The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by titikamol.33, 2021-06-06 09:47:47

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

วารสารวชิ าการ ชมรมสาธารณสขุ แหง่ ประเทศไทย

The Journal of Thai National Public Health Assembly

คาชแ้ี จง : กำหนดกำรออกอย่ำงน้อย ปี ละ 3 คร้ัง หรือรำยส่ีเดอื น : มกรำคม-เมษำยน
พฤษภำคม-สิงหำคม และกนั ยำยน-ธันวำคม พมิ พ์เผยแพร่ด้ำนวจิ ยั และพฒั นำระบบ
สำธำรณสุข ทไ่ี ด้ผ่ำนกำรตรวจพจิ ำรณำจำกผู้ทรงคณุ วุฒิ

ทป่ี รกึ ษา:

ผศ.ดร. สมศักด์ิ พทิ กั ษ์ษำนุรัตน์ มหำวทิ ยำลยั ขอนแก่น
ผศ.ดร. สงครำมชัย ลที องดี มหำวทิ ยำลยั มหำสำรคำม
นำยสมโชค พูลสุข ประธำนชมรมสำธำรณสุขแห่งประเทศไทย

บรรณาธกิ าร :

ดร.สมศักด์ิ ศรีภักดี โทร: 09-716-974-99 E-mail: [email protected]

บรรณาธกิ ารผูช้ ว่ ย : ประธำนชมรมสำธำรณสุขแห่งประเทศไทย ระดบั ภำค เขตและจงั หวดั
: นำยธนกร จรี ะออน

กองบรรณาธกิ าร :

รศ.ดร.อดศิ ักด์ิ สิงห์สีโว ดร.เทอดศักด์ิ พรหมอำรักษ์ นพ.เอกชัย ยอดขำว

ดร.นพ.นวิ ฒั น์ชัย นำมวชิ ัยศิริกลุ ผศ.ดร.ชำญชัยณรงค์ ทรงคำศรี ดร.ธีรพฒั น์ สุทธิประภำ

ดร.วรี ะพล วงษ์ประพนั ธ์ ดร.ศิริชัย รินทะรำช ดร.กมลพร แพทย์ชีพ

ดร.บรรหำญ ปรุงโพธ์ิ ดร.อศิ รำ ตงุ กระโทก ดร.คมกริช ฤทธ์ิบุรี

ผศ.ดร.ชัยธัช จนั ทร์สมุด ดร.มโน มณฉี ำย

บรรณาธกิ ารจดั การ: นำยสมโชค พูลสุข ประธำนชมรมสำธำรณสุขแห่งประเทศไทย

ผปู้ ระสานงาน : ดร.คมกริช ฤทธ์ิบุรี

การเงนิ และบญั ชี : นำยธนกร จรี ะออน

สานกั งาน : สำนกั นโยบำยและยุทธศำสตร์ ช้ัน 4 ตกึ สำนกั งำนงำนสำธำรณสุข ปลดั กระทรวงสำธำรณสุข

1

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

บทบรรณาธกิ าร

ปี ที่ 17 ฉบบั ท่ี 1 ปี ที่ 9 ของบรรณาธิการ ฉบบั ท่ี 1 ของปี 2021 ฉบบั แรก ของคณะกรรมการชุดน้ี โดย

ประธาน สมโชค พูนสุข ซ่ึงตารงตาแหน่งประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ในวาระ ปี 2564-2565 ในส่วนของ
บรรณาธิการ ก็ไดร้ ับมอบหมายใหท้ าหนา้ ที่ตอ่ อีกวาระ ซ่ึงในปี 2564 การขบั เคล่ือนยทุ ธศาสตร์สาธารณสุข ครบทศวรรษ
ของกระทรวงสาธารณสุข ที่วา่ ดว้ ย ประชาชนแขง็ แรง เศรษฐกิจแขง็ แรง ประเทศไทยแขง็ แรง ใน 9 ประเดน็ ดว้ ย ระบบ
สุขภาพปฐมภูมิเขม้ แขง็ เศรษฐกิจสุขภาพ สมุนไพรกญั ชา กญั ชง สุขภาพดีวธิ ีใหม่ COVID-19 ระบบบริการกา้ วหนา้ ดูแล
สุขภาพแบบองคร์ วม ธรรมภิบาล องคก์ รแห่งความสุข กบั บทบาทหนา้ ท่ีท่ีจะตอ้ งร่วมมือกนั ขบั เคลือ่ นงานสาธารณสุขในทุก
มิติ ตามบริบท ตามบทบาทของแต่ละท่าน ซ่ึงงานสาธารณสุขในช่วงน้ีถือวา่ หนกั สาหรับเรากระทรวงชาวสาธารณสุข ในทุก
วชิ าชีพ เรากา้ วขา้ ม ปัญหาที่รุนแรง กบั ปัญหาโคโรน่าไวรัส COVID-19 ซ่ึงยงั คงเกิดอยา่ งต่อเนื่อง ซ่ึงเราตอ้ งร่วมมือร่วม
ใจในทุกภาคส่วน ถึงจะเหนื่อย จะทอ้ ในบางคร้ัง เรากจ็ ะสูต้ ่อไป เพือ่ ใหผ้ า่ นพน้ วกิ ฤติไปใหไ้ ด้ ซ่ึงสถานการณ์ตอนน้ีเริ่ม
ผอ่ นคลาย สูๆ้ ครับ

ใน ส่วนของการจดั ทาวารสารของชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ทางทีมงานไดจ้ ดั ทาเพื่อเผยแพร่ไปทวั่
ประเทศ ในทีมงานยนิ ดีใหค้ าปรึกษาการทาวจิ ยั ปรับปรุงแกไ้ ขใหใ้ นส่วนท่ีขาด ในบางคร้ังทางกองบรรณาธิการอาจตอ้ งให้
ท่านแกไ้ ขในบางประเด็น ที่เห็นวา่ ยงั ไม่ถกู ตอ้ งหรือสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ท่ีท่านส่งมา กข็ อใหผ้ วู้ จิ ยั เขา้ ใจในการท่ีกอง
บรรณาธิการใหป้ รับปรุงแกไ้ ข

สดุ ทา้ ย ทางกองบรรณาธิการ ขอขอบคุณทุกท่านอีกคร้ัง ท่ีใหค้ วามสนใจกบั วารสารของชมรมสาธารณสุข
แห่งประเทศไทย ถา้ หากมีโอกาส หวงั วา่ คงไดร้ ับใชพ้ ่นี อ้ งชาวสาธารณสุขแห่งประเทศไทย อีกคร้งั

ดร.สมศกั ดิ์ ศรภี กั ดี
บรรณาธกิ าร
2564

2

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

สารบญั

หนา้

1 การเพม่ิ ความสามารถของอาสาสมคั รบรบิ าลทอ้ งถนิ่ เพอื่ ดแู ลผสู ้ งู อายุทม่ี ภี าวะพง่ึ พงิ ในจังหวดั ชยั นาท 5
Enhancing the ability of Local Nurturing Volunteers for Caring the Dependent Elderly in

Chainat Province
2 การศกึ ษาความสมั พันธ์ ระหวา่ งความรดู ้ า้ นการจัดการมลู ฝอยตดิ เชอ้ื และการปฏบิ ตั งิ าน ดา้ นการจดั การ
มลู ฝอยตดิ เชอ้ื ของบคุ ลากรโรงพยาบาลชมุ ชนในเขตจงั หวดั หนองบวั ลาภู ปีงบประมาณ 2564 14

Study of the Relationship Between Knowledge and Performance in Infectious Waste
Management of Personnel in Community Hospital Nong Bua Lam Phu Province Fiscal Year 2021.
3 การวางแผนกาลงั คนในกลมุ่ งานเภสชั กรรม โรงพยาบาลเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ

สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง เพอ่ื รองรับการขยายโรงพยาบาล เป็ น 200 เตยี ง 19
Manpower Planning in the Pharmaceutical Sector of Princess Maha ChakriSirindhorn

Hospital Siam Boromrajakumari Rayong to Support the Expansion of the Hospital to 200 Beds
4 การพัฒนาและการประเมนิ ผลการใชร้ ูปแบบการบาบดั ฟื้นฟู ผตู ้ ดิ ยาเสพตดิ ของโรงพยาบาลเทพสถติ
จงั หวดั ชยั ภมู ิ
Developing, and Evaluating of Drug Addict Therapy Rehabilitation Model of Thepsathit 28

Hospital, Chaiyaphum Province

5 ผลการจดั กจิ กรรมตอ่ ความรู ้ ทศั นคติ และพฤตกิ รรมการจัดการขยะมูลฝอยในชมุ ชน แกอ่ าสาสมคั ร

สาธารณสขุ ประจาหมู่บา้ น โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลบา้ นโสมน อาเภอทา่ ตมู จังหวดั สรุ นิ ทร์ 36

The Effects of activities to the Knowledge, Attitude, and Behavior by Doing Waste

Management for Village Health Volunteers, Ban Somon Sub-District Health Promotion Hospital

Tha Tum District, Surin Province.

6 ความชกุ ของผเู ้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัส (รายใหม)่ ในคลนิ กิ โรงพยาบาลบางละมงุ 44
Prevalence of New Case Patients In Antiretroviral Clinic, Banglamung Hospital

7 ปัจจัยทานายการกลบั มาเสพซา้ ของผตู ้ ดิ สารเสพตดิ ทผ่ี า่ นการบาบดั แลว้ ของโรงพยาบาลเทพสถติ

จงั หวดั ชยั ภมู ิ 54

Predictive Factors for Recurrence Drug use Among Treated Drug Addicts of Thepsathit

Hospital, Chaiyaphum Province

8 การศกึ ษาสภาพปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จงั หวดั สรุ นิ ทร์ 59
A Study Problems Condition of Domestic Violence Surin Province 66
77
9 การพยาบาลหญงิ หลงั คลอดทมี่ ภี าวะความดนั โลหติ สงู ขณะตงั้ ครรภ์ ร่วมกบั HELLP Syndrome
Puerperium Nursing Care for Preeclampsia with HELLP Syndrome

10 การพัฒนาการใหบ้ รกิ ารผปู ้ ่ วยวณั โรค โรงพยาบาลปะคา จังหวดั บรุ รี ัมย์

Development for Service Tuberculosis Patient in Pakham Hospital Buriram Province

11 การพยาบาลทารกเกดิ กอ่ นกาหนด ทมี่ ภี าวะหายใจลาบาก กรณีศกึ ษา ผปู ้ ่ วย 2 ราย 84
Nursing Care of Preterm Infants with Respiratory Distress Syndrome : 2 Case Study
12 ผลของการใหส้ ารน้าทมี่ สี ว่ นผสมของน้าตาลเด็กโทรสทางหลอดเลอื ดดา ระหวา่ งการผา่ ตดั ตอ่ ภาวะ
คลนื่ ไส ้ อาเจยี น หลงั การผา่ ตดั ในผปู ้ ่ วยทเ่ี ขา้ รับการผา่ ตดั ถงุ น้าดี ดว้ ยวธิ สี อ่ งกลอ้ ง 90

The Effective of Perioperative Intravenous Dextrose Administration on Postoperative Nausea

and Vomiting in Laparoscopic Cholecystectomy: A Double-Blind, Randomized Controlled Trial
13 การพัฒนารปู แบบการคดั กรองพฤตกิ รรมเสยี่ งการใชย้ าและสารเสพตดิ ของประชาชนใน

จังหวดั นครพนม 97
The Development of Model for Screening the Risk Behaviors for Drug and Addictive

Substance use among People in Nakhon Phanom Province
14 ปัจจัยทมี่ คี วามสมั พันธก์ ับความตงั้ ใจคงอยใู่ นงานของขา้ ราชการ สงั กดั สานักงานสาธารณสขุ

จังหวดั ลาพนู 107

Factors Related to the Retention of Government Official at Lamphun Provincial Public
Health Organization

3

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

หนา้

15 การพยาบาลผสู ้ งู อายุกระดกู สะโพกหักทไี่ ดร้ ับการเปลย่ี นขอ้ สะโพกเทยี มและมโี รครว่ ม 114
กรณศี กึ ษาเปรยี บเทยี บ 2 ราย 126

Nursing Care of a Hip Replacement in Elderly Patients with Comorbidity: 2 Cases Study
16 การพยาบาลผปู ้ ่ วยผ่าตดั คลอดทางหนา้ ทอ้ งและมภี าวะแทรกซอ้ นตอ้ งผา่ ตดั มดลกู ออก

Nursing Care for Cesarean Hysterectomy after Cesarean Delivery

17 การพัฒนารปู แบบการลดภาวะอว้ น ในนักเรยี นระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ อาเภอเมอื ง

จังหวดั ชยั นาท 134

Development Model for Reduce Obesity in Secondary School Student at Muang District,

Chai Nat Province

18 การบรหิ ารจัดการขยะมลู ฝอยทวั่ ไป ของเทศบาลในจงั หวัดลาพูน 143
General Solid Waste Management of Municipalities in Lamphun Province 149
157
19 การพัฒนาแนวทางการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาโรคพยาธใิ บไมต้ ับและมะเร็งทอ่ น้าดี จังหวดั ชยั ภมู ิ 166
The Development Guidelines of Prevention and Solutions for Opisthorchis Viverrini and 175

Cholangiocarcinoma Cancer : OVCCA, Chaiyaphum Province 181
20 ความสมั พันธข์ องคา่ คะแนน Modified Alvarado scoring system กบั ผลลพั ธด์ า้ นการวนิ จิ ฉัย 189
โรคไสต้ งิ่ อกั เสบ ของโรงพยาบาลอทู่ อง

Relates off Modified Alvarado scoring system to Outcomes the Diagnosis of Acute Appendicitisat at
U-thong Hospital
21 ปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม การนเิ ทศทางคลนิ กิ ของพยาบาลวชิ าชพี โรงพยาบาล
แกง่ กระจาน จงั หวดั เพชรบรุ ี

Factors Influencing Clinical Supervision Activities of Professional Nurses at Kaeng Krachan
Hospital Phetchaburi Province
22 รูปแบบการดาเนนิ งานป้องกนั และควบคมุ โรคพษิ สนุ ัขบา้ โดยการมสี ว่ นร่วมของภาคเี ครอื ขา่ ย
อาเภอกาบเชงิ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ปี 2561

Model Rabie Prevention and Control Operations by Participation of Network Party in
Kab Cherng District, Surin Province, 2018
23 การพัฒนารปู แบบการป้องกนั และควบคมุ โรคไขเ้ ลอื ดออกโดยการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน ตาบลจรัส
อาเภอบวั เชด จงั หวดั สรุ นิ ทร์

Development Model for Prevention and control Dengue Haemorragic Fever by Participation
of Community in Jaras Subdistrict, Buached District, Surin Province
24 ปัจจยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการป้องกนั โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ ของนักเรยี นชายในอาเภอ
ตะก่วั ป่ า จังหวดั พังงา

Factors Influencing Prevention Behavior Sexually Transmitted Disease of Male Student in
Takuapa District, Phang-nga Province
25 ปัจจัยทม่ี คี วามสมั พันธต์ อ่ การปฏบิ ตั งิ านในการคดั กรองโรคเรอื้ รัง ของอาสาสมคั รสาธารณสขุ

ประจาหมู่บา้ น (อสม.) อาเภอจัตรุ ัส จงั หวดั ชยั ภมู ิ 194

Factors Relating to the Performance of Screening for Chronic Diseases of the Village 201
Health Volunteers, Chatturat District, Chaiyaphum Province
26 ปัจจัยทมี่ ผี ลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ของผสู ้ งู อายกุ ลมุ่ ตดิ สงั คมหรอื กลมุ่ พฤฒพลงั จังหวัดนครปฐม

Factors Effecting to Quality of Life Among Elderly with Active Aging in Nakhon Pathom Province
27 ผลการดาเนนิ งานในการใหบ้ รกิ ารทางการแพทยส์ าหรับผปู ้ ่ วยโรคตอ้ กระจก โรงพยาบาลแกลง

จังหวดั ระยอง ระหวา่ งปี 2559-2562 209
The Performance in Providing Medical Service to Patients with Cataract Disease at Klaeng

Hospital, Rayong Province in 2017- 2020
28 การประเมนิ ผลการนานโยบายโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลตดิ ดาว (รพ.สต.ตดิ ดาว) ไปปฏบิ ตั ิ

ในระดบั อาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน 216

Evaluation of Policy Implementation of District Health Promoting Hospital (Star Hospital) to
Practice at Wiang Sa District, Nan Province

4

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การเพมิ่ ความสามารถของอาสาสมคั รบรบิ าลทอ้ งถนิ่ เพอื่ ดแู ลผสู้ งู อายทุ มี่ ภี าวะพง่ึ พงิ
ในจงั หวดั ชยั นาท

Enhancing the Ability of Local Nurturing Volunteers for Caring the Dependent
Elderly in Chainat Province

ปรยี าภรณ์ โชคนาธมั นกุ จิ * วฒั นา จนั ทรเ์ ปรม**

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั ปฏิบตั ิการคร้ังน้ีมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อ ศึกษาสภาพการณ์ ปัญหาและความตอ้ งการการดูแลของผสู้ ูงอายภุ าวะ
พ่งึ พงิ ในจงั หวดั ชยั นาท 2) พฒั นาการฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการโคช้ และพ่เี ล้ียงเพอ่ื เพ่มิ ความสามารถของอาสาสมคั รบริบาล
ทอ้ งถิ่น (อสบท.) ในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่ึงพิง 3) ศึกษาผลของการฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการโคช้ และพเ่ี ล้ียง โดย
เปรียบเทียบความสามารถและความพงึ พอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ่ีมภี าวะพ่งึ พิงที่ไดร้ ับการดูแลจาก อสบท. กลมุ่ ตวั อยา่ งเป็ น
การเลือกแบบเจาะจง จานวน 610 คน เก็บขอ้ มลู ดว้ ยการศึกษาเอกสาร การสมั ภาษณ์ แบบสารวจ เคร่ืองมือวจิ ยั คือการ
ฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการโคช้ และพ่ีเล้ียงเพม่ิ ความสามารถของ อสบท. วเิ คราะหข์ อ้ มลู ดว้ ยการวเิ คราะห์เน้ือหา สถิติพรรณา
และสถิติอนุมานเปรียบเทียบ t-test ผลการวจิ ยั พบวา่ สภาพการณ์ ปัญหาและความตอ้ งการการดูแลของผสู้ ูงอายภุ าวะพ่งึ พิง
ส่วนใหญต่ อ้ งการการดูแลในเร่ืองการฟ้ื นฟสู ภาพร่างกาย เช่น กายภาพบาบดั การยดื เหยยี ด ช่วยพยงุ และออกกาลงั กายที่
ถูกตอ้ งเหมาะสม การพฒั นาการอบรมอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่นร่วมกบั ระบบการโคช้ และพเ่ี ล้ียง เพ่ิมเติมเน้ือหาการอบรม
ในเรื่องการฟ้ื นฟสู ภาพและกายภาพบาบดั และมีคู่มือการโคช้ และพเ่ี ล้ียงสาหรับอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ิน สามารถนาไปใช้
ไดแ้ ละประเมินผลจากการ เปรียบเทียบระดบั ความสามารถและความพึงพอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พงิ พบวา่ หลงั
ไดร้ ับการอบรมร่วมกบั ระบบโคช้ และพ่เี ล้ียงกลุม่ ทดลอง มีระดบั ความสามารถและความพึงพอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะ
พ่งึ พงิ สูงข้ึนและมากกวา่ กลมุ่ เปรียบเทียบอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .05

คำสำคญั : อาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ิน (อสบท.), ความสามารถดูแล, ระบบการโคช้ และพเ่ี ล้ียง, ผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่ึงพิง

Abstract

The objective of action research was to 1) explore the situations, problems, and requirements of caring for the
dependent elderlies in Chainat 2) develop the training with coaching and mentoring systems for increasing the ability to
care for the dependent elderlies of Local nurturing volunteers 3) determine the effect of the training with coaching and
mentoring systems by comparing the ability and satisfaction of the dependent elderly. The samples were used 610 persons
and instrument was the training together with coaching and mentoring systems. The data were analyze through content
analysis, descriptive statistics and inferential statistics compare t-test. The results revealed that : After receiving the
program, most of the situations, problems and requirements of caring for the dependent elderlies need care in regeneration
of the body such as physical therapy, stretching, helping support or assistive and exercise properly. The development for
the training with coaching and mentoring systems for increasing the ability to care for the dependent elderlies of local

5

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

nurturing volunteers should add the training materials on rehabilitation and physical therapy, and also a coaching and
mentor guide for local nursing volunteers for using. The evaluation of compare the level of competence and satisfaction of
relatives / the dependent elderlies found that after being trained with the coaching and mentoring system, the experimental
group had significantly higher and statistically higher levels of competence and satisfaction of relatives / elderly with
dependence on the comparison group at the .05 level.

Keywords : Local nurturing volunteers, Caring ability, Coaching and mentoring, Dependent elderly
*นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการพิเศษ **นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ชยั นาท

บทนำ ร่วมกบั หน่วยงานสาธารณสุข ไดบ้ ูรณาการหลกั สูตรเพอ่ื

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผสู้ ูงอายุ มี พฒั นาความสามารถและศกั ยภาพการปฏิบตั ิงานในการ
จานวนมากข้ึนอยา่ งรวดเร็วและตอ่ เนื่อง โดยองคก์ าร ดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่ึงพิง ท้งั ผชู้ ่วยเหลือดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่
อนามยั โลกคาดการณ์วา่ ปี 2568 จะมีผสู้ ูงอายมุ ากกวา่ มีภาวะพ่งึ พิง (Care Giver) นกั บริบาลชุมชน ใหส้ ามารถ
800 ลา้ นคน 2 ใน 3 อยใู่ นประเทศกาลงั พฒั นา สาหรับ ปฏิบตั ิตอ่ ไปอยา่ งยง่ั ยนื ตามบทบาทหนา้ ท่ีของ
ประเทศไทยเร่ิมกา้ วเขา้ สู่สงั คมผสู้ ูงอายุ ปี 2547 เมื่อ อาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่น ภายใตก้ ารกากบั ดูแลของ
ประชากรอายุ 60 ปี ข้ึนไปมีสดั ส่วนมากกวา่ ร้อยละ 10 บุคลากรซ่ึงไดแ้ ก่ บุคลากรสาธารณสุขท่ีผา่ นการอบรม
ในปี 2567 เม่ือประชากรอายุ 60 ปี ข้ึนไป มีสดั ส่วน หลกั สูตรผจู้ ดั การระบบการดูแลระยะยาวดา้ นสาธารณสุข
มากกวา่ ร้อยละ 20 โดยจะขาสู่สงั คมผสู้ ูงอายโุ ดยสมบูรณ์ (Care Manager: CM)
1 จากการเพม่ิ ข้ึนอยา่ งรวดเร็วของประชากรผสู้ ูงอายสุ ่ง
ผลกระทบต่อสุขภาพโดยพบวา่ ร้อยละ 69.30 ในกลุ่ม การโคช้ เป็ นวธิ ีการหน่ึงท่ีใชส้ าหรับการสอน
ผสู้ ูงอายุ 60-69 ปี เป็ นโรคเร้ือรัง และพบเพมิ่ ข้นึ เป็ น ร้อย เทคนิคและวธิ ีการปฏิบตั ิงานที่ทางานง่าย เสียคา่ ใชจ้ ่าย
ละ 83.33 ในกลุ่มที่มีอายุ 90 ปี ข้ึนไป มีภาวะเจบ็ ป่ วยดว้ ย นอ้ ยแตป่ ระสิทธิภาพสูง 8 นอกจากน้นั พ่ีล้ียงจะเป็ น
โรคเร้ือรัง 6 โรคพร้อมกนั ถงึ ร้อยละ 70.81 ซ่ึง ร้อยละ 7 ความสมั พนั ธ์ที่ตอ้ งเกิดจากความสมคั รใจท้งั สองฝ่ าย จาก
ของผสู้ ูงอายตุ อ้ งพ่งึ พาผอู้ ื่น ปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวนั ไม่ได้ ท่ีกลา่ วขา้ งตน้ จะเห็นไดว้ า่ ระบบโคช้ เหมาะสมตอ่ การ
สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ชยั นาท ไดร้ ับการสนบั สนุน สอนงานบุคลากรใหมท่ ี่ตอ้ งการใหไ้ ดผ้ ลงานท่ีมีคุณภาพ
งบพฒั นาจงั หวดั ภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ที่ 4 การพฒั นา และไดส้ ร้างงานที่มีประสิทธิภาพ การศึกษาวจิ ยั ที่ผา่ นมา
คุณภาพคนและเสริมสร้างความมน่ั คงปลอดภยั ทางสงั คม พบวา่ ระบบการโคช้ ที่มีประสิทธิภาพในการพฒั นา
โครงการสุขภาพดีวถิ ีชยั นาทต่อยอดการพฒั นา CG ให้ ความสามารถของบุคคลเพือ่ ใชเ้ ป็นแนวทางเพ่ือเพ่ิม
เป็ น “นกั บริบาลชุมชน” จงั หวดั ชยั นาท ไดด้ าเนินการ ศกั ยภาพใหก้ บั อาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ินปฏิบตั ิงานใน
การดูแลช่วยเหลือผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิงไดต้ รงกบั

6

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ปัญหาและความตอ้ งการของผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิงใหม้ ี 1. เพือ่ ศึกษาสภาพการณ์ ปัญหาและความตอ้ งการ

คุณภาพชีวติ ที่ดีและสามารถดารงชีวติ ในสงั คมไดอ้ ยา่ ง การดูแลของผสู้ ูงอายภุ าวะพ่งึ พิงในจงั หวดั ชยั นาท

เหมาะสม รวมถึงอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ิน มคี วามสุข 2. เพอื่ พฒั นาการฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการโคช้

ในการทางานไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ืองและสามารถพฒั นางานให้ และพี่เล้ียงเพ่อื เพิม่ ความสามารถของอาสาสมคั รบริบาล

มีประสิทธิภาพยง่ิ ข้ึนตอ่ ไป ทอ้ งถิ่นในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่ึงพิง

ผวู้ จิ ยั จึงสนใจศึกษาสภาพการณ์ ความตอ้ งการ 3. เพือ่ ศึกษาผลของการฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการ

และปัญหาจากท้งั ผใู้ หบ้ ริการและผรู้ ับบริการ และนามา โคช้ และพ่ีเล้ียง ในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิง และ

พฒั นาเพม่ิ ความสามารถของอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ิน ความพงึ พอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พงิ ท่ีไดร้ ับ

เพ่อื ดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิงในจงั หวดั ชยั นาทดว้ ยการ การดูแลจากอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่น

ฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบระบบโคช้ และพีเ่ ล้ียง (Coaching

and Mentoring) ตลอดจนการพฒั นาความสามารถใน วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั

การปฏิบตั ิท่ีหลากหลายการใชร้ ะบบพยาบาลพเี่ ล้ียงถูก

นามาใชเ้ พอื่ พฒั นาความรู้ทกั ษะและความสามารถ ให้ รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั น้ีเป็ นวจิ ยั ปฏิบตั ิการ

ปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งมีศกั ยภาพ3 ผลการศึกษาที่พบวา่ กล่มุ ท่ี (Action research) ของอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่นเพือ่ ดแู ล

จะ เป็นครูพเี่ ล้ียงมีความตอ้ งการใหจ้ ดั อบรมเกี่ยวกบั การ ผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิงในจงั หวดั ชยั นาทดว้ ยการ

จดั การเรียนการสอนในคลินิก รวมท้งั ความรู้เฉพาะเร่ือง ฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบระบบโคช้ และพเ่ี ล้ียง (Coaching

ท่ีทนั สมยั ยงั ควรมีการอบรมใหค้ วามรู้กบั กลมุ่ ท่ีจะเป็ นพี่ and Mentoring)

เล้ียงอยา่ งระยะอยา่ งต่อเนื่อง ซ่ึงการไดร้ ับการพฒั นา ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง ประชากรเป็ น

ความรู้มีความสมั พนั ธท์ างบวกกบั ความสามารถในการ อาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ิน กลุม่ ตวั อยา่ ง 2 กล่มุ กลุ่ม

ปฏิบตั ิงาน4 การโคช้ หรือการสอนงานเป็ นกระบวนการท่ี ทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ เลือกแบบสุ่มอยา่ งง่ายดว้ ย

หวั หนา้ งานเขา้ ไปช่วยใหบ้ คุ ลากรใหม่เกิดการพฒั นา การจบั สลากกลุม่ ทดลองเลือกอาเภอ 4 อาเภอ มีจานวน

ทกั ษะการปฏิบตั งิ านดว้ ยการแนะนา และใหข้ อ้ เสนอแนะ อสบท. 65 คน ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิง ในความดูแล

ยอ้ นกลบั ท้งั ในดา้ นผลงานและพฤติกรรมการทางานที่ให้ 260 คน กลุ่มเปรียบเทียบ 4 อาเภอ มีจานวน อสบท.

