The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เดือนธันวาคม 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sskmnre, 2024-03-11 04:19:47

Final Report ศรีสะเกษ

โครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) เดือนธันวาคม 2566

รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 174 (tasmin) ค่าเฉลี่ยรายปีของอุณหภูมิสูงสุด (tasmax) ปริมาณฝนสะสมรายปี (pr) ซึ่งใช้ข้อมูลปีฐาน 1970 -2005 และข้อมูลคาดการณ์ตั้งแต่ปี 2006 -2099 ตามภาพการณ์จำลอง RCP (Representative Concentration Pathways) RCP4.5 และ RCP8.5 เมื่อ RCP4.5 เป็นภาพการณ์จำลองกรณีที่มีการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือน กระจก โดยในปี ค.ศ. 2100 อุณหภูมิเฉลี่ยมีค่าเพิ่มขึ้นไม่เกิน 3 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นกรณีที่คาดหวังจะสอดคล้อง กับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน และ RCP8.5 เป็นภาพการณ์จำลองกรณี ฐานหนึ่งเดียวที่ปราศจากนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกและเป็น “Business as usual” ที่เลวร้ายมากสุดใน ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ของการปราศจากนโยบายทุกกรณี โดยข้อมูลคาดการณ์ปริมาณฝนสะสมรายปี ค่าเฉลี่ยรายปี ของอุณหภูมิเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยรายปีของอุณหภูมิต่ำสุด และค่าเฉลี่ยรายปีของอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัดศรีสะเกษ ตาม ภาพการณ์จำลอง RCP4.5 และ RCP8.5 แสดงดังภาพที่ 7-12 ถึงภาพที่ 7-15 ซึ่งพบว่าแนวโน้มน้ำฝนสะสมรายปี จะลดลงประมาณ 60 มิลลิเมตร อุณหภูมิสูงสุด ต่ำสุด และเฉลี่ย เพิ่มขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซียส ในกรณี RCP8.5 ภาพที่ 7-11 ข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสมรายปีและการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน จังหวัดศรีสะเกษ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 175 ภาพที่ 7-12 ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดและการคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุด จังหวัดศรีสะเกษ ภาพที่ 7-13 ข้อมูลอุณหภูมิต่ำสุดและการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุด จังหวัดศรีสะเกษ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 176 ภาพที่ 7-14 ข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยและการคาดการณ์อุณหภูมิเฉลี่ย จังหวัดศรีสะเกษ คณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด(จังหวัดศรีสะเกษ) จึงได้เลือก 3 สาขาใน การดำเนินการก่อนคือ 1) สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ 2) สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และ 3) สาขาสาธารณสุข โดยมีความเสี่ยงที่มีความสำคัญสูงสุด คือ 1) การหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 2) ผลผลิตต่ำและการหยุดชะงักชั่วคราวของระบบการผลิตทางการเกษตรจากน้ำไม่เพียงพอ และการสูญเสียความ อุดมสมบูรณ์ของดิน ผลิตภาพดิน และ 3) โรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดต่อทางอาหารแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โดยได้ วิเคราะห์ Impact Chain Analysis ทั้ง 3 สาขา ดังนี้ 1) สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ ความเสี่ยง การหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค พบว่าแรงขับ คือ ปริมาณน้ำฝนเปลี่ยนแปลงจากการที่น้ำฝนลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลต่อการระเหยของน้ำ โดยที่จังหวัด ศรีสะเกษผู้ใช้น้ำอุปโภคบริโภค มีความต้องการใช้น้ำ แต่มีความเปราะบางที่แหล่งน้ำดิบลดลง และขาดการจัดการ น้ำที่เหมาะสม ทำให้เกิดผลกระทบระดับกลาง คือ การหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ตามภาพที่ 7-15


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 177 ภาพที่ 7-15 Impact Chain Analysis สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ 2) สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ผลผลิตต่ำและการหยุดชะงักชั่วคราวของระบบการ ผลิตทางการเกษตรจากน้ำไม่เพียงพอ และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผลิตภาพดิน เช่นเดียวกับสาขา การจัดการทรัพยากรน้ำ โดยที่ปริมาณฝนลดลง อุณหภูมิสูงขึ้น มีกลไกการเปิดรับที่จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทำนา เป็นส่วนใหญ่ และอยู่นอกเขตชลประทาน ในขณะที่ความสมบูรณ์ของดินต่ำแต่เดิมการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม ชลประทานไม่ครอบคลุม รวมทั้งขาดการจัดการน้ำ จะส่งผลกระทบให้น้ำไม่เพียงพอในการเพาะปลูก ตามภาพที่ 7-16


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 178 ภาพที่ 7.16 Impact Chain Analysis สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 3) สาขาสาธารณสุข ความเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดต่อทางอาหารแพร่กระจายเพิ่มขึ้น จากข้อมูล อัตราป่วยทั้ง 2 โรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น โดยอุณหภูมิในหน้าร้อนจะสูงขึ้น ทำให้เชื้อโรค เติบโตได้เพิ่มขึ้น โดยความเปราะบางคือมีประชากรกลุ่มเปราะบางเพิ่มขึ้น สัดส่วนผู้รับบริการเพิ่มขึ้น อัตราการ เกิดโรคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตเพิ่มเติมมา ตามภาพที่ 7-17


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 179 ภาพที่ 7.17 Impact Chain Analysis สาขาสาธารณสุข


