The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by titikamol.33, 2021-06-06 09:47:47

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

วารสารชมรม ปี 17 ฉบับ 1

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

MATTER (7) สารวจขอ้ มูลและสถิติของผปู้ ่ วยโรคเอดส์ เกิดอาการแพย้ า หรือเกิดอาการขา้ งเคียงจากยาตา้ นไวรัส
กองควบคุมโรคเอดส์ วณั โรคและโรคตดิ ตอ่ ทาง ไดม้ ากข้ึน การศึกษาของ นพดล พิมพจ์ นั ทร์ และคณะ
เพศสมั พนั ธ์ ปี 2527 – 2561 พบวา่ กลุม่ อาชีพท่ีมียอด (10) พบวา่ ผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับยาตา้ นไวรัสก่อนการรักษาวณั โรค
ผปู้ ่ วยเอดส์มากที่สุดคือ รับจา้ งทวั่ ไป ร้อยละ 38.93 มีโอกาสเส่ียงนอ้ ยที่จะเกิดผลการรักษาวณั โรคไม่สาเร็จ
เมื่อเปรียบเทียบกบั ผปู้ ่ วยท่ีไมไ่ ดร้ ับยาตา้ นไวรัส และ
3. สิทธิการรักษาท่ีพบมากที่สุดคือ สิทธิการรักษา ผปู้ ่ วยที่ไดร้ บั ยาตา้ นไวรัสขณะรกั ษาวณั โรคก็เป็ นปัจจยั
หลกั ประกนั สุขภาพ เนื่องจากนโยบายภาครัฐท่ีเอ้ือให้ ป้ องกนั การเกิดผลการรักษาวณั โรคไม่สาเร็จ การศึกษา
ผปู้ ่ วยสามารถใชส้ ิทธิไดเ้ พื่อเพิ่มโอกาสเขา้ ถึงการรักษา ผู้ ของกิตติพทั ธ์ เอี่ยมรอด และวทิ ยา สวสั ดิวฒุ ิพงศ(์ 11)
ที่จะเขา้ รับยาในพ้นื ที่ใดจึงตอ้ งยา้ ยสิทธิไปตามพ้นื ท่ี พบวา่ ผปู้ ่ วยวณั โรคท่ีติดเช้ือเอชไอวที ี่มีระดบั CD4 ≤ 350
สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ นนั ทินารี คงยนื (8) พบวา่ การ เซลล/์ ลบ.มม และ วณั โรคท่ีติดเช้ือเอชไอวที ่ีไมไ่ ดร้ ับยา
เขา้ ถึงยาตา้ นไวรัสสาหรับผปู้ ่ วยติดเช้ือเอชไอวแี ละผปู้ ่ วย ตา้ นไวรัส พบอตั ราการเสียชีวติ ร้อยละ 25.2 และการ
เอดส์ในปัจจุบนั เขา้ ถึงยาสูตรพ้นื ฐานไดท้ ุกคนตามสิทธิ เสียชีวติ ของผปู้ ่ วยวณั โรคท่ีติดเช้ือเอชไอวจี ะลดลงมาก
การรักษาโดยมี 3 กองทุนหลกั คอื กองทุนประกนั สุขภาพ ในกล่มุ ผปู้ ่ วยที่มีระดบั CD4 > 350 เซลล/์ ลบ.มม. กล่มุ
ประกนั สงั คม และสวสั ดิการขา้ ราชการ โดยใชเ้ กณฑก์ าร ผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับยาตา้ นไวรัส ถึงแมผ้ ปู้ ่ วยจะมีระดบั CD4 ≤
เร่ิมใหย้ าอา้ งอิงจากหลกั เกณฑข์ องกระทรวงสาธารณสุข 350 เซลล/์ ลบ.มม.ถา้ ไดร้ ับยาตา้ นไวรัสสามารถลดอตั รา
การเสียชีวติ ได้
4. ระดบั การศึกษา ที่พบมากเป็ นกลมุ่ มธั ยมปลาย
ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั กลุ่มอาชีพรับจา้ งตามลกั ษณะของภมู ิ 6. CD4 ช่วงเร่ิมยาตา้ นไวรัส พบค่าเฉล่ียปริมาณ
เศรษฐกิจของพ้ืนที่อาเภอบางละมงุ เป็ นส่วนที่ทาใหผ้ เู้ ขา้ CD4 เท่ากบั 290.02 เซลล/์ ลบ.มม. และหลงั ทานยาตา้ น
รับยาตา้ นฯ มีความสามารถในการทาความเขา้ ใจกบั ไวรัสอยา่ งนอ้ ย 6 เดือน เท่ากบั 469.50 เซลล/์ ลบ.มม.
อาการ คาแนะนาจากทีมสุขภาพ รวมถึงการสร้าง พบวา่ มีปริมาณเพิม่ ข้ึนอยา่ งมีนยั สาคญั ท่ีระดบั .05 แตย่ งั
พฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกบั การเจ็บป่ วยที่เผชิญ มีปัจจยั อ่ืนที่มีผลต่อปริมาณ CD4 ในระหวา่ งการ
ตามการศึกษาของ อรดี โชติเสน และคณะ พบวา่ เม่ือ รับประทานยา เช่น อายตุ อนเริ่มยา (12) คา่ ปริมาณ CD4
ผปู้ ่ วยเอดส์มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ไดแ้ ก่ การรับประทาน ก่อนเร่ิมยาต่า/สูง (13, 14) ชนิดของยาตา้ นไวรัส (15) และ
ยาตา้ นไวรัส การรับประทานอาหาร การป้ องกนั และแพร่ ประเภทของการสมั ผสั เอชไอวี (16) ซ่ึงตอ้ งมีการศึกษา
กระจายเช้ือ การมาตรวจตามนดั การจดั การความเครียด เพม่ิ เติมต่อไป
การออกกาลงั กาย การมีเพศสมั พนั ธ์อยา่ งปลอดภยั จะมี
ผลตอ่ สุขภาพและคุณภาพชีวติ ของผปู้ ่ วยเอดส์ (9) 7. CD4 กบั อาการของโรค PCP เน่ืองจากพยาธิ
สภาพของโรคเอชไอวที าใหภ้ มู คิ มุ้ กนั ของร่างกายมี
5. ผเู้ ขา้ รบั ยาตา้ นไวรัสท่ีมาตรงตามนดั ไม่มี ประสิทธิภาพลดลง โรคปอดติดเช้ือ PCP เป็ นการติดเช้ือ
ความสมั พนั ธ์กบั วณั โรค อาจมีสาเหตุจากการท่ีวณั โรค ฉวยโอกาสเมื่อภมู ิคุม้ กนั ของร่างกายลดลง ในการศึกษา
เป็ นโรคท่ีสามารถเกิดจากปัจจยั ดา้ นร่างกายของผปู้ ่ วย คร้ังน้ีพบวา่ CD4 <100 พบอาการแสดงของ PCP มากกวา่
เช่น โรคประจาตวั อ่ืน ๆ รวมถึงปัจจยั ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ในช่วง CD4 กล่มุ อื่น ๆ เป็นไปตามแนวทางของสมาคม
เป็ นปัจจยั รบกวนในการมารับยาตา้ นไวรัส และโรคเป็น โรคติดเช้ือเอชไอวขี องประเทศไทยท่ีกาหนดเร่ิมการให้
โรคที่ใชร้ ะยะเวลาในการรักษานาน ยาที่ใชร้ ักษาก่อ ยาป้ องกนั โรค PCP เม่ือ CD4 <200 ดงั น้นั การตรวจ CD4
ผลขา้ งเคียงทาใหร้ ่างกายทนตอ่ ผลขา้ งเคียงไมไ่ ด้ ผปู้ ่ วย

51

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ในช่วงติดตามการรักษาจะเป็นเครื่องมือช่วยแพทยใ์ นการ 1. ขอ้ เสนอแนะสาหรับการนาผลการวจิ ยั ไปใช้

ตดั สินใจเพื่อเริ่มการใชย้ าตา้ นไวรัส ซ่ึง เพชรดา ฉ่ามณี(17) ประโยชน์ สามารถนาขอ้ มูลงานวจิ ยั มาเป็ นขอ้ มลู

ศึกษาผลขา้ งเคียงของยาและความสม่าเสมอในการ พ้ืนฐานในการรับยาตา้ นไวรัส ในเรื่องของการติดตาม

รับประทานยาของผตู้ ิดเช้ือเอชไอวี ท่ีเริ่มยาตา้ นไวรัสใน การรับยาและการขาดนดั ที่อาจจะก่อใหเ้ กิด ปัญหาการ

ปี แรกของโรงพยาบาลวาปี ปทุมปี 2556 ถึง 2558 พบวา่ ด้ือยาตา้ นไวรัสโดยอาศยั ขอ้ มลู เร่ือง เพศ ระดบั การศึกษา

ค่า CD4 ก่อนเริ่มยามีคา่ ไมแ่ ตกตา่ งกนั มากนกั โดยกลมุ่ ที่ อาชีพ สิทธิการรักษา ปริมาณ CD4 อาการของโรค

ทานยาสม่าเสมอน้นั มีค่า CD4 เฉล่ียสูงกวา่ เลก็ นอ้ ย ค่า โอกาสท่ีผเู้ ขา้ รบั ยาจะมาติดตามอาการตามนดั เพอื่ เป็ น

CD4 ก่อนเริ่มยาในรายท่ีมีจานวนมากท่ีสุด มากกวา่ 500 แบบอยา่ งในการศึกษาขอ้ มูล และเป็ นประโยชนใ์ นการ

ตามแนวทางการตรวจรักษาและป้ องกนั การติดเช้ือเอชไอ ออกแบบระบบตดิ ตามการมาตามนดั ตามลาดบั ความ

วี ประเทศไทย ปี 2557 แตค่ ่า Viral load หลงั เริ่มยาของ เส่ียงต่อไป

ท้งั สองกลมุ่ น้นั ยงั พบคา่ Viral load ท่ีมากกวา่ 1000 2. ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ยั คร้ังตอ่ ไป

แปลวา่ มีการรักษาลม้ เหลว ในท้งั สองกลมุ่ ๆ ละ1ราย 2.1 ศึกษาความสมั พนั ธ์ของปริมาณ CD4 กบั อาการ

โดยในกลมุ่ adherence น้นั พบวา่ น่าจะเป็ นผปู้ ่ วยท่ีรบั ของการติดเช้ือเอชไอวี วณั โรคและ PCP หลงั ทานยาตา้ น

เช้ือด้ือยามาต้งั แต่แรก ในกล่มุ poor -adherence น้นั ผปู้ ่ วย ไวรัสอยา่ งนอ้ ย 6 เดือน มีอาการดีข้ึนหรือแยล่ ง

มีโรคร่วมคือเบาหวาน มีประวตั ิ ด่ืมสุรา ทานยาไม่ 2.2 ศึกษาปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเพ่ิมปริมาณ CD4 หลงั

สม่าเสมอไมม่ าตามนดั การติดเช้ือฉวยโอกาสทาใหผ้ ปู้ ่ วย ทานยาตา้ นไวรัส

ตอ้ งทานยารักษามากข้ึนและอาจทาใหม้ ีผลขา้ งเคียง

นอกเหนือจากยาตา้ นไวรัสได้ โดยเฉพาะการติดเช้ือท่ี สรุป

ตอ้ งรับประทานยาที่มีผลขา้ งเคียงมาก ระยะเวลายาวนาน ผเู้ ขา้ รบั บริการที่ดูแลสุขภาพตามแผนการรักษา

มีโอกาสแพย้ าสูง เช่น วณั โรค ปอดติดเช้ือ Pneumocystis มีโอกาสเกิดอาการแสดงของการติดเช้ือเอชไอวี และค่า

jeroveci pneumonia และการติดเช้ือรา Cryptococcus CD4 อยใู่ นเกณฑท์ ่ีเกิดการติดเช้ือฉวยโอกาสไดน้ อ้ ย

ข้อเสนอแนะ

เอกสำรอ้ำงองิ

1. มทั นา หาญวนิชย.์ การใชย้ าตา้ นไวรัสเอดส์. ใน: พรรณพศิ สุวรรณกลู และ ธีระพงษ์ ตณั ฑวเิ ชียร, บรรณาธิการ. Update
in antimicrobial agent and vaccinations. กรุงเทพฯ: หน่วยโรคติดเช้ือ ภาควชิ าอายรุ ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ; 2544. หนา้ 321-347.

2. กลมุ่ โรคเอดส์ สานกั โรคเอดส์ วณั โรคและโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข. การ
ดาเนินงานตามโครงการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสเอดส์ระดับชาติ (NAPHA) [อินเตอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: 2547 แหลง่ ที่มา
:http://www.aidsthai.org/arrv03_1.html[2547, มิถนุ ายน 25].

3. งานควบคุมโรค สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ราชบุรี. สถานการณ์ผู้ป่ วยเอดส์จังหวดั ราชบรุ ี [online]. 2548 แหลง่ ท่ีมา:
http:rbpho.moph.go.th/webaids/AIDS460930.pdf[2548, กนั ยายน 30].

52

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

4. Global information and education on HIV and AIDS. HIV AND AIDS IN THAILAND 2019. Retrieved February 28,
2021,from https://www.avert.org/professionals/hiv-around-world/asia-pacific/thailand

5. Zara Shubber, Edward J Mills, Jean B Nachega, et al. (2016). Patient-Reported Barriers to Adherence to Antiretroviral
Therapy: A Systematic Review and Meta-Analysis. PLoS Med. 2016 Nov 29;13(11):e1002183.doi:
10.1371/journal.pmed.1002183.eCollection 2016 Nov.

6. Sarika Pattanasin, Frits van Griensven, Phillip A. Mock, et al. (2020). Recent declines in HIV infections at Silom
Community Clinic Bangkok, Thailand corresponding to HIV prevention scale up: An open cohort assessment 2005–
2018. International Journal of Infectious Diseases. Volume 99, October 2020, Pages 131-137.

7. The Matter. เพศ อาชีพ ปัจจัยเสี่ยงผ้ปู ่ วยเอดส์เป็ นอย่างไร สารวจผ่านสถิติ 30 ปี ของกทม. เขา้ ถึงไดจ้ าก.
https://thematter.co/social/aids-cases-in-bangkok/66162.

8. นนั ทินารี คงยนื . (2561). การเขา้ ถึงยาของผปู้ ่ วยติดเช้ือเอชไอวี กรณีคาดการณ์การเขา้ ร่วมเขตการคา้ เสรีภมู ิภาคเอเชีย
แปซิฟิ ก. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข. ปี ท่ี 4 ฉบบั ที่ 3 กนั ยายน–ธนั วาคม 2561 :349.

9. อรดี โชติเสน, สุรเดช ประดิษฐบาทุกา และ อารี ชีวเกษมสุข. ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรมสุขภาพของผตู้ ิดเช้ือเอช
ไอว/ี เอดส์ กรณีศึกษาโรงพยาบาลสิรินธร สงั กดั สานกั การแพทย์ กรุงเทพมหานคร.วารสารพยาบาลทหารบก. ปี ท่ี 16
ฉบบั ที่ 1 (ม.ค. - เม.ย.) 2558.

10. นพดล พมิ พจ์ นั ทร์, พรนภา ศุกรเวทยศ์ ิริ, นงลกั ษณ์ เทศนา และสุนิสา ชายเกล้ียง. ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธ์ต่อผลการรักษา

วณั โรคไม่สาเร็จในผตู้ ิดเช้ือร่วม เอชไอว-ี วณั โรค จงั หวดั สุรินทร์. สานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคท่ี 6 ขอนแก่น. ปี ท่ี 18

ฉบบั ท่ี 3 มิถุนายน - กนั ยายน 2554.

11. กิตติพทั ธ์ เอี่ยมรอด และวทิ ยา สวสั ดิวฒุ ิพงศ.์ (ม.ป.ป). ปัจจัยท่ีมีความสัมพนั ธ์กบั การเสียชีวิตของผ้ปู ่ วยวณั โรคที่ติดเชือ้
เอชไอวี จังหวดั ตาก ปี 2554 – 2556. เขา้ ถึงไดจ้ าก http://www.cqihiv.com/.%5CPoster1stQIForum%5C27_TB_รพ.แม่
สอด.pdf .

12. Grabar S, Lousignian I, Sobel A, Le Bras P, Gasmault J, Enel P, et al. Immuno-logic and clinical responses to
highly active antiretroviral therapy over 50 years of age. Results from the French Hospital Database on HIV.
AIDS: 2004; 18: 2029-2038.

13. Florence E, Lundgren J, Dreezen C, Fisher M, Kirk O, Blaxhult A, et al. Factors associated with a reduced CD4
lymphocyte count response to HAARTdespite full viral suppression in the Euro SIDA study. HIV Med. 2003; 4:
255-62.

14. Khanna N, Opravil M, Furrer H, Cavassini M, Vernazza P, Bernaconi E, et al. CD4+ T cell count recovery in HIV
type 1- infected patients is inde-pendent of class of antiretroviraltherapy. Clin Infect Dis 2008; 47: 1093-101.

15. Moore DM, Hogg RS, Yip B, Wood E, Tyndall M, Braitstein P, et al. Discord-ant immunologic and
virologicresponses to highly active antiretrovi-ral therapy are associated with increased mortality and poor
adher-ence to therapy. J Acquir ImmuneDefic Syndr 2005;40: 441-6.

53

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ปจั จยั ทานายการกลบั มาเสพซา้ ของผตู้ ดิ สารเสพตดิ ทผี่ า่ นการบาบดั แลว้
ของโรงพยาบาลเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ

Predictive Factors for Recurrence Drug use among Treated Drug Addicts
of Thepsathit Hospital, Chaiyaphum Province

กฤษฎา ศริ ภิ มู *ิ

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั น้ีเป็ นการวจิ ยั เชิงพรรณนา มีวตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ศึกษาความสมั พนั ธ์ของปัจจยั ส่วนบคุ คล และปัจจยั การ
ในการเสพสารเสพติด กบั การกลบั มาเสพซ้าของผเู้ ขา้ รับการบาบดั ยาเสพติดท่ีโรงพยาบาลเทพสถิต และศึกษาปัจจยั
ทานายการกลบั มาเสพซ้าของผตู้ ดิ สารเสพติดที่ผา่ นการบาบดั แลว้ กลุ่มตวั อยา่ งเป็ นผเู้ สพสารเสพติดท่ีเขา้ รับการบาบดั ที่
โรงพยาบาลเทพสถิต กาหนดขนาดจากตารางของเครจซ์ ่ีและมอร์แกน จานวน 90 คน สุ่มดว้ ยการสุ่มอยา่ งง่าย เครื่องมือ
ท่ีใช้ ไดแ้ ก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ คา่ ร้อยละ คา่ สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธข์ องสเปี ยร์แมน
ค่าสถิติการวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวจิ ยั พบวา่ ปัจจยั ในการเสพสารเสพติด เฉพาะรายการ การเคยเขา้ รบั การ
บาบดั มาก่อน และระยะเวลา ที่หยดุ เสพไดน้ านสุด มีความสมั พนั ธ์กบั การกลบั มาเสพซ้าของผเู้ ขา้ รับการบาบดั ยาเสพติด
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value<.05) และสามารถร่วมกนั ทานายการกลบั มาเสพซ้าของผตู้ ิดสารเสพติดที่ผา่ นการ
บาบดั แลว้ ได้ ร้อยละ 26.60
คำสำคญั : ปัจจยั ทานาย การกลบั มาเสพซ้า ผตู้ ิดสารเสพติด การบาบดั

Abstract

This descriptive research were aims to study the relation of personal factors and drug use factors to recurrence
drug use of treated drug addicts in Thepsathit hospital, and predictive factors to recurrence drug use of treated drug
addicts. The samples were 90 drug addicts who receiving therapy in Thepsathit hospital and sampling with simple
random sampling. The instruments were personal factors questionnaire, and drug use factors questionnaire. The data
were analyzed by percentage, Spearman Rank-Oder Correlation Coefficient, multiple regression analysis. The
research results found that: Drug use factors were rerated recurrence drug use of treated drug addicts in the list of
previously received therapy, and the longest time to stop using with statistically significant (p-value<.05), and jointly
predict recurrence drug use of treated drug addicts with 26.60%t.

Keyword: Predictive factors, Recurrence drug use, Drug addicts, Treated

*นายแพทยช์ านาญการพิเศษ โรงพยาบาลเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภมู ิ

54

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

บทนำ เสพติดหรือสมาชิกไดฝ้ ึ กพฒั นาตนเอง โดยการสร้าง
ครอบครัวจาลองขนาดใหญ่ ใหผ้ ตู้ ิดยาเสพติดไดม้ ี
ปัญหายาเสพติดเป็ นปัญหาเร้ือรังของประเทศท่ี โอกาสปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและฝึ กฝนตนเองใน
มีมายาวนาน ความรุนแรงของปัญหาเปล่ียนไป ตาม ชุมชน ขนาดเลก็ เป็ นสถานที่ท่ีมีความปลอดภยั ปลอด
สภาพสงั คมและเศรษฐกิจท่ีเอ้ือตอ่ การเกิดปัญหาที่ทวี จากยาเสพติดและมีส่ิงแวดลอ้ ม ท่ีทาใหเ้ กิดความอบอุน่
ความรุนแรงมากยงิ่ ข้นึ ท้งั ผเู้ สพและผคู้ า้ โดยผทู้ ี่เขา้ ไป ท่ีดี ทาใหก้ ารฟ้ื นฟสู มรรถภาพชีวติ ที่สมบูรณ์ท้งั
เกี่ยวขอ้ ง ท้งั ในการเสพและกระทาความผดิ ที่มีอายไุ ม่ สภาพร่างกายและจิตใจ สามารถกลบั ไปดารงชีวติ อยู่
เกิน 24 ปี มีสดั ส่วนสูง โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 40 ยงั อยู่ ในสงั คมไดอ้ ยา่ งปกติสุข(4)
ในกลมุ่ อายุ 15-19 ปี ร้อยละ 70 ของผเู้ ขา้ ไปเก่ียวขอ้ งมี
อาชีพรับจา้ ง แรงงาน และเกษตรกร และสถิติจาก โรงพยาบาลเทพสถิต ไดน้ าผตู้ อ้ งขงั เขา้ รับการ
คณะกรรมการป้ องกนั และ ปราบปรามยาเสพติด ระบุ บาบดั รักษา Matrix program เม่ือผเู้ สพเขา้ รบั การ
วา่ ในปี งบประมาณ 2559-2560 สามารถยดึ ยาบา้ 90 บาบดั รักษาครบกจ็ ะกลบั ไปใชช้ ีวติ กบั ครอบครัวใน
และ 200 ลา้ นเมด็ ตามลาดบั (2) ภาค ชุมชนซ่ึงเป็ นส่ิงแวดลอ้ มเดิม แตก่ ็ยงั พบวา่ มีจานวนผู้
ตะวนั ออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีประชากรมากท่ีสุดถึง ติดสารเสพติดเพมิ่ ข้ึนทุกปี และมกี ารเสพซ้า ผวู้ จิ ยั จึง
1 ใน 3 ของประเทศไทย จากการสารวจเพอ่ื ประมาณ สนใจที่จะศึกษาถึงปัจจยั ที่จะสามารถทานายถึงการ
ผเู้ กี่ยวขอ้ งยาเสพติดแต่ละคร้ังท่ีผา่ นมาของหลาย กลบั มาเสพ สารเสพติดซ้าหลงั จากผา่ นการบาบดั ตาม
หน่วยงานแสดงใหเ้ ห็นวา่ หลงั ปี พ.ศ.2534 เป็ นตน้ กระบวนการครบถว้ นแลว้ เพื่อจะไดท้ ราบถึงสาเหตทุ ่ี
มา ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดรุนแรงมากข้ึน ตรงกบั บริบทของพ้นื ท่ีและหาแนวทางป้ องกนั แกไ้ ข
(3) ถือเป็ นปัญหาดา้ นสาธารณสุขที่จาเป็ นตอ้ งมีการดูแล ปัญหาการกลบั มาเสพซ้าของผตู้ ิยาเสพติดท่ีผา่ นการ
โดยถือวา่ ผเู้ สพคือผปู้ ่ วย ตอ้ งไดร้ ับการบาบดั รักษาที่ บาบดั แลว้ อนั จะนาไปสู่การมีคณุ ภาพชีวติ ที่ดีข้ึนของ
เหมาะสม(4) กระทรวงสาธารณสุขมีบทบาทในการ ประชาชนในภาพรวมตอ่ ไป
ควบคุม กากบั ดา้ นมาตรฐานการบาบดั และสนบั สนุน
องคค์ วามรู้และวทิ ยากร ในการบาบดั ฟ้ื นฟู การ วตั ถุประสงค์
ติดตามดูแลช่วยเหลือผผู้ า่ นการบาบดั เช่น เยยี่ มบา้ น
เยยี่ มท่ีทางาน นดั พบที่สถานพยาบาล หรือติดตามจาก 1. เพ่อื ศึกษาความสมั พนั ธ์ของปัจจยั ส่วนบุคคล
บุคคลที่น่าเชื่อถือ เขา้ ใจการติดตามดูแลผเู้ ลิกยาเสพติด และปัจจยั การในการเสพสารเสพติด กบั การกลบั มา
ทางโทรศพั ท์ กิจกรรมการติดตาม(5) เสพซ้าของผเู้ ขา้ รับการบาบดั ยาเสพติด ท่ีโรงพยาบาล
เทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ
ในดา้ นแนวทางการบาบดั รักษาแบบชุมชน
บาบดั น้นั ประเทศไทยไดน้ าการรักษาแบบชุมชนบาบดั 2. เพอ่ื ศึกษาปัจจยั ทานายการกลบั มาเสพซ้าของ
(Therapeutic Community หรือ T.C.) มาใชเ้ ป็ นเวลา ผตู้ ิดสารเสพติดที่ผา่ นการบาบดั แลว้ ของโรงพยาบาล
กวา่ 20 ปี ซ่ึงเป็ นรูปแบบหน่ึงของการบาบดั รักษา ท่ี เทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ
สาคญั ในข้นั ตอนการฟ้ื นฟสู มรรถภาพท่ีทาใหผ้ ตู้ ิดยา

55

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

วธิ ีกำรดำเนนิ กำรวจิ ยั 30 ปี (ร้อยละ 41.10) อายเุ ฉลี่ย 26.96 ปี (S.D.=11.14
อายตุ ่าสุด-สูงสุด13-77 ปี ) สถานภาพโสด (ร้อยละ
รูปแบบกำรวจิ ยั การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นงานวจิ ยั เชิง 64.40) อาชีพรับจา้ ง (ร้อยละ 60.00) มี รายไดต้ ่อเดือน
พรรณนา (Descriptive Research) นอ้ ยกวา่ 5,000 บาท มากท่ีสุด (รอ้ ยละ 51.10) รายได้
เฉล่ียตอ่ เดือน 6,328.88 บาท (ต่าสุด-สูงสุด 1,000-
ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง ประชากรที่ใช้ เป็ น 30,000 บาท) มีบคุ คลท่ีอาศยั อยดู่ ว้ ยกนั ก่อนเขา้ รับการ
ผเู้ สพสารเสพติดท่ีเขา้ รับการบาบดั ที่โรงพยาบาลเทพ บาบดั 30 วนั เป็นมารดา (ร้อยละ 34.40) บิดากบั
สถิต จานวน 115 ราย กลุม่ ตวั อยา่ ง กาหนดขนาดจาก มารดาจะแยกกนั อยมู่ ากที่สุด (ร้อยละ 48.90) การ
ตารางของ เครจซ์ ่ีและมอร์แกน (Krejcie & Morgan) กลบั มาเสพสารเสพติดซ้า พบวา่ เสพติด คร้ังแรก ต่า
ไดข้ นาดกลมุ่ ตวั อยา่ ง จานวน 90 คน สุ่มดว้ ยการสุ่ม กวา่ 21 ปี มากท่ีสุด (ร้อยละ 76.70) มีสาเหตใุ นเสพคร้ัง
อยา่ งง่าย (Simple Random Sampling) แรก คือ อยากลอง มากที่สุด (ร้อยละ 62.20) ผเู้ ขา้ รับ
การบาบดั ไม่เคยเขา้ รับการบาบดั มาก่อนมากที่สุด (ร้อย
เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในกำรวจิ ยั ตรวจสอบความถกู ละ 67.80) ระยะเวลาท่ีหยดุ เสพไดน้ านสุด ต่ากวา่ 1
ตอ้ งชดั เจนดา้ นภาษา ความเที่ยงตรงเชิงเน้ือหาและ เดือน มากที่สุด (ร้อยละ 71.10) มีเหตผุ ลที่เขา้ รับการ
โครงสร้าง ค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง และค่าความ บาบดั คร้ังน้ีมากที่สุดคือ บงั คบั ตาม พรบ. (ร้อยละ
เชื่อมน่ั (Reliability) แลว้ นามาวเิ คราะหค์ า่ ดชั นีความ 90.00)
สอดคลอ้ งและค่าความเช่ือมน่ั โดย ปัจจยั ส่วนบุคคล มี
คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง ท่ี 0.80 ปัจจยั การกลบั มาเสพ ความสมั พนั ธข์ องปัจจยั ส่วนบุคคล กบั
สารเสพติดซ้า มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง ที่ 0.78 ใน การเสพสารเสพติดของผเู้ ขา้ รับการบาบดั ยาเสพติด
ส่วนของค่าความเชื่อมนั่ ตามวธิ ีของครอนบาค ปัจจยั พบวา่ ปัจจยั ในการเสพสารเสพติด เฉพาะรายการ การ
ส่วนบุคคล มคี ่าความเช่ือมนั่ ที่ 0.72 ปัจจยั การกลบั มา เคยเขา้ รับการบาบดั มาก่อน และระยะเวลาที่หยดุ เสพ
เสพสารเสพติดซ้า มีคา่ ความเชื่อมนั่ ท่ี 0.73 ปรับปรุง ไดน้ านสุด มีความสมั พนั ธก์ บั การกลบั มาเสพซ้าของผู้
แกไ้ ขถามตามท่ีทรงคุณวฒุ ิเสนอแนะนาและตรวจสอบ เขา้ รับการบาบดั ยาเสพติดอยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิติ (p-
ความถกู ตอ้ ง แลว้ นาไปใชเ้ กบ็ ขอ้ มูล value< 0.01) 2. ผลการศึกษาปัจจยั ทานายการกลบั มา
เสพซ้าของผตู้ ิดสารเสพติดท่ีผา่ นการบาบดั แลว้ ของ
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ดว้ ยสถิติ ไดแ้ ก่ คา่ ร้อย โรงพยาบาลเทพสถิต พบวา่ การเคยเขา้ รับการบาบดั มา
ละ คา่ สมั ประสิทธ์ิ สหสมั พนั ธ์ของสเปี ยร์แมน ก่อน (X1) และระยะเวลาท่ีหยดุ เสพไดน้ านสุด (X2)
(Spearman Rank-Oder Correlation Coefficient) สามารถร่วมกนั ทานายการกลบั มาเสพซ้าของผตู้ ิดสาร
วเิ คราะห์คา่ สถิติการวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณ เสพติดท่ีผา่ นการบาบดั แลว้ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ
(Multiple Regression Analysis) (p<0.01) (ดงั ตารางที่ 4) โดยร่วมกนั อธิบายการกลบั มา

ผลกำรวจิ ยั

ปัจจยั ส่วนบุคคลและปัจจยั การในการเสพสาร เสพซ้า (Y) ของผตู้ ิดสารเสพติดที่ผา่ นการบาบดั แลว้ ได้
เสพติด พบวา่ เพศชาย (ร้อยละ 93.30) ช่วงอายุ 21- ร้อยละ 26.60 ดงั สมการทานาย Y = 6.23 – 1.47X1 –
1.32X2 ตารางท่ี 1