บุคลากรใหม่พฒั นาความรู้ความสามารถ5 การโคช้ ยงั เป็ น 49 คน ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พงิ ในความดูแล 196 คน

วธิ ีการที่ช่วยใหบ้ ุคลากรใหมส่ ามารถปรับความสมดุล กาหนดคุณลกั ษณะและเกณฑค์ ดั เขา้ คดั ออก

ระหวา่ งการทางานและการเรียนรู้6 ผา่ นกระบวนการ เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในกำรวจิ ยั ประกอบดว้ ย 3
แลกเปล่ียนเรียนรู้กบั ทีมทางาน7 ข้นั ตอน คือ ข้นั ตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการณ์ สภาพปัญหา

วตั ถุประสงค์ ข้นั ตอนที่ 2 พฒั นาการฝึ กอบรมเพม่ิ ความสามารถ ของ

อาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่นร่วมกบั ระบบ การโคช้ และพ่ี

7

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เล้ียง (Coaching and Mentoring) ข้นั ตอนท่ี 3 ศึกษาผล ผใู้ หญบ่ า้ น ประธานชมรมผสู้ ูงอายุ แกนนาเป็ นกรรมการ

ของการฝึ กอบรม ร่วมกบั ระบบการโคช้ และพ่ีเล้ียงใน ชมรมผสู้ ูงอายปุ ระจาตาบล ประชาชนที่เป็ นอาสา สมคั ร

อาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่น โดยวธิ ีการวจิ ยั ก่ึงทดลอง ในชุมชน กลมุ่ ขา้ ราชการเกษียณอายุ ครูสอนศาสนา

แบบสองกลุ่ม วดั ก่อนและหลงั การทดลอง ทาการนดั รวมท้งั ผดู้ ูแลในครอบครัวผสู้ ูงอายทุ ุนระดบั บุคคล

หมายเพ่อื จดั อบรมท้งั สองกลมุ่ ระยะเวลา 7 วนั หลงั จาก ดงั กลา่ วมีการแสดงพฤติกรรมและคาพดู พดู ที่สะทอ้ นการ

น้นั กล่มุ ทดลองจะไดร้ ับการโคช้ และพ่เี ล้ียงในการ มีจิตสาธารณะในการอาสาร่วมดูแลคนในชุมชน มคี วาม

ปฏิบตั ิงานอีก 1 เดือน พร้อมเรื่องเวลาในงานอาสาสมคั รตา่ งๆ ในชุมชน

วเิ ครำะห์ข้อมูลโดยใชส้ ถิติร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วน กำรต้องเพอ่ื นคยุ คลำยควำมเหงำ ความรู้สึก
เบ่ียงเบนมาตรฐาน การวเิ คราะห์สถิติที (t-test) กาหนด เหงา ไมม่ ีเพอื่ น พบไดใ้ นผสู้ ูงอายทุ วั่ ไป และจากขอ้ มูล
ระดบั นยั สาคญั ทางสถิติไว้ ท่ีระดบั .05 คะแนนภาวะซึมเศร้า พบวา่ มีผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่ึงพิง

ผลกำรวจิ ยั จานวน 2 ใน 3 คน มีภาวะซึมเศร้าปานกลางและซึมเศร้า
เลก็ นอ้ ย อธิบายได้ จากลกั ษณะการพดู คุยของผดู้ ูแลกบั

ศึกษำสภำพกำรณ์ ปัญหำและควำมต้องกำร ผสู้ ูงอายเุ ป็ นเพียงการสื่อสาร เมื่อจาเป็นที่เกี่ยวขอ้ งกบั การ

การดูแลของผสู้ ูงอายภุ าวะพ่งึ พงิ ในจงั หวดั ชยั นาท มี ปฏิบตั ิกิจวตั ร ประจาวนั เท่าน้นั การพดู คุยผอ่ นคลาย

ประชากรผสู้ ูงอายจุ านวน 70,575 คน ร้อยละ 21.45 ของ สนุกสนานพบนอ้ ยมาก มีเพยี งในช่วงสาคญั ทางศาสนาท่ี

ประชากรท้งั หมด (327,912 คน) ส่วนใหญ่เป็ นผสู้ ูงอายุ จะมี ญาติหรือเพื่อนบา้ นมาเยย่ี ม ทาใหพ้ บวา่ ผสู้ ูงอายทุ ่ี
กลมุ่ ติดสงั คม จานวน 68,779 คน ร้อยละ 97.46 และมี ภาวะพ่ึงพงิ ทุกคนรู้สึกเหงาเหมือนอยคู่ นเดียว

ผสู้ ูงอายอุ ยใู่ นภาวะพ่ึงพิง(กลมุ่ ติดบา้ น ติดเตียง : คะแนน กำรกำรสนบั สนุนข้อมลู กำรดูแลอุปกรณ์

ประเมินความสามารถในการดาเนินชีวติ ประจาวนั ตาม เคร่ืองช่วยเหลอื และกำรช่วยเหลอื ดูแลบำงเวลำ จาก

ดชั นีบาร์เธลเอดีแอล (Barthel ADL index) เท่ากบั หรือ ปัญหาเฉพาะของผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิงท้งั 5 คน ท่ีมี

นอ้ ยกวา่ 11 คะแนน จานวน 1,796 คน ร้อยละ 2.54 ขอ้ จากดั การเคล่ือนไหว และพบมี ปัญหาขอ้ ยดึ ติด (3 คน)

จาแนกเป็นกลุ่มติดบา้ น จานวน 1,403 คน และติดเตียง คาสายสวนปัสสาวะ (1 คน) แต่ผดู้ ูแลและผสู้ ูงอายทุ ่ีมี

จานวน 393 คน ซ่ึงสภาวะสุขภาพส่วนใหญพ่ บปัญหา ภาวะพ่งึ พิง ไม่ไดแ้ สดงความรู้สึกกงั วลต่อปัญหาดงั กล่าว

แทรกซอ้ นท่ีตอ้ งใชค้ วามรู้และทกั ษะเพ่มิ มากข้ึนในดา้ น มากนกั ผดู้ ูแลบางคน (2 คน) กลา่ ววา่ ตอ้ งไปทางานบา้ ง

การดูแลรักษาเฉพาะโรค การฟ้ื นฟสู ภาพ การจดั การ ไมม่ ีเวลา อยกู่ บั ผสู้ ูงอายตุ ลอด ไม่ไดท้ ากายภาพบาบดั ให้

สภาวะอารมณ์หรือความเครียด รวมถึงการจดั การ ผสู้ ูงอายตุ ามที่เคยไดร้ ับคาแนะนาจากเจา้ หนา้ ท่ี และ

สภาพแวดลอ้ ม ที่อยอู่ าศยั การดูแลผสู้ ูงอายใุ นชุมชน ท่ี ผสู้ ูงอายุ บางคนปฏิเสธ การไปตรวจตามนดั ท่ี

ศึกษา เป็นลกั ษณะของความรู้สึกมีจิตสาธารณะของคน โรงพยาบาล ในบางเวลาจึงตอ้ งการใหม้ ีเจา้ หนา้ ท่ีมาดูแล

ในชุมชนระดบั แกนนาท้งั แกนนาตาแหน่ง ไดแ้ ก่ ที่บา้ น มาทากายภาพใหน้ อกจากน้ีผสู้ ูงอายทุ ่ีมีปัญหาการ

8

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ทรงตวั กล่าววา่ อยากใหห้ น่วยงานสนบั สนุนอปุ กรณ์ เช่น ดดั แปลงจากหลกั สูตรของกรมอนามยั กระทรวง

ไมเ้ ทา้ รถเขน็ สาธารณสุขร่วมกบั ประเดน็ เน้ือหาเพ่ิมเติมจากผล

ควำมพงึ พอใจ พบวา่ ระดบั ความพึงพอใจโดย การศึกษาในข้นั ตอนที่ 1 ท้งั ภาคทฤษฎีและปฏิบตั ิ เป็น

รวมอยใู่ นระดบั มาก (xˉ ±S.D.= 3.77±0.73) เม่ือพจิ ารณา เวลา 70 ชวั่ โมง ระยะที่ 2 ให้ อสบท. ท่ีมีผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะ
รายขอ้ พบวา่ ขอ้ การออกกาลงั กาย ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ พ่งึ พงิ อยใู่ นเขตความรับผิดชอบลงพ้นื ที่ปฏิบตั ิจริง ใน

การฟ้ื นฟสู ภาพ กายภาพบาบดั มีคา่ เฉลี่ยความพึงพอใจ ชุมชน โดยเม่ือไดร้ ับการมอบหมายจากผจู้ ดั การระบบ

นอ้ ยที่สุด (xˉ ±S.D.= 3.00 ±0.70) คาถามปลายเปิ ด พบวา่ การดูแลระยะยาวดา้ นสาธารณสุข อสบท. 1 คนดูแล
ญาติ/ผสู้ ูงอายสุ ่วนใหญ่ตอ้ งการการดูแลช่วยเหลือดา้ น ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิง จานวน 4 คน อสบท.ร่วมวาง

สุขภาพร่างกายดว้ ยการกาย ภาพบาบดั ช่วยพยงุ หรือฟ้ื นฟู แผนการเยย่ี มดูแล และจะทาการแจง้ ใหท้ ีมวจิ ยั และพี่เล้ียง

สภาพร่างกายจากผดู้ ูแลหรือบุคลากรสาธารณสุข และ รับทราบ เพือ่ ทาการนดั หมายในการเยย่ี มบา้ น โดยที่

แบบสอบถามความสามารถของนกั บริบาลก่อนไดร้ ับการ อสบท. จะทาการดูแลและติดตามผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พงิ

อบรมร่วมกบั การโคช้ และพเ่ี ล้ียง พบวา่ ระดบั ตามทกั ษะและความรู้ท่ีไดร้ ับจากการอบรมเชิงปฏิบตั ิการ

ความสามารถอยใู่ นระดบั ปานกลาง (xˉ ±S.D.) = อยา่ งตอ่ เน่ืองจนบรรลุวตั ถปุ ระสงคก์ ารเยย่ี มตามแผนที่
2.99±0.18) เมื่อพจิ ารณารายขอ้ พบวา่ ขอ้ สามารถในการ จดั ทาและทุกคร้งั ที่ทาการ เยยี่ มบา้ นจะมีนกั วจิ ยั และทีมท่ี
ฟ้ื นฟดู า้ นร่างกาย เช่น กายภาพบาบดั ผสู้ ูงอายมุ ีค่าเฉลี่ย มีความชานาญทาง ดา้ นดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พงิ ดูแล

นอ้ ยท่ีสุด (xˉ ±S.D.) = 2.72±0.50) ใหค้ าปรึกษาอยา่ งต่อเน่ือง

กำรฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบกำรโค้ชและพเี่ ลยี้ ง 2. กำรได้เห็นตวั แบบหรือประสบกำรณ์ผู้อนื่

ในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิง ใชแ้ นวคิด เป็ นการสงั เกตเห็นตวั แบบในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะ

กระบวนการส่งเสริมความสามารถ ตนเองของแบนดูรา พ่งึ พงิ โดยผา่ นการอบรมความรู้และ ทกั ษะตา่ งๆ ในการ

(Bandura, 1997)9 ร่วมกบั ระบบโคช้ และพ่ีเล้ียง ดงั น้ี ตอบสนองความตอ้ งการพ้ืนฐานในผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะ

1. กำรมปี ระสบกำรณ์ควำมสำเร็จ จากการลง พ่งึ พงิ และการนาประสบการณ์ การดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะ

มือกระทา เป็ นการจดั กระทาให้ อสบท. มี ประสบการณ์ พ่งึ พงิ ให้ อสบท. รบั ทราบร่วมท้งั ให้ อสบท. ไดศ้ ึกษาดู

ในการลงมือกระทาโดยจดั ประสบการณ์เป็ น 2 ระยะ คือ งานในชุมชนเพ่ือให้ อสบท. ไดเ้ ห็น การดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มี

ระยะท่ี 1 ให้ อสบท. ไดร้ บั ความรู้และฝึ กทกั ษะ การดูแล ภาวะพ่งึ พงิ ในสภาพจริงและ สร้างความตระหนกั ถึง

ผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พงิ ดว้ ยตนเองจากการอบรม เชิง ปัญหาและสภาพ ของผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิง

ปฏิบตั ิการ โดยมีทีม แพทย์ พยาบาล นกั กายภาพบาบดั 3. กำรใช้คำพูดชักจูง โดยการไดร้ ับคาแนะนา

และอาจารยพ์ ยาบาลที่มี ความรู้และความเช่ียวชาญ คาอธิบาย ชกั ชวน ชื่นชม ตลอดจนใหก้ าลงั ใจ อสบท. ทุก

เกี่ยวกบั การดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พงิ มาใหค้ วามรู้และ คร้ังท่ีไปดูแลและติดตามผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พงิ ในชุมชน

ฝึ กทกั ษะตามแผนการอบรมท่ีผวู้ จิ ยั ไดพ้ ฒั นาข้ึนโดย รวมท้งั การสื่อสารทาง ออนไลน์ และโทรศพั ท์ เป็นตน้

9

4. กำรมสี ภำวะด้ำนร่ำงกำยและอำรมณ์ทดี่ ี มี The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
การประเมินสภาพร่างกายของ อสบท. โดยการ ตรวจ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
สญั ญาณชีพ สอบถามความพร้อมทุกคร้ังเมื่อก่อนเขา้ ลง
เยย่ี ม และให้ อสบท. ไดร้ ะบายความรู้สึกในการดูแล บริการและในชุมชนระดบั โรงพยาบาลหรือระดบั
ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่ึงพงิ ทุกคร้ังก่อนและหลงั ลงพ้นื ที่ การ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลซ่ึงผจู้ ดั คดั เลือกเป็ น
ประเมินความสามารถในการปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวนั แหล่งฝึ ก โดยอยใู่ นละแวกใกลเ้ คยี งพ้ืนท่ีในเขต
(ADL) การดูแล และจดั กิจกรรมบาบดั ฟ้ื นฟสู าหรับ รับผดิ ชอบของตน้ สงั กดั ผเู้ ขา้ อบรม โดยแบ่งกลมุ่ ผู้ เขา้
ผสู้ ูงอายุ ภาวะวกิ ฤติกบั การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้ และ อบรมตามแหล่งฝึ ก จานวน 4 แหล่งฝึ ก รุ่นละ 2 แหล่งฝึ ก
การส่งตอ่ การดูแลสุขภาพช่องปากผสู้ ูงอายกุ ารแปรงฟัน (เพื่อสะดวกตอ่ การควบคุมคุณภาพการฝึ กปฏิบตั ฯิ ) ทีม
และการใชไ้ หมขดั ฟัน การส่งเสริมสุขภาพและนวตั กรรม วทิ ยากรผู้ ฝึ กสอนตลอดระยะเวลาการฝึ กปฏิบตั ิ คือ
การออกกาลงั กายสาหรับผสู้ ูงอายุ กลุ่มติดสงั คม และกลมุ่ ผจู้ ดั การระบบการดูแลผสู้ ูงอายุ (Care Manager: CM) ใน
ติดบา้ น และภาคปฏิบตั ิในสถานบริการและในชุมชน เขตพ้นื ท่ีแหลง่ ฝึ กหรือใน พ้ืนที่ใกลเ้ คียงตามท่ีผจู้ ดั ได้
จานวน 40 ชวั่ โมง โดยจดั กระบวนการฝึ กอบรมโดยผเู้ ขา้ มอบหมาย CM จะมอบหมายใหผ้ เู้ ขา้ อบรมฝึ กปฏิบตั ิกบั
อบรมทุกท่านจะไดร้ ับการส่งตวั เขา้ ฝึ กปฏิบตั ิในสถาน ผสู้ ูงอายใุ นพ้ืนที่แหลง่ ฝึ ก ท้งั กลมุ่ ติดสงั คม ติดบา้ นและ
ติดเตียง อยา่ งละ 1 กรณีศึกษา รวมจานวน 3 กรณีศึกษา
และทาการฝึ กตามแผนการฝึ กรายวนั

ตำรำง 1 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย ของระดบั ความสามารถอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถ่ินและความพงึ พอใจ ของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ี่มี
ภาวะพ่ึงพงิ ในจงั หวดั ชยั นาท ของกลมุ่ ทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ ก่อนและหลงั ทดลอง

การประเมิน ก่อนทดลอง หลงั ทดลอง t p-value

xˉ S.D. ระดบั xˉ S.D. ระดบั

ความสามารถของอาสาสมคั รบริบาล

กลุม่ ทดลอง 3.01 0.02 3.94 0.06 23.82* 0.00

กลมุ่ เปรียบเทียบ 2.99 0.03 3.06 0.03 1.84 0.07

ความพงึ พอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายุ

กลมุ่ ทดลอง 3.77 0.09 4.74 0.02 47.12* 0.00

กลมุ่ เปรียบเทียบ 3.78 0.10 3.83 0.08 1.73 0.09

*มีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั .05

10

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำง 2 เปรียบเทียบคะแนนเฉลย่ี ความสามารถ ของอาสาสมคั รบริบาลทอ้ งถิ่น ความพึงพอใจ ของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะ
พ่งึ พิงในจงั หวดั ชยั นาท ระหวา่ งกลุม่ ทดลองและกลมุ่ เปรียบเทียบ ก่อนและหลงั การทดลอง

กำรประเมนิ กล่มุ ทดลอง กลุ่มเปรียบเทยี บ t p-value

xˉ S.D. ระดบั xˉ S.D. ระดบั

ความสามารถของอาสาสมคั รบริบาล

ก่อนทดลอง 3.01 0.02 2.99 0.03 0.54 0.59

หลงั ทดลอง 3.94 0.06 3.06 0.03 22.71* 0.00

ความพึงพอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายุ

ก่อนทดลอง 3.77 0.09 3.78 0.10 0.22 0.82

หลงั ทดลอง 4.74 0.02 3.83 0.08 41.66* 0.00

*มีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั .05

อภิปรำยผล รัตน์ หา้ วหาญและอรชร อินทองปาน12 พบวา่ หลงั จาก

1. ศึกษาสภาพการณ์ ปัญหาและความตอ้ งการ ทดลองใช้ รูปแบบการโคช้ พบวา่ ผทู้ ่ีหนา้ ท่ีโคช้ มี
การดูแลของผสู้ ูงอายภุ าวะพ่งึ พิงในจงั หวดั ชยั นาท ความสามารถในการโคช้ และสอนงาน ขณะท่ีผรู้ ับการ
ผลการวจิ ยั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ ชญานิศ ลือวานิช โคช้ มีความสามารถ ในการปฏิบตั ิงานดา้ นการบริการ
, รัตนา ลือวานิชและจิตรา โรมินทร์11 (2557) พบวา่ สิ่งที่ สุขภาพเพม่ิ ข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ สอดคลอ้ งกบั
ญาติผดู้ ูแลมีความตอ้ งการในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะ ปราณี เรียนถาวร13(2556) ศึกษาผลของโปรแกรมการ
พ่งึ พงิ ระยะยาวประกอบดว้ ย รพ.สต.ควรมียาสารอง ให้ ส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อทกั ษะการดูแลผสู้ ูงอายโุ รค
การสนบั สนุนผา้ ออ้ มผใู้ หญ่ และตอ้ งการการช่วยเหลือ ขอ้ เขา่ เส่ือมของอาสาสมคั รสาธารณสุข ซ่ึงพฒั นาตาม
ดา้ นการเงิน เสนอแนะใหม้ ีสถานท่ีดูแลผสู้ ูงอายใุ นชุมชน แนวคิดของแบนดูราโดยการจดั กิจกรรมเพ่ือพฒั นา
โดยเฉพาะใหก้ ารดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่ไมม่ ีญาติ ญาติทางาน ความรู้ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความคาดหวงั ผลลพั ธ์
นอกบา้ น ควรมีผมู้ ีจิตอาสาหรือบคุ ลากรสาธารณสุขไป และทกั ษะการดูแลผสู้ ูงอายุ สอดคลอ้ งกบั อรวรรณ ศรี
ดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีบา้ น ควรมี Day care สาหรับดูแลผสู้ ูงอายุ เกิน มิ่งขวญั ภูหงส์ทอง และพรรณิภา ไชยรัตน์14(2562)
โดยบริหารจดั การในรูปจิตอาสา และควรมีแหล่งให้ พบวา่ แนวทางการพฒั นาประกอบดว้ ย การอบรม มี
คาปรึกษาในการดูแลผสู้ ูงอายแุ ก่ญาติผดู้ ูแล แนวทางการส่งตอ่ มีแผนการดูแลที่ครอบคลุม มี
เครื่องมือสนบั สนุนการดูแล มีฐานขอ้ มูลของผสู้ ูงอายุ
2. การพฒั นาการฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการ ครอบคลุมและพฒั นากติกา ขอ้ ตกลง ในการดูแลผสู้ ูงอายุ
โคช้ และพี่เล้ียงเพื่อเพม่ิ ความสามารถของอาสาสมคั ร
บริบาลทอ้ งถิ่น (อสบท.) สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของจุฬา 3. ผลของการฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการโคช้
และพ่ีเล้ียง โดยเปรียบเทียบ พบวา่ หลงั การทดลองกล่มุ

11

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ทดลองมีระดบั ความสามารถสูงกวา่ กล่มุ เปรียบเทียบ ครอบครัว สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของสุมาลี เอี่ยมสมยั
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั .05 เปรียบเทียบ รัตนา เหมือนสิทธ์ิ และจรูญศรี ทองมาก17 (2555) พบวา่
ภายในกลมุ่ พบวา่ กลุ่มทดลองมีระดบั ความสามารถหลงั ผลการนารูปแบบการดูแลผสู้ ูงอายขุ องอาสาสมคั รผดู้ ูแล
ทดลองมากกวา่ ก่อนทดลอง ส่วนกลุม่ เปรียบเทียบมี ผสู้ ูงอายทุ ี่ ปรับปรุงแกไ้ ขแลว้ ไปใช้ พบวา่ ผสู้ ูงอายทุ ่ี
ระดบั ความสามารถก่อนและหลงั การทดลองไมแ่ ตกต่าง ไดร้ ับการดูแลจากอาสาสมคั รผดู้ ูแลผสู้ ูงอายใุ นเขต
กนั อธิบายไดว้ า่ การฝึ กอบรมร่วมกบั ระบบการโคช้ และ เทศบาลตาบลพกุ ร่างมีความพึงพอใจ ภาพรวมอยใู่ น

พีเ่ ล้ียงเพ่ิมระดบั ความสามารถของอาสาสมคั รบริบาล ระดบั มาก
ทอ้ งถิ่นได้ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของสุพชิ ญา หวงั ปิ ติ
พาณิชย1์ 5 (2557) พบวา่ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉล่ีย ข้อเสนอแนะ
ความสามารถในการดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิงสูงกวา่
ก่อนเขา้ โปรแกรมและสูงกวา่ กลุ่มควบคุมอยา่ งมี 1. ขอ้ เสนอแนะจากการวจิ ยั
นยั สาคญั ทางสถิติที่ ระดบั .05 นอกจากน้ีกลุ่มทดลองมี 1.1 ในการพฒั นาการดาเนินงาน ควรมีการ
คะแนนเฉล่ียคุณภาพการดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิง ประสานความร่วมมือจากหลายฝ่ าย เพือ่ ใหเ้ กิดระบบงาน
ดีกวา่ ก่อนเขา้ ร่วมโปรแกรมและดีข้ึนกวา่ กลุม่ ควบคุม ที่เอ้ือตอ่ ผรู้ ับบริการและผใู้ หบ้ ริการโดยนาขอ้ มูลจากการ
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 สอดคลอ้ งกบั วนิสา คน้ ปัญหาจากสภาพจริง มาพฒั นาแนวทางเสริม
หะยเี ซะ และคณะ16 พบวา่ ภายหลงั การไดร้ ับโปรแกรม ความสามารถของบุคลากรหรือผใู้ หบ้ ริการใหถ้ กู ตอ้ ง
กลุม่ ตวั อยา่ งมีพฤติกรรมการดูแลและติดตามเพ่มิ ข้ึนจาก เหมาะสมกบั ความตอ้ งการของผรู้ ับบริการอยา่ งแทจ้ ริง
ก่อนไดร้ ับโปรแกรมอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั .01 และครอบคลมุ ทุก ๆ ดา้ นจากผทู้ ี่มีส่วนเกี่ยวขอ้ งท้งั ระดบั
ความพงึ พอใจของญาติ/ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิงที่ไดร้ ับ อาเภอ ภาคีเครือข่ายและประชาชนในพ้นื ท่ี
การดูแลจาก อสบท. พบวา่ ระดบั ความพึงพอใจหลงั การ 1.2 การวจิ ยั คร้ังน้ีทาใหเ้ กิดกระบวนการนาไปสู่
ทดลอง กลมุ่ ทดลองมีระดบั ความสามารถสูงกวา่ กล่มุ การพฒั นาคือ ร่วมคิด ร่วมตดั สินใจ ร่วมปฏิบตั ิ ร่วมรับ
เปรียบเทียบ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 ผลประโยชน์โดยเนน้ การโคช้ และพเ่ี ล้ียง เสริม
เปรียบเทียบภายในกลมุ่ พบวา่ กลมุ่ ทดลองมีระดบั ความ สมั พนั ธภาพของการทางานท่ีสร้างความไวว้ างใจ เกิดการ
พงึ พอใจหลงั ทดลองมากกวา่ ก่อนทดลอง สอดคลอ้ งกบั ขบั เคล่ือนในการพฒั นาของบคุ ลากรแต่ละระดบั ท่ี
งานวจิ ยั ของสุวมิ ลรัตน์ รอบรู้เจน10 (2560) พบวา่ เกี่ยวขอ้ งใหเ้ ป็นตน้ แบบเพื่อที่จะโคช้ และเป็นพ่เี ล้ียง
ผสู้ ูงอายทุ ี่ไดร้ ับการดูแลสุขภาพจากผดู้ ูแลผูส้ ูงอายมุ ีความ นาไปสู่รูปแบบการบริการที่ส่งผลต่อความพงึ พอใจของ
พงึ พอใจภาพรวมอยใู่ นระดบั มากที่สุดและปัจจยั การให้ ผรู้ ับบริการ
การสนบั สนุนดา้ นการดูแลสุขภาพผสู้ ูงอายขุ องผดู้ ูแลควร 2. ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป
ไดร้ ับการสนบั สนุนจากบุคลากรทางการแพทยแ์ ละจาก

12

2.1 ควรมีการศึกษาวจิ ยั เพ่อื พฒั นารูปแบบการ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
โคช้ และพเ่ี ล้ียงสาหรับบคุ ลากรสาธารณสุขหรือภาคี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เครือข่ายในการดาเนินงานดา้ นการดูแลสุขภาพผสู้ ูงอายุ
2.2 ควรมีการศึกษาองคป์ ระกอบของ
ความสาเร็จของการใหบ้ ริการดูแลผสู้ ูงอายทุ ี่มีภาวะพ่งึ พิง
ดว้ ยการพิสูจนห์ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

เอกสำรอ้ำงองิ

1. วทิ ยาลยั ประชากรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . (2554). ประชากรสูงอาย.ุ วทิ ยาลยั ประชากรศาสตร์จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .

2. สานกั ส่งเสริมสุขภาพกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข. (2555). การดูแลสุขภาพผสู้ ูงอายรุ ะยะยาว. ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทยจากดั . สรุปผลการดาเนินงานดูแลผสู้ ูงอายุ ศูนยอ์ นามยั เขต 11 จงั หวดั นครศรีธรรมราช.

3. นภกานต์ ประสาททอง.(2553). ปัจจยั ที่มีผลต่อความสามารในการปฏิบตั ิงานของพยาบาลวชิ าชีพหน่วยอุบตั ิเหตุฉุกเฉิน
โรงพยาบาลชุมชน เขตภาคตะวนั ออก. [วทิ ยานิพนธพ์ ยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต]. ชลบุรี: มหาวทิ ยาลยั บูรพา.

4. สุกญั ญา รัศมีธรรมโชติ.(2551). Coaching: การพฒั นาผลงานท่ีมองขา้ มไม่ได.้ Productivity World; 13(77): 72-78.
5. Donner G, & Wheeler MM.(2009). Coaching in nursing: An introduction. Indianapolis: Printing Partners.
6. ประวณี า คาไซ.(2551). การสอนงานกบั การบริหารผลการ ปฏิบตั งิ านของพนกั งาน.วารสารวิทยาลัยดสุ ิต ธานี; 2(2): 42-

58.
7. สานกั งาน ก.พ.คูม่ ือการสอนงานสาหรับขา้ ราชการ ผมู้ ีผลสมั ฤทธ์ิสูง. กรุงเทพมหานคร: สานกั งานก.พ.; ม.ป.ป.
8. จุฬาวรี ชยั วงคน์ าคพนั ธ,์ วาสนา บุตรปัญญา, นลินี เดือนดาว, และจีระนนั ทร์ มนั่ เหมาะ ประสิทธิภาพของโปรแกรม

การโคช้ พยาบาลวชิ าชีพ ในการเตรียมความพร้อมผปู้ ่ วยบาดเจบ็ ศีรษะ. วารสารโรงพยาบาลแพร่2555; 20(1): 26- 34.
9. Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W. H. Freeman and Company.
10. สุวมิ ลรัตน์ รอบรู้ เจน. (2017). การพฒั นารูปแบบการดูแลสุขภาพผสู้ ูงอายสุ าหรับผดู้ ูแลผสู้ ูงอายุ อาเภอวารินชาราบ

จงั หวดั อบุ ลราชธานี. Princess of Naradhiwas University Journal, 9(3), 57-69.
11. ชญานิศ ลือวานิช,รัตนา ลือวานิชและจิตรา โรมินทร์.(2557). บริการดูแลระยะยาวสาหรับผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พิงและ

ความตอ้ งการของญาติผดู้ ูแลสาหรับการดูแลผสู้ ูงอายทุ ่ีมีภาวะพ่งึ พงิ ของจงั หวดั ภเู กต็ . วารสารพยาบาลศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั ; 26(2), 73-83.
12. จุฬา รัตน์ หา้ วหาญ, & อรชร อิน ทอง ปาน. (2015). การวจิ ยั และพฒั นารูปแบบการโคช้ เพือ่ พฒั นาความสามารถในการ
ปฏิบตั ิงานดา้ นการบริการสุขภาพ. Nursing Journal of The Ministry of Public Health, 25(1), 167-177.

13

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การศกึ ษาความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งความรดู้ า้ นการจดั การมลู ฝอยตดิ เชอื้
และการปฏบิ ตั งิ าน ดา้ นการจดั การมลู ฝอยตดิ เชอ้ื ของบคุ ลากรโรงพยาบาลชมุ ชนใน

เขตจงั หวดั หนองบวั ลาภู ปี งบประมาณ 2564
Study of the Relationship Between Knowledge and Performance in Infectious
Waste Management of Personnel in Community Hospital Nong Bua Lam Phu

Province Fiscal Year 2021.

วรี ะชยั วเิ ศษทอง*

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั เชิงปริมาณ (Quantitative Research) ในคร้ังน้ี เพ่ือศึกษาความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งความรู้ดา้ นการจดั การมลู
ฝอยติดเช้ือ กบั การปฏิบตั งิ านดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ โดยทาการศึกษาในบุคลากรที่ปฏิบตั งิ านการจดั การมูลฝอยติด
เช้ือในโรงพยาบาลชุมชน จานวน 259 คน ทาการเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยใชแ้ บบสอบถาม วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใชส้ ถิติ ร้อย
ละ (Percentage) ค่าเฉล่ีย (Mean) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) การวเิ คราะห์สถิติที (t-test) ความแปรปรวน
จาแนกทางเดียว (One way ANOVAs) และการวเิ คราะห์ คา่ สหสมั พนั ธ์ (Correlation Analysis) ผลการศึกษา พบวา่
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ความรู้ดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ กบั การปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมูลฝอยติดเช้ือ มีความสมั พนั ธ์
กนั อยใู่ นระดบั ต่า อธิบายไดว้ า่ ประชากรท่ีศึกษาที่มีความรู้เก่ียวกบั การจดั การมูลฝอยติดเช้ือ มีความสมั พนั ธต์ อ่ การ
ปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ แตม่ ีความสมั พนั ธก์ นั ไม่มาก นนั่ อาจเป็นเพราะวา่ การมีความรู้เพยี งอยา่ งเดียวไม่
สามารถทาใหเ้ กิดการปฏิบตั ิอยา่ งถูกตอ้ งได้ แตต่ อ้ งมีปัจจยั ทางดา้ นอื่นๆเขา้ มาเก่ียวขอ้ งดว้ ย เช่น เพศ อายุ ระดบั การศึกษา
ประสบการณ์ในการทางาน การไดร้ ับอุบตั ิเหตจุ ากการทางาน และการไดร้ ับการอบรมเก่ียวกบั มูลฝอยติดเช้ือ ซ่ึงจะมีส่วน
ช่วยใหเ้ กิดการปฏิบตั ิงานเป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ ง

คำสำคญั : มูลฝอยติดเช้ือ, ความรู้ , การปฏิบตั ิงาน

Abstract

This descriptive study was study to relationships between the knowledge of infectious waste management with
practice in infectious waste management. The study was conducted in 259 personnel who performed infectious waste
management in community hospitals. The data were collected using questionnaires and analyzed by using percentage
statistics, mean, standard deviation, t-test, one-way ANOVAs, and analysis. The study found that: the relationship
between knowledge of infectious waste management with practice in infectious waste management have a low relationship

14

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

with each other explain that the studied population with knowledge of infectious waste management. They were
relationship with infectious waste management practices but not many relationships That may be because having
knowledge alone cannot lead to proper action but there must be other factors involved, such as gender, age, education
level, work experience. An accident at work and being trained about infectious waste this will contribute to the operation
to be correct.

Keywords : infectious waste, knowledge, Practice.

* นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั หนองบวั ลาภู

บทนำ ปฏิบตั ิงานของบุคลากรที่เกี่ยวขอ้ ง และขาดความ
ตระหนกั ดา้ นสุขวทิ ยาที่ดีใน การปฏิบตั ิงาน เป็ นตน้
ปัญหามูลฝอยเป็ นปัญหาสาคญั สาเหตุ (กรมควบคุมมลพิษ. 2555)
เน่ืองมาจากการเพิ่มข้นึ ของปริมาณมูลฝอยทุกปี ตาม
อตั ราการเพิ่มข้ึนของจานวนประชากร การขยายตวั ทาง จงั หวดั หนองบวั ลาภู มีโรงพยาบาลชุมชน 5
เศรษฐกิจ การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมในการอปุ โภค แห่ง จานวนมูลฝอยติดเช้ือที่เกิดข้ึนจากการรักษาพยาบาล
บริโภคของประชาชน การขาดความรู้และจิตสานึก ของผปู้ ่ วย มีปริมาณมากข้ึนตามจานวนผปู้ ่ วยท่ีมาใช้
เกี่ยวกบั การจดั การมูลฝอยของประชาชน รวมท้งั ระบบ บริการ ดงั น้นั โรงพยาบาลจึงตอ้ งมีการพฒั นา และ
การบริหารจดั การมูลฝอยท่ีไมม่ ีประสิทธิภาพ ซ่ึง ปรับปรุงระบบการจดั การมูลฝอยติดเช้ือใหม้ ีมาตรฐาน
ก่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ มและสุขภาพอนามยั เพอื่ สร้างสภาพแวดลอ้ มที่ดีในโรงพยาบาล และลด
ของประชาชน จากปัญหาดงั กลา่ วทาใหร้ ัฐบาล ผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม และสุขภาพ จากหลกั การ และ
กาหนดใหก้ ารจดั การมลู ฝอยเป็ นวาระแห่งชาติ ในปี 2559 เหตผุ ลท่ีกลา่ วมา ทาให้ ผวู้ จิ ยั มคี วามสนใจ ศึกษา
ประเทศไทยมีจานวนสถานพยาบาลของคนและสตั วท์ ้งั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความรู้ และการปฏิบตั ิงานดา้ นการ
เป็ น ของภาครัฐและภาคเอกชนจานวน 37,969 แห่ง ซ่ึง จดั การมูลฝอยติดเช้ือของบุคลากรในโรงพยาบาลชุมชน
สถานพยาบาลเหล่าน้ีก่อใหเ้ กิดมลู ฝอยติดเช้ือเกิดข้ึน จงั หวดั หนองบวั ลาภู เพือ่ นาผลวจิ ยั มาปรับปรุง แนว
55,646 ตนั เพ่ิมข้ึนจากปี 2558 จานวน 1,778 ตนั หรือ ทางการเพ่มิ ประสิทธิภาพในการจดั การมูลฝอยติดเช้ือ
ร้อยละ 3.30 การจดั การมูลฝอยติดเช้ือท่ีผา่ นมา ยงั พบ ของโรงพยาบาลในเขตจงั หวดั หนองบวั ลาภตู ่อไป
ปัญหาในการจดั การมูลฝอยตดิ เช้ือในดา้ นตา่ งๆ เช่น การ
ทิ้งมลู ฝอยติดเช้ือปะปนร่วมกบั มลู ฝอยทวั่ ไป การ วตั ถุประสงค์
ใหบ้ ริการดา้ นเก็บขนมูลฝอยติดเช้ือ บุคลากรขาดความรู้
ความชานาญ หรือไม่ไดร้ ับฝึ กอบรมในการปฏิบตั ิงาน เพ่ือศึกษา ความสมั พนั ธ์ ระหวา่ ง ความรู้
ดา้ นการเก็บขนและกาจดั มลู ฝอยติดเช้ืออยา่ งถูกวธิ ี และมี เกี่ยวกบั การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ กบั การปฏิบตั ิงานดา้ น
ประสิทธิภาพ ขาดอปุ กรณ์ป้ องกนั อนั ตรายในการ การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ ของบุคลากรโรงพยาบาลชุมชน
ในเขตจงั หวดั หนองบวั ลาภู

15

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั ละ 42.57 มีระดบั การศึกษา อยใู่ นช่วง ระหวา่ ง
มธั ยมศึกษา (ม.1-ม.6) ร้อยละ 64.26 มีประสบการณ์ใน
รูปแบบกำรวิจัย ใชร้ ะเบียบวิธีวิจยั เชิงปริมาณ การทางานอยใู่ นช่วงระหวา่ ง มากกวา่ 7 ปี ร้อยละ 34.14
(Quantitative Research) ไมเ่ คยไดร้ บั อบุ ตั ิเหตุจากการทางาน ร้อยละ 85.94 และ
เคยไดร้ ับการอบรมเกี่ยวกบั มูลฝอยติดเช้ือ ร้อยละ 97.99
ประชำกรทใี่ ช้ในกำรศึกษำ ในคร้ังน้ี คือ
บุคลากรในโรงพยาบาลชุมชนจงั หวดั หนองบวั ลาภู ที่มี ผลการวเิ คราะห์ระดบั ความรู้เก่ียวกบั การ
หนา้ ท่ีในการปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ จดั การมูลฝอยติดเช้ือ พบวา่ ระดบั ความรู้ เกี่ยวกบั การ
จานวน 731 คน กาหนดขนาดของกลุ่มตวั อยา่ งโดยการ จดั การมลู ฝอยติดเช้ือของประชากรที่ศึกษาโดยรวมอยใู่ น
คานวณจากสูตรของยามาเน่ ท่ีความเชื่อมน่ั ร้อยละ 95 ระดบั มาก และเมื่อพจิ ารณารายดา้ นอยใู่ นระดบั มากท้งั 4
ยอมใหค้ ลาดเคล่ือนได้ ร้อยละ 5 (Taro Yamane 1967) ได้ ดา้ น ส่วนผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ระดบั การ
กลุม่ ตวั อยา่ ง จานวน 259 คน ปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมูลฝอยติดเช้ือ พบวา่ ระดบั การ
ปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมูลฝอยติดเช้ือของ ประชากรที่
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในกำรศึกษำ คือ แบบสอบถาม ซ่ึง ศึกษาโดยรวมอยใู่ นระดบั มากท่ีสุด และเมื่อพจิ ารณาราย
แบ่งเป็ น 4 ส่วน ส่วนท่ี 1 แบบสอบถามขอ้ มูลทวั่ ไปส่วน ดา้ นอยใู่ นระดบั มากที่สุดท้งั 4 ดา้ น
ที่ 2 แบบสอบถามทดสอบความรู้เก่ียวกบั การจดั การมลู
ฝอยติดเช้ือ ส่วนท่ี 3 แบบสอบถามการปฏิบตั งิ านดา้ นการ ผลการวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งความรู้
จดั การมูลฝอยติดเช้ือ ส่วนท่ี 4 ปัญหาและอปุ สรรคในการ เก่ียวกบั การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือกบั การ ปฏิบตั ิงานดา้ น
ปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมูลฝอยติดเช้ือ การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ พบวา่ ความรู้เก่ียวกบั การจดั การ
มลู ฝอยติดเช้ือและการปฏิบตั งิ าน ดา้ นการจดั การมลู ฝอย
วเิ ครำะห์ข้อมูลโดยใชส้ ถิติร้อยละ (Percentage) ติดเช้ือมีความสมั พนั ธ์กนั ในทางบวก
ค่าเฉล่ีย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard
deviation) การวเิ คราะห์สถิติ ที (t-test) ความแปรปรวน อภิปรำยผล
จาแนกทางเดียว (One way ANOVAs) และการวเิ คราะห์
คา่ สหสมั พนั ธ์ (Correlation Analysis) 1. ผลการวเิ คราะห์ระดบั ความรู้เกี่ยวกบั การ
จดั การมูลฝอยติดเช้ือ พบวา่ ระดบั ความรู้โดยรวมอยใู่ น
กำรพทิ กั ษ์สิทธิ การวจิ ยั คร้ังน้ีผา่ นการรับรอง ระดบั มาก และเมื่อพิจารณารายดา้ นอยใู่ นระดบั มากท้งั 4
จริยธรรมการวจิ ยั ในมนุษย์ จากคณะกรรมการวจิ ยั และ ดา้ น แสดงใหเ้ ห็นวา่ บุคลากรท่ีมีหนา้ ท่ี ปฏิบตั ิงานดา้ น
จริยธรรมของสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั หนองบวั ลาภู การจดั การมูลฝอยติดเช้ือมคี วามรู้เกี่ยวกบั การจดั การมลู
เลขที่ 20/2563 ฝอยติดเช้ือ มาก ท้งั น้ีอาจเป็ นเพราะบุคลากรส่วนใหญเ่ คย
ไดร้ ับการอบรมเก่ียวกบั มลู ฝอยตดิ เช้ือ คิดเป็ น ร้อยละ
ผลกำรวจิ ยั 97.99 มีระดบั การศึกษา อยใู่ นช่วงระหวา่ งมธั ยมศึกษา (ม.
1-ม.6) คิดเป็ น ร้อยละ 64.26 และ มี ประสบการณ์ในการ
ส่งแบบสอบถาม จานวน 259 ชุด ไดท้ ่ีตอบ ทางานอยใู่ นช่วงระหวา่ ง มากกวา่ 7 ปี คิดเป็ นร้อยละ
ครบถว้ นสมบูรณ์ จานวน 249 ชุด ร้อยละ 96.14 จาก 34.14 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ประชากรท่ีศึกษาส่วนใหญเ่ ป็ นเพศ
หญิง ร้อยละ 89.96 มีอายอุ ยใู่ นช่วงระหวา่ ง 31-45 ปี ร้อย

16

ความรู้ และการปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การขยะติดเช้ือของ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
พนกั งานโรงพยาบาลศิริราช (ปัทมา พวงขนุ ทด 2554) Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

2. ผลการวเิ คราะห์ระดบั การปฏิบตั ิงานดา้ น ปัจจยั ทางดา้ นอื่นๆเขา้ มาเก่ียวขอ้ งดว้ ย เช่น เพศ อายุ
การจดั การมูลฝอยติดเช้ือ พบวา่ ระดบั การปฏิบตั งิ านดา้ น ระดบั การศึกษา ประสบการณ์ในการทางาน การไดร้ ับ
การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือของประชากรท่ีศึกษาโดยรวม อบุ ตั ิเหตุจากการทางาน และการไดร้ ับการอบรมเกี่ยวกบั
อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด และเม่ือพจิ ารณารายดา้ นอยใู่ น มลู ฝอยติดเช้ือ ซ่ึงจะมีส่วนช่วยใหเ้ กิดการปฏิบตั ิงาน
ระดบั มากท่ีสุดท้งั 4 ดา้ น แสดงใหเ้ ห็นวา่ บุคลากรที่มี เป็ นไปอยา่ งถกู ตอ้ ง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การศึกษา
หนา้ ที่ปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือมีระดบั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความรู้ และการปฏิบตั ิงานดา้ นการ
การปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือมากที่สุด จดั การขยะติดเช้ือของพนกั งานโรงพยาบาลศิริราช
ท้งั น้ีอาจเป็นเพราะบุคลากรส่วนใหญ่เคย ไดร้ ับการอบรม (ปัทมา พวงขนุ ทด 2554)
เกี่ยวกบั มูลฝอยติดเช้ือ คิดเป็ น ร้อยละ 97.99 มีระดบั
การศึกษา อยใู่ นช่วงระหวา่ ง มธั ยมศึกษา (ม.1-ม.6) คิด ข้อเสนอแนะ
เป็ น ร้อยละ 64.26 และมีประสบการณ์ในการทางานอยู่
ในช่วงระหวา่ ง มากกวา่ 7 ปี คดิ เป็ น ร้อยละ 34.14 ทาให้ 1. ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย
เกิดความตระหนกั ถึง ความสาคญั ของการจดั การมลู ฝอย 1.1 ดา้ นความรู้เก่ียวกบั การจดั การมูลฝอยติด
ติดเช้ือ อยา่ งถูกวธิ ีเพอ่ื เป็ นการป้ องกนั อนั ตรายจากท่ีอาจ เช้ือ ควรมีการส่งเสริมความรู้โดยการจดั อบรมเป็ น
เกิดจากมูลฝอยติดเช้ือได้ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การศึกษา ประจาอยา่ งนอ้ ยปี ละ 1 คร้ัง
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความรู้ และการปฏิบตั ิงานดา้ นการ 1.2 ดา้ นอปุ กรณจ์ ดั เกบ็ และขนส่งมลู ฝอยติดเช้ือ
จดั การขยะติดเช้ือของพนกั งานโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงอุปกรณ์ที่ใชส้ วมป้ องกนั ตน ควรมีการจดั หาให้
(ปัทมา พวงขนุ ทด 2554) เพยี งพอกบั ความตอ้ งการ

3. ผลการวเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ งความรู้ ข้อเสนอแนะ สำหรับกำรทำวจิ ยั คร้ังต่อไป
เกี่ยวกบั การจดั การมูลฝอยติดเช้ือกบั การ ปฏิบตั ิงานดา้ น
การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ พบวา่ มีความสมั พนั ธก์ นั ใน 2.1 ศึกษาระดบั ความพึงพอใจของบุคลากร ท่ี
ทางบวกอยา่ งมี นยั สาคญั ที่ระดบั 0.01 โดยมีสมั ประสิทธ์ิ ปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ เพื่อจะทาให้
สหสมั พนั ธ์ 0.164 ถือวา่ มีความสัมพนั ธก์ นั อยใู่ นระดบั ต่า ทราบถึงขอ้ มลู สภาพปัญหาท่ีแทจ้ ริงมากยง่ิ ข้ึน
อธิบายไดว้ า่ ประชากรที่ศึกษาที่มคี วามรู้เก่ียวกบั การ
จดั การมลู ฝอยติดเช้ือ มีความสมั พนั ธต์ ่อ การปฏิบตั ิงาน 2.2 ศึกษาการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือในครอบครัว
ดา้ นการจดั การมลู ฝอยตดิ เช้ือ แตม่ ีความสมั พนั ธก์ นั ไม่ ของผปู้ ่ วยท่ีกลบั ไป ดูแลรักษาต่อท่ีบา้ น ตวั ผปู้ ่ วยหรือ
มาก นนั่ อาจเป็นเพราะวา่ การมีความรู้เพยี งอยา่ งเดียวไม่ ญาติไดม้ ีการจดั การกบั ขยะที่เป็ นมูลฝอยติดเช้ือเหล่าน้นั
สามารถทาใหเ้ กิดการ ปฏิบตั ิอยา่ งถกู ตอ้ งได้ แตต่ อ้ งมี อยา่ งไร

17

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เอกสำรอ้ำงองิ

1. กรมควบคุมมลพิษ. แผนจดั การมลพิษ พ.ศ. 2555-2559. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ กระทรวง ทรัพยากร ธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ ม, 2555.

2. กระทรวงสาธารณสุข กฎกระทรวงสาธารณสุขวา่ ดว้ ยการจดั การมลู ฝอยติดเช้ือ พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร : กระทรวง
สาธารณสุข, 2545.

3. กฤติยา เดชทวสิ ุทธ์ิ. การศึกษาความรู้ตามการรับรู้ เจตคติ และพฤติกรรมการสอนของครู โรงเรียนประถมศึกษาสงั กดั
สานกั งานการประถมศึกษากรุงเทพมหานครท่ีมีตอ่ การจดั การ เรียนรู้ตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ”
ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการประถมศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ, 2546.

4. ปัทมา พวงขนุ ทด. การศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความรู้ และการปฏิบตั ิงานดา้ นการจดั การขยะติดเช้ือของพนกั งาน
โรงพยาบาลศิริราช. วทิ ยานิพนธ์หลกั สูตรปริญญาบริหารธุรกิจมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการประกอบการ บณั ฑิตวทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, 2554.

5. ปิ ยวรรณ จนั ทรเสนา. การจดั การมลู ฝอยติดเช้ือของบคุ ลากรโรงพยาบาลอุดรธานี”การศึกษาคน้ ควา้ แบบอิสระ
มหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2551.

6. วจิ ิตรา ฤทธ์ิประภา. การจดั เก็บมลู ฝอยติดเช้ือในโรงพยาบาลของพนกั งานรักษาความสะอาดในโรงพยาบาลราชบุรี.
ปริญญานิพนธก์ ารศึกษามหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมูบ่ า้ นจอมบึง, 2551.

7. อภินนั ท์ สุขบท. บทบาทของบุคลากรในการจดั การขยะติดเช้ือในโรงพยาบาล โดยกรณีศึกษาคอื โรงพยาบาลเมตตา
ประชารักษ(์ วดั ไร่ขิง)จงั หวดั นครปฐม. ปริญญานิพนธ์การศึกษาสงั คมศาสตร์ สาขาวชิ าส่ิงแวดลอ้ ม บณั ฑิตวทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั มหิดล, 2547.

8. อรอนงค์ แสงดี. การจดั การมูลฝอยติดเช้ือของโรงพยาบาล โกสุมพสิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม. การศึกษาคน้ ควา้ อิสระ
มหาบณั ฑิต สาขาการบริหารจดั การส่ิงแวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 2551.

18

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การวางแผนกาลงั คนในกลมุ่ งานเภสชั กรรม โรงพยาบาลเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเด็จ
พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง เพอ่ื รองรบั
การขยายโรงพยาบาล เป็ น 200 เตยี ง

Manpower Planning in the Pharmaceutical Sector of Princess Maha
ChakriSirindhorn Hospital Siam Boromrajakumari Rayong to Support the

Expansion of the Hospital to 200 Beds

จารวุ ฒั น์ จติ โสภากลุ *

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั เชิงพรรณนาในคร้งั น้ี เป็นการคาดการณ์กาลงั คนในกลุ่มงานเภสชั กรรมโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง ใชว้ ธิ ีคา่ เฉล่ียเคล่ือนท่ีแบบถ่วงน้าหนกั เพ่อื จดั ทาแผนกาลงั คนให้
มีเพียงพอ และมีประสิทธิภาพรองรับแผนบริการสุขภาพปี งบประมาณ พ.ศ.2564-2566 โดยศึกษาใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยนอกและ
ผปู้ ่ วยในที่มียา อตั ราการครองเตยี งผปู้ ่ วยใน จานวนวนั นอนของผปู้ ่ วยในช่วง 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2562 ถึง 15 สิงหาคม พ.ศ.
2563 ตวั ช้ีวดั ผลิตผลปี งบประมาณ พ.ศ. 2555-2563 วเิ คราะหห์ าดชั นีสถานการณ์กาลงั คนในหน่วยงาน (WISN ratio)
ผลการวจิ ยั พบวา่ ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 ตาแหน่งเภสชั กร มีค่า WISN ratio เท่ากบั 1 และเจา้ พนกั งานเภสชั กรรม มีค่า
WISN ratio เท่ากบั 1.38 ซ่ึงเพยี งพอตอ่ การปฏิบตั ิงาน แตต่ อ้ งจดั กาลงั คนใหมใ่ หเ้ หมาะสมตามมาตรฐานสายงานเภสชั กรรม
โดยหมนุ เวยี นเฉพาะตาแหน่งเภสชั กร ไปช่วยงานบริการผปู้ ่ วยในที่กาลงั คนขาด ส่วนตาแหน่งผชู้ ว่ ยเภสชั กรรมมีค่า WISN
ratio เท่ากบั 0.5 ซ่ึงไมเ่ พียงพอตอ่ การปฏิบตั ิงาน ในการศึกษาตวั ช้ีวดั ผลิตผล พบวา่ กาลงั คนมีผลตอ่ ภาระงานเม่ือแผนบริการ
ขยายขนาดเป็น 200 เตียง ซ่ึงคาดการณ์ไดว้ า่ ความคลาดเคลื่อนทางยาสูงข้ึนและระยะเวลาใหบ้ ริการนานข้ึน จึงไดจ้ ดั ทาแผน
กาลงั คนในกลุม่ งานเภสชั กรรม ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564-2566 ใหม้ ีกาลงั คนตามจานวนและคุณสมบตั ิที่ตอ้ งการ โดยใน
ปี งบประมาณ พ.ศ.2564 ตอ้ งการเภสชั กร และผชู้ ่วยเภสชั กรรม จานวน 4 และ 9 คน ตามลาดบั ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2565
ไม่ตอ้ งการกาลงั คนเพ่ิม และในปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ตอ้ งการเภสชั กร และผชู้ ่วยเภสชั กรรมเพ่มิ ข้ึน อยา่ งละ 1 คน

ท้งั น้ีควรทาทุกหน่วยงาน ในโรงพยาบาลเพอ่ื ใหผ้ รู้ ับบริการไดร้ บั ความปลอดภยั โดยคานึงถึงปัจจยั ท่ีมีผลต่อการ
จดั การกาลงั คน เช่น เทคโนโลยี นโยบายและงบประมาณ ประกอบดว้ ย

คำสำคญั คาดการณ์, ผปู้ ่ วย, ภาระงาน, เภสชั กรรม, ความคลาดเคล่ือนทางยา

Abstract

This descriptive research were to study forecasting of manpower in the pharmaceutical group, Chalermprakiat
hospital, HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn. Siam Boromrajakumari Rayong using the weighted moving average
method to develop a sufficient manpower plan and efficient support for the fiscal year health service plans in 2021-2023.