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 180 บทที่8 แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ 8.1 แนวคิดและกระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน ระดับพื้นที่ 8.1.1. แนวคิดและกระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวคิดในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติตั้งอยู่บนพื้นฐาน ของแนวทางการจัดการความเสี่ยงและความเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการ คาดการณ์สถานการณ์ภูมิอากาศเป็นการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในระยะยาว และมีค่าความไม่แน่นอน (uncertainties) ของทั้งแบบจำลองระดับโลกและในขั้นตอนการย่อขนาดสู่แบบจำลองระดับภูมิภาคและประเทศ ด้วยการเตรียมการรับมือของแต่ละระบบและภาคส่วนต่างๆ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม จึงต้องใช้แนว ทางการจัดการความเสี่ยงเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ โดยที่ความเปราะบาง สามารถสรุปอยู่ในรูปของความสัมพันธ์ของความเสี่ยง (Risk) หรือ การเผชิญ ความเสี่ยง (Exposure) และความอ่อนไหวต่อผลกระทบ (Sensitivity) กับ ความสามารถในการปรับตัว (Adaptive capacity) โดยที่ระบบหรือภาคส่วนใดจะเปราะบางต่อภูมิอากาศมากหรือน้อย ขึ้นกับสัดส่วนระหว่าง ความเสี่ยงกับขีดความสามารถในการรับมือ จากแนวคิดในการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว จึงเป็นที่มาของ แนวทางในการลดความเปราะบางของระบบหรือภาคส่วนต่าง ๆ โดยการลดหรือหลีกเลี่ยงการเปิดรับต่อความเสี่ยง ทางภูมิอากาศ การลดความอ่อนไหวต่อภูมิอากาศ และการเพิ่มขีดความสามารถของระบบหรือภาคส่วนในการ รับมือกับความเสี่ยง ซึ่งแนวทางเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการกำหนดแนวทางและมาตรการในแผนการปรับตัว ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ การนำแนวคิดในการบริหารจัดการความเสี่ยงมาใช้ในการปรับตัวต่อ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้จำเป็นต้องบูรณาการประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 181 การวางนโยบายและแผนของภาคส่วนพื้นที่ ระบบ และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง การจัดทำแผนการปรับตัวต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เป็นกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศของประเทศ เพื่อมุ่งสู่การมีภูมิคุ้มกัน ลดความเปราะบาง สร้างขีดความสามารถในการปรับตัวที่ สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นผลลัพธ์สุดท้าย (End result) ใน การดำเนินงานระยะยาวของทั้ง 6 สาขาหลัก ได้แก่ (1) การจัดการน้ำ (2) การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (3) การท่องเที่ยว (4) สาธารณสุข (5) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และ (6) การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของ มนุษย์ ดังภาพที่ 8-1 ภาพที่ 8-1 สาขาหลักในการปรับตัว รวมทั้งการดำเนินงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายสาขา (Cross Cutting Issues) โดยมีกรอบ แนวทางสำคัญ คือ บูรณาการประเด็นด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับนโยบายและ แผนการพัฒนาประเทศในทุกระดับ นำเสนอแนวทางและมาตรการทางเลือกในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Options) รายสาขา และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายสาขา (Cross Cutting Issues) ที่สอดคล้อง กับบริบทของประเทศ สนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปเป็นกรอบสำหรับบูรณาการเข้าสู่นโยบาย แผนงาน และ โครงการได้อย่างเหมาะสมและสามารถดำเนินงานร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแต่ละสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 182 และนำไปสู่การถ่ายทอดการดำเนินงานไปสู่ระดับพื้นที่ตั้งแต่ระดับระบบนิเวศ ลุ่มน้ำ ภูมิภาค จังหวัด เมือง ชุมชน ไปจนถึงระดับบุคคล ภาพที่ 8-2 แนวคิดในการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ จากแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่กระบวนการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แห่งชาติ (ดังภาพที่ 8-2) ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ความเสี่ยง และความเปราะบางรายสาขา ได้มีการใช้ แบบจำลองสถานการณ์ระดับโลกเป็นพื้นฐาน โดยใช้แบบจำลอง SRES ในสถานการณ์กรณ์ A1B ที่ความเข้มข้น ของก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 850 ส่วนในล้านส่วนภายในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 21 เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยมีการย่อส่วนผลลัพธ์ของแบบจำลองภูมิอากาศโลกลงบนพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งจะ ช่วยให้สามารถคาดการณ์แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อใช้เป็นพื้นฐานร่วมกับแนวทางการ บริหารจัดการความเสี่ยงในการกำหนดแนวทางและมาตรการเบื้องต้นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศในรายสาขา จากนั้นได้ยกร่างแผนฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยกระบวนการ มีส่วนร่วม และใช้กลไกของคณะทำงานบูรณาการการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศของประเทศ คณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน และคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติให้ข้อเสนอแนะและเห็นชอบต่อแผนฯ เพื่อ นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและ UNFCCC ต่อไป ดังภาพที่ 8-3


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 183 ภาพที่ 8-3 กระบวนการยกร่างแผนฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และ UNFCCC


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 184 ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงและจัดทำข้อมูลความเสี่ยงในระดับจังหวัดมีทั้งหมด 10 ขั้นตอน แบ่ง ออกเป็นการประเมินความเสี่ยง 6 ขั้นประกอบด้วย 1). การสื่อสารและการปรึกษา 2). การกำหนดบริบทของพื้นที่ 3). ระบุความเสี่ยง 4). วิเคราะห์ความเสี่ยง 5). ประเมินและเปรียบเทียบประเภทความเสี่ยง 6). ระบุบริบทจาก การประเมินความเสี่ยง จากนั้นจัดทำข้อมูลความเสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของจังหวัด มี 4 ขั้นตอนประกอบด้วย 1). ประเมินและกำหนดเป้าหมายแนวทางการปรับตัว 2). ระบุแนวทางและคัดเลือก กิจกรรมการปรับตัว 3). นำแผนการปรับตัวไปสู่การปฏิบัติ และ 4). ติดตามตรวจสอบและทบทวนแผนการปรับตัว ตามภาพที่ 8-4 ภาพที่ 8-4 ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงและจัดทำข้อมูลความเสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศของจังหวัด การประเมินความเสี่ยงทั้ง 6 ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนมีรายละเอียด ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1การสื่อสารและการปรึกษา: เมื่อจะมีการประเมินความเสี่ยง ควรมีการสื่อสารปรึกษาหารือ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงและความเปราะบางแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ โดยการ ประชุมหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับจังหวัดได้แก่ สถานีพัฒนาที่ดิน สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสถิติจังหวัด โครงการชลประทาน สำนักงานพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และสำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 185 ชี้แจงถึงที่มาและความสำคัญ และวัตถุประสงค์ของการประเมินความเสี่ยง ความเปราะบาง และการวางแผนการปรับตัว การรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ถึงสภาพของปัญหาและการดำเนินการในพื้นที่เพื่อเป็น ข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานต่อไป ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดบริบทของพื้นที่เพื่อการประเมินความเสี่ยงและความเปราะบาง : เป็นการ ระบุสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ใน ประเด็นต่าง ๆ การกำหนดบริบทของพื้นที่เพื่อการประเมินความเสี่ยงและความเปราะบาง : เป็นการระบุ สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ใน ประเด็นต่าง ๆ บริบทของพื้นที่ ประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้ 1) ข้อมูลประชากร เศรษฐกิจ และสังคม 2) บริบท ด้านสิ่งแวดล้อมและแนวโน้มในอนาคต 3) ข้อมูลภัยอันตรายจากสภาพภูมิอากาศในอดีต และแนวโน้มในอนาคต ลักษณะของข้อมูลเน้นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ (quantitative analysis) โดยใช้ข้อมูลที่ได้มีการจัดเก็บและประมวลไว้แล้วหรือข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) ซึ่งจัดเก็บโดยหน่วยงาน ราชการและองค์การรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ และทำการรวบรวมและประมวลโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงาน สถิติจังหวัด ขั้นตอนที่ 3 การระบุความเสี่ยง: เป็นการรวบรวมข้อมูลแรงกดดันทางสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผล กระทบต่อเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ โดยมีข้อพิจารณา คือ ข้อพิจารณา 1 จะทราบได้อย่างไรว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น หรือภัยที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การที่พื้นที่หนึ่ง ๆ ประสบปัญหาความร้อนทุกปีจะถือว่าพื้นที่นั้นมีความเสี่ยงที่ จะประสบภัยน้ำท่วมหรือไม่ การพิจารณาควรมีการดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง และเปรียบเทียบกับข้อมูลปีฐาน เช่น ช่วงปีที่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังไม่รุนแรง เปรียบเทียบข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยย้อนหลังเพื่อดู แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เปรียบเทียบจำนวนวันที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ (Record hot) กับช่วงปีฐาน ข้อพิจารณา 2 ปัจจัยหรือข้อมูลใดควรนำมาใช้ในการพิจารณาความเสี่ยง ปัจจัยที่ควรนำมา พิจารณาแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ 1) ปัจจัยจากดัชนีด้านสภาพภูมิอากาศ 2) ปัจจัยจากดัชนีที่ไม่ใช่ภูมิอากาศ ขั้นตอนที่ 4 การวิเคราะห์ความเสี่ยง : เป็นการวิเคราะห์ความเสี่ยงแต่ละประเภทตามเกณฑ์การ วิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้น เช่น ความรุนแรง ความน่าจะเป็นที่จะเกิดความเสี่ยง หรือ สถานการณ์การเปิดรับความเสี่ยง ชนิดนั้น ๆ ในพื้นที่ศึกษา โดยใช้กรอบ AR5


