รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 2. กลุ่มมาตรการการพัฒนาพลังงานทางเลือก (Alternative Energy) ประกอเท่ากับ 78,162 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตารางที่ 4-6 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการพัฒนาพลังลำดับ รหัส มาตรการ 2563 2564 2AE การพัฒนาพลังงานทางเลือก 1 SSK-AE-01 การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์ในอาคารภาครัฐ ภาค ธุรกิจการค้า ภาคครัวเรือน 0 0 2 SSK-AE-02 การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงาน แสงอาทิตย์เพื่อใช้ในระบบสูบน้ำภาค การเกษตร 0 0 รวม 0 0
88 บด้วย 2 มาตรการซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปีพ.ศ. 2573 งานทางเลือก (Alternative Energy) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ) 565 2566 2567 2568 2569 2570 2571 2572 2573 0 0 10,947 21,894 32,841 43,788 54,735 65,682 76,629 0 0 219 438 657 876 1,095 1,314 1,533 0 0 11,166 22,332 33,498 44,664 55,830 66,996 78,162
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 3. กลุ่มมาตรการในการจัดการภาคขนส่ง (Transportation Management) ป2573 เท่ากับ 22,097 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตารางที่ 4-7 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการจัดการในภลำดับ รหัส มาตรการ 2563 2564 256TM การจัดการในภาคขนส่ง 1 SSK-TM-01 การทดแทนรถจักรยานยนต์บริการ ส่งอาหารด้วย EV Motorcycle 0 0 02 SSK-TM-02 การทดแทนรถยนต์ส่วนบุคคลด้วย EV Car 0 0 03 SSK-TM-03 การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทน น้ำมันดีเซล 0 0 04 SSK-TM-04 การส่งเสริมแก๊สโซฮอล์แทนน้ำมัน เบนซิน 0 0 0รวม 0 0 0
89 ประกอบด้วย 4 มาตรการซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปีพ.ศ. าคขนส่ง (Transportation Management) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ) 65 2566 2567 2568 2569 2570 2571 2572 2573 0 36 72 108 144 180 216 216 0 871 1,742 2,612 3,483 4,354 5,225 6,095 0 6,880 8,219 9,600 11,028 12,506 14,038 15,630 0 22 45 67 89 111 134 156 0 7,809 10,077 12,388 14,744 17,152 19,613 22,097
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 4. กลุ่มมาตรการด้านการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ (Wเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 471,128 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบตารางที่ 4-8 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการการจัดการขยะลำดับ รหัส มาตรการ ป2563 2564 2565 25WM การจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ 1 SSK-WM-01 การส่งเสริมการลดปริมาณขยะ ต้นทาง 0 0 0 2 SSK-WM-02 การบริหารจัดการและกำจัด ขยะมูลฝอยด้วยวิธีการแปรรูป ขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า (Incineration) 0 0 0 3 SSK-WM-03 มาตรการส่งเสริมการจัดการ น้ำเสียในภาครัฐ ภาคธุรกิจ การค้า ภาคครัวเรือน 0 0 0 รวม 0 0 0
90 Waste Management) ประกอบด้วย 3 มาตรการซึ่งมีศักยภาพการลดก๊าซ บเท่าต่อปี มูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ (Waste Management) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ) 566 2567 2568 2569 2570 2571 2572 2573 0 45,384 52,307 58,955 65,384 71,641 77,762 83,773 0 0 0 0 23,449 23,449 23,449 23,449 0 134,802 159,067 187,699 221,484 261,352 308,395 363,906 0 180,186 211,374 246,654 310,317 356,442 409,606 471,128
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 5. กลุ่มมาตรการป่าไม้และพื้นที่สีเขียว (Forest) ประกอบด้วย 3 มาตรการซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตารางที่ 4-9 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการป่าไม้และพื้นที่สีลำดับ รหัส มาตรการ ป2563 2564 2565 2FOR ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว 1 SSK-FOR-01 การปลูกป่าอย่างยั่งยืน 0 0 0 2 SSK-FOR-02 การฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และลดการทำลายป่า 0 0 0 3 SSK-FOR-03 การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ สาธารณะ 0 0 0 รวม 0 0 0
91 งมีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 34,771 ตัน สีเขียว (Forest) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ) 2566 2567 2568 2569 2570 2571 2572 2573 0 3,033 6,065 9,098 12,130 15,163 18,195 21,228 0 933 1,865 2,798 3,731 4,663 5,596 6,529 0 1,002 2,004 3,006 4,008 5,010 6,012 7,014 0 4,967 9,934 14,901 19,869 24,836 29,803 34,771
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 6. กลุ่มมาตรการด้านการเกษตร (Agriculture) ประกอบด้วย 2 มาตรการซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตารางที่ 4-10 ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มมาตรการเกษตร (Agricลำดับ รหัส มาตรการ ป2563 2564 2565 2AGR การเกษตร 1 SSK-AGR-01 การส่งเสริมเกษตรปลอดภัย 0 0 0 2 SSK-AGR-02 การลดการเผาในพื้นที่เกษตร 0 0 0 รวม 0 0 0
92 มีศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกรวม ณ ปี พ.ศ. 2573 เท่ากับ 82,926 ตัน culture) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง (ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ) 2566 2567 2568 2569 2570 2571 2572 2573 0 11,741 23,482 35,223 46,964 58,705 70,445 82,186 0 106 211 317 423 529 634 740 0 11,847 23,693 35,540 47,387 59,234 71,079 82,926
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 93 4.3 ข้อเสนอแนะแนวทางต่อยอดการพัฒนาทางธุรกิจ (Business Model) ของมาตรการการลดก๊าซเรือน กระจก และข้อเสนอแนะด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตารางที่ 4-11 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การลดใช้พลังงานในภาครัฐ ภาคธุรกิจการค้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output ส่วนของลูกค้า (Customer Segment: CS) ราคาในการเปลี่ยนอุปกรณ์กับ ผลตอบแทนในการลงทุนยังไม่ คุ้มค่า - ส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนวางแผนในการเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อ ลดการใช้พลังงานเป็นระยะ เพื่อลดการ ลงทุนเป็นก้อนใหญ่ - รัฐออกมาตรการส่งเสริม ให้ส่วนลด สำหรับหน่วยงานที่จะเข้าร่วมโครงการ เปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อลดการใช้พลังงาน การวิเคราะห์คุณค่าเชิงธุรกิจ (Value Propositions: VP) - ไม่มีนโยบายการลดราคาให้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนที่เข้าร่วม โครงการ - ช่องทางในการเข้าถึงข้อมูล ผลิตภัณฑ์สำหรับการลดพลังงาน ที่หลากหลายมีน้อยช่องทาง - รัฐออกนโยบายการลดราคาให้หน่วยงาน ต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่ เข้าร่วมโครงการ - เพิ่มช่องทางการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ สำหรับการลดพลังงานที่หลากหลาย ช่องทาง การสร้างความสัมพันธ์อันดี กับลูกค้า (Customer Relations: CR) - ให้ส่วนลดพิเศษสำหรับ หน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม การลดการใช้พลังงาน - ให้ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อ จำนวนมาก หรือลูกค้าที่กลับมา ซื้อซ้ำ - ข้อมูลต้นทุนและความคุ้มค่าใน การลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์ - รัฐออกนโยบายการลดราคาให้หน่วยงาน ต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่ เข้าร่วมโครงการ - เพิ่มช่องทางการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ สำหรับการลดพลังงานที่หลากหลาย ช่องทาง
