแกรมประมวลคำ เครื่องมือ และ
องค์ประกอบต่างๆของโปรแกรมประมวลคำ สามารถใช้โปรแกรมประมวลคำจัดการกับข้อมูลได้
อย่างเหมาะสม
2. มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั รูปแบบการใชง้ าน การจัดรูปแบบข้อมูลทเี่ ป็นแบบอกั ษร ตัวเลข รวมถึง
การจัดรูปแบบของข้อมูล สามารถสร้างชิ้นงานโดยใช้โปรแกรมประมวลคำได้อย่างเหมาะสมกับ
ลกั ษณะของงาน
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สูตรในการคำนวณในโปรแกรมประมวลคำ สามารถประยุกต์ใช้
สูตรการคำนวณจากการทำงานของโปรแกรมตารางในโปรแกรมประมวลคำได้
4. มีความรู้ความเข้าใจในการแทรกสตู รและการแทรกสัญลกั ษณท์ างคณิตศาสตร์และตรรกศาสตรไ์ ด้
5. มคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั การสรา้ งกราฟรปู แบบต่างๆ ได้
6. สามารถใช้โปรแกรมประมวลคำสร้างงานเพื่อประยุกต์ใชใ้ นการเรียนรูแ้ ละในชวี ติ ประจำวัน อีกทั้งมี
จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการสรา้ งงาน
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้
88
รายวิชา โปรแกรมนำเสนอ คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1-3
ภาคเรียนท่ี - รหัสวชิ า ว20253 จำนวน 1.0 หน่วยกิต
เวลา 40 ชัว่ โมง
ศึกษาลักษณะและขอบเขตของโปรแกรมนำเสนอ การใช้องค์ประกอบเบื้องต้นในการสร้างงาน
นำเสนอ การสร้างภาพนิ่ง การจัด การเปลี่ยน การคัดลอกและลบภาพนิ่ง การตกแต่งและจัดรูปแบบข อง
ข้อความ พื้นทั้งขนาดและสี การแทรกวัตถุ การลำดับภาพนิ่ง การตั้งค่าการนำเสนอ การทำสำเนา การส่ัง
พิมพ์ และการนำเสนอ
เพ่อื ใหม้ คี วามร้คู วามเข้าใจและมที ักษะเกยี่ วกบั การใช้งานโปรแกรมนำเสนอ สามารถใช้ข้อมูลและ
สารสนเทศสร้างงานไดอ้ ยา่ งมีจิตสำนึกและความรบั ผิดชอบ
มีเจตคติที่ดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการสร้างงานนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศตามระเบียบขอ้ บังคบั ของระบบทใ่ี ช้งานไมท่ ำผดิ กฎหมายและศลี ธรรม
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั โปรแกรมนำเสนอผลงานเบอ้ื งต้น และการจัดการเก่ียวกับแฟ้มข้อมูล
ภาพนิ่ง โดยสามารถเข้า-ออก โปรแกรม สรา้ ง เปดิ บันทึก และปดิ แฟ้มข้อมูล จดั การกบั ภาพน่งิ ได้
อยา่ งถูกต้อง
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างงานนำเสนอและจัดรูปแบบข้อความ โดยสามารถสร้างงาน
นำเสนอและจัดรูปแบบขอ้ ความได้อยา่ งถูกตอ้ ง
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตกแต่งงานนำเสนอด้วยรูปภาพ การสร้างตาราง แผนภูมิ และ
แผนผัง โดยสามารถตกแตง่ งานดว้ ยภาพ ตาราง แผนภูมิ และแผนผงั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างเทคนิคให้กับงานนำเสนอและการนำเสนอข้อมูล สามารถใช้
เทคนคิ ในการนำเสนอไดอ้ ย่างเหมาะสม
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมนำเสนอผลงาน สามารถใช้โปรแกรมและสารสนเทศ อื่น ๆ
มาจดั ทำชน้ิ งานเพ่ือประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ และในชวี ิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม มีจิตสำนึกและ
ความรบั ผดิ ชอบ
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้
89
รายวชิ า โปรแกรมตารางทำงาน คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1-3
ภาคเรียนที่ - รหัสวิชา ว20254 จำนวน 1.5 หน่วยกิต
เวลา 60 ชัว่ โมง
ศกึ ษาหลักการของตารางทำงาน การคำนวณแบบตารางการการทำงานที่อยบู่ นตารางทำงาน การ
ป้อนข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การเก็บข้อมูลลงแฟ้มข้อมูล การเรียกแฟ้มข้อมูลมาดำเนินการจัดรูปแบบ
