The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เดือนธันวาคม 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sskmnre, 2024-03-11 04:19:47

Final Report ศรีสะเกษ

โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เดือนธันวาคม 2566

โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เดือนธันวาคม 2566 จัดทำโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) I รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ชื่อโครงการ: โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ภายใต้หน่วยงาน: สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ จัดทำโดย: มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ รายชื่อผู้จัดทำโครงการ: ผศ.ดร.สิริพร ยศแสน อีเมล [email protected] ผศ.ดร.พัชรวรรณ สิทธิศาสตร์ [email protected] ผู้ตรวจสอบรายงาน: ดร.อนุพันธ์ สุวรรณพันธ์ อีเมล [email protected]


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) II สารบัญ สารบัญตาราง............................................................................................................................. ........... IV สารบัญภาพ............................................................................................................................. .............. VII PART I : แผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด บทที่ 1 บทนำ............................................................................................................................. ........... 1 1.1 ความเป็นมาและรายละเอียดของโครงการ............................................................................. 1 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ....................................................................................................... 2 1.3 ขอบเขตการดำเนินงาน........................................................................................................... 2 1.4 ผลที่คาดว่าจะได้รับและการนำไปใช้ประโยชน์....................................................................... 4 1.5 การจัดตั้งคณะทำงานการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก................................................ 4 บทที่2 ความเข้าใจในการดำเนินโครงการ......................................................................................... 13 2.1 ความเข้าใจในโครงการ........................................................................................................... 13 2.2 ระเบียบวิธีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก................................................................. 22 2.3 ระเบียบวิธีการรายงานผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก......................................... 32 2.4 แนวทางการประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก........................................................... 36 บทที่3 การรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก.......................................................................................... 54 3.1 ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดศรีสะเกษ............................................................................................ 54 3.2 การสำรวจและรวบรวมข้อมูลกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก.......................................... 55 3.3 รายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด........................................................................... 56 3.4 การคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด.............................................. 70 3.5 การกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด..................................................... 73 บทที่ 4 การวิเคราะห์ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก................................................................... 77 4.1 การคัดเลือกมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับบริบทของจังหวัด........................... 77 4.2 ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด...................................................................... 85 4.3 ข้อเสนอแนะแนวทางต่อยอดการพัฒนาทางธุรกิจ (Business Model) ของมาตรการ การลดก๊าซเรือนกระจก และข้อเสนอแนะด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง....................... 93 บทที่ 5 แผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด............................................. 105 5.1 การจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด............................... 105 5.2 การขับเคลื่อนแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด......................................................... 134


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) III สารบัญ PART II : แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ บทที่ 6 บริบทของพื้นที่........................................................................................................................ 139 6.1 ข้อมูลประชากร เศรษฐกิจ และสังคม..................................................................................... 139 6.2 บริบทด้านสิ่งแวดล้อม............................................................................................................. 144 6.3 ข้อมูลภัยอันตรายจากสภาพภูมิอากาศ................................................................................... 155 บทที่ 7 การจัดทำรายงานสภาพการณ์ความเสี่ยง (Risk Profile) จากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศของจังหวัด.................................................................................................................. 161 7.1 การประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา.................................. 163 7.2 การสำรวจและรับฟังความเห็นเพื่อจัดทำรายงานสภาพการณ์ความเสี่ยงของผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.................................................................................................. 171 7.3 การวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดมาตรการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ............................................................................................................................. 172 บทที่ 8 แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ 180 8.1 แนวคิดและกระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ............. 180 8.2 แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่...... 191 บทที่ 9 สรุปผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ................................................................................. 201 9.1 สรุปผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation)................ 201 9.2 สรุปผลรายงานความเสี่ยงและมาตรการปรับตัว (Adaptation)............................................. 204 9.3 ข้อเสนอแนะ........................................................................................................................... 205 ภาคผนวก.............................................................................................................................................. 201 ภาคผนวก ก คำสั่งแต่งตั้งและรายงานการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ)..................................................... 206 ภาคผนวก ข ข้อมูลกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ.............................. 349


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) IV สารบัญตาราง ตารางที่ 1-1 คณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ)..... 6 ตารางที่ 1-2 คณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ)......... 8 ตารางที่ 2-1 การเปรียบเทียบการรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกจาก 2006 IPCC และ GPC.............. 20 ตารางที่ 2-2 การอธิบายอักษรย่อสำหรับการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก..................... 31 ตารางที่ 2-3 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน (Stationary Energy)..................... 34 ตารางที่ 2-4 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคขนส่ง (Transportation)............................... 34 ตารางที่ 2-5 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการจัดการของเสีย (Waste)......................... 35 ตารางที่ 2-6 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์..... 35 ตารางที่ 2-7 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน........ 36 ตารางที่ 2-8 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกจากแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ภายหลังปี 2563............................................................................................................................. ........ 42 ตารางที่ 2-9 โครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามารถเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)................................................................................................ 49 ตารางที่ 2-10 โครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่สามารถเข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซ เรือนกระจก (LESS)............................................................................................................................. ... 51 ตารางที่ 3-1 จำนวนประชากรของจังหวัดศรีสะเกษ ในปี 2562............................................................ 55 ตารางที่ 3-2 ผลรวมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2562............................ 59 ตารางที่ 3-3 ผลการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคพลังงาน................................. 61 ตารางที่ 3-4 ผลการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการขนส่ง............................... 63 ตารางที่ 3-5 ผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการจัดการของเสีย................................... 65 ตารางที่ 3-6 ผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคกระบวนการอุตสาหกรรม........................ 66 ตารางที่ 3-7 ผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ ที่ดิน.. 67 ตารางที่ 3-8 แสดงลำดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมย่อยของจังหวัดศรีสะเกษ........................... 69 ตารางที่ 3-9 การลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษที่สอดรับกับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ..... 75 ตารางที่ 3-10 การลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษที่สอดรับกับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ... 76


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) V สารบัญตาราง ตารางที่ 4-1 มาตรการและศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ..................................... 79 ตารางที่ 4-2 ศักยภาพของมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษแบ่งตามกลุ่มกิจกรรม การรายงานตามคู่มือ GPC.......................................................................................................................... 81 ตารางที่ 4-3 เกณฑ์การวิเคราะห์ความพร้อมของมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก.......................................... 83 ตารางที่ 4-4 ผลการวิเคราะห์ความพร้อมของมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ.............. 84 ตารางที่ 4 -5 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพภาคพลังงาน....... 87 ตารางที่ 4-6 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการพัฒนาพลังงานทางเลือก.................. 88 ตารางที่ 4-7 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการจัดการในภาคขนส่ง......................... 89 ตารางที่ 4-8 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และ วัสดุเหลือใช้................................................................................................................................................. 90 ตารางที่ 4-9 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการป่าไม้และพื้นที่สีเขียว........................ 91 ตารางที่ 4-10 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการเกษตร............................................. 92 ตารางที่ 4-11 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การลดใช้พลังงานในภาครัฐ ภาคธุรกิจการค้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน............................................................................................................. 93 ตารางที่ 4-12 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซล.. 96 ตารางที่ 4-13 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การส่งเสริมแก๊สโซฮอลล์แทนน้ำมันเบนซิน..... 98 ตารางที่ 4-14 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง........................... 101 ตารางที่ 4-15 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การเพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียว..................... 103 ตารางที่ 5-1 ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินตามมาตรการเปลี่ยนชุดไฟสาธารณะเป็น หลอด LED............................................................................................................................. ................ 109 ตารางที่ 5-2 แผนการดำเนินงานมาตรการการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็นหลอดไฟ LED.......... 111 ตารางที่ 5-3 การประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของมาตรการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง....... 115 ตารางที่ 5-4 ภาพรวมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง.................................... 116 ตารางที่ 5-5 ภาพรวมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง.................................... 118 ตารางที่ 5-6 การวิเคราะห์มาตรการการปลูกป่า........................................................................................ 122 ตารางที่ 5-7 ภาพรวมแผนการดําเนินงานมาตรการการปลูกป่า............................................................ 125


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) VI สารบัญตาราง ตารางที่ 5-8 แผนการดำเนินงานมาตรการการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้.................................................................................. 127 ตารางที่ 5-9 ภาพรวมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการส่งเสริมเกษตรปลอดภัย...................................................... 130 ตารางที่ 5-10 แผนการดำเนินงานมาตรการการส่งเสริมเกษตรปลอดภัย................................................................ 132 ตารางที่ 5-11 แผนระยะสั้นในการดำเนินการมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ....................... 134 ตารางที่ 5-12แผนระยะกลางในการดำเนินการมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ.................... 135 ตารางที่ 5-13แผนระยะยาวในการดำเนินการมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ.................... 135 ตารางที่ 6-1 ปิรามิดประชากร ปี 2564 ของคนจังหวัดศรีสะเกษ............................................................................ 140 ตารางที่ 6-2 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี 2564.............................................................. 141 ตารางที่ 6-3 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) จังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (ย้อนหลัง 5 ปี) 141 ตารางที่ 6-4 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) จังหวัด กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ปี พ.ศ.2564 142 ตารางที่ 6-5 โครงสร้างและอัตราการขยายตัว ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดศรีสะเกษ (GPP) ประจำปี พ.ศ.2564...... 143 ตารางที่ 6-6 สถิติพื้นที่ป่าไม้ จังหวัดศรีสะเกษ........................................................................................................... 148 ตารางที่ 6-7 แหล่งน้ำเพื่อการชลประทานอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 16 แห่ง................................................ 150 ตารางที่ 6-8 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร ปี 2562....................................................................................... 151 ตารางที่ 6-9 ค่าดัชนีต้นทุนทรัพยากรน้ำ WMI ปี 2562........................................................................................... 153 ตาราง 6-10 ข้อมูลด้านการเกษตร 2563-2565........................................................................................................ 154 ตารางที่ 7-1 ค่าความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จังหวัดศรีสะเกษช่วงปี 2016-2035 (RCP4.5).... 173 ตารางที่ 8-1 การจัดกลุ่มความเสี่ยงตามประเภทความจำเป็นในการดำเนินการ..................................................... 190 ตารางที่ 8-2 มาตรการและแผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจังหวัด ศรีสะเกษ ปี 2567-2573............................................................................................................................................... 192