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 94 Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อประหยัด พลังงาน กิจกรรมหลัก (Key Activities: KA) - ข้อมูลความคุ้มค่าเมื่อเปลี่ยนมา ใช้อุปกรณ์เพื่อการประหยัด พลังงาน - ส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ วางแผนในการเปลี่ยนอุปกรณ์ เพื่อลดการใช้พลังงาน - เพิ่มช่องทางการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ สำหรับการลดพลังงานที่หลากหลาย ช่องทาง - รัฐออกมาตรการส่งเสริมให้หน่วยงาน วางแผนในการเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อ ประหยัดพลังงาน คู่ค้าทางธุรกิจ หรือพันธมิตร หลัก (Key Partnerships: KP) - คู่ค้าทางธุรกิจ พันธมิตรหลัก หรือที่ปรึกษาให้คำแนะนำ เรื่อง ผลิตภัณฑ์มีน้อย ไม่ครอบคลุม ทุกภาคส่วน ติดต่อคู่ค้าทางธุรกิจหรือที่ปรึกษา ผลิตภัณฑ์ในการลดการใช้พลังงาน และ ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ถึงวิธีการและประโยชน์ของการเปลี่ยน อุปกรณ์เพื่อลดการใช้พลังงาน โครงสร้าง ค่าใช้จ่าย (Cost Structure: CS) ยังไม่มีการทำรายงานสรุปการใช้ พลังงานที่ชัดเจน รัฐกระตุ้นให้เกิดการจัดทำบัญชีรายงาน การใช้พลังงานในทุกจุดขององค์กร กระแสรายได้ (Revenue Streams: RS) การลดต้นทุนการใช้พลังงานใน องค์กร รัฐกระตุ้นให้เกิดการวางแผนการเปลี่ยน อุปกรณ์ และสรุปการใช้พลังงาน เปรียบเทียบกัน
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ภาพที่ 4-4 Business Model Canvas มาตรการ : การลดใช้พลัง
95 งงานในภาครัฐ ภาคธุรกิจการค้า ภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 96 ตารางที่ 4-12 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซล Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output ส่วนของลูกค้า (Customer Segment: CS) - ราคาน้ำมันไบโอดีเซลกับ น้ำมันดีเซลใกล้เคียงกัน - ความไม่เข้าใจในชื่อเรียก น้ำมันดีเซล กับไบโอดีเซลใน ตลาดประเทศไทยปัจจุบัน สร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการและ ประชาชนในการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนการใช้น้ำมันดีเซล การวิเคราะห์คุณค่าเชิงธุรกิจ (Value Propositions: VP) - ช่องทางจำหน่าย(หัวจ่าย) น้ำมันไบโอดีเซล - การให้องค์ความรู้เรื่อง มาตรฐานและความปลอดภัย ของน้ำมันไบโอดีเซล สร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการและ ประชาชนในการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ำมันดีเซล การสร้างความสัมพันธ์อันดี กับลูกค้า (Customer Relations: CR) - นโยบายการลดราคา - นโยบายในการลดราคาน้ำมันไบโอดีเซล ลงเพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการและ ประชาชนหันมาใช้น้ำมันไบโอดีเซล กิจกรรมหลัก (Key Activities: KA) - การควบคุมมาตรฐาน น้ำมันไบโอดีเซล - วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ ผู้ประกอบการและประชาชน เปลี่ยนมาใช้น้ำมันไบโอดีเซล - นโยบายในการสร้างการรับรู้เรื่อง มาตรฐานของน้ำมันไบโอดีเซล - ภาครัฐวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ ผู้ประกอบการและประชาชนหันมาใช้ น้ำมันไบโอดีเซล และนำปัจจัยไปกำหนด นโยบาย คู่ค้าทางธุรกิจ หรือพันธมิตร หลัก (KeyPartnerships:KP) ขาดมาตรการในการช่วยเหลือ ในด้านราคาเพื่อให้เกิดการ จูงใจ รัฐบาลออกมาตรการลดราคาน้ำมัน ไบโอดีเซล เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยน มาใช้น้ำมันไบโอดีเซล โครงสร้าง ค่าใช้จ่าย (Cost Structure: CS) ไม่มีรายงานความคุ้มค่าเมื่อ เปลี่ยนมาใช้นำมันไบโอดีเซล รัฐทำรายงานความคุ้มค่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้ นำมันไบโอดีเซล กระแสรายได้ (Revenue Streams: RS) การเปลี่ยนมาใช้น้ำมันไบโอ ดีเซลเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง มาตรการกระตุ้นการใช้น้ำมันไบโอดีเซล เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ภาพที่ 4-5 Business Model Canvas มาตรกา
97 ร : การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซล
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 98 ตารางที่ 4-13 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การส่งเสริมแก๊สโซฮอลล์แทนน้ำมันเบนซิน Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output ส่วนของลูกค้า (Customer Segment: CS) - ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ - ความไม่เข้าใจในชื่อเรียก น้ำมันแก๊สโซฮอลล์กับน้ำมัน เบนซินในตลาดประเทศไทย ปัจจุบัน สร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการและ ประชาชนในการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ ทดแทนน้ำมันเบนซิน การวิเคราะห์คุณค่าเชิงธุรกิจ (Value Propositions: VP) - ช่องทางจำหน่าย(หัวจ่าย) น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ - การให้องค์ความรู้เรื่อง มาตรฐานและความปลอดภัย ของน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ สร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการและ ประชาชนในการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ ทดแทนน้ำมันเบนซิน การสร้างความสัมพันธ์อันดี กับลูกค้า (Customer Relations: CR) - นโยบายการลดราคา - นโยบายในการลดราคาน้ำมันแก๊ส โซฮอลล์ลง เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการ และประชาชนหันมาใช้น้ำมันแก๊ส โซฮอลล์ กิจกรรมหลัก (Key Activities: KA) - การควบคุมมาตรฐานน้ำมัน แก๊สโซฮอล - วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ ผู้ประกอบการและประชาชน เปลี่ยนมาใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอลล์ - นโยบายในการสร้างการรับรู้เรื่อง มาตรฐานของน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ - ภาครัฐวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ ผู้ประกอบการและประชาชนหันมาใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ และนำปัจจัยไป กำหนดนโยบาย คู่ค้าทางธุรกิจ หรือพันธมิตร หลัก (KeyPartnerships:KP) ขาดมาตรการในการช่วยเหลือ ในด้านราคาเพื่อให้เกิดการ จูงใจ รัฐบาลออกมาตรการลดราคาน้ำมันแก๊ส โซฮอลล์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนมา ใช้น้ำมันเบนซิน โครงสร้าง ค่าใช้จ่าย (Cost Structure: CS) ไม่มีรายงานความคุ้มค่าเมื่อ เปลี่ยนมาใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอลล์ รัฐทำรายงานความคุ้มค่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้ น้ำมันแก๊สโซฮอลล์
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 99 Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output กระแสรายได้ (Revenue Streams: RS) การเปลี่ยนมาใช้น้ำมันแก๊ส โซฮอลล์เพื่อลดต้นทุน เชื้อเพลิง มาตรการกระตุ้นการใช้น้ำมันแก๊ส โซฮอลล์เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ภาพที่ 4-6 Business Model Canvas มาตรกา
100 าร : การส่งเสริมแก๊สโซฮอลล์แทนน้ำมันเบนซิน