56

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงท่ี 1 การวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณ ในการทานายปัจจยั การกลบั มาเสพซ้า ของผตู้ ิดสารเสพตดิ ท่ีผา่ นการ
บาบดั แลว้

ตวั แปร B Beta t-test p-value

การเขา้ รับการบาบดั รักษามาก่อน - 1.47 - 1.38 - 5.80 < 0.001
ระยะเวลาหยดุ เสพหลงั จากบาบดั คร้ังสุดทา้ ย - 1.32 - 1.20 - 5.05 < 0.001

Constant=6.23, R=0.531 , R2= 0.283, Adjust R2=0.266, F=17.158

อภิปรำยผล ส่วนประกอบ 3 ส่วน ไดแ้ ก่ ID Ego และ Super Ego
พฒั นาการพฤติกรรมของบคุ คลตามแนวทฤษฎีจิต
ปัจจยั ส่วนบุคคลไม่มีความสมั พนั ธ์กบั การเสพ วเิ คราะห์ ถือวา่ Super Ego เป็ นส่วนสาคญั เพราะเป็น
สารเสพติดของผเู้ ขา้ รับการบาบดั ยาเสพติด ส่วนปัจจยั มโนธรรม ถือหลกั ปฏิบตั ิอนั เป็ นที่นิยมในสงั คมเกิด
ในการเสพสารเสพติด เฉพาะรายการ การเคยเขา้ รับการ จากการเรียนรู้ในสงั คมส่งผลใหห้ ลงั จากจากบาบดั คร้ัง
บาบดั มาก่อน และระยะเวลาที่หยดุ เสพไดน้ านสุด มี สุดทา้ ยหยดุ เสพไดน้ านต่ากวา่ 1 เดือน และสอดคลอ้ ง
ความสมั พนั ธ์กบั การกลบั มาเสพซ้าของผเู้ ขา้ รับการ กบั การศึกษาของ จิราพนั ธ์ รุจิระพงค์12 พบวา่ ปัจจยั
บาบดั ยาเสพติดอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ และสามารถ ภายในตวั บุคคลมีอิทธิพลอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติตอ่
ร่วมกนั ทานายการกลบั มาเสพซ้าของผตู้ ิดสารเสพติดท่ี การใชแ้ อมเฟตามีนของเดก็ และเยาวชน โดยมีค่า
ผา่ นการบาบดั แลว้ ไดร้ ้อยละ 26.60 สอดคลอ้ งกบั สมั ประสิทธ์ิที่ .273 สามารถอภิปรายการแปรผนั ได้
แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกบั ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อ ร้อยละ 7.5 และเอกรัตน์ หามนตรี13 พบวา่ เยาวชนผตู้ ิด
พฤติกรรมการเสพสารเสพติด9 ดา้ นตนเอง โดยเฉพาะ ยาเสพติดมีปัญหาดา้ นบุคลิกภาพ ขาดความรู้ ดา้ นยา
ความคิดแนวลบเห็นตวั เองไมม่ ีคณุ ค่า ไมม่ ีความภมู ิใจ เสพติด ขาดกิจกรรมและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็ นประโยชน์
ในตวั เอง อารมณ์ไม่มนั่ คง มีความสนใจส้นั จนเกิด ข้อเสนอแนะ
ความขดั แยง้ ในตวั เอง จึงอยากลองเสพสารเสพติด แมม้ ี
ญาติ เพือ่ น หรือคนท่ีรูจ้ กั เคยวา่ กล่าวตกั เตือนกย็ งั ไม่ 1. ควรศึกษาติดตามการเลิกเสพสารเสพติดระยะ
สามารถลดหรือหยดุ ใชย้ าเสพติดสาเร็จ เนื่องจากผทู้ ่ีเขา้ ยาววา่ มีแรงจูงใจใดท่ีเกี่ยวขอ้ งทาใหก้ ลบั ไปเสพซ้าได้
รับการบาบดั ยงั สามารถรับผดิ ชอบหรือทากิจกรรมที่
เคยทาได้ และเขา้ รับการบาบดั เพราะถูกบงั คบั ตาม 2. ควรมีการสมั ภาษณ์เชิงลึกถึงปัจจยั ที่ทาใหเ้ สพ
พรบ.ไม่ไดเ้ กิดจากความตระหนกั ตรงกบั ทฤษฎีจิต สารเสพติดไดส้ ูง เนื่องจากผเู้ ขา้ รับการบาบดั ส่วนใหญ่
วเิ คราะห์ (Psychoanalytic Theory)10 โดยไดร้ ับอิทธิพล เป็ นวยั รุ่น วา่ งงาน เขา้ รับการบาบดั รักษาตาม พรบ.
มาจากแนวคิดทฤษฎีจิตวเิ คราะหข์ องซิกมนั ต์ ฟรอยต์ บงั คบั ไมไ่ ดเ้ กิดจากความสมคั รใจ ไมเ่ ห็นโทษของสาร
เชื่อวา่ บุคลิกภาพของบคุ คลมีพ้ืนฐานมาจาก เสพติด จึงไมส่ ามารถเลิกสารเสพติดไดส้ าเร็จ แมส้ าเร็จ
ก็หยดุ ได้ ในระยะเวลาส้นั ๆ

57

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เอกสำรอ้ำงองิ

1. ศูนยเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศ สถาบนั พฒั นาบุคลากรดา้ นการป้ องกนั และปราบปรามยาเสพติด กรมพินิจและคุม้ ครอง
เด็กและเยาวชน. สถิติจานวนและร้อยละของคดีเด็กและเยาวชนท่ีถกู ดาเนินคดีในสถานพนิ ิจและคุมครองเดก็
และเยาวชน. 2559. (เขา้ ถึงเม่ือ 10 พฤษภาคม 2559).เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www2.djop.moj.go.th/media/k2/attachments/back_ officnd.

2. คาสงั่ ศูนยอ์ านวยการป้ องกนั และปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ท่ี 3/2561 เร่ือง แผนป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพติด
เร่งด่วน ปี 2561 (มีนาคม - กนั ยายน2561) www.nccd.go.th/upload/ news/2(29).

3. มานพ คณะโต. โครงการศึกษาสถานการณ์และการแกไ้ ขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ.
ขอนแก่น: เครือขา่ ยพฒั นาวชิ าการและขอ้ มูลสารเสพติดภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. 2551.

4. ทวยี ศ ศรีเกตุ.). เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/elaw_parcy/ewt_ dl_link.php?nid=1805.
เขา้ ถึงเม่ือ 10 ธนั วามคม 2563.

5. อคั รพล คุรุศาสตรา. แนวทางการดาเนินงานยาเสพติด พิมพค์ ร้ังท่ี 1. นนทบุรี: สานกั บริหารการสาธารณสุข กระทรวง
สาธารณสุข . 2559.

6. กญั ญส์ ิริ จนั ทร์เจริญ. การกาหนดประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง. 2564. (เขา้ ถึงเมื่อ 10 ธนั วาคม 2563). เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://web.udru.ac.th/~sutad18/new2/08.html.

7. กระทรวงสาธารณสุข. แบบคดั กรองและส่งต่อผปู้ ่ วยท่ีใชย้ าและสารเสพติดเพ่ือรับการบาบดั รักษา .2564. (เขา้ ถึงเม่ือ
10 ธนั วาคม 2563).เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.udo. moph.go.th/Net_Narcotic/ Worksheet/V2.

8. กระทรวงสาธารณสุข. ระบบรายงาน ระบบติดตาม และเฝ้ าระวงั ปัญหายาเสพติด. 2564 (เขา้ ถึงเมื่อ 10 ธนั วาคม
2563). เขา้ ถึงไดจ้ าก http://antidrug.moph.go.th/beta2/webhelp/scr/sub3.htm.

9. Sigmund Freud. Dream Psychology. Bangkok: Airrow Multimedia.1960.
10. กิติกร มีทรัพย.์ ทฤษฎีจิตวเิ คราะห์ ฉบบั รวบรัด. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พส์ มิต. (2016).
11. จิราพนั ธ์ รุจิระพงค.์ สภาพและปัจจยั ที่มีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรมการเสพสารเสพติดของเยาวชนในเขตพ้นื ท่ีอาเภอวงั

ชิ้น จงั หวดั แพร่. วทิ ยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาบริหารและพฒั นาประชาคมเมือง
ชนบท มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อตุ รดิตถ.์ 2550.
12. ดวงฤดี ใจกระจ่าง. ปัจจยั ภายในตงั บุคคล ปัจจยั ส่ิงแวดลอ้ มและมาตรการของรัฐที่ส่งผลตอ่ การใช้ แอมเฟตามีน
ของเด็กเยาวชน จงั หวดั ราชบุรี. วทิ ยานิพนธป์ ริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ ารัฐประศาสน
ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. 2558.
13. เอกรัตน์ หามนตรี. การศึกษาความสาเร็จของชุมชนในการป้ องกนั และแกป้ ัญหาเยาวชนท่ีมีพฤติกรรมเสี่ยงตอ่ การติด
ยาเสพติด จงั หวดั อ่างทอง. วารสารจุฬานาครทรรศน.์ 2561. ปี ท่ี 5(2): 446-447.

58

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การศกึ ษาสภาพปญั หาความรนุ แรงในครอบครวั จงั หวดั สรุ นิ ทร์

A Study Problems Condition of Domestic Violence Surin Province

ชมสนิ ณ์ งามแสง*

บทคดั ยอ่

การศึกษามีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ศึกษาสภาพปัญหา และวเิ คราะห์สาเหตุความรุนแรงในครอบครัว ศึกษาแนวทางการ
ดาเนินการป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจงั หวดั สุรินทร์ กลมุ่ เป้ าหมาย ขอ้ มูลเชิงคุณภาพคือ
ผรู้ ับผดิ ชอบงานสุขภาพจิตในโรงพยาบาล จานวน 17 คน กลมุ่ ตวั อยา่ ง เชิงปริมาณ คือ ผถู้ กู กระทารุนแรง ในครอบครัว
จงั หวดั สุรินทร์ ปี 2562 จานวน 400 คน โดยการสุ่มอยา่ งง่าย เครื่องมือที่ใช้ ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ จากการทบทวนเอกสารท่ี
เกี่ยวขอ้ ง การสนทนากลุ่ม ขอ้ มลู เชิงปริมาณ ใชแ้ บบสอบถาม การวเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยใชค้ ่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน การวเิ คราะห์สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธเ์ พยี ร์สนั การวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา ผลการศึกษา พบวา่ ไมพ่ บ
เห็นเหตกุ ารณ์การกระทาความรุนแรงในครอบครัวในชุมชน ผถู้ ูกกระทา มีช่วงอายุ 31–40 ปี ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 41 –
50 ปี เป็ นเพศชาย เป็ นสามี สาเหตุหลกั เกิดจากสุรา เมื่อเกิดเหตุ จะแจง้ ตารวจ มีหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง ส่วนใหญ่ คือ
กานนั ผใู้ หญบ่ า้ น การใหค้ วามช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ มีการติดตามผลการใหค้ วามช่วยเหลือ เพ่อื การเฝ้ าระวงั ป้ องกนั
และแกไ้ ขปัญหาความรุนแรง 1 – 2 คร้ัง ในชุมชนยงั มีเหตุการณ์ความรุนแรงตอ่ เดก็ และสตรีจากคนนอกครอบครัว
คือ เดก็ ถกู ทอดทิ้ง ความคิดเห็นต่อสถานการณ์ความเส่ียงของความรุนแรง ภาพรวมอยใู่ นระดบั มีความเส่ียงนอ้ ยที่สุด
เมื่อเปรียบเทียบ ความสมั พนั ธ์ พบวา่ อายุ อาชีพ รายได้ และ ความถี่ของการดื่มสุรา มีความสมั พนั ธก์ นั กบั สถานการณ์
ความเส่ียงของความรุนแรง อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั 0.05

ขอ้ เสนอแนะแนวทางเก่ียวกบั การป้ องกนั ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 3 วธิ ี คือ 1) หากมีปัญหาควรปรึกษา
ปัญหากบั สมาชิกในครอบครัว เพอื่ หาแนวทางการแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั 2) การปฏิบตั ิตวั ต่อสมาชิกในครอบครัวควรใช้
เหตผุ ลในการพดู คุยรู้จกั การควบคุมอารมณ์ และการปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์ และ 3) การเป็ นตวั อยา่ งท่ีดีใหก้ บั
สมาชิกในครอบครัว และไม่ใชค้ วามรุนแรงกบั สมาชิกในครอบครัว

คำสำคญั : สภาพปัญหา, ความรุนแรง, ครอบครัว

Abstract

This research were study to the condition problem and analyze the causes of domestic violence Surin province, 2)
to study the action to prevent and resolve domestic violence in Surin province. This study as data were collection both
qualitative and quantitative. A target group to collect qualitative data there were 17 peoples in charge of mental health
in hospitals and 400 samples group for collecting quantitative data was people who had been violated in the family of
Surin Province by simple random sampling. Research instrumentation contains qualitative data from a focus group
and quantitative data using questionnaires. The statistics used were percentages, means, standard deviation, Pearson’s
correlation coefficient and content analysis. The results found that: most of them did not see any incidents of

59

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

domestic violence in the community, the incidents of domestic violence that were found most of abused people aged
31-40 years. Most of the actors aged rang 41 to 50 years, male, husband. The main cause of domestic violence was
alcohol drink, knowledge of domestic violence occurs in the community that will notify the police, there was an
agency or person involved in the community that helped solve the problem, most of them were village chief, headman.
Support agencies/ persons follow up on the results of assistance such as visiting homes, making phone calls with the
community working groups of domestic and local government organization. Mostly 1 - 2 times of arranging activities
or supporting activities to monitor, prevent and solve domestic problems in the community. Incidents of violence
against children and women from outside their families, most of them being abandoned, followed by women being
sexually harassed. Opinions on domestic violence risk situations in the community of Surin province, overall, the risk
was minimal level. Age, occupation, income and frequency of drinking was a statistically significant relationship with
domestic violence risk situation in the community significantly (p-value < 0.05).

The guidelines on preventing domestic violence issues that 3 ways to prevent: 1) If you have a problem, you
should discuss the problem with family members to find solutions to common problems, 2) how to treat family
members should use reasoning for talking, knowing how to control their emotions, adapt to situations, and 3) setting a
good example for family members and did not use violence against family members.

Keywords: Problem Condition, Violence,

*ปริญญาตรี พยาบาลศาสตร์บณั ฑิต, นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ (ดา้ นบริการทางวชิ าการ) สานกั งาน
สาธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์

บทนำ อาจมีปัญหาทาใหเ้ กิดความหดหู่ เศร้าหมอง ซ่ึงอาจ
นาไปสู่โรคซึมเศร้า อนั เป็นพฤตกิ รรมซ่อนเร้นท่ีอาจ
สภาพปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกิดข้ึนได้ นาไปสู่ปัญหาตา่ ง ๆ อาทิ โรคประสาท โรคจิต และ
กบั คนทุกเพศ ทุกวยั ทุกชนช้นั มีผลกระทบต่อความ การฆ่าตวั ตาย เป็ นตน้ นอกจากผลกระทบโดยตรงต่อ
ผาสุกของสมาชิกในครอบครัวอยา่ งมาก[1] ผลกระทบ ตวั เด็กและครอบครัวแลว้ ยงั ส่งผล กระทบต่อสงั คม
ของความรุนแรงในครอบครัว อาจส่งผลใหเ้ กิดปัญหา โดยรวมดว้ ย[2]
ทางดา้ นอารมณ์ เช่น เกบ็ กด มคี วามสบั สนทางดา้ น
อารมณ์ กงั วลใจ หวาดกลวั อาจมีปัญหาทางดา้ นการ จงั หวดั สุรินทร์มีประชากรท้งั สิ้น 1,397,831 คน
ปรับตวั เขา้ กบั สงั คมไดย้ าก ชอบเก็บตวั เงียบคนเดียว แบ่งเป็ นชาย 696,248 คน และ เป็นหญิง 700,583 คน
ไม่ชอบคบคา้ สมาคมกบั เพ่ือน เดก็ ที่ครอบครัวมีการใช้ ประชากรในจงั หวดั สุรินทร์ อยอู่ าศยั กนั เป็นครอบครัว
ความรุนแรงอยา่ งต่อเน่ืองจะ ส่งผลต่อการรับรู้ และ โดยส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม และรับจา้ ง
ทศั นคติตอ่ การใชค้ วามรุนแรงวา่ เป็ นพฤติกรรมปกติ เช่น ทานาขา้ ว ทาไร่ ทาสวน เป็นตน้ ประชากร
ธรรมดาในสงั คม เมื่อเดก็ ท่ีเร่ิมเขา้ สู่ วยั รุ่นเดก็ จะเริ่มมี ดงั กล่าวมีวถิ ีชีวติ ความเป็ นอยแู่ บบใกลช้ ิดและเรียบง่าย
พฤติกรรมกา้ วร้าวและใชค้ วามรุนแรงชดั เจนข้ึน มีการ ตามแบบสงั คมชาวบา้ น (Folk Society) แต่อยา่ งไรก็ดี
ทะเลาะววิ าทกบั เพ่อื น เด็กเหล่าน้ีมี โอกาสสูงที่จะใช้ ภายใตก้ ารอยรู่ ่วมกนั เป็ นครอบครัวดงั กล่าวกลบั พบวา่
ความรุนแรงในครอบครัวต่อไป สาหรับเดก็ บางราย ความสมั พนั ธ์ของสมาชิกท่ีอยอู่ าศยั ในครอบครัว
เดียวกนั ภายในเขตจงั หวดั สุรินทร์เริ่มแยล่ ง จากสถิติ

60

ของศูนยข์ อ้ มลู ความรุนแรงต่อเดก็ สตรี และความ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
รุนแรงในครอบครัวแสดงใหเ้ ห็นถึงจานวน ปัญหา ที่ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
เกี่ยวขอ้ งกบั ความรุนแรงในครอบครัวในจงั หวดั
สุรินทร์ ซ่ึงมีปริมาณท่ีเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ พบวา่ ระหวา่ ง ปี เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ท้งั
2559-2561 มีเหตคุ วามรุนแรง จานวน 540 คดี, 658 คดี เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ คือ แบบบนั ทึกและแนว
และ 669 คดี ตามลาดบั [3] คาถามการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion)
และ แบบสอบถาม เก็บรวบรวมขอ้ มลู สภาพปัญหา
จากความสาคญั ดงั กล่าว ผวู้ จิ ยั ในฐานะ ความรุนแรงในครอบครัวจงั หวดั สุรินทร์ ท่ีผา่ นการหา
ผรู้ ับผดิ ชอบ งานสุขภาพจิตของหน่วยงาน จึงเห็น คุณภาพเครื่องมือแลว้ โดยมีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง
ความจาเป็ นในการที่จะการศึกษาสภาพปัญหาความ 0.89 และ คา่ ความเช่ือมน่ั ตามวธิ ีของ ครอนบาค[5] โดย
รุนแรงในครอบครัวจงั หวดั สุรินทร์ โดยคาดหวงั วา่ การหาค่าสมั ประสิทธ์ิ แอลฟ่ า ( -Coefficient) ไดค้ ่า
ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการวจิ ยั คร้ังน้ีคงสามารถนามาวางแผน ความเช่ือมนั่ ของแบบสอบถามท้งั ฉบบั 0.89
ในการแกไ้ ขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ให้
เหมาะสม สอดคลอ้ งกบั สภาพความตอ้ งการที่พบ และ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์
นาไปสู่การฟ้ื นคืนความสมั พนั ธ์ของประชากรท้งั ท่ีอยู่ ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive
ภายในครอบครัวและชุมชนใหค้ รอบครัวกลบั มาเป็ น statictics) ใชส้ าหรับการวเิ คราะห์ขอ้ มูลทว่ั ไปและ
สถาบนั หลกั ทางสงั คมที่มีแตค่ วามอุ่นใจและใหค้ วาม ขอ้ มลู เชิงปริมาณไดแ้ ก่ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ
ปลอดภยั รวมถึงเป็ นพ้นื ฐานท่ีสาคญั ตอ่ การพฒั นา (Percentage) คา่ เฉล่ีย (Mean) และส่วนเบ่ียงเบน
ประเทศชาติต่อไป มาตรฐาน (Standard Deviation) และการวเิ คราะห์
สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธเ์ พียร์สนั (Pearsons Correlation
Coefficient) และ การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงคุณภาพ เป็ น
การวเิ คราะห์เชิงเน้ือหา (Content Analysis)

วตั ถุประสงค์ ผลกำรวจิ ยั

1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหา และวเิ คราะห์สาเหตุ ข้อมูลทว่ั ไป พบวา่ ส่วนใหญเ่ พศหญิง ร้อย
ความรุนแรงในครอบครัว จงั หวดั สุรินทร์ ละ 75.00 อายุ 31 – 40 ปี ร้อยละ 37.00 สถานภาพ
สมรส ร้อยละ 37.00การศึกษา ปวส./ หรือ อนุปริญญา
2. เพอ่ื ศึกษาแนวทางการดาเนินการป้ องกนั และ ร้อยละ 28.50 อาชีพ รับจา้ งทวั่ ไป ร้อยละ 25.50
แกไ้ ขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจงั หวดั สุรินทร์ ลกั ษณะครอบครัว เป็นครอบครัวขยาย ร้อยละ 24.50

วธิ ีดำเนินกำรวจิ ยั สถำนกำรณ์ควำมรุนแรงในครอบครัว ท่ีเกิด
ในชุมชน พบวา่ ส่วนใหญ่ ไมพ่ บมีความรุนแรง ร้อย
รูปแบบกำรวจิ ยั เป็ นการศึกษาเชิงพรรณนา ละ 25.50 ผถู้ กู กระทาฯ ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 31 – 40
(Descriptive research) ปี ร้อยละ 20.50 ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 41 – 50 ปี ร้อยละ
26.25 ส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย ร้อยละ71.50 ผกู้ ระทา
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง โดยกาหนดให้ ส่วนใหญ่ คือ สามี ร้อยละ 63.00 สาเหตุหลกั ที่พบเห็น
กลมุ่ ตวั อยา่ ง คือ ผถู้ ูกกระทารุนแรง ในครอบครัว เกิดจากสุราร้อยละ 31.50
จงั หวดั สุรินทร์ ปี 2562 จานวน 400 คน ขนาดกล่มุ
ตวั อยา่ งโดยการเปิ ดตารางเครจซ่ีและมอร์แกน[4] การ กำรจดั กำรกบั ปัญหำควำมรุนแรงในครอบครัว
เลือกกลุ่มตวั อยา่ งโดยการสุ่มกลุ่มตวั อยา่ งแบบหลาย พบวา่ เขา้ ใจต่อการจดั การกบั ปัญหาความรุนแรงใน
ข้นั ตอน โดย มี ครอบครัว คือ เม่ือพบเห็นปัญหา ส่วนใหญ่ แจง้

61

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตารวจ หรือหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง ร้อยละ 28.00 จากคนนอกครอบครัว คือ เด็กถกู ทอดทิ้ง ร้อยละ

เจา้ หนา้ ท่ีตารวจมีการดาเนินการ ส่วนใหญ่ มีการร้อง 22.25 รองลงมา คือ สตรีถกู คุกคามหรือล่วงละเมิดทาง

ทุกขด์ าเนินคดี ร้อยละ 29.50 รองลงมา ไกล่เกลี่ย เพศ ร้อยละ 19.75 และ ในกรณีที่เกิดความรุนแรงตอ่

ยอมความ ร้อยละ 24.50 เม่ือมีการกระทาความรุนแรง เดก็ และสตรึดงั ส่วนใหญ่ คือ ไมท่ ราบขอ้ มลู ร้อยละ

ในครอบครัว ชุมชน มีการจดั การเพ่ือแกไ้ ขปัญหา 25.25 รองลงมาคืออบต./เทศบาล ร้อยละ22.00

ร้อยละ44.50 เม่ือมีการกระทาความรุนแรงใน ควำมคดิ เหน็ ต่อสถำนกำรณ์ควำมเสี่ยงของ

ครอบครัว หน่วยงานใดหรือบคุ คลใดในชุมชนที่เขา้ ควำมรุนแรงในครอบครัว ในชุมชนพบวา่ สถานการณ์

ไปช่วยเหลือเพ่อื แกไ้ ขปัญหา ส่วนใหญ่ คือ กานนั เสี่ยงต่อความรุนแรงในครอบครวั ในชุมชน ของ

ผใู้ หญบ่ า้ น ร้อยละ 32.00 หน่วยงาน/บุคคลท่ีใหก้ าร จงั หวดั สุรินทร์ จาแนกเป็นรายดา้ น สรุปได้ ดงั น้ี

ช่วยเหลือมีการติดตามผลการใหค้ วามช่วยเหลือ ส่วน ด้ำนบุคคล ในภาพรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด

ใหญ่ ไมท่ ราบขอ้ มลู ร้อยละ 54.50 แกไ้ ขปัญหาความ (xˉ = 0.80 S.D. =0.63 ) โดยเรื่องที่มีสถานการณ์เส่ียงตอ่
รุนแรงในครอบครัวที่เกิดข้ึนในชุมชน ส่วนใหญ่ 1 – 2 ความรุนแรงในครอบครัว ในชุมชนมีคา่ เฉลี่ยสูงสุด 3

คร้ัง ร้อยละ 23.75 รองลงมา 3 – 5 คร้ัง ร้อยละ 22.25 ลาดบั แรก คือ การคิดวา่ มีอานาจการผกู ขาดการ

เมื่อเปรียบเทียบกบั ปี ท่ีผา่ นมา การดาเนินงานของ ตดั สินใจ หรือควบคุมกากบั พฤตกิ รรมบุคคลใน

คณะทางาน ศพค. และ/หรือองคก์ รปกครองส่วน ครอบครัว การคิดวา่ สมาชิกในครอบครัวมีพฤติกรรม

ทอ้ งถิ่น (อบต./เทศบาล) ทาใหค้ วามรุนแรงใน การแสดงออกในลกั ษณะอารมณ์ร้อน โมโหฉุนเฉียว

ครอบครัวลดลงหรือไม่ ส่วนใหญ่ ไม่ทราบขอ้ มูล ร้อย หงุดหงิดง่าย และ การคิดวา่ สมาชิกในครอบครัวมีการ

ละ40.50 รองลงมา ลดลง ร้อยละ21.25 ขอรับการ แสดงออกดา้ นพฤติกรรมโดยการพดู จาหยาบคายไม่

ช่วยเหลือหรือแหลง่ รับแจง้ เหตหุ รือไม่ กรณีเกิดความ สุภาพ (xˉ = 2.44, 1.31 และ1.11 S.D. =1.65,1.02 และ
รุนแรงต่อเด็ก สตรี คนพกิ าร และผสู้ ูงอายุ รวมท้งั 0.92)

บุคคลในครอบครัว ส่วนใหญ่ ทราบ ร้อยละ81.00 ใน ด้ำนครอบครัว ในภาพรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ย

ชุมชนของท่าน เคยมีการไกล่เกล่ียประนีประนอมกรณี ท่ีสุด (xˉ = 0.64 S.D. =0.55 ) โดยเร่ืองที่มีสถานการณ์
ความรุนแรงในครอบครัว หรือไม่ ส่วนใหญ่ ไมท่ ราบ เส่ียงตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว ในชุมชนมีคา่ เฉล่ีย

ร้อยละ75.50 หากมีการไกลเ่ กล่ียประนีประนอม ชุมชน สูงสุด 3 ลาดบั แรก คือ เมื่อสมาชิกในครอบครัวไป

มีการติดตามผลหลงั จากการไกล่เกลี่ย หรือไม่ ส่วน กระทาความผิดมา คดิ วา่ เป็ นปัญหา มากนอ้ ยเพียงใด

ใหญม่ ีบา้ งบางราย ร้อยละ40.50 ทราบพระราชบญั ญตั ิ สมาชิกในครอบครัวมีการแสดงออกถึงการแกไ้ ข

คุม้ ครองผถู้ กู กระทาดว้ ยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ปัญหาโดยไม่มีเหตผุ ล และใชอ้ ารมณ์ มากนอ้ ยเพียงใด
2550 ช่วยคุม้ ครองสิทธิผถู้ ูกกระทา ช่วยบาบดั สมาชิกในครอบครัวมีพฤติกรรมการดื่มสุรา หรือเสพ

ปรับเปล่ียนพฤติกรรมผกู้ ระทาไม่ใหก้ ลบั มากระทาซ้า สารเสพติดมากนอ้ ยเพียงใด และ การท่ีสมาชิกใน
และรักษาความสมั พนั ธอ์ นั ดีในครอบครัว ส่วนใหญ่ ครอบครัวช่วยกนั ใหแ้ นวทางและความรู้เร่ืองเพศศึกษา

ไมท่ ราบ แต่สนใจ ร้อยละ36.50 มีส่วนร่วมในการช่วย อยา่ งถูกตอ้ ง เช่น การป้ องกนั การมีเพศสมั พนั ธ์ก่อนวยั

ลดความรุนแรงตอ่ เด็ก สตรี และความรุนแรงใน อนั ควรจะส่งผลกระทบตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว
ครอบครัว ดว้ ยการร่วมกิจกรรมรณรงคย์ ตุ ิความรุนแรง (xˉ = 2.86, 0.90, 0.90 และ 0.33 S.D. =1.79,1.01,1.33
ต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว ร้อยละ และ 1.02)

47.25 ด้ำนสังคม ในภาพรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด

กำรจดั กำรกบั ควำมรุนแรงต่อเดก็ และสตรีใน (xˉ = 0.96 S.D. =0.81 ) โดยมีสถานการณ์เส่ียงต่อความ
ชุมชน พบวา่ มีเหตกุ ารณ์ความรุนแรงต่อเดก็ และสตรี

62

รุนแรงในครอบครัว ในชุมชนมคี า่ เฉลี่ยสูงสุด 3 ลาดบั The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
แรก คือ เห็นดว้ ยกบั แนวคดิ ท่ีวา่ “ลกู เป็ นสมบตั ิของพอ่ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
แม”่ มากนอ้ ยเพยี งใด เห็นดว้ ยกบั แนวคิดท่ีวา่ “ผชู้ ายเป็ น
เพศท่ีแขง็ แรงกวา่ ผหู้ ญิง” มากนอ้ ยเพยี งใด และ พบวา่ ปัจจยั ดา้ นอายุ ดา้ นอาชีพ ดา้ นรายได้ และ ดา้ น
สมาชิกในครอบครัวใหค้ วามสาคญั และคาดหวงั เพศ
ชายในฐานะผนู้ าผตู้ ดั สินใจมากนอ้ ยเพียงใด (xˉ = 3.12, ความถ่ีของการดื่มสุรา มีความสมั พนั ธ์กบั สถานการณ์
2.79 แล ะ2.30 S.D. =1.71,1.76 และ 1.53)
ความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดในชุมชนอยา่ งมี
ด้ำนเศรษฐกจิ ในภาพรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ย
(xˉ = 1.26 S.D. =0.72 ) โดยเรื่องที่มีสถานการณ์เสี่ยง นยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั .05 ตารางที่ 1
ตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว ในชุมชนมีคา่ เฉล่ียสูงสุด
3 ลาดบั แรก คือ สมาชิกในครอบครัวตกอยใู่ นภาวะ ข้อเสนอแนะ ในแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
วา่ งงาน หรือไมม่ ีรายได้ ไม่มีอาชีพที่แน่นอนจะส่งผล ความรุนแรงของครอบครัวในชุมชน คือ มีปัญหาความ
ตอ่ ครอบครัว และ ปัญหาเศรษฐกิจตกต่าจะส่งผล รุนแรงในครอบครัว ควรปรึกษาปัญหากบั สมาชิกใน
กระทบตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว (xˉ = 3.12, 2.77 ครอบครัวเพ่ือหาแนวทางการแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั
และ2.30 S.D. =1.71,1.76 และ 1.57) บุคคลในครอบครัวควรมีการปฏิบตั ิตวั ตอ่ สมาชิกใน
ครอบครัวโดยการใชเ้ หตผุ ลในการพดู คุยรู้จกั การ
ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงปัจจยั ส่วนบุคคล กบั ควบคุมอารมณ์ และการปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์
และ ควรมีการเชิดชูบุคคลท่ีปฏิบตั ิตวั เป็ นแบบอยา่ งที่ดี
สถำนกำรณ์ควำมรุนแรงในครอบครัวทเ่ี กดิ ในชุมชน ในครอบครัว หรือ ชุมชน เพราะการปฏิบตั ิตวั ใหเ้ ป็ น
ตวั อยา่ งท่ีดีน้นั เป็ นการชกั นาผทู้ ่ีเห็นใหเ้ กิดความ
ประทบั ใจในเบ้ืองตน้ และเป็ นการเชื่อมโยงท้งั ดา้ น
ความคิดและการกระทาไปสู่ส่ิงที่ดีงามในวนั ขา้ งหนา้