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 186 เป็นการวิเคราะห์ความเสี่ยงแต่ละประเภท จากข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้ในขั้นตอนที่ 3 เช่น ข้อมูล ด้านสภาพภูมิอากาศ ความรุนแรง ความน่าจะเป็นที่จะเกิดความเสี่ยง หรือ สถานการณ์การเผชิญความเสี่ยงชนิด นั้น ๆ ในพื้นที่ศึกษา ปัจจัยจากดัชนีสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ข้อมูลจะได้แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศโดยเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในอดีตที่จัดเป็นปีฐาน หรือได้ข้อมูลการเกิด Extreme event ข้อมูล แสดงเป็นแผนภูมิ ปัจจัยจากดัชนีสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้โดยการแปลงข้อมูลสถิติให้เป็นความ อ่อนไหวและการเปิดรับ ภาพที่ 8-5 ตัวอย่างของฐานข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขั้นตอนที่ 5 การประเมินความเสี่ยงและเปรียบเทียบประเภทความเสี่ยง : เป็นการนำข้อมูลที่ได้จาก การวิเคราะห์ความเสี่ยงในขั้นตอนที่ผ่านมา นำมาประมวล เปรียบเทียบ และจัดลำดับความสำคัญ ประเภทของความเสี่ยงในแต่ละสาขาเป็นเพียงข้อสรุปจากการวิเคราะห์ห่วงโซ่ผลกระทบใน ระดับประเทศ สำหรับระดับจังหวัด ควรมีการวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงในพื้นที่ และทำการปรับเปลี่ยน ประเภทความเสี่ยงได้ตามความเหมาะสม การประเมินความเสี่ยงให้ดูว่าความเสี่ยงนั้น เคยเกิดขึ้นในอดีต และคาดว่าจะเกิดขึ้นหรือทวี ความรุนแรงขึ้นในอนาคตหรือไม่ จากนั้นให้บันทึกว่ามีหรือไม่มีความเสี่ยงประเภทนั้นพร้อมทั้งให้หลักฐาน ประกอบการประเมิน เช่น อ้างอิงจากรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อทำการประเมินความเสี่ยงเรียบร้อยแล้วให้จัดความเสี่ยงออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ความเสี่ยงที่เกิดในอดีตมีความรุนแรง มีแนวโน้มจะเกิดในอนาคตและมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 187 2) ความเสี่ยงที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นในอนาคต 3) ความเสี่ยงเคยเกิดในอดีต และอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ความรุนแรงมีแนวโน้มลดลง 4) ในอดีตไม่ใช่ปัญหาและไม่มีแนวโน้มจะกลายเป็นปัญหาในอนาคต การจัดกลุ่มความเสี่ยงจะทำให้ทราบว่าเรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรดำเนินการทันที ดำเนินการในลำดับต่อมา หรือไม่ต้องทำอะไรเลย ขั้นตอนที่ 6 เป็นการระบุโอกาสและข้อจำกัดที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจคัดเลือกแนวทางและกิจกรรม การปรับตัวในแผนที่จะได้พัฒนาขั้นต่อไป ขั้นตอนที่ 7 การประเมินความเสี่ยงและกำหนดเป้าหมายและแนวทางการปรับตัว ความเสี่ยงที่ได้ ประเมินไว้จากขั้นตอนก่อนหน้า สามารถนำมาใช้กำหนดแนวทางการปรับตัวร่วมกับแนวทางจากแผน NAP สำหรับความเสี่ยงแต่ละประเภทผู้จัดทำแผนสามารถกำหนดแนวทางที่จะนำมาใช้ เช่น การป้องกัน การปรับเปลี่ยน หรือการลดความเสี่ยง เป็นต้น เพื่อให้การทำงานด้านการปรับตัวของจังหวัดมีความสอดคล้องและสามารถส่งเสริมการดำเนินงานของ แผนในระดับชาติได้ ควรร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานด้านการปรับตัวของจังหวัดให้เป็นไปในทิศทาง เดียวกันกับเป้าหมายของแผนระดับชาติ แนวทางในการปรับตัวจะมี 3 แนวทาง คือ 1) มาตรการ/แนวทางการปรับตัวเชิงกายภาพและโครงสร้าง โครงสร้างเชิงวิศวกรรม (concrete activities) กิจกรรมที่ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ ผลลัพธ์และผลผลิต ภายใต้ของเขต พื้นที่ และกรอบ เวลาที่กำหนด 2) มาตรการ/แนวทางเชิงสังคม การศึกษา การให้ข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นิยมใช้ในระดับชุมชน (Community-based adaptation) 3. มาตรการ/แนวทางเชิงสถาบัน สร้างมาตรการเชิงสถาบันเพื่อรองรับการดำเนินมาตรการปรับตัว เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ นโยบายทางสังคม กฎหมายข้อบังคับ นโยบายและโครงการ รัฐบาล ขั้นตอนที่ 8 การระบุแนวทางและกิจกรรมการปรับตัวที่เป็นไปได้ และการคัดเลือกแนวทางการ ปรับตัวเพื่อการดำเนินงาน : ในทางปฏิบัติแต่ละพื้นที่อาจมีการดำเนินการด้านการปรับตัวอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดการ กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน จัดระเบียบแนวทางการปรับตัวและการติดตามผลในขั้นตอนนี้จึงเป็นการรวบรวม


