The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ของผสู้ งู อายกุ ลมุ่ ตดิ สงั คมหรอื กลมุ่ พฤฒพลงั
จงั หวดั นครปฐม
Factors Effecting to Quality of Life Among Elderly With Active Aging in
Nakhon Pathom Province.
สมใจ ออ่ นละเอยี ด*
บทคดั ย่อ
การวจิ ยั เชิงพรรณนามีวตั ถุประสงค์ เพ่ือศึกษาความสมั พนั ธ์และอานาจการทานายของปัจจยั ที่มีผลตอ่ คุณภาพ
ชีวติ ของผสู้ ูงอายตุ ิดสงั คมหรือกลุ่มพฤฒพลงั ประชากรคือ ผสู้ ูงอายทุ ี่มีรายช่ือตามทะเบียนบา้ นเขตจงั หวดั นครปฐม ปี
พ.ศ.2563 จานวน 145,522 คน โดยใชส้ ูตรการคานวณขนาดกลุ่มตวั อยา่ งของ Daniel เท่ากบั 420 คน ใชว้ ธิ ีการสุ่ม
ตวั อยา่ งแบบมีระบบ เกบ็ ขอ้ มลู โดยใชแ้ บบสมั ภาษณ์ ประกอบดว้ ย 4 ส่วน ไดแ้ ก่ คุณลกั ษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้
ดา้ นสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพและคุณภาพชีวติ แบบสมั ภาษณ์ผา่ นการตรวจสอบความตรงตามเน้ือหาจากผเู้ ชี่ยวชาญ 3
ท่าน และนาไปทดลองใชเ้ พือ่ วเิ คราะห์ค่าความเช่ือมนั่ โดยใชส้ ูตรสมั ประสิทธ์ิแอลฟ่ าครอนบาค เท่ากบั 0.867 วเิ คราะห์
ขอ้ มูลโดยใชส้ มั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ของเพยี ร์สนั และการวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณแบบข้นั ตอน ผลการวจิ ยั พบวา่
ปัจจยั ที่สามารถทานายคุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายตุ ิดสงั คม หรือกลมุ่ พฤฒพลงั ประกอบดว้ ย ความรูค้ วามเขา้ ใจทาง
สุขภาพ (p-value<0.001), พฤติกรรมการจดั การดา้ นอารมณ์ (p-value <0.001) รายไดค้ รอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (p-
value=0.003), พฤติกรรมการบริโภคอาหาร (p-value=0.010) ตามลาดบั สามารถทานายได้ ร้อยละ 16.10 (R2= 0.161)
คำสำคญั : ผสู้ ูงอายพุ ฤฒพลงั , ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ, คุณภาพชีวิต
Abstract
This descriptive research aimed to study either selected factors association or jointly predict factor effected to
quality of life among elderly with active aging. Population in this study consisted of 145,522 elderlies with active aging
which be registered in Nakhon Phatom Province in fiscal year 2020, and the sample size calculating used Daniel formula
for 420 cases, and systematic random sampling was determine for collecting data. Data collected by structured interview
composed of 4 parts including, characteristics, health literacy, health behavior and quality of life among elderly. In
addition to check questionnaire standardization, validity was checked by 3 experts and try out testing reliability by
Cronbach’s coefficient alpha about 0.867. Data analyzed using statistical as Pearson product moment correlation
201
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
coefficient and Stepwise multiple regression analysis. Prediction model analyzed reported that factor effecting to quality
of life among elderly with active aging in Nakhon Phatom Province, including; cognitive skill (P-value<0.001),
emotional management behavior (P-value<0.001), average family’ income (P-value=0.003), consumption behavior (P-
value=0.010), respectively. All predicting factors accounted for 16.1 (R2=0.161).
Keywords: Elderly with active aging, Health literacy, Quality of life
* นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการพเิ ศษ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม
บทนำ ผสู้ ูงอายุ จากผลการตรวจคดั กรองปัญหาสุขภาพ พบวา่
ปี พ.ศ.2562 ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีโรคประจาตวั และปัญหา
สถานการณ์และแนวโนม้ ประชากรผสู้ ูงอายุ สุขภาพ ไดแ้ ก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดนั
ของประเทศไทยเพ่มิ ข้นึ อยา่ งตอ่ เน่ือง โดยในปี พ.ศ. โลหิตสูงและโรคเบาหวาน จากปัญหาสุขภาพท่ีเกิด
2548 มีประชากรผสู้ ูงอายุ ร้อยละ 10 และในปี พ.ศ. ข้ึนกบั ผสู้ ูงอายเุ ขตจงั หวดั นครปฐม พบวา่ ส่วนใหญ่
2561 มีจานวนประมาณ 11.7 ลา้ นคน คิดเป็ นสดั ส่วน เป็ นปัญหาท่ีมีสาเหตมุ าจากพฤติกรรมสุขภาพของ
ร้อยละ 17.8 ของประชากรไทย[1] คาดการณ์วา่ จะเพมิ่ ผสู้ ูงอายุ ไดแ้ ก่ โรคหลอดเลือดสมอง (ร้อยละ 3.52),
เป็ นร้อยละ 28 ในปี พ.ศ.2574 ซ่ึงจะมีผลทาใหป้ ระเทศ โรคความดนั โลหิตสูง (ร้อยละ 43.78) โรคเบาหวาน
ไทยกลายเป็ นสงั คมผสู้ ูงอายรุ ะดบั สุดยอด[2] (ร้อยละ 20.46) ตามลาดบั [3]
สถานการณ์จานวนผสู้ ูงอายเุ ขตจงั หวดั นครปฐม พบวา่ จากแนวโนม้ ของผสู้ ูงอายทุ ่ีเพม่ิ มากข้ึน จึง
มีจานวนเพ่มิ มากข้ึน โดยปี พ.ศ. 2560-2562 มีจานวน นามาซ่ึงภาวะเส่ียงและปัญหาดา้ นสุขภาพของผสู้ ูงอายุ
ผสู้ ูงอายเุ ท่ากบั 125,679 132,909 และ 138,171 คน ที่เพม่ิ มากข้ึนอยา่ งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เน่ืองจากผสู้ ูงอายุ
ตามลาดบั จากรายงานขอ้ มลู ผลการประเมินการปฏิบตั ิ เป็ นวยั แห่งความเส่ือมถอยในทุกๆดา้ น ทาใหเ้ กิดอาการ
กิจวตั รประจาวนั ของผสู้ ูงอายุ หรือ ADL (Activities of เจ็บป่ วยตามวยั นอกจากการเจบ็ ป่ วยทางร่างกายที่เกิด
Daily Living) สามารถดาเนินการประเมนิ ครอบคลุม ข้ึนกบั ผสู้ ูงอายแุ ลว้ ยงั ส่งผลตอ่ สภาพจิตใจของผสู้ ูงอายุ
ร้อยละ 72.55 76.80 และ 83.06 ตามลาดบั โดยสามารถ ดว้ ย เนื่องจากวยั สูงอายจุ ะเผชิญกบั การเปล่ียนแปลง
แบ่งกล่มุ ผสู้ ูงอายอุ อกเป็น 3 กลุม่ ดงั น้ี กลุ่ม 1 ผสู้ ูงอายุ หลายอยา่ งท้งั จากสภาวะสุขภาพที่เสื่อมถอยลง การ
ติดสงั คม จานวน 88,405, 99,322 และ 112,166 คน สูญเสียบทบาทหนา้ ท่ีทางสงั คมและอาจวติ กกงั วลตอ่
กล่มุ 2 ผสู้ ูงอายตุ ิดบา้ น จานวน 1,988, 1,990 และ ความตายที่อยใู่ นส่วนลึกของจิตใจ ส่ิงเหล่าน้ีทาให้
1,946 คน และกลุ่ม 3 ผสู้ ูงอายตุ ิดเตียง จานวน 793, 760 ผสู้ ูงอายรุ ู้สึกไร้คุณคา่ ขาดแรงจูงใจและความ
และ 652 คน ตามลาดบั สาหรับปัญหาสุขภาพของ กระตือรือร้นลดลง ขาดความเชื่อมนั่ และหมดความ
ภาคภูมิใจในตนเอง[4] การเปล่ียนแปลงของสภาพ
202
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ร่างกายและการเจ็บป่ วยท่ีเกิดข้ึนกบั ผสู้ ูงอายุ ส่งผลให้ รูปแบบกำรวจิ ยั เป็ นเชิงพรรณนา
ผสู้ ูงอายมุ ีการเขา้ ร่วมกิจกรรมทางสงั คมนอ้ ยลง เกิด
การพ่ึงพิงท้งั ดา้ นกิจวตั รประจาวนั ตลอดจนกิจกรรมท่ี (Descriptive Research Study) โดยกาหนดตวั แปรอิสระ
จาเป็นในการดาเนินชีวติ ส่งผลกระทบทางดา้ นจิตใจ
ของผสู้ ูงอายไุ ด้ ผลจากการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนใน ไดแ้ ก่ 1) คุณลกั ษณะส่วนบุคคลของผสู้ ูงอายุ 2) ความ
ผสู้ ูงอายทุ ้งั ทางดา้ นร่างกาย ดา้ นจิตใจ และสงั คมจะ
ส่งผลกระทบถึงกนั และกนั ไมร่ ู้จบ มีผลใหค้ ุณภาพชีวติ รอบรู้ดา้ นสุขภาพ โดยใชแ้ นวคดิ ของ Nutbeam[8] 3)
ของผสู้ ูงอายลุ ดนอ้ ยลง[5] ดงั น้นั จะเห็นไดว้ า่ การ
เปล่ียนแปลงหลายดา้ นในวยั สูงอายจุ ะนามาซ่ึงปัญหา พฤติกรรมสุขภาพผสู้ ูงอายุ ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ คุณภาพ
ทางสุขภาพท้งั ทางร่างกายและทางจิตใจและนามาซ่ึง
คุณภาพชีวติ ที่ลดลงไป จนถึงมคี ุณภาพชีวติ ในระดบั ที่ ชีวติ ของผสู้ ูงอายุ
ไม่ดีได้ ดงั น้นั การส่งเสริมใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีการเตรียมความ
พร้อมและมีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพจึงเป็ นเร่ื องท่ี ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง ประชากรคือ
สาคญั เพอ่ื ป้ องกนั ไม่ใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีระดบั คุณภาพชีวติ ท่ี
ลดลง[6] ผสู้ ูงอายทุ ี่เป็นสมาชิกของชมรมผสู้ ูงอายุ จงั หวดั
ดงั น้นั ผวู้ จิ ยั จึงสนใจศึกษาปัจจยั ที่มีผลตอ่ นครปฐม ปี งบประมาณ พ.ศ.2563 จานวน 145,522 คน
คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายตุ ิดสงั คมหรือกลมุ่ พฤฒพลงั
เขตจงั หวดั นครปฐม เพ่ือนาขอ้ มลู มาพฒั นาเป็ น คานวณขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งโดยใชส้ ูตร Daniel[9] กาหนด
โปรแกรมการพฒั นารูปแบบการส่งเสริมคุณภาพชีวติ
ของผสู้ ูงอายพุ ฤฒพลงั ในชุมชนอาเภอเมือง จงั หวดั ระดบั ความเช่ือมน่ั ท่ีร้อยละ 95 คา่ ความคลาดเคล่ือน
นครปฐม ต่อไป
สามารถยอมรับไดเ้ ท่ากบั 0.05 ไดก้ ลมุ่ ตวั อยา่ ง 420 คน
วตั ถุประสงค์
ใชว้ ธิ ีการสุ่มแบบมีระบบ (Systematic Random
เพ่ือศึกษาปัจจยั ที่มีผลต่อคุณภาพชีวติ ของ
ผสู้ ูงอายตุ ิดสงั คมหรือกลุ่มพฤฒพลงั เขตจงั หวดั Sampling)
นครปฐม
เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในกำรวจิ ยั เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการ
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั
เก็บขอ้ มูลคือ แบบสมั ภาษณ์ ประกอบดว้ ย ส่วนที่ 1
คุณลกั ษณะส่วนบุคคล ส่วนท่ี 2 ความรอบรู้ดา้ น
สุขภาพ ส่วนที่ 3 พฤติกรรมสุขภาพ ส่วนท่ี 4 คุณภาพ
ชีวติ ของผสู้ ูงอายกุ ลุ่มติดสงั คมหรือกลุ่มพฤฒพลงั
แบบสอบถามน้ีสร้างข้ึน จากการศึกษาทบทวน
วรรณกรรมที่เกี่ยวขอ้ งและนาไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญ 3 ท่าน
ตรวจสอบความตรงของเน้ือหา นาแบบสอบถามไป
ทดลองใชค้ านวณค่าความเที่ยง (Reliability) ดว้ ย