19

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

The research results showed that: WISN ratio of pharmacist and pharmaceutical was about 1 and 1.38, respectively which
was sufficient for their operations but must arrange a new manpower to suit the standards of the pharmaceutical line,
especially for the pharmacist position to help in inpatient service jobs. WISN ratio of pharmacy assistants was 0.5 that
was insufficient for their operations. A study of productive indicators found that manpower had an effect on workload
when the service plan was expanded to 200 beds, the workload and complexity increased. Therefore, a manpower planning
in the pharmaceutical sector in 2021-2566 has been formulated to have the required number and qualifications. The
demand for pharmaceutical sector workforce showed that, pharmacists and pharmacy assistants will be need for 4 and 9
persons, respectively in 2021. There were no need for additional manpower in 2022 and pharmacists and pharmacy
assistants will be need one more person in 2023.

This should be done in all departments in the hospital in order to ensure the patient's safety. The factors was an
effect on manpower planning such as technology, policy and budgets.

Keywords: Forecasting, Patient, Workload, Pharmaceutical, Medication error

*เภสชั กรชานาญการ โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง

บทนำ หากอตั รากาลงั ไมเ่ พยี งพอ ยอ่ มมีความเส่ียงทาให้
ผรู้ ับบริการไม่ไดร้ ับความปลอดภยั และความพึงพอใจ
โรงพยาบาลมาบตาพดุ เปิ ดบริการเม่ือวนั ที่ 2 ลดลงไปดว้ ย ซ่ึงมีความจาเป็ นที่ตอ้ งมีการวางแผน
มกราคม พ.ศ. 2540 ขนาด 30 เตียง แตเ่ น่ืองจากเป็น กาลงั คนในกล่มุ งานเภสชั กรรมใหเ้ พียงพอและมี
โรงพยาบาลที่ต้งั อยใู่ นเขตอุตสาหกรรมมาบตาพดุ ซ่ึงมี ประสิทธิภาพ
ประชากรเป็ นจานวนมาก เพ่ือใหม้ ีโรงพยาบาลท่ีสามารถ
รองรับ และใหก้ ารดูแลประชาชนไดอ้ ยา่ งเพียงพอ การวจิ ยั ในคร้ังน้ีเพ่อื วเิ คราะห์กาลงั คน
ตอ่ เน่ืองและครอบคลุม จึงไดม้ ีมติคณะรัฐมนตรีใหข้ ยาย คาดการณ์และจดั ทาแผนกาลงั คน เตรียมความพร้อมใน
เป็ นโรงพยาบาล ขนาด 200 เตียง ใชช้ ื่อเป็ น โรงพยาบาล การปฏิบตั ิงานตามแผนบริการสุขภาพของโรงพยาบาล
เฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ในการศึกษาคร้ังน้ีการคาดการณ์และคานวณภาระงาน
ราชกมุ ารี ระยอง เปิ ดบริการจริงปัจจุบนั ปี พ.ศ. 2563 (Full time equivalent :FTE) อา้ งอิงตามที่กระทรวง
จานวน 160 เตียง ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564-2566 มี สาธารณสุขกาหนดของสายงานเภสชั กรรม ในส่วน
แผนบริการสุขภาพขยายเป็ น 200 เตียง และเพ่ิมบริการ Production line, allowance,service base, skill mixed ใช้
เฉพาะทาง คือ คลนิ ิกโรคไต และ คลินิกมะเร็ง (เคมี วธิ ีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบถว่ งน้าหนกั ร่วมกบั การคิด
บาบดั ) ส่งผลใหภ้ าระงานและความซบั ซอ้ นของงานเพม่ิ Workload indicator of staffing need : WISN ratio เพือ่ นา
มากข้ึน กลมุ่ งานเภสชั กรรม มีเภสชั กรท้งั หมด 16 คน เจา้ ขอ้ มลู ท่ีไดเ้ สนอต่อกระทรวงสาธารณสุขเพอื่ ขอ
พนกั งานเภสชั กรรม 18 คน และผชู้ ่วยเภสชั กรรม 5 คน สนบั สนุนอตั รากาลงั ใหเ้ พียง ตอ่ การปฏิบตั งิ านรองรับ
แผนบริการสุขภาพ ท้งั น้ีการวางแผนจดั การกาลงั คน

20

จะตอ้ งคานึงถึงปัจจยั ท่ีส่งผลกระทบต่อการบริหารจดั การ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
กาลงั คนไดแ้ ก่ เทคโนโลยี งบประมาณ นโยบาย ระเบียบ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ขอ้ บงั คบั พร้อมท้งั ตอ้ งทาการคาดการณ์และจดั การ
บริหารกาลงั คนอยเู่ สมอเพอ่ื ใหท้ นั สมยั ถกู ตอ้ ง และ ขอ้ มลู ท้งั หมดจะเกบ็ รักษาเป็ นความลบั ตามหลกั เกณฑ์
เหมาะสมกบั สถานการณ์ในเวลาน้นั ๆ(1) การวจิ ยั ในมนุษยข์ องประเทศไทยและหลกั สากลอยา่ ง
เคร่งครัด
วตั ถุประสงค์
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ สืบคน้ ขอ้ มลู พ้ืนฐานผปู้ ่ วย จาก
1. เพอื่ วเิ คราะห์ความตอ้ งการกาลงั คน ท่ีควรมี HOS-XP program และ Excel program สาหรับวเิ คราะห์
และจดั การกาลงั คนตามมาตรฐานสายงานเภสชั กรรม ใน ดชั นีกาลงั คน(WISN ratio) และคาดการณ์กาลงั คนใน
การใหบ้ ริการตามแผนบริการสุขภาพของโรงพยาบาล กลุ่มงานเภสชั กรรมปี งบประมาณ พ.ศ.2564-2566
ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล วเิ คราะห์ภาระงาน (Workload)
2. เพ่อื จดั ทาแผนกาลงั คนกลุ่มงานเภสชั กรรม ดชั นีสถานการณ์กาลงั คน (WISN ratio) และ ตวั ช้ีวดั ผลิตผล
รองรับแผนบริการสุขภาพของโรงพยาบาล ปี งบประมาณ
พ.ศ. 2564-2566 ผลกำรวจิ ยั

3. เพอ่ื จดั ทาขอ้ เสนอแนะในการจดั การกาลงั คน ขอ้ มลู ทวั่ ไป พบวา่ ขอ้ มลู ท้งั หมดท่ีแสดงใน
กลมุ่ งานเภสชั กรรม ที่มีผลตอ่ ความปลอดภยั และความ ปี งบประมาณ พ.ศ. 2560-2563 มแี นวโนม้ สูงข้ึนตามการ
พึงพอใจของผปู้ ่ วยที่เพ่มิ มากข้ึน ขยายขนาดของโรงพยาบาล ไดแ้ ก่ ขอ้ มลู อตั ราการครอง
เตียง และจานวนวนั นอนผปู้ ่ วยใน ส่วนขอ้ มูลอื่นๆ ไดแ้ ก่
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั จานวนผปู้ ่ วยใน ใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยในและผปู้ ่ วยนอกท้งั ท่ีมียา
และไมม่ ียา มีแนวโนม้ สูงข้ึนเช่นกนั แตใ่ นปี งบประมาณ
รูปแบบกำรวจิ ยั เป็นการศึกษาวจิ ยั เชิงพรรณนา พ.ศ. 2561 มีจานวนลดต่าลงเลก็ นอ้ ย โดยใน
(Descriptive research) และการคาดการณ์โดยใชข้ อ้ มูลจาก ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 ท่ีทางานวจิ ยั น้ีมีการเก็บขอ้ มลู
ฐานขอ้ มลู Hos-xp ของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ระหวา่ งวนั ท่ี 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2562 ถึงวนั ท่ี 15 สิงหาคม
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง 2563 เท่าน้นั ยงั ไมค่ รบหน่ึงปี งบประมาณ แต่พบวา่ มี
อตั ราการครองเตียงสูงถึง ร้อยละ 69.39 จานวนวนั นอน
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ไดแ้ ก่ จานวนใบสง่ั ผปู้ ่ วยใน 35,972 วนั และจานวนใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยในท้งั หมด
ยาผปู้ ่ วยนอกและใบสงั่ ยาผปู้ ่ วยในท่ีมียา อตั ราการครอง ท่ีมียา 66,906 ใบ ส่วนจานวนผปู้ ่ วยในท้งั หมดและใบสง่ั
เตียงผปู้ ่ วยใน จานวนวนั นอนผปู้ ่ วยใน ปี งบประมาณ พ.ศ. ยาผปู้ ่ วยนอกลดลง เม่ือเทียบกบั ปี งบประมาณ พ.ศ.2562
2560-2563 (1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ถึง 15 สิงหาคม พ.ศ. กเ็ ป็ นผลมาจากเกิดการระบาดของโคโรน่าไวรัส 2019
2563) ตวั ช้ีวดั ผลิตผลปี งบประมาณ พ.ศ. 2555-2563 โดย (Covid-19) ซ่ึงเป็นมาตรการท่ีหลีกเล่ียงไมใ่ ห้ ผรู้ ับบริการ
มาใชบ้ ริการที่โรงพยาบาลจานวนมาก เพ่อื เป็ นการเวน้
ระยะห่างป้ องกนั การแพร่ระบาดของเช้ือโรค ตารางท่ี 1

21

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงที่ 1 แสดงขอ้ มลู ทวั่ ไป ของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง

ปี งบประมาณ พ.ศ. 2560 ถึง ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 (1 ต.ค. 2562-15 ส.ค. 2563)

ปี งบประมำณ พ.ศ.

ข้อมูล 2560 2561 2562 2563

(ต.ค. 2562-15 ส.ค.2563)

1. อตั ราการครองเตียง (ร้อยละ) 53.61 53.76 59.87 69.39

2. จานวนผปู้ ่ วยในท้งั หมด (คน) 7,950 7,703 8,301 7,939

3. จานวนวนั นอนผปู้ ่ วยใน (วนั ) 31,700 31,786 35,404 35,972

4. ใบสงั่ ยาผปู้ ่ วยในท้งั หมดที่มียา 56,704 56,610 63,693 66,906

5. ใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยนอก (ม+ี ไม่มียา) 211,829 207,420 228,787 209,352

6. ใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยนอกท้งั หมดที่มียา 126,150 122,467 132,585 123,367

การวเิ คราะห์ความตอ้ งการกาลงั คนของกล่มุ งาน การปฏิบตั ิงาน ส่วนตาแหน่งเจา้ พนกั งานเภสชั กรรม
เภสชั กรรม ในการใหบ้ ริการตามแผนบริการสุขภาพของ กาลงั คนที่ควรมี คือ 13 คน นอ้ ยกวา่ ที่มีอยจู่ ริง คือ 18 คน
โรงพยาบาล ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 พบวา่ ความตอ้ งการ ไดค้ า่ WISN 1.38 แปรผลไดว้ า่ เจา้ พนกั งานเภสชั กรรมมี
กาลงั คนของกลมุ่ งานเภสชั กรรมในปี งบประมาณ พ.ศ. จานวนเกินกวา่ ที่จาเป็นตอ่ การปฏิบตั ิงาน และตาแหน่ง
2563 ตาแหน่งเภสชั กร กาลงั คนท่ีควรมีเท่ากบั จานวนที่มี ผชู้ ่วยเภสชั กรรม กาลงั คนท่ีควรมี คือ 14 คน แต่มีจานวน
อยจู่ ริงในปัจจบุ นั คือ 16 คน ทาใหค้ า่ WISN เท่ากบั 1 ที่มีอยจู่ ริง คือ 7 คน ไดค้ ่า WISN 0.5 ซ่ึงไม่เพียงพอต่อการ
แปลผลไดว้ า่ จานวนเภสชั กรที่มีอยใู่ นปัจจุบนั เพียงพอตอ่ ปฏิบตั ิงาน ตารางที่ 2

ตำรำงท่ี 2 แสดงจานวนกาลงั คนในกลมุ่ งานเภสชั กรรมในปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 และคา่ WISN

ตำแหน่ง ควรมี มอี ยู่จริง WISN แปรผล

เภสชั กร 16 16 1 จานวนเภสชั กรเพียงพอตอ่ การปฏิบตั ิงาน
เจา้ พนกั งานเภสชั กรรม 13 18 1.38 จานวน เจา้ พนกั งานเภสชั กรรม

ผชู้ ่วยเภสชั กรรม 14 เกินกวา่ ที่จาเป็ นตอ่ การปฏิบตั ิงาน
7 0.5 จานวนผชู้ ่วยเภสชั กรรมไม่เพยี งพอต่อการปฏิบตั ิงาน

ไดจ้ าแนกกาลงั คนในแต่ละหน่วยงานของกลมุ่ ขาดกาลงั คน ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 พบวา่ ตาแหน่ง

งานเภสชั กรรม เพ่ือตอ้ งการทราบวา่ หน่วยงานใดมี เภสชั กร งานบริการผปู้ ่ วยในมีคา่ WISN เท่ากบั 0.62

กาลงั คนเกินกวา่ ท่ีตอ้ งการหรือไม่เพียงพอตอ่ การ (WISN นอ้ ยกวา่ 1) แสดงวา่ เภสัชกรไมเ่ พียงพอตอ่ การ

ปฏิบตั ิงาน เพื่อจดั กาลงั คนใหเ้ หมาะสมตามมาตรฐานสาย ปฏิบตั ิงาน เนื่องจากที่ควรมี คือ 4.85 คน แตม่ ีอยจู่ ริง 3 คน

งานเภสชั กรรมโดยหมุนเวยี นไปช่วยงานในหน่วยงานที่ ในขณะที่งานบริหารเวชภณั ฑแ์ ละงานบริการผปู้ ่ วยนอก มี

22

เภสชั กรมากกวา่ ความจาเป็ นตอ่ การปฏิบตั ิงาน โดยมีค่า The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
WISN เป็ น 2 และ 1.07 ตามลาดบั ส่วนหน่วยงานคุม้ ครอง Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ผบู้ ริโภค งานผลิตยา และงานเภสชั ปฐมภมู ิ มีจานวนเภสชั
กร เพยี งพอต่อการปฏิบตั ิงาน โดยมีคา่ WISN เท่ากบั 1 สถานการณ์กาลงั คนและมีการประชุมเก่ียวกบั การจดั การ
สาหรับตาแหน่งเจา้ พนกั งานเภสชั กรรม กาลงั คนเกินความ กาลงั คน ใหเ้ หมาะสมท้งั ในระยะส้นั และระยะยาว(5) ใน
จาเป็นต่อการปฏิบตั ิงานโดยมีคา่ WISN มากกวา่ 1 ทุกงาน ระยะส้นั ไดจ้ ดั การหมุนเวยี นกาลงั คนที่มีอยใู่ หเ้ พียงพอตอ่
ในกลมุ่ งานเภสชั กรรม ยกเวน้ งานผลิตยา มีเจา้ พนกั งาน การปฏิบตั งิ าน โดยจดั สรรใหเ้ ภสชั กร 1 คนท่ีปฏิบตั ิงาน
เภสชั กรรมพอดีกบั การปฏิบตั งิ าน ส่วนตาแหน่งผชู้ ่วย ในงานบริหารเวชภณั ฑม์ าปฏิบตั งิ าน 2 วนั ทาการตอ่ 1
เภสชั กรรม พบวา่ งานบริหารเวชภณั ฑ์ มีจานวนผชู้ ่วย สปั ดาห์ ที่งานบริการผปู้ ่ วยในและ เภสชั กรงานบริการ
เพียงพอตอ่ การปฏิบตั ิงานมีค่า WISN เท่ากบั 1 ในขณะท่ี ผปู้ ่ วยนอก 1 คน หมุนเวยี นงานมาช่วยงานบริการผปู้ ่ วยใน
งานบริการผปู้ ่ วยนอก งานบริการผปู้ ่ วยใน งานผลิตยา ปฏิบตั ิงาน 2 วนั ทาการต่อ 1 สปั ดาห์ เช่นกนั เพ่ือให้
ผชู้ ่วยเภสชั กรมีไมเ่ พียงพอตอ่ การปฏิบตั ิงานมีค่า WISN กาลงั คนในแต่ละหน่วยงานมีความเพยี งพอ ส่วนตาแหน่ง
นอ้ ยกวา่ 1 ส่วนงานคุม้ ครองผบู้ ริโภค แปลความหมายได้ เจา้ พนกั งานเภสชั กรรม ไม่ไดห้ มนุ เวยี นการปฏิบตั ิงานใน
วา่ มีผชู้ ่วยเภสัชกรเกินความจาเป็นตอ่ การปฏิบตั ิงาน แตล่ ะหน่วย เพยี งแต่กาลงั คนท่ีเกินมาใหท้ ดแทนจานวน
ขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากตารางท่ี 3 ทาใหก้ ลมุ่ งานเภสชั กรรมทราบ ผชู้ ่วยเภสชั กรท่ีขาด ส่วนในระยะยาว ไดว้ างแผนขอ
อตั รากาลงั ตามจานวนและคุณสมบตั ิใหต้ รงตามแผน
บริการสุขภาพ ตารางที่ 3

ตำรำงท่ี 3 แสดงจานวนกาลงั คนที่ควรมีในกลมุ่ งานเภสชั กรรมในแตล่ ะงาน และแสดงคา่ WISN ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อ
หมุนเวยี นงาน (Rotation)

เภสัชกร จพง. เภสัชกรรม ผู้ช่วยเภสัชกร

หน่วยงำน ทคี่ วรมี มอี ยู่จริง WISN ทค่ี วรมี มอี ยู่จริง WISN ทคี่ วรมี มอี ยู่จริง WISN

งานบริการผปู้ ่ วยนอก 7.5 8 1.07 6.5 7 1.08 6.5 3 0.45

งานบริการผปู้ ่ วยใน 4.85 3 0.62 3.85 4 1.04 3.85 0 0

งานบริหารเวชภณั ฑ์ 1 2 22 422 21

งานคุม้ ครองผบู้ ริโภค 1 1 1 - 2 2 - 1 1*

งานผลิตยา 1 1 11 112 00

งานเภสชั ปฐมภมู ิ 1 1 1 - - - - - -

หมำยเหตุ : 1* หมายถึง กาลงั คนเกินความจาเป็ นตอ่ การปฏิบตั ิงาน 1 คน แตไ่ มใ่ ช่คา่ WISN เท่ากบั 1

ขอ้ มูลทวั่ ไปของโรงพยาบาลท่ีคาดการณ์ไวล้ ว่ งหนา้ บริการสุขภาพของโรงพยาบาล พบวา่ ขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการ
เพ่ือใชเ้ ป็นขอ้ มูลจดั สรรกาลงั คนเพมิ่ เติมในปี งบประมาณ คาดการณ์มีแนวโนม้ เพม่ิ ข้ึนในแตล่ ะปี และมีค่าสูงสุดใน
พ.ศ. 2564-2566 ท้งั น้ี ขอ้ มลู ท่ีคาดการณ์ไดอ้ า้ งตามแผน ปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ตารางท่ี 4

23

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงท่ี 4 แสดงขอ้ มลู ทวั่ ไป ไดจ้ ากการคานวณในงานวจิ ยั เป็ นคา่ ท่ีคาดการณ์ไวล้ ่วงหนา้ ของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ
สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2566

ข้อมูลทคี่ ำดกำรณ์ได้ 2564 ปี งบประมำณ พ.ศ. 2566
61.82 63.54
1. อตั ราการครองเตียง (ร้อยละ) 45,128 2565 46,384
2. จานวนวนั นอนผปู้ ่ วยใน (วนั ) 10,953 62.88 11,258
3. จานวนผปู้ ่ วยใน (คน) 80,936 45,902 83,084
4. จานวนใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยใน ที่มียา (ใบ) 296,027 11,141 304,270
5. จานวนผปู้ ่ วยนอกท่ีมารับบริการ (คร้ัง) 228,828 82,220 235,200
6. จานวนใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยนอก ท่ีมยี า (ใบ) 301,108
232,756

กาลงั คนที่คาดการณ์ไดใ้ นปี งบประมาณ พ.ศ. ตามลาดบั หมายความวา่ ถา้ หากไม่มีการจดั สรรตาแหน่ง
2564-2565 ในตาแหน่งเภสชั กรจะมีเพียงพอต่อการ เภสชั กรเพม่ิ เติมตามที่คาดการณ์ จะทาใหก้ าลงั คนมีไม่
ปฏิบตั ิงานรวมแลว้ ควรมี 20 คน และจะเพ่ิมเป็ น 21 คนใน เพยี งพอตอ่ การปฏิบตั ิงานในอนาคตเช่นเดียวกบั ตาแหน่ง
ปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ทาใหค้ า่ WISN มีแนวโนม้ ลดลง ผชู้ ่วยเภสชั กรรม ที่มีค่า WISN นอ้ ยกวา่ 1 ส่วนตาแหน่ง
จากเดิม(ปี งบประมาณ พ.ศ. 2563) ท่ีมีคา่ เป็ น 1 ลดลงเป็น เจา้ พนกั งานเภสชั กรรมน้นั มเี พียงพอต่อการปฏิบตั ิงาน
0.8, 0.8 และ 0.7 ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564-2566 จนถึงปี งบประมาณ 2566 ภาพท่ี 1

จานวนบคุ ลากร(คน) WISN

0.8 0.8 0.7 1 0.39 0.39 0.37
1.06 1.06

20 20 21 17 17 18 18 18 19

ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566

เภสชั กร จพง.เภสชั กรรม ผชู้ ่วยเภสชั กรรม

ภำพท่ี 1 จานวนกาลงั คน ในกลมุ่ งานเภสชั กรรมที่คาดการณ์ไดใ้ นปี งบประมาณ พ.ศ.2564-2566 และแสดงคา่ WISN
ในแตล่ ะปี งบประมาณ

24

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 ตาแหน่งเภสชั กร มี เวชภณั ฑย์ าแมจ้ ะมีกาลงั คนเพิ่มข้นึ แต่ก็มีจานวนรายการ
ความตอ้ งการมากถึง 4 คน ต้งั แต่ ตลุ าคม 2563 ในการ ท่ีตอ้ งจดั ซ้ือ จดั เก็บ กระจายไปตามจุดต่างๆใน
สรรหาจะคดั เลือกใหม้ ีคุณสมบตั ิตรงกบั แผนบริการ โรงพยาบาลเพิ่มข้ึนจานวน 234 รายการคิดเป็น ร้อยละ
สุขภาพของโรงพยาบาลปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2566 66.67 และยงั พบอีกวา่ มีจานวนยาขาดจากคลงั เน่ืองจาก
คือเภสชั กรเช่ียวชาญโรคไตประจาคลินิกไต 1 คน เภสชั จดั ซ้ือไมท่ นั เฉลี่ย 2 คร้ังต่อปี ในขณะที่เป็นโรงพยาบาล
กรเช่ียวชาญยามะเร็งประจาคลินิกมะเร็ง 1 คน ส่วนเภสชั ขนาด 30 เตียง ไม่พบจานวนยาขาดคลงั อาจส่งผลตอ่
กรอีก 2 คน เช่ียวชาญการดูแลผปู้ ่ วยใน (Acute care) การใหบ้ ริการผปู้ ่ วยได้ สาหรับงานผลิตยาน้นั มีแนวโนม้
สาหรับในปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 น้นั ไม่มีการ ในการขยายรายการยาในการผลิตมากข้ึนรองรับการ
เปลี่ยนแปลงแผนการจดั การกาลงั คนจนถึงใน ขยายเป็นโรงพยาบาล 200 เตียง หน่วยงานสุดทา้ ยคือ
ปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 มีความตอ้ งการตาแหน่งเภสชั งานคุม้ ครองบริโภคและงานเภสชั ปฐมภมู ิแมไ้ ม่ไดด้ ูแล
กรอีก 1 คน โดยใหม้ ีคุณสมบตั ิสมารถเตรียมยาเคมีบาบดั ผปู้ ่ วยในโรงพยาบาลโดยตรงแตเ่ ป็ นงานท่ีจาเป็ นตอ้ ง
และสารละลายที่ใหท้ างหลอดเลือดดาได้ ตาแหน่งเจา้ ดาเนินการควบคูก่ นั ไปเมื่อตอ้ งแบ่งกาลงั คนมาทางานน้ี
พนกั งานเภสชั กรรมไม่มีความตอ้ งการกาลงั คนเพิ่มตลอด ยอ่ มมีผลกระทบต่องานอ่ืนๆ อยา่ งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วน
ปี งบประมาณ พ.ศ.2564-2566 และตาแหน่งผชู้ ่วยเภสชั ผลการคาดการณ์ผลผลิตตวั ช้ีวดั ปี งบประมาณ พ.ศ.
กรรมมีความตอ้ งการกาลงั คน ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2564-2566 (200 เตียง) พบวา่ ความคลาดเคลื่อนทางยา
2564 จานวน 10 คน โดยคุณสมบตั ิของผปู้ ฏิบตั ิงาน คือ งานบริการผปู้ ่ วยนอกเฉล่ีย 3704, 3768, 3807 คร้ังต่อปี
สามารถอา่ นภาษาองั กฤษไดแ้ ละมีใจรักในงานบริการ (มากกวา่ ปัจจุบนั 160 เตียง ท่ีเฉลีย่ 2051 คร้ังตอ่ ปี ) และ
ท้งั น้ีในปี งบประมาณ พ.ศ.2564 พบวา่ เจา้ พนกั งานเภสชั งานบริการผปู้ ่ วยในเฉลี่ย 558,567, 573 คร้ังตอ่ ปี
กรรมมีกาลงั คนเกิน นา 1 คน ใหม้ าทดแทนจานวนผชู้ ่วย (มากกวา่ ปัจจุบนั 160 เตียง ที่เฉลี่ย 380 คร้ังตอ่ ปี )
เภสชั กรรมท่ีขาด จึงวางแผนรับผชู้ ่วยเภสชั กรรมจานวน ตามลาดบั ซ่ึงสูงข้ึนกวา่ ปัจจุบนั (ปี งบประมาณ พ.ศ.
9 คน สาหรับในปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 ไม่มีความ 2563) มาก และยงั พบวา่ เภสชั กรแต่ละคนตอ้ งทางาน
ตอ้ งการผชู้ ่วยเภสชั กรรมเพ่มิ เติม แต่ในปี งบประมาณ ลว่ งเวลาที่งานบริการผปู้ ่ วยนอกเฉลี่ย คนละ 143.05,
พ.ศ. 2566 ตอ้ งการเพิม่ จานวน 1 คน จึงจะมคี วามเพียงพอ 149.48, 153.51 นาทีต่อวนั และงานบริการผปู้ ่ วยในเฉล่ีย
ต่อการปฏิบตั ิงาน คนละ 119.57, 128.13, 133.89 นาทีตอ่ วนั ตามลาดบั หาก
ไมไ่ ดก้ าลงั คนเพ่มิ เติมตามท่ีคาดการณ์ไว้
ในขณะท่ีเป็ นโรงพยาบาล ขนาด 160 เตียง มี
ผชู้ ่วยเภสชั กรรมเพ่มิ ข้ึน 3 คน ส่วนตาแหน่งอ่ืนจานวน อภปิ รำยผล
คนเท่าเดิม แตก่ ลบั มีภาระงานและความซบั ซอ้ นของงาน
มากข้ึนเน่ืองจากผรู้ ับบริการเพิม่ มากข้ึน ความคลาด การวจิ ยั คร้ังน้ีคานวณจากภาระงาน ของกลุม่ งาน
เคลื่อนทางยาของผปู้ ่ วยนอกและผปู้ ่ วยในเพ่ิมข้ึน ร้อยละ เภสชั กรรมโดยวธิ ี Full time equivalent สามารถทราบ
34.13 และร้อยละ 24.18 ตามลาดบั ทาใหผ้ ปู้ ่ วยมีความ สถานการณ์กาลงั คนของกลุม่ งานเภสชั กรรมปี งบประมาณ
เส่ียงไดร้ ับยาไม่ถูกตอ้ ง ครบถว้ น และระยะเวลารอคอย พ.ศ.2563 วา่ ตาแหน่งเภสชั กรและเจา้ พนกั งานเภสชั กรรมมี
รับยาเฉลี่ยกเ็ พมิ่ ข้ึน 7.03 นาทีส่งผลใหค้ วามพงึ พอใจ เพียงพอเนื่องจากมีค่า WISN เท่ากบั 1 และ1.38 ตามลาดบั แต่
ของผรู้ บั บริการลดลง ร้อยละ 7.83 ส่วนงานบริหาร