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 101 ตารางที่ 4-14 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output ส่วนของลูกค้า (Customer Segment: CS) - ความรู้ความเข้าใจในการใช้ ประโยชน์จากขยะ - สัดส่วน อปท. ที่มีการเก็บ ขนขยะยังมีจำนวนน้อย - ท้องถิ่นส่งเสริมรถขนขยะให้กับ อปท. - ส่งเสริมการให้ความรู้ ข้อมูลในการใช้ ประโยชน์จากขยะ การวิเคราะห์คุณค่าเชิงธุรกิจ (Value Propositions: VP) - ระบบเก็บ ขน ขยะที่มี ประสิทธิภาพ - นโยบายการลดราคาค่าเก็บ ขนขยะให้หน่วยงานต่างๆ ทั้ง ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ที่เข้าร่วมโครงการ - อปท. สร้าง Solution ในพื้นที่ตัวเองใน เรื่องของการเก็บ ขน ขยะ - รัฐออกนโยบายลดค่าเก็บขนเพื่อจูงใจ ให้กับ อปท. ต่างๆ ในการเริ่มสร้างระบบ เก็บ ขนขยะ การสร้างความสัมพันธ์อันดี กับลูกค้า (Customer Relations: CR) ประชาชนบางส่วนยังไม่เข้าใจ ในเรื่องมาตรฐาน ความ ปลอดภัยการคัดแยกขยะ - สร้างความเข้าใจในเรื่องมาตรฐาน ความ ปลอดภัยการคัดแยกขยะให้กับประชาชน ทั่วไป กิจกรรมหลัก (Key Activities: KA) - อปท. หลายแห่งยังไม่มี Solution ในการคัดแยกขยะ ต้นทาง - กติกาชุมชนเรื่องการจัดการขยะต้นทาง - การสร้างชุมชนต้นแบบการคัดแยกขยะ ต้นทางในแต่ละ อปท. คู่ค้าทางธุรกิจ หรือพันธมิตร หลัก (Key Partnerships: KP) พันธมิตรที่ให้การสนับสนุน องค์ความรู้ ในการคัดแยก ขยะต้นทาง หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องตลอดทั้ง โซ่อุปทานขยะ ทั้งภาครัฐ เอกชน และ ประชาชน โครงสร้าง ค่าใช้จ่าย (Cost Structure: CS) ที่มาและรายการงบประมาณ - งบประมาณซื้อและซ่อมบำรุงรถขนขยะ - ต้นทุนค่าสื่อประชาสัมพันธ์ กระแสรายได้ (Revenue Streams: RS) ที่มาของรายได้เมื่อเกิดการคัด แยกขยะต้นทาง - ผู้คัดแยกมีรายได้จากการขายขยะ Recycle - ภาครัฐมีต้นทุนในการจัดการขยะ ปลายทางลดลง
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ภาพที่ 4-7 Business Model Canvas ม
102 มาตรการ : การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 103 ตารางที่ 4-15 แผนสรุปแนวทางการพัฒนามาตรการ : การเพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียว Business Model Canvas (BMC) Pain Point Output ส่วนของลูกค้า (Customer Segment: CS) - ประชาชนยังขาดความรู้เรื่อง การปลูกป่าเพื่อแลกเงินจาก ตลาดคาร์บอนเครดิต - จัดสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับ การปลูกป่าเพื่อรับเงินจากตลาดคาร์บอน เครดิต การวิเคราะห์คุณค่าเชิงธุรกิจ (Value Propositions: VP) - การขึ้นทะเบียนแปลงปลูก ป่า ยังมีขั้นตอนที่ยากและ ซับซ้อน รวมถึงค่าใช้จ่ายใน การประเมินเพื่อขึ้นทะเบียน แปลงปลูกป่ามีราคาสูง - จัดสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับ การปลูกป่าเพื่อซื้อขายในตลาดคาร์บอน เครดิต การสร้างความสัมพันธ์อันดี กับลูกค้า (Customer Relations: CR) ประชาชนยังเข้าไม่ถึง แหล่งข้อมูลการขึ้นทะเบียน แปลงปลูกป่าเพื่อรับเงินจาก คาร์บอนเครดิตอย่างถูกต้อง การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปลูก ป่าเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดย สื่อสารข้อมูลให้เข้าใจโดยง่ายและสะดวก กิจกรรมหลัก (Key Activities: KA) ประชาชนยังเข้าไม่ถึง แหล่งข้อมูลการขึ้นทะเบียน แปลงปลูกป่าเพื่อรับเงินจาก คาร์บอนเครดิตอย่างถูกต้อง การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งด้านระเบียบ กฎหมาย เกี่ยวกับขั้นตอนการขึ้น ทะเบียนแปลงปลูกป่าที่ง่าย เพื่อสร้าง ความเข้าใจในการรับเงินจากตลาด คาร์บอนเครดิต คู่ค้าทางธุรกิจ หรือพันธมิตร หลัก (Key Partnerships: KP) พันธมิตรที่ให้การสนับสนุน องค์ความรู้ในการขึ้นทะเบียน แปลงปลูกป่าเพื่อรับเงินจาก ตลาดคาร์บอนเครดิต หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดทั้งห่วง โซ่อุปทานตลาดคาร์บอนเครดิต ทั้ง ภาครัฐ เอกชน และประชาชน โครงสร้าง ค่าใช้จ่าย (Cost Structure: CS) ที่มาและรายการงบประมาณ งบประมาณในการประชาสัมพันธ์ กระแสรายได้ (Revenue Streams: RS) ที่มาของรายได้เมื่อเกิดการขึ้น ทะเบียนแปลงปลูกป่าเพื่อรับ เงินจากตลาดคาร์บอนเครดิต รายได้จากการขึ้นทะเบียนแปลงปลูกป่า
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ภาพที่ 4-8 Business Model Canvas มา
104 าตรการ : การเพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียว
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 105 บทที่ 5 แผนปฏิบัติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด 5.1 การจัดทำแผนปฏิบัติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด การจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะพิจารณาตามกระบวนการ PDCA (Plan-Do-Check-Act) ของศาสตราจารย์ เดมมิ่ง (Deming's cycle ) ซึ่งประกอบด้วย การวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบ การปรับปรุงการดำเนินการให้เหมาะสม และเมื่อพิจารณาร่วมกับแนวความคิดการตรวจวัด การ รายงานผล และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification : MRV) เพื่อตรวจสอบและสร้าง ความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะปริมาณการปล่อยและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับแนวความคิดในการจัดทำแผนปฏิบัติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แสดงดังภาพที่ 5-1 ภาพที่ 5-1 แนวความคิดในการจัดทำแผนปฏิบัติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 106 จากมติเห็นชอบของคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด (จังหวัดศรีสะเกษ) ได้ทำการคัดเลือกมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำมาจัดทำแผนปฏิบัติการการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด จำนวน 4 มาตรการ ดังนี้ 1) มาตรการการเปลี่ยนชุด ไฟทางสาธารณะเป็นหลอดไฟ LED 2) มาตรการส่งเสริมการลดปริมาณขยะต้นทาง 3) มาตรการการปลูกป่าอย่างยั่งยืน 4) มาตรการการส่งเสริมเกษตรปลอดภัย 5.1.1 แผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก “มาตรการการเปลี่ยนชุดไฟสาธารณะเป็นหลอดไฟ LED” (SSK-EE-01) 1. หลักการและเหตุผล เนื่องจากการใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับการให้แสงสว่างของทางสาธารณะเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ทั้ง ทางด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย และมีแนวโน้มการติดตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเทคโนโลยี ในปัจจุบันสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในส่วนนี้ได้ด้วยการเปลี่ยนชนิดของหลอดไฟ โดยการใช้กำลังไฟฟ้า น้อยลงแต่ยังคงคุณภาพการใช้งานเท่าเดิมหรือมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทำให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้มีใช้ใน อนาคต ลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ซึ่งการลดการใช้ไฟฟ้านอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไฟนีออน เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยในการอนุรักษ์พลังงาน โดย สามารถให้ความสว่างมากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอดนีออนแบบเก่า แต่ใช้กำลังไฟฟ้า (วัตต์) น้อยกว่า จึงกินไฟน้อยกว่า ซึ่งความสว่างที่มากกว่านี้ จะสามารถลดจำนวนหลอดไฟที่เคยใช้ให้น้อยลงได้ด้วย เป็น การช่วยลดต้นทุนค่าจ่ายและช่วยประหยัดได้อย่างมาก มีอายุของการใช้งานที่ยาวนานกว่า 50,000 ชั่วโมง จึงช่วย ลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอดไฟบ่อย และลดค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาได้ ซึ่งแตกต่างจากหลอด ฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดไฟนีออนที่มีอายุการใช้งานสั้นกว่า