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) VII สารบัญภาพ ภาพที่ 1-1 การประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับ จังหวัด............................................................................................................................. ....................... 12 ภาพที่ 2-1 การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)……………………………….. 17 ภาพที่ 2-2 วัฏจักรในการดำเนินเพื่อมุ่งไปสู่เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City)…………………………. 19 ภาพที่ 2-3 การแบ่งกลุ่มการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก………………………………………… 23 ภาพที่ 2-4 ขอบเขตการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก………………………………………………. 24 ภาพที่ 2-5 การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคขนส่ง (Transportation)…………………………… 27 ภาพที่ 2-6 แหล่งและชนิดของก๊าซเรือนกระจกของภาคการจัดการของเสีย (Waste)……………………… 28 ภาพที่ 2-7 ขอบเขตการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการจัดการของเสีย………………….. 29 ภาพที่ 2-8 แหล่งและชนิดของก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน………. 30 ภาพที่ 2-9 การรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic และBasic+……………………………………… 33 ภาพที่ 2-10 หลักการพื้นฐานของระเบียบวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกของโครงการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)…………………………………………………………………… 48 ภาพที่ 3-1 การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกิจกรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง………………………………………. 56 ภาพที่ 3-2 ขอบเขตการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ……………………………. 57 ภาพที่ 3-3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2562………………………………………… 57 ภาพที่ 3-4 สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2562……………………………… 60 ภาพที่ 3-5 สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายสาขาย่อยของจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2562………….. 69 ภาพที่ 3-6 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคตของจังหวัดศรีสะเกษกรณีปกติ (พ.ศ. 2566 -2573).. 72 ภาพที่ 3-7 แผนภูมิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคตของจังหวัดศรีสะเกษกรณีปกติ...................... 72 ภาพที่ 3-8 สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายสาขาย่อยของจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2573............. 73 ภาพที่ 3-9 การเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกรณีปีฐานและกรณีที่ดำเนิน มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกจากปีฐาน ถึงปี พ.ศ. 2573 ของจังหวัดศรีสะเกษ..................................... 75 ภาพที่ 4-1 แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ ที่ร่วมพิจารณามาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด... 78 ภาพที่ 4-2 กลุ่มมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ....................................................... 79 ภาพที่ 4-3 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ........................................................ 86 ภาพที่ 4-4 Business Model Canvas มาตรการ : การลดใช้พลังงานในภาครัฐ ภาคธุรกิจการค้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน............................................................................................................. 95 ภาพที่ 4-5 Business Model Canvas มาตรการ : การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซล........ 97


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) VIII สารบัญภาพ ภาพที่ 4-6 Business Model Canvas มาตรการ : การส่งเสริมแก๊สโซฮอลล์แทนน้ำมันเบนซิน.......... 100 ภาพที่ 4-7 Business Model Canvas มาตรการ : การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง................................ 102 ภาพที่ 4-8 Business Model Canvas มาตรการ : การเพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียว........................ 104 ภาพที่ 5-1 แนวความคิดในการจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก....................... 105 ภาพที่ 5-2 ความเชื่อมโยงของมาตรการ SSK-EE-01 กับแผนพัฒนาระดับต่างๆ................................... 107 ภาพที่ 5-3 แนวคิดกระบวนการ PDCA เพื่อจัดทำมาตรการ SSK-EE-01.............................................. 108 ภาพที่ 5-4 ความเชื่อมโยงของมาตรการ SSK-WM-01 กับแผนพัฒนาระดับต่างๆ................................ 113 ภาพที่ 5-5 แนวคิดกระบวนการ PDCA เพื่อจัดทำมาตรการ SSK-WM-01........................................... 118 ภาพที่ 5-6 กรอบแนวคิดในการจัดทำแผนเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว(SSK-FOR-01)จังหวัดศรีสะเกษ 121 ภาพที่ 5-7 ความเชื่อมโยงของมาตรการ SSK-AGR-01 กับแผนพัฒนาระดับต่างๆ.............................. 128 ภาพที่ 5-8 แนวคิดกระบวนการ PDCA เพื่อจัดทำมาตรการ SSK-AGR-01........................................... 129 ภาพที่ 5-9 แนวทางการขับเคลื่อนแผนการลดก๊าซเรือนกระจก............................................................. 136 ภาพที่ 5-10 แนวทางการติดตาม-ประเมินผล (M&E) และการตรวจวัด-รายงาน-ทวนสอบ (MRV)....... 137 ภาพที่ 6-1 ปิรามิดประชากรจังหวัดศรีสะเกษ ปี พ.ศ. 2564................................................................. 139 ภาพที่ 6-2 โครงสร้างการผลิต ปี พ.ศ.2564.......................................................................................... 143 ภาพที่ 6-3 แผนที่ตั้งและอาณาเขตจังหวัดศรีสะเกษ.............................................................................. 144 ภาพที่ 6-4 แผนภูมิการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร ปี 2562......................................................................... 152 ภาพที่ 6-5 ดัชนีวัดต้นทุนทรัพยากรน้ำ 2562........................................................................................ 152 ภาพที่ 7-1 แนวทางการประเมินความเสี่ยง (IPCC-AR5)....................................................................... 165 ภาพที่ 7-2 ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยในการประเมินความเสี่ยง......................................................... 166 ภาพที่ 7-3 สาขาหลักในการปรับตัว....................................................................................................... 167 ภาพที่ 7-4 แนวคิดในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ............. 168 ภาพที่ 7-5 ตัวอย่างของฐานข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ................ 170 ภาพที่ 7-6 การลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ.............................. 171 ภาพที่ 7-7 การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล.............................................................................. 171 ภาพที่ 7-8 การประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง...................................................... 172 ภาพที่ 7-9 ช่องทางการรวบรวมข้อมูล และการติดตาม...................................................................... 172


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) IX สารบัญภาพ ภาพที่ 7-10 ระบบฐานข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม............................................................................ 173 ภาพที่ 7-11 ข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสมรายปีและการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน จังหวัดศรีสะเกษ.......... 174 ภาพที่ 7-12 ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดและการคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุด จังหวัดศรีสะเกษ........................... 175 ภาพที่ 7-13 ข้อมูลอุณหภูมิต่ำสุดและการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุด จังหวัดศรีสะเกษ.......................... 175 ภาพที่ 7-14 ข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยและการคาดการณ์อุณหภูมิเฉลี่ย จังหวัดศรีสะเกษ............................ 176 ภาพที่ 7-15 Impact Chain Analysis สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ.................................................. 177 ภาพที่ 7-16 Impact Chain Analysis สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร............................. 178 ภาพที่ 7-17 Impact Chain Analysis สาขาสาธารณสุข...................................................................... 179 ภาพที่ 8-1 สาขาหลักในการปรับตัว....................................................................................................... 181 ภาพที่ 8-2 แนวคิดในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ............. 182 ภาพที่ 8-3 กระบวนการยกร่างแผนฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและ UNFCCC................................................................................................................. 183 ภาพที่ 8-4 ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงและจัดทำข้อมูลความเสี่ยงต่อผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของจังหวัด......................................................................................................... 184 ภาพที่ 8-5 ตัวอย่างของฐานข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ................ 186


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 1 บทที่ 1 บทนำ 1.1. ความเป็นมาและรายละเอียดของโครงการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ผิดแปลกไปจากจุดสมดุลเป็นปัญหาทาง สิ่งแวดล้อมที่สำคัญในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม สาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) สู่ชั้นบรรยากาศ จากผลการสำรวจของ สถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute) พบว่าชุมชนเมืองปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็น องค์ประกอบสำคัญของก๊าซเรือนกระจก จากการใช้พลังงานมากกว่าร้อยละ 70 ของปริมาณการปล่อยก๊าช คาร์บอนไดออกไซด์รวมของโลก ในฐานะภาคีของ UNFCCC ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงต่อประชาคมโลกในการตั้งเป้าหมายการลด ก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NAMA) โดยเริ่มจากภาคพลังงานและภาคขนส่ง และในการประชุมระดับผู้นำ COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์พร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหา ภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ด้วย นโยบาย แผนงาน และแผนปฏิบัติการต่างๆ เช่น แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี พ.ศ. 2564 - 2573 แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) และการพัฒนาแผนแม่บทรองรับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ พ.ศ. 2558 - 2593 (ค.ศ. 2015- 2050) ซึ่งเป็นแผนระยะยาวในการรับมือ และปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหน่วยการปกครองส่วนภูมิภาค มีบทบาทที่สามารถกำกับดูแล และกำหนด ทิศทางการพัฒนาในระดับท้องถิ่น เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยังสามารถกำหนดมาตรการและ พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ในมิติความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจ หมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ มีการกำหนดเป้าหมายในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เพื่อการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกและมลพิษที่ลดลง อีกทั้งรัฐบาลยังมีการกำหนดนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบ บูรณาการ ประสานเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดสามารถบริหารงาน แก้ไขปัญหา พัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัด ดังนั้นเพื่อเป็นการ สนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามที่ได้แสดงเจตนารมณ์ไว้ และเพื่อวางแผนการ ปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงได้จัดทำโครงการ "การพัฒนาศักยภาพสำนักงาน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 2 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด" เนื่องด้วยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือ ทสจ. เป็นหน่วยงานราชการบริหารส่วน ภูมิภาค ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนกระทรวงในการอำนวยการ ดำเนินการกำกับ ดูแล ส่งเสริมสนับสนุนและ ประสานการปฏิบัติภารกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัด จึงเป็นหน่วยงานที่มี ความสำคัญในการขับเคลื่อน บูรณาการและสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการดำเนินงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้จังหวัดมีความสามารถในการรับมือ และสร้างภูมิคุ้มกันต่อสภาพ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ 1.2.1 เพื่อจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก และแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด 1.2.2 เพื่อจัดทำรายงานสภาพการณ์ความเสี่ยง (Risk Profile) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ จังหวัด ตามแนวทางของแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และจัดทำแผนปฏิบัติการ ปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ 1.3 ขอบเขตการดำเนินงาน 1.3.1 การจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก (1) ลงพื้นที่สำรวจกิจกรรมหรือแหล่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตจังหวัดตาม คำแนะนำในคู่มือ The Global Protocol for Community Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) (2) ประเมินผลและจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ตามคำแนะนำในคู่มือ The Global Protocol for Community-Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) โดยใช้ปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) เป็นปีฐาน (Base year) (3) คาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดในกรณีปกติ จากปีฐาน (Base year) พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ไปจนถึงปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) (4) พิจารณาและกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด 1.3.2 การวิเคราะห์ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก (1) วิเคราะห์มาตรการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทของจังหวัด โดยเป็นมาตรการที่สามารถ เป็นไปได้ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ด้านเทคนิค เศรษฐศาสตร์ บทบาทของเมืองและสิ่งแวดล้อม