สมั ประสิทธ์ิแอลฟ่ าของครอนบาค[11] เท่ากบั 0.867
สถิตวิ เิ ครำะห์ โดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนาและ
วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธ์ โดยใชส้ มั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์
ของเพียร์สนั (Pearson’s Product Moment correlation
coefficient) และการถดถอยพหุคณู แบบข้นั ตอน
(Stepwise Multiple Regression Analysis)
203
จริยธรรมกำรวจิ ยั การศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ีได้ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ดาเนินการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการวจิ ยั ใน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
มนุษยข์ องสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม
เอกสารรับรองเลขที่ 24/2563 ±S.D.= 4.01±0.531) ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจทาง
สุขภาพ (xˉ ±S.D.= 4.45±0.701) ดา้ นการสื่อสารเพิ่ม
ผลกำรศึกษำวจิ ยั ความเชี่ยวชาญทางสุขภาพ (xˉ ±S.D.= 3.77±0.532)
ดา้ นการจดั การตนเองใหม้ ีความปลอดภยั (xˉ ±S.D.=
ข้อมูลทวั่ ไป ผสู้ ูงอายสุ ่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 3.81±0.584) ดา้ นการรู้เท่าทนั ส่ือและสารสนเทศ (xˉ
(ร้อยละ 64.76) ช่วงอายอุ ยรู่ ะหวา่ ง 60-65 ปี (ร้อยละ ±S.D.= 3.62±0.542) ดา้ นการตดั สินใจเลือกปฏิบตั ิท่ี
49.05), (xˉ ±S.D.= 67.58±6.611, Min-Max=60-92) มี ถกู ตอ้ ง (xˉ ±S.D.= 3.85± =0.528) ตามลาดบั
สถานภาพสมรส/คูแ่ ละอยดู่ ว้ ยกนั (ร้อยละ 59.76) จบ
การศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ร้อยละ 59.76) มีผสู้ ูงอายุ พฤตกิ รรมสุขภำพของผู้สูงอำยุ ภาพรวมมี
ที่ไมไ่ ดศ้ ึกษา (ร้อยละ 10) สาหรับรายไดเ้ ฉล่ียของ คะแนนเฉล่ียอยใู่ นระดบั ปานกลาง (ร้อยละ 62.86), (xˉ
ครอบครัวต่อเดือนนอ้ ยกวา่ 5,000 บาท (ร้อยละ 63.71), ±S.D.= 3.55±0.347) รายดา้ นท่ีมีคะแนนในระดบั สูง
(xˉ ±S.D.= 5,837.43±5.351.96, Min- Max -=0-40,000) ไดแ้ ก่ การไมด่ ่ืมสุรา (xˉ ±S.D.= 3.81±0.592) การไม่
ผสู้ ูงอายสุ ่วนใหญว่ า่ งงาน/ไม่มีอาชีพ (ร้อยละ 31.90) สูบบุหรี่ (xˉ ±S.D.= 3.65±0.586) ตามลาดบั การ
ผลการประเมินคะแนนการปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวนั ของ ปฏิบตั ิท่ีมคี ะแนนในระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก่ การ
ผสู้ ูงอายุ หรือ ADL ส่วนใหญม่ ีคะแนน ADL ต้งั แต่ 18 รับประทานอาหาร (xˉ ±S.D.= 3.54±0.440) การออก
คะแนนข้ึนไป (ร้อยละ 41.90) โดยมี ADL เฉล่ียเท่ากบั กาลงั กาย (xˉ ±S.D.= 3.48±0.619) การจดั การอารมณ์
16.16 คะแนน (xˉ ±S.D.= 16.16±3.590, Min- Max= (xˉ ±S.D.= 3.36±0.427) ตามลาดบั
12-20) ผสู้ ูงอายสุ ่วนใหญ่มีผดู้ ูแล (ร้อยละ 89.76)
สาหรับผทู้ ่ีทาหนา้ ที่ในการดูแลผสู้ ูงอายเุ ป็ นหลกั คือ คุณภำพชีวติ ของผู้สูงอำยุ ภาพรวมผสู้ ูงอายมุ ี
บุตรของผสู้ ูงอายุ (64.05%) ประวตั ิการมีโรคประจาตวั ระดบั คุณภาพชีวติ กลาง (ร้อยละ 60.71) (xˉ ±S.D.=
ของผสู้ ูงอายุ พบวา่ ผสู้ ูงอายทุ ่ีมีโรคประจาตวั (ร้อยละ 2.38±0.492) รายดา้ นท่ีมีคะแนนคุณภาพชีวติ กลาง
59.29) โรคประจาตวั ท่ีผสู้ ูงอายปุ ่ วยเป็ นอนั ดบั แรกคือ ไดแ้ ก่ ดา้ นสุขภาพกาย (xˉ ±S.D.= 2.25±0.445) ดา้ น
โรคความดนั โลหิตสูง (ร้อยละ 44.29) จิตใจ (xˉ ±S.D.= 2.47±0.523) ดา้ นสมั พนั ธภาพทาง
สงั คม (xˉ ±S.D.= 2.18±0.517) ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม (xˉ
ควำมรอบรู้ด้ำนสุขภำพ ภาพรวมมีคะแนน ±S.D.= 2.37±0.498) ตามลาดบั
เฉล่ียอยใู่ นระดบั สูง (ร้อยละ 68.10), (xˉ ±S.D.=
3.84±0.374) รายดา้ นท่ีมีคะแนนในระดบั สูง ไดแ้ ก่ ควำมสัมพนั ธ์ตวั แปรอสิ ระ ที่มคี วามสมั พนั ธ์
ดา้ นการเขา้ ถึงขอ้ มูลทางสุขภาพและบริการสุขภาพ (xˉ ทางบวกกบั คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายจุ งั หวดั นครปฐม
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ไดแ้ ก่ รายได้
ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (r=0.164, p-value=0.001)
ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ (r=0.199, p-value<0.001)
พฤติกรรมสุขภาพ (r=0.305, p-value<0.001) ตามลาดบั
ตารางที่ 1
204
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตำรำงที่ 1 สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธข์ องเพยี ร์สนั ระหวา่ งคุณลกั ษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพ พฤติกรรม
สุขภาพและคุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายเุ ขตจงั หวดั นครปฐม
ตวั แปรอิสระ คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ
สมั ประสิทธ์ิสหสมั p-value ระดบั ความสมั พนั ธ์
คณุ ลกั ษณะส่วนบุคคล พนั ธข์ องเพยี ร์สนั (r)
- รายไดค้ รอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน
0.164 0.001* มีความสมั พนั ธ์ทางบวก
ควำมรอบรู้ด้ำนสุขภำพ 0.199 <0.001* มคี วำมสัมพนั ธ์ทำงบวก
- การเขา้ ถึงขอ้ มลู ทางสุขภาพและบริการสุขภาพ 0.183 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- ความรู้ความเขา้ ใจทางสุขภาพ 0.271 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- การส่ือสารเพ่มิ ความเชี่ยวชาญทางสุขภาพ 0.077 0.114 ไม่มีความสมั พนั ธ์
- การจดั การตนเองใหม้ คี วามปลอดภยั 0.076 0.118 ไม่มีความสมั พนั ธ์
- การรู้เท่าทนั สื่อและสารสนเทศ 0.177 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- การตดั สินใจเลือกปฏิบตั ิที่ถูกตอ้ ง 0.181 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
0.305 <0.001* มคี วำมสัมพนั ธ์ทำงบวก
พฤตกิ รรมสุขภำพ 0.224 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- การรับประทานอาหาร 0.185 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- การออกกาลงั กาย 0.271 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- การจดั การดา้ นอารมณ์ 0.214 <0.001* มีความสมั พนั ธท์ างบวก
- ดา้ นไมส่ ูบบหุ รี่ 0.092 0.059 ไมม่ ีความสมั พนั ธ์
- ดา้ นไม่ด่ืมสุรา
ผลต่อคณุ ภำพชีวติ ของผ้สู ูงอำยุกลุ่มตดิ สังคม ประกอบดว้ ย ความรู้ความเขา้ ใจทางสุขภาพ (p-value <0.001)
พฤติกรรมการจดั การดา้ นอารมณ์ (P-value<0.001), รายไดค้ รอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน (p-value=0.003), พฤติกรรมการ
บริโภคอาหาร (p-value=0.010) ตามลาดบั ตวั แปรอิสระท้งั 4 ตวั สามารถทานายคุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายกุ ล่มุ ติดสงั คม
หรือกลุ่มพฤฒพลงั จงั หวดั นครปฐม ไดร้ ้อยละ 16.1 (R2=0.161) ตารางท่ี 2
205
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ตำรำงที่ 2 การวเิ คราะหป์ ัจจยั ท่ีมีผลต่อคุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายกุ ลุ่มติดสงั คม จงั หวดั นครปฐม
ตวั แปรอสิ ระ (ตวั พยำกรณ์) B S.E. Beta t p-value
<0.001
1. ความรู้ความเขา้ ใจทางสุขภาพ 0.240 0.050 0.222 4.855 <0.001
0.003
2. การจดั การดา้ นอารมณ์ 0.228 0.058 0.190 3.950 0.010
0.007
3. รายไดค้ รอบครัวเฉลี่ยตอ่ เดือน 0.086 0.029 0.135 2.979
4. พฤติกรรมการบริโภคอาหาร 0.125 0.048 0.123 2.574
Constant 1.563 0.416 - 1.777
ค่าคงท่ี = 0.774, F =19.920, p-value<0.001, R = 0.401, R2= 0.161
กำรอภปิ รำยผลและสรุปผล อารมณ์เป็ นพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการจดั การกบั
ความเครียดของบุคคล โดยพฤติกรรมท่ีผสู้ ูงอายุ
ปัจจยั ที่สามารถร่วมทานายผลคณุ ภาพชีวติ สามารถปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ประกอบดว้ ย
ของผสู้ ูงอายกุ ลุม่ ติดสงั คมหรือกล่มุ พฤฒพลงั ไดร้ ้อย ผสู้ ูงอายสุ ามารถเผชิญกบั ปัญหาต่างๆ ไดอ้ ยา่ งมีสติ
ละ 16.10 โดยตวั แปรท่ีสามารถทานายได้ ประกอบดว้ ย รองลงมาคือ ผสู้ ูงอายพุ กั ผอ่ นหยอ่ นใจโดยการพดู คุย
ความรู้ความเขา้ ใจทางสุขภาพ การจดั การดา้ นอารมณ์ กะเพือ่ นบา้ นและผสู้ ูงอายกุ ินอาหารมากกวา่ ปกติหรือ
รายไดค้ รอบครัวเฉล่ียตอ่ เดือน การบริโภคอาหาร (p- นอ้ ยกวา่ ปกติเนื่องจากความเครียดจากเหตุการณ์ต่างๆ
value=0.010) ตามลาดบั เช่น เกิดความวติ กกงั วล ตามลาดบั สาหรับพฤติกรรม
การจดั การดา้ นอารมณ์ของผสู้ ูงอายทุ ่ีปฏิบตั ิไม่
ความรู้ความเขา้ ใจทางสุขภาพ (Cognitive เหมาะสม ไดแ้ ก่ ผสู้ ูงอายสุ ่งเสริมใหค้ นในชุมชน
skill) มีความสมั พนั ธท์ างบวกกบั คุณภาพชีวติ ของ หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ท่ีทาใหเ้ กิดอารมณ์ผิดหวงั และ
ผสู้ ูงอายุ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (r=0.271, p- ผสู้ ูงอายใุ หค้ วามรู้กบั คนในชุมชนเร่ืองการควบคุม
value<0.001) ซ่ึงความรู้ความเขา้ ใจ เป็ นความรูค้ วาม อารมณ์ทางลบ เช่น ดูทีวี ผลการวจิ ยั สอดคลอ้ งกบั
เขา้ ใจที่ถกู ตอ้ งเก่ียวกบั แนวทางปฏิบตั ิทางดา้ นสุขภาพ งานวจิ ยั ของ Sombateyotha, et al.[13] ท่ีพบวา่
ซ่ึงตรงกบั แนวคดิ ของ Green & Kreuter[12] กล่าววา่ พฤติกรรมการผอ่ นคลายความเครียดเป็นปัจจยั ที่มี
ความรู้เป็ นปัจจยั ท่ีสาคญั ท่ีจะส่งผลตอ่ การแสดง ความสมั พนั ธ์กบั คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ อาเภอเชียง
พฤติกรรมหรือการกระทาอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงที่เกี่ยวขอ้ ง ยนื จงั หวดั มหาสารคาม และสามารถพยากรณ์ที่ส่งผล