และค่าความสว่างจะลดลงเรื่อย ๆ ตามชั่วโมง การใช้งาน หลอดไฟ LED มีน้ำหนักเบา มีความทนทานสูง ยืดหยุ่นได้ดี และไม่แตกหักง่าย เมื่อเทียบกับหลอดไฟ นีออน นอกจากนี้ยังมีความร้อนต่ำ และมีการระบายความร้อนได้ดี จึงไม่ทำให้หลอดไฟร้อน ส่งผลให้ห้องหรือ บริเวณที่ใช้ไฟนั้นไม่ร้อน และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่มีรังสียูวี(UV) ไม่มีส่วนประกอบของสารพิษ เช่น สารปรอท สารตะกั่ว หรือ โลหะหนัก จึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 107 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว - สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน (การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570 หมุดหมายที่10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ แผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเด็นการพัฒนากลุ่มจังหวัด 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนงานที่ 2 การบริหารจัดการพลังงานเพื่อความยั่งยืน แผนพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ประเด็นการพัฒนาที่ 4 อนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มาตรการการเปลี่ยนชุดไฟสาธารณะเป็นหลอดไฟ LED ภาพที่ 5-2 ความเชื่อมโยงของมาตรการ SSK-EE-01 กับแผนพัฒนาระดับต่างๆ
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 108 2. กรอบแนวคิด การจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้นำแนวคิดกระบวนการ PDCA (Plan-DoCheck-Act) ซึ่งประกอบด้วย การวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบ การปรับปรุงการดำเนินการให้ เหมาะสม โดยพิจารณาร่วมกับแนวความคิดการตรวจวัด การรายงานผล และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) เพื่อตรวจสอบและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปริมาณ การปล่อยและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาพที่ 5-3 แนวคิดกระบวนการ PDCA เพื่อจัดทำมาตรการ SSK-EE-01 3.วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อลดการใช้พลังงานด้วยการปรับเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะ มาใช้หลอด LED ทดแทน ของเดิม ร้อยละ 20 ภายในปี 2573 3.2 สนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดศรีสะเกษให้ได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 35 ภายในปี 2573 4. ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเปลี่ยนชุดไฟทางสาธารณะเป็นหลอดไฟฟ้าแบบ LED จังหวัดศรีสะเกษ มีการใช้พลังงานไฟฟ้าของไฟฟ้าสาธารณะ 13,962,749 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี พ.ศ. 2562 โดยคาดว่ามีการปรับเปลี่ยนชุดไฟทางสาธารณะแล้วร้อยละ 20 เหลือการใช้พลังไฟฟ้าที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดไฟ ทางสาธารณะเป็นหลอด LED 11,170,199 กิโลวัตต์ชั่วโมง จังหวัดศรีสะเกษจึงมีเป้าหมาย ในการเปลี่ยนชุดไฟทาง สาธารณะเป็นหลอดไฟ LED ร้อยละ 35 ภายในปี 2573 หรือจำนวน 3,570 หลอด โดยเริ่มดำเนินโครงการ ในปี พ.ศ.2567 และดำเนินการต่อเนื่องถึงปี 2573 ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้รวม 1,094 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 109 ตารางที่ 5-1 ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินตามมาตรการเปลี่ยนชุดไฟสาธารณะเป็นหลอด LED พ.ศ. เป้าหมาย (%) จำนวนหลอด ที่เปลี่ยน ปริมาณการปล่อย GHG ก่อนดำเนิน โครงการ (BE)(tCO2eq/ปี) ปริมาณการปล่อย GHG หลังดำเนิน โครงการ (PE)(tCO2eq/ปี) ปริมาณการลด GHG (BE)(tCO2eq/ปี) 2562 2563 2564 2565 2566 2567 5 127 70 31 39 2568 10 255 140 61 78 2569 15 382 209 92 117 2570 20 510 279 123 156 2571 25 637 349 154 195 2572 30 765 419 184 235 2573 35 892 489 215 274 5. แนวทางการดำเนินงาน • สำรวจและรวบรวมฐานข้อมูลจำนวนหลอดไฟฟ้าแสงสว่างทางสาธารณะ และจำนวนการเปลี่ยนเป็น หลอดไฟฟ้าแบบ LED (Light Emitting Diode) - สำรวจข้อมูลจำนวนหลอดไฟฟ้าแสงสว่างทางสาธารณะ (หลอดโซเดียม หลอดแสงจันทร์ หลอด ฟลูออเรสเซนต์ หลอดเมทัลฮาไลด์) และจำนวนหลอดไฟฟ้าทางสาธารณะที่ได้รับการเปลี่ยนเป็นหลอดแบบ LED จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - กำหนดพื้นที่ที่มีความพร้อมในการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็นหลอดไฟแบบ LED - หาแหล่งทุนสนับสนุนการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็นหลอดไฟแบบ LED • การดำเนินงานในการร่วมโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแสดงศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก - โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) - โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction : T-VER)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 110 6.งบประมาณและแหล่งทุน 6.1 งบประมาณแผ่นดิน หรือ รายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บให้แล้วส่งคืนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ภาษีที่รัฐบาลแบ่งสัดส่วนให้ รวมทั้งรายได้จากเงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุนเฉพาะ 6.2 เงินสนับสนุนจากการเข้าร่วมโครงการของกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 6.3 แหล่งรายได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ภาษี อากร กิจการเทศพาณิชย์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับต่าง ๆ 6.4 งบประมาณสนับสนุนจากภาคเอกชน 6.5 งบประมาณสนับสนุนจากต่างชาติ 6.6 การกู้ยืมจากหน่วยงานหรือสถาบันทางการเงินอื่นๆ 7.หน่วยงานรับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน หน่วยงานรับผิดชอบหลัก : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานพลังงานจังหวัดศรีสะเกษ หน่วยงานสนับสนุน : แขวงทางหลวงศรีสะเกษ แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ สำนักงานส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 8. แผนการดำเนินงานมาตรการการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็นหลอดตารางที่ 5-2 แผนการดำเนินงานมาตรการการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็นแนวทางดำเนินการ โครงการ 1. สำรวจและรวบรวม ฐานข้อมูล จำนวน หลอดไฟฟ้าแสงสว่าง สาธารณะ และจำนวน การเปลี่ยนหลอดไฟฟ้า LED (Light Emitting Diode) 1.1 สำรวจข้อมูลจำนวนหลอดไฟฟ้าแสงสว่างทาง สาธารณะ (หลอดโซเดียม หลอดแสงจันทร์หลอดฟลูออ เรสเซนต์ หลอดเมทัลฮาไลด์) และจำนวนหลอดไฟฟ้า สาธารณะที่ได้รับการเปลี่ยนเป็นหลอดไฟฟ้าแบบ LED จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1.2 โครงการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็น หลอดไฟฟ้าแบบ LED พร้อมหาแหล่งทุน 1.3 โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะ เป็นหลอดไฟฟ้าแบบ LED 2. เข้าร่วมโครงการการ ลดก๊าซเรือนกระจก 1.1 สำรวจข้อมูลจำนวนหลอดไฟฟ้าแสงสว่างทาง สาธารณะ (หลอดโซเดียม หลอดแสงจันทร์ หลอดฟลูออ เรสเซนต์ หลอดเมทัลฮาไลด์) และจำนวนหลอดไฟฟ้า สาธารณะที่ได้รับการเปลี่ยนเป็นหลอดไฟฟ้าแบบ LED จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1.2 โครงการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะเป็น หลอดไฟฟ้าแบบ LED พร้อมหาแหล่งทุน 1.3 โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนชุดไฟฟ้าทางสาธารณะ เป็นหลอดไฟฟ้าแบบ LED ** สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ (ติดตามประเมินผล)