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 3 (2) ประเมินความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจก ของมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ที่มีความ เหมาะสมกับจังหวัด ตามระเบียบวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกของโครงการ T-VER (โครงการลดก๊าซเรือนกระจก ภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction)) หรือ LESS (โครงการ สนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme)) เพื่อให้จังหวัดสามารถนำไปพัฒนา ต่อยอดในการเข้าร่วมโครงการ T-VER หรือ LESS ได้ (หากมาตรการใดไม่มีระเบียบวิธีการประเมินการลดก๊าซ เรือนกระจกระบุในโครงการ T-VER หรือ LESS ให้พิจารณาระเบียบวิธีการประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกที่ เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดและมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ (3) จัดทำข้อเสนอแนะแนวทางต่อยอดการพัฒนาทางธุรกิจ (Business Model) ของมาตรการการลด ก๊าซเรือนกระจก และข้อเสนอแนะด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับแต่ละมาตรการ 1.3.3 จัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด 1.3.4 จัดทำรายงานสภาพการณ์ความเสี่ยง (Risk Profile) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด ตามแนวทางของแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติและจัดทำแผนปฏิบัติการในระดับ พื้นที่ (1) สำรวจพื้นที่ และรับฟังความเห็นเพื่อจัดทำรายงานสภาพการณ์ความเสี่ยงของผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (2) วิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดมาตรการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (3) การจัดทำแผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ 1.3.5 เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดจำนวน 5 ครั้ง (1) ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 โดยมีหัวข้อการประชุมดังนี้ - การแต่งตั้งคณะทำงาน ฯ ของจังหวัด - ความเป็นมาและรายละเอียดโครงการ - การกำหนดปีฐานสำหรับการจัดทำรายงานข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจก - ชนิดของข้อมูลและแหล่งข้อมูลในการจัดทำรายงานข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจก (2) ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัด ครั้งที่ 2 โดยมีหัวข้อการประชุมดังนี้ - ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด - การคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต และกำหนดเป้าหมายการลด ก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด - มาตรการในการลดก๊าซเรือนกระจกเบื้องต้น การวิเคราะห์ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก - ชี้แจงขั้นตอนการเก็บข้อมูลสภาพการณ์ความเสี่ยง และขั้นตอนจัดทำแผนปฏิบัติการปรับตัวต่อ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 4 (3) ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัด ครั้งที่ 3 โดยมีหัวข้อการประชุมดังนี้ - ผลสรุปปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปีฐาน 2562 - ผลสรุปการคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ผลสรุปมาตรการและศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก - แผนลดก๊าซเรือนกระจก - รายงานสภาพการณ์ความเสี่ยง (Risk Profile) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด โดยนำเสนอผลการประเมินความเสี่ยงของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภายในขอบเขตการ ปกครองของจังหวัด จาก 6 สาขา ได้แก่ 1) การจัดการน้ำ 2) การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 3) การ ท่องเที่ยว 4) สาธารณสุข 5) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ6) การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (4) ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัด ครั้งที่ 4 โดยมีหัวข้อการประชุมดังนี้ - มาตรการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด - คัดเลือกมาตรการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อจัดทำ แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (5) ประชุมคณะทำงานระดับจังหวัด ครั้งที่ 5 โดยมีหัวข้อการประชุมดังนี้ - แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ - สรุปผลการดำเนินงาน 1.3.6 จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน 1.4 ผลที่คาดว่าจะได้รับและการนำไปใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง 1.4.1 ผลการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตการปกครองของจังหวัด 1.4.2 ผลการวิเคราะห์มาตรการที่เหมาะสม และเป็นไปได้ในการดำเนินการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกที่สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทของจังหวัด 1.4.3 แผนการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับจังหวัด 1.5 การจัดตั้งคณะทำงานการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก 1.5.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัด ศรีสะเกษ) ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดศรีสะเกษที่ 214/2566 ลงวันที่ 13 มกราคม 2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัด ศรีสะเกษ) และเพื่อให้การดำเนินงานของโครงการบรรลุวัตถุประสงค์ โดยหน้าที่หลักของคณะกรรมการการพัฒนา แนวทางลดก๊าซเรือนกระจก ประกอบด้วย


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 5 1) พิจารณา กลั่นกรอง รายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก แผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด รายงาน สภาพการณ์ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด และแผนปฏิบัติการในระดับ พื้นที่ ตามโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด 2) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด 3) ติดตาม กำกับ และดูแลการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด 4) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการการพัฒนา ศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศระดับจังหวัด 5) ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ การพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด จังหวัดศรีสะเกษมีที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด จำนวน 7 ท่าน เพื่อให้ คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัด และคณะกรรมการ จำนวน 48 ท่าน รวมทั้งสิ้น 55 ท่าน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานคณะกรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นรองประธานคณะกรรมการ รายละเอียดดังตาราง ที่ 1-1 ที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ประกอบด้วย 1. นายวิจารณ์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ที่ปรึกษา 2. อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ปรึกษา 3. รองศาสตราจารย์ ดร.อนุชา เพียรชนะ ที่ปรึกษา 4. นายสมพงษ์ สิทธิโชคสกุลชัย ที่ปรึกษา 5. นายวิทยา วานิช ที่ปรึกษา 6. นายวุฒิพงษ์ อิสาน ที่ปรึกษา 7. นายเชิดชัย จิณะเสน ที่ปรึกษา


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 6 ตารางที่ 1-1 คณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ) ที่ หน่วยงาน ตำแหน่ง 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานกรรมการ 2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ที่กำกับดูแล รองประธานกรรมการ 3 หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 4 ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 5 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 6 อุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 7 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 8 เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 9 ประมงจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 10 ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 11 ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 12 สถิติจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 13 โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 14 พลังงานจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 15 ผู้อำนวยการโครงการชลประทานศรีสะเกษ กรรมการ 16 ปฏิรูปที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 17 ธนารักษ์พื้นที่ศรีสะเกษ กรรมการ 18 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 19 ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ กรรมการ 20 พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 21 พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 22 หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 23 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ กรรมการ 24 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 กรรมการ 25 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 กรรมการ 26 ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 27 ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาศรีสะเกษ กรรมการ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 7 ที่ หน่วยงาน ตำแหน่ง 28 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 29 นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ กรรมการ 30 นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษณ์ กรรมการ 31 ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 32 ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 33 ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 34 นายสถานีรถไฟศรีสะเกษ กรรมการ 35 ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 กรรมการ 36 ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี กรรมการ 37 ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี กรรมการ 38 ผู้จัดการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตอุบลราชธานี กรรมการ 39 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 5 นครราชสีมา กรรมการ 40 ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 11 อุบลราชธานี กรรมการ 41 ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมู่บ้านจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการ 42 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและเลขานุการ 43 ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ 44 ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ 45 ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ 46 ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ 47 ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ 48 หัวหน้าฝ่ายจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 8 และได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด(จังหวัดศรีสะเกษ) ประกอบด้วย คณะทำงานภาคพลังงาน คณะทำงานภาคการขนส่ง คณะทำงานภาคการจัดการของเสีย คณะทำงานภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์และคณะทำงานภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ ประโยชน์ที่ดิน โดยหน้าที่หลักของคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ประกอบด้วย 1. ให้ความร่วมมือในการสำรวจและสนับสนุนข้อมูลการดำเนินงานของหน่วยงาน เพื่อจัดทำรายงาน ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก แผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด รายงานสภาพการณ์ความเสี่ยงจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด ตามแนวทางของแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แห่งชาติและแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ ตามโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด 2. จัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก แผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด รายงาน สภาพการณ์ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัด ตามแนวทางของแผนการปรับตัวต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ ตามโครงการการพัฒนาศักยภาพ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระดับจังหวัด 3. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด และผู้ว่า ราชการจังหวัดศรีสะเกษมอบหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ตารางที่ 1-2 คณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ) ที่ หน่วยงาน ตำแหน่ง คณะทำงานภาคพลังงาน 1 พลังงานจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าคณะทำงาน 2 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 3 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 4 ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 5 อุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 6 เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 7 ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 8 ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 9 ที่ หน่วยงาน ตำแหน่ง 9 ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 10 หัวหน้ากลุ่มอำนวยการและแผนพลังงานสำนักงานพลังงานจังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและเลขานุการ 11 ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานภาคการขนส่ง 1 ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าคณะทำงาน 2 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 3 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 4 พลังงานจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 5 โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 6 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 7 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 หรือผู้แทน คณะทำงาน 8 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 2 หรือผู้แทน คณะทำงาน 9 นายสถานีรถไฟศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 10 หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและเลขานุการ 11 ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานภาคการจัดการของเสีย 1 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าคณะทำงาน 2 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 3 ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 4 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 5 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 6 นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 7 อุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 8 เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 9 ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 10 ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 หรือผู้แทน คณะทำงาน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 10 ที่ หน่วยงาน ตำแหน่ง 11 ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและเลขานุการ 12 หัวหน้าฝ่ายควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ 1 อุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าคณะทำงาน 2 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 3 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 4 ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 5 พลังงานจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 6 โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 7 พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 8 ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 9 ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 10 ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 หรือผู้แทน คณะทำงาน 11 หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและเลขานุการ 12 ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและ ผู้ช่วยเลขานุการ คณะทำงานภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน 1 เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าคณะทำงาน 2 ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 3 อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 4 ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 5 เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 6 ปฏิรูปที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 7 ธนารักษ์พื้นที่ศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 8 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 11 ที่ หน่วยงาน ตำแหน่ง 9 ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ หรือผู้แทน คณะทำงาน 10 หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ สำนักงานเกษตรและ สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและเลขานุการ 11 ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานและ ผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีการจัดประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับ จังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ) เพื่อรับคำแนะนำและข้อเสนอแนะ จำนวน 5 ครั้ง และได้รายงานผลการประชุม คณะกรรมการและคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ) แสดงดัง ภาคผนวก ครั้งที่ 1/2566 วันพุธที่ 10 มีนาคม 2566 ณ ห้อง ประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 2/2566 วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2566 ณ ห้อง ประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 3/2566 วันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2566 ณ ห้อง ประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 4/2566 วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม 2566 ณ ห้อง ประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ครั้งที่ 5/2566 วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม 2566 ณ ห้องศรีพันทา โรงแรมศรีลำดวน จังหวัดศรีสะเกษ คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ครั้งที่ 1/2566