ตำรำงที่ 1 ค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ระหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคล กบั สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวท่ีเกิดในชุมชน

ปัจจยั ส่วนบคุ คล สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวท่ีเกิดในชุมชน / p-value
เพศ ค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ (r) 0.305
0.313

อายุ 0.498 < 0.005*
ระดบั การศึกษา 0.210 0.131
อาชีพ 0.721 < 0.005*
รายได้ 0.622 < 0.005*
ความถี่ของการด่ืมสุรา 0.823 < 0.005*
* p-value< 0.05

อภปิ รำยผล ชุมชน ร้อยละ 25.50 เหตุการณ์ความรุนแรงใน
ครอบครัวท่ีพบเห็นในชุมชน ผถู้ กู กระทาฯ ส่วนใหญม่ ี
1. สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวท่ีเกิดใน ช่วงอายุ 31 – 40 ปี ร้อยละ 20.50 ผกู้ ระทาฯ ส่วนใหญ่
ชุมชน พบวา่ สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวท่ี มีช่วงอายุ 41 – 50 ปี ร้อยละ 26.25 ผถู้ กู กระทาฯ ส่วน
เกิดในชุมชน ในรอบ 1 ปี ที่ผา่ นมา ส่วนใหญ่ ไม่พบ ใหญ่ เป็ นเพศชาย ร้อยละ71.50 เหตุการณ์ความรุนแรง
เห็นเหตุการณ์การกระทาความรุนแรงในครอบครัวใน ในครอบครัวที่พบเห็นในชุมชนผกู้ ระทาฯ ส่วนใหญ่

63

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

คือ สามี ร้อยละ63.00 สาเหตุหลกั ของการกระทาความ ปัจจยั ท่ีเป็ นส่ิงกาหนดพฤติกรรมของมนุษยใ์ น กลุม่

รุนแรงในครอบครัวที่พบเห็นเกิดจากสุรา ร้อยละ 31.50 ตวั อยา่ ง มีพฤติกรรมการรับรู้สถานการณ์เสี่ยงคอ่ นขา้ ง

ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษา ของ ศุภลกั ษณ์ จนั ทร์ ดี เป็ นไปในทิศทางท่ีเหมาะสม ถึงแมจ้ ะมีบางประเดน็

เจริญ (2542, อา้ งถึงใน กระทรวงการพฒั นาสงั คมและ ท่ีมีความเส่ียงแต่ก็สามารถหาวธิ ีการจดั การกบั ความ

ความมน่ั คงของมนุษย,์ 2551 : 14) [6] พบวา่ เส่ียงน้นั ได้ จึงทาใหส้ ถานการณ์เส่ียงตอ่ ความรุนแรง

ปัจจยั พ้นื ฐานทางสงั คมจิตวทิ ยา ไดแ้ ก่ พฤติกรรมการ ในครอบครัว จงั หวดั สุรินทร์ โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั

ดื่มสุราในครอบครัว โดยพบวา่ สามีหรือภรรยา (ฝ่ าย นอ้ ยที่สุด

ใดฝ่ ายหน่ึง) เคยดื่มสุราจนถึงระดบั มึนเมา ความโดด 3. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคลกบั

เดี่ยวทางสงั คม กลุ่มตวั อยา่ งส่วนใหญ่มีความรู้สึกวา่ สถานการณ์เสี่ยงตอ่ ความรุนแรง ในครอบครัว พบวา่

ครอบครัวของตนถกู ทอดทิ้งใหอ้ ยคู่ นเดียวในชุมชน อายุ อาชีพรายได้ และ ความถ่ีของการด่ืมสุรา มี

แห่งน้ี และชุมชนแห่งน้ีไม่ไดใ้ หค้ วามสนใจใยดี ความสมั พนั ธก์ บั สถานการณ์ความรุนแรงใน

ครอบครัวของตนเลยความเครียดในชีวติ ประจาวนั เม่ือ ครอบครัวที่เกิดในชุมชนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี

เกิดความเครียดในชีวติ ประจาวนั ไดใ้ ชว้ ธิ ีการลด ระดบั .05 สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษา ของ กระทรวง

ความเครียดโดยการคิดถงึ ส่ิงที่เขาสามารถทาอะไรได้ การพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย[์11] (2557:

สาเร็จ แลว้ ก็จะรู้สึกสบายใจข้ึน เช่นเดียวกบั ผล 11-14) ไดก้ ล่าวเก่ียวกบั ปัจจยั เสี่ยงและตวั บ่งช้ีความ

การศึกษา ของวชั รินทร์ ปัจเจกวญิ ญสู กลุ และคณะ รุนแรงในครอบครัว พบวา่ อายทุ ี่นอ้ ย ความเครียดท่ี

(2546, อา้ งถึงใน กระทรวงการพฒั นาสงั คมและ ความ เกิดจากตวั เอง เนื่องจากไม่มีงานทา รายไดต้ ่า สามีหรือ

มน่ั คงของมนุษย,์ 2551: 15) [7] พบวา่ สาเหตคุ วาม ภรรยา (ฝ่ ายใดฝ่ ายหน่ึง) ท่ีด่ืมสุรา ก่อใหเ้ กิด

รุนแรงในครอบครัว เกิดจากความประพฤติของคูส่ มรส ความเครียด ขาดสติ และนาไปสู่พฤติกรรม การกระทา

เช่น ดื่มสุรา เสพยาเสพติด เลน่ การพนนั เป็นตน้ ยงั ความรุนแรงกบั สมาชิกใน ครอบครัว ได้

สอดคลอ้ งกบั การศึกษา ของ สุภาวดี นอ้ ยมณี (2558 :

30)[7] พบวา่ บุคคลในครอบครัว ท่ีมีอายชุ ่วง 30-40 ปี ข้อเสนอแนะ

จะมีพฤติกรรมการใชค้ วามรุนแรงในครอบครัว .ขอ้ เสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้ังต่อไป
นอกจากน้ี ในดา้ นของความเครียดในชีวติ ประจาวนั 1. ควรทาการศึกษาปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การเสริมสร้าง
พฤติกรรมการด่ืมสุราและการไดร้ ับขอ้ มลู ขา่ วสารที่ถูก
ความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ครอบครัว ของ จงั หวดั สุรินทร์

นาเสนอผา่ นบทละครที่มีการใชค้ วามรุนแรงในการ 2. ควรมีการศึกษาวจิ ยั ในประเดน็ สถานการณ์

แกไ้ ขปัญหาทาใหบ้ ุคคลที่เติบโตมากบั สิ่งแวดลอ้ ม เส่ียงตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว ในทุกตาบล ของ

น้นั ๆ ท้งั ที่ดีและไมด่ ี จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จงั หวดั สุรินทร์

2. ความคิดเห็นตอ่ สถานการณ์ความเสี่ยงของ 3. ควรมีการศึกษาวจิ ยั เพือ่ หารูปแบบการแกไ้ ข
ความรุนแรงในครอบครัว ในชุมชน พบวา่ ในภาพรวม ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จงั หวดั สุรินทร์

อยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวคิด ของ

กษมา ศิริกลุ [10] (2548 : 15-16) พบวา่ “การรับรู้ความ กติ ตกิ รรมประกำศ
เสี่ยง” เร่ิมจากการแสดงออกถึงพฤติกรรมโดยมีปัจจยั ท่ี

เป็ นสิ่งกาหนดพฤติกรรมของมนุษย์ ทาใหพ้ ฤติกรรม การวจิ ยั คร้ังน้ีสาเร็จลุลว่ งไปดว้ ยดี เนื่องจาก
การตดั สินใจของมนุษยเ์ ร่ิมตน้ จากการไดร้ ับรู้ ไดร้ ับความกรุณาและความช่วยเหลืออยา่ งดียง่ิ จาก นาย
สถานการณ์และเรียนรู้ที่จะเลือกรับ เช่นเดียวกบั ภวู เดช สุระโคตร นายแพทยส์ าธารณสุขจงั หวดั สุรินทร์
ผลการวจิ ยั น้ี อาจเน่ืองจากการแสดงพฤติกรรม และ

64

ส่งเสริมการจดั ทาวจิ ยั ในคร้งั น้ี ขอกราบขอบพระคุณ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ หวั หนา้ หน่วยเวช Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ศาสตร์ครอบครัว ภาควชิ าเวชศาสตร์ชุมชน คณะ
แพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ท่ีไดก้ รุณาสละ มีความสมบูรณ์ และ ขอขอบคุณ ผบู้ ริหาร และคณะ
เวลาใหค้ าปรึกษาแนะนา และใหข้ อ้ คิดเห็นในการ บุคลากร ของโรงพยาบาลในจงั หวดั สุรินทร์ ทุกแห่ง ท่ี
แกไ้ ขส่วนท่ีบกพร่องในงานวจิ ยั ใหม้ ีความถูกตอ้ ง และ ใหค้ วามช่วยเหลือและใหค้ วามร่วมมือในการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู สามารถทาใหก้ ารวจิ ยั ในคร้ังน้ีสาเร็จ
ลุล่วงไดด้ ว้ ยดี ตลอดจนขอขอบคณุ กลุม่ ตวั อยา่ งทุก
ท่านท่ีใหค้ วามร่วมมือเป็ นอยา่ งดีในการวจิ ยั คร้ังน้ี

เอกสำรอ้ำงองิ

[1] Ministry of Social Development and Human Security.(2016). Data centers. Violence against children Women and
violence in the family. [Internet]. [cited Jun 16, 2019]. Available from: https://www. msociety.
go.th/main.php?filename=index.

[2] Rucksasri,S.(2014).FamiliesViolence.[Internet].[cited October 3, 2017]. Available from:
http://www.thisisfamily.

[3] สานกั งานพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษยจ์ งั หวดั สุรินทร์. (2542).สรุปขอ้ มูลการสารวจสถานการณ์ความ
รุนแรงต่อเด็กสตรีและความรุนแรงในครอบครัว ประจาปี 2561.สุรินทร์:สานกั งานพฒั นาสงั คมและความ
มนั่ คง ของมนุษยจ์ งั หวดั สุรินทร์.

[4], [5] ยทุ ธ ไกยวรรณ.(2545). พ้ืนฐานการวจิ ยั . กรุงเทพฯ : สุวีริยาสานส์.
[6] ศุภลกั ษณ์ จนั ทร์เจริญ.(2542). รายงานการวจิ ยั ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว. กรุงเทพฯ : กรม

ประชาสงเคราะห์.
[7] วชั รินทร์ ปัจเจกวญิ ญูสกลุ และคณะ.(2546). รายงานการวจิ ยั การประเมินกระบวนการยตุ ิธรรมในการคุม้ ครอง

สวสั ดิภาพบุคคลที่ไดร้ บั ความรุนแรงในครอบครัว.กรุงเทพฯ :สถาบนั วจิ ยั สาธารณสุข.
[8] สุภาวดี นอ้ ยมณี.(2558). การสารวจสถานการณ์เสี่ยงตอ่ ความรุนแรงในครอบครัว ในตาบลแม่ยางฮ่อ อาเภอร้อง

กวาง จงั หวดั แพร่. สารนิพนธ์ สงั คมสงเคราะห์ศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการบริหารและนโยบายสวสั ดิการสงั คม
ภาควชิ าสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.
[9] กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย.์ (2553). สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2553.
กรุงเทพฯ : กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย.์
[10] กษมา ศิริกลุ .(2548). ผลของการนาเสนอข่าวความเสี่ยงที่มอี งคป์ ระกอบดา้ นความรุนแรงและโอกาสท่ีจะ ประสบ
กบั ความเส่ียงตอ่ การตดั สินใจของประชาชน. วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑิต.จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , คณะ
นิเทศศาสตร์ สาขาวชิ าสารสนเทศ.
[11] กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย,์ สานกั ปลดั กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของ
มนุษย,์ สานกั มาตรฐานการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย,์ ศูนยก์ ารเฝ้ าระวงั และเตือนภยั ทางสงั คม.
(2558). คูม่ ือการดาเนินงานเพื่อช้ีวดั สถานการณ์ทางสงั คมในการเฝ้ าระวงั และเตือนภยั ต่อบคุ คลในครอบครัวดา้ น
ความรุนแรงในครอบครัว.กรุงเทพฯ : กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย.์

65

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การพยาบาลหญงิ หลงั คลอดทมี่ ภี าวะความดนั โลหติ สงู ขณะตงั้ ครรภ์
รว่ มกบั HELLP Syndrome

Puerperium Nursing Care for Preeclampsia with HELLP Syndrome

สมาพร แสงนวล*

บทคดั ยอ่

ภาวะความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภแ์ ละ HELLP syndrome นอกจากจะมีโอกาสทาใหเ้ กิดภาวะชกั การ
ดาเนินของโรครุนแรงมีผลทาใหเ้ กิดการทาลาย Epithelial cell ทาใหเ้ มด็ เลือดแดงและเกลด็ เลือดถูกทาลายมากข้ึนเป็น
สาเหตขุ องการเสียชีวติ ของหญิงหลงั คลอดเพิ่มข้ึน เนื่องจากการมีเลือดออกของอวยั วะภายในร่างกาย เช่น สมอง อวยั วะ
ในช่องทอ้ ง ทาใหห้ วั ใจลม้ เหลว เป็ นการแสดงบทบาทของพยาบาลโดยใชค้ วามรู้และทกั ษะในการดูแลหญิงหลงั คลอด
ที่มีภาวะความดนั โลหิตสูง และ HELLP Syndrome เพือ่ ใหป้ ลอดภยั ลดภาวะแทรกซอ้ นที่เกิดข้ึน การศึกษาคร้ังน้ี
วตั ถุประสงคเ์ พือ่ เปรียบเทียบกรณีศึกษาหญิงหลงั คลอดที่มีภาวะความดนั โลหิตสูงจากการต้งั ครรภ์ ร่วมกบั HELLP
Syndrome ผลการศึกษา พบวา่ กรณีศึกษาท่ี 2 มีอาการของโรครุนแรงกวา่ กรณีศึกษาที่ 1 ไดแ้ ก่ มีน้าในปอด ไตสูญเสีย
การทางาน เกร็ดเลือดลดต่า ลงมาก ตอ้ งใหส้ ่วนประกอบของเลือด ผใู้ หก้ ารดูแลนอกจากเฝ้ าระวงั ภาวะชกั การดูแลให้
ไดร้ ับยากนั ชกั และยาลดความดนั โลหิต ยาที่ช่วยในการหดรดั ตวั ของมดลูก เฝ้ าระวงั ภาวะเลือดออก ประเมินสญั ญาณชีพ
และบนั ทึกสารน้าท่ีเขา้ และออกภายในร่างกาย ยงั เพ่มิ การเฝ้ าระวงั ภาวะเลือดออก ติดตามผลเลือดอยา่ งใกลช้ ิดเนื่องจาก
เกร็ดเลือดลดต่าลงมาก ส่วนหน่ึงมาจากผลการรักษาที่แตกตา่ งกนั โดยกรณีศึกษาท่ี 1 ไดร้ ับยาคอร์ติโคสเตอรอยด์ มีผล
ทาใหจ้ านวนเกร็ดเลือดเพิ่มข้ึน

คำสำคญั : ความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภ,์ ภาวะ HELLP syndrome, การเปรียบเทียบ

Abstract

The preeclampsia and HELLP syndrome in addition to having a chance to cause seizures action results in
the destruction of epithelial cells, and more platelet destruction was the leading cause of death in women after
childbirth. Due to the bleeding of internal organs such as the brain and abdominal organs heart failure. It was to
perform the role of a nurse by applying knowledge and skills to care for women after childbirth, preeclampsia and
HELLP syndrome to be safe, reduced the complications. The objective of this study was to compare puerperium
nursing care for preeclampsia with HELLP syndrome. The results of the study found that case Study 2 had more
severe symptoms than case study 1 included peural effusion, renal insufficiency, the platelet count was very low. The
blood components was provided. Provider of care other than monitoring seizures administration of anticonvulsants

66

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

and antihypertensive drugs medicines that aided in uterine contractions watched for bleeding vital assessment and
record water in and out of the body also increased surveillance for bleeding provided blood components monitor your
blood closely because the platelet count was very low. This was partly due to the different treatment outcomes, with
case study 1 received corticosteroid medication. The resulting in an increase in the number of platelets

Keywords : Preeclampsi, HELLP syndrome, Compared

*พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ โรงพยาบาลบางละมุง จงั หวดั ชลบุรี

หวั ใจลม้ เหลว อยา่ งไรก็ตามยงั เป็นอนั ตรายต่อ

บทนำ จนกระทง่ั หลงั คลอด เน่ืองจากอาการของโรคยงั คง
ดาเนินอยู่ การรักษาและการพยาบาลท่ีเหมาะสมและ

ภาวะความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภ์ เป็ น ทนั เวลาภายหลงั การคลอดเป็ นส่ิงท่ีตอ้ งคานึงถึง
ภาวะแทรกซอ้ นท่ีเกิดข้นึ ไดบ้ ่อย มีความเสี่ยงสูง และ จากสถิติการคลอดของโรงพยาบาลบางละมุง
เป็ นสาเหตกุ ารตายของมารดาที่สาคญั ของประเทศไทย
จากขอ้ มูลขององคก์ ารอนามยั โลก ปี พ.ศ. 2559 พบวา่ ในปี พ.ศ. 2560 – 2563 พบวา่ มีผคู้ ลอดที่มีภาวะความ
ภาวะความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภเ์ ป็ นสาเหตุการ ดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภ์ มีจานวน 81, 94 และ 94 ราย
ตายของมารดาอนั ดบั สามรองจากการตกเลือดและการ โดยคิดเป็นอตั รา ร้อยละ 2.47, 1.06 และ 1.05
ติดเช้ือ และจากขอ้ มลู สถิติของสานกั นโยบายและ ตามลาดบั มีหญิงหลงั คลอดที่มีภาวะ HELLP
ยทุ ธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2557 รายงาน syndrome มีจานวน 3, 3 และ 4 ราย ตามลาดบั
วา่ ประเทศไทยมีอตั รามารดาตาย 23.30 ตอ่ การเกิดมีชีพ ถึงแมว้ า่ ภาวะน้ีจะพบไดน้ อ้ ยแตม่ ีความรุนแรงมาก
100,000 คน เมื่อจาแนกสาเหตกุ ารตายจะพบวา่ ความ สาหรับผคู้ ลอดและหญิงหลงั คลอด เน่ืองจากอาการ
ดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภเ์ ป็ นสาเหตุการตายในระยะ และอาการแสดงของโรคยงั ดาเนินอยู่ มาตรฐานการ
คลอดอนั ดบั ที่สองรองจากโรคแทรกของการเจ็บครรภ์ ดูแลหญิงหลงั คลอดท่ีมีภาวะความดนั โลหิตสูงขณะ
และการคลอด ภาวะความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภ์ ต้งั ครรภร์ ่วมกบั HELLP syndrome จึงเป็นวธิ ีท่ี
นอกจากจะเป็ นสาเหตุของการเสียชีวติ แลว้ ถา้ การ ปลอดภยั ตอ่ สุขภาพหญิงหลงั คลอดมากท่ีสุด พยาบาล
ดาเนินของโรครุนแรงข้ึนจะมีผลทาใหเ้ กิดการทาลาย ผดู้ ูแลหญิงหลงั คลอดจึงจาเป็ นตอ้ งมีความรู้
ของ Epithelial cell ทาใหเ้ มด็ เลือดแดงและเกลด็ เลือด ความสามารถในการใหก้ ารพยาบาลหญิงหลงั คลอดที่มี
ถูกทาลายมากข้ึน ทาใหป้ ริมาณเมด็ เลือดแดงแตกและ ภาวะความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภร์ ่วมกบั HELLP
เกลด็ เลือดนอ้ ยลง เกิดภาวะแทรกซอ้ นท่ีเรียกวา่ syndrome อนั ไดแ้ ก่ เฝ้ าระวงั ชกั จากภาวะความดนั
Hemolytic anemia Elevated Liver enzyme Low โลหิตสูง เลือดออกที่อวยั วะภายใน ภาวะน้าเกิน การ
Platelet count (HELLP) Syndrome ซ่ึงจะทาใหเ้ ส่ียงต่อ ประเมินสญั ญาณชีพ ปริมาณน้าเขา้ และน้าออกจาก
การเพ่มิ อตั ราตาย เน่ืองจากการมีเลือดออกของอวยั วะ ร่างกาย ติดตามผลเลือดทางหอ้ งปฏิบตั ิการ การดูแลให้
ภายในร่างกาย เช่น สมอง อวยั วะในช่องทอ้ ง ทาให้ ไดร้ ับยาลดความดนั และยากนั ชกั (MgSO4) ยาช่วยให้
มดลกู หดรัดตวั ดี (Oxytocin) ยาลดความดนั โลหิต

67

(Nicardipine) ยาขบั ปัสสาวะ (Lasix) ยา Corticosteroid The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
(Dexamethasone) ทางหลอดเลือดดาอยา่ งปลอดภยั Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
และการใหส้ ่วนประกอบของเลือด Leukocyte Poor
Platelet Concentrates (LPPC) ตามแผนการรักษาของ ขอ้ มลู จากเวชระเบียนผปู้ ่ วยใน ซกั ประวตั ิผปู้ ่ วยและ
แพทยเ์ พื่อลดการเกิดภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆ อนั นาไปสู่ ญาติตามแบบบนั ทึกการวเิ คราะห์
การเสียชีวติ หรือทุพพลภาพของหญิงหลงั คลอด ผู้
ศึกษาจึงมคี วามสนใจศึกษา คน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มลู ผลการศึกษาประกอบไปดว้ ยปัจจยั เสี่ยง การ
จดั ทาเอกสารวชิ าการ เพือ่ เป็ นแนวทางในการ วนิ ิจฉยั โรค การรักษา ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล และ
ปฏิบตั ิงานของพยาบาลหลงั คลอด นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น การดูแลตอ่ เน่ือง
การปฏิบตั ิงานใหม้ ีประสิทธิภาพมากข้ึน
ควำมรู้ทำงวชิ ำกำรทใี่ ช้ในกำรดำเนินกำร
วตั ถุประสงค์ ภำวะควำมดนั โลหติ สูงขณะต้งั ครรภ์

เพอ่ื ศึกษาเปรียบเทียบกรณีศึกษาหญิงหลงั (Preeclampsia) หมายถึง กลุ่มอาการผดิ ปกติท่ีพบใน
คลอด ที่มีภาวะความดนั โลหิตสูงจากการ ระหวา่ งต้งั ครรภ์ การคลอด หรือหลงั คลอด โดยมี
ต้งั ครรภ์ ร่วมกบั HELLP Syndrome ความดนั โลหิตสูงต้งั แต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทข้ึนไป
วดั หลงั จากใหน้ อนพกั แลว้ และตอ้ งวดั 2 คร้ังห่างกนั
วธิ ีดำเนนิ กำร อยา่ งนอ้ ย 6 ชวั่ โมง และอาจมีอาการอยา่ งอื่นร่วมดว้ ย
ไดแ้ ก่ บวม และ/หรือตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ ถา้ มี
รูปแบบกำรศึกษำ เปรียบเทียบ อาการรุนแรงอาจมีอาการชกั หมดสติ
กรณีศึกษาหญิงหลงั คลอดที่มีภาวะความดนั โลหิต
สูงเน่ืองจากการต้งั ครรภ์ ที่รักษาตวั อยใู่ นหอผปู้ ่ วย กำรวนิ ิจฉัย preeclampsia มีการแบ่งตาม
หลงั คลอด โรงพยาบาลบางละมุงจานวน 2 ราย ลกั ษณะทางคลนิ ิก ดงั น้ี 1) Preeclampsia 2) Severe
โดยเลือกจากหญิงหลงั คลอดท่ีมีภาวะความดนั preeclampsia 3) Eclampsia 4) HELLP syndrome
โลหิตสูงจากการต้งั ครรภแ์ ละ HELLP syndrome พกั (Hemolysis, Elevated Liver enzymes, and Low
รักษาตวั ในโรงพยาบาลจนกระทง่ั จาหน่ายกลบั บา้ น Platelets)

เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการประกอบการดาเนินการ กำรรักษำผ้คู ลอด severe preeclampsia 1)
คือ แบบประเมินอาการผปู้ ่ วย (Patient admission ใหย้ า Magnesium sulfate (MgSO4) จนครบ 24 ชว่ั โมง
assessment) แบบบนั ทึกความกา้ วหนา้ ทางการพยาบาล หลงั คลอด เพอื่ ป้ องกนั การชกั ระหวา่ งและหลงั การ
(Progress‘s nurses note) แบบบนั ทึกสญั ญาณชีพ และ คลอด 2) ใหย้ าลดความดนั โลหิตในรายที่มีความดนั
แบบรายงานผลทางหอ้ งปฏิบตั ิการ โลหิต Diastolic ต้งั แต่ 110 มิลลิเมตรปรอท ข้ึนไป 3)
กรณีอายคุ รรภน์ อ้ ยกวา่ 34 สปั ดาห์ และมี Preterm
กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล ระหวา่ งวนั ที่ 12 labour พจิ ารณาให้ Glucocorticoid 4) จะยตุ ิการ
พฤศจิกายน 2562 -30 มกราคม 2563 โดยเกบ็ รวบรวม ต้งั ครรภภ์ ายหลงั จากการให้ MgSO4 4-6 ชว่ั โมง ในราย
Severe preeclampsia หรือภายหลงั จากควบคุมการชกั
1-2 ชวั่ โมง ในราย Eclampsia หากประเมินภาวะของ
มารดาและทารกในครรภแ์ ลว้ ไมค่ งท่ี พจิ ารณาใหค้ ลอด
ทนั ทีโดยไมค่ านึงถึงอายคุ รรภ์ และการเลือกวธิ ีการ
คลอดใหพ้ ิจารณาตามอายคุ รรภ์ ท่าของทารก สภาวะ

68

ของปากมดลูก สภาวะของมารดาและทารกในครรภไ์ ม่ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
จาเป็นตอ้ งผา่ ตดั คลอด Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

กำรรักษำผู้คลอดทมี่ ภี ำวะ HELLP เลือดหลงั คลอด โดย ประเมินการหดรัดตวั ของมดลกู
สงั เกตลกั ษณะและปริมาณเลือด จดั สิ่งแวดลอ้ มให้
syndrome คือ การใหค้ ลอด และมีแนวทางการรักษา เงียบสงบ เพื่อใหผ้ คู้ ลอดนอนพกั อธิบายให้หญิงหลงั
เหมือนกบั ผปู้ ่ วย severe preeclampsia โดยใหย้ า คลอดเขา้ ใจวา่ การพกั ผอ่ นช่วยใหค้ วามดนั โลหิตลดลง
MgSO4 เพอ่ื ป้ องกนั การชกั ใหย้ าลดความดนั โลหิตตาม ใหก้ ารพยาบาลดว้ ยความระมดั ระวงั และสงั เกตอาการ
ความเหมาะสม และแกไ้ ขปริมาณสารน้าในร่างกายให้ เลือดออกตามจุดต่างๆ พร้อมท้งั อธิบายใหห้ ญิงหลงั
อยใู่ นเกณฑป์ กติ ใหเ้ ลือดชนิด Fresh-frozen plasma คลอดทราบถึงพยาธิสภาพของโรค และการปฏิบตั ิตวั
(FFP) หรือ Platelet concentrate พจิ ารณายตุ ิการ ป้ องกนั เลือดออก เตรียมเลือดและส่วนประกอบของ
ต้งั ครรภโ์ ดยไมค่ านึงถึงอายคุ รรภ์ อาจพิจารณาใหเ้ กลด็ เลือดใหพ้ ร้อมตามแผนการรักษา เตรียมอุปกรณ์และ
เลือดทดแทนหากผปู้ ่ วยมจี านวนเกลด็ เลือดต่ากวา่ ทีมช่วยฟ้ื นคืนชีพใหพ้ ร้อมช่วยเหลือไดท้ นั ทีที่มีอาการ
50,000 Cells/cu.mm เพอ่ื ป้ องกนั การตกเลือดหลงั ชกั ใหข้ อ้ มลู เพมิ่ เติมแก่หญิงหลงั คลอดและญาติ
คลอด แนะนาใหค้ ลอดทางช่องคลอดเป็นทางเลือกแรก เกี่ยวกบั แนวทางการใหย้ าเพื่อป้ องกนั การชกั จากภาวะ
เนื่องจากเสี่ยงตอ่ ภาวะแทรกซอ้ นและการเสียเลือดนอ้ ย ความดนั โลหิตสูง รวมถึงผลขา้ งเคียงจากยาท่ีอาจ
กวา่ การผา่ ตดั คลอด เกิดข้ึน ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยาช่วยการหดรัดตวั ของมดลกู
(Oxytocin) ร่วมกบั ดูแลใหผ้ คู้ ลอดไดย้ าป้ องกนั ภาวะ
กำรพยำบำลหญิงหลงั คลอดทม่ี ภี ำวะควำม ชกั คือ MgSO4ตามแผนการรักษาของแพทยอ์ ยา่ ง
ตอ่ เนื่องจนครบหลงั คลอด 24 ชว่ั โมง ตามแผนการ
ดนั โลหติ สูงขณะต้งั ครรภ์ ร่วมกบั HELLP syndrome รักษา และติดตามระดบั MgSO4 ในเลือด ใหอ้ ยใู่ น
มีแนวทางการพยาบาลเหมือนกบั ผปู้ ่ วย severe ระดบั ของการรักษา (Therapeutic level) และผลตรวจ
preeclampsia โดยดูแลใหไ้ ดร้ บั ยา MgSO4 เพื่อป้ องกนั ทางหอ้ งปฏิบตั ิการอ่ืนๆ เพ่อื ประเมินความรุนแรงของ
การชกั ป้ องกนั ภาวะแทรกซอ้ นจากการใชย้ า และ โรค ดูแลใหย้ าลดความดนั โลหิตตามแผนการรักษา
บนั ทึกสารน้าเขา้ ออกภายในร่างกายเพอ่ื ความปลอดภยั คือ Nicardipine โดยใชเ้ คร่ือง Infusion pump ในการให้
ของมารดาในการแกไ้ ขปริมาณสารน้าในร่างกายใหอ้ ยู่ Continuous Intravenous Infusion ติดตามและประเมนิ
ในเกณฑป์ กติ เฝ้ าระวงั ภาวะเลือดออกจากจานวนเกร็ด อาการหญิงหลงั คลอดภายหลงั การใหย้ าป้ องกนั ภาวะ
เลือดต่า ดูแลใหเ้ ลือดชนิด Fresh-frozen plasma ชกั และ/หรือลดความดนั โลหิต เพอ่ื ป้ องกนั
(FFP)หรือ Platelet concentrate ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ไดร้ ับยา ประเมินการไดร้ ับน้า
และปริมาณปัสสาวะ ควรมีปัสสาวะออกอยา่ งนอ้ ย
กจิ กรรมกำรพยำบำลระยะหลงั คลอด หลงั ชว่ั โมงละ30 มิลลิลิตร หรือควรออก
ผา่ ตดั คลอด ประเมินความรู้สึกตวั วดั ความดนั โลหิต มากกวา่ 100 มิลลิลิตรใน 4 ชวั่ โมง รายงานแพทยเ์ ม่ือ
เพอ่ื ติดตามและประเมนิ ความรุนแรงของโรค ประเมิน หญิงหลงั คลอดมีอาการเปล่ียนแปลงไปในทางท่ีเลวลง
อาการนาของภาวะชกั เช่นปวดศีรษะ ตาพร่ามวั เห็น ใหค้ วามรู้และส่งเสริมการเล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่ เม่ือความ
ภาพไม่ชดั อาการปวดบริเวณใตล้ ิน้ ปี่ หรืออาการเจ็บ ดนั โลหิตลดลงและคงท่ี
ชายโครงขวา ปฏิกิริยา
สะทอ้ น (Deep tendon reflex, DTRs) มากกวา่ 3+
ประเมนิ แผลผา่ ตดั คลอด เฝ้ าระวงั และป้ องกนั การตก