25

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การจดั การกาลงั คนตาแหน่งเภสชั กรยงั ไม่เหมาะสม ส่วน คอยรับยานานข้ึนสอดคลอ้ งกบั เจริญศรี ชินวรากร และ ไซ
ผชู้ ่วยเภสชั กรรมมีไมเ่ พียงพอตอ่ การปฏิบตั งิ านเพราะมีค่า นบั ศุภศิริ ที่พบวา่ การเพิ่มจานวนเภสชั กรเขา้ ไปใหเ้ พยี งพอ
WISN 0.5(4) สอดคลอ้ งกบั จุฑามาส วฒั นาโภคสิน และ ในช่วงเวลาเร่งด่วนและเพิ่มเภสชั กรในข้นั ตอนการตรวจสอบ
ไพบูลย์ ดาวสดใส (2557) ทาใหต้ อ้ งจดั การกาลงั คนเฉพาะ ยา จะทาใหร้ ะยะเวลารอคอยรับยาเฉลี่ยลดลงและผรู้ ับบริการ
เภสชั กรใหเ้ หมาะสม โดยระยะส้นั ขณะที่ยงั ไม่สามารถจดั หา มีความพงึ พอใจสูงข้ึน(9)
กาลงั คนเพ่ิมไดจ้ ะใชว้ ธิ ีการหมุนเวยี นเภสชั กร จากหน่วยงาน
ท่ีกาลงั คนเกินไปช่วยงานในหน่วยงานท่ีกาลงั คนขาด ส่วน งานบริหารเวชภณั ฑย์ า ขณะเป็ นโรงพยาบาล
ในระยะยาวดาเนินการจดั ทาแผนกาลงั คนทุกตาแหน่งรองรบั ขนาด 160 เตียง ภาระงานมากข้ึนเพราะมีรายการเพม่ิ ข้ึน 234
แผนบริการสุขภาพปี งบประมาณ พ.ศ. 2564-2566 (200 เตียง) รายการและพบวา่ อบุ ตั ิการณ์ยาขาดคลงั เฉลี่ย ปี ละ 2 คร้ัง
(5) ในการคาดการณ์กาลงั คนน้นั ใชว้ ธิ ีคา่ เฉล่ียเคล่ือนท่ีแบบ เช่น จากการสืบคน้ ขอ้ มลู ในปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 ยา
ถ่วงน้าหนกั เพือ่ ทราบภาระงาน (Full time equivalent) และ Insulin aspart ขาดจากคลงั และไม่มียาตวั อื่นในโรงพยาบาล
จานวนกาลงั คนที่ตอ้ งมใี นอนาคต(6) สอดคลอ้ งกบั รุ่งเพช็ ร ทดแทนได้ ทาใหไ้ มม่ ียาที่แพทยจ์ ะใชก้ บั ผปู้ ่ วยท่ีเป็ น
สกลุ บารุงศิลป์ และคณะ เพอ่ื จดั การกาลงั คนใหม้ จี านวน เบาหวานและตอ้ งระวงั การเกิดภาวะ Hypoglycemia เป็ น
เพียงพอและมีคุณสมบตั ิตามท่ีตอ้ งการตามมาตรฐานสายงาน ความเสี่ยงท่ีทาใหผ้ ปู้ ่ วยไม่ไดร้ ับการรักษาตามที่ควรจะเป็น
เภสชั กรรม(2) พบวา่ กาลงั คนในการปฏิบตั งิ านมีผลต่อความ และอาจเกิดอนั ตรายกบั ผปู้ ่ วยได้ ถา้ ขยายเป็ น 200 เตียง แลว้
ปลอดภยั (ความคลาดเคล่ือนทางยา) (8) และความพงึ พอใจของ ไมไ่ ดร้ ับการสนบั สนุนกาลงั คนตามที่คาดการณ์ไว้ อาจเกิด
ผรู้ ับบริการที่เพิ่มมากข้ึนสอดคลอ้ งงานวจิ ยั ของ กิตติพนธ์ ปัญหายาขาดคลงั และส่งผลต่อผปู้ ่ วยไดต้ ามที่กลา่ วมา ส่วน
เครือวงศ์ และ งานวจิ ยั ของ ศริลรัชน์ ฤกษช์ ยั ศรีและคณะ และ งานผลิตยาและงานคุม้ ครองผบู้ ริโภค เป็ นงานท่ีตอ้ งทาตาม
ตามแผนบริการสุขภาพปี งบประมาณ พ.ศ.2564-2566 นโยบายซ่ึงตอ้ งแบ่งกาลงั คนมาทางานส่งผลกระทบต่อการ
สามารถคาดการณ์ไดว้ า่ ใบสง่ั ยาผปู้ ่ วยนอกและผปู้ ่ วยในท่ีมียา บริการผปู้ ่ วยอยา่ งหลีกเล่ียงไมไ่ ด้
เพมิ่ มากข้ึนและความคลาดเคลื่อนทางยาสูงข้ึน(7) ท้งั ผปู้ ่ วย ข้อเสนอแนะ
นอกและผปู้ ่ วยใน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ กิตติพนธ์
เครือวงศ์ และ ศริลรัชน์ ฤกษช์ ยั ศรีและคณะ ที่พบวา่ ถา้ การคาดการณ์และจดั การกาลงั คนตอ้ งกระทาอยู่
กาลงั คนไม่เพียงพอหรือไม่มศี กั ยภาพเหมาะสมกบั ภาระงาน สม่าเสมอและใชห้ ลายวธิ ีร่วมกนั อีกท้งั ควรมีการตรวจสอบ
จะทาใหก้ ารทางานไม่มีประสิทธิภาพ ผปู้ ่ วยไมไ่ ดร้ ับความ ความถกู ตอ้ งแม่นยาของการคาดการณ์เม่ือสามารถ
ปลอดภยั มีความคลาดเคล่ือนทางยาสูงข้ึน ส่วนระยะเวลารอ ตรวจสอบได้ ไมค่ วรบรรจุกาลงั คนเท่ากบั จานวนท่ี
คอยรับยาน้นั พบวา่ งานบริการผปู้ ่ วยนอก คาดการณ์วา่ เภสชั คาดการณ์ไดเ้ พราะหากภาระงานลดลงแลว้ จานวน
กรแต่ละคนจะมีภาระงานจ่ายยา 89.56, 91.09, 92.05 ใบสง่ั ยา ผปู้ ฏิบตั ิงานจะเกินกวา่ ที่ตอ้ งการซ่ึงแกไ้ ขปัญหาไดย้ ากใน
ต่อคนต่อวนั ตามลาดบั ซ่ึงสูงข้ึนมากเมื่อเทียบกบั ปัจจบุ นั ภายหลงั และควรจดั การกาลงั คนใหเ้ หมาะสมกบั ภาระงาน
ปี งบประมาณ พ.ศ.2563 (160 เตียง) ท่ี 55.50 ใบสงั่ ยาตอ่ คน ทุกวชิ าชีพทุกหน่วยงานในโรงพยาบาล
ตอ่ วนั และเภสชั กรแตล่ ะคนตอ้ งทางานล่วงเวลาของงาน
บริการผปู้ ่ วยนอกเฉลี่ยคนละ 143.05, 149.48 และ 153.51 กติ ตกิ รรมประกำศ
นาทีตอ่ วนั หากไมม่ ีกาลงั คนมาเพ่ิมเติม ส่งผลใหร้ ะยะเวลารอ
งานวจิ ยั เรื่องน้ี เป็นงานวจิ ยั เก่ียวการจดั การ
กาลงั คนในกลมุ่ งานเภสชั กรรม โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ

26

สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เพ่อื รองรับการขยายโรงพยาบาลเป็ น 200 เตียง (จากเดิม 30 Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เตียง)ไดส้ าเร็จลุลว่ งไปไดด้ ว้ ยความเรียบร้อย ท้งั น้ีไดร้ ับการ
สนบั สนุนขอ้ มูลจากโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ระยอง
ขอขอบพระคุณเป็ นอยา่ งสูงมา ณ ที่น้ี

เอกสำรอ้ำงองิ

1. พิศาลสิทธ์ ธนวฒุ ิ และ นิลวรรณ อยภู่ กั ดี. การคาดการณ์กาลงั คนสาหรับการวางแผนอตั รากาลงั เภสชั กรในประเทศไทย.
วารสารวจิ ยั ระบบสาธารณสุข, 2558 :294-304

2. Human Resources . การบริหารทรัพยากรบุคคล. กองบริหารทรัพยากรมนุษย์ สานกั บริหารสาธารณสุข สานกั งาน
ปลดั กระทรวงสาธารณสุข. 2555.

3. ดาว สงวนรังศิริกลุ .หรรษา เชี่ยวอนนั ตวานิช และ มณีรัตน์ แสงเกษม. การศึกษาเปรียบเทียบเพือ่ หาตวั แบบที่เหมาะสม
สาหรับการพยากรณ์จานวนผปู้ ่ วยท่ีเป็นโรคเฝ้ าระวงั ทางระบาดวทิ ยาในกรุงเทพมหานคร. วารสารวจิ ยั และพฒั นา มจ,
2558 ; 35-54.

4. จุฑามาส วฒั นาโภคสิน และ ดร.ไพบูลย์ ดาวสดใส. การวดั ปริมาณงานและการกาหนดอตั รากาลงั บุคลากรดา้ นเภสชั
กรรมของโรงพยาบาลมญั จาคีรี จงั หวดั ขอนแก่น. วารสารวทิ ยาลยั บณั ฑิตศึกษาการจดั การ มข.7, 2557 : 128-141.

5. อมั พร ธารงลกั ษณ์. การวางแผนกาลงั คน (Workfoce Planing) ในองคก์ ารภาครัฐ : กรณีศึกษาสานกั งานคณะกรรมการ
วจิ ยั แห่งชาติ (วช.). ศรีปทุมทศั น์ ฉบบั มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์, 2555; 115-128.

6. ดร.รุ่งเพช็ ร สกลุ บารุงศิลป์ และคณะ. การศึกษากาลงั คนเภสชั กรในทศวรรษหนา้ ปี 2569. สภาเภสชั กรรมแลศูนย์
ประสานงานการศึกษาเภสชั ศาสตร์แห่งประเทศไทย.

7. ศริลรัชน์ ฤกษช์ ยั ศรี และคณะ.ปัจจยั เชิงสาเหตุท่ีมคี วามสมั พนั ธต์ อ่ การเกิดความคลาดเคล่ือนทางยาในกระบวนการจดั ยา
ผปู้ ่ วยนอก แผนกเภสชั กรรมชุมชนจงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา. วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้ องกนั แห่งประเทศไทย,
2559;225-230.

8. กิตติพนธ์ เครือวงั ค.์ ความคลาดเคล่ือนทางยา. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 2561;251-265.
9. เจริญศรี ชินวรากร. การปรับลดระยะเวลาการใหบ้ ริการจ่ายยาผปู้ ่ วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ .

วารสารวชิ าการสาธารณสุข, 2559; 664-672.

27

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การพฒั นาและการประเมนิ ผลการใชร้ ปู แบบการบาบดั ฟื้ นฟู ผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
ของโรงพยาบาลเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ

Developing, and Evaluating of Drug Addict Therapy Rehabilitation Model of
Thepsathit Hospital, Chaiyaphum Province

กฤษฎา ศริ ภิ มู *ิ

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั เพ่ือพฒั นาน้ีใชว้ ธิ ีการวจิ ยั แบบผสม มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือ 1) ศึกษาบริบทการดาเนินงานการบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ดิ
ยาเสพติดของโรงพยาบาลเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภูมิ 2) ศึกษาแนวทางการบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด 3) พฒั นารูปแบบการบาบดั
ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด และ 4) ประเมินผลการปฏิบตั ิการใชร้ ูปแบบ ผใู้ หข้ อ้ มลู จานวน 148 คน เคร่ืองมือวจิ ยั ประกอบดว้ ย
แบบสมั ภาษณ์ และแบบสอบถาม วเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงคุณภาพดว้ ยการวเิ คราะห์เน้ือหา และวเิ คราะหข์ อ้ มลู เชิงปริมาณดว้ ย
คา่ เฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวจิ ยั พบวา่ บริบทการดาเนินงานเป็ นการดาเนินงานร่วมกนั ของเครือข่ายที่มีส่วน
ร่วมระหวา่ งสหวชิ าชีพและชุมชน บาบดั ฟ้ื นฟแู บบจิตสงั คมบาบดั ผปู้ ่ วยนอกแบบประยกุ ตท์ ้งั ระบบสมคั รใจและระบบบงั คบั
บาบดั มีแนวทางการดาเนินงานคอื ตอ้ งมีการกาหนดเป้ าหมายโครงสร้างของคณะทางาน โครงการและข้นั ตอนกิจกรรม
วธิ ีการประเมินผล และกาหนดเง่ือนไขและปัจจยั สู่ความสาเร็จ รูปแบบการบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพตดิ ของโรงพยาบาลเทพ
สถิตประกอบดว้ ย เป้ าหมายของรูปแบบ หลกั การ โครงสร้างของคณะทางาน ข้นั ตอนของรูปแบบ 4 ข้นั ตอน (ข้นั ตอนที่ 1
การเตรียมการ ข้นั ตอนที่ 2 การบาบดั รักษา ข้นั ตอนท่ี 3 ฟ้ื นฟสู มรรถภาพ ข้นั ตอนที่ 4 การติดตามดแู ลช่วยเหลือหลงั การ
บาบดั ) การประเมินผล และปัจจยั ที่นาไปสู่ความสาเร็จ รูปแบบมีความเหมาะสมในระดบั มาก ผลการดาเนินงานมีคดั กรอง
กลุ่มเสี่ยงที่บูรณาการร่วมกนั ทุกหน่วยงานเครือขา่ ยร่วมกบั ครอบครัว ชุมชนและโรงเรียนเขา้ สู่การบาบดั จานวน 303 คน พบ
ผตู้ ิดยาและนาเขา้ เขา้ สู่กระบวนการบาบดั ฟ้ื นฟตู ามรูปแบบ 94 คน ผา่ นกระบวนการบาบดั ครบทุกคน มีการติดตามผล ผู้
ผา่ นการบาบดั 45 คน (ร้อยละ 47.90)

คำสำคญั : รูปแบบ, การบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด

Abstract

This research for development were mixed-method research aimed to 1) study the operating context of Thepsathit
hospital, Chaiyaphum province, 2) set up the operational guidelines, 3) develop a drug addict therapy rehabilitation model
and 4) evaluate operating model. Samples were purposive in 148 key informant persons. The research tools were
consisted of interviews and questionnaire. The data were analyzed by content analysis, mean, and standard deviation. The
research results were found that: the operating contexts were a joint operation of a cooperative network between a
multidisciplinary profession team, family, and community. Rehabilitation therapy using applied outpatient ทmatrix
program both the voluntary system and the forced therapy system. The operating guidelines were the working group

28

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

structure, projects and activities, evaluation method, and define conditions and factors for success. Drug addict therapy
rehabilitation model consist of: objectives of the model, principle, structure of working groups. 4-step of a model (phase 1
preparation, step 2 treatment, step 3 rehabilitation, step 4, follow-up, Assistance after therapy), Evaluation, and success
factors. This model was suitable at the most appropriate level. Results of the operating model were the screening of all risk
groups to integrate in family network, community and schools that enrolled in the treatment of 303 people to 94 addict
people entered into rehabilitation process model and through the treatment process for everyone. There was a follow-up of
45 (47.90%) of the treatment participants.

Keywords: Model, Drug Addict Therapy Rehabilitation
* นายแพทยช์ านาญการพเิ ศษ โรงพยาบาลเทพสถิต

บทนำ ถกู ส่งเขา้ สู่การบงั คบั โทษทางอาญาในที่สุด ประเทศไทย
ควรทบทวนมาตรการในการบาบดั รักษาผเู้ สพยาเสพ อาจ
ปัญหายาเสพติดนบั วนั จะเพ่มิ ความรุนแรงมาก ลดทอนความผดิ ทางอาญา หรือแบ่งแยกประเภทการเสพ
ข้ึน ก่อใหเ้ กิดความเสียหายท้งั ผเู้ สพ ครอบครัว สงั คม ยาเสพติดและปริมาณยาเสพติดท่ีไม่มีความรุนแรง ไม่มี
ประเทศชาติและโลกโดยส่วนรวม สถานการณ์ปัจจุบนั ลกั ษณะเป็ นภยั ตอ่ ส่วนรวมออกมาเป็ นผปู้ ่ วยท่ีตอ้ ง
มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดอยา่ งรุนแรง รัฐบาลได้ บาบดั รักษา หรือควบคุมการเขา้ ถึงและใชย้ าเสพติดอยา่ ง
ตระหนกั ถึงสภาพปัญหาที่เกิดข้ึนจึงมีการกาหนด เขม้ งวด (วฒั นพงศ์ วงศใ์ หญ,่ 2563)
นโยบายเร่งด่วนเพอ่ื จะลดการระบาดและแกไ้ ขปัญหายา
เสพติด โดยใชก้ ลยทุ ธ์ใหป้ ระชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมใน จงั หวดั ชยั ภมู ิ มีการระบาดของยาเสพติดท่ีมี
การร่วมกนั แกไ้ ขปัญหาเก่ียวกบั การแพร่ระบาดยาเสพติด แนวโนม้ เพมิ่ สูงข้นึ เร่ือยๆ เกิดกลมุ่ ผเู้ สพรายใหมท่ ่ีมีอตั รา
ภายในประเทศ รวมท้งั ใชม้ าตรการทางกฎหมายอยา่ ง การเพมิ่ ที่สูงข้ึน มีนกั คา้ รายยอ่ ยในพ้นื ท่ีเพมิ่ ข้ึน
เฉียบขาดกบั ผทู้ ี่กระทาผิดในการคา้ ยาเสพติดและผเู้ สพยา โดยเฉพาะเยาวชนท้งั ในและนอกสถานศึกษา (บุรฉตั ร
เสพติด (บุรฉตั ร จนั ทร์แดง, 2560) ในปี 2561 พบวา่ มี จนั ทร์แดง, 2560) นโยบายการจดั การปัญหายาเสพติด
การจบั กมุ การกระทาความผดิ ฐานผเู้ สพยาเสพติดใหโ้ ทษ ของรัฐบาลปัจจุบนั ใหค้ วามสาคญั กบั การนาผเู้ สพยาเสพ
จานวน 225,905 คดี ผตู้ อ้ งหา 226,750 คน มาตรการใน ติดเขา้ สู่กระบวนการบาบดั ฟ้ืนฟสู มรรถภาพท่ีได้
การบาบดั รักษาตามหลกั ท่ีวา่ ผเู้ สพยาเสพติด เป็ นผปู้ ่ วย มาตรฐานดว้ ยความสมคั รใจ ภายใตม้ าตรการ ตาม
ในสามลกั ษณะคือ การบาบดั รักษาภาคบงั คบั ตาม ประกาศ คสช. 108/2557 ท่ีเนน้ การมีส่วนร่วมต้งั แตร่ ะดบั
กฎหมายฟ้ื นฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาเสพติดการบาบดั รักษา ชุมชน คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ทาการ
ภาคสมคั รใจ และการบาบดั รักษาในระบบตอ้ งโทษ ยงั คง คน้ หา คดั กรอง ตลอดจนมศี ูนยป์ ระสานงานส่งตอ่ ผทู้ ี่มี
มีอปุ สรรคที่ไม่สามารถบาบดั รักษา ผเู้ สพยาเสพติดได้ การใชย้ าเสพติดเขา้ รับการบาบดั ท่ีเหมาะสมตามระดบั
เหมาะสม ทาใหเ้ กิดการทาผดิ ซ้า และผเู้ สพยาเสพติดจะ ความรุนแรง กาหนดหน่วยงานรบั ผิดชอบติดตามผทู้ ่ีผา่ น
การบาบดั ยาเสพติดอยา่ งชดั เจน (ศิริรัตน์ นิตยวนั และ

29

คณะ, 2561) อาเภอเทพสถิต ประสบปัญหายาเสพติดท่ี The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
รุนแรงเช่นเดียวกนั กบั พ้ืนที่อื่นๆ ทาใหผ้ วู้ จิ ยั สนใจท่ีจะ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ศึกษาถึงบริบท แนวทางการบาบดั ฟ้ื นฟผู ู้ รูปแบบการ
บาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด รวมถึงการประเมินผลการ แนวทางการดาเนินงานและพฒั นารูปแบบการบาบดั ฟ้ื นฟู
ปฏิบตั ิงาน จะนาไปสู่การแกไ้ ขปัญหายาเสพติดดว้ ยการ ผตู้ ิดยาเสพติด ผวู้ จิ ยั ผวู้ จิ ยั เจาะจงเลือกผใู้ หข้ อ้ มลู สาคญั
บาบดั และฟ้ื นฟสู ภาพในพ้นื ท่ีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ช่วยใหผ้ ู้ โดยแบ่งเป็ น 3 กลมุ่ ไดแ้ ก่ กลมุ่ ท่ี 1 คณะกรรมการศูนย์
ท่ีผา่ นการบาบดั สามารถดารงชีวติ อยไู่ ดโ้ ดยไม่หวน ปฏิบตั ิการป้ องกนั และปราบปรามยาเสพติดอาเภอ
กลบั ไปใชย้ าเสพติดไดน้ านข้ึน และปรับเปล่ียน (ศป.ปส.อ.) กล่มุ ท่ี 2 ตวั แทนผนู้ าชุมชน กลมุ่ ที่ 3
พฤติกรรมใหก้ ลบั ไปเป็นคนดีของสงั คมไดต้ อ่ ไป คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดบั อาเภอ และ
ทีมสหวชิ าชีพ รวมท้งั สิ้น 75 คน ในส่วนของการ
วตั ถุประสงค์ ประเมนิ ความเหมาะสมของรูปแบบเจาะจงเลือกผู้
ประเมินจากผเู้ ช่ียวชาญจากตวั แทนของ ศป.ปส.จ. และ
1. เพ่ือศึกษาบริบทการดาเนินงานการบาบดั ฟ้ื นฟผู ู้ ผทู้ รงคุณวฒุ ิดา้ นรูปแบบ รวม 14 คน ระยะท่ี 3
ติดยาเสพติดของโรงพยาบาลเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ ประเมินผลการปฏิบตั ิการใชร้ ูปแบบ ผวู้ จิ ยั ผวู้ จิ ยั เจาะจง
เลือกผใู้ หข้ อ้ มลู สาคญั จาก ศป.ปส.อ. และ คป.สอ.เทพ
2. เพือ่ ศึกษาแนวทางการบาบดั ฟ้ืนฟผู ตู้ ิดยาเสพติด สถิตและทีมสหวชิ าชีพ รวมท้งั สิ้น 40 คน
ของโรงพยาบาลเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ
เครื่องมอื ทใี่ ช้ในกำรวจิ ยั แบบสมั ภาษณ์และ
3. เพอ่ื พฒั นารูปแบบการบาบดั ฟ้ืนฟผู ตู้ ิดยาเสพติด แบบสอบถาม สาหรับศึกษาบริบท แนวทางการบาบดั
ของโรงพยาบาลเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ ฟ้ื นฟู การพฒั นารูปแบบ การประเมินความเหมาะสมและ
ผลการปฏิบตั ิการใชร้ ูปแบบ
4. เพอ่ื ประเมินผลการปฏิบตั ิการใชร้ ูปแบบการ
บาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติดของโรงพยาบาลเทพสถิต กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ขอ้ มลู เชิงคุณภาพวเิ คราะห์
จงั หวดั ชยั ภมู ิ ดว้ ยการวเิ คราะห์เน้ือหา (Content Analysis) และขอ้ มลู
เชิงปริมาณวเิ คราะห์ดว้ ย ค่าเฉล่ีย (Mean) และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

วธิ ีดำเนินกำรวจิ ยั ผลกำรศึกษำ

รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั น้ีเป็ นการวจิ ยั และ 1. บริบทกำรดำเนนิ งำน พบวา่ แบ่งการ
พฒั นาท่ีใชว้ ธิ ีการวจิ ยั แบบผสม ปกครองเป็ น 5 ตาบล หมูบ่ า้ น 21,726 หลงั คาเรือน
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น 6 แห่ง (อบต. 5 แห่ง และ
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง มีประชากรและกล่มุ เทศบาล 1 แห่ง) ประชากร 50,851 คน เป็ นเพศชาย
ตวั อยา่ งตามระยะการวจิ ยั โดยระยะท่ี 1 ศึกษาบริบทการ 25,424 คน เพศหญิง 25,427 คน การระบาดของยาเสพติด
ดาเนินงาน ผวู้ จิ ยั ผวู้ จิ ยั เจาะจงเลือกผใู้ หข้ อ้ มูลสาคญั ที่ ส่วนมากระบาดในกล่มุ วยั รุ่นและผใู้ ชแ้ รงงาน พ้นื ท่ีแพร่
เป็ นหวั หนา้ ฝ่ ายการพยาบาล ผอู้ านวยการโรงพยาบาล ระบาดท่ีเป็นหมบู่ า้ นระบาดรุนแรง ไดแ้ ก่ บา้ นนายางกลกั
ส่งเสริมสุขภาพตาบล นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล บา้ นวงั ตาทา้ ว และบา้ นเกา้ สมั พนั ธ์ ตาบลนายางกลกั
นายกเทศมนตรี พนกั งานปกครอง ปลดั อาเภอ ผกู้ ากบั
การสถานีตารวจภธู ร รวมท้งั สิ้น 19 คน ระยะที่ 2 คน้ หา