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 12 คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ครั้งที่ 2/2566 คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ครั้งที่ 3/2566 คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ครั้งที่ 4/2566 คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ครั้งที่ 5/2566 ภาพที่ 1-1 การประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 13 บทที่ 2 ความเข้าใจในการดำเนินโครงการ 2.1. ความเข้าใจในโครงการ เราสามารถกล่าวได้ว่า “เมือง” เป็นแหล่งสำคัญที่ส่งผลให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของโลกแม้เมืองเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญ แต่เมืองก็ยังเป็นแหล่งที่สามารถนำแนวคิดและ มาตรการต่าง ๆ มาปรับใช้เพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและขยายผลไปในส่วนพื้นที่อื่น ๆ ได้ จากผลการ ประเมินขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่าร้อยละ 70 ของการใช้พลังงาน ของโลกเป็นการใช้พลังงานจาก “เมือง” และประชากรส่วนใหญ่ของโลกกว่าร้อยละ 50 อาศัยอยู่ในเมือง ดังนั้นจึง ส่งผลให้เมืองเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง หัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนของเมืองคือ การดำเนิน มาตรการที่เหมาะสมกับความพร้อมและบริบทของเมืองรวมทั้งการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในเมืองตระหนักถึง ผลกระทบที่เกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการบริหารจัดการทรัพยากรและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเมืองจึงเป็น องค์ประกอบที่สำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้หลังจากดำเนิน ตามมาตรการต่าง ๆ มีส่วนช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งมีความสำคัญในแง่การเป็น สมาชิกในสังคมโลกที่แต่ละรัฐภาคีมีความรับผิดชอบในการลดก๊าซเรือนกระจกของตนเอง ที่ผ่านมาเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกประสบความล้มเหลวในการหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเผชิญวิกฤต ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศจึงทำให้เมืองต่าง ๆ เหล่านั้น หันมาให้ความสนใจและแสดงเจตนารมย์ร่วมกัน เพื่อตอบสนองและรับมือต่อวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ผ่านแผนการดำเนินการด้านสภาพ ภูมิอากาศที่สอดคล้องกับการควบคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ในปี 2020 ทั้งนี้ เมืองต่าง ๆ ทั่วโลกมุ่งมั่นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 3 ภาคส่วนหลัก ๆ ได้แก่ 1. ภาคอาคารและที่อยู่อาศัย (Building) มีการประกาศเจตจำนงค์การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ใน อาคารและที่อยู่อาศัยสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero carbon building) กล่าวคือการบริหารจัดการอาคารสีเขียว (Green building) โดยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนรูปแบบ ต่าง ๆ พร้อมทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การมีฉนวนป้องกันเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน แม้กระทั่งการมีอากาศที่บริสุทธิ์ภายในอาคารเหล่านั้น และเพื่อให้บรรลุเจตจำนงค์ที่กล่าวมา เมืองต่าง ๆ ต้องมี การดำเนินการประเมินความต้องการการใช้พลังงานในปัจจุบันและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอาคารและที่ อยู่อาศัยเพื่อสามารถระบุโอกาสในการลดก๊าซเรือนกระจก จัดทำ roadmap ในการเป็น Net zero carbon building และมีการรายงานความก้าวหน้าเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งประเมินความเป็นไปได้ในการปล่อยมลพิษที่ อยู่นอกเหนือการดำเนินกิจกรรมปกติ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 14 2. ภาคขนส่ง (Transportation) มีการลงนามในแถลงการณ์ถนนสีเขียว (Green and Healthy Streets) โดยการจัดหารถสาธารณะที่ปลอดการปล่อยมลพิษ (Zero-emission buses) หลังจากปี 2025 ซึ่งมี แผนในการดำเนินการดังนี้ - มีแผนการปรับเปลี่ยนที่เป็นมิตรต่อผู้คน - เพิ่มอัตราการเดิน การใช้จักรยาน หรือการใช้ขนส่งสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ - ลดจำนวนยานพาหนะที่ก่อมลพิษบนท้องถนนและส่งเสริมการเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล - เมืองต่าง ๆ ต้องเป็นตัวอย่างในการเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะที่ปลอดการปล่อยมลพิษ - ร่วมมือกับผู้ประกอบการรถยนต์เพื่อเร่งการเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะที่ปลอดการปล่อยมลพิษ - มีการรายงานความก้าวหน้าเพื่อเทียบกับเป้าหมายที่ว่างไว้ 3. ภาคการจัดการของเสีย (Waste) ของเสียจากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่ามลพิษทางด้าน สิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ดังนั้น ในภาคส่วนนี้มีโอกาสในการลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 10 - 15 ทั่วทั้งโลกโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ขยะจากเศษอาหาร ซึ่งในปัจจุบัน พบว่า 1 ใน 3 ของอาหารทั้งหมดที่ถูกผลิตมาเพื่อการบริโภคได้กลาย มาเป็นขยะ จำนวนกว่า 1.3 พันล้านตันต่อปี และเมื่อเศษอาหารเหล่านี้สลายตัวในหลุมฝังกลบ จะผลิตก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีความสามารถในการเก็บความร้อนในชั้นบรรยากาศมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ซึ่งเมืองต่าง ๆ ได้เสนอมาตรการในการแยกเศษอาหารเหล่านี้เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก หรือนำไปผลิตเป็นก๊าซ ชีวภาพต่อไป ส่วนขยะในรูปแบบอื่น ได้มีการนำมาใช้ซ้ำ (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle) เพื่อลดปริมาณขยะที่จะ ส่งไปยังหลุมฝังกลบและเตาเผา ทั้งยังเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับผู้ประกอบการและเป็น ช่องทางในการเพิ่มรายได้ของเมืองอีกช่องทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้เมืองต่าง ๆ ยังรับเอาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หรือแนวคิดเกี่ยวกับ การนำทรัพยากรที่ถูกนำไปใช้แล้วให้กลับมาแปรรูปและนำกลับไปใช้ได้อีกในอนาคต เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการใช้ทรัพยากรเกินขนาดจากการขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นของประชากร โลกและปัญหาการจัดการขยะ จากปัญหาดังกล่าว เมื่อปี 2558 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) จึงได้พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไข โดยได้นำเสนอแนวคิด “Industry 2020 in the Circular Economy” ซึ่ง ครอบคลุมมิติเกี่ยวกับด้านการผลิตของอุตสาหกรรมในรูปแบบใหม่ การปรับพฤติกรรมของผู้บริโภค และการ จัดการขยะให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมสำหรับแนวทางในการดำเนินการตามแนวคิด Circular economy ของคณะกรรมาธิการยุโรปนั้น มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. ด้านการผลิตในภาคอุตสาหกรรม คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกข้อบังคับให้อุตสาหกรรมในภาคการผลิตต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่ง่ายต่อการแปรรูปและนำกลับไปใช้ใหม่ รวมถึงต้องเพิ่มอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ด้วย โดยในอนาคต จะเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Ecodesign) ซึ่งไม่เพียงแค่เน้น เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์ของภาคอุตสาหกรรมจะต้องสามารถนำ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 15 กลับมาใช้ใหม่ และมีความคงทนในการใช้งานสูงนอกจากนี้ ในด้านกระบวนการผลิต (Production Processes) คณะกรรมาธิการยุโรปได้ย้ำถึงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบในการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีแผนที่จะ สร้างศูนย์ European Resource Efficiency Excellence เพื่อให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการในการคำนวณ ปริมาณการใช้วัตถุดิบในการผลิตให้ใช้ประโยชน์สูงสุด และให้เงินทุนสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs ที่มีการ ดำเนินงาน/เป้าหมายที่จะใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิตให้มีการสูญเสีย หรือกลายเป็นวัสดุเหลือใช้น้อยที่สุดหรือสามารถ พัฒนาผลิตภัณฑ์/มีกระบวนการผลิตที่ใช้นวัตกรรมในการลด/ใช้ทรัพยากร/วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ด้านการบริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคในภาคครัวเรือน สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คณะกรรมาธิการ ยุโรป จึงมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรให้มากขึ้น เช่น การวาง แผนพัฒนาฉลากพลังงาน (Energy labeling) และเร่งออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการรีไซเคิลในภาคครัวเรือนให้ เข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะออกนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเน้นให้มีการตระหนักถึงเรื่องการใช้ ทรัพยากร และควบคุมราคาสินค้าให้สอดคล้องกับลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอายุ การใช้งานหรือคุณภาพ 3. ด้านการจัดการขยะ คณะกรรมาธิการยุโรปมีนโยบายที่จะปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย ตั้งเป้าหมายที่จะลดพื้นที่กักเก็บขยะ และการเผาทำลายขยะที่ส่งผลต่อมลภาวะทางอากาศ โดยจะผลักดันให้มีการ ใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมหรือ ภาษีค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ และจะผลักดันให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปลดปริมาณการใช้เทคโนโลยีการ เปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นพลังงาน (Residual waste treatment technology) ที่เกินความจำเป็นพร้อมไปกับการ กระตุ้นให้ประเทศสมาชิกต้องปรับปรุงระเบียบการจัดการขยะให้สอดคล้องกับนโยบายและระบบการจัดการขยะ ตามที่ได้มีการตกลงร่วมกัน นอกจากนี้ ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) คณะกรรมาธิการยุโรปมีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการ รีไซเคิลขยะจากภาคครัวเรือนให้ได้ร้อยละ 65 และร้อยละ 75 จากขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนลดพื้นที่ กักเก็บขยะให้เหลือเพียงร้อยละ 10 จากขยะภาคครัวเรือนทั้งหมด 4. กระบวนการเปลี่ยนแปลงขยะให้กลายเป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยที่ทรัพยากร/วัตถุดิบบางประเภทที่ถูกใช้ไปแล้ว สามารถนำกลับมาแปรรูปและใช้เป็นวัตถุดิบขั้นต้น ในกระบวนการผลิตของบางอุตสาหกรรมได้อีก คณะกรรมาธิการยุโรปจึงสนับสนุนให้มีโครงการวิจัยเกี่ยวกับการ แปรรูปวัตถุดิบที่ถูกใช้แล้วมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้มีการจัดตั้งตลาดในการซื้อขายวัตถุดิบที่มาจากการรีไซเคิล ด้วย แม้ว่าการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลยังคงมีปัญหาในเรื่องคุณภาพ แต่คณะกรรมาธิการยุโรป ได้เสนอแนวทางให้มี การปรับปรุงข้อบังคับ/กฎเกณฑ์ด้านคุณภาพของวัตถุดิบจากการรีไซเคิลให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งรวมถึงกำหนด