111 ดไฟ LED นหลอดไฟ LED 2567-2568 2569-2570 2571-2573 หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานพลังงานจังหวัดศรีสะเกษ - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ - แขวงทางหลวงศรีสะเกษ - แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ - สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดศรีสะเกษ - องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ - องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 112 5.1.2 แผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก “มาตรการส่งเสริมการลดปริมาณขยะต้นทาง” (SSK-WM-01) 1. หลักการและเหตุผล จากประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ ให้ความสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียวและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคม ที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ โดยผ่านแนวทางและมาตรการต่าง ๆ เช่น การบริโภคและการผลิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางด้วยเป้าหมาย 3R (Reduce, Reuse และ Recycle) นอกจากนี้ยังมีการจัดแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จังหวัดสะอาดของกรมส่งเสริมการปกครองส่วน ท้องถิ่นในทุกปี ซึ่งมีกรอบแนวคิดหลักในการลดการเกิดขยะมูลฝอย ณ แหล่งกำเนิด การนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ และการใช้ประโยชน์ใหม่ตามหลักการ 3Rs การกำจัดขยะมูลฝอยแบบศูนย์รวม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นอกจากผลประโยชน์ทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว มาตรการส่งเสริมการลดปริมาณขยะต้นทางยังช่วยสนับสนุนการลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกส่วนหนึ่งด้วย ด้วยเหตุนี้มาตรการส่งเสริมการลดปริมาณขยะต้นทาง จึงถือเป็นประเด็นที่สำคัญ ที่มีส่วนช่วยสนับสนุน การบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทุกภาคส่วน ควรให้ความสำคัญและร่วมกันดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาของประเทศ จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์จังหวัดตามแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เนื่องด้วยจังหวัดศรีสะเกษเป็นเมืองเก่าแก่ มีทั้งศิลปะวัฒนธรรมและโบราณสถาน อีกทั้งประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย รวมถึงวิถีชีวิตเรียบง่าย แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ เช่น ปรางค์กู่ ปราสาทสระกำแพงน้อย ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทเยอ ปราสาทบ้านปราสาท ปราสาท โดนตวล บึงนกเป็ดน้ำไพรบึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ซึ่งนับเป็นมนต์ เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจเดินทางเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้จังหวัดเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีแนวโน้มการ สร้างขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง และการจัดการขยะมูลฝอยให้ถูกหลักวิชาการนั้น จะช่วยให้จังหวัดลดภาระในเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย ลดปริมาณขยะตกค้าง และช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการจัดการของเสีย โดยจากการศึกษา การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษ พบว่า ณ พ.ศ. 2562 (ปีฐาน) จังหวัดมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในภาคการจัดการของเสีย (Waste) เป็นอันดับที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 22.11% การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของ จังหวัดและมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นทุกปี
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 113 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว - สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 18 การเติบโตอย่างยั่งยืน (การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570 หมุดหมายที่10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ แผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประเด็นการพัฒนากลุ่มจังหวัด 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนงานที่ 3 การบริหารจัดการขยะในพื้นที่ แผนพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ประเด็นการพัฒนาที่ 4 อนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มาตรการส่งเสริมการลดปริมาณขยะต้นทาง ภาพที่ 5-4 ความเชื่อมโยงของมาตรการ SSK-WM-01 กับแผนพัฒนาระดับต่างๆ
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 114 2. กรอบแนวคิด การจัดทำแผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้นำแนวคิดกระบวนการ PDCA (Plan-DoCheck-Act) ซึ่งประกอบด้วย การวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบ การปรับปรุงการดำเนินการให้ เหมาะสม โดยพิจารณาร่วมกับแนวความคิดการตรวจวัด การรายงานผล และการทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) เพื่อตรวจสอบและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปริมาณ การปล่อยและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาพที่ 5-5 แนวคิดกระบวนการ PDCA เพื่อจัดทำมาตรการ SSK-WM-01 3.วัตถุประสงค์ 3.1 ส่งเสริมการคัดแยกขยะและนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อลดปริมาณขยะต้นทางหรือแหล่งกำเนิด โดยมี เป้าหมายลดปริมาณขยะที่จะนำไปกำจัดลงร้อยละ 50 ต่อปี 3.2 สนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดศรีสะเกษให้ได้ตามเป้าหมาย ร้อยละ 50 ภายในปี 2573 4. ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง จากสถิติข้อมูลขยะมูลฝอยชุมชนของจังหวัดศรีสะเกษในปี พ.ศ. 2562 พบว่าจังหวัดมีปริมาณขยะ มูลฝอยที่เกิดขึ้นประมาณ 495,758 ตันต่อปี หรือ 1,358.24 ตันต่อวัน โดยมีสัดส่วนองค์ประกอบขยะมูลฝอย คือ ขยะเศษอาหารมากที่สุด ร้อยละ 53.23 ตามด้วยขยะพลาสติก ร้อยละ 19.31 หากคิดเป็นอัตราการเกิดขยะ มูลฝอยของประชากรในจังหวัดศรีสะเกษจะเท่ากับ 0.3347 ตันต่อคนต่อวัน หรือ 334.70 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน จังหวัดศรีสะเกษมีเป้าหมายลดปริมาณขยะที่จะนำไปกำจัดลงร้อยละ 50 ต่อปี โดยเริ่มดำเนินการในปี 2566 และ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องซึ่งจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของจังหวัดศรีสะเกษในปีพ.ศ. 2573 ได้ ประมาณ 83,773 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รายละเอียดการประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก และ ภาพรวมการลดก๊าซเรือนกระจกดังตารางที่ 5-3 และ 5-4