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 188 แนวทางการปรับตัวทั้งหมดที่เป็นไปได้ ก่อนที่จะทำการคัดเลือกเฉพาะแนวทางที่สำคัญที่จะส่งผลให้การ ดำเนินงานตามแผนการปรับตัวนั้นบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ การดำเนินงานด้านมาตรการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความเกี่ยวข้อง กับหลายภาคส่วน ทั้งในส่วนของหน่วยงานภาครัฐในระดับจังหวัด และภาคเอกชนอื่น ๆ เพื่อให้ครอบคลุมในทุก มิติของสังคมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระบวนการในการคัดเลือกมาตรการ/กิจกรรมและจัดลำดับความสำคัญของมาตรการ ในด้านการปรับตัวประกอบไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1) การศึกษามาตรการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเป้าหมายของแผนการปรับตัวเพื่อรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับชาติหรือแผน NAP เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนการปรับตัวของจังหวัด มี ความสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานในระดับประเทศ 2) ศึกษาแผนการดำเนินงาน แผนปฏิบัติราชการ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จากส่วนงานภายใน ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพัฒนาชุมชน สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เป็นต้น 3) ในแต่ละมาตรการ จังหวัดสามารถกำหนดกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการและเป้าหมาย ของแต่ละสาขา การกำหนดกิจกรรมและโครงการสามารถคัดเลือกจากแผนปฏิบัติการในระดับจังหวัด และหากยัง ไม่เพียงพอที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้สามารถเพิ่มเติมกิจกรรมที่จำเป็น 4) ทำการคัดเลือกกิจกรรม/โครงการ ที่มีความสำคัญโดยคณะทำงานมีการพิจารณที่เกณฑ์ในการ คัดเลือกและค่าน้ำหนักของเกณฑ์ร่วมกัน ตัวอย่างเกณฑ์ในการคัดเลือก(เกณฑ์การคัดเลือกสามารถปรับเปลี่ยนได้) - ความเร่งด่วน (Urgency) ค่าน้ำหนักร้อยละ 25 - ผลประโยชน์ร่วม (Cross-cutting benefits) ที่เกี่ยวข้องกับส่วนงานอื่นหรือส่วนการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ค่าน้ำหนักร้อยละ 15 - ความสอดคล้องกับนโยบายระดับที่เหนือขึ้นไป (Contribution to higher policy goals) ค่าน้ำหนักร้อยละ 15 - ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการดำเนินการ (Efficiency /Cost-effectiveness) ค่าน้ำหนักร้อยละ 20 - ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Awareness raising) ค่าน้ำหนัก ร้อยละ 15 - มีงบประมาณรองรับ (Secured budget) ค่าน้ำหนักร้อยละ 10 ทั้งนี้ มาตรการ/กิจกรรมที่ได้รับเลือกให้เป็นมาตรการสำคัญจะต้องมีคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 189 ขั้นตอนที่ 9 การนำแผนการปรับตัวไปสู่การปฏิบัติ การดำเนินงานตามแผนการปรับตัวในขั้นตอนนี้ ต้องมีการติดตามเก็บข้อมูลตัวชี้วัด ความสำเร็จต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ในแผน เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ จัดการความเสี่ยงและความเปราะบางตามค่าเป้าหมายได้ ขั้นตอนที่ 10 การติดตามตรวจสอบและการทบทวนแผน การดำเนินแนวทางและกิจกรรมตาม แผนการปรับตัวที่ได้มีการเก็บข้อมูลการดำเนินงานมาแล้วในขั้นตอนก่อนหน้า สามารถนำมาใช้ในการติดตาม ความก้าวหน้าและการทบทวนและปรับปรุงแผนหากจำเป็น 8.1.2. หลักการประเมินความเสี่ยง 1. ประเภทของความเสี่ยงในแต่ละสาขาเป็นเพียงข้อสรุปจากการวิเคราะห์ห่วงโซ่ผลกระทบใน ระดับประเทศ สำหรับระดับจังหวัด ควรมีการวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงในพื้นที่ และทำการปรับเปลี่ยน ประเภทความเสี่ยงในหน้าที่ 3 ได้ตามความเหมาะสม 2. การประเมินความเสี่ยง ให้ดูว่าความเสี่ยงนั้นเคยเกิดขึ้นในอดีต และคาดว่าจะเกิดขึ้นหรือทวีความ รุนแรงขึ้นในอนาคตหรือไม่ จากนั้นให้บันทึกว่ามีหรือไม่มีความเสี่ยงประเภทนั้นพร้อมทั้งให้หลักฐานประกอบการ ประเมิน เช่น อ้างอิงจากรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. เมื่อทำการประเมินความเสี่ยงเรียบร้อยแล้วให้จัดความเสี่ยงออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 3.1) ความเสี่ยงที่เกิดในอดีตมีความรุนแรง มีแนวโน้มจะเกิดในอนาคตและมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น 3.2) ความเสี่ยงนี้เคยเกิดขึ้นในอดีตไม่ความรุนแรงมากนัก แต่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นในอนาคต 3.3) ความเสี่ยงเคยเกิดในอดีต และอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ความรุนแรงมีแนวโน้มลดลง 3.4) ในอดีตไม่ใช่ปัญหาและไม่มีแนวโน้มจะกลายเป็นปัญหาในอนาคต 4. การจัดกลุ่มความเสี่ยงจะทำให้ทราบว่าเรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรดำเนินการทันที ดำเนินการ ในลำดับต่อมา หรือไม่ต้องทำอะไรเลย 8.1.3. การจัดลำดับความเสี่ยง


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ตารางที่ 8-1 การจัดกลุ่มความเสี่ยงตามประเภทความจำเป็นในการดำเนินการ ลำดับที่ ดำเนินการทันที ดำเนินการในลำดับถัดไป ความเสี่ยงที่เกิดในอดีตมีความรุนแรง มี แนวโน้มจะเกิดในอนาคตและมีแนวโน้ม จะรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นอนาคต 1 การหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค การเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 2 การสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผลิตภาพดิน และน้ำไม่เพียงพอ คุณภาพน้ำ (จากการปนเปื้อนที่เพิ่มขึ้น) 3 เชื้อโรคแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โรคติดต่อ จากอาหาร การเก็บเกี่ยวผลผลิตล้มเหลวจากน้ำท่วมแล้ง หรือฝนตกหนัก (ปริมาณน้ำฟ้าสุดขี4 การสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว 5 ค่าใช้จ่ายในการผลิตและการจัดการสูงขึ้6 ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมีราคาต่ำ 7 ผลผลิตต่ำและการหยุดชะงักชั่วคราวระบบการผลิตทางการเกษตร 8 9 10


190 ดำเนินการในลำดับท้ายสุด ยังไม่ต้องดำเนินการใดๆ ม นใน ความเสี่ยงที่เคยเกิดในอดีต และอาจจะ เกิดขึ้นในอนาคต แต่ความรุนแรงมีแนวโน้ม ลดลง ในอดีตไม่ใช่ปัญหาและไม่มีแนวโน้ม จะกลายเป็นปัญหาในอนาคต ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ (รวมถึงการสูญเสีย ความหลากหลายทางชีวภาพ) ความเสียหายต่อสาธารณูปโภค ความขัดแย้งในการใช้น้ำระหว่างสาขาต่าง ๆ ผลกระทบต่อการตั้งถิ่นฐานของ มนุษย์ ม ภัย ขีด) การรุกรานของโรคใหม่(พืชผลและปศุสัตว์) การสูญเสียพื้นที่ใช้ประโยชน์ อายุผลิตภัณฑ์สั้นลง การถึงขีดความทนทานของพืชผล และความเสียหายต่อระยะการ เจริญเติบโต ึ้น คุณภาพชีวิตเกษตรเปลี่ยนแปลง ค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ การย้าย/การลดลงของแรงงานเกษตร วของ โรคทางเดินหายใจและการเสียชีวิต โรคหัวใจและหลอดเลือด สภาวะเครียดจากความร้อน ภาวะทุพโภชนาการ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 191 8.2 แผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษได้จัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำนวน 3 สาขา ได้แก่ สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และสาขาสาธารณสุข โดยกำหนด แนวทางและมาตรการเพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งเป็น แนวทางในการวางรากฐาน เตรียมความพร้อม และสนับสนุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปเป้าหมายตัวชี้วัด โครงการหรือกิจกรรม และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ตารางที่ 8-2 มาตรการและแผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ ความเสี่ยง: การหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เป้าหมาย: เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของจังหวัด และลดความสูญเสีย และเสียหายจากภัยแล้ง ตัวชี้วัด: 1) ดัชนีความมั่นคงด้านน้ำ ได้แก่ 1. การเข้าถึงน้ำประปาของครัวเรือนและสุขาภิบาลที่ดี 2. ความมั่นคงด้านน้ำทางเศรษฐกิจ 3. การให้บริการน้ำในเขตเพื่อเมืองน่าอยู่ 4. การฟื้นฟูแม่น้ำและระบบนิเวศ 5. ความสามารถในการฟื้นตัวเนื่องจากภัยทางน้ำ 2) มูลค่าความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจากภัยแล้ง 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสำรอง น้ำฝน และจัดสรรน้ำในพื้นที่ประสบภัย แล้งซ้ำซาก พื้นที่นอกเขตชลประทาน และพื้นที่ที่ยังใช้น้ำบาดาล 1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำ 2. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อ การเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 3. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อ การเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ 300 ไร่ 4. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความ มั่นคงระดับชุมชน