69

สรุปกรณศี ึกษำ รำยที่ 1 The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ประวตั กิ ำรเข้ำรับกำรรักษำพยำบำล ผปู้ ่ วย
เป็ นหญิงไทย อายุ 27 ปี รับไวใ้ นโรงพยาบาลระหวา่ ง ในมดลูก ประเมินคะแนน APGAR score นาทีที่ 1 = 7
วนั ที่ 12 – 17 ธนั วาคม 2562 อาการสาคญั คือ 2 ชวั่ โมง คะแนน นาทีท่ี 5 = 9 คะแนน นาทีท่ี 10 = 9 คะแนน
ก่อนมาโรงพยาบาล มีอาการเจ็บครรภ์ ประวตั ิการ พบ ทารกหายใจเร็วจึงยา้ ยไปแผนกทารกแรกเกิดป่ วย
ต้งั ครรภต์ ้งั ครรภค์ ร้ังท่ี 4 อายคุ รรภ์ 38 สปั ดาห์ ครรภ์ (Sick New Born) เลือดออกขณะผา่ ตดั 500 มล. ความ
ที่ 1และ 2 แทง้ เอง ครรภท์ ี่ 3 ผา่ ตดั คลอดก่อนกาหนด ดนั โลหิตหลงั คลอด 160/82 มิลลิเมตรปรอท แพทย์
เมื่อ 4 ปี ก่อน ครรภน์ ้ีฝากครรภไ์ มค่ รบตามเกณฑ์ อายุ วนิ ิจฉยั โรค HELLP Syndrome with Thick Meconium
ครรภ์ 22 สปั ดาห์ มีภาวะความดนั โลหิตสูง 143/103 Stain หลงั ผา่ ตดั ยา้ ยมาท่ีแผนกหลงั คลอด จดั ใหผ้ ปู้ ่ วย
mmHg ไดร้ ับยา Hydralazine 1 เมด็ รับประทานหลงั Bed Rest ประเมินระดบั ความรูสึกตวั ไมม่ ีอาการปวด
อาหารเชา้ และเยน็ หลงั รบั ประทานความดนั โลหิตอยู่ ศีรษะตาพร่ามวั จุกแน่นลิ้นป่ี ตรวจ Deep Tendon
ในช่วง 130/80 -145/100 mmHg แรกรับท่ีโรงพยาบาล Reflex 1+ ความดนั โลหิต140/88 มิลลิเมตรปรอท
ตรวจร่างกายแรกรับหญิงต้งั ครรภร์ ู้สึกตวั ดี BMI อตั ราการหายใจ 20 คร้ัง/นาที ไดร้ ับการรักษาโดยใหย้ า
37.22kg/m2 บวมที่ขาท้งั 2 ขา้ งกดบุ๋มระดบั 1+Deep MgSO4 ตอ่ เนื่อง Nicardipine เพือ่ ลดความดนั โลหิต
tendon reflex 2+ urine albumin 3+ ความดนั โลหิต และ Oxytocin เพ่ือช่วยใหม้ ดลูกหดรัดตวั ดี
187/122 มิลลิเมตรปรอทพกั 15 นาที วดั ความดนั โลหิต Dexamethasone 8 mg ทุก 6 ช.ม. ทางหลอดเลือดดา
สูง 173/118 มิลลิเมตรปรอท การหดรัดตวั ของมดลูก ผลเลือดหลงั ผา่ ตดั SGPT(ALT) 61 U/L, SGOT(AST)
Interval 3 นาที Duration 30 วนิ าที Severity1+ ตรวจ 116 U/L, Alkaline phosphatase 155 U/L, LDH in
ภายในปากมดลูกเปิ ด 1 ซม. ความบางของคอมดลูก Serum 851 U/L , Platelet Count 74,000 Cells/cu.mm,
25% ระดบั ศีรษะทารกระดบั -2 ถงุ น้าคร่ายงั อยู่ อตั รา Hct 40% ความดนั โลหิตอยใู่ นชว่ ง 148/93-173/107
การเตน้ ของหวั ใจทารกในครรภ์ 136 คร้ัง/นาที ท่า มิลลิเมตรปรอท ปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย (Intake)
ROA ไม่มีอาการปวดศีรษะตาพร่ามวั จุกแน่นลิน้ ปี่ 1,445 มิลลิลิตร ปริมาณนาออกจากร่างกาย (Output)
CST Non-Reactive แพทยส์ งั่ ให้ MgSO4 และ 1,100 มิลลิลิตร
Nicardipine ทางหลอดเลือดดาและเตรียมผา่ ตดั คลอด
Lab PIH Uric Acid 8.8 mg% SGPT(ALT) 39 U/L, วนั ที่ 13 ธนั วาคม 2562 ไม่มีอาการตาพร่ามวั
SGOT(AST) 80 U/L, Alkaline phosphatase 156 U/L จุกแน่นลิน้ ป่ี ติดตามผลเลือด SGPT(ALT) 137 U/L,
LDH in Serum 1,079 U/L Platelet Count 89,000 SGOT(AST) 192 U/L, Alkaline phosphatase 125U/L,
Cells/cu.mm, Hct 45.8% แพทยใ์ ห้ Dexa 8 mg ทาง LDH in Serum 926 U/L , Platelet Count 67,000
หลอดเลือดดา ก่อนส่งหอ้ งผา่ ตดั เสียงหวั ใจทารกใน Cells/cu.mm, Hct 40.3% ครบเวลา 24 ชว่ั โมงหลงั
ครรภต์ กถึง 90 คร้ัง/นาที ใหอ้ อกซิเจน Mask with Bag คลอดหยดุ ใหย้ า MgSO4 และ Oxytocin ความดนั โลหิต
10 L/M รายงานสูติแพทยแ์ ละกมุ ารแพทยร์ ับทราบ อยใู่ นช่วง 150/109- 152/11 มิลลิเมตรปรอท แพทยส์ ง่ั
คลอดทารกเพศชาย น้าหนกั 3,104 กรัม ทารกถา่ ยข้ีเทา ให้ Dexamethasone และ Nicardipine ต่อเนื่อง หญิง
หลงั คลอดน้านมยงั ไมไ่ หล ปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย
(Intake) 2,294 มิลลิลิตร ปริมาณนาออกจากร่างกาย
(Output) 4,100 มิลลิลิตร

70

วนั ท่ี 14 ธนั วาคม 2562 ไม่มีอาการปวดศีรษะ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ตาพร่ามวั จุกแน่นลิ้นปี ช่วยเหลือตนเองไดด้ ีข้ึน ติดตาม Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ผลการตรวจเอน็ ไซมต์ บั และเกลด็ เลือดพบวา่ การ
ทางานของตบั ดีข้ึนและเกลด็ เลือดเพ่ิมข้ึนตามลาดบั ประวตั ิการต้งั ครรภต์ ้งั ครรภแ์ รก อายคุ รรภ์ 35+6
SGPT(ALT) 109 U/L, SGOT(AST) 87 U/L, Alkaline สปั ดาห์ ประวตั ิการฝากครรภไ์ ม่ครบตามเกณฑ์ เม่ือ
phosphatase 107 U/L, LDH in Serum 683 U/L , อายคุ รรภ์ 33 สปั ดาห์ มีภาวะความดนั โลหิตสูงเลก็ นอ้ ย
Platelet Count 98,000 Cells/cu.mm, Hct 39.2% ขณะฝากครรภ์ 134/103 มิลลิเมตรปรอท ตรวจร่างกาย
แพทยห์ ยดุ การใหย้ า Dexamethasone, Nicardipine แรกรับหญิงต้งั ครรภร์ ู้สึกตวั ดี BMI 22.78 kg/m2 บวมท่ี
ความดนั โลหิต 140/90-160/90 มิลลิเมตรปรอท ขาท้งั 2 ขา้ งกดบุ๋มระดบั 1+Deep tendon reflex 2+
ปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย (Intake) 1,400 มิลลิลิตร urine albumin 3+ ความดนั โลหิต 185/122 มิลลิเมตร
ปริมาณน้าออกจากร่างกาย (Output) 1,560มิลลิลิตร ปรอทพกั 15 นาที วดั ความดนั โลหิตสูง 172/121
มิลลิเมตรปรอท การหดรัดตวั ของมดลูก Interval 3.5
วนั ท่ี 15 และ 16 ธนั วาคม 2562 ยงั มีการตรวจ นาที Duration 30 วนิ าที Severity1+ ตรวจภายในปาก
เลือด CBC, LDH in Serum ซ่ึงอยใู่ นเกณฑป์ กติ ไมม่ ี มดลูกเปิ ด 1 ซม. ความบางของคอมดลูก 25% ระดบั
แผนการรักษาเพมิ่ ใหค้ วามรู้เร่ืองการเตรียมเตา้ นมให้ ศีรษะทารกระดบั -2 ถงุ น้าคร่ายงั อยู่ อตั ราการเตน้ ของ
พร้อมสาหรับการใหน้ มแม่แก่ทารกและสอนสาธิต หวั ใจทารกในครรภ์ 136 คร้ัง/นาที ท่า ROA ไม่มี
วธิ ีการบีบเก็บน้านม เพอ่ื ส่งคลงั น้านมอยา่ งถกู วธิ ี ผู้ อาการปวดศีรษะตาพร่ามวั จุกแน่นลิ้นปี่ CST Non-
คลอดสามารถบีบเกบ็ น้านมและส่งนมไดถ้ กู วธิ ี Reactive แพทยส์ งั่ ให้ MgSO4 ทางหลอดเลือดดา Lab
PIH Uric Acid 6.8 mg% SGPT(ALT) 99 U/L,
วนั ที่ 17 ธนั วาคม 2562 หญิงหลงั คลอดมีความ SGOT(AST) 139 U/L, Alkaline phosphatase 160 U/L
ดนั โลหิต 144/76 มิลลิเมตรปรอท ไม่มีอาการปวด LDH in Serum 622 U/L Platelet Count 50,000
ศีรษะตาพร่ามวั จุกแน่นลิน้ ปี่ มดลูกหดรัดตวั ดี Cells/cu.mm, Hct 43.7% 6 ชว่ั โมงต่อมารายงาน
เลือดออกทางช่องคลอดปกติ แผลผา่ ตดั คลอดแหง้ ดี แพทยเ์ ร่ือง CST Non Reactive และความดนั โลหิตยงั
น้านมเริ่มไหล แพทยจ์ าหน่ายจากโรงพยาบาลและนดั สูง 168/120 มิลลิเมตรปรอท แพทยส์ งั่ ให้ Nicardipine
ตรวจติดตามอาการ 10 วนั หลงั คลอด แต่หญิงหลงั ทางหลอดเลือดดาและเตรียมผา่ ตดั คลอด โทรรายงาน
คลอดไปนอนเฝ้ าดูแลบุตรที่แผนกทารกแรกเกิดป่ วย กมุ ารแพทย์ ก่อนส่งผา่ ตดั ความดนั โลหิต 168/120
(Sick New Born) รวมระยะเวลาที่นอนพกั รักษาใน มิลลิเมตรปรอท คลอดทารกเพศหญิง เวลา 08.07 น.
โรงพยาบาล 5 วนั น้าหนกั 1,894 กรัม ประเมินคะแนน APGAR score
นาทีที่ 1 = 8 คะแนน นาทีท่ี 5 = 9 คะแนน นาทีที่ 10 =
สรุปกรณศี ึกษำ รำยที่ 2 9 คะแนน พบทารกหายใจเร็วจากการคลอดก่อน
กาหนดจึงยา้ ยไปแผนกทารกแรกเกิดป่ วย (Sick New
ประวตั กิ ำรเข้ำรับกำรรักษำพยำบำล ผปู้ ่ วย Born) เลือดออกขณะผา่ ตดั 400 มล. ความดนั โลหิต
เป็ นหญิงไทยอายุ 24 ปี รับไวใ้ นโรงพยาบาลระหวา่ ง หลงั คลอด 115/81 มิลลิเมตรปรอท แพทยว์ นิ ิจฉยั โรค
วนั ที่ 26–30 มกราคม 2563 อาการสาคญั คือ 2 ชวั่ โมง Non Reassuring FHS Pattern with HELLP Syndrome
ก่อนมาโรงพยาบาลมีอาการเจ็บครรภแ์ ละจุกแน่นลิ้นปี่ หลงั ผา่ ตดั ยา้ ยมาที่แผนกหลงั คลอด จดั ใหผ้ ปู้ ่ วย Bed
Rest ประเมินระดบั ความรู้สึกตวั ไมม่ ีอาการปวดศีรษะ

71

ตาพร่ามวั จุกแน่นลิน้ ป่ี ตรวจ Deep Tendon Reflex 2+ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ความดนั โลหิต 144/99 มิลลิเมตรปรอท อตั ราการ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
หายใจ 20 คร้งั /นาทีไดร้ บั การรักษาโดยใหย้ า MgSO4
ตอ่ เน่ือง และ Oxytocin เพื่อช่วยใหม้ ดลกู หดรัดตวั ดี SGPT(ALT) 271 U/L, SGOT(AST) 344 U/L, Alkaline
ผลเลือดหลงั ผา่ ตดั Uric Acid 6.6 mg% SGPT(ALT) phosphatase 129 U/L, LDH in Serum 1,889 U/L ,
652 U/L, SGOT(AST) 1,540 U/L, Alkaline Platelet Count 57,000 Cells/cu.mm, Hct 20.5% PT
phosphatase 148 U/L, LDH in Serum 4,680 U/L , 12.6 S, PTT 46.5 S (Prolong) Calcium 6.3 mg/dl,
Platelet Count 36,000 Cells/cu.mm, Hct 38.5% PT Magnesium 6.1 mg/dl Creatinine 2.09 mg/dl CXR
16.5 S, PTT 42.9 S (Prolong) ความดนั โลหิต 168/120 Portable ซ้า ฉีด Lasix, และ Consult อายรุ แพทย์ เร่ือง
มิลลิเมตรปรอท ไดส้ ่วนประกอบของเลือดชนิด Renal Insufficiency อายรุ แพทยไ์ มไ่ ดใ้ หย้ าเพมิ่
Leukocyte Poor Platelet Concentrates (LPPC) 2 pools เน่ืองจากเป็ นพยาธิสภาพของโรค สงั่ ใหเ้ ลือด PRC 2
(Platelet concentrate 8 unit)ปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย Unitปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย (Intake) 1,050 มิลลิลิตร
(Intake) 2,455 มิลลิลิตร ปริมาณน้าออกจากร่างกาย ปริมาณน้าออกจากร่างกาย (Output) 2,700 มิลลิลิตร
(Output) 900 มิลลิลิตร ปัสสาวะมีสีน้าตาลเขม้
วนั ที่ 29 มกราคม 2563 อาการเหนื่อยนอ้ ยลง
วนั ท่ี 27 มกราคม 2563 หญิงหลงั คลอดมี อตั ราการหายใจ 22 คร้ัง/นาที ไมป่ วดศีรษะ ความดนั
อาการเวยี นศีรษะ ตามวั หายใจเหน่ือย อตั ราการหายใจ โลหิต 168/112 มิลลิเมตรปรอท Uric Acid 12.1 mg%
28 คร้งั /นาที ความดนั โลหิต 151/105 มิลลิเมตรปรอท SGPT(ALT) 72 U/L, SGOT(AST) 57 U/L, Alkaline
ครบเวลา 24 ชวั่ โมงหลงั คลอดหยดุ ใหย้ า MgSO4 phosphatase 165 U/L, LDH in Serum 1,518 U/L ,
ติดตามผลเลือด Uric Acid 6.8 mg% SGPT(ALT) 271 Platelet Count 86,000 Cells/cu.mm, Hct % PT 12.5
U/L, SGOT(AST) 344 U/L, Alkaline phosphatase 125 S, PTT 41.0 S (Prolong) Calcium 7.8 mg/dl,
U/L, LDH in Serum 3,333 U/L , Platelet Count Magnesium 5.3 mg/dl BUN 45 mg/dl Creatinine
106,000 Cells/cu.mm, Hct 24.6% PT 14.4 S, PTT41.0 3.45 mg/dl เพมิ่ ยารับประทาน Hydralazine 25 mg 1
S (Prolong) Calcium 5.8 mg/dl, Magnesium 8.8 mg/dl เมด็ หลงั อาหารปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย (Intake) 1,810
ดูแลใหอ้ อกซิเจน Cannula 3 L/M หลงั CXR Portable มิลลิลิตร ปริมาณน้าออกจากร่างกาย (Output) 2,100
พบ Pleural Effusion แพทยใ์ หย้ าขบั ปัสสาวะ Lasix 20 มิลลิลิตร
mg ทางหลอดเลือดดา จากดั น้านอ้ ยกวา่ 1,000
มิลลิลิตร/วนั เปล่ียนใหอ้ อกซิเจน Mask with bag 10 วนั ที่ 30 มกราคม 2563 ไม่มีอาการเหนื่อย
L/Mปริมาณน้าเขา้ ในร่างกาย (Intake) 1,050 มิลลิลิตร อตั ราการหายใจ 20 คร้ัง/นาที ความดนั โลหิต 152/107
ปริมาณน้าออกจากร่างกาย (Output) 2,400 มิลลิลิตร มิลลิเมตรปรอทไม่มีอาการปวดศีรษะ ผลเลือด Uric
Acid 13.5 mg% SGPT(ALT) 57 U/L, SGOT(AST) 39
วนั ท่ี 28 มกราคม 2563 ไมม่ ีอาการปวดศีรษะ U/L, Alkaline phosphatase 172 U/L, LDH in Serum
ตาพร่ามวั ผลเลือด อาการเหนื่อยนอ้ ยลง อตั ราการ 1,197 U/L , Platelet Count 188,000 Cells/cu.mm, Hct
หายใจ 24 คร้งั /นาที ความดนั โลหิต 152/107 มิลลิเมตร 33.7% PT 12.3 S, PTT 35.4 S (Prolong) Calcium 6.9
ปรอท ติดตามผลเลือด Uric Acid 9.5 mg% mg/dl, Magnesium 4.3 mg/dl BUN 45 mg/dl
Creatinine ใหค้ วามรู้หญิงหลงั คลอด เร่ืองการเตรียม
เตา้ นมใหพ้ ร้อมสาหรับการใหน้ มแมแ่ ก่ทารกและสอน
สาธิตวธิ ีการบีบเก็บน้านม เพอ่ื ส่งคลงั น้านมอยา่ งถูกวธิ ี

72

ผคู้ ลอดสามารถบีบเกบ็ น้านมและส่งนมไดถ้ ูกวธิ ี The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
แพทยจ์ าหน่ายจากโรงพยาบาลไดร้ ับยาลดความดนั Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
โลหิต รับประทานตอ่ เน่ือง และนดั ตรวจหลงั คลอด 10
วนั และติดตามอาการ 2 สปั ดาห์หลงั คลอด รวม คลอดรายที่ 1 มีภาวะอว้ น และหญิงหลงั คลอดรายท่ี 2
ระยะเวลาท่ีนอนพกั รักษาในโรงพยาบาล 4 วนั เป็ นครรภแ์ รก

ผลกำรศึกษำสรุปกรณีศึกษำเปรียบเทยี บหญิงหลงั 2. กำรวนิ จิ ฉัย สามารถทาไดจ้ ากการตรวจ
คลอดทมี่ ภี ำวะควำมดนั สูงจำกกำรต้งั ครรภ์ร่วมกบั ร่างกาย อาการและอาการแสดงและการตรวจทาง
HELLP Syndrome หอ้ งปฏิบตั ิการ หญิงหลงั คลอดรายที่ 1 การวจิ ยั โรค คือ
Severe Pregnancy Induce Hypertension with Non Re-
ผลการศึกษาสรุปกรณีศึกษาเปรียบเทียบ assuring Fetal Heart Sound with HELLP Syndrome
หญิงหลงั คลอดท่ีมีภาวะความดนั สูงจากการต้งั ครรภ์ with Thick Meconium Stain โดยความดนั โลหิตสูง
ร่วมกบั HELLP Syndrome ดงั น้ี 187/152 มม.ปรอท และมีโปรตีนในปัสสาวะ 3+ และมี
อาการร่วมของ HELLP syndrome ขณะผา่ คลอดพบ
1. ปัจจยั เสี่ยง ปัจจยั เส่ียงที่มีความสมั พนั ธ์ Meconium หญิงหลงั คลอดรายที่ 2 การวนิ ิจฉยั โรค คือ
การเกิดภาวะความดนั โลหิตสูงจากการต้งั ครรภ์ ไดแ้ ก่ Non Reassuring FHS Pattern with HELLP Syndrome
ต้งั ครรภแ์ รก อายมุ ากหรืออายนุ อ้ ย ภาวะอว้ น มีประวตั ิ โดยความดนั โลหิตสูง 185/122 มม.ปรอท และมี
เป็ นโรคเบาหวาน ความดนั โลหิตสูงเร้ือรัง ครรภไ์ ข่ โปรตีนในปัสสาวะ 3+ ไดร้ ับการผา่ ตดั เน่ืองจาก
ปลาอกุ มีประวตั ิความดนั โลหิตสูงจากการต้งั ครรภ์ รูปแบบของกราฟท่ีแปลผลสุขภาพทารกในครรภไ์ ม่
หญิงหลงั คลอดรายที่ 1 ต้งั ครรภค์ ร้ังที่ 4 ฝากครรภค์ ร้ัง ปกติ ภายหลงั การคลอด ยงั มีอาการของ Severe Feature
แรกเมื่ออายคุ รรภ์ 21 สปั ดาห์ พบวา่ ความดนั โลหิตเริ่ม ไดแ้ ก่ Pleural Effusion, Renal insufficiency ผลการ
สูง 138/114 มม.ปรอท และไม่พบโปรตนี ร่ัวใน เปรียบเทียบหญิงหลงั คลอดท้งั 2 รายคือเป็นความดนั
ปัสสาวะ ไดร้ ับประทานยาลดความดนั โลหิตขณะฝาก โลหิตสูงจากการต้งั ครรภ์ (Preeclampsia with Severe
ครรภ์ ก่อนคลอด BMI 37.22 kg/m2หญิงหลงั คลอด Features) มีภาวะแทรกซอ้ นท่ีรุนแรงคือ HELLP
รายที่ 2 ต้งั ครรภแ์ รก ฝากครรภเ์ ม่ืออายคุ รรภ์ 8 สปั ดาห์ syndrome
ตรวจพบความดนั โลหิต 134/103 มม.ปรอทและไมพ่ บ
โปรตีนร่ัวในปัสสาวะ ในการฝากครรภค์ ร้ังสุดทา้ ย 3. กำรรักษำ หญิงหลงั คลอดรายที่ 1ไดร้ ับ
ก่อนที่จะเจบ็ ครรภค์ ลอด ก่อนคลอด BMI 22.78 kg/m2 การผา่ ตดั คลอดเนื่องจากเคยผา่ ตดั คลอดหลงั คลอด
ผลการเปรียบเทียบพบวา่ หญิงหลงั คลอดท้งั 2 รายมี ไดร้ ับยากนั ชกั ยาลดความดนั ยาที่ช่วยในการหดรัดตวั
ความแตกต่างของ จานวนคร้ังของการต้งั ครรภ์ อายุ ของมดลูก และไดย้ า dexamethasone ฉีดทางหลอด
ครรภ์ และน้าหนกั ตวั ก่อนคลอด แตม่ ีความเหมือนมี เลือดดาหญงิ หลงั คลอดรายท่ี 2ไดร้ ับการผา่ ตดั คลอด
ภาวะตรงกบั ทฤษฎีที่วา่ ความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภ์ เนื่องจากทารกในครรภส์ ุขภาพไมแ่ ขง็ แรงไดร้ ับยากนั
ตรวจพบเม่ืออายคุ รรภม์ ากวา่ 20 สปั ดาห์ โดยหญิงหลงั ชกั ยาลดความดนั ยาท่ีช่วยในการหดรัดตวั ของมดลกู
ยาขบั ปัสสาวะ และไดส้ ่วนประกอบของเลือด ผลการ
เปรียบเทียบหญงิ หลงั คลอดท้งั 2 รายไดร้ ับการยตุ ิการ
ต้งั ครรภด์ ว้ ยการผา่ ตดั คลอด แต่เน่ืองจากกรณีศึกษาที่ 1
ไดร้ ับยาในกลมุ่ Corticosteroid คือ Dexamethasone มี
ผลทาใหจ้ านวนเกร็ดเลือดเพมิ่ มากข้ึน ความรุนแรงของ

73

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

โรคนอ้ ยกวา่ กรณีศึกษาที่ 2 จึงไมไ่ ดส้ ่วนประกอบของ 5. กำรดูแลต่อเน่ือง หญงิ หลงั คลอดรายที่ 1
เลือด ติดตามผลการรักษาเม่ือไดร้ บั การจาหน่ายโดยไดร้ ับ
การติดตามหลงั คลอดโดยการเยยี่ มหลงั คลอด และการ
4. ข้อวนิ ิจฉัยทำงกำรพยำบำล หญิงหลงั ติดตามอาการของความดนั โลหิตสูงหญิงหลงั คลอดราย
คลอดรายท่ี 1 มีขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาลจานวน 5 ที่ 1 ส่งตอ่ เยยี่ มบา้ นจากแผนกหลงั คลอดสู่หน่วยบริการ
ขอ้ ดงั น้ี 1.หญิงหลงั คลอดเสี่ยงต่อภาวะชกั และไดร้ ับ ปฐมภูมิดว้ ยระบบ Continuity Of Care (COC) และนดั
อนั ตรายจากการชกั 2. มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซอ้ นจาก ใหม้ าติดตามอาการ และผลขา้ งเคยี งจากความดนั โลหิต
การไดร้ ับยาลดความดนั และกนั ชกั (MgSo4) 3. เสี่ยงตอ่ สูง หญิงหลงั คลอดรายที่ 2 ส่งตอ่ เยยี่ มบา้ ยจากแผนก
การมีเลือดออกที่อวยั วะภายในเนื่องจากมี หลงั คลอดสู่หน่วยบริการปฐมภมู ดิ ว้ ยระบบ COC
ภาวะแทรกซอ้ นรุนแรงของ Preeclampsia (HELLP เหมือนกนั แต่เนน้ ย้าเร่ืองการมาตรวจก่อนเวลานดั หาก
Syndrome) 4. หญิงหลงั คลอดวติ กกงั วลเก่ียวกบั พบวา่ ตนเองมีอาการผดิ ปกติเช่น ปวดศีรษะตาพร่ามวั
ภาวะแทรกซอ้ นและการผา่ ตดั คลอด 5. วติ กกงั วล คลื่นไสอ้ าเจียน ถ่ายปัสสาวะมีสีเลือดปน มีเลือดออก
เน่ืองจากทารกมีปัญหาเรื่องการหายใจเร็ว ส่วนหญิง ตามไรฟัน เน่ืองจากก่อนจาหน่ายอาการดีข้ึน แต่ยงั
หลงั คลอดรายท่ี 2 มีขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาลจานวน ไม่ไดเ้ ป็ นปกติผลการเปรียบเทียบกรณีศึกษาท้งั 2 ราย
8 ขอ้ ดงั น้ี 1. หญิงหลงั คลอดเส่ียงต่อภาวะชกั และ มาตรวจตามการนดั หมาย ความดนั โลหิตอยใู่ นเกณฑ์
ไดร้ ับอนั ตรายจากการชกั 2. มีโอกาสเกิดภาวะ แทรก ปกติ128/63-138/82 มม.ปรอท ไม่พบอาการผิดปกติ
ซอ้ นจากการไดร้ ับยาลดความดนั และกนั ชกั (MgSo4)
3. เสี่ยงตอ่ การมีเลือดออกท่ีอวยั วะภายในเนื่องจากมี สรุป
ภาวะแทรกซอ้ นรุนแรงของ Preeclampsia (HELLP
syndrome) 4. มีอาการเหน่ือยเนื่องจาก Plural Effusion ความแตกตา่ งและความเหมือนของ
5. ซีดเน่ืองจากเมด็ เลือดแดงแตก 6. ไตสูญเสียหนา้ ท่ี กรณีศึกษาดงั กล่าว พยาบาลหลงั คลอด จึงตอ้ งมคี วามรู้
การทางานเน่ืองจากพยาธิสภาพของโรค 7. หญิงหลงั ความสามารถและทกั ษะในประเมินอาการ อาการแสดง
คลอดวติ กกงั วลเก่ียวกบั ภาวะแทรกซอ้ นและการผา่ ตดั ตา่ งๆ ของภาวะความดนั โลหิตสูงขณะต้งั ครรภ์ ร่วมกบั
คลอด 8.วติ กกงั วลเนื่องจากทารกมีปัญหาเรื่องการ HELLP syndrome โดยใชก้ ระบวนการพยาบาลไดแ้ ก่
หายใจเร็ว และน้าหนกั ตวั นอ้ ย ผลการเปรียบเทียบหญิง การรวบรวมขอ้ มลู คน้ หาปัญหา วางแผนการพยาบาล
หลงั คลอดท้งั 2 รายมีภาวะความดนั โลหิตสูงและ และประเมนิ ผล ต้งั แตแ่ รกรับ ซ่ึงจะช่วยทาใหล้ ดความ
HELLP syndrome จึงตอ้ งดูแลและใหก้ ารพยาบาลหญิง รุนแรงของโรค ลดภาวะทุพพลภาพ และลดการตาย
หลงั คลอดตามแนวทางการดูแลหญิงต้งั ครรภท์ ่ีมีภาวะ ของมารดา
ความดนั โลหิตสูงแต่เนื่องจากในหญิงหลงั คลอดรายท่ี
2 มีอาการของโรครุนแรงกวา่ โดยมีอาการของ Pleural วจิ ำรณ์ผล
Effusion และ Renal Insufficiency ทาใหข้ อ้ วนิ ิจฉยั
ทางการพยาบาลและปฏิบตั ิการพยาบาลมีความแตกต่าง จากกรณีศึกษา พบวา่ ขอ้ มูลทวั่ ไปของ หญิง
และใหก้ ารดูแลอยา่ งใกลช้ ิดมากกวา่ หลงั คลอดท้งั 2 ราย มีความแตกต่างไมว่ า่ จะเป็น