กบั พฤติกรรมสุขภาพของแต่ละบุคคล ตอ่ คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ
(p-value=0.008)
การจดั การดา้ นอารมณ์ มีความสมั พนั ธ์
ทางบวกกบั คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ อยา่ งมีนยั สาคญั
ทางสถิติ (r=0.271, p-value<0.001) ซ่ึงการจดั การดา้ น
206
รายไดค้ รอบครัวเฉล่ียตอ่ เดือน มี The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ความสมั พนั ธท์ างบวกกบั คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (r=0.164, p-value= 0.001)
ส่งผลใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีฐานทางเศรษฐกิจไมค่ ่อยดี สาเหตุ ความตา้ นทานโรค ช่วยลดอตั ราเสี่ยงต่อการเป็ นโรคที่
อาจเนื่องมาจากสภาพร่างกายท่ีเกิดความเสื่อมถอยและ เกิดจากแบบแผนการใชช้ ีวติ ท่ีไมถ่ กู ตอ้ ง โดยเฉพาะ
ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ประกอบกบั ส่วนใหญ่ ในวยั สูงอายเุ นื่องจากผสู้ ูงอายมุ ีการเปล่ียนแปลงของ
เป็ นผสู้ ูงอายทุ ี่มีอายมุ ากข้ึน ร่างกายเสื่อมถอย ระบบทางเดินอาหาร ซ่ึงทาใหเ้ กิดปัญหาเก่ียวกบั การ
ความสามารถในการทางานลดลง สภาพร่างกายจึงไม่ รับประทานอาหารตามมา สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ
อานวยใหป้ ระกอบอาชีพเพ่ือสร้างรายไดใ้ หก้ บั ตนเอง เขมิกา สมบตั ิโยธา และคณะ[13] ท่ีพบวา่ พฤติกรรมการ
และครอบครัว ส่งผลใหผ้ สู้ ูงอายสุ ่วนใหญ่เป็ นผทู้ ี่มี บริโภคอาหารเป็ นปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธก์ บั คุณภาพ
รายไดน้ อ้ ย[14] ผลการวจิ ยั คร้ังน้ีสอดคลอ้ งกบั การ ชีวติ ของผสู้ ูงอายุ อาเภอเชียงยนื จงั หวดั มหาสารคาม
ศึกษาวจิ ยั ของ Wongkeenee, et al.[15] พบวา่ รายได้ และสามารถพยากรณ์ท่ีส่งผลตอ่ คุณภาพชีวติ ของ
เฉล่ียของผสู้ ูงอายเุ ท่ากบั 10,000 บาทตอ่ เดือน และ ผสู้ ูงอายุ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value = 0.001)
รายไดเ้ ป็ นปัจจยั หน่ึงที่สามารถร่วมกนั ทานายการเป็ น
ผสู้ ูงอายพุ ฤฒพลงั ท่ีมีสุขภาพแขง็ แรงและทาให้ ข้อเสนอแนะจำกงำนวจิ ยั
ผสู้ ูงอายมุ ีระดบั คุณภาพชีวติ ท่ีดีข้นึ 1. บุคลการสาธารณสุขท่ีรับผิดชอบงาน
การรับประทานอาหาร มีความสมั พนั ธ์ ส่งเสริมสุขภาพผสู้ ูงอายุ ควรมีการรณรงคจ์ ดั กิจกรรรม
ทางบวกกบั คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ อยา่ งมีนยั สาคญั ใหผ้ สู้ ูงอายไุ ดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมของชมรมผสู้ ูงอายอุ ยา่ ง
ทางสถิติ (r=0.224, p-value<0.001) ซ่ึงการเลือก ต่อเน่ือง เพื่อเป็นการสร้างสมั พนั ธภาพที่ดีใหแ้ ก่
รับประทานอาหารเป็ นส่ิงจาเป็ นสาหรับการดารงชีวติ ผสู้ ูงอายุ และเป็ นการสนบั สนุนใหผ้ สู้ ูงอายไุ ดม้ ีการ
และสุขภาพ ภาวะโภชนาการเป็ นเครื่องบ่งช้ีสภาพ ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ทางดา้ นสุขภาพ
ความเป็ นอยแู่ ละคุณภาพชีวติ ของบุคคล การมีภาวะ
โภชนาการท่ีดีจะมีผลใหร้ ่างกายมีสุขภาพแขง็ แรง มี 2. บุคลากรสาธารณสุขและชมรมผูส้ ูงอายุ
ควรมีการจดั กิจกรรมเพอ่ื ใหผ้ สู้ ูงอายไุ ดม้ ีทกั ษะในดา้ น
บริโภคขอ้ มูลสินคา้ และผลิตภณั ฑต์ ่างๆ ดา้ นสุขภาพ
ผา่ นส่ือต่างๆ โดยใชก้ ระบวนการแลกเปล่ียนเรียนรู้
ใหแ้ ก่ผสู้ ูงอายุ
เอกสำรอ้ำงองิ
1. สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12
(พ.ศ.2560-2564). กรุงเทพฯ: สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ; 2561.
2. มลู นิธิสถาบนั วจิ ยั และพฒั นาผสู้ ูงอายไุ ทย. รายงานสถานการณ์ผสู้ ูงอายไุ ทย พ.ศ.2555. สนบั สนุนโดยกองทุน
ผสู้ ูงอายุ คณะกรรมการผสู้ ูงอายแุ ห่งชาติ. กรุงเทพฯ: บริษทั ที คิว พี จากดั ; 2559.
207
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
3. สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม. รายงานประจาปี ของสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครปฐม 2562. เอกสาร
อดั สาเนา; 2563.
4. สุปราณี จินาสวสั ด์ิ. พฤติกรรมสุขภาพผสู้ ูงอายใุ นเขตเทศบาลตาบลวงั เหนือ อาเภอวงั เหนือ จงั หวดั ลาปาง.
วทิ ยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั พะเยา; 2559.
5. พรปวรณ์ ทรัพยแ์ กว้ . การศึกษาความตอ้ งการของผสู้ ูงอายใุ นตาบลโมคลาน อาเภอท่าศาลา จงั หวดั
นครศรีธรรมราช. วทิ ยานิพนธ์พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพฒั นาสงั คม, บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั
มหาจุฬาลงกรณ์ราชวทิ ยาลยั ; 2559.
6. อภิเชษฐ์ จาเนียรสุข. ความมนั่ คงในชีวติ ของผสู้ ูงอายหุ ลงั วยั เกษียณอายกุ ารทางานในจงั หวดั แพร่. วารสารสาธารณสุข
ศาสตร์, 2560; 45: 30-42.
7. World Health Organization. [WHO]. Active ageing: A policy framework (WHO/NMH/NPH/02.8). Retrived
January 27, 2021, from http://www.unati.uerj.br/doc_gov/destaque/Madri2.pdf. 2002.
8. Nutbeam, D. Health Literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and
communication strategies into health 21st century. Health Promotion International. 15(8) printed in Great
Britain; 2000.
9. Daniel W.W. Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences. (9thed). New York: John Wiley &
Sons; 2010.
10. Best, John W. Research is Evaluation. (3rd ed). Englewod cliffs: N.J. Prentice Hall; 1977.
11. Cronbach. Essentials of Psychological Testing. New york: Harper and Ro; 1997.
12. Green, L. W. and Kreuter, M.W. Health promotion planning: and enviromentalapproach. Toronto: Mayfied
Publishing; 1991.
13. เขมิกา สมบตั ิโยธา, วทิ ยา อยสู่ ุข, นิรุวรรณ เทิรนโบล.์ พฤติกรรมสุขภาพกบั คุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุ อาเภอเชียงยนื
จงั หวดั มหาสารคาม. J Sci Technol MSU, 2560; 38(1): 47-59.
14. ดรุณี ชุณหะวตั . การดูแลผปู้ ่ วยเร้ือรังแบบมีส่วนร่วม : มิตรภาพบาบดั . ภาควชิ าพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศ์ าสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี; 2549.
15. วไิ ลพร วงคค์ ีนี, โรจนี จินตนาวฒั น์, กนกพร สุคาวงั . (2556). ปัจจยั ทานายพฤฒพลงั ของประชากรเขตเมือง จงั หวดั
เชียงใหม.่ พยาบาลสาร, 2556; 40(4): 91-99.
208
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ผลการดาเนนิ งานในการใหบ้ รกิ ารทางการแพทยส์ าหรบั ผปู้ ่ วยโรคตอ้ กระจก
โรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง ระหวา่ งปี 2559-2562
The Performance in Providing Medical Service to Patients with Cataract
Disease at Klaeng Hospital, Rayong Province in 2017- 2020
ศรนั จพนต์ ปญั ญะจนิ ตวฒั น*์
Sarunjaphon Punyachindtawat *
บทคดั ยอ่
การศึกษายอ้ นหลงั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงค์ เพอ่ื ศึกษาผลงานการใหบ้ ริการผปู้ ่ วยโรคตอ้ กระจกและการผา่ ตดั ตอ้
กระจกของโรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง ระหวา่ งปี 2559-2562 เกบ็ ขอ้ มลู จากเวชระเบียนและแฟ้ มเอกสาร แผนก
จกั ษวุ ทิ ยา เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษาวจิ ยั คือ แบบบนั ทึกขอ้ มลู การใหบ้ ริการคดั กรองโรคตอ้ กระจก และการผา่ ตดั ตอ้
กระจก วเิ คราะห์ขอ้ มลู ดว้ ยสถิติเชิงพรรณนา สถิติไคสแคว์ สถิติเพียร์สนั และสถิติโลจิสติกแบบไบนารี ผลการศึกษา พบวา่
ส่วนใหญม่ ีอายุ 60 ปี ข้ึนไป เป็นผปู้ ่ วยโรคตอ้ กระจกในวยั สูงอายุ ผทู้ ี่มีสายตาบกพร่องไดร้ ับการผา่ ตดั ภายใน 90 วนั ผทู้ ี่
ตาบอดจากตอ้ กระจกไดร้ ับการผา่ ตดั ใน 30 วนั ผลการใหบ้ ริการผา่ ตดั ตอ้ กระจก พบวา่ เป็นเพศหญิง อายรุ ะหวา่ ง 61-80
ปี ไม่ไดป้ ระกอบอาชีพ มีโรคประจาตวั อ่ืนๆ ที่ไม่ใช่กลมุ่ โรคไม่ติดตอ่ เร้ือรัง ไดร้ ับการผา่ ตดั ดว้ ยคลื่นเสียงความถี่สูง
และใส่เลนส์แกว้ ตาเทียม ไม่มีภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ผลการเปรียบเทียบอตั ราการเป็ นตอ้ กระจกในวยั สูงอายุ และ
การเกิดภาวะแทรกซอ้ น พบวา่ ผูท้ ่ีมีโรคประจาตวั มากกวา่ 1 โรค มีอตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ้ นมากกวา่ โรคเดียวอยา่ งมี
นยั สาคญั โรคประจาตวั และชนิดการผ่าตดั มีความสมั พนั ธ์กบั การเกิดภาวะแทรกซอ้ นอยา่ งมีนยั สาคญั ปัจจยั ท่ีทานายการ
เกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ประกอบดว้ ย อายุ 80 ปี ข้ึนไป และระยะเวลาการผา่ ตดั นานกวา่ 20 นาที โดยสามารถ
ทานายการเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ตอ้ กระจกไดถ้ ูกตอ้ ง
มีขอ้ เสนอแนะว่า ควรจดั สรรให้มีจักษุแพทยใ์ นโรงพยาบาลเพ่ิมข้ึน รวมถึงการพฒั นาแนวปฏิบัติในการ
ป้ องกนั ภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั โดยเฉพาะผสู้ ูงอายทุ ่ีมากกวา่ 80 ปี รวมท้งั ผทู้ ่ีมีโรคร่วมหลายโรค
คำสำคญั โรคตอ้ กระจก การผา่ ตดั ภาวะแทรกซอ้ น
Abstract
This retrospective study was to explore the results of the service performance of patients with cataracts and cataract
surgery at Klang hospital, Rayong Province in 2016- 2019. The data were gathered from medical records and ophthalmology
documents of eye department. The research tools consisted of the record form for the history of cataract patients and surgery.
