The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Juraporn Tangpukdee, 2020-05-14 06:16:52

เอกสารเด็ก 1 แก้ไข 14 พค 2563

เอกสารเด็ก 1 แก้ไข

วัคซีน/ประเภทของวคั ซีน ขนาดบรรจุ ขนาดและวิธีใช้ บุคคล/อายุท่ี
เปน็ อ่อนฤทธ์ิ ควรไดร้ บั

ข น า ด 2 0 รั บ ป ร ะ ท า น -ค รั้ ง ที่ 1
โดส๊ /ขวด ขนาดโด๊สละ 2- อายุ 2 เดือน

3 หยด แล้วแต่ -ค ร้ั ง ที่ 2
บรษิ ทั ผูผ้ ลิต อายุ 4 เดอื น

-ค ร้ั ง ท่ี 3
อายุ 6 เดือน
-ค ร้ั ง ที่ 4
อายุ 18 เดอื น
-ค ร้ั ง ท่ี 5
อายุ 4 ปี

โรต้า (RV) ไวรสั เชือ้ เปน็ ออ่ นฤทธ์ิ ชนิดน้าขนาด รับประทานโด๊ Rotarix :
1 โดส๊ /หลอด ส ล ะ 1 .5 -2 .0 คร้ังท่ี 1 : อายุ

ม ล . แ ล้ ว แ ต่ 2 เดอื น
บริษัทผผู้ ลิต คร้ังที่ 2 : อายุ

4 เดือน

97

ปฏิกิริยาจากการ ขอ้ ควรระวงั /ข้อ ภูมิคุ้มกนั ที่ การเกบ็ และการหมดอายุ

ได้รบั วัคซนี หา้ ม เกดิ ข้นึ

เกิดปฏิกิริยาหรือ แ ก่ ผู้ ท่ี มี ภ า ว ะ ประสิทธิภาพสูง 20 C จะหมดอายุภายใน 2

ผลข้างเคียงน้อย ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ใ น ก า ร ส ร้ า ง ปี

มาก หรือได้รับยาที่ทาให้ ภูมิคุ้มกันโรค ท้ัง -ถ้าเก็บที่อุณหภูมิ 0-20 C

มี ภ าวะภู มิ คุ้ ม กั น ในกระแสเลือด จะหมดอายภุ ายใน 1 ปี

บกพรอ่ ง และเยื่อบุลาไส้ -ถ้าเก็บท่ีอุณหภูมิ 2-8 C

-ห้ามให้วัคซีน OPV โ ด ย ส ร้ า ง จะหมดอายภุ ายใน 90 วัน

แก่เด็กท่ีผู้ใกล้ชิดใน ภู มิ คุ้ ม กั น -ขวดวัคซีนที่ ใช้แล้ว ให้

บ้ า น มี ภ า ว ะ เฉ พ าะ ท่ี เยื่ อ บุ กาจดั แบบขยะตดิ เช้อื

ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ลาคอและลาไส้ -หลังเปิ ดขวดแล้วให้ ใช้

ห รื อ ได้ นั บ ย า ก ด (secretory Iga) ภายใน 8 ช่ัวโมง ระหว่าง

ภูมคิ ้มุ กนั ท า ให้ ป้ อ ง กั น การใช้ต้องเก็บวัคซีนไว้ใน

ไม่ให้เชื้อโปลิโอ ตู้เย็นหรือกระติกน้าแข็ง

เติบโตในร่างกาย ต ล อ ด เ ว ล า ไ ม่ ว า ง ท่ี

ได้ อณุ หภมู หิ ้อง

ปฏิกิริยาเฉพาะที่ -เด็กอาเจียนห ลัง สามารถป้องกัน ตวรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ +2

ไม่มี ไ ด้ รั บ วั ค ซี น ไ ม่ โรคอุจจาระร่วง ถงึ + 8 C ป้องกนั แสง

ป ฏิ กิ ริ ย า ทั่ ว แนะนาให้วคั ซนี ซา้ รุนแรงได้ร้อยละ ** หา้ มเก็บในช่องแช่แข็ง**

ร่างกาย: ไข้ต่า ท่อ -ห้ามให้วัคซีนในเด็ก 85-98

เสียแบบไม่รุ่นแรง ที่ มี ภู มิ คุ้ ม กั น

วัคซีน/ประเภทของวคั ซนี ขนาดบรรจุ ขนาดและวธิ ีใช้ บคุ คล/อายุที่
ควรไดร้ บั

Rotateq :
คร้ังท่ี 1 : อายุ
2 เดือน
ครั้งที่ 2 : อายุ
4 เดือน
คร้ังท่ี 3 : อายุ
6 เดอื น

โปลิโอชนิดฉีด (IPV): ไวรัสเช้ือตาย ชนิดน้าขนาด 0.5 มล. เด็กทุกคน โดย

ทัยป์ 1, 2, 3 0.5 มล./ขวด ฉี ด เ ข้ า ให้ 1 คร้ัง เม่ือ

(1 โด๊ส/ขวด) กล้ามเนอื้ (IM) อายุ 4 เดือน

หรือ 5 มล./

ข ว ด (10

โดส๊ /ขวด)

ปฏกิ ิรยิ าจากการ ขอ้ ควรระวงั /ข้อ ภมู ิคุ้มกันที่ การเก็บและการหมดอายุ

ไดร้ บั วัคซนี ห้าม เกดิ ข้ึน

อ า เ จี ย น เ ด็ ก บกพร่อง หรือเด็กท่ี

งอ งแ ง อ าจ เกิ ด เคยเกิดภาวะลาไส้

ลาไส้กลืนกัน แต่ กลืนกัน หรือเคยมี

อบุ ตั กิ ารณ์ตา่ ป ร ะ วั ติ แ พ้

ป ฏิ กิ ริ ย า แ พ้ ส่วนประกอบของ

Anaphylaxis วัคซนี โรตา้ รุนแรง

-ควรตรวจสอบอายุ

ก่อนให้วัคซนี

-ควรให้วัคซีนอย่าง

ระมัดระวังในเด็กท่ีมี

โรคทางเดินอาหาร

เรื้อรงั

- ป วด บ วมแดง -ใ น ผู้ ท่ี มี ภ า ว ะ หลังได้รับ 2 โด๊ส ควรเก็บไว้ที่ อุณหภูมิ +2

ตาแหน่งทฉ่ี ีด ภูมิคุ้มกัน บกพร่อง ผู้ ได้ รับ วั ค ซี น ถึง +8 °C และห้าม เก็บใน

-ป ฏิ กิ ริ ย า ท่ั ว หรือไดร้ ับยา ท่ีทาให้ มากกว่าร้อยละ ช่องแช่แข็ง -เปิดใช้แล้ว

ร่างกาย: ไม่ทาให้ มี ภ าวะภู มิ คุ้ ม กั น 90 จ ะ มี ควรเก็บ ไว้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง

เกิดอัมพาตเหมือน บกพร่อง ให้ใช้ IPV ภูมิค้มุ กันในเลือด ระหว่างการใช้ต้อง เก็บ

ที่ เ กิ ด กั บ OPV แทน OPV ยกเว้นผู้ ต่อ เชื้อโปลิโอท้ัง วั ค ซี น ไว้ ใน ตู้ เย็ น ห รื อ

เนื่ อ ง จ า ก เป็ น ท่ีติดเชื้อ เอชไอวี 3 ทั ย ป์ แ ล ะ กระติกวัคซีน ท่ีมีอุณหภูมิ

วคั ซนี /ประเภทของวคั ซนี ขนาดบรรจุ ขนาดและวิธใี ช้ บคุ คล/อายทุ ี่
ควรได้รับ

99

ปฏกิ ิริยาจากการ ขอ้ ควรระวัง/ข้อ ภมู ิคุ้มกันที่ การเก็บและการหมดอายุ

ได้รับวคั ซีน ห้าม เกดิ ข้นึ

วัคซีนเชอื้ ตาย WHO แนะนาให้ ใช้ เพิ่มข้ึนเป็นร้อย +2 ถึง +8 C

-ปฏิกิริยาแพ้: อาจ OPV ได้เหมือนเด็ก ละ 99 เม่ือได้รับ

เกิดอาการแพ้ใน ผู้ ปกติ วคั ซีน 3 โด๊ส

ได้รบั วัคซีนท่ีแพ้ยา -ในหญิงมีครรภ์ ถ้า -ผู้ ท่ี ได้ รั บ IPV

ป ฏิ ชี ว น ะ ท่ี เป็ น จาเป็น ให้ใช้ IPV ได้ จะมี ภมู ิคุ้มกันใน

ส่วนประกอบของ --ไม่ ค วรให้ วัค ซี น ลาคอและ ลาไส้

วัคซีน IPV ใน ผู้ที่มีประวัติ นอ้ ย ดงั นั้นแม้จะ

แ พ้ รุ น แ ร ง ได้ รับ IPV ครบ

(Anaphylaxis) ต่ อ แ ล ะ มี ร ะ ดั บ

ยา Streptomycin, ภูมิค้มุ กันในเลือด

Polymyxin B และ สู ง พ อ ท่ี จ ะ

Neomycin ป้องกันไม่ให้เกิด

อมั พาตหลังได้รับ

เชื้อ Wild polio

virus แ ต่ ไ ม่

สามารถ ป้องกัน

ก า ร ติ ด เช้ื อ ใน

ลาไส้ ได้ เช้ือจึง

ส า ม า ร ถ เพ่ิ ม

วคั ซนี /ประเภทของวคั ซีน ขนาดบรรจุ ขนาดและวิธใี ช้ บคุ คล/อายุที่
ควรได้รบั

หั ด ค า งทู ม แ ล ะ หั ด เย อ ร มั น เป็นผงแห้ง 0 . 5 ม ล . เด็ ก ทุ ก ค น ท่ี

(MMR) : ไวรัสเชือ้ เป็นอ่อนฤทธิ์ -ข ว ด ล ะ 1 ฉีด เข้ าใต้ ห นั ง แข็งแรงดีควร

โด๊ส ผสมด้วย (SC) ได้รับวคั ซีนรวม

น้ า ย า ท า หัด-คางทูม-หัด

ละลาย 0.5 เยอรมัน ครั้ง

มล. แรกเมื่ออายุ 9-

-ข วด ล ะ 1 0 12 เดือน (ซึ่ง

โด๊ส ผสมด้วย ผ ลิ ต จ าก เชื้ อ

น้ า ย า ท า ค า ง ทู ม ส า ย

ละลาย 5 มล. พั น ธ์ุ Jeryl

Lynn) และครั้ง

ท่ี 2 เมือ่ อยู่ ป.

1 (ปัจจุบันใช้

ปฏกิ ิริยาจากการ ขอ้ ควรระวงั /ข้อ ภมู ิคุ้มกนั ท่ี การเก็บและการหมดอายุ

ไดร้ ับวัคซีน หา้ ม เกดิ ขน้ึ

จานวนในลาคอ

และลาไส้ และ

ขั บ อ อ ก ม า กั บ

อุ จ จ า ร ะ แ ล ะ

แ พ ร่ เช้ื อ ไป ยั ง

ผู้อน่ื ได

อาการข้างเคียงพบ -ไม่ควรฉีดในหญิงมี ก า ร ฉี ด วั ค ซี น -วัคซีน MMR ชนิดผงแห้ง

ได้ ไม่ บ่ อ ย ส่ ว น ครรภ์ เพราะอาจ MMR เม่ื อ อ า ยุ ควรเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง

ให ญ่ พ บ ห ลั งฉี ด เกิ ด อั น ต ร า ย ต่ อ 9-12 เดือน จะมี หรือที่อุณหภูมิ 2-8 C ไมใ่ ห้

ป ร ะ ม า ณ 1 ทารกในครรภไ์ ด้ ภูมิคุ้มกันต่อโรค ถูกแสงสวา่ ง

สั ป ด า ห์ ไ ด้ แ ก่ -ไม่ควรฉดี ในผู้ปว่ ยท่ี หัด โรคคางทูม -น้ายาทาละลายควรเก็บไว้

อ า ก า ร ไ ข้ ผื่ น มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แ ล ะ โ ร ค หั ด ที่ อุณหภูมิ 2-8 C หรือท่ี

ภาวะเกร็ดเลือดต่า (ยกเว้นผู้ป่วยเอชไอ เยอรมัน ร้อยละ อุณหภูมหิ อ้ ง ห้ามแชแ่ ข็ง

ต่อมน้าเหลืองโต วีที่ CD4 ม ากกว่า 8 5 -9 5 , 63-95, -ก่ อ น ให้ บ ริก ารต้ อ งน า

ป ว ด ข้ อ อั ณ ฑ ะ 15%) แ ล ะ 9 6 -9 9 วัคซีนและน้ายาทาละลาย

อักเสบ และต่อม -ไม่ควรฉีดในผู้ท่ีมี ตามลาดบั นาไปเก็บท่ีอุณหภูมิ 2-8 C

น้าลายอักเสบ ป ร ะ วั ติ แ พ้ อยา่ งนอ้ ย 1 วนั

neomycin แ บ บ -หลังเปิ ดขวดแล้วให้ ใช้

anaphylaxis ภายใน 6 ช่ัวโมง ระหว่าง

วคั ซีน/ประเภทของวัคซีน ขนาดบรรจุ ขนาดและวธิ ีใช้ บคุ คล/อายทุ ี่
ควรไดร้ บั

วัคซีนผลิตจาก
เชื้อคางทูมสาย
พันธ์ุ Urabe)

ไข้สมองอักเสบ เจอี (LAJE) ไวรัส -ชนิดผง แห้ง 0.5 มล.ฉีดเข้า เด็กทุกคน คร้ัง

เช้อื เปน็ อ่อนฤทธิ์ ขนาด 1 โด๊ส/ ใตห้ นัง (SC) ที่ 1 อายุ 1 ปี

ขวด ผสมด้วย ครั้งที่ 2 อายุ 2

น้ายาละลาย ปี 6 เดือน

0.5 มล. หรือ

ผงแห้ง ขนาด

4 โด๊ ส /ข ว ด

(น้ายาละลาย

2 มล.)