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 16 จำนวนครั้งที่สามารถนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ และการพัฒนามาตรการควบคุมปริมาณสารเคมีที่ตกค้างอยู่ใน วัตถุดิบจากขั้นตอนรีไซเคิลให้เข้มงวดมากขึ้นด้วย 5. แนวทางการจัดการขยะจำแนกตามประเภท คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอแนวทางการแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ของขยะและวัตถุดิบประเภท ต่าง ๆ ดังนี้ 5.1 ขยะจากพลาสติก เสนอให้ (1) จัดทำยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากพลาสติกไม่ ว่าจะเป็นปัญหาการจัดการขยะในทะเล หรือการย่อยสลายยากของพลาสติก (2) ออกนโยบายลดปริมาณการใช้ พลาสติกต่าง ๆ เช่น การใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร และเป็นส่วนประกอบในยานพาหนะ เป็นต้น (3) พัฒนาความ ตกลงเรื่องการจัดการขยะระหว่างประเทศให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดการขยะจำพวกพลาสติก อาทิ การเรียกเก็บเงินค่าถุงพลาสติก ณ จุดขาย ทั้งนี้ EU มีเป้าหมายที่จะลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติกลงเหลือไม่ เกิน 90 ใบต่อคนต่อปี ภายในปี 2562 และ 40 ใบต่อคนต่อปี ภายในปี 2568 5.2 ขยะจากอาหาร (Food waste) คณะกรรมาธิการยุโรปตระหนักถึงปัญหาการบริโภคอาหาร อย่างสิ้นเปลือง และเห็นว่าปัจจุบันยังไม่มีตัวชี้วัดที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณอาหารที่ถูกบริโภคอย่างสิ้นเปลืองที่ ชัดเจนเพียงพอ จึงได้เสนอให้มีการหารือร่วมกับระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อหาตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการประเมิน ปริมาณอาหารที่ถูกบริโภคอย่างสิ้นเปลือง และออกนโยบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการปัญหาขยะจากอาหาร เช่น (1) การพัฒนาข้อกำหนดการจัดการขยะประเภทอาหารในแต่ละประเทศสมาชิกให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เช่น การ ห้ามซูเปอร์มาร์เก็ตทิ้งหรือทำลายอาหารที่เหลือหรือหมดอายุ แต่ให้ต้องนำไปบริจาคให้กับองค์กร การกุศล หรือ นำไปทำเป็นอาหารสัตว์ โดยสหภาพยุโรปมีเป้าหมายจะลดปริมาณให้เหลือร้อยละ 30 ภายในปี 2568 และ (2) การปรับปรุงฉลากบอกวันที่หมดอายุบนบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 5.3 Critical raw materials หรือวัตถุดิบจำพวกอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์และแร่ธาตุที่สำคัญ โดยที่วัตถุดิบประเภทนี้มีความสำคัญในแง่ของโอกาสทางธุรกิจและทรัพยากรในภูมิภาค หากไม่สามารถแปรรูป และนำวัตถุดิบประเภทนี้กลับมาใช้ใหม่ได้ จะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจและทรัพยากรภายใน ภูมิภาค คณะกรรมาธิการยุโรปจึงพร้อมให้การสนับสนุนทุกฝ่ายที่วิจัยและพัฒนาการรีไซเคิลวัสดุจำพวก Critical raw materials อย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งพัฒนาข้อบังคับของอายุการใช้งานวัสดุประเภทนี้ให้เข้มงวดมากขึ้น 5.4 Construction and demolition หรือขยะที่เกิดจากการรื้อถอน ทำลาย และสร้าง สิ่งก่อสร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาขยะในภูมิภาคยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้ปรับปรุงข้อตกลงเรื่อง อายุการใช้งานของวัสดุก่อสร้างให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และให้สอดคล้องกับกฎหมายในทุกประเทศสมาชิก รวมถึงทำหน้าที่ตรวจคุณภาพด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ด้วย 5.5 Biomass and bio-based products หรือวัตถุดิบทางชีวภาพ โดยทั่วไปวัตถุดิบประเภท ดังกล่าวส่งผลดีต่อระบบ Circular economy เนื่องจากสามารถนำไปแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ได้พร้อมทั้ง สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ แต่ในทางกลับกัน ถ้าใช้วัตถุดิบประเภทดังกล่าวผิดวิธีก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 17 Circular economy ได้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงมีมาตรการในการให้คำแนะนำและเผยแพร่วิธีที่ถูกต้องในการ แปรรูปวัตถุดิบประเภทดังกล่าว พร้อมทั้งปรับปรุงข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้วัตถุดิบทางชีวภาพภายในประเทศ สมาชิก การปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้กลายเป็น Circular economy ต้องอาศัยหลายปัจจัยจากทุกภาค ส่วนไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านเงินทุนที่ EU วางแผนไว้ว่าจะใช้งบประมาณมากถึง 1 พันล้านยูโรในระยะเวลา 3 ปี (ปี 2561-2563) โดยใช้ 77 ล้านยูโร ในการวิจัยและพัฒนาระบบ Circular economy และ 941 ล้านยูโร ในการ ดำเนินงานจริง โดยเงินทุนส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนมาจากโครงการเงินทุนต่าง ๆ ของ EU พร้อมทั้งยังต้อง ปลูกฝังแนวคิดการนำทรัพยากรที่บริโภคแล้วกลับมาใช้ใหม่แทนการทิ้งไว้อย่างสูญเปล่าให้กับประชาชน และต้องมี ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ครอบคลุมและชัดเจนโดย Circular economy จะส่งผลดีต่อภูมิภาคยุโรป เช่น โอกาส ทางธุรกิจของทวีปยุโรปที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มขึ้นของนวัตกรรมใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพ ของแรงงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มของอัตราการจ้างงาน เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมีความตื่นตัวในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ องค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยการเข้าร่วมรายงานความก้าวหน้าการ พัฒนาทียั่งยืน (SDGs) โดยสมัครใจ หรือ Voluntary National Review (VNR) ทั้งนี้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย คือ ภาพที่ 2-1 การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจนในทุกรูปแบบทุกที่ เป้าหมายที่ 2 ขจัดความหิวโหย บรรลุเป้าความมั่นคงทางอาหาร ปรับปรุงโภชนาการและ สนับสนุนการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 18 เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันให้คนมีชีวิตที่มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคน ทุกเพศทุกวัย เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันให้การศึกษามีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและครอบคลุม และส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน เป้าหมายที่ 5 บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรี และเด็กหญิง เป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันให้มีน้ำใช้ และมีการบริหารจัดการน้ำและการสุขาภิบาล อย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน เป้าหมายที่ 7 สร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่ย่อมเยา และยั่งยืน เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และครอบคลุม และการ จ้างงานเต็มอัตราและงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน เป้าหมายที่ 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม เป้าหมายที่ 10 ลดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป้าหมายที่ 11 ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ความต้านทาน และยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างครอบคลุมและยั่งยืน เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบ เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้มหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอื่น ๆ อย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาทียั่งยืน เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟูและส่งเสริมการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน การบริหาร จัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน การต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย หยุดยั้ง การเสื่อมโทรมของดินและฟื้นฟูสภาพดินและหยุดยั้งการสูญเสีย ความหลากหลายทางชีวภาพ เป้าหมายที่ 16 สนับสนุนสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน จัดให้มีการ เข้าถึงความยุติธรรมสำหรับทุกคน และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิภาพ มีความ รับผิดชอบและมีความครอบคลุมในทุกระดับ เป้าหมายที่ 17 เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วน ความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 19 สำหรับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศไทยมีการดำเนินการอย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาทียั่งยืน (SDGs) แสดงดัง ภาพที่ 2-1 โดย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่เกี่ยวข้องกับการโครงการการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับ จังหวัด ประกอบด้วย เป้าหมายที่ 2 เป้าหมายที่ 6 เป้าหมายที่ 7 เป้าหมายที่ 8 เป้าหมายที่ 9 เป้าหมายที่ 11 เป้าหมายที่ 13 เป้าหมายที่ 14 และเป้าหมายที่ 15 ดังนั้นในการดำเนินโครงการการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือน กระจกระดับจังหวัดนอกจากจะบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการแล้วยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศไทยอีกด้วย ดังนั้น ในการดำเนินการโครงการ “การพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด” จึงถือ ได้ว่ามีความสอดคล้องกับเป้าหมายที่ 13 หรือการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับสภาวะการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและผลกระทบ ประกอบกับแนวทางการพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดังภาพที่ 2-2 ที่มี การดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งมีการดำเนินการ ขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจังหวัดให้มีการจัดทำข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจก และการศึกษาศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งในระดับองค์กรและระดับเมืองอย่างต่อเนื่อง จะช่วย ส่งเสริมให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2573 ได้อย่างแน่นอน ภาพที่ 2-2 วัฏจักรในการดำเนินเพื่อมุ่งไปสู่เมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) จากการรวบรวมข้อมูล พบว่า มีเครื่องมือหรือโปรแกรมหลายชิ้นที่สามารถนำมาใช้ในการประเมิน ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองได้ สำหรับเครื่องมือหรือโปรแกรมที่โครงการพิจารณาเลือกใช้ คือ การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี Global Protocol for Community -Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) ถูกพัฒนาให้เหมาะสมกับการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 20 เรือนกระจกระดับเมือง (City level) ซึ่งประกอบด้วย การแบ่งขอบเขตการรายงานผล และการตั้งเป้าหมายการลด ก๊าซเรือนกระจก เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและปัจจุบันมีเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกเลือกใช้เป็น เครื่องมือในการจัดทำข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของเมือง นอกจากนี้การที่เมืองเลือกใช้การประเมินปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบ GPC จะทำให้รายงานก๊าซเรือนกระจกที่ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่สากลยอมรับและ สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ต่อยอด เพื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่น หรือใช้ต่อยอดการเขียนเสนอโครงการเพื่อขอความ ช่วยเหลือทางการเงิน หรือทางเทคนิคจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการการลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกในระดับเมืองต่อไป เนื่องจากการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี Global Protocol for Community-Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) เป็นเพียงระเบียบวิธีการรายงานข้อมูล การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการอ้างอิงการคำนวณตัวแปรที่เกี่ยวข้องและค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นไป ตามระเบียบวิธี 2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories and IPCC Inventory (การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ (National level) ควบคู่กับคู่มือการจัดทำข้อมูล ปริมาณก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองซึ่งเป็นคู่มือที่ช่วยแนะนำแนวทางการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกให้สอดคล้องกับบริบทของเมืองเพื่อจะช่วยให้การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีความ เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงมากขึ้น เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างวิธีที่ใช้ในการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ ปรึกษาได้เปรียบเทียบการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี 2006 IPCC และระเบียบวิธี GPC โดยรายละเอียดแสดงดังตารางที่ 2-1 ตารางที่ 2-1 การเปรียบเทียบการรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกจาก 2006 IPCC และ GPC รายละเอียด 1996/2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories Global Protocol for Community Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) ผู้จัดทำ IPCC C40, ICLEI and WRI วัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อการจัดทำรายงานระดับประเทศ เพื่อการจัดทำรายงานระดับเมืองและ ชุมชน การคำนวณปริมาณการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2006 IPCC พิจารณาปริมาณการ ปล่อยจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ประเทศ และรวมการขนส่งทางอากาศ สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศด้วย GPC แบ่งขอบเขตการปล่อยก๊าซเรือน กระจกออกเป็น 3 ขอบเขต (Scope) ได้แก่


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 21 รายละเอียด 1996/2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories Global Protocol for Community Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) รวมทั้งการจัดการน้ำเสียทั้งในและ นอกอาณาเขต 2006 IPCC มีการ กำหนดระดับการคำนวณเป็น 3 ระดับ เทียร์ 1 คือการคำนวณโดย ใช้ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ แนะนำในคู่มือ IPCC เทียร์ 2 คือการคำนวณโดยใช้ค่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เฉพาะ ของประเทศ เทียร์ 3 คือการคำนวณโดยใช้ค่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่พัฒนา มาจาก เทียร์ 2 และมีความ เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ขอบเขตที่ 1 การปล่อยก๊าซเรือน กระจกทางตรง ขอบเขตที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือน กระจกทางอ้อม ขอบเขตที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือน กระจกทางอ้อมอื่น ๆ นอกจากนี้ GPC ยังแบ่งการ รายงาน ผลก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับ BASIC คือระดับ การรายงานที่ครอบคลุมกิจกรรมเกือบ ทั้งหมดของเมืองซึ่งเป็นกิจกรรมที่มี ข้อมูลและวิธีการคำนวณที่พร้อมใช้ งาน ระดับ BASIC+ คือระดับการ รายงานที่ครอบคลุมกิจกรรมเพิ่มเติม จากระดับ BASIC และเป็นกิจกรรมที่มี ความท้าทายในการรวบรวมข้อมูล และการคำนวณ ก๊าซเรือนกระจกที่พิจารณา CO2 , CH4 , N2O, HFCs, PFCs, SF6 , NF3 CO2 , CH4 , N2O, HFCs, PFCs, SF6 , NF3 รายละเอียดวิธีการคำนวณ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจก มี ไม่กำหนดวิธีการประเมิน โดย ผู้ประเมินสามารถเลือกใช้วิธีที่ เหมาะสมได้ แต่ควรเป็นวิธีที่เป็นที่ ยอมรับตามาตรฐานสากล แนวทางการตั้งเป้าหมาย การลดก๊าซเรือนกระจก คู่มือแนะนำการประเมินแนวทาง การลดก๊าซเรือนกระจก มี