The data were analyzed using descriptive statistics, Chi-square statistics, Pearson statistics, and Binary logistics statistics.
Results showed that: the samples were among 60 years and older. Those people were found to be senile cataracts. among
those who had low vision that had cataract surgery within 90 days and blinding cataract had cataract surgery within 30 days.
After cataract surgery, those had improve their vision and no infections. In addition, results reported had cataract surgery.
209
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
All participants had senile cataract. The most type of surgery was phacoemulsification with intraocular lens and most of
participants had no complication. In addition, it was found that participants who had multi comorbidities had significantly
higher rate of complication than those having only one. The comorbidities and type of surgery were associated with the rate
of surgery complications. However, gender, occupation, and age were not related to the occurrence of complications.
Factors predicting surgical complications included age 80 years and older and the duration of cataract surgery more than 20
minutes with the correct prediction.
This study suggested that manager be planed for increasing of cataract specialists. In addition, the guidelines for the
prevention of complications from surgery should be developed, especially for the elderly over 80 years, as well as those with
multiple diseases.
Key words: cataract, cataract surgery, complication
บทนำ ที่มากท่ีสุด คือการเป็นตอ้ กระจกจากการเขา้ สู่วยั สูงอายุ
ร้อยละ 97.11 7 การรักษาโรคตอ้ กระจกที่สาคญั คือการ
โรคตอ้ กระจก (Cataract) เป็ นโรคที่เกิดจาก ผา่ ตดั และใส่เลนส์แทนท่ีเลนส์เดิมที่ขนุ่ มวั ท้งั น้ี
เลนส์แกว้ ตาเส่ือมสภาพ ทาใหเ้ กิดความขนุ่ มวั และบด การศึกษาเกี่ยวกบั การรักษาโรคตอ้ กระจกในประเทศ
บงั แสงที่จะผา่ นเขา้ ไปในตา แสงจึงส่งผา่ นไปยงั ไทย7 พบวา่ การผา่ ตดั ท่ีพบมากท่ีสุด คือ การผา่ ตดั สลาย
ประสาทตาไดไ้ ม่เตม็ ที่ ทาใหม้ องเห็นไม่ชดั เจนหรือมี ตอ้ กระจก (Phacoemulsification) เป็ นการสลายเลนส์ที่
อาการตามวั โรคตอ้ กระจกเป็ นสาเหตุที่ทาใหต้ าบอด ขนุ่ มวั จากสาเหตขุ องตอ้ กระจกดว้ ยคลื่นอลั ตราซาวนด์
ถึงร้อยละ 47.8 – 511-2 ปัจจุบนั ไดม้ ีความร่วมมือจาก และใส่เลนส์แกว้ ตาเทียมเขา้ ไปแทนท่ี (Intra ocular
นานาชาติในการป้ องกนั การสูญเสียการมองเห็นถาวรท้งั lens implantation) ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเกิด
ในภาคเอกชน สมาคมวชิ าชีพต่างๆและสถาบนั ท่ี ภาวะแทรกซอ้ น ของการผา่ ตดั ตอ้ กระจกที่มีการใส่
เก่ียวขอ้ งกบั การดูแลดวงตา โดยร่วมมือกนั ในการ เลนส์แกว้ ตาเทียม จานวน 221,799 ราย พบปัจจยั ใน
ช่วยเหลือใหป้ ระชากรในประเทศท่ีมีรายไดต้ ่าและปาน การเกิดภาวะแทรกซอ้ น ไดแ้ ก่ ภาวะติดเช้ือในลกู ตา
กลางไดร้ ับการผา่ ตดั ดวงตา ทาใหป้ ริมาณของผทู้ ่ีไดร้ บั (Purulent endophthalmitis) โดยผทู้ ี่ไดร้ ับการผา่ ตดั ใน
การผา่ ตดั ตอ้ กระจกเพิม่ มากข้ึนเป็น 3 เท่า โดยเฉลี่ย โรงพยาบาลมหาวทิ ยาลยั มีโอกาสเกิดภาวะน้ี 42 เท่า
ประมาณ 1 ลา้ นคนตอ่ ปี ในทุกพ้ืนท่ี โดยเฉพาะใน เมื่อเทียบกบั โรงพยาบาลทว่ั ไป (OR = 42.28) 3) ภาวะ
ประเทศแถบเอเชีย3 นอกจากน้ียงั พบวา่ ภาวะตาบอด เลือดออกช่องหนา้ ม่านตา (Hyphrema) พบวา่ ผทู้ ่ีใส่
และการมองเห็นบกพร่องในเพศหญิงจะลดลง ร้อยละ เลนส์นิ่ม มีโอกาสเกิดภาวะที่นอ้ ยกวา่ ผทู้ ี่ใส่เลนส์แขง็
11 หากไดร้ ับการผา่ ตดั 4 การสูบบหุ รี่หรือเคยสูบบุหรี่ ร้อยละ 45 (OR= 0.55) โดยผทู้ ี่ไดร้ ับการผา่ ตดั ที่
มีประวตั ิเป็ นโรคหลอดเลือดหวั ใจ การมีประวตั ิคนใน โรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลชุมชน มีโอกาส
ครอบครัวมีโรคเกี่ยวกบั ดวงตา และการสมั ผสั แสงแดด เกิดมากกวา่ โรงพยาบาลทวั่ ไป 2.8 เท่า (OR= 2.8) และ
จา้ เกินไปจากการไปเที่ยวชายหาดหรือจากการทางาน 2 เท่า (OR= 2.5) ตามลาดบั และผทู้ ่ีไดร้ ับการผา่ ตดั ท่ี
เพิ่มความเสี่ยงตอ่ การเกิดโรคตอ้ กระจกอยา่ งมี โรงพยาบาลศูนย์ มีโอกาสเกิดนอ้ ยกวา่ โรงพยาบาล
นยั สาคญั 6 สาหรับในประเทศไทย พบวา่ สาเหตุหลกั ทวั่ ไป 51% (OR = 0.49) 8
210
โรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง เป็ น The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
โรงพยาบาลทว่ั ไปขนาด 200 เตียง ที่ใหบ้ ริการผปู้ ่ วย Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
โรคตาทุกวยั ท้งั ผปู้ ่ วยนอกและผปู้ ่ วยใน จากการ
สารวจความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ ริการเพ่อื นามาเป็ น ความสมบูรณ์ ครบถว้ น ตามวตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั
ขอ้ มลู ในการพฒั นาบริการ พบวา่ ผใู้ ชบ้ ริการคือ ผปู้ ่ วย เกณฑก์ ารคดั ออก (Exclusion criteria) บนั ทึกเวชระเบียน
และญาติ ตอ้ งการการบริการที่สะดวก รวดเร็วและ และแฟ้ มเอกสารท่ีไม่สมบูรณ์ ครบถว้ นตาม
ทวั่ ถึง ไดร้ ับบริการที่ปลอดภยั ไดม้ าตรฐานสถาน วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั ไดก้ ลมุ่ ตวั อยา่ งท้งั หมด 73,132
ใหบ้ ริการเพียงพอ ฉบบั
ดงั น้นั ผวู้ จิ ยั จึงสนใจศึกษาผลการดาเนินงาน เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการศึกษาและเก็บรวบรวม
ดงั กล่าว เพอ่ื นามาใชเ้ ป็ นขอ้ มูลพ้นื ฐานในการ ขอ้ มลู คือ แบบบนั ทึกขอ้ มูลเวชระเบียนเก่ียวกบั
พฒั นาการใหบ้ ริการใหม้ ีประสิทธิภาพ รวมท้งั ลด ผใู้ ชบ้ ริการท่ีผวู้ จิ ยั สร้างข้ึน โดยศึกษาจากเอกสาร
ภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั เพอ่ื คุณภาพชีวติ ที่ดีของ แนวคิดและ งานวจิ ยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั โรคตอ้ กระจก ไดแ้ ก่
ผใู้ ชบ้ ริการตอ่ ไป โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ ศึกษาผลการ การคดั กรอง การรักษาและภาวะแทรกซอ้ น โดยแบบ
ดาเนินงานในการใหบ้ ริการทางการแพทยส์ าหรับผปู้ ่ วย บนั ทึกขอ้ มลู ประกอบดว้ ยขอ้ มูลการใหบ้ ริการคดั กรอง
โรคตอ้ กระจก ผลการดาเนินงานในการผา่ ตดั ตอ้ โรคตอ้ กระจก และผลการดาเนินการคดั กรอง ขอ้ มลู
กระจก และอตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั เก่ียวกบั การผา่ ตดั ตอ้ กระจก ประกอบดว้ ยขอ้ มลู ทวั่ ไป
ตอ้ กระจก โรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง ระหวา่ งปี ของผปู้ ่ วย ไดแ้ ก่ เพศ อายุ อาชีพ โรคประจาตวั การ
2559-2562 วนิ ิจฉยั ชนิดของการผา่ ตดั ภาวะแทรกซอ้ นจากการ
ผา่ ตดั
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั
จริยธรรมกำรวจิ ยั ข้นั ตอนการดาเนินการ
รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั คร้ังน้ี เป็นการวจิ ยั ผวู้ จิ ยั ดาเนินการจดั ทาโครงร่างการวจิ ยั เสนอขออนุมตั ิ
เชิงพรรณนาและเป็นการศึกษาแบบวเิ คราะห์ยอ้ นหลงั จากผอู้ านวยการโรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง และ
(Retrospective study) เสนอขอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการจริยธรรม
การวจิ ยั ในมนุษย์ จงั หวดั ระยอง สานกั งานสาธารณสุข
ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง คือบนั ทึกเวช จงั หวดั ระยอง ผา่ นการพิจารณาเห็นชอบอนุมตั ิเลขที่
ระเบียนและแฟ้ มเอกสารผมู้ ารับบริการคดั กรองโรคตอ้ 02/2564 เม่ือวนั ที่ 5 กมุ ภาพนั ธ์ 2564
กระจกและผมู้ ารับบริการตรวจและรับการรักษาท่ี
แผนกจกั ษุวทิ ยา โรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ดว้ ยโปรแกรมสาเร็จรูปบ
ระหวา่ งปี 2559-2562 คดั เลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยใช้ สถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย สถิติเชิงอนุ
(Purposive sampling) โดยมีเกณฑใ์ นการคดั เขา้ มาณ สถิติไคสแคว์ สถิติเพียร์สนั และสถิติโลจิสติก
(Inclusion criteria) คือ เวชระเบียนและแฟ้ มเอกสารมี แบบไบนารี
ผลกำรศึกษำ
ตอนท่ี 1 ผลกำรดำเนินงำนด้ำนกำรให้บริกำร
ผู้ป่ วยโรคต้อกระจก ระหว่ำงปี 2559-2562 พบวา่ ส่วน
ใหญเ่ ป็ นผทู้ ่ีมีอายุ 60 ปี ข้นึ ไป ร้อยละ 85.89 โดยมีการ
ดาเนินการคดั กรองโดยเฉล่ีย ร้อยละ 85.60 จากการคดั
211
กรอง พบผทู้ ี่เป็ นโรคตอ้ กระจก รอ้ ยละ 10.94 ไดร้ ับ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
การคดั กรองจอประสาทตา ร้อยละ 78.89 ผลจากการ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
คดั กรอง พบเบาหวานข้ึนจอประสาทตา ร้อยละ 13.80
ผลการคดั กรองพบสายตาบกพร่อง (Low vision) ลกั ษณะ ปัจจยั ทมี่ คี วำมสัมพนั ธ์กบั กำรเกดิ
ประมาณ 4 ใน 5 ร้อยละ 84.74 พบตาบอดจากตอ้ ภำวะแทรกซ้อนและปัจจยั ทำนำยกำรเกดิ
กระจก ร้อยละ15.26 ผทู้ ี่มีสายตาบกพร่อง ไดร้ ับการ ภำวะแทรกซ้อนจำกกำรผ่ำตดั ต้อกระจก
ผา่ ตดั ภายใน 90 วนั ร้อยละ 29.98 ผทู้ ี่ตาบอดจากตอ้
กระจก ไดร้ ับการผา่ ตดั ใน 30 วนั ประมาณ 3 ใน 4 คือ 1. อตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ้ น พบวา่
ร้อยละ 73.12 หลงั ผา่ ตดั ใส่เลนส์ (Intra ocular lens) โรคประจาตวั ที่แตกตา่ งกนั มีอตั ราการเกิดภาวะ แทรก
สายตาดีข้ึน ร้อยละ 83.13 ซอ้ นแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั (p-value < .001) โดย
ผทู้ ี่มีโรคประจาตวั มากกวา่ 1 โรค มีอตั ราการเกิด
ตอนที่ 2 ผลกำรดำเนินงำนในกำรผ่ำตดั ต้อ ภาวะแทรกซอ้ นมากกวา่ โรคประจาตวั อ่ืนๆ
กระจกของโรงพยำบำลแกลง จงั หวดั ระยอง ระหว่ำงปี
2559-2562 2. ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์กบั การเกิด
ภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ตอ้ กระจก พบวา่ โรค
1. ลกั ษณะทว่ั ไปของ พบวา่ เป็ นโรคตอ้ ประจาตวั มคี วามสมั พนั ธ์กบั การเกิดภาวะแทรกซอ้ น
กระจกท้งั สิ้น 1,488 คน ส่วนใหญเ่ ป็ นเพศหญิง ร้อยละ อยา่ งมีนยั สาคญั (r= -.062, p-value < .05) นอกจากน้ี
73.10 มีอายรุ ะหวา่ ง 61-80 ปี ร้อยละ 85.89 ไมไ่ ด้ พบวา่ ชนิดของการผา่ ตดั มีความสมั พนั ธก์ บั การเกิด
ประกอบอาชีพ ร้อยละ77.96 ส่วนใหญม่ ีโรค ภาวะแทรกซอ้ น (r= -.124, p-value < .05) ในดา้ นปัจจยั
ประจาตวั อื่นๆ ท่ีไม่ใช่กลุ่มโรคไมต่ ิดตอ่ เร้ือรัง ร้อยละ อ่ืนๆ พบวา่ เพศ มีความสมั พนั ธ์กบั โรคประจาตวั อยา่ งมี
74.53 รองลงมาคือ เบาหวาน ร้อยละ 8.74 นยั สาคญั (r= 080, p-value < .05) อายุ มีความสมั พนั ธ์
กบั ชนิดของการผา่ ตดั (r= -.080, p-value < .05) ปัจจยั
2. ผลการดาเนินงานในการผา่ ตดั ตอ้ กระจก ทานายการเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ตอ้ กระจก
พบวา่ ท้งั หมด ไดร้ ับการวนิ ิจฉยั วา่ เป็ นตอ้ กระจกในวยั ผลการศึกษา พบวา่ ปัจจยั ที่ทานายการเกิด
สูงอายุ (Senile cataract ร้อยละ 100) มีปัญหาสายตา ภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ตอ้ กระจกประกอบดว้ ย
บกพร่อง (Low vision, VA <20/70) ร้อยละ 84.74 และ อายุ 80 ปี ข้นึ ไป โดยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซอ้ น 0.4
ตาบอดจากตอ้ กระจก (Blind cataract, VA<10/100) เท่า เม่ือเทียบกบั ผทู้ ี่อายุ ต่ากวา่ 80 ปี อีกปัจจยั หน่ึง
ร้อยละ 15.26 ชนิดของการผา่ ตดั ส่วนใหญเ่ ป็นการ ไดแ้ ก่ ระยะเวลาการผา่ นดั นานกวา่ 20 นาที โดยมี
ผา่ ตดั สลายเลนส์ที่ขนุ่ มวั จากสาเหตุของตอ้ กระจกดว้ ย โอกาสเกิดภาวะแทรกซอ้ น 0.03 เท่า เม่ือเทียบกบั ผทู้ ี่มี
คลื่นอลั ตราซาวนดแ์ ละใส่เลนส์แกว้ ตาเทียมเขา้ ไป ระยะเวลาการผา่ ตดั นอ้ ยกวา่ หรือเท่ากบั 20 นาที โดย
แทนที่เพ่อื ปรบั ค่าสายตา (Phacoemulsification & IOL) สามารถทานายการเกิดภาวะ แทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั
ร้อยละ 99.87 ส่วนใหญไ่ มม่ ีภาวะแทรกซอ้ นจากการ ตอ้ กระจกไดถ้ ูกตอ้ ง ร้อยละ 95.70
ผา่ ตดั ร้อยละ 96.77 ส่วนภาวะแทรกซอ้ นท่ีพบมาก
ที่สุด คือ Ruptured posterior capsule ร้อยละ 2.35 อภปิ รำยผลและสรุป
ตอนที่ 3 เปรียบเทยี บอตั รำกำรเกดิ จากผลการดาเนินงาน พบวา่ ส่วนใหญเ่ ป็ น
ภำวะแทรกซ้อนในกำรผ่ำตดั ต้อกระจก จำแนกตำม โรคตอ้ กระจกชนิด senile cataract โดยสอดคลอ้ งกบั
การศึกษาการความชุกของตอ้ กระจกท่ีพบวา่ ปัญหาโรค
ตอ้ กระจกเป็ นสาเหตุสาคญั ของการสูญเสียการมองเห็น
ในผสู้ ูงอาย2ุ นอกจากน้ียงั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาใน
212
ไทย ที่พบตอ้ กระจกจากการเขา้ สู่วยั สูงอายุ 7 คลา้ ยคลึง The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
กบั หลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก6 เนื่องจากประเทศ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ไทยไดเ้ ขา้ สู่สงั คมผสู้ ูงอายุ ท้งั น้ี ผทู้ ี่มีสายตาบกพร่อง
ไดร้ ับการรักษาภายในระยะเวลา 90 วนั เพียง 1 ใน 3 มากที่สุด คือ การเป็ นตอ้ กระจกจากการเขา้ สู่วยั สูงอายุ
สาหรับผทู้ ่ีตาบอดจากตอ้ กระจก ไดร้ ับการผา่ ตดั ภายใน (Senile cataract) ร้อยละ 97.117
ระยะเวลา 30 วนั ร้อยละ 73.12 โดยหลงั ผา่ ตดั ใส่เลนส์
เทียมมีสายตาดีข้นึ เฉลี่ย ร้อยละ 83.13 ซ่ึงต่ากวา่ ดา้ นอาชีพ ส่วนใหญไ่ มไ่ ดป้ ระกอบอาชีพ
เป้ าหมายท่ีกาหนด ท้งั น้ีเน่ืองจากมีจกั ษุแพทยเ์ พียง 1 รองลงมาคือ อาชีพเกษตรกร ซ่ึงการประกอบอาชีพ
คน ทาใหก้ ารคดั กรองและการรักษาผา่ ตดั ตอ้ กระจกใน เกษตรกร ตอ้ งทางานกลางแจง้ และสมั ผสั กบั แสงแดด
เวลาที่เหมาะสมทาไดจ้ ากดั ซ่ึงทางแผนกจกั ษุ จา้ โดยสอดคลอ้ งกบั การศึกษาทางระบาดวทิ ยาท่ีพบวา่
โรงพยาบาลแกลงไดด้ าเนินการจดั ทาระบบ FAST การเผชิญแสงแดดกบั แสงอุลตราไวโอเลต็ ปี
tract ในผปู้ ่ วย Blinding cataract ใหม้ ีระยะเวลาการรอ (Ultraviolet B) มีความสมั พนั ธ์ทางบวกกบั การเป็ นโรค
คอยผา่ ตดั ภายใน 30 วนั ตอ้ กระจก6
การศึกษาคร้ังน้ี ยงั พบว่าผูท้ ี่เป็ นตอ้ กระจก การศึกษาคร้ังน้ี ส่วนใหญ่เป็ นการผา่ ตดั โดย
ส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง โดยการศึกษาคร้ังน้ีพบวา่ เพศ ใชค้ ลื่นเสียงความถ่ีสูง (Phacoemulsification) ซ่ึง
หญิงเข้ารับการผ่าตัดมากกว่าเพศชาย (73.051%: สอดคลอ้ งกบั การศึกษาเก่ียวกบั การรักษาโรคตอ้ กระจก
26.95%) หรือ 2.71 เท่า ซ่ึงต่างจากการศึกษาท่ีผ่านมา ในประเทศไทย 7-8 ท่ีสอดคลอ้ งกบั รายงานการศึกษา
ท่ีพบว่าเพศชายเขา้ รับการรักษามากกวา่ เพศหญิง 1.71 สาเหตุของตาบอดหรือสูญเสียการมองเห็นจากตอ้
เท่า5 ท้งั น้ีแสดงใหเ้ ห็นความครอบคลุมในการคดั กรอง กระจกที่พบมากกวา่ ร้อยละ 40 ในเอเชียตะวนั ออกเฉียง
และการเพิ่มการเขา้ ถึงบริการให้กบั ประชาชนท่ีแสดง ใตแ้ ละประเทศในหมเู่ กาะแปซิฟิ ก6 แสดงใหเ้ ห็นวา่
ถึงประสิทธิภาพในการดาเนินงานดา้ นการให้บริการ การผา่ ตดั ดว้ ยวธิ ีใชค้ ลื่นเสียงความถี่สูง เป็ นวธิ ีที่
ของแผนกจักษุ แต่ยงั คงมีความจากัดด้านบุคลากร ปลอดภยั และยงั ส่งผลดีตอ่ การฟ้ื นฟสู ภาพดา้ นการ
โดยเฉพาะจกั ษุแพทยท์ ี่มีจานวนน้อยและตอ้ งรองรับ มองเห็นไดด้ ี ซ่ึงหากดาเนินการไดค้ รอบคลมุ จะ
การใหบ้ ริการประชาชนในพ้ืนท่ีรับผดิ ชอบ สามารถช่วยลดปัญหาสายตาบกพร่องหรือตาบอดจาก
ตอ้ กระจกใหก้ บั ประชาชนได้ อนั จะส่งผลต่อคุณภาพ
ดา้ นอายุ พบวา่ ส่วนใหญ่ มีอายรุ ะหวา่ ง 60- ชีวติ ท่ีดีของผเู้ ป็ นโรคตอ้ กระจกตอ่ ไป
80 ปี ถึงร้อยละ 85.89 รองลงมาคือ มากกวา่ 80 ปี ซ่ึง
อธิบายตามหลกั สรีรวทิ ยาไดว้ า่ เมื่อเขา้ สู่วยั สูงอายุ คา่ สาหรับรายท่ีเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการ
Magnitude ของ accommodation จะลดลงไปเร่ือยๆ ผา่ ตดั ภาวะแทรกซอ้ นท่ีพบมากท่ีสุด คือ แคปซูลส่วน
ตามอายทุ ่ีเพ่ิมข้ึน จากการแขง็ ตวั ของเลนส์ และ หลงั ฉีกขาด (Rupture at posterior capsule) พบโดย
Zonularciliary complex อ่อนแอลง8 โดยสอดคลอ้ งกบั เฉล่ีย ร้อยละ 2.35 ซ่ึงเป็ นภาวะแทรกซอ้ นหลงั ผา่ ตดั
การศึกษาความชุกของตอ้ กระจกในยโุ รป ท่ีพบวา่ ตอ้ ระยะแรกที่พบบ่อย เกิดจาก Vitreous loss และทาให้
กระจกมีความชุกเพมิ่ ข้ึนตามอายุ 1-2 และสอดคลอ้ งกบั สูญเสียการมองเห็นเพม่ิ ข้ึน8 อยา่ งไรกต็ าม พบวา่ อตั รา
การศึกษาในประเทศไทย ท่ีพบผเู้ ป็ นโรคตอ้ กระจกมาก การเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการศึกษาคร้ังน้ี คอ่ นขา้ งต่า
ที่สุดในช่วงอายรุ ะหวา่ ง 60-81 ปี ซ่ึงสาเหตุหลกั ท่ีพบ เม่ือเปรียบเทียบกบั การศึกษาภาวะแทรกซอ้ นระยะแรก
หลงั ผา่ ตดั ในประเทศรูมาเนีย6 ซ่ึงการผา่ ตดั โดยใช้
คล่ืนเสียงความถี่สูง แผลจะมีขนาดเลก็ ทาใหห้ ายเร็ว
สายตาปกติเร็วและเกิดภาวะแทรกซอ้ นไดน้ อ้ ยกวา่
สาหรับภาวะแทรกซอ้ นระยะหลงั ในการศึกษาคร้ังน้ี
ไม่ไดม้ ีการวางแผนติดตามอยา่ งเป็ นระบบ แตจ่ ากการ
213
ตรวจสอบจากเวชระเบียนในการมาตรวจตามนดั ของ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
กลมุ่ ตวั อยา่ ง ไมพ่ บรายงานการเกิดภาวะแทรกซอ้ น Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ระยะหลงั
จึงไมม่ ีความแตกต่างกนั ในลกั ษณะประชากรของกลุ่ม
การเปรียบเทียบอตั ราการเกิด ตวั อยา่ ง
ภาวะแทรกซอ้ นในการผา่ ตดั ตอ้ กระจกจาแนกตาม
ลกั ษณะ พบวา่ เพศชายและเพศหญิงมีอตั ราการเกิด ข้อเสนอแนะจำกกำรศึกษำ