101

ปฏกิ ิรยิ าจากการ ขอ้ ควรระวงั /ข้อ ภมู คิ ุ้มกันท่ี การเกบ็ และการหมดอายุ

ได้รับวัคซนี ห้าม เกดิ ข้ึน

การใช้ต้องเก็บวัคซีนไว้ใน

ตู้ เ ย็ น ห รื อ ก ร ะ ติ ก น้ า แ ข็ ง

ต ล อ ด เว ล า ไม่ ว า ง ไว้ ที่

อุณหภมู ิหอ้ ง

-ป วด บ วม แดง ห้ามฉีดวัคซีนเชื้อ CD-JE VAX® ควรเก็บไว้ท่ีอุณหภูมิ +2

ตาแหน่งที่ฉดี เป็น อ่อนฤทธ์ิในผู้ที่ หลังฉีดคร้ังแรก ถึง +8 °C และ ปอ้ งกันแสง

-ป ฏิ กิ ริ ย า ท่ั ว มี ภู มิ คุ้ ม กั น มี ภู มิ คุ้ ม กั น -เปิดแลว้ ควรเก็บ ไวไ้ ม่เกิน

ร่างกาย: ไข้ ผ่ืน บกพร่องจากสาเหตุ เกิ ด ข้ึ น ร้อ ยล ะ 6 ชัว่ โมง

ป ว ด ศี ร ษ ะ ต่างๆ หญิงตั้งครรภ์ 89.3 และร้อยละ -ก่อนให้บ ริการต้อง น า

อ่อ น เพ ลี ย ป วด แ ล ะ ส ต รี อ ยู่ ใ น 95 ท่ี 30 วั น น้ายาทาละลาย ไปเก็บใน

กลา้ มเนอ้ื ระหวา่ งให้นมบตุ ร แ ล ะ ท่ี 90 วั น อุณ หภูมิ +2 ถึง +8 ๐C

ตามลาดับ หลัง อย่าง น้อย 24 ช่ัวโมง ผสม

ฉีดวัคซีน คร้ังท่ี แ ล้ ว ต้ อ งใช้ ภ า ย ใน 6

2 ภู มิ คุ้ ม กั น ชั่วโมง โดยเก็บไว้ในตู้เย็น

เกิ ด ขึ้ น ร้อ ยล ะ ห รือ ก ระ ติ ก วั ค ซี น ท่ี มี

100 เนื่ อ ง จ า ก อุ ณ ห ภู มิ + 2 ถึ ง +8

การได้รับวัคซีน และปอ้ งกันแสง

2 ค รั้ ง ใน เด็ ก

ภูมิคุ้มกัน จะข้ึน

วคั ซนี /ประเภทของวคั ซนี ขนาดบรรจุ ขนาดและวิธใี ช้ บคุ คล/อายทุ ี่
ควรได้รับ

ปฏิกิริยาจากการ ขอ้ ควรระวัง/ข้อ ภมู คิ ุ้มกันที่ การเก็บและการหมดอายุ
ได้รบั วคั ซนี ห้าม เกิดขึ้น

สูงและอยู่น าน
ป ร ะ เท ศ ไ ท ย จึ ง
แ น ะ น า ให้ ฉี ด
วัคซีนนี้ 2 ครั้ง
THAIJEV® ห รือ
IMOJEV ห ลั ง
ฉี ด เข็ ม แ ร ก ใน
ผู้ใหญ่และเด็ก มี
ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น
ร้อยละ 99.1และ
96 ตามลาดับ ใน
ผู้ใหญ่ หลังจาก
ฉี ด วั ค ซี น 5 ปี
ยังคงมีภูมิคุ้มกัน
ร้อ ย ล ะ 93 แ ต่
ในเด็ก 1 ปี หลัง
ฉี ด วั ค ซี น มี
ภูมิคุ้มกันร้อยละ
84 จึง แนะนาให้

วคั ซีน/ประเภทของวัคซีน ขนาดบรรจุ ขนาดและวธิ ใี ช้ บุคคล/อายุท่ี
ควรได้รบั

มะเร็งปากมดลูก (HPV) ไวรัสเช้ือ ช นิ ด น้ า 0.5 - 0.5 มล เด็กหญิงช้ัน ป.

ต า ย ส า ย พั น ธ์ 1 6 ,1 8 ห รื อ มล/ขวด - เข้ากล้ามเน้ือ 5 ทุกคน ควร

6,11,16,18 (IM) ได้รับวัคซีนห่าง

กันอย่างน้อย 6

เดอื น

ไ ข้ ห วั ด ใ ห ญ่ (Influenza ชนิดนา้ เด็ ก ท่ี อ ายุ ต่ า เด็กทุกคน อายุ
vaccine) - Prefilled ก ว่า 3 ปี 0.25 ร ะ ห ว่ า ง 6
syringe ม ล . ฉี ด เ ข้ า เดอื น ถึง 2 ปี
ข น า ด 0.5 กล้ามเนื้อ (IM) - ผู้ ให ญ่ ที่ มี

103

ปฏกิ ริ ยิ าจากการ ข้อควรระวงั /ข้อ ภมู ิคุ้มกันที่ การเก็บและการหมดอายุ

ไดร้ ับวัคซนี ห้าม เกิดข้นึ

ฉีดกระตุ้นในเด็ก

อีก 1 คร้ัง หลัง

ฉี ด วั ค ซี น ค รั้ ง

แ ร ก 1-2 ปี

เพื่อให้ภูมิคุ้มกัน

ขึ้ น สู ง แ ล ะ

สามารถป้องกัน

โรคไดน้ าน

- บวม แดง ร้อน - ห้ามฉีดในผู้ที่เคย ป้องกันการเกิด - ควรเก็บอุณหภูมิ +2 ถึง

ตาแหน่งฉดี แ พ้ HPV แ บ บ เซลล์ผิดปกติที่ C

- ไ ข้ ค ล่ื น ไ ส้ severe allergic สัมพันธ์กับเชื้อ - เปิดแล้วควรเก็บไว้ไม่เกิน

อาเจียน อ่อนเพลีย reaction ส า ย พั น ธ์ 1 6 8 ชม.

- แ พ้ - หลีกเลี่ยงในหญิง หรือ 18 ระดับ

Anaphylaxis ตงั้ ครรภ์ CIN 2 ขึ้ น ไ ป

ร้อยละ 98

ปฏิกิริยาเฉพาะที่: ห้ า ม ฉี ด ใ น ผู้ ท่ี มี ภู มิ คุ้ ม กั น จ ะ - ควรเก็บอุณหภูมิ +2 ถึง

ป ว ด บ ว ม แ ด ง ป ร ะ วั ติ แ พ้ เกิดขึ้นใน เวลา C

ตาแหนง่ ที่ฉดี ส่วนประกอบของ 7-14 วัน โดยจะ - เปิดแล้วควรเก็บไว้ไม่เกิน

-ป ฏิ กิ ริ ย า ท่ั ว วัคซีน หรือแพ้ไข่ไก่ มี ประสิทธิภาพ 8 ชม.

วคั ซีน/ประเภทของวัคซนี ขนาดบรรจุ ขนาดและวิธใี ช้ บคุ คล/อายทุ ี่
ควรได้รบั

มล. ห า ก เป็ น เด็ ก ความ เสี่ยงต่อ
- ข น า ด 2 อายุตา่ กว่า 9 ปี การติดเช้ือ ได้
มล./ขวด (4 ท่ีไม่เคยได้ รับ มาก หรือเส่ียง
โด๊ส/ขวด) วัคซีน ไข้ห วัด ท่ี จะมีอาการ
- ข น า ด 0.5 ใ ห ญ่ ใ ห้ ฉี ด ป่ ว ย รุ น แ ร ง
มล./ขวด (1 วั ค ซี น 2 ค ร้ั ง จ า ก ไข้ ห วั ด
โดส๊ /ขวด) ห่ างกั น อ ย่ าง ใหญ่

น้อย 1-2 เดือน
หลังจาก น้ันให้
ฉีด ปีละ 1 คร้ัง
- ผู้ใหญ่ 0.5 มล.
ฉี ด เ ข้ า
กล้ามเน้ือ (IM)
ทุกปี

ปฏกิ ิริยาจากการ ข้อควรระวัง/ข้อ ภมู คิ ุ้มกนั ที่ การเก็บและการหมดอายุ
ไดร้ บั วัคซีน
หา้ ม เกดิ ขนึ้
ร่ า งก า ย : ไข้ ต่ า
ป ว ด เ ม่ื อ ย อยา่ งรนุ แรง ใน ก ารป้ อ งกั น
ก ล้ าม เนื้ อ ป ว ด
ศี ร ษ ะ คั น ต าม -ให้ระมัดระวังในผู้ท่ี ไข้หวัดใหญ่จาก
ร่างกาย
-ป ฏิ กิ ริ ย า แ พ้ : เคยมี อาการของ ส า ย พั น ธุ์ ใ น
Anaphylaxis
Guillain-Barré วัคซีนได้ ร้อยละ

syndrome (GBS) 70-90

ภายใน 6 สัปดาห์

ภ า ย ห ลั ง ไ ด้ รั บ

วคั ซีนไขห้ วัดใหญ่

ตารางท่ี 4 กาหนดการใหว้ ัคซีนแก่เดก็ ตามแผนการสร้างเสริมภูมคิ ้มุ กันโรคกระ

อายุ วัคซนี ที่ให้ ข้อแ

แรกเกดิ BCG ฉดี ให้เด็กกอ่ นออกจากโรงพยาบาล

HB1 HB1 ควรให้เร็วท่ีสุดภายใน 24 ชั่วโม

ให้วัคซนี ภายใน 12 ชั่วโมง

HBIG กรณมี ารดาเป็นพาหะ ตับอกั เสบบี

1 เดอื น HB กรณมี ารดาเปน็ พาหะ ตับอักเสบบี

2 เดอื น DTwP-HB-HIB1, OPV1

4 เดอื น DTwP-HB-HIB2, IPV ควรไดร้ ับ 1 คร้ัง

OPV2,IPV

6 เดอื น DTwP-HB-HIB3, OPV3

9 เดือน MMR1 หากไมไ่ ดฉ้ ีดเมอ่ื อายุ 9 เดือน ให้รบี ต

1 ปี LAJE1

1 ปี ครึง่ DTwP4, OPV4

2 ปี ครง่ึ MMR2

LAJE2

4 ปี DTwP5, OPV5

7 ปี (ป.1) MMR ตามแผนปฏบิ ัตงิ านของกระทรวงสาธ

BCG* 1. ใหใ้ นกรณที ไ่ี มม่ หี ลกั ฐานวา่ เคยได้ร

2. ไม่ใหใ้ นเด็กติดเชื้อเอชไอวี ท่มี ีอาก

105

ะทรวงสาธารณสุข กรณเี รมิ่ ให้ตงั้ แตแ่ รกเกดิ ในขวบปแี รก
แนะนา อายุทีเ่ หมาะสม

ไมเ่ กนิ 7 วัน, กอ่ นออกจากโรงพยาบาล
มง, กรณีมารดาเป็นพาหะ ตับอักเสบบี

ภายใน 7 วนั

ติดตามฉีดให้เร็วทีส่ ุด HB3 ควรให้ไม่เกนิ 1 ปี
ไม่ตา่ กวา่ 9 เดอื น และภายในอายุ 1 ปี
ธารณสขุ ฉีดใหน้ กั เรียนช้ัน ป.1
รบั เมือ่ แรกเกิด และไมม่ แี ผลเปน็ ไม่เกนิ 2 ปี
การของโรคเอดส์
ห่างจาก LAJE1 12 เดอื น
ไม่เกนิ 5 ปี