74

จานวนคร้ังของการต้งั ครรภ์ อายคุ รรภ์ ประวตั ิการฝาก The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ครรภ์ โดยอาจกล่าวไดว้ า่ ขอ้ มลู พ้นื ฐานของกรณีศึกษา Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ท้งั สองแตกตา่ งอยา่ งสิ้นเชิง ในการ Assessment
จากประวตั ิการฝากครรภ์ อาการและอาการแสดงของ พยาบาลผใู้ หก้ ารดูแลผคู้ ลอดจาเป็ นตอ้ งมีความรู้
โรค ไดแ้ ก่อาการปวดศีรษะตาพร่ามวั จุกแน่นลิน้ ป่ี โดยเฉพาะในเรื่องการประเมิน เช่นอาการนาของภาวะ
ความดนั โลหิตสูง การรั่วของโปรตีนที่ตรวจพบใน ชกั ผลทางการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการที่แสดงถึงการ
ปัสสาวะร่วมกบั การตรวจเลือดทางหอ้ งปฏิบตั ิการ ช่วย ดาเนินของโรคที่รุนแรงข้ึนเกิดภาวะกลุ่มอาการท่ีมีการ
ในการวนิ ิจฉยั และจาแนกความรุนแรงของโรคชดั เจน ทางานของตบั ผิดปกติ อาการไม่พงึ ประสงคจ์ ากยา
ข้ึน การประเมนิ โดยพยาบาลที่มคี วามรู้ ความสามารถ ป้ องกนั ชกั และยาลดความดนั โลหิต และทกั ษะในการ
และทกั ษะ ดว้ ยความรวดเร็วและถูกตอ้ ง มีส่วนช่วยให้ ซกั ประวตั ิ คน้ หาปัญหา เพ่อื ต้งั ขอ้ วนิ ิจฉยั ในการ
การรักษาของแพทยไ์ ดผ้ ลดียงิ่ ข้ึน การยตุ ิการต้งั ครรภ์ วางแผนและใหก้ ารพยาบาล ประเมินซ้า เพ่อื ป้ องกนั
นอกจากปัจจยั ของมารดาและตอ้ งพจิ ารณาปัจจยั ของ และมีส่วนช่วยในการรักษาของแพทยร์ วดเร็วข้นึ
ทารกที่ทาใหเ้ กิดอนั ตรายตอ่ ชีวติ เพอ่ื ตดั สินใจในการ
ยตุ ิการต้งั ครรภ์ โดยการรักษาของแพทยท์ ี่แตกตา่ งกนั 2. ความสามารถในการประสานงานกบั
ก็มีผลต่อการดาเนินของโรค ระยะเวลาในการนอน หน่วยงานอ่ืนๆ ของพยาบาลหลงั คลอดอยา่ งมี
โรงพยาบาลและค่าใชจ้ ่าย สาหรบั การพยาบาลน้นั เป็น ประสิทธิภาพเป็ นส่ิงที่มีความสาคญั ไดแ้ ก่ หน่วยงาน
ส่ิงท่ีสื่อใหเ้ ห็นความสามารถ ในการดูแลคนไขอ้ ยา่ งมี พยาธิวทิ ยา เพื่อใหไ้ ดส้ ่วนประกอบของเลือดตรงตาม
ประสิทธิภาพแบบองคร์ วมหลงั การคลอด นอกจาก ความตอ้ งการ หน่วยงานรังสีในการทา Portable X-
การดูแลดา้ นร่างกาย ยงั ตอ้ งดูแลดา้ นจิตใจจากพยาธิ Ray การส่ือสารกบั แพทย์ ในการรายงานอาการท่ีสาคญั
สภาพของโรคที่หญิงหลงั คลอดประสบ และความวติ ก และเฉพาะ และการสื่อสารกบั ญาติที่เหมาะสมใน
กงั วลจากความเจบ็ ป่ วยของทารก โดย ส่งเสริมการดูแล ขอบเขตของพยาบาล
ตนเอง สร้างสมั พนั ธภาพของครอบควั ในการช่วยดูแล
กนั ประคบั ประคอง และเห็นความสาคญั ในการดูแล 3. การส่งเสริมการเล้ียงลกู ดว้ ยนมแมใ่ น
ตนเองอยา่ งตอ่ เนื่อง เม่ือกลบั บา้ น ระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากความดนั โลหิตสูงจาก
พยาธิสภาพของโรค และความเครียด ควรมีเกณฑใ์ น
ข้อเสนอแนะ การเริ่มใหค้ าแนะนาเร่ืองของการเล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่
การบีบเก็บน้านม ในระยะเวลาที่เหมาะสม บอก
1. หญิงหลงั คลอดที่มีภาวะความดนั โลหิตสูง ช่องทางในการปรึกษาเรื่องการเล้ยี งลกู ดว้ ยนมแม่
ร่วมกบั HELLP Syndrome ขณะต้งั ครรภ์ เน่ืองจากเป็ น เน่ืองจากทารกอยใู่ นแผนกทารกแรกเกิดป่ วย หญิง
ภาวะแทรกซอ้ นท่ีมีความรุนแรง และพบไมบ่ ่อยทาให้ หลงั คลอดและทารก ยงั ไมร่ ับการประเมนิ Latch on
ผปู้ ่ วยอยใู่ นภาวะวกิ ฤต มีอาการทรุดหนกั ทุพพลภาพ ต้งั แต่แรกเกิด เป็ นปัจจยั ทาใหเ้ กิดความลม้ เหลวในการ
หรือเป็ นอนั ตรายถึงชีวติ จากภาวะชกั เลือดออกอวยั วะ เล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่ เกณฑก์ ารประเมินความพร้อมใน
ภายใน การทางานของตบั และไตผดิ ปกติ ดงั น้นั การเล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่ เช่น ระดบั ของความดนั โลหิต
การปฏิบตั ิกิจวตั รดว้ ยตนเอง เพอื่ ใหห้ ญิงหลงั คลอดได้
เรียนรู้เรื่องของการเล้ียงดว้ ยนมแม่ หรือมีการ
Empowerment เร่ืองนมแม่ช่วงระยะเวลาท่ีหญิงหลงั
คลอดรักษาอยแู่ ผนกหลงั คลอด โดยญาติมีส่วนร่วม

75

4. การใหค้ าแนะนาเรื่องการดูแลตนเองหลงั The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
คลอด อาการผดิ ปกตทิ ี่ตอ้ งมาพบแพทย์ เนื่องจาก Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
อาการของโรคและผลการตรวจเลือดทาง
หอ้ งปฏิบตั ิการดีข้ึนแต่ยงั ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กติ โดย การใหค้ าแนะนาเรื่องการปฏิบตั ิตนหลงั คลอด การ
แพทยจ์ าหน่ายหญิงหลงั คลอดออกจากโรงพยาบาล สงั เกตอาการผิดปกตทิ ี่ตอ้ งมาพบแพทย์ การมาตรวจ
ตามแพทยน์ ดั เป็นสิ่งท่ีตอ้ งเนน้ ย้า รวมถึงการส่งตอ่
ขอ้ มลู เพ่ือเยยี่ มบา้ นซ่ึง เป็นการดแู ลอยา่ งต่อเน่ือง

บรรณำนุกรม

1. คมสนั ต์ สุวรรณฤกษ์ และเด่นศกั ด์ิ พงศโ์ รจนเ์ ผา่ . ภาวะแทรกซอ้ นทางสูติศาสตร์. พมิ พค์ ร้ังท่ี 2. สมทุ รสาคร: พมิ พ์
ดี; 2554.

2. งามนิตย์ รัตนานุกลู . การวางแผนการพยาบาลมารดาและทารก. กรุงเทพ: โรงพมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ;
2555.

3. ทิพวรรณ เลียบส่ือตระกลู . แนวคิด หลกั ฐานและการปฏิบตั ิ: ความปลอดภยั ของการต้งั ครรภ.์ กรุงเทพ: สหมิตร
พฒั นาการพมิ พ;์ 2557.

4. ปัญญา สนนั่ พานิชกลุ . (2558). ความเขา้ ใจและแนวคิดเก่ียวกบั ภาวะครรภเ์ ป็ นพษิ ในปัจจุบนั . วารสารการศึกษา
แพทยศาสตร์คลินิกโรงพยาบาลพระปกเกลา้ 2558;32:364-76.

5. มาลี เลิศสาครศิริ. การพยาบาลหญิงต้งั ครรภท์ ่ีมีภาวะแทรกซอ้ น ฉบบั ปรับปรุง. กรุงเทพ: โรงพมิ พอ์ สั สมั ชญั ; 2554.
6. ยทุ ธพงศ์ วรี ะวฒั นตระกลู , ประนอม บุพศิริ, ศรีนารี แกว้ ฤดี, โฉมพลิ าศ จงสมชยั และเจน โสธรวทิ ย.์ สูตินรีเวช

ปฏิบตั ิทว่ั ไป. ขอนแก่น: ขอนแกน่ การพมิ พ;์ 2558.
7. วบิ ูลย์ เรืองชยั นิคม, บุญศรี จนั ทร์ ัชชกลู , ปัทมา พรหมสนธิ, ตอ้ งตา นนั ทโกมล และมาลี เก้ือนพกลุ . แนวโนม้ ท่ี

ทนั สมยั ในการพยาบาลภาวะความดนั โลหิตสูงเนื่องจากการต้งั ครรภ.์ กรุงเทพ: บริษทั ยเู นี่ยน ครีเอชนั่ จากดั ; 2558.
8. สญั ญา ปราบริปูทอง และสมชาย อินทรศิริพงษ.์ กล่มุ อาการ HELLP: รายงานผปู้ ่ วย 1 ราย. เวชสารโรงพยาบาล

มหาราช นครราชสีมา 2559;30:177-82.

76

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การพฒั นาการใหบ้ รกิ ารผปู้ ่ วยวณั โรค โรงพยาบาลปะคา จงั หวดั บรุ รี มั ย์

Development for Service Tuberculosis Patient in Pakham Hospital
Buriram Province

สสพิ งษ์ วรี ะเจรญิ *

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั และพฒั นา ในคร้ังน้ีน้ี มีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื พฒั นาแนวทางปฏิบตั ิการใหบ้ ริการผปู้ ่ วยวณั โรค
โรงพยาบาลปะคา จงั หวดั บุรีรัมย์ โดยใชร้ ูปแบบการมีส่วนร่วมของผปู้ ่ วยวณั โรค นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิก
วณั โรค ผปู้ ระสานงานวณั โรคระดบั อาเภอ เจา้ หนา้ ที่สถานีอนามยั และอาสาสมคั รเยย่ี มบา้ นวณั โรค เพือ่ พฒั นาแนวทาง
ปฏิบตั ิการใหบ้ ริการผปู้ ่ วยวณั โรคที่ข้ึนทะเบียนรบั การรักษาท่ีโรงพยาบาลปะคา จงั หวดั บรุ ีรัมย์ ระหวา่ งเดือนมกราคม
2563 ถึงเดือน ธนั วาคม 2563 คดั เลือกกลุม่ ตวั อยา่ งแบบเจาะจง จานวน 43 คน เก็บรวบรวมขอ้ มูลเชิงปริมาณและเชิง
คุณภาพ วเิ คราะห์ขอ้ มลู โดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป โดยใชส้ ถิติพรรณนา คือ ร้อยละ ผลการวจิ ยั พบวา่ แนวทางปฏิบตั ใิ น
การใหบ้ ริการผปู้ ่ วยวณั โรคโรงพยาบาลปะคา รูปแบบใหมท่ ี่พฒั นาข้ึนมีการกาหนดหนา้ ท่ีของผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งท้งั
นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลีนิกวณั โรค เจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั และอาสาสมคั รเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคอยา่ งชดั เจน
และมีการพฒั นารูปแบบการส่งต่อผปู้ ่ วยและการติดตามเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคทาใหก้ ารทางานมีระบบมากข้นึ การ
ประสานงานที่มีความชดั เจนข้นึ ทุกฝ่ ายที่เกี่ยวขอ้ งมีหนา้ ที่ความรบั ผิดชอบของตนเองซ่ึงทาใหเ้ กิดผลดีตอ่ การรับบริการ
ของผปู้ ่ วยวณั โรคส่วนการรับบริการนอกจากโรงพยาบาลแลว้ ก็ยงั พฒั นารูปแบบใหม่ใหผ้ ปู้ ่ วยสามารถรับบริการไดท้ ้งั
ในสถานีอนามยั และท่ีบา้ นของผปู้ ่ วยเองส่งผลทาใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับการรักษาท่ีต่อเน่ืองและถูกตอ้ งซ่ึงทาใหผ้ ลการรักษา
หายเพมิ่ มากข้ึนอตั ราการขาดยา และอตั ราการตายลดลง

คำสำคญั : การพฒั นา, การบริการ, วณั โรค.

Abstract

This research and development were aims to develop guidelines for tuberculosis patients. Pakham hospital,
Buriram province, using a pattern of participation of tuberculosis patients. The public health scholar at tuberculosis
clinic, District tuberculosis coordinator health station staff and volunteers home visited tuberculosis to develop
guidelines for serving registered tuberculosis patients at Pakham hospital, Buriram province. The study was conducted
between January 2020 to December 2020. The sample were selected with a purposive sampling of 43 people to collect
quantitative and qualitative data and analyze data using package software programs using statistics with percentages.
The results showed that: the guidelines for serving patients with tuberculosis at Pakham hospital for new model
developed determines the functions of those involved, including public health scholars at tuberculosis clinics. The
development of patient referral patterns and home visits to tuberculosis patients has led to more systematic work,

77

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

clearer coordination, all parties involved have their own responsibilities, which can have a positive effect on the
services of tuberculosis patients, and the hospital has developed a new model to enable patients to receive services
both in health stations and at their own homes, resulting in continuous and correct treatment, which has resulted in
increased treatment, lack of medication and mortality.

Keyword. Development, Service, Tuberculosis.
*พบ. โรงพยาบาลปะคา จงั หวดั บุรีรัมย์

บทนำ สาคญั ท่ีจะทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงการใหบ้ ริการ
ผปู้ ่ วยวณั โรคท่ีมารบั การรักษาที่โรงพยาบาลปะคา
วณั โรคเป็ นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จงั หวดั บุรีรัมยใ์ หม้ ีประสิทธิภาพมากยงิ่ ข้ึน
ไทย องคก์ ารอนามยั โลกจดั ใหป้ ระเทศไทยเป็ น 1 ใน
14 ประเทศของโลกท่ีมีภาระวณั โรค วณั โรคที่สมั พนั ธ์ วตั ถุประสงค์
กบั การติดเช้ือเอชไอวี และวณั โรคด้ือยาหลายขนานสูง
จากการคาดประมาณขององคก์ ารอนามยั โลก ปี 2559 เพือ่ พฒั นาแนวทางปฏิบตั ิการใหบ้ ริการ
ประเทศไทยมีอุบตั ิการณ์ผปู้ ่ วยวณั โรครายใหมแ่ ละ ผปู้ ่ วยวณั โรค โรงพยาบาลปะคา จงั หวดั บุรีรัมย์
กลบั มาเป็ นซ้า 119,000 ราย ผปู้ ่ วยวณั โรค ท่ีสมั พนั ธ์
กบั การติดเช้ือเอชไอวี 10,000 ราย และผปู้ ่ วยวณั โรคด้ือ วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั
ยา RR/MDR-TB 4,700 ราย(1) จากการดาเนินงานคลินิก
วณั โรคของโรงพยาบาลปะคา ในปี พ.ศ. 2562 มี รูปแบบกำรวจิ ยั เป็นการวจิ ยั และพฒั นา
ผปู้ ่ วยวณั โรครับการรักษา 31 ราย ขาดการรักษาและ ระหวา่ งเดือน มกราคม 2563 ถึงเดือน ธนั วาคม 2563
มารับยาไมส่ ม่าเสมอ ร้อยละ 1.55 ปัญหาน้ีส่งผลใหเ้ กิด
การแพร่กระจายเช้ือโรคมากข้ึนจึงพิจารณาหาทาง ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง ประกอบดว้ ย
แกไ้ ขเนื่องจากผปู้ ่ วยที่รับยาไม่สม่าเสมอจะผลกระทบ ผปู้ ่ วยวณั โรคที่ข้ึนทะเบียนรบั การรักษาโรงพยาบาลปะ
ตอ่ การควบคุมป้ องกนั วณั โรค คา นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั โรค ผู้
ประสานงานวณั โรคระดบั อาเภอ เจา้ หนา้ ท่ีสถานี
ดงั น้นั ผวู้ จิ ยั จึงสนใจที่จะหาแนวทางพฒั นาการ อนามยั และอาสาสมคั รเยย่ี มบา้ นวณั โรค การคดั เลือก
ใหบ้ ริการผปู้ ่ วยวณั โรค โรงพยาบาลปะคา โดยใชก้ ารมี ประชากรกลมุ่ ตวั อยา่ ง โดยวธิ ีแบบเจาะจง (Purposive
ส่วนร่วมของทุกฝ่ ายเพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซ่ึงระบบการทางานท่ี Sampling) จานวน รวม 43 คน
เป็ นไปตามแนวทางการดาเนินงานควบคุมวณั โรค และ
ใหผ้ ทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งไดร้ ับทราบปัญหาที่แทจ้ ริง มีความ เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ ใชแ้ บบสอบถามแบ่งออกเป็ น
ตระหนกั และเป็ นเจา้ ของปัญหาเพ่อื การพฒั นาท่ียง่ั ยนื 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ทว่ั ไป ประกอบดว้ ย ที่อยู่
ตอ่ ไป อีกท้งั ผลงานวจิ ยั ท่ีไดจ้ ะเป็นส่วนผลกั ดนั ที่ เพศ อายุ ลกั ษณะประชากร ระดบั การศึกษา อาชีพหลกั
รายไดข้ องครอบครัว สวสั ดิการการรักษาพยาบาล ส่วน

78

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ท่ี 2 การปฏิบตั ิตวั ส่วนที่ 3 ความตอ้ งการของผปู้ ่ วย ใหบ้ ริการท่ีสะดวก รวดเร็ว และ การเยยี่ มบา้ นโดย
วณั โรคในการรับบริการ เจา้ หนา้ ที่สถานีอนามยั ร้อยละ 29.03 และ 19.35
ตามลาดบั
กำรวเิ ครำะห์ข้อมูล ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ความสมบูรณ์มาบนั ทึกลงโปรแกรม วเิ คราะห์ดว้ ย กำรช่วยเหลอื พบวา่ ส่วนใหญต่ อ้ งการ ในเร่ือง
เครื่องคอมพิวเตอร์โดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป รถรับส่งเพื่อมากินยาทุกวนั ท่ีโรงพยาบาลหรือสถานี
อนามยั มากที่สุด ร้อยละ 35.48 รองลงมาคือความ
ผลกำรศึกษำ ตอ้ งการใหม้ ีการช่วยเหลือในเร่ืองการใหค้ วามรู้โดยใช้
แผน่ พบั วดิ ีโอ โดยใชภ้ าษาความเหมาะสมของผปู้ ่ วย
ลกั ษณะประชำกร พบวา่ ส่วนใหญ่อาศยั อยใู่ น เช่น ไทย กมั พชู า ลาว พม่า และมีผกู้ ากบั การกินยาทุก
เขตตาบลหูทานบ ร้อยละ 35.48 เป็ นเพศชาย ร้อยละ วนั ที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามยั ร้อยละ 25.80 และ
64.51 อยใู่ นช่วง อายุ 55-90 ปี ร้อยละ 64.51 มีอาชีพ 22.58 ตามลาดบั
รับจา้ งมี รายไดไ้ ม่แน่นอน ร้อยละ 45.16 มีรายได้
ระดบั 3,500 – 6,999 บาทตอ่ เดือน ร้อยละ 67.74 มี แนวทำงกำรให้บริกำรผู้ป่ วยวณั โรค โดยการส่ง
สิทธิบตั รประกนั สุขภาพมากที่สุด ร้อยละ 80.64 ต่อผปู้ ่ วยวณั โรค ไปรบั บริการยงั สถานบริการท่ี
ตอ้ งการครบท้งั 7 แห่ง หลงั จากน้นั ไดม้ ีการนิเทศ
กำรปฏบิ ตั ติ วั ผปู้ ่ วยวณั โรคส่วนใหญป่ ฏิบตั ิตวั ติดตามประเมินผลงาน โดยการพดู คุย ซกั ถามและการ
ไดถ้ ูกตอ้ ง มากท่ีสุดคือ การกินยาทุกขนานทุกวนั ร้อย ใชแ้ บบสอบถาม สรุปผล ดงั น้ี
ละ 100.00 รองลงมาเป็ นการไปรับการตรวจตามนดั ทุก
คร้ัง ร้อยละ 96.77 ออกกาลงั กายเหมาะสม สม่าเสมอ 1. นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั
และการปิ ดปากและจมกู ทุกคร้ังเมื่อ ไอ จาม ร้อย โรค สอบถามความสมคั รใจของผปู้ ่ วย ตอ้ งการรับการ
87.10 เน่ืองจากมีความตอ้ งการหายจากการป่ วยเป็ นวณั รักษาสถานบริการไหนและการส่งแบบฟอร์มการส่ง
โรคและการปฏิบตั ิตวั ถกู ตอ้ งนอ้ ยท่ีสุด คือการงด ตอ่ ผปู้ ่ วยวณั โรคและโทรศพั ทแ์ จง้ เจา้ หนา้ ที่สถานี
ทางานหนกั ร้อยละ 74.19 รองลงมา คือการจดั ท่ีพกั อนามยั ท่ีผปู้ ่ วยตอ้ งการ ไปรับบริการและลงบนั ทึก
อาศยั ใหม้ ีอากาศถ่ายเทสะดวกและแสงแดดส่องถึง ขอ้ มูลของผปู้ ่ วยอยา่ งละเอียด ลงในสมดุ บนั ทึกการ
หากแพย้ าปรึกษาแพทย์ พยาบาล ไม่หยดุ ยาเอง การ เยย่ี มบา้ นและส่งตอ่ ใหอ้ าสาสมคั รเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั
พกั ผอ่ นอยา่ งเพียงพอ วนั ละ 6 – 8 ชวั่ โมง และการลด โรคภายใน 1 สปั ดาห์ ไดค้ รบทุกคน
ความวติ กกงั วล ขจดั ความเครียด ร้อยละ 80.64
2. เจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั ปฏิบตั ใิ น เร่ือง
ควำมต้องกำร การใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั เป็น จดั ทาทะเบียนผปู้ ่ วยวณั โรคเพื่อการดูแลการรับยาของ
ผดู้ ูแล เร่ืองการรับการรักษาวณั โรคจนหายมากท่ีสุด ผปู้ ่ วยการเป็ นพเ่ี ล้ียงใหค้ าปรึกษาแก่อาสาสมคั รเยยี่ ม
ร้อยละ 45.16 รองลงมาแพทย์ และนกั วชิ าการ บา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคและเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคในรายมี
สาธารณสุข ร้อยละ 19.35 และ 12.90 ตามลาดบั ส่วน ปัญหาหากแกป้ ัญหาไมไ่ ดส้ ่งตอ่ โรงพยาบาล ปฏิบตั ิได้
ในดา้ นความตอ้ งการใหม้ ีการปรับปรุง พบวา่ ส่วน ถูกตอ้ งทุกคน
ใหญ่ตอ้ งการ เร่ืองการขยายบริการไปยงั สถานีอนามยั
ใกลบ้ า้ นมากท่ีสุด ร้อยละ 35.48 รองลงมาเป็นการ 3. อาสาสมคั รเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคปฏิบตั ิ
ในเร่ืองการเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรค เดือนละ 1 คร้ัง โดย

79

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ใชส้ มุดการบนั ทึกการเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคเป็น สถานบริการที่ตอ้ งการ พร้อมท้งั แจง้ ใหผ้ ปู้ ่ วยทราบถึง
เคร่ืองมือไดค้ ลอบคลมุ ทุกคน ข้นั ตอนการไปรับบริการ จากสถานีอนามยั

กำรเปรียบเทยี บรูปแบบกำรส่งต่อผู้ป่ วย ก่อนและ 4. โทรศพั ทแ์ จง้ ไปยงั เจา้ หนา้ ที่สถานีอนามยั
หลงั กำรพฒั นำ พบว่ำ เพอื่ รับทราบขอ้ มลู ของผปู้ ่ วยและดูแลเร่ืองการรับยา
ของผปู้ ่ วยวณั โรคจนหาย
แนวทำงปฏบิ ตั แิ บบเดมิ ไม่มีระบบการส่งต่อ
ผปู้ ่ วยไปรับการรักษายงั สถานบริการท่ีตอ้ งการ แต่หาก 5. เจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั เม่ือไดร้ ับการส่งตอ่
ผปู้ ่ วยมีปัญหาในเรื่องการขาดมารับยาวณั โรคท่ี ผปู้ ่ วยจากนกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั โรค
โรงพยาบาล นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั แลว้ ติดตามเยย่ี มบา้ นและดูแลในเร่ืองการรับยาวณั
โรค จะมีการแกป้ ัญหาโดยการตดิ ตอ่ กบั เจา้ หนา้ ที่ โรคทุกเดือนจนหาย
สถานีอนามยั ในพ้นื ที่ท่ีผปู้ ่ วยอาศยั อยู่ เพื่อให้ ติดตาม
ผปู้ ่ วยมารับยาวณั โรคตามนดั ที่โรงพยาบาล แตห่ าก กำรเปรียบเทยี บรูปแบบกำรเยยี่ มบ้ำนผ้ปู ่ วย
ผปู้ ่ วยไม่มาตามนดั นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิก
วณั โรคก็จะจดั ยาและฝากใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั เพอ่ื ก่อนและหลงั กำรพฒั นำ
นาไปใหผ้ ปู้ ่ วยที่บา้ น จึงส่งผลทาใหผ้ ปู้ ่ วยวณั โรคไมไ่ ด้
รับการรักษาอยา่ งต่อเนื่องและมีอตั ราการขาดยาที่สูง แนวทำงปฏิบตั แิ บบเดมิ การเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วย
อีกท้งั ยงั เป็ น การเพิ่มภาระของเจา้ หนา้ ท่ีในการติดตาม วณั โรคในแบบเดิมน้นั เป็ นการ ส่งต่อขอ้ มูลของผปู้ ่ วย
ผปู้ ่ วยมารับการรักษาจนหายจากการป่ วยเป็ นวณั โรค โดยนกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั โรคได้
ซ่ึงบางคร้ังก็ตดิ ตามได้ บางคร้ังกไ็ ม่สามารถติดตามได้ บนั ทึกขอ้ มลู ของผปู้ ่ วยลงในสมดุ บนั ทึกการเยย่ี มบา้ น
และมอบสมดุ บนั ทึกการเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคใหแ้ ก่
แนวทำงปฏิบตั แิ บบใหม่ กาหนดข้นั ตอนการ เจา้ หนา้ ที่สถานีอนามยั เพ่ือติดตามเยย่ี มผปู้ ่ วย แต่
ปฏิบตั ิการส่งต่อผปู้ ่ วยวณั โรคไปรับบริการยงั สถาน เนื่องจากภาระงานของเจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั ที่มากทา
บริการที่ตอ้ งการอยา่ งเป็ นรูปธรรม และมีระบบการ ใหไ้ ม่สามารถท่ีจะเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคได้ แตจ่ ะ
ดาเนินงานท่ีชดั เจนมากข้ึน เนื่องจาก ทุกฝ่ ายท่ีเก่ียวขอ้ ง ติดตามผปู้ ่ วยท่ีขาดการรักษาตอ่ เน่ืองที่ไดร้ ับการแจง้
เห็นความสาคญั ของแนวทางการดาเนินงาน มี จากโรงพยาบาลเท่าน้นั และบางคร้ังนกั วชิ าการ
ความรู้สึกเป็ นเจา้ ของแนวทางการใหบ้ ริการ ซ่ึงมี สาธารณสุขประจาคลินิกวณั โรคจะเป็ นผตู้ ิดตามเยยี่ ม
ข้นั ตอน ดงั น้ี บา้ นดว้ ยตนเอง

1. นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั แนวทำงปฏิบตั แิ บบใหม่ หลงั จากท่ีเจา้ หนา้ ท่ี
โรคสอบถามผปู้ ่ วยวณั โรคถึงสถานท่ีท่ีตอ้ งการรับ ที่เกี่ยวขอ้ งไดเ้ ขา้ ร่วมประชุมและแสนอความคิดเห็น
บริการ ของแตล่ ะบุคคลแลว้ จึงเห็นควรใหม้ ีการเยย่ี มบา้ น โดย
อาสาสมคั รเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคต่อไป เน่ืองจาก
2. หากผปู้ ่ วยตอ้ งการรับบริการท่ีโรงพยาบาล เจา้ หนา้ ท่ีมีภาระงานท่ีมากไมส่ ามารถเยยี่ มบา้ นได้ และ
นดั รับยาทุกเดือนจนรักษาหาย ผลงานการเยย่ี มบา้ นของอาสาสมคั รเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั
โรคในปี ที่ผา่ นมาพบวา่ ผปู้ ่ วยวณั โรคมีอตั ราการรักษา
3. หากตอ้ งการรับบริการที่สถานีอนามยั ใกล้ หายเพิ่มมากข้ึน อีกท้งั ยงั เป็ นการลดภาระงานของ
บา้ นใหเ้ ขียนใบส่งตอ่ ผปู้ ่ วยวณั โรคไป รับการรักษายงั เจา้ หนา้ ท่ีอีกดว้ ย จึงไดร้ ่วมกนั พฒั นาและปรบั ปรุงแนว
ทางการเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรค โดยเจา้ หนา้ ท่ีสถานี

80

อนามยั ไดเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมมากข้ึน การทางานที่มีระบบ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ที่ชดั เจนมากข้ึน มขี ้นั ตอน ดงั น้ี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

1. นกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั พฒั นาแลว้ ทาใหก้ ารทางานมีระบบมากข้ึนการ
โรคอธิบายถึงข้นั ตอนและความจาเป็ นของการเยยี่ ม ประสานงานที่มีความชดั เจนข้ึนทุกฝ่ ายท่ีเกี่ยวขอ้ งมี
บา้ นผปู้ ่ วยวณั โรค หนา้ ท่ีความรับผิดชอบของตนเองซ่ึงทาใหเ้ กิดผลดีต่อ
การรับบริการของผปู้ ่ วยวณั โรคส่วนการรับบริการ
2. ถามความสมคั รใจของผปู้ ่ วยวณั โรคในการ นอกจากโรงพยาบาลแลว้ ก็ยงั สามารถรับบริการไดท้ ้งั
อนุญาตใหเ้ ยยี่ มบา้ น ในสถานีอนามยั และที่บา้ นของผปู้ ่ วยเองการบริการท่ีดี
จะทาใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ ับการรักษาท่ีตอ่ เนื่องและถูกตอ้ งซ่ึง
3. หากผปู้ ่ วยอนุญาตเขียนบนั ทึกประวตั ิ จะส่งผลทาใหก้ ารรักษาหายเพ่มิ มากข้ึนอตั ราการขาด
ส่วนตวั และประวตั ิการรักษาอยา่ งละเอียด และส่งตอ่ ยา และอตั ราการตายนอ้ ยลง สอดคลอ้ งกบั การศึกษา
ใหอ้ าสาสมคั รเยย่ี มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรค เพ่อื ติดตามการ ของ ฉนั ทนา ชาวดร (2) พบวา่ การทางานที่มีระบบ และ
เยย่ี มบา้ นภายใน 1 สปั ดาห์ โดยใชเ้ ครื่องมือคือสมุด มีความชดั เจนส่งผลต่อการใหบ้ ริการผปู้ ่ วยอยา่ งมี
บนั ทึกการเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรค ประสิทธิภาพมากข้ึน และ กระบวนการพฒั นายงั ทาให้
กลุ่มบุคลากรท่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ งไดม้ ีการประสานงาน
4. อาสาสมคั รเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรคพบวา่ เพ่มิ มากข้ึน มีสมั พนั ธภาพที่ดีตอ่ และยงั สอดคลอ้ งกบั
ผปู้ ่ วยมีปัญหาใหค้ าแนะนาอยา่ งถกู ตอ้ ง การศึกษาของ ศศิประภา ตนั สุวฒั น์ (10) พบวา่ การ
พฒั นาแผนการดูแลทางคลินิกสาหรับการป้ องกนั และ
5. กรณีไมส่ ามารถแกไ้ ขปัญหาไดใ้ หป้ รึกษา ควบคุมการแพร่กระจายเช้ือวณั โรคในแผนกผปู้ ่ วยนอก
เจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั หรือนกั วชิ าการสาธารณสุข โรงพยาบาลทวั่ ไป ส่งผลตอ่ การดูแลทางคลินิกสาหรับ
ประจาคลินิกวณั โรคและเยย่ี มพร้อมกนั เพื่อร่วมกนั การป้ องกนั และควบคุมการแพร่กระจายเช้ือวณั โรคใน
แกไ้ ขปัญหา แผนกผปู้ ่ วยนอก และยงั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ
เฉลิมเกียรติ ตาตะมิ(3) พบวา่ ปัจจยั แห่งความสาเร็จเกิด
6. กรณีไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาได้ ใหส้ ่งตอ่ จากการมีระบบการติดตามท่ีดี
ผปู้ ่ วยมายงั โรงพยาบาล
2. ไดข้ อ้ มูลพ้ืนฐานเกี่ยวกบั ขอ้ มูลทวั่ ไปของ
วจิ ำรณ์ผลกำรศึกษำ ผปู้ ่ วยวณั โรค การปฏิบตั ิตวั ของผปู้ ่ วยวณั โรค และ
ขอ้ มลู ความตอ้ งการของผปู้ ่ วยวณั โรคในการรบั บริการ
1. ไดแ้ นวทางปฏิบตั ิการใหบ้ ริการผปู้ ่ วยวณั จากโรงพยาบาลปะคา จงั หวดั บุรีรัมย์ เพื่อใชใ้ นการ
โรค มีการกาหนดหนา้ ท่ีของผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งข้ึนอยา่ ง วเิ คราะห์ และพิจารณาการจดั ทาโครงการ หรือเป็ น
ชดั เจนเนื่องจากในอดีตเป็ นการดแู ลผปู้ ่ วยวณั โรคโดย แนวทางในการแกป้ ัญหาวณั โรคในพ้นื ที่ของอาเภอปะ
การต้งั รับอยทู่ ี่โรงพยาบาลโดยมผี รู้ ับผดิ ชอบงานวณั คา เนื่องจากในอดีต หากมีการจดั ทาโครงการแกป้ ัญหา
โรค คือนกั วชิ าการสาธารณสุขประจาคลินิกวณั โรค เกี่ยวกบั วณั โรค จะมีการนา เสนอปัญหาท่ีเป็นการคาด
เท่าน้นั หนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบและข้นั ตอนการทางาน เดาจากประสบการณ์ของเจา้ หนา้ ที่ท่ีเก่ียวขอ้ ง แต่
ของแตล่ ะฝ่ ายไมม่ ีความชดั เจนจึงทาใหเ้ กิดปัญหาความ หลงั จากที่ผวู้ จิ ยั ไดศ้ ึกษาขอ้ มูลจากการสมั ภาษณ์ผปู้ ่ วย
ไม่เขา้ ใจและขาดการประสานงานท่ีดีของผทู้ ี่เก่ียวขอ้ ง วณั โรคโดยตรงแลว้ จึงไดท้ ราบขอ้ มูล และปัญหาที่
ผวู้ จิ ยั จึงคิดและพฒั นาแนวทางปฏิบตั ิการใหบ้ ริการ
ผปู้ ่ วยวณั โรค โรงพยาบาลปะคา ข้ึนมา โดยหลงั จากท่ี

81

แทจ้ ริงของผปู้ ่ วยวณั โรค ทาใหส้ ามารถแกป้ ัญหาได้ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
ตรงกบั ความตอ้ งการของผปู้ ่ วยวณั โรคท่ีแทจ้ ริง เช่น Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ความตอ้ งการของผปู้ ่ วยวณั โรคในเร่ืองการรับบริการ
จากโรงพยาบาลปะคา พบวา่ มีความตอ้ งการให้ ตนเอง และรับฟังปัญหาของผอู้ ื่นแลว้ จึงมีความเขา้ ใจ
เจา้ หนา้ ที่สถานีอนามยั เป็ นผดู้ ูแลเรื่องการรับการรักษา กนั มากข้ึน มีความกระตือรือร้นในการร่วมกนั แกไ้ ข
วณั โรคจนหายมากท่ีสุด ร้อยละ 45.16 เนื่องจากผปู้ ่ วย ปัญหา อยา่ งจริงจงั สอดคลอ้ งกบั ศรีทรงชยั รัตนเจียม
มีความใกลช้ ิดกบั เจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั จึงมีความ รังสี (9) พบวา่ กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ
จาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่เจา้ หนา้ ที่สถานีอนามยั จะคอยให้ ดูแลสุขภาพของผปู้ ่ วยวณั โรคจาเป็ นจะตอ้ งอาศยั การ
กาลงั ใจ และการดูแลอยา่ งใกลช้ ิดเพอื่ ใหผ้ ปู้ ่ วยมารับยา ยอมรับซ่ึงกนั และกนั เพอ่ื สร้างความเขม้ แขง็ ในการ
อยา่ งตอ่ เนื่อง สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของศรีทรงชยั รัต ดาเนินกิจกรรมต่างๆ และสอดคลอ้ งกบั เมฑามาศ สม
นเจียมรังสี (9) พบวา่ ขอ้ มูลมีความสาคญั และมีผลต่อ ยา(5) พบวา่ การส่งเสริมแรงจูงใจตอ่ พฤติกรรมความ
การดาเนินงานแกไ้ ขปัญหา การที่สมาชิกในชุมชนและ ร่วมมือในการรักษา ส่งผลใหผ้ ปู้ ่ วยวณั โรคปอดมี
ผนู้ าชุมชนไดร้ ับรู้ขอ้ มลู ที่ส่งผลตอ่ สุขภาพของคนใน พฤติกรรมความร่วมมือในการรักษาเพิ่มมากข้ึน และยงั
ชุมชน และการรับรู้ความรุนแรงของปัญหาจึงทาให้ สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ นงนุช เค่ียมการ (4) พบวา่
ร่วมกนั หาแนวทางแกไ้ ขปัญหา และสอดคลอ้ งกบั ยง การใชก้ ระบวนการกล่มุ และการใหค้ วามรู้แก่ผปู้ ่ วยวณั
ยทุ ธ เมา้ กาเหนิด(6) พบวา่ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน โรคปอดส่งผลใหผ้ ปู้ ่ วยมีความต้งั ใจและการปฏิบตั ใิ น
และการรับรู้อปุ สรรคสามารถนาไปใชเ้ ป็นขอ้ มลู การป้ องการแพร่กระจายเช้ือวณั โรคท่ีถกู ตอ้ งเพิ่มข้ึน
พ้ืนฐาน เป็ นแนวทางใน การใหบ้ ริการดูแลรักษาผปู้ ่ วย และสอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ รุจิเรข ลอ้ ไป (7) พบวา่
วณั โรค และวางแผนงานส่งเสริมสุขภาพแก่ผปู้ ่ วย ซ่ึง การเสริมพลงั ภาคีเครือข่ายมีส่วนเก่ียวขอ้ งตอ่ การ
นาไปสู่ การปฏิบตั ิพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพอยา่ ง เปลี่ยนแปลงท้งั ทางดา้ นความรู้ดา้ นการมีส่วนร่วมและ
ถูกตอ้ งเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา และเสริมสร้าง การพฒั นาความสาเร็จของการรักษาวณั โรคในพ้ืนที่ดี
คุณภาพชีวติ ผปู้ ่ วยวณั โรค ข้ึน และยงั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ วจิ ิตรา แดงเถิน
(8) พบวา่ การเสริมแรงในการป้ องกนั การติดเช้ือวณั โรค
3. การมีส่วนร่วมของกลมุ่ ตวั อยา่ ง ทาใหเ้ กิด ปอด มีผลทาใหป้ ระชาชนมีความรู้และการปฏิบตั ิใน
ความร่วมมือระหวา่ งหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง เกิดความ การป้ องการติดเช้ือวณั โรคปอดไดถ้ กู ตอ้ งเพ่มิ ข้ึน และ
ตระหนกั และความเป็นเจา้ ของปัญหา และทาใหท้ ราบ ยงั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ เฉลิมเกียรติ ตาตะมิ(3)
ถึงปัญหาในการทางานของแต่ละฝ่ าย จึงทาใหเ้ กิด พบวา่ ปัจจยั แห่งความสาเร็จเกิดจากการมีระบบกากบั
ความเห็นใจและเกิดการช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั เห็นได้ ติดตามท่ีดีและการมีกิจกรรมเสริมสร้างกาลงั ใจ อยา่ ง
จากท่ีแต่ละคนพดู ถึงปัญหาของตนเอง เช่น นกั วชิ าการ ใกลช้ ิดและต่อเน่ือง
สาธารณสุขประจาคลินิกวณั โรค ตอ้ งดูแลผปู้ ่ วยซ่ึงมี
เป็ นจานวนมาก ทาใหม้ ีการดูแลไมท่ วั่ ถึง เจา้ หนา้ ที่ กติ ตกิ รรมประกำศ
สถานีอนามยั ท่ีมีภาระงานมาก อาสาสมคั รเยยี่ มบา้ นท่ีมี ขอขอบคุณโรงพยาบาลปะคา และสานกั งาน
ความยากลาบากในการติดตามเยยี่ มบา้ นผปู้ ่ วยวณั โรค
และการขาดท่ีปรึกษา เมื่อทุกฝ่ ายไดน้ าเสนอปัญหาของ สาธารณสุขอาเภอปะคา จงั หวดั บุรีรัมย์ ผปู้ ่ วยวณั โรคที่
ใหค้ วามอนุเคราะห์เขา้ ร่วมการวจิ ยั คร้ังน้ี และคณะ
เจา้ หนา้ ท่ีสถานีอนามยั อาเภอปะคาท่ีใหค้ วามร่วมมือ
จนทาใหง้ านวจิ ยั คร้งั น้ีประสบผลสาเร็จ

82

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

เอกสำรอ้ำงองิ

1. กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข . (2540) . แนวทางการป้ องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชือ้ วณั โรค
ในสถานพยาบาล กรุงเทพฯ ชุมนุมเกษตรกรแห่งประเทศไทย :

2. ฉนั ทนา ชาวดร. (2555). การพฒั นาการดูแลผปู้ ่ วยวณั โรคปดโรงพยาบาลบา้ นผอื อาเภอบา้ นผอื จงั หวดั อดุ รธานี.
วทิ ยานิพนธพ์ ยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพยาบาลเวชปฏิบตั ิชุมชน มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.

3. เฉลิมเกียรติ ตาตะมิ. (2561). การพฒั นารูปแบบในการป้ องกนั และควบคมุ วณั โรค ตาบลท่าบ่อ อาเภอท่าบ่อ จังหวดั
หนองคาย. วทิ ยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการจดั การระบบสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั
มหาสารคาม.

4. นงนุช เคี่ยมการ. (2554). ผลของกระบวนการกล่มุ และการให้ความรู้ต่อความตงั้ ใจและการปฏิบตั ิเพื่อป้ องกันการ
แพร่กระจายเชือ้ ของผู้ป่ วยวณั โรคปอด. วทิ ยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพยาบาลดา้ นการ
ควบคุมการติดเช้ือ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

5. เมฑามาศ สมยา. (2561). ต่อพผติกรรมความร่วมมือในการรักราและผลการของโปรแกรมส่งเสริมแรงจูงใจตรวจ
เสมหะในผู้ป่ วยวณั โรคปอดรายใหม่. วทิ ยานิพนธพ์ ยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพยาบาลศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.

6. ยงยทุ ธ เมา้ กาเหนิด. (2552). การรับรู้พผติกรรมสุขภาพกบั พผติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่ วยวณั โรคโรงพยาบาล
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช จังหวดั ตาก. สารนิพนธส์ าธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าสาธารณสุข
ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.

7. รุจิเรช ลอ้ ไป. (2560). การเสริมสร้างพลงั ภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชนในการพัฒนาความสาเร็จของการรักราวณั โรค
ในพืน้ ที่ตาบลกลางดง อาเภอปากช่อง จังหวดั นครราชสีมา. วทิ ยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต
สาขาวชิ าสาธารณสุข มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม.

8. วจิ ิตรา แดงเถิน. (2554). ผลของการเสริมแรงในการป้ องกนั การติดเชือ้ วณั โรคปอดต่อความรู้และการปฏิบัติของ
ประชาชนในพืน้ ที่รอบศูนย์อพยพ. วทิ ยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพยาบาลดา้ นการ
ควบคุมการติดเช้ือ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่

9.ศรีทรงชยั รัตนเจียมรังสี. (2555). กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลสุขภาพผปู้ ่ วยวณั โรคตาบลออนใต้
อาเภอสนั กาแพง จงั หวดั เชียงใหม.่ วทิ ยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการส่งเสริมสุขภาพ
มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่

10.ศศิประภา ตนั สุวฒั น.์ (2556). การพฒั นาแผนการดูแลทางคลนิ ิกสาหรับการป้ องกนั และควบคุมการแพร่กระจายเช้ือ
วณั โรคในแผนกผปู้ ่ วยนอกโรงพยาบาลทวั่ ไป. วทิ ยานิพนธพ์ ยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพยาบาล
ดา้ นการควบคุมการตดิ เช้ือ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

83

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การพยาบาลทารกเกดิ กอ่ นกาหนด ทม่ี ภี าวะหายใจลาบาก กรณีศกึ ษา ผปู้ ่ วย 2 ราย
Nursing Care of Preterm Infants with Respiratory Distress Syndrome : 2 Case Study

เนตรนภสิ ลเี้ จรญิ *

บทคดั ยอ่

ทารกเกิดก่อนกาหนด เป็นทารกกลมุ่ ที่มีความเส่ียงสูงตอ่ การเกิดโรคและเสียชีวติ เนื่องจากการทางานของ
อวยั วะในระบบต่างๆยงั ไมส่ มบูรณ์ ปัญหาที่พบบ่อยในทารกเกิดก่อนกาหนด คือภาวะหายใจลาบาก Respiratory
Distress Syndrome หรือ RDS ซ่ึงเป็ นสาเหตหุ ลกั ท่ีทาใหท้ ารก เกิดก่อนกาหนดเสียชีวติ 1 กรณีศึกษาทารกท้งั 2 ราย ราย
ท่ี 1 มารดาอายุ 29 ปี ครรภท์ ่ี 2 คลอดเอง อายคุ รรภ์ 30 +1 สปั ดาห์ น้าหนกั แรกเกิด 1,515 กรัม APGAR Score 7 7 7
แพทยว์ นิ ิจฉยั เป็ น Severe RDS ทารก รายที่ 2 มารดาอายุ 19 ปี ครรภแ์ รก คลอดโดยการผา่ ตดั เนื่องจากมารดามีภาวะน้า
เดินก่อนมาโรงพยาบาล 3 วนั และทารกท่ากน้ อายคุ รรภ์ 33 +4 สปั ดาห์ น้าหนกั แรกเกิด 1,817 กรัมและAPGAR Score
5 6 7 แพทยว์ นิ ิจฉยั เป็น Mild RDS และ Pneumonia ท้งั 2 รายไดร้ ับสาร Surfactant และมีภาวะหายใจลาบาก ใส่ ET tube
with Ventilator ใส่ UVC ไดร้ ับ TPN, Smoff, Intralipid เกิดภาวะแทรกซอ้ น จากภาวะการเกิดก่อนกาหนด ที่เหมือนกนั คือ
RDS Hyperthermia Hyperbilirubinemia PDA Pneumonia และแตกต่างกนั ในบางโรค ทารกรายแรกมีภาวะ Anemia
และภาวะ BPD ทารกรายที่ 2 มีภาวะ Hyperglycemia Hypoglycemia และ Neonatal Sepsis และมีความแตกตา่ งกนั ของ
ระยะเวลาและการใชอ้ ปุ กรณ์ช่วยหายใจ ทารกรายแรกใส่ท่อช่วยหายใจ ใชเ้ ครื่องช่วยหายใจชนิดคล่ืนความถ่ีสูง
จานวน 7 วนั รวมระยะเวลาจานวนวนั ในการใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจอื่น ๆ เท่ากบั 41 วนั รายที่ 2 ใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจชนิด
ธรรมดา 2 วนั รวมระยะการใชเ้ ครื่องช่วยหายใจอื่นๆเท่ากบั 4 วนั

สรุป ในภาพรวมของปัญหาทารกเกิดก่อนกาหนด จาเป็นตอ้ งไดร้ ับการดูแลจากพยาบาลท่ีมีความชานาญ
เฉพาะทาง มีการทางานร่วมกบั ทีมสหสาขาวชิ าชีพ เพื่อช่วยใหท้ ารกรอดชีวติ และมีความพกิ ารหลงเหลือนอ้ ยท่ีสุด2

คำสำคญั :ทารกเกิดก่อนกาหนด, กลุ่มอาการหายใจลาบาก, การพยาบาล

Abstract

The premature infant was a group of babies at high risk of disease and death due to an incomplete
functioning of the organ in the system, a common problem in premature babies was respiratory distress syndrome or
RDS. Which was the main cause of the premature death.from the studied of both premature babies. The first infant
was born by the normal delivery 29 year-old mother, second pregnant with 30 weeks' gestational, birth weight was
1,515 grams APGAR Score 7 7 7, sever RDS is the first diagnosis. The second infant was born by surgery due to

84

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

mother, 19 years , ruptured membrane, three days before the hospital. And a baby with a 33 weeks' gestation, birth
weight was 1,817 grams and APGAR Score 5,67 diagnosed. Which were both mild RDS and pneumonia then
received surfactant and found difficulty breathing had an ET tube with a ventilator ,on UVC , received TPN, smoff
,intralipid. The same premature complication were RDS , hyperthermia, hyperbilirubinia ,PDA and pneumonia. The
different in was some diseases in first infant had a condition,anemia and BPD, second baby had hyperglycemia,
hypoglycemia and neonatal sepsis, therefore differences lengths of time of ventilator is used.The first infant were put
on a ventilator, high-frequency 7 ventilator days, in other ventilator 41 days, the second infant intubated with
conventional ventilator 2 days , including 4 days of other ventilator.

Conclusion of this study was reflects the overview of premature infants problems that need to be taken care
of by a specialist , co-operation with multidisciplinary team to help the baby survive and have the least amount of
disability.

Keyword : Premature infants , Respiratory Distress Syndrome, Nursing Care.
*พยาบาลวชิ าชีพชานาญการ โรงพยาบาลบางละมุง จงั หวดั ชลบุรี

บทนำ ก่อนกาหนดท่ีมีภาวะหายใจลาบากเสียชีวติ จานวน 12,
2 และ 3 ราย ร้อยละ 4.82, 0.62 และ 1.15 ตามลาดบั
ทารกเกิดก่อนกาหนดหมายถึงทารกท่ีเกิด
ก่อนอายคุ รรภ์ 37 สปั ดาห์ หรือ 259 วนั นบั จากวนั ผศู้ ึกษาจึงมีความสนใจศึกษาการพยาบาล
แรกของการมีประจาเดือนคร้ังสุดทา้ ยของมารดา โดย ทารกเกิดก่อนกาหนดท่ีมีภาวะหายใจลาบากและมี
ไมค่ านึงถึงน้าหนกั ตวั ทารกเกิดก่อนกาหนดเหลา่ น้ี ภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆ เพ่ือนากระบวนการพยาบาล
ตอ้ งไดร้ ับการดูแลรักษา ในหออภิบาลทารกแรกเกิด ที่ และแนวคิดทฤษฎีทางดา้ นการพยาบาลมาประยกุ ตใ์ ช้
ตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์การแพทยท์ ่ีซบั ซอ้ น มีระยะเวลาการ ในการดูแลผปู้ ่ วยและครอบครัวใหค้ รอบคลมุ องคร์ วม
รักษาในโรงพยาบาลและตอ้ งการการดูแลตอ่ เน่ืองที่ ส่งเสริมสายสมั พนั ธ์ระหวา่ งมารดาและทารก เพื่อช่วย
ยาวนาน ส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของทารกและ ใหท้ ารกเจริญเติบโตมีพฒั นาการสมวยั คุณภาพชีวติ ท่ีดี
ครอบครัว เป็นสาเหตุใหต้ อ้ งสูญเสียงบประมาณไม่ต่า
กวา่ ปี ละ 2 พนั ลา้ นบาท สาหรับสถานพยาบาลในการ กลุ่มอำกำรหำยใจลำบำก ในทำรกแรกเกดิ
ดูแลทารกเกิดก่อนกาหนด3 จากสถิติของแผนกทารก (Respiratory Distress Syndrome : RDS)
แรกเกิดป่ วยโรงพยาบาลบางละมงุ ปี พ.ศ. 2561 ถึง
พ.ศ. 2563 พบทารกท่ีเกิดก่อนกาหนดรับการรักษามี สำเหตแุ ละปัจจยั เส่ียง
จานวน 293, 119 และ 260 รายตามลาดบั พบทารกเกิด การเกิดก่อนกาหนด ภาวะสมองขาด

ออกซิเจนปริกาเนิด ภาวะสมองขาดเลือดและ

85

ออกซิเจนมารดาเป็ นเบาหวานหรือติดเช้ือขณะต้งั ครรภ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
มีสิ่งแปลกปลอมในถุงลมเช่นข้เี ทาน้าคร่า Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ทารกมีความผดิ ปกติแต่กาเนิดเช่น ไมม่ ีโปรตีนในการ
สร้างสารลดแรงตึงผิว (Surface Protein B or C กำรวนิ ิจฉัยโรค
Deficiency) 4
1. การซกั ประวตั ิ ประวตั ิการเกิดก่อนกาหนด
พยำธิสภำพของ RDS หรือประวตั ิโรคของมารดาขณะต้งั ครรภ์
พยาธิสภาพเกิดจากปอดของทารกที่เกิดก่อน
2. การตรวจร่างกายพบอาการและอาการ
กาหนด ขาดสารลดแรงตึงผวิ Surfactant ซ่ึงทาหนา้ ท่ี แสดงของการหายใจลาบาก
ใหถ้ ุงลมคงรูปอยไู่ ดแ้ ละไมแ่ ฟบขณะหายใจออก การ
ขาดสารลดแรงตึงผิวทาใหค้ วามยดื หยนุ่ ของปอดลดลง 3. การถา่ ยภาพรังสีทรวงอกจะมีลกั ษณะคลา้ ย
ทารกตอ้ งใชแ้ รงในการหายใจแตล่ ะคร้ังมากข้นึ การ กระจกฝ้ า (Ground Glass Appearance)
แลกเปลี่ยนกา๊ ซระหวา่ งหลอดเลอื ดฝอยและถุงลม
ลดลงทาใหก้ ารระบายอากาศลดลงตามมาจึงเกิดภาวะ 4. การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการและการตรวจ
ขาดออกซิเจนในเลือดได้ 4 คา่ แกส๊ ในเลือด พบวา่ มีภาวะเลือดเป็นกรด4

อำกำรและอำกำรแสดง กำรรักษำ
มกั เกิดเร็วอาจพบทนั ทีหลงั เกิด อาการรุนแรง 1. การรักษาดว้ ยออกซิเจน โดยใชเ้ ครื่องช่วย

ท่ีสุดเมื่ออายุ ประมาณ48-72ชว่ั โมงโดยทารกมีอาการและ หายใจ ท้งั ชนิด Vassive และ Noninvasive
อาการแสดงดงั น้ี 2. ป้ องกนั ไมใ่ หเ้ กิดภาวะแทรกซอ้ นจากการ

หายใจลาบาก เช่นหายใจเร็วมากกวา่ 60 คร้ัง ไดร้ ับออกซิเจน
ต่อนาที มีปี กจมกู บาน มีการดึงร้ังของช่องระหวา่ ง 3. ใหส้ ารลดแรงตึงผิว Surfactant
ซ่ีโครง (Intercostal Retraction) หรือร่องใตซ้ ี่โครงบุ๋ม 4. รักษาแบบประคบั ประคองและตามอาการ
(Subcostal Retraction) หายใจโดยทรวงอกและทอ้ ง
เคล่ือนไหวไมพ่ ร้อมกนั (See Saw Respiration) เพอ่ื เพม่ิ เช่น ใหไ้ ดร้ ับสารน้าและสารอาหารอยา่ งเพียงพอ รักษา
ความดนั ในช่องอกใหป้ อดขยายตวั หายใจออกมีเสียงดงั สมดุลเกลือแร่ รักษาสมดุลน้าอิเลก็ โทรไลต์ สมดุลกรด
(Expiratory Grunting) เพอื่ รักษาปริมาตรของปอด ด่างๆ ในเลือด รักษาระดบั ฮีโมโกลบินในเลือดและ
ความเขม้ ขน้ ของเมด็ เลือดแดง ใหอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กติให้
มีอาการเขียว สงั เกตจากบริเวณริมฝี ปาก ยาปฏิชีวนะรักษาตามอาการ ในรายท่ีสงสยั วา่ มีการติด
เหงือก กระพงุ้ แกม้ ความดนั โลหิตต่า อาจเกิดร่วมกบั เช้ือร่วมดว้ ย ทารกบางรายอาจจาเป็ นตอ้ งทาการปิ ด
การเปิ ดของ Ductus Arteriosus อาการอ่ืนๆ เช่น ภาวะ Patent Ductus Arteriosus (PDA) 4
อุณหภูมิกายต่า กลา้ มเน้ือออ่ นแรง ถา้ อาการรุนแรงมกั
พบอาการบวม และปัสสาวะนอ้ ย4 แนวคดิ ทใ่ี ช้ในกำรดำเนนิ กำร
1. ทฤษฎีความพร่อง ในการดูแลตนเองของ

โอเร็ม (Orem) 5

86

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

2. กรอบแนวคิด เร่ืองครอบครัวคือศูนยก์ ลาง ไดร้ ับ TPN จานวน 15 วนั และไขมนั ทางหลอดเลือด
การดูแล (Family Centered Care)6 , 7 ดา จานวน 16 วนั ตรวจคดั กรองโรคของ จอประสาท
ตา มีการนดั Follow up เป็ นระยะ ไมพ่ บภาวะ ROP
วตั ถุประสงค์ ตรวจคดั กรองการไดย้ นิ ผลปกติ ตรวจคดั กรอง
โรคหวั ใจ ผลปกติ
เพอื่ เปรียบเทียบกรณีศึกษาทารกเกิดก่อน
กาหนด ที่มีภาวะหายใจลาบาก จานวน 2 ราย และนา กำรพยำบำล ดูแลทารกคลอดก่อนกาหนด ท่ี
ผลการศึกษาเป็นองคค์ วามรู้ในการดูแลผปู้ ่ วยรายตอ่ ไป มีน้าหนกั นอ้ ย ดูแลระบบการหายใจ การติดเช้ือ ภาวะ
อุณหภูมิกายสูง ภาวะตวั เหลือง ภาวะซีด การส่งเสริม
ผลกำรศึกษำ พฒั นาการ และการใหน้ มมารดา ฝึ กนวดสมั ผสั
ส่งเสริมสายสมั พนั ธ์มารดาทารก เสริมสร้างพลงั อานาจ
ทำรกรำยที่ 1 แก่มารดาจดั ใหม้ ารดาที่มีปัญหาคลา้ ยกนั ไดแ้ ลกเปล่ียน
ประวตั มิ ำรดำ มารดาอายุ 29 ปี ครรภท์ ี่ 2 อายุ เรียนรู้กนั จนมารดามีความมนั่ ใจ ในการดูแลทารก
ภาวะแทรกซอ้ นจากการเกิดก่อนกาหนด
ครรภ์ 30 +1 สปั ดาห์ฝากครรภท์ ่ีโรงพยาบาลสมเดจ็ ณ
ศรีราชา คลอดปกตทิ ่ีโรงพยาบาลบางละมงุ ภำวะแทรกซ้อนจำกกำรเกดิ ก่อนกำหนด
ภาวะหายใจลาบาก ภาวะหยดุ หายใจนานกวา่ 20 วนิ าที
ประวตั ทิ ำรก ทารก เพศชาย คลอดวนั ท่ี 5 ภาวะอณุ หภูมิกายสูง ภาวะตวั เหลือง โรคหลอดเลือด
กนั ยายน พ.ศ.2563 แรกเกิดน้าหนกั 1,515 กรัม หวั ใจเกิน ปอดอกั เสบ โรคปอดเร้ือรัง ภาวะซีด
APGAR Score ในนาทีท่ี 1, 5 และนาทีท่ี 10 เท่ากบั 7,
7, 7 แรกคลอดทารกหายใจลาบาก ขณะหายใจมีการดึง ระยะเวลำวนั นอนรักษำรักษำ จานวน 47 วนั
ร้ังของช่องระหวา่ งซี่โครง (Intercostal Retraction)
ทำรกรำยท่ี 2
กำรรักษำ ใส่ ET Tube ยา้ ยทารกจากหอ้ ง ประวตั มิ ำรดำ มารดาอายุ 19 ปี ครรภแ์ รก
คลอด มายงั แผนกทารกแรกเกิดป่ วย ใชเ้ ครื่องช่วย
หายใจชนิดธรรมดา ทารกนอนในตูอ้ บ แพทยใ์ ส่สาย อายคุ รรภ์ 33 +4 สปั ดาห์ ฝากครรภท์ ่ีโรงพยาบาลบาง
สวนหลอดเลือดดาทางสะดือ (UVC) ใหส้ ารน้าและ ละมงุ มารดาไดร้ ับการผา่ ตดั คลอด เน่ืองจากมารดามี
สารอาหาร ภาพถ่ายรังสีปอด พบวา่ มีลกั ษณะคลา้ ย ภาวะน้าเดินก่อนมาโรงพยาบาล 3 วนั และมารดาคลอด
กระจกฝ้ า (Ground Glass Appearance) ในปอด 2 ขา้ ง ทารกท่ากน้ (Breech Presentation) ทารกคลอดท่ี รพ.
แพทยว์ นิ ิจฉยั เป็ นโรคกลุม่ อาการหายใจลาบากแบบ บางละมุง
รุนแรง (Severe Respiratory Disstress Syndrome:
RDS) พิจารณาใหส้ ารลดแรงตึงผวิ เปล่ียน เครื่องช่วย ประวตั ทิ ำรก ทารก เพศหญิง คลอดวนั ที่ 9
หายใจจากชนิดธรรมดาเป็ นชนิดความถี่สูง (HFOV) กนั ยายน พ.ศ.2563 แรกคลอดน้าหนกั 1,817 กรัม
จานวน 7 วนั NIPPV จานวน 3 วนั CPAP จานวน 8 APGAR Score นาทีที่ 1, 5 และนาทีท่ี 10 เท่ากบั 5, 6
วนั Cannula 23 วนั ทารกไดร้ ับยารักษาภาวะ AOP และ 7 แรกคลอดทารก หายใจลาบากเสียงหายใจ
ผิดปกติมีการกล้นั หายใจ ขณะหายใจออกหรือมเี สียง
คราง (Grunting)