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 22 2.2 ระเบียบวิธีการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรายงานผลของเมืองตามระเบียบวิธี The Global Protocol for Community-Scale Greenhouse Gas Emission Inventories (GPC) จะแสดงปริมาณการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความเป็นจริง ตามหลักการ GHG Protocol Corporate Standard เพื่อให้การ ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรายงานผลอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน โดยหลักการ GHG Protocol Corporate Standard ประกอบด้วย - ความตรงประเด็น (Relevance) การจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลกิจกรรมและการรายงาน ผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับกิจกรรมของเมือง - ความสมบูรณ์ (Completeness) เก็บรวบรวมและประเมินทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในเมือง หรือที่เกี่ยวข้องกับเมืองอย่างครบถวน (กรณีไม่ครอบคลุมต้องมีการอธิบายถึงสาเหตุ) - ความต่อเนื่อง (Consistency) ข้อมูลที่รวบรวมและการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกต้องมีความต่อเนื่อง สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของระเบียบวิธี GPC - ความโปร่งใส (Transparency) มีการบันทึกข้อมูลที่ชัดเจนสามารถเปิดให้เข้าถึงแหล่งที่มาของ ข้อมูล ข้อสันนิษฐาน และวิธีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ความถูกต้อง (Accuracy) ไม่ควรแสดงผลการประเมินที่มากหรือน้อยเกินความเป็นจริง และ ควรมีการรับรองผลการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางการลดปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควรมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ในการศึกษาและขอบเขตใน ดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีความถูกต้องและบรรลุวัตถุประสงค์ใน การศึกษา การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรายงานผลของเมืองตามระเบียบวิธี GPC ได้แบ่งแหล่ง ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 5 ภาคส่วนหลัก รายละเอียดแสดงดังภาพที่ 2-3


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 23 ภาพที่ 2-3 การแบ่งกลุ่มการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะแบ่งการรายงานออกเป็น 3 ขอบเขต (ภาพที่ 2-4) เพื่อให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมของเมืองทั้งที่เกิดขึ้นภายในเมืองและนอกเมืองซึ่งประกอบด้วย ขอบเขตที่ 1 (SCOPE 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct GHG Emissions) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในขอบเขตเมือง (Provincial Boundary) ขอบเขตที่ 2 (SCOPE 2) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Indirect GHG Emissions) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนที่นำเข้ามาจากภายนอกเขตเมือง ขอบเขตที่ 3 (SCOPE 3) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Other Indirect GHG Emissions) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่นอกเหนือการใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน ตามขอบเขตที่ 2


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 24 ภาพที่ 2-4 ขอบเขตการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก เปรียบเสมือนการจัดทำรายการผลการตรวจสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งการจัดทำรายงานจะทำให้ทราบว่าสุขภาพของเราเป็นอย่างไร มีส่วนใดในร่างกายที่ผิดปกติหรือควรได้รับการ ดูแลเป็นพิเศษหรือควรได้รับการปรับปรุงพฤติกรรมบ้างเพื่อให้มีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น การจัดทำรายงานข้อมูล ก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดก็เช่นเดียวกัน ผลลัพธ์จากรายงานจะทำให้จังหวัดทราบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกจากแหล่งปล่อยต่าง ๆ ของจังหวัด และมีแหล่งใดที่ควรได้รับการปรับปรุงเพื่อให้มีปริมาณการปล่อยลดลง ในขณะเดียวกันก็สามารถดำเนินกิจวัตรได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ เกิดขึ้นของจังหวัดอาจจะมีความซับซ้อนเนื่องจากผู้ประเมินไม่สามารถตรวจวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น โดยตรงได้ จึงส่งผลให้ต้องใช้วิธีการคำนวณหรือการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) ของจังหวัด การจัดทำข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองคือการแสดงข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น จากกิจกรรรมต่าง ๆ ภายในขอบเขตของเมืองซึ่งปริมาณก๊าซเรือนกระจกจะถูกประเมินออกมาในรูปของ คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ด้วยการประเมินและการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบ วิธีการรายงานของ Global Protocol for Community-Scale Greenhouse Gas Emission Inventories : GPC ข้อมูลกิจกรรมจากแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกให้พิจารณาใน 5 ภาคส่วน คือ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 25 I. ภาคพลังงาน (Stationary Energy) ภาคพลังงาน เป็นภาคที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ เชื้อเพลิง และการรั่วไหลจากกระบวนการผลิต จัดเก็บและจัดส่งเชื้อเพลิง เป็นต้น จากการประเมินปริมาณการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี GPC พบว่ากิจกรรมในภาคพลังงานแบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้ 8 กลุ่มย่อย ดังนี้ I.1 พลังงานในที่พักอาศัย (Residential buildings) I.2 พลังงานในธุรกิจการค้าและหน่วยงานรัฐ (Commercial and institutional building and facilities) I.3 พลังงานในอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้าง (Manufacturing industries and construction) I.4 พลังงานในการผลิตพลังงานและผลิตไฟฟ้า (Energy generation supplied to the grid) I.5 พลังงานในการเกษตร ป่าไม้ และประมง (Agriculture, forestry and fishing activities) I.6 พลังงานในแหล่งที่ไม่สามารถระบุได้ (Non-Specified sources) I.7 การรั่วไหลของก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการทำเหมือง จัดเก็บ และขนส่งถ่านหิน (Fugitive emission from mining processing, storage and transportation of coal) I.8 การรั่วไหลของก๊าซเรือนกระจกจากระบบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (Fugitive emissions from oil and natural gas systems) ขอบเขตที่ 1 การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใน เมืองเช่น การใช้พลังงานในที่พักอาศัย อาคารธุรกิจและหน่วยงานรัฐ อุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้าง และ การใช้เชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อน เป็นต้น รวมถึงก๊าซเรือนกระจกที่รั่วไหลจากการทำ เหมืองถ่านหิน และระบบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ขอบเขตที่ 2 การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในพักอาศัย อาคาร ธุรกิจและหน่วยงานรัฐ รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้าง เป็นต้น การรายงานการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตที่ 2 ควรรายงานการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด แต่ไม่รวมการปล่อยก๊าซเรือน กระจกจากโรงผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ภายในเมือง ขอบเขตที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้พลังงานที่ไม่เข้าข่ายอยู่ในขอบเขตที่ 1 และ 2 เช่น การสูญเสียพลังงานภายในสายส่งไฟฟ้า ไอน้ำ และความร้อนภายในเมือง เป็นต้น


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 26 II. ภาคการขนส่ง (Transportation) กิจกรรมที่ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในการขนส่งทั้งหมด โดยข้อมูล กิจกรรมที่ใช้คือปริมาณเชื้อเพลิง และการใช้ไฟฟ้า ที่จำแนกตามประเภทการขนส่ง เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันสำหรับเครื่องบิน การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจะพิจารณาการขนส่ง ทั้งการขนส่งภายในเมืองและการขนส่งระหว่างเขตเมืองจากการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบ วิธีGPC สามารถแบ่งกลุ่มย่อยได้ 5 ประเภท ดังนี้ II.1 การขนส่งทางถนน (On-road transportation) II.2 การขนส่งทางราง (Railway) II.3 การขนส่งทางน้ำ (Water-borne transportation) II.4 การขนส่งทางอากาศ (Aviation) II.5 การขนส่งทางบกที่ไม่ใช้ถนน (Off-road transportation) ขอบเขตที่ 1 การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งทั้งหมดที่ เกิดขึ้นภายในเมือง ขอบเขตที่ 2 การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในการขนส่งทั้งหมด ที่เกิดขึ้นภายในเมืองเช่น รถไฟฟ้า กระเช้าลอยฟ้า และรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า ขอบเขตที่ 3 การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งที่เกิดขึ้น ระหว่างเมืองเช่น การขนส่งที่มีจุดตั้งต้นของการเดินทางอยู่ในเขตเมืองและจุดสิ้นสุดอยู่นอกเมืองหรือการมีจุดตั้ง ต้นนอกเมืองและมีจุดสิ้นสุดในเขตเมืองเป็นต้น เนื่องจากภาคการขนส่ง (Transportation) มีความซับซ้อนและมีความพร้อมของข้อมูลกิจกรรมที่ แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มกิจกรรมย่อยดังนั้นตามระเบียบวิธี GPC มีการกำหนดหลักการประเมินการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกตามความเหมาะสมของกิจกรรมของข้อมูลกิจกรรมในแต่ละกลุ่มกิจกรรมย่อย ซึ่งมีรายละเอียด หลักการประเมินภาคขนส่ง (Transportation) แสดงดังภาพที่ 2-5


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 27 ภาพที่ 2-5 การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคขนส่ง (Transportation) III. ภาคการจัดการของเสีย (Waste) ของเสียอาจเป็นของเสียชุมชน หรือของเสียอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปของขยะมูลฝอยหรือ น้ำเสียที่มีสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อของเสียผ่านกระบวนการจัดการหรือถูกทิ้งไว้ในสิ่งแวดล้อมเป็น เวลานานมากพอที่จะทำให้สารอินทรีย์ในขยะเกิดการย่อยสลายจะก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภท ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) ก๊าซมีเทน (CH4 ) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) โดยกระบวนการจัดการของเสีย อาจเกิดได้ทั้งภายในและภายนอกเมือง ซึ่งการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี GPC สามารถแบ่งกลุ่มย่อยได้ 4 ประเภท ดังนี้ III.1 การจัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบ (Solid waste disposanl) III.2 การจัดการของเสียด้วยวิธีการทางชีวภาพ (Biological treatment of waste) III.3 การจัดการของเสียด้วยวิธีการเผาไหม้ (Incineration and open burning) III.4 การจัดการน้ำเสียและการปล่อยทิ้ง (Wastewater treatment and discharge) สำหรับการจัดการของเสียของจังหวัดมีการดำเนินเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า การรายงานปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี GPC แนะนำให้รายงานปริมาณก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน (Stationary Energy) โดยรายละเอียดการรายงานในภาคการจัดการของเสียแสดงดัง ภาพที่ 2-6


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 28 ภาพที่ 2-6 แหล่งและชนิดของก๊าซเรือนกระจกของภาคการจัดการของเสีย (Waste) ขอบเขตที่ 1 พิจารณาเฉพาะก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากของเสียที่เกิดขึ้นและถูกนำไปจัดการในแหล่ง กำจัดหรือระบบบำบัดที่ตั้งอยู่ภายขอบเขตเมือง รวมถึงก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากของเสียที่นำเข้ามาจากพื้นที่อื่น แต่มีการบำบัดหรือกำจัดภายขอบเขตเมือง ขอบเขตที่ 2 ไม่มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการจัดการของเสียอยู่ใน ขอบเขตที่ 2 เนื่องจากตามระเบียบวิธี GPC ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าจากระบบจัดการของ เสียและระบบบำบัดภายในเขตเมืองให้ประเมินและรายงานไว้ในขอบเขตที่ 2 ของภาคพลังงาน (Stationary Energy) ในกลุ่มย่อยพลังงานในอาคารธุรกิจการค้าและหน่วยงานรัฐ (Commercial and institutional building and facilities) ขอบเขตที่ 3 การประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากของเสียที่เกิดขึ้นภายในเมืองและถูก นำไปบำบัดหรือกำจัดที่ตั้งอยู่นอกขอบเขตเมือง รายละเอียดการแบ่งกลุ่มกิจกรรมเพื่อการประเมินและการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม ระเบียบ แสดงดังภาพที่ 2-7