อายุ วัคซีนท่ีให้ ขอ้ แ

dT, OPV,IPV,LAJE,HB เฉพาะผู้ทีไ่ ดร้ บั วคั ซีนไม่ครบตามเกณ

11 ปี (ป.5) HPV1 และ HPV2 หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย 6 เดอื น

12 ปี (ป.6) dT ตามแผนปฏิบตั ิงานของกระทรวงสาธ

1. วัคซนี บีซีจี

1) ฉดี 0.05-0.1 มล. (ขนึ้ กับชนิดของวคั ซีน) ในช้นั ผิวหนังท่ไี หล่ซา้ ย

2) ถ้าไม่มีแผลเปน็ เกดิ ขึ้นและไม่มีหลักฐานวา่ เคยไดร้ ับวัคซีนบีซีจี มาก่อน ใหฉ้ ีดได

3) หากเคยไดร้ ับวัคซีนบีซีจีมาก่อน ไม่ต้องฉีดซ้าแม้ไม่มีแผลเปน็

2. วัคซีนตับอกั เสบบี

1) เด็กทุกคนตอ้ งไดร้ บั อย่างน้อย 3 ครั้งถา้ ไมม่ ีขอ้ หา้ มและเขม็ สดุ ท้ายต้องอายุมาก

2) ทารกคลอดจากมารดาที่มี HBsAg เป็นลบหรอื ไม่ทราบ ให้ฉีดวคั ซีนภายใน 24 ช

วัคซนี รวม DTP-HB)

3) ทารกคลอดจากมารดาทมี่ ี HBsAg เป็นบวก (โดยเฉพาะถ้า HBeAg เปน็ บวกด้วย

พร้อมๆ กันคนละตาแหน่งกับ HBIG วคั ซีนคร้ังท่ี 2 ใหเ้ ม่อื อายุ 1 เดอื น คร้ังต่อไปให้ต

4) ถ้ามารดามี HBsAg เป็นบวกแตไ่ ม่มี HBIG ควรใหว้ คั ซนี ครง้ั ที่ 1 ภายใน 12 ชม.
5) ในกรณีท่มี าทราบภายหลงั วา่ มารดามี HBsAg เป็นบวก ควรพิจารณาให้ HBIG ถ
6) ในกรณที ใี่ ชว้ ัคซีนรวมท่ีมีคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน และวคั ซีนตบั อักเสบบี สามา
เปน็ บวก และทารกไมไ่ ด้ HBIG ควรใหว้ คั ซีนตบั อกั เสบบีแบบเดี่ยวเพ่มิ ตอนอายุ 1 เดอื
7) ในกรณีเด็กทีไ่ มเ่ คยไดร้ ับวคั ซีนมาก่อน สาหรบั เด็กอายนุ ้อยกว่า 11 ปี สามารถฉ
ในเดอื นที่ 0 และเดือนท่ี 4-6 โดยใชว้ คั ซนี ขนาด 1.0 มล. เทา่ ผ้ใู หญ่

แนะนา อายทุ เี่ หมาะสม
ณฑ์

ธารณสขุ ฉดี ให้เด็กนักเรยี นชั้น ป.6

ด้ทันที

กกว่าหรอื เทา่ กบั 6 เดือน
ชม. จานวน 3 คร้ัง เมื่อแรกเกดิ อายุ 1-2 เดอื น และอายุ 6 เดือน (4 เดือน ได้รับใน

ย) พิจารณาให้ HBIG 0.5 มล. ภายใน 12 ชม. หลังคลอด และใหว้ ัคซีนครงั้ ที่ 1
ตามปกติ

. หลงั คลอด คร้งั ท่ี 2 ใหเ้ ม่ืออายุ 1 เดอื น ครั้งต่อไปให้ตามปกติ
ถ้าทารกได้รับวัคซีนมาแล้วไม่เกิน 7 วัน
ารถให้ฉดี (หลงั จากเขม็ แรกเกิด) ที่อายุ 2, 4, และ 6 เดือนได้ โดยถา้ มารดามี HBsAg
อนดว้ ย (รวมเป็น 5 ครั้ง)
ฉดี วัคซีนได้ในเดือนที่ 0, 1, 6 สว่ นเด็กท่ีอายุ ต้งั แต่ 11-15 ปี อาจฉีดเพียง 2 ครั้ง

3. วคั ซนี คอตีบ-บาดทะยกั -ไอกรน
1) สามารถใช้วัคซีนไอกรนแบคทเี รยี ไร้เซลล์ (DTaP) แทนชนดิ ท้ังเซลล์ (DTwP) ได
2) หากใช้ DTaP ควรใชช้ นดิ เดียวกันท้ังสามครงั้ เมื่ออายุ 2, 4, 6 เดอื น หากไมส่ าม
3) สาหรบั เข็มกระตนุ้ ท่ี 18 เดอื น อาจใช้ DTwP หรอื DTaP ชนิดใดก็ได้
4) เม่อื อายุ 4-6 ปี อาจใช้ DTwP, DTaP หรอื Tdap กไ็ ด้
5) เด็กอายุ 11-12 ปี ควรได้รบั การฉีด Td หรอื Tdap ไมว่ ่าจะเคยได้รบั Tdap เม
6) สาหรับการฉดี กระตุ้น Td ทุก 10 ปี ในผ้ใู หญ่ ควรพิจารณาใช้ Tdap แทน Td

4. วคั ซนี โปลโิ อ
1) สามารถใชช้ นิดฉีด (ซึง่ ปจั จุบนั อยใู่ นรปู ของวคั ซีนรวมกับคอตบี บาดทะยัก ไอกร
2) หากใชช้ นิดฉีดอยา่ งเดียวโดยตลอด อาจใหเ้ พียง 4 ครัง้ โดยงดเมือ่ อายุ 18 เดือน
3) หากใชช้ นดิ กนิ สลบั กับชนดิ ฉดี ตอ้ งให้ 5 ครั้งตาม OPV
4) การใหว้ คั ซีนโปลโิ อมากกวา่ ท่กี าหนด ไมม่ ีข้อเสยี และสามารถรับ OPV เพ่มิ ในช

5. วคั ซีนหดั -หดั เยอรมัน-คางทมู
1) ให้วคั ซนี ครัง้ แรกเม่อื อายุ 9 -12 เดอื นขึ้นไป และครัง้ ที่ 2 เมอื่ อายุ 4-6 ปี โดยค

เดก็ อายุต่ากว่า 1 ปี และควรฉีดช้า (อายุ 12 เดือน) ในท่ีท่ีมีรายงานโรคหัดจานวนนอ้ ย
2) การฉีดเขม็ ที่ 2 อาจใหไ้ ด้ตั้งแตอ่ ายุ 2 ½ ปี ตามแผนปฏิบตั งิ านของกระทรวงสา

3) ในกรณที ่มี ีการระบาดหรอื สัมผสั โรค อาจฉีดเข็มสองเร็วขึ้นกอ่ นอายุ 4 ปีได้ โดย
4) ในกรณที ตี่ ้องการฉดี วคั ซีน หัด-หดั เยอรมนั -คางทูม และอีสกุ อใี สในเวลาเดยี วกนั
แยกเข็มไดใ้ นทกุ ครั้ง ในเด็กอายุตั้งแต่ 1 – 12 ปี การใชว้ ัคซนี รวม MMRV ทอ่ี ายุ 4-6
ใช้วคั ซนี รวม MMRV ในเด็กอายุ 12-23 เดือน ทาให้มีโอกาสเกิดการชักจากไข้ได้มากก

107

ดท้ ุกครัง้ หากมีอาการไข้สูงมากกว่า 40.5 ⁰C หรอื มีอาการชัก หลงั ได้รับ DTwP
มารถหาชนิดเดยี วกันได้ ให้ใช้ชนิดใดแทนก็ได้

มอ่ื อายุ 4-6 ปี มากอ่ นหรือไม่ หลังจากนนั้ ควรฉีดกระตนุ้ ด้วย Td ทุก 10 ปี
หนึง่ คร้งั

รน) แทนชนดิ กินไดท้ ุกครง้ั
นได้

ชว่ งทมี่ ีการรณรงคห์ ยอดวัคซีนเพื่อกวาดลา้ งโปลโิ อได้

ควรพจิ ารณาให้ฉดี เรว็ (อายุ 9 เดือน) ในท่ีทย่ี งั มรี ายงานผู้ปว่ ยโรคหดั จานวนมากใน
ยในเด็กตา่ กวา่ 1 ปี
าธารณสุข
ยตอ้ งห่างจากเข็มแรกอยา่ งน้อย 3 เดอื น
น สามารถใชว้ ัคซีนรวม หดั -หดั เยอรมัน-คางทมู -อสี ุกอีใส (MMRV) แทนการฉดี แบบ
ปีแทนการฉีดวคั ซีนแบบแยกเข็มพบมีอาการขา้ งเคยี งไมแ่ ตกต่างกัน อย่างไรก็ดกี าร
กวา่ การฉดี แยกเข็ม สาหรับกรณีที่เคยได้วัคซีน MMR หรือ VZV มาก่อน แนะนาให้

วัคซีนรวม MMRV หา่ งจากวัคซนี MMR ครั้งก่อน อย่างน้อย 1 เดือน และหา่ งจากวัคซ
6. วคั ซีนไข้สมองอักเสบเจอี

1) วคั ซีนชนดิ เชอ้ื มีชวี ติ (live JE) ใชส้ ายพันธุ์ SA 14-14-2 ให้ฉดี 2 ครง้ั มี 2 ชนิด
ชนดิ คือ Chimeric JE (IMOJEV®) เร่มิ ฉีดท่ีอายุ 12 เดือน และเข็มที่ 2 อีก 12-24 เด
และการฉีดกระตุ้น

ตารางที่ 5 กาหนดการให้วคั ซนี แกเ่ ด็กทมี่ ารบั วัคซีนล่าชา้ กรณที ่ีพลาดการได้รับวัคซ

คร้งั ท่ี ช่วงอายุ 1-6 ปี ต้ังแต่อายุ 7 ปี ข้ึนไป
เดือนที่ วคั ซีน
เดอื นที่ วคั ซีน 0 dT1, O
(เมอื่ พบเด็ก
10 DTwP-HB-HIB1, คร้งั แรก) IPV

(เมือ่ พบเด็ก OPV1 MMR
BCG*
ครัง้ แรก) IPV

MMR1

BCG*

21 DTwP-HB-HIB2, 1 HB1
32 OPV2 2
LAJE1 LAJE1
MMR2 dT2, O
HB2

ซีน VZV ครัง้ ก่อน อย่างน้อย 3 เดอื น
ด คอื CD-JEVAX® เรม่ิ ฉดี ท่ีอายุ 9-12 เดือน และเข็มที่ 2 อีก 3-12 เดอื นต่อมา อกี
ดอื นต่อมา สามารถใชว้ คั ซนี ชนิด live JE แทนชนดิ MBV ได้ ทั้งในการฉีดชุดแรก

ซนี ในชว่ งขวบปแี รก
ข้อแนะนา

OPV1
ใหว้ ัคซีน IPV เกบ็ ตกเฉพาะเด็กอายุต่ากวา่ 7 ปีและนักเรยี นชน้ั ป.1
*1.ให้ในกรณีที่ไม่มีหลกั ฐานว่าเคยไดร้ ับเมอื่ แรกเกดิ และไม่มแี ผลเป็น
*2.ไมใ่ ห้ในเด็กตดิ เช้ือเอชไอวี ที่มอี าการของโรคเอดส์

OPV2

ครง้ั ที่ ชว่ งอายุ 1-6 ปี ตัง้ แตอ่ ายุ 7 ปี ขึ้นไป

เดือนท่ี วคั ซนี เดือนที่ วคั ซนี

44 DTP-HB-HIB3, 7 HB3

OPV3

5 12 DTP4, OPV4, 12 dT3,

LAJE2 LA

หมายเหตุ

- เดก็ จะไดร้ ับวัคซีนตามตารางที่ 5 ครบระยะเวลา 1 ปี จากน้ันใหว้ ัคซ

- วัคซนี ที่ต้องใหม้ ากกวา่ 1 คร้งั หากเดก็ เคยไดร้ ับวคั ซนี มาบา้ งแล้วแล

ตอ้ งเรม่ิ ตน้ ครั้งท่ี 1 ใหม่

109

ขอ้ แนะนา

OPV3,
AJE2

ซนี ตอ่ เนื่องตามที่กาหนด
ละไม่มารบั ครั้งตอ่ ไปตามกาหนดนดั ใหว้ ัคซนี คร้งั ต่อไปนัน้ ได้ทันทีเมื่อพบเดก็ โดยไม่