192 แปลงสภาพภูมิอากาศจังหวัดศรีสะเกษ ปี 2567-2573 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) 48 โครงการ 100 โครงการ 100 โครงการ หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: สนจ./อปท./ อบจ./ทสจ./พด. 11 แห่ง - - หลัก: สำนักทรัพยากรน้ำ บาดาลเขต 11 อุบลฯ 2 แห่ง - - หลัก: สำนักทรัพยากรน้ำ บาดาลเขต 11 อุบลฯ 4 แห่ง - - หลัก: สำนักทรัพยากรน้ำ บาดาลเขต 11 อุบลฯ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม 5. โครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำ ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 6. โครงการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นา นอกเขตชลประทาน 2 อนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติโดย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 1. โครงการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแนว พระราชดำริและกิจการพิเศษของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (เสริมสร้างศักยภาพการ บริหารจัดการน้ำ) 2. โครงการส่งเสริมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่าง ยั่งยืน 3 จัดทำแผนที่เสี่ยงภัยและคาดการณ์ ผลกระทบด้านการจัดการน้ำจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับ จังหวัด 1. ทบทวนแผนการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ. 2564 – 2570 4 สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติที่ สืบเนื่องจากสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ เสี่ยง โดยการเสริมสร้างศักยภาพชุมชน ในการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ระดับ 1. โครงการฝึกอบรมอาสาสมัคร ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จังหวัดศรีสะเกษ (หลักสูตรทบทวน 3 วัน)


193 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) 3 แห่ง - - หลัก: สนง.ทรัพยากรน้ำ ที่ 5 นครราชสีมา 1,183 บ่อ 1,500 บ่อ 1,000 บ่อ หลัก: พด.ศรีสะเกษ 1 แห่ง - - หลัก: ทสจ.ศก สนับสนุน: ปภ.ศก 22 อำเภอ - - หลัก: ทสจ.ศก. 1 แผน - - หลัก: ปภ.ศก. 22 อำเภอ - - หลัก: ปภ.ศก.


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม ครัวเรือน ระดับอำเภอ และจังหวัด เพื่อเฝ้าระวัง เตือนภัย เตรียมการ รับมือ และปรับตัวต่อภัยแล้ง รวมถึง จัดทำแผนซักซ้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ เพี่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน จากภัยแล้ง 2. โครงการฝึกอบรมอาสาสมัคร ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จังหวัด ศรีสะเกษ (หลักสูตร จัดตั้ง 5 วัน) 3. โครงการฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัคร เตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” 4. โครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชน ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย (หลักสูตร 2 วัน) 5. โครงการฝึกอบรม เพิ่มศักยภาพ เครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด้านป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรองรับ สถานการณ์ภัยพิบัติ (หลักสูตร 3 วัน) 6. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ป้องกัน และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ) 5 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำใต้ดิน ร่วมกับการใช้น้ำผิวดินในพื้นที่เสี่ยงภัย แล้งตามศักยภาพของแหล่งน้ำควบคู่ กับการกำหนดสัดส่วนการใช้น้ำใน กิจกรรมต่าง ๆ 1. การตรวจสอบบ่อน้ำบาดาลตาม ใบอนุญาต ทุกประเภท 2. การตรวจสอบบ่อน้ำบาดาลรายใหม่ และการนำบ่อน้ำบาดาลเข้าสู่ระบบ 3. การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการ ประกอบกิจการน้ำบาดาล


194 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) 22 อำเภอ - - หลัก: ปภ.ศก. 22 อำเภอ (500 หมู่บ้าน) - - หลัก: ปภ.ศก. 30 หมู่บ้าน - - หลัก: ปภ.ศก. 22 อำเภอ - - หลัก: ปภ.ศก. 150 คน - - หลัก: ทสจ.ศก. 300 บ่อ 300 บ่อ 300 บ่อ หลัก: ทสจ.ศก. 300 บ่อ 300 บ่อ 300 บ่อ หลัก: ทสจ.ศก. 12 ครั้ง 12 ครั้ง 12 ครั้ง หลัก: ทสจ.ศก.


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม 4. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กิจกรรมการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น) 5. โครงการแก้มลิง 6. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บ กักน้ำ 7. โครงการระบบกระจายน้ำสถานีสูบ น้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ 6 เพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดและ ควบคุมการระบายน้ำเสียออกสู่ สิ่งแวดล้อม 1. โครงการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำ เสียในอาคารขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น 2. โครงการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำ เสียในโรงอาหารในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. โครงการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำ เสียในโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น 4. โครงการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย เทศบาลเมืองศรีสะเกษ


195 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) พื้นที่นำร่อง 5 ตำบล ใน 5 อำเภอ - - หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: สนจ. 9 แห่ง - - หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: สนจ. 4 แห่ง - - หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: สนจ. 2 แห่ง - - หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: สนจ. 216 แห่ง - - หลัก: อปท. สนับสนุน: สถ.จ.ศก 641 แห่ง - - หลัก: อปท. สนับสนุน: สถ.จ.ศก 55 แห่ง - - หลัก: อปท. สนับสนุน: สถ.จ.ศก - - 1 แห่ง หลัก: ทม.ศก.