ช้นิ งาน การพมิ พ์ การสรา้ งกราฟ ฟังกช์ นั การคำนวณ และฟงั ก์ชันการทำงานต่าง ๆ และฐานขอ้ มูลเบือ้ งต้น
ปฏิบตั กิ ารสร้างงานบนตารางการทำงาน ป้อนขอ้ มูล แก้ไขขอ้ มูล เก็บข้อมลู ลงบนแฟม้ ข้อมูล เรียก
ข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลดำเนินการ จัดรูปแบบชิ้นงาน สร้างกราฟ ใช้ฟังก์ชันการคำนวณ ฟังก์ชันการทำงาน
ตา่ ง ๆ ฐานข้อมลู เบ้อื งต้นและ ประยกุ ต์ตารางทำงานในงานตา่ ง ๆ
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตารางการทำงาน และสามารถ
นำไปใช้ในการทำงานได้ อย่างมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ มีเจตคติที่ดี ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตาม
ระเบยี บขอ้ บงั คับของระบบทีใ่ ชง้ านไมท่ ำผดิ กฎหมายและศลี ธรรม
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความสามารถของโปรแกรมตารางทำงาน เครื่องมือ และองค์ประกอบ
ต่าง ๆ ของโปรแกรมตารางทำงาน สามารถใช้โปรแกรมตารางทำงานจัดการกับข้อมูลอย่างง่ายได้
อย่างเหมาะสม
2. มคี วามรูค้ วามเข้าใจเกยี่ วกับรูปแบบการใช้งาน การจัดรูปแบบข้อมลู ทีเ่ ปน็ อักษร ตวั เลข รวมถึงการ
จัดรูปแบบของข้อมูล สามารถสร้างงานโดยใช้โปรแกรมตารางทำงานได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะ
ของงาน
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการการใช้สูตรการคำนวณในรูปแบบต่าง ๆ สามารถประยุกต์ใช้สูตร
การคำนวณกับการทำงานโดยโปรแกรมตารางไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั ลกั ษณะงาน
4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างกราฟรูปแบบต่าง ๆ สามารถประยุกต์งานที่สร้างจากตาราง
การทำงานโดยการนำเสนอในรปู แบบของกราฟไดอ้ ย่างเหมาะสม
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นได้ สามารถจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้นได้
อย่างถกู ต้อง
6. สามารถใช้โปรแกรมการทำงานสร้างงานเพื่อประยุกต์ใช้ในการเรียนรูแ้ ละในชีวิตประจำวัน อีกทั้งมี
จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการสรา้ งงาน
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้
90
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม
รายวชิ า ออกแบบผลิตภณั ฑด์ ว้ ยคอมพวิ เตอร์ รหสั วิชา ว20255 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ภาคเรยี นที่ - เวลา 40 ช่ัวโมง
ศึกษาความเป็นมาของโปรแกรมออกแบบชิ้นงานด้วยโปรแกรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการ
สร้างงาน 3 มิติ เข้าและออกโปรแกรมได้อย่างถูกต้องจัดเก็บข้อมูลเป็นปจั จบุ ัน สามารถสร้างรูปทรงแบบ
ต่าง ๆ เพื่อนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้งานการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความคิดสร้าง สรรค์และ
จินตนาการการสรา้ งช้ินงานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ปฏิบัติการออกแบบโครงร่างชิ้นงาน การทำรูปทรง 3 มิติ การออกแบบทางด้าน
วิศวกรรม สถาปตั ยกรรม การออกแบบผลติ ภณั ฑต์ ่างๆ ออกแบบช้ินงานอนิเมชน่ั
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจและสามารถนำเอาคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ
ผลิตภณั ฑไ์ ดอ้ ยา่ งมีจิตสำนึกและมคี วามรับผดิ ชอบ
ผลการเรยี นรู้
1. รแู้ ละเขา้ ใจเก่ียวกบั การออกแบบผลิตภัณฑด์ ว้ ยโปรแกรม Google Sketch Up
2. รู้ เข้าใจและมที ักษะการใชโ้ ปรแกรม Google Sketch Up
3. รู้ เข้าใจและมีทักษะการใช้เครือ่ งมือต่าง ๆ สร้างงานการออกแบบชิ้นงาน