87

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

กำรรักษำ ใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจชนิด CPAP ตอ่ ควำมแตกต่ำงของควำมยำกง่ำยของกรณีศึกษำ
ดว้ ยเคร่ืองช่วยชีวติ เดก็ ข้นั สูงชนิดควบคุมแรงดนั
(Neopuff) แลว้ ยา้ ยทารกมาแผนกทารกแรกเกิดป่ วย ทำรกรำยท่ี 1 ใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจชนิดความถี่
แรกรับทารก Active นอ้ ย ผวิ กายซีด ดูแลใหท้ ารก สูงตอ้ งติดตามสญั ญาณชีพท่ีสาคญั อยา่ งใกลช้ ิด
นอนในตอู้ บ แพทยใ์ ส่ ET Tube และใหใ้ ชเ้ ครื่องช่วย ระมดั ระวงั ภาวะแทรกซอ้ นการเกิดภาวะโพรงเยอ่ื หุม้
หายใจชนิดธรรมดา ใส่ UVC ใหส้ ารน้า และ ปอดมีอากาศ (Pneumothorax) ทารกมีภาวะโรคปอด
สารอาหาร ภาพถา่ ยรังสีปอด พบวา่ มีลกั ษณะ Ground เร้ือรัง ตอ้ งใส่ ออกซิเจนเป็ นเวลานาน ติดตามประเมิน
Glass Appearance ฟังเสียงปอดมี Crepitation แพทย์ ทารกอยา่ งสม่าเสมอเพอื่ ใหท้ ารกหายใจไดเ้ อง
วนิ ิจฉยั เป็ น Mild RDS และ Pneumonia ร่วมดว้ ย
แพทยพ์ ิจารณาให้ สารลดแรงตึงผิว ทารกใชเ้ คร่ืองช่วย ทำรกรำยท่ี 2 ใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจชนิด
หายใจชนิดธรรมดาเป็นเวลา 2 วนั NIPPV เป็ นเวลา 1 ธรรมดามีภาวะแทรกซอ้ นซ่ึงใชท้ กั ษะและการดูแลท่ี
วนั CPAP เป็ นเวลา 1 วนั ทารกไดร้ ับยารักษาภาวะ ซบั ซอ้ นนอ้ ยกวา่
AOP ไดร้ ับการรักษา ภาวะ Hypoglycemia,
Hyperglycemia ทารกไดร้ ับ TPN เป็นเวลา 8 วนั และ บทวจิ ำรณ์และข้อเสนอแนะ
ไดร้ ับไขมนั ทางหลอดเลือดดา เป็นเวลา 6 วนั ตรวจคดั
กรองการไดย้ นิ หูดา้ นขวาผลปกติ หูดา้ นซา้ ยผลผดิ ปกติ ผปู้ ่ วยทารกเกิดก่อนกาหนดน้าหนกั ตวั นอ้ ย
รอนดั มาพบแพทยอ์ ีก 2 สปั ดาห์ ผลปกติ ตรวจคดั ร่วมกบั มีภาวะหายใจลาบากเน่ืองจากปอดขาดสารลด
กรองโรคหวั ใจ ผลปกติ แรงตึงผวิ ไดร้ บั การรักษาพยาบาลดูแลอยา่ งใกลช้ ิดโดย
การใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจจนกวา่ ทารกจะสามารถผา่ น
กำรพยำบำล ดูแลทารกคลอดก่อนกาหนด ที่ ระยะวกิ ฤตไปไดส้ ่ิงสาคญั คือการใหก้ ารดูแล
มีน้าหนกั นอ้ ย ดูแลระบบการหายใจ การติดเช้ือ ภาวะ รักษาพยาบาลอยา่ งรวดเร็วและครอบคลุมในทุกๆ ดา้ น
อุณหภูมิกายสูง ภาวะตวั เหลือง ภาวะน้าตาลในเลือดต่า และทุกระบบ8 รวมท้งั การใหค้ วามรู้คาแนะนา แก่บิดา
และภาวะน้าตาลในเลือดสูง การส่งเสริมพฒั นาการ มารดา และการส่งต่อดูแลต่อเนื่องมีความสาคญั ตอ่
ทารก มารดาอายนุ อ้ ย ขาดความมน่ั ใจในการดูแล คุณภาพชีวติ ของทารกเกิดก่อนกาหนดเพ่ือใหท้ ารกมี
ทารกท่ีมีภาวะเกิดก่อนกาหนด เสริมสร้างพลงั อานาจแก่ การเจริญเตบิ โต และพฒั นาการสมวยั ตอ่ ไป
มารดา และยายของทารกจนท้งั สองคนมีความมนั่ ใจใน
การดูแลทารก สรุป
การดูแลทารกเกิดก่อนกาหนด ท่ีมีภาวะ
ภำวะแทรกซ้อนจำกกำรเกดิ ก่อนกำหนด
ภาวะหายใจลาบากภาวะหยดุ หายใจนานกวา่ 20 วนิ าที หายใจลาบากเป็ นการดูแลทารก ที่มีความเสี่ยงสูง
ภาวะอุณหภูมิกายสูง ภาวะตวั เหลือง โรคหลอดเลือด บุคลากรตอ้ งมคี วามรู้และทกั ษะ ควรส่งเสริมใหม้ ีการ
หวั ใจเกิน ปอดอกั เสบ ภาวะน้าตาลในเลือดต่าและ ฝึ กอบรมเพือ่ เพิ่มทกั ษะในเรื่องการดูแลทารกการใช้
ภาวะน้าตาลในเลือดสูง ภาวะติดเช้ือในกระแสเลือด เครื่องมือพเิ ศษต่าง ๆ และการส่ือสารขอ้ มูลอาการและ
การประสานงานที่ดี จะทาใหช้ ่วยเหลือทารกอยา่ ง
ระยะเวลำวนั นอนรักษำ จานวน 12 วนั

88

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ทนั ท่วงทีทาใหล้ ดภาวะ แทรกซอ้ น ป้ องกนั ความพกิ าร
และลดระยะเวลา การรักษาในโรงพยาบาล 7 , 8

เอกสำรอ้ำงองิ

1. กรุณา ป่ิ นรัตน์สุวรรณ. การพยาบาลทารกคลอดก่อนกาหนดที่มีภาวะหายใจลาบาก. วารสารโรงพยาบาล
กาแพงเพชร.

2560; 21:17-28.
2. มนสั วี พนั ธวาศิษฏ.์ การพยาบาลทารกเกิดก่อนกาหนด: กรณีศึกษาผปู้ ่ วย 2 ราย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม

2558; 12:113-20.
3. ประพนธ์ จารุยาวงศ.์ มาตรฐานทางสูติศาสตร์กบั ปัญหาการคลอดก่อนกาหนด. ใน: วทิ ยา ถิฐาพนั ธ,์ นิศารัตน์

พทิ กั ษว์ ชั ระ และพจนีย์ ผดุงเกียรติวฒั นา, บรรณาธิการ. วกิ ฤติในเวชปฏิบตั ิปริกาเนิด. กรุงเทพฯ: พี.เอ.ลีฟวง่ิ ;
2555.

หนา้ 13-37.
4. สมศิริ รุ่งอมรรัตน.์ การพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีความผดิ ปกติของระบบหายใจ.ใน: วลั ยา ธรรมพนิชวฒั น์, สมศิริ

รุ่งอมรรัตน์ และสุดาภรณ์ พยคั ฆเรือง, บรรณาธิการ. การพยาบาลทารกแรกเกิดท่ีมีความเส่ียงสูง. กรุงเทพฯ:
โครงการตาราคณะพยาบาลศาสตร์มหาวทิ ยาลยั มหิดล; 2559. หนา้ 162-166.
5. ฐิติวนั ต์ หงษก์ ิตติยานนท.์ ทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม (Orem’s self-care Theory) . [อินเตอร์เน็ต].
[เขา้ ถึงเมื่อ 14 กมุ ภาพนั ธ์ 2564]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.elnurse.ssru.ac.th
6. สมพร โชตินฤมล. How to communication with parents of sick baby: Patient-family centered care. ใน: พมิ ลรัตน์
ไทยธรรมยานนท,์ บรรณาธิการ. Essential Issues in Newborn Nursery. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส; 2554. หนา้ 276-283.
7. สุภรณ์ สมหลอ่ . Family Centered-Care in Sick Newborn. ใน: พมิ ลรัตน์ ไทยธรรมยานนท,์ บรรณาธิการ. Essential
Issues in Newborn Nursery. กรุงเทพฯ: ธนาเพรส; 2554. หนา้ 270-275.
8. นเรศินี หวลระลึก. การพยาบาลทารกเกิดก่อนกาหนดร่วมกบั มีภาวะหายใจลาบาก. ราชาวดีสาร วทิ ยาลยั พยาบาล
บรมราช ชนนี สุรินทร์ 2557; 4: 34-44.

89

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ผลของการใหส้ ารนา้ ทมี่ สี ว่ นผสมของนา้ ตาลเด็กโทรสทางหลอดเลอื ดดา ระหวา่ ง
การผา่ ตดั ตอ่ ภาวะคลน่ื ไส้ อาเจยี น หลงั การผา่ ตดั ในผปู้ ่ วยทเี่ ขา้ รบั การผา่ ตดั ถงุ นา้ ดี

ดว้ ยวธิ สี อ่ งกลอ้ ง

The Effective of Perioperative Intravenous Dextrose Administration on
Postoperative Nausea and Vomiting in Laparoscopic Cholecystectomy: A

Double-Blind, Randomized Controlled Trial

ภครส กจิ สวสั ด*์ิ

Pakaros Kitswat*

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั เชิงทดลองคร้ังน้ี มีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ศึกษาผลของการใหส้ ารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรสทาง
หลอดเลือดดาระหวา่ งการผา่ ตดั ตอ่ ภาวะคลื่นไสอ้ าเจียน หลงั การผา่ ตดั ในผปู้ ่ วยท่ีเขา้ รับการผา่ ตดั ถงุ น้าดีดว้ ยวธิ ีส่อง
กลอ้ ง กลมุ่ ตวั อยา่ งคือ ผปู้ ่ วยเพศหญิง อายุ 18-65 ปี ที่เขา้ รับการผา่ ตดั ถงุ น้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง ท่ีโรงพยาบาล 50 พรรษา
มหาวชิราลงกรณ์ จานวน 31 คน แบ่งออกเป็ น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม A จะไดร้ ับสารน้าที่ไมม่ ีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรส
และกล่มุ B จะไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรสความเขม้ ขน้ 5 เปอร์เซ็นต์ ในน้าเกลือโซเดียมคลอไรด์
ความเขม้ ขน้ 0.9 เปอร์เซ็นต์ เครื่องมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู คือ แบบสอบถามความรู้สึกคล่ืนไสอ้ าเจียน แบบบนั ทึก
ขอ้ มูลการเกิดภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั การไดร้ ับยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียน ปริมาณการไดร้ ับยาแกป้ วดชนิด
โอปิ ออยด์ เวลาที่สามารถจาหน่ายจากหอ้ งพกั ฟ้ื น และติดตามระดบั น้าตาลในเลือดหลงั ใหส้ ารน้า วเิ คราะห์เปรียบเทียบ
ความแตกต่างทางสถิติดว้ ยวธิ ี (Unpaired) Student’s t-test / Mann-Whitney test / Chi-square ผลการศึกษา พบวา่ ผปู้ ่ วย
มีภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั ผา่ ตดั 7 คน (ร้อยละ 22.58) จาแนกเป็นกลมุ่ A ไม่ไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็
โทรส จานวน 2 คน และกลุ่ม B ท่ีไดร้ ับสารน้าท่ีมีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรส จานวน 5 คน ร้อยละ 13.75 และ
31.25 ตามลาดบั ผลการวเิ คราะห์ทางสถิติ พบวา่ ไม่มีความแตกต่างระหวา่ งอบุ ตั ิการณ์การเกิดภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั
การผา่ ตดั ระหวา่ งท้งั 2 กลุ่ม แต่เมื่อติดตามการไดร้ ับยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียนนบั ต้งั แตท่ ่ีผปู้ ่ วยมาที่หอ้ งพกั ฟ้ื น
จนกระทง่ั สิ้นสุดการเขา้ ร่วมการศึกษา พบวา่ กลมุ่ B ที่ไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรส ไดร้ ับยาลดอาการ
คล่ืนไสอ้ าเจียนนอ้ ยกวา่ กลมุ่ A ท่ีไม่ไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรสอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value <.
05)

คำสำคญั : ภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั ผา่ ตดั , การผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง การใหส้ ารน้า, น้าตาลเดก็ โทรส

Abstract

This research aimed to evaluate effect of hydration comparing dextrose-containing fluid with non-dextrose
containing fluid in term of incident of PONV, nausea scale and antiemetic requirement for 24 hours after laparoscopic

90

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

cholecystectomy. This was a prospective, double-blind randomized control trial. Adult female ASA physical status I
and II non-diabetic patients scheduled for LC randomly assigned to infusion 500 ml of non-dextrose containing fluid
(NSS; n=15) or dextrose containing fluid (5%DNSS; n=16). All patient scored their nausea intensity by using Baxter
retching faces (BARF) nausea scale total 8 times, first immediately at post-anesthesia care unit (PACU) arrival then
30, 60 and 90 min after arrival at PACU and 6, 12, 18, 24 h after LC. Incidence of PONV, antiemetic rescue
medication, opioid consumption, time to reach 9 score of discharge score in the PACU, blood sugar level and hospital
length of stay were also recorded. Result showed that: The demographic data were statistically similar. There were
not statistically significant in incidence of PONV and nausea score between group, but the incidence of receiving
rescue antiemetic was significant lower in dextrose group (P value 0.045).

Conclusion: perioperative intravenous dextrose-containing fluid administration in patient undergoing LC did
not reduce incidence of PONV and decrease nausea score. However, it did reduce post-operative antiemetic
requirement after LC with significantly (P value 0.045).

Keywords: Postoperative nausea and vomiting (PONV), Cholecystectomy, Laparoscopic cholecystectomy (LC),
perioperative intravenous dextrose-containing fluid.

*นายแพทยช์ านาญการ กลมุ่ งานวสิ ญั ญีวทิ ยา โรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ อบุ ลราชธานี
*Medical Doctor, Professional Level, Department of Anesthesiology, The 50th anniversary Mahavajiralongkorn
Hospital, Ubonratchathani Province

บทนำ ท่ีผา่ นมาพบวา่ ความเส่ียงที่จะทาใหเ้ กิดภาวะคล่ืนไส้
อาเจียนหลงั การผา่ ตดั ไดแ้ ก่ ผปู้ ่ วยเพศหญิง ผทู้ ี่ไมส่ ูบ
ภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั เป็ นภาวะ บุหร่ี ผปู้ ่ วยท่ีมีการใชย้ าระงบั ปวดโอปิ ออยดห์ ลงั ผา่ ตดั
ไมพ่ ึงปรารถนาที่พบไดบ้ ่อยหลงั การผา่ ตดั และการ และผทู้ ่ีเคยมีประวตั ิคลืน่ ไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั หรือ
ไดร้ ับยาระงบั ความรู้สึก ในปัจจบุ นั แมว้ า่ จะมีการใชย้ า เคยมีประวตั ิเมารถมาก่อน โดยปัจจยั เหลา่ น้ียง่ิ มีมากยง่ิ
นาสลบท่ีลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียนและมีการใหย้ าลด มีความเสี่ยงท่ีจะเกิดภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การ
อาการคลื่นไสอ้ าเจียนระหวา่ งการผา่ ตดั ร่วมดว้ ย กย็ งั ผา่ ตดั สูงข้ึน3 และการผา่ ตดั ถงุ น้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง
พบภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั สูงถึง ร้อยละ เป็ นการผา่ ตดั ที่มีอบุ ตั ิการณ์เกิดภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียน
301 แมว้ า่ ภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั เป็นภาวะ หลงั การผา่ ตดั ที่สูง โดยพบการเกิดภาวะคลื่นไส้
ท่ีไม่อนั ตรายถึงชีวติ แต่ก็ทาใหเ้ กิดความไมส่ ุขสบาย อาเจียนหลงั การผา่ ตดั สูงถึงร้อยละ 40-75 เมื่อเทียบกบั
หลงั ผา่ ตดั เป็นอยา่ งมาก และอาจเป็ นสาเหตทุ าใหเ้ กิด การผา่ ตดั เปิ ดหนา้ ทอ้ ง4
ภาวะปอดติดเช้ือจากการสาลกั ภาวะขาดน้า สมดุล
เกลือแร่และกรดเบสผดิ ปกติ เกิดแผลแยก อนั เป็ น โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ มี
สาเหตใุ หต้ อ้ งนอนโรงพยาบาลนานข้ึน2 จากการศึกษา จานวนผเู้ ขา้ มารับการผา่ ตดั ถงุ น้าดี ดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง
เพม่ิ ข้ึนทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2560 - 2562 มีจานวนผเู้ ขา้

91

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

รับการผา่ ตดั จานวน 91 คน 183 คน และ 231 คน จะไดร้ ับสารน้าที่ไมม่ ีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรส
ตามลาดบั ในปัจจุบนั การผา่ ตดั ถงุ น้าดีดว้ ยวธิ ีส่อง จานวน 15 คน และกลุ่ม B จะไดร้ ับสารน้าที่มี
กลอ้ ง ถกู บรรจุในโครงการ Minimal Invasive Surgery ส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรสความเขม้ ขน้ 5
(MIS) ตามนโยบายลดความแออดั ในการนอน เปอร์เซ็นต์ ในน้าเกลือโซเดียมคลอไรดค์ วามเขม้ ขน้
โรงพยาบาล ของกระทรวงสาธารณสุข การที่สามารถ 0.9 เปอร์เซ็นต์ จานวน 16 คน
ลดอุบตั ิการณ์การเกิดคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั ซ่ึง
อาจเป็นสาเหตขุ องภาวะแทรกซอ้ นท่ีไดก้ ล่าวไป เครื่องมอื ทใ่ี ช้ ในการศึกษา ประกอบดว้ ย
ขา้ งตน้ นอกจากจะทาใหผ้ ปู้ ่ วยรู้สึกสุขสบายข้ึนหลงั แบบสอบถามความรู้สึกคลื่นไสอ้ าเจียน แบบบนั ทึก
การผา่ ตดั ยงั ทาใหส้ ามารถจาหน่ายผปู้ ่ วยเร็วข้ึนดว้ ย ขอ้ มูลการเกิดภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั การ
ไดร้ ับยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียน ปริมาณการไดร้ ับยา
ดว้ ยเหตผุ ลดงั กล่าว ทาใหผ้ วู้ จิ ยั หวงั วา่ แกป้ วดชนิดโอปิ ออยด์ เวลาท่ีสามารถจาหน่ายจาก
ผลการวจิ ยั คร้ังน้ี จะสามารถใชเ้ ป็นขอ้ มลู ประกอบการ หอ้ งพกั ฟ้ื น และติดตามระดบั น้าตาลในเลือดหลงั ให้
พิจารณาใหส้ ารน้า ที่มีส่วนประกอบของน้าตาลเดก็ โท สารน้า
รส ในกลุม่ ผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับการผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่อง
กลอ้ งไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพตอ่ ไป กำรตรวจคุณภำพของเคร่ืองมอื ผวู้ จิ ยั นา
เครื่องมือใหผ้ ทู้ รงคุณวฒุ ิ จานวน 3 คน ตรวจสอบ
วตั ถุประสงค์ ความตรงเชิงเน้ือหาและโครงสร้าง ปรับปรุงแกไ้ ขตาม
คาแนะนา
เพือ่ ศึกษาผลของการใหส้ ารน้าที่มีส่วนผสม
ของน้าตาลเดก็ โทรสทางหลอดเลอื ดดาระหวา่ งการ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู โดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนา
ผา่ ตดั ต่อภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั ในผปู้ ่ วยที่ ไดแ้ ก่ ค่าร้อยละ คา่ เฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สถิติ
เขา้ รับการผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง เชิงอา้ งอิง ไดแ้ ก่ การเปรียบเทียบค่าที และเปรียบเทียบ
ความแตกต่างทางสถิติดว้ ยวธิ ี (Unpaired) Student’s t-
วธิ ีดำเนนิ กำรวจิ ยั test หรือ Mann-Whitney test หรือ Chi-square โดย
กาหนดระดบั นยั สาคญั ทางสถิติ ท่ีระดบั 0.05
รูปแบบกำรวจิ ยั เป็นการวจิ ยั เชิงทดลองแบบ
สุ่มไปขา้ งหนา้ อาพรางสองฝ่ ายและมีกลุม่ ควบคุม จริยธรรมกำรวจิ ยั ในมนษุ ย์และกำรพทิ กั ษ์
(Prospective, Double-blind randomized controlled สิทธ์ิของกล่มุ ตวั อย่ำง ผา่ นความเห็นชอบจาก
trial) ดาเนินการระหวา่ งเดือนมกราคม ถึงเดือน คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวจิ ยั ในมนุษย์
กรกฎาคม 2562 รวมระยะเวลา 7 เดือน สานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั อบุ ลราชธานี เอกสาร
รับรองเลขที่ SSJ.UB 2563-053 โดยผเู้ ขา้ ร่วมวจิ ยั ทุก
ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง กลุ่มตวั อยา่ งคือ รายจะไดร้ ับการช้ีแจงถึงรายละเอียดของโครงการวจิ ยั
ผปู้ ่ วยเพศหญิง อายุ 18-65 ปี ท่ีเขา้ รับการผา่ ตดั ถงุ น้าดี และเซ็นชื่อใหค้ วามยนิ ยอมท่ีจะเขา้ ร่วมการศึกษาคร้ังน้ี
ดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง ที่โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิรา
ลงกรณ จานวน 31 คน แบ่งออกเป็ น 2 กลุม่ คือ กลุม่ A ผลกำรศึกษำ

92

ข้อมูลส่วนบุคคล พบวา่ ผปู้ ่ วยท้งั สองกลุ่มมี The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
อายุ น้าหนกั ส่วนสูง BMI ประวตั ิโรคประจาตวั และยา Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ASA physical status ท่ีไมแ่ ตกต่างกนั อยา่ ง
มีนยั สาคญั ทางสถิติ น้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง เปรียบเทียบระหวา่ งกลุม่ ที่ไม่ได้
รับและไดร้ บั สารน้าท่ีมีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรส
ผลกำรตดิ ตำมระดบั ควำมรู้สึกคลนื่ ไส้ ไมพ่ บความแตกต่างของระดบั ความรู้สึกคล่ืนไส้
อำเจยี นหลงั กำรผ่ำตดั ในผปู้ ่ วยท่ีเขา้ รับการผา่ ตดั ถุง อาเจียนหลงั การผา่ ตดั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ในแต่
ละช่วงเวลา ตารางที่ 1

ตำรำงที่ 1 การเปรียบเทียบคา่ เฉล่ียและคา่ ความแปรปรวนของระดบั ความรู้สึกคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั ในแต่ละ
ช่วงเวลา

ระยะเวลา ผปู้ ่ วยกลุม่ A ผปู้ ่ วยกล่มุ B p-value
n = 15 n = 16
T1-ทนั ทีที่มาถึงหอ้ งพกั ฟ้ื น 0.72
T2-เวลา 30 นาทีท่ีอยหู่ อ้ งพกั ฟ้ื น 0.08 (± 0.08) 0.14 (± 0.28) 0.61
T3-เวลา 60 นาทีที่อยหู่ อ้ งพกั ฟ้ื น 0.5 (± 1.54) 0.86 (± 4.74) 0.34
T4-เวลา 90 นาทีท่ีอยหู่ อ้ งพกั ฟ้ื น 0.33 (± 1.33) 0.00 (0.00) 0.81
T5-เวลา 6 ชว่ั โมงหลงั การผา่ ตดั 0.5 (± 3) 0.71 (± 7.14) 0.51
T6-เวลา 12 ชวั่ โมงหลงั การผา่ ตดั 1.5 (± 5.18) 2.29 (± 12.83) 0.33
T7-เวลา 18 ชวั่ โมงหลงั การผา่ ตดั 0.5 (± 0.81) 1.29 (± 7.75) 0.47
T8-เวลา 24 ชวั่ โมงหลงั การผา่ ตดั 0.16 (± 0.33) 0.71 (± 7.14) 0.34
*p-value< .05 0.00 (0.00) 0.14 (± 0.28)

ภำยหลงั กำรผ่ำตดั ผปู้ ่ วยมีภาวะคล่ืนไส้ สิ้นสุดการเขา้ ร่วมโครงการวจิ ยั พบวา่ กล่มุ ท่ีไดร้ ับสาร
อาเจียน จานวน 7 คน ร้อยละ 22.58 จาแนกเป็ นกลุม่ น้าท่ีมีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรส ไดร้ ับยาลด
ไมไ่ ดส้ ารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรส (NSS) อาการคล่ืนไสอ้ าเจียนนอ้ ยกวา่ กลุม่ ท่ีไม่ไดร้ ับสารน้าที่
2 คน และกลมุ่ ที่ไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาล มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรส อยา่ งมีนยั สาคญั ทาง
เด็กโทรส 5 คน ร้อยละ 13.75 และ 31.25 ตามลาดบั สถิติ (p-value < .05) เมื่อพจิ ารณาเรื่องการไดร้ ับยาแก้
ซ่ึงไมพ่ บวา่ มีความแตกต่างระหวา่ งการเกิดภาวะ
คล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั ระหวา่ งท้งั 2 กลุ่ม แต่ ปวดชนิดโอปิ ออยดร์ วมท้งั หมดนบั ต้งั แต่เขา้ ร่วม
เมื่อติดตามการไดร้ ับยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียน หลงั การศึกษา พบวา่ ท้งั 2 กลุม่ ไดร้ ับยาแกป้ วดชนิดโอปิ
ผา่ ตดั นบั ต้งั แตท่ ่ีผปู้ ่ วยมาที่หอ้ งพกั ฟ้ื นจนกระทงั่ ออยดใ์ นปริมาณไม่แตกต่างกนั ตารางท่ี 2

93

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

ตำรำงที่ 2 แสดงอุบตั ิการณ์การเกิดภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั , ความตอ้ งการยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียน
และปริมาณการไดร้ ับยาแกป้ วดชนิดโอปิ ออยดห์ ลงั การผา่ ตดั ปรับเทียบเท่าปริมาณเฟนทานิล

การเกิดภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั NSS (n = 15) 5%DNSS (n = 15) p-value

ไมเ่ กิด 13 (86.67%) 11 (68.75%) 0.24

เกิด 2 (13.75%) 5 (31.25%)

ความตอ้ งการยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียน

8 (53.33%) 3 (18.75%) 0.045*

ปริมาณการไดร้ ับยาแกป้ วดชนิดโอปิ ออยด์ หลงั การผา่ ตดั ปรับเทียบเท่าปริมาณเฟนทานิล

mean ± SD 141 ± 1993.51 145 ± 2190 0.8

*p-value< .05

ผลการเก็บขอ้ มูลของระดบั น้าตาลหลงั การให้ นาที อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (p-value< .05) แตเ่ ม่ือ
สารน้าท่ีมีส่วนประกอบของน้าตาลเด็กโทรส พบวา่ มี
ความแตกตา่ งของการเปลี่ยนแปลงระดบั น้าตาลก่อน ติดตามระดบั น้าตาลตอ่ ไปพบวา่ เม่ือเวลาผา่ นไป
ใหส้ ารน้าและหลงั การใหส้ ารน้าเสร็จสิ้นเป็นเวลา 30 ระดบั น้าตาลกลบั เขา้ มาในระดบั ใกลเ้ คียงกนั ภายหลงั
4 ชวั่ โมงการใหส้ ารน้า ตารางท่ี 3

ตำรำงท่ี 3 แสดงคา่ เฉล่ีย±ค่าความแปรปรวน ของระดบั น้าตาลในเลือดเปรียบเทียบในแต่ละช่วงเวลา

ช่วงระยะเวลา NSS n = 15 5%DNSS n = 16 p-value
มิลลิกรัม/ เปอร์เซ็นต์ มิลลิกรัม/ เปอร์เซ็นต์
1. เชา้ วนั ผา่ ตดั 0.60
2. หลงั จากไดร้ ับสารน้าเป็ นเวลา 30 นาที 91.25 ± 61.75 93.78 ± 235.25 2.1
3. คา่ ความแตกต่างของเชา้ วนั ผา่ ตดั กบั หลงั จาก 122.91 ± 996.62 233.64 ± 1399.47
ไดร้ ับสารน้าเป็นเวลา 30 นาที 0.05*
4. ทนั ทีท่ีมาถึงหอ้ งพกั ฟ้ื น 91.25 ± 62.75 119 ± 889.45 2.86
5. หลงั จากไดร้ ับสารน้าเป็ นเวลา 4 ชว่ั โมง 121 ± 640.18 206.42 ± 1257.95 0.56
*p-value< .05 122 ± 861.27 128.78 ± 927.71

อภปิ รำยผล การวจิ ยั ได้ ดงั น้ี ซ่ึงใกลเ้ คียงกบั อบุ ตั ิการณ์จากการศึกษาท่ีผา่ นมา6
1. การใหย้ าลดอาการคลื่นไสเ้ จียนในระหวา่ งการ แมว้ า่ การไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโท
รส จะไม่มีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงระดบั ความระดบั
ผา่ ตดั และการใหส้ ารน้าในระหวา่ งการผา่ ตดั ถงุ น้าดี ความรู้สึกคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั และไมพ่ บ
ดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ งอยา่ งเพียงพอแลว้ ยงั พบอุบตั ิการณ์ ความแตกตา่ งระหวา่ งอบุ ตั ิการณ์การเกิดภาวะคลื่นไส้
การเกิดภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั ผา่ ตดั ถึงร้อยละ 22.58