ตารางท่ี 6 การให้วัคซีนรวมคอตบี -บาดทะยัก (Td) ในหญงิ มีครรภ์

ประวตั ิการไดร้ บั วัคซนี ทมี่ ีส่วนประกอบของ ระยะเวลาท่คี วรให้วัคซนี

บาดทะยกั (DTP-HB, DTP, dT, TT)

ยังไม่เคยไดร้ ับวคั ซีนทม่ี ีส่วนประกอบของบาดทะยกั ให้ฉีด 3 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0, 1, 6 เดือน และกระตุ้นอีก

1 ครั้ง ทุก 10 ปี

เคยได้รับวัคซีนมาแลว้ 1 เขม็ ให้ฉีด 2 เข็ม โดยมีระยะห่าง 0, 6 เดือน และกระตุ้นอีก 1

ครัง้ ทุก 10 ปี

เคยได้รับวคั ซีนมาแล้ว 2 เข็ม ให้ฉีดเพิ่มอีก 1 เข็ม โดยมีระยะห่างระหว่างเข็ม 2 และเข็ม

3 อย่างนอ้ ย 6 เดือน และกระตนุ้ อกี 1 ครั้ง ทกุ 10 ปี

เคยไดร้ บั วัคซีนมาแลว้ 3 เข็ม ให้ฉีดซา้ อีก 1 คร้งั และกระตุ้นอีก 1 คร้ังทุก 10 ปี

และเข็มสดุ ทา้ ยนานกวา่ 10 ปี

เคยไดร้ บั วคั ซีนมาแล้ว 3 เขม็ ไม่ต้องฉดี ในระหวา่ งตง้ั ครรภค์ ร้ังนี้

และเข็มสดุ ท้ายนอ้ ยกวา่ 10 ปี

ตารางท่ี 7 การให้วัคซีนรวมคอตบี -บาดทะยกั (dT) ในนักเรียน

ประวตั กิ ารได้รับวัคซีนทม่ี ีส่วนประกอบของ ระยะเวลาทค่ี วรให้วคั ซนี

บาดทะยกั (DTP-HB,/DTP)

นกั เรียนช้นั ป.1*

เคยไดร้ ับ DTP-HB,/DTP มาครบ 5 คร้งั แลว้ ไมต่ ้องให้ dT ตอน ป.1

ไม่เคยไดร้ บั DTP-HB,/DTP มากอ่ น ให้ dT 2 คร้ัง ตอน ป.1 ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน แล้วให้

ตอน ป.2 อกี 1 คร้ัง (ครั้งที่ 3 หา่ งจากครง้ั ที่ 2 อย่างนอ้ ย 6

เดอื น) = 3 (0-1-6)

เคยได้รบั DTP-HB,/DTP มาแล้ว 1 ครัง้ ให้ dT 1 คร้ัง ตอน ป.1 แล้วตามไปให้ dT ตอน ป.2 อีก 1

คร้ัง (คร้ังที่ 3 ห่างจากคร้ังที่ 2 อย่างน้อย 6 เดือน) = 2 (0-

6)

เคยไดร้ บั DTP-HB,/DTP มาแล้ว 2,3 หรอื 4 ครั้ง ให้ dT ตอน ป.1 อกี 1 ครง้ั

นักเรยี นช้ัน ป.6* ให้วคั ซนี dT ทกุ คน

7. วัคซนี และอิมมูโนโกลบลุ ินปอ้ งกนั โรคพษิ สนุ ัขบ้า (Rabies vaccine and Immunoglobulin)
ชนิดของวัคซีนท่ีใช้อยู่ในประเทศไทย

111

1. Purified Chick Embryo Cell Rabies Vaccine (PCEC) เปน็ วคั ซีนผงแห้ง ชนดิ เชอ้ื ตาย
พรอ้ มน้ายาละลาย (Sterile water) เม่ือละลายแลว้ เป็นน้าใส ขนาด 1 มล.

2. Purified Vero Cell Rabies Vaccine (PVRV) เป็นวัคซีนผงแหง้ ชนิดเชอื้ ตาย พร้อมนา้ ยา
ละลาย (Solution of Sodium chloride 0.4%) เมอ่ื ละลายแลว้ เป็นนา้ ใสไม่มสี ีขนาด 0.5 มล.

3. Human Diploid Cell Rabies Vaccine (HDCV) เป็นวัคซีนผงแห้งชนิดเช้ือตาย พร้อมน้า
ละลาย (Sterile water) เมื่อละลายแล้วเปน็ น้าใสสชี มพขู นาด 1 มล.

4. Purified Duck Embryo Cell Rabies Vaccine (PDEV) เป็นวัคซนี ผงแห้งชนดิ เชอื้ ตาย พรอ้ ม
นา้ ละลาย (Sterile water) เม่ือละลายแลว้ เปน็ สารแขวนตะกอนขนุ่ เลก็ น้อย เนอ่ื งจากมี Thimerosal ซงึ่ เปน็
สารถนอม (Perversive) ผสมอยู่

ชนิดของอิมมูโนโกลบุลนิ ป้องกันโรคพษิ สนุ ขั บา้ (Rabie Immunoglobulin:RIG)

1. ชนิดผลติ จากซีรัมม้า (Equine Rabies Immunoglobulin : ERIG)

2. ชนิดผลิตจากซีรมั คน (Human Rabies Immynoglobulin : HRIG)

ขนาดและวธิ ใี ช้
การฉดี วัคซนี ปอ้ งกนั ลว่ งหน้า (Pre-Exposure Immunization)

HDCV, PCEC และ PDEV ขนาด 0.5 มล.
PVRV ขนาด 1 มล.

ฉีดเข้ากล้ามเนอื้ ขนาด 0.5 หรอื 1 มล. หรือเข้าในหนงั ขนาด 0.1 มล. 1 จดุ (Intradermal) ใน
วันที่ 0,7,21 หรอื 28 (อาจคลาดเคลอื่ นได้ 1-2 วัน โดยไม่ต้องต้งั ต้นใหม่)

การฉดี วคั ซีนและอิมมโู นโกลบลุ นิ หลงั สมั ผสั โรค (Post-Exposure Treatment)

การฉีดอมิ มูโนโกลบุลนิ (RIG) ควรฉดี ต้ังแตว่ นั แรกทเ่ี ริ่มให้วคั ซีน หากให้วัคซีนเข็มแรกเกนิ 7 วนั
แลว้ จะมภี มู คิ ุม้ กันแลว้ ไม่ต้องให้ RIG

- ERIG ฉีดขนาด 40 IU/น้าหนักตัว 1 กโิ ลกรัม

- HRIG ฉดี ขนาด 20 IU/นา้ หนักตวั 1 กโิ ลกรัม

การฉดี ERIG ตอ้ งทาการทดสอบผวิ หนงั (Skin test) กอ่ น โดยใช้ ERIG ที่เจือจาง 1 : 10 ฉีดเข้าใน
หนังบรเิ วณทอ้ งแขน 0.02 มล. จนเกิดรอยนูน 3 มม. แล้วฉดี น้าเกลือบรเิ วณท้องแขนอีกข้างเพ่ือเปรยี บเทียบ
รอ 15-20 นาที จึงอา่ นผล ถ้า ERIG มีรอยนนู มากกว่า 6 มม. ขึ้นไปและมรี อยแดงล้อมรอบ (Flare) โดยที่ข้าง
ทฉ่ี ดี น้าเกลือไม่มีปฏิกิริยา แสดงวา่ ผลทดสอบเป็นบวกต้องเปลยี่ นไปใช้ HRIG แทน

การฉีดวัคซีนหลังสัมผัสโรค

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตว์ (สุนัข แมว และสัตว์ป่า) หลังสัมผัสโรค หากไม่มั่นใจว่า
สัตว์ไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าให้ฉีดวัคซีน/อิมมูโนโกลบูลินไปก่อน และเฝ้าดูอาการสัตว์ 10 วัน ถ้าสัตว์ปกติดีให้
หยุดฉดี วคั ซีนได้ การฉีดมี 2 แบบ คอื

1. ฉีดเข้ากลา้ มเน้ือ ในวนั ที่ 0, 3 , 7 , 14 และ 30 รวม 5 เข็ม

2. ฉดี เขา้ ใต้ผวิ หนงั มี 2 โปรแกรม คอื

2.1 โปรแกรม 2-2-2-0-1-1 ฉีดจุดละ 0.1 ซีซี ต้นแขนข้างละ 1 จุด(2 ข้าง)วันท่ี 0, 3 ,7 และ1จุดในวันท่ี 30
และ 90

0 3 7 14 30 90
1
จานวนจุดที่ฉีด วนั ท่ี

ฉีด

2 22 0 1

2.2 โปรแกรม 8-0-4-0-1-1 ฉีด 0.1 ซีซี วันแรกท่ีต้นแขน หน้าขาด้านนอก สบักและหน้าท้องด้านล่าง(ซ้าย-
ขวา) รวม 8 จุด วันท่ี 7 ที่ต้นแขนและหน้าขาด้านนอก (ซ้าย-ขวา)รวม 4 จุด วันท่ี 30 , 90 ฉีดที่ต้นแขนจุด
เดยี ว

วนั ที่ 0 3 7 14 30 90

จานวนจุดท่ีฉีด 8 0 4 0 1 1

ฉีด

113

ข้อนา่ ร้เู ก่ยี วกับวัคซนี ป้องกนั โรคพิษสนุ ัขบา้
• วคั ซนี นีใ้ ชฉ้ ีดในคนท้องได้
• กรณผี ู้ป่วยไมม่ าฉีดตามนัดใหย้ ดึ วนั ฉดี ตามตารางเดิมบวกลบวนั ได้เล็กน้อย(ดีท่ีสดุ ไม่ควรลมื )
• ผู้ป่วยท่ีเคยฉีดแบบเข้าใต้ผิวหนังสามารถเปล่ียนเป็นฉีดแบบเข้ากล้ามเนื้อได้โดยยึดตารางการฉีดเข้าใต้
ผิวหนงั เดิม
• การฉดี วัคซนี สามารถใช้ผลติ ภณั ฑบ์ ริษัทใดกไ็ ด้หรือกรณีจาเป็นฉดี ยาคนละบริษทั ก็ได้
• ผู้ที่เคยรับวัคซีนมาครบชุดหรืออย่างน้อยวันที่ 0, 3 , 7 แล้วสัมผัสโรคภายใน 6 เดือน ให้ฉีดวัคซีนเข้า
กล้ามเน้ือ 1 เข็มหรือเขา้ ใต้ผิวหนงั 1 จุดในวันแรก กรณีสมั ผัสโรคเกิน 6 เดือน ให้ฉดี 2 เข็มเข้ากล้ามเนื้อหรือ
ใต้ผิวหนงั ในวันท่ี 0 , 3 ไมต่ ้องฉดี อิมมูโนโกลบลู นิ เพราะภมู ิคมุ้ กนั เกิดข้นึ สูงในเวลารวดเร็ว

การให้วัคซีนและอมิ มโู นโกลบูลนิ หลังสมั ผสโรพิษสุนขั บ้า

วคั ซนี ท่ีอยู่นอกแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุ้มกนั โรคของกระทรวงสาธารณสุข
1. ป้องกนั โรคตบั อกั เสบจากไวรสั A (Hepatitis A vaccine:HAV)

เป็นวัคซีนน้าชนิดเชื้อตายชนิดผงแห้ง ในเด็กฉีด 0.5 มล.เข้า
กลา้ มเน้ือ (IM) อายุ 19 ปีขึ้นไป ฉีด 1 มล.