4. สร้างชนิ้ งานตามแบบทก่ี ำหนดได้
5. ออกแบบ ประยุกต์ใช้งาน และสรา้ งช้นิ งานอยา่ งสร้างสรรค์ ได้
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้
91
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
รายวชิ า การสร้างหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ รหสั วิชา ว20256 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรียนที่ - เวลา 40 ชัว่ โมง
ศกึ ษาระบบคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั งานประมวลผลแบบสือ่ ประสม อุปกรณ์แสดงผลกราฟกิ การแสดง
ด้วยภาพ เสียง ศึกษาหลักการและการปฏิบัติการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยใช้สื่อประเภทมัลติมีเดีย
ความสมั พนั ธร์ ะว่างวินโดวสก์ ับมลั ติมเี ดยี การบันทกึ เสยี ง การประมวลภาพ การทำภาพเคลอ่ื นไหว การนำ
อปุ กรณ์ หรอื เครื่องมอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ า่ ง ๆ มาประกอบกัน หรอื แลกเปล่ยี นข่าวสารและการนำเสนอข้อมูล
ปฏบิ ัตกิ ารสร้างงานนำเสนอแบบสื่อประสม และใชโ้ ปรแกรมนำเสนอแบบส่ือประสม เพ่ือนำเสนอ
งานตา่ งๆ
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถใช้เทคโนโลยีแบบสื่อประสมในการนำเสนองานต่าง ๆได้
อย่างมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ มีเจตคติที่ดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามระเบียบ
ขอ้ บังคับของระบบท่ีใช้งานไมท่ ำผิดกฎหมายและศลี ธรรม
ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถสรุปองค์ความรู้และนำเสนอได้อย่าง
เหมาะสม
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสร้างหนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ การจัดการเอกสาร
การจัดการขอ้ ความ สามารถสรา้ งหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกสอ์ ยา่ งงา่ ยได้
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่การจัดการกับภาพ
ทั้งภาพนิง่ และภาพเคล่ือนไหว การแทรกเสียง การแทรกวีดิโอ สามารถสร้างหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์
โดยใช้ ภาพ เสยี งและวีดโิ อมาประกอบได้อยา่ งเหมาะสม
4. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใชโ้ ปรแกรมสร้างหนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์ ได้แก่ เทคนิคพิเศษต่าง ๆ
ให้กับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์โดยมีเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในการเตรียมนำเสนอ
ผลงาน ในรูปแบบต่าง ๆ แล้วบันทึกลงบนแผ่น CD สามารถเตรียมนำเสนอผลงานในรูปแบบตา่ ง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม
6. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำข้อมูล เครื่องมือ
อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มาประกอบกันแล้วนำเสนองานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ อีกทั้งมี
จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการสรา้ งงานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้
92
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
รายวชิ า การออกแบบกราฟกิ ด้วยคอมพิวเตอร์ รหสั วชิ า ว20257 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1-3
ภาคเรียนที่ - เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาโปรแกรมกราฟิก แถบเครื่องมือโปรแกรม การสร้างรูปทรง 2 มิติ 3 มิติ ต่าง ๆการ
ออกแบบโครงร่างชิน้ งานออกแบบผลิตภณั ฑ์