94

อาเจียนหลงั ผา่ ตดั แต่อยา่ งไรก็ตามพบวา่ การไดร้ ับ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
สารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรส ช่วยลดการ Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
ไดร้ ับยา ยาลดอาการคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั ผา่ ตดั ใน
ผปู้ ่ วยที่เขา้ รับการผา่ ตดั ถงุ น้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ งได้ การวจิ ยั คร้ังน้ี พบวา่ ผปู้ ่ วยมีภาวะคลื่นไสอ้ าเจียน
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ซ่ึงขอ้ สรุปน้ีสอดคลอ้ งกบั หลงั ผา่ ตดั 7 คน (ร้อยละ 22.58) จาแนกเป็นกล่มุ A
การศึกษาของ Dabu-Bondoc S et al7, Firouzian A et ไม่ไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรส
al.8 และ Mishra A et al.9 ในประเดน็ เรื่องการ จานวน 2 คน และกลมุ่ B ท่ีไดร้ ับสารน้าที่มีส่วนผสม
ของน้าตาลเดก็ โทรส จานวน 5 คน ร้อยละ 13.75 และ
2. การใหส้ ารน้าท่ีมีส่วนผสมของน้าตาลเด็ก 31.25 ตามลาดบั พบวา่ ไม่มีความแตกตา่ งระหวา่ ง
โทรส สามารถลดอุบตั ิการณ์การเกิดภาวะคล่ืนไส้ อุบตั ิการณ์การเกิดภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั
อาเจียนหลงั การผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ งได้ ระหวา่ งท้งั 2 กล่มุ แต่เม่ือติดตามการไดร้ ับยาลดอาการ
สอดคลอ้ งกบั การศึกษาท่ีพบวา่ การใหส้ ารน้าที่มี คลื่นไสอ้ าเจียนนบั ต้งั แตท่ ่ีผปู้ ่ วยมาท่ีหอ้ งพกั ฟ้ื น
ส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรสามารถลดอุบตั ิการณ์การ จนกระทง่ั สิ้นสุดการเขา้ ร่วมการศึกษา พบวา่ กลมุ่ B ท่ี
เกิดภาวะคลื่นไส้ ในการผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง ไดร้ ับสารน้าท่ีมีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรส ไดร้ ับ
ได1้ 0 อาจเป็นไปไดว้ า่ การใหส้ ารน้าที่มีส่วนผสมของ ยาลดอาการคล่ืนไสอ้ าเจียนนอ้ ยกวา่ กลมุ่ A ที่ไมไ่ ดร้ ับ
น้าตาลเด็กโทรส จะสามารถลดอบุ ตั ิการณ์ของการเกิด สารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเดก็ โทรสอยา่ งมี
ภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั ในการผา่ ตดั ถงุ น้าดี นยั สาคญั ทางสถิติ (p-value <.05)
ดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ งเม่ือมีระยะเวลาการผา่ ตดั ท่ีนานข้ึน
เน่ืองจากการเพมิ่ ข้ึนของระดบั น้าตาลในเลือด สามารถ ข้อเสนอแนะในกำรนำผลกำรวจิ ยั ไปใช้
ยบั ย้งั การหลงั่ สารส่ือประสาทในระบบทางเดินอาหาร การใหส้ ารน้าที่มีส่วนผสมของน้าตาลเด็กโทรส
อนั เน่ืองมาจากการยบั ย้งั ระบบวากลั โคลิเนอร์จิก
(Vagal cholinergic pathway)11 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั กรณี ในระหวา่ งการผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ งอาจเป็ น
การศึกษาของ Kim HJ, et al.12 ซ่ึงพบวา่ การใหส้ ารน้า ทางเลือกหน่ึงท่ีช่วยลดการใชย้ าลดอาการคลื่นไส้
ชนิดคอลลอยดไ์ มล่ ดการเกิดภาวะคล่ืนไสอ้ าเจียน หลงั อาเจียนหลงั การผา่ ตดั เพื่อหลีกเลยี่ งผลขา้ งเคียงจาก
การผา่ ตดั ในผปู้ ่ วยท่ีเขา้ รับการผา่ ตดั ท่ีส้นั กวา่ 3 ชวั่ โมง การใชย้ าไดแ้ ก่ ปากแหง้ ง่วงซึม ปวดศีรษะ
เม่ือเปรียบเทียบกบั กล่มุ ท่ีใหส้ ารน้าชนิดคริสตลั ลอยด์ กระสบั กระส่าย มีการเพ่มิ ของเอนไซมจ์ ากตบั และ
จึงอาจเป็ นไปไดว้ า่ การใหส้ ารที่มีส่วนประกอบของ ทอ้ งผกู ได้ แตค่ วรพิจารณาควบคูไ่ ปกบั ความเสี่ยงของ
น้าตาลเดก็ โทรส อาจลดอบุ ตั ิการณ์ของการเกิดภาวะ การเพ่ิมปริมาณสารน้าในร่างกาย และการเพมิ่ ของ
คล่ืนไสอ้ าเจียนหลงั การผา่ ตดั ในการผา่ ตดั ถงุ น้าดีดว้ ย ระดบั น้าตาลในเลือด
วธิ ีส่องกลอ้ งเมื่อมีระยะเวลาการผา่ ตดั ที่นานข้นึ ไดร้ ับ ข้อเสนอแนะในกำรวจิ ยั คร้ังต่อไป
ยาลดอาการคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั ผา่ ตดั ถุงน้าดีโดยวธิ ี
ส่องกลอ้ งลดลง 1. ในการศึกษาน้ี แมว้ า่ จะเกบ็ ขอ้ มลู การไดร้ ับสาร
น้าของผเู้ ขา้ ร่วมวจิ ยั ในระหวา่ งที่มีการงดน้างดอาหาร
สรุปผล แตผ่ ปู้ ่ วยแตล่ ะรายท่ีเขา้ รับการผา่ ตดั ไดร้ ับสารน้าที่
แตกตา่ งกนั ออกไป และการศึกษาน้ีไมไ่ ดเ้ กบ็ ขอ้ มลู ที่
เกี่ยวขอ้ งกบั การใหส้ ารน้าใหเ้ พียงพอระหวา่ งการการ
งดน้างดอาหาร ซ่ึงประเด็นการใหส้ ารน้าใหเ้ พียงพอ
ก่อนการผา่ ตดั เป็นประเดน็ ที่อาจรบกวนผลการศึกษา

95

ได้ หากตอ้ งการทาการศึกษาเพมิ่ เติมควรควบคุม The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เก่ียวกบั การใหส้ ารน้าก่อนการผา่ ตดั ดว้ ย Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
2. การศึกษาน้ีศึกษาเฉพาะในกลมุ่ ผปู้ ่ วยเพศหญิง ท่ีเขา้
ความเส่ียงต่อการเกิดภาวะคลื่นไสอ้ าเจียนหลงั การ
รับการผา่ ตดั ถุงน้าดีดว้ ยวธิ ีส่องกลอ้ ง ซ่ึงเป็ นกล่มุ ท่ีมี ผา่ ตดั สูงมาก การใหส้ ารน้าท่ีมีส่วนผสมของน้าตาลเด็ก
โทรสจึงอาจไม่เห็นผลในการลดอบุ ตั ิการณ์หรือลด
ของระดบั ความรู้สึกคลื่นไสอ้ าเจียน

เอกสำรอ้ำงองิ
1. Cohen MM, Ducan PG, DeBoer DP,Tweed WA, The postoperative interview: assessing risk factors for nausea

and vomiting. Anesth Analg 1994; 78: 7-16.
2. Le TP, Gan TJ. Update on the management of postoperative nausea and vomiting in ambulatory surgery.

Anesthsiol Clin. 2010; 28(2); 225-249.
3. Apfel CC, Kranke, Eberhart LH,Roos A,Roewer N, Comparison of predictive models of postoperative nausea

and vomiting. Br J Anaesth 2002; 88(2): 234-40.
4. Arslan M, Cicek R, Kalender HU, Yilmaz H, Preventing postoperative nausea and vomiting after laparoscopic

cholecystectomy: a prospective, randomize, double-blind study, Curr Ther Res Clin Exp 2011; 72: 1-12.
5. Watcha MF, Lee AD, Medellin E, Felberg MT, Bidani SA. Clinical Use of the Pictorial Baxter Retching Faces

Scale for the Measurement of Postoperative Nausea in Children. Anesth Analg. 2019; 128(6): 1249-1255.
6. Cohen MM, Ducan PG, DeBoer DP,Tweed WA, The postoperative interview: assessing risk factors for nausea

and vomiting. Anesth Analg 1994; 78: 7-16.
7. Dabu-Bondoc S, Vadivelu N, Shimono C, et al. Intravenous dextrose administration reduces postoperative

antiemetic rescue treatment requirements and postanesthesia care unit length of stay. Anesth Analg. 2013; 117(3):
591-596.
8. Firouzian A, Kiasari AZ, Godazandeh G, et al. The effect of intravenous dextrose administration for prevention
of post-operative nausea and vomiting after laparoscopic cholecystectomy: A double-blind, randomised
controlled trial. Indian J Anaesth. 2017; 61(10): 803-810.
9. Mishra A, Pandey RK, Sharma A, et al. Is perioperative administration of 5% dextrose effective in reducing the
incidence of PONV in laparoscopic cholecystectomy?: A randomized control trial. J Clin Anesth. 2017; 40: 7-10.
10. Kim SH, Kim DH, Kim E, Kim HJ, Choi YS. Does perioperative intravenous dextrose reduce postoperative
nausea and vomiting? A systematic review and meta-analysis. Ther Clin Risk Manag. 2018; 15:14.
11. Ohara, S.; Sakuma, S.; Higuchi, H.; Shunichi, T.; Tanno, M. Effects of preoperative oral rehydration therapy on
postoperative nausea and vomiting after mastectomy, European Journal of Anaesthesiology. 2013; 30:8.
12. Kim HJ, Choi SH, Eum D, Kim SH. Is perioperative colloid infusion more effective than crystalloid in
preventing postoperative nausea and vomiting?: A systematic review and meta-analysis. Medicine (Baltimore).
2019; 98(7): e14339. doi:10.1097/MD.0000000000014339.

96

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

การพฒั นารปู แบบการคดั กรองพฤตกิ รรมเสยี่ งการใชย้ าและสารเสพตดิ
ของประชาชนในจงั หวดั นครพนม

The Development of Model for Screening the Risk Behaviors for Drug and
Addictive Substance use among People in Nakhon Phanom Province

รัชนี เต็มอดุ ม*,วัชชริ ะ หลา้ คาแกว้ **,ชชู พี มณพี รรณ**, พเยาวดี แอบไธสง**, บารเมษฐ์ ภริ าล้า**
Ratchanee Temudom*, Watchira Lahkamkaew**, Chucheep Maneepun**, Payaowadee
Abthaisong**, Barameht Piralam**

บทคดั ย่อ

การศึกษาเชิงปฏิบตั ิการคร้ังน้ี เพอื่ พฒั นารูปแบบการคดั กรองพฤตกิ รรมเสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติดของ
ประชาชนในจงั หวดั นครพนม โดยแบ่งระยะการดาเนินการเป็ น 3 ระยะ ไดแ้ ก่ ระยะที่ 1 การวเิ คราะห์และพฒั นารูปแบบ
ระยะท่ี 2 การทดสอบและประเมนิ รูปแบบ ระยะท่ี 3 การประยกุ ตใ์ ชร้ ูปแบบการคดั กรองกลุ่มเส่ียง ประเมินความพึง
พอใจการใชร้ ูปแบบการคดั กรอง ทาการตรวจการใชย้ าและสารเสพติดในปัสสาวะดว้ ยชุดตรวจสาเร็จรูปอยา่ งรวดเร็ว
วเิ คราะหข์ อ้ มลู เชิงคุณภาพดว้ ยการวเิ คราะหเ์ ชิงเน้ือหา และวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงปริมาณดว้ ยสถิติพรรณนา คือ คา่ ร้อยละ
และสถิติเชิงวเิ คราะห์ คือ ค่าความเส่ียงสมั พทั ธ์และค่าความไวและความจาเพาะ ผลการศึกษา พบวา่ พบความเส่ียงการ
ใชย้ าและสารเสพติดในระดบั ปานกลาง ร้อยละ 70.00 ตรวจพบยาและสารเสพติดในปัสสาวะ ร้อยละ 46.67 ใหก้ าร
“สารภาพ” ยอมรับในการใชย้ าและสารเสพติด ร้อยละ 23.33 ความไวและความจาเพาะของแบบคดั กรอง ชนิด 15 ขอ้
คาถาม ในระยะท่ี 2 เท่ากบั ร้อยละ 97.70 และ 93.70 และในระยะที่ 3 เท่ากบั 96.20 และ 100 ตามลาดบั สาหรับ
พฤติกรรมเสี่ยงที่มีความสมั พนั ธก์ บั การใชย้ าและสารเสพติด อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ไดแ้ ก่ หนา้ ตาดูไม่สดใส
ผวิ พรรณดูหมองคล้า (RR=2.00, 95% CI ; 1.01 – 3.99) มีการใชจ้ ่ายเงินสิ้นเปลืองผดิ ปกติ หรืออาจจะมีพฤติกรรมลกั
ขโมยเงินหรือทรัพยส์ ิน (RR=1.44, 95% CI; 1.01 – 2.08) ใหค้ วามสาคญั และความสนใจกบั กลมุ่ เพอื่ นฝงู มากกวา่
ครอบครัวของตนเอง (RR=1.40, 95% CI; 1.01 – 1.95) และไม่ค่อยอาศยั อยภู่ ายในบา้ น มีการออกนอกบา้ นบ่อยคร้ังหรือ
มีการไปเที่ยวเวลากลางคืนบอ่ ยคร้ัง (RR=1.57, 95% CI; 1.01 – 2.46) ซ่ึงมีค่าความไวและความจาเพาะเท่ากบั ร้อยละ 100
และไดร้ ูปแบบการคดั กรองพฤตกิ รรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดรูปแบบใหม่ “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือน
ภยั ยาเสพติด” ท่ีใชแ้ บบคดั กรองชนิด 15 ขอ้ คาถาม ร่วมกบั การสงั เกตแบบมีส่วนร่วม และการพดู คยุ อยา่ งจริงใจอยา่ ง
นอ้ ย 2-3 คร้ัง โดยผปู้ กครองมีความพงึ พอใจตอ่ รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเส่ียง ร้อยละ 95.00 ต่อแบบคดั กรอง ร้อย
ละ 98.00 และตอ่ การนารูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงไปใชป้ ระโยชน์ ร้อยละ 97.00 รูปแบบการคดั กรอง
พฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสารเสพติด “สญั ญาณเตือนใจ พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด”

คำสำคญั : การพฒั นารูปแบบ, การคดั กรอง, พฤติกรรมเสี่ยง, การใชย้ าและเสพติด

Abstract

This action research aimed to develop the model for screening the risk behaviors for drug and addictive
substance use among people in Nakhon Phanom province. The research consists of three phases; Phase 1: data
analysis and development the screening model. Phase 2: try out and validation. Phase 3: apply the screening model

97

The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021

for screening in the risk groups. The satisfaction levels of the screening model were evaluated. Urine was tested for
drug and addictive substance use by the rapid test. The qualitative data were analyzed by the content analysis and the
quantitative data were analyzed by percentage, sensitivity and specificity testing and the risk ratio (RR). The study’s
results of all 30 participants enrolled in the phase 3 study found that most risk was moderated (70.00%).
Amphetamine screen in urine positive was 46.67%. Confession of drug use was 23.3%. The sensitivity and specificity
testing for the screening tool of 15-question type in phase 2 was 97.70% and 93.70%, respectively, and phase 3 in
96.20% and 100%, respectively. While a 4-question type in phase 3 was 100.0%. The risk behaviors associated
statically significant with drug and addictive substance use were unbright appearance and the skin looks dull
(RR=2.00, 95% CI; 1.01 – 3.99), unusually wasteful spending of money or have behaviors of stealing money or
property (RR=1.44, 95% CI; 1.01 – 2.08), give priority and interest friends over family (RR=1.40, 95% CI; 1.01 –
1.95), and rarely stay home and frequent night outing (RR=1.57, 95% CI; 1.01 – 2.46) with the sensitivity and
specificity at 100%. The new screening model form this study was “Warning signal from the heart, talking from heart
to heart to drug and substance use warning” that using the screening tool of 15-questions type along with the
participant observation and friendly talking at least 2-3 times with the satisfaction levels of the screening model in
95.00%, for screening tool in 98.00% and the possibly use of the screening model in 97.00%. This new screening
model for used drug and addictive substance, “Warning signal from the heart, talking from heart to heart to drug and
substance use warning”.

Keywords: Model development, Screening, Risk behaviors, Drug and addictive substance use

*สานักงานสาธารณสุขจังหวดั นครพนม, ** โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชธาตพุ นม

บทนำ แอมเฟตามีนและโคเคน กาลงั ขยายตวั เพม่ิ ข้ึนอยา่ ง
ต่อเน่ืองโดยเฉพาะในพ้ืนท่ีแถบเอเชียตะวนั ออกเฉียง
ปัญหายาเสพติดเป็ นปัญหาใหญท่ ี่มีมาอยา่ ง ใต้ รวมถึงประเทศไทย
ยาวนาน ทว่ั โลกตา่ งตระหนกั ถึงผลกระทบท่ีก่อใหเ้ กิด
ความเสียหายร้ายแรงตอ่ มวลมนุษยชาติ สมชั ชาใหญ่ สานกั งานคณะกรรมการป้ องกนั และ
แห่งสหประชาชาติไดก้ าหนดใหว้ นั ที่ 26 มิถุนายนของ ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุวา่ ประเทศไทยเป็น
ทุกปี เป็นวนั ต่อตา้ นยาเสพติดโลก (International Day แหลง่ แพร่ระบาดของยาเสพติดที่มาจากพ้นื ที่
against Drug Abuse and Illicit Trafficking)1 เพือ่ สามเหล่ียมทองคา ในปี งบประมาณ 2562 ประเทศไทย
ต่อตา้ นการใชย้ าในทางท่ีผิดและคา้ ยาที่ไมถ่ กู ตอ้ งตาม มีการจบั กมุ คดียาเสพติดสูงถึง 363,769 คดี จากการ
กฎหมาย ขอ้ มลู จาก World Drug Report 2020 สารวจหมู่บา้ นและชุมชนทว่ั ประเทศ จานวน 82,127
สานกั งานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่ง แห่ง พบวา่ มีปัญหายาเสพติดถึงรอ้ ยละ 30 กลุ่ม
สหประชาชาติ (UNODC) ไดป้ ระมาณการผตู้ ิดยาเสพ ประชากรท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ยาเสพติดส่วนใหญ่เป็ นกลมุ่
ติดทว่ั โลก ปี พ.ศ. 2561 จานวน 269 ลา้ นคน หรือคิด เด็กและเยาวชน อายุ 15-24 ปี โดยเป็ นผเู้ ขา้ รับการ
เป็ นร้อยละ 5.30 ของประชากรโลก2 โดยเสพกญั ชามาก บาบดั รักษา ร้อยละ 38 และเป็ นผกู้ ระทาผดิ คดีเสพยา
ที่สุด รองลงมาคือ ฝิ่นและอนุพนั ธข์ องฝิ่ น กล่มุ แอมเฟ เสพติด ร้อยละ 353 สถานการณ์ยาเสพติดในจงั หวดั
ตามีน เอก็ ซต์ าซี และโคเคน โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เมท นครพนม ในปี 2562 ตารวจภูธรจงั หวดั นครพนมได้
ร่วมกนั ป้ องกนั และปราบปรามยาเสพติด รวม 2,480

98

คดี ผตู้ อ้ งหา 2,536 คน พร้อมของกลาง ยาบา้ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
7,825,635.5 เมด็ ยาไอซ์ 1,820.92 กรัม รวมท้งั กญั ชา Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
แหง้ กญั ชาสด พืชกระท่อม และสารระเหย (กาว)4 จาก
ขอ้ มูลผเู้ ขา้ รับการบาบดั ในระบบขอ้ มลู การบาบดั รักษา เรณูนคร อาเภอเรณูนคร ระหวา่ งเดือนตุลาคม พ.ศ.
และฟ้ื นฟผู ตู้ ิดยาเสพติด จงั หวดั นครพนมมีเป้ าหมายใน 2560 – มีนาคม พ.ศ. 2561 ระยะท่ี 3 ทาการศึกษาใน
การบาบดั จานวน 1,314 คน ผลการดาเนินงานท้งั 3 เขตพ้นื ที่อาเภอวงั ยาง จงั หวดั นครพนม ระหวา่ งเดือน
ระบบจานวน 1,263 คน (ร้อยละ 96.12) จาแนกเป็น ธนั วาคม พ.ศ. 2562 - กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563
ระบบสมคั รใจไดร้ ับการบาบดั 544 คน (ร้อยละ 43.07)
ระบบบงั คบั บาบดั ไดร้ ับการบาบดั 491 คน (ร้อยละ ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำงทใี่ ช้ ประชำกร
38.88) ระบบตอ้ งโทษไดร้ ับการบาบดั 228 คน (ร้อยละ แบ่งตามระยะการศึกษา โดยในระยะที่ 1 คือ ผเู้ ขา้ รับ
18.05)5 ประเทศไทยยงั ไม่มีรูปแบบการคดั กรอง การบาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาและสาร
พฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าเสพติดในประชาชนทว่ั ไป มี เสพติดและครอบครัว ระยะที่ 2 เฉพาะผเู้ ขา้ รบั การ
เพียงการคดั กรองการใชส้ ารเสพติดของผเู้ ขา้ รับการ บาบดั รักษาและฟ้ื นฟู และระยะที่ 3 คือ ประชาชน
บาบดั รักษาและฟ้ื นฟตู ามแบบคดั กรองและส่งต่อผปู้ ่ วย ทว่ั ไปในเขตพ้นื ที่อาเภอวงั ยาง จงั หวดั นครพนม กลุ่ม
ท่ีใชย้ าและสารเสพติดเพื่อรับการบาบดั รักษา กระทรวง ตวั อย่ำง แบ่งตามระยะการศึกษา ดงั น้ี ระยะท่ี 1 ผเู้ ขา้
สาธารณสุข (บสต. 2)6 รับการบาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาและ
สารเสพติดและครอบครัว สาหรับถอดบทเรียนสาหรับ
ดงั น้นั การศึกษาน้ีจึงมงุ่ พฒั นารูปแบบการคดั การพฒั นาแบบคดั กรอง จานวน 15 ราย และทดลองใช้
กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดของ แบบคดั กรอง จานวน 47 ราย ระยะที่ 2 ผเู้ ขา้ รับการ
ประชาชนในจงั หวดั นครพนมเพอ่ื ให้เจา้ หนา้ ท่ี บาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาและสารเสพ
ผปู้ กครองและสมาชิกในครอบครัวใชเ้ ฝ้ าระวงั เพื่อดูแล ติด จานวน 60 ราย และระยะที่ 3 ผปู้ กครองหรือ
และป้ องกนั ไมใ่ หม้ ีการใชย้ าและสารเสพติดต่อไป สมาชิกในครอบครัวและกลุ่มเส่ียง จานวน 30 ราย 7

วธิ ีกำรดำเนินกำรวจิ ยั เครื่องมอื ทใี่ ช้ คือ แบบคดั กรองและประเมนิ
พฤติกรรมเสี่ยง “สัญญำณเตอื นใจ เตอื นภัยยำเสพตดิ ”
รูปแบบกำรวจิ ยั การศึกษาคร้งั น้ีเป็ นการ ซ่ึงผวู้ จิ ยั พฒั นาข้ึนจากการถอดบทเรียนประสบการณ์
ศึกษาวจิ ยั เชิงปฏิบตั ิการ โดยแบ่งระยะการดาเนินการ ตรงของผเู้ ขา้ รับการบาบดั รักษาและครอบครัว ผา่ น
เป็ น 3 ระยะ คือ ระยะท่ี 1 การวเิ คราะห์และพฒั นา การตรวจสอบความตรงดา้ นเน้ือหาโดยผเู้ ช่ียวชาญดา้ น
รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสาร สุขภาพจิตและยาเสพติด จานวน 3 ท่าน และทดลองใช้
เสพติด ระยะที่ 2 การทดสอบและประเมนิ รูปแบบการ กบั ผเู้ ขา้ รับการบาบดั รักษาท่ีเขา้ รบั การบาบดั รักษาใน
คดั กรอง และระยะที่ 3 การประยกุ ตใ์ ชร้ ูปแบบการคดั รูปแบบค่ายปรับเปล่ียนพฤติกรรม ณ ศูนยข์ วญั แผน่ ดิน
กรอง จงั หวดั นครพนม จานวน 30 คน ทาการตรวจสอบ
ความเท่ียงของเคร่ืองมือโดยคานวณค่าสมั ประสิทธ์ิ
พนื้ ทศี่ ึกษำและระยะเวลำศึกษำ ระยะท่ี 1 อลั ฟาครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ได้
ทาการศึกษาในคลินิกยาเสพติด โรงพยาบาลสมเด็จ เท่ากบั 0.86 และแบบประเมินความพงึ พอใจการใช้
พระยพุ ราชธาตุพนม อาเภอธาตุพนม จงั หวดั นครพนม รูปแบบการคดั กรองที่ผวู้ จิ ยั พฒั นาข้ึนจากการทบทวน
ระหวา่ งเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 - มีนาคม พ.ศ. 2559 วรรณกรรมท่ีเก่ียวขอ้ ง
ระยะท่ี 2 ทาการศึกษาในคลินิกยาเสพติด โรงพยาบาล
กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ระยะท่ี 1 วเิ คราะห์เชิง
เน้ือหา (Content analysis) และวเิ คราะห์ดว้ ยสถิติ
พรรณนา นาเสนอในรูปแบบจานวน ร้อยละ ระยะท่ี 2
วเิ คราะหด์ ว้ ยสถิติพรรณนา นาเสนอในรูปแบบจานวน

99

ร้อยละ และการวเิ คราะหค์ วามไวและความจาเพาะของ The Journal of Thai National Public Health Assembly ISSN: 1686-834
เคร่ืองมือ (Sensitivity and specificity analysis) ระยะท่ี Vol. 17 No 1 January 2021 – April 2021
3 วเิ คราะห์ดว้ ยสถิติพรรณนา นาเสนอในรูปแบบ
จานวนและร้อยละของความพึงพอใจ และสถิติอา้ งอิง พฤติกรรมและการแสดงออกที่มีความเส่ียงการใชย้ า
เพอ่ื หาค่าความไวและความจาเพาะของเคร่ืองมือ และสารเสพติด ท้งั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ และสงั คม
(Sensitivity and specificity analysis) และวเิ คราะหห์ า การคดั กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติด
ชุดคาถามในการทานายพฤติกรรมเส่ียงในการใชย้ า โดยใชแ้ บบคดั กรองและประเมินความเสี่ยง “สญั ญาณ
และสารเสพติดดว้ ยการคานวณหาคา่ ความเสี่ยง เตือนใจ เตือนภยั ยาเสพติด” ร่วมกบั การสงั เกตแบบมี
สมั พทั ธ์ (Relative risk, RR) ส่วนร่วมมาใชจ้ าแนกกลุ่มผเู้ สพก่อนส่งตรวจปัสสาวะ
เพอ่ื หาสารเสพติด พบวา่ ผเู้ ขา้ รบั การบาบดั รักษาไดใ้ ห้
จริยธรรมในกำรศึกษำวจิ ยั การศึกษาคร้ังน้ี การ “สารภาพ” ยอมรับวา่ ใชย้ าและสารเสพติด จานวน
ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการแนะนาตวั ช้ีแจงการดาเนินการวจิ ยั 12 ราย (ร้อยละ 25.53) ซ่ึงลดค่าใชจ้ ่ายในการตรวจ
รวมถึงเปิ ดโอกาสใหผ้ รู้ ่วมวจิ ยั มกี ารซกั ถามขอ้ สงสยั ปัสสาวะได้ รายละ 150 บาท รวมเป็ นเงิน 1,800 บาท
เพอื่ ความเขา้ ใจที่กระจ่างชดั โดยผรู้ ่วมวจิ ยั สามารถ รายละเอียดดงั ตารางท่ี 1 แต่ยงั พบวา่ ขอ้ มูลมีความไม่
ปฏิเสธหรือขอออกจากการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ีได้ สมบูรณ์และขอ้ มูลบางอยา่ งไม่ใช่ความจริง จึงไดเ้ พม่ิ
ตลอดเวลา ขอ้ มลู ที่เกบ็ จะบ่งช้ีถึงตวั บุคคลและนาเสนอ กระบวนการการพดู คุยท่ีทาใหเ้ กิดความไวเ้ น้ือเชื่อใจ
ขอ้ มลู ในภาพรวมของการศึกษาวจิ ยั เท่าน้นั เรียกวา่ “การพดู คุยอยา่ งจริงใจ” อยา่ งนอ้ ย 2-3 คร้ัง เขา้
สู่รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงการใชย้ าและสาร
ผลกำรศึกษำวจิ ยั เสพติดเป็นรูปแบบใหมท่ ี่เรียกวา่ “สญั ญาณเตือนใจ
พดู คุยจากใจ เตือนภยั ยาเสพติด”
ผลกำรวจิ ยั ในระยะท่ี 1 (Phase 1) ระยะ
วเิ ครำะห์และพฒั นำรูปแบบกำรคดั กรอง พบประเด็น ผลกำรวจิ ยั ในระยะท่ี 2 (Phase 2): ระยะกำร
สาคญั คือ ยงั ไม่มีรูปแบบและแบบคดั กรองและ
ประเมนิ พฤติกรรมของผใู้ ชย้ าและสารเสพติด มีเฉพาะ ทดสอบและประเมนิ รูปแบบกำรคดั กรอง ผเู้ ขา้ รับการ
รูปแบบการคดั กรองพฤติกรรมเสี่ยงของผเู้ ขา้ รับการ บาบดั รักษาและฟ้ื นฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาและสารเสพ
บาบดั รักษาและฟ้ื นฟตู ามแบบ บสต. 2 ของกระทรวง ติด ท่ีโรงพยาบาลเรณูนคร จานวน 60 ราย พบความ
สาธารณสุขเท่าน้นั ซ่ึงมีขอ้ จากดั ในการจาแนกกลมุ่ ผู้ เสี่ยงระดบั ในปานกลางท่ีจะกลบั ไปใชย้ าและสารเสพ
เสพยาและสารเสพติด การไม่ไดร้ ับขอ้ มูลที่แทจ้ ริงใน ติดซ้าหลงั การบาบดั จานวน 30 ราย ร้อยละ 50.00 ซ่ึงผู้
การใชย้ าและสารเสพติดของผเู้ ขา้ รับการบาบดั รักษา เขา้ รับการบาบดั รักษาใหก้ าร “สารภาพ” ยอมรับในการ
ค่าใชจ้ ่ายในการใหบ้ ริการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ กลบั ไปใชย้ าและสารเสพติด โดยไม่มีการตรวจสาร
ทราบเพียงความถ่ีในการเสพยา ความรู้สึกอยากยาและ เสพติดในปัสสาวะ จานวน 40 ราย (ร้อยละ 66.67) ซ่ึง
ผลกระทบต่อผเู้ ขา้ รับการบาบดั เป็ นคาตอบท่ีไดร้ ับจาก สามารถลดค่าใชจ้ ่ายในการตรวจปัสสาวะลงไดร้ วม
ผเู้ ขา้ รับการบาบดั ฝ่ ายเดียวและเป็นเพียงขอ้ มูลเบ้ืองตน้ เป็ นเงิน 6,000 บาท (คิดจากราคาค่าตรวจหายาและสาร
ตอนแรกรับเพียงเท่าน้นั ด้งั น้นั แบบคดั กรองพฤติกรรม เสพติดในปัสสาวะเท่ากบั 150 บาท/คร้ัง ) โดยแบบคดั
เสี่ยง “สัญญำณเตอื นใจ เตอื นภยั ยำเสพตดิ ” จึงถูก กรองพฤติกรรมเส่ียงการใชย้ าและสารเสพติดมีความ
พฒั นาข้ึนจากขอ้ มลู การสมั ภาษณ์เชิงลึกในผเู้ ขา้ รับการ แม่นยาสูง มีค่าความไวเท่ากบั ร้อยละ 97.70 และคา่
บาบดั รักษาและฟ้ื นฟแู ละครอบครัว พร้อมท้งั จาก ความจาเพาะเท่ากบั ร้อยละ 93.70 (ตารางที่ 6) ดงั น้นั
ผวู้ จิ ยั จึงตอ่ ยอดการศึกษาดว้ ยการนารูปแบบคดั กรอง
รูปแบบใหม่ไปใชใ้ นการประเมนิ พฤติกรรมเส่ียงการ
ใชย้ าและสารเสพติดของเยาวชนและประชาชนทว่ั ไป

100


Click to View FlipBook Version