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ความเสี่ยง : ผลผลิตต่ำและการหยุดชะงักชั่วคราวของระบบการผลิตทางการเกษตร และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผลิตภาพดิน เป้าหมาย : รักษาผลิตภาพการผลิตและความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้ความเสี่ยงแลตัวชี้วัด : 1) สัดส่วนมูลค่าความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ 2) ความสามารถในการพึ่งตนเองของภาคเกษตรเมื่อเกิดภัยแล้ง 1 ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการ ผลิตพืชให้สอดคล้องกับการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การปรับ ปฏิทินการเพาะปลูกเพื่อลดความ เสียหายจากภัยแล้ง การปลูกพืชใช้ น้ำน้อยในฤดูแล้ง 1. โครงการพัฒนาศักยภาพ กระบวนการผลิตสินค้าเกษตร 2. กิจกรรมส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำ น้อยเสริมสร้างรายได้แก่เกษตรกร 2 ส่งเสริมระบบการปลูกพืชแบบ ผสมผสานหรือพืชหมุนเวียน เพื่อลด ความเสี่ยงและความเสียหายจากสภาพ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง การระบาดของโรค และแมลงศัตรูพืช เป็นต้น 1. โครงการส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ และแมลงศัตรูธรรมชาติทดแทน สารเคมีทางการเกษตร


196 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) รจากน้ำไม่เพียงพอ ละผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บจากภัยแล้งต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในจังหวัดในภาคการเกษตร 2 ไร่ (แปลงต้นแบบ) - - หลัก: สำนักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ 70 ไร่ (แปลงต้นแบบ) - - หลัก: สำนักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ เกษตรกร 110 ราย เกษตรกร 110 ราย เกษตรกร 110 ราย หลัก: สำนักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม 3 พัฒนาและปรับปรุงการจัดการน้ำของ พื้นที่เกษตรกรรมในเขตชลประทานที่มี ความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจาก ภัยแล้งให้มีประสิทธิภาพ โดยการบูร ณาการการจัดการน้ำในภาคเกษตร ร่วมกับภาคส่วนอื่น ในการกำหนด กรอบการใช้ประโยชน์จากน้ำ และลด ปัญหาการแย่งชิงน้ำ 1. โครงการพัฒนาและปรับปรุงการ จัดการน้ำของพื้นที่เกษตรกรรมในเขต ชลประทานที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับ ผลกระทบจากภัยแล้งให้มี ประสิทธิภาพ 2. โครงการปรับปรุงบริเวณพื้นที่ ชลประทาน 3. โครงการซ่อมแซมและปรับปรุงพื้นที่ ชลประทาน 4 พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรกรรม นอกเขตชลประทานให้มีประสิทธิภาพ และเพียงพอต่อความต้องการใช้การ เพาะปลูก เช่น การปรับปรุงระบบ สำรองน้ำฝน การพัฒนาแหล่งน้ำขนาด เล็กในไร่นา 1. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ เกษตรกรรมนอกเขตชลประทานให้มี ประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความ ต้องการใช้การเพาะปลูก 2. โครงการก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นา นอกเขตชลประทาน 5 ส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และ บำรุงรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินใน พื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสื่อมโทรม 1. โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุ เหลือใช้ทางการเกษตร


197 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) 10 โครงการ 10 โครงการ 10 โครงการ หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: อปท. 402 โครงการ 100 โครงการ 100 โครงการ หลัก: ชป. สนับสนุน: สนจ./อปท./ อบจ./ทสจ./พด. 786 โครงการ 100 โครงการ 100 โครงการ หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: สนจ./อปท./ อบจ./ทสจ./พด. 10 โครงการ 10 โครงการ 10 โครงการ หลัก: ชป.ศก. สนับสนุน: อปท./พด. 1,183 บ่อ 1,500 บ่อ 1,000 บ่อ หลัก: พด.ศรีสะเกษ เกษตรกร 100 ราย เกษตรกร 100 ราย เกษตรกร 100 ราย หลัก: สำนักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม ของดิน เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และ สามารถนำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ทาง เกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปลูกพืชคลุมดิน ไม่ไถพรวน การเลือกระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม กับชนิดของดินและสภาพอากาศ 2. รณรงค์และส่งเสริมการปลูกหญ้า แฝกเพื่อฟื้นฟูและป้องกันการชะล้าง พังทลายของดิน 3.จัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่ ลุ่ม-ดอน 4. ธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ 5. ส่งเสริมการปลูกพืชปุ๋ยสดปรับปรุง บำรุงดิน 6. ไถกลบตอซังเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ และแร่ธาตุในดิน 7. ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยหมัก 8. พัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนการ ปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ ไม่เหมาะสมตาม Agri-Map (ปรับเปลี่ยนจากพื้นที่ไม่เหมาะสม ปลูกข้าวเพื่อทำเกษตรผสมผสาน) 6 สร้างความตระหนักรู้ต่อเกษตรกรถึง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศในภาคเกษตร และพัฒนา 1. ครัวเรือนมีอาสาสมัครท้องถิ่น รักษ์โลก (อถล.) ศักยภาพในการรับมือและจัดการความ เสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ 2. จัดตั้งกองทุนธนาคารคัดแยกขยะ รีไซเคิลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


198 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) 7,000,000 กล้า 12,000,000 กล้า 12,000,000 กล้า หลัก : พด. 4,000 ไร่ 6,000 ไร่ 4,000 ไร่ หลัก : พด. 2 แห่ง 3 แห่ง 2 แห่ง หลัก : พด. 10,000 ไร่ 15,000 ไร่ 10,000 ไร่ หลัก : พด. 500 ไร่ 1,000 ไร่ 1,500 ไร่ หลัก : พด. 20 ตัน 30 ตัน 20 ตัน หลัก : พด. 8,000 ไร่ 15,000 ไร่ 10,000 ไร่ หลัก : พด. - 323,456 ครัวเรือน - หลัก: อปท. สนับสนุน: สถ.จ.ศก - 216 แห่ง - หลัก: อปท. สนับสนุน: สถ.จ.ศก


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม 3. โครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่ การเกษตร สาขาสาธารณสุข ความเสี่ยง: โรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดต่อทางอาหารแพร่กระจายเพิ่มขึ้น เป้าหมาย: มีระบบสาธารณสุขที่สามารถจัดการความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อสุขภประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด: 1) อัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง 2) ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจจากผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยน1 เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและ ดูแลสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพ 1. โครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสาร สุขภาพและเครือข่ายการสื่อสารภัย สุขภาพในระดับชุมชน 2. โครงการพัฒนาความร่วมมือ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพระดับอำเภอ ด้วยกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) 3. โครงการเสริมสร้างศักยภาพด้าน สาธารณสุขเพื่อรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ ความมั่นคงของประเทศ (พื้นที่ชายแดน)


199 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) เกษตรกร 300 ราย เกษตรกร 300 ราย เกษตรกร 300 ราย หลัก: สำนักงานเกษตร จังหวัดศรีสะเกษ ภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมี สภาพภูมิอากาศ นแปลงสภาพภูมิอากาศ 5 อำเภอ 10 อำเภอ 22 อำเภอ หลัก : สสจ.ศรีสะเกษ สนับสนุน: อปท. 5 อำเภอ 10 อำเภอ 22 อำเภอ หลัก : สสจ.ศรีสะเกษ สนับสนุน: อปท. 1 อำเภอ 1 อำเภอ 1 อำเภอ หลัก : สสจ.ศรีสะเกษ สนับสนุน: กอ.รมน.