อาการขา้ งเคียง คือ อาจมีไข้ ปวดหัว ออ่ นเพลีย

115

ข้อหา้ มใช้

1. หญิงมคี รรภ์

2. เจ็บป่วย

2. วัคซนี อีสกุ อีใส (Varicella vaccine : VAR)

วัคซีนเช้ือเป็นอ่อนฤทธ์ิ เปน็ วคั ซนี ผงแหง้ สาหรับเด็กอายุ 1-12
ปี ขนาดของวัคซีน 0.5 มล. ฉดี เขา้ ใตห้ นัง 2 คร้งั ครง้ั แรกเม่ือ
อายุ 12-18 เดอื น คร้งั ท่ี 2 เมือ่ 4-6 ปี หรอื เมอ่ื มีการระบาด
สาหรับเดก็ อายุมากกวา่ 13 ปี ฉดี เขา้ ใต้หนัง 2 ครง้ั ขนาดของ
วคั ซนี 1 มล.หา่ งกนั 4-8 สัปดาห์
อาการข้างเคียงอาจมีอาการไข้ปวด บรเิ วณท่ีฉีดยา และอาจมีผน่ื ได้
- ** ฉีดหลังจากสมั ผัสโรค สามารถปอ้ งกันได้ แต่ ต้องฉดี ใน 72 ชม.**

3. วัคซีนนิวโมคอคคสั ชนิดโพลีแซคคาไรด์ (PS23) และชนิดคอนจเู กต (PCV)

วคั ซีนป้องกนั โรคจากเชือ้ สเตรปโตคอคคัส นิวโมนีอี ทาให้เกิดโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเยื่อหมุ้ สมอง
กระดกู และข้อ และตดิ เชอ้ื ในกระแสเลอื ด แนะนาให้ฉดี ในเดก็ ทมี่ อี ายุ 2 ปีขึ้นไปทม่ี ีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค

วัคซีนเช้ือตาย PS 23 รปู แบบน้า ใช้ปริมาณ 0.5 มล.ต่อคร้ัง โดยฉีดเข้าใต้ผวิ หนงั (SC) หรอื เขา้ กล้ามเน้ือ (IM)
PCV รปู แบบนา้ ปรมิ าณ 0.5 มล.ตอ่ คร้ัง ฉดี เข้ากล้ามเนอื้ (IM)

อายทุ เ่ี ร่มิ ฉดี จานวนครัง้ ทฉ่ี ีด การฉีดกระต้นุ

2-6 เดือน PCV 3 คร้งั ห่างกัน 6-8 PCV 1 ครั้ง อายุ 12-15 เดอื น
สัปดาห์

7-11 เดอื น PCV 2 ครัง้ หา่ งกัน 6-8 PCV 1 ครั้ง อายุ 12-15 เดอื น
สปั ดาห์

12-23 เดอื น PCV 2 ครงั้ หา่ งกัน 6-8 ไมต่ ้องฉีด
สัปดาห์

เดก็ ปกติ 24-59 เดอื น PCV10 ให้ 2 ครัง้ PCV13 ไมต่ ้องฉีด
ให้ 1 คร้ัง

-เด็กเส่ียง *อายุ 24-71 PCV13 2 ครง้ั หา่ งกนั 8 ฉีดกระต้นุ ด้วย PS-23 1 เขม็ หา่ ง
เดอื น สปั ดาห์ จาก PCV

-> 71 เดือน PCV13 1 ครัง้ เข็มสดุ ท้าย 8 สปั ดาห์

หมายเหต:ุ
ข้อหา้ ม

1. ผูท้ ม่ี ปี ฏกิ ริ ยิ ารนุ แรงจากวคั ซนี เขม็ ก่อน

2. หญิงมคี รรภ์

3. ผทู้ ี่เจบ็ ป่วยเฉียบพลัน

4. วัคซนี โรต้า

วัคซนี เช้ือเปน็ อ่อนฤทธิ์

1) ชนิด monovalent ใหก้ นิ 2 ครง้ั เม่ืออายุประมาณ 2 และ 4
เดือน

2) ชนดิ pentavalent ให้กนิ 3 คร้ัง เมื่ออายุประมาณ 2, 4 และ 6
เดือน

3) วัคซีนทั้งสองชนดิ สามารถเรมิ่ ให้ครั้งแรกได้ เมื่ออายุ 6-15 สปั ดาห์ และครง้ั สดุ ท้ายอายุไม่เกิน 8 เดอื น
โดยแตล่ ะครง้ั ห่างกนั ไม่นอ้ ยกวา่ 4 สัปดาห์

4) ควรใช้วคั ซีนชนิดเดยี วกนั จนครบ แตห่ ากจาเปน็ ต้องใช้วคั ซนี ต่างชนิดกนั ในแต่ละครัง้ ต้องให้วคั ซนี
ทง้ั หมด 3 ครั้ง

117

5) สามารถใหว้ ัคซีนโรตา้ ร่วมกบั วคั ซนี โปลโิ อชนิดกินได้
6) ห้ามใชว้ ัคซีนนใี้ นผูท้ ่มี ภี ูมิคุม้ กันบกพรอ่ ง severe combined immune deficiency (SCID) และใน
เดก็ ทีม่ ีประวตั ิลาไส้กลืนกัน
5. วัคซีนรวม 6 โรค

เป็นวคั ซีนสร้างภูมิต้านทาน 6 โรค ได้แก่ ตอตีบ ไอกรม บาดทะยัก ตบั อักเสบบี โปลลิโอ และเย่อื
หุม้ สมองอักเสบจากเชือ้ ฮบิ

6. วคั ซนี รวม 5 โรค

เปน็ วคั ซีนสร้างภูมิคุ้มกนั 5 โรค ได้แก่ ตอตีบ ไอกรม บาดทะยัก โปลลโิ อ และเย่ือหุ้มสมองอักเสบ
จากเชื้อฮิบ

ข้อดีของวคั ซีนรวม 5 และ 6 โรค คอื

1. มีประสิทธิภาพดี สรา้ งภูมคิ ุ้มกนั ได้ 5-6 โรค
2. ลกู เจ็บตวั น้อยลง
3. มคี วามปลอดภัยสงู เพราะมโี อกาสเกิดผลขา้ งเคียงตา่ เนอื่ งจากใช้วัคซนี ไอกรมชนิดพเิ ศษท่ีเปน็

ชนิดไมม่ ีตวั เช้ือ
4. มีความสะดวก

การเกบ็ รกั ษาวัคซีน
ปจั จยั ทีม่ ีผลกระทบตอ่ คุณภาพของวัคซนี

1.ความร้อน วัคซีนทุกชนิดสูญเสียคุณภาพถ้าสัมผัสความร้อน แต่วัคซีนชนิดต่าง ๆ จะไวต่อความร้อนไม่
เทา่ กัน โดยสามารถเรียงลาดบั ความไวตอ่ ความร้อนไดด้ ังนี้

ความไวตอ่ ความร้อน

ไวมากทส่ี ุด * OPV

* Measles, MMR

* DTP, DTP-HB, YF

* DTP-HB-Hib

* BCG

* Hib (liquid), DT

ไวน้อยทสี่ ุด * dT, TT, HB, JE

2. ความเยน็ จดั วัคซนี บางชนดิ นอกจากไวต่อความร้อนแลว้ ยงั ไงต่อความเย็นดว้ ย ในอุนหภมู ิตา่ กวา่ 0 C
จะทาให้วัคซีนเหลา่ น้แี ข็งตวั สุญเสียความแรงและเสอ่ี มสภาพทนั ที

ความไวต่อความเย็นจัด

ไวมากทีส่ ดุ

* HB

* Hib (liquid)

* DTP, DTP-HB

* DTP-HB-Hib

* DT

119

* dT

ไวน้อยทส่ี ุด * TT

3. แสง วคั ซนี เช้อื เปน็ ชนิดแหง้ (Freeze dried vaccine) ได้แก่ วคั ซนี BCG, Measies, Rubella, MR และ
MMR วัคซีนเหล่านนี้ อกจากไวตอ่ ความร้อนแลว้ ยังไวต่อแสงอกี ด้วย ท้งั แสงจากดวงอาทติ ย์และจากหลอด
ฟลูออเรสเซนส์

ระบบลูกโซค่ วามเยน็ (Cold chain system)

ดว้ ยเหตทุ ี่วคั ซนี ไวต่อความร้อนและความเยน็ จดั และต้องเก็บในอุณหภมู ิที่ถูกต้องตง้ั แต่ผู้ผลติ จนถึง
ผ้ใู ช้ จึงตอ้ งมีระบบท่จี ะทาให้วคั ซีนอย่ฝู นอุณหภมู ิที่เหมาะสมตลอดเวลา ท้งั ในขณะจดั เก็บและขนสง่ วัคซีนซึ่ง
เรยี กว่า ระบบลูกโซ่ความเย็น (Cold chain system) ระบบน้ปี ระกอบด้วยการจดั เกบ็ และการขนส่งที่
เช่ือมต่อกนั ซงึ่ ถูกออกแบบให้วคั ซีนอยใู่ นอณุ หภูมทิ ่ีถูกต้องเหมาะสมจนกระท่ังถึงผรู้ บั บริการ

ระบบลูกโซ่ความเย็น จึงมีความสาคัญดว้ ยเหตุผลดังต่อไปน้ี

1. วคั ซนี เส่ือมสภาพไดง้ ่าย เม่ือเวลาผา่ นไปความแรง (potency) ของวัคซีนจะลดลง
2. อณุ หภมู ทิ ี่สูงขน้ึ จะทาใหค้ วามแรงของวัคซนี ลดลงเร็วขึน้
3. วคั ซีนบางชนิดจะสูญเสยี ความแรงทนั ที ถ้าอยู่ในอุณหภมู ิที่ทาให้แข็งตวั (freezing)
4. เมอื่ วัคซีนเส่ือมสภาพ ผรู้ ับบริการไม่ไดร้ ับการป้องกนั โรค
5. วัคซีนท่ีเสื่อมสภาพจาก freezing ฉีดแลว้ จะเป็นไตแข็ง

วคั ซีนทกุ ชนดิ จะต้องเกบ็ ไว้ที่อุณหภูมไิ ม่เกนิ 4-8 องศาเซลเซยี ส (ยกเวน้ วัคซนี โปลโิ อชนดิ กนิ ต้อง
เก็บในช่องแชแ่ ขง็ อณุ หภูมิ ต่ากว่า -15 องศาเซลเซยี ส ส่วนวัคซนี ทีอ่ ยูใ่ นรูปผงแห้งอาจเก็บในช่องแชแ่ ขง็ กไ็ ด้)
การจะคงอุณหภูมิของวัคซนี ตามกาหนดตลอดเวลาต้งั แต่ออกจากโรงงานจนกระทั่งถงึ เวลาทน่ี าออกไปใช้
เจา้ หนา้ ที่จะต้องดาเนนิ การดังนี้ (กระทรวงสาธารณสขุ , 2538)

1. การจดั วางตาแหนง่ ตู้เยน็

- ตาแหน่งทวี่ างตเู้ ยน็ ต้องไมถ่ ูกแสงแดด เนอื่ งจากแสงแดดจะทาให้อุณหภมู ิของตู้เยน็ ลดลง
และควรต้งั ตเู้ ย็นไว้ในสว่ นทีเ่ ย็นของห้อง

- ตง้ั ตูเ้ ยน็ ให้ห่างจากฝาผนงั ของหอ้ งประมาณ 6-12 นว้ิ เพ่ือให้การระบายความร้อนจาก
ดา้ นหลังตเู้ ยน็ ไดด้ ี จะช่วยให้ตู้เย็นคงอุณหภูมิได้ดีอยา่ งสม่าเสมอ

- ต้องตง้ั ต้เู ยน็ ใหไ้ ดร้ ะดบั ขนานกบั พนื้ ไม่เอียงไปขา้ งใดข้างหน่งึ
- ตู้เย็นไฟฟา้ ต้องเสยี บปล๊ักไวใ้ หแ้ นน่ ตลอดเวลา โดยใช้กระดาษกาวปิดทาบปลั๊กไว้ เพอ่ื
ป้องกันการเกย่ี วปลัก๊ หลดุ โดยบังเอญิ
- การตงั้ ต้เู ยน็ ควรวางบนขาตัง้ เพ่ือให้มชี อ่ งระบายอากาศดา้ นล่าง ทาใหม้ ีการถา่ ยเทของ
อากาศดีขึ้น
2. การรักษาอณุ หภูมิในตเู้ ยน็ ให้อย่ใู นมาตรฐาน
- ไมค่ วรเก็บวัคซนี ไวจ้ นแน่นเต็มตู้ เพราะจะทาให้การหมุนเวียนถ่ายเทอากาศภายในต้เู ย็น
เสียไป ควรให้มีช่องว่างระหวา่ งกลอ่ งหรือขวดวคั ซนี บ้าง

- ในช่องแชแ่ ข็งควรมถี าดน้าแข็ง หรือถงุ พลาสติกใสน่ ้าแชแ่ ข็งไว้ตลอดเวลา
- ในตู้เย็นถา้ มีทีว่ ่างเหลอื พอ ควรหาขวดใส่น้าทีเ่ ติมเกลอื เล็กนอ้ ยไวท้ ี่ส่วนลา่ งของ

ต้เู ยน็ เพื่อชว่ ยรักษาความเยน็ ไว้
- สว่ นลา่ งของต้เู ย็นประมาณ ¾ หรอื ½ ควรหากระดาษแข็งมาทาเป็นฝาตู้ชั้นใน

เพ่อื กันอากาศเย็นส่วนล่างของตูเ้ ย็นไหลออกมาเม่ือเปิดตเู้ ย็น
- ห้ามเปดิ ตู้เย็นโดยไมจ่ าเป็น ถา้ จาเปน็ ตอ้ งเปดิ ก็เปดิ ออกในระยะเวลาน้อยทสี่ ุด แล้วรีบปิด