ภาวะแทรกซอ้ นไมแ่ ตกต่างกนั โดยประมาณ 4 ใน 5
ไมเ่ กิดภาวะแทรกซอ้ น เช่นเดียวกบั กลุ่มอายุ ที่ผลการ ควรวางแผนในการพฒั นาแพทยผ์ เู้ ชี่ยวชาญ
เปรียบเทียบจาแนกตามกลุ่มอายุ พบวา่ อตั ราการเกิด ดา้ นจกั ษุวทิ ยาเพ่ิมเติม เพือ่ เพม่ิ ความครอบคลมุ ในการ
ภาวะแทรกซอ้ นของแตล่ ะกล่มุ อายไุ ม่แตกตา่ งกนั มี ใหบ้ ริการ ลดระยะเวลาในการรอคอยผา่ ตดั ลด
เพียงปัจจยั เดียว คือ การมีโรคประจาตวั มากกวา่ 1 โรค ภาวะแทรกซอ้ นและภาวะตาบอดจากตอ้ กระจกใน
โดยมีอตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ผสู้ ูงอายุ และควรจดั ทาแนวปฏิบตั ิในการเตรียมผปู้ ่ วย
มากกวา่ โรคประจาตวั ชนิดอ่ืนๆ เพยี งโรคเดียวอยา่ งมี ก่อนการผา่ ตดั การปฏิบตั ิขณะผา่ ตดั การเฝ้ าระวงั
นยั สาคญั ภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ท้งั ในระยะแรกและระยะ
หลงั โดยเฉพาะผสู้ ูงอายทุ ่ีมากกวา่ 80 ปี รวมท้งั ผทู้ ่ีมี
สาหรับปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธ์กบั การเกิด โรคร่วมหลายโรค
ภาวะแทรกซอ้ น จากการผา่ ตดั ตอ้ กระจก พบวา่ โรค
ประจาตวั และชนิดการผา่ ตดั มีความสมั พนั ธก์ บั การเกิด ข้อเสนอแนะในกำรทำวจิ ยั ต่อไป
ภาวะแทรกซอ้ นอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ และเมื่อ ควรศึกษาอตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ้ นระยะ
วเิ คราะห์ดว้ ยการจดั กลมุ่ ตวั แปร พบวา่ ปัจจยั ที่ทานาย
การเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั ตอ้ กระจก หลงั (late complication) และปัจจยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การ
ประกอบดว้ ย อายุ 80 ปี ข้ึนไป โดยมีโอกาสเกิด เกิดภาวะแทรกซอ้ นในผปู้ ่ วยผา่ ตดั ตาตอ้ กระจก และ
ภาวะแทรกซอ้ น 0.4 เท่า เมื่อเทียบกบั ผทู้ ่ีอายุ ต่ากวา่ 80 ควรศึกษาผลการผา่ ตดั ตอ้ กระจกแบบใชค้ ล่ืนเสียง
ปี ผลการศึกษาคร้ังน้ี แตกตา่ งจากการศึกษาปัจจยั เสี่ยง ความถ่ีสูง และติดตามคุณภาพการมองเห็นหลงั ผา่ ตดั
และปัจจยั ทานายการเกิดภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตดั รวมถึงการศึกษาการพฒั นารูปแบบการใหบ้ ริการผปู้ ่ วย
ตอ้ กระจก ที่พบวา่ ปัจจยั ท่ีสมั พนั ธ์กบั การเกิด ตอ้ กระจกแบบบูรณาการ เพือ่ เพม่ิ ความครอบคลุมใน
ภาวะแทรกซอ้ นขณะผา่ ตดั ไดแ้ ก่ การผา่ ตดั ท่ีมีความ การใหบ้ ริการ ลดระยะเวลาในการรอคอยผา่ ตดั และ
ซบั ซอ้ น คนผิวดาและการมีประวตั ิเคยไดร้ ับการผา่ ตดั ภาวะตาบอดจากตอ้ กระจก
ตามาก่อน โดยเพมิ่ ความเสี่ยงต่อการเกิด
ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ผา่ ตดั และปัจจยั เสี่ยงที่ทานายได้ กติ ตกิ รรมประกำศ
ต่า ไดแ้ ก่ การเป็ นโรคเบาหวาน การมีอายนุ อ้ ยกวา่ 60
ปี และภาวะสายตายาว6 ท้งั น้ีอาจเนื่องมาจากการชนิด ขอขอบคุณผอู้ านวยการโรงพยาบาลแกลง
ของการผา่ ตดั ในการศึกษาคร้ังน้ี ส่วนใหญ่ใชว้ ธิ ี จงั หวดั ระยองที่อนุญาตและสนบั สนุนงานวจิ ยั
เดียวกนั และเป็ นการทาหตั ถการโดยจกั ษุแพทยเ์ พยี งคน ขอขอบคุณเจา้ หนา้ ที่ผมู้ ีส่วนเก่ียวขอ้ งที่ใหค้ วามร่วมมือ
เดียว ประกอบกบั กลมุ่ ตวั อยา่ งส่วนใหญเ่ ป็ นผสู้ ูงอายุ ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และขอบคุณผใู้ ชบ้ ริการ
แผนกจกั ษุ โรงพยาบาลแกลง จงั หวดั ระยอง ทุกท่านท่ี
ใหข้ อ้ มลู ในการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ี
214
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เอกสำรอ้ำงองิ
1. Pascolini D, Mariotti SP. Global estimates of visual impairment: 2010. Br J Ophthalmol. 2012; 96:614–618.
2. Khairallah M, Kahloun R, Bourne R, Limburg H, Flaxman SR, Jonas JB, et al. Number of People Blind or Visually
Impaired by Cataract Worldwide and in World Regions, 1990 to 2010. Investigative Ophthalmology & Visual
Science October 2015; 56:6762-9.
3. Zhang XJ, Jhanji V, Leung CK, et al. Barriers for poor cataract surgery uptake among patients with operable
cataract in a program of outreach screening and low-cost surgery in rural China. Ophthalmic Epidemiol. 2014;
21:153–160.
4. Robin AL, Thulasiraj RD. Cataract blindness. Arch Ophthalmol. 2012;130:1452–1455.
5.Lewallen S, Mousa A, Bassett K, Courtright P. Cataract surgical coverage remains lower in women. Br J
Ophthalmol. 2009;93: 295–298.
6.Das BN, Thompson JR, Patel R & Rosenthal AR. The prevalence of eye disease in Leicester: a comparison of adults
of Asian and European descent. J R Soc Med. 1994; 87: 219–222.
7. Yospaiboon Y, Yospaiboon K, Ratanapakorn T, Sinawat S, Sanguansak T, Bhoomibunchoo C. Management of
Cataract in the Thai Population. J Med Assoc Thai. 2012;95(Suppl. 7): S177-S81.
8. กลั ยา ตีระวฒั นานนท,์ รักมณี บุตรชน, ขวญั ใจ วงศก์ ิตติรักษ,์ ชนิดา เลิศพทิ กั ษพ์ งศ,์ ธีระ ศิริสมดุ , อุษา ฉายเกลด็ แกว้
และคณะ. การเขา้ ถึงและปัจจยั ที่มีผลต่อการเขา้ ถึงการผา่ ตดั ตอ้ กระจกใส่เลนส์แกว้ ตาเทียมในประเทศไทย.
วารสารวชิ าการสาธารณสุข. 2554;20 (ฉบบั เพ่ิมเติม 1 (กรกฎาคม-สิงหาคม): SI53-68.
9. Gaskin GL, Pershing S, Cole TS, Shah NH. Predictive Modeling of Risk Factors and Complications of Cataract
Surgery. Eur J Ophthalmol. 2016;26(4): 328-37.
215
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
การประเมนิ ผลการนานโยบายโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลตดิ ดาว
(รพ.สต.ตดิ ดาว) ไปปฏบิ ตั ใิ นระดบั อาเภอเวยี งสา จงั หวดั นา่ น
Evaluation of Policy Implementation of District Health Promoting
Hospital (Star Hospital) to Practice at Wiang Sa District, Nan Province
ฉลองชยั สทิ ธวิ งั *
บทคดั ยอ่
การวจิ ยั เชิงประเมินผลคร้ังน้ีมีวตั ถุประสงค์ เพ่อื ประเมินผลการนานโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
ติดดาวไปปฏิบตั งิ านในพ้นื ที่อาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน โดยประยกุ ตใ์ ชแ้ บบจาลองซิปโมเดลของการประเมิน ของ
สตฟั เฟิ ลบีม ผใู้ หข้ อ้ มลู ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารและเจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุข จานวน 78 คน โดยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือ
ท่ีใชไ้ ดแ้ ก่แบบสอบถาม วเิ คราะห์ขอ้ มลู ใชส้ ถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา
พบวา่ การประเมินผลการนานโยบาย รวมอยใู่ นระดบั มาก (Mean = 3.47, SD = 0.33) เมื่อจาแนกเป็นรายดา้ น พบวา่
ดา้ นบริบท ดา้ นกระบวนการดาเนินงาน และดา้ นผลผลิต อยใู่ นระดบั มาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 3.44, 3.44 และ 3.65
ตามลาดบั ส่วนดา้ นปัจจยั นาเขา้ อยใู่ นระดบั ปานกลาง (Mean = 3.34, SD = 0.42) และสามารถพฒั นามาตรฐานของ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลผา่ นเกณฑร์ ะดบั 5 ดาว ร้อยละ 69.57 รองลงมาคือ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3 ดาว และระดบั
4 ดาว คิดเป็ นร้อยละ 17.39 และ 13.04 ตามลาดบั
คำสำคญั : การประเมินผล, การนานโยบายไปปฏิบตั ิ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว
Abstract
The objective of this evaluation research was to assess the results of the policy implementation of District
Health Promoting Hospital (star hospital) to practice at Wiang Sa district, Nan province, by applying the Stufflebeam's
CIPP Model. The samples was 78 administrators and public health officers, selected by purposive sampling. The
research tools were questionnaires. The data were analyzed using descriptive statistics, percentage, mean and standard
deviation. The result showed that: the evaluation of the results of the policy implementation of district health
promoting hospital (star hospital) to practice at Wiang Sa District, Nan province, the overall result was at a high level
(xˉ ±S.D.= 3.47±0.33). When considering each aspect found that, context, process and productivity were high at 3.44,
3.44 and 3.65, respectively. In addition, input aspect was moderate level (ˉx ±S.D.= 3.34±0.42), and to develop the
standards of the tambon health promoting hospital, passing the criteria of 5-star 69.57%, followed by the criteria for 3-
star and 4-star 17.39% and 13.04%, respectively.