30

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

บา้ นเมืองทอง ตาบล หว้ ยยายจ๋ิว บา้ นหวั สะพาน ตาบล 2. แนวทำงกำรบำบดั ฟื้ นฟู ผตู้ ดิ ยาเสพติดของ
โป่ งนก โดยมจี ุดพกั ยาตามที่พกั โรงแรมตา่ งๆ เน่ืองจาก โรงพยาบาลเทพสถิต พบแนวทางการดาเนินงาน โดย
อาเภอเทพสถิตเป็นแหลง่ ท่องเที่ยว ที่มีท่ีพกั คา้ งแรมมาก ตอ้ งกาหนดเป้ าหมายการดาเนินงานใหช้ ดั เจนตรงตาม
การแกไ้ ขปัญหามีการป้ องกนั ท้งั ในและนอกสถานศึกษา บริบทพ้ืนท่ีการดาเนินงาน กาหนดโครงสร้างของ
โดยจดั กิจกรรมใหค้ วามรู้ดา้ นทกั ษะการดาเนินชีวติ เพ่อื คณะทางานใหเ้ หมาะสม กาหนดโครงการและข้นั ตอน
สร้างภูมิคุม้ กนั สุ่มตรวจปัสสาวะนกั เรียนกลมุ่ เส่ียง ดา้ น กิจกรรมหรือการดาเนินงานใหส้ อดคลอ้ งกบั เป้ าหมาย
การปราบปราม ปกครองอาเภอเทพสถิต เป็ นแกนหลกั ใน และแผนการดาเนินงาน กาหนดวธิ ีการประเมินผลใหต้ รง
การปฏิบตั หิ นา้ ที่ ตามเป้ าหมายรวมท้งั มีเกณฑท์ ่ีบอกถึงความสาเร็จของการ
ดาเนินงาน กาหนดเง่ือนไขและปัจจยั ที่จะทาใหก้ าร
ดา้ นการคน้ หาและคดั กรองดาเนินการใน ดาเนินงานไปสู่ความสาเร็จไดต้ ามเป้ าหมาย
สถานศึกษาและชุมชน ที่ดาเนินงานเป็นทีมแบบบูรณา
การร่วมกบั หน่วยงาน เทศบาล องคก์ ารบริหารส่วนตาบล 3. รูปแบบกำรบำบัดฟื้ นฟู ผตู้ ิดยาเสพติด
ปกครองอาเภอ สานกั งานสาธารณสุขอาเภอ กานนั ประกอบดว้ ย 1) เป้ าหมาย คอื ส่งเสริม ป้ องกนั
ผใู้ หญบ่ า้ น อสม. และร่วมกบั ประชาชนทวั่ ไป นาผตู้ ิดยา บาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพผเู้ สพผตู้ ิดยาเสพติด
เขา้ สู่การบาบดั รักษา แบบองคร์ วม 2) หลกั การของรูปแบบ คือ เป็ นการบูรณา
การหลกั การสร้างเสริม ป้ องกนั และฟ้ื นฟสู ุขภาพแบบ
ดา้ นการบาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพแบบ องคร์ วม หลกั การจิตสงั คมบาบดั ร่วมกบั หลกั การมีส่วน
จิตสงั คมบาบดั ผปู้ ่ วยนอกแบบประยกุ ต์ ใหก้ าร ร่วมของชุมชน 3) โครงสร้างของคณะทางานของรูปแบบ
บาบดั รักษาท้งั ระบบสมคั รใจและระบบบงั คบั บาบดั ท่ี ประกอบดว้ ย แพทย์ เภสชั กร พยาบาลวชิ าชีพ เจา้ หนา้ ที่
บูรณาการกบั หน่วยงานเครือขา่ ย ทีมสหวชิ าชีพ และ วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ คณะกรรมการเครือขา่ ยบริการ
ชุมชน สุขภาพ ผนู้ าชุมชนทุกชุมชน ครูในสถานศึกษาที่
เก่ียวขอ้ ง ศูนยพ์ ลงั แผน่ ดินเพือ่ เอาชนะยาเสพติดอาเภอ
ดา้ นการติดตามผผู้ า่ นการบาบดั ครบตามเกณฑ์ เทพสถิต 4) ข้นั ตอนของรูปแบบ มี 4 ข้นั ตอน
แลว้ มีการติดตามโดยเจา้ หนา้ ที่สาธารณสุข ร่วมกบั ประกอบดว้ ย
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล 10 แห่ง และผา่ น
เครือข่าย สสอ. รพ.สต. อสม. กานนั หรือผใู้ หญบ่ า้ น หรือ ข้นั ตอนที่ 1 การเตรียมการ เตรียมคณะทางาน
นดั มาพบท่ีคลินิก หรือตดิ ตามทางโทรศพั ท์ และพบ สถานที่ วสั ดุอปุ กรณ์ เตรียมผเู้ ขา้ รับการบาบดั และญาติ
ปัญหาในการดาเนินงาน ไดแ้ ก่ การกาหนดเป้ าหมายการ
ดาเนินงานไมเ่ หมาะสม โครงสร้างการดาเนินงานไม่ ข้นั ตอนที่ 2 การบาบดั รักษา ประเมินอาการ
ชดั เจน กิจกรรมการดาเนินงานไม่สอดคลอ้ งกบั การ แยกประเภท วางแผนการบาบดั ตามประเภท บาบดั รักษา
ดาเนินงาน มีเกณฑก์ ารประเมินผลที่สมั พนั ธ์กบั การ ตามกระบวนการ ส่งตอ่ เขา้ สู่กระบวนบาบดั ใหค้ รอบครัว
ดาเนินงาน มีส่วนร่วมในการบาบดั

31

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ข้นั ตอนที่ 3 การฟ้ื นฟสู มรรถภาพ ป้ องกนั การ กระบวนการบาบดั มีการประสานความร่วมมือกบั
กลบั ไป เสพซ้า
ผเู้ กี่ยวขอ้ ง เครือข่ายผนู้ าชุมชน อสม. รพ.สต. มีระบบ
ข้นั ตอนที่ 4 การติดตามดูแลช่วยเหลือหลงั การ
บาบดั แบบเครือขา่ ยร่วมกบั ทีมสหสาขาวชิ าชีพและ ติดตามร่วมกบั ภาคีเครือขา่ ย ผนู้ าชุมชน อสม. อีกท้งั
หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง 5) การประเมินผลในดา้ นการ ผบู้ ริหารใหค้ วามสาคญั และกาหนดทิศทางนโยบาย
บริหารจดั การและการจดั การความเสี่ยง ดา้ นสถานบริการ
สิ่งแวดลอ้ มและความปลอดภยั ดา้ นคณะทางานและ สนบั สนุนใหม้ ีการสร้างสิ่งแวดลอ้ มและบรรยากาศท่ีเอ้ือ
บุคคลากร ดา้ นระบบการบาบดั ดา้ นการมีส่วนร่วม ตอ่ การสร้างความร่วมมือ เพ่อื ใหก้ ารดาเนินงานเป็ นไป
6) ปัจจยั ท่ีนาไปสู่ความสาเร็จ ไดแ้ ก่ การมีส่วนร่วมของ
ชุมชนและภาคีเครือขา่ ย การพฒั นาของบุคคลากร การให้ อยา่ งมีคุณภาพและประสิทธิภาพ มีการพฒั นาบุคคลากร
ความรู้และเสริมพลงั แก่ผเู้ ขา้ รับการบาบดั ผลการประเมิน
ความเหมาะสมของรูปแบบการบาบดั ฟ้ื นฟู ผตู้ ิดยาเสพตดิ ใหบ้ ุคลากรมีความรู้ความสามารถและมีจานวนท่ี
ของโรงพยาบาลเทพสถิต พบวา่ มีความเหมาะสมใน
ระดบั มาก เหมาะสม มีระบบงานและวฒั นธรรมการทางานท่ีเอ้ือตอ่

4. กำรประเมนิ ผล การปฏิบตั ิการใชร้ ูปแบบ การใหบ้ ริการท่ีมีคุณภาพ
การบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด พบวา่ คดั กรองกลมุ่ เส่ียง
เขา้ สู่การบาบดั จานวน 303 คน พบผตู้ ิดยาและนาเขา้ เขา้ สู่ สรุปและวจิ ำรณ์
กระบวนการบาบดั 94 คน ทุกคนผา่ นกระบวนการบาบดั
ฟ้ื นฟตู ามรูปแบบครบ ติดตามผลผผู้ า่ นการบาบดั ในการ จากผลการวิจัยมี ประเด็นที่ น่ าสนใจ สามา ร ถ
ฟ้ื นฟสู ภาพตามรูปแบบได้ 45 คน (ร้อยละ 47.90) การ นามาอภิปรายได้ ดงั ต่อไปน้ี
ดาเนินงานบูรณาการร่วมกนั กบั หน่วยงานเครือข่ายใน
การตรวจคดั กรองกลมุ่ เสี่ยงท้งั ในครอบครัว ชุมชนและ 1. บริบทการดาเนินงานสุขภาพภาคประชาชน
โรงเรียน เตรียมความพร้อม ในการเขา้ รับการบาบดั ฟ้ื นฟู พบวา่ เป็ นการดาเนินงานร่วมกนั ของเครือข่ายที่มีส่วน
ผตู้ ิดยาเสพติดและครอบครัวเป็ นไปอยา่ งเหมาะสม มีการ ร่วมระหวา่ งสหวชิ าชีพและชุมชน คน้ หาและคดั กรองใน
ประเมินผปู้ ่ วยเสพติดอยา่ งรอบดา้ นท้งั ร่างกาย จิตใจ สถานศึกษา ชุมชน และรับผตู้ ิดยาเสพติดที่ผา่ นการ
อารมณ์ และสงั คม วนิ ิจฉยั จาแนกความรุนแรงของการ คน้ หาจากทุกภาคีเครือขา่ ย นาเขา้ สู่การบาบดั รักษา โดย
เสพติดหรือระยะของการเสพติด รวมท้งั มีการบนั ทึก ใหก้ ารบาบดั รักษารูปแบบ จิตสงั คมบาบดั ผปู้ ่ วยนอกแบบ
ขอ้ มลู ผปู้ ่ วยอยา่ งเหมาะสม จากน้นั นาผตู้ ิดยาเสพตดิ เขา้ สู่ ประยกุ ต์ ท้งั ระบบสมคั รใจและระบบบงั คบั บาบดั บรู ณา
กระบวนการบาบดั ตามข้นั ตอนของรูปแบบ ใน การกบั หน่วยงาน ที่เกี่ยวขอ้ งในการดาเนินงาน มีการ
ฟ้ื นฟสู ภาพร่างกายใหเ้ ขา้ สู่ภาวะปกติ ติดตามผปู้ ่ วยหลงั
การบาบดั ที่หลากหลายรูปแบบ สอดคลอ้ งกบั การศึกษา
ของ เสมอ แสงสนธ์ิ และคณะ (2559) ที่พบวา่ กานนั
ผใู้ หญบ่ า้ น และกรรมการหมบู่ า้ น มีหนา้ ที่ในการป้ องกนั
และเฝ้ าระวงั ยาเสพติด สารวจผตู้ ดิ ยาเสพติด นาเขา้ รบั
การบาบดั ป้ องกนั ไมใ่ หผ้ ทู้ ่ีผา่ นการบาบดั แลว้ กลบั ไปใช้
ยาซ้า อสม. ทาหนา้ ที่ใหค้ าแนะนาเขา้ รับการอบรมให้
ความรู้ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นทาหนา้ ที่จดั อบรมให้
ความรู้เยาวชน ผปู้ กครอง จดั กิจกรรมป้ องกนั ยาเสพติด

32

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ประชาคมหมบู่ า้ น เสริมบทบาทกานนั ผใู้ หญบ่ า้ น และ ดารงชีวติ อยไู่ ด้ โดยไม่หวนกลบั ไปใชย้ าเสพติดไดน้ าน
กรรมการหมู่บา้ น และสอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ ข้ึน บคุ ลากรซ่ึงมีส่วนเกี่ยวขอ้ งตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจ
กลั ยาณี สุเวทเวทิน และคณะ (2561) พบวา่ หน่วยงานมี เกี่ยวกบั แนวทางการบาบดั รักษาผปู้ ่ วยติดยาเสพติด และ
การบาบดั ผเู้ สพ ดว้ ยระบบสมคั รใจบาบดั ไดเ้ ตรียม สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ ไชยยา รัตนพนั ธ์ (2562) ที่ได้
ความพร้อมบุคลากรสถานท่ี และงบประมาณ บาบดั ใช้ เสนอ แนวคิดเกี่ยวกบั การบาบดั รักษาผตู้ ิดยาเสพติด ไวว้ า่
โปรแกรมจิตสงั คมบาบดั (Matrix Program) มีผหู้ ยดุ เสพ วธิ ีการในการรักษาผตู้ ิดยาเสพติด แบ่งการรักษาไดเ้ ป็น 1)
ภายหลงั บาบดั ร้อยละ 100 อีกท้งั สอดคลอ้ งกบั อาภาศิริ การถอนพษิ ยาเป็ นการรักษาอาการของการที่ร่างกาย
สุวรรณานนท์ (2558) ท่ีพบวา่ มีการใหก้ ารสนบั สนุนจาก ข้ึนกบั ยา 2) การปรับปรุงแกไ้ ขจิตใจและบุคลิกภาพ
ผบู้ ริหารระดบั สูงของจงั หวดั และทอ้ งถ่ิน มีการบูรณาการ เพือ่ ใหส้ ามารถหยดุ ยาไดต้ ลอดไปหรือลดลง 3) การสร้าง
แผนงานและงบประมาณ ฝ่ ายปกครองหน่วยงานใน เคร่ืองยดึ เหน่ียว 4) การแกไ้ ขสภาพแวดลอ้ ม การใหก้ าร
ทอ้ งถิ่น และภาคเอกชนใหค้ วามร่วมมือ ดา้ นการคดั กรอง ฝึ กอาชีพ การใหค้ าปรึกษาแก่พอ่ แม่ ผปู้ กครองใหเ้ ขา้ ใจ
ดาเนินการโดยฝ่ ายปกครองและตารวจชุมชนดว้ ยหลกั ปัญหาและช่วยกนั แกไ้ ข เพอ่ื ใหส้ ภาพแวดลอ้ มดีข้ึน 5)
สนั ติวธิ ี การบาบดั มีเจา้ หนา้ ที่สาธารณสุขเป็ นแกนนา การรักษาเพอ่ื ลดปัญหาทางสงั คมและเศรษฐกิจ หรือ
หลกั ร่วมกบั ทีมทางการแพทย์ ทีมทางสงั คม และทีมทาง ปัญหาอาชญากรรม อีกท้งั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ อภิ
กฎหมาย มีการติดตามผลท่ีมีความยดื หยนุ่ เพอื่ ความ รัชศกั ด์ิ รัชนีวงศ์ และบรรพต วริ ุณราช (2555) พบวา่
สะดวกในการรายงานตวั ของผบู้ าบดั แนวทางการดาเนินการตอ้ งดาเนินการตามบริบทของ
ปริมาณคดีตรวจพิสูจนแ์ ละควรมสี ถานท่ีรองรับเพียงพอ
2. แนวทางการบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด โดยมีปัจจยั นาเขา้ เป็ นส่ิงสนบั สนุน (คน งบประมาณ
พบวา่ ตอ้ งมีการกาหนดเป้ าหมายการดาเนินงานให้ และแผนการดาเนินงาน) มีกระบวนการดาเนินงาน
ชดั เจนตรงตามบริบทพ้ืนที่ กาหนดโครงสร้างของ บาบดั รักษาดว้ ยวถิ ี เชิงพทุ ธ กิจกรรมเชิงพทุ ธ
คณะทางานใหเ้ หมาะสม กาหนดโครงการและข้นั ตอน ประกอบดว้ ย พระผนู้ าและพระผชู้ ่วยจดั การ ดาเนินการ
กิจกรรมหรือการดาเนินงานใหส้ อดคลอ้ งกบั เป้ าหมาย ร่วมกบั ภาคประชาสงั คม และสานกั งานคุมประพฤติ
และแผนการดาเนินงาน กาหนดวธิ ีการประเมินผลใหต้ รง กาหนดตวั ช้ีวดั ไวช้ ดั เจน ร้อยละ 90 ไมก่ ลบั ไปเสพซ้า
ตามเป้ าหมาย รวมท้งั มเี กณฑท์ ่ีบอกถึงความสาเร็จของ รวมถึงสอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ นิชญั ญา ศรีเนตร์
การดาเนินงาน กาหนดเง่ือนไขและปัจจยั ที่จะทาใหก้ าร (2562) ที่พบวา่ แนวทางการบาบดั และฟ้ื นฟู จาแนกได้ 4
ดาเนินงานไปสู่ความสาเร็จไดต้ ามเป้ าหมาย สอดคลอ้ ง องคป์ ระกอบ ดงั น้ี 1) นกั เรียนตอ้ งเปิ ดใจยอมรับใหค้ วาม
กบั การศึกษาของ ศิริรัตน์ นิตยวนั และอรัญญา แพจุย้ ร่วมมือในการบาบดั และฟ้ืนฟู หลีกเลี่ยงกิจกรรมเส่ียง
(2561) ไดน้ าเสนอ แนวทางการบาบดั รักษาผปู้ ่ วยยาเสพ เลือกคบเพอ่ื นที่ดี 2) สถานศึกษาจดั กิจกรรมใหค้ าปรึกษา
ติด ไวว้ า่ แนวทางการบาบดั รักษาผปู้ ่ วยยาเสพติดใน ใหโ้ อกาส สนบั สนุนการบาบดั และฟ้ื นฟู กากบั ติดตาม
ประเทศไทย เริ่มจากการคดั กรองแยกระดบั ความรุนแรง ภายหลงั การบาบดั และฟ้ื นฟู และรายงานให้
ของการใช้ ยาเสพติด ส่งผปู้ ่ วย เขา้ รับการบาบดั ตามความ ผเู้ กี่ยวขอ้ งรับทราบ (3) ผปู้ กครองตอ้ ง ใหก้ าลงั ใจให้
รุนแรงท่ีคดั กรองได้ โดยมีระยะเวลาและวธิ ีการบาบดั ท่ีมี คาปรึกษาอยเู่ คียงขา้ งสนบั สนุนการบาบดั และฟ้ื นฟู 4)
ความต่อเนื่องของระบบการควบคุมดูแลและติดตามตอ่
จนถึงระดบั ชุมชนเพื่อช่วยใหผ้ ทู้ ี่ผา่ นการบาบดั สามารถ

33

สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครราชสีมา กลุ่มงานยา The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เสพติดเป็นหน่วยงานหลกั ในการประสานงาน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

3. รูปแบบการบาบดั ฟ้ืนฟผู ตู้ ิดยาเสพติด อบรมและติดตามประเมินผล การใชว้ ธิ ีการแบบพดู คุย
ประกอบดว้ ย 1) เป้ าหมาย คือ ส่งเสริม ป้ องกนั แบบไม่เป็ นทางการ และการใชเ้ ทคโนโลยใี นการ
บาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพผเู้ สพผตู้ ิดยาเสพติด ประสานงาน สร้างกิจกรรมที่น่าสนใจและเหมาะสมกบั
แบบองคร์ วม โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและ สภาพพ้ืนที่ การมีส่วนร่วมของครอบครัว ความเขม้ แขง็
ชุมชน 2) หลกั การของรูปแบบ คือ เป็ นการบูรณาการ และความร่วมมือของชุมชน โรงเรียน สถานประกอบการ
หลกั การสร้างเสริม ป้ องกนั และฟ้ื นฟสู ุขภาพแบบองค์ ปัจจยั ความสาเร็จ ไดแ้ ก่ ความร่วมมือของพลงั อาสาสมคั ร
รวม หลกั การจิตสงั คมบาบดั ร่วมกบั หลกั การมีส่วนร่วม คุมประพฤติ ชุมชน ครอบครัว เครือขา่ ยยตุ ิธรรมชุมชน
ของชุมชน 3) โครงสร้างของคณะทางานของรูปแบบ กิจกรรมที่มีความหลากหลาย และการแบ่งประเภทของผู้
ประกอบดว้ ย แพทย์ เภสชั กร พยาบาลวชิ าชีพ เจา้ หนา้ ที่ เสพยาเสพติด
วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ คณะกรรมการเครือขา่ ยบริการ
สุขภาพอาเภอเทพสถิต ผนู้ าชุมชนทุกชุมชน ครูใน 4. ผลการประเมินผลการปฏิบตั ิการใชร้ ูปแบบ
สถานศึกษา ศูนยพ์ ลงั แผน่ ดินเพ่ือเอาชนะยาเสพติด 4) การบาบดั ฟ้ื นฟผู ตู้ ดิ ยาเสพติด พบวา่ ผลการดาเนินงานมี
ข้นั ตอนของรูปแบบมี 4 ข้นั ตอน คือ ข้นั ตอนท่ี 1 การ คดั กรองกลุม่ เสี่ยงท่ีบูรณาการร่วมกนั ทุกหน่วยงาน
เตรียมการ เป็ นการเตรียมทรัพยากร เตรียมผเู้ ขา้ รับการ เครือข่ายร่วมกบั ครอบครัว ชุมชนและโรงเรียนเขา้ สู่การ
บาบดั และญาติ ข้นั ตอนที่ 2 การบาบดั รักษา ข้นั ตอนท่ี 4 บาบดั จานวน 303 คน พบผตู้ ิดยาและนาเขา้ เขา้ สู่
การติดตามดูแลช่วยเหลือหลงั การบาบดั 5) การ กระบวนการบาบดั ฟ้ืนฟตู ามรูปแบบ 94 คน ผา่ น
ประเมินผล และ 6) ปัจจยั ท่ีนาไปสู่ความสาเร็จ ผลการ กระบวนการบาบดั ครบทุกคน มกี ารติดตามผลผผู้ า่ นการ
ประเมนิ ความเหมาะสมของรูปแบบ พบวา่ มีความ บาบดั 45 คน (ร้อยละ 47.90) สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ
เหมาะสมในระดบั มาก สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ วภิ ากรณ์ ปัญญาดี (2563) ที่พบวา่ ผปู้ ่ วยท่ีเขา้ รับการ
อมั พร สีลากลุ และคณะ (2556) ท่ีพบวา่ รูปแบบ บาบดั มีการปฏิบตั ิตามแผนการบาบดั เพม่ิ สูงข้ึนอยา่ งมี
ประกอบดว้ ยกิจกรรมการบาบดั 6 กิจกรรม ไดแ้ ก่ นยั สาคญั ทางสถิติ ผลการตรวจสารเสพติดตกคา้ งใน
กิจกรรมท่ี 1 ปลุกจิตสานึก กิจกรรมที่ 2 การรู้จกั ตนเอง ปัสสาวะท่ีพบนอ้ ยลง และระยะเวลาการอยใู่ นระบบการ
กิจกรรมที่ 3 การบริหารชีวติ ในครอบครัว กิจกรรมที่ 4 บาบดั จนครบกาหนดตามแผนการรักษา และสอดคลอ้ ง
งานกบั ชีวติ กิจกรรมที่ 5 หลมุ พรางชีวติ กิจกรรมที่ 6 การ กบั การศึกษาของ อมั พร สีลากลุ และคณะ (2556) ท่ีพบวา่
พฒั นาสุขภาพ และสอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ อาภาศิริ ผเู้ สพยาเสพติดสามารถหยดุ เสพได้ หลงั ติดตามครบ 3
สุวรรณานนท์ (2558) ที่พบวา่ รูปแบบการดาเนินงาน เดือน ร้อยละ 98.10 ก่อนและหลงั ไดร้ ับการบาบดั ติดตาม
ประกอบดว้ ย การใหก้ ารสนบั สนุนจากผบู้ ริหาร การ ครบ 3 เดือน มีระดบั คุณภาพชีวติ และระดบั ความสามารถ
ในการทากิจกรรมประจาวนั โดยรวมสูงกวา่ ก่อนไดร้ ับ
การบาบดั

เอกสำรอ้ำงองิ

34

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

กลั ยาณี สุเวทเวทิน สัมมนา มูลสาร และ ธีราพร สุภาพนั ธุ์. (2561). สภาพการณ์การบาบดั ผูเ้ สพเมทแอมเฟตามีนดว้ ยระบบ
สมคั รใจบาบดั ท่ีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล จงั หวดั อานาจเจริญ. ศรีนครินทร์เวชสาร. 33(6): 580-588.

กิตติวงค์ สาสวด และปรีชา ดิลกวฒุ ิสิทธ์ิ. (2559). การพฒั นารูปแบบการป้ องกนั การแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเด็ก
และเยาวชนในเขตพ้ืนท่ีเทศบาล อาเภอเมือง จงั หวดั ฉะเชิงเทรา. วารสารชุมชนวจิ ยั . 10(1): 116-124.

ไชยยา รัตนพนั ธ์. (2562). การบาบดั รักษาผตู้ ิดยาเสพติด. Journal of Roi Kaensarn Academi. 4(2): 19-33.
นิชญั ญา ศรีเนตร์. (2562). แนวทางการบาบดั และฟ้ื นฟูนกั เรียนที่เสพสารเสพติดในจงั หวดั นครราชสีมา. วารสารวิจยั และ

พฒั นาดา้ นสุขภาพ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครราชสีมา. 5(1): 85-95.
บุรฉตั ร จนั ทร์แดง. (2560). บทวเิ คราะห์สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบนั . วารสารสถาบนั วจิ ยั และพฒั นา มหาวทิ ยาลยั

ราชภฏั มหาสารคาม. 4(2): 37-56.
วฒั นพงศ์ วงศใ์ หญ่. (2563). มาตรการทางกฎหมายกบั ผเู้ สพยาเสพติดของไทย. วารสารนิติ รัฐกิจ และสงั คมศาสตร์. 4(1): 93-

108.
วิภากรณ์ ปัญญาดี. (2563). ผลการปรับรูปแบบการบาบดั ยาเสพติดแบบจิตสังคมบาบดั ตอ่ การปฏิบตั ิตามแผนการบาบดั ของ

ผรู้ ับการบาบดั ยาเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีน. วารสารวชิ าการวทิ ยาลยั บริหารศาสตร์. 3(3): 107-119.
ศิริรัตน์ นิตยวนั นภสั สรณ์ รังสิเวโรจน์ และอรัญญา แพจุย้ . (2561). แนวทางการบาบดั รักษาผปู้ ่ วยยาเสพติด. วารสารสมาคม

พยาบาล แห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ. 24(1): 15-27.
เสมอ แสงสนธ์ิ สุนทรี ดวงทิพย์ และปาจรีย์ ผลประเสริฐ. (2559). ยุทธศาสตร์การป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพติดใน

เยาวชนโดยชุมชน จงั หวดั กาแพงเพชร. สกั ทอง : วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ (สทมส.). 22(1): 107-118.
ณัษฐนนท์ ทวีสิน และอานนท์ ทวีสิน. (2560). แนวทางการป้ องกันปัญหายาเสพติดของเยาวชนในจงั หวดั ฉะเชิงเทรา.

วารสารวชิ าการ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร. 8(1), 151-158.
อภิรัชศกั ด์ิ รัชนีวงศ์ และ บรรพต วริ ุณราช. (2555). ปัญหาและแนวทางการแกป้ ัญหาการจดั การ การบาบดั รักษาผตู้ ิดยาเสพ

ติดดว้ ยวถิ ีเชิงพทุ ธ. วารสารวจิ ยั และพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บุรีรัมย.์ 7(2): 58-70.
อาภาศิริ สุวรรณานนท.์ (2558). การศึกษารูปแบบการดาเนินงานดา้ นการบาบดั รักษาผตู้ ิดยาเสพติด. วารสารบณั ฑิตวทิ ยาลยั

มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดุสิต. 11(2): 213-222.
อมั พร สีลากลุ วมิ าลา เจริญชยั วไิ ลรัตน์ สะสมผลสวสั ด์ิ ฉวรี ักษ์ ลีลา กนกกาญจน์ วโิ รจน์อไุ รเรือง และดารารัตน์ อนุ่ ศรี.

(2556). การพฒั นารูปแบบการบาบดั ฟ้ื นฟผู เู้ สพยาเสพติดแอมเฟตามีนดว้ ยคุณธรรม “รักเหนือรัก” (สาราณียธรรม 6)
ระดบั ศีล 5. วารสารการพยาบาลและสุขภาพจิต. 27(3): 20-43.

35

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ผลการจดั กจิ กรรมตอ่ ความรู้ ทศั นคตแิ ละพฤตกิ รรม การจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน
แกอ่ าสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาหมบู่ า้ น โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลบา้ นโสมน

อาเภอทา่ ตมู จงั หวดั สรุ นิ ทร์

The Effects of activities to the Knowledge, Attitude, and Behavior by Doing Waste
Management for Village Health Volunteers, Ban Somon Sub-District Health
Promotion Hospital Tha Tum District, Surin Province.