ทนั ทีเม่ือเสร็จธรุ ะ ดังนั้นจงึ ควรมแี ผนผงั ตาแหนง่ การขวดวัคซนี ชนดิ ตา่ ง ๆ ติดไว้ที่ฝาดา้ นนอกของตูเ้ ยน็
เพอ่ื ให้ผู้ท่ไี ม่คุ้นเคยดูก่อนเปิดหยบิ วคั ซนี จะทาให้ไมเ่ สยี เวลามองหาวคั ซีนเม่ือเปิดต้เู ย็นแลว้

- ไม่ควรใหม้ นี ้าแข็งเกาะจบั หนาเกินกว่า 5 มม. ในช่องนา้ แข็ง จะทาให้ประสิทธภิ าพ
ของตูเ้ ย็นลดน้อยลง จึงควรต้องคอยตรวจสอบและละลายน้าแขง็ อยา่ งสมา่ เสมอ

- ไอซ์แพค (Ice pack)เมือ่ ไม่ได้ใช้ ให้ใส่น้าใหเ้ ต็มและเก็บไวใ้ นช่องแชแ่ ขง็

3. การบันทกึ อุณหภูมิของตู้เยน็

121

- แขวนเทอรโ์ มมิเตอร์ไว้ในตูเ้ ย็นตลอดเวลา ในตาแหนง่ ที่กึ่งกลางของช่องเย็น

ธรรมดา ท่ีสามารถมองเหน็ ได้ง่ายเมอ่ื เปิดตเู้ ยน็

- อ่านและบันทกึ อุณหภมู ิอยา่ งน้อยวนั ละ 2 คร้งั ในเวลา เชา้ -เย็น

- บนั ทึกค่าอุณหภมู ทิ ่ีอ่านไดล้ งในตารางหรือกราฟประจาวันแล้ววางไว้ท่หี ลังตู้เย็น โดยแยกสีให้
เห็นความแตกต่างของเสน้ กราฟเช้ากับเยน็ อย่างชดั เจน

5. การเกบ็ วคั ซนี

5.1 การเก็บในตู้เย็น

1. วัคซีนโปลิโอชนดิ รบั ประทาน (OPV) ใหเ้ กบ็ ไว้ทีอ่ ุณหภมู ิ -15 C ถงึ -25 C ทง้ั ในระดบั คลังและในสถาน
บรกิ าร สาหรบั วัคซีนโปลโิ อแม้จะละลายแล้วก็สามารถนาไปแช่ช่องแขง็ ได้อกี 5-10 คร้ัง จะไม่ทาใหค้ ุณภาพ
เสียไป

2. วัคซนี เช้อื เปน็ ชนิดผงแหง้ ไดแ้ ก่ BCG, Measles และ MMR ควรเกบ็ ในอุณหภูมิ +2 C ถงึ +8 C ทงั้ ใน
ระดับคลังและในสถานบริการ ยกเวน้ ในกรณีที่คลงั เกบ็ วัคซนี มีพ้นื ท่ตี ูเ้ ย็นชอ่ งธรรมดาไม่เพียงพอ อาจเก็บ
วัคซนี เหลา่ นใ้ี นชอ่ งแชแ่ ข็งได้

3. วัคซนี เช้อื ตาย ได้แก่ HBV, DTP, DTP-HB, dT, JE, Influenza, Rabies และ TT ใหเ้ ก็บในอุณหภูมิ +2 C
ถึง +8 C เท่านั้น (ห้ามแชแ่ ขง็ ) ทั้งในระดับคลังและในสถานบริการ

4. นา้ ยาละลายวคั ซนี หา้ มแช่แข็ง ในสถานบรกิ ารให้เก็บในอุณหภูมิ +2 C ถึง +8 C ในระดบั คลงั ถ้าตู้เยน็
ชอ่ งธรรมดามีพ้ืนทีไมเ่ พียงพอใหเ้ ก็บไว้นอกตู้เยน็ ได้ แต่ถ้าจะนาไปละลายวคั ซีนผงแห้งตอ้ งเก็บไวใ้ นอณุ หภมู ิ
+2 C ถงึ +8 C ประมาณ 24 ชวั่ โมงกอ่ นใช้

5. ห้ามเกบ็ วคั ซนี ไว้ที่ฝาตูเ้ ย็นเด็ดขาด เพราะเปน็ สว่ นทีส่ ูญเสยี อุณหภมู ไิ ด้ง่ายเม่ือเปิดตเู้ ย็น

6. วัคซนี ทเ่ี บิกมาใหมใ่ ห้เก็บไว้ในสว่ นลกึ หรอื ด้านในของตู้เย็น วคั ซนี ท่ีเก็บไวเ้ ดิมนา
มาเกบ็ ไวด้ ้านหนา้ เพื่อสะดวกทจี่ ะนามาใช้ก่อน ทัง้ นี้ใหด้ ูวันหมดอายดุ ้วย

7. วัคซนี ทกุ ชนดิ ควรใชใ้ หห้ มดภายใน 1 เดือน และไม่ควรเกิน 2 เดอื นหลังจากได้รบั มาจากจังหวัด หรอื
อาเภอ แต่ต้องไม่หลงั วนั ท่ีกาหนดใหใ้ ช้ หรอื หลังวนั หมดอายุ
8. เมอื่ ตู้เย็นมีอุณหภมู ิสงู เกิน 8 องศาเซลเซียส ให้เรง่ ปุม่ ปรับอณุ หภูมิให้ความเยน็ เพ่ิมขน้ึ ถา้ ยังไมด่ ีข้ึน ต้อง
ยา้ ยวคั ซีนไปเก็บไว้ในตเู้ ยน็ อ่ืนทม่ี ีความเยน็ ได้มาตรฐาน แล้วดาเนินการซอ่ มตูเ้ ย็นโดยเร็ว

10. ทาตารางแสดงรายการ ชนดิ จานวน และวันหมดอายุของวัคซีนไวห้ ลังตู้เยน็ ตามตวั อย่าง

123

ตัวอยา่ ง ตารางแสดงรายการ ชนดิ จานวน และวันหมดอายขุ องวคั ซนี

ช่ือวัคซีน จานวน เลขที่ วนั หมดอายุ ใชก้ ่อนวนั ท่ี หมายเหตุ

จังหวัดจะแจ้งใหท้ ราบว่า
ควร

ใชก้ อ่ น วัน เดือน ปีอะไร

แหล่งทม่ี า : กระทรวงสาธารณสขุ , 2538: 24

5.2 หบี เยน็ (Vaccine cold box) เป็นอปุ กรณท์ ่ีใช้เก็บวคั ซีนระหว่างขนสง่ หรือเมอ่ื ไฟฟ้าดับนาน/
ต้เู ย็นเสีย

5.3 กระติกวัคซนี (Vaccine Carrier) เป็นอปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการขนส่งหรือเก็บวคั ซีนชัว่ คราว

3. บทบาทของพยาบาลในการสรา้ งเสรมิ ภูมิค้มุ กนั โรค

ในงานสร้างเสรมิ ภมู คิ ุ้มกันโรคน้ัน พยาบาลเปน็ ผู้ท่ีมบี ทบาทมากท่สี ดุ พยาบาลเปน็ ท้งั ผใู้ หบ้ รกิ าร
วัคซีน ให้ความรเู้ กีย่ วกับการไดร้ ับวคั ซนี ให้คาแนะนาในการดแู ลหลังไดร้ ับวคั ซนี ตลอดจนบรหิ ารจดั การใน
การเก็บรักษาวัคซนี และเฝ้าระวังโรค เพื่อใหเ้ ด็กไดร้ บั วคั ซนี ท่มี ีคุณภาพ และไม่ปว่ ยเป็นโรคทป่ี อ้ งกันได้ดว้ ย
วคั ซนี งานบริการสรา้ งเสริมภูมิคมุ้ กนั โรคน้นั มกั จะไม่ได้ให้บริการเฉพาะการใหว้ คั ซนี อย่างเดียว แตจ่ ะอยู่ใน
คลนิ กิ ตรวจสขุ ภาพเด็กดี หรอื งานสง่ เสริมสุขภาพแม่และเดก็ ซง่ึ มักจะรวมกบั งานท่ีเก่ียวกับการประเมนิ การ
เจรญิ เติบโตและพัฒนาการเด็กไว้ดว้ ย ในการให้บริการน้นั พยาบาลควรมคี วามรู้เก่ียวกับเทคนิคทางการ
พยาบาลตา่ ง ๆ เชน่ เทคนิคการเขา้ ถึงเด็กและครอบครวั การให้คาแนะนาแกบ่ ดิ ามารดาและครอบครัว และ
เทคนิคการให้วัคซีน เป็นตน้

เทคนคิ การเขา้ ถึงเดก็ และครอบครัว

ในการให้บรกิ ารน้ันควรต้องคานงึ ถึงวา่ เดก็ นัน้ ก็มคี วามเป็นบุคคลเช่นเดียวกบั ผใู้ หญ่ เดก็ ตอ้ งการ
ความรักความอบอนุ่ และความปลอดภัยในการดารงชีวิต เดก็ วยั ทารกแม้จะไม่สามารถส่ือสารทางวาจาได้ แต่
เด็กก็รับรู้ไดถ้ งึ สมั ผัสที่เขาไดร้ ับ ซึง่ จะก่อใหเ้ กิดสานึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภยั ตามมา สาหรับบดิ า
มารดาหรอื ผ้เู ลี้ยงดูกเ็ ช่นเดียวกันย่อมมีความรักความผูกพนั เป็นห่วงและคอยสังเกตหรือเฝ้าระวงั ความ
ปลอดภยั ใหบ้ ุตร พยาบาลจึงไมค่ วรเรง่ รบี ซักประวัติการได้รบั ภูมิ ค้มุ กันโรคจนเกินไป ควรสรา้ งสมั พันธภาพ
กบั เดก็ และครอบครวั ก่อน โดยมแี นวทางดังน้ี เริ่มตน้ ดว้ ยถามช่ือเลน่ ของเด็ก จาชื่อเดก็ และเรียกช่อื เดก็
หยอกลอ้ เลน่ ด้วยกบั เดก็ พูดคุยกับบิดามารดา แสดงถึงความสนใจและความเตม็ ใจทีจ่ ะให้บรกิ ารอย่างมนี า้ ใจ
เออ้ื อาทรต่อปญั หาของผูร้ บั บริการ ในขณะเดียวกันพยาบาลควรมคี วามไวต่อปฏกิ ริ ยิ าของบิดามารดาและเดก็
ทบี่ ง่ บอกถึงความพอใจ ความไม่สุขสบายตา่ ง ๆ ด้วย จะทาใหผ้ ้รู บั บริการเต็มใจท่จี ะใหข้ อ้ มูลและยนิ ดรี อรับ
บรกิ ารได้

เทคนิคการใหค้ าแนะนาบดิ ามารดาและครอบครวั

การใหค้ าแนะนาเกย่ี วกบั การสรา้ งเสริมภมู คิ มุ้ กนั โรคน้นั มีท้ังการให้เปน็ รายบุคคลและเปน็ รายกลุ่ม
โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือใหบ้ ิดามารดามคี วามรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสาคญั ของวคั ซนี ในเร่ือง
เก่ียวกบั ชนิดของวคั ซนี ทใ่ี ห้ ตาแหนง่ ท่ีให้ ปฏิกิรยิ าของวัคซีน อาการและการ ดูแลภายหลงั ไดร้ บั วัคซีน
ตลอดจนกาหนดการรบั วคั ซีนครง้ั ตอ่ ไป จากคาบอกเล่าของบิดามารดาหรือผูเ้ ลยี้ งดูทไ่ี ม่พาเด็กมารบั วคั ซีน
สว่ นใหญ่มาจากการไม่รู้กาหนดการใหว้ ัคซนี และไม่ทราบถึงความสาคญั ของการพาเด็กมารบั วัคซนี ดังน้นั

125

พยาบาลจึงควรประเมินประวัติการไดร้ บั ภมู ิคุม้ กนั โรค และให้คาแนะนาแก่ผเู้ ลี้ยงดูและครอบครัวในเร่ือง
ตอ่ ไปน้ี

1. การซักประวัตกิ ารได้รบั ภูมิคุ้มกนั โรค เมื่อบดิ ามารดาพาเด็กมารบั บริการภมู คิ มุ้ กันโรคควรซกั
ประวัตกิ ารไดร้ ับวัคซีนของเด็กในครง้ั ก่อน และตรวจสอบการไดร้ บั วคั ซีนจากสมุดบันทึกสขุ ภาพแม่และเด็ก
เนือ่ งจากมารดาอาจจาไม่ไดว้ ่าเดก็ เคยไดร้ บั วัคซนี ใดมากอ่ น นอกจากนี้ควรถามถึง อายทุ พ่ี าบุตรไปรบั
จานวนวคั ซีนทีใ่ ห้ ตาแหนง่ ท่ีให้ รอยแผลของการฉดี และสถานท่ี ท่ีพาเดก็ ไปรับบริการดว้ ย เพราะสงิ่ เหล่านี้
อาจทาให้คาดเดาถึงวัคซีนที่เคยไดร้ ับมาได้