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 115 ตารางที่ 5-3 การประเมินศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกของมาตรการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง PRE-WM-01 การลดปริมาณขยะที่ต้นทาง เป้าหมายด้าน ก๊าซเรือนกระจก การลดขยะต้นทาง ร้อยละ 50 ต่อปี วิธีการคำนวณ ปริมาณการลด ก๊าซเรือนกระจก ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก (ER) = การปล่อยก๊าซเรือนกระจกกรณีฐาน (BE) – การปล่อยก๊าซเรือนกระจกกรณีดำเนินโครงการ การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรณีฐาน (Baseline Emission) พิจารณาเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง โดยการตรวจวัดหรือ คำนวณจากข้อมูลปริมาณขยะทั้งหมด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรณีฐานสามารถคำนวณได้ ดังนี้ BEy = BEEL,y โดยที่ BEy = ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรณีฐาน ในปี y (tCO2 /year) BEEL,y = ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปริมาณขยะทั้งหมด ในปี y (tCO2 /year) การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินโครงการ (Project Emission) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินโครงการ พิจารณาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลด ปริมาณขยะที่ต้นทาง โดยการตรวจวัดหรือคำนวณจากข้อมูลปริมาณขยะทั้งหมด การปล่อยก๊าซ เรือนกระจกจากการดำเนินโครงการ สามารถคำนวณได้ดังนี้ PEy = PEEL,y โดยที่ PEy= ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรณีดำเนินโครงการ ในปี y (tCO2 /year) PEEL,y = ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปริมาณขยะทั้งหมด ในปี y (tCO2 /year) ERy = BEy - PEy - LEy โดยที่ ERy = การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี y (tCO2eq/year) BEy = การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรณีฐานในปี y (tCO2eq/year) PEy = การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินโครงการ ในปี y (tCO2eq/year) LEy = การปล่อยก๊าซเรือนกระจกนอกขอบเขตโครงการในปี y (tCO2eq/year) ศักยภาพการลด ก๊าซเรือนกระจก (ณ ปี พ.ศ. 2573) 83,773 tCO2eq
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 116 ตารางที่ 5-4 ภาพรวมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง พ.ศ. ปริมาณขยะที่ ต้องลดลง (ตันต่อปี) ปริมาณการปล่อย GHG ก่อนดำเนินโครงการ(BE) (tCO2eq) ปริมาณการปล่อย GHG หลังดำเนิน โครงการ(BE) (tCO2eq) ปริมาณการปล่อย GHG ที่ลดลง (tCO2eq) 2562 0 0 0 2563 6,835 0 0 2564 19,059 0 0 2565 28,717 0 0 2566 37,603 0 0 2567 77,890 45,876 492 45,384 2568 83,663 53,663 1,356 52,307 2569 89,437 61,065 2,110 58,955 2570 95,210 68,161 2,777 65,384 2571 100,984 75,016 3,375 71,641 2572 106,758 81,679 3,917 77,762 2573 112,531 88,189 4,416 83,773 5.แนวทางการดำเนินงาน • การสร้างความรู้ความเข้าใจในการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง การสื่อสารนโยบาย และการรณรงค์ให้ ประชาชนตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบร่วมกันต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • การส่งเสริมการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง การส่งเสริมการคัดแยกขยะตามหลักการ 7Rs เพื่อลดปริมาณ การเกิดขยะมูลฝอยชุมชน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและส่งเสริมพฤติกรรม การบริโภคและการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • การดำเนินงานในการร่วมโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแสดงศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) และโครงการลด ก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction : T-VER)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 117 6. งบประมาณและแหล่งเงินทุน 6.1 เงินงบประมาณแผ่นดินจากกระทรวงมหาดไทย / งบประมาณจังหวัด / ครัวเรือนดำเนินการเอง 6.2 แหล่งรายได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ภาษี อากร กิจการเทศพาณิชย์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับต่าง ๆ 6.3 งบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานต่างประเทศ 6.4 งบประมาณสนับสนุนจากภาคเอกชน 6.5 งบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม 7. หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักและสนับสนุน หน่วยงานรับผิดชอบหลัก : ครัวเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ หน่วยงานสนับสนุน : สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 12 (อุบลราชธานี) องค์การบริหาร จัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 8. แผนการดำเนินงานมาตรการส่งเสริมการลดปริมาณขยะที่ต้นทาง ตารางที่ 5-5 ภาพรวมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการลดปริมาณขยะที่แนวทางการดำเนินงาน โครงการ 1 การสร้างความรู้ความเข้าใจ ในการลดปริมาณขยะที่ต้น ทาง 1.1 โครงการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เสริม การสร้างความรู้ความเข้าใจในการลด ปริมาณขยะที่ต้นทาง 1.2 โครงการให้ความรู้และทักษะในการลด การผลิตขยะมูลฝอยและเพิ่มการนำขยะ กลับมาใช้ใหม่กับชุมชนและโรงเรียน/วัด 2 ส่งเสริมการลดปริมาณขยะ ที่ต้นทาง 2.1 โครงการส่งเสริมการลดขยะที่ต้นทาง ภายใต้หลักการ 7Rs ใน ครัวเรือน 2.2 โครงการสนับสนุน “ถังขยะอินทรีย์” ใน ครัวเรือนและชุมชน 2.3 โครงการจัดตั้ง “ศูนย์ขยะแลกเงิน” รับ แลกขยะและปุ๋ยอินทรีย์ ผ่านร้านค้าวิสาหกิจ ชุมชน สหกรณ์ชุมชน ร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน ฯลฯ 3 เข้าร่วมโครงการการลด ก๊าซ เรือนกระจก 3.1 โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือน กระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) 3.2 โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัคร ใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)
118 ต้นทาง 2567-2568 2569-2570 2571-2573 หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก - สำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด - สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นจังหวัด - สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ - สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุม มลพิษที่ 12 (อุบลราชธานี) - สำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ - องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือน กระจก (องค์การมหาชน)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 119 5.1.3 แผนปฏิบัติการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก “มาตรการการปลูกป่าอย่างยั่งยืน” (SSK-FOR-01) 1. หลักการและเหตุผล ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ โดยจำแนกเป็นพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ร้อยละ 25 และพื้นที่ป่าเศรษฐกิจร้อยละ 15 โดยปัจจุบันพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีพื้นที่ประมาณ 72 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของพื้นที่ประเทศซึ่งมีความใกล้เคียงกับพื้นที่เป้าหมาย ในขณะที่พื้นที่ป่าเศรษฐกิจส่วนใหญ่ ดำเนินการโดย 2 องค์กรหลัก คือ ภาคเอกชน และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เพียง 5 ล้านไร่ เนื่องจากยังไม่มีแนวทางปฏิบัติในการขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่ป่าเศรษฐกิจอย่างเป็น รูปธรรม จังหวัดศรีสะเกษได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว ซึ่งเห็นได้จากแผน แผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567) ประเด็นการพัฒนาที่ 4 อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนา จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ให้มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพิ่มขึ้น ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและ พื้นที่ป่าโดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษมีสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจาก พื้นที่ป่าไม้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นป่าบนพื้นราบ จึงทำให้ราษฎรที่ต้องการพื้นที่เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เพื่อ การเกษตรเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ทำให้ป่ามีสภาพเสื่อมโทรมอยู่โดยทั่วไป จึงมีความต้องการที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าและ พื้นที่สีเขียว ดังนั้นการจัดทำมาตรการการเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวจึงเป็นการสนับสนุนให้จังหวัดบรรลุ เป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดเพื่อเป็นดินแดนเกษตรปลอดภัย การค้าและการท่องเที่ยวครบวงจร รวมทั้ง สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในอนาคตอีกด้วย 2. กรอบแนวคิด นโยบายของรัฐบาล (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติใน วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557) มีทั้งสิ้น 11 ด้าน ซึ่งได้กำหนดแนวนโยบายในเรื่องของการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและ บริหารจัดการทรัพยากรป่า คือ ข้อที่ 9. การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการ อนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดย 1) ในระยะเฉพาะหน้า เร่งปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยให้ ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พร้อมส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่เอกชน เพื่อลดแรงกดดันในการตัดไม้จากป่าธรรมชาติ 2) ในระยะต่อไป พัฒนาระบบบริหารจัดการที่ดินและแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยยึดแนว พระราชดำริที่ให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ เช่น การกำหนดเขตป่าชุมชนให้ชัดเจน
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 120 กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) กำหนดวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศไทยมีความ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติ พจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ซึ่งในยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งอนุรักษ์ฟื้นฟูและสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ และมีความมั่นคงด้านน้ำ รวมทั้งมีความสามารถในการป้องกันผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ธรรมชาติ และพัฒนามุ่งสู่การเป็นสังคม สีเขียว กรอบแนวทางที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ (1) การจัดระบบอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ (2) การวางระบบบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพทั้ง 25 ลุ่มน้ำ เน้นการปรับระบบการบริหารจัดการอุทกภัยอย่างบูรณาการ (3) การพัฒนาและใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม (4) การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (5) การร่วมลดปัญหาโลก ร้อนและปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (6) การใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์และนโยบาย การคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 4 การ เติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เป้าหมายที่ 1 รักษา และ ฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ และป่าชายเลน ลดการสูญเสียความ หลากหลายทางชีวภาพ แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ และจัดที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้โดยให้สิทธิร่วม ตาม ตัวชี้วัด 1.1 สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้เป็นร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ ร้อยละ 25 และ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจร้อยละ 15 พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มจาก 1.53 ล้านไร่ เป็น 1.58 ล้านไร่ พื้นที่ปลูกและฟื้นฟูป่า ต้นน้ำเพิ่มขึ้น แผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติตามแผนแม่บทฉบับนี้ได้กำหนดแผนในระดับ ยุทธศาสตร์ของการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติและกลยุทธ์ในการปฏิบัติเพื่อให้หน่วยปฏิบัติใช้เป็นแนวทางใน การวางแผนปฏิบัติการ และการประสานงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทาง เดียวกัน โดย "ยุทธศาสตร์การพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้" แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นยุทธศาสตร์และกำหนดกลยุทธ์ใน แต่ละประเด็นยุทธศาสตร์รวม 17 กลยุทธ์ คือ (1) ประเด็นยุทธศาสตร์ ผนึกกำลังป้องกันและปราบปรามการบุกรุก ทำลายทรัพยากรป่าไม้ (2) ประเด็นยุทธศาสตร์ ปลุกจิตสำนึกรักผืนป่าของแผ่นดิน (3) ประเด็นยุทธศาสตร์ ปฏิรูป ระบบการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และ (4) ประเด็นยุทธศาสตร์ ฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560– 2579) กำหนด วิสัยทัศน์ว่า "อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาอย่างสมดุล" มี 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งครอบคลุมไปถึงด้านป่าไม้ ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้านอุทยานแห่งชาติ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพด้านสัตว์ป่า ด้านการ จัดการที่ดิน และด้านทรัพยากรธรณี
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 121 2) ยุทธศาสตร์ที่ 2 การบริหารจัดการน้ำ 3) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม 4) ยุทธศาสตร์ที่ 4 การส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5) ยุทธศาสตร์ที่ 5 การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ 6) ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบบริหารจัดการและองค์กร ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ ในด้านป่าไม้ ได้กำหนด เป้าหมายไว้ 2 ข้อ คือ 1) การป้องกันรักษาพื้นที่ป่าไม้ (ป่าอนุรักษ์ 80.88 ล้านไร่/พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 53.80 ล้านไร่/ พื้นที่ป่าชายเลน 1.534 ล้านไร่) 2) เพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ (เพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 22.70 ล้านไร่/ เพิ่มพื้นที่ป่าสมบูรณ์ในป่าสงวนแห่งชาติ 14.02 ล้านไร่/เพิ่มพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ในป่าชายเลน 14,000 ไร่/ เพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 8.68 ล้านไร่/ พื้นที่สีเขียวในชุมชน ร้อยละ 20 ของ อปท. ภาพที่ 5-6 กรอบแนวคิดในการจัดทำแผนเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียว (SSK-FOR-01) จังหวัดศรีสะเกษ 3. วัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่ ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวของจังหวัด 2) เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการอนุรักษ์ การฟื้นฟูรวมถึงการบำรุง ดูแลรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและอย่างยั่งยืน 3) เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับจังหวัดศรีสะเกษ 4) เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ 5) เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 122 6) เพื่อเป็นการฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดศรีสะเกษ และมีส่วนช่วยป้องกันปัญหาโลกร้อน 7) เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษมีจิตใจรักต้นไม้ ป่าไม้ และหวงแหนทรัพยากร ป่าไม้ 4. ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกจากการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ แผนการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดศรีสะเกษ คือเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 2,650 ไร่ต่อปี ซึ่งจะมีศักยภาพการ ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 21,228 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) ใน ปี พ.ศ. 2573 สำหรับกรอบและ แนวทางในการประเมินการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการการปลูกป่ามีรายละเอียด แสดงดังตาราง ที่ 7-4 ตารางที่ 5-6 การวิเคราะห์มาตรการการปลูกป่า SSK-FOR-01 การปลูกป่าอย่างยั่งยืน ลักษณะโครงการ กิจกรรมที่เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ ลักษณะของ กิจกรรมที่เข้าข่าย - การปลูก ดูแล และการจัดการอย่างถูกวิธี - เป็นไม้ยืนต้น (มีรอบตัดฟันยาว) - เป็นโครงการขนาดเล็ก สามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ไม่เกิน 16,000 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เงื่อนไขของ กิจกรรมโครงการ - มีหนังสือแสดงสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมาย - มีพื้นที่โครงการไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ (สามารถรวมหลาย ๆ พื้นที่เข้าด้วยกัน) - กรณีพื้นที่เดิมมีสภาพเป็นป่า ก่อนเริ่มโครงการต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบ นิเวศป่าไม้ดั้งเดิม - ไม่มีการทำไม้ออกทั้งหมดในช่วงระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ รายละเอียดและ สมมติฐาน - จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ป่า 640,518 ไร่ (2566) - มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่า 2,650 ไร่ต่อปี - การส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เกษตรที่มีกรรมสิทธิ์ เป้าหมาย - เป้าหมายการดำเนินการ 2,650 ไร่ต่อปี - ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 21,228 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) ใน ปี พ.ศ. 2573
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 123 ระยะเวลา เริ่มปี 2566 และดำเนินการต่อเนื่อง การคำนวณปริมาณ การกักเก็บคาร์บอน ทั้งหมดในพื้นที่ในปีที่ ดำเนินการติดตามผล การดำเนินตาม เครื่องมือการคำนวณ การกักเก็บคาร์บอน ของต้นไม้ (T-VERTOOL-FOR/AGR01) CTTc = CABGt + CBLGt โดยที่ CTTc = ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนทั้งหมดของพื้นที่โครงการ ในปีที่ T (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) CABGt = ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนเหนือพื้นดิน ในปีที่ T (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) CBLGt = ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนใต้ดิน ในปีที่ T (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) T = ปีที่ดำเนินการติดตามประเมินผล (ปี) กรณีฐาน • คำนวณจากปริมาณมวลชีวภาพของต้นไม้ที่กักเก็บอยู่เหนือพื้นดิน ได้แก่ ลำต้น กิ่ง และใบ • คำนวณจากปริมาณมวลชีวภาพของต้นไม้ที่กักเก็บอยู่ใต้ดิน การดำเนินโครงการ • คำนวณจากปริมาณมวลชีวภาพของต้นไม้ที่กักเก็บอยู่เหนือพื้นดิน ได้แก่ ลำต้น กิ่ง และใบ • คำนวณจากปริมาณมวลชีวภาพของต้นไม้ที่กักเก็บอยู่ใต้ดิน การคํานวณการลด การปล่อยก๊าซ เรือนกระจก CSCQ = CTTc - CTTo - GHGLEAK โดยที่ CSCQ = ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนที่ได้จากโครงการ (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) CTTc = ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนทั้งหมดของพื้นที่โครงการ ในปีที่ (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) CTTo = ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนทั้งหมดของพื้นที่โครงการในกรณีฐาน (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี)
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 124 GHGLEAK = ปริมาณการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนอกขอบเขตโครงการ (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี) T = ปีที่ดำเนินการติดตามประเมินผล (ปี) ศักยภาพการลด ก๊าซเรือนกระจก (ณ ปี พ.ศ. 2573) - 21,228 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) ข้อดี-ข้อเสีย - เป็นมาตรการช่วยปลูกฝังให้ประชาชนรักสิ่งแวดล้อม - ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมผลักดันมาตรการได้อย่างมีความคุ้มค่าในการลงทุน - ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ 5. แนวทางการดำเนินงาน ส่งเสริมการปลูกป่าอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่รอสภาพฟื้นฟู และ 2) ส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่ใหม่ การส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่รอสภาพฟื้นฟูคือ การส่งเสริมปลูกป่าและตามการดำเนินการปกติของ จังหวัดศรีสะเกษที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่ใหม่ คือ การส่งเสริมปลูกป่าในพื้นที่กรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์การครอบครองที่ ถูกต้องตามประมวลกฎหมายของเอกชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไป โดยการส่งเสริมจะเน้นไม้มีค่าทาง เศรษฐกิจถือเป็นไม้ที่สามารถนํามาสร้างมูลค่า หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รวมทั้งให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมแก่ผู้ปลูก รายละเอียดแผนการดําเนินงานมาตรการการปลูกป่า แสดงดังตารางที่ 5-6
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) 125 ตารางที่ 5-7 ภาพรวมแผนการดําเนินงานมาตรการการปลูกป่า พ.ศ. พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ป่าไม้ ปริมาณดูดกลับ เงินลงทุน ก่อนดำเนินมาตรการ (ไร่) หลังดำเนินมาตรการ (ไร่) (tCO2eq) (บาท) 2566 640,518 2567 640,518 643,168 3,033 26,447,000 2568 643,168 648,468 6,065 52,894,000 2569 648,468 656,418 9,098 79,341,000 2570 656,418 667,018 12,130 105,788,000 2571 667,018 680,268 15,163 132,235,000 2572 680,268 696,168 18,195 158,682,000 2573 696,168 714,718 21,228 185,129,000 6. งบประมาณและแหล่งทุน มาตรการการปลูกป่าอย่างยั่งยืน จะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนทั้งสิ้น ประมาณ 185,129,000 ล้าน บาท ซึ่งการประเมินงบประมาณอ้างอิงจากอัตราราคางานต่อหน่วย สำนักงานงบประมาณ 2561 โดยเบื้องต้น กำหนดให้อัตราค่าปลูกป่าทดแทนในอัตราไร่ละ 9,980 บาท ในอายุครบ 10 ปี โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงปี ดังนี้ 1. งานปลูกป่า 3,900 บาทต่อไร่ 2. งานบำรุงป่า ในระยะ 2-6 ปี 1,020 บาทต่อไร่ 3. งานบำรุงป่า ในระยะ 7-10 ปี 490 บาทต่อไร่ สำหรับแหล่งเงินทุนในการดำเนินมาตรการการปลูกป่า สามารถสรุปได้ดังนี้ ส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่รอสภาพฟื้นฟู 1. รายได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเอง เช่น ภาษี อากร ค่าธรรมเนียม และค่าปรับต่าง ๆ 2. รายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บให้แล้วส่งคืนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ภาษีที่รัฐบาลแบ่ง สัดส่วนให้ 3. งบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นต้น 4. การเข้าร่วมโครงการที่ให้การสนับสนุน เช่น โครงการภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน โครงการ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่า และการทำให้ป่าเสื่อมโทรม (REDD+) เป็นต้น