Keywords: Evaluation, Policy implementation, District health promoting hospital (Star hospital)
216
The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
* นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ สานกั งานสาธารณสุขอาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน
บทนำ (รพ.สต.) ติดดาวที่กาหนดคือ 5 ดาว 5 ดี ประกอบดว้ ย
1) บริหารดี เป็ นการนาองคก์ รและการจดั การดี 2)
การพฒั นาระบบสุขภาพของประเทศไทยมี ประสานงานดี ภาคีมีส่วนร่วม 3) บุคลากรดี 4) บริการ
ความเจริญกา้ วหนา้ มากข้นึ สามารถขยายการเขา้ ถึง ดี และ 5) ประชาชนสุขภาพดี และผลลพั ธ์ตาม
บริการสุขภาพ โดยมีการสร้างโรงพยาบาลอาเภอและ ตวั ช้ีวดั การมีนวตั กรรม งานวจิ ยั การจดั การองคค์ วามรู้
สถานีอนามยั ครอบคลุมในทุกพ้นื ที่ ทว่ั ประเทศ แบ่งเกณฑป์ ระเมินเป็ นหมวด 1 การนาองคก์ รและการ
ปัจจุบนั สถานีอนามยั ไดม้ ีการยกระดบั มาเป็ น จดั การดี หมวด 2 การใหค้ วามสาคญั กบั ประชากร
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล มีการใหบ้ ริการเพม่ิ เป้ าหมาย ชุมชน และผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย หมวด 3 การ
มากข้ึน ท้งั ดา้ นการรักษา ส่งเสริม ป้ องกนั ฟ้ื นฟู มงุ่ เนน้ ทรัพยากรบุคคล หมวด 4 การจดั ระบบบริการ
รวมถึงงานคุม้ ครองผบู้ ริโภค ทาใหป้ ระชาชนไดร้ บั ครอบคลุมประเภทและประชากรทุกกลุ่มวยั และหมวด
บริการสุขภาพที่จาเป็ นได้ ในหน่วยบริการสุขภาพใกล้ 5 ผลลพั ธ์ 2
บา้ น1 กระทรวงสาธารณสุขจึงไดก้ าหนดนโยบายการ
พฒั นาคุณภาพหน่วยบริการสุขภาพทุกระดบั โดยเฉพาะ จากการศึกษาสถานการณ์การนานโยบาย
การพฒั นาคุณภาพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ิ ใน
ตาบล โดยมีเป้ าหมายใหป้ ระชาชนมีสุขภาพดี อาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน พบวา่ ยงั ไม่มีการ
เจา้ หนา้ ที่มีความสุข ระบบสุขภาพยงั่ ยนื อนั จะนาไปสู่ ประเมินผลนโยบายดงั กลา่ วอยา่ งเป็ นรูปธรรมในดา้ น
วสิ ยั ทศั น์ของกระทรวงสาธารณสุข คือ เป็นองคก์ ร บริบท ปัจจยั นาเขา้ กระบวนการ และผลผลิต วา่ มีการ
หลกั ดา้ นสุขภาพที่รวมพลงั สงั คม เพ่ือประชาชน ดาเนินงานมากนอ้ ยเพยี งใด บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์
สุขภาพดีในที่สุด 2 ของนโยบายหรือไม่ ดงั น้นั ผวู้ จิ ยั ในฐานะที่เป็นผู้
บริหารงานสาธารณสุขระดบั อาเภอ จึงสนใจที่จะ
กระทรวงสาธารณสุข ไดก้ าหนดยทุ ธศาสตร์ ประเมนิ ผลการนานโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
พฒั นาความเป็ นเลิศใน 4 ดา้ น คือ ดา้ นการส่งเสริม ตาบลติดดาวไปปฏิบตั ิงานในพ้ืนที่อาเภอเวยี งสา
สุขภาพและการป้ องกนั โรค (P&P Excellence) ดา้ น จงั หวดั น่าน โดยคาดวา่ ผลการศึกษาคร้ังน้ี สามารถ
ระบบบริการ (Service Excellence) ดา้ นการพฒั นาคน นาเสนอใหผ้ บู้ ริหารและผเู้ ก่ียวขอ้ งสามารถนาไปใช้
(People Excellence) และดา้ นระบบบริหารจดั การ ประกอบการพจิ ารณาและตดั สินใจต่อการพฒั นางาน
(Governance Excellence) การพฒั นาคุณภาพ ดา้ นการบริหารจดั การ งบประมาณ ทรัพยากร
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) เป็ น บุคลากร การจดั การระบบสุขภาพระดบั ปฐมภมู ิและ
ประเด็นสาคญั ในยทุ ธศาสตร์ที่ 4 การพฒั นาคุณภาพให้ การนานโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติด
ไดต้ ามเกณฑค์ ุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
217
ดาวไปปฏิบตั ิงานในระดบั อาเภอ ระดบั จงั หวดั และ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ระดบั ประเทศไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพต่อไป Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
วตั ถุประสงค์ 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไป ส่วนท่ี 2 การประเมินผลการนา
นโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไป
1. เพือ่ ประเมนิ ผลการนานโยบายโรงพยาบาล ปฏิบตั ิ ส่วนท่ี 3 ปัญหาและอปุ สรรคในการนานโยบาย
ส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ิในอาเภอเวยี งสา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ิใน
จงั หวดั น่าน ในดา้ นบริบท ปัจจยั ป้ อน กระบวนการ พ้ืนที่
ดาเนินงาน และผลผลิต
การตรวจคุณภาพของเคร่ืองมือ ผวู้ จิ ยั นา
2. เพือ่ ศึกษาผลการพฒั นาคุณภาพและ เคร่ืองมือใหผ้ ทู้ รงคุณวฒุ ิ จานวน 3 คน ตรวจสอบความ
มาตรฐานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว ตรงเชิงเน้ือหาและโครงสร้าง ปรบั ปรุงแกไ้ ขตาม
ในอาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน คาแนะนา และนาไปทดลองใชก้ บั ผบู้ ริหารและ
เจา้ หนา้ ที่สาธารณสุขท่ีมีคุณสมบตั ิคลา้ ยคลึงกบั กลมุ่
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั ตวั อยา่ งของอาเภอปัว จงั หวดั น่าน ที่มีบริบททางสงั คม
และสภาพทางภมู ิศาสตร์ใกลเ้ คียงกนั 30 คน คานวณหา
รูปแบบกำรวจิ ยั เป็นการวจิ ยั เชิงประเมินผล ค่าสมั ประสิทธ์ิแอลฟาของครอนบาคไดค้ า่ ความเช่ือมนั่
(Evaluation Research) ระยะเวลาศึกษา ดาเนินการ (r) เท่ากบั 0.81 ดงั น้นั จึงสามารถนาไปใชใ้ นการศึกษา
ระหวา่ งเดือนมกราคม ถึงเดือนมนี าคม 2564 รวม คร้ังน้ีได้
ระยะเวลา 3 เดือน ในพ้ืนที่ศึกษา ไดแ้ ก่ อาเภอเวยี งสา
จงั หวดั น่าน ซ่ึงเป็นพ้นื ที่เป้ าหมายในการดาเนินงาน กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ใชก้ ารวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิง
ตามนโยบายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว ปริมาณโดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนา ไดแ้ ก่ คา่ ร้อยละ
ของจงั หวดั น่าน คา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และขอ้ มลู เชิงคุณภาพ
ใชก้ ารวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา
ประชำกรละกลุ่มตวั อย่ำง ผู้ให้ข้อมูล ไดแ้ ก่
ผบู้ ริหารของสานกั งานสาธารณสุขอาเภอเวยี งสา และ กำรพทิ กั ษ์สิทธ์ิ การวจิ ยั คร้ังน้ีผา่ นการรับรอง
เจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุขที่ปฏิบตั ิงานในโรงพยาบาล จริยธรรมการวจิ ยั ในมนุษยจ์ ากคณะกรรมการจริยธรรม
ส่งเสริมสุขภาพตาบลที่ต้งั อยใู่ นพ้ืนที่อาเภอเวยี งสา การวจิ ยั เก่ียวกบั มนุษยข์ องสานกั งานสาธารณสุข
จงั หวดั น่าน ประกอบดว้ ยนกั วชิ าการสาธารณสุข จงั หวดั น่าน เลขที่โครงการ NAN REC 64-04
พยาบาลวชิ าชีพ เจา้ พนกั งานสาธารณสุข เจา้ พนกั งาน
ทนั ตสาธารณสุข และเจา้ หนา้ ท่ีที่เกี่ยวขอ้ ง จานวน 78 ผลกำรศึกษำ
คน คดั เลือกแบบเจาะจงท่ีมคี ุณสมบตั ิตามเกณฑท์ ี่
กาหนดไว้ 1. ขอ้ มูลทวั่ ไป ผใู้ หข้ อ้ มูลส่วนใหญเ่ ป็ นเพศ
หญิง ร้อยละ 71.79 มีอายุ 51– 60 ปี ร้อยละ 39.70 มี
เครื่องมอื ทใ่ี ช้ ประกอบดว้ ย แบบสอบถามที่ สถานภาพ สมรสแลว้ ร้อยละ 71.80 จบการศึกษา
ผวู้ จิ ยั สร้างข้ึนจากการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และ ปริญญาตรี ร้อยละ 82.05 เป็ นพยาบาลวชิ าชีพ ร้อยละ
รายงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง แบ่งออกเป็ น 3 ส่วนคือ ส่วนท่ี 44.87 ปฏิบตั ิงานมาแลว้ 25-32 ปี ร้อยละ 29.49 มี
รายไดเ้ ฉลี่ยต่อเดือน 34,419 บาท (SD = 12,520.61
บาท)
2. การประเมินผลการนานโยบายโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ิในอาเภอเวยี งสา
218
จงั หวดั น่านภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก (Mean = 3.47, SD The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
= 0.33) เม่ือจาแนกเป็นรายดา้ นพบวา่ ดา้ นบริบท ดา้ น Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
กระบวนการดาเนินงาน และดา้ นผลผลิต อยใู่ นระดบั
มาก มีค่าเฉล่ียเท่ากบั 3.44, 3.44 และ 3.65 ตามลาดบั ประเมินผลในภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก และเมื่อจาแนก
ส่วนดา้ นปัจจยั นาเขา้ อยใู่ นระดบั ปานกลาง (Mean = เป็ นรายดา้ นพบวา่
3.34, SD = 0.42)
1.1 ดา้ นบริบทอยใู่ นระดบั มาก เน่ืองจาก
3. ผลการพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานของ การพฒั นา รพ.สต.ติดดาว เป็ นนโยบายที่ดี เหมาะสม
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ใิ น และสอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหาของพ้ืนท่ี เปิ ดโอกาสให้
อาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน พบวา่ มีโรงพยาบาลส่งเสริม หน่วยงานตา่ ง ๆ ท้งั ภาครัฐ เอกชน ประชาชนไดเ้ ขา้ มา
สุขภาพตาบลท่ีผา่ นเกณฑร์ ะดบั 5 ดาว จานวน 16 แห่ง มีส่วนร่วมในการพฒั นา รับรู้ปัญหา วเิ คราะห์แกไ้ ข
คิดเป็ นร้อยละ 69.57 รองลงมาคือ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3 วางแผนร่วมกนั ระหวา่ งภาคีเครือข่าย บูรณาการงาน
ดาว จานวน 4 แห่ง (ร้อยละ 17.39) และผา่ นเกณฑ์ ร่วมกนั ในการพฒั นาระบบสุขภาพของพ้ืนที่ โดยอาศยั
ระดบั 4 ดาว จานวน 3 แห่ง (ร้อยละ 13.04) โครงสร้าง ระบบ กลไกและวธิ ีการท่ีเหมาะสม
สอดคลอ้ งกบั บริบทของพ้ืนที่ สอดคลอ้ งกบั การศึกษา
สรุปและวจิ ำรณ์ เรื่องความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความพร้อม และการรับรู้กบั
ทศั นคติในการพฒั นาตามเกณฑม์ าตรฐานรพ.สต.ติด
ผลการประเมินผลการนานโยบาย ดาว 3 ท่ีใหค้ วามสาคญั กบั บริบทของพ้ืนท่ีและชุมชน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ใิ น รวมท้งั สภาพปัญหาตา่ ง ๆ ในพ้ืนที่ ส่ิงเหลา่ น้ีนบั วา่ เป็น
อาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่านในภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก ปัจจยั แห่งความสาเร็จของการนานโยบายไปปฏิบตั ิใน
และสามารถพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานของ พ้ืนที่จริง และก่อใหเ้ กิดความยง่ั ยนื ในการพฒั นา
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลผา่ นเกณฑร์ ะดบั 5
ดาว ร้อยละ 69.57 จากผลการวจิ ยั คร้ังน้ี สามารถ 1.2 ดา้ นปัจจยั นาเขา้ อยใู่ นระดบั ปานกลาง
อภิปรายผลการวจิ ยั ตามวตั ถุประสงคไ์ ดด้ งั น้ี เน่ืองมาจากการพฒั นา รพ.สต. เป็ นนโยบายใหม่จึงยงั
ไม่มีการเตรียมความพร้อมและขาดการมีส่วนร่วม
1. การประเมินผลการนานโยบายโรงพยาบาล สนบั สนุนในการพฒั นา การวางแผน การประเมนิ ผล
ส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ิในอาเภอเวยี งสา ทาใหบ้ ุคลากรบางส่วนขาดความรู้ ความเขา้ ใจในตวั
จงั หวดั น่านภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก ท้งั น้ีอาจ มาตรฐาน และยงั มีจานวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอ
เน่ืองมาจากการพฒั นา รพ.สต.ติดดาว เป็ นนโยบาย เหมาะสม และสอดคลอ้ งตอ่ การใหบ้ ริการสาธารณสุข
สาคญั ของกระทรวงสาธารณสุข สานกั งานสาธารณสุข ในพ้นื ท่ี สอดคลอ้ งการศึกษาเรื่อง ศึกษาภาระงานและ
จงั หวดั น่าน และสานกั งานสาธารณสุขอาเภอเวยี งสา ผลิตภาพกาลงั คนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
ดงั น้นั ทาใหห้ น่วยงานตา่ ง ๆ จดั ทาแผนงาน โครงการ 4 ท่ีพบวา่ ยงั มีความขาดแคลนกาลงั คนเมื่อเทียบกบั
พร้อมท้งั สนบั สนุนงบประมาณในการพฒั นา รพ.สต. ภาระงาน อตั รากาลงั บุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริม
ติดดาว ท่ีเพยี งพอ และสอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหาและ สุขภาพตาบลท่ีมีในปัจจุบนั ไม่สอดคลอ้ งกบั กรอบ
ความตอ้ งการของแต่ละพ้นื ท่ี ส่งผลทาใหก้ าร อตั รากาลงั ท่ีส่วนกลางกาหนดไว้ และความตอ้ งการ
ของแต่ละพ้นื ท่ี
1.3 ดา้ นกระบวนการอยใู่ นระดบั มาก
เนื่องจากการดาเนินงานสาธารณสุขของอาเภอเวยี งสา
จงั หวดั น่านใชร้ ูปแบบการดาเนินงานในรูปของ
คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดบั อาเภอ
219
(คปสอ.) ท่ีมีการประชุม วางแผน ติดตาม ประเมินผล The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
การปฏิบตั งิ าน การแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั มีการสร้าง Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เครือข่ายและทางานเป็ นทีมงานจากโรงพยาบาลแม่ข่าย
สาธารณสุขอาเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ คุณภาพการใหบ้ ริการของโรงพยาบาล
ตาบล รวมท้งั มีการจดั โครงสร้างคณะกรรมการ ส่งเสริมสุขภาพตาบล
พฒั นาคุณภาพชีวติ ระดบั ตาบล (พชต.) เขา้ มา
สนบั สนุนการทางานพฒั นา รพ.สต.ติดดาว สอดคลอ้ ง 2. ผลการพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานของ
การศึกษาเรื่อง ปัจจยั ที่มีผลต่อการพฒั นาระบบบริการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวไปปฏิบตั ใิ น
ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลจงั หวดั อาเภอเวยี งสา จงั หวดั น่าน พบวา่ มีโรงพยาบาลส่งเสริม
แมฮ่ ่องสอน 5 ที่พบวา่ ปัจจยั กระบวนการบริหารใน สุขภาพตาบลท่ีผา่ นเกณฑร์ ะดบั 5 ดาว ร้อยละ 69.57
ดา้ นการวางแผน การจดั องคก์ ร การควบคุม ปัจจยั รองลงมาคือ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 3 ดาว ร้อยละ 17.39 และ
แรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานมีผลตอ่ การพฒั นาระบบ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 4 ดาว ร้อยละ 13.04 ท้งั น้ีเน่ืองมาจาก
บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลที่มี ผบู้ ริหารของสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั และอาเภอ
ประสิทธิภาพ ใหค้ วามสาคญั ช้ีทิศและพาทา การทางานร่วมกนั
ระหวา่ งทีมสหวชิ าชีพในโรงพยาบาลแม่ข่ายและ
1.4 ดา้ นผลผลิตอยใู่ นระดบั มาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล การพฒั นาแบบ
เนื่องมาจาก สานกั งานสาธารณสุขอาเภอเวยี งสา ได้ เพือ่ นช่วยเพื่อน พ่ชี ่วยนอ้ ง รวมถึงการมีคณะกรรมการ
กาหนดวสิ ยั ทศั น์ และนโยบายการพฒั นาหน่วยบริการ ดาเนินงานท่ีมีบทบาทหนา้ ท่ีในการสนบั สนุนให้
สาธารณสุขใหบ้ ริการใกลบ้ า้ น ใกลใ้ จ เป็นนโยบาย คาแนะนาในการพฒั นา การมีนโยบายที่ชดั เจน มี
สาคญั ของการดาเนินงานสาธารณสุขระดบั อาเภอและ ช่องทางในการติดตอ่ ท่ีเหมาะสม ถือเป็ นปัจจยั ส่งเสริม
ตาบลอยแู่ ลว้ ซ่ึงมีความสอดคลอ้ งต่อการนานโยบาย ใหก้ ารดาเนินงานพฒั นาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
รพ.สต. ติดดาวไปปฏิบตั ิ ส่งผลทาใหบ้ ุคลากรและ ตาบลติดดาวมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยงิ่ ข้ึน
เจา้ หนา้ ที่สามารถนานโยบายดงั กล่าวไปปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ ง สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาเรื่องรูปแบบการพฒั นา
มีประสิทธิภาพ สอดคลอ้ งกบั การศึกษาเรื่องปัจจยั คุณภาพหอ้ งปฏิบตั ิการดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุข
ความสาเร็จในการดาเนินงานพฒั นาคุณภาพ ตามเกณฑม์ าตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว 6 ท่ีพบวา่ ติดดาว ในเครือขา่ ยบริการปฐมภูมิ อาเภอจตุรพกั ตร
ปัจจยั ความสาเร็จในการดาเนินงานพฒั นาคุณภาพ พมิ าน จงั หวดั ร้อยเอด็ 8 ท่ีพบวา่ การสร้างการมีส่วน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาวประการหน่ึง ร่วมของภาคีเครือขา่ ยโดยเฉพาะทีมงานบุคลากร
ที่สาคญั คือ การกาหนดใหน้ โยบายการพฒั นา รพ.สต. สาธารณสุข และสหวชิ าชีพต่าง ๆ ส่งผลตอ่ การพฒั นา
ติดดาวเป็นกลยทุ ธ์ขององคก์ ร จะสามารถใหม้ ีการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลผา่ นการประเมิน
กาหนดเป้ าหมาย การวางแผนการดาเนินงาน และ คุณภาพตามเกณฑม์ าตรฐานที่กาหนดไว้
ถ่ายทอดสู่การปฏิบตั ิ ไดอ้ ยา่ งชดั เจนและมี
ประสิทธิภาพ และยงั สอดคลอ้ งการศึกษาเร่ืองคุณภาพ กติ ตกิ รรมประกำศ
บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ในเขต
อาเภอบา้ นหมี่ จงั หวดั ลพบุรี 7 ท่ีพบวา่ ความคาดหวงั ผวู้ จิ ยั ขอขอบพระคุณ นายแพทยว์ รินทร์เทพ
ตอ่ การใหบ้ ริการ และการรับรู้ต่อการใหบ้ ริการเป็ น เช้ือสาราญ นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวดั น่าน
คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขอาเภอเวยี งสา
ท่ีไดก้ รุณาใหค้ าแนะนา ความอนุเคราะห์ในดา้ น
บุคลากรและสถานที่ดาเนินการ ขอขอบคุณเจา้ หนา้ ที่
220
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลในอาเภอเวยี งสา The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
จงั หวดั น่านทุกคนท่ีมีส่วนร่วมในการทางาน Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ประสานงาน อานวยความสะดวก และใหข้ อ้ มลู วจิ ยั ทา
ใหง้ านวจิ ยั เร่ืองน้ีประสบความสาเร็จลลุ ่วงดว้ ยดี
เอกสำรอ้ำงองิ
1. สานักงานวิจยั และพฒั นาระบบสุขภาพชุมชน. รายงานการติดตามประเมินผลนโยบายการพฒั นาโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) [อินเทอร์เนต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข ; 2560.
2. สานักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ. คู่มือแนวทางการพฒั นาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว
(รพ.สต.ติดดาว) ปี 2562 [อินเทอร์เนต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข ; 2562.
3. นพดล นพมณี. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความพร้อม และการรับรู้กบั ทศั นคติในการพฒั นาตามเกณฑม์ าตรฐานรพ.
สต.ติดดาว วทิ ยาลยั การสาธารณสุขสิรินธรจงั หวดั ขอนแก่น. วารสารวทิ ยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุข
ชุมชน 2563; 3(1) : 45-57.
4. วโิ รจน์ ต้งั เจริญเสถียร และคณะ. ศึกษาภาระงานและผลิตภาพกาลงั คนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล
สถาบนั วจิ ยั ระบบสุขภาพสาธารณสุข [อินเทอร์เนต]. นนทบุรี: สถาบนั วจิ ยั ระบบสาธารณสุข; 2561.
https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/4893/hs2417.pdf?sequence=1&isAllowed=y
5. ฐิติวรดา อคั รภานุวฒั น,์ ช่อทิพย์ บรมธนรัตน,์ และวรางคณา จนั ทร์คง. ปัจจยั ที่มีผลตอ่ การพฒั นาระบบบริการใน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลจงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน [อินเทอร์เนต]. นนทบุรี: มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช;
2555.
6. หทยั รัตน์ คงสืบ และวไิ ลลกั ษณ์ เรืองรัตนตรัย. ปัจจยั ความสาเร็จในการดาเนินงานพฒั นาคุณภาพ โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว. วารสารวจิ ยั และพฒั นาดา้ นสุขภาพ สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั นครราชสีมา 2562;
5(1) : 72-84.
7. ทิพยส์ ุคนธ์ ศรีลาธรรม. คุณภาพบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ในเขตอาเภอบา้ นหมี่ จงั หวดั ลพบุรี
[อินเทอร์เนต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั เวสเทิร์น; 2559 [เขา้ ถึงเมื่อ 12 ก.พ. 2564]. เขา้ ถึงไดจ้ าก :
https://www.western.ac.th/images/HealthK/Research/C.Quality.pdf
8. กุศลาสัย สุราอามาตย์ และคณะ. รูปแบบการพฒั นาคุณภาพห้องปฏิบตั ิการดา้ นการแพทยแ์ ละสาธารณสุข ตาม
เกณฑ์มาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลติดดาว ในเครือข่ายบริการปฐมภูมิ อาเภอจตุรพกั ตรพิมาน
จงั หวดั ร้อยเอด็ . วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2562; 16 (1); 63-69
221