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 29 ภาพที่ 2-7 ขอบเขตการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการจัดการของเสีย (Waste) IV. ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Process and Product Use : IPPU) ไม่รวมการใช้พลังงานและไฟฟ้า ก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) จะพิจารณา ปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการใช้พลังงาน หรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งตามระเบียบวิธี GPC จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ กระบวนการอุตสาหกรรม และการใช้ผลิตภัณฑ์ IV.1 กระบวนการอุตสาหกรรม (Industrial Process) - กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แร่ (Mineral industry) - กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเคมี (Chemical industry) - กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมแร่โลหะ (Metal industry) IV.2 การใช้ผลิตภัณฑ์ (Product Use) - การใช้ผลิตภัณฑ์ตัวทำละลาย (Solvent use) - การใช้ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอิเลคโทนิค (Electronics industry) - การใช้สารฟลูออรีนที่มีผลกระทบกับชั้นโอโซน เช่น สารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) และ สารเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs) ขอบเขตที่ 1 ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ภายใน ขอบเขตเมือง ขอบเขตที่ 2 ไม่มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 2 เนื่องจากตามระเบียบ วิธีGPC ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการอุตสาหกรรมถูกรายงานในภาคพลังงาน (Stationary Energy) กลุ่มย่อยพลังงานในอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้าง (Manufacturing industries and construction)


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 30 ขอบเขตที่ 3 ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์นอกขอบเขต เมืองไม่นำมารายงานในกลุ่มย่อยนี้ แต่อาจรายงานภายใต้กลุ่มกิจกรรมอื่น ๆ ขอบเขตที่ 3 (Other scope 3) V. ภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Agriculture, Forestry and Other Land Use : AFOLU) ซึ่งจะครอบคลุมกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ ที่ดินที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) ก๊าซมีเทน (CH4 ) และ ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) (ดังภาพที่ 2-8) โดยตามระเบียบวิธีการรายงานของ GPCได้แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย ดังนี้ V.1 การจัดการปศุสัตว์ (Livestock) V.2 การใช้ประโยชน์ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land) V.3 รวมแหล่งการปล่อยอื่น ๆ และการปล่อยที่ไม่ใช้ CO2 จากพื้นดิน (Aggregate sources and non-CO2emissions sources on land) ภาพที่ 2-8 แหล่งและชนิดของก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) นอกจากนี้ตามระเบียบวิธี GPC แนะนำให้อธิบายอักษรย่อตามระเบียบวิธี IPCC ในการอธิบายถึง สาเหตุหรือข้อจำกัดของข้อมูลกิจกรรมและการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้การรายงานผล การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกมีความเข้าใจที่ตรงกัน โดยรายละเอียดการอธิบายอักษรย่อแสดงดังตารางที่ 2-2


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 31 ตารางที่ 2-2 การอธิบายอักษรย่อสำหรับการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อักษรย่อ คำอธิบาย NO ไม่ปรากฏกิจกรรมหรือกระบวนการนี้ภายในเมือง (Not Occurring) IE การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมนี้ถูกประเมินและรายงานปริมาณก๊าซเรือน กระจกรวมกับกลุ่มกิจกรรมอื่น (Included Elsewhere) NE มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมนี้แต่ไม่สามารถประเมินและรายงาน ปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ (Not Estimated) C การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมนี้เป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ (Confidential) การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี GPC จะมีความเกี่ยวเนื่องกับแนวทางการ ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธีPCC (IPCC Guidelines) โดยมีหลักการการประเมินปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนี้ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก = ข้อมูลกิจกรรม X ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลกิจกรรม (Activity Data) คือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพื้นที่ ในช่วงเวลานั้น ๆ ข้อมูลกิจกรรมสามารถรวบรวมข้อมูลได้จากการตรวจวัดและเอกสารหรือรายงานจากหน่วยงาน ราชการรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองโดยหลักการในการรวบรวมข้อมูล กิจกรรม คือ - สร้างกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลกิจกรรม เพื่อให้การจัดทำและการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลกิจกรรม มีความต่อเนื่อง (การจัดลำดับความสำคัญของแหล่งข้อมูลการวางแผน การดำเนินการ เป็นต้น) - การจัดลำดับความสำคัญในการเก็บรวบรวมข้อมูลกิจกรรม เช่น การจัดลำดับตามศักยภาพการปล่อย หรือการเปลี่ยนแปลงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือความไม่แน่นอนของข้อมูลกิจกรรม เป็นต้น - การศึกษากิจกรรมและหลักการในการเก็บรวบรวมข้อมูลกิจกรรม โดยดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการพัฒนาข้อมูลก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ - การดำเนินการร่วมกับผู้เก็บรวบรวมข้อมูลกิจกรรมโดยตรง เพื่อความสอดคล้องและความต่อเนื่อง ของข้อมูล สำหรับการเลือกใช้ข้อมูลกิจกรรม ควรเลือกมาจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ มีความสม่ำเสมอในการเก็บรวบรวมข้อมูลและเป็นข้อมูลที่เป็นสาธารณะ ในกรณีที่ข้อมูลกิจกรรมมีความ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 32 ไม่สมบูรณ์ เช่น ข้อมูลเว้นช่วง มีข้อมูลครอบคลุมบางพื้นที่หรือบางช่วงเวลา เป็นต้น สามารถปรับปรุงข้อมูล กิจกรรมจากการปรับสัดส่วน (Scaling methodology) หรือการเติมข้อมูลที่หายไปตามความสัมพันธ์จากตัวแทน ข้อมูลกิจกรรม การปรับปรุงข้อมูลกิจกรรมที่มีความไม่สมบูรณ์สามารถดำเนินการได้ตามสมการ ดังนี้ Inventory data = Factor Available data Factor Inventory data X Available data Available data = ข้อมูลกิจกรรมที่ต้องการปรับสัดส่วน Inventory data = ข้อมูลกิจกรรมทั้งหมด Factor Inventory data = ค่าสัดส่วนจากข้อมูลกิจกรรมทั้งหมด Factor Available data = ค่าสัดส่วนจากข้อมูลกิจกรรมที่ต้องการปรับสัดส่วน City household waste data 2560 = City Population 2560 City Population 2559 X City household waste data 2559 City Population 2560 = ประชากรปี 2060 City Population 2559 = ประชากรปี 2059 City household waste data 2560 = ปริมาณขยะในปี 2560 City household waste data 2559 = ปริมาณขยะในปี 2559 ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor) มาจากคำแนะนำของคู่มือการจัดทำข้อมูลปริมาณ ก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองจัดทำโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และคู่มือ 2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories 2.3 ระเบียบวิธีการรายงานผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกตามระเบียบวิธี GPC ได้แบ่งการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกออกเป็น 2 ระดับ ประกอบด้วย การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic และการรายงานการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic+ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้ 1. การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก ขอบเขตและภาคส่วนต่าง ๆ ดังนี้ - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในขอบเขตที่ 1 จากภาคพลังงาน (ยกเว้นการผลิตไฟฟ้าและส่ง เข้าสายส่ง) - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในขอบเขตที่ 1 จากภาคการขนส่ง - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในขอบเขตที่ 1 จากภาคการจัดการของเสีย (ยกเว้นของเสียที่ถูก นำเข้าจากเมืองอื่นมาจัดการภายในเมือง)


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 33 - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในขอบเขตที่ 2 จากภาคพลังงานและภาคการขนส่ง - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 จากภาคการจัดการของเสีย (ได้แก่ ของเสียที่เกิดขึ้นจาก กิจกรรมภายในขอบเขตเมืองแต่ถูกนำไปกำจัดหรือบำบัดภายนอกขอบเขตเมือง) 2. การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic+ จะร่วมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน ระดับ Basic และยังครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตและภาคส่วนต่าง ๆ ดังนี้ - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในขอบเขตที่ 1 จากภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ ผลิตภัณฑ์ (IPPU) - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในขอบเขตที่ 1 จากภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตที่ 3 จากภาคพลังงาน (การสูญเสียพลังงานจากสายส่งและ จำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และความร้อน นอกเขตเมือง) และภาคการขนส่ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic และ Basic+ ตาม ระเบียบวิธี GPC มากขึ้น สามารถสรุปได้ดังภาพที่ 2-9 ภาพที่ 2-9 การรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic และBasic+ สำหรับการรายงานผลการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามการแบ่งกลุ่มตามระเบียบวิธีการ รายงาน GPC ใน 5 ภาคส่วนหลัก มีรายละเอียดแสดงดังตารางที่ 2-3 ถึง ตารางที่ 2-7


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 34 ตารางที่ 2-3 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงาน (Stationary Energy) กลุ่มกิจกรรม ขอบเขตที่1 ขอบเขตที่2 ขอบเขตที่3 ภาคพลังงาน (Stationary Energy) พลังงานในที่พักอาศัย พลังงานในธุรกิจการค้าและหน่วยงานรัฐ พลังงานในอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง พลังงานในการผลิตพลังงาน พลังงานในการผลิตผลิตไฟฟ้า พลังงานในการเกษตร ป่าไม้ และประมง พลังงานในแหล่งที่ไม่สามารถระบุได้ การรั่วไหลของก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการทำเหมือง จัดเก็บ และ ขนส่งถ่านหิน การรั่วไหลของก๊าซเรือนกระจกจากระบบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ = แหล่งการปล่อยภาคบังคับสำหรับการรายงานแบบ BASIC = แหล่งการปล่อยขอบเขตที่ 3 อื่น ๆ + = แหล่งการปล่อยสำหรับการรายงานแบบ BASIC+ = non-applicable emission sources = แหล่งการปล่อยที่เพิ่มเติมจากขอบเขตที่ 1 (เฉพาะเมือง) ตารางที่ 2-4 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคขนส่ง (Transportation) กลุ่มกิจกรรม ขอบเขตที่1 ขอบเขตที่2 ขอบเขตที่3 ภาคขนส่ง (Transportation) การขนส่งทางถนน การขนส่งทางระบบราง การขนส่งทางน้ำ การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบกที่ไม่ใช้ถนน = แหล่งการปล่อยภาคบังคับสำหรับการรายงานแบบ BASIC = แหล่งการปล่อยขอบเขตที่ 3 อื่น ๆ + = แหล่งการปล่อยสำหรับการรายงานแบบ BASIC+ = non-applicable emission sources = แหล่งการปล่อยที่เพิ่มเติมจากขอบเขตที่ 1 (เฉพาะเมือง)