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ที่ แนวทาง/มาตรการ โครงการ/กิจกรรม 4. โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านการแพทย์และสาธารณสุขรองรับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2 พัฒนาศักยภาพประชาชนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักในเรื่อง ผลกระทบต่อสุขภาพจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ จัดการแก้ไขปัญหาและปรับตัว ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม 1. โครงการพัฒนาทักษะของชุมชน ประชาชนและเยาวชนในการจัดการ สุขภาพของตนเองจากผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2. โครงการสร้างความเข้มแข็งและ พัฒนาศักยภาพในการปรับตัวของกลุ่ม เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ 2.1 ผู้สูงอายุ 2.2 วัยเด็ก


200 เป้าหมายการดำเนินงาน ระยะสั้น หน่วยงานรับผิดชอบ (ปี 2567-2568) ระยะกลาง (ปี 2569-2571) ระยะยาว (ปี 2572-2573) 5 อำเภอ 10 อำเภอ 22 อำเภอ หลัก : สสจ.ศรีสะเกษ สนับสนุน: อปท. ร้อยละ 50 ของ ประชาชน ร้อยละ 75 ของ ประชาชน ร้อยละ 100 ของ ประชาชน หลัก : สสจ.ศรีสะเกษ สนับสนุน: อปท. ร้อยละ 50 ของ กลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 75 ของ กลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 100 ของ กลุ่มเสี่ยง หลัก : สสจ.ศรีสะเกษ สนับสนุน: อปท.


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 201 บทที่ 9 สรุปผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ 9.1 สรุปผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) ในปี พ.ศ. 2562 (ปีฐาน) จังหวัดศรีสะเกษมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic เท่ากับ 1,770,045 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic+ เท่ากับ 3,166,597 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อให้การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีความใกล้เคียงความเป็นจริง จึงเสนอ ให้จังหวัดศรีสะเกษรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับ Basic+ สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด ศรีสะเกษใน พ.ศ. 2562 (ปีฐาน) มีรายละเอียด ดังนี้ ภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 1 เท่ากับ 1,389,430 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นร้อยละ 43.88 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกทั้งหมดจังหวัดศรีสะเกษ ภาคการจัดการของเสีย (Waste) เป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 2 เท่ากับ 700,126ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นร้อยละ 22.11 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของ จังหวัดศรีสะเกษ ภาคพลังงาน (Stationary Energy) มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 3 เท่ากับ 626,261 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นร้อยละ 19.78 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดจังหวัด ศรีสะเกษ ภาคขนส่ง (Transportation) เป็นภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 4 ซึ่งมีการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกเท่ากับ 450,780 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 14.24 ของปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกทั้งหมดของจังหวัดศรีสะเกษ ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก ภาคอุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากไม่มีกิจกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้อง (Not Occurring : NO) และไม่สามารถ ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ (Not Estimated: NE) เนื่องจากไม่สามารถรวบรวมข้อมูล ของกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในเขตจังหวัดศรีสะเกษได้ โดยรายละเอียดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษใน พ.ศ. 2562 (ปีฐาน) กลุ่มย่อยที่มี ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด คือ กลุ่มย่อยที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด คือการปลูกข้าว โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.00 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ รองลงมา คือ การ จัดการของเสียในพื้นที่ ด้วยวิธีฝังกลบในพื้นที่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.28 รองลงมาคือ การจัดการปศุสัตว์ คิด


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 202 เป็นสัดส่วนร้อยละ 14.79 รองลงมา คือ ส่วนอันดับที่ 4 ถึง 5 คือ การขนส่งทางถนน และพลังงานในที่พักอาศัย มี สัดส่วนร้อยละ 14.24 และ 7.79 ตามลำดับ ซึ่งจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก 5 ลำดับแรก คิดรวมเป็นร้อย ละ 82.10 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมของจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งนี้ การจัดลำดับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกตามกลุ่มย่อยเป็นการบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดที่สำคัญ อันจะช่วยให้การจัดลำดับความสำคัญของมาตรการลด ก๊าซเรือนกระจกทำได้อย่างเหมาะสม การคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษในอนาคต (พ.ศ. 2563-2573) เป็นการคาดการณ์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอนาคตในกรณีปกติ (BAU) โดยใช้ข้อมูลคาดการณ์รายกิจกรรมใน ภาคพลังงานที่ประเมินโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โดยมีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของ การใช้เชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ พบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งในปี พ.ศ. 2573 หากไม่มีการ ดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 3,878,294 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 22.48 จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีฐาน (พ.ศ. 2562) โดยในปี พ.ศ. 2573 ภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด คือ ภาคการเกษตร ป่าไม้ และ การใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) เท่ากับ 1,549,943 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39.96 รองลงมา ได้แก่ ภาคขนส่ง ภาคพลังงาน และภาคการจัดการของเสีย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 1,098,610, 942,135, 287,606 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในส่วนของภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและ การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.33, 24.29 และ 7.42 ตามลำดับ แผนการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษประกอบด้วย 17 มาตรการ เมื่อวิเคราะห์มาตรการลด ก๊าซเรือนกระจก พบว่าจังหวัดศรีสะเกษมีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกประมาณ 707,364 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ณ ปี พ.ศ. 2573 คิดเป็นร้อยละ 18.24 เมื่อเทียบกับกรณีปกติ (BAU) ประกอบด้วยเป็นกลุ่มมาตรการ 6 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy efficiency) ประกอบด้วย 3 มาตรการ ซึ่ง มีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 18,280 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 2) กลุ่มมาตรการการพัฒนาพลังงานทางเลือก (Alternative Energy) ประกอบด้วย 2 มาตรการ ซึ่ง มีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 78,162 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 3) กลุ่มมาตรการการจัดการในภาคขนส่ง (Transportation Management) ประกอบด้วย 4 มาตรการ ซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 22,097 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า 4) กลุ่มมาตรการการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ (Waste Management) ประกอบด้วย 3 มาตรการ ซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 471,128 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 203 5) กลุ่มมาตรการป่าไม้และพื้นที่สีเขียว (Forest) ประกอบด้วย 3 มาตรการ ซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซ เรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 34,771 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 6) กลุ่มมาตรการเกษตร (Agriculture) ประกอบด้วย 2 มาตรการ ซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซเรือน กระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 82,926 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แม้ว่าจังหวัดศรีสะเกษจะมีการจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกใน ระดับเมืองเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้การเดินหน้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำเป็นไปอย่างยั่งยืนโครงการได้จัดทำสรุป ข้อเสนอแนะให้ทางจังหวัดศรีสะเกษ ดังนี้ หน่วยงานรับผิดชอบหลัก : ควรแต่งตั้งหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบที่จะรับผิดชอบการ ดำเนินงานและผลักดันแผนการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้หน่วยงานที่จะมารับดำเนินการต่อเสนอให้เป็นศูนย์ ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพจังหวัด รายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก : ควรมีการปรับปรุงข้อมูลก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานของแผนการลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งมีการปรับแบบฟอร์มการรายงานให้เป็น มาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งในส่วนที่ยังไม่มีข้อมูล เช่น ภาคขนส่ง ในเรื่องเที่ยวรถ หรือระยะทาง มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ : จังหวัดไม่ได้มีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกจาก 25 มาตรการที่นำเสนอในแผนการลดก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดเท่านั้น ยังมีมาตรการอื่นๆที่จังหวัดสามารถนำมา ดำเนินการได้อีกอาจต้องมีการพิจารณาศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจก : มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่เสนอในรายงานฉบับนี้ได้ คัดเลือกจากสภาวะแวดล้อมและความเหมาะสมที่เหมาะกับบริบทจังหวัด ณ ปี 2566 ซึ่งในอนาคตอาจจะมี เทคโนโลยีหรือบริบทของจังหวัดที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจังหวัดควรทบทวนและคัดเลือกมาตรการลดก๊าซเรือน กระจกอีกครั้งหรืออย่างน้อยทุก ๆ 3 ปี จากมติเห็นชอบของคณะกรรมการและคณะทำงานการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ) ได้ทำการคัดเลือกมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำมาจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจังหวัด และเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติการในมาตรการอื่น ๆ ของจังหวัด ต่อไปทั้งนี้ มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกที่ถูกคัดเลือกนำมาจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของจังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ 1) มาตรการการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็นหลอดไฟ LED 2) มาตรการส่งเสริม การลดปริมาณขยะต้นทาง 3) มาตรการการปลูกป่าอย่างยั่งยืน และ 4) มาตรการการส่งเสริมเกษตรปลอดภัย