2. การซักประวัตทิ างสุขภาพ ควรสอบถามถึงภาวะสุขภาพและโรคประจาตัวของเดก็ พรอ้ ม
ซักถามอาการภายหลังได้รับวัคซนี ครัง้ กอ่ น เพือ่ ตรวจสอบประวตั กิ ารแพว้ ัคซีน อาการข้างเคยี งหรือปฏกิ ริ ิยา
ของวคั ซนี เชน่ เด็กท่ีเปน็ โรคทางสมองและมอี าการชกั ไมค่ วรไดร้ บั วคั ซนี ไอกรน เป็นต้น

3. ชนิดของวคั ซนี ทเี่ ดก็ ไดร้ ับ พยาบาลควรบอกผรู้ บั บรกิ ารถงึ ชนดิ ของวคั ซีนท่ีใหใ้ นครง้ั น้ีวา่ ให้
เพอ่ื ป้องกันโรคใด ต้องใหท้ ัง้ หมดกค่ี รงั้ แต่ละครั้งหา่ งกนั เท่าใด และต้องได้รับวคั ซนี อะไรบา้ ง

4. การให้วัคซนี พยาบาลควรบอกให้ทราบถึงวิถที างของการใหว้ ัคซีนแต่ละชนดิ ทเี่ ด็กต้องได้รับ
และการฉีดนน้ั ฉีดที่บรเิ วณตาแหน่งใด เชน่ ใหโ้ ดยการกนิ ครั้งละ 2 หยด หรอื การฉีดเขา้ ชน้ั กล้ามเนือ้ ทบี่ ริเวณ
หน้าขา เป็นตน้

5. ปฏิกริ ยิ าของวัคซนี ภายหลงั ฉีด เชน่ หลังการฉีดวคั ซีนหดั อาจมผี น่ื บาง ๆ ขึ้นตามตวั

ภายหลังไดร้ บั วัคซีนแล้ว ประมาณ 7วนั เป็นตน้

6. การดูแลภายหลังได้รบั วัคซีน เชน่

- การดูแลเมื่อมีไข้ ให้แนะนาวธิ ีการเช็ดตวั ลดไขด้ ้วยนา้ อุน่ ในเดก็ อายุตา่ กวา่ 2 เดอื น
เน่ืองจากการใหย้ าลดไข้พาราเซตามอล อาจมีผลเสียต่อตับของเด็กได้ ส่วนเดก็ ที่อายุมากกวา่ 2 เดอื น
สามารถให้ยาลดไข้ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ได้

- การใหย้ าลดไข้ แนะนาให้มารดาให้ยาลดไข้แกบ่ ุตรทันทถี า้ มีไข้สงู และใหต้ ่ออีกทุก 4
ช่วั โมงได้จนกวา่ ไข้ลด

- อาการบวม แดงร้อนบริเวณที่ฉีดมักจะเกดิ ภายหลงั ฉีดวัคซีน3-4 ชัว่ โมง อาการจะเป็นอยู่
ไม่เกิน 2 วนั

- การดแู ลแผลจากการฉีดวัคซีน BCG ภายหลงั ฉดี ประมาณ 2 สปั ดาห์ จะมีตมุ่ นนู คล้ายมี
หนองเกิดข้ึนบริเวณท่ีฉดี แนะนาว่าไม่ต้องบ่งหนองออกหรือไม่ต้องใสย่ าฆา่ เชื้อ ต่อมาตุ่มหนองจะแตกออกเป็น
แผลและค่อย ๆ หายไปกลายเป็นแผลเป็น (ลักษณะเปน็ รอยบมุ๋ ขนาด 4-5 มม.)

7. การสังเกตอาการผิดปกติภายหลงั ได้รบั วัคซนี (Adverse Events Following

Immunization : AEFI) เชน่ การเปน็ ก้อนแข็งบริเวณตาแหน่งทฉี่ ีด และก้อนไมย่ ุบลง ซ่ึงบง่ บอกถงึ ความ
ผิดปกติ ควรพามาตรวจ

8. สอนมารดาใหด้ ตู ารางกาหนดการสร้างเสรมิ ภมู ิคุ้มกนั โรค และกาหนดวันนัด ในสมดุ บนั ทกึ
สขุ ภาพแม่และเด็ก เพ่ือใหท้ ราบกาหนดนดั มารับวัคซีนครั้งตอ่ ไป และทราบถงึ ชนิดของวคั ซนี ทีม่ ารับดว้ ย โดย
บอกให้ทราบถงึ ความสาคัญของการพาเด็กมารับวัคซีนตามนัด ทาใหเ้ ดก็ ได้รบั วัคซนี อย่างต่อเน่ือง อนั จะเปน็
ผลให้การปอ้ งกันการเกดิ โรคเปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิผล

9. แนะนาให้ทราบถงึ วัคซีนที่อยู่นอกเหนือตารางกาหนดการสรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรค โดยบอกให้
ทราบถึงข้อดีของการให้คือไม่เสีย่ งต่อการเป็นโรค และโรคนน้ั เม่อื เปน็ แลว้ จะเกดิ ผลเสียอยา่ ง ไรตอ่ เด็ก เชน่
วัคซีนปอ้ งกันโรคเยอื่ หุ้มสมองอักเสบ และ ตบั อกั เสบเอ เปน็ ต้น และแจ้งใหท้ ราบวา่ จะต้องจ่ายเงินค่าวัคซีน
ในราคาแพง เพอื่ ใหบ้ ดิ ามารดาเลือกตดั สินใจเอง

เทคนคิ การให้วัคซนี
1. ทาความสะอาดจุกขวดวคั ซนี ด้วยแอลกอฮอล์ 70% ทิง้ ให้แห้งกอ่ นการดูดยา โดย เฉพาะวัคซีน

ชนดิ เช้ือมชี วี ติ เพอื่ ป้องกันแอลกอฮอลไ์ ปสัมผัสวคั ซีนทาให้เชอ้ื ตายได้

2. ใช้กระบอกฉีดยา 1 ชุด ต่อ 1 ชนิดวัคซนี ตอ่ 1 คน เพื่อป้องกนั การปนเป้ือนเชื้อโรคตับอักเสบบี
และ HIV ฯลฯ

3. ขนาดของกระบอกฉีดยาจะต้องเหมาะสมกับขนาดของวัคซีนท่จี ะให้เชน่ วคั ซีน 0.5 มล.
กระบอกฉีดยาไม่ควรใหญ่กว่า 2-2.5 มล. วคั ซีน 0.25 มล. กระบอกฉดี ยาไม่ควรใหญ่กวา่ 1 มล. กระบอกฉีด

127

ยาพลาสติกจะดีทสี่ ุด ถ้าเป็นกระบอกฉีดยาแกจ้ ะต้องใหม่ (ไม่หลวม) มฉิ ะนั้นจะเกดิ การสญู เสียวัคซีนใน
กระบอกฉีดยาทาให้วัคซนี ไม่ครบขนาด

4. เข็มฉดี วคั ซีน ถา้ ฉดี เขา้ ผิวหนังหรอื ใตผ้ ิวหนงั ใช้ขนาด ½ นว้ิ เบอร์ 26 ถ้าไมม่ ีใช้เขม็ ยาว 1 น้วิ
ได้แต่อย่าแทงลกึ วัคซนี ฉดี เข้ากลา้ มเน้ือในเดก็ ใช้เขม็ ยาว 1 นวิ้ ได้ แต่หญิงมีครรภ์ หญงิ วยั เจริญพันธ์ ถ้ามี
ไขมันมากกใ็ ช้เข็มยาวมากกว่า 1 น้ิว จะดที ่สี ุด เพ่ือให้เข้าถึงกลา้ มเนื้อ

5. ดดู ยาใหไ้ ดต้ ามปรมิ าณ (มล.) ตามขนาดของวคั ซีนแต่ละชนิดท่กี าหนดในฉลากประจาขวด
เพอ่ื ให้ได้ขนาดวัคซีนที่ถกู ต้อง (ดรู ายละเอียดในตารางแสดงชนิดของวคั ซีนและตัวทาละลาย)

6. ตาแหน่งทฉ่ี ดี วัคซีนเข้ากลา้ มเนือ้

- เด็กอายุต่ากว่า 1 ปี (หรือมากกว่า 1 ปี แตต่ วั เล็ก) ให้ฉีดเขา้ กล้ามเน้ือที่ ตรงกลางตน้ ขา
ด้านนอกจะดที ส่ี ดุ ไม่แนะนาใหฉ้ ีดทีต่ น้ แขน เพราะกล้ามเน้ือยงั เล็ก และไมแ่ นะนาให้ฉดี ทส่ี ะโพกเพราะมี
โอกาสฉดี ไมถ่ ึงกลา้ มเนื้อ และอาจมีอันตรายต่อเสน้ ประสาท

- เด็กโตและผูใ้ หญ่ให้ฉีดที่กลา้ มเน้ือตน้ แขน (Deltiod)

7. ตาแหน่งท่ีฉดี วคั ซีนเขา้ ใตผ้ วิ หนัง เด็กเลก็ ใหฉ้ ีดทต่ี รงกลางต้นขาด้านนอก เดก็ โตและผู้ใหญ่ให้
ฉีดทต่ี ้นแขน

8. ตาแหน่งท่ีฉดี วัคซีนเขา้ ในผิวหนัง

- สาหรับวคั ซนี บีซีจี ฉดี ท่หี ัวไหล่

การเฝา้ ระวงั อาการภายหลังได้รบั การสร้างเสริมภมู คิ ุม้ กันโรค
อาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (Adverse Events Following

Immunization : AEFI) หมายถงึ อาการผดิ ปกติทางการแพทย์ท่ีเกดิ ข้ึนภายในระยะเวลา 4 สปั ดาห์ หลัง

ได้รบั การสร้างเสรมิ ภูมิคุม้ กันโรคและสงสัยวา่ ภาวะนนั้ อาจเกดิ จากการไดร้ บั ภมู ิคุม้ กนั โรค (กระทรวง

สาธารณสขุ ,2546)

สาเหตขุ องการเกดิ อาการภายหลังได้รับการสร้างเสริมภมู ิคุ้มกันโรค
1. จากปฏกิ ริ ยิ าตอบสนองต่อวัคซีนหรอื ซีร่ัม (Vaccine/Serum Reactions) ทาให้เกิดอาการ

เฉพาะท่ี เช่น ปวดบวม แดงร้อน หรือมีไข้ แต่อาการทีเ่ กดิ ข้ึนจะไมร่ นุ แรง และหายไดเ้ อง ไมม่ ีผลระยะยาว

2. เกดิ จากความผดิ พลาดดา้ นการบรหิ ารจดั การ การสรา้ งเสริมภมู ิคุม้ กันโรค (Programmatic error)
โดยจะพบอาการผิดปกติ เชน่ ฝี ตอ่ มน้าเหลอื งอกั เสบ อัมพาต อาการทางสมองฯ ความผิดพลาดที่พบได้แก่

- การได้รับวัคซีนมากเกนิ ไป หรอื ฉีดผดิ ตาแหน่ง

- การเตรยี มวัคซีนผิดวิธี (ใชต้ ัวทาละลายไม่ถูกตอ้ ง หรือปนเปอื้ นเชอ้ื /ปรมิ าณ ตวั ทาละลาย
ไม่ถูกต้อง กระบอกฉีดยาหรือเข็มไม่สะอาด ให้ในรายท่เี ปน็ ข้อหา้ ม)

3. เกดิ ข้นึ โดยบงั เอญิ หรือไมท่ ราบสาเหตุ

การดาเนนิ การเฝา้ ระวังอาการผิดปกตภิ ายหลังไดร้ ับวคั ซีน
แบง่ เป็น 4 ข้นั ตอน

1. การรายงานผู้ปว่ ย

1.1 รายงานทันทภี ายใน 24 ชวั่ โมง ในกรณีท่ีผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ได้แก่ เส้นประสาทอักเสบ มี
อาการทางสมอง (อมั พาต กล้ามเนื้ออ่อนแรง สมองอักเสบ) มีอาการแพ้แบบ Anaphylactic shock เปน็ ต้น