ปฏิบัติการใช้โปรแกรมกราฟิก สร้างชิ้นงาน 2 มิติ 3 มิติตามจินตนาการหรือประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน การเขียนรูป การวาดรูปด้วยโปรแกรมวาดภาพ และรูปกราฟิกพื้นฐาน การสร้างรูปภาพ
สำหรับทำป้ายประกาศ การนำเสนอขอ้ มลู การพมิ พร์ ปู ภาพงานศลิ ปะด้วยคอมพวิ เตอร์
มีเจตคติที่ดี ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการสร้างงานกราฟิก โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามระเบียบ
ข้อบงั คับของระบบท่ใี ชง้ านไม่ทำผดิ กฎหมายและศีลธรรม
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โปรแกรมกราฟิก แถบเครื่องมือที่สำคัญ มุมมอง แถบเครื่องมือปรับ
มมุ มอง การกระทำเก่ียวกับวัตถุความหมาย การเลือกเสน้ การเลือกสว่ นของวัตถุ และการเปลี่ยน
หน่วยวัดในการออกแบบ สามารถปรับมุมมอง กระทำกับวัตถุเลือกเส้น เลือกส่วนของวัตถุ และ
เปลี่ยนหน่วยวัดในการออกแบบได้อย่างถูกต้อง
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานการออกแบบเบื้องต้นได้แก่ การสร้างรูปทรงสี่เหลี่ยมทรงตัน
การสร้างรูปทรงกระบอก การสรา้ งรูปทรง 3 มติ ิ การลบเหล่ียม โดยการกำหนดมุมท่ีไม่เท่ากัน ใน
แนวระนาบ 2 มุมพรอ้ มกนั และการเจาะในแนวระนาบ สามารถสร้างรูปทรงส่เี หลี่ยมทรงตัน สร้าง
รูปทรงกระบอก สร้างรูปทรง 3 มิติ ลบเหลี่ยม โดยกำหนดมุมที่ไม่เท่ากัน ในแนวระนาบ 2 มุม
พร้อมกนั และเจาะในแนวระนาบ ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม
3. มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบวตั ถไุ ด้แก่ การออกแบบขันตกั น้ำ การออกแบบอิฐบล๊อค
การออกแบบปิรามิด การออกแบบทรงกลม การออกแบบแจกัน และการออกแบบแก้วไวน์
สามารถออกแบบวัตถุได้แก่ ออกแบบขันตักน้ำ ออกแบบอิฐบล๊อค ออกแบบปริ ามิด ออกแบบทรง
กลม ออกแบบแจกัน ออกแบบแก้วไวน์และ ออกแบบวัตถุของตนเอง ได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
4. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับการออกแบบวัตถไุ ดแ้ ก่ การออกแบบลูกกุญแจ การออกแบบฟันเฟือง
การออกแบบเกลียว การออกแบบแกลลอน การออกแบบโต๊ะ การประกบชิ้นงาน และการสร้าง
บานพับ สามารถออกแบบวัตถุได้แก่ ออกแบบลูกกุญแจ ออกแบบฟันเฟือง ออกแบบเกลียว
ออกแบบแกลลอน ออกแบบโต๊ะ ประกบชิ้นงาน สร้างบานพับ และออกแบบวัตถุของตนเองได้
อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเสนอผลงาน แสดงระยะระหว่างจุดในโหมด Engineering
Drawing การลงสีผิววัตถุ และการเขียนแปลน สามารถแสดงระยะระหว่างจุดในโหมด
Engineering Drawing ลงสีผิววัตถุของรูปทรง และเขียนแปลนจากรูปทรงได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
6. สามารถนำความรู้และทักษะเกี่ยวกับโปรแกรมกราฟิก มาใช้ในการออกแบบวัตถุด้วยตนเอง ลงสี
ผิววัตถุรูปทรง เขียนแปลนรูปทรงวัตถุ และรายงานผลการสร้างชิ้นงานได้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม
รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้
93
รายวชิ า การสร้างเว็บไซต์ คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1-3
ภาคเรียนท่ี - รหสั วิชา ว20258 จำนวน 1.0 หน่วยกติ
เวลา 40 ชวั่ โมง
ศึกษาความหมาย ลักษณะเด่นเอกสาร การพัฒนา ขั้นตอนการออกแบบเว็บเพจโปรแกรม
Dreamweaver เบือ้ งตน้ สว่ นประกอบ การจัดการแฟ้มข้อมลู และการจัดการข้อความ การจดั การรูปภาพ
การปรับแต่งเว็บเพจด้วเทคนิคตา่ ง ๆ ได้แก่ การสร้างชื่อเรื่อง การเปลี่ยนสีพื้นหลัง การจัดการตาราง การ
จัดการเลเยอร์ และการสร้างปุ่ม Flash ฯลฯสร้างชื่อเรื่อง เปลี่ยนสีพื้นหลัง จัดการตาราง จัดการเลเยอร์
และสร้างปุ่ม Flash ฯลฯการสร้างจุดเชื่อมโยงได้แก่ การเชื่อมโยงภายในแฟ้ม การเชื่อมโยงภายนอกแฟ้ม