นนทธ์ วฒั น์ ยอดอนิ ทร*์ , บรรจง ควรคง**

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็ นแบบก่ึงทดลอง เพ่อื เปรียบเทียบผลการจดั กิจกรรมต่อความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมการจดั การ
ขยะมลู ฝอยในชุมชน แก่อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบา้ นโสมน อาเภอท่าตมู
จงั หวดั สุรินทร์ กล่มุ ตวั อยา่ ง คือ อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น จานวน 79 คน เครื่องมือท่ีใช้ คือ แบบสอบถาม
วเิ คราะห์ขอ้ มูลดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สถิติท่ีใช้ คือ สถิติพรรณนา ไดแ้ ก่ ค่าร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และสถิติวเิ คราะห์ ใชก้ ารวเิ คราะห์เปรียบเทียบความแตกตา่ งของค่าเฉลี่ยโดยสถิติ Paired t-test ผลการวจิ ยั พบวา่
อสม. ส่วนใหญเ่ ป็ นเพศหญงิ (ร้อยละ 91.14) อายเุ ฉล่ีย 41 ปี อยรู่ ะหวา่ ง 40-49 ปี (ร้อยละ 50.63) สถานภาพคู่ (ร้อยละ 91.14)
การศึกษาระดบั ช้นั มธั ยมศึกษา (ร้อยละ 60.76) รายไดค้ รอบครัวเฉล่ีย 6,255.70 บาทอาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 77.21)
ระยะเวลาการเป็ น อสม. เฉล่ีย 9 ปี ช่วง 1-4 ปี (ร้อยละ 35.44) วธิ ีกาจดั ขยะมูลฝอยของครัวเรือน ใชว้ ธิ ีเผา (ร้อยละ 44.44)
ระดบั ความรู้ โดยรวม ท้งั ก่อนและหลงั ทดลอง ในระดบั ปานกลาง (xˉ = 13.90) ระดบั ทศั นคติ โดยรวม พบวา่ ก่อนการ
ทดลอง มีทศั นคติระดบั มาก ( xˉ = 2.84) หลงั ทดลองระดบั ระดบั มาก (xˉ = 2.87) ระดบั พฤติกรรม พบวา่ ก่อนการทดลอง
ระดบั มาก (ˉx = 2.51) หลงั ทดลอง ระดบั มาก (xˉ = 2.75) เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมการกาจดั
ขยะมลู ฝอยในชุมชน ก่อนและหลงั การทดลอง พบวา่ มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value <0.05) โดย
ค่าเฉลี่ยความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมการกาจดั ขยะมูลฝอยในชุมชนหลงั การทดลองดีกวา่ ก่อนการทดลอง

คำสำคญั : การจดั การขยะมลู ฝอย, ความรู้, ทศั นคติ, พฤติกรรม, อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหม่บู า้ น

Abstract

This quasi-experimental research were to study the Effects of activities to the knowledge, attitude, and behavior
by doing waste management for village health volunteers in Ban Somon sub-district health promotion hospital, Tha Tum
district, Surin province. The sample group was 79 village health volunteers. The research tools were questionnaires and

36

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

data collected by the researchers and analyzed by computer program. The statistics in this study were descriptive statistics
such as percentage, mean, standard deviation, and statistics analysis. This study analyzed the different between the mean
scores by using pair t-test. The result showed that: most village health volunteers were women (91.14%), 41 years old
which was between 40-49 years old (50.63%), married (91.14%), graduated from secondary school (60.76%), median
family income was about 6,255.70 Baht, agriculture jobs (77.21%), being village health volunteers during 1-4 years
contraction for 9 years in average (35.44%), eliminated their waste by burning (44.44%). Their knowledge before and
after in medium level (xˉ =13.90). Their attitude about waste management was in high level, both before (xˉ =2.84) and after
(xˉ =2.87). Their behavior in high level, both before the research (ˉx =2.51) and after (xˉ =2.75). They were compared the
knowledge, attitude, and behavior before and after was statistically significant difference ( p-value < 0.05) which their
knowledge, attitude, and behavior mean score after doing the research was outstandingly better than before.

Keyword : Waste management, Knowledge, Attitude, Behavior, Village health volunteers.
* นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ ** นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ

บทนำ อุทกภยั ) โดยร้อยละ 22.00 เป็ นขยะท่ีเกิดข้ึนใน
กรุงเทพมหานคร (9,800 ตนั ต่อวนั ) ท้งั น้ี ขยะท้งั หมดถกู
ปัจจุบนั ปัญหามลพิษจากขยะมลู ฝอยเป็นปัญหา นาไปกาจดั อยา่ งถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการเพยี ง 5.8 ลา้ น
ส่ิงแวดลอ้ มที่ทวคี วามรุนแรงมากข้ึนโดยมีสาเหตสุ าคญั ตนั หรือร้อยละ 36.00 ขยะส่วนที่เหลือกวา่ 10 ลา้ นตนั
จากการขยายตวั ของจานวนประชากร และแบบแผนการ ถูกกาจดั ทิ้งโดยการเผากองทิ้ง ในบ่อดินเก่าหรือพ้ืนท่ีรก
ดารงวถิ ีชีวติ ท่ีไม่เหมาะสม ปริมาณมูลฝอยและของเสีย ร้าง ซ่ึงส่วนท่ีจดั การไม่ถูกตอ้ งจะเพม่ิ ข้ึน ทุกปี จากขยะคง
อนั ตรายมีมากข้ึนเกินศกั ยภาพในการกาจดั ไดท้ นั ตาม คา้ งและปริมาณขยะท่ีเพมิ่ ข้ึน จงั หวดั สุรินทร์เป็ นจงั หวดั
การขยายตวั ของเมืองและการพฒั นาดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม ท่ีน่าห่วงใยในเร่ืองการจดั การขยะมูลฝอย อนั ดบั ท่ี 9 ในปี
และเทคโนโลยวี ทิ ยาการท่ีกา้ วหนา้ (1) ดงั ขอ้ มูลของ กรม 2560 เม่ือพจิ ารณาจากปริมาณมลู ฝอยตกคา้ งและปริมาณ
ควบคุมมลพษิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สะสมในสถานที่กาจดั นอกจากน้นั ยงั พบกบั ปัญหาขยะ
สิ่งแวดลอ้ ม (2) ที่รายงานวา่ สถานการณ์ขยะมลู ฝอยใน มูลฝอยติดเช้ือ ซ่ึงมีการแอบลกั ลอบนาไปทิ้งในพ้นื ที่ป่ า
ชุมชนของประเทศไทย ปี 2561 (เกิดข้ึนประมาณ 16 ลา้ น สงวนตาบลท่าตูมและตาบลบวั โคก(3)
ตนั หรือ 43,000 ตนั ต่อวนั ลดลงจากปี ท่ีผา่ นมาประมาณ
8 หมื่นตนั ปี 2560 มีขยะเพ่มิ ข้ึนมากกวา่ ปกติจากกรณี ตาบลบวั โคก อาเภอท่าตมู ก็เป็ นตาบลหน่ึงที่มี
ปัญหาขยะมลู ฝอย(4) แมเ้ ป็ นเขตชนบทแต่เน่ืองจากการ

37

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เขา้ ถึงเทคโนโลยกี ารคา้ ขายในปัจจุบนั ไมแ่ ตกต่างจาก การจดั การขยะมูลฝอยในชุมชน แก่อาสาสมคั ร
ชุมชนเมืองเท่าใดนกั ไมว่ า่ จะเป็นตลาดคลองถม ตลาด สาธารณสุขประจาหม่บู า้ น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
นดั ในตาบลบวั โคก ในอาเภอท่าตูมและตาบลอาเภอ ตาบลบา้ นโสมน อาเภอท่าตูม จงั หวดั สุรินทร์
ใกลเ้ คียง ซูเปอร์มาเกต ร้านสะดวกซ้ือหลายแห่งท่ี
ใหบ้ ริการ 24 ชวั่ โมงในตวั อาเภอ ประกอบกบั การ 2. เพอ่ื เปรียบเทียบความรู้ ทศั นคติและ
คมนาคมท้งั ในตาบล อาเภอ หรือแมก้ ระทง่ั ระดบั จงั หวดั พฤติกรรมการการจดั การขยะมูลฝอยในชุมชน ก่อนและ
ก็มีความสะดวก เขา้ ถึงสินคา้ ต่างๆ ไดง้ ่าย ประชาชนส่วน หลงั การจดั กิจกรรมการจดั การขยะมูลฝอยในชุมชน แก่
ใหญก่ ็ยงั ไม่มีความรู้ในการจดั การขยะท่ีถูกตอ้ ง ทาใหม้ ี อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น โรงพยาบาล
ปัญหาขยะมลู ฝอย และปัญหาดา้ นสุขาภิบาลต่างๆ ใน ส่งเสริมสุขภาพตาบลบา้ นโสมน อาเภอท่าตูม จงั หวดั
ชุมชน สานกั งานสาธารณสุขอาเภอท่าตูมจึงไดร้ ่วมกบั สุรินทร์
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลบวั โคก ไดก้ าหนดเป็ นแผน
ยทุ ธศาสตร์ และพฒั นาทอ้ งถ่นิ ในเรื่องการจดั การขยะมูล วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั
ฝอยในชุมชน โดยเนน้ การส่งเสริมใหป้ ระชาชนมี
จิตสานึกในการจดั การขยะในชุมชนร่วมกนั โดยเฉพาะ รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั คร้ังน้ีรูปแบบการวจิ ยั
การพฒั นาบทบาทแกนนาในชุมชนใหม้ ีความเขม้ แขง็ เป็ นแบบก่ึงทดลอง (Quasi –experimental research) เพอ่ื
ศึกษาผลการจดั กิจกรรมตอ่ ความรู้ ทศั นคติ และ
จากสภาพปัญหาขา้ งตน้ ผวู้ จิ ยั ในฐานะ พฤติกรรมการจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน แก่อาสาสมคั ร
ผรู้ ับผดิ ชอบงานของสานกั งานสาธารณสุขอาเภอท่าตมู สาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
จึงตอ้ งการพฒั นาศกั ยภาพแกนนา อสม. ในการจดั การ ตาบลบา้ นโสมน อาเภอท่าตมู จงั หวดั สุรินทร์ ทาการวจิ ยั
เร่ืองขยะมูลฝอยในชุมชน โดยใชร้ ูปแบบการจดั กิจกรรม ระหวา่ งวนั ที่ 3-31 มกราคม 2563
เพื่อพฒั นาความรู้ ทศั นคติและพฤติกรรมการจดั การขยะ
มูลฝอยในชุมชนแก่ อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง กล่มุ ตวั อยา่ ง คือ
ตาบลโสมน อาเภอท่าตูม จงั หวดั สุรินทร์ วา่ มี อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมูบ่ า้ น จานวน 79 คน
ประสิทธิผลในการดาเนินการพฒั นาเป็นอยา่ งไร เพื่อ
ขยายผลพฒั นาไปสู่ตาบลอนื่ ๆ ในเขตอาเภอท่าตมู ตอ่ ไป เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ คือ แบบสอบถามที่ผวู้ จิ ยั สร้าง
ข้ึน และการจดั กิจกรรมเพอ่ื พฒั นาความรู้ ทศั นคติ และ
วตั ถุประสงค์ พฤติกรรม การจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน ไดแ้ ก่ การ
บรรยายใหค้ วามรู้การจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน การ
1. เพือ่ ศึกษาความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมการ แลกเปล่ียนเรียนรู้ และฝึ กปฏิบตั ิจดั ทาแผนการจดั การ
กาจดั ขยะมลู ฝอยในชุมชน ก่อนและหลงั การจดั กิจกรรม ขยะมลู ฝอยในชุมชน เก็บขอ้ มลู โดยทีมนกั วจิ ยั

กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
สถิติที่ใช้ คือ สถิติพรรณนา ไดแ้ ก่ คา่ ร้อยละ คา่ เฉล่ีย
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติวเิ คราะห์ ใชก้ าร

38

วเิ คราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของคา่ เฉลี่ยโดยสถิติ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Paired t-test Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ผลกำรวจิ ยั ทดลอง อสม.มีความรู้โดยรวม ระดบั ปานกลาง (xˉ =
13.90) มีความรู้อยใู่ นระดบั ปานกลาง (ร้อยละ 50.63)
ข้อมูลทวั่ ไป พบวา่ อสม. ส่วนใหญเ่ ป็ นเพศ
หญิง (ร้อยละ 91.14) อายเุ ฉล่ีย 41 ปี อยรู่ ะหวา่ ง 40-49 ปี ทศั นคตเิ กย่ี วกบั กำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน
(ร้อยละ 50.63) สถานภาพคู่ (ร้อยละ 91.14) การศึกษา อยู่ ก่อนการทดลอง พบวา่ มีค่าเฉลี่ยทศั นคติมากที่สุด คือ
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษา (ร้อยละ 60.76) รายไดค้ รอบครัว
เฉลี่ย 6,255.70 บาท อยใู่ นช่วง 5,000-9,999 บาท (ร้อยละ อยากใหค้ นไทยทากระทงจากตน้ กลว้ ยและใบตอง
48.10) ประกอบอาชีพเกษตรกรรม (ร้อยละ 77.21) มากกวา่ ถุงพลาสติก (xˉ = 2.95) คา่ เฉลี่ยทศั นคตนิ อ้ ย
ระยะเวลาการเป็ น อสม. เฉล่ีย 9 ปี ช่วง 1-4 ปี (ร้อยละ
35.44) วธิ ีกาจดั ขยะมลู ฝอยของครัวเรือน ใชว้ ธิ ีเผา (ร้อย ท่ีสุด คือ การทิ้งขยะในท่ีสาธารณะ ไม่ผดิ กฎหมาย
ละ 44.44) เพราะไมเ่ คยเห็นการปรับหรือจบั เม่ือทิ้งขยะในที่
สาธารณะ (xˉ = 2.18) หลงั การทดลอง พบวา่ อสม.มี
ควำมรู้เกยี่ วกบั กำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน คา่ เฉลี่ยทศั นคติมากท่ีสุด คือ อยากใหท้ ุกคนในชุมชนมี
ก่อนการทดลอง พบวา่ มีระดบั ความรู้อยใู่ นระดบั มาก ส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาขยะร่วมกนั (xˉ = 2.96)
คือ วธิ ีการกาจดั ขยะท่ีดีคือชุมชนวางแผนแกไ้ ขปัญหา
ร่วมกนั (ร้อยละ 97.47) มีระดบั ความรู้อยใู่ นระดบั นอ้ ย ค่าเฉล่ียทศั นคตินอ้ ยที่สุด คือ การทิ้งขยะในที่สาธารณะ
คือ ขอ้ การกาจดั ขยะมูลฝอยที่ปนเป้ื อนเช้ือโรค ควรใช้ ไม่ผดิ กฎหมาย เพราะไมเ่ คยเห็นการปรับหรือจบั เม่ือทิง้
วธิ ีการฝังดินใหล้ ึกมากกวา่ 1 เมตร (ร้อยละ 16.46) หลงั ขยะในท่ีสาธารณะ (xˉ = 2.15) โดยรวม พบวา่ ก่อนการ
การทดลอง พบวา่ มีระดบั ความรู้อยใู่ นระดบั มาก คือ ทดลอง มีทศั นคติระดบั มาก (xˉ = 2.84) ส่วนใหญ่ อยใู่ น
ขยะท่ีเป็นเศษอาหาร สามารถนาไปทาป๋ ุยได้ และวธิ ีการ
กาจดั ขยะท่ีดีคือชุมชนวางแผนแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั (ร้อย ระดบั มาก (ร้อยละ 83.54) หลงั ทดลอง มีทศั นคติระดบั
ละ 98.73 เท่ากนั ) ระดบั ความรู้อยใู่ นระดบั นอ้ ย คือ การ ระดบั มาก (xˉ = 2.87) ส่วนใหญม่ ีทศั นคติอยใู่ นระดบั มาก
กาจดั ขยะมูลฝอยปนเป้ื อนเช้ือโรค ควรใชว้ ธิ ีการฝังดินให้
ลึกมากกวา่ 1 เมตร (ร้อยละ 35.44) โดยรวม พบวา่ ก่อน (ร้อยละ 87.34)
การทดลอง อสม.มีความรู้ระดบั ปานกลาง (ˉx = 12.57)
อสม.มีความรู้อยใู่ นระดบั ปานกลาง (ร้อยละ 51.90) หลงั พฤตกิ รรมกำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน ก่อน
การทดลอง พบวา่ คา่ เฉลี่ยพฤติกรรมมาก คือการคดั แยก
ขวด กระดาษที่ใชแ้ ลว้ และพลาสติกชารุดไวเ้ พอ่ื ขาย (xˉ =
2.91) ครอบครัวทาความสะอาดบา้ นอยเู่ สมอ (ˉx = 2.91)
ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมนอ้ ยที่สุด คือ นาถุงพลาสติกมาใชซ้ ้า
หลายๆ คร้ัง (xˉ = 1.95) หลงั การทดลอง พบวา่ อสม.มี
คา่ เฉลี่ยพฤติกรรมมากท่ีสุด คือ ทาความสะอาดบา้ นอยู่
เสมอ (xˉ = 2.96) มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมนอ้ ยที่สุด คือ นา
ถงุ พลาสติกมาใชซ้ ้าหลายๆ คร้ัง (xˉ = 2.09) ระดบั
พฤติกรรมการกาจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน พบวา่ ก่อนการ
ทดลอง อสม.มีพฤติกรรมระดบั มาก (ˉx = 2.51) มี
ทศั นคติอยใู่ นระดบั มาก (ร้อยละ 50.63) หลงั ทดลอง มี

39

ทศั นคติระดบั ระดบั มาก (xˉ = 2.75) มีทศั นคติอยใู่ น The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ระดบั มาก (ร้อยละ 74.68) Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

กำรเปรียบเทยี บค่ำเฉลย่ี ควำมรู้ ทศั นคติ และ และหลงั การทดลอง พบวา่ มีความแตกต่างกนั อยา่ งมี
นยั สาคญั ทางสถิติ (p-value <0.05) โดยคา่ เฉล่ียความรู้
พฤตกิ รรมกำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน พบวา่ ก่อน ทศั นคติ และพฤติกรรมการกาจดั ขยะมลู ฝอยในชุมชน
หลงั การทดลองดีกวา่ ก่อนการทดลอง ตาราง 1

ตำรำงท่ี 1 แสดงการเปรียบเทียบคา่ เฉลี่ยความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมการกาจดั ขยะมลู ฝอยในชุมชน (n= 97)

กำรเปรียบเทยี บค่ำเฉลยี่ xˉ S.D. t p-value
12.57 2.24
ควำมรู้กำรกำจดั ขยะมลู ฝอยในชุมชน
ก่อนทดลอง -5.46 <0.001**
หลงั ทดลอง 13.90 2.63
2.70 0.25
ทศั คตกิ ำรกำจดั ขยะมลู ฝอยในชุมชน 2.77 0.23 -3.21 0.002*
ก่อนทดลอง 2.47 0.27
หลงั ทดลอง
-5.78 <0.001**
พฤตกิ รรมกำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน 2.61 0.23
ก่อนทดลอง
หลงั ทดลอง
* p-value < 0.05, p-value < 0.001**

อภปิ รำยผลและข้อเสนอแนะ

1. กำรอภปิ รำยผล
1.1 ควำมรู้เกยี่ วกบั กำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน ระดบั ความรู้ โดยรวมระดบั ปานกลาง (xˉ = 13.90) สอดคลอ้ ง
กบั ผลการวจิ ยั ของนาตยา พิมพา ศุลีมาศ ไชยยงค์ และศศิวรรณ ทศั นเอี่ยม (2553) (5) วรุฬยภุ า ทองกลม (2552) (6) จากผลวจิ ยั
ควรพฒั นาความรู้ อสม.ใหอ้ ยใู่ นระดบั ท่ีสูงกวา่ เดิม โดยการใหค้ วามรู้แก่กลุ่ม อสม.อยา่ งต่อเน่ือง ท้งั การอบรมใหค้ วามรู้
เพ่ิมเติมหรือสอดแทรกความรู้ใหก้ ลุ่ม อสม.ที่มีการประชุมประจาเดือนท่ี รพ.สต.ทุกเดือน การใชแ้ ผน่ พบั ใบปลิว หรือการ
ใหผ้ นู้ าชุมชนช่วยประชาสมั พนั ธ์ผา่ นหอกระจายข่าวอีกทางหน่ึง โดยเฉพาะขอ้ ที่ อสม.มีตอบถกู นอ้ ยท่ีสุด คือ การกาจดั ขยะ
มลู ฝอยปนเป้ื อนเช้ือโรค ควรใชว้ ธิ ีการฝังดินใหล้ ึกมากกวา่ 1 เมตร (ร้อยละ 35.44) ท่ีควรใหค้ วามรู้เพิ่มเติมเน่ืองจากการ

40

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

กาจดั ขยะมลู ฝอยปนเป้ื อนเช้ือโรคหากกาจดั ไมถ่ ูกวธิ ีจะมีอนั ตรายต่อชุมชนมาก ขอ้ ขยะหมายถึงสิ่งของต่างๆ ท่ีไมม่ ี
ประโยชนแ์ ละไมส่ ามารถมาใชป้ ระโยชน์อะไรไดอ้ ีก (ร้อยละ 51.90) ท่ีควรใหค้ วามรู้เพม่ิ เติมเนื่องจากขยะบางประเภทน้นั
สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ีก อีกท้งั ยงั ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายและเป็นการช่วยลดขยะในชุมชนได้

1.2 ทศั นคตเิ กย่ี วกบั กำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน ระดบั ทศั นคตเิ ก่ียวกบั การกาจดั ขยะมูลฝอยในชุมชนโดยรวม
พบวา่ ก่อนการทดลอง ระดบั มาก (xˉ = 2.84) หลงั ทดลอง ระดบั มาก (ˉx = 2.87) วรุฬยภุ า ทองกลม (2552) จากผลการวจิ ยั
แสดงใหเ้ ห็นถงึ โอกาสในการพฒั นาพฤติกรรมการจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชนของ เน่ืองจากการมที ศั นคตทิ ี่ดีก็จะส่งผลตอ่
พฤติกรรมท่ีดีเช่นกนั (7) แต่ควรใส่ใจทศั นคตทิ ่ียงั ต่าอยเู่ ช่น การท่ี อสม.คิดวา่ การทิ้งขยะในท่ีสาธารณะ ไม่ผดิ กฎหมาย เพราะ
ไมเ่ คยเห็นการปรบั หรือจบั เมื่อทิ้งขยะในที่สาธารณะ (ˉx = 2.15) การจดั การปัญหาขยะร่วมกนั กบั ชุมชน เป็ นหนา้ ท่ีของ
อสม.ดว้ ย (xˉ = 2.47) ท่ียงั ตอ้ งสร้างทศั นคติและจิตสานึกให้ อสม.ไดเ้ ขา้ ในบทบาทหนา้ ท่ี และการมีส่วนร่วมในการพฒั นา
ดา้ นสุขาภิบาลส่ิงแวดลอ้ ม

1.3 พฤตกิ รรมกำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน ระดบั พฤติกรรม พบวา่ ก่อนการทดลอง ระดบั มาก (ˉx = 2.51) หลงั
ทดลอง ระดบั มาก (xˉ = 2.75) ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของ มะยม สุพรรณ (2553) (8) จากผลวจิ ยั ผวู้ จิ ยั ควรมีการพฒั นา
พฤติกรรมการกาจดั ขยะมลู ฝอยในชุมชนอยา่ งต่อเนื่อง แตค่ วรพฒั นาพฤติกรรมท่ีมีคา่ เฉลี่ยนอ้ ย คือ การนาถงุ พลาสติกมาใช้
ซ้าหลายๆ คร้ัง (ˉx = 2.09) การเลือกซ้ือเครื่องดื่มชนิดคืนขวด เช่น น้าด่ืม น้าอดั ลม หรือโซดา แทนซ้ือแบบขวดพลาสติก (xˉ =
2.33) ท่ีควรสร้างพฤติกรรมในการประหยดั และช่วยลดปริมาณขยะในชุมชนได้ และขอ้ ท่านร่วมกนั สอดส่องการลกั ลอบทิ้ง
ขยะในชุมชน (xˉ = 2.46) ท่ีควรร่วมกนั เฝ้ าระวงั เนื่องจากมีการลกั ลอบทิ้งขยะในเขตจงั หวดั สุรินทร์หลายแห่งโดยเฉพาะเขต
อาเภอท่าตมู จงั หวดั สุรินทร์

1.4 กำรเปรียบเทยี บค่ำเฉลย่ี ควำมรู้ ทศั นคติ และพฤตกิ รรมกำรกำจดั ขยะมูลฝอยในชุมชน พบวา่ พบวา่ มีความ
แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value <0.05) ซ่ึงดีกวา่ ก่อนการทดลอง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของ นภสั กนก
เมฆนิติ (2553)(9) ประภา กายี (2553) (10) มะยม สุพรรณ (2553) จากผลการวจิ ยั ดงั กล่าวแสดงใหเ้ ห็นถึงผลการจดั กิจกรรมต่อ
ความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรม การจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน แก่อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น มีประสิทธิผล
และมีประโยชน์ตอ่ การจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน เพือ่ เป็ นรูปแบบในการขยายไปสู่พ้ืนที่อื่นในอาเภอท่าตมู ตอ่ ไป

41

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

2. ข้อเสนอแนะจำกกำรวจิ ยั
2.1 ควรพฒั นาความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมการจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชนใหด้ ียงิ่ ข้นึ อยา่ งต่อเนื่อง โดย
เฉพาะที่ยงั มคี า่ เฉลี่ยต่าอยู่ โดยการใหค้ วามรู้แก่กลมุ่ อสม. ท้งั การอบรมใหค้ วามรู้เพมิ่ เติมหรือสอดแทรกความรู้ให้ อส
ม.ในการประชุมประจาเดือนที่ รพ.สต.ทุกเดือน การใชแ้ ผน่ พบั ใบปลิว หรือการใหผ้ นู้ าชุมชนช่วยประชาสมั พนั ธผ์ า่ น
หอกระจายขา่ วอีกทางหน่ึง สาหรับชุมชนในระดบั หมูบ่ า้ น อสม.กค็ วรเป็นตวั อยา่ งท่ีดีในการคดั แยกขยะรวมท้งั ให้
ความรู้ประชาชนใหช้ ่วยกนั พฒั นาหมู่บา้ นใหส้ ะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยดีข้ึน ส่งเสริมการนาขยะไปหมกั ทา
ป๋ ุย เป็ นตน้
2.2 ควรพฒั นาการมีส่วนร่วมการจดั การปัญหาขยะมูลฝอยในชุมชน โดยใช้ อสม.เป็ นแกนนาในการพฒั นา
ร่วมกบั กลมุ่ ผนู้ าชุมชน กลุ่มองคก์ รต่างๆ ในชุมชน และที่สาคญั คือองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ใหร้ ่วมกนั วางแผนและ
แกไ้ ขปัญหาขยะมลู ฝอยอยา่ งเป็ นระบบ ท้งั การหาแหล่งทิ้งขยะ การจดั หาถงั คดั แยกขยะอยา่ งเป็ นสดั ส่วนส่วน ซ่ึง
นอกจากจะเป็ นการกาจดั ขยะโดยตรงแลว้ ยงั เป็ นการฝึ กหรือเปล่ียนแปลงพฤติกรรมการทิ้งขยะของประชาชนใหเ้ ป็ นที่
เป็ นทางอีกดว้ ย และการร่วมกนั สอดส่องการลกั ลอบทิ้งขยะติดเช้ือ การรณรงคไ์ ม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ
2.3 องคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถ่ินควรมีการจดั การปัญหาขยะตดิ เช้ือหรือขยะอนั ตราย โดยการรับส่งขยะเหล่าน้ี
ไปทาลายอยา่ งถูกวธิ ี และควรมีมาตรการหรือขอ้ บญั ญตั ิ เช่นการเทียบปรับ การรณณรงคส์ ร้างจิตสานึกในการดูแล
ควบคุมการทิง้ ขยะของประชาชน
3. ข้อเสนอแนะในกำรวจิ ยั คร้ังต่อไป
3.1 ควรมีวจิ ยั ผลการจดั กิจกรรมตอ่ ความรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรม การจดั การขยะ มลู ฝอยในชุมชน ในกลมุ่
ประชาชนภาพรวมตาบลบวั โคก อาเภอท่าตูม จงั หวดั สุรินทร์
3.2 ควรมีการวจิ ยั ในส่วนกระบวนการพฒั นาแบบมีส่วนร่วม ในการจดั การปัญหาขยะมลู ฝอยในชุมชน เช่น
การวางแผนแกไ้ ขปัญหาขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วม การจดั กิจกรรมประกวดหมบู่ า้ นสะอาด และประเมินผลการจดั
กิจกรรมดงั กล่าว

กติ ตกิ รรมประกำศ

การวจิ ยั คร้ังน้ีสาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาอยา่ งยง่ิ จากความร่วมมือของบคุ คลหลายๆ ท่าน กราบ
ขอบพระคุณท่านนายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์ ท่ีมนี โยบายสนบั สนุนงานวจิ ยั ใหผ้ ทู้ างานระดบั พ้ืนท่ีใช้
งานวจิ ยั เพ่อื แกไ้ ขปัญหาดา้ นสุขภาพในระดบั พ้นื ที่ท่ีมีประสิทธิภาพ

42

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เอกสำรอ้ำงองิ

1. ปฐมา ไวยวฒุ ินนั ท์ และประจกั ร บวั ผนั . ( 2557). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจดั การมูลฝอย ในเขตเทศบาล
ตาบลอิสาณ อาเภอเมือง จงั หวดั บุรีรัมย.์ วทิ ยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการบริหาร
สาธารณสุข มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.

2. กรมควบคุมมลพษิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม. (2562, มกราคม). “คพ. สรุปสถานการณ์มลพิษ ปี
2561”. หมายเหตมุ ลพิษ. 9 (13). 2-6.

3. สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์. (2563). กระทรวงสาธารณสุขตรวจกองขยะติดเช้ือทิ้งป่ าสุรินทร์. [ออนไลน์].
สืบคน้ เมื่อ 20 มีนาคม 2563. http://healthcaredata.moph.go.th/

4. องคก์ ารบริหารส่วนตาบลบวั โคก. (2563). แผนยทุ ธศาสตร์ (2558-2562). [ออนไลน์]. สืบคน้ เมื่อ 25 มีนาคม 2563.
www.bua-kokthatum.go.t

5. นาตยา พิมพา ศุลีมาศ ไชยยงค์ และศศิวรรณ ทศั นเอี่ยม. (2553). การจดั การมลู ฝอยในครัวเรือนในเขตตาบลแสนพนั
อาเภอธาตุพนม จงั หวดั นครพนม. ภาควชิ าวทิ ยาศาสตร์สุขภาพ หลกั สูตรสาธารณสุขชุมชน คณะวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สกลนคร.

6. วรุฬยภุ า ทองกลม. (2552). ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดปริมาณขยะมลู ฝอยจากครัวเรือน
กรณีศึกษาเทศบาลนครอุบลราชธานี จงั หวดั อบุ ลราชธานี. รายงานวจิ ยั มหาวทิ ยาลยั มหิดล.

7. เยาวเรศ ประภาษานนท.์ (2554). แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกบั การส่งเสริมสุขภาพ. อุบลราชธานี: วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราช
ชนนีสรรพสิทธิประสงค.์

8. มะยม สุพรรณ. (2553). การอบรมท่ีมีต่อความรู้ ความตระหนกั และการปฏิบตั ิในการคดั แยกขยะมูลฝอย ณ
แหลง่ กาเนิด ในเขตเทศบาลตาบลบา้ นแหลม อาเภอบางปลามา้ จงั หวดั สุพรรณบุรี. วทิ ยานิพนธ์สาธารณสุขศา
สตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าอนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม.มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

9. นภสั กนก เมฆนิติ. (2553). การพฒั นาโปรแกรมการฝึ กอบรมดา้ นการจดั การขยะมลู ฝอยสาหรับ บุคลากรและผปู้ ระกอบ
ธุรกิจประมงในท่าเทียบเรือประมงภูเกต็ . วทิ ยานิพนธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาส่ิงแวดลอ้ มศึกษา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต.

10. ประภา กาย.ี (2553) . การใชก้ ระบวนการส่ิงแวดลอ้ มศึกษาเพอ่ื จดั การขยะบริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยว : กรณีศึกษา
ท่าเทียบเรือท่องเท่ียวอ่าวฉลอง อาเภอเมือง จงั หวดั ภูเก็ต. วทิ ยานิพนธว์ ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาส่ิงแวดลอ้ ม
ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเกต็ .

43

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ความชุกของผเู้ ขา้ รบั ยาตา้ นไวรสั (รายใหม)่ ในคลนิ กิ โรงพยาบาลบางละมงุ

Prevalence of New Case Patients In Antiretroviral Clinic, Banglamung Hospital

ธนากร อรณุ งามวงศ*์

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั น้ีมีจุดประสงค์ เพ่ือศึกษาความชุกของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสรายใหม่ ขอ้ มลู พ้นื ฐานและความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคลกบั ผลการรักษา ของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสรายใหม่ท่ีคลินิกยาตา้ นไวรัสโรงพยาบาลบางละมงุ
ในปี งบประมาณ 2562 ประชากร คือ ผเู้ ขา้ รับบริการท่ีคลนิ ิกยาตา้ นไวรัส โรงพยาบาลบางละมงุ จานวน 2,794 คน
คดั เลือกกลมุ่ ตวั อยา่ งแบบเจาะจง จานวน 143 คน โดยใชแ้ บบสอบถามที่ผวู้ จิ ยั สร้างข้ึน วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยสถิติคา่ เฉลี่ย
ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบคา่ ที และไคสแควร์ ดว้ ยโปรแกรมสาเร็จรูป ผลการวจิ ยั พบวา่ ความชุกของ
ผรู้ ับยาตา้ นไวรัสรายใหม่ ร้อยละ 5.12 พบผรู้ ับบริการเป็นเพศชาย ร้อยละ 65 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคลกบั
ผลการรักษา พบวา่ การมาตามนดั สมั พนั ธ์กบั อาชีพรับจา้ ง สิทธิการรักษา การศึกษาในระดบั มธั ยมปลาย และการไม่
แสดงของโรค PCP อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ผทู้ ี่ไม่มีอาการแสดงของการติดเช้ือเอชไอวสี มั พนั ธ์กบั รายไดแ้ ละระดบั
การศึกษาต้งั แตม่ ธั ยมปลายข้ึนไป ส่วนปริมาณ CD4 พบนยั สาคญั ทางสถิติ โดยปริมาณ CD4<100 มีอาการแสดงของ
การติดเช้ือเอชไอวี ถา้ CD4>300 ไม่แสดงอาการของการติดเช้ือเอชไอวี อาการแสดงของวณั โรคและ Pneumocystis
jeruveci pneumonia (PCP) พบเมอ่ื ปริมาณ CD4<100 ช่วงหลงั การเร่ิมยาตา้ นไวรัสอยา่ งนอ้ ย 6 เดือน พบวา่ ผทู้ ่ีเขา้ รบั ยา
ตา้ นไวรัสมีปริมาณ CD4 เพมิ่ ข้ึน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ

สรุปผลการศึกษา ผเู้ ขา้ รับบริการที่ดูแลสุขภาพตามแผนการรักษามีโอกาสเกิดอาการแสดงของการติดเช้ือเอช
ไอวี และคา่ CD4 อยใู่ นเกณฑท์ ี่เกิดการติดเช้ือฉวยโอกาสไดน้ อ้ ย

คำสำคญั : ความชุก/ ผเู้ ขา้ รบั ยาตา้ นไวรัส (รายใหม่)

Abstract

This research were study to prevalence of new antiretroviral drug users, basic information and the
relationship between personal factors and treatment outcome of new antiretroviral drug patients at the antiretroviral
drug clinic, Banglamung hospital in 2019 The populations were 2,794 people attending the antiretroviral drug clinic
and purposive sampling in 143 people. The data were researcher created the record form questionnaire. The statistic
used mean, percentage, standard deviation, paired t-test and chi-square analysis . The results showed that: the
prevalence of 5.12% of new antiretroviral drug, 65% were male, while the study of relationship between personal
factors and treatment outcomes found regularly to appointment patients was related to employment, universal health
coverage of Banglamung, High school education and non-PCP patients were statistically significant. Asymptomatic
HIV infection related to high income and high school education. The CD4 level was found that statistically significant
of HIV symptoms when the CD4 level<100 and showed no symptoms of HIV if CD4 level > 300 infection. When the

44

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

CD4 level<100 was found Symptoms of tuberculosis and PCP. At least 6 months after initiation of ARV regimen
showed statistically significant increased CD4 level.

Conclusion: patients who behave the treatment plan were less likely to develop symptoms of HIV infection
and the CD4 level was less likely to have an opportunistic infection.

Keywords: Prevalence/ New case Patients in Antiretroviral Clinic

*พบ. โรงพยาบาลบางละมุง จงั หวดั ชลบุรี

บทนำ

โรคติดเช้ือเอชไอว/ี โรคเอดส์ (AIDS; Acquired immunodeficiency syndrome) เป็ นปัญหาสาธารณสุขที่สาคญั
ปัญหาหน่ึงเนื่องจากมีจานวนผปู้ ่ วยท่ีตอ้ งการการดูแลรักษาเพมิ่ สูงข้ึนในทุกๆ ปี แนวโนม้ ในการตดิ เช้ือรายใหม่ลดลง
ในปี พ.ศ.2546 Joint United Nations Program on HIV/AIDS (UNAIDS) และ World Health Organization (WHO)
ปัจจุบนั โรคเอดส์ยงั ไมส่ ามารถรักษาใหห้ ายขาดได้ จึงมีเพียงการใชย้ าตา้ นไวรัสเอดส์เพือ่ ยบั ย้งั การแบ่งตวั ของเช้ือไวรัส
ไมใ่ หม้ ีการแพร่กระจายอยา่ งรวดเร็ว สูตรมาตรฐานของการรักษาผปู้ ่ วยติดเช้ือเอชไอว/ี โรคเอดส์ในปัจจุบนั คือ ยาตา้ น
ไวรัสเอดส์ที่มีประสิทธิภาพสูง (Highly Active Antiretroviral Therapy ; HAART) เน่ืองจากลดปริมาณไวรัสในเลือดลง
จนไมส่ ามารถวดั ไดเ้ ป็ นระยะเวลานาน เพิม่ ภมู ิคุม้ กนั ของร่างกาย ลดอตั ราการเจบ็ ป่ วยและอตั ราการตาย(1) การไดร้ ับการ
วนิ ิจฉยั แตเ่ ร่ิมแรกและการติดตามดูแลผปู้ ่ วยโดยการตรวจร่างกายและการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการเพ่ือประเมิน
ผลการรักษา การเกิดอาการไม่พึงประสงคจ์ ากการใชย้ าและการเกิดโรคติดเช้ือฉวยโอกาสเป็ นระยะๆ จึงเป็ นสิ่งสาคญั ใน
การช่วยป้ องกนั หรือแกไ้ ขการเกิดอาการไมพ่ ึงประสงคจ์ ากการใชย้ าและโรคติดเช้ือฉวยโอกาสไดท้ นั ท่วงที กระทรวง
สาธารณสุขของไทยจดั บริการยาตา้ นไวรัสเอดส์ในโครงการพฒั นาระบบบริการและติดตามผลการรักษาดว้ ยยาตา้ น
ไวรัสเอดส์ในผใู้ หญ่ (Access To Care; ATC) ต้งั แต่ปี พ.ศ. 2543 และขยายโครงการเขา้ ถึงบริการยาตา้ นไวรัสเอดส์
ระดบั ชาติ (National Access to Antiretroviral Programs for people HIV AIDS; NAPHA) ข้ึนต้งั แตป่ ี พ.ศ.2545(2) โดยมี
จานวนโรงพยาบาลท่ีเขา้ ร่วมโครงการจนถึงปัจจุบนั จานวนท้งั สิ้น 849 แห่ง มีจานวนผปู้ ่ วยที่ไดร้ ับยาในปัจจบุ นั ท้งั สิ้น
33,481 ราย และมีแนวโนม้ เพิ่มมากข้ึนทุกๆ ปี (3)

จากสถานการณ์ปี 2562 ในประเทศไทย มีผตู้ ิดเช้ือ HIV ประมาณ 470,000 คน เป็ นผตู้ ิดเช้ือรายใหม่ 5,400 คน
ความชุกในผใู้ หญร่ ้อยละ 1 ซ่ึงมีแนวโนม้ ลดลงเรื่อย ๆ เน่ืองจากมีระบบการป้ องกนั การแพร่เช้ือเอชไอวที ่ีดีข้ึน (4)
นอกจากน้ี การทบทวนวรรณกรรมเก่ียวกบั ปัจจยั รบกวนที่มีผลตอ่ การเขา้ รับยาตา้ นไวรัส พบวา่ อายุ สถานะทางเศรฐกิจ
ระยะห่างจากสถานพยาบาล ภาวะซึมเศร้า มีผลต่อการเขา้ ถึงระบบบริการ (5)

โรงพยาบาลบางละมุงเป็ นโรงพยาบาลทวั่ ไปขนาด 290 เตียง เขา้ ร่วมโครงการเขา้ ถึงบริการยาตา้ นไวรัสเอดส์
ระดบั ชาติ ซ่ึงมีผปู้ ่ วยมารับบริการในแผนกผปู้ ่ วยนอกในปี พ.ศ. 2561 เฉลี่ย 700 - 800 รายต่อวนั จาแนกในคลนิ ิกยาตา้ น
ไวรัส 55 – 60 รายต่อสปั ดาห์ มีอายรุ แพทยเ์ ป็ นผใู้ หก้ ารรักษา สาหรับคลินิกรบั ยาตา้ นไวรัสไดจ้ ดั พ้นื ที่แยกออกจาก
แผนกผปู้ ่ วยนอกเพ่อื อานวยความสะดวก สร้างเสริมกาลงั ใจใหผ้ ปู้ ่ วยไดม้ ีพ้นื ท่ีท่ีสามารถพดู คุยกนั ไดอ้ ยา่ งเป็นอิสระ
พ้ืนท่ีของอาเภอบางละมุงอยใู นพ้นื ที่เขตเศรษฐกิจ เขตอุตสาหกรรมและเขตท่องเที่ยว จึงเป็นโรงพยาบาลที่อยใู่ นพ้ืนที่ท่ี

45

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

มีโอกาสพบกลุม่ เป้ าหมายไดส้ ูง ผวู้ จิ ยั จึงสนใจที่จะศึกษาความชุกของผเู้ ขา้ รบั ยาตา้ นไวรัส (รายใหม่) เพ่ือเป็ นขอ้ มูล
พ้ืนฐาน ในการจดั การหรือปรับปรุงระบบการจดั การในคลินิกรับยาตา้ นของโรงพยาบาลบางละมงุ ตอ่ ไปในอนาคต

วตั ถุประสงค์

1. เพ่อื ศึกษาความชุกของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสรายใหม่ในคลินิกของโรงพยาบาลบางละมงุ
2. เพอ่ื ศึกษาขอ้ มูลพ้นื ฐานของผเู้ ขา้ รบั ยาตา้ นไวรัสรายใหมใ่ นคลินิกของโรงพยาบาลบางละมงุ
3. เพ่อื ศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ส่วนบคุ คลกบั ผลการรักษา โดยดูจากการมาตามนดั อาการแสดงของการ
ติดเช้ือเอชไอวี และแนวโนม้ ปริมาณ CD4 ของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกของโรงพยาบาลบางละมุง

วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั

รูปแบบกำรวจิ ยั เป็นการวจิ ยั เชิงพรรณนา ของผเู้ ขา้ รบั บริการที่คลินิกยาตา้ นไวรัส ของโรงพยาบาลบางละมงุ
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ประชากร คือ ผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสท่ียงั มาติดตามอาการในคลินิกของโรงพยาบาลบาง
ละมุง ต้งั แต่ ปี งบประมาณ 2562 กลุม่ ตวั อยา่ ง ใชว้ ธิ ีคดั เลือกแบบเจาะจง จานวน 143 คน
เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ โดยผวู้ จิ ยั สร้างแบบบนั ทึกขอ้ มูลแบ่งเป็น ขอ้ มลู ทว่ั ไป และแบบบนั ทึกขอ้ มูลดา้ นการเขา้ รับบริการที่
คลินิกยาตา้ นไวรัส
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล โดยใชส้ ถิติคา่ เฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และไคสแควร์ ดว้ ย
โปรแกรมสาเร็จรูป

ผลกำรศึกษำ

ข้อมูลทว่ั ไป ผเู้ ขา้ รับบริการที่คลนิ ิกยาตา้ นไวรัส พบวา่ ความชุกของผรู้ ับยาตา้ นไวรัสรายใหม่ ร้อยละ 5.12 ผู้
เขา้ รับบริการเป็นเพศชายมากกวา่ เพศหญิง โดยเพศชาย 93 คน ร้อยละ 65 ช่วงอายุ 31 - 40 ปี จานวน 52 คน ร้อยละ
36.40 ส่วนอาชีพที่พบมากท่ีสุด คือ รับจา้ ง จานวน 122 คน ร้อยละ 85.30 ใชส้ ิทธิการรักษาดว้ ยบตั รทองในพ้นื ที่
จานวน 78 คน ร้อยละ 54.50 ระดบั การศึกษา มธั ยมปลาย จานวน 46 คน ร้อยละ 32.20 รายได้ อยใู่ นช่วง 5,001 –
10,000 บาท จานวน 46 คน ร้อยละ 32.20

ด้ำนพฤตกิ รรมเส่ียง พบวา่ ร้อยละ 100 มีสาเหตุการติดเช้ือจากเพศสมั พนั ธ์ ส่วนพฤติกรรมการใชส้ ารเสพติด
จานวน 122 คนไม่ใชส้ ารเสพติด ร้อยละ 85.30 แต่พบจานวน 15 คน ร้อยละ 10.50 ใชย้ าบา้ และ จานวน 6 คน ร้อยละ
4.20 ใชย้ าไอซ์ การใชส้ ุรา พบวา่ ไมด่ ่ืมสุราจานวน 99 คน ร้อยละ 69.20 และ ไมส่ ูบบุหร่ีจานวน 121 คน ร้อยละ 84.60

ดา้ นอาการแสดงของโรคติดเช้ือฉวยโอกาส พบวา่ จานวน 92 คน ร้อยละ 64.30 ไมแ่ สดงอาการของการติดเช้ือ
เอชไอวี ส่วนของผทู้ ่ีแสดงอาการพบอาการแสดงของวณั โรค จานวน 21 คน ร้อยละ 14.70 และอาการแสดงของปอด
อกั เสบจากเช้ือราจานวน 6 คน ร้อยละ 4.20

กำรศึกษำควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงปัจจยั ส่วนบุคคลกบั ผลกำรรักษำ พบวา่

46

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

1. การมาตามนดั มีความสมั พนั ธ์อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั .05 กบั อาชีพรับจา้ ง สิทธิการรักษา
การศึกษาในระดบั มธั ยมปลาย และการไมแ่ สดงของโรค PCP

2. อาการแสดงของการติดเช้ือเอชไอวี มีความสมั พนั ธอ์ ยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั .05 โดยพบวา่ ผทู้ ่ีมี
รายไดแ้ ละระดบั การศึกษาต้งั แตม่ ธั ยมปลายข้ึนไป มีความสมั พนั ธก์ บั การไมเ่ กิดอาการของการติดเช้ือเอชไอวี แตผ่ ทู้ ี่มี
อาการของการติดเช้ือมีการศึกษานอ้ ยกวา่ มธั ยมปลาย และผไู้ ม่ไดท้ างาน พบอาการแสดงของการติดเช้ือเอชไอวมี าก
ท่ีสุด

3. การศึกษาปริมาณ CD4 ช่วงเริ่มยาตา้ นไวรัส จานวนท้งั หมด 143 คน และหลงั ทานยาตา้ นไวรัสอยา่ งนอ้ ย 6
เดือน จานวน 128 คน พบจานวน 15 คน มีผล CD4 คร้ังเดียว เน่ืองจากมีการยา้ ยท่ีอยู่ เสียชีวติ และยงั ไม่ครบวนั นดั
เปรียบเทียบความแตกต่างของคา่ เฉล่ียปริมาณ CD4 ช่วงเร่ิมยาตา้ นไวรัสและหลงั ทานยาตา้ นไวรัสอยา่ งนอ้ ย 6 เดือน
จานวน 128 คน เท่ากบั 290.02 และ 469.50 เซลล/์ ลบ.มม. ตามลาดบั ซ่ึงเพ่มิ ข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ที่ระดบั .05 ดงั ตารางที่
2 พบคา่ CD4 ช่วงการเร่ิมยา และช่วงหลงั การเร่ิมยา มีความสมั พนั ธ์กบั อาการของการติดเช้ือของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัส
ในคลินิก โรงพยาบาลบางละมุง อยา่ งมีนยั สาคญั ท่ีระดบั .05 ดงั ตารางท่ี 1-2

ตำรำงที่ 1 เปรียบเทียบปริมาณ CD4 ช่วงเริ่มยาตา้ นและหลงั ทานยาตา้ นไวรัสอยา่ งนอ้ ย 6 เดือน

ปริมาณ CD4 (เซลล/์ ลบ.มม.) Mean SD T df Sig.
(2-sided)
<100 ก่อน 41.18 29.30 6.113 27 .000*
101-200 หลงั 190.90 130.69
201-300 ก่อน 151.48 27.93 6.885 24 .000*
>300 หลงั 366.88 161.74
Total ก่อน 238.71 28.10 3.844 13 .002*
*p-value <.05 หลงั 420.43 180.34
ก่อน 472.79 158.68 7.545 60 .000*
หลงั 650.70 226.95
ก่อน 290.02 214.64 12.163 127 .000*
หลงั 469.50 267.32

47

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงที่ 2 อาการของการติดเช้ือกบั CD4 ช่วงการเริ่มยาของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกโรงพยาบาลบางละมุง

CD4 อาการของการติดเช้ือ df Asymp .Sig.
)2-sided(
<100 ไมแ่ สดงอาการ แสดงอาการ
101-200
201-300 4 24 3 .000*
>300 17 8
*p-value <.05 10 4
52 9

ตำรำงท่ี 3 อาการของการติดเช้ือกบั CD4 ช่วงหลงั การเริ่มยาของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกโรงพยาบาลบางละมงุ

CD4 อาการของการติดเช้ือ df Asymp .Sig.
)2-sided(
<100 ไมแ่ สดงอาการ แสดงอาการ
101-200
201-300 18 3 .000*
>300 2 12
*p-value <.05 64
74 21

ความสมั พนั ธ์ของปริมาณ CD4 กบั อาการของวณั CD4 < 100 จะแสดงอาการของวณั โรคมากกวา่ ช่วงอื่น ๆ
โรค และ PCP ช่วงการเริ่มยำและช่วงหลงั การเริ่มยา หลงั จากท่ีรับยาตา้ นไวรัส พบวา่ ผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัส
พบวา่ คา่ CD4 ช่วงการเริ่มยามีความสมั พนั ธ์กบั การเป็ น มีแนวโนม้ ปริมาณ CD4 ท่ีเพมิ่ ข้นึ อยา่ งมีนยั สาคญั
วณั โรค อยา่ งมีนยั สาคญั ท่ีระดบั .05 โดยผทู้ ่ีมีปริมาณ ตารางท่ี 4-5

48

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงท่ี 4 การเป็ นวณั โรคกบั CD4 ช่วงกำรเร่ิมยำของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกโรงพยาบาล บางละมุง

CD4 อาการของวณั โรค df Asymp .Sig.
)2-sided(
<100 ไมแ่ สดงอาการ แสดงอาการ
101-200
201-300 16 12
>300
*p-value <.05 19 6 3 .002*

12 2
56 5

ตำรำงท่ี 5 การเป็ นวณั โรคกบั CD4 ช่วงหลงั การเริ่มยาของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกโรงพยาบาล บางละมุง

CD4 อาการของวณั โรค df Asymp .Sig.
)2-sided(
<100 ไม่แสดงอาการ แสดงอาการ
101-200 4 5 3 .000*
201-300 7 7
>300 9 1
*p -value<.05 83 12

คา่ CD4 ช่วงการเร่ิมยา และช่วงหลงั การเริ่มยา PCP มากกวา่ ช่วง CD4 อ่ืน ๆ หลงั จากที่รับยาตา้ นไวรัส
มีความสมั พนั ธก์ บั การเป็ น PCP ของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัส พบวา่ ผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสมีแนวโนม้ ปริมาณ CD4 ท่ี
ในคลินิกโรงพยาบาลบางละมุง อยา่ งมีนยั สาคญั ท่ีระดบั เพม่ิ ข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั จากตารางท่ี 6-7
.05 โดยผทู้ ่ีมีปริมาณ CD4 < 100 มีอาการแสดงของโรค

49

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงท่ี 6 การเป็ น PCP กบั CD4 ช่วงการเร่ิมยำของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกโรงพยาบาลบางละมุง

CD4 อาการของ PCP df Asymp .Sig.
(2-sided)
ไมแ่ สดงอาการ แสดงอาการ

<100 20 8

101-200 25 0
201-300 13 3 .000*

1

>300 61 0

*p-value <.05
ตำรำงที่ 7 การเป็ น PCP กบั CD4 ช่วงหลงั การเร่ิมยาของผเู้ ขา้ รับยาตา้ นไวรัสในคลินิกโรงพยาบาลบางละมงุ

CD4 อาการของ PCP df Asymp .Sig.
)2-sided(
<100 ไมแ่ สดงอาการ แสดงอาการ
101-200
201-300 72
>300
*p-value <.05 10 4 3 .001*

91
93 2

วจิ ำรณ์ผล เฉพาะกล่มุ ที่ไดเ้ ร่ิมยาตา้ นรายใหมใ่ นคลินิกซ่ึงค่าที่ไดอ้ าจ
ต่ากวา่ ของเขตพ้ืนท่ีสีลม เน่ืองจากเป็ นการศึกษาของผตู้ ิด
ผวู้ จิ ยั ไดอ้ ภิปรายผล ตามสมมติฐาน ดงั น้ี เช้ือเอชไอวที ้งั หมด (6)
1. ความชุกของผรู้ ับยาตา้ นไวรัสรายใหมข่ อง
โรงพยาบาลบางละมุง ร้อยละ 5.12 แตกต่างจากการศึกษา 2. อาชีพที่เขา้ รับการรักษามากท่ีสุดในคลินิกยา
ความชุกของผตู้ ิดเช้ือเอชไอวที ่ีเขา้ รับบริการเขตพ้นื ที่สี ตา้ นไวรัส คืออาชีพรับจา้ ง เน่ืองจากเป็ นกลุม่ ประชากรที่
ลม กรุงเทพมหานคร ปี 2561 พบความชุก ร้อยละ 17.2 มีสดั ส่วนสูงที่สุดในพ้ืนที่อาเภอบางละมุงซ่ึงเป็ นพ้ืนท่ีเขต
เนื่องจากการศึกษาของโรงพยาบาลบางละมงุ ศึกษา เศรษฐกิจ การโรงแรม การท่องเที่ยวและอตุ สาหกรรม
ของภาคตะวนั ออก สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู ของ The

50


Click to View FlipBook Version