1.2 รายงานภายใน 1 สัปดาห์ ในกรณีท่ีผู้ป่วยมีอาการเฉพาะท่ี ไดแ้ ก่

1.2.1 ฝีมเี ชื้อ(Bacterial abscess) หมายถึง รอยนูนหรือก้อนในตาแหนง่ ท่ีฉดี วคั ซีนหรือ
เซรมุ่ และมีอาการบวมแดงรอบๆ ถา้ เจาะรอยนูนหรือก้อนจะพบหนองและอาจมีไข้ โดยมีผลการตรวจทาง
ห้องปฏบิ ัตกิ าร พบเชอ้ื แบคทีเรียจาการย้อมสแี กรม หรือเพาะเช้อื หรือพบ Neutrophil โดดเด่น (สดั สว่ นเกิน
รอ้ ยละ 50) มกั เกดิ ภายใน 5 วัน หลงั จากไดร้ ับการสร้างเสริมภูมิคมุ้ กนั โรค

1.2.2 ฝไี ร้เชือ้ (Sterile abscees) หมายถงึ รอยนนู หรือก้อนในตาแหนง่ ที่ฉีดวัคซีนหรือ
เซรมุ่ และไม่มีอาการบวมแดง ถา้ เจาะรอยนนู หรือก้อนไม่พบหนอง มกั เกดิ ภายใน 5 วนั หลังจากไดร้ ับการ
สร้างเสริมภูมิคมุ้ กันโรค

1.2.3 ต่อมน้าเหลืองอักเสบ (Lymphadenitis) หมายถึง อาการทีม่ ีอยา่ งใดอย่างหน่ึง

ดงั ตอ่ ไปนี้

- ต่อมน้าเหลืองโตอยา่ งนอ้ ย 1.5 ซม. กดเจ็บ

- มีรเู ปดิ ที่ผิวหนังของต่อมนา้ เหลอื งท่ีอักเสบ

129

โดยสว่ นใหญเ่ กิดภายใน 2- 6 เดอื น หลังจากไดร้ บั การสรา้ งเสริมภูมคิ ุม้ กนั โรค มักเป็น
ขา้ งเดยี วกบั ท่ีฉดี (ส่วนใหญพ่ บทร่ี กั แร้)

1.2.4 อาการเฉพาะท่ีอยา่ งรนุ แรง (Severe Local Reaction) หมายถงึ อาการบวมแดงใน
ตาแหนง่ ทฉ่ี ีด รว่ มกบั อาการอยา่ งน้อย 1 อาการดงั ต่อไปน้ี

- บวมลามไปถึงข้อที่อยู่ใกล้ท่สี ุด
- ปวดบวมแดงนานเกนิ 3 วัน
1.2.5 ชัก (Encephalopathy) หมายถงึ ผทู้ ี่มีอาการอยา่ งน้อย 2 อาการดังต่อไปนี้
- ชกั

- มีอาการเปลี่ยนแปลงของสตสิ ัมปชญั ญะอย่างชัดเจนนานอย่างน้อย 1 วัน
- มีการเปล่ียนแปลงทางพฤติกรรมอยา่ งชัดเจนนานอยา่ งน้อย 1 วัน โดยสว่ นใหญ่
มักเกดิ ภายใน 72 ชวั่ โมง หลงั ไดร้ ับการสร้างเสรมิ ภมู ิคุม้ กันโรค ยกเว้นMeasle/MMR มักเกดิ ภายใน 7-12 วัน
1.2.6 ไข้ หมายถึง อาการมีไข้โดยไม่พบสาเหตุอื่นรว่ มด้วย อาจเปน็ กรณใี ดกรณหี น่งึ
ดงั ต่อไปนี้
- มไี ขส้ งู 38.5 ๐ c (วดั ทางปาก) นานเกนิ 3 วนั โดยวดั อยา่ งน้อยวนั ละ 1 ครัง้
- มไี ข้สูง 39.5 ๐ c (วัดทางปาก) ตัง้ แต่ 1 คร้ังขึน้ ไป ส่วนใหญเ่ กิดภายใน 1-2 วนั
ยกเว้นMeasle/MMR มกั เกิดภายใน 5-12 วนั
1.2.7 อาการแพ้ (Allergy Reaction) หมายถงึ อาการแพ้เล็กนอ้ ยมีอย่างน้อย 1 อาการท่ี
เกดิ ภายใน 24 ชวั่ โมง ดังต่อไปน้ี
- อาการทางผวิ หนงั เชน่ ลมพิษ ผวิ หนังอกั เสบเปน็ ผื่นแดง ตมุ่ พุพอง
- หายใจมเี สียงว๊ดี (Wheeze)
- บวมทีห่ น้า หรือบวมทวั่ ไป

การรายงานใหร้ ายงานจากสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั หรือสานักงานอนามยั
กรงุ เทพมหานคร ไปยงั สานักระบาดวทิ ยา และสานกั งานป้องกันควบคมุ โรค

2. การเรียบเรยี งข้อมลู โดยบันทึกข้อมูลลงในใบรายงาน AEFI-E1เพื่อสง่ ไปยังสานักระบาดวิทยา
3. การวเิ คราะห์แปลผล โดยวเิ คราะหเ์ พอ่ื ค้นหาความผดิ ปกตขิ องอุปกรณก์ ารฉีด และวคั ซนี ด้วย
การดู Lot number วันหมดอายขุ องวัคซีน สอบถามผู้ใหบ้ รกิ าร ผรู้ บั บริการ สถานที่ใหบ้ ริการเพ่ือหาสาเหตุ
สาหรบั การป้องกันและแก้ไขต่อไป

4. เผยแพร่ข้อมลู ข่าวสารต่อท่ีประชมุ ประจาเดือน/ประจาปี/รายงานผา่ นวารสารของ หน่วยงาน
เปน็ ต้น

แผนการพยาบาล

ข้ อ วิ นิ จ ฉั ย วัตถุประสงค์ / เกณฑ์การ การพยาบาล ประเมินผล
ท า ง ก า ร ประเมินผล
พยาบาล

1. มีโอกาสเกิด วัตถุประสงค์ : เพื่อไม่เกิด 1. ก่อนให้บริการวัคซีน แจ้งผู้ดูแลเด็กถึง

อั น ต ร าย จ า ก อันตรายจากผลข้างเคียง ผลข้างเคียงของวัคซีนท่ีเด็กจะได้รับในครั้งนี้

อาการข้างเคียง ของวคั ซนี คือ

จากวัคซีน เกณฑ์การประเมนิ - BCG vaccine หลงั ฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 2

1. ผู้ดูแลบอกได้ถึงอาการ สัปดาห์จะมีตุ่มนูนคล้ายมีหนองขึ้น ต่อมาจะ
ข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับ แตกออกเป็นแผลและค่อย ๆ แห้งไปในเวลา
เด็กหลังการไดร้ ับวคั ซีน 3-4 สัปดาห์ เมื่อหายดีแล้วจะมีแผลเป็น เห็น

เปน็ รอยแผลเป็นขนาด 4-5 มิลลเิ มตร
2. ผู้ดูแลบอกการดูแลเม่ือ
เด็กมีอาการข้างเคียงท่ีอาจ - DTwP-HB vaccine, HB vaccine มีอาการ
เกิดขึ้นกบั เด็กหลังการได้รับ ปวด บวมบรเิ วณท่ฉี ีดหรอื มไี ข้ต่า ๆ

วคั ซนี - DTwP vaccine มีไข้และร้องกวน ในบาง

รายอาจมีอาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด

อาการมักเริ่มรวม 3-4 ชั่วโมงหลังฉีดและมี

131

ข้ อ วิ นิ จ ฉั ย วัตถุประสงค์ / เกณฑ์การ การพยาบาล ประเมนิ ผล
ท า ง ก า ร ประเมนิ ผล
พยาบาล

อาการนานไม่เกนิ 2 วนั

- OPV vaccine ปฏิกริ ยิ าคอ่ นข้างนอ้ ย

- MMR vaccine ส่วนใหญ่หลงั ฉีดประมาณ 1
สปั ดาห์ จะมีอาการไข้ มีผื่นบาง ๆ ภาวะเกร็ด
เลือดต่า ต่อมน้าเหลืองโต ปวดข้อ อัณฑะ
อกั เสบ และต่อมนา้ เหลอื งอกั เสบ

- JE vaccine อาจมีอาการปวด บวม คนั แดง
หรือเจ็บ

บริเวณที่ฉีด อาจมีไข้ต่าๆ หรือปวดศีรษะ
ปฏิกิริยาต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นน้อย อาจเกิด
ลมพิษ angioedema หลังฉีดวัคซีน 1-3 วัน
และสว่ นใหญเ่ กิดหลงั ฉีดเข็มที่ 2

2. สังเกตอาการเด็กหลังฉีดวัคซีนให้ผู้ป่วย
แล้ว 30 นาที หากมีอาการข้างเคียงให้การ
ดูแล แต่หากอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
เกิ ด ป ฏิ กิ ริย ารุน แรง มี อ าก ารแ พ้ แ บ บ
anaphylactic shock รายงานแพทย์เพ่ือให้
การช่วยเหลอื

3. แนะนาการดูแลอาการแทรกซ้อนท่ีอาจ
เกดิ ขน้ึ คอื

- มีไข้ แนะนาให้ผู้ดูแลเช็ดตัวลดไข้ แต่หากมี
ไข้สูง ให้รับประทานยาลดไข้ได้ 15 mg/kg

ข้ อ วิ นิ จ ฉั ย วัตถุประสงค์ / เกณฑ์การ การพยาบาล ประเมินผล
ท า ง ก า ร ประเมนิ ผล
พยาบาล

ซ้าไดท้ กุ 4 ชม.

- ปวด บวม แดง ประคบเย็นเพ่ือบรรเทา
อาการปวด แต่หากมีตุ่มหนอง (ยกเว้นวัคซีน
BCG) หรือเด็กขยับแขนขาน้อยลง ให้พามา
พบแพทย์

- ผื่น ปฏิกิริยาหลังหลังฉีดวัคซีน MMR ผ่ืนท่ี
ขึ้นจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน ไม่ต้องทายา
แต่อาจจากการแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
หากเด็กมีอาการมากใหพ้ าไปพบแพทย์

- ชัก ถ้าเด็กมีไข้สูงมากอาจทาให้เกิดอาการ
ชกั ได้ หากเด็กชักให้จับเด็กตะแคงหน้า ดูส่ิงที่
อ า จ อุ ด ก้ั น ท า ง เดิ น ห า ย ใจ รี บ น า ส่ ง
โรงพยาบาล

4 . ห าก มี อ าก ารผิ ด ป ก ติ ราย งาน ต าม
แบบฟอร์มรายงาน AEFI

2.ผู้ดูแลต้องการ ผู้ดูแลมีความรู้ในการได้รับ 1.สอบถามเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจถึง

ค า แ น ะ น า ใน วัคซีนตามช่วงอายุ ความสาคัญของการไดร้ บั วคั ซนี ของเด็ก

การได้รับวัคซีน เกณฑ์ 2.อธิบายความสาคัญของการได้รับวัคซีนของ
ตามชว่ งอายุ -ผู้ ดู แ ล บ อ ก ไ ด้ ถึ ง เด็ก เช่น เพื่อลดการติดเช้ือ เพื่อลดอนั ตรายที่
ความสาคัญของการได้รับ เกิดขึ้นเมื่อเด็กเป็นโรค ลดความรุนแรงของ
โรค ลดการแพร่กระจายเชื้อไปสูผ่ ู้อืน่
วคั ซนี ของเดก็

3.อธิบายความสาคัญของการพาเด็กมารับ

133

ข้ อ วิ นิ จ ฉั ย วัตถุประสงค์ / เกณฑ์การ การพยาบาล ประเมินผล
ท า ง ก า ร ประเมนิ ผล
พยาบาล

-มารดาสามารถบอกได้ถึง วัคซีนตามช่วงเวลาท่ีกาหนด เพราะช่วงเวลา

ช่วงอายุครั้งต่อไปท่ีต้อง ท่ีกาหนดให้รับวัคซีนเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิด

ได้รบั วคั ซนี โรคน่ัน ๆ มากท่ีสุด หรือหากเป็นโรคน่ันใน

-ผู้ดูแลสามารถบอกได้ถึง ช่วงเวลาน้ีจะทาให้เกิดอันตรายกับเด็กมาก
วัคซีนท่ตี ้องไดร้ บั ครัง้ ตอ่ ไป ท่สี ุด

4.แจ้งผู้ดูแลให้ทราบว่าในการนัดครั้งต่อไป

เด็กจะได้รับวัคซีนชนิดใด (ตามตารางการ

ได้รบั วัคซนี )

5.อธิบายแนวทางการปฏิบัติให้ผู้ดูแลทราบว่า
หากไม่สามารถมารับวัคซีนตามกาหนด ควร
มารับวัคซีนหลังจากวันนัด เพ่ือให้ระยะห่าง
ข อ ง วั ค ซี น พ อ เห ม า ะ ให้ เด็ ก ส า ม า ร ถ ส ร้ า ง
ภูมคิ ุ้มกันได้ดี


Click to View FlipBook Version