และการเช่ือมโยงรูปแบบต่าง ๆการขอสมัครพ้ืนทีเ่ ว็บไซต์ เว็บบอร์ด ตวั นับสถติ ิ การอัพโหลดเว็บไซต์ และ
เทคนิคตา่ งๆ
เพ่ือใหม้ ที ักษะการสรา้ งเวบ็ เพจ โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
เพอ่ื ใหม้ ีเจตคตทิ ีด่ ตี ่อการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตยส์ จุ รติ มวี นิ ยั ใฝ่
เรยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง มุ่งม่นั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ มเี จตคติท่ดี ตี ่องานอาชีพ ใช้
พลังงานทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม อย่างคมุ้ คา่ และเหมาะสมตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกับ ความหมาย ลักษณะเด่นเอกสาร การพัฒนา ขั้นตอนการออกแบบเวบ็
เพจ สามารถออกแบบเวบ็ เพจได้
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม Dreamweaver เบื้องต้น ส่วนประกอบ การจัดการ
แฟม้ ขอ้ มูล และการจดั การข้อความ การจดั การรูปภาพ สามารถจัดการกบั แฟ้มข้อมลู ข้อความ และ
รปู ภาพได้
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การปรับแต่งเว็บเพจด้วยเทคนิคต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างชื่อเรื่อง การ
เปล่ยี นสีพ้ืนหลัง การจัดการตาราง การจัดการเลเยอร์ และการสรา้ งปมุ่ Flash ฯลฯสามารถสร้างชื่อ
เรอ่ื ง เปลีย่ นสีพ้นื หลัง จัดการตาราง จัดการเลเยอร์ และสรา้ งปุม่ Flash ฯลฯ ได้
4. มีความรูค้ วามเข้าใจเก่ยี วกบั เฟรม ขอ้ ดี รูปแบบ วิธีการออกแบบ การสรา้ งเฟรม การบนั ทกึ การย่อ-
ขยาย การลบเฟรม สามารถจดั การกับเฟรม โดยการสรา้ ง ย่อ-ขยาย ลบ บันทกึ เฟรมได้
5. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การสร้างจุดเชื่อมโยงได้แก่ การเชื่อมโยงภายในแฟ้ม การเชื่อมโยง
ภายนอกแฟม้ และการเชอ่ื มโยงรูปแบบต่าง ๆ สามารถเชือ่ มโยงภายในแฟม้ เชื่อมโยงภายนอกแฟ้ม
และเชือ่ มโยงรูปแบบตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
6. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขอสมัครพื้นที่เว็บไซต์ เว็บบอร์ด ตัวนับสถิติ การอัพโหลดเว็บไซต์
และเทคนิคต่าง ๆ สามารถสร้างเว็บไซต์ของตนเอง สมัครพื้นที่เว็บไซต์ เว็บบอร์ด ตัวนับสถิติ การ
อัพโหลดเวบ็ ไซต์ และเทคนคิ ตา่ ง ๆ ได้
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม 94
รายวชิ า การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอน รหัสวิชา ว20259 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-3
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ภาคเรียนท่ี - เวลา 40 ชว่ั โมง
ภาษาไพธอน (Python Language) เป็นภาษาที่ถูกออกแบบและพัฒนามา เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ
เรียนรูไ้ ด้งา่ ย รวดเร็ว กะทัดรัด และมีประสิทธภิ าพสูง โดยนำเอาคุณลกั ษณะเดน่ ๆ ของภาษาอื่นๆ มาเป็น
พื้นฐานในการพัฒนาต่อยอด เช่น ภาษา C, C++, Java เป็นต้น ไพธอนจึงถูกเรียกว่าเป็นภาษาที่มีหลาย
กระบวนทัศน์หรือหลายมุมมอง (multi-paradigm languages) ซึ่งเกิดจากการผสมผสานรวมเอา
แนวความคดิ ในการพฒั นาซอฟต์แวร์แบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกนั ใหอ้ ยใู่ นตวั ของไพธอน คือ การเขียนโปรแกรม
เชิงวัตถุ (Object-oriented programming), การเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง ( Structured
programming), การโปรแกรมเชิงฟังชัน (Functional programming) และการเขียนโปรแกรมเชิง
ลกั ษณะ (Aspect-oriented programming)