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 35 ตารางที่ 2-5 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการจัดการของเสีย (Waste) กลุ่มกิจกรรม ขอบเขตที่1 ขอบเขตที่2 ขอบเขตที่3 ภาคการจัดการของเสีย (Waste) การจัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบ ของเสียในพื้นที่ การจัดการของเสียด้วยวิธีฝังกลบ ของเสียจากนอกพื้นที่ การจัดการของเสียด้วยวิธีการทางชีวภาพ ของเสียในพื้นที่ การจัดการของเสียด้วยวิธีการทางชีวภาพ ของเสียจากนอกพื้นที่ การจัดการของเสียด้วยวิธีการเผาไหม้ ของเสียในพื้นที่ การจัดการของเสียด้วยวิธีการเผาไหม้ ของเสียจากนอกพื้นที่ การจัดการน้ำเสียและการปล่อยทิ้ง ของเสียในพื้นที่ การจัดการน้ำเสียและการปล่อยทิ้ง ของน้ำเสียจากนอกพื้นที่ = แหล่งการปล่อยภาคบังคับสำหรับการรายงานแบบ BASIC = แหล่งการปล่อยขอบเขตที่ 3 อื่น ๆ + = แหล่งการปล่อยสำหรับการรายงานแบบ BASIC+ = non-applicable emission sources = แหล่งการปล่อยที่เพิ่มเติมจากขอบเขตที่ 1 (เฉพาะเมือง) ตารางที่ 2-6 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) กลุ่มกิจกรรม ขอบเขตที่1 ขอบเขตที่2 ขอบเขตที่3 ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) กระบวนการอุตสาหกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์ = แหล่งการปล่อยภาคบังคับสำหรับการรายงานแบบ BASIC = แหล่งการปล่อยขอบเขตที่ 3 อื่น ๆ + = แหล่งการปล่อยสำหรับการรายงานแบบ BASIC+ = non-applicable emission sources = แหล่งการปล่อยที่เพิ่มเติมจากขอบเขตที่ 1 (เฉพาะเมือง)


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 36 ตารางที่ 2-7 การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) กลุ่มกิจกรรม ขอบเขตที่1 ขอบเขตที่2 ขอบเขตที่3 ภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) การจัดการปศุสัตว์ การใช้ประโยชน์ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมแหล่งการปล่อยอื่น ๆ และการปล่อยที่ไม่ใช้ CO2 จากพื้นดิน = แหล่งการปล่อยภาคบังคับสำหรับการรายงานแบบ BASIC = แหล่งการปล่อยขอบเขตที่ 3 อื่น ๆ + = แหล่งการปล่อยสำหรับการรายงานแบบ BASIC+ = non-applicable emission sources = แหล่งการปล่อยที่เพิ่มเติมจากขอบเขตที่ 1 (เฉพาะเมือง) 2.4 แนวทางการประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่คัดเลือกควรมีความสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและระดับกระทรวง สอดคล้องกับมาตรการการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ รวมถึงความสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อให้การคัดเลือกมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกมีความสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดมากที่สุด ทั้งนี้จาก การศึกษาแผนและนโยบายของประเทศ พบว่า แผนพัฒนาสามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับ คือกรอบนโยบาย ระดับชาติ แผนพัฒนาระดับกระทรวง และแผนพัฒนาระดับจังหวัด โดยแผนและนโยบายในระดับประเทศและ กระทรวงที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณามาตรการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเบื้องต้น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 -2580) โดยมีวิสัยทัศน์ คือประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่องสังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรรมชาติ ยั่งยืน โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง 2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง ความสามารถในการแข่งขัน 3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ สำหรับการดำเนินโครงการการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดมีความเกี่ยวข้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเด็น (1) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว โดย 1) เพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2) อนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทาง


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 37 ชีวภาพในและนอกถิ่นกำเนิด 3) อนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ 4) รักษาและ เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 5) ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (2) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล โดย 1) เพิ่มมูลค่าของเศรษฐกิจฐาน ชีวภาพทางทะเล 2) ปรับปรุง ฟื้นฟูและสร้างใหม่ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบ 3) ฟื้นฟูชายหาดที่เป็น แหล่งท่องเที่ยว ชายฝั่งทะเลได้รับการป้องกันและแก้ไขทั้งระบบ และมีนโยบายการจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการ อย่างเป็นองค์รวม และ 4) พัฒนาและเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมทางทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (3) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ โดย 1) ลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจก 2) มีการปรับตัวเพื่อลดความสูญเสียและเสียหายจากภัยธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) มุ่งเป้าสู่การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของภาครัฐและภาคเอกชน และ 4) พัฒนาและสร้างระบบรับมือปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำที่เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (4) พัฒนาพื้นที่เมืองชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเน้นความเป็นเมืองที่เติบโต อย่างต่อเนื่อง โดย 1) จัดทำแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเมืองชนบท พื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึง พื้นที่อนุรักษ์ตามศักยภาพและความเหมาะสมทางภูมินิเวศอย่างเป็นเอกภาพ 2) พัฒนาพื้นที่เมืองชนบท เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ที่มีการบริหารจัดการตามแผนผังภูมินิเวศอย่างยั่งยืน 3) จัดการมลพิษที่มี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสารเคมีในภาคเกษตรทั้งระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและค่ามาตรฐานสากล 4) สงวนรักษา อนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ มรดกทางสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตพื้นถิ่นบนฐานธรรมชาติ และฐานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 5) พัฒนาเครือข่ายองค์กรพัฒนาเมืองและ ชุมชน รวมทั้งกลุ่มอาสาสมัคร ด้วยกลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในท้องถิ่น และ 6) เสริมสร้างระบบ สาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดล้อมและยกระดับความสามารถในการป้องกันโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ (5) พัฒนาความมั่นคงพลังงานน้ำ และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย 1) พัฒนาการจัดการน้ำ เชิงลุ่มน้ำทั้งระบบเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ 2) เพิ่มผลิตภาพของน้ำทั้งระบบในการใช้น้ำอย่าง ประหยัด รู้คุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้น้ำให้ทัดเทียมกับระดับสากล 3) พัฒนาความมั่นคงพลังงานของ ประเทศและส่งเสริมการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยลดความ เข้มข้นของการใช้พลังงาน และ 5) พัฒนาความมั่นคงด้านการเกษตรและอาหารของประเทศและชุมชน ในมิติ ปริมาณ คุณภาพ ราคาและการเข้าถึงอาหาร (6) ยกระดับกระบวนทัศน์เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ โดย 1) ส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่ พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย 2) พัฒนาเครื่องมือกลไกและระบบยุติธรรม และระบบ ประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อม 3) จัดโครงสร้างเชิงสถาบัน เพื่อจัดการประเด็นร่วมด้านการบริหารจัดการ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 38 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำคัญ และ 4) พัฒนาและดำเนินโครงการที่ยกระดับกระบวนทัศน์ เพื่อกำหนด อนาคตประเทศ ด้านทรัพยากรรมชาติสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม บนหลักของการมีส่วนร่วม และธรรมาภิบาล แผนการปฏิรูปประเทศ คือการนำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) รายงานผลการศึกษา และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูป ประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดองมาประกอบการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศ โดย ก่อให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศดังนี้ 1) ประเทศไทยมีฐานทรัพยากรรองรับการใช้ประโยชน์อย่างสมดุล ในเชิงสังคมและเชิงเศรษฐกิจรองรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว 2) ประชาชนมีสวัสดิการของรัฐที่เหมาะสม มีโอกาสในการสร้างอาชีพและได้รับความเป็นธรรมในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม 3) ยกระดับ ภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการและการวิจัยพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้าง ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว 4) การบริหารจัดการภาครัฐมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชน แผนการปฏิรูปประเทศมีทั้งสิ้น 11 ด้าน คือ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้าน กฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรรมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคม ด้านพลังงาน และด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สำหรับการดำเนินโครงการการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดมีความ เกี่ยวข้องกันโดยตรงกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีวัตถุประสงค์รวม คือ (1) ทรัพยากรธรรมชาติ ได้รับการรักษาและฟื้นฟูให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืน เป็นฐานการพัฒนา ประเทศทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (2) สิ่งแวดล้อมได้รับการดูแล รักษา อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดมลพิษ และ ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ (3) เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ลดความขัดแย้งของการพัฒนาที่ใช้ฐาน ทรัพยากรธรรมชาติ บรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และลดภัยพิบัติทางธรรมชาติ (4) มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการมีส่วน ร่วมของทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ชาติ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก โดยยึดถือผลประโยชน์ของ ประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 -2570) ในมิติความยั่งยืนของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ มีการกำหนด


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 39 เป้าหมายในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เพื่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษที่ลดลงได้มีการกำหนด ตัวชี้วัด เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนี้ 1) ให้มีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 24 ภายในปี 2570 2) การนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่เพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ของประเทศ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปี 2570 3) ปริมาณขยะต่อหัวในปี 2570 ลดลงจากปี 2560 ร้อยละ 10 แผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2558-2579 (Energy Efficiency Plan : EEP) โดยคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 เห็นชอบแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 -2579 ซึ่งมี เป้าหมายลดความเข้มของการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลง ร้อยละ 30 ภายในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยนอกจากนโยบายหลักของรัฐบาลในการยกเลิกและทบทวนการอุดหนุนราคาพลังงาน เพื่อส่งสัญญาณให้ ผู้บริโภคตระหนักเรื่องราคาที่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาด แล้วยังใช้มาตรการผสมผสานทั้งการบังคับ (Push) ควบคู่ ไปกับการจูงใจ (Pull) เพื่อให้เกิดผลประหยัดพลังงานใน 4 กลุ่มเศรษฐกิจ คือภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาค อาคารธุรกิจขนาดใหญ่และภาคอาคารธุรกิจขนาดเล็กและบ้านอยู่อาศัย โดยมีแนวทางที่สำคัญ ดังนี้ (1) กลยุทธ์ภาคบังคับ ประกอบด้วยมาตรการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การส่งเสริมการ อนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 กำกับอาคารควบคุมและโรงงานควบคุม มาตรการกำหนดมาตรฐานการใช้พลังงานใน อาคารใหม่ (Building Code) มาตรการกำหนดติดฉลากแสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และ มาตรการกำหนดให้ผู้ผลิต หรือผู้ให้บริการด้านไฟฟ้าจะต้องช่วยให้ผู้ใช้บริการหรือผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มประสิทธิภาพใน การใช้ไฟฟ้า (2) กลยุทธ์ภาคความร่วมมือ ประกอบด้วยมาตรการช่วยเหลืออุดหนุนด้านการเงินเพื่อเร่งให้มีการ ตัดสินใจลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์และเกิดการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรการส่งเสริมการใช้แสง สว่างเพื่ออนุรักษ์พลังงาน มาตรการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง และมาตรการส่งเสริมการศึกษา วิจัย และพัฒนา เทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงาน (3) กลยุทธ์สนับสนุน ประกอบด้วยมาตรการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านพลังงาน และ มาตรการสนับสนุนการรณรงค์สร้างจิตสำนึกใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 - 2579 (Alternative Energy Development Plan : AEDP) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 เห็นชอบแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 - 2579 ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานทดแทนเป็นร้อยละ 30 ภายในปี 2579 โดยมีแนวทางดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้


Click to View FlipBook Version