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 204 9.2 สรุปผลรายงานความเสี่ยงและมาตรการปรับตัว (Adaptation) ข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า ดัชนีความเสี่ยงภาพรวม ช่วงปี พ.ศ. 2559-2578 (RCP4.5) ในสาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ จังหวัดศรีสะเกษมีความเสี่ยงเป็นอันดับ 9 ของประเทศ สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารมีความเสี่ยงเป็นอันดับ 6 ของประเทศ สาขาการท่องเที่ยว มีความเสี่ยงเป็นอันดับ 39 ของประเทศ สาขาสาธารณสุขมีความเสี่ยงเป็นอันดับ 6 ของประเทศ สาขาการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติมีความเสี่ยง เป็นลำดับ 15 ของประเทศ และสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์มี ความเสี่ยงเป็นลำดับ 16 ของประเทศ ส่วน RCP8.5 พบว่าในสาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ ความเสี่ยงเป็นลำดับที่ 11 สาขาเกษตรและความมั่นคงทางอาหารมีความเสี่ยงเป็นลำดับที่ 6 สาขาการท่องเที่ยว สาขาสาธารณสุข สาขา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์มีความเสี่ยงรวมเป็นอันดับที่ 45, 6, 15 และ 19 ข้อมูลการคาดการณ์ภาวะภัยจากสภาพภูมิอากาศและผลกระทบในอนาคตโดยใช้ข้อมูลปัจจัยจากดัชนี ด้านสภาพภูมิอากาศ คือ ค่าเฉลี่ยรายปีของอุณหภูมิเฉลี่ย (tmean) ค่าเฉลี่ยรายปีของอุณหภูมิต่ำสุด (tasmin) ค่าเฉลี่ยรายปีของอุณหภูมิสูงสุด (tasmax) ปริมาณฝนสะสมรายปี (pr) ซึ่งใช้ข้อมูลปีฐาน พ.ศ. 2513 - 2548 และ ข้อมูลคาดการณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 -2642 พบว่ากรณี RCP8.5 จังหวัดศรีสะเกษอุณหภูมิสูงสุดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2 องศา เซลเซียส ส่วนปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีมีแนวโน้มลดลง 60 มิลลิลิตร ประกอบการปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นใน ฤดูน้ำหลาก นอกจากนั้นจะมีโรคติดต่อทางเดินอาหารและโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นจากอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น ประกอบ กับวิสัยทัศน์จังหวัดที่มุ่งเกษตรปลอดภัย รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ผลิตภัณฑ์มวลรวมมาจากภาค เกษตรเป็นหลัก และภัยที่ผ่านมาในรอบ 10 ปี มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 1,799,493 ไร่ (ร้อยละ 45.45 ของพื้นที่ทำ การเกษตร) ดังนั้นทางคณะทำงานรายงานความเสี่ยงและมาตรการปรับตัว จึงได้เลือก 3 สาขาในการดำเนินการก่อน คือ 1) สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ 2) สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร และ 3) สาขาสาธารณสุข โดย มีความเสี่ยงที่มีความสำคัญสูงสุด คือ 1) การหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 2) ผลผลิตต่ำและการ หยุดชะงักชั่วคราวของระบบการผลิตทางการเกษตรจากน้ำไม่เพียงพอ และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผลิตภาพดิน และ 3) โรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดต่อทางอาหารแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมการพัฒนา แนวทางลดก๊าซเรือนกระจกได้มีมติเลือกมาตรการและโครงการกิจกรรมในแต่ละสาขา ดังนี้ 1) สาขาการจัดการทรัพยากรน้ำ ความเสี่ยงการหยุดชะงักของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค มีทั้งหมด 6 มาตรการ จำนวน 26 กิจกรรม/โครงการ แยกเป็นระยะสั้น (2567-2568) 25 กิจกรรม/โครงการ ระยะกลาง (2569-2571) 5 กิจกรรม/โครงการ และระยะยาว (2572-2573) 6 กิจกรรม/โครงการ


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 205 2) สาขาการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ความเสี่ยงผลผลิตต่ำและการหยุดชะงักชั่วคราวของ ระบบการผลิตทางการเกษตรจากน้ำไม่เพียงพอ และการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผลิตภาพดิน มีทั้งหมด 6 มาตรการ จำนวน 19 กิจกรรม/โครงการ แยกเป็นระยะสั้น (2567-2568) 17 กิจกรรม/โครงการ ระยะกลาง (2569-2571) 17 กิจกรรม/โครงการ และระยะยาว (2572-2573) 15 กิจกรรม/โครงการ 3) สาขาสาธารณสุข ความเสี่ยง โรคไข้หวัดใหญ่และโรคติดต่อทางอาหารแพร่กระจายเพิ่มขึ้น มีทั้งหมด 3 มาตรการ จำนวน 6 กิจกรรม/โครงการ แยกเป็นระยะสั้น (2567-2568) 6 กิจกรรม/โครงการ ระยะกลาง (2569-2571) 6 กิจกรรม/โครงการ และระยะยาว (2572-2573) 6 กิจกรรม/โครงการ 9.3 ข้อเสนอแนะ สำหรับข้อเสนอแนะในการทำรายงานความเสี่ยงและมาตรการปรับตัว จะสอดรับการการจัดทำรายงาน ข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและแผนการลดก๊าซเรือนกระจก กล่าวคือ หน่วยงานรับผิดชอบหลัก : ควรแต่งตั้งหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบที่จะรับผิดชอบการ ดำเนินงานและผลักดันแผนการลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้หน่วยงานที่จะมารับดำเนินการต่อ เสนอให้เป็นศูนย์ ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพจังหวัด รายงานข้อมูลความเสี่ยง: ควรมีการปรับปรุงข้อมูลความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นการ ติดตามผลการดำเนินงานของมาตรการปรับตัว รวมทั้งมีการปรับแบบฟอร์มการรายงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งในส่วนที่ยังไม่มีข้อมูล เช่น สาขาสาธารณสุขที่ยังไม่มีรายงานในส่วนของโรคที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ การบูรณาการแผนการดำเนินงานให้เป็นภาพของจังหวัด เนื่องจากงบประมาณในหน่วยงานมี ไม่เพียงพอที่จะดำเนินการได้ครอบคลุมทั้งจังหวัดภายในระยะเวลา 5 ปี โดยงบที่ควรจัดสนับสนุน ควรเป็นงบ พัฒนาจังหวัด


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 206


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 207


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 208


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 209


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 210


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 211


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 212


รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 213


Click to View FlipBook Version