ภาษาไพธอนเป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาตอ่ ยอดจากนักพัฒนาโปรแกรมทั่วโลก ส่งผลให้ภาษาไพ
ธอนมีความสามารถสูงและรองรับงานด้านต่างๆ ได้มากมาย อาทิเช่น ระบบฐานข้อมูล เกม แอพพลิเคชัน
เว็บแอพพลิเคชัน และนิยมใช้สำหรับประกอบการเรียนการสอนในต่างประเทศตั้งแต่ระดับมัธยมถึง
มหาวิทยาลัย เหน็ ได้จากมหี นว่ ยงานสำคญั ๆ ของโลกนำเอาภาษาไพธอนไปพฒั นางานของตนมากมาย เช่น
NASA, Google และอื่นๆ หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้น
เรยี นรใู้ นการเขยี นโปรแกรมไปจนถงึ ผู้เช่ยี วชาญทีต่ ้องการนำไปประยุกตใ์ ชเ้ ข้ากับงานของตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนมีเข้าใจความรเู้ บื้องตน้ เกย่ี วกบั ภาษา Python
2. นกั เรยี นสามารถตดิ ตั้งเครื่องมือการพฒั นาภาษา Python
3. นกั เรยี นเขา้ ใจคำสัง่ ควบคุมเบ้อื งตน้ ของภาษา Python
4. นักเรียนเข้าใจฟังกช์ นั เบื้องตน้ ของภาษา Python
5. นกั เรยี นเข้าใจชนดิ ข้อมูลเฉพาะของภาษา Python
6. นักเรียนเขา้ ใจการอา่ นและสามารถเขยี นไฟล์ของภาษา Python
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้
95
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
รายวชิ า โปรแกรมสำเรจ็ รปู และการประยุกตใ์ ช้งาน รหัสวชิ า ว20260 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ภาคเรยี นที่ - เวลา 40 ชั่วโมง
โปรแกรมสำเร็จรูปและการประยุกต์ใช้งาน (Software Package and Application) ศึกษา
เกี่ยวกับโครงสร้างและวิธีใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่นิยมใช้ในปัจจุบันประเภทต่าง ๆ เช่น การใช้โปรแกรม
Microsoft Word, Microsoft Publisher การใช้โปรแกรม Microsoft Excel และ การใช้โปรแกรม
Microsoft Power point โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถและทักษะในการใช้งานเพื่อนำ
ความร้ทู ี่ไดไ้ ปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวนั ต่อไป
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม Microsoft Word ,Microsoft Publisher และนำไป
ประยกุ ตใ์ ช้งานในชวี ิตประจำวนั ได้
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม Microsoft Excel และนำไปประยุกต์ใชง้ านในชีวิตประจำวัน
ได้
3. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม Microsoft Power Point และนำไปประยุกต์ใช้งานใน
ชีวิตประจำวนั ได้
4. มเี จตคติทีด่ ใี นการใชค้ อมพวิ เตอรป์ ฏบิ ัติงานโดยคำนงึ ถึงจริยธรรม
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู้
96
รายวิชา โปรแกรมกราฟิก คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1-3
ภาคเรียนท่ี - รหสั วชิ า ว20261 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
เวลา 40 ช่ัวโมง
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาพกราฟิก หลักการของภาพกราฟิกแบบ
Vectorและ Bitmap ประเภทและคุณลักษณะของแฟ้มภาพกราฟิก การสร้างและตกแต่งภาพกราฟิก การ
จัดการแฟ้มภาพกราฟิก ความแตกต่างของภาพกราฟิกแบบ 2 มิติ การใช้โปรแกรมสร้างภาพกราฟิกแบบ
Vector และ Bitmap
ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับหลกั การของภาพกราฟิก
2. มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับประเภทและคุณลักษณะของแฟม้ ภาพกราฟิก
3. มที ักษะการใช้โปรแกรมกราฟกิ
4. สร้างและตกแต่งภาพกราฟิก
5. จดั การแฟม้ ภาพกราฟิก
6. มคี ุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมท่ีดีในการใช้คอมพวิ